คำนำ
กรมกำรพัฒนำชุมชน ได้ดำเนินโครงกำรพัฒนำพ้ืนที่ต้นแบบกำรพัฒนำคุณภำพชีวติ ตำมหลัก
ทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่โคก “หนอง นำ โมเดล” และมอบหมำยให้สถำบันกำรพัฒนำชุมชนได้ดำเนินกำรกิจกรรมที่ 1
ฝกึ อบรมทกั ษะระยะสั้นกำรพัฒนำกสิกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียงรูปแบบ”โคก หนอง นำโมเดล” เพื่อสรำ้ งควำมรู้
ควำมเข้ำใจ ศำสตรพ์ ระรำชำ ตำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง และกำรสรำ้ งควำมเข้ำใจพ้ืนฐำน ในกำร
ปรบั เปลี่ยนชวี ติ ให้สำมำรถพ่ึงตนเองได้ตำมหลักกสิกรรมธรรมชำติ มำแล้วนั้น
จำกสถำนกำรณ์ของประเทศไทยในปัจจุบันต้องเผชญิ กับผลกระทบจำกวกิ ฤตกำรแพรร่ ะบำดของโรคติด
เช้ือไวรสั โคโรนำ 2019 (COVID –19) ซ่ึงส่งผลกระทบไปถึงวกิ ฤตทำงด้ำนเศรษฐกิจ ด้ำนกำรสำธำรณสุข ด้ำน
คมนำคมและอ่ืนๆ ส่งผลให้เกิดวกิ ฤตทำงสังคมขนำดหนักเกินไปท่วั จงึ ทำให้ต้องปรบั เปล่ียนวธิ กี ำรฝกึ อบรมโดยใช้
วธิ กี ำรฝกึ อบรมแบบทำงไกล (Online) ผ่ำนระบบ ZOOM
สถำบันกำรพัฒนำชุมชน ได้มอบหมำยให้ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนเพชรบุร ี ดำเนินงำนโครงกำร
พัฒนำพื้นที่ต้นแบบกำรพัฒนำคุณภำพชวี ติ ตำมหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นำ โมเดล” กิจกรรมที่ 1
ฝกึ อบรมเพิ่มทกั ษะระยะส้ันกำรพัฒนำกสิกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง รปู แบบ โคก หนอง นำ โมเดล รูปแบบ
ออนไลน์ จำนวน 2 รุน่ ๆละ 5 วัน โดยกำหนดให้ดำเนินกำรฝึกอบรม รุน่ ที่1 ระหว่ำงวันท่ี 20-24 กันยำยน
2564 และรนุ่ ท่ี 2 ระหวำ่ งวนั ที่ 26-30 กันยำยน 2564 กลุ่มเป้ำหมำยจำนวน 418 คน ประกอบด้วย ครวั เรอื น
จัดสรรใหม่ ,นักพัฒนำต้นแบบ(นพต.), ครวั เรอื นที่ยังไม่ผ่ำนกำรฝึกอบรมและครวั เรอื นผู้สนใจ จำกจังหวัด
กำญจนบุร ีประจวบคีรขี ันธ์ รำชบุร ี ขอนแก่น และจงั หวัดมหำสำรคำม ซงึ่ บดั น้ีได้ดำเนินกำรเสรจ็ เรยี บรอ้ ยแล้ว
จงึ ได้จดั ทำเอกสำรรำยงำนผลกำรฝึกอบรม เพ่ือสรปุ ผลกำรดำเนินงำนให้กรมฯและสถำบันกำรพัฒนำชุมชนทรำบ
และใชป้ ระโยชน์ในส่วนท่เี กี่ยวข้องต่อไป
ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนเพชรบุร ี
ตุลำคม 2564
สำรบัญ
คำนำ หน้ำ
สำรบญั 1
1
สำรบัญตำรำง 2
บทสรปุ ผู้บรหิ ำร 2
2
ส่วนที่ 1 บทนำ 2
ส่วนท่ี 2 1. เก่ียวกับโครงกำร 3
3
1.1. ควำมเป็นมำของโครงกำร 4
1.2. วตั ถุประสงค์
1.3. ข้ันตอน/วธิ กี ำรดำเนินงำน 9
1.4. กลุ่มเป้ำหมำย 24
1.5. งบประมำณดำเนินกำร 30
1.6. ระยะเวลำและสถำนที่ดำเนินกำร 33
1.7. ขอบเขตเนื้อหำ 39
1.8. ผลท่ีคำดวำ่ จะได้รบั 55
1.9. ตัวชว้ี ดั ควำมสำเรจ็ โครงกำร 61
69
สรุปสำระสำคัญในภำควชิ ำกำร/กิจกรรมกำรฝึกอบรม 71
2.1. วชิ ำ “หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่” 76
2.2. วชิ ำ “ถอดรหัสพระมหำชนก” 86
2.3. วชิ ำ “ถอดบทเรยี นผ่ำนสื่อแผ่นดินไทย” ตอนแผ่นดินวกิ ฤต
2.4. วชิ ำ “ทฤษฎี บันได 9 ข้ันสู่ควำมพอเพียง”
2.5. วชิ ำ “หลกั กสิกรรมธรรมชำติ”
2.6. วชิ ำ “ถอดบทเรยี นผ่ำนสื่อ “วถิ ีภูมิปญั ญำไทยกับกำรพึ่งตนเอง”
2.7. วชิ ำ “9 ฐำนกำรเรยี นรูเ้ ศรษฐกิจพอเพียง”
2.8. วชิ ำ “จติ อำสำพัฒนำชุมชน เอำมื้อสำมัคคี พัฒนำพื้นทต่ี ำมหลักปรชั ญำฯ”
2.9. วชิ ำ “สุขภำพพึ่งตน พัฒนำ 3 ขุมพลัง”
2.10.วชิ ำ “หลกั กำรออกแบบและกำรออกแบบโคกหนองนำ โมเดล เบื้องต้นฯ
2.11.วชิ ำ “ยุทธศำสตรก์ ำรขับเคล่ือนหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง
สำรบัญ (ต่อ)
…………………….หน้ำ
ส่วนท่ี 3
กำรประเมินโครงกำร 105
3.1 รปู แบบและวธิ กี ำรประเมินม 106
3.2 กำรเก็บรวบรวมข้อมูล .107
3.3 กำรวเิ ครำะห์ข้อมูล....................................................................................................... .107
3.4 เกณฑก์ ำรประเมิน........................................................................................................ 107
3.5 ผลกำรประเมิน..............................................................................................................
ภำคผนวก
ตำรำงกำรฝกึ อบรม
คำส่ังแต่งตั้งคณะทำงำน
แบบประเมินโครงกำร
ทะเบียนรำยชอ่ื ผู้ข้ำอบรม
ภำพกิจกรรม
สำรบัญตำรำง
ตำรำงท่ี หน้ำ
ส่วนท่ี ๑ ข้อมูลท่ัวไปของผู้ตอบแบบสอบถำม 109
ส่วนท่ี 2 ตำรำงที่ ๑ แสดงข้อมลู ท่วั ไปของผู้เข้ำรบั กำรฝกึ อบรม
ควำมคิดเห็นต่อโครงกำร 110
ส่วนที่ 3 ตำรำงที่ 2 แสดงกำรบรรลุวตั ถประสงค์ของโครงกำร 111
ตำรำงท่ี 3 แสดงควำมรคู้ วำมเข้ำใจด้ำนวชิ ำกำร (ก่อนกำรฝกึ อบรม) 113
ตำรำงท่ี 4 แสดงควำมรคู้ วำมเข้ำใจด้ำนวชิ ำกำร (หลังกำรฝกึ อบรม) 114
ตำรำงท่ี 5 แสดงผลกำรนำคสวำมรทู้ ี่ได้รบั ไปใชป้ ระโยชน์ 116
ควำมพึงพอใจต่อกระบวนกำร ขั้นตอนกำรให้บรกิ ำร
117
ส่วนที่ 4 ข้อเสนอแนะ
บทสรุปผูบ้ รหิ ำร
กรมกำรพัฒนำชุมชน ได้มอบหมำยให้ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนเพชรบุร ีดำเนินงำนโครงกำรพัฒนำ
พื้นที่ต้นแบบกำรพัฒนำคุณภำพชีวติ ตำมหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นำ โมเดล”แบบออนไลน์
กิจกรรมท่ี 1 ฝึกอบรมเพ่ิมทักษะระยะส้ันกำรพัฒนำกสิกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง รูปแบบ โคก หนอง นำ
โมเดล โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือให้ผู้เข้ำอบรมให้มีควำมรคู้ วำมเข้ำใจหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง รูปแบบ โคก
หนอง นำและพัฒนำให้มีควำมรู้ เป็นแกนนำกำรพัฒนำ และพัฒนำพื้นทีข่ องตนเองให้เปน็ แหล่งเรยี นรรู้ ูปแบบ “โคก
หนอง นำ” จำนวน 2 รุน่ ๆละ 5 วัน โดยกำหนดให้ดำเนินกำรฝึกอบรม รุน่ ท่ี 1 ระหว่ำงวันที่ 20-24 กันยำยน
2564 และรนุ่ ท่ี 2 ระหวำ่ งวนั ที่ 26-30 กันยำยน 2564 กลุ่มเป้ำหมำยจำนวน 418 คน ประกอบด้วย ครวั เรอื น
จัดสรรใหม่ ,นักพัฒนำต้นแบบ(นพต.), ครวั เรอื นที่ยังไม่ผ่ำนกำรฝึกอบรมและครวั เรอื นผู้สนใจ จำกจังหวัด
กำญจนบุร ีประจวบคีรขี ันธ์ รำชบุร ี ขอนแก่น และจงั หวดั มหำสำรคำม
จำกข้อมูลท่วั ไปของผู้เขำ้ รบั กำรฝึกอบรม จำนวน 418 คน พบวำ่ ผู้เข้ำอบรมทีต่ อบแบบสอบถำม ทง้ั หมด
จำนวน 418 คน แบ่งเป็นเพศชำย จำนวน 219 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 52.39 และเป็นเพศหญิง จำนวน 199
คน คิดเป็นรอ้ ยละ 47.61 ด้ำนอำยุ ผู้เข้ำฝกึ อบรมส่วนใหญ่มีอำยุระหวำ่ ง 51 ปีข้ึนไป จำนวน 174 คน คิดเป็น
รอ้ ยละ 41.63 รองมำคืออำยุระหว่ำง 41 – 50 ปี จำนวน 139 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 33.25 อำยุ 31-40 ปี
จำนวน 70 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 16.75 อำยุระหวำ่ ง 25-30 ปี จำนวน 25 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 5.98 และอำยุ
ต่ำกว่ำ 25 ปี จำนวน 10 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 2.39 ตำมลำดับ ด้ำนกำรศึกษำ พบว่ำส่วนใหญ่มีกำรศึกษำต่ำกวำ่
ปรญิ ญำตร ีจำนวน 204 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 48.80 รองมำคือระดับปรญิ ญำตร ี จำนวน 120 คน คิดเป็นรอ้ ยละ
28.71 ระดับปรญิ ญำโท จำนวน 19 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 4.55 ตำมลำดับ ด้ำนตำแหน่ง ผู้ตอบแบบสอบถำมมี
ตำแหน่งปรำชญ์ชุมชน/เกษตรกร มำกที่สุด จำนวน 162 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 38.75 รองลงมำคือ อื่นๆ จำนวน
105 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 25.12 อสม./อำสำสมัคร จำนวน 73 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 17.14 ผู้นำชุมชน จำนวน 62
คน คิดเป็นรอ้ ยละ 14.83 นักพัฒนำพื้นที่ต้นแบบ จำนวน 34 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 8.13 และกรรมกำรหมู่บ้ำน
จำนวน 20 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 4.78 ตำมลำดับ
ผลกำรประเมินกำรฝึกอบรม
ก่อนกำรฝึกอบรม
1.แสดงผลกำรประเมินควำมเข้ำใจและทักษะก่อนกำรฝึกอบรม จำกกำรตอบแบบประเมินฯพบว่ำผู้เข้ำ
อบรมที่ตอบแบบประเมินฯส่วนใหญ่มีควำมรูค้ วำมเข้ำใจและทักษะในกำรฝึกอบรมในภำพรวมอยู่ในระดับ ดีมำก
มีค่ำคะแนนเฉล่ียรวม 3.93 โดยเนื้อหำวชิ ำท่ีมีควำมรูค้ วำมเข้ำใจมำกที่สุด คือ หัวข้อวชิ ำ "ทฤษฎีบันได 9 ข้ัน สู่
ควำมพอเพียง"และวชิ ำ “ถอดบทเรยี นผ่ำนสื่อ “วถิ ีภูมิปญั ญำไทยกับกำรพึ่งตนเอง” อยูใ่ นระดับดีมำก มีค่ำคะแนน
เฉลี่ย 3.98 รองมำคือ วชิ ำ “ เรยี นรู้ 9 ฐำนเรยี นรสู้ ู่เศรษฐกิจพอเพียง” อยู่ในระดับดีมำก มีค่ำคะแนนเฉล่ีย 3.96
หัวข้อวชิ ำ"สุขภำพพ่ึงตน พัฒนำ 3 ขุมพลัง" พลังกำย พลังใจ พลังปัญญำและ หัวข้อกำร วชิ ำ “หลักกสิกรรม
ธรรมชำติ” อยู่ในระดับดีมำกเท่ำกัน มีค่ำคะแนนเฉลี่ย 3.95 หัวข้อวชิ ำ ยุทธศำสตรก์ ำรขับเคล่ือนปรชั ญำของ
เศรษฐกิจพอเพียงสู่กำรปฏิบัติ” และหัวข้อวชิ ำ “กิจกรรมเอำมื้อสำมัคคี อยู่ในระดับดีมำกเท่ำกัน มีค่ำคะแนน
เฉล่ีย 3.94 หัวข้อวชิ ำ หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ อยู่ในระดับดีมำก มีค่ำคะแนนเฉล่ีย
3.93 หัวข้อวชิ ำ หลักำรออกแบบและกำรออกแบบโคก หนอง นำ ฯเบื้องต้น อยู่ระดับดีมำก มีค่ำคะแนนเฉลี่ย
3.89 หัวข้อวชิ ำ “ถอดรหัสพระมหำชนก อยู่ในระดับดีมำก มีค่ำคะแนนเฉลี่ย 3.88 ตำมลำดับ สำหรบั วชิ ำที่มี
ควำมรคู้ วำมเข้ำใจน้อยทีส่ ุดคือหัวข้อวชิ ำ “กำรถอดบทเรยี นผ่ำนส่ือแผ่นดินวกิ ฤต” อยู่ในระดับดีมำก มีค่ำคะแนน
เฉล่ีย 3.76
หลังฝึกอบรม
แสดงผลกำรประเมินควำมเข้ำใจและทักษะหลังกำรฝึกอบรม จำกกำรตอบแบบประเมินฯพบว่ำ ผู้เข้ำ
อบรมท่ีตอบแบบประเมินฯส่วนใหญ่มีควำมรูค้ วำมเข้ำใจและทักษะในกำรฝึกอบรมในภำพรวมอยู่ใน ระดับ
มำกท่ีสุด มีค่ำคะแนนเฉลี่ยรวม 4.73 โดยเน้ือหำวชิ ำท่ีมีควำมรูค้ วำมเข้ำใจมำกท่ีสุด คือ หัวข้อวชิ ำ "เรยี นรู้ 9
ฐำนกำรเรยี นรูส้ ู่เศรษฐกิจพอเพียง" อยู่ในระดับมำกท่ีสุด มีค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.77 รองมำคือ หัวข้อวชิ ำ “ หลัก
ปรชั ญำของเศรษฐกิจกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่” หัวข้อวชิ ำ “กิจกรรมเอำม้ือสำมัคคี” หัวข้อวชิ ำ “ หลักกสิกรรม
ธรรมชำติ” อยูใ่ นระดับมำกที่สุดเทำ่ กัน มีค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.76 หัวข้อวชิ ำ “ ทฤษฎีบันได 9 ข้ัน สู่ควำมพอเพียง”
อยู่ในระดับมำกท่ีสุด มีค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.73 หัวข้อวชิ ำ “กำรถอดบทเรยี นผ่ำนสื่อ “วถิ ีภูมิปัญญำไทยกับกำร
พ่ึงตนเอง” อยู่ในระดับมำกท่ีสุดเท่ำกัน มีค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.72 หัวข้อวชิ ำ “ สุขภำพพึ่งตน พัฒนำ 3 ขุมพลัง"
พลังกำย พลังใจพลังปัญญำ” หัวข้อวชิ ำ “หลักกำรออกแบบและกำรออกแบบโคก หนอง นำฯเบอื้ งต้น และหัวข้อ
วชิ ำ “ ยุทธศำสตรก์ ำรขับเคล่ือนปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงสู่กำรปฏิบัติ” อยู่ในระดับมำกท่ีสุดเท่ำกัน มีค่ำ
คะแนนเฉล่ีย 4.71 ตำมลำดับสำหรบั วชิ ำที่มีควำมรูค้ วำมเข้ำใจน้อยที่สุดคือหัวข้อวชิ ำ “ถอดบทเรยี นผ่ำนส่ือ
แผ่นดินวกิ ฤต” และหัวข้อวชิ ำ ถอดรหัสพระมหำชนก อยู่ในระดับดีมำกท่ีสุดเท่ำกัน มีค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.70
2.แสดงผลกำรประเมินประโยชน์ของหัวข้อวชิ ำต่อกำรนำควำมรูไ้ ปปรบั ใช้ในกำรปฏิบัติงำนจำกกำรตอบ
แบบสอบถำมพบว่ำผู้เข้ำอบรมที่ตอบแบบสอบถำมส่วนใหญ่มีควำมคิดเห็นต่อระดับกำรนำไปใช้ประโยชน์ใน
ภำพรวม อยู่ในระดับมำกท่ีสุด มีค่ำคะแนนเฉลี่ยรวม 4.74 โดยหัวข้อวชิ ำท่ีมีระดับกำรใชป้ ระโยชน์มำกท่ีสุด
คือหัวข้อวชิ ำ "หลักกำรออกแบบและกำรออกแบบโคก หนอง นำ เบ้ืองต้น" อยู่ในระดับมำกที่สุด มีค่ำคะแนน
เฉลี่ย 4.80 รองมำคือ หัวข้อวชิ ำ”เรยี นรู้ 9 ฐำนเรยี นรูส้ ู่เศรษฐกิจพอเพียง” หัวข้อวชิ ำ “ หลักปรชั ญำของ
เศรษฐกิจกิจพอเพียงและทฤษฎใี หม่” หัวข้อวชิ ำ “ทฤษฎีบันได 9 ข้ัน สู่ควำมพอเพียง” อยูใ่ นระดับมำกทส่ี ุดเท่ำกัน
มีค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.75 หัวข้อวชิ ำ"สุขภำพพึ่งตน พัฒนำ 3 ขุมพลัง" พลังกำย พลังใจ พลังปัญญำ หัวข้อวชิ ำ
“หลักกสิกรรมธรรมชำติ” อยู่ในระดับมำกท่ีสุดเท่ำกัน มีค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.74 หัวข้อวชิ ำ “ ยุทธศำสตรก์ ำร
ขับเคลื่อนปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงสู่กำรปฏิบัติ” อยู่ในระดับมำกที่สุด มีค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.73 หัวข้อวชิ ำ
“ถอดรหัสพระมหำชนก” หัวข้อวชิ ำ “ถอดบทเรยี นผ่ำนสื่อ "วถิ ีภูมิปญั ญำไทยกับกำรพ่ึงตนเอง ในภำวะวกิ ฤต” อยู่
ในระดับมำกที่สุดเท่ำกัน มีค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.70 ตำมลำดับ สำหรบั วชิ ำที่มีระดับกำรใชป้ ระโยชน์ต่อกำรนำ
ควำมรูไ้ ปปรบั ใชใ้ นกำรปฏิบัติงำนน้อยที่สุดคือ ถอดบทเรยี นผ่ำนส่ือ แผ่นดินวกิ ฤต” อยู่ในระดับมำกที่สุด มีค่ำ
คะแนนเฉลี่ยเทำ่ กันคือ 4.67
3. ผลกำรประเมินควำมพึงพอใจต่อกำรบรหิ ำรหลักสูตรและกำรบรหิ ำรโครงกำร ในภำพรวมพบว่ำ
แสดงผลกำรประเมินควำมพึงพอใจต่อโครงกำร ผู้เข้ำรบั กำรอบรมมีควำมพึงพอใจต่อโครงกำรใน
ภำพรวม อยู่ในระดับมำก มีค่ำคะแนนเฉลี่ยรวม 4.74 โดยประเด็นที่ผู้เข้ำรบั กำรอบรมมีควำม พึงพอใจใน
ด้ำนต่ำงๆ เรยี งจำกมำก ไปหำ น้อย ดังน้ี
3.1 ด้ำนวทิ ยำกร ผลกำรประเมินภำพรวม ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.70 (ระดับมำกท่ีสุด)แยกเป็น
- กำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำมแสดงควำมคิดเห็น ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.71 (ระดับมำกท่สี ุด)
- ควำมรอบรใู้ นเน้ือหำของวทิ ยำกร ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.70 (ระดับมำกทสี่ ุด)
- กำรสรำ้ งบรรยำกำศกำรเรยี นรู้ ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.69(ระดับมำกทีส่ ุด)
- ควำมสำมำรถในกำรถ่ำยทอด ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.68 (ระดับมำกท่สี ุด)
3.2 ด้ำนกำรให้บรกิ ำร ผลกำรประเมินภำพรวม ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.68 (ระดับมำกที่สุด) แยกเป็น
- เจำ้ หน้ำทีม่ ีกิรยิ ำ มำรยำทฯเหมำะสม ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.80 (ระดับมำกที่สุด)
- เจำ้ หน้ำที่มีควำมกระตือรอื รน้ ฯ ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.80 (ระดับมำกท่ีสุด)
- อำหำร/อำหำรวำ่ ง มีคุณภำพเหมำะสม ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.69 (ระดับมำกทสี่ ุด)
- โสตทศั นูปกรณ์มีควำมเหมำะสม ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.67 (ระดับมำกทสี่ ุด)
- ห้องฝกึ อบรม/บรเิ วณโดยรอบเหมำะสม ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.66 (ระดับมำกท่สี ุด)
- สัญญำณ wifi ในห้องฝึกอบรมเหมำะสม ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.58 (ระดับมำกท่สี ุด)
- สัญญำณ wifi ในห้องพักเหมำะสม ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.55 (ระดับมำกท่ีสุด)
3.3 ด้ำนคุณภำพของหลักสูตร ผลกำรประเมินภำพรวม ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.76 (ระดับมำกท่ีสุด)
แยกเป็น
- ควำมค้มุ ค่ำของกำรฝึกอบรม ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.80 (ระดับมำกทีส่ ุด)
- ควำมรทู้ ีไ่ ด้รบั สำมำรถนำไปปรบั ใชใ้ นกำรปฏิบัติงำนได้
ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.77 (ระดับมำกทีส่ ุด)
- ควำมสอดคล้องของเน้ือหำหลักสูตรกับควำมต้องกำร
ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.75 (ระดับมำกทีส่ ุด)
- เนื้อหำหลักสูตรเป็นปัจจุบันทันต่อกำรเปลี่ยนแปลง
ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.72 (ระดับมำกท่สี ุด)
4. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ จำกผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรม
ด้ำนวทิ ยำกร
- วทิ ยำกรของศพช.เพชรบุรแี ละพื้นท่ฝี ึกอบรม ให้ควำมรดู้ ้ำนวชิ ำกำรและนันทนำกำรดีเยย่ี ม
- วทิ ยำกรมีควำมรดู้ ีและมีกระบวนกำรฝกึ อบรมท่สี นุก ให้ควำมรแู้ ก่ผู้เข้ำอบรมอย่ำงเต็มท่ี
- ทกุ สิ่งทุกอย่ำงท่วี ทิ ยำกรและอำจำรย์นำมำให้ควำมรู้ พอใจมำก
- ได้รบั ควำมรจู้ ำกวทิ ยำกรนอก เย่ยี มมำก
- เจำ้ หน้ำที่ประสำนงำนและครพู ำทำดูแลดีมำก
- เพ่ือนๆ นพต./จนท.พช./ครพู ำทำ และเพื่อนผู้เข้ำรบั กำรอบรมน่ำรกั ทุกคน
- ได้รบั ควำมรแู้ ละประสบกำรณ์ตรงจำกทมี วทิ ยำกรของศูนยฯ์ /วทิ ยำกรนอกและครูพำทำ
- บุคลำกรมีควำมรู้ มีมิตรภำพ และดูแลเอำใจใส่ดีทุกด้ำน
ด้ำนหลักสูตร
- มีกำรจดั กำรกระบวนกำรเรยี นรแู้ ละวำงแผนกำรจดั กิจกรรมอย่ำงเปน็ ข้ันเปน็ ตอน ได้รบั ควำมรู้
และควำมสนุกสนำนมำก
- กิจกรรมและหลักสูตรมีควำมชดั เจน เข้ำใจง่ำย ได้สำระควบค่คู วำมสนุกสนำน
- มีควำมพอใจในโครงกำรมำกมีทั้งภำคทฤษฎีและปฏิบตั ิและสำมำรถนำไปประยุกต์ใชไ้ ด้จรงิ ท้งั
ในครอบครวั และชุมชน
- ได้เห็นต้นแบบในกำรพัฒนำพ้ืนทจี่ รงิ ตำมรอยพ่อ
- ได้เรยี นรเู้ รอ่ ื งกำรทำกำรเกษตรตำมหลักกสิกรรมธรรมชำติ และกำรทำปุย๋ แห้ง/น้ำหมกั ชวี ภำพ
และกำรห่มดิน
- เป็นโครงกำรท่ดี ีมำก ควรมีและให้ควำมรแู้ ก่ประชำชนต่อไป
- ได้รบั ควำมรูจ้ ำกกำรอบรมเพิ่มมำกขึ้น และสำมำรถนำไปประยุกต์ใชไ้ ด้จรงิ ทั้งในครอบครวั และ
ชุมชน
- กำรฝึกอบรมมีกำรฝกึ ปฏิบัติ ทำให้เห็นถึงควำมสำมัคคีและกำรทำงำนเปน็ ทีม
- ได้เรยี นรูเ้ ก่ียวกับกำรบรหิ ำรจดั กำรพื้นที่ โคก หนอง นำ โมเดลเพื่อนำไปปรบั ปรุงและพัฒนำ
พื้นท่ขี องตนเอง
- ได้เรยี นรูจ้ ำกกำรนำศำสตรพ์ ระรำชำสู่กำรปฏิบัติ ฐำนกำรเรยี นรู้ 9 ฐำน และสำมำรถนำไป
ปฏิบตั ิได้จรงิ
- เปน็ กำรฝกึ อบรมท่ดี ี ได้ทัง้ ควำมรู้ ควำมสนุกสนำนและเพื่อนใหม่
ข้อเสนอแนะเชงิ นโยบำย
หลักสูตรนี้ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมให้ควำมสนใจ มีควำมมุ่ง ต้ังใจ ในกำรฝึกอบรมเป็นอย่ำงดี เพรำะ
กิจกรรมที่ได้รบั มีประโยชน์โดยตรงและสำมำรถนำไปปรบั ใชไ้ ด้จรงิ ในกำรปรบั พื้นทใี่ นกำรทำโคก หนองนำ โมเดล
และเป็นกิจกรรมที่บรรลุวตั ถุประสงค์ของโครงกำรเป็นอย่ำงมำก เน่ืองจำกกลุ่มเป้ำหมำยที่เข้ำรบั กำรฝึกอบรม มี
ควำมสนใจ และใฝ่รู้ หัวไว ใจสู้ พรอ้ มท่ีจะดำเนินกำรด้วยพละกำลังของตัวเอง และทุนของตัวเอง และมีควำม
สนใจที่อยำกกลับไปทำในพื้นท่ีของตัวเอง ให้เป็นในรูปแบบโคก หนองนำ ฉะน้ันหลักสูตรของกรมกำรพัฒนำ
ชุมชนทุกหลักสูตรทก่ี ลุ่มเปำ้ หมำยเป็นผู้นำชุมชนหรอื ภำคประชำชนท่วั ไป อยำกเปน็ ส่วนหน่ึงของกลุ่มเป้ำหมำยท่ี
กรมกำร-พัฒนำชุมชนจดั ดำเนินกำรข้ึนในรูปแบบน้ี เพรำะเชื่อว่ำหลักสูตรท่ีเกิดจำกควำมสนใจ และตั้งใจจรงิ
ยอ่ มนำไปสู่ผลสำเรจ็ ของกำรดำเนินกำรจรงิ มำกกวำ่ หลักสูตรที่เกิดจำกกำรผลักดันท่ไี ม่ได้เกิดจำกควำมต้องกำร
แต่ถ้ำเป็นกำรฝึกอบรมท่ีไม่ใช่เป็นแบบออนไลน์ ได้มำฝึกอบรมในสถำนท่ีจรงิ จะเกิดประโยชน์กับผู้เข้ำรบั กำร
ฝกึ อบรมมำกกว่ำน้ี
................................................
สว่ นที่ 1
บทนำ
1
ส่วนที่ 1
บทนำ
1.เกี่ยวกับโครงกำร
1.1 ควำมเปน็ มำ
กรมกำรพัฒนำชุมชน อนุมัติโครงกำรพัฒนำพ้ืนที่ต้นแบบกำรพัฒนำคุณภำพ
เพ่ือให้ประชำชนพื้นที่เรยี นรูช้ ุมชนต้นแบบกำรพัฒนำคุณภำพชวี ติ ครวั เรอื นต้นแบบกำรพัฒนำ
คุณภำพชวี ติ ผู้เข้ำรว่ มโครงกำรจำ้ งงำนสรำ้ งรำยได้ และผู้เก่ียวข้องมีควำมรูค้ วำมเข้ำใจหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจ
พอเพียง รูปแบบ โคก หนอง นำ รวมถึงพัฒนำให้กลุ่มเป้ำหมำยเป็นแกนนำกำรพัฒนำ สำมำรถเป็นครูกระบวนกำร
ครกู สิกรรม ครปู ระจำฐำนเรยี นรกู้ ำรพ่ึงพำตนเอง และครพู ำทำ เพ่ือขับเคล่ือนงำนและเชอื่ มโยงภำคีเครอื ข่ำยในพื้นที่
ประกอบกับสถำนกำรณ์กำรแพรร่ ะบำดของโรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนำ 2019 (COVID - 19) ที่ยังคงทวคี วำมรุนแรง จงึ
ปรบั กระบวนกำรฝึกอบรมเป็นแบบออนไลน์ และแบ่งกลุ่มเป้ำหมำยเป็นกลุ่มย่อยตำมจำนวนท่ีสอดคล้องกับ
มำตรกำรเฝ้ำระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเช้ือไวรสั โคโรนำ 2019 (COVID - 19) จึงกำหนดดำเนินงำนตำม
โครงกำรฝึกอบรมเพ่ิมทักษะระยะส้ันกำรพัฒนำกสิกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียงรูปแบบ โคก หนอง นำ โมเดล
แบบออนไลน์
1.2 วัตถุประสงค์ของโครงกำร
1.2.1 เพ่ือให้ผู้เข้ำอบรมให้มีควำมรูค้ วำมเข้ำใจหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง รูปแบบ โคก หนอง
นำ
1.2.2 เพ่ือพัฒนำให้กลุ่มเป้ำหมำยมีควำมรู้ เป็นแกนนำกำรพัฒนำ และพัฒนำพื้นท่ีของตนเองให้เป็น
แหล่งเรยี นรรู้ ูปแบบ “โคก หนอง นำ”
2
1.3 ข้ันตอนและวธิ กี ำรดำเนินกำร
1.3.1 ขั้นเตรยี มกำร
1.3.1 ประชุมเจำ้ หน้ำท่ีศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนเพชรบุร ีเพ่ือเตรยี มควำมพรอ้ มในกำรจดั
ฝกึ อบรมตำมแผนปฏิบตั ิงำน
1.3.1.2 มอบหมำยผู้รบั ผิดชอบ จดั ทำโครงกำรและคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงำน
1.3.1.3 จดั ทำแผนปฏิบตั ิงำนโครงกำร
1.3.1.4 จดั ประชุมคณะทำงำนตำมคำส่ัง ชแ้ี จงทรำบในประเด็น ดังนี้
1) รำยละเอียดกำรดำเนินงำนตำมโครงกำร
2) เนื้อหำหลักสูตร
3) ตำรำงกำรฝกึ อบรมตำมหลักสูตร
4) จดั เตรยี มประสำนวทิ ยำกร
5) ประสำนสถำนท่เี พ่ือเตรยี มควำมพรอ้ มและติดต้ังสัญญำนอินเตอรเ์ น็ต
6) มอบหมำยหน้ำทีค่ วำมรบั ผิดชอบคณะทำงำนตำมคำส่ัง
1.3.1.5 ประสำนแผนกำรดำเนินงำนกับสถำบันกำรพัฒนำชุมชน กรมกำรพัฒนำชุมชน เพ่ือ
ประสำนจงั หวดั ในพ้ืนที่ให้บรกิ ำรเพ่ือแจง้ กลุ่มเป้ำหมำยเข้ำรบั กำรฝกึ อบรมตำมแผนปฏบิ ตั ิกำร
1.3.1.6 ประสำนควำมรว่ มมือกับจงั หวัดในพ้ืนที่ให้บรกิ ำร เพ่ือเตรยี มควำมพรอ้ มและซกั ซอ้ ม
ควำมเข้ำใจในกำรส่งกลุ่มเปำ้ หมำยเข้ำรบั กำรฝกึ อบรม
1.3.2 ข้ันตอนระหว่ำงดำเนินงำน
1.3.2.1 ดำเนินกำรฝึกอบรมโครงกำรฯ ตำมกำหนด
1.3.2.2 ประชุมทมี งำนและผู้เกี่ยวข้องในแต่ละวนั ทั้งด้ำนวชิ ำกำรและบรหิ ำรโครงกำร (AAR)
1.3.2.3 ดูแลอำนวยควำมสะดวกแก่วทิ ยำกรและผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรม ทั้งในขณะฝึกอบรมและ
เมื่อจบกำรฝึกอบรมในแต่ละวนั
1.3.3 ข้ันหลังดำเนินกำร
1.3.3.1 ประเมินผลโครงกำร/สรุปรำยงำนผลกำรดำเนินงำน
1.3.3.2 รำยงำนผลกำรดำเนินงำนในระบบ BPM
1.4 กลุ่มเป้ำหมำยเข้ำรบั กำรอบรม จำนวนท้ังส้ิน 418 คน ดังน้ี
1.4.1 จงั หวดั กำญจนบุร ี จำนวน 19 คน
1.4.2 จงั หวัดประจวบคีรขี ันธ์ จำนวน 10 คน
1.4.3 จงั หวดั รำชบุร ี จำนวน 11 คน
1.4.4 จงั หวัดขอนแก่น จำนวน 83 คน
1.4.5 จงั หวดั มหำสำรคำม จำนวน 295 คน
1.5 งบประมำณดำเนินกำร
งบประมำณดำเนินกำรจำกกรมกำรพัฒนำชุมชน จำนวน 2 รุน่ เป็นเงนิ ทัง้ สิ้น 116,800 บำท
(หน่งึ แสนหนง่ึ หม่ืนหกพันแปดรอ้ ยบำทถ้วน)
3
1.6 ระยะเวลำดำเนินกำร
รนุ่ ที่ 1 ดำเนินกำรระหว่ำงวนั ที่ 20-24 กันยำยน 2564
รนุ่ ที่ 2 ดำเนินกำรระหว่ำงวันท่ี 26-30 กันยำยน 2564
1.7 ขอบเขตเน้ือหำหลักสูตรและกิจกรรมเสรมิ คณุ ค่ำ
7.1.1 ขอบเขตเน้ือหำหลกั สูตร ประกอบด้วย 3 ด้ำนคือ
1) Knowledge
- หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎใี หม่
- ถอดรหัสพระมหำชนก
- ถอดบทเรยี นผ่ำนสื่อแผ่นดินวกิ ฤต
- ทฤษฎีบันได 9 ขั้นสู่ควำมพอเพียง
- หลักกสิกรรมธรรมชำติ
- กำรออกแบบและกำรออกแบบโคก หนอง นำ เบอ้ื งต้น
- ถอดบทเรยี นผ่ำนส่ือ “วถิ ีภูมิปัญญำไทยกับกำรพ่ึงตนเอง”
- กำรขับเคลื่อนสืบสำนศำสตรพ์ ระรำชำ ตำมกลไก 357
2) Attitude
- กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์
- สุขภำพพึ่งตน พัฒนำ 3 ขุมพลงั พลังกำย พลงั ใจ พลังปญั ญำ
3) Skill
- จติ อำสำพัฒนำชุมชน เอำม้ือสำมัคคี พัฒนำพื้นที่ตำมหลักทฤษฎีใหม่
- ฝกึ ปฏิบตั ิฐำนกำรเรยี นรู้
- Work Shop กำรออกแบบพ้ืนที่และสรุปบมเรยี นกำรออกแบบพ้ืนที่
- ยุทธศำสตรก์ ำรขับเคล่ือนปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงสู่กำรปฏิบัติ
- นำเสนอแผนยุทธศำสตรช์ ุมชน (จำกพื้นท่ที ผี่ ู้อบรมเรยี นอยู)่
7.1.2 กิจกรรมเสรมิ คุณค่ำ ประกอบด้วย
1) กิจกรรมหน้ำเสำธง สวดมนต์ไหวพ้ ระ ปฏิญำณตน พิจำรณำอำหำร
2) รอ้ งเพลงมำรช์ พัฒนำชุมชน
3) สวดมนต์ไหว้พระหลังเสรจ็ สิ้นกิจกรรมแต่ละวัน
4) เขียนปณิธำนเพื่อถวำยเป็นพระรำชกุศลแด่ในหลวงรชั กำลที่ 9
1.8 ผลท่ีคำดว่ำจะได้รบั
1.๘.๑ กลุ่มเป้ำหมำยท่ีเข้ำรบั กำรฝึกอบรมมีควำมรูค้ วำมเข้ำใจหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง
รูปแบบ โคก หนอง นำ
1.๘.๒ กลุ่มเป้ำหมำยท่ีเข้ำรบั กำรฝึกอบรมสำมำรถนำควำมรูไ้ ปปรบั ใชใ้ นกำรพัฒนำพ้ืนที่ของตนเองให้
เปน็ แหล่งเรยี นรรู้ ูปแบบ “โคก หนอง นำ”
4
1.9 ตัวชวี้ ดั ควำมสำเรจ็ โครงกำร
1.9.๑ เชงิ ปรมิ ำณ
1) กลุ่มเป้ำหมำยที่เข้ำรบั กำรฝึกอบรมมีควำมรูค้ วำมเข้ำใจหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง
รูปแบบ โคก หนอง นำ ในระดับดี รอ้ ยละ ๘๐
1.9.2เชงิ คุณภำพ
2) พ้ืนท่ีครวั เรอื นเป้ำหมำยได้รบั กำรพัฒนำตำมแนวทำงกำรพัฒนำพื้นที่ต้นแบบ กำรพัฒนำ
คุณภำพชวี ติ ตำมหลักทฤษฎีใหม่รปู แบบประยุกต์ “โคก หนอง นำ โมเดล”
2. แต่งต้ังคณะทำงำน
ตำมคำส่ังศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชน ท่ี18/2564 ลงวันที่ 10 เดือนกันยำยน พ.ศ. 2564
3. รำยชอื่ ทีมวทิ ยำกร
3.1. รำยชอื่ วทิ ยำกร
3.1.1 วชิ ำ “หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่”
วทิ ยำกร: นำยธรรมนญู ไขวพ้ ันธุ์ พัฒนำกำรจงั หวดั เพชรบุร ี
ประเด็นเน้ือหำกำรเรยี นรู้
1. ส.ค.ส. 547 วกิ ฤตระเบดิ สี่ลูก
2. ปรชั ญำ 3 ระบบ (ทนุ นิยม สังคมยมิ พอเพียง)
3. แนวคิดทฤษฎี นวัตกรรมศำสตรพ์ ระรำชำ วำ่ ด้วยดิน นำ้ ปำ่ คน
4. ทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นำ โมเดล”
5. วถิ ีปฏิบตั ิกำรอย่ำงเป็นขั้นเปน็ ตอน
6. ทำแบบคนจน (เอำม้ือสำมัคคี)
3.1.2 วชิ ำ “ถอดรหัสพระมหำชนก” ตอนที่ 2
วทิ ยำกร: นำยธรรมนญู ไขวพ้ ันธุ์ พัฒนำกำรจงั หวดั เพชรบุร ี
ประเด็นเน้ือหำกำรเรยี นรู้
1. ถอดบทเรยี นจำกมุมมองด้ำนกำรพัฒนำมนุษย์และองค์กำรอัจฉรยิ ภำพอันสรำ้ งสรรค์ของ
พระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยู่หัว
2. คติธรรมกำรพัฒนำมนุษย์ตำมแนวทำง “กำรฟ้ ืนฟูต้นมะม่วง”
3. วธิ ี 9 อย่ำงในกำรฟ้ ืนฟูต้นมะม่วง
3.1.3 วชิ ำ “กำรถอดรหัสผ่ำนสื่อแผ่นดินไทย ตอนแผ่นดินวกิ ฤต”
วทิ ยำกร: นำยอนุสรณ์ กำญจนวำณิชย์ ผู้ชว่ ยผู้อำนวยกำรศูนยศ์ ึกษำและพัฒนำชุมชนเพชรบุร ี
ประเด็นเนื้อหำกำรเรยี นรู้
1. ภำวะวกิ ฤตโลก สังคมไทย
2. ถ้ำเข้ำสู่ภำวะวกิ ฤตจะเอำตัวรอดอย่ำงไร
3. ทำงออกวกิ ฤต ดิน นำ้ ปำ่ คน ด้วยโคก หนอง นำ โมเดล
3.1.4 วชิ ำ “หลักทฤษฎีบันได 9 ข้ัน สู่ควำมพอเพียง
วทิ ยำกร: นำงวำสนำ ไขว้พันธุ์ ผู้อำนวยกำรศูนยศ์ ึกษำและพัฒนำชุมชนเพชรบุร ี
5
ประเด็นเนื้อหำกำรเรยี นรู้
1. หลักคิด “ปรชั ญำของเศรฐกิจพอเพียง”
2. พระรำชดำร ิ“ทฤษฎีใหม่” กำรบรหิ ำรจดั กำรตำมข้ันตอน
3. เศรษฐกิจพอเพียงควำมเข้มแข็งท่ีเป็นรปู ธรรมตำมวถิ ีวฒั นธรรม ภูมิปัญญำและภูมิสังคม
4. กำรประยุกต์ใชห้ ลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับบุคคล กลุ่ม องค์กรชุมชนและสังคม
3.1.5 วชิ ำ “หลักกสิกรรมธรรมชำติ”
วทิ ยำกร: นำยอภิวรรษ สุขพ่วง ประธำนศูนยเ์ รยี นรไู้ รส่ ุขพ่วงทอง
ประเด็นเนื้อหำกำรเรยี นรู้
1. หัวใจหลักกสิกรรมธรรมชำติ “เล้ียงดินให้ดินเล้ียงพืช” ห่มดิน “แห้งชำม นำ้ ชำม”
2. นิยำม 5
3. กำรปลกู ป่ำ 3 อย่ำง ประโยชน์ 4 อยำ่ ง /กำรปลกู ไม้ 5 ระดับ
4. 10 ข้ันตอนกำรเตรยี มและตรวจแปลง
3.1.6 วชิ ำ “ฝึกปฏิบัติฐำนกำรเรยี นรู”้
วทิ ยำกร: นำงขวัญตำ พ่วงทอง ผู้ช่วยผู้อำนวยกำรศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนเพชรบุรแี ละทีม
วทิ ยำกร ศพช.เพชรบุร ี
ประเด็นเน้ือหำกำรเรยี นรู้
1. เรยี นรูฐ้ ำนคนรกั ษ์ป่ำ,ฐำนคนรกั พระแม่ธรณี,ฐำนคนรกั ษ์ดิน,ฐำนคนรกั ษ์น้ำ,ฐำนคนรกั ษ์พระแม่
โพสพ,ฐำนคนมีไฟ,ฐำนคนหัวคันนำทองคำ,ฐำนคนรกั ษ์สุขภำพ,ฐำนคนมีน้ำยำ,ฐำนปุ๋ยน้ำหมักชวี ภำพและฐำน
เสวยี นไม้ไผ่
2. สรปุ ผลกิจกรรมทเ่ี รยี นรแู้ ละทรี่ ว่ มกันทำ
3.1.7 วชิ ำ “ถอดบทเรยี นผ่ำนส่ือ “วถิ ีภูมิปัญญำไทยกับกำรพ่ึงตนเองในภสวะวกิ ฤต (พ่อบุญเล่ียม
บุตรจนั ทรำ)
วทิ ยำกร : นำงสำวอัญชษิ ฐำ สิงห์สุทศั น์ นักทรพั ยำกรบุคคลชำนำญกำร
ประเด็นเน้ือหำกำรเรยี นรู้
1. ผลกระทบจุดเปล่ียนของสังคมไทย
2. แนวคิดในกำรพัฒนำเกษตรกรรมย่งั ยนื
3. แนวคิดในกำรจดั กำรทรพั ยำกรธรรมชำติ
4. แนวคิดในกำรพัฒนำพ่ึงพำตนเอง
5. กรณีศึกษำ “พ่อเล่ียม บุตรจนั ทำ” ปรำชญ์ชำวบ้ำนแห่งบ้ำนสวนฮอนซอน
3.1.8 วชิ ำ “พัฒนำ 3 ขุมพลัง พลังกำย พลังใจ พลังสติปัญญำ”
วทิ ยำกร : นำงสำววำสนำ ยึดเหน่ียว นักวชิ ำกำรพัฒนำชุมชนชำนำญกำร
ประเด็นเน้ือหำกำรเรยี นรู้
1. กำรพัฒนำพลังกำย กำรพฒั นำพลังใจ กำรพัฒนำพลังปญั ญำ
2. แนวคิดกำรพัฒนำเพื่อพึ่งตนเองของเกษตรกร
3. กรปรบั เปล่ียนชวี ติ ตำมสถำนกำรณ์
6
3.1.9 วชิ ำ “จติ อำสำพัฒนำ เอำมื้อสำมัคคี พัฒนำพื้นที่ตำมหลักทฤษฎีใหม่”
วทิ ยำกร : เจำ้ หน้ำท่พี ัฒนำชุมชนและครพู ำทำ ประจำจุดในแต่ละพื้น
ประเด็นเน้ือหำกำรเรยี นรู้
1. กำรทำกิจกรรมรว่ มแรง รว่ มใจ รว่ มพลังกันในกำรประยุกต์ใชห้ ลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง
กำรพัฒนำพ้ืนทต่ี ำมหลกั ทฤษฎีใหม่
2. สรปุ บทเรยี นและผลกิจกรรมทีร่ ว่ มกันทำ
3.1.10 วชิ ำ “หลักกำรออกแบบและกำรออกแบบโคก หนอง นำ โมเดล เบ้ืองต้น”
วทิ ยำกร : ผศ.พิเชฐ โสวทิ ยสกุล และ รศ.วรวรรณ์ โรจนไพบูลย์ สถำบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้ำ
เจ้ำคุณทหำรลำดกระบัง และนำงสำววัชรนิ ทร์ บุญญวนิ ิจ ผู้จัดกำรส่วนกิจกรรมเพ่ือประโยชน์ต่อสังคมและ
ส่ิงแวดล้อม กลุ่มบรษิ ัทน้ำตำลขอนแก่น
ประเด็นเนื้อหำกำรเรยี นรู้
1. หลักกำรออกแบบตำมหลักภูมิสงั คม ดิน น้ำ ไฟ พืช คน
2. กำรสำรวจพื้นทกี่ ่อนกำรออกแบบ
3. ขั้นตอนกำรออกแบบโคก หนอง นำ พฒั นำชุมชนด้วยตนเอง
3.1.11 วชิ ำ “Work Shop กำรออกแบบพ้ืนท่ี”และสรุปบทเรยี นกำรออกแบบพื้นท่ี
วทิ ยำกร : รศ.วรวรรณ์ โรจนไพบูลย์ สถำบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้ำเจ้ำคุณทหำรลำดกระบัง /
เจำ้ หน้ำที่พัฒนำชุมชนและวทิ ยำกรครพู ำทำในพื้นทีป่ ระจำจุด
ประเด็นเน้ือหำกำรเรยี นรู้
1. ข้ันตอนกำรออกแบบ โคก หนอง นำ ด้วยตนเอง
2. หลกั คิดพ้ืนฐำนกำรออกแบบตำมหลักภมู ิสังคม (Geosocial
3. กำรคำนวณกำรจดั กำรน้ำฝนในพ้ืนที่
5. แนวคิดกำรออกแบบและฝกึ ปฏิบัติกำรเขียนแบบตำมหลัก “โคก หนอง นำ”
3.1.12 วชิ ำ “ยุทธศำสตรก์ ำรขับคล่ือนปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง” พรอ้ มนำเสนอ
วทิ ยำกร : นำยธรรมนูญ ไขว้พันธ์ พัฒนำกำรจงั หวัดเพรบุร ี
ประเด็นเนื้อหำกำรเรยี นรู้
1. กำรกำหนดเปำ้ หมำยของชวี ติ บนวถิ ีชวี ติ เศรษฐกิจพอเพยี ง
2. ออกแบบพื้นที่ชวี ติ กำรดำรงอยูบ่ นพ้ืนฐำนของกำรพึ่งตนเอง เล็ก แคบ ชดั กำรเอำมื้อสำมัคคี
และกำรเปน็ ครพู ำทำ
3. กำหนดยุทธศำสตรก์ ำรขับเคลื่อนปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงสู่กำรปฏิบตั ิสถำนทจ่ี รงิ วำงแผน
ขับเคล่ือนสรำ้ งสงั คมอุดมสุขแบบพอเพียง จติ อำสำพัฒนำพ้ืนที/่ พัฒนำชุมชน
สว่ นท่ี 2
สรปุ สำระสำคัญภำควิชำกำร
8
ส่วนที่ 2
สรุปสำระสำคัญในภำควชิ ำกำร/กิจกรรมกำรฝึกอบรม
ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนเพชรบุร ีดำเนินกำรฝึกอบรมตำมโครงกำรพัฒนำพื้นที่ต้นแบบกำรพัฒนำ
คุณภำพชวี ติ ตำมหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นำ โมเดล” แบบออนไลน์ กิจกรรมท่ี 1 ฝึกอบรมเพิ่ม
ทักษะระยะส้ันกำรพัฒนำกสิกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง รูปแบบ โคก หนอง นำ โมเดล โดยมีวัตถุประสงค์
เพื่อสรำ้ งควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ศำสตรพ์ ระรำชำ ตำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง และกำรสรำ้ งควำมเข้ำใจ
พ้ืนฐำน ในกำรปรบั เปลี่ยนชีวติ ให้สำมำรถพ่ึงตนเองได้ตำมหลักกสิกรรมธรรมชำติ จำนวน 2 รุน่ ๆละ 5 วัน โดย
กำหนดให้ดำเนินกำรฝึกอบรม รุน่ ที่ 1 ระหว่ำงวันท่ี 20-24 กันยำยน 2564 และรุน่ ที่ 2 ระหว่ำงวันที่ 26-30
กันยำยน 2564 กลุ่มเป้ำหมำยจำนวน 418 คน ประกอบด้วย ครวั เรอื นจดั สรรใหม่ ,นักพัฒนำต้นแบบ(นพต.),
ครวั เรอื นที่ยงั ไม่ผ่ำนกำรฝกึ อบรมและครวั เรอื นผู้สนใจ จำกจงั หวดั กำญจนบุร ี ประจวบคีรขี ันธ์ รำชบุร ี ขอนแก่น
และจงั หวัดมหำสำรคำม โดยสรุปสำระสำคัญในกำรฝกึ อบรมภำควชิ ำกำร และกำรจดั กิจกรรมตำมหลักสูตร ดังนี้
เน้ือหำหลักสูตร ประกอบด้วย 13 เนื้อหำวชิ ำหลัก 3 กิจกรรมเสรมิ คุณค่ำ ดังน้ี
เน้ือหำวชิ ำหลัก
1) หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่
2) ถอดรหัสพระมหำชนก
3) ถอดบทเรยี นผ่ำนสื่อ “ตอนแผ่นดินวกิ ฤต”
4) พัฒนำ 3 ขุมพลัง “พลังกำย พลังใจ พลังปญั ญำ”
5) ทฤษฎีบันได 9 ขั้นสู่ควำมพอเพียง
6) หลักกสิกรรมธรรมำชำติ
7) ถอดบทเรยี นผ่ำนส่ือ “วถิ ีภูมิปญั ญำไทยกับกำรพึ่งตนเองในภำวะวกิ ฤต”
8) หลักกำรออกแบบและกำรออกแบบโคกหนองนำ โมเดล เบือ้ งต้น
9) Work Shop กำรออกแบบพ้ืนที่และสรปุ บทเรยี นกำรออกแบบพื้นที่
10) เรยี นรู้ 9 ฐำนกำรเรยี นรเู้ ศรษฐกิจพอเพียง
11) กิจกรรมเอำมื้อสำมัคคี
12) ยุทธศำสตรก์ ำรขับเคล่ือนปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงสู่กำรปฏิบัติ
13) นำเสนอแผนยุทธศำสตรช์ ุมชน (จำกพ้ืนท่ที ่ีผู้อบรมเรยี นอยู่)
กิจกรรมเสรมิ คณุ ค่ำ
1) กิจกรรมหน้ำเสำธง ปฏิญำณตน สวดมนต์ไหว้พระ บทพิจำรณำอำหำร
2) รอ้ งเพลงมำรช์ พัฒนำชุมชน
3) สวดมนต์ไหวพ้ ระก่อนเดินทำงกลับบำ้ น
กระบวนกำรเรยี นรู้
1) ใชก้ ำรฝึกอบรมรูปแบบออนไลน์ (Zoom Cloud Meeting) โดยแบ่งผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรม
ออกเป็นจุดๆละ ประมำณ 15-25 คน ตำมบรบิ ทของแต่ละพื้นที่ที่จงั หวัดกำหนด โดยมีเจ้ำหน้ำท่ีพัฒนำชุมชน
และครพู ำทำ ดูแลและอำนวยควำมสะดวกแก่ผู้เข้ำรบั กำรฝกึ อบรมประจำจุด
9
2) ให้ผู้เรยี นเปน็ ศูนย์กลำง เน้นกำรเรยี นรแู้ บบมีส่วนรว่ ม
2) วทิ ยำกรให้ควำมรู้ แลกเปล่ียนประสบกำรณ์ และเติมเต็มควำมร/ู้ ฝกึ ปฏิบตั ิ
เทคนิค/วธิ กี ำร
1) บรรยำยประกอบส่ือ Power Point
2) เวทีแลกเปล่ียนเรยี นรู้
3) ส่ือวดี ีทัศน์
4) แบ่งกลุ่มระดมสมองและฝึกปฏิบตั ิ
วชิ ำ “หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่”
1.วทิ ยำกร รุน่ ที่ 1 - 2 นำยธรรมนูญ ไขว้พันธุ์ ตำแหนง่ พฒั นำกำรจงั หวัดเพชรบุร ี
2.วัตถุประสงค์
เพ่ือให้ผู้เข้ำรบั กำรอบรมมีควำมรู้ “หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพยี งและทฤษฎีใหม่” เพ่ือนำไปประยุกต์
สู่ “โคก หนอง นำ พัฒนำชุมชน”
3.ระยะเวลำ 4.30 ชว่ั โมง
4.ประเด็นเน้ือหำวชิ ำ
๑. ส.ค.ส. 2547 วกิ ฤตระเบดิ ส่ีลูก
๒. ปรชั ญำ 3 ระบบ
๓. แนวคิด ทฤษฎี นวัตกรรมศำสตรพ์ ระรำชำ ว่ำด้วยเรอ่ ื งดิน น้ำ ป่ำ คน
๔. ทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่โคก หนอง นำโมเดล
5. วธิ ปี ฏิบัติอย่ำงเป็นข้ันเป็นตอน
6. ทำแบบคนจน
- กำรเอำม้ือสำมัคคี
5.เทคนิค/วธิ กี ำร
1. กำรบรรยำยประกอบสื่อ PowerPoint
2. กำรต้ังคำถำมเพ่ือกำรแลกเปล่ียนประสบกำรณ์
6.วัสดุ/อุปรณ์
1. สื่อวดี ีทัศน์ ประกอบกำรบรรยำยผ่ำนระบบ ZOOM
2. สื่อ Power Point
7.สรปุ ผลกำรดำเนินงำนและกำรเรยี นรู้
1. ส.ค.ส. 2547 วกิ ฤตระเบดิ ส่ีลูก
บรบิ ทกำรเปล่ียนแปลงของโลกทคี่ นไทยได้เผชญิ มำแล้ว และจะรุนแรงข้ึนในทศวรรษหน้ำด้วยระเบดิ ๔
ลูกที่จุดชนวนทวั่ โลก
10
ลูกท่ี ๑ วกิ ฤตเศรษฐกิจ (Economic Crisis) วกิ ฤตเศรษฐกิจ พลังงำน นำ้ มัน กำรเงนิ ขำดแคลนปจั จยั
สี่ และนำ้ ด่ืมนำ้ ใช้
ลูกท่ี ๒ วกิ ฤตส่ิงแวดล้อม (Environmental Crisis) กำรเปลี่ยนแปลงสภำพภูมิอำกำศโลก เชน่ โลก
รอ้ น น้ำแข็งละลำย แผ่นดินไหว อุทกภัย วำตภัย และภัยแล้ง กำรสูญพันธขุ์ องสิ่งมีชวี ติ
ลูกที่ ๓ วกิ ฤตสังคม (Social Crisis) วกิ ฤตกำรณ์สังคม และ โรคระบำดใหม่ ๆ
ลูกที่ ๔ วกิ ฤตกำรเมือง (Political Crisis) ควำมขัดแยง้ ใน ลัทธิ ควำมเชอ่ื ศำสนำวัฒนธรรม สีผิว
กำรเมือง ต่อสู้แย่งชงิ ทรพั ยำกร นำสู่สงครำม
ท้งั น้ี จะเห็นได้วำ่ ภัยพิบตั ิทงั้ 4 ประกำร ต่ำงเกิดข้ึนพรอ้ ม ๆ กันแล้วบนผืนแผ่นดินไทย สะทอ้ นให้เห็นวำ่
พระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยู่หัว ทรงเล็งเห็นและมีควำมห่วงใยถึงปญั หำเหล่ำนี้ เห็นได้จำกโครงกำรในพระรำชดำร ิ
11
ต่ำง ๆ ของพระองค์ที่ออกมำช่วยเหลือประชำชนแก้ไขปัญหำ อำทิ ฝนหลวงพระรำชทำน กำรจัดกำรด้ำน
ชลประทำนคือกำรสรำ้ งอ่ำงเก็บน้ำต่ำง ๆ กำรจดั กำรน้ำท่วม อำทิ พระรำชดำรกิ ่อสรำ้ งคันดินก้ันน้ำ ทำงผันน้ำ
สรำ้ งเข่ือนอเนกประสงค์ โครงกำรแก้มลิง เป็นต้น
ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง
“ปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรชั ญำท่ีพระบำทสมเด็จพระปรมินทรมหำภูมิพลอดุลยเดชบรมนำถ
บพิตร ทรงชถี้ ึงแนวทำงกำรดำรงชวี ติ และปฏิบัติตนของประชำชนในทุกระดับ ต้ังแต่ระดับครอบครวั ระดับชุมชน
จนถึงระดับรฐั ท้ังในกำรพัฒนำและบรหิ ำรประเทศให้ดำเนินไปในทำงสำยกลำง โดยเฉพำะกำรพัฒนำเศรษฐกิจ
เพ่ือให้ก้ำวทันต่อโลกยุคโลกำภิวัตน์ ควำมพอเพียง หมำยถึง ควำมพอประมำณ ควำมมีเหตุผล รวมถึงควำม
จำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวท่ีดีพอสมควร ต่อกำรกระทบใด ๆ อันเกิดจำกกำรเปล่ียนแปลงท้ังภำยใน
ภำยนอก ทง้ั น้ี จะต้องอำศัยควำมรอบรู้ ควำมรอบคอบ และควำมระมัดระวงั อย่ำงยิ่งในกำรนำวชิ ำกำรต่ำง ๆ มำใช้
ในกำรวำงแผนและกำรดำเนินกำร ทุกข้ันตอน และขณะเดียวกัน จะต้องเสรมิ สรำ้ งพื้นฐำนจิตใจของคนในชำติ
โดยเฉพำะเจำ้ หน้ำท่ีของรฐั นักทฤษฎี และนักธรุ กิจในทกุ ระดับ ให้มีสำนึกในคณุ ธรรม ควำมซอ่ื สัตย์สุจรติ และให้
มีควำมรอบรูท้ ่ีเหมำะสม ดำเนินชวี ติ ด้วยควำมอดทน ควำมเพียร มีสติ ปัญญำ และควำมรอบคอบ เพื่อให้สมดุล
และพรอ้ มต่อกำรรองรบั กำรเปลี่ยนแปลงอย่ำงรวดเรว็ และกว้ำงขวำง ท้ังด้ำนวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และ
วฒั นธรรมจำกโลกภำยนอกได้เปน็ อยำ่ งดี
5 มี (คำมงคล)
1) มีควำมพอประมำณ
2) มีเหตุผล
3) มีภูมิค้มุ กัน
4) มีควำมรู้
5) มีคณุ ธรรม
12
เศรษฐกิจพอเพียง
คือ ปรชั ญำชถ้ี ึงแนวกำรดำรงอยู่และปฏิบัติตน ของประชำชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครวั ระดับ
ชุมชน จนถึงระดับรฐั ท้ังในกำรพัฒนำและบรหิ ำรประเทศ ให้ดำเนินไปในทำงสำยกลำง โดยเฉพำะกำรพัฒนำ
เศรษฐกิจ เพ่ือให้ก้ำวทนั ต่อโลกยุคโลกำภิวัตน์
ระดับของเศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียงระดับท่หี น่ึง
เศรษฐกิจพอเพียงแบบพื้นฐำนท่ีเน้นควำมพอเพียง ในระดับบุคคลและครอบครวั คือ กำรที่สมำชิกใน
ครอบครวั มีควำมเป็นอยูใ่ นลักษณะทส่ี ำมำรถพึ่งพำตนเองได้ มีปจั จยั ในกำรดำเนินชวี ติ มีกำรชว่ ยเหลือเกื้อกลู ซงึ่
กันและกัน มีควำมสำมัคคี กลมเกลียว และมีควำมพอเพียงในกำรดำเนินชีวติ ด้วยกำรประหยัดและกำรลด
ค่ำใชจ้ ำ่ ยทีไ่ ม่จำเป็น ดำรงชวี ติ ได้อย่ำงมีควำมสุขทัง้ กำยและใจ
เศรษฐกิจพอเพียงระดับท่สี อง
เศรษฐกิจพอเพียงแบบก้ำวหน้ำที่เน้นควำมพอเพียง ระดับกลุ่มหรอื องค์กร คือ เม่ือบุคคล ครอบครวั มี
ควำมพอเพียงในระดับทหี่ นึ่งแล้ว ก็จะรวมพลังกันในรปู กลุ่มหรอื สหกรณ์ เพ่ือรว่ มกันดำเนินงำนในด้ำนต่ำง ๆ ทัง้
ด้ำนกำรผลิต กำรตลำด ควำมเป็นอยู่ สวัสดิกำร กำรศึกษำ สังคมและศำสนำ โดยได้รบั ควำมรว่ มมือจำก
หน่วยงำนทีเ่ กี่ยวข้อง ท้งั หน่วยรำชกำร มูลนิธิ และเอกชน
เศรษฐกิจพอเพียงระดับท่ีสำม
เศรษฐกิจพอเพียงแบบก้ำวหน้ำท่ีเน้นควำมพอเพียงในระดับเครอื ข่ำย คือ เมื่อมีกลุ่มหรอื องค์กรมีควำม
พอเพียงระดับทส่ี องแล้วก็จะรว่ มมือกับหน่วยงำนภำยนอก เพื่อกำรสรำ้ งเครอื ข่ำย มีกำรติดต่อรว่ มมือกับธนำคำร
และบรษิ ัทต่ำง ๆ ทั้งในด้ำนกำรลงทุน กำรผลิต กำรตลำด กำรจำหน่ำยและกำรบรหิ ำรจัดกำร เพื่ อกำรขยำย
กิจกรรมทำงเศรษฐกิจทห่ี ลำกหลำย ให้สมประโยชน์ด้วยกันทุกฝำ่ ย
13
ปรชั ญำ 3 ระบบ
ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม (Capitalism)
เป็นระบบเศรษฐกิจที่เปิดโอกำสให้บุคคลท่ัวไปเลือกตัดสินใจ ดำเนินกิจกรรมทำงเศรษฐกิจตำม
ควำมสำมำรถและโอกำสของตน โดยอำศัยตลำดและรำคำในกำรเลือกโดยรฐั หรอื เจ้ำหน้ำที่จำกส่วนกลำงมี
บทบำทเก่ียวข้องน้อยมำก
ข้อดี ของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม : ทรพั ย์สินและปัจจัยกำรผลิตเป็นของเอกชน เอกชนเป็น
ผู้ดำเนินกำรกิจกรรมทำงเศรษฐกิจ โดยผ่ำนกลไกรำคำ และมีกำไรเป็นแรงจูงใจ มีกำรแข่งขันเป็นรำกฐำน
ของระบบเศรษฐกิจ รฐั ไม่เข้ำแทรกแซงทำงเศรษฐกิจ มีบทบำทเพียงกำรรกั ษำควำมสงบเรยี บรอ้ ย ควำม
14
ยุติธรรม ประชำชนสำมำรถใช้ควำมรูค้ วำมสำมำรถ โอกำส ควำมคิดรเิ รม่ ิ ของตนในกำรผลิตและบรโิ ภคเพ่ือ
ประโยชน์ทำงเศรษฐกิจของตนได้อยำ่ งเต็มที่
ข้ อเสีย ของระบบเศรษฐกิ จแบบทุนนิยม : เนื่องจำกควำมสำมำรถ และ โอกำสของบุคคลที่
แตกต่ำงกัน ทำให้มีระดับรำยได้แตกต่ำงกัน นำไปสู่ปัญหำกำรกระจำยรำยได้ระหว่ำงคนรวยกับคนจน
ก ำ ร ผ ลิ ต ใ น ร ะ บ บ ทุ น นิ ย ม เ ป็ น ท่ี ม ำ ข อ ง ก ำ ร แ ข่ ง ขั น กั น ผ ลิ ต น ำ ไ ป สู่ ก ำ ร ท ำ ล ำ ย ท รัพ ย ำ ก ร แ ล ะ
ส่ิงแวดล้อมตำมธรรมชำติจนกลำยเป็นปญั หำของโลกในปัจจุบัน
ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม (Socialism)
เป็นระบบเศรษฐกิจที่รฐั เป็นเจำ้ ของปัจจยั กำรผลิต วำงแผนและควบคุมกำรผลิตบำงประเภทโดยเฉพำะ
กำรผลิตท่ีเป็นผลประโยชน์รว่ มกันของประชำชน เชน่ กำรสำธำรณูปโภค ต่ำง ๆ สถำบันกำรเงนิ ป่ำไม้ เอกชนถกู
จำกัดเสรภี ำพในกิจกรรมทำงเศรษฐกิจโดยเฉพำะส่วนที่เป็นผลประโยชน์ของส่วนรวม ดำเนินกำรได้เพียง
อุตสำหกรรมและเกษตรกรรมขนำดย่อม ทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหำควำมแตกต่ำงด้ำนฐำนะระหว่ำงคนรวยและคนจน
ข้อดี ของระบบเศรษฐกิ จแบบสังคมนิยม : รัฐควบคุมกำรดำเนินกิจกรรมทำงเศรษฐกิจ มีกำร
วำงแผนจำกส่ วนกลำง ควำมเสมอภำคด้ ำนฐำนะทำงเศรษฐกิ จของบุคคลในสังคม ประชำชนได้ รับ
สวัสดิกำรจำกรัฐบำลกลำงโดยเท่ำเทียมกันและสำมำรถกำ หนดนโยบำยเป้ำหมำยตำมท่ีรัฐบำลกลำง
ต้องกำรได้
ข้อเสีย ของระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม : ประชำชนขำดแรงจูงใจในกำรทำ งำน เศรษฐกิจของ
ประเทศอำจเผชิญวกิ ฤติหำกรฐั กำหนดควำมต้องกำรผิดพลำด กำรไม่มีระบบแข่งขันแบบทุนนิยมทำให้
ไม่มีกำรพัฒนำสินค้ำ และบรกิ ำรใหม่ ๆ
ระบบเศรษฐกิจตำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง
เป็นระบบเศรษฐกิจท่ีมุ่งต่อศักยภำพของประเทศที่มีควำมสมดุลเป็นพ้ืนฐำน โดยให้ควำมสำคัญกับกำร
ผลิตเพื่ออุปโภค บรโิ ภค สำรอง และแบ่งปนั หลังจำกน้ันจงึ ผลิตเพ่ือกำรค้ำ ซงึ่ ประกอบด้วย 3 คณุ ลักษณะที่เป็น
ห่วงสอดรอ้ ยประสำนกันเพ่ือนำไปสู่กำรปฏิบัติ ได้แก่ ควำมพอประมำณ (ควำมพอดี ไม่น้อยเกินไปและไม่มำก
เกินไป โดยไม่เบียดเบยี นตนเองและผู้อ่ืน เชน่ กำรผลิตและกำรบรโิ ภคท่ีอยูใ่ นระดับพอประมำณ) ควำมมีเหตุผล
(กำรตัดสินใจเก่ียวกับระดับของควำมพอเพียงนั้นจะต้องเป็นไปอย่ำงมีเหตุผลโดยพิจำรณำจำกเหตุปัจจัยที่
เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลท่ีคำดว่ำจะเกิดขึ้นจำกกำรกระทำนั้น ๆ อย่ำงรอบคอบ) กำรมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว
(กำรเตรยี มตัวให้พรอ้ มรบั ผลกระทบและกำรเปลี่ยนแปลงด้ำนกำรต่ำง ๆ ท่ีจะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงควำมเป็นไปได้
ของสถำนกำรณ์ต่ำง ๆ ทค่ี ำดวำ่ จะเกิดขึ้นในอนำคตทัง้ ใกล้และไกล) นอกจำกคณุ ลักษณะ 3 ห่วงดังกล่ำวแล้ว ส่ิง
สำคัญอีกอยำ่ งหนง่ึ คือกำรกำหนดเงอ่ ื นไขไว้ 2 ประกำรเพื่อกำรตัดสินใจและดำเนินกิจกรรมต่ำง ๆ ให้อยูใ่ นระดับ
พอเพียงนั้นต้องอำศัยทั้งควำมรูแ้ ละคุณธรรมเป็นพื้นฐำน นั่นคือ เง่อื นไขควำมรู้ ซึ่งประกอบด้วยควำมรอบรู้
เกี่ยวกับวชิ ำกำรต่ำง ๆ ท่เี กี่ยวข้องอย่ำงรอบด้ำนควำมรอบคอบทจ่ี ะนำควำมรเู้ หล่ำนั้นมำพิจำรณำให้เชอ่ื มโยงกัน
เพื่อประกอบ กำรวำงแผน และควำมระมัดระวังในขั้นตอนปฏิบัติ และเง่อื นไขคุณธรรม ท่ีจะต้องเสรมิ สรำ้ ง
ประกอบ ด้วยมีควำมตระหนักในคุณธรรม มีควำมซอื่ สัตย์สุจรติ และมีควำมอดทน มีควำมเพียร ใชส้ ติปัญญำใน
กำรดำเนินชวี ติ
15
ศำสตรพ์ ระรำชำ "เข้ำใจ เข้ำถึง พัฒนำ"
เข้ำใจ ศึกษำข้อมูลเพื่อให้เข้ำใจว่ำจะให้ ควำมช่วยเหลือในเรอ่ ื งอะไรได้บ้ำง และควำมเดือดรอ้ นของ
ประชำชน เป็นอย่ำงไร
- เข้ำใจโลก (ปัญหำ)
- เข้ำใจชวี ติ (ตนเอง)
- เข้ำใจศำสตรพ์ ระรำชำ (ส่ิงทพ่ี ่อคิด)
- บรบิ ทของชุมชน (รำกเหงำ้ )
เข้ำถึง ลงไปยังพ้ืนท่นี ้ันเพื่อพบกับประชำชนผู้ ได้รบั ควำมเดือดรอ้ น สรำ้ งกำรมีส่วน รว่ ม เพรำะประชำชน
เป็นเจำ้ ของพื้นที จะสำมำรถให้ข้อมูลได้ถกู ต้องมำกทีส่ ุด
- เข้ำถึงหลักคิด
- เข้ำถึงหลักทรงงำน
- เข้ำถึงงำนท่ที ่ำนทำ
- เข้ำถึงภูมิปัญญำของบรรพบุรุษ (ควำมร)ู้
พัฒนำ แสวงหำแนวทำงกำรแก้ไข โดยบูรณำกำรกำรทำงำนทั้งภำครฐั และ ประชำชน สรำ้ งทีมพี่เลี้ยงให้
คำแนะนำ และติดตำมสนับสนนุ
- กำรพัฒนำต้องทำ “เปน็ ขั้น เปน็ ตอน”
- กำรทำแบบคนจน
- ปรบั ใช้ : ต่อยอด
พัฒนำ ทำเป็นขั้น เป็นตอนบันได 9 ขั้น สู่ควำมพอเพียง
ขั้นท่ี 1 พอกิน
พ้ืนฐำนท่ีสุดของมนุษย์ คือ ควำมต้องกำรปัจจัย 4 และประกำรสำคัญท่ีสุดของปัจจัย 4 คือ
อำหำร ขั้นท่ี 1 ของแนวทำงแก้ปัญหำท่ยี ัง่ ยืนคือ ตอบคำถำมให้ได้วำ่ “ทำอย่ำงไรจงึ จะพอกิน” โดยให้ควำมสำคัญ
กับ ข้ำวปลำอำหำร ไม่ให้ควำมสำคัญกับเงนิ ซงึ่ เป็นเพียงแค่ “ตัวกลำง” ในกำรแลกเปลี่ยนตำมมำตรฐำนสำกล
โดยยดึ หลักวำ่ “เงนิ ทองเปน็ ของมำยำ ข้ำวปลำสิของจรงิ ” ของบันไดขั้นที่ 1 ท่เี กษตรกรต้องก้ำวข้ำมให้ได้
ขั้นที่ 2-4 พอใช้ พออยู่ พอรม่ เย็น
เกิดข้ึนได้พรอ้ มกันด้วยคำตอบเดียวคือ “ปลูกป่ำ 3 อยำ่ ง ประโยชน์ 4 อย่ำง” ซงึ่ ป่ำ 3 อยำ่ ง จะ
ให้ท้ังอำหำร เครอ่ ื งน่งุ ห่ม สมุนไพรสำหรบั รกั ษำโรค ท้งั โรคคน โรคพืช โรคสัตว์ ให้ไม้สำหรบั ทำบำ้ นพักทีอ่ ยูอ่ ำศัย
และให้ควำมรม่ เย็นกับบำ้ น กับชุมชน กับโลกใบนี้ ซง่ึ เป็นแนวทำงในกำรแก้ปัญหำควำมยำกจนของเกษตรกรไทย
ซง่ึ ได้รบั กำรพิสูจน์แล้วว่ำสำมำรถแก้ปัญหำได้จรงิ และยังสำมำรถย้อนกลับไปแก้ไขปัญหำหนี้สินซงึ่ สะสมพอก
พูนจำกกำรทำเกษตรเชงิ เดี่ยว ปัญหำควำมเสื่อมโทรมของทรพั ยำกร ปัญหำควำมขำดแคลนน้ำภัยแล้ง ทั้งหมด
ล้วนแก้ไขได้จำกแนวคิดปำ่ 3 อย่ำง ประโยชน์ 4 อย่ำง
16
ขั้นท่ี 5-9 คือ เศรษฐกิจพอเพียงข้ันก้ำวหน้ำ
ขั้นที่ 5-6 บุญและทำน
เครอื ข่ำยเศรษฐกิจพอเพียง เชอ่ื มั่นวำ่ สังคมไทยเปน็ สังคมบุญ สังคมทำน ไม่เน้นกำรแลกเปลี่ยน
ทำงกำรค้ำ แต่เน้นกำรทำบุญ ไม่เน้นกำรสะสมเป็นของส่วนตัว แต่เน้นกำรให้ทำนและสะสมโดยมอบให้เป็น
ทรพั ย์สินส่วนรวมโดยวัด หรอื ศำสนสถำนตำมแต่ละศำสนำเป็นศูนย์กลำง เป็นกำรฝึกจติ ใจให้ละซ่งึ ควำมโลภ
และกิเลสในกำรอยำกได้ ใครม่ ี ลดปัญหำชอ่ งว่ำงระหว่ำงชนชน้ั
ขั้นท่ี 7 เก็บรกั ษำ
ขั้นต่อไปหลังจำกสำมำรถพ่ึงตนเองได้ พอมี พอเหลือทำบุญ ทำทำนแล้ว คือกำรรูจ้ กั เก็บรกั ษำ
ซงึ่ เป็นกำรตั้งอยู่ในควำมไม่ประมำท และกำรรูจ้ กั เก็บรกั ษำ ยังเป็นกำรสรำ้ งรำกฐำนของกำรเอำตัวรอดในเวลำ
เกิดวกิ ฤตกำรณ์ โดยยึดแนวทำงตำมวถิ ีชวี ติ ชำวนำสมัยก่อนซ่ึงเก็บรกั ษำข้ำวไว้ในยุ้งฉำง เพ่ือให้พอมีกินข้ำมปี
คัดเลือกและเก็บรกั ษำ “ข้ำวพันธุ”์ ไว้สำหรบั เป็นพันธขุ์ ้ำวในปีต่อไป ซง่ึ ผิดกับวถิ ีชำวนำในปัจจุบันที่ใชว้ ธิ กี ำรขำย
ข้ำวทั้งหมด แล้วนำเงนิ ท่ีขำยได้ไปซ้ือพันธุ์ข้ำวเพื่อปลูกในปีต่อไป ส่งผลให้เกิดกำรขำดควำมมั่นคงและ
เปรยี บเสมือนกำรใชช้ วี ติ อยูบ่ นเส้นทำงสำยควำมประมำท เพรำะหำกเกิดภัยแล้ง นำ้ ท่วมผลผลิตไม่ได้ตำมทีต่ ้ังใจ
ไว้ ย่อมหมำยถึงปัญหำหนี้สินและกำรขำดแคลนพันธขุ์ ้ำวสำหรบั ปลูกในปีต่อไปนอกจำกน้ันยังเน้นให้รูจ้ กั วธิ กี ำร
ถนอมอำหำร และกำรสะสมอำหำรไว้กินในยำมหน้ำแล้งด้วยกำรแปรรูปอำหำรหลำกชนิด อำทิ ปลำรำ้ ปลำแห้ง
มะขำมเปยี ก พรกิ แห้ง หอม กระเทยี ม เพื่อเก็บไวก้ ินในอนำคต
ขั้นท่ี 8 ขำย
เน่ืองจำกเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่เศรษฐกิจกำรค้ำ แต่ก็ไม่ใช่เศรษฐกิจหลังเขำ กำรค้ำขำย
สำมำรถทำได้ แต่ทำภำยใต้กำรรูจ้ กั ตนเอง รูจ้ กั พอประมำณ และทำไปตำมลำดับ โดยของที่ขำยคือ ของที่เหลือ
จำกทุกขั้นแล้วจงึ นำมำขำย เชน่ ทำนำอินทรยี ์ปลูกข้ำวปลอดสำรเคมี ไม่ทำลำยธรรมชำติ ได้ผลผลิตเก็บไว้พอกิน
เก็บไวท้ ำพันธุ์ ทำบุญ ทำทำน แล้วจงึ นำมำขำยด้วยควำมรสู้ ึกของกำร “ให้” อยำกที่จะให้ สิ่งดี ๆ ทีเ่ รำปลูกเอง
เผื่อแผ่ให้กับคนอ่ืน ๆ ได้รบั สิ่งดี ๆ น้ัน ๆ ด้วย
ขั้นท่ี 9 (เครอื ) ข่ำย กองกำลังเกษตรโยธนิ
คือกำรสรำ้ งกองกำลังเกษตรโยธนิ หรอื กำรสรำ้ งเครอื ข่ำยเชื่อมโยงทั้งประเทศเพื่อขยำยผล
ควำมสำเรจ็ ตำมแนวทำงเศรษฐกิจพอเพียง สู่กำรปฏิวัติแนวคิดและวถิ ีกำรดำเนินชวี ติ ของคนในสังคม ในชุมชน
เพื่อกำรแก้ปัญหำวกิ ฤติ 4 ประกำร อันได้แก่ วกิ ฤตกำรณ์ส่ิงแวดล้อมภัยธรรมชำติ (Environmental Crisis)
วกิ ฤตกำรณ์โรคระบำดทำงในคน สัตว์ พืช (Epidemic Crisis) วกิ ฤตเศรษฐกิจ ข้ำวยำกหมำกแพง (Economic
Crisis) วกิ ฤตควำมขัดแย้งทำงสังคม/สงครำม (Political/Social Crisis)
17
ทำแบบคนจน
เอำม้ือสำมัคคี คือ อะไร
กำรเอำม้ือสำมัคคี เป็นกิจกรรมที่กระตุ้นกำรบรโิ ภคภำคครัวเรอื นและเอกช น ผ่ำนกิจกรรมกำร
พัฒนำและสนับสนุนพ้ืนที่ครวั เรอื นต้นแบบกำรพัฒนำคุณภำพชีวติ ระดับครวั เรอื น ในโครงกำรพัฒนำ
พ้ืนที่ต้นแบบกำรพัฒนำคุณภำพชีวติ ตำมหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นำ พช.” ที่แสดงให้
เห็นถึงกำรร่วมแรงร่วมใจกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตำมวัฒนธรรมแล ะวถิ ีชีวติ เดิมท่ีพบในทุกพ้ืนที่
เป็นกระบวนกำรทำงำน
“ทำแบบคนจน” เพื่อขับเคล่ือนศำสตร์พระรำชำสู่กำรปฏิบัติ กำรใช้กิจกรรมเอำมื้อสำมัคคีมำ
ขับเคล่ือนกำรพัฒนำพื้นที่ต้ นแบบในแต่ละแปลง จึงเป็นกำรร้อื ฟ้ ื นเอำวถิ ีชีวติ ดั้งเดิมวัฒนธรรมอันดี
ของคนไทยย้อนกลับมำปฏิบัติ ให้เกิดกำรปฏิบัติตำมหลักกสิกรรมธรรมชำติ รวมท้ัง สรำ้ งควำมเป็นจิต
อำสำพัฒนำชุมชน จนเกิดเครอื ข่ำยทม่ี ีพลังและควำมสำมัคคี
18
กำรเอำม้ือสำมัคคี เป็นกำรเรยี นรู้จำกกำรฝึกปฏิบัติจรงิ โดยมีกำรแบ่งหน้ำที่วำงแผนกำรเอำ
ม้ือสำมัคคี เร่มิ จำกกำรสร้ำงควำมรู้ เตรยี มควำมพรอ้มกิจกรรม จำกน้ันแบ่งหน้ำท่ี แบ่งคน แบ่งงำน
ภำยใต้แนวคิด “คึกคัก คล่องแคล่ว ครน้ ื เครง” และกำรลงมือปฏิบัติจรงิ ซ่ึงกิจกรรมเอำมื้อสำมัคคี เป็น
กำรเรยี นรู้ 10 ข้ันตอนตำมหลักกสิกรรมธรรมชำติ เช่น กำรรว่ มกันเอำม้ือห่มดิน รว่ มกันปลูกหญ้ำแฝก
กำรปลูกป่ำ 3 อย่ำง ประโยชน์ 4 อย่ำง ปลูกป่ำ 5 ระดับ กำรขุดคลองไส้ไก่ กำรทำหลุมขนมครก กำร
ป้ ันคันนำ กำรทำแซนด์วชิ ปลำ ทำปุ๋ยชีวภำพ ปลูกดอกไม้ล่อแมลง รวมทั้งกำรปลูกพืชผักสวนครวั และ
พืชเศรษฐกิจ เชน่ ข่ำ กล้วย ฝรง่ั มะม่วง พะยูง ยำงนำ เปน็ ต้น
เมื่อเสรจ็ จำกกิจกรรมลงมือปฏิบัติก็มีทำนอำหำรรว่ มกัน โดยแต่ละคนนำอำหำรจำกบ้ำนตนเอง
ซ่ึง เ ป็ น ผ ล ผ ลิ ต จ ำ ก ก ำ ร ท ำ เ ก ษ ต ร มำ แ บ่ ง ปั น กั น แ ล ะ ใ น ร ะ ห ว่ ำ ง กำ ร ท ำ น อ ำ ห ำ ร ก็ จ ะ มี ก ำ ร แ บ่ ง ปัน
ควำมรูส้ ึกดี ๆ กำรล้อมวงสนทนำ เกิดกำรแลกเปล่ียนประสบกำรณ์ที่ได้ทำจรงิ ซง่ึ นอกจำกจะพัฒนำพื้นที่ของ
ครวั เรอื นต้นแบบตำมหลักกสิกรรมธรรมชำติแล้ว ยังก่อให้เกิดกำรเรยี นรทู้ ่แี ทจ้ รงิ จำกกำรฝึกปฏิบตั ิของผู้เข้ำรว่ ม
เ อ ำ ม้ื อ ส ำ มั ค คี ทุ ก ค น เ กิ ด เ ค ร อื ข่ ำ ย เ อ ำ ม้ื อ ส ำ มั ค คี ข อ ง ค รัว เ ร อื น ต้ น แ บ บ ท่ี จ ะ ค อ ย ช่ ว ย เ ห ลื อ
กันเอำมื้อสำมัคคีในแปลงอื่น ๆ ในพ้ืนท่ีเครอื ข่ำย ซ่ึงจะก่อให้เกิดควำมสำมัคคีปรองดองกัน ช่วยเหลือ
เกื้อกูลซึ่งกันและกัน สำมำรถเป็นพลังของชุมชนที่เข้มแข็งได้ สำมเรอ่ ื งน้ีจะทำให้ครวั เรอื นมีควำมม่ันคง
พออยู่ พอกิน พอใช้ และพอร่มเย็น พร้อมรับมือกับปัญหำด้ำนต่ำง ๆ ได้ และที่สำคัญคือ มีกำรปรับ
ทัศนคติ ให้ประชำชนได้ เห็ นถึงควำมสำคัญของกำรศึกษำ กำรได้ รับกำรเรยี นรู้ตลอดเวลำตลอดชีวติ
เพื่อนำควำมรูแ้ ละคณุ ธรรมมำเป็นพ้ืนฐำนในกำรดำรงชวี ติ นั่นเอง
แนวคิด ทฤษฎี นวัตกรรม ศำสตรพ์ ระรำชำว่ำด้วย ดิน น้ำ ป่ำ คน
บรหิ ำรจดั กำรนำ้ ด้วย โคก หนอง นำ
พระบำทสมเด็จพระบรมชนกำธเิ บศร มหำภูมิพลอดุลยเดชมหำรำช บรมนำถบพิตร ในหลวงรชั กำลที่ 9
พระองค์ท่ำนทรงเคยรบั ส่ังไว้ว่ำ ‘น้ำคือชวี ติ ’ ดังนั้น ส่ิงหนึ่งท่ีเป็นควำมพิเศษของโคก หนอง นำ โมเดล ก็คือกำร
วำงแผนเก็บน้ำไว้ใชต้ ลอดท้ังปี เพรำะหำกมีน้ำใชแ้ ล้วก็จะอยู่ได้และประกอบอำชพี ได้ ชว่ ยลดกำรเคล่ือนย้ำยถิ่น
ฐำนของประชำกร อีกท้ังยงั ชว่ ยลดควำมแออัด ลดกำรแย่งพ้ืนทที่ ำกินในเมืองใหญ่ ลดปัญหำสังคม ปญั หำยำเสพ
ติด ปัญหำควำมสกปรก และปัญหำชนบทล่มสลำย โครงกำรในพระรำชดำรขิ องพระองค์ท่ำนส่วนใหญ่จึงเป็น
โครงกำรเรอ่ ื งน้ำ ดังน้ัน โคก หนอง นำ โมเดล ก็เชน่ กัน ได้มีกำรนำหลักคิดในเรอ่ ื งน้ีมำปรบั ใช้ ซง่ึ ไม่เพียงจะทำให้
มีน้ำใชต้ ลอดท้ังปีและไม่ต้องประสบปัญหำภัยแล้งแล้ว ยังชว่ ยลดปรมิ ำณน้ำหลำกที่จะเข้ำท่วมพื้นที่ต่ำง ๆ และ
ลดกำรเกิดตะกอนดินทับถม เพรำะมีพ้ืนทกี่ ักเก็บนำ้ เพียงพอและมีต้นไม้คอยดูดซบั น้ำลงสู่ใต้ดิน
“โคก หนอง นำ โมเดล” เป็นโมเดลต้นแบบท่ีสถำบันเศรษฐกิจพอเพียงและมูลนิธกิ สิกรรมธรรมชำติได้
น้อมนำพระรำชดำรสั ของในหลวงรชั กำลที่ 9 ในเรอ่ ื งเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่มำใชบ้ รหิ ำรจดั กำร
น้ำและพ้ืนท่ีทำกำรเกษตร โดยมุ่งหวังที่จะสรำ้ งจุดเปล่ียนให้กับชุมชน ซงึ่ แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน 30 : 30 : 30 :
10 กล่ำวคือ 30% แรกสำหรบั แหล่งน้ำ ท้ังกำรขุดบอ่ ทำหนองและกำรขุดคลองไส้ไก่ท่ีชว่ ยระบำยนำ้ รอบพ้ืนท่ี อีก
30 % สำหรบั ปลูกข้ำว และอีก 30% สำหรบั ไว้ทำโคกหรอื ป่ำ โดยปลูกผักไว้เป็นอำหำร ปลูกไม้ใชส้ อย ปลูกยำ
สมุนไพร ส่วน 10% ที่เหลือ สำหรบั เปน็ ทอ่ี ยูอ่ ำศัยและเลี้ยงสัตว์
19
แผนยุทธศำสตรก์ ำรบรหิ ำรจดั กำรทรพั ยำกรน้ำอย่ำงเป็นระบบ โดยในยุทธศำสตรท์ ่ี ๒ ของแผนยุทธศำสตร์ กำร
บรหิ ำรจัดกำรทรพั ยำกรน้ำของรฐั บำล ได้พูดถึงกำรสรำ้ งแหล่งน้ำชุมชน สระน้ำในไรน่ ำน้ำบำดำลกำรเกษตร
แหล่งนำ้ นอกเขตชลประทำน ฯลฯ เป็นโครงกำรสำคัญอย่ำงหนึ่ง ในกำรเพ่ิมขีดควำมสำมำรถในกำรเก็บกักน้ำของ
ชุมชน ดังน้ัน กำรเพ่ิมแหล่งน้ำชุมชน จงึ เป็นกำรเพ่ิมควำมเข้มแข็งให้ชุมชนสำมำรถยืนบนขำตัวเอง เพ่ือให้เป็น
แหล่งเก็บน้ำในหน้ำฝน บรรเทำปญั หำนำ้ ทว่ มน้ำหลำก มีนำ้ ใชใ้ นหน้ำแล้ง รวมท้งั เป็นกำรเติมนำ้ ลงใต้ดินเพ่ือเป็น
น้ำบำดำล ให้สำมำรถมีนำ้ ไว้ใชอ้ ยำ่ งย่งั ยืน
20
โครงกำรพัฒนำพื้นที่ต้นแบบกำรพัฒนำคุณภำพชวี ติ ตำมหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นำ โมเดล”
วัตถุประสงค์
1. เพ่ือส่งเสรมิ กำรเรยี นรกู้ ำรน้อมนำหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงประยุกต์สู่กำรปฏิบตั ิ ในรปู แบบ
โคก หนอง นำ โมเดล
2. เพื่อพัฒนำพื้นที่เรยี นรูช้ ุมชนต้นแบบ“โคก หนอง นำ โมเดล” ตำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง
ระดับตำบล และระดับครวั เรอื น
3. เพ่ือฟ้ ืนฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชนผ่ำนกำรสรำ้ งงำนสรำ้ งรำยได้ให้แก่เกษตรกร แรงงำนและ
บัณฑิตจบใหม่ กลุ่มแรงงำน ท่ีอพยพกลับท้องถิ่นและชุมชน ท่ีได้รบั ผลกระทบจำกสถำนกำรณ์ในชว่ งวกิ ฤต
กำรแพรร่ ะบำดของโรคติดเชอื้ ไวรสั โคโรนำ 2019 (COVID - 19)
ข้ันตอนกำรดำเนินกิจกรรมโครงกำร
1. ฝึกอบรมเพิ่มทักษะกำรพัฒนำกสิกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง รูปแบบ โคก หนอง นำ โมเดล
2. พัฒนำพ้ืนท่ีต้นแบบกำรพัฒนำคุณภำพชวี ติ ตำมหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ โคก หนอง นำ โมเดล
ระดับตำบล และ ระดับครวั เรอื น
3. สรำ้ งงำนสรำ้ งรำยได้รำยเดือน ให้แก่ เกษตรกร บัณฑิตจบใหม่ กลุ่มแรงงำนที่อพยพกลับทอ้ งถิ่นและ
ชุมชน
4. กระตุ้นกำรบรโิ ภคภำคครวั เรอื นและเอกชน ผ่ำนกิจกรรมกำรพัฒนำและสนับสนุนพ้ืนท่ีครวั เรอื น
ต้นแบบกำรพัฒนำคณุ ภำพชวี ติ ระดับครวั เรอื น
5. บูรณำกำรรว่ มพัฒนำพื้นที่ระดับตำบล ต่อยอดทำงธรุ กิจ รว่ มกับภำคเอกชนในพ้ืนท่ี
6. พัฒนำกำรสรำ้ งมำตรฐำนผลผลิต กำรแปรรูปและกำรตลำดตำมมำตรฐำนอินทรยี ์วถิ ีไทย
7. สรำ้ งระบบโปรแกรมและระบบฐำนข้อมูล พัฒนำระบบ Digital รองรบั Local Economy
21
“โคก หนอง นำ โมเดล” เป็นกำรบรหิ ำรจัดกำรพื้นท่ี ท่ีผสมผสำนระหว่ำงเกษตรทฤษฎีใหม่เข้ำกับภูมิ
ปัญญำท้องถิ่น ซงึ่ ทำได้ง่ำย และชว่ ยเก็บน้ำได้จรงิ ทำให้เกษตรกรและชำวบ้ำนมีน้ำใช้ในฤดูแล้ง พอถึงฤดูฝน
ปัญหำน้ำไหลหลำกสู่พ้ืนทด่ี ้ำนล่ำงก็บรรเทำเบำลงเมื่อคนในพื้นทต่ี ้นนำ้ กักเก็บน้ำได้
โคก สรำ้ งโคกบนพื้นที่ของตนเอง จำกกำรนำดินที่ได้จำกกำรขุดหนอง นำมำถมเป็นโคกเพ่ือสรำ้ งที่อยู่
อำศัย ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ รวมท้ังปลูกต้นไม้ตำมแนวทำงศำสตรพ์ ระรำชำ คือ “ป่ำ 3 อย่ำง ประโยชน์ 4 อย่ำง”
เพื่อพอกิน เพื่อใชส้ อยในครวั เรอื นหรอื พอใช้ และเพื่อสรำ้ งท่ีอยู่อำศัยหรอื พออยู่ จำกนั้นประโยชน์อย่ำงที่ 4 คือ
ชว่ ยสรำ้ งสมดุลระบบนิเวศ เพรำะใบไม้ท่รี ว่ งหล่นจะชว่ ยปกคลุมหน้ำดิน ในขณะทรี่ ำกจำนวนมำกชว่ ยดูดซบั น้ำฝน
เพื่อกักเก็บนำ้ ไวใ้ ต้โคกเปน็ น้ำใต้ดินเพิ่มควำมชุม่ ชน้ื
“ไม้ 3 อย่ำง ประโยชน์ 4 อย่ำง”
ไม้ 3 อย่ำง ได้แก่
1. ไม้ใชส้ อย คือ ไม้โตเรว็ สำหรบั ใชใ้ นครวั เรอื น เชน่ สะเดำ ไผ่ ,กระถิน
2. ไม้กินได้ เชน่ มะม่วง ผักกินใบต่ำงๆ และ
3. ไม้เศรษฐกิจ ได้แก่ ไม้ที่ปลูกเพ่ือจำหน่ำย เชน่ ไม้สัก เป็นต้น
ประโยชน์ 4 อย่ำงคือ
1. พอกิน คือ มีผัก มีอำหำรไวก้ ิน
2. พออยู่ คือ สำมำรถตัดไม้ไปสรำ้ งบ้ำน ทำที่อยูไ่ ด้
3. พอใช้ คือ มีไว้ใชส้ อยในครวั เรอื น ใชเ้ ปน็ ยำและสมุนไพร ใชเ้ ป็นฟืน เป็นเครอ่ ื งมือใช้ สอยในบำ้ น
4. พอรม่ เยน็ มีควำมสมบูรณ์ และควำมสุข
หนอง ขุดหนอง รูปรำ่ งคดโค้งอิสระ ไม่เป็นส่ีเหล่ียม เพ่ือเก็บน้ำไว้ใช้ยำมหน้ำแล้งหรอื จำเป็น และ
สำมำรถใชเ้ ปน็ ทรี่ องรบั น้ำยำมนำ้ ท่วมหลำก และเปน็ แหล่งที่อยูอ่ ำศัยของปลำ
“กำรขุดหนอง ในหลวง รชั กำลที่ 9 ทรงให้หลักกำรคำนวณวำ่ โดยเฉลี่ยแล้วนำ้ ในหนองจะระเหยวนั ละ 1
เซนติเมตร ดังน้ัน 1 ปี น้ำจะระเหยประมำณ 3.6 เมตร เรำจงึ ควรขุดสระเผื่อไว้ ให้มีควำมลึก 4-8 เมตร เพ่ือให้มี
น้ำพอเพียงสำหรบั กำรทำกำรเกษตรตลอดทั้งปี”
22
นำ ยกหัวคันนำให้กว้ำงและสูงอย่ำงน้อย 1 เมตร ธรรมชำติของข้ำวจะทะลึ่งน้ำไม่จมน้ำตำย เพื่อเพ่ิม
พ้ืนท่ีกักเก็บน้ำไว้ในนำ ขุดรอ่ งใกล้หัวคันนำ เป็นที่อยู่ของปลำ ปู ป้ ันหัวคันนำให้มีควำมกว้ำงมำกพอที่จะปลูก
ต้นไม้ พืชผัก ให้มีรำกยึดเหนี่ยวคันนำ และเพ่ิมพื้นทท่ี ำกิน
คลองไส้ไก่ ช่วยระบำยน้ำรอบพื้นที่ โดยขุดให้มีลักษณะคดเค้ียว เพ่ือให้น้ำไหลได้ท่ัวถึงตลอดท้ังพ้ืนที่
เพ่ือใชท้ ำกำรเกษตรและชว่ ยเพิ่มควำมชุม่ ชนื้ ให้กับผืนดินและต้นไม้โดยรอบ
ฝำยชะลอน้ำ ชว่ ยชะลอและกักเก็บนำ้ จำกต้นนำ้ ไวใ้ นพื้นท่ี เพ่ือไม่ให้น้ำหลำกลงมำสรำ้ งควำมเสียหำยกับ
พื้นที่ลุ่มด้ำนล่ำงและชว่ ยกักตะกอนดินไม่ให้ลงมำสะสมในหนอง คลอง บึง หรอื เข่ือน นอกจำกน้ัน สำหรบั พื้นที่
กลำงนำ้ ฝำยชะลอน้ำยงั ชว่ ยยกระดับนำ้ เพื่อเก็บไวใ้ นพื้นทอ่ี ีกด้วย
23
สรุปผลจำกกำรเรยี นรู้
ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรม มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจ เก่ียวกับ “หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎี
ใหม่” เพ่ือนำไปประยุกต์สู่ “โคก หนอง นำ พัฒนำชุมชน” ได้เป็นอย่ำงดี ให้ควำมสนใจตลอดระยะเวลำของกำร
รว่ มกิจกรรม โดยประเมินได้จำกกำรรว่ มกิจกรรมอย่ำงกระตือรอื รน้ ต้ังใจฟังบรรยำย และรว่ มแสดงควำมคิดเห็น
ซงึ่ ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมจะสำมำรถนำควำมรทู้ ไ่ี ด้ ไปปรบั ใชใ้ นชวี ติ ประจำวัน เพื่อปรบั เปล่ียนแนวคิดในกำรดำเนิน
ชวี ติ ให้เข้ำกับสถำนนกำรณ์โลกในปัจจุบัน และสำมำรถนำควำมรทู้ ไี่ ด้รบั ไปเผยแพรใ่ ห้กับผู้ทส่ี นใจต่อไปได้
24
วชิ ำ “ถอดรหัสพระมหำชนก”
1. วทิ ยำกร : นำยธรรมนูญ ไขวพ้ ันธุ์ ตำแหน่ง พัฒนำกำรจงั หวดั เพชรบุร ี
2. วัตถุประสงค์ :
1) เพื่อให้ผู้เข้ำรบั กำรอบรมเข้ำใจถึงควำมหมำยของ คติธรรม 3 ประกำร
2) สำมำรถนำไปปรบั ใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั จนเปน็ วถิ ีชวี ติ สู่ควำมพอเพียง
3.ระยะเวลำ จำนวน 1 ชวั่ โมง (14.30 น. – 15.30 น.)
4. ประเด็นเน้ือหำ :
1). ถอดรหัส “พระมหำชนก” จำกมุมมองด้ำนกำรพัฒนำมนษุ ย์และองค์กำร
2) อัจฉรยิ ภำพอันสรำ้ งสรรค์ของพระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยูห่ ัวฯรชั กำลที่ 9
3) คติธรรมกำรพัฒนำมนษุ ย์ตำมแนวทำง “กำรฟ้ ืนฟูต้นมะม่วง”
5. เทคนิค/วธิ กี ำรสอน
1 )ให้ผ้เู ข้ารบั การฝึกอบรมชมคลปิ วีดที ัศน์ “พระมหาชนก” ตอนท่ี 35
2) บรรยายประกอบ สื่อ Power point
3) ประเด็นต้ังคำถำม – คำตอบ คือ ผู้เข้ำรบั กำรอบรมได้คติธรรมใด จำกกำรถอดรหัสกำรรบั ชมคลิปวดิ ีโอ
พระรำชนิพนธ์ เรอ่ ื ง “พระมหำชนก” อย่ำงไรบำ้ ง
4) การเติมเต็มให้ข้อคิด และข้อเสนอแนะ จากวทิ ยากร
6. วสั ด/ุ อปุ กรณ์
1). ส่ือวดี ีทัศน์ ประกอบกำรบรรยำยผ่ำนระบบ ZOOM
2). สื่อบรรยำยประกอบ Power Point
25
7. สรุปผลกำรดำเนินกำรและกำรเรยี นรู้
1. ถอดรหัส “พระมหำชนก” จำกมุมมองด้ำนกำรพัฒนำมนุษย์และองค์กำร อัจฉรยิ ภำพอันสรำ้ งสรรค์
ของพระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยู่หัว
พระรำชนิพนธ์ “พระมหำชนก” กับแนวคิดกำรพัฒนำมนุษย์และองค์กำร
“พระมหำชนก” ถือเป็นหนงั สือตำรำชน้ิ เอกที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิดกำรพัฒนำทรพั ยำกรมนุษย์
และองค์กำรของพระบำทสมเด็จพระปรมินทรมหำภูมิพลอดุลยเดชไวท้ ัง้ อย่ำง “ชดั เจน” และที่ “ซอ่ นเรน้ แนบนัย”
ในกำรอ่ำนและตีควำมอยำ่ งแยบคำย
พระรำชนิพนธ์ “พระมหำชนก” กับแนวคิดกำรพัฒนำมนุษย์และองค์กำร
พระบำทสมเด็จพระปรมินทรมหำภูมิพลอดุลยเดช เม่ือได้ทรงสดับพระธรรมเทศนำชำดก เรอ่ ื งนี้แล้วได้
ทรงบำเพ็ญวริ ยิ ะศึกษำค้นคว้ำ, แปลและดัดแปลงเป็นพระรำชนิพนธเ์ รอ่ ื ง “พระมหำชนก” ด้วยภำษำที่ง่ำยข้ึนแต่
วจิ ติ รงดงำมยิ่ง บทพระรำชนิพนธ์ “พระมหำชนก” มีกลวธิ กี ำรเขียนและกำรนำเสนอท่ีซอ่ นเรน้ “คติธรรม” อันจะ
เป็นประโยชน์สำหรบั กำรพัฒนำทรพั ยำกรมนษุ ย์และองค์กำรไว้อยำ่ งแยบยลยิ่งนัก
คติธรรมกำรพัฒนำมนุษย์ตำมแนวทำง “กำรฟ้ ืนฟูต้นมะม่วง”
ภำวะผู้นำท่ีดีย่อมแตกต่ำงจำกปุถุชนธรรมดำทั่วไปทั้งหลำย เม่ือเห็นภัยพำล คืบคลำนเข้ำมำหรอื
เห็นปัญหำเกิดข้ึน ปุถุชนมักจะต่ืนตระหนก ร่ำรอ้ งโวยวำย กล่ำวโทษใส่รำ้ ยกัน คนเหล่ำนี้มัก“พลิกวกิ ฤตให้เป็น
หำยนะ” ในทำงตรงข้ำมผู้ท่มี ีภำวะผู้นำคือผู้ที่ต้ังอยูใ่ นสติสัมปชญั ญะ ใชป้ ญั ญำ เรยี กระดมผู้รมู้ ำชว่ ยกันขบคิดเพื่อ
แสวงหำทำงออกและฟ้ ืนฟูกู้ปญั หำเหล่ำน้ัน พระมหำชนก คือแบบอยำ่ งแห่งภำวะผู้นำ เม่ือเห็นปญั หำ แม้ตนเอง
จะมีควำมทุกข์ใจหนักหนำกับปัญหำท่ีเกิดขึ้น แต่ก็ตั้งสติเรยี กระดมปรำชญ์รำชบัณฑิต แล้วเตือนสติว่ำแทนท่ีจะ
มำนั่งพร่ำบ่นเสียอกเสียใจ แต่ควรจะมำชว่ ยกันคิดและดำเนินกำร “พลิกวกิ ฤตให้กลำยเป็นโอกำส” มำกกว่ำ
ในตอนน้ี พระอัจฉรยิ ภำพของพระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยู่หัวได้ปรำกฏให้เห็นเด่นชดั อีกครง้ั เม่ือทรงนำเสนอ “แนว
ทำงกำรฟ้ ืนฟูต้นมะม่วง” อยำ่ งเปน็ ระบบถูกต้องตำมหลักวชิ ำถึง 9 วธิ กี ำรดังปรำกฏในตอนที่ 35
26
(ตอนท่ี 35) “…อุทิจจพรำหมณ์มหำศำลรบี มำเฝ้ำพระรำชำ พรอ้ มด้วยลูกศิษย์สองคน คือ จำรุ
เตโชพรำหมณ์และคเชนทรสิงหบณั ฑิตสองคนน้ี คนแรกชำนำญกำรปลูก คนที่สองชำนำญกำรถอนทันใดที่ มำถึง
คเชนทรสิงหบณั ฑิตก็ทรุดลงแทบพระบำทของพระรำชำแล้วทูลวำ่ “ข้ำพระองค์ผิดไปเองเม่ือเหล่ำอมำตยข์ อให้ข้ำ
พระองค์ชำ่ วยเก็บมะม่วงถวำยะระอุปรำช ข้ำพระบำทจึงนำเอำ “ยันตกลเก็บเกี่ยว” มำใช้ มิได้คิดว่ำจะทำให้ต้น
มะม่วงถอนรำกโค่นลงมำ พระพุทธเจำ้ ข้ำขอรบั .”
พระรำชตรสั ว่ำ : อย่ำโทมนัสไปเลย อำจำรย์ผู้ดำรกิ ำร ต้นมะม่วงโค่นไปแล้ว ณ บัดนี้ปญั หำคือ
ฟ้ ืนฟูต้นมะม่วงได้อยำ่ งไร เรำมีวเี ก้ำอย่ำงทอี่ ำจใชไ้ ด้
หนึ่ง เพำะเม็ดมะม่วง สอง ถนอมรำกที่ยังมีอยู่ให้งอกใหม่ สำม ปักชำกิ่งท่ีเหมำะแก่กำรปักชำ
สี่ เอำก่ิงดีมำเสียบยอดกิ่งของต้นไม้ที่มีผลให้มีผล ห้ำ เอำตำมำต่อกิ่งของอีกต้น หก เอำกิ่งมำทำบก่ิงเจด็ ตอนกิ่ง
ให้ออกรำก แปด รมควันต้นที่ไม่มีผลให้ออกผล เก้ำ ทำ “ชีวำณูสงสงเครำะห์” ท่ำนพรำหมณ์มหำศำล จงให้
พรำหมณ์อันเตวำสิกไปพิจำรณำ อุทิจจพรำหมณ์รบั สนองพระรำชโองกำร ว่ำ : ข้ำพระองค์ผู้ทรงภูมิปญั ญำ จงให้ค
เชนทรสิงหบณั ฑิตนำเครอ่ ื ง “ยนั ตกล” ไปยกต้นมะม่วงให้ตั้งตรงทนั ที และจะให้จำรุเตโชพรำหมณ์เก็บเม็ดและก่ิง
ไปดำเนินกำรตำมพระรำชดำร”ิ พระรำชโปรดให้สองคนนั้นรบี ไป แต่ขอให้พรำหมณ์มหำศำลคอยรบั พระรำชดำร ิ
ไป
หลักกำรฟ้ ืนฟูต้นมะม่วง ด้ วย 9 วธิ ีกำร สะท้อนให้ เห็นถึงหลักคิดแบบ “มนุษย์นิยม”
(Humanism) และ “มนุษยธรรมนิยม” (Humanitarianism) ท่ีให้ควำมเอำใจใส่ดูแลบุคลำกรครอบคลุมทุก
กลุ่ม ไม่ว่ำจะเปน็ กลุ่มคนที่มีผลงำนดีหรอื ยงั ไม่มีผลงำนชดั เจนก็ตำม ด้วยหลักควำมคิดพ้ืนฐำนในแงบ่ วกท่เี ชอ่ื ว่ำ
คงไม่มีมนษุ ยค์ นใดทีอ่ ยำกเปน็ คนไม่เก่งไม่ดี
27
กำรพัฒนำมนุษยใ์ ห้มี “ควำมเพียรที่บรสิ ุทธ”์ิ คือเรอ่ ื งของกำรบำเพ็ญควำมเพียรหรอื วริ ยิ ะบำรมี
ผู้รูท้ ่ีกล่ำวถึงคติธรรมเรอ่ ื งนี้มักจะยกเอำตอนสำคัญคือ “พระมหำชนกว่ำยน้ำ อยู่ในมหำสมุทร 7 วัน” มำเป็น
อุทำหรณ์
“…เป็นผู้มีมำนะเข้มแข็งมำแต่เด็ก... พออำยุ 16 ปี ก็สำมำรถลงเรอ่ ื สำเภำ โดยอ้ำงว่ำจะมำทำ
กำรค้ำขำยทำงสุวรรณภูมิ (คือดินแดนท่ีเป็นเมืองเรำในเวลำน้ี) มำตำมทำงเรอื แตก คนอ่ืน ๆ จมน้ำและเป็น
อำหำรของปลำรำ้ ยถึงแก่ควำมตำยหมดส้ิน เหลือแต่พระมหำชนกองค์เดียวยังมีชีวติ อยู่ในน้ำได้ถึง 7 วัน”
ในพระรำชนิพนธพ์ ระมหำชนก โดยเฉพำะในตอนที่ ๑๗ อันเป็นบทสนทนำระหว่ำงพระมหำชนกกับพระมำรดำ
ซง่ึ เป็นบทท่สี ะทอ้ นถึง “ควำมมุ่งมั่นเด็ดเด่ียว” ของพระมหำชนก
(ตอนที่ 17) “...ข้ำแต่พระมำรดำ หม่อมฉันจกั ไปเมืองสุวรรณภูมิ.” พระนำงตรสั ห้ำมว่ำ “ลูกรกั
ช่ือว่ำมหำสมุทรสำเรจ็ ประโยชน์น้อย มีอันตรำยมำกอย่ำไปเลย. ทรพั ย์ของพ่อมีมำกพอประโยชน์เอำรำชสมบัติ
แล้ว.” พระกุมำรทูลว่ำ : “หม่อมฉันจกั ไปแท้จรงิ .” ทูลลำพระมำรดำถวำยบังคม กระทำประทักษิณ แล้วออกไปข้ึน
เรอื .”
แต่เม่ือขึ้นเรอื แล่นเรอื มำได้ 7 วัน ต้องเผชญิ กับภำวะ “เรอื แตก”
“….พวกพำณิชประมำณเจด็ รอ้ ยคนขึ้นสู่เรอื . เรอื แล่นไปได้เจด็ รอ้ ยโยชน์ ใชเ้ วลำเจด็ วนั .เรอื แล่น
ด้วยกำลังคล่ืนท่ีรำ้ ยกำจ ไม่อำจทรงตัวอยู่ได้ แผ่นกระดำนก็แตกด้วยกำลังคล่ืน น้ำเข้ำมำแต่ที่น้ัน ๆ เรอื ก็จมลง
ในกลำงมหำสมุทร. มหำชนกลัวมรณภัย รอ้ งไห้คร่ำครวญ กรำบไหวเ้ ทวดำท้งั หลำย...”
ในขณะท่เี รอื กำลังจะแตก ผู้คนท่วั ไปกำลังแตกต่ืน เอำแต่รำ่ รอ้ ง คร่ำครวญ กรำบไหว้เพรยี กหำ
ควำมชว่ ยเหลือจำกส่ิงศักดิ์สิทธทิ์ ั้งหลำย คำถำมคือพระมหำชนกมีปฏิกรยิ ำต่อเหตุกำรณ์อันฉุกเฉินน่ำหวำดกลัว
ต่อภัยอันมหันต์ต่อชวี ติ น้ีอยำ่ งไร
“...แต่พระมหำสัตวไ์ ม่ทรงกันแสง ไม่ทรงครำ่ ครวญ ไม่ไหวเ้ ทวดำทง้ั หลำย. พระองค์ทรงทรำบว่ำ
เรอื จะจม จงึ คลุกน้ำตำลกรวดกับเนย เสวยจนเต็มท้อง แล้วชุบผ้ำเน้ือเกลี้ยงสองผืนด้วยน้ำมันจนชุม่ ทรงน่งุ ให้
ม่ัน. ทรงยืนเกำะเสำกระโดง ขึ้นยอดเสำกระโดงเวลำเรอื จม. มหำชนเป็นภักษำแห่งปลำและเต่ำน้ำโดยรอบมีสี
เหมือนโลหิต. พระมหำสัตว์เสด็จไปทรงยืนที่ยอดเสำกระโดง. ทรงกำหนดทิศว่ำ เมืองมิถิลำอยู่ทิศน้ี ก็กระโดด
จำกยอดเสำกระโดง ล่วงพ้นฝูงปลำและเต่ำ ไปตกในท่ีสุด อุสภะหนึ่ง (70 เมตร) เพรำะพระองค์ มีพระกำลัง
มำก
จำกข้อควำมท่ีได้แอบแฝงคติธรรมทส่ี ำคัญ ๆ หลำยประกำร คติธรรมทำงสติปัญญำ อำทิ
ควำมมีสติสัมปชัญญะ เน้ือควำมข้ำงต้นเป็นคติธรรมเตื อนใจสำธุชนให้ตั้ งมั่นในกำรมี
สติสัมปชญั ญะ ทั้งในยำมปกติและแม้เม่ือมีภัยพำลบงั เกิดข้ึน ก็ไม่ควรตื่นเต้นทรุ นทุรำยจนเกินควร ควรตั้งสติให้
มั่นรวบรวมสัมปชญั ญะเพ่ือฝ่ำฟันผ่ำนวกิ ฤตให้ได้ ฉะนั้น ผู้ใดมีสติสัมปชญั ญะ ผู้นั้นยอ่ มมีโอกำสรอดพ้น จำก
ภัยพำลมำกกว่ำผู้อื่น
ตนเป็นท่ีพึ่งแห่งตน เน้ือควำมข้ำงต้นสะท้อนถึงค่ำนิยมท่ีผู้ประพันธต์ ้องกำรสื่อให้เห็นถึงควำม
มุ่งมั่นเด็ดเด่ียวที่จะพ่ึงตนเองอย่ำงเข้มแข็ง ไม่ว่ำจะในยำมปกติสุขหรอื เม่ือภัยพำลมำย่ำกรำย สำธุชนมิพึงคร่ำ
ครวญร่ำรอ้ งโวยวำย เรยี กรอ้ งควำมสงสำรเห็นอกเห็นใจและแบมือขอควำมชว่ ยเหลือจำกผู้อื่นมิว่ำจะเป็นเพ่ือน
มนุษย์ องค์กร รฐั บำล หรอื ส่ิงศักด์ิสิทธท์ิ ้งั หลำย คติธรรมอันประเสรฐิ ย่ิงทจ่ี ะชว่ ยแก้ไขจุดอ่อนทส่ี ำคัญ ของปุถุชน
ไทยทั่วไปในปัจจุบัน ซ่ึงกำลังถูกส่ังสอนอบรมและหล่อหลอมให้กลำยเป็นชนชำติที่ไม่ชอบกำรพ่ึงตนเองได้แต่
กลับนิยมชมชอบผู้ท่ีจะมำแจก มำปรนเปรอ มำให้ทัง้ ในรูปของวัตถแุ ละกำรบรกิ ำรจนสูญเสียจติ วญิ ญำณแห่งกำร
28
ใชค้ วำมมำนะพยำยำมของกำรยืนบนลำแข้งของตนเอง และเมื่อใดที่ถกู ตัดขำดจำกกำรให้ควำมชว่ ยเหลือหรอื เม่ือ
ต้องผจญกับภัยพำล มหำชนเหล่ำนี้ก็มักจะออกมำคร่ำครวญ ร่ำรอ้ งโวยวำยโจมตีว่ำ “เพรำะควำมไม่เป็นธรรม”,
“เพรำะสองมำตรฐำน”, “เพรำะโครงสรำ้ งอันเหล่ือมล้ำ” เรำจงึ ต้องผจญภัยพำลเชน่ นี้ ฯลฯ สุดท้ำย ถึงท่ีสุดหมู่ชน
เหล่ำน้ีก็ก้ำวล่วงไปถึงข้ันของกำรด่ำทอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ “เพรำะเทวดำไม่อำรกั ษ์”พวกเรำจงึ ต้องเผชญิ ทุกข์เชน่ นี้ โดย
มิได้หันกลับมำมองตนเองว่ำได้ใชค้ วำมเพียรในกำรพ่ึงตนเองเพียงพอแล้วหรอื ยัง ในทำงตรงกันข้ำม พระรำช
นพิ นธพ์ ระมหำชนกสะท้อนให้เห็นคติธรรมทีว่ ำ่ เมื่อภัยมำถึง พระมหำชนก“ไม่ทรงกันแสง ไม่ทรงคร่ำครวญ ไม่ไหว้
เทวดำทั้งหลำย” กล่ำวคือไม่รอ้ งให้พร่ำเพ้อคร่ำครวญร่ำรอ้ งโวยวำยเรยี กรอ้ งควำมสงสำรเห็นอกเห็นใจและควำม
ชว่ ยเหลือจำกใคร แม้แต่สิ่งศักดิ์สิทธ์ิ แต่ตระหนักวำ่ ด้วยสติปัญญำและกำรหยดั ยืนด้วยตนเองเท่ำนั้นคือหนทำง
แห่งควำมรอด
กำรมีเป้ำหมำยเข็มมุ่งที่ชดั เจนในชวี ติ ส่ิงที่ทำให้พระมหำชนกสำมำรถครองสติสัมปชญั ญะ ได้
อ ย่ ำ ง ดี อี ก ท้ั ง ห ยั ด ยื น ด้ ว ย ค ว ำ มส ำ มำ ร ถ แ ห่ ง ตน อ ย่ ำ ง มุ่ ง ม่ั น เ ด็ ด เด่ี ย ว นั้ น ส ำ เหตุ ส ำ คั ญก็ เ น่ื อ ง เพร ำ ะกำร มี
“เปำ้ หมำยทช่ี ดั เจน” : “ฉันจกั ไปเมืองสุวรรณภูมิ” “ฉันจกั ไปแท้จรงิ ” ดังน้ัน แม้นในยำมมหันตภัยมำเยือนพระมหำ
ชนกก็มิได้สะทกสะท้ำนโลเลอ่อนข้อให้แต่ยังคงยืนหยัดในเป้ำหมำยที่มุ่งมั่น“...ทรงกำหนดทิศว่ำเมือง มิถิลำนคร
อยู่ทิศนี้ก็กระโดดจำกยอดเสำกระโดง ล่วงพ้นฝูงปลำและเต่ำ…” ในขณะที่ มหำชนผู้โลเลไรจ้ ุดหมำยมืดบอด ใน
ชวี ติ ท่แี น่นอนล้วนต่ำงต้องเผชญิ กับชะตำกรรมคือกลำยเปน็ “เปน็ ภักษำแห่งปลำและเต่ำ” ไปดังน้ัน กำรปลูกฝัง
ให้คนมีเปำ้ หมำยแห่งชวี ติ ทชี่ ดั เจน ถือเปน็ คติธรรมอีกข้อหน่งึ ท่สี ำคัญสำหรบั กำรพัฒนำมนษุ ย์
2. คติธรรมจำกกำรถอดรหัสพระมหำชนก มี 3 ประกำร ดังนี้
1) มีควำมเพียรทบี่ รสิ ุทธ์ิ
2) มีปัญญำทเ่ี ฉียบแหลม
3) มีกำลังกำยทสี่ มบูรณ์
กำรมีควำมรูป้ ัญญำ นอกจำกกำรมีสติสัมปชัญญะ, กำรยึดถือคุณค่ำแห่งกำรพ่ึงตนเองและกำรมี
เป้ำหมำยในชวี ติ ที่ชดั เจนแล้ว คติธรรมท่ีสำคัญอีกประกำรหนึ่งท่ีซอ่ นเรน้ เป็นรหัสนัยอยู่ในข้อควำมข้ำงต้นของ
พระรำชนิพนธพ์ ระมหำชนกก็คือ “สำธุชนพึงมีปัญญำควำมรูค้ ู่กำย” ปญั ญำควำมรูจ้ ะเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์
กลำยเป็นทรพั ยำกรมนุษยท์ ่ีสำมำรถเอำตัวรอดได้อยำ่ งย่งั ยืนและสติสัมปชั ญญะภูมิปัญญำควำมรูค้ ือ สิ่งสำคัญท่ี
จะทำให้เรำรอดพ้นภำวะวกิ ฤต
สรุปผลกำรเรยี นรู้
จำกกำรสังเกตพฤติกรรมของผู้เข้ำรบั กำรฝกึ อบรมในแต่ละรนุ่ ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมในแต่ละรุน่ ให้ควำมสนใจ
ตลอดระยะเวลำของกำรรว่ มกิจกรรม โดยประเมินได้จำกกำรรว่ มกิจกรรมอย่ำงกระตือรอื รน้ ต้ังใจฟังบรรยำย มีกำรจดบันทกึ
ข้อมูลควำมรูจ้ ำกวทิ ยำกรในรำยวชิ ำท่ีสอน มีกำรตั้งคำถำมจำกวทิ ยำกรและกำรคำตอบจำกผู้เข้ำรบั กำรอบรมในพื้นท่ีผ่ำน
ระบบออนไลน์
29
ประเด็นตั้งคำถำม – คำตอบ คือ ผู้เข้ำรบั กำรอบรมได้คติธรรมใด จำกกำรถอดรหัสกำรรบั ชมคลิปวดิ ีโอพระรำชนพิ นธ์
เรอ่ ื ง “พระมหำชนก” อย่ำงไรบ้ำง
คำตอบจำกพื้นท่ี ทงั้ 2 รนุ่ ดังนี้
- กำรมีควำมเพียร
- กำรมีกำลังกำยแข็งแรง
- กำรมีเป้ำหมำย
- ควำมพยำยำม วริ ยิ ะอุตสำหะ
- สติปัญหำ ควำมรอบรู้
- ไม่ทอ้ ถอย
- เปำ้ หมำยทีช่ ดั เจนในชวี ติ
- กำรมีสติ
- กำรรอบรู้
- กำรไม่ประมำท
- กำรมีเปำ้ หมำย
- กำรไม่ย่อมแพ้
- กำรมีพละกำลงั
- กำรมีควำมพยำยำม
- ตนเป็นท่ีพ่ีงแห่งตน
คติธรรมจำกกำรดูคลิป วดี ีโอ”ถอดบทเรยี นพระมหำชนกตอนที่ 35 ทำให้ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรม เห็นถึง
ภำวะผู้นำทีด่ ียอ่ มแตกต่ำงจำกปุถุชนธรรมดำทว่ั ไปทงั้ หลำย เม่ือเห็นภัยพำลคืบคลำนเข้ำมำหรอื เห็นปญั หำเกิดข้นึ
ปุถุชนมักจะต่ืนตระหนก ร่ำรอ้ งโวยวำย กล่ำวโทษใส่รำ้ ยกัน คนเหล่ำน้ีมัก “พลิกวกิ ฤตให้เป็นหำยนะ” ในทำง
ตรงกันข้ำมผู้มีภำวะผู้นำคือผู้ที่ตั้งอยู่ในสติสัมปชัญญะ ใช้ปัญญำเรยี กระดมผู้รูม้ ำช่วยกันขบคิดเพื่อแสวงหำ
ทำงออกและฟ้ ืนฟูกู้ปัญหำเหล่ำน้ัน พระมหำชนกคือ แบบอย่ำงแห่งภำวะผู้นำ เม่ือเห็นปัญหำ แม้ตนเองจะมี
ควำมทกุ ข์ใจหนักหนำกับปัญหำที่เกิดข้ึน แต่ก็ต้ังสติเรยี กระดมปรำชญ์รำชบัณฑิต แล้วเตือนสติวำ่ แทนทจี่ ะมำน่ัง
พร่ำบ่นเสียอกเสียใจ แต่ควรจะมำชว่ ยกันคิดและดำเนินกำร “พลิกวกิ ฤตให้กลำยเป็นโอกำส”มำกกว่ำ ในตอนน้ี
พระอัจฉรยิ ภำพของพระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยู่หัวได้ปรำกฏให้เห็นเด่นชดั อีกครงั้ เม่ือทรงนำเสนอ “แนวทำงกำร
ฟ้ ืนฟูต้นมะม่วง อย่ำงเป็นระบบถูกต้องตำมหลักวชิ ำกำรถึง 9 วธิ กี ำร ซงึ่ ผู้เข้ำรบั กำรฝกึ อบรมได้ตระหนักถึงภำวะ
ผู้นำท่ดี ีทำ่ มกลำงปัญหำต่ำงๆทีเ่ กิดขึ้นและจำกกำรสอบถำมสิ่งท่ีได้จำกกำรชมคลิป พบว่ำผู้เข้ำรบั กำรฝกึ อบรมได้
เข้ำใจถึงคุณธรรมที่พระบำทสมเด็จพระปรมินทรมหำภูมิพลอดุลยเดชพระรำชทำนแก่พสกนิกรไม่ว่ำจะเป็นเรอ่ ื ง
ของควำมเพียร กำรใชส้ ติปญั ญำ และกำรมีกำลังกำยทีส่ มบูรณ์
30
วชิ ำ ถอดบทเรยี นผ่ำนส่ือแผ่นดินไทย ตอน “แผ่นดินวกิ ฤติ”
1..วทิ ยำกร นำยอนุสรณ์ กำญจนวณิชย์ ตำแหนง่ ผ้ชู ว่ ยผ้อู ำนวยกำรศูนย์ศึกษำและพฒั นำชุมชนเพชรบุร ี
2. วัตถปุ ระสงค์ 1) เพ่ือให้ผู้เข้ำอบรมได้ชมส่ือเพ่ือสรำ้ งแรงบันดำลใจ
2) เพื่อสรำ้ งแรงบนั ดำลใจและตระหนกั ในกำรทำหลกั กสิกรรมธรรมชำติ
3. ระยะเวลำ จำนวน 1 ชวั่ โมง (15.30-16.30 น)
4. ประเด็นเน้ือหำวชิ ำ
1) ควำมสำคัญของทรพั ยำกรธรรมชำติ
2) ผลกระทบจำกระบบทุนนิยม
3) ทำงออกของปญั หำ คือปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง
5. เทคนิค/วธิ กี ำร
1) วทิ ยำกรแนะนำตัวแก่ผู้เขำ้ อบรม ทกั ทำย
2) วทิ ยำกรเกรน่ ิ นำควำมสำคัญของทรพั ยำกรธรรมชำติ
1. ชมสื่อวดิ ีทัศ แผ่นดินวกิ ฤติ
2. บรรยำยเพิ่มเติม แลกเปล่ียนสิ่งที่ได้จำกกำรชมส่ือ
3) ตอบข้อซกั ถำม
6.วัสดุ/อุปกรณ์
1) สื่อวดี ีทัศน์ “แผนดินวกิ ฤต”
2) เครอ่ ื งคอมพิวเตอร์ เครอ่ ื งฉำยและจอภำพ เข้ำระบบ ZOOM
7. สรปุ ผลกำรดำเนินกำรและผลกำรเรยี นรู้
วทิ ยำกรแนะนำตัวแก่ผู้เข้ำอบรม และพูดคุยสรำ้ งบรรยำกำศให้เกิดควำมเป็นกันเอง หลังจำกน้ันได้
นำเข้ำสู่บทเรยี นด้วยกำร นำเสนอ ควำมสำคัญของทรพั ยำกรธรรมชำติ กำรทำธุรกิจรูปแบบทุนนิยม ซง่ึ นำมำซงึ่
กำรทำลำยทรพั ยำกรธรรมชำติอย่ำงรุนแรง ส่งผลกระทบต่อภัยพิบัติท่ีเกิดข้ึนทั่วโลก และกระทบต่อวถิ ีชวี ติ กำร
ดำรงชวี ติ ของมนุษยชำติ จำกนั้นนำชมสื่อ แผ่นดิน วกิ ฤติ
31
จำกกำรชมส่ือวดิ ิทัศน์ มีกำรแลกเปล่ียนควำมคิดเห็นจำกผู้เข้ำอบรมถึงส่ิงท่ีได้จำกกำรชมสื่อ ส่วนใหญ่มี
ควำมคิดไปในทิศทำงเดียวกัน คือเรำควรต้องหันกลับมำ ให้ควำมสนใจรำกเหง้ำของเรำ ใส่ใจธรรมชำติ เรยี นรวู่ ถิ ี
ชวี ติ ตำมแนวทำงเศรษฐกิจพอเพียง
ดร.เสร ี พงศ์พิศ กล่ำวว่ำ ต้องจัดระบบเศรษฐกิจท้องถ่ินเพื่อให้พ่ึงตนเองได้ ซ่ึง ร.9 ทรงสอนให้ใช้
เศรษฐกิจพอเพียง
1) หลักศีลธรรม อะไรถกู ผิด ต้องแยกให้ออก
2) คืนสู่รำกเหง้ำ (ปู่ ยำ่ ตำ ยำย ) ท่ำนอยูก่ ันอยำ่ งไร ดำเนินชวี ติ อย่ำงไร กลับไปค้นหำอดีต
32
3) กลับไปหำพื้นฐำน Back to basic ฐำนของชีวติ จรงิ ๆ คือ ควำมเรยี บง่ำย ไม่ฟุ่มเฟือย เอำเฉพำะ
สิ่งจำเป็นสำหรบั กำรดำรงชวี ติ
4) คืนสู่ธรรมชำติ ดูแลธรรมชำติ
เรำต้องถอยไปตั้งหลัก และดำเนินชวี ติ ตำมหลักปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง
ดร.ววิ ัฒน์ ศัลยกำธร กล่ำวว่ำ ต้อวงมีควำมรู้ และมีคุณธรรม ซงึ่ จะชว่ ยปกป้องตัวเอง ปกป้องโลก ต้อง
ปลูกธรรมมะ เสียละ แบ่งปัน ฝึกกำรให้ เรม่ ิ จำกให้เล็กๆ แบ่งปันควำมรู้ แบ่งปันอำหำร แบ่งปันของใช้ แบ่งปัน
น้ำใจ
ผลกำรเรยี นรูข้ องผู้เข้ำรว่ มกำรอบรม : เม่ือทุนนิยมเติบโตอย่ำงไรข้ อบเขต ควำมโลภครอบงำโลกไปทกุ หัวระแหง
มนุษย์ตักตวงเอำ ควำมร่ำรวยจำกโลกเกินพอดี จึงเกิดภำวะวกิ ฤติข้ึนทั่วแผ่นดินโลก รวมถึงแผ่นดินไทย ที่
ประสบภัย พิบัติท่ีเกิดข้ึน ส่งผลให้เกิดวกิ ฤติทำงด้ำนสิ่งแวดล้อม วกิ ฤติด้ำนสังคม วกิ ฤติด้ำนเศรษฐกิจ และ
วกิ ฤติ ด้ำนกำรเมือง หนทำงใดทีจ่ ะแก้วกิ ฤติแผ่นดิน ภัยพิบตั ิของธรรมชำติท่ีเกิดขึ้นจำกสภำพดิน ฟ้ำ อำกำศ กำ
รท ำกำรเกษตรขำดทุน ขำดแคลน น้ำ พื้นทแี่ ห้งแล้งไม่มีท่ีท ำกิน และภำวะขำดแคลนส่งผลให้แรงงำนจำกชนบท
เดินทำงสู่เมืองหลวงเพื่อ หำงำนท ำแย่งชงิ กำรท ำงำน อำหำรเพ่ือควำมอยู่รอด แรงงำนจำกชนบทเป็นเพียงเป็น
แรงงำนรบั จำ้ ง ทุนมนุษย์ของนำยจำ้ ง แรงงำนชนบทไรภ้ ูมิคุ้มกันของสังคม ขำดควำมม่ันคงในชวี ติ จนกลำยเป็น
ภำวะ ของควำมยำกจนทแ่ี ท้จรงิ วกิ ฤติด้ำนเศรษฐกิจ ส่งผลให้โรงงำนขนำดใหญ่ ที่มีแรงงำนกว่ำ 4,000 คน ต้อง
ปิดโรงงำน แรงงำนกว่ำ 4,000 คน ต้องตกงำน แรงงำนผู้หญิงท่ีสูงอำยุไม่สำมำรถไปหำงำนท ำท่ีอ่ืนได้ แรงงำน
ไม่ได้รบั เงนิ ชดเชยรำยได้ ขำดควำมมั่นคงในชวี ติ หนทำงที่จะแก้วกิ ฤติแผ่นดิน คือ ยึดกำรด ำเนินชวี ติ ตำมแนว
หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจ พอเพียง
33
วชิ ำ “ทฤษฎีบันได 9 ข้ันสู่ควำมพอเพียง”
1.วทิ ยำกร นำงวำสนำ ไขวพ้ ันธุ์ ตำแหน่ง ผู้อำนวยกำรศูนยศ์ ึกษำและพัฒนำชุมชนเพชรบุร ี
2.วตั ถุประสงค์ เพ่ือสรำ้ งควำมรู้ ควำมเข้ำใจแก่ผู้เข้ำอบรมถึง “ทฤษฎีบนั ได 9 ขั้น สู่ควำมพอเพียง”
3.ระยะเวลำ 3 ชวั่ โมง
4.ประเด็นเนื้อหำวชิ ำ
1) ควำมสำคัญกำรน้อมนำปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง ไปใชใ้ นกำรดำเนินชวี ติ
2.) ทฤษฎีบนั ได 9 ขั้น สู่ควำมพอเพียง
3) แนวทำงปฏิบัติตำมทฤษฎีบนั ได 9 ขั้น สู่ควำมพอเพียง
5.เทคนิค/วธิ กี ำร
1) วทิ ยำกรแนะนำตัวแก่ผู้เขำ้ อบรม ทกั ทำย
2) วทิ ยำกรบรรยำยให้ควำมรใู้ นหัวข้อดังนี้
1. ควำมสำคัญกำรน้อมนำปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง ไปใชใ้ นกำรดำเนินชวี ติ
2. ทฤษฎีบันได 9 ข้ัน สู่ควำมพอเพียง
3. แนวทำงปฏิบตั ิตำมทฤษฎบี นั ได 9 ขั้น สู่ควำมพอเพียง
3) บรรยำยประกอบส่ือวดี ีทัศน์
4.) ตอบข้อซกั ถำม
6. วสั ด/ุ อุปกรณ์
1). สื่อวดี ีทัศน์ ประกอบกำรบรรยำยผ่ำนระบบ ZOOM
2). ส่ือบรรยำยประกอบ Power Point
7. สรุปผลกำรดำเนินกำรและผลกำรเรยี นรู้
วทิ ยำกรแนะนำตัวแก่ผู้เข้ำอบรม และพูดคุยสรำ้ งบรรยำกำศให้เกิดควำมเป็นกันเอง หลังจำกนั้นได้
นำเข้ำสู่บทเรยี นด้วยกำร นำเสนอ ควำมสำคัญของปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง ท่ีพระยำทสมเด็จพระชนกำธเิ บศร
บรมนำถบพิธ ภูมิพลอดุลยเดช ในหลวง รชั กำลท่ี 9 ที่ได้ทรงประทำนให้ปวงชนชำวไทยได้ใช้เป็นหลัก เป้นร
แนวทำงในกำรดำเนินชวี ติ เพื่อให้ชวี ติ มีควสำม้เป็นอยู่ที่ดีแบบพอเพียง และบรรยำย ทฤษฎีบันได 9 ข้ัน สู่ควำม
พอเพียง ซง่ึ มีเนื้อหำ ดังน้ี
34
ทฤษฎีบนั ได 9 ข้ันสู่ควำมพอเพียง เป็นแนวทำงที่ใชล้ ำดับข้ันเพ่ือเดินตำมไปทีละขั้น ค่อยๆ ก้ำวไปแบบยัง่ ยืนและ
ม่ันคง ซง่ึ หำกใครทำตำมได้ รบั รองวำ่ ไม่มีจนแน่นอน โดยแต่ละข้ันจะมีดังนี้
บันไดขั้นที่ 1-4 คือ เศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐำน
ข้ันที่ 1 พอกิน
พื้นฐำนที่สุดของมนุษย์ คือ ควำมต้องกำรปัจจยั 4 และประกำรสำคัญที่สุดของปัจจยั 4 คือ อำหำร ข้ันที่ 1 ของ
แนวทำงแก้ปญั หำที่ย่งั ยืนคือ ตอบคำถำมให้ได้ว่ำ “ทำอยำ่ งไรจงึ จะพอกิน” โดยให้ควำมสำคัญกับ ข้ำวปลำอำหำร
ไม่ให้ควำมสำคัญกับเงนิ ซงึ่ เป็นเพียงแค่ “ตัวกลำง” ในกำรแลกเปลี่ยนตำมมำตรฐำนสำกล โดยยึดหลักว่ำ “เงนิ
ทองเปน็ ของมำยำ ข้ำวปลำสิของจรงิ ” เกษตรกรต้องเรม่ ิ จำกกำรอยูใ่ ห้ได้โดยไม่ใชเ้ งนิ มีอำหำรพอมีพอกิน ด้วย
35
กำรปลูกพืชผัก ผลไม้ ให้พอกิน ชำวนำต้องเก็บข้ำวไว้ให้เพียงพอสำหรบั กำรมีกินท้ังปี ไม่ขำยข้ำวเปลือกเพื่อนำ
เงนิ ไปซอื้ ข้ำวสำรนอกจำกนั้น หัวใจสำคัญของ “พอกิน” ยังมีควำมหมำยรวมไปถึงควำมปลอดภัยในอำหำร กิน
อย่ำงไรให้มีสุขภำพดี ไม่สะสมเอำควำมเจบ็ ไข้ได้ป่วยไว้ในรำ่ งกำย นี่คือควำมหมำยของบันไดข้ันท่ี ๑ ที่เกษตรกร
ต้องก้ำวข้ำมให้ได้
ขั้นท่ี 2-4 พอใช้ พ อ อ ยู่ พ อ
รม่ เย็น
เกิดข้ึนได้พรอ้ มกัน ด้วยคำตอบเดียวคือ “ปลูกป่ำ 3 อย่ำง ประโยชน์ 4 อย่ำง” ซ่ึงป่ำ 3 อย่ำงจะให้ทั้ง อำหำร
เครอ่ ื งน่งุ ห่ม สมุนไพรสำหรบั รกั ษำโรค ทัง้ โรคคน โรคพืช โรคสัตว์ ให้ไม้สำหรบั ทำบำ้ นพักทีอ่ ยู่อำศัย และให้ควำม
รม่ เย็นกับบำ้ น กับชุมชน กับโลกใบน้ี ซงึ่ เปน็ แนวทำงในกำรแก้ปัญหำควำมยำกจนของเกษตรกรไทย ซงึ่ ได้รบั กำร
พิสูจน์แล้ววำ่ สำมำรถแก้ปญั หำได้จรงิ และยงั สำมำรถยอ้ นกลับไปแก้ไขปัญหำหน้ีสินซง่ึ สะสมพอกพูนจำกกำรทำ
เกษตรเชงิ เดี่ยว ปัญหำควำมเสื่อมโทรมของทรพั ยำกรปญั หำควำมขำดแคลนนำภัยแล้ง ทั้งหมดล้วนแก้ไขได้จำก
แนวคิดป่ำ 3 อย่ำงประโยชน์ 4 อย่ำงขององค์พระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัวฯ บันไดข้ันที่ 5 -9 คือ เศรษฐกิจ
พอเพียงข้ันก้ำวหน้ำ
36
ขั้นที่ 5-6 บุญและทำน
เครอื ข่ำยเศรษฐกิจพอเพียง เชอื่ มั่นว่ำสังคมไทยเป็นสังคมบุญ สังคมทำน ไม่เน้นกำรแลกเปลี่ยนทำงกำรค้ำ แต่
เน้นกำรทำบุญ ไม่เน้นกำรสะสมเป็นของส่วนตัว แต่เน้นกำรให้ทำนและสะสมโดยมอบให้เป็นทรพั ย์สินส่วนรวม
โดยวัด หรอื ศำสนสถำนตำมแต่ละศำสนำเป็นศูนย์กลำงเป็นกำรฝึกจิตใจ ให้ละซง่ึ ควำมโลภ และกิเลสในกำร
อยำกได้ ใครม่ ี ลดปัญหำชอ่ งว่ำงระหวำ่ งชนชน้ั ตำมควำมหมำยอันลึกซง้ึ ของคำ “ยงิ่ ทำ ยงิ่ ได้ยง่ิ ให้ย่ิงมี” กำรให้ไป
คือได้มำ และเช่ือม่ันในฤทธขิ์ องทำน ว่ำทำนมีฤทธจิ์ รงิ และจะส่งผลกลับมำเป็นเพ่ือน เป็นกัลยำณมิตร เป็น
เครอื ข่ำยท่ีชว่ ยเหลือกันในทกุ สถำนกำรณ์ แม้ในวันที่โลกนี้ประสบกับวกิ ฤตกำรณ์
ข้ั น ที่ 7 เก็ บ รกั ษำ
ข้ันต่อไปหลังจำกสำมำรถพ่ึงตนเองได้ พอมี พอเหลือทำบุญ ทำทำนแล้ว คือกำรรูจ้ กั เก็บรกั ษำ ซงึ่ เป็น
กำรต้ังอยู่ในควำมไม่ประมำท และกำรรูจ้ ักเก็บรกั ษำ ยังเป็นกำรสรำ้ งรำกฐำนของกำรเอำตัวรอดในเวลำ เกิด
วกิ ฤตกำรณ์ โดยยึดแนวทำงตำมวถิ ีชีวติ ชำวนำสมัยก่อนซ่ึงเก็บรกั ษำข้ำวไว้ในยุ้งฉำงเพื่อ ให้พอมีกินข้ำมปี
คัดเลือกและเก็บรกั ษำ “ข้ำวพันธุ”์ ไว้สำหรบั เป็นพันธขุ์ ้ำวในปีต่อไป ซง่ึ ผิดกับวถิ ีชำวนำในปัจจุบันท่ีใชว้ ธิ กี ำรขำย
ข้ำวทั้งหมด แล้วนำเงนิ ที่ขำยได้ไปซ้ือพันธุ์ข้ำวเพ่ือปลูกในปีต่อไป ส่งผลให้เกิดกำรขำดควำมม่ันคงและ
เปรยี บเสมือนกำรใช้ชวี ติ อยู่บนเส้นทำงสำย ควำมประมำท เพรำะหำกเกิดภัยแล้ง น้ำท่วม ผลผลิตไม่ได้ตำมที่
ต้ังใจไว้ ย่อมหมำยถึงปัญหำหน้ีสินและกำรขำดแคลนพันธขุ์ ้ำวสำหรบั ปลูกในปีต่อไป นอกจำกเก็บพันธขุ์ ้ำวแล้ว
ยังเน้นให้รูจ้ กั วธิ กี ำรถนอมอำหำร กำรสะสม อำหำรไว้กินในยำมหน้ำแล้ง ด้วยกำรแปรรูปอำหำรหลำกชนิด อำทิ
ปลำรำ้ ปลำแห้ง มะขำมเปียก พรกิ แห้ง หอม กระเทยี ม เพื่อเก็บไวก้ ินในอนำคต
37
ขั้นท่ี 8 ขำย
เนื่องจำกเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใชเ่ ศรษฐกิจกำรค้ำ แต่ก็ไม่ใชเ่ ศรษฐกิจหลังเขำ กำรค้ำขำยสำมำรถทำได้
แต่ทำภำยใต้กำรรูจ้ กั ตนเอง รูจ้ กั พอประมำณ และทำไปตำมลำดับ โดยของท่ีขำย คือ ของท่ีเหลือจำกทุกขั้นแล้ว
จงึ นำมำขำย เชน่ ทำนำอินทรยี ์ ปลูกข้ำวปลอดสำรเคมี ไม่ทำลำยธรรมชำติ ได้ผลผลิตเก็บไว้พอกิน เก็บไวท้ ำพันธุ์
ทำบุญ ทำทำน แล้วจงึ นำมำขำยด้วยควำมรสู้ ึกของกำร “ให้” อยำกทจ่ี ะให้ส่ิงดีๆ ท่ีเรำปลูกเอง เผื่อแผ่ให้กับคนอ่ืน
ๆ ได้รบั ส่ิงดีๆ นั้น ๆ ด้วยกำรค้ำขำยตำมแนวทำงเศรษฐกิจพอเพียง จงึ เป็นกำรค้ำที่มองกลับด้ำน “เพรำะรกั คณุ
จงึ อยำกให้คุณได้รบั ในสิ่งดีๆ” พอเพียงเพ่ืออุ้มชู เผ่ือแผ่ แบง่ ปัน ไปด้วยกัน
38
ข้ันที่ 9 เครอื ข่ำย กองกำลังเกษตรโยธนิ
คือกำรสรำ้ งกองกำลังเกษตรโยธนิ หรอื กำรสรำ้ งเครอื ข่ำยเชอื่ มโยงทง้ั ประเทศ เพ่ือขยำยผลควำม สำเรจ็
ตำมแนวทำงเศรษฐกิจพอเพียง สู่กำรปฏิวัติแนวคิด และวถิ ีกำรดำเนินชวี ติ ของคนในสังคม ในชุ มชน เพ่ือกำร
แก้ปัญหำวกิ ฤต 4 ประกำร อันได้แก่ วกิฤตกำรณ์ส่ิงแวดล้อม ภัยธรรมชำติวกิ ฤตกำรณ์โรคระบำดทั้งในคน สัตว์
พืช วกิ ฤตเศรษฐกิจ ข้ำวยำกหมำกแพงวกิ ฤตควำมขัดแย้งทำงสังคมเครอื ข่ำยกสิกรรมธรรมชำติ มูลนิธกิ สิกรรม
ธรรมชำติได้น้อมนำศำสตรพ์ ระรำชำมำสู่กำรปฏิบัติ ในระยะเวลำกว่ำ ๓๐ ปีท่ีผ่ำนจนได้ผลจรงิ ในกำรปฏิบัติเพื่อ
แก้ไขปัญหำท้ังด้ำนดิน น้ำ ป่ำ และคน จนพัฒนำเป็นหลักกำร แนวปฏิบัติตำมศำสตรพ์ ระรำชำ อย่ำงเป็นข้ันเป็น
ตอน เรยี กวำ่ “ทฤษฎีบนั ได ๙ ขั้นสู่ควำมพอเพียง มั่งค่ัง ย่งั ยนื ”
สรุปผลกำรเรยี นรู้ จำกกำรสังเกตพบว่ำ ผู้เข้ำอบรมมีควำมกระตือรอื รน้ ในกำรเข้ำรว่ มกิจกรรมเป็นอย่ำงดี ให้
ควำมรว่ มมือในกำรทำกิจกรรมอย่ำงพรอ้ มเพรยี ง ตั้งใจเรยี นรขู้ ้อมูล มีกำรซกั ถำม และแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับ
กำรใชว้ ธิ กี ำร หรอื แนวทำงเกี่ยวกับทฤษฎีบันได 9 ขั้น ในขั้นตอนทั้ง 9 ข้ันตอน จำกกำรทว่ี ทิ ยำกรสอบถำม พบว่ำ
ผู้เข้ำอบรมส่วนใหญ่มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจ สำมำรถจดจำขั้นตอนของกำรใชท้ ฤษฎีบันได 9 ข้ัน และมีควำมมุ่งม่ันท่ี
จะนำควำมรูท้ ี่ได้ไปปรบั ใชใ้ นชวี ติ ประจำวัน รวมท้ังกำรนำไปถ่ำยทอดให้แก่ครวั เรอื นในชุมชน ในกำรปฏิบัติตำม
แนวทำงวถิ ีชวี ติ เศรษฐกิจพอเพียง โดยใชห้ ลักทฤษฎีบนั ได 9 ขั้นเปน็ แนวทำงทจี่ ะดำเนินชวี ติ แต่ละข้ันๆ ให้สำเรจ็
จำกขั้นแรกๆ ไปจนถึงข้ันสุดท้ำย คือขั้นที่ 9 อันจะส่งผลให้เกิดควำมสุขแก่ครอบครวั ตนเอง ชุมชน สังคม และ
ประเทศชำติ ต่อไป
39
วชิ ำ “หลักกสิกรรมธรรมชำติ”
1. วทิ ยำกร นำยอภิวรรษ สุขพ่วง ตำแหน่ง ประธำนศูนยเ์ รยี นรไู้ รส่ ุขพ่วง
2. วัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือให้ผู้เข้ำรบั กำรฝกึ อบรมรถู้ ึงประโยชน์ของกำรปลกู ต้นไม้ ตำมแนวคิด ปำ่ 3 อยำ่ ง
ประโยชน์
4 อย่ำง โดยกำรปลูกป่ำ 5 ระดับ
2. จดั รูแปบบกำรปลูกให้เกิดคุณค่ำและบูรณำกำรในพ้ืนที่ทำกินเดิม ให้มีสภำพใกลเ้ คียงกับปำ่
3. สรำ้ งมลู ค่ำต้นไม้ทำให้เป็นทรพั ย์ เพื่อออมทรพั ยแ์ ละใชแ้ ก้ปัญหำควำมยำกจน
3.ระยะเวลำ 4.30 ชวั่ โมง (10.30-12.00น) และ (13.00-15.30 น)
4.ประเด็นเน้ือหำวชิ ำ
1) หัวใจหลักกสิกรรมธรรมำชำติ “เลี้ยงดิน ให้ดินเลี้ยงพชื ” ห่มดิน “แห้งชำม น้ำชำม”
- เรยี นรหู้ ลัก เกษตรกรรมกับกสิกรรม
- เกษตรปลอดสำรพิษ :
2) นิยำม 5
3) กำรปลูกป่ำ 3 อยำ่ ง ประโยชน์ 4 อยำ่ ง
4) กำรปลูกไม้ 5 ระดับ
5) 10 ข้ันตอนกำรตรวจแปลง
5. เทคนิค/วธิ กี ำร
1) เรยี นรู้ จำกคลิป Video
2) ส่ือ Power Point
3) เรยี นรจู้ ำกพ้ืนท่จี รงิ ของวทิ ยำกร
4) กำรเติมเต็มให้ข้อคิด และข้อเสนอแนะ จำกวทิ ยำกร
6. วัสดุ/อุปกรณ์
1) ส่ือวดี ีทศั น์ ประกอบกำรบรรยำย ผ่ำนระบบ ZOOM
2) ส่ือ Power
3) พ้ืนทท่ี ี่ดำเนินกำรตำมหลักกสิกรรมธรรมชำติ
7. สรปุ ผลกำรดำเนินกำรและผลกำรเรยี นรู้
วทิ ยำกรแนะนำตัวพูดคุย สรำ้ งบรรยำกำศให้เกิดควำมเปน็ กันเอง ดังน้ี
วทิ ยำรเกรน่ ิ นำ “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นแนวพระรำชดำร ิพระบำทสมเด็จพระบรมชนกำธเิ บศร มหำภูมิ
พลอดุลยเดชมหำรำช บรมนำถบพิตร (รชั กำลท่ี 9) ท่ีพระรำชทำนมำนำนกว่ำ 30 ปี เป็นแนวคิดท่ีต้ังอยู่บน
รำกฐำนของวัฒนธรรมไทย เป็นแนวทำงกำรพัฒนำท่ีต้ังบนพ้ืนฐำนของทำงสำยกลำง และควำมไม่ประมำท
คำนึงถึงควำมพอประมำณ ควำมมีเหตุผล กำรสรำ้ งภูมิคุ้มกันในตัวเอง ตลอดจนใชค้ วำมรูแ้ ละคุณธรรมเป็น
พ้ืนฐำนในกำรดำรงชวี ติ ท่ีสำคัญจะต้องมี “สติ ปัญญำ และควำมเพียร” ซ่ึงจะนำไปสู่ “ควำมสุข” ในกำรดำเนิน
ชวี ติ อย่ำงแท้จรงิ