The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by uzagieve19, 2023-07-10 12:51:42

Food defense Food allergen and Food fraud

51
10/07/66 QFE Consult and Service Co., Ltd. by… AM BEST CONSULT CO.,LTD.


by… AM BEST CONSULT CO.,LTD.


53
10/07/66 QFE Consult and Service Co., Ltd. by… AM BEST CONSULT CO.,LTD.


อาหารปลอม อาหารไมแท อาหารปลอมปน










1. การแทนบางส่วนด้วยวัตถอน เช่น กาแฟ


2. การคัดแยกวัตถทมคณค่าออกเสยทั งหมดหรอบางส่วน เช่น นําผ ง







3. ผลตข นเทยมและจําหน่ายเปนอาหารแท้ เช่น ไข่ไก่






4. ผสมหรอปรงแต่งโดยปกปดความด้อยคณภาพ หรอมฉลากลวงผู้ซ อให้เข้าใจผิด








ในเรองคณภาพปรมาณหรอประโยชน์ หรอลักษณะพเศษอย่างอน สถานทและ









ประเทศทผลต เช่น นําส้มแท้












5. อาหารทผลตข นไม่ถกต้องตามคณภาพหรอ มาตรฐานทเปนผลให้ส่วนประกอบท ี





เปนคณค่าทาง อาหาร ขาดหรอเกินรอยละสามสบจากเกณฑ์ตําสดหรอ สงสด












หรอแตกต่างจากคณภาพหรอมาตรฐานทระบุไว้ ทําให้เกิดโทษหรออันตราย เช่น
รงนก

by… AM BEST CONSULT CO.,LTD.


อาหารปลอม





















มาตรา 27 อาหารทมลักษณะดังตอไปนี ใหถอวาเปนอาหารปลอม












(1) อาหารทได้สับเปลยนใช้วัตถอนแทนบางส่วน หรอคัดแยกวัตถทมคณค่าออก เสยทั งหมด




หรอบางส่วน และจําหน่ายเปนอาหารแท้อย่างนั น หรอใช้ชออาหารแท้นั น











(2) วัตถหรออาหารทผลิตขึ นเทยมอาหารอย่างหนงอย่างใด และจําหน่ายเปน อาหารแท้อย่างนั น





(3) อาหารทได้ผสมหรอปรงแต่งด้วยวิธใด ๆ โดยประสงค์จะปกปดซ่อนเรนความ ชํารดบกพร่องหรอความด้อยคณภาพของอาหาร






นั น
(4) อาหารทมฉลากเพือลวงหรอพยายามลวงผ้ซ อให้เข้าใจผิดในเรองคณภาพ ปรมาณ ประโยชน์ หรอลักษณะพิเศษอย่างอน หรอใน



















เรองสถานทและประเทศทผลิต




(5) อาหารทผลิตขึ นไม่ถกต้องตามคณภาพหรอมาตรฐานทรฐมนตรประกาศ กําหนดตามมาตรา 6(2) หรอ (3) ถงขนาดจากผล



















วิเคราะหปรากฏว่า ส่วนประกอบทเปนคณค่าทางอาหาร ขาดหรอเกินรอยละสามสบจากเกณฑ์ตําสดหรอสงสด หรอแตกต่างจาก





คุณภาพหรอมาตรฐานทระบไว้จน ทําให้เกิดโทษหรออันตราย




by… AM BEST CONSULT CO.,LTD.


56
10/07/66 QFE Consult and Service Co., Ltd. by… AM BEST CONSULT CO.,LTD.


การทดแทน







การเจอจาง การปนเปอน


การทุจรตทางอาหาร






การนําสนคาถูกขโมย, ผิดกฎมา
การปลอม ขาย











เติมวตถุดิบ/วัสดุที ทําใหเขาใจผิด





ไมผานการรบรอง เชน เรองฉลาก



57
10/07/66 QFE Consult and Service Co., Ltd. by… AM BEST CONSULT CO.,LTD.


Food Allergen






Management






Training Course







































TRAINING Day


By QFE Consult & Services Co., Ltd.



โรคภูมิแพ (Allergy)










• โรคภูมิแพ (Allergy) คือโรคทีเกิดจากร่างกายมีความไวผิดปกติต่อสิ งแวดล้อมกระต้น
ภายนอกแตกต่างไปจากคนปกติทั วไป แทนทีจะสร้างภูมิต้านทานโรค กลับไปสร้างภูมิ



ชนิดทีก่อให้เกิด อาการภูมิแพ้แทน ทีเรียกว่า สารก่อภูมิแพ (Antigen)







เช่น ฝุนบ้าน ไรฝุนทีนอน






รังแคสัตว์เลียง ฝุนซากแมลงสาบ

เกสรดอก หญ้า อาหาร หรือ ยาบางชนิด


Food Allergen คือ อะไร????














สารกอภูมแพ สารอาหาร (Nutrient) ทีก่อใหเกิดภูมแพ มักเปน






สารอาหาร ประเภทโปรตีน ททนความรอน ทนตอการยอย


ในระบบทางเดินอาหาร เชน การย่อยดวยกรดในกระเพาะอาหาร และเอนไซมในลาไสเล็ก






กลไกการเกิดแพอาหาร







IgE Mediated Food Allergy






เปนการเกิดแพ้อาหารโดยทีโปรตีนของอาหารเมือผ่านผนังลําไส้



และเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ชนด IgE อาการทีเกิดมักจะเฉยบพลัน




เช่น ผืนลมพิษ อาการอาจจะรุนแรงจนกระทั งเสียชีวิตโดยทีไม่มีผืน


กลไกการเกิดแพอาหาร









กลไกการเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ ้


โดยปกติเมือร่างกายได้รับสารกอภูมิแพ้ เข้าไปในร่างกายบ่อยๆ ระบบภูมิคุ้มกัน



ของร่างกายจะทําการจดจําและสร้างภูมิคุ้มกันชนดหนงทีมีสมบัติเปนโปรตีน





เรียกว่า IgE (ไอ-จี-อี ) และเมือร่างกายได้รับสารกอภูมิแพ้เข้าไปอีก สารกอภูมิแพ้



จะไปจับกับ IgE ซึงอยูบนเม็ดเลือดขาว ทําให้เม็ดเลือดขาวนีแตกออกและปล่อย


สารชนดหนงทีเรียกว่า ฮิสตามีน (histamine) ออกมา ส่งผลให้เยือบจมูก เยือ







บตา ลําคอ เกิดการอักเสบ เกิดการบวม และสร้างเมือกออกมามากกว่าปกติ ทําให้
เกิดอาการ คัดจมูก นามูกไหล และคันจมูกตามมา







คนจานวนมาก ทเชอว่าตนเองแพอาหาร อย่างใดอย่างหนึ ง อาหารที ทํา



ใหแพไดบ่อย ไดแก ไข่ ถัวชนิดต่างๆ อาหารทะเล สตรอเบอร เปนตน บาง














คนแพสารทีปนเป อนมากับอาหาร หรอ สารทใชในการถนอมอาหาร การ
แพอาหารเกิดอาการไดแตกต่างกัน




เช่น ทองเดิน มีผนแดงขึ นตามตัว ปวดศีรษะ หนาบวม ปวดขอ เวียนศีรษะ




การแพอาหารอาจแบ่งออก ไดเปน ๒ ประเภท คือ




• การแพ้ที ปรากฏชัดเจน




• การแพ้ที ไม่ปรากฏชัดเจน


คันตามผิวหนัง




























คัดจมูก นามูกไหล




โรคภูมแพที เกิดจากอาหาร กลไกการเกิดแพอาหาร










แพทยจะสามารถตรวจพบปฏิกรยาทางภูมิคุมกัน เช่น การขดลงบนผวหนังให ้



ผลบวก แต่การแพอาหารอีกประเภทหนึง ทมความสาคัญเพมขึ นเรอยๆ คือ















การแพทไม่ปรากฏชัดเจน ผูปวยจะมอาการแพต่ออาหารปกติทีมอยูใน



ชวิตประจาวัน เช่น นม ขาวโพด แป้งขาวสาล น าตาล ชอคโกแลต สีผสม






อาหาร กลิน สารถนอมอาหาร โดยจะเกดการแพแบบค่อยเปนค่อยไปและ









สะสมใชเวลาเปนเดือนหรอเปนป อาการที พบไดคือ ออนเพลย คัดจมูก ปวด




ทอง ปวดขอปวดกลามเน อ หรอมอาการทางประสาท ผูปวยมักจะไม่รว่าตนเอง












แพอาหาร และอาการจะเปนแบบเร อรง ทําให้ผู้ป่วยต้องแสวงหาหมอ แสวงหายา



มารกษาตนเอง โดยไม่มทีท่าว่าจะหาย การแพอาหารประเภทหลังน อาจเกดจาก






รางกายไดรบสารเคมีตกคางทีมาในอาหาร พฤติกรรมการกนอาหารทีไม่ส่งเสรม






สุขภาพ การมีอนุมูลอสระมากเกนไป หรอการมยีสตเจรญงอกงามมากเกนไปใน












ลาไส โดยยีสตจะแบ่งตัวและแตกหน่อ ฝงตัวเองลงไปในเยือบุลําไส ส่งผลใหอาหาร




โมเลกุลใหญทยังย่อยไมสมบูรณ จะถูกดูดซึมผ่านผนังลาไสเขาไปในกระแสเลือดได








อาหารโมเลกุลใหญเชนนั น รางกายจะถูกกระตุนใหเกดปฏกรยาภูมิคุมกัน ทําใหแพ ้








อาหาร




โรคภูมิแพพบบอยเพียงใด





โรคภูมแพจัดเปนโรคทีพบบ่อยโรคหนึงในประเทศไทย จากการศึกษาอัตรา







ความชุกของโรคในประเทศไทย มอัตราความชุกอยูระหว่างรอยละ 10-50


ของประชากรทั งประเทศ โดยโรคโพรงจมูกอักเสบจากภูมแพมความชุก







สูงสุดในกลุมโรคภูมแพ นันหมายความว่า ประชากรเกอบครงหนึงของ







ประเทศ มีปญหาเกยวกับโรคภูมแพอยู รองลงมาคือโรคหืด และโรคผน









ภูมแพในอัตราความชุกใกลเคียงกัน นอกจากนี อัตราการเกิดโรคภูมแพม ี
แนวโนมสูงขึ นเรอย ๆ ในระยะ 20 ปทผ่านมา สําหรบในประเทศ











สหรฐอเมรกา โรคภูมแพจัดไดว่าเปนโรคเร อรงที สําคัญอันดับที 6 เลยทเดียว







สาเหตุปจจัยของโรคภูมิแพ ้















1) ปจจัยทางพนธกรรม







โรคภูมแพ เปนโรคที สามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุ อย่างไรก็ตาม ผูทไมมประวัติโรค





ภูมแพในครอบครวก็สามารถเกดโรคภูมแพไดเองประมาณ รอยละ 10-20 ถาพ่อหรอแม ่















คนใดคนหนึ งเปนโรคภูมแพ ลูกจะมโอกาสเปนโรคภูมแพประมาณรอยละ 25-50 แต่ถา




ทั งพ่อและแม่เปนโรคภูมิแพทั งคู ลูกทีเกดออกมามโอกาสเปนโรคภูมแพสูงถึงรอยละ 70









โดยเฉพาะโรคจมูกอักเสบจากภูมแพ หรอโรคแพอากาศจะมอัตราการถ่ายทอดทาง



กรรมพันธุสูงทสุด




สาเหตุปจจัยของโรคภูมิแพ ้



สาเหตุปจจัยของโรคภูมิแพ ้







2) ปจจัยทางส งแวดลอม










ส่วนมากอาการแสดงของโรคภูมแพจะเกดขึ นไดเม อไดรบสิงแวดลอมที








สามารถกระตุนใหเกดปฏกรยาภูมไวเกนในรางกาย ซึงจะตองไดรบปรมาณ













มากและนานพอที จะกระตุนใหรางกายเกดปฏกรยา ปจจัยทางสิงแวดลอม



ดังกล่าวไดแก่

- การได้รับหรือสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ (Allergen exposure)
- การติดเชื อ (Infection) จากการศึกษาทางระบาดวิทยา โรคภูมิแพ้พบ






มากในเด็กทีมสุขอนามัยดี หรออยูในประเทศทีพัฒนาแลวมากกว่าเด็กทม ี






สุขอนามัยไมดี หรออยูในประเทศกาลังพัฒนา เช่นการพบเด็กที อยู่ในเมือง


เปนโรคภูมแพมากกว่าเด็กทีอยูในชนบท




สาเหตุปจจัยของโรคภูมิแพ ้























การสูบบหร (Smoking) การไดรบควันบุหรจากผูทสูบบุหรโดยทีตนเองไมไดสูบ













บุหรเอง (Passive smoking) จะไดรบปรมาณสารพษจากควันบุหรมากกว่าผูท ี









สูบโดยตรงถึง 3-40 เท่า เช่น เด็กทีไดรบควันบุหรจะเพมความเสยงเปนโรคหืด

มากกว่าเด็กปกติ 2 เท่า และในเด็กทีเปนโรคหืดอยูแลวก็จะมโอกาสเกดอาการกาเรบ









และตองใชยาควบคุมโรคมากขึ น



- การไดรบนมแม (Breast feeding) นอกจากทําใหมภูมตานทานโรคต่างๆ มากขึ น










แลวยังลดโอกาสการเปนโรคภูมแพดวย
- มลพิษ (Pollution) เช่นมลภาวะจากท่อไอเสียรถยนต์ จากโรงงาน






อุตสาหกรรม จะกระตุนใหเกิดการระคายเคืองต่อเยอบุทางเดนหายใจไดเช่นกัน







กลเม็ดรูทันเพอปองกันการแพอาหาร











คนทสงสัยว่าแพอาหารอาจรสึกหงุดหงดต่อการรบมอ เพราะเราไม่อาจรไดว่าอาหารทีกน



















จะมสารกระตุนทาใหเกิดอาการแพอาหารหรอไม ทั งนี ทุกคร งทีกนอาจไม่เกดอาการแพ











หรอบางคร งมอาการแพนอยมากและหายอย่างรวดเรว แต่เพอความไม่ประมาท เรา
ขอเสนอวิธีรูทันเพือปองกันการแพอาหาร คือ







กลเม็ดรูทันเพอปองกันการแพอาหาร









• * หมั นสังเกตความผิดปกติหลังจากกินอาหารและจดบันทึก ส่วนประกอบและ









ชนิดของอาหารทสงสัยว่าจะเปนสาเหตุของการแพ รวมถึงปรมาณทกนและความบ่อย





ของการกน ขอมูลเหล่านี จะเปนประโยชนอย่างมากเมอปรกษาคุณหมอ ซึงหมอจะ








ถามประวัติครอบครวเพ มเติม รวมถึงโรคประจาตัวหรอสิงแวดลอมอนๆ เพอตีกรอบให ้








คําตอบแคบและชัดเจนมากทีสุด ทั งนี การแพทยเสนอวิธตรวจสอบสาเหตุของการแพ ้

อาหารที ถูกตองดวยการทดสอบตามหลักวิทยาศาสตร นั นคือ







กลเม็ดรูทันเพอปองกันการแพอาหาร






 Prick Test เป็นการทดสอบการแพ้อาหารด้วยการแต้มสารสกัด






จากอาหารลงบนทองแขน โดยภายใน 20 นาท หากมตุมแดงหรอลมพษ




ขึ นก็แสดงว่าอาหารนั นมผลกระตุนใหรางกายหลังสารเคมบางอย่างเพอ









ต่อตาน ซึ งจาเปนตองหลีกเลียง แต่การทดสอบนี มีขอหามหลายอย่าง เช่น









เมอทดสอบกับผูทกนยาแกแพ (แอนติฮสตามน) จะไมไดผล หามทดสอบกับ










คนทเคยมอาการแพโปรตีนขั นรนแรง หรอขณะทดสอบมีปญหาโรคผวหนัง







บางอย่าง มผวหนังอักเสบหรอเปนลมพษเพราะจะเพมความเสยงใหมีอาการ













แพรนแรงและเปนอันตรายได สุดทายไมควรทดสอบกับเด็กเล็กและหญงม ี


ครรภ ์


Prick Test (การทดสอบโดยการสะกิด)





• http://www.youtube.com/watch?v=oED7kAIjFFY


Prick Test (การทดสอบโดยการสะกิด)


Prick Test (การทดสอบโดยการสะกิด)


RAST= Radioallergosorbent test











• RAST เป็นการเจาะเลือดเพื อนําไปทดสอบในห้องปฏิบัติการ ซึ งเป็นขั นตอนถัดมา






เมอทํา Prick test ไม่ไดผล หรอเพอยืนยันผลใหละเอยดและชัดเจนขึ น ซึ งช่วยทํา









ใหทราบกลุมอาหารทจะเกดการแพไดกวางขึ น




อาการของคนทีแพอาหาร





 ผิวหนัง คันตามตัว หน้าร้อนและแดง ลมพิษ บวมที หนังตาและปาก



 ระบบทางเดินอาหาร คันปาก ปวดท้อง ปวดมวนท้อง อาเจียน ถ่ายเหลว



 ระบบทางเดินหายใจ




คัดจมูก นํ ามูกไหล ไอ เสยงแหบ คันในคอ กลนลําบาก หายใจเสียงดัง


หายใจลาบาก ปากเขยว หากรนแรงจะหยุดหายใจ

 ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระยะแรกหัวใจเต้นเร็ว ระยะหลังความดันโลหิต






จะตํ าลง หัวใจเตนผิดปกต หากเปนมากหัวใจจะหยุดเตน
 ระบบประสาท มึนงง หนักศีรษะ หากเป็นมากจะหมดสติ อื นๆ รู้สึกขมปาก



ปวดกระเพาะปสสาวะ กลั นปสสาวะไม่ได ้


คนทุกชาติแพอาหารเหมอนกันหรอไม่



Food Allergen และกฎระเบียบของประเทศคู่ค้า




ไทย












การบรโภคอาหารทีแตกต่างกันใน แต่ละทองถนและแต่ละพ นทส่งผลให ้

อาหารที ก่อใหเกิดภูมแพมความแตกต่างกัน อกทั งความแตกต่างทาง









กรรมพันธุของมนุษยกเปนได จากการศึกษาวจัยพบว่า


 อาหารก่อภูมิแพ้หลักสําหรับเด็กในประเทศต่างๆ มี 3 ชนิดหลัก
ดวยกัน คือ ไขไก นมวัว และธญพืช




 ภูมิแพ้ไข่ไก่ และนมวัวนั นสามารถพบได้ทั วโลก
 ภูมิแพ้ต่อถั วลิสงนับเป็นอาหารก่อภูมิแพ้อันดับที 3 ในประเทศสหรัฐอเมริกาและ
สวิตเซอรแลนด


 ข้าวสาลีนับเป็นอาหารก่อภูมิแพ้อันดับ 3 ในประเทศเยอรมนีและญี ปุ่น


 ปลาเป็นอาหารก่อภูมิแพ้อันดับ 3 ในประเทศสเปน


 เมล็ดงาเป็นอาหารก่อภูมิแพ้อันดับ 3 ในประเทศอิสราเอล



ประเทศไทยกับการแพอาหาร




















ประกาศกระทรวงสาธารณสุข







(ฉบับที 383) พ.ศ. 2560








เรือง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ



ประเทศไทยกับการแพอาหาร











(๖) ข้อความว่า “ข้อมูลสําหรบผู้แพ้อาหาร : ม ……..….” กรณมการใช้เปนสวนประกอบ









ของอาหาร หรอ “ข้อมูลสําหรบผ้แพ้อาหาร : อาจม ………….…” กรณมการปนเปอน










ในกระบวนการผลตแล้วแตกรณ (ความทเว้นไว้ให้ระบุประเภทหรอชนดของอาหารทมสาร



ก่อภมแพ้หรอสารทก่อภาวะภมไวเกน)







หรอกรณทไม่แสดงข้อความ “ข้อมูลสําหรบผู้แพ้อาหาร” อาจแสดงข้อความว่า “ม..............”






หรอ “อาจม.................” ไว้ในกรอบ โดยสของตัวอักษรต้องตัดกับสพื นของกรอบและสของ





กรอบตัดกับสพ นของฉลาก





ทั งน ขนาดตัวอักษรทต้องแสดงข้อความตามวรรคหนง นอกจากต้องปฏบัตตามข้อ ๑๔ (๓)




แล้ว ต้องไม่เล็กกว่าตัวอักษรทแสดงสวนประกอบ และต้องแสดงไว้ทด้านลางของการแสดง




สวนประกอบด้วย



ประเทศไทยกับการแพอาหาร






ประเภทหรอชนิดของอาหารตามวรรคหนึง







ซึ งเปนสารก่อภูมแพ หรอสารทก่อภาวะภูมไวเกน



ไดแก่







(๖.๑) ธญพืชทีมกลูเตน ไดแก่ ขาวสาลี ขาวไรย ขาวบารเลย ขาวโอต สเปลท













หรอสายพันธุลูกผสมของธัญพชดังกล่าว และผลตภัณฑจากธัญพชทีม ี


กลูเตนดังกล่าว ยกเวน

(ก) กลูโคสไซรป หรอเดกซโทรสทีไดจากขาวสาล ี






(ข) มอลโทเดกซตรน จากขาวสาล ี





(ค) กลูโคสไซรป จากขาวบารเลย ์

(ง) แอลกฮอลทไดจากการกลันเมล็ดธัญพช






ประเทศไทยกับการแพอาหาร









(๖.๒) สัตวนํ าทีมีเปลือกแข็ง เช่น ปู กุง กั ง ลอบเสตอร เป็นต้น




และผลิตภัณฑจากสัตวนํ าทมีเปลือกแข็ง


(๖.๓) ไข และผลตภัณฑจากไข ่





(๖.๔) ปลา และผลิตภัณฑจากปลา ยกเวน เจลาตินจากปลาทใช ้


เปนสารช่วยพาวิตามนและแคโรทนอยด ์




(๖.๕) ถัวลิสง และผลตภัณฑจากถั วลิสง

(๖.๖) ถัวเหลือง และผลิตภัณฑจากถัวเหลือง ยกเวน




(ก) นํ ามันหรือไขมันจากถั วเหลืองที ผ่านกระบวนการทําให้บริสุทธิ



ประเทศไทยกับการแพอาหาร





(ข) โทโคเฟอรอลผสม, ดี - แอลฟา - โทโคเฟอรอล, หรือ ดีแอล - แอลฟา – โทโคเฟอรอล









หรอ ด - แอลฟา - โทโคเฟอรลแอซเทต, หรอ ดีแอล - แอลฟา – โทโคเฟอรลแอซเทต




หรอ ด - แอลฟา - โทโคเฟอรลแอซดซักซเนต ทีไดจากถั วเหลือง







(ค) ไฟโตสเตอรอล และไฟโตสเตอรอลเอสเตอรทไดจากน ามันถั วเหลือง








(ง) สตานอลเอสเตอรจากพชทีผลิตจากสเตอรอลของน ามันพชทีไดจากถั วเหลือง

(๖.๗) นม และผลตภัณฑจากนม รวมถึงแลคโตส ยกเวน แลคติทอล



(๖.๘) ถัวทีมีเปลือกแข็ง และผลิตภัณฑจากถัวทมีเปลือกแขง เช่น










อัลมอนต วอลนัทพแคน เปนตน



(๖.๙) ซัลไฟต ทีมปรมาณมากกว่าหรอเท่ากับ 10 มลลกรมต่อกโลกรม









ประเทศไทยกับการแพอาหาร










ทั งนี ความใน (๖) ไม่ใชบังคับกับอาหารทมสารกอภูมแพหรอสารที ก่อภาวะ






ภูมไวเกินเปนส่วนประกอบที สําคัญ และมการแสดงชออาหารทระบุชอสารก่อ














ภูมแพหรอสารทก่อภาวะภูมไวเกนไวชัดเจนแลว เชน น านมโคสด ถัวลิสงอบ






กรอบ เปนตน


กาลังเพม หอยและปลาหมึก


International Regulation Chart




November 04, 2019


International Regulation Chart




November 04, 2019


Click to View FlipBook Version