The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษา การศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2563 และพุทธศักราช 2564
โรงเรียนวัดชินวรารามฯ สพป.ปทุมธานีเขต 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ailada Srisamlee [KOI], 2021-09-12 01:27:22

หลักสูตรสถานศึกษา การศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ.2563-2564

หลักสูตรสถานศึกษา การศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2563 และพุทธศักราช 2564
โรงเรียนวัดชินวรารามฯ สพป.ปทุมธานีเขต 1

โรงเรียนวดั ชนิ วราราม(เจรญิ ผลวทิ ยาเวศม์)
อาเภอเมืองปทมุ ธานี จังหวดั ปทุมธานี

สานกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาปทมุ ธานี เขต ๑
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ

หลกั สตู รสถานศึกษา

โรงเรยี นวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์)
พุทธศักราช ๒๕๖๓

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

สานักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาปทมุ ธานี เขต ๑
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธกิ าร

... ก

ประกาศโรงเรียนวัดชนิ วราราม(เจรญิ ผลวทิ ยาเวศม์)
เร่อื ง ใหใ้ ช้หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นวัดชนิ วราราม(เจรญิ ผลวิทยาเวศม์)

พุทธศกั ราช ๒๕๖๓
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

---------------------------------------------------------

โรงเรียนวัดชินวราราม(เจรญิ ผลวิทยาเวศม์) สังกดั สานักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศึกษาปทุมธานี
เขต ๑ ได้ดาเนินการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) พุทธศักราช ๒๕๖๓
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และเอกสารประกอบหลักสูตรข้ึน เพ่ือกาหนด
ใช้เปน็ กรอบและทศิ ทางในการจดั การเรยี นการสอนของโรงเรียนวดั วดั ชนิ วราราม (เจริญผลวทิ ยาเวศม)์

โรงเรียนได้จัดทาและพัฒนาหลักสูตรตามแนวคิดหลักสูตรอิงมาตรฐาน คือ กาหนดมาตรฐานการ
เรียนรู้เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ท่ีกาหนดในหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน มุ่งพฒั นาผูเ้ รียนทุกคนใหม้ คี วามสมดลุ ทั้งดา้ นรา่ งกาย ความรู้ คุณธรรม มจี ติ สานึก
ในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดม่ันในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น
ประมุข มีความรู้และทักษะพ้ืนฐาน รวมท้ังเจตคติที่จาเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษา
ตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตาม
ศกั ยภาพ

ท้ังน้ี หลักสูตรโรงเรียนวดั ชนิ วราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันท่ี ๑๖ เดือน พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๓ จึงประกาศให้ใช้หลักสูตรโรงเรียนต้ังแต่
บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันท่ี ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๓

ลงชื่อ.......................................... ลงชอ่ื ..........................
(นางสมลกั ษณ์ ลาภเจรญิ ) (นางฉัฐอตพิ า แชม่ ชมดาว)

ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขนั้ พื้นฐาน ผอู้ านวยการโรงเรยี นวดั ชินวราราม(เจรญิ ผลวิทยาเวศม์)
โรงเรยี นวัดชินวราราม(เจริญผลวทิ ยาเวศม์)

... ข

คำนำ

กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง
พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ตามคาสั่งกระทรวงศึกษาธิการ
ท่ี สพฐ.๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันท่ี ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ และคาสงั่ สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน ท่ี ๓๐/
๒๕๖๑ ลงวันท่ี ๕ มกราคม ๒๕๖๑ ให้เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนละตัวช้ีวัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
และวิทยาศาสตร์(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) โดยมีคาส่ังให้โรงเรียนดาเนินการใช้หลักสูตรในปีการศึกษา ๒๕๖๑
โดยให้ใช้ในช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ และ ๔ ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๑ และในปีการศึกษา ๒๕๖๒ ใช้กับนักเรียนช้ัน
ประถมศกึ ษาปีที่ ๑ ๒ ๔ และ ๕ ใชห้ ลกั สูตรกบั นกั เรียนทุกระดับชัน้ ในปกี ารศึกษา ๒๕๖๓

ตามคาสงั่ กระทรวงศกึ ษาธิการ ที่ สพฐ. ๙๒๑/๒๕๖๑ ลงวนั ที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๑ เรอ่ื งยกเลิกมาตรฐาน
การเรียนร้แู ละตัวช้วี ดั สาระท่ี ๒ การออกแบบและเทคโนโลยี และสาระที่ ๓ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ตามหลักสูตรแกนลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช
๒๕๕๑ และเปล่ียนชอ่ื กลมุ่ สาระ และคาสั่ง สพฐ. ท่ี ๙๒๒/๒๕๖๑ ลงวนั ที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๑ เร่ืองการปรับปรุง
โครงสร้างเวลาเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ให้บรรลุเป้าหมายตาม
มาตรฐานและตัวช้ีวัดเป็นต้นมา ให้เป็นหลักสูตรแกนกลางของประเทศ โดยกาหนดจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้
เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน มีพัฒนาการเต็มตามศักยภาพ มีคุณภาพและมีทักษะ
การเรยี นรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ เพ่ือให้สอดคลอ้ งกับนโยบายและเป้าหมายของสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้น
พ้นื ฐาน

โรงเรียนวัดชินวราราม(เจรญิ ผลวทิ ยาเวศม)์ จงึ ได้ทาการปรับปรงุ หลักสูตรของสถานศกึ ษาโรงเรยี นวดั
ชินวราราม(เจรญิ ผลวิทยาเวศม์) พ.ศ. ๒๕๖๓ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
ในกลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมศิ าสตร์ในกลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา
และวัฒนธรรม ยกเลกิ มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชี้วัด สาระที่ ๒ การออกแบบและเทคโนโลยี และสาระท่ี ๓
เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สารในกลุม่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ตามหลกั สูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และเปล่ยี นช่ือกลุ่มสาระ เพอ่ื นาไปใชป้ ระโยชน์และเป็นกรอบในการ
วางแผนและพฒั นาหลักสูตรของสถานศึกษาและจดั การเรียนการสอน โดยมเี ป้าหมายในการพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รียน
ใหม้ ีกระบวนการนาหลกั สูตรไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการกาหนดวสิ ัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชีว้ ดั โครงสร้างเวลาเรียน ตลอดจนเกณฑ์การวัด
ประเมินผลให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ เปิดโอกาสใหโ้ รงเรียนสามารถกาหนดทิศทางในการจัดทา
หลกั สูตรการเรียนการสอนในแตล่ ะระดบั ตามความพร้อมและจดุ เน้น โดยมีกรอบแกนกลางเป็นแนวทางท่ชี ดั เจนเพ่อื
ตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ มีความพร้อมในการก้าวสสู่ งั คมคุณภาพ มีความร้อู ย่างแทจ้ รงิ และมีทักษะใน
ศตวรรษท่ี ๒๑

...

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กาหนดไว้ในเล่มน้ี ช่วยทาให้หน่วยงานที่เก่ียวข้องในทุกระดับเห็นผล
คาดหวังท่ีต้องการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนท่ีชัดเจนตลอดแนว ซึ่งจะสามารถช่วยให้หน่วยงาน ท่ี
เก่ียวข้องในระดับท้องถิ่นและสถานศึกษาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรได้อย่างม่ันใจ ทาให้การจัดทาหลักสูตรในระดับ
สถานศึกษามีคุณภาพและมีความเป็นเอกภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เกิดความชัดเจนเรื่องการวัดและประเมินผล
การเรียนรู้ และช่วยแก้ปัญหาการเทียบโอนระหว่างสถานศึกษา ดังน้ันในการพัฒนาหลักสูตรในทุกระดับต้ังแต่
ระดับชาติจนกระท่ังถึงสถานศึกษา จะต้องสะท้อนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดที่กาหนดไว้ใน
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน รวมท้ังเป็นกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาทุกรูปแบบ และครอบคลุม
ผู้เรยี นทกุ กลมุ่ เป้าหมายในระดับการศึกษาข้นั พื้นฐาน

การจัดหลักสูตรการศึกษาข้นั พื้นฐานจะประสบความสาเร็จตามเป้าหมายท่ีคาดหวังได้ ทุกฝ่ายทีเ่ กี่ยวข้อง
ทั้งระดับชาติ ชุมชน ครอบครัว และบุคคล ต้องร่วมรับผิดชอบ โดยร่วมกันทางานอย่างเป็นระบบและต่อเน่ือง
ในการวางแผน ดาเนินการ ส่งเสริม สนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไข เพ่ือพัฒนาเยาวชนของชาติไปสู่
คุณภาพตามมาตรฐานการเรยี นรทู้ ก่ี าหนดไว้

กลุ่มบรหิ ารวชิ าการ
โรงเรียนวดั ชนิ วราราม(เจริญผลวทิ ยาเวศม)์

สารบัญ ... ค

เรือ่ ง หน้า

ประกาศโรงเรียน ก
คานา ข
สารบัญ ค
ส่วนท่ี ๑ ความนา ๑

วสิ ัยทศั น์โรงเรยี น ๑
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น ๒
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๒
คา่ นยิ มหลักของคนไทย ๑๒ ประการ ๓
ทกั ษะทจ่ี าเป็นในศตวรรษที่ ๒๑ ๔
ส่วนท่ี ๒ โครงสรา้ งหลักสตู รโรงเรียนวดั ชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) ๑๒
สว่ นท่ี ๓ คาอธบิ ายรายวชิ า ๑๔
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ๒๒
กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ๓๑
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔๒
กลุม่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๕๖
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม (ประวตั ศิ าสตร์) ๖๔
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ๗๔
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ ๘๘
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชพี ๙๖
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาองั กฤษ) ๑๐๕
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาอังกฤษ)เพ่ิมเติม ๑๑๔
ส่วนท่ี ๔ กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน ๑๑๘
สว่ นที่ ๕ เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา ๑๒๕
ภาคผนวก

... ๑

สว่ นท่ี ๑
ความนา

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) พุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นแผนหรือแนวทาง หรือข้อกาหนดของการจัดการศึกษา
ของโรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) ที่จะใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ
ตามมาตรฐานท่ีกาหนดมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบ
อาชีพที่สุจริต ตลอดจนการรู้จักอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณีท้องถ่ิน โดยมุ่งหวังให้มีความสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย
จติ ใจ และสติปัญญา อีกท้ังมีความรู้และทักษะท่ีจาเป็นสาหรับการดารงชีวิต และมีคุณภาพได้มาตรฐานสากล
เพื่อการแข่งขันในยุคปัจจุบัน ดังน้ันหลักสูตสถานศึกษาโรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) พุทธศักราช
๒๕๖๓ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ จึงประกอบด้วยสาระสาคัญของหลักสูตร
แกนกลาง สาระความรู้ท่ีเก่ียวข้องกับชุมชนท้องถ่ิน และสาระสาคัญที่โรงเรียนพัฒนาเพิ่มเติม โดยจัดเป็นสาระการ
เรียนรู้รายวิชาพื้นฐานตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด และสาระการเรียนรู้เพ่ิมเติม จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
เป็นรายปีในระดับประถมศึกษา และกาหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของโรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยา
เวศม์) ตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) พุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

วสิ ัยทัศน์

โรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) เป็นแหล่งเรียนรู้ ปลูกฝังการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ให้
ผู้เรียนเป็นคนดีมีคุณธรรม จริยธรรม มีวิชาความรู้ท่ีได้มาตรฐานการทันกระแสโลกปัจจุบันสามารถอยู่ในสังคม
อย่างมคี วามสุขและปลอดภัย ภายใต้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) พุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ มงุ่ ใหผ้ ูเ้ รียนเกดิ สมรรถนะสาคัญ ๕ ประการ ดงั น้ี

๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถา่ ยทอดความคิด ความรู้ ความเข้าใจ ความรสู้ ึก และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปล่ียนข้อมูลขา่ วสารและประสบการณ์
อนั จะเป็นประโยชน์ต่อการพฒั นาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรอง เพ่ือขจดั และลดปัญหาความขดั แย้งต่าง ๆ
การเลอื กรับหรือไมร่ บั ข้อมลู ขา่ วสารดว้ ยหลกั เหตุผลและความถกู ต้อง ตลอดจนการเลอื กใชว้ ิธกี ารสอื่ สารที่มีประสิทธภิ าพ
โดยคานึงถงึ ผลกระทบที่มตี ่อตนเองและสงั คม

๒. ความสามารถในการคดิ เปน็ ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์
การคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ และการคิดเปน็ ระบบ เพอ่ื นาไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพ่ือการตัดสินใจ
เกยี่ วกบั ตนเองและสงั คมได้อย่างเหมาะสม

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เปน็ ความสามารถในการแก้ปัญหาและอปุ สรรคตา่ ง ๆ ท่เี ผชญิ ได้อย่าง
ถกู ต้องเหมาะสม บนพนื้ ฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม และข้อมลู สารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธแ์ ละการเปลยี่ นแปลง
ของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรมู้ าใชใ้ นการป้องกนั และแก้ไขปัญหา และมีการตัดสนิ ใจ
ท่ีมปี ระสิทธภิ าพ โดยคานงึ ถงึ ผลกระทบทเี่ กดิ ขึ้นตอ่ ตนเอง สงั คม และสงิ่ แวดล้อม

๔ .ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ เป็นความสามารถในการนากระบวนการตา่ ง ๆ ไปใชใ้ นการดาเนิน
ชวี ติ ประจาวัน การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเน่ือง การทางาน และการอยรู่ ่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริม
ความสัมพนั ธ์อนั ดีระหว่างบุคคล การจดั การปญั หาและความขดั แยง้ ตา่ ง ๆ อยา่ งเหมาะสม การปรับตวั ให้ทันกบั



การเปลี่ยนแปลงของสงั คมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลกี เล่ยี งพฤตกิ รรมไม่พึงประสงค์ทส่ี ่งผลกระทบต่อ
ตนเองและผอู้ น่ื

๕ .ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้เทคโนโลยีในด้านต่าง ๆ
และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยเี พอื่ การพัฒนาตนเองและสังคม ในดา้ นการเรยี นรู้ การสือ่ สาร การทางาน
การแกป้ ัญหาอยา่ งสร้างสรรค์ ถูกตอ้ งเหมาะสม และมคี ุณธรรม

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นวัดชินวราราม(เจรญิ ผลวิทยาเวศม์) พุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ม่งุ พัฒนาผเู้ รียนให้มีคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ เพ่ือให้สามารถ
อยู่ร่วมกบั ผู้อืน่ ในสังคมไดอ้ ย่างมคี วามสุข ในฐานะเปน็ พลเมอื งไทยและพลโลก ดงั นี้

๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
๒. ซื่อสตั ย์สจุ ริต
๓. มวี นิ ัย
๔. ใฝ่เรียนรู้
๕. อยู่อย่างพอเพยี ง
๖. ม่งุ มั่นในการทางาน
๗. รกั ความเปน็ ไทย
๘. มีจิตสาธารณะ

คา่ นยิ มหลักของคนไทย ๑๒ ประการ ตามนโยบายของ คสช.

๑. มีความรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์
๒. ซื่อสัตย์ เสยี สละ อดทน มีอุดมการณใ์ นสงิ่ ทีด่ ีงามเพือ่ ส่วนรวม
๓. กตญั ญูต่อพ่อแม่ ผปู้ กครอง ครูบาอาจารย์
๔. ใฝ่หาความรู้ หม่ันศึกษาเลา่ เรยี น ท้ังทางตรงและทางอ้อม
๕. รกั ษาวัฒนธรรมประเพณไี ทยอนั งดงาม
๖. มีศลี ธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อืน่ เผื่อแผแ่ ละแบง่ ปนั
๗. เข้าใจเรยี นรู้การเป็นประชาธิปไตย อนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมุขอนั ถกู ต้อง
๘. มรี ะเบียบวนิ ัย เคารพกฎหมาย ผนู้ ้อยรูจ้ ักการเคารพผใู้ หญ่
๙. มสี ติ ร้ตู ัว รู้คดิ ร้ทู า รู้ปฏบิ ตั ิตามพระราชดารัสของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู ัว
๑๐. รู้จกั ดารงตนอยโู่ ดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดารัสของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัว
รู้จักอดออมไว้ใช้เม่ือยามจาเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่ายจาหน่าย และพร้อมท่ีจะขยายกิจการเมื่ อมี
ความพรอ้ ม เมื่อมภี ูมคิ มุ้ กนั ที่ดี
๑๑. มีความเข้มแข็งท้ังร่างกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออานาจฝ่ายต่า หรือกิเลส มีความละอายเกรงกลัว
ตอ่ บาปตามหลักของศาสนา
๑๒. คานึงถงึ ผลประโยชน์ของส่วนรวมและของชาติ มากกวา่ ผลประโยชน์ของตนเอง.

... ๓

ทักษะทจ่ี าเปน็ ในศตวรรษที่ ๒๑ ท่ีทุกคนจะตอ้ งเรียนรูต้ ลอดชีวติ คอื การเรียนรู้ ๓R x ๗C
๓R คอื Reading (อา่ นออก), (W)Riting (เขยี นได)้ , และ (A)Rithemetics (คิดเลขเป็น
๗C ไดแ้ ก่
Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการ

แก้ปญั หา)
Creativity and Innovation (ทักษะดา้ นการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม)
Cross-cultural Understanding (ทกั ษะด้านความเขา้ ใจความต่างวฒั นธรรม ต่างกระบวนทศั น์)
Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความร่วมมือ การทางานเป็นทีม และภาวะ

ผู้นา)
Communications, Information, and Media Literacy (ทักษะด้านการส่ือสารสารสนเทศ และรู้เท่าทัน

ส่อื )
Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)
Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชีพ และทักษะการเรยี นรู้)



สว่ นที่ ๒
โครงสร้างหลักสตู รโรงเรยี นวดั ชนิ วราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์)

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) พุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กาหนดโครงสร้างของหลักสูตรสถานศึกษา เพ่ือให้ผู้สอนและ
ผู้ทเี่ กย่ี วข้องในการจดั การเรยี นร้ตู ามหลักสตู รของสถานศึกษามีแนวปฏิบัติ ดงั น้ี

ระดับการศึกษา

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) พุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ จัดการศกึ ษา ดังน้ี

 ระดับประถมศึกษา (ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๑-๖) การศึกษาระดับน้ีเป็นช่วงแรกของการศกึ ษาภาคบังคับ
มงุ่ เน้นทักษะพ้ืนฐานด้านการอ่าน การเขียน การคิดคานวณ ทักษะการคิดพืน้ ฐาน การติดตอ่ ส่ือสาร กระบวนการ
เรียนรู้ทางสังคม และพื้นฐานความเป็นมนุษย์ การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างสมบูรณ์และสมดุลท้ังในด้านร่างกาย
สตปิ ญั ญา อารมณ์ สังคม และวฒั นธรรม โดยเนน้ จัดการเรียนรูแ้ บบบูรณาการ

การจดั เวลาเรียน

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์)พุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้จัดเวลาเรียนตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระ และ
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น โดยจดั ใหเ้ หมาะสมตามบริบท จดุ เนน้ ของโรงเรียน และสภาพของผู้เรียน ดงั นี้

 ระดับประถมศกึ ษา (ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑-๖) จดั เวลาเรยี นเปน็ รายปี โดยมีเวลาเรยี นวันละ 6 ช่ัวโมง

โครงสรา้ งหลกั สตู ร

โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) พุทธศักราช ๒๕๖๓ ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ประกอบด้วยโครงสร้างเวลาเรียนและโครงสร้าง
หลกั สตู รช้ันปี ดงั น้ี

๑. โครงสร้างเวลาเรียน เป็นโครงสร้างท่ีแสดงรายละเอียด ในภาพรวมเวลาเรียนของแต่ละกลุ่มสาระ
การเรียนรู้ ๘ กล่มุ สาระที่เป็นเวลาเรียนพ้นื ฐาน เวลาเรียนรายวิชาเพิ่มเติม และเวลาในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
จาแนกแต่ละชั้นปี ในระดับประถมศึกษา ดังน้ี

... ๕

โครงสรา้ งหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นวัดชนิ วราราม(เจรญิ ผลวทิ ยาเวศม)์ พุทธศักราช ๒๕๖๓

โครงสร้างเวลาเรียน ระดบั ประถมศึกษา

เวลาเรยี น : ชั่วโมง/ปี

กล่มุ สาระการเรียนรู้/รายวชิ า/กจิ กรรม ระดับประถมศึกษา

ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖

 กล่มุ สาระการเรียนรู้/วิชาพ้นื ฐาน

ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐

คณิตศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

- วิทยาศาสตร์

- วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี(วิทยาการคานวณ)

*สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม *๔๐ *๔๐ *๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐

- หน้าท่ีพลเมอื ง**

ประวตั ศิ าสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

ศิลปะ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐

การงานอาชพี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

ภาษาต่างประเทศ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

รวมเวลาเรียน (พ้นื ฐาน) ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐

 รายวชิ าเพม่ิ เติม

ภาษาตา่ งประเทศ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐

รวมเวลาเรยี น (รายวชิ าเพิม่ เติม) ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐

 กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน

 กจิ กรรมแนะแนว*** ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

 กจิ กรรมนักเรยี น

 ลูกเสอื /เนตรนารี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

 ชมุ นุม**** ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐

 กจิ กรรมเพอ่ื สงั คม

และสาธารณประโยชน์***** ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐

รวมเวลา (กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน) ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

 กจิ กรรมเสริมหลกั สตู ร

 ลดเวลาเรยี นเพมิ่ เวลารู้ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

และกจิ กรรมซ่อมเสริม

รวมเวลา (กิจกรรมเสริมหลักสตู ร) ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

รวมเวลาทัง้ หมด ๑,๑๖๐ ช่วั โมง ๑,๑๖๐ ชว่ั โมง

*สังคมศึกษาศาสนาฯ บูรณาการกับกิจกรรมซ่อมเสรมิ ป.๑-๓ **หน้าท่ีพลเมือง บูรณาการกับวชิ าสงั คมศึกษาฯ
***ตา้ นทุจรติ ศึกษา บรู ณาการในกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน(กิจกรรมแนะแนว)
****กจิ กรรมชุมนุมนักเรียนเลือกเรยี นตามความสนใจได้แก่ ๑.ชุมนุมห้องสมดุ ๒. ชุมนมุ พฒั นาวชิ าการ ๓.ชมุ นุมกีฬา ฯลฯ
*****กิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์ จดั กิจกรรมนอกเวลาเรียน



๒. โครงสร้างหลักสูตรชั้นปี เป็นโครงสร้างท่ีแสดงรายละเอียดเวลาเรียนของรายวิชาพ้ืนฐานรายวชิ ากิจกรรม
เพิ่มเติม และกิจกรรมพฒั นาผู้เรียนจาแนกแต่ละชน้ั ปี ดังน้ี

โครงสรา้ งเวลาเรยี นระดบั ประถมศึกษา พทุ ธศักราช ๒๕๖๓

ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๑

รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรยี น
(ชัว่ โมง/ปี)

รหสั วิชา รายวิชาพน้ื ฐาน ๘๔๐

ท๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๒๐๐

ค๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑ ๒๐๐

ว๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑ ๘๐

-วทิ ยาศาสตร์ ๔๐
-วทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี(วทิ ยาการคานวณ) ๔๐

ส๑๑๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๑* ๔๐

- หน้าที่พลเมือง๑**

ส๑๑๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๑ ๔๐

พ๑๑๑๐๑ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๑ ๔๐

ศ๑๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๑ ๘๐

ง๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ ๔๐

อ๑๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑ ๑๒๐

รหัสวชิ า รายวิชาเพิม่ เติม ๘๐

อ๑๑๒๐๑ ภาษาอังกฤษ (เพ่ิมเตมิ ) ๘๐

รหัสกจิ กรรม กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน ๑๒๐

-  กิจกรรมแนะแนว*** ๔๐

 กจิ กรรมนกั เรยี น ๘๐

 ลูกเสือ/เนตรนารี ๔๐

 ชมุ นุม**** ๓๐

 กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์***** ๑๐

รหัสกจิ กรรม กิจกรรมเสริมหลักสตู ร ๑๒๐

-  ลดเวลาเรียนเพ่มิ เวลารู้ ๑๒๐

บูรณาการ(ซอ่ มเสรมิ )

รวมเวลาเรียนท้งั สิ้น ๑,๑๖๐

*สังคมศึกษาศาสนาฯ บรู ณาการกับกิจกรรมซ่อมเสรมิ ป.๑-๓

**หน้าทพี่ ลเมือง บรู ณาการกับวชิ าสังคมศึกษาฯ

***ตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา บูรณาการในกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น(กจิ กรรมแนะแนว)

****กิจกรรมชมุ นุมนักเรียนเลือกเรียนตามความสนใจไดแ้ ก่

*****กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ จัดกิจกรรมนอกเวลาเรียน

... ๗

โครงสรา้ งเวลาเรียนระดับประถมศกึ ษา พทุ ธศักราช ๒๕๖๓

ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๒

รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน
(ชัว่ โมง/ปี)

รหัสวชิ า รายวชิ าพ้นื ฐาน ๘๔๐
ท๑๒๑๐๑
ค๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ ๒๐๐
ว๑๒๑๐๑
คณิตศาสตร์ ๒ ๒๐๐
ส๑๒๑๐๑
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒ ๘๐
ส๑๒๑๐๒
พ๑๒๑๐๑ -วทิ ยาศาสตร์ ๔๐
ศ๑๒๑๐๑
ง๑๒๑๐๑ -วิทยาศาสตร์เทคโนโลย(ี วิทยาการคานวณ) ๔๐
อ๑๒๑๐๑
รหัสวิชา สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๒* ๔๐
อ๑๒๒๐๑
รหัสกิจกรรม - หนา้ ท่พี ลเมือง๒**

- ประวัติศาสตร์ ๒ ๔๐

รหสั กิจกรรม สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๒ ๔๐
-
ศิลปะ ๒ ๘๐

การงานอาชีพ ๒ ๔๐

ภาษาองั กฤษ ๒ ๑๒๐

รายวชิ าเพมิ่ เติม ๘๐

ภาษาอังกฤษ (เพิ่มเตมิ ) ๘๐

กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น ๑๒๐

 กจิ กรรมแนะแนว*** ๔๐

 กจิ กรรมนักเรียน ๘๐

 ลูกเสอื /เนตรนารี ๔๐

 ชุมนุม**** ๓๐

 กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์***** ๑๐

กจิ กรรมเสริมหลกั สตู ร ๑๒๐

 ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ๑๒๐

บูรณาการ(ซ่อมเสรมิ )

รวมเวลาเรยี นท้ังส้นิ ๑,๑๖๐

*สงั คมศึกษาศาสนาฯ บรู ณาการกบั กจิ กรรมซ่อมเสริม ป.๑-๓
**หนา้ ทีพ่ ลเมือง บรู ณาการกับวชิ าสังคมศึกษาฯ
***ตา้ นทจุ ริตศกึ ษา บรู ณาการในกิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น(กจิ กรรมแนะแนว)
****กจิ กรรมชุมนุมนักเรยี นเลือกเรยี นตามความสนใจไดแ้ ก่
*****กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ จดั กิจกรรมนอกเวลาเรียน



โครงสร้างเวลาเรียนระดับประถมศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๓

ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓

รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรยี น
(ชัว่ โมง/ปี)

รหัสวชิ า รายวชิ าพ้ืนฐาน ๘๔๐

ท๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ๒๐๐

ค๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๓ ๒๐๐

ว๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓ ๘๐

-วิทยาศาสตร์ ๔๐

-วิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี(วิทยาการคานวณ) ๔๐

ส๑๓๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๓* ๔๐

- หนา้ ทพี่ ลเมือง๓**

ส๑๓๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๓ ๔๐

พ๑๓๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๓ ๔๐

ศ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๓ ๘๐

ง๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๓ ๔๐

อ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓ ๑๒๐

รหสั วชิ า รายวิชาเพม่ิ เติม ๘๐

อ๑๓๒๐๑ ภาษาอังกฤษ (เพิ่มเติม) ๘๐

รหสั กจิ กรรม กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน ๑๒๐

-  กจิ กรรมแนะแนว*** ๔๐

 กิจกรรมนักเรยี น ๘๐

 ลกู เสอื /เนตรนารี ๔๐

 ชุมนมุ **** ๓๐

 กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์***** ๑๐

รหสั กจิ กรรม กิจกรรมเสริมหลักสูตร ๑๒๐

-  ลดเวลาเรียนเพม่ิ เวลารู้ ๑๒๐

บูรณาการ(ซ่อมเสริม)

รวมเวลาเรียนท้ังส้ิน ๑,๑๖๐

*สังคมศึกษาศาสนาฯ บรู ณาการกับกิจกรรมซ่อมเสริม ป.๑-๓

**หน้าทพ่ี ลเมือง บูรณาการกับวิชาสงั คมศกึ ษาฯ

***ต้านทุจรติ ศึกษา บรู ณาการในกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน(กจิ กรรมแนะแนว)

****กจิ กรรมชุมนุมนักเรยี นเลือกเรียนตามความสนใจไดแ้ ก่

*****กิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์ จัดกจิ กรรมนอกเวลาเรยี น

โครงสร้างเวลาเรยี นระดบั ประถมศกึ ษา พทุ ธศักราช ๒๕๖๓ ... ๙
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
เวลาเรยี น
รายวชิ า/กจิ กรรม (ช่วั โมง/ปี)

รหัสวิชา รายวิชาพ้นื ฐาน ๘๔๐
๑๖๐
ท๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ ๑๖๐
๑๒๐
ค๑๔๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๔ ๘๐
๔๐
ว๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ ๘๐

-วทิ ยาศาสตร์ ๔๐
๔๐
-วิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลย(ี วิทยาการคานวณ) ๘๐
๔๐
ส๑๔๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๔ ๑๒๐
๘๐
- หนา้ ที่พลเมอื ง๔** ๘๐
๑๒๐
ส๑๔๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๔ ๔๐
๘๐
พ๑๔๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๔ ๔๐
๓๐
ศ๑๔๑๐๑ ศิลปะ ๔ ๑๐
๑๒๐
ง๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ ๔ ๑๒๐

อ๑๔๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๔ ๑,๑๖๐

รหัสวชิ า รายวชิ าเพิ่มเติม

อ๑๔๒๐๑ ภาษาอังกฤษ (เพ่ิมเตมิ )

รหสั กจิ กรรม กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น

-  กจิ กรรมแนะแนว***

 กิจกรรมนักเรยี น

 ลูกเสอื /เนตรนารี

 ชมุ นมุ ****

 กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์*****

รหัสกิจกรรม กิจกรรมเสรมิ หลักสูตร

-  ลดเวลาเรยี นเพิม่ เวลารู้

บูรณาการ(ซ่อมเสรมิ )

รวมเวลาเรยี นทัง้ สน้ิ

**หนา้ ท่ีพลเมือง บรู ณาการกับวชิ าสังคมศึกษาฯ

***ต้านทจุ ริตศกึ ษา บรู ณาการในกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น(กิจกรรมแนะแนว)

****กจิ กรรมชุมนุมนักเรียนเลือกเรียนตามความสนใจได้แก่

*****กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ จัดกจิ กรรมนอกเวลาเรียน

๑๐

โครงสรา้ งเวลาเรียนระดบั ประถมศกึ ษา พทุ ธศักราช ๒๕๖๓
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕

รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรียน
(ช่วั โมง/ปี)
รหสั วิชา รายวิชาพืน้ ฐาน
๘๔๐
ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ๑๖๐
๑๖๐
ค๑๕๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๕ ๑๒๐
๘๐
ว๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๕ ๔๐
๘๐
-วิทยาศาสตร์
๔๐
-วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลย(ี วทิ ยาการคานวณ) ๔๐
๘๐
ส๑๕๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๕ ๔๐
๑๒๐
- หน้าทีพ่ ลเมอื ง๕** ๘๐
๘๐
ส๑๕๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๕ ๑๒๐
๔๐
พ๑๕๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๕ ๘๐
๔๐
ศ๑๕๑๐๑ ศิลปะ ๕ ๓๐
๑๐
ง๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ ๕ ๑๒๐
๑๒๐
อ๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๕
๑,๑๖๐
รหัสวิชา รายวชิ าเพิม่ เติม

อ๑๕๒๐๑ ภาษาอังกฤษ (เพ่ิมเติม)

รหสั กจิ กรรม กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน

-  กจิ กรรมแนะแนว***

 กิจกรรมนักเรยี น

 ลูกเสอื /เนตรนารี

 ชุมนมุ ****

 กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์*****

รหัสกิจกรรม กจิ กรรมเสริมหลกั สตู ร

-  ลดเวลาเรียนเพ่มิ เวลารู้

บรู ณาการ(ซอ่ มเสรมิ )

รวมเวลาเรยี นทัง้ สิ้น

**หนา้ ท่ีพลเมือง บูรณาการกับวิชาสังคมศกึ ษาฯ

***ต้านทุจริตศกึ ษา บรู ณาการในกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น(กจิ กรรมแนะแนว)

****กิจกรรมชุมนุมนักเรยี นเลือกเรียนตามความสนใจไดแ้ ก่

*****กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ จัดกจิ กรรมนอกเวลาเรียน

... ๑๑

โครงสร้างเวลาเรียนระดบั ประถมศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๓
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖

รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น
(ชวั่ โมง/ปี)
รหัสวชิ า รายวิชาพน้ื ฐาน
๘๔๐
ท๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ ๑๖๐
๑๖๐
ค๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๖ ๑๒๐
๘๐
ว๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖ ๔๐
๘๐
-วทิ ยาศาสตร์
๔๐
-วทิ ยาศาสตร์เทคโนโลย(ี วทิ ยาการคานวณ) ๔๐
๘๐
ส๑๖๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๖ ๔๐
๑๒๐
- หนา้ ที่พลเมือง๖** ๘๐
๘๐
ส๑๖๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๖ ๑๒๐
๔๐
พ๑๖๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๖ ๘๐
๔๐
ศ๑๖๑๐๑ ศิลปะ ๖ ๓๐
๑๐
ง๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ ๖ ๑๒๐
๑๒๐
อ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๖
๑,๑๖๐
รหสั วิชา รายวชิ าเพม่ิ เติม

อ๑๖๒๐๑ ภาษาองั กฤษ (เพิ่มเตมิ )

รหสั กจิ กรรม กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น

-  กิจกรรมแนะแนว***

 กิจกรรมนกั เรียน

 ลูกเสือ/เนตรนารี

 ชุมนุม****

 กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์*****

รหสั กจิ กรรม กิจกรรมเสริมหลักสตู ร

-  ลดเวลาเรยี นเพมิ่ เวลารู้

บูรณาการ(ซอ่ มเสรมิ )

รวมเวลาเรียนท้งั สน้ิ

**หนา้ ที่พลเมือง บรู ณาการกับวชิ าสังคมศกึ ษาฯ

***ตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา บูรณาการในกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน(กจิ กรรมแนะแนว)

****กิจกรรมชมุ นุมนักเรียนเลือกเรยี นตามความสนใจไดแ้ ก่

*****กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ จดั กิจกรรมนอกเวลาเรยี น

๑๒

ส่วนท่ี ๓
คาอธบิ ายรายวชิ า

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) พุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กาหนดคาอธบิ ายรายวิชาของวิชาตา่ ง ๆ ท่ีสอนในแต่ละปี
การศึกษา ซ่ึงประกอบด้วย ช่ือรหัสวิชา ชื่อรายวิชา จานวนช่ัวโมงต่อปี ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง และสาระการ
เรยี นรรู้ ายปี

คาอธบิ ายรายวิชาจะช่วยให้ผสู้ อนจัดหน่วยการเรียนรูใ้ นแต่ละชั้นปี ได้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรยี นรู้
เน่ืองจากคาอธิบายรายวิชาจะรวมสาระการเรียนรู้ที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้ตลอดทั้งปี กลุ่มของสาระการเรียนรูต้ ลอดปี
จะมีจานวนมาก ดังน้ัน การจัดเป็นหน่วยการเรียนรู้หลาย ๆ หน่วย จะช่วยให้กลุ่มของสาระการเรียนรู้มีขนาดเล็กลง
และบรู ณาการได้หลากหลายมากขึ้น

โรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) ได้กาหนดรายละเอียดของคาอธิบายรายวิชาเรียงตามลาดับ
ไว้ ดงั น้ี

๑. คาอธบิ ายรายวชิ ากลุม่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๖
๒. คาอธบิ ายรายวชิ ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๑ ถึงช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๖
๓. คาอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงชั้น
ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
๔. คาอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
ถึงชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๖
๕. คาอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาประวัติศาสตร์
ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ ถึงชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๖
๖. คาอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๑ ถึงช้ัน
ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
๗. คาอธิบายรายวิชากลมุ่ สาระการเรียนร้ศู ิลปะ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ ถึงชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
๘. คาอธิบายรายวชิ ากล่มุ สาระการเรียนรู้การงานอาชพี ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๑ ถึงชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๖
๙. คาอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑
ถงึ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๖
๑๐. คาอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ ถึงชั้น
ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
๑๑. คาอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๖

... ๑๓

คาอธิบายรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

๑๔

โครงสร้างรายวิชาพน้ื ฐาน กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย
ระดับชั้นประถมศึกษา

รายวิชาพน้ื ฐาน จานวน ๒๐๐ ชั่วโมง
ท๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ จานวน ๒๐๐ ชว่ั โมง
ท๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ จานวน ๒๐๐ ชั่วโมง
ท๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ จานวน ๑๖๐ ชว่ั โมง
ท๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ จานวน ๑๖๐ ชั่วโมง
ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ จานวน ๑๖๐ ชั่วโมง
ท๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖

ท๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ... ๑๕
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑
คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน

กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
เวลา ๒๐๐ ชัว่ โมง

คาอธบิ ายรายวิชา

ฝึกอ่านออกเสียงคา คาคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ บอกความหมายของคาและข้อความ ตอบคาถาม
เล่าเร่ืองย่อ คาดคะเนเหตุการณ์ เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่าเสมอ นาเสนอเรื่องที่อ่าน บอกความหมาย
ของเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์สาคัญท่ีมักพบเห็นในชีวิตประจาวัน มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจง
เต็มบรรทัด เขียนส่ือสารด้วยคาและประโยคง่าย ๆ มีมารยาทในการเขียน ฝึกทักษะในการฟัง ฟังคาแนะนา
คาสั่งง่าย ๆ และปฏิบัติตาม ตอบคาถาม เล่าเร่ือง พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องท่ีฟังและดู พูด
สื่อสารได้ตามวัตถุประสงค์ เน้นมารยาทในการฟัง การดูและการพูด ฝึกทกั ษะการเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยกุ ต์
และเลขไทย เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา เรยี บเรียงคาเปน็ ประโยคง่าย ๆ ต่อคาคล้องจองงา่ ย ๆ

บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสาหรับเด็ก ฝึกท่องจาบทอาขยาน
ตามท่ีกาหนดและบทร้อยกรองตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหา
ความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การต้ังคาถาม ตอบคาถาม ใช้ทักษะการฟัง
การดูและการพดู พูดแสดงความคดิ เห็น กระบวนการสรา้ งความคดิ รวบยอด

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ ส่ือสารไดถ้ ูกต้อง รักการเรยี นภาษาไทย เห็นคุณค่าของการอนุรกั ษ์
ภาษาไทยและตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถนาไปประยุกตใ์ ชก้ ับชีวติ ประจาวันได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม

รหัสตวั ช้ีวดั

ท ๑.๑ ป.๑/๑-๓
ท ๒.๑ ป.๑/๑-๓
ท ๓.๑ ป.๑/๑-๕
ท ๔.๑ ป.๑/๑-๔
ท ๕.๑ ป.๑/๑-๒
รวมทงั้ หมด ๒๒ ตวั ชีว้ ดั

๑๖ คาอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน

ท๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๒ เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง

คาอธบิ ายรายวิชา

ฝกึ อ่านออกเสียงคา คาคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองง่าย ๆ อธิบายความหมายของคาและข้อความ
ที่อ่าน ต้ังคาถาม ตอบคาถาม ระบุใจความสาคัญและรายละเอียด แสดงความคิดเห็นและคาดคะเนเหตุการณ์
เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่าเสมอและนาเสนอเร่ืองที่อ่าน อ่านข้อเขียนเชิงอธิบายและปฏิบัติตาม
คาส่ังหรือข้อแนะนา มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนเรื่องสั้น ๆ เก่ียวกับ
ประสบการณ์ เขียนเร่ืองส้ัน ๆ ตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน ฝึกทักษะการฟัง ฟังคาแนะนา คาสั่งท่ีซับซ้อน
และปฏิบัติตาม เล่าเร่ือง บอกสาระสาคัญของเร่ือง ต้ังคาถาม ตอบคาถาม พูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก พูด
ส่ือสารได้ชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์ มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด ฝึกทักษะการเขียนพยัญชนะ สระ
วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา เรยี บเรียงคาเป็นประโยคได้ตรงตามเจตนาของ
การส่ือสาร บอกลักษณะคาคล้องจอง เลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่นได้เหมาะสมกับกาลเทศะ ฝึกจับ
ใจความสาคัญจากเรื่อง ระบุข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมสาหรับเด็ก เพ่ือนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน
ร้องบทรอ้ งเล่นสาหรับเด็กในท้องถิ่น ท่องจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและบทร้อยกรองท่ีมีคุณค่าตามความสนใจ

โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลมุ่ กระบวนการ
คิดวิเคราะห์ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตั้งคาถาม ตอบคาถาม
ใช้ทกั ษะการฟัง การดูและการพูด พดู แสดงความคดิ เห็น กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด

เพือ่ ให้เกิดความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สือ่ สารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณคา่ ของการอนุรักษ์
ภาษาไทยและตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ช้กับชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถูกต้องเหมาะสม

รหสั ตวั ชี้วัด

ท ๒.๑ ป.๒/๑-๘
ท ๒.๑ ป.๒/๑-๔
ท ๓.๑ ป.๒/๑-๗
ท ๔.๑ ป.๒/๑-๕
ท ๕.๑ ป.๒/๑-๓
รวมท้ังหมด ๒๗ ตัวชว้ี ัด

ท๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ... ๑๗
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓
คาอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน

กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย
เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง

คาอธิบายรายวิชา

ฝกึ อ่านออกเสียงคา ข้อความ เร่ืองสั้น ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ อธิบายความหมายของคาและข้อความ
ท่ีอ่าน ตั้งคาถาม ตอบคาถามเชิงเหตุผล ลาดับเหตุการณ์ คาดคะเนเหตุการณ์ สรุปความรู้ ข้อคิดจากเรื่องท่ีอ่าน
เพื่อนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอยา่ งสม่าเสมอและนาเสนอเรื่องท่ีอ่าน อ่านข้อเขียน
เชิงอธิบาย และปฏิบัติตามคาสั่งหรือข้อแนะนา อธิบายความหมายของข้อมูลจากแผนภาพ แผนที่ และแผนภูมิ
มมี ารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยาย เขียนบันทึกประจาวัน เขียนเร่ืองตาม
จินตนาการ มีมารยาทในการเขยี น ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด เล่ารายละเอียด บอกสาระสาคัญ ตง้ั คาถาม
ตอบคาถาม พดู แสดงความคิดเห็น ความรสู้ ึก พดู สื่อสารได้ชัดเจนตรงตามวัตถปุ ระสงค์ มมี ารยาทในการฟัง การดู
และการพูด ฝึกเขียนตามหลักการเขียน เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา ระบุชนิด หน้าท่ีของคา ใช้
พจนานุกรมค้นหาความหมายของคา แต่งประโยคง่าย ๆ แต่งคาคล้องจองและคาขวัญ เลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐาน
และภาษาถิ่นได้เหมาะสมกับกาลเทศะ ระบุข้อคิดท่ีได้จากการอา่ นวรรณกรรม เพ่ือนาไปใช้ในชีวติ ประจาวัน รู้จัก
เพลงพื้นบ้าน เพลงกล่อมเด็ก เพ่ือปลูกฝังความช่ืนชมวัฒนธรรมท้องถิ่น แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับวรรณคดีที่อ่าน
ทอ่ งจาบทอาขยานตามท่กี าหนดและบทร้อยกรองท่ีมีคุณค่าตามความสนใจ

โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการ
คิดวิเคราะห์ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตัง้ คาถาม ตอบคาถาม
ใชท้ ักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคดิ เหน็ กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด

เพ่อื ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ ส่ือสารได้ถูกต้อง รักการเรยี นภาษาไทย เห็นคุณคา่ ของการอนุรกั ษ์
ภาษาไทยและตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถนาไปประยุกตใ์ ชก้ ับชวี ติ ประจาวนั ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

รหัสตัวชี้วดั

ท ๑.๑ ป.๓/๑-๙
ท ๒.๑ ป.๓/๑-๖
ท ๓.๑ ป.๓/๑-๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑-๖
ท ๕.๑ ป.๓/๑-๔
รวมท้ังหมด ๓๑ ตวั ชีว้ ดั

๑๘ คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน

ท๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง

คาอธิบายรายวิชา

ฝกึ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธบิ ายความหมายของคา ประโยคและสานวนจากเรื่องท่ีอ่าน
อ่านเรื่องส้ัน ๆ ตามเวลาที่กาหนดและตอบคาถามจากเรื่องที่อ่าน แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเร่ืองที่อ่าน
คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน โดยระบุเหตุผลประกอบ สรุปความรู้และข้อคิดจากเรื่องท่ีอ่าน เพ่ือนาไปใช้
ในชวี ิตประจาวัน เลือกอา่ นหนงั สอื ทม่ี ีคุณค่าตามความสนใจอยา่ งสมา่ เสมอและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเรื่องทีอ่ ่าน
มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสารโดยใช้คาได้ถูกต้อง ชัดเจน
และเหมาะสม เขยี นแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนางานเขียน เขียนย่อความจากเรื่องสั้น ๆ
เขียนจดหมายถึงเพ่ือนและมารดา เขียนบันทึกและเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า เขียนเรื่องตามจินตนาการ
มมี ารยาทในการเขยี น ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด จาแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นเร่ืองทฟ่ี ังและดู พดู สรุป
จากการฟังและดู พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็นและความรู้สึกเก่ียวกับเร่ืองท่ีฟังและดู ตั้งคาถามและตอบคาถาม
เชิงเหตผุ ลจากเร่ืองท่ีฟังและดู พูดรายงานเร่ืองหรือประเด็นท่ีศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดูและการสนทนา มี
มารยาทในการฟัง การดูและการพูด ฝึกเขียนตามหลักการเขียน เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคาใน
บริบทต่าง ๆ ระบุชนิดและหน้าท่ีของคาในประโยค ใช้พจนานุกรมค้นหาความหมายของคา แต่งประโยคได้ถูกต้อง
ตามหลักภาษา แต่งบทร้อยกรองและคาขวัญ บอกความหมายของสานวน เปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐานและ
ภาษาถิ่นได้ ระบุข้อคิดจากนิทานพ้ืนบ้านหรือนิทานคติธรรม อธิบายข้อคิดจากการอ่านเพื่อนาไปใช้ในชีวิตจริง
ร้องเพลงพื้นบ้าน ท่องจาบทอาขยานตามทก่ี าหนดและบทรอ้ ยกรองทม่ี คี ุณค่าตามความสนใจ

โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการ
คดิ วเิ คราะห์และสรุปความ กระบวนการคดิ อย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการส่อื ความ กระบวนการแกป้ ัญหา การ
ฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตั้งคาถาม ตอบคาถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น
กระบวนการสรา้ งความคดิ รวบยอด

เพือ่ ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ ส่ือสารไดถ้ ูกตอ้ ง รกั การเรยี นภาษาไทย เห็นคุณคา่ ของการอนุรักษ์
ภาษาไทยและตวั เลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธีการของเศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถ
นาไปประยุกต์ใช้กบั ชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ย่างถกู ต้องเหมาะสม

รหัสตัวช้ีวดั ท ๒.๑ ป.๔/๑-๘
ท ๔.๑ ป.๔/๑-๗
ท ๑.๑ ป.๔/๑-๘
ท ๓.๑ ป.๔/๑-๖
ท ๕.๑ ป.๔/๑-๔
รวมทงั้ หมด ๓๓ ตัวช้วี ดั

ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ... ๑๙
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๕
คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง

คาอธบิ ายรายวิชา

ฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคา ประโยคและข้อความท่ีเป็น
การบรรยายและการพรรณนา อธิบายความหมายโดยนัย แยกข้อเท็จจริง ข้อคดิ เหน็ วิเคราะห์ แสดงความคิดเห็น
อ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คาสั่ง ข้อแนะนา และปฏิบัติตาม เลือกอ่านหนังสือท่ีมีคุณค่าตามความสนใจ มีมารยาท
ในการอ่าน ฝึกคดั ลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัด เขียนส่ือสาร เขียนแผนภาพโครงเรื่อง แผนภาพ
ความคิด เขียนย่อความ เขียนจดหมายถึงผู้ปกครองและญาติ เขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็น กรอกแบบ
รายการต่าง ๆ เขียนเรื่องตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดง
ความรู้ ความคิดเหน็ และความรู้สึก ตั้งคาถาม ตอบคาถาม วเิ คราะหค์ วาม พูดรายงาน มีมารยาทในการฟงั การดู
และการพูด ระบุชนิดและหน้าที่ของคาในประโยค จาแนกส่วนประกอบของประโยค เปรียบเทียบภาษาไทย
มาตรฐานและภาษาถิ่น ใช้คาราชาศัพท์ บอกคาภาษาต่างประเทศในภาษาไทย แต่งบทร้อยกรอง ใช้สานวนได้
ถกู ต้อง สรุปเรื่องจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่าน ระบุความรู้ ข้อคิดจากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมที่
สามารถนาไปใช้ในชีวิตจริง อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม ท่องจาบทอาขยานตามที่กาหนดและ
บทรอ้ ยกรองท่ีมคี ณุ ค่าตามความสนใจ

โดยใชก้ ระบวนการอา่ น กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุม่ กระบวนการ
คิดวิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา การ
ฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตั้งคาถาม ตอบคาถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น
กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สอ่ื สารไดถ้ ูกตอ้ ง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณคา่ ของการอนุรักษ์
ภาษาไทยและตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธีการของเศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถ
นาไปประยุกต์ใชก้ ับชีวติ ประจาวนั ได้อยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม

รหสั ตวั ช้ีวัด

ท ๑.๑ ป.๕/๑-๘
ท ๒.๑ ป.๕/๑-๙
ท ๓.๑ ป.๕/๑-๕
ท ๔.๑ ป.๕/๑-๗
ท ๕.๑ ป.๕/๑-๔
รวมท้งั หมด ๓๓ ตวั ช้ีวดั

๒๐ คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

ท๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ เวลา ๑๖๐ ช่วั โมง

คาอธบิ ายรายวชิ า

ฝกึ อ่านออกเสยี งบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคา ประโยคและข้อความท่เี ป็นโวหาร
อ่านเรื่องสั้น ๆ อย่างหลากหลาย แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องท่ีอ่าน วิเคราะห์และแสดงความคิดเห็น
เก่ียวกับเร่ืองท่ีอ่านเพ่ือนาไปใช้ในการดาเนินชีวิต อ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คาสั่ง ข้อแนะนา และปฏิบัติตาม อธิบาย
ความหมายของข้อมูลจากการอ่านแผนผัง แผนที่ แผนภูมิและกราฟ เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจและอธิบาย
คุณค่าที่ได้รับ มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสารโดยใช้คาได้
ถูกต้อง ชัดเจน และเหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิดเพ่ือใช้พัฒนางานเขียน เขียน
เรยี งความ เขยี นยอ่ ความจากเร่ืองอ่าน เขยี นจดหมายส่วนตัว กรอกแบบรายการต่าง ๆ เขียนเรอื่ งตามจนิ ตนาการ
และสร้างสรรค์ มีมารยาทในการเขียน ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความรู้ ความเข้าใจ จุดประสงค์
ของเร่ืองที่ฟังและดู ต้ังคาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผลจากเรื่องที่ฟังและดู วิเคราะห์ความน่าเช่ือถือจากเรื่องที่ฟัง
และดูสื่อโฆษณาอย่างมีเหตุผล พูดรายงานเร่ืองหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดูและการสนทนา พูดโน้ม
น้าวอย่างมีเหตุผลและน่าเช่ือถือ มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด ฝึกวิเคราะห์ชนิดและหน้าที่ของคาใน
ประโยค ใช้คาได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล รวบรวมและบอกความหมายของคาภาษาต่างประเทศที่ใช้ใน
ภาษาไทย ระบุลักษณะของประโยค แต่งบทร้อยกรอง วิเคราะห์เปรียบเทียบสานวนท่ีเป็นคาพังเพยและสุภาษิต ฝึก
แสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมท่ีอ่าน เล่านิทานพ้ืนบ้านท้องถิ่นตนเองและนิทานพ้ืนบ้านของท้องถ่ิน
อื่น อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านและนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ท่องจาบทอาขยานตามที่
กาหนดและบทร้อย

โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการ
คิดวิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา
กระบวนการสังเกต กระบวนการแยกข้อเท็จจริง กระบวนการค้นคว้า กระบวนการใช้เทคโนโลยีในการ
สือ่ สาร กระบวนการใช้ทักษะทางภาษา การฝึกปฏบิ ัติ อธบิ าย บนั ทึก การตั้งคาถาม ตอบคาถาม ใช้ทักษะการฟัง
การดแู ละการพูด พดู แสดงความคดิ เห็น กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด

เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารไดถ้ ูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์
ภาษาไทยและตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถ
นาไปประยกุ ตใ์ ชก้ ับชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถกู ต้องเหมาะสม

รหสั ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ป.๖/๑-๙ ท ๓.๑ ป.๖/๑-๖
ท ๕.๑ ป.๖/๑-๔
ท ๑.๑ ป.๖/๑-๙
ท ๔.๑ ป.๖/๑-๖
รวมทั้งส้นิ ๓๔ ตัวช้วี ัด

... ๒๑

คาอธบิ ายรายวิชา
กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์

๒๒

โครงสรา้ งรายวิชาพนื้ ฐาน กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
ระดับชัน้ ประถมศึกษา

รายวชิ าพ้นื ฐาน จานวน ๒๐๐ ชว่ั โมง
ค๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑ จานวน ๒๐๐ ช่วั โมง
ค๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๒ จานวน ๒๐๐ ช่วั โมง
ค๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๓ จานวน ๑๖๐ ชั่วโมง
ค๑๔๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๔ จานวน ๑๖๐ ชั่วโมง
ค๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๕ จานวน ๑๖๐ ชัว่ โมง
ค๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๖

ค๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑ ... ๒๓
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑
คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
เวลา ๒๐๐ ช่วั โมง

คาอธิบายรายวิชา

ศึกษา ฝึกทักษะการคิดคานวณและฝกึ แก้ปัญหา จานวนนบั ๑ ถงึ ๑๐๐ และ ๐ บอกและแสดงจานวนส่ิง
ตา่ ง ๆ ตามจานวนทก่ี าหนด อา่ นและเขียนตวั เลขฮินดูอารบกิ ตวั เลขไทย การบอกอันดับท่ีหลกั ค่าของเลขโดดใน
แต่ละหลกั และเขยี นแสดงจานวนในรูปกระจาย เปรยี บเทียบจานวนนับไม่เกนิ ๑๐๐ และ ๐ โดยใช้เครือ่ งหมาย =
≠ > < เรยี งลาดบั จานวนตั้งแต่ ๓ ถึง ๕ จานวน และหาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลกั ษณ์แสดงการบวก
การลบ การแก้โจทยป์ ัญหาการบวก การลบ ของจานวนนับไม่เกิน ๑๐๐ และ ๐ ความยาวและนา้ หนัก สรา้ ง
โจทยป์ ัญหาพร้อมทงั้ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทยป์ ญั หาการบวก การลบ ของจานวนนบั ไม่เกิน ๑๐๐ และ ๐
ระบจุ านวนทห่ี ายไปในแบบรูปของจานวนทเ่ี พมิ่ ข้นึ หรอื ลดลงทีละ๑ ทลี ะ ๑๐ รูปที่หายไปในแบบรปู ซา้ ของรูป
เรขาคณิตและรูปอน่ื ๆ ท่สี มาชกิ ใน แต่ละชุดทซี่ า้ มี ๒ รูป วัดและเปรียบเทยี บความยาวเปน็ เซนติเมตร เปน็ เมตร
นา้ หนักเปน็ กิโลกรัมเป็นขีด และใชห้ น่วยทไ่ี ม่ใชห่ นว่ ยมาตรฐาน จาแนกรูปสามเหล่ยี ม รปู สี่เหล่ียม วงกลม วงรี ทรง
สี่เหลี่ยมมมุ ฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก และกรวย ใช้ข้อมลู จากแผนภมู ริ ปู ภาพในการหาคาตอบของโจทย์ปญั หา
เมอ่ื กาหนดรูป ๑ รูปแทน ๑ หน่วย

เข้าใจถงึ ความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของ จานวน ผลท่เี กดิ ข้นึ
จากการดาเนนิ การ สมบตั ิของการดาเนนิ การ และนาไปใช้ เขา้ ใจและวเิ คราะห์แบบรูป ความสมั พนั ธ์ ฟังก์ชนั
ลาดับและอนุกรม และนาไปใช้ เขา้ ใจพ้ืนฐานเกย่ี วกับการวดั วดั และคาดคะเนขนาดของสง่ิ ทีต่ ้องการวดั และ
นาไปใช้ เขา้ ใจและวเิ คราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งรูปเรขาคณติ และ
ทฤษฎีบททางเรขาคณติ และนาไปใช้ เขา้ ใจกระบวนการทางสถติ ิ และใชค้ วามรู้เกี่ยวกับสถิติในการแกป้ ัญหา

มีทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปัญหา การคิดสร้างสรรค์ การใช้
เทคโนโลยี การสื่อสารและการร่วมมือ ซ่ึงจะส่งผลให้ผู้เรียนรู้เท่าทัน การเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจ สังคม
วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อม สามารถแขง่ ขนั และ อยรู่ ่วมกบั ประชาคมโลกได้

รหัสตัวช้ีวัด

ค ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ค ๑.๒ ป.๑/๑
ค ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ค ๒.๒ ป.๑/๑
ค ๓.๑ ป.๑/๑
รวมทั้งหมด ๑๐ ตวั ชว้ี ัด

๒๔ คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน

ค๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๒ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง

คาอธบิ ายรายวชิ า

บอกจานวนของส่ิงต่าง ๆ แสดงสิ่งต่าง ๆ ตามจานวนท่ีกาหนด อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย
ตัวหนงั สอื แสดงจานวนนับไม่เกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ เปรียบเทียบจานวนนับไมเ่ กิน ๑,๐๐๐ และ ๐ โดยใช้เครอื่ งหมาย
= ≠ > < เรียงลาดับจานวนนับไมเ่ กิน ๑,๐๐๐ และ ๐ ตั้งแต่ ๓ ถึง ๕ จานวนจากสถานการณ์ตา่ ง ๆ หาค่าของตัว
ไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกและประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบของจานวนนับไม่เกิน ๑,๐๐๐
และ ๐ หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณของจานวน ๑ หลักกับจานวนไม่เกิน ๒ หลัก
หาคา่ ของตัวไมท่ ราบค่าในประโยคสัญลกั ษณ์แสดงการหารที่ตัวตัง้ ไม่เกนิ ๒ หลัก ตัวหาร ๑ หลัก โดยทีผ่ ลหารมี ๑ หลัก
ทั้งหารลงตัวและหารไม่ลงตัว หาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคน ของจานวนนับไม่เกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ แสดงวิธี
หาคาตอบของโจทย์ปัญหา ๒ ข้ันตอน ของจานวนนับไม่เกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหา
เกี่ยวกับเวลาท่ีมีหน่วยเด่ียวและเป็นหนว่ ยเดียวกัน วัดและเปรียบเทียบความยาวเป็นเมตรและเซนติเมตร พร้อมทั้ง
แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบเก่ียวกับความยาวที่มีหน่วยเป็นเมตรและเซนติเมตร วัดและ
เปรียบเทียบนา้ หนักเป็นกิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีด พร้อมทั้งแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาการบวก
การลบเก่ียวกับน้าหนักที่มีหน่วยเป็นกิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีด วัดและเปรียบเทียบปริมาตรและความจุ
เป็นลิตร จาแนกและบอกลักษณะของรูปหลายเหลี่ยมและวงกลม ใช้ข้อมูลจากแผนภูมริ ูปภาพในการหาคาตอบของ
โจทยป์ ญั หาเมอ่ื กาหนดรปู ๑ รูป แทน ๒ หนว่ ย ๕ หน่วย หรอื ๑๐ หน่วย

เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของ จานวน ผลท่เี กดิ ข้ึน
จากการดาเนินการ สมบัติของการดาเนนิ การ และนาไปใช้ เข้าใจและวิเคราะห์แบบรูป ความสัมพนั ธ์ ฟงั ก์ชนั
ลาดับและอนุกรม และนาไปใช้ เข้าใจพืน้ ฐานเกยี่ วกับการวดั วดั และคาดคะเนขนาดของส่งิ ที่ต้องการวัดและ
นาไปใช้ เขา้ ใจและวเิ คราะห์รูปเรขาคณิต สมบตั ขิ องรปู เรขาคณติ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งรูปเรขาคณติ และ
ทฤษฎบี ททางเรขาคณิต และนาไปใช้ เขา้ ใจกระบวนการทางสถติ ิ และใชค้ วามรู้เกี่ยวกับสถติ ิในการแก้ปญั หา

มีทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปัญหา การคิดสร้างสรรค์ การใช้
เทคโนโลยี การส่ือสารและการร่วมมือ ซ่ึงจะส่งผลให้ผู้เรียนรู้เท่าทัน การเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจ สังคม
วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อม สามารถแข่งขนั และ อยรู่ ว่ มกับประชาคมโลกได้

รหัสตัวช้ีวัด

ค ๑.๑ ป.๒/๑ ,ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ค ๒.๑ ป.๒/๑, ,ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖
ค ๒.๒ ป.๒/๑
ค ๓.๑ ป.๒/๑
รวมทงั้ หมด ๑๖ ตัวชี้วดั

ค๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๓ ... ๒๕
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๓
คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน

กลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวิชา

อา่ นและเขียน ตวั เลขฮินดอู ารบกิ ตวั เลขไทย และตัวหนงั สือ แสดงจานวนนับไม่เกนิ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐
เปรียบเทียบและเรยี งลาดับจานวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ จากสถานการณ์ต่าง ๆ บอก อ่าน และเขยี นเศษสว่ น
ท่ีแสดงปริมาณส่ิงต่าง ๆ และแสดงส่ิงต่าง ๆ ตามเศษส่วนที่กาหนด เปรียบเทียบเศษส่วนท่ีตัวเศษเท่ากัน โดยที่ตัวเศษ
น้อยกว่าหรือเท่ากับตัวส่วน หาค่าของตัวไมท่ ราบค่าในประโยคสัญลกั ษณ์แสดงการบวกและการลบของจานวนนับ
ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณของจานวน ๑ หลักกับจานวน
ไม่เกิน ๔ หลัก และจานวน ๒ หลักกับจานวน ๒ หลัก หาค่าของตัวไมท่ ราบค่าในประโยคสัญลักษณแ์ สดงการหาร
ทต่ี ัวตั้งไมเ่ กนิ ๔ หลกั ตัวหาร ๑ หลัก และหาผลลพั ธก์ ารบวก ลบ คูณ หารระคน และแสดงวธิ ีการหาคาตอบของ
โจทย์ปัญหา ๒ ขั้นตอน ของจานวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาผลบวกและแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหา
การบวกของเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากันและผลบวกไม่เกิน ๑ และหาผลลบพร้อมท้ังแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์
ปัญหาการลบของเสษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากัน ระบุจานวนที่หายไปในแบบรูปของจานวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละ
เท่า ๆ กัน แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับเงิน เวลา และระยะเวลา เลือกใช้เคร่ืองมือความยาวท่ีเหมาะสม
วัดและบอกความยาวของส่ิงต่าง ๆ เป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตร เมตรและเซนตเิ มตร คาดคะเนความยาวเป็นเมตร
และเป็นเซนติเมตร เปรียบเทียบความยาวระหว่างเซนติเมตรกับมิลลิเมตร เมตรกับเซนติเมตร กิโลเมตรกับเมตร
จากสถานการณ์ต่าง ๆ แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกีย่ วกับความยาวที่มีหน่วยเปน็ เซนตเิ มตรและมลิ ลิเมตร
เมตรและเซนติเมตร กิโลเมตรและเมตร เลือกใช้เครื่องช่ังที่เหมาะสม วัดและบอกนา้ หนักเป็นกิโลกรัมและขีด
กิโลกรมั และกรัม คาดคะเนน้าหนักเป็นกิโลกรมั และเป็นขีด เปรียบเทียบน้าหนักและแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์
ปญั หาเกยี่ วกับน้าหนักท่ีมีหน่วยเป็นกิโลกรัมกับกรัม เมตริกตนั กับกิโลกรัม จากสถานการณ์ต่าง ๆ เลอื กใช้เคร่ืองตวง
ท่ีเหมาะสม วัดและเปรียบเทียบปริมาตรความจุเป็นลิตรและมิลลิลิตร คาดคะเนปริมาตรและความจุเป็นลิตร
และแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับปริมาตรและความจุที่มีหน่วยเป็นลิตรและมิลลิเมตร ระบุรูป
เรขาคณิตสองมิติท่ีมีแกนสมมาตรและจานวนแกนสมมาตร เขียนแผนภูมิรูปภาพ และใช้ข้อมูลจากแผนภูมิ
รูปภาพในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา เขียนตารางทางเดียวจากข้อมูลที่เป็นจานวนนับ และใช้ข้อมูลจาก
ตารางทางเดียวในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา

เข้าใจถงึ ความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของ จานวน ผลทเ่ี กดิ ข้ึน
จากการดาเนินการ สมบัติของการดาเนินการ และนาไปใช้ เขา้ ใจและวเิ คราะห์แบบรูป ความสัมพนั ธ์ ฟังกช์ ัน
ลาดบั และอนุกรม และนาไปใช้ เขา้ ใจพื้นฐานเกยี่ วกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของส่งิ ทต่ี ้องการวัดและ
นาไปใช้ เข้าใจและวเิ คราะหร์ ูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งรปู เรขาคณติ และ
ทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนาไปใช้ เขา้ ใจกระบวนการทางสถติ ิ และใช้ความร้เู กยี่ วกับสถติ ใิ นการแกป้ ัญหา

มีทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปัญหา การคิดสร้างสรรค์ การใช้
เทคโนโลยี การส่ือสารและการร่วมมือ ซ่ึงจะส่งผลให้ผู้เรียนรู้เท่าทัน การเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจ สังคม
วัฒนธรรม และสภาพแวดลอ้ ม สามารถแข่งขนั และ อยู่ร่วมกบั ประชาคมโลกได้

๒๖

รหสั ตัวชี้วัด

ค ๑.๑ ป.๓/๑ ,ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐, ป.๓/๑๑
ค ๑.๒ ป.๓/๑
ค ๒.๑ ป.๓/๑ ,ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐, ป.๓/๑๑,

ป.๓/๑๒, ป.๓/๑๓
ค ๒.๒ ป.๓/๑
ค ๓.๑ ป.๓/๑ ,ป.๓/๒
รวมทั้งหมด ๒๘ ตัวชวี้ ดั

ค๑๔๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๔ ... ๒๗
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๔
คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

กลุม่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
เวลา ๑๖๐ ชัว่ โมง

คาอธิบายรายวชิ า

อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจานวนนับท่ีมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐
เปรียบเทียบและเรียงลาดบั จานวนนับทม่ี ากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ จากสถานการณ์ต่าง ๆ บอก อ่าน และเขียนเศษส่วน
จานวนคละแสดงปริมาณสงิ่ ต่าง ๆ และแสดงสิ่งตา่ ง ๆ ตามเศษส่วน จานวนคละทีก่ าหนด เปรยี บเทียบ เรียงลาดับ
เศษส่วนและจานวนคละท่ีตัวส่วนตัวหน่ึงเป็นพหุคูณของอีกตัวหนึ่ง อ่านและเขียนทศนิยมไม่เกิน ๓ ตาแหน่ง
แสดงปริมาณของสิ่งต่าง ๆ และแสดงสิ่งต่าง ๆ ตามทศนิยมที่กาหนด เปรียบเทียบและเรียงลาดับทศนิยมไม่เกิน
๓ ตาแหนง่ จากสถานการณ์ต่าง ๆ ประมาณผลลัพธ์ของการบวก การลบ การคูณ การหาร จากสถานการณ์ตา่ ง ๆ
อย่างสมเหตุสมผล หาค่าของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลักษณ์แสดงการบวกและการลบของจานวนนับที่มากกว่า
๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณของจานวนหลายหลัก ๒ จานวน
ที่มีผลคูณไม่เกิน ๖ หลัก และประโยคสัญลักษณ์แสดงการหารท่ีตัวตั้งไม่เกิน ๖ หลัก ตัวหารไม่เกิน ๒ หลัก หาผลลัพธ์
การบวก ลบ คูณ หารระคน ของจานวนนับ และ ๐ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหา ๒ ขั้นตอนของจานวนนับ
ท่ีมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ สร้างโจทยป์ ัญหา ๒ ข้ันตอนของจานวนนับ และ ๐ พรอ้ มท้ังหาคาตอบ หาผลบวก
ผลลบของเศษส่วนและจานวนคละที่ตัวส่วนตัวหนง่ึ เป็นพหุคูณของอีกตัวหนง่ึ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหา
การบวกและการลบเศษส่วนและจานวนคละท่ีตัวส่วนตัวหน่ึงเป็นพหุคูณของอีกตัวหน่ึง หาผลบวก ผลลบของทศนิยม
ไม่เกนิ ๓ ตาแหน่ง และแสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ ๒ ข้ันตอนของทศนิยมไม่เกนิ ๓ ตาแหนง่
แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกบั เวลา วัดและสร้างมุมโดยใช้โพรแทรกเตอร์ แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์
ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพื้นท่ีของรูปสี่เหล่ียมมุมฉาก จาแนกชนิดของมุม บอกชื่อมุม ส่วนประกอบ
ของมุมและเขียนสัญลักษณ์แสดงมุม สร้างรูปส่ีเหลี่ยมมุมฉากเมื่อกาหนดความยาวของด้าน ใช้ข้อมูลจากแผนภูมิ
แท่ง ตารางสองทางในการหาคาตอบของโจทยป์ ัญหา

เข้าใจถงึ ความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของ จานวน ผลท่เี กิดขนึ้
จากการดาเนินการ สมบัติของการดาเนนิ การ และนาไปใช้ เขา้ ใจและวเิ คราะห์แบบรปู ความสัมพันธ์ ฟงั ก์ชนั
ลาดบั และอนุกรม และนาไปใช้ เข้าใจพนื้ ฐานเก่ียวกบั การวดั วัดและคาดคะเนขนาดของสง่ิ ที่ต้องการวดั และ
นาไปใช้ เข้าใจและวิเคราะหร์ ูปเรขาคณิต สมบตั ิของรปู เรขาคณิต ความสัมพนั ธร์ ะหว่างรปู เรขาคณติ และ
ทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนาไปใช้ เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใชค้ วามรู้เก่ยี วกับสถติ ใิ นการแกป้ ัญหา

มีทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปัญหา การคิดสร้างสรรค์ การใช้
เทคโนโลยี การส่ือสารและการร่วมมือ ซ่ึงจะส่งผลให้ผู้เรียนรู้เท่าทัน การเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจ สังคม
วฒั นธรรม และสภาพแวดลอ้ ม สามารถแขง่ ขนั และ อยูร่ ว่ มกบั ประชาคมโลกได้

๒๘

รหสั ตัวชี้วัด

ค ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘, ป.๔/๙, ป.๔/๑๐,
ป.๔/๑๑, ป.๔/๑๒, ป.๔/๑๓, ป.๔/๑๔, ป.๔/๑๕, ป.๔/๑๖,

ค ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ค ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ค ๓.๑ ป.๔/๑
รวมท้ังหมด ๒๒ ตวั ชว้ี ดั

... ๒๙

ค๑๕๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๕ คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๕
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
เวลา ๑๖๐ ชัว่ โมง

คาอธบิ ายรายวชิ า

เขียนเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็นตัวประกอบของ ๑๐ หรือ ๑๐๐ หรือ ๑,๐๐๐ ในรปู ทศนิยม แสดงวิธหี าคาตอบ
ของโจทย์ปัญหาโดยใช้บัญญัติไตรยางศ์ หาผลบวก ผลลบ ผลคูณ ผลหารของเศษส่วนและจานวนคละ แสดงวิธี
หาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ๒ ขั้นตอน หาผลคูณของทศนิยมที่ผลคูณ
เป็นทศนิยมไม่เกิน ๓ ตาแหน่ง หาผลหารท่ีตัวต้ังเป็นจานวนนับหรือทศนิยมไม่เกิน ๓ ตาแหน่ง และตัวหารเป็น
จานวนนับ ผลหารเป็นทศนิยมไม่เกิน ๓ ตาแหน่ง แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ
การหารทศนิยม ๒ ข้ันตอน และแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาร้อยละไม่เกิน ๒ ขั้นตอน แสดงวิธีหาคาตอบ
ของโจทยป์ ัญหาเกย่ี วกบั ความยาว นา้ หนัก ท่ีมกี ารเปล่ียนหน่วยและเขยี นในรูปทศนิยม แสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์
ปัญหาเก่ียวกับปริมาตรของทรงสี่เหล่ียมมุมฉากและความจุของภาชนะทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก แสดงวิธีหาคาตอบ
ของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวรอบรูปของรูปสี่เหล่ียมและพื้นที่ของรูปสี่เหล่ียมด้านขนานและรูปสเี่ หล่ียมขนม
เปียกปูน สร้างเส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงให้ขนานกับเส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงที่กาหนดให้ จาแนกรูป
สเี่ หล่ียมโดยพิจารณาจากสมบัติของรูป สร้างรูปส่ีเหลี่ยมชนิดต่าง ๆ เมื่อกาหนดความยาวของด้านและขนาดของ
มุมหรือเมื่อกาหนดความยาวของเสน้ ทแยงมุม และบอกลักษณะของปริซึม ใช้ขอ้ มูลจากกราฟเส้นในการหาคาตอบ
ของโจทย์ปัญหา และเขยี นแผนภูมิแทง่ จากข้อมลู ท่ีเป็นจานวนนับ

เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของ จานวน ผลทเี่ กิดข้ึนจาก
การดาเนนิ การ สมบัติของการดาเนินการ และนาไปใช้ เขา้ ใจและวเิ คราะห์แบบรูป ความสัมพนั ธ์ ฟังก์ชัน ลาดบั
และอนุกรม และนาไปใช้ เขา้ ใจพนื้ ฐานเกีย่ วกับการวดั วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งทตี่ ้องการวัดและนาไปใช้
เข้าใจและวเิ คราะห์รปู เรขาคณิต สมบตั ขิ องรูปเรขาคณิต ความสัมพันธร์ ะหวา่ งรปู เรขาคณิต และทฤษฎีบททาง
เรขาคณิต และนาไปใช้ เขา้ ใจกระบวนการทางสถิติ และใชค้ วามรู้เกีย่ วกบั สถิติในการแก้ปญั หา

มีทักษะดา้ นการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ การแก้ปญั หา การคดิ สรา้ งสรรค์ การใช้
เทคโนโลยี การสอื่ สารและการร่วมมอื ซึง่ จะสง่ ผลใหผ้ ูเ้ รยี นรเู้ ท่าทัน การเปลย่ี นแปลงของระบบเศรษฐกจิ สังคม
วฒั นธรรม และสภาพแวดลอ้ ม สามารถแข่งขันและ อยรู่ ว่ มกบั ประชาคมโลกได้

รหัสตวั ช้ีวัด

ค ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ค ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
รวมทั้งหมด ๑๙ ตัวชี้วดั

๓๐ คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน

ค๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๖ กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ เวลา ๑๖๐ ช่วั โมง

คาอธิบายรายวชิ า

เปรยี บเทียบ เรียงลาดับเศษส่วนและจานวนคละ จากสถานการณ์ตา่ ง ๆ เขียนอัตราสว่ นแสดงการเปรียบเทยี บ
ปรมิ าณ ๒ ปริมาณจากขอ้ ความหรือสถานการณ์ โดยที่ปริมาณแต่ละปริมาณเป็นจานวนนับ หาอัตราส่วนท่ีเท่ากับ
อตั ราส่วนทก่ี าหนดให้ หา ห ของจานวนนับไมเ่ กิน .น.ร.และ ค .ม.ร.๓ จานวน แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์ปญั หา
โดยใชค้ วามรู้เก่ียวกบั หหาผลลัพธ์ของการบวก ลบ คณู หารร .น.ร.และ ค .ม.ร.ะคนของเศษสว่ นและจานวนคละ
แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาเศษส่วนและจานวนคละ ๒-๓ ขั้นตอน หาผลหารของทศนิยมที่ตัวหารและผลหาร
เป็นทศนยิ มไม่เกนิ ๓ ตาแหน่ง แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม ๓ ขั้นตอน
แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาอัตราส่วน แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาร้อยละ ๒-๓ ข้ันตอน และแสดง
วิธีคิดและหาคาตอบของปัญหาเกี่ยวกับแบบรูป แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรของรูป
เรขาคณิตสามมิติทีป่ ระกอบด้วยทรงสเ่ี หล่ียมมมุ ฉาก แสดงวิธหี าคาตอบของโจทยป์ ัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูป
และพื้นท่ีของรูปหลายเหลี่ยม และความยาวรอบรูปและพื้นที่ของวงกลม จาแนกรูปสามเหลี่ยมโดยพิจารณาจาก
สมบตั ิของรูป สร้างรปู สามเหลี่ยมเม่ือกาหนดความยาวของด้านและขนาดของมุม บอกลักษณะของรูปเรขาคณิต
สามมิติชนิดต่าง ๆ ระบุรูปเรขาคณิตสามมิติที่ประกอบจากรูปคล่ี และระบุรูปคล่ีของรูปเรขาคณิตสามมิติ ใช้
ข้อมูลจากแผนภมู ิรูปวงกลมในการหาคาตอบของโจทยป์ ญั หา

เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของ จานวน ผลท่ีเกิดข้ึนจาก
การดาเนนิ การ สมบัติของการดาเนนิ การ และนาไปใช้ เขา้ ใจและวิเคราะห์แบบรูป ความสมั พันธ์ ฟังกช์ ัน ลาดบั
และอนุกรม และนาไปใช้ เข้าใจพ้นื ฐานเก่ียวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งท่ตี อ้ งการวดั และนาไปใช้
เข้าใจและวเิ คราะหร์ ปู เรขาคณติ สมบัตขิ องรูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์ระหว่างรปู เรขาคณติ และทฤษฎบี ททาง
เรขาคณิต และนาไปใช้ เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรเู้ กย่ี วกบั สถติ ิในการแก้ปญั หา

มีทักษะดา้ นการคดิ วิเคราะห์ การคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ การแก้ปญั หา การคดิ สร้างสรรค์ การใช้
เทคโนโลยี การสอ่ื สารและการรว่ มมอื ซง่ึ จะสง่ ผลให้ผเู้ รียนรู้เท่าทัน การเปล่ยี นแปลงของระบบเศรษฐกจิ สังคม
วัฒนธรรม และสภาพแวดลอ้ ม สามารถแขง่ ขันและ อยูร่ ่วมกบั ประชาคมโลกได้

รหสั ตัวช้ีวัด

ค ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙, ป.๖/๑๐,
ป.๖/๑๑

ค ๑.๒ ป.๖/๑
ค ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ค ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
ค ๓.๑ ป.๖/๑
รวมทั้งหมด ๒๐ ตัวช้ีวัด

... ๓๑

คาอธบิ ายรายวิชา
กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์

และเทคโนโลยี

๓๒

โครงสรา้ งรายวิชาพน้ื ฐานกล่มุ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระดบั ช้ันประถมศกึ ษา

รายวิชาพนื้ ฐาน จานวน ๘๐ ช่ัวโมง
ว๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑ จานวน ๘๐ ช่ัวโมง
ว๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒ จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
ว๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓ จานวน ๑๒๐ ชว่ั โมง
ว๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ จานวน ๑๒๐ ชัว่ โมง
ว๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๕ จานวน ๑๒๐ ชั่วโมง
ว๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖

... ๓๓

คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ว๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง

คาอธบิ ายรายวชิ า

ศกึ ษา วิเคราะห์ พืชและสัตว์ทีอ่ าศัยอยู่บริเวณต่างๆ สภาพแวดลอ้ มท่เี หมาะสมกับการดารงชีวติ ของสัตว์
ในบริเวณท่ีอาศัยอยู่ รวมถงึ หน้าท่ีของส่วนต่าง ๆ ของสัตว์และพืช อีกท้ังหน้าที่และการทาหน้าท่ีรว่ มกันของส่วนต่าง
ๆ ของรา่ งกายมนษุ ย์ นอกจากนมี้ กี ารจัดกลุ่มของวสั ดุตามสมบตั ิท่สี งั เกตได้ การเกิดเสยี งและทิศทาง การเคลื่อนที่ของ
เสียง ท้ังนี้รวมถึงปรากฏการณ์บนท้องฟ้าในเวลากลางวันและกลางคืน ลักษณะภายนอกของหิน และสามารถ
แกป้ ัญหาโดยใชภ้ าพ สัญลักษณ์หรอื ข้อความ การเขยี นโปรแกรมอย่างง่าย จากการใชส้ ่ือซอฟต์แวร์ การใช้เทคโนโลยี
ในการสร้าง จัดเก็บ เรยี กใช้ขอ้ มูล การใช้คอมพวิ เตอร์และการดแู ลรกั ษาอุปกรณ์

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจ ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การ
เปรยี บเทียบข้อมูลจากหลกั ฐานเชิงประจักษแ์ ละการอภปิ ราย เพ่ือให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสาร
สิ่งทเี่ รียนรู้ และมีความสามารถในการตัดสนิ ใจ

เกิดการรับรู้ และเห็นคุณค่าของการนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์
จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสมทพี่ งึ ประสงคต์ ่อการดาเนินชีวิตในปัจจบุ นั

รหสั ตวั ชี้วดั

วิทยาศาสตร์
มาตรฐาน ว ๑.๑ ป.๑/๑ ,ป.๑/๒
มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๑/๑ ,ป.๑/๒
มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๑/๑ ,ป.๑/๒
มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๑/๑
มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๑/๑ ,ป.๑/๒
มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๑/๑
วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ)
มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๑/๑ ,ป.๑/๒,ป.๑/๓,ป.๑/๔,ป.๑/๕
รวมทั้งหมด ๑๕ ตวั ชีว้ ดั

๓๔

คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

ว๑๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๒ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง

คาอธบิ ายรายวชิ า

ศึกษา วิเคราะห์ ความต้องการแสงและน้าเพื่อการเจริญเติบโตของพืช วัฏจักรชีวิตของพืชดอก รวมถึง

ลักษณะของสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต อีกท้ังสมบัติของวัสดุและการนาสมบัติของวัสดุไปประยุกต์ใช้ในการทาวัตถุ

ในชีวิตประจาวัน ท้ังน้ีวัสดุท่ีใช้แล้วมีประโยชน์สามารถนากลับมาใช้ใหม่ได้ นอกจากนี้การเคล่ือนท่ีของแสงจาก

แหลง่ กาเนิดแสง ส่งผลให้สามารถมองเห็นวัตถุ และเสนอแนะแนวทางการปอ้ งกนั อนั ตรายจากการมองวัตถุบรเิ วณ

ทีม่ ีแสงสว่างไม่เหมาะสม นอกจากนีใ้ นเร่อื งของดินมีส่วนประกอบที่หลากหลาย และสามารถจาแนกชนิดของดิน

โดยใช้เกณฑ์ของลักษณะเน้ือดินและการจับตัว รวมถึงอธิบายการใช้ประโยชน์จากดิน อีกทั้งสามารถ

แก้ปัญหาโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์หรือข้อความ การเขียนโปรแกรมอย่างง่าย จากการใช้สื่อซอฟต์แวร์ การใช้

เทคโนโลยใี นการสร้าง จดั เก็บ เรียกใช้ขอ้ มลู การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจ ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การ

เปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์และการอภิปราย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ

สอ่ื สารสิ่งที่เรียนรู้ และมีความสามารถในการตดั สนิ ใจ

เกิดการรับรู้ และเห็นคณุ ค่าของการนาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจาวนั มีจติ วทิ ยาศาสตร์

จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสมที่พงึ ประสงค์ต่อการดาเนนิ ชวี ติ ในปัจจบุ นั

รหัสตวั ชี้วัด

วิทยาศาสตร์
มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๒/๑ ,ป.๒/๒,ป.๒/๓
มาตรฐาน ว ๑.๓ ป.๒/๑
มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๒/๑ ,ป.๒/๒,ป.๒/๓,ป.๒/๔
มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๒/๑ ,ป.๒/๒
มาตรฐาน ว ๓.๒ ป.๒/๑ ,ป.๒/๒
วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ)
มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๒/๑ ,ป.๒/๒,ป.๒/๓,ป.๒/๔,
รวมทั้งหมด ๑๖ ตัวช้วี ัด

... ๓๕

คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ว๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ เวลา ๘๐ ชั่วโมง

คาอธิบายรายวชิ า

ศึกษา วิเคราะห์ สิ่งท่ีจาเป็นต่อการดารงชีวิต และการเจริญเติบโตของมนุษย์และสัตว์ รวมถึงประโยชน์
ของอาหาร น้า และอากาศ สามารถดูแลตนเองและสัตว์ให้ได้รับส่ิงเหล่าน้ีอย่างเหมาะสม อีกทั้งบรรยายและ
เปรียบเทียบวัฏจักรชีวิตของสัตว์ นอกจากน้ีมีเร่ืองของส่วนประกอบของวัตถุ และการเปล่ียนแปลงของวัสดุเมื่อ
ทาให้ร้อนข้ึนหรือทาให้เย็นลง โดยการเปลี่ยนแปลงและการเคล่ือนท่ีของวัตถุเกิดจากแรง ท้ังแรงสัมผัสและแรง
ไม่สัมผัสที่มีผลต่อการเคลื่อนที่ของวัตถุ รวมถึงการดึงดูดระหว่างแม่เหล็กกับวัตถุ ข้ัวแม่เหล็ก และการเปลี่ยน
พลังงาน การทางานของเครื่องกาเนิดไฟฟ้า และแหล่งพลังงานในการผลิตไฟฟ้า รวมถึงประโยชน์และโทษของ
ไฟฟ้า โดยนาเสนอวิธีการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด และปลอดภัย อีกทั้งในเร่ืองของเส้นทางการขึ้นและตกของดวง
อาทิตย์ การเกิดกลางวันกลางคืน และการกาหนดทิศ ความสาคัญของดวงอาทิตย์ต่อส่ิงมีชีวิต รวมไปถึง
ส่วนประกอบและความสาคัญของอากาศ และผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อสิ่งมีชีวิต การนาเสนอแนว
ทางการปฏิบัติตนในการลดการเกิดมลพษิ ทางอากาศ นอกจากนี้สามารถอธิบายการเกิดลมและบรรยายประโยชน์
และโทษของลม อีกท้ังสามารถแสดงอัลกอริทึมในการทางาน แก้ปัญหาโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์หรือข้อความ การ
เขยี นโปรแกรมอย่างง่าย จากการใชส้ ือ่ ซอฟต์แวร์ และใช้อินเทอรเ์ น็ตในการค้นหาความรู้ และรวบรวมประมวลผล
และนาเสนอข้อมูลโดยใชซ้ อฟตแ์ วร์

โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจ ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การ
เปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชงิ ประจักษ์ และการอภปิ ราย เพอ่ื ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ
สื่อสารสิง่ ที่เรยี นรู้ และมีความสามารถในการตัดสนิ ใจ

เกดิ การรบั รู้ และเห็นคุณคา่ ของการนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวัน มจี ติ วทิ ยาศาสตร์
จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมที่เหมาะสมที่พึงประสงคต์ ่อการดาเนนิ ชีวิตในปจั จุบัน

รหัสตวั ชี้วดั

วิทยาศาสตร์
มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔
มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๓/๑,ป.๓/๒
มาตรฐาน ว ๒.๒ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔
มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓
มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓
มาตรฐาน ว ๓.๒ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔
วิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ)
มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔,ป.๓/๕
รวมทั้งหมด ๒๕ ตัวชี้วดั

๓๖

คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน

ว๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔ เวลา ๑๒๐ ชัว่ โมง

คาอธิบายรายวิชา

ศึกษา วิเคราะห์ หน้าท่ีของราก ลาตน้ ใบ และดอกของพืชดอก สว่ นประกอบของพืชดอก ความแตกต่าง
ของลักษณะของสิ่งมีชีวิตออกเป็น กลุ่มพืช กลุ่มสัตว์ และกลุ่มที่ไม่ใช่พืชและสัตว์ จาแนกพืชออกเป็นพืชดอกและ
พืชไม่มีดอก จาแนกสัตวอ์ อกเป็นสัตว์มีกระดกู สันหลังและสตั ว์ไม่มีกระดกู สันหลงั ลักษณะเฉพาะของสัตว์มกี ระดูก
สันหลังในกลุ่มปลา กลุ่มสัตว์สะเทินน้าสะเทินบก กลุ่มสัตว์เล้ือยคลาน กลุ่มนก และกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
ตัวอย่างของสัตว์ในแต่ละกลุ่ม นอกจากนี้เปรียบเทยี บสมบัตทิ างกายภาพของวสั ดจุ ากการทดลองและระบุการนา
สมบัติของวัสดุไปใช้ในชีวิตประจาวันโดยผ่านกระบวนการออกแบบชิ้นงาน แลกเปลี่ยนความคิดกับผู้อ่ืนโดยการ
อภิปรายเกี่ยวกับสมบัติทางกายภาพของวัสดุอย่างด้านความแข็ง และสภาพความยืดหยุ่น การนาความร้อน การ
นาไฟฟ้า ของวสั ดุ สมบัติของสสารทง้ั ๓ สถานะ การสังเกต มวล ความต้องการที่อยู่ รูปรา่ งและปริมาตรของสสาร
เคร่อื งมอื ท่ใี ช้สาหรบั การวัดมวล และปริมาตรของสสาร ทง้ั ๓ สถานะ ผลของแรงโนม้ ถ่วงที่มีต่อวัตถุ การใชเ้ ครื่อง
ชง่ั สปริงในการวัดนา้ หนักของวัตถุ มวลของวตั ถุท่ีมีผลต่อการเปล่ียนแปลงการเคลื่อนท่ีของวัตถุ วัตถุทเ่ี ปน็ ตวั กลาง
โปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสง และวัตถุทึบแสง ลักษณะการมองเห็นผ่านวัตถุ แบบรูปเส้นทางการข้ึนและตกของดวง
จันทร์ แบบจาลองอธิบายแบบรูปการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของดวงจันทร์ และสามารถพยากรณ์รูปร่างของดวง
จนั ทร์ทป่ี รากฏ แบบจาลองแสดงองค์ประกอบของระบบสรุ ยิ ะ และเปรียบเทยี บคาบของการโคจรของดาวเคราะห์
ตา่ ง ๆ จากแบบจาลองได้

ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทางาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จากปัญหาอย่างง่าย
ออกแบบ และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไขใช้
อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้ นาเสนอข้อมูลและสารสนเทศ ตลอดจนใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบ
เสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และ
การอภิปรายเพ่อื ให้เกิดความรู้ ความคดิ ความเข้าใจสามารถส่อื สารส่ิงทเ่ี รยี นรู้ และมีความสามารถ
ในการตดั สินใจ

เกิดการรับรู้ และเห็นคุณค่าของการนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์
จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มทีเ่ หมาะสมทพ่ี งึ ประสงค์ต่อการดาเนนิ ชวี ติ ในปจั จบุ ัน

... ๓๗

รหัสตวั ช้ีวดั

วทิ ยาศาสตร์

มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๔/๑

มาตรฐาน ว ๑.๓ ป.๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓,ป.๔/๔

มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓,ป.๔/๔

มาตรฐาน ว ๒.๒ ป.๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓

มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๔/๑

มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓

วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ)

มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓,ป.๔/๔,ป.๔/๕

รวมทั้งหมด ๒๑ ตัวช้วี ดั

๓๘

คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน

ว๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๕ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๕ เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง

คาอธิบายรายวิชา

ศึกษา วิเคราะห์ โครงสร้างและลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมกับการ และการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตในแต่ละ
แหลง่ ทอี่ ยู่ ความสัมพันธร์ ะหว่างส่ิงมีชวี ิตกับส่ิงมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวิตกบั ส่งิ ไม่มชี ีวติ เพอื่ ประโยชนต์ ่อ
การดารงชีวิตในห่วงโซ่อาหารและบทบาทหน้าที่ของสิ่งมีชีวิตท่ีเป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคในโซ่อาหาร ส่วนลักษณะทาง
พันธุกรรมที่มีการถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของพืช สัตว์ และมนุษย์ ว่ามีลักษณะท่ีคล้ายคลึงกันของตนเองกับพ่อแม่ การ
เปล่ียนสถานะของสสารและการเปล่ยี นแปลงทางเคมี ส่วนวธิ ีการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันทกี่ ระทาต่อ
วัตถุอยู่น่งิ การใช้เครอ่ื งชั่งสปริงในการวดั แรงท่ีกระทาต่อวัตถุ สง่ ผลต่อแรงเสยี ดทานทม่ี ีตอ่ การเปล่ียนแปลงการเคลื่อนที่
ของวัตถุ และการเขยี นแผนภาพของแรง ทาให้ได้ยินเสยี งผา่ นตวั กลาง การเกิดเสียงสงู เสยี งตา่ ออกแบบการทดลองและ
อธิบายลักษณะและการเกิดเสียงดัง เสียงค่อย การวัดระดับเสียงโดยใช้เครื่องมือวัดระดับเสียง เพ่ือหาแนวทางในการ
หลีกเลี่ยงและลดมลพิษทางเสียง และสามารถหาความแตกต่างของดาวเคราะหแ์ ละดาวฤกษ์จากแบบจาลอง โดยการใช้
แผนทด่ี าวระบตุ าแหนง่ และเส้นทางการข้นึ และตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟา้ เพอื่ ระบุปรมิ าณน้าในแต่ละแหล่ง ปรมิ าณ
น้าทม่ี นุษย์สามารถนามาใช้ประโยชน์ได้ แนวทางการใช้น้าอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น้า มีแบบจาลองการหมุนเวียน
ของน้าในวฏั จกั รนา้ ทีไ่ ดจ้ ากกระบวนการเกิดเมฆ หมอก นา้ ค้าง และน้าค้างแขง็ จากแบบจาลอง และกระบวนการเกดิ ฝน
หิมะ และลูกเห็บ ตลอดจนการใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทางาน การคาดการณ์ผลลัพธ์จาก
ปัญหาอย่างง่าย สามารถออกแบบ และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟตแ์ วร์ หรือสือ่ และตรวจหาข้อผิดพลาดและ
แกไ้ ข โดยใช้อินเทอรเ์ นต็ ค้นหาข้อมูล ติดตอ่ สอื่ สารและทางานร่วมกนั เพ่อื ประเมินความนา่ เช่ือถือของขอ้ มูล รวบรวม ผล
ประเมิน นาเสนอขอ้ มูลและสารสนเทศโดยใชซ้ อฟต์แวร์หรือบรกิ ารบนอนิ เตอร์เน็ตท่หี ลากหลาย

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูลการ

เปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ และการอภิปราย เพ่อื ให้เกดิ ความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สามารถสื่อสารส่ิง
ทีเ่ รียนรู้ มคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ

เกิดการรับรู้ และเห็นคุณค่าของสิ่งแวดล้อมที่มีต่อการดารงชีวิตของส่ิงมีชีวิต โดยมีส่วนร่วมในการดูแลรักษา
ส่งิ แวดล้อม นาความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจาวัน มจี ติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมทเี่ หมาะสมที่พึง
ประสงคต์ อ่ การดาเนินชวี ติ ในปจั จุบนั

... ๓๙

รหัสตวั ชี้วัด

วิทยาศาสตร์
มาตรฐาน ว ๑.๑ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓,ป.๕/๔
มาตรฐาน ว ๑.๓ ป.๕/๑,ป.๕/๒
มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓,ป.๕/๔
มาตรฐาน ว ๒.๒ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓,ป.๕/๔,ป.๕/๕
มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓,ป.๕/๔,ป.๕/๕
มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๕/๑,ป.๕/๒
มาตรฐาน ว ๓.๒ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓,ป.๕/๔,ป.๕/๕
วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ)
มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓,ป.๕/๔,ป.๕/๕
รวมทั้งหมด ๓๒ ตัวชวี้ ดั

๔๐

คาอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน

ว๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง

คาอธบิ ายรายวชิ า

ศึกษา วิเคราะห์ สารอาหารประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารท่ีตนเองรับประทานเพ่ือ
การเลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนท่ีเหมาะสมกับเพศและวัย รวมท้ังความปลอดภัย
ต่อสุขภาพ โดยมีแบบจาลอง ระบบยอ่ ยอาหาร อวัยวะในระบบย่อยอาหารมหี น้าที่สาหรับการยอ่ ยอาหารและการ
ดดู ซึมสารอาหาร ความสาคัญของระบบยอ่ ยอาหาร การดูแลรักษาอวัยวะในระบบย่อยอาหารให้ทางานเป็นปกติ
มีการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน
สามารถหาวิธีการแก้ปัญหาในชีวิตประจาวันเก่ียวกับการแยกสาร การเกิดผลของแรงไฟฟ้าซ่ึงเกิดจากวัตถุท่ีผ่าน
การขัดถู จากส่วนประกอบ หน้าที่ ของวงจรไฟฟ้าแต่ละส่วนอย่างง่าย โดยมีแผนภาพการต่อวงจรไฟฟ้าแบบ
อนุกรมและแบบขนาน สามารถใช้การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและขนานด้วยวิธีการที่เหมาะสม มีประโยชน์
ข้อจากัด ของการเกิดเงามืด เงามัว จากแผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกิดเงามืดเงามัว จากแบบจาลอง
ปรากฏการณ์สุริยุปราคา และจันทรุปราคา มีการพัฒนาของเทคโนโลยีอวกาศและการใช้ประโยชน์ใน
ชีวิตประจาวัน ส่วนกระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร ดูจากแบบจาลองวัฏจักรหิน เพื่อหา
ประโยชน์ของหินและแร่ในชีวิตประจาวัน มแี บบจาลองการเกิดของซากดึกดาบรรพ์สภาพแวดล้อมในอดีต ท่ีเกิด
จากลมบก ลมทะเล และมรสุม จากแบบจาลอง สามารถส่งผลต่อการเกิดของมรสุมในฤดูต่างๆ ของประเทศไทย
เกิดผลกระทบของ น้าท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว สึนามิ ร่วมถึงผลกระทบของภัยธรรมชาติ
และธรณีพิบัติภัย เพ่ือหาแนวทางการเฝ้าระวังและปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ จากแบบจาลองเพื่อ
อธิบายการเกิดและผลของปรากฏการณ์เรือนกระจก กิจกรรมท่ีก่อให้เกิดแก๊สเรือนกระจกที่มีทาให้เกิด
ปรากฏการณ์เรือนกระจกลูกเห็บ ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การทางาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จาก
ปัญหาอย่างง่าย ออกแบบ และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาดและ
แก้ไขใช้อนิ เทอร์เน็ตค้นหาความรู้ รวบรวม ประเมนิ นาเสนอข้อมูลและสารสนเทศ โดยใช้ซอฟต์แวรท์ ่ีหลากหลาย
เพ่ือแกป้ ัญหาในชวี ิตประจาวัน ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั เข้าใจสิทธแิ ละหน้าท่ีของตน เคารพในสทิ ธิ
ของผอู้ น่ื

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การ
เปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจสามารถ
ส่ือสารสงิ่ ท่ีเรียนรู้ มคี วามสามารถในการตดั สินใจ

เกิดการรับรู้ และเห็นคุณค่าของการนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์
จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมทเ่ี หมาะสมท่พี งึ ประสงค์ต่อการดาเนนิ ชีวิตในปัจจบุ ัน

... ๔๑

รหัสตัวชี้วดั

วิทยาศาสตร์
มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓,ป.๖/๔, ป.๖/๕
มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๖/๑
มาตรฐาน ว ๒.๒ ป.๖/๑
มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓,ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘
มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๖/๑,ป.๖/๒
มาตรฐาน ว ๓.๒ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓,ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘,

ป.๖/๙
วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ)
มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓,ป.๖/๔
รวมท้ังหมด ๓๐ ตวั ชีว้ ัด

๔๒

คาอธิบายรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา
ศาสนา และวัฒนธรรม

... ๔๓

โครงสรา้ งรายวิชาพ้ืนฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ระดับชนั้ ประถมศกึ ษา

รายวชิ าพ้ืนฐาน จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส๑๑๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๑ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส๑๒๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๒ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส๑๓๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๓ จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
ส๑๔๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๔ จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
ส๑๕๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๕ จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
ส๑๖๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๖

๔๔

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

ส๑๑๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๑ กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษาฯ
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๑ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง

คาอธิบายรายวิชา

บอกพุทธประวตั ิ หรือประวัติของศาสดาที่ตนนับถอื โดยสังเขป ช่นื ชมและบอกแบบอย่างการดาเนินชวี ิต
และข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก เรื่องเล่า และศาสนิกชนตัวอย่างตามที่กาหนด บอกความหมาย ความสาคัญ
และเคารพพระรัตนตรัย ปฏบิ ัติตามหลกั ธรรมโอวาท ๓ ในพระพทุ ธศาสนา หรือหลกั ธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ
ตามท่ีกาหนด เห็นคุณค่าและสวดมนต์ แผ่เมตตา มีสติที่เป็นพื้นฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรือการพัฒนาจิต
ตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือตามที่กาหนด บาเพ็ญประโยชน์ต่อวัดหรือศาสนสถานของศาสนาที่ตนนับถือ
แสดงตนเป็นพุทธมามกะ หรือแสดงตนเป็นศาสนิกชนของศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรม
และวันสาคัญทางศาสนาตามท่ีกาหนดได้ถูกต้อง ระบุสินคา้ และบริการที่ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน ยกตัวอย่าง
การใช้จ่ายเงินในชีวิตประจาวันท่ีไม่เกินตัวและเห็นประโยชน์ของการออม ยกตัวอย่างการใช้ทรัพยากรใน
ชีวิตประจาวันอย่างประหยัด อธิบายเหตุผลความจาเป็นทีค่ นต้องทางานอยา่ งสุจริต จาแนกสง่ิ แวดลอ้ มรอบตัวที่
เกิดข้ึนเองตามธรรมชาติและท่ีมนุษย์สร้างข้ึน ระบุความสัมพันธ์ของตาแหน่ง ระยะ ทิศของส่ิงต่าง ๆ ใช้แผนผัง
แสดงตาแหน่งของส่ิงต่าง ๆ ในห้องเรียน สังเกตและบอกการเปล่ียนแปลงของสภาพอากาศในรอบวัน บอก
สิ่งแวดล้อมที่เกิดตามธรรมชาติที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์ สังเกตและเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของ
ส่ิงแวดล้อมเพอ่ื การปฏิบัตติ นอยา่ งเหมาะสม มีสว่ นรว่ มในการดูแลสิ่งแวดล้อมท่ีบ้านและหอ้ งเรียน

โดยใช้กระบวนการคดิ กระบวนการสืบคน้ ข้อมลู กระบวนการปฏบิ ัติ กระบวนการทางสังคม กระบวนการ
กลุ่ม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการทางภูมิศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ใช้
ทกั ษะทางภมู ศิ าสตร์ด้านการสังเกต การแปลความขอ้ มลู ทางภมู ิศาสตร์ รวมถึงทกั ษะดา้ นการสื่อสาร

เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถนาไปปฏิบัติในการดาเนินชีวิต มีความสามารถทางภูมิศาสตร์

กระบวนการทางภูมิศาสตร์ ทักษะทางภูมิศาสตร์ และมีทักษะในศตวรรษท่ี ๒๑ ด้านการส่ือสารความสามารถใน

การคิด มีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่

เรยี นรู้ มคี วามรบั ผิดชอบ รักความเปน็ ไทย มจี ติ สาธารณะ สามารถดาเนินชวี ติ อย่างสันติสขุ ในสังคมไทยและสงั คม

โลก


Click to View FlipBook Version