สถานการณแ ละความจาํ เปน ของปูย าตายายกับการเลย้ี งดเู ด็กเลก็ ในวิถไี ทยอสี าน : กรณีศกึ ษาอําเภอสชี มพู จงั หวดั ขอนแกน
เพ่ือนําสูการพัฒนาโครงการสงเสริมสุขภาพ สาธารณสุขและองคกรปกครองสวนทองถิ่น
ดานตางๆ จากส่ิงท่ีคนพบขางตน จึงควรให ทเี่ กีย่ วขอ ง
ความสําคัญกับปูยาตายายผูเลี้ยงดูเด็ก
และควรใหการสนับสนุนในดานตางๆ เชน ■ ขอเสนอแนะ
พลังใจ สวัสดิการ ความรูในการเลี้ยงดูเด็ก
ของใชจําเปน โดยการสนับสนุนปูยาตายาย จากการศึกษาครั้งนี้ สามารถนําขอ
นั้นตองเริ่มตนจากคนในครอบครัว เพ่ือนบาน คนพบทไี่ ดเ ปน แนวทางเพอ่ื
หนวยงานสาธารณสุขและองคกรปกครอง
สวนทองถิ่น เพื่อใหเปนประโยชนตอการ 1. จัดโครงการ กิจกรรมหรือทําการ
เลีย้ งดเู ด็กเลก็ ตอไป วิจัยเชิงปฏิบัติการเพ่ือกอใหเกิดการเปล่ียน
แปลงและพัฒนาศักยภาพการเล้ียงดูเด็ก
■ สรปุ ผล ของปูยาตายายในดานโภชนาการ พัฒนาการ
เดก็ และการดแู ลสุขภาพชอ งปากเดก็
เหตุผลหลักที่ปูยาตายายรับหนาที่ใน
การเลี้ยงดูเด็ก คือ บิดามารดาของเด็กตองไป 2. เพื่อใหเจาหนาที่สาธารณสุข
ทํางานตางพ้ืนท่ีเพ่ือหารายไดเล้ียงครอบครัว ท่ีรับผิดชอบการเลี้ยงดูเด็กในดานตางๆ
ปูยาตายายมีการนําเอาประสบการณเดิม เห็นความสําคัญและสามารถนําผลการศึกษา
ในการเลี้ยงดูบุตรมาปรับเขากับการเลี้ยงดูเด็ก คร้ังน้ีไปศึกษาเชิงลึก เพ่ือนํามาพัฒนาการ
ในปจจุบัน ความรูสึกในการเล้ียงดูเด็กมีท้ัง เลย้ี งดูเด็กของปูยา ตายายตอ ไป
ความรสู กึ ดา นบวกและดา นลบ ดา นโภชนาการ
การเลือกอาหารใหเด็กรับประทานมีการเลือก 3. เปนแนวทางในการทําโครงการ
ตามประสบการณมากกวาการอิงหลักวิชาการ หรือปฏิบัติงานแบบบูรณาการรวมกันในการ
การใชกราฟประเมินการเจริญเติบโตยังไม ดูแลเด็กจากสหวชิ าชีพ
ถูกนํามาใชในทางปฏิบัติ ดานพัฒนาการ
มีการสงเสริมพัฒนาการเด็กและการฝกให ■ กิตติกรรมประกาศ
ชวยเหลือตนเองแตยังไมไดรับการประเมิน
พัฒนาการตามเกณฑดานสาธารณสุขอยาง ขอขอบคุณสาธารณสุขอําเภอสีชมพู
ทั่วถึง การดูแลสุขภาพชองปากเด็กพบวา และหัวหนา รพ.สต. ทุกพ้ืนที่ที่ใหโอกาส
ปูยาตายายสวนใหญยังตองการความรูและ สนับสนุนและอํานวยความสะดวกในการ
การฝกทักษะท่ีถูกตอง จากขอคนพบดังกลาว ลงพ้ืนท่ีเพื่อเก็บขอมูล ขอขอบคุณแขนงวิชา
จึงควรมีการสนับสนุนและหาแนวทางพัฒนา ทันตสาธารณสุข คณะทันตแพทยศาสตร
ศักยภาพปูยาตายายผูเล้ียงดูเด็กในทุกดาน มหาวิทยาลัยขอนแกน สําหรับขอชี้แนะและ
ท้ังจากคนในครอบครัว เพ่ือนบาน เจาหนาที่ ทุนสําหรับการทําวิจัย และกลุมงานทันตกรรม
โรงพยาบาลสีชมพู อําเภอสีชมพู จังหวัด
ขอนแกนสําหรับคําแนะนําและขอมูลในการ
ศกึ ษาคร้งั นี้
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 45
บ ท วิ ท ย า ก า ร
เอกสารอางอิง
1. กาญจนา เทียนลาย, วรรณี หุตะแพทย. ความหลากหลายทางประชากรและสังคมในประเทศไทย ณ ป 2558.
ใน: กาญจนา เทยี นลาย, ปท มา วา พัฒนวงศ, กาญจนา ตงั้ ชลทพิ ย, บรรณาธกิ าร. ประชากรและสงั คม 2558.
นครปฐม: สถาบนั วจิ ัยประชากรและสงั คม มหาวทิ ยาลยั มหิดล; 2558 หนา 311-24.
2. กองสถิติพยากรณ สํานักงานสถิติแหงชาติ. การสํารวจการยายถิ่นของประชากร พ.ศ.2561 [อินเทอรเน็ต]. 2562
[เขาถงึ เมื่อ 10 กรกฎาคม 2563]. เขา ถงึ ไดจ าก: https://bit.ly/2I59okj.
3. วรวรรณ ชาญดวยวิทย. เด็กกับสวัสดิการสังคม. ใน: ม่ิงทรัพย ขาวสะอาด, บรรณาธิการ. ชีวิตคนไทย
ในสองทศวรรษการพัฒนา. เชียงใหม: แผนงานสรางเสริมนโยบายสาธารณะท่ีดี (นสธ.) สถาบันศึกษา
นโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลยั เชยี งใหม (PPSI); 2556 หนา 22-9.
4. อุดมลักษณ กุลพิจิตร, พัชราภรณ พุทธิกุล. การวิเคราะหสถานการณของการอบรมเล้ียงดูเด็กปฐมวัย
โดยผูปกครองที่ไมใชพอแมและการนําเสนอนวัตกรรมเสริมสรางความผูกพันในครอบครัว วารสารครุศาสตร
จุฬาลงกรณม หาวทิ ยาลยั 2560;45(3):188-205.
5. กองทุนประชากรแหงสหประชาชาติประจําประเทศไทย. รายงานสถานการณประชากรไทย พ.ศ. 2558
โฉมหนาครอบครัวไทย ยุคเกิดนอย อายุยืน [อินเทอรเน็ต]. 2558 [เขาถึงเมื่อ 6 กรกฎาคม 2563].
เขาถงึ ไดจาก: https://bit.ly/2SoI7N8.
6. Tan C, Luo J, Zong R, Fu C, Zhang L, Mou J. Nutrition knowledge, attitudes, behaviours
and the influencing factors among non-parent caregivers of rural left-behind children
under 7 years old in China. Public Health Nutrition 2010;13(10):1663-8.
7. สุธรรม นันทมงคลชัย. ครอบครัว การอบรมเลี้ยงดู และพัฒนาการเด็กปฐมวัยในประเทศไทย. วารสาร
สาธารณสุขศาสตร มหาวทิ ยาลัยมหิดล 2559;46(3):205-10.
8. ทรงวุฒิ ตวงรัตนพันธ, สุจิตรา ชาตา. วิถีชีวิตของปู ยา ตา ยายผูดูแลหลัก ที่สัมพันธกับสุขภาพชองปากเด็ก
อายุ 1-3 ป ตาํ บลบา นเหลา อาํ เภอบา นฝาง จงั หวัดขอนแกน. เชียงใหมทนั ตแพทยสาร 2557;35(1):107-17.
9. รุงลาวัลย ละอําคา, ศศิลักษณ ขยันกิจ. การศึกษาขอมูลพื้นฐานชุมชนของเด็กวัยอนุบาลท่ีอาศัยอยูกับปูยาตายาย
ในชนบทอีสาน. วารสารครศุ าสตร มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏมหาสารคาม 2560;14(1):176-92.
10. อารี จําปากลาย. เมอ่ื ตอ งเติบใหญหางไกลพอแม: ลกู ของพอแมทย่ี า ยถ่นิ ในมมุ มองของปยู า ตายาย [อนิ เทอรเนต็ ].
2552 [เขาถงึ เมื่อ 16 ธันวาคม 2562]. เขา ถงึ ไดจ าก: https://bit.ly/2Z6jR4u.
11. ธนยศ สุมาลยโรจน, ฮานานมูฮิบบะตุดดีน นอจิ สุขไสว. ผูสูงอายุในโลกแหงการทํางาน : มุมมองเชิงทฤษฎี
ทางกายจิตสังคม. วารสารปญ ญาภวิ ฒั น 2558;7(1):242-54.
12. พัชรี คมจักรพันธ, วรรณี จันทรสวาง. ประสบการณการอยูอาศัยในครัวเรือนขามรุนของผูสูงอายุไทยในภาคใต.
วารสารพยาบาลสงขลานครนิ ทร 2558;35(3):35-56.
13. ศรัณย ฤกษรัตนประทีป, อาจินต สงทับ. ครอบครัวแหวงกลาง. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิรนเอเชีย
ฉบบั สังคมศาสตรแ ละมนุษยศาสตร 2561;8(3):13-9.
14. ประไพพิศ สิงหเสม, ศักรินทร สุวรรณเวหา, อติญาณ ศรเกษตริน. การสงเสริมโภชนาการในเด็กวัยกอนเรียน.
วารสารเครอื ขา ยวิทยาลยั พยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต 2560;4(3):226-35.
15. จิรัชยา ทองจันทร, มารุต ดําชะอม, ปราณี ทองคํา. รูปแบบการสงเสริมพัฒนาการเด็กวัยกอนเรียนโดยการมี
สวนรวมของครอบครัวและชุมชน: กรณีศึกษาตําบลมูโนะ อําเภอสุไหง-โกลก จังหวัดนราธิวาส.
วารสารศึกษาศาสตร มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร วิทยาเขตปตตานี 2551;19(2):116-28.
16. วัชราภรณ เชื่อมกลาง, พรทิพย คําพอ. การพัฒนาศักยภาพการดูแลทันตสุขภาพเด็กกอนวัยเรียนของผูปกครอง
ศูนยพัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนพิทักษภูเบนทร อําเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิจัย
มข 2556;13(1):51-62.
17. ฉลองชัย สกลวสันต, วิชัย วิวัฒนคุณุปการ, ทรงวุฒิ ตวงรัตนพันธ. บริบทการดําเนินชีวิตของครอบครัวท่ีสัมพันธ
กบั พฤติกรรมดูแลสุขภาพชอ งปากในเด็กปฐมวัย. เชียงใหมท นั ตแพทยสาร 2549;27(2):121-33.
18. อุดมพร รักเถาว, จารุวรรณ วงษเวช. ความรู ทัศนคติ และพฤติกรรมของผูปกครองตอการดูแลสุขภาพ
ชองปากเดก็ กอนวยั เรยี น. วารสารเครือขายวิทยาลยั พยาบาลและการสาธารณสขุ ภาคใต 2558;2(1):52-64.
19. สุรศักดิ์ ภักดี, รุจิรา ดวงสงค. ความรู ทัศนคติเกี่ยวกับโรคฟนผุและการดูแลสุขภาพชองปากในเด็กกอนวัยเรียน
ของผปู กครองในเขตอาํ เภอเชยี งแสน จังหวัดเชยี งราย. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร 2018;21(2):186-93.
HEALTH
46 ปท ี่ 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสง เสริมสุขภาพและอนามยั สง่ิ แวดลอ ม
วารสารการสงเสริมสุขภาพและอนามัยสิง่ แวดลอม บ ท วิ ท ย า ก า ร
ปท่ี 44 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564
ปจ จัยท่ีสง ผลตอการดาํ เนนิ งานขบั เคล่ือนการปอ งกัน
และแกไขปญ หาการต้งั ครรภในวัยรุน
ของคณะอนกุ รรมการปองกนั และแกไ ขปญ หา
การตัง้ ครรภในวัยรุนระดบั จังหวัดและกรงุ เทพมหานคร
ปตมิ า หริ สิ ัจจะ
สํานกั อนามัยการเจรญิ พันธุ กรมอนามัย
วนั สง 25 พฤศจกิ ายน 2563, วนั แกไ ข 13 มกราคม.2564, วนั ตอบรับ 5 กมุ ภาพันธ.2564.
บทคดั ยอ
การวิจัยน้ีมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาปจจัยท่ีสงผลตอการดําเนินงานขับเคลื่อนการปองกันและแกไขปญหา
การต้ังครรภในวัยรุนของคณะอนุกรรมการปองกันและแกไขปญหาการตั้งครรภในวัยรุนระดับจังหวัด
และกรุงเทพมหานคร เปนการศึกษาเชิงปริมาณ เก็บขอมูลกับคณะอนุกรรมการฯ จํานวน 62 จังหวัด โดยแบงเปน
2 กลุม กลุมท่ี 1 จงั หวัดที่มีการดาํ เนินการผา นเกณฑ 44 จังหวดั กลุมท่ี 2 จังหวัดทดี่ าํ เนนิ การไมผานเกณฑ 18 จังหวัด
ระหวางเดือนมีนาคม-สิงหาคม พ.ศ.2563 โดยใชแบบสอบถาม วิเคราะหขอมูลดวยการใชสถิติเชิงพรรณนา และสถิติ
เชิงอนุมาน ไดแก Chi-square test ในการหาปจจัยท่ีสงผลตอการดําเนินงานขับเคลื่อนการปองกันและแกไขปญหา
การตั้งครรภในวัยรุนของคณะอนุกรรมการปองกันและแกไขปญหาการต้ังครรภในวัยรุนระดับจังหวัดและ
กรุงเทพมหานคร ผลการศึกษา พบวา มีเพียงปจจัยดานฐานขอมูลท่ีมีความสัมพันธกับการดําเนินงานขับเคลื่อน
การปองกันและการแกไ ขปญหาการตง้ั ครรภใ นวัยรนุ อยางมนี ัยสําคัญทางสถติ ิ (p-value <0.05) นอกจากนค้ี วรมีการ
สงเสริมความรูความเขาใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติการปองกันและแกไขปญหาการตั้งครรภในวัยรุน พ.ศ.2559 ใหแก
คณะอนุกรรมการฯ ทุกคน ตลอดจนควรมีการพัฒนาฐานขอมูลเกี่ยวของกับการปองกันและแกไขปญหาการต้ังครรภ
ในวัยรุน ทส่ี ามารถสะทอ นปญหาไดในทุกระบบ
คําสําคัญ : การตงั้ ครรภใ นวยั รุน พระราชบัญญัติการปอ งกนั และแกไ ขปญหาการตง้ั ครรภในวัยรุน พ.ศ. 2559
คณะอนกุ รรมการปองกนั และแกไขปญ หาการตั้งครรภในวัยรนุ ระดบั จังหวดั และกรงุ เทพมหานคร
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 47
บ ท วิ ท ย า ก า ร
The Study of Factors Related
to the Implementation of Prevention
and Solution of Adolescent Pregnancy
Problem of the Prevention and Solution
of the Adolescent Pregnancy Problem
Subcommittee at the Provincial level
and Bangkok
Patima Hirisajja
Bureau of Reproductive Health, Department of Health
Received 25 November 2020, Revised 13 January 2021, Accepted 5 February 2021
Abstract
This study aims to understand the factors related to the implementation of prevention and solution
of adolescent pregnancy problem of the Prevention and Solution of the Adolescent Pregnancy Problem
Subcommittee at the provincial level and in Bangkok. This quantitative study was conducted with
members of the Prevention and Solution of the Adolescent Pregnancy Problem Subcommittee
in 62 provinces nationwide, which can be divided into two group, namely group 1: passed the criteria
(44 provinces) and group 2: not passed the criteria (18 provinces including Bangkok), between March
and August 2020, using questionnaires as a key data collection tool. Descriptive and inferential statistical
(Chi-square test) methods were used for data analyses to find the factors that associated
the implementation of prevention and solution of adolescent pregnancy problem of the Prevention
and Solution of the Adolescent Pregnancy Problem Subcommittee at the provincial level and in Bangkok.
The result shows that database factor was significantly associated with the implementation of the
prevention and solution of adolescent pregnancy problem (p-value < 0.05). In addition, we should
consider to promote the knowledge and understanding about the Act for Prevention and Solution
of the Adolescent Pregnancy Problem, B.E. 2559 (2016) among all Subcommittee members. Furthermore,
the database of teenage pregnancy prevention and solution which can reflex the problems
in all levels should be developed.
Key words : adolescent pregnancy, teenage pregnancy, the Act for Prevention and Solution of the
Adolescent Pregnancy Problem 2016 (B.E. 2559).
48 ปที่ 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สุขภาพและอนามยั สง่ิ แวดลอ ม
ปจ จัยท่ีสงผลตอ การดาํ เนินงานขบั เคล่อื นการปอ งกนั และแกไขปญหาการต้ังครรภใ นวัยรนุ ของคณะอนกุ รรมการปอ งกนั ฯ
■ บทนํา ปญหาดังกลาว จึงไดมีการรางพระราชบัญญัติ
การปองกันและแกไขปญหาการตั้งครรภใน
ปญหาการตั้งครรภในวัยรุนเปนเร่ือง วัยรุน พ.ศ. 2559 และไดประกาศในราชกิจจา-
ทที่ ว่ั โลกใหค วามสาํ คญั องคก ารสหประชาชาติ นุเบกษา เมื่อวันท่ี 31 มีนาคม 2559 และ
ไดกําหนดใหการลดอัตราคลอดในวัยรุนอายุ มีผลบังคับใชตั้งแตวันที่ 29 กรกฎาคม 2559
15-19 ป เปนหนึ่งในตัวชี้วดั ของเปา หมายการ เปนตนมา(3) ผลจากการประกาศใชมีความ
พัฒนาแหงสหัสวรรษ (Millennium กาวหนาในการดําเนินงานอยางตอเน่ือง
Development Goals, MDGs) และ อาทิ 1) มีการประกาศใชกฎกระทรวงของ
เปาหมายการพัฒนาที่ย่ังยืน (Sustainable 4 กระทรวงหลัก 2) มียุทธศาสตรการปองกัน
Development Goals, SDGs) กําหนด และแกไขปญหาการตั้งครรภในวัยรุนระดับ
ใหการลดอัตราคลอดในวัยรุนอายุ 10-14 ป ชาติ 3) มีการจัดบริการคุมกําเนิดกึ่งถาวร
และอายุ 15-19 ป เปนสวนหน่ึงของตัวช้ีวัด เพ่ือปองกันการต้ังครรภซํ้าในหญิงอายุนอย
ในการบรรลุเปาหมายท่ี 3 วาดวยการสราง กวา 20 ป 4) ยายุติการตั้งครรภไดรับการ
หลักประกันใหคนมีชีวิตท่ีมีคุณภาพและ ขึ้นทะเบียนเปนยาในบัญชียาหลักแหงชาติ
สงเสริมสุขภาวะที่ดีของคนทุกเพศทุกวัย ในป 2560 และกระจายใชในหนวยบริการ
ท่ีนานาชาติตองการบรรลุใหไดภายในป พ.ศ. สุขภาพตาง ๆ ในประเทศไทย 5) สํานักงาน
2573 (1) หลักประกันสุขภาพแหงชาติ (สปสช.)
สนบั สนนุ คา บรกิ ารยตุ กิ ารตง้ั ครรภ 3,000 บาท
สําหรับประเทศไทย พบการคลอด ตอราย 6) มีแนวทางปฏิบัติการยุติการ
ในวยั รนุ อายตุ าํ่ กวา 20 ป เพมิ่ ขนึ้ อยา งตอ เนอ่ื ง ตั้งครรภท่ีถูกตองตามกฎหมาย ท่ีพัฒนา
ในชวงทศวรรษท่ีผานมา ขอมูลจากสถิติ รวมกันระหวางกรมอนามัย แพทยสภา และ
สาธารณสุข พบวา วัยรุนอายุต่ํากวา 20 ป สํานักงานตํารวจแหงชาติ 7) มีแนวปฏิบัติ
คลอดบุตรเพิ่มขึ้นจากประมาณ 95,000 คน ในการใหบริการยุติการต้ังครรภแบบองครวม
ในป พ.ศ.2546 เปนประมาณ 104,300 คน (Comprehensive Abortion Care)
ในป 2558 ในจาํ นวนนเ้ี ปนการคลอดบุตร โดย 8) มีกระบวนการปรับแกประมวลกฎหมาย
วัยรุนที่มีอายุนอย คือ อายุตํ่ากวา 15 ป อาญามาตรา 301-305 ใหสอดคลอ งกับสภาพ
ประมาณปละ 3,000 คน นอกจากน้ัน วัยรุน การณ 9) มีนวัตกรรมบริการยุติการต้ังครรภ
อายุ 10-19 ป ท่ีคลอดบุตรซํ้าหรือคลอด ผานระบบโทรเวชกรรม (Telemedicine
เปนคร้งั ที่สองข้ึนไปมีมากถึง 12,700 คน หรอื for Safe abortion) และนวัตกรรมใบสงตอ
เทากับรอ ยละ 12.2 ของการคลอดในวัยรนุ อายุ ออนไลน เพ่ือใชสงผูรับบริการขามจังหวัด
10-19 ปทั้งหมด(2) การต้ังครรภในวัยรุน 10) มีการจัดบริการสุขภาพที่เปนมิตรและ
สงผลกระทบเชิงลบในทุกมิติของสุขภาพ พัฒนาภาคีเครือขายอนามัยการเจริญพันธุ
ตอตัวแมวัยรุนและทารก ไดแก การถูกตีตรา ในวัยรุนและเยาวชน 11) มีการใหบริการ
ทางสังคม การถูกใหออกจากโรงเรียน ปญหา คําปรึกษากรณีทองไมพรอม ผานสายดวน
การเงิน การเสียชีวิตของมารดา การเสียชีวิต 1663 เปนตน จากการดําเนินการดังกลาว
ของทารก และทารกนํา้ หนกั ตํา่ กวาเกณฑ สงผลใหสถานการณการต้ังครรภในวัยรุน
มีแนวโนมลดลงอยางตอเนื่อง อัตราการคลอด
จากสถานการณขางตนทําใหทุก ในหญิงอายุ 10-14 ป ลดลงจาก 1.4 ตอหญิง
ภาคสวนที่เกี่ยวของ ตระหนักถึงความสําคัญ
และความรุนแรงของปญหา จึงไดรวมกันผลัก
ดันใหมีกฎหมายเฉพาะเพื่อปองกันและแกไข
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 49
บ ท วิ ท ย า ก า ร
อายุ 10-14 ปพันคน ในป 2559 เหลือ 1.1 การขับเคลื่อนการปองกันและแกไขปญหาการ
ตอ หญงิ อายุ 10-14 ปพ ันคน ในป 2562 อัตรา ตั้งครรภในวัยรุนของคณะอนุกรรมการปองกัน
การคลอดในหญิงอายุ 15-19 ป ลดลงจาก และแกไขปญหาการตั้งครรภในวัยรุนระดับ
42.5 ตอ หญงิ อายุ 15-19 ปพ นั คน ในป 2559 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ซึ่งเปนคณะ
เหลือ 31.3 หญิงอายุ 15-19 ปพันคน ในป อนุกรรมการที่เปนกลไกหลักในการดําเนิน
2562 (2, 4-5) งานในพื้นท่ี ท้ังน้ี เพ่ือนําผลท่ีไดมาปรับปรุง
พัฒนา กระบวนการหนุนเสริมการดําเนินงาน
จากขอมูลตามพระราชบัญญัติการ ของสว นกลาง ใหสามารถสนบั สนุนการดําเนนิ
ปองกันและแกไขปญหาการตั้งครรภในวัยรุน งานของคณะอนุกรรมการปองกันและแกไข
พ.ศ.2559 มาตราท่ี 11(3) กําหนดใหมีการ ปญหาการตั้งครรภในวัยรุนระดับจังหวัด
แตงต้ังคณะกรรมการปองกันและแกไขปญหา และกรุงเทพมหานคร ใหมีประสิทธิภาพ
การตั้งครรภในวัยรุน โดยคณะกรรมการ และเปนประโยชนตอวัยรุนตามเจตนารมณ
ดังกลาว มีอํานาจหนาที่ ในการแตงต้ัง ของกฎหมายตอ ไป
คณะอนุกรรมการปองกันและแกไขปญหา
ก า ร ตั้ ง ค ร ร ภ ใ น วั ย รุ น ร ะ ดั บ จั ง ห วั ด แ ล ะ ■ วตั ถปุ ระสงคก ารศึกษา
กรุงเทพมหานคร ทั้งน้ี เพื่อชวยขับเคล่ือน
การดําเนินงานตามยุทธศาสตรการปองกัน เพอื่ ศกึ ษาปจ จยั ทส่ี ง ผลตอ การดาํ เนนิ
และแกไขปญหาการตั้งครรภในวัยรุนระดับ งานขับเคล่ือนการปองกันและการแกไขปญหา
พ้ืนที่ โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขมี การต้ังครรภในวัยรุนของคณะอนุกรรมการ
บทบาทในการจัดทํานโยบายและยุทธศาสตร ปองกันและแกไขปญหาการต้ังครรภในวัยรุน
การปองกันและแกไขปญหาการตั้งครรภ ระดบั จงั หวดั และกรงุ เทพมหานคร
ในวัยรุน จัดทํารายงานการปองกันและแกไข
ปญหาการตั้งครรภในวัยรุนเสนอตอคณะ ■ กรอบแนวคดิ ของการศกึ ษา
กรรมการ ตลอดจนประสานงาน ติดตาม
ประเมินผล และรวมมือกับหนวยงาน การศึกษาดังกลาวมุงเนนถึงปจจัยท่ี
ท่ีเกี่ยวของใหมีการปฏิบัติตามนโยบายและ สงผลตอการดําเนินงานขับเคลื่อนการปองกัน
ยุทธศาสตรฯ เปนตน และแกไขปญหาการต้ังครรภในวัยรุนของ
คณะอนุกรรมการปองกันและแกไขปญหา
ดังน้ัน เพื่อเปนการติดตาม ประเมิน ก า ร ตั้ ง ค ร ร ภ ใ น วั ย รุ น ร ะ ดั บ จั ง ห วั ด แ ล ะ
ผลการดําเนินงานของคณะอนุกรรมการฯ กรุงเทพมหานคร ตามวัตถุประสงคของการ
ที่ไดรับการแตงต้ัง ในชวงระยะเวลา 2-3 ป ศึกษา จากการศึกษาและการสํารวจเบ้ืองตน
ท่ีผานมา เกี่ยวกับผลการดําเนินงานปองกัน พบวา ปจจัยท่ีสงผลตอการดําเนินงาน
และแกไขปญหาการต้ังครรภในวัยรุน ปจจัย ขับเคล่ือนการปองกันและแกไขปญหาการ
ความสําเร็จ ปญหาอุปสรรค รวมท้ังขอเสนอ ตั้งครรภในวัยรุนของคณะอนุกรรมการปองกัน
แนะจากภาคีเครือขายตางๆ ที่มีหนาท่ี และแกไขปญหาการตั้งครรภในวัยรุนระดับ
ขับเคลื่อนการดําเนินงานตามยุทธศาสตร จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ประกอบดวย
การปองกันและแกไขปญหาการตั้งครรภ 7 ดา น ดงั นี้ 1. ดา นกลยทุ ธ 2. ดา นการวางแผน
ในวัยรุน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาค การดําเนินงาน 3. ดานฐานขอมูล 4. ดาน
ประชาสังคม ทั้งในระดับประเทศและในระดับ ความเปนภาวะผูนํา 5. ดานการดําเนินงาน
จังหวัด จึงจําเปนตองศึกษาปจจัยที่สงผลตอ 6. ดานการดูแลชวยเหลือและสงตอ และ
50 ปท ี่ 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสง เสรมิ สขุ ภาพและอนามยั สิ่งแวดลอ ม
ปจจยั ทส่ี งผลตอการดําเนนิ งานขับเคล่อื นการปอ งกนั และแกไ ขปญหาการตั้งครรภในวยั รุนของคณะอนกุ รรมการปองกนั ฯ
7. ดานการส่ือสารและประชาสัมพันธ การ แบบสอบถามไดรับแบบสอบถามกลับจํานวน
ศึกษาถึงปจจัยที่สงผลตอการดําเนินงาน 62 จังหวัด คิดเปนรอยละ 80.5 ของจังหวัด
ขับเคลื่อนการปองกันและแกไขปญหาการ ที่สงไปท้ังหมด (77 จังหวัด) ทั้งนี้ มีเกณฑ
ตั้งครรภในวัยรุนของคณะอนุกรรมการปองกัน ในประเมินผลการดําเนินงานตามแผนงาน
และแกไขปญหาการต้ังครรภในวัยรุนระดับ พระราชบญั ญตั กิ ารปอ งกนั และแกไ ขปญ หาการ
จังหวัดและกรุงเทพมหานคร จะแสดงใหเห็น ตั้งครรภใ นวยั รุน พ.ศ. 2559 ในปง บประมาณ
ถึงแนวทางในการสงเสริมกระบวนการดําเนิน 2562 รายจังหวัด ซงึ่ ประเมินโดยสํานักอนามยั
งานขับเคลื่อนการปองกันและแกไขปญหาการ การเจริญพันธุ กรมอนามัย กระทรวง
ตั้งครรภในวัยรุนเพ่ือลดปญหาการต้ังครรภใน สาธารณสุข และแบง เกณฑฯ ออกเปน 2 กลมุ
วัยรุนอยางยั่งยืนและเหมาะสม ดังแสดง คือ 1) กลุมที่ผานเกณฑ (คะแนน 3 คะแนน
ในภาพที่ 1 ขนึ้ ไป) และ 2) กลุมท่ไี มผ า นเกณฑ (คะแนน
ปจ จยั ที่สงผลตอ การดาํ เนนิ งาน ผลการดาํ เนนิ งานขบั เคลือ่ นการปอ งกนั
ขบั เคล่ือนการปองกนั และแกไ ขปญหา และแกไ ขปญหาการตัง้ ครรภใ นวยั รนุ
การตัง้ ครรภใ นวัยรนุ ของ
คณะอนกุ รรมการปองกนั และแกไข ของคณะอนกุ รรมการปอ งกัน
ปญหาการตง้ั ครรภใ นวยั รนุ ระดบั จังหวดั และแกไขปญ หาการต้ังครรภใ นวัยรุน
และกรุงเทพมหานคร ระดบั จังหวดั และกรุงเทพมหานคร
1. ดา นกลยุทธ
2. ดา นการวางแผนการดําเนนิ งาน (ผา นเกณฑ/ไมผานเกณฑ)
3. ดานฐานขอมลู
4. ดานความเปน ภาวะผูน ํา
5. ดา นการดําเนินงาน
6. ดา นการดูแลชวยเหลือและสงตอ
7. ดานการสอ่ื สารและประชาสัมพนั ธ
ภาพที่ 1 กรอบแนวคดิ ของการศึกษา
■ วิธกี ารศกึ ษา ตํ่ากวา 3 คะแนน) โดยมีเกณฑการใหค ะแนน
ดังน้ี
การวิจัยคร้ังนี้ เปนการศึกษาเชิง
วิเคราะหแบบภาคตัดขวาง (Cross-sectional 1) มีการประชุมคณะอนุกรรมการ
analytic research) เพ่ือศึกษาปจจัยท่ีสงผล 1 คร้ังในปงบประมาณ 2562 ได 1 คะแนน
ตอการดําเนินงานขับเคลื่อนการปองกัน และหากประชุมครบทั้ง 2 ครั้ง ได 2 คะแนน
และแกไขปญหาการตั้งครรภในวัยรุนของ (คะแนนรวม 2 คะแนน)
คณะอนุกรรมการปองกันและแกไขปญหา
ก า ร ตั้ ง ค ร ร ภ ใ น วั ย รุ น ร ะ ดั บ จั ง ห วั ด แ ล ะ 2) มีแผนปฏิบัติการปองกันและแกไข
กรุงเทพมหานคร ศึกษาระหวางเดือนมีนาคม ปญหาการตั้งครรภในวัยรุนระดับจังหวัดและ
ถึง เดือนสิงหาคม 2563 ดําเนินการศึกษา กรุงเทพมหานคร ครบท้ังปงบประมาณ 2562
ในพื้นท่ี 77 จังหวัด ประกอบไปดวยจังหวัด และ 2563 จะได 2 คะแนน หรือหากมีเพียงป
ท่ีผานเกณฑการประเมิน จํานวน 55 จังหวัด ใดปห น่ึงจะไดเ พยี ง 1 คะแนน (คะแนนรวม 2
และจงั หวดั ทไ่ี มผ า นเกณฑฯ จาํ นวน 22 จงั หวดั คะแนน) ดังน้ัน คะแนนรวมทั้งสิ้นเทากับ 4
(รวมกรุงเทพมหานคร) โดยผลการตอบกลับ คะแนน
● ประชากรและกลุม ตวั อยา ง
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 51
บ ท วิ ท ย า ก า ร
ประชากร คือ คณะอนุกรรมการ (8) ผูแทนกระทรวงสาธารณสุข (9) ผูอํานวย
ปองกันและแกไขปญหาการตั้งครรภในวัยรุน การสาํ นกั การแพทย ผอู าํ นวยการสถาบนั พฒั นา
ระดับจังหวัด จํานวน 76 จังหวัด จังหวัดละ สขุ ภาวะเขตเมอื ง กรมอนามยั (10) ผอู าํ นวยการ
23 คน และคณะอนกุ รรมการปองกันและแกไข สํานักอนามัย (11) ผูอํานวยการสํานักการ
ปญหาการต้ังครรภในวัยรุนกรุงเทพมหานคร ศึกษา (12) ผูอํานวยการสํานักพัฒนาสังคม
จํานวน 27 คน รวมจํานวนทั้งส้ิน 1,775 คน (13) ผูทรงคุณวุฒิดานเด็กและเยาวชน
โดยคณะอนุกรรมการฯ จะถูกจัดกลุมออกเปน (14) ผูแทนราชวิทยาลัยสูตินรีแพทยแหง
2 กลุม ดังนี้ ประเทศไทย (15) ผูแทนราชวิทยาลัยกุมาร
แพทยแหงประเทศไทย (16) ผูแทนสภา
1) คณะอนุกรรมการปองกันและ เยาวชนกรงุ เทพมหานครจงั หวัด (ผหู ญิง 1 คน
แกไขปญหาการต้ังครรภในวัยรุนระดับจังหวัด และผูชาย 1 คน) (17) ผูแทนโรงพยาบาล
จํานวน 76 จังหวัด จังหวัดละ 23 คน เอกชน (18) ผแู ทนภาคประชาชน (19) ผูแทน
ประกอบดวยตําแหนง ดังนี้ (1) ประธาน องคกรเอกชน (20) ผูแทนสถานประกอบ
อนุกรรมการ (2) พฒั นาสังคมและความมั่นคง กิจการ (21) ผูแทนส่ือมวลชน (22) รอง
ของมนุษยจังหวัด (3) ทองถิ่นจังหวัด ผูอํานวยการสํานักอนามัย (ส่ังราชการ
(4) สวัสดิการและคุมครองแรงงานจังหวัด กองสรางเสริมสุขภาพ) (23) ผูอํานวยการ
(5) วฒั นธรรมจังหวัด (6) ศึกษาธกิ ารจังหวดั กองวิชาการ สํานักการแพทย (24) ผูอํานวย
(7) หัวหนาสวนราชการประจําจังหวัด ซ่ึงได การกองสรางเสริมสุขภาพ สํานักอนามัย
รับมอบหมายเพิ่มเติม จํานวนไมเกิน 4 คน (25) หัวหนาหนวยศึกษานิเทศก สํานักการ
(8) ประธานสภาวัฒนธรรมจงั หวัด (9) ผูแทน ศึกษา (26) ผูอํานวยการสํานักงานการ
องคกรปกครองสวนทองถ่ิน ที่ตั้งอยูในเขต สงเคราะหและสวัสดิการสังคม สํานักพัฒนา
จังหวัด (10) ผูแทนบานพักเด็กและครอบครัว สงั คม รวม 27 คน
จังหวดั (11) ผแู ทนสภาเด็กและเยาวชนจังหวดั
(ผูหญิง 1 คน และผูชาย 1 คน) (12) ผูแทน กลุมตัวอยาง คือ คณะอนุกรรมการ
ภาคประชาชน (13) ผูแทนองคกรประชาชน ปองกันและแกไขปญหาการต้ังครรภในวัยรุน
(14) ผูแทนสถานประกอบกิจการ จํานวน ระดับจังหวัดและกรุงเทพมหานครที่ตอบ
ไมเกิน 3 คน (15) ผูแทนส่ือมวลชน แบบสอบถามกลับจํานวน 62 จังหวดั คิดเปน
( 1 6 ) น า ย แ พ ท ย ส า ธ า ร ณ สุ ข จั ง ห วั ด รอยละ 80.5 ใชวิธีการสุมอยางงายโดยการ
(17) เจาหนาท่ีสาธารณสุขจังหวัดที่ไดรับ หยิบฉลากรายช่ือคณะอนุกรรมการปองกัน
มอบหมาย จํานวน 2 คน รวม 1,748 คน และแกไขปญหาการต้ังครรภในวัยรุนระดับ
จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ท้ัง 2 กลุม
2) คณะอนกุ รรมการปอ งกนั และแกไ ข จากการประเมินผลการดําเนินงานตามแผน
ปญหาการต้ังครรภในวัยรุนกรุงเทพมหานคร ง า น พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ก า ร ป อ ง กั น แ ล ะ ก า ร
จํานวน 27 คน ประกอบดวย (1) ประธาน แกไขปญหาการตั้งครรภในวัยรุน พ.ศ.2559
อนุกรรมการ (2) ปลัดกรุงเทพมหานคร ในปง บประมาณ 2562 รายละเอยี ดดงั น้ี
(3) รองปลัดกรุงเทพมหานคร ท่ีไดรับ
มอบหมาย (4) ผูแทนกระทรวงการพัฒนา กลุมท่ี 1 จังหวัดที่ผานเกณฑ
สังคมและความม่ันคงของมนุษย (5) ผูแทน ทั้งหมดจํานวน 44 จังหวัด จังหวัดละ 19 คน
กระทรวงมหาดไทย (6) ผูแทนกระทรวง จากรายชอ่ื จงั หวดั ดงั นี้ 1) ตาก 2) พษิ ณโุ ลก
แรงงาน (7) ผูแทนกระทรวงศึกษาธิการ 3) สุโขทัย 4) อุตรดิตถ 5) กําแพงเพชร
52 ปท่ี 44 ฉบบั ที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสงเสริมสขุ ภาพและอนามยั สิง่ แวดลอม
ปจ จัยทสี่ ง ผลตอการดาํ เนนิ งานขับเคล่ือนการปองกันและแกไ ขปญหาการต้ังครรภใ นวยั รนุ ของคณะอนุกรรมการปอ งกนั ฯ
6) ชัยนาท 7) นครสวรรค 8) พิจิตร แบบสอบถาม ประกอบดวยแบบสอบถาม
9) อุทัยธานี 10) นครนายก 11) ปทุมธานี ปลายเปดเพื่อใหผูตอบแบบสอบถามกรอก
12) ลพบรุ ี 13) สระบรุ ี 14) สงิ หบ รุ ี 15) อา งทอง ขอมูล และแบบสอบถามปลายปด แบบมี
1 6 ) ก า ญ จ น บุ รี 1 7 ) ป ร ะ จ ว บ คี รี ขั น ธ หลายตัวเลือก (Multiple choice questions)
18) เพชรบรุ ี 19) ราชบรุ ี 20) สมทุ รสงคราม 21) โดยผูตอบเลือกขอท่ีเหมาะสมท่ีสุด ประกอบ
สมทุ รสาคร 22) จนั ทบรุ ี 23) ฉะเชงิ เทรา 24) ไปดวย เพศ อายุ ศาสนา สถานภาพสมรส
ช ล บุ รี 2 5 ) ต ร า ด 2 6 ) ป ร า จี น บุ รี ระดบั การศกึ ษา ตาํ แหนง ในคณะอนกุ รรมการฯ
27) ระยอง 28) สมทุ รปราการ 29) สระแกว 30) จงั หวดั และกรงุ เทพมหานคร และระยะเวลาใน
กาฬสนิ ธุ 31) ขอนแกน 32) มหาสารคาม 33) การดํารงตาํ แหนง เปน ตน
รอยเอ็ด 34) ชัยภูมิ 35) นครราชสีมา
36) บุรีรัมย 37) สุรินทร 38) กระบี่ สวนท่ี 2 ปจจัยที่สงผลตอการ
39) นครศรธี รรมราช 40) ตรงั 41) นราธวิ าส ดําเนินงานขับเคล่ือนการปองกันและการ
42) ปตตานี 43) พัทลุง และ 44) ยะลา แกไขปญหาการต้ังครรภในวัยรุนของ
รวมคณะอนุกรรมการฯ จังหวัดที่ผานเกณฑ คณะอนุกรรมการปองกันและแกไขปญหา
จาํ นวน 836 คน การต้ังครรภในวัยรุนระดับจังหวัดและ
กรุงเทพมหานคร มีลักษณะเปนคําถาม
กลุมท่ี 2 จังหวัดท่ีไมผานเกณฑ ปลายปด โดยใชมาตรวัดแบบ Likert scale
(รวมกรุงเทพฯ) จํานวน 18 จังหวัด โดย เกณฑการใหคะแนนแบงออกเปน 4 ระดับ
แบง เปน ไดแ ก มากทส่ี ดุ มาก นอ ย และนอ ยทส่ี ดุ โดยมี
การกําหนดคะแนนคําตอบของแบบสอบถาม
2.1) คณะอนุกรรมการฯ จังหวัด ดังนี้ 4 คะแนน หมายถึง ระดับความคิดเห็น
จํานวน 17 จังหวัด จังหวัดละ 19 คน จาก มากที่สุด 3 คะแนน หมายถึง ระดับความ
รายชือ่ จังหวัด ดงั น้ี 1) เชียงราย 2) เชยี งใหม คิดเห็นมาก 2 คะแนน หมายถึง ระดับความ
3) นาน 4) พะเยา 5) แพร 6) แมฮองสอน คิดเห็นนอย 1 คะแนน หมายถึง ระดับความ
7) ลาํ ปาง 8) เลย 9) สกลนคร 10) หนองบัวลาํ ภู คิดเหน็ นอ ยท่ีสุด
11) อุดรธานี 12) มุกดาหาร 13) ยโสธร
14) อาํ นาจเจรญิ 15) อุบลราชธานี 16) ชุมพร สวนท่ี 3 ขอเสนอแนะเพิ่มเติม
และ 17) พังงา รวม 323 คน เพ่ือใหผูตอบแบบสอบถามแสดงความคิดเห็น
เพิ่มเติมตอการดําเนินงานขับเคล่ือนการ
2.2) คณะอนุกรรมการฯ กรุงเทพฯ ปองกันและแกไขปญหาการตั้งครรภในวัยรุน
จาํ นวน 21 คน ของคณะอนุกรรมการปองกันและแกไขปญหา
ก า ร ตั้ ง ค ร ร ภ ใ น วั ย รุ น ร ะ ดั บ จั ง ห วั ด แ ล ะ
รวมคณะอนุกรรมการฯ จังหวัด กรุงเทพมหานคร ประกอบดวยคําถามหลัก
และกรุงเทพมหานครที่ไมผานเกณฑ จํานวน เ ก่ี ย ว กั บ ข อ เ ส น อ แ น ะ เ พ่ิ ม เ ติ ม ต อ ก า ร
344 คน ดังนั้น กลุมตัวอยางในการศึกษา ดําเนินงาน ปญ หาอปุ สรรค ปจ จยั ความสาํ เร็จ
คร้ังนี้ เทากับ 1,180 คน ทําการเก็บขอมูล ตลอดจนอ่ืนๆ ท่ีเกี่ยวของ โดยมีลักษณะ
ดวยการสํารวจโดยใชแบบสอบถามกับคณะ เปนคําถามปลายเปด การวิเคราะหขอมูล
อนกุ รรมการฯ ทกุ คนท่ีหยิบรายชื่อได มี ก า ร ป ร ะ ม ว ล ผ ล แ ล ะ นํ า ม า จั ด ก ลุ ม ต า ม
ประเด็นคําถามและคําตอบเพื่อเรียบเรียง
● เครื่องมือที่ใชในการวิจัย คือ วิเคราะหและสังเคราะหเน้ือหาโดยนําเสนอ
แบบสอบถาม โดยมีลักษณะเปนคําถาม
ปลายปด ประกอบดว ย 3 สว น ดงั น้ี
สวนที่ 1 ขอมูลทั่วไปของผูตอบ
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 53
บ ท วิ ท ย า ก า ร
เปนขอ มูลเชิงพรรณนา 14 เมษายน 2563
● วิธกี ารเกบ็ รวบรวมขอมูล
1. ผูวิจัยดําเนินการขอจริยธรรม ■ ผลการศึกษา
การวิจัยกับคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัย การสํารวจคณะอนุกรรมการปองกัน
กรมอนามัยกอ นดาํ เนินการเกบ็ ขอ มูล และแกไขปญหาการต้ังครรภในวัยรุนระดับ
จังหวัดและกรุงเทพมหานคร จํานวน 62
2. ผูวิจัยนําแบบสอบถาม คําชี้แจง จงั หวดั ทัง้ หมด 1,180 คน คน จาํ แนกตามกลุม
การวิจัย หนังสือขอความรวมมือในการตอบ ผานเกณฑจ าํ นวน 857 คน กลุม ไมผา นเกณฑ
แบบสอบถามและหนังสือรับรองจากคณะ จํานวน 323 คน
กรรมการการวิจัยกรมอนามัย จัดสงใหกับเปา
หมายทุกแหง พรอมแนบซอง ติดตรา 1. ขอ มูลท่ัวไป
ไปรษณียากรสําหรับสงแบบสอบถามกลับ 1.1) ก ลุ ม ท่ี ผ า น เ ก ณ ฑ พ บ ว า
มายงั ผูว จิ ยั สวนใหญเปนเพศหญิง รอยละ 50.7 มีอายุ
ระหวาง 36-55 ป รอยละ 40.5 นับถือ
3. กลุมตัวอยางตอบแบบสอบถาม ศาสนาพุทธ รอยละ 96.7 สถานภาพสมรส
ตามท่ผี วู ิจยั จัดสงให รอยละ 63.7 ระดับการศึกษาสูงกวาปริญญา
ตรี รอยละ 49.7 ดานการดํารงตําแหนงใน
4. ผูวิจัยตรวจสอบความถูกตองและ คณะอนุกรรมการฯ ระดับจังหวัด และ
ครบถวนสมบูรณของขอมูล โดยอาจทวนสอบ กรุงเทพมหานครน้ัน สวนใหญเปนอนุกรรม
ค ว า ม ถู ก ต อ ง กั บ ผู ใ ห ข อ มู ล ห รื อ ผู ต อ บ การฯ รอยละ 84.8 รองลงมาประธาน
แบบสอบถามทางโทรศพั ท อนุกรรมการ รอยละ 6.2 และอนุกรรมการ
และผูชวยเลขานุการ รอยละ 4.2 ตามลําดับ
● การวิเคราะหขอมูลและสถิติ ดงั ตารางที่ 1 และ 2
ท่ีใช ในการวิเคราะหขอมูลเชิงปริมาณ 1.2) กลุมท่ีไมผานเกณฑ พบวา
วิเคราะหขอมูลสวนบุคคลโดยใชสถิติเชิง สวนใหญเปนเพศหญิง รอยละ 56.7 มีอายุ
พรรณนา ไดแก คารอยละ คาเฉล่ียเลขคณิต ระหวาง 36-55 ป รอยละ 45.2 นับถือ
สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ในดานสถิติเชิง ศาสนาพุทธ รอยละ 96.6 สถานภาพสมรส
อนุมาน วิเคราะหปจจัยที่สงผลตอการดําเนิน รอยละ 71.4 มีระดับการศึกษาสูงกวา
งานขับเคล่ือนการปองกันและการแกไขปญหา ปริญญาตรี รอยละ 53.8 ดานการดํารง
การตั้งครรภในวัยรุนของคณะอนุกรรมการ ตําแหนงในคณะอนุกรรมการฯ ระดับจังหวัด
ปองกันและแกไขปญหาการต้ังครรภในวัยรุน และกรุงเทพมหานครน้ัน สวนใหญเปน
ระดบั จงั หวัดและกรงุ เทพมหานคร โดยใชสถิติ อนุกรรมการฯ รอยละ 76.2 รองลงมา
Chi-square test ในการหาปจจัยท่ีสงผลตอ อนุกรรมการและผูชว ยเลขานุการ รอยละ 12.9
การดําเนินงานขับเคลื่อนการปองกันและ และอนุกรรมการและเลขานุการ รอยละ 7.8
แกไขปญหาการตั้งครรภในวัยรุนของคณะ ตามลาํ ดับ ดงั ตารางที่ 1 และ 2
อนุกรรมการปองกันและแกไขปญหาการ สําหรับขอมูลดานระยะเวลาในการ
ต้ังครรภในวัยรุน โดยมีระดับนัยสําคัญทาง ดํารงตําแหนงคณะอนุกรรมการฯ ระดับ
สถติ ทิ ี่ 0.05 จังหวัดและกรุงเทพมหานครมีรายละเอียด
ดังนี้
● การพิทักษสิทธ์ิกลุมตัวอยาง
ไดรับการรับรองจริยธรรมการวิจัยในคน
จ า ก ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร จ ริ ย ธ ร ร ม ก า ร วิ จั ย
กรมอนามัย เลขที่รับรอง 396 เม่ือวันท่ี
54 ปท่ี 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสง เสรมิ สุขภาพและอนามัยสงิ่ แวดลอ ม
ปจ จัยท่ีสงผลตอการดําเนินงานขับเคลื่อนการปองกนั และแกไขปญ หาการตง้ั ครรภในวัยรนุ ของคณะอนกุ รรมการปองกนั ฯ
1.1) ก ลุ ม ท่ี ผ า น เ ก ณ ฑ พ บ ว า ก า ร ต้ั ง ค ร ร ภ ใ น วั ย รุ น ร ะ ดั บ จั ง ห วั ด แ ล ะ
สวนใหญมีระยะเวลาในการดํารงตําแหนง กรุงเทพมหานคร คือ การดําเนินงานของ
คณะอนุกรรมการฯ อยูระหวา ง 1-2 ป รอยละ ฝายเลขานุการคณะอนุกรรมการปองกัน
50.8 รองลงมา 6 เดือนถึง 1 ป รอยละ 23.6 และแกไขปญหาการตั้งครรภในวัยรุนระดับ
และมากกวา 2-3 ป รอ ยละ 15.4 ตามลําดบั จังหวัดและกรุงเทพมหานครอยางเขมแข็ง
ดังตารางท่ี 2 และตอเนื่อง ตลอดจนการทํางานรวมกับภาคี
เครือขายตางๆ ที่อยูในพ้ืนท่ี เพ่ือรวมกัน
1.2) กลุมที่ไมผานเกณฑ พบวา ขับเคลื่อนการดําเนินงานปองกันและแกไข
สวนใหญมีระยะเวลาในการดํารงตําแหนง ปญหาการต้ังครรภใ นวัยรุน
คณะอนุกรรมการฯ มากกวา 2-3 ป รอยละ
55.7 รองลงมา 3 ปข้ึนไป รอยละ 44.3 โดยพบปญหาอุปสรรค คือ ความ
ดังตารางท่ี 3 ลาชาในการออกกฎกระทรวงมหาดไทย
ที่ ทํ า ใ ห ท อ ง ถิ่ น จั ง ห วั ด ข า ด ค ว า ม ชั ด เ จ น
2. ปจจัยท่ีสงผลตอการดําเนินงาน ในการดําเนินงานขับเคล่ือนการปองกัน
ขับเคล่ือนการปองกันและการแกไขปญหา และแกไขปญหาการต้ังครรภในวัยรุน รวมท้ัง
การตง้ั ครรภใ นวยั รนุ ของคณะอนกุ รรมการ ผูรับผิดชอบงานของทองถ่ินจังหวัดมีการ
ปองกันและแกไขปญหาการตั้งครรภใน เปลยี่ นแปลงทกุ ป
วัยรุนระดับจังหวดั และกรุงเทพมหานคร
ทง้ั นี้ มขี อเสนอแนะ คอื การขาดการ
จากการศึกษาปจจัยท้ัง 7 ดาน ส่ือสารประชาสัมพันธอยางตอเน่ืองในการ
ที่เกี่ยวของกับการดําเนินการปองกันและ ดําเนินงานปองกันและแกไขปญหาการต้ัง
แกไขปญหาการต้ังครรภในวัยรุน ไดแก ครรภในวัยรุน โดยควรออกนโยบายในภาพ
ปจจัยดานกลยุทธ ปจจัยดานการวางแผน รวมในการดูแลสุขภาพวัยรุนระดับจังหวัด
การดําเนินงาน ปจจัยดานฐานขอมูล ปจจัย เพ่ือใหสามารถวิเคราะหและสังเคราะหความ
ดานภาวะผูนํา ปจจัยดานการดําเนินงาน เช่ือมโยงของขอมูลจากทุกหนวยงานใน
ปจจัยดานการดูแลชวยเหลือและสงตอ ภาพรวมของกระทรวงสาธารณสุขไดเพื่อนํา
และปจจัยดานการสื่อสารและประชาสัมพันธ ไปใชในการวางแผนดําเนินงานตอไป ตลอด
พบวา มีเพียงปจจัยดานฐานขอมูลเทาน้ัน จนมีชองทางรูปแบบตาง ๆ ในการเผยแพร
ท่ีมีความแตกตางอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ ขอ มูลผลการดาํ เนนิ งานดว ย
(p-value =0.021) ดงั ตารางท่ี 4
■ อภปิ รายผล
3. ขอเสนอแนะเพิ่มเติม ตอการ
ดําเนินงานขับเคล่ือนการปองกันและ จากการศึกษาครั้งนี้ พบความ
แกไขปญหาการตั้งครรภในวัยรุนของ สัมพันธอยางมีนัยสําคัญทางสถิติดวยระดับ
คณะอนุกรรมการปองกันและแกไขปญหา นัยสําคัญ 0.05 ของปจจัย “ดานฐานขอมูล”
การต้ังครรภในวัยรุนระดับจังหวัดและ มีความสัมพันธตอการดําเนินงานขับเคล่ือน
กรุงเทพมหานคร ปญหาอุปสรรค และ การปองกันและแกไขปญหาการตั้งครรภ
อื่นๆ ท่ีเก่ียวของ ในวัยรุนของคณะอนุกรรมการปองกันและ
แกไขปญหาการต้ังครรภในวัยรุนระดับจังหวัด
จากการศึกษา พบวา สิ่งท่ีสงผล และกรุงเทพมหานคร ซึ่งสอดคลองกับ
ตอการดําเนินงานขับเคลื่อนการปองกัน การศึกษาของสํานักอนามัยการเจริญพันธุ
และแกไขปญหาการตั้งครรภในวัยรุนของ
คณะอนุกรรมการปองกันและแกไขปญหา
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 55
บ ท วิ ท ย า ก า ร
ตารางท่ี 1 จาํ นวนและรอยละของกลมุ ตวั อยาง จําแนกตามขอ มูลท่วั ไป (n=1,180)
ขอมลู ทวั่ ไป ผา นเกณฑ ไมผา นเกณฑ
(n=857) (n=323)
จาํ นวน รอยละ จํานวน รอยละ
เพศ
ชาย 421 49.3 140 43.3
หญงิ 433 50.7 183 56.7
ไมร ะบุคําตอบ 3- 0 -
114 13.3 12 3.7
อายุ (ป) 71 8.3 18 5.6
นอยกวา 25 ป 346 40.5 146 45.2
26 - 35 ป 287 33.6 120 37.1
36 - 55 ป 37 4.3 27 8.4
56 - 65 ป 2- 0 -
65 ป ขน้ึ ไป 39 4.6 3 0.9
ไมร ะบคุ าํ ตอบ 48 5.6 9 2.8
343 40.1 136 42.5
การศึกษาสูงสุดหรอื กําลงั ศึกษา 425 49.7 172 53.8
ต่าํ กวา หรอื มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย/ปวช. 2- 3 -
อนุปริญญา/ปวส.
ปรญิ ญาตรี
สงู กวา ปริญญาตรี
ไมร ะบคุ ําตอบ
กรมอนามัย ระหวางป พ.ศ.2560-2562(6-8) อิงแฮม ศูนยวิจัยดานสุขภาวะทางเพศ
พบวา ควรนําขอมูลในพื้นที่มาใชประโยชน มหาวิทยาลัยเซาทแธมปตัน(9) ที่พบวาปจจัย
ในการแกไขปญหาเฉพาะกลุมท่ีสงผลตอการ สําคัญท่ีทําใหประเทศอังกฤษประสบความ
ลดอัตราการตั้งครรภและการคลอด รวมทั้ง สําเร็จในการลดอัตราการต้ังครรภในวัยรุน
ความเขาใจในประเด็นสําคัญตางๆ ในเชิง ลงคร่ึงหนึ่งในระยะเวลาสิบปได คือ การมี
ยุทธศาสตรจะเกิดข้ึนไดเม่ือองคกรและ ขอมูลเชิงประจักษท่ีนาเช่ือถือจึงทําใหสามารถ
หนว ยงานตางๆ นํายทุ ธศาสตรไปสูการปฏิบตั ิ ปรับกลยุทธในการดําเนินงานไดทันทวงที
และนําสารสนเทศที่ไดจากการดําเนินงาน และมีการถอดบทเรียนจากพื้นที่ที่มีความ
ม า สื่ อ ส า ร ภ า ย ใ ต ก ร ะ บ ว น ก า ร ห รื อ ว ง จ ร กาวหนาในการขับเคลื่อนยุทธศาสตรเพื่อให
การบริหาร 3 วงจร ไดแก วงจรบริหาร พื้นทอ่ี ่ืนๆ นาํ ไปประยุกตใ ช และสอดคลอ งกับ
ยุทธศาสตร วงจรบริหารการดําเนินงาน การศึกษาของ ภัทรพงศ ชูเศษ และคณะ(10)
และวงจรเรียนรูเชงิ ยทุ ธศาสตร ตลอดจนควรมี ท่ีพบวาการจัดทําขอมูลซึ่งเปนพื้นฐานการ
การสงเสริมการศึกษาและรวบรวมขอมูลการ ทํางานที่ทําใหเกิดความตระหนักและเปน
ตงั้ ครรภใ นวยั รนุ ทเี่ ปน ขอ มลู ของวยั รนุ ในแตล ะ เคร่ืองมือในการติดตามกํากับใหเกิดการ
จังหวัดที่แทจริง เพ่ือการช้ีเปา คนหาพ้ืนที่ เปล่ียนแปลงในการขับเคลื่อนการดําเนินงาน
เสีย่ ง และจดั การปญหาไดอยา งมปี ระสทิ ธิภาพ ปองกันและแกไขปญหาการต้ังครรภในวัยรุน
ในระดับจังหวัด และยังสอดคลองกับการ นอกจากนี้การจัดทําขอมูลท่ีเช่ือมโยงให
ศึกษาของกองทุนประชากรแหงสหประชาชาติ หนวยงานทุกภาคสวนเห็นปญหาและรวมกัน
(UNFPA) รวมกับศาสตราจารยโรเจอร วางแผนแกไขปญหานั้น โดยการศึกษาของ
56 ปท ี่ 44 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสง เสริมสขุ ภาพและอนามัยสิง่ แวดลอ ม
ปจจยั ทส่ี ง ผลตอการดําเนินงานขับเคลื่อนการปอ งกันและแกไขปญ หาการตง้ั ครรภในวยั รนุ ของคณะอนกุ รรมการปอ งกันฯ
ตารางท่ี 2 จาํ นวนและรอ ยละของกลมุ ตวั อยา ง จาํ แนกตามตาํ แหนง ในคณะอนกุ รรมการฯ
ระดับจังหวัด และกรงุ เทพมหานคร (n=1,180)
ตาํ แหนง ในคณะอนุกรรมการฯ ระดบั จงั หวัดและกรุงเทพมหานคร ผา นเกณฑ ไมผ านเกณฑ
อนกุ รรมการ (n=857) (n=323)
ประธานอนุกรรมการฯ จํานวน รอยละ
อนกุ รรมการและเลขานุการ 708 84.8 จํานวน รอ ยละ
อนุกรรมการและผชู ว ยเลขานุการ 52 6.2 243 76.2
อนื่ ๆ (ไดแก ผรู ับผิดชอบงานวัยรนุ ผแู ทนอนกุ รรมการฯ 32 3.8 8 2.5
หวั หนากลุม งานสงเสรมิ และเจา หนา ทส่ี าธารณสขุ ) 35 4.2 25 7.8
ไมระบคุ าํ ตอบ 8 1.0 41 12.9
2 0.6
22 - 4 -
ตารางท่ี 3 จํานวนและรอยละของกลุมตัวอยาง จําแนกตามระยะเวลาที่ตําแหนงในคณะ
อนุกรรมการฯ ระดบั จงั หวัดและกรุงเทพมหานคร (n=1,180)
ระยะเวลาที่ดํารงตาํ แหนง คณะอนกุ รรมการฯ ผา นเกณฑ ไมผ า นเกณฑ
นอ ยกวา 6 เดือน (n=857) (n=323)
6 เดอื นถึง 1 ป จํานวน รอ ยละ
1 ถึง 2 ป 86 10.2 จํานวน รอ ยละ
มากกวา 2-3 ป 199 23.6 0 0.0
3 ปข น้ึ ไป 429 50.8 0 0.0
ไมระบุคําตอบ 130 15.4 0 0.0
0 0.0 180 55.7
13 - 143 44.3
0-
ฤทัย วรรธนวนิ จิ (11) ยังพบอกี วา การออกแบบ การฯ จะทําใหการดําเนินโครงการเกิดความ
ระบบท้ังการจัดเก็บขอมูลและการดึงขอมูล ตอเนื่องมากกวาการใหความสําคัญตอหมวด
ท่ีมีอยูจากระบบปกติของหนวยงานตางๆ ปจจัยตางๆ ในระดับนอย การใหความสําคัญ
มาวิเคราะหจะแกปญหาไดตรงประเด็น ตอแผนการดําเนินงานขับเคลื่อนการปองกัน
และมีการคืนขอมูลกลับสูประชาชนเพ่ือสราง และแกไขปญหาเปนสิ่งท่ีทุกภาคสวนตองให
ความเขาใจกับประชาชนจนนําไปสูการพัฒนา ความรวมมือและใหคุณคาในการพัฒนาแผน
อยางตอเน่ือง ตลอดจนการศึกษาของ มานพ งานดังกลาว ซ่ึงสอดคลองกับการศึกษาของ
ฉลาดธัญกิจ(12) สนับสนุนวา จุดแข็งของ ทรรศนีย ธรรมาธนวัฒน(13) การสรางความ
การดําเนินงานของคณะกรรมการพัฒนา ตระหนักใหเห็นถึงความสําคัญและรวมกัน
คุณภาพชีวิตระดับอําเภอ (พชอ.) คือ การมี ผ ลั ก ดั น ใ ห แ ผ น ง า น ดํ า เ นิ น ไ ป ไ ด อ ย า ง มี
ระบบการจัดเก็บขอมูลที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิภาพจะเปนกลไกสําคัญในการลด
ลดข้ันตอนการทํางานชวยสงผลใหการดําเนิน อัตราการต้ังครรภในวัยรนุ อยา งยัง่ ยืน
งานมปี ระสทิ ธิภาพ
อยางไรก็ตาม จากการศึกษาดังกลา ว
ทั้งนี้ การใหความสําคัญระดับมาก พบวา กลุมตัวอยางที่ผานเกณฑและกลุม
ตอหมวดปจจัยตางๆ ที่เก่ียวของกับการ ตัวอยางที่ไมผานเกณฑ ทั้ง 2 กลุมนี้ไมมี
ดําเนินงานขับเคลื่อนการปองกันและแกไข ความแตกตางทางสถิติในดานการดําเนินงาน
ปญ หาการตัง้ ครรภใ นวยั รนุ ของคณะอนุกรรม และความตอเนื่องของการดําเนินงาน ซึ่งไม
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 57
บ ท วิ ท ย า ก า ร
ตารางที่ 4 ปจ จยั ทม่ี คี วามสมั พนั ธต อ การดาํ เนนิ งานขบั เคลอื่ นการปอ งกนั และแกไ ขปญ หา
การตงั้ ครรภใ นวยั รนุ ของคณะอนกุ รรมการฯ ระดบั จงั หวดั และกรงุ เทพมหานคร
(n=1,180)
ปจจัย ผานเกณฑ ไมผานเกณฑ p-value
1. ปจ จัยดานกลยทุ ธ (n=857) (n=323) 0.073
จํานวน รอ ยละ 0.277
ระดบั ดี 315 36.8 จํานวน รอยละ 0.021*
ระดบั ปานกลาง 515 60.1 142 44.0 0.158
ระดับนอ ย 27 3.1 173 53.6 0.317
2. ปจ จัยดา นการวางแผนการดาํ เนินงาน 410 47.8 8 2.4 0.188
ระดับดี 409 47.7 162 50.2 0.289
ระดบั ปานกลาง 38 4.5 153 47.4
ระดบั นอย 304 35.5 8 2.4
3. ปจจัยดา นฐานขอ มูล 490 57.2 135 41.8
ระดับดี 63 7.3 176 54.5
ระดบั ปานกลาง 442 51.6 12 3.7
ระดบั นอย 385 44.9 186 57.6
4. ปจจยั ดานภาวะผูน าํ 30 3.5 129 39.9
ระดับดี 404 47.1 8 2.5
ระดบั ปานกลาง 423 49.4 159 49.2
ระดับนอย 30 3.5 158 48.9
5. ปจจยั ดานการดําเนินงาน 416 48.5 6 1.9
ระดบั ดี 403 47.0 163 50.5
ระดบั ปานกลาง 38 4.5 153 47.4
ระดับนอย 404 47.1 7 2.1
6.ปจ จัยดานการดูแลชวยเหลือและสงตอ 398 46.4 157 48.6
ระดับดี 55 6.5 153 47.4
ระดบั ปานกลาง 13 4.0
ระดบั นอ ย
7. ปจจยั ดานการสอ่ื สารและประชาสมั พนั ธ
ระดับดี
ระดับปานกลาง
ระดบั นอย
p-value จาก Chi-Square Test
* ปจจยั ทีม่ นี ัยสาํ คญั ทางสถิติ
ตรงกับสมมุติฐานของการวิจัยที่ต้ังไวเบื้องตน ปญหาการต้ังครรภในวัยรุนระดับจังหวัด
แสดงใหเห็นถึงเกณฑในการประเมินผาน และกรุงเทพมหานครในปงบประมาณ 2563
เกณฑ ที่ประกอบดวย 1) มีการดําเนินการ และ 4) การมีการดําเนินงานตามแผน
ประชุมคณะกรรมการ 2 คร้ังในปงบประมาณ และมีรายงานการดําเนินงาน สําหรับกลุม
2) การมีแผนปฏิบัติการปองกันและแกไข ท่ีไมผานเกณฑ คือ ขาดขอใดขอหน่ึงไป
ปญหาการต้ังครรภในวัยรุนระดับจังหวัด ที่อาจจะไมไดสะทอนถึงการทํางานหรือการให
และกรุงเทพมหานครในปงบประมาณ 2562 ความสําคัญปจจัยที่เอื้ออํานวยใหเกิดการ
3) การมีแผนปฏิบัติการปองกันและแกไข ดําเนินการขับเคล่ือนการปองกันและแกไข
58 ปที่ 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสง เสรมิ สุขภาพและอนามัยสิง่ แวดลอ ม
ปจ จยั ท่สี งผลตอ การดาํ เนินงานขับเคลื่อนการปองกันและแกไขปญหาการต้งั ครรภใ นวัยรนุ ของคณะอนุกรรมการปองกนั ฯ
ปญหาการต้ังครรภในวัยรุน อาจจะตองมีการ ที่มีชวงอายุแตกตางกัน และระยะเวลาในการ
พิ จ า ร ณ า ห รื อ ป รั บ แ ก ไ ข ข อ กํ า ห น ด ก า ร ดํารงตําแหนงแตกตางกัน ท้ังในกลุมผาน
ประเมินใหสอดคลองกับการดําเนินการจริงๆ เกณฑและไมผานเกณฑการประเมิน
หรอื มกี ารกาํ หนดตวั ชวี้ ดั หรอื เกณฑก ารประเมนิ
ท่ีสะทอนภาพการทํางานไดจริง และจะเห็นได 2. สงเสริมใหคณะอนุกรรมการฯ
วาความรูและความเขาใจในพระราชบัญญัติ ท้ังในกลุมผานเกณฑและไมผานเกณฑ
การปองกันและแกไขปญหาการต้ังครรภ การประเมินเห็นความสําคัญของการนํา
ในวัยรุน พ.ศ.2559 ของคณะอนุกรรมการฯ ขอมูลขาวสาร ฐานขอมูลท่ีเกี่ยวของกับ
ระหวางกลุมผานเกณฑและไมผานเกณฑ การปองกันและแกไขปญหาการตั้งครรภ
ไมแตกตา งกนั ทงั้ น้ี การทบทวนและพจิ ารณา ในวัยรุนไปใชในการวางแผนหรือกําหนด
ถึงเกณฑมาตรฐานในการประเมินการดําเนิน ยุทธศาสตรหรือเปาหมายของยุทธศาสตร
การตามแผนงานพระราชบัญญัติการปองกัน ของคณะอนุกรรมการฯ ระดบั จังหวดั และสราง
และการแกไขปญหาการต้ังครรภในวัยรุน แนวทางในการดําเนินงานใหชัดเจน รวมทั้ง
พ.ศ.2559 จึงเปนสิ่งจําเปนในการทําใหเกิด การวางแผนการดําเนินงานท่ีสามารถปรับ
ความสอดคลอ งและเหมาะสมตอ การขบั เคลอ่ื น เปล่ียนใหเหมาะสมกับสถานการณในแตละ
และดําเนินแผนงานในแงของการประเมินถึง พ้ืนที่ โดยมีการมอบหมายผูรับผิดชอบ
ประสิทธิภาพของการดําเนินงาน โดยอาจมี ที่ ชั ด เ จ น ดํ า เ นิ น ง า น แ บ บ บู ร ณ า ก า ร
การเพ่ิมรายละเอียดทั้งในแงของตัวชี้วัด เพ่ือประโยชนสูงสุด รวมทั้ง การพัฒนาฐาน
เชิงปริมาณและตัวช้ีวัดเชิงคุณภาพเพ่ือให ข อ มู ล ท่ี เ ป น ร ะ บ บ แ ล ะ ทั น ต อ เ ห ตุ ก า ร ณ
เกณฑมคี วามจําเพาะและชดั เจนมากข้นึ เพ่ือใหการเกิดความตอเน่ืองในการดําเนินงาน
ขับเคล่ือนการปองกันและแกไขปญหาการ
ดังนั้น การผลักดันเพื่อใหเกิดการ ต้งั ครรภใ นวัยรุนไดมากขนึ้
ดําเนินงานขับเคลื่อนการปองกันและการ
แกไขปญหาการตั้งครรภในวัยรุนอาจจะตอง 3. ควรมีการทบทวนเพื่อปรับปรุง
คํ า นึ ง ถึ ง ห รื อ พิ จ า ร ณ า อ ง ค ป ร ะ ก อ บ ห รื อ เกณฑในการประเมินการดําเนินงานของ
กระบวนการอื่นๆ เพ่ือใหเกิดการดําเนินงาน คณะอนุกรรมการปองกันและแกไขปญหา
ขับเคลื่อนการปองกันและการแกไขปญหาการ ก า ร ตั้ ง ค ร ร ภ ใ น วั ย รุ น ร ะ ดั บ จั ง ห วั ด แ ล ะ
ตงั้ ครรภใ นวัยรุนใหย งั่ ยืนตอ ไป กรุงเทพมหานครใหมีความเหมาะสมตาม
เกณฑทก่ี ําหนด
■ ขอ เสนอแนะ
■ กติ ติกรรมประกาศ
1. ควรมีการดําเนินการเพ่ิมการรับรู
และความเขาใจเกี่ยวกับขอมูลขาวสารตาม การศึกษาน้ี ไดรับการสนับสนุน
พระราชบัญญัติการปองกันและแกไขปญหา การศึกษาจากสํานักอนามัยการเจริญพันธุ
การตั้งครรภวัยรุน พ.ศ.2559 เพื่อใหเกิด กรมอนามัย และไดรับความรวมมือในการให
ความตอเน่ืองในการดําเนินงานขับเคลื่อน ขอมูลจากคณะอนุกรรมการปองกันและแกไข
การปองกันและการแกไขปญหาการต้ังครรภ ปญหาการต้ังครรภในวัยรุนระดับจังหวัด
ในวัยรุนได โดยกระบวนการเพิ่มการรับรู และกรุงเทพมหานคร ตลอดจนไดรับขอเสนอ
และความเขาใจตองออกแบบใหเหมาะสมกับ แนะตาง ๆ ที่มีประโยชน จากคณาจารย
ความหลากหลายของกลุมคณะอนุกรรมการฯ นักวิชาการ และผทู เี่ กี่ยวขอ งทุกทา น จนทําให
สําเรจ็ ไดด วยดี
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 59
บ ท วิ ท ย า ก า ร
เอกสารอา งองิ
1. สํานักอนามัยการเจริญพันธุ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. ยุทธศาสตรการปองกันและแกไขปญหา
การต้ังครรภในวัยรุนระดับชาติ พ.ศ. 2560-2569 ตามพระราชบัญญัติการปองกันและแกไขปญหา
การต้ังครรภในวัยรนุ พ.ศ. 2559. พมิ พครง้ั ที่ 2. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พเ ทพเพ็ญวานสิ ย; 2560.
2. สํานักอนามัยการเจริญพันธุ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. สถานการณอนามัยการเจริญพันธุในวัยรุน
และเยาวชนป 2561 [อินเทอรเน็ต]. 2561 [เขาถงึ เม่อื 22 มีนาคม 2563]. เขาถงึ ไดจ าก: http://rh. anamai.
moph.go.th/download/all_file/index/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%
E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8CRH_2561_Website.pdf
3. ราชกิจจานุเบกษา. พระราชบัญญัติการปองกันและแกไขปญหาการต้ังครรภในวัยรุน พ.ศ. 2559 [อินเทอรเน็ต].
2559 [เขา ถึงเมือ่ 13 กนั ยายน 2563]. เขาถงึ ไดจ าก: http://web.krisdika.go.th
4. บุญฤทธิ์ สขุ รัตน. การตง้ั ครรภใ นวยั รุน : นโยบายแนวทางการดําเนนิ งานและการติดตามประเมนิ ผล. พิมพค ร้ังที่ 3.
นนทบุรี: โรงพิมพช ุมนมุ สหกรณการเกษตรแหง ประเทศไทย; 2557.
5. ยูนิเซฟ ประเทศไทย. รายงานสังเคราะหการวิเคราะหสถานการณการต้ังครรภของวัยรุนในประเทศไทย
[อนิ เทอรเ น็ต]. 2558 [เขาถึงเมื่อ 15 กันยายน 2560]. เขา ถงึ ไดจาก: https://uni.cf/3n2A4m
6. สํานักอนามัยการเจริญพันธุ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. รายงานผลโครงการประเมินผลการขับเคล่ือน
การปองกันและแกไขปญหาการต้ังครรภในวัยรุน ป 2560 ตามพระราชบัญญัติการปองกันและแกไขปญหา
การต้ังครรภในวัยรุน พ.ศ. 2559 [อินเทอรเน็ต]. 2562 [เขาถึงเม่ือ28 ธันวาคม 2563]. เขาถึงไดจาก:
http://rh.anamai.moph.go.th/ewt_news.php?nid=307&filename=totaldownload
7. กรมอนามัย สํานักอนามัยการเจริญพันธุ. รายงานผลโครงการประเมินผลการขับเคล่ือนยุทธศาสตรการปองกัน
และแกไ ขปญหาการต้ังครรภในวยั รุน ประจําป พ.ศ. 2561 ภายใตพระราชบัญญัติการปองกันและแกไ ขปญหา
การตั้งครรภในวัยรุน พ.ศ. 2559 [อินเทอรเน็ต]. 2562 [เขาถึงเมื่อ 28 ธันวาคม 2563]. เขาถึงไดจาก:
http://rh.anamai.moph.go.th/ewt_news.php?nid=288&filename=totaldownload
8. กรมอนามัย สํานักอนามัยการเจริญพันธุ. รายงานผลโครงการประเมินผลการขับเคล่ือนยุทธศาสตรการปองกัน
และแกไ ขปญ หาการต้งั ครรภใ นวัยรุน ประจาํ ป พ.ศ. 2562 ภายใตพระราชบัญญัติการปอ งกันและแกไ ขปญ หา
การต้ังครรภในวัยรุน พ.ศ. 2559 [อินเทอรเน็ต]. 2562 [เขาถึงเมื่อ28 ธันวาคม 2563]. เขาถึงไดจาก:
http://rh.anamai.moph.go.th/ewt_news.php?nid=327&filename=totaldownload
9. กองทนุ ประชากรแหงสหประชาชาติ (UNFPA) และศาสตราจารย โรเจอร อิงแฮม ศูนยวิจัยดานสุขภาวะทางเพศ
มหาวิทยาลัยเซาทแธมปตัน. รายงานการทบทวนเชิงกลยุทธและขอเสนอแนะตอการขับเคล่ือนยุทธศาสตร
การปองกันและแกไขปญหาการตั้งครรภในวัยรุน ภายใตพระราชบัญญัติการปองกันและแกไขปญหา
การต้ังครรภในวัยรุน พ.ศ.2559 โดยการประยุกตใชขอมูลเชิงประจักษและประสบการณจากประเทศอังกฤษ
[อินเทอรเน็ต]. 2560 [เขาถึงเม่ือ 28 ธันวาคม 2563]. เขาถึงไดจาก: https://thailand.unfpa.org/th/
publications-0#_ftnref1
10. ภัทรพงศ ชูเศษ, นฎาประไพ สาระ และอรอุมา ทางดี. การศึกษาการดําเนินงานปองกันและแกไขปญหา
การตั้งครรภในวัยรุนของกลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอําเภอ. วารสารวิชาการสาธารณสุข
ชมุ ชน 2563;6(4):39-50.
11. ฤทัย วรรธนวินิจ. แนวทางในการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการระบบสุขภาพโดยคณะกรรมการพัฒนา
คุณภาพชีวิตและระบบสุขภาพอําเภอ ศึกษาเฉพาะกรณี อําเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ [อินเทอรเน็ต].
2561 [เขาถงึ เม่ือ 28 ธันวาคม 2563]. เขา ถงึ ไดจ าก: https://bit.ly/3fQDlwV
12. มานพ ฉลาดธัญกิจ. การดําเนินงานคณะกรรมการคุณภาพชีวิตระดับอําเภอ (พชอ.) จังหวัดสกลนคร
[อินเทอรเ นต็ ]. 2561 [เขาถงึ เมือ่ 28 ธนั วาคม 2563]. เขา ถงึ ไดจ าก: https://bit.ly/2VDIBRU
13. ทรรศนยี ธรรมาธนวัฒน. การปองกันและแกไ ขปญ หาการตงั้ ครรภไ มพ รอมในวยั รนุ ของเขต 2 [อินเทอรเนต็ ]. 2556
[เขาถึงเมื่อ 28 ธันวาคม 2563]. เขาถึงไดจาก: http://hpc4.anamai.moph.go.th/ewt_dl_link.
php?nid=735
HEALTH
60 ปท ่ี 44 ฉบบั ที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสง เสริมสุขภาพและอนามัยสงิ่ แวดลอม
วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามัยส่งิ แวดลอ ม บ ท วิ ท ย า ก า ร
ปท่ี 44 ฉบบั ที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564
ปจ จยั ท่มี คี วามสัมพนั ธก ับพฤติกรรมสงเสรมิ สุขภาพ
เพื่อปอ งกนั โรคไมต ิดตอ เร้อื รงั ของผูประกอบการรานคา
วัยทํางาน หมทู ี่ 7 ตําบลบางโฉลง อําเภอบางพลี
จังหวัดสมทุ รปราการ
จริยา ทรัพยเรือง
ธมกร อว มออ
ปริศนา อัครธนพล
อจั ฉรา เดชขนุ
กนั ยา สุวรรณครี ขี ันธ
อารีย มั่งเกยี รตสิ กุล
คณะพยาบาลศาสตร มหาวทิ ยาลยั หัวเฉยี วเฉลิมพระเกียรติ
วันรบั 13 พฤศจิกายน 2563, วนั แกไ ข 29 ธันวาคม 2563, วนั ตอบรบั 12 มีนาคม 2564
บทคัดยอ
การวิจัยคร้ังนี้เปนการวิจัยแบบพรรณนาเชิงความสัมพันธ มีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษาพฤติกรรมสงเสริมสุขภาพ
เพื่อปองกันโรคไมติดตอเร้ือรัง และปจจัยท่ีมีความสัมพันธกับพฤติกรรมสงเสริมสุขภาพเพ่ือปองกันโรคไมติดตอเรื้อรัง
ของผูประกอบการรานคาวัยทํางาน หมูที่ 7 ตําบลบางโฉลง อําเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ กลุมตัวอยาง
เปนผูประกอบการรานคาวัยทํางาน จํานวน 127 คน เร่ิมดําเนินการวิจัยตั้งแต วันท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2563 ถึง
วันท่ี 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563 รวมเปนระยะเวลา 6 เดือน เคร่ืองมือวิจัยเปนแบบสอบถาม ซึ่งตรวจสอบความตรง
ตามเนอ้ื หาโดยผทู รงคณุ วฒุ ิ และหาคาสัมประสิทธิ์แอลฟาได 0.75-0.86 วิเคราะหขอมูลโดยการหาคาเฉลี่ย สวนเบี่ยง
เบนมาตรฐาน คาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธของเพียรสัน และคาไค-สแควร ผลการศึกษาพบวา กลุมตัวอยางสวนใหญ
รอยละ 65.10 เปนเพศหญิง อายุเฉลี่ย 38.70 ป (SD=8.66) รอยละ 64.70 มีสถานภาพสมรสคู รอยละ 55.60
มีการศึกษาระดับต่ํากวาปริญญาตรี มีรายไดเฉลี่ยตอเดือนเทากับ 19,283 บาท (SD=10,676.76) รอยละ 83.60
ไมมีโรคประจําตัว จํานวนชั่วโมงการทํางานตอสัปดาหเฉลี่ย 8 ช่ัวโมง (SD=11.95) รอยละ 58.70 มีการทํางาน
ในเวลาปกติ (เชาไป-เย็นกลับ) และระยะเวลาการปฏิบัติงานเฉล่ีย 14.50 ป (SD=9.39) ปจจัยที่มีความสัมพันธ
กับพฤติกรรมสงเสริม ไดแก รายได (r=0.362, p=0.006) การรับรูประโยชนของพฤติกรรมสงเสริมสุขภาพ
(r=0.395, p<0.01) การรับรูสมรรถนะของตนเอง (r=0.464, p<0.01) ผลการศึกษาจะเปนประโยชนในการพัฒนา
โปรแกรมเพื่อการสงเสริมสุขภาพเพ่ือปองกันโรคไมติดตอเร้ือรังของผูประกอบการรานคาวัยทํางาน หมูที่ 7
ตาํ บลบางโฉลง อาํ เภอบางพลี จงั หวัดสมทุ รปราการตอ ไป
คําสําคญั : พฤตกิ รรมสงเสรมิ สุขภาพ ผปู ระกอบการรา นคาวยั ทํางาน
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 61
บ ท วิ ท ย า ก า ร
Factors Related to Health-Promoting
Behaviors for Prevention
of Non-Communicable diseases among
Working-Age Store Entrepreneur
Moo 7 Bang-Chalong Sub District Bangplee
District Samutprakarn Province
Jariya Supruang
Thamakorn aomaor
Prisana Akaratanapol
Adchara dekun
Kanya Suvankereekhun
Aree Mungkietisakul
Faculty of Nursing, Huachiew Chalermprakiet University
Corresponding Author Email: [email protected]
Received 13 November 2020, Revised 29 December 2020, Accepted 12 March 2021
Abstract
This study was a descriptive correlational research. The purposes were to assess health-promoting
for prevention of non-communicable diseases, and to examine the predictors related to health-promoting
behaviors for prevention of non-communicable diseases among working-age shop operator. The sample
was 127 working-age shop operator from Moo 7 Bang-Chalong Sub District, Bangplee District,
Samutprakarn Province. They were selected by using the Krejcie and Morgan table. Data had been
collected over 6 months from January, 1st, 2020 to June, 30th, 2020. The research’s questionnaires were
validated by the experts. The alpha coefficient was 0.75-0.86. The data was analyzed by mean, standard
deviation, Pearson product moment correlation, and Multiple Regression Analysis. The study found that
65.10% of the samples were female, with a mean age of 38.70 years (SD = 8.66), 64.70% had marital
status, and 55.60% had education at a lower bachelor's degree. Their average monthly income was
19,283 baht, (SD=10,676.76). 83.60% had no congenital disease. 58.70% worked at normal hours.
The average number of hours worked per day, 8 hours (SD = 11.95) and mean operational duration
of 14.50 years (SD = 9.39). Factors associated with promoting behavior were income (r = 0.362, p = 0.006),
perceived benefits of health promotion behavior (r=0.395, p<0.01), self-efficacy (r=0.464, p<0.01).
These findings will be useful for the development of health promotion programs to prevent
non-communicable diseases among working-age entrepreneurs at Moo 7 Bang-Chalong Sub District,
Bangplee District, Samutprakarn Province.
Keywords: Health-Promoting Behaviors, Working-Age, Shop operator
62 ปที่ 44 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สุขภาพและอนามัยสง่ิ แวดลอม
ปจ จัยที่มีความสมั พันธก บั พฤติกรรมสงเสริมสขุ ภาพเพอ่ื ปองกนั โรคไมต ิดตอ เรือ้ รังของผปู ระกอบการรา นคา วัยทาํ งานฯ
■ บทนาํ การุณงามพรรณ, สุดารัตน สุวารี และ
นันทนา น้ําฝน(4) พบวาคนวัยทํางานใน
ภาวะสุขภาพเปนพ้ืนฐานสําคัญตอ สถานประกอบการกรุงเทพมหานครมีการ
การพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคล ซ่ึงปจจุบัน ทํางานเปนลูกจางรายวันท่ีตองมาทํางาน
คนไทยมีการดําเนินวีถีชีวิตและพฤติกรรม ตามเวลาท่ีนายจางกําหนด กรณีท่ีหยุดงาน
สุขภาพเปล่ียนแปลงไปจากเดิมเน่ืองจาก ในวันนั้นนายจางมีสิทธิไมจายคาตอบแทนให
ปญหาทางสังคมและส่ิงแวดลอม ทําใหเกิด จึงเปนการยากท่ีพนักงานลูกจางรายวัน
ปญหาเก่ียวกับโรคไมติดตอเรื้อรัง (Non- จะจัดสรรเวลามาสงเสริมพฤติกรรมสุขภาพ
Communicable Disease, NCDs) โดยมี ของตนเอง จากผลการศึกษาวิจัยพบวา
สาเหตสุ าํ คญั คอื พฤตกิ รรมสขุ ภาพและวถิ กี าร พ นั ก ง า น ลู ก จ า ง ร า ย วั น มี พ ฤ ติ ก ร ร ม ก า ร
ดําเนินชีวิตท่ีไมถูกตอง(1) จากรายงานการ รับประทานอาหารจานดวนเปนประจํา นิยม
สํารวจสุขภาพประชาชนไทยดวยการตรวจ ซื้ออาหารสําเร็จรูป มีพฤติกรรมการออกกําลัง
รา งกาย โดยเปรยี บเทยี บครงั้ ที่ 4 ป พ.ศ. 2552 กายอยางสม่ําเสมอระดับพอใช(4-5) จากการ
และ คร้ังที่ 5 ป พ.ศ. 2557 พบวาความชุก ดําเนินชีวิตและพฤติกรรมสุขภาพของแตละ
ของโรคความดันโลหิตสูงในประชากรอายุ บุคคลจึงอาจเปนสาเหตุของการเจ็บปวย และ
15 ปข น้ึ ไป เพมิ่ ขนึ้ จากรอ ยละ 21.40 เปน รอ ยละ เสียชีวิตจากโรคไมติดตอเร้ือรังตางๆ ได
24.70 ความชุกของเบาหวานเพ่ิมขึ้นจาก แ ต ถ า บุ ค ค ล ส า ม า ร ถ ป ฏิ บั ติ พ ฤ ติ ก ร ร ม
รอ ยละ 6.90 เปน รอ ยละ 8.90 และภาวะอว นมี สงเสริมสุขภาพใหเปนแบบแผนในการดําเนิน
แนวโนม สงู ขน้ึ อยา งชดั เจน โดยเฉพาะในผหู ญงิ ชวี ติ จะทาํ ใหบ คุ คลนัน้ มสี ุขภาพด(ี 5)
(BMI≥25 กก./ตร.ม.) เพม่ิ จากรอ ยละ 40.70
เปนรอยละ 41.80 สวนในผูชายเพิ่มจาก การศึกษาวิจัยเชิงสํารวจในรายวิชา
รอ ยละ 28.40 เปน รอ ยละ 32.90(2) โดยพบอตั รา ปฏิบัติการพยาบาลชุมชน คณะพยาบาล
การเกิดโรคท่ีไมติดตอเรื้อรังตางๆ จากการ ศาสตร มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
มีพฤติกรรมสุขภาพไมเหมาะสมของประชากร ปการศึกษา 2562 พบวาสวนใหญผูประกอบ
วยั ทาํ งานมากทสี่ ดุ การรานคาวัยทํางาน หมูที่ 7 ตําบลบางโฉลง
อํ า เ ภ อ บ า ง พ ลี จั ง ห วั ด สุ ม ท ร ป ร า ก า ร
การศึกษาที่ผานมาพบวาสังคมไทย มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของตนเองที่ไมดี
ใ น ยุ ค ป จ จุ บั น พ บ ผู ป ร ะ ก อ บ ก า ร ร า น ค า รอยละ 38.80 จากการทบทวนวรรณกรรม
วัยทํางานที่ทําธุรกิจสวนใหญอยูในชวงอายุ ทผ่ี า นมา พบวา ทฤษฎขี องเพนเดอรเ ปน ทฤษฎี
25-59 ป เปนกลุมที่ตองหารายไดเล้ียงชีพ ท่ี ส อ ด ค ล อ ง แ ล ะ มี แ น ว ท า ง ใ น ก า ร ศึ ก ษ า
ตนเองและคนในครอบครัว สวนใหญมุงเนน พฤติกรรมสงเสริมสุขภาพเปนกระบวนการ
การทํางานเพ่ือหารายไดรายวันมากกวาการ ท่ี บุ ค ค ล ส า ม า ร ถ จั ด ก า ร ป ญ ห า สุ ข ภ า พ
ดูแลสุขภาพตนเอง ตามยุคกระแสโลกาภิวัตน และควบคุมใหเกิดการปรับเปล่ียนสิ่งแวดลอม
ท่ีเนนระบบทุนนิยม ทําใหเกิดการแกงแยง ใหเอื้อตอการมีสุขภาพดี จึงนับวาทฤษฎีนี้
แขงขันในดานธุรกิจ มีการเอารัดเอาเปรียบ เปน ทฤษฎที สี่ าํ คญั ทจ่ี ะทาํ ใหร ะดบั ปจ เจกบคุ คล
ขาดความเอ้ืออาทรใสใจซึ่งกันและกัน จึงเปน หรือกลุมบุคคลมีสุขภาวะดีท้ังรางกาย จิตใจ
อุปสรรคในการพัฒนาสุขภาวะของสังคมและ และสังคม นอกจากน้ี Pender, Murdaugh
สุขภาพอนามัยของประชากรวัยทํางาน(3) และ Parsons(6) กลาววาการสงเสริมสุขภาพ
นอกจากน้ีสอดคลองกับการศึกษาของ มงคล
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 63
บ ท วิ ท ย า ก า ร
เปนการกระทํากิจกรรมตามความสามารถ เ พ่ื อ นํ า ผ ล ที่ ไ ด ไ ป ใ ช ใ น ก า ร ว า ง แ ผ น ก า ร
ข อ ง ต น ใ น ก า ร ป รั บ เ ป ล่ี ย น พ ฤ ติ ก ร ร ม สงเสริมสุขภาพแกผูประกอบการรานคาวัย
เพ่ือสงเสริมสุขภาพท่ีเหมาะสม และปฏิบัติ ทาํ งาน หมทู ี่ 7 ตาํ บลบางโฉลง อาํ เภอบางพลี
อยางตอเนื่องเพื่อคงไวซึ่งภาวะสุขภาพที่ดี จงั หวดั สมุ ทรปราการ อยา งเหมาะสมตอ ไป
พฤติกรรมสงเสริมสุขภาพตามแนวคิดของ
เพนเดอร ประกอบดวยพฤติกรรม 6 ดาน ■ วตั ถุประสงคการศึกษา
ไดแก ความรับผิดชอบตอสุขภาพ กิจกรรม
และการออกกาํ ลงั กาย โภชนาการ สมั พนั ธภาพ 1. เพ่ือศึกษาพฤติกรรมสงเสริม
ระหวางบุคคล การเจริญทางจิตวิญญาณ และ สุขภาพเพื่อปองกันโรคไมติดตอเร้ือรังของ
การจัดการกับความเครียด ถาบุคคลสามารถ ผปู ระกอบการรานคาวัยทาํ งาน หมูท ี่ 7 ตําบล
ปฏิบัติกิจกรรมสรางเสริมสุขภาพจนเปน บางโฉลง อําเภอบางพลี จังหวดั สมุ ทรปราการ
แบบแผน ก็จะทําใหบุคคลนั้นมีสุขภาวะที่ดี
ตลอดชีวติ 2. เพื่อศึกษาปจจัยท่ีมีความสัมพันธ
กับพฤติกรรมสงเสริมสุขภาพเพื่อปองกันโรค
คณะพยาบาลศาสตรม ภี ารกจิ ทต่ี อ งให ไมติดตอเรื้อรังของผูประกอบการรานคา
บรกิ ารวชิ าการแกบ คุ ลากรภายนอกทเี่ ปน แหลง วัยทํางาน หมูท่ี 7 ตําบลบางโฉลง อําเภอ
ชุมชนท่ีตั้งอยูใกลมหาวิทยาลัยหัวเฉียว บางพลี จงั หวัดสมุทรปราการ
เฉลมิ พระเกยี รติ ซงึ่ พบวา ผปู ระกอบการรา นคา
ท่ีทําธุรกิจอยูรายลอมรอบสถานศึกษามี ■ สมมตุ ิฐานการวิจยั
จาํ นวนมากและสว นใหญเ ปน แรงงานวยั ทาํ งาน
ที่มีพฤติกรรมการดูแลตนเองไมถูกตอง ดังน้ัน สมมติฐานท่ี 1. ปจจัยสวนบุคคลมี
ผูวิจัยจึงสนใจศึกษาพฤติกรรมสงเสริมสุขภาพ ความสัมพันธกับพฤติกรรมสงเสริมสุขภาพ
เพ่ือปองกันโรคไมติดตอเรื้อรังของผูประกอบ เพื่อปองกันโรคไมติดตอเร้ือรังของผูประกอบ
การรานคาวัยทํางาน หมูที่ 7 ตําบลบางโฉลง การรานคาวัยทํางาน หมูท่ี 7 ตําบลบางโฉลง
อาํ เภอบางพลี จงั หวดั สมุ ทรปราการ และศกึ ษา อําเภอบางพลี จงั หวัดสมทุ รปราการ
ความสัมพันธของปจจัยดานความคิดและ
อารมณ ไดแก พฤติกรรมสงเสริมสุขภาพ สมมตฐิ านที่ 2. ปจ จยั ดา นการทาํ งาน
เพื่อปองกันโรคไมติดตอเรื้อรังของผูประกอบ มีความสัมพันธกับพฤติกรรมสงเสริมสุขภาพ
การรานคาวัยทํางาน หมูที่ 7 ตําบลบางโฉลง เพื่อปองกันโรคไมติดตอเร้ือรังของผูประกอบ
อําเภอบางพลี จังหวัดสุมทรปราการ ไดแก การรานคาวัยทํางาน หมูที่ 7 ตําบลบางโฉลง
การรับรูประโยชนของพฤติกรรมสงเสริม อาํ เภอบางพลี จงั หวัดสมทุ รปราการ
สขุ ภาพเพอ่ื ปอ งกนั โรคไมต ดิ ตอ เรอื้ รงั การรบั รู
อุ ป ส ร ร ค ต อ พ ฤ ติ ก ร ร ม ส ง เ ส ริ ม สุ ข ภ า พ สมมติฐานที่ 3. ปจจัยดานความคิด
เพื่อปองกันโรคไมติดตอเรื้อรัง การรับรู และอารมณมีความสัมพันธกับพฤติกรรม
สมรรถนะตนเองเพอ่ื ปอ งกนั โรคไมต ดิ ตอ เรอ้ื รงั สงเสริมสุขภาพเพ่ือปองกันโรคไมติดตอ
เร้ือรังของผูประกอบการรานคาวัยทํางาน
หมทู ี่ 7 ตําบลบางโฉลง อําเภอบางพลี จังหวดั
สมุทรปราการ
64 ปที่ 44 ฉบบั ที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สุขภาพและอนามัยสิ่งแวดลอ ม
ปจ จัยทมี่ คี วามสมั พนั ธก ับพฤติกรรมสง เสรมิ สขุ ภาพเพอ่ื ปอ งกันโรคไมต ิดตอเรอ้ื รังของผปู ระกอบการรานคา วัยทาํ งานฯ
■ กรอบแนวคดิ การวิจัย พฤติกรรมสงเสริมสขุ ภาพ
- ดานความรับผดิ ชอบตอสขุ ภาพ
ปจ จยั สว นบุคคล - ดา นกจิ กรรมและการออกกําลังกาย
- เพศ - ดา นโภชนาการ
- อายุ - ดานสมั พันธภาพระหวางบุคคล
- สถานภาพสมรส - ดานการเจรญิ ทางจติ วญิ ญาณ
- ระดบั การศึกษา - ดา นการจดั การกบั ความเครียด
- รายได
- ภาวะสุขภาพ ไดจํานวน 127 คน ที่ไมมีโรคประจําตัว
ปจ จัยดา นการทํางาน ซึ่งบุคลากรเหลาน้ีประกอบอาชีพในสถาน
- ลกั ษณะงาน ประกอบการรานคาที่ตั้งอยู หมูที่ 7 ตําบล
- ชัว่ โมงการทาํ งาน บางโฉลง อาํ เภอบางพลี จังหวัดสมทุ รปราการ
- ระยะเวลาการปฏิบัตงิ าน บริเวณลอมรอบๆ มหาวิทยาลัยหัวเฉียว
เฉลมิ พระเกยี รติ 6 เดือนข้นึ ไป
ปจจยั ดา นความคดิ และอารมณ
- การรับรปู ระโยชนข องพฤติกรรมสง เสรมิ สุขภาพ ● เครอื่ งมอื ทใ่ี ชใ นการวจิ ยั ประกอบ
- การรับรอู ุปสรรคตอ พฤติกรรมสง เสริมสขุ ภาพ ดวยเคร่ืองมือประเมินภาวะสุขภาพ และ
- การรบั รูส มรรถนะของตนเอง แบบสอบถาม ดังน้ี
■ วธิ ีการศกึ ษา 1. เครื่องมือประเมินภาวะสุขภาพ
มีดงั น้ี
การศึกษาวิจัยครั้งน้ีเปนงานวิจัยแบบ
พรรณนาเชิงหาความสัมพันธ (Descriptive 1.1 เ ค รื่ อ ง วั ด ค ว า ม ดั น โ ล หิ ต
correlational research) เพ่ือศึกษาปจ จยั ทีม่ ี แบบดิจิตอล วัดคาความดันโลหิตซิสโตลิก
ความสัมพันธกับพฤติกรรมสงเสริมสุขภาพ (SBP) และไดแอสโตลิก (DBP) จําแนกความ
เพ่ือปองกันโรคไมติดตอเร้ือรังของผูประกอบ เสี่ยงตอภาวะความดันโลหิตตาม JNC7(8)
การรานคาวัยทํางาน หมูที่ 7 ตําบลบางโฉลง แปลผลดังน้ี ภาวะความดันโลหิตปกติ
อาํ เภอบางพลี จงั หวดั สมทุ รปราการ คา SBP/DBP<120/80 mmHg มีความเส่ยี ง
ตอภาวะความดันโลหิตสูง คา SBP/DBP
● ประชากรและกลมุ ตวั อยาง อยูในชวง 120/80-139/89 mmHg และ
ประชากร ไดแก ผูประกอบอาชีพ มีภาวะความดันโลหิตสูง คา SBP/DBP≥
ทงั้ เพศชายและเพศหญงิ มอี ายรุ ะหวา ง 20-60 140/90 mmHg
ปบ รบิ รู ณ ไมม โี รคประจาํ ตวั ซง่ึ บคุ ลากรเหลา นี้
ประกอบอาชีพในสถานประกอบการรานคา 1.2 แบบประเมินความเส่ียง
ท่ีตั้งอยูในบริเวณลอมรอบๆ มหาวิทยาลัย
หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ หมูท่ี 7 ตําบล
บางโฉลง อาํ เภอบางพลี จงั หวดั สมทุ รปราการ
จาํ นวน 198 คน
กลมุ ตัวอยา ง คือ บุคลากรทั้งเพศชาย
และเพศหญิงท่ีประกอบอาชีพอยูในสถาน
ประกอบการรานคาท่ีมีอายุระหวาง 20-60 ป
บริบูรณ โดยคํานวณจากตารางของเครจซี่
และมอรแกน (Krejcie & Morgan)(7)
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 65
บ ท วิ ท ย า ก า ร
ตอการเปนโรคเบาหวาน ใชแบบประเมิน พฤติกรรมสงเสริมสุขภาพที่ตนควรกระทํา
ความเส่ียงตอเบาหวานท่ีพัฒนาโดยวิชัย ทั้ง 6 ดาน คือ ความรับผิดชอบตอสุขภาพ
เอกพลากร(2) ครอบคลุม อายุ เพศ ดัชนีมวล กิจกรรมและการออกกําลังกาย โภชนาการ
กาย ความยาวเสนรอบเอว ความดันโลหิตสูง สัมพันธภาพระหวางบุคคล การเจริญทาง
และประวตั โิ รคเบาหวานในครอบครวั ใหน า้ํ หนกั จิตวิญญาณและการจัดการกับความเครียด
คะแนนของปจจัยเสี่ยง การแปลผลใชคะแนน ตามทฤษฎีเพนเดอร(7) วามีประโยชนตอภาวะ
รวม ดงั นี้ เส่ียงตํ่า คะแนนรวม ≤ 2 เส่ยี งนอย สุขภาพของตนเอง ลักษณะขอคําถามมีทั้ง
คะแนนรวม 3-5 เสี่ยงปานกลาง คะแนนรวม ดานบวกและดานลบมี 5 ระดับ คือ เห็นดวย
6-8 เสี่ยงสูง คะแนนรวม 9-10 เส่ียงสูงมาก อยางยิง่ เหน็ ดว ย ไมแนใจ ไมเ ห็นดวย ไมเ หน็
คะแนนรวม ≥ 11 ดวยอยางยิ่ง จํานวน 25 ขอ ประกอบดวย
ขอคาํ ถามดา นบวก จํานวน 16 ขอ ขอคาํ ถาม
1.3 เครอ่ื งชงั่ นา้ํ หนกั เปน กโิ ลกรมั ดา นลบ จํานวน 9 ขอ
และเครื่องวัดสวนสูง ชั่งน้ําหนักตัว และ
วัดสวนสูงเปนเซ็นติเมตร นํามาคํานวณ 4. แบบสอบถามการรับรูอุปสรรค
คา ดชั นีมวลกาย (Body Mass Index [BMI]) ตอพฤติกรรมสงเสริมสุขภาพเพ่ือปองกัน
แปลผลดังน้ี นา้ํ หนักปกติ คา BMI อยใู นชวง โรคไมติดตอเร้ือรัง คือแบบสอบถาม
18.50-22.99 Kg/m2 นํ้าหนักเกิน คา BMI เกี่ยวกับการรับรูหรือมีความคิดเห็น หรือ
อยูในชวง 23.00-24.99 Kg/m2 และอวน คาดคะเน วามีส่ิงขัดขวางหรือเปนอุปสรรค
ระดับ 1 คา BMI อยูในชวง 25.00-29.99 ตอการกระทําพฤติกรรมที่สงเสริมสุขภาพ
Kg/m2 และอวนระดับ 2 คา BMI อยใู นชวง ของตนเอง 6 ดาน คือ ความรับผิดชอบ
≥ 30.00 Kg/m2 ข้นึ ไป ตอสุขภาพ กิจกรรมและการออกกําลังกาย
โภชนาการ สัมพันธภาพระหวางบุคคล
2. แบบสอบถามเกยี่ วกบั พฤตกิ รรม การเจริญทางจิตวิญญาณ และการจัดการ
การสรางเสริมสุขภาพ จํานวน 32 ขอ กับความเครียดตามทฤษฎีเพนเดอร(7) เชน
โดยแบบสอบถามประยุกตจากแบบสอบถาม เปนเร่ืองยุงยาก ไมทราบรายละเอียดและ
ของ ภัทรา เล็กวิจิตรธาดา และคณะ(9) วิธีการท่ีถูกตอง ลักษณะขอคําถามมีทั้ง
ตามกรอบแนวคิดการสงเสริมสุขภาพของ ดา นบวกและดา นลบ มี 5 ระดบั คือ เห็นดวย
เพนเดอร ครอบคลุม 6 ดาน คือ ดานความ อยางยงิ่ เหน็ ดว ย ไมแ นใจ ไมเ หน็ ดว ย ไมเห็น
รับผิดชอบตอสุขภาพ 5 ขอ กิจกรรมและ อยางยิ่ง จํานวน 24 ขอ ประกอบดวย
การออกกําลังกาย 5 ขอ โภชนาการ 7 ขอ ขอคําถามดานบวก จาํ นวน 21 ขอ ขอคําถาม
สัมพันธภาพระหวางบุคคล 5 ขอ การเจริญ ดานลบ จาํ นวน 3 ขอ
ทางจิตวิญญาณ 5 ขอ และการจัดการกับ
ความเครียด 5 ขอ ลักษณะขอคําถาม 5. แบบสอบถามการรบั รสู มรรถนะ
เปนมาตราสวนประมาณคา (rating scale) ของตนเองตอพฤติกรรมสรางเสริมสุข
4 ระดับ ภาพเพ่ือปองกันโรคไมติดตอเรื้อรัง คือ
แบบสอบถามเกยี่ วกบั ความเชอ่ื มนั่ ในสมรรถนะ
3. แบบสอบถามการรบั รปู ระโยชน ของตนเองวาจะกระทําพฤติกรรมสงเสริม
ตอพฤติกรรมสงเสริมสุขภาพเพื่อปองกัน สุขภาพตางๆ ในการดูแลสุขภาพได สําเร็จ
โรคไมติดตอเรื้อรัง คือแบบสอบถาม อยางสม่ําเสมอและตอเน่ืองทั้ง 6 ดาน คือ
เก่ียวกับการรับรู หรือมีความคิดเห็นตอ
66 ปท ่ี 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสง เสรมิ สุขภาพและอนามัยส่งิ แวดลอ ม
ปจจยั ทม่ี ีความสมั พันธกับพฤตกิ รรมสงเสริมสขุ ภาพเพอื่ ปอ งกันโรคไมต ดิ ตอเรื้อรังของผปู ระกอบการรา นคาวยั ทํางานฯ
ความรับผิดชอบตอสุขภาพ กิจกรรมและ ประเมินและแบบสอบถามใหตอบเปนราย
การออกกําลังกาย โภชนาการ สัมพันธภาพ บุคคล ใชเวลาประมาณ 30-35 นาทีตอคน
ระหวางบุคคล การเจริญทางจิตวิญญาณ ไดแบบประเมิน และแบบสอบถามที่มีคําตอบ
และการจัดการกับความเครียด ตามทฤษฎี สมบูรณกลบั คนื จํานวน 127 ชดุ
เพนเดอร(7) เชน สามารถไปตรวจสุขภาพ
ประจําปได สามารถสังเกตอาการผิดปกติ ● การวิเคราะหขอมูล หาจํานวน
ของรางกาย เชื่อมั่นวาตนสามารถปฏิบัติตาม รอยละ คาเฉล่ีย และสวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน
คําแนะนําของบุคลากรทางการแพทยได ค า สั ม ป ร ะ สิ ท ธิ์ ส ห สั ม พั น ธ ข อ ง เ พี ย ร สั น
สามารถออกกําลังกายได สามารถรับประทาน และคาไค-สแควร
อาหารครบ 5 หมู ด่ืมน้ําและพักผอนเพียงพอ
ตอความตองการของรางกาย สามารถจัดการ ● การพิทักษสิทธ์ิกลุมตัวอยาง
กับอารมณและผอนคลายความเครียดได ไดรับการรับรองจริยธรรมจากคณะกรรมการ
เปนตน ลักษณะขอคําถาม มี 5 ระดับ คือ จริยธรรมการวิจัยของมหาวิทยาลัยหัวเฉียว
มากที่สุด มาก ปานกลาง นอย และนอยท่ีสุด เฉลิมพระเกียรติ เลขท่ี อ.924/2562 วันท่ี 2
ประกอบดวยขอคําถามดานบวก จํานวน ธนั วาคม 2562
30 ขอ
■ ผลการศกึ ษา
● คุณภาพของเครื่องมือวิจัย
ต ร ว จ ส อ บ ค ว า ม ต ร ง เ ชิ ง เ นื้ อ ห า ข อ ง แ บ บ ผูประกอบการรานคาวัยทํางานหมูที่
สอบถามโดยผูทรงคุณวุฒิ จํานวน 3 ทาน 7 ตําบลบางโฉลง อําเภอบางพลี จังหวัด
และนําไปใชกับกลุมตัวอยางที่มีลักษณะ สมุทรปราการ กลุมตัวอยางสวนใหญ รอยละ
คลายกับกลุมตัวอยางที่ศึกษาจํานวน 30 ราย 65.10 เปนเพศหญิง อายุเฉลี่ย 38.70 ป
คาํ นวณหาคา สมั ประสทิ ธแ์ิ อลฟาของครอนบาช (SD=8.66) รอ ยละ 64.70 มีสถานภาพสมรสคู
ข อ ง แ บ บ ส อ บ ถ า ม พ ฤ ติ ก ร ร ม ส ร า ง เ ส ริ ม รอยละ 55.60 มีการศึกษาระดับต่ํากวา
สุขภาพ แบบสอบถามการรับรูประโยชนของ ปริญญาตรี มีรายไดเฉล่ียตอเดือนเทากับ
พฤติกรรมสงเสริมสุขภาพ แบบสอบถาม 19,283 บาท, (SD=10,676.76) รอยละ 83.60
การรับรูอุปสรรคตอพฤติกรรมสงเสริมสุขภาพ ไมมโี รคประจาํ ตวั รอ ยละ 81.50 จาํ นวนช่วั โมง
และแบบสอบถามการรบั รสู มรรถนะของตนเอง การทํางานตอสัปดาหเฉลี่ย 8 ชั่วโมง
ในพฤติกรรมการสรางเสริมสุขภาพ ไดคา (SD=11.95) รอยละ 58.70 มีการทํางาน
เทากับ 0.82, 0.78, 0.75 และ 0.86 ตามลําดับ ในเวลาปกติ (เชาไป-เยน็ กลบั ) และระยะเวลา
การปฏิบตั ิงานเฉลย่ี 14.50 ป (SD=9.40)
● วิธีการเก็บรวบรวมขอมูล คณะ
ผูวิจัยจัดเตรียมพื้นที่สวนตัวในมหาวิทยาลัย 1. ผลการศึกษาภาวะสุขภาพ และ
ประเมินภาวะสุขภาพของผูประกอบการ พฤติกรรมสงเสริมสุขภาพของผูประกอบการ
รา นคา วยั ทาํ งานทต่ี งั้ อยหู มทู ่ี 7 ตาํ บลบางโฉลง รานคาวัยทํางาน หมูท่ี 7 ตําบลบางโฉลง
อํ า เ ภ อ บ า ง พ ลี จั ง ห วั ด ส มุ ท ร ป ร า ก า ร อาํ เภอบางพลี จังหวดั สมุทรปราการ
บริเวณลอมรอบๆ มหาวิทยาลัยหัวเฉียว
เฉลิมพระเกียรติที่ศึกษาโดยการชั่งนํ้าหนักตัว 1.1 ภาวะสุขภาพของผูประกอบ
วัดสวนสูงและวัดความดันโลหิต แจกแบบ การรานคาวัยทํางาน หมูที่ 7 ตําบลบางโฉลง
อําเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ รอยละ
54.30 เสยี่ งตอ ภาวะความดนั โลหติ สงู รองลงมา
คือความดันโลหิตอยูในระดับปกติรอยละ
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 67
บ ท วิ ท ย า ก า ร
45.70 มีความเส่ียงตอการเปนโรคเบาหวาน อธิบายไดวา ผูประกอบการรานคาวัยทํางาน
อยใู นระดบั เสีย่ งตาํ่ รอ ยละ 44.90 รองลงมาคือ หมทู ่ี 7 ตําบลบางโฉลง อาํ เภอบางพลี จงั หวดั
เสี่ยงปานกลางรอยละ 33.10 มีน้ําหนักเกิน สมุทรปราการ มีพฤติกรรมสงเสริมเกี่ยวกับ
พบรอยละ 52.80 รองลงมาคือ ดัชนีมวลกาย ความรับผิดชอบตอสุขภาพ ในการตรวจ
อยูในระดับปกติรอยละ 27.60 มีความเครียด สุขภาพเมื่อเกิดความผิดปกติในรางกายของ
นอยรอยละ 50.40 รองลงมาคือ เครียด ตนเองระดับปานกลาง (X=2.63, SD=0.13)
ปานกลางรอยละ 47.20 ดงั ตารางที่ 1 และเม่ือเกิดอาการผิดปกติเล็กนอยไดแก
เสี่ยงตอความดันโลหิตสูงรอยละ 54.30 มี
1.2 ผูประกอบการรานคาวัย ความเส่ียงตอการเปนโรคเบาหวานอยูใน
ทํางาน หมูที่ 7 ตําบลบางโฉลง อําเภอบางพลี ระดับเส่ียงต่ํารอยละ 44.90 และนํ้าหนักเกิน
จังหวัดสมุทรปราการ มีพฤติกรรมสงเสริม รอยละ 52.80 ตามลําดับ ซ่ึงผูประกอบการ
สุ ข ภ า พ โ ด ย ร ว ม อ ยู ใ น ร ะ ดั บ ป า น ก ล า ง รานคาวัยทํางาน หมูท่ี 7 ตําบลบางโฉลง
(X=2.86, SD=0.39) ในรายดานพบวา อําเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จะไมไป
มี 5 จาก 6 ดานอยูในระดับปานกลาง ไดแก ตรวจรักษาตามสถานพยาบาล เนื่องจาก
ความรับผิดชอบตอสุขภาพ ความสัมพันธ ทําใหเสียเวลาแตจะซ้ือยามารับประทานเอง
ระหวางบุคคล การออกกําลังกาย โภชนาการ เน่ืองจากตองทํางานหาเลี้ยงชีพเปนหลัก
และการจัดการความเครียด สวนดานการ พฤติกรรมสงเสริมสุขภาพเกี่ยวกับดานการ
พฒั นาจติ วญิ ญาณอยูใ นระดบั ดี ดังตารางท่ี 2 ออกกําลังกาย และดานโภชนาการอยูในระดับ
ปานกลาง พบวากลุมตัวอยางไมสามารถ
2. ป จ จั ย ท่ี มี ค ว า ม สั ม พั น ธ กั บ ออกกําลังกาย ไดอยางนอยสัปดาหละ 3 ครั้ง
พฤติกรรมสงเสริมสุขภาพของผูประกอบการ รอยละ 45.50 ซ่ึงสอดคลองกับการศึกษาของ
รานคาวัยทํางาน หมูที่ 7 ตําบลบางโฉลง ปริศนา อัครพล และคณะ(11) พบวากลุม
อําเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ พบวา ตัวอยางไมสามารถออกกําลังกายไดอยางนอย
ปจจัยที่มีความสัมพันธกับพฤติกรรมสงเสริม สปั ดาหล ะ 3 คร้งั รอยละ 35.50 เน่อื งจากการ
ไดแก รายได (r=0.362, p=0.001) การรับรู ทํางานประจําสวนใหญตองใชแรงติดตอ
ประโยชนของพฤติกรรมสงเสริมสุขภาพ กันนาน จึงคิดวาไมจําเปนตองออกกําลังกาย
(r=0.395, p<0.01) การรับรูสมรรถนะของ อกี ทง้ั งานทที่ าํ ประจาํ ทาํ ใหเ กดิ ความเหนอื่ ยลา
ตนเอง (r=0.464, p<0.01) มีความสัมพันธ เม่ือกลับถึงบานจึงตองการพักผอนมากกวา
ท า ง บ ว ก กั บ พ ฤ ติ ก ร ร ม ส ง เ ส ริ ม สุ ข ภ า พ ออกกําลังกาย นอกจากนี้ผลการศึกษาวิจัย
เพื่อปองกันโรคไมติดตอเร้ือรังของผูประกอบ คร้ังนี้พบวาการรับประทานอาหารสวนใหญ
การรานคาวัยทํางานอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ รบั ประทานจานดว นเปน ประจาํ นยิ มซอื้ อาหาร
ดังตารางท่ี 3 สําเร็จรูปมาบริโภค รับประทานอาหารท่ีมี
เกลือโซเดียมสูง เชน บะหมี่กึ่งสําเร็จรูป
■ อภิปรายผล อาหารกระปอง อาหารหมักดอง เปนตน
และกลุมตัวอยางสวนใหญอายุ 45-59 ป
จากขอคนพบวิจัย พบวา พฤติกรรม รอยละ 58.20 เปนผูใหญตอนกลางและตอน
สงเสริมสุขภาพของผูประกอบการรานคาวัย ปลายจะมีโอกาสเกิดโรคไมติดตอเรื้อรัง เชน
ทํางานหมูที่ 7 ตําบลบางโฉลง อําเภอบางพลี
จังหวัดสมุทรปราการ สวนใหญอยูในระดับ
ปานกลาง (X=2.86, SD=0.39) สามารถ
68 ปที่ 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสริมสขุ ภาพและอนามัยสิง่ แวดลอม
ปจจัยที่มีความสมั พันธกับพฤตกิ รรมสง เสริมสขุ ภาพเพอ่ื ปอ งกนั โรคไมตดิ ตอเรอื้ รังของผปู ระกอบการรา นคา วยั ทํางานฯ
ตารางท่ี 1 จํานวนและรอยละของผูประกอบการรานคาวัยทํางาน หมูที่ 7 ตําบลบางโฉลง
อาํ เภอบางพลี จงั หวัดสมุทรปราการ (n = 127)
ภาวะสุขภาพ จํานวน (ราย) รอยละ
ความเสี่ยงตอภาวะความดันโลหติ สูง (mmHg) 58 45.70
69 54.30
ความดนั โลหติ ปกติ (<120/80) 57 44.90
เส่ียงตอ ความดันโลหติ สูง (120/80-139/89) 28 22.00
ความเสี่ยงตอ การเปนโรคเบาหวาน 42 33.10
เสย่ี งต่ํา (≤ 2) 35 27.60
เสีย่ งนอย (3-5) 611507 51712..9.88000
เสย่ี งปานกลาง (6-8) 64 50.40
ดัชนีมวลกาย (Kg/m2) 60 47.20
ปกติ (18.50-22.99) 3 2.40
น้ําหนกั เกิน (23.00-24.99)
อว นระดับ 1 (25.00-29.99)
อว นระดับ 2 (≥30.00)
ความเครยี ด
เครียดนอ ย (0-4)
เครียดปานกลาง (5-7)
เครียดมาก (8-9)
ตารางท่ี 2 คาเฉลี่ย (X) สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) และระดับของพฤติกรรม
สงเสริมสุขภาพของผปู ระกอบการรา นคาวัยทาํ งาน (n = 127)
X SD ระดับ
321... ดดดา าานนนคกปวิจฏากสิ มรมั รรพับมผันทิดธารชงะดอหาบวนตารองา สบงขุกคุ ภาคยาลพ 222...976273 000...011312 ปปปาาานนนกกกลลลาาางงง
4. ดา นโภชนาการ 2.94 0.20 ปานกลาง
5. ดานการพัฒนาจติ วิญญาณ 3.39 0.17 ดี
6. ดา นการจัดการความเครยี ด 2.99 0.08 ปานกลาง
2.86 0.39 ปานกลาง
โดยรวม
โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานเพ่ิมขึ้น ดังนั้นพฤติกรรมการสงเสริมสุขภาพ
จากผนังหลอดเลือดมีความยืดหยุนนอยลง ของผูประกอบการรานคาวัยทํางาน หมูที่ 7
มีไขมันมาเกาะ ทาํ ใหห ลอดเลอื ดตบี ตนั จงึ มผี ล ตําบลบางโฉลง อําเภอบางพลี จังหวัด
ตอ ระดบั ความดนั โลหติ สงู ซง่ึ มคี วามสอดคลอ ง สมทุ รปราการ โดยรวมจงึ อยใู นระดบั ปานกลาง
กบั การศกึ ษาของ ประเสรฐิ อสั สนั ตชยั (10) และ สอดคลองกับงานวิจัยของ เย็นฤดี แสงเพ็ชร
สอดคลองกับการศึกษาของ วิชัย เอกพลากร และคณะ(13) พบวา แรงงานวยั ทาํ งานมพี ฤตกิ รรม
สํารวจประชากรไทยอายุ 15 ปขึ้นไป พบวา สง เสรมิ สขุ ภาพในภาพรวมอยใู นระดบั ปานกลาง
เพศชายรอยละ 32.90 และเพศหญิงรอยละ รอยละ 57.40 แตผลการศึกษาไมสอดคลอง
41.80 จัดวาอวน โดยความชุกสูงสุดในกลุม กับการศึกษาของ ณรงคฤทธิ์ คงสมาน และ
อายุ 45-59 ป และความชุกของโรคความดัน พยุง พุมกลิ่น(12) ที่พบวาแรงงานสวนใหญ
โลหิตสูงเทากับรอยละ 24.70 (ชายรอยละ มีพฤติกรรมสงเสริมสุขภาพโดยรวมในระดับ
25.60 และหญงิ รอ ยละ 23.90)(2) พอใช รอยละ 87.90 และไมดีรอยละ 36.30
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 69
บ ท วิ ท ย า ก า ร
ตารางที่ 3 ความสัมพันธกับพฤติกรรมสงเสริมสุขภาพของผูประกอบการรานคาวัยทํางาน
หมทู ี่ 7 ตาํ บลบางโฉลง อําเภอบางพลี จังหวดั สมุทรปราการ (n = 127)
การรับรูดานตางๆ พฤติกรรมสงเสริมสุขภาพ
ปจ จัยสว นบุคคล r p value
อายุ 0.102 0.085
รายได 0.362** 0.006
ปจจยั ดา นการทาํ งาน
ชัว่ โมงการทาํ งาน -0.015 0.796
ระยะเวลาการปฏิบตั งิ าน 0.110 0.062
ปจจยั ดา นความคดิ และอารมณ
การรบั รปู ระโยชนข องพฤตกิ รรมสงเสริมสุขภาพ 0.395** <0.001
การรับรอู ุปสรรคตอพฤติกรรมการสงเสรมิ สุขภาพ -0.344** <0.001
การรับรสู มรรถนะของตนเอง 0.464** <0.001
** มนี ัยสาํ คญั ทางสถติ ทิ ่ีระดับ p<.001
อธิบายไดวาแรงงานสวนใหญเปนพนักงาน บางโฉลง อําเภอบางพลี จังหวดั สมุทรปราการ
ลูกจางรายวัน สวนใหญไมมีโรคประจําตัว อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ ท้ังนี้เนื่องจาก
จึงอาจไมไดใหความสําคัญกับการสงเสริม การรับรูสมรรถนะของตนเองเปนความรูสึก
สุขภาพของตนเองมากนัก ประกอบกับถึงแม ความเชอื่ มน่ั ของบคุ คลเกยี่ วกบั ความสามารถ
จะมีการรับรูประโยชนของพฤติกรรมสงเสริม ของตนในการกระทําพฤติกรรมใดๆ ภายใน
สขุ ภาพ อยใู นระดบั พอใช รอ ยละ 49.50 แตด ว ย อุปสรรคหรือสภาวะตางๆ ในการปฏิบัติ
ภาระงานที่ตองทํางานอยางตอเน่ืองจนกวา พฤติกรรมสงเสริมสุขภาพ และเมื่อบุคคล
จะเสร็จภารกิจ หรือบางคนทํางานเปนกะ เ ชื่ อ ว า ต น เ อ ง ส า ม า ร ถ ป ฏิ บั ติ พ ฤ ติ ก ร ร ม
มีการอยูเวรกลางคืน จึงตองจัดสรรเวลานอน ส ง เ ส ริ ม สุ ข ภ า พ ภ า ย ใ ต อุ ป ส ร ร ค ห รื อ
ใหเพียงพอในแตละวัน ทําใหมีการปฏิบัติ สถานการณตางๆ ได การรับรูความสามารถ
พฤติกรรมสงเสริมสุขภาพอยูในระดับพอใช ข อ ง ต น เ อ ง ใ น ก า ร ดู แ ล สุ ข ภ า พ มี อิ ท ธิ พ ล
ซึ่งส่ิงเหลานี้ลวนเปนอุปสรรคของการปฏิบัติ โ ด ย ต ร ง ต อ พ ฤ ติ ก ร ร ม ส ง เ ส ริ ม สุ ข ภ า พ
พฤติกรรมสงเสรมิ สุขภาพ สอดคลองกับแนวคิดของ Bandura and
Kickbusch(14) ทกี่ ลา ววา ความเชอ่ื ประสทิ ธภิ าพ
นอกจากน้ีปจจัยท่ีมีความสัมพันธ แหงตน แสดงถึงการที่บุคคลตัดสินความ
กับพฤติกรรมสงเสริมสุขภาพเพื่อปองกันโรค สามารถของตนเกี่ยวกับการกระทําหรือ
ไมตดิ ตอเร้ือรงั อธบิ ายไดว า รายได (r=0.362, พฤติกรรมบางอยางวาตนเองมีความสามารถ
p=0.006) การรับรูประโยชนของพฤติกรรม ทจ่ี ะนาํ ทักษะตา งๆ ทีม่ ีอยมู าใชบ คุ คลทรี่ บั รวู า
สงเสริมสุขภาพ (r=0.395, p<0.01) การรับรู ความสามารถของตนเองสูง และคาดวา
สมรรถนะของตนเอง (r=0.464, p<0.01) ถากระทําพฤติกรรมนั้นแลวจะไดรับผลที่
มีความสัมพันธทางบวกกับพฤติกรรมสงเสริม เกิดข้ึนจากการกระทําสูงดวย บุคคลน้ันก็มี
สุขภาพ เพื่อปองกันโรคไมติดตอเรื้อรังของ แนวโนมที่จะใชความพยายามในการกระทํา
ผูประกอบการรานคา วัยทาํ งาน หมูท ี่ 7 ตําบล
70 ปท่ี 44 ฉบบั ที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสงเสริมสุขภาพและอนามัยสงิ่ แวดลอ ม
ปจจยั ท่มี คี วามสัมพันธก ับพฤติกรรมสง เสรมิ สขุ ภาพเพอื่ ปอ งกันโรคไมติดตอ เรือ้ รังของผูประกอบการรานคา วยั ทาํ งานฯ
พฤติกรรมน้ันสูงดวย ดังน้ัน ผูประกอบการ ส่ิงขัดขวางตอการปฏิบัติพฤติกรรมสราง
รานคาวัยทํางาน หมูท่ี 7 ตําบลบางโฉลง เสริมสุขภาพมาก เชน ไมมีเวลา ไมสะดวก
อําเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ รับรู มีความยากลําบากในการปฏิบัติ เปนตน
ค ว า ม ส า ม า ร ถ แ ห ง ต น ใ น ก า ร ป รั บ ส ม ดุ ล จะกระตุนใหหลีกเล่ียงการปฏิบัติพฤติกรรม
ระหวางการทํางานและการพักผอน การ สงเสรมิ สขุ ภาพน้นั ๆ
ปองกันการเกิดโรคและการหลีกเลี่ยงสาเหตุ
การเกิดโรค จึงมีความสัมพันธกับพฤติกรรม ■ ขอเสนอแนะการนําผลการวิจัยไปใช
การสงเสริมสุขภาพของตนเอง สอดคลองกับ ประโยชน
การศึกษาท่ีผานมาของ Weitzel(15) ซึ่งได
ท ด ส อ บ รู ป แ บ บ ก า ร ส ง เ ส ริ ม สุ ข ภ า พ ข อ ง 1. การศึกษาครั้งตอไปควรศึกษา
Pender และหาปจจัยท่ีมีความสัมพันธ แบบกึ่งทดลองโดยเนนการพัฒนาโปรแกรม
ทางบวก กับพฤติกรรมการสงเสริมสุขภาพ การสงเสริมสุขภาพหรือโปรแกรมการจัดการ
พบวาการรับรูความสามารถของตนเองมี ตนเองเพื่อปองกันโรคไมติดตอเรื้อรังของ
ความสัมพันธทางบวกกับพฤติกรรมการ ผปู ระกอบการรา นคา วยั ทํางาน หมทู ี่ 7 ตําบล
สงเสริมสุขภาพโดยรวมอยางมีนัยสําคัญทาง บางโฉลง อําเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
สถิติท่ีระดับ .01 และสอดคลองกับผลการวิจัย รวมกับการหารูปแบบการพัฒนาพฤติกรรม
ของ ศิริมา เขมะเพชร(16) ท่ีพบวาการรับรู สงเสริมสุขภาพ โดยอาจแยกการศึกษา
ความสามารถของตนเองมีความสัมพันธทาง รายดา น นอกจากนี้ควรหาแนวทางหรือวธิ ีการ
บวกกับพฤติกรรมการสงเสริมสุขภาพดาน ที่สอดคลองกับวิถีชีวิตของผูประกอบการ
การออกกําลังกายอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ รานคาวัยทํางาน หมูท่ี 7 ตําบลบางโฉลง
(r=0.28 p<0.01) นอกจากน้ี Pender(7) อําเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ และให
กลาววา การรับรูความสามารถของตนเอง ผลดตี อสุขภาพ
จะเปนแรงจูงใจสําคัญของบุคคลท่ีจะกระทํา
พฤติกรรมที่ดีและถูกตองเหมาะสม และความ 2. การศึกษาประสิทธิผลวิธีการตาม
รูสึกเก่ียวกับความสามารถและทักษะในการก แ น ว ท า ง ข อ ง แ บ น ดู ร า ใ น ก า ร ส ง เ ส ริ ม
ระทําของบุคคลเปนส่ิงสงเสริมและสนับสนุน พฤติกรรมสุขภาพรวมกับการไดรับรูถึง
ใหบุคคลมีการปฏิบัติพฤติกรรมน้ันถี่ขึ้น ประโยชนหรือขอดีของการสงเสริมสุขภาพ
จึงพบวาการรับรูสมรรถนะของตนเองมี เพื่อปองกันการเกิดโรคมากกวาการไดรับการ
อิทธิพลอยางมากในการปฏิบัติพฤติกรรม รักษาเม่ือมีอาการเจ็บปวยเพ่ือใหผูประกอบ
สงเสริมสุขภาพ นอกจากน้ีจากแนวคิดของ การรานคาวัยทํางาน หมูที่ 7 ตําบลบางโฉลง
Pender, Murdaugh, Parsons(7) จากการ อําเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ สามารถ
ศึกษาพบวาถาบุคคลมีการรับรูอุปสรรคท่ีเปน ปฏิบัติพฤติกรรมการสงเสริมสุขภาพไดดี
ยงิ่ ขึ้น ถกู ตอง เหมาะสม และย่ังยนื
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 71
บ ท วิ ท ย า ก า ร
เอกสารอา งองิ
1. สํานักนโยบายและยุทธศาสตร สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. การสาธารณสุขไทย 2554-2558. นนทบุรี:
สํานักงานกองทนุ สนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ; 2559.
2. วิชัย เอกพลากร. รายงานการสํารวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจรางกาย ครั้งท่ี 5 พ.ศ.2557. นนทบุรี:
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2557.
3. Ariyapruchya K., Reungsri T., and Luo X. Thailand economic monitor: Aging Society and
Economy. 2016;2(1):1-10.
4. มงคล การุณงามพรรณ, สุดารัตน สุวารี และนันทนา น้ําฝน. พฤติกรรมสุขภาพและภาวะสุขภาพของคนทํางาน
ในสถานประกอบการเขตเมืองใหญ: กรณีศึกษาพื้นท่ีเขตสาทร กรุงเทพมหานคร. วารสารพยาบาล
สงขลานครินทร. 2555;51(32):55-66.
5. Aekplakorn W., Satheannoppakao W., Putwatana P., Taneepanichskul S., Kessomboon P.,
Chongsuvivatwong V., Chariyalertsak S., et al. Prevalence and trends of obesity and association
with socioeconomic status in Thai adults: National Health Examination Surveys, 1991-2009.
Journal of Obesity. 2014:137-138.
6. Pender NJ., Murdaugh C., & Parsons MA. Health promotion in nursing practice 6th ed. Boston:
Pearson; 2011.
7. Krejcie RV., & Morgan DW. Determining Sample Size for Research Activities. Educational
and Psychological Measurement. 1970;30(3):607–10.
8. Chobanian AV., Bakris GL., Black HR., Cushman WC., Green LA., Izzo Jr JL. et.al. The seventh
report of the joint national committee on prevention, detection, evaluation, and treatment
of high blood pressure: The JNC 7 report. The Journal of the American Medical Association
2019;289(19):2560-71.
9. ภัทรา เลก็ วจิ ิตรธาดา, อัจฉรา จนิ ายน, กนั ยา สวุ รรณครี ขี ันธ, ปนหทัย ศภุ เมธาพร และ ทวีศกั ด์ิ กสผิ ล. ปจ จัยที่มี
อิทธิพลตอพฤติกรรมสงเสริมสุขภาพของผูใชแรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ.
สมุทรปราการ: มหาวิทยาลัยหวั เฉียวเฉลมิ พระเกยี รต;ิ 2547.
10. ประเสริฐ อัสสันตชัย. ปญหาสุขภาพที่พบบอยในผูสูงอายุและการปองกัน. พิมพคร้ังท่ี 2. กรุงเทพมหานคร:
ยูเนย่ี นครเี อช่นั ; 2554.
11. ปรศิ นา อัครธนพล, พัชรี รศั มีแจม, สดุ ารตั น สมิ เสน, สุวารี โพธศิ์ ร,ี ศริ วิ รรณ ตุรงคเรือง, กนกอร พเิ ดช และคณะ.
ภาวะสุขภาพและพฤติกรรมสรางเสริมสุขภาพของพนักงานลูกจางรายวันในมหาวิทยาลัย. วารสารพยาบาล.
2561;67(4):11-20.
12. ณรงคฤทธิ์ คงสมาน และพยุง พุมกลิ่น. ปจจัยที่มีความสัมพันธกับพฤติกรรมสรางเสริมสุขภาพของแรงงาน
ในสถานประกอบการ อําเภอเขายอย จังหวัดเพชรบุรี. วารสารสํานักงานปองกันควบคุมโรคท่ี 7
จังหวัดขอนแกน 2559;23(1):62-75.
13. เย็นฤดี แสงเพ็ชร, วันเพ็ญ แกว ปาน, สรุ ินธร กลมั พากร, ดสุ ิต สจุ ริ ารัตน. ปจ จัยทม่ี ผี ลตอ พฤติกรรมสง เสริมสุขภาพ
ของแรงงานสูงอายุชายในสถานประกอบการจังหวัดสมุทรปราการ. วารสารพยาบาลสาธารณสุข
2551;22(2):17-29.
14. Bandura B, Kickbusch I. Health Promotion Research: Towards a New Social Epidermiology.
Copenhagen: WHO Regional Publications; 1991.
15. Weitzel MH. A test of the health promotion model with blue collar workers. Nursing Research.
1989;38(2):99–104.
16. ศิริมา เขมะเพชร. ความสัมพันธระหวางการรับรูความสามารถตนเองกับพฤติกรรมสงเสริมสุขภาพของขาราชการ
ตํารวจตระเวนชายแดน. วารสารพยาบาลตาํ รวจ 2554;3(2):54-69.
HEALTH
72 ปท ่ี 44 ฉบบั ที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสงเสริมสุขภาพและอนามยั สิ่งแวดลอ ม
วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามัยส่ิงแวดลอม บ ท วิ ท ย า ก า ร
ปท่ี 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564
การจัดการสุขภาพของชุมชนดา นสง เสรมิ สุขภาพ
และอนามัยสิ่งแวดลอม
พริ ิยา วัฒนารงุ กานต
สุรัตน มงคลชยั อรญั ญา
สํานักทันตสาธารณสขุ กรมอนามยั
ปรียานุช บูรณะภกั ดี
ณฐั วดี แมนเมธี
สํานกั อนามัยสงิ่ แวดลอม กรมอนามัย
วนั สง 26 พฤศจิกายน 2563, วนั แกไข 19 มกราคม 2564, วนั ตอบรบั 17 มนี าคม 2564.
บทคัดยอ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ครัง้ น้ี มีวตั ถปุ ระสงคเ พือ่ 1) ศึกษาผลท่เี กดิ จากกระบวนการจดั การ
สุขภาพของชุมชนดานสงเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดลอมโดยใชแนวคิดการจัดการคากลาง 2) ศึกษารูปแบบ
การจัดการสุขภาพของชุมชนดานสงเสริมสุขภาพและอนามัยส่ิงแวดลอม การศึกษาแบงออกเปน 4 ระยะ ระยะท่ี 1
การศึกษาทบทวนขอมูลทุติยภูมิ ระยะท่ี 2 การพัฒนาแบบมีสวนรวม ระยะท่ี 3 การนําสูการปฏิบัติ ระยะที่ 4
การประเมินผลแบงเปน 2 สวน สวนท่ี 1 จากแบบรายงานผลการดําเนินงานของศูนยอนามัยที่ 1-12 สวนท่ี 2
ถอดบทเรียนรูปแบบการจัดการสุขภาพของชุมชนโดยเลือกตําบลแบบเจาะจง มีเกณฑคือเปนตําบลที่มีบริบทแตกตาง
กนั จาก 4 ภาคๆ ละ 1 ตําบล ผลการศกึ ษา ระยะท่ี 1 พบวาประชาชนยังมีพฤตกิ รรมสุขภาพไมพงึ ประสงคคอ นขา งสูง
และบทบาทของเจาหนาท่ี รพ.สต.และองคกรปกครองสวนทองถ่ินยังขาดการบูรณาการกันและเนนการใหบริการ
มากกวาการพัฒนาศักยภาพของชุมชน ระยะท่ี 2 ไดคากลางความสําเร็จและรูปแบบการขับเคลื่อนการดําเนินการ
จัดการสุขภาพของชุมชน ระยะท่ี 3 ดําเนินการในตําบลที่ศูนยอนามัยที่ 1-12 เลือกแบบเจาะจงจากจังหวัดในเขต
รับผิดชอบจังหวัดละ 1-2 ตําบล รวมทั้งสิ้น 147 ตําบล ระยะที่ 4 ประเมินผล พบวา 1) เกิดการบูรณาการงานของ
หนวยงานตางๆ ในชุมชน เกิดแผนงาน/โครงการโดยการมีสวนรวมของชุมชนและภาคีเครือขายตามกรอบกิจกรรม
สําคัญของคากลาง ตลอดจนเกิดนวัตกรรมในชุมชน 3 ประเภท คือ นวัตกรรมกระบวนการ นวัตกรรมผลผลิต
และนวัตกรรมรูปแบบ 2) ประชาชนเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดานสงเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดลอมดีขึ้น
และรูปแบบการจัดการสุขภาพของชุมชน มีองคประกอบท่ีทําใหงานประสบความสําเร็จ คือ การพัฒนากลไก
การมีสวนรวม การพัฒนาคน การพัฒนาความรู การพัฒนาตนแบบหรือแหลงเรียนรูในชุมชน การพัฒนาครอบครัว
และชุมชน การพัฒนาอาชีพ และการจัดการสุขภาพในชุมชนดวยกิจกรรมสําคัญของคากลาง ไดแก การเฝาระวัง
และคัดกรอง การใชมาตรการทางสังคม การส่ือสารเพื่อปรับเปล่ียนพฤติกรรม และการปรับปรุงแผนงานโครงการ
ซึ่งตอ งทาํ ไปดวยกันจงึ จะเกิดการขับเคลอ่ื นงานไดอ ยา งมีประสทิ ธิภาพ ขอเสนอแนะจากการศึกษาครั้งน้ี ควรสนับสนุน
ใหคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอําเภอ (พชอ.) นํารูปแบบการจัดการสุขภาพของชุมชนดวยแนวคิด
การจัดการคากลางไปใชในการพัฒนางานสงเสริมสุขภาพและอนามัยส่ิงแวดลอมในพ้ืนท่ี และขยายรูปแบบไปสู
ตาํ บลอืน่ ๆ
คาํ สาํ คัญ : การจัดการสุขภาพของชมุ ชน การจัดการคา กลาง การสง เสรมิ สขุ ภาพและอนามยั ส่ิงแวดลอ ม
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 73
บ ท วิ ท ย า ก า ร
Community management in health
promotion and Environmental health
Piriya Wattanarungkarn
Surat Mongkolchaiarunya
Bureau of Dental Health. Department of Health.
Preeyanuch Buranapakdee
Nattawadee Manmaetee
Bureau of Environmental Health. Department of Health.
Received 26 November 2020, Revised 19 January 2021, Accepted 17 March 2021
Abstract
This action research aimed to; 1) evaluate the effects of the community health management
process in health promotion and environmental health using the concept of Norm management,
2) study the model of the community health management in health promotion and environmental health.
The study was divided into 4 phases. In phase 1, secondary data review. In phase 2, participatory
development. In phase 3, implementation. In phase 4, evaluation which was divided into 2 parts;
part 1 from the Health Promotion Center 1-12 reports and part 2 lessons learned from the model
of community health management by purposive selecting sub-districts. The criteria for selecting
sub-districts were a variety of contexts from 4 regions, 1 sub-district per region. The results showed that
phase 1 people had relatively high adverse health behaviors and the roles of officers at the Sub-district
Health Promoting Hospitals and Local Administrative Organizations still lacked of integration
and focused on services rather than developing community capacity. Phase 2 obtained a Norm of success
and a model for driving community health management. Phase 3 implemented in 147 purposive selecting
sub-district from Health Promotion Center 1-12, 1-2 sub-districts from each province. Phase 4
the evaluation presented 1) the integration of the various organizations in the community was created,
the work plans and projects were created with the participation of the community and stakeholders
following the key activities of the Norm, as well as create 3 types of innovation in the community:
process innovation, product innovation, and model innovation 2) people have changed their behavior
in promoting health and environmental health; and community health management model revealed the
elements to success which are participation mechanism development, people development, knowledge
development, model or learning resource in the community development, family and community
development, career development, and community health management with the key activities
of a Norm including surveillance and screening, social measures, behavior change communication,
and improvement of projects which should be done together to drive the work efficiently.
The recommendations are to encourage the District Health Board to use the community health
management model with the concept of Norm management in the development of health promotion
and environmental health and extend the model to other sub-districts.
Key words : community health management, Norm management, health promotion and environmental
health
74 ปท ี่ 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสง เสรมิ สุขภาพและอนามัยสิ่งแวดลอ ม
การจดั การสุขภาพของชมุ ชนดานสง เสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดลอม
■ บทนาํ ประชาสังคมดานสุขภาพใหมีความรู ทัศนคติ
ท่ีถูกตองดานพฤติกรรมสุขภาพ มีการเรียนรู
ใ น อ ดี ต เ ร่ื อ ง สุ ข ภ า พ ห รื อ ก า ร มีพฤติกรรมเส่ียงทางสุขภาพลดลง สามารถ
สาธารณสุขเปนเรื่องของปจเจกบุคคล แตใน ชวยเหลือ ดูแลตนเองและชุมชน ตลอดจนมี
ป จ จุ บั น เ กิ ด แ น ว คิ ด ใ ห ม ว า สุ ข ภ า พ คื อ สวนรวมในการสรางและจัดระบบสุขภาพ(3)
ความม่ันคงของรัฐ ทําใหรัฐมองมิติสุขภาพ จึ ง นํ า ม า สู ร ะ บ บ สุ ข ภ า พ ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ที่ มี
ที่เปล่ียนไป คือ สุขภาพเปนเรื่องที่หลาย เปาหมายสูงสุดคือการพัฒนาระบบสุขภาพ
หนวยงานควรเขามาบริหารจัดการกําหนด ใหประชาชนสามารถแสดงบทบาทในการ
นโยบาย เพ่ือใหเปนไปในแนวทางท่ีประเทศ สรางสุขภาพและชุมชนอยดู ีมีสขุ อยางย่ังยืน
ชาติตองการ เนื่องจากเราตองการประชากร
ท่ีมีคุณภาพ มีความเฉลียวฉลาด มีรางกาย สอดคลองกับแนวคิดของดร.นพ.
และสขุ ภาพที่แขง็ แรง และแนวคดิ น้ียงั สงเสริม อมร นนทสุต คือ สุขภาพของประชาชน
และสนับสนุนใหประชาชนเขามามีสวนรวมกับ ตองใหประชาชนและชุมชนเปนเจาของ
ภาครัฐในการจัดการสุขภาพในระดับตางๆ ตองเชื่อมั่นและศรัทธาวาประชาชนสามารถ
ท้ังระดับชาติ ชุมชน ครอบครัว และบุคคล ทําไดเอง โดยภาครัฐใหการสนับสนุนแนะนํา
จากรายงานสุขภาพคนไทยป 2561 พบวา ใหในดานวิชาการเทานั้น การที่จะดําเนินการ
เด็กไทยที่เต้ียและผอมมีนอยกวาคาเฉล่ียโลก ใหเ กิดผลสําเร็จได จดุ แตกหกั อยทู ีร่ ะดบั ตําบล
(23% และ 8% ตามลําดับ) แตที่อวนกลับมี เพราะเปนจุดเล็กและมีกลไกสนับสนุนอยูแลว
มากกวา (คา เฉล่ียโลก 6%) เดก็ ไทยตดิ หวาน ไดแ ก ระบบสุขภาพอําเภอ (District Health
มากข้ึน เด็กปฐมวัยไทยที่มีระดับพัฒนาการ System) โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล
สมวัย มีเพียงรอยละ 76.9(1) จากรายงาน มีแหลงงบประมาณ คือ กองทุนหลักประกัน
สุขภาพป 2563 พฤติกรรมสุขภาพของวัยรุน สุขภาพระดับตําบล และมีองคกรปกครอง
และเยาวชนไทย พบวา รอ ยละ 47.8 ของวยั รนุ สวนทองถิ่น จากการทํางานกับชุมชน
และเยาวชนทั่วประเทศรับประทานอาหาร เปนระยะเวลานาน ทานไดพัฒนาเครื่องมือ
ฟาสตฟูด อยางนอยสัปดาหละคร้ัง ในขณะท่ี “การจัดการคากลาง (Norm)” ข้ึน ซึ่งเกิด
พฤติกรรมการกินผักผลไม ในกลุมน้ียังอยู จากการคนหาความสําเร็จของการทํางาน
ในระดับท่ีตํ่า คนรุนใหมชวงอายุ 15-24 ป ในชุมชนที่สงผลใหบรรลุเปาหมายการดําเนิน
เรม่ิ สูบบหุ รแ่ี ละดืม่ แอลกอฮอล เร็วกวาคนไทย งานซึ่งประกอบดวยกิจกรรมสําคัญ ไดแก
รุนกอนอยางเห็นไดชัด ซ่ึงสงผลใหคน การเฝาระวัง/คัดกรอง มาตรการทางสังคม
วัยทํางานปวยดวยโรคเร้ือรังท้ังเบาหวาน ก า ร ส่ื อ ส า ร เ พื่ อ ป รั บ เ ป ลี่ ย น พ ฤ ติ ก ร ร ม
ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจเพิ่มมากขึ้น การปรับแผนงาน/โครงการ(4-5)
เมื่อเขาสูวัยสูงอายุก็จะเปนผูปวยติดบาน
ติดเตยี ง คุณภาพชีวิตไมด(ี 2) ถึ ง แ ม รั ฐ จ ะ มี น โ ย บ า ย ห รื อ ก ล ไ ก
ในการพัฒนาสุขภาพและสงเสริมใหประชาชน
จากแผนการพัฒนาสุขภาพแหงชาติ ดแู ลสขุ ภาพของตนเองชดั เจน แตผ ลการพฒั นา
ฉบับท่ี 12 ซึ่งมีเปาหมายใหคนไทยมีภาวะ ก็ยังไมเปนไปตามท่ีคาดหวัง โรคที่สามารถ
สขุ ภาพดจี นถงึ อายุ 75 ป และมีอายุคาดเฉลยี่ ปองกันไดจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี
85 ป ยทุ ธศาสตรก ารพฒั นาสขุ ภาพ ยทุ ธศาสตร ยังมีอัตราที่คอนขางสูง ชุมชนยังไมเขมแข็ง
ท่ี 1 เรงการเสริมสรางสุขภาพคนไทยเชิงรุก พอที่ดูแลตนเองได ดังน้ัน ผูวิจัยจึงมีความ
โดย ขอท่ี 1 สรางความเขมแข็งของบุคคล สนใจในการศึกษา เพื่อหารูปแบบการจัดการ
ชมุ ชน ประชาชน องคก รปกครองสวนทองถ่ิน สุขภาพของชุมชนดานสงเสริมสุขภาพและ
ภ า คี เ ค รื อ ข า ย ภ า ค ป ร ะ ช า ช น แ ล ะ ภ า ค อนามัยสิ่งแวดลอมแบบบูรณาการโดยชุมชน
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 75
บ ท วิ ท ย า ก า ร
มีสวนรวม และใชแนวคิดการจัดการคากลาง ■ นิยามศัพท
(Norm) เปนเคร่ืองมือในการดําเนนิ งาน
การจัดการคากลาง หมายถึง การ
■ วัตถปุ ระสงคการศกึ ษา จัดการสุขภาพในชุมชน โดยการนําคากลาง
ไดแก การเฝาระวังและคัดกรอง การใช
1. เพอ่ื ศกึ ษาผลทเี่ กดิ จากกระบวนการ มาตรการทางสังคม การส่ือสารเพ่ือปรับ
จัดการสุขภาพของชุมชนดานสงเสริมสุขภาพ เปล่ียนพฤติกรรม การปรับปรุงแผนงาน/
และอนามัยสิ่งแวดลอมโดยใชแนวคิดการ โครงการ ไปเปนเคร่ืองมือในการปรับทิศทาง
จัดการคา กลาง และบูรณาการแผนงานโครงการท่ีสําคัญ ๆ
ในชุมชน ทําใหเกิดการปรับเปล่ียนพฤติกรรม
2. เพอื่ ศกึ ษารปู แบบหรอื กระบวนการ ของกลุมเปาหมาย ยกระดับการพัฒนา
จัดการสุขภาพในชุมชนดานสงเสริมสุขภาพ จนทําใหเ กดิ นวัตกรรมในชมุ ชน
และอนามัยสิง่ แวดลอ ม
■ กรอบแนวคดิ การวิจัย ■ วิธกี ารศกึ ษา
ก า ร วิ จั ย ค รั้ ง น้ี เ ป น ก า ร วิ จั ย เ ชิ ง การเลือกกลุมตัวอยางและเคร่ืองมือที่
ปฏิบัติการ (Action Research) เพื่อศึกษา ใชในการศึกษาแบงตามระยะของการศึกษา
รู ป แ บ บ ห รื อ ก ร ะ บ ว น ก า ร จั ด ก า ร สุ ข ภ า พ ดังนี้
ในชุมชนดานสงเสริมสุขภาพและอนามัย
ส่ิงแวดลอม โดยใชการจัดการคากลางเปน ● ระยะท่ี 1 การศึกษาขอมลู เบ้อื ง
เคร่ืองมือและใชการมีสวนรวมของภาคี ตน โดยผูวิจัยศึกษาจากแหลงขอมูลทุติยภูมิ
เครือขายท่ีเก่ียวของในพื้นที่หลายภาคสวน (Secondary Data) โดยศึกษาสถานการณ
เพื่อสนับสนุนและเปนพี่เล้ียงใหตําบลเกิดการ สุขภาพของคนไทย บทบาทภาระงานของ
จัดการสุขภาพของตนเองได โดยจัดทํากรอบ เจาหนาท่ีโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล
แนวคิดตามแผนภาพที่ 1 (รพ.สต.รูปแบบการจัดการสุขภาพขององคกร
ปกครองสว นทอ งถิน่ ) บทบาทของ อสม.
ระยะท่ี 1 การศกึ ษาขอมลู เบอื้ งตน
1. โดยศึกษาพฤตกิ รรมสุขภาพและภาวะสขุ ภาพของประชาชนไทย ป 2554-2558
2. ทบทวนบทบาทภารกจิ ของหนว ยงานที่เก่ียวขอ งกับการดาํ เนนิ งานดานสขุ ภาพในตาํ บล ไดแก รพ.สต. อปท. อสม.
ระยะที่ 2 การพัฒนาแบบมสี วนรวม ประกอบดวย 2 ขัน้ ตอนดงั นี้
ข้นั ตอนที่ 1 จดั ทําคากลางความสําเรจ็ ระดบั เขต
ขั้นตอนท่ี 2 พัฒนารปู แบบการขับเคลือ่ นการดาํ เนนิ งานจัดการสุขภาพของชุมชนดานสง เสรมิ สขุ ภาพและอนามัยสงิ่ แวดลอ ม
ระยะที่ 3 การนาํ สกู ารปฏบิ ตั ิ การวางแผน
- ทีมวิจัยสว นกลาง
- ศนู ยอนามยั ท่ี 1-12 และครู ก. ระดบั จังหวัด การสะทอนผล การปฏิบัต/ิ การสงั เกตการณ
- ชุมชนและภาคเี ครอื ขาย
ระยะที่ 4 การประเมนิ ผล ประกอบดวย 2 สว น ดงั น้ี
สวนที่ 1 การประเมินผลท่ีเกิดจากกระบวนการจัดการสุขภาพของชุมชนดานสงเสริมสุขภาพและอนามัยส่ิงแวดลอมโดยใชแนวคิด
การจดั การคา กลาง
สว นท่ี 2 การประเมินรูปแบบจัดการสุขภาพของชุมชนดา นสง เสรมิ สขุ ภาพและอนามยั สิง่ แวดลอมดวยแนวคดิ การจัดการคา กลาง
แผนภาพที่ 1 กรอบแนวคิดการวจิ ัย
76 ปท ี่ 44 ฉบบั ที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสง เสรมิ สุขภาพและอนามัยสงิ่ แวดลอม
การจดั การสุขภาพของชุมชนดา นสง เสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดลอ ม
● ระยะที่ 2 การพัฒนาแบบมี แบบถอดบทเรียนนวัตกรรม โดยผูรับผิดชอบ
สว นรวม แบง เปน 2 ขน้ั ตอน คอื งานของศูนยอนามัยท่ี 1–12 นิเทศ ติดตาม
ซักถาม ประเมินผลและถอดบทเรียน
ขั้นตอนท่ี 1 ศูนยอนามัยที่ 1–12 การดาํ เนนิ งานในตําบลจากเจาหนาท่ี องคการ
จัดทําคากลางความสําเร็จระดับเขต โดย บริหารสวนตําบล รพ.สต. แกนนําชุมชนแลว
คัดเลือกตําบลที่ดําเนินงานสงเสริมสุขภาพ รายงานใหทีมวิจยั รวบรวม สรปุ วิเคราะหผ ล
ทุกกลุมวัยและอนามัยสิ่งแวดลอมประสบ
ความสาํ เรจ็ มี Best Practice หรอื นวตั กรรม สวนที่ 2 ประเมินผลเชิงคุณภาพ
มาถอดบทเรียนเพ่ือหางานสูความสําเร็จ ใ ช วิ ธี ก า ร ถ อ ด บ ท เ รี ย น ตํ า บ ล ที่ มี ผ ล ก า ร
ตามกรอบกิจกรรมสําคัญของคากลาง ไดแก ดําเนินงานดีเดน หรือมีนวัตกรรม จาก
การเฝาระวัง/คัดกรอง การสื่อสารเพ่ือปรับ 4 ภาคๆ ละ 1 ตําบล โดยเลือกแบบเจาะจง
เปล่ียนพฤติกรรม การใชมาตรการทางสังคม (Purposive Sampling) มเี กณฑการคัดเลือก
การปรับแผนงานโครงการ กลุมเปาหมายคือ คือ เปนตําบลท่ีมีบริบทดังน้ี 1) ก่ึงเมือง
เจาหนาที่รพ.สต. องคกรปกครองสวนทองถ่ิน ก่ึงชนบท 2) ในเขตพื้นท่ีเสี่ยง 3 จังหวัด
แกนนําชุมชน แบงกลุมเปน กลุมแมและเด็ก ชายแดนใต 3) เขตพ้ืนที่เศรษฐกิจพิเศษ
กลุมวัยเรียนและเยาวชน กลุมวัยทํางาน ระเบียงภาคตะวันออก (EEC) 4) เขตชาย
กลมุ ผูส งู อายุ และกลมุ อนามยั สง่ิ แวดลอม ขอบรอยตอระหวางประเทศ โดยการสนทนา
กลุม (Focus Group) กําหนดกรอบ
ข้ันตอนท่ี 2 ทีมวิจัยจัดเวทีระดม การสนทนาแบบมีโครงสราง ประกอบดวย
สมองโดยการสนทนากลุม (Focus Group) 1) รูปแบบการสงเสริมสุขภาพและอนามัย
เพ่ือพัฒนารูปแบบการขับเคลื่อนการดําเนิน สิ่งแวดลอมในชุมชนท่ีประสบความสําเร็จ
การจัดการสุขภาพของชุมชนดานสงเสริม 2) กิจกรรมสําคัญของคากลาง (Norm) ที่นํา
สุขภาพและอนามัยสิ่งแวดลอม โดยการ มาใชด ําเนินงาน 3) กลไกการทาํ งานในชุมชน
เลือกกลุมตัวอยางแบบเจาะจง (Purposive 4) ปจจัยความสําเร็จ ปญหาอุปสรรค
Sampling) คือคณะผูวจิ ัยรว มกบั ผเู ชย่ี วชาญ 5) ขอจาํ กดั และความทา ทาย
ผูทรงคุณวุฒิกรมอนามัย นักวิชาการจาก
หนวยงานสวนกลาง จาํ นวน 10 คน และศูนย ● การวิเคราะหขอมูล 1) การ
อนามัยท่ี 1–12 จํานวน 12 คน รวมท้ังส้ิน วิเคราะหขอมูลเชิงปริมาณ ใชสถิติความถ่ี
22 คน รอยละ 2) การวิเคราะหเชิงคุณภาพ ใชวิธี
การวิเคราะหขอมูลเชิงเนื้อหา และการ
● ระยะท่ี 3 การนําสูการปฏิบัติ วิเคราะหแกนสาระ เพื่อตีความเช่ือมโยง
กลุมตัวอยาง ใชวิธีการเลือกแบบเจาะจง ความสัมพันธของขอมูล สรางขอสรุปรูปแบบ
(Purposive Sampling) โดยศูนยอนามัย และกลไกในพน้ื ที่
ท่ี 1–12 คัดเลือกจังหวัดในเขตรับผิดชอบ
จังหวัดละ 1–2 ตําบล รวมท้ังสิ้น 147 ตําบล ● การพิทักษสิทธิ์กลุมตัวอยาง
โดยทีมวิจัยสวนกลาง ศูนยอนามัยและครู การศกึ ษานไี้ ดร บั การรบั รองจากคณะกรรมการ
ก.ระดับจังหวัด ชุมชนและภาคีเครือขาย จริยธรรมการวิจัยในมนุษย กรมอนามัย
ดําเนินงานตามบทบาทท่ีกาํ หนด กระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 268 ต้ังแต
วนั ท่ี 24 ตลุ าคม 2561
● ระยะท่ี 4 การประเมินผล แบง
เปน 2 สว น คือ เชงิ ปริมาณ และเชงิ คณุ ภาพ ■ ผลการศึกษา
สวนที่ 1 ประเมินผลเชิงปริมาณ ระยะที่ 1 การศึกษาขอมูลเบ้ืองตน
เคร่ืองมือเก็บรวบรวมขอมูล ไดแก แบบ จากการศึกษาขอมูลการสาธารณสุขไทย
รายงานผลการดําเนินงานทุก 6 เดือน และ
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 77
บ ท วิ ท ย า ก า ร
ป 2554-2558 พบวา ประชาชนมีพฤติกรรม ยาเสพติด การลดปริมาณการใชสารเคมีการ
และปจจัยเส่ียงตอการเกิดโรค NCDs ดังน้ี จัดการขยะ และงานควบคุมมาตรฐานอาหาร
การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเพ่ิมข้ึน และยา(7) สวน อสม. พบวามีบทบาทสงเสริม
จากรอยละ 8.1 เปน 8.9 กิจกรรมทางกาย สุขภาพของคนในชุมชน โดยการถายทอด
ในระดบั มาก มแี นวโนมลดลงจากรอ ยละ 57.4 ความรู ประชาสัมพันธ และชักชวนเพ่ือนบาน
เปน 42.6 ภาวะน้ําหนักเกินเพิ่มขึ้นจาก เขารวมกิจกรรมพัฒนางานสาธารณสุข ส่ิงท่ี
รอยละ 15.3 เปนรอยละ 30.5 ภาวะอวน อสม.ทําไดดีคือ การดูแลสิ่งแวดลอมปองกัน
เพิ่มขึ้นจากรอยละ 2.6 เปนรอยละ 7.5 ควบคุมโรคติดตอ การสื่อขาวสารสาธารณสุข
ความดันโลหิตสูงเพ่ิมขึ้นจากรอยละ 8.0 ประสานงานกับภาคีเครือขาย เฝาระวังตรวจ
เปนรอยละ 15.3 โรคเบาหวานเพ่ิมข้ึนจาก วดั ความดันโลหิต(8)
รอยละ 3.2 เปน รอยละ 8.3(1) จากการทบทวน
ภาระงานของโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพ จากการทบทวนขอมูลพบวาภาวะ
ระดับตําบล (รพ.สต) พบวา 1) ในภาพรวม สุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน
การทํางานของบุคลากรใน รพ.สต. ใชเวลา ยังเปน ปญ หา บทบาทของ รพ.สต.และองคกร
สวนใหญกับงานรักษาพยาบาล (รอยละ ปกครองสวนทองถ่ินดานสงเสริมสุขภาพ
60-70) มากกวางานสงเสริมสุขภาพ ยังเนนการใหบริการและยังไมบูรณาการกัน
และปอ งกนั โรคซงึ่ เปน ภารกจิ หลัก 2) บคุ ลากร โดยมี อสม.เปนผูชวย จึงควรมีการพัฒนา
ทุกตําแหนงมีการใชเวลากวารอยละ 30 ความเขมแข็งใหชุมชนสามารถจัดการสุขภาพ
ของเวลาการทํางานทั้งหมด เพื่อทํารายงาน ของชมุ ชนไดดว ยตนเอง
ผลงานตามตัวช้ีวัดที่กระทรวงสาธารณสุข
กําหนด รวมถึงการทํางานดานบริหาร ร ะ ย ะ ท่ี 2 ก า ร พั ฒ น า แ บ บ มี
งานเอกสารอื่นๆ ของ รพ.สต. 3) ผลลัพธ สว นรวม ดาํ เนนิ การ ดงั น้ี
ของงานสวนใหญ คือ การจัดกิจกรรมตางๆ
ที่เก่ียวของกับตัวช้ีวัดปละครั้ง สําหรับงาน ข้ันตอนที่ 1 ศูนยอนามัยท่ี 1-12
รักษาพยาบาลตองดําเนินงานตลอดเวลา รวมวิเคราะหและจัดทําคากลางความสําเร็จ
ทําการเพื่อปองกันขอรองเรียน และเบิก ระดบั เขต เพอ่ื เปน เครอ่ื งมือใหต ําบลเปา หมาย
งบประมาณจากสํานักงานหลักประกันสุขภาพ นําไปใชในการออกแบบกิจกรรมสงเสริม
แหงชาติ(6) สําหรับการสงเสริมสุขภาพของ สุขภาพและอนามัยส่ิงแวดลอมในชุมชน
องคกรปกครองสวนทองถิ่น พบวา สวนใหญ ดังตารางท่ี 1
เปนกิจกรรมอนามัยสวนบุคคล เชน การดูแล
เรื่องนม อาหารเสริมและอาหารกลางวันเด็ก ขั้นตอนท่ี 2 ทีมวิจัยทั้งหนวยงาน
ในศูนยพัฒนาเด็กและโรงเรียน การออก สวนกลางและศูนยอนามัยที่ 1-12 ไดกําหนด
กําลังกายเพื่อสุขภาพ การตรวจสุขภาพ รูปแบบการขับเคล่ือนงานและบทบาทของทีม
การทําฟน การจัดหาเวชภัณฑและเครื่องมือ วิจัยสว นกลาง ศนู ยอ นามยั /ครู ก.ระดบั จงั หวัด
แพทยใหแกสถานีอนามัย การปองกันโรค ชุมชน/ภาคีเครือขาย ดังนี้
ตดิ ตอ ยาเสพติดและมีการดําเนนิ งานดา นการ
พัฒนาคุณภาพชีวิต เชน การสงเสริมอาชีพ ทมี วจิ ยั สว นกลาง
และการสงเคราะหเบ้ียยังชีพใหแกคนพิการ 1. พัฒนาศักยภาพบุคลากรของศูนย
ผูสูงอายุ เด็ก สตรีผูดอยโอกาส ผูประสบภัย อนามยั และภาคีเครือขาย (ครู ก.) เร่อื งแนวคดิ
ผูไดรับผลกระทบจากโรคเอดส งานปองกัน การจัดการคากลาง การบูรณาการ การสราง
นวัตกรรม วิธีการทํางานกับชุมชนและพัฒนา
นวัตกรชุมชน
2. จดั ทําเอกสารคูมือการดาํ เนินงาน
3. จดั เวทแี ลกเปลย่ี นเรยี นรนู วตั กรรม
ชุมชน
78 ปท ่ี 44 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสง เสรมิ สขุ ภาพและอนามยั ส่ิงแวดลอ ม
การจดั การสุขภาพของชมุ ชนดา นสง เสรมิ สขุ ภาพ และอนามยั สงิ่ แวดลอ ม
4. ติดตามความกาวหนา/ปญหา จังหวัดๆ ละ 2 คน รวม 195 คน สนับสนุน
อุปสรรค จากแบบรายงานผลการดําเนินงาน คู มื อ ก า ร ใ ช ค า ก ล า ง เ พื่ อ บู ร ณ า ก า ร ด า น
นิเทศตดิ ตาม เยีย่ มเสริมพลัง จดั ประชมุ ระดม ส ง เ ส ริ ม สุ ข ภ า พ แ ล ะ อ น า มั ย สิ่ ง แ ว ด ล อ ม
สมองรวมกับศูนยอนามัยในการแกไขปญหา/ ติดตามเย่ียมเสริมพลัง ใหคําปรึกษา จัดเวที
ปรบั แผน สั ม ม น า วิ ช า ก า ร เ พ่ื อ แ ล ก เ ป ลี่ ย น เ รี ย น รู
ค ว า ม สํ า เ ร็ จ ข อ ง ก า ร ดํ า เ นิ น ง า น ใ น พื้ น ท่ี
5. ประเมินผลโครงการ โดยการถอด โดยศูนยคัดเลือกตําบลท่ีมีการดําเนินงาน
บทเรียนการดําเนินงานในพน้ื ที่ 4 ตาํ บล ดีเดนมาเขตละ 1 ตําบล รวม 12 ตําบล ผูเขา
รวมแลกเปล่ยี นเรียนรูรวมทัง้ สิน้ 270 คน
ทีมศูนยอนามัยและครู ก.ระดับ
จงั หวัด ทมี ศนู ยอ นามยั และครู ก. ระดบั จงั หวดั
สนบั สนนุ ใหเ กดิ การมสี ว นรว มในชมุ ชน ใหช มุ ชน
1. อบรมเจาหนาที่ระดับจังหวัด จัดทําแผนงานโครงการดานสงเสริมสุขภาพ
(ครู ข) และอนามยั สง่ิ แวดลอ มแบบบรู ณาการ ตดิ ตาม
เยย่ี มเสรมิ พลงั เปน พเ่ี ลยี้ งใหค าํ ปรกึ ษาแกต าํ บล
2. ศึกษาขอมูลชุมชน คนหาภาคี จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู คนหาและคัดเลือก
เครอื ขาย และแกนนําตามธรรมชาติในชมุ ชน ตาํ บลทมี่ ผี ลการดาํ เนนิ งานทด่ี ี หรอื มนี วตั กรรม
ชมุ ชน
3. จดั กระบวนการสรา งการมสี ว นรว ม
ในการดําเนินงานสงเสริมสุขภาพกลุมวัยและ ทีมชุมชนและภาคีเครือขาย จัดทํา
อนามัยส่ิงแวดลอมโดยใชแนวคิดการจัดการ แผนงาน/โครงการแบบบูรณาการทุกภาคสวน
คากลาง การบูรณาการงาน และใชคากลาง โดยใชคากลางความสําเร็จเปนเคร่ืองมือ
ความสําเร็จระดับเขตเพ่ือยกระดับการทํางาน ในการออกแบบกจิ กรรมและตดิ ตามประเมนิ ผล
เพอื่ ใหเ กดิ นวัตกรรม
ที ม วิ จั ย ส รุ ป ผ ล ก า ร ดํ า เ นิ น ง า น
4. จดั เวทแี ลกเปลย่ี นเรยี นรนู วตั กรรม นํ า เ ส น อ แ ล ะ ข อ คํ า ป รึ ก ษ า จ า ก ผู บ ริ ห า ร
ระดับเขต เพ่ือคนหา Best Practice หรือ ระดับสูง ผูเช่ียวชาญ เพื่อปรับปรุงแผนการ
นวัตกรรม ดาํ เนนิ งาน ดังน้ี
5. ติดตามเย่ียมเสริมพลัง ใหคํา 1. สนับสนุนใหชุมชนพัฒนาตนเอง
ปรกึ ษา โดยพฒั นาศกั ยภาพแกนนาํ ในชมุ ชนใหส ามารถ
เปนวิทยากรกระบวนการ ชักชวนชาวบาน
ชุมชนและภาคเี ครือขาย ใหรวมคิด รวมวิเคราะหปญหาในชุมชนและ
1. การบูรณาการแผนงานโครงการ รวมกันออกแบบกิจกรรมโครงการเพื่อสงเสริม
ท่ีมีเปาหมายกลุมวัยเดียวกัน หรือประเด็น สุขภาพคนในชุมชนดวยแนวคิดการจัดการ
งานเดียวกัน คากลาง จึงจัดอบรมนวัตกรชุมชน โดยใช
2. มีสวนรวมในการวิเคราะหปญหา กระบวนการสุนทรียปรัศนี นอกจากนี้ยังให
วางแผน ออกแบบกิจกรรมโดยใชกิจกรรม การสนับสนุนขอมูล องคความรู สื่อตางๆ
สําคัญของคากลาง สนับสนุนใหเกิดการ ในการดาํ เนนิ งานในชมุ ชน
ดํ า เ นิ น ง า น ส ง เ ส ริ ม สุ ข ภ า พ แ ล ะ อ น า มั ย
ส่ิงแวดลอ มในชุมชน 2. จัดสัมมนาวิชาการเพื่อเปนเวที
3. รวมกํากับติดตามประเมินผล แ ล ก เ ป ลี่ ย น รู จ า ก พ้ื น ท่ี ท่ี มี รู ป แ บ บ ก า ร
การดาํ เนินงาน ดําเนินงานท่ีดีหรือมีนวัตกรรม เพื่อยกยอง
ระยะท่ี 3 การนําสกู ารปฏบิ ัติ เชิดชูเกียรติ พ้ืนที่ที่ดําเนินการไดดี และให
ที ม วิ จั ย ส ว น ก ล า ง ก า ร พั ฒ น า พ้ืนท่ีอื่นๆ มาเรียนรูเพ่ือนําไปพัฒนาตอยอด
ศักยภาพภาคีเครือขายในแตละระดับใหเขาใจ
กระบวนการจัดการสุขภาพโดยใชคากลาง
โดยจัดอบรมครู ก. เปนวิทยากรระดับ
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 79
บ ท วิ ท ย า ก า ร
ตารางที่ 1 คากลางความสําเร็จระดับเขตตามกิจกรรมสําคัญของคากลางเพื่อพัฒนา
รู ป แ บ บ ก า ร จั ด ก า ร สุ ข ภ า พ ข อ ง ชุ ม ช น ด า น ส ง เ ส ริ ม สุ ข ภ า พ ทุ ก ก ลุ ม วั ย
และอนามัยส่ิงแวดลอ ม
งานท่ีกาํ หนดเปน คากลาง (งานสูความสาํ เร็จ) ดา นสงเสรมิ สุขภาพ
กจิ กรรมสําคญั กลมุ แมแ ละเดก็ กลุมวัยเรยี น/ กลมุ วัยทํางาน กลมุ ผูสูงอายุ
เฝา ระวัง 1. คน หาหญิงตง้ั ครรภ วัยรนุ
และคดั กรอง และเด็ก 0-5 ปแ ละ 1. คัดกรองภาวะสขุ ภาพและพฤติกรรมเส่ียง 1. ตรวจคัดกรอง
ประเมินภาวะเสยี่ ง 1. ประเมนิ ภาวะ 2. จดั ทาํ ทะเบียนรายชอ่ื กลุม เปา หมาย/ สขุ ภาพตามเกณฑ
2. ประเมินพฒั นา สุขภาพ นาํ้ หนกั กลุมเสยี่ ง ADL
การเดก็ 0-5 ป สว นสงู ฟน สายตา 3. คืนขอ มูลใหชมุ ชน/ตดิ ตามเยยี่ มบาน 2. สาํ รวจพฤติกรรม
ดวยเคร่ืองมือ DSPM การไดย นิ รายบุคคล รายกลมุ สุขภาพที่พึงประสงค
3. เย่ียมมารดา สุขภาพจติ 3. จดั ทะเบียนกลมุ เสย่ี ง
หลังคลอดทุกราย 2. สํารวจพฤติกรรม กลุมปวย กลุมปกติ
และใหเลีย้ งลูกดว ย เส่ียงทางเพศ ใหเปนปจ จุบนั
นมแมอยา งเดียว สารเสพตดิ และคืนขอ มูลสชู มุ ชน
6 เดือน และให 3. เฝาระวังอาหาร
อาหารเสริมตามวัย ปลอดภัย
ในโรงเรยี น
การใชม าตรการ 1. กําหนดใหเปน 1. กาํ หนดเปน 1. งานศพ งานบุญปลอดเหลา 1. จัดใหม ีผูดูแล
ทางสงั คม นโยบายชมุ ชน นโยบายโรงเรียน ปลอดการพนนั (Care giver)
ตําบลนมแม ปลอดนา้ํ อดั ลม 2. ยกยองเชดิ ชูเกยี รต/ิ มอบรางวัล ในชมุ ชน
2. ประกาศเกียรตคิ ณุ ขนมหวาน บุคคลตน แบบ 2. จดั ชมรมผสู งู อายุ
แมต วั อยา ง ขนมกรุบกรอบ 3. ขอตกลงใหใ สส วมหมวกกันน็อค/ คณุ ภาพ
3. หามจําหนาย 2. หามรา นคา คาดเข็มขดั นิรภยั ในชมุ ชน 3. จัดประกวด
แจกจา ยนมผง ในชุมชนจําหนา ย ผูสงู อายตุ นแบบ
สําหรบั เดก็ เล็ก บหุ รีส่ รุ าใหเ ดก็
อายุตาํ่ กวา 18 ป
การสอื่ สาร 1. รณรงคฝ ากครรภ 1. ใหค วามรู 3 อ 1. รณรงคใ หค วามรู 3อ 2ส ทางเสยี งตามสาย 1. อบรมการดแู ล
เพ่อื ปรบั เปลีย่ น กอน 12 สปั ดาห 2ส1ฟ เอกสารความรู นทิ รรศการ ตนเองสําหรับผสู ูงอายุ
พฤตกิ รรม 2. จัดกลมุ แลกเปล่ยี น 2. สรางแกนนํา 2. จดั เวทแี ลกเปลี่ยนเรยี นรูใ นชมุ ชน และผูดูแล
เรียนรหู ญิงตงั้ ครรภ นกั เรียน อย.นอย 3. สรางกลมุ /ชมรมเพ่ือทาํ กจิ กรรม 2. จัดกจิ กรรมใหความรู
และหลงั คลอด 3. รณรงค ในเทศกาลสาํ คัญ
3. ส่ือสาร ประชาสมั พันธ 3. จัดต้งั โรงเรยี น/
ประชาสัมพันธ หลายชองทาง ชมรมผูสูงอายุ
หลากหลายรูปแบบ ตามเทศกาลสําคัญ
การปรบั ปรุง 1. จดั ทําแผนงาน/ 1. จัดทาํ แผนงาน 1. ประชมุ หมูบ า น คนื ขอมลู ปญหาสขุ ภาพ 1. จัดทําแผนงาน/
แผนงาน/ โครงการแบบมีสวนรวม โครงการบรู ณาการ ของคนในชุมชน โครงการรวมกบั
โครงการ ของชุมชนและภาคี กบั ภาคีเครอื ขาย 2. จัดทาํ โครงการบรู ณาการกบั ภาคเี ครอื ขาย ภาคเี ครือขา ย
เครอื ขา ย 2. ขอสนบั สนุน 3. ตดิ ตามประเมินผลโดยชุมชน 2. สรางความเขม แข็ง
2. อปท.สนับสนุน งบประมาณจาก ใหกบั ชมรมผูส ูงอายุ
งบประมาณ แหลงทุนตางๆ 3. บรู ณาการแผนงาน
3. ติดตามประเมินผล 3. กํากับติดตาม โครงการ เขากบั
ประเมินผลโดยชมุ ชน ประเพณที องถิ่น
กจิ กรรมสําคัญ งานที่กําหนดเปน คากลาง (งานสูค วามสาํ เรจ็ ) ดา นอนามัยส่ิงแวดลอ ม
การเฝาระวงั และคัดกรอง 213211223133............ กปคจตจสผจกตอัดนาํรดััดบุมําริดลหะเวหหทกักตตรวกนจมนจิาดาํราทาปคดวกแมใันดแีศหรจวเผรวมลธปะปอครานันการเามมารวมงตรเหหะรเาBปามินรสเณมมานลมกนiบ่ยี รgาร/ี่ยราินญูงาดูยงรนนดโCนผกาสคทคเาํ้าล/นlุขารคราดeศนแรยีอภงงัดaมื่นูสลพนนกสnาแ่ิงยะัฒังาพiารแยแปnเครูรมลดกนวgรแะมแยัะก็ดขบัาหกลปสสDสเยลโวไะลูกิ่งรคิ่งอะขaานก็แะาแตรมyงปเโวร/วงาเดทยโญอดคขกดมร็นบมี่อลรอาลงหปอกีผาืออรเงอารนรยฯขขลชมมแะยี สาตาอุมแเลทนมภายกอลชะเี่ธ/ัยทสําะอหนสาสปหุขือ้รถร(ิง่จนภอืตณ3าแจพอดานวะRัยพสทฒัปดสเ)ขุอสรงิ่ลนภะแงอ่ียอากถวายงมสพอิน่ดดาอิ่งบงลาใแ่ืนตนนอกวๆอชมสดาเรุมขุชลน/ชภอุมสือ่ นมชาถงพรนาว น/มหทกม่ีทันูบาํ ทางนุกานภ/าวคดั สว นในชมุ ชน
การใชมาตรการทางสงั คม
การสอ่ื สารเพ่อื การปรับเปลีย่ นพฤติกรรม
การปรับปรุงแผนงาน/โครงการ
80 ปที่ 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามยั สิง่ แวดลอ ม
การจดั การสุขภาพของชมุ ชนดา นสงเสริมสุขภาพ และอนามัยสง่ิ แวดลอม
โดยใหศ ูนยประเมนิ คัดเลือกมาเขตละ 1 ตําบล ดาํ เนนิ การไดค รอบคลมุ ทกุ ตาํ บล โดยภาพรวม
มีตําบลท่ีถูกคัดเลือกมา 10 ตําบล จํานวน ดําเนินการได รอ ยละ 52 เมอื่ ประเมนิ ในรอบป
ผูเขารวมแลกเปลี่ยนเรยี นรู 350 คน ท่ี 2 ทุกศูนยสามารถดําเนินงานครอบคลุม
มากกวารอยละ 80 โดยภาพรวมดําเนินการ
3. รวบรวมและจัดทําบัญชีนวัตกรรม ได รอ ยละ 89
ท่ีเกิดในชุมชน เพ่ือเผยแพรใหชุมชนอ่ืน
ไดเรียนรแู ละนําไปพัฒนาตอ ยอด ผลของการนําคากลางความสําเร็จ
ตามกิจกรรมสําคัญของคากลางมาใชในการ
ทีมศูนยอนามัยและครู ก. ดําเนนิ การ ออกแบบกิจกรรม ตําบลไดมีการนําไปปรับใช
ตามรูปแบบเดมิ ใหสอดคลองบริบทของชุมชน แตยังคง
กิจกรรมสําคัญไว คือ การเฝาระวังคัดกรอง
ทีมชุมชนและภาคีเครือขายรวมกับ เปนกิจกรรมที่ตําบลเลือกมาใชมากที่สุดถึง
“นวัตกรชุมชน” พัฒนาการดําเนินงาน 111 ตําบล คิดเปนรอยละ 75.5 รองลงมา คือ
สงเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดลอมโดยใช การใชมาตรการทางสงั คม จํานวน 103 ตําบล
คากลางความสําเร็จพัฒนาการดําเนินงาน คิดเปนรอยละ 70.0 และการสื่อสารเพ่ือ
อยางตอเนอื่ ง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จํานวน 92 ตําบล
คิดเปนรอยละ 62.6 ในสวนของการจัดการ
ระยะท่ี 4 ประเมินผลการดําเนิน สุขภาพ พบวา ตําบลเลือกทํากลุมวัยสูงอายุ
งาน แบง เปน 2 สวน มากที่สุด จํานวน 123 ตําบล คิดเปนรอยละ
83.7 รองลงมาคอื ประเด็นอนามยั สิ่งแวดลอ ม
สวนท่ี 1 ประเมินผลเชิงปริมาณ จํานวน 107 ตําบล คิดเปนรอยละ 72.8
เพื่อศึกษาผลท่ีเกิดจากกระบวนการจัดการ ท่ีตําบลเลือกทํานอยท่ีสุดคือ กลุมวัยทํางาน
สุขภาพของชุมชนดานสงเสริมสุขภาพและ จํานวน 79 ตําบล คิดเปนรอยละ 53.7
อนามัยสิ่งแวดลอมโดยใชแนวคิดการจัดการ ดังตารางท่ี 3
คากลาง โดยใชแบบรายงานผลการดําเนิน
งาน แบบประเมนิ นวัตกรรม รายงานโดยศูนย และผลท่ีเกิดจากดําเนินงานสงเสริม
อนามยั ท่ี 1-12 รอบ 6 เดอื นแรก พบวา งานท่ี สุ ข ภ า พ แ ล ะ อ น า มั ย ส่ิ ง แ ว ด ล อ ม ใ น ตํ า บ ล
บูรณาการจะเปนงานของฝายสาธารณสุข โดยใชกิจกรรมสําคัญของคากลาง พบวา
และองคกรปกครองสวนทองถิ่นเปนหลัก เกดิ นวัตกรรมในชมุ ชน โดยจัดเปนประเภทได
โดยสรุปประเด็นการบูรณาการดานอนามัย 3 ประเภท คือ นวัตกรรมกระบวนการ
สิ่งแวดลอมและดานสงเสริมสุขภาพดวย นวัตกรรมผลผลิต และนวัตกรรมรูปแบบ
คากลางความสําเร็จระดับเขต ตามบทบาท พบวา นวัตกรรมกระบวนการพบมากทีส่ ุด คือ
ของแตละภาคสวน ไดแก บทบาทของ 45 เรื่อง นวัตกรรมรูปแบบ พบ 26 เร่ือง
ครัวเรือน บทบาทสถานบริการสาธารณสุข และนวัตกรรมผลผลิต 15 เร่ือง ดังตารางท่ี 4
และบทบาทองคกรปกครองสวนทองถ่ิน
ดังตารางท่ี 2 สวนที่ 2 ประเมินผลเชิงคุณภาพ
เพ่ือประเมินรูปแบบจัดการสุขภาพของชุมชน
จ า ก ก า ร ท่ี ที ม วิ ท ย า ก ร ข อ ง ศู น ย ดานสงเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดลอม
อนามัย และครู ก. จัดประชุมระดมสมอง ดวยแนวคดิ การจดั การคา กลาง ดงั ตารางที่ 5
สรางการมีสวนรวมในชุมชน โดยนําเสนอ
ขอมูลสุขภาพของคนในชุมชน ปญหาดาน สรุปจากการถอดบทเรียนใน 4 ตําบล
ส่ิงแวดลอมที่สงผลตอสุขภาพ แลวใหชุมชน ดังน้ี
ชวยกันเสนอแนวทางแกไข โดยใชกรอบ
กิจกรรมสําคัญของคากลาง ในการออกแบบ ตําบลรองวัวแดง อาํ เภอสนั กําแพง
งานและจัดทําเปนแผนงาน/โครงการในชุมชน จังหวัดเชียงใหม ทําโครงการ “พัฒนา
ในรอบปท ่ี 1 ศูนยอ นามัยทกุ แหงยังไมสามารถ
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 81
บ ท วิ ท ย า ก า ร
คุณภาพชีวิตและสงเสริมอาชีพผูสูงอายุ” ทเี่ ขา รว มกจิ กรรมเกดิ การดแู ลสขุ ภาพและพงึ่ พา
จากปญ หาผสู งู อายใุ นตาํ บลมมี ากถงึ รอ ยละ 26.7 ตนเองมากขน้ึ ทง้ั ดา นอาหาร การออกกาํ ลงั กาย
มีท้ังกลุมติดสังคม ติดบาน ติดเตียง ผูสูงอายุ และการจัดการความเครียด ทําใหปญหาโรค
ถกู ทอดทง้ิ ใหอ ยลู าํ พงั องคก ารบรหิ ารสว นตาํ บล ซมึ เศรา และการเจบ็ ปว ยลดลง 2) สามารถปรบั
ฝายสาธารณสุขและคณะกรรมการชุมชน พฤตกิ รรมผสู งู อายกุ ลมุ ตดิ บา นจากเดมิ 52 คน
จึงมีมติใหจัดตั้งศูนยพัฒนาคุณภาพชีวิต ใหมาติดสังคมได 35 คน 3) เกิดการสงเสริม
และสงเสริมอาชีพ โดยจัดประชาคมทําแผน อาชพี ใหผ สู งู อายุ โดยใชภ มู ปิ ญ ญาทอ งถน่ิ ทาํ ให
บูรณาการทุกภาคสวนในการพัฒนาคุณภาพ เกดิ รายไดแ กผ สู งอายุ
ชีวิต ทั้งดานสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ
จดั กจิ กรรมคดั กรองภาวะสขุ ภาพ ใหค าํ แนะนาํ ตําบลมวงเต้ีย อําเภอแมลาน
ดูแล จัดกิจกรรมใหความรู ฝกทักษะการดูแล จงั หวดั ปต ตานี ตง้ั อยใู นพนื้ ทเ่ี สย่ี งชายแดนใต
สขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ จดั กจิ กรรมคลายเครยี ด ชาวบานฐานะยากจนถึงปานกลาง โรงเรียน
ฝก อาชพี รว มกบั บรษิ ทั TOT ใหบ รกิ ารสายดว น เปน ศนู ยร วมของชมุ ชน จากปญ หาเดก็ มภี าวะ
สาํ หรบั ผสู งู อายตุ ดิ เตยี ง ผลลพั ธ คอื 1) ผสู งู อายุ ทพุ โภชนาการ ฝา ยสาธารณสขุ องคก ารบรหิ าร
สว นตาํ บลและโรงเรยี น จงึ ประสานความรว มมอื
ตารางท่ี 2 ประเด็นบูรณาการดานสงเสริมสุขภาพกลุมวัยและอนามัยส่ิงแวดลอม
ดว ยคากลางความสําเรจ็ ระดบั เขตตามบทบาทของแตละภาคสวน
ประเดน็ กลุมวัย บทบาทครัวเรือน บทบาทสถานบริการ บทบาทองคก รปกครอง
สาธารณสุข สว นทอ งถิ่น
แมแ ละเดก็ 1. ฝากครรภเร็ว 1. คลินิคฝากคณุ ภาพ 1. ตาํ บลนมแม
2. พอแมค ณุ ภาพ 2. คลนิ คิ เด็กดีคุณภาพ 2. ศนู ยเ ดก็ เลก็ คณุ ภาพ
วัยเรียน 3. พัฒนาการสมวยั
วยั รุน 4. เล้ียงลกู ดวยนมแม
ดา นสงเสริม วัยทาํ งาน 1. สงู ดี สมสว น 1. บรกิ ารสขุ ภาพเด็กวัยเรียน 1. โรงเรยี นสงเสริมสขุ ภาพ
สุขภาพ สงู อายุ 2. สายตาดี
ดา นอนามยั ทุกกลุมวยั 3. ฟนดี
ส่ิงแวดลอ ม 1. มีลกู เมอ่ื พรอมและอายเุ หมาะสม 1. การใหบรกิ ารท่ีเปน มติ รกับวยั รุน 1. ตาํ บลอนามยั การเจริญพันธุ
2. ไมต ัง้ ครรภซํ้า
1. BMI 1. รอบเอว 1. องคกรไรพงุ
2. รอบเอว 2. สถานทีท่ าํ งาน นา อยู
นาทาํ งาน
1. พฤติกรรมสุขภาพที่พงึ ประสงค 1. บรกิ ารสง เสรมิ สุขภาพ/ 1. ตําบลทีม่ ีระบบการดแู ล
2. บา นสาํ หรับผูสงู อายุ การดูแลสุขภาพทบ่ี า น ผสู ูงอายุระยะยาว
2. ชมรมผสู งู อายุ
ชมุ ชน/หมบู านตน แบบบา น โรงพยาบาลชมุ ชน พัฒนาคุณภาพระบบบริการ
สะอาดอนามัยดี ชีวสี มบรู ณ และรพ.สต. ดําเนินการ อนามยั ส่ิงแวดลอม (EHA)
ครอบคลมุ 3 เรอ่ื ง คอื มี 2 ประเด็น คือ การจดั การขยะ ตามความแตกตางของ
1)สุขลกั ษณะทว่ั ไปของบา น ทกุ ประเภท และโรงพยาบาล ระดบั ชมุ ชน คือ 1) ชุมชน
ลกั ษณะของบา นและรอบบา น ลดโรครอ น ชนบทอยา งนอ ย 1 ระบบ
หอ งนํ้า หอ งนอน หองครัว 2) ชมุ ชนก่ึงเมืองกง่ึ ชนบท
การจดั การมูลฝอย การจัดการ หรือเทศบาลตําบลพัฒนา
น้าํ เสีย การควบคุมคุณภาพ พ้นื ฐาน 4 ระบบ และทาํ เพ่ิม
น้ําอุปโภค บรโิ ภค การควบคมุ สตั ว ตามปญ หาพืน้ ที่ 1 ระบบ
และแมลงนาํ โรค การจดั การสารเคมี 3) ชมุ ชนเมอื งหรือเทศบาลเมอื ง/
และความปลอดภยั 2) การดแู ล เทศบาลตาํ บลพฒั นา พ้นื ฐาน
พฤตกิ รรมสุขอนามัยท่ดี ขี อง 4 ระบบและทาํ เพม่ิ ตามปญหา
คนในบาน 3) การมสี ว นรวม พ้นื ที่ 2 ระบบ
ดานการสง เสริมสขุ ภาพ
และอนามัยสิง่ แวดลอ มของชุมชน
82 ปท ี่ 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสง เสรมิ สขุ ภาพและอนามัยสงิ่ แวดลอ ม
การจดั การสขุ ภาพของชุมชนดา นสงเสรมิ สขุ ภาพ และอนามัยสง่ิ แวดลอม
ตารางท่ี 3 จํานวนและรอยละตําบลที่เลือกกิจกรรมสําคัญของคากลางมาใชในการ
ออกแบบกิจกรรม
ลาํ ดบั กิจกรรมสาํ คัญ จํานวนตาํ บล รอยละ
(n = 147)
1 การเฝาระวงั /คัดกรอง 111 75.5
2 การใชมาตรการทางสังคม 103 70.0
3 การสือ่ สารเพ่ือปรับเปล่ียนพฤตกิ รรม 92 62.6
4 การปรับแผนงาน/โครงการ 80 54.4
5 การจดั การสขุ ภาพ
- สตรีและเด็กปฐมวัย 102 69.4
- วยั เรยี น/วัยรุน 95 64.6
- วยั ทาํ งาน 79 53.7
- วัยสงู อายุ 123 83.7
- อนามัยสิง่ แวดลอ ม 107 72.8
ตารางท่ี 4 จํานวนประเภทของนวัตกรรมตามประเด็นการสงเสริมสุขภาพและอนามัย
ส่ิงแวดลอ ม
ประเภทนวัตกรรม
ลําดบั ประเด็น นวัตกรรมกระบวนการ นวตั กรรมผลผลิต นวตั กรรมรูปแบบ
1 สง เสรมิ สุขภาพกลมุ แมแ ละเดก็ 3 43
2 สงเสริมสุขภาพกลมุ วยั เรยี น/วยั รนุ 4 13
3 สงเสริมสุขภาพกลุมวยั ทํางาน 5 23
4 สงเสริมสขุ ภาพกลมุ สงู อายุ 9 1 11
5 อนามยั สิ่งแวดลอม 14 1 2
6 สง เสริมสุขภาพทุกกลุมวัย 10 64
รวม 45 15 26
ตารางท่ี 5 พืน้ ท่ีตาํ บลท่ีถอดบทเรียน และประเด็นทที่ าํ ไดด ี
ลําดับ พน้ื ท่ี จํานวนผเู ขารวม (คน) ประเด็นท่ีทําไดดี
เจาหนา ท่ี แกนนาํ / “การพัฒนาคุณภาพชวี ิต
ประชาชน และสงเสริมอาชพี ผูสงู อาย”ุ
1 ต.รองวัวแดง อ.สันกําแพง จ.เชยี งใหม 16 17 “โรงเรยี นสง เสรมิ สุขภาพสกู ารสรา ง
เครือขา ยการเรยี นรใู นชุมชน”
2 ต.มว งเต้ยี อ.แมลาน จ.ปตตานี 41 9 “การพัฒนาตาํ บลนมแม”
“ขยะพษิ แลกแตม ”
3 ต.พลงตาเอีย่ ม อ.วงั จนั ทร จ.ระยอง 16 14
4 ต.กองโพน อ.นาตาล จ.อบุ ลราชธานี 11 16
กับภาคสวนตางๆ จัดทําโครงการ “โรงเรียน ขยายผลเปน มาตรการของชมุ ชน ใหท กุ ครวั เรอื น
สงเสริมสุขภาพสูการสรางเครือขายการเรียนรู ปลูกผักและเลี้ยงสัตวเพ่ือใหเด็กมีอาหาร
ในชุมชน” สงเสริมการเล้ียงสัตว และปลูกผัก ท่ีดีกินทุกม้ือ ผลลัพธ คือ เด็กนักเรียน
ปลอดสารพิษ เปนอาหารกลางวันใหเด็ก และ มภี าวะโภชนาการดขี น้ึ ดงั น้ี
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 83
บ ท วิ ท ย า ก า ร
ประเดน็ ป 2559 ป 2560 โ ด ย ใ ช ค รั ว เ รื อ น เ ป น ก ล ไ ก สํ า คั ญ ใ น ก า ร
สูงดี สมสวน 57.66% 61.00% ขับเคลื่อน มุงเนนการปลูกฝงจิตสํานึก
ผอม 9.19% 7.11% ใหประชาชนมีนิสัยคัดแยกขยะในครัวเรือน
เต้ีย 12.21% 9.46% ข ย ะ เ ป ย ก ใ ห นํ า ไ ป ห มั ก ทํ า ปุ ย ชี ว ภ า พ
เร่ิมอว นและอว น 4.4% ข ย ะ รี ไ ซ เ คิ ล ใ ห นํ า ม า ใ ช ซํ้ า ห รื อ ฝ า ก ข า ย
0% ที่ธนาคารขยะ สําหรับขยะพิษจะมีแกนนํา
ในการใหความรู สรางความตระหนัก ไมท้ิง
ตาํ บลพลงตาเอย่ี ม อาํ เภอวงั จนั ทร ขยะพิษ รูจักคัดแยกขยะพิษออกจากขยะ
จังหวัดระยอง ขับเคลื่อนงานดวยคณะ ท่ัวไป มีมาตรการสรางแรงจูงใจโดยการนํา
กรรมการสุขภาพระดับตําบล มีการประชุม ขยะอันตราย เชน หลอดไฟ แบตเตอร่ี
หารือเพ่ือขับเคลื่อนงาน ไดวิเคราะหปญหา ถานไฟฉาย ฯลฯ มาแลกแตมตามที่ชุมชน
ของชุมชน พบวา การดําเนินงานอนามัย กําหนดไว และติดตามสํารวจขยะในชุมชน
แ ม แ ล ะ เ ด็ ก ต่ํ า ก ว า เ ก ณ ฑ ชี้ วั ด ม า ต ร ฐ า น โดย อสม.พรอมกับการสํารวจลูกน้ํายุงลาย
จึงกาํ หนดประเด็นการพฒั นา คือ “การพฒั นา ผลการดําเนินงานพบวา นอกจากขยะทุก
ตําบลนมแม” โดยจัดประชุมประชาคม ประเภทจะลดลงแลว ลูกนํ้ายุงลายในชุมชน
และแลกเปลี่ยนเรียนรูในชุมชนเรื่องสงเสริม กล็ ดลงเชนกนั ดังนี้
การเลี้ยงลูกดวยนมแม ส่ือสารองคความรู ปริมาณขยะ ป 2559 ป 2561
เรื่องนมแมผานชองทางตางๆ ในชุมชน ปรมิ าณขยะท่เี กดิ ขึน้ 5.41 ตัน/วัน 6.85 ตนั /วนั
กําหนดเปนมาตรการสังคมใหเล้ียงลูกดวย ปริมาณขยะที่นําไป 1.75 ตัน/วัน 6.17 ตนั /วนั
นมแม จัดสรรงบกองทุนตําบลเพ่ือสนับสนุน ใชประโยชน 3.66 ตัน/วัน 0.69 ตนั /วัน
เปนสวัสดิการใหมารดาท่ีเล้ียงลูกดวยนมแม ปริมาณขยะทก่ี าํ จดั
รพ.สต.จัดบริการเชิงรุกลงชุมชนเพ่ือใหความรู ไมถูกตอ ง
รวมกับปราชญชาวบานโดยใชภูมิปญญา
ทองถิ่นในเร่ืองอาหารเพ่ิมนํ้านม การใช จากการถอดบทเรียน 4 พนื้ ท่ี พบวา
ลูกประคบในหญิงหลังคลอดและสงเสริม รูปแบบการดําเนินงานที่ทําใหประสบความ
สนบั สนนุ ใหม ธี นาคารนมแมในโรงงาน รวมทง้ั สาํ เรจ็ ไดแก
ให อสม.ติดตามการเลี้ยงลูกดวยนมแม
ในชุมชน พรอมกับการคนหาหญิงตั้งครรภ (1) การสรางการมีสวนรวมกับภาคี
ใหมาฝากครรภเร็ว และบูรณาการงานกับ เครือขายในพ้ืนที่ และพัฒนาศักยภาพแกนนํา
การตรวจคัดกรองเบาหวานดวย ผลลัพธ ชุมชน ใหประชาชนสามารถวิเคราะหปญหา
ทไ่ี ดมี ดังน้ี หรือประเด็นในการสงเสริมสุขภาพของคน
ในพื้นท่ี และออกแบบกิจกรรมการดําเนินงาน
ผลการดําเนินงาน ป 2559 ป 2560 โดยใชคนตามกลุมวัยหรือประเด็นที่ตองการ
เลยี้ งลกู ดว ยนมแมอยา งเดยี ว 61.00% 81.00% จัดการเปนเปาหมาย แลวบูรณาการงานท่ีมี
อยา งนอ ย 6 เดือน 61.11% 68.75% เปาหมายเดียวกัน โดยใชกิจกรรมสําคัญของ
ฝากครรภก อ น 12 สปั ดาห 13.51% 11.76% คากลางเปน กรอบในการบูรณาการ
เด็กแรกเกดิ นา้ํ หนัก 88.29% 91.90%
นอยกวา 2,500 กรัม (2) การจัดการสุขภาพของชุมชน
พัฒนาการเดก็ สมวัย มีองคประกอบการพัฒนาและกิจกรรมการ
จัดการสุขภาพของคนในพื้นที่ สามารถ
ตําบลกองโพน อําเภอนาตาล ประมวลสรุปได ดังตาราง
จังหวัดอุบลราชธานี ดําเนินงาน “ขยะพิษ
แลกแตม” จากการประชุมคณะกรรมการ จากการสอบถามผูรวมสนทนากลุม
ชุมชน ตองการบรหิ ารจดั การขยะพษิ ในชมุ ชน พบวา การนําคากลางความสําเร็จหรืองาน
84 ปที่ 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสง เสริมสขุ ภาพและอนามยั สงิ่ แวดลอม
การจดั การสขุ ภาพของชมุ ชนดานสงเสริมสุขภาพ และอนามยั สง่ิ แวดลอ ม
องคป ระกอบ กิจกรรมสคู วามสําเร็จ
1) ดา นการพฒั นา - สนบั สนนุ บทบาทของภาคีเครอื ขา ยทกุ ภาคสว น มกี ารบรหิ าร จดั การกระบวนการที่ดี
- สรางเวทีแลกเปล่ยี นเรียนรู พูดคุยอยา งตอ เนือ่ ง สรา งการเชือ่ มโยงเครือขาย
กลไกการมีสว นรว ม - สรา งทัศนคติเชิงบวก ใหมีจติ สํานึกทีด่ ีและมีศรัทธาในการจดั การสขุ ภาพ
2) ดา นการพฒั นาคน
3) ดา นการพัฒนา ของคนในชุมชนอยา งเปนระบบและคอยเปน คอยไป
- พัฒนาศกั ยภาพอาสาสมคั ร แกนนํา ใหเหมาะสมกับกจิ กรรมแตล ะกลมุ วัย
ความรู - สรางแกนนํารนุ ใหม เสรมิ แรงใจรุนเกา สรา งแกนนําทุกกลมุ วยั ในชมุ ชน
4) ดา นการพฒั นา - สรางความตระหนกั ใหคนในชุมชนในการดแู ลสขุ ภาพ
- มีการจัดการขอ มลู ทมี่ คี ณุ ภาพ
ตนแบบ/แหลง เรยี นรู - สรา งครวั เรือนตนแบบในการบรโิ ภคอาหารปลอดภยั
ในชุมชน - สรางหมูบา นตนแบบในการบรโิ ภคอาหารปลอดภัย
5) ดา นการพัฒนา - สาํ รวจทางกายภาพและคดั เลือกครวั เรอื นตน แบบสรา งใหเ ปนแหลง เรยี นรู
ครอบครวั และชมุ ชน - สง เสริมใหค รอบครัวมสี ว นรวม สรางความรูความเขาใจของคนในครอบครัว
6) ดานการพฒั นาอาชพี
7) ดา นการจัดการ และชมุ ชน สรางความสมั พันธอันดขี องคนในครอบครัว
สขุ ภาพในชมุ ชน - สง เสรมิ อาชพี สรางรายได
ดว ยกิจกรรมสําคัญ - สรางระบบการคดั กรองและเฝาระวังภาวะสขุ ภาพของประชาชน
ของคากลาง - สรา งมาตรการ/กตกิ า/ขอ ตกลงรวมกนั ในชมุ ชน/สรางแรงจงู ใจในการเขารวมกิจกรรม
- เพิม่ ชอ งทางการสือ่ สารประชาสมั พนั ธและเพ่มิ กิจกรรมที่หลากหลาย
- พัฒนากิจกรรมโดยบรู ณาการแผนงาน/โครงการและระดมทรพั ยากรจากหนว ยงาน
ในพ้นื ที่ โดยสรางกจิ กรรมเชงิ รกุ และมคี วามตอเน่อื งในการทาํ กิจกรรม พัฒนา
กจิ กรรมของชุมชนใหม คี วามหลากหลาย งายตอการปฏบิ ัติ เหมาะสมกบั ชว งวัย
สูความสําเร็จตามกิจกรรมสําคัญของคากลาง เฝาระวัง/คัดกรอง การใชมาตรการทางสังคม
ทํ า ใ ห ง า ย ต อ ก า ร อ อ ก แ บ บ กิ จ ก ร ร ม ก า ร ก า ร ส่ื อ ส า ร เ พื่ อ ป รั บ เ ป ล่ี ย น พ ฤ ติ ก ร ร ม
ดําเนินงาน เพียงแตตองนํามาปรับใชให การปรับแผนงาน/โครงการ สงผลเกิดความ
สอดคลองกับบริบทชองชุมชน เม่ือนําคากลาง สําเร็จในการดําเนินงาน จนทําใหเกิด
ความสําเร็จของแตละเขตมาเผยแพรทําให นวตั กรรมในชุมชนทห่ี ลากหลาย ซึง่ สอดคลอง
ชมุ ชนมีทางเลือกกจิ กรรมท่หี ลากหลายขน้ึ กับขอคิดนพ.อมร นนทสุต จากการวิจัยของ
ปยพร เสารสาร(9) พบวา งานที่ทําใหประสบ
■ อภิปรายผล ความสําเร็จในการดําเนินงานสงเสริมสุขภาพ
สามารถจัดกลุมไดเปน 4 กิจกรรมสําคัญของ
ผลลัพธจากการจัดการสุขภาพของ คากลาง ดงั นัน้ สามารถใช 4 กิจกรรมสาํ คญั น้ี
ชุ ม ช น ด า น ส ง เ ส ริ ม สุ ข ภ า พ แ ล ะ อ น า มั ย ไปคดิ งานใหเ หมาะสมกบั บรบิ ทของชุมชนได
สิ่งแวดลอม โดยใชแนวคิดการจัดการคากลาง
เปนเครื่องมือในการดําเนินงาน พบวา การนํากิจกรรมสําคัญของคากลาง
เกิดผลลัพธที่ดี คือ เกิดการบูรณาการงาน ไปใช สามารถใชไดท้ังงานสงเสริมสุขภาพ
กันระหวางภาคีเครือขายในชุมชนจากการ โดยใชกลุมวัยเปนเปาหมายในการบูรณาการ
ดําเนินงานในรอบที่ 1 มีการบูรณาการงาน หรือใชประเด็นงานเปนเปาหมายในการ
กันระหวางฝายสาธารณสุขกับองคกรปกครอง บูรณาการ เชน ประเด็นโรคเบาหวาน
สว นทอ งถน่ิ แตเมอ่ื ขยายผลการดําเนนิ งานไป ความดันโลหิต ไขเลือดออก การสงเสริม
พบวามีภาคสวนอื่นๆ เขามารวมเพ่ิมข้ึน สุขภาพชองปาก และสิ่งแวดลอม เชน
สง ผลใหเ กดิ แผนงาน/โครงการสง เสรมิ สขุ ภาพ การจัดการขยะ อาหารปลอดภัย เปนตน
ตามกลมุ วยั และอนามยั สง่ิ แวดลอ มทห่ี ลากหลาย สอดคลอ งกนั งานวจิ ยั ของ เพญ็ นดิ า ไชยสายนั ต
ตามปญหาหรือความตองการพัฒนาของพื้นท่ี ไดนํากิจกรรมสําคัญของคากลาง คือ การ
และกิจกรรมสําคัญของคากลาง ไดแก การ เฝาระวัง การใชมาตรการชุมชน การจัดการ
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 85
บ ท วิ ท ย า ก า ร
ดา นสขุ ภาพ การจดั การดา นอนามยั สงิ่ แวดลอ ม กัน สามารถสะทอนใหเห็นวาแนวคิดการ
การสื่อสารเพ่ือปรับเปลี่ยน และการปรับปรุง จัดการคากลางสามารถปรับเปล่ียนพฤติกรรม
แผนงาน ขับเคล่ือนดวยกระบวนการมี และเกิดการจัดการสุขภาพของประชาชน
สวนรว ม พบวา คา ดชั นมี วลกายกลมุ วัยทาํ งาน ไดจริง ซึ่งพบวา รูปแบบการจัดการสุขภาพ
ลดลงอยางมนี ยั สําคญั ทางสถิต(ิ 10) ของชุมชนดานสงเสริมสุขภาพและอนามัย
สิ่งแวดลอมน้ัน นอกจากการสรางการมี
การพัฒนาศักยภาพภาคีเครือขาย สวนรวมกับภาคีเครือขายในพ้ืนท่ีและพัฒนา
ระดับจังหวัด โดยเฉพาะในระดับพื้นที่ คือ ศักยภาพแกนนําชุมชนแลว การบูรณาการ
นวัตกรชุมชน ถือเปนกลไกสําคัญท่ีทําใหเกิด แผนงาน/โครงการที่มีกลุมเปาหมาย หรือ
การขบั เคลอ่ื นงาน สรา งการมสี ว นรว มและสรา ง ประเด็นงานเดียวกันก็สําคัญ เพราะทําให
ความต่ืนตัวใหกับชุมชน เพราะอยูในพื้นที่ ลดความซ้ําซอนของงาน ลดเวลา ลดการใช
เขาใจชุมชน รูกิจกรรมของชุมชนวาจะมีงาน คน และตองมีองคประกอบท่ีจะทําใหงาน
ประเพณีที่ประชาชนมารวมกัน ซ่ึงสามารถ ประสบความสําเร็จดังนี้ 1) การพัฒนา
จัดเวทีพูดคุยไดแลกเปล่ียนกันไดแบบเปน กลไกการมีสวนรวม 2) การพัฒนาคน
ธรรมชาติ ไมตองพูดศัพทวิชาการ และพูด 3) การพัฒนาความรู 4) การพัฒนาตนแบบ/
แตเร่ืองใกลตัวคนในชุมชน ใหทุกคนไดคิด แหลงเรยี นรูในชุมชน 5) การพัฒนาครอบครัว
ตระหนักถึงปญหา หรือสิ่งท่ีควรพัฒนาและ และชุมชน 6) การพัฒนาอาชพี 7) การจัดการ
รว มกนั คดิ หาวธิ กี ารจดั การตามบรบิ ทของชมุ ชน สุขภาพในชุมชนดวยกิจกรรมสําคัญของ
คากลาง ซึ่งตองทําไปดวยกันจึงจะเกิดการ
สําหรับการจัดสัมมนาวิชาการเพื่อ ขับเคล่อื นงานไดอยางมีประสทิ ธิภาพ
แลกเปลี่ยนเรียนรูการดําเนินงาน ถือเปน
กระบวนการพัฒนาท่ีดี การศึกษาเรียนรู ■ ขอเสนอแนะเชิงนโยบายสําหรับการ
กับพ้ืนที่ที่ประสบความสําเร็จ ทําใหไดรู พฒั นานโยบายภาครฐั
แนวคิดและกระบวนการทํางานของพ้ืนที่น้ัน
และการแลกเปลยี่ นเรยี นรกู นั ระหวา งผนู าํ เสนอ 1) ระดบั นโยบาย กระทรวงสาธารณสขุ
กับผูเขารวม ทําใหเกิดบรรยากาศที่เอ้ือตอ ควรสนับสนุนใหเลขานุการคณะกรรมการ
การเรียนรูและจดจํา สามารถนําไปปรับใช พัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอําเภอ (พชอ.) คือ
ตอยอดงานในพ้ืนที่ตนเองไดดีกวาการฟง สาธารณสุขอําเภอ นําแนวคิดการจัดการ
บรรยายสอดคลอ งกบั กนกกร จนี าอลงกรณ( 11) คากลางเปนเครื่องมือในการบูรณาการงานใน
ศึกษาเร่ือง กระบวนการถายทอด ความรู พ้ืนท่ี โดยกําหนดเร่ืองการจัดการคากลางไว
จากมหาวทิ ยาลัยสูชมุ ชน พบวา การถายทอด ในหลักสูตรการอบรมสาธารณสุขอําเภอท่ัว
ความรูต้ังอยูบนพ้ืนฐานของบทบาทตางๆ ประเทศ
ที่สลับสับเปลี่ยนกันไดของผูสรางและผูรับ
ความรู โดยปฏิสัมพันธระหวางท้ังสองฝายน้ี 2) กรมอนามัย ควรขยายผลการ
สงผลตอการนําความรูไปปรับใชในบริบทของ สรางพื้นท่ีตนแบบการจัดการสุขภาพของ
ตนเอง ชุ ม ช น ด า น ส ง เ ส ริ ม สุ ข ภ า พ แ ล ะ อ น า มั ย
สิ่งแวดลอมดวยการจัดการคากลาง หรือหอง
รูปแบบการพัฒนาใหเกิดการจัดการ ปฏิบัตกิ ารชมุ ชน (Community Laboratory)
สุขภาพของชุมชนไมใชเรื่องใหม แตจะพัฒนา น้ี เพ่อื ใหส ํานัก/กองวชิ าการตา งๆ นาํ รูปแบบ
ใหประสบความสําเร็จน้ันไมสามารถทําเรื่องใด นโยบายที่พัฒนาขึ้นนําสูการปฏิบัติ เม่ือเกิด
เร่ืองหน่ึงได ตองทําในหลายองคประกอบ ผลอยางเปนรูปธรรม มีนวัตกรรมท่ีเกิดจาก
จ า ก ก า ร ศึ ก ษ า เ ชิ ง คุ ณ ภ า พ โ ด ย ก า ร ถ อ ด การริเริ่มสรางสรรคของชุมชนแลว เปดใหเปน
บทเรียนในพื้นท่ี 4 ตําบลท่ีมีบริบทแตกตาง
86 ปท่ี 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สุขภาพและอนามัยสิ่งแวดลอม
การจัดการสุขภาพของชมุ ชนดา นสงเสรมิ สขุ ภาพ และอนามัยสิง่ แวดลอ ม
แหลงเรยี นรู และศกึ ษาดูงานแกพน้ื ทีอ่ ืน่ ๆ ■ กิตตกิ รรมประกาศ
3) ระดบั ชุมชน ควรเผยแพรรปู แบบ
คุณความดีท่ีเกิดจากการศึกษาคร้ังนี้
การจัดการสุขภาพไปสูชุมชนอื่นๆ และสราง ขออุทิศใหแก นายแพทยอมร นนทสุต
นวัตกรชุมชน เพื่อขับเคลื่อนงาน รวมทั้ง เจาของแนวคิดการจัดการคากลาง ที่เมตตา
เสริมสรางทัศนคติที่ดีใหแกชุมชนในการ ใหการสนับสนุน ใหคําปรึกษาในการ
มีบทบาทรับผิดชอบการดูแลสุขภาพของ ดําเนินงานตลอดโครงการ ขอบคณุ นกั วชิ าการ
ตนเอง ครอบครัว ชมุ ชนและการจดั การสภาวะ จากสวนกลาง และศูนยอนามัยที่ 1–12
แ ว ด ล อ ม ท้ั ง ท า ง ก า ย ภ า พ แ ล ะ ท า ง สั ง ค ม ท่ีรวมกันดําเนินงานโครงการตําบลบูรณาการ
ดวยกิจกรรมสําคัญของคากลาง และท่ีสําคัญ ดานสงเสริมสุขภาพทุกกลุมวัยและอนามัย
ควรสนับสนุนใหเกิดเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู สง่ิ แวดลอ มจนประสบความสาํ เรจ็
อยางสม่าํ เสมอเพ่ือใหเ กดิ การพัฒนาตอเนอ่ื ง
เอกสารอา งองิ
1. สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล, สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ (สสส.).
รายงานสุขภาพคนไทย 2561 “พุทธศาสนากับการสรางเสริมสุขภาวะ” [อินเทอรเน็ต]. 2561 [เขาถึงเม่ือ
21 ตุลาคม 2563]. เขาถงึ ไดจาก: https://www.hiso.or.th/hiso5/report/report2018T.php.
2. สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล, สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ (สสส.).
รายงานสุขภาพคนไทย 2563 “สองทศวรรษ ปฏิรูปการศึกษาไทย ความลมเหลวและความสําเร็จ”
[อินเทอรเ นต็ ]. 2561 [เขา ถึงเม่ือ 21 ตลุ าคม 2563]. เขาถงึ ไดจาก: https://www.hiso.or.th/ hiso5/report/
report2020T.php.
3. คณะกรรมการอํานวยการจัดทําแผนพัฒนาสุขภาพแหงชาติ ฉบับท่ี 12. กระทรวงสาธารณสุข. แผนพัฒนา
สุขภาพแหงชาติฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560–2565).นนทบรุ ี: กระทรวง; 2559.
4. อมร นนทสุต. วิวัฒนาการของแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร การจัดการคากลาง (Norm) การบูรณาการ
การสรางนวัตกรรม. กรุงเทพฯ: ศูนยส ่ือและสิ่งพมิ พแ กวเจา จอม มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สวนสุนันทา; 2560.
5. อมร นนทสุต. คูมือการใชคากลาง (Norm) เพ่ือการบูรณาการงานสงเสริมสุขภาพ 5 กลุมวัยและอนามัย
ส่ิงแวดลอม การจัดการสุขภาพดวยคากลาง (NORM) การบูรณาการ และการสรางนวัตกรรม. กรุงเทพฯ:
สามเจริญพาณิชย( กรุงเทพ); 2559
6. วิโรจน ตั้งเจริญเสถียร, กฤษดา แสวงดี, บญจพร รัชตารมย, กมลนัทธ มวงยิ้ม, อติญาณ ศรเกษตริน,
รุงนภา จันทรา และคนอื่นๆ. โครงการวิจัยการศึกษาภาระงานและผลิตภาพกําลังคนในโรงพยาบาล
สง เสริมสขุ ภาพตําบล (รพ.สต.). [รายงานการวิจัย]. กรุงเทพฯ: สถาบันวจิ ัยระบบสาธารณสุข; 2561.
7. สุภัชญา สุนันตะ. องคกรปกครองสวนทองถ่ินกับบทบาทการสรางเสริมสุขภาพชุมชน. วารสารกฎหมาย
สุขภาพและสาธารณสุข 2561;4(1):98–107.
8. สุพัตรา ศรีชุม. บทบาทหนาท่ีของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตามการรับรูและความคาดหวัง
ของประชาชน ตําบลเสม็ด จังหวัดชลบุรี. [วิทยานิพนธปริญญามหาบัณฑิต]. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา;
2560.
9. ปยพร เสารสาร, ทรงยศ คําชัย. ประสิทธิผลการจัดการสุขภาพผูสูงอายุดวยคากลาง (Norm) จังหวัดเชียงใหม.
ศนู ยอ นามัยท่ี 10 เชียงใหม; 2558.
10. เพ็ญนิดา ไชยสายัณห, ตําแหนง สินสวาท, ชัญญานุช ปานนิล, เดือนเพ็ญ ใจเต, วาสนา มงคลศิลป,
สนุ ันทินี ศรปี ระจนั ทร. รปู แบบชุมชนรอบรูดา นสขุ ภาพเพือ่ วัยทาํ งานหนุ ดี-สุขภาพดี ในพ้นื ท่เี ขตสขุ ภาพท่ี 7.
วารสารการสงเสริมสุขภาพและอนามยั สง่ิ แวดลอ ม 2563;43(1):33-44.
11. กนกกร จีนา, อลงกรณ คูตระกูล. กระบวนการถายทอดความรูจากมหาวิทยาลัยสูชุมชน : กรณีศึกษา
โครงการอนุรักษวิหารพระเจาพันองค วัดปงสนุก จังหวัดลําปาง. วารสารรัฐศาสตรและรัฐประศาสนศาสตร
2561;9(1):59-80.
HEALTH
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 87
บ ท วิ ท ย า ก า ร วารสารการสงเสริมสขุ ภาพและอนามยั สงิ่ แวดลอ ม
ปท ่ี 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564
ความสัมพันธระหวางปจจัยสวนบคุ คล
ภาระในการดแู ล การสนบั สนนุ ทางสงั คม
และความเครียดของผูดูแลผปู ว ยโรคเรอ้ื รังในชุมชน
วรศิ า จนั ทรงั สีวรกลุ
จิราจันทร คณฑา
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สวรรคป ระชารกั ษ นครสวรรค
วนั สง 23 กนั ยายน 2563, วันแกไข 13 พฤศจกิ ายน.2563, วันตอบรบั 19 มนี าคม.2564.
บทคดั ยอ
การวิจัยครั้งน้ีเปนการวิจัยเชิงพรรณนา เพ่ือศึกษาความสัมพันธระหวางปจจัยสวนบุคคล ภาระในการดูแล
การสนับสนุนทางสังคม กับความเครียดของผูดูแลผูปวยโรคเร้ือรังในชุมชน ประชากรและกลุมตัวอยาง คือ ผูดูแล
ผูปวยโรคเร้ือรังในชุมชน ท่ีมีอายุ 20 ป ขึ้นไป ท่ีพักอาศัยในพื้นท่ีเขตบริการของโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพ
ตําบลวัดไทร โดยเลือกกลุมตัวอยางแบบงาย กําหนดขนาดกลุมตัวอยางโดยการคํานวณหาคาขนาดอิทธิพล
เพ่ือใชใน Power Analysis ไดกลุมตัวอยางจํานวน 183 คน เครื่องมือที่ใชในการวิจัย เปนแบบวัดภาระในการดูแล
แบบประเมินการสนับสนุนทางสังคม และแบบประเมินระดับความเครียด และหาคาความเช่ือมั่นเคร่ืองมือได
.93 .92 และ .93 ตามลําดับ วิเคราะหขอมูลโดยหาคาความถี่ รอยละ คาเฉล่ีย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
และหาความสัมพนั ธโ ดยใชสถิตสิ หสัมพนั ธของเพียรสัน ผลการศึกษา พบวา ภาระในการดูแลโดยรวมและความเครียด
อยูในระดับปานกลาง การสนับสนุนทางสังคมโดยรวมอยูในระดับสูง และภาระในการดูแลมีความสัมพันธทางบวก
กับความเครียดอยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 (r=.640) และการสนับสนุนทางสังคมมีความสัมพันธทางลบ
กับความเครียดอยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 (r=.334) ผลการวิจัยสามารถนําไปใชเปนแนวทางในการ
ลดความเครียดของผูดูแล โดยใหขอมูลที่ถูกตองหรือแนะนําแหลงใหความชวยเหลือแกผูดูแล เพื่อใหผูดูแล
มคี วามเครียดลดลงสงผลตอ คณุ ภาพชีวิตของผูดูแลและคุณภาพการดแู ลผปู ว ยโรคเร้ือรังท่ดี ีข้ึน
คําสําคญั : ภาระในการดแู ล การสนบั สนุนทางสงั คม ความเครยี ด ผดู แู ล
88 ปท ี่ 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สุขภาพและอนามยั สิง่ แวดลอม
ความสมั พนั ธระหวางปจ จัยสวนบุคคล ภาระในการดูแล การสนับสนนุ ทางสงั คม และความเครียดของผดู ูแลผูปว ยฯ
Relationships between Personal factors,
Burden of Care, Social Support
and Stress of Caregiver the Patient
with Chronic Diseases in Community.
Warisa Juntarangsrivorakul
Jirajan Kontha
Boromrajonani College of Nursing, Sawanpracharak Nakhon Sawan
Received 23 September 2020, Revised 13 November 2020, Accepted 19 March 2021
Abstract
The purpose of this descriptive research were to examine the relationship between personal
fHcahecratoolntrhisc, PbdruiosrmedaeosnteisoonfincHcaoroems,pmsitoauclni.aiTtlyhsuwephspoaomrwtpaalsensd20wstyerereeassrds.rToahlwdenoprboyopvuseliarmtiaponlnde orlfaivnsetduoidnmythwseaamssepcrlavirniecgge.ivaAreersatahomefpptlheaetiseTinzaetmwwbioathns
dacanisldceualssaeotsec.diaTlehffseuecprtpesoseirzat eracnbhdyinsPtsortewrsuesmr aeAsnsntesaslsfymosriesnctwolfhloiecrcmhti.nhgTadhtehaerneduliamatbabielwirtye1r8eo3f tchtahereebgbuiuvrrdedreentnhoeoffpcacatairreeentmmweeaiatsshuurrceehmmroeennnittc,,
amDnaodtmasewoncetiraceloarsrnueapllapytozioerntd acisnoseetffiesrscmmiesennot.tfTfforheremqureeasnnucdlyts,sptrreeevrsceseanlaetsadsgetesh,sammt eethanent ,bfsoutrarmdnednawroedrfedcea.v9rie3a,toi.of9n2ovaanenrddalPl.e9aa3nrsdroesnst’prseespcstriovwdeuelrycet.
smciogorndreiefilracatatienotnlecvwoerilrt.heTlahstteiroesnsoscwiaaitlths.0us1ptrpleeosvrstelaw.te(.rr0e1=hlie.g3vh3e4ll)evT(erlh=eos.6ef4o0v)fienardanildnl.gsTsohcceiaanol vsbeurepalpgloubriutdrewddeans toonfergceaadtriuevcewe astsihgepnoisfisticrteaivsnest
sKotfreecysaswr,eoagffrivdeec:rtsinBbguytrhdgeeivnqeuoacfloiCrtyraercoetf, ilnSiffoeocroimaflacStaiuorepngpioovrretrs,suSgagntredessttsh,aeChqaeurleapgliistvyoeuorrfcecatroe cfoarrecghivroenrsicsoillntheasts tphaetyiehnatsv.e less
■ บทนํา เสียชีวิตดวยโรคไมติดตอท้ังหมด โดยพบวา
ในระดบั ประเทศ อัตราตายจากโรคหลอดเลือด
โ ร ค เ ร้ื อ รั ง นั บ เ ป น ป ญ ห า ท า ง สมองมีแนวโนมเพ่ิมข้ึนจาก 31.7 ตอแสน
สาธารณสุขท่ีสําคัญในประเทศไทย ซึ่งมี ประชากร ในป 2555 เปน 48.7 ตอแสน
แนวโนมจะสงผลกระทบมากขึ้นในอนาคต ประชากร ในป 2559 และอัตราตายจากโรค
และยังเปนสาเหตุท่ีกอใหเกิดความพิการ หลอดเลือดสมองเพิ่มจาก 33.4 ตอแสน
และเสียชีวิตเพ่ิมมากข้ึน จากการติดตามการ ประชากร ในป 2555 เปน 45.3 ตอแสน
เสียชีวิตของประชากรไทยดวยโรคไมติดตอ ประชากร ในป 2559 ระดับพ้ืนที่เขตสุขภาพ
สําคัญ 5 โรค ระหวางป 2555-2559 พบวา พบวาพื้นที่เขตสุขภาพท่ี 3 ซ่ึงประกอบดวย
มีสัดสวนประมาณรอยละ 25-30 ของการ
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 89
บ ท วิ ท ย า ก า ร
จังหวัดนครสวรรค พิจิตร กําแพงเพชร หรือสมาชิกในครอบครัวเปนสวนใหญ ทั้งนี้
อุทัยธานี และชัยนาท ในป 2559 มีอัตรา เพราะปญหาการขาดแคลนบุคลากรทางดาน
ตายจากโรคหลอดเลือดสมองสูงสุด (65.5 สขุ ภาพ(5) ในการดแู ลผปู ว ยเรอ้ื รงั ผดู แู ลตอ งรบั
ตอแสนประชากร) สอดคลองกับอัตราตาย ภาระในการดูแลผูปวยท่ีบาน ซึ่งเปนงาน
กอนวยั อันควร อายุ 30-69 ป (55.6 ตอแสน ที่หนักและซับซอน ตองอาศัยความพยายาม
ประชากร) รองลงมาเปนโรคหัวใจขาดเลือดมี และแรงงานอยางตอเนื่อง ผูดูแลตองปรับตัว
อัตราตาย 37.8 ตอแสนประชากร รองลงมา และเปล่ียนแปลงในบทบาทหนาที่ของตนเอง
เปนโรคเบาหวาน มีอัตราตาย 18.8 ตอแสน จากเดิมท่ีเคยดํารงอยู เชน สูญเสียรายได
ประชากร และโรคความดันโลหิตสูง มีอัตรา จากการประกอบอาชีพ เน่ืองจากตองใชเวลา
ตาย 16.6 ตอแสนประชากร(1) ท้ังน้ีเนื่องจาก ในการดูแลผูปวยที่บาน เผชิญหนากับปญหา
ในปจจุบันมีความกาวหนาทางการแพทย ตา งๆ มคี วามเหนด็ เหนอ่ื ยกอ ใหเ กดิ ความเครยี ด
มีการรักษาท่ีทันสมัย ทําใหสามารถชวยชีวิต สงผลกระทบทั้งดานรางกาย และจิตสังคม
ผูปวย ใหพนจากภาวะวิกฤติได แตยังไม ของผดู แู ล จากผลการวจิ ยั หลายๆ เรอื่ ง พบวา
สามารถรักษาโรคเรอื้ รังใหหายขาดได การดแู ลสง ผลลบตอ การดแู ล เชน ความเครยี ด
และการเปนภาระเนื่องจากบทบาทท่ีหลาก
ผูปวยโรคเร้ือรังจําเปนตองไดรับการ หลาย(6)
ดูแลอยางตอเนื่องจากญาติหรือผูดูแล นับเปน
ภาระท่ีหนักของผูดูแลท่ีตองรับผิดชอบในการ การดูแลผูปวยโรคเร้ือรังสงผลกระทบ
ดแู ลทย่ี าวนาน ผดู แู ลมหี นา ทช่ี ว ยเหลอื กจิ วตั ร ตอ ผดู แู ลและครอบครวั ทาํ ใหเ กดิ ความเบอ่ื หนา ย
ประจาํ วนั ของผปู ว ย ตดั สนิ ใจเกย่ี วกบั การดแู ล ทอแท สิ้นหวัง รูสึกเปนภาระที่ตองดูแล ซึ่ง
รักษาของแพทย ในการดูแลผูปวยท่ีบาน เกิดจากการท่ีดูแลผูปวยเปนระยะเวลานาน(7)
แตพบวาผูดูแลผูปวยเร้ือรังบางคนยังไมพรอม ทําใหญาติหรือผูดูแลในครอบครัวตองรับ
ในการดูแลผูปวย เนื่องจากผูดูแลบางคนไมมี ผดิ ชอบผปู ว ยและทาํ หนา ทแ่ี ทนผปู ว ยนอกจาก
ความรู ความสามารถเก่ียวกับการดูแลผูปวย บทบาทเดิมของตนเองที่ปฏิบัติเปนประจํา
โดยตรง ไมเคยมีประสบการณการดูแลผูปวย ทําใหมีผลกระทบตอการดําเนินชีวิตประจําวัน
รวมทง้ั ยงั มภี าระในดา นอน่ื ๆ ไดแ ก งานประจาํ ของผดู แู ล การดแู ลผปู ว ยทบ่ี า นเปน งานทห่ี นกั
ทต่ี อ งทาํ คา ใชจ า ยทเี่ พม่ิ ขน้ึ และผดู แู ลบางคน อาจทําใหผูดูแลผูปวยไดรับผลกระทบท้ังทาง
มคี รอบครวั ของตนเองทตี่ อ งดแู ล(2) ซง่ึ สง่ิ ตา งๆ รางกายและจิตใจ ทําใหเกิดความเหนื่อยลา
เหลาน้ีสงผลกระทบตอผูดูแลท้ังทางดาน จากการดูแลจนไมสามารถดูแลผูปวยไดอีก
รางกาย จิตใจและเศรษฐกิจ รวมถึงรัฐท่ีตอง ตอไป นอกจากนย้ี ังมีความรูส ึกเครยี ด รูส ึกผดิ
เสยี คา ใชจ า ยในการดแู ลรกั ษาผปู ว ยเรอ้ื รงั อยา ง เมือ่ ผูป วยเรือ้ รงั มีอาการเลวลง และญาตผิ ูด แู ล
ตอ เนอ่ื ง ซงึ่ พบวา ในชว งสามทศวรรษทผ่ี า นมา ยังตองอดทนกับสภาพอารมณของผูปวย
คาใชจายดานสุขภาพของไทยไดเพิ่มขึ้น เรอื้ รงั ทเ่ี ปลย่ี นแปลงไปเนอื่ งจากภาวะเจบ็ ปว ย
อยางมาก(3) รัฐไดเล็งเห็นปญหาดังกลาวจึงได เชน หงุดหงิด โกรธงาย เอาแตใจ ไมยอม
กําหนดนโยบาย โดยมุงเนนใหมีการฟนฟู ปฏิบตั ิตามแผนการรกั ษา เปนตน ผปู ว ยเรือ้ รงั
สมรรถภาพผูปวยในชุมชนเพื่อลดคาใชจาย บางรายที่ไมสามารถควบคุมอาการของโรคได
ในการรกั ษาพยาบาล อตั ราการปว ยซา้ํ ใหผ ปู ว ย จําเปนตองเขาออกโรงพยาบาลบอยคร้ัง
สามารถดูแลตนเองไดตามอัตภาพสามารถ สงผลกระทบตอฐานะเศรษฐกิจของครอบครัว
ดาํ เนนิ ชวี ติ ประจาํ วนั และใชช วี ติ อยใู นครอบครวั ซึ่งเปนการเพ่ิมความเครียดใหกับญาติผูดูแล
และชมุ ชนได( 4) โดยบคุ คลทจี่ ะเปน ผใู หก ารดแู ล จากการทบทวนวรรณกรรม พบวา ปจจัยท่ีมี
สขุ ภาพผปู ว ยเรอื้ รงั ทบ่ี า นนนั้ เปน หนา ทข่ี องญาติ ผลตอการดูแลผูปวยไดแก อายุ เพศ ระดับ
90 ปท ี่ 44 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสง เสริมสขุ ภาพและอนามัยสงิ่ แวดลอ ม
ความสัมพันธระหวา งปจ จัยสวนบุคคล ภาระในการดแู ล การสนบั สนนุ ทางสังคม และความเครียดของผูดูแลผปู ว ยฯ
การศึกษา และสถานภาพสมรส ความเครียด 348 ราย โรคหลอดเลอื ดสมองจํานวน 79 ราย
ความวิตกกังวล ความเบ่ือหนาย ซึ่งการดูแล โรคหัวใจและหลอดเลือดจํานวน 52 ราย โรค
ผูปวยตองใชทั้งความรูและความอดทนในการ มะเร็งจํานวน 25 ราย และโรคปอดอุดก้ัน
แกปญหา นอกจากนี้การท่ีตองดูแลผูปวยเปน เร้ือรังจํานวน 20 ราย จากประชากรในพ้ืนท่ี
เวลานานและตอเนื่องจะเกิดความรูสึกเปน จํานวน 13,988 ราย(10) นับวาเปนปญหา
ภาระ เหน่ือยหนาย เครียด ทําใหเกิดความ ทางสาธารณสุขที่สําคัญของพ้ืนท่ี ดังนั้นผูวิจัย
ขัดแยงกันในครอบครัวได(7) จะเห็นไดวา จึงสนใจที่จะศึกษาปจจัยสวนบุคคล ระดับ
ความเครียดจากการดูแลเปนปจจัยที่สงผล ภาระในการดูแล การสนับสนุนทางสังคมของ
กระทบตอคุณภาพชีวิตของผูดูแล ทําให ผูดูแลผูปวยโรคเร้ือรังในชุมชนวาเปนอยางไร
ประสิทธิภาพการดูแลผูปวยลดลง ผูปวยตอง และมีความสัมพันธกับระดับความเครียดของ
กลับเขารับการรักษาในโรงพยาบาลบอยขึ้น ผูดูแลหรือไม เพ่ือนําไปใชในการวางแผนการ
หรือเสียชีวิตกอนเวลาอันควร และจาก ดูแลสุขภาพและการสนับสนุนทางสังคมแก
การศึกษาของ ณัฐพงศ เปนลาภ และธีรยุทธ ผดู แู ลในชมุ ชน เพอ่ื ใหผ ดู ูแลสามารถเผชญิ กบั
รุงนิรันดร(8) และดวงกมล หนอแกวและ ความยากลําบากในการดูแลได สงผลใหมี
ชนุกร แกวมณี(9) ที่ศึกษาผูดูแลผูปวยโรคไต ความพรอมในการดูแลผูปวยโรคเร้ือรังที่อยู
และโรคหลอดเลือดสมอง ตามลําดับ พบวา บานและชุมชนไดอยางมีประสิทธิภาพ สงผล
ความเพียงพอของรายได อายุของผูดูแล ตอคณุ ภาพชีวิตของผปู ว ยโรคเรอื้ รังตอ ไป
ระยะเวลาในการดูแลผูปวย และการสนับสนุน
ทางสังคมมีความสัมพันธกับความเครียดและ ■ วตั ถปุ ระสงคการศึกษา
การรับรภู าระในการดแู ลของผดู แู ล
1. เพื่อศึกษาปจจัยสวนบุคคล ระดับ
จั ง ห วั ด น ค ร ส ว ร ร ค ต้ั ง อ ยู ใ น เ ข ต ของภาระในการดูแล การสนับสนุนทางสังคม
สุขภาพท่ี 3 ซึ่งเปนพื้นท่ีท่ีมีจํานวนผูปวยโรค และความเครียดของผูดูแลผูปวยโรคเรื้อรัง
เร้ือรังอยูในอันดับตนๆ ของการเปรียบเทียบ ในชมุ ชน
จากทกุ เขตในป 2559 พบวา พนื้ ท่ีเขตสุขภาพ
ท่ี 3 มีอัตราตายจากโรคหลอดเลือดสมอง 2. เพื่อศึกษาความสัมพันธระหวาง
สูงที่สุด (65.5 ตอแสนประชากรในป 2559) ปจจัยสวนบุคคลดานอายุ รายได ระยะเวลา
มีอัตราตายจากโรคหัวใจขาดเลือดสูงเปน ในการดูแล ภาระในการดูแล การสนับสนุน
อันดับ 4 คือ 37.0 ตอแสนประชากรและ ทางสังคมกับความเครียดของผูดูแลผูปวยโรค
ในป 2559 พบอัตราตายจากภาวะความดัน เร้ือรงั ในชมุ ชน
โลหิตสูงและอัตราตายกอนวัยอันควรอายุ
30-69 ปเ พมิ่ ข้นึ เปนอันดับที่ 3 (16.6 ตอ แสน ■ กรอบแนวคดิ ในการศกึ ษา
ประชากร ในป 2559)(1) และในเขตบรกิ ารของ
โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลวัดไทร ในการศึกษาคร้ังน้ีผูวิจัยใชกรอบ
อ.เมือง จ.นครสวรรค นับเปนสถานบริการ แนวคิด ทฤษฎีระบบนิเวศวิทยา (Ecological
ซึ่งรับผิดชอบในการดูแลผูปวยโรคไมติดตอ System Theory) ของบรอนเฟนเบรนเนอร
เร้ือรังจํานวนมาก ในป พ.ศ. 2561 พบวา (Bronfenbrenner, 2005)(11) ท่ีกลาวถงึ บุคคล
มีจํานวนผูปวยโรคไมติดตอเร้ือรังท่ีสําคัญ และสิ่งแวดลอมวามีความสัมพันธและมี
รวมทั้งหมด 3,602 ราย ไดแก โรคความดัน อิทธิพลซึ่งกันและกันทั้งทางตรงและทางออม
โลหิตสูงจํานวน 2,007 ราย โรคเบาหวาน โดยใหความสําคัญกับปจจัยที่มีความสัมพันธ
จํานวน 1,071 ราย ไตวายเร้ือรังจํานวน ระหวางบุคคลและสิ่งแวดลอม 5 ระดับ ไดแก
1) ปจจัยระดับบุคคล (microsystem) เปน
ปจจัยภายในตัวของบุคคล (Intrapersonal)
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 91
บ ท วิ ท ย า ก า ร
ในการศึกษาครง้ั นป้ี ระกอบดวยอายุ 2) ปจจยั เบาหวาน ไตวายเรื้อรัง หลอดเลือดสมอง
ระดับระหวางบุคคล (Mesosystem) เปน หัวใจและหลอดเลือด มะเร็ง และปอดอุดกั้น
ปจจยั ท่ีเกิดข้นึ ระหวางบุคคล (Interpersonal) เร้ือรัง 3) มอี ายตุ งั้ แต 20 ปข นึ้ ไป 4) เปนผูท ี่
ไดแก รายไดของครอบครัว ระยะเวลาในการ ไดรับการประเมินภาระในการดูแลของผูดูแล
ดูแล ภาระในการดูแล 3) ปจจัยระดับสังคม จ า ก แ บ บ ส อ บ ถ า ม ภ า ร ะ ใ น ก า ร ดู แ ล (8)
และชมุ ชน (Exosystem) เปน ปจ จยั ทเ่ี กยี่ วกบั ไดคะแนน 22 คะแนนขึ้นไป ถือวามีภาระ
สังคมหรือชุมชนท่ีญาติผูดูแลอาศัยอยู ไดแก 5) เปนผูที่เขาใจความหมายของภาษาไทย
แรงสนับสนุนทางสังคม 4) ปจจัยระดับ และส่ือสารภาษาไทยได 6) ยินดีและเต็มใจ
วัฒนธรรม (Macrosystem) เปนปจจัยที่อยู เขา รวมการวจิ ัย
ภายนอกสุดของบุคคล เชน ความเช่ือ
วัฒนธรรมคานิยมกฎหมาย ศีลธรรมหลัก ● เ ก ณ ฑ ใ น ก า ร อ อ ก ศึ ก ษ า
ศาสนา เปนตน และ 5) ปจจัยระดับมิติของ (Exclusion criteria) ผูท่ีทําหนาท่ีดูแล
เวลา (Chronosystem) เปนปจ จัยทีเ่ ก่ยี วขอ ง ผูปวยโรคเรื้อรังท่ีอยูระหวางเขารับการรักษา
กับนโยบายหรือเหตุการณท่ีเกิดข้ึนแลว ในโรงพยาบาลหรอื เสยี ชวี ิต
มีผลกระทบตอบุคคลและส่ิงแวดลอมท่ีผานมา
เชน การมีนโยบายการเปล่ียนแปลงไปของ ซึ่งกลุมโรคไมติดตอเร้ือรังในชุมชน
บุคคลหรือจุดพลิกผันในชีวิตซึ่งในการศึกษา (Non-Communicable Diseases; NCDs)
ครงั้ นีศ้ ึกษา 3 ปจจยั ไดแ ก ปจ จยั ระดับบุคคล ไดแ ก โรคความดันโลหติ สูง เบาหวาน ไตวาย
ปจจัยระดับระหวางบุคคล และปจจัยระดับ เรื้อรัง หลอดเลือดสมอง หัวใจและหลอดเลือด
สังคมและชุมชน กรอบแนวคิดในการศึกษา มะเร็ง และปอดอุดก้ันเรื้อรัง ในเขตบริการ
ครั้งน้ีอธิบายปจจัยสวนบุคคล ภาระการดูแล ของโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลวัดไทร
การสนับสนุนทางสังคมท่ีมีความสัมพันธกับ อ.เมือง จ.นครสวรรค กลุมตวั อยา ง คือ ผูดแู ล
ความเครยี ดในผดู ูแลผูปวยโรคเร้อื รงั ในชมุ ชน ท่ีมีอายุตั้งแต 20 ปขึ้นไป ที่ดูแลผูปวยโรค
เร้ือรัง ในชวงระหวางเดือน ตุลาคม ถึงเดือน
■ วิธีการศกึ ษา ธันวาคม 2562 เลือกกลุมตัวอยางแบบงาย
โดยกลุมตัวอยางมีคุณสมบัติตามเกณฑที่
การวจิ ยั ครงั้ นเี้ ปน การวจิ ยั เชงิ พรรณนา กําหนดจาํ นวน 183 คน
(Descriptive Research)
● ขนาดกลุมตัวอยาง กําหนด
● ประชากรและกลุมตัวอยาง ขนาดกลุมตัวอยางโดยการคํานวณหาคา
ไดแก ผูดูแลผูปวยโรคเร้ือรังในชุมชน ทั้งเพศ ขนาดอิทธิพล (Effect Size) เพอ่ื ใชใ น Power
หญิงและเพศชาย ท่ีมีอายุ 20 ป ข้ึนไป Analysis ที่ใชกับสถิติการวิเคราะหหาความ
ท่ี พั ก อ า ศั ย ใ น พ้ื น ที่ ใ น เ ข ต บ ริ ก า ร ข อ ง สมั พนั ธ โดยใชโ ปรแกรมสาํ เรจ็ รูป G* power
โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลวัดไทร version 3.1 ในการคํานวณหากลุมตัวอยาง
อ.เมือง จ.นครสวรรค จํานวน 15 หมู โดย โดยเลือก Statistical test เปน Correlation
กําหนดเกณฑในการเขาศึกษา (Inclusion Bivariate normal model และเลือก Type
criteria) ดังน้ี of power analysis เปน A priori : Compute
requires sample size-given α, power,
● เ ก ณ ฑ ใ น ก า ร เ ข า ศึ ก ษ า and effect size ในโปรแกรมสําเร็จรูป G*
(Inclusion criteria) 1) ผูท ่ีทําหนาทด่ี ูแลหลัก power version 3.1(12) กําหนดอํานาจการ
ผูปวยโรคเรื้อรังหลักในชุมชน ไมตํ่ากวา ทดสอบ (Power analysis) เทากับ .80
6 เดือน 2) ผูท่ีทําหนาที่ดูแลผูปวยโรคเรื้อรัง และความเช่ือมั่นท่ีระดับนัยสําคัญทางสถิติ
ในชุมชน ไดแก โรคความดันโลหิตสูง (α) เทากับ .05 จากการทบทวนวรรณกรรม
92 ปที่ 44 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสง เสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดลอ ม
ความสมั พันธระหวา งปจจัยสว นบคุ คล ภาระในการดูแล การสนบั สนุนทางสงั คม และความเครียดของผูดูแลผปู ว ยฯ
ไมพบผูศึกษาปจจัยสวนบุคคล ภาระในการ การแบงของ ดวงกมล หนอแกว และ
ดแู ล การสนับสนุนทางสังคม และความเครยี ด ชนุกร แกวมณี(9) ดังนี้ คาเฉลี่ยคะแนน
ของผูดูแลผูปวยโรคเร้ือรังในชุมชนมากอน 2.74-4.00 รูสึกเปนภาระมากที่สุด คาเฉล่ีย
จากการศึกษาทางการวิจัยทางการพยาบาล คะแนน 1.83–2.73 รูสกึ เปนภาระมาก คาเฉลย่ี
ท่ีผานมาในประเทศไทย พบการใชคาขนาด คะแนน 0.92-1.82 รูสึกเปนภาระปานกลาง
อทิ ธพิ ลกลุมอยรู ะหวา ง 0.2-0.4(13) ผูวิจัยจงึ ใช คาเฉล่ียคะแนน นอยกวาหรือเทากับ 0.91
คาอิทธพิ ล 0.20 แทนคาในโปรแกรมสําเรจ็ รูป รูส กึ เปน ภาระนอ ย
G* power version 3.1 ไดขนาดกลุม ตัวอยาง
153 คน และเพ่ือปองกันสูญหายระหวางการ สวนท่ี 3 แบบประเมินการสนับสนุน
เก็บขอมูล ผูวิจัยจึงเพิ่มจํานวนกลุมตัวอยาง ทางสงั คมของ ณฐั พงศ เปน ลาภ(8) ประกอบดว ย
อกี รอ ยละ 20 ของจาํ นวนทคี่ าํ นวณได( 14) ดงั นน้ั ขอคําถาม จํานวน 16 ขอ 80 คะแนน
จึงไดข นาดกลุมตวั อยางจํานวน 183 ราย เปนมาตราสวนประมาณคา 5 ระดับจาก
1-5 คือ ไมเคยเลย นานๆ คร้ัง บางครั้ง
● การเลือกกลุมตัวอยาง โดย บอยครั้ง และประจํา แบงเปน 3 ดาน ไดแก
ทําการสุมตัวอยางแบบงาย (Simple ดานอารมณ จาํ นวน 7 ขอ ดา นขอ มูลขาวสาร
Random Sampling) โดยเก็บตัวอยาง จาํ นวน 4 ขอ ดานทรัพยากรและวตั ถุ จํานวน
จากหมูบานในเขตบริการของโรงพยาบาล 5 ขอ เปนมาตราสวนประมาณคา 5 ระดับ
สงเสริมสุขภาพตําบลวัดไทร อ.เมือง ไดแก มากท่ีสุด มาก ปานกลาง นอย
จ.นครสวรรค ท้ังหมด 15 หมู จากน้ัน นอยที่สุด โดยใชเกณฑการประเมินของ
เลือกกลุมตัวอยางมีคุณสมบัติท่ีกําหนด โดย ณัฐพงศ เปนลาภ(9) ในการแบงระดับการ
ทีมผูวิจัยคนหากลุมตัวอยางจากโรงพยาบาล สนับสนุนทางสังคม ซึ่งแปลผลจากการจัด
สง เสริมสุขภาพประจาํ ตาํ บล (รพ.สต.) และทีม กลุมขอมูลโดยใชคาเฉล่ียและสวนเบี่ยงเบน
อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบาน (อสม.) มาตรฐาน เนื่องจากการกระจายขอมูลเปน
จากนน้ั จบั สลากเลอื กกลมุ ตวั อยา งทม่ี คี ณุ สมบตั ิ แบบปกติ โดยการสนับสนุนทางสังคมที่นอย
ตามท่ีกําหนดทั้งหมด 183 คน ตามสัดสวน คือ ไดคะแนนนอยกวา mean-S.D. การ
ประชากรแตละหมู สนับสนุนทางสังคมปานกลาง ไดคะแนน
mean±S.D. การสนับสนุนทางสังคมมาก คือ
● เ ค รื่ อ ง มื อ ที่ ใ ช ใ น ก า ร วิ จั ย ไดค ะแนนมากกวา mean±S.D การสนบั สนุน
ประกอบดวย 4 สว นดังนี้ ทางสังคมมีเกณฑก ารแบง ระดบั ดังน้ี คา เฉล่ีย
คะแนนต้ังแต 3.32-4.00 มีการสนับสนุน
สวนที่ 1 แบบสอบถามขอมูล ทางสังคมมาก คาเฉล่ียคะแนน 2.64-3.31
สวนบุคคลของกลุมตัวอยาง ประกอบดวย มีการสนับสนุนทางสังคมปานกลาง คาเฉล่ีย
อายุ ระยะเวลาในการดูแล สถานภาพสมรส คะแนนนอยกวาหรือเทากับ 2.63 มีการ
ระดบั การศกึ ษา อาชีพ รายได ความเพียงพอ สนับสนุนทางสงั คมนอย
ของรายได โรคของผูปวยที่ดูแล และความ
สมั พันธร ะหวา งผดู แู ลกบั ผปู ว ย สวนท่ี 4 แบบประเมินระดับความ
เครียด วัดดวยแบบประเมินความเครียดของ
สวนที่ 2 แบบวัดภาระในการดูแล กรมสุขภาพจิต (SPST-20) ประกอบดวย
ของ ชนัญชิดาดุษฎี ทูลศิริ รัชนี สรรเสริญ ขอคําถาม จํานวน 20 ขอ 80 คะแนน เปน
และวรรณรตั น ลาวงั (7) ประกอบดว ย ขอ คาํ ถาม มาตราสวนประมาณคา 5 ระดับจาก 1-5 คือ
จํานวน 22 ขอ 22 คะแนน เปนมาตราสวน ไมรูสึกเครียด รูสึกเครียดเล็กนอย รูสึกเครียด
ประมาณคา 5 ระดับจาก 0-4 คอื ไมเ คยเลย ปานกลาง รูสึกเครียดมาก รูสึกเครียดมาก
นานๆ คร้ัง บางครั้ง บอยครั้ง และประจํา
กําหนดเกณฑการประเมินโดยปรับจากเกณฑ
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 93
บ ท วิ ท ย า ก า ร
ที่สุด การกําหนดเกณฑการประเมินใชเกณฑ ■ ผลการศึกษา
การแบงระดับของกรมสุขภาพจิต ดังน้ี
คาเฉลี่ยคะแนน 3.06 ข้ึนไป มีความเครียด สวนท่ี 1 ปจจัยสวนบคุ คลดานอายุ
ระดับรุนแรง คาเฉล่ียคะแนน 2.06–3.05 รายได และระยะเวลาในการดูแลของ
มีความเครียดระดับสูง คาเฉล่ียคะแนน ผดู ูแลผปู วยโรคเรือ้ รงั ในชมุ ชน
1.16-2.05 มีความเครียดระดับปานกลาง
คาเฉลี่ยคะแนน นอยกวาหรือเทากับ 1.15 ผลการศึกษา พบวา กลุมตัวอยาง
มีความเครียดระดบั นอ ย สวนใหญม อี ายุ 50-59 ป คิดเปน รอยละ 36.6
รองลงมามีอายุ 40-49 ป คดิ เปน รอยละ 22.4
การตรวจสอบความเทยี่ ง (reliability) และมีอายุ 70 ปข้ึนไปนอยที่สุด คิดเปน
นําแบบวัดภาระในการดูแล แบบประเมิน รอยละ 5.4 สวนใหญมีรายได 5,000–9,999
การสนับสนุนทางสังคม และแบบประเมิน บาท/เดือน คิดเปนรอยละ 32.8 รองลงมา
ระดับความเครียดไปทดลองใชผูดูแลผูปวยท่ีมี มีรายไดนอยกวา 5,000 บาท/เดือน คิดเปน
คุณสมบัติคลายคลึงกับกลุมตัวอยาง จํานวน รอยละ 30.0 และมีรายได 30,000–34,999
30 ราย พรอมนํามาคํานวณหาคาความ บาท/เดือนนอยท่ีสุด คิดเปนรอยละ 0.5
เช่ือมั่นโดยใชสัมประสิทธ์ิอัลฟาของครอนบาค สวนใหญกลุมตัวอยางมีระยะเวลาในการดูแล
(Cronbach’s alpha coefficient) ไดคา ผูปวยจํานวน 1–10 ป คิดเปนรอยละ 80.9
ความเชอื่ มน่ั ของแบบประเมนิ ระดบั ความเครยี ด รองลงมามีระยะเวลา 11-20 ป คิดเปนรอยละ
.93 แบบวัดภาระในการดูแล .92 และแบบ 14.2 และมีระยะเวลาในการดูแล 41–50 ป
ประเมนิ การสนบั สนุนทางสงั คม .93 และ 51–60 ป นอยที่สุด คิดเปนรอยละ 0.5
ดงั ตารางท่ี 1
● การรวบรวมขอ มลู และวเิ คราะห
ขอมลู ดาํ เนินการเก็บรวบรวมขอมลู ระหวาง สวนท่ี 2 ภาระในการดูแล การ
เดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคม 2562 สนับสนุนทางสังคม และความเครียด
ไดแบบสอบถามท่ีมีความสมบูรณของขอมูล ข อ ง ผู ดู แ ล ผู ป ว ย โ ร ค เ ร้ื อ รั ง ใ น ชุ ม ช น
สามารถนํามาวิเคราะหตามวิธีการทางสถิติได รายดา นและโดยรวม
183 ฉบับ คิดเปนรอยละ 100 วิเคราะหขอมูล
โดยการหาคาความถี่ รอยละ ของขอมูลทั่วไป ผลการศึกษา พบวา ภาระในการดูแล
หาคาเฉล่ีย และสวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน โดยรวม มีคา เฉลี่ย 1.79 อยใู นระดับปานกลาง
รายขอและโดยรวมของภาระในการดูแล การสนับสนุนทางสังคมโดยรวมมีคาเฉลี่ย
และความเครียด หาความสัมพันธระหวาง 3.32 อยูในระดับสูง เมื่อพิจารณารายดาน
ปจจัยสวนบุคคลดานอายุ รายได ระยะเวลา พบวา การสนับสนุนทางสังคมดานอารมณ
ในการดูแล ภาระในการดูแล การสนับสนุน มคี าเฉล่ยี สูงสุด 3.58 อยูในระดบั สงู รองลงมา
ทางสังคม กับความเครียดโดยใชสถิติ คือการสนับสนุนทางสังคมดานขอมูลขาวสาร
สหสัมพันธของเพียรส นั มคี า เฉลยี่ 3.41 อยใู นระดบั สงู สว นการสนบั สนนุ
ทางสังคมท่ีคาเฉล่ียต่ําสุด คือ ดานทรัพยากร
● การพิทักษสิทธ์ิกลุมตัวอยาง และวตั ถุ มคี าเฉลย่ี 2.84 อยูในระดับปานกลาง
ผูวิจัยสงโครงรางการวิจัยเพื่อขออนุมัติจาก ความเครียดโดยรวม มีคาเฉลี่ย 1.98 อยูใน
คณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคนจังหวัด ระดับปานกลาง ดังตารางที่ 2
นครสวรรค เลขท่ี NSWPHO-023/62 วันที่
ใหก ารรับรอง 25 กนั ยายน 2562 สวนท่ี 3 ความสัมพันธระหวาง
ปจจัยสวนบุคคลดานอายุ รายได ระยะ
เ ว ล า ใ น ก า ร ดู แ ล ภ า ร ะ ใ น ก า ร ดู แ ล
การสนับสนุนทางสังคมกับความเครยี ด
94 ปท ี่ 44 ฉบบั ที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามัยสงิ่ แวดลอม