The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการเรียนรู้รายวิชากฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by supustar2546, 2024-06-30 23:26:24

แผนการเรียนรู้รายวิชากฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์

แผนการเรียนรู้รายวิชากฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์

งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 910-2001 (ท-ป-น) 1-0-1 สื่อ เวลา บูรณาการ 5 นาที 5 นาที 5 นาที werPoint เรื่อง กฎหมายคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล 5 นาที 5 นาที


คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 3. ผู้สอนตั้งประเด็นอภิปราย และตอบคำถาม ข้อสงสัยของผู้เรียนระหว่างเรียน 4. ผู้เรียนศึกษาใบความรู้เกี่ยวกับวิชา กฎหมายใน งานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยที่ 3 กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและ ปฏิบัติตามใบงาน 5. ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน ใบควขั้นสรุป 1. ผู้สอนตรวจแบบทดสอบหลังเรียน และใบงาน 2. ผู้สอนบอกคะแนนแบบทดสอบหลังเรียน และ ใบงาน


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 วามรู้ เรื่อง กฎหมายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล 5 นาที 10 นาที 10 นาที 15 นาที 15 นาที


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 6. หลักฐานการเรียนรู้ 6.1 สื่อสิ่งพิมพ์ 6.2 หนังสือเรียนวิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยที่ 3 กฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 6.3 สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 6.3.1 งานนำเสนอวิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยที่ 3 กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 7. การวัดและประเมินผล 7.1 เครื่องมือวัดและประเมิน คุณลักษณะที่ต้องการวัด นิยามพฤติกรรมที่แสดงออก ความรับผิดชอบ - ตั้งใจทำงาน - เข้าเรียนตรงเวลา - ทำงานเสร็จทันเวลา ความสามัคคี - การร่วมใจทำงานให้บรรลุผลสำเร็จ - การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น - การสร้างสรรค์งานปราศจากการทะเลาะวิวาท แบบสังเกตพฤติกรรมความรับผิดชอบ และความสามัคคี รายการ (พฤติกรรมที่แสดงออก) ระดับพฤติกรรม ปฏิบัติเป็นประจำ ปฏิบัติบ่อยครั้ง ปฏิบัติเป็น บางครั้ง ความรับผิดชอบ - ตั้งใจทำงาน - เข้าเรียนตรงเวลา - ทำงานเสร็จทันเวลา ความสามัคคี - การร่วมใจทำงานให้บรรลุผลสำเร็จ - การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น - การสร้างสรรค์งานปราศจากการทะเลาะ วิวาท


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 7.2 เกณฑ์การประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ระดับพฤติกรรม คะแนน ปฏิบัติเป็นประจำ 3 ปฏิบัติบ่อยครั้ง 2 ปฏิบัติเป็นบางครั้ง 1 เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ (การแปลความหมายและช่วงคะแนน) ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ คะแนนที่ได้ 10-15 ดีมาก 3 5-9 ปานกลาง 2 1-4 ปรับปรุง 1 หมายเหตุ แนบเครื่องมือวัดและประเมินผล


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 ใบความรู้ที่3 เรื่อง กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เวลา 3 ชั่วโมง วัตถุประสงค์ 1. อธิบายความรู้เกี่ยวกับที่มาของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 2. บอกความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์ที่ควรทราบได้ 3. อธิบายความรู้เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ 4. อธิบายความรู้เกี่ยวกับการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ 5. อธิบายความรู้เกี่ยวกับการลงโทษได้ สรุปเนื้อหา ที่มาของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 แต่ได้ยึดถือหลักกฎหมายตามกรอบความ คุ้มครองข้อมูลขององค์การความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ (The Organization for Economic Cooperation and Development: OECD) ในเรื่องแนวทางการกำกับดูแลในการป้องกันข้อมูล ส่วนบุคคล และการเคลื่อนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลข้ามอาณาเขต กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลความร่วมมือทาง เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (Asia Pacific Economic Cooperation, Cross Border Privacy Rule: APECCBPR) กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หลักการสำคัญคือ การจัดเก็บข้อมูลนั้นจะต้องกระทำ โดยชอบด้วยกฎหมาย และมีวัตถุประสงค์ของการจัดเก็บอย่างชัดเจนว่าจัดเก็บเพื่ออะไรภายในกำหนด ระยะเวลาเท่าใด และจะไม่เปิดเผยข้อมูลนั้น เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล กฎหมายดังกล่าว เป็นการป้องกันการละเมิดสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวของบุคคลที่อาจสร้างความ เดือดร้อนเสียหายขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบันเป็นยุคที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การทำการต่าง ๆ มีความรวดเร็ว ซึ่งอาจทำให้การรวบรวมและการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลสามารถกระทำได้ง่ายและรวดเร็วจน อาจก่อให้เกิดความเสียหายทั้งต่อบุคคลและสภาพเศรษฐกิจได้ ความหมายคำศัพท์ที่ควรทราบ 1. ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ 2. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจ หน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการ เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล 3. ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 4. บุคคล หมายถึง บุคคลธรรมดา 5. คณะกรรมการ หมายถึง คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบด้วย 1. ประธานกรรมการสรรหาจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ด้านการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ด้านสังคมศาสตร์ด้าน กฎหมายด้านสุขภาพ ด้านการเงิน และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล 2. ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นรองประธาน 3. กรรมการโดยตำแหน่ง ประกอบด้วย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการคณะกรรมการ กฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และอัยการสูงสุด 4. ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน ซึ่งสรรหาและแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและ มี ประสบการณ์ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การคุ้มครองผู้บริโภค ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร ด้านสังคมศาสตร์ ด้านกฎหมาย ด้านสุขภาพ ด้านการเงิน และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อ การคุ้มครองส่วนบุคคล 6. พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายถึง ผู้ที่รัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ 7. สำนักงาน หมายถึง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 8. รัฐมนตรี หมายถึง รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ข้อมูลส่วนบุคคล เป็นข้อเท็จจริงของบุคคล เช่น เพศ อายุ วันเดือนปีเกิด เลขบัตรประชาชน \ ที่อยู่ หมายเลข โทรศัพท์ และอื่น ๆ ที่สามารถระบุหรือยืนยันความเป็นตัวบุคคลได้ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล จะทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้เมื่อได้รับความ ยินยอมจากเจ้าของข้อมูลเท่านั้น เว้นแต่มีข้อยกเว้นตามกฎหมายนี้ การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล จะต้องกระทำอย่างชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือทำผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (เว้นแต่โดยสภาพไม่สามารถขอความ ยินยอมได้) ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้ง วัตถุประสงค์ของการเก็บข้อมูล การใช้ การเปิดเผยข้อมูลนั้นด้วย การขอความยินยอมจะต้องแยกส่วนออกจาก ข้อความอื่นอย่างชัดเจน มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงง่ายและเข้าใจได้ใช้ภาษาที่อ่านง่ายไม่หลอกลวงหรือทำให้ เจ้าของข้อมูลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมการจะให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลขอความ ยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามแบบ และข้อความที่คณะกรรมการประกาศกำหนดก็ได้ เจ้าของข้อมูลจะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ โดยการถอนความยินยอมจะต้องสามารถกระทำได้ง่าย เช่นเดียวกับการให้ความยินยอม เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมาย หรือสัญญาที่ให้ ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งการถอนความยินยอมต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวมข้อมูล ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ความยินยอมไปแล้วและผู้ควบคุมข้อมูลจะต้องแจ้งถึงผลกระทบจาก การถอนความยินยอมนั้นด้วย


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 กรณีที่เจ้าของข้อมูลเป็นผู้เยาว์ จะต้องได้รับความยินยอมจาก ผู้ปกครองเสียก่อน หรือหากเจ้าของ ข้อมูลเป็นคนไร้ความสามารถจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ ความสามารถ และกรณีที่เจ้าของข้อมูลเป็นเสมือนคนไร้ความสามารถ จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ความสามารถ การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ปฏิบัติดังนี้ 1. จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ 1.1 เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์ จดหมายเหตุ หรือเพื่อ ประโยชน์สาธารณะ หรือเกี่ยวกับงานวิจัยที่ได้มีการปกป้องเหมาะสมแล้ว 1.2 เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล 1.3 เป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ใน การดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น 1.4 เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์แก่สาธารณะของ ผู้ ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบหมายให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล 1.5 เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลหรือผู้อื่น และ ประโยชน์นั้นต้องมีความสำคัญมากกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล 1.6 เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (มาตรา 24) 2. หากจำเป็นต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง จะต้อง แจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบก่อน แต่ต้องไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันที่เก็บรวบรวมข้อมูล และจะต้องได้รับความ ยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ยกเว้นข้อมูลตามข้อ 1.1-1.5 ไม่ต้องขอความยินยอม 3. การรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ห้ามรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความเห็นทางการเมือง ความเชื่อเกี่ยวกับลัทธิ ศาสนา ปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลสหภาพ แรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลที่อาจกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ คณะกรรมการประกาศ ยกเว้นกรณีดังนี้ 3.1 เพื่อป้องกันอันตรายหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลที่ไม่ สามารถยินยอมได้ 3.2 เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสม 3.3 เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ มีความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล 3.4 เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การใช้สิทธิเรียกร้อง 3.5 เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับ • เวชศาสตร์ป้องกัน หรืออาชีวศาสตร์ • ประโยชน์สาธารณะด้านสาธารณสุข • การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หรือการคุ้มครองทางสังคม


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 • การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สถิติประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ (มาตร 26) การใช้หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล การใช้หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล มีดังนี้ 1. ห้ามผู้ควบคุมข้อมูลเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ส่วน บุคคลเว้นแต่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามมาตรา 24 และมาตรา 26 บุคคลหรือนิติบุคคลที่รับข้อมูลส่วนบุคคลมาจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องไม่นำข้อมูล นั้นไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือที่แจ้งไว้กับผู้ควบคุมข้อมูลในการขอรับข้อมูลนั้น 2. กรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ จะต้องได้รับการ คุ้มครองจากองค์กรที่มีมาตรฐาน ซึ่งจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ยกเว้น เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยแจ้งถึงมาตรการการคุ้มครองข้อมูล ส่วน บุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทาง เป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติการตามสัญญา ซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ใ น การดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ บุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ เป็นการจำเป็นเพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ (มาตรา 28) 3. กรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรได้ กำหนดนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือผู้ประมวลผลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ต่างประเทศ และอยู่ในเครือกิจการ หรือธุรกิจเดียวกันเพื่อ ประกอบกิจการธุรกิจร่วมกัน หากนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้รับการตรวจสอบและ รับรองจากสำนักงาน การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศที่เป็นไปตามนโยบายในการ คุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองดังกล่าว สามารถกระทำได้โดยได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติ ตามมาตรา 28 กรณีที่ยังไม่มีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ตามมาตรา 28 หรือยังไม่มีนโยบายในการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลตามที่กล่าวข้างต้น ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอาจส่ง หรือโอน ข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศได้ โดยได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 28 หากมีการจัดมาตรการ การคุ้มครองที่เหมาะสม และมีมาตรการเยียวยาทางกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของตน สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 • เจ้าของข้อมูลมีสิทธิเข้าถึงข้อมูล และขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่อยู่ในความดูแลและ ความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนไม่ได้ให้ ความยินยอม ซึ่งผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องปฏิบัติตาม หากปฏิเสธจะต้องเป็นไปตามกฎหมาย หรือตาม คำสั่งศาล หรือการเข้าถึงหรือการขอสำเนานั้นอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น • เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลนำข้อมูลไปอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านได้และใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรือ อุปกรณ์ที่ทำงานโดยอัตโนมัติ และยังมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลโอนข้อมูลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลอื่น หรืออาจโอนได้ด้วยตนเอง • ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล มีสิทธิให้ผู้ ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลลบ หรือทำลาย ระงับการใช้ชั่วคราว หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นข้อมูลที่ไม่ สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ • เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลระงับการใช้ข้อมูลได้ หากข้อมูลนั้น อยู่ในระหว่างการตรวจสอบตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ร้องขอ หรือข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลที่ต้องลบหรือ ทำลายแต่เจ้าของข้อมูลขอให้ระงับการใช้แทน การลงโทษ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ จะต้องได้รับโทษ ดังนี้ • ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหายแก่ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ไม่ว่าจะเป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาท เลินเล่อ นอกจากสามารถพิสูจน์ได้ ว่าเกิดจากเหตุสุดวิสัย หรือปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย • ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่ฝ่าฝืนกฎหมาย มีความผิดต้องรับโทษอาญาจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้รับการพิจารณาผ่านความเห็นชอบจาก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และได้ประกาศเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายทันที หลังจากที่ประกาศในราชกิจจาน เบกษา (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 24 พฤษภาคม 2562) ยกเว้นเนื้อหาที่ว่าด้วยการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคล การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล การร้องเรียน ความรับผิดทางแพ่ง และบทกำหนดโทษ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องใช้เวลาในการเตรียมความพร้อมเพื่อร่างระเบียบการบริหาร จัดการ โดยเนื้อหา ดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้หลังจากวันที่ประกาศใช้กฎหมายนี้แล้วอีก 1 ปี


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 ใบงานที่3 เรื่อง กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เวลา 3 ชั่วโมง คะแนนเต็ม 10 คะแนน จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ 2562 รูปภาพ / วงจร / แผนผัง / แบบ คำสั่ง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ 1. จงบอกหลักการสำคัญของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 2. จงอธิบายความหมายของข้อมูลส่วนบุคคล .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 3. จงอธิบายความหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 4. จงอธิบายความหมายของผู้ประมวลข้อมูลส่วนบุคคล .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 5. การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล จะต้องปฏิบัติอย่างไร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 6. ข้อมูลส่วนบุคคลใดบ้างที่สามารถเก็บรวบรวมได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 7. จงอธิบายสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 8. จงอธิบายบทลงโทษตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 .............................................................................................................................................................................. ..............................................................................................................................................................................


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 9. การทำธุรกรรมใดบ้าง ที่จะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ยกตัวอย่าง 5 ข้อ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ 1. หนังสือเรียนวิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์ 2. ใบความรู้ประจำหน่วย 3. ใบงานและแบบฝึกหัด 4. โทรทัศน์ 5. สื่อ Power Point 6. กิจกรรมการเรียนการสอน ลำดับขั้น การปฏิบัติงาน - ข้อควรระวัง -


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 1. สาระสำคัญ ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) หมายถึง ผลงานอันเกิดจากการประดิษฐ์ คิดค้น หรือ การสร้างสรรค์ของมนุษย์ ซึ่งเน้นที่ผลผลิตของสติปัญญาและความชำนาญ โดยไม่จำกัดชนิดของการสร้างสรรค์ หรือวิธีการแสดงออกในรูปแบบของสิ่งที่จับต้องได้ เช่น สินค้าต่างๆ หรือในรูปแบบของสิ่งของที่จับต้องไม่ได้ เช่น บริการ แนวคิดในการดำเนินธุรกิจ กรรมวิธีการผลิตในอุตสาหกรรม เป็นต้น 2. สมรรถนะประจำหน่วย แสดงความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการทำผิดกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ประจำหน่วย จุดประสงค์ทั่วไป 3.1 ด้านความรู้ 3.1.1 อธิบายความรู้เกี่ยวกับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาได้ 3.1.2 อธิบายคำศัพท์ที่เกี่ยวกับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาได้ 3.1.3 อธิบายความรู้เกี่ยวกับการกระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาได้ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 3.2 ด้านทักษะ 3.2.1 สามารถอธิบายความรู้เกี่ยวกับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาได้ แผนจัดการเรียนรู้สัปดาห์ที่ 8-9 ชื่อหน่วย หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ชื่อเรื่อง กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา เวลา 2 ชั่วโมง คะแนนเต็ม 10 คะแนน


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 การบูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 1. พอประมาณ ผู้เรียนใช้เวลาในการปฏิบัติงานและการทดลองตามเวลาที่กำหนด 2. มีเหตุผล ผู้เรียนเลือกใช้เครื่องมือในการทดลอง และตรวจสอบสมมติฐานได้อย่างเหมาะสม 3. มีภูมิคุ้มกัน ผู้เรียนมีการวางแผนการปฏิบัติการทดลองอย่างรอบคอบ และระมัดระวัง 2 เงื่อนไข 1. ความรู้ 1.1 รอบรู้ ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา 1.2 รอบคอบ ผู้เรียนมีเหตุผล และความรอบคอบในการใช้ความรู้ ทฤษฎี และลงมือปฏิบัติ 1.3 ระมัดระวัง ผู้เรียนใช้ความระมัดระวังในการใช้ความรู้ทฤษฎี และลงมือปฏิบัติงาน 2. คุณธรรม 2.1 ผู้เรียนนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการเรียนรู้ และลงมือปฏิบัติงาน 2.2 ผู้เรียนใช้ทรัพยากรในการเรียนรู้อย่างประหยัด และคุ้มค่า การบูรณาการสวนพฤกษศาสตร์สถานศึกษา 1. บูรณาการกับวิชาภาษาไทย เรื่อง กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา 2. บูรณาการกับวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา


4. สาระการเรียนรู้ หน่วย ที่ ชื่อหน่วย ความรู้ 1 พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานขกฎหมายคอมพิวเตอร์ 2 กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานขกฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กท3 กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานขกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วน4 กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานขกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญ5 กฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทัล และเทคโนโลยีสารสนเทศ - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานขกฎหมายและกฎระเบียบใน อุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโสารสนเทศ 6 การประยุกต์ใช้กฎหมายในงานอาชีพดิจิทัล - มีความรู้เกี่ยวกับการประกฎหมายในงานอาชีพดิจิทัล 7 การปรับตัวกับกฎหมายใหม่ในยุคดิจิทัล - มีความรู้เกี่ยวกับการการปกฎหมายใหม่ในยุคดิจิทัล


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 สอนแล้วเด็กได้อะไร ทักษะ เจตคติ ของ - อธิบายเกี่ยวกับแนวคิดพื้นฐานของ กฎหมายคอมพิวเตอร์ ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน ของ รอนิกส์ - อธิบายเกี่ยวกับพื้นฐานของ กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน ของ บุคคล - พื้นฐานของกฎหมายคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน ของ า - อธิบายเกี่ยวกับแนวคิดพื้นฐานของ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน ของ โนโลยี - อธิบายเกี่ยวกับแนวคิดพื้นฐานของ กฎหมายและกฎระเบียบใน อุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยี สารสนเทศ ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน ยุกต์ใช้ - อธิบายเกี่ยวกับเข้าใจแนวทางการ ประยุกต์ใช้กฎหมายในงานอาชีพ ดิจิทัล ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน ปรับตัวกับ - อธิบายเกี่ยวกับเข้าใจแนวทางการ ปรับตัวกับกฎหมายใหม่ในยุคดิจิทัล ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน


5. กิจกรรมการเรียนรู้ ชื่อวิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์ รายวิชา 319ชื่อหน่วย กิจกรรม กฎหมายทรัพย์สินทาง ปัญญา ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ผู้สอนแนะนำรายวิชา วิธีการให้คะแนน และ การประเมินผลที่ใช้กับวิชา กฎหมายในงาน อาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์ 2. ผู้สอนแจ้งสมรรถนะประจำหน่วยและ จุดประสงค์การเรียนรู้ประจำหน่วยที่ 4 กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา 3. ผู้สอนให้ทำแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่4 กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ขั้นสอน 1. เปิดหนังสือเรียน และสื่อการเรียนสอน วิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและ พาณิชอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยที่ 4 กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา 2. ร่วมกันอภิปราย “สิ่งที่พบเจอจากการเรียน วิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและ พาณิชอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยที่ 4 กฎหมาย Pow


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 91-2001 (ท-ป-น) 1-0-1 สื่อ เวลา บูรณาการ 5 นาที 5 นาที 5 นาที werPoint เรื่อง กฎหมายทรัพย์สิน ทางปัญญา 5 นาที 5 นาที


ทรัพย์สินทางปัญญา 3. ผู้สอนตั้งประเด็นอภิปราย และตอบคำถาม ข้อสงสัยของผู้เรียนระหว่างเรียน 4. ผู้เรียนศึกษาใบความรู้เกี่ยวกับวิชา กฎหมาย ในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิช อิเล็กทรอนิกส์ หน่วยที่ 4 กฎหมายทรัพย์สิน ทางปัญญาและปฏิบัติตามใบงาน 5. ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน ใบคขั้นสรุป 1. ผู้สอนตรวจแบบทดสอบหลังเรียน และใบงาน 2. ผู้สอนบอกคะแนนแบบทดสอบหลังเรียน และ ใบงาน


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 ความรู้ เรื่อง กฎหมายทรัพย์สินทาง ปัญญา 5 นาที 10 นาที 10 นาที 15 นาที 15 นาที


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 6. หลักฐานการเรียนรู้ 6.1 สื่อสิ่งพิมพ์ 6.2 หนังสือเรียนวิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์หน่วยที่4 กฎหมาย ทรัพย์สินทางปัญญา 6.3 สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 6.3.1 งานนำเสนอวิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์หน่วยที่ 4 กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา 7. การวัดและประเมินผล 7.1 เครื่องมือวัดและประเมิน คุณลักษณะที่ต้องการวัด นิยามพฤติกรรมที่แสดงออก ความรับผิดชอบ - ตั้งใจทำงาน - เข้าเรียนตรงเวลา - ทำงานเสร็จทันเวลา ความสามัคคี - การร่วมใจทำงานให้บรรลุผลสำเร็จ - การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น - การสร้างสรรค์งานปราศจากการทะเลาะวิวาท แบบสังเกตพฤติกรรมความรับผิดชอบ และความสามัคคี รายการ (พฤติกรรมที่แสดงออก) ระดับพฤติกรรม ปฏิบัติเป็นประจำ ปฏิบัติบ่อยครั้ง ปฏิบัติเป็น บางครั้ง ความรับผิดชอบ - ตั้งใจทำงาน - เข้าเรียนตรงเวลา - ทำงานเสร็จทันเวลา ความสามัคคี - การร่วมใจทำงานให้บรรลุผลสำเร็จ - การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น - การสร้างสรรค์งานปราศจากการทะเลาะ วิวาท


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 7.2 เกณฑ์การประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ระดับพฤติกรรม คะแนน ปฏิบัติเป็นประจำ 3 ปฏิบัติบ่อยครั้ง 2 ปฏิบัติเป็นบางครั้ง 1 เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ (การแปลความหมายและช่วงคะแนน) ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ คะแนนที่ได้ 10-15 ดีมาก 3 5-9 ปานกลาง 2 1-4 ปรับปรุง 1 หมายเหตุ แนบเครื่องมือวัดและประเมินผล


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 ใบความรู้ที่4 เรื่อง กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา เวลา 2 ชั่วโมง วัตถุประสงค์ 1. อธิบายความรู้เกี่ยวกับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาได้ 2. อธิบายคำศัพท์ที่เกี่ยวกับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาได้ 3. อธิบายความรู้เกี่ยวกับการกระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาได้ สรุปเนื้อหา ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) หมายถึง ผลงานอันเกิดจากการประดิษฐ์ คิดค้น หรือการสร้างสรรค์ของมนุษย์ ซึ่งเน้นที่ผลผลิตของสติปัญญาและความช านาญ โดยไม่จำกัดชนิดของการ สร้างสรรค์หรือวิธีการแสดงออกในรูปแบบของสิ่งที่จับต้องได้ เช่น สินค้าต่างๆ หรือในรูปแบบของสิ่งของที่ จับต้องไม่ได้ เช่น บริการ แนวคิดในการดำเนินธุรกิจ กรรมวิธีการผลิตในอุตสาหกรรม เป็นต้น ทรัพย์สิน ทางปัญญา แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ลิขสิทธิ์ (Copyright) และทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม (Industrial Property) ดังนี้ 1) ลิขสิทธิ์ (Copyright) หมายถึง สิทธิแต่เพียงผู้เดียวของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่จะกระทำการใดๆ กับ งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น ไม่ว่างานดังกล่าวจะแสดงออกในรูปแบบอย่างใด โดยประเภทของงานอันมี ลิขสิทธิ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ ได้แก่ 1.1) วรรณกรรม (รวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์) 1.2) นาฏกรรม 1.3) ศิลปกรรม 1.4) ดนตรีกรรม 1.5) โสตทัศนวัสดุ 1.6) ภาพยนตร์ 1.7) สิ่งบันทึกเสียง 1.8) งานแพร่เสียงแพร่ภาพ 1.9) งานอื่นใดในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ นอกจากนี้กฎหมายลิขสิทธิ์ยังให้ความคุ้มครองถึงสิทธิของนักแสดงด้วย ทั้งนี้การคุ้มครองลิขสิทธิ์ ไม่ครอบคลุมถึงความคิด ขั้นตอน กรรมวิธี ระบบ วิธีใช้ วิธีท างาน แนวความคิด หลักการ การค้นพบ ทฤษฎีทาง วิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์ 2) ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม (Industrial Property) หมายถึง ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ ที่เกี่ยวกับสินค้าอุตสาหกรรมต่างๆ ความคิดสร้างสรรค์นี้อาจ เป็นความคิดในการประดิษฐ์คิดค้น ซึ่งอาจจะ เป็นกระบวนการหรือเทคนิคในการผลิต ที่ได้ปรับปรุงหรือคิดค้นขึ้นใหม่ หรือการออกแบบ


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เป็นองค์ประกอบและรูปร่างของตัวผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังรวมถึง 2 เครื่องหมาย การค้า ความลับทางการค้า การคุ้มครองพันธุ์พืช แบบผังภูมิของวงจรรวม และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เป็น ต้น ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรมแบ่งออกได้ดังนี้ 2.1) สิทธิบัตร (Patent) เป็นการคุ้มครองการคิดค้นสร้างสรรค์ที่เกี่ยวกับการประดิษฐ์ (Invention) หรือ การออกแบบ ผลิตภัณฑ์ (Industrial Design) ที่มีลักษณะตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ (1) สิทธิบัตรการประดิษฐ์ (Invention Patent) หมายถึง การให้ความคุ้มครองการคิดค้นที่ เกี่ยวกับลักษณะองค์ประกอบโครงสร้าง หรือกลไกของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งกรรรมวิธีในการผลิต การเก็บ รักษา หรือการปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ (2) อนุสิทธิบัตร (Petty Patent) หมายถึง การให้ความคุ้มครองการประดิษฐ์จากความคิด สร้างสรรค์ที่มีระดับการพัฒนาเทคโนโลยีไม่สูงมาก โดยอาจเป็นการประดิษฐ์คิดค้นขึ้นใหม่ หรือปรับปรุง จากการประดิษฐ์ที่มีอยู่ก่อนเพียงเล็กน้อย (3) สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Design Patent) การให้ความคุ้มครองความคิด สร้างสรรค์ ที่เกี่ยวกับรูปร่างลักษณะภายนอกของผลิตภัณฑ์ องค์ประกอบของลวดลายหรือสีของ ผลิตภัณฑ์ ซึ่งสามารถใช้เป็นแบบสำหรับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมรวมทั้งหัตถกรรมได้ และ แตกต่างไปจาก เดิม ผู้ทรงสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ผู้ทรงอนุสิทธิบัตร หรือผู้ทรงสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ มี สิทธิเด็ดขาดหรือสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการแสวงหาผลประโยชน์จากการประดิษฐ์หรือการออกแบบ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับ สิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตรนั้น ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด 2.2) แบบผังภูมิของวงจรรวม (Layout-Design of Integrated Circuits) หมายถึง แบบ แผนผัง หรือภาพที่ท าขึ้น ไม่ว่าจะปรากฏในรูปแบบหรือวิธีใดเพื่อแสดงถึงการจัดวาง และการเชื่อมต่อของ วงจรไฟฟ้า เช่น ตัวน าไฟฟ้า หรือตัวต้านทาน เป็นต้น 2.3) เครื่องหมายการค้า (Trademark) หมายถึง เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือตรา ที่ใช้กับสินค้า หรือบริการ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ (1) เครื่องหมายการค้า (Trademark) หมายถึง เครื่องหมายที่ใช้หรือจะใช้กับสินค้าเพื่อ แสดง ให้เห็นว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น เช่น กระทิงแดง M-150 มาม่า ไวไว เป็นต้น (2) เครื่องหมายบริการ (Service Mark) เครื่องหมายที่ใช้หรือจะใช้กับบริการเพื่อแสดงว่า บริการที่ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับบริการที่ใช้เครื่องหมายบริการของบุคคลอื่น เช่น การบินไทย ธนาคารกรุงไทย เป็นต้น 3 (3) เครื่องหมายรับรอง (Certification Mark) หมายถึง เครื่องหมายที่เจ้าของเครื่องหมาย รับรอง ใช้หรือจะใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของบุคคลอื่น เพื่อรับรองเกี่ยวกับ สินค้า หรือบริการนั้น เช่น ตลาดต้องชม หนูณิชย์บอกต่อความอร่อย ฮาลาล เป็นต้น


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 (4) เครื่องหมายร่วม (Collective Mark) หมายถึง เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมาย บริการ ที่ใช้หรือจะใช้โดยบริษัทหรือวิสาหกิจในกลุ่มเดียวกัน หรือโดยสมาชิกของสมาคม สหกรณ์สหภาพ สมาพันธ์ กลุ่มบุคคล หรือองค์กรอื่นใดของรัฐ หรือเอกชน เช่น ตราช้างของบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เป็นต้น 2.4) ความลับทางการค้า (Trade Secret) หมายถึง ข้อมูลการค้าซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป โดยเป็นข้อมูลที่มีมูลค่าในเชิงพาณิชย์ เนื่องจากข้อมูลนั้นเป็นความลับ และมีการด าเนินการตามสมควร เพื่อท าให้ข้อมูลนั้นปกปิดเป็นความลับ 2.5) ชื่อทางการค้า (Tradename) หมายถึง ชื่อที่ใช้ในการประกอบกิจการ เช่น ไทยประกันชีวิต ขนมบ้านอัยการ เป็นต้น 2.6) สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication) หมายถึง สัญลักษณ์ หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้ เรียกหรือใช้แทนแหล่งภูมิศาสตร์และสามารถบ่งบอกว่า สินค้าที่เกิดจากแหล่งภูมิศาสตร์นั้น เป็นสินค้าที่มี คุณภาพ ชื่อเสียง หรือคุณลักษณะเฉพาะของแหล่งภูมิศาสตร์ดังกล่าว เช่น ข้าวหอมมะลิ ทุ่งกุลาร้องไห้ ผ้า ไหมยกดอกลำพูน ส้มโอนครชัยศรี ไข่เค็มไชยา เป็นต้น ในปัจจุบัน มีกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทรัพย์สินทางปัญญา จำนวน 7 ฉบับ ดังนี้ 1) พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 2) พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 3) พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 4) พระราชบัญญัติคุ้มครองแบบของผังภูมิวงจรรวม พ.ศ. 2543 5) พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 6) พระราชบัญญัติคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ. 2546 7) พระราชบัญญัติการผลิตผลิตภัณฑ์ซีดี พ.ศ. 2548 การละเมิดลิขสิทธิ์ การละเมิดลิขสิทธิ์โดยตรง : คือ การทำช้ำ ดัดแปลง เผยแพร์โปรแกรมคอมพิวเตอร์แก่สาธารณชน รวมทั้ง การนำต้นฉบับหรือสำเนางานดังกล่าวออกให้เช่าโดยไม่ได้รับอนุญาติจากเจ้าของลิขสิทธิ์ การละเมิดลิขสิทธิ์โดยอ้อม : คือ การกระทำทางการค้า หรือการกระทำที่มีส่วนสนับสนุนให้เกิดการละเมิด ลิขสิทธิ์ดังกล่าวข้างต้น โดยผู้กระทำรู้อยู่แล้วว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น แต่ก็ยังกระทำ เพื่อหากำไรจากงานนั้น ได้แก่ การขาย มีไว้เพื่อขาย ให้เช่า เสนอให้เช่าให้เช่าซื้อ เสนอให้เช่าซื้อ บทกำหนดโทษ การละเมิดลิขสิทธิ์โดยตรง : มีโทษปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หากเป็นการกระทำเพื่อ การค้า มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้ง ปรับ


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 การละเมิดลิขสิทธิ์โดยอ้อม : มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท หากเป็นการกระทำเพื่อ การค้า มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 บาท ถึง 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้ง ปรับ ผู้ใดกระทำความผิดต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฉบับนี้ เมื่อพ้นโทษแล้ว ยังไม่ครบ กำหนด 5 ปี กระทำความผิดต่อพระราชบัญญัตินี้อีก จะต้องระวางโทษเป็น 2 เท่าของโทษที่กำหนดไว้ สำหรับความผิดนั้น กรณีที่นิติบุคคลกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่ากรรมการหรือผู้จัดการ ทุกคนของ นิติบุคคลนั้นเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดกับนิติบุคคลนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามิได้รู้เห็นหรือ ยินยอมด้วย ค่าปรับที่ได้มีการชำระตามคำพิพากษานั้น ครึ่งหนึ่งจะตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ การได้รับค่าปรับ ดังกล่าวไม่กระทบต่อสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งสำหรับส่วนที่เกินจำนวน เงินค่าปรับที่เจ้าของลิขสิทธิ์ได้รับไว้แล้ว ความสำคัญกับการละเมิดลิขสิทธิ์ การละเมิดลิขสิทธิ์เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย นอกจากความเสี่ยงทางด้านกฎหมายที่อาจได้รับ แล้ว ธุรกิจของท่านยังสูญเสียชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ ซึ่งทำให้สูญเสียรายได้และดำเนินธุรกิจได้ยากขึ้น นอกจากนี้ท่านยังต้องเสี่ยงกับการใช้ซอฟต์แวร์ที่อาจสร้างปัญหาให้กับข้อมูลทางการค้า มีค่า ไม่ได้รับการ สนับสนุนด้านเทคนิค และข่าวสารอันเป็นประโยชน์ต่อท่านและธุรกิจของท่านการสนับสนุนการละเมิด ลิขสิทธิ์เป็นส่วนหนึ่งที่หยุดยั้งการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรม ไอที ซึ่งเป็น อุตสาหกรรมทีมีอนาคต อันจะ นำมาชิ่งรายได้ให้กับประเทศไทย และมีการพัฒนาความรู้ด้านไอทีให้กับบุคลากรของประเทศ ทำให้ สามารถแข่งขันได้ในโลกการค้าโลกาภิวัตน์


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 ใบงานที่4 เรื่อง กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา เวลา 2 ชั่วโมง คะแนนเต็ม 10 คะแนน จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. สามารถอธิบายความรู้เกี่ยวกับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาได้ รูปภาพ / วงจร / แผนผัง / แบบ คำสั่ง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ 1. ทรัพย์สินทางปัญญา หมายถึง 2. จงอธิบายความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญาแบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง 3. ประเภทของทรัพย์สินทางปัญญาแบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง 4. จงอธิบายความหมายของทรัพย์สินทางปัญญาแต่ละประเภท 5. ลิขสิทธิ์คืออะไร


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 คำสั่ง ให้นักเรียนโยงเส้นความสัมพันธ์ให้ถูกต้อง ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายทางการค้า แบบแผนผังของวงจรรวม ลิทธิข้างเคียง ชื่อทางการค้า โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ความลับทางการค้า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ งานฐานข้อมูล ผลิตภัณฑ์อรรถประโยชน์ สิทธิบัตร


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ 1. หนังสือเรียนวิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์ 2. ใบความรู้ประจำหน่วย 3. ใบงานและแบบฝึกหัด 4. โทรทัศน์ 5. สื่อ Power Point 6. กิจกรรมการเรียนการสอน ลำดับขั้น การปฏิบัติงาน - ข้อควรระวัง -


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 1. สาระสำคัญ กฎหมายดิจิทัลที่เกี่ยวข้องด้านเทคโนโลยีสารสนเทศความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และความ มั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และแนวทางการใช้บังคับ กฎหมายว่าด้วยการ กระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และแนวทางการใช้บังคับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ แนวทางการใช้บังคับ 2. สมรรถนะประจำหน่วย แสดงความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการทำผิดกฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรม ดิจิทัล และเทคโนโลยีสารสนเทศ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ประจำหน่วย จุดประสงค์ทั่วไป 3.1 ด้านความรู้ 3.1.1 อธิบายความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทัล และเทคโนโลยี สารสนเทศได้ 3.1.2 อธิบายคำศัพท์ที่เกี่ยวกับกฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทัล และเทคโนโลยี สารสนเทศได้ 3.1.3 อธิบายความรู้เกี่ยวกับการกระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรม ดิจิทัล และเทคโนโลยีสารสนเทศได้ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 3.2 ด้านทักษะ 3.2.1 สามารถอธิบายความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทัล และ เทคโนโลยีสารสนเทศได้ แผนจัดการเรียนรู้สัปดาห์ที่ 10-12 ชื่อหน่วย หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ชื่อเรื่อง กฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทัล และเทคโนโลยีสารสนเทศ เวลา 3 ชั่วโมง คะแนนเต็ม 10 คะแนน


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 การบูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 1. พอประมาณ ผู้เรียนใช้เวลาในการปฏิบัติงานและการทดลองตามเวลาที่กำหนด 2. มีเหตุผล ผู้เรียนเลือกใช้เครื่องมือในการทดลอง และตรวจสอบสมมติฐานได้อย่า ง เหมาะสม 3. มีภูมิคุ้มกัน ผู้เรียนมีการวางแผนการปฏิบัติการทดลองอย่างรอบคอบ และระมัดระวัง 2 เงื่อนไข 1. ความรู้ 1.1 รอบรู้ ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและกฎระเบียบใน อุตสาหกรรมดิจิทัล และเทคโนโลยีสารสนเทศ 1.2 รอบคอบ ผู้เรียนมีเหตุผล และความรอบคอบในการใช้ความรู้ ทฤษฎี และลงมือปฏิบัติ 1.3 ระมัดระวัง ผู้เรียนใช้ความระมัดระวังในการใช้ความรู้ทฤษฎี และลงมือปฏิบัติงาน 2. คุณธรรม 2.1 ผู้เรียนนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการเรียนรู้ และลงมือปฏิบัติงาน 2.2 ผู้เรียนใช้ทรัพยากรในการเรียนรู้อย่างประหยัด และคุ้มค่า การบูรณาการสวนพฤกษศาสตร์สถานศึกษา 1. บูรณาการกับวิชาภาษาไทย เรื่อง กฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทัล และ เทคโนโลยีสารสนเทศ 2. บูรณาการกับวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง กฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทัล และ เทคโนโลยีสารสนเทศ


4. สาระการเรียนรู้ หน่วย ที่ ชื่อหน่วย ความรู้ 1 พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของกฎคอมพิวเตอร์ 2 กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของกฎธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 3 กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของกฎคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 4 กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของกฎทรัพย์สินทางปัญญา 5 กฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทัล และ เทคโนโลยีสารสนเทศ - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของกฎและกฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิและเทคโนโลยีสารสนเทศ 6 การประยุกต์ใช้กฎหมายในงานอาชีพดิจิทัล - มีความรู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใกฎหมายในงานอาชีพดิจิทัล 7 การปรับตัวกับกฎหมายใหม่ในยุคดิจิทัล - มีความรู้เกี่ยวกับการการปรับตักฎหมายใหม่ในยุคดิจิทัล


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 สอนแล้วเด็กได้อะไร ทักษะ เจตคติ ฎหมาย - อธิบายเกี่ยวกับแนวคิดพื้นฐานของ กฎหมายคอมพิวเตอร์ ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน ฎหมาย - อธิบายเกี่ยวกับพื้นฐานของกฎหมาย ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน ฎหมาย - พื้นฐานของกฎหมายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน ฎหมาย - อธิบายเกี่ยวกับแนวคิดพื้นฐานของ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน ฎหมาย จิทัล - อธิบายเกี่ยวกับแนวคิดพื้นฐานของ กฎหมายและกฎระเบียบใน อุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยี สารสนเทศ ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน ใช้ - อธิบายเกี่ยวกับเข้าใจแนวทางการ ประยุกต์ใช้กฎหมายในงานอาชีพดิจิทัล ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน ตัวกับ - อธิบายเกี่ยวกับเข้าใจแนวทางการ ปรับตัวกับกฎหมายใหม่ในยุคดิจิทัล ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึดหลัก ประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน


5. กิจกรรมการเรียนรู้ ชื่อวิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์รายวิชา 319ชื่อหน่วย กิจกรรม กฎหมายและกฎระเบียบใน อุตสาหกรรมดิจิทัล และ เทคโนโลยีสารสนเทศ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ผู้สอนแนะนำรายวิชา วิธีการให้คะแนน และ การประเมินผลที่ใช้กับวิชา กฎหมายในงาน อาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์ 2. ผู้สอนแจ้งสมรรถนะประจำหน่วยและ จุดประสงค์การเรียนรู้ประจำหน่วยที่ 5 กฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทัล และเทคโนโลยีสารสนเทศ 3. ผู้สอนให้ทำแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 5กฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรม ดิจิทัล และเทคโนโลยีสารสนเทศ ขั้นสอน 1. เปิดหนังสือเรียน และสื่อการเรียนสอน วิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและ พาณิชอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยที่ 5 กฎหมายและ กฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทัล และ เทคโนโลยีสารสนเทศ 2. ร่วมกันอภิปราย “สิ่งที่พบเจอจากการเรียน Pกฎร


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 910-2001 (ท-ป-น) 1-0-1 สื่อ เวลา บูรณาการ 5 นาที 5 นาที 5 นาที PowerPoint เรื่อง กฎหมายและ ระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทัล และ เทคโนโลยีสารสนเทศ 5 นาที 5 นาที


วิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและ พาณิชอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยที่ 5 กฎหมายและ กฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทัล และ เทคโนโลยีสารสนเทศ 3. ผู้สอนตั้งประเด็นอภิปราย และตอบคำถาม ข้อสงสัยของผู้เรียนระหว่างเรียน 4. ผู้เรียนศึกษาใบความรู้เกี่ยวกับวิชา กฎหมายใน งานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยที่ 5 กฎหมายและกฎระเบียบใน อุตสาหกรรมดิจิทัล และเทคโนโลยีสารสนเทศ และปฏิบัติตามใบงาน 5. ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน ใบควในอขั้นสรุป 1. ผู้สอนตรวจแบบทดสอบหลังเรียน และใบงาน 2. ผู้สอนบอกคะแนนแบบทดสอบหลังเรียน และ ใบงาน


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 วามรู้ เรื่อง กฎหมายและกฎระเบียบ อุตสาหกรรมดิจิทัล และเทคโนโลยี สารสนเทศ 5 นาที 10 นาที 10 นาที 15 นาที 15 นาที


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 6. หลักฐานการเรียนรู้ 6.1 สื่อสิ่งพิมพ์ 6.2 หนังสือเรียนวิชา การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่ออาชีพหน่วยที่ 5 กฎหมายและกฎระเบียบใน อุตสาหกรรมดิจิทัล และเทคโนโลยีสารสนเทศ 6.3 สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 6.3.1 งานนำเสนอวิชา กฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทัล และเทคโนโลยี สารสนเทศ หน่วยที่ 5 กฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทัล และเทคโนโลยีสารสนเทศ 7. การวัดและประเมินผล 7.1 เครื่องมือวัดและประเมิน คุณลักษณะที่ต้องการวัด นิยามพฤติกรรมที่แสดงออก ความรับผิดชอบ - ตั้งใจทำงาน - เข้าเรียนตรงเวลา - ทำงานเสร็จทันเวลา ความสามัคคี - การร่วมใจทำงานให้บรรลุผลสำเร็จ - การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น - การสร้างสรรค์งานปราศจากการทะเลาะวิวาท แบบสังเกตพฤติกรรมความรับผิดชอบ และความสามัคคี รายการ (พฤติกรรมที่แสดงออก) ระดับพฤติกรรม ปฏิบัติเป็นประจำ ปฏิบัติบ่อยครั้ง ปฏิบัติเป็น บางครั้ง ความรับผิดชอบ - ตั้งใจทำงาน - เข้าเรียนตรงเวลา - ทำงานเสร็จทันเวลา ความสามัคคี - การร่วมใจทำงานให้บรรลุผลสำเร็จ - การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น - การสร้างสรรค์งานปราศจากการทะเลาะ วิวาท


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 7.2 เกณฑ์การประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ระดับพฤติกรรม คะแนน ปฏิบัติเป็นประจำ 3 ปฏิบัติบ่อยครั้ง 2 ปฏิบัติเป็นบางครั้ง 1 เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ (การแปลความหมายและช่วงคะแนน) ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ คะแนนที่ได้ 10-15 ดีมาก 3 5-9 ปานกลาง 2 1-4 ปรับปรุง 1 หมายเหตุ แนบเครื่องมือวัดและประเมินผล


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 ใบความรู้ที่5 เรื่อง กฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทัล และเทคโนโลยีสารสนเทศ เวลา 3 ชั่วโมง วัตถุประสงค์ 1. อธิบายความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทัล และเทคโนโลยีสารสนเทศได้ 2. อธิบายคำศัพท์ที่เกี่ยวกับกฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทัล และเทคโนโลยี สารสนเทศได้ 3. อธิบายความรู้เกี่ยวกับการกระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทัล และ เทคโนโลยีสารสนเทศได้ สรุปเนื้อหา ดิจิทัล หมายถึง การใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลในรูปแบบของตัวเลขหรือสัญญาณ อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถประมวลผล จัดเก็บ และส่งผ่านข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ในการทำงานและสื่อสาร ปัจจุบัน ประเภทของ Cyber threats นั้นหลากหลาย มีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มปริมาณมากขึ้น ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี เราอยู่ในช่วงเวลาที่ “กิจกรรมทางเศรษฐกิจกระทำผ่านอินเทอร์เน็ตเป็น หลัก”หากพิจารณาตามกฎหมายนิยามของ Cyber threats หรือภัยคุกคามทางไซเบอร์ ปรากฏอยู่ใน พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (พ.ร.บ.ไซเบอร์) ซึ่งหมายถึงการกระทำโดยไม่ชอบโดยใช้ คอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ หรือโปรแกรมใดๆ ที่มีเจตนาให้เกิดการประทุษร้ายและก่อให้เกิดความ เสียหายหรือส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงมี ชุดกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และแนวทางการใช้ เพื่อให้ทราบถึงข้อกำหนดต่างๆ 1. กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 เป็นกฎหมายกลางที่ รองรับสถานะทางกฎหมายของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ให้มีผลผูกพันและใช้บังคับได้ตามกฎหมาย ซึ่งได้ ประกาศเป็นกฎหมายแล้ว เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 และมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2562 ขอบเขตการใช้บังคับ มีดังนี้ 1. ธุรกรรมทางแพ่งและพาณิชย์ เช่น การทำสัญญากู้ยืมเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ การปลดหนี้เงินกู้ทาง อิเล็กทรอนิกส์ แต่ไม่ใช้กับธุรกรรมเกี่ยวกับครอบครัวและธุรกรรมเกี่ยวกับมรดก 2. ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ เช่น คำขอ การอนุญาต การจดทะเบียน คำสั่งทางปกครอง การ ชำระเงิน การประกาศหรือการดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมายกับหน่วยงานของรัฐหรือโดย หน่วยงานของรัฐ เช่น การยื่นภาษีทางออนไลน์ เป็นต้น


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 2. กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ที่สภานิติบัญญัติ แห่งชาติให้ความเห็นชอบเมื่อเดือนธันวาคม 2559 และได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2560 มีผลบังคับใช้แล้วในวันที่ 24 พ.ค. 2560 ซึ่งมีสาระสำคัญ เช่น 1. การฝากร้านใน Facebook และ Instagram ถือว่าเป็นสแปม มีโทษปรับ 200,000 บาท 2. ส่ง SMS โฆษณาโดยไม่รับความยินยอมให้ผู้รับสามารถปฏิเสธข้อมูลนั้นได้ ถือว่าเป็นสแปม มีโทษ ปรับ 200,000 บาท 3. ส่ง Email ขายของ ถือว่าเป็นสแปม มีโทษปรับ 200,000 บาท แนวทางการใช้บังคับ มาตรการที่จะต้องกำหนดให้เป็นไปตามข้อกฎหมาย มี 2 ประเภท ดังนี้ 1. ผู้ใช้บริการโดยทั่วไป ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตต้องทำความเข้าใจและปฏิบัติให้อยู่ในกรอบของ กฎหมาย หากฝ่าฝืนอาจถูกดำเนินคดี 2. องค์กร/หน่วยงาน ควรให้ความสำคัญในประเด็น ดังนี้ (1) การเข้าถึงหรือควบคุมการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ (2) จัดให้มีการสำรองข้อมูลสารสนเทศที่สำคัญอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้ งาน (3) การปฏิบัติตามข้อบังคับของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ 3. กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 หรือ PDPA ซึ่ง PDPA ย่อมาจาก Personal Data Protection เป็นกฎหมายว่าด้วยการให้สิทธิ์กับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อรักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้ ปลอดภัยและนำไปใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ตามคำยินยอมที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอนุญาต โดย พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้ประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 และปัจจุบันได้ ถูกเลื่อนให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2565 การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คือ ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ทั้งทางตรง หรือทางอ้อม เช่น ชื่อ-นามสกุล, เลขประจำตัวประชาชน, เบอร์โทรศัพท์มือถือ, อาชีพ, ข้อมูลการศึกษา, ข้อมูลการเงิน, รูปถ่าย เป็นต้น 4.กฎหมายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ คือ มาตรการหรือการดําเนินการที่กําหนด ขึ้นเพื่อป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศที่ กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางทหาร และความสงบเรียบร้อย ภายในประเทศ ซึ่งมีบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2562


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 การดำเนินการที่กำหนดขึ้น เพื่อป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ทั้ง จากภายใน และภายนอกประเทศ จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความยุติธรรมในสังคมและเพื่อให้ความ คุ้มครองแก่ประชาชนทั่วไปและรักษาผลประโยชน์ของประชาชน


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 ใบงานที่5 เรื่อง กฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทัล และเทคโนโลยีสารสนเทศ เวลา 3 ชั่วโมง คะแนนเต็ม 10 คะแนน จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม รูปภาพ / วงจร / แผนผัง / แบบ คำสั่ง ให้นักเรียนเติมคำตอบลงในช่องว่างให้สมบูรณ์ 1. ดิจิทัล คืออะไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ….………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. จงอธิบายว่าเพราะเหตุใดถึงต้องมีกฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยี ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ….………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ……….…………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ให้นักศึกษายกตัวอย่างกรณีการกระทำความผิด และอธิบายบทลงโทษตามกฎหมาย ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ….………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. ให้นักศึกษาระบุและอธิบายหลักการสำคัญของ PDPA ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …...................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... 5. ให้นักศึกษาอธิบายความสำคัญของการคุ้มครองลิขสิทธิ์ในงานซอฟต์แวร์ เพลง ภาพยนตร์ และเนื้อหา ออนไลน์ รวมถึงผลกระทบทางกฎหมายและเศรษฐกิจจากการละเมิดลิขสิทธิ์ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ….………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……….……………………………………………………………………………………………………………………………………………


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ 1. หนังสือเรียนวิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์ 2. ใบความรู้ประจำหน่วย 3. ใบงานและแบบฝึกหัด 4. โทรทัศน์ 5. สื่อ Power Point 6. กิจกรรมการเรียนการสอน ลำดับขั้น การปฏิบัติงาน - ข้อควรระวัง -


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 1. สาระสำคัญ เนื่องจากเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตมีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวันและการทำงาน กฎหมาย ทรัพย์สินทางปัญญา เช่น การคุ้มครองลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์และการจดสิทธิบัตรมีบทบาทในการปกป้อง ผลงานและนวัตกรรมจากการละเมิด กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น PDPA เน้นการป้องกันข้อมูล ส่วนบุคคลของผู้ใช้จากการถูกใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งสำคัญมากในยุคที่ข้อมูลส่วนบุคคลถูกนำมาใช้ ในการวิเคราะห์และทำการตลาด 2. สมรรถนะประจำหน่วย แสดงความรู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้กฎหมายในงานอาชีพดิจิทัล 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ประจำหน่วย จุดประสงค์ทั่วไป 3.1 ด้านความรู้ 3.1.1 อธิบายความรู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้กฎหมายในงานอาชีพดิจิทัลได้ 3.1.2 อธิบายการประยุกต์ใช้กฎหมายในงานอาชีพดิจิทัลได้ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 3.2 ด้านทักษะ 3.2.1 สามารถประยุกต์ใช้กฎหมายในงานอาชีพดิจิทัลได้ แผนจัดการเรียนรู้สัปดาห์ที่ 13-14 ชื่อหน่วย หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 ชื่อเรื่อง การประยุกต์ใช้กฎหมายในงานอาชีพดิจิทัล เวลา 2 ชั่วโมง คะแนนเต็ม 10 คะแนน


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 การบูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 1. พอประมาณ ผู้เรียนใช้เวลาในการปฏิบัติงานและการทดลองตามเวลาที่กำหนด 2. มีเหตุผล ผู้เรียนเลือกใช้เครื่องมือในการทดลอง และตรวจสอบสมมติฐานได้อย่าง เหมาะสม 3. มีภูมิคุ้มกัน ผู้เรียนมีการวางแผนการปฏิบัติการทดลองอย่างรอบคอบ และระมัดระวัง 2 เงื่อนไข 1. ความรู้ 1.1 รอบรู้ ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้กฎหมายในงานอาชีพดิจิทัล 1.2 รอบคอบ ผู้เรียนมีเหตุผล และความรอบคอบในการใช้ความรู้ ทฤษฎี และลงมือปฏิบัติ 1.3 ระมัดระวัง ผู้เรียนใช้ความระมัดระวังในการใช้ความรู้ทฤษฎี และลงมือปฏิบัติงาน 2. คุณธรรม 2.1 ผู้เรียนนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการเรียนรู้ และลงมือปฏิบัติงาน 2.2 ผู้เรียนใช้ทรัพยากรในการเรียนรู้อย่างประหยัด และคุ้มค่า การบูรณาการสวนพฤกษศาสตร์สถานศึกษา 1. บูรณาการกับวิชาภาษาไทย การประยุกต์ใช้กฎหมายในงานอาชีพดิจิทัล 2. บูรณาการกับวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง การประยุกต์ใช้กฎหมายในงานอาชีพดิจิทัล


4. สาระการเรียนรู้ หน่วยที่ ชื่อหน่วย ความรู้ 1 พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานคอมพิวเตอร์ 2 กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์3 กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 4 กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานทรัพย์สินทางปัญญา 5 กฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรมดิจิทัล และเทคโนโลยีสารสนเทศ - มีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานและกฎระเบียบในอุตสาหกเทคโนโลยีสารสนเทศ 6 การประยุกต์ใช้กฎหมายในงานอาชีพดิจิทัล - มีความรู้เกี่ยวกับการปรกฎหมายในงานอาชีพดิจิทัล7 การปรับตัวกับกฎหมายใหม่ในยุคดิจิทัล - มีความรู้เกี่ยวกับการกากฎหมายใหม่ในยุคดิจิทัล


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 สอนแล้วเด็กได้อะไร ทักษะ เจตคติ นของกฎหมาย - อธิบายเกี่ยวกับแนวคิดพื้นฐานของ กฎหมายคอมพิวเตอร์ ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึด หลักประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน นของกฎหมาย ์ - อธิบายเกี่ยวกับพื้นฐานของกฎหมาย ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึด หลักประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน นของกฎหมาย - พื้นฐานของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคล ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึด หลักประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน นของกฎหมาย - อธิบายเกี่ยวกับแนวคิดพื้นฐานของ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึด หลักประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน นของกฎหมาย กรรมดิจิทัลและ - อธิบายเกี่ยวกับแนวคิดพื้นฐานของ กฎหมายและกฎระเบียบในอุตสาหกรรม ดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึด หลักประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน ระยุกต์ใช้ ล - อธิบายเกี่ยวกับเข้าใจแนวทางการ ประยุกต์ใช้กฎหมายในงานอาชีพดิจิทัล ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึด หลักประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน รปรับตัวกับ - อธิบายเกี่ยวกับเข้าใจแนวทางการ ปรับตัวกับกฎหมายใหม่ในยุคดิจิทัล ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และยึด หลักประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567


5. กิจกรรมการเรียนรู้ ชื่อวิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์ รายวิชา 319ชื่อหน่วย กิจกรรม การประยุกต์ใช้กฎหมายใน งานอาชีพดิจิทัล ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ผู้สอนแนะนำรายวิชา วิธีการให้คะแนน และ การประเมินผลที่ใช้กับวิชา กฎหมายในงานอาชีพ ธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์ 2. ผู้สอนแจ้งสมรรถนะประจำหน่วยและ จุดประสงค์การเรียนรู้ประจำหน่วยที่ 6 การ ประยุกต์ใช้กฎหมายในงานอาชีพดิจิทัล 3. ผู้สอนให้ทำแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 6 การประยุกต์ใช้กฎหมายในงานอาชีพดิจิทัล ขั้นสอน 1. เปิดหนังสือเรียน และสื่อการเรียนสอน วิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิช อิเล็กทรอนิกส์ หน่วยที่ 6 การประยุกต์ใช้กฎหมายในงานอาชีพ ดิจิทัล 2. ร่วมกันอภิปราย “สิ่งที่พบเจอจากการเรียน วิชา กฎหมายในงานอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิช Po


งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,2567 910-2001 (ท-ป-น) 1-0-1 สื่อ เวลา บูรณาการ 5 นาที 5 นาที 5 นาที owerPoint เรื่อง การประยุกต์ใช้ กฎหมายในงานอาชีพดิจิทัล 5 นาที 5 นาที


Click to View FlipBook Version