The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมเล่มScQA-ป่าแดดวิทยาคม-280964

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nuengruethai lamduang, 2021-09-28 08:50:12

รวมเล่มScQA-ป่าแดดวิทยาคม-280964

รวมเล่มScQA-ป่าแดดวิทยาคม-280964

รายงานวิธกี ารและผลการดาเนนิ งาน
ตามเกณฑ์รางวัลคณุ ภาพแห่งสานกั งานคณะกรรมการ

การศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน (OBECQA) ระดบั ScQA
ประจาปี 2564

โรงเรยี นปา่ แดดวิทยาคม
78 หมู่ 11 ตาบลป่าแดด อาเภอป่าแดด จังหวดั เชียงราย

สานักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษามัธยมศกึ ษาเชียงราย
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน
กระทรวงศึกษาธกิ าร



คำนำ

โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม ได้ขับเคลื่อนการบริหารจัดการโรงเรียนตามโครงการมาตรฐานสากล โดยมี
ความมุ่งหวังที่จะพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพเทียบเคียงมาตรฐานสากล ทั้งนี้ โรงเรียนได้พัฒนาระบบบริหาร
จัดการโรงเรียนดว้ ยระบบคุณภาพ ตามเกณฑ์รางวลั คุณภาพแห่งสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน
(OBECQA) ระดับ ScQA ซึ่งมีการพัฒนาและปรับปรุงมาตลอด โดยประเมินตนเองภายใต้สภาวะแวดล้อม
ทีเ่ ปลยี่ นแปลงอย่างตอ่ เน่ือง มุ่งเน้นผลการดำเนินการตามกลยุทธข์ องโรงเรียนในมุมมองเชิงระบบท่ีครอบคลุม
และบูรณาการการบรหิ ารจดั การกับผลการดำเนนิ การโดยรวมของโรงเรยี น

รายงานวิธีการและผลการดำเนินงานการบรหิ ารจัดการโรงเรยี นป่าแดดวิทยาคม เล่มนี้ เป็นรายงาน
การประเมนิ ตนเองตามเป้าหมายของโรงเรียนและมคี วามมงุ่ มั่นทจ่ี ะพัฒนาตนเองสู่ความเป็นเลศิ อย่างต่อเน่ือง
ซึ่งทางโรงเรียนได้รวบรวมและนำเสนอผลการดำเนินงานตามเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (OBECQA) ระดับ ScQA ตามโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล ตั้งแต่
ปีการศึกษา 2561–2563 โดยนำเสนอขอ้ มูลตามลำดับ ได้แก่ โครงร่างองค์กร หมวด 1 การนำองค์กร หมวด
2 กลยทุ ธ์ หมวด 3 การม่งุ เน้นผู้เรียนและผู้มีส่วนได้เสีย หมวด 4 การวัดวิเคราะห์และการจัดการความรู้ หมวด 5
บคุ ลากร หมวด 6 การปฏิบตั ิการ และหมวด 7 ผลลัพธ์

ขอขอบคุณ โรงเรียนแม่เจดีย์วิทยาคม ที่อนุเคราะห์ให้ศึกษาดูงานการประเมินโรงเรียนตามเกณฑ์
รางวัลคุณภาพแห่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (OBECQA) โรงเรียนพานพิทยาคม ที่เป็น
พี่เลี้ยงและเป็นที่ปรึกษาเครือข่าย Value chain รวมทั้งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนทุกฝ่าย ที่ร่วมในการพัฒนา
การศึกษาทั้งระบบของโรงเรยี นป่าแดดวิทยาคม จงั หวัดเชยี งราย ในครั้งน้เี ปน็ อยา่ งสูง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า
รายงานฉบับนี้ จะเป็นแนวทางในการดำเนินงานให้แก่ผูน้ ำไปพัฒนาการศึกษาให้เปน็ ไปตามมาตรฐานคุณภาพ
การศกึ ษาตอ่ ไป

นางสาววันรกั ษ์ ขันหอม
ผู้อำนวยการโรงเรยี นปา่ แดดวทิ ยาคม

สารบัญ ข

คำนำ หน้า
สารบญั ก
สารบัญตาราง ข
สารบัญแผนภาพ ค
โครงรา่ งองคก์ ร ฉ
หมวด 1 การนำองคก์ ร 1

1.1 การนำองค์กรโดยผู้นำระดบั สูง 12
1.2 การกำกบั ดูแลองค์กรและความรบั ผดิ ชอบตอ่ สังคม 18
หมวด 2 กลยทุ ธ์
2.1 การจดั ทำกลยุทธ์ 22
2.2 การนำกลยทุ ธไ์ ปปฏิบตั ิ 28
หมวด 3 นักเรยี นและผมู้ ีส่วนได้ส่วนเสยี
3.1 เสยี งนกั เรียนและผมู้ ีสว่ นได้ส่วนเสยี 35
3.2 ความผูกพนั ของนกั เรียนและผ้มู สี ่วนไดส้ ่วนเสีย 40
หมวด 4 การวดั การวิเคราะหแ์ ละการจัดการความรู้
4.1 การวัด การวเิ คราะห์ และการปรับปรงุ ผลการดำเนนิ การของโรงเรยี น 47
4.2 การจดั การความรู้ สารสนเทศ และเทคโนโลยสี ารสนเทศ 55
หมวด 5 บุคลากร
5.1 สภาพแวดล้อมของบุคลากร 61
5.2 ความผูกพันของบุคลากร 68
หมวด 6 การปฏบิ ัตกิ าร
6.1 กระบวนการทำงาน 74
6.2 ประสิทธผิ ลของการปฏบิ ัตกิ าร 82
หมวด 7 ผลลพั ธ์
7.1 ผลลพั ธด์ า้ นหลกั สูตรและกระบวนการ 86
7.2 ผลลพั ธด์ า้ นการมุง่ เนน้ นักเรียนและผมู้ สี ่วนไดส้ ่วนเสยี 91
7.3 ผลลพั ธ์ด้านบคุ ลากร 94
7.4 ผลลัพธด์ า้ นการนำองคก์ รและการกำกบั ดูแลองคก์ ร 96
7.5 ผลลัพธด์ า้ นการเงินและและตลาด 99



สารบญั ตาราง

หน้า

ตารางท่ี 1 ข้อมลู ประเภทและข้อกำหนดด้านการศึกษาของครูผู้สอน ปีการศกึ ษา 2564 3

ตารางท่ี 2 ข้อมลู ประเภทและข้อกำหนดด้านการศึกษาของบุคลากรอ่นื ๆ ปีการศกึ ษา 2564 3

ตารางท่ี 3 กฎระเบยี บข้อบงั คับทส่ี ำคัญ 4

ตารางที่ 4 องคก์ รสำคญั ในการกำกับดูแลดว้ ยระบบธรรมาภบิ าล 4

ตารางท่ี 5 ลำดับช่ือโรงเรยี นทน่ี กั เรียนมาเขา้ เรียนระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 และ 4 ปีการศึกษา 2564 5

ตารางท่ี 6 ความต้องการและความคาดหวงั ของนักเรยี นและผ้มู สี ่วนไดส้ ่วนเสียของนักเรียน 5

ช้ัน ม.1 ถงึ ม.3

ตารางท่ี 7 ความต้องการและความคาดหวังของนักเรยี นและผู้มสี ว่ นได้สว่ นเสยี ของนักเรียน

ชัน้ ม.4 ถงึ ม.6 5

ตารางท่ี 8 แสดงกลมุ่ ประเภทผสู้ ง่ มอบ พันธมิตร ผู้ให้ความรว่ มมอื ทส่ี ำคญั ในบทบาทของระบบงานของ

โรงเรยี น กลไกการส่ือสาร 5

ตารางที่ 9 แสดงกลุ่มประเภทผสู้ ่งมอบ พันธมิตร ผูใ้ ห้ความรว่ มมือทส่ี ำคญั ของห่วงโซ่อุปทาน

(Supply-chain)ของโรงเรยี น 6

ตารางที่ 10 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขน้ั พ้นื ฐาน (O-NET) ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3

ปกี ารศึกษา2561-2563 ของโรงเรยี นป่าแดดวทิ ยาคมคู่แข่ง 7

ตารางที่ 11 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาตขิ ้นั พืน้ ฐาน (O-NET) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6

ปีการศึกษา2561-2563 ของโรงเรยี นป่าแดดวิทยาคมคู่แข่ง 7

ตารางที่ 12 แหลง่ ขอ้ มลู เชงิ เปรียบเทยี บและเชงิ แขง่ ขันทางการศึกษา 8

ตารางท่ี 13 ความท้าทายเชงิ กลยุทธ์และความได้เปรียบเชิงกลยุทธท์ ีส่ ำคัญ 8

ตารางท่ี 14 แสดงรายละเอยี ดการสือ่ สารและผลการดำเนินงานของโรงเรียน 15

ตารางท่ี 15 กระบวนการสื่อสารเพื่อสร้างความผกู พันกับครูและบคุ ลกรในโรงเรยี น 16

ตารางท่ี 16 วิธีการส่ือสารเพ่ือสรา้ งความผูกพนั กับครแู ละบุคลากรในโรงเรียนป่าแดดวทิ ยาคม 16

ตารางท่ี 17 การดำเนนิ การทำให้เกดิ การปฏบิ ัติอยา่ งจริงจัง 18

ตารางท่ี 18 แสดงวตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ กลยุทธแ์ ละเป้าประสงค์ทส่ี ำคญั 25

ตารางท่ี 19 ความท้าทายเชงิ กลยุทธ์และความไดเ้ ปรยี บเชิงกลยุทธ์ท่สี ำคัญ 27

ตารางท่ี 20 แสดงตวั วดั ผลการดำเนนิ การและการคาดการณ์ผลการดำเนินการ 32

ตารางท่ี 21 แนวทางและวธิ ีการรับฟังเสียงของนักเรียนและผู้มีสว่ นไดส้ ว่ นเสีย 36

ตารางที่ 22 แสดงการรบั ฟังนักเรียนในอนาคตและผู้มีส่วนไดส้ ว่ นเสยี 37

ตารางที่ 23 การประเมินความพงึ พอใจ ความไมพ่ ึงพอใจของนักเรียนและผ้มู ีส่วนไดส้ ่วนเสยี 39

ตารางที่ 24 กลไกการส่ือสารและวธิ กี ารสนบั สนนุ นักเรยี นและผู้มีสว่ นไดส้ ว่ นเสีย 41

ตารางที่ 25 ข้นั ตอนในการจำแนกนกั เรยี น 43

ตารางที่ 26 วิธีการจดั การข้อร้องเรียนของโรงเรียน 46

ตารางที่ 27 วตั ถุประสงคเ์ ชิงกลยทุ ธข์ องโรงเรียนและตวั วดั ผลดำเนนิ การ 47

ตารางท่ี 28 ผลการดำเนนิ การตวั วัดผลการดำเนินการตามวัตถปุ ระสงคเ์ ชงิ กลยุทธ์ 51

ตารางที่ 29 วิธีการปฏบิ ัตทิ เ่ี ป็นดีของกลมุ่ งาน/กลุม่ สาระการเรียนรู้ ปกี ารศึกษา 2561-2563 53

ตารางท่ี 30 ข้อมลู กรอบอตั รากำลังโรงเรียนป่าแดดวิทยาคม ปกี ารศึกษา 2561-2563 62

ตารางท่ี 31 จำแนกสวัสดิการและสิทธปิ ระโยชน์ของครแู ละบุคลากร 67



สารบัญตาราง (ต่อ)

หน้า

ตารางที่ 32 ข้อกำหนดทสี่ ำคัญของหลักสตู รและกระบวนการทำงาน 75

ตารางที่ 33 ข้อกำหนดท่ีสำคัญของกระบวนการทำงาน 76

ตารางท่ี 34 การนำกระบวนการไปปฏิบัติ 78

ตารางที่ 35 การปฏบิ ัติงานของกระบวนการสนบั สนนุ 80

ตารางที่ 36 การดำเนินการควบคมุ ต้นทนุ โดยรวมของการปฏิบตั กิ าร 83

ตารางท่ี 37 ผลการประเมนิ ความพึงพอใจของบุคลากร นักเรียน และผมู้ สี ว่ นได้สว่ นเสีย

ตอ่ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบรักษาความปลอดภยั การใหบ้ ริการ ข้อมลู สารสนเทศ

และระบบดูแลช่วยเหลือนักเรยี น 88

ตารางท่ี 38 ผลการประเมินความพงึ พอใจของบคุ ลากรนักเรียน ตอ่ งานสารบรรณ

ปกี ารศกึ ษา 2561-2563 89

ตารางท่ี 39 ผลการประเมนิ ความพึงพอใจของบุคลากร นักเรียน ตอ่ การใชห้ ลักสูตรสถานศกึ ษา

ปีการศึกษา 2561-2563 90

ตารางที่ 40 ผลการประเมนิ ความพงึ พอใจของนกั เรียนต่อระบบการรักษาความปลอดภัยของโรงเรียน 90

ตารางท่ี 41 ผลการประเมินความพงึ พอใจต่อการใช้วัสดุอปุ กรณ์ ส่อื การเรียนรแู้ ละเทคโนโลยี

ปีการศึกษา 2561-2563 91

ตารางที่ 42 ผลการประเมนิ ความพึงพอใจของนักเรยี นและผ้มู ีส่วนไดส้ ว่ นเสยี ต่อการบริหาร

การจัดการศึกษาในภาพรวมของโรงเรยี นปา่ แดดวทิ ยาคม ปกี ารศึกษา 2561-2563 91

ตารางที่ 43 ผลการประเมนิ ความพึงพอใจของครู นักเรยี น และผูป้ กครองท่ีมีต่อหลกั สตู ร

สถานศกึ ษาของ โรงเรียนปา่ แดดวิทยาคม ปีการศกึ ษา 2561-2563 91

ตารางท่ี 44 ผลการประเมนิ ความพึงพอใจของ นักเรยี น และผูม้ สี ่วนไดส้ ว่ นเสยี ต่อการจัดการ

สอนของครทู ้ัง 8 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ของโรงเรียนปา่ แดดวิทยาคม ปกี ารศกึ ษา 2561-2563 92

ตารางที่ 45 ผลการประเมินความพึงพอใจของครู นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 1-6 ต่อการ

ใหบ้ ริการงานหอ้ งสมดุ 92

ตารางท่ี 46 ผลการประเมนิ ความพึงพอใจของผทู้ ี่มสี ่วนเกี่ยวข้องต่อคุณภาพของข้อมูลสารสนเทศ 92

ตารางท่ี 47 ร้อยละของนักเรียนและผปู้ กครองท่ีเขา้ ร่วมประชมุ ผูป้ กครอง

โรงเรยี นป่าแดดวิทยาคม ปีการศกึ ษา 2561-2563 93

ตารางที่ 48 ร้อยละของนักเรียนทไี่ ดร้ บั ทนุ การศึกษาจนจบหลกั สตู ร 93

ตารางท่ี 49 ร้อยละของบุคลากรที่มีความพงึ พอใจต่อบรรยากาศการทำงานของโรงเรียน

ในระดบั ดี ขน้ึ ไป ปกี ารศกึ ษา 2561-2563 95

ตารางที่ 50 ร้อยละของบุคลากรท่ีมีความพงึ พอใจต่อกจิ กรรมเชื่อมความสัมพันธ์ของบุคลากร

ในระดับ ดี ขึน้ ไป ปีการศึกษา 2561-2563 95

ตารางท่ี 51 ความพึงพอใจของบุคลากร นักเรยี น ผู้ปกครอง และผู้มสี ่วนไดส้ ว่ นเสีย ท่ีมตี ่อโรงเรียน 97

ตารางท่ี 52 ผลลพั ธด์ ้านการกำกบั ดูแลดา้ นนโยบายและแผน 97

ตารางที่ 53 ผลลัพธด์ ้านการกำกบั ดูแลดา้ นการเงนิ 97

ตารางที่ 54 ร้อยละของนักเรียน ครู และบคุ ลากรทีป่ ฏิบตั ิตามกฎหมายและระเบียบ ขอ้ บงั คับ

ปกี ารศกึ ษา 2561-2563 98



สารบัญตาราง (ต่อ) หนา้
98
ตารางที่ 55 ร้อยละของครูและบุคลากรที่ปฏิบัติตามจรยิ ธรรม ปกี ารศึกษา 2561-2563 98
ตารางท่ี 56 จำนวนคร้งั การใหบ้ ริการตา่ งๆ ต่อสงั คม ของผมู้ สี ่วนเกี่ยวขอ้ ง ปีการศึกษา 2561-2563 99
ตารางท่ี 57 ร้อยละความสำเรจ็ ตามกลยทุ ธข์ องโรงเรยี น ปีการศึกษา 2561-2563 99
ตารางที่ 58 แสดงขอ้ มลู รายรับ - รายจา่ ยของโรงเรียนปา่ แดดวทิ ยาคม ปีการศึกษา 2561-2563

สารบญั ภาพ ฉ

แผนภาพที่ 1 คา่ นิยมองค์กรโรงเรียนป่าแดดวิทยาคม หน้า
แผนภาพท่ี 2 โครงสร้างการบริหารงานโรงเรยี น 2
แผนภาพที่ 3 รปู แบบการบริหารงงานโรงเรียน P.W.K.S. STEP Model 4
แผนภาพท่ี 4 แสดงขน้ั ตอนการกำหนดวิสัยทศั น์ พนั ธกจิ 9
แผนภาพที่ 5 แสดงกระบวนการวางแผนกลยุทธ์ 10
แผนภาพที่ 6 แสดงการจดั ทำแผนปฏิบัติการประจำปี 22
แผนภาพที่ 7 แสดงข้นั ตอนการปรบั เปลีย่ นแผนปฏบิ ตั กิ าร 28
แผนภาพที่ 8 แสดงกระบวนการรับฟังนกั เรยี นและผู้มีสว่ นได้สว่ นเสีย 33
แผนภาพท่ี 9 แสดงกระบวนการประเมนิ ความพึงพอใจ ความไม่พงึ พอใจและ 36

ความผูกพันนักเรียนและผู้มสี ว่ นได้ส่วนเสยี 38
แผนภาพท่ี 10 การจดั การความสมั พันธ์ 45
แผนภาพท่ี 11 กระบวนการกำหนดขีดความสามารถและอัตรากำลังบคุ ลากร 62
แผนภาพที่ 12 การสรรหา วา่ จา้ ง บรรจุ และรกั ษาบุคลากรใหม่ 63
แผนภาพท่ี 13 รูปแบบการทำงานและบรหิ ารบุคลากรเพอื่ ความสำเร็จ 64
แผนภาพท่ี 14 กระบวนการบรกิ ารสวัสดกิ ารและสิทธิประโยชน์ 67
แผนภาพที่ 15 การจดั ทำข้อกำหนดที่สำคญั ของกระบวนการทำงาน 73
แผนภาพท่ี 16 แนวคดิ ในการออกแบบหลกั สตู รและกระบวนการทำงาน 77
แผนภาพท่ี 17 การจัดการห่วงโซ่อุปทาน 84
แผนภาพท่ี 18 ร้อยละของนักเรียนทมี่ รี ะดบั ผลการเรียน 2.5 ขน้ึ ไป ในรายวิชา IS1 IS2 และ IS3
86
ของปกี ารศกึ ษา 2561-2563
แผนภาพท่ี 19 ร้อยละของนักเรยี นท่ีมผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับ ดี ขึน้ ไป ในระดับช้ัน 86

มัธยมศกึ ษาปีที่ 1-6 ปีการศึกษา 2561-2563 87
แผนภาพท่ี 20 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขน้ั พน้ื ฐาน (O-NET) ของนักเรยี น
87
ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3 ในภาพรวมระดบั เขตพ้ืนท่จี ำนวน 4 รายวชิ า
ปกี ารศึกษา 2561-2563 เทียบเคยี งกบั โรงเรยี นคู่แขง่ 88
แผนภาพท่ี 21 ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติข้นั พื้นฐาน (O-NET) ของนักเรียน
ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ในภาพรวมระดับเขตพ้ืนทจ่ี ำนวน 5 รายวิชา 89
ปกี ารศกึ ษา 2561-2563 เทยี บเคียงกับโรงเรยี นคู่แข่ง
แผนภาพท่ี 22 ร้อยละของนักเรยี นทีส่ ำเร็จการศึกษาของโรงเรียนปา่ แดดวิทยาคม 93
ตามกรอบเวลาที่กำหนด ปกี ารศึกษา 2561-2563
แผนภาพท่ี 23 ร้อยละของการศึกษาต่อในระดับอดุ มศึกษาของนักเรียนระดับชัน้ 94
มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 ปีการศึกษา 2561-2563
แผนภาพที่ 24 ร้อยละของนักเรียนโรงเรียนป่าแดดวิทยาคมทไ่ี ดร้ ับทุนการศึกษา
ปีการศกึ ษา 2561-2563
แผนภาพที่ 25 แผนภูมสิ ถิตินักเรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 ท่ีจบหลกั สตู รของโรงเรียนเขา้ ศึกษา
ตอ่ ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนปา่ แดดวทิ ยาคม ปกี ารศึกษา 2561-2563

สารบญั ภาพ (ตอ่ ) ช

แผนภาพที่ 26 ร้อยละของขา้ ราชการครูทม่ี วี ิทยฐานะสงู ขึ้น ปีการศึกษา 2561-2563 หน้า
แผนภาพท่ี 27 ร้อยละของระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งของขา้ ราชการครูและบคุ ลากร 94
96
ทางการศึกษา ณ โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม
แผนภาพที่ 28 ร้อยละการศกึ ษาดูงานและการเขา้ รบั การอบรมเพื่อพฒั นาตนเอง และนำความรู้ 96
100
มาจัดการเรยี นการสอน จนนักเรยี นบรรลุตามมาตรฐานและตวั ชี้วดั 100
ปีการศึกษา 2561-2563 100
แผนภาพที่ 29 แสดงขอ้ มูลรอ้ ยละของรายจ่ายของโรงเรยี นปา่ แดดวทิ ยาคม
ปีการศกึ ษา 2561-2563
แผนภาพที่ 30 จำนวนนักเรียนท่สี มคั รเขา้ เรยี นต่อชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2561-2563
แผนภาพท่ี 31 จำนวนนักเรียนระดับชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 6 ที่จบหลกั สูตรตามกรอบเวลาที่กำหนด
แยกตามเขตพนื้ ท่บี ริการปกี ารศึกษา 2561-2563

โครงร่างองคก์ ร
(Organizational)

1. ลกั ษณะองค์กร (Organizational Description)
ก. สภาพแวดลอ้ มขององคก์ ร (Organizational Environment)

เป็นโรงเรียนมัธยมขนาดกลางประจาอาเภอ สังกัดสานักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ต้ังอยู่เลขที่ 78 หมู่ 11 ถนน พาน-ป่าแดด อาเภอป่าแดด
จงั หวัดเชียงราย มพี ้ืนท่ี 45 ไร่ - งาน 46.5 ตารางวา ไดร้ ับอนมุ ัตใิ หจ้ ดั ต้ังเมื่อ วนั ท่ี 22 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2518
ปีการศึกษา 2564 มีนักเรียน 487 คน มีเขตบริการในพื้นท่ีอาเภอป่าแดด จานวน 5 ตาบล ผู้บริหารคณะครู
และบุคลากรทุกคนมีความมุ่งมั่นต้ังใจจะพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้เทียบเคียงมาตรฐานสากล โดยยึดหลักการมี
สว่ นร่วม “ร่วมรับรู้ รว่ มคิด รว่ มทา” และการบรหิ ารจัดการเชงิ ระบบเน้นคณุ ภาพ

(1) หลกั สตู ร (Product Offerings)
1. โรงเรยี นได้จัดการศึกษาโดยใช้หลักสูตรโรงเรียนป่าแดดวิทยาคม ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษา

ขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560 และ 2563) เปิดสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษา
ตอนต้นประกอบด้วย แผนการเรยี นทั่วไป และแผนการเรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี (SMT)
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ประกอบด้วย 1) แผนการเรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี (SMT)
2) แผนการเรียนภาษาอังกฤษ ภาษาจีน 3) แผนการเรียนภาษาไทย สังคมศึกษา และโรงเรียนจัดรายวิชา
เพ่ิมเติมและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอย่างหลากหลายในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ให้นักเรียนได้เลือกเรียนตาม
ความถนัดและความสนใจ

2. ความสาเร็จของโรงเรียนในการจัดการเรียนการสอนของหลักสูตรท่ีสาคัญในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
พบว่าในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 แผนการเรียนที่มีผลสัมฤทธ์ิสูงสุด คือ แผนการเรียนวิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี (SMT) ระดบั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4-6 แผนการเรยี นทมี่ ผี ลสมั ฤทธ์สิ ูงสดุ คือ แผนการเรียน
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี (SMT) หากเปรียบเทียบท้ัง 3 แผนการเรียนแล้ว แผนการเรียน
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี มีนักเรียนนิยมเลือกท่ีจะศึกษาต่อแผนการเรียนนี้มากท่ีสุดและ
นักเรียนสามารถเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษามากที่สุด รองลงมา คือแผนการเรียนภาษาอังกฤษ ภาษาจนี
มีนักเรียนเลือกท่ีจะศึกษาเพิ่มข้ึนทุกปีแต่น้อยกว่าแผนการเรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี
(SMT)

3. ความสาเร็จในการจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนจบการศึกษาอย่างมีคุณภาพตามหลักสูตรเกดิ
จากกลไกในการจัดการเรียนการสอนท่ีสาคัญ คือ การจัดการเรียนการสอนเน้นนักเรียนเป็นสาคัญโดยใช้
กระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบโรงเรียนคุณภาพด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี (SMT)
การจัดการเรียนรู้ทน่ี ักเรียนได้ลงมือกระทาผ่านกระบวนการคิดอย่างเปน็ ระบบ (Active Learning) และมกี ารใช้ส่ือ
เทคโนโลยีท่ีหลากหลาย มีแหล่งเรียนรู้ท้ังภายในและภายนอกโรงเรียน นอกจากน้ันยังมีการวิเคราะห์ผู้เรยี น
เพ่ือให้ทราบถึงความรู้พื้นฐานและศักยภาพของนักเรียนแต่ละบุคคลก่อนจัดการเรียนการสอนและในการวัด
และประเมินผลจะมีการใชเ้ ครือ่ งมอื ในการวดั หลายชนดิ มีการประเมนิ ผลการเรยี นรู้ตามสภาพจริง

(2) วสิ ยั ทศั น์ พนั ธกจิ และคา่ นิยม (VISION, MISSION and VALUES)
วสิ ัยทศั น์ (VISION) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม มีคณุ ภาพตามมาตรฐาน เป็นทย่ี อมรบั ของชมุ ชน
พันธกิจ (MISSION)
1. พัฒนาคุณภาพของผ้เู รียนตามมาตรฐานการศึกษา
2. พฒั นากระบวนการบรหิ ารและการจดั การแบบมสี ่วนร่วม

2

3. พัฒนาคณุ ภาพครแู ละบุคลากรสามารถจัดการเรียนการสอนท่เี น้นผู้เรยี นเป็นสาคญั
ค่านิยม (VALUES) โรงเรียนปา่ แดดวทิ ยาคม มคี า่ นิยมองคก์ ร คือ PWK TEAM

แผนภาพท่ี 1 ค่านิยมองค์กรโรงเรียนปา่ แดดวทิ ยาคม

คา่ นิยมองค์กรดงั กล่าว หมายถึง ทมี งานโรงเรยี นป่าแดดวิทยาคม มีความเปน็ มืออาชีพ ทุ่มเทในการทางาน
มเี ปา้ หมายอย่างชดั เจน และเป็นไปในทศิ ทางเดียวกัน ในองคก์ รแหง่ การเรยี นรู้ มีการพัฒนาตนเองเปน็ ผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียน

มีความเช่ือใจ ไว้ใจ เสริมแรงเพ่ือให้เกิดความตระหนักรับรู้ร่วมกัน ยอมรับการเปล่ียนแปลง ปรับตัวเข้ากับ
ส่งิ ใหม่ โดยยึดมั่นในคณุ ธรรมจริยธรรม รบั ผดิ ชอบตอ่ สังคมและสง่ิ แวดลอ้ ม

สมรรถนะหลักของโรงเรียน (CORE COMPETENCIES)
1. การจัดการเรยี นการสอนทเ่ี น้นผู้เรียนเป็นสาคัญ
2. การบริหารจดั การดว้ ยสือ่ เทคโนโลยี

3. การพัฒนาศักยภาพครูและบคุ ลากรดา้ นการใช้สือ่ นวัตกรรมและเทคโนโลยเี พ่ือการเรียนการสอน
เพ่อื ใหส้ อดคลอ้ งกับพนั ธกิจและเป็นไปตามวิสัยทศั น์

(3) ลักษณะโดยรวมของบุคลากร (WORKFORCE Profile)
1. มีการจาแนกบคุ ลากร แสดงในตารางที่ 1 ดังนี้

ตารางที่ 1 ขอ้ มูลประเภทและขอ้ กาหนดดา้ นการศกึ ษาของครูผู้สอน ปีการศกึ ษา 2564

กลุ่ม จานวน ข้อกาหนดด้านการศกึ ษา
วฒุ ิการศกึ ษา
ผ้บู ริหาร คศ.3 จานวน รอ้ ยละ ปรญิ ญาตรี ปรญิ ญาโท ปริญญาเอก
ครู คศ.1 2 6.06 0 1 1
ครู คศ.2 2 6.06 2 0
ครู คศ.3 17 51.52 10 0 0
พนกั งานราชการ 7 21.21 5 7 0
ครูอัตราจา้ ง 2 6.06 2 2 0
ลูกจา้ งชั่วคราว 1 3.03 1 0 0

รวม 2 6.06 2 0 0
รอ้ ยละ 33 33 22 1
0
100 100 66.67 3.03
10

30.3

3

ตารางที่ 2 ขอ้ มลู ประเภทและขอ้ กาหนดด้านการศกึ ษาของบุคลากรอืน่ ๆ ปีการศกึ ษา 2564

กลมุ่ จานวน ขอ้ กาหนดดา้ นการศึกษา
วฒุ ิการศกึ ษา
เจา้ หนา้ ท่ีธุรการ จานวน ร้อยละ ปริญญาโท
ลกู จ้างช่วั คราว 1 14.29 ต่ากว่าปรญิ ญาตรี ปรญิ ญาตรี 0
6 85.71 01 0
รวม 7 60 0
รอ้ ยละ 100 7 61 0
100
85.71 14.29

2. ปัจจัยสาคัญท่ีทาให้บุคลากรมุ่งมั่นในการทางาน เพ่ือบรรลุวิสัยทัศน์และพันธกิจของโรงเรียน คือ
การยึดถือตามค่านิยมโรงเรียน (P) ความเป็นมืออาชีพท่ีมงุ่ เน้นอนาคต (W) ทุ่มเทในการทางานอย่างมีวสิ ัยทศั น์
(A) ตระหนักรับรอู้ ยา่ งคล่องตวั มกี ารทางานเชิงระบบที่เน้นคุณภาพ

3. กลุ่มจดั ตง้ั ใหท้ าหนา้ ท่ีเจรจาสิทธิประโยชนก์ บั โรงเรียน ไดแ้ ก่ คณะกรรมการสถานศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน
ชมรมผปู้ กครองนกั เรียน-ครู และ ชมรมศิษยเ์ กา่

4. โรงเรียนได้มีสิทธิประโยชน์และข้อกาหนดพิเศษด้านสุขภาพและความปลอดภัย อยู่ภายใต้
ข้อกาหนดของระบบสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ สุขภาพและความปลอดภัยของครูโรงเรียนป่าแดดวิทยาคม
พ.ศ. 2560 แสดงให้เห็นว่าโรงเรียนมีการบริการสิทธิประโยชน์ตามระเบียบของทางราชการ เช่น การเบิกค่ารักษา

พยาบาล การศึกษาเล่าเรียนบุตร การเบิกจ่ายงบประมาณในการเดินทางไปราชการประกันสังคมสาหรับครู
อัตราจ้าง เจ้าหน้าท่ีธุรการและลูกจ้างช่ัวคราว นอกจากน้ีโรงเรียนยังสารวจข้อมูลเก่ียวกับความต้องการ

บริการและสทิ ธปิ ระโยชน์ทน่ี อกเหนอื จากกฎหมายกาหนด มคี ณะกรรมการรบั ผิดชอบ เช่น การบริการสง่ิ อานวย
ความสะดวกพน้ื ฐาน

(4) สินทรัพย์ (Assets)
มีอาคารเรียน จานวน 3 หลัง อาคารประกอบ จานวน 6 หลัง หอประชุม จานวน 1 หลัง โรงอาหาร

ชัว่ คราว จานวน 1 หลงั สนามกฬี าสาหรับนักเรียนและชุมชน จานวน 1 สนาม พืน้ ทีท่ ั้งหมด 45 ไร่ 46.5 ตารางวา
ไว้ใช้ในการจัดการเรียนรู้ มีห้องปฏบิ ัติการวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ หอ้ งศนู ย์การเรียนรกู้ ลุ่มสาระและ ห้องพเิ ศษ
อนื่ ๆ ห้องปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์ ห้องศนู ยก์ ารเรียนรู้ ICT แต่ละหอ้ งเรยี น มีสมาร์ททวี ีขนาด 55 น้ิว หรอื เคร่ือง

ฉายโปรเจ็คเตอร์ และมีคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน๊ตบุ๊คสาหรับปฏิบัติงาน ในสถานศึกษาให้ครูและบุคลากร
อย่างเพียงพอ มียานพาหนะ จานวน 4 คัน มีระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ความเร็วสูง มีระบบการบริการต่างๆ

เพือ่ อานวยความสะดวกให้แกผ่ ้เู รยี น ครูและบคุ ลากร ภายใตร้ ะบบการบริหารจดั การของโรงเรียน

(5) กฎระเบยี บขอ้ บงั คับ (Regulatory Requirements)

โรงเรยี นดาเนินงานภายใต้สภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบ ขอ้ บังคับ สาหรบั ครู บุคลากร และนกั เรยี น
โดยถือเป็นแนวปฏบิ ตั ิ ดังนี้
ตารางท่ี 3 กฎระเบยี บขอ้ บงั คบั ท่ีสาคัญ

กฎระเบียบดา้ น กฎระเบียบทสี่ าคัญ
1. พ.ร.บ.ความปลอดภัยอาชวี อนามัยและสภาพแวดล้อมการทางาน พ.ศ.2554
1. อาชีวอนามยั และความ 2. พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ. 2535
ปลอดภัย 3. ISO 14001 และ ISO 18001

4

กฎระเบยี บด้าน กฎระเบียบท่ีสาคัญ

2. มาตรฐานการประกนั คุณภาพ 1. มาตรฐานการศกึ ษาระดบั การศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พ.ศ. 2561
การศึกษา
2. ระเบียบการตรวจประเมนิ คณุ ภาพและการอนุญาตใช้สือ่ การเรยี นร้กู ารศึกษาขั้น

พื้นฐาน พ.ศ. 2522

3. หลักสูตรการจัดการเรียน 1. หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พ.ศ.2551
การสอน
2. แนวปฏบิ ตั ิวดั และประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษาขัน้ พื้นฐาน พ.ศ.2551

4. กฎระเบียบเก่ยี วกับการ 1. มาตรฐานการปฏบิ ัตงิ านโรงเรียนมธั ยมศึกษา พ.ศ.2552 ปรับปรงุ 2560
ปฏบิ ัติงานทางการศึกษา
2. มาตรฐานวชิ าชีพครู และจรรยาบรรณวิชาชพี ครู

3. พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทาผดิ ทางคอมพวิ เตอร์ พ.ศ. 2550

5. ด้านการเงินและส่งิ แวดล้อม 1. ระเบียบกระทรวงการคลงั การบรหิ ารงบประมาณ การเงิน การคลงั และพสั ดุ

2. พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคณุ ภาพสง่ิ แวดลอ้ มแหง่ ชาติ พ.ศ.2535

ข. ความสมั พันธร์ ะดบั องคก์ ร (Organizational Relationship)
(1) โครงสร้างองคก์ ร (Organizational Structure)

ผอู้ านวยการโรงเรยี น

คณะกรรมการชมรมผูป้ กครองนกั เรียนและครู คณะกรรมการสถานศกึ ษาข้นั พื้นฐาน

คณะกรรมการชมรมศษิ ยเ์ ก่า

รองผูอ้ านวยการโรงเรียน

กล่มุ บรหิ ารงานอานวยการ กลมุ่ บรหิ ารงานวิชาการ กลมุ่ บริหารงานกจิ การนกั เรียน กลมุ่ บรหิ ารงานทวั่ ไป

แผนภาพท่ี 2 โครงสรา้ งการบริหารงานโรงเรยี น

ตารางที่ 4 องค์กรสาคญั ในการกากบั ดแู ลดว้ ยระบบธรรมาภิบาล

- องคก์ รประกนั คุณภาพการศึกษา - คณะกรรมการตดิ ตามการประกนั คณุ ภาพภายในสถานศกึ ษา
- สานักงานรบั รองมาตรฐานและประเมนิ คุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (สมศ).
- องคก์ รติดตามตรวจสอบความ - สถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.)
โปร่งใสทางการเงินงบประมาณ
โรงเรยี น - คณะกรรมการการป้องกนั และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
- องคก์ รท่ีทาหนา้ ที่ติดตามกากับ - สานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทจุ ริตในภาครัฐ
ดแู ลโรงเรียนตามนโยบายของ - หน่วยตรวจสอบภายใน สพม.เชยี งราย
กระทรวงศึกษาธิการ
- องคก์ รทท่ี าหนา้ ที่สนบั สนนุ - สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน
ชว่ ยเหลอื การจดั การศกึ ษาโรงเรียน - หนว่ ยตรวจสอบภายใน สพม.เชียงราย
- คณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐานโรงเรยี นปา่ แดดวิทยาคม

- ชมรมผู้ปกครองนักเรียน-ครโู รงเรยี นป่าแดดวิทยาคม
- ชมรมศิษย์เกา่ โรงเรยี นปา่ แดดวทิ ยาคม
- องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ (อปท.)

(2) นกั เรยี นและผู้มีสว่ นไดส้ ว่ นเสีย (STUDENTS and STAKEHOLDERS)
โรงเรียนได้กาหนดความสมั พันธ์ต่อผู้มสี ่วนไดส้ ว่ นเสยี ในแตล่ ะกลุ่มเป้าหมาย ดังน้ี

1. ส่วนการตลาดหรือเขตพ้ืนที่บริการ ได้แก่ โรงเรียนประถมศึกษา และโรงเรียนมัธยมศึกษา
ในเขตพนื้ ท่ีบรกิ าร โรงเรียนประถมศกึ ษา และมธั ยมศึกษานอกเขตพนื้ ทีบ่ รกิ าร ดงั นี้

5

ตารางท่ี 5 ลาดับชื่อโรงเรยี นทนี่ ักเรียนมาเขา้ เรยี น ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 และ 4 ปีการศึกษา 2564

ตลาดหรอื เขตพ้นื ท่ีบริการ ชื่อโรงเรยี นเข้าเรยี น ม.1 ช่ือโรงเรยี นเข้าเรียน ม.4
1. โรงเรยี นในเขตพน้ื ทบ่ี รกิ าร
1. เทศบาล 1 ปา่ แดด 1. ป่าแดดวิทยาคม
2. นกั เรียนนอกเขตพ้ืนทีบ่ รกิ าร 2. บ้านโป่ง 2. บ้านวังวิทยา
3. บ้านสันมะค่า 3. ปา่ แงะวทิ ยา

1. บา้ นสันชมุ (สหราษฎร์บารงุ ) 1. วัดป่าซาง (อ.พาน)
2. ชาตเิ ฉลมิ (จ.ระยอง ) 2. บ้านสนั ชมุ (สหราษฎรบ์ ารงุ )
3. โซกเปีอย (จ.สุโขทยั ) 3. เนรมิตศกึ ษา (จ.ชยั ภมู ิ)

2. กลุ่มนกั เรียนได้แก่ นักเรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 จากชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 6 ในเขตพ้ืนทบ่ี รกิ ารและ
มัธยมศึกษาปีท่ี 4 จากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ของโรงเรียนป่าแดดวิทยาคมเดิมและนักเรียน
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 ในเขตพ้นื ท่ีบรกิ าร และนอกเขตพื้นที่บริการ

3. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียท่ีสาคัญได้แก่ ผู้ปกครอง นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน
คณะกรรมการชมรมผูป้ กครองนกั เรียน-ครู คณะกรรมการชมรมศิษยเ์ ก่า และชุมชนในอาเภอป่าแดด

กลุ่มลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีความคาดหวังต่อการจบหลักสูตรที่มีประสิทธิภาพ โดย โรงเรียน
บริหารจัดการหลักสูตรที่มีความหลากหลายที่เน้นการจัดการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ
ภาษาต่างประเทศ โดยใช้หลักการการบริหารแบบมีส่วนร่วม ภายใต้บริหารงานด้วยระบบคุณภาพ โดยจัด

สภาพแวดล้อมทีเ่ ออ้ื ตอ่ การเรียนรู้ ใช้สื่อและเทคโนโลยีในการสืบคน้ ข้อมูล มีหอ้ งปฏบิ ตั ิการท่ีพร้อม และเพยี งพอ
นักเรียนสามารถนาความรู้ และทกั ษะไปใช้ในกิจกรรมของโรงเรียนและการบริการชมุ ชนเพ่ือตอบสนองความต้องการ

ในการนาความรู้และทกั ษะไปใช้ในการศกึ ษาต่อในระดับท่ีสงู ข้ึนและประกอบอาชพี ได้ในอนาคต ดังน้ี
ตารางที่ 6 ความต้องการและความคาดหวงั ของนักเรยี นและผมู้ สี ่วนได้สว่ นเสยี ของนกั เรยี นชนั้ ม.1-ม.3

ความตอ้ งการ หอ้ งเรียนท่ัวไป ห้องเรยี น SMT
ศกึ ษาต่อตามหลักสตู รภาคบงั คบั เนน้ เนอื้ หาวิชาทางวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
ศึกษาตอ่ หอ้ งเรียนวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์
ความคาดหวงั ศึกษาตอ่ สายอาชีพหรือศกึ ษาต่อในสาขาวิชาท่ถี นัด

ตารางท่ี 7 ความตอ้ งการและความคาดหวังของนักเรียนและผ้มู ีสว่ นไดส้ ่วนเสยี ของนักเรยี นช้ัน ม.4-ม.6

หอ้ งเรยี นวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ (SMT) หอ้ งเรียนภาษาอังกฤษ จีน หอ้ งเรียนไทย สงั คม

ความต้องการ เพ่มิ ความรูท้ ่เี นน้ ทางด้านวิทยาศาสตร์ เพมิ่ ความรู้ทเี่ น้นทางด้าน เพม่ิ ความร้ทู เี่ นน้ ทางด้าน
ภาษาไทยและสงั คมศกึ ษา
คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน
เรียนตอ่ ในสาขานติ ศิ าสตร์
ความคาดหวงั เรียนต่อในสาขาแพทย์ เภสัชกร พยาบาล เรยี นต่อในสาขาการ รัฐศาสตร์ สังคมสงเคราะห์
เปน็ ตน้
วิศวกร เป็นตน้ ทอ่ งเทีย่ วและการโรงแรม

มนษุ ยศาสตร์ เป็นตน้

(3) ผูส้ ่งมอบและพนั ธมติ ร (Suppliers and PARTNERS)
ตารางท่ี 8 แสดงกลุ่มประเภทผู้ส่งมอบ พันธมิตร ผู้ให้ความร่วมมือที่สาคัญในบทบาทของระบบงานของ

โรงเรียน กลไกลการสื่อสาร

กล่มุ บทบาทในระบบงาน การจบหลกั สูตร การยกระดับการ กลไกการสอ่ื สาร
และนวตั กรรม แข่งขัน สองทศิ ทาง
ผูส้ ่งมอบ
1. บริษทั เทพวัลย์ 1. วัสดุ สอื่ อปุ กรณ์ จบหลกั สูตรตาม สง่ เสริมประสิทธภิ าพ 1. Line
กร๊ปุ (1995) จากัด การเรยี นการสอน ระยะเวลาท่กี าหนด การจัดการเรยี น 2. Facebook
2. หา้ งห้นุ ส่วนจากดั 2. ฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ การสอนและการบริหาร 3. E-mail
สวนหนังสอื จดั การ 4. ไปรษณยี ์

6

กลมุ่ บทบาทในระบบงาน การจบหลักสูตร การยกระดับการ กลไกการสอ่ื สาร
และนวัตกรรม แข่งขัน สองทิศทาง
พนั ธมติ ร สร้างความร่วมมอื ใน
1. มหาวิทยาลยั ราช 1. แลกเปล่ยี นเรยี นรู้ การให้นักเรียนจบ สง่ เสริมศกั ยภาพผเู้ รยี น 1. Line
ภฏั เชยี งราย 2. ส่งเสรมิ และ หลกั สูตร 2. Facebook
2. มหาวทิ ยาลัยพะเยา ชว่ ยเหลือในการ
3. กศน.อ.ป่าแดด ยกระดบั ผลสมั ฤทธิ์ สนับสนนุ การให้ 3. E-mail
4. โรงเรียนในสหวิทยา นกั เรียนจบหลักสตู ร 4. ไปรษณีย์
เขตเบญจมติ ร สนับสนุนการจดั การ 5. หนงั สอื ราชการ
ผู้ใหค้ วามรว่ มมอื เรียนสอน
1. คณะกรรมการ สนับสนนุ ใหน้ ักเรยี นเขา้ 1. Line
สถานศึกษาขน้ั พื้นฐาน สู่การแข่งขันในระดบั ที่ 2. Facebook
2. ชมรมผปู้ กครอง สูงขน้ึ 3. หนงั สือราชการ
นักเรียน-ครู 4. เว็บไซต์
3. ชมรมศษิ ย์เก่า
4. หน่วยงานราชการ
ในอาเภอปา่ แดด

ตารางท่ี 9 แสดงกลุ่มประเภทผ้สู ง่ มอบ พนั ธมิตร ผ้ใู ห้ความร่วมมือทีส่ าคัญและข้อกาหนดที่สาคัญของหว่ งโซ่
อปุ ทาน (Supply-chain) ของโรงเรยี น

กลุ่ม/ประเภท ขอ้ กาหนดทส่ี าคญั ของหว่ งโซอ่ ปุ ทาน
ผสู้ ่งมอบ
1. บริษทั เทพวัลย์ กร๊ปุ (1995) จากดั 1. สง่ มอบวสั ดุ สื่อ อุปกรณ์การเรยี นการสอนทุกชนดิ ทม่ี ีคุณภาพตามระเบยี บ
2. หา้ งหนุ้ สว่ นจากัด สวนหนงั สอื ราชการ
พนั ธมติ ร
1. มหาวิทยาลยั ราชภัฏเชยี งราย 1. สนับสนุนงบประมาณและบคุ ลากรในการพัฒนาคุณภาพนกั เรียน
2. มหาวทิ ยาลยั พะเยา 2. สนบั สนนุ ทุนการศกึ ษาและโควตาเพื่อสรา้ งโอกาสให้แก่นักเรยี นทเี่ รียนดี
3. กศน.อ.ป่าแดด ประพฤติดี และขาด ทุนทรพั ย์
4. โรงเรียนในสหวทิ ยาเขตเบญจมติ ร 3. สนับสนุนสือ่ อปุ กรณ์การสอนเพอ่ื พัฒนานักเรียนและยกระดับคุณภาพ
การจดั การเรยี นรู้
ผใู้ หค้ วามรว่ มมอื 4. สนับสนนุ วิทยากรในการสง่ มอบความรู้ในเน้อื หาท่ีสอดคลอ้ งกบั หลกั สูตร
1. คณะกรรมการสถานศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน และมาตรฐานการศึกษา
2. ชมรมผปู้ กครองนักเรยี น-ครู
3. ชมรมศษิ ย์เก่า 1. สนับสนุนงบประมาณแก่โครงการที่สาคญั ต่อการเรยี นการสอนของนักเรยี น
4. หน่วยงานราชการในอาเภอป่าแดด 2. สนับสนนุ ทุนการศึกษาเพ่อื พฒั นาศกั ยภาพของนกั เรยี นทีเ่ รียนดี ประพฤติดี
และนักเรยี นทีข่ าดทุนทรัพย์
3. สนบั สนนุ สือ่ อปุ กรณ์การสอนเพ่อื พัฒนานักเรียนและยกระดับคณุ ภาพ
การจดั การเรยี นรู้

โรงเรยี นได้เพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขนั รว่ มกับพนั ธมิตรและเครอื ข่ายทางวชิ าการ โดยการสือ่ สาร
ระหว่างโรงเรียนกับพันธมิตรและผู้ให้ความร่วมมือในรูปแบบท่ีเป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น หนังสือ
ราชการ จดหมายอิเลก็ ทรอนิกส์ การจดั ประชุมสัมมนา การอบรมทางออนไลน์ การใหบ้ ริการด้านการถ่ายทอด

ความรู้ การให้บริการด้านอาคารสถานท่ี และกาหนดกรอบความร่วมมืออยา่ งเหมาะสม ชดั เจนในรปู แบบของ
มตทิ ่ปี ระชมุ ในการทาขอ้ ตกลงรว่ มกนั เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรว่ มมือเชงิ รปู ธรรมท่ีชดั เจน

7

2. สภาวการณ์ขององคก์ ร (Organizational Situation)
สภาวการณ์เชิงกลยุทธ์ของโรงเรยี นตกอย่ใู นสถานะ ดาวรุ่ง (Star) หมายถึง สภาพแวดล้อมภายในมี

จุดแขง็ และสภาพแวดล้อมภายนอก เอ้อื อานวยตอ่ การพฒั นางาน

ก. สภาพแวดลอ้ มของการแข่งขัน (Competitive Environment)
(1) ลาดบั ในการแขง่ ขัน (Competitive Position)
โรงเรียนได้เทียบเคียงจานวนนักเรียนโดยเปรียบเทียบกับโรงเรียนที่มีหลักสูตรลักษณะเดียวกัน

รวมทั้งมีบริบทใกล้เคียงกันท้ังขนาด ประเภท และการเจริญเติบโตของนกั เรียน คือ โรงเรียนแมล่ าววิทยาคม
โดยไดน้ าเสนอขอ้ มูลการทดสอบ O-NET ดงั ตารางท่ี 10 และตารางท่ี 11

ตารางท่ี 10 ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติข้นั พนื้ ฐาน (O-NET) ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3
ปกี ารศกึ ษา 2561-2563 ของโรงเรียนป่าแดดวิทยาคมและโรงเรยี นคูแ่ ข่ง

โรงเรยี น ปีการศึกษา 2561 ปีการศกึ ษา 2562 ปกี ารศกึ ษา 2563
ลาดับที่ คะแนนเฉลีย่ ลาดบั ที่ คะแนนเฉล่ยี ลาดับท่ี คะแนนเฉลีย่
ป่าแดดวทิ ยาคม
แม่ลาววิทยาคม 19 38.52 23 36.09 24 40.95
35 36.41 56 32.88 28 34.46

จากตารางจะเห็นว่าผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ันพื้นฐาน (O-NET) ของนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ปีการศึกษา 2561-2563 โรงเรียนป่าแดดวทิ ยาคมมีอัตราการเติบโตที่มีแนวโนม้ สูงขึ้นทกุ ปี

ตามลาดบั และสงู กวา่ โรงเรียนคแู่ ขง่
ตารางที่ 11 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ันพ้ืนฐาน (O-NET) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6

ปีการศึกษา 2561-2563 ของโรงเรียนป่าแดดวิทยาคมและโรงเรียนคแู่ ขง่

โรงเรยี น ปีการศกึ ษา 2561 ปกี ารศึกษา 2562 ปกี ารศึกษา 2563
ลาดบั ท่ี คะแนนเฉลยี่ ลาดบั ที่ คะแนนเฉลย่ี ลาดบั ที่ คะแนนเฉล่ยี
ปา่ แดดวิทยาคม
แมล่ าววิทยาคม 29 32.21 24 29.94 17 29.81
30 32.13 52 27.08 22 29.70

จากตารางจะเห็นว่าผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ันพื้นฐาน (O-NET) ของนักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาปที ่ี 6 ปีการศึกษา 2561-2563 โรงเรียนป่าแดดวิทยาคมมีอตั ราการเติบโตที่มีแนวโนม้ สูงขึ้นทกุ ปี
ตามลาดับและสงู กวา่ โรงเรียนคแู่ ข่ง

(2) การเปล่ยี นแปลงความสามารถในการแขง่ ขนั (Competitiveness Changes)
การเปลย่ี นแปลงความสามารถในการแข่งขันทีส่ าคัญมดี ังนี้

1. จากสถานการณ์การแพร่ระบาดการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้ดาเนินการปรับวิธีเรียน
เปลี่ยนวิธีสอนโดยการสอนแบบ ONSITE ONLINE ON-AIR ON HAND และ ON DEMAND การปรับแนว
ทางการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ใช้วิธีบูรณาการ เน้นทักษะชีวติ และกิจกรรมจิตสาธารณะ โดยให้ท่ีปรึกษา

แต่ชั้นรับผิดชอบ การปรับแนวทางการจัดกิจกรรม หน้าเสาธง เป็น 1 จุดๆละ 2 ระดับ คือ หน้าเสาธง/จิต
อาสาพฒั นาพ้ืนที่ในโรงเรียน ใต้ถนุ อาคารอาคาร 40 ปที านตะวนั “หนา้ ลานเวทดี เี กง่ กล้า”/ ฝึกจิตฟงั ธรรม นั่ง

สมาธิหนา้ ช้ันเรยี น /โฮมรมู อบรมพัฒนาดา้ นวนิ ยั และคณุ ลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์
2. โรงเรียนคุณภาพวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ตามมาตรฐาน สสวท.(SMT) จาก

นโยบายสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ส่งเสรมิ ให้โรงเรียนเข้ารว่ มโครงการ ส่งผลใหต้ ้องมีการปรับปรุง

หลกั สูตร เพือ่ สรา้ งโอกาสและทางเลอื กให้กับผูเ้ รยี นในการศึกษาต่อ

8

3. โรงเรียนมีสัมพันธภาพท่ีดีกับหน่วยงานราชการ องค์การบริหารส่วนท้องถ่ิน องค์กรเอกชนและ
ชุมชน จึงได้รับความร่วมมือและช่วยเหลือในด้านต่างๆ เช่น การให้บริการทางวิชาการ บริการด้านสุขภาพ

อนามัย แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึงการระดมทรัพยากร เพื่อร่วมกันพัฒนาคุณภาพ
การเรยี นการสอนและกจิ กรรมอน่ื ๆ ของโรงเรยี น

(3) แหลง่ ขอ้ มลู เชิงเปรียบเทยี บ (Comparative Data)
โรงเรยี นมีข้อมลู และสารสนเทศเชิงเปรียบเทยี บและการแข่งขันด้านการศกึ ษา ดังนี้

ตารางที่ 12 แหล่งขอ้ มูลเชิงเปรียบเทยี บและเชิงแขง่ ขันทางการศึกษา

แหลง่ ข้อมูลเชงิ เปรยี บเทียบ ขอ้ มูลท่ีใชเ้ ปรยี บเทยี บ ข้อจากดั
ระบบข้อมูลกระจายไม่รวมศูนย์
1. เวบ็ ไซตส์ ถาบันทดสอบทาง ขอ้ มูลสารสนเทศเก่ยี วกบั สรปุ ผลคะแนนการ
การเข้าถงึ ระบบข้อมลู สพม.
การศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ทดสอบ O-NET ของนักเรียนชัน้ ม.3 และ ม.6 เชียงราย

2. เวบ็ ไซต์ สพม.เชียงราย - สรุปรายงานการแข่งขนั ทกั ษะทางวิชาการ การเขา้ ถึงระบบขอ้ มูลมหาวิทยาลยั
การเข้าถงึ ขอ้ มลู ของโรงเรียนค่แู ข่ง
- สรุปรายงานผลคะแนนการทดสอบ O-NET

ของนักเรยี นชั้น ม.3 และ ม.6 ทกุ โรงเรยี นใน

สพม.เชียงราย

3. เวบ็ ไซตม์ หาวิทยาลัย ผลการสอบเขา้ เรยี นต่ออดุ มศกึ ษา

4. เวบ็ ไซตโ์ รงเรียนแม่ลาววิทยาคม ข้อมูลพ้นื ฐานของโรงเรียนแมล่ าววทิ ยาคม

ข. บริบทเชงิ กลยุทธ์ (Strategic Context)
ลักษณะความท้าทายเชิงกลยุทธแ์ ละความไดเ้ ปรยี บเชงิ กลยุทธท์ ี่สาคญั ของโรงเรียน 4 ด้าน ดงั นี้

ตารางท่ี 13 ความทา้ ทายเชิงกลยุทธ์และความไดเ้ ปรยี บเชงิ กลยุทธท์ ี่สาคัญ

ประเดน็ ความท้าทายเชิงกลยทุ ธ์ ความไดเ้ ปรยี บเชงิ กลยุทธ์
1. ด้านการจดั การหลักสูตร - เปิดแผนการเรียนท่ีท้าทายและ - การจดั หลกั สตู รสถานศกึ ษา
ตอบสนองสงั คมท่ีกาลงั เปลีย่ นแปลง เทยี บเคยี งมาตรฐาน
2. ดา้ นการปฏิบตั ิการ - พัฒนาศกั ยภาพนกั เรียนเป็นไปตาม - การมเี ครอื ขา่ ยพันธมิตรทาง
3. ดา้ นทรัพยากรบุคคล มาตรฐาน การศึกษา
- การเพ่ิมจานวนนักเรียนให้ได้คะแนน
4. ดา้ นความรับผดิ ชอบ เพม่ิ ขึ้น รอ้ ยละ 3 ของคะแนนสอบ O-NET - การบริหารจัดการดว้ ยระบบประกนั
- การบริหารจดั การที่มีประสิทธิภาพ คณุ ภาพภายในสถานศกึ ษา โดยใช้
- จดั บรรยากาศใหเ้ ออื้ ต่อการจัดการเรยี น รูปแบบการบรหิ ารโรงเรยี น P.W.K.S.
การสอนทม่ี ีสุนทรียภาพ STEP Model
- การบรหิ ารจดั การด้วยระบบประกนั
- สง่ เสริมการจัดการเรยี นการสอนแบบ คณุ ภาพภายในสถานศกึ ษา โดยใช้
Active Learning รูปแบบการบรหิ ารโรงเรียน P.W.K.S.
- สง่ เสรมิ พฒั นาครใู ห้เป็นครูมืออาชีพ STEP Model
ครเู กง่ ครูดี - ส่งเสริมพัฒนาครูโดยใช้กระบวน
การนเิ ทศแบบชีแ้ นะสอนงาน และ
- การสร้างความร่วมมอื และการส่ือสารกบั การเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and
ชมุ ชน Mentoring Supervisor)
- การบริหารจัดการดว้ ยระบบประกนั
คุณภาพภายในสถานศกึ ษา โดยใช้
รปู แบบการบริหารโรงเรียน P.W.K.S.
STEP Model

9
ค. ระบบการปรบั ปรุงผลการดาเนนิ งาน (Performance Improvement System)

1. การบริหารจัดการโรงเรียนดาเนินงานตามรูปแบบการบริหารโรงเรียน P.W.K.S. STEP Model
นวัตกรรมการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ซ่ึงเป็นนวัตกรรมที่ส่งผลให้เกิดความสาเร็จและการพัฒนางาน
ทุกระบบในโรงเรียน พัฒนาครูให้เป็นครูดี ครูเก่ง ครูมืออาชีพ และพัฒนาผู้เรียนให้นักเรียนเป็นคนดี คนเกง่
คนกล้า โดยจัดโครงการกิจกรรมตา่ งๆ ข้นึ มารองรบั มกี ารบรหิ ารจัดการสภาพแวดล้อมที่เออ้ื และเหมาะสมต่อ
การจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน ใหท้ ุกภาคส่วนมีส่วนรว่ มในการบริหารจัดการทกุ ขั้นตอน คือ รว่ มรับรู้ รว่ มคิด
ร่วมทา และโรงเรยี นได้ใช้รูปแบบการบริหารโรงเรยี น P.W.K.S. STEP Model คอื

แผนภาพที่ 3 รูปแบบการบริหารโรงเรียน P.W.K.S. STEP Model

10

รูปแบบการบริหารเป็นการใช้ทฤษฎีเชิงระบบ และวงจรคุณภาพ ที่มุ่งเน้นการจัดแผนงานโครงการ
กิจกรรม ท่ีมีนโยนบายในการทางาน การทางานเป็นทีม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการบริหารจัดการอย่าง
เป็นระบบ ภายใตก้ ารปฏิบัติงานอย่างมคี ุณภาพ ตามวงจรคณุ ภาพ PDCA เพือ่ สง่ เสริมพฒั นาทกุ มิติ ของ

S : คณุ ภาพนกั เรยี นใหเ้ ป็นคนดี คนเก่งและกลา้ แสดงออกในทางท่ีถูกตอ้ ง
T : คุณภาพครใู ห้เปน็ ครูเก่ง ครดู ี และครมู ืออาชีพ
E : คณุ ภาพสภาพแวดล้อมทางกายภาพ วชิ าการ และการบริหารจดั การ ใหเ้ ออื้ ต่อการเรียนการสอน

และการทางาน
P : คุณภาพของการมีส่วนร่วมของทกุ ภาคส่วนเพือ่ สนับสนุนการดาเนินงานของโรงเรียน
2. โรงเรียนได้ใชร้ ะบบการปรบั ปรงุ ผลการดาเนินงาน ดังน้ี

1) ด้านหลักสูตรและบริการ
(1) วางแผน (plan: P) โรงเรยี นไดศ้ ึกษาและวเิ คราะหข์ อ้ มลู พื้นฐานในการพัฒนาหลกั สูตรมี

การร่างหลักสตู รโดยกาหนดจุดมงุ่ หมายของหลักสูตรกาหนดเนอื้ หาสาระ กิจกรรมการจดั การเรียนการสอน
และวธิ ีการ วัดและประเมินผลมีการตรวจสอบ คุณภาพหลักสูตรก่อนนาหลักสตู รไปใช้

(2) ขน้ั ดาเนนิ การตามแผน (Do : D) นาหลกั สูตรไปใช้ โดยใชห้ ลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียน
ปา่ แดดวทิ ยาคม ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ พทุ ธศักราช 2560
และ 2563)

(3) ขน้ั ตรวจสอบผลการดาเนนิ งาน (Check : C) ประเมนิ ผลการใช้หลกั สูตร
(4) การปรับปรงุ แกไ้ ขส่วนท่ีมีปญั หา (Act : A) นาผลการประเมินมาปรบั ปรงุ แกไ้ ข พฒั นา
หลกั สูตรสถานศกึ ษาให้ดขี ้นึ
2) ด้านการมุ่งเน้นผู้เรียนและลกู ค้า
(1) วางแผน (plan : P) โรงเรียนมีการวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ยึดหลัก
ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางโดยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย คือ ครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง
คณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชน
(2) ข้ันดาเนินการตามแผน (Do : D) ปฏิบัติตามแผนกิจกรรมต่างๆ ที่วางไว้ โดยยึดหลัก
ผู้เรยี นเปน็ ศูนยก์ ลาง จัดใหม้ โี ครงการ/กิจกรรม เพ่อื พัฒนาผ้เู รยี นใหเ้ ปน็ คนดี คนเก่งและคนกลา้
(3) ข้ันตรวจสอบผลการดาเนนิ งาน (Check : C) ตรวจสอบคณุ ภาพตามตวั ชี้วัดจากกิจกรรม
การเรียนการสอนทีว่ างไว้
(4) การปรบั ปรงุ แก้ไขส่วนทม่ี ปี ัญหา (Act : A) นาผลทไ่ี ด้มาวเิ คราะห์เสนอต่อผูท้ เี่ ก่ียวข้องไป
พฒั นาปรับปรุง แกไ้ ขตอ่ ไปตามความเหมาะสม
3) ด้านการปฏิบตั กิ าร
(1) วางแผน (plan: P) โรงเรียนได้กาหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจและเป้าประสงค์ของโรงเรียน
เพื่อกาหนดทิศทางในการจัดการศึกษาของโรงเรียน และจัดทาแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาระยะ 4 ปี และ
แผนปฏิบัตกิ ารประจาปงี บประมาณ
(2) ขั้นดาเนินการตามแผน (Do : D) ดาเนินการตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาและ
แผนปฏบิ ัติการประจาปี กาหนดหน้าที่และความรบั ผิดชอบอย่างชัดเจน
(3) ขน้ั ตรวจสอบผลการดาเนนิ งาน (Check : C) ตรวจผลการการดาเนินงานในแตล่ ะชั้นของ
แผนวา่ มปี ญั หาอะไรเกิดข้ึน จาเปน็ ต้องเปลี่ยนแปลง แก้ไขแผนงานในขัน้ ตอนใด
(4) การปรบั ปรุงแก้ไขส่วนที่มีปัญหา (Act : A) สรุปและประเมนิ ผลการดาเนินงานเพ่ือนาผล
การประเมนิ มาปรบั ปรุงแก้ไขส่วนที่เปน็ ปญั หาและพฒั นาการดาเนนิ งานให้มีประสิทธิภาพยงิ่ ข้นึ

11

4) ด้านงบประมาณการเงนิ และตลาด
(1) วางแผน (plan : P) ศึกษา ค้นคว้า ระเบียบหลักเกณฑใ์ นการบริหารงบประมาณ ศึกษา

สภาพปัญหาการดาเนินงานด้านงบประมาณของโรงเรยี น จัดทาแผนปฏิบัติการประจาปีงบประมาณ เพ่ือเปน็
แนวทางในการใชง้ บประมาณให้ไดต้ ามแผน

(2) ข้ันดาเนินการตามแผน (Do : D) ดาเนินการใช้งบปประมาณตามกิจกรรม/โครงการที่
จดั ทาในแผนปฏบิ ัติการของโรงเรียน

(3) ขั้นตรวจสอบผลการดาเนินงาน (Check : C) เร่งรัด กากับ ติดตาม การบริหาร
งบประมาณให้ดาเนินงานเป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย ข้อบังคับ และแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้อง สรุปและ
รายงานผลใช้งบประมาณตามกิจกรรม/โครงการ

(4) การปรบั ปรุงแกไ้ ขสว่ นทม่ี ปี ญั หา (Act : A) นาผลการประเมินมาปรับปรุงแกไ้ ขสว่ นท่เี ป็น
ปญั หาและพัฒนาการดาเนินงานให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

หมวด 1
การนาองคก์ ร (Leadership)

1.1 การนาองค์กรโดยผนู้ าระดบั สงู (Senior Leadership)
ก. วิสัยทศั น์ พันธกิจ และค่านยิ ม (Vision, Mission, Values)

(1) วิสยั ทศั น์ พนั ธกิจ และค่านยิ ม (Vision, Mission, Values)
1. ในการกาหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยม ผู้นาระดับสูงได้ใช้กระบวนการตามวงจรคุณภาพ

PDCA ในการกาหนด ดงั นี้
1.1 ข้ันเตรียมการ เป็นข้ันตอนการสร้างความรู้ความเข้าใจ ความสาคัญ และวิธีการจัดทา

วสิ ยั ทศั น์ พันธกิจ และคา่ นิยม ผ่านการประชุม อบรม เพอ่ื สร้างความตระหนักใหแ้ ก่ครูและบุคลากรทกุ คน
1.2 ขน้ั ดาเนนิ การ มี 5 ข้ันตอน ดงั นี้
1) การรวบรวมขอ้ มูลพื้นฐานขององคก์ ร เชน่ เปา้ หมาย พันธกจิ ความคาดหวังและ

ความต้องการของผู้มีสว่ นไดส้ ว่ นเสยี ของโรงเรยี น ทง้ั ในและนอกโรงเรียน
2) การวเิ คราะหส์ ถานภาพปัจจุบนั ของโรงเรียนเพือ่ ให้เข้าใจและทราบถงึ สถานภาพ

ปจั จุบนั ว่าโรงเรียนอย่จู ุดไหนโดยใช้เทคนคิ SWOT Analysis
3) นามุมมองของผู้นาระดับสูง ครูและบุคลากรแต่ละคนมารวมและเช่ือมโยงกัน

และจัดลาดับความสาคัญ
4) คัดเลือกและตัดสินใจ อนาคตของโรงเรียนที่เป็นความฝันของทีมงานโรงเรียน

ท้ังหมด ตลอดจนการกาหนดภารกิจท่ีจะต้องดาเนนิ การ เพ่ือให้บรรลุเป้าหมายและกาหนดค่านิยมองค์กรให้
ชัดเจนว่าเราจะอยู่กันหรอื ปฏบิ ัติกันแบบนี้ เพอื่ การปฏบิ ตั ิของครูและบคุ ลากรทุกคนเป็นไปในทศิ ทางเดียวกนั

5) ทบทวนประโยคและสานวนให้ส่ือความหมายท่ชี ัดเจน ปลุกเร้า ทา้ ทา้ ย และสร้าง
พลงั ปฏบิ ตั ิได้

1.3 ข้ันนาไปปฏิบัติ สื่อสารให้ครูและบุคลากรทุกคนได้รับทราบและเข้าใจตรงกันในเรื่อง
วสิ ัยทัศน์ พนั ธกิจ และค่านยิ มองคก์ ร รวมทง้ั ส่อื สารเผยแพรไ่ ปยงั ผ้มู ีส่วนไดส้ ว่ นเสยี ของโรงเรยี น

1.4 ขั้นประเมินผล ทบทวนความเหมาะสมของวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยมองค์กร
ตามลักษณะของสภาพแวดล้อมภายนอกและสถานภาพในปัจจบุ นั ของโรงเรยี นทกุ ปี

2. ข้ันตอนการนาวิสัยทัศน์ไปสู่การปฏิบัติ ผู้นาระดับสูง จะให้ความสาคัญว่า วิสัยทัศน์ (Vision) คือ
ทิศทางท่โี รงเรยี นวางแผนวา่ จะไปให้ถงึ ในอนาคต เป็นแรงบนั ดาลใจหรอื แรงจูงใจทีใ่ ชใ้ นการกระต้นุ ขบั เคล่ือน
ครูและบุคลากรทุกคนให้ไปในทิศทางเดียวกัน เป็นการแสดงเป้าหมายของโรงเรียนท่ีสื่อสารให้กับผู้มีส่วนได้
ส่วนเสีย วสิ ยั ทศั นข์ องโรงเรยี นเกดิ ข้ึนจริงในอนาคตได้ จะตอ้ งมพี ันธกจิ หรอื ภารกิจ ทีต่ ้องทาใหบ้ รรลุเป้าหมาย
ในอนาคต ตามวิสัยทัศน์ท่ีวางไว้ และการจะนาพาโรงเรียนไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้สาเร็จนั้น ผู้นาระดับสูง
ร่วมกับครูและบุคลากรกาหนดค่านิยมองค์กรท่ีมีความสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ ให้ชัดเจน ว่าเราจะ
อยู่กันหรือปฏิบตั กิ ันแบบนี้ เพอื่ ให้การปฏบิ ตั ิงานของครแู ละบุคลากรทุกคนเป็นไปในทศิ ทางเดียวกัน

3. ผู้นาระดับสูงให้ความสาคัญท่ีจะทาให้ค่านิยมองค์กรเป็นเรื่องสาคัญและจาเป็นต้องปฏิบัติ โดยการ
รณรงค์ค่านิยมองค์กรเพื่อให้เกิดความร้สู ึกที่ดีตอ่ ค่านิยมองค์กร โดยการเชิญชวนให้ปฏิบัติใหเ้ กิดประโยชน์ต่อ
ตัวเองและโรงเรียนอย่างต่อเนอื่ งสม่าเสมอ และปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างในการทางานที่สอดคล้องกับค่านิยม
องคก์ ร

13

(2) การสง่ เสรมิ การประพฤติปฏิบตั ิตนตามกฎหมายและมีจรยิ ธรรม (Promoting Legal and Ethical
Behavior)

ผู้นาระดับสูงได้สร้างความตระหนักถึงความสาคัญของการประพฤติปฏิบัติตนตามกฎหมายและ
จริยธรรม และมุ่งมั่นในการส่งเสริมให้ครูและบุคลากรได้ปฏิบัติตนตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ให้ถูกต้อง
ตามกฎหมายและจรยิ ธรรมอันดี โดยสรุปเปน็ ขน้ั ตอนดงั นี้

1. ผู้นาระดับสูง ได้แต่งต้ังคณะกรรมการงานบุคลากรรบั ผิดชอบ วางแผน กาหนด แนวทางการปฏบิ ตั งิ าน
ตามคู่มือครูเก่ง ครดู ี โรงเรียนปา่ แดดวทิ ยาคม ซง่ึ อา้ งองิ จาก พระราชบญั ญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี พ.ศ.2547
และ มาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพครู มีการประชุมช้ีแจงครูและบุคลากรให้เข้าใจและนาไปปฏิบัติและ
ประพฤติตนอย่างมีจริยธรรม โดยผู้นาระดับสูง เป็นผู้นาในการปฏิบัติและเข้าไปมีส่วนร่วมในการส่งเสริม
ประพฤติปฏิบัตติ นเปน็ แบบอยา่ งท่ดี ีใหแ้ ก่ ครู บคุ ลากร และนกั เรียน เช่น ทาบุญตักบาตร หล่อเทียน แห่เทียน
เข้าพรรษา การพัฒนาจิตใจ ฟังธรรม น่ังสมาธิ ปฏิบัติศาสนพิธีทางศาสนา จัดการเรียนการสอนธรรมศึกษา
ในโรงเรียน ทาบญุ งานกฐนิ ผา้ ปา่ มอบทุนการศึกษา อบรมคณุ ธรรมจริยธรรมหน้าเสาธงทุกวัน

2. จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพ ทางวิชาการ และทางการบริหารจัดการ เพื่อส่งเสริมสนับสนุน
การประพฤติปฏิบัติตนตามกฎหมายและมีจรยิ ธรรม เพือ่ ให้เกดิ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยมอบหมายงานอาคาร
สถานที่ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ฝ่ายบริหารทั้ง 4 กล่มุ งาน เชน่ กจิ กรรมตน้ ไมพ้ ดู ได้ ทาสญั ลกั ษณ์จราจร มกี ารสอดแทรก
ในการเรยี นการสอน กิจกรรมการจัดบอร์ดวันสาคัญตา่ งๆ ปา้ ยนิเทศ นอกจากนี้ยังเชญิ หน่วยงานหรอื บุคลากร
ภายนอก มาให้ความรู้ด้านระเบียบวินัยทางกฎหมาย มีการจัดกิจกรรมฝึกพัฒนาจิตเพื่อให้เป็นคนดีมีสมาธิ
ในการทางานและการเรียน จัดกิจกรรมทาบุญตักบาตรในวนั สาคัญ ฝึกปฏิบัติศาสนพิธีในสถานท่ีปฏิบัติธรรม
ของโรงเรียน

3. มีการทบทวนและกาหนดแผนระยะเวลาในการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานของครูและ
บุคลากร

4. มีการประเมนิ ผลตามแผนระยะเวลาในการตดิ ตามประเมนิ ผลการปฏิบตั ิงานของครแู ละบคุ ลากร
5. แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูและบุคลากร ในท่ีประชุมประจาเดือน เพื่อให้ได้ข้อสรุปการปฏิบตั ิงาน
ทีด่ แี ละเหมาะสมกับบทบาทหน้าท่ีของครแู ละบคุ ลากร
6. นาผลการปฏิบัตงิ านมาปรับปรุงแกไ้ ข เพอ่ื เป็นแนวทางการปฏิบตั งิ านที่ย่ังยืนในปีต่อไป

(3) การสร้างโรงเรยี นท่ีประสบความสาเรจ็ (Creating a Successful Organization)
ผู้นาระดับสูงได้ดาเนนิ การสร้างความสาเร็จโดยการทาความเข้าใจในแนวทางการปฏิบัติและส่งเสรมิ

ให้เกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติงาน ตลอดจนให้เกิดประสิทธิภาพของการนาองค์กรไปสู่ความสาเร็จ
ตามเป้าหมายของโรงเรียนตามข้ันตอนต่อไปนี้

1. ผู้นาระดับสูง มีบทบาทสาคัญในการสรา้ งโรงเรียนให้ประสบความสาเร็จท้ังในปัจจุบันและอนาคต
โดยใช้หลักการบริหารงานแบบมีส่วนร่วม “ร่วมรับรู้ ร่วมคิด ร่วมทา” ทางานเป็นทีมใช้กระบวนการทางาน
เชงิ ระบบเนน้ คุณภาพ ในการดาเนนิ งานแต่ละดา้ น มขี ั้นตอนคือ

1) แตง่ ต้ังคณะกรรมการการดาเนนิ งานตามโครงสรา้ งการบริหารงานโรงเรียน
2) มอบหมายงานผา่ นหวั หน้ากล่มุ งาน หัวหน้างาน และคณะทางานตามคาสัง่ ของโรงเรยี น
3) ผู้นาระดับสูงร่วมกับคณะกรรมการ กากับดูแล ติดตามการดาเนินงานของโรงเรียน
ใหบ้ รรลุตามภารกจิ และวัตถุประสงค์เชงิ กลยทุ ธ์โดยใชก้ ระบวนการบรหิ ารจดั การตามวงจรคณุ ภาพ PDCA
4) สื่อสารผลการดาเนินงาน ผ่านที่ประชุมประจาเดือน ประชุมกลุ่มงาน เพ่ือปรับปรุง
พัฒนาการดาเนินงาน

14

5) ประเมินผลการดาเนินงานนาข้อสรุปมาแก้ไข ปรับปรุง พัฒนางานอย่างสม่าเสมอ
และตอ่ เน่ือง

2. ผู้นาระดับสูง มีกระบวนการสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานของครูและบุคลากร เพ่ือส่งมอบ
ประสบการณ์ ท่ีมีคุณค่าสู่นักเรียนอย่างต่อเนื่อง และเสริมสร้างความรักความผูกพันของนักเรียนท่ีมีต่อ
โรงเรียน คือ “ร่วมรับรู้ ร่วมคิด ร่วมทา” โดยประพฤติตน เป็นแบบอย่างที่ดี บริหารงานโดยให้ครูและ
บุคลากรร่วมรบั รู้ ร่วมคิด รว่ มทา มีความเสมอภาคเปน็ กลางและยตุ ธิ รรมกับทุกคน นาหลักธรรมาภิบาลมาใช้
เปน็ แนวทางในการปฏิบตั ิและบรหิ ารให้เกิดประสิทธิภาพและประสทิ ธิผล สรา้ งความผูกพนั กับนกั เรียนโดยจัด
กจิ กรรมโฮมรูมทุกวนั อบรมคณุ ธรรมจริยธรรมทุกวันองั คาร คาบที่ 8 สร้างความสมั พันธ์ระหว่างพี่กับนอ้ ง เชน่
งานปฐมนิเทศนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1, มัธยมศึกษาปีที่ 4 งานปัจฉิมนเิ ทศนกั เรียนช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 3,
มัธยมศึกษาปีท่ี 6 และ กิจกรรม เดิน-วิ่ง “ป่าแดดมินิมาราธอน” 2021 โดยชมรมศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน
เป็นต้น

3. ผนู้ าระดบั สงู มกี ระบวนการสร้างสภาพแวดลอ้ ม เพือ่ ใหเ้ กิดการสร้างนวตั กรรมและยอมรับความเส่ียง
ผ่านการประเมินผลได้ผลเสียอย่างรอบด้าน การบรรลุวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์และความคล่องตัวขององคก์ ร
มขี ัน้ ตอน ดังนี้

1) แต่งต้ังคณะกรรมการเพื่อกากับ ติดตามตรวจสอบ และประเมินความเส่ียงในการทางาน
ของโรงเรียน

2) กาหนดระบบการควบคุมตรวจสอบความเส่ียงป้องกันมิให้การดาเนินกิจกรรม/โครงการ
ตามแผนปฏบิ ตั ิ การประจาปี

3) ทุกกลุ่มงานมีการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของระบบ เพ่ือนามาวิเคราะห์
ปรับปรุง และนาไปใช้ในรอบการดาเนินการถัดไป ประเมินผลการปฏิบัติงานตามโครงการ นาผลมาปรับปรุง
แก้ไขพัฒนาต่อไป เช่น กลุ่มบริหารงานวชิ าการ โดยงานวัดและประเมินผล วิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
การติด 0 ร มผ มส การสาเร็จการศึกษาไม่พร้อมร่นุ และร่วมมือกบั กลุ่มบรหิ ารงานกจิ การนักเรียน เพ่ือสร้าง
มาตรการร่วมกนั พร้อมทงั้ หาวิธีแกป้ ญั หาดงั กล่าว กล่มุ บริหารงานอานวยการ งานพัสด/ุ การเงนิ รว่ มกนั วิเคราะห์
การจัดซื้อจัดจ้าง การเบิกจ่ายเงินระบบบัญชีและร่วมมือกับงานแผนงาน เพ่ือหามาตรการร่วมกันในการวาง
แผนการจัดซ้ือจัดจ้างและการเบิกจ่ายโดยไม่ให้เกินงบประมาณและเกิดความคุ้มค่า กลุ่มบริหารงานท่ัวไป
วิเคราะห์ความปลอดภัยของอาคาร สถานที่ มีระบบรักษาความปลอดภัย เช่น มีกล้องวงจรปิด มีถังดับเพลงิ
ประจาตึก และซักซ้อมวิธีใช้อยู่เสมอ มีการประกันชีวิตให้ครูและบุคลากร การจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อม
โดยจัดใหม้ ีการตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารการจัดเตรียมอุปกรณ์เม่ือเกิดอุบัติภัยพร้อมท้งั วางแผนกับ
ผนู้ าระดับสูงใน การหางบประมาณมาปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรยี น อาคารประกอบการ จดั บรรยากาศภายใน
และนอกห้องเรยี น ให้นกั เรียนพรอ้ มในการเรยี น และกลมุ่ บรหิ ารงานกิจการนักเรียน วิเคราะหเ์ ร่ืองระบบดูแล
ชว่ ยเหลือนักเรียน การป้องกนั และแก้ไขปญั หายาเสพตดิ ในสถานศึกษา โดยการประชุมประจาเดือนจะแจง้ ความ
ประพฤติของนกั เรยี นที่มีความเส่ียงกับครูท่ีปรึกษา ครูประจาวชิ าเพอ่ื ให้ครูทุกท่านรว่ มกัน วางมาตรการ
ปรับปรุงกฎระเบียบใหก้ ระชบั และ หาวิธกี ารตา่ งๆ เพื่อลดจานวนนกั เรยี นทท่ี าผิดกฎระเบยี บของโรงเรียน

4) คณะกรรมการประเมินความเส่ียงของ โรงเรียนประเมินผลการดาเนินงานสรุปวิเคราะห์
ปรับปรุงและ นาข้อสรุปไปพฒั นาในปีตอ่ ไป

4. ผู้นาระดับสูงมีกระบวนการส่งเสริมการพัฒนาและเสริมสร้างทักษะความเป็นผู้นาให้กับครูและ
บุคลากรอย่างหลากหลายทั้งภายในและภายนอก และกาหนดให้ข้าราชการครู เป็นหัวหน้างานตามโครงสร้าง
การบริหารงานอย่างนอ้ ยคนละ 1 งาน เพื่อพัฒนาเปน็ ผู้นาในอนาคต สนับสนุนให้มีการต่อยอดความคิด จดั อบรม
ขยายผลให้แก่ครูและบุคลากรทุกคน จัดแผนงานโครงการกิจกรรมเพ่ือพัฒนาผู้เรียน พัฒนาครูและบุคลากร

15

พัฒนาสภาพแวดล้อมกายภาพ วิชาการ และการบริหารจัดการ พัฒนาการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
เพ่ือสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลตามรูปแบบการ

บรหิ ารโรงเรียน P.W.K.S. STEP Model จนเกิดผลสาเร็จ ได้แก่ โรงเรียน ผู้บรหิ าร ครู บคุ ลากร และนักเรยี น
ได้รบั การยกยอ่ งเชิดชูเกียรติในระดบั ต่าง ๆ และครูมกี ารพัฒนาโดยมีและเลื่อนวทิ ยฐานะ เป็นต้น

5. การประเมินผลและปรับปรุงพัฒนา ผู้นาระดับสูง ติดตาม มีการจัดประชุมคณะกรรมการบริหาร
โรงเรยี น คณะกรรมการกลุ่มบริหารงานวิชาการ คณะกรรมการกล่มุ บริหารงานกิจการนักเรยี น คณะกรรมการ
กลุม่ บริหารงานอานวยการ และคณะกรรมการกล่มุ บรหิ ารงานท่ัวไป เพือ่ แลกเปล่ยี นเรียนรูว้ ธิ ีการปฏบิ ตั ิทเ่ี ปน็ เลิศใน

การพัฒนาคณุ ภาพนกั เรียน นาไปสู่การสรา้ งนวัตกรรมของโรงเรียน รายงานผลการปฏิบัติงานทกุ ภาคเรยี น

ข. การสอ่ื สารและผลการดาเนินงานของโรงเรียน (Communication and Organizational)

(1) ดา้ นการสอื่ สาร (Communication)
ผู้นาระดับสูง ได้ดาเนินการในการส่ือสารและสร้างความผูกพันกับครูและบุคลากรทุกคนในโรงเรียน

ดังนี้
1) แต่งตั้งคณะกรรมการดาเนินงานผ่านงานบุคลากรโรงเรียน เพื่อส่ือสารและสร้างความผูกพันกับ

บคุ ลากร โดยกาหนดช่องทางการส่อื สารและสร้างความสมั พันธ์

2) ส่อื สารตามชอ่ งทางทกี่ าหนด ตามตารางที่ 13
3) สรปุ ผลขอ้ มูลทไ่ี ด้รบั จากการส่ือสาร ตามตารางท่ี 13 ถึง ตารางที่ 15

4) นาผลท่ไี ด้มาปรบั ปรงุ แก้ไข พัฒนา
ผู้นาระดับสูง มีการส่ือสารอย่างตรงไปตรงมา ครูและบุคลากรทุกคน สามารถเสนอความคิดหรือ
วิธีการ ที่จะทาให้การดาเนินงานของโรงเรียน บรรลุผลสาเร็จ กับผู้นาระดับสูงได้โดยตรง ทุกช่องทางการ

ส่อี สาร ต้ังแตร่ ะดบั รองผอู้ านวยการ หวั หน้ากลมุ่ งาน หวั หนา้ งาน หัวหน้ากลมุ่ สาระ ฯลฯ
ตารางท่ี 13 แสดงรายละเอยี ดการส่อื สารและผลการดาเนนิ งานของโรงเรยี น

ผูม้ สี ่วนไดส้ ่วนเสีย ชอ่ งทางการส่ือสาร ความถี่

1. คณะกรรมการ 1. การประชมุ สามัญ ภาคเรยี นละ 1 ครงั้
เวลาทีเ่ หมาะสม
สถานศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน 2. การประชมุ รายงานประจาปี ไมเ่ ป็นทางการ
ปีละ 1 ครง้ั
3. การพบปะไมเ่ ปน็ ทางการ โทรศพั ท์ เว็บไซตโ์ รงเรยี น
พ.ค. และต.ค.
4. รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา (SAR) ทุกเดือนทาการ
ทกุ เดือนทาการ
2. ครูและบุคลากร 1. การประชุมก่อนเปดิ -ปดิ ภาคเรยี น กาหนดเวลาจากคาสั่ง
โอกาสทเ่ี หมาะสม
2. ประชุมประจาเดือน ทุกเวลาท่ีมโี อกาส
เวลาท่ีเหมาะสม
3. ประชมุ กลุม่ สาระ/งาน/ฝา่ ย ปลี ะ 1 คร้งั

4. การประชุมตามโครงการ/กจิ กรรมที่นอกเหนอื การเรียนการสอน ตลอดเวลา
เวบ็ ไซต์โรงเรียน/
5. การมอบของขวัญใหค้ รูทีร่ บั รางวลั เอกสาร
ตลอดเวลา ปีละ 1 คร้ัง
6. การพบปะนอกเวลาราชการ/ไม่เปน็ ทางการ
พ.ค.
7. การร่วมกจิ กรรมชมุ ชนท้องถิ่น ทกุ วันทาการ

8. รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) ความถี่

3. ผู้ส่งมอบ 1. เวบ็ ไซตโ์ รงเรยี น/เฟซบุค๊ /กล่มุ ไลน์/สอื่ โซเชียล

2. ประชมุ ตามระเบยี บการยนื่ ซองประกวดราคา

3. โทรศพั ท/์ หนังสอื ราชการ

4. รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา (SAR)

4. ลกู คา้ 1. การปฐมนเิ ทศกอ่ นเปิดเรยี น

2. กิจกรรมเคารพธงชาตติ อนเช้า

ผู้มีส่วนไดส้ ่วนเสยี ชอ่ งทางการสอื่ สาร

16

3. กจิ กรรมโฮมรูม/แนะแนว ตามวนั ท่ีกาหนด
4. กิจกรรมประชมุ ระดับช้ัน ตามวนั ทีก่ าหนด
5. การประชมุ ผู้ปกครองกอ่ นและปลายภาคเรียน ปลี ะ 2 ครง้ั
6. การเยีย่ มบ้านนักเรยี น ภาคเรยี นละ 1 คร้ัง
7. การมอบทนุ การศึกษา/ทนุ อาหารกลางวัน ภาคเรยี นละ 1 ครั้ง
8. หนงั สอื /โทรศัพท์เชญิ ประชุม ตามวันที่กาหนด
9. รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) ปลี ะ 1 ครงั้

ผู้นาระดับสูงมีกระบวนการส่ือสารและสร้างความผูกพันกับบุคลากร ส่งเสริมให้มีการสื่อสารอย่าง
ตรงไปตรงมา เปน็ ไปในลกั ษณะทางเดียวและสองทศิ ทาง เพื่อไปสกู่ ารปฏิบัตไิ ด้อย่างแทจ้ รงิ โดยมกี ระบวนการ

ส่อื สาร ดังตารางท่ี 14
ตารางท่ี 14 กระบวนการสอ่ื สารเพอื่ สรา้ งความผูกพนั กบั ครูและบคุ ลากรในโรงเรียน

การสอ่ื สารแบบเป็นทางการ ผูร้ ับสาร ความถ่ี 2 ทาง 1 ทาง
1. การประชุมคณะกรรมการบรหิ ารโรงเรียนรว่ มกบั ผนู้ า - คณะกรรมการบรหิ าร //
สงู สดุ เพอื่ รับนโยบาย พิจารณาเหน็ ชอบรับทราบผลการ โรงเรียน เวลาท่ี
ดาเนนิ งานที่สาคัญ - ผูน้ าสูงสดุ เหมาะสม
2. การประชุมคณะกรรมการบรหิ ารโรงเรยี นเพ่ือ - คณะกรรมการบรหิ าร
รบั ทราบผลการดาเนินงานพิจารณาเพอื่ รบั เรื่องท่ี โรงเรียน สัปดาห/์ ครั้ง / /
เกยี่ วขอ้ งเพ่อื นาไปดาเนินการ การหาทางแกไ้ ขปัญหา
ร่วมกัน - ผู้อานวยการโรงเรยี น สัปดาห/์ ครง้ั / /
3. การประชุมหัวหน้ากลุม่ สาระ/งานเพอ่ื รบั นโยบายของ และหัวหนา้ กล่มุ สาระ/ คาบ PLC / /
โรงเรียนและปรึกษาหารือ งาน
- ครแู ละบุคลากรทกุ คน เดอื น/คร้งั
4. การประชมุ ครู บคุ ลากร เพือ่ ถ่ายทอดทิศทางการ
ดาเนนิ งานขององคก์ ร ตั้งแต่วสิ ัยทัศน์ จนถึงแผนงาน/
โครงการ ตัวชวี้ ดั ผลลัพธ์ทอี่ งค์กรต้องการและเรอื่ งอน่ื ๆ
ท่ีเกีย่ วข้องกับครูและบคุ ลากร

ตารางท่ี 15 วิธกี ารสือ่ สารเพื่อสรา้ งความผกู พนั กับครู บุคลากรในโรงเรียนป่าแดดวทิ ยาคม

รูปแบบสอื่ สาร เครือ่ งมือ ลกั ษณะการสอื่ สาร
การสื่อสารเป็นลาย
ลักษณ์อักษร - หนงั สอื คาสัง่ บันทกึ ข้อความ การจดั ทาวารสารประชาสมั พนั ธ์ สื่อสารทางเดียว
การสอ่ื สารด้วยวาจา
- การปิดประกาศ การจดั ทารายงานการประเมนิ ตนเอง (SAR)
การส่อื สารผ่านสอ่ื
เทคโนโลยี - การสนทนาเปน็ รายบคุ คล การสนทนาเป็นกลมุ่ กาประชมุ สอื่ สารสองทาง
การสือ่ สารการตดั สนิ ใจท่ี
สาคัญ คณะกรรมการ(กลุม่ ย่อย) การประชมุ ประจาเดือน การจดั
- ภาวะฉกุ เฉินมาก
- ภาวะเรง่ ด่วน ประชุมสมั มนา
- ไมเ่ ร่งดว่ นแต่สาคญั
- การใชโ้ ทรศัพท์ / ไลน์ สือ่ สารสองทาง

- การใช้คอมพวิ เตอร์ การใชเ้ สียงตามสาย

- ผนู้ าสูงสุดใชข้ ้อมลู สารสนเทศตดั สินแล้วแจ้งผ่านคณะกรรมการบริหาร สื่อสารทางเดียว

โรงเรียน

- การประชมุ คณะบรหิ าร ผูน้ าสูงสุดกับหัวหนา้ กลุม่ บริหารงาน 4 กลุ่ม สอื่ สารทางเดยี ว

และหัวหน้ากลุ่มสาระ แล้วแจง้ ผ่านคณะกรรมการบริหารโรงเรยี นและ

ส่ือสารต่อดว้ ยกลไกการประชมุ ระดับกลมุ่ สาระ/กลมุ่ งาน

- การประชุมคณะครู และบคุ ลากรทง้ั โรงเรียน สื่อสารสองทาง

17

ผู้นาระดับสูงมีการประชุม การนิเทศ การเยี่ยมชั้นเรียน การสื่อสารทางอีเมล กลุ่มไลน์ ทางโทรศัพท์
การประชุม การแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ PLC การพดู คยุ ด้วยวาจา บนั ทกึ ข้อความ คาส่ัง หนังสอื ทางราชการ ในการสื่อสาร
และสร้างความผูกพันกบั ครแู ละบุคลากรทุกคนในโรงเรียนผ่านกิจกรรมการสัมมนา การศึกษาดงู าน การแสดง
ความยินดมี อบของท่รี ะลกึ ในวาระโอกาสต่างๆ จดั กิจกรรมสร้างขวญั และกาลงั ใจ ด้วยงานสวสั ดิการ เช่น เส้ือ
ทีมโรงเรียน เส้ือพละ เส้ือสูท เส้ือพ้ืนเมือง ฯลฯ มีระบบการติดต่อส่ือสารและประสานงาน การบังคับบัญชา
ในลักษณะการส่ือสารแบบสองทิศทางท้ังจากระดับบนลงสู่ระดับล่างและจากผู้ปฏิบัติล่างแสดงความคิดเห็น
เสนอต่อผู้บังคับบัญชาตามสายบังคับบัญชา ส่งผลให้ฝ่ายบริหารครูและบุคลากรในโรงเรียนสามารถทางาน
อย่างมีความสุข มีความเข้าใจตรงกันและทางานไปในทิศทางเดียวกัน มีการตัดสินใจในลาดับบังคับบัญชา
เชื่อมโยงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันโดยผ่านระบบองค์กรดังนี้ ใช้หนังสือเวียน ผ่านเว็บไซต์ของโรงเรียน
การประชุมประจาเดือน/ภาคเรียน การเปิดรับข้อร้องเรียน ข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นจากนักเรียนผู้ปกครอง
และผมู้ สี ่วนได้ส่วนเสยี ของโรงเรยี นกล่มุ งาน/งาน/กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ท่ีรบั ผิดชอบนโยบายตา่ ง ๆ ดาเนนิ การ
ประชุมชี้แจง ครูและบุคลากรที่เก่ียวข้องทุกคนให้รับทราบอีกคร้ัง เพื่อความเข้าใจชัดเจนมากย่ิงขึ้น และ
พิจารณารวมกันว่าจะดาเนินการได้จริงหรือไม่ อาจจะมีการปรับปรุงพัฒนาเพ่ือให้เกิดประสิทธิภาพตรงกับ
ผปู้ ฏบิ ัติงานมากย่งิ ขึน้

ผู้นาระดับสูงมีวิธกี ารดาเนนิ การในการทาให้องคก์ รประสบความสาเร็จโดยการกระตนุ้ ให้เกิดการส่ือสาร
ทีต่ รงไปตรงมาและเปน็ ไปในลักษณะสองทิศทางท่วั องคก์ ร ใชเ้ ทคโนโลยีในการการสร้างกลุม่ ไลนโ์ รงเรียน กลมุ่ อีเมล
การใช้ Google Apps for Education มีการประชุมท้ังโรงเรยี นทุกคร้งั ที่มีการตัดสินใจท่ีสาคัญและจาเปน็ ตอ่
การเปล่ียนแปลงการดาเนินงานหรือกิจกรรมของโรงเรียน มีการมอบทุนการศึกษา ให้กับนักเรียนที่มีผลการ
เรียนดี ความประพฤติดี มีการมอบวุฒิบัตร เกียรติบัตร ให้กับครูและบุคลากรทุกคนในโรงเรียนที่มีผลการ
ดาเนินงานที่ดี ให้กาลังใจในการทางาน แสดงความช่ืนชมยินดีกับคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
คณะกรรมการชมรมผ้ปู กครองนกั เรยี น-ครู คณะกรรมการชมรมศิษย์เกา่ เผยแพร่สื่อสารทางวารสาร เว็บไซต์
ของโรงเรยี น เฟซบคุ๊ แฟนเพจ กลมุ่ ไลน์ และสอ่ื โซเชียลตา่ งๆ

(2) การทาใหเ้ กิดการปฏิบัตอิ ยา่ งจริงจัง (Focus on Action)
ผู้นาระดับสงู ไดก้ าหนดนโยบายในการตดิ ตาม กากับ ดแู ล ชว่ ยเหลือภาระหนา้ ท่ีการปฏบิ ัติงานดา้ นต่างๆ

เพ่ือให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกจิ และคา่ นยิ ม โดยการจดั ทาแผนการปฏิบตั กิ ารประจาปี โดยการกระตุ้น
ให้บุคลากรลงมือปฏิบัติงานอย่างจริงจัง มีการนิเทศติดตามและประเมินผล เพ่ือนาไปสู่การปฏิบัติงานที่มี
ประสิทธภิ าพย่ิงขนึ้ ดงั นี้

1) ดาเนนิ งานตามกระบวนการกากับ ดแู ล และการบรหิ ารจัดการ นเิ ทศติดตามผ่านคณะกรรมการบริหาร
โรงเรียน คณะกรรมการงานนเิ ทศการศกึ ษาและวจิ ัยในชั้นเรยี น และคณะกรรมการบรหิ ารกลุ่มงานต่างๆ ตาม
โครงสร้างการบริหารงานโรงเรียน

2) ประชุมครูและบุคลากรทุกคน ประจาเดือน ประชมุ คณะกรรมการบริหารงานโรงเรียน ทุกสัปดาห์
ประชมุ คณะกรรมการกล่มุ บริหารงานวิชาการทุกสัปดาห์ ประชมุ คณะกรรมการกลุ่มบริหารงานอานวยการทุกเดือน
ประชุมคณะกรรมการกลุ่มบริหารงานกิจการนกั เรียนทุกเดือน ประชุมคณะกรรมการกลุ่มบรหิ ารงานท่ัวไปทุกเดือน
เพอื่ ร่วมกนั รับทราบข้อมลู ข่าว หารอื เสนอแนะ แกไ้ ขปัญหาต่างๆ ส่กู ารปฏบิ ัติ

3) ประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐานและประชุมคณะกรรมการชมรมผู้ปกครองนกั เรียน-ครู
ชมรมศิษย์เก่า ภาคเรียนละ 1 คร้ัง เพื่อรายงานและรับฟังข้อมูลความคิดเห็นเพื่อนามาพัฒนาปรับปรุงงาน
ต่อไป

วิธดี าเนนิ การให้ทกุ คนในองคก์ รใส่ใจกบั การลงมือปฏิบัตเิ พ่ือบรรลุเป้าหมายขององค์กร คือการดาเนินงาน
ตามรูปแบบการบรหิ ารโรงเรียน P.W.K.S. STEP Model

18

ตารางที่ 16 การดาเนินการทาใหเ้ กิดการปฏิบัตอิ ย่างจรงิ จงั

ประเด็น การดาเนินงาน

1.สง่ เสรมิ บคุ ลากรในการ 1.กาหนดบทบาทหน้าที่ มอบหมายภาระงานตามโครงสรา้ งการบริหารงาน

ปฏบิ ัตงิ าน 2.พัฒนาศักยภาพครูในการจัดการเรยี นการสอน

3.สง่ เสริมความก้าวหน้าในวชิ าชีพ

4.นเิ ทศติดตามและประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ านโดยใหค้ รแู ละบุคลากรเขียนรายงาน

ประเมินตนเอง (SAR)

5.ยกยอ่ งเชดิ ชเู กียรติ และแสดงความยนิ ดีให้กับครูและบคุ ลากรในโอกาสตา่ งๆ

2.บรหิ ารงบประมาณตาม 1.บรหิ ารความเส่ียงโดยจดั ทาแผนปฏิบัตงิ านบริหารในโรงเรียน

แผนปฏบิ ตั กิ าร 2.แต่งตง้ั คณะกรรมการตรวจสอบภายใน

3.ปฏบิ ตั ิตามระเบยี บการเงนิ พัสดุ

4.รายงานการใช้จ่ายเงินไปยัง สตง. สพม.เชยี งราย

5.ใชร้ ะบบนโยบายและแผนบริหารงบประมาณ

3.บริหารจดั การด้วยรูปแบบ 1.กาหนดมาตรฐานบรหิ ารจัดการระบบคณุ ภาพ

การบรหิ ารโรงเรียน 2.ปฏบิ ัติงานบริหารจดั การระบบคุณภาพ

P.W.K.S. STEP Model 3.ประเมินการปฏบิ ตั ิงานการบรหิ ารจัดการระบบคุณภาพ

1.2 การกากับดแู ลองค์กร และความรับผิดชอบต่อสังคม (Governance and Societal Responsibilities)

ก. การกากับดูแลโรงเรยี น (Organizational Governance)
(1) ระบบการกากับดแู ลโรงเรยี น (Governance System)
โรงเรียนได้สร้างนวัตกรรมรูปแบบการบริหารโรงเรียน P.W.K.S. STEP Model เพื่อใช้ขับเคล่ือน

คณุ ภาพการบริหารและการจัดการของโรงเรยี นทุกระบบงาน โดยใช้ทฤษฎเี ชงิ ระบบและวงจรคุณภาพ PDCA
มาขบั เคล่ือนการดาเนินงานเพ่ือให้บรรลุวิสยั ทัศน์ ได้ดาเนินการทบทวน และทาใหป้ ระสบความสาเร็จในเร่ือง

ตา่ งๆ ที่สาคญั ดงั นี้
1. ภาระความรับผิดชอบในการกระทาของผู้นาระดับสูง โดยการจัดทาโครงสร้างการบริหารงาน

ของโรงเรียนจัดทาคาส่ังของโรงเรียน และบันทึกข้อตกลงการปฏิบัติราชการ (MOU) กับผู้บังคับบัญชา และมีการ

ดาเนนิ งาน ตามบทบาทหน้าท่ีเพื่อรับการประเมินผลการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชพี และจรรยาบรรณ และการ
รายงานผลการปฏิบัติงานปีละ 2 คร้งั

2. ภาระความรับผิดชอบตอ่ แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา มีการจัดทาแผนพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา
ที่ผู้มีส่วนไดส้ ว่ นเสยี มสี ว่ นรว่ มในการจัดทา นาแผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา ไปสูก่ ารปฏิบตั ิในแผนปฏบิ ัติการ
ประจาปี มีการประเมินผลแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา และปรับให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบันและปัญหา

ของโรงเรียน นาเสนอผลการปฏบิ ัตไิ ปส่ผู ้มู ีส่วนได้ส่วนเสียของโรงเรียนในรูปของ SAR
3. ภาระความรบั ผดิ ชอบดา้ นการเงิน มีการวางแผนการใช้งบประมาณตามแผนการปฏบิ ัติการ มีแนวทาง

การใช้งบประมาณตามระเบียบการเงิน การคลังและพัสดุ มีการตรวจสอบภายในโรงเรยี นและจากหน่วยงาน
ต้นสังกัด รายงานการเงินต่อหน่วยงานต้นสังกัดทุกเดือน และมีการรายงานการใช้งบประมาณต่อผู้มีส่วนได้
สว่ นเสยี อย่างนอ้ ยปีละ 1 ครงั้

4. ความโปร่งใสของการดาเนินงาน ตามมาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงาน
ภาครัฐ (ITA) มกี ารดาเนินการทุกตวั ช้วี ัด มีการประเมนิ ผลการดาเนนิ งาน รายงานการดาเนินงานตอ่ หน่วยงาน

ตน้ สงั กัด และเผยแพรใ่ นเว็บไซตข์ องโรงเรียน
5. การสรรหากรรมการในคณะกรรมการกากับดูแลโรงเรียนและการเปิดเผยข้อมูลเก่ียวกับ

คณะกรรมการกากับดูแลโรงเรียน มกี ารสรรหาคณะกรรมการตามระเบียบและแนวทางการสรรหา มกี ารเผยแพร่

ข้อมูลคณะกรรมการตามส่ือตา่ งๆ ของโรงเรยี น เช่น เว็บไซต์ เฟสบุค๊ แฟนเพจ กลมุ่ ไลน์ วารสาร

19

6. การตรวจสอบภายในและภายนอกท่ีเป็นอิสระและมีประสิทธิผล มีการตรวจสอบภายในโดย
คณะกรรมการตรวจสอบภายในโรงเรียน มีการรับการตรวจสอบภายนอกคือ หน่วยงานตรวจสอบภายใน
สานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษามธั ยมศึกษาเชียงราย สานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
ในภาครฐั นาขอ้ มูลทไ่ี ด้รับการตรวจสอบมาปรบั ปรงุ แก้ไขและพฒั นางานในครัง้ ต่อไป

7. การปกป้องผลประโยชน์ของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีคู่มือนักเรียนเป็นแนวทางใน
การปฏิบัติ มีการเปิดช่องทางให้นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สอบถาม ร้องเรียน ทั้งทางตรงและทางอ้อม
เช่น เว็บบอร์ด กลุ่มไลน์ และมีการจัดเวทีให้นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แสดงความคิดเห็นอย่างน้อย
ภาคเรยี นและ 1 ครั้ง มกี ารปรับปรงุ พัฒนาการดาเนนิ งานตามข้อเสนอแนะจากนกั เรียนและผู้สว่ นไดส้ ว่ นเสีย
นาเสนอผลการดาเนนิ งานเกี่ยวกับนกั เรยี นต่อผู้มีส่วนไดส้ ่วนเสียทุกภาคเรยี น

8. การเตรียมความพร้อมเพ่ือสืบทอดตาแหน่งผู้นาระดับสูง มีการกาหนดให้ข้าราชการครูทุกคนได้
ทาหน้าท่ีหัวหน้างานตามโครงสรา้ งการบริหารงานโรงเรียนอย่างนอ้ ยคนละ 1 งาน มีการชี้แนะสอนงานและการ
เปน็ พี่เล้ยี งอย่างเปน็ ระบบเพอื่ ใหเ้ ป็นมืออาชีพ เป็นครูเก่ง ครดู ี มกี ารพฒั นาภาวะความเปน็ ผูน้ าให้กบั บุคลากร
หลากหลายวิธีการอย่างสมา่ เสมอ ปรบั เปลี่ยนหมนุ เวียนหวั หนา้ งานตามความสามารถ ความถนดั และความเหมาะสม
“put the right man on the right job” ทุกปีการศึกษา เพ่ือเตรียมความพร้อมและสร้างความเป็นผู้นา
ในลาดบั ต่อไป

(2) การประเมินผลการดาเนินการ (Performance Evaluation)
โรงเรยี นประเมนิ ผลการดาเนนิ งานของผนู้ าระดับสูง ดังนี้
1. การประเมินผลการปฏบิ ตั ิงานของผู้นาระดบั สูงขององคก์ ร เพื่อพิจารณาค่าตอบแทนเลื่อนเงนิ เดอื น

โดยการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานตามตัวช้ีวัดและปัจจัยความสาเร็จขององค์กร
เป็นไปตามภายใต้การกากับของสานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษาเชียงราย

2. การประเมินผลการดาเนินงานของคณะกรรมการประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ าน ดงั นี้
2.1 ประชุมวางแผนและกาหนดการประเมินผลการดาเนินงานโดยคณะกาหนดอัตราส่วน

ความสาคัญของกลุ่มงาน ตามภาระงานทร่ี ับผดิ ชอบ
2.2 รายงานผลการปฏบิ ัตงิ านกลมุ่ งานและรายงานผลการประเมินตนเองเปน็ รายบคุ คล ปีละ 2 คร้ัง
2.3 จัดประชุมครเู พื่อชแ้ี จงและกาหนดกตกิ ารว่ มกนั โดยมีฝ่ายบรหิ าร ตดิ ตามผลการปฏบิ ัติงาน

และมคี ณะกรรมการประเมินผลการปฏิบตั งิ านของครแู ละบคุ ลากร ประเมนิ ผลปลี ะ 2 คร้ัง
2.4 ประกาศยกย่อง เชิดชูเกียรติผู้ท่ีมีผลการปฏิบัติงานดีเด่น งานแผนงานและงบประมาณ

ติดตามการจัดโครงการ/กิจกรรมตามแผนปฏิบัติการ และรายงานผู้บริหารทุกภาคเรียน ผู้บริหารจัดประชุม
ฝ่ายบริหารเพ่ือติดตามผลการปฏิบัติงานทุกสัปดาห์ เพื่อรับทราบปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะ
เพอื่ ปรับปรุงแก้ไขพัฒนางาน

ข. การประพฤติปฏบิ ตั ติ นตามกฎหมายและมจี ริยธรรม (Legal and Ethical Behavior)
(1) การประพฤตปิ ฏิบตั ิตามกฎหมายและระเบียบขอ้ บังคบั (Legal and Regulatory Behavior)
โรงเรียนได้คาดการณ์ล่วงหน้าถึงความกังวลของสาธารณะที่มีต่อหลักสูตรการจัดการศึกษา ในเร่ือง

ผลสมั ฤทธิ์ และการจบหลกั สูตร จึงได้มีการดาเนนิ การดงั นี้
1. มีการแต่งต้ังคณะกรรมการบรหิ ารหลักสูตร สร้างหลักสูตรโรงเรยี น นาหลักสูตรไปใช้ ประเมินผล

การใช้หลักสูตรจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นาผลการประเมินมาปรับปรุงหลักสูตร ปี 2560 และ 2563 เปิด
แผนการเรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี (SMT) ระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น ระดับช้ัน
มัธยมศกึ ษาตอนปลาย และเพม่ิ แผนการเรียนภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

20

2. มกี ารต้งั คา่ เป้าหมายให้กับครูผู้สอนทกุ คน ผา่ นการทาบันทึกข้อตกลง (MOU) ในการตัดสนิ ผลการเรียน
เพื่อแก้ปญั หา การตดิ 0 ร มส มผ การไม่จบหลักสูตรของนักเรียน มัธยมศึกษาปีที่ 3 และ มัธยมศึกษาปที ่ี 6

3. ผู้นาระดับสูงสุด นิเทศ กากับ ติดตาม ในรูปแบบคณะกรรมการบริหารงานวิชาการผ่านกระบวน
การชมุ ชนแหง่ การเรียนรู้ PLC

4. ครผู ู้สอนการรายงานผลการสอน กลุ่มบรหิ ารงานวิชาการตรวจสอบ ใหเ้ ป็นไปตามค่าเปา้ หมาย
5. มกี ารปรบั ปรงุ แก้ไขและพัฒนาผลการสอนใหเ้ ปน็ ไปคา่ เป้าหมายท่ีกาหนด
6. ประชุมชแ้ี จงใหก้ บั นักเรยี นและผู้ปกครอง รับทราบแนวทางการดาเนนิ งานและนาเสนอต่อผู้มีส่วน
ไดส้ ว่ นเสียของโรงเรียน เพือ่ ร่วมมอื แกไ้ ขปัญหา ด้านวชิ าการและพฤติกรรมของนักเรยี น
โรงเรียนมีการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ ทบทวน ปรับปรุงหลักสูตรของโรงเรียนและให้ครูผสู้ อน
ทุกระดับช้ันนาไปจัดทาแผนการจัดการเรียนรู้และวัดประเมินผลเมื่อจบหลักสูตร ผู้บริหารได้ศึกษาระเบียบ
และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตร เพ่ือจัดทาหลักสูตรสถานศึกษาหรือการปรับหลักสูตรสถานศึกษา
ให้ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง วางระบบการทางาน เพื่อให้หลักสูตรสถานศึกษา บรรลุ
วัตถุประสงค์ โดยมีระบบการเรียนรู้ ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและระบบกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นระบบ
หลัก จดั ใหม้ กี ารแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการปฏิบตั ิตามระบบ ค้นหาวิธกี ารท่เี ป็นเลิศโดยการจัดความรู้ในองค์กร
เช่ือมโยงความคาดหวังของนักเรียนผู้ปกครอง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้เกิดความเช่ือมั่นศรัทธาในองค์กร
โรงเรียนมอบหมายงานหลักสูตรสารวจความคิดเห็นและความต้องการของนักเรียน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และ
หน่วยงานในท้องถ่ิน เพ่ือศึกษาวิเคราะห์และคณะกรรมการพิจารณาประกาศใช้นาผลมาพัฒนาปรับปรุง
หลักสตู รให้ สอดคล้องกับความต้องการ

(2) การประพฤตปิ ฏิบตั ิอย่างมีจรยิ ธรรม (ETHICAL BEHAVIOR)
1. แต่งตั้งคณะกรรมการกากับดูแลโรงเรียนตามโครงสร้างการบริหารงาน เพื่อทาหน้าท่ีกากับดูแล

และประเมินผล การปฏิบัติงานอยา่ งมีจรยิ ธรรมของครูและบุคลากร
2. กาหนดมาตรฐานการปฏิบัติงาน ด้านจริยธรรมตามระเบียบข้อบังคับ ตามจรรยาบรรณวชิ าชพี ครู

คือ คู่มือครูเก่ง ครูดี เพ่ือเป็นคู่มือการทางาน เป้าหมายและตัวชี้วัด โดยใช้หลักธรรมมาภิบาลเป็นเคร่ืองมือ
กากับและสนบั สนุนติดตาม ตรวจสอบ

3. เผยแพร่มาตรฐานการปฏิบัติงานด้านจริยธรรมแก่ครูและบุคลากรผ่านการประชุมประจาเดือน
และการนเิ ทศ

4. ประเมินผลการปฏิบัติงานด้านจริยธรรม โดยใช้การนิเทศ เป็นเคร่ืองมือในการกากับ ติดตามและ
ประเมินผล จากความพงึ พอใจ ไม่พึงพอใจของนกั เรียนและผู้มีสว่ นได้สว่ นเสยี

5. นาผลการประเมินมาสรุปวิเคราะห์ และแลกเปล่ียนเรียนรู้รว่ มกัน จัดกิจกรรมส่งเสรมิ พฒั นาและ
ใหข้ วัญและกาลงั ใจ

6. สื่อสารให้ครูและบุคลากรของโรงเรียนตระหนักถึงความสาคญั ของการปฏิบัติงานอย่างมีจริยธรรม
ให้เปน็ ไปตามมาตรฐานของตาแหน่งงาน สมา่ เสมอและต่อเนอ่ื ง

7. โรงเรียนมีกระบวนการดาเนินการส่งเสริมและสร้างความมั่นใจว่าปฏิสัมพันธ์ทุกด้านขององค์กร
เปน็ ไปอยา่ งมีจรยิ ธรรม โดยกาหนดและปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏบิ ัตงิ านในคู่มอื ครเู ก่ง ครูดี ซง่ึ มตี ัวชวี้ ดั การ
ประพฤติปฏบิ ัติอย่างมีจริยธรรม โดยใช้กระบวนการนเิ ทศแบบช้ีแนะสอนงานและการเป็นพี่เล้ียง (Coaching
and Mentoring Supervisor)

8. โรงเรียนมีการปฏิสัมพันธ์กับครูและบุคลากร นักเรียน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โรงเรียนในเขตพ้ืนท่ี
บริการ สถาบันอุดมศึกษา สถานประกอบการ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยการส่ือสารที่เป็นทางการ

21

และไม่เป็นทางการ ผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ เช่น จดหมายอิเล็กทรอนกิ ส์ กลุ่มไลน์ การประชุม อบรม
สมั มนา เป็นตน้

9. โรงเรียนมีวิธีการในการติดตามและดาเนินการในกรณีท่ีมีการกระทาที่ขัดต่อการประพฤติปฏิบัติ
อย่างมจี ริยธรรม เบื้องต้นใช้การนิเทศ ชแ้ี นะ ตักเตือน ถ้าร้ายแรงแตง่ ตัง้ คณะกรรมการสืบหาขอ้ เท็จจริง และ
ดาเนินการตามระเบยี บตอ่ ไป

ค. ความรับผิดชอบต่อสงั คม (Societal Responsibilities)
(1) ความผาสุกของสังคม (Societal Well-Being)
โรงเรียนได้คานึงถงึ ความผาสุกและผลประโยชนข์ องสังคม โดยภารกิจหลักของโรงเรียนสอดคล้องกับ

เปา้ หมายของชุมชน โดยผู้นาระดับสงู ไดม้ ุ่งเนน้ การมสี ว่ นร่วมของคนในชมุ ชน ผปู้ กครอง ผู้นาองคก์ รท้องถ่ิน
คณะกรรมการสถานศกึ ษา คณะกรรมการชมรมผ้ปู กครองนักเรยี น-ครู และผู้ประกอบการ รถรบั –ส่งนักเรียน
วัดต่างๆ ที่อยู่ในชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษา มีการประชุมผู้ปกครองเพื่อคัดเลือกตัวแทนเครือข่าย
ผู้ปกครองในแตล่ ะหอ้ งเรยี น เพอ่ื ประสานงานและช่วยกันสอดส่องดแู ลความประพฤติของนกั เรียน มกี ารจดั ทา
วารสารรายงานผลการดาเนินงานของโรงเรียน เพ่ือสื่อสารข้อมูลจากโรงเรียนไปยังผู้ปกครองทุกด้าน ด้านการมีส่วน
รว่ มของชมรมศิษยเ์ กา่ โรงเรยี น และดา้ นความสมั พันธก์ ับชมุ ชนทเี่ ปน็ การสบื สานวัฒนธรรมประเพณไี ทย มกี าร
จัดกิจกรรมต่างๆ ในวันสาคัญทางศาสนา ตลอดจนการจัดกิจกรรมจิตอาสาของครูและบุคลากร นักเรียนอย่าง
สม่าเสมอ จนทาให้โรงเรียนได้รับ ความไว้วางใจจากชุมชน โดยชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนได้ร่วมกันบริจาคเงิน
เปน็ ทนุ การศึกษาให้กบั นกั เรยี น สมทบทนุ สรา้ งห้องประชุม เป็นตน้

(2) การสนบั สนนุ ชมุ ชน (Community Support)
โรงเรยี นได้สนับสนนุ ชมุ ชนและสร้างความเขม้ แข็งระหว่างโรงเรยี นกบั ชุมชน ในด้านต่างๆ อย่างตอ่ เนือ่ ง ดงั น้ี
1. ดา้ นอาคารสถานท่ีและสง่ิ แวดล้อม มกี ารปรบั สภาพภูมทิ ศั น์ อาคารเรียน การปรบั ปรงุ แหล่งเรยี นรู้

หอ้ งเรียน หอ้ งประชุม สนามกฬี า ใหพ้ ร้อมใชง้ านตลอดเวลาเพ่ือเปน็ การสร้างบรรยากาศท่ีดี ในการจดั การเรียน
การสอน และสนบั สนนุ ทกุ หน่วยงานทเี่ ข้ามาขอรับบริการ

2. ดา้ นสมั พันธช์ มุ ชน โดยการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับชุมชน เช่น การจัดกิจกรรม วันเข้าพรรษา
วันออกพรรษา วันแม่แห่งชาติ วันพ่อแหง่ ชาติ วันลอยกระทง ทาบุญตกั บาตร วันขึ้นปีใหม่ วันเด็กแห่งชาติ วันสงกรานต์
การบริจาคโลหิต และกิจกรรมจิตอาสาต่างๆ เป็นต้น

3. ดา้ นกิจกรรมดนตรนี าฏศิลป์ เช่น การแสดงดนตรไี ทย วงดนตรีสากล วงโยธวาทติ ในกจิ กรรมและ
วันสาคญั ตา่ งๆ ของชุมชนเขตพน้ื ทบี่ ริการของโรงเรยี นมี 5 ตาบลไดแ้ ก่ ตาบลป่าแดด ตาบลป่าแงะ ตาบลโรงช้าง
ตาบลสันมะค่า และตาบลศรีโพธิ์เงิน เป็นชุมชนที่มีแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียน คือ หมู่บ้านโป่งศรีนคร
ตาบลโรงช้าง ให้เกิดศูนย์การเรียนรู้หมู่บ้านปลอดขยะ Zero Waste โป่งศรีนคร โฮมสเตย์ ซึ่งได้รับรางวัล
ระดับประเทศ รางวัลหมู่บ้านปลอดขยะ (Zero Waste) ดีเด่นระดับประเทศ , รางวัลบ้านสวยเมืองสุข
ชนะเลิศระดับประเทศถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี,
รางวัลหมูบ่ ้านประชาธปิ ไตยต้นแบบ ของกรมการปกครอง และรางวัลหม่บู ้านต้นแบบประชาธิปไตย ชนะเลิศ
ระดบั ประเทศ ผ้นู าระดับสูง คณะครูและบุคลากร นกั เรยี นได้ร่วมมือกนั ในการพัฒนาชุมชนหมูบ่ ้านโป่งศรีนคร
มีสว่ นรว่ มในการแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ เขา้ รว่ มกจิ กรรม ทาใหโ้ รงเรยี นไดร้ ับความไว้วางใจเป็นท่ยี อมรับจากชุมชน
และได้รบั ความช่วยเหลือดว้ ยดีเสมอมา

หมวด 2
กลยทุ ธ์ (Strategy)

2.1 การจดั ทากลยทุ ธ์ (Strategy Development)
โรงเรียนได้ดำเนินกำรประชุมเพ่ือกำหนดแนวทำง และปฏิทินในกำรจัดทำกลยุทธ์ นำข้อมูลพื้นฐำน

ข้อมูลสำรสนเทศ มำวิเครำะห์ศักยภำพของโรงเรียน (SWOT Analysis) แล้วนำผลกำรวิเครำะห์มำพิจำรณำ
โอกำสเชิงกลยุทธ์ แนวโน้ม กำรเปลี่ยนแปลง ควำมท้ำทำย ควำมเส่ียง เพ่ือกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และ

เป้ำประสงค์ของโรงเรียน พิจำรณำกำหนดกรอบระยะเวลำของควำมสำเร็จตำมเป้ำประสงค์เพื่อกำหนดเปน็
เป้ำหมำยของโรงเรยี น กำหนดวัตถุประสงค์เชงิ กลยุทธท์ ่ีมีควำมสอดคลอ้ งกับเป้ำประสงคแ์ ละสนบั สนนุ ให้เกิด

ควำมสำเร็จตำมพันธกจิ ของระบบงำน ดำเนินกำรทบทวนกลยุทธ์ของโรงเรียนถึงควำมสอดคล้อง โอกำสของ
ควำมสำเร็จ ปัญหำอุปสรรคท่ีอำจะเกิดขึ้น กำรรองรับต่อสถำนกำรณ์ที่มีกำรเปล่ียนแปลง ร่วมกันสรุปแล้ว
นำไปปรับปรุงแก้ไขกลยุทธ์ของโรงเรียนให้มีควำมสมบูรณ์มำกที่สุดเพ่ือนำกลยุทธ์ไปสู่กำรพัฒนำโรงเรียน

หลงั จำกน้นั จึงจดั ทำเป็นแผนพฒั นำคณุ ภำพกำรจดั กำรศกึ ษำและแผนปฏบิ ัติกำรประจำปี

ก. กระบวนการจัดทากลยทุ ธ์ (Strategy Development PROCESS)

(1). กระบวนการวางแผนกลยุทธ์ (Strategy
เร่มิ ต้น Planning PROCESS) โรงเรยี นมีกระบวนกำร

แตง่ ตั้งคณะกรรมการ วำงแผนกลยุทธ์ตำมแนวทำงดงั ต่อไปนี้
1. แต่งตั้งคณะกรรมกำรจัดทำกลยทุ ธ์

ประชุมวางแผนและรวบรวมข้อมลู สารสนเทศ ของโรงเรียน ประกอบด้วย ผู้บริหำร ครูและ
บุคลำกร คณะกรรมกำรสถำนศึกษำขั้นพื้นฐำน

ระดมความคดิ เพอ่ื วเิ คราะห์ จดุ แข็ง จดุ อ่อน ตัวแทนนักเรียน ตัวแทนผู้ปกครอง และตัวแทน
โอกาส ปัญหาอุปสรรค (SWOT Analysis)
ชุมชน
2. คณะกรรมกำรดำเนินกำรประชุมวำง

รวบรวมผลการวเิ คราะหส์ ถานภาพ ออกแบบ วางแผนกลยุทธ์ แผนกำรจัดทำกลยุทธ์ รวบรวมข้อมูลพื้นฐำน
ข้อมูลสำรสนเทศ ผลกำรดำเนินงำนที่ผ่ำนมำ

ร่วมกันกาหนด วิสัยทัศน์ พนั ธกิจ เปา้ ประสงค์ และนโยบำยทเี่ กย่ี วข้อง

3. คณะกรรมกำรระดมควำมคิดของ

บุคลำกรท้ังภำยใน และภำยนอกร่วมกัน

วิเครำะห์สภำพแวดล้อมท้งั ภำยใน และภำยนอก

คณะกรรมการ ไม่เหน็ ชอบ สถำนภำพของโรงเรียนทำกำร SWOT Analysis

สถานศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน เพ่ือค้นหำจุดแข็ง จุดอ่อน โอกำส และอุปสรรค

แล้วสรุปผลกำรวิเครำะห์ ซึ่งสถำนภำพของ
เหน็ ชอบ โรงเรียนอยใู่ นเสถยี รภำพ “เออื้ และแขง็ ” (Star)

ทบทวน ปรบั ปรงุ กลยทุ ธ์ 4. รวบรวมผลกำรวิเครำะห์สถำนภำพ

และข้อมูลกำรเปลี่ยนแปลงในด้ำนต่ำงๆ นำสู่

จดั ทาแผนระยะยาว และแผนระยะส้ัน กำรออกแบบ กำรวำงแผนกลยุทธ์ท่ีพร้อมต่อ

กำรเปลย่ี นแปลง มีควำมคล่องตัว มคี วำมยืดหยุ่น

ส้นิ สุด ตำมสถำนกำรณ์ปัจจุบัน

ภาพภาพท่ี 5 แสดงกระบวนกำรวำงแผนกลยทุ ธ์

23

5. นำผลกำรวเิ ครำะห์ศกั ยภำพมำกำหนดวสิ ยั ทัศน์ พันธกจิ เป้ำประสงค์ และกลยุทธข์ องโรงเรยี น
6. นำเสนอตอ่ คณะกรรมกำรสถำนศึกษำเพอ่ื ขอควำมเหน็ ชอบ
7. รว่ มกนั ทบทวน ปรบั ปรงุ กลยทุ ธข์ องโรงเรียน แล้วจดั ทำแผนพฒั นำคณุ ภำพกำรจัดกำรศกึ ษำระยะ
ยำว 4 ปี โดยดำเนินกำรก่อนแผนพัฒนำคุณภำพกำรจัดกำรศึกษำปัจจุบันจะสิ้นสุด 1 ภำคเรียน และจัดทำแผน
ปฏบิ ัตกิ ำรประจำปีระยะสั้น 1 ปี โดยจดั ทำให้แล้วเสรจ็ ก่อนแผนปฏบิ ตั ิกำรประจำปีปัจจบุ ันจะสิ้นสดุ ประมำณ
1 เดอื น
8. ในกำรจัดทำแผนกลยุทธ์ของโรงเรียนสอดคล้องกบั พันธกิจ ขอ้ ที่ 2 คือ พัฒนำกระบวนกำรบริหำร
และมีส่วนร่วมมีโครงกำรรองรับ คือโครงกำรนิเทศกำกับ ติดตำม และรำยงำนผลกำรดำเนินกำรตำม
แผนปฏบิ ัตกิ ำรประจำปี

(2) นวัตกรรม (INNOVATION)
โรงเรียนมีกำรสรำ้ งนวัตกรรมตำมแนวทำงดังน้ี
1. โรงเรียนได้ดำเนินกำรสร้ำงนวัตกรรมรูปแบบกำรบริหำรโรงเรียน P.W.K.S. STEP Model จำกกำร

ร่วมกันทบทวนปรบั ปรงุ กลยุทธ์ของโรงเรียน จดั ทำแผนพฒั นำคุณภำพกำรจัดกำรศึกษำ และจัดทำแผนปฏิบัติ
กำรประจำปี ซ่ึงสอดคล้องกับพันธกิจ ข้อที่ 2 คือ พัฒนำกระบวนกำรบริหำร และกำรจัดกำรแบบมีส่วนร่วม
มีโครงกำรรองรบั คอื โครงกำรนิเทศกำกับ ตดิ ตำม และรำยงำนผลกำรดำเนินกำรตำมแผนปฏบิ ัติกำรประจำปี

2. โรงเรียนกำหนดโอกำสเชิงกลยุทธ์โดยมีกำรวิเครำะห์สภำพแวดล้อมภำยนอกและภำยใน พบว่ำ
โรงเรยี นอยูใ่ นสถำนภำพเอือ้ และแข็ง (Star) ตำมข้ันตอนกำรสร้ำงแผนพฒั นำคุณภำพกำรจดั กำรศึกษำ

3. โรงเรยี นมีวธิ ีกำรในกำรเลอื กโอกำสเชงิ กลยทุ ธ์ โดยนำผลกำรวิเครำะห์ข้อมูลคือสถำนภำพเอื้อและ
แขง็ (Star) นำเสนอผ่ำนกำรประชุมเชงิ ปฏบิ ัติกำรคณะครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำทุกคนรว่ มกับ ผ้มู สี ่วนได้
สว่ นเสยี ตดั สินใจเลอื กกลยุทธ์ในกำรดำเนินงำนเพื่อให้บรรลวุ ิสยั ทัศน์ท่ตี งั้ ไว้

4. โอกำสเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของโรงเรียนคือ ร่วมรับรู้ ร่วมคิด ร่วมทำ ในทุกมิติของกำรดำเนินงำน
เพือ่ พฒั นำคณุ ภำพโรงเรยี น

(3) การวิเคราะหแ์ ละกาหนดกลยทุ ธ์ (Strategy Considerations)
โรงเรียนมีวิธีกำรในกำรรวบรวมวเิ ครำะห์ข้อมูลและพัฒนำสำรสนเทศในกระบวนกำรวำงแผนพฒั นำ

คณุ ภำพกำรศกึ ษำ ดงั นี้
1. แตง่ ต้ังคณะกรรมกำรกำรดำเนนิ งำน เพอ่ื วิเครำะห์และกำหนดกลยุทธ์ของโรงเรยี น
2. ประชุมครูและบุคลำกร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย วิเครำะห์หำจุดอ่อน จุดแข็ง โอกำส และอุปสรรค

(SWOT) ในเดอื นมีนำคมกอ่ นสนิ้ ปงี บประมำณ 1 ภำคเรียน
3. มีกำรวำงแผนออกแบบเก็บข้อมูล คอื แบบสำรวจควำมพงึ พอใจของครูและบุคลำกร ผูม้ ีสว่ นได้สว่ นเสีย

ท่ีมตี ่อกำรพฒั นำคณุ ภำพกำรจัดกำรศกึ ษำของโรงเรียน
4. จำกผลกำรเก็บข้อมูลสำรสนเทศนำผลท่ีได้มำวิเครำะห์หำโอกำสเชิงกลยุทธ์ คือร่วมรับรู้ ร่วมคิด

ร่วมทำ ในทุกมติ ขิ องกำรดำเนินงำนเพ่ือพฒั นำคณุ ภำพโรงเรียนในกำรตอบสนองกลยุทธข์ องโรงเรยี น
5. รวบรวมข้อมูลสำรสนเทศฯ จำแนกจัดหมวดหมอู่ ยำ่ งเปน็ ระบบ
6. เผยแพร่ข้อมูลสำรสนเทศฯในสื่อต่ำงๆของโรงเรียน ในกำรรวบรวมและวิเครำะห์ข้อมูล โรงเรียน

คำนึงถึงองค์ประกอบต่อไปน้ี
1) ควำมท้ำทำยเชิงกลยุทธ์ ควำมได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ของโรงเรียนโดยเก็บข้อมูลด้ำนกำรจัด

กำรหลักสูตร ด้ำนกำรปฏิบัติกำร ด้ำนควำมรับผิดชอบต่อสังคม ด้ำนควำมท้ำทำยเชิงกลยุทธ์ มีรำยละเอียด
ดงั นี้

24

ด้ำนกำรจัดกำรหลักสูตร เปิดแผนกำรเรียนท่ีท้ำทำยและตอบสนองสังคมท่ีกำลัง
เปล่ียนแปลง ท้ังพัฒนำศักยภำพนักเรียนเป็นไปตำมมำตรฐำน กำรเพ่ิมจำนวนนักเรียนให้ได้คะแนนเพ่ิมขึ้น
ร้อยละ 3 ของคะแนนสอบ O-NET

ด้ำนกำรปฏิบัติกำร คือ กำรบริหำรจัดกำรที่มีประสิทธิภำพ และจัดบรรยำกำศให้
เออ้ื ตอ่ กำรจัดกำรเรียนกำรสอนที่มสี นุ ทรยี ภำพ

ด้ำนควำมรับผิดชอบต่อสังคม คือ ส่งเสริมกำรจัดกำรเรียนกำรสอนแบบ Active
Learning และส่งเสริมพฒั นำครใู ห้เปน็ ครมู ืออำชีพ ครูเก่ง ครดู ี ด้ำนทรัพยำกรบุคคลของโรงเรยี น

ดำ้ นควำมทำ้ ทำยเชิงกลยุทธ์ คือ กำรสร้ำงควำมรว่ มมือและกำรสอ่ื สำรกับชุมชน
2) จำกผลกำรดำเนินงำนกำรวิเครำะห์และกำหนดกลยุทธ์ของโรงเรียน พบว่ำมีควำมเส่ียง
ด้ำนทรพั ยำกรบคุ คล คืออตั รำกำลังทดแทน และดำ้ นกำรจัดกำรหลักสตู รกำรเพม่ิ ลดของจำนวนนกั เรียน
3) ควำมเปลี่ยนแปลงที่อำจจะเกดิ ขึ้นคือ ด้ำนกฎระเบียบข้อบังคับ ด้ำนหลักสูตร ด้ำนกำรเงิน
และส่ิงแวดลอ้ ม มำตรฐำนประกนั คุณภำพ กฏระเบียบกำรปฏบิ ัตงิ ำนทำงกำรศึกษำ
4) จุดบอดคือข้อจำกัดด้ำนงบประมำณ ในกำรจัดกิจกรรมของโครงกำรและกิจกรรมโดยนำ
แผนพัฒนำคุณภำพกำรศึกษำไปปฏิบัติในรูปแผนปฏิบัติกำรประจำปี มีกำรประเมินแผน ปรับปรุงแผน
รำยงำนผลกำรดำเนินงำนในรูปของ SAR

(4) ระบบงานและสมรรถนะหลักของโรงเรยี น (WORK SYSTEMS and CORE COMPETENCIES)
1. ระบบงำนท่ีสำคัญของโรงเรียนคือระบบในรูปแบบกำรบริหำรโรงเรียน P.W.K.S. STEP Model

ระบบหลักไดแ้ ก่ ดำ้ นหลักสตู รและบริกำร ด้ำนกำรมงุ่ เนน้ ผเู้ รยี นและลูกค้ำ ระบบงำนสนับสนนุ ได้แก่ดำ้ นกำร
ปฏบิ ัตกิ ำร ด้ำนงบประมำณกำรเงินและตลำด

2. โรงเรียนมีวธิ ีกำรในกำรตัดสินใจเรือ่ งระบบงำนและกระบวนกำรที่สำคัญเพ่ือช่วยใหโ้ รงเรยี นบรรลุ
วตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ กลยุทธด์ ังน้ี

1) ประชุมครูและบุคลำกรทุกคนเพื่อร่วมกันร่วมรับรู้ ร่วมคิด ร่วมทำ เพื่อตัดสินใจเลือก
ระบบงำนสำคัญและระบบงำนหลัก

2) ประกำศ รบั ทรำบทั่วท้ังองคก์ ร
3) นำส่กู ำรปฏิบัติ
4) ประเมนิ ผล
5) นำผลไปปรบั ปรุงพฒั นำแลกเปล่ยี นเรยี นรู้
3. โรงเรยี นมวี ิธีกำรกำหนดสมรรถนะหลกั และระบบงำนในอนำคตของโรงเรียน ดงั นี้
1) ประชุม อบรม เพอ่ื สรำ้ งควำมตระหนักใหแ้ ก่ครูและบุคลำกรทุกคน
2) รวบรวมข้อมูลพน้ื ฐำนขององคก์ ร
3) วิเครำะหข์ อ้ มูลมุมมองของครูและบคุ ลำกรทุกคน
4) คดั เลือกและตัดสินใจเลือกสมรรถนะหลกั ของโรงเรียน
5) นำไปปฏบิ ัตสิ ื่อสำรใหค้ รแู ละบุคลำกรทุกคนได้รบั ทรำบและเข้ำใจตรงกนั
6) ประเมินผลทบทวนควำมเหมำะสมของสมรรถนะหลักและระบบงำนในอนำคตของโรงเรียน

25

ข. วตั ถุประสงค์เชงิ กลยุทธ์ (STRATEGIC OBJECTIVES)
(1) วัตถุประสงค์เชงิ กลยทุ ธ์ทีส่ าคญั (KEYSTRATEGIC OBJECTIVES)

โรงเรียนไดก้ ำหนดวัตถปุ ระสงค์ของกลยทุ ธท์ ี่สำคัญ ดงั ตำรำงที่ 18
ตารางที่ 18 แสดงวัตถปุ ระสงค์เชิงกลยทุ ธแ์ ละเป้ำประสงคท์ สี่ ำคญั

กลยุทธ์ วัตถปุ ระสงค์ เป้าประสงคท์ ี่ ตวั ชีว้ ดั กรอบระยะเวลา(รอ้ ยละของ
เชงิ กลยุทธ์ สาคญั ความสาเรจ็ ) /ปี

2563 2564 2565 2566

พัฒนำ 1. ส่งเสริมให้ 1. ผู้เรียนมี - รอ้ ยละผลสมั ฤทธิ์ทำงกำร 75 78 81 84

ผู้เรียนทกุ ผูเ้ รยี นมคี ุณภำพ คุณภำพเทียบเคยี ง เรียนระดบั 2.5 ขึ้นไป

มิติ เทียบเคยี ง มำตรฐำนสำกล - ร้อยละผลสมั ฤทธ์ิทำงกำร 75 78 81 84

มำตรฐำนสำกล เรียนของนกั เรียนวิชำISระดับ

2.5 ขึ้นไป

- ร้อยละคะแนนO-Netระดับ 3 3 3 3

มัธยมศึกษำตอนต้นและ

มธั ยมศึกษำตอนปลำยเพิ่มขน้ึ

- รอ้ ยละของนักเรยี นมีผลกำร 75 78 81 84

เรยี น วิทยำศำสตร์

คณิตศำสตร์และเทคโนโลยี

ระดับ 2.5 ข้ึนไป

2. ปลกู ฝังให้ 2. ผู้เรียนมี - รอ้ ยละของนกั เรยี นทีม่ ี 90 93 96 99

ผ้เู รยี นมคี ุณธรรม คณุ ธรรมจรยิ ธรรม คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

จริยธรรม สำนกึ ค่ำนิยมท่ีดี และ

ในควำมเปน็ ไทย สำนกึ ในควำมเป็น

ใสใ่ จ ส่ิงแวดล้อม ไทย

หำ่ งไกลส่งิ เสพตดิ

และอบำยมขุ

พฒั นำครู 3. สง่ เสริม 3. โรงเรียนมีครู - รอ้ ยละของครูที่ไดร้ ับกำร 80 83 86 89

และ สนบั สนนุ พฒั นำ และบุคลำกรท่ี นเิ ทศสอนงำนและกำรเป็นพ่ี

บคุ ลำกร ครแู ละบุคลำกร สำมำรถจัด เลยี้ ง

ใหเ้ ปน็ มอื ให้สำมำรถจดั กจิ กรรมกำรเรยี นรู้ - ร้อยละของครูที่เข้ำรบั กำร 80 83 86 89

อำชพี กจิ กรรมกำร ได้อย่ำงมคี ุณภำพ อบรมสัมมนำและศกึ ษำดูงำน

เรยี นรู้ไดอ้ ยำ่ งมี ครูเกง่ ครูดี - รอ้ ยละควำมพึงพอใจกำรสง่ 80 83 86 89

คณุ ภำพ มอบวสั ดอุ ุปกรณ์ สอื่ กำร

ครูเก่ง ครูดี เรียนรู้และเทคโนโลยี

- ร้อยละของครูทีม่ วี ิทยฐำนะ 80 83 86 89

พฒั นำกำร 4. พฒั นำใหม้ ีกำร 4. โรงเรียนมี - รอ้ ยละผลกำรประเมนิ ควำม 80 83 86 89

บรหิ ำร บริหำรจดั กำรเชงิ คุณภำพตำม พงึ พอใจของนกั เรียนและผมู้ ี

จัดกำร ระบบคุณภำพ มำตรฐำนและเป็น สว่ นไดส้ ่วนเสียตอ่ กำรบรหิ ำร

อยำ่ งเป็น นวัตกรรม ท่ียอมรับของ จัดกำรดว้ ยรูปแบบกำร

ระบบมี รูปแบบกำร ชมุ ชน บรหิ ำรโรงเรียน P.W.K.S.

คณุ ภำพ บรหิ ำรโรงเรยี น STEP Model และกำรมสี ว่ น

P.W.K.S. STEP ร่วม

Model เน้นกำร

มสี ่วนร่วมทกุ ภำค

26

กลยทุ ธ์ วตั ถุประสงค์ เปา้ ประสงคท์ ี่ ตวั ชวี้ ัด กรอบระยะเวลา(รอ้ ยละของ
เชงิ กลยทุ ธ์ สาคัญ ความสาเรจ็ ) /ปี

2563 2564 2565 2566

สว่ นโดยยึดหลกั

ธรรมำภิบำล

5. พัฒนำแหล่ง 5. โรงเรยี นมี - รอ้ ยละควำมพึงพอใจต่อ 90 93 96 99

เรียนร้อู ำคำร ส่งิ แวดลอ้ มและ บรรยำกำศกำรทำงำนของ

สถำนท่ี ภูมทิ ศั น์ บรรยำกำศทเี่ อือ้ โรงเรยี นในระดับดี ข้ึนไป

และสงิ่ แวดล้อมท่ี ตอ่ กำรเรยี นรู้ของ - รอ้ ยละควำมพึงพอใจของผู้ 80 85 90 95

สวยงำมมี ผเู้ รยี น มสี ่วนเกยี่ วขอ้ งกำรใหบ้ ริกำร

บรรยำกำศ ต่อสังคม

เหมำะสมและเอือ้ - รอ้ ยละควำมพึงพอใจ 80 85 90 95

ตอ่ กำรเรยี นรแู้ ละ ดำ้ นสิง่ แวดลอ้ มและ

กำรบริหำร บรรยำกำศ

6. สง่ เสริมและ 6. โรงเรียนมกี ำร - ร้อยละของผลกำรประเมนิ 80 82 84 86

พฒั นำด้ำน จดั ระบบ ควำมพงึ พอใจของผมู้ สี ่วน

เทคโนโลยี สำรสนเทศแบบ เกีย่ วข้องต่อคุณภำพของ

สำรสนเทศ และ Online และกำร สำรสนเทศ

กำรสอื่ สำรทีเ่ อ้ือ ส่อื สำรทีเ่ อ้อื ตอ่ - ร้อยละของผลกำรประเมิน 80 82 84 86

ตอ่ กำร กำรเรียนรแู้ ละกำร ควำมพึงพอใจของบุคลำกร

บรหิ ำรจัดกำร และผ้มู สี ่วนไดส้ ่วนเสยี ตอ่ กำร

จัดกำรกระบวนกำรฮำรต์ แวร์

ซอฟต์แวรแ์ ละขอ้ มูล

สำรสนเทศ

7. ส่งเสริมให้ 7. ชุมชนมีส่วนร่วม - ร้อยละของผู้ปกครองท่เี ข้ำ 80 85 95 100

ชุมชนมสี ว่ นรว่ ม ในกำรจัด รว่ มประชุมผ้ปู กครอง

ในกำรจดั กำรศึกษำอยำ่ งมี - จำนวนนักเรยี นท่ไี ด้รบั 100 105 110 120

กำรศกึ ษำอย่ำงมี คณุ ภำพ ทนุ กำรศึกษำจำกผู้มสี ว่ นได้

คุณภำพ ส่วนเสีย

- เงินบรจิ ำคเพอื่ สนบั สนุน 3 3 3 3

กำรจดั กำรศึกษำของโรงเรยี น

ร้อยละ

(2) การพิจารณาวัตถปุ ระสงคเ์ ชิงกลยทุ ธ์ (STRATEGIC OBJECTIVES Considerations)
วัตถุประสงคเ์ ชิงกลยุทธ์ของโรงเรียนที่สำมำรถตอบสนองต่อควำมท้ำทำยและควำมได้เปรียบดงั ตำรำงที่

19 แสดงกำรพิจำรณำวัตถุประสงคเ์ ชิงกลยทุ ธข์ องโรงเรยี นของโรงเรยี นสำมำรถสร้ำงสมดุลทีเ่ หมำะสมระหว่ำง
ควำมต้องกำรที่หลำกหลำยและแข่งขันกันเองในโรงเรียน โดยคณะกรรมกำรกำรบริหำรโรงเรียน ประชุม

ร่วมกับกลุ่มงำนนโยบำยและแผนคณะกรรมกำรจัดทำแผนพัฒนำคุณภำพสถำนศึกษำและแผนปฏิบัติกำร
ประจำปี และมีผมู้ สี ว่ นได้สว่ นเสยี กำรพจิ ำรณำวัตถปุ ระสงคเ์ ชิงกลยทุ ธ์มกี ำรพิจำรณำจำกโครงสรำ้ งกำรบริหำร
และกำรกำกับองค์กรมำตรฐำนกำรจัดกำรศึกษำ ค่ำนิยม ควำมท้ำทำยและควำมได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ ควำม

ต้องกำรของผู้มสี ่วนได้สว่ นเสีย และกำรจัดกำรสมรรถนะหลกั ว่ำมีควำมสอดคล้องและครอบคลุมวตั ถุประสงค์
เชิงกลยทุ ธ์ เพือ่ สร้ำงสมดุลทเี่ หมำะสม และตอบสนองควำมต้องกำรท่ีหลำกหลำย

27

ตารางที่ 19 ควำมทำ้ ทำยเชงิ กลยุทธ์และควำมไดเ้ ปรียบเชิงกลยุทธท์ ส่ี ำคญั

สมรรถนะหลัก ความท้าทาย โอกาสเชงิ กลยทุ ธ์ ความได้เปรียบเชิงกลยทุ ธ์
ของโรงเรยี น เชิงกลยทุ ธ์
กำรจดั กำรเรียน 1. ดำ้ นกำรจดั - สง่ เสริมใหม้ ีกำรจัดกำรเรียนกำรสอน - กำรจัดหลักสูตรสถำนศกึ ษำ
กำรสอนทเี่ นน้ ผู้เรยี น กำรหลักสตู ร
เปน็ สำคัญ โดยเน้นผเู้ รียนเป็นสำคญั เทยี บเคยี งมำตรฐำน
2. ด้ำนกำร
กำรบริหำรจดั กำรดว้ ย ปฏบิ ัติกำร - พัฒนำหลักสูตรของโรงเรียนให้สอดคล้อง - กำรมีเครือขำ่ ยพนั ธมิตรทำง
ส่ือเทคโนโลยี
3. ดำ้ น กับควำมต้องกำรควำมถนัด และควำม กำรศึกษำ
กำรพัฒนำศกั ยภำพ ทรพั ยำกรบคุ คล
บุคลำกรดำ้ นกำรใชส้ ่ือ สนใจของผูเ้ รียน
นวัตกรรมและ 4. ด้ำนควำม
เทคโนโลยเี พอ่ื กำรเรียน รับผดิ ชอบ - โรงเรยี นมหี ลักสตู รทห่ี ลำกหลำย
กำรสอน
ตอบสนองควำมต้องกำรนักเรียน
กำรพฒั นำศักยภำพ
บคุ ลำกรดำ้ นกำรใช้ส่ือ ผู้ปกครองและผ้มู ีสว่ นไดส้ ว่ นเสยี
นวัตกรรมและ
เทคโนโลยีเพ่ือกำรเรยี น - โรงเรียนมีระบบดแู ลช่วยเหลือนกั เรยี นที่
กำรสอน
เข้มแขง็

- ผู้ปกครอง ชุมชมและผู้มสี ่วนไดส้ ่วนเสยี

ให้กำรสนับสนุน ส่งเสรมิ กำรจัดกำรศกึ ษำ

โรงเรียนมกี ำรจัดระบบสำรสนเทศแบบ - กำรบรหิ ำรจดั กำรดว้ ยระบบ

Online และกำรส่อื สำรท่เี อื้อตอ่ กำร ประกันคุณภำพภำยใน

เรยี นร้แู ละกำรบริหำรจดั กำร สถำนศกึ ษำ โดยใชร้ ูปแบบกำร

บริหำรจดั กำรด้วยรปู แบบ

P.W.K.S STEP Model

- ครูและบุคลำกรที่สำมำรถจัดกิจกรรม - กำรบริหำรจัดกำรดว้ ยระบบ

กำรเรยี นรไู้ ดอ้ ย่ำงมคี ณุ ภำพครูเก่งครดู ี ประกันคณุ ภำพภำยใน

มคี ณุ ภำพตำมมำตรฐำนและเปน็ ท่ียอมรับ สถำนศึกษำ โดยใชร้ ปู แบบกำร

ของชมุ ชน บรหิ ำรจัดกำรด้วยรปู แบบ

- ครูมีประสบกำรณ์ควำมรคู้ วำมสำมำรถ P.W.K.S STEP Model

ในกำรจัดกำรเรียนรู้ตรงตำมสำขำวชิ ำมี - สง่ เสริมพฒั นำครูโดยใช้

กำรทำงำนเป็นทีม มกี ำรใช้เทคโนโลยี กระบวนกำรนเิ ทศแบบชแ้ี นะ

ไดร้ บั กำรสนบั สนุนกำรจดั สอนงำนและกำรเปน็ พเ่ี ล้ยี ง

(Coaching and Mentoring

Supervisor)

- กำรสร้ำงควำมร่วมมอื และกำรส่อื สำรกับ - กำรบรหิ ำรจัดกำรด้วยระบบ
ชุมชน ประกนั คุณภำพภำยใน

สถำนศกึ ษำ โดยใช้รปู แบบกำร

บริหำรจัดกำรด้วยรูปแบบ

P.W.K.S. STEP Model

1. ผู้นำระดับสูง ครูและบุคลำกรทุกคนในโรงเรียน ได้ดำเนินกำรวิเครำะห์ ควำมท้ำทำยเชิงกลยุทธ์
และ เป็นควำมไดเ้ ปรยี บเชิงกลยทุ ธ์และโอกำสเชิงกลยุทธ์ เพอื่ พิจำรณำวัตถุประสงคเ์ ชงิ กลยทุ ธข์ องโรงเรียน

2. โรงเรียนสร้ำงสมดุลที่เหมำะสมระหว่ำงควำมต้องกำรที่หลำกหลำยของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
เช่น กำรเลือกเรียนแผนกำรเรียนต่ำงๆ ของนักเรียน โรงเรียนจัดหลักสูตรและแผนกำรเรียนที่สอดคล้องกับ
ควำมตอ้ งกำรของนกั เรยี น และผู้ปกครอง

3. พัฒนำครูให้เป็นครูมืออำชีพโดยใช้กระบวนกำรนิเทศแบบชี้แนะสอนงำน และกำรเป็นพี่เลี้ยง
(Coaching and Mentoring Supervisor)

28

4. กำหนดวตั ถุประสงค์เชงิ กลยทุ ธ์ให้สอดคลอ้ งกับสมรรถนะหลกั ควำมทำ้ ทำยเชิงกลยทุ ธ์ และควำม
ได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ และกำหนดกรอบระยะเวลำกำรสร้ำงควำมสมดุลโดยกำรจัดทำแผนพัฒนำคุณภำพ
กำรศึกษำ ระยะยำว 4 ปี และจัดทำแผนปฏิบัติกำรประจำปี ระยะส้ัน 1 ปี กำหนดตัวช้ีวัดและค่ำเป้ำหมำย
ของวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ และสอดคล้องกับกำรเปลี่ยนแปลงของบริบทต่ำง ๆ ท้ังภำยในและภำยนอก
โรงเรยี น

5. เผยแพร่ประชำสัมพันธ์วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ของโรงเรียนให้ครูและบุคลำกรทุกคนในโรงเรียน
นกั เรียน ผู้มสี ว่ นไดเ้ สียนำผลขอ้ มลู มำตัดสินใจเพอื่ ใช้ในกำรวำงแผนพฒั นำคุณภำพกำรศกึ ษำต่อไป

6. ตรวจสอบ ทบทวนและปรับปรงุ วัตถุประสงคเ์ ชิงกลยุทธ์นำโดยผนู้ ำระดับสูง เพอ่ื ตอบสนองกลยุทธ์
ของโรงเรยี น
2.2 การนากลยทุ ธ์ไปปฏิบัติ (Strategy Implementation)
ก. การจดั ทาแผนปฏิบตั ิการและการถา่ ยทอดสกู่ ารปฏิบัติ (ACTION PLAN Development and
DEPLOYMENT)

(1) การจัดทาแผนปฏิบตั ิการ (ACTION PLAN Development)
กำรจัดทำแผนปฏบิ ัติกำร ของโรงเรยี นไดด้ ำเนินกำรวำงแผนเชงิ กลยุทธ์มีแผนพัฒนำคุณภำพ กำรศกึ ษำ

เป็นแผนระยะ 4 ปี ท่ีมีตัวชี้วัดเป้ำหมำยรำยปี เป็นกรอบในกำรนำมำจัดทำแผนปฏิบัติกำรประจำปี โดยมี
กระบวนกำรจัดทำแผนปฏิบตั ิกำรประจำปมี ีวธิ ปี ฏบิ ตั ิ ดงั นี้

เร่มิ ตน้

ประชุมวางแผนและรวบรวมขอ้ มลู สารเทศ

ผรู้ บั ผิดชอบงานจดั ทาโครงการ/กิจกรรม

จดั สรรงบประมาณตามโครงการกจิ กรรม

จัดทาแผนปฏบิ ตั ิการประจาปี

ไม่เห็นชอบ
คณะกรรมการสถานศึกษา

เหน็ ชอบ
ประชุม ช้ีแจง และจดั ทาเอกสารเผยแพร่

วิเคราะห์ผลการประเมินเพ่อื จัดเกบ็ เป็นสารสนเทศ

สนิ้ สดุ

แผนภาพที่ 6 แสดงกำรทำแผนปฏิบตั ิกำรประจำปี

29

กำรจัดทำแผนปฏิบัติกำร ของโรงเรียนได้ดำเนินกำรวำงแผนเชิงกลยุทธ์มีแผนพัฒนำคุณภำพ
กำรศึกษำเป็นแผนระยะ 4 ปี ที่มีตัวช้ีวัดเป้ำหมำยรำยปี เป็นกรอบในกำรนำมำจัดทำแผนปฏิบัติกำร
ประจำปี โดยมีควำมสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ข้อท่ี 3 กำรบริหำรจัดกำรอย่ำงเป็นระบบมีคุณภำพ
กระบวนกำรจัดทำแผนปฏิบัตกิ ำรประจำปเี ป็นวิธีปฏบิ ัติ ดงั นี้

1. ประชมุ คณะกรรมกำรงำนแผนงำนและงบประมำณ เพือ่ วำงแผนกำรจัดทำแผนปฏิบตั กิ ำรประจำปี
2. งำนแผนงำนและงบประมำณ รวบรวมขอ้ มูลสำรสนเทศของโรงเรียนนโยบำยทเี่ กี่ยวขอ้ งเพอื่ ใช้เป็น
ขอ้ มลู พืน้ ฐำน และแบบฟอร์มกำรเขียนโครงกำร เพือ่ จดั ทำเป็นแผนปฏบิ ัติกำรประจำปี
3. ประชุมครูและบุคลำกรทุกคน เพ่ือสร้ำงควำมตระหนัก แนวปฏิบัติและควำมเข้ำใจร่วมกันในกำรจัดทำ
แผนปฏิบตั ิกำรประจำปี
4. กลุ่มงำน/กลุ่มสำระกำรเรียนรู้เขียนโครงกำร/กิจกรรมให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์
พร้อมทง้ั กำหนดบคุ ลำกรผูร้ ับผิดชอบท่ชี ัดเจน งบประมำณท่ีจะใช้ในโครงกำร/กิจกรรม กรอบเวลำที่ใช้ในกำรปฏิบัติ
รวมทั้ง มีกำรกำหนดตัววัดผลกำรดำเนินกำร พร้อมเครื่องมือท่ีจะใช้ในกำรวัดผลอย่ำงชัดเจน โดยให้
ผู้รับผิดชอบได้ทำกำร วิเครำะห์ถึงผลท่ีจะเกิดข้ึนในกำรดำเนินโครงกำร/กิจกรรมที่จะบรรลุตำมเป้ำหมำยท่ี
วำงไว้
5. ฝ่ำยบริหำรและคณะกรรมกำรจัดทำแผนร่วมกันพิจำรณำและจัดสรรงบประมำณตำมโครงกำร/
กิจกรรมท่ีผู้รับผิดชอบได้เขียนเสนอของบประมำณ โดยงำนแผนงำนและงบประมำณรวบรวมโครงกำร/
กิจกรรมท่ีผ่ำนกำร พิจำรณำ ไปจัดทำแผนปฏิบัติกำรประจำปีเป็นรูปเล่มเพ่ือใช้ในกำรดำเนินงำนต่ำงๆ ของ
โรงเรยี นตอ่ ไป

6. นำเสนอแผนปฏิบัติกำรประจำปี ให้ผู้อำนวยกำรโรงเรียนพิจำรณำอนุมัติจำกน้ัน เสนอต่อ
คณะกรรมกำร สถำนศึกษำข้ันพ้ืนฐำนของโรงเรยี นรบั ทรำบในกำรจดั สรรงบประมำณ และพจิ ำรณำโครงกำร/
กิจกรรมต่ำงๆ ท่ี โรงเรียนได้จัดทำขึ้น เมื่อคณะกรรมกำรเห็นชอบ ประธำนคณะกรรมกำรสถำนศึกษำข้ัน
พ้ืนฐำนของโรงเรยี น ลงนำมประกำศใช้แผนปฏิบัตกิ ำรประจำปีของโรงเรียนต่อไป

7. เผยแพร่แผนปฏิบัตกิ ำรประจำปีจัดทำรปู เลม่ แจกให้แต่ละกลุ่มงำน โดย ทำเปน็ E-book นำเสนอ
ผำ่ นเว็บไซต์ของโรงเรียน

(2) การนาแผนปฏิบัติการไปปฏบิ ัติ (Action PLAN Implementation)
โรงเรยี นมวี ธิ ีกำรในกำรถำ่ ยทอดแผนปฏิบตั กิ ำรส่กู ำรปฏิบตั ิ และสร้ำงควำมม่นั ใจในผลกำรดำเนินงำนท่ี

สำคัญท่ีจะบรรลุวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ที่ยั่งยืนให้แก่บุคลำกร ผู้ปกครอง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียผู้ส่งมอบ
พนั ธมติ รท่สี ำคญั ดงั น้ี

1. ศึกษำและกำหนดจัดประชุมเชิงปฏิบตั กิ ำรให้บคุ ลำกรได้ศกึ ษำ รบั รูแ้ ละเขำ้ ใจถึงวิสยั ทัศน์ พันธกิจ
เปำ้ ประสงค์ ตัวช้ีวัดในกำรนำแผนพัฒนำคุณภำพกำรศกึ ษำสแู่ ผนปฏิบัติกำรประจำปี

2. ผู้รับผิดชอบโครงกำรบันทึกข้อควำมเพ่ือขออนุมัติดำเนินโครงกำรโดยเสนอต่องำนแผนงำนและ
งบประมำณเพอื่ พิจำรณำควำมสอดคลอ้ งกับแผนปฏิบตั งิ ำนประจำปี

3. เสนอหัวหน้ำงำน 4 กลุ่มงำนตำมลำดับสำยงำน เพ่ือพิจำรณำเห็นชอบกำรดำเนินโครงกำรและ
เสนอต่อผอู้ ำนวยกำรโรงเรยี นเพื่อขออนุมตั ดิ ำเนนิ กจิ กรรมโครงกำร

4. คณะกรรมกำรงำนแผนงำนและงบประมำณพิจำรณำและตรวจสอบโครงกำรและกิจกรรมและ
สำระสำคัญควำมสอดคล้องของแผนพฒั นำคุณภำพกำรศึกษำ เพอ่ื ใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั ิงำนดำเนนิ เป็นแนวทำงในกำรดำเนินงำน
ใหบ้ รรลุวัตถปุ ระสงค์

5. กำรจัดซ้ือจัดจ้ำงโดยงำนพัสดุตำมระเบียบสำนักนำยกรัฐมนตรีว่ำด้วยกำรพัสดุ พ.ศ. 2535 และ
ระเบียบกระทรวงกำรคลังว่ำด้วยกำรจัดซ้ือจัดจ้ำงและกำรบริหำรพัสดุภำครัฐ พ.ศ. 2560 งำนกำรเงินได้

30

เบิกจ่ำยกำรไปรำชกำรตำมระเบียบพระรำชกฤษฏีกำ ค่ำใช้จ่ำยในกำรเดินทำงไปรำชกำร พ.ศ. 2553 และ
พ.ศ. 2560

6. งำนแผนงำนและงบประมำณ ดำเนินกำรตดิ ตำม ตรวจสอบ ประเมนิ ผลสรุปรำยงำนข้อมูลกำรดำเนิน
ตำมโครงกำร/กิจกรรม กำรใช้งบประมำณรำยเดอื น และรำยไตรมำสให้กลุ่มบรหิ ำรงำน กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้
ได้รบั ทรำบขอ้ มูลเพือ่ กระต้นุ กำรดำเนนิ กำรตำมโครงกำรกำรใช้งบประมำณให้ผูบ้ รหิ ำรรับทรำบ

7. ผู้รับผิดชอบโครงกำร/กิจกรรม ดำเนินกำรประเมิน สรุปผล เพ่ือพิจำรณำกำรบรรลุวัตถุประสงค์
เชิงกลยุทธ์สู่จัดทำรำยงำนข้อมูลสำรสนเทศ ส่ือสำรนำเสนอผ่ำนกำรประชุมคณะกรรมกำรสถำนศึกษำ
ผู้ปกครอง นักเรียนและบุคลำกรในโรงเรียนและชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทำกำรประเมินควำมควำมพึง
พอใจหลังกำรจัดโครงกำรและทำกิจกรรมเพ่ือนำข้อมูลมำวิเครำะห์ตรวจสอบเพื่อสินใจ ปรับปรุงพัฒนำ
ส่งเสริมกำรดำเนนิ งำนแก้ไขในกำรวำงแผนงบประมำณตำมแผนปฏิบัติกำรประจำปี และแผนพัฒนำคุณภำพ
กำรศึกษำของโรงเรยี นตอ่ ไป

(3) การจดั สรรทรัพยากร (Resource Allocation)
โรงเรียนได้รับจัดสรรงบประมำณจำก 2 ส่วนได้แก่ งบประมำณรำยหัวท่ีได้จำกรัฐบำล และ

งบประมำณจำกกำรระดมทรัพยำกร จำกผู้ปกครองนักเรียน-ครู ชมรมศิษย์เก่ำ แล้วนำมำจัดสรรให้ใช้ใน
โครงกำร/กิจกรรมของโรงเรียน มีกำรจัดสรรงบสำรองจ่ำยเพ่ือม่ันใจว่ำในสภำวะควำมเสี่ยงที่มีกำร
เปล่ียนแปลงด้ำนทรัพยำกรและอน่ื ๆพร้อมใช้งบประมำณส่วนนี้ในกำรสนับสนนุ กำรดำเนนิ งำน โดยมีข้ันตอน
ดังน้ี

1. โรงเรยี นจัดสรรงบประมำณประจำปี ประกอบดว้ ย ผู้อำนวยกำรโรงเรยี น รองผอู้ ำนวยกำรโรงเรยี น
หัวหน้ำกลุ่มบริหำรงำน 4 กลุ่มงำน งำนแผนงำนและงบประมำณ งำนกำรเงินและบัญชี พิจำรณำแหล่ง
ประมำณท่จี ะใช้ในกำรดำเนินกำร

2. ทบทวนแนวทำงกำรจัดสรรงบประมำณตำมระเบยี บข้อบงั คับ และขอ้ กฎหมำยท่ีกำหนดไว้
3. จัดทำข้อมูลด้ำนกำรเงิน ว่ำโรงเรียนมีแหล่งงบประมำณจำกไหนบ้ำง เป็นจำนวนเท่ำใดข้อมูล
รำยจ่ำยประจำและกำรจดั สรรงบประมำณของปีงบประมำณที่ผำ่ นมำ โดยจัดทำเป็นข้อมูลสำรสนเทศ
4. ผู้นำระดบั สงู ช้ีแจงให้กลุม่ งำน กลุม่ สำระและงำนโครงกำรทรำบกำรประมำณรำยจำ่ ยของโรงเรยี น
5. งำนแผนงำนและงบประมำณ ทบทวน ตรวจสอบควำมถูกตอ้ งครบถว้ นของขอ้ มลู ด้ำนกำรเงิน
6. ประเมินควำมเส่ียงด้ำนกำรเงินและด้ำนอื่นๆ ด้วยระบบประกันคุณภำพภำยใน ดำเนินกำรและ
ติดตำมผลกำรควบคุมภำยในอย่ำงสม่ำเสมอและปรับมำตรกำรควบคุมต่ำงๆ ให้เหมำะสมกับสถำนกำรณ์ที่
เปลยี่ นแปลงไป
7. โรงเรียน ร่วมกันวิเครำะห์ควำมเหมำะสมของโครงกำรให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของโรงเรียนตำม
วสิ ัยทศั น์ พันธกิจ เป้ำประสงคแ์ ละคำ่ นิยมองคก์ ร
8. พิจำรณำจัดสรรงบประมำณให้แต่ละโครงกำรอย่ำงเพียงพอเหมำะสม และนำเสนอต่อท่ีประชุม
และขอควำมเห็นชอบจำกคณะกรรมกำรสถำนศกึ ษำขนั้ พ้นื ฐำน
9. ทุกกลุ่มงำน กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ดำเนินงำนตำมแผนงำน โครงกำร / กิจกรรม ภำยใต้กรอบ
งบประมำณท่ไี ดร้ บั กำรจัดสรรและกำหนดไว้ในแผนปฏิบตั ิกำรประจำปี
10. งำนแผนงำนและงบประมำณ งำนกำรเงิน ติดตำมตรวจสอบงบประมำณของกลุ่มงำน และกลุ่ม
สำระกำรเรียนร้ตู ำมแผนโครงกำรกิจกรรม เพื่อป้องกันควำมผดิ พลำด ควำมเสีย่ ง กำรส้นิ เปลืองหรือกำรทุจริต
ในกำรใช้ทรัพยำกร

31

11. งำนแผนงำนและงบประมำณ นิเทศ กำกบั ติดตำม ประเมินผลกำรใช้งบประมำณเทยี บกบั ตวั ชี้วัด
ควำมสำเร็จของกำรจัดสรรทรัพยำกรของแต่ละโครงกำรเพื่อหำข้อบกพร่องและข้อเสนอแนะโดยมอบหมำย
ผู้รบั ผดิ ชอบโครงกำรนำขอ้ บกพร่องและขอ้ เสนอแนะไปปรับปรงุ แก้ไขในกำรจัดทำโครงกำรในปีถดั ไป

(4) แผนดา้ นบุคลากร (WORKFORCE Plans)
แผนดำ้ นบุคลำกร โรงเรยี นให้ควำมสำคัญกำรวำงแผนอตั รำกำลังให้เพยี งพอกบั ภำระงำน และกำรพฒั นำ

บคุ ลำกรใหม้ ีสมรรถนะพร้อมในกำรปฏิบตั งิ ำนให้เตม็ ประสทิ ธิภำพทง้ั ในปัจจุบันและอนำคต โดยได้ดำเนินกำร
ดงั นี้

1. โรงเรียนมีงำนพัฒนำบุคลำกร เพ่ือพัฒนำควำมสำมำรถของบุคลำกรในโรงเรียนในทุกๆ งำน ท้ัง
ดำ้ นกำรจดั กำรเรยี นกำรสอนและด้ำนงำนพิเศษในโรงเรียน โดยได้รบั จดั สรรงบประมำณเพื่อรองรับกำรอบรม
และจดั ศึกษำดงู ำนพัฒนำศักยภำพของบุคลำกรในโรงเรียน ดังนน้ั เมอ่ื บคุ ลำกรของโรงเรียนที่ไดร้ ับมอบหมำย
หน้ำที่จำกทำงโรงเรียนในทุกๆงำนจึงสำมำรถพัฒนำศักยภำพของตนเองได้ตลอดเวลำ และนำผลกำรพัฒนำ
ของตนเองมำพัฒนำงำนตำมโครงกำรตำ่ งๆ ท่ีไดม้ อบหมำย

2. กำรวำงอัตรำกำลังกำหนดให้ฝ่ำยบริหำร/กลุ่มสำระกำรเรียนรู้/งำนที่เก่ียวข้องได้วำงแผน
อัตรำกำลังประจำปี และแผนอัตรำกำลังระยะ 10 ปี เพ่ือรวบรวมอัตรำกำลังบุคลำกรท่ีเกษียณอำยุรำชกำร
หรือย้ำยโรงเรียนเพ่ือขอมติในกำรขอบรรจุแต่งต้ัง รับย้ำยตำแหน่งที่ว่ำง โดยยึดหลักควำมจำเป็นเร่งด่วน
ควำมสำมำรถเฉพำะด้ำนเพื่อสร้ำงเสริมสมรรถนะของโรงเรียน ในกรณีของครูผู้สอนมีหลักกำรจัดสรร
อัตรำกำลังโดยคำนงึ ถึงภำระงำนจดั กำรเรยี นรู้ จดั คนใหต้ รงกับงำนหำกไมเ่ พียงพอให้จัดจ้ำงบุคลำกรเพ่มิ ให้ครู
แต่ละคนช่วยเหลอื งำนสนบั สนนุ กำรบรหิ ำรอยำ่ งนอ้ ยคนละ 1 งำน

3. ด้ำนกำรให้ขวัญและกำลังใจในกำรปฏิบัติงำนให้เต็มประสิทธิภำพ ใช้หลักกำรจัดสวัสดิกำรอย่ำง
ทัว่ ถึงเช่น ครแู ละบุคลำกรได้รับกำรตรวจสุขภำพประจำปี กำรประกนั ชีวิตหมู่ มีเครื่องอำนวยควำมสะดวกใน
กำรทำงำน มีบ้ำนพกั ครู มีหอ้ งพกั ครู มเี งินสวัสดกิ ำรงำนศพของบุคลำกรและครอบครวั ผูป้ กครองและผ้มู ีอปุ กำรคุณ
ของโรงเรยี น

4. มกี ำรทำงำนเป็นทีม แบบร่วมมือรวมพลัง และมกี ำรถ่ำยทอดองค์ควำมรู้เก่ียวกับงำนน้นั ๆ จำกรุ่นสู่รุ่น
เพื่อใหก้ ำรดำเนินงำนเปน็ ไปอย่ำงต่อเน่ือง ไมต่ ิดขัดในกรณีท่เี กิดกำรเปล่ียนแปลงด้ำนบุคลำกรอย่ำงกะทันหัน
โดยมบี คุ ลำกรทำหนำ้ ท่แี ทนไดอ้ ย่ำงตอ่ เน่อื ง

5. ส่ือสำรสร้ำงแรงบนั ดำลใจให้กับบุคลำกรผู้ปฏบิ ัติงำนทั้งในเรื่องผลกำรปฏิบัตงิ ำนและพฤตกิ รรมใน
กำรทำงำน มีกระบวนกำรและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในกำรประเมินผลกำรปฏิบัติงำนปีละ 2 ครั้ง สนับสนุนให้
บคุ ลำกรมีหรือเลอ่ื นวทิ ยฐำนะ หรอื เลื่อนตำแหนง่ ให้สงู ขน้ึ เพือ่ ควำมกำ้ วหนำ้ ในอำชพี

6. สำรวจควำมพึงพอใจของบุคลำกรตอ่ นโยบำย/มำตรกำร กำรบรหิ ำรงำนบุคคลปีละ 1 ครั้งและนำ
ขอ้ มูลไปปรับปรุงระบบบริหำรบคุ คลในอนำคต รวมท้งั นำผลกำรประเมินกำรปฏิบัตงิ ำนเป็นขอ้ มลู ป้อนกลับให้
บุคลำกรได้ทรำบเพ่อื ปรับปรุงแกไ้ ข พฒั นำกำรปฏบิ ตั งิ ำน และวำงแผนพัฒนำบุคลำกรในระยะต่อไป

(5) ตวั วดั ผลการดาเนนิ การ (PERFORMANCE MEASURES)
โรงเรียนกำหนดตัวช้ีวัดควำมสำเร็จแต่ละโครงกำรปรำกฏอยใู่ นแผนพัฒนำคุณภำพกำรจัดกำรศึกษำ

ปีงบประมำณ 2563 – 2566 รวมถึงแผนปฏบิ ตั ิกำรประจำปี ซงึ่ มกี ระบวนกำรดงั ต่อไปน้ี
1. โรงเรยี นมอบหมำยใหง้ ำนแผนงำนและงบประมำณ ศกึ ษำรวบรวมข้อมูล แลว้ กำหนดค่ำเป้ำหมำย

ของกำรปฏบิ ตั งิ ำนตำมแผนปฏบิ ตั ิกำรเป็นผลผลิต และผลลพั ธ์แตล่ ะโครงกำร

32

2. กำหนดตวั วดั ผลดำเนนิ กำร เช่น ประสทิ ธิผลของกำรดำเนนิ กำรตำมกลยุทธ์ วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์
ในกำรปฏิบัติตำมแผนปฏิบัติกำรประจำปีผลสัมฤทธ์ิทำงกำรศึกษำเป็นต้นโดยค่ำเป้ำหมำยของเป้ำประสงค์ท่ี

สำคัญตำมวัตถปุ ระสงค์เชิงกลยทุ ธ์ แสดงดังตำรำงท่ี 18
3. รำยงำนกำรติดตำมและประเมินผลกำรดำเนินงำน ตำมแผนปฏิบัติกำรประจำปีและตำม

แผนพัฒนำคุณภำพกำรศึกษำ
4. งำนแผนงำนและงบประมำณกำกับและตดิ ตำมประเมนิ ผลกำรดำเนนิ งำนตำมแผนปฏิบตั กิ ำรประจำปี
5. นำผลกำรดำเนินกำรแจง้ คณะครูและแลกเปลีย่ นเรียนรใู้ นทป่ี ระชุมประเมนิ ผลกำรปฏบิ ัตงิ ำนประจำปี

6. จัดเกบ็ รวบรวมข้อมูลสำรสนเทศ มำวิเครำะห์เพอื่ ใชต้ ัดสินใจ ปรับปรงุ และส่งเสริมกำรดำเนินงำน
ให้สอดคล้องกบั วัตถปุ ระสงคเ์ ชงิ กลยุทธ์ และตัวชีว้ ัดผลกำรดำเนินงำนของปกี ำรศกึ ษำตอ่ ไป

งำนแผนงำน และงบประมำณดำเนินกำรตรวจสอบควำมสอดคล้องครบถ้วนทงั้ เป้ำหมำย ตวั ช้ีวัด กับ
แผนปฏิบัติกำรประจำปีของโรงเรียน หำกมีโครงกำรท่ีไม่สอดคล้องให้กลุ่มงำน ดำเนินกำรทบทวนปรับปรุง
พฒั นำ และนำเสนอตอ่ ผู้บรหิ ำรในกลุ่มงำนทก่ี ำกบั ดแู ลรบั ทรำบ เพื่อนำไปประเมนิ ผลกำรดำเนนิ งำน

(6) การคาดการณ์ผลการดาเนินการ (PERFORMANCE PROJECTIONS)

โรงเรยี นไดด้ ำเนินกำรคำดกำรณ์ผลกำรดำเนินงำนในกรอบระยะส้ันจะปรับเปลีย่ นโดยใช้กระบวนกำร
ดงั น้ี

1. แต่งตง้ั คณะกรรมกำรกำรติดตำม ตรวจสอบ ผลกำรดำเนนิ งำนโครงกำร/กิจกรรมซงึ่ ประกอบด้วย

งำนแผนงำนและงบประมำณและเจ้ำของโครงกำร/กจิ กรรม
2. คณะกรรมกำรกำรตดิ ตำม ตรวจสอบ ผลกำรดำเนินงำนโครงกำร/กจิ กรรมตำมกรอบระยะเวลำท่ี

กำหนดไว้ในแผนปฏิบตั ิกำรประจำปี นำขอ้ มูลไปเปรยี บเทยี บผลกำรดำเนินงำนกับเกณฑ์กำรประเมิน และ ค่ำ
เป้ำหมำยตำมมำตรฐำนกำรศกึ ษำระบบประกันคณุ ภำพภำยในของโรงเรยี น

3. หำกผลกำรตรวจสอบ เปรียบเทียบ/เทียบเคียงไม่เป็นไปตำมท่ีคำดกำรณ์ งำนแผนงำนและ

งบประมำณและงำนประกันคุณภำพโรงเรียน จะดำเนินกำรรวบรวมข้อมูลโดยประสำนผู้รับผิดชอบร่วมกับ
ผูบ้ รหิ ำรโรงเรยี น ประชมุ วำงแผน ปรบั ปรุง แก้ไขระหวำ่ งดำเนินงำนและเมือ่ ดำเนินงำนสิน้ สดุ

4. คณะทำงำนงำนแผนงำนและงบประมำณนำปัญหำ ควำมเส่ียง กำรเปลี่ยนแปลงท่ีเกิดขึ้นไปเสนอ
ผ่ำนทปี่ ระชุมบคุ ลำกร รว่ มกนั วเิ ครำะหส์ ำเหตุ วำงแผนป้องกัน ปรบั ปรงุ พฒั นำ เพือ่ ให้ผลกำรดำเนนิ งำนตำม
แผนปฏิบัตกิ ำรประจำปีให้เปน็ ไปตำมที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนำคุณภำพกำรศึกษำ ดงั แสดงในตำรำงท่ี 20

ตารางที่ 20 แสดงตวั วดั ผลการดาเนนิ การและการคาดการณ์ผลการดาเนนิ การ

กลยุทธ์ ตวั วดั ผลการดาเนินงาน การคาดการณผ์ ลดาเนินการ
พัฒนำผู้เรยี นทุกมิติ 1. ผลสมั ฤทธิท์ ำงวิชำกำร 1. ผู้เรยี นมีควำมรแู้ ละทกั ษะท่จี ำเป็นตำมหลกั สตู ร ระดบั ดีมำก
ของผู้เรยี นท่ีบรรลุตำม 2. ผเู้ รียนมคี วำมสำมำรถในกำรคิดอย่ำงเป็นระบบ คิดสร้ำงสรรค์
พัฒนำครูและ เปำ้ หมำยกำรจัด ตัดสินใจแกป้ ัญหำไดอ้ ย่ำงมีสติ สม เหตผุ ล ระดับดีเยี่ยม
บคุ ลำกรใหเ้ ปน็ มือ กำรศกึ ษำของ โรงเรยี น 3. สถำนศึกษำมีกำรจดั หลักสตู ร กระบวนกำรเรยี นรู้ และกจิ กรรม
อำชีพ พฒั นำคุณภำพผู้เรยี นอย่ำงรอบดำ้ น
1. ครูและบุคลำกร 1. ครูและบคุ ลำกรปฏบิ ตั ิงำนตำมบทบำทหนำ้ ทอี่ ย่ำงมปี ระสิทธภิ ำพ
พัฒนำกำรบริหำร ทำงกำรศกึ ษำมกี ำร และประสทิ ธิผล
จดั กำรอยำ่ งเปน็ พัฒนำตนเองให้มี
ระบบมคี ุณภำพ สมรรถนะตำมวิชำชีพ 1. ผู้บรหิ ำรปฏบิ ตั งิ ำนตำมบทบำทหน้ำทอี่ ยำ่ งมี ประสิทธิภำพและเกิด
ประสทิ ธิผลระดบั ดเี ยีย่ ม
1. กำรมสี ว่ นร่วมของผู้มี 2. คณะกรรมกำรสถำนศึกษำและผู้ปกครองชมุ ชน ปฏิบตั งิ ำนตำม
สว่ นได้สว่ นเสียในกำร
บริหำรจัดกำรศึกษำของ

33

กลยุทธ์ ตัววดั ผลการดาเนินงาน การคาดการณผ์ ลดาเนนิ การ
โรงเรียน
บทบำทหน้ำทอี่ ย่ำงมปี ระสทิ ธิภำพ และเกิดประสิทธผิ ล ระดับดเี ยี่ยม
3. สถำนศึกษำมีกำรประกนั คณุ ภำพภำยในของ สถำนศกึ ษำตำมท่ี
กำหนดในกฎกระทรวง ระดับดี เยีย่ ม
4. กำรพัฒนำสถำนศกึ ษำใหบ้ รรลุเป้ำหมำยตำม วิสยั ทัศน์ ปรัชญำและ

จุดเนน้ ที่กำหนดขึ้นระดับดี เยีย่ ม
5. กำรจดั กิจกรรมตำมนโยบำย จุดเน้น แนวทำงกำร ปฏิรปู กำรศึกษำ
เพือ่ พัฒนำและส่งเสรมิ สถำนศกึ ษำ ใหย้ กระดับคุณภำพสงู ขึ้นระดบั ดี
เย่ยี ม
6. จำนวนงบประมำณในกำรดำเนินกำรตำม แผนปฏบิ ตั ิกำรประจำปี
และควำมคมุ้ ค่ำในกำรลงทุน

ข. การปรับเปลี่ยนแผนปฏบิ ตั กิ าร (ACTION PLAN Modification)
โรงเรียนได้กำหนดให้มีกำรปรับเปล่ียนและนำแผนปฏิบัติกำรไปปฏิบัติในกรณีท่ี สถำนกำรณ์บังคับให้

ต้องปรับแผนและนำไปปฏิบัติอย่ำงรวดเรว็ ฉับไว ดังแผนภำพท่ี 7

ผู้รับผดิ ชอบโครงการ เสนอบนั ทึกขอ้ ความขอเปล่ียนแปลงกจิ กกรรมตามโครงการเพิอ่ ขออนมุ ัติ

เสนอเพ่อื ขออนมุ ัตจิ ากผู้อานวยการโรงเรยี น

พิจารณา ไม่

อนุมัติ

ทาการบันทึกขอใช้งบประมาณตามแบบฟอร์มตามนโยบายและแผน

เสนอกลมุ่ บรหิ ารงานนโยบายและแผน
เสนอหัวหน้ากลุ่ม

เสนอเพื่ออนมุ ตั ิจากผอู้ านวยการโรงเรยี น

พจิ ารณา ไม่

อนมุ ตั ิ

ดาเนนิ การจดั ซอื้ /จัดจ้าง ตามระเบยี บและข้ันตอนงานพัสดุ

ดาเนินการจัดกจิ กรรม/โครงการตามเปา้ หมายและวัตถปุ ระสงค์
ประเมินโครงการและสรุปรางงาน

นาเสนอการดาเนินงานและขอ้ เสนอแนะไปพัฒนาต่อไป

รายงานผลการดาเนนิ โครงการ
แผนภาพที่ 7 แสดงขน้ั ตอนกำรปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติกำร

34

การปรบั เปลี่ยนแผนปฏบิ ัติการโรงเรยี นมกี ระบวนการและขนั้ ตอน ดงั นี้
1. ผ้รู ับผดิ ชอบ ดำเนินกำร เสนอบันทึกขอ้ ควำมขอเปลี่ยนแปลงกจิ กรรมโครงกำร หรอื กจิ กรรม

เรง่ ด่วนสถำนกำรณ์ ไม่ปกติ หรอื กรณจี ำเป็นเกิดกำรเปล่ยี นแปลง เพ่ือขออนมุ ตั ิ
2. เสนอตอ่ ผู้บรหิ ำรระดบั สูงเพ่อื พจิ ำรณำอนุมัติ/ไมอ่ นุมัติ
3. ทำกำรบนั ทึกข้อควำมขอใชง้ บประมำณตำมแบบฟอรม์ ตำมนโยบำยและแผน
4. เสนอกลุม่ บริหำรงำนนโยบำยและแผน และเสนอหวั หนำ้ กลุ่ม เพ่ือเสนอนมุ ตั ิจำกผู้บริหำรระดับสูง

พิจำรณำอนมุ ตั ิ/ไม่อนมุ ัติ
5. ดำเนนิ กำรจดั ซ้อื /จดั จำ้ งตำมระเบียบและขั้นตอนงำนพสั ดุ
6. ดำเนนิ กำรจดั กจิ กรรม/โครงกำรตำมเปำ้ หมำยและวัตถปุ ระสงค์
7. ประเมินโครงกำรและสรปุ รำยงำน
8. นำเสนอกำรดำเนินงำนและขอ้ เสนอแนะ เพ่ือนำไปพัฒนำตอ่ ไป
9. รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำร
เม่อื ส้นิ ปงี บประมำณผบู้ รหิ ำรระดบั สงู ผ้รู บั ผดิ ชอบโครงกำร ครูและบุคลำกรโรงเรยี นรว่ มประชุม และ

แลกเปล่ียนเรยี นรู้ เพ่ือนำผลกำรประเมนิ หรอื ปัญหำของโครงกำรต่ำงๆ ท่ไี มบ่ รรลุตำมเป้ำหมำยท่ีวำงไว้นำมำ
ปรับปรุงแก้ไขในปีต่อไป ทั้งน้ีอำจจะปรับ/เพิ่ม/ลด/เลือนแผนกำรดำเนินงำนที่ไม่เร่งด่วนออกไปจำก
กำหนดกำรเดิม กรณีที่สถำนกำรณ์บังคับให้ต้องปรับแผนหรือกรณีที่มีโครงกำรเร่งด่วนตำมนโยบำย
นอกเหนือจำก แผนปฏิบัติกำรและต้องนำไปปฏิบัติอย่ำงรวดเร็วในกรอบระยะสั้น ซ่ึงในกำรปรับเปลี่ยน
แผนกำรปฏิบัตกิ ำรนน้ั มีแนวทำงกำรปรับเปล่ียนแผนกำรปฏบิ ัติกำรด้ำนกำรเพ่ิมงบประมำณโดยใช้งบสำรอง
จ่ำย งบซอ่ มแซม หรอื งบสนับสนุนต่อไป

หมวด 3
นกั เรยี นและผู้มีสว่ นได้สว่ นเสีย (Student and Stakeholder)

3.1 เสียงของนกั เรยี นและผมู้ สี ว่ นได้สว่ นเสีย (Voice the Student and Stakeholder)
ก. การรบั ฟังนกั เรียนและผู้มีสว่ นไดส้ ว่ นเสีย (Student and Stakeholder Listening)

(1) นักเรยี นปจั จบุ นั และผมู้ สี ว่ นได้ส่วนเสยี ( Current Student and Stakeholder)
โรงเรียนมีวิธีการในการรับฟังนกั เรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีปฏิสัมพันธ์และสังเกตนักเรียน เพ่ือให้

ได้มาซง่ึ ข้อมูลสารสนเทศทีส่ ามารถนาไปใชไ้ ด้ ตามข้นั ตอน ดงั ต่อไปนี้
1. โรงเรียนกาหนดวิธกี ารในการรับฟงั เสียงของนกั เรียนและผู้มีสว่ นได้สว่ นเสียผ่านช่องทาง ดงั น้ี เว็บไซต์

โรงเรียน เฟซบุ๊คแฟนเพจ กลุ่มไลน์นักเรียน กล่องรับความคิดเห็น จัดเวทีเสวนา กิจกรรมโฮมรูม กลุ่มไลน์ผู้ปกครอง
การประชุมเครือข่ายผู้ปกครอง เบอร์โทรศัพท์ผู้ปกครอง กลุ่มไลน์ศิษย์เก่า บันทึกการประชุมศิษย์เก่า และ
แบบสอบถาม

2. คณะกรรมการดาเนินงานรวบรวมข้อมูลเสียงจากนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผ่านช่องทางท่ี
โรงเรยี นกาหนด เพอ่ื นาขอ้ มูลที่ไดเ้ สนอตอ่ ฝ่ายบริหาร ได้แก่

1) เว็บไซต์โรงเรียน เป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ เสนอความคิดเห็น สอบถามข้อมูล
รับทราบขา่ วสารทโ่ี รงเรียนได้ประชาสมั พันธ์

2) จัดเวที เสวนา เปิดรับฟังความคิดเห็นนักเรียนโดยงานสภานักเรียน แล้วนาข้อมูลท่ีได้จาก
นักเรยี น มาแก้ไข ปรับปรุง พัฒนา และสง่ เสริม ตามทน่ี ักเรียนตอ้ งการและคาดหวงั

3) กจิ กรรมประชุมผูป้ กครอง ภาคเรยี นละ 1 ครั้ง รว่ มปรึกษาหารือ แลกเปลย่ี นเรียนรู้ ระหว่าง
โรงเรียน ผปู้ กครอง คณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน

4) เปิดโอกาสให้นักเรียนเสนอความคิดเห็นผ่านกล่องรับความคิดเห็น เพ่ือโรงเรียนจะได้นามา
แก้ไขปรับปรงุ ใหด้ ขี นึ้

5) กลุ่มนักเรียนหรือส่วนตลาด รับฟังเสียงจากการจัดกิจกรรมแนะแนวสัญจร ผ่านเว็บไซต์
เฟซบุ๊คแฟนเพจ ส่วนนักเรียนในอดีต(ศิษย์เก่า)รับฟังเสียงโดยจัดประชุมคณะกรรมการศิษย์เก่า ผ่านเว็บไซต์
เฟซบุค๊ แฟนเพจ

3. ฝา่ ยบรหิ ารร่วมประชุมวิเคราะห์ พิจารณาข้อมลู ดงั กล่าว และสรปุ มติทปี่ ระชุม เพอ่ื มอบหมายให้ฝ่าย
ที่เกีย่ วข้องดาเนินการในข้ันต่อไป

4. คณะกรรมการดาเนินงานและฝา่ ยท่มี ีส่วนเกีย่ วข้อง นาข้อสรปุ มตทิ ีป่ ระชุมฝ่ายบรหิ าร ช้แี จงขนั้ ตอน
และวัตถปุ ระสงค์ใหก้ ับผู้เกีย่ วข้อง ไดแ้ กค่ รทู ี่เป็นคณะกรรมการผูร้ ับผดิ ชอบได้รับทราบ และขยายผลไปยังครู
ประจาชั้นเพื่อให้ทุกคนสามารถร่วมกันปฏิบัติตามขั้นตอนไปในทิศทางเดียวกัน ไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนา
หลักสตู รและจัดโปรแกรมการเรียน

5. คณะกรรมการดาเนนิ งานและฝ่ายทีม่ สี ่วนเกย่ี วข้อง ดาเนนิ การปรบั ปรงุ แก้ไข พัฒนาหลักสูตร เพ่อื ให้
ตอบสนองความต้องการและความคาดหวัง ของนักเรียนและผู้มสี ่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
ประกอบด้วย แผนการเรียนทั่วไปและแผนการเรียนห้องเรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี (SMT) และ
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ประกอบด้วย แผนการเรียนห้องเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
(SMT) แผนการเรยี นหอ้ งเรียนภาษาอังกฤษ–ภาษาจีน และแผนการเรียนห้องเรียนภาษาไทย-สงั คม

6. โรงเรียน กาหนดวงรอบในการติดตามขั้นตอนการปฏิบัติงานปีละ 1 ครั้ง โดยพิจารณาว่าขั้นตอน
ดงั กล่าว สามารถบรรลุวัตถุประสงคเ์ พียงใด จากการตดิ ตามประเมินผลการปฏิบตั ิงาน ซง่ึ ทาใหค้ ณะกรรมการ
ผ้รู ับผิดชอบไดข้ ้อมูล เพอื่ นามาพัฒนา ปรับปรงุ วิธีการในการรบั ฟงั เสยี งของนักเรยี นแตล่ ะหลักสูตรและการเรียน
การสอนทาให้ได้วิธีการท่ีเหมาะสม สามารถสนองตอบความต้องการของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

36

(ผลลัพธ์แสดงในข้อ 7.2 ก (1)) และแนวทางท่ีใช้มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ กลยุทธ์ข้อท่ี 1,ข้อท่ี 3 และ
แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา โดยใช้วธิ ีการตามขัน้ ตอนดังแผนภาพท่ี 8

กาหนดวิธีการในการรับฟงั นกั เรยี น เสยี งของนกั เรยี นในอดตี
และผู้มีสว่ นไดส้ ว่ นเสีย (P) เสยี งของนักเรยี นปัจจุบัน
เสยี งของนักเรียนในอนาคต
รวบรวมขอ้ มลู ทีไ่ ดจ้ ากการรับฟงั นกั เรยี นและผูม้ สี ่วนไดส้ ว่ นเสีย (D)
เสียงของผู้ปกครอง
ฝ่ายบริหารพจิ ารณาขอ้ มูล (C) เสียงของชุมชน
ฝา่ ยทเ่ี กี่ยวข้องดาเนินงานตามมติที่ประชุม (C) เสียงของผู้เก่ียวข้องทกุ ฝ่าย

ไมพ่ ึงพอใจ สง่ ข้อมูลให้ฝา่ ยท่เี กี่ยวขอ้ งดาเนนิ การ (A)

ประเมินความพึงพอใจ
พึงพอใจ

นาสง่ ขอ้ มูลไปใชป้ ระโยชน์

สรุปผลการ
ดาเนนิ งาน

แผนภาพที่ 8 แสดงกระบวนการรบั ฟังนกั เรยี นและผมู้ สี ว่ นไดส้ ว่ นเสีย

ตารางท่ี 21 แนวทางและวิธีการรับฟังเสียงของนักเรยี นและผมู้ สี ว่ นได้สว่ นเสยี

กลมุ่ เป้าหมาย เป้าหมาย ตวั ชีว้ ดั ผเู้ กีย่ วขอ้ ง ผลการดาเนินงาน การนาไปพัฒนา

1. นกั เรียนปัจจบุ นั - นักเรียนร้อยละ 1. ร้อยละของนกั เรียนมีสว่ นร่วม 1. ฝ่ายบริหาร 1. นกั เรยี นรอ้ ยละ 100 มี 1. จดั การเรยี นการ

รับฟงั ความคดิ เห็นตลอด 100 มสี ่วนรว่ ม ในการแสดงความคดิ เหน็ ผา่ น 2. คร/ู บคุ ลากร สว่ นรว่ มในการแสดง สอนจัดกจิ กรรม/
ภาคเรียนผ่านชอ่ งทาง โครงการการยก
ตา่ งๆ ดงั น้ี ในการแสดง สภานกั เรียน 3. กรรมการสภา ความคิดเห็นผา่ น ระดบั ผลสมั ฤทธิ์
- คณะกรรมการสภา ระบบสารสนเทศ
ความคิดเห็น 2. รอ้ ยละของนกั เรียนมีส่วนรว่ ม นกั เรียน ช่องทางตา่ งๆทกี่ าหนด ใหส้ อดคล้องกบั
นกั เรยี น
ในการแสดงความคดิ เห็นใน 4. นกั เรียน 2. ไดข้ ้อมลู ทเ่ี กี่ยวกับ

การเข้ารว่ มโครงการ/กิจกรรม ปจั จุบนั ปญั หา อุปสรรค ความ

- จากกิจกรรมของกลุ่ม 3. ร้อยละของนกั เรียนมีสว่ นร่วม ม.1-ม.6 ตอ้ งการของนกั เรียนใน ความต้องการ
สาระการเรียนรู้ แสดงความคิดเห็นผ่านครู
กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน ประจาชัน้ ปจั จบุ ัน ของนักเรยี น

- ครูที่ปรึกษา 4. ร้อยละของนักเรียนมีส่วนร่วม 3. ไดแ้ นวทางในการ 2. จัดทาข้อมูล
- กล่องรับฟังความ การแสดงผา่ นกล่องรับ
กาหนดกิจกรรมการ ระบบดแู ล

ดาเนนิ โครงงาน/ ช่วยเหลอื ใหเ้ ปน็

คดิ เหน็ ความเหน็ กจิ กรรม การจัดการ ปจั จบุ นั และ
- ระบบเทคโนโลยี
5. รอ้ ยละขอนักเรียนมีสว่ นร่วม เรยี นการสอน การดูแล ตอบสนอง

แสดงความคิดเห็นผา่ นทาง ชว่ ยเหลอื ที่ตรงกบั ความ ความต้องการ
ระบบเทคโนโลยี ตอ้ งการของนักเรียน อยา่ งเร่งด่วน

2. ผูม้ ีส่วนไดส้ ่วนเสีย 1. ผู้มสี ว่ นได้ 1. รอ้ ยละของผู้มสี ว่ นได้ ส่วน 1. คณะ 1. ผูม้ สี ่วนได้ส่วนเสยี ร้อย นาขอ้ คดิ เหน็ และ

1) ประชุม/ปรกึ ษา/ สว่ น เสยี รอ้ ย เสียมสี ่วนรว่ มในการแสดง กรรมการ ละ 90 มสี ว่ นร่วมใน ขอ้ เสนอแนะมา
ทบทวนการปฏบิ ตั ิ ละ 80 มี ความคดิ เห็นในการพัฒนา สถานศกึ ษา การพัฒนาคณุ ภาพ พัฒนาศักยภาพ

กิจกรรม/โครงการ ส่วนรว่ มใน คุณภาพการศึกษา 2. ฝา่ ยบริหาร การศึกษา ของนักเรียน
ดงั น้ี การพัฒนา 3. คร/ู บคุ ลากร ส่งเสริม
- ชมรมศษิ ย์เก่า คุณลกั ษณะ

37

กลมุ่ เป้าหมาย เปา้ หมาย ตวั ชว้ี ดั ผู้เกีย่ วขอ้ ง ผลการดาเนินงาน การนาไปพฒั นา

- คณะกรรมการ คุณภาพ 2. ร้อยละของครปู ระจาช้ัน 4. ชมรมศษิ ย์ อนั พงึ ประสงค์
ในการออกเย่ียมบ้านนักเรียน เก่า ดา้ นคุณธรรม
สถานศกึ ษา การศกึ ษา จรยิ ธรรม
- ชมรมผ้ปู กครอง 5.ผู้ปกครอง
นกั เรียน
นกั เรยี น – ครู
2) กิจกรรมเยยี่ มบ้าน 2. ครูประจา 2. ครปู ระจาช้ันร้อยละ
3) ระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ชั้นร้อยละ 100 ในการเยย่ี มบ้าน
นักเรียน
เชน่ กลมุ่ ไลน์ 100 เยย่ี ม
คณะกรรมการ บ้าน

สถานศึกษา,กลุม่ ไลน์ นักเรียน
ผู้ปกครอง, กลุ่มไลน์
ศิษย์เก่าฯลฯ

4) สรุปผลและรายงาน

(2) นกั เรยี นในอนาคตและผู้มสี ว่ นไดส้ ่วนเสีย (Potential Student and Stakeholder)
โรงเรียนมีวิธีการในการรับฟังเสียงจากนักเรียนในอดีต นักเรียนในอนาคต ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและ

นักเรียนคู่แข่ง เพ่อื ให้ไดส้ ารสนเทศที่สามารถนาไปใช้เก่ียวกับหลักสูตร การสนับสนนุ นักเรียนในเรื่องการบริการ
ทางการศึกษา

1) ประชุมคณะทางานเพื่อวางแผนแนวทาง วิธีการรับฟังเสียงของนักเรียนกลมุ่ ตา่ งๆ ใหไ้ ด้ขอ้ มูลไปใช้
ในสารสนเทศ

2) คณะกรรมการและผู้เก่ียวข้องดาเนินการประเมินความพึงพอใจจากนักเรียนกลุ่มๆ และผู้มีส่วนได้

ส่วนเสีย หากมีความไม่พึงพอใจหรือมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม นาข้อมูลเสนอต่อฝ่ายบริหาร เพ่ือพิจารณาดาเนินการ
ตอ่ ไป

3) ปรับปรุงโครงสร้างหลักสูตร การบริการทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ เช่น ห้องบริการงาน
วิชาการ บริการห้องสมุด ห้องแนะแนว ห้องกิจการนักเรียน ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ห้องศูนย์ภาษาจีน
เป็นต้น โดยการรับฟังของนักเรยี นกลุ่มน้ีผ่านทางกิจกรรมแนะแนวสัญจร และกิจกรรมเปดิ บ้านวิชาการ ผ่าน
เว็บไซต์ เฟซบ๊คุ แฟนเพจ

4) ให้การสนับสนุนนักเรียนบริการทางการศึกษาและการทาธุรกรรม คือ จัดทาเว็บไซต์การรับสมัคร
นักเรียนใหม่ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1 และ 4 และเป็นผู้ประสานงานในการดาเนินการให้กับนักเรียนที่มี
ความประสงค์กู้เงนิ จากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพ่อื การศึกษา (กยศ.) ผ่านระบบเว็บไซต์ออนไลน์ ติดต่อให้ศิษย์

เก่าที่เรียนในแตล่ ะสาขาอาชีพ เพ่ือมาแนะแนวการศกึ ษาตอ่ นักเรยี นในรุ่นปจั จุบันและมอบทนุ การศกึ ษาให้แก่
น้องที่มฐี านะยากจน

5) กากับตดิ ตามผลการดาเนนิ งานอย่างต่อเน่ือง เพ่ือปรับปรุงพัฒนาใหส้ อดคลอ้ งกบั วตั ถปุ ระสงค์
เชิงกลยุทธข์ อ้ ท่ี 1 ,ขอ้ ที่ 3 และแผนพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา ตามดงั ตารางท่ี 22
ตารางที่ 22 แสดงการรับฟงั นักเรยี นในอนาคตและผ้มู ีสว่ นไดส้ ว่ นเสยี

กล่มุ เปา้ หมาย ชอ่ งทางการรับฟงั เครือ่ งมอื ระยะเวลา ผ้รู บั ผดิ ชอบ
นักเรยี นในอนาคต - เวบ็ ไซต์โรงเรยี น
ระดบั ม.1 และ ม.4 - เว็บไซต์ของโรงเรยี น/โทรศัพท์ - รายงานผลกิจกรรม - ตลอดปี - งานสารสนเทศ
- การร่วมกจิ กรรมแนะแนว, การศกึ ษาต่อ, - 1 ครั้ง / ปี - งานแนะแนว/วิชาการ
กล่มุ ศษิ ยเ์ ก่า กจิ กรรมเปิดบ้านวชิ าการ, กิจกรรมเผยแพร่ - เว็บไซต์โรงเรียน
ผลงานนักเรียนสชู่ ุมชน - สารประชาสัมพันธ์ - ตลอดปี - งานสารสนเทศ
กลมุ่ ผ้ปู กครอง - บันทึกการประชุม - ตลอดปี - งานแนะแนว
- เว็บไซต์ของโรงเรยี น / สารประชาสัมพันธ์ - เว็บไซต์โรงเรียน - 2 ครงั้ /ปี - ชมรมศิษย์เก่า
- สายตรงผบู้ รหิ าร - แบบสอบถาม
- การเขา้ รว่ มกิจกรรมต่าง ๆ ของศษิ ยเ์ ก่า - ตลอดปี - งานสารสนเทศ
- 2 ครัง้ / ปี - กิจการนกั เรียน
- เว็บไซต์ของโรงเรยี น/โทรศัพท์
- กจิ กรรมประชมุ ผู้ปกครอง/เครอื ขา่ ย

38

กลุม่ เป้าหมาย ช่องทางการรับฟัง เครอื่ งมือ ระยะเวลา ผูร้ บั ผดิ ชอบ
- รายงานการประชมุ
กลุ่มผู้มีสว่ นได้ - รบั ฟงั ความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะ จาก - ตลอดปี/ - ฝ่ายบริหาร/ครู
ส่วนเสีย 1) คณะกรรมการสถานศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
2) ชมรมผู้ปกครองและครู ในการประชุมต่างๆ
3) ชมรมศิษยเ์ กา่

ข. การประเมินความพงึ พอใจและความผกู พันของนักเรยี นและผ้มู ีส่วนไดส้ ว่ นเสีย

(Determination of Student and Stakeholders Satisfaction and Engagement)

(1) ความพึงพอใจ ความไมพ่ ึงพอใจ และความผกู พัน (Satisfaction, Dissatisfaction and Engagement)

โรงเรียนมีวิธีการประเมินความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจและความผูกพันของนักเรียนและผู้มีส่วนได้

สว่ นเสยี ดังนี้

1. โรงเรียนแต่งตั้งคณะกรรมการผู้รับผิดชอบในการประเมนิ ความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจและ

ความผูกพัน ทั้งในส่วนของการบริหารงานและการดาเนินงานโครงการ/กิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน เช่น

กิจกรรมปฐมนิเทศนักเรียน ม.1และม.4 กจิ กรรมไหว้ครู กิจกรรมเปิดบ้านวิชาการ กจิ กรรมแนะแนวสญั จร การประชุม

ผู้ปกครอง กิจกรรมฝึกปฏิบตั ิศาสนพธิ ี กจิ กรรมทาบญุ ตกั บาตร กิจกรรมกีฬาสีภายใน “ทานตะวนั เกมส”์ กจิ กรรม

ปัจฉิมนิเทศ งานมุทิตาจิต กิจกรรมวันวิทยาศาสตร์ วันอาเซียน วันภาษาไทย วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

วันสุนทรภู่ เปน็ ต้น

2. คณะกรรมการสร้างเครอ่ื งมือ ได้แก่ แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ ความไมพ่ งึ พอใจ และความผูกพนั

3. ดาเนินการประเมินความพึงพอใจ ไม่พึงพอใจ และความผูกพัน ของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ในด้านหลักสูตร การบริหารงาน การสอนของครู การจัดกิจกรรมต่างๆ ระเบียบวินัย การให้บริการต่างๆ ของ

โรงเรยี น โดยดาเนินการภาคเรยี นละ 1 ครัง้

4. รวบรวม วเิ คราะห์และสรุปผลที่

เริม่ ตน้ ได้จากการประเมิน นาข้อมูลไปเปรยี บเทียบ

กับผลการประเมินของปีก่อน และจัดทา

ผรู้ บั ผดิ ชอบร่วมวางแผน เป็นข้อมูลสารสนเทศ เพ่ือนาเสนอต่อ
โรงเรียน หากไม่พึงพอใจหรือมีข้อคิดเห็น

เพิ่มเติม ให้คณะกรรมการดาเนินงานและ
ประเมนิ ความพึงพอใจและความไมพ่ ึงพอใจ ฝ่ายท่มี ีสว่ นเกีย่ วข้อง วิเคราะหข์ ้อมลู ช้ีแจง

ปรับปรงุ และพฒั นา รวบรวมวิเคราะหข์ ้อมูล ทาความเข้าใจ ปรับปรุงและพัฒนา วธิ กี าร
ในการประเมินความพึงพอใจ ไม่พึงพอใจ

วเิ คราะหข์ อ้ มลู ไมพ่ ึงพอใจ และความผูกพันทาให้ได้วิธีการท่ีเหมาะสม
ชแ้ี จงทาความเขา้ ใจ ส า ม า ร ถ ส น อ ง ต อ บ ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ข อ ง
ประเมนิ ผล นกั เรียนและผมู้ สี ว่ นได้ส่วนเสีย

พงึ พอใจ 5. โรงเรียนแจ้งข้อมูลให้ครูได้รับ
รายงานผล ทราบผ่านการประชุมครูประจาเดือน/
สัปดาห์ และมอบหมายให้ผู้ท่ีรับผิดชอบ

ดาเนนิ การเผยแพร่ขอ้ มูลใหแ้ ก่นักเรียนและ
สิ้นสุด ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยช้ีแจงหลังจาก

แผนภาพที่ 9 แสดงกระบวนการ ประเมินความพึงพอใจ ความไม่พึง กิจกรรมหน้าเสาธงเสร็จส้ิน การประชุม
พอใจ และความผูกพันของนักเรยี นและผ้มู สี ่วนไดส้ ว่ นเสีย ผู้ปกครอง การประชุมคณะกรรมการ
สถานศกึ ษา และสือ่ ออนไลน์

39

6. นาข้อมูลความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ และความผูกพัน ไปเป็นแนวทางในการพัฒนาหลักสูตร
แผนการเรียน การจัดการเรียนการสอน และการให้บริการด้านต่างๆ ของโรงเรียน เพ่ือให้บุคลากรในโรงเรียน

และนกั เรียนมีคุณภาพ และมกี ารดาเนนิ การต่างๆ ทส่ี อดคล้องกบั ความตอ้ งการ/ความคาดหวังของนกั เรียนและ
ผมู้ ีสว่ นได้ส่วนเสีย

จากข้อความข้างต้น สามารถดูขั้นตอนการประเมินความพึงพอใจและความไม่พึงพอใจ ของโรงเรียน
ดังแผนภาพที่ 23

ตารางท่ี 23 การประเมนิ ความพงึ พอใจ ความไม่พงึ พอใจของนกั เรยี นและผู้มีสว่ นได้สว่ นเสีย

นักเรยี นและผมู้ สี ่วนได้สว่ นเสยี ตัววัดความพงึ พอใจ ตวั วดั ความไม่พงึ พอใจ
นักเรยี นปจั จบุ ัน - จานวนสถิติการขาดเรียน
- การประเมนิ การสอนของครู - จานวนการลาออกกลางคัน
ผปู้ กครอง - การเยย่ี มบ้านนักเรียน - จานวนข้อรอ้ งเรียนของนกั เรียนปจั จบุ นั
- การเข้าร่วมกจิ กรรมต่างๆ - จานวนขอ้ มูลการทาผดิ ระเบียบของ
ศิษย์เก่า - การประเมนิ หลักสตู ร
นักเรยี นในอนาคต นกั เรียน
- การประเมนิ หลักสตู ร - จานวนขอ้ ร้องเรียนของผ้ปู กครอง
- การประชมุ ผู้ปกครอง - จานวนการย้ายนักเรียนไปสถานศึกษาอืน่
- การเยีย่ มบา้ นนักเรยี น
- การเขา้ รว่ มประชุมผู้ปกครองเครือขา่ ย - จานวนขอ้ รอ้ งเรยี นของศษิ ยเ์ กา่
- การศึกษาตอ่ ของนักเรยี นเดิม
- การประเมินหลกั สูตร - จานวนข้อรอ้ งเรยี นของนกั เรียนใน
- การเขา้ รว่ มกิจกรรมสร้างความผกู พนั อนาคต
- ผ้าป่าศษิ ยเ์ กา่
- จานวนผู้สมคั รเขา้ ศึกษาตอ่
- สถติ กิ ารเขา้ ร่วมกจิ กรรมเปดิ บา้ น

วิชาการ
- ความพึงพอใจต่อการแนะแนว

การศึกษา

จากตารางท่ี 23 โรงเรียนมีวิธีการบริหารจัดการกับความไม่พึงพอใจของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วน

เสียในการจัดการศึกษา จากการรับฟังเสียงโดยใช้แบบประเมินความพึงพอใจและแบบประเมินความไม่พึง
พอใจ จากการประเมินหลักสูตร การประชุมผู้ปกครอง การศึกษาต่อของนักเรียน จากกิจกรรมต่างๆ ท่ี
โรงเรียนจัดข้ึน แล้วทาการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการเปรียบเทียบในแต่ละปีการศึกษา นามาสรุปข้อเสนอแนะ

แจ้งในท่ีประชุมคณะครูให้ทราบทั่วกัน กาหนดวิธีการแก้ไขหรือปรับปรุงโดยใช้ช่องทางต่างๆ เช่น สื่อสังคม
ออนไลน์ เว็บไซตโ์ รงเรยี น เฟซบ๊คุ โรงเรยี น กลอ่ งรบั ฟงั ความคิดเหน็ ในการรบั ฟังหรือขอ้ มูลความไมพ่ งึ พอใจของ

นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นาผลที่ได้ไปใช้ปรับปรุงแก้ไขการบริการการศึกษา เพ่ือตอบสนองความต้องการ
ของนักเรยี นและผ้มู ีส่วนไดส้ ่วนเสีย เพือ่ ใหน้ ักเรียนและผู้มสี ่วนได้ส่วนเสียเกิดความพงึ พอใจต่อไป

(2) ความพงึ พอใจเปรียบเทยี บกับคู่แข่ง (Satisfaction Relative to Competitors)
โรงเรียนมีวิธีการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียท่ีมีต่อโรงเรียน เพื่อ

เปรียบเทียบกับคแู่ ข่ง คือ โรงเรียนแม่ลาววทิ ยาคม โดยมีตอนดังนี้

1) ตง้ั คณะกรรมผู้รับผดิ ชอบ
2) รวมรวบข้อมูลผ่านส่ือออนไลน์ เว็บไซต์ สถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติ สานักงานเขตพ้ืนที่
การศกึ ษามัธยมศกึ ษา ในการสบื คน้ ขอ้ มูลสารสนเทศ จากโรงเรียนค่แู ข่ง

3) วเิ คราะห์ความแตกตา่ งเพ่ือการปรบั ปรุงแกไ้ ข

40

4) รายงานผลในทป่ี ระชุมครคู ณะกรรมการสถานศึกษา ประชมุ ผ้ปู กครอง
5) เผยแพรข่ อ้ มูลผา่ นวารสารของโรงเรยี น เวบ็ ไซตโ์ รงเรียน เฟซบุค๊ โรงเรียน เพอ่ื นามาวางแผนพฒั นา
คณุ ภาพการศึกษาของโรงเรียนทม่ี ีคุณภาพและตอบสนองความต้องการของนักเรียน และการประเมินความพึง
พอใจในด้านการจัดการหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน โดยเปรียบเทียบสถิติผลการทดสอบในการศึกษา
ต่อในระดบั ทส่ี งู ข้ึนทกุ ปี และ ผลการทดสอบระดับชาติขนั้ พนื้ ฐาน (O-NET) ของนกั เรียนระดับชน้ั มธั ยมศึกษา
ปีท่ี 3 และระดับชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 6 (ดังแผนภาพที่ 20) แล้วนาข้อมลู มาวิเคราะห์สารสนเทศเทียบกบั คู่แข่ง
สรปุ ข้อมูลและจดั ทาเปน็ สารสนเทศเพื่อปรับปรุงพัฒนา ตามแผนพฒั นาคุณภาพการศึกษา ใหม้ ีคุณภาพและ
ตอบสนองต่อความต้องการของนกั เรยี นอยา่ งต่อเนือ่ งและยง่ั ยนื

3.2 ความผกู พนั ของนกั เรยี นและผ้มู ีสว่ นไดส้ ่วนเสีย (Student and Stakeholder Engagement)
ก. หลักสตู รและการสนบั สนุนนกั เรียนและผ้มู ีส่วนไดส้ ว่ นเสยี (Product Offerings Student and
Stakeholder Support)

(1) หลกั สตู ร (Product offerings)
โรงเรียนมีวิธีการกาหนดหลักสูตร โดยการนาผลการดาเนินงานด้านการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการ

สอนทีผ่ า่ นมา ตลอดจนวิเคราะห์ความตอ้ งการของนักเรียนและผมู้ ีส่วนได้สว่ นเสีย มากาหนดหลักสตู รที่ทันกับ
สถานการณป์ จั จุบนั และคาดการณ์แนวโน้มที่เป็นไปได้ โดยมรี ายละเอียดดงั น้ี

1. ประชุมเชิงปฏบิ ัตกิ ารเพื่อปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาท่ีตอบสนองความตอ้ งการของนกั เรยี นชุมชนและผู้
มีส่วนได้ส่วนเสีย และบริบทของโรงเรียนโดยมีเป้าหมายร่วมกัน คอื พฒั นาหลักสูตรเทียบเคียงมาตรฐานสากลพัฒนา
นักเรยี นให้มคี วามสามารถส่ือสารสองภาษา พฒั นานกั เรยี นใหม้ ที ักษะอาชีพและพัฒนานักเรยี นใหม้ คี ุณธรรมจริยธรรม

2. แต่งต้ังคณะกรรมการบริหารหลักสูตรร่วมกันศึกษาวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) รวมทั้งข้อมูลสารสารสนเทศเกี่ยวกับสภาพปัญหาจุดเน้นความต้องการ
ของผูเ้ รยี นและชุมชนวางระบบการเรียนรวู้ างแผนการติดตามประเมนิ ผลการใช้หลักสูตร

3. คณะกรรมการบริหารหลักสูตรร่วมกันวางแผนการดาเนินการปรับปรุงหลักสูตรจัดทาร่างหลักสูตร
สถานศึกษาให้สอดคล้องกับชุมชน จากน้ันตรวจสอบความถูกต้องความสอดคล้องกับข้อกาหนดของหลักสูตรนาเสนอ
ต่อผูบ้ ริหารสถานศึกษาและคณะกรรมการสถานศกึ ษาพิจารณาให้ความเห็นชอบ

4. นาหลกั สตู รไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการเรยี นร้ดู ้วยเทคนิควิธีการสอนท่ีหลากหลาย
5. มีส่ือประกอบการเรียนการสอนท่ีหลากหลาย ใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการบริหารและการจัดการชั้นเรียน
มีการนิเทศ ติดตามประเมินผลหลังจากส้ินปีการศึกษาโดยการนิเทศภายในโรงเรียน เพ่ือพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพ
ตามมาตรฐานสากล มีการปรับปรุงหลกั สูตรในปกี ารศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560 และ 2563) เพื่อให้ตรงกับความต้องการของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
นอกจากน้ียังมีการนาข้อเสนอแนะเป็นข้อมูลในการทบทวนปรับปรุงและพัฒนาตามปฏิบัติการงบประมาณประจาปี
ต่อไป
6. สรุปรายงานผลและแนวทางการพัฒนาหลกั สตู รตอ่ ฝ่ายบริหารและผทู้ ่ีเกย่ี วขอ้ งเพอื่ ใหผ้ ู้เรียนและ ผู้
มีส่วนได้ส่วนเสยี เกิดความพึงพอใจและความผกู พันต่อสถานศึกษาและหลักสูตรสถานศกึ ษาเพอื่ ตอบสนอง กลยทุ ธ์ข้อ
ที่ 1 และแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรยี น

(2) การสนบั สนนุ นกั เรยี นและผู้มีส่วนได้สว่ นเสยี (Student and Stakeholder Support)
โรงเรียนมวี ิธกี ารสนับสนุนให้นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมลู สารสนเทศและรับการสนับสนุน โดยกลุ่ม

บริหารงานวชิ าการและกลมุ่ บริหารงานกจิ การนักเรียน มกี ระบวนการสนับสนนุ นกั เรียนและผูม้ สี ่วนได้สว่ นเสีย
เพ่ือให้นักเรียนได้พฒั นาตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการกาหนดกลไกในการสื่อสารและวิธีการสนับสนุน
นกั เรยี นและผู้มสี ่วนได้สว่ นเสีย อยา่ งเป็นระบบดังนี้

41

1. วางแผนวิธีการใหบ้ ริการสืบค้นขอ้ มูลสารสนเทศใหแ้ ก่นักเรยี นและผู้ปกครอง โดยแบ่งเป็นการบริการ
ด้านอาคารสถานท่ี ด้านวิชาการ บริการอ่ืนๆทางการศึกษา กิจกรรมส่งเสริมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ทักษะ

กีฬา ดนตรี นาฏศิลป์ อาชพี และระบบดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น
2. ดาเนินการตามแผนท่ีได้กาหนดไว้ โดยครูและบุคลากรในโรงเรยี นเป็นผู้อานวยความสะดวก/จัด

กิจกรรมต่างๆ ตามหน้าท่ีที่ตนเองรับผิดชอบ ให้แก่นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สามารถสืบค้นและเข้าถงึ
ข้อมูลต่างๆ ของโรงเรียนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตร การปฏิบัติงาน ผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ
การพิมพ์และถ่ายเอกสารฟรี การแจกซิมการ์ดโทรศัพท์ ชุดพละนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 และ 4

ทุนการศึกษา จากผ้มู ีอปุ การะคุณ ตรวจสอบผลการเรยี นและพฤติกรรมนกั เรียน
3. ตดิ ตามและสรปุ ผลการดาเนินงาน โดยโรงเรยี น จะมกี ารติดตามการดาเนนิ งานของแตล่ ะฝา่ ยอยา่ ง

ต่อเนอ่ื ง เม่ือผรู้ บั ผดิ ชอบแต่ละฝ่ายได้ดาเนนิ การตามแผนเสร็จส้ิน จะมีการสรุปและประเมนิ ผล และรายงานตอ่
โรงเรยี นและผู้มสี ว่ นเกีย่ วข้องตอ่ ไป

4. เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารและการดาเนินงานต่างๆ ของโรงเรียน โดยผ่านทางส่ือ

อิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ เฟซบุ๊ค แอปพลิเคชันไลน์ และเว็บไซต์ของโรงเรียน จัดป้ายประชาสัมพันธ์ วารสาร
การประชุมผู้ปกครอง กิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียน การแนะแนวสัญจร วิธีการเหล่าน้ีเป็นช่องทางในการติดต่อ

สือ่ สารระหวา่ งกัน ทาใหเ้ กิดการแลกเปลีย่ นข้อมูลข่าวสาร ความคิดเหน็ การใหข้ อ้ มลู ยอ้ นกลับ ซึง่ โรงเรียนจะ
นาผลทไ่ี ดจ้ ากการสื่อสารระหว่างกนั ไปวเิ คราะห์ วางแผนการปรบั ปรงุ /พัฒนา การดาเนนิ งานตา่ งๆ ของโรงเรียน
ให้มปี ระสิทธิภาพมากยง่ิ ข้นึ ดงั จะเห็นไดจ้ าก ตารางที่ 24

ตารางท่ี 24 กลไกการส่อื สารและวธิ ีการสนบั สนุนนกั เรียนและผู้มีส่วนได้สว่ นเสีย

การสนบั สนุน กลุม่ เปา้ หมาย การดาเนินการของโรงเรยี น ผลทไ่ี ดร้ ับ การนาไปพฒั นา
1. ดา้ นอาคาร
1. ครูและบคุ ลากร 1. โรงเรียนไดจ้ ัดหอ้ งปฏบิ ัติการกลุ่มสาระ ครู บุคลากรของโรงเรียน การปรบั ปรงุ
สถานท่ี
ของโรงเรียน ห้องปฏบิ ตั ิการอน่ื ๆ ห้องเรียน เพ่อื สง่ เสรมิ นกั เรียน ศิษย์เก่า ผู้มสี ว่ นได้ ภมู ิทศั น์/อาคาร
2. ด้านวชิ าการ
2. นกั เรียนปัจจบุ ัน การเรยี นรู้ บรกิ ารห้องสบื คน้ หอ้ งสมดุ เสยี ง ส่วนเสีย หน่วยงานอ่นื ๆ สถานท่ีต่างๆให้มี

นกั เรยี นอนาคต อย่างพอเพียงในการให้บรกิ ารนกั เรียนและ สามารถใช้บริการดา้ นอาคาร ความสะอาด

นกั เรยี นคูแ่ ขง่ บคุ คลภายนอก โดยจัดสภาพแวดล้อม สถานทีภ่ ายในโรงเรียนได้ สวยงาม มีความ

3. ศิษย์เกา่ ภายในโรงเรียนให้มีความสะอาดสวยงาม อยา่ งเหมาะสม และมคี วาม พรอ้ มรองรบั การ

4. ผู้มสี ่วนไดส้ ่วนเสยี เออ้ื ตอ่ การเรียนรู้และการ ใชบ้ ริการ พงึ พอใจในการใชบ้ รกิ าร ใชง้ านอย่เู สมอ

5. หน่วยงานอ่ืนๆ 2. โรงเรยี นมอี าคารสถานที่ อย่างพอเพียง

พรอ้ มสาหรับการจดั กิจกรรมใหก้ ับนักเรยี น

และบุคคลภายนอก

1. ครูและบคุ ลากร 1. จดั แผนการเรยี น/รายวชิ าเพ่ิมเตมิ /ชุมนุม/ นักเรียนได้เรียนในแผนการ การปรับปรงุ

ของโรงเรยี น ทักษะอาชีพให้สอดคลอ้ งกับความตอ้ งการ เรียน/รายวิชาท่ีตนเอง หลักสูตร/

2. นักเรยี นปจั จบุ นั ของนักเรยี น สนใจ ไดแ้ สดงออกถงึ รายวชิ า/

นักเรียนอนาคต 2. สง่ เสริมใหน้ ักเรยี นเข้าร่วมการแขง่ ขนั ทกั ษะ ความสามารถ/ศกั ยภาพ กจิ กรรมด้าน

นักเรยี นคู่แขง่ วิชาการ ของตน ได้รับรางวัลจาก วิชาการให้

3. ศิษย์เกา่ 3. จัดกจิ กรรมศึกษาแหลง่ เรยี นร้นู อกโรงเรียน การเข้าร่วมแขง่ ขนั ทาให้ เหมาะสม

4. ผมู้ สี ว่ นไดส้ ่วนเสยี 4. จดั กิจกรรมแนะแนวการศกึ ษาตอ่ ให้นกั เรียน เกดิ ความภาคภูมิใจใน ตอบสนอง

ป.6, ม.3, ม.6 โดยรว่ มกับสถาบนั การศกึ ษา ตนเอง ได้รับทราบข้อมูล ความตอ้ งการ

อน่ื ๆ/ศษิ ยเ์ ก่า เกี่ยวกับการศกึ ษาต่อ ทาให้ ของนกั เรยี นและ

5. ส่งเสรมิ ใหค้ รูเป็นวิทยากรใหค้ วามรู้แก่ สามารถตดั สินใจเลอื กได้ ผ้มู สี ว่ นได้ส่วน

บคุ คลภายนอก โดยคณะครูออกไปให้ความรู้ อยา่ งเหมาะสม ไดเ้ รยี นรูส้ ่งิ เสีย

ให้แกโ่ รงเรียนพุทธศาสตรศ์ กึ ษา ของอาเภอ ใหมๆ่ นอกเหนอื จากใน

ปา่ แดด ห้องเรียนและในโรงเรยี น

6. ร่วมแลกเปลีย่ นเรยี นรู้กบั โรงเรียนผู้สงู อายุ

ตามโครงการ กจิ กรรมความรูส้ ูช่ ุมชน(กิจกรรม

สองวัยใจเดยี วกนั )

42

การสนบั สนนุ กล่มุ เปา้ หมาย การดาเนินการของโรงเรยี น ผลทไี่ ดร้ ับ การนาไปพัฒนา

7. จดั ตวิ ให้กับนักเรยี นก่อนการทดสอบทาง นาผลจากการ
สอบถามการใช้
การศึกษาระดับชาตขิ ้นั พน้ื ฐาน (O-NET) บรกิ ารมาปรบั ปรุง
พฒั นาระบบการ
โดยเชญิ วิทยากรภายนอก ให้บรกิ ารด้าน
ต่างๆ ให้มีความ
8. จดั กิจกรรมศกึ ษาแหลง่ เรียนรนู้ อกโรงเรียน สะดวก รวดเรว็
ตรงตามความ
เพ่อื ให้นกั เรียนไดป้ ระสบการณค์ วามรู้ ต้องการของ
ผู้รบั บริการมากขึ้น
นอกเหนือจากตารา
มกี ารจดั กิจกรรม
3. บรกิ ารอน่ื ๆ ทาง 1. ครแู ละบคุ ลากร 1. บรกิ าร Wi-Fi แกค่ รู นักเรยี น และชมุ ชน ครู บคุ ลากร นักเรียน ศษิ ย์ ทีห่ ลากหลาย
เพอื่ ให้นกั เรียน
การศึกษา ของโรงเรียน เพื่อใหส้ ง่ เสริมให้นกั เรยี นไดแ้ สวงหาความรู้ เก่า ผู้มีสว่ นได้ส่วนเสีย แสดงความ
สามารถและเกดิ
2. นักเรียนปจั จุบนั ตลอดเวลา สามารถใชบ้ ริการ Wi-Fi การพัฒนา
อยา่ งรอบด้าน
นกั เรียนอนาคต 2. บริการดา้ นการทาธรุ กรรมกับโรงเรียน เชน่ ของโรงเรียนเพ่ือเขา้ ถงึ สอ่ื

นกั เรยี นค่แู ขง่ การขอใบรบั รองผลการเรียน การสมัครเรยี น ออนไลน์ต่างๆ สามารถ

3. ศษิ ยเ์ ก่า ลาออก/ยา้ ยสถานศึกษา ตดิ ต่อทาธุรกรรมกบั

4. ผ้มู สี ่วนไดส้ ่วนเสีย 3. ใหบ้ รกิ ารดา้ นการทาธรุ กรรมการเงนิ โรงเรยี น ได้ตลอดทงั้ วัน

โดยธนาคารโรงเรยี นรว่ มกับธนาคารเพอ่ื เวลาราชการ

การเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

สาขาป่าแดด

4. บรกิ ารเรอื นพยาบาล สาหรบั นกั เรียนทม่ี ี

อาการเจ็บปว่ ย อย่างพอเพียง

สะอาด และปลอดภัย

5. บรกิ ารปร้ินเตอร์ พมิ พแ์ ละถ่ายเอกสาร ฟรี

6. บรกิ ารรับ – สง่ นกั ศกึ ษาวชิ าทหาร

7. มรี ้านคา้ สวสั ดกิ ารโรงเรียน

8. แจกซมิ การ์ดโทรศัพท์ ใหแ้ ก่นกั เรยี น เพื่อใช้

ในการเรยี นออนไลน์ ในช่วงสถานการณ์การ

แพร่ระบาด โควดิ - 19

9. งานแนะแนวรว่ มกับครทู ี่ปรึกษา และ

คณะกรรมการพจิ ารณาทนุ การศึกษาสาหรบั

นักเรียนที่มคี ณุ สมบตั ิ มีผลการเรยี นเรียนดี

มคี วามประพฤติดี และนักเรียนที่มีฐานะ

ยากจนซึง่ เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของ

ผปู้ กครองไดเ้ ปน็ อยา่ งดี

10. จดั ทาป้ายประชาสมั พันธ์ต่างๆ

4. กจิ กรรมสง่ เสรมิ 1. ครูและบคุ ลากร 1. กจิ กรรมบาเพ็ญประโยชน์ ลูกเสือ เนตรนารี นักเรียนมีสขุ ภาพกายและ

คุณลักษณะ ของโรงเรียน และ นักศึกษาวชิ าทหารจิตอาสา ถือเปน็ สุขภาพจิตทด่ี ี ได้แสดง

อนั พงึ ประสงค์ 2. นักเรยี นปัจจุบนั กจิ กรรมท่ปี ลูกฝงั จติ สานกึ ท่ดี ีใหก้ ับนักเรยี น ความสามารถ/ศกั ยภาพของ

ทกั ษะกฬี า นักเรยี นอนาคต 2. กิจกรรมพัฒนาทางดา้ นจติ ใจ โรงเรยี นได้ ตนเอง สง่ ผลให้เกิดความ

ดนตรี นกั เรยี นคู่แข่ง ส่งเสริมให้นักเรียนรว่ มกจิ กรรมพฒั นาจิตใจ ภาคภมู ิใจและเหน็ คุณค่าใน

นาฏศลิ ป์ อาชีพ 3. ศษิ ย์เก่า เพื่อจะได้นาขอ้ คิด คติธรรมท่ไี ดจ้ าก ตนเอง ได้รับการพฒั นา

4. ผ้มู สี ว่ นได้สว่ นเสยี กิจกรรมนี้ไปปรบั ใช้ในการเรียนและ อยา่ ง รอบดา้ น

ชีวติ ประจาวนั

3. โรงเรียนไดส้ ง่ เสรมิ และพฒั นาความสามารถ

ทางกีฬาให้แก่นกั เรยี น อยา่ งตอ่ เนือ่ ง ทัง้ ที่

จัดข้นึ ในและนอกโรงเรียน

4. จดั กจิ กรรมสง่ เสริมทกั ษะดา้ นตา่ งๆ หรอื นา

นกั เรยี นเขา้ รว่ มแข่งขัน เชน่ กฬี าสภี ายใน

กฬี าต้านยาเสพติด กีฬากล่มุ โรงเรียนมธั ยม

งานศิลปหัตถกรรมนกั เรยี น การจัดอบรม

ต่างๆ

5. กิจกรรมลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลารู้ ใหน้ ักเรียน

ได้เรียนรกู้ ารตดั ผม โดยเรียนเชิญวิทยากรมา

ให้ความรู้และฝกึ ปฏบิ ัตจิ ริง ซง่ึ เป็นการเสรมิ


Click to View FlipBook Version