The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการเรียนรู้รายวิชากฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by supustar2546, 2024-06-30 23:26:24

แผนการเรียนรู้รายวิชากฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์

แผนการเรียนรู้รายวิชากฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์

งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะอาชีพ บูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 รหัสวิชา 31910 – 2001 รายวิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัล และพาณิชอิเล็กทรอนิกส์ หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พ.ศ. 2567 ประเภทวิชาอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ จัดทำโดย นางสาวสุภัทรตรา พ่วงโพธิ์วงษ์ สาขาวิชา เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา


แผนการจัดการเรียนรู้ วิชา 31910-2001 รายวิชา กฎหมายในงานอ (ท-ป-น) 1-0-สัปดาห์ที่ ชั่วโมง ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้/ รายการสอน จุดความรู้ 1-2 1-2 พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ - เข้าใจหลักการและแนวคิด พื้นฐานของกฎหมายคอมพิวเตอร์ - อธิบายเกี่ยของกฎหมาย3-4 3-4 กฎหมายธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์ - เข้าใจหลักการและแนวคิด พื้นฐานของกฎหมายธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์ - อธิบายเกี่ยกฎหมายธุรก5-7 5-7 กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคล - เข้าใจหลักการและแนวคิด พื้นฐานของกฎหมายคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล - อธิบายเกี่ยของกฎหมายบุคคล สอบกลางภาค 8-9 8-9 กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา - เข้าใจหลักการและแนวคิด พื้นฐานของกฎหมายทรัพย์สินทาง ปัญญา - อธิบายเกี่ยของกฎหมาย10-12 10-12 กฎหมายและกฎระเบียบใน อุตสาหกรรมดิจิทัล และ เทคโนโลยีสารสนเทศ - เข้าใจหลักการและแนวคิด พื้นฐานของกฎหมายและ กฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทัล และเทคโนโลยีสารสนเทศ - อธิบายเกี่ยของกฎหมายอุตสาหกรรมสารสนเทศ 13-14 13-14 การประยุกต์ใช้กฎหมายใน งานอาชีพดิจิทัล - เข้าใจแนวทางการประยุกต์ใช้ กฎหมายในงานอาชีพดิจิทัล - อธิบายเกี่ยประยุกต์ใช้กดิจิทัล


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 รายหน่วย (แบบย่อ) อาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์ -1 หน่วยที่ 1-7 ประสงค์การเรียนรู้ สมรรถนะประจำหน่วย ทักษะ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ ยวกับแนวคิดพื้นฐาน ยคอมพิวเตอร์ ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึด หลักประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน มีความรู้เกี่ยวกับแนวคิดพื้นฐาน ของกฎหมายคอมพิวเตอร์ ยวกับพื้นฐานของ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึด หลักประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ยวกับแนวคิดพื้นฐาน ยคุ้มครองข้อมูลส่วน ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึด หลักประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ยวกับแนวคิดพื้นฐาน ยทรัพย์สินทางปัญญา ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึด หลักประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย ทรัพย์สินทางปัญญา ยวกับแนวคิดพื้นฐาน ยและกฎระเบียบใน มดิจิทัลและเทคโนโลยี ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึด หลักประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและ กฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทัล และเทคโนโลยีสารสนเทศ ยวกับเข้าใจแนวทางการ กฎหมายในงานอาชีพ ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึด หลักประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการ ประยุกต์ใช้กฎหมายในงานอาชีพ ดิจิทัล


15 15 การปรับตัวกับกฎหมายใหม่ ในยุคดิจิทัล - เข้าใจแนวทางการปรับตัวกับ กฎหมายใหม่ในยุคดิจิทัล - อธิบายเกี่ยปรับตัวกับกสอบปลายภาค


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 ยวกับเข้าใจแนวทางการ กฎหมายใหม่ในยุคดิจิทัล ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึด หลักประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน มีความรู้เกี่ยวกับการปรับตัวกับ กฎหมายใหม่ในยุคดิจิทัล


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 1. สาระสำคัญ การนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งด้านการทำงาน การประกอบอาชีพ และเพื่อความ บันเทิง จะต้อมอยู่ภายใต้กฎหมาย เพื่อเป็นการรักษาสิทธิของตนและเพื่อเป็นการไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ผู้ใช้คอมพิวเตอร์จำเป็นต้องศึกษารายละเอียดของกฎหมายที่ใช้บังคับ สำหรับเป็นแนวทางและปฏิบัติตน อย่างถูกต้อง 2. สมรรถนะประจำหน่วย แสดงความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ประจำหน่วย จุดประสงค์ทั่วไป 3.1 ด้านความรู้ 3.1.1 อธิบายความรู้เกี่ยวกับที่มาของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ได้ 3.1.2 อธิบายความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์ตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ได้ 3.1.3 อธิบายความรู้เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้ 3.1.4 อธิบายความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ได้ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 3.2 ด้านทักษะ 3.2.1 สามารถอธิบายความรู้เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้ แผนจัดการเรียนรู้สัปดาห์ที่ 1-2 ชื่อหน่วย หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ชื่อเรื่อง พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เวลา 2 ชั่วโมง คะแนนเต็ม 10 คะแนน


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 การบูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 1. พอประมาณ ผู้เรียนใช้เวลาในการปฏิบัติงานและการทดลองตามเวลาที่กำหนด 2. มีเหตุผล ผู้เรียนเลือกใช้เครื่องมือในการทดลอง และตรวจสอบสมมติฐานได้อย่าง เหมาะสม 3. มีภูมิคุ้มกัน ผู้เรียนมีการวางแผนการปฏิบัติการทดลองอย่างรอบคอบ และระมัดระวัง 2 เงื่อนไข 1. ความรู้ 1.1 รอบรู้ ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานกฎหมายคอมพิวเตอร์ 1.2 รอบคอบ ผู้เรียนมีเหตุผล และความรอบคอบในการใช้ความรู้ ทฤษฎี และลงมือปฏิบัติ 1.3 ระมัดระวัง ผู้เรียนใช้ความระมัดระวังในการใช้ความรู้ทฤษฎี และลงมือปฏิบัติงาน 2. คุณธรรม 2.1 ผู้เรียนนาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการเรียนรู้ และลงมือปฏิบัติงาน 2.2 ผู้เรียนใช้ทรัพยากรในการเรียนรู้อย่างประหยัด และคุ้มค่า การบูรณาการสวนพฤกษศาสตร์สถานศึกษา 1. บูรณาการกับวิชาภาษาไทย เรื่อง พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2. บูรณาการกับวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์


4. สาระการเรียนรู้ หน่วย ที่ ชื่อหน่วย ความรู้ 1 พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานขอคอมพิวเตอร์ 2 กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานขอธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 3 กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานขอคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 4 กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานขอทรัพย์สินทางปัญญา 5 กฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรม ดิจิทัล และเทคโนโลยีสารสนเทศ - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานขอและกฎระเบียบในอุตสาหกรรเทคโนโลยีสารสนเทศ


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 สอนแล้วเด็กได้อะไร ทักษะ เจตคติ องกฎหมาย - อธิบายเกี่ยวกับแนวคิดพื้นฐานของ กฎหมายคอมพิวเตอร์ ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และ ยึดหลักประชาธิปไตยในการ ปฏิบัติงาน องกฎหมาย - อธิบายเกี่ยวกับพื้นฐานของกฎหมาย ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และ ยึดหลักประชาธิปไตยในการ ปฏิบัติงาน องกฎหมาย - พื้นฐานของกฎหมายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และ ยึดหลักประชาธิปไตยในการ ปฏิบัติงาน องกฎหมาย - อธิบายเกี่ยวกับแนวคิดพื้นฐานของ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และ ยึดหลักประชาธิปไตยในการ ปฏิบัติงาน องกฎหมาย รมดิจิทัลและ - อธิบายเกี่ยวกับแนวคิดพื้นฐานของ กฎหมายและกฎระเบียบใน อุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยี สารสนเทศ ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และ ยึดหลักประชาธิปไตยในการ ปฏิบัติงาน งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567


6 การประยุกต์ใช้กฎหมายในงานอาชีพดิจิทัล - มีความรู้เกี่ยวกับการประยุในงานอาชีพดิจิทัล 7 การปรับตัวกับกฎหมายใหม่ในยุคดิจิทัล - มีความรู้เกี่ยวกับการการปกฎหมายใหม่ในยุคดิจิทัล


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 ยุกต์ใช้กฎหมาย - อธิบายเกี่ยวกับเข้าใจแนวทางการ ประยุกต์ใช้กฎหมายในงานอาชีพดิจิทัล ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และ ยึดหลักประชาธิปไตยในการ ปฏิบัติงาน ปรับตัวกับ - อธิบายเกี่ยวกับเข้าใจแนวทางการ ปรับตัวกับกฎหมายใหม่ในยุคดิจิทัล ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และ ยึดหลักประชาธิปไตยในการ ปฏิบัติงาน


5. กิจกรรมการเรียนรู้ ชื่อวิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์รายวิชา (ท-ชื่อหน่วย กิจกรรม พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ผู้สอนแนะนำรายวิชา วิธีการให้คะแนน และ การประเมินผลที่ใช้กับวิชา กฎหมายในงานอาชีพ ธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์ 2. ผู้สอนแจ้งสมรรถนะประจำหน่วยและ จุดประสงค์การเรียนรู้ประจำหน่วยที่ 1 พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 3. ผู้สอนให้ทำแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 1 ขั้นสอน 1. เปิดหนังสือเรียน และสื่อการเรียนสอน วิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิช อิเล็กทรอนิกส์ หน่วยที่ 1 พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2. ร่วมกันอภิปราย “สิ่งที่พบเจอจากการเรียน วิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิช อิเล็กทรอนิกส์หน่วยที่ 1 พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับ Po


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 ป-น) 1-0-1 สื่อ เวลา บูรณาการ 5 นาที 5 นาที 5 นาที owerPoint เรื่อง พื้นฐานกฎหมาย เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 5 นาที 5 นาที


คอมพิวเตอร์ 3. ผู้สอนตั้งประเด็นอภิปราย และตอบคำถาม ข้อสงสัยของผู้เรียนระหว่างเรียน 4. ผู้เรียนศึกษาใบความรู้เกี่ยวกับวิชา กฎหมายใน งานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยที่ 1 พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และปฏิบัติตามใบงาน 5. ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน ใบควขั้นสรุป 1. ผู้สอนตรวจแบบทดสอบหลังเรียน และใบงาน 2. ผู้สอนบอกคะแนนแบบทดสอบหลังเรียน และ ใบงาน


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 วามรู้ เรื่อง พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ 5 นาที 10 นาที 10 นาที 15 นาที 15 นาที


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 6. หลักฐานการเรียนรู้ 6.1 สื่อสิ่งพิมพ์ 6.2 หนังสือเรียนวิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์หน่วยที่ 1 พื้นฐาน กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 6.3 สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 6.3.1 งานนำเสนอวิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยที่ 1 พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 7. การวัดและประเมินผล 7.1 เครื่องมือวัดและประเมิน คุณลักษณะที่ต้องการวัด นิยามพฤติกรรมที่แสดงออก ความรับผิดชอบ - ตั้งใจทำงาน - เข้าเรียนตรงเวลา - ทำงานเสร็จทันเวลา ความสามัคคี - การร่วมใจทำงานให้บรรลุผลสำเร็จ - การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น - การสร้างสรรค์งานปราศจากการทะเลาะวิวาท แบบสังเกตพฤติกรรมความรับผิดชอบ และความสามัคคี รายการ (พฤติกรรมที่แสดงออก) ระดับพฤติกรรม ปฏิบัติเป็นประจำ ปฏิบัติบ่อยครั้ง ปฏิบัติเป็น บางครั้ง ความรับผิดชอบ - ตั้งใจทำงาน - เข้าเรียนตรงเวลา - ทำงานเสร็จทันเวลา ความสามัคคี - การร่วมใจทำงานให้บรรลุผลสำเร็จ - การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น - การสร้างสรรค์งานปราศจากการทะเลาะ วิวาท


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 7.2 เกณฑ์การประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ระดับพฤติกรรม คะแนน ปฏิบัติเป็นประจำ 3 ปฏิบัติบ่อยครั้ง 2 ปฏิบัติเป็นบางครั้ง 1 เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ (การแปลความหมายและช่วงคะแนน) ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ คะแนนที่ได้ 10-15 ดีมาก 3 5-9 ปานกลาง 2 1-4 ปรับปรุง 1 หมายเหตุ แนบเครื่องมือวัดและประเมินผล


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 ใบความรู้ที่1 เรื่อง พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เวลา 2 ชั่วโมง วัตถุประสงค์ 1.อธิบายความรู้เกี่ยวกับที่มาของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ได้ 2. อธิบายความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์ตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ได้ 3. อธิบายความรู้เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้ 4. อธิบายความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ได้ สรุปเนื้อหา ที่มาของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ตั้งแต่ พ.ศ. 2550 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลย เดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เป็นต้นมา ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ.2550และประชาชนก็ได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าวเรื่อยมาจนถึง รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 10) โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมจาก พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เพื่อให้สามารถบังคับใช้ได้ตรง และครอบคลุมถึงการใช้คอมพิวเตอร์ที่มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ประกาศเป็น พระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 โดยให้ประกาศ ณ วันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2560 มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป และใช้มาจนถึงปัจจุบัน ความหมายคำศัพท์ที่ควรทราบ ตามพระราชบัญญัติอธิบายรายละเอียดของคำที่ควรทราบ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน ดังนี้ 1. ระบบคอมพิวเตอร์ หมายถึง อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมการทำงานเข้า ด้วยกัน มี การกำหนดคำสั่ง ชุดคำสั่ง และอื่น ๆ รวมถึงแนวทางการปฏิบัติงานให้อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ทำหน้าที่ ประมวลผลโดยอัตโนมัติ 2. ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หมายถึง ข้อมูล ข้อความ คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ ที่ ระบบคอมพิวเตอร์สามารถประมวลผลได้ และมีความหมายรวมถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วย ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 3. ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์หมายถึงข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์ที่แสดงถึง แหล่งกำเนิด ต้นทาง ปลายทาง เส้นทาง เวลา วันที่ ปริมาณ ระยะเวลา ชนิดของบริการ หรืออื่น ๆ ที่ เกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์นั้น 4. ผู้ให้บริการ มีดังนี้ (1) ผู้ให้บริการแก่บุคคลอื่นในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ตหรือทางอื่น เพื่อให้ผู้เข้ามาใช้บริการสามารถ ติดต่อ ถึงกันโดยผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจให้บริการในนามของตนเองหรือในนามเพื่อประโยชน์ของ บุคคล อื่น (2) ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น 5. พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายถึง ผู้ที่รัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม 6. รัฐมนตรี หมายถึง รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ จะต้องได้รับโทษ ดังนี้ การเข้าถึงข้อมูลและระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น หากมีการเข้าถึงข้อมูลหรือระบบคอมพิวเตอร์ ของบุคคลอื่น เป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัว เช่น การปล่อยไวรัส เข้าคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นเพื่อ ขโมย ข้อมูลของบุคคลอื่น ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย ดังนี้ 1. การเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการป้องกัน นั้นไม่ได้มี ไว้สำหรับตน (มาตรา 5) บทลงโทษ : จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2. การล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะ และนำมาตรการ ดังกล่าวไปเผยแพร่ และก่อให้เกิดความเสียหาย (มาตรา 6) บทลงโทษ : จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 3. การเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นไม่ได้มีไว้ สำหรับตน (มาตรา 7) บทลงโทษ : จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 4. การใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อดักรับข้อมูลของผู้อื่น และข้อมูลนั้นมิได้มีไว้เพื่อการประโยชน์ต่อ สาธารณะ หรือเพื่อประโยชน์ต่อบุคคลทั่วไป (มาตรา 8) บทลงโทษ : จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การแก้ไข ดัดแปลง หรือทำให้ข้อมูลผู้อื่นเสียหาย เป็นการทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม ข้อมูลของผู้อื่นโดยมิชอบ หรืออาจเป็นการทำลายระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นจนไม่สามารถทำงานได้ ตามปกติ เช่น การทำลายระบบเว็บไซต์ของคู่แข่งเพื่อ ไม่ให้สามารถดำเนินการได้ตามปกติ 1. การทำความเสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมบางส่วนหรือทั้งหมดของข้อมูลของ ผู้อื่นโดยมิ ชอบ (มาตรา 9) บทลงโทษ : ต้องได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 2. การระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น จนไม่สามารถทำงานได้ตาม ปกติ (มาตรา 10) บทลงโทษ : ต้องได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากการกระทำความเสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมข้อมูล และการระงับ ชะลอ ชัด ขวาง หรือรบกวนระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นนั้น เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศความ ปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์ต่อ สาธารณะ ต้องได้รับโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000-300,000 บาท หากการกระทำ ดังกล่าวเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคล หรือทรัพย์สินของผู้อื่น ต้องได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 10ปี และปรับ ไม่เกิน 200,000 บาท หากการกระทำดังกล่าว เป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย (โดยมิได้มีเจตนาฆ่า) ต้องได้รับโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000-400,000 บาท การส่งข้อมูลหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ก่อกวนผู้อื่น หรือ Spam Mail ผู้ที่ทำการค้าออนไลน์ที่ มีการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ขายสินค้าโดยลูกค้าไม่ยินดีที่จะรับ หรือเป็นการส่ง Spam Mail รวมถึงการ ฝากร้านตามเฟซบุ๊ก อินสตาแกรมจะต้องได้รับโทษตาม มาตรา 11 ความว่า "การส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว ซึ่ง รบกวนระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยปกติสุข ต้องได้รับโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท" และหากเป็นการส่งโดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธการตอบรับ จะต้องได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การเข้าถึงระบบหรือข้อมูลทางด้านความมั่นคงโดยมิชอบ การโพสต์เรื่อง หรือข้อมูลเกี่ยวกับ การเมืองที่ส่งผลถึงความเสียหายต่อประเทศชาติ รวมถึงการก่อกวน การก่อการร้าย ถือเป็นความผิดตาม มาตรา 12 ความว่า "การเข้าถึงระบบข้อมูล หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้าง พื้นฐาน อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ต้องได้รับโทษจำคุกตั้งแต่ 1-7 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-140,000 บาท"และจะต้องได้รับโทษหนักขึ้น ดังนี้ หากส่งผลให้ข้อมูลหรือระบบคอมพิวเตอร์เกิดความเสียหายต้องได้รับโทษจำคุก ไม่เกิน 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หากเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย (โดยมิได้มีเจตนาฆ่า) ต้องได้รับโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000-400,000 บาท การจำหน่าย เผยแพร่ชุดคำสั่งเพื่อนำไปใช้กระทำความผิด การกระทำความผิดนี้ เป็นไปตาม มาตรา 13 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจำหน่าย หรือเผยแพร่ขุดคำสั่งที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อนำไปใช้เป็น เครื่องมือ ในการกระทำผิด แบ่งบทลงโทษได้ ดังนี้ 1. กรณีการกระทำเพื่อเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ มาตรา 12จะต้องได้รับโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากมีผู้นำไปใช้กระทำความผิด ผู้จำหน่าย หรือผู้เผยแพร่จะต้องรับผิดชอบร่วมด้วย


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 2. กรณีจำหน่าย หรือเผยแพร่ชุดคำสั่งที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำ ความผิด ตามมาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 7 มาตรา 8 มาตรา 9 มาตรา 10หรือมาตรา 11 ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ หากมีผู้นำไปใช้ในการกระทำความผิด ผู้ จำหน่ายหรือผู้เผยแพร่ต้อง รับผิดชอบร่วมด้วย การนำข้อมูลที่ผิดพระราชบัญญัติเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์การกระทำความผิดนี้เป็นไปตาม มาตรา 14 สรุปได้ว่า ผู้ที่กระทำความผิดดังต่อไปนี้ 1. โพสต์ข้อมูลปลอม ทุจริต หลอกลวง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน เช่นการโพสต์ข่าว ปลอม การโพสต์หลอกลวงเพื่อเอาเงินลูกค้าโดยไม่มีการส่งมอบสินค้า 2. การโพสต์ข้อมูลเป็นเท็จ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่น ตระหนกแก่ประชาชน 3. การโพสต์ข้อมูลที่เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรและการก่อการร้าย 4. การโพสต์ข้อมูลลามกที่ประชาชนเข้าถึงได้ 5. การเผยแพร่ ส่งต่อข้อมูลที่ทราบอยู่แล้วว่าเป็นข้อมูล ที่ห้ามโพสต์ ได้แก่ การกดแชร์ (Share) ข้อมูลที่มี เนื้อหาเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ การกระทำความผิดตามที่กล่าวมา จะต้องได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน | 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากเป็นกรณีที่เป็นการกระทำที่ส่งผลต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ต้องได้รับโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (กรณีนี้สามารถยอมความกันได้) การให้ความร่วมมือ ยินยอ รู้เห็นเป็นใจกับผู้ร่วมกระทำความผิด การกระทำความผิดนี้ เป็นไป ควบมาตรา 15 ความว่า "ผู้ให้บริการรู้ใด จะใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา 4 ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตนต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา 14" ตัวอย่างเช่น เจ้าของเพจ ที่เปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็นที่มีเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย ถือว่ามี ความผิดยกเว้นแอดมินของเพจตรวจพบ และมีการลบออก จะถือว่าพ้นผิด ในกรณีตรงกันข้ามเมื่อพบแล้ว ยังไม่้การลบออก จะต้องได้รับโทยตามมาตรา 14เช่นเดียวกับผู้โพสต์ หากพิสูจน์ได้ว่าแอดมินได้ปฏิบัติตาม ขั้นตอนการแจ้งเตือนแล้ว ไม่ต้องรับโทษ การตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงสภาพ การกระทำความผิดนี้เป็นไปตามมาตรา 16 ความว่า "ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของ ผู้อื่นและภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีการอื่นใด โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง หรือได้รับความ อับอาย ต้องได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท" หมายความว่า หากผู้ใดโพสต์ภาพ ของผู้อื่นที่เกิดจากการสร้าง การตัดต่อ การดัดแปลง ที่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย หรือได้รับการดูถูกเกลียดชัง ตัวอย่างเช่น การนำภาพดาราไปตัดต่อ ตกแต่ง จนดาราผู้นั้นได้รับความเสียหาย ผู้นั้นต้องได้รับโทษการโพ สต์ภาพของผู้ตาย โดยมีการสร้าง การตัดต่อ ดัดแปลง ทำให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้ตายเสีย ชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ผู้กระทำก็ต้องได้รับโทษเช่นเดียวกันหากเป็นการ กระทำโดยสุจริต ซึ่งเป็นวิสัยของประชาชนพึงกระทำไม่ถือเป็นความผิด ทั้งนี้ความผิด ที่เกิดขึ้นตามที่กล่าว


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 มาแล้ว เป็นความผิดที่ยอมความกันได้ และกรณีที่ผู้เสียหายเสียชีวิตก่อนการร้องทุกข์ให้บิดา มารดา คู่ สมรส หรือบุตร ร้องทุกข์แทนได้ ผู้ที่กระทำผิดตามมาตรา 14 และมาตรา 16 ซึ่งมีคำพิพากษาว่ามีความผิดจริง ศาลอาจสั่ง ดังนี้ 1. ให้ทำลายข้อมูลที่โพสต์นั้น 2. ให้เผยแพร่คำพิพากษานั้นโดยผู้กระทำผิดเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการโฆษณาเผยแพร่ความผิด นั้น 3. ให้ดำเนินการอื่น ๆ ตามที่ศาลเห็นสมควร เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำ ความผิดนั้น กรณีที่ผู้ใดครอบครองข้อมูลที่ศาลสั่งให้ทำลาย ผู้นั้นต้องได้รับโทษกึ่งหนึ่งของบทบัญญัตินี้ทั้งนี้ การลงโทษตามความผิดนี้ ให้ผู้กระทำความผิดรับโทษภายในราชอาณาจักรที่ได้กระทำความผิด การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ การสอบสวนผู้กระทำความผิด เมื่อมีผู้กระทำความผิด พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการ สอบสวนหากมีการกระทำความผิดจริง ผู้กระทำความผิดจะต้องได้รับโทษ กระบวนการทำงานของ เจ้าหน้าที่ มีดังนี้ 1. มีหนังสือแจ้งผู้กระทำความผิดมาชี้แจง พร้อมกับข้อมูล หรือหลักฐานที่สามารถเข้าใจได้ 2. เรียกข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์จากผู้ให้บริการเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารผ่านระบบ คอมพิวเตอร์ หรือจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง 3. สั่งให้ผู้ให้บริการข้อมูล ส่งมอบข้อมูลของผู้กระทำความผิด (ที่ผู้ให้บริการเก็บไว้) ให้แก่ เจ้าหน้าที่ 4. กรณีที่ระบบข้อมูลยังไม่ได้อยู่ในความครอบครองของเจ้าหน้าที่ ให้ทำสำเนาข้อมูลไว้ 5. สังให้ผู้ที่ครอบครองหรือควบคุมข้อมูลคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ ส่งมอบข้อมูล หรืออุปกรณ์นั้นแก่เจ้าหน้าที่ 6. ตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูล ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูล เพื่อหาหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำผิด 7.ถอดรหัสลับของข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือส่งให้บุคลที่เกี่ยวข้องถอดรหัสลับให้ความมร่วมมือกัน เจ้าหน้าที่ ถอดรหัสลับเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงข้อมูลได้ 8. ยัดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์เท่าที่จำเป็น เพื่อประโยชน์ในการทราบรายละเอียดของการ กระทำความผิด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่มีอำนาจในการกระทำการรวบรวมข้อเท็จจริงและหลักฐาน หากพบว่ากระทำผิดจริง สามารถดำเนินการใน ขั้นตอนต่อไปได้ทันที (มาตรา 18-19) การดำเนินการลบข้อมูล เมื่อได้มีการแพร่หลายข้อมูลที่ผิดต่อพระราชบัญญัตินี้แล้วพนักงาน เจ้าหน้าที่โดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีอาจยื่นคำร้อง พร้อมแสดงพยานหลักฐานต่อศาลขอให้มี คำสั่งระงับการแพร่หลาย หรือลบข้อมูลนั้นเสีย (มาตรา 20)


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 การเผยแพร่ข้อมูลของเจ้าหน้าที่ ห้ามพนักงานเจ้าหน้าที่ และพนักงานสอบสวน เผยแพร่ หรือ ส่งมอบข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มี ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้แก่ผู้อื่น หากฝ่าฝืนจะต้องมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 22) กรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่กระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นล่วงรู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูล จราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการซึ่งเป็นข้อมูลที่มีความผิดตามพระราชบัญญัติตินี้ต้องมี โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 23) 40,000 บาท หรือทั้ง จำทั้งปรับ (มาตรา 24) ผู้ที่ได้รับรู้ข้อมูลที่มีความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 24)


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 ใบงานที่1 เรื่อง พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เวลา 2 ชั่วโมง คะแนนเต็ม 10 คะแนน จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. สามารถอธิบายความรู้เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้ คำสั่ง ให้นักเรียนตอบคำถามและอธิบายคำในช่องว่างให้สมบูรณ์ 1. กฎหมายคอมพิวเตอร์ คืออะไร 2. ผู้เรียนสืบค้นข้อมูลที่เป็นข่าวเกี่ยวกับการนำภาพดารา หรือผู้มีชื่อเสียงมาตัดต่อ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ ทางการค้าของผู้กระทำ หรือประโยชน์ด้านอื่น จนสร้างความเสียหาย ความอับอายแก่บุคคลนั้น บันทึกรายละเอียดลงในที่ว่างด้านล่าง พร้อมอธิบายดังนี้ 1. การกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้กระทำอย่างไรบ้าง 2. จากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้มีการลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างไรบ้าง 3. ความคิดเห็นของผู้เรียน 3. แสดงความคิดเห็นถึงความสำคัญ ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ว่าหากไม่มีการบังคับใช้ จะก่อให้เกิดผลเสียหายต่อใครบ้าง และเสียหายอย่างไรบ้าง และเสียหายอย่างไร


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 คำสั่ง ให้นักเรียนตอบคำถามและอธิบายคำในช่องว่างให้สมบูรณ์ 1. จงอธิบายความหมายของระบบคอมพิวเตอร์ 2. จงอธิบายความหมายของข้อมูลคอมพิวเตอร์ 3. จงอธิบายความหมายของผู้ให้บริการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 4. การปล่อยไวรัสเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น ทำให้ข้อมูลเสียหาย ผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษ อย่างไร 5. การทำลายเว็บไซต์ของคู่แข่งขัน ผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษอย่างไร 6. แม่ค้าออนไลน์ที่ชอบส่งข้อมูลขายสินค้าไม่ยินดีที่จะรับ ต้องได้รับโทษอย่างไร 7. จงสรุปความผิดมาตราที่ 14 ว่าด้วยการกระทำผิดคอมพิวเตอร์อย่างไร


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 8. เจ้าของเพจที่ตรวจพบว่ามีผู้นำข้อมูลที่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 เข้ามาในเพจ จะต้องดำเนินการอย่างไรจึงจะไม่ต้องรับโทษ 9. เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่กระทำการโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นล่วงรู้ข้อมูล ต้องได้รับโทษอย่างไร 10. บุคคลได้รับข้อมูลที่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 จะต้องได้รับโทษอย่างไร เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ 1. หนังสือเรียนวิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์ 2. ใบความรู้ประจำหน่วย 3. ใบงานและแบบฝึกหัด 4. โทรทัศน์ 5. สื่อ Power Point 6. กิจกรรมการเรียนการสอน ลำดับขั้น การปฏิบัติงาน - ข้อควรระวัง -


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 1. สาระสำคัญ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้มนุษย์ได้รับความสะดวกทั้งด้านเวลาและสถานที่สำหรับการทำ ธุรกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และเพื่อให้การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้รับการส่งเสริมเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของบุคคลทั่วไปจึงมีพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2562 เป็นกรอบแนวการปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง 2. สมรรถนะประจำหน่วย แสดงความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2562 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ประจำหน่วย จุดประสงค์ทั่วไป 3.2 ด้านความรู้ 3.1.1 อธิบายความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2562 3.1.2 อธิบายความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์ที่ควรทราบได้ 3.1.3 อธิบายความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้ 3.1.4 อธิบายเกี่ยวกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ 3.1.5 อธิบายความรู้เกี่ยวกับบทกำหนดโทษตามพระราชบัญญัติได้ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 3.2 ด้านทักษะ 3.2.1 สามารถอธิบายความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2562 แผนจัดการเรียนรู้สัปดาห์ที่ 3-4 ชื่อหน่วย หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ชื่อเรื่อง กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เวลา 2 ชั่วโมง คะแนนเต็ม 10 คะแนน


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 การบูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 1. พอประมาณ ผู้เรียนใช้เวลาในการปฏิบัติงานและการทดลองตามเวลาที่กำหนด 2. มีเหตุผล ผู้เรียนเลือกใช้เครื่องมือในการทดลอง และตรวจสอบสมมติฐานได้อย่าง เหมาะสม 3. มีภูมิคุ้มกัน ผู้เรียนมีการวางแผนการปฏิบัติการทดลองอย่างรอบคอบ และระมัดระวัง 2 เงื่อนไข 1. ความรู้ 1.1 รอบรู้ ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ มีความรู้เกี่ยวกับ กฎหมายธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์ 1.2 รอบคอบ ผู้เรียนมีเหตุผล และความรอบคอบในการใช้ความรู้ ทฤษฎี และลงมือปฏิบัติ 1.3 ระมัดระวัง ผู้เรียนใช้ความระมัดระวังในการใช้ความรู้ทฤษฎี และลงมือปฏิบัติงาน 2. คุณธรรม 2.1 ผู้เรียนนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการเรียนรู้ และลงมือปฏิบัติงาน 2.2 ผู้เรียนใช้ทรัพยากรในการเรียนรู้อย่างประหยัด และคุ้มค่า การบูรณาการสวนพฤกษศาสตร์สถานศึกษา 1. บูรณาการกับวิชาภาษาไทย เรื่อง กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 2. บูรณาการกับวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์


หน่วย ที่ ชื่อหน่วย ความรู้ 1 พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของกฎหมาย คอมพิวเตอร์ 2 กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของกฎหมาย ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 3 กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของกฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 4 กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของกฎหมาย ทรัพย์สินทางปัญญา 5 กฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรม ดิจิทัล และเทคโนโลยีสารสนเทศ - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของกฎหมาย และกฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทัลและ เทคโนโลยีสารสนเทศ 6 การประยุกต์ใช้กฎหมายในงานอาชีพดิจิทัล - มีความรู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้กฎหมาย ในงานอาชีพดิจิทัล 7 การปรับตัวกับกฎหมายใหม่ในยุคดิจิทัล - มีความรู้เกี่ยวกับการการปรับตัวกับ กฎหมายใหม่ในยุคดิจิทัล 4.สาระการเรียนรู้


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 สอนแล้วเด็กได้อะไร ทักษะ เจตคติ - อธิบายเกี่ยวกับแนวคิดพื้นฐานของ กฎหมายคอมพิวเตอร์ ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน - อธิบายเกี่ยวกับพื้นฐานของกฎหมาย ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน - พื้นฐานของกฎหมายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน - อธิบายเกี่ยวกับแนวคิดพื้นฐานของ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน - อธิบายเกี่ยวกับแนวคิดพื้นฐานของ กฎหมายและกฎระเบียบใน อุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยี สารสนเทศ ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน - อธิบายเกี่ยวกับเข้าใจแนวทางการ ประยุกต์ใช้กฎหมายในงานอาชีพดิจิทัล ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน - อธิบายเกี่ยวกับเข้าใจแนวทางการ ปรับตัวกับกฎหมายใหม่ในยุคดิจิทัล ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน


5. กิจกรรมการเรียนรู้ ชื่อวิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์รายวิชา 319ชื่อหน่วย กิจกรรม กฎหมายธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ผู้สอนแนะนำรายวิชา วิธีการให้คะแนน และ การประเมินผลที่ใช้กับวิชา กฎหมายในงาน อาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์ 2. ผู้สอนแจ้งสมรรถนะประจำหน่วยและ จุดประสงค์การเรียนรู้ประจำหน่วยที่ 2 กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 3. ผู้สอนให้ทำแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่2 ขั้นสอน 1. เปิดหนังสือเรียน และสื่อการเรียนสอน วิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและ พาณิชอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยที่ 2 กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 2. ร่วมกันอภิปราย “สิ่งที่พบเจอจากการเรียน วิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและ พาณิชอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยที่ 2 กฎหมาย Pow


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 910-2001 (ท-ป-น) 1-0-1 สื่อ เวลา บูรณาการ 5 นาที 5 นาที 5 นาที erPoint เรื่อง กฎหมายธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์ 5 นาที 5 นาที


ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 3. ผู้สอนตั้งประเด็นอภิปราย และตอบคำถาม ข้อสงสัยของผู้เรียนระหว่างเรียน 4. ผู้เรียนศึกษาใบความรู้เกี่ยวกับวิชา กฎหมายใน งานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยที่ 2 กกฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และปฏิบัติตามใบงาน 5. ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน ใบคขั้นสรุป 1. ผู้สอนตรวจแบบทดสอบหลังเรียน และใบงาน 2. ผู้สอนบอกคะแนนแบบทดสอบหลังเรียน และ ใบงาน


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 ความรู้ เรื่อง กฎหมายธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์ 5 นาที 10 นาที 10 นาที 15 นาที 15 นาที


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 6. หลักฐานการเรียนรู้ 6.1 สื่อสิ่งพิมพ์ 6.2 หนังสือเรียนวิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์หน่วยที่ 2 กฎหมาย ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 6.3 สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 6.3.1 งานนำเสนอวิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์หน่วยที่ 2 กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 7. การวัดและประเมินผล 7.1 เครื่องมือวัดและประเมิน คุณลักษณะที่ต้องการวัด นิยามพฤติกรรมที่แสดงออก ความรับผิดชอบ - ตั้งใจทำงาน - เข้าเรียนตรงเวลา - ทำงานเสร็จทันเวลา ความสามัคคี - การร่วมใจทำงานให้บรรลุผลสำเร็จ - การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น - การสร้างสรรค์งานปราศจากการทะเลาะวิวาท แบบสังเกตพฤติกรรมความรับผิดชอบ และความสามัคคี รายการ (พฤติกรรมที่แสดงออก) ระดับพฤติกรรม ปฏิบัติเป็นประจำ ปฏิบัติบ่อยครั้ง ปฏิบัติเป็น บางครั้ง ความรับผิดชอบ - ตั้งใจทำงาน - เข้าเรียนตรงเวลา - ทำงานเสร็จทันเวลา ความสามัคคี - การร่วมใจทำงานให้บรรลุผลสำเร็จ - การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น - การสร้างสรรค์งานปราศจากการทะเลาะ วิวาท


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 7.2 เกณฑ์การประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ระดับพฤติกรรม คะแนน ปฏิบัติเป็นประจำ 3 ปฏิบัติบ่อยครั้ง 2 ปฏิบัติเป็นบางครั้ง 1 เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ (การแปลความหมายและช่วงคะแนน) ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ คะแนนที่ได้ 10-15 ดีมาก 3 5-9 ปานกลาง 2 1-4 ปรับปรุง 1 หมายเหตุ แนบเครื่องมือวัดและประเมินผล


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 ใบความรู้ที่2 เรื่อง กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เวลา 2 ชั่วโมง วัตถุประสงค์ 1. อธิบายความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2562 2. อธิบายความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์ที่ควรทราบได้ 3. อธิบายความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้ 4. อธิบายเกี่ยวกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ 5. อธิบายความรู้เกี่ยวกับบทกำหนดโทษตามพระราชบัญญัติได้ สรุปเนื้อหา สืบเนื่องจากความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ส่งผลให้วิถีการดำเนินชีวิตของประชาชน เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย การติดต่อสื่อสารเป็นสิ่งหนึ่งที่มีการพัฒนา ปรับเปลี่ยน เพื่อให้มีความสะดวก รวดเร็วและ มีประสิทธิภาพ การทำธุรกรรมที่เคยปฏิบัติมา พัฒนาเป็นการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรับรองสถานะให้เสมอกับการทำเป็นหนังสือ การดำเนินธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งวิธีการรับส่งข้อมูล การใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์การรับ ฟังพยานหลักฐานที่เป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นการส่งเสริมการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ให้น่าเชื่อถือ และให้มีผลทางกฎหมายเช่นเดียวกับการทำธุรกรรมวิธีเดิมที่ปฏิบัติมา จึงควรกำหนดให้มีคณะกรรมการ ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ทำหน้าที่วางแผนนโยบาย หลักเกณฑ์ เพื่อส่งเสริมการทำ ธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์ และมีหน้าที่ในการส่งเสริมการพัฒนาการทางเทคโนโลยีเพื่อติดตามความก้าวหน้าทาง เทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาให้มีมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับแก่บุคคลทั่วไปนอกจากนี้ คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ยังต้องมีหน้าที่เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรค ที่เกี่ยวข้อง เพื่อการส่งเสริมการใช้ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยการมีกฎหมายรองรับให้เป็นมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ ทั้งในและต่างประเทศ หลังจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มีการ เปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีหลายประการ จึงต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมความในพระราชบัญญัติเพื่อให้ สอดคล้องกับโลกปัจจุบันมากขึ้น ดังนี้ 1. พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์พ.ศ. 2551 มีการแก้ไขเพิ่มเติมการทำ ธุรกรรม อิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้ 1) กรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีการปิดอากรแสตมป์ หากได้มีการชำระเงินแทนหรือดำเนินการ อื่น ใดด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ หรือวิธีการที่หน่วยงานของรัฐซึ่งเกี่ยวข้องประกาศ กำหนดให้ถือว่าหนังสือ หลักฐานหนังสือ หรือเอกสาร ได้ปิดอาการแสตมป์ตามกฎหมายแล้ว


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 2) ความเชื่อถือได้ของบุคคลที่ลงลายมือชื่อในธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ บุคคลที่เชื่อถือได้ คือ บุคคลที่ ได้รับการยอมรับ ซึ่งพิจารณาจากลักษณะ ประเภท หรือขนาดของธุรกรรมที่ทำ จำนวนครั้งหรือความ สม่ำเสมอในการทำธุรกรรม ประเพณีทางการค้าหรือทางปฏิบัติ ความสำคัญ มูลค่าของธุรกรรมที่ทำหรือ ความรัดกุมของระบบการติดต่อสื่อสาร 3) หากนำสิ่งพิมพ์ของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มาเพื่อใช้ในการอ้างอิง หากสิ่งพิมพ์นั้น มีความครบถ้วน และมีการรับรองสิ่งพิมพ์ออกโดยหน่วยงานที่มีอำนาจตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนัด ถือว่าสิ่งพิมพ์ นั้นใช้แทนต้นฉบับได้ 4) สามารถใช้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นพยาน หรือหลักฐานในกระบวนการพิจารณาตามกฎหมายได้ ทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีอื่น ๆ ได้ โดยความน่าเชื่อถือของข้อมูล ให้พิจารณาจากวิธีการที่ใช้สร้าง การ เก็บรักษา ความครบถ้วนไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อความ วิธีการที่ใช้ในการระบุหรือแสดงตัว ผู้ส่งข้อมูล การ สื่อสารข้อมูล รวมถึงพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งปวง เหตุผลสำคัญในการประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551เนื่องจาก พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ยังไม่มีบทรองรับในเรื่องตราประทับ อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถระบุถึงตัวผู้ทำธุรกรรมได้ รวมถึงการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วย จึงทำให้เป็น อุปสรรคต่อการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องมีการประทับตราในหนังสือเป็นสำคัญรวมไปถึง ยั่งไม่มี บทบัญญัติที่กำหนดให้สามารถนำเอกสารซึ่งเป็นสิ่งพิมพ์ออกของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มาใช้แทน ต้นฉบับ หรือให้เป็นพยานหลักฐานในศาลได้ นอกจากนี้ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ยังมีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์สังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทำหน้าที่แทนศูนย์เทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ เพื่อรองรับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้กันอย่าง แพร่หลายมากขึ้น 2. พระราชบัญญัติสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2562 กำหนดให้มี"สำนักงาน พัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์" เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ เพื่อขับเคลือนนโยบายและแผนของรัฐด้าน ธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์ และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติ ว่าด้วยการ พัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นอกจากนี้ตามพระราชบัญญัติ ยังมีการส่งเสริมการใช้นวัตกรรม สำหรับการทำธุรกรรมออนไลน์ในการบริหาร และการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยศึกษา ระบบต้นแบบ และสนามทดสอบสำหรับการทดลองใช้งานอีกด้วย พระราชบัญญัติฉบับนี้ มีการสรรหากรรมการ เพื่อดำรงตำแหน่งใหม่ทั้งหมด โดยมีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดูแลภาพรวมในการใช้กฎหมายทั้งหมด 3. พระราชบัญญัติธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัตินี้ออกมาเพื่อปรับปรุง กฎหมายตามพระราชบัญญัติธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และพระราชบัญญัติธุรกรรม อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551 โดยเพิ่มอำนาจให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในการดำเนินการ ต่อธุรกิจบริการด้านอุตสาหกรรมออนไลน์หรือดิจิทัลมากขึ้น ดังนี้


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 1) การยื่นเอกสารแสดงกับราชการ หากเอกสารนั้นเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เข้าถึงได้ และไม่มีความ เปลี่ยนแปลง ให้ถือว่าข้อความนั้นเป็นหนังสือที่สามารถใช้งานได้ 2) การประกอบธุรกิจบริการด้านธุรกรรมออนไลน์ ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงินและ พาณิชย์ จะต้องแจ้งให้ทราบ ขึ้นทะเบียน หรือได้รับอนุญาตก่อน 3) หากธุรกิจใดที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายนี้ ไม่มีการกำหนดให้หน่วยงานของรัฐใดเป็น ผู้รับผิดชอบดูแล ให้มอบอำนาจแก่สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นผู้รับผิดชอบในการ ควบคุมดูแล 4) ผู้ประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกิจออนไลน์โดยไม่ขึ้นทะเบียน มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับ ไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 5) ผู้ประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกิจออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือ ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 6) หากธุรกิจที่ต้องขึ้นทะเบียนนั้นไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สามารถถูกสำนักงาน พัฒนา ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ปรับได้สูงสุดถึง 1,000,000 บาท หากธุรกิจใดต้องขอรับใบอนุญาตนั้นไม่ปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สามารถถูกสั่งปรับได้ถึง 2,000,000 บาท นอกจากนี้ ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ยังระบุถึงคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ติดตาม การทำงานเรื่องธุรกรรมออนไลน์ ให้เป็นดังนี้ 1) คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งประธานกรรมการ 1 คน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 8 คน ที่เกี่ยวข้อง กับ การเงิน การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ นิติศาสตร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ วิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรม สังคมศาสตร์ หรือด้านอื่นที่เป็นประโยชน์ 2) ให้ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นรองประธานกรรมการ 3) ให้ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นกรรมการและเลขานุการ 4. พระราชบัญญัติธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 เหตุผลสำคัญในการประกาศใช้ พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ ที่ผ่านมาผู้ประสงค์จะขอรับบริการจากผู้ประกอบการ หรือหน่วยงานใดๆ จะต้องทำการพิสูจน์และยืนยันตัวตนโดยการแสดงตนต่อผู้ให้บริการ พร้อมกับส่งเอกสาร หลักฐาน ซึ่งเป็น ภาระต่อ ผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ กฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดให้บุคคลสามารถพิสูจน์และยืนยันตัวตนผ่าน ระบบการ พิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลได้ โดยมีกลไกการควบคุมดูแลผู้ประกอบธุรกิจบริการที่ เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบดังกล่าวน่าเชื่อถือและปลอดภัย พระราชบัญญัติฉบับนี้ กำหนดให้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการคณะหนึ่งเพื่อทำหน้าที่ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ที่ผู้ประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบ การพิสูจน์ และยืนยัน ตัวตนทางดิจิทัลจะต้องปฏิบัติ หากผู้ประกอบธุรกิจรายใดฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษ ตามที่กฎหมายกำหนด ความหมายคำศัพท์ที่ควรทราบ 1. ธุรกรรม หมายถึง การกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับกิจกรรมทางแพ่งและพาณิชย์


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 2. อิเล็กทรอนิกส์หมายถึง การประยุกต์ใช้วิธีการทางอิเล็กตรอน ไฟฟ้า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ วิธีอื่นใด ในลักษณะคล้ายกัน และหมายถึงการประยุกต์ใช้วิธีการทางแสง วิธีการทางแม่เหล็ก หรืออุปกรณ์ที่ เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้วิธีต่าง ๆ ดังกล่าว 3. ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์หมายถึง ธุรกรรมที่กระทำขึ้นโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดหรือ บางส่วน 4. ข้อความ หมายถึง ข้อเท็จจริงที่ปรากฏทั้งในรูปของตัวอักษร ตัวเลข เสียง ภาพ หรืออื่น ๆ ที่สามารถสื่อ ความหมายได้โดยสิ่งนั้นเองหรือโดยผ่านวิธีการใด ๆ 5. ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หมายถึง ข้อความที่ได้สร้าง ส่ง รับเก็บรักษา หรือประมวลผลด้วยวิธีการทาง อิเล็กทรอนิกส์ โทรเลข โทรพิมพ์ โทรสาร 6 ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์หมายถึง อักษร อักขระ ตัวเลข เสียงหรือสัญลักษณ์อื่นใดที่สร้างขึ้นให้อยู่ใน รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนำมาใช้ประกอบกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง บุคคล กับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระบุตัวบุคคลหรือผู้เป็นเจ้าของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ เกี่ยวกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น เพื่อแสดงการยอมรับข้อความอิเล็กทรอนิกส์นั้น เก็บรักษา หรือประมวลผลข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ 7. ระบบข้อมูล หมายถึง กระบวนการประมวลผลด้วยเครื่องมีออิเล็กทรอนิกส์สำหรับสร้าง ส่งรับ 8. การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การส่งหรือรับข้อความด้วยวิธีการทาง อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์โดยใช้มาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้า 9. ส่งข้อมูล หมายถึง บุคคลที่ส่งหรือสร้างข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนที่จะมีการเก็บรักษาข้อมูลเพื่อส่งไป ตามวิธีการที่ผู้นั้นกำหนด ผู้ส่งข้อมูลนี้อาจเป็นผู้สร้างข้อมูลและส่งข้อมูลด้วยตนเอง หรือส่งแทน บุคคลอื่นก็ ได้ (ไม่รวมถึงผู้ที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางสำหรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น) 10. ผู้รับข้อมูล หมายถึง บุคคลที่ผู้ส่งข้อมูลประสงค์จะส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้ (ไม่รวมผู้ที่ทำหน้าที่เป็น สื่อกลางสำหรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น) 11. บุคคลที่เป็นสื่อกลาง หมายถึง บุคคลที่ทำหน้าที่รับ ส่ง หรือเก็บรักษาข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในนามผู้อื่น รวมถึงให้บริการอื่น ๆ เกี่ยวกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้วย 12. ใบรับรอง หมายถึง ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือบันทึกอื่นใด ที่ยืนยันความเชื่อมโยงระหว่างเจ้าของ ลายมือชื่อกับข้อมูลสำหรับใช้สร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ 13. คู่กรณีที่เกี่ยวข้อง หมายถึง ผู้ที่อาจกระทำการใดๆ โดยขึ้นอยู่กับใบรับรอง หรือลายมือชื่อ อิเล็กทรอนิกส์ 14. การพิสูจน์และการยืนยันตัวตน หมายถึง กระบวนการพิสูจน์และยืนยันความถูกต้องของ ตัวบุคคล 15. ระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล หมายถึง เครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงข้อมูล ระหว่างบุคคลใด ๆ หรือหน่วยงานของรัฐเพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนและการทำธุรกรรม อื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการพิสูจน์และยืนยันตัวตน การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ มีรายละเอียด ดังนี้


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 หากกฎหมายกำหนดให้ธุรกรรมที่ทำต้องทำเป็นหนังสือหรือต้องมีการแสดงเอกสาร ก็ต้องทำ ตามนั้น โดยทำเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงได้และนำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่ เปลี่ยนแปลง กรณีที่มีการลงลายมือชื่อ ให้ถือว่าข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์นั้นได้มีการลงลายมือชื่อแล้ว หากกฎหมายกำหนดให้มีการเก็บข้อมูล ก็จะต้องเก็บข้อมูลนั้นโดยไม่มีการ!เปลี่ยนแปลงใด ยกเว้น กรณีที่ต้องมีการรับรองการบันทึกเพิ่มเติม หรือมีบางข้อความที่สามารถแสดงตอนหลังได้ ในกระบวนการพิจารณาตามกฎหมาย อนุญาตให้ใช้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้ ซึ่งจะต้องมีการวิเคราะห์ถึงความน่าเชื่อถือในการรักษาข้อมูลที่จะต้องมีวิธีการเก็บรักษาอย่างครบถ้วน ไม่มี การเปลี่ยนแปลง คำเสนอและคำสนองในการทำสัญญาอาจทำเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดย ต้องได้รับการ ยินยอมของทั้งสองฝ่าย และได้มีการปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง อักษร อักขระ ตัวเลข เสียงหรือสัญลักษณ์อื่นใดที่สร้างขึ้นให้อยู่ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ นำมาใช้ประกอบ กับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล กับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อระบุตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์นั้น และเพื่อแสดงว่าบุคคลดังกล่าวยอมรับข้อความในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ มีลักษณะดังนี้ 1. เชื่อมโยงกับเจ้าของลายมือชื่อ 2. ขณะสร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์นั้น ข้อมูลสำหรับการสร้างลายมือชื่ออยู่ภายใต้การควบคุมของ เจ้าของลายมือชื่อโดยไม่มีการควบคุมของบุคคลอื่น 3. หากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ จะต้องมีหลักฐานการเปลี่ยนแปลงชัดเจน 4. กรณีที่กฎหมายกำหนดให้มีการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรับรองความครบถ้วนและไม่มีการ เปลี่ยนแปลงข้อความ การเปลี่ยนแปลงใดแก่ข้อความนั้น สามารถตรวจพบได้แต่นับเวลาที่ลงลายมือชื่อ อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอาจยังมีวิธีอื่นที่แสดงได้ว่าเป็นลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ เมื่อมีการใช้ข้อมูลสำหรับสร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่มีผลตามกฎหมาย เจ้าของลายมือชื่อต้อง ดำเนินการดังนี้ 1. ต้องใช้ความระมัดระวังตามสมควรเพื่อไม่ให้มีการใช้ข้อมูลสำหรับการสร้างลายมือชื่อโดยไม่ได้รับ อนุญาต 2. แจ้งความน่าชื่อถือของการสร้างลายมือชื่อแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องให้ทราบ 3. กรณีที่มีการออกใบรับรองสนับสนุนการใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ เจ้าของลายมือชื่อต้องใช้ ความระมัดระวังตามสมควรให้แน่ใจว่ามีความถูกต้องและสมบูรณ์ 4. กรณีที่มีการให้บริการออกใบรับรองเพื่อสนับสนุนลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ให้มีผลทางกฎหมาย เสมือนหนึ่งลงลายมือชื่อ โดยผู้ให้บริการจะต้องปฏิบัติดังนี้ 1) ปฏิบัติตามนโยบาย และแนวปฏิบัติที่ตนได้แสดงไว้


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 2) ใช้ความระมัดระวังตามสมควรเพื่อความถูกต้องและความสมบูรณ์ของลายมือชื่อ อิเล็กทรอนิกส์ 3) การพิจารณาความเชื่อถือได้ของระบบ วิธีการ และบุคลากร ให้คำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ 3.1) สถานภาพทางการเงิน บุคลากร ทรัพย์สินที่มีอยู่ 3.2) คุณภาพของระบบฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ 3.3) วิธีการออกใบรับรอง การขอใบรับรอง และการเก็บรักษาข้อมูลการให้บริการนั้น 3.4) การจัดให้มีข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเจ้าของลายมือชื่อที่ระบุในใบรับรองและผู้ที่อาจ คาดหมายได้ว่าจะเป็นคู่กรณีที่เกี่ยวข้อง 3.5) ความสม่ำเสมอและขอบเขตในการตรวจสอบข้อมูลโดยอิสระ 3.6) องค์การที่ให้การรับรอง หรือให้บริการออกใบรับรองเกี่ยวกับการปฏิบัติหรือการมีอยู่ ของ 3.1-3.5 5. ใบรับรองหรือลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ถือว่ามีผลทางกฎหมาย โดยไม่ต้องคำนึ่งถึงสถานที่ออก ใบรับรอง สถานที่สร้างหรือใช้ลายมือซี่อิเล็กทรอนิกส์ สถานที่ทำงานของผู้ออกใบรับรองเจ้าของลายมือชื่อ อิเล็กทรอนิกส์ ใบรับรองที่สร้างหรือใช้ในต่างประเทศให้มีผลตามกฎหมายเช่นเดียวกับลายมือชื่อ อิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างหรือใช้ในประเทศ ธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ บุคคลมีสิทธิประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เฉพาะแต่ในกรณีที่จำเป็น เพื่อ รักษาความมั่นคงทางการเงินและการพาณิชย์ หรือเพื่อประโยชน์ในการเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและ ยอมรับในระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือเพื่อป้องกัน ความเสียหายต่อสาธารณชน โดยจะมีการตราพระ ราชกฤษฎีกากำหนดให้การประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ใดเป็นกิจการ ที่ต้อง แจ้งให้ทราบ ต้องขึ้นทะเบียนหรือต้องได้รับใบอนุญาต และจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อเจ้าหน้าที่ ตามที่กฎหมายกำหนด ตัวอย่างการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบันธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของมนุษย์เป็นอย่างมาก เนื่องจากได้รับความสะดวก รวดเร็ว สามารถติดต่อซื้อขาย หรือดำเนินการอื่นที่ต้องการได้ง่ายขึ้น คู่สัญญา ที่ทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบด้วยหน่วยงานธุรกิจ รัฐบาล เอกชน บุคคล รวมถึงองค์กรเอกชน และองค์กรของรัฐ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำธุรกิจการค้า และติดต่องานราชการ ตัวอย่างการทำธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์ มีดังนี้ 1. การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) เป็นการทำธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทุกช่องทางที่เป็น อิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ อินเทอร์เน็ตและระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายและ ช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพในองค์กร เช่น ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับทำเลที่ตั้ง ค่าใช้จ่ายในการจัดร้านค้า การจัดแสดง สินค้า รวมถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานขายด้วย


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 2. การสมัครสมาชิกผ่านระบบออนไลน์ หน่วยงานทั้งของภาครัฐและเอกชน ที่ต้องการสร้างความสัมพันธ์ หรือให้บุคคล หรือหน่วยงานอื่นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร สามารถสมัครเป็นสมาชิกโดยผ่านระบบ ออนไลน์ 3. การโอนเงินด้วยระบบอัตโนมัติผ่านระบบเครือข่าย เพื่ออำนวยความสะดวกในการโอนเงิน จ่ายเงินของ ลูกค้าของธนาคารสามารถทำธุรกรรม โดยผ่าน แอปพลิเคชันทางสมาร์ตโฟน ซึ่งสามารถทำได้ตลอดเวลา และทุกสถานที่ที่มีระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 4. การตกลงทำสัญญาซื้อขายบนเครือข่ายในการซื้อขายออนไลน์ หลังจากที่ลูกค้าได้เลือกสินค้า ที่ต้องการ ลงตะกร้าครบจำนวนตามที่ต้องการแล้ว ผู้ขายจะกำหนดให้ลูกค้ากระทำการขั้นตอนต่อไป ตามเงื่อนไขที่ ร้านค้าต้องการ เช่น กติกาการซื้อการรับคืนสินค้า ค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง ฯลฯ ทั้งนี้ผู้ขายอาจมีการ กำหนดให้ลูกค้ากดปุ่ม "ยอมรับ" หากลูกค้ากดปุ่มยอมรับ ถือเป็นการให้สัญญาต่อกันระหว่าง ผู้ซื้อและ ผู้ขาย หรือเมื่อตกลงซื้อสินค้า ผู้ขายกำหนดให้ลูกค้า กดปุ่ม "ตกลง" ถือเป็นการทำสัญญาต่อกัน เช่นเดียวกัน บทกำหนดโทษ ผู้ใดประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่แจ้งหรือขึ้นทะเบียนต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา หรือฝ่าฝืนคำสั่งห้ามการประกอบธุรกิจของ คณะกรรมการหรือประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ต้อง ได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนดโดยความผิดดังกล่าวนี้รวมถึงการกระทำโดยนิติบุคคล ผู้จัดการหรือผู้แทน นิติบุคคล หรือผู้ซึ่งมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของนิติบุคคลด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้รู้เห็นหรือมี ส่วนร่วมในการกระทำความผิดนั้น


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 ใบงานที่2 เรื่อง กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เวลา 2 ชั่วโมง คะแนนเต็ม 10 คะแนน จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. สามารถอธิบายความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2562 รูปภาพ / วงจร / แผนผัง / แบบ คำสั่ง ให้นักเรียนตอบคำถามและอธิบายคำในช่องว่างให้สมบูรณ์ 1. จงอธิบายความหมายของอิเล็กทรอนิกส์ 2. จงอธิบายความหมายของธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 3. จงอธิบายความหมายของการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ 4. อธิบายความหมายของบุคลที่เป็นสื่อกลาง 5. อธิบายความหมายของใบรับรอง 6. อธิบายรายละเอียดของการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 7. ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้มีลักษณะอย่างไร 8. ชีวิตประจำวันของผู้เรียนเกี่ยวข้องกับธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ใดบ้างอธิบาย 9. จงอธิบายรายละเอียดของธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 10. จงอธิบายบทกำหนดโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544 เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ 1. หนังสือเรียนวิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์ 2. ใบความรู้ประจำหน่วย 3. ใบงานและแบบฝึกหัด 4. โทรทัศน์ 5. สื่อ Power Point 6. กิจกรรมการเรียนการสอน ลำดับขั้น การปฏิบัติงาน - ข้อควรระวัง -


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 1. สาระสำคัญ ข้อมูลส่วนบุคคล เป็นข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ การเก็บรวมรวมข้อมูลส่วนบุคคล จะต้อง ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลเสียก่อนโดยจะต้องแจ้งอย่างชัดเจนว่าจะนำข้อมูลนั้นไปใช้ในการใด ดังนั้นการที่จะเผยแพร่ข้อมูลนั้นแก่บุคคลอื่นจะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ทั้งนี้ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้กำหนดพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไว้ อย่างชัดเจน เพื่อให้ปฏิบัติกันได้อย่างถูกต้องและไม่เกิดการละเมิดสิทธิ 2. สมรรถนะประจำหน่วย แสดงความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในเรื่องสิทธิของ เจ้าของข้อมูล 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ประจำหน่วย จุดประสงค์ทั่วไป 6.3 ด้านความรู้ 3.1.1 อธิบายความรู้เกี่ยวกับที่มาของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 3.1.2 บอกความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์ที่ควรทราบได้ 3.1.3 อธิบายความรู้เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ 3.1.4 อธิบายความรู้เกี่ยวกับการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ 3.1.5 อธิบายความรู้เกี่ยวกับการลงโทษได้ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 3.2 ด้านทักษะ 3.2.1 สามารถอธิบายความรู้เกี่ยวกับที่มาของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 แผนจัดการเรียนรู้สัปดาห์ที่ 5-7 ชื่อหน่วย หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ชื่อเรื่อง กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เวลา 3 ชั่วโมง คะแนนเต็ม 10 คะแนน


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 การบูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 1. พอประมาณ ผู้เรียนใช้เวลาในการปฏิบัติงานและการทดลองตามเวลาที่กำหนด 2. มีเหตุผล ผู้เรียนเลือกใช้เครื่องมือในการทดลอง และตรวจสอบสมมติฐานได้อย่าง เหมาะสม 3. มีภูมิคุ้มกัน ผู้เรียนมีการวางแผนการปฏิบัติการทดลองอย่างรอบคอบ และระมัดระวัง 2 เงื่อนไข 1. ความรู้ 1.1 รอบรู้ ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคล 1.2 รอบคอบ ผู้เรียนมีเหตุผล และความรอบคอบในการใช้ความรู้ ทฤษฎี และลงมือปฏิบัติ 1.3 ระมัดระวัง ผู้เรียนใช้ความระมัดระวังในการใช้ความรู้ทฤษฎี และลงมือปฏิบัติงาน 2. คุณธรรม 2.1 ผู้เรียนนาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการเรียนรู้ และลงมือปฏิบัติงาน 2.2 ผู้เรียนใช้ทรัพยากรในการเรียนรู้อย่างประหยัด และคุ้มค่า การบูรณาการสวนพฤกษศาสตร์สถานศึกษา 1. บูรณาการกับวิชาภาษาไทย เรื่อง กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2. บูรณาการกับวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล


หน่วย ที่ ชื่อหน่วย ความรู้ 1 พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของกฎหคอมพิวเตอร์ 2 กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของกฎหธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 3 กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของกฎหคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 4 กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของกฎหทรัพย์สินทางปัญญา 5 กฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทัล และ เทคโนโลยีสารสนเทศ - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของกฎหและกฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทเทคโนโลยีสารสนเทศ 6 การประยุกต์ใช้กฎหมายในงานอาชีพดิจิทัล - มีความรู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้กฎหมายในงานอาชีพดิจิทัล 7 การปรับตัวกับกฎหมายใหม่ในยุคดิจิทัล - มีความรู้เกี่ยวกับการการปรับตัวกฎหมายใหม่ในยุคดิจิทัล 4.สาระการเรียนรู้


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 สอนแล้วเด็กได้อะไร ทักษะ เจตคติ หมาย - อธิบายเกี่ยวกับแนวคิดพื้นฐานของ กฎหมายคอมพิวเตอร์ ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน หมาย - อธิบายเกี่ยวกับพื้นฐานของกฎหมาย ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน หมาย - พื้นฐานของกฎหมายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน หมาย - อธิบายเกี่ยวกับแนวคิดพื้นฐานของ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน หมาย ทัลและ - อธิบายเกี่ยวกับแนวคิดพื้นฐานของ กฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรม ดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน ้ - อธิบายเกี่ยวกับเข้าใจแนวทางการ ประยุกต์ใช้กฎหมายในงานอาชีพดิจิทัล ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน วกับ - อธิบายเกี่ยวกับเข้าใจแนวทางการ ปรับตัวกับกฎหมายใหม่ในยุคดิจิทัล ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน


5. กิจกรรมการเรียนรู้ ชื่อวิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์รายวิชา 319ชื่อหน่วย กิจกรรม กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคล ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ผู้สอนแนะนำรายวิชา วิธีการให้คะแนน และ การประเมินผลที่ใช้กับวิชา กฎหมายในงาน อาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์ 2. ผู้สอนแจ้งสมรรถนะประจำหน่วยและ จุดประสงค์การเรียนรู้ประจำหน่วยที่ 3 กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 3. ผู้สอนให้ทำแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่3 ขั้นสอน 1. เปิดหนังสือเรียน และสื่อการเรียนสอน วิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและ พาณิชอิเล็กทรอนิกส์หน่วยที่ 3 กฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2. ร่วมกันอภิปราย “สิ่งที่พบเจอจากการเรียน วิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและ พาณิชอิเล็กทรอนิกส์หน่วยที่ 3 กฎหมาย Pow


Click to View FlipBook Version