43
การสนบั สนุน กลมุ่ เป้าหมาย การดาเนินการของโรงเรียน ผลทไี่ ดร้ ับ การนาไปพัฒนา
5. ระบบดูแล ทักษะให้นกั เรียนสามารถนาไปประกอบ ปรบั ปรงุ การ
ชว่ ยเหลอื ดาเนินงานให้
นกั เรยี น อาชีพได้ในอนาคต เป็นระบบ มีการ
เก็บรวบรวม
1. นักเรียนปัจจบุ นั 1. ดาเนนิ การคดั กรองนกั เรียนผ่านระบบงาน ครู นักเรียน ผูม้ ีสว่ นได้ส่วน ขอ้ มลู อย่าง
ละเอยี ด
2. ศษิ ยเ์ ก่า ดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรียน(คัดกรอง)SDQ เสีย ได้ติดตอ่ สอ่ื สาร มีการ ครบถ้วน เพ่อื
นามาวางแผน
3. ผู้มีส่วนไดส้ ว่ นเสีย นักเรยี นกลุ่มปกติ/เสี่ยง/ มปี ญั หา/นักเรยี นที่ แลกเปลีย่ นข้อมูลขา่ วสาร การดแู ล
ชว่ ยเหลอื
มคี วามตอ้ งการพเิ ศษทางการศกึ ษา ความคดิ เหน็ และมสี ่วน นกั เรยี นตอ่ ไป
2. จัดกิจกรรมเยี่ยมบา้ นนกั เรยี นโดยครูท่ี รว่ มในการดาเนินการต่างๆ
ปรกึ ษาประจาชนั้ เพือ่ สง่ เสริมพฒั นา/
3. จดั กจิ กรรมโฮมรูมโดยครทู ีป่ รึกษา ป้องกัน/แกไ้ ขปญั หา ได้
4. จดั กิจกรรมเพอ่ื ส่งเสริมพัฒนา/แกไ้ ขปญั หา อยา่ งตรงจดุ และมี
ตา่ งๆ ให้แก่นกั เรียน ประสิทธภิ าพ
5. การประชุมผูป้ กครองนักเรยี น
(3) การจาแนกนักเรยี น (Student Segmentation)
โรงเรียนมีวิธีการจาแนกนกั เรียน โดยกลุ่มบริหารงานวิชาการเลือกใช้ข้อมลู สารสนเทศเก่ียวกับนักเรยี น
ตลาด หลักสูตรสถานศึกษา การจัดการศึกษาและบริการการศึกษาอ่ืนๆ มาจาแนกกลุ่มนักเรียนส่วนตลาด
ปัจจุบันและอนาคต ดังนี้ นักเรียนปัจจุบัน คือ นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาตอนต้นและช้ันมัธยมศึกษาตอนปลาย
นักเรยี นอดีต คอื นกั เรียนท่จี บการศึกษาไปแลว้ และนักเรียนในอนาคต คอื นักเรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 และ
มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ในเขตและนอกเขตพนื้ ท่ีบรกิ าร และนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรยี น
จัดแผนการเรียนในการจาแนกนักเรียนปัจจุบัน ได้แก่ แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์และ
เทคโนโลยี (SMT) แผนการเรียนภาษาอังกฤษ-ภาษาจีน และแผนการเรียนภาษาไทย-สังคมศึกษา โดยใน
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ใช้คะแนนสอบวัดความรู้ของนักเรียนในการจาแนกนักเรียนออกเป็นแผนการเรียน
ตามความถนัดและความสนใจของนักเรียนและผู้ปกครอง สาหรับนักเรียนกลุ่มแผนการเรียนวิทยาศาสตร์-
คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี (SMT) เป็นกลุ่มท่ีโรงเรียนให้ความสาคัญและทาตลาดเพื่อการเติบโตของโรงเรยี น
เพราะเป็นแผนการเรยี นท่ีนักเรยี นมีความต้องการเรียนมากที่สุด และเป็นแผนการเรยี นที่มีสถิตินกั เรยี นสอบ
เข้าเรียนในอุดมศึกษามากข้ึนทุกปี มีผลงานการแข่งขันในระดับภาคและระดับประเทศที่สร้างช่ือเสียงให้กับ
โรงเรียน ท้งั น้ี ในการจาแนกนกั เรยี นโรงเรียนไดใ้ ช้ขอ้ มลู สารสนเทศจากการรับฟงั นักเรียนและผูม้ สี ว่ นไดส้ ่วน
เสียรวมท้ังการจัดห้องเรียนและแผนการเรียนของโรงเรียนคู่แข่งมาประกอบการพิจารณาจาแนกนักเ รียน
ประเมนิ ผลความพึงพอใจ ตอ้ งการจาแนกนักเรยี นและนาเสนอต่อคณะกรรมการสถานศึกษา ผูป้ กครองและผู้
มสี ่วนไดส้ ่วนเสีย
จากน้นั โรงเรียนได้ทาการประเมนิ ความพึงพอใจของนกั เรียนและผู้มีสว่ นได้สว่ นเสียและนาขอ้ มูลที่ได้
ไปทบทวน ปรับปรุงแกไ้ ขและพฒั นาในการจัดทาแผนปฏิบัติการงบประมาณประจาปีต่อไป สรุปและรายงาน
ผลต่อโรงเรียนและผู้ท่ีมีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อให้ทราบข้อมูลในการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลสารสนเทศและการทา
ธรุ กรรมกับโรงเรยี นเพ่ือตอบสนองแผนพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา ดงั จะเห็นได้จาก ตารางท่ี 25
ตารางที่ 25 ข้นั ตอนการจาแนกนกั เรียน
ข้ันตอนสาคัญ นกั เรยี นปจั จุบนั นักเรยี นในอดตี นกั เรยี นอนาคต นักเรียนคแู่ ขง่
- นักเรียนโรงเรียน
1. กาหนด นักเรยี น ม.3 ในเขตและนอก - นักเรียนช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 6 แม่ลาววทิ ยาคม
กลุ่มเปา้ หมาย เขตพืน้ ทบ่ี ริการ และชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ของ
ของตลาด โรงเรียน ในและนอกเขตพ้ืนท่ี ความต้องการทาง
บริการ การศึกษา
2. ศกึ ษา - ความต้องการที่จะศกึ ษาตอ่ ความพงึ พอใจ - ขนาดและช่อื เสยี งของโรงเรยี น
- โรงเรยี นได้รบั การยอมรับตรงตาม
ความต้องการ ในระดับชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ของหลกั สูตรและ ความตอ้ งการของกลมุ่ เปา้ หมาย
ของตลาด - การเลือกแผนการเรียน ความผูกพนั
44
ขน้ั ตอนสาคญั นักเรยี นปจั จุบนั นักเรยี นในอดตี นกั เรียนอนาคต นกั เรยี นคูแ่ ขง่
- แนวทางการประกอบอาชีพ
3. วเิ คราะห์ - แผนการเรยี นเดมิ - - แผนการเรียนเดมิ -
นกั เรียน - ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น - ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น
ทีส่ อดคลอ้ ง - ความประพฤติ - - ความประพฤติ -
หลกั สตู ร - ความถนดั /ความสามารถ - ความถนดั /ความสามารถ
- จานวนนักเรียนในแต่ละห้อง ศษิ ยเ์ ก่ามคี วามพึง นักเรียนทราบขอ้ มลู
4. การสรา้ ง - แผนการเรียนทตี่ รงกับความ พอใจในหลกั สตู รของ - เพ่มิ จานวนนกั เรียนในแตล่ ะหอ้ ง เก่ียวกับหลกั สูตร
โอกาส ต้องการของนักเรียน โรงเรยี นและมีความ - ขยายแผนการเรียนทีต่ รงตาม โรงเรียนค่อนขา้ งน้อย
การเติบโต นักเรียนได้เรียนในแผนการ ยินดที ีจ่ ะมาให้ ความตอ้ งการของนักเรียน ทาใหม้ ีผลตอ่ การ
เรยี นทตี่ นตอ้ งการ และมีความ คาแนะนาแก่ร่นุ นอ้ ง ตัดสนิ ใจศึกษาต่อ
5. ติดตาม พงึ พอใจ เกีย่ วกับการเรียนและ นกั เรียนไดเ้ รียนในแผนการเรียน
ประเมนิ ผล ประกอบอาชพี ทีต่ นเองตอ้ งการ และมีความพึง
- การให้ความร้แู ละคาแนะนา ให้ศษิ ยเ์ กา่ มสี ว่ นร่วม พอใจ
6. การปรบั ปรุง ในการเลือกแผนการเรียน ในการจดั กิจกรรม
และพัฒนา และการประกอบอาชีพใน ต่างๆ ของโรงเรียน การประชาสมั พนั ธห์ ลกั สตู รอยา่ ง เพ่มิ การ
อนาคตแกน่ ักเรียน เพมิ่ ขึน้ ละเอยี ด และเพ่ิมการบรกิ ารด้าน ประชาสมั พันธ์
- การจดั กิจกรรมเพอ่ื ส่งเสริม อืน่ ๆ ให้กบั นักเรียน เชน่ การมอบ หลกั สูตรและบริการ
ให้นักเรยี นไดแ้ สดงออกถงึ ชุดพละนกั เรียนระดบั ชน้ั ม. 1 การ ตา่ งๆ ของโรงเรยี น
ความรคู้ วามสามารถของ จดั หาทุนการศึกษา อุปกรณ์การ ให้นักเรียนไดร้ บั
ตนเอง เรยี น เปน็ ตน้ ทราบ
ข. การสรา้ งความสมั พันธก์ ับนกั เรียนและผู้มสี ว่ นได้ส่วนเสยี (Building Student and Stakeholders
Relationships)
(1) การจดั การความสมั พันธ์ (Relationship Management)
โรงเรียนมีวิธีการสร้างและจัดการความสัมพันธ์กับนักเรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยโรงเรียน
กาหนดให้มีประชุมวางแผน แต่งตั้งคณะทางาน กาหนดโครงการ/กิจกรรมในแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา
โดยมีรายละเอียด ดงั น้ี
1. นักเรียนปัจจุบัน โรงเรียนได้จัดกจิ กรรมเพือ่ สรา้ งความสัมพันธ์ ตลอดปีการศึกษา เช่น ปฐมนิเทศ
นักเรียนใหม่ ไหวค้ รู กีฬาสภี ายใน “ทานตะวนั เกมส”์ ฯลฯ
2. นักเรียนในอดตี และนกั เรียนในอนาคต โรงเรยี นได้จดั กจิ กรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ดังนี้ เปดิ บา้ น
วิชาการ แนะแนวสัญจร ผ้าป่าศิษย์เก่า ประชุมคณะกรรมการศิษย์เก่า และกิจกรรม เดิน –วิ่ง
การกุศล “ปา่ แดดมินมิ าราธอน” 2021
3. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โรงเรียนได้จัดกิจกรรมเพ่ือสร้างความสัมพันธ์ เช่น ประชุมคณะกรรมการ
สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ประชุมคณะกรรมการชมรมผู้ปกครองนักเรียน–ครู ประชุมผู้ปกครอง เยี่ยมบ้าน
นกั เรียน และกิจกรรมของชุมชน
ประเมินผลการดาเนินโครงการกิจกรรมจากแบบประเมินความพึงพอใจ สัมภาษณ์สังเกตการเข้า
ร่วมกิจกรรมของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตรวจสอบความถูกต้องความน่าเชื่อถือและนาข้อมูลมา
วิเคราะห์สิ่งท่ีเป็นข้อดีและข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแก้ไขในปีการศึกษาต่อไป สรุปผลการดาเนินงานต่อ
ผู้บริหาร เผยแพร่ประชาสัมพนั ธ์ให้กับนักเรยี นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรบั ทราบ ทาให้เกิดความเช่ือม่ันท่ีจะส่ง
บตุ รหลานเข้าศึกษาตอ่ เพิ่มขึ้นและสนับสนนุ การจัดกิจกรรมของโรงเรียน เพิม่ สว่ นตลาดโดยการจัดสง่ เสริมให้
นักเรียนมีความสามารถพิเศษต่างๆ และแสดงความสามารถสู่ชุมชนอย่างต่อเนือ่ ง มคี วามภาคภูมิใจในความเป็น
45
ศิษย์เก่าและศิษย์เกา่ ได้สนับสนุนการจัดกิจกรรมของโรงเรียนตลอดมาและนาขอ้ เสนอแนะนามาปรับปรงุ แก้ไข
เพอ่ื ตอบสนองแผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา ดังแผนภาพท่ี 10
คณะทางานวางแผน
การสรา้ งความสัมพันธ์
นกั เรียนและผูม้ ีส่วนไดส้ ว่ นเสยี วิธีการสรา้ งความสมั พันธ์ ชอ่ งทางการรับขอ้
นกั เรียน - กจิ กรรมปฐมนิเทศนักเรยี น ม.1 และ ม.4 ร้องเรยี น/
- นักเรียนปัจจบุ ัน - กจิ กรรมไหว้ครู ประชาสมั พนั ธ์
- นกั เรียนในอดตี และนักเรียนใน - กจิ กรรมเปิดบ้านวชิ าการ - ตดิ ตอ่ ดว้ ยตนเอง
- กจิ กรรมแนะแนวสัญจร - โทรศพั ท/์ โทรสาร
อนาคต - การประชมุ ผปู้ กครอง - กลอ่ งรบั ความคิดเหน็
ผู้มสี ว่ นได้สว่ นเสีย - กิจกรรมฝึกปฏิบัตศิ าสนพธิ ี - กลมุ่ ไลน์ เว็บไซต์
- ผูป้ กครอง - กิจกรรมทาบญุ ตกั บาตร
- คณะกรรมการสถานศึกษาข้นั - กิจกรรมกีฬาสีภายใน “ทานตะวนั เกมส์” โรงเรียน เฟซบ๊คุ
พื้นฐาน - กิจกรรมปจั ฉิมนิเทศ - การประชุมผู้ปกครอง
- ชมรมศิษย์เก่า - งานมุทิตาจิต - การรว่ มกจิ กรรมของ
โรงเรยี น
ประเมนิ ผลและสรปุ ผล
ปรบั ปรุงและพฒั นา
แผนภาพที่ 10 การจัดการความสัมพนั ธ์
(2) การจัดการกบั ขอ้ ร้องเรยี น (Complaint Management)
โรงเรียนมีการจัดการกบั ข้อร้องเรียนท่ไี ด้รับจากนกั เรียนจากช่องทางรบั ขอ้ รอ้ งเรียน
1. กาหนดช่องทางการร้องเรยี น เชน่ โทรศพั ท์ กลุ่มไลน์ เวบ็ ไซตโ์ รงเรยี น เฟซบุค๊
2. จาแนกจัดลาดบั ความรุนแรงข้อรอ้ งเรียน แบ่งออกเป็น 3 ระดบั คือ ระดบั รุนแรงมาก ระดบั รนุ แรง
ปานกลาง และ ระดบั รนุ แรงเลก็ นอ้ ย
3. วิเคราะห์ข้อร้องเรียน พิจารณาตรวจสอบหลักฐานตลอดจนสาเหตุท่ีมาของข้อร้องเรียน หาก
พจิ ารณาพบวา่ เรือ่ งรอ้ งเรยี นดังกล่าวมคี วามจรงิ ทางโรงเรยี นดาเนนิ การแก้ไขข้อรอ้ งเรยี นดังกล่าวด้วยวิธีการที่
เหมาะสม เช่น เป็นกรณีท่ัวไปโรงเรียนจะมอบให้หัวหน้างานท่ีรับผิดชอบ แก้ไขทันที กรณีข้อร้องเรียนต้อง
แก้ไขโดยอาศัยกฎระเบียบ โรงเรียนจะส่งเร่ืองไปยัง สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย ให้
ดาเนินการตอ่ ไป
การจัดการข้อร้องเรียนทั่วไปเก่ียวกับการบริการทางการศึกษา เช่น สาธารณูปโภค อาคารสถานท่ี
สุขอนามัยซึ่งโรงเรียนได้มีการแก้ไขทันทีที่มีการติดต่อ ติดตามผลการแก้ไขรวมถึงการหาแนวทางป้องกัน
จากนั้นมีการประชาสัมพันธ์ชี้แจงหรือรายงานผลแก้ไขให้แก่ผู้ร้องเรียนทราบภายใน 5 วันทาการ
4) ติดตามและบันทึกผลเป็นระยะ หากไม่สามารถแก้ปัญหาตามข้อร้องเรียนได้จะมีการส่งข้อมูล
ยอ้ นกลับเพ่ือวเิ คราะหข์ ้อรอ้ งเรียนอีกครง้ั
5) จัดทารายงานสรุปข้อรอ้ งเรียนและแกไ้ ขข้อโรงเรยี นให้เป็นปัจจุบัน โดยรวบรวมและรายงานสรปุ
การจัดการข้อร้องเรียน/ร้องทุกข์ให้ผู้นาสูงสุดทุกเดือน เพ่ือนามาวิเคราะหก์ ารจัดการข้อร้องเรียน / ร้องทุกข์
ในภาพรวมของหน่วยงาน เพ่ือใช้เป็นแนวทางในการแก้ไข ปรับปรุง พัฒนา องค์กร นาไปปรับปรุงระบบการ
46
ดาเนินการแก้ไขข้อร้องเรียนต่างๆ เพื่อหลีกเล่ียงไม่ให้ข้อร้องเรียนลักษณะเดียวกันเกิดซ้าในอนาคตได้
(รายละเอียดดงั ตารางที่ 26)
ตารางที่ 26 วิธีการจัดการข้อรอ้ งเรยี นของโรงเรียน
ข้นั ตอน วธิ ีการ เปา้ หมาย
1. กาหนดช่องทาง
- กล่องรบั ความคิดเหน็ - นักเรียนปัจจุบัน
รับข้อรอ้ งเรียน - ส่ือออนไลน์ (เฟซบ๊คุ แอบพลเิ คชนั ไลน์ เว็บไซต์ของโรงเรยี น) - นกั เรียนในอนาคต
2. จัดลาดับประเภท - แจง้ ขอ้ ร้องเรยี นดว้ ยวาจา/โทรศพั ท์ - ผู้มีสว่ นได้สว่ นเสีย
- การประชุมผปู้ กครองและการประชุมผูป้ กครองชน้ั เรียน
การรอ้ งเรียน
- ระดับรุนแรงมากที่มผี ลกระทบเสยี หายอยา่ งรนุ แรงและเร่งดว่ น คร/ู กลุ่มงานท่ถี กู ร้องเรียน
3. ตรวจสอบข้อเท็จจรงิ ตอ่ โรงเรยี น
4. การดาเนนิ การแก้ไข - ระดับรุนแรงปานกลาง เรอ่ื งร้องเรยี นท่ีมผี ลกระทบแต่ไมถ่ ึงข้ัน
5. ติดตามตรวจสอบผล เสยี หายต่อโรงเรยี น
6. สรุปผลและพฒั นา - ระดับรนุ แรงเล็กน้อย เร่อื งร้องเรยี นทไ่ี ม่เร่งดว่ นหรอื ไมม่ ี
ผลกระทบเสยี หายตอ่ บุคคล
- แต่งต้ังคณะกรรมการตรวจสอบขอ้ เท็จจริง งาน/กลุ่มงานทถี่ กู รอ้ งเรยี น
- ประเมนิ ขอ้ ร้องเรียนและสง่ ตอ่ ไปยงั หวั หน้ากลุม่ งานที่เกย่ี วขอ้ ง
- ดาเนินการแก้ไขปัญหาโดยกล่มุ งานทม่ี สี ว่ นเกี่ยวขอ้ ง งาน/กลุ่มงานทีถ่ ูกร้องเรยี น
- ถ้าแก้ปัญหาไม่ไดใ้ หส้ ง่ ต่อใหร้ องผูอ้ านวยการกลุ่มงานที่เกีย่ วข้อง
- ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ใหส้ ่งต่อให้ผอู้ านวยการโรงเรยี น
- ตดิ ตามผลการดาเนนิ การแก้ไข คณะกรรมการตรวจสอบ
ขอ้ เท็จจรงิ
- สรุปผลการดาเนินงานและรายงานต่อผู้นาทราบ คณะกรรมการตรวจสอบ
- แจง้ และชแ้ี จงผลการดาเนนิ การแก้ไขให้แกผ่ รู้ อ้ งเรียนทราบ ขอ้ เทจ็ จรงิ
- ประเมนิ ความพึงพอใจเพอ่ื นาผลไปปรับปรงุ ระบบงานหรอื การ
ทางานต่อไป
หมวด 4
การวัด การวิเคราะห์และการจัดการความรู้
(Measurement Analysis and Knowledge Management)
4.1 การวัดการวิเคราะห์และการปรับปรุงการดำเนินการของโรงเรียน (Measurement Analysis and
Improvement of Organization Performance)
ก. การวดั ผลการดาเนินการ
(1) ตัววัดผลการดาเนินการ (PERFORMANCE MEASURE) โรงเรียนมีกระบวนการวัด การวิเคราะห์
และการปรบั ปรงุ ผลการดาเนินการของโรงเรียนโดยใช้รูปแบบการบริหารโรงเรียน P.W.K.S. STEP Model ซึ่ง
เปน็ ระบบการบรหิ ารจัดการเน้นคุณภาพ มีขัน้ ตอนการดาเนินการดงั นี้
1. มกี ารประชมุ ครูและบุคลากรเพ่ือทบทวนวิสัยทัศน์ วิเคราะห์วตั ถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ ค่าเปา้ หมาย
ของวตั ถุประสงค์เชิงกลยุทธ์เพ่อื กาหนดตวั วัดที่สาคัญ โดยใหส้ มั พนั ธก์ บั เป้าหมาย และตวั ช้วี ัดของแผนพัฒนา
คณุ ภาพการศกึ ษาและใช้ข้อมลู ในการเปรียบเทยี บ
2. กาหนดสารสนเทศท่สี อดคล้องกบั ตัววัด ซง่ึ เปน็ ขอ้ มลู สารสนเทศด้านนกั เรียน หลักสูตรการจัดการเรียนรู้
ขอ้ มูลครแู ละบคุ ลากร และการวางแผนการใช้เงนิ และงบประมาณ
3. กาหนดกรอบเวลา และผู้รับผิดชอบ ในการวดั ผลการดาเนินการ เพือ่ ให้ทราบระยะเวลาการดาเนินการ
ท่ชี ดั เจน และสามารถติดตาม ผลการดาเนนิ การอยา่ งเป็นระบบและเหมาะสม
4. ดาเนินการวัดผลการดาเนินการตามกรอบเวลาท่ีระบุในกิจกรรม/โครงการ โดยผู้รับผิดชอบ และ
คณะกรรมการทไี่ ดร้ ับมอบหมาย และวัดผลตาม วัตถปุ ระสงคเ์ ชงิ กลยุทธ์เมอ่ื สิ้นปีงบประมาณ
5. ติดตาม และประเมินผลการดาเนินการต่างๆ โดยผู้รับผิดชอบจัดทาเอกสารรายงานผลการดาเนินงาน
ตามรูปแบบทก่ี าหนดเมอื่ เสร็จสิน้ โครงการเพื่อเผยแพร่และใช้เปน็ ข้อมูลประกอบการตัดสินใจของฝ่ายบริหาร
ในการปรบั ปรุง พัฒนากลยุทธ์ และแผนพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา ทาใหเ้ กดิ ผลการเปลีย่ นแปลง ปรบั ปรุง และ
พัฒนาใน โครงการ กจิ กรรมของแผนปฏิบัตกิ ารประจาปี
ตัววดั ผลการดาเนินการที่สาคญั และสารสนเทศประกอบการวดั วตั ถปุ ระสงค์เชิงกลยทุ ธ์ดงั ตารางที่ 27
ตารางท่ี 27 วัตถปุ ระสงคเ์ ชงิ กลยุทธ์ของโรงเรียนและตวั วดั ผลดาเนนิ การ
วัตถุประสงค์เชิงกลยทุ ธ์ ตัววดั ผลดาเนนิ การ
1.สง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรียนมีคณุ ภาพเทียบเคยี ง รอ้ ยละของนกั เรยี นมีผลการประเมนิ ทางการเรยี นทกุ รายวิชาในระดับ 2.5
มาตรฐานสากล ขึน้ ไป
ร้อยละของนักเรียนมีผลการประเมนิ รายวชิ าการศกึ ษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง
2.ปลกู ฝังใหผ้ เู้ รยี นมคี ณุ ธรรม จริยธรรม (IS) ได้รับผลการเรยี นในระดับ 2.5 ขึ้นไป
สานึกในความเป็นไทย ใสใ่ จ สง่ิ แวดลอ้ ม รอ้ ยละของนกั เรยี นมีผลการเรียนวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ห่างไกลสิง่ เสพติด และอบายมุข ระดบั 2.5 ขน้ึ ไป
3. สง่ เสริม สนับสนนุ พัฒนาครูและบุคลากร ร้อยละของผเู้ รียนในระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3 มีคะแนนเฉลี่ยของ
ใหส้ ามารถจัดกิจกรรมการเรยี นรไู้ ดอ้ ยา่ งมี การทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติข้ันพนื้ ฐาน (O-net)
คณุ ภาพ ครเู กง่ ครูดี ร้อยละของผ้เู รยี นในระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 มคี ะแนนเฉลี่ยของ
การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้นั พื้นฐาน (O-net)
รอ้ ยละของนักเรียนมีคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ร้อยละของครูทไ่ี ดร้ ับการนเิ ทศสอนงานและการเปน็ พีเ่ ลยี้ ง
รอ้ ยละของครูทีเ่ ขา้ รบั การอบรมสัมมนาและศึกษาดูงาน
ระดับความพงึ พอใจการใช้วัสดอุ ปุ กรณ์ สื่อการเรียนรู้และเทคโนโลยี
48
วัตถปุ ระสงคเ์ ชิงกลยุทธ์ ตวั วดั ผลดาเนินการ
รอ้ ยละของครูทมี่ วี ิทยฐานะ
4 .พฒั นาให้มีการบรหิ ารจดั การเชงิ ระบบ ระดับความความพึงพอใจของนักเรยี นและผู้มีสว่ นไดส้ ว่ นเสยี ต่อการบริหาร
คณุ ภาพ รปู แบบการบรหิ ารโรงเรียน จดั การด้วยรูปแบบการบรหิ ารโรงเรยี น P.W.K.S. STEP Model และการมี
P.W.K.S. STEP Model เนน้ การมีส่วนร่วม สว่ นร่วม
ทุกภาคสว่ นโดยยดึ หลกั ธรรมาภิบาล
5. พฒั นาแหล่งเรยี นร้อู าคารสถานท่ี ระดับความความพงึ พอใจต่อบรรยากาศการทางานของโรงเรียนใน
ภมู ทิ ัศนแ์ ละสงิ่ แวดลอ้ มทส่ี วยงามมี ระดบั ความพงึ พอใจของผมู้ ีส่วนเกี่ยวข้องการใหบ้ ริการตอ่ สงั คม
บรรยากาศเหมาะสมและเอ้อื ต่อการเรียนรู้ ระดับความพึงพอใจดา้ นส่ิงแวดล้อมและบรรยากาศ
และการบริหาร
6.ส่งเสริมและพฒั นาดา้ นเทคโนโลยี ระดบั ความพึงพอใจของผมู้ สี ่วนเก่ยี วข้องตอ่ คณุ ภาพของสารสนเทศ
สารสนเทศ และการสือ่ สารทีเ่ อือ้ ตอ่ ระดับความพงึ พอใจของบคุ ลากรและผู้มีส่วนไดส้ ว่ นเสียต่อการจัดการ
การเรียนรู้ กระบวนการฮารด์ แวร์ ซอฟต์แวร์ และข้อมลู สารสนเทศ
7. สง่ เสรมิ ให้ชมุ ชนมสี ว่ นรว่ มในการจัด ร้อยละของผู้ปกครองทเ่ี ขา้ ร่วมประชมุ ผู้ปกครอง
การศึกษาอยา่ งมีคุณภาพ จานวนนักเรียนที่ไดร้ บั ทุนการศกึ ษาจากผู้มสี ว่ นไดส้ ว่ นเสยี
เงนิ บริจาคเพอื่ สนบั สนุนการจดั การศกึ ษาของโรงเรียน
(2) ขอ้ มลู เชิงเปรยี บเทยี บ (Comparative Data)
โรงเรียนมีวธิ กี ารในการเลอื กและใช้ข้อมูลสารสนเทศเชิงเปรียบเทียบท่ีสาคญั เพื่อนาไปสนับสนุนการตัดสินใจ
ในการปฏบิ ตั ิการ โดยมขี ้นั ตอนดงั น้ี
1. ผู้นาระดับสูงประชุมเพ่ือเลือกและใช้ข้อมูล สารสนเทศเชิงเปรียบเทียบ ท่ีสาคัญ โดยดูข้อมูลเชิง
เปรียบเทียบกับตนเองโดยใช้ค่าเป้าหมายท่ีวางไว้ของแต่ละกลยุทธ์ และข้อมูลเชิงเปรียบเทียบกับโรงเรียน
ค่แู ข่งขนั คือ โรงเรียนแมล่ าววทิ ยาคม ข้อมูลท่ใี ชใ้ น การเปรียบเทียบไดแ้ ก่ ผลการทดสอบระดบั ชาตขิ ้นั พ้ืนฐาน
โดยใช้ข้อมูลจาก เว็บไซต์ประกาศผลการทดสอบระดับชาติ เว็บไซต์ของสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา
มัธยมศึกษาเชยี งราย รายงานประจาปี และสารสนเทศของโรงเรยี นปา่ แดดวิทยาคม
2. ผู้นาระดับสูง วิเคราะห์ผลการเปรียบเทียบข้อมูล เพ่ือให้ได้ข้อมูลท่ีส่งผลต่อความสาเร็จของการ
ปฏิบัติงานให้มีระดับสูงขึ้น หรือข้อมูลปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานส่งผลให้มีระดับต่าลง โดยการ
ประชุม PLC การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของกลุ่มบริหารงานวิชาการ ประกอบด้วยคณะกรรมการ
บริหารวิชาการ และหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระ ร่วมหาแนวทางและวิธีการท่ีจะยกผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนของนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีท่ี 6 โดยการกระตุ้นให้นักเรียน
ตระหนักและเห็นความสาคัญของการเข้าร่วมการทดสอบระดบั ชาติขั้นพ้ืนฐานอันจะส่งผลต่อการศึกษาต่อใน
อนาคตของนกั เรยี น โดยการจดั กจิ กรรมตามโครงการค่ายภาษาอังกฤษ โครงการค่ายนักเรียนสง่ เสริมศกั ยภาพ
นกั เรียนทางด้านวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โครงการคา่ ยคณิตศาสตร์การใชโ้ ปรแกรม GSP กิจกรรม English
Festival ตามโครงการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ กิจกรรมส่งเสริม
ความสามารถภาษาไทย ตามโครงการพัฒนากลุ่มสาระภาษาไทย ตลอดจนใหห้ วั หนา้ กลุ่มสาระฯ สอื่ สารแจ้ง
ขอความร่วมมือครูผู้สอนทุกคนในการวดั ผลประเมินผลท่ีหลากหลาย เหมาะสมกับผู้เรียน มีการติดตามแก้ไข
นกั เรยี นทมี่ ีปัญหาด้านการเรยี นในระดับต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามบนั ทกึ ข้อตกลง(MOU) ท่ที าไว้กับโรงเรยี น
3. คณะกรรมการงานสารสนเทศ ดาเนนิ การ สงั เคราะห์ข้อมูลเชิงเปรยี บเทยี บ และกิจกรรม/โครงการ
ท่จี ัดทาเพือ่ สง่ เสริมและพัฒนาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนของกลมุ่ สาระการเรียนรตู้ ่างๆ ไว้ในแหลง่ เก็บข้อมูลของ
งานสารสนเทศของโรงเรียน เพื่อเผยแพร่ให้กับคณะครู นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา และผู้ปกครอง
ได้รับทราบผ่านทางเว็บไซต์ www.padadwit.ac.th วารสารข่าวประชาสัมพันธ์อิเล็กทรอนิกส์เผยแพร่ผ่าน
ทางแอปพลิเคช่ันไลน์ (กลุ่มผู้ปกครองนักเรียน ม.ต้น และ ม.ปลาย กลุ่มนักเรียนโรงเรียนแดดวิทยาคม กลุ่ม
49
นักเรียนรายห้องเรียน กลุ่มคณะกรรมการชมรมศิษย์เก่า) เฟซบุ๊คแฟนเพจ Padadwittayakom เพจรวมรุ่น
โรงเรียนปา่ แดดวิทยาคม และจัดนทิ รรศการนาเสนอผลงานของทางโรงเรียน
4. ผู้นาระดับสูง นาข้อมูลดังกล่าวจัดทาเป็น แผนดาเนินงานและสรุปเป็นผลงาน Good Practice
และ Best Practice ตามโครงสร้างการบริหารงาน และนาข้อมูลท่ีได้ไปใช้ในการวางแผนเพอ่ื ปรับปรงุ แก้ไข
และพัฒนางาน โดยการจัดทา โครงการ / กิจกรรม / งาน ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา
วสิ ัยทัศน์ พันธกิจ และค่าเปา้ หมาย
5. ประเมนิ วิธี ดาเนนิ การเลือกและใช้ขอ้ มูลเชิงเปรียบเทียบโดยการรับฟงั ความคิดเห็น ขอ้ เสนอแนะ
ของผ้ปู ฏบิ ัติงาน โดยการสอบถามความพึงพอใจจากครู และบคุ ลากรฝ่ายสนบั สนุน ตลอดจนผลการดาเนนิ งานที่
เทา่ กับหรอื สงู กวา่ เป้าหมายเพอ่ื นาผลการประเมนิ ไปใช้ปรับปรุงการเลอื กและใช้ข้อมลู ในคร้ังตอ่ ไป
(3) ขอ้ มลู นกั เรยี นและผู้มสี ่วนไดส้ ว่ นเสยี (STUDENT and STAKEHOLDER Data)
โรงเรียนมีวิธีดาเนินการเลือกและสร้างความม่ันใจในการใช้ข้อมูลและสารสนเทศจากการเลือกของ
นักเรียน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและความต้องการของตลาด เพื่อสร้างนวัตกรรมท่ีมุ่งเน้นนักเรียนและผู้มีส่วนได้
ส่วนเสยี เพอื่ สนบั สนุนการตดั สินใจในการปฏบิ ตั ิการ ด้วยกระบวนการ ดังน้ี
1. คณะกรรมการงานสารสนเทศของโรงเรียนออกแบบ แบบเก็บข้อมูล แบบประเมินต่างๆ ให้
ครอบคลมุ ข้อมลู สารสนเทศท่ีตอ้ งการ เพือ่ สารวจความพงึ พอใจ และปัญหาความไม่พงึ พอใจ ขอ้ รอ้ งเรยี นต่างๆ
จากนกั เรยี นและผู้มสี ่วนไดส้ ว่ นเสยี
2. หวั หน้ากล่มุ งานบรหิ ารงานกิจการนักเรียนและคณะทางานรวบรวมข้อมูลสารสนเทศจากเสยี งของ
นักเรียน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและความต้องการของตลาด โดยใช้แบบสอบถามเพื่อเก็บข้อมลู ได้แก่ ผู้มีส่วนได้
ส่วนเสยี ในอนาคต เกบ็ ข้อมูลสารสนเทศของนกั เรยี นช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6 จากการออกแนะแนวสัญจร และ
งาน Open House ส่วนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 เก็บข้อมูลสารสนเทศจากนักเรียนโรงเรียนเดิม และ
นักเรียนในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาที่อยู่ในเขตพื้นที่บริการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอดีต เก็บข้อมูล
สารสนเทศผา่ นชมรมศิษย์เกา่ โรงเรียนแดดวิทยาคม การจัดงานรวมรนุ่ ศิษย์เกา่ ในโอกาสต่างๆ มีการสมั ภาษณ์
แบบไมเ่ ปน็ ทางการ และออนไลน์ผ่านทางแอปพลิเคชนั่ ต่างๆ ไดแ้ ก่ กลมุ่ ไลนช์ มรมศษิ ย์เกา่ เวบ็ ไซต์โรงเรียน
เฟซบุ๊คแฟนเพจโรงเรียน ท้ังน้ีมีการประชาสัมพันธ์และช่วยเก็บข้อมูลการให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ เช่น
ทุนการศึกษา การมอบเงินบริจาคโดยมีวัตถุประสงค์ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียปัจจุบันสอบถามโดยการทาแบบ
ประเมนิ ความพงึ พอใจในแต่ละกิจกรรมของโรงเรียน อาทิ ขอ้ มูลความต้องการและความคิดเห็นของผูป้ กครอง
ผ่านกจิ กรรมการประชุมผ้ปู กครองประจาภาคเรียน และการประชุมห้องเรียน สอบถามปลายเปิด ถึงความตอ้ งการที่
นักเรียนอยากใหโ้ รงเรียน พัฒนาหรือปรับปรุงเร่อื งใด ผ่านครูทีป่ รึกษา (ครูแนะแนว) และครปู ระจาวชิ า
3. วิเคราะห์ข้อมูลนักเรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียท่ีได้รับจากช่องทางต่างๆ และสรุปจัดเก็บเป็น
สารสนเทศที่สาคญั โดยทาการสรปุ ข้อมูลความพงึ พอใจ ความไม่พึงพอใจ ความต้องการและขอ้ เสนอแนะเพื่อ
หาความตอ้ งการของผ้ปู กครองและ นักเรียนทกุ ระดับชน้ั
4. สรุป รายงานผลการดาเนินงานต่อผู้บริหาร ผู้ท่ีเก่ียวข้อง เพื่อนาไปใช้ในการวางแผนการแนะแนว
การศกึ ษาตอ่ จากศษิ ยเ์ ก่าใหก้ ับนักเรยี นปจั จุบัน รบั ฟังเสยี งสะท้อน สารวจความตอ้ งการ และการประชาสัมพันธ์
ข้อมูลโรงเรียนให้กับนักเรียนในอนาคตและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สารวจความต้องการเรียนต่อของนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปีท่ี 6 นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพ่ือจัดกลุ่มนักเรียนตาม
แผนการเรียนและมีการแนะแนวการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพในอนาคต เพื่อนาข้อมูลไปใช้ใน
การศกึ ษาต่อตามความถนดั และความสนใจในระดับท่ีสงู ขน้ึ โดยรวบรวมข้อมูลท่ไี ด้จากการรับฟงั เสียงของกลุ่ม
นักเรียนในอนาคตและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไปใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนและการให้บริการต่าง ๆ ได้
สารสนเทศท่ีนาไปใช้ได้และได้ข้อมลู ย้อนกลับเก่ียวกับหลักสูตรและการจัดการศึกษาของโรงเรียน การบริการ
50
ทางการศึกษาอ่ืน ๆ ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ การสนับสนุนนักเรียนและมีวิธีการสื่อสารระหว่างกัน มีการกากับ
ติดตามผลการดาเนนิ งานอยา่ งตอ่ เนื่อง เพ่อื ปรับปรงุ พฒั นาใหส้ อดคลอ้ งกบั วัตถุประสงคเ์ ชิงกลยุทธท์ ี่ ขอ้ ท่ี 1 ,
ข้อท่ี 3 และเป็นข้อมูลในการพัฒนา ปรับปรุง แก้ไข และกาหนดตัวชี้วัดองค์ความรู้ตามแผนพัฒนาคุณภาพ
การศกึ ษาของโรงเรยี น ในปกี ารศกึ ษาต่อไป 5) เผยแพรข่ ้อมูลสารสนเทศ ผา่ นการประชุม ชี้แจงผลการดาเนินการ
และเผยแพร่แนวทางการปฏิบัติงาน ผลการดาเนินงานให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับทราบผ่านทางข่าว
ประชาสัมพันธ์โรงเรียนอิเล็กทรอนิกส์ เว็บไซต์โรงเรียน และสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ตลอดจนนาข้อมูล
สารสนเทศจากนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาสนับสนุนการตัดสินใจในการคาดการณ์การดาเนินงานใน
อนาคต เช่น การบริหารวิชาการ การปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา งานบริหารงานท่ัวไป ปรับปรุงอาคาร
สถานท่ี การจัดกิจกรรมต่างๆ รวมไปถึงงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน จัดหาและสนับสนุนทุนการศึกษา
ให้กับนักเรียน เพอ่ื ใหส้ อดคลอ้ งกบั ความต้องการของผู้ปกครองและนักเรยี น
(4) ความคล่องตวั ของการวัดผล (Measurement Agility)
โรงเรียนมีวธิ ีการเพื่อใหม้ ั่นใจวา่ ระบบการวดั ผลการดาเนนิ การของโรงเรียน สามารถตอบสนอง ความ
เปล่ียนแปลงท่ีเกดิ ขึ้นอยา่ งรวดเรว็ หรอื ทไี่ ม่ไดค้ าดคดิ ท้ังภายในหรอื ภายนอกองคก์ ร รวมทัง้ มคี วามคลอ่ งตวั ดังนี้
1. การจัดระบบข้อมูล และสารสนเทศไว้บนระบบ Google Drive และเว็บไซต์ของโรงเรยี น เพ่ือง่าย
ต่อการใช้งานและอัพเดทข้อมูล บุคลากรสามารถสืบค้นข้อมูลได้โดยสะดวก มีการปรับปรุง แก้ไขให้ถูกต้อง
และปัจจุบันอย่างสม่าเสมอ โดยมี บุคลากรที่มีความรู้ความชานาญเป็นผู้ดูแลระบบ และกาหนดให้กลุ่มงาน/
งาน/กลุ่มสาระการเรียนรู้ มีผู้ดูแล รับผิดชอบข้อมูลของตนเอง และประสานข้อมูลกับบุคลากรผู้ดูแลงาน
สารสนเทศ ทาใหข้ ้อมลู และสารสนเทศ มคี วามปลอดภยั อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ โรงเรียนนาเทคโนโลยีมา
ใช้ในการบริหารจัดการ เช่น โปรแกรม Secondary Grading System (SGS) ในการวัดและประเมินผล ใช้
Google Sheet ในการสารวจข้อมูลตา่ งๆ ใช้โปรแกรมในการจดั ตารางเรียนและตารางสอน ใช้ Google Form
ในการสารวจความคิดเห็น การแบง่ ปนั และเข้าถึงขอ้ มูลตา่ งๆภายในองค์กรผ่าน Google Drive โดยบญั ชีผู้ใช้
ในองคก์ ร @padad.ac.th และ แอปพลเิ คช่ันต่างๆ
2. โรงเรียนมีปฏิทินการปฏิบัติงานที่ชัดเจน ซ่ึงระบุกาหนดเวลาในการดาเนินงาน การส่งรายงานผล
การดาเนินงานตามภารกิจ โดยได้เผยแพร่ปฏิทินผ่านทางเว็บไซต์โรงเรียน เผยแพร่และแบ่งปัน ข้อมูลผ่าน
Google Calendar กลมุ่ ไลนเ์ พ่ือแจ้งเตือนขา่ วสารตา่ งๆ (กลมุ่ สาระฯตา่ งๆ กลุ่มงาน กลมุ่ ครูปา่ แดด) ทาให้ครู
และบุคลากรในโรงเรียนไดร้ ับทราบข่าวสารอย่างรวดเรว็ สง่ ผลให้โรงเรยี นมขี อ้ มลู ทเ่ี ปน็ ปจั จุบนั และครบถว้ น
3. การตดิ ตามและประเมินผลการดาเนนิ งานอยา่ งสม่าเสมอ ทัง้ แบบเป็นทางการ เช่น การรายงานผล
การดาเนินงานตามโครงการ/กิจกรรม การประชุมคณะกรรมการฝ่ายบริหาร การประชุม กลุ่มบริหารงาน 4
กลุ่มงาน ตามโครงสรา้ งการบริหารงาน และการประชมุ คณะครูทั้งทเี่ ปน็ ทางการ และไมเ่ ปน็ ทางการ เชน่ การ
ประชุมประจาเดือน การพูดคุย สอบถาม การสังเกตเพ่ือรับทราบประเด็น ปัญหาต่างๆ การปฏิบัติงานจริงใน
พื้นที่ และมุมมองของผ้ปู ฏบิ ตั ิ โดยจะนามาทบทวน วิเคราะห์ ปรบั ปรงุ แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา กาหนด
แผนปฏิบัตงิ านประจาปใี หส้ อดคลอ้ งกับการเปลีย่ นแปลง ท้ังภายใน และภายนอกองค์กร
4. พัฒนาระบบการวัดผลการดาเนนิ การ เพื่อใหเ้ กดิ ความคล่องตวั ของการวัดผล โดยจัดทาระบบของ
การกากับดูแลองค์กรและประเมินผลการดาเนินการตามสายงานการบังคับบัญชา ตามโครงสร้างการบริหาร
และระดับการปฏิบัติการตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ฝ่ายบริหารดาเนินการกากับติดตามภายใต้หลัก
ธรรมาภิบาล เม่ือเกดิ เหตุการณ์ทีไ่ ม่คาดคิด หรอื งานล่าช้า ไม่เป็นไปตามที่กาหนดจะมกี ารประชุมในทนั ที เพ่ือ
เสนอแนวทางให้ผู้นาระดับสูงได้ตัดสินใจ และทบทวนเพื่อให้เกิดความม่ันใจได้ว่าการเปลี่ยนแปลงน้ันจะไม่
กระทบต่อผลการดาเนนิ การ
51
ข. การวิเคราะห์และทบทวนผลการดาเนินการ (PERFORMANCE ANALYSIS and Review)
โรงเรียนได้กาหนดกระบวนในการวิเคราะห์ และทบทวนผลการดาเนนิ การ ตลอดจนขีดความสามารถ
ของโรงเรยี นทนั ทที ีม่ กี ารรายงานผลการปฏิบัติงาน ซ่งึ ดาเนนิ การตามปฏทิ นิ การปฏิบัติงานของโรงเรยี น อยา่ ง
น้อยภาคเรยี นละ 1 ครง้ั คณะกรรมการบริหารงาน 4 กลุ่มงาน คณะกรรมการงานแผนงาน คณะกรรมการงาน
การเงนิ และคณะกรรมการงานประกนั คณุ ภาพการศกึ ษา เปน็ ผดู้ าเนินการตามขัน้ ตอน ดงั นี้
1. ประชุมเพ่ือรวบรวมข้อมูล โดยนาสารสนเทศการดาเนินกิจกรรมตามโครงการในแผนปฏิบัติการ
ประจาปี
1.1 ผลการบรรลตุ ามเปา้ หมายของตวั วดั ผลการดาเนินการ
ตารางท่ี 28 ผลการดาเนินการตวั วัดผลการดาเนินการตามวตั ถปุ ระสงคเ์ ชิงกลยทุ ธ์
ผลการดาเนนิ การ
วัตถปุ ระสงค์เชิงกลยทุ ธ์ ตวั วดั ผลดาเนินการ ปีการศึกษา ปกี ารศึกษา ปีการศกึ ษา
2561 2562 2563
1.สง่ เสริมใหผ้ เู้ รยี นมีคณุ ภาพ ร้อยละของนกั เรียนมผี ลการประเมินทางการเรยี นทกุ 68.07 69.81 87.51
เทยี บเคียง มาตรฐานสากล รายวิชาในระดับ 2.5 ขนึ้ ไป
รอ้ ยละของนักเรยี นมีผลการประเมินรายวิชา 63.87 70.48 90.62
การศกึ ษาค้นควา้ ดว้ ยตนเอง (IS) ได้รับผลการเรียนใน
ระดบั 2.5 ขนึ้ ไป
ร้อยละของนักเรยี นมีผลการเรียนวทิ ยาศาสตร์ 65.50 67.43 80.63
คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีระดับ 2.5 ข้ึนไป
รอ้ ยละของผู้เรียนในระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 มี 38.52 36.09 40.95
คะแนนเฉลย่ี ของการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติ
ขน้ั พนื้ ฐาน (O-net)
รอ้ ยละของผู้เรียนในระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 6 มี 32.21 29.94 29.81
คะแนนเฉล่ียของการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ
ขน้ั พื้นฐาน (O-net)
2.ปลกู ฝงั ใหผ้ ู้ เรยี นมีคณุ ธรรม รอ้ ยละของนกั เรียนมีคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 99.78 99.79 97.84
จรยิ ธรรม สานกึ ในความเป็นไทย ใส่ใจ
ส่ิงแวดลอ้ ม หา่ งไกลสง่ิ เสพตดิ และ
อบายมุข
3. สง่ เสริม สนับสนนุ พัฒนาครูและ รอ้ ยละของครูท่ีได้รับการนิเทศสอนงานและการเปน็ 100 100 100
บุคลากรใหส้ ามารถจัดกจิ กรรมการ พี่เล้ียง
เรยี นรู้ได้อย่างมีคณุ ภาพ รอ้ ยละของครทู ่เี ข้ารบั การอบรมสัมมนาและศกึ ษาดู 87.84 87.50 89.28
ครูเก่ง ครดู ี งาน
ระดับความพึงพอใจการสง่ มอบวัสดุอปุ กรณ์ สือ่ การ มาก มาก มากทสี่ ดุ
เรียนรแู้ ละเทคโนโลยี
รอ้ ยละของครูท่ีมีวิทยฐานะ 87.87 87.50 89.28
4 . พัฒนาให้มี การบริหารจัด การเชิง ระดับความพึงพอใจของนกั เรยี นและผู้มีส่วนได้ สว่ น มากทสี่ ุด มากทส่ี ุด มากท่สี ุด
ระบบ คณุ ภาพ รูปแบบการบริหาร เสียต่อการบรหิ ารจัดการด้วยระบบคุณภาพ รูปแบบ
โรงเรยี น P.W.K.S. STEP Model เนน้ การบรหิ ารโรงเรียน P.W.K.S.STEP Model และการ
การมสี ว่ นทุกภาคสว่ นโดยยึดหลกั ธรร มสี ว่ นร่วม
มาภบิ าล
5. พฒั นา แหล่ง เรียนรู้ อาคาร ระดับความพงึ พอใจตอ่ บรรยากาศการทางานของ 81.80 91.30 96.00
สถานท่ี ภมู ทิ ศั น์ และสิ่งแวดลอ้ มท่ี โรงเรียนในระดับดี ข้ึนไป
สวยงามมี บรรยากาศ เหมาะสมและ ระดบั ความพงึ พอใจของผู้มสี ่วนเก่ียวข้องการ มากทีส่ ุด มากทีส่ ุด มากทส่ี ุด
เอ้ือตอ่ การเรียนรู้และการบรหิ าร
ใหบ้ รกิ ารต่อสงั คม
ระดบั ความพงึ พอใจดา้ นสิง่ แวดลอ้ มและบรรยากาศ 82.10 93.40 98.00
52
วัตถุประสงคเ์ ชิงกลยทุ ธ์ ตวั วดั ผลดาเนินการ ผลการดาเนนิ การ
ปกี ารศกึ ษา ปกี ารศึกษา ปกี ารศึกษา
6.สง่ เสรมิ และ พฒั นาด้านเทคโนโลยี ระดับความพงึ พอใจของผมู้ สี ว่ นเกีย่ วขอ้ งต่อคณุ ภาพ
สารสน เทศ และการ สื่อสาร ท่เี อ้อื ของสารสนเทศ 2561 2562 2563
ต่อการเรยี นรู้ ระดับความพงึ พอใจของบคุ ลากรและผู้มีสว่ นไดส้ ว่ น มาก มาก มากท่ีสุด
เสยี ต่อการจัดการกระบวนการฮาร์ดแวร์ ซอฟตแ์ วร์
7. สง่ เสริมให้ ชมุ ชนมสี ว่ นรว่ มในการ และขอ้ มลู สารสนเทศ มากทสี่ ุด มากท่สี ุด มากที่สดุ
จดั การ ศึกษาอยา่ งมีคณุ ภาพ ร้อยละของผปู้ กครองท่เี ข้ารว่ มประชุมผู้ปกครอง
จานวนนักเรียนท่ไี ด้รับทนุ การศึกษาจากผู้มีสว่ นได้ 90.00 92.50 95.00
ส่วนเสีย 99 111 159
เงนิ บริจาคเพื่อสนบั สนุนการจดั การศึกษาของ
โรงเรียน 201,000 247,320 258,080
1.2 ผลการประเมินความพึงพอใจ ต่อการดาเนินการของโรงเรียนตามโครงสร้างการบริหารงาน
กระบวนการหลัก และกระบวนการสนับสนุน ผลการประเมิน คุณภาพการศึกษาของเครือข่ายระบบ ประกนั
คณุ ภาพภายในสถานศึกษา ข้อมลู การเปรยี บเทยี บกบั โรงเรียนแมล่ าววทิ ยาคม มาใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์
ผลการดาเนินการ
2. วิเคราะห์ผลการดาเนินการของโรงเรียน ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสาเร็จ ปัจจัยท่ีเป็นอุปสรรคต่อ
การดาเนินการที่ทาให้ไม่บรรลุ ตามเป้าหมาย โดยใช้วิธีการทางสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่
การแจกแจงความถี่ การหาตาแหนง่ ท่ีของขอ้ มูล การวดั แนวโน้มเข้าสสู่ ่วนกลาง ดว้ ยคา่ เฉล่ีย ฐานนยิ ม มัธยฐาน
และวิธีการวิเคราะห์ ข้อมูลเชิงคุณภาพ ได้แก่ การลงฉันทามติ การวิเคราะห์เน้ือหาโดยใช้ โปรแกรม
คอมพวิ เตอร์ เทคโนโลยี แอปพลเิ คชน่ั สาหรับการวิเคราะห์ขอ้ มูลทางสถิติ ได้แก่ Google Form , Microsoft
Excel
3. นาผลการวิเคราะห์ผลการดาเนินงานของโรงเรียนเสนอต่อครูและบุคลากร ในการประชุม
ประจาเดือน และการประชุมสรุปงานเม่ือสิ้นภาคเรียนและสิ้นปีการศึกษา ผู้ปกครองนักเรียนในการประชมุ
ผู้ปกครองนักเรียนในแต่ละภาคเรียน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐานในการประชุมคณะกรรมการ
สถานศึกษาข้ันพื้นฐานอย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง เพ่ือให้คณะกรรมการสถานศึกษาได้ทบทวนผลการ
ดาเนินการของโรงเรียน หากมีปัญหาหรือข้อขัดข้องผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบและเสนอแนวทางในการแก้ไขให้
ทันท่วงที อีกท้ังยังช่วยประสานข้อมูลและสนับสนุนวิธีการดาเนินการที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพื่อ
สร้างความม่ันใจแก่ผู้ดาเนินงานและองค์กร ผ่านการมีส่วนร่วม ร่วมรับรู้ ร่วมคิด ร่วมทา ซ่ึงเป็นวัฒนธรรม
องค์กร โดยใช้การสื่อสารหลากหลายทางได้แก่ การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ การสื่อสารผ่านทีมงาน ท่ี
รับผิดชอบกิจกรรมโดยตรง การประชุมประจาเดอื น การประชมุ คณะกรรมการสถานศึกษา การประชมุ สรปุ งาน
ประจาปี
4. คณะกรรมการสารสนเทศ นาผลการวิเคราะห์การดาเนินการของโรงเรียนจัดเก็บเข้าไว้ใน ระบบ
สารสนเทศของโรงเรยี นเพื่อเผยแพร่ ให้แกผ่ ้ปู กครองนกั เรียนและคณะกรรมการสถานศึกษา และให้ กลุ่มงาน
ทง้ั 4 กลมุ่ กลุ่มสาระการเรียนรู้ สามารถนาสารสนเทศไปใช้ในการพฒั นาใหบ้ รรลวุ ัตถุประสงค์ เป้าหมาย และ
ตวั ชว้ี ดั
5. คณะกรรมการ บริหารงาน 4 กลมุ่ งาน นาผลการวเิ คราะห์และทบทวนผลการ ดาเนินการไปใช้เป็น
สารสนเทศเข้าสู่ ระบบการจัดทาแผนปฏิบัติการในหมวด 2 ตามข้ันตอนระบบ โดยใช้ รูปแบบการบริหาร
โรงเรียน P.W.K.S. STEP Model เพือ่ การวางแผน พฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา และแผนปฏบิ ตั ิการ ประจาปขี อง
โรงเรยี นตอ่ ไป
53
ค. การปรบั ปรุงผลการดาเนินการ ( PERFORMANCE Improvement )
(1) การแลกเปล่ียนเรยี นรู้และวธิ กี ารปฏบิ ตั ทิ เ่ี ปน็ เลศิ
โรงเรียนมีวธิ กี ารในการแลกเปล่ียนเรียนรู้วธิ ี ปฏบิ ัติท่ีเป็นเลิศในโรงเรยี น โดยการใช้ข้อมูลจากการรายงาน
ผลการปฏิบตั ิงานตามกิจกรรม/โครงการ ในแผนปฏบิ ัติการประจาปี และสารสนเทศประจาปขี องโรงเรยี นเพื่อ
แลกเปลย่ี นเรียนร้กู ารดาเนินการ และวธิ ปี ฏบิ ตั ิทีเ่ ปน็ เลิศตามขน้ั ตอน ดังน้ี
1. แต่งต้ังคณะกรรมการแผนงานและงบประมาณเพื่อทาหน้าที่คัดเลือกผลการดาเนินการท่ีมีผลการ
ดาเนินการทเ่ี ท่ากบั หรอื สูงกวา่ เปา้ หมายที่วางไว้ในแผนปฏิบัตกิ าร ประจาปีของโรงเรียน
2. วิเคราะห์ปัจจัยเชิงสาเหตุท่ีมีผลต่อความสาเร็จ เพื่อให้ทราบถึงปัจจัยนาเข้า ซ่ึงเป็นสาเหตุท่ีส่งผล
ต่อความสาเร็จ ทราบถึงสาเหตุที่เป็นอุปสรรคต่อการดาเนินงาน โดยสรุปปัจจัยท่ีมีผลต่อความสาเร็จต่อผล
การดาเนินการ คอื การได้รับจัดสรรงบประมาณทีเ่ พียงพอ ระยะเวลาในการดาเนนิ การมคี วามเหมาะสม สนอง
ตอ่ ความต้องการของกลุม่ เป้าหมาย มีเน้ือหาสาระ ความรทู้ ่ีเปน็ ปัจจุบนั น่าสนใจและนาไปใชไ้ ด้ สาเหตุที่เป็น
อุปสรรคต่อการดาเนินการ ได้แก่ งบประมาณท่ีวางไว้ไม่เพียงพอ การจัดหาวัสดุอุปกรณ์ไม่ได้ตามเวลาที่
กาหนด กจิ กรรมไม่สามารถดาเนนิ การได้อยา่ งครบถ้วนตามข้อจากัดของมาตรการปอ้ งกนั การแพรร่ ะบาดของ
โรคติดเช้ือโควดิ 19
3. คณะกรรมการสารสนเทศ และคณะกรรมการงานประกัน คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเก็บ
ข้อมูลการวิเคราะห์ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสาเร็จสรุปเป็นสารสนเทศผลงาน Best Practice และ Good
Practice ของโรงเรียน ตามตารางท่ี 29
4. งานนโยบายและแผนงานนา สารสนเทศผลงานที่มีวิธีปฏิบัติท่ีดี จัดทาเป็นแผนดาเนินการเพื่อให้
โรงเรียน ส่งเสรมิ ต่อยอดพฒั นางาน ในการประชุมกาหนดแผนปฏิบัตงิ านประจาปี และการจัดสรรงบประมาณ
สนับสนนุ สาหรับปีต่อไป
5. คณะกรรมการ ฝา่ ยบริหาร 4 กลุ่มงาน ใชร้ ะบบสอ่ื สารผา่ นการประชุมปกติในโรงเรยี น การประชมุ
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ การประชมุ PLC และการนาเสนอในโอกาสต่างๆ ในการแลกเปล่ยี นเรียนรู้ผลการปฏิบัติงาน
และถา่ ยทอด วธิ ีการปฏบิ ตั ิท่ีดี
6. ประเมินความเหมาะสมและคุณภาพของการวิเคราะหป์ ัจจยั เชิงสาเหตุเพื่อการสงั เคราะห์ วิธปี ฏบิ ัติ
ทดี่ ี โดยการรบั ฟงั เสยี งของผ้ปู ฏบิ ตั ทิ เ่ี ป็นตวั แทนจากคณะกรรมการตามโครงสร้างการบรหิ าร ด้วยการสอบถาม
การสนทนากลุ่มย่อย การแสดงความคิดเห็นผ่านส่ือสังคมออนไลน์ช่องทางต่างๆ เพ่ือนาผลการประเมินไปใช้
วางแผนวิธีการทบทวนผลการดาเนนิ การ และปรับปรุงพัฒนากิจกรรม/โครงการตามเป้าหมายในแผนปฏิบัติ
การประจาปตี ่อไป
ตารางที่ 29 วธิ กี ารปฏบิ ัตทิ ี่ดีของกลุ่มงาน/กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ปีการศึกษา 2561-2563
กลุ่มงาน/กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิธีการปฏบิ ตั ทิ ี่ดี
กลมุ่ บริหารงานวชิ าการ
การนเิ ทศภายใน โดยใชก้ ระบวนการนเิ ทศแบบชี้แนะสอนงาน
กลมุ่ บรหิ ารงานอานวยการ และการเปน็ พี่เลีย้ ง (Coaching and Mentoring Supervisor)
กลุ่มบรหิ ารงานทัว่ ไป ส่งเสริมและพฒั นาความกา้ วหน้าทางวชิ าชีพบคุ ลากร
กลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียน งานอนามยั โรงเรยี น (โรงเรียนส่งเสรมิ สขุ ภาพระดับเหรยี ญทอง)
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชมรมทูบีนัมเบอรว์ ัน, สภานกั เรียน
กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ กิจกรรมบรู ณาการวันภาษาไทยแหง่ ชาติและสปั ดาห์ห้องสมดุ
การจัดกจิ กรรมการเรยี นรโู้ ดยหลกั สูตรโรงเรยี นคุณภาพ สสวท.
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (SMT)
การจดั กจิ กรรมการเรยี นรโู้ ดยหลักสูตรโรงเรียนคุณภาพ สสวท.
(SMT) , กิจกรรมมหิงสาสายสบื
54
กลมุ่ งาน/กลุม่ สาระการเรียนรู้ วธิ ีการปฏบิ ตั ทิ ่ีดี
กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม กจิ กรรมตามโครงการสง่ เสริมคณุ ธรรมจรยิ ธรรม
กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ การจดั กจิ กรรมการเรียนร้ภู าษาจีน
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ กิจกรรมการแสดงศกั ยภาพผู้เรียน ด้านศลิ ปะการแสดง
กลมุ่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี กิจกรรมเชฟนอ้ ยตะลยุ ครวั
กลุ่มสาระการเรียนรู้สขุ ศกึ ษาพลศกึ ษา กิจกรรมเพศวิถศี กึ ษา
(2) ผลการดาเนินการในอนาคต (Future PERFORMANCE)
โรงเรยี นมวี ธิ ีการในการคาดการณผ์ ลการดาเนนิ การในอนาคต ดังนี้
1. ประชมุ ครูและบคุ ลากร เพ่ือ ทบทวนผลการดาเนินการและข้อมูลเชงิ เปรียบเทียบ และการแข่งขัน
ท่ีสาคัญในปีการศึกษาที่ผ่านมา ตามตารางที่ 28 ผลการดาเนินการตัววัดผลการดาเนินการตามวัตถุประสงค์
เชงิ กลยุทธ์
2. รวบรวมข้อมูล ผลการดาเนินงาน วิเคราะห์ขอ้ มลู ที่ส่งเสริม สนับสนุนงานที่สาเรจ็ และหาแนวทาง
พัฒนา ปรับปรุงงานท่ียังไม่บรรลุเป้าหมาย ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ันพื้นฐาน ผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนเทียบกับค่าเป้าหมายของโรงเรียน ผลการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการประจาปี เทียบกับ
วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ ผลการประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษาเทียบกับค่ามาตรฐานของสานักงาน
รับรองมาตรฐานและประเมนิ คณุ ภาพการศกึ ษา (องค์การมหาชน)
3. รวบรวมข้อมูลท่ีได้จากการวเิ คราะหม์ าจัดลาดับความสาคัญในการดาเนนิ การของแต่ละงาน เพื่อ
วางแผนดาเนนิ การโดยจดั ทาโครงการ/กิจกรรม ตามแผนปฏิบตั กิ ารปตี อ่ ไป
4. จัดทาโครงการ/ กิจกรรมในแผนปฏิบัติการประจาปี ในส่วนงานท่ีต้องดาเนินการพฒั นาปรับปรุง
การปฏิบัติการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ในอนาคต เช่น โครงการยกผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเพ่ือพัฒนา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มบริหารงานวิชาการ จัดทาโครงการค่ายวิชาการร่วมกับกลุ่มสาระเพื่อยกระดับ
ผลสัมฤทธิ์ งานแนะแนว จัดทากจิ กรรมการแนวแนวการศึกษาต่อ และทนุ การศกึ ษา เพ่อื สนองความต้องการ
ของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กลุ่มบริหารงานกิจการนกั เรียน จัดทาโครงการเพ่ือพฒั นางานระบบดูแล
ช่วยเหลือนักเรียน กลุ่มบริหารงานอานวยการ จัดทาโครงการพัฒนาครูและบุคลากรเพื่อให้มีค วามรู้
ความสามารถในการพัฒนาตนเอง กลุ่มบริหารงานท่ัวไป จัดทาโครงการพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์และ
ส่ิงแวดล้อม
5. ดาเนินการตามแผนปฏิบัติการประจาปีของแต่ละโครงการ เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์หรือ
เปา้ หมายหรือตัวช้วี ดั ของโครงการ/กิจกรรม ทีก่ าหนดในแผนปฏบิ ัติการประจาปี
6. หวั หนา้ กลุม่ บรหิ ารงาน/โครงการ ตดิ ตามผลการดาเนินงาน โดยให้ผู้รบั ผิดชอบโครงการ/กิจกรรม
จัดทารายงานผลการดาเนินงานตามโครงการ/กิจกรรม เพื่อวิเคราะห์ว่าบรรลุเป้าหมาย วัตถุประสงค์ หรือ
ตวั ชี้วัดของโครงการหรือไม่
7. สรุปผลการดาเนินการโครงการ/กิจกรรม รายงานต่อผู้นาระดับสูง และส่ือสารต่อผู้มีส่วนได้ส่วน
เสีย เก็บรวบรวมและสรุปเป็นข้อมูลสารสนเทศ และเผยแพร่ข้อมูลแก่ผู้ที่เก่ียวข้องตามช่องทางสื่อสารต่างๆ
ของโรงเรียน หากผลการดาเนินการในอนาคตมีความแตกต่างกับผลการดาเนินการของแผนปฏิบัติการ
โรงเรียนมีวิธีการในการปรับค่าความแตกต่างให้ยอมรับได้ โดยการประชุมช้ีแจงผู้ที่เก่ียวข้องและลงมติเลือก
แนวทางในการปรับปรุงผลการดาเนินการต่อไป เช่น การเปรียบเทียบผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน
เทียบกับค่าเฉลี่ยระดับประเทศ หรือผลของปีท่ีผ่านมาหากไม่มกี ารพัฒนาในภาพรวม สามารถใช้ข้อมูลระดับ
เขตพ้ืนที่ หรือระดับกลุ่มสาระเพื่อเป็นข้อมูลในการปรับปรุง แก้ไขกระบวนการหรือวิธีการเพ่ือปรับเปล่ียน
โครงการ/กจิ กรรมในแผนปฏิบตั ิการประจาปี เพื่อใหบ้ รรลุตามวสิ ยั ทัศน์ พันธกจิ ค่านยิ มของโรงเรียนตอ่ ไป
55
(3) การปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและนวัตกรรม (Continuous Improvement and Innovation)
โรงเรียนนาผลการทบทวนผลการดาเนินการไปใช้จัดลาดับความสาคัญของเรอื่ งท่ีต้องนาไปปรับปรุง
อย่างตอ่ เน่อื ง และนาไปเปน็ โอกาสในการสร้างนวัตกรรม ดงั นี้
1. คณะกรรมการงานแผนงาน คณะกรรมการงานการเงิน และคณะกรรมการงานประกันคุณภาพ
การศึกษา นาผลการทบทวนการดาเนินงานจากการประเมินความพึงพอใจและความไม่พึงพอใจของนกั เรียน
และผูม้ สี ว่ นได้สว่ นเสยี มาวิเคราะห์หาความตอ้ งการของผูป้ กครองและนักเรียนทกุ ระดบั ชัน้ เพื่อหาขอ้ สรุปและ
ประเด็นท่ีคณะทางานตามโครงสรา้ งการบริหารงาน กระบวนการหลัก และกระบวนการสนับสนนุ จาเป็นต้อง
ทาการปรับปรงุ เร่งด่วน
2. พิจารณาผลการดาเนินงานตามกิจกรรมในโครงการของแผนปฏิบัติการประจาปี ท่ีมีผลการปฏิบัติงาน
ไม่บรรลตุ ามเปา้ หมายท่วี างไว้ นาไปวิเคราะหป์ จั จัยเชิงสาเหตทุ ่ีเป็นอปุ สรรคตอ่ การดาเนินงาน
3. โรงเรียนถ่ายทอดผลการวิเคราะห์ความต้องการของผู้ปกครองและนักเรียนทุกระดับช้ันและผล
การวิเคราะห์ขอ้ มูลปัจจยั เชิงสาเหตุที่เป็นอุปสรรคต่อการดาเนินการของโรงเรียนให้กับผู้มีส่วนได้สว่ นเสียในท่ี
ประชุมคณะครู เพอ่ื ลงฉันทามติใหไ้ ด้ขอ้ สรปุ ของโรงเรยี นในการปรับปรุงการดาเนนิ งานใหบ้ รรลเุ ป้าหมาย และ
ถ่ายทอดไปสู่ผู้ส่งมอบและพันธมิตรของโรงเรียนโดยการส่ือสารผ่านช่องทางต่างๆ เพ่ือหาแนวทางการแก้ไข
ปัญหา ขอ้ เสนอแนะ ปรบั ปรงุ การดาเนนิ การร่วมกัน
4. คณะกรรมการงานสารสนเทศ คณะกรรมการงานการเงนิ และคณะกรรมการงานประกันคุณภาพ
ของโรงเรียนเก็บข้อมูลผลการวิเคราะห์ปัจจัยเชิงสาเหตุท่ีเป็นอุปสรรคต่อการดาเนินงานในกิจกรรมตาม
โครงการของแผนปฏิบตั ิการประจาปี
5. ประเมินความเหมาะสมและคุณภาพของการใช้วิธีวิเคราะห์ความต้องการของผู้ปกครองและ
นักเรียนทุกระดับช้ัน และการวิเคราะห์ปัจจัยเชิงสาเหตุในการปรับปรุงผลการดาเนินงาน โดยรับฟังเสียงของ
ผปู้ ฏิบตั งิ านที่เป็นตัวแทนจากคณะกรรมการตามโครงสร้างการบริหาร 4 กล่มุ งาน ด้วยการสอบถาม การสนทนา
กลมุ่ นาผลการประเมนิ ไปใช้วางแผนวธิ ีการทบทวนผลการดาเนนิ การในคร้ังถัดไป
6. ผู้นาระดับสูง และคณะกรรมการงานแผนงาน นาสารสนเทศจากการวิเคราะห์ปัจจัยเชิงสาเหตไุ ป
ต่อยอดเพื่อวิเคราะห์จัดลาดับความสาคัญของกลยุทธ์ในการประชุมเชิงปฏิบัติการของคณะครู เพ่ือวางแผน
พัฒนาคุณภาพการศึกษาในหมวด 2 กลยุทธ์ และออกแบบกระบวนการเพ่ือให้เกิดนวัตกรรมในหมวด 6
ระบบปฏิบัตกิ ารต่อไป
4.2 การจัดการความรู้ สารสนเทศและเทคโนโลยสี ารสนเทศ (Knowledge Management,
information and Information Technology)
ก. ความรู้ขององค์กร (Organization Knowledge)
(1) การจัดการความรู้
โรงเรียนมีการจัดการความรู้ที่จะนาไปสู่การเรียนรู้ระดับโรงเรียน โดยประยุกต์ รูปแบบการบริหาร
โรงเรยี น P.W.K.S. STEP Model เขา้ กบั แนวทางการจดั การความรู้ (Knowledge Management) และชมุ ชน
แห่งการเรียนรู้ จากผลการดาเนินงานทาให้ครูได้แลกเปล่ียนเรยี นรู้ประสบการณ์ นาไปใช้ในการจัดการเรียน
การสอน ครูได้รับการพฒั นาตนเองด้านการใช้เทคโนโลยีเพ่ือการเรยี นการสอนอยเู่ สมอ พัฒนาระบบการทางาน
ของโรงเรียนมปี ระสทิ ธิภาพโดยดาเนินโครงการ Paperless เพื่อลดการใชก้ ระดาษ โรงเรยี นไดด้ าเนนิ การ ดังนี้
1. ประชมุ คณะครูและบุคลากร คณะกรรมการสถานศกึ ษาร่วมกัน สรุปฉันทามติเพ่ือกาหนดทิศทาง
และความตอ้ งการท่ีสอดคลอ้ งตอ่ การบรรลวุ ิสัยทศั น์ เป้าหมาย และกลยทุ ธ์ของโรงเรียน
2. ดาเนนิ การรวบรวมขอ้ มูล องค์ความร้จู ากการวัด และการวิเคราะห์ขอ้ มูลทไี่ ด้กาหนดตามความต้องการ
ในข้อ 1. โดยใช้แหล่งข้อมูลท่ีหลากหลายไดแ้ ก่ สารสนเทศผลการปฏิบัติงานประจาปีของโรงเรยี น รายงานผล
56
การวดั วิเคราะห์ผลการดาเนนิ งานตามกิจกรรม/โครงการของแผนปฏิบัตกิ ารประจาปี รายงานผลการประเมิน
ตนเอง (SAR) ประจาปี
3. ประมวลและกล่ันกรองความรู้ ผู้เก่ียวข้องในการจัดการความรูแ้ ละการดาเนินงานของแต่ละกลมุ่
งานตา่ งๆ ไดร้ ับมอบหมายให้เปน็ คณะกรรมการดาเนนิ การปรับปรุงรูปแบบเอกสารให้เปน็ มาตรฐาน ปรับปรุง
เน้ือหาให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อเก็บไว้ในฐานข้อมลู สารสนเทศของโรงเรยี นที่จะทาการเผยแพรท่ ้ังในและนอก
องค์กร
4. จัดทาระบบในการจัดเก็บข้อมูลและองค์ความรู้ที่รวบรวมไว้ในระบบสารสนเทศของโรงเรียนบน
Google Drive โดยวเิ คราะห์ข้อมูลเพื่อแบ่งชนิด ประเภท จดั เขา้ เป็นหมวดหมู่ตามตวั ช้วี ัดที่สอดคลอ้ งกบั กลยุทธ์
และมาตรฐานการประกันคุณภาพการศกึ ษา เพื่อสะดวกต่อการสืบค้น เรยี กคนื และใช้งานได้ง่าย สามารถนา
ข้อมูลไปอ้างอิงไดท้ ั้งในปจั จุบนั
5. ขอ้ มูล สารสนเทศ และองคค์ วามรู้ทไ่ี ดร้ บั การคดั เลือกแล้ว คณะกรรมการงานสารสนเทศจะนาเข้า
สูร่ ะบบคลังความรูข้ องโรงเรยี น ซงึ่ มที ้งั แบบ Offline ไดแ้ ก่ การบนั ทกึ ไว้ในรายงานผลการปฏิบตั ิงานประจาปี
ในรูปแบบสารสนเทศรายงานผลการประเมินตนเอง และแบบ Online ได้แก่เว็บไซต์ของโรงเรียน เพจ
ประชาสัมพนั ธข์ องโรงเรยี น ในแอปพลิเคชันเฟซบ๊คุ และแอปพลิเคชันไลน์
6. แบ่งปัน แลกเปล่ียนความรู้โดยใช้วิธีการที่หลากหลาย ได้แก่ ผู้นาระดับสูง นาข้อมูลมาช้ีแจงในท่ี
ประชมุ ประจาเดอื น และการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาเพ่อื สร้างความตระหนกั ในการนาองค์ความรู้ไป
ใชพ้ ัฒนางานต่อไปในอนาคต การสรา้ งเวทีนาเสนอผลงานของครูและนกั เรยี นตามแนวคิดชุมชนแหง่ การเรยี นรู้
ในโอกาสต่างๆ อาทิ งานเปิดบ้านวิชาการ การนาเสนอผลงานเพ่ือขอรับการเล่ือนเงินเดือนของคณะครูและ
บุคลากรทางการศึกษา การนาเสนอผลงานรางวัลอนั ทรงคณุ คา่ OBEC AWARDS เปน็ ตน้
7. ผนู้ าระดบั สูง และคณะกรรมการงานแผนงานและงบประมาณ ประเมนิ การเรยี นรทู้ ่ีเกิดจากการแลกเปล่ียน
เรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงานของโรงเรียน โดยตรวจสอบเป้าหมาย และวิธีการดาเนินกิจกรรมที่เสนอขอ
อนุมัติงบประมาณตามแผนปฏิบัติการประจาปี หากมีการพิจารณาทบทวนวสิ ัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย กลยุทธ์
ขององค์กร โรงเรียนสามารถดาเนินการจัดการความรู้ตามข้ันตอนได้อย่างต่อเนื่อง นาไปสู่การพัฒนาองค์
ความรู้ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นตอ่ ไป
(2) การเรยี นรรู้ ะดบั องคก์ ร (Organization Learning)
โรงเรียนใช้กระบวนการจัดการองค์ความรู้ เปน็ กระบวนการทจี่ ะชว่ ยใหเ้ กิดพฒั นาการขององคค์ วามรู้
หรือ นาไปสูก่ ารจัดการความรู้ท่ีจะเกิดข้นึ ภายในองคก์ ร ดังนี้
1. ใชก้ ระบวนการจัดการองคค์ วามรู้ เปน็ แนวทางใหบ้ รรลุเป้าหมายเพื่อพฒั นางานด้วยวงจรคุณภาพ
PDCA ภายใต้รูปแบบการบริหารโรงเรียน P.W.K.S. STEP Model ในการขับเคลื่อนสู่ความสาเร็จ ของระบบ
กลุ่มงาน/กลุ่มสาระฯ ท่ีนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบฐานข้อมูลมาใช้ในการจัดการ การบริหาร
และสนับสนนุ การเรยี นรู้
2. แสวงหาความรู้ การสร้างองค์ความรู้ใหม่ การจัดเก็บองค์ความรู้ การแสวงหาองค์ความรู้จาก
ภายนอก จัดเกบ็ รกั ษาองค์ความรใู้ นรูปแบบเอกสารของโรงเรยี นอย่างเปน็ ระบบ เพอ่ื เผยแพรผ่ ่านทางเว็บไซต์
www.padadwit.ac.th
3. การจัดการองค์ความรูใ้ หเ้ ป็นระบบ การวางโครงสร้างองค์ความรู้ เพือ่ เตรียมพร้อมสาหรบั การเกบ็
องค์ความรอู้ ยา่ งเป็นระบบเพอ่ื นาไปพฒั นาองคก์ รในอนาคต
4. การเข้าถึงองค์ความรู้ เป็นการทาให้ผู้ใช้องค์ความรู้ท่ีต้องการได้ง่าย และสะดวกผ่านทางระบบ
สารสนเทศและเวบ็ ไซต์ของโรงเรียน เพอื่ ให้ผูใ้ ช้องคค์ วามรู้สามารถนาองค์ความร้ไู ปใช้ในการพัฒนาองค์กร
57
5. วเิ คราะห์ขอ้ มูล และสรุปผลเป็นสารสนเทศ เพือ่ การแบ่งปนั แลกเปลีย่ นองคค์ วามรู้ การสับเปล่ียน
การปฏิบัติงานในองค์กร ฐานความรรู้ ะบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การสรา้ งนวัตกรรม ชุมชนแห่งการเรียนรู้
6. นาเสนอรายงานผลต่อผู้นาระดับสูงและส่ือสารให้ผู้ที่เก่ียวข้องนาองค์ความรู้ไปใช้ จนเกิดการเรยี นรู้
และประสบการณใ์ หม่หมุนเวยี นอย่างตอ่ เนือ่ ง และมีการพัฒนาปรบั ปรุง แก้ไขโดยจัดทาเป็นกิจกรรม/โครงการ
ตามแผนปฏิบัติการประจาปี และสอดคล้องกับกลยุทธ์ที่ 2 พัฒนาคุณภาพครูและบุคลากร และกลยุทธ์ท่ี 3
การพฒั นาการบรหิ ารจัดการอยา่ งเป็นระบบมีคณุ ภาพ เพอื่ กาหนดตัวชี้วัดองค์ความรู้ตามแผนงานกลยุทธ์ของ
โรงเรยี นปกี ารศึกษาตอ่ ไป
4.2 ข. ขอ้ มูลสารสนเทศและเทคโนโลยสี ารสนเทศ (Data, Information and Information Technology)
(1) คุณภาพของขอ้ มลู และสารสนเทศ (Data and Information Quality)
โรงเรียนไดด้ าเนินการจดั การข้อมลู และสารสนเทศท่มี ีคณุ ภาพ ตามลาดับข้นั ตอนดังนี้
1. แต่งต้ังคณะกรรมการงานสารสนเทศและเทคโนโลยี ศึกษามาตรฐานข้อกาหนดที่เกี่ยวข้องกับ
ระบบสารสนเทศ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทาความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 และ
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทาผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฉบับท่ี 2 พ.ศ.2560 แจ้งประชาสัมพันธ์ให้ครู
นักเรียนและผ้ปู กครองทราบผ่านทางการประชมุ ครู ประชมุ ผู้ปกครอง การโฮมรูม และเว็บไซต์ของโรงเรยี น
2. ศึกษาปญั หา และแนวทางการพฒั นาแผนการปฏิบัตงิ านตามระบบสารสนเทศของโรงเรียน จดั ทา
โครงการพัฒนาระบบ ICT เพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ในโรงเรยี นอย่างชดั เจนและเปน็ ระบบ
3. รวบรวมขอ้ มูลข่าวสารสารสนเทศจากกลุ่มบรหิ ารงาน และกลุ่มสาระต่างๆและจัดเก็บให้ครบถ้วน
ดาเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลสารสนเทศ และความรู้ขององค์กรมีความแม่นยา ถูกต้องน่าเชื่อถือ เป็น
ปัจจุบัน ปลอดภัย และเป็นความลับ เนื่องจากแหล่งข้อมูลและสารสนเทศท่ีมีจานวนเพ่ิมขึ้นตามจานวน
นักเรียน ดังนั้นโรงเรียนจาเป็นต้องมีการดูแลให้ระบบสารสนเทศต่างๆ ของทางโรงเรียนให้มีความน่าเช่ือถอื
พร้อมใช้งานในแบบท่ีง่ายและสะดวกต่อการนามาใช้รวมถึงจะต้องมีการดูแล เพื่อให้ข้อมูลและสารสนเทศท่ี
จาเป็นมคี วามพร้อมใชง้ าน และบุคลากร ผสู้ ่งมอบ ผู้ใหค้ วามร่วมมืออยา่ งเปน็ ทางการ มกี ารจัดเกบ็ ข้อมลู โดย
ใช้ระบบจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศพื้นฐานของนักเรียน Secondary Grading System และระบบ Data
Management Center ร ะ บ บ ส า ร ส น เ ท ศ เ พื่ อ ร า ย ง า น ก า ร บ ริ ห า ร ง า น โ ร ง เ รี ย น ผ่ า น ท า ง
http://www.padadwit.ac.th ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน (SDQ) ระบบการรับ-ส่งเอกสารงานสารบรรณ
(e-Office)
4. การตรวจสอบติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน โดยมีผู้นาระดับสูง หัวหน้ากลุ่มบริหารงาน
หัวหน้ากลุ่มสาระฯ เป็นผู้ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน วิเคราะห์แก้ไขปัญหา กรณีมีปัญหาและ
อุปสรรค หรือไม่สามารถบรรลุตามวตั ถุประสงค์ตามโครงการ/กิจกรรม นาประเด็นมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพ่ือ
หาข้อเสนอแนะ และบูรณาการการทางานเป็นทีมกับคณะครูและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องผ่านการประชุมคณะครู
ประชุมกลุ่มบรหิ ารงาน ประชุมกลมุ่ สาระฯ ประชุมกลุ่ม PLC
5. สรุปผลและนาเสนอรายงานผลโครงการพัฒนาระบบ ICT และโครงการพัฒนางานสารสนเทศ
ประจาปกี ารศึกษา ส่ือสารใหผ้ ทู้ ่ีเกี่ยวขอ้ ง และใชข้ อ้ มูลดังกล่าวในการพัฒนาปรับปรงุ แก้ไขโครงการ/กจิ กรรม
ในปีตอ่ ไป
(2) ความปลอดภัยของข้อมลู และสารสนเทศ (Data And Information Security)
โรงเรียนมีระบบรักษาความปลอดภัยฐานของข้อมูลสารสนเทศเพ่ือสร้างความเชื่อถือในข้อมูล
สารสนเทศของโรงเรยี น ดงั น้ี
58
1. คณะกรรมการงาน ICT ตรวจสอบสภาพปัจจุบนั และตั้งเป้าหมายการพัฒนาระบบ ICT โดยจัดทา
โครงการพัฒนาระบบ ICT เพ่ือสร้างระบบความปลอดภัยให้กับข้อมูลสารสนเทศ และลดความเส่ียงจากภัย
คุกคามทางคอมพิวเตอร์
2. การปฏิบัติตามโครงการพัฒนาระบบ ICT มีการควบคุมรักษาความปลอดภัยโดยตัวซอฟต์แวร์
(Software Control) โดยมีระดับ วิธีการ 2 วิธี คือ การควบคุมจากระบบภายในของซอฟต์แวร์ (Internal
Program Control) คือการท่ีโปรแกรมน้ันได้มีการควบคุมสิทธิการเข้าถึง และสิทธิในการใช้ข้อมูลภายใน
ระบบ ซงึ่ ถกู จัดเก็บไว้ในระบบฐานขอ้ มลู ภายในระบบเอง และการควบคุมความปลอดภัยโดยระบบปฏิบัติการ
(Operating System Control) คือ การควบคุมสิทธิการเข้าถึงและการใช้ข้อมูลในส่วนต่างๆ ภายในระบบ
คอมพิวเตอร์ของผู้ใช้คนหน่ึง และจาแนก แตกต่างจากผู้ใช้คนอ่ืนๆ มีการใช้งาน Firewall การกู้คืนข้อมูล
(Recovery) ของระบบปฏบิ ัติการ การควบคุมความปลอดภยั ของระบบฮาร์ดแวร์ (Hardware Control) โดย
เลือกใช้ เทคโนโลยีทางด้านฮาร์ดแวร์ ที่สามารถควบคุมการเข้าถึง และป้องกันการทางานผิดพลาด ด้วย
อุปกรณ์ภายในตัวเอง การใชน้ โยบายในการควบคุม (Policies) โดยมีการประกาศใช้และการปรบั ปรงุ นโยบาย
ใหม้ กี ารทางานสอดคล้องกับการปฏิบตั งิ านด้านต่าง ๆ และสภาพแวดลอ้ มท่ีเปลย่ี นแปลง โดยมผี ลบงั คับใช้ทั้ง
องคก์ ร จัดใหม้ เี ครื่องควบคุมระบบบริหารจดั การเครือขา่ ย การติดตงั้ โปรแกรมป้องกนั ไวรัส และใช้ระบบการจดั เก็บ
ข้อมลู บนระบบ Cloud การจัดเก็บขอ้ มูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log) ใหม้ ีความถกู ตอ้ ง การใชร้ ะบบยืนยัน
ตวั ตนในการเข้าใชอ้ ินเทอร์เน็ต และสามารถระบถุ งึ ตวั บุคคลได้ การควบคุมการเข้าถึงเวบ็ ไซต์ทีไ่ ม่เหมาะสม
3. การตรวจสอบและประเมนิ โดยมรี ะบบปอ้ งกนั การบุกรุกและภัยคุกคามทางคอมพวิ เตอร์ เพ่อื เป็น
การเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับระบบสารสนเทศและเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ เช่น Proxy Server จะต้องมี
การกาหนดค่า (Configuration) เพื่อการกรองข้อมูลที่มาจากเว็บไซต์ให้มีความปลอดภยั ต่อระบบสารสนเทศ
และเครือข่ายคอมพิวเตอร์ มีการปรับปรุงพัฒนานโยบายการใช้งานระบบสารสนเทศและเครือข่าย
คอมพวิ เตอรเ์ พือ่ ให้ใชง้ านระบบสารสนเทศและเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนเปน็ ไปอย่างมีประสิทธิภาพ
และลดความเส่ียงจากภัยคุกคามทางคอมพิวเตอร์ พัฒนาระบบ ICT เพ่ือรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและ
สารสนเทศ เพื่อสร้างความน่าเช่ือถือในข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียน มีการปรับปรุงพัฒนา แก้ไขปัญหาที่
เกิดขึ้น การสรา้ งระบบความปลอดภัยการใชอ้ ินเทอร์เนต็ (Hotspot) การจดั เกบ็ ข้อมูลทางคอมพวิ เตอร์ (Log)
และนาขอ้ มลู ปัญหามาวเิ คราะห์ แลกเปลี่ยนเรียนรวู้ ิธีการแกไ้ ขปัญหา
4. สรุปผลนาเสนอรายงานต่อผู้บริหารเพ่ือส่ือสารให้ผู้ท่ีเก่ียวข้อง และพัฒนาปรับปรุงแก้ไข เพื่อ
สารวจสภาพปัจจุบัน และต้ังเป้าหมายพัฒนาระบบ ICT โดยจัดทากิจกรรม/โครงการตามแผนปฏิบัติการ
ประจาปีของปตี ่อไป
(3) ความพรอ้ มใชง้ านของข้อมูลและสารสนเทศ (Data and Information Availability)
โรงเรยี นมคี วามพรอ้ มใช้งานของขอ้ มลู และสารสนเทศ ตามลาดับดงั นี้
1. มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ มีการวางผังระบบรับสัญญาณ
เครือข่ายจากแม่ข่ายคอมพิวเตอร์ตามโครงการพัฒนางาน ICT และโครงการพัฒนางานสารสนเทศ มีคาสั่ง
แต่งตั้งและมอบหมายงานอย่างชัดเจน มีการทางานบูรณาการกับผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทท่ีให้เช่าสัญญาณ
บริการอินเทอรเ์ นต็ ทเ่ี ข้ามาดแู ลให้คาแนะนา การบารุงรกั ษาระบบเครอื ข่ายของโรงเรียน
2. บุคลากรปฏิบัติงานตามโครงการพัฒนางาน ICT และโครงการพัฒนางานสารสนเทศ อย่างเต็ม
ความสามารถ โดยการจดั หาวสั ดคุ รภุ ณั ฑ์ ฮาร์ดแวร์และซอฟตแ์ วรท์ ีจ่ าเปน็ เหมาะสม และทนั สมยั เพ่อื อานวย
ความสะดวกแก่ผู้ใช้งานในองค์กร เช่น การเตรียมความพร้อมในเรื่องระบบในการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานของ
นกั เรียน และมรี ะบบกระจายสัญญาณเครือข่าย LAN หรือไรส้ าย (Wi-Fi) ให้ทวั่ ถึง พร้อมสาหรับการเขา้ ถึงทุก
ตาแหน่งของโรงเรียน พัฒนาระบบหรือจัดหาระบบที่ต้องการและติดตั้งระบบให้พร้อมใช้งาน สร้างความเชื่อมน่ั
59
ในความปลอดภัยต่อความต้องการ ทิศทางการศึกษาและบริการทันต่อความเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี มี
วิธีการเพ่ือให้ข้อมูลและสารสนเทศท่ีจาเป็นมีความพร้อมใช้งาน ด้วยรูปแบบที่ใช้งานง่ายและทันกาลสาหรับ
บุคลากร ผู้ส่งมอบ พันธมิตร ผู้ให้ความร่วมมือ รวมท้ังนักเรยี นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยการนาเสนอขอ้ มลู
และสารสนเทศให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในรูปแบบ Info Graphic เว็บไซต์ของโรงเรียน เฟซบุ๊คแฟนเพจของ
โรงเรียน แอปพลิเคช่ันไลน์กลุ่มต่างๆ และส่งข้อมูลข่าวสารของโรงเรียนผ่านเว็บไซต์ของสานักงานเขตพื้นท่ี
การศกึ ษามธั ยมศกึ ษาเชยี งราย
3. มีการติดตามและประเมินผลการดาเนนิ งานอย่างสม่าเสมอ เช่น การตรวจสอบความพร้อมใช้งาน
อินเทอร์เน็ตเปน็ ประจาทุกวนั การตรวจเชค็ เคร่ืองรับสญั ญาณจากแม่ข่ายให้พร้อมใชง้ าน การพูดคยุ สอบถาม
ข้อมลู ปญั หาการใชง้ านของข้อมูล และสารสนเทศจากครู นักเรยี น ผปู้ กครอง เพ่ือวิเคราะหป์ ญั หาทีเ่ กิดขึน้
4. มีการประชุมสรุปปญั หา การหาแนวทางแกไ้ ขปัญหา เพอ่ื พฒั นาปรบั ปรงุ ระบบให้พรอ้ มใช้งานตาม
เป้าหมายโครงการพัฒนาระบบ ICT และโครงการพฒั นางานสารสนเทศ รายงานสรุปโครงการประจาปตี ่อผู้นา
ระดับสูงและส่ือสารให้ผู้ท่ีเก่ียวข้องและพัฒนาปรับปรุงแก้ไขให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพ่ือใช้เป็น
ขอ้ มูลในปีการศึกษาตอ่ ไป
(4) คณุ ลักษณะของฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ (Hardware and Software Properties)
โรงเรียนมีวิธกี ารเก่ยี วกับฮารด์ แวร์และซอฟตแ์ วรเ์ พื่อให้มคี วามเชอื่ ถอื ได้ ปลอดภัย และใชง้ านงา่ ย ดงั น้ี
1. สารวจข้อมูล /คุณภาพของโรงเรียน ประชุมวางแผนเรื่องการพัฒนาการเรียนการสอนด้วยระบบ
ICT เพอ่ื ทราบความตอ้ งการและความจาเปน็ ในการใช้อปุ กรณฮ์ าร์ดแวรแ์ ละซอฟตแ์ วร์
2. ดาเนินการผ่านโครงการพัฒนางาน ICT โครงการพัฒนางานสารสนเทศ เพ่ือจัดหาอุปกรณ์
ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมในการใช้งาน จากเงินบารุงการศึกษาค่าการจัดการเรียนการสอน ICT
ภาคเรียนละ 100 บาทต่อคน ในการจัดหาเครือ่ งคอมพวิ เตอร์เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอน การบริหารงาน
ในโรงเรยี น และได้รับการสนบั สนนุ จากคณะกรรมการสถานศึกษามอบเคร่ืองปริ้นเตอร์สาหรับนักเรียนใช้งาน
จานวน 2 เครื่อง ชมรมศิษย์เก่ามอบเงินงบประมาณสนับสนุนอุปกรณ์โสตทัศนศึกษาในการจัดทาห้อง
เกียรตยิ ศจานวน 100,000 บาท นายไพชยนต์ อตุ ตมะ ศิษย์เกา่ มอบเครือ่ งอดั สาเนาสาหรบั ครูและนักเรยี นใช้
งาน จานวน 2 เครื่อง ระบบปฏิบัติการของเคร่อื งคอมพิวเตอร์ทุกเครอ่ื งในโรงเรียนสามารถเช่ือมตอ่ เข้าสูร่ ะบบ
อินเทอร์เน็ต มีระบบเครือข่ายไร้สาย (Wi-Fi) ของโรงเรียน บุคลากร ครู และนักเรียนสามารถเข้าใช้บริการ
ผ่านอุปกรณ์ไร้สายต่างๆ ได้โดยการล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของตนเองเพ่ือการพิสูจน์ตัวตนของ
ผู้ใช้งานได้อย่างท่ัวถึง การจัดเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ (Log) มีเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อม
โปรแกรมไมโครซอฟท์ออฟฟศิ เพื่อใช้ในงานสานักงานอย่างท่ัวถึง มีการจัดทาเว็บไซต์โรงเรียน และมีเฟซบุ๊ค
แฟนเพจ เพ่ือใช้ในการประชาสัมพนั ธข์ ้อมูลขา่ วสารของโรงเรยี นไปยังบุคลากร ครู นักเรียน และผ้ปู กครอง
3. การตรวจสอบและประเมินผลการดาเนนิ งาน มีการตรวจสอบอุปกรณ์โดยคณะกรรมการตรวจสอบ
พสั ดุประจาปี เพอื่ ตรวจสอบคุณภาพและการใชง้ านอุปกรณฮ์ ารด์ แวร์และซอฟต์แวร์เพ่ือรายงานเปน็ ประจาทุก
ปกี ารศึกษา ซึ่งมีการตรวจสอบ และประเมนิ ผลของผ้ดู ูแลในการบารุงรักษาตามคาสัง่ ของโรงเรยี น มีการนาผล
การตรวจสอบมาประเมนิ วิเคราะห์ แลกเปลีย่ นเรียนรูข้ ้อมูลเพอื่ หาขอ้ สรุปผลการตรวจสอบและประเมิน
4. การสรุปรายงานการดาเนินการตามโครงการพัฒนางาน ICT โครงการพัฒนางานสารสนเทศ
นาเสนอรายงานต่อผู้บริหารและส่ือสารไปยงั ผู้ท่ีเก่ียวข้อง และพัฒนาปรบั ปรงุ แก้ไข เพ่ือประชุมวางแผนเรือ่ ง
โครงการพัฒนางาน ICT โครงการพัฒนางานสารสนเทศ และเพ่ือเตรียมรายการอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และ
ซอฟต์แวรท์ ่ีจะปรบั ปรงุ ซอ่ มแซมและจดั หาเพ่มิ เติมในปีงบประมาณต่อไป
60
(5) ความพรอ้ มใชง้ านในภาวะฉุกเฉนิ (Emergency Availability)
โรงเรียนมีวิธีการเพ่ือสร้างความมัน่ ใจว่าขอ้ มูลสารสนเทศ อปุ กรณฮ์ ารด์ แวรแ์ ละซอฟต์แวร์ มคี วามพรอ้ ม
ใชง้ านอยา่ งตอ่ เนอ่ื งแม้ในภาวะฉุกเฉิน ตามลาดับขน้ั ตอนดังนี้
1. คณะกรรมการงานเทคโนโลยแี ละสารสนเทศประชุมวางแผนการรับสถานการณ์ปญั หาภาวะฉุกเฉิน
ท่ีอาจจะเกิดขึ้น และนาเสนอแผนฯดังกล่าวแก่ที่ประชุมคณะครูและผู้ที่เก่ียวข้อง เพ่ือขอความคิดเห็น และ
ข้อเสนอแนะ
2. การดาเนินการเตรยี มความพร้อมเพือ่ ใชง้ านในภาวะฉกุ เฉิน ท่อี าจจะเกิดขนึ้ ตามแผนฯท่ไี ดร้ ับการรับรอง
จากท่ปี ระชมุ ครแู ละผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่การวางระบบอนิ เทอรเ์ น็ตของโรงเรียนให้พร้อมใชง้ านในทกุ สถานการณ์
ตดิ ต้ังเคร่อื งรับสญั ญาณจากแม่ข่าย โดยเชา่ สญั ญาณบรกิ ารอินเทอร์เน็ตความเร็วสงู สามารถใช้งานได้อย่างครอบคลุม
และมีเสถียรภาพ มีห้องสาหรับวางเครื่องรับสัญญาณจากแม่ข่าย มีผู้รับผิดชอบดูแลเป็นการเฉพาะ ติดตั้ง
เครื่องสารองกระแสไฟฟ้า (UPS) ให้แก่ระบบรับสัญญาณแม่ข่าย และเคร่ืองคอมพิวเตอร์ สาหรับเก็บข้อมูล
ต่างๆ ของสานักงาน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหากระแสไฟฟา้ ขัดข้อง สารองข้อมูลและสารสนเทศของแตล่ ะ
งานไวใ้ นระบบ Google Drive
3. การติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการดาเนินงานอย่างสม่าเสมอโดยทีมผู้รับผิดชอบทไี่ ดร้ ับการแต่งตั้ง
มอบหมาย ประกอบด้วยงานอาคารสถานที่ งาน ICT งานสารสนเทศ และนักเรียนที่เป็นผู้ช่วยทีมงาน และ
ผเู้ ช่ยี วชาญจากบริษัทที่ให้เช่าสญั ญาณอินเทอร์เน็ต โดยใช้วิธีพูดคุยสอบถาม การสงั เกต เพอ่ื รบั ทราบประเด็น
ปัญหาการปฏิบัติงานจริงในพ้ืนท่ี และมุมมองของผู้ปฏิบัติโดยนามาทบทวน วิเคราะห์ ปรับปรุงแผนกลยุทธ์
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของปัญหา กาหนดแผนเพื่อรับสถานการณ์ ปัญหาภาวะฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นเก่ียวกับ
ขอ้ มูลสารสนเทศ ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ เพอ่ื พร้อมกับการรบั มือสถานการณ์ในภาวะฉกุ เฉินต่อไป
4. คณะกรรมการงาน ICT สรุปและนาเสนอรายงานต่อผู้บรหิ ารและส่ือสารให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องพัฒนา
แผนเพ่ือการรับสถานการณ์ปัญหาภาวะฉุกเฉินท่ีอาจเกิดข้ึนเกี่ยวกับข้อมูลสารสนเทศ ฮาร์ดแวร์ และ
ซอฟต์แวร์ นาปัญหาท่ีเกิดข้ึนมาวิเคราะห์แนวทางการแก้ไขปัญหาการใช้งานสารสนเทศ และการใช้งาน
อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะภายใต้สถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคติดเชื้อโควิด19 โดยการเพิ่ม
จุดกระจายสัญญาณ สนับสนุนซิมการ์ดอินเทอร์เน็ตเพื่อรองรับการจัดการเรียนการสอน ON LINE, ON-AIR
และ ON DEMAND ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป และแจ้งประชาสัมพันธ์แผนฯ แก่
นกั เรียน ครแู ละบุคลากร ผมู้ ีส่วนไดส้ ว่ นเสียได้รับทราบ และเขา้ ใจแนวทางการปฏิบัติตน และการใช้งานผ่าน
ช่องทางสือ่ สารต่างๆต่อไป
หมวด 5
บคุ ลากร (Workforce)
5.1 สภาพแวดล้อมของบุคลากร (Workforce Environment)
โรงเรียนมีจำนวนบุคลำกรพอดีเกณฑ์ต่อกำรปฏิบัติงำนและมีควำมรู้ควำมสำมำรถท่ีจะปฏิบัติหน้ำท่ี
ตำมภำรกจิ ทไ่ี ด้รบั มอบหมำยได้อย่ำงมปี ระสิทธิภำพ
ก. ขีดความสามารถและอตั รากาลังบุคลากร (WORKFORCE CAPABILTY and CAPACITY)
(1) ขดี ความสามารถและอัตรากาลัง (CAPABILTY and CAPACITY)
โรงเรียนมีกระบวนกำรประเมินขีดควำมสำมำรถและอัตรำกำลัง โดยวิเครำะห์จำกวสิ ัยทัศน์ พันธกิจ
และเป้ำประสงคข์ องโรงเรยี น ดงั น้ี
1. สำรวจควำมต้องกำรอัตรำกำลงั /ด้ำนขีดควำมสำมำรถ คือ ควำมรู้ และทกั ษะ วิชำเอก ควำมถนัด
ควำมเชี่ยวชำญ ควำมสำมำรถ ประสบกำรณ์ของบุคลำกร เพื่อพิจำรณำให้ปฏิบัติงำนตำมโครงสร้ำงกำรบริหำรงำน
ของโรงเรยี น
2. กำหนดภำระงำนและอัตรำกำลัง เพื่อให้ครูและบุคลำกรได้ทำงำนในกลุ่มงำนของตนเอง ซึ่ง
กอ่ ใหเ้ กิดควำมตัง้ ใจในกำรทำงำนและสง่ ผลให้งำนประสบควำมสำเร็จ
3. จัดทำแผนอัตรำกำลังระยะ 10 ปี โดยวิเครำะหแ์ นวโนม้ กำรเคลอื่ นไหวจำกข้อมูลครแู ละบุคลำกร
แนวโน้มกำรขอย้ำย กำรเกษียณอำยุรำชกำรแต่ละปี เพื่อกำหนดตำแหน่งและจำนวนครูและบุคลำกรท่ีตรง
ตำมคณุ สมบัติ ทกั ษะ สมรรถนะ ของครแู ละบุคลำกร
4. นำผลกำรสำรวจมำวเิ ครำะห์อัตรำกำลัง เพ่ือวำงแผนกำรบริหำรงำน กำหนดครูผู้สอนให้สอนตรง
กับวฒุ ิกำรศกึ ษำ สว่ นงำนสนบั สนุนกำรสอนพิจำรณำจำกควำมสำมำรถ ทักษะ และประสบกำรณ์ แล้วแต่งตั้ง
คณะกรรมกำรทำงำนตำมกลมุ่ บริหำรงำน และกล่มุ สำระกำรเรยี นรู้ โดยมีกำรจัดทำคู่มอื ปฏิบัติงำนของแต่ละ
กลุ่มงำน
5. กำหนดกำรประเมนิ ขีดควำมสำมำรถ ทักษะ และสมรรถนะของบุคลำกร โดยประเมนิ ภำคเรยี นละ
1 ครัง้ จัดระบบกำรประเมินผลกำรปฏิบัตงิ ำนของบุคลำกร โดยมอบหมำยให้คณะกรรมกำรประเมนิ ผลกำรปฏิบัติงำน
เป็นผู้ประเมินผลโดยใช้แบบประเมินประสิทธิภำพประสิทธิผลกำรปฏิบัติงำนของข้ำรำชกำรครูและบุคลำกร
ทำงกำรศกึ ษำ และรำยงำนกำรประเมนิ ตนเองเปน็ รำยบคุ คล (SAR)
6. นำผลกำรประเมินขีดควำมสำมำรถ ทักษะ และสมรรถนะ กำรสำรวจควำมคิดเห็นมำทบทวน
ปรับปรงุ พัฒนำ แกไ้ ขให้ชดั เจนและสำมำรถนำไปปฏบิ ัติในโรงเรียน ตำมรปู แบบกำรพฒั นำครูเก่ง ครูดี โดยใช้
กระบวนกำรนิเทศแบบชี้แนะสอนงำนและกำรเป็นพ่ีเล้ียง (Coaching and Mentoring Supervisor) โดยให้
ครูจัดทำข้อตกลงในกำรปฏิบัติงำน (MOU) จัดทำแผนพัฒนำตนเองเป็นรำยบุคคล ID Plan เพื่อเป็น
แผนพัฒนำควำมสำมำรถ ทักษะ สมรรถนะ ใหบ้ ุคลำกรมีควำมเช่ียวชำญ ดงั แผนภำพที่ 11
62
ขีดความสามารถและอัตรากาลัง
สารวจความต้องการอตั รากาลงั /ดา้ นขดี ความสามารถ
กาหนดภาระงานและอตั รากาลงั ปรับปรุงพัฒนา
จัดทาแผนอตั รากาลัง
นาผลสารวจมาวเิ คราะหอ์ ัตรากาลงั
ไมพ่ อใจ
ประเมินขีดความสามารถทักษะ
และสมรรถนะของบคุ ลากร
พอใจ
นาผลประเมินขีดความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ
ของบุคลากรทบทวนปรบั ปรุงพฒั นนปตี อ่ ไป
แผนภาพท่ี 11 กระบวนกำรกำหนดขีดควำมสำมำรถและอัตรำกำลังบคุ ลำกร
กระบวนกำรประเมินขีดควำมสำมำรถและอัตรำกำลัง โดยวิเครำะห์จำกวิสัยทัศน์ พันธกิจ และ
เป้ำประสงค์ของโรงเรยี นสง่ ผลใหม้ กี รอบอตั รำกำลงั เป็นไปตำมเกณฑ์ ดงั นี้
ตารางที่ 30 ขอ้ มลู กรอบอัตรำกำลงั โรงเรยี นป่ำแดดวิทยำคม ปีกำรศึกษำ 2561-2563
ขอ้ มลู ปีการศึกษา2561 ปีการศกึ ษา2562 ปกี ารศึกษา2563
ครู นักเรียน อตั ราส่วน ครู นักเรยี น อตั ราส่วน ครู นักเรยี น อัตราสว่ น
ตำมเกณฑ์ 1 20 1:20 1 20 1:20 1 20 1:20
ขอ้ มูล 10 ม.ิ ย. 33 482 1:15 32 463 1:15 28 472 1:17
จำกตำรำงที่ 30 ข้อมูลกรอบอัตรำกำลังพบว่ำบุคลำกรเพียงพอต่อกำรปฏิบัติงำนสูงกว่ำเกณฑ์
ตำมลำดับ
(2) บุคลากรใหม่ (New Workforce Members)
โรงเรียนมีวธิ กี ำรสรรหำ วำ่ จ้ำง บรรจุ และพฒั นำบคุ ลำกรใหมไ่ ว้ ดงั นี้
1. วำงแผนวเิ ครำะห์อัตรำกำลัง โดยใช้ข้อมลู สำระสนเทศของครูและบุคลำกรมำวำงแผนรว่ มกับกลุ่ม
สำระกำรเรียนรู้และคณะกรรมกำรฝำ่ ยบริหำร เพือ่ สรรหำครแู ละบุคลำกรใหมใ่ หท้ ันและเพียงพอต่อควำมต้องกำร
เมอื่ ตำแหน่งว่ำง เชน่ ครูและบุคลำกรเกษียณอำยรุ ำชกำร กำรยำ้ ยไปดำรงตำแหน่งทหี่ นว่ ยงำนอนื่ กำรลำออก
2. นำผลกำรวำงแผนวิเครำะห์อตั รำกำลังมำกำหนดคุณสมบัติตำมควำมต้องกำรแต่ละตำแหน่ง โดย
ให้กลุ่มสำระกำรเรียนรู้พิจำรณำคำบสอนโดยเฉลี่ยและใหก้ ลุ่มบรหิ ำรงำนพิจำรณำจำกกำรเพ่ิมหรือลดของครู
และบุคลำกรจำกภำระงำนและนำผลกำรวิเครำะห์มำประเมินจัดอัตรำกำลังให้เหมำะสม ในกรณีกำรรับย้ำย
หรือบรรจุข้ำรำชกำรครูและบุคลำกร จะดำเนินกำรดังน้ี คือ ประชุมคณะกรรมกำรบริหำรโรงเรียนซึ่ง
ประกอบด้วยผู้อำนวยกำรโรงเรียน หัวหน้ำกลุ่มบริหำรงำนท้ัง 4 กลุ่มงำน และหัวหน้ำกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้
เพื่อวิเครำะห์ควำมต้องกำรและควำมจำเป็นของกลุ่มบริหำรงำนและกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ต่ำง ๆ เสนอผ่ำน
ควำมเห็นชอบจำกมติที่ประชุมคณะกรรมกำรสถำนศึกษำพื้นฐำนโรงเรียนและเสนอควำมต้องกำรด้ำน
อัตรำกำลังไปยังสำนักงำนเขตพื้นท่ีกำรศึกษำมัธยมศึกษำเชียงรำย เพ่ือดำเนินกำรรับย้ำยหรือบรรจุครูและ
บุคลำกรใหม่
63
3. กรณีที่ไม่ได้รับกำรจัดสรรอัตรำกำลังให้กับโรงเรียนเพื่อบรรจุข้ำรำชกำรครูและบุคลำกร จะ
พิจำรณำจ้ำงครูและบุคลำกรในตำแหน่งอื่นตำมแผนอัตรำกำลัง โดยใช้ระบบกำรสรรหำเพ่ือกำรคัดเลือกครู
และบคุ ลำกรเข้ำมำทำงำน โดยมีขนั้ ตอนกำรสรรหำดงั น้ีคือ 1) ประกำศรบั สมคั รทำงเว็บไซต์ของโรงเรียนและ
ประชำสัมพันธ์โดยผู้นำชุมชนในเขตพ้ืนท่ีบริกำร 2) แต่งต้ังคณะกรรมกำรรับสมัครและตรวจสอบคุณสมบัติ
ตำมท่ีกำหนด 3) แต่งต้ังคณะกรรมกำรดำเนินกำรออกข้อสอบคณะกรรมกำรดำเนินกำรจัดสอบและ
คณะกรรมกำรสอบสัมภำษณ์ 4) กำหนดเครื่องมือคัดเลือกโดยกำรทดสอบข้อเขียนและสอบสัมภำษณ์ตำม
กระบวนกำรข้ันตอนกำรสรรหำ ครแู ละบุคลำกรดว้ ยควำมโปรง่ ใสยตุ ธิ รรม 5) ประกำศผลกำรสอบแข่งขันทำง
เวบ็ ไซต์ของโรงเรยี น 6) ดำเนินกำรจดั ทำสัญญำจ้ำงเป็นลำยลักษณอ์ ักษรบรรจเุ ข้ำสตู่ ำแหน่ง
4. โรงเรียนมีกระบวนกำรรักษำบุคลำกรใหม่ โดยจัดให้มีกำรปฐมนิเทศเพ่ือ สร้ำงควำมเข้ำใจใน
บทบำทหน้ำท่ีและองค์กร มีระบบพ่ีเลี้ยงคอยสอนงำนและเปิดโอกำสให้ครูและบุคลำกรใหม่ได้เรียนรู้ งำน
เพิ่มเตมิ กำรมอบหมำยงำนให้ปฏิบัติหน้ำทีพ่ ิเศษโรงเรยี น มีสวสั ดิกำรเพื่อเสรมิ สร้ำงคณุ ภำพชวี ิตโดยกำรสร้ำง
สภำพแวดล้อมและบรรยำกำศท่ีดใี นกำรทำงำนให้กับครูและบุคลำกร มีกำรใช้เทคโนโลยที ่ีทันสมยั เพ่ืออำนวย
ควำมสะดวกในกำรปฏบิ ตั ิงำน มสี วัสดิกำรบำ้ นพัก กำรประกันอบุ ัตเิ หตุ มกี ำรเสรมิ สรำ้ งขวญั กำลังใจ เช่น กำร
เยี่ยมไข้ครูและบุคลำกร และกำรยกย่องชมเชยและแสดงควำมยนิ ดีในโอกำส ต่ำงๆกำรมอบของที่ระลึกในวนั
คล้ำยวันเกดิ กำรส่งเสริมให้ได้รับกำรพฒั นำโดยกำรเข้ำรับกำรอบรม กำรศกึ ษำดูงำน กำรศกึ ษำตอ่ กำรเล่ือน
หรอื มวี ทิ ยฐำนะที่สงู ข้ึน เป็นกำรเสริมสรำ้ งควำมรกั ควำมผกู พันในองค์กร
5. กำกับติดตำม และประเมินผลกำรปฏิบัติงำนของบุคลำกรใหม่โดยคณะกรรมกำรประเมินตำม
แบบประเมินของโรงเรียน ได้แก่ กลุ่มบริหำรงำนวิชำกำร กลุ่มบริหำรงำนอำนวยกำร กลุ่มบริหำรงำนกิจกำร
นกั เรยี น กลุ่มบรหิ ำรงำนทัว่ ไป และมีกำรนเิ ทศติดตำมผลกำรปฏบิ ตั ิงำน อยำ่ งตอ่ เน่อื ง
6. หลังจำกกำรประเมินประสิทธิภำพและประเมินประสิทธิผลของกำรปฏิบัติงำนของครูและ
บุคลำกร โรงเรียน นำผลมำปรับปรุงกำรปฏิบัติงำนของครูและบุคลำกรใหม่ พร้อมท้ังส่งเสริมให้เข้ำรับกำร
พัฒนำอย่ำงต่อเน่ืองตำมโครงกำร พัฒนำครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ในกลยุทธ์ ข้อท่ี 2 พัฒนำครูและ
บคุ ลำกรใหเ้ ปน็ มอื อำชพี
กระบวนกำรและวธิ กี ำรสรรหำ วำ่ จ้ำง บรรจุ และรกั ษำบุคลำกรใหม่ ดงั สรปุ ไว้ในแผนภำพที่ 12
วางแผนและวเิ คราะห์อัตรากาลัง
กาหนดคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ ทดสอบความรู้
ความตอ้ งการแตล่ ะตาแหน่ง สัมภาษณ์
บรรจุเขา้ ส่ตู าแหนง่
กระบวนการรกั ษาบคุ ลากรใหม่
ปฐมนเิ ทศ ครูพเี่ ลยี้ ง การจัด ส่งเสรมิ / กากับ ตดิ ตาม
สวัสดกิ าร เสริมสรา้ ง ประเมนิ ผล
ขวัญและ ปรบั ปรุง
กาลงั ใจ
พัฒนา
แผนภาพท่ี 12 กำรสรรหำ วำ่ จำ้ ง บรรจุ และรักษำบคุ ลำกรใหม่
64
(3) ความสาเรจ็ ในงาน (Work Accomplishment)
โรงเรียนมีวิธีกำรในกำรจัดรูปแบบกำรทำงำนและบริหำรครูและบุคลำกรเพ่ือให้งำนของโรงเรียน
บรรลุผลสำเรจ็ ดังน้ี ดำเนนิ งำนตำมรูปแบบกำรบริหำรโรงเรยี น P.W.K.S. STEP Model นวัตกรรมกำรบริหำร
จัดกำรท่มี ปี ระสทิ ธิภำพ ทีส่ ง่ ผลใหเ้ กดิ ควำมสำเรจ็ และกำรพัฒนำงำนทกุ ระบบในโรงเรยี น มกี ำรดำเนินงำนเชงิ
ระบบด้วยควำมเป็นมืออำชีพ มีควำมรับผิดชอบ มุ่งม่ันในกำรทำงำน และปฏิบัติงำนอย่ำงมีควำมสุข ภำยใต้
กำรดำเนินงำนด้วยวงจรคุณภำพ PDCA ท่ีเกิดกำรเรียนรู้และพัฒนำงำนอยำ่ งต่อเน่ือง เกิดจำกกำรมีส่วนรว่ ม
ของทุกภำคสว่ น ภำยใตก้ ำรบริหำรแบบมีส่วนร่วมทกุ ข้ันตอน คือ รว่ มรบั รู้ รว่ มคิด รว่ มทำ ใชร้ ะบบกำรปรับปรุง
ผลกำรดำเนินงำน ดังน้ี
1. จดั โครงสรำ้ งกำรบรหิ ำรงำนออกเปน็ 4 กลมุ่ งำน ได้แก่ กลุ่มบริหำรงำนอำนวยกำร กลุ่มบริหำรงำน
วิชำกำร กลุ่มบริหำรงำนกจิ กำรนกั เรียน และกลุ่มบริหำรงำนท่ัวไป เพ่ือจัดลำดับกำรบริหำรจัดกำรองค์กรให้
เป็นระบบระเบยี บ แบง่ งำนชดั เจน ไมท่ บั ซ้อนมีหน้ำท่คี รบ มีปรมิ ำณคนเพียงพอกบั ควำมตอ้ งกำร
2. แตง่ ตง้ั ผรู้ ับผิดชอบแตล่ ะตำแหน่งตำมควำมร้คู วำมสำมำรถ อยำ่ งเหมำะสม
3. จัดทำแผนพฒั นำคุณภำพกำรศึกษำของโรงเรยี นเพื่อใช้เป็นแนวทำงในกำรปฏิบัติงำนเป็นกรอบใน
กำรทำงำนใหบ้ รรลเุ ปำ้ หมำยตำมวัตถุประสงค์ที่กำหนดไวอ้ ยำ่ งเป็นระบบและมีประสทิ ธิภำพ
4. จดั ทำแผนปฏิบตั ิรำชกำร คูม่ อื กำรปฏิบัตงิ ำนครูเก่ง ครดู ขี องโรงเรยี น เพือ่ แสดงวิธีกำรทำงำนและ
รำยละเอียดขนั้ ตอนกำรปฏบิ ตั งิ ำนตำมกระบวนกำรทำงำนต่ำง ๆ ขององค์กรและสร้ำงมำตรฐำนกำรปฏิบตั ิงำนทีม่ ุ่งสู่
กำรบรหิ ำรอยำ่ งมปี ระสทิ ธิภำพ
5. จัดกำรบริหำร และควบคุมคุณภำพกำรดำเนินงำนอย่ำงเป็นระบบ เน้นกำรทำงำนเป็นทีม และ
ปลกู ฝงั ควำมรกั ควำมผูกพนั ในองค์กร
6. ใช้รปู แบบครูเก่ง ครูดี โดยใช้กระบวนกำรนิเทศแบบช้แี นะสอนงำนและกำรเป็นพี่เล้ียง (Coaching
and Mentoring Supervisor) เป็นเคร่ืองมือในกำรนิเทศ กำกับ ติดตำม ประเมินและรำยงำนผลกำร
ดำเนินงำนอย่ำงเป็นระบบ โดยกำหนดผู้รับผิดชอบอย่ำงชัดเจน มีระบบนิเทศติดตำมประเมินผลกำรทำงำน
โดยกำรสร้ำงเครือข่ำยทำงวิชำกำรภำยในโรงเรียน ครูและบุคลำกรทุกคนได้รับกำรประเมิน ตรวจสอบ เพื่อ
ติดตำม สรปุ ผล ทบทวนและพฒั นำกำรปฏบิ ตั งิ ำน ซึ่งเป็นแนวทำงกำรปฏิบตั ิงำนทีจ่ ะนำไปสผู่ ลกำรดำเนนิ งำน
ท่ีบรรลุผลสำเร็จตำมแผนพฒั นำคุณภำพกำรศึกษำของโรงเรยี น
7. กำรประเมินกำรพฒั นำคุณภำพครูและบุคลำกรให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์และวิธกี ำรท่ีโรงเรียน
กำหนดคำนึงถึงเป้ำหมำยสูงสุดขององค์กร จำกกำรประเมนิ สมรรถนะหลักและสมรรถนะประจำสำยงำนของ
ครู โดยกำหนดรูปแบบกำรรำยงำนผลกำรปฏิบัติงำนแล้วนำข้อมูลมำใช้ในกำรปรับปรุงและพัฒนำต่อไปโดย
จัดทำโครงกำรพัฒนำครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ตำมแผนปฏิบัติกำรประจำปี สนองกลยุทธ์ข้อท่ี 3
พัฒนำกำรบริหำรจัดกำรอยำ่ งเปน็ ระบบมีคุณภำพ
กระบวนกำรและวิธกี ำรในกำรจัดรปู แบบกำรทำงำนและบรหิ ำรบุคลำกรเพอ่ื ใหง้ ำนของโรงเรียนบรรลุ
สำเร็จดงั สรุปไว้ในแผนภำพท่ี 13
จัดโครงสร้างการบรหิ ารงาน
ทบทวน ปรับปรุง พฒั นา แตง่ ตงั้ ผูร้ ับผดิ ชอบงาน
นิเทศ ติดตาม ประเมินผล นโยบาย/(ฒนาคุณภาพ ทาแผนปฏิบัตกิ าร ค่มู อื
การศกึ ษา การปฏิบัติงาน
การจดั การบรหิ ารและควบคุม
แผนภาพที่ 13 รปู แบบกำรทำงำนและบรหิ ำรบคุ ลำกรเพ่ือควำมสำเร็จ
65
(4) การจดั การการเปล่ยี นแปลงด้านบคุ ลากร (WORKFORCE Change Management)
โรงเรียนมีวิธีกำรในกำรเตรียมครูและบุคลำกรให้พร้อมต่อกำรเปล่ียนแปลงควำมต้องกำรด้ำนขีด
ควำมสำมำรถและอตั รำกำลงั ไดด้ ำเนินกำรดังน้ี
1. วำงแผนพัฒนำครูและบุคลำกรประจำปี เตรียมครูและบุคลำกรให้พร้อมกับกำรเปลี่ยนแปลง
ส่งเสริมให้ครูและบุคลำกร ร่วมประชุม สัมมนำทำงวิชำกำร กำรฝึกอบรมเชิงปฏิบัติกำรศึกษำดูงำนเพ่ือเป็น
กำรเพิ่มพูนควำมรู้ สำมำรถ นำมำประยุกต์ใช้ในกำรปฏิบัติงำนและเป็นกำรสร้ำงโอกำสควำมก้ำวหน้ำและ
พัฒนำสมรรถนะของครแู ละบุคลำกรให้เพ่มิ ข้นึ มีกำรรำยงำนผลควำมรู้ท่ีได้รับมำขยำยผลตอ่ เพือ่ นร่วมงำนใน
ทีป่ ระชุม
2. กำรจดั เตรียมกำรและบรหิ ำรในช่วงท่ีมกี ำรเพ่มิ ลดจำนวนครูและบุคลำกรโดยกำรแบง่ ภำระงำนให้
เหมำะสม กับสมรรถนะและจำนวนครูและบุคลำกรซ่ึงจะมกี ำรประเมนิ ภำระงำนทุกภำคเรียนพรอ้ มท่ีจะปรับ
เพ่ือให้กำรทำงำน ของโรงเรียนรำบร่ืนในส่วนของกำรจัดกำรเรยี นกำรสอนนั้น โดยมีกลุ่มบริหำรงำนวิชำกำร
ดแู ลเร่อื งคำบสอน ให้เหมำะสมและมีกำรจดั กำรเรยี นกำรสอนแทนเพื่อลดผลกระทบทเ่ี กดิ ขนึ้
3. กำรเปลี่ยนแปลงจำกกำรเกษียณอำยุรำชกำร กำรลำออก สำรวจและรวบรวมรำยช่ือครูและ
บคุ ลำกรที่จะเกษยี ณอำยุรำชกำรไวล้ ว่ งหน้ำเพ่ือให้ครูและบุคลำกรที่จะเกษียณอำยรุ ำชกำรถำ่ ยโอนควำมรู้งำน
ด้ำนกำรสอนและงำนพิเศษอื่นๆให้แก่บุคลำกรท่ีจะมำปฏิบัติงำนต่อ และมีกำรจัดเก็บข้อมูลของครูและ
บุคลำกรเป็นแฟ้ม รวมท้ังข้อมูลของครูและบุคลำกรท่ีลำออกหรือเกษียณอำยุรำชกำร เพื่อให้สำมำรถ
ตดิ ต่อสือ่ สำรขอคำปรกึ ษำแนะนำไดใ้ นบำงกรณี เพอ่ื ให้สำมำรถทำงำนไดอ้ ยำ่ งตอ่ เนอื่ งและสมบูรณ์
4. กำรนิเทศติดตำมกำรปฏิบัติงำนอย่ำงต่อเนื่องและใกล้ชิดรวมถึงกำรประเมินประสิทธิภำพ
ประสิทธิผลของกำรปฏิบัติงำนของครูและบุคลำกรโดยกลุ่มบริหำรงำนและพ่ีเล้ียงแบบกัลยำณมิตร ให้
คำปรกึ ษำ ตอบข้อสงสยั ตลอดจนกำรแกไ้ ขปัญหำ
5. ปรับปรุง และพัฒนำกำรปฏิบตั ิงำนทย่ี งั ไมเ่ กดิ ผลสำเร็จโดยควำมพยำยำมอยำ่ งมแี บบแผนและ
ต่อเนื่องตำมคำ่ นิยมองคก์ ร PWK TEAM (แผนภำพที่ 1)
ข. บรรยากาศการทางานของบคุ ลากร (WORKFORCE Climate)
(1) สภาพแวดลอ้ มของการทางาน (Workplace Environment)
โรงเรียนได้ดำเนนิ กำรจัดสภำพแวดล้อมในกำรทำงำนโดยผู้นำระดับสูงให้ควำมสำคัญ และมีบทบำท
อย่ำงย่ิงในกำรบริหำรจัดกำรส่ิงแวดล้อมภำยในโรงเรียนท่ีเอื้อต่อกำรปฏิบัติงำนอย่ำงมืออำชีพของครูและ
บุคลำกร ส่งเสริมให้เกิดบรรยำกำศในกำรปฏิบัติงำนอย่ำงมีควำมสุข โดยมีรูปแบบกำรดำเนินกำรอย่ำงเป็น
ระบบ ดังนี้
1. แตง่ ตง้ั คณะกรรมกำรดูแลอำคำรสถำนท่สี ภำพแวดลอ้ มโดยรอบของโรงเรยี นโดยงำนอำคำรสถำนที่
กำรดแู ลเกีย่ วกับสุขภำพอนำมยั สุขภำพของครูและบุคลำกร โดยงำนอนำมัยโรงเรยี น และคณะกรรมกำรดูแล
คุณภำพโภชนำกำร โดยงำนโภชนำกำร
2. สำรวจสภำพแวดล้อม นำมำกำหนดนโยบำย และวำงแผนกำรปอ้ งกันภยั ให้เปน็ มำตรฐำน รวดเร็ว
และทนั ตอ่ เหตุกำรณ์ เชือ่ มโยงแผนงำนและมำตรกำรด้ำนควำมปลอดภัย ด้ำนสขุ ภำพและด้ำนสิง่ แวดล้อม ใน
กำรทำงำนให้สอดคลอ้ งกบั ขอ้ กำหนดและระเบียบต่ำงๆ ตำมบริบทท่เี หมำะสมของโรงเรียน
3. ดำเนินงำนตำมโครงสรำ้ งกำรบริหำรงำนและแผนปฏบิ ตั กิ ำรประจำปี 3 ดำ้ นดงั นี้
1) สภำพแวดล้อมดำ้ นอำคำรสถำนที่ ชว่ ยเสรมิ สร้ำงบรรยำกำศท่ีดีในกำรทำงำน ใหค้ รูและ
บคุ ลำกร มีกำรกำหนดแผนงำนเพอื่ ปรับปรุงอำคำรสถำนทอี่ ย่ำงต่อเน่ือง มคี วำมพรอ้ มในกำรปฏิบัตงิ ำนและ
กำรใหบ้ รกิ ำรอย่เู สมอ มีกำรปรบั ปรุงภมู ิทัศน์ใหส้ วยงำม ออกแบบวำงผังอำคำรได้อย่ำงเปน็ ระบบมองเห็นได้
ชัดเจน เป็นระเบียบ จดั แบง่ ควำมรับผิดชอบของผู้ดูแลอำคำร ทำใหส้ ะดวกต่อกำรเข้ำใช้งำนได้อย่ำงเหมำะสม
66
มีกำรแต่งตั้งคณะกรรมกำรอำคำรสถำนที่ คณะกรรมกำรงำนอนำมัย มีกำรสำรวจสภำพแวดล้อม เพื่อนำมำ
กำหนดนโยบำยโดยใชห้ ลักกำรมีสว่ นรว่ ม มกี ำรดูแลอำคำรสถำนที่สภำพแวดลอ้ ม สุขภำพอนำมัย ตรวจสอบ
อำคำรสถำนที่ ควำมปลอดภยั อุปกรณ์พืน้ ฐำนและควำมสะดวกสบำย ทำกำรปรับปรงุ สภำพแวดล้อม มกี ำรประเมนิ
ควำมพึงพอใจต่อกำรบริกำร กำรคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและควำมคุ้มค่ำ กำรสร้ำงบรรยำกำศที่ร่มรน่ื เพอ่ื
กระตุ้นให้เกิดควำมกระตือรือร้นในกำรปฏิบัติงำน จัดห้องแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนและภำยในห้องเรียน
สนับสนุนวัสดุและอุปกรณ์กำรสอน กำรจัดป้ำยนิเทศ ห้องสมุด อำคำรหอประชุม เรือนพยำบำล โรงอำหำร
ถกู สขุ ลักษณะ มกี ำรจัดระเบียบหอ้ งสำนกั งำนต่ำงๆอยำ่ งเปน็ สัดส่วน มอี ุปกรณ์ทจี่ ำเป็นเพื่ออำนวยควำมสะดวก
มรี ะบบ สญั ญำณอินเทอร์เนต็ วำงระบบกำรจรำจรและจัดทำทำงเท้ำที่ปลอดภัย บำรุงรกั ษำอำคำรสถำนท่ีให้
พร้อมใชง้ ำน มแี สงสว่ำงเพียงพอ อำกำศถำ่ ยเทได้สะดวก เส้นทำงเดนิ และทำงสัญจรในอำคำรขน้ึ ลงด้ำนขวำ
ส่งผลให้เกิดควำมรู้สึกปลอดภัยต่อกำรใช้งำน มีควำมกระตือรือร้นในกำรทำงำนให้สำเร็จตำมเป้ำหมำยของ
โรงเรยี น
2) สภำพแวดล้อมด้ำนควำมปลอดภยั สุขภำพอนำมัย โรงเรียนให้ควำมสำคัญและสนับสนุน
ให้ครูและบุคลำกร ได้ทำงำนตำมบทบำทหน้ำท่ีตำมโครงสร้ำงกำรบริหำรงำนโรงเรียน ดูแลด้ำนสวัสดิภำพ
และสุขภำพอนำมยั ท่ดี ี มกี ำรตรวจสุขภำพประจำปี กำรทำประกันอบุ ตั เิ หตุ จดั บรกิ ำรห้องพยำบำล สว่ นดำ้ น
ควำมปลอดภยั และกำรปอ้ งกันภยั ในโรงเรียน มีกำรจดั เวรยำมรักษำควำมปลอดภยั ตลอด 24 ช่ัวโมง โดยครู
ชำยปฏิบตั ิหนำ้ ทเ่ี วรกลำงคืน ครหู ญิงปฏิบตั หิ นำ้ ท่เี วรกลำงวนั ในวนั หยุดรำชกำร มกี ำรตดิ ตัง้ อปุ กรณด์ บั เพลิง
ป้องกันอัคคีภัย ติดตั้งกล้องวงจรปิด มีกำรให้ควำมรู้เก่ียวกับควำมปลอดภัยในกำรใช้อำคำรสถำนท่ีเพื่อ
ปอ้ งกนั กำรเกดิ ภัยอยำ่ งตอ่ เนื่อง
3) สภำพแวดล้อมด้ำนกำรบริหำรจัดกำร มีกำรกำหนดนโยบำยกำรบริหำรจัดกำร โดยใช้
รปู แบบกำรบรหิ ำรโรงเรียน P.W.K.S. STEP Model เป็นนวัตกรรมกำรบริหำรจดั กำรทม่ี ีประสิทธิภำพทส่ี ่งผล
ให้เกิดควำมสำเร็จและกำรพัฒนำงำนทุกระบบในโรงเรียน โดยมีกำรดำเนินงำนเชิงระบบด้วยควำมเป็นมือ
อำชพี มคี วำมรบั ผิดชอบ มุ่งมน่ั ในกำรทำงำน และปฏิบัตงิ ำนอยำ่ งมคี วำมสุข ภำยใต้กำรดำเนนิ งำนดว้ ยวงจร
คุณภำพ PDCA ท่ีเกิดกำรเรียนรู้และพัฒนำงำนอย่ำงต่อเน่ือง โดยเกิดจำกกำรมีส่วนร่วมของทุกภำคส่วน
ภำยใต้กำรบริหำรแบบมีสว่ นร่วมทกุ ขนั้ ตอน คือร่วมรับรู้ ร่วมคดิ รว่ มทำ หลักกำรมสี ว่ นร่วมของบุคลำกรทุก
คน นำข้อมูลจำกกำรสำรวจสภำพปัจจุบัน มำกำหนดเป็นนโยบำยในกำรแก้ปัญหำ และพัฒนำงำนของ
โรงเรียน กำหนดบทบำทและแนวปฏิบัติของบุคลำกรในโรงเรียน โดยกำรมอบหมำยงำนหรือกำรส่ังกำร
เป็นไปตำมสำยกำรบังคับบัญชำอย่ำงชัดเจนตำมโครงสร้ำงกำรบริหำรงำนของโรงเรียน ให้เหมำะสมกับ
ควำมรูค้ วำมสำมำรถของแต่ละบุคคล ตดิ ตำมดแู ล ชว่ ยเหลอื และยกยอ่ งชมเชย มกี ำรสรำ้ งขวญั กำลังใจและ
เปิดโอกำสใหไ้ ด้ใช้ควำมร้คู วำมสำมำรถของแต่ละคนอยำ่ งเตม็ ที่
4. กำกับ ติดตำม รำยงำนผลตำมข้ันตอน ประเมินควำมพึงพอใจของครูและบุคลำกรต่อกำรบริกำร
ด้ำนอำคำรสถำนที่ ด้ำนควำมปลอดภัยและสุขภำพอนำมัยและด้ำนกำรบริหำรจัดกำร โดยแจ้งผลกำร
ประเมินต่อหัวหน้ำกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ หัวหน้ำงำนต่ำง ๆ รวมไปถึงครูและบุคลำกรท่ีรับผิดชอบเพ่ือหำ
แนวทำงในกำรสนับสนุนส่งเสริม เสริมแรงทำงบวก เพื่อให้ควำมมั่นใจด้ำนสุขภำพ สวัสดิกำรของบุคลำกร
และควำมสะดวกในกำรเข้ำถงึ สถำนท่ีทำงำนของบคุ ลำกร
5. ผูน้ ำระดบั สูงนำข้อมลู ท่ไี ดม้ ำวำงแผนเพอ่ื กำรพฒั นำสภำพแวดลอ้ มในปกี ำรศึกษำต่อไป
6. ปรับปรุง พัฒนำ โดยจัดกิจกรรมเสริมสร้ำงบรรยำกำศในกำรทำงำน เสริมแรงบวกให้กับครูและ
บคุ ลำกรโดยสนองกลยุทธ์ ขอ้ ที่ 3 พฒั นำกำรบรหิ ำรจัดกำรอย่ำงเป็นระบบมีคุณภำพ ดว้ ยกำรมีส่วนร่วมของ
ภำคเี ครือขำ่ ย สื่อสำรเผยแพรใ่ ห้กับผมู้ สี ่วนได้ส่วนเสยี และหนว่ ยงำนที่เกย่ี วข้อง
67
(2) นโยบายและสทิ ธปิ ระโยชน์ (WORKFORCE Benefits Policies)
โรงเรียนมบี ริกำรสนับสนนุ โดยจัดใหบ้ รกิ ำรสทิ ธิประโยชนแ์ กค่ รูและบคุ ลำกร มีข้ันตอนดังนี้
กระบวนการ การบรกิ ารสวสั ดกิ ารและสทิ ธิประโยชน์
ประชมุ วางแผน ระเบียบการจัดสวสั ดกิ าร
ประกาศให้บคุ ลากรทราบโดยทั่วกนั
ดาเนินกจิ กรรม ปรับปรงุ /พัฒนา
ไม่พึงพอใจ
ประเมนิ ความพึงพอใจ
พงึ พอใจ
พฒั นา ปรบั ปรงุ ระบบการบรกิ ารสทิ ธิประโยชน์
แผนภาพที่ 14 กระบวนกำรบริกำรสวัสดกิ ำรและสทิ ธิประโยชน์
จำกแผนภำพที่ 14 แสดงกระบวนกำรกำรบริกำรสวัสดิกำรและสิทธิประโยชน์โดยจัดให้มีกำรบรกิ ำร
สทิ ธปิ ระโยชน์และนโยบำย ดงั น้ี
1. มอบหมำยกลุ่มงำนที่เกี่ยวข้องให้วำงแผน สนับสนุนครูและบุคลำกรโดยจัดให้มีกำรบริหำรสิทธิ
ประโยชน์และนโยบำย ให้เหมำะสมกับควำมต้องกำรของบุคลำกรท่ีหลำกหลำย นำเสนอ หัวหน้ำงำน ที่
เกี่ยวข้อง กำหนดงบประมำณและเขียนโครงกำร ประชุมภำยในกลุ่มงำน เสนอผู้อำนวยกำรโรงเรียนเพ่ือขอ
อนมุ ตั ปิ ระกำศให้บุคลำกรรับทรำบระเบยี บกำรบริกำรสวสั ดกิ ำรและสทิ ธิประโยชน์ ดงั ตำรำงท่ี 31
ตารางที่ 31 จำแนกสวัสดิกำรและสทิ ธิประโยชน์ของครูและบคุ ลำกร
สวัสดิการและสิทธิประโยชน์จากโรงเรียน สวสั ดิการและสทิ ธิประโยชนต์ ามกฎหมาย
- เงินช่วยเหลือคำ่ ฌำปนกจิ สงเครำะห์ศพ สำหรับครู บุคลำกร - คำ่ รักษำพยำบำล
บุตร และบดิ ำ มำรดำ - คำ่ เล้ียงดูบตุ ร
- ร่วมพธิ งี ำนมงคลสมรส - เงินค่ำสมนำคณุ วทิ ยำกร
- บ้ำนพักอำศัยโรงเรียน - เงินค่ำใชจ้ ำ่ ยเดนิ ทำงไปรำชกำร
- กำรสันทนำกำร - เงินบำเหนจ็ บำนำญ
- ของเยย่ี มไข้ ครูและบุคลำกร บุตร - เงนิ ช่วยเหลอื คำ่ ฌำปนกจิ ศพ
- เครอื่ งแต่งกำยประจำวัน - สทิ ธิกำรลำ
- ของขวัญวนั ข้นึ ปีใหม่ - เงินช่วยเหลือค่ำครองชีพขำ้ รำชกำรบำนำญ
- มอบชอ่ ดอกไมแ้ สดงควำมยนิ ดี - กำรขอพระรำชทำนเคร่ืองรำชฯ/กำรขอพระรำชทำน
- มอบของขวัญวันเกิดบุคลำกร เพลิงศพ
- กำรประกนั ชีวิต - กำรประกำศเกียรติคุณ
2. ดำเนินกิจกรรมตำมระเบียบสวสั ดิกำรและสิทธิประโยชนข์ องครแู ละบุคลำกร โดยจัดให้มีกำรบริหำร
สิทธิประโยชน์และนโยบำย ให้เหมำะสมกับควำมต้องกำรของครูและบุคลำกรท่ีหลำกหลำย ตำมระเบียบ
กฎเกณฑ์ วิถปี ฏิบัติ และขนบธรรมเนยี มประเพณี โดยเนน้ ควำมเสมอภำคเท่ำเทียมกันของครูและบุคลำกร มี
กำรจัดสวัสดิกำรต่ำง ๆ เช่น ช่วยเหลือค่ำฌำปนกิจสงเครำะห์ศพ สำหรับครูและบุคลำกร บุตร บิดำ มำรดำ
และคสู่ มรส ทำประกันอบุ ัติเหตใุ ห้กบั ครูและบุคลำกรทุกคน มสี วสั ดกิ ำรบำ้ นพกั ในโรงเรียน
68
3. สนับสนุนเครื่องแต่งกำยประจำวัน เช่น ชุดพละ ชุดพ้ืนเมืองของโรงเรียน มีกำรส่งเสริมกำรตรวจ
สุขภำพประจำปี กำรจัดงำนแสดงควำมยนิ ดีครูและบุคลำกรย้ำยไปดำรงตำแหน่งใหม่ กำรจดั งำนส่งท้ำยปีเก่ำ
ต้อนรับปีใหม่ กำรร่วมพธิ งี ำนมงคลสมรส กำรร่วมพิธีข้ึนบ้ำนใหม่ กำรเย่ียมไข้ครแู ละบุคลำกร บุตร กำรมอบ
ชอ่ ดอกไมแ้ สดงควำมยนิ ดีในโอกำสตำ่ ง ๆ และกำรมอบของขวัญวนั เกดิ
4. ประเมนิ ควำมพงึ พอใจของครูและบุคลำกรที่มตี ่อกำรจัดบรรยำกำศล้อมสิง่ แวดสง่ิ อำนวยควำมสะดวก
สวสั ดกิ ำรที่โรงเรยี นจดั ให้ และรำยงำนผลต่อผู้เกี่ยวขอ้ ง
5. ปรับปรุง แก้ไข พัฒนำ กำรดำเนินกิจกรรมกำรสนับสนุนสิทธิประโยชน์ของครูและบุคลำกรและ
พัฒนำกิจกรรมโดยกำรวำงแผนอย่ำงรอบคอบนำ ไปสู่กำรปฏิบัติงำนให้ครูและบุคลำกรได้รับสิทธิประโยชน์
อยำ่ งเต็มที่
6. สอื่ สำรเผยแพร่ ผลกำรดำเนินงำนตอ่ ผู้มสี ว่ นเกี่ยวข้อง
5.2 ความผูกพันของบคุ ลากร (WORKFORCE ENGAGEMENT)
ก. ความผกู พันและผลการปฏิบตั งิ านของบุคลากร (WORKFORCE ENGAGEMENT and PERFORMANCE)
(1) วัฒนธรรมองค์กร (Organization and Culture)
วัฒนธรรมองค์กรโรงเรียนมีวิธีกำรในกำรเสริมสร้ำงวัฒนธรรมองค์กรให้เกิดกำรส่ือสำรที่เปิดกว้ำงกำร
ทำงำนทใ่ี หผ้ ลกำรดำเนนิ กำรทด่ี ีครแู ละบคุ ลำกรที่มคี วำมรกั ควำมผกู พนั ดังนี้
1. วำงแผนและกำหนดเปำ้ หมำยของกำรเสรมิ สรำ้ งวฒั นธรรมองคก์ รที่มุง่ ให้เกิดวฒั นธรรม องคก์ รที่ดี
งำมและมงุ่ ให้งำนประสบควำมสำเร็จ มุ่งให้สอดคล้องกับวิสยั ทศั น์ พนั ธกิจ และค่ำนยิ ม จดุ เด่นของวัฒนธรรม
โรงเรยี นคือกำรทำงำนเปน็ ทีม รว่ มรับรู้ ร่วมคิด ร่วมทำ
2. ระดมควำมคิดจำกครูและบุคลำกรโดยประชุมร่วมกันเพ่ือกำหนดวัฒนธรรมของโรงเรียนขึ้น เพ่ือ
แสดง ถงึ บุคลิกภำพและเอกลักษณ์ของโรงเรียน กำรดำเนินงำนของโรงเรียน และเสริมสรำ้ งวัฒนธรรมองค์กร
ใหเ้ ป็นไป ตำมควำมคดิ เหน็ ของครแู ละบคุ ลำกรสว่ นใหญแ่ ละร่วมกันหำข้อสรุปใหเ้ กดิ ผลดีต่อทุกคน
3. งำนบุคลำกร ดำเนินกำรจัดทำคำส่ังโรงเรียนและคู่มือครูเก่ง ครูดี โดยใช้กระบวนกำรนิเทศแบบ
ช้ีแนะสอนงำนและกำรเป็นพี่เล้ียง (Coaching and Mentoring Supervisor) สำหรับครูและบุคลำกรของ
โรงเรยี นเพ่ือกำรปฏิบตั ิเป็นไปในทศิ ทำงเดยี วกนั และมปี ระสิทธิภำพและเกดิ ประสทิ ธิผล
4. ดำเนนิ กำรปฏบิ ัตติ ำมแผนทีว่ ำงไวโ้ ดยยึดแนวปฏบิ ตั ติ ำม ดงั ต่อไปนี้
1) ปฏิบัตติ ำมวัตถปุ ระสงคเ์ สริมสร้ำงวัฒนธรรมองคก์ รมีกำรชี้แจงให้ครแู ละบคุ ลำกรไดร้ บั
ทรำบตรงกนั เปิดโอกำสใหซ้ กั ถำมข้อสงสยั แสดงควำมคิดเห็นและใหค้ ำแนะนำอยำ่ งเต็มที่ กำรทำงำนแบบองค์
รวม
2) สนับสนุนให้เกดิ ชุมชนแห่งกำรเรียนรู ้โดยใหค้ รูรว่ มกันประชุมปรึกษำหำรอื แนวทำงใน
กำรดำเนินงำนให้มีประสิทธิภำพหรือรว่ มกันหำแนวทำงแก้ไขปัญหำที่เกิดข้ึนอยำ่ งสม่ำเสมอ เช่น กำรประชมุ
ของครูและบุคลำกรทั้งโรงเรียนหรือกำรประชุมเฉพำะครูและบุคลำกรท่ีเก่ียวข้องกับกำรดำเนินงำนโดยตรง
หรอื ทำงกลุม่ ไลน์ ครูและบุคลำกรทุกคนมีส่วนรว่ มในกำรรับทรำบข้อมูลข่ำวสำร ควำมเคล่ือนไหวต่ำงๆและมี
โอกำสในกำรรว่ มปฏบิ ตั ิงำนให้ประสบควำมสำเร็จ
3) ประเมินควำมพึงพอใจต่อวัฒนธรรมองค์กรและศึกษำควำมต้องกำรของครูและ
บุคลำกรทเี่ ก่ยี วกับ กจิ กรรมเพื่อเสริมสร้ำงวฒั นธรรม และควำมผูกพนั ต่อองค์กร ปีกำรศกึ ษำละ 1 คร้ัง
4) นำผลกำรประเมนิ ควำมพงึ พอใจมำเปน็ แนวทำงในกำรปรบั ปรุงและพฒั นำกำรดำเนินงำน
ในปีกำรศึกษำถัดไปโดยกำรวำงแผน กำหนดเป้ำหมำยท่ีชัดเจน เสริมสร้ำงวัฒนธรรมในองค์กร สอดคล้องกับ
สมรรถนะหลักของโรงเรียน คือ กำรจัดกำรเรียนกำรสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ กำรบริหำรจัดกำรด้วยส่ือ
เทคโนโลยี กำรพฒั นำศกั ยภำพครแู ละบุคลำกรดำ้ นกำรใช้ส่อื นวัตกรรม และเทคโนโลยีเพือ่ กำรสอน
69
(2) ปัจจยั ขับเคล่อื นความผูกพนั (Drivers of ENGAGEMENT)
ปัจจัยที่สรำ้ งกำรขบั เคลือ่ นควำมผูกพนั ในโรงเรียน ไดแ้ ก่
1. ครูและบุคลำกรปฏิบัติงำนอย่ำงมีควำมสุข มีบรรยำกำศและสภำพแวดล้อมที่เอ้ือ ต่อกำรทำงำน
ทำใหค้ รแู ละบคุ ลำกรพร้อมท่จี ะมำทำงำน ทงั้ ในเวลำและนอกเวลำรำชกำร สง่ ผลตอ่ ควำมผูกพันกบั องค์กร
2. ภูมิลำเนำของครแู ละบุคลำกรส่วนใหญ่ คือ รอ้ ยละ 80 มภี มู ลิ ำเนำในจงั หวัดเชียงรำย มคี วำมผูกพัน
ท้องถิ่นของตนจึงมีควำมพร้อมท่ีจะทำงำน ทุ่มเทเวลำให้กับกำรปฏิบัติงำนจนเกิดควำมรักควำมผูกพันกับ
องคก์ ร
3. ครูและบุคลำกรส่วนใหญ่ มีประสบกำรณ์ทำงำนมำกกวำ่ 5 ปีข้ึนไป ส่งผลต่อควำมรักควำมผูกพัน
กับองค์กร
4. เงนิ เดอื น ค่ำตอบแทน และสวสั ดิกำรต่ำงๆ มีควำมเหมำะสม สง่ ผลใหค้ รูและบุคลำกรมีควำมภำคภูมิใจ
และทัศนคตทิ ่ีดีต่อโรงเรียน
จำกปัจจัยดังกล่ำว โรงเรียนได้มีกระบวนกำรขับเคล่ือนควำมผูกพันในองค์กรท่ีมีผลต่อควำมพึงพอใจ
ของครแู ละบคุ ลำกรดงั นี้
1. กำหนดเป้ำหมำยของควำมผูกพนั ได้แก่ อำยุ ระยะเวลำในกำรปฏิบัตงิ ำนในองค์กร ภมู ิลำเนำ คนที่
มีอำยุมำกจะมีควำมผกู พนั ตอ่ องคก์ รมำกกว่ำคนมีอำยนุ อ้ ย ผู้ท่ปี ฏิบตั งิ ำนในองคก์ รนำนเท่ำใดกจ็ ะย่ิงผูกพันต่อ
องค์กรมำกขนึ้ คนท่มี ภี มู ิลำเนำในทอ้ งทจี่ ะมีควำมรักควำมผูกพนั องคก์ รมำกกว่ำคนนอกพ้ืนท่ี จำกตำรำงท่ี 50
2. สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ให้ครูและบคุ ลำกรเกิดควำมรกั ควำมผูกพันในองค์กร
3. ยกย่องชมเชยครูและบุคลำกรเพ่อื สรำ้ งแรงจูงใจ ให้เกิดควำมรักควำมผูกพันในองค์กร เช่น กล่ำว
ยกย่องด้วยวำจำในท่ีประชุม กำรมอบช่อดอกไม้ มอบเกียรติบัตร สำหรับผู้ที่มีผลกำรปฏิบัติงำนดีเด่นจำก
หน่วยงำนตำ่ งๆ เช่น สหวทิ ยำเขตเบญจมิตร สำนักงำนเขตพนื้ ที่กำรศึกษำมัธยมศึกษำเชยี งรำย สำนักงำนคุรุสภำ
สถำบันทดสอบทำงกำรศกึ ษำแห่งชำต(ิ องคก์ ำรมหำชน) กรมสง่ เสริมคณุ ภำพสง่ิ แวดล้อม สถำบันส่งเสรมิ กำรสอน
วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ได้รับกำรพิจำรณำเลื่อนวิทยฐำนะทส่ี ูงขนึ้ เพ่ือเปน็ กำรเสริมสร้ำงกำลงั ใจในกำรทำงำน
ของครูและบคุ ลำกรในองคก์ ร
4. ตดิ ตำมประเมินผล มกี ำรประเมนิ ควำมผูกพนั และควำมพึงพอใจของครูและบุคลำกร เพ่อื ทบทวน
ปรับปรุง พัฒนำ และกำหนดเป้ำหมำยไว้ในแผนงำนในรอบปีถัดไป สังเกตจำกกำรมีส่วนร่วมของครูและ
บุคลำกรในกำรเขำ้ ร่วมกิจกรรมต่ำงๆ ของโรงเรยี น เช่น กำรเขำ้ รว่ มกฬี ำภำยใน กำรเข้ำร่วมงำนเล้ียงประจำปี
กำรเคำรพกำรทักทำยใหเ้ กียรตผิ ู้อำวุโส กำรทำบญุ ตักบำตรวนั ข้นึ ปีใหม่ กำรสนบั สนนุ ช่วยเหลอื จำกชมรมศิษย์
เกำ่ ชมรมผู้ปกครองนกั เรียน-ครู ที่ให้ควำมชว่ ยเหลอื เรอ่ื งทุนกำรศกึ ษำและวัสดุอุปกรณ์ในกำรจดั กำรเรียนรู้ต่ำง
ๆ
5. ทบทวน ปรับปรุง พฒั นำ ปจั จัยทีส่ ร้ำงกำรขับเคลอ่ื นควำมผกู พันในโรงเรียนและกำหนดเป้ำหมำย
ไว้ในแผนงำนในรอบปีถัดไป
6. เผยแพร่ข้อมูลข่ำวสำร ประชำสัมพันธ์ ยกย่องชมเชย ผ่ำนทำงวำรสำรโรงเรียน เว็บไซต์ของ
โรงเรียน แอพพลเิ คชั่น กลุ่มไลน์ เฟซบคุ๊ แฟนเพจ ตำมควำมเหมำะสม
จำกกระบวนกำรดังกล่ำวข้ำงต้น ส่งผลให้ครูและบุคลำกร เกิดควำมรักควำมผูกพัน ทุ่มเทเสียสละ
และมีควำมรับผิดชอบในหน้ำที่ของตนเอง ส่งผลให้ครูและบุคลำกรเข้ำร่วมกิจกรรมต่ำงๆ สอดคล้องกับ
วัตถุประสงค์ของโครงกำรสวสั ดกิ ำรและปฏิคม สร้ำงขวัญ เสริมกำลงั ใจ ข้อที่ 2 เพ่อื เปน็ กำรสรำ้ งควำมสมั พันธ์
อันดีซ่ึงกันและกันระหว่ำงบุคลำกร ข้อที่ 3 เพ่ือเป็นกำรสร้ำงควำมรัก ควำมห่วงใยของทำงโรงเรี ยนต่อ
บุคลำกร และข้อท่ี 4 เพ่อื ให้บคุ ลำกรเกิดควำมประทับใจและมีเจตคตทิ ี่ดีต่อโรงเรยี น
70
(3) การประเมนิ ความผูกพนั (Assessment of ENGAGEMENT)
โรงเรียนมีวิธีกำรในกำรจัดรูปแบบกำรทำงำนและบริหำรครูและบุคลำกรเพ่ือให้งำนของโรงเรียน
บรรลผุ ลสำเรจ็ ดังน้ี ดำเนินงำนตำมรูปแบบกำรบรหิ ำรโรงเรยี น P.W.K.S. STEP Model เป็นนวตั กรรมกำรบริหำร
จัดกำรทมี่ ีประสิทธิภำพ ทสี่ ง่ ผลให้เกิดควำมสำเร็จและกำรพัฒนำงำนทุกระบบในโรงเรยี น โดยมีกำรดำเนินงำน
เชงิ ระบบดว้ ยควำมเปน็ มืออำชพี มีควำมรับผดิ ชอบ มงุ่ มั่นในกำรทำงำน และปฏบิ ัติงำนอย่ำงมคี วำมสุข ภำยใต้
กำรดำเนนิ งำนดว้ ยวงจรคุณภำพ PDCA ท่ีเกดิ กำรเรยี นรู้และพฒั นำงำนอย่ำงต่อเน่ือง โดยเกดิ จำกกำรมีส่วนร่วม
ของทุกภำคส่วน ภำยใต้กำรบริหำรแบบมสี ่วนรว่ มทุกข้ันตอน คือร่วมรับรู้ ร่วมคิด ร่วมทำ มีกำรปรับปรุงผล
กำรดำเนนิ งำน ดังน้ี
1. จดั โครงสรำ้ งกำรบริหำรงำนออกเป็น 4 กลมุ่ งำน ได้แก่ กลมุ่ บริหำรงำนอำนวยกำร กลมุ่ บรหิ ำรงำน
วิชำกำร กลมุ่ บรหิ ำรงำนกิจกำรนกั เรียน และกลุ่มบริหำรงำนทั่วไป เพอ่ื จัดลำดับกำรบริหำร จัดกำรองค์กรให้เป็น
ระบบระเบียบ แบง่ งำนชดั เจน ไม่ทบั ซ้อน มีหน้ำทคี่ รบ มีปริมำณคนเพยี งพอกบั ควำมตอ้ งกำร
2. แต่งตงั้ ผู้รบั ผิดชอบแตล่ ะตำแหนง่ ตำมควำมรคู้ วำมสำมำรถ อยำ่ งเหมำะสม
3. จัดทำแผนพัฒนำคุณภำพกำรศึกษำของโรงเรียนเพื่อใช้เป็นแนวทำงในกำรปฏิบัติงำน เพื่อเป็น
กรอบในกำรทำงำนให้บรรลเุ ปำ้ หมำยตำมวตั ถุประสงคท์ ีก่ ำหนดไว้อย่ำงเปน็ ระบบและมปี ระสิทธิภำพ
4. จัดทำแผนปฏิบัติรำชกำร คู่มือครูเก่ง ครูดี โดยใช้กระบวนกำรนิเทศแบบชี้แนะสอนงำนและกำร
เป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) เป็นแนวทำงกำรทำงำนและรำยละเอียดข้ันตอนกำร
ปฏบิ ตั งิ ำนตำมกระบวนกำรทำงำนต่ำง ๆ ขององค์กรและสรำ้ งมำตรฐำนกำรปฏิบัติงำนที่ม่งุ สู่กำรบรหิ ำรอย่ำง
มีประสิทธิภำพ
5. จัดกำรบริหำร และควบคุมคุณภำพกำรดำเนินงำนอย่ำงเป็นระบบ เน้นกำรทำงำนเป็นทีม และ
ปลกู ฝังควำมรกั ควำมผูกพันในองคก์ ร
6. ใช้วงจรคุณภำพ PDCA เป็นเคร่ืองมือในกำรนิเทศ กำกับ ติดตำม ประเมินและรำยงำนผลกำร
ดำเนินงำนอย่ำงเป็นระบบ โดยกำหนดผู้รับผิดชอบอย่ำงชัดเจน มีระบบนิเทศติดตำมประเมินผลกำรทำงำน
โดยกำรสรำ้ งเครือข่ำยทำงวิชำกำรภำยในโรงเรียน ครทู กุ คนได้รบั กำรประเมิน ตรวจสอบ เพ่อื ตดิ ตำม สรุปผล
ทบทวนและพฒั นำกำรปฏบิ ตั ิงำน ซงึ่ เป็นแนวทำงกำรปฏิบตั งิ ำนที่จะนำไปสู่ผลกำรดำเนนิ งำนทีบ่ รรลุผลสำเร็จ
ตำมแผนพัฒนำคณุ ภำพกำรศกึ ษำของโรงเรียน
7. กำรประเมินกำรพัฒนำคุณภำพครูและบุคลำกรให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรท่ีโรงเรียน
กำหนดคำนึงถึงเป้ำหมำยสูงสุดขององค์กร จำกกำรประเมนิ สมรรถนะหลักและสมรรถนะประจำสำยงำนของ
ครู โดยกำหนดรูปแบบกำรรำยงำนผลกำรปฏิบัติงำนแล้วนำข้อมูลมำใช้ในกำรปรับปรุงและพัฒนำต่อไปโดย
จัดทำโครงกำรพัฒนำครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ตำมแผนปฏิบัติกำรประจำปี สนองกลยุทธ์ข้อที่ 3
พฒั นำกำรบริหำรจัดกำรอย่ำงเปน็ ระบบมคี ณุ ภำพ
(4) การจดั การผลการปฏิบัตงิ าน (PERFORMANCE Management)
โรงเรียนมีระบบกำรจัดกำรผลกำรปฏิบัติงำนของครูและบุคลำกรสนับสนุนทำให้เกิดกำรทำงำนท่ี
ให้ผลกำรดำเนินงำนทดี่ แี ละควำมรกั ควำมผกู พันของครแู ละบุคลำกรดังน้ี
1. กำหนดเป้ำหมำยระบบกำรจัดกำรผลกำรปฏิบัติงำนของครูและบุคลำกรให้เกิดกำรทำงำนเพ่ือ
องคก์ รที่มผี ลกำรดำเนินกำรท่ดี แี ละมีควำมรกั ควำมผูกพันของครแู ละบคุ ลำกร
2. วำงแผนกำรจัดผลกำรปฏิบัติงำนของครูและบุคลำกรอย่ำงเป็น ระบบมีควำมเหมำะสมและ
ยุติธรรมเพื่อเปน็ แนวทำงในกำรปฏิบัตใิ ห้เป็นไปด้วยควำมเรยี บร้อย และเกดิ ประสิทธภิ ำพในกำรปฏิบัติงำนได้
อย่ำงถูกตอ้ งปฏิบตั กิ ำรตำมแผนทไี่ ด้วำงไวด้ ังต่อไปน้ี
71
1) แจ้งเกณฑ์กำรประเมินผลกำรปฏิบัติงำนให้กับข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทุกคนได้
รับทรำบโดย กำรดำเนินงำนดังกล่ำวมีส่วนเก่ียวข้องกับกำรพิจำรณำเล่ือนเงินเดือนเพื่อเป็นกำลังใจแก่ผู้ท่ี
ปฏบิ ตั ิงำนได้เป็นอย่ำงดี
2) ส่งเสริมให้ครูสร้ำงนวัตกรรมส่งผลงำนเข้ำประกวดแข่งขัน เช่น รำงวัลครูดีในดวงใจ
รำงวัลทรงคุณค่ำสพฐ. (OBEC AWARDS) ครูดีไม่มีอบำยมุข ครูดีเด่น ครูผู้ทำผลงำนดีเด่นทุกระดับ ช่วย
ส่งเสริมให้ครูและบุคลำกรมีควำมม่ันใจในควำมสำมำรถของตนเอง และเกิดควำมภำคภูมิใจในผลงำนที่ได้
ปฏบิ ัติ
3. ประเมินผลกำรปฏบิ ัติงำน ให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์ ตรวจสอบผลกำรปฏิบัติงำน และพัฒนำครู
และบุคลำกรให้ปฏบิ ตั งิ ำนบรรลุตำมเป้ำหมำย เกิดประสิทธภิ ำพและประสทิ ธผิ ล
4. แจ้งผลกำรประเมินต่อครูและบุคลำกรเพ่ือเป็นข้อมูลย้อนกลับและปรับปรงุ นำไปใช้ในกำรพฒั นำ
ตนเอง และสอดคลอ้ งกบั กลยทุ ธ์ ขอ้ ที่ 3 พฒั นำกำรบริหำรจดั กำรอยำ่ งเปน็ ระบบมีคุณภำพ
ข. การพฒั นาบุคลากรและผูน้ า (WORKFORCE and Leader Development)
(1) ระบบการเรียนร้แู ละการพฒั นา (Learning and Development System)
โรงเรยี นมรี ะบบกำรเรียนรู้และกำรพัฒนำสนบั สนุนควำมต้องกำรและกำรพัฒนำตนเอง ดังนี้
1. พิจำรณำถึงสมรรถนะหลักขององค์กร เช่น กำรจัดกำรเรียนกำรสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ กำร
บริหำรจัดกำรด้วยส่ือเทคโนโลยี กำรพัฒนำศักยภำพครูและบุคลำกรด้ำนกำรใช้ส่ือนวตั กรรม และเทคโนโลยี
เพ่อื กำรสอนและกำรบรรลผุ ลสำเร็จของแผนปฏิบัติกำรทงั้ ในระยะสนั้ และระยะยำวของโรงเรยี น
2. กำหนดกลยทุ ธ์ วสิ ยั ทัศน์ พนั ธกิจ และค่ำนิยมเพ่ือเป็นแนวทำงของโรงเรยี น ครูและบคุ ลำกรมีส่วน
ร่วมในกำรวำงแผนและร่วมกันดำเนินงำนตำมภำระหน้ำท่ีที่ได้รับมอบหมำยอย่ำงเต็มศักยภำพทำงำนร่วมกัน
เป็นทีมครูและบุคลำกรได้รับมอบหมำยให้จัดทำโครงกำรท่ีสอดคล้องกับภำระหน้ำที่ท่ีกำหนดไว้และเป็นไป
ตำมกลยุทธ์ของโรงเรียนในแต่ละปี โดยมีแนวปฏิบัติตำมรูปแบบกำรบริหำรโรงเรยี น P.W.K.S. STEP Model
เป็นแนวทำงในกำรดำเนินงำนอย่ำงเป็นระบบมีข้ันตอนกำรวำงแผนกำรทำงำนกำรดำเนินงำนเป็นตำมท่ีได้
วำงแผนไว้
3. สง่ เสริม สนบั สนนุ กำรปฏิบตั ติ ำมกฎระเบียบ จรรยำบรรณวชิ ำชพี ครู มวี ินัยในตนเองให้ควำมร่วมมือ
ในกำรจดั กิจกรรมของโรงเรียนเป็นอย่ำงดีแต่งกำยเรยี บร้อยเปน็ แบบอย่ำงท่ีดีแก่นักเรียนต้ังใจถ่ำยทอดควำมรู้
ให้แก่นักเรียนอย่ำงเต็มควำมสำมำรถแบ่งปันน้ำใจช่วยเหลือ เพ่ือนร่วมงำนให้ควำมร่วมมือในกำรปฏิบัติงำน
ตำมขั้นตอนทก่ี ำหนดไว้
4. มีกำรส่งเสริมควำมกำ้ วหน้ำในวิชำชพี ของครูและบุคลำกรอยำ่ งทวั่ ถงึ โดยกำหนดให้ครูและบุคลำกร
จัดทำรำยงำนผล ควำมรูท้ ี่ได้รับจำกกำรไปฝึกอบรม สัมมนำดงู ำนและบันทึกองค์ควำมรทู้ ่ีไดร้ ับจำกกำรปฏิบัติงำน
ไว้ให้เปน็ ระบบเพ่ือเป็นแหล่งให้ครูและบคุ ลำกรคนอืน่ เขำ้ ไปเรยี นรู้ได้ตลอดเวลำ
5. กำรเตรยี มควำมพร้อมเพือ่ สืบทอดตำแหน่งผู้นำระดบั สูง มีกำรกำหนดให้ข้ำรำชกำรครูทกุ คนได้ทำ
หนำ้ ที่หวั หนำ้ งำนตำมโครงสรำ้ งกำรบริหำรงำนโรงเรยี นอยำ่ งน้อยคนละ 1 งำน มีกำรชแี้ นะสอนงำนและกำรเปน็ พ่ี
เลี้ยงอย่ำงเป็นระบบเพื่อให้เป็นมืออำชีพ เป็นครูเก่งครูดี มีกำรพัฒนำภำวะควำมเป็นผู้นำให้กับบุคลำกร
หลำกหลำยวธิ ีกำรอย่ำงสม่ำเสมอ ปรับเปลีย่ นหมนุ เวยี นหัวหน้ำงำนตำมควำมสำมำรถ ควำมถนัดและควำมเหมำะสม
“Put the right man on the right job” ทุกปีกำรศึกษำ เพื่อเตรียมควำมพร้อมและสร้ำงควำมเป็นผู้นำใน
ลำดับต่อไป
6. ติดตำม ประเมินผล กำรจัดทำรำยงำน สรุปผลกำรดำเนินงำนเพื่อใช้เป็นข้อมูลในกำรพัฒนำ
โครงกำรในแผนปฏบิ ตั กิ ำรในปงี บประมำณถัดไป
72
7. ปรับปรุงหรอื เปล่ียนแปลงเพ่ือให้ผลกำรดำเนินกำรบรรลุตำมเป้ำหมำยและบุคลำกรให้ ควำมร่วมมือ
ปฏิบัติตำมหน้ำท่ีที่ได้รับมอบหมำย สอดคล้องกับกลยุทธ์ข้อท่ี 2 พัฒนำครูและบุคลำกรให้เป็นมืออำชีพ และ
สื่อสำร เผยแพรผ่ ลกำรดำเนนิ งำนตอ่ ผ้มู สี ว่ นเกีย่ วขอ้ ง
(2) ประสทิ ธผิ ลของการเรยี นรูแ้ ละการพัฒนา(LEARNING and Development AFFECTIVENESS)
โรงเรียนมวี ธิ ีกำรประเมนิ ประสิทธภิ ำพและประสิทธิผล ของระบบกำรเรียนรู้ และกำรพฒั นำมกี ำรประเมินผล
กำรปฏิบัติงำนจำนวน 2 ครั้งต่อปี เพ่ือพัฒนำครูและบุคลำกรให้ สำมำรถปฏิบัติงำนบรรลุตำมเป้ำหมำยของ
โรงเรยี น เนน้ วธิ กี ำรประเมินที่โปรง่ ใส ตรวจสอบได้และมีควำมเปน็ ธรรม
นำผลกำรประเมินมำใช้ปรับรุงและพัฒนำงำน พัฒนำตนเองของครูและบุคลำกรมีกระบวนกำรตำม
ขน้ั ตอนดังน้ี
1. กำหนดเกณฑ์กำรประเมินระบบพิจำรณำจำกวัตถุประสงค์กำรเรียนรู้และกำรพัฒนำในกำร
ประเมนิ ผล เพือ่ เป็นแนวทำงในกำรจัดเตรียมเอกสำร ควำมพรอ้ มกอ่ นรับกำรประเมนิ
2. แต่งตั้งคณะกรรมกำรประเมินประสิทธิภำพและประสิทธิผลของระบบกำรเรียนรู้และกำรพัฒนำ
เพือ่ ดำเนินกำรปรับปรงุ แกไ้ ข สง่ เสรมิ พฒั นำกำรดำเนนิ กำรตำมขนั้ ตอนต่อไป
3. ดำเนินกำรวิเครำะห์ข้อมูลโดยพิจำรณำควำมสอดคล้องจำกผลกำรประเมินสมรรถนะหลักของครู
ตำม แผนพฒั นำตนเองและกำรเลอ่ื นระดับวทิ ยฐำนะเปรยี บเทียบกับผลกำรพัฒนำนกั เรยี น
4. ประเมินคุณภำพของระบบตำมเกณฑ์กำรประเมินประสิทธิภำพและประสิทธิผลกำรปฏิบัติงำน
ประเมินกำรปฏิบัติตนในกำรรักษำวินัย คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และจรรยำบรรณวิชำชพี
5. ดำเนนิ กำรปรบั ปรงุ และพฒั นำระบบกำรพฒั นำครูและบคุ ลำกร คำแนะนำ ของคณะกรรมประเมิน
ประสิทธิภำพและประสิทธิผลและผู้มีส่วนเก่ียวข้อง โดยครูและบุคลำกรทุกคนประเมินผลกำรปฏิบัติงำนของ
ตนเอง เพ่อื พฒั นำงำนในหนำ้ ทอ่ี ย่ำงตอ่ เนือ่ ง
กำรประเมินกำรปฏิบัติงำนของครูและบุคลำกรโดยคณะกรรมกำรประเมินมีกำรดำเนินกำรตำม
ข้นั ตอนดังนี้
1. แต่งต้ังคณะกรรมกำรประเมินประสิทธิภำพและประสิทธิผลกำรปฏิบัติงำนของครูและบุคลำกร
จำนวน 2 ชุด ชุดท่ี 1 คณะกรรมกำรประเมินผลกำรปฏิบัติงำน และชุดท่ี 2 คณะกรรมกำรพิจำรณำเลื่อน
เงนิ เดือน
2. ออกแบบและกำหนดเกณฑก์ ำรประเมนิ ประสทิ ธภิ ำพและประสิทธิผลของกำรปฏิบัติงำนบคุ ลำกร
3. ประชุม ชแี้ จงเกณฑก์ ำรประเมนิ แกบ่ คุ ลำกรเพอ่ื สร้ำงควำมเขำ้ ใจ
4. คณะกรรมกำรประเมินชดุ ที่ 1 และชุดท่ี 2 ประเมนิ ตำมระยะเวลำทีก่ ำหนดปีละ 2 ครั้ง
5. รำยงำนผลกำรประเมินเป็นข้อมูลย้อนกลับแก่ครูและบุคลำกรเพื่อนำไปใช้ในกำรพัฒนำตนเอง
สอดคลอ้ ง กับแผนพฒั นำกำรศึกษำ ข้อที่ 3 พัฒนำกำรบรหิ ำรจดั กำรอยำ่ งเป็นระบบมีคณุ ภำพ ดว้ ยกำรมีส่วน
รว่ มของภำคเี ครอื ข่ำย ไดแ้ ก่ตวั แทนผู้ปกครอง ตวั แทนครู ตัวแทนชุมชน ตวั แทนนักเรยี น
(3) ความกา้ วหน้าในวชิ าชีพ (Career Progression)
โรงเรียนมวี ิธีกำรในกำรจัดกำรควำมก้ำวหนำ้ ในวิชำ ของครแู ละบคุ ลำกรในโรงเรียนมกี ำรวำงแผนกำรถ่ำยทอด
ตำแหน่งผนู้ ำระดบั สงู ดังน้ี
1. ประชมุ วำงแผนกำรส่งเสริมครแู ละบุคลำกรใหม้ ีพฒั นำด้ำนควำมก้ำวหนำ้ ในวชิ ำชพี โดยส่งเสรมิ ให้
ครแู ละบุคลำกรพัฒนำตนเองโดยกำรศึกษำต่อในระดบั ทส่ี ูงขึ้น
2. สำรวจควำมต้องกำรในกำรพัฒนำวชิ ำชีพโดยกำรเพิ่มพูนศักยภำพของครแู ละบุคลำกร กำหนดให้
ครูและบุคลำกร และหัวหน้ำกลุ่มบรหิ ำรงำน หัวหน้ำงำน เข้ำรับกำรอบรมสัมมนำ ในประเด็นท่ีตรงตำมสำย
งำนท่ีรับผิดชอบ หรือเกี่ยวกับหน้ำท่ีอย่ำงน้อยปีละ 1 คร้ัง เพื่อให้เกิดกำรเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มีกำรประเมิน
73
ประสิทธิภำพและประสิทธิผลของกำรเรียนรู้และกำรพัฒนำตนเอง ครูและบุคลำกรทุกคน จัดทำข้อตกลงใน
กำรปฏบิ ัตงิ ำน MOU และ ID Plan จดั ทำรำยงำนผลกำรปฏิบัตงิ ำน (SAR) และผลกำรประเมินตนเอง มุ่งเนน้
กำรคัดเลือกครูและบุคลำกรท่ีมีคุณภำพเข้ำมำทำงำนโดยกำหนดคุณสมบัติ ของผู้ที่จะเข้ำมำทำงำน ให้
สอดคล้องกับภำรกิจหลักโดยใช้วิธีคัดเลือกอย่ำง เป็นทำงกำรและกำรสอบถำม ด้วยวำจำ เพื่อให้ได้ครูและ
บุคลำกรตรงตำมควำมตอ้ งกำร โรงเรียนได้พฒั นำควำมก้ำวหน้ำในวิชำชีพสำหรับครูและบคุ ลำกรด้วยกำร ใช้
วิธกี ำรผลัดเปลย่ี นกันในกำรเข้ำสูต่ ำแหนง่ ผู้นำระดบั สงู ตำมควำมรู้ควำมสำมำรถและควำมเหมำะสม
3. ประเมินประสิทธภิ ำพและประสทิ ธผิ ลของระบบกำรเรียนรแู้ ละกำรพฒั นำโดยกำหนดใหม้ กี ำรประเมินผล
กำรปฏิบัติติงำนจำนวน 2 ครั้งต่อปี กำรศึกษำเพ่ือพัฒนำครูและบุคลำกรให้สำมำรถปฏิบัติงำนบรรลุตำม
เปำ้ หมำย และนำผลกำรประเมินมำใชป้ รบั ปรุงพัฒนำงำนและพฒั นำตนเองของครแู ละบุคลำกรนอกจำกน้ียัง
กำหนดรูปแบบและแนวทำงกำรประเมิน แบ่งเป็นสองกลุ่ม ได้แก่ ผปู้ ระเมิน และผู้รบั กำรประเมิน ส่วนกำรกำหนด
วิธีกำรประเมิน ประกอบด้วย 2 ส่วน คือประเมินจำกผลงำนประจำได้แก่ผลงำนตำมหน้ำที่ควำมรับผิดชอบ
และผลงำนเชิงพัฒนำงำนตำมท่ีได้รับมอบหมำยกรณีพิเศษส่วนกำรกำหนดวิธีกำรพัฒนำครูและบุคลำกรใน
รอบปี มกี ำรประเมินผลกำรปฏิบตั ิงำนของครูและบุคลำกร 2 ครง้ั คือรอบเดือน เมษำยนและตุลำคม
4. มีกำรทบทวนสรุปประเด็นปัญหำ และควำมจำเป็นเร่งด่วนท่ีต้องกำรพัฒนำของครูและบุคลำกร
โดยกำหนดแผนพัฒนำรำยบุคคลขึ้น เพ่ือสำมำรถปรับปรุงแก้ไข และพัฒนำครูและบุคลำกรได้อ ย่ำงเป็น
รปู ธรรม และมี ประสิทธิภำพ มีกำรสง่ เสรมิ และสนับสนุนให้ครูและบุคลำกรเข้ำรับกำรอบรม ศึกษำดูงำน ทั้ง
ในด้ำนวิชำกำรและวิชำชีพ แล้วนำมำ ขยำยผลให้กับบุคลำกรอื่นๆ ในโรงเรียนต่อไป มีกำรส่งเสริมและ
สนบั สนนุ ครูและบุคลำกรใหไ้ ดร้ บั กำรศกึ ษำต่อในระดบั กำรศึกษำ ทสี่ ูงขึ้นเพ่อื พฒั นำตนเองและสนบั สนนุ ให้ครู
และบคุ ลำกรจดั ทำผลงำนทำงวิชำกำรเพอ่ื พฒั นำวิชำชีพอีกทง้ั มกี ำรยกย่อง ชมเชยสรำ้ งขวญั และกำลงั ใจแก่ครู
และบุคลำกรผู้มีผลงำนดีเด่นในระดับต่ำงๆ สนองกลยุทธ์ ข้อท่ี 2 พัฒนำครูและบุคลำกรให้เป็นมืออำชีพ
มำตรฐำนกำรศึกษำของโรงเรียน มำตรฐำนท่ี 2 กระบวนกำรบริหำรจัดกำร ข้อที่ 2.4 พัฒนำครูและบุคลำกร
ให้มีควำมเชยี่ วชำญทำงวชิ ำชีพ
ดา้ นการบริหาร ดา้ นครแู ละ ดา้ นการบริหาร ดา้ นผู้เรียน
บคุ ลากร จดั การ
- การบริหารจัดการ - นักเรียนได้รับการ
4 กลุ่มงานหลักด้วย - พั ฒ น า ค รู แ ล ะ - พัฒนาหลกั สตู รและ ส่งเสริมและพัฒนา
ระบบคณุ ภาพ บุ ค ล า ก ร ใ ห้ มี กระบวนการจัดการ เต็มตามศกั ยภาพ
ศกั ยภาพ เรียนรสู้ ู่
มาตรฐานสากล
แผนภาพท่ี 15 กำรจัดทำข้อกำหนดทสี่ ำคัญของกระบวนกำรทำงำน
หมวด 6
การปฏบิ ตั กิ าร (Operations)
6.1 กระบวนการทางาน (Work Process)
โรงเรียน มีวธิ ีการดาเนนิ งานในการออกแบบ จดั การและปรับปรุงหลกั สูตร และกระบวนการทางานที่สาคัญ
เพ่อื สง่ มอบคณุ คา่ แกน่ ักเรยี นและผู้มีส่วนได้สว่ นเสยี รวมท้งั ทาใหโ้ รงเรยี นประสบผลสาเร็จอย่างตอ่ เน่ือง ดงั นี้
1. วางแผน กาหนดเปา้ หมายการดาเนนิ งานในกระบวนการทางานท่ีสาคัญของโรงเรยี น
2. ออกแบบข้อกาหนดท่ีสาคัญของหลักสูตรและกระบวนการทางานโดยนาเทคโนโลยี ความรู้ของ
องคก์ ร ความเป็นเลิศของหลกั สูตร คณุ ค่าในมมุ มองของนกั เรยี น มาเป็นแนวคิดในการออกแบบ
3. นากระบวนการไปปฏิบตั ิตามข้อกาหนดทส่ี าคญั ท้งั ในส่วนของกระบวนการหลกั และกระบวนการ
สนบั สนุน
4. ปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการทางานเพ่ือเสริมสร้างความแข็งแกร่งของสมรรถนะหลักของ
องค์กร และลดความแปรปรวนของกระบวนการ
5. การบริหารจดั การดว้ ยนวตั กรรมรปู แบบการบรหิ ารโรงเรยี น P.W.K.S STEP Model
6. โรงเรยี น ติดตาม ประเมินผลการปฏบิ ัติงาน จากนน้ั นาผลการประเมินผลมาปรบั ปรุง พัฒนาอย่าง
ตอ่ เนือ่ ง
โรงเรียนดาเนินงานได้ถ่ายทอดวิธีการดังกล่าวเพ่อื ร่วมคิด ร่วมรับรู้ ร่วมทาให้แก่หัวหน้างาน หัวหน้า
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ผ่านการประชมุ ชี้แจง และใหห้ วั หน้างาน หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้นาความรู้ท่ไี ดร้ ับไป
ถ่ายทอดแก่กรรมการในกลุ่มงานหรือกลุ่มสาระการเรียนรู้เพ่ือนาไปสู่การปฏิบัติต่อไป หลังจากท่ีแต่ละงานได้
นาความรทู้ ไ่ี ดร้ ับการถ่ายทอดไปปฏิบัตแิ ล้ว โรงเรียนไดด้ าเนินการติดตามและประเมินผลตามวงรอบการติดตาม
ซึ่งพบว่าการดาเนินการตามกระบวนการข้างต้นสามารถทาให้การปฏิบัติงานบรรลุตามเปา้ หมายเชิงกลยุทธท์ ่ี
สาคัญของโรงเรยี น
ก. การออกแบบหลกั สูตรและกระบวนการ (Product and Process Design)
(1) ข้อกาหนดของหลกั สูตรและกระบวนการ (Product and Process Requirement)
โรงเรียนมีวิธีการจัดทาข้อกาหนดที่สาคัญของหลักสูตรและกระบวนการ โดยใช้รูปแบบการบริหาร
โรงเรียน P.W.K.S. STEP Model ซึง่ มีดังน้ี
1. แต่งต้ังคณะกรรมการจัดทาข้อกาหนดท่ีสาคัญของหลักสูตร เพ่ือวางแผนพัฒนาหลักสูตร
สถานศกึ ษา
2. คณะกรรมการ นาวิสยั ทศั น์ พันธกิจ เปา้ ประสงค์ ค่านิยม กลยทุ ธข์ องโรงเรียน ความตอ้ งการของ
นักเรียน ความคาดหวังของผู้ปกครอง เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพการศึกษา เป้าหมายและหลักการหลักสูตร
แกนกลางฯ กฎ ระเบยี บ ข้อบงั คับ ขดี ความสามารถและความพรอ้ มด้านทรัพยากรของโรงเรียน เช่น บคุ ลากร
งบประมาณ สง่ิ ปลูกสร้าง วัสดุครภุ ัณฑ์ มาเปน็ แนวทางในการจดั ทาขอ้ กาหนดทีส่ าคญั ของหลกั สตู ร
3. จัดทาข้อกาหนดที่สาคัญของหลักสูตร โดยใช้ข้อมูลจานวนนักเรียนในปัจจุบันและอนาคตผลความพึง
พอใจของผู้มีส่วนได้เสีย ต่อผู้ส่งมอบ พันธมิตร และผู้ให้ความร่วมมือ ในการตัดสินใจเลือกข้อกาหนดของ
หลกั สูตรและกระบวนการ
4. ตรวจสอบ ประเมินความเป็นไปได้ และความเหมาะสมของข้อกาหนดท่ีสาคัญของหลักสูตร โดย
การมีส่วนร่วม แลกเปล่ียนเรียนรู้ระหว่างครูและบุคลากร นักเรียน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อพัฒนา ปรับปรุง
เปล่ียนแปลงข้อกาหนดที่สาคัญของหลักสูตรให้สอดคล้องกับกระบวนการและการปฏิบัติการเพ่ือบรรลุ
วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ ค่านิยม กลยุทธ์ของโรงเรยี น ตอบสนองความต้องการและความคาดหวงั ของ
นักเรียนทงั้ ในปัจจบุ ันและอนาคต
75
5. ประกาศข้อกาหนดที่สาคัญของหลักสูตรให้ครแู ละบคุ ลากรทุกคนในโรงเรยี นได้ทราบและนาไปใช้
ในการจัดการเรียนการสอน ขอ้ กาหนดทสี่ าคัญของหลักสูตรคอื สอดคล้องกับหลักการและเป้าหมาย มาตรฐาน
ตวั ชีว้ ดั ของหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุงพุทธศักราช 2560 และ
2563) สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา ด้านที่ 1 คุณภาพของนักเรียน ส่งเสริม พัฒนาคุณภาพนกั เรยี นให้มี
ศักยภาพเทียบเคียงมาตรฐานสากล และส่งเสริมให้นักเรียนมีความพร้อมในการก้าวสู่สังคมคุณภาพ มีความรู้
อยา่ งแทจ้ รงิ ซงึ่ มกี ระบวนการทางานทสี่ าคัญของโรงเรยี นแบง่ เป็น 2 กระบวนการ ดงั น้ี
1) กระบวนการทางานหลัก เปน็ กระบวนการเกย่ี วกับด้านหลักสูตรและบรกิ าร ด้านการมุ่งเน้น
ผู้เรยี นและลกู ค้า
2) กระบวนการทางานสนับสนนุ เปน็ กระบวนการเกี่ยวกับด้านงบประมาณการเงนิ และตลาด
ดา้ นการปฏบิ ัติการขอ้ กาหนดทีส่ าคัญของกระบวนการ มีการสรา้ งความตระหนกั เห็นความสาคัญของการทางาน
มกี ารวางแผนรว่ มกนั ปฏิบัติงานตามแผนทวี่ างไว้ โดยยึดหลักธรรมาภบิ าล
6. นิเทศ ติดตาม ประเมินผลการใช้ข้อกาหนดท่ีสาคัญของหลักสูตรและกระบวนการทางานเพื่อ
วเิ คราะห์หาจดุ ท่คี วรนามาปรบั ปรงุ แก้ไขกระบวนการทางานให้มีประสทิ ธิภาพยงิ่ ขนึ้
7. นาผลการนิเทศ ติดตาม ประเมินผลมาปรบั ปรุง พัฒนาร่วมกบั โรงเรยี น ครูและบุคลากร นักเรยี น
ผมู้ สี ว่ นได้สว่ นเสียให้สอดคลอ้ งกบั ข้อกาหนดของหลกั สตู ร
ทง้ั น้โี รงเรียนมีข้อกาหนดท่สี าคัญของหลักสูตรและกระบวนการทางาน ดังตารางที่ 32 และ ตารางท่ี 33
ตารางที่ 32 ข้อกาหนดท่ีสาคญั ของหลกั สูตรและกระบวนการทางาน
หลักสูตร ขอ้ กาหนดทสี่ าคญั ของหลักสูตร ขอ้ กาหนดที่สาคัญของกระบวนการทางาน
ห ลักสูตร ร ะดับช้ัน - นักเรียนทกุ คนเรยี นรายวชิ าการศึกษา - ครูทกุ คนสามารถให้คาแนะนา เปน็ ที่ปรกึ ษาแก่
มธั ยมศกึ ษาตอนต้น คน้ คว้าด้วยตนเอง (IS) นกั เรยี นในการศกึ ษาค้นควา้ ด้วยตนเอง (IS)
- นกั เรียนไดเ้ ลอื กเรียนตามความถนัดและ - ครจู ดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning
ความสนใจ - ครูเขา้ ร่วมโครงการพัฒนาครูโครงการโรงเรียน
- นักเรียนท่ีเรียนในหลักสูตรวิทยาศาสตร์ คุณภาพดา้ นวทิ ยาศาสตร์คณติ ศาสตร์และ
คณติ ศาสตร์และเทคโนโลยี (SMT) เทคโนโลยี (SMT) ตามมาตรฐานสถาบนั สง่ เสริม
การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (สสวท.)
ห ลักสูตร ร ะดับชั้น - นักเรียนทุกคนเรียนรายวิชาการศึกษา - ครทู ุกคนสามารถให้คาแนะนา เปน็ ทป่ี รกึ ษา แก่
มั ธ ย ม ศึ ก ษ า ต อ น ค้นคว้าด้วยตนเอง (IS) นกั เรียนในการศึกษาคน้ คว้าด้วยตนเอง (IS)
ปลาย - ครูจัดการเรียนการสอบแบบ Active Learning
- วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
1) แผนการเรียน - นกั เรียนสร้างองคค์ วามรู้ด้านคณิตศาสตร์ - ครเู ปน็ ผ้นู าการเปลย่ี นแปลงการจัดการเรียน
วทิ ยาศาสตร์ และวทิ ยาศาสตร์ไปสู่นกั วจิ ัย นกั ประดษิ ฐ์ การสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตรข์ อง สสวท.
คณติ ศาสตร์และ คิดค้น จดั การเรียนการสอนแบบสะเต็มศึกษา
เทคโนโลยี (SMT) - นักเรียนท่เี รียนตามหลกั สตู ร - โรงเรยี นเขา้ รว่ มโครงการพัฒนาครูโครงการ
วิทยาศาสตรค์ ณติ ศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นคุณภาพดา้ นวทิ ยาศาสตร์คณิตศาสตรแ์ ละ
(SMT) เทคโนโลยี (SMT) ตามมาตรฐานสถาบนั ส่งเสรมิ
การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (สสวท.)
2) แผนการเรยี น - นกั เรียนมคี วามสามารถสอื่ สาร - ครใู ช้ภาษาอังกฤษและภาษาจีนในการจัด
ภาษาองั กฤษ ภาษาอังกฤษและภาษาจีน การเรยี นการสอน
76
หลักสตู ร ข้อกาหนดทสี่ าคญั ของหลกั สูตร ข้อกาหนดที่สาคัญของกระบวนการทางาน
3) แผนการเรยี น นักเรียนมีความสามารถด้าน การสื่อสาร - ครูจดั การเรียนการสอนท่เี น้นทกั ษะกระบวน
ภาษาไทย สังคม
ศึกษา และร้ทู ันการเปล่ยี นแปลงของสงั คมโลก การสือ่ สาร มงุ่ เนน้ นกั เรียนมคี ณุ ภาพ พรอ้ มสู่
การเปน็ พลโลกท่ดี ี
- ครูมกี ารจัดการเรียนการสอนที่ม่งุ เน้นนักเรียน
ให้มีความสามารถดา้ นการสื่อสารและรูท้ ัน
การเปลีย่ นแปลงของสังคมโลก
กระบวนการทางานท่ีสาคัญของโรงเรียน มี 2 กระบวนการ คือ กระบวนการทางานหลัก และ
กระบวนการทางานสนบั สนุน และมีข้อกาหนดท่สี าคญั ของกระบวนการดงั กลา่ ว ดังตารางท่ี 33
ตารางที่ 33 ขอ้ กาหนดท่ีสาคญั ของกระบวนการทางาน
กระบวนการทางาน ขอ้ กาหนดทส่ี าคญั
กระบวนการทางานหลกั - หลกั สูตรเทยี บเคียงมาตรฐานสากล
- ครทู กุ คนจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning
1. ดา้ นหลักสตู รและบรกิ าร - คา่ เฉลีย่ ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนของนกั เรยี นอยู่ในระดบั ดี
- การพฒั นาหลักสูตร - ครูทุกคนทาวิจยั ในชั้นเรยี น
- การจัดการเรยี นการสอน - ครทู กุ คนมกี ารนิเทศและแลกเปล่ียนการจดั การเรยี นรู้ (PLC)
- การวดั และประเมนิ ผล - ครทู ุกคนใช้สอ่ื และเทคโนโลยีในการจดั การเรียนรู้
- การวิจัยในชั้นเรียน
- การนเิ ทศ - นักเรยี นทกุ คนได้รบั การดูแลช่วยเหลืออยา่ งท่ัวถึง
- การพัฒนาสอ่ื และเทคโนโลยี - นกั เรยี นทุกคนได้รบั การพฒั นาคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
2. ด้านการม่งุ เน้นผเู้ รยี นและลูกค้า - ครูทกุ คนพัฒนาตนเองตามมาตรฐานวิชาชพี
- ระบบดูแลชว่ ยเหลอื นักเรียน - มกี ารติดตามการรายงานผลการดาเนนิ กจิ กรรม/โครงการภาคเรียน ละ 1 ครง้ั
- การพัฒนาคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ - ขอ้ มลู สารสนเทศถูกต้องและเปน็ ปจั จบุ นั
กระบวนการทางานสนับสนุน - ระบบ ICT มปี ระสิทธิภาพ
- งานอนามัยโรงเรียน มปี ระสิทธิภาพ
1. ด้านงบประมาณการเงนิ และตลาด
- การพฒั นาบุคลากร
- งานแผนงานและงบประมาณ
- งานสารสนเทศ
2. ด้านการปฏบิ ตั ิการ
- การพัฒนา ICT
- การอนามยั โรงเรยี น
โรงเรียนมีวิธีการจัดทาข้อกาหนดที่สาคัญของหลักสูตรและกระบวนการ โดยใช้รูปแบบการบริหาร
โรงเรียน P.W.K.S. STEP Model พบว่านักเรียน ผู้ปกครองและครูผู้สอนมีความพึงพอใจต่อหลักสูตร
สถานศกึ ษา ดังตารางที่ 43
(2) แนวคิดในการออกแบบ (Design Concepts)
โรงเรียนได้ใช้รูปแบบการบริหารโรงเรียน P.W.K.S. SETP Model มาใช้ในการออกแบบหลักสูตร
และกระบวนการทางานด้านการพฒั นาสภาพแวดล้อมทางวิชาการ โดยมี นโยบายในการทางาน (P) การทางาน
เป็นทีม (W) การแลกเปลีย่ นเรียนรู้ (K) การบริหารจัดการอย่างเปน็ ระบบ (S) คุณภาพผู้เรยี นให้เปน็ คนเกง่ คนดี
และกล้าแสดงออกในทางท่ีถูกต้อง (S) คุณภาพผู้ครูให้เป็นครูเก่ง ครูดี และครูมืออาชีพ (T) คุณภาพ
สภาพแวดล้อมทางกายภาพ วิชาการ และการบริหารจัดการให้เอื้อต่อการเรียนการสอนและการทางาน (E)
คณุ ภาพของการมสี ่วนร่วมของทกุ ภาคสว่ นเพ่อื สนับสนนุ การดาเนนิ งานของโรงเรียน (P) การจัดการเรียนการสอน
ซง่ึ สง่ ผลใหเ้ กดิ ความสาเร็จและพัฒนางานทุกระบบในโรงเรียน ตลอดจนวเิ คราะห์ความตอ้ งการของผู้มสี ่วนได้
77
ส่วนเสีย สถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตท่ีเป็นไปได้ เพ่ือการเตรียมการออกแบบหลักสูตรและกระบวนการ
ทางานท่ีส่งเสริมให้การจัดการเรียนการสอน มีความเข้มแข็ง ยั่งยืน โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เครือข่าย
สังคมออนไลน์ เช่น แอปพลิเคชั่นไลน์ และเฟซบุ๊ค กูเกิลแอปพลิเคช่ัน ในการประชาสัมพันธ์ ติดต่อสื่อสาร
และทาความเข้าใจในการจัดหลักสูตรและกระบวนการทางานของโรงเรียน โดยมีแนวคิดในการออกแบบ
หลกั สูตรและกระบวนการทางานตาม แผนภาพท่ี 16
วธิ กี ารออกแบบหลกั สตู รและกระบวนการทางาน เพื่อใหเ้ ป็นไปตามขอ้ กาหนดท่ีสาคัญ โดยโรงเรียนมี
การแตง่ ต้ังคณะกรรมการในการทางานทุกขนั้ ตอน คณะกรรมการประชุมวางแผนงานร่วมกัน มกี ารดาเนินงาน
ตามแผนท่ีกาหนดไว้โดยเน้นการทางานเป็นทีม และทีมแบบบูรณาการ ทางานเต็มตามศักยภาพด้วยความต้ังใจ
และเต็มใจ มีการติดตามประเมินผล แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อทบทวนและปรับปรุงพัฒนาผลการดาเนินงาน
รวมทง้ั มกี ารใช้การสอ่ื สารผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อใหเ้ กดิ ความคล่องตัว ลดระยะเวลาและขั้นตอน
ของกระบวนการทางานมีการกระตุ้นและส่งเสริมให้บุคลากรมีการวางแผนปรับปรุงและพัฒนางานอย่าง
ต่อเน่ืองและสร้างนวัตกรรมของงานที่รับผิดชอบเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ มีส่วนได้ส่วนเสียและ
วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ ค่านิยม กลยุทธ์ของโรงเรียน ตลอดจนเพ่ิมความท้าทายในการทางานให้มี
เปา้ หมายท่ีสงู ขน้ึ
จากการออกแบบหลักสูตรและกระบวนการทางาน โดยใช้รูปแบบการบริหารโรงเรียน P.W.K.S.
SETP Model ส่งผลให้เกิดการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ได้แก่ รูปแบบครูเก่ง ครูดี โดยใช้
กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เล้ียง (Coaching and Mentoring Supervisor) ได้รับ
รางวัล เหรียญเงิน หนึ่งโรงเรียนหน่ึงนวัตกรรมระดับภูมิภาค ปี 2564 ชนะเลิศ สถานศึกษายอดเย่ียม
ประเภทมัธยมศึกษาขนาดเล็ก ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน รางวัลทรงคุณค่า สพฐ.
(OBEC AWARDS) ระดับเขตการศึกษา โรงเรียนได้รับการรับรองมาตรฐานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ระดับ
เหรยี ญทอง ปกี ารศกึ ษา 2563
ทบทวนหลักสูตรสถานศึกษา หลักสตู รแกนกลาง
วเิ คราะห์โครงสรา้ งหลักสตู ร
บรู ณาการหลกั สตู รการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐานและหลักสตู รเทียงเคียงมาตรฐานสากลใหส้ อดคลอ้ งกบั ขอ้ กาหนดที่สาคญั
กาหนดกระบวนการจดั การเรยี นการสอนให้สอดคล้องกบั ขอ้ กาหนดสาคญั
จดั ทาหลักสตู รสถานศึกษาและมาตรฐานการปฏบิ ตั ิงาน ที่สนองตอ่ นกั เรียนและผมู้ ีสว่ นไดส้ ว่ นเสีย
นิเทศ กากบั ตดิ ตามและประเมนิ ผล ไมผ่ ่าน
ผ่าน
ปรบั ปรุงพัฒนาผลการดาเนนิ งานอย่างต่อเนือ่ ง จนไดห้ ลกั สตู รและกระบวนการ
ทางานทม่ี ปี ระสิทธิภาพ
แผนภาพที่ 16 แนวคดิ ในการออกแบบหลกั สตู รและกระบวนการทางาน
78
ข. การจัดการกระบวนการ (Process Management)
(1) การนากระบวนการไปปฏิบตั ิ (Process Implementation)
โรงเรียนใช้นวัตกรรมรูปแบบการบริหารโรงเรียน P.W.K.S STEP Model ในการบริหารจัดการ
โรงเรยี นเปน็ ตวั กาหนดการทางานทีส่ าคญั และลงไปสูก่ ารปฏบิ ัตงิ าน ซึง่ มีขนั้ ตอนการดาเนินการ ดงั น้ี
1) แต่งต้ังคณะกรรมการดาเนินงานตามระบบงานให้บรรลุตามระบบงานหลักท่ีสาคัญ เพ่ือร่วมกัน
สร้างข้อกาหนดหลกั สตู รและกระบวนการ
2) ประชมุ ชแ้ี จงเพ่อื วางแผนดาเนินงานใหบ้ รรลตุ ามตวั ชว้ี ัด
3) ติดตามและประเมนิ ผลการดาเนินงานอย่างสม่าเสมอโดยรายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการ/
กิจกรรม ภาคเรยี นละ 1 ครงั้
4) นาผลการดาเนนิ งานมาวิเคราะห์ ปรับปรุงใหส้ อดคลอ้ งกับการเปลยี่ นแปลงท้ังภายในและภายนอก
โรงเรยี น ดังตารางที่ 34
ตารางที่ 34 การนากระบวนการไปปฏบิ ตั ิ
กระบวนการทางาน ตัวชีว้ ดั การดาเนินงาน ค่าเปา้ หมาย วธิ กี ารนากระบวนการไป
ปฏิบตั ใิ หบ้ รรลตุ ามข้อกาหนด
ด้านหลักสตู รและบรกิ าร
การพฒั นาหลักสตู ร 1. หลักสูตรตอบสนองความต้องการ 1. มหี ลกั สตู รท่ีตอบสนองตอ่ ความ 1. แตง่ ตงั้ คณะกรรมการในการ
ของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตอ้ งการของนกั เรียนและ ผู้มสี ว่ นไดส้ ่วน พฒั นาหลักสูตร กระบวนการ
โดยเทยี บเคยี งมาตรฐานสากล เสยี เทียบเคียงมาตรฐานสากล จัดการเรียนการสอน
2. ร้อยละของนักเรียนท่ีนิยมเลือก 2. ร้อยละของนักเรียนเลือกเรียนแผน 2. ประชมุ วางแผนดาเนิน
เรียนหลักสูตรที่สาคัญของโรงเรียน การเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ มาก โครงการ/กจิ กรรม พฒั นา
คอื วิทยาศาสตร์- คณิตศาสตร์(SMT) ท่ีสุด รองลงมาคือภาษาอังกฤษ-ภาษาจนี หลักสูตรกระบวนการจัดการ
และภาษาอังกฤษ-ภาษาจนี และมีจานวนเพม่ิ ขนึ้ ทุกปี เรยี นการสอน
3. ร้อยละของนักเรียนที่ประสบ 3. ร้อยละของนักเรียนตามหลักสูตร ท่ี 3. ดาเนนิ การตามโครงการ/
ความสาเรจ็ ตามหลักสูตรทส่ี าคญั ของ ส า คั ญ ข อ ง โ ร ง เ รี ย น ศึ ก ษ า ต่ อ ใ น กิจกรรมพฒั นาหลกั สตู ร
โรงเรยี น ระดบั อุดมศึกษา เพ่ิมข้นึ 4. นิเทศ ติดตามผลการใช้
การจัดการเรียนการ 1. รอ้ ยละของนกั เรียนทม่ี ีผลสัมฤทธ์ิ 1. นกั เรยี นร้อยละ 78.00 มีผลสมั ฤทธิ์ หลกั สตู รกระบวนการจดั การ
สอน ทาง การเรยี นอยู่ในระดบั 2.5 ขึ้นไป ทางการเรยี น อยูใ่ นระดับ 2.5 ขนึ้ ไป เรียนการสอน
2. รอ้ ยละของนักเรียนที่มผี ลการ 2. นกั เรยี นร้อยละ 93.00 มีผลการ 5. สรปุ ผลรายงานผลการ
ประเมินคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ อยู่ใน ดาเนนิ งานตามโครงพฒั นา
อยู่ในระดับดี ระดับดี หลกั สตู รกระบวนการจดั การ
3. รอ้ ยละของนกั เรียนทีม่ ผี ลการ 3. นกั เรยี นรอ้ ยละ 93.00 ตามลาดบั มี เรยี นการสอน
ประเมินการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และ ผลการประเมนิ การอ่าน คิด วเิ คราะห์ 6. นาผลการประเมินไป
เขียน อยู่ในระดับดี และเขียน อยูใ่ นระดับดี ปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป
4. ร้อยละของนกั เรียนที่มผี ลการ 4. นักเรียนร้อยละ 78.00 ตามลาดบั มี
เรยี นรายวชิ า IS ระดับ 2.5 ขนึ้ ไป ผลการเรยี นรายวชิ า IS ระดับ 2.5 ขน้ึ ไป
5. รอ้ ยละของนกั เรียนท่ีสาเร็จ 5. นักเรยี นร้อยละ 85 ตามลาดับ สาเร็จ
การศกึ ษา การศึกษา
6. ร้อยละของนกั เรียนทศ่ี กึ ษาต่อ ใน 6. นกั เรียนรอ้ ยละ 85.00 ศกึ ษาตอ่ ใน
ระดบั อุดมศึกษา ระดับอุดมศึกษา
7. รอ้ ยละของครทู จ่ี ัดทาแผนการจดั 7. ครรู อ้ ยละ 100 จัดทาแผนการจดั การ
การเรยี นรแู้ บบ Active Learning เรยี นรู้แบบ Active Learning
8. ร้อยละของนักเรียนที่มีผลการ 8. นกั เรียนรอ้ ยละ 78.00 มผี ลการเรยี น
เรียนรายวิชา SMT ระดับ 2.5 ข้ึนไป รายวชิ า SMT ระดับ 2.5 ขนึ้ ไป
การวดั และประเมินผล รอ้ ยละของครทู ว่ี ัดผลและประเมินผล ครรู อ้ ยละ 100 มีการวดั ผลและ
ตามระเบียบการวดั และประเมินผล ประเมนิ ผลตามระเบียบการวัดและ
ประเมนิ ผล
การวิจยั ในชนั้ เรียน ร้อยละของครูทีม่ ีการจดั ทาวจิ ัย ใน ครรู ้อยละ 100 ทาวิจยั ในชน้ั เรียน
ชน้ั เรียน
79
กระบวนการทางาน ตัวชว้ี ดั การดาเนินงาน ค่าเป้าหมาย วธิ ีการนากระบวนการไป
ปฏิบตั ใิ หบ้ รรลตุ ามขอ้ กาหนด
ครรู อ้ ยละ 100 ได้รับการนิเทศการจัดการ
การนิเทศ รอ้ ยละของครทู ไ่ี ด้รบั การนเิ ทศการ เรยี นรแู้ ละแลกเปลี่ยนเรยี นรู้
ครูร้อยละ 100 ใชส้ ือ่ และเทคโนโลยีใน
จดั การเรียนรแู้ ละแลกเปล่ียนเรียนรู้ การจดั การเรยี นการสอน
การพัฒนาสอื่ และ รอ้ ยละของครทู ่ีใชส้ อ่ื และเทคโนโลยี 1. นักเรียนร้อยละ 100 ไดร้ บั การเย่ยี ม
บา้ น
เทคโนโลยี ในการจัดการเรียนการสอน 2. นกั เรยี นรอ้ ยละ 100 ไดร้ ับการดแู ล
อย่างทวั่ ถึง
ด้านการมงุ่ เน้นผเู้ รยี นและลูกคา้ นักเรยี นรอ้ ยละ 93.00 ตามลาดบั ท่ีมี
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ระบบดแู ลชว่ ยเหลอื 1. ร้อยละของนกั เรียนท่ไี ด้รับการ
ครูร้อยละ 83.00 พฒั นาตนเองตาม
นกั เรียน เยี่ยมบา้ น มาตรฐานวชิ าชพี ตามลาดับ
ความพึงพอใจตอ่ ข้อมูลสารสนเทศของ
2. รอ้ ยละของนกั เรียนท่ีได้รบั การ โรงเรียน รอ้ ยละ 82.00
1. กจิ กรรม/โครงการรอ้ ยละ 100 ได้รบั
ดูแลอยา่ งทั่วถึง การตดิ ตามการดาเนนิ งานภาคเรียนละ 1
คร้งั
การพัฒนา รอ้ ยละของนักเรียนที่มกี ารพัฒนา 2. กจิ กรรม/โครงการร้อยละ 100
ดาเนนิ งานตามงบประมาณและทรัพยากร
คณุ ลกั ษณะอนั พึง คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ อย่างคุ้มคา่ มปี ระสทิ ธิภาพ
3. กิจกรรม/โครงการรอ้ ยละ 100
ประสงค์ ดาเนนิ การตามระยะเวลาที่กาหนด
ด้านงบประมาณการเงินและตลาด 1. ครู บุคลากร และนักเรยี น สามารถใช้
ระบบงาน ICT ได้อย่างสะดวกและ
การพัฒนาบคุ ลากร ร้อยละของครทู พ่ี ัฒนาตนเองตาม รวดเรว็
2. ความพงึ พอใจต่อการใชร้ ะบบ ICT
มาตรฐานวิชาชีพ ของโรงเรยี น รอ้ ยละ 83.00
1. งานอนามัยโรงเรยี น มีประสิทธิภาพ
งานสารสนเทศ ระดบั ความพงึ พอใจตอ่ ข้อมูล ได้รับเหรียญทอง การรับรองมาตรฐาน
โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ
สารสนเทศของโรงเรียน 2. ร้อยละ 80.00 การใช้บรกิ ารเรือน
พยาบาลจิระเตโซ
แผนงานและ 1. ร้อยละของการติดตามการดาเนิน 3. นักเรียนร้อยละ 80.00 มีสุขภาวะทาง
ร่างกายและจติ สังคมท่ดี เี ย่ยี ม
งบประมาณ กิจกรรม/โครงการ ภาคเรียนละ 1
ครัง้
2. รอ้ ยละของกจิ กรรม/โครงการ ท่ี
ดาเนินงานตามงบประมาณและใช้
ทรพั ยากรอย่างคมุ้ คา่ มีประสิทธภิ าพ
3. ร้อยละของกจิ กรรม/โครงการ ท่ี
ดาเนนิ การตามระยะเวลาที่กาหนด
ด้านการปฏิบตั กิ าร
การพฒั นา ICT 1. ระบบงาน ICT มปี ระสิทธิภาพ
2. ระดบั ความพึงพอใจตอ่ การใช้
ระบบ ICT ของโรงเรยี น
งานอนามัยโรงเรียน 1. ระบบงานอนามัยโรงเรียนมี
ประสิทธิภาพ
2. ระดับความพงึ พอใจต่อการใช้
บรกิ ารงานเรือนพยาบาลจิระเตโซ
3. นกั เรยี นมสี ุขภาวะทางรา่ งกาย
และจติ สงั คมทด่ี ีเยย่ี ม
โรงเรียนมีการประชุมร่วมกันเพื่อจัดทาตัวช้ีวัดของกระบวนการทางานโดยใช้รูปแบบ การบริหาร
โรงเรียน P.W.K.S. STEP Model และมีการส่ือสารตัวช้ีวัดผ่านช่องทางต่างๆ ให้ผู้ท่ีเกี่ยวข้องทุกกลุ่มงานทัง้
โรงเรยี น ครูและบคุ ลากร นกั เรยี น และผู้มสี ่วนได้ส่วนเสยี ได้รับทราบเพื่อสร้างความเข้าใจตรงกัน และนาไป
ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเหมาะสมสอดคล้องกับผลการดาเนินงานและคุณภาพของหลักสูตร นอกจากน้ียัง
กาหนดให้คณะกรรมการแต่ละกลุ่มงาน เปน็ ผ้ตู รวจสอบและตรวจทาน การปฏิบตั งิ านให้เป็นไปตามขอ้ กาหนด
ของกระบวนการทางานโดยมีการกาหนดปฏิทินการติดตามงานตามวงรอบของแต่ละงาน เชน่ งานการจัดการเรียน
การสอน มีการนิเทศ กากบั ติดตาม แลกเปลีย่ นเรยี นรู้ตลอดภาคเรียนและมีการสรุปรายงานผลภาคเรยี นละ 1 คร้งั
80
แผนงานและงบประมาณ มกี ารตดิ ตามการรายงานผลการดาเนินกจิ กรรม/โครงการ ภาคเรยี นละ 1 ครง้ั เพ่ือ
วิเคราะห์หาจุดท่ีควรนามาปรับปรุงแก้ไขและพัฒนา ตลอดจนนาไปสู่การแลกเปล่ียนเรียนรู้ร่วมกันของ
ผู้ปฏิบัติงาน ในสายงานเดียวและแบบบรูณาการ รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อจะได้นามาปรับปรุงพัฒนา
กระบวนการทางานให้มปี ระสิทธภิ าพยง่ิ ข้ึน
(2) กระบวนการสนับสนุน (Support Process)
โรงเรียนมีกระบวนการทางานสนับสนุนที่สาคัญ คือ การพัฒนาบุคลากรโดยใช้รูปแบบ คู่มือ ครูเก่ง
ครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง ( Coaching and Mentoring
Supervisor) พัฒนาครใู ห้เปน็ ครเู กง่ ครดู ี ครมู อื อาชพี และพัฒนานักเรียนใหน้ ักเรียนเป็นคนดี คนเกง่ คนกล้า
โดยการจดั แผนงานโครงการ/กิจกรรมรองรับ มีการบรหิ ารจัดการสภาพแวดล้อมทีเ่ อือ้ และเหมาสมตอ่ การจัด
กิจกรรมการเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ การพัฒนา ICT งานแผนงานและงบประมาณ และงาน
สารสนเทศ ซึ่งโรงเรียนมีวิธีการกาหนดกระบวนการสนับสนุนที่สาคัญโดยแต่งตั้งคณะกรรมการที่รับผิดชอบ
จากนน้ั ดาเนินการกาหนดหลกั เกณฑใ์ นการคดั เลอื กเพื่อให้ม่นั ใจวา่ กระบวนการที่คัดเลอื กสนบั สนนุ การทางาน
ของกระบวนการหลัก เช่นกระบวนการท่ีส่งผลต่อวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์และพันธกิจของโรงเรียน เป็น
กระบวนการ ท่ที าให้เกิดประสิทธภิ าพการทางานท่ีดีข้ึน เปน็ กระบวนการที่ชว่ ยลดค่าใช้จ่ายในการดาเนินงาน
สนบั สนุนการจัดการเรียนการสอน การดแู ลชว่ ยเหลือและพฒั นานกั เรียน เป็นต้น เมอื่ ไดห้ ลักเกณฑ์การคัดเลือก
แล้วนาหลักเกณฑ์ดังกล่าวมาให้คะแนนแต่ละกระบวนการ เมื่อได้คะแนนของแต่ละกระบวนการแล้วนามา
จัดลาดับความสาคัญและพิจารณาว่ากระบวนการใดเป็นกระบวนการสนับสนุนท่ีสาคัญที่ส่งผลให้การทางาน
ของกระบวนการหลักเป็นไปตามข้อกาหนดท่ีสาคัญ บรรลุพันธกิจ ตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้
สว่ นเสยี ซงึ่ โรงเรียนมวี ิธีการปฏิบัติงานของกระบวนการสนบั สนุนให้เป็นไปตามข้อกาหนดทสี่ าคัญ โดยกาหนด
ผู้รับผิดชอบของแต่ละงาน ตามคู่มือ ครูเก่ง ครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบช้ีแนะสอนงานและการเปน็ พี่
เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) จากนน้ั คณะกรรมการดาเนนิ งานประชุม วางแผน ให้ครูและ
บคุ ลากรในโรงเรียนทราบขอบข่ายงานในแต่ละกลุ่มงาน และปรึกษาหารอื ในการกาหนดขอบข่ายงาน บทบาท
หน้าที่ในการสนับสนุนกระบวนหลักเพื่อให้เป็นไปตามข้อกาหนดที่สาคัญ จากนั้นผู้รับผิดชอบแต่ละงาน
ปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าท่ีของตนเอง โดยมีการนิเทศ กากับ ติดตาม และประเมินผลกระบวนการทางาน
นาปัญหาและข้อเสนอแนะไปปรับปรุงพัฒนากระบวนการสนับสนุนให้มีประสิทธิภาพ เผยแพร่ส่ือสารกับผู้มี
ส่วนเก่ยี วขอ้ ง
การปฏิบัติงานของกระบวนการเหล่านี้ส่งผลให้เป็นไปตามข้อกาหนดท่ีสาคัญในการสนับ สนุน
กระบวนการทางานหลัก ดงั ตารางที่ 35
ตารางที่ 35 การปฏิบตั ิงานของกระบวนการสนบั สนุน
กระบวนการสนบั สนุน ข้อกาหนดท่สี าคญั วธี ีการนากระบวนการไปปฏบิ ตั ใิ หบ้ รรลผุ ลตามขอ้ กาหนด
ดา้ นงบประมาณการเงนิ และตลาด - ครูสอนตรงตามวิชาเอก
- ครมู ีกระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
การพฒั นาบุคลากร - ครูทุกคนพัฒนาตนเองตาม - ครมู กี ารพัฒนาตนเองอยา่ งต่อเนื่อง
- ครทู กุ คนมกี ารรายงานผลการปฏิบตั งิ านของครู (SAR)
มาตรฐานวิชาชีพ - สนบั สนนุ งบประมาณในการจัดกจิ กรรม/โครงการ ที่เกยี่ วข้องกบั
การเรียนการสอนให้มีการดาเนินงานตามงบประมาณและใช้ทรัพยากร
แผนงานและงบประมาณ - มีการติดตามการรายงานผล อยา่ งคุ้มคา่ มีประสทิ ธิภาพตามกรอบระยะเวลาที่กาหนด
งานสารสนเทศ การดาเนินกิจกรรม/โครงการ - ครูและนักเรียนใช้ข้อมูลสารสนเทศเป็นพ้ืนฐาน ในการสนับสนุนและ
ภาคเรียนละ 1 คร้งั สง่ เสรมิ การจัดการเรียนการสอน
- ข้อมูลสารสนเทศถูกต้องและ
เป็นปจั จุบัน
81
กระบวนการสนบั สนนุ ขอ้ กาหนดทีส่ าคญั วธี กี ารนากระบวนการไปปฏบิ ตั ใิ หบ้ รรลผุ ลตามขอ้ กาหนด
ด้านการปฏิบตั ิการ
การพฒั นา ICT - ระบบ ICT มีประสทิ ธภิ าพ - ครู บุคลากรและนักเรยี นใชส้ ื่อเทคโนโลยีในการเรยี น การสอนและ
การสื่อสารไดอ้ ย่างสะดวกและรวดเรว็
งานอนามัยโรงเรียน - งานอนามัยโรงเรียนมี - ครู บุคลากรและนักเรียนใชบ้ ริการเรือนพยาบาล “จริ ะเตโช” ไดอ้ ย่างมี
ประสทิ ธิภาพ ประสิทธิภาพ
(3) การปรบั ปรุงหลกั สูตรและกระบวนการ (Product and Process Improvement)
โรงเรียนมีวธิ ีการปรับปรุงกระบวนการทางาน เพอื่ ปรบั ปรุงหลักสูตรและผลการดาเนนิ การเสรมิ สร้าง
ความแข็งแกร่งของสมรรถนะหลักขององค์กร และลดความแปรปรวนของกระบวนการ โดยได้ปรับปรุง
หลักสูตรสถานศึกษา โดยใชว้ งจรคณุ ภาพ PDCA ตามข้นั ตอนดังน้ี
1. ติดตาม วางแผน ทบทวน ตรวจสอบหลักสูตรและกระบวนการทางานรวมทั้งผลการประเมิน
หลกั สูตรและกระบวนการทางานในปีท่ีผ่านมา เพ่ือให้สอดคล้องกบั ความต้องการของนักเรยี น และผู้มีส่วนได้
ส่วนเสียให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษา โดยกลุ่มงานบริหารวิชาการแต่งตั้งคณะกรรมการ
ดาเนินงานประเมินและปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาจากคณะครูทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ มีการกาหนดการ
ทางานท่ชี ัดเจนตามแผนปฏบิ ัติการประจาปี
2. คณะกรรมการประเมนิ หลกั สูตร ดาเนินการตามข้ันตอน คือ กาหนดวัตถปุ ระสงค์หรือจุดมงุ่ หมาย
ในการประเมิน เพื่อสามารถกาหนดวิธีการเครื่องมือ และข้ันตอนในการประเมินอย่างถูกต้อง กาหนดวิธีการ
หลกั เกณฑ์และขอบเขตในการประเมินผลท่ีชัดเจนและสร้างเครื่องมือและวธิ กี ารเก็บรวบรวมขอ้ มูลทมี่ ีคุณภาพ
เช่อื ถือได้
3. ดาเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลจากครูผู้สอน นักเรียน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามกรอบระยะเวลาที่
กาหนดไว้ เพือ่ นาข้อมลู ไปวิเคราะห์
4. สรุปผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูลและรายงานผลการประเมินตอ่ ผู้นาสงู สดุ
5. นาผลการประเมินมาปรับปรุงหลักสูตรสถานศกึ ษาตามโครงการทบทวนหลกั สูตรสถานศึกษา ให้มี
คุณภาพอย่างต่อเนื่อง
ค. การจัดการนวัตกรรม (Innovation Management)
โรงเรียนมีวิธกี ารบรหิ ารจัดการดว้ ยรปู แบบการบริหารโรงเรยี น P.W.K.S. STEP Model ดังแผนภาพที่ 3
ซึ่งการดาเนินการตามโอกาสเชิงกลยุทธ์ท่ีโรงเรียนกาหนด มีกระบวนการดาเนินตาม รูปแบบการ
บริหารโรงเรียน P.W.K.S. STEP Model ดังน้ี
1. แต่งต้ังคณะกรรมการดาเนินงาน เพื่อนานวัตกรรมรูปแบบการบริหารโรงเรียน P.W.K.S. STEP
Model มาวางแผนพัฒนาโรงเรียน
2. ประชุมแลกเปล่ียนความคิดเห็น เพ่ือนานวัตกรรมรูปแบบการบริหารโรงเรียน P.W.K.S. STEP
Model มาพฒั นากระบวนการทางานหลักและกระบวนการทางานสนบั สนนุ กลุ่มบรหิ ารงาน
3. วางแผนพัฒนา กาหนดรปู แบบกิจกรรมสกู่ ารปฏิบัติ เพื่อแก้ปญั หาและพฒั นากระบวนการ
4. ประเมินผลระหวา่ งการดาเนนิ งาน และประเมนิ ผลส้ินสุดการดาเนนิ งาน
5. สรปุ และนาเสนอผลการดาเนนิ งาน นาขอ้ เสนอแนะไปปรับปรุงพฒั นาในปกี ารศกึ ษาตอ่ ไป
6. เผยแพร่ สื่อสาร ผลการดาเนนิ งานต่อผู้มสี ่วนเก่ยี วขอ้ ง
ส่งผลให้มีโครงสร้างการบริหารอย่างชัดเจน โดยกาหนดผู้รับผิดชอบของแต่ละงาน ตามคู่มือ ครูเก่ง
ครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบช้ีแนะสอนงานและการเป็นพ่ีเลี้ยง ( Coaching and Mentoring
Supervisor) ที่กาหนดภาระงานอย่างชัดเจน มีประสิทธิภาพ เน้นการมีส่วนร่วม มีการนิเทศ ติดตามและ
82
นาข้อเสนอแนะย้อนกลับมาปรบั ปรุงแก้ไขอย่างต่อเนือ่ งทุกภาคเรยี นจนเกดิ เป็นนวตั กรรม ส่งผลให้ครูร้อยละ
100 ได้รบั การนเิ ทศการจดั การเรียนรแู้ ละแลกเปล่ียนเรียนรู้
6.2 ประสทิ ธิผลของการปฏบิ ตั กิ าร (Operational Effectiveness)
โรงเรียนมีวิธกี ารในการบรหิ ารจัดการการปฏิบัติการอย่างเป็นระบบเพื่อผลักดันให้ผลการปฏิบัตงิ าน
ของโรงเรยี นเป็นไปอย่างมปี ระสทิ ธิผล ดงั น้ี
1. ประชุมวางแผน กาหนดเป้าหมายของการจัดการกระบวนการท่ีชัดเจนสอดคล้องกับทิศทางตาม
วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ ค่านิยม กลยุทธ์ของโรงเรียนนาไปสู่แผนปฏิบัติการและดาเนินโครงการ/
กจิ กรรมในแตล่ ะปีงบประมาณ
2. วิเคราะห์ขอบเขต ขั้นตอนการดาเนินโครงการ ผลผลิต ผลลัพธ์ และตัวช้ีวัดของทุกโครงการ/
กิจกรรม เพ่ือใหท้ ราบถงึ ความสาเร็จของโครงการ/กจิ กรรม
3. ผู้รบั ผิดชอบดาเนนิ งานตามแผนปฏิบัติการ ให้เกดิ ผลสาเร็จตามวัตถุประสงคท์ ไ่ี ด้ต้ังไว้ ไดแ้ ก่ การควบคุม
ต้นทุนโดยรวมของการปฏิบัติการ การจัดการห่วงโซ่อุปทาน และการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัย
และภาวะฉกุ เฉิน ให้เกดิ ความค้มุ ค่าและเกดิ ประโยชนส์ งู สดุ
4. ติดตามผลการดาเนินงานตามโครงการ/กิจกรรม อย่างต่อเน่ืองเพื่อให้เกิดประสิทธิผลของการปฏิบัติการ
โดยมกี ารรับฟงั เสยี งจาก นักเรียน ผปู้ กครอง ผมู้ สี ว่ นได้สว่ นเสีย เพอ่ื ให้เกิดประโยชน์สงู สดุ กบั นกั เรยี น
5. รายงานผลการดาเนินการโครงการ/กิจกรรม และเก็บรวบรวมข้อมูลไว้ประกอบพิจารณาจัดทา
แผนปฏิบัติการประจาปงี บประมาณต่อไป เพือ่ ให้ทราบความคมุ้ ค่าท่ีจะดาเนนิ โครงการ/กิจกรรมตอ่ ไปหรือไม่
และหากนักเรียน ผู้ปกครอง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีความพึงพอใจสูงกวา่ เป้าหมายที่กาหนดไว้ และมีเสนอแนะ
ให้จัดทาโครงการ/กิจกรรมนี้ต่อไป จะประชุมวางแผนเพ่อื ดาเนินการตอ่ ไป
6. นาผลการนิเทศ ติดตาม ประเมินผลตามวงรอบการติดตาม มาปรับปรุง พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
เพื่อใหก้ ารปฏบิ ัตงิ านเกิดประสิทธิผลมากย่ิงข้นึ โดยมกี ารบูรณาการประสานงานกบั กลุ่มงานอ่นื ๆ เพอ่ื ควบคุม
ต้นทุน และลดการซ้าซ้อนของระบบงาน สามารถทาให้การปฏบิ ัติงานบรรลุตามเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่สาคญั
ของโรงเรียน ดังตารางที่ 38
ก. ประสิทธิภาพและประสทิ ธผิ ลของกระบวนการ (Process Efficiency and Effectiveness)
โรงเรียนมีวธิ กี ารในการควบคุมตน้ ทุนโดยรวมของการปฏิบตั กิ าร ดังน้ี
1. แต่งตั้งคณะทางานเพ่ือทาหน้าที่รับผิดชอบในการควบคุมดูแลและติดตามการลดต้นทุนโดยรวม
ของการปฏิบตั กิ าร
2. โรงเรียน รณรงค์และสร้างความตระหนักให้ครูและบุคลากรมีส่วนร่วมในการลดต้นทุน โดยจัดทา
โครงการ/กิจกรรม เพ่ือวางแผนการลดและควบคมุ ต้นทุน พร้อมทัง้ กาหนดเปา้ หมายและระยะเวลาดาเนินการ
อย่างชดั เจน
3. มอบหมายให้ผู้ที่รับผิดชอบโครงการ/กิจกรรม ประชุมร่วมกันเพ่ือวางแผนในการลดต้นทุน
ค่าใชจ้ า่ ยในการดาเนินการ การใช้ทรพั ยากรดา้ นต่างๆ อย่างคมุ้ คา่ และให้เกดิ ประโยชน์สงู สดุ ป้องกันไมใ่ ห้เกิด
ความสูญเปล่าหรือความผิดพลาด และการทางานที่ซ้าซ้อน ลดการสูญเสียการใช้ทรัพยากรให้น้อยที่สุด มี
วิธีการทางานทีร่ ดั กุม โดยยึดกฎ ระเบียบ ข้อบังคบั ตามความเหมาะสม
4. มีการวิเคราะห์ขั้นตอนการดาเนินโครงการ/กิจกรรม ผลผลิต ผลลัพธ์และตัวชี้วัดของโครงการ
เพอ่ื ให้ทราบถงึ ความสาเรจ็ ทีจ่ ะไดร้ ับจากโครงการและระบุวา่ ได้รบั ความสาเร็จมากน้อยเพียงใด
5. กาหนดเป้าหมายและระยะเวลาการดาเนินโครงการ/กิจกรรม อย่างชัดเจน ให้สัมพันธ์และ
เชื่อมโยงกับแผนกลยทุ ธ์ของโรงเรียนเพอื่ แสดงให้เห็นว่าโครงการมสี ่วนสนับสนนุ ตอ่ กลยุทธอ์ ยา่ งไร
83
6. โรงเรียน จัดประชุมเพ่ือวิเคราะห์การดาเนินโครงการ/กจิ กรรม ร่วมกับโครงการต่างๆ เพื่อให้เหน็
ความสัมพันธแ์ ละความเกยี่ วขอ้ งกันของแต่ละโครงการ และสรา้ งความสมดุลระหว่างความจาเป็นของการควบคุม
ตน้ ทนุ กับความตอ้ งการของนักเรียน ผูป้ กครอง และผู้มีสว่ นไดส้ ว่ นเสีย
7. รายงานผลการดาเนนิ โครงการ/กิจกรรม และเก็บรวบรวมข้อมูลไวใ้ ช้ประกอบการพิจารณาจัดทา
แผนปฏิบัติการประจาปีในปีต่อไป เพื่อให้ทราบว่าโครงการ/กิจกรรมน้ันคุ้มค่าที่จะดาเนินการต่อไปหรือไม่
และหากผู้เกี่ยวข้องมคี วามพงึ พอใจสูงกวา่ เปา้ หมายที่กาหนดไว้ และมขี ้อเสนอแนะให้จดั โครงการ/กจิ กรรมนั้น
ตอ่ ไปก็จะประชุมวางแผนเพือ่ ลดตน้ ทนุ การผลติ แตย่ งั คงรกั ษาคุณภาพเอาไว้
8. วางแผนปรับปรุงการควบคุมและลดต้นทุนอย่างเป็นระบบ โดยรวบรวมรายละเอียดต่างๆ ที่เป็น
ต้นทุนในกระบวนการผลิต ทั้งต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปร เช่น ค่าจ้าง ค่าวัตถุดิบ ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ
นอกจากนย้ี ังมีการประสานงานกับหน่วยงานภายนอก และเครือขา่ ยของโรงเรยี น เชน่ โรงเรียนในสหวิทยาเขต
เดยี วกัน โรงเรยี นในเขตบรกิ าร ในการจัดทาโครงการต่างๆ เพอื่ ควบคมุ ต้นทนุ และลดต้นทนุ การผลิตท่ีซ้าซ้อน
มีการจัดหาแหล่งทุนจากหน่วยงานภายนอก เช่น งบประมาณจากเทศบาล ชมรมผู้ปกครองนักเรียน – ครู,
ชมรมศิษย์เก่า เพ่ือสนับสนุนการดาเนินงานของโรงเรียน พัฒนาคุณภาพด้านการศึกษาและการบริหารการ
จดั การโรงเรียน ดงั ตารางท่ี 57, แผนภาพที่ 29
วธิ กี ารการควบคมุ ต้นทนุ โดยรวมของการปฏบิ ตั ิการข้างตน้ สามารถขยายขอ้ มลู ได้ ดงั ตารางท่ี 36
ตารางท่ี 36 การดาเนนิ การควบคมุ ตน้ ทุนโดยรวมของการปฏิบตั ิการ
การเพมิ่ ผลผลติ การเพิม่ ประสิทธิภาพและ การลดความผดิ พลาด การควบคมุ ต้นทนุ การลดต้นทุน
ประสทิ ธิผล ของงาน
1. นักเรียนจบหลักสูตร การลดการทางาน 1. ดาเนนิ การตามแนว
เพิ่มขึ้น 1. กาหนดเป้าหมายการ 1. กาหนดวิธีการ ซ้าซ้อน ปฏิบัติที่กาหนดด้วย
2. นักเรียนศึกษาต่อ ใน ดาเนินงานทุกโครงการ ให้ ดาเนินงานทร่ี ัดกุม กระบวนการตามวงจร
ระดบั ท่สี ูงข้ึน สอดคล้องและสนับสนุนต่อ ตามความเหมาะสม 1. ประชมุ รว่ มกนั ในกลมุ่ คณุ ภาพ PDCA เพอ่ื ลด
3. นักเรียนมีผลสัมฤทธ์ิ กลยุทธ์ของโรงเรียน 2. มีการวเิ คราะห์ ผู้รับผดิ ชอบโครงการ/ โอกาสความผดิ พลาด
ท า ง ก า ร เ รี ย น ต า ม 2. วิเค ราะห์การดาเนิน ขอบเขตขนั้ ตอน การ กิจกรรมเพอ่ื วางแผนและ 2. มีการรายงานผล
เกณฑท์ โี่ รงเรียนกาหนด โค รง การ/กิจกรรมข อง ดาเนินโครงการ ไม่ใหเ้ กิดการทางาน การดาเนินโครงการ/
4. นักเรียนมีผ ล การ โ ร ง เ รี ย น เ พ่ื อ ใ ห้ เ ห็ น ค ว า ม ผลผลติ ผลลัพธ์ และ ซ้าซอ้ น กิจกรรม และเกบ็
ท ด ส อ บ ร ะ ดั บ ช า ติ ข้ั น สัมพันธ์และความเกี่ยวข้อง ตัวช้วี ดั ของโครงการ 2. ประชมุ ร่วมกัน วาง รวบรวมข้อมลู ไวใ้ ช้
พ้ืนฐาน (O-NET) สูงข้ึน ของแตล่ ะโครงการ 3. นิเทศภายในกลมุ่ แผนการจัดกจิ กรรมการ ประกอบการพิจารณา
3. ติดตามและตรวจสอบ สาระการเรียนรู้และ เรยี นรู้ และกิจกรรม จดั ทาแผนปฏบิ ัติการ
ผลสัมฤทธ์ิของนักเรียน ทุก นิเทศติดตามกลุม่ งาน พัฒนานกั เรียนให้มี ประจาปีในปตี ่อไป
ภาคเรยี น ภาคเรยี นละ 1 ครงั้ ทิศทางเดียวกนั และไม่ให้
4. ประชุมแลกเปล่ียนเรียนรู้ 4. รายงานผล การ เกดิ การทางานซา้ ช้อน
ร ะ ห ว่ า ง ก ลุ่ ม บ ริ ห า ร ง า น ดาเนินงานของกลมุ่
วิชาการและกลุ่มสาระการ สาระ อยา่ งน้อย ภาค
เรยี นรู้ เรยี นละ 1 ครัง้
ข. การจดั การหว่ งโซอ่ ุปทาน (Supply-Chain Management)
โรงเรียนมีหน้าท่ีเป็นผู้ส่งมอบนักเรียนต่อไปยังระดับอุดมศึกษา จึงให้ความสาคัญกับหลักสูตรและ
กระบวนการทางานที่มีการดาเนินงานเป็นไปตามข้อกาหนดท่ีสาคัญและตัวช้ีวัด ซึ่งส่งผลให้การดาเนินงาน
เป็นไปตามวตั ถปุ ระสงค์หรือเป้าหมายท่ีกาหนดไว้ ท่ีเกี่ยวข้องกบั ประสิทธผิ ลของการจัดการเครอื ข่ายอปุ ทาน
และความสาเรจ็ ตามข้อกาหนดของผู้สง่ มอบในกระบวนการสนบั สนุนโดยผ้นู าสูงสดุ และผูน้ าระดับสงู มวี ธิ ีการ
จัดการห่วงโซ่อปุ ทานและคัดเลือกผู้ส่งมอบรวมทั้งการจัดการกบั ผู้ส่งมอบ โรงเรียนมีวิธีการคัดเลือกผู้ส่งมอบ
โดยแตง่ ต้ังคณะกรรมการทีร่ บั ผิดชอบ จากนนั้ ดาเนินการกาหนดหลกั เกณฑใ์ นการคัดเลอื ก เชน่ คณุ สมบัติหรือ
ลักษณะ คุณภาพ ราคา ระยะเวลาในการจัดส่ง โดยคานึงถึงความต้องการของครู บุคลากร นักเรียน และผู้มี
84
ส่วนไดส้ ว่ นเสยี เป็นหลัก มกี ารจดั ประชุมเพ่ือทาขอ้ ตกลง และทาความเขา้ ใจให้มแี นวทางการดาเนนิ งานเปน็ ไป
ตามนโยบาย มีการกาหนดระยะเวลาในการตรวจสอบและประเมินผลในการดาเนินงานอย่างชัดเจนเพ่ือให้
มนั่ ใจวา่ กระบวนการคดั เลือกผู้สง่ มอบมีคุณสมบตั ิทีต่ อบสนองตอ่ ความจาเปน็ ดา้ นการปฏิบัตกิ ารและความจาเป็น
ของโรงเรียน จากนั้นนาวัสดุ อุปกรณ์ สื่อการเรียนรู้ และเทคโนโลยีมาใช้ในการดาเนนิ งาน การจัดการเรยี น
การสอน เพ่ือช่วยยกระดบั ผลการดาเนินงานของโรงเรียน ตลอดจนความพึงพอใจของนักเรียนและผู้มสี ่วนได้
ส่วนเสีย มีการรบั ฟังความคิดเหน็ ของนักเรยี น ผูป้ กครองและผมู้ ีส่วนได้สว่ นเสีย เพอื่ ใหข้ ้อมูลยอ้ นกลบั หากมี
สง่ิ ทตี่ ้องปรับปรงุ จะมกี ารแจ้งขอ้ มูลย้อนกลับแก่ผู้ส่งมอบทนั ที เพ่ือใหส้ ามารถแกไ้ ขขอ้ ผิดพลาดได้อย่างทนั ท่วงที
หากผลการดาเนินงานไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่เป็นไปตามข้อตกลง ทางโรงเรยี นจะมีการยกเลกิ และทาการคัดเลือก
ผู้ส่งมอบทีเ่ หมาะสมรายอืน่ ตอ่ ไป ซ่ึงมีข้นั ตอน ดังแผนภาพที่ 17
แต่งตง้ั คณะกรรมการกาหนดคุณสมบตั ิ คณุ ลกั ษณะ ข้อมลู ยอ้ นกลบั
บรษิ ัท/หา้ งร้าน/หนว่ ยงานตา่ งๆ /สถาบนั อดุ มศกึ ษา
วสั ดุ อปุ กรณ์ สอ่ื การเรยี นรู้ เทคโนโลยี ระเบยี บพัสดุ
กระบวนการจดั การเรยี นการ
ไมพ่ งึ พอใจ นเิ ทศ กากบั ตดิ ตาม และประเมินผล
พึงพอใจ
นกั เรียนจบหลักสูตร ส่อื และเทคโนโลยีมคี ุณภาพ
แผนภาพท่ี 17 การจดั การหว่ งโซอ่ ปุ ทาน
ค. การเตรยี มความพร้อมดา้ นความปลอดภัยและภาวะฉุกเฉิน (Safety and Emergency Preparedness)
(1) ความปลอดภยั (Safety)
โรงเรียนมีการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัย ทาให้เกิดสภาพแวดล้อมการปฏิบัติงานที่
ปลอดภัยจากภัยพิบัติและอุบัติภัย โดยใช้รูปแบบการบริหารโรงเรียน P.W.K.S. STEP Model เน้นการมีสว่ น
รว่ มระหวา่ งนกั เรียน ครูและบคุ ลากร ผู้ปกครอง ชมุ ชน และผู้มสี ว่ นไดส้ ่วนเสยี ตามขั้นตอนตอ่ ไปนี้
1. แต่งตัง้ คณะกรรมการดาเนินงานการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยสาหรับโรงเรียน
2. วเิ คราะห์ความเสีย่ งด้านความปลอดภัยที่จะเกิดขึน้ ท้ังภายในและภายนอกโรงเรียน
3. จดั ลาดบั ความเสี่ยงหรืออันตรายทม่ี โี อกาสเกิดขน้ึ กับครู บุคลากร นักเรยี น และผมู้ ีส่วนไดส้ ว่ นเสีย
4. ประชุม วางแผน เพ่ือหาแนวทางในการกาหนดนโยบายด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ
และความปลอดภยั นโยบายดา้ นการจัดการเครื่องมอื และสาธารณปู โภค เพ่ือการสร้างเสริมสุขภาพและรักษา
สง่ิ แวดล้อม
5. จัดทาแผนปอ้ งกันหรอื ควบคุมความเสี่ยง ทีอ่ าจเกดิ ขึ้นกับครแู ละบุคลากร นักเรียน และผมู้ ีส่วนได้
ส่วนเสยี
6. ถ่ายทอดและแลกเปลยี่ นเรยี นร้กู ับผู้ทเี่ ก่ยี วข้อง ตามนโยบายด้านต่างๆของทางโรงเรียน
85
7. ปฏิบัติตามแผนปอ้ งกันหรอื ควบคุมความเสยี่ งท่กี าหนดเพ่ือหาแนวทางในการกาหนดตามนโยบาย
8. กากับ ติดตาม ประเมินผลการดาเนินงานโดยการสอบถามความพึงพอใจจากครูและบุคลากร
นกั เรียน ผู้มสี ่วนได้ส่วนเสีย
9. นาผลการประเมิน ขอ้ บกพรอ่ ง และข้อคดิ เหน็ ของผมู้ ีสว่ นได้สว่ นเสียไปปรบั ปรุงและพฒั นางานให้
มีประสิทธิภาพมากย่ิงขึ้น ประเมินผลตามวงรอบการติดตาม ซ่ึงพบว่าการดาเนนิ งานตามวิธีการข้างต้นส่งผล
ให้โรงเรียนมีสภาพแวดล้อมการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย โดยในปีการศึกษา 2561 - 2563 ครู บุคลากร และ
นกั เรยี น ร้อยละ 100 ไมไ่ ดร้ บั อนั ตรายจากสภาพแวดล้อมภายในโรงเรยี น
(2) การเตรียมความพรอ้ มตอ่ ภาวะฉุกเฉนิ (Emergency Preparedness)
โรงเรยี นมวี ธิ ีการเตรยี มความพรอ้ มตอ่ ภัยพบิ ัตแิ ละภาวะฉกุ เฉิน ดงั น้ี
1. วิเคราะห์ภาวะฉุกเฉินท่ีอาจจะเกิดข้ึนในโรงเรียน เช่น อุทกภัย อัคคีภัย วาตภัย แผ่นดินไหว โรค
ระบาด ปญั หาระบบสาธารณูปโภคขดั ขอ้ ง การจมน้า และอุบตั เิ หตทุ ้ังในและนอกห้องเรยี น
2. จัดลาดบั ความสาคัญของเหตกุ ารณ์ท่มี ีโอกาสจะเกดิ ขน้ึ จากขอ้ มลู ทผ่ี ่านมา
3. โรงเรยี นจดั ประชุม วางแผน เตรยี มความพรอ้ มต่อภยั พบิ ัติและภาวะฉุกเฉนิ
4. แต่งตัง้ คณะกรรมการผรู้ ับผดิ ชอบ จดั ทาแผนเตรียมความพร้อมต่อภัยพบิ ตั ิและภาวะฉุกเฉนิ
5. จัดทาแผนงบประมาณ จัดหาวัสดุอุปกรณ์เคร่ืองมือป้องกันภัย และตรวจสอบประสิทธิภาพการ
ทางานของอุปกรณ์เครอื่ งมอื ตา่ งๆ
6. ให้ความรู้ ข้อมูลแก่นักเรียนและบุคลากร เช่น อุทกภัย อัคคีภัย วาตภัย แผ่นดินไหว โรคระบาด
ไฟฟ้าและนา้ ประปา การจมน้า ขับขปี่ ลอดภัย
7. ฝึกซ้อมการรับมือต่อภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉิน โดยความร่วมมือของครูและบุคลากร นักเรียน
ผปู้ กครอง ผ้มู สี ว่ นไดส้ ่วนเสยี และหนว่ ยงานอ่ืนทเี่ กีย่ วข้อง เช่น หน่วยงานปอ้ งกันบรรเทาสาธารณภยั องค์การ
บริหารส่วนจังหวัดเชียงราย หน่วยงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลป่าแดด โรงพยาบาลป่าแดด
โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพประจาตาบลป่าแดด อาสาสมคั รปอ้ งกนั ภัย และสถานีตารวจภูธรปา่ แดด เปน็ ต้น
8. ประเมนิ แผนเตรยี มความพรอ้ มต่อภยั พิบัตแิ ละภาวะฉกุ เฉินโดยคานงึ ถึงความปลอดภัยของ ครูและ
บคุ ลากร นกั เรยี น ในโรงเรียน
9. ปรับปรุงพัฒนาแผนเตรียมความพร้อมต่อภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งข้ึน
โดยการทบทวนและฝึกซ้อมอย่างสม่าเสมอ ติดตามและประเมินผลตามวงรอบ ซึ่งพบว่าการดาเนินงานตาม
วิธีการข้างต้น ในปีการศึกษา 2561 - 2563 มีการซักซ้อมการเตรียมความพร้อมต่อภาวะฉุกเฉินทุกๆ ปี และ
สง่ ผลให้ ครูและบุคลากร นักเรยี น รอ้ ยละ 100 สามารถปฏิบัติตนเพอื่ เตรยี มความพรอ้ มตอ่ ภยั พบิ ัติหรอื ภาวะ
ฉกุ เฉนิ ได้อยา่ งถูกต้อง
หมวด 7
ผลลพั ธ์ (RESULTS)
7.1 ผลลัพธด์ ้านหลักสูตรและกระบวนการ (Product and Process RESULTS)
ก. ผลลัพธ์ด้านหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นนักเรียน (STUDENT Focused
Product and PROCESS Result)
หลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนการสอน โรงเรียนปา่ แดดวทิ ยาคม ได้ดาเนินการจัดการศึกษา
เพื่อตอบสนองความต้องการของนักเรียน คุณภาพสาคัญท่ีเกิดจากการสร้างหลักสูตรท่ีมีคุณภาพ นักเรียนได้
เรียนรู้ในวิชาท่ีจะเสริมสร้างศักยภาพเป็นพลโลกเทียบเคียงมาตรฐานสากล ดูได้จากผลการเรียนรายวชิ า IS1,
IS2 และ IS3 ของนักเรียน ท่ีมีผลการเรียนในระดับ 2.5 ข้ึนไป มีจานวนเพิ่มสูงข้ึนอย่างต่อเน่อื ง ซึ่งบ่งช้ีไดถ้ ึง
หลกั สูตรและการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนมีคุณภาพเทียบเคียงมาตรฐานสากล ปรากฏดังแผนภาพที่ 18
แผนภาพท่ี 18 รอ้ ยละของนักเรยี นทม่ี รี ะดับผลการเรียน 2.5 ขึ้นไป ในรายวชิ า IS1 IS2 และ IS3 ของ
ปกี ารศึกษา 2561-2563
้รอยละ ้รอยละ 100.00 60.00 65.50 65.00 67.43 75.00 80.63
80.00
60.00 ปีการศึกษา 2561 ปีการศกึ ษา 2562 ปกี ารศกึ ษา 2563
40.00 60.00 65.00 75.00
20.00 65.50 67.43 80.63
0.00
ค่าเปา้ หมาย
คา่ เฉลยี่
จากแผนภาพท่ี 18 พบวา่ การจดั การเรียนการสอน รายวชิ า IS1, IS2 และ IS3 ของนกั เรยี น โรงเรยี น
ป่าแดดวิทยาคม ปกี ารศึกษา 2561 – 2563 รอ้ ยละของนักเรยี นท่มี ีระดับผลการเรียน 2.5 ข้นึ ไป มีคา่ เพ่ิมขึ้น
คอื 65.50, 67.43 และ 80.63 ตามลาดับ และมแี นวโนม้ เพ่มิ สูงขึ้นอยา่ งต่อเนอื่ ง
ผลลัพธ์ด้านหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรยี นการสอน เห็นได้จาก ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของ
นักเรียนระดบั ชั้นมัธยมศึกษาตอนตน้ และระดับชนั้ มัธยมศึกษาตอนปลาย ปีการศึกษา 2561–2563 ดงั ปรากฏใน
แผนภาพที่ 19
แผนภาพที่ 19 ร้อยละของนักเรียนทีม่ ีผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนอยใู่ นระดบั ดีขึ้นไป ในระดับชัน้ ม.1- 6
ปีการศกึ ษา 2561 – 2563
100.00 70.00 81.74 73.00 84.21 75.00 86.85
80.00
60.00 ปกี ารศกึ ษา 2561 ปีการศกึ ษา 2562 ปีการศกึ ษา 2563
40.00 70.00 73.00 75.00
20.00 81.74 84.21 86.85
0.00
คา่ เปา้ หมาย
ค่าเฉลย่ี
จากแผนภาพที่ 19 สรุปได้ว่า ร้อยละของนักเรียนท่ีมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนระดับชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 1 - 6 ปีการศึกษา 2561 – 2563 มีค่าเฉลี่ยเพ่ิมสูงข้ึน คือ 81.74, 84.21 และ 86.85
ตามลาดับ และมแี นวโน้มเพ่มิ สูงข้ึน ในปีการศึกษาตอ่ ไป
87
ผลลพั ธด์ ้านกระบวนการจัดการเรียนการสอนของนกั เรียนจะเหน็ ได้จากผลการทดสอบระดับชาติ ขนั้
พื้นฐาน (O-NET) ของนักเรียนระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ในภาพรวมระดับเขตพื้นท่กี ารศึกษาจานวน 4 รายวิชา
ของปีการศึกษา 2561- 2563 มคี า่ เฉลย่ี สงู กว่าโรงเรยี นค่แู ข่ง ปรากฏดงั แผนภาพท่ี 20
แผนภาพที่ 20 ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาตขิ นั้ พน้ื ฐาน (O-NET) ของนกั เรียนระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษา
ปีที่ 3 ในภาพรวมระดับเขตพ้นื ท่จี านวน 4 รายวชิ า ปกี ารศกึ ษา 2561- 2563 เทยี บเคยี งกับ
โรงเรียนคแู่ ขง่
คะแนนเฉ ่ลีย 50.00 38.52 36.41 36.09 32.88 40.95
40.00 34.46
30.00 ปีการศึกษา 2561 ปีการศกึ ษา 2562
20.00 38.52 36.09 ปกี ารศกึ ษา 2563
10.00 36.41 32.88 40.95
0.00 34.46
ป่าแดดวทิ ยาคม
แมล่ าววิทยาคม
จากแผนภาพที่ 20 พบว่า ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ันพน้ื ฐาน (O-NET) ของนักเรียน
ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในภาพรวม ระดับเขตพ้ืนที่จานวน 4 รายวิชา ปีการศึกษา 2561-2563 มีค่าเฉล่ีย
ผลการทดสอบทีส่ ูงกวา่ โรงเรยี นคูแ่ ขง่ ท้งั 3 ปกี ารศึกษา
ผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในภาพรวม
ระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษาจานวน 5 รายวิชา ของปีการศึกษา 2561- 2563 มีค่าเฉล่ียสูงกว่าโรงเรียนคู่แข่ง
ปรากฏดงั แผนภาพที่ 21
แผนภาพที่ 21 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขน้ั พื้นฐาน (O-NET)ของนักเรียนระดับชัน้ มัธยมศกึ ษา
ปที ี่ 6 ในภาพรวมระดับเขตพ้นื ทจ่ี านวน 5 รายวิชา ปกี ารศึกษา 2561- 2563 เทียบเคียงกับ
โรงเรียนค่แู ขง่
คะแนนเฉ ่ลีย 34.00 32.21 32.13 29.94 29.81 29.70
32.00 27.08
30.00 ปีการศึกษา 2561 ปีการศกึ ษา 2563
28.00 32.21 ปีการศึกษา 2562 29.81
26.00 32.13 29.94 29.70
24.00 27.08
ปา่ แดดวทิ ยาคม
แม่ลาววิทยาคม
จากแผนภาพที่ 21 พบว่า ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพ้นื ฐาน (O-NET) ของนักเรยี น
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในภาพรวม ระดับเขตพื้นที่จานวน 5 รายวิชา ปีการศึกษา 2561-2563 มีค่าเฉล่ีย
ผลการทดสอบที่สงู กวา่ โรงเรียนคู่แขง่ ทง้ั 3 ปีการศึกษา
88
ข. ผลลัพธ์ด้านประสทิ ธผิ ลของกระบวนการทางาน (WORK PROCESS EFFECTIVENESS RESULTS)
(1) ประสทิ ธผิ ลและประสทิ ธภิ าพของกระบวนการ (Process EFFECTIVENESS and Efficiency)
โรงเรยี นมผี ลการประเมินความพึงพอใจของบุคลากรทางการศึกษาและผู้มีส่วนไดส้ ว่ นเสีย
ปรากฏดังตารางท่ี 37 ดงั น้ี
ตารางท่ี 37 ผลการประเมินความพงึ พอใจของบุคลากร และผ้มู สี ่วนได้ส่วนเสีย ต่อระบบเครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์
ระบบรกั ษาความปลอดภยั การให้บรกิ ารขอ้ มลู สารสนเทศและ ระบบดแู ลชว่ ยเหลือนักเรยี น
ปีการศึกษา 2561 ปีการศึกษา 2562 ปีการศึกษา 2563
รายการประเมิน ค่าเป้าหมาย 4.00 คา่ เปา้ หมาย 4.20 ค่าเป้าหมาย 4.40
̅ S.D. ระดบั ̅ S.D. ระดับ ̅ S.D. ระดับ
1. ดา้ นระบบเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์ 4.04 0.54 มาก 4.21 0.52 มาก 4.41 0.49 มาก
2. ดา้ นระบบรกั ษาความปลอดภัย 4.11 0.48 มาก 4.27 0.50 มาก 4.44 0.50 มาก
3. ด้านการให้บรกิ าร 4.14 0.46 มาก 4.25 0.52 มาก 4.49 0.50 มาก
4. ดา้ นขอ้ มลู สารสนเทศ 4.13 0.61 มาก 4.29 0.54 มาก 4.51 0.58 มากที่สดุ
5. ด้านระบบดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรียน 3.65 0.41 มาก 4.70 0.32 มากท่ีสดุ 4.80 0.31 มากท่สี ุด
เฉลี่ย 4.01 0.50 มาก 4.34 0.48 มาก 4.53 0.48 มากทส่ี ุด
จากตารางท่ี 37 พบวา่ ความพงึ พอใจ ตอ่ ระบบเครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์ ระบบรักษาความปลอดภยั การ
ให้บริการ ขอ้ มูลสารสนเทศและ ระบบดแู ลช่วยเหลือนักเรียนในปกี ารศึกษา 2561- 2563 มคี ่าเฉลีย่ ภาพรวม
เท่ากับ 4.11, 4.26 และ 4.46 ตามลาดับ ซ่ึงมีค่าสูงกว่าเป้าหมายท่ีตั้งไว้โดยระดับความพึงพอใจมีระดับเพมิ่
มากข้ึนทุกปี การศกึ ษา และมแี นวโน้มท่ีจะเพมิ่ ข้ึนในปตี ่อๆ ไป
ผลลัพธ์รอบเวลาท่ีสาคัญดูได้จากจานวนนักเรียนที่เรียนจบหลักสูตรตามกรอบระยะเวลาที่กาหนด
ปรากฏ ดงั แผนภาพที่ 22
แผนภาพท่ี 22 รอ้ ยละของนกั เรยี นที่สาเร็จการศึกษา ของโรงเรยี นป่าแดดวทิ ยาคม ตามกรอบเวลาท่กี าหนด
ปกี ารศกึ ษา 2561-2563
้รอยละ 100.00 80.00 83.00 85.00 88.00 97.50
90.00 90.00
80.00 ปกี ารศกึ ษา 2561 ปีการศกึ ษา 2562
70.00 80.00 85.00 ปกี ารศกึ ษา 2563
60.00 83.00 88.00 90.00
50.00 97.50
40.00
30.00
20.00
10.00
0.00
คา่ เป้าหมาย
คา่ เฉลยี่
จากแผนภาพที่ 22 พบว่ารอ้ ยละของนักเรียนที่สาเร็จการศึกษาของโรงเรียนป่าแดดวิทยาคม ตามกรอบ
เวลาที่กาหนด ในปีการศกึ ษา 2561-2563 มีจานวนทีเ่ พิ่มมากข้นึ คอื 83.00, 88.00 และ 97.50 ตามลาดบั ซึ่งมี
ค่าเฉล่ยี สงู กวา่ คา่ เปา้ หมายทุกปี
89
ประสิทธิผลสาคัญของการจัดการดูได้จากผลการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของ
นักเรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ที่ตอบสนองตอ่ ข้อกาหนดของระบบงานวชิ าการท่ีกาหนด ในตัวชี้วดั ด้านร้อยละ
ของนกั เรียนท่ีสอบเรียนต่อในระดับทสี่ ูงขึน้ ปรากฏดงั แผนภาพที่ 23
แผนภาพที่ 23 ร้อยละการเข้าศกึ ษาตอ่ ในระดับอุดมศึกษาของนกั เรียนระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 6
ปกี ารศกึ ษา 2561-2563
้รอยละ 100.00 75.00 76.00 88.00 94.00
90.00 80.00 85.00
80.00 ปกี ารศึกษา 2561
70.00 75.00 ปีการศึกษา 2562 ปีการศกึ ษา 2563
60.00 76.00 80.00 85.00
50.00 88.00 94.00
40.00
30.00
20.00
10.00
0.00
เป้าหมาย
ผลลัพธ์
จากตารางที่ 23 พบว่า ผลลัพธ์ร้อยละของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่เข้าศึกษาต่อใน
ระดับอุดมศึกษา ปีการศึกษา 2561 มีค่าเฉล่ียร้อยละ 76.00 ปีการศึกษา 2562 มีค่าเฉล่ีย ร้อยละ 88.00 และปี
การศึกษา 2563 ผลลพั ธ์ท่ีได้มีค่าเฉลย่ี ร้อยละ 94.00 ซง่ึ บรรลคุ ่าเป้าหมายท่ีตงั้ ไว้ และมี แนวโนม้ เพิม่ สูงขน้ึ ทกุ ปี
ตารางที่ 38 ผลการประเมินความพงึ พอใจของบุคลากร นักเรียน ต่องานสารบรรณ ปีการศกึ ษา 2561 – 2563
ผลการประเมินความพงึ พอใจ
รายการประเมนิ ปกี ารศึกษา 2561 ปกี ารศกึ ษา 2562 ปีการศึกษา 2563
คา่ เปา้ หมาย 3.50 คา่ เปา้ หมาย 4.00 ค่าเป้าหมาย 4.50
̅ S.D. ระดับ ̅ S.D. ระดบั ̅ S.D. ระดบั
1. ด้านการรับ – สง่ ตดิ ตามหนงั สอื ราชการ/ 4.13 0.45 มาก 4.17 0.49 มาก 4.57 0.51 มากท่ี
อิเล็กทรอนิกส์
2. ดา้ นการพิจารณาความเรง่ ด่วน ความ 4.00 0.59 มาก 4.14 0.49 มาก 4.78 0.42 มากทส่ี ุด
ถกู ต้องของเอกสาร
3. ด้านการจดั เกบ็ หนงั สอื ราชการและ 4.13 0.74 มาก 4.13 0.46 มาก 4.65 0.49 มากทีส่ ุด
เอกสาร อิเลก็ ทรอนกิ ส์
4. ดา้ นการใหค้ าปรกึ ษา ดแู ลแก้ไข 4.13 0.54 มาก 4.09 0.67 มาก 4.78 0.42 มากท่ีสดุ
ประสานงานทีเ่ กยี่ วกบั งานที่ได้รบั มอบหมาย
เฉล่ยี 4.09 0.58 มาก 4.13 0.52 มาก 4.69 0.46 มากทส่ี ดุ
จากตารางท่ี 38 พบว่าความพึงพอใจของครู บุคลากรและนักเรียนต่องานสารบรรณ ปีการศึกษา
2561 – 2563 มีค่าเฉล่ียสูงกว่าเป้าหมายท้ัง 3 ปีการศึกษา และมีค่าเฉลี่ยท่ีเพิ่มขึ้นคือ 4.09, 4.13 และ 4.69
ตามลาดบั มีแนวโนม้ เพิม่ ข้นึ ในปีตอ่ ไป
(2) การเตรยี มความพร้อมต่อภาวะฉุกเฉิน (Emergency Preparedness)
โรงเรียนไดก้ าหนดใหม้ ีการดูแลระบบการใชง้ าน เพื่อเตรียมความพร้อมตอ่ ภาวะฉกุ เฉนิ โดยมคี รูท่เี ป็น
เจา้ หน้าท่คี อมพิวเตอร์ ในการดแู ลระบบทงั้ โรงเรยี นอานวยความสะดวกในการใช้งานและการซ่อม บารงุ ให้อยู่
ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา ร่วมถึงมีการประเมินความพึงพอใจต่อระบบการใช้งาน ดังผลลัพธ์ท่ี ปรากฏ
ในตารางท่ี 39 ดังน้ี
90
ตารางท่ี 39 ผลการประเมินความพงึ พอใจของบุคลากร นักเรยี น ตอ่ การใช้หลักสูตรสถานศึกษา
ปีการศกึ ษา 2561 – 2563
ผลการประเมนิ ความพึงพอใจ
รายการประเมนิ ปีการศึกษา 2561 ปีการศึกษา 2562 ปีการศึกษา 2563
ค่าเปา้ หมาย 3.50 ค่าเปา้ หมาย 4.00 คา่ เป้าหมาย 4.50
̅ S.D. ระดบั ̅ S.D. ระดบั ̅ S.D. ระดับ
1. ด้านวสิ ยั ทัศน์ 4.13 0.45 มาก 4.17 0.49 มาก 4.57 0.51 มากที่สุด
2. ด้านโครงสรา้ งหลักสูตร 4.00 0.59 มาก 4.14 0.49 มาก 4.78 0.42 มากทส่ี ดุ
3. ด้านความพรอ้ มและศักยภาพของครผู สู้ อน 4.13 0.74 มาก 4.13 0.46 มาก 4.65 0.49 มากที่สดุ
4. ดา้ นสื่อการเรียนรู้ 4.13 0.54 มาก 4.09 0.67 มาก 4.78 0.42 มากที่สุด
5. ด้านแหลง่ การเรยี นรู้ 4.17 0.53 มาก 4.17 0.53 มาก 4.50 0.41 มากที่สดุ
6. ดา้ นงบประมาณ 4.14 0.43 มาก 4.17 0.47 มาก 4.50 0.43 มากที่สุด
7. ดา้ นการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ 4.15 0.47 มาก 4.16 0.55 มาก 4.65 0.52 มากที่สุด
8. ดา้ นการวดั ผลและประเมินผล 4.10 0.55 มาก 4.14 0.63 มาก 4.57 0.53 มากทส่ี ุด
9. ดา้ นการบริหารจดั การหลักสูตร 4.10 0.56 มาก 4.17 0.67 มาก 4.75 0.49 มากท่ีสดุ
10. ดา้ นการมสี ่วนร่วมของชุมชน 4.13 0.40 มาก 4.15 0.49 มาก 4.50 0.51 มากที่สดุ
11. ดา้ นผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น 4.12 0.51 มาก 4.13 0.47 มาก 4.50 0.61 มากทส่ี ดุ
12. ดา้ นผลการเขา้ ร่วมกิจกรรมพฒั นานักเรยี น 4.12 0.53 มาก 4.14 0.50 มาก 4.65 0.53 มากที่สดุ
13. ด้านความสามารถในการอ่าน เขียน คิด 4.10 0.39 มาก 4.13 0.51 มาก 4.57 0.53 มากท่ีสุด
วิเคราะหข์ องนกั เรียน
14. ด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงคข์ องนกั เรียน 4.50 0.48 มาก 4.65 0.52 มากทสี่ ดุ 4.82 0.56 มากที่สดุ
ท่ีสุด
เฉล่ยี 4.14 0.51 มาก 4.18 0.53 มาก 4.62 0.49 มากทส่ี ดุ
จากตารางที่ 39 พบว่าความพึงพอใจของครู บุคลากรและนักเรียนต่อการใช้หลักสูตรสถานศึกษา ปี
การศึกษา 2561 – 2563 มีค่าเฉล่ียสูงกว่าเป้าหมายทั้ง 3 ปีการศึกษา และมีค่าเฉลี่ยที่เพิ่มข้ึนคือ 4.14, 4.18
และ 4.62 ตามลาดับ มแี นวโน้มเพ่มิ ข้นึ ในปตี ่อไป
ตารางท่ี 40 ผลการประเมนิ ความพึงพอใจของนกั เรยี นต่อระบบการรกั ษาความปลอดภยั ของโรงเรียน
ผลการประเมนิ ความพงึ พอใจ
รายงานการประเมนิ ปีการศกึ ษา 2561 ปกี ารศกึ ษา 2562 ปกี ารศึกษา 2563
คา่ เปา้ หมาย 3.50 คา่ เปา้ หมาย 4.00 คา่ เป้าหมาย 4.50
̅ S.D. ระดบั ̅ S.D. ระดับ ̅ S.D. ระดับ
1.ระบบดูแลรกั ษาความปลอดภยั 3.50 0.55 มาก 4.20 0.40 มาก 4.80 0.30 มากทีส่ ดุ
2.กิจกรรมขบั ขี่ปลอดภัยใส่ใจกฎ 3.85 0.30 มาก 4.50 0.51 มาก 4.95 0.19 มากทส่ี ุด
จราจรสวมใส่หมวกกันนอ็ ต 100%
3.โรงเรียนตน้ แบบปลอดบุหร่ี 4.00 0.41 มาก 4.50 0.52 มาก 5.00 0.00 มากทส่ี ุด
4. ระบบดูแลชว่ ยเหลือนกั เรยี น 3.65 0.41 มาก 4.70 0.32 มากทส่ี ุด 4.80 0.31 มากทสี่ ุด
5. งานอนามัยโรงเรียน 3.75 0.30 มาก 3.90 0.30 มาก 4.00 0.30 มากที่สดุ
เฉล่ีย 3.76 0.39 มาก 4.37 0.41 มาก 4.69 0.22 มากท่สี ุด
จากตารางที่ 40 พบว่า ผลการประเมนิ ความพงึ พอใจตอ่ การดาเนนิ กจิ กรรม/บรกิ ารต่างๆ ในภาพรวม
ปีการศึกษา 2561 ได้ค่าเฉล่ียอยู่ที่ 3.76 ปีการศึกษา 2562 ค่าเฉลี่ยมีค่า 4.37 และ ปีการศึกษา 2563 ผล
จากการดาเนินกิจกรรม/บริการ พบว่ามีค่าเฉล่ียเพ่ิมข้ึนเป็น 4.69 ซ่ึงมีค่าเฉลี่ยสูงข้ึนตามลาดับและสูงกว่า
เป้าหมายทีต่ งั้ ไว้ เมอื่ ดแู นวโน้มพบวา่ เพ่มิ ขึน้ ทกุ ปี
ค. ผลลัพธ์ด้านการจดั การห่วงโซอ่ ปุ ทาน (Supply-Chain Management RESULTS)
ผลลัพธด์ ้านการจัดการหว่ งโซ่อุปทาน ส่อื ใหเ้ หน็ ถงึ ผลการประเมินประสิทธิผลของ วัสดุ อุปกรณ์ สอ่ื
การเรียนรู้ และเทคโนโลยี ดังน้ันจึงมีการประเมินผลความพึงพอใจต่อการใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ สอื่ การเรยี นรู้และ
เทคโนโลยี ของโรงเรียนปา่ แดดวิทยาคม ปีการศึกษา 2561-2563 ดังตารางท่ี 41
91
ตารางท่ี 41 ผลการประเมินความพงึ พอใจต่อการสง่ มอบวัสดุอปุ กรณ์ สื่อการเรียนรู้ และเทคโนโลยี ปีการศึกษา2561-2563
ผลการประเมินความพึงพอใจ
รายการประเมิน ปกี ารศกึ ษา 2561 ปกี ารศกึ ษา 2562 ปีการศึกษา 2563
คา่ เปา้ หมาย 3.25 ค่าเป้าหมาย 3.50 คา่ เปา้ หมาย 3.75
̅ S.D. ระดบั ̅ S.D. ระดบั ̅ S.D. ระดบั
1. วสั ดุ อุปกรณ์ 3.58 0.62 มาก 3.92 0.57 มาก 4.33 0.54 มาก
2. สอื่ การเรียนรู้ 3.60 0.56 มาก 3.98 0.53 มาก 4.51 0.54 มากท่ีสุด
3. เทคโนโลยี 3.92 0.71 มาก 3.97 0.72 มาก 4.06 0.78 มาก
เฉลี่ย 3.70 0.63 มาก 3.96 0.59 มาก 4.30 0.62 มาก
จากตารางท่ี 41 ผลของการประเมินความพึงพอใจต่อการส่งมอบวัสดุ อุปกรณ์ สื่อการเรียนรู้ และ
เทคโนโลยี ปีการศึกษา 2561-2563 พบว่า ค่าเฉลี่ยแต่ละปีการศึกษามีค่าเฉลี่ยเพ่ิมมากข้ึน ซึ่งสูงกว่าค่า
เป้าหมายที่กาหนด และมแี นวโนม้ เพม่ิ สูงข้นึ ในปตี อ่ ไป
7.2 ผลลัพธ์ด้านนกั เรียนและผู้มีสว่ นไดส้ ่วนเสยี (STUDENT and Stakeholder-Focused Result)
ก. ผลลัพธ์ดา้ นนักเรยี นและผู้มสี ่วนไดส้ ่วนเสีย (STUDENT and Stakeholder-Focused RESULTS)
(1) ความพึงพอใจของนกั เรียนและผู้มสี ่วนได้สว่ นเสีย (STUDENT Satisfaction)
โรงเรียนไดม้ กี ารใช้กระบวนการบรหิ ารคณุ ภาพ P.W.K.S STEP Model และการบริหารจดั การแบบมี
สว่ นรว่ ม ทาใหเ้ กดิ ผลความพงึ พอใจของนักเรียนและผมู้ ีสว่ นไดส้ ่วนเสีย ดงั ตารางท่ี 42 ถงึ ตารางท่ี 45
ตารางท่ี 42 ผลการประเมินความพงึ พอใจของนกั เรียนและผ้มู สี ว่ นได้สว่ นเสยี ต่อการบริหารการจัดการศึกษา
ในภาพรวมของโรงเรียนปา่ แดดวทิ ยาคม ปีการศกึ ษา 2561-2563
กลุ่มบรหิ ารงาน ปีการศึกษา 2561 ปกี ารศึกษา 2562 ปีการศึกษา 2563
เปา้ หมาย ̅ S.D. ระดบั เป้าหมาย ̅ S.D. ระดับ เป้าหมาย ̅ S.D. ระดบั
กลุม่ บริหารงานวชิ าการ 4.00 4.20 0.44 มาก 4.20 4.40 0.43 มาก 4.40 4.80 0.27 มากที่สุด
กลุ่มบริหารงานทวั่ ไป 3.50 3.70 0.36 มาก 4.00 4.50 0.39 มาก 4.20 4.70 0.28 มากทส่ี ุด
กลุ่มบริหารงานอานวยการ 3.70 3.90 0.43 มาก 4.10 4.40 0.33 มาก 4.30 4.70 0.33 มากท่สี ุด
กลุ่มบรหิ ารงานกิจการนักเรียน 4.00 4.20 0.42 มาก 4.20 4.50 0.36 มาก 4.50 4.80 0.25 มากท่ีสดุ
เฉลยี่ 3.80 4.00 0.41 มาก 4.13 4.45 0.38 มาก 4.35 4.75 0.28 มากทส่ี ุด
จากตารางที่ 42 พบว่านกั เรียน ผู้ปกครองนกั เรียน และครผู ู้สอน มคี วามพงึ พอใจต่อกระบวนการจัด
การศึกษามีค่าเฉล่ียอยู่ในระดับมากที่สุดและมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเน่ืองกันทุกปี (ค่าเฉลี่ยปีการศึกษา 2561-
2563 คือ 4.00, 4.45, 4.75 ตามลาดบั )
ตารางท่ี 43 ผลการประเมนิ ความพงึ พอใจของครู นกั เรียน และผู้ปกครอง ทมี่ ตี ่อหลกั สูตรสถานศกึ ษา ของ
โรงเรยี นป่าแดดวิทยาคม ปีการศกึ ษา 2561-2563
ผลการประเมนิ หลักสูตร
รายการประเมิน ปีการศึกษา 2561 ปกี ารศึกษา 2562 ปกี ารศกึ ษา 2563
ค่าเป้าหมาย 4.50 ค่าเป้าหมาย 4.60 ค่าเปา้ หมาย 4.70
̅ S.D. ระดบั ̅ S.D. ระดบั ̅ S.D. ระดบั
1. สว่ นนาหลกั สตู รสถานศกึ ษา 4.50 0.67 มาก 4.61 0.57 มากท่สี ดุ 4.72 0.45 มากทส่ี ุด
2. โครงสรา้ งหลกั สูตรสถานศกึ ษา 4.53 0.71 มากที่สดุ 4.65 0.65 มากทีส่ ุด 4.74 0.44 มากท่ีสุด
3. คาอธิบายรายวิชา 4.59 0.71 มากท่ีสดุ 4.69 0.58 มากที่สดุ 4.75 0.44 มากทสี่ ดุ
4. กจิ กรรมพฒั นานกั เรียน 4.50 0.61 มาก 4.67 0.55 มากทส่ี ดุ 4.71 0.45 มากทส่ี ดุ
5. เกณฑ์การจบการศกึ ษา 4.56 0.63 มากที่สดุ 4.68 0.61 มากทส่ี ุด 4.80 0.40 มากที่สุด
เฉลย่ี 4.54 0.67 มากที่สุด 4.66 0.59 มากทีส่ ดุ 4.74 0.44 มากท่สี ดุ
จากตารางที่ 43 พบว่าผลการประเมนิ ความพึงพอใจของครู นักเรียน และผู้ปกครอง ท่ีมีต่อหลักสูตร
สถานศกึ ษาของโรงเรียนปา่ แดดวิทยาคม ปกี ารศึกษา 2561- 2563 มคี า่ เฉลีย่ ที่เพ่ิมสูงขึน้ ในแตล่ ะ ปีการศึกษา
คือ 4.54, 4.66 และ 4.74 ตามลาดับ ซ่ึงสูงกว่าค่าเป้าหมายที่กาหนด โดยค่าเฉล่ียอยู่ในระดับดีมาก และมี
แนวโนม้ พฒั นาขนึ้ ในปีการศกึ ษาต่อไป
92
ตารางที่ 44 ผลการประเมนิ ความพึงพอใจของนักเรียนและผมู้ สี ว่ นได้สว่ นเสยี ต่อการจัดการเรียนการสอน
ของครูท้ัง 8 กล่มุ สาระการเรยี นรขู้ องโรงเรยี นปา่ แดดวทิ ยาคม ปกี ารศึกษา 2561-2563
ผปู้ ระเมนิ ปกี ารศกึ ษา 2561 ระดับ ปกี ารศกึ ษา 2562 ระดับ ปกี ารศกึ ษา 2563 ระดับ
เปา้ หมาย ̅ S.D. เป้าหมาย ̅ S.D. เป้าหมาย ̅ S.D.
ผู้ปกครอง 4.00 4.00 0.32 มาก 4.10 4.50 0.39 มาก 4.20 4.60 0.35 มากท่ีสดุ
นกั เรียน 4.00 4.00 0.47 มาก 4.10 4.50 0.39 มาก 4.30 4.50 0.26 มาก
เฉล่ีย 4.00 4.00 0.39 มาก 4.10 4.50 0.39 มาก 4.25 4.55 0.30 มากท่สี ดุ
จากตารางท่ี 44 พบวา่ นักเรยี น ผปู้ กครอง และครผู ู้สอน มีความพึงพอใจตอ่ การจัดการเรยี นการสอน
ของครทู ัง้ 8 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ มีค่าเฉลีย่ อยู่ในระดบั มากที่สดุ และมแี นวโน้มสงู ข้นึ ต่อเนื่องกันทกุ ปี (ค่าเฉล่ีย
ปกี ารศกึ ษา 2561-2563 คอื 4.00, 4.50, 4.55 ตามลาดบั )
ตารางที่ 45 ผลการประเมนิ ความพึงพอใจของนักเรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ต่อการให้บริการงาน ห้องสมุด
ผลการประเมนิ ความพงึ พอใจ
รายการประเมิน ปีการศกึ ษา 2561 ปีการศกึ ษา 2562 ปีการศึกษา 2563
เปา้ หมาย ̅ SD. ระดับ เป้าหมาย ̅ SD. ระดบั เปา้ หมาย ̅ SD. ระดบั
1. ดา้ นทรัพยากร 3.50 3.86 0.81 มาก 4.00 4.59 0.51 มากที่สดุ 4.50 4.68 0.49 มากที่สดุ
สารสนเทศ
2. ด้านบริการ 3.50 4.14 0.84 มากท่ีสุด 4.00 4.57 0.48 มากทสี่ ุด 4.50 4.65 0.48 มากท่สี ุด
3. ดา้ นส่ิงแวดล้อม 3.50 3.95 0.95 มาก 4.00 4.63 0.47 มากท่ีสดุ 4.50 4.69 0.51 มากทส่ี ดุ
4. ด้านบคุ ลากร 3.50 4.13 0.79 มากที่สดุ 4.00 4.62 0.46 มากท่ีสุด 4.50 4.70 0.33 มากทส่ี ุด
5. ดา้ นกจิ กรรม 3.50 3.94 0.86 มาก 4.00 4.58 0.52 มากที่สุด 4.50 4.62 0.51 มากทส่ี ดุ
เฉลยี่ 3.50 4.00 0.85 มาก 4.00 4.59 0.49 มากทีส่ ดุ 4.50 4.66 0.46 มากทส่ี ุด
จากตารางที่ 45 พบว่า ความพงึ พอใจของนกั เรยี นต่อการใหบ้ ริการงานหอ้ งสมุด ปกี ารศกึ ษา 2561 -
2563 อยู่ในระดับมาก ระดับมากท่ีสุด คือ 4.00, 4.59 และ 4.66 ตามลาดับ ซ่ึงมีค่าเฉล่ียท่ีมากกว่า ค่า
เปา้ หมายที่ตง้ั ไวแ้ ละเพมิ่ ความท้าทายในทุก ๆ ปี โดยคา่ เฉลย่ี มีแนวโน้มที่เพ่ิมสูงขึ้น ตามลาดับ
ตารางท่ี 46 ผลการประเมินความพงึ พอใจของผู้ที่มีสว่ นเก่ยี วข้องต่อคณุ ภาพของขอ้ มูลสารสนเทศ
ผลการประเมินความพงึ พอใจ
รายการประเมนิ ปกี ารศึกษา 2561 ปีการศกึ ษา 2562 ปีการศกึ ษา 2563
คา่ เปา้ หมาย 3.50 คา่ เปา้ หมาย 3.80 ค่าเปา้ หมาย 4.00
̅ S.D. ระดบั ̅ S.D. ระดบั ̅ S.D. ระดบั
1. ข้อมลู สารสนเทศมคี วามทนั สมัย 3.86 0.46 มาก 3.95 0.57 มาก 4.19 0.40 มาก
2. ขอ้ มูลตอบสนองตรงกบั ความ 3.85 0.56 มาก 3.92 0.64 มาก 4.37 0.48 มาก
ต้องการของผู้ใช้
3. สามารถเขา้ ถงึ ข้อมลู ไดส้ ะดวก 3.95 0.47 มาก 3.98 0.50 มาก 4.33 0.65 มาก
4. ขอ้ มลู สารสนเทศเป็นประโยชน์ 3.92 0.88 มาก 3.97 0.85 มาก 4.33 0.65 มาก
ตอ่ การดาเนนิ งานตา่ งๆ
5. ขอ้ มลู สารสนเทศมคี วามถกู ตอ้ ง 3.52 0.76 มาก 3.86 0.85 มาก 4.16 0.47 มาก
ตรงกนั เชื่อถือได้
เฉลีย่ 3.82 0.62 มาก 3.94 0.68 มาก 4.28 0.53 มาก
จากตารางท่ี 46 พบว่า ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ท่ีมีส่วนเก่ียวข้องต่อ คุณภาพของข้อมูล
สารสนเทศ ปีการศึกษา 2561- 2561 ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับที่เพิ่มข้ึนในแต่ละปี คือ 3.82, 3.94 และ 4.28
ตามลาดบั โดยมคี ่าเฉลยี่ สูงกว่าคา่ เป้าหมายในทุกปีการศกึ ษา และคาดวา่ มแี นวโน้มทจ่ี ะเพิ่มขึน้ ในปีตอ่ ไป