... ๙๕
ง๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ ๖ คาอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชพี
เวลา ๔๐ ชัว่ โมง
คาอธิบายรายวชิ า
ศึกษาแนวทางในการทางานและปรับปรงุ การทางานแต่ละขั้นตอน การใช้ทักษะการจัดการในการทางาน
และมีทักษะการทางานร่วมกัน การปฏิบัติตนอย่างมีมารยาทในการทางานกับครอบครับและผู้อื่น และการสารวจ
ตนเองเพอ่ื วางแผนในการเลือกอาชีพ การระบุความรู้ ความสามารถ และคณุ ธรรมที่สมั พันธ์กับอาชีพที่สนใจ
โดยใช้กระบวนการถ่ายทอด กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ การฝึกทักษะความชานาญ เพ่ือให้
เกิดความรูค้ วามเขา้ ใจ และทักษะความชานาญ สามารถถ่ายทอดเพือ่ การอนุรกั ษ์
เพือ่ ใหเ้ กดิ ความรู้ความเข้าใจ ใฝ่รใู้ ฝ่เรยี น มงุ่ มน่ั ในการทางาน รกั ความเป็นไทย มีวนิ ยั อยู่อย่างพอเพยี ง มี
จติ สาธารณะ
รหัสตวั ช้ีวัด
ง ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ง ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒
รวมทัง้ หมด ๕ ตัวช้ีวดั
๙๖
คาอธิบายรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ
... ๙๗
โครงสร้างรายวชิ าพนื้ ฐานกล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
ระดบั ชนั้ ประถมศึกษา
รายวิชาพ้นื ฐาน
อ ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑ จานวน ๑๒๐ ชัว่ โมง
อ ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๒ จานวน ๑๒๐ ชวั่ โมง
อ ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓ จานวน ๑๒๐ ชัว่ โมง
อ ๑๔๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๔ จานวน ๑๒๐ ชั่วโมง
อ ๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๕ จานวน ๑๒๐ ชัว่ โมง
อ ๑๖๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๖ จานวน ๑๒๐ ชั่วโมง
๙๘
อ๑๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑ คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๑
กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
เวลา ๑๒๐ ช่วั โมง
คาอธิบายรายวชิ า
ปฏิบัติตามคาสั่งง่าย ๆ ที่ฟัง ระบุตัวอักษรและเสียง อ่านออกเสียง และสะกดคาง่าย ๆ ถูกต้องตามหลัก
การอ่าน เลือกภาพตรงตามความหมายของคาและกลุ่มคาที่ฟัง ตอบคาถามจากการฟังเร่ืองใกลต้ ัว การพูดโต้ตอบ
ด้วยคาสั้น ๆ ง่าย ๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง การใช้คาสั่งง่าย ๆ ตามแบบท่ีฟัง บอกความต้องการ
ง่าย ๆ ของตนเองตามแบบท่ีฟัง การพูดขอและให้ข้อมูลง่าย ๆ เก่ียวกับตนเองตามแบบที่ฟัง การพูดให้ข้อมูล
เก่ียวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว การพูดและทาท่าประกอบตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา บอกชื่อและคาศัพท์
เกี่ยวกับเทศกาลสาคัญของเจ้าของภาษา การเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัย การระบุ
ตัวอกั ษรและเสยี งอกั ษรของภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาองั กฤษ) และภาษาไทย บอกคาศพั ทท์ ่ีเก่ียวขอ้ งกับกล่มุ สาระ
การเรียนรู้อื่น การฟัง/พูดในสถานการณ์ง่าย ๆ ท่ีเกิดขึ้นในห้องเรียน การใช้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) เพ่ือ
รวบรวมคาศพั ทท์ เ่ี กย่ี วข้องใกล้ตัว
พดู ถามตอบ และสนทนา/โดยใช้กระบวนการสอนภาษา และกระบวนการกล่มุ ในการฝกึ ออกเสียง ฟัง
โต้ตอบ เพ่ือใหน้ ักเรยี นเกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถสอ่ื สารสง่ิ ท่ีเรียนรู้ สนใจเขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษาและ
วัฒนธรรม รวมถึงการรวบรวมความรู้และแสวงหาความเพลิดเพลนิ จากภาษาอังกฤษ
เพอื่ ให้เกดิ ความรู้ความเข้าใจ ใฝร่ ใู้ ฝเ่ รยี น มุ่งม่ันในการทางาน รกั ความเปน็ ไทย มีวินยั อยู่อยา่ งพอเพียง มี
จติ สาธารณะ
รหัสตวั ชี้วดั
อ ๑.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓ ป.๑/๔
อ ๑.๒ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓ ป.๑/๔
อ ๑.๓ ป.๑/๑
อ ๒.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓
อ ๒.๒ ป.๑/๑
อ ๓.๑ ป.๑/๑
อ ๔.๑ ป.๑/๑
อ ๔.๒ ป.๑/๑
รวมท้ังหมด ๑๖ ตัวชี้วัด
... ๙๙
อ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๒ คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๒
กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
เวลา ๑๒๐ ชว่ั โมง
คาอธิบายรายวิชา
ปฏิบัติตามคาส่ัง และคาขอร้องง่าย ๆ ที่ฟัง ระบุตัวอักษรและเสียง อ่านออกเสียงคา สะกดคา และอ่าน
ประโยคง่าย ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน เลือกภาพตรงตามความหมายของคา กลุ่มคา และประโยคท่ีฟัง ตอบคาถาม
จากการฟังประโยค บทสนทนา หรือนิทานง่าย ๆ ท่ีมีภาพประกอบ พูดโต้ตอบด้วยคาสั้น ๆ ง่าย ๆ ในการสื่อสาร
ระหว่างบุคคลตามแบบท่ีฟัง ใช้คาสั่งและคาขอร้องง่าย ๆ ตามแบบที่ฟัง บอกความต้องการง่าย ๆ ของตนเอง
ตามแบบท่ีฟัง พูดขอและให้ข้อมูลง่าย ๆ เก่ียวกับตนเองตามแบบที่ฟัง พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเร่ืองใกล้ตัว
พูดและทาท่าทางประกอบตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา บอกช่ือและคาศัพท์เกี่ยวกับเทศกาลสาคัญของเจ้าของ
ภาษา เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมท่ีเหมาะสมกับวัย ระบุตัวอักษรและเสียงอักษรของ
ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) และภาษาไทย บอกคาศัพท์ท่ีเก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน ฟัง/พูดใน
สถานการณง์ ่าย ๆ ที่เกดิ ขน้ึ ในห้องเรียน ใชภ้ าษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) เพือ่ รวบรวมคาศัพท์ทเ่ี กย่ี วข้องใกลต้ ัว
ะบวนการสอนภาษา และกระบวนการกลุ่มในการฝกึ ออกเสยี งโดยใช้กรฟัง/พูดในสถานการณ์ง่าย ๆ ที่
เกิดขึ้นในห้องเรียน ใช้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ) เพ่ือรวบรวมคาศัพท์ทเ่ี กย่ี วขอ้ งใกลต้ วั เพื่อให้นักเรียนเกิด
ความรู้ ความเข้าใจ สามารถสือ่ สารส่งิ ท่เี รียนรู้ สนใจเขา้ รว่ มกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรม รวมถงึ การ
รวบรวมความรู้และแสวงหาความเพลิดเพลนิ จากภาษาองั กฤษ
เพอ่ื ใหเ้ กิดความรู้ความเข้าใจ ใฝร่ ู้ใฝเ่ รียน มุง่ ม่ันในการทางาน รกั ความเปน็ ไทย มีวินัย อยู่อย่างพอเพยี ง มี
จติ สาธารณะ
รหัสตวั ชี้วัด
อ ๑.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓ ป.๒/๔
อ ๑.๒ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓ ป.๒/๔
อ ๑.๓ ป.๒/๑
อ ๒.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓
อ ๒.๒ ป.๒/๑
อ ๓.๑ ป.๒/๑
อ ๔.๑ ป.๒/๑
อ ๔.๒ ป.๒/๑
รวมท้ังหมด ๑๖ ตัวช้ีวัด
๑๐๐
อ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓ คาอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๓
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
เวลา ๑๒๐ ชัว่ โมง
คาอธิบายรายวชิ า
ปฏิบัติตามคาส่ังและคาขอร้องท่ีฟังหรืออ่าน อ่านออกเสียงคา สะกดคา อ่านกลุ่มคา ประโยค และบทพูด
เข้าจังหวะ (chant) ง่าย ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน เลือก/ระบุภาพหรือสัญลักษณ์ตรงตามความหมายของกลุ่มคา
และประโยคท่ีฟัง ตอบคาถามจากการฟังหรืออา่ นประโยค บทสนทนา หรอื นิทานง่าย ๆ พูดโต้ตอบด้วยคาสั้น ๆ ง่าย ๆ
ในการส่ือสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ใช้คาส่ังและคาขอร้องง่าย ๆ ตามแบบที่ฟัง บอกความต้องการง่าย ๆ
ของตนเองตามแบบที่ฟัง พูดขอและให้ข้อมูลง่าย ๆ เกี่ยวกบั ตนเองและเพื่อนตามแบบท่ฟี ัง บอกความรู้สึกของตนเอง
เกี่ยวกับส่ิงต่าง ๆ ใกลต้ ัว หรือกิจกรรมต่าง ๆ ตามแบบท่ีฟัง พูดให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเองและเร่ืองใกล้ตัว จัดหมวดหมู่
คาตามประเภทของบุคคล สัตว์ และส่ิงของตามที่ฟังหรืออ่าน พดู และทาทา่ ประกอบตามมารยาทสังคม/วัฒนธรรม
ของเจ้าของภาษา บอกชื่อและคาศัพท์ง่าย ๆ เกี่ยวกับเทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของ
เจ้าของภาษา เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัย บอกความแตกต่างของเสียงตัวอักษร
คา กลุ่มคา และประโยคงา่ ย ๆ ของภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) และภาษาไทย บอกคาศัพท์ท่ีเกีย่ วข้องกับ
กล่มุ สาระการเรียนรอู้ ่นื
โดยใช้กระบวนการสอนภาษา และกระบวนการกลุ่มในการฝึกออกเสียง บอกความแตกต่างของเสียง
ตัวอักษร คา กลุ่มคา และประโยคง่าย ๆ ของภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) และภาษาไทย บอกคาศัพท์ที่
เก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น เพ่ือให้นักเรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ สนใจ
เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม รวมถึงการรวบรวมความรู้และแสวงหาความเพลิดเพลิ นจาก
ภาษาองั กฤษ
เพอ่ื ใหเ้ กิดความรู้ความเข้าใจ ใฝร่ ใู้ ฝเ่ รียน มงุ่ มน่ั ในการทางาน รกั ความเป็นไทย มวี นิ ยั อยู่อย่างพอเพยี ง มี
จิตสาธารณะ
รหัสตัวชี้วัด
อ ๑.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔
อ ๑.๒ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔ ป.๓/๕
อ ๑.๓ ป.๓/๑ ป.๓/๒
อ ๒.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓
อ ๒.๒ ป.๓/๑
อ ๓.๑ ป.๓/๑ อ ๔.๑ ป.๓/๑ อ ๔.๒ ป.๓/๑
รวมทั้งหมด ๑๘ ตวั ช้ีวดั
อ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔ ... ๑๐๑
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๔
คาอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
เวลา ๑๒๐ ชว่ั โมง
คาอธบิ ายรายวิชา
ปฏิบัติตามคาส่ัง คาขอร้อง และคาแนะนา (instructions) ง่าย ๆ ท่ีฟังหรืออ่าน อ่านออกเสียงคา สะกดคา
อ่านกลมุ่ คา ประโยค ขอ้ ความง่าย ๆ และบทพูดเขา้ จังหวะ ถูกต้องตามหลักการอ่าน เลอื ก/ระบุภาพหรือสัญลักษณ์
หรือเครื่องหมายตรงตามความหมายของประโยคและข้อความสั้น ๆ ที่ฟังหรืออ่าน ตอบคาถามจากการฟังหรือ
อ่านประโยค บทสนทนา และนิทานง่าย ๆ พูด/เขียนโต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคล ใช้คาสั่ง คาขอร้อง และ
คาขออนุญาตง่าย ๆ พูด/เขียนแสดงความต้องการของตนเอง ขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ง่ายๆ พูด/เขียน
เพ่ือขอและให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง เพ่ือน และครอบครัว พูดแสดงความรู้สึกของตนเองเก่ียวกับเรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว
หรือกิจกรรมต่าง ๆ ตามแบบท่ีฟัง พูด/เขียนให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเองและเร่ืองใกล้ตัว พูด/วาดภาพแสดงความสัมพันธ์
ของสิ่งต่าง ๆ ใกล้ตัวที่ฟังหรืออ่าน พูดแสดงความคิดเห็นง่าย ๆ เกี่ยวกับเร่อื งต่าง ๆ ใกล้ตัว พูดและทาท่าประกอบ
อย่างสุภาพตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ตอบคาถามเก่ียวกับเทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลอง
และชีวิตความเป็นอยู่ง่าย ๆ ของเจ้าของภาษา การเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัย บอก
ความแตกต่างของเสียงตัวอกั ษร คา กลมุ่ คา ประโยค และข้อความของภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) และภาษาไทย
บอกความเหมือน /ความแตกต่างระหว่างเทศกาลและงานฉลองตามวัฒน ธรรม ของเจ้าของภาษากับของไทย
ค้นคว้า รวบรวมคาศัพท์ท่ีเก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน และนาเสนอด้วยการพูด/การเขียน ฟังและพูด/อ่านใน
สถานการณ์ท่ีเกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา ใช้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ในการสืบค้นและรวบรวมข้อมูล
ตา่ ง ๆ
โดยใช้กระบวนการสอนภาษา และกระบวนการกลุ่มในการฝึกออกเสียง การพูด/การเขียน ฟังและพูด/
อ่านในสถานการณ์ที่เกิดข้ึนในห้องเรียนและสถานศกึ ษา ใช้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ในการสืบค้นและรวบรวม
ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ
เพอื่ ให้เกดิ ความรู้ความเขา้ ใจ ใฝร่ ู้ใฝเ่ รยี น มุ่งม่นั ในการทางาน รักความเป็นไทย มวี ินัย อย่อู ย่างพอเพียง
มจี ติ สาธารณะ
รหสั ตัวช้ีวัด
อ ๑.๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๔
อ ๑.๒ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๔ ป.๔/๕
อ ๑.๓ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓
อ ๒.๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓
อ ๒.๒ ป.๔/๑ ป.๔/๒
อ ๓.๑ ป.๔/๑ อ ๔.๑ ป.๔/๑ อ ๔.๒ ป.๔/๑
รวมทั้งหมด ๒๐ ตวั ชี้วดั
๑๐๒ คาอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน
อ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๕ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๕ เวลา ๑๒๐ ชว่ั โมง
คาอธบิ ายรายวิชา
ปฏิบัติตามคาสั่ง คาขอร้อง และคาแนะนาง่าย ๆ ที่ฟังหรืออ่าน อ่านออกเสียงประโยค ข้อความ และ
บทกลอนส้ัน ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน ระบุ/วาดภาพ สัญลักษณ์ หรือเคร่ืองหมายตรงตามความหมายของประโยค
และข้อความสั้น ๆ ท่ีฟังหรืออ่าน บอกใจความสาคัญและตอบคาถามจากการฟังหรืออ่านบทสนทนา และนิทานง่าย ๆ
หรือเรื่องส้ัน ๆ พูด/เขียนโต้ตอบในการส่ือสารระหว่างบุคคล ใช้คาสั่ง คาขอร้อง คาขออนุญาตและให้คาแนะนาง่าย ๆ
พูด/เขียนแสดงความต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ง่าย ๆ
พูด/เขียนเพื่อขอและให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง เพ่ือน ครอบครัว และเร่ืองใกล้ตัว พูด/เขียนแสดงความรู้สึกของตนเอง
เก่ียวกับเรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว และกิจกรรมต่าง ๆ พร้อมทั้งให้เหตุผลสั้น ๆ ประกอบ พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง
และเร่ืองใกล้ตัว เขยี นภาพ แผนผงั และแผนภูมิแสดงข้อมลู ต่าง ๆ ตามท่ีฟังหรืออ่าน พูดแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกับ
เรือ่ งตา่ ง ๆ ใกลต้ ัว ใช้ถ้อยคา นา้ เสียง และกิริยาท่าทางอย่างสุภาพตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษา ตอบคาถาม/บอกความสาคัญของเทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ง่าย ๆ ของเจ้าของ
ภาษา การเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ บอกความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างการ
ออกเสียงประโยคชนิดต่าง ๆ การใช้เคร่ืองหมายวรรคตอน และการลาดับคา (order) ตามโครงสร้างประโยคของ
ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) และภาษาไทย บอกความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาลและงานฉลอง
ของเจ้าของภาษากับของไทย ค้นคว้า รวบรวมคาศัพท์ที่เก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน และนาเสนอด้วย
การพดู /การเขยี น
โดยใช้กระบวนการสอนภาษา และกระบวนการกลุ่มในการฝึกออกเสียง ฟัง พูด และอ่าน/เขียนใน
สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดข้ึนในห้องเรียนและสถานศึกษา ใช้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ในการสืบค้นและ
รวบรวมขอ้ มูลต่าง ๆ
เพือ่ ให้เกดิ ความรู้ความเข้าใจ ใฝร่ ู้ใฝเ่ รียน มงุ่ มน่ั ในการทางาน รกั ความเป็นไทย มวี นิ ยั อยอู่ ย่างพอเพยี ง
มจี ติ สาธารณะ
รหัสตวั ช้ีวดั
อ ๑.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓ ป.๕/๔ อ ๑.๒ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓ ป.๕/๔ ป.๕/๕
อ ๑.๓ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓
อ ๒.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓
อ ๒.๒ ป.๕/๑ ป.๕/๒
อ ๓.๑ ป.๕/๑ อ ๔.๑ ป.๕/๑ อ ๔.๒ ป.๕/๑
รวมทง้ั หมด ๒๐ ตัวชว้ี ัด
อ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๖ ... ๑๐๓
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
คาอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ
เวลา ๑๒๐ ชวั่ โมง
คาอธิบายรายวิชา
ปฏิบัติตามคาสัง่ คาขอรอ้ ง และคาแนะนาท่ีฟังและอ่าน อ่านออกเสียงข้อความ นิทาน และบทกลอนส้ัน ๆ
ถูกต้องตามหลักการอ่าน เลือก/ระบุประโยค หรือข้อความส้ัน ๆ ตรงตามภาพ สัญลักษณ์ หรือเคร่ืองหมายท่ีอ่าน
บอกใจความสาคัญ และตอบคาถามจากการฟังและอ่านบทสนทนา นิทานง่าย ๆ และเรื่องเล่า พูด/เขียนโต้ตอบ
ในการส่ือสารระหว่างบุคคล ใช้คาส่ัง คาขอร้อง คาขออนุญาต และให้คาแนะนา พูด/เขียนแสดงความต้องการ
ขอความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการใหค้ วามช่วยเหลือในสถานการณง์ ่าย ๆ พดู และเขยี นเพื่อขอและให้ข้อมูล
เกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเร่ืองใกล้ตัว พูด/เขียนแสดงความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับเร่ืองต่าง ๆ ใกล้ตัว
กจิ กรรมต่าง ๆ พร้อมทงั้ ให้เหตุผลสั้น ๆ ประกอบ พูด/เขียนใหข้ ้อมูลเก่ียวกับตนเอง เพื่อน และสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว
เขียนภาพ แผนผัง แผนภูมิ และตารางแสดงข้อมูลต่าง ๆ ตามท่ีฟังหรืออ่าน พูด/เขียนแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ
เร่ืองต่าง ๆ ใกล้ตัว ใช้ถ้อยคา น้าเสียง และกิริยาท่าทางอย่างสุภาพ เหมาะสม ตามมารยาท สังคมและวัฒนธรรม
ของเจ้าของภาษา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลอง/ชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา การเข้า
ร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ บอกความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างการออกเสียง
ประโยคชนิดต่าง ๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน และการลาดับคาตามโครงสร้างประโยคของ
ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) และภาษาไทย เปรียบเทียบความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาล งาน
ฉลองและประเพณีของเจ้าของภาษากบั ของไทย ค้นคว้า รวบรวมคาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
จากแหล่งการเรียนรู้ และนาเสนอด้วยการพดู /การเขยี น
โดยใช้กระบวนการสอนภาษา และกระบวนการกลุ่มในการฝึกออกเสียง ใช้ภาษาส่ือสารในสถานการณ์
ต่าง ๆ ท่เี กิดข้นึ ในห้องเรียนและสถานศกึ ษา ใช้ภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ในการสบื ค้นและรวบรวมข้อมูลตา่ ง ๆ
เพ่อื ใหเ้ กิดความรู้ความเขา้ ใจ ใฝร่ ู้ใฝเ่ รียน มุง่ มั่นในการทางาน รักความเปน็ ไทย มีวนิ ยั อย่อู ย่างพอเพยี ง
มจี ติ สาธารณะ
รหสั ตัวชี้วดั
อ ๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓ ป.๖/๔
อ ๑.๒ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓ ป.๖/๔ ป.๖/๕
อ ๑.๓ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓
อ ๒.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓
อ ๒.๒ ป.๖/๑ ป.๖/๒
อ ๓.๑ ป.๖/๑ อ ๔.๑ ป.๖/๑ อ ๔.๒ ป.๖/๑
รวมทง้ั หมด ๒๐ ตวั ช้ีวัด
๑๐๔
คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ
รายวิชาภาษาองั กฤษ
เพิม่ เติม
... ๑๐๕
โครงสรา้ งรายวิชาเพ่มิ เติม กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษา
รายวิชาพนื้ ฐาน
อ ๑๑๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพมิ่ เติม ๑ จานวน ๘๐ ชัว่ โมง
อ ๑๒๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพม่ิ เติม ๒ จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
อ ๑๓๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพม่ิ เตมิ ๓ จานวน ๘๐ ชั่วโมง
อ ๑๔๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพม่ิ เติม ๔ จานวน ๘๐ ชั่วโมง
อ ๑๕๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพม่ิ เติม ๕ จานวน ๘๐ ช่วั โมง
อ ๑๖๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพ่ิมเตมิ ๖ จานวน ๘๐ ชั่วโมง
๑๐๖ คาอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เติม
อ๑๑๒๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาองั กฤษ
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๑ เวลา ๘๐ ช่วั โมง
คาอธิบายรายวชิ า
ใช้คาสั่งท่ีใช้ในห้องเรียน ตัวอักษร เสียงตัวอักษร สระ การสะกดคา ให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง ประโยค
บอกความต้องการเก่ยี วกับตนเอง ประโยค ให้ข้อมูลเกย่ี วกับตนเอง คาส่งั ทใี่ ช้ในหอ้ งเรียน ขอ้ ความท่ีใชใ้ นการพูด
ให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง และเร่ืองใกล้ตัว คา ที่มีความหมายสัมพันธ์กับส่ิงต่างๆใกล้ตัว อาหาร เครื่องด่ืม
วฒั นธรรมเจา้ ของภาษาแสดงกิรยิ า การขอบคณุ ขอโทษ การพดู แนะนาตนเอง การใช้ภาษาในการฟัง พูด อ่านใน
สถานการณ์ท่ีเกิดขึ้นในห้องเรียน โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูลและมีทักษะทาง
สังคม มีวิถีของระบอบประชาธิปไตย ซื่อสัตย์ ใฝ่เรียนรู้ แสดงออกถึงความเป็นไทย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความ
เขา้ ใจ สามารถส่ือสารสง่ิ ทเ่ี รยี นรู้ และ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ในชวี ติ ประจาวนั
ผลการเรียนรู้
๑. ปฏบิ ัติตามคาสั่ง คาขอร้องท่ฟี งั
๒. อา่ นออกเสียงตวั อักษร คา กลุ่มคา ประโยคงา่ ยๆ และ บทพดู เขา้ จงั หวะง่ายๆ ถูกต้องตามหลักการอา่ น
๓. บอกความหมายของคาและกลมุ่ คาที่ฟงั ตรงตามความหมาย ตอบคาถามจากการฟงั หรอื อา่ นประโยค
บทสนทนาหรือนิทานงา่ ยๆ
รวมทั้งหมด ๓ ผลการเรียนรู้
... ๑๐๗
อ๑๒๒๐๑ ภาษาองั กฤษ ๒ คาอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๒
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ
เวลา ๘๐ ชว่ั โมง
คาอธบิ ายรายวิชา
ใชค้ าสัง่ ทใี่ ชใ้ นห้องเรยี น ตัวอักษร เสยี งตัวอักษร สระ การสะกดคา การอ่านออกเสียง คา กล่มุ คา บท
อ่าน บทสนทนา ประโยค ใหข้ อ้ มลู เกีย่ วกบั ตนเองคา ประโยคบทอ่าน บทสนทนา ประโยค ให้ข้อมูลเกย่ี วกับ
ตนเอง ข้อความท่ใี ชใ้ นการพูดใหข้ อ้ มลู เก่ียวกบั ตนเอง และเรอ่ื งใกล้ตัว คา ทม่ี ีความหมายสัมพันธก์ บั สิ่งตา่ งๆใกล้
ตวั อาหาร เครอื่ งดื่ม วฒั นธรรมเจ้าของภาษาแสดงกริ ยิ า การขอบคุณ ขอโทษ การพูดแนะนาตนเอง กิจกรรมทาง
ภาษาการรอ้ งเพลง การใช้ภาษาในการฟัง พูด อ่านในสถานการณ์ท่ีเกดิ ข้นึ ในห้องเรียน
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูลและมีทักษะทางสังคม มีวิถีของระบอบ
ประชาธปิ ไตย ซือ่ สัตย์ ใฝ่เรียนรู้ แสดงออกถึงความเป็นไทย เพอ่ื ให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิ่งท่ี
เรยี นรู้ และ นาความรไู้ ปใช้ประโยชน์ ในชีวิตประจาวัน
ผลการเรยี นรู้
๑.ปฏิบตั ติ ามคาสั่ง คาขอรอ้ งทีฟ่ ัง
๒. อ่านออกเสียงตัวอักษร คา กลุม่ คา ประโยคงา่ ยๆ และ บทพูดเขา้ จังหวะงา่ ยๆ ถูกต้องตามหลกั การ
อ่าน
๓ บอกความหมายของคาและกลมุ่ คาที่ฟังตรงตามความหมาย .ตอบคาถามจากการฟังหรืออ่านประโยค
บทสนทนาหรอื นิทานงา่ ยๆ
๔. พดู โตต้ อบดว้ ยคาส้ันๆ ง่ายๆ ในการสือ่ สารระหว่างบคุ คลตามแบบทฟี่ ัง ใช้คาสง่ั และคาขอร้อง
งา่ ยๆ บอกความต้องการงา่ ยๆ ของตนเอง พูดขอและให้ข้อมลู เก่ยี วกับตนเองและเพ่ือน บอกความรสู้ ึกของตนเอง
เกี่ยวกบั สิ่งต่างๆ ใกล้ตัวหรือกิจกรรมต่างๆ ตามแบบที่ฟัง
๕. พูดให้ข้อมลู เกย่ี วกบั ตนเองและเร่อื งใกล้ตวั จัดหมวดหมคู่ าตามประเภทของบุคคล สตั ว์ และสิ่งของ
ตามที่ฟังหรอื อา่ น
๖. พูดและทาท่าประกอบ ตามมารยาทสงั คม/วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา บอกชื่อและคาศัพท์งา่ ยๆ
เกยี่ วกับเทศกาล/วนั สาคญั /งานฉลอง และชวี ติ ความเปน็ อยู่ของเจา้ ของภาษา เข้ารว่ มกิจกรรมทางภาษาและ
วฒั นธรรมท่เี หมาะกับวยั
รวมท้ังหมด ๖ ผลการเรียนรู้
๑๐๘ คาอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม
อ๑๓๒๐๑ ภาษาอังกฤษ ๓ กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๓ เวลา ๘๐ ชั่วโมง
คาอธิบายรายวชิ า
ใช้คาสง่ั ทใี่ ชใ้ นห้องเรยี น ตวั อกั ษร เสียงตัวอกั ษร สระ การสะกดคา การอ่านออกเสยี ง คา กลุ่มคา บท
อ่าน พดู เข้าจงั หวะ บทสนทนา ประโยค ใหข้ ้อมลู เกี่ยวกับตนเองคา เลือกระบุภาพ ตรงความหมาย บท
สนทนา ใหข้ อ้ มูลเกย่ี วกับตนเอง ประโยคบอกความตอ้ งการเกยี่ วกบั ตนเองคา คาสง่ั ท่ีใช้ในหอ้ งเรยี น ข้อความที่
ใชใ้ นการพูดใหข้ ้อมูลความรู้สึกเกยี่ วกบั ตนเอง และเรื่องใกล้ตวั วัฒนธรรมเจา้ ของภาษาแสดงกิรยิ า การขอบคุณ
ขอโทษ การพูดแนะนาตนเอง การใชภ้ าษาในการฟงั พดู อ่านในสถานการณ์ท่เี กดิ ขนึ้ ในหอ้ งเรียนโดยใช้
กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมลู และมที กั ษะทางสังคม มีวถิ ีของระบอบ
ประชาธปิ ไตย ซ่ือสตั ย์ ใฝเ่ รียนรู้ แสดงออกถงึ ความเป็นไทยเพ่ือให้เกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถสื่อสารสิง่ ที่
เรียนรู้ และ นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ิตประจาวัน
ผลการเรียนรู้
๑. ปฏิบตั ิตามคาสง่ั คาขอรอ้ งทฟ่ี ัง
๒. บอกความหมายของคาและกลมุ่ คาท่ีฟังตรงตามความหาย ตอบคาถามจากการฟังหรืออ่านประโยคบท
สนทนาหรอื นิทานง่ายๆ
๓. พูดโตต้ อบดว้ ยคาส้นั ๆ ง่าย ๆ ในการสือ่ สารระหวา่ งบุคคลตามแบบท่ีฟงั ใช้คาสัง่ และคาขอรอ้ งง่ายๆ
๔.บอกความต้องการง่าย ๆ ของตนเอง พดู ขอและให้ข้อมูลเกยี่ วกับตนเองและเพ่ือน บอกความรู้สึกของ
ตนเองเกี่ยวกบั สง่ิ ตา่ งๆ ใกลต้ ัวหรอื กิจกรรมตา่ งๆ ตามแบบที่ฟัง
๕. พดู ใหข้ ้อมลู เกยี่ วกับตนเองและเรอื่ งใกลต้ วั จัดหมวดหมูค่ าตามประเภทของบุคคล สัตว์ และส่ิงของ
ตามท่ีฟังหรืออ่าน
๖. พูดและทาท่าประกอบ ตามมารยาทสงั คม/วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
๗. บอกชื่อและคาศัพทง์ ่าย ๆ เกี่ยวกับเทศกาล/วันสาคญั /งานฉลอง และชีวติ ความเป็นอยขู่ องเจ้าของ
ภาษา เข้ารว่ มกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมท่เี หมาะกับวัย
๘. บอกความแตกตา่ งของเสียงอกั ษร คา กลมุ่ คา และประโยคง่าย ๆ ของภาษาอังกฤษและภาษาไทย
๙. ฟงั /พดู ในสถานการณ์งา่ ย ๆ ทเี่ กิดขนึ้ ในห้องเรียน
รวมท้ังหมด ๙ ผลการเรียนรู้
อ๑๔๒๐๑ ภาษาองั กฤษ ๔ ... ๑๐๙
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ
เวลา ๘๐ ชวั่ โมง
คาอธบิ ายรายวิชา
ปฏบิ ตั ิตามคาสงั่ คาแนะนา คาขอรอ้ งทใ่ี ชใ้ นห้องเรยี น พดู เขา้ จงั หวะ บทสนทนา ประโยค ให้ข้อมลู
เก่ียวกบั ตนเองคา เลือกระบุภาพ หรือสัญลกั ษณ์ตรงความหมาย ตอบคาถามจากการฟังและอา่ น บทสนทนา พูด
เขยี นให้ข้อมลู โต้ตอบเก่ียวกบั ตนเอง สื่อสารระหวา่ งบุคคล ประโยคบอกความต้องการเกี่ยวกับตนเองคา คาส่งั ที่
ใชใ้ นห้องเรียน ข้อความท่ใี ช้ในการพูด เขียน แสดงความตอ้ งการของตนเอง ให้ขอ้ มูลความรสู้ ึกเกี่ยวกับตนเอง
และเร่ืองใกล้ตวั วฒั นธรรมเจา้ ของภาษาแสดงกิริยา การขอบคณุ ขอโทษ การพดู แนะนาตนเอง คาศัพท์เกยี่ วกับ
เทศกาลเจ้าของภาษา กจิ กรรมทางภาษา การร้องเพลง ศึกษา การใช้ภาษาในการฟัง พูดทาท่าประกอบอยา่ ง
สภุ าพ เข้าร่วมกจิ กรรมทางภาษา อา่ น พูด ในสถานการณ์ท่ีเกดิ ขึ้นในห้องเรยี นโดยใช้กระบวนการสืบเสาะหา
ความรู้ การสืบคน้ ข้อมลู และมที กั ษะทางสังคม มวี ถิ ขี องระบอบประชาธิปไตย ซอ่ื สตั ย์ ใฝเ่ รยี นรู้ แสดงออกถงึ
ความเป็นไทย เพือ่ ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถสือ่ สารสง่ิ ท่ีเรียนรู้ และ นาความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์ ใน
ชีวติ ประจาวนั
ผลการเรียนรู้
๑. ปฏิบตั ติ ามคาสงั่ คาขอรอ้ งที่ฟัง
๒. อ่านออกเสียงตวั อักษร คา กลุ่มคา ประโยคงา่ ย ๆ และบทพดู เขา้ จังหวะงา่ ยๆ ถูกต้องตามหลักการ
อ่าน
๓. บอกความหมายของคาและกลุม่ คาที่ฟงั ตรงตามความหาย ตอบคาถามจากการฟังหรืออ่านประโยคบท
สนทนาหรอื นทิ านง่าย ๆ
๔.พดู โต้ตอบด้วยคาสน้ั ๆ ง่าย ๆ ในการสื่อสารระหวา่ งบุคคลตามแบบท่ีฟงั ใช้คาสัง่ และคาขอร้องง่ายๆ
บอกความตอ้ งการง่าย ๆ ของตนเอง
๕. พูดขอและใหข้ ้อมลู เก่ยี วกับตนเองและเพื่อน บอกความรู้สกึ ของตนเองเกยี่ วกบั สิง่ ต่าง ๆ ใกลต้ ัวหรือ
กิจกรรมต่าง ๆ ตามแบบที่ฟัง
๖. พดู ใหข้ อ้ มูลเกยี่ วกบั ตนเองและเร่อื งใกลต้ วั จดั หมวดหมคู่ าตามประเภทบุคคล สตั ว์ และส่งิ ของ
ตามท่ีฟังหรืออา่ น
๗. พูดและทาท่าประกอบ ตามมารยาทสังคม/วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา บอกชื่อและคาศัพท์อย่าง
ง่ายๆเก่ียวกบั เทศกาล/วนั สาคญั /งานฉลอง และชีวติ ความเปน็ อยขู่ องเจา้ ของภาษา เขา้ รว่ มกจิ กรรมทาภาษาและ
วัฒนธรรมทเ่ี หมาะสมกับวยั
๘. บอกความแตกตา่ งของเสยี งอักษร คา กลุ่มคา และประโยคง่าย ๆ ของภาษาอังกฤษและภาษาไทย
๙. ฟงั /พูดในสถานการณ์งา่ ย ๆ ทเ่ี กดิ ขนึ้ ในหอ้ งเรยี น
รวมท้ังหมด ๙ ผลการเรียนรู้
๑๑๐ คาอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม
อ๑๕๒๐๑ ภาษาอังกฤษ ๕ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ เวลา ๘๐ ช่วั โมง
คาอธิบายรายวิชา
ปฏิบัติตามคาสั่ง คาแนะนา คาขอร้อง คาแนะนาง่ายๆ ท่ีใช้ในห้องเรียน การสะกดคา การอ่านออก
เสียง บทสนทนา ประโยค ให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเองคา เลือกระบุภาพ หรือสัญลักษณ์ตรงความหมายของ
ประโยค ตอบคาถามจากการฟังและอ่าน บทสนทนา นิทานง่ายๆ ประโยค พูด เขียนให้ข้อมูลโต้ตอบเก่ียวกับ
ตนเอง แสดงความรู้สึก ส่ือสารระหว่างบคุ คล ใช้ถ้อยคา น้าเสียง และกิริยา ประโยคบอกความต้องการเก่ียวกับ
ตนเองคา คาสั่งที่ใช้ในห้องเรียน ข้อความท่ีใช้ในการพูด เขียน แสดงความต้องการของตนเอง ให้ข้อมูล
ความรู้สึกเกี่ยวกับตนเอง และเรื่องใกล้ตัว บอกความเหมือน ความแตกต่าง ระหว่างการออกเสียงประโยคชนิด
ต่างๆ แสดงความคิดเห็นง่ายๆโดยใช้คาศัพท์เหมาะสมกับวัย การใช้ภาษาในการฟัง พูดทาท่าประกอบอย่าง
สภุ าพ เข้าร่วมกจิ กรรมทางภาษา อ่าน พดู ในสถานการณ์ทเ่ี กดิ ข้นึ ในห้องเรียน
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูลและมีทักษะทางสังคม มีวิถีของระบอบ
ประชาธปิ ไตย ซอ่ื สตั ย์ ใฝเ่ รยี นรู้ แสดงออกถึงความเปน็ ไทย เพื่อใหเ้ กดิ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถส่อื สารสิง่ ที่
เรียนรู้ และ นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ ในชีวิตประจาวนั
ผลการเรียนรู้
๑. ปฏิบัติตามคาสั่งและคาขอรอ้ งที่ฟัง
๒. อา่ นออกเสยี งตัวอักษร คา กล่มุ คา ประโยคงา่ ย ๆ และบทพดู เขา้ จังหวะง่ายๆ ถูกต้องตามหลักการ
อา่ น
๓.บอกความหมายของคาและกล่มุ คาที่ฟงั ตรงตามความหาย ตอบคาถามจากการฟังหรอื อา่ นประโยคบท
สนทนาหรือนิทานง่าย ๆ
๔. พดู โต้ตอบด้วยคาสั้น ๆ งา่ ย ๆ ในการสือ่ สารระหว่างบุคคลตามแบบท่ฟี งั ใช้คาสัง่ และคาขอรอ้ งง่ายๆ
บอกความตอ้ งการง่าย ๆ ของตนเอง
๕. พดู ขอและให้ข้อมลู เก่ยี วกับตนเองและเพ่ือน
๖. บอกความร้สู ึกของตนเองเกยี่ วกับสง่ิ ต่าง ๆ ใกล้ตวั หรือกิจกรรมต่าง ๆ ตามแบบที่ฟงั
๗. พูดให้ขอ้ มลู เกีย่ วกบั ตนเองและเร่ืองใกล้ตัว จัดหมวดหมู่คาตามประเภทของบุคคล สัตว์ และส่งิ ของ
ตามท่ีฟังหรอื อา่ น
๘. พดู และทาท่าประกอบ ตามมารยาทสงั คม/วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
๙. บอกชือ่ และคาศัพทง์ ่าย ๆ เกย่ี วกับเทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลอง และชวี ิตความเปน็ อยู่ของเจ้าของ
ภาษา เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมท่ีเหมาะกับวยั
... ๑๑๑
๑๐. บอกความแตกต่างของเสียงอกั ษร คา กลุ่มคา และประโยคง่าย ๆ ของภาษาอังกฤษและภาษาไทย
๑๑. ฟัง/พดู ในสถานการณง์ ่ายๆ ทเ่ี กดิ ข้ึนในห้องเรียน
๑๒. ใชภ้ าษาองั กฤษเพ่ือรวบรวมคาศัพท์ทเ่ี กยี่ วข้องใกลต้ วั
๑๓. มีทักษะใชภ้ าษาองั กฤษ(เนน้ การฟัง-พูด)ส่ือสารตามหัวขอ้ เกี่ยวกับตนเองและครอบครวั โรงเรยี น
สิ่งแวดลอ้ มใกลต้ วั อาหารเครื่องดื่ม และเวลาว่างและนนั ทนาการ ภายในวงคาศัพท์ประมาณ ๓๐๐-๔๕๐ คา
(คาศัพท์ทเ่ี ปน็ รปู ธรรม)
๑๔. ใชป้ ระโยคเดียว (One Word Sentence) ประโยคเดี่ยว (Simple Sentence) ในการสนทนา
โตต้ อบตามสถานการณ์ในชวี ติ ประจาวัน
รวมท้ังหมด ๑๔ ผลการเรยี นรู้
๑๑๒ คาอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เติม
อ๑๖๒๐๑ ภาษาองั กฤษ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาองั กฤษ
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง
คาอธิบายรายวิชา
ปฏิบัติตามคาสั่ง คาแนะนา คาขอร้อง คาแนะนาง่ายๆ ที่ใช้ในห้องเรียน การสะกดคา การอ่านออก
เสียง คา กลุ่มคา บทอ่าน บทกลอนสั้นๆ บทสนทนา ประโยคถูกต้องตามหลักการอ่าน ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง
คา เลือกระบุภาพ หรือสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายตรงความหมายของประโยค ข้อความสั้นๆ ตอบคาถามจาก
การฟังและอ่าน บทสนทนา พูด เขียนให้ข้อมูลโต้ตอบเก่ียวกับตนเอง แสดงความรู้สึก ส่ือสารระหว่างบุคคล
เขยี นภาพ แผนผัง และแผนภูมิ ตารางแสดงขอ้ มลู ต่างๆ ใชถ้ ้อยคา น้าเสียง และกิรยิ า ประโยคบอกความตอ้ งการ
เก่ียวกับตนเองคา คาส่ังทีใ่ ช้ในห้องเรียน ข้อความที่ใช้ในการพดู เขยี น แสดงความต้องการของตนเอง ใหข้ ้อมูล
ความรู้สึกเก่ียวกับตนเอง และเรื่องใกล้ตัว ใช้คาส่ัง คาขอร้อง และให้คาแนะนา บอกความเหมือน ความแตกต่าง
ระหว่างการออกเสยี งประโยคชนิดต่างๆ กจิ กรรมทางภาษา การร้องเพลง การเลา่ นิทานประกอบทา่ ทาง พูด วาด
ภาพแสดงความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ แสดงความคิดเห็นง่ายๆโดยใช้คาศัพท์เหมาะสมกับวัย การใช้ภาษาในการ
ฟัง พูดทาท่าประกอบ และนาเสนอด้วยการพูด เขียนอย่างสุภาพ เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา อ่าน พูด ใน
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน และสถานศึกษาโดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูลและมี
ทักษะทางสังคม มีวิถีของระบอบประชาธิปไตย ซ่ือสัตย์ ใฝ่เรียนรู้ แสดงออกถึงความเป็นไทย เพ่ือให้เกิด
ความรู้ ความเข้าใจ สามารถสอื่ สารสิ่งท่เี รยี นรู้ และ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ในชวี ติ ประจาวัน
ผลการเรียนรู้
๑. ปฏบิ ัติตามคาส่ังและคาขอร้องท่ีฟงั
๒. อา่ นออกเสียงตวั อักษร คา กล่มุ คา ประโยคงา่ ย ๆ และบทพูดเขา้ จงั หวะงา่ ยๆ ถูกต้องตามหลักการ
อ่าน
๓.บอกความหมายของคาและกลมุ่ คาที่ฟงั ตรงตามความหาย ตอบคาถามจากการฟงั หรืออา่ นประโยคบท
สนทนาหรอื นทิ านง่าย ๆ
๔. พูดโต้ตอบด้วยคาสนั้ ๆ งา่ ย ๆ ในการสอื่ สารระหวา่ งบุคคลตามแบบที่ฟงั ใช้คาส่งั และคาขอรอ้ งง่ายๆ
บอกความตอ้ งการง่าย ๆ ของตนเอง
๕. พูดขอและให้ข้อมลู เกย่ี วกับตนเองและเพื่อน
๖. บอกความรสู้ กึ ของตนเองเก่ียวกบั สง่ิ ตา่ ง ๆ ใกล้ตัวหรอื กิจกรรมต่าง ๆ ตามแบบท่ีฟงั
๗. พูดให้ขอ้ มูลเกย่ี วกับตนเองและเรอ่ื งใกล้ตวั จัดหมวดหมู่คาตามประเภทของบุคคล สตั ว์ และส่งิ ของ
ตามท่ีฟังหรอื อ่าน
๘. พดู และทาท่าประกอบ ตามมารยาทสงั คม/วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
... ๑๑๓
๙. บอกช่อื และคาศัพท์ง่าย ๆ เกี่ยวกบั เทศกาล/วนั สาคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของเจา้ ของ
ภาษา เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมทีเ่ หมาะกับวยั
๑๐. บอกความแตกต่างของเสียงอกั ษร คา กลุม่ คา และประโยคงา่ ย ๆ ของภาษาอังกฤษและภาษาไทย
๑๑. ฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิดขน้ึ ในหอ้ งเรียน
๑๒. ใช้ภาษาองั กฤษเพื่อรวบรวมคาศพั ทท์ เ่ี ก่ยี วข้องใกลต้ ัว
๑๓. มีทกั ษะใชภ้ าษาองั กฤษ(เน้นการฟัง-พูด)ส่ือสารตามหัวขอ้ เกี่ยวกับตนเองและครอบครวั โรงเรียน
สิ่งแวดลอ้ มใกลต้ ัวอาหารเครื่องด่มื และเวลาวา่ งและนันทนาการ ภายในวงคาศัพทป์ ระมาณ ๓๐๐-๔๕๐ คา
(คาศัพท์ทีเ่ ปน็ รูปธรรม)
๑๔. ใช้ประโยคเดียว (One Word Sentence) ประโยคเดยี่ ว (Simple Sentence) ในการสนทนา
โต้ตอบตามสถานการณ์ในชวี ิตประจาวัน
รวมทั้งหมด ๑๔ ผลการเรียนรู้
๑๑๔
ส่วนที่ ๔
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) พุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ได้กาหนดแนวทางจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ท่ีสอนในแต่ละปี
การศกึ ษา โดยกาหนด ๑๒๐ ชว่ั โมงตอ่ ปี โดยแบง่ เปน็ ๓ ลกั ษณะคือ
กิจกรรมแนะแนว
กจิ กรรมนกั เรียน
กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นเป็นกจิ กรรมทม่ี ุ่งใหผ้ เู้ รียนพัฒนาตนเองตามศกั ยภาพ พฒั นาอยา่ งรอบด้านเพอ่ื
ความเปน็ มนุษย์ทส่ี มบรู ณ์ ท้ังรา่ งกาย สติปัญญา อารมณ์ และสงั คม เสรมิ สร้างใหเ้ ป็นผู้มีศีลธรรม จรยิ ธรรม มี
ระเบียบวนิ ยั ปลกู ฝังและสร้างจติ สานึกของการประโยชนเ์ พ่ือสังคม สามารถจัดการตนเองได้ และอย่รู ว่ มกับผอู้ ่ืน
อย่างมีความสขุ
โรงเรียนวดั ชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม)์ ได้จดั กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน โดยแบ่งออกเปน็ ๓ ลกั ษณะดังน้ี
๑. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมทีส่ ่งเสริมและพฒั นานักเรียนเป็นกจิ กรรมสง่ เสรมิ และพัฒนาผเู้ รียนให้
รู้จกั ตนเอง รู้รักษส์ ่ิงแวดล้อม สามารถคดิ ตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กาหนดเปา้ หมาย วางแผนชวี ติ ทัง้ ดา้ นการเรียน
และอาชีพสามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม นอกจากน้ียงั ชว่ ยใหค้ รูรจู้ ักและเข้าใจผู้เรียน ท้งั ยงั เป็นกจิ กรรมท่ี
ช่วยเหลอื และให้คาปรึกษาแก่ผ้ปู กครองในการมสี ว่ นร่วมพัฒนาผู้เรียน
แนวการจดั กจิ กรรมแนะแนว
๑. สารวจสภาพปญั หา ความต้องการ ความสนใจและธรรมชาติของผู้เรยี น
๒. ศึกษาวิสัยทัศน์ของสถานศกึ ษาและวิเคราะหข์ ้อมลู ของผู้เรียนท่ีได้จากการสารวจ
๓. กาหนดสดั ส่วนสาระของกิจกรรมในแต่ละด้าน
๔. กาหนดแผนการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมแนะแนว
๕. การจัดทารายละเอียดของแต่ละกจิ กรรม
๖. ปฏบิ ตั ิตามแผน วัดและประเมินผล และสรุปรายงาน
นกั เรียนทกุ คนตอ้ งเข้าร่วมกจิ กรรมแนะแนว 40 ช่ัวโมงตอ่ ปีการศึกษา (ระดับประถมศึกษา)
๒. กิจกรรมนกั เรียน เป็นกิจรรมที่สง่ เสริมให้ผูเ้ รยี นไดเ้ ขา้ ร่วมกิจกรรมตามความถนัด และความสนใจโดย
เนน้ เรือ่ งคุณธรรมจริยธรรม ไม่เหน็ แกต่ ัว มรี ะเบยี บวินัย มีความเปน็ ผู้นา ผูต้ ามท่ดี ี มคี วามรับผดิ ชอบ การทางาน
ร่วมกัน ร้จู ักการแก้ปญั หา การตัดสินใจ ความมเี หตผุ ล การช่วยเหลอื แบ่งปัน เอือ้ อาทรและสมานฉนั ท์
กจิ กรรมนกั เรยี น ประกอบด้วย
๑. กิจกรรมลูกเสอื /เนตรนาร/ี ยวุ กาชาด กิจกรรมลูกเสอื เนตรนารี เปน็ กิจกรรมที่มุง่ ปลกู ฝัง
ระเบยี บวนิ ัยและกฎเกณฑ์เพื่อการอยรู่ ่วมกันใหร้ จู้ ักการเสียสละและบาเพ็ญประโยชน์แก่สงั คมและวถิ ีชีวติ ใน
ระบอบประชาธิปไตย ซ่ึงการจัดกจิ กรรมลกุ เสอื เนตรนารี ให้เปน็ ไปตามข้อบังคบั ของสานักงานลูกเสือแหง่ ชาติ
รวมท้งั ให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ดงั นี้
๑. ลูกเสือสารอง ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๑-๓
๒. ลูกเสือสามัญ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔-๖
... ๑๑๕
นกั เรียนทกุ คนตอ้ งเขา้ รว่ มกิจกรรมลูกเสอื /เนตรนารี/ยวุ กาชาด 40 ช่วั โมงตอ่ ปีการศึกษา (ระดับประถมศึกษา)
แนวการจัดกิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี
๑. คาปฏญิ าณและกฎ ถอื เปน็ หลักเกณฑท์ ี่ลูกเสือทุกคนให้คามนั่ สญั ญาวา่ จะปฏบิ ตั ติ ามกฎ ของลูกเสอื
กฎของลูกเสือมีไว้ให้ลูกเสือเป็นหลกั ในการปฏิบตั ิ ไมไ่ ด้ “หา้ ม” ทา หรือ “บงั คับให้” ทา แต่ถา้ “ทา” ก็จะทาให้
เกิดผลดแี กต่ ัวเอง เป็นคนดี ได้รับการยกย่องว่าเปน็ ผ้มู เี กียรติเชอ่ื ถอื ได้
๒. เรียนร้จู ากการกระทา เป็นการพฒั นาสว่ นบุคคล ความสาเร็จหรอื ไมส่ าเรจ็ ของผลงานอยู่ที่การกระทา
ของตนเอง ทาให้มีความร้ทู ีช่ ัดเจน และสามารถแก้ปัญหาต่างๆดว้ ยตนเองได้ และท้าทายความสามารถของตนเอง
๓. ระบบหมู่ เป็นรากฐานอนั แท้จริงของการลูกเสือ เป็นพน้ื ฐานในการอยรู่ ่วมกัน การยอมรับซ่งึ กนั และ
กนั การแบ่งหนา้ ทคี่ วามรับผิดชอบ การชว่ ยเหลือซงึ่ กันและกันซ่ึงเป็นการเรยี นรู้ การใช้ประชาธปิ ไตยเบ้ืองตน้
๔. การใชส้ ัญลกั ษณร์ ่วมกนั ฝึกความเปน็ หนึ่งเดยี วในการเปน็ สมาชกิ ลกู เสอื เนตรนารี ดว้ ยการใช้
สัญลกั ษณ์รว่ มกัน ได้แก่ เครื่องแบบ เครื่องหมาย การทาความเคารพ รหสั คาปฏญิ าณ กฎ คติพจน์ คาขวัญ ธง เปน็
ต้น วธิ ีการนี้จะชว่ ยให้ผู้เรียนตระหนกั และภาคภูมใิ จในการเปน็ สมาชิกขององค์การลกู เสอื แหง่ โลก ซึ่งมีสมาชิกอยู่
ทั่วโลกและเปน็ องคก์ รทม่ี จี านวนสมาชิกมากทีส่ ดุ
๕. การศึกษาธรรมชาติ คอื สงิ่ สาคญั อนั ดับหน่ึงในกจิ กรรมลูกเสอื ธรรมชาติอันโปรง่ ใสตามชนบท ปา่
เขา ปา่ ละเมาะ และพุ่มไม้ เป็นทีป่ รารถนาอย่างย่ิงในการทากิจกรรมกับธรรมชาติ การปีนเขา ต้ังค่ายพักแรมในสดุ
สัปดาห์ หรือตามวาระของการอยู่คา่ ยพักแรมตามกฎระเบียบ เปน็ ทีเ่ สนห่ าแก่เด็กทกุ คน ถ้าขาดสิง่ น้ีแลว้ กไ็ ม่
เรยี กว่าใชช้ ีวติ แบบลกู เสือ
๖. ความก้าวหน้าในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม กิจกรรมต่างๆท่จี ดั ให้เดก็ ทา ต้องให้มีความก้าวหนา้ และดงึ ดดู
ใจ สรา้ งให้เกดิ ความกระตือรือรน้ อยากที่จะทาและวตั ถปุ ระสงค์ในการจดั แต่ละอยา่ งให้สมั พนั ธ์กบั ความ
หลากหลายในการพัฒนาตนเอง เกมการเลน่ ทีส่ นุกสนาน การแขง่ ขนั กนั ก็เปน็ สงิ่ ดึงดดู ใจและเป็นการจูงใจทีด่ ี
๗. การสนับสนนุ โดยผ้ใู หญ่ ผ้ใู หญ่ชแ้ี นะหนทางท่ีถูกตอ้ งให้แก่เด็กเพ่ือให้เขาเกดิ ความมัน่ ใจในการท่ีจะ
ตัดสนิ ใจกระทาสิ่งใดลงไปท้ังคู่มคี วามต้องการซ่งึ กนั และกันเด็กต้องการใหผ้ ใู้ หญ่ช่วยช้นี า ผูใ้ หญเ่ องก็ต้องการนาพา
ใหไ้ ปสหู่ นทางท่ดี ี ให้ได้รับการพฒั นาอย่างถูกต้องและดีทส่ี ดุ จงึ เปน็ การร่วมมือกนั ทั้งสองฝ่าย
๒. กจิ กรรมชุมนุม เป็นกิจกรรมที่ผเู้ รียนรวมกลมุ่ กนั จดั ข้ึนตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ
ของผูเ้ รียน เพ่ือเติมเตม็ ความรู้ ความชานาญ ประสบการณ์ ทกั ษะ เจตคติเพ่ือพัฒนาตนเองตามศักยภาพนักเรยี น
ทกุ คนต้องเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุม ๔๐ ชวั่ โมงตอ่ ปกี ารศกึ ษา (ประถมศึกษา)
แนวการจัดกิจกรรมชุมนุม
๑. สารวจความสนใจของผู้เรยี นในการเลอื กเขา้ รว่ มชุมนมุ ชมรม
๒. ใหผ้ เู้ รียนดาเนินกจิ กรรมไดห้ ลากหลายท้ังภายในและภายนอกห้องเรียน
๓. มีครทู ี่ปรกึ ษา ชมุ นมุ ชมรม
๔. แลกเปล่ียนเรยี นรแู้ ละเผยแพรก่ ิจกรรม
๕. ครทู ่ีปรกึ ษากจิ กรรมประเมินตามหลักเกณฑ์การประเมินผล
หมายเหตุ สามารถระบชุ ื่อกิจกรรมชุมนุมท่ีโรงเรียนจดั ให้นกั เรยี นเลอื กเรียน หรือชอื่ กจิ กรรมชุมนุมท่ี โรงเรียนจัด
ใหม้ ี
ชุมนมุ ช่วงช้นั ท่ี 1-2 ไดแ้ ก่ ชุมนุมรกั การอา่ น,ชุมนมุ ห้องสมุด,ชุมนมุ สง่ิ แวดล้อม,ชมุ นมุ ดนตรี ฯลฯ
๑๑๖
๓. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมท่ีสง่ เสริมให้ผู้เรียนบาเพญ็ ตนใหเ้ ปน็
ประโยชนต์ อ่ ครอบครัว ชุมชน สงั คม และประเทศชาติในลกั ษณะอาสาสมัครเพ่อื ช่วย ขดั เกลาจิตใจของผู้เรยี นให้
มคี วามเมตตากรุณา มคี วามเสียสละ และมีจติ สาธารณะเพื่อชว่ ยสร้างสรรค์สงั คมให้อย่รู ว่ มกันอย่างมีความสขุ
นกั เรยี นทกุ คนต้องเขา้ รว่ มกจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ช่ัวโมงต่อปีการศึกษา(ประถมศึกษา)
แนวการจดั กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์
๑. จัดกจิ กรรมในลักษณะบูรณาการใน ๘ กลมุ่ สาระ
๒. จดั กิจกรรมลกั ษณะโครงการ โครงงาน หรือกิจกรรม
๓. จัดกจิ กรรมร่วมกบั องคก์ รอื่น
แนวทางการประเมินผลกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนกั เรียน กิจกรรมเพ่ือสงั คมและ
ซอ่ มเสริม สาธารณประโยชน์
ไมผ่ า่ น
ประเมิน เกณฑ์การประเมนิ
ผ่าน
1. เวลาเข้าร่วมกิจกรรม
2. การปฏิบตั กิ ิจกรรม
3. ผลงานคณุ ลกั ษณะ/ชนิ ้ งาน/
ของผ้เู รียน
สง่ ผลการประเมนิ
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผ้เู รียนมี ๒ แนวทาง คือ
๑. การประเมินกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี นรายกิจกรรม มแี นวปฏบิ ัตดิ ังน้ี
๑.๑ ตรวจสอบเวลาเข้าร่วมกจิ กรรมของผ้เู รยี นใหเ้ ปน็ ไปตามเกณฑท์ ส่ี ถานศกึ ษากาหนด
๑.๒ ประเมินกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี นจากการปฏิบัติกจิ กรรมและผลงาน/ช้ินงาน/คุณลักษณะของผู้เรยี น
ตามเกณฑท์ ส่ี ถานศึกษากาหนดด้วยวธิ กี ารหลากหลาย เน้นการมสี ่วนร่วมในการปฏิบัติกจิ กรรม
๑.๓ ผเู้ รียนทมี่ ีเวลาการเขา้ ร่วมกิจกรรม มีการปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ช้ินงาน/คุณลักษณะตาม
เกณฑ์ทส่ี ถานศึกษากาหนดเป็นผูผ้ ่านการประเมินกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี นรายกจิ กรรม และนาผลการประเมิน ไป
บนั ทกึ ในระเบียนแสดงผลการเรยี น
... ๑๑๗
๑.๔ ผู้เรียนทมี่ ผี ลการประเมินไม่ผา่ นในเกณฑ์เวลาการเข้าร่วมกจิ กรรม การปฏบิ ตั ิกจิ กรรมและ
ผลงาน/ชนิ้ งาน/คณุ ลักษณะตามท่ีสถานศกึ ษากาหนด การประเมินผลกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น ครู หรอื
ผรู้ บั ผดิ ชอบตอ้ งดาเนินการซ่อมเสริมและประเมินจนผา่ น ทงั้ นี้ควรดาเนินการใหเ้ สร็จสน้ิ ในปีการศึกษานั้นๆ
ยกเว้นมีเหตสุ ุดวิสัยใหอ้ ย่ใู นดุลพนิ จิ ของสถานศึกษา
๒. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี นเพือ่ การตดั สนิ
การประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี นเพือ่ ตัดสินเลื่อนชัน้ และจบการศึกษาเป็นการประเมินการผ่าน
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียนเปน็ รายป/ี รายภาค เพ่อื สรปุ ผลการผ่านในแตล่ ะกิจกรรม สรุปผลรวมเพือ่ เลื่อนชั้นและ
ประมวลผลรวมในปีสดุ ท้ายเพื่อการจบแตล่ ะระดบั การศึกษา โดยการดาเนนิ การดังกลา่ วมแี นวทางปฏิบตั ิ ดังนี้
๒.๑ กาหนดให้มีผู้รบั ผิดชอบในการรวบรวมข้อมูลเกยี่ วกับการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผูเ้ รียน
ทกุ คนตลอดระดับการศกึ ษา
๒.๒ ผูร้ ับผิดชอบสรปุ และตดั สนิ ผลการรว่ มกิจกรรมพฒั นาผู้เรียนของผเู้ รยี นเป็นรายบุคคลตาม
เกณฑ์ทสี่ ถานศึกษากาหนด เกณฑ์การจบแต่ละระดบั การศึกษาทส่ี ถานศึกษากาหนด ผู้เรียนต้องผา่ นกจิ กรรม 3
กจิ กรรมสาคัญดงั นี้
๒.๒.๑ กิจกรรมแนะแนว
๒.๒.๒ กจิ กรรมนกั เรยี น ได้แก่ กจิ กรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผบู้ าเพ็ญประโยชน์ และ
นกั ศึกษาวิชาการทหาร และกิจกรรมชุมนุม ชมรม
๒.๒.๓ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
๒.๓ ผู้รับผิดชอบเสนอผลการประเมินต่อคณะอนุกรรมการกลุม่ สาระการเรียนรแู้ ละกจิ กรรมพัฒนา
ผเู้ รยี นเพือ่ ให้ความเห็นชอบ
๒.๔ ผู้รบั ผิดชอบเสนอผู้บริหารสถานศกึ ษาพิจารณาเพอื่ อนมุ ตั ิผลการประเมินกิจกรรมพัฒนา
ผู้เรยี นผ่านเกณฑ์การจบแตล่ ะระดับการศึกษา
เกณฑ์การตัดสนิ
๑. กาหนดเกณฑ์การประเมนิ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานกาหนดไว้ ๒ ระดับ คอื ผา่ น
และ ไมผ่ า่ น
๒. เกณฑ์การตัดสินผลการประเมนิ รายกจิ กรรม
ผ่าน หมายถงึ ผู้เรียนมเี วลาเข้าร่วมกิจกรรมครบตามเกณฑ์ ปฏบิ ตั ิกิจกรรม และมผี ลงาน/ช้นิ งาน/
คุณลักษณะตามเกณฑท์ ี่สถานศึกษากาหนด
ไม่ผ่าน หมายถึง ผเู้ รียนมีเวลาเข้ารว่ มกิจกรรมไม่ครบตามเกณฑ์ ไม่ผ่านการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมหรือมี
ผลงาน/ช้ินงาน/คณุ ลักษณะไม่เป็นไปตามเกณฑท์ สี่ ถานศึกษากาหนด
๓. เกณฑ์การตดั สินผลการประเมินกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นรายปีรายภาค/
ผ่าน หมายถึง ผู้เรยี นมผี ลการประเมนิ ระดบั “ผ่าน” ในกิจกรรมสาคญั ทั้ง 3 กิจกรรม คือ
กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมนักเรียน และกจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
ไมผ่ ่าน หมายถึง ผ้เู รียนมผี ลการประเมนิ ระดับ “ไม่ผ่าน” ในกิจกรรมสาคัญใดกจิ กรรมหนึ่ง ใน 3
กจิ กรรม คือ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนกั เรยี น และกจิ กรรมเพ่ือสงั คมและ
สาธารณประโยชน์
๔. เกณฑ์การตดั สนิ ผลการประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี นเพื่อจบระดับการศึกษา
ผ่าน หมายถึง ผเู้ รยี นมีผลการประเมนิ ระดับ “ผา่ น” ทกุ ชั้นปใี นระดบั การศกึ ษา นัน้
ไมผ่ ่าน หมายถึง ผู้เรียนมผี ลการประเมินระดับ “ไม่ผา่ น” บางชน้ั ปีในระดับการศึกษาน้ัน
(หมายเหตุ การประเมนิ ผลอาจเขยี นแยกการประเมนิ ผลแต่ละกิจกรรม หรือเขยี นในภาพรวมของกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียนกไ็ ด้)
๑๑๘
สว่ นที่ ๕
เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดชินวราราม(เจริญผลวิทยาเวศม์) พุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ กาหนดเกณฑส์ าหรับการจบการศึกษา ไวด้ ังน้ี
เกณฑ์การจบระดบั ประถมศกึ ษา
๑. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน ไม่ต่ากว่าจานวน ๘๔๐ ชั่วโมง และรายวิชาเพิ่มเติมจานวน ๘๐ ชั่วโมง
และมีผลการประเมนิ รายวชิ าพ้ืนฐานผา่ นทุกรายวิชา
๒. ผ้เู รยี นต้องมีผลการประเมนิ การอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขียน ระดับ “ผ่าน” ขนึ้ ไป
๓. ผูเ้ รยี นมผี ลการประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั “ผ่าน” ขึน้ ไป
๔. ผูเ้ รยี นตอ้ งเข้ารว่ มกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียนและได้รบั การตดั สนิ ผลการเรยี น “ผ่าน” ทกุ กิจกรรม
การจดั การเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการสาคัญในการนาหลักสูตรสู่การปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสาคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน
เปน็ เป้าหมายสาหรับพฒั นาเดก็ และเยาวชน
ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร ผู้สอนพยายามคัดสรรกระบวนการเรียนรู้
จัดการเรียนรู้โดยช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านสาระที่กาหนดไว้ในหลักสูตร ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมทั้งปลูกฝัง
เสริมสรา้ งคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ พัฒนาทกั ษะต่าง ๆ อันเป็นสมรรถนะสาคญั ให้ผูเ้ รียนบรรลุตามเป้าหมาย
๑. หลักการจดั การเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้สมรรถนะสาคัญ
และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยยึดหลักว่า
ผู้เรียนมีความสาคัญที่สุด เช่ือว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ที่เกิดกับผู้เรียน
กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ คานึงถึง
ความแตกต่างระหว่างบุคคลและพฒั นาการทางสมอง เนน้ ให้ความสาคญั ท้ังความรู้ และคุณธรรม
๒. กระบวนการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย
เป็นเคร่ืองมือที่จะนาพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร โดยกระบวนการเรียนรู้ท่ีจาเป็นสาหรับผู้เรียน อาทิ
กระบวนการเรียนรู้แบบบรู ณาการ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการ
เผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลงมือทาจริง
กระบวนการจดั การ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนร้กู ารเรยี นรขู้ องตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสยั
กระบวนการเหล่านี้ จัดเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝนและพัฒนา
เพราะจะสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดังนั้น ผู้สอนจึงจาเป็นต้องศึกษา
ทาความเข้าใจในกระบวนการเรียนรตู้ า่ ง ๆ เพอ่ื ใหส้ ามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
... ๑๑๙
๓. การออกแบบการจดั การเรียนรู้
ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะสาคัญ
ของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงจะพิจารณาออกแบบ
การจัดการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน ส่ือ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เพื่อให้ผู้เรียน
ไดพ้ ัฒนาเต็มตามศกั ยภาพ และบรรลตุ ามเป้าหมายท่ีกาหนด
๔. บทบาทของผ้สู อนและผ้เู รียน
การจัดการเรียนรู้เพ่ือให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร ทง้ั ผู้สอนและผู้เรียนควรมีบทบาท
ดังน้ี
๔.๑ บทบาทของผู้สอน
๑. ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วนาข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการ
เรียนรู้ ทีท่ ้าทายความสามารถของผู้เรียน
๒. กาหนดเป้าหมายท่ีต้องการให้เกิดข้ึนกับผู้เรียน ด้านความรู้และทักษะกระบวนการ ในที่
เป็นความคิดรวบยอด หลักการ และความสมั พันธ์ รวมท้ังคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
๓. ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและ
พฒั นาการทางสมอง เพ่ือนาผเู้ รียนไปสเู่ ปา้ หมาย
๔. จดั บรรยากาศท่เี อือ้ ต่อการเรยี นรู้ และดแู ลชว่ ยเหลอื ผูเ้ รยี นใหเ้ กดิ การเรียนรู้
๕. จัดเตรียมและเลือกใช้ส่ือให้เหมาะสมกับกิจกรรม นาภูมิปัญญาท้องถ่ิน เทคโนโลยีที่
เหมาะสมมาประยกุ ตใ์ ช้ในการจดั การเรยี นการสอน
๖. ประเมินความกา้ วหนา้ ของผู้เรียนด้วยวธิ ีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติของวิชา
และระดบั พัฒนาการของผูเ้ รยี น
๗. วิเคราะห์ผลการประเมินเพื่อนามาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมทั้ง
ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนของตนเอง
๔.๒ บทบาทของผเู้ รยี น
๑. กาหนดเป้าหมาย วางแผน และรับผดิ ชอบการเรยี นร้ขู องตนเอง
๒. เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ข้อความรู้ ต้ังคาถาม
คิดหาคาตอบหรอื หาแนวทางแก้ปัญหาดว้ ยวธิ ีการต่าง ๆ
๓. ลงมือปฏบิ ัติจริง สรุปสิ่งทีไ่ ด้เรียนรู้ด้วยตนเอง และนาความรู้ไปประยุกตใ์ ช้ในสถานการณ์
ตา่ ง ๆ
๔. มปี ฏสิ มั พนั ธ์ ทางาน ทากิจกรรมรว่ มกับกล่มุ และครู
๕. ประเมินและพัฒนากระบวนการเรยี นรขู้ องตนเองอย่างต่อเน่ือง
๑๒๐
สอื่ การเรียนรู้
ส่ือการเรียนรู้เป็นเครื่องมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้
ทกั ษะกระบวนการ และคณุ ลักษณะตามมาตรฐานของหลักสตู รไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ สอื่ การเรยี นรมู้ หี ลากหลาย
ประเภท ท้ังสื่อธรรมชาติ สื่อส่ิงพิมพ์ ส่ือเทคโนโลยี และเครือข่ายการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่มีในท้องถ่ิน การเลือกใช้สื่อ
ควรเลือกใหม้ คี วามเหมาะสมกบั ระดับพัฒนาการ และลีลาการเรยี นรู้ทห่ี ลากหลายของผเู้ รียน
การจัดหาสื่อการเรียนรู้ ผู้เรียนและผู้สอนสามารถจัดทาและพัฒนาข้ึนเอง หรือปรับปรุงเลือกใช้อย่างมี
คุณภาพจากสื่อต่าง ๆ ที่มีอยู่รอบตัว เพื่อนามาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรู้ท่ีสามารถส่งเสริมและส่ือสารให้
ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยสถานศึกษาควรจัดให้มีอย่างพอเพียง เพ่ือพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง
สถานศึกษา เขตพน้ื ท่กี ารศึกษา หนว่ ยงานท่ีเกี่ยวข้อง และผูม้ ีหนา้ ทีจ่ ัดการศกึ ษาขนั้ พื้นฐานควรดาเนนิ การ ดังนี้
๑. จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์สื่อการเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือข่าย
การเรียนรทู้ ี่มีประสิทธิภาพ ทง้ั ในสถานศึกษาและในชมุ ชน เพื่อการศึกษาค้นควา้ และการแลกเปลย่ี นประสบการณ์
การเรียนรู้ ระหวา่ งสถานศึกษา ทอ้ งถิน่ ชมุ ชน สังคมโลก
๒. จดั ทาและจัดหาสื่อการเรียนรู้สาหรับการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียน เสริมความรู้ให้ผู้สอน
รวมทง้ั จัดหาสงิ่ ท่ีมอี ยู่ในท้องถน่ิ มาประยกุ ต์ใชเ้ ป็นส่อื การเรยี นรู้
๓. เลือกและใช้สื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคล้องกับ
วธิ ีการเรยี นรู้ ธรรมชาติของสาระการเรียนรู้ และความแตกต่างระหว่างบคุ คลของผู้เรียน
๔. ประเมนิ คุณภาพของสือ่ การเรยี นรทู้ เ่ี ลือกใชอ้ ยา่ งเป็นระบบ
๕. ศึกษาค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ของ
ผเู้ รียน
๖. จดั ให้มีการกากับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเก่ียวกับสื่อ และการใช้สื่อ
การเรยี นรู้เปน็ ระยะ ๆ และสม่าเสมอ
ในการจัดทา การเลือกใช้ และการประเมินคุณภาพส่ือการเรียนรู้ที่ใช้ในสถานศึกษา ควรคานึงถึงหลักการ
สาคัญของส่ือการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์การเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
การจัดประสบการณใ์ ห้ผู้เรียน เนื้อหามคี วามถูกต้องและทันสมัย ไม่กระทบความม่ันคงของชาติ ไม่ขัดต่อศลี ธรรม
มีการใชภ้ าษาทถี่ กู ตอ้ ง รปู แบบการนาเสนอทีเ่ ขา้ ใจงา่ ยและน่าสนใจ
การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้
การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ของผู้เรียน ตอ้ งอยู่บนหลักการพ้ืนฐานสองประการคอื การประเมินเพื่อ
พัฒนาผู้เรียน และเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ประสบผลสาเร็จนั้น ผู้เรียน
จะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัด เพ่ือให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะสาคัญ
และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในทุกระดับ
ไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา และระดับชาติ การวัดและประเมินผล
การเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศท่ีแสดงพัฒนาการ
ความก้าวหน้า และความสาเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้ผู้เรียน
เกดิ การพัฒนา และเรยี นรอู้ ย่างเตม็ ตามศักยภาพ
การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น ๔ ระดับ ประกอบด้วย ระดบั ช้ันเรียน ระดับสถานศกึ ษา
ระดับเขตพนื้ ที่การศกึ ษา และระดบั ชาติ โดยมีรายละเอียดดังน้ี
... ๑๒๑
๑. การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลท่ีอยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ครูผู้สอน
ดาเนินการเป็นปกติและสม่าเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น
การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน
การใชแ้ บบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผปู้ ระเมินเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมนิ ตนเอง เพ่ือนประเมนิ เพื่อน
ผู้ปกครองร่วมประเมิน ในกรณีทีไ่ มผ่ า่ นตวั ชว้ี ดั ใหม้ กี ารสอนซ่อมเสรมิ
การประเมินระดับชั้นเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้อันเป็นผล
มาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีส่ิงที่จะต้องได้รับการพัฒนาปรับปรุงและ
สง่ เสรมิ ในดา้ นใด นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลใหผ้ ู้สอนใชป้ รับปรงุ การเรียนการสอนของตนด้วย ทั้งนี้โดยสอดคล้องกับ
มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ช้วี ดั
๒. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินที่สถานศึกษาดาเนินการเพื่อตัดสินผลการเรียน
ของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และ
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากน้ีเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการเรียนรู้
ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมท้ังสามารถนาผลการเรียนของผู้เรียนในสถานศึกษา
เปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการปรับปรุง
นโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธกี ารจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพือ่ การจัดทาแผนพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา
ของสถานศึกษาตามแนวทางการประกนั คุณภาพการศึกษา และการรายงานผลการจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการ
สถานศึกษา สานกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษา สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน ผู้ปกครองและชมุ ชน
๓. การประเมินระดับเขตพื้นท่ีการศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
ตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพ่ือใช้เป็นข้อมูลพ้ืนฐานในการพัฒนา
คุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดาเนินการโดยประเมินคุณภาพ
ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานที่จัดทา และดาเนินการโดยเขตพื้นที่การศึกษา หรือด้วยความร่วมมือ
กบั หน่วยงานต้นสังกดั ในการดาเนินการจัดสอบ นอกจากน้ียังได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมูลจากการประเมิน
ระดับสถานศึกษาในเขตพืน้ ท่ีการศึกษา
๔. การประเมินระดับชาติ เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรู้
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนท่ีเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เข้ารับการประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษา
ในระดับต่าง ๆ เพ่ือนาไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุน
การตดั สินใจในระดับนโยบายของประเทศ
ขอ้ มูลการประเมนิ ในระดับต่าง ๆ ข้างต้น เป็นประโยชนต์ ่อสถานศึกษาในการตรวจสอบ ทบทวนพัฒนา
คุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาท่ีจะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข
ส่งเสริมสนับสนุน เพ่ือให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพ้ืนฐานความแตกต่างระหว่างบุคคล ท่ีจาแนกตาม
สภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนท่ัวไป กลุ่มผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ กลุ่มผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนต่า กลุ่มผู้เรียนทมี่ ีปัญหาด้านวินยั และพฤติกรรม กลุ่มผเู้ รียนทปี่ ฏิเสธโรงเรียน กลุ่มผู้เรียนท่ีมีปัญหา
ทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจากการประเมินจึงเป็นหัวใจของ
สถานศึกษา ในการดาเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและ
ประสบความสาเร็จในการเรียน
๑๒๒
สถานศกึ ษาในฐานะผรู้ ับผิดชอบจัดการศึกษา จะตอ้ งจดั ทาระเบียบวา่ ด้วยการวดั และประเมินผล
การเรียนของสถานศึกษา ให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติ ท่ีเป็นข้อกาหนดของหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน เพื่อใหบ้ ุคลากรที่เกยี่ วขอ้ งทกุ ฝ่ายถือปฏบิ ัติรว่ มกนั
เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผลการเรยี น
๑. การตดั สนิ การใหร้ ะดับ และการรายงานผลการเรยี น
๑.๑ การตัดสนิ ผลการเรียน
ในการตัดสนิ ผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะหแ์ ละเขยี น คุณลักษณะ
อนั พึงประสงค์ และกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นนนั้ ผู้สอนต้องคานึงถึงการพัฒนาผเู้ รียนแต่ละคนเป็นหลัก และต้องเก็บ
ข้อมูลของผู้เรียนทุกด้านอย่างสม่าเสมอและต่อเนื่องในแต่ละภาคเรียน รวมทั้งสอนซ่อมเสริมผู้เรียนให้พัฒนา
จนเต็มตามศักยภาพ
ระดับประถมศกึ ษา
(๑) ผเู้ รียนตอ้ งมีเวลาเรยี นไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรียนท้ังหมด
(๒) ผเู้ รียนต้องได้รับการประเมนิ ทุกตัวชว้ี ัด และผา่ นตามเกณฑท์ สี่ ถานศกึ ษากาหนด
(๓) ผูเ้ รียนต้องไดร้ บั การตดั สนิ ผลการเรียนทกุ รายวิชา
(๔) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากาหนด
ในการอา่ น คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขยี น คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ และกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น
การพิจารณาเลื่อนชั้น ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่า
สามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษาท่ีจะผ่อนผันให้เลื่อนชั้นได้ แต่หากผู้เรียน
ไม่ผ่านรายวิชาจานวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นท่ีสูงข้ึน สถานศึกษาอาจต้ัง
คณะกรรมการพิจารณาให้เรยี นซ้าช้ันได้ ท้ังนีใ้ ห้คานึงถงึ วฒุ ภิ าวะและความรู้ความสามารถของผเู้ รียนเป็นสาคัญ
๑.๒ การให้ระดับผลการเรยี น
ระดบั ประถมศึกษา ในการตัดสนิ เพอื่ ให้ระดับผลการเรยี นรายวิชา สถานศึกษาสามารถให้ระดับ
ผลการเรียนหรือระดับคุณภาพการปฏบิ ัติของผู้เรยี น เป็นระบบตัวเลข ระบบตัวอักษร ระบบร้อยละ และระบบท่ีใช้
คาสาคญั สะท้อนมาตรฐาน
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ระดับผล
การประเมินเปน็ “ดเี ยีย่ ม ดี และ ผ่าน”
การประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบตั ิกิจกรรม
และผลงานของผเู้ รยี น ตามเกณฑ์ทีส่ ถานศกึ ษากาหนด และให้ผลการเข้ารว่ มกิจกรรมเปน็ “ผา่ น และ ไมผ่ ่าน”
๑.๓ การรายงานผลการเรยี น
การรายงานผลการเรียน เป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครองและผเู้ รียนทราบความก้าวหน้าในการเรียนรู้
ของผู้เรียน ซ่ึงสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดทาเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะ ๆ หรือ
อย่างนอ้ ยภาคเรยี นละ ๑ ครงั้
การรายงานผลการเรียน สามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียนท่ีสะท้อน
มาตรฐานการเรยี นรู้กล่มุ สาระการเรียนรู้
... ๑๒๓
๒. เกณฑ์การจบการศกึ ษา
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน กาหนดเกณฑ์กลางสาหรับการจบการศึกษาเป็น ๑ ระดับ
คือ ระดับประถมศกึ ษา
๒.๑ เกณฑก์ ารจบระดับประถมศึกษา
(๑) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติม ตามโครงสร้างเวลาเรียนท่ีหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐานกาหนด
(๒) ผ้เู รียนตอ้ งมีผลการประเมินรายวชิ าพ้ืนฐาน ผ่านเกณฑก์ ารประเมินตามที่สถานศึกษากาหนด
(๓) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน
ตามท่ีสถานศึกษากาหนด
(๔) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี
สถานศกึ ษากาหนด
(๕) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี
สถานศกึ ษากาหนด
สาหรับการจบการศึกษาสาหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น การศึกษาเฉพาะทาง การศึกษาสาหรับ
ผู้มีความสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือก การศึกษาสาหรับผู้ด้อยโอกาส การศึกษาตามอัธยาศัย ให้คณะกรรมการ
ของสถานศึกษา เขตพ้ืนที่การศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง ดาเนินการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักเกณฑ์
ในแนวปฏิบัติ การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน สาหรบั กลุ่มเป้าหมาย
เฉพาะ
เอกสารหลกั ฐานการศึกษา
เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารสาคัญท่ีบันทึกผลการเรียน ข้อมูล และสารสนเทศท่ีเก่ียวข้อง
กับพฒั นาการของผูเ้ รยี นในดา้ นต่าง ๆ แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท ดงั นี้
๑. เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษาที่กระทรวงศึกษาธิการกาหนด
๑.๑ ระเบียนแสดงผลการเรียน เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของผู้เรียน
ตามรายวิชา ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา
และผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สถานศึกษาจะต้องบันทึกข้อมูลและออกเอกสารนี้ให้ผู้เรียนเป็นรายบุคคล
เมื่อผู้เรยี นจบการศึกษาระดับประถมศึกษา (ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๖)
๑.๒ แบบรายงานผู้สาเร็จการศึกษา เป็นเอกสารอนุมตั ิการจบหลกั สูตร โดยบันทึกรายชื่อและขอ้ มูล
ของผู้จบการศึกษาระดับประถมศึกษา (ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๖)
๒. เอกสารหลักฐานการศกึ ษาทสี่ ถานศกึ ษากาหนด
เป็นเอกสารท่ีสถานศึกษาจัดทาข้ึนเพ่ือบนั ทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมูลสาคัญเกี่ยวกบั ผู้เรียน
เช่น แบบรายงานประจาตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการเรียนประจารายวิชา ระเบียนสะสม ใบรับรองผลการเรียน
และเอกสารอ่นื ๆ ตามวตั ถปุ ระสงค์ของการนาเอกสารไปใช้
การเทยี บโอนผลการเรียน
สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนในกรณีต่าง ๆ ได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การเปลี่ยน
รปู แบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษาจากต่างประเทศ
และขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากนี้ ยังสามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรู้
อืน่ ๆ เชน่ สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบันการฝึกอบรมอาชพี การจัดการศึกษาโดยครอบครวั
๑๒๔
การเทยี บโอนผลการเรียน ควรดาเนินการในชว่ งก่อนเปิดภาคเรียนแรก หรอื ต้นภาคเรียนแรกที่สถานศึกษา
รับผู้ขอเทียบโอนเป็นผู้เรียน ท้ังน้ี ผู้เรียนท่ีได้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษาต่อเนื่องในสถานศึกษาท่ีรับ
เทยี บโอนอยา่ งนอ้ ย ๑ ภาคเรียน โดยสถานศกึ ษาท่ีรับผ้เู รยี นจากการเทยี บโอนควรกาหนดรายวชิ า/จานวนหน่วยกิต
ทจี่ ะรับเทียบโอนตามความเหมาะสม
การพิจารณาการเทยี บโอน สามารถดาเนนิ การไดด้ ังน้ี
๑. พิจารณาจากหลักฐานการศึกษา และเอกสารอื่น ๆ ท่ีให้ข้อมูลแสดงความรู้ ความสามารถของ
ผู้เรยี น
๒. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรียน โดยการทดสอบด้วยวิธีการต่าง ๆ ท้ังภาคความรู้
และภาคปฏิบัติ
๓. พิจารณาจากความสามารถและการปฏิบตั ใิ นสภาพจรงิ
การเทยี บโอนผลการเรยี นใหเ้ ปน็ ไปตามประกาศ หรือแนวปฏบิ ตั ขิ องกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
การบรหิ ารจัดการหลกั สตู ร
ในระบบการศึกษาท่ีมีการกระจายอานาจให้ทอ้ งถิ่น และสถานศึกษามบี ทบาทในการพัฒนาหลักสูตรน้ัน
หน่วยงานต่าง ๆ ทีเ่ ก่ียวข้องในแต่ละระดับ ตัง้ แตร่ ะดบั ชาติ ระดับท้องถิ่น จนถึงระดับสถานศกึ ษา มบี ทบาทหน้าที่
และความรับผิดชอบในการพัฒนา สนับสนุน ส่งเสริมการใช้ และพัฒนาหลักสูตรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อให้การดาเนินการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษา และการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษามีประสิทธิภาพ
สูงสุด อันจะสง่ ผลใหก้ ารพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รียน บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ท่ีกาหนดไวใ้ นระดบั ชาติ
ระดับท้องถิ่น ได้แก่ สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา หน่วยงานต้นสังกัดอ่ืน ๆ เป็นหน่วยงานที่มีบทบาท
ในการขับเคล่ือนคุณภาพการจัดการศึกษา เป็นตัวกลางท่ีจะเชื่อมโยงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานที่กาหนด
ในระดับชาติ ให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถ่ิน เพ่ือนาไปสู่การจัดทาหลักสูตรของสถานศึกษา
สง่ เสริมการใช้และพัฒนาหลักสูตรในระดับสถานศึกษา ให้ประสบความสาเร็จ โดยมีภารกิจสาคัญคือ กาหนดเป้าหมาย
และจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในระดับท้องถิ่น โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับส่ิงที่เป็นความต้องการในระดับชาติ
พัฒนาสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับท้องถ่ิน รวมท้ังเพิ่มพูนคุณภาพการใช้หลักสูตร
ด้วยการวจิ ัยและการพัฒนาบุคลากร สนับสนุน ส่งเสริม ตดิ ตามผล ประเมินผล วิเคราะห์ และรายงานผลคณุ ภาพ
ของผู้เรียน
สถานศึกษามีหน้าท่ีสาคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การวางแผนและดาเนินการใช้หลักสูตร
การเพ่ิมพูนคณุ ภาพการใชห้ ลกั สูตรดว้ ยการวิจยั และพัฒนาการปรบั ปรงุ และพฒั นาหลักสูตร จัดทาระเบียบการวัด
และประเมินผล ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขน้ั พน้ื ฐาน และรายละเอียดทีเ่ ขตพื้นทก่ี ารศึกษา หรือหน่วยงานสังกัดอื่น ๆ ในระดับท้องถ่นิ ได้จดั ทาเพ่ิมเตมิ รวมทั้ง
สถานศึกษาสามารถเพม่ิ เติมในส่วนท่ีเกีย่ วกบั สภาพปญั หาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น และความต้องการ
ของผู้เรยี น โดยทกุ ภาคส่วนเข้ามามีส่วนรว่ มในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
... ๑๒๕
ภาคผนวก
๑๒๖
... ๑๒๗
๑๒๘
... ๑๒๙
๑๓๐
... ๑๓๑
๑๓๒
... ๑๓๓
๑๓๔
... ๑๓๕
๑๓๖
... ๑๓๗
๑๓๘
... ๑๓๙
๑๔๐
... ๑๔๑
๑๔๒
... ๑๔๓
๑๔๔