๑ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล บทนำ ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 นี้ ได้กำหนดสาระการเรียนรู้ออกเป็น 4 สาระ ได้แก่ สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ และสาระที่ 4 เทคโนโลยี มีสาระเพิ่มเติม 4 สาระ ได้แก่ สาระชีววิทยา สาระเคมี สาระฟิสิกส์ สาระโลก ดาราศาสตร์ และ อวกาศ ซึ่งองค์ประกอบของหลักสูตรทั้งในด้านของเนื้อหา การจัดการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผล การเรียนรู้นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งในการวางรากฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น ให้มี ความต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สำหรับกลุ่มสาระการ เรียนรู้วิทยาศาสตร์ได้กำหนดตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ที่ผู้เรียนจำเป็นต้องเรียนเป็นพื้นฐาน เพื่อให้ สามารถนำความรู้นี้ไปใช้ในการดำรงชีวิตหรือศึกษาต่อในวิชาชีพที่ต้องใช้วิทยาศาสตร์ได้ โดยจัดเรียงลำดับความ ยากง่ายของเนื้อหาแต่ละสาระในแต่ละระดับชั้นให้มีการเชื่อมโยงความรู้กับกระบวนการเรียนรู้และการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาความคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ วิจารณ์ มีทักษะที่สำคัญทั้งทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะ ในศตวรรษที่ 21 ในการค้นคว้าและ สร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจ โดยใช้ ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการ เรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่มุ่งหวังให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อผู้เรียนมากที่สุด จึงได้จัดทำตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ขึ้นเพื่อให้ สถานศึกษา ครูผู้สอนตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ได้ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาหนังสือเรียน คู่มือครู สื่อ ประกอบการเรียนการสอน ตลอดจนการวัดและประเมินผลโดยตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระ การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่จัดทำขึ้นนี้ได้ปรับปรุง เพื่อให้มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกันภายในสาระการเรียนรู้เดียวกันและระหว่างสาระการเรียนรู้ในกลุ่มสาระ การเรียนวิทยาศาสตร์ ตลอดจนการเชื่อมโยงเนื้อหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับคณิตศาสตร์ด้วย นอกจากนี้ยังได้ ปรับปรุงเพื่อให้มีความทันสมัยต่อการเปลี่ยนแปลง และความเจริญก้าวหน้าของวิทยาการต่างๆ และทัดเทียมกับ นานาชาติ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สรุปเป็นแผนภาพได้ ดังนี้
๒ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ -มาตรฐาน ว.2.1-ว. 2.3 สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ -มาตรฐาน ว.3.1-ว.3.2 สาระที่ 4 เทคโนโลยี -มาตรฐาน ว.4.1-ว.4.2 สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ -มาตรฐาน ว.1.1-ว.1.3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์
๓ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ทำไมต้องเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีบทบาทสำคัญยิ่งในสังคมโลกปัจจุบันและอนาคต เพราะวิทยาศาสตร์ เกี่ยวข้องกับทุกคนทั้งในชีวิตประจำวันและการงานอาชีพต่าง ๆ ตลอดจนเทคโนโลยี เครื่องมือเครื่องใช้และผลผลิต ต่างๆ ที่มนุษย์ได้ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตและการทำงาน เหล่านี้ล้วนเป็นผลของความรู้วิทยาศาสตร์ ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์และศาสตร์อื่น ๆ วิทยาศาสตร์ช่วยให้มนุษย์ได้พัฒนาวิธีคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุ เป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์วิจารณ์ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าหาความรู้ ใช้ความรู้และทักษะเพื่อ แก้ปัญหาหรือพัฒนางานด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ รวมทั้งสามารถค้นหาข้อมูลหรือสารสนเทศ ประเมินสารสนเทศ ประยุกต์ใช้ทักษะการคิดเชิงคำนวณและความรู้ ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ สื่อดิจิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตจริงอย่าง สร้างสรรค์ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลที่หลากหลายและมีประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ วิทยาศาสตร์เป็น วัฒนธรรมของโลกสมัยใหม่ซึ่งเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ (knowledge-based society) ดังนั้นทุกคนจึงจำเป็นต้อง ได้รับการพัฒนาให้รู้วิทยาศาสตร์ เพื่อที่จะมีความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติและเทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้น สามารถนำความรู้ไปใช้อย่างมีเหตุผล สร้างสรรค์ และมีคุณธรรม เป้าหมายของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ค้นพบความรู้ด้วยตนเองมากที่สุด เพื่อให้ได้ทั้ง กระบวนการและความรู้ จากวิธีการสังเกต การสำรวจตรวจสอบ การทดลอง แล้วนำผลที่ได้มาจัดระบบเป็น หลักการ แนวคิด และองค์ความรู้ การจัดการเรียนเรียนการสอนวิทยาศาสตร์จึงมีเป้าหมายที่สำคัญ ดังนี้ 1.เพื่อให้เข้าใจหลักการ ทฤษฎี และกฎที่เป็นพื้นฐานในวิชาวิทยาศาสตร์ 2.เพื่อให้เข้าใจขอบเขตของธรรมชาติของวิชาวิทยาศาสตร์และข้อจำกัดในการศึกษา วิชาวิทยาศาสตร์ 3.เพื่อให้มีทักษะที่สำคัญในการศึกษาค้นคว้าและคิดค้นทางเทคโนโลยี 4.เพื่อให้ตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี มวลมนุษย์และสภาพแวดล้อมใน เชิงที่มีอิทธิพลและผลกระทบซึ่งกันและกัน 5.เพื่อนำความรู้ ความเข้าใจ ในวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและการ ดำรงชีวิต 6.เพื่อพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ไขปัญหา และการจัดการ ทักษะ ในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ 7.เพื่อให้เป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ เรียนรู้อะไรในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มุ่งหวังให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ ที่เน้นการ เชื่อมโยงความรู้กับกระบวนการ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการในการสืบ เสาะหาความรู้ และแก้ปัญหาที่หลากหลาย ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน มีการทำกิจกรรมด้วย การลงมือปฏิบัติจริงอย่างหลากหลาย เหมาะสมกับระดับชั้นโดยการกำหนดสาระสำคัญ ดังนี้
๔ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล วิทยาศาสตร์ชีวภาพเรียนรู้เกี่ยวกับ ชีวิตในสิ่งแวดล้อม องค์ประกอบของสิ่งมีชีวิตการดำรงชีวิตของ มนุษย์และสัตว์ การดำรงชีวิตของพืช พันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต วิทยาศาสตร์การภาพ เรียนรู้เกี่ยวกับ ธรรมชาติของสาร การเปลี่ยนแปลงของสาร การเคลื่อนที่ พลังงาน และคลื่น วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ เรียนรู้เกี่ยวกับ องค์ประกอบของเอกภพ ปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะ เทคโนโลยีอวกาศ ระบบโลก การเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ และผล ต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี การออกแบบและเทคโนโลยี เรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนา งานอย่างมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดย คำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม วิทยาการคำนวณ เรียนรู้เกี่ยวกับการคิดเชิงคำนวณ การคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาเป็นขั้นตอนและเป็น ระบบ ประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิทยากรคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการแก้ปัญหาที่พบ ในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิสัยทัศน์ มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้พัฒนาผู้เรียนทุกคนให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้คู่คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก มีความรู้ความสามารถในการสื่อสาร การคิดแก้ปัญหา การใช้ เทคโนโลยี มีทักษะชีวิต ยึดมั่นในประชาธิปไตย ร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สืบสานประเพณีวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ท้องถิ่น น้อมนำตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ มีเจตคติที่ดีต่อการศึกษาและการประกอบอาชีพ มุ่งทำ ประโยชน์สร้างสิ่งที่ดีงามให้แก่สังคมและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขบนพื้นฐานความเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนสามารถ เรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดชัยมงคล พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน การเรียนรู้ ซึ่งการพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุ ตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดนั้นจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ ๕ ประการ ดังนี้ ๑. ความสามารถในการสื่อสารเป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และ ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหา ความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผล และความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้ วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม ๒. ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมี วิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับ ตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม
๕ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหาเป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้ อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการ เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ใน การ ดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคม ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเ หมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อมและการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเป็นความสามารถในการเลือกและใช้เทคโนโลยีด้าน ต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้องเหมาะสม และมีคุณธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดชัยมงคล พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม ได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ
๖ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ปีการศึกษา 2566 กลุ่มสาระการเรียนรู้ /กิจกรรม ระดับประถมศึกษา / เวลาเรียน ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖ รายวิชาพื้นฐาน (840) (840) (840) (840) (840) (840) ภาษาไทย ๒0o ๒0o ๒0o 160 160 160 คณิตศาสตร์ 200 200 200 160 160 160 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๘๐ ๘๐ ๘๐ 120 120 120 สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 40 40 40 40 40 40 ประวัติศาสตร์ 40 40 40 40 40 40 สุขศึกษาและพลศึกษา 40 40 40 4๐ 4๐ 4๐ ศิลปะ 40 40 40 8๐ ๘๐ ๘๐ การงานอาชีพ 40 40 40 40 40 4๐ ภาษาอังกฤษ 160 160 160 160 160 160 รายวิชาเพิ่มเติม (40) (40) (40) (40) (40) (40) การป้องกันการทุจริต 40 40 40 40 40 40 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ กิจกรรมนักเรียน - ลูกเสือ/เนตรนารี 3๐ 3๐ 3๐ 3๐ ๓0 ๓0 - ชุมนุม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ รวมเวลากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (๑๒๐) (๑๒๐) (๑๒๐) (๑๒๐) (๑๒๐) (๑๒๐) รวมเวลาทั้งหมด ๑,000 ชั่วโมง ๑,000 ชั่วโมง ***หมายเหตุ 1. รายวิชาเพิ่มเติม : การป้องกันการทุจริต จัดเป็นแบบบูรณาการกับกิจกรรมต่างๆ และในกลุ่มสาระการเรียนรู้ 2. รานวิชาพื้นฐาน : ภาษาอังกฤษพื้นฐานชั้น ป.1-3 จัดเป็นแบบบูรณาการกับรายวิชาคณิตศาสตร์ จำนวน 40 ชั่วโมง/ปี
๗ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่างๆในระบบนิเวศการถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลง แทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งนำ ความรู้ไปใช้ประโยชน์ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ ความสัมพันธ์โครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สารพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการของ สิ่งมีชีวิต รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะ การ เคลื่อนที่แบบต่างๆของวัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงานปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพกาแล็กซี ดาว ฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีอวกาศ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก และบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเ หมาะสม โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี ประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม
๘ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล คุณภาพของผู้เรียน จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เข้าใจลักษณะทั่วไปของสิ่งมีชีวิตและการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรอบตัว เข้าใจลักษณะที่ปรากฏ ชนิดและสมบัติบางประการของวัสดุที่ใช้ทำวัตถุและการเปลี่ยนแปลงของวัสดุ รอบตัว เข้าใจการดึง การผลัก แรงแม่เหล็ก และผลของแรงที่มีการเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนที่ของวัตถุ พลังงานไฟฟ้า และการผลิตไฟฟ้า การเกิดเสียง แสงและการมองเห็น เข้าใจการปรากฏของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาว ปรากฏการณ์ขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ การเกิด กลางวันกลางคืน การกำหนดทิศ ลักษณะหิน การจำแนกชนิดดินและการใช้ประโยชน์ ลักษณะและความสำคัญ ของอากาศ การเกิดลม ประโยชน์และโทษของลม ตั้งคำถามหรือกำหนดปัญหาเกี่ยวกับสิ่งที่จะเรียนรู้ตามที่กำหนดให้หรือตามความสนใจ สังเกต สำรวจ ตรวจสอบโดยใช้เครื่องมืออย่างง่าย รวบรวมข้อมูล บันทึก และอธิบายผลการสำรวจ ตรวจสอบด้วยการเขียน หรือวาดภาพ และสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ด้วยการเล่าเรื่อง หรือด้วยการแสดงท่าทางเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจ แก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ขั้นตอนการแก้ปัญหา มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เบื้องต้น รักษาข้อมูลส่วนตัว แสดงความกระตือรือร้น สนใจที่จะเรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับเรื่องที่จะศึกษาตามที่กำหนดให้ หรือตามความสนใจ มรส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น และยอมรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น แสดงความรับผิดชอบด้วยการทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างมุ่งมั่น รอบคอบ ประหยัด ซื่อสัตย์ จน งานลุล่วงเป็นผลสำเร็จ และทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการดำรงชีวิต ศึกษาหา ความรู้เพิ่มเติม ทำโครงงานหรือชิ้นงานตามที่กำหนดให้หรือตามความสนใจ คุณภาพของผู้เรียน จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เข้าใจโครงสร้าง ลักษณะเฉพาะและการปรับตัวของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในแหล่ง ที่อยู่ การทำหน้าที่ของส่วนต่าง ๆ ของพืช และการทำงานของระบบย่อยอาหารของมนุษย์ เข้าใจสมบัติและการจำแนกกลุ่มของวัสดุ สถานะและการเปลี่ยนสถานะของสสาร การละลาย การ เปลี่ยนแปลงทางเคมี การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และผันกลับไม่ได้ และการแยกสารอย่างง่าย เข้าใจลักษณะของแรงโน้มถ่วงของโลก แรงลัพธ์ แรงเสียดทาน แรงไฟฟ้าและผลของแรงต่าง ๆ ผลที่ เกิดจากแรงกระทำต่อวัตถุ ความดัน หลักการที่มีต่อวัตถุ วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย ปรากฏการณ์เบื้องต้นของเสียง และแสง เข้าใจปรากฏการณ์ขึ้นและตก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงรูปร่างปรากฏของดวงจันทร์ องค์ประกอบของ ระบบสุริยะ คาบการโคจรของดาวเคราะห์ ความแตกต่างของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ การขึ้นและตกของกลุ่ม ดาวฤกษ์ การใช้แผนที่ดาว การเกิดอุปราคา พัฒนาการและประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศ เข้าใจลักษณะของแหล่งน้ำ วัฏจักรน้ำ กระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำค้าง น้ำค้างแข็ง หยาดน้ำฟ้า กระบวนการเกิดหิน วัฏจักรหิน การใช้ประโยชน์หินและแร่ การเกิดซากดึกดำบรรพ์ การเกิดลมบก ลมทะเล มรสุม ลักษณะและผลกระทบของภัยธรรมชาติ ธรณีพิบัติภัย การเกิดและผลกระทบของปรากฏการณ์เรือน กระจก
๙ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพและประเมินความน่าเชื่อถือ ตัดสินใจเลือกข้อมูล ใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ในการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการทำงานร่วมกัน เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพสิทธิของผู้อื่น ตั้งคำถามหรือกำหนดปัญหาเกี่ยวกับสิ่งที่จะเรียนรู้ตามที่กำหนดให้หรือตามความสนใจ คาดคะเนคำตอบ หลายแนวทาง สร้างสมมติฐานที่สอดคล้องกับคำถามหรือปัญหาที่จะสำรวจตรวจสอบ วางแผนและสำรวจ ตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือ อุปกรณ์และเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสม ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ และคุณภาพ วิเคราะห์ข้อมูล ลงความเห็น และสรุปความสัมพันธ์ของข้อมูลที่มาจากการสำรวจตรวจสอบในรูปแบบที่ เหมาะสม เพื่อสื่อสารความรู้จากผลการสำรวจตรวจสอบได้อย่างมีเหตุผลและหลักฐานอ้างอิง แสดงถึงความสนใจ มุ่งมั่น ในสิ่งที่จะเรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับเรื่องที่จะศึกษาตามความ สนใจของตนเอง แสดงความคิดเห็นของตนเอง ยอมรับในข้อมูลที่มีหลักฐานอ้างอิง และรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น แสดงความรับผิดชอบด้วยการทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างมุ่งมั่น รอบคอบ ประหยัด ซื่อสัตย์ จน งานลุล่วงเป็นผลสำเร็จ และทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ ตระหนักในคุณค่าของความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ใน การดำรงชีวิต แสดงความชื่นชม ยกย่อง และเคารพสิทธิในผลงานของผู้คิดค้นและศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ทำ โครงงานหรือชิ้นงานตามที่กำหนดให้หรือตามความสนใจ แสดงถึงความซาบซึ้ง ห่วงใย แสดงพฤติกรรมเกี่ยวกับการใช้ การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมอย่างรู้คุณค่า สาระที่ ๑ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกัสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลง แทนที่ ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทาง ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมรวมทั้งนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัดชั้นปี ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6 1.ระบุชื่อพืชและ สัตว์ที่อาศัยอยู่ บริเวณ ต่าง ๆ จากข้อมูล ที่รวบรวมได้ 2.บอก สภาพแวดล้อมที่ เหมาะสมกับการ ดำรงชีวิตของสัตว์ ในบริเวณที่อาศัย อยู่ - - - 1.บรรยาย โครงสร้างและ ลักษณะของ สิ่งมีชีวิตที่ เหมาะสมกับการ ดำรงชีวิต ซึ่งเป็น ผลมาจากการ ปรับตัวของ สิ่งมีชีวิตในแต่ละ แหล่งที่อยู่ 2.อธิบาย ความสัมพันธ์ ระหว่างสิ่งมีชีวิต
๑๐ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล กับสิ่งมีชีวิตและ ความสัมพันธ์ ระหว่างสิ่งมีชีวิต กับสิ่งไม่มีชีวิต เพื่อประโยชน์ต่อ การดำรงชีวิต 3.เขียนโซ่อาหาร และระบุบทบาท หน้าที่ของสิ่งมี ชีวิตที่เป็นผู้ผลิต และผู้บริโภคในโซ่ อาหาร 4.ตระหนักใน คุณค่าของสิ่งแวด ล้อมที่มีต่อการ ดำรงชีวิต โดยมี ส่วนร่วมในการ ดูแลรักษา สิ่งแวดล้อม สาระที่ ๑ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลาเลียงสารผ่านเซลล์ ความสัมพันธ์ของ โครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของ โครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ของพืชที่ทางานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัดชั้นปี ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6 1.ระบุชื่อ บรรยาย ลักษณะและบอก หน้าที่ของส่วนต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ สัตว์ และพืช รวมทั้งบรรยายการ ทำหน้าที่ร่วมกันของ ส่วนต่างๆของ ร่างกายมนุษย์ในการ ทำกิจกรรมต่างๆ จากข้อมูลที่รวบรวม ได้ 2.ตระหนักถึง ความสำคัญของส่วน ต่างๆของร่างกาย 1. ระบุว่าพืช ต้องการแสงและ น้ำ เพื่อการ เจริญเติบโต โดย ใช้ข้อมูลจาก หลักฐานเชิง ประจักษ์ 2.ตระหนักถึ ง ความจำเป็นที่พืช ต้องได้รับน้ำและ แ ส ง เ พ ื ่ อ ก า ร เจริญเติบโต โดย ดูแลพืชให้ได้รับ สิ่งดังกล่าวอย่าง เหมาะสม 1.บรรยายสิ่งที่ จำเป็นต่อการ ดำรงชีวิต และ การเจริญเติบโต ของมนุษย์และ สัตว์ โดยใช้ข้อมูล ที่รวบรวมได้ 2.ตระหนักถึง ประโยชน์ของ อาหาร น้ำ และ อากาศโดยการ ดูแลตนเองและ สัตว์ให้ได้รับสิ่ง เหล่านี้อย่าง เหมาะสม 1.บรรยายหน้าที่ ของราก ลำต้น ใบ และดอกของ พืชดอก โดยใช้ ข้อมูลที่รวบรวม ได้ - 1.ระบุสารอาหาร และบอกประโยชน์ ของสารอาหารแต่ ละประเภทจาก อาหารที่ตนเอง รับประทาน 2.บอกแนวทางใน การเลือก รับประทานอาหาร ให้ได้สารอาหาร ครบถ้วน ใน สัดส่วนที่เหมาะสม กับเพศและวัย รวมทั้งความ ปลอดภัยต่อสุขภาพ
๑๑ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ตนเอง โดยการดูแล ส่วนต่างๆ อย่าง ถูกต้อง ให้ปลอดภัย และรักษาความ สะอาดอยู่เสมอ 3.สร้าง แบบจำลองที่ บรรยายวัฏจักร ชีวิตของพืชดอก 3.สร้าง แบบจำลองที่ บรรยายวัฏจักร ชีวิตของสัตว์และ เปรียบเทียบวัฏ จักรชีวิตของสัตว์ บางชนิด 4.ตระหนักถึง คุณค่าของชีวิต สัตว์ โดยไม่ทำ ให้วัฏจักรชีวิต ของสัตว์ เปลี่ยนแปลง 3.ตระหนักถึง ความสำคัญของ สารอาหาร โดย การเลือกรับ ประทานอาหารที่มี สารอาหารครบ ถ้วนในสัดส่วนที่ เหมาะสมกับเพศ และวัย รวมทั้ง ปลอดภัยต่อสุขภาพ ตัวชี้วัดชั้นปี ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6 - 1.เปรียบเทียบ ลักษณะของ สิ่งมีชีวิตและ สิ่งไม่มีชีวิต จาก ข้อมูลที่รวบรวม ได้ - 1.จำแนก สิ่งมีชีวิตโดยใช้ ความเหมือน และความ แตกต่างของ ลักษณะของ สิ่งมีชีวิตออกเป็น กลุ่มพืช กลุ่ม สัตว์ และกลุ่มที่ ไม่ใช่พืชและสัตว์ 2.จำแนกพืช ออกเป็นพืชดอก และพืชไม่มีดอก โดยใช้การมีดอก เป็นเกณฑ์ โดย ใช้ข้อมูลที่ รวบรวมได้ 3.จำแนกสัตว์ ออกเป็นสัตว์มี กระดูกสันหลัง และสัตว์ไม่มี กระดูกสันหลัง 1.อธิบายลักษณะ ทางพันธุกรรมที่มี การถ่ายทอดจาก พ่อแม่สู่ลูกของพืช สัตว์ และมนุษย์ 2.แสดงความ อยากรู้อยากเห็น โดยการถาม คำถามเกี่ยวกับ ลักษณะที่ คล้ายคลึงกันของ ตนเองกับพ่อแม่ - สาระที่ ๑ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สาร พันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพและ วิวัฒนาการของ สิ่งมีชีวิต รวมทั้งนาความรู้ไปใช้ประโยชน์
๑๒ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล โดยใช้การมี กระดูกสันหลัง เป็นเกณฑ์ โดย ใช้ข้อมูลที่ รวบรวมได้ 4.บรรยาย ลักษณะเฉพาะที่ สังเกตได้ของสัตว์ มีกระดูกสันหลัง ในกลุ่ม สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัดชั้นปี ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6 1.อธิบายสมบัติที่ สังเกตได้ของวัสดุ ที่ใช้ทำวัตถุซึ่งทำ จากวัสดุชนิด เดียวหรือหลาย ชนิดประกอบกัน โดยใช้หลักฐาน เชิงประจักษ์ 2.ระบุชนิดของ วัสดุและจัดกลุ่ม วัสดุตามสมบัติที่ สังเกตได้ 1.เปรียบเทียบ สมบัติการดูดซับ น้ำของวัสดุโดยใช้ หลักฐานเชิง ประจักษ์และระบุ การนำสมบัติการ ดูดซับน้ำของวัสดุ ไปประยุกต์ใช้ใน การทำวัตถุใน ชีวิตประจำวัน 2.อธิบายสมบัติที่ สังเกตได้ของวัสดุ ที่เกิดจากการนำ วัสดุมาผสมผสาน กันโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ 3.เปรียบเทียบ สมบัติที่สังเกตได้ ของวัสดุเพื่อนำ มาทำเป็นวัตถุใน การใช้งานตาม วัตถุประสงค์และ 1.อธิบายว่าวัตถุ ประกอบขึ้นจาก ชิ้นส่วนย่อย ๆ ซึ่งสามารถแยก ออกจากกันได้ และประกอบกัน เป็นวัตถุชิ้นใหม่ ได้ โดยใช้ หลักฐานเชิง ประจักษ์ 2.อธิบายการ เปลี่ยนแปลงของ วัสดุเมื่อทำให้ร้อน ขึ้นหรือทำให้เย็น ลง โดยใช้ หลักฐานเชิง ประจักษ์ 1.เปรียบเทียบ สมบัติทาง กายภาพด้าน ความแข็งสภาพ ยืดหยุ่น การนำ ความร้อน และ การนำไฟฟ้าของ วัสดุไปใช้ใน ชีวิตประจำวัน ผ่านกระบวนการ ออกแบบชิ้นงาน 2.แลกเปลี่ยน ความคิดกับผู้อื่น โดยการอภิปราย เกี่ยวกับสมบัติ ทางกายภาพของ วัสดุอย่างมี เหตุผลจากการ ทดลอง 3.เปรียบเทียบ สมบัติของสสาร ทั้ง 3 สถานะ จาก 1.อธิบายการ เปลี่ยนสถานะ ของสสาร เมื่อทำ ให้สสารร้อนขึ้น หรือเย็นลง โดย ใช้หลักฐานเชิง ประจักษ์ 2.อธิบายการ ละลายของสารใน น้ำ โดยใช้ หลักฐานเชิง ประจักษ์ 3.วิเคราะห์การ เปลี่ยนแปลงของ สารเมื่อเกิดการ เปลี่ยนแปลงทาง เคมี โดยใช้ หลักฐานเชิง ประจักษ์ 4.วิเคราะห์และ ระบุการ เปลี่ยนแปลงที่ผัน 1.อธิบายและ เปรียบเทียบการแยก สารผสมโดยการหยิบ ออก การร่อน การ ใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การ กรอง และการ ตกตะกอน
๑๓ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล อธิบายการนำ วัสดุที่ใช้แล้วกลับ มาใช้ใหม่โดยใช้ หลักฐานเชิง ประจักษ์ 4.ตระหนักถึง ประโยชน์ของการ นำวัสดุที่ใช้แล้ว กลับมาใช้ใหม่ โดยการนำวัสดุที่ ใช้แล้วกลับมาใช้ ใหม่ ข้อมูลที่ได้จาก การสังเกตมวล การต้องการที่อยู่ ร ู ป ร ่ า ง แ ล ะ ปริมาตรของสสาร 4.ใช้เครื่องมือ เพื่อวัดมวล และ ปริมาตรของสสาร ทั้ง 3 สถานะ กลับได้และการ เปลี่ยนแปลงที่ผัน กลับไม่ได้ สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุลักษณะการ เคลื่อนที่แบบต่างๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัดชั้นปี ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6 - - 1.ระบุผลของแรง ที่มีต่อการ เปลี่ยนแปลงการ เคลื่อนที่ของวัตถุ จากหลักฐานเชิง ประจักษ์ 2.เปรียบเทียบ และยกตัวอย่าง แรงสัมผัสและ แรงไม่สัมผัสที่มี ผลต่อการ เคลื่อนที่ของ วัตถุโดยใช้ หลักฐานเชิง ประจักษ์ 3.จำแนกวัตถุโดย ใช้การดึงดูดกับ แม่เหล็กเป็น เกณฑ์จาก หลักฐานเชิง ประจักษ์ 1.ระบุผลของแรง โน้มถ่วงที่มีต่อ วัตถุจากหลักฐาน เชิงประจักษ์ 2.ใช้เครื่องชั่ง สปริงในการวัด น้ำหนักของวัตถุ 3.บรรยายมวล ของวัตถุที่มีผลต่อ การเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนที่ของ วัตถุจากหลักฐาน เชิงประจักษ์ 1.อธิบายวิธีการ หาแรงลัพธ์ของ แรงหลายแรงใน ในแนวเดียวกันที่ กระทำต่อวัตถุใน กรณีที่วัตถุอยู่นิ่ง จากหลักฐานเชิง ประจักษ์ 2.เขียนแผนภาพ แสดงแรงที่ กระทำต่อวัตถุที่ อยู่ในแนว เดียวกันและแรง ลัพธ์ที่กระทำต่อ วัตถุ 3.ใช้เครื่องชั่ง สปริงในการวัด แรงที่กระทำต่อ วัตถุ 4.ระบุผลของแรง เสียดทานที่มีต่อ การเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนที่ของ 1.อธิบายการเกิด และผลของแรง ไฟฟ้าซึ่งเกิดจาก วัตถุที่ผ่านการขัด ถูโดยใช้หลักฐาน เชิงประจักษ์
๑๔ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล 4.ระบุขั้วแม่เหล็ก และพยากรณ์ผล ที่เกิดขึ้นระหว่าง ขั้วแม่เหล็กเมื่อ นำมาเข้าใกล้กัน จากหลักฐานเชิง ประจักษ์ วัตถุจากหลักฐาน เชิงประจักษ์ 5.เขียนแผนภาพ แสดงแรงเสียด ทานและแรงที่อยู่ ในแนวเดียวกันที่ กระทำต่อวัตถุ สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงานปฏิสัมพันธ์ ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัดชั้นปี ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6 1.บรรยายการ เกิดเสียงและทิศ ทางการเคลื่อนที่ ของเสียงจาก หลักฐานเชิง ประจักษ์ 1.บรรยายแนว การเคลื่อนที่ของ แสงจาก แหล่งกำเนิดเสียง และอธิบายการ มองเห็นวัตถุจาก หลักฐานเชิง ประจักษ์ 2.ตระหนักใน คุณค่าของความรู้ ของการมองเห็น โดยเสนอแนะ แนวทางการ ป้องกันอันตราย จากการมองวัตถุ ที่อยู่ในบริเวณที่มี แสงสว่างไม่ เหมาะสม 1.ยกตัวอย่างการ เปลี่ยนพลังงาน หนึ่งไปเป็นอีก พลังงานหนึ่งจาก หลักฐานเชิง ประจักษ์ 2.บรรยายการ ทำงานของเครื่อง กำเนิดไฟฟ้าและ ระบุแหล่ง พลังงานในการ ผลิตไฟฟ้า จาก ข้อมูลที่รวบรวม ได้ 3.ตระหนักใน ประโยชน์และ โทษของไฟฟ้า โดยนำเสนอ วิธีการใช้ไฟฟ้า อย่างประหยัด และปลอดภัย 1.จำแนกวัตถุเป็น ตัวกลางโปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสง และวัตถุทึบแสง จากลักษณะการ มองเห็นสิ่งต่างๆ ผ่านวัตถุนั้นเป็น เกณฑ์ โดยใช้ หลักฐานเชิง ประจักษ์ 1.อธิบายการได้ ยินเสียงผ่าน ตัวกลางจาก หลักฐานเชิง ประจักษ์ 2.ระบุตัวแปร ทดลอง และ อธิบายลักษณะ และการเกิดเสียง สูง เสียงต่ำ 3.ออกแบบการ ทดลองและ อธิบายลักษณะ และการเกิดเสียง ดัง เสียงค่อย 4.วัดระดับเสียง โดยใช้เครื่องมือ วัดระดับเสียง 5.ตระหนักใน คุณค่าของความรู้ เรื่องระดับเสียง โดยเสนอแนะ แนวทางในการ หลีกเลี่ยงและลด มลพิษทางเสียง 1.ระบุส่วนประกอบ และบรรยายหน้าที่ ของแต่ละ ส่วนประกอบของ วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย จากหลักฐานเชิง ประจักษ์ 2.เขียนแผนภาพ และต่อวงจร ไฟฟ้า อย่างง่าย 3.ออกแบบการ ทดลองและทดลอง ด้วยวิธีที่เหมาะสมใน การอธิบายวิธีการ และผลของการต่อ เซลล์ไฟฟ้าแบบ อนุกรม 4.ตระหนักถึง ประโยชน์ของความรู้ ของการต่อ เซลล์ไฟฟ้าแบบ อนุกรมโดยบอก ประโยชน์และการ ประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวัน
๑๕ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล 5.ออกแบบการ ทดลองและทดลอง ด้วยวิธีที่เหมาะสมใน การอธิบายการต่อ หลอดไฟฟ้าแบบ อนุกรมและแบบ ขนาน 6.ตระหนักถึง ประโยชน์ของความรู้ ของการต่อหลอด ไฟฟ้าแบบอนุกรม และแบบขนาน โดย บอกประโยชน์ ข้อจำกัด และการ ประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวัน 7.อธิบายการเกิดเงา มืดเงามัวจาก หลักฐานเชิง ประจักษ์ 8.เขียนแผนภาพรังสี ของแสงการเกิดเงา มืดเงามัว สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ ตัวชี้วัดชั้นปี ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6 1.ระบุดาวที่ ปรากฏบนท้องฟ้า ในเวลากลางวัน และกลางคืนจาก ข้อมูลที่รวบรวม ได้ 2.อธิบายสาเหตุที่ มองไม่เห็นดาว ส่วนใหญ่ในเวลา กลางวันจาก - 1.อธิบายแบบรูป เส้นทางการขึ้น และตก ของดวง อาทิตย์โดยใช้ หลักฐานเชิง ประจักษ์ 2.อธิบายสาเหตุ การเกิด ปรากฏการณ์การ ขึ้นและตกของ 1.อธิบายแบบรูป เส้นทางการขึ้น และตกของดวง จันทร์ โดยใช้ หลักฐานเชิง ประจักษ์ 2.สร้าง แบบจำลองที่ อธิบายแบบ รูปการเปลี่ยน 1.เปรียบเทียบ ความแตกต่าง ของดาวเคราะห์ และดาวฤกษ์จาก แบบจำลอง ๒.ตระหนักถึง คุณค่าของน้ำโดย นำเสนอแนว ทางการใช้น้ำ อย่างประหยัด ๑.เปรียบเทียบ กระบวนการเกิดหิน อัคนี หินตะกอน และหินแปร และ อธิบาย วัฏจักรหินจาก แบบจำลอง ๒.บรรยายและ ยกตัวอย่างการใช้ ประโยชน์ของหินและ
๑๖ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล หลักฐานเชิง ประจักษ์ ดวงอาทิตย์ การ เกิดกลางวัน กลางคืนและการ กำหนดทิศ โดย ใช้แบบจำลอง 3.ตระหนักถึง ความสำคัญของ ดวงอาทิตย์ โดย บรรยาย ประโยชน์ของดวง อาทิตย์ต่อ สิ่งมีชีวิต แปลงรูปร่าง ปรากฏของดวง จันทร์และ พยากรณ์รูปร่าง ปรากฏของดวง จันทร์ 3.สร้าง แบบจำลองแสดง องค์ประกอบของ ระบบสุริยะ และ อธิบายเปรียบ เทียบคาบการ โคจรของดาว เคราะห์ต่างๆ จากแบบจำลอง และการอนุรักษ์ น้ำ ๓.สร้างแบบ จำลองที่อธิบาย การหมุนเวียน ของน้ำในวัฏจักร น้ำ ๔.เปรียบเทียบ กระบวนการเกิด เมฆ หมอก น้ำค้างและน้ำค้าง แข็งจากแบบ จำลอง ๕.เปรียบเทียบ กระบวนการ เกิดฝน หิมะ และลูกเห็บ จากข้อมูลที่ รวบรวมได้ แร่ในชีวิต ประจำวัน จากข้อมูลที่รวบรวมได้ ๓.สร้างแบบ จำลองที่ อธิบายการเกิดซากดึก ดำบรรพ์และคาดคะเน สภาพแวดล้อมในอดีต ของซากดึกดำบรรพ์ และคาดคะเน สภาพแวดล้อมในอดีต ของซากดึกดำบรรพ์ 4.เปรียบเทียบการเกิด ลมบก ลมทะเล และ มรสุมรวมทั้งอธิบายผล ที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อมจาก แบบจำลอง 5.อธิบายผลของมรสุม ต่อการเกิดฤดูของ ประเทศไทย จาก ข้อมูลที่รวบรวมได้ 6.บรรยายลักษณะ และผลกระทบของน้ำ ท่วมการกัดเซาะ ชายฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว สึนามิ 7.ตระหนักถึง ผลกระทบของภัย ธรรมชาติและธรณี พิบัติภัย โดยนำเสนอ แนวทางในการเฝ้า ระวังและปฏิบัติตนให้ ปลอดภัยจากธรรมชาติ และธรณีพิบัติภัยที่อาจ เกิดในท้องถิ่น8.สร้าง แบบจำลองที่อธิบาย เกิดปรากฏการณ์เรือน กระจก และผลของ ปรากฏการณ์เรือน กระจกต่อสิ่งมีชีวิต 9.ตระหนักถึงผลระทบ ของปรากฏการณ์เรือน กระจก โดยนำเสนอ แนวทางการปฏิบัติตน
๑๗ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่นๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึง ผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัดชั้นปี ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6 - - - - - - สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและ เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี ประสิทธิภาพ รู้เท่าทันและมีจริยธรรม ตัวชี้วัดชั้นปี ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6 1.แก้ปัญหาอย่าง ง่ายโดยใช้การ ลองผิดลองถูก การเปรียบเทียบ 2.แสดงลำดับ ขั้นตอนการ ทำงานหรือการ แก้ปัญหาอย่าง ง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือ ข้อความ 3.เขียนโปรแกรม อย่างง่าย โดยใช้ ซอฟต์แวร์หรือสื่อ 4.ใช้เทคโนโลยีใน การสร้าง จัดเก็บ เรียกใช้ข้อมูลตาม วัตถุประสงค์ 1.แสดงลำดับ ขั้นตอนการ ทำงานหรือ แก้ปัญหาอย่าง ง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือ ข้อความ 2.เขียนโปรแกรม อย่างง่าย โดยใช้ ซอฟต์แวร์หรือสื่อ และตรวจหา ข้อผิดพลาดของ โปรแกรม 3.ใช้เทคโนโลยีใน การสร้าง จัด หมวดหมู่ ค้นหา จัดเก็บ เรียกใช้ ข้อมูลตาม วัตถุประสงค์ 1. แสดงอัลกอริ- ทึมในการทำงาน หรือการแก้ปัญหา อย่างง่ายโดยใช้ ภาพ สัญลักษณ์ หรือข้อความ 2.การเขียน โปรแกรมอย่าง ง่าย โดยใช้ ซอฟต์แวร์หรือสื่อ และตรวจหา ข้อผิดพลาดของ โปรแกรม 3.ใช้อินเตอร์- เน็ตค้นหาความรู้ 4.รวบรวม ประมวลผล และ นำเสนอข้อมูล โดยใช้ซอฟต์แวร์ ตามวัตถุประสงค์ 1.ใช้เหตุผลเชิง ตรรกะในการ แก้ปัญหา การ อธิบายการทำงาน การคาดการณ์ ผลลัพธ์ จาก ปัญหาอย่างง่าย 2.ออกแบบ และ เขียนโปรแกรม อย่างง่ายโดยใช้ ซอฟต์แวร์หรือสื่อ และตรวจหาข้อ ผิดพลาดและ แก้ไข 3.ใช้อินเตอร์เน็ต ค้นหาความรู้ และประเมิน ความน่าเชื่อถือ ของข้อมูล 1.ใช้เหตุผลเชิง ตรรกะในการ แก้ปัญหา การ อธิบายการทำงาน การคาดการณ์ ผลลัพธ์ จาก ปัญหาอย่างง่าย 2.ออกแบบและ เขียนโปรแกรมที่ มีการใช้เหตุผล เชิงตรรกะอย่าง ง่าย ตรวจหาข้อ ผิดพลาดและ แก้ไข 3.ใช้อินเตอร์เน็ต ค้นหาข้อมูล ติดต่อสื่อสารและ ทำงานร่วมกัน ประเมินความ 1.ใช้เหตุผลเชิง ตรรกะในการ อธิบายและ ออกแบบวิธีการ แก้ปัญหาที่พบใน ชีวิตประจำวัน 2.ออกแบบและ เขียนโปรแกรม อย่างง่าย เพื่อ แก้ปัญหาใน ชีวิตประจำวัน ตรวจหา ข้อผิดพลาดของ โปรแกรมและแก้ไข 3.การใช้ อินเตอร์เน็ตในการ ค้นหาข้อมูลอย่างมี ประสิทธิภาพ
๑๘ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล 5.ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศอย่าง ปลอดภัย ปฏิบัติ ตามข้อตกลงใน การใช้ คอมพิวเตอร์ ร่วมกัน ดูแล รักษาอุปกรณ์ เบื้องต้น ใช้งาน อย่างเหมาะสม 4.ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศอย่าง ปลอดภัย ปฏิบัติ ตามข้อตกลงใน การใช้ คอมพิวเตอร์ ร่วมกัน ดูแล รักษาอุปกรณ์ เบื้องต้น ใช้งาน อย่างเหมาะสม 5.ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศอย่าง ปลอดภัย ปฏิบัติ ตามข้อตกลงใน การใช้ อินเตอร์เน็ต 4.รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูล และสารสนเทศ โดยใช้ซอฟต์แวร์ ที่หลากหลาย เพื่อแก้ปัญหาใน ชีวิตประจำวัน 5.การใช้ เทคโนโลยี สารสนเทศอย่าง ปลอดภัย เข้าใจ สิทธิและหน้าที่ ของตน เคารพใน สิทธิของผู้อื่นแจ้ง ผู้เกี่ยวข้องเมื่อพบ ข้อมูลหรือบุคคล ที่ไม่เหมาะสม น่าเชื่อถือของ ข้อมูล 4.รวบรวม ประเมิน นำ เสนอข้อมูลและ สารสนเทศตาม วัตถุประสงค์โดย ใช้ซอฟต์แวร์หรือ บริการบน อินเตอร์เน็ตที่ หลากหลาย เพื่อ แก้ปัญหาใน ชีวิตประจำวัน 5.ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศอย่าง ปลอดภัย มี มารยาทเข้าใจ สิทธิและหน้าที่ ของตน เคารพใน สิทธิของผู้อื่น แจ้งผู้เกี่ยวข้อง เมื่อพบข้อมูลหรือ บุคคลที่ไม่ เหมาะสม 4.ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศทำงาน ร่วมกันอย่าง ปลอดภัย เข้าใจ สิทธิและหน้าที่ของ ตน เคารพในสิทธิ ของผู้อื่น แจ้ง ผู้เกี่ยวข้องเมื่อพบ ข้อมูลหรือบุคคลที่ ไม่เหมาะสม
๑๙ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและแก้ไขปัญหา สิ่งแวดล้อม รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.1 1.ระบุชื่อพืชและสัตว์ที่อาศัยอยู่บริเวณ ต่าง ๆ จากข้อมูลที่รวบรวมได้ •บริเวณต่างๆในท้องถิ่น เช่น สนามหญ้า ใต้ต้นไม้ สวนหย่อม แหล่งน้ำ อาจพบพืชและสัตว์หลายชนิดอาศัย อยู่ 2.บอกสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการ ดำรงชีวิตของสัตว์ในบริเวณที่อาศัยอยู่ •บริเวณที่แตกต่างกันอาจพบพืชและสัตว์แตกต่างกัน เพราะสภาพแวดล้อมของแต่ละบริเวณจะมีความเหมาะสม ต่อการดำรงชีวิตของพืชและสัตว์ที่อาศัยอยู่ในแต่ละบริเวณ เช่น สระน้ำ มีน้ำเป็นที่อยู่อาศัยของหอย ปลา สาหร่าย เป็นที่หลบภัยและมีแหล่งอาหารของหอยและปลา บริเวณ ต้นมะม่วงเป็นแหล่งที่อยู่ และมีอาหารสำหรับกระรอก และมด •ถ้าสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พืชและสัตว์อาศัยอยู่มีการ เปลี่ยนแปลง จะมีผลต่อการดำรงชีวิตของพืชและสัตว์ ป.2 - - ป.3 - - ป.4 - -
๒๐ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.5 1.บรรยายโครงสร้างและลักษณะของ สิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิต ซึ่ง เป็นผลมาจากการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตใน แต่ละแหล่งที่อยู่ •สิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์มีโครงสร้างและลักษณะที่ เหมาะสมในแต่ละแหล่งที่อยู่ ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัว ของสิ่งมีชีวิต เพื่อให้ดำรงชีวิตและอยู่รอดได้ในแต่ละแหล่ง ที่อยู่ เช่น ผักตบชวา มีช่องอากาศในก้านใบ ช่วยให้ ลอยน้ำได้ ต้นโกงกาง ที่ ขึ้นอยู่ในป่าชายเลนมีรากค้ำจุนทำให้ลำต้นไม่ล้ม ปลามี ครีบช่วยในการเคลื่อนที่ในน้ำ 2.อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต กับสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่าง สิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิต เพื่อประโยชน์ต่อ การดำรงชีวิต 3.เขียนโซ่อาหารและระบุบทบาทหน้าที่ ของสิ่งมีชีวิตที่เป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคใน โซ่อาหาร 4.ตระหนักในคุณค่าของสิ่งแวดล้อมที่มี ต่อการดำรงชีวิต โดยมีส่วนร่วมในการ ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม •ในแหล่งที่อยู่หนึ่งๆ สิ่งมีชีวิตจะมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและ กันและสัมพันธ์กับสิ่งไม่มีชีวิต เพื่อประโยชน์ต้อการ ดำรงชีวิต เช่น ความสัมพันธ์กันด้านการกินกันเป็นอาหาร เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย หลบภัยและเลี้ยงดูลูกอ่อน ใช้ อากาศในการหายใจ •สิ่งมีชีวิตมีการกินกันเป็นอาหาร โดยกินต่อกันเป็นทอดๆ ในรูปแบบของโซ่อาหาร ทำให้สามารถระบุบทบาทหน้าที่ ของสิ่งมีชีวิตเป็นผู้ผลิตและผู้บริโภค ป.6 - - สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของ โครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.1 1.ระบุชื่อ บรรยายลักษณะและบอก หน้าที่ของส่วนต่างๆของร่างกายมนุษย์ สัตว์ และพืช รวมทั้งบรรยายการทำ หน้าที่ร่วมกันของส่วนต่างๆของร่างกาย มนุษย์ในการทำกิจกรรมต่างๆ จาก ข้อมูลที่รวบรวมได้ • มนุษย์มีส่วนต่างๆที่มีลักษณะและหน้าที่แตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะสมในการดำรงชีวิต เช่น ตามีหน้าที่ไว้มองดู โดยมีหนังตาและขนตาเพื่อป้องกันอันตรายให้กับตา หูมี หน้าที่รับฟังเสียงโดยมีใบหูและรูหู เพื่อเป็นทางผ่านของ เสียง ปากมีหน้าที่พูด กินอาหาร มีช่องปากและมีริม ฝีปากล่าง แขนและมือมีหน้าที่ยก หยิบ จับ มีท่อนแขน และนิ้วมือที่ขยับได้ สมองมีหน้าที่ควบคุมการทำงานของ ส่วนต่างๆของร่างกาย อยู่ในกะโหลกศีรษะ โดยส่วนต่างๆ ของร่างกายจะทำหน้าที่ร่วมกันในการทำกิจกรรมใน ชีวิตประจำวัน
๒๑ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง •สัตว์มีหลายชนิด แต่ละชนิดมีส่วนต่างๆที่มีลักษณะและ หน้าที่แตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะสมในการดำรงชีวิต เช่น ปลามีครีบเป็นแผ่น ส่วนกบ เต่า แมว มีขา 4 ขา และ มีเท้าสำหรับใช้ในการเคลื่อนที่ •พืชมีส่วนต่างๆที่มีลักษณะและหน้าที่แตกต่างกันเพื่อให้ เหมาะสมในการดำรงชีวิต โดยทั่วไป รากมีลักษณะเรียว ยาว และแตกแขนงเป็นรากเล็กๆ ทำหน้าที่ดูดน้ำ ลำต้น มีลักษณะเป็นทรงกระบอกตั้งตรงและมีกิ่งก้าน ทำหน้าที่ชู กิ่งก้านใบและดอก ใบมีลักษณะเป็นแผ่นแบน ทำหน้าที่ สร้างอาหาร นอกจากนี้พืชหลายชนิดอาจมีดอกที่มีสี รูปร่างต่างๆ ทำหน้าที่สืบพันธุ์ รวมทั้งมีผลที่มีเปลือก มี เนื้อห่อหุ้มเมล็ด ซึ่งสามารถงอกเป็นต้นใหม่ได้ 2.ตระหนักถึงความสำคัญของส่วนต่างๆ ของร่างกายตนเอง โดยการดูแลส่วน ต่างๆ อย่างถูกต้อง ให้ปลอดภัย และ รักษาความสะอาดอยู่เสมอ •มนุษย์ใช้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อการดำรงชีวิต มนุษย์จึงควรใช้ส่วนต่างๆ ของร่างกาย อย่างถูกต้อง ปลอดภัยและ รักษาความสะอาดอยู่เสมอ เช่น ใช้ตามองตัวหนังสือใน ที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ ดูแลตาให้ปลอดภัยจากอันตราย และรักษาความสะอาดตาอยู่เสมอ ป.2 1. ระบุว่าพืชต้องการแสงและน้ำ เพื่อ การเจริญเติบโต โดยใช้ข้อมูลจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ 2.ตระหนักถึงความจำเป็นที่พืชต้องได้รับ น้ำและแสงเพื่อการเจริญเติบโต โดยดูแล พืชให้ได้รับสิ่งดังกล่าวอย่างเหมาะสม •พืชต้องการน้ำ แสง เพื่อการเจริญเติบโต 3.สร้างแบบจำลองที่บรรยายวัฏจักรชีวิต ของพืชดอก •พืชดอกเมื่อเจริญเติบโตและมีดอก ดอกจะมีการสืบพันธุ์ เปลี่ยนแปลงไปเป็นผล ภายในผลมีเมล็ดเมื่อเมล็ดงอก ต้นอ่อนที่อยู่ภายในเมล็ดจะเจริญเติบโตเป็นพืชต้นใหม่ พืชต้นใหม่จะเจริญเติบโตออกดอกเพื่อสืบพันธุ์มีผลต่อไป ได้อีกหมุนเวียนต่อเนื่องเป็นวัฏจักรชีวิตของพืชดอก ป.3 1.บรรยายสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และการเจริญเติบโตของมนุษย์และสัตว์ โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้ •มนุษย์และสัตว์ต้องการอาหาร น้ำ และอากาศเพื่อการ ดำรงชีวิตและการเจริญเติบโต
๒๒ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง 2.ตระหนักถึงประโยชน์ของอาหาร น้ำ และอากาศโดยการดูแลตนเองและสัตว์ ให้ได้รับสิ่งเหล่านี้อย่างเหมาะสม 3.สร้างแบบจำลองที่บรรยายวัฏจักรชีวิต ของสัตว์และเปรียบเทียบวัฏจักรชีวิตของ สัตว์บางชนิด 4.ตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตสัตว์ โดย ไม่ทำให้วัฏจักรชีวิตของสัตว์เปลี่ยนแปลง •อาหารช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและเจริญเติบโต น้ำช่วยให้ ร่างกายทำงานได้อย่างปกติ อากาศใช้ในการหายใจ •สัตว์เมื่อเป็นตัวเต็มวัยจะสืบพันธุ์มีลูก เมื่อลูกเจริญเติบโต เป็นตัวเต็มวัยก็สืบพันธุ์มีลูกต่อไปได้อีก หมุนเวียนต่อเนื่อง เป็นวัฏจักรชีวิตของสัตว์ ซึ่งสัตว์แต่ละชนิด เช่น ผีเสื้อ กบ ไก่ มนุษย์จะมี วัฏจักรชีวิตที่เฉพาะและ แตกต่างกัน ป.4 1.บรรยายหน้าที่ของราก ลำต้น ใบ และดอกของพืชดอก โดยใช้ข้อมูลที่ รวบรวมได้ •ส่วนต่าง ๆ ของพืชดอกทำหน้าที่แตกต่างกัน •รากทำหน้าที่ดูดน้ำและธาตุอาหารขึ้นไปยังลำต้น •ลำต้นทำหน้าที่ลำเลี้ยงน้ำต่อไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืช •ใบทำหน้าที่สร้างอาหาร อาหารที่พืชสร้างขึ้นคือน้ำตาล ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นแป้ง •ดอกทำหน้าที่สืบพันธุ์ ประกอบด้วยส่วนประกอบต่าง ๆ ได้แก่ กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมีย ซึ่งส่วนประกอบแต่ละส่วนของดอกทำหน้าที่แตกต่างกัน ป.5 - - ป.6 1.ระบุสารอาหารและบอกประโยชน์ของ สารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ ตนเองรับประทาน •สารอาหารที่อยู่ในอาหารมี 6 ประเภท ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เกลือแร่ วิตามินและน้ำ •อาหารแต่ละชนิดประกอบด้วยสารอาหารที่แตกต่างกัน อาหารบางอย่างประกอบด้วยสารอาหารประเภทเดียว อาหารบางอย่างประกอบด้วยสารอาหารมากกว่า 1 ประเภท 2.บอกแนวทางในการเลือกรับประทาน อาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วน ใน สัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งความปลอดภัยต่อสุขภาพ •สารอาหารแต่ละประเภทมีประโยชน์ต่อร่างกายแตกต่าง กัน โดยคาร์โบไฮเดรต โปรตีนและไขมัน เป็นสารอาหาร ที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ส่วนเกลือแร่ วิตามิน และน้ำ เป็นสารอาหารที่ไม่ให้พลังงานแก่ร่างกายแต่ช่วยให้ร่างกาย ทำงานได้เป็นปกติ •การรับประทานอาหารเพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโตมีการ เปลี่ยนแปลงของร่างกายตามเพศและวัยและมีสุขภาพดี จำเป็นต้องรับประทานให้ได้พลังงานเพียงพอกับความ ต้องการของร่างกายและให้ได้สารอาหารครบถ้วน ใน สัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งต้องคำนึงถึงชนิด และปริมาณของวัตถุเจอปนในอาหารเพื่อความปลอดภัย ต่อสุขภาพ 3.ตระหนักถึงความสำคัญของสารอาหาร โดยการเลือกรับประทานอาหารที่มี สารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสม กับเพศและวัย รวมทั้งปลอดภัยต่อ สุขภาพ
๒๓ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สารพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.1 - - ป.2 1.เปรียบเทียบลักษณะของสิ่งมีชีวิตและ สิ่งไม่มีชีวิต จากข้อมูลที่รวบรวมได้ •สิ่งที่อยู่รอบตัวเรามีทั้งที่เป็นสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต สิ่งมีชีวิตต้องการอาหาร มีการหายใจเจริญเติบโต ขับถ่าย เคลื่อนไหว ตอบสนองต่อสิ่งเร้าและสืบพันธุ์ได้ลูกที่มี ลักษณะคล้ายคลึงกับพ่อแม่ ส่วนสิ่งไม่มีชีวิตจะไม่มี ลักษณะดังกล่าว ป.3 - - ป.4 1.จำแนกสิ่งมีชีวิตโดยใช้ความเหมือน และความแตกต่างของลักษณะของ สิ่งมีชีวิตออกเป็นกลุ่มพืช กลุ่มสัตว์ และ กลุ่มที่ไม่ใช่พืชและสัตว์ •สิ่งมีชีวิตมีหลายชนิด สามารถจัดกลุ่มได้ โดยใช้ความ เหมือนและความแตกต่างของลักษณะต่างๆ เช่น กลุ่มพืช สร้างอาหารเองได้ และเคลื่อนที่ด้วยตนเองไม่ได้ กลุ่ม สัตว์กินสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นอาหารและเคลื่อนที่ได้ กลุ่มที่ไม่ใช่ พืชและสัตว์ เช่น เห็ด รา จุลินทรีย์ 2.จำแนกพืชออกเป็นพืชดอกและพืชไม่มี ดอกโดยใช้การมีดอกเป็นเกณฑ์ โดยใช้ ข้อมูลที่รวบรวมได้ •การจำแนกพืช สามารถใช้การมีดอกเป็นเกณฑ์ในการ จำแนก ได้เป็นพืชดอกและพืชไม่มีดอก 3.จำแนกสัตว์ออกเป็นสัตว์มีกระดูกสัน หลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง โดยใช้ การมีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์ โดยใช้ ข้อมูลที่รวบรวมได้ •การจำแนกสัตว์ สามารถใช้การมีกระดูกสันหลังเป็น เกณฑ์ในการจำแนก ได้เป็นสัตว์มีกระดูกสัน หลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง 4.บรรยายลักษณะเฉพาะที่สังเกตได้ของ สัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มปลา กลุ่ม สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก กลุ่ม สัตว์เลื้อยคลาน กลุ่มนก และกลุ่มสัตว์ เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม และยกตัวอย่าง สิ่งมีชีวิตในแต่ละกลุ่ม •สัตว์มีกระดูกสันหลังมีหลายกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มปลา กลุ่ม สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก กลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน กลุ่มนก และกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีลักษณะ เฉพาะที่สังเกตได้
๒๔ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.5 1.อธิบายลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการ ถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของพืช สัตว์ และมนุษย์ •สิ่งมีชีวิตทั้งพืช สัตว์ และมนุษย์ เมื่อโตเต็มที่จะมีการ สืบพันธุ์เพื่อเพิ่มจำนวนและดำรงพันธุ์ โดยลูกที่เกิดมาจะ ได้รับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากพ่อแม่ทำให้มี ลักษณะทางพันธุกรรมที่เฉพาะแตกต่างจากสิ่งมีชีวิตชนิด อื่น •พืชมีการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม เช่น ลักษณะ ของใบ สีดอก •สัตว์มีการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม เช่น สีขน ลักษณะของขน ลักษณะของหู •มนุษย์มีการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม เช่น เชิงผม ที่หน้าผาก ลักยิ้ม ลักษณะหนังตา การห่อลิ้น ลักษณะ ของติ่งหู 2.แสดงความอยากรู้อยากเห็น โดยการ ถามคำถามเกี่ยวกับลักษณะที่คล้ายคลึง กันของตนเองกับพ่อแม่ ป.6 - - สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.1 1.อธิบายสมบัติที่สังเกตได้ของวัสดุที่ใช้ ทำวัตถุซึ่งทำจากวัสดุชนิดเดียวหรือ หลายชนิดประกอบกันโดยใช้หลักฐาน เชิงประจักษ์ •วัสดุที่ใช้ทำวัตถุที่เป็นของเล่น ของใช้ มีหลายชนิด เช่น ผ้า แก้ว พลาสติก ยาง ไม้ อิฐ หิน กระดาษ โลหะ วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติที่สังเกตได้ต่างๆ เช่น สี นุ่ม แข็ง ขรุขระ เรียบ ใส ขุ่น ยืดหดได้ บิดงอได้ 2.ระบุชนิดของวัสดุและจัดกลุ่มวัสดุตาม สมบัติที่สังเกตได้ •สมบัติที่สังเกตได้ของวัสดุแต่ละชนิดอาจเหมือนกันซึ่ง สามารถนำมาใช้เป็นเกณฑ์ในการจัดกลุ่มวัสดุได้ •วัสดุบางอย่างสามารถนำมาประกอบกัน เพื่อทำเป็นวัตถุ ต่างๆ เช่น ผ้าและกระดุม ใช้ทำเสื้อไม้และโลหะ ใช้ทำ กระทะ ป.2 1.เปรียบเทียบสมบัติการดูดซับน้ำของ วัสดุโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ และ ระบุการนำสมบัติการดูดซับน้ำของวัสดุ ไปประยุกต์ใช้ในการทำวัตถุใน ชีวิตประจำวัน •วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติการดูดซับน้ำแตกต่างกันจึงนำไป ทำวัตถุเพื่อใช้ประโยชน์ได้แตกต่างกัน เช่น ใช้ผ้าที่ดูดซับ น้ำได้มากทำผ้าเช็ดตัว ใช้พลาสติกซึ่งดูดซับน้ำทำร่ม
๒๕ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.2 2.อธิบายสมบัติที่สังเกตได้ของวัสดุที่เกิด จากการนำวัสดุมาผสมผสานกันโดยใช้ หลักฐานเชิงประจักษ์ •วัสดุบางอย่างสามารถนำมาผสมกันซึ่งทำให้ได้สมบัติที่ เหมาะสม เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ตามต้องการ เช่น แป้ง ผสมน้ำตาลและกะทิ ใช้ทำขนมไทย ปูนปลาสเตอร์ผสม เยื่อกระดาษใช้ทำกระปุกออมสิน ปูนผสมหิน ทราย และ น้ำใช้ทำคอนกรีต 3.เปรียบเทียบสมบัติที่สังเกตได้ของวัสดุ เพื่อนำมาทำเป็นวัตถุในการใช้งานตาม วัตถุประสงค์และอธิบายการนำวัสดุที่ใช้ แล้วกลับมาใช้ใหม่โดยใช้หลักฐานเชิง ประจักษ์ •การนำวัสดุมาทำเป็นวัตถุในการใช้งานตามวัตถุประสงค์ ขึ้นอยู่กับสมบัติของวัสดุ วัสดุที่ใช้แล้วอาจนำกลับมาใช้ ใหม่ได้ เช่น กระดาษใช้แล้วอาจนำมาทำเป็นจรวด กระดาษ ดอกไม้ประดิษฐ์ ถุงใส่ของ 4.ตระหนักถึงประโยชน์ของการนำวัสดุที่ ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ โดยการนำวัสดุที่ ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ ป.3 1.อธิบายว่าวัตถุประกอบขึ้นจากชิ้น ส่วนย่อย ๆ ซึ่งสามารถแยกออกจากกัน ได้และประกอบกันเป็นวัตถุชิ้นใหม่ได้ โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ •วัตถุอาจทำจากชิ้นส่วนย่อยๆ ซึ่งแต่ละชิ้นมีลักษณะ เหมือนกันมาประกอบเข้าด้วยกัน เมื่อแยกชิ้นส่วนย่อยๆ แต่ละชิ้นของวัตถุออกจากกันสามารถนำชิ้นส่วนเหล่านั้น มาประกอบเป็นวัตถุชิ้นใหม่ได้ เช่น กำแพงบ้านมีก้อนอิฐ หลายๆ ก้อนประกอบเข้าด้วยกัน และสามารถนำก้อนอิฐ จากกำแพงบ้านมาประกอบเป็นพื้นทางเดินได้ 2.อธิบายการเปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อ ทำให้ร้อนขึ้นหรือทำให้เย็นลง โดยใช้ หลักฐานเชิงประจักษ์ •เมื่อให้ความร้อนหรือทำให้วัสดุร้อนขึ้น และเมื่อลด ความร้ อนหรือทำให้วัสดุเย็นลง วัสดุจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ เช่น สีเปลี่ยน รูปร่างเปลี่ยน ป.4 1.เปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพด้าน ความแข็งสภาพยืดหยุ่น การนำความ ร้อน และการนำไฟฟ้าของวัสดุไปใช้ใน ชีวิตประจำวันผ่านกระบวนการออกแบบ ชิ้นงาน •วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติทางกายภาพแตกต่างกันวัสดุที่มี ความแข็งจะทนต่อแรงขูดขีด วัสดุที่มีสภาพยืดหยุ่นจะ เปลี่ยนแปลงรูปร่างเมื่อมีแรงมากระทำและกลับสภาพเดิม ได้ วัสดุที่นำความร้อนจะร้อนได้เร็วเมื่อได้รับความร้อน และวัสดุที่นำไฟฟ้าได้ จะให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้ ดังนั้นจึง อาจนำสมบัติต่างๆ มาพิจารณาเพื่อใช้ในกระบวนการ ออกแบบชิ้นงานเพื่อใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน 2.แลกเปลี่ยนความคิดกับผู้อื่นโดยการ อภิปรายเกี่ยวกับสมบัติทางกายภาพของ วัสดุอย่างมีเหตุผลจากการทดลอง 3.เปรียบเทียบสมบัติของสสารทั้ง 3 สถานะ จากข้อมูลที่ได้จากการสังเกต มวล การต้องการที่อยู่รูปร่างและ ปริมาตรของสสาร •วัสดุเป็นสสารเพราะมีมวลและต้องการที่อยู่สสารมีสถานะ เป็นของแข็ง ของเหลว หรือแก๊สของแข็งมีปริมาตรและ รูปร่างคงที่ ของเหลวมีปริมาตรคงที่ แต่มีรูปร่างเปลี่ยนไป ตามภาชนะเฉพาะส่วนที่บรรจุของเหลว ส่วนแก๊สมี ปริมาตรและรูปร่างเปลี่ยนไปตาม
๒๖ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.4 4.ใช้เครื่องมือเพื่อวัดมวล และปริมาตร ของสสารทั้ง 3 สถานะ ภาชนะที่บรรจุของเหลว เรียกว่า การระเหิดกลับ ป.5 1.อธิบายการเปลี่ยนสถานะของสสาร เมื่อทำให้สสารร้อนขึ้นหรือเย็นลง โดย ใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ •การเปลี่ยนแปลงของสสารเป็นการเปลี่ยนแปลงทาง กายภาพ เมื่อเพิ่มความร้อนให้กับสสารถึงระดับหนึ่งจะ ทำให้สสารที่เป็นของแข็งเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลง เรียกว่า การหลอมเหลวและเมื่อเพิ่มความร้อนต่อไปจนถึง อีกระดับหนึ่งแก๊สจะเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว เรียกว่า การควบแน่น และถ้าลดความร้อนต่อไปอีกจนถึงระดับ หนึ่งของเหลวจะเปลี่ยนสถานะเป็นของแข็ง เรียกว่า การ แข็งตัว สสารบางชนิดสามารถเปลี่ยนสถานะจากของแข็ง เป็นแก๊สโดยไม่ผ่านการเป็นของเหลว เรียกว่า การระเหิด ส่วนแก๊สบางชนิดสามารถเปลี่ยนสถานะเป็นของแข็งโดย ไม่ผ่านการเป็น 2.อธิบายการละลายของสารในน้ำ โดย ใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ •เมื่อใส่สารลงในน้ำแล้วสารนั้นรวมเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำ ทั่วทุกส่วน แสดงว่าสารเกิดการละลาย เรียกสารผสมที่ได้ ว่าสารละลาย 3.วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสารเมื่อ เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี โดยใช้ หลักฐานเชิงประจักษ์ •เมื่อผสมสาร 2 ชนิดขึ้นไปแล้วมีสารใหม่เกิดขึ้น ซึ่งมี สมบัติต่างจากสารเดิมหรือเมื่อสารชนิดเดียวเกิดการ เปลี่ยนแปลงแล้วมีสารใหม่เกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ เรียกว่า การเปลี่ยนแปลงทางเคมี ซึ่งสังเกตได้จากมีสีหรือ กลิ่นต่างจากสารเดิม หรือมีฟองแก๊ส หรือมีตะกอน เกิดขึ้นหรือมีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของอุณหภูมิ 4.วิเคราะห์และระบุการเปลี่ยนแปลงที่ ผันกลับได้และการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับ ไม่ได้ •เมื่อสารเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว สารสามารถเปลี่ยน กลับเป็นสารเดิมได้ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ เช่น การหลอมเหลว การกลายเป็นไอการละลาย แต่สาร บางอย่างเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วไม่สามารถกลับเป็น สารเดิมได้ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ เช่น การ เผาไหม้ การเกิดสนิม ป.6 1.อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสาร ผสมโดยการหยิบออก การร่อน การใช้ แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน •สารผสมประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปผสมกัน เช่น น้ำมันผสมน้ำ ข้าวสารปนกรวดทราย วิธีการที่ เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติ ของสารที่ผสมกัน ถ้าองค์ประกอบของสารผสมเป็น ของแข็งกับของแข็งที่
๒๗ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.6 มีขนาดแตกต่างกันอย่างชัดเจน อาจใช้วิธีการหยิบออก หรือการร่อนผ่านวัสดุที่มีรู ถ้ามีสารใดสารหนึ่งเป็นสาร แม่เหล็กอาจใช้วิธีการใช้แม่เหล็กดึงดูด ถ้าองค์ประกอบเป็นของแข็งที่ไม่ละลายในของเหลว อาจ ใช้วิธีการรินออก การกรอง หรือ การตกตะกอน ซึ่ง วิธีการแยกสารสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ได้ สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุลักษณะการเคลื่อนที่แบบ ต่างๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.1 - - ป.2 - - ป.3 1.ระบุผลของแรงที่มีต่อการเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนที่ของวัตถุจากหลักฐานเชิง ประจักษ์ •การดึงหรือการผลักเป็นการออกแรงกระทำต่อวัตถุ แรงมี ผลต่อการเคลื่อนที่ของวัตถุ แรงอาจทำให้วัตถุเกิดการ เคลื่อนที่โดยเปลี่ยนตำแหน่งจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง •การเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ ได้แก่ วัตถุที่อยู่ นิ่งเปลี่ยนเป็นเคลื่อนที่ วัตถุที่กำลังเคลื่อนที่เปลี่ยนเป็น เคลื่อนที่เร็วขึ้นหรือช้าลงหรือหยุดนิ่ง หรือเปลี่ยนทิศ ทางการเคลื่อนที่ 2.เปรียบเทียบและยกตัวอย่างแรงสัมผัส และแรงไม่สัมผัสที่มีผลต่อการเคลื่อนที่ ของวัตถุโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ •การดึงหรือการผลักเป็นการออกแรงที่เกิดจากวัตถุหนึ่ง กระทำกับอีกวัตถุหนึ่ง โดยวัตถุทั้งสองอาจสัมผัสหรือไม่ ต้องสัมผัสกัน เช่น การออกแรง โดยใช้มือดึงหรือการ ผลักโต๊ะให้เคลื่อนที่เป็นการออกแรงสัมผัส ส่วนการที่ แม่เหล็กดึงดูดหรือผลักระหว่างแม่เหล็กเป็นแรงที่เกิดขึ้น โดยแม่เหล็กไม่จำเป็นต้องสัมผัสกัน แรงแม่เหล็กนี้จึงเป็น แรงไม่สัมผัส 3.จำแนกวัตถุโดยใช้การดึงดูดกับ แม่เหล็กเป็นเกณฑ์จากหลักฐานเชิง ประจักษ์ 4.ระบุขั้วแม่เหล็กและพยากรณ์ผลที่ เกิดขึ้นระหว่างขั้วแม่เหล็กเมื่อนำมาเข้า ใกล้กันจากหลักฐานเชิงประจักษ์ •แม่เหล็กสามารถดึงดูดสารแม่เหล็กได้ •แรงแม่เหล็กเป็นแรงที่เกิดขึ้นระหว่างแม่เหล็กกับสาร แม่เหล็ก หรือแม่เหล็กกับกับแม่เหล็ก แม่เหล็ก มี 2 ขั้ว คือ ขั้วเหนือและขั้วใต้ ขั้ว แม่เหล็กชนิดเดียวกันจะผลัก กัน ต่างชนิดกันจะดึงดูดกัน
๒๘ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.4 1.ระบุผลของแรงโน้มถ่วงที่มีต่อวัตถุจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ •แรงโน้มถ่วงของโลกเป็นแรงดึงดูดที่โลกกระทำต่อวัตถุ มี ทิศทางเข้าสู่ศูนย์กลางโลก และเป็นแรงไม่สัมผัส แรง ดึงดูดที่โลกกระทำกับวัตถุหนึ่งๆ ทำให้วัตถุตกลงสู่พื้นโลก และทำให้วัตถุมีน้ำหนัก วัดน้ำหนักของวัตถุได้จากเครื่อง ชั่งสปริง น้ำหนักของวัตถุขึ้นกับมวลของวัตถุ โดยวัตถุที่มี มวลมากจะมีน้ำหนักมาก วัตถุที่มีมวลน้อยจะมีน้ำหนัก น้อย•มวล คือ ปริมาณเนื้อของสสารทั้งหมดที่ประกอบ กันเป็นวัตถุ ซึ่งมีผลต่อความยากง่ายในการเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนที่ของวัตถุ วัตถุที่มีมวลมากจะเปลี่ยนแปลงการ เคลื่อนที่ได้ยากกว่าวัตถุที่มีมวลน้อย ดังนั้นมวลของวัตถุ นอกจากจะหมายถึงเนื้อทั้งหมดของวัตถุนั้นแล้วยัง หมายถึงการต้านการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุนั้น ด้วย 2.ใช้เครื่องชั่งสปริงในการวัดน้ำหนักของ วัตถุ ป.5 1.อธิบายวิธีการหาแรงลัพธ์ของแรง หลายแรงในในแนวเดียวกันที่กระทำต่อ วัตถุในกรณีที่วัตถุอยู่นิ่งจากหลักฐานเชิง ประจักษ์ •แรงลัพธ์เป็นผลรวมของแรงที่กระทำต่อวัตถุ โดยแรงลัพธ์ ของแรง 2 แรงที่กระทำต่อวัตถุเดียวกันจะมีขนาดเท่ากับ ผลรวมของแรงทั้งสองเมื่อแรงทั้งสองอยู่ในแนวเดียวกัน และมีทิศทางเดียวกันแต่จะมีขนาดเท่ากับผลต่างของแรง ทั้งสองเมื่อแรงทั้งสองอยู่ในแนวเดียวกันแต่มีทิศทางตรง ข้ามกัน สำหรับวัตถุที่อยู่นิ่งแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุมีค่า เป็นศูนย์ •การเขียนแผนภาพของแรงที่กระทำต่อวัตถุสามารถเขียน ได้โดยใช้ลูกศร โดยหัวลูกศรแสดงทิศทางของแรง และ ความยาวของลูกศรแสดงขนาดของแรงที่กระทำต่อวัตถุ 2.เขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระทำต่อ วัตถุที่อยู่ในแนวเดียวกันและแรงลัพธ์ที่ กระทำต่อวัตถุ 3.ใช้เครื่องชั่งสปริงในการวัดแรงที่ กระทำต่อวัตถุ 4.ระบุผลของแรงเสียดทานที่มีต่อการ เปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ •แรงเสียดทานเป็นแรงที่เกิดขึ้นระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุ เพื่อต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุนั้น โดยถ้าออกแรงกระทำ ต่อวัตถุที่อยู่นิ่งบนพื้นผิวหนึ่งให้เคลื่อนที่ แรงเสียดทาน จากพื้นผิวนั้นก็จะต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุ แต่ถ้าวัตถุ กำลังเคลื่อนที่แรงเสียดทานก็จะทำให้วัตถุนั้นเคลื่อนที่ช้า ลงหรือ หยุดนิ่ง 5.เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและ แรงที่อยู่ในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุ ป.6 1.อธิบายการเกิดและผลของแรงไฟฟ้าซึ่ง เกิดจากวัตถุที่ผ่านการขัดถูโดยใช้ หลักฐานเชิงประจักษ์ •วัตถุ 2 ชนิดที่ผ่านการขัดถูแล้วเมื่อนำเข้าใกล้กันอาจ ดึงดูดหรือผลักกัน แรงที่เกิดขึ้นนี้เป็นแรงไฟฟ้าซึ่งเป็นแรง ไม่สัมผัสเกิดขึ้นระหว่างวัตถุที่มีประจุไฟฟ้า ซึ่งประจุไฟฟ้า มี 2 ชนิดคือประจุไฟฟ้าบวกและประจุไฟฟ้าลบ วัตถุที่มี ประจุไฟฟ้าชนิดเดียวกันผลักกัน ชนิดตรงกันข้างกันดึงดูด กัน
๒๙ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.1 1.บรรยายการเกิดเสียงและทิศทางการ เคลื่อนที่ของเสียงจากหลักฐานเชิง ประจักษ์ •เสียงเกิดจากการสั่นของวัตถุ วัตถุที่ทำให้เกิดเสียงเป้ฯ แหล่งกำเนิดเสียง ซึ่งมีทั้งแหล่งกำเนิดเสียงตามธรรมชาติ และแหล่งกำเนิดเสียงที่มนุษย์สร้างขึ้น เสียงเคลื่อนที่ออก จากแหล่งกำเนิดเสียงทุกทิศทาง ป.2 1.บรรยายแนวการเคลื่อนที่ของแสงจาก แหล่งกำเนิดเสียงและอธิบายการมองเห็น วัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์ •แสงเคลื่อนที่จากแหล่งกำเนิดแสงทุกทิศทางเป้าแนวตรง เมื่อมีแสงจากวัตถุมาเข้าตาจะทำให้มองเห็นวัตถุนั้น การ มองเห็นวัตถุที่เป็นแหล่งกำเนิดแสง แสงจากวัตถุนั้นจะ เข้าสู่ตาโดยตรงส่วนการมองเห็นวัตถุที่ไม่ใช่แหล่งกำเนิด แสงต้องมีแสงจากแหล่งกำเนิดแสงไปกระทบวัตถุแล้ว สะท้อนเข้าตา ถ้ามีแสงที่สว่างมาก ๆ เข้าสู่ตาอาจเกิด อันตรายต่อตาได้ จึงต้องหลีกเลี่ยงการมองหรือใช้แผ่น กรองแสงที่มีคุณภาพเมื่อจำเป็น และต้องจัดความสว่างให้ เหมาะสมกับการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การอ่านหนังสือ การดูจอโทรทัศน์ การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ และแท็บเล็ต 2.ตระหนักในคุณค่าของความรู้ของการ มองเห็นโดยเสนอแนะแนวทางการ ป้องกันอันตรายจากการมองวัตถุที่อยู่ใน บริเวณที่มีแสงสว่างไม่เหมาะสม ป.3 1.ยกตัวอย่างการเปลี่ยนพลังงานหนึ่งไป เป็นอีกพลังงานหนึ่งจากหลักฐานเชิง ประจักษ์ •พลังงานเป็นปริมาณที่แสดงถึงความสามารถในการทำงาน พลังงานมีหลายแบบเช่น พลังงานกล พลังงานไฟฟ้า พลังงานแสง พลังงานเสียง และพลังงานความร้อน โดย พลังงานสามารถเปลี่ยนจากพลังงานหนึ่งไปเป็นอีก พลังงานหนึ่งได้ เช่นการถูกมือจนรู้สึกร้อนเป็นการเปลี่ยน พลังงานกลเป็นพลังงานความร้อน แผงเซลล์สุริยะเป็น พลังงานแสง เป็นพลังงานไฟฟ้า หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานอื่น
๓๐ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.3 2.บรรยายการทำงานของเครื่องกำเนิด ไฟฟ้าและระบุแหล่งพลังงานในการผลิต ไฟฟ้า จากข้อมูลที่รวบรวมได้ •ไฟฟ้าผลิตจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซึ่งใช้พลังงานจากแหล่ง พลังงานธรรมชาติหลายแหล่ง เช่น พลังงานจากลม พลังงานจากน้ำ พลังงานจากแก๊สธรรมชาติ •พลังงานไฟฟ้ามีความสำคัญต่อชีวิตประจำวัน การใช้ ไฟฟ้านอกจากต้องใช้ให้อย่างถูกวิธี ประหยัดและคุ้มค่า แล้ว ยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย3.ตระหนักในประโยชน์และโทษของ ไฟฟ้า โดยนำเสนอวิธีการใช้ไฟฟ้าอย่าง ประหยัด และปลอดภัย ป.4 1.จำแนกวัตถุเป็นตัวกลางโปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสง และวัตถุทึบแสง จาก ลักษณะการมองเห็นสิ่งต่างๆ ผ่านวัตถุ นั้นเป็นเกณฑ์ โดยใช้หลักฐานเชิง ประจักษ์ •เมื่อมองสิ่งต่างๆ โดยมีวัตถุต่างชนิดกันมากั้นแสงจะทำให้ ลักษณะการมองเห็นสิ่งนั้น ๆ ชัดเจนต่างกัน จึงจำแนก วัตถุที่มากั้นออกเป็นตัวกลางโปร่งใส ซึ่งทำให้มองเห็นสิ่ง ต่างๆ ได้ชัดเจน ตัวกลางโปร่งแสงทำให้มองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ไม่ชัดเจน และวัตถุทึบแสงทำให้มองไม่เห็นสิ่งต่างๆ นั้น ป.5 1.อธิบายการได้ยินเสียงผ่านตัวกลางจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ •การได้ยินเสียงต้องอาศัยตัวกลาง โดยอาจเป็นของแข็ง ของเหลว หรืออากาศ เสียงจะส่งผ่านตัวกลางมายังหู 2.ระบุตัวแปร ทดลอง และอธิบาย ลักษณะและการเกิดเสียงสูง เสียงต่ำ •เสียงที่ได้ยินมีระดับสูงต่ำของเสียงต่างกันขึ้นกับความถี่ ของการสั่นของแหล่งกำเนิดเสียง โดยเมื่อแหล่งกำเนิด เสียงสั่นด้วยความถี่ต่ำจะเกิดเสียงต่ำแต่ถ้าสั่นด้วยความถี่ สูงจะเกิดเสียงสูง ส่วนเสียงดังค่อยที่ได้ยินขึ้นกับพลังงาน การสั่นของแหล่งกำเนิดเสียง โดยเมื่อแหล่งกำเนิดเสียงสั่น ด้วยพลังงานมากจะเกิดเสียงดัง แต่ถ้าแหล่งกำเนิดเสียง สั่นด้วยพลังงานน้อยจะเกิดเสียงค่อย •เสียงดังมากๆ เป็นอันตรายต่อการได้ยินและเสียงที่ ก่อให้เกิดความรำคาญเป็นมลพิษทางเสียงเดซิเบลเป็น หน่วยที่บอกถึงความดังของเสียง 3.ออกแบบการทดลองและอธิบาย ลักษณะและการเกิดเสียงดัง เสียงค่อย 4.วัดระดับเสียงโดยใช้เครื่องมือวัดระดับ เสียง 5.ตระหนักในคุณค่าของความรู้เรื่อง ระดับเสียง โดยเสนอแนะแนวทางใน การหลีกเลี่ยงและลดมลพิษทางเสียง ป.6 1.ระบุส่วนประกอบและบรรยายหน้าที่ ของแต่ละส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้า อย่างง่ายจากหลักฐานเชิงประจักษ์ •วงจรไฟฟ้าอย่างง่ายประกอบด้วย แหล่งกำเนิดไฟฟ้า สายไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า แหล่งกำเนิดไฟฟ้า เช่น ถ่านไฟฉาย หรือ แบตเตอรี่ ทำ หน้าที่ใช้พลังงานไฟฟ้า สายไฟฟ้าเป็นตัวนำไฟฟ้า ทำ หน้าที่เชื่อมต่อระหว่างแหล่งกำเนิดไฟฟ้าและ เครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน เครื่องใช้ไฟฟ้ามีหน้าที่เปลี่ยน พลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานอื่น 2.เขียนแผนภาพและต่อวงจรไฟฟ้าอย่าง ง่าย
๓๑ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.6 3.ออกแบบการทดลองและทดลองด้วย วิธีที่เหมาะสมในการอธิบายวิธีการและ ผลของการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม •เมื่อนำเซลล์ไฟฟ้าหลายเซลล์มาต่อเรียงกันโดยให้ขั้วบวก ของเซลล์หนึ่งต่อกับขั้วลบของอีกเซลล์หนึ่งเป็นการต่อ แบบอนุกรมทำให้มีพลังงานไฟฟ้าเห มาะสมกับ เครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมสามารถ นำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เช่น การต่อ เซลล์ไฟฟ้าในไฟฉาย 4.ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของ การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมโดยบอก ประโยชน์และการประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวัน 5.ออกแบบการทดลองและทดลองด้วย วิธีที่เหมาะสมในการอธิบายการต่อหลอด ไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน •การต่อหลอดไฟแบบอนุกรมเมื่อถอดหลอดไฟฟ้าดวงใด ดวงหนึ่งออกทำให้หลอดไฟฟ้าที่เหลือดับทั้งหมด ส่วนการ ต่อหลอดไฟฟ้าแบบขนาน เมื่อถอดหลอดไฟฟ้าดวงใดดวง หนึ่งออกหลอดไฟฟ้าที่เหลือก็ยังสว่างได้ การต่อหลอด ไฟฟ้าแต่ละแบบสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น การ ต่อหลอดไฟฟ้าหลายดวงในบ้านจึงต้องต่อหลอดไฟฟ้าแบบ ขนานเพื่อเลือกใช้หลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหนึ่งได้ตาม ต้องการ 6.ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของ การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบ ขนาน โดยบอกประโยชน์ ข้อจำกัด และการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 7.อธิบายการเกิดเงามืดเงามัวจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ •เมื่อนำวัตถุทึบแสงมากั้นแสงจะเกิดเงาบนฉากรับแสงที่อยู่ ด้านหลังวัตถุ โดยเงามีรูปร่างคล้ายวัตถุที่ทำให้เกิดเงา เงามัวเป็นบริเวณที่มีแสงบางส่วนตกลงบนฉาก ส่วนเงามืด เป็นเป็นบริเวณที่ไม่มีแสงตกลงบนฉากเลย 8.เขียนแผนภาพรังสีของแสงการเกิดเงา มืดเงามัว สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาว ฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีอวกาศ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.1 1.ระบุดาวที่ปรากฏบนท้องฟ้าในเวลา กลางวันและกลางคืนจากข้อมูลที่ รวบรวมได้ •บนท้องฟ้ามีดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาว ซึ่งในเวลา กลางวันจะมองเห็นดวงอาทิตย์และอาจมองเห็นดวงจันทร์ บางเวลาในบางวันแต่ไม่สามารถมองเห็นดาว •ในเวลากลางวันมองไม่เห็นดาวส่วนใหญ่ เนื่องจาก แสงอาทิตย์สว่างกว่าจึงกลบแสงของดาว ส่วนในเวลา กลางคืนจะมองเห็นดาวและมองเห็นดวงจันทร์เกือบทุกคืน 2.อธิบายสาเหตุที่มองไม่เห็นดาวส่วน ใหญ่ในเวลากลางวันจากหลักฐานเชิง ประจักษ์
๓๒ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.2 - - ป.3 1.อธิบายแบบรูปเส้นทางการขึ้นและตก ของดวงอาทิตย์โดยใช้หลักฐานเชิง ประจักษ์ 2.อธิบายสาเหตุการเกิดปรากฏการณ์ การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ การเกิด กลางวันกลางคืนและการกำหนดทิศ โดยใช้แบบจำลอง 3.ตระหนักถึงความสำคัญของดวง อาทิตย์ โดยบรรยายประโยชน์ของดวง อาทิตย์ต่อสิ่งมีชีวิต •คนบนโลกมองเห็นดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้นทางด้านหนึ่งและ ตกทางอีกด้านหนึ่งทุกวันหมุนเวียนเป็นแบบรูปซ้ำ ๆ •โลกกลมและหมุนรอบตัวเองขณะโคจรรอบดวงอาทิตย์ ทำให้บริเวณของโลกได้รับแสงอาทิตย์ไม่พร้อมกัน โลก ด้านที่ได้รับแสงจากดวงอาทิตย์จะเป็นกลางวันส่วนด้าน ตรงข้ามที่ไม่ได้รับแสงจะเป็นกลางคืน นอกจากนี้คนบน โลกจะมองเห็นดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้นทางด้านหนึ่ง ซึ่ง กำหนดให้เป็นทิศตะวันออก และมองเห็นดวงอาทิตย์ตก ทางอีกด้านหนึ่ง ซึ่งกำหนดให้เป็นทิศตะวันตกและเมื่อให้ ด้านขวามืออยู่ทางทิศตะวันออก ด้านซ้ายมืออยู่ทางทิศ ตะวันตก ด้านหน้าจะเป็นทิศเหนือ และด้านหลังจะเป็น ทิศใต้ •ในเวลากลางวันโลกจะได้รับพลังงานแสงและพลังงาน ความร้อนจากดวงอาทิตย์ ทำให้สิ่งมีชีวิตดำรงชีวิตอยู่ได้ ป.4 1.อธิบายแบบรูปเส้นทางการขึ้นและตก ของดวงจันทร์ โดยใช้หลักฐานเชิง ประจักษ์ •ดวงจันทร์เป็นบริวารของโลก โดยดวงจันทร์หมุนรอบ ตัวเองขณะโคจรรอบโลก ขณะที่โลกก็หมุนรอบตัวเองด้วย เช่นกัน การหมุนรอบตัวเอง ของโลกจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกในทิศทางทวน เข็มนาฬิกาเมื่อมองจากขั้วโลกเหนือทำให้มองเห็นดวง จันทร์ปรากฏขึ้นทางด้านทิศตะวันออกและตกทางด้านทิศ ตะวันตกหมุนเวียนเป็นแบบรูปซ้ำ ๆ 2.สร้างแบบจำลองที่อธิบายแบบรูปการ เปลี่ยนแปลงรูปร่างปรากฏของดวงจันทร์ และพยากรณ์รูปร่างปรากฏของดวง จันทร์ •ดวงจันทร์เป็นวัตถุที่เป็นทรงกลม แต่รูปร่างของดวง จันทร์ที่มองเห็นหรือรูปร่างปรากฏของดวงจันทร์บน ท้องฟ้าแตกต่างกันไปในแต่ละวัน โดยในแต่ละวันดวง จันทร์จะมีรูปร่างปรากฏเป็นเสี้ยวที่มีขนาดเพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่องจนเต็มดวง จากนั้นรูปร่างปรากฏของดวงจันทร์ จะแหว่งและมีขนาดลดลงอย่างต่อเนื่องจนมองไม่เห็นดวง จันทร์ จากนั้นรูปร่างปรากฏของดวงจันทร์จะเป็นเสี้ยว ใหญ่ขึ้นจนเต็มดวงอีกครั้ง การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้เป็น รูปแบบซ้ำกันทุกเดือน
๓๓ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.4 3.สร้างแบบจำลองแสดงองค์ประกอบ ของระบบสุริยะ และอธิบาย เปรียบเทียบคาบการโคจรของดาว เคราะห์ต่างๆ จากแบบจำลอง •ระบบสุริยะเป็นระบบที่มีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางและมี บริวารประกอบด้วย ดาวเคราะห์แปดดวงและบริวาร ซึ่ง ดาวเคราะห์แต่ละดวงมีขนาดและระยะห่างจากดวงอาทิตย์ แตกต่างกัน และยังประกอบด้วย ดาวเคราะห์แคระ ดาว เคราะห์น้อย ดาวหาง และวัตถุขนาดเล็กอื่นๆ โคจรอยู่ รอบดวงอาทิตย์ วัตถุขนาดเล็กอื่นๆ เมื่อเข้ามาในชั้น บรรยากาศเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลกทำให้เกิดเป็นดาว ตกหรือผีพุ่งไต้และอุกกาบาต ป.5 1.เปรียบเทียบความแตกต่างของดาว เคราะห์และดาวฤกษ์จากแบบจำลอง •ดาวที่มองเห็นบนท้องฟ้าอยู่ในอวกาศซึ่งเป็นบริเวณที่อยู่ นอกบรรยากาศของโลก มีทั้งดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์เป็นแหล่งกำเนิดแสงจึงสามารถมองเห็นได้ ส่วน ดาวเคราะห์ไม่ใช่แหล่งกำเนิดแสง แต่สามารถมองเห็นได้ เนื่องจากแสงจากดวงอาทิตย์ตกกระทบดาวเคราะห์แล้ว สะท้อนเข้าสู่ตา ๒. ใช้แผนที่ดาวระบุตำแหน่งและเส้นทาง การขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บน ท้องฟ้า และอธิบายแบบรูปเส้นทางการ ขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าใน รอบปี • การมองเห็นกลุ่มดาวฤกษ์มีรูปร่างต่าง ๆ เกิดจาก จินตนาการของผู้สังเกต กลุ่มดาวฤกษ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏใน ท้องฟ้าแต่ละกลุ่มมีดาวฤกษ์แต่ละดวงเรียงกันที่ตำแหน่ง คงที่ และมีเส้นทางการขึ้นและตกตามเส้นทางเดิมทุกคืน ซึ่งจะปรากฏตำแหน่งเดิม การสังเกตตำแหน่งและการขึ้น และตกของดาวฤกษ์ และกลุ่มดาวฤกษ์ สามารถทำได้โดย ใช้แผนที่ดาว ซึ่งระบุมุมทิศและมุมเงยที่กลุ่มดาวนั้นปรากฏ ผู้สังเกตสามารถใช้มือในการประมาณค่าของมุมเงยเมื่อ สังเกตดาวในท้องฟ้า ป.6 ๑. สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิด แ ล ะ เ ป ร ี ย บ เ ท ี ย บ ป ร า ก ฏ ก า ร ณ์ สุริยุปราคา และจันทรุปราคา • เมื่อโลกและดวงจันทร์ โคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน กับดวงอาทิตย์ในระยะทางที่เหมาะสม ทำให้ดวงจันทร์บัง ดวงอาทิตย์ เงาของดวงจันทร์ทอดมายังโลก ผู้สังเกตที่อยู่ บริเวณเงาจะมองเห็น ดวงอาทิตย์มืดไป เกิดปรากฏการณ์ สุริยุปราคา ซึ่งมีทั้งสุริยุปราคาเต็มดวง สุริยุปราคาบางส่วน และสุริยุปราคาวงแหวน
๓๔ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.6 • หากดวงจันทร์และโลกโคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน กับดวงอาทิตย์ แล้วดวงจันทร์เคลื่อนที่ผ่านเงาของโลก จะ มองเห็นดวงจันทร์มืดไป เกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคา ซึ่ง มีทั้งจันทรุปราคาเต็มดวง และจันทรุปราคาบางส่วน ๒. อธิบายพัฒนาการของเทคโนโลยี อวกาศ และยกตัวอย่างการนำเทคโนโลยี อวกาศมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน จากข้อมูลที่รวบรวมได้ • เทคโนโลยีอวกาศเริ่มจากความต้องการของมนุษย์ในการ สำรวจวัตถุท้องฟ้าโดยใช้ตาเปล่า กล้องโทรทรรศน์ และได้ พัฒนาไปสู่การขนส่งเพื่อสำรวจอวกาศด้วยจรวดและยาน ขนส่งอวกาศ และยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีการ นำเทคโนโลยีอวกาศบางประเภทมาประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวัน เช่น การใช้ดาวเทียมเพื่อการสื่อสาร การ พยากรณ์อากาศ หรือการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ การ ใช้อุปกรณ์วัดชีพจรและการเต้นของหัวใจ หมวกนิรภัย ชุด กีฬา สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลกและ บนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้า อากาศโลก รวมทั้งผลต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.1 1.อธิบายลักษณะภายนอกของหิน จาก ลักษณะเฉพาะตัวที่สังเกตได้ •หินที่อยู่ในธรรมชาติมีลักษณะภายนอกเฉพาะตัวที่สังเกต ได้ เช่น สี ลวดลาย น้ำหนัก ความแข็ง และเนื้อหิน ป.2 1.ระบุส่วนประกอบของดิน และจำแนก ชนิดของดินโดยใช้ลักษณะเนื้อดินและ การจับตัวเป็นเกณฑ์ •ดินประกอบด้วยเศษหิน ซากพืช ซากสัตว์ผสมอยู่ในเนื้อ ดิน มีอากาศและน้ำแทรกอยู่ตามช่องว่างในเนื้อดิน ดิน จำแนกเป็น ดินร่วน ดินเหนียวและดินทราย ตาม ลักษณะเนื้อดินและการจับตัวของดินซึ่งมีผลต่อการอุ้มน้ำ ที่แตกต่างกัน •ดินแต่ละชนิดนำไปใช้ประโยชน์ได้แตกต่างกัน ตาม ลักษณะและสมบัติของดิน 2.อธิบายการใช้ประโยชน์จากดิน จาก ข้อมูลที่รวบรวมได้
๓๕ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.3 1.ระบุส่วนประกอบของอากาศ บรรยาย ความสำคัญของอากาศ และผลกระทบ ของมลพิษทางอากาศต่อสิ่งมีชีวิต จาก ข้อมูลที่รวบรวมได้ •อากาศโดยทั่วไปไม่มีสี ไม่มีสีกลิ่น ประกอบด้วยแก๊ส ไนโตรเจน แก๊สออกซิเจน แก๊สคาร์บอนไดออกไซค์ แก๊สอื่น ๆ รวมทั้งไอน้ำและฝุ่นละออง อากาศมี ความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิต หากส่วนประกอบของอากาศ 2.ตระหนักถึงความสำคัญของอากาศ โดยนำเสนอแนวทางการปฏิบัติตนในการ ลดการเกิดมลพิษทางอากาศ ไม่เหมาะสมเนื่องจากมีแก๊สบางชนิดหรือฝุ่นละออง ปริมาณมากอาจเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ จัดเป็น มลพิษทางอากาศ •แนวทางการปฏิบัติตนเพื่อลดการปล่อยมลพิษทาง อากาศ เช่น ใช้พาหนะร่วมกัน หรือเลือกใช้เทคโนโลยีที่ ลดมลพิษทางอากาศ ๓.อธิบายการเกิดลมจากหลักฐานเชิง ประจักษ์ •ลม คือ อากาศ?เคลื่อนที่เกิดจากความแตกต่างกันของ อุณหภูมิอากาศบริเวณที่อยู่ใกล้กัน โดยอากาศบริเวณที่ อุณหภูมิสูงจะลอยตัวสูงขึ้น และอากาศบริเวณที่มี อุณหภูมิต่ำกว่าจะเคลื่อนเข้าไปแทนที่ ๔.บรรยายประโยชน์และโทษของลมจาก ข้อมูลที่รวบรวมได้ •ลม สามารถนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานทดแทนในการ ผลิตไฟฟ้าและนำไปใช้ประโยชน์ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ หากลมเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงอาจทำให้เกิด อันตรายและความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ ป.4 - - ป.๕ ๑.เปรียบเทียบปริมาณน้ำในแต่ละแหล่ง และระบุปริมาณน้ำที่มนุษย์สามารถ นำไปใช้ประโยชน์ได้จากข้อมูลที่รวบรวม ได้ •โลกมีทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มซึ่งอยู่ในแหล่งน้ำต่างๆ ที่มีทั้ง แหล่งน้ำผิวดิน เช่น ทะเล มหาสมุทร บึง แม่น้ำ และ แหล่งน้ำใต้ดิน เช่น น้ำในดิน และน้ำบาดาล น้ำ ทั้งหมดของโลกแบ่งเป็นน้ำเค็มประมาณร้อยละ ๙๗.๕ ซึ่งอยู่ในมหาสมุทรและแหล่งน้ำอื่น ๆ และที่เหลืออีก ประมาณร้อยละ ๒.๕ เป็นน้ำจืด ถ้าเรียง ลำดับปริมาณ น้ำจืดจากมากไปน้อยจะอยู่ที่ ธาร-น้ำแข็งและพืชน้ำแข็ง น้ำใต้ดิน ชั้นดินเยือกแข็งคงตัวและน้ำแข็งใต้ดิน ทะเลสาบ ความชื้นในดิน ความชื้นในบรรยากาศ บึง แม่น้ำ และน้ำในสิ่งมีชีวิต ๒.ตระหนักถึงคุณค่าของน้ำโดยนำเสนอ แนวทางการใช้น้ำอย่างประหยัดและการ อนุรักษ์น้ำ •น้ำจืดที่มนุษย์นำมาใช้ได้มีปริมาณน้อยมากจึงควรใช้น้ำ อย่างประหยัดและร่วมกันอนุรักษ์น้ำ ๓.สร้างแบบจำลองที่อธิบายการ หมุนเวียนของน้ำในวัฏจักรน้ำ •วัฏจักรน้ำเป็นการหมุนเวียนของน้ำที่มีรูปแบบซ้ำเดิม และต่อเนื่องระหว่างน้ำในบรรยากาศ น้ำผิวดินและน้ำใต้ ดินโดยพฤติกรรมการดำรงชีวิตของพืชและสัตว์ ส่งผล ต่อวัฏจักรน้ำ
๓๖ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๔.เปรียบเทียบกระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำค้างและน้ำค้างแข็งจาก แบบจำลอง ไอน้ำในอากาศจะควบแน่นเป็นละอองน้ำเล็ก ๆ โดยมี ละอองลอย เช่น เกลือ ฝุ่นละออง ละอองเรณูของ ดอกไม้เป็นอนุภาคแกนกลาง เมื่อละอองน้ำจำนวนมาก เกาะกลุ่มรวมกันลอยอยู่สูงจากพื้นดินมากเรียกว่าเมฆ แต่ละอองน้ำที่เกาะกลุ่มรวมกันอยู่ใกล้พื้นดินเรียกว่า หมอก ส่วนไอน้ำที่ควบแน่นเป็นละอองน้ำเกาะอยู่บน พื้นผิววัตถุใกล้พื้นดินเรียกว่าน้ำค้าง ถ้าอุณหภูมิใกล้ พื้นดินต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง น้ำค้างจะกลายเป็นน้ำค้างแข็ง ป.5 ๕.เปรียบเทียบกระบวนการเกิดฝน หิมะ และลูกเห็บ จากข้อมูลที่รวบรวมได้ •ฝน หิมะ ลูกเห็บ เป็นหยาดน้ำฟ้าซึ่งเป็นน้ำที่มีสถานะ ต่าง ๆ ที่ตกจากฟ้าถึงพื้นดิน ฝนเกิดจากละอองน้ำใน เมฆที่รวมตัวกันจนอากาศไม่สามารถพยุงตัวไว้ได้จึงตกลง มา หิมะเกิดจากไอน้ำในอากาศระเหิดกลับเป็นผลึก น้ำแข็ง รวมตัวกันจนมีน้ำหนักมากขึ้นจนเกินกว่าอากาศ จะพยุงไว้ได้จึงตกลงมา ลูกเห็นเกิดจากหยดน้ำที่เปลี่ยน สถานะเป็นน้ำแข็งแล้วถูกพายุพัดวนซ้ำไปซ้ำมาในเมฆฝน ฟ้าคะนองที่มีขนาดใหญ่ และอยู่ในระดับสูงจนเป็นก้อน น้ำแข็งขนาดใหญ่ขึ้นแล้วตกลงมา ป.๖ ๑.เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร และอธิบาย วัฏจักรหินจากแบบจำลอง •หินเป็นวัสดุแข็งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติประกอบด้วยแร่ ตั้งแต่หนึ่งชนิดขึ้นไป สามารถจำแนกหินตาม กระบวนการเกิดได้เป็นสามประเภทได้แก่ หินอัคนี หิน ตะกอนและหินแปร •หินอัคนีเกิดจากการเย็นตัวของแมกมา เนื้อหินมีลักษณะ เป็นผลึก ทั้งผลึกขนาดใหญ่และขนาดเล็ก บางชนิดอาจเป็นเนื้อแก้วหรือมีรูพรุน •หินตะกอนเกิดจากการทับถมของตะกอนเมื่อถูกแรงกด ทับและมีสารเชื่อมประสานจึงเกิดเป็นหิน เนื้อหินกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเม็ดตะกอน มีทั้งเนื้อหยาบและ เนื้อละเอียด บางชนิดเป็นเนื้อผลึกที่ยึดเกาะกันจากการ ตกผลึกหรือการตกตะกอนจากน้ำ โดยเฉพาะน้ำทะเล บางชนิดมีลักษณะเป็นชั้น ๆจึงเรียกอีกชื่อว่าหินชั้น •หินแปรเกิดจากการแปรสภาพของหินเดิมซึ่งอาจเป็นหิน อัคนี หินตะกอน หรือหินแปร โดยการกระทำความ ร้อน ความดัน และปฏิกิริยาเคมี เนื้อหินของหินแปร บางชนิด ผลึกของแร่เรียนตัวขนานกันเป็นแถบ บาง ชนิดแซะออกมาเป็นแผ่นได้ บางชนิดเป็นเนื้อผลึกที่มี ความแข็งมาก
๓๗ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง •หินในธรรมชาติทั้งสามประเภท มีการเปลี่ยนแปลงจาก ประเภทหนึ่งไปเป็นอีกประเภทหนึ่งหรือประเภทเดิมได้ โดยมีแบบรูปการเปลี่ยนแปลงคงที่และต่อเนื่องเป็นวัฏ จักร ๒.บรรยายและยกตัวอย่างการใช้ ประโยชน์ของหินและแร่ในชีวิตประจำวัน จากข้อมูลที่รวบรวมได้ •หินและแร่แต่ละชนิดมีลักษณะและสมบัติแตกต่างกัน มนุษย์ใช้ประโยชน์จากแร่ในชีวิตประจำวันในลักษณะต่าง ๆ เช่น นำแร่มาทำเครื่องสำอาง ยาสีฟัน เครื่องประดับ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และนำหินมาใช้ในงานก่อสร้าง ต่าง ๆ เป็นต้น ป.6 ๓.สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิดซาก ดึกดำบรรพ์และคาดคะเนสภาพแวดล้อม ในอดีตของซากดึกดำบรรพ์และคาดคะเน สภาพแวดล้อมในอดีตของซากดึกดำ บรรพ์ •ซากดึกดำบรรพ์เกิดจากการทับถมหรือการประทับรอย ของสิ่งมีชีวิตในอดีต จนเกิดเป็นโครงสร้างของซากหรือ ร่องรอยของสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏอยู่ในหิน ในประเทศไทย พลซากดึกดำบรรพ์ที่หลากหลายเช่น พืช ปะการัง หอย ปลา เต่า ไดโนเสาร์ และรอยตีนสัตว์ •ซากดึกดำบรรพ์สามารถใช้เป็นหลักฐานหนึ่งที่ช่วย อธิบายสภาพแวดล้อมของพื้นที่ในอดีตขณะเกิดสิ่งมีชีวิต นั้น เช่น หากพบซากดึกดำบรรพ์ของหอยน้ำจืด สภาพแวดล้อมบริเวณนั้นอาจเคยเป็นแหล่งน้ำจืดมาก่อน และหากพบซากดึกดำบรรพ์ของพืช สภาพแวดล้อม บริเวณนั้นอาจเคยเป็นป่ามาก่อน นอกจากนี้ซากดึกดำ บรรพ์ยังช่วยระบุอายุของหิน และเป็นข้อมูลในการศึกษาวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต 4.เปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุมรวมทั้งอธิบายผลที่มีต่อ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมจากแบบจำลอง •ลมบก ลมทะเล และมรสุมเกิดจากพื้นดิน และพื้นน้ำ ร้อนและเย็นไม่เท่ากันทำให้อุณหภูมิอากาศเหนือพื้นดิน และพื้นน้ำแตกต่างกัน จึงเกิดการเคลื่อนที่ของอากาศ จากบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง •ลมบกและลมทะเลเป็นลมประจำถิ่นที่พบบริเวณชายฝั่ง โดยลมบกเกิดในเวลากลางคืน ทำให้มีลมพัดจากชายฝั่ง ไปสู่ทะเล ส่วนลมทะเลเกิดในเวลากลางวัน ทำให้มีลม พัดจากทะเลเข้าสู่ชายฝั่ง
๓๘ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง 5.อธิบายผลของมรสุมต่อการเกิดฤดูของ ประเทศไทย จากข้อมูลที่รวบรวมได้ •มรสุมเป็นลมประจำฤดูเกิดบริเวณเขตร้อนของโลก ซึ่งเป็นบริเวณเขตร้อนของโลก ซึ่งเป็นบริเวณกว้าง ระดับภูมิภาคประเทศไทยได้รับผลจากมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงประมาณกลางเดือน ตุลาคมจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ทำให้เกิดฤดูหนาว และ ได้รับผลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงประมาณ กลางเดือนพฤษภาคมจนถึงกลางเดือนตุลาคมทำให้ เกิดฤดูฝน ส่วนช่วงประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ จนถึงกลางเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงเปลี่ยนมรสุมและ ประเทศไทยอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร แสงอาทิตย์เกือบตั้ง ตรงและตั้งตรงประเทศไทยในเวลาเที่ยงวัน ทำให้ ได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์อย่างเต็มที่ อากาศจึง ร้อนอบอ้าวทำให้เกิดฤดูร้อน ป.6 6.บรรยายลักษณะและผลกระทบของน้ำ ท่วมการกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว สึนามิ •น้ำท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว และสึนามิ มีผลกระทบต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม แตกต่างกัน 7.ตระหนักถึงผลกระทบของภัยธรรมชาติ และธรณีพิบัติภัย โดยนำเสนอแนวทาง ในการเฝ้าระวังและปฏิบัติตนให้ปลอดภัย จากธรรมชาติและธรณีพิบัติภัยที่อาจเกิด ในท้องถิ่น •มนุษย์ควรเรียนรู้วิธีปฏิบัติตนให้ปลอดภัย เช่น ติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ เตรียมถุงยังชีพให้ พร้อมใช้ตลอดเวลา และปฏิบัติตามคำสั่งของ ผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดเมื่อเกิดภัย ธรรมชาติและธรณีพิบัติภัย 8.สร้างแบบจำลองที่อธิบายเกิด ปรากฏการณ์เรือนกระจก และผลของ ปรากฏการณ์เรือนกระจกต่อสิ่งมีชีวิต 9.ตระหนักถึงผลระทบของปรากฏการณ์ เรือนกระจก โดยนำเสนอแนวทางการ ปฏิบัติตนเพื่อลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดแก๊ส เรือนกระจก •ปรากฏการณ์เรือนกระจกเกิดจากแก๊สเรือนกระจกใน ชั้นบรรยากาศของโลกกักเก็บความร้อนแล้วคายความ ร้อนบางส่วนกลับสู่ผิวโลก ทำให้อากาศบนโลกมี อุณหภูมิเหมาะสมต่อการดำรงชีวิต •หากปรากฏการณ์เรือนกระจกรุนแรงมากขึ้นจะมีผล ต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก มนุษย์จึงควร ร่วมกันลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดแก๊สเรือนกระจก
๓๙ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่นๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดย คำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.1 - - ป.2 - - ป.3 - - ป.4 - - ป.5 - - ป.6 - - สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและเป็น ระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี ประสิทธิภาพ รู้เท่าทันและมีจริยธรรม ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.1 1.แก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้การลองผิดลอง ถูก การเปรียบเทียบ •การแก้ปัญหาให้ประสบความสำเร็จทำได้โดยใช้ ขั้นตอนการแก้ปัญหา •ปัญหาอย่างง่าย เช่น เกมเขาวงกต เกมหาจุด แตกต่างของภาพ การจัดหนังสือใส่กระเป๋า 2.แสดงลำดับขั้นตอนการทำงานหรือการ แก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือข้อความ •การแสดงขั้นตอนการแก้ปัญหา ทำได้โดยการ เขียน บอกเล่า วาดภาพหรือใช้สัญลักษณ์ •ปัญหาอย่างง่าย เช่น เกมเขาวงกต เกม หาจุดแตกต่างของภาพ การจัดหนังสือใส่ กระเป๋า
๔๐ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.1 3.เขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ ซอฟต์แวร์หรือสื่อ •การเขียนโปรแกรมเป็นการสร้างลำดับของคำสั่ง ให้คอมพิวเตอร์ทำงาน •ตัวอย่างโปรแกรม เช่น เขียนโปรมแกรมสั่งให้ ตัวละครย้ายตำแหน่ง ย่อขยายขนาด เปลี่ยน รูปร่าง •ซอฟต์แวร์หรือสื่อที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น ใช้บัตรคำสั่งแสดงการเขียนโปรแกรม, Code.org ป.1 4.ใช้เทคโนโลยีในการสร้าง จัดเก็บ เรียกใช้ ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ •การใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยีเบื้องต้น เช่น การ ใช้เมาส์ คีย์บอร์ด จอสัมผัส การเปิด-ปิด อุปกรณ์เทคโนโลยี •การใช้งานซอฟต์แวร์เบื้องต้น เช่น การเข้า และออกจากโปรแกรม การสร้างไฟล์ การ จัดเก็บ การเรียนใช้ไฟล์ ทำได้ในโปรแกรม เช่นโปรแกรมประมวลคำ โปรแกรมกราฟิก โปรแกรมนำเสนอ •การสร้างและจัดเก็บไฟล์อย่างเป็นระบบจะทำ ให้เรียกใช้ ค้นหาข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว ป.1 5.ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้คอมพิวเตอร์ ร่วมกัน ดูแลรักษาอุปกรณ์เบื้องต้น ใช้งาน อย่างเหมาะสม •การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เช่น รู้จักข้อมูลส่วนตัว อันตรายจากการ เผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว และไม่บอกข้อมูลส่วนตัว กับบุคคลอื่นยกเว้นผู้ปกครองหรือครู แจ้ง ผู้เกี่ยวข้องเมื่อต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับ การใช้งาน •ข้อปฏิบัติในการใช้งานและดูแลรักษาอุปกรณ์ เช่น ไม่ขีดเขียนบนอุปกรณ์ทำความสะอาด ใช้ อุปกรณ์อย่างถูกวิธี •การใช้งานอย่างเหมาะสม เช่น จัดท่านั่งให้ ถูกต้อง การพักสายตาเมื่อใช้อุปกรณ์เป็น เวลานาน ระมัดระวังอุบัติเหตุจากการใช้งาน ป.2 1.แสดงลำดับขั้นตอนการทำงานหรือ แก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือข้อความ •การแสดงการแก้ปัญหา ทำได้โดยการเขียน บอกเล่า วาดภาพ หรือใช้สัญลักษณ์ •ปัญหาอย่างง่าย เช่น เกมตัวต่อ 6-12 ชิ้น การแต่งตัวมาโรงเรียน
๔๑ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.2 2.เขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ ซอฟต์แวร์หรือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาด ของโปรแกรม •ตัวอย่างโปรแกรม เช่น เขียนโปรแกรมสั่งให้ ตัวละครทำงานตามที่ต้องการ และตรวจสอบ ข้อผิดพลาด ปรับแก้ไขให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ กำหนด •การตรวจหาข้อผิดพลาด ทำได้โดยตรวจสอบ คำสั่งที่แจ้งข้อผิดพลาด หรือหากผลลัพธ์ไม่ เป็นไปตามที่ต้องการให้ตรวจสอบการทำงานที ละคำสั่ง •ซอฟต์แวร์หรือสื่อที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น ใช้บัตรคำสั่งแสดงการเขียนโปรแกรม ,Code.org • การใช้งานซอฟต์แวร์เบื้องต้น เช่น การเข้าและ ออกจากโปรแกรม การสร้างไฟล์ การจัดเก็บ การเรียกใช้ไฟล์ การแก้ไขตกแต่งเอกสาร ทำได้ ในโปรแกรม เช่น โปรแกรมประมวลคำ โปรแกรมกราฟิก โปรแกรมนำเสนอ ๓. ใช้เทคโนโลยีในการสร้าง จัดหมวดหมู่ ค้นหา จัดเก็บ เรียกใช้ข้อมูลตาม วัตถุประสงค์ • การสร้าง คัดลอก ย้าย ลบ เปลี่ยนชื่อ จัด หมวดหมู่ไฟล์ และโฟลเดอร์อย่างเป็นระบบจะ ทำให้เรียกใช้ ค้นหาข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว•การ สร้าง คัดลอก ย้าย ลบ เปลี่ยนชื่อ จัด หมวดหมู่ไฟล์ และโฟลเดอร์อย่างเป็นระบบจะ ทำให้เรียกใช้ ค้นหาข้อมูลได้อย่างง่ายและ รวดเร็ว ป.2 4.ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้คอมพิวเตอร์ ร่วมกัน ดูแลรักษาอุปกรณ์เบื้องต้น ใช้งาน อย่างเหมาะสม •การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เช่น รู้จักข้อมูลส่วนตัว อันตรายจากการ เผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว และไม่บอกข้อมูลส่วนตัว เกี่ยวกับบุคคลอื่นยกเว้นผู้ปกครองหรือครู แจ้ง ผู้เกี่ยวข้องเมื่อต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับ การใช้งาน •ข้อปฏิบัติการใช้งานและการดูแลรักษาอุปกรณ์ เช่น ไม่ขีดเขียนบนอุปกรณ์ ทำความสะอาด ใช้อุปกรณ์อย่างถูกวิธี •การใช้งานอย่างเหมาะสม เช่น จัดท่านั่งให้ ถูกต้อง การพักสายตาเมื่อใช้อุปกรณ์เป็น เวลานาน ระมัดระวังอุบัติเหตุจากการใช้งาน
๔๒ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.3 1.แสดงอัลกอริทึมในการทำงานหรือ การแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือข้อความ •อัลกอริทึมเป็นขั้นตอนที่ใช้ในการแก้ปัญหา •การแสดงอัลกอริทึม ทำได้โดยการเขียนบอกเล่า วาด ภาพ หรือใช้สัญลักษณ์ •ตัวอย่างปัญหา เช่น เกมเศรษฐี เกมบันไดงู เกม Tetris เกม OX การเดินไปโรงอาหาร การทำความ สะอาดห้องเรียน 2.การเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ ซอฟต์แวร์หรือสื่อ และตรวจหา ข้อผิดพลาดของโปรแกรม •การเขียนโปรแกรมเป็นการสร้างลำดับของคำสั่งให้ คอมพิวเตอร์ทำงาน •ตัวอย่างโปรแกรม เช่น เขียนโปรแกรมท่าสั่งให้ตัว ละครทำงานซ้ำไม่สิ้นสุด •การตรวจหาข้อผิดพลาด ทำได้โดยตรวจสอบคำสั่งที่ แจ้งข้อผิดพลาด หรือหากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่ ต้องการให้ตรวจสอบการทำงานทีละคำสั่ง •ซอฟต์แวร์หรือสื่อที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น ใช้ บัตรคำสั่งแสดงการเขียนโปรแกรม, Code.org ป.3 3.ใช้อินเตอร์เน็ตค้นหาความรู้ •อินเตอร์เป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ช่วยให้การ ติดต่อสื่อสารทำได้สะดวกและรวดเร็วและเป็น แหล่งข้อมูลความรู้ที่ช่วยในการเรียนและการดำเนิน ชีวิต •เว็บเบราว์เซอร์เป็นโปรมแกรมสำหรับอ่านเอกสารบน เว็บเพจ •การสืบค้นข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต ทำได้โดยใช้เว็บไซต์ สำหรับสืบค้น และต้องกำหนดคำค้นที่เหมาะสมจึงจะ ได้ข้อมูลตามต้องการ •ข้อมูลความรู้ เช่น วิธีทำอาหาร วิธีพับกระดาษเป็น รูปต่าง ๆ ข้อมูลประวัติศาสตร์ชาติไทย (อาจเป็นความรู้ ในวิชาอื่น ๆ หรือเรื่องที่เป็นประเด็นที่สนใจในช่วงเวลา นั้น) •การใช้อินเตอร์เน็ตอย่างปลอดภัยควรอยู่ในการดูแล ของครู หรือผู้ปกครอง
๔๓ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.3 4.รวบรวม ประมวลผล และนำเสนอ ข้อมูลโดยใช้ซอฟต์แวร์ตามวัตถุประสงค์ •การรวบรวมข้อมูล ทำได้โดยกำหนดหัวข้อที่ต้องการ เตรียมอุปกรณ์ในการจดบันทึก •การประมวลผลอย่างง่าย เช่น เปรียบเทียบ จัด กลุ่ม เรียงลำดับ •การนำเสนอข้อมูลทำได้หลายลักษณะตามความ เหมาะสม เช่น การบอกเล่า การทำเอกสารรายงาน การจัดทำป้ายประกาศ •การใช้ซอฟต์แวร์ทำงานตามวัตถุประสงค์ เช่น ใช้ ซอฟต์แวร์นำเสนอ หรือซอฟต์แวร์ประมวลคำทำป้าย ประกาศหรือเอกสารรายงานใช้ซอฟต์แวร์ตาราง ทำงานในการประมวลผลข้อมูล 5.ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง ปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้ อินเตอร์เน็ต •การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เช่น ปกป้องข้อมูลส่วนตัว•ขอความช่วยเหลือจากครูหรือ ผู้ปกครอง เมื่อเกิดปัญหาจากการใช้งาน เมื่อพบ ข้อมูลหรือบุคคลที่ทำให้ไม่สบายใจ •การปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้อินเตอร์เน็ต จะทำ ให้ไม่เกิดความเสียหายต่อตนเองและผู้อื่น เช่น ไม่ใช้ คำหยาบ ล้อเลียน ด่าทอ ทำให้ผู้อื่นเสียหายหรือ เสียใจ •ข้อดีและข้อเสียในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร ป.4 1.ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ ผลลัพธ์ จากปัญหาอย่างง่าย •การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็นการนำกฎเกณฑ์ หรือ เงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณีมาใช้พิจารณาในการ แก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน หรือการคาดการณ์ ผลลัพธ์ •สถานะเริ่มต้นของการทำงานที่แตกต่างกันจะให้ ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน •ตัวอย่างปัญหา เช่น เกม OX โปรแกรมที่มีการ คำนวณโปรแกรมที่มีตัวละครหลายตัวและมีการ สั่งงานที่แตกต่างหรือมีการสื่อสารระหว่างกัน การ เดินทางไปโรงเรียนโดยวิธีการต่าง ๆ
๔๔ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.4 2.ออกแบบ และเขียนโปรแกรมที่มีการ ใช้เหตุผลเชิงตรรกะอย่างง่าย ตรวจหา ข้อผิดพลาดและแก้ไข -•การออกแบบโปรแกรมสามารถทำได้โดยเขียนเป็น ข้อความหรือผังงาน •การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการตรวจสอบ เงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณีเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ ถูกต้องตรงตามความต้องการ •หากมีข้อผิดพลาดให้ตรวจสอบการทำงานทีละคำสั่ง เมื่อพบจุดที่ทำให้ผลลัพธ์ไม่ถูกต้องให้ทำการแก้ไข จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง •การฝึกตรวจหาข้อผิดพลาดจากโปรแกรมของผู้อื่น จะช่วยพัฒนาทักษะการหาสาเหตึของปัญหาได้ดี ยิ่งขึ้น •ตัวอย่างโปรแกรมตรวจสอบเลขคู่ เลขคี่ โปรแกรม รับข้อมูลน้ำหนักหรือส่วนสูงแล้วแสดงผลความสม ส่วนของร่างกาย โปรแกรมสั่งให้ตัวละครทำตาม เงื่อนไขที่กำหนด •ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น Scratch, logo ป.4 3.ใช้อินเตอร์เน็ตค้นหาข้อมูล ติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกัน ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล •การค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต และการพิจารณา ผลการค้นหา •การติดต่อสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต เช่น อีเมล บล็อก โปรแกรมสนทนา •การเขียนจดหมาย (บูรณาการกับวิชาภาษาไทย) •การใช้อินเตอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารและทำงาน ร่วมกัน เช่น ใช้นัดหมายในการประชุมกลุ่ม ประชาสัมพันธ์กิจกรรมในห้องเรียน การแลกเปลี่ยน ความรู้ ความคิดเห็นในการเรียน ภายใต้การดูแล ของครู •การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล เช่น เปรียบเทียบความสอดคล้อง สมบูรณ์ของข้อมูลจาก หลายแหล่ง แหล่งต้นตอของข้อมูล ผู้เขียน วันที่ เผยแพร่ข้อมูล •ข้อมูลที่ดีต้องมีรายละเอียดครบทุกด้าน เช่น ข้อดี และข้อเสีย ประโยชน์และโทษ
๔๕ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.4 4.รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูล และสารสนเทศโดยใช้ซอฟต์แวร์ที่ ห ล า ก ห ล า ย เ พ ื ่ อ แ ก ้ ป ั ญ ห า ใ น ชีวิตประจำวัน •การรวบรวมข้อมูล ทำได้โดยกำหนดหัวข้อที่ ต้องการ เตรียมอุปกรณ์ในการจดบันทึก •การประเมินผลอย่างง่าย เช่น เปรียบเทียบ จัด กลุ่ม เรียงลำดับ การหาผลรวม •วิเคราะห์ผลและสร้างทางเลือกที่เป็นไปได้ ประเมิน ทางเลือก (เปรียบเทียบ ตัดสิน) •การนำเสนอข้อมูลทำได้หลายลักษณะตามความ เหมาะสม เช่น การบอกเล่า เอกสารรายงาน โปสเตอร์ โปรแกรมนำเสนอ •การใช้ซอฟต์แวร์เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน เช่น การสำรวจเมนูอาหารกลางวันโดยใช้ซอฟต์แวร์ ตารางทำงานเพื่อประมวลผลข้อมูล รวบรวมข้อมูล เกี่ยวกับคุณค่าทางโภชนาการและสร้างรายการ อาหารสำหรับ 5 วัน ใช้ซอฟต์แวร์นำเสนอผลการ สำรวจรายการอาหารที่เป็นทางเลือกและข้อมูลด้าน โภชนาการ 5.การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง ปลอดภัย เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของผู้อื่นแจ้งผู้เกี่ยวข้อง เมื่อพบข้อมูลหรือบุคคลที่ไม่เหมาะสม •การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เข้าใจ สิทธิหน้าที่ของตนเอง เคารพในสิทธิของผู้อื่น เช่น ไม่สร้างข้อความเท็จและส่งให้ผู้อื่น ไม่สร้างความ เดือดร้อนต่อผู้อื่นโดยการส่งสแปมข้อความลูกโซ่ ส่ง ต่อโพสต์ที่มีข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น ส่งคำเชิญเล่น เกม ไม่เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวหรือการบ้านของบุคคล อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์/ชื่อ บัญชีของผู้อื่น •การสื่อสารอย่างมีมารยาทและรู้กาลเทศะ •การปกป้องข้อมูลส่วนตัว เช่น การออกจากระบบ เมื่อเลิกใช้งาน ไม่บอกรหัสผ่าน ไม่บอกเลข ประจำตัวประชาชน
๔๖ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.5 1.ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ ผลลัพธ์ จากปัญหาอย่างง่าย •การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็นการนำกฎเกณฑ์ หรือ เงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณีมาใช้พิจารณาในการ แก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน หรือการคาดการณ์ ผลลัพธ์ •สถานะเริ่มต้นของการทำงานที่แตกต่างกันจะให้ ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน •ตัวอย่างปัญหา เช่น เกม OX โปรแกรมที่มีการ คำนวณโปรแกรมที่มีตัวละครหลายตัวและมีการสั่งงาน ที่แตกต่างหรือมีการสื่อสารระหว่างกัน การเดินทางไป โรงเรียนโดยวิธีการต่าง ๆ 2.ออกแบบ และเขียนโปรแกรมที่มีการ ใช้เหตุผลเชิงตรรกะอย่างง่าย ตรวจหา ข้อผิดพลาดและแก้ไข -•การออกแบบโปรแกรมสามารถทำได้โดยเขียนเป็น ข้อความหรือผังงาน •การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการตรวจสอบ เงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณีเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง ตรงตามความต้องการ •หากมีข้อผิดพลาดให้ตรวจสอบการทำงานทีละคำสั่ง เมื่อพบจุดที่ทำให้ผลลัพธ์ไม่ถูกต้องให้ทำการแก้ไข จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง •การฝึกตรวจหาข้อผิดพลาดจากโปรแกรมของผู้อื่น จะ ช่วยพัฒนาทักษะการหาสาเหตึของปัญหาได้ดียิ่งขึ้น •ตัวอย่างโปรแกรมตรวจสอบเลขคู่ เลขคี่ โปรแกรมรับ ข้อมูลน้ำหนักหรือส่วนสูงแล้วแสดงผลความสมส่วนของ ร่างกาย โปรแกรมสั่งให้ตัวละครทำตามเงื่อนไขที่ กำหนด •ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น Scratch, logo 3.ใช้อินเตอร์เน็ตค้นหาข้อมูล ติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกัน ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล •การค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต และการพิจารณาผล การค้นหา •การติดต่อสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต เช่น อีเมล บล็อก โปรแกรมสนทนา •การเขียนจดหมาย (บูรณาการกับวิชาภาษาไทย)
๔๗ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง •การใช้อินเตอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารและทำงาน ร่วมกัน เช่น ใช้นัดหมายในการประชุมกลุ่ม ประชาสัมพันธ์กิจกรรมในห้องเรียน การแลกเปลี่ยน ความรู้ ความคิดเห็นในการเรียน ภายใต้การดูแลของ ครู •การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล เช่น เปรียบเทียบความสอดคล้อง สมบูรณ์ของข้อมูลจาก หลายแหล่ง แหล่งต้นตอของข้อมูล ผู้เขียน วันที่ เผยแพร่ข้อมูล •ข้อมูลที่ดีต้องมีรายละเอียดครบทุกด้าน เช่น ข้อดี และข้อเสีย ประโยชน์และโทษ 4.รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูล และสารสนเทศตามวัตถุประสงค์โดยใช้ ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเตอร์เน็ตที่ หลากหลาย เพื่อแก้ปัญหาใน ชีวิตประจำวัน •การรวบรวมข้อมูล ประเมินผล สร้างทางเลือก ประเมินผล จะทำให้ได้สารสนเทศเพื่อใช้ในการ แก้ปัญหาหรือการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ •การใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการทางอินเตอร์เน็ตที่ หลากหลายในการรวบรวม ประมวลผลสร้าง ทางเลือก ประเมินผล นำเสนอ จะช่วยให้แก้ปัญหา ทำได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ •ตัวอย่างปัญหา เช่น ถ่ายภาพ และสำรวจแผนที่ใน ท้องถิ่นเพื่อนำเสนอแนวทางในการจัดการพื้นที่ว่างให้ เกิดประโยชน์ ทำแบบสำรวจความคิดเห็นออนไลน์ และวิเคราะห์ข้อมูล นำเสนอข้อมูลโดยการใช้ blog หรือ web page 5.ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง ปลอดภัย มีมารยาทเข้าใจสิทธิและ หน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของผู้อื่น แจ้งผู้เกี่ยวข้องเมื่อพบข้อมูลหรือบุคคลที่ ไม่เหมาะสม •อันตรายจากการใช้งานและอาชญากรรมทาง อินเตอร์เน็ต •มารยาทในการติดต่อสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต (บูรณา การกับวิชาที่เกี่ยวข้อง) ป.6 1.ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบายและ ออกแบบวิธีการแก้ปัญหาที่พบใน ชีวิตประจำวัน •การแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นเป็นตอนจะช่วยให้ แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ •การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็นการนำ กฎเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณีมาใช้ พิจารณาในการแก้ปัญหา -แนวคิดของการทำงานเป็นแบบวนซ้ำ และเงื่อนไข •การพิจารณากระบวนการทำงานที่มีการทำงานแบบ วนซ้ำหรือเงื่อนไขเป็นวิธีการที่จะช่วยให้การออกแบบ วิธีการแก้ปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
๔๘ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ตัวอย่างปัญหา เช่น การค้นหาเลขหน้าที่ต้องการให้ เร็วที่สุด การทายเลข 1-1,000,000 โดยตอบให้ถูก ภายใน 20 คำถาม การคำนวณเวลาในการเดินทาง โดยคำนึงถึงระยะทาง เวลา จุดหยุดพัก 2.ออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่าย เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรมและ แก้ไข •การออกแบบโปรแกรมสามารถทำได้โดยเขียนเป็น ข้อความหรือผังงาน •การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการใช้ตัวแปร การวนซ้ำ การตรวจสอบเงื่อนไข •หากมีข้อผิดพลาดให้ตรวจสอบการทำงานทีละคำสั่ง เมื่อพบจุดที่ทำให้ผลลัพธ์ไม่ถูกต้องให้ทำการแก้ไข จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ถูกต้อง •การฝึกตรวจหาข้อผิดพลาดจากโปรแกรมของผู้อื่นจะ ช่วยพัฒนาทักษะการหาสาเหตุของปัญหาได้ดียิ่งขึ้น •ตัวอย่างโปรแกรม เช่น โปรแกรมเกม โปรแกรมหา ค่า ค.ร.น. เกมฝึกพิมพ์ -ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น Scratch, logo
๔๙ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดชัยมงคล กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัสวิชา ว 11101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (2 ชั่วโมง/สัปดาห์) เวลาเรียน 80 ชั่วโมง/ปี คำอธิบายรายวิชา ศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับลักษณะและหน้าที่ของส่วนต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ สัตว์ และพืช รวมทั้ง การทำหน้าที่ร่วมกันของส่วนต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ ความสำคัญของส่วนต่างๆ ของร่างกายตนเอง และการดูแล ส่วนต่างๆ อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และรักษาความสะอาดอยู่เสมอ ชื่อพืชและสัตว์ที่อาศัยอยู่บริเวณคลองจางวาง สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในบริเวณที่พืชและสัตว์อาศัยอยู่ สมบัติที่สังเกตได้ของวัสดุที่ใช้ทำวัตถุ ซึ่งทำจากวัสดุ ชนิดเดียวหรือหลายชนิดประกอบกัน ชนิดของวัสดุและจัดกลุ่มวัสดุตามสมบัติที่สังเกต การเกิดเสียง และทิศ ทางการเคลื่อนที่ของเสียง ลักษณะภายนอกของหินจากลักษณะเฉพาะตัวที่สังเกต ดาวที่ปรากฏบนท้องฟ้าในเวลา กลางวันและกลางคืน บริเวณตำบลชัยมงคล และสาเหตุที่มองไม่เห็นดาวส่วนใหญ่ในเวลากลางวัน การศึกษาการ แก้ไขปัญหาอย่างง่าย โดยใช้ขั้นตอนการแก้ปัญหา การแสดงลำดับขั้นตอนการทำงาน ศึกษาการใช้งานอุปกรณ์ เทคโนโลยีเบื้องต้น การใช้ซอฟต์แวร์เบื้องต้น โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เพื่อเน้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ จากการฝึกการแก้ปัญหาต่างๆ สร้างสรรค์การพัฒนางานในชีวิตจริงได้ ซึ่งเน้นการเชื่อมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี กับกระบวนการทางวิศวกรรมศาสตร์ และให้มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าและสร้าง อ ง ค ์ ค ว า ม ร ู ้ แ ล ะ ก า ร ใ ช ้ ก ร ะ บ ว น ก า ร ส ื บ เ ส า ะ ห า ค ว า ม ร ู ้ แ ล ะ ก า ร แ ก ้ ป ั ญ ห า ที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมผู้เรียนเกิดจิตวิทยาศาสตร์และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รหัสตัวชี้วัด ว 1.1 ป.1/1 ป.1/2 ว 1.2 ป.1/1 ป.1/2 ว 2.1 ป.1/1 ป.1/2 ว 2.3 ป.1/1 ว 3.1 ป.1/1 ป.1/2 ว 3.2 ป.1/1 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ว 4.2 ป.1/1 ป.1/2 ป.1/3 ป.1/4 ป.1/5 รวม 7 มาตรฐาน 15 ตัวชี้วัด