The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช 2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช 2563

หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช 2563



หลักสูตรสถานศึกษา

พุทธศกั ราช ๒๕๖๓

(ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

โรงเรยี นบา้ นหนองหญา้ ปล้อง(อุดมวนา)

สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศกึ ษาเพชรบุรี เขต 1
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ

หลักสูตรโรงเรียนบา้ นหนองหญา้ ปลอ้ ง(อดุ มวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓



ประกาศโรงเรยี นบ้านหนองหญา้ ปล้อง (อดุ มวนา)

เรือ่ ง ให้ใชห้ ลักสตู รโรงเรียนบา้ นหนองหญา้ ปลอ้ ง (อดุ มวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐)

********************************

เพื่อให้การบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม หมวด 4 มาตรา 27
ทก่ี าหนดให้สถานศกึ ษาขั้นพน้ื ฐานมหี น้าที่จัดทาสาระของหลักสูตรเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดี ของ
ชาติการดารงชีวิต และการประกอบอาชีพ ตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อในส่วนท่ีเก่ียวกับสภาพของปัญหา
ในชมุ ชนและสงั คม ภูมิปญั ญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อเป็นสมาชิกท่ีดีของครอบครัว ชุมชน สังคม
และประเทศชาติ

อาศยั ระเบยี บ กระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษา
ขัน้ พน้ื ฐาน พ.ศ. 2544 ขอ้ 5 และ ประกาศการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
เมื่อวันท่ี 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 และ คาส่ังกระทรวงศึกษาธิการ ท่ี สพฐ. 1239/2560 ลงวันที่ 7
สิงหาคม 2560 เรอ่ื ง ใหใ้ ช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ
สาระภมู ิศาสตร์ในกลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และ วฒั นธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) รวมทั้ง
คาส่ังสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ท่ี 921/2561 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ.2561 เรื่อง
ยกเลิกมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระท่ี 2 การออกแบบและเทคโนโลยี และ สาระที่ 3 เทคโนโลยี
สารสนเทศและการส่ือสาร ในกลุ่มสาระสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และเปล่ียนช่ือกลุ่มสาระการเรียนรู้น้ัน โรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง
(อุดมวนา) จึงได้ดาเนินการจัดทาหลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง (อุดมวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดกลุ่มสาระการ
เรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และสาระภูมศิ าสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ วัฒนธรรม
(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)

ทั้งน้ี หลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง (อุดมวนา) ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
การศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน เม่ือวันที่ ๑๕ เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ จึงประกาศให้ใช้หลักสูตรโรงเรียนตั้งแต่
บดั น้เี ปน็ ตน้ ไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

(นางสาวจนิ ตนา เกษรสันต)ิ์ (นายสุริยา มนตรภี ักด์ิ)
ประธานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน ผูอ้ านวยการโรงเรียนบ้านหนองหญา้ ปลอ้ ง (อดุ มวนา)

โรงเรยี นบ้านหนองหญ้าปลอ้ ง (อดุ มวนา)

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นหนองหญ้าปล้อง(อดุ มวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓



คานา

กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภมู ิศาสตรใ์ นกลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ตามคาสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ.
๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ และคาส่ังสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ๓๐/
๒๕๖๑ ลงวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๑ ให้เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) โดยมีคาสั่งให้โรงเรียนดาเนินการใช้หลักสูตรในปี
การศึกษา ๒๕๖๑ โดยให้ใช้ในชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ และ ๔ ต้ังแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๑ เป็นต้นมา ให้เป็น
หลกั สูตรแกนกลางของประเทศ โดยกาหนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางใน
การพฒั นาคณุ ภาพผู้เรียนมพี ฒั นาการเตม็ ตามศกั ยภาพ มีคุณภาพและมที ักษะการเรยี นร้ใู นศตวรรษที่ ๒๑ เพื่อให้
สอดคลอ้ งกับนโยบายและเปา้ หมายของสานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน

โรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง (อุดมวนา) จึงได้ทาการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ในกลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เพื่อ
นาไปใชป้ ระโยชนแ์ ละเป็นกรอบในการวางแผนและพฒั นาหลักสตู รของสถานศึกษาและจดั การเรยี นการสอน โดย
มีเป้าหมายในการพัฒนาคณุ ภาพผู้เรียน ให้มีกระบวนการนาหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการกาหนดวิสัยทัศน์
จุดหมาย สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด โครงสร้าง
เวลาเรยี น ตลอดจนเกณฑ์การวัดประเมินผลให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้โรงเรียน
สามารถกาหนดทิศทางในการจัดทาหลักสูตรการเรียนการสอนในแต่ละระดับตามความพร้อมและจุดเน้น โดยมี
กรอบแกนกลางเป็นแนวทางที่ชัดเจนเพ่ือตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ มีความพร้อมในการก้าวสู่สังคม
คุณภาพ มคี วามรอู้ ยา่ งแทจ้ ริง และมีทกั ษะในศตวรรษที่ ๒๑

มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชีว้ ดั ที่กาหนดไวใ้ นเอกสารนี้ ช่วยทาให้หน่วยงานทเ่ี กี่ยวข้อง ในทุกระดับเห็น
ผลคาดหวังที่ต้องการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนท่ีชัดเจนตลอดแนว ซ่ึงจะสามารถช่วยให้หน่วยงานท่ี
เกย่ี วข้องในระดับทอ้ งถิ่นและสถานศึกษาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรได้อย่างม่ันใจ ทาให้การจัดทาหลักสูตรในระดับ
สถานศกึ ษามคี ณุ ภาพและมคี วามเป็นเอกภาพย่ิงขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เกิดความชัดเจนเรื่องการวัดและประเมินผล
การเรียนรู้ และช่วยแก้ปัญหาการเทียบโอนระหว่างสถานศึกษา ดังนั้นในการพัฒนาหลักสูตรในทุกระดับต้ังแต่
ระดับชาติจนกระท่ังถึงสถานศึกษา จะต้องสะท้อนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดท่ีกาหนดไว้ใน
หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน รวมทั้งเป็นกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาทุกรูปแบบ และครอบคลุม
ผเู้ รียนทกุ กลุ่มเปา้ หมายในระดบั การศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน

การจัดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานจะประสบความสาเร็จตามเป้าหมายท่ีคาดหวังได้ ทุกฝ่าย ท่ี
เก่ียวข้องทั้งระดับชาติ ชุมชน ครอบครัว และบุคคลต้องร่วมรับผิดชอบ โดยร่วมกันทางานอย่างเป็นระบบ และ
ต่อเนื่อง ในการวางแผน ดาเนนิ การ สง่ เสริมสนบั สนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไข เพ่ือพัฒนาเยาวชนของ
ชาตไิ ปสู่คุณภาพตามมาตรฐานการเรยี นรูท้ กี่ าหนดไว้

คณะผ้จู ดั ทา

หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านหนองหญา้ ปลอ้ ง(อดุ มวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓

สารบญั ๔

เรื่อง หน้า
ประกาศโรงเรียน
คานา ๑
สารบัญ ๒
ส่วนที่ ๑ ความนา ๔

วสิ ยั ทศั น์ ๗
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน ๑๑
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๑๒
สว่ นที่ ๒ โครงสร้างหลักสตู ร ๑๓
โครงสรา้ งหลักสตู รโรงเรียนบา้ นหนองหญา้ ปล้อง(อุดมวนา) ๑๔
โครงสรา้ งเวลาเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ ๑๕
โครงสร้างเวลาเรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ ๑๖
โครงสรา้ งเวลาเรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ ๑๗
โครงสร้างเวลาเรียนช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ ๑๘
โครงสรา้ งเวลาเรียนช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๕ ๒๑
โครงสรา้ งเวลาเรยี นช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๖ ๒๒
รายวิชาของโรงเรยี นบ้านหนองหญ้าปล้อง(อดุ มวนา) ๓๐
ส่วนท่ี ๓ คาอธิบายรายวชิ า ๔๐
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ๕๐
กลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ๗๔
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๘๓
กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๙๓
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๑๐๑
กล่มุ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ ๑๑๖
กลุม่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ ๑๒๓
กลุม่ สาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ ๑๒๔
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๑๒๖
คาอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน ๑๓๒
กจิ กรรมแนะแนว ๑๓๓
กจิ กรรมนักเรยี น ๑๓๔
กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑๔๒
กิจกรรมชมุ นมุ
ส่วนที่ ๔ เกณฑก์ ารจบการศึกษา
ภาคผนวก

หลักสูตรโรงเรียนบา้ นหนองหญา้ ปลอ้ ง(อุดมวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓



สว่ นที่ ๑
ความนา

หลักสูตรโรงเรยี นบ้านหนองหญา้ ปลอ้ ง(อุดมวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓



สว่ นที่ ๑
ความนา

กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภมู ิศาสตรใ์ นกลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ตามคาสง่ั กระทรวงศกึ ษาธกิ ารที่ สพฐ.๑๒๓๙/๒๕๖๐
ลงวันท่ี ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ และคาสั่งสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานท่ี ๓๐/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๕
มกราคม ๒๕๖๑ ให้เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และ
วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) และมีคาส่ังให้โรงเรียนใช้หลักสูตรในปีการศึกษา ๒๕๖๑ ในช้ัน
ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ และ ๔ ต้ังแตป่ กี ารศึกษา ๒๕๖๑ โดยให้เป็นหลักสูตรแกนกลางของประเทศ ท้ังนี้ ได้กาหนด
จุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้เต็มตามศักยภาพ
มีคุณภาพ และมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ เพ่ือให้สอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายของสานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน

โรงเรียนบ้านหนองหญา้ ปล้อง(อุดมวนา) จงึ ได้ทาการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๓
(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เพ่ือ
นาไปใช้เป็นกรอบใน การวางแผนและพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษา ตลอดจนการจัดการเรียนการสอน ท่ีมี
เป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน มีกระบวนการนาหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการกาหนดวิสัยทัศน์
จุดหมาย สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด โครงสร้างเวลา
เรียน ตลอดจนเกณฑ์การวัดและประเมินผลให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถ
กาหนดทิศทางในการจัดทาหลักสูตร การเรียนการสอนในแต่ละระดับตามความพร้อมและจุดเน้น มีกรอบแกนกลางเป็น
แนวทางทชี่ ัดเจนเพอื่ ตอบสนอง นโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ มคี วามพร้อมในการก้าวสู่สังคมคุณภาพ มีความรู้อย่างแท้จริง
และมีทกั ษะในศตวรรษที่ ๒๑

มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ช้ีวัดทก่ี าหนดไว้ในเอกสารน้ี จะทาให้หน่วยงานทเ่ี ก่ียวข้องในทุกระดับเห็นผล
คาดหวังท่ีต้องการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างชัดเจนตลอดแนว และจะสามารถช่วยให้หน่วยงาน
ท่ีเกี่ยวข้องในระดับท้องถิ่นและสถานศึกษาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรได้อย่างม่ันใจ ทาให้การจัดทาหลักสูตรใน
ระดับสถานศึกษามีคณุ ภาพและเป็นเอกภาพย่ิงข้ึน อีกทั้งยังช่วยให้เกิดความชัดเจนเรื่องการวัดและประเมินผล
การเรียนรู้ ช่วยแก้ปัญหาการเทียบโอนระหว่างสถานศึกษา สอดคล้องกับหลักการพัฒนาหลักสูตรในทุกระดับ
ตง้ั แต่ระดับชาตจิ นกระท่งั ถงึ สถานศกึ ษา ซงึ่ จะต้องสะทอ้ นคณุ ภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กาหนด
ไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน รวมท้ังเป็นกรอบทิศทางใน การจัดการศึกษาทุกรูปแบบ และครอบคลุม
ผู้เรยี นทกุ กลุ่มเปา้ หมายในระดบั การศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน

การจดั หลักสูตรการศกึ ษาขน้ั พื้นฐานจะประสบความสาเรจ็ ตามเป้าหมายทีค่ าดหวังได้ ทุกฝ่ายท่ีเกี่ยวข้อง
ทั้งระดับชาติ ชุมชน ครอบครัว และบุคคลต้องร่วมรับผิดชอบ โดยร่วมกันทางานอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง
ในการวางแผนดาเนินการ ส่งเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไข เพ่ือพัฒนาเยาวชนของชาติ
ไปสู่คณุ ภาพตามมาตรฐานการเรยี นรู้ท่ีกาหนดไว้

หลักสตู รโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปลอ้ ง(อดุ มวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓



วสิ ัยทัศน์หลกั สูตรสถานศกึ ษา
หลักสตู รโรงเรียนบา้ นหนองหญ้าปล้อง(อุดมวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ตาม

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นหลักสูตรท่ีมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนเป็นบุคคล
แห่งการเรยี นรู้ สมู่ าตรฐานสากลและเปน็ มนุษย์ทมี่ คี วามสมดลุ ทงั้ ร่างกาย ความรู้ค่คู ุณธรรม มคี วามเป็นผู้นาของ
สังคม มีจิตสานกึ ในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลกโดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงยึดมั่นในการ
ปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีความรู้และทักษะพ้ืนฐาน สามารถใช้
นวัตกรรมและเทคโนโลยีรวมท้ังเจตคติท่ีจาเป็นต่อการศึกษาในการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิตโดย
มุง่ เนน้ ผู้เรยี น เป็นสาคัญบนพ้ืนฐานความเชอ่ื วา่ ทุกคนสามารถเรียนรแู้ ละพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ

เป้าประสงค์หลกั สูตร (Corporate objective)
๑. เพอ่ื ใหผ้ เู้ รียนทกุ คนได้รับการปลกู ฝงั คุณธรรม จรยิ ธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีการพัฒนา

เตม็ ตามศกั ยภาพ มีทักษะชีวิต มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดี นาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทาง
การดาเนินชีวิต เป็นผู้นาที่ดีของสังคมและมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เพื่อการเรียนรู้และการส่ือสาร
อยา่ งหลากหลาย ผเู้ รยี นมศี กั ยภาพเป็นพลโลก (Worid Citizen)

๒. เพอ่ื ใหส้ ถานศึกษามีระบบการบริหารและจดั การศกึ ษาดว้ ยระบบคณุ ภาพ (Quality System
Management) เพื่อรองรบั การกระจายอานาจอย่างทวั่ ถงึ

๓. เพอ่ื ให้บคุ ลากรทกุ คนมีทักษะวิชาชพี ในการพัฒนาการเรียนการสอนและใชน้ วัตกรรมเทคโนโลยที ่ี
ทันสมยั ยกระดับการจดั การเรยี นการสอนเทียบเคียงมาตรฐานสากล (Worle Class standard)

๔. เพ่อื ให้การใช้งบประมาณและทรัพยากรของทกุ หน่วยงานเป็นไปตามเปา้ หมายไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ
และประสทิ ธิผลสงู สดุ

วสิ ัยทัศนโ์ รงเรียน
โรงเรยี นบา้ นหนองหญ้าปล้อง(อุดมวนา) “มุ่งมั่นพัฒนาการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ สู่มาตรฐานสากล

โดยความร่วมมอื ของทุกภาคสว่ น เปน็ โรงเรยี นดใี กล้บ้าน”

พนั ธกจิ
๑. ปฏิรปู การเรียนการสอนเพอ่ื ยกระดับผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนใหส้ งู ขน้ึ
๒. เสรมิ สรา้ งความเปน็ เลศิ ดว้ ยส่ืออปุ กรณก์ ารเรยี นการสอน
๓. สรา้ งความเขม้ แขง็ เครือข่ายแหล่งเรียนรู้
๔. เสริมสรา้ งประสทิ ธิภาพการใช้อาคารสถานท่ีให้เกิดประโยชน์สงู สดุ
๕. พัฒนาบคุ ลากรใหม้ สี มรรถนะความรคู้ วามสมารถในการจดั การเรียนการสอน
๖. จัดหาส่อื เทคโนโลยีทางการเรียนการสอนให้เพียงพอ
๗. พัฒนาขมุ กาลงั วชิ าการจากปราชญ์ชาวบา้ นภูมิปญั ญาท้องถน่ิ และตน้ แบบทีด่ จี ากชุมชน
๘. เปิดโอกาสให้ชมุ ชนรว่ มระดมทรพั ยากรทางการศึกษาทง้ั ด้านคน อาคารสถานท่ี งบประมาณ วิชาการ

หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านหนองหญ้าปลอ้ ง(อุดมวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓



เป้าประสงค์
ประชากรในวยั เรียนไดเ้ รียนครบทกุ คนอย่างมีคุณภาพ ครแู ละบุคลากรมศี กั ยภาพ โรงเรียนมีมาตรฐาน

พ่อแม่ผูป้ กครองและชมุ ชนมีความพึงพอใจ

อัตลักษณ์ของนักเรยี น
ไหว้งามอยา่ งไทย

เอกลักษณข์ องสถานศึกษา
รกั สะอาด มารยาทดี มีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้

สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ในการพฒั นาผู้เรียนตามหลักสตู รโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง(อุดมวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.

๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตาม
มาตรฐานท่ีกาหนด ซ่งึ จะช่วยให้ผู้เรียนเกดิ สมรรถนะสาคญั และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ดังน้ี
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น

หลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปลอ้ ง(อุดมวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) มุ่งให้
ผ้เู รียนเกิดสมรรถนะสาคัญ ๕ ประการ ดังนี้

๑. ความสามารถในการส่ือสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์อนั จะเปน็ ประโยชน์ตอ่ การพฒั นาตนเองและสังคม การเลือกรบั หรอื ไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผล
และความถูกต้อง ตลอดจนการเลอื กใช้วธิ ีการสื่อสารที่มปี ระสิทธภิ าพโดยคานึงถึงผลกระทบท่มี ีต่อตนเองและสงั คม

๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่างสร้างสรรค์
การคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ และการคิดเปน็ ระบบ เพอื่ นาไปสู่การสรา้ งองคค์ วามร้หู รือสารสนเทศเพ่ือการตัดสินใจ
เกีย่ วกบั ตนเองและสงั คมได้อย่างเหมาะสม

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ท่ีเผชิญได้
อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และ
การเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไข
ปญั หาและมีกาตัดสินใจทีม่ ปี ระสทิ ธิภาพโดยคานึงถงึ ผลกระทบทเี่ กดิ ข้นึ ต่อตนเอง สังคมและสงิ่ แวดล้อม

๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดาเนิน
ชีวิตประจาวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทางาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการ
สร้างเสรมิ ความสมั พันธ์อันดรี ะหวา่ งบคุ คล การจัดการปญั หาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้
ทนั กับการเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จกั หลกี เลยี่ งพฤตกิ รรมไม่พึงประสงค์ท่ีส่งผลกระทบ
ตอ่ ตนเองและผ้อู ่นื

๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมี
ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทางาน การ
แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถกู ต้อง เหมาะสม และมคี ณุ ธรรม

หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นหนองหญ้าปล้อง(อดุ มวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓



คณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์

หลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง(อุดมวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐)
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์
เพื่อให้สามารถอยรู่ ่วมกับผู้อนื่ ในสังคมได้อยา่ งมีความสขุ ในฐานะพลเมอื งไทยและพลโลก ดังน้ี

๑. รกั ษ์ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
๒. ซื่อสัตยส์ จุ ริต
๓. มวี ินยั
๔. ใฝเ่ รียนรู้
๕. อยู่อย่างพอเพียง
๖. มุ่งมน่ั ในการทางาน
๗. รักความเปน็ ไทย
๘. มจี ติ เปน็ สาธารณะ

ค่านยิ มหลักของคนไทย ๑๒ ประการ ตามนโยบายของ คสช.
1. มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์
2. ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มอี ดุ มการณใ์ นสงิ่ ท่ีดีงามเพือ่ สว่ นรวม
3. กตญั ญูตอ่ พอ่ แม่ ผ้ปู กครอง ครูบาอาจารย์
4. ใฝ่หาความรู้ หม่นั ศกึ ษาเลา่ เรียนทง้ั ทางตรง และทางออ้ ม
5. รกั ษาวฒั นธรรมประเพณีไทยอนั งดงาม
6. มีศีลธรรม รักษาความสตั ย์ หวังดีตอ่ ผู้อื่น เผ่อื แผแ่ ละแบ่งปนั
7. เขา้ ใจเรียนรู้การเปน็ ประชาธิปไตย อนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมขุ ทถ่ี ูกตอ้ ง
8. มีระเบยี บวินยั เคารพกฎหมาย ผู้น้อยร้จู ักการเคารพผู้ใหญ่
9. มสี ติรู้ตวั รคู้ ิด รูท้ า ร้ปู ฏิบตั ิตามพระราชดารสั ของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ วั
10. รจู้ กั ดารงตนอยูโ่ ดยใชห้ ลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งตามพระราชดารัสของ พระบาทสมเด็จพระ

เจา้ อยหู่ ัว รจู้ กั อดออมไว้ใช้เมอ่ื ยามจาเปน็ มไี วพ้ อกนิ พอใช้ ถา้ เหลือกแ็ จกจ่ายจาหน่าย และพร้อมท่ีจะขยาย
กิจการเมื่อมีความพร้อม เมื่อมภี ูมิคุ้มกนั ทีด่ ี

11. มีความเขม้ แขง็ ท้งั ร่างกาย และจิตใจ ไมย่ อมแพ้ต่ออานาจฝา่ ยต่าง หรอื กิเลส มีความละอายเกรง
กลวั ต่อบาปตามหลกั ของศาสนา

12. คานงึ ถึงผลประโยชน์ของสว่ นรวม และของชาตมิ ากกวา่ ผลประโยชนข์ องตนเอง

หลักสูตรตา้ นทุจริตศกึ ษา
สานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับสานักงาน

คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดทาหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาสาหรับใช้ในทุกระดับการศึกษา
ในส่วนของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานได้จัดทาหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา รายวิชาเพิ่มเติม
“การป้องกนั การทุจรติ ” ขึน้ และคณะรฐั มนตรีมีมตเิ หน็ ชอบหลักสตู รตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา เมื่อวันท่ี ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๑
และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนาหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา
โดยมุง่ เนน้ การสรา้ งความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเก่ียวกับความหมายและขอบเขตของการกระทาทุจริตในลักษณะ
ตา่ ง ๆ ทั้งทางตรงและทางออ้ ม ความเสียหายที่เกิดจากการทุจริต ความสาคัญของการต่อต้านการทุจริต รวมท้ัง
จดั ให้มกี ารประเมนิ ผลสมั ฤทธิ์ของการจัดหลกั สูตรในแตล่ ะช่วงวัยของผ้เู รยี นด้วย

หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นหนองหญา้ ปลอ้ ง(อดุ มวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓



หลักสตู รตา้ นทจุ รติ ศึกษา (Anti – Corruption Education) รายวิชาเพ่ิมเติม “การป้องกันการทุจริต”
ประกอบด้วย ๔ หน่วยการเรียนรู้ ได้แก่ ๑) การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์
ส่วนรวม ๒) ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ๓) STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต ๔) พลเมืองกับความ
รับผิดชอบต่อสังคม ท่ีสถานศึกษาจัดให้กับผู้เรียนเพ่ือปลูกฝังและป้องกันการทุจริตไม่ให้เกิดขึ้น โดยเร่ิมปลูกฝัง
ผู้เรียนต้ังแต่ชั้นปฐมวัยจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๖ ให้มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการ มีสมรรถนะที่
สาคญั และมคี ณุ ลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์

หลกั สูตรโรงเรียนบ้านหนองหญา้ ปลอ้ ง(อดุ มวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓



สว่ นท่ี ๒
โครงสรา้ งหลักสูตร

หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นหนองหญ้าปลอ้ ง(อุดมวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓



ส่วนที่ ๒
โครงสร้างหลกั สตู รโรงเรียนบา้ นหนองหญ้าปลอ้ ง(อดุ มวนา)
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง(อุดมวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓ (ฉบับปรับปรุง
พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กาหนดโครงสร้างของ
หลักสูตรสถานศึกษา เพื่อให้ผู้สอนและผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรของสถานศึกษามีแนวปฏิบัติ
ดงั นี้
มาตรฐานการเรยี นรู้
การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความสมดุล ต้องคานึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปัญญา หลักสูตร
โรงเรยี นบ้านหนองหญา้ ปลอ้ ง(อดุ มวนา) จึงกาหนดใหผ้ ู้เรียนเรยี นรู้ ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ดังนี้
๑. ภาษาไทย
๒. คณิตศาสตร์
๓. วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
๔. สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
๕. สขุ ศึกษาและพลศึกษา
๖. ศลิ ปะ
๗. การงานอาชพี
๘. ภาษาต่างประเทศ
ในแต่ละกลมุ่ สาระการเรียนรู้ได้กาหนดมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายสาคัญของการพัฒนาคุณภาพ
ผู้เรยี น มาตรฐานการเรียนรูร้ ะบุสง่ิ ทผ่ี ู้เรยี นพึงรู้ ปฏิบัติได้ มคี ุณธรรมจริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์เมื่อจบ
การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน นอกจากน้ันมาตรฐานการเรียนรู้ยังเป็นกลไกสาคัญในการขับเคล่ือนพัฒนาการศึกษาท้ัง
ระบบ เพราะมาตรฐานการเรยี นร้จู ะสะท้อนให้ทราบว่าต้องการอะไร จะสอนอย่างไร และประเมนิ อย่างไร รวมท้ัง
เป็นเครอื่ งมือในการตรวจสอบเพอื่ การประกันคุณภาพการศึกษาโดยใช้ระบบการประเมินคุณภาพภายในและการ
ประเมนิ คุณภาพภายนอก ซึ่งรวมถึงการทดสอบระดับเขตพื้นท่ีการศึกษา และการทดสอบระดับชาติ ระบบการ
ตรวจสอบเพื่อประกันคุณภาพดังกลา่ วเป็นสง่ิ สาคัญทช่ี ว่ ยสะทอ้ นภาพการจดั การศึกษาว่าสามารถพัฒนาผู้เรียนให้
มคี ณุ ภาพตามท่ีมาตรฐานการเรยี นรกู้ าหนดเพยี งใด

ตวั ช้ีวัด
ตัวช้ีวัดระบุส่ิงที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ รวมทั้งคุณลักษณะของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น ซ่ึงสะท้อนถึง

มาตรฐานการเรียนรู้ มีความเฉพาะเจาะจงและมีความเป็นรูปธรรม นาไปใช้ในการกาหนดเนื้อหา จัดทาหน่วยการ
เรียนรู้ จัดการเรียนการสอน และเป็นเกณฑส์ าคญั สาหรบั การวดั ประเมนิ ผลเพื่อตรวจสอบคุณภาพผ้เู รียน

ตั ว ชี้ วั ด ชั้ น ปี เ ป็ น เ ป้ า ห ม า ย ใ น ก า ร พั ฒ น า ผู้ เ รี ย น แ ต่ ล ะ ชั้ น ปี ใ น ร ะ ดั บ ก า ร ศึ ก ษ า ภ า ค บั ง คั บ
(ประถมศึกษาปีที่ ๑ – ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๖)

หลกั สตู รโรงเรียนบ้านหนองหญา้ ปล้อง(อุดมวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓



หลักสตู รได้มกี ารกาหนดรหัสกากับมาตรฐานการเรยี นร้แู ละตัวชีว้ ดั เพือ่ ความเขา้ ใจและให้ส่อื สารตรงกนั
ดงั นี้

ว ๑.๑ ป. ๑/๒ ตัวชวี้ ดั ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ ข้อที่ ๒
ป.๑/๒ สาระที่ ๑ มาตรฐานขอ้ ท่ี ๑
๑.๑ กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี


สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรู้ ประกอบด้วย องค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้ และคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ ซ่ึงกาหนดให้ผู้เรียนทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจาเป็นต้องเรียนรู้ โดยแบ่งเป็น ๘ กลุ่ม
สาระการเรยี นรู้ ดงั น้ี

ภาษาไทย : ความรู้ ทกั ษะ คณิตศาสตร์ : การนาความรู้ทกั ษะ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี : การนา

และวัฒนธรรมการใชภ้ าษา และกระบวนการทางคณิตศาสตร์ไปใช้ ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
เพื่อ การสือ่ สาร ความช่ืนชม ใน การแกป้ ญั หา การดาเนนิ ชวี ิต ไปใชใ้ นการศึกษา ค้นควา้ หาความรู้ และ
การเห็นคณุ คา่ ภมู ิปญั ญาไทย และ และศึกษาตอ่ การมเี หตุมผี ล แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ การคิดอยา่ ง
ภมู ใิ จในภาษาประจาชาติ มเี จตคติทีด่ ีต่อคณิตศาสตร์ เป็นเหตุเป็นผล คิดวิเคราะห์
พัฒนาการคิดอย่างเป็นระบบและ คดิ สร้างสรรค์ จติ วทิ ยาศาสตร์ และการ
สรา้ งสรรค์ ใชเ้ ทคโนโลยี

ภาษาต่างประเทศ : ความรู้ องคค์ วามรู้ ทักษะสาคญั สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม :
ทักษะ เจตคติ และวัฒนธรรม และคุณลกั ษณะ การอยู่รว่ มกันในสงั คมไทยและสงั คม
การใชภ้ าษาต่างประเทศในการ โลกอยา่ งสันติสุข การเป็นพลเมืองดี
สอื่ สาร การแสวงหาความรู้ ในหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษา ศรัทธาในหลกั ธรรมของศาสนา
และการประกอบอาชีพ ข้นั พ้นื ฐาน การเหน็ คุณคา่ ของทรัพยากรและ
ส่ิงแวดล้อม ความรกั ชาติ และภูมิใจ
ในความเปน็ ไทย

การงานอาชีพ : ความรู้ ศิลปะ : ความรู้และทกั ษะใน สุขศกึ ษาและพลศึกษา : ความรู้
ทักษะ และเจตคติในการทางาน การคดิ รเิ ริ่ม จนิ ตนาการ ทักษะและเจตคติในการสร้างเสรมิ
การจัดการ การดารงชีวิต และ สร้างสรรค์งานศลิ ปะ สุขภาพพลานามยั ของตนเองและผู้อน่ื
การประกอบอาชพี สุนทรียภาพและการเหน็ การป้องกนั และปฏบิ ัตติ ่อ
คณุ ค่าทางศลิ ปะ ส่ิงต่าง ๆ ทีม่ ผี ลต่อสุขภาพอย่าง
ถกู วิธีและทกั ษะในการดาเนินชีวิต

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นหนองหญ้าปล้อง(อดุ มวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓

๑๐

กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มุ่งใหผ้ เู้ รยี นได้พฒั นาตนเองตามศกั ยภาพ พัฒนาอยา่ งรอบดา้ นเพ่อื ความเป็น

มนษุ ยท์ ี่สมบูรณ์ ท้ังร่างกาย สติปญั ญา อารมณ์ และสงั คม เสริมสร้างให้เป็นผมู้ ีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย
ปลูกฝังและสร้างจิตสานึกของการทาประโยชน์เพ่ือสังคม สามารถจัดการตนเองได้ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมี
ความสขุ แบง่ เป็น ๓ ลักษณะ ดังน้ี

๑. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเองและบูรณาการ
หลักสตู รตา้ นทจุ รติ รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถคิดตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตท้ังด้าน
การเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็น
กิจกรรมท่ชี ่วยเหลือและใหค้ าปรึกษาแก่ผู้ปกครองในการมีสว่ นรว่ มพัฒนาผู้เรียน

๒. กิจกรรมนกั เรยี น เปน็ กิจกรรมทมี่ ่งุ พัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นาผู้ตามท่ีดี ความ
รับผดิ ชอบ การทางานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน
เอื้ออาทร และสมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน ให้ได้
ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุงการ
ทางาน เน้นการทางานร่วมกันเป็นกลุ่ม ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียน บริบทขอ ง
สถานศึกษาและท้องถิ่น กิจกรรมนักเรียนในหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง(อุดมวนา)
พทุ ธศกั ราช ๒๕๓ (ฉบับปรบั ปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช
๒๕๕๑ ประกอบด้วย

๒.๑ กจิ กรรมลกู เสอื - เนตรนารี
๒.๒ กจิ กรรมชุมนมุ /ชมรม
๓. กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ เปน็ กิจกรรมทส่ี ง่ เสรมิ ให้ผู้เรียนบาเพ็ญตนให้
เปน็ ประโยชน์ตอ่ สังคม ชุมชน และทอ้ งถ่ินตามความสนใจในลกั ษณะอาสาสมัคร เพ่ือแสดงถงึ ความรับผิดชอบ
ความดงี าม ความเสยี สละต่อสังคม มีจิตสาธารณะ

เวลาเรยี น
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง(อุดมวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓ (ฉบับปรับปรุง
พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ได้กาหนดกรอบโครงสร้าง
เวลาเรยี นข้นั ตา่ สาหรับกลมุ่ สาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่ม และกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน ซึ่งผสู้ อนสามารถเพม่ิ เติมได้ตามความ
พร้อมและจุดเน้นของสถานศึกษา โดยสามารถปรับให้เหมาะสมตามบริบทของสถานศึกษาและสภาพของผู้เรียน
ชั้นประถมศกึ ษา (ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ – ๖) ให้จัดเวลาเรียนเป็นรายปี โดยมีเวลาเรยี นวันละ ๖ ชวั่ โมง
หมายเหตุ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ โรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง(อุดม
วนา) จดั เวลาเรียนรายปี โดยมีเวลาเรยี นวนั ละ ๗ ชว่ั โมง เพ่ือชดเชยจานวนวันมาเรียนให้ครบตามหลักสูตร
๒๐๐ วัน /ปกี ารศกึ ษา

หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านหนองหญา้ ปลอ้ ง(อุดมวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓

๑๑

โครงสรา้ งหลักสตู รโรงเรียนบา้ นหนองหญา้ ปล้อง(อุดมวนา)

เวลาเรียน(ช่ัวโมง/ปี)

กลมุ่ สาระการเรียนรู/้ กจิ กรรม ระดับประถมศึกษา

 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
ภาษาไทย
คณติ ศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
ประวัตศิ าสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ศิลปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
การงานอาชีพ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
ภาษาตา่ งประเทศ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
รวมเวลาเรยี น (พน้ื ฐาน) ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐
 รายวชิ าเพม่ิ เตมิ
หน้าทพี่ ลเมือง ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ภาษาองั กฤษเพอ่ื การสอ่ื สาร ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
รวมเวลาเรยี น (เพมิ่ เติม) ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐

 กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
กจิ กรรมแนะแนว

กิจกรรมนกั เรียน ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
- กจิ กรรมลกู เสือ/เนตรนารี
- ชุมนุม

กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
รวมเวลาเรยี น (กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น) ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

รวมเวลาเรียนทงั้ หมด ๑,๐๔๐ ชว่ั โมง/ปี ๑,๑๒๐ ช่ัวโมง/ปี

หมายเหตุ ภาษาองั กฤษเพื่อการสอื่ สารจดั กิจกรรมบูรณาการเรยี นร้ใู นกจิ กรรมลดเวลาเรียน เพิม่ เวลารู้

หลักสตู รโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง(อดุ มวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓

๑๒

โครงสรา้ งหลกั สูตรชน้ั ปี
แสดงรายละเอียดเวลาเรียนของรายวชิ าพ้ืนฐาน รายวชิ าเพ่มิ เตมิ และกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี นในแตล่ ะชัน้ ปี

รหสั โครงสร้างหลกั สูตรชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๑ เวลาเรียน(ชม./ป)ี
โรงเรยี นบา้ นหนองหญ้าปลอ้ ง(อดุ มวนา)
ท ๑๑๑๐๑ ๒๐๐
ค ๑๑๑๐๑ กลมุ่ สาระการเรียนร/ู้ กจิ กรรม ๒๐๐
ว ๑๑๑๐๑ รายวชิ าพนื้ ฐาน ๘๐
ส ๑๑๑๐๑ ๔๐
ส ๑๑๑๐๒ ภาษาไทย๑ ๔๐
พ ๑๑๑๐๑ ๔๐
ศ ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์๑ ๔๐
ง ๑๑๑๐๑ ๔๐
อ ๑๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลย๑ี ๑๖๐
๘๔๐
ส ๑๑๒๓๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม๑
อ ๑๑๒๐๑ ๔๐
ประวตั ศิ าสตร์๑ ๔๐
๘๐
สุขศกึ ษาและพลศึกษา๑
๔๐
ศลิ ปะ๑
๔๐
การงานอาชพี ๑ ๓๐
๑๐
ภาษาอังกฤษ๑ ๑๒๐
๑,๐๔๐
รวมรายวิชาพ้ืนฐาน
รายวิชาเพม่ิ เตมิ

หน้าทพี่ ลเมอื ง๑

ภาษาอังกฤษเพื่อการสอ่ื สาร๑

รวมรายวิชาเพ่ิมเตมิ
กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน

แนะแนว

กิจกรรมนกั เรียน
 ลกู เสอื เนตรนารี
 ชมุ นมุ

กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณะประโยชน์

รวมกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น

รวมเวลาเรียนทงั้ สน้ิ

หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นหนองหญ้าปลอ้ ง(อดุ มวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓

โครงสรา้ งหลักสูตรชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๒ ๑๓
โรงเรียนบา้ นหนองหญา้ ปลอ้ ง(อุดมวนา)
เวลาเรยี น(ชม./ป)ี
รหสั กลมุ่ สาระการเรยี นร/ู้ กจิ กรรม
รายวิชาพืน้ ฐาน ๒๐๐
ท ๑๒๑๐๑ ๒๐๐
ค ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย๒ ๘๐
ว ๑๒๑๐๑ ๔๐
ส ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์๒ ๔๐
ส ๑๒๑๐๒ ๔๐
พ ๑๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี๒ ๔๐
ศ ๑๒๑๐๑ ๔๐
ง ๑๒๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม๒ ๑๖๐
อ ๑๒๑๐๑ ๘๔๐
ประวตั ศิ าสตร์๒
ส ๑๒๒๓๒ ๔๐
อ ๑๒๒๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา๒ ๔๐
๘๐
ศิลปะ๒
๔๐
การงานอาชีพ๒
๔๐
ภาษาอังกฤษ๒ ๓๐
รวมรายวชิ าพื้นฐาน ๑๐
รายวชิ าเพ่ิมเตมิ ๑๒๐
๑,๐๔๐
หนา้ ทพี่ ลเมอื ง๒

ภาษาองั กฤษเพอื่ การส่ือสาร๒

รวมรายวิชาเพม่ิ เติม
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน

แนะแนว

กิจกรรมนกั เรียน
 ลูกเสือเนตรนารี
 ชมุ นุม

กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน์

รวมกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน

รวมเวลาเรียนทงั้ ส้ิน

หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านหนองหญ้าปล้อง(อุดมวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓

โครงสรา้ งหลักสูตรชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๓ ๑๔
โรงเรียนบา้ นหนองหญา้ ปลอ้ ง(อุดมวนา)
เวลาเรยี น(ชม./ป)ี
รหสั กลมุ่ สาระการเรยี นร/ู้ กจิ กรรม
รายวิชาพืน้ ฐาน ๒๐๐
ท ๑๓๑๐๑ ๒๐๐
ค ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย๓ ๘๐
ว ๑๓๑๐๑ ๔๐
ส ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์๓ ๔๐
ส ๑๓๑๐๒ ๔๐
พ ๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี๓ ๔๐
ศ ๑๓๑๐๑ ๔๐
ง ๑๓๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม๓ ๑๖๐
อ ๑๓๑๐๓ ๘๔๐
ประวตั ศิ าสตร์๓
ส ๑๓๒๓๓ ๔๐
อ ๑๓๒๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา๓ ๔๐
๘๐
ศิลปะ๓
๔๐
การงานอาชีพ๓
๔๐
ภาษาอังกฤษ๓ ๓๐
๑๐
รวมรายวชิ าพื้นฐาน ๑๒๐
รายวชิ าเพ่ิมเตมิ ๑,๐๔๐

หนา้ ทพี่ ลเมอื ง๓

ภาษาองั กฤษเพอื่ การส่ือสาร๓

รวมรายวิชาเพม่ิ เติม
กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน

แนะแนว

กิจกรรมนกั เรียน
 ลูกเสือเนตรนารี
 ชมุ นุม

กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน์

รวมกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน

รวมเวลาเรียนทัง้ ส้ิน

หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านหนองหญ้าปล้อง(อุดมวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓

โครงสรา้ งหลักสตู รชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๔ ๑๕
โรงเรียนบ้านหนองหญ้าปลอ้ ง(อุดมวนา)
เวลาเรียน(ชม./ป)ี
รหัส กลมุ่ สาระการเรียนรู้/กจิ กรรม
รายวิชาพ้นื ฐาน ๑๖๐
ท ๑๔๑๐๑ ๑๖๐
ค ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย๔ ๑๒๐
ว ๑๔๑๐๑ ๘๐
ส ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์๔ ๔๐
ส ๑๔๑๐๒ ๘๐
พ ๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี๔ ๘๐
ศ ๑๔๑๐๑ ๔๐
ง ๑๔๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม๔ ๘๐
อ ๑๔๑๐๑ ๘๔๐
ประวตั ศิ าสตร์๔
ส ๑๔๒๓๔ ๔๐
อ ๑๔๒๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา๔ ๑๒๐
๘๐
ศิลปะ๔
๔๐
การงานอาชีพ๔
๔๐
ภาษาอังกฤษ๔ ๓๐
๑๐
รวมรายวิชาพน้ื ฐาน ๑๒๐
รายวชิ าเพม่ิ เตมิ ๑,๑๒๐

หนา้ ทพี่ ลเมอื ง๔

ภาษาองั กฤษเพ่ือการสือ่ สาร๔

รวมรายวิชาเพิม่ เติม
กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น

แนะแนว

กิจกรรมนกั เรียน
 ลูกเสือเนตรนารี
 ชมุ นุม

กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณะประโยชน์

รวมกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น

รวมเวลาเรยี นทั้งสน้ิ

หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านหนองหญา้ ปล้อง(อดุ มวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓

โครงสรา้ งหลักสตู รชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๕ ๑๖
โรงเรียนบ้านหนองหญ้าปลอ้ ง(อุดมวนา)
เวลาเรียน(ชม./ป)ี
รหัส กลมุ่ สาระการเรียนรู้/กจิ กรรม
รายวิชาพ้นื ฐาน ๑๖๐
ท ๑๕๑๐๑ ๑๖๐
ค ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย๕ ๑๒๐
ว ๑๕๑๐๑ ๘๐
ส ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์๕ ๔๐
ส ๑๕๑๐๒ ๘๐
พ ๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี๕ ๘๐
ศ ๑๕๑๐๑ ๔๐
ง ๑๕๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม๕ ๘๐
อ ๑๕๑๐๑ ๘๔๐
ประวตั ศิ าสตร์๕
ส ๑๕๒๓๕ ๔๐
อ ๑๕๒๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา๕ ๑๒๐
๘๐
ศิลปะ๕
๔๐
การงานอาชีพ๕
๔๐
ภาษาอังกฤษ๕ ๓๐
๑๐
รวมรายวิชาพน้ื ฐาน ๑๒๐
รายวชิ าเพม่ิ เตมิ ๑,๑๒๐

หนา้ ทพี่ ลเมอื ง๕

ภาษาองั กฤษเพ่ือการสือ่ สาร๕

รวมรายวิชาเพิม่ เติม
กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น

แนะแนว

กิจกรรมนกั เรียน
 ลูกเสือเนตรนารี
 ชมุ นุม

กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณะประโยชน์

รวมกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น

รวมเวลาเรยี นทั้งสน้ิ

หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านหนองหญา้ ปล้อง(อดุ มวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓

โครงสรา้ งหลักสตู รชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๖ ๑๗
โรงเรยี นบ้านหนองหญ้าปลอ้ ง(อุดมวนา)
เวลาเรียน(ชม./ป)ี
รหัส กลุม่ สาระการเรียนรู้/กจิ กรรม
รายวิชาพ้นื ฐาน ๑๖๐
ท ๑๖๑๐๑ ๑๖๐
ค ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย๖ ๑๒๐
ว ๑๖๑๐๑ ๘๐
ส ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์๖ ๔๐
ส ๑๖๑๐๒ ๘๐
พ ๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี๖ ๘๐
ศ ๑๖๑๐๑ ๔๐
ง ๑๖๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม๖ ๘๐
อ ๑๖๑๐๑ ๘๔๐
ประวตั ศิ าสตร์๖
ส ๑๖๒๓๖ ๔๐
อ ๑๖๒๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา๖ ๑๒๐
๘๐
ศิลปะ๖
๔๐
การงานอาชีพ๖
๔๐
ภาษาอังกฤษ๖ ๓๐
๑๐
รวมรายวิชาพน้ื ฐาน ๑๒๐
รายวิชาเพม่ิ เตมิ ๑,๑๒๐

หนา้ ทพี่ ลเมอื ง๖

ภาษาองั กฤษเพ่ือการสอ่ื สาร๖

รวมรายวิชาเพิม่ เติม
กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น

แนะแนว

กิจกรรมนกั เรียน
 ลูกเสือเนตรนารี
 ชมุ นุม

กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณะประโยชน์

รวมกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น

รวมเวลาเรยี นทั้งสน้ิ

หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านหนองหญา้ ปล้อง(อดุ มวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓

๑๘

รายวิชาของโรงเรียนบ้านหนองหญา้ ปล้อง(อดุ มวนา)

กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย

รายวิชาพน้ื ฐาน

ท๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ จานวน ๒๐๐ ชั่วโมง

ท๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ จานวน ๒๐๐ ชั่วโมง

ท๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ จานวน ๒๐๐ ชั่วโมง

ท๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ จานวน ๑๖๐ ชั่วโมง

ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ จานวน ๑๖๐ ชั่วโมง

ท๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ จานวน ๑๖๐ ชว่ั โมง

กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์

รายวิชาพ้ืนฐาน

ค๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑ จานวน ๒๐๐ ชั่วโมง

ค๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๒ จานวน ๒๐๐ ชว่ั โมง

ค๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๓ จานวน ๒๐๐ ชัว่ โมง

ค๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๔ จานวน ๑๖๐ ชั่วโมง

ค๑๕๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๕ จานวน ๑๖๐ ชั่วโมง

ค๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๖ จานวน ๑๖๐ ชว่ั โมง

กลุ่มสาระการเรยี นวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

รายวชิ าพืน้ ฐาน

ว๑๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑ จานวน ๘๐ ชั่วโมง

ว๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒ จานวน ๘๐ ชั่วโมง

ว๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓ จานวน ๘๐ ชว่ั โมง

ว๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ จานวน ๑๒๐ ชว่ั โมง

ว๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๕ จานวน ๑๒๐ ช่ัวโมง

ว๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖ จานวน ๑๒๐ ชั่วโมง

กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

รายวชิ าพน้ื ฐาน

ส๑๑๑๐๑ สงั คมศกึ ษาฯ ๑ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง

ส๑๒๑๐๑ สงั คมศึกษาฯ ๒ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง

ส๑๓๑๐๑ สงั คมศึกษาฯ ๓ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง

ส๑๔๑๐๑ สงั คมศกึ ษาฯ ๔ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง

ส๑๕๑๐๑ สงั คมศึกษาฯ ๕ จานวน ๔๐ ชั่วโมง

ส๑๖๑๐๑ สงั คมศึกษาฯ ๖ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง

ส๑๑๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๑ จานวน ๔๐ ช่วั โมง

ส๑๒๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๒ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง

ส๑๓๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๓ จานวน ๔๐ ชั่วโมง

ส๑๔๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๔ จานวน ๔๐ ชั่วโมง

ส๑๕๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๕ จานวน ๔๐ ชั่วโมง

ส๑๖๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๖ จานวน ๔๐ ชั่วโมง

หลกั สตู รโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง(อุดมวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓

๑๙

รายวิชาเพมิ่ เตมิ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๑๒๓๑ หน้าท่ีพลเมอื ง ๑ จานวน ๔๐ ชวั่ โมง
ส ๑๒๒๓๒ หนา้ ทพ่ี ลเมือง ๒ จานวน ๔๐ ช่ัวโมง
ส ๑๓๒๓๓ หน้าทพ่ี ลเมอื ง ๓ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๔๒๓๔ หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง ๔ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๕๒๓๕ หนา้ ที่พลเมือง ๕ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๖๒๓๖ หน้าที่พลเมือง ๖
กลมุ่ สาระการเรียนร้สู ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
รายวิชาพื้นฐาน จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
พ๑๑๑๐๑ สขุ ศกึ ษาฯ ๑ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
พ๑๒๑๐๑ สุขศึกษาฯ ๒ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
พ๑๓๑๐๑ สขุ ศึกษาฯ ๓ จานวน ๔๐ ชวั่ โมง
พ๑๔๑๐๑ สขุ ศกึ ษาฯ ๔ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
พ๑๕๑๐๑ สขุ ศกึ ษาฯ ๕
จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
พ๑๖๑๐๑ สุขศึกษาฯ ๖ จานวน ๔๐ ชัว่ โมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
รายวิชาพื้นฐาน จานวน ๘๐ ชั่วโมง
ศ๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๑ จานวน ๘๐ ชั่วโมง
ศ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ ๒ จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
ศ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๓
ศ๑๔๑๐๑ ศิลปะ ๔ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ศ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ ๕ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ศ๑๖๑๐๑ ศิลปะ ๖ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี จานวน ๔๐ ชั่วโมง
รายวชิ าพื้นฐาน จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๒
จานวน ๑๖๐ ชว่ั โมง
ง๑๓๑๐๑ การงานอาชพี ๓ จานวน ๑๖๐ ชัว่ โมง
ง๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ ๔ จานวน ๑๖๐ ชว่ั โมง
ง๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ ๕ จานวน ๘๐ ช่ัวโมง
ง๑๖๑๐๑ การงานอาชพี ๖ จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาตา่ งประเทศ(องั กฤษ) จานวน ๘๐ ชั่วโมง
รายวชิ าพ้นื ฐาน
อ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑
อ๑๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๒
อ๑๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๓
อ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔
อ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๕
อ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๖

หลกั สูตรโรงเรียนบ้านหนองหญา้ ปลอ้ ง(อุดมวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓

๒๐

รายวิชาเพ่มิ เติม จานวน ๔๐ ชัว่ โมง
อ๑๑๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพอ่ื การสอ่ื สาร ๑ จานวน ๔๐ ช่วั โมง
อ๑๒๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพอื่ การสอ่ื สาร ๒ จานวน ๔๐ ชวั่ โมง
อ๑๓๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพ่ือการสือ่ สาร ๓ จานวน ๑๒๐ ชว่ั โมง
อ๑๔๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพ่ือการส่ือสาร ๔ จานวน ๑๒๐ ชัว่ โมง
อ๑๕๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพอ่ื การสอื่ สาร ๕ จานวน ๑๒๐ ช่ัวโมง
อ๑๖๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร ๖

หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นหนองหญา้ ปล้อง(อุดมวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓

๒๑

ส่วนที่ ๓
คาอธบิ ายรายวชิ า

หลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองหญา้ ปลอ้ ง(อุดมวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓

๒๒

คาอธิบายรายวิชา
กล่มุ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย

หลักสูตรโรงเรียนบา้ นหนองหญ้าปล้อง(อุดมวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓

๒๓

กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย
ภาษาไทยเป็นเอกลกั ษณ์ของชาติเป็นสมบตั ทิ างวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและเสริมสร้าง
บุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจและ
ความสัมพันธ์ท่ีดีต่อกัน ทาให้สามารถประกอบกิจธุระ การงาน และดารงชีวิตร่วมกันในสังคมประชาธิปไตยได้
อย่างสันติสุข และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศต่างๆ เพื่อพัฒนา
ความรู้ พัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และ
ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนาไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้มีความม่ันคงทางเศรษฐกิจ
นอกจากนย้ี ังเปน็ สอื่ แสดงภมู ปิ ัญญาของบรรพบรุ ษุ ดา้ นวฒั นธรรม ประเพณี และสุนทรียภาพ เป็นสมบัติล้าค่า
ควรแก่การเรียนรู้ อนรุ กั ษ์ และสบื สานให้คงอยคู่ ูช่ าติไทยตลอดไป
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคดิ เพือ่ นาไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดาเนินชีวิต

และมีนสิ ัยรักการอา่ น
สาระที่ ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสอ่ื สาร เขยี นเรียงความ ย่อความ และเขียนเร่อื งราวในรูปแบบต่างๆ

เขยี นรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอยา่ งมี ประสิทธภิ าพ
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟงั และดูอยา่ งมวี จิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกใน

โอกาสต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณและสรา้ งสรรค์
สาระท่ี ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา

ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคณุ ค่าและนามา

ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ จริง

หลักสตู รโรงเรียนบา้ นหนองหญ้าปล้อง(อดุ มวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓

๒๔

คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย
รหัสวิชา ท ๑๑๑๐๑ รายวชิ า ภาษาไทย ๑ เวลา ๒๐๐ ชัว่ โมง
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑

คาอธิบายรายวิชา

ฝึกอ่านออกเสียงคา คาคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ บอกความหมายของคาและข้อความ ตอบคาถาม
เล่าเรือ่ งย่อ คาดคะเนเหตกุ ารณ์ เลือกอา่ นหนงั สือตามความสนใจอยา่ งสมา่ เสมอ นาเสนอเรื่องท่อี า่ น บอกความหมาย
ของเคร่ืองหมายหรือสัญลกั ษณส์ าคญั ท่ีมักพบเหน็ ในชวี ิตประจาวนั มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจง
เตม็ บรรทดั เขียนสื่อสารด้วยคาและประโยคงา่ ย ๆ มีมารยาทในการเขยี น

ฝึกทกั ษะในการฟัง ฟังคาแนะนา คาสง่ั งา่ ย ๆ และปฏิบตั ติ ามตอบคาถาม เล่าเรอ่ื ง พูดแสดงความคิดเห็น
และความรสู้ ึกจากเรื่องทีฟ่ ังและดู พดู สื่อสารได้ตามวัตถุประสงค์เน้นมารยาทในการฟังการดแู ละการพูด

ฝึกทักษะการเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทยเขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
เรียบเรยี งคาเปน็ ประโยคง่าย ๆ ตอ่ คาคลอ้ งจองงา่ ย ๆ

บอกข้อคดิ ที่ได้จากการอา่ นหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสาหรับเด็ก ฝึกท่องจาบทอาขยาน
ตามที่กาหนดและบทร้อยกรองตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหา
ความรู้ กระบวนการกลมุ่ กระบวนการคิด การฝึกปฏิบตั ิ อธิบาย บนั ทกึ การต้ังคาถาม ตอบคาถาม ใช้ทักษะการฟัง
การดแู ละการพูด พูดแสดงความคิดเหน็ กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด

เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์
ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิ จพอเพียง
และสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ช้กบั ชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถกู ต้องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชี้วดั

ท ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕, ป.๑/๖, ป.๑/๗, ป.๑/๘
ท ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ท ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ท ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ท ๕.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒

รวม ๕ มาตรฐาน ๒๒ ตัวช้ีวดั

หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นหนองหญ้าปลอ้ ง(อดุ มวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓

๒๕

คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย
รหสั วชิ า ท ๑๒๑๐๑ ราวิชา ภาษาไทย ๒ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๒

คาอธิบายรายวิชา

ฝึกอ่านออกเสียงคา คาคล้องจอง ข้อความและบทร้อยกรองง่าย ๆ อธิบายความหมายของคาและข้อความ
ที่อ่าน ต้ังคาถาม ตอบคาถามระบุใจความสาคัญและรายละเอียด แสดงความคิดเห็นและคาดคะเนเหตุการณ์
เลอื กอา่ นหนังสือตามความสนใจอย่างสม่าเสมอและนาเสนอเรื่องที่อ่าน อ่านข้อเขียนเชิงอธิบายและปฏิบัติตาม
คาสั่งหรอื ข้อแนะนา มีมารยาทในการอา่ น

ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนเร่ืองสั้น ๆ เกี่ยวกับประสบการณ์เขียนเร่ืองสั้น ๆ ตามจินตนาการ
มีมารยาทในการเขียน

ฝึกทักษะการฟัง ฟังคาแนะนา คาสั่งที่ซับซ้อนและปฏิบัติตามเล่าเร่ือง บอกสาระสาคัญของเรื่อง
ต้ังคาถาม ตอบคาถาม พูดแสดงความคิดเห็นความรู้สึก พูดสื่อสารได้ชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์มีมารยาทใน
การฟังการดแู ละการพูด

ฝึกทักษะการเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทยเขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
เรียบเรียงคาเปน็ ประโยคได้ตรงตามเจตนาของการส่อื สาร บอกลกั ษณะคาคล้องจอง เลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐาน
และภาษาถน่ิ ไดเ้ หมาะสมกับกาลเทศะ

ฝึกจับใจความสาคัญจากเรอื่ ง ระบขุ ้อคิดทไ่ี ดจ้ ากการอา่ นหรอื การฟงั วรรณกรรมสาหรับเด็กเพ่ือนาไปใช้
ในชีวิตประจาวัน ร้องบทร้องเล่นสาหรับเด็กในท้องถิ่น ท่องจาบทอาขยานตามที่กาหนดและบทร้อยกรองที่มี
คุณค่าตามความสนใจโดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม
กระบวนการคิดวเิ คราะห์ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตั้งคาถาม
ตอบคาถาม ใช้ทกั ษะการฟัง การดแู ละการพดู พดู แสดงความคดิ เห็น กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด

เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์
ภาษาไทยและตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและ
สามารถนาไปประยุกตใ์ ช้กบั ชีวิตประจาวันได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด

ท ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ท ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ท ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕ ป.๒/๖, ป.๒/๗
ท ๔.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ท ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓

รวม ๕ มาตรฐาน ๒๗ ตวั ชี้วดั

หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นหนองหญ้าปล้อง(อดุ มวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓

๒๖

คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

รหสั วชิ า ท ๑๓๑๐๑ รายวชิ า ภาษาไทย ๓ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง

คาอธิบายรายวิชา

ฝกึ อา่ นออกเสยี งคา ข้อความ เรอ่ื งสน้ั ๆ และบทร้อยกรองงา่ ยๆ อธบิ ายความหมายของคาและข้อความ
ท่ีอา่ น ต้ังคาถาม ตอบคาถามเชิงเหตุผล ลาดับเหตุการณ์ คาดคะเนเหตุการณ์ สรุปความรู้ข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน
เพื่อนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่าเสมอและนาเสนอเร่ืองที่อ่าน
อ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย และปฏิบัติตามคาสั่งหรือข้อแนะนา อธิบายความหมายของข้อมูลจากแผนภาพ แผนท่ี
และแผนภมู ิ มีมารยาทในการอา่ น

ฝึกคดั ลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยาย เขียนบันทึกประจาวัน เขียนเรื่องตามจินตนาการ
มมี ารยาทในการเขยี น

ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด เล่ารายละเอียดบอกสาระสาคัญตั้งคาถาม ตอบคาถาม พูดแสดง
ความคดิ เห็น ความรูส้ ึก พูดสือ่ สารไดช้ ดั เจนตรงตามวัตถปุ ระสงค์ มีมารยาทในการฟงั การดแู ละการพดู

ฝึกเขียนตามหลักการเขียน เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา ระบุชนิด หน้าท่ีของคา ใช้พจนานุกรม
ค้นหาความหมายของคา แต่งประโยคง่าย ๆ แต่งคาคล้องจองและคาขวัญ เลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐานและ
ภาษาถ่นิ ไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ

ระบขุ อ้ คดิ ท่ไี ด้จากการอ่านวรรณกรรมเพ่อื นาไปใช้ในชีวิตประจาวัน รู้จักเพลงพ้ืนบ้าน เพลงกล่อมเด็ก
เพื่อปลกู ฝงั ความชนื่ ชมวัฒนธรรมท้องถ่นิ แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับวรรณคดีที่อ่าน ท่องจาบทอาขยานตามท่ีกาหนด
และบทร้อยกรองท่ีมีคุณค่าตามความสนใจโดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้
กระบวนการกล่มุ กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแกป้ ัญหาการฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก
การตง้ั คาถาม ตอบคาถาม ใช้ทักษะการฟัง การดแู ละการพูด พดู แสดงความคดิ เหน็ กระบวนการสรา้ งความคดิ รวบยอด

เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์
ภาษาไทยและตวั เลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและ
สามารถนาไปประยกุ ต์ใชก้ บั ชีวติ ประจาวันได้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด

ท ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘,ป.๓/๙
ท ๒.๑ ป.๓/๑ ,ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔

รวม ๕ มาตรฐาน ๓๒ ตวั ชี้วัด

หลักสตู รโรงเรียนบ้านหนองหญา้ ปล้อง(อดุ มวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓

๒๗

คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

รหสั วิชา ท ๑๔๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย ๔ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๔ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง

คาอธบิ ายรายวชิ า

ฝกึ อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรอง อธบิ ายความหมายของคา ประโยคและสานวนจากเรื่องที่อ่าน
อา่ นเรอื่ งสนั้ ๆ ตามเวลาท่ีกาหนดและตอบคาถามจากเรื่องที่อ่าน แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องท่ีอ่าน
คาดคะเนเหตุการณ์จากเร่ืองที่อ่าน โดยระบุเหตุผลประกอบ สรุปความรู้และข้อคิดจากเร่ืองที่อ่าน เพื่อนาไปใช้ในชีวิต
ประจาวัน เลือกอ่านหนังสือท่ีมีคุณค่าตามความสนใจอย่างสม่าเสมอและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเร่ืองท่ีอ่าน
มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสารโดยใช้คาได้ถูกต้อง ชัดเจน
และเหมาะสมเขยี นแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพ่ือใช้พัฒนางานเขียน เขยี นยอ่ ความจากเรื่องส้ัน ๆ
เขยี นจดหมายถึงเพอ่ื นและมารดา เขียนบนั ทกึ และเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้าเขียนเรื่องตามจินตนาการ
มีมารยาทในการเขียน

ฝกึ ทกั ษะการฟัง การดูและการพูด จาแนกข้อเทจ็ จริงและขอ้ คดิ เห็นเรอ่ื งทีฟ่ ังและดู พูดสรุปจากการฟัง
และดู พูดแสดงความรู้ความคิดเห็นและความรู้สึกเก่ียวกับเร่ืองท่ีฟังและดู ต้ังคาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผล
จากเรอื่ งทฟี่ ังและดู พูดรายงานเร่ืองหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดูและการสนทนา มีมารยาทใน
การฟัง การดูและการพูด ฝึกเขียนตามหลักการเขียน เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบทต่าง ๆ
ระบุชนิดและหน้าที่ของคาในประโยค ใช้พจนานุกรมค้นหาความหมายของคา แต่งประโยคได้ถูกต้องตามหลัก
ภาษา แตง่ บทรอ้ ยกรองและคาขวัญ บอกความหมายของสานวน เปรยี บเทียบภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิน่ ได้

ระบุข้อคิดจากนิทานพื้นบ้านหรือนิทานคติธรรม อธิบายข้อคิดจากการอ่านเพื่อนาไปใช้ในชีวิตจริง
รอ้ งเพลงพืน้ บ้าน ท่องจาบทอาขยานตามทก่ี าหนดและบทรอ้ ยกรองทม่ี ีคณุ ค่าตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอ่าน
กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์และสรุปความ
กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติอธิบาย บันทึก
การต้งั คาถาม ตอบคาถาม ใชท้ ักษะการฟงั การดูและการพดู พดู แสดงความคิดเห็น กระบวนการสรา้ งความคดิ รวบยอด

เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์
ภาษาไทยและตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและ
สามารถนาไปประยกุ ต์ใช้กับชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ย่างถูกตอ้ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖
ท ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗
ท ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔

รวม ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตวั ช้ีวดั

หลกั สตู รโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปลอ้ ง(อดุ มวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓

๒๘

คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน

รหสั วชิ า ท ๑๕๑๐๑ รายวชิ า ภาษาไทย ๕ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง

คาอธิบายรายวชิ า

ฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคา ประโยคและข้อความที่เป็นการบรรยาย
และการพรรณนา อธิบายความหมายโดยนัย แยกข้อเท็จจริงข้อคิดเห็น วิเคราะห์แสดงความคิดเห็น อ่านงานเขียน
เชงิ อธิบาย คาสง่ั ข้อแนะนาและปฏิบตั ิตาม เลือกอา่ นหนังสือท่มี ีคณุ คา่ ตามความสนใจ มีมารยาทในการอ่าน

ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัด เขียนส่ือสาร เขียนแผนภาพโครงเรื่อง แผนภาพความคิด
เขยี นยอ่ ความ เขียนจดหมายถงึ ผปู้ กครองและญาติ เขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็น กรอกแบบรายการต่าง ๆ
เขยี นเรอ่ื งตามจินตนาการมมี ารยาทในการเขียน

ฝกึ ทกั ษะการฟัง การดแู ละการพูด พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็นและความรู้สึกตั้งคาถามตอบคาถาม
วเิ คราะห์ความ พดู รายงาน มมี ารยาทในการฟังการดูและการพูด

ระบุชนดิ และหน้าท่ีของคาในประโยค จาแนกสว่ นประกอบของประโยคเปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐาน
และภาษาถิ่น ใช้คาราชาศพั ท์ บอกคาภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย แต่งบทรอ้ ยกรอง ใช้สานวนได้ถูกตอ้ ง

สรุปเรื่องจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมท่ีอ่าน ระบุความรู้ข้อคิดจากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรม
ที่สามารถนาไปใช้ในชีวิตจริง อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม ท่องจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและ
บทร้อยกรองท่ีมีคุณคา่ ตามความสนใจโดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้
กระบวนการกล่มุ กระบวนการคิดวิเคราะหแ์ ละสรปุ ความ กระบวนการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ กระบวนการส่ือความ
กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การต้ังคาถาม ตอบคาถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด
พูดแสดงความคดิ เหน็ กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์
ภาษาไทยและตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธีการของเศร ษฐกิจพอเพียงและ
สามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชก้ ับชวี ติ ประจาวันได้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด

ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘
ท ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ท ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕

ท ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔

รวม ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตัวช้ีวดั

หลกั สูตรโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปลอ้ ง(อุดมวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓

๒๙

คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

รหัสวชิ า ท ๑๖๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๖ เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง

คาอธิบายรายวิชา

ฝึกอ่านออกเสยี งบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคา ประโยคและข้อความท่ีเป็น
โวหารอ่านเร่ืองสั้น ๆอย่างหลากหลาย แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเร่ืองท่ีอ่านวิเคราะห์และแสดงความ
คดิ เหน็ เก่ยี วกับเรอ่ื งทีอ่ ่านเพ่อื นาไปใชใ้ นการดาเนนิ ชวี ิตอ่านงานเขยี น เชงิ อธิบาย คาส่ัง ข้อแนะนา และปฏิบัติ
ตามอธบิ ายความหมายของขอ้ มลู จากการอ่านแผนผัง แผนท่ี แผนภูมแิ ละกราฟเลือกอ่านหนังสือตามความสนใจ
และอธบิ ายคณุ คา่ ท่ีไดร้ บั มมี ารยาทในการอ่าน

ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสารโดยใช้คาได้ถูกต้อง ชัดเจนและเหมาะสม
เขียนแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิดเพ่ือใช้พัฒนางานเขียน เขียนเรียงความ เขียนย่อความจากเรื่องที่อ่าน
เขียนจดหมายส่วนตัว กรอกแบบรายการตา่ ง ๆ เขยี นเรอ่ื งตามจนิ ตนาการและสร้างสรรค์ มีมารยาทในการเขียน

ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความรู้ ความเข้าใจจุดประสงค์ของเร่ืองท่ีฟังและดู
ต้ังคาถามและตอบคาถามเชงิ เหตผุ ลจากเร่อื งที่ฟังและดู วิเคราะห์ความน่าเช่ือถือจากเรื่องท่ีฟังและดูส่ือโฆษณา
อยา่ งมีเหตผุ ล พูดรายงานเรื่องหรือประเดน็ ทศ่ี กึ ษาคน้ คว้าจากการฟัง การดูและการสนทนา พูดโน้มน้าวอย่าง
มีเหตผุ ลและนา่ เชอ่ื ถอื มมี ารยาทในการฟังการดูและการพดู

ฝึกวิเคราะห์ชนดิ และหน้าท่ีของคาในประโยคใช้คาได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคลรวบรวมและบอก
ความหมายของคาภาษาต่างประเทศท่ีใช้ในภาษาไทยระบุลักษณะของประโยคแต่งบทร้อยกรองวิเคราะห์
เปรียบเทยี บสานวนท่ีเป็นคาพงั เพยและสุภาษติ

ฝึกแสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมท่ีอ่าน เล่านิทานพ้ืนบ้านท้องถิ่นตนเองและนิทาน
พน้ื บ้านของท้องถนิ่ อนื่ อธบิ ายคุณค่าของวรรณคดแี ละวรรณกรรมท่ีอา่ นและนาไปประยุกต์ใช้ในชวี ิตจริง ท่องจา
บทอาขยานตามท่ีกาหนดและบทร้อยกรอง โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้
กระบวนการกล่มุ กระบวนการคดิ วเิ คราะห์และสรปุ ความ กระบวนการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ กระบวนการสื่อความ
กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสังเกต กระบวนการแยกข้อเท็จจริง กระบวนการค้นคว้า กระบวนการใช้
เทคโนโลยีในการสอ่ื สาร กระบวนการใชท้ กั ษะทางภาษา การฝกึ ปฏิบตั ิ อธบิ าย บนั ทึก การตั้งคาถาม ตอบคาถาม
ใชท้ ักษะการฟงั การดูและการพูด พดู แสดงความคิดเหน็ กระบวนการสรา้ งความคดิ รวบยอด

เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของ
การอนุรักษภ์ าษาไทยและตวั เลขไทย สามารถนาความรไู้ ปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธีการของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถนาไปประยุกตใ์ ช้กับชีวติ ประจาวนั ได้อยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั

ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘,ป.๖/๙
ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘,ป.๖/๙
ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔

รวม ๕ มาตรฐาน ๓๔ ตัวช้ีวดั

หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านหนองหญ้าปล้อง(อดุ มวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓

๓๐

คาอธิบายรายวชิ า
กล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์

หลักสูตรโรงเรยี นบ้านหนองหญา้ ปลอ้ ง(อดุ มวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓

๓๑

กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
ความสาคญั ของคณติ ศาสตร์

คณติ ศาสตรม์ ีบทบาทสาคญั ย่งิ ตอ่ ความสาเรจ็ ในการเรยี นรูใ้ นศตวรรษท่ี ๒๑ เนื่องจาก คณิตศาสตร์ช่วย
ให้มนุษย์มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบมีแบบแผน สามารถ วิเคราะห์ ปัญหาหรือ
สถานการณไ์ ดอ้ ยา่ งรอบคอบและถ่ีถ้วน ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
และสามารถนาไปใชใ้ นชวี ิตจริงได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ นอกจากน้ี คณิตศาสตร์ยังเป็นเคร่ืองมือในการศึกษาด้วย
คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และศาสตร์อน่ื ๆ อนั เป็นรากฐาน ในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของชาติให้มีคุณภาพและ
พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ทัดเทียม กับนานาชาติ การศึกษาคณิตศาสตร์จึงจาเป็นต้องมีการพัฒนาอย่าง
ต่อเนื่อง เพื่อให้ทันสมัย และสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคมและความรู้ทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีที่
เจรญิ ก้าวหนา้ อยา่ งรวดเรว็ ในยุคโลกาภวิ ัตน์

ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ พุทธศักราช ๒๕๖๓
(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบับนี้ จัดทาขึ้น
โดยคานึงถึงการส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะท่ีจาเป็นสาหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ เป็นสาคัญ นั่นคือ
การเตรียมผู้เรียนให้มีทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปัญหา การคิดสร้างสรรค์
การใช้เทคโนโลยี การส่ือสารและการร่วมมือ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เรียนรู้เท่าทัน การเปล่ียนแปลงของระบบเศรษฐกิจ
สังคม วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อม สามารถแข่งขันและ อยู่ร่วมกับประชาคมโลกได้ ท้ังน้ีการจัดการเรียนรู้
คณิตศาสตร์ท่ีประสบความสาเร็จนั้นจะต้อง เตรียมผู้เรียนให้มีความพร้อมที่จะเรียนรู้ส่ิงต่าง ๆ พร้อมที่จะ
ประกอบอาชีพเม่ือจบการศึกษา หรือ สามารถศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นดังนั้นสถานศึกษาควรจัดการเรียนรู้ให้
เหมาะสมตามศกั ยภาพของผเู้ รียน

เรยี นรอู้ ะไรในคณิตศาสตร์
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตรจ์ ัดเป็น ๓ สาระ ไดแ้ ก่ จานวนและพชี คณติ การวัดและ เรขาคณิต และ

สถิตแิ ละความนา่ จะเปน็
✧ จานวนและพชี คณติ เรียนรูเ้ ก่ยี วกบั ระบบจานวนจรงิ สมบัติเกีย่ วกับจานวนจริงอตั ราส่วน ร้อยละ

การประมาณค่า การแก้ปัญหาเก่ียวกับจานวน การใช้จานวนในชีวิตจริง แบบรูปความสัมพันธ์ ฟังก์ชัน เซต
ตรรกศาสตร์ นพิ จน์ เอกนาม พหนุ าม สมการ ระบบสมการ อสมการ กราฟ ดอกเบี้ย และมูลค่า ของเงิน ลาดับ
และอนกุ รม และการนาความร้เู กี่ยวกับจานวนและพีชคณิตไปใชใ้ นสถานการณต์ ่างๆ

✧ การวัดและเรขาคณิต เรยี นร้เู กยี่ วกบั ความยาว ระยะทาง น้าหนัก พ้ืนท่ี ปริมาตรและความจุ เงิน
และเวลา หนว่ ยวัดระบบต่างๆ การคาดคะเนเก่ียวกบั การวัด อัตราสว่ นตรีโกณมิติ รปู เรขาคณิต และสมบัติของรูป
เรขาคณิต การนึกภาพ แบบจาลองทางเรขาคณิต ทฤษฎีบททางเรขาคณิต การแปลงทางเรขาคณิตในเร่ืองการ
เลื่อนขนาน การสะท้อน การหมนุ และการนาความรูเ้ กี่ยวกับการวดั และเรขาคณติ ไปใช้ในสถานการณต์ ่างๆ

หลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองหญา้ ปล้อง(อดุ มวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓

๓๒

✧ สถิตแิ ละความน่าจะเปน็ เรยี นรเู้ กี่ยวกับ การตง้ั คาถามทางสถติ ิ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลการคานวณ
คา่ สถิติ การนาเสนอและแปลผลสาหรับขอ้ มลู เชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ หลักการนับ เบ้ืองต้นความน่าเป็น การ
ใช้ความรูเ้ กี่ยวกับสถติ ิและความน่าจะเป็นในการอธบิ ายเหตกุ ารณตา่ ง ๆ และช่วยในการตดั สินใจ

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ ๑ จานวนและพชี คณิต
มาตรฐาน ค ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของจานวน ผลที่

เกิดข้ึนจากการดาเนินการ สมบตั ิของการดาเนินการ และนาไปใช้
มาตรฐาน ค ๑.๒ เข้าใจและวิเคราะหแ์ บบรปู ความสัมพนั ธ์ ฟงั กช์ ัน ลาดับและอนุกรม และนาไปใช้
มาตรฐาน ค ๑.๓ ใช้นพิ จน์ สมการ และอสมการ อธบิ ายความสัมพันธ์ หรือช่วยแกป้ ัญหาท่กี าหนดให้
สาระท่ี ๒ การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐาน ค ๒.๑ เขา้ ใจพ้นื ฐานเกีย่ วกับการวดั วัดและคาดคะเนขนาดของส่ิงท่ีต้องการวดั และนาไปใช้
มาตรฐาน ค ๒.๒ เข้าและวิเคราะห์รปู เรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสมั พนั ธร์ ะหว่างรปู เรขาคณิต
และทฤษฎีบททางเราขาคณิต และนาไปใช้
สาระท่ี ๓ การวเิ คราะห์ข้อมลู และความนา่ จะเป็น
มาตรฐาน ค ๓.๑ เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใชค้ วามรู้ทางสถติ ิในการแก้ปัญหา
มาตรฐาน ค ๓.๒ เขา้ ในหลักการนับเบ้อื งตน้ ความนา่ จะเปน็ และนาไปใช้

หมายเหตุ
๑. การจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตรท์ ี่ทาให้ผู้เรียนเกดิ การเรยี นร้อู ย่างมีคุณภาพนั้น

จะตอ้ งใหม้ ีความสมดุลระหว่างสาระด้านความรู้ทักษะและกระบวนการควบคูไ่ ปกบั คณุ ธรรมจริยธรรมและคา่ นยิ ม
ท่พี ึงประสงค์ ได้แก่ การทางานอยา่ งมีระบบ มรี ะเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ มี
ความเชอ่ื มัน่ ในตนเอง พร้อมทัง้ ตระหนักในคุณคา่ และมีเจตคตทิ ีด่ ีตอ่ คณติ ศาสตร์

๒. ในการวัดและประเมินผลดา้ นทักษะและกระบวนการ สามารถประเมนิ ในระหวา่ ง การเรยี นการ
สอน หรือประเมนิ ไปพรอ้ มกบั การประเมนิ ดา้ นความรู้

หลักสูตรโรงเรยี นบ้านหนองหญ้าปลอ้ ง(อดุ มวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓

๓๓

คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน

รหสั วชิ า ค ๑๑๑๐๑ รายวชิ า คณติ ศาสตร์ ๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์

ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๑ เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง

ศึกษาการอา่ นและการเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตวั เลขไทยและตัวหนังสือแสดงจานวนนับ ๑ถึง๑๐๐และ

๐ การเปรียบเทียบจานวนนับ ๑ ถึง ๑๐๐ และ ๐ โดยใช้เคร่ืองหมาย = # >< การเรียงลาดับจานวนนับ๑ถึง
๑๐๐และ๐ ต้ังแต่ ๓ ถึง ๕ จานวน การหาตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวก และประโยค
สัญลักษณ์แสดงการลบ โจทยป์ ัญหาการบวก โจทย์ปญั หาการลบ แบบรูปของจานวนท่ีเพ่ิมข้ึน หรือลดลงทีละ ๑

และทีละ ๑๐ แบบรูปซ้าของจานวน รูปเรขาคณิตและรูปอื่นๆ การวัดและเปรียบเทียบความยาวที่มีหน่วยเป็น
เซนติเมตร เป็นเมตร โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวที่มีหน่วยเป็นเซนติเมตรเป็นเมตร การวัดและเปรียบเทียบ

น้าหนกั ท่มี ีหน่วยเปน็ กิโลกรัม เป็นขีด โจทยป์ ัญหาเกีย่ วกับน้าหนักท่ีมีหน่วยเป็นกิโลกรัม เป็นขีด การจาแนกรูป
สามเหลีย่ ม รปู สีเ่ หลยี่ ม วงกลม วงรี ทรงส่ีเหลี่ยมมุมฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก และกรวย การใช้อ่านแผนภูมิ
รูปภาพ

โดยการจัดประสบการณ์หรอื สรา้ งสถานการณ์ทใี่ กลต้ ัวผู้เรียนใหไ้ ด้ศึกษา คน้ ควา้ ฝึกทักษะโดยการปฏิบัติ
จรงิ ทดลอง สรปุ รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การส่ือ

ความหมายทางคณติ ศาสตร์และนาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการที่ได้ไปใช้ในการเรียนรู้
สงิ่ ตา่ งๆและใชใ้ นชีวติ ประจาวันอย่างสรา้ งสรรค์

เพื่อให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ

รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวจิ ารณญาณ มคี วามคิดสร้างสรรคแ์ ละมคี วามเช่อื มัน่ ในตนเอง

รหัสตวั ช้ีวัด
ค ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔ , ป.๑/๕
ค ๑.๒ ป.๑/๑

ค ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
ค ๒.๒ ป.๑/๑

ค ๓.๑ ป.๑/๑
รวมทัง้ หมด ๑๐ ตัวช้ีวัด

หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นหนองหญา้ ปลอ้ ง(อดุ มวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓

๓๔

คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

รหสั วิชา ค ๑๒1๐๑ รายวชิ า คณิตศาสตร์ ๒ กลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์

ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง

ศึกษาการบอกจานวนของสิ่งต่างๆ แสดงส่ิงต่างๆตามจานวนที่กาหนด อ่านและเขียนตัวเลขฮินดู

อารบิก ตัวเลขไทย ตัวหนังสือแสดงจานวนนับเปรียบเทียบจานวนนับโดยใช้เครื่องหมาย = # ><เรียงลาดับ
จานวนนบั ตั้งแต่ ๓ ถึง ๕ จานวน จากสถานการณ์ต่างๆหาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการ
บวก และประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบของจานวนนับหาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนของจานวนนับ

แสดงวิธหี าคาตอบของโจทยป์ ญั หา ๒ ขน้ั ตอนของจานวนนับ ไม่เกนิ ๑,๐๐๐๐ และ ๐หาค่าของตัวไม่ทราบค่าใน
ประโยคสัญลักษณ์แสดงการคณู ของจานวน ๑ หลกั กับจานวนไม่เกิน ๒ หลักหาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยค

สญั ลกั ษณแ์ สดงการหารท่ตี วั ต้งั ไมเ่ กิน ๒ หลัก ตัวหาร ๑ หลัก โดยท่ีผลหารมี ๑ หลัก ทั้งหารลงตัวและหารไม่ลง
ตัวแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเวลาที่มีหน่วยเดี่ยวและเป็นหน่วยเดียวกันวัดและเปรีย บเทียบ

ความยาวเปน็ เมตรและเซนตเิ มตรแสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบเก่ียวกับความยาวท่ีมีหน่วย
เป็นเมตรและเซนติเมตรวัดและเปรียบเทียบน้าหนักเป็นกิโลกรัมและกรัมและขีดแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์
ปัญหาการบวก การลบเกีย่ วกับนา้ หนักทีม่ ีหน่วยเป็นกโิ ลกรมั และกรมั กิโลกรัมและขดี วัดและเปรียบเทียบปริมาตร

และความจเุ ป็นลิตรจาแนกและบอกลักษณะของรปู หลายเหล่ยี มและวงกลมใชข้ อ้ มูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหา
คาตอบของโจทยป์ ญั หา เมอ่ื กาหนดรูป ๑ รปู แทน ๒ หน่วย ๕ หน่วย หรอื ๑๐ หน่วย

โดยการจัดประสบการณ์หรอื สรา้ งสถานการณ์ท่ใี กลต้ ัวผเู้ รยี นให้ไดศ้ ึกษา ค้นควา้ ฝกึ ทกั ษะโดยการปฏิบัติ
จริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะกระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อ
ความหมายทางคณติ ศาสตรแ์ ละนาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการที่ได้ไปใช้ในการเรียนรู้
ส่ิงตา่ งๆและใช้ในชวี ิตประจาวนั อยา่ งสรา้ งสรรค์

เพอ่ื ใหเ้ หน็ คุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อคณติ ศาสตร์ สามารถทางานได้อยา่ งเป็นระบบ มีระเบียบ
รอบคอบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ มีความคดิ สร้างสรรคแ์ ละมคี วามเชือ่ ม่ันในตนเอง

รหสั ตัวชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔ , ป.๒/๕ , ป.๒/๖ , ป.๒/๗ , ป.๒/๘
ค ๒.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔ , ป.๒/๕ , ป.๒/๖

ค ๒.๒ ป.๒/๑
ค ๓.๑ ป.๒/๑

รวมทัง้ หมด ๑๖ ตัวชี้วดั

หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นหนองหญา้ ปล้อง(อดุ มวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓

๓๕

คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

รหสั วชิ า ค ๑๓๑๐๑ รายวชิ า คณิตศาสตร์ ๓ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์

ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ เวลา ๒๐๐ ช่วั โมง

ศกึ ษาการอ่านและเขียนตวั เลขฮินดอู ารบกิ ตัวเลขไทย และตวั หนังสอื แสดงจานวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐

และ ๐เปรยี บเทียบ และเรียงลาดับจานวนนบั ไมเ่ กิน ๑๐๐.๐๐๐ จากสถานการณ์ต่างๆบอก อ่าน

และเขียนเศษส่วนแสดงปริมาณสิ่งต่างๆและแสดงสิ่งต่างๆตามเศษส่วนที่กาหนดเปรียบเทียบเศษส่วนท่ีตัวเศษ

เทา่ กนั โดยท่ตี วั เศษน้อยกวา่ หรือเทา่ กบั ตัวสว่ นหาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวก และ

ประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบของจานวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยค

สัญลักษณ์แสดงการคูณของจานวน ๑ หลกั กับจานวนไม่เกิน ๔ หลัก และจานวน ๒ หลัก กับจานวน ๒ หลักหา

คา่ ของตวั ไม่ทราบคา่ ในประโยคสัญลกั ษณ์แสดงการหารทีต่ วั ต้งั ไมเ่ กนิ ๔ หลัก ตัวหาร ๑ หลักหาผลลัพธ์การบวก

ลบ คณู หารระคน ของจานวนนบั ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหา ๒ ข้ันตอน ของ

จานวนนับไมเ่ กิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐หาผลบวกของเศษส่วนทม่ี ีตวั ส่วนเท่ากันและผลบวกไม่เกิน ๑ และหาผลลบ

ของเศษสว่ นท่มี ีตวั สว่ นเทา่ กนั แสดงวิธีหาคาตอบของโจทยป์ ญั หาการบวกเศษส่วนท่มี ีตวั สว่ นเทา่ กันและผลบวกไม่

เกิน ๑ และโจทยป์ ัญหาการลบเศษส่วนทม่ี ตี ัวส่วนเท่ากันระบุจานวนท่ีหายไปในแบบรูปของจานวนที่เพิ่มข้ึนหรือ

ลดลงทีละเทา่ ๆกันแสดงวิธีหาคาตอบของโจทยป์ ญั หาเก่ียวกบั เงินแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับเวลา

และระยะเวลาเลือกใช้เคร่ืองวัดความยาวม่ีเหมาะสม วัดและบอกความยาวของสิ่งต่างๆเป็นเซนติเมตรและ

มลิ ลิเมตรคาดคะเนความยาวเปน็ เมตรและเปน็ เซนติเมตรเปรียบเทียบความยาวระหว่าง เซนติเมตรกับมิลลิเมตร

เมตรกบั เซนติเมตร กิโลเมตรกับเมตรจากสถานการณ์ต่างๆแสดงวธิ ีหาคาตอบ ของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาว

ที่มหี น่วยเป็นเซนติเมตรและมลิ ลเิ มตร เมตรกับเซนติเมตร กิโลเมตรและเมตรเลือกใช้เคร่อื งชงั่ ที่เหมาะสม วัดและ

บอกนา้ หนกั เป็นกิโลกรมั และขดี กิโลกรัมและกรมั คาดคะเนน้าหนักเป็นกิโลกรัมและเป็นขีดเปรียบเทียบน้าหนัก

ระหว่างกโิ ลกรมั กับกรัม เมตริกตันกับกิโลกรัมจากสถานการณ์ต่างๆแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับ

น้าหนักที่มีหน่วยเป็นกิโลกรัมกับกรัม เมตริกตันกับกิโลกรัมเลือกใช้เคร่ืองตวงที่เหมาะสม วัดและเปรียบเทียบ

ปริมาตรความจุเป็นลิตรและมิลลิลิตรคาดคะเนปริมาตรและความจุเป็นลิตรแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหา

เกย่ี วกบั ปริมาตร และความจทุ ี่มีหน่วยเปน็ ลติ รและมิลลลิ ติ รระบุรูปเรขาคณิตสองมิติที่มีแกนสมมาตรและจานวน

แกนสมมาตรเขยี นแผนภูมิรปู ภาพ และใชข้ อ้ มลู จากแผนภูมริ ปู ภาพในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเขียนตาราง

ทางเดียวจากขอ้ มูลท่ีเป็นจานวนนับ และใชข้ ้อมลู จากตารางทางเดยี วในการหาคาตอบของโจทย์ปญั หา

โดยการจัดประสบการณห์ รอื สร้างสถานการณท์ ่ีใกล้ตัวผูเ้ รียนให้ไดศ้ ึกษา คน้ ควา้ ฝึกทักษะโดยการปฏิบัติ

จริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อ

ความหมายทางคณติ ศาสตร์และนาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการท่ีได้ไปใช้ในการเรียนรู้

ส่งิ ต่างๆและใช้ในชวี ติ ประจาวันอยา่ งสร้างสรรค์

เพื่อให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ

รอบคอบ มคี วามรับผดิ ชอบ มีวิจารณญาณ มีความคดิ สรา้ งสรรคแ์ ละมีความเชอ่ื ม่นั ในตนเอง

หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นหนองหญ้าปล้อง(อุดมวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓

๓๖

รหัสตวั ช้ีวัด
ค ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐, ป.๓/๑๑
ค ๑.๒ ป.๓/๑
ค ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐, ป.๓/๑๑
ป.๓/๑๒, ป.๓/๑๓
ค ๒.๒ ป.๓/๑
ค ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
รวมทง้ั หมด ๒๙ ตัวช้ีวัด

หลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองหญา้ ปล้อง(อุดมวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓

๓๗

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

รหสั วชิ า ค ๑๔๑๐๑ รายวิชา คณติ ศาสตร์ ๔ กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์

ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง

ศึกษาการอ่านการเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทยและตัวหนังสือ การเปรียบเทียบและเรียงลาดับ
จานวนนับท่ีมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ การอ่านการเขียนและเรียงลาดับเศษส่วนและจานวนคละ การอ่านการเขียน
และเรยี งลาดบั ทศนยิ มไมเ่ กนิ ๓ ตาแหน่ง การบวก การลบ การคูณ การหาร การบวกลบคูณหารระคนและการ

แก้โจทย์ปญั หาจานวนนับท่ีมากกวา่ ๑๐๐,๐๐๐ การบวกการลบและการแก้โจทย์ปัญหาการบวกการลบเศษส่วน
และจานวนคละ การบอกระยะเวลาเป็นวนิ าที นาที ช่วั โมง วนั สัปดาห์ เดอื น ปี การเปรียบเทียบระยะเวลาโดย

ใช้ความสัมพันธ์ระหว่างหนว่ ยเวลา การอา่ นตารางเวลา การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเวลา การวัดขนาดของมุม
โดยใชไ้ ม้โพรแทรกเตอร์ การหาความยาวรอบรูปและพื้นท่ีของรูปสี่เหล่ียมมุมฉาก การแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับ
ความยาวรอบรูป และพื้นท่ีของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก ระนาบ จุด เส้นตรง รังสี ส่วนของเส้นตรงและสัญลักษณ์

แสดงเส้นตรง รังสี ส่วนของเส้นตรง มุม ชนิดและสมบัติของรูปสี่เหล่ียมมุมฉาก การสร้างรูปสี่เหล่ียมมุมฉาก
การอ่านและการเขียนแผนภูมิแท่ง การอา่ นตารางสองทาง (two way table)

โดยการจดั ประสบการณห์ รือสร้างสถานการณท์ ีใ่ กลต้ วั ผเู้ รยี นให้ไดศ้ ึกษา ค้นคว้า ฝึกทกั ษะโดยการปฏิบัติ
จริง ทดลอง สรปุ รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะกระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อ
ความหมายทางคณติ ศาสตร์และนาประสบการณด์ ้านความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการท่ีได้ไปใช้ในการเรียนรู้

สิ่งต่างๆและใช้ในชีวติ ประจาวันอยา่ งสรา้ งสรรค์
เพื่อให้เหน็ คณุ ค่าและมีเจตคตทิ ดี่ ีตอ่ คณิตศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเปน็ ระบบ มรี ะเบียบ รอบคอบ

มคี วามรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ มีความคดิ สร้างสรรคแ์ ละมีความเชอื่ มั่นในตนเอง

รหัสตัวชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/7 , ป.๔/8 , ป.๔/9

ป.๔/10 , ป.๔/11 , ป.๔/12 , ป.๔/13 , ป.๔/14 , ป.๔/15 , ป.๔/16
ค ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ค ๒.2 ป.๔/๑ , ป.๔/๒
ค ๓.๑ ป.๔/๑

รวมทงั้ หมด ๒2 ตวั ชว้ี ดั

หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นหนองหญ้าปลอ้ ง(อุดมวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓

๓๘

คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

รหัสวชิ า ค ๑๕๑๐๑ รายวชิ า คณติ ศาสตร์ ๕ กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๑๖๐ ช่วั โมง

ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างเศษส่วนและทศนิยม การแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้บัญญัติไตรยางศ์

การเปรียบเทียบเศษส่วนและจานวนคละการบวกการลบการคูณการหารการบวกลบคูณหารระคนและ

การแก้โจทย์ปัญหาเศษส่วนและจานวนคละ การคูณการหารและการแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับทศนิยม

การอ่านการเขียนและการแก้โจทย์ปัญหาร้อยละ การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวและน้าหนักที่มี

การเปลี่ยนหน่วยและเขยี นในรูปทศนยิ ม การแก้โจทยป์ ญั หาเก่ียวกบั ปริมาตรของทรงส่ีเหลี่ยมมุมฉากและความจุ

ของภาชนะทรงส่ีเหลี่ยมมุมฉาก การแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวรอบรูปของรูปส่ีเหลี่ยมและพื้นที่ของรูป

สเ่ี หลีย่ มดา้ นขนานและรูปส่เี หลย่ี มขนมเปียกปูน การสร้างเส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงให้ขนานกับเส้นตรงหรือ

ส่วนของเส้นตรงท่ีกาหนดให้ ชนิดและสมบัติของรูปส่ีเหลี่ยม การสร้างรูปสี่เหล่ียม การอ่านและการเขียน

แผนภมู ิแท่ง การอา่ นกราฟเสน้

โดยการจัดประสบการณห์ รอื สรา้ งสถานการณ์ท่ใี กลต้ วั ผเู้ รยี นให้ได้ศึกษา คน้ คว้า ฝกึ ทักษะโดยการปฏิบัติ
จริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะกระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล
การสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์และนาประสบการณด์ ้านความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการที่ได้ไปใช้ในการ
เรยี นรู้สง่ิ ตา่ งๆและใช้ในชวี ติ ประจาวนั อย่างสร้างสรรค์
เพอ่ื ใหเ้ หน็ คณุ ค่าและมเี จตคติที่ดีต่อคณติ ศาสตร์ สามารถทางานได้อยา่ งเป็นระบบ มีระเบียบ รอบคอบ มีความ
รบั ผดิ ชอบ มวี ิจารณญาณ มีความคดิ สร้างสรรคแ์ ละมีความเชื่อมัน่ ในตนเอง

รหสั ตวั ชี้วดั

ค ๑.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ , ป.๕/๗ , ป.๕/๘ , ป.๕/๙
ค ๒.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔

ค ๒.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔
ค ๓.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒
รวมทั้งหมด ๑๙ ตวั ชี้วัด

หลกั สูตรโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปลอ้ ง(อดุ มวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓

๓๙

คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

รหัสวิชา ค ๑๖๑๐๑ รายวชิ า คณติ ศาสตร์ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ เวลา ๑๖๐ ชว่ั โมง

ศึกษาการเปรียบเทียบและเรียงลาดับเศษส่วนและจานวนคละโดยใช้ความรู้เรื่อง ค.ร.น. อัตราส่วน

อัตราส่วนที่เท่ากัน และมาตราส่วน ตัวประกอบ จานวนเฉพาะ ตัวประกอบเฉพาะ และการแยกตัวประกอบ
ห.ร.ม. และ ค.ร.น. การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกบั ห.ร.ม. และ ค.ร.น. การบวกการลบเศษส่วนและจานวนคละโดย
ใช้ความรู้เรื่อง ค.ร.น. การบวก ลบ คูณ หารระคนและการแก้โจทย์ปัญหาของเศษส่วนและจานวนคละ

ความสัมพันธ์ระหว่างเศษส่วนและทศนิยม การหารทศนิยม การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับทศนิยม อัตราส่วน
มาตราสว่ นและร้อยละ การแกป้ ัญหาเกี่ยวกบั แบบรปู การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรของรูปเรขาคณิตสาม

มิติที่ประกอบด้วยทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก การแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวรอบรูป พื้นที่ของรูปหลายเหล่ียม
และพื้นที่ของวงกลม ชนิดและสมบัติของรูปสามเหล่ียม การสร้างรูปสามเหล่ียม ส่วนต่างๆ ของวงกลม การ
สร้างวงกลม ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย พีระมิด รูปคลี่ของทรงกระบอก กรวย ปริซึม พีระมิด การอ่าน

แผนภมู ิวงกลม
โดยการจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ที่ใกล้ตัวผู้เรียนให้ได้ศึกษา ค้นคว้า ฝึกทักษะโดย

การปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะกระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา
การให้เหตุผล ก าร ส่ือคว ามหมายทาง คณิตศาสตร์ และน าปร ะสบก าร ณ์ด้าน คว ามรู้ คว ามคิด
ทกั ษะกระบวนการท่ีไดไ้ ปใช้ในการเรยี นรู้สงิ่ ตา่ งๆและใชใ้ นชีวิตประจาวันอยา่ งสรา้ งสรรค์

เพ่อื ใหเ้ หน็ คุณค่าและมีเจตคตทิ ีด่ ีตอ่ คณิตศาสตร์ สามารถทางานไดอ้ ยา่ งเปน็ ระบบ มรี ะเบียบ รอบคอบ
มคี วามรับผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ มคี วามคดิ สรา้ งสรรคแ์ ละมคี วามเชอื่ ม่นั ในตนเอง

รหสั ตวั ช้ีวดั
ค ๑.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖ , ป.๖/๗ , ป.๖/๘ , ป.๖/๙ , ป.๖/๑๐ ,

ป.๖/๑๑ , ป.๖/๑๒
ค ๑.๒ ป.๖/๑

ค ๒.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓
ค ๒.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔
ค ๓.๑ ป.๖/๑

รวมทงั้ หมด ๒๑ ตวั ชวี้ ดั

หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นหนองหญา้ ปล้อง(อุดมวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓

๔๐

คาอธิบายรายวชิ า
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์

และเทคโนโลยี

หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านหนองหญ้าปล้อง(อุดมวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓

๔๑

กลุม่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ความสาคญั ของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วทิ ยาศาสตรม์ บี ทบาทสาคญั ย่ิงในสังคมโลกปจั จบุ นั และอนาคต เพราะวิทยาศาสตร์เก่ียวข้องกับทุกคนท้ัง

ในชีวติ ประจาวันและการงานอาชพี ตา่ ง ๆ ตลอดจนเทคโนโลยี เคร่ืองมือเคร่ืองใช้และผลผลิตต่าง ๆ ที่มนุษย์ได้
ใช้เพื่ออานวยความสะดวกในชีวิตและการทางาน เหล่าน้ีล้วนเป็นผลของความรู้วิทยาศาสตร์ ผสมผสานกับ
ความคิดสร้างสรรค์และศาสตร์อื่น ๆ วิทยาศาสตร์ช่วยให้มนุษย์ได้พัฒ นาวิธีคิด ท้ังความคิดเป็นเหตุเป็นผล
คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ วิจารณ์ มีทักษะสาคัญในการค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถในการแก้ปัญหา
อย่างเปน็ ระบบ สามารถตดั สินใจโดยใชข้ ้อมลู ที่หลากหลายและมีประจักษพ์ ยานท่ีตรวจสอบได้ วิทยาศาสตร์เป็น
วัฒนธรรมของโลกสมัยใหม่ซ่ึงเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ (K knowledge-based society) ดังน้ันทุกคนจึงจาเป็นต้อง
ได้รบั การพัฒนาให้รูว้ ทิ ยาศาสตร์ เพื่อท่ีจะมีความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติและเทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างสรรค์ข้ึน
สามารถนาความรูไ้ ปใชอ้ ย่างมีเหตุผล สรา้ งสรรค์ และมคี ณุ ธรรม

เรียนรู้อะไรในวทิ ยาศาสตร์
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มุ่งหวังให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ท่ีเน้นการเชื่อมโยงความรู้กับ

กระบวนการ มีทักษะสาคญั ในการคน้ ควา้ และสรา้ งองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการในการสืบเสาะหาความรู้ และ
แก้ปัญหาท่ีหลากหลาย ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน มีการทากิจกรรมด้วยการลงมือปฏิบัติจริง
อย่างหลากหลาย เหมาะสมกบั ระดับช้ัน โดยกาหนดสาระสาคัญไว้ ๔ สาระ ดงั นี้

 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรียนรู้เก่ียวกับชีวิตในสิ่งแวดล้อม องค์ประกอบของสิ่งมีชีวิต การดารงชีวิต
ของมนษุ ย์และสัตว์ การดารงชวี ิตของพชื พนั ธกุ รรม ความหลากหลายทางชวี ภาพและววิ ัฒนาการของสิ่งมีชีวติ

 วิทยาศาสตร์กายภาพ เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของสาร การเปลี่ยนแปลงของสาร การเคลื่อนที่
พลังงาน และคลน่ื

 วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ เรียนรู้เกี่ยวกับโลกในเอกภพ ระบบโลก และมนุษย์กับการ
เปลีย่ นแปลงของโลก

 เทคโนโลยี
การออกแบบและเทคโนโลยี เรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับ

เทคโนโลยีเพ่ือดารงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์
คณติ ศาสตร์ และศาสตรอ์ นื่ ๆ เพอื่ แกป้ ัญหาหรอื พัฒนางานอยา่ งมคี วามคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบ
เชิงวศิ วกรรม เลอื กใช้เทคโนโลยอี ยา่ งเหมาะสมโดยคานงึ ถึงผลกระทบต่อชีวติ สงั คม และส่ิงแวดลอ้ ม

วิทยาการคานวณ เรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะการคิด เชิง
คานวณ การคิดวเิ คราะห์ แก้ปัญหาเปน็ ขั้นตอนและเปน็ ระบบ ประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และ
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารในการแก้ปญั หาทีพ่ บในชวี ิตจรงิ ได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ

หลักสตู รโรงเรียนบ้านหนองหญ้าปลอ้ ง(อดุ มวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓

๔๒

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้

สาระที่ ๑ วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑. ๑ เข้าใจความหลากหลายของระบบนเิ วศ ความสัมพันธร์ ะหว่างสงิ่ ไม่มีชวี ิตกับส่งิ มีชีวิต

และความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสิ่งมชี วี ิตกับส่งิ มีชวี ติ ต่างๆ ในระบบนิเวศการถ่ายทอด
พลังงาน การเปล่ียนแปลงแทนทใี่ นระบบนเิ วศ ความหมายของประชากร ปัญหาและ
ผลกระทบที่มตี ่อทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแนวทางในการอนรุ กั ษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและการแกไ้ ขปัญหาสงิ่ แวดล้อมรวมท้งั นาความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจสมบตั ิของส่ิงมชี วี ติ หน่วยพืน้ ฐานของสง่ิ มชี ีวติ การลาเลียงสารเข้าและออกจาก
เซลล์ ความสัมพนั ธ์ของโครงสรา้ ง และหนา้ ท่ีของระบบตา่ งๆ ของสัตวแ์ ละมนุษยท์ ี่
ทางานสมั พันธ์กัน ความสัมพันธข์ องโครงสร้าง และหนา้ ทข่ี องอวยั วะต่างๆ ของพืชท่ี
ทางานสมั พนั ธก์ นั รวมท้งั นาความรู้ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสาคญั ของการถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรมสา
พันธกุ รรม การเปล่ยี นแปลงทางพันธุกรรมทีม่ ีผลต่อสิ่งมชี ีวติ ความหลากหลายทาง
ชวี ภาพและวิวัฒนาการของสงิ่ มชี วี ิต รวมทง้ั นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
สาระที่ ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว ๒. ๑ เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสมบตั ขิ องสสารกับ
โครงสร้างและแรงยดึ เหน่ียวระหวา่ งอนุภาค หลกั และธรรมชาตขิ องการเปลีย่ นแปลง
สถานะของสสาร การเกดิ สารละลาย และการเกิดปฏกิ ริ ิยาเคมี
มาตรฐาน ว ๒.๒ เขา้ ใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจาวนั ผลของแรงทกี่ ระทาต่อวตั ถุ ลักษณะการ
เคล่อื นที่แบบต่างๆ ของวตั ถุ รวมทง้ั นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว ๒.๓ เข้าใจความหมายของพลงั งาน การเปล่ยี นแปลงและการถา่ ยโอนพลังงานปฏสิ ัมพันธ์
ระหวา่ งสสารและพลังงาน พลังงานในชวี ติ ประจาวนั ธรรมชาตขิ องคล่ืน ปรากฏการณ์
ทีเ่ กยี่ วข้องกับเสยี ง แสง และคลนื่ แมเ่ หล็กไฟฟ้า รวมทั้งนาความรู้ไปใช้ประโยชน์
สาระท่ี ๓ วทิ ยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓. ๑ เขา้ ใจองค์ประกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกิด และววิ ัฒนาการของเอกภพ กาแลก็ ซี
ดาวฤกษ์ และระบบสรุ ยิ ะ รวมทั้งปฏิสัมพันธภ์ ายในระบบสรุ ยิ ะ ทส่ี ง่ ผลต่อสงิ่ มีชีวิตและ
การประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยีอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจองค์ประกอบและความสมั พันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปล่ยี นแปลงภายใน
โลก และบนผิวโลก ธรณีพบิ ัติภยั กระบวนการเปล่ยี นแปลงลมฟา้ อากาศและ
ภูมอิ ากาศโลก รวมทงั้ ผลตอ่ ส่ิงมีชวี ติ และส่งิ แวดล้อม
สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔. ๑ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพอ่ื การดารงชีวติ ในสังคมทม่ี กี ารเปล่ยี นแปลงอยา่ ง
รวดเร็ว ใชค้ วามรู้และทกั ษะทางด้านวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตรอ์ ื่นๆ เพ่อื
แก้ปญั หาหรอื พฒั นางานอยา่ งมคี วามสร้างสรรคด์ ้วยกระบวนการออกแบบเชิง
วศิ วกรรม เลือกใชเ้ ทคโนโลยอี ย่างเหมาะสมโดยคานงึ ถงึ ผลกระทบต่อชวี ิต สงั คมและ
สง่ิ แวดล้อม
มาตรฐาน ว ๔. ๒ เขา้ ใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาที่พบในชวี ิตจรงิ อย่างเปน็ ขน้ั ตอนและ
เปน็ ระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สารในการเรยี นรู้การทางาน และการ
แก้ปัญหาได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ ร้เู ท่าทัน และมีจรยิ ธรรม

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นหนองหญา้ ปล้อง(อุดมวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓

๔๓

คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน

รหสั วชิ า ว๑๑๑๐๑ รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ฯ
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ เวลา ๘๐ ช่วั โมง

คาอธิบายรายวิชา
ระบุชื่อพืชและสัตว์ที่อาศัยอยู่บริเวณต่าง ๆ จากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ บอกสภาพแวดล้อมท่ีเหมาะสมกับ

การดารงชีวิตของสัตว์ในบริเวณท่ีอาศัยอยู่ ระบุช่ือ บรรยายลักษณะและบอกหน้าที่ของส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
มนุษย์ สัตว์ และพืช รวมท้ังบรรยายการทาหน้าท่ีร่วมกันของส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมนุษย์ในการทากิจกรรมต่าง ๆ

จากข้อมูลที่รวบรวมได้ ตระหนักถึงความสาคัญของส่วนต่าง ๆ ของร่างกายตนเอง โดยการดูแลส่วนต่าง ๆ
อย่างถูกต้อง ให้ปลอดภยั และรักษาความสะอาดอยู่เสมอ

อธิบายสมบัติที่สงั เกตไดข้ องวัสดุที่ใช้ทาวัตถุซ่ึงทาจากวัสดุชนิดเดียวหรือหลายชนิดประกอบกันโดยใช้

หลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุชนิดของวัสดุและจัดกลุ่มวัสดุตามสมบัติที่สังเกตได้ บรรยายการเกิดเสียงและทิศทาง
การเคลื่อนทีข่ องเสยี งจากหลักฐานเชิงประจักษ์

ระบุดาวท่ปี รากฏบนทอ้ งฟ้าในเวลากลางวันและกลางคืนจากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ อธิบายสาเหตุท่ีมองไม่เห็น
ดวงดาวสว่ นใหญใ่ นเวลากลางวันจากหลักฐานเชงิ ประจักษ์ อธบิ ายลักษณะภายนอกของหินจากลักษณะเฉพาะตัว
ท่สี ังเกตได้

แก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้การลองผิดลองถูก การเปรียบเทียบ แสดงลาดับข้ันตอนการทางานหรือการ
แกป้ ญั หาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือข้อความ เขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือสื่อ ใช้

เทคโนโลยีในการสร้าง จัดเก็บ เรียกใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติ
ตามข้อตกลงในการใชค้ อมพวิ เตอร์ร่วมกนั ดูแลรกั ษาอปุ กรณเ์ บอ้ื งต้น ใชง้ านอยา่ งเหมาะสม

โดยนาหลักเศรษฐกิจพอเพยี งและการอนรุ ักษ์ส่ิงแวดล้อมมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันของตนได้อย่าง

ถกู ตอ้ งและเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ดั
ว ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒

ว ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๓ ป.๑/๑

ว ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๓.๒ ป.๑/๑
ว ๔.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕

รวม ๗ มาตรฐาน ๑๕ ตัวชวี้ ัด

หลักสูตรโรงเรียนบา้ นหนองหญ้าปล้อง(อุดมวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓

๔๔

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

รหัสวิชา ว๑๒๑๐๑ รายวชิ า วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๒ กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ฯ
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๒ เวลา ๘๐ ช่วั โมง

คาอธิบายรายวิชา
ระบุว่าพชื ตอ้ งการแสงและนา้ เพ่อื การเจรญิ เตบิ โต โดยใช้ข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ตระหนักถึง

ความจาเป็นท่ีพืชต้องการได้รับน้าและแสงเพื่อการเจริญเติบโต โดยดูแลพืชให้ได้รับสิ่งดังกล่าวอย่างเหมาะสม
สร้างแบบจาลองท่ีบรรยายวัฏจักรชีวิตของพืชดอก เปรียบเทียบลักษณะสิ่งมีชีวิตและส่ิงไม่มีชีวิตจากข้อมูลท่ีรวบรวม

ได้
เปรยี บเทยี บสมบตั ิการดูดซับน้าของวัสดุโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ และระบุการนาสมบัติการดูดซับ

นา้ ของวัสดุไปประยุกต์ใชใ้ นการทาวตั ถุในชีวิตประจาวนั อธิบายสมบัติท่ีสังเกตได้ของวัสดุท่ีเกิดจากการนาวัสดุมาผสม

กันโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ เปรียบเทียบสมบัติที่สังเกตได้ของวัสดุ เพ่ือนามาทาเป็นวัตถุในการใช้งานตาม
วัตถุประสงค์ และอธบิ ายการนาวสั ดุทใี่ ช้แลว้ กลับมาใช้ใหม่โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ตระหนักถึงประโยชน์ของ

การนาวสั ดทุ ีใ่ ชแ้ ลว้ กลบั มาใช้ใหม่ โดยการนาวสั ดทุ ่ีใช้แลว้ กลับมาใช้ใหม่
บรรยายแนวการเคลือ่ นทขี่ องแสงจากแหลง่ กาเนดิ แสง และอธิบายการมองเหน็ วตั ถจุ ากหลักฐานเชิงประจักษ์

ตระหนักในการเหน็ คุณคา่ ของความรขู้ องการมองเหน็ โดยเสนอแนะแนวทางการป้องกันอันตรายจากการมองเห็น

วัตถุในที่มีแสงสว่างไม่เหมาะสม
ระบุส่วนประกอบของดิน และจาแนกชนิดของดินโดยใช้ลักษณะเน้ือดินและการจับตัวเป็นเกณฑ์

อธิบายการใชป้ ระโยชนจ์ ากดนิ จากข้อมูลที่รวบรวมได้
แสดงลาดับขั้นตอนการทางานหรือการแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือข้อความ

เขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือสื่อและตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม ใช้เทคโนโลยีในการสร้าง

จดั หมวดหมู่ ค้นหา จัดเก็บ เรยี กใชข้ ้อมูลตามวตั ถุประสงค์ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลง
ในการใชค้ อมพวิ เตอรร์ ่วมกัน ดูแลรกั ษาอุปกรณ์เบ้อื งต้น ใช้งานอย่างเหมาะสม โดยนาหลักเศรษฐกจิ พอเพียงและ

การอนุรักษ์สง่ิ แวดล้อมมาประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ประจาวันของตนไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ว ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ว ๑.๓ ป.๒/๑
ว ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ว ๒.๓ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๔.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔

รวม ๖ มาตรฐาน ๑๖ ตวั ช้ีวัด

หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นหนองหญา้ ปลอ้ ง(อดุ มวนา) พุทธศักราช ๒๕๖๓

๔๕

คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

รหสั วชิ า ว๑๓๑๐๑ รายวชิ า วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๓ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ฯ
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๓ เวลา ๘๐ ชัว่ โมง

คาอธิบายรายวิชา
ศกึ ษา วเิ คราะห์ สิ่งทีจ่ าเป็นต่อการดารงชีวิต และการเจริญเติบโตของมนุษย์และสัตว์ รวมถึงประโยชน์

ของอาหาร น้า และอากาศ สามารถดูแลตนเองและสัตว์ให้ได้รับสิ่งเหล่านี้อย่างเหมาะสม อีกท้ังบรรยายและ
เปรียบเทียบวัฏจกั รชวี ิตของสตั ว์ นอกจากน้ีมีเรื่องของส่วนประกอบของวัตถุ และการเปลี่ยนแปลงของวัสดุเม่ือ

ทาให้ร้อนขนึ้ หรอื ทาให้เย็นลง โดยการเปลยี่ นแปลงและการเคลื่อนที่ของวัตถุเกิดจากแรง ทั้งแรงสัมผัสและแรง
ไม่สัมผัสที่มีผลต่อการเคล่ือนที่ของวัตถุ รวมถึงการดึงดูดระหว่างแม่เหล็กกับวัตถุ ข้ัวแม่เหล็ก และการเปลี่ยน
พลังงาน การทางานของเครื่องกาเนิดไฟฟ้า และแหล่งพลังงานในการผลิตไฟฟ้า รวมถึงประโยชน์และโทษของ

ไฟฟา้ โดยนาเสนอวิธีการใชไ้ ฟฟา้ อย่างประหยัด และปลอดภยั อีกท้ังในเร่ืองของเส้นทางการข้ึนและตกของดวง
อาทิตย์ การเกิดกลางวันกลางคืน และการกาหนดทิศ ความสาคัญของดวงอาทิตย์ต่อส่ิงมีชีวิต รวมไปถึง

ส่วนประกอบและความสาคัญของอากาศ และผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อสิ่งมีชีวิต การนาเสนอแนว
ทางการปฏิบตั ติ นในการลดการเกิดมลพษิ ทางอากาศ นอกจากน้ีสามารถอธบิ ายการเกดิ ลมและบรรยายประโยชน์
และโทษของลม อีกท้งั สามารถแสดงอลั กอรทิ มึ ในการทางาน แก้ปัญหาโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์หรือข้อความ การ

เขียนโปรแกรมอย่างง่าย จากการใช้ส่ือซอฟต์แวร์ และใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาความรู้ และรวบรวม
ประมวลผล และนาเสนอข้อมลู โดยใช้ซอฟตแ์ วร์

โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจ ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การ
เปรยี บเทียบขอ้ มลู จากหลกั ฐานเชิงประจักษ์ และการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ
สื่อสารส่งิ ทเี่ รียนรู้ และมีความสามารถในการตัดสนิ ใจ

เกิดการรับรู้ และเห็นคุณค่าของการนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มี จิตวิทยาศาสตร์
จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสมท่ีพึงประสงค์ต่อการดาเนินชีวิตในปัจจุบัน โดยนาหลักเศรษฐกิจ

พอเพยี งและการอนรุ ักษ์สง่ิ แวดล้อมมาประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจาวนั ของตนได้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด

ว ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒

ว ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓

ว ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๔.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕

รวม ๗ มาตรฐาน ๒๕ ตวั ชี้วัด

หลักสูตรโรงเรยี นบ้านหนองหญา้ ปลอ้ ง(อุดมวนา) พทุ ธศักราช ๒๕๖๓


Click to View FlipBook Version