The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล : 35 ปี ของการพัฒนาแหล่งประมง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล : 35 ปี ของการพัฒนาแหล่งประมง

แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล : 35 ปี ของการพัฒนาแหล่งประมง

Keywords: ปะการังเทียม

35
แหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล :
ปี ขแหอลง่งกปารระพมัฒง
นา

แหลง่ อาศยั สัตว์ทะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหลง่ ประมง


เลา่ เรื่องเบอ้ื งต้น

ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนซึ่งมีความหลากหลายของชนิดพันธ์ุสัตว์น้ำมากมาย ท้ังฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
มีความเหมาะสมต่อการแพร่ขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำ เป็นแหล่งทำประมงท่ีเคยมีความอุดมสมบูรณ์ การพัฒนาการทำประมง
ทะเลมีความกา้ วหน้ามาโดยตลอด จำนวนและประสทิ ธภิ าพของเครอ่ื งมอื ประมงเพม่ิ ขนึ้ ตามลำดับ ส่งผลให้แหล่งอาศัยของ
สัตว์น้ำตามแนวชายฝ่ังถูกทำลายโดยเคร่ืองมือบางประเภท ความอุดมสมบูรณ์ในแหล่งทำประมงลดลง กรมประมงจึงได้มี
มาตรการ กฎ ระเบียบ และดำเนินโครงการเพื่อฟ้ืนฟูแหล่งทำประมงให้ทรัพยากรสัตว์น้ำกลับอุดมสมบูรณ์ข้ึนมาใหม่

นบั ต้ังแตโ่ ครงการจัดสร้างแหล่งอาศยั สตั ว์ทะเล ภายใต้โครงการพัฒนาประมงทะเลชายฝั่งพน้ื บ้านจนมาถึงโครงการจัดสร้าง
แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ภายใต้แผนแม่บทการจัดการประมงทะเลไทย เป็นภารกิจต่อเน่ืองที่กรมประมงได้ดำเนินการมาเป็น
เวลาไม่น้อยกว่า 35 ปี พบว่าการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเป็นหนทางหนึ่งที่สำคัญในการฟ้ืนฟูทรัพยากรประมงทะเล
และแหลง่ ทำประมงบรเิ วณชายฝง่ั จนเปน็ ทย่ี อมรบั กนั โดยทวั่ ไปวา่ ประสบความสำเรจ็ และเปน็ ตน้ แบบให้ กระทรวง กรม กอง
และหนว่ ยงานอื่นทั้งภาครฐั และเอกชนไดย้ ดึ ถอื เปน็ ตน้ แบบและแนวทางการฟืน้ ฟูทรัพยากรสตั ว์ทะเล

การรวบรวมผลงานการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลของกรมประมงในคร้ังนี้ หวังเป็นอย่างย่ิงที่จะใช้เป็นแนวทาง
เผยแพร่องค์ความรู้และผลการศึกษาวิจัยการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลให้ผู้ท่ีสนใจได้ทราบ เข้าใจ ให้การสนับสนุน

ชว่ ยกันสรา้ งความอดุ มสมบูรณใ์ ห้กบั ทรัพยากรสตั ว์น้ำ สร้างความมนั่ คงด้านอาหาร และเศรษฐกจิ ใหก้ บั การทำประมงทะเล
ของประเทศไทยสบื ไป


(นายวิมล จันทรโรทยั )

อธบิ ดกี รมประมง


2

บอกกล่าวเลา่ ขาน

สำนักวิจัยและพัฒนาประมงทะเลได้จัดทำเอกสารฉบับนี้ขึ้น เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์การจัดสร้างแหล่งอาศัย
สัตว์ทะเลที่ส่ังสมจนมาถึงวันน้ี ด้วยเจตจำนงที่จะรวบรวมผลงานเพ่ือเผยแพร่ให้ได้รู้ถึงประวัติ การทดลอง การติดตามผล

งานวิจัยท่ีเกี่ยวข้อง ผลประโยชน์ท่ีได้รับทางสังคมและเศรษฐกิจ ความหลากหลายของชนิดสัตว์น้ำ ลูกปลาวัยอ่อน

แพลงก์ตอน สัตว์หน้าดิน ตลอดจนผลผลิตทางการประมงท่ีได้จากการจัดวางแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเพ่ือเป็นแนวทาง

ให้หน่วยงานหรือองค์กรที่จะสนับสนุนงบประมาณ และขยายการดำเนินการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ได้มีแนวทาง

ในการปฏิบัติครบถ้วนทุกขั้นตอนของการจัดการทรัพยากรประมงโดยชุมชนมีส่วนร่วม คือ ทั้งการร่วมคิดวางแผน

ร่วมปฏิบตั ิ รว่ มตดิ ตามผล และรว่ มรบั ผลประโยชน์

เอกสารฉบับนี้ เกิดจากความร่วมมือของนักวิชาการประมง ในสำนักวิจัยและพัฒนาประมงทะเล ค้นคว้าเอกสาร

จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ รวบรวมผลการทดลองและวิจัยเป็นเวลานาน ด้วยความหวังว่าจะเป็นประโยชน์ในการวางแผน
ตดิ ตาม และออกกฎระเบยี บ เพอื่ ใชป้ ระโยชนแ์ หลง่ อาศยั สัตวท์ ะเลให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกท้งั เป็นคู่มือสำคญั ให้หนว่ ยงาน
ที่เพ่ิงเริ่มทำหรือสนับสนุนงบประมาณจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ได้มีแนวทางและมีความรู้ความเข้าใจท่ีถูกต้องในการ
ดำเนินการ กำหนดทิศทางและแผนพัฒนาการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลให้เจริญรุดหน้า พ้ืนฟูทรัพยากรประมงทะเล
ไทยให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ และใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน หากมีข้อมูลทางวิชาการส่วนหน่ึงส่วนใดขาดตกบกพร่อง

หรอื มีขอ้ คดิ เห็นเพม่ิ เติม สำนักวจิ ัยและพฒั นาประมงทะเลยินดนี ้อมรับเพ่ือพฒั นาการจัดสรา้ งแหลง่ อาศัยสัตวท์ ะเลใหเ้ จริญ
กา้ วหนา้ และรวบรวมผลงานรายงานความก้าวหน้าในโอกาสต่อไป


(นายมาโนช รงุ่ ราตรี)

ผูอ้ ำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาประมงทะเล


3

แหลง่ อาศยั สัตว์ทะเล :
35 ปี ของการพฒั นาแหล่งประมง


กว่าจะถึงวนั น้ี

การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล กลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ท่ีกรมประมงสร้างข้ึน

แลว้ เปน็ ทยี่ อมรบั วา่ มปี ระโยชน์ สามารถฟน้ื ฟทู รพั ยากรประมงทะเลของประเทศไทยใหอ้ ดุ มสมบรู ณ

มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณและดำเนินการจัดสร้าง

ตลอดแนวชายฝ่ังทั่วประเทศ หากได้มองย้อนไปถึงคร้ังแรกของการจัดสร้างเพ่ือเสริม
มาตรการอนรุ ักษท์ รัพยากรสตั ว์นำ้ ในเขต 3,000 เมตร จากฝง่ั ใหร้ อดพ้นจากการทำประมง
อวนลากและอวนรุนผิดกฎหมาย ลดข้อขัดแย้งระหว่างประมงพ้ืนบ้านและประมงพาณิชย์
ให้ชาวประมงพ้ืนบ้านมีแหล่งทำประมงบริเวณหน้าชุมชน ลดต้นทุนทำการประมง และ

จบั สตั วน์ ำ้ ไดม้ ากขน้ึ มรี ายไดม้ ากขนึ้ จะเหน็ ไดว้ า่ การจดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลไดพ้ ฒั นา
กา้ วหนา้ จากเดมิ มาก

นักวิจัย นักวิชาการประมง และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์
ทะเลของสำนักวิจัยและพัฒนาประมงทะเล จึงได้ค้นเอกสาร ติดต่อสอบถาม สืบค้นแผน
แม่บทโครงการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล รวบรวมโครงการทั้งหมดท่ีมีกิจกรรมการ

จัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล แผนผัง งบประมาณ พ้ืนที่ ตลอดจนผลการติดตาม ทดลอง
และวิจัย เป็นต้น เพื่อประมวลเป็นแนวทางในการพัฒนาการจัดสร้าง ติดตามผล และ
ออกแบบงานวิจัยด้านการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล เพ่ือเป็นประโยชน์ในการพิจารณา

รูปแบบ แผนผัง วัสดุ ตลอดจนความคุ้มค่าในการจัดสร้าง ปรับปรุงแผนการวิจัยและ

ตดิ ตามผลใหเ้ กดิ ประโยชน์และถูกตอ้ งมากกว่าช่วงเวลาท่ผี ่านมา

หวังเป็นอย่างย่ิงว่า เอกสารฉบับน้ีจะเป็นอีกฉบับหน่ึงที่กรมประมงจะได้เผยแพร

ผลงานสำคัญให้ผู้ท่ีสนใจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล

ผู้มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับการประมง การท่องเท่ียว ธุรกิจขนาดเล็กในชุมชนประมง และอ่ืนๆ

ให้ได้รับทราบเพ่ือประกอบการพิจารณาสนับสนุนงบประมาณพัฒนาธุรกิจต่อเน่ือง

การออกกฎระเบียบเพื่อการใช้ประโยชน์ และท่ีสำคัญเพ่ือสร้างแหล่งประมงท่ีอุดมสมบูรณ์
ให้กับชาวประมงไทยได้สืบทอดอาชีพการทำประมงทะเลใหย้ ัง่ ยืน


คณะผู้จดั ทำ
กันยายน 2556

4

5

แหลง่ อาศยั สัตวท์ ะเล :
35 ปี ของการพฒั นาแหลง่ ประมง
8

15

สารบัญ 16

18

บทสรุปสำหรบั ผบู้ รหิ าร
22

1. พฒั นาการของการจดั สรา้ งแหลง่ อาศัยสตั วท์ ะเลในประเทศไทย
24


1.1 ประวตั ิการจัดสรา้ งแหลง่ อาศยั สัตวท์ ะเล
29


1.2 การจัดสรา้ งแหล่งอาศัยสตั ว์ทะเลของกรมประมง
31


1.3 การจดั สร้างแหล่งอาศัยสัตวท์ ะเลของหน่วยงานอ่ืน
34


1.4 ข้นั ตอนการจดั สรา้ งแหล่งอาศยั สัตว์ทะเล
35

2. วสั ดแุ ละแผนผังการจัดสร้างแหล่งอาศัยสตั ว์ทะเล
38


2.1 วัสดทุ ี่ใช้ในการจัดสรา้ ง
44


2.2 รปู แบบการจดั สร้างแหลง่ อาศัยสัตว์ทะเล
48


2.3 แผนผงั การจดั สร้างแหลง่ อาศัยสัตวท์ ะเลของกรมประมง
51


2.4 สภาพพ้ืนที่การจัดสรา้ งแหล่งอาศัยสัตวท์ ะเลของกรมประมง
53


2.5 การศึกษาความคงทนและการจมตัวของวัสด
ุ 54


2.6 แนวทางการศกึ ษาด้านวสั ดใุ นการจัดสร้างแหลง่ อาศัยสตั วท์ ะเล
55

3. ความหลากหลายของสิง่ มชี ีวติ
58


3.1 แพลงกต์ อนบรเิ วณแหลง่ อาศัยสัตวท์ ะเล
65


3.2 การศึกษาสตั ว์หนา้ ดินและสัตวเ์ กาะติดบริเวณแหล่งอาศัยสัตวท์ ะเล
67


3.3 การศึกษาชนิดปลาบรเิ วณแหลง่ อาศัยสตั วท์ ะเล
70


3.4 แนวทางการศึกษาความหลากหลายของสิ่งมชี ีวิตบรเิ วณแหล่งอาศัยสตั ว์ทะเล
72

4. สภาวะการประมงพ้ืนบ้าน
72


4.1 การเปล่ยี นแปลงผลจับสตั วน์ ำ้


4.2 การเปลยี่ นแปลงการลงแรงประมง


4.3 แนวทางการศึกษาสภาวะการประมงบริเวณแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล


4.4 ขอ้ เสนอแนะเพ่ิมเติม


6

5. สภาวะเศรษฐกิจการประมง
75


5.1 รายไดจ้ ากการทำประมง
76


5.2 ความคุม้ ทนุ และคุ้มคา่
77


5.3 แนวทางการศกึ ษาสภาวะเศรษฐกจิ การประมงบริเวณแหล่งอาศัยสัตวท์ ะเล
77


5.4 ข้อเสนอแนะในการศึกษา
80

6. ความคิดเห็น ทศั นคติ และการมสี ่วนร่วมของชาวประมงตอ่ การจดั สร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล
83


6.1 ความคดิ เห็นของชมุ ชนต่อการจดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล
84


6.2 ทัศนคติของชาวประมง
85


6.3 กระบวนการสร้างการมสี ว่ นรว่ มของชุมชนตอ่ การจัดสร้างแหล่งอาศัยสตั ว์ทะเล
86


6.4 การรับรู้ข้อมลู ขา่ วสาร
87


6.5 แนวทางการศกึ ษาทัศนคตแิ ละความคดิ เหน็ ตอ่ การจัดสร้างแหล่งอาศัยสตั ว์ทะเล
87

7. ข้อเสนอแนะแนวทางการวจิ ยั และพัฒนาการจดั สร้างแหลง่ อาศัยสัตวท์ ะเล
91

ภาคผนวก
99

ภาคผนวก ก วธิ ีการและข้นั ตอนการจดั สร้างแหลง่ อาศัยสัตวท์ ะเล
101

ภาคผนวก ข พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 เร่ืองการเปล่ยี นแปลงทีจ่ ับสตั ว์น้ำ
105

ภาคผนวก ค ระเบยี บกรมประมงวา่ ดว้ ยการขอและการอนญุ าตใหส้ รา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล 109


พ.ศ.2551
115

ภาคผนวก ง คำสง่ั สำนักวจิ ยั และพัฒนาประมงทะเล


7

แหล่งอาศยั สตั ว์ทะเล :
35 ปี ของการพฒั นาแหลง่ ประมง


บทสรปุ สำหรับผ้บู รหิ าร

ชาวประมงพื้นบ้านของประเทศไทยรู้จักสร้าง

แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลมานานนับหลายชั่วอายุคน ในลักษณะ
ของหญ้ากร่ำหรือกร่ำในพ้ืนท่ีทำประมงน้ำจืดและชายฝ่ัง

ตลอดจนการทำซ้ังในทะเล โดยสถานีประมงทะเลจังหวัด
ระยอง ได้ทดลองจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล พบว่า

แท่งคอนกรีตรูปลูกบาศก์มีความแข็งแรง ทนทาน มีน้ำหนัก 4. ยุคจัดสร้างเพื่อเพ่ิมพื้นท่ีทำการประมง ต้ังแต่

มาก สามารถวางจากผิวน้ำโดยไม่ต้องดำน้ำเพ่ือจัดเรียง พ.ศ. 2550 - ปัจจุบัน ภายใต้แผนแม่บทการ
เนื่องจากวัสดุจะรักษารูปทรงเดิมได้ทุกทิศทางที่ตกถึงพ้ืน จดั การประมงทะเลไทย กรมประมงเริ่มสนบั สนุน

ทะเล จัดวางเป็นกองสูงได้ตามต้องการ ประหยัดต้นทุนการ เผยแพร่องค์ความรู้ด้านการจัดสร้างแหล่งอาศัย
จัดวาง มีอายุการใช้งานนาน มีสัตว์น้ำอาศัยจำนวนมากจึง สัตว์ทะเลให้หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ร่วม

เลือกใช้วัสดุนี้ จัดสร้างฯ ต่อเน่ืองมาถึงปัจจุบัน โดยมีขนาด จดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลใหถ้ กู ตอ้ งตามขน้ั ตอน
ความสูงของวัสดุระหว่าง 0.8 - 2.0 เมตร ส่วนใหญ่นิยมใช้ และกฎหมายการเปล่ียนแปลงที่จับสัตว์น้ำ เพื่อ
ขนาดความสงู 1.5 เมตร
เพิ่มผลผลิตประมงและสร้างความม่ันคงด้าน
กรมประมงทำการทดลองและติดตามผลการ
อาหาร วัสดุที่จัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล
จดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สัตว์ทะเลอย่างต่อเน่อื งมานานกว่า 35 ปี ทั้งหมดมีจำนวน 3 ชนิด (ยาง คอนกรีต และ
มนี กั วจิ ยั เกย่ี วกบั แหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลจำนวนไมน่ อ้ ยกวา่ 67 คน เหล็ก) รวม 9 รูปแบบ คือ ยางรถยนต

ตีพิมพ์ผลงาน 53 เร่ือง จึงสามารถพัฒนาการจัดสร้างแหล่ง แทง่ คอนกรีตรปู ลกู บาศก์ แผ่นคอนกรตี ประกอบ
อาศยั สตั ว์ทะเลมาถงึ ปจั จบุ ัน โดยแบ่งออกเปน็ 4 ยคุ คอื
เปน็ ชุดสเี่ หล่ยี ม แทง่ คอนกรีตสามเหล่ียมปีระมิด
1. ยคุ ของการทดลอง ระหวา่ ง พ.ศ. 2521 - 2529 ปลอกบ่อคอนกรีต ท่อคอนกรีต ตู้รถไฟ รถถัง
ได้ทดลองครั้งแรกบริเวณฝ่ังอ่าวไทยท่ีจังหวัด และรถยนต์ รวม 517,313 ชนิ้ จดั วางบรเิ วณนำ้ ลกึ
ระยอง พ.ศ. 2521 และบริเวณฝ่ังอันดามันท่
ี ระหว่าง 3.50-50.00 เมตร ส่วนใหญ่จัดวาง

อ่าวพงั งา พ.ศ. 2526
ท่ีความลึกน้ำ 5.00-10.00 เมตร ระยะห่างฝ่ัง
2. ยคุ จดั สรา้ งเพอ่ื พฒั นาประมงทะเลชายฝงั่ พนื้ บา้ น 0.15-30.50 กิโลเมตร

ระหว่าง พ.ศ. 2530 - 2539 ภายใต้โครงการ พ้ืนท่ีทางทะเลของอ่าวไทย 304,000 ตาราง
พัฒนาประมงทะเลชายฝ่ังพ้ืนบ้าน โครงการจัด กิโลเมตร ได้จัดวางวัสดุเพียง 1,523.48 ตารางกิโลเมตร

สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล และโครงการฟารม์ ทะเล
(ร้อยละ 0.50) ส่วนฝั่งทะเลอันดามันมีพื้นที่ทางทะเล
3. ยุคจัดสร้างเพ่ือเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของ 116,200 ตารางกิโลเมตร จัดวางวัสดุเป็นพ้ืนท่ี 520.87
ทรัพยากรสัตว์น้ำ ระหว่าง พ.ศ. 2540 - 2549 ตารางกิโลเมตร (ร้อยละ 0.45) จังหวัดที่สร้างมากท่ีสุด คือ
ภายใต้โครงการฟ้ืนฟูทะเลไทย โครงการจัดการ จังหวดั ประจวบคีรีขันธ์ (196.18 ตารางกโิ ลเมตร) รองลงมา
และฟน้ื ฟทู ะเลไทย และโครงการฟ้ืนฟูทรพั ยากร คอื จังหวัดนครศรธี รรมราช (175.76 ตารางกิโลเมตร) และ
ชายฝั่งทะเลอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
สงขลา (150.81 ตารางกิโลเมตร) จังหวัดที่สร้างน้อยที่สุด
จงั หวัดปตั ตานีและนราธวิ าส
คอื จงั หวดั สมทุ รสาคร (50.00 ตารางกโิ ลเมตร) ความตอ้ งการ
จดั สรา้ งมมี าก แตก่ รมประมงมงี บประมาณ และบคุ ลากรจำกดั

8

หน่วยงานต่างๆ จึงได้เข้าร่วมดำเนินโครงการจัดสร้าง
เคลื่อนไหวไปมารอบกองวัสดุ ท้ังในแนวต้ังและแนวนอน

แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลมากขึ้นทุกปี เป็นจำนวนไม่น้อยกว่า พบแพลงกต์ อนจำนวน 91 ชนดิ เปน็ แพลงกต์ อน พชื 71 ชนดิ
259 แหง่ มากกวา่ 48 องคก์ ร ไดแ้ ก่ กองทพั เรอื กองทพั อากาศ แพลงก์ตอนสัตว์ 20 ชนิด ซ่ึงเป็นอาหารของสัตว์น้ำวัยอ่อน
มลู นธิ ชิ ยั พฒั นา ศนู ยอ์ ำนวยการบรหิ ารจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ และมกี ารศกึ ษาพบไดอะตอมบนพนื้ ผวิ วสั ดุ จำนวน 117 ชนดิ
(ศอ.บต.) จังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การ แสดงให้เห็นว่าเป็นแหล่งอาหารข้ันพื้นฐานในระบบนิเวศ
บริหารส่วนตำบล เทศบาล องค์การบริหารการพัฒนาพ้ืนที่ แหลง่ ประมง

พิเศษเพื่อการท่องเท่ียวอย่างยั่งยืน กรมส่งเสริมการปกครอง การศึกษาสัตว์เกาะติด บนแท่งคอนกรีต อายุ 2-3
ส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม
สัปดาห์ พบสาหร่ายลงเกาะ ต่อมาอายุ 1 เดือน พบเพรียง
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง กรมพลังงานทดแทน และหอยนางรม อายุมากกว่า 2 เดือน พบฟองนำ้ ไบรโอซัว
และอนุรักษ์พลังงาน การท่าเรือแห่งประเทศไทย ธนาคาร ไฮดรอยด์ เพรยี งหวั หอม และอน่ื ๆ สว่ นการศกึ ษาสตั วห์ นา้ ดนิ
ออมสนิ กลมุ่ ประมงเรอื เลก็ เมอื งพัทยา บรษิ ัท ปตท. สำรวจ ขนาดใหญ่ พบความหนาแน่น มากกว่าบริเวณภายนอก
และผลติ ปิโตรเคมี จำกัด (มหาชน) เป็นต้น แนวทางการจัด แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล สิ่งมีชีวิตอื่นเข้ามาอาศัยมากข้ึนตาม
สร้างหากใช้วัสดุชนิดใหม่จะต้องจัดสรรงบประมาณและ อายุวัสดุท่ีมากข้ึนด้วย พบหอยฝาเดียวและหอยสองฝา
ดำเนินการก่อน ระหว่างและหลังการจัดสร้างให้ถูกต้อง
จำนวน 61 สกลุ 200 ชนดิ และสตั วน์ ำ้ อนื่ ๆ จำนวน 17 กลมุ่
กรมประมงไดท้ ดลองติดตามผล และศึกษาวจิ ัยสรปุ ไดด้ ังน
้ี 63 ชนดิ เชน่ ไอโซปอด แอมพปิ อด ดอกไมท้ ะเล หนอนทะเล
สภาพวัสดุ ภายหลังการจัดวาง 10 ปี บริเวณ เมน่ ทะเล ลน่ิ ทะเล ทากทะเล ดาวทะเล ปลงิ ทะเล เพรยี ง กงุ้
จังหวัดระยอง และนครศรีธรรมราช พบว่าแท่งคอนกรีต
และปูชนิดต่างๆ และพบสาหร่ายทะเล อีก 14 ชนดิ

อยู่ในสภาพดี คานล่างจมตัว 3 - 17 เซนติเมตร ส่วนท่ี ชนิดของลูกปลาวัยอ่อน บริเวณจัดสร้างแหล่งอาศัย
จังหวัดปัตตานีและนราธิวาส มีการจมตัวของแท่งคอนกรีต
สัตวท์ ะเลด้วยตรู้ ถไฟ แท่งคอนกรีต และท่อคอนกรตี จำนวน
5 - 10 เซนตเิ มตร ทอ่ คอนกรตี 10 - 20 เซนติเมตร ตูร้ ถไฟ 10 แห่ง บริเวณจังหวัดปัตตานีและนราธิวาส พบลูกปลาวัย
10 - 20 เซนติเมตร รถยนต์ 10 - 20 เซนตเิ มตร และรถถงั อ่อนกอ่ นการจดั สรา้ ง 32 วงศ์ ภายหลังการจดั สรา้ งเป็นเวลา
5 - 10 เซนติเมตร พบมกี ารจมตัวน้อยมากเมื่อเทียบกับส่วน 2 เดือน พบเพ่ิมข้ึนเป็น 37 วงศ์ ชนิดที่พบมากที่สุด

สูงของวัสดุ การจมตัวทำให้วัสดุตรึงอยู่กับที่ ไม่กระจายเมื่อ เปน็ ลูกปลาสกี ุน รองลงมาเป็นปลาทราย และปลาหลังเขียว

ถกู พายคุ ลนื่ ลมแรงหรอื ถกู ฉดุ ดงึ โดยเครอ่ื งมอื ประมงขนาดใหญ
่ ความหลากหลายของชนิดปลา บริเวณแหล่งอาศัย
ความหลากหลายของชนดิ สตั วน์ ำ้ การศกึ ษาแพลงกต์ อน สัตว์ทะเลจังหวัดปัตตานีและนราธิวาส ศึกษาโดยการดำน้ำ
บริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลท่ีอ่าวมะขาม เกาะเสม็ด
พบปลา 54 วงศ์ 111 สกุล 182 ชนิด โดยพบกล่มุ ปลาสกี ุน
จังหวัดระยอง พบว่าแพลงก์ตอนในกองวัสดุมีความชุกชุม มากทสี่ ุด (19 ชนดิ ) รองลงมา คอื กลุ่มปลากะพง (11 ชนิด)
มากกว่ารอบนอก โดยผลของกระแสน้ำทำให้แพลงก์ตอน และกลมุ่ ปลากะรัง (10 ชนิด) บรเิ วณตรู้ ถไฟพบปลา 39 วงศ์

9

แหล่งอาศัยสัตวท์ ะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหล่งประมง


112 ชนิด ท่อคอนกรีตพบปลา 23 วงศ์ 50 ชนิด
อวนปลากระบอกที่เพชรบรุ ี มอี ตั ราการจับตอ่ หน่วย
แท่งคอนกรีตพบปลา 46 วงศ์ 129 ชนิด รถยนต์พบปลา
การลงแรงประมงสงู ขนึ้ รอ้ ยละ 15.77 คอื จาก 20.13 กก./เทย่ี ว
40 วงศ์ 117 ชนิด และรถถังพบปลา 35 วงศ์ 88 ชนิด
เป็น 23.30 กก./เท่ียว

ผลการใช้ลอบจับสัตว์น้ำที่จังหวัดจันทบุรี ในช่วง 6 เดือน ลอบหมึก ท่ีจังหวัดปัตตานี หลังการจัดสร้าง 3 ปี

แรก พบปลา 36 ชนดิ และใช้เบ็ดมือจบั ไดป้ ลาผวิ น้ำ 6 ชนิด มีอัตราการจับเพ่ิมข้ึนสองเท่า จากปีแรก 10.10 กก./เท่ียว
ปลาหน้าดิน 21 ชนิด ผลการวางอวนลอยปลาก่อนการ
เพิม่ ขน้ึ เปน็ 20.02 กก./เท่ียว ในปีท่ี 3

จัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลท่ีจังหวัดปัตตานีจับสัตว์น้ำได้ เบด็ มอื ทจ่ี งั หวดั จนั ทบรุ ี พบวา่ อตั ราการจบั สตั วน์ ำ้
35 ชนิด ภายหลังการจัดสร้าง 1 ปี จับสัตว์น้ำเพ่ิมข้ึนเป็น ในช่วงเวลา 6 เดือนแรก มีค่าสูงกว่า 6 เดือนถัดไป

54 ชนิด ซึ่งจากการศึกษาชนิดปลาบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ โดยจับสัตว์น้ำได้ 430.16 และ 301.59 กรัม/สาย/ชั่วโมง
ทะเลท่ีจังหวัดระยอง อา่ วพังงา และจังหวดั สงขลา กลมุ่ ปลา ตามลำดับ ชาวประมงสามารถทำการประมงในระยะเวลา

ที่พบมากสุดคือ กลุ่มปลากะพง และปลากะรัง ซึ่งมีความ ที่นานข้ึน เช่น เบ็ดซ่ึงเคยทำการประมงได้เพียง 3 เดือน

สำคัญทางเศรษฐกิจ รองลงมาพบปลาอินทรี ปลาสร้อย เพิม่ ขึน้ เป็น 5 เดือน

นกเขา ปลาน้ำดอกไม้ ปลากระเบน ปลาจวด ปลาดุกทะเล เบ็ดตกปลา ที่จังหวัดปัตตานีพบว่า อัตราการจับ
หอยมกุ จาน หอยพัด หอยนางรม หมกึ กล้วย และหมกึ หอม สัตว์น้ำด้วยเบ็ดตกปลาในปีแรก จำนวน 14.61 กก./เที่ยว
เปน็ ตน้
เพิ่มขึ้นเป็น 18.60 กก./เทยี่ ว ในปที ีส่ องและเกอื บเท่ากบั ปีที่
การศึกษาผลจับสัตว์น้ำในแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล สาม คอื 18.58 กก./เทย่ี ว

จังหวัดปัตตานี สงขลา นครศรีธรรมราช เพชรบุรี ระยอง การลงแรงประมงเพิ่มมากขึ้นในปีท่ี 1 ปีที่ 2 และ
จนั ทบรุ ี และพงั งา ดว้ ยเครอ่ื งมอื ประมงพนื้ บา้ นประเภทตา่ งๆ ลดลงในปีท่ี 3 เนื่องจากภายหลังการจัดสร้างแหล่งอาศัย
พบว่าภายหลังการจัดสรา้ งจบั สัตวน์ ้ำได้มากข้นึ ดังน
ี้ สัตว์ทะเลมีการลงแรงประมงท่ีไม่สมดุลกับปริมาณสัตว์น้ำ
อวนจมกุ้ง ท่ีจังหวัดปัตตานีมีอัตราการจับสัตว์น้ำ ทำให้จับสัตว์น้ำได้น้อยลง จึงควรมีการกำหนดมาตรการ
เฉล่ียก่อนและหลังการจัดสร้างของอวนจมกุ้งเท่ากับ 5.830 ควบคุมจำนวนและฤดูการทำประมงของเครื่องมือประมง
และ 8.103 กก./เทยี่ ว
บางชนิดอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จาก

อวนจมปู ทีจ่ งั หวดั เพชรบุรี มีอัตราการจบั ตอ่ หนว่ ย สัตว์น้ำได้อย่างย่งั ยนื

การลงแรงประมงสูงกว่าเกณฑ์ท่ีคาดไว้ ร้อยละ 176.88 คือ สภาพเศรษฐกิจ ของชาวประมงท่ีทำการประมง
จาก 8.53 กก./เท่ยี ว เป็น 23.63 กก./เท่ยี ว
บริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลจังหวัดระยอง มีรายได้เพิ่มข้ึน
อวนลอยปลากุเรา ท่ีจังหวัดนครศรีธรรมราช
จากเดมิ โดยมกี ำไร 188,664 บาท/ปี/ครวั เรือน รายไดข้ อง
การจับสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น 5,040.90 กิโลกรัม เป็นปลากุเรา ชาวประมงพื้นบ้านก่อนการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล
3,815.60 กิโลกรัม อัตราการจับสัตว์น้ำเฉลี่ยท้ังปีเพ่ิมขึ้น จังหวัดเพชรบุรี เท่ากับ 1,572.81 บาท/เดือน/ครัวเรือน
3.62 กก./เที่ยว คิดเป็นปลากุเราท่ีเพิ่มข้ึน 2.38 กก./เที่ยว (18,873.74 บาท/ปี/ครัวเรือน) ภายหลังการจัดสร้างเป็น
และจากเดมิ ทีม่ ีการทำประมงได้เพยี ง 2-3 เดือน หลังการจัด เวลา 5 ปี มรี ายไดเ้ พมิ่ ขน้ึ เปน็ 6,377.51 บาท/เดอื น/ครวั เรอื น
สรา้ งแลว้ สามารถทำการประมงไดต้ ลอดท้งั ป
ี (76,530.21 บาท/ปี/ครัวเรือน) การประเมินผลภายหลัง

อวนลอยปลาทราย ที่จังหวัดเพชรบุรี อัตราการจับ การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลจังหวัดเพชรบุรี 1-3 ปี

ตอ่ หนว่ ยการลงแรงประมงสงู ขนึ้ รอ้ ยละ 63.50 คอื จาก 9.53 พบว่า ผลผลิตต่อเท่ียวสูงข้ึน ได้รับประโยชน์เป็นมูลค่า
กก./เที่ยว เปน็ 15.59 กก./เทยี่ ว
ตอบแทนสงู ข้ึนจากเดิม ในอัตราสว่ น 1.56 1.56 และ 3.01
อวนปลาดาบลาว ที่จังหวัดเพชรบุรี มีอัตราการจับ ตามลำดับ ชาวประมงจันทบุรีมีรายรับเฉลี่ยสุทธิจากการทำ
ต่อหน่วยการลงแรงประมง สูงข้ึนร้อยละ 74.00 คือ
ประมงพ้ืนบ้านเพิ่มข้ึนจาก 36,453 บาท/ปี เป็น 56,404
จาก 34.24 กก./เท่ียว เป็น 59.59 กก./เท่ยี ว
บาท/ปี ขณะที่ต้นทุนในการทำประมงลดลงจาก 33,471
บาท/ปี เหลือ 26,914 บาท/ป ี


10

ความคุ้มทุนและคุ้มค่า การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ จังหวัดสตูลมีความเห็นว่า แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลทำให้ไม่ต้อง
ทะเลจังหวัดระนอง ใน พ.ศ. 2537 มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ ออกไปทำการประมงไกลฝั่ง ประหยัดค่าใช้จ่ายทำให้ฐานะ
(NPV) เท่ากับ 458,594 บาท อัตราตอบแทนต่อค่าใช้จ่าย ทางเศรษฐกิจของหมูบ่ ้านดีขึน้

(ค่า B/C) เท่ากับ 1.145 และอัตราตอบแทนของโครงการ การรับข้อมูลข่าวสารของชาวประมง ที่จังหวัดพังงา
(ค่า IRR) เท่ากับ ร้อยละ 15.5 ส่วนโครงการจัดสร้างแหล่ง อยู่ระดับสูงถึงร้อยละ 48 โดยช่องทางการรับรู้ส่วนใหญ่
อาศยั สตั วท์ ะเลจงั หวดั พงั งา พบความคมุ้ ทนุ เทา่ กบั 22 เดอื น ทราบจากเพื่อนบ้าน และมีระดับทัศนคติท่ีดีต่อแหล่งอาศัย
หรือ 2 ปี ภายหลังการจัดสร้าง ดังน้ัน โครงการจัดสร้าง สัตว์ทะเลสูงด้วย ส่วนชาวประมงบ้านเกาะมุก จังหวัดตรัง
แหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลคมุ้ คา่ ตอ่ การลงทนุ เมอื่ คา่ NPV มากกวา่ 0, พบว่าสว่ นใหญร่ ับขอ้ มลู จากเพ่ือน (รอ้ ยละ 87) หนังสอื พมิ พ์
ค่า B/C มากกว่า 1 และค่า IRR สูงกว่าค่าเสียโอกาส
(รอ้ ยละ 47) วารสาร (รอ้ ยละ 35) กรมประมง (รอ้ ยละ 32)
ของทนุ หรืออัตราดอกเบยี้
วิทยุ (ร้อยละ 27) และโทรทศั น์ (รอ้ ยละ 25)

ทัศนคติและความคิดเห็น ชุมชนประมงพื้นบ้าน การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลมีวัตถุประสงค์แต่
จงั หวดั พงั งามคี วามรเู้ รอื่ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลมากถงึ รอ้ ยละ เดิมเพื่อการอนุรักษ์และเพื่อการทำประมง แต่ปัจจุบันมี
50 ชาวประมงท่ีจังหวัดระยองเข้าไปใช้ประโยชน์ในแหล่ง วัตถุประสงค์เพ่ิมข้ึนเพ่ือเป็นแหล่งท่องเท่ียว ป้องกันการ

อาศัยสัตว์ทะเลสูงถึงร้อยละ 86.70 ชาวประมงรู้จักและ กัดเซาะชายฝ่ัง หรือขยายแหล่งปะการังธรรมชาติ เป็นต้น
ยอมรบั ผลดีของการจัดสร้าง อยากให้มีการสรา้ งเพมิ่ แต่ตอ้ ง ก่อนการจัดสร้างต้องมีการประชาสัมพันธ์และชี้แจงให้ชุมชน
มีการตรวจตรา ควบคุมการทำประมงผิดกฎหมาย และออก ทราบและหากมีการจัดสร้างด้วยวัสดุชนิดใหม่ที่ไม่เคย

ประกาศห้ามเครื่องมือประมงบางชนิด ควรเพิ่มทุ่นให้เห็น จัดสร้างมาก่อน ต้องมีการศึกษาท่ีเชื่อถือได้ว่าวัสดุชนิดนั้น

ชัดเจน แหลง่ อาศัยสัตว์ทะเลเป็นแหลง่ รวมฝูงสตั ว์นำ้ ลดการ ไม่ส่งผลเสียต่อแหล่งประมงและส่ิงแวดล้อม ในระหว่างการ
ทำอวนลาก อวนรุน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำ และตก จัดสร้างต้องมีการประชาสัมพันธ์อย่างท่ัวถึง และภายหลัง
ปลา ชาวประมงที่เคยเข้ามามีส่วนร่วมเกี่ยวกับการจัดสร้าง การจัดสร้างควรมีการติดตามประเมินผลและกำหนดกฎ
แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลมีความคิดเห็นว่าได้รับประโยชน์สูงกว่า กติกา หรือมาตรการควบคุมการทำประมงบางชนิดที่ทำลาย
กล่มุ ท่ีไม่ไดเ้ ข้ารว่ มอย่างมีนยั สำคญั ยงิ่ ทางสถิติ (p<0.01) แต่ พันธุ์สัตว์น้ำ เพ่ือให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ด้วยเหตุ
จากการสำรวจชาวประมงมกั มสี ว่ นรว่ มในระดบั ตำ่ และปานกลาง ที่ปัจจุบันมีองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ เข้ามาสนับสนุนและ

ร้อยละ 45.3 และ 29.7 ตามลำดับ โดยกิจกรรมที่เข้าร่วม มีส่วนร่วมในการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเพิ่มมากขึ้น
เชน่ การรบั ฟงั การประชมุ ชแ้ี จงโครงการ พจิ ารณาพน้ื ทจ่ี ดั สรา้ ง กรมประมงจึงควรทำการวิจัยและพัฒนา (research and
และร่วมสังเกตการณ์การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล
development, R&D) ด้านต่างๆ อยา่ งต่อเนือ่ งดังน
ี้
รอ้ ยละ 75.0 76.6 และ 68.8 ตามลำดบั สำหรับชาวประมง

11

แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล :
35 ปี ของการพฒั นาแหล่งประมง


ก.
งานวิจัย สามารถแบง่ ได้ 3 กลุม่ ดงั น
้ี

กลุ่มท่ี 1
การประเมนิ ศกั ยภาพของแหลง่ อาศยั สัตวท์ ะเล

กลุม่ ที่ 2
การศกึ ษาการเปล่ียนแปลงที่เกิดจากแหลง่ อาศยั สตั ว์ทะเล


- การเปลย่ี นแปลงทางวทิ ยาศาสตร์ ไดแ้ ก่ ดา้ นกายภาพ เคมี และชีววิทยา

- การเปลยี่ นแปลงทางเศรษฐกจิ ไดแ้ ก่ การศกึ ษาความคมุ้ คา่ ตอ่ การลงทนุ จดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลทผี่ า่ นมา

ผลตอบแทนสุทธิที่ได้จากโครงการคิดจากกำไรจากการทำประมงของชาวประมงเท่าน้ัน ความจริง

ผลตอบแทนท่ีเกิดขึ้นควรรวมการขยายตัวของธุรกิจดำน้ำและการท่องเที่ยวในแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล

เปน็ ผลตอบแทนทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการจดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลดว้ ย

- การเปลยี่ นแปลงทางสงั คม ไดแ้ ก่ ทศั นคติ ความคดิ เหน็ และการมีส่วนร่วมของชุมชนประมงต่อแหล่งอาศัย
สัตวท์ ะเล

กลุ่มท่ี 3
การศึกษาเพื่อพฒั นารูปแบบการจดั สรา้ งแหลง่ อาศัยสัตว์ทะเล ได้แก่ ชนดิ ของวสั ดุ รปู ทรง และขนาด รปู แบบ
การวาง เช่น พ้ืนท่ี ระยะห่างฝั่ง ผงั การจดั วาง เป็นตน้


12

ข.
งานพฒั นา สามารถดำเนินการได้ ดงั น้ ี

1
บูรณาการการจัดสร้างแหล่งอาศยั สตั ว์ทะเลกบั ทกุ หน่วยงาน (48 หน่วยงาน)

ท่ีไดด้ ำเนนิ การจดั สร้างมาจนถงึ ปัจจุบนั ดงั นี้

1.1 ปรับปรุงแผนผังมาตรฐานในการจัดวางวัสดุจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล การจัดสร้างต่อเนื่องในพ้ืนท
่ี
ใกลเ้ คยี งกันจะกลายเปน็ แปลงหรอื คอมเพล็กซ์ (complex) ท่มี ปี ระสิทธิภาพในการทำการประมง

1.2 สร้างความเข้าใจในการใช้ประโยชน์จากแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ให้แก่เจ้าของโครงการ สมาชิกในชุมชน
ประมงและผู้มีส่วนเก่ียวข้องให้เข้าใจอย่างถูกต้องในการจับสัตว์น้ำบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล

ให้เกิดคุณค่ามากท่ีสุด ทั้งนี้อย่าใช้แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเป็นเพียงเครื่องมือในการรวบรวมฝูงปลา

ต้องมกี ฎ กติกา และความร่วมมอื ของทกุ ฝา่ ยในการใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งย่งั ยืน

1.3 แลกเปลยี่ นเรยี นร้กู ับชุมชนใหก้ า้ วทันการเปลี่ยนแปลงของชมุ ชนและทรพั ยากรประมง

2
พัฒนาโครงสร้างการบรหิ าร องคก์ ร บุคลากร มาตรการและวธิ ีการใช้ประโยชนท์ ีเ่ ก่ยี วข้องกับแหล่งอาศัยสตั วท์ ะเล

2.1 จัดทำแผนการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลโดยมีกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงาน
หลกั ร่วมกับหน่วยงานที่เกีย่ วข้อง

2.2 การจดั สร้างแหลง่ อาศยั สตั ว์ทะเลต้องอยู่ภายใตก้ ารพัฒนาทย่ี ั่งยืน

2.3 ภาครัฐต้องเร่งปรับปรุงกฎหมายประมงให้ทันสมัยโดยเร็ว จะได้มีนโยบายการเพิ่มผลผลิตและจับสัตว์น้ำ
อยา่ งทเ่ี หมาะสม

2.4 มีนโยบายในการจัดการป้องกันและควบคุมความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อม ภายใต้ความร่วมมือของ
ชมุ ชนหรอื องค์กรท้องถิน่

2.5 เพ่มิ ประสทิ ธิภาพของคณะกรรมการพจิ ารณานโยบายการจัดสรา้ งแหล่งอาศัยสตั ว์ทะเล

1) ให้มีการจัดสร้างในพื้นที่ที่ได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล

ผู้ขออนุญาตตอ้ งขออนุญาตเปล่ยี นแปลงทีจ่ บั สตั ว์นำ้ กบั กรมประมง

2) กรมประมง ควรเร่งจัดประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ให้แก่บุคลากร

ของหนว่ ยงานตา่ งๆ ทเ่ี สนอขออนมุ ตั จิ ดั สรา้ งฯ ไดเ้ ขา้ ใจ มคี วามรคู้ วามสามารถในการจดั การทรพั ยากร
ประมงเพิม่ ขนึ้ และมฐี านขอ้ มูลที่เช่ือถอื ได

3
การสร้างระบบบริหารจัดการ

3.1 สรา้ งเครือข่ายจัดการทรพั ยากรประมง

3.2 จัดให้เป็นแหลง่ เรียนรูแ้ ละการศกึ ษาทางด้านชวี วิทยาของสัตวท์ ะเล

3.3 ประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวางผ่านสื่อต่างๆ อย่างจริงจัง ให้ทุกภาคส่วนได้รู้ข้อเท็จจริงของสภาวะ

การประมงทะเล จกั ได้ระดมทุนทรัพย์ ทุนความคดิ ทนุ สังคม ทุนมนุษย์ เพอื่ สนับสนุนการพัฒนา

3.4 ประกาศให้บริเวณท่ีมีการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเป็นเขตบริหารจัดการทรัพยากรประมงโดยชุมชน

มีสว่ นรว่ ม สอดคลอ้ งกับพระราชบญั ญัตกิ ารประมงฉบบั ใหม่


13

แหล่งอาศัยสตั ว์ทะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหล่งประมง


14

พฒั นาการของการจัดสรา้ ง


บทที่ 1
แหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลในประเทศไทย

ออำญั นญาจานีศริแเิยพ้มชรร่งุ
เรือง

15

แหล่งอาศัยสัตวท์ ะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหลง่ ประมง


บทที่ 1 พฒั นาการของการจัดสรา้ งแหลง่ อาศัยสัตวท์ ะเลในประเทศไทย


1.1
ประวัติการจดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สัตว์ทะเล


เปน็ ทท่ี ราบกนั ดวี า่ การจดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล การใช้กิ่งไม้รวมฝูงปลา นอกจากจะพบบริเวณภาค
เป็นท่ีรู้จักของชาวประมงในประเทศต่างๆ เกือบท่ัวโลก
กลางตามมีบันทกึ น้นั จากการทกี่ รมประมงโดยศูนยว์ จิ ัยและ
การคน้ ควา้ จากเอกสารตา่ งๆ ถงึ กำเนดิ ของแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล พัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยตอนล่าง (สงขลา) ได้สอบถาม
พบว่า มนุษย์รู้จักสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลมานานแล้ว ชาวประมงทะเลพื้นบ้านก่อนการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์
Tortell (1993) กล่าวว่า ชนเผ่าอะบอริจิ้น (Aborigines)
ทะเลจังหวัดปัตตานีและนราธิวาส ได้ทราบว่าชาวประมง
ในประเทศออสเตรเลีย สร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลมาตั้งแต่ ทะเลพนื้ บ้านภาคใต้ ฝ่งั อา่ วไทย รจู้ กั การทำแหล่งอาศัยสัตว์
ยุคกอ่ นประวตั ิศาสตร์ สว่ นทีป่ ระเทศญ่ีป่นุ พบบนั ทึกว่ามีการ ทะเลมาหลายชั่วอายุคน พร้อมๆ กับการรู้จักจับสัตว์น้ำ

สร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลต้ังแต่ พ.ศ. 2403 ในประเทศ โดยการนำกิ่งไม้ ลำไม้ไผ่ ใบมะพร้าว ไปวางไว้บนพื้นทะเล
ฟิลิปปินส์และอินเดียมีการสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเม่ือ กลางนำ้ และผวิ นำ้ ใหส้ ตั วน์ ำ้ เขา้ มาอยอู่ าศยั แลว้ จงึ จบั สตั วน์ ำ้
ประมาณ พ.ศ. 2443 มากกวา่ รอ้ ยปมี าแลว้ สำหรบั การจดั สรา้ ง เรียกการจัดสร้างนี้วา่ การทำซง้ั คร้ันถงึ ยคุ สมยั ท่อี วนลากถูก
แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลในประเทศไทยได้เร่ิมมีการจัดสร้าง นำมาใช้ในประเทศไทยทำให้แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลอย่างง่าย
แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเพื่อการทำประมงมาไม่น้อยกว่าร้อยปี เหลา่ นถ้ี กู ลากทำลายไปดว้ ย กรมประมงจงึ คดิ ประดษิ ฐพ์ ฒั นา
ด้วยเช่นกัน ตามบันทึกในสมุดคู่มือเครื่องมือจับสัตว์น้ำ
จัดสร้างแหล่งอาศัยด้วยวัสดุท่ีมีน้ำหนักมาก คงทนและถาวร
ในประเทศสยามจัดทำโดย กองการประมง กรมเกษตรและ มากข้ึน ให้เกิดประโยชน์ในการป้องกันอวนลากและอวนรุน
การประมง พ.ศ. 2478 กลา่ วถงึ เครอื่ งมือจับสตั วน์ ้ำ 2 ชนดิ ไม่ให้เข้ามาทำการประมงผิดกฎหมายในเขตพ้ืนที่อนุรักษ์
ที่จัดสร้างเป็นแหล่งอาศัยสัตว์น้ำ ชนิดแรกเรียกว่า หญ้ากร่ำ 3,000 เมตร จากฝั่ง ได้ทำการทดลองด้วยยางรถยนต์

เป็นวิธีจับสัตว์น้ำในลำคลอง หนอง บึง โดยใช้พุ่มไม้ ก่ิงไม้ แท่งคอนกรีต ท่อคอนกรีต และวัสดุอื่นๆ ซึ่งจะได้กล่าวถึง
สุมไว้ หรือปลูกหญ้าปล้อง โสน ลำเจียก ผักบุ้ง ไว้เป็นพุ่ม รายละเอยี ดในบทท่ี 2 อันเป็นท่ีมาของแหล่งอาศัยสตั วท์ ะเล
ยาวริมฝ่ัง วิธีจับปลาใช้เฝือกล้อมหรืออวนล้อมหญ้ากร่ำ
เพอ่ื การประมง ดงั ทีเ่ ห็นในปัจจุบนั

แล้วเอาหญา้ และกง่ิ แขนงไม้ขน้ึ รกุ เฝือกและอวนเพือ่ จับปลา แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล (artificial habitat) หรือ
พบใช้ในจังหวัดภาคกลาง อีกชนิดหน่ึงเรียกว่า กร่ำกุ้ง
ปะการังเทียม (artificial reef) เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างข้ึน

เป็นวิธีจับกุ้งโดยใช้ก่ิงไม้ หลักไม้ปักรวมเป็นกลุ่มริมน้ำหรือ เพื่อดัดแปลงสภาพพ้ืนทะเลให้สัตว์น้ำชอบ โดยเลียนแบบ
ริมชายทะเล เวลาจะจับใช้อวนล้อมกิ่งไม้ท่ีปักไว้ แล้วถอน บริเวณกองหินใต้น้ำตามธรรมชาติ หรือแนวปะการัง

หลักไม้ข้ึนใช้สวิงช้อนจับ เม่ือจับกุ้งปลาได้หมดแล้ว ก็ปักไม้ เพื่อดึงดูดให้สัตว์น้ำเข้ามาอยู่อาศัย เป็นแหล่งทำการประมง
ลงไว้ดังเดิม พบใช้ในจังหวัดภาคกลางและชายทะเล
ที่มีความอุดมสมบูรณ์ ถือเป็นเคร่ืองมือด้านการประมง

(กองการประมง, 2478)
เพื่อใช้เป็นที่จับสัตว์น้ำ โดยดึงดูดให้สัตว์น้ำมาชุมนุมกัน


16

(fish aggregation) เพ่ือสะดวกในการจับขึ้นมาใช้ประโยชน์
นอกจาก วัตถุประสงค์น้ีแล้ว มีการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์
ทะเลเพ่ือเพ่ิมพื้นท่ีในการเลี้ยงตัวของสัตว์น้ำวัยอ่อนและ

เพม่ิ พนั ธ์สุ ตั ว์นำ้ (Nakamura, 1985) และวตั ถปุ ระสงค์อ่นื ๆ
(Willmann, 1991) ดังนี้


1) เพือ่ ให้มีผลผลิตการจบั สตั วน์ ้ำสงู ขึ้นและคงที่มากข้ึน

2) ลดเวลาค้นหาแหล่งทำการประมง ทำให้ประหยัด

น้ำมนั เชอื้ เพลงิ

3) เพ่ือกิจกรรมนันทนาการ พักผ่อนหย่อนใจ เช่น


กีฬาตกปลา ดำนำ้ และถา่ ยภาพ เปน็ ตน้

4) ปรบั ปรงุ หรอื ฟ้นื ฟแู หลง่ ท่ีอยู่อาศัยของสัตวน์ ำ้

5) จัดการควบคุมหรือป้องกันการทำการประมง


บางชนิดใกล้ฝง่ั เช่น อวนลาก เปน็ ต้น

6) ปกป้องการทำฟาร์มทะเลและส่ิงก่อสร้างตามแนว

ชายฝ่ังจากคลนื่ และกระแสน้ำ

7) กำจดั ส่งิ ที่ไมใ่ ชป้ ระโยชน์แล้ว เชน่ ซากรถบัส

รถยนต์ และยางรถยนต์เก่า เปน็ ตน้

17

แหลง่ อาศัยสัตว์ทะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหล่งประมง


1.2
การจดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลของกรมประมง


พัฒนาการการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลของ

กรมประมงเริ่มจากการทดลองแล้วนำผลท่ีได้มาเป็นแนวทาง
ในการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลภายใต้โครงการที่ได้รับ
การจัดสรรงบประมาณซึ่งเปล่ียนแปลงช่ือโครงการไปตาม
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เมื่อเวลาผ่านไป

จึงเริ่มมีการจัดสร้างอย่างต่อเน่ืองและกำหนดหลักเกณฑ์การ
จัดสร้าง หลักเกณฑ์เบื้องต้นที่สำคัญของการกำหนดพื้นที่จัด
สร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลของประเทศไทย ในช่วงปี

พ.ศ. 2526-2555 คือ ต้องเป็นไปตามความต้องการของ

ชาวประมงในทอ้ งถนิ่ ตามประเภทของเครอ่ื งมอื และแหลง่ ประมง
โดยระดบั นำ้ ลงตำ่ สดุ ตอ้ งอยเู่ หนอื กองวสั ดไุ มน่ อ้ ยกวา่ 6 เมตร
มีสภาพพ้ืนทะเลที่เหมาะสมไม่ทำให้กองวัสดุจมตัวเกินกว่า
20 เซนติเมตร และเป็นพ้ืนท่ีได้รับความเห็นชอบจากส่วน
ราชการท่ีเก่ียวข้อง คือ กรมประมง กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า
ซึ่งมักอยู่ในเขต 10 กิโลเมตรจากฝั่ง ระดับน้ำลึกไม่เกิน

30 เมตร (กรมประมง, 2549) หากแบ่งยุคต่างๆ ของการ

จัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลตามวัตถุประสงค์ของการ

จัดสร้างทผ่ี ่านมาสามารถ แบ่งได้ 4 ยคุ ดังนี

1.2.1 ยคุ แรกของการจดั สรา้ งแหลง่ อาศัยสัตวท์ ะเล

พ.ศ. 2521-2529

เป็นยุคแห่งการทดลองจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์
ทะเลและเร่ิมการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลภายใต้
โครงการพัฒนาประมงทะเลพื้นบ้านตามแผนพัฒนาชนบท
ยากจน ยังไม่มีการขอรับงบประมาณในลักษณะโครงการ

เพื่อการพฒั นา โครงการทดลองครัง้ แรก เร่มิ เมอื่ พ.ศ. 2521
โดยสถานีประมงทะเลจังหวัดระยอง ได้ทดลองจัดสร้างด้วย
วัสดุเหลือใช้ เช่น ยางรถยนต์ คอนกรีตรูปส่ีเหลี่ยมลูกบาศก์
โปร่ง ปลอกบ่อซเี มนต์ หนิ และไม้ เปน็ ต้น จดั ทำเปน็ รปู แบบ
ต่างๆ วางบนพื้นทะเล (Boonkert and Vattanakul,
1979) และมีโครงการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลครั้งที่ 2
บริเวณฝ่ังทะเลอันดามัน เมื่อ พ.ศ. 2526 บริเวณตอนบน
ของเกาะยาวน้อยในอ่าวพังงา จังหวัดพังงา (Lohakarn,
1984) โดยสถานีประมงทะเลจังหวัดภูเก็ต เป็นผู้ดำเนินการ
ต่อมากองประมงทะเลได้นำเสนอการจัดสร้างแหล่งอาศัย
สัตว์ทะเลเป็นกิจกรรมหน่ึงในโครงการพัฒนาประมงทะเล
พ้ืนบ้าน ในแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบบั ที่ 5

18

(กนกพรรณ และวิทยา, 2534) จากนั้นจงึ มีโครงการจดั สรา้ ง การวางใหต้ รงตามแบบแปลน พรอ้ มทง้ั รว่ มตดิ ตามผล อกี ทง้ั

แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเร่ิมข้ึนเม่ือปี พ.ศ. 2528 ภายใต้ ห้ามปรามและป้องกันชาวประมงเข้ามาทำการประมง

โครงการพัฒนาประมงทะเลชายฝ่ังพ้ืนบ้านและมีการ
ผิดกฎหมาย ต่อมาเป้าหมายของการจัดสร้างแหล่งอาศัย

จัดสร้างในพื้นที่ของจังหวัดที่อยู่ติดทะเลท้ังฝ่ังทะเลอันดามัน สัตว์ทะเลในเขตชนบทยากจน จังหวัดนครศรีธรรมราช
และอ่าวไทย ในปี พ.ศ. 2528 – 2529 มีการใช้งบประมาณ ปัตตานีและสตูล มีเพิ่มขึ้นเพ่ือลดปัญหาข้อขัดแย้งระหว่าง
รวม 5.5 ล้านบาท จัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลท่ีจังหวัด ประมงพน้ื บา้ นและประมงพาณชิ ย์ เพมิ่ การอนรุ กั ษท์ รพั ยากร
เพชรบุรี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต สงขลา ปัตตานี สตูล
สัตว์น้ำชายฝ่ังมิให้เสื่อมโทรม และลดการว่างงานในชุมชน
รวม 10 แห่ง โดยใช้วัสดุคือ ยางรถยนต์ ปลอกบ่อซีเมนต์ ประมง (สำนักงานโครงการพัฒนาประมงทะเลพื้นบ้าน,
และเร่มิ ทดลองใช้วัสดทุ ่จี ัดสร้างขึ้น คอื แผน่ ซเี มนตป์ ระกอบ 2529 ก; ข)

ได้ทรงสี่เหลี่ยม ขนาด 0.8 x 1.0 x 1.0 เมตร ที่จังหวัด 1.2.2 ยุคจัดสร้างเพอ่ื พัฒนาประมงทะเลชายฝั่งพ้ืนบา้ น

นครศรธี รรมราช
พ.ศ. 2530-2539

โครงการพัฒนาประมงทะเลพื้นบ้าน เป็นโครงการ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 6
ในแผนพัฒนาชนบทยากจนได้ผ่านการพิจารณาตามมติ (2530-2539) กรมประมงได้จัดทำโครงการช่วยเหลือ

ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาชนบทแห่งชาติคร้ังท่ี 6 เม่ือ ชาวประมงขนาดเล็กที่ประกอบอาชีพตามแนวชายฝั่งทะเล
วันท่ี 29 ธันวาคม 2526 เร่ือง การปรับปรุงแผนพัฒนา ของประเทศไทย เพ่ือเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กร

ชนบทพื้นท่ียากจนประจำปี 2528-2529 ให้การเรียนรู้และ ชาวประมงพ้ืนบ้านและยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจของ
ตระหนักถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ กรมประมง
สังคมชาวประมงพ้ืนบ้านให้ดีข้ึน รวมท้ังเพ่ือการอนุรักษ์และ
มอบหมายใหก้ องประมงทะเล โดยสำนกั งานโครงการพัฒนา จัดการทรัพยากรประมงชายฝ่ังโดยการดำเนินกิจกรรมต่างๆ
ประมงทะเลพื้นบ้านเป็นหน่วยงานรับผิดชอบการดำเนินการ เช่น ส่งเสริมการพัฒนารายได้ การจัดสร้างสิ่งอำนวยความ
พัฒนาชนบทเขตพ้ืนท่ียากจน ให้สามารถพออยู่พอกิน
สะดวกขั้นพ้ืนฐาน และการพัฒนาแหล่งทำประมงชายฝ่ังให้
โดยปรับปรุงวิธีการประมง จัดหาส่ิงอำนวยความสะดวก
มีความอุดมสมบูรณ์ ซ่ึงได้ดำเนินการอยู่ภายใต้โครงการ
ข้ันพ้ืนฐานในการดำรงชีพ และประกอบอาชีพ พัฒนาแหล่ง
พัฒนาประมงทะเลชายฝ่ังพ้ืนบ้าน และโครงการจัดสร้าง
จับสัตว์น้ำใกล้บ้าน ลดค่าใช้จ่ายและเวลาทำประมง
แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล (กองประมงทะเล, 2545) ตลอดจน
สร้างศูนย์รวมการพัฒนาหมู่บ้านให้ประชาชนรู้จักการพัฒนา โครงการฟาร์มทะเล ซึ่งดำเนินโครงการนำร่องพัฒนาแหล่ง
ตนเองมิใช่เป็นผู้ถูกพัฒนา เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ
ประมง มี 2 กิจกรรม คือ กิจกรรมการจัดสร้างแหล่งอาศัย
โดยรัฐเป็นที่ปรึกษา (สำนักงานโครงการพัฒนาประมงทะเล สัตว์ทะเลเพ่ือป้องกันอวนลากอวนรุน บังคล่ืนลมเพื่อการ
พ้ืนบ้าน, 2528) เป้าหมายสำคัญของการจัดสร้างในยุคน้ี
เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และกิจกรรมปล่อยพันธ์ุสัตว์น้ำ โครงการ
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้และอนุรักษ์ทรัพยากร โดย
ฟารม์ ทะเลดำเนนิ การเฉพาะในชว่ งปี 2533-2536 (กรมประมง,
จัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลใกล้หมู่บ้าน ลดค่าใช้จ่ายและ 2531) การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลภายใต้โครงการ
เวลาในการทำประมง แนะนำและสง่ เสรมิ เครอื่ งมอื ทเี่ หมาะสม
พัฒนาประมงทะเลชายฝั่งพ้ืนบ้านให้เป็นแหล่งปล่อยพันธุ์
จัดสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกในการประกอบอาชีพของ
สัตว์น้ำ ประสบปัญหาการก่อสร้างล่าช้าเสร็จไม่ทันในปี

ชาวประมง เชน่ ทา่ เทยี บเรอื ขนาดเลก็ โรงเรอื นเอนกประสงค์ งบประมาณ เจ้าหน้าที่มจี ำนวนจำกัด การปล่อยพนั ธสุ์ ตั ว์นำ้
โรงเก็บน้ำแข็ง ถังเก็บน้ำจืด เคร่ืองกว้านฉุดเรือข้ึนฝั่ง
จึงล่าช้าไปด้วย จึงให้ปล่อยพันธ์ุสัตว์น้ำในแหล่งจัดสร้าง

ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ แปรรูปสัตว์น้ำ ฝึกอบรมด้านการอนุรักษ์ ที่แล้วเสร็จในปีที่ผ่านมาแทน แล้วให้ส่งเสริมกิจกรรมสาธิต
และการดูแลรักษาเคร่ืองยนต์ ส่วนการจัดสร้างแหล่งอาศัย และจัดหาเครื่องมือประมง และกิจกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ
สตั วท์ ะเล กำหนดใหม้ กี ารปลอ่ ยพนั ธส์ุ ตั วน์ ำ้ แหง่ ละไมต่ ำ่ กวา่ (กรมประมง, 2531) สว่ นโครงการที่ดำเนนิ การอยา่ งต่อเนื่อง
สามชนิด พร้อมต้ังคณะกรรมการหมู่บ้านหรือตัวแทนเพื่อ มาจนสิน้ สดุ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติฉบบั ที่ 7
กำหนดขอบเขตแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ออกแบบและดูแล
(2535-2539) แยกตามชว่ งเวลาของโครงการดังน้ี


19

แหลง่ อาศัยสตั ว์ทะเล :
35 ปี ของการพฒั นาแหล่งประมง


1) โครงการพัฒนาประมงทะเลชายฝ่ังพ้ืนบ้านระยะท่ี 1 (กองประมงทะเล, 2542) ต่อมาในแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และ
(2530-2534) กรมประมงดำเนินการจัดสร้างแหล่ง สังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 8 (2540 - 2544) กรมประมงได้จัด
อาศัยสัตว์ทะเล โดยใช้งบประมาณรวม 18.48 ล้าน ทำโครงการฟ้ืนฟูทะเลไทย โดยปรับปรุงกิจกรรมบางส่วน
บาท โดยในปี 2530 จดั สร้างดว้ ยวัสดคุ อนกรีตหลาย ของโครงการพัฒนาประมงทะเลชายฝ่ังพ้ืนบ้านและโครงการ
รปู แบบ คอื ปลอกบ่อ ขนาด 1.0 x 0.5 x 0.5 เมตร จัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลมาดำเนินการใหม่ให้
แผ่นซเี มนต์ประกอบไดท้ รงสเี่ หล่ียม ขนาด 0.8 x 1.0 สอดคล้องกับสภาวการณ์ทางทะเลของประเทศไทย

x 1.0 เมตร และตั้งแต่ปี 2531 จัดทำแท่งคอนกรีต (กองประมงทะเล, 2545) ภายใต้โครงการตา่ งๆ ดงั นี้

โครงสี่เหล่ียมขนาด 1.0 x 1.0 x 1.0 เมตร จัดวาง 1) โครงการฟน้ื ฟทู ะเลไทย (พ.ศ.2540-2544) กรมประมง
เป็นแหล่งอาศัยสัตวท์ ะเลขนาดเลก็
ดำเนินการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล โดยใช้

2) โครงการพัฒนาประมงทะเลชายฝั่งพื้นบ้านระยะท่ี 2
งบประมาณรวม 417 ล้านบาท ใช้แท่งคอนกรีต
(2535-2539) กรมประมงดำเนินการจัดสร้างแหล่ง สเ่ี หลย่ี มรปู ลกู บาศกเ์ พยี ง 2 ขนาด คอื ขนาด 1.5 x 1.5
อาศัยสัตว์ทะเล โดยใช้งบประมาณรวม 86.88 ล้าน x 1.5 เมตร และขนาด 2.0 x 2.0 x 2.0 เมตร

บาท ใช้แท่งคอนกรีตโครงสี่เหลี่ยม จำนวน 2 ขนาด 2) โครงการฟ้ืนฟูทรัพยากรชายฝ่ังทะเลอันเน่ืองมาจาก
เพื่อเปรียบเทยี บความเหมาะสม คอื ขนาด 1.0 x 1.0 พระราชดำริจังหวัดปัตตานีและนราธิวาส ตั้งแต่ปี
x 1.0 เมตร และขนาด 1.5 x 1.5 x 1.5 เมตร
2545 ดว้ ยพระมหากรณุ าธคิ ณุ ในสมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ
ซ่ึงเป็นรูปแบบและขนาดท่ีใช้มาจนถึงปัจจุบัน
พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด
ซึ่งพบว่าเป็นขนาดที่เหมาะสมท่ีสุดกับลักษณะ
โครงการฟ้ืนฟูทรัพยากรชายฝ่ังทะเลอันเน่ืองมาจาก
พ้นื ทะเล และความลกึ โดยเฉลีย่ ของประเทศไทย
พ ร ะ ร า ช ด ำ ริ จั ง ห วั ด ปั ต ต า นี แ ล ะ น ร า ธิ ว า ส

3) โครงการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล (พ.ศ. 2530- ให้หน่วยงานต่างๆ ได้สนองพระราชดำริร่วมกัน

2539) กรมประมงดำเนินการจัดสร้างแหล่งอาศัย จัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ด้วยตู้รถไฟ รถยนต์
สัตว์ทะเล โดยใช้งบประมาณรวม 225 ล้านบาท แท่งคอนกรีต และท่อคอนกรีต ถือเป็นยุคที่ทำให

เป็นการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลขนาดใหญ ่
การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเป็นที่รู้จักอย่าง
ที่จัดสร้างด้วยแท่งคอนกรีตโครงส่ีเหลี่ยม 3 ขนาด กว้างขวางในหมปู่ ระชาชนทั่วไป

คอื ขนาด 1.0 x 1.0 x 1.0 เมตร ขนาด 1.5 x 1.5 x 3) โครงการจัดการและฟื้นฟูทรัพยากรประมงทะเล
1.5 เมตร และขนาด 2.0 x 2.0 x 2.0 เมตร โดย
(2545 - 2549) กรมประมงดำเนินการจัดสร้างแหล่ง
จัดวางตามรูปแบบและผังการจัดวางท่ีกำหนด
อาศยั สตั วท์ ะเล โดยใชง้ บประมาณรวม 336 ลา้ นบาท
โดยขนาดเล็กจัดวางเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ไว้ด้านใน ใช้แท่งคอนกรีตโครงส่ีเหล่ียมเพียงขนาดเดียว คือ
และขนาดใหญจ่ ัดวางเป็นกรอบด้านนอก
ขนาด 1.5 x 1.5 x 1.5 เมตร

1.2.3 ยุคจดั สรา้ งเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของ

ทรัพยากรสตั วน์ ้ำ พ.ศ. 2540 - 2549

ยุคนี้วัตถุประสงค์ของการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์
ทะเลมุ่งลดข้อขัดแย้งระหว่างชาวประมงทะเลพื้นบ้านและ
ประมงพาณิชย์ ตลอดจนช่วยให้การบริหารจัดการทรัพยากร
ประมงของภาครฐั มีประสทิ ธิภาพมากขึน้ (กองประมงทะเล,
2541) พัฒนาแหล่งทำประมง ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพมาก
ขน้ึ ชาวประมงเห็นผลประโยชนท์ ีส่ ามารถอนุรกั ษแ์ หลง่ เลยี้ ง
ตัวของสัตว์น้ำวัยอ่อนและเพ่ิมอัตราการจับสัตว์น้ำที่สำคัญ
ทางเศรษฐกิจ เช่น ปลากุเรา และกุ้งแชบ๊วย เป็นต้น


20

1.2.4 ยคุ จัดสรา้ งเพื่อเพมิ่ พนื้ ทที่ ำการประมง

ต้งั แต่ พ.ศ. 2550 - ปัจจบุ นั (2556)


กรมประมงดำเนนิ การจัดสรา้ งแหล่งอาศัยสตั วท์ ะเล
โดยใช้แทง่ คอนกรตี รูปลกู บาศกข์ นาด 1.5 x 1.5 x 1.5 เมตร
งบประมาณรวม 378.75 ลา้ นบาท จดั สรา้ งภายใตแ้ ผนงานดงั น้ี

1) แผนงบประมาณสร้างสมดุลของการใช้ประโยชน์และ

การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และภายใต้โครงการ
ส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรในจังหวัดชายแดน

ภาคใต้ พ.ศ. 2550 – 2552


2) แผนงานปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคเกษตร และ
โครงการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรในจังหวัด
ชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 – 2554


3) โครงการพัฒนาตามแผนแม่บทการจัดการประมง
ทะเลไทย พ.ศ. 2555 - 2556 ใช้งบประมาณ

รวม 60 ล้านบาท


1-1
ตารางที่
จำนวน

การจัดสรา้ งแหลง่ อาศยั สตั ว์ทะเลของกรมประมงแยกตามแผนงานโครงการ
(แหง่ )

ปี
งบประมาณ

ลำดบั
โครงการ/แผนงาน/แผนงบประมาณ
งบประมาณ
11
(ล้านบาท)

10

1
ชว่ งการทดลอง
2521-2527
30


67
5.50

2
โครงการพัฒนาประมงทะเล ตามแผนพฒั นาชนบทยากจน
2528-2529
46
18.48

115
86.88

3
โครงการพฒั นาประมงทะเลชายฝั่งพน้ื บ้าน ระยะท่ี 1
2530-2534
98
225.00

49
417.00

4
โครงการพฒั นาประมงทะเลชายฝัง่ พน้ื บา้ น ระยะท่ี 2
2535-2539
336.00

12
57.92

5
โครงการจดั สรา้ งแหลง่ อาศัยสัตวท์ ะเล
2530-2539
71

36.00

6
โครงการฟ้นื ฟทู ะเลไทย
2540-2544
25
243.75

20

7
โครงการจดั การและฟนื้ ฟทู รพั ยากรประมงทะเล
2545-2549
554
75.00

60

8
โครงการฟ้ืนฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเลอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ 2545-2550

จังหวดั ปัตตานแี ละนราธวิ าส
1,561.53

21
9
งบชว่ ยเหลอื 3 จังหวดั ชายแดนภาคใต้ จากกระทรวงเกษตรฯ
2547


10
แผนงานสร้างสมดลุ ของการใช้ประโยชนแ์ ละการอนุรักษ์ 2550-2554

ทรพั ยากรธรรมชาต


11
โครงการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรในจังหวัดชายแดนภาคใต
้ 2552-2556


12
โครงการพัฒนาตามแผนแม่บทการจดั การประมงทะเลไทย
2555-2556


 
รวม

แหลง่ อาศัยสตั ว์ทะเล :
35 ปี ของการพฒั นาแหล่งประมง


1.3
การจดั สรา้ งแหลง่ อาศัยสตั ว์ทะเลของหน่วยงานอ่นื


กรมประมงเป็นหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่พิจารณา อ่ืนท่ีได้ขออนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงท่ีจับสัตว์น้ำในช่วง

ความเหมาะสมของพ้ืนที่ที่ขออนุญาตตาม พระราชบัญญัติ พ.ศ. 2547-2555 มีจำนวน 48 หน่วยงาน จัดสร้างแหล่ง
การประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 21 เก่ียวกับการขออนุญาต อาศัยสัตว์ทะเลจำนวน 259 แห่ง รายละเอียดดังตาราง

แก้ไขเปลี่ยนแปลงที่จับสัตว์น้ำ (ภาคผนวก ข) หน่วยงานท่ี ที่ 1-2 บางพ้ืนท่ีขอใหป้ รบั แก้ไขรปู แบบการจดั วาง หรือพิกดั
จะดำเนินการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลซึ่งเข้าข่ายการ รวมถงึ ใหค้ ำแนะนำ เพื่อให้การจดั สรา้ งมีความเหมาะสมและ
เปลี่ยนแปลงที่จับสัตว์น้ำ ต้องย่ืนเรื่องขออนุญาตจากกรม เปน็ ประโยชนส์ งู สดุ เปน็ พนื้ ทเี่ พอ่ื การประมงทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ
ประมง ตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยการขอและการ ท้ังน้ีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และมูลนิธิ
อนุญาตให้สร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล พ.ศ. 2551 (ภาค สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์รวมอยู่ในส่วนท
ี่
ผนวก ค) การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลของหน่วยงาน กรมประมงจดั สร้างแลว้


1-2
ตารางที

หนว่ ยงานและจำนวนแหง่ ทไี่ ดข้ ออนญุ าตจดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลกบั กรมประมงตง้ั แตป่ ี พ.ศ. 2547-2555
ลำดบั
หน่วยงาน
2547
2548
2549
2550
2551
2552
2553
2554
2555
รวม

1
กรมการปกครองสว่ นท้องถิ่น
 
 
 
 
 
 
5
 
 
5

จังหวัดนราธวิ าส

2
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝง่ั (ชุมพร)
 
 
 
 
 
 
2
5
 
7

3
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (สงขลา)
 
 
 
 
 
 
3
5
1
9

4
กรมพลังงานทดแทนและอนุรักษพ์ ลังงาน
 
 
 
 
 
 
 
2
 
2

5
กรมสง่ เสรมิ การปกครองส่วนท้องถิน่
 
 
 
 
 
 
14
 
 
14

6
กรมส่งเสริมการปกครองสว่ นท้องถน่ิ
 
 
 
 
 
 
7
 
 
7

จังหวดั สงขลา

7
กระทรวงคมนาคม
 
 
 
 
 
 
1
 
 
1

8
กลมุ่ ประมงเรือเลก็ บ้านพยนู
 
 
 
1
 
 
 
 
 
1

9
กองทัพเรอื
2
 
 
 
 
 
 
 
 
2

10
กองทัพอากาศ
1
 
 
 
 
 
 
 
 
1

11
การทา่ เรือแหง่ ประเทศไทย
 
 
 
 
 
 
 
1
 
1

12
จงั หวดั กระบี่
 
 
 
1
 
2
2
 
 
5

13
จังหวดั ชลบุร
ี  
 
 
 
 
 
 
 
1
1

14
จงั หวัดชุมพร
 
1
3
 
 
 
 
4
 
8

15
จังหวัดตรัง
 
 
1
 
 
3
 
1
 
5

16
จังหวดั ตราด
 
 
4
 
11
1
1
1
4
22

17
จังหวดั นครศรธี รรมราช
 
 
 
 
 
 
4
3
 
7

18
จังหวัดนราธิวาส
 
 
1
 
 
 
 
1
 
2

19
จงั หวัดประจวบคีรขี นั ธ
์ 4
2
9
 
 
6
5
1
1
28

20
จังหวดั ปัตตาน
ี  
 
4
 
 
6
6
6
 
22


22

ลำดับ
หนว่ ยงาน
2547
2548
2549
2550
2551
2552
2553
2554
2555
รวม

21
จงั หวัดพังงา
 
 
 
 
 
 
 
2
 
2

22
จังหวดั เพชรบุรี
 
4
4
 
 
 
 
4
2
14

23
จังหวดั ระยอง
 
 
2
 
 
 
 
1
1
4

24
จังหวดั สงขลา
 
 
5
 
 
 
1
 
 
6

25
จังหวดั สตลู
 
 
 
 
 
 
 
2
 
2

26
จังหวัดสมุทรสงคราม
 
 
 
 
 
 
 
1
1
2

27
จังหวัดสมทุ รสาคร
 
1
 
 
 
 
 
2
2
5

28
จงั หวดั สุราษฎรธ์ าน
ี  
 
 
 
 
1
 
3
 
4

29
ชาวประมง ประชาชน ภาครัฐ และ
 
 
 
 
 
 
 
5
 
5

บริษทั ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม
จำกัด (มหาชน)

30
เทศบาลตำบลปะนาเระ
 
 
 
 
 
 
 
 
1
1

31
เทศบาลเมืองพัทยา
 
 
 
 
1
 
2
 
 
3

32
เทศบาลเมอื งศรีราชา
 
 
 
1
 
 
 
 
 
1

33
ธนาคารออมสนิ
 
 
 
 
 
 
 
1
 
1

34
มลู นธิ ิชยั พัฒนา
1
 
 
 
 
 
 
 
 
1

35
ศนู ยอ์ ำนวยการบรหิ ารจงั หวดั ชายแดนภาคใต
้  
 
 
15
 
 
 
 
 
15

36
สภาอตุ สาหกรรมแห่งประเทศไทย
 
 
 
 
 
 
 
2
 
2

37
องคก์ ารบริหารการพัฒนาพื้นทพี่ ิเศษ
 
1
 
 
 
 
 
 
 
1

เพอื่ การทอ่ งเท่ียวอยา่ งยงั่ ยนื

38
องค์การบรหิ ารสว่ นจังหวัดนครศรีธรรมราช
 
 
 
 
 
 
2
 
3
5

39
องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัดภูเกต็
 
 
 
 
 
 
1
1
 
2

40
องค์การบริหารสว่ นจงั หวดั ระนอง
 
 
 
 
 
1
 
 
 
1

41
องคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั สงขลา
 
3
 
 
 
 
 
2
3
8

42
องค์การบรหิ ารสว่ นจังหวัดสตลู
 
1
1
 
 
 
5
 
 
7

43
องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลกลาย
 
 
 
 
 
 
1
 
1
2

44
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบลเชิงทะเล
 
 
 
 
1
 
 
 
 
1

45
องค์การบริหารสว่ นตำบลตะโละไกรทอง
 
 
 
 
 
 
 
 
1
1

46
องคก์ ารบริหารสว่ นตำบลปากน้ำ
 
 
 
 
 
 
 
 
3
3

47
องค์การบริหารสว่ นตำบลแหลมโพธ
ิ์  
 
 
 
 
 
 
 
1
1

48
องค์การบรหิ ารส่วนตำบลแหลมสน
 
 
 
 
 
 
5
 
3
8

รวม
48 หนว่ ยงาน
8
13
34
18
13
20
68
56
29
259


23

แหลง่ อาศยั สัตวท์ ะเล :
35 ปี ของการพฒั นาแหลง่ ประมง


1.4
ข้ันตอนการจัดสร้างแหล่งอาศยั สัตว์ทะเล
3) เขียนแบบแปลนและกำหนดราคากลาง

การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลจากประสบการณ์
ของกรมประมง (ภาคผนวก ก) ทถ่ี อื ปฏบิ ัตมิ านานกว่า 30 ปี 4) ขออนุญาตกบั หน่วยงานที่เก่ยี วข้อง

ประกอบดว้ ย 3 ขนั้ ตอนหลกั (ภาพท่ี 1-1) คอื กอ่ นการจดั สรา้ ง ในการขออนุญาตจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ที่ใช้วัสดุ
ระหว่างการจัดสร้าง และหลังการจัดสร้าง หากขาดข้ันตอน แท่งคอนกรีตตามแบบของกรมประมงการพิจารณาอนุญาต
หนึ่งข้ันตอนใดอาจจะทำให้ไม่ทราบตำแหน่งการจัดสร้าง โดยผ่านคณะกรรมการพิจารณาการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์
การเลือกพื้นที่จัดสร้างไม่เหมาะสม กีดขวางการวางอวน ทะเล ท่ีแต่งตั้งโดยอธิบดีกรมประมง ส่วนการจัดสร้างด้วย
ไม่มีมาตรการก่อน ระหว่าง และภายหลังการจัดสร้างแหล่ง วัสดุอ่ืน เช่น ตู้รถไฟ รถถัง เรือ เคร่ืองบิน ต้องผ่านการ
อาศัยสัตว์ทะเล ทำให้สัตว์น้ำที่เพ่ิมข้ึน ทำประมงได้
พิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการจัดสร้างแหล่งอาศัย
ไม่ย่ังยืน ทุกหน่วยงานที่เข้ามาดำเนินการหรือเป็นเจ้าของ สัตว์ทะเล ท่ีแต่งต้ังโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ
โครงการจะต้องหลีกเล่ียงความเสียหาย และสร้างประโยชน์ สหกรณ์

สงู สดุ โดยดำเนินการตามขัน้ ตอน ดังน้ี
1.4.2 ระหว่างการสร้าง

1.4.1 กอ่ นการสร้าง
1) ประชาสมั พนั ธพ์ กิ ดั พน้ื ทจ่ี ดั สรา้ งใหช้ าวประมงทราบ
1) จัดประชุมทำประชาคมในระดับชุมชน หมู่บ้าน 2) ควบคมุ การจดั วางตามพกิ ดั และรปู แบบทก่ี ำหนด

ตำบล อำเภอ หรือจังหวัด เพื่อให้ผู้มีส่วน 1.4.3 หลังการสรา้ ง

เกี่ยวข้องได้รับทราบรายละเอียดของโครงการ 1) รายงานผลการจดั สรา้ งใหห้ นว่ ยงานต่างๆ ทราบ
รว่ มแสดงความคิดเห็น ความตอ้ งการของชุมชน 2) รายงานผลด้านวิชาการหลังการจัดสร้าง ได้แก่
คัดเลือกสถานที่จัดสร้าง พร้อมทั้งศึกษาข้อมูล สภาวะการประมง ความหลากหลายทางชีวภาพ
เบ้อื งต้นทางการประมง
เศรษฐกิจสังคม และทัศนคติของชาวประมง
2) กำหนดพิกัดตำแหน่งพื้นที่จัดสร้างร่วมกับชาว เป็นต้น ให้ชุมชน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทราบ

ประมงในพ้ืนท่ีเปา้ หมาย
เพื่อวางแผนบริหารจัดการสร้างธุรกิจต่อเนื่อง
และออกกฎ กติกาการใช้ประโยชน์ต่อไป


24

1-1
ภาพที

แผนภาพแสดงขน้ั ตอนการจัดสรา้ งแหลง่ อาศัยสัตว์ทะเล

เรม่ิ ต้น


คดั เลอื กพื้นท
ี่ แกไ้ ข

ประกชำุมหทนำดปพระิกชัดา
คม
แกไ้ ข

ออกแบบแปลนก่อสรา้ ง
แก้ไข



-- สเปิง่ ลลยี่ว่ นงลแำ้ปลลำงนทำ้ จ่ี บั(กสรัตมวเจ์น้า้ำท(า่ ก)ร
มประมง)

ขออนญุ
าต/
- ขอความเหน็ ชอบ (กองทัพเรอื )

เหน็ ชอบ


ว่าจ้าง/ตรวจรับ


ประชาสมั พนั ธ์

ใหผ้ ้เู กยี่ วข้องรับทราบ

ควบคุมการจัดวางในทะเล

รายงาน/ตดิ ตามผล


25

แหล่งอาศัยสตั ว์ทะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหล่งประมง


26

หากหนว่ ยงานใดจะดำเนนิ การจดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล ควรจดั สรรงบประมาณใหค้ รบถว้ นถกู ตอ้ งในทกุ ขนั้ ตอน
ในกรณีจัดสร้างด้วยวัสดุชนิดท่ีไม่เคยใช้มาก่อน ควรมีการศึกษาทดลองถึงผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม จักได้แนบรายละเอียด
ประกอบการขอรับพิจารณาอนุญาตการเปล่ียนแปลงท่ีจับสัตว์น้ำได้รวดเร็วขึ้น ขอยกตัวอย่างกรณีการจัดสร้างแหล่งอาศัย
สัตว์ทะเลของสภาอุตสาหกรรมเหล็กแห่งประเทศไทย จัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลโดยใช้โครงเหล็กประกอบกับผืนอวน

จัดวางทอี่ ำเภอปะนาเระและอำเภอหนองจกิ จงั หวดั ปัตตานี ก็ไดใ้ หผ้ ูเ้ ช่ียวชาญจากมหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผ้ศู กึ ษา
ผลท่ีจะเกิดข้ึนด้วย และในกรณีกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเจ้าของโครงการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเพ่ือป้องกัน
การกัดเซาะชายฝง่ั บ้านปาตาบาระ อำเภอสายบรุ ี จังหวัดปัตตานี ได้ให้ผเู้ ช่ียวชาญจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั
สงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ศึกษาถึงผลดี ผลเสีย และผลกระทบต่อแหล่งประมงและส่ิงแวดล้อมที่จะเกิดขึ้น

ผลการศกึ ษาเหลา่ นี้ จำเปน็ อยา่ งยงิ่ ทจี่ ะทำใหข้ นั้ ตอนการพจิ ารณาอนญุ าตเปลยี่ นแปลงทจ่ี บั สตั วน์ ำ้ รวดเรว็ และถกู ตอ้ งมากขนึ้
สร้างเสร็จได้ทันตามกำหนด ไม่ควรจัดสร้างโดยขาดความรับผิดชอบต่อส่ิงที่จะเกิดขึ้นและสร้างความเสียหายให้กับ

เคร่ืองมือประมง การเดินเรือหรือลักลอบจัดวางโดยไม่ปรากฏจุดพิกัดในระบบฐานข้อมูลการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล
ทำให้ชุมชน จังหวัดหรือหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง เช่น ประมงพ้ืนบ้าน กลุ่มดำน้ำ กลุ่มตกปลา การท่องเที่ยว และทหารเรือ
เป็นต้น ขาดขอ้ มลู เพือ่ การบรหิ ารจัดการ

เอกสารอ้างองิ

กนกพรรณ เทือกเถาว์ และวิทยา ศรมี โนภาษ. 2534. โครงการจัดสร้างแหล่งอาศัยสตั วท์ ะเล. วารสารการประมง 44 (6):

527-537.

กรมประมง. 2531. รายงานการสัมมนาคณะทำงานโครงการพัฒนาประมงทะเลชายฝ่ังพ้ืนบ้าน. ณ สถาบันเพาะเลี้ยงสัตว์

นำ้ ชายฝ่งั จงั หวดั สงขลา ระหวา่ งวนั ท่ี 11-13 มกราคม 2531. กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์

กรมประมง. 2531. แผนแม่บทโครงการฟาร์มทะเล (พ.ศ.2533-2536). กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์ 19 หนา้ .

กองการประมง. 2478. สมุดคู่มือเคร่ืองมือจับสัตว์น้ำในประเทศสยาม. โรงพิมพ์เดลิเมล์. กรมเกษตรและการประมง.

กรุงเทพมหานคร. 205 หน้า.

กองประมงทะเล. 2541. แผนปฏบิ ตั กิ ารโครงการฟ้นื ฟทู ะเลไทยประจำปี 2541. กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์

149 หนา้ .

กองประมงทะเล. 2542. แผนปฏิบตั กิ ารโครงการฟื้นฟูทะเลไทยประจำปี 2542. กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.

147 หนา้ .

กองประมงทะเล. 2545. สรปุ กจิ กรรมทด่ี ำเนนิ การภายใตโ้ ครงการพฒั นาประมงทะเลชายฝงั่ พนื้ บา้ นระยะท่ี 1 (2530-2534)


โครงการพัฒนาประมงทะเลชายฝั่งพ้ืนบ้านระยะท่ี 2 (2535-2539) โครงการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล

(2530-2539) ในเขตพื้นท่ศี นู ย์พฒั นาประมงทะเลฝงั่ อนั ดามัน. ศูนย์พฒั นาประมงทะเลฝั่งอันดามัน. 78 หนา้ .

สำนักงานโครงการพัฒนาประมงทะเลพ้ืนบ้าน. 2528. รายงานโครงการพัฒนาประมงทะเลพื้นบ้าน แผนพัฒนาชนบท
ยากจน. กองประมงทะเล กรมประมง.

สำนักงานโครงการพัฒนาประมงทะเลพ้ืนบ้าน. 2529 ก. แผนปฏิบัติงานโครงการพัฒนาประมงทะเลพ้ืนบ้าน แผนพัฒนา
ชนบทยากจน 2529. กองประมงทะเล กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 24 หนา้ .

สำนักงานโครงการพัฒนาประมงทะเลพื้นบ้าน. 2529 ข. โครงการพัฒนาประมงทะเลพ้ืนบ้าน แผนพัฒนาชนบทพื้นท่ี
ยากจน. เอกสารฉบับที่ 1/ 2529. เอกสารประกอบการฝกึ อบรมคณะทำงานโครงการพัฒนาประมงทะเลชายฝง่ั
พน้ื บ้าน 7-9 มกราคม 2529. กองประมงทะเล กรมประมง. 17 หนา้ .


27

แหล่งอาศัยสตั ว์ทะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหล่งประมง


28

วสั ดแุ ละแผนผงั


บทที่ 2
การจดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล

วศันุภทลกันษาณเจ์ นรวกยิจลโกาศภล


29

แหล่งอาศัยสตั ว์ทะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหล่งประมง


30

2.1
วสั ดทุ ี่ใชใ้ นการจดั สร้าง


การศึกษาเก่ียวกับการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลท่ัวโลก พบว่ามีวัสดุที่นำมาใช

ทำแหลง่ อาศยั สัตว์ทะเล ประกอบด้วย คอนกรีต ยางรถยนต์ ยานพาหนะเก่า เชน่ รถยนต์
เรือ ตู้รถไฟ หิน พลาสติก ไม้ และโลหะ เป็นต้น แต่พบว่าวัสดุท่ีมีการใช้มากที่สุด คือ
คอนกรีต ซ่ึงเป็นวัสดุท่ีสามารถใช้ทำแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลได้เพ่ือตอบสนองทุกวัตถุประสงค์
(Bains, 2001) โดยแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลขนาดใหญท่ ที่ ำจากคอนกรตี พลาสตกิ ไฟเบอรก์ ลาส
และโครงสร้างเหล็ก (steel frameworks) จะดึงดูดปลาที่มีการอพยพ (migration fish)

ไดด้ ี สำหรับแพไมไ้ ผ่ ดึงดดู ปลาผิวนำ้ (pelagic fish) (Mottet, 1981)

วสั ดทุ ใ่ี ชใ้ นการจดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลของประเทศไทยมอี ยมู่ ากมายหลายรปู แบบ
โดยในระยะแรกวัสดุส่วนใหญ่เป็นวัสดุเหลอื ใช้ทหี่ าได้งา่ ย ได้แก่ ทางมะพรา้ ว ไมย้ าง ไม้ไผ่
ยางรถยนต์ที่ใช้แล้ว ปลอกบ่อซีเมนต์ ท่อคอนกรีตเสริมเหล็ก ต่อมาจึงได้หล่อคอนกรีต

เปน็ รปู แบบตา่ งๆ เชน่ แบบแทง่ สเี่ หลย่ี มโปรง่ ขนาดตา่ งๆ ไดแ้ ก่ ขนาด 0.8 × 0.8 × 0.8 เมตร
ขนาด 1.0 × 1.0 × 1.0 เมตร ขนาด 1.5 × 1.5 × 1.5 เมตร และขนาด 2.0 × 2.0 × 2.0 เมตร
และแบบพีระมิด เป็นต้น

ในปี พ.ศ. 2544 ได้เริ่มดำเนินโครงการในพระราชดำริของสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ
พระบรมราชนิ นี าถ โดยใชว้ สั ดทุ แี่ ตกตา่ งกนั เช่น แท่งคอนกรีตสี่เหลี่ยม ท่อคอนกรีต ตู้รถไฟ
รถยนต์ และรถถังที่เลิกใช้งาน นอกจากน้ียังมีการนำเรือรบหลวงและเครื่องบิน

ปลดประจำการมาทำเป็นแหลง่ อาศัยสตั วท์ ะเลอกี ดว้ ย

ชนิดของวัสดุที่ได้ดำเนินการจัดวางเพ่ือสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลของกรมประมง
ระหว่าง พ.ศ. 2521-2555 มีจำนวน 5 ชนิด และจำนวนวสั ดุท่ีใชจ้ ัดวางทุกชนดิ รวมท้ังสิน้
517,313 ช้ิน โดยไม่ได้รวมจำนวนวสั ดทุ ใ่ี ชใ้ นการทดลองการจดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล

ในชว่ งแรก (ตารางที่ 2-1) ประกอบดว้ ยชนดิ และจำนวนของวัสดสุ รุปได้ ดังน้ี


1. ยางรถยนต์ จำนวน 14,755 เสน้

2. คอนกรตี ประกอบด้วยรูปแบบต่างๆ ได้แก่


2.1 ปลอกบอ่ คอนกรตี 6,745 ปลอก

2.2 ทอ่ คอนกรีต 7,851 ท่อ

2.3 แท่งคอนกรตี สามเหลี่ยมพีระมดิ 900 ชดุ

2.4 แผ่นคอนกรีตประกอบเป็นชุดสี่เหลี่ยม ขนาด 0.8 x 1.0 x 1.0 เมตร

จำนวน 2,550 ชดุ

2.5 แทง่ คอนกรีตรปู ลกู บาศก์ จำนวน 483,019 แท่ง แบ่งได้ 4 ขนาด คอื


2.5.1 ขนาด 0.8 x 0.8 x 0.8 เมตร จำนวน 463 แท่ง

2.5.2 ขนาด 1.0 x 1.0 x 1.0 เมตร จำนวน 193,002 แทง่

2.5.3 ขนาด 1.5 x 1.5 x 1.5 เมตร จำนวน 274,700 แทง่

2.5.4 ขนาด 2.0 x 2.0 x 2.0 เมตร จำนวน 14,854 แทง่

3. ตูร้ ถไฟ 881 ต
ู้
4. รถถงั 25 คนั

5. รถยนต์ 587 คัน


31

แหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหล่งประมง


2-1
ตารางที่

ชนดิ และจำนวนวสั ดุทก่ี รมประมงใช้จดั สรา้ งแหลง่ อาศัยสัตวท์ ะเล ระหวา่ ง พ.ศ. 2521 - 2555

พ.ศ.

ยางรถยนต์

ปลอก ่บอ

่ทอคอนก ีรต

คอนกรีตทรง ีพระ ิมด

แผ่นคอนกรีตประกอบไ ้ด

คอนก ีรตส่ีเห ่ีลยม

ขนาด 0.8x0.8x0.8 เมตร

แท่งคอนกรีต
ขนาด1x1x1 เมตร

แท่งคอนกรีต
ขนาด1.5x1.5x1.5 เมตร

แท่งคอนกรีต
ขนาด2x2x2 เมตร

ู้ตรถไฟ

รถยน ์ต

รถ ัถง

รวม ( ิช้น)


2521
1,200
 
 
 
 
143
 
 
 
 
 
 
1,343

2522
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
0

2523
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
0

2524
978
274
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
1,252

2525
6,303
526
 
 
 
120
 
 
 
 
 
 
6,949

2526
1,600
 
2,380
 
 
200
 
 
 
 
 
 
4,180

2527
750
 
 
900
 
 
 
 
 
 
 
 
1,650

2528
3,924
2,000
3,000
 
 
 
 
 
 
 
 
 
8,924

2529
 
3,945
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
3,945


32

พ.ศ.

ยางรถยน ์ต

ปลอกบ่อ

่ทอคอนกรีต

คอนก ีรตทรงพีระ ิมด

แผ่นคอนกรีตประกอบไ ้ด

คอนกรีต ่ีสเหล่ียม

ขนาด 0.8 x 0.8 x 0.8 เมตร

แ ่ทงคอนก ีรต

ขนาด1x1x1 เมตร

แ ่ทงคอนกรีต

ขนาด 1.5 x 1.5 x 1.5 เมตร

แ ่ทงคอนก ีรต

ขนาด 2 x 2 x 2 เมตร

ู้ตรถไฟ

รถยน ์ต

รถถัง

รวม ( ้ิชน)


2530
 
 
1,764
 
2,550
 
 
 
 
 
 
 
4,314

2531
 
 
 
 
 
 
17,575
 
5,600
 
 
 
23,175

2532
 
 
 
 
 
 
23,240
 
1,960
 
 
 
25,200

2533
 
 
 
 
 
 
20,020
3,866
 
 
 
 
23,886

2534
 
 
 
 
 
 
24,180
3,500
 
 
 
 
27,680

2535
 
 
 
 
 
 
4,376
 
 
 
 
 
4,376

2536
 
 
 
 
 
 
22,000
4,440
 
 
 
 
26,440

2537
 
 
 
 
 
 
27,161
4,139
 
 
 
 
31,300

2538
 
 
 
 
 
 
22,650
2,900
1,094
 
 
 
26,644

2539
 
 
 
 
 
 
9,000
15,870
 
 
 
 
24,870

2540
 
 
 
 
 
 
16,400
6,568
 
 
 
 
22,968

2541
 
 
 
 
 
 
6,400
19,202
 
 
 
 
25,602

2542
 
 
 
 
 
 
 
26,600
 
 
 
 
26,600

2543
 
 
 
 
 
 
 
21,686
6,200
 
 
 
27,886

2544
 
 
 
 
 
 
 
16,100
 
 
 
 
16,100

2545
 
 
707
 
 
 
 
13,595
 
208
 
 
14,510

2546
 
 
 
 
 
 
 
23,265
 
100
 
 
23,365

2547
 
 
 
 
 
 
24,350

2548
 
 
 
 
 
 
 
24,050
 
300
 
 
13,935

2549
 
 
 
 
 
 
14,074

2550
 
 
 
 
 
 
 
13,935
 
 
 
 
12,928

2551
 
 
 
 
 
 
11,019

2552
 
 
 
 
 
 
 
13,885
 
 
189
 
13,763

2553
 
 
 
 
 
25
10,113

2554
 
 
 
 
 
 
 
12,728
 
 
200
 
8,605

2555
 
 
 
 
 
 
5,367

รวม
14,755
6,745
7,851
900
2,550
 
 
11,019
 
 
 
25
517,313


 
 
13,763
 
 
 


 
 
9,617
 
273
198


 
 
8,605
 
 
 


 
 
5,367
 
 
 


463
193,002
274,700
14,854
881
587


33

แหลง่ อาศัยสตั วท์ ะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหลง่ ประมง


2.2
รูปแบบการจดั สรา้ งแหล่งอาศัยสัตวท์ ะเล

รูปแบบการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล เป็นการ 2.2.2 รูปแบบการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลโดยใช้

พิจารณาลักษณะในการจัดวางแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลลงใน วัตถปุ ระสงค์ของการใชป้ ระโยชนเ์ ปน็ เกณฑ

พน้ื ทท่ี ก่ี ำหนด โดยมเี กณฑก์ ารพจิ ารณาในหลายประเดน็ ไดแ้ ก
่ รูปแบบของการวางแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลขึ้นอยู่กับ
2.2.1 รูปแบบการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลโดยใช้
วตั ถปุ ระสงค์ในการจดั สร้าง เชน่

ระดบั ชนั้ น้ำในการจดั สรา้ งเป็นเกณฑ
์ 1) แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเพื่อการฟ้ืนฟูแนวปะการัง
ชาวประมงพ้ืนบ้านแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพ้ืนที่หน้าตัดแบนราบเพ่ือเพ่ิมพื้นที่ยึดเกาะ
และแปซิฟิกตะวันตกรู้จักการรวมฝูงและจับสัตว์น้ำโดยใช้
ของส่ิงมีชีวิตเกาะติดและมีส่วนที่ซับซ้อนเป็น
ใบปาล์ม ทอ่ นไม้ ก่งิ ไม้ อวนเกา่ และอน่ื ๆ วางไวใ้ นทะเลให้ ซอกเพ่ือใช้เป็นที่หลบภัยของสิ่งมีชีวิตท่ีจะเข้า
เป็นเครื่องมือรวมฝูงปลา (fish aggregating devices) วิธี มาอยู่อาศัย (Bernabé and Bernabé-Quet,
การนี้พัฒนาข้ึนเป็นแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล เพื่อให้ง่ายหรือ 1997)

สะดวกต่อการจับสัตว์น้ำ แบ่งได้ 3 แบบ (Bergstrom, 2) แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเพื่อเป็นแหล่งอาศัยของ
1983) และมหี น้าท่ีต่างกนั คือ
ปลา จะมีโครงสร้างค่อนข้างซับซ้อน มีที่ว่าง
1) แบบจดั วางบนพนื้ ทะเล (type A) เพื่อเป็นท่ีอยู่ ตรงกลางให้ปลาสามารถเข้าไปอยู่อาศัย หรือ
อาศัย และขยายพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อน ตลอดจน หลบภยั จากผู้ลา่ ได้ (Lam, 2003)

เป็นพ้ืนที่หาอาหารของสัตว์น้ำขนาดใหญ่ 3) แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเพื่อการท่องเท่ียว ซ่ึงมัก
ลักษณะนีต้ ้องการวัสดทุ ่ไี ม่ลอยน้ำ
จะสรา้ งมใี หเ้ ปน็ ทน่ี า่ ดงึ ดดู แกน่ กั ดำนำ้ แบบ สกบู า้
2) แบบจัดสร้างอยู่กับท่ีหรือล่องลอยอยู่ผิวน้ำ (SCUBA) ซ่ึงนอกจากจะสร้างรายได้ให้กับผ
ู้
(type B) เพื่อให้เกิดร่มเงาเป็นท่ีอยู่อาศัย และ ทเี่ กยี่ วขอ้ งแลว้ ยงั สามารถชว่ ยลดความเสยี หาย
เป็นพื้นที่หาอาหารของสัตว์น้ำ ลักษณะนี้ ของแหล่งปะการังธรรมชาติอันเนื่องมาจากการ
ตอ้ งการวสั ดทุ ่ลี อยน้ำ สมอ และสายสมอ
ทอ่ งเท่ียวอีกด้วย

3) แบบจัดสร้างอยู่กับท่ีบริเวณกลางน้ำ (type C) 2.2.3 รูปแบบการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลโดยใช้

เพ่ือเป็นพื้นท่ีหาอาหารของสัตว์น้ำ แบ่งได้ 2 ขนาดหรอื ปรมิ าตรของแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลเปน็ เกณฑ

แบบคอื
หลักเกณฑ์การแบ่งขนาดของแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล
(3.1) แบบพ้ืนบ้าน (traditional type)
ตา่ งกนั ตามจำนวนของวสั ดุ (Grove and Sonu, 1983) ดงั น
ี้
จัดสร้างอยู่กับที่บริเวณน้ำต้ืน ส่วนท่ีทำ 1) ขนาดหน่วยเดียว (unit block) มีวัสดุเพียงช้ิน
หน้าที่ดึงดูดฝูงปลาจะผูกติดอยู่กับเชือก เดียว ในยุคเร่ิมต้นวัสดุมักมีขนาด 1 ลูกบาศก์
ระหว่างทุ่นและสมอ หรือบางคร้ังแขวน เมตร และขยายขนาดขึ้นมากกว่า 60 ลูกบาศก์
ติดไว้กับเชือกท่ีแยกไปจากทุ่น แบบน
้ี เมตร วัสดุบางช้ินมีขนาด 100 ถึง 250

จ ะ ส ะ ด ว ก ต่ อ ก า ร จั บ สั ต ว์ น้ ำ แ ล ะ
ลูกบาศก์เมตร วัสดุขนาดนี้เหมาะสมที่จะจัด
เพิ่มประสิทธภิ าพได้มากขึ้น
สร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลท่ีมีขนาดกอง 5,000

(3.2) แบบพฒั นา (modern type) จดั สร้างอยู่ ถงึ 8,000 ลูกบาศกเ์ มตร

กับที่ในแหล่งน้ำลึก ใช้สายสมอยาวมาก 2) ขนาดกองเดียว (reef set) มีวัสดุหลายอันวาง
ข้นึ และจำนวนทนุ่ มากขน้ึ ดว้ ย
รวมกันเป็นกองเดียว ควรมีปริมาตรไม่น้อยกว่า
400 ลกู บาศก์เมตร


34

3) ขนาดกลุ่มเดียว (reef group) มีวัสดุหลายกอง
2.2.4 รปู แบบการจดั สร้างแหล่งอาศยั สัตว์ทะเล

จัดวางเป็นกลุ่ม และมีความสัมพันธ์ระหว่างกัน
ของกรมประมง

ควรมีจำนวนวัสดุ 10-20 กอง หรือปริมาตร กรมประมงมีรูปแบบในการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์
50,000 ถงึ 160,000 ลกู บาศกเ์ มตร ระยะทาง ทะเลเปน็ ลกั ษณะใหญ่ 2 ลกั ษณะ คอื

ระหว่างกอง ประมาณ 400 เมตร วัสดุแต่ละ 1) สร้างเพื่อเป็นแนวเขตอนุรักษ์ทรัพยากรประมง
กองจะมอี ิทธิพลโดยรอบในรัศมี 200 เมตร
และส่ิงแวดล้อม โดยใช้แท่งคอนกรีตที่มีรูปร่าง
4) ขนาดใหญ่ (reef complex) มีวัสดุหลายกลุ่ม เปน็ สี่เหลยี่ มขนาด 2.0 x 2.0 x 2.0 เมตร หรือ
มาจัดวางเป็นพ้ืนที่แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ทำ ขนาด 1.5 x 1.5 x 1.5 เมตร จัดวางครอบคลมุ
หน้าที่เหมือนเป็นกองขนาดใหญ่กองเดียวกัน พื้นที่ประมาณ 50 ตารางกิโลเมตร ในแต่ละ
ทั้งหมด แต่ละพ้ืนที่ควรห่างกันอย่างน้อย 3 พน้ื ทีท่ ีก่ ำหนดไว้

กิโลเมตร ท้ังนี้เช่ือว่าปลาสามารถรับรู้ได้ว่ามี 2) สร้างเพ่ือเป็นแหล่งทำการประมงโดยใช้แท่ง
แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลภายในระยะทาง 1.5 คอนกรตี รปู สเ่ี หลยี่ ม ขนาด 1.0 x 1.0 x 1.0 เมตร
กิโลเมตร
หรอื ขนาด 1.5 x 1.5 x 1.5 เมตร ครอบคลุม
2.3
พืน้ ท่ีแหง่ ละ 1-3 ตารางกโิ ลเมตร

แผนผงั การจัดสร้างแหล่งอาศยั สัตวท์ ะเลของกรมประมง

การจัดทำแผนผังข้ึนอยู่กับลักษณะพื้นท่ีท่ีจะทำการ
2.3.1 ผังการจัดวางแบบส่ีเหล่ียมจัตุรัส การจัดวาง

จัดสร้างและลักษณะการทำประมงในบริเวณนั้น โดยมีการ แบบส่ีเหลี่ยมจัตุรัส มีพื้นที่การจัดวางหลายขนาด สามารถ
หารือกับกลุ่มชาวประมงและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซ่ึงสามารถ จัดวางได้หลายรูปแบบท้ังจัดวางแบบกระจายเต็มพื้นท่ี หรือ
สรุปแผนผังการจัดวางแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลของกรมประมง จัดวางเป็นกลุ่มภายในกรอบพื้นที่ส่ีเหลี่ยมจัตุรัสที่กำหนด
ที่ได้ดำเนินการในช่วงท่ีผ่านมามีท้ังเป็นพ้ืนที่ส่ีเหล่ียม
เพ่อื เป็นการอนรุ ักษ์และฟน้ื ฟแู หลง่ ประมง (ภาพท่ี 2-1)

เปน็ กอง และเปน็ แนวยาว จดั แบง่ ผงั การจดั วางได้ 5 ลกั ษณะ
ดงั นี


2-1
ภาพท่ี

ผังการจัดวางแบบสี่เหลี่ยมจตั รุ ัส


กองแท่งคอนกรีตขนาดเล็ก


กองแท่งคอนกรตี ขนาดใหญ่

ทนุ่ ลอย


100 ม.


100 ม.


35

แหลง่ อาศัยสตั วท์ ะเล :
35 ปี ของการพฒั นาแหล่งประมง


2.3.2 ผงั การจดั วางแบบสเ่ี หลย่ี มผนื ผา้ โดยกองดา้ นนอกมจี ำนวนวสั ดหุ นาแนน่ นอ้ ยกวา่ กองดา้ นใน สามารถจดั วางไดห้ ลาย
รปู แบบ ทัง้ จดั วางแบบกระจายเต็มพนื้ ที่หรอื จดั วางเป็นกลุ่มภายในกรอบพ้นื ที่สเ่ี หลีย่ มผนื ผ้าท่กี ำหนด เพอ่ื เป็นแหล่งทำการ
ประมง การอนุรักษ์ และฟน้ื ฟแู หล่งประมง และเสรมิ มาตรการป้องกนั อวนลากทำประมงในพน้ื ท่ใี กลฝ้ ัง่ (ภาพท่ี 2-2)


2-2
ภาพท่ี

ผังการจัดวางแบบสเ่ี หล่ยี มผนื ผ้า

500 ม.

2,000 ม.

2.3.3 ผังการจัดวางแบบส่ีเหล่ียมผืนผ้าที่มีความซับซ้อน เป็นการจัดวางท่ีมาจากความต้องการของชาวประมงพื้นบ้าน
ซึ่งในแต่ละพื้นที่มีความต้องการต่างกัน เน่ืองจากสภาพแวดล้อม และจุดมุ่งหมายที่ต่างกัน ได้มีการออกแบบให้มีระยะห่าง
และจำนวนวสั ดใุ นแตล่ ะกองแตกตา่ งกนั (ภาพท่ี 2-3)


2-3
ภาพที่

ผังการจัดวางแบบส่เี หลยี่ มผืนผ้าทม่ี ีความซบั ซอ้ น

6,000 ม.


600 ม.


36

2.3.4 ผังการจัดวางกองใหญ่กองเดียว ขนาดของกอง
2.3.5 ผังการจัดวางเป็นแนวยาว โดยระยะห่างระหว่าง

มีขนาดใหญ่ จัดทำในพื้นที่ที่มีความลึกน้ำมากพอสมควร กองเท่าๆ กันมีวัตถุประสงค์ในการป้องกันเรืออวนลาก

เพื่อดึงดูดสัตว์น้ำได้หลายประเภท เนื่องจากอิทธิพลจาก เข้าทำการประมงใกล้ชายฝั่ง และมักทำในพื้นที่ท่ีมีชายฝ่ัง
ขนาดของกองสามารถดึงดูดสัตว์น้ำขนาดใหญ่ไกลจากฝ่ัง
หน้าชุมชนประมงค่อนข้างยาว การจัดวางวัสดุมีท้ังวาง

ใหเ้ ขา้ มาได้ (ภาพท่ี 2-4)
เปน็ แนวเสน้ ตรงและแนวสลับฟันปลา (ภาพท่ี 2-5)


2-4
ภาพที่
2-5
ภาพที่

ผงั การจดั วางกองใหญ่กองเดียว
ผังการจดั วางเป็นแนวยาว


แนวเสน้ ตรง
สลบั ฟันปลา


37

แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหลง่ ประมง


2.4
สภาพพืน้ ท่กี ารจดั สร้างแหล่งอาศัยสตั วท์ ะเลของกรมประมง

พน้ื ทจ่ี ดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลทก่ี รมประมงดำเนนิ การจดั สรา้ งในรปู แบบแทง่ คอนกรตี ลกู บาศก์ ขนาดตา่ งๆ ไดแ้ ก ่

1) ขนาด 1.0 x 1.0 x 1.0 เมตร 2) ขนาด 1.5 x 1.5 x 1.5 เมตร และ 3) ขนาด 2.0 x 2.0 x 2.0 เมตร ตงั้ แต่ พ.ศ. 2530 -
2555 รวมทงั้ สิน้ 449 แหง่ สามารถจัดแบง่ พ้นื ที่การจัดสร้างตามเกณฑ์ตา่ งๆ ดงั น
ี้
2.4.1 พ้นื ท่กี ารจดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สัตวท์ ะเลตามระดบั ความลกึ ของน้ำ

จากการตรวจสอบความลึกของน้ำในพื้นท่ีจัดสร้าง พบว่าเคยมีการจัดสร้างที่ระดับน้ำต้ืนที่สุดที่ 3.5 เมตร

ซึ่งอยู่ในช่วงแรกๆ ของการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ท่ีมีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มพ้ืนที่แหล่งทำการประมงที่ไม่ไกล

จากชุมชน อันจะเป็นการลดต้นทุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ชาวประมง แต่โดยส่วนใหญ่ของพ้ืนที่จัดสร้างจะอยู่ในระดับน้ำ
ลกึ ท่ี 5 – 10 เมตร คิดเปน็ รอ้ ยละ 45.21 (ตารางท่ี 2-2 และภาพท่ี 2-6) ของจำนวนพื้นท่จี ัดสร้างทัง้ หมด และความลกึ น้ำ
มากสุดที่เคยจดั สร้าง คอื 50 เมตร โดยพจิ ารณาตามบริเวณไดด้ งั น้ี


1)
อา่ วไทยฝ่ังตะวนั ออก จัดสรา้ งทีค่ วามลกึ นำ้
4
-
20
เมตร


2)
อา่ วไทยตอนใน จัดสร้างท่ีความลึกนำ้
6
-
30
เมตร


3)
อา่ วไทยตอนกลาง จดั สรา้ งท่ีความลกึ น้ำ
4
-
25
เมตร


4)
อ่าวไทยตอนล่าง จดั สร้างทีค่ วามลกึ น้ำ
3.5
-
30
เมตร


5)
ฝงั่ ทะเลอันดามนั จดั สรา้ งท่ีความลึกน้ำ
5
-
50
เมตร


38

2-2
ตารางท่

จำนวนแหลง่ อาศัยสตั วท์ ะเลที่กรมประมงจดั สรา้ ง แบง่ ตามระดับความลกึ ของนำ้


พ.ศ.
จำนวน จำนวนแหลง่ ตามระดบั ความลึกของนำ้ (แห่ง)

ทจ่ี ดั สร้าง
รวม
< 5 m
5 - 10 m
10 - 15 m
15 - 20 m
20 - 25 m
25 – 30 m
30 - 35 m
35 - 40 m
> 40 m


2530
5
0
5
0
0
0
0
0
0
0

2531
10
0
9
0
1
0
0
0
0
0

2532
8
0
6
1
1
0
0
0
0
0

2533
12
0
9
0
3
0
0
0
0
0

2534
13
0
10
2
1
0
0
0
0
0

2535
8
0
5
3
0
0
0
0
0
0

2536
18
0
8
4
1
0
3
2
0
0

2537
19
2
5
8
1
2
1
0
0
0

2538
15
0
8
4
3
0
0
0
0
0

2539
35
0
16
13
5
0
1
0
0
0

2540
11
0
1
6
0
0
3
0
1
0

2541
24
0
11
4
4
2
3
0
0
0

2542
27
0
11
11
2
0
2
1
0
0

2543
33
0
13
13
4
1
2
0
0
0

2544
20
0
14
4
1
1
0
0
0
0

2545
14
0
4
5
3
1
1
0
0
0

2546
25
0
9
5
7
3
1
0
0
0

2547
35
0
17
5
4
5
4
0
0
0

2548
18
0
10
3
1
2
0
0
0
2

2549
18
0
5
6
6
1
0
0
0
0

2550
17
0
7
4
3
1
2
0
0
0

2551
17
0
4
7
2
4
0
0
0
0

2552
16
0
7
5
2
0
2
0
0
0

2553
11
0
3
8
0
0
0
0
0
0

2554
10
0
6
1
3
0
0
0
0
0

2555
10
0
0
7
3
0
0
0
0
0

ผลรวม 449
2
203
129
61
23
25
3
1
2

ทั้งหมด

%
100.00
0.45
45.21
28.73
13.59
5.12
5.57
0.67
0.22
0.45


39

แหลง่ อาศัยสตั วท์ ะเล :
35 ปี ของการพฒั นาแหล่งประมง


2-6
ภาพที

แผนภาพจำลองการจัดสรา้ งแหลง่ อาศัยสตั ว์ทะเล ตามระดับความลึกของนำ้


ระดับน้ำตำ่ สดุ


5 m

10 m


15 m

20 m


25 m


30 m

> 30 m


จำนวนปะการังเทยี มจำแนกตามความลึกน้ำ


2.4.2 พน้ื ทก่ี ารจดั สร้างแหลง่ อาศยั สตั ว์ทะเลตามระยะห่างจากชายฝ่งั

พื้นท่ีจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลที่กรมประมงจัดสร้างตามระยะห่างฝ่ัง ซึ่งคำนวณจากพิกัดทางภูมิศาสตร ์

โดยมีระยะห่างฝั่งใกล้สุด คือ 150 เมตร ไกลฝั่งท่ีสุดท่ีระยะ 30.5 กิโลเมตร โดยส่วนใหญ่จัดสร้างท่ีระยะจากชายฝั่ง

ถึง 3 ไมล์ทะเล (หรือ 5.4 กิโลเมตร) คิดเป็นร้อยละ 61.25 ของพ้ืนท่ีจัดสร้างท้ังหมด และท่ีระยะมากกว่า 3 ไมล์ทะเล

คดิ เป็นร้อยละ 38.75 ของพ้ืนทีจ่ ดั สรา้ งทง้ั หมด (ตารางที่ 2-3 และภาพที่ 2-7) โดยแบ่งบรเิ วณ ดงั น
้ี

1)
อา่ วไทยฝ่งั ตะวนั ออก จัดสร้างท่รี ะยะหา่ งฝงั่
0.5
-
15.5
กิโลเมตร


2)
อ่าวไทยตอนใน จัดสรา้ งทร่ี ะยะหา่ งฝ่งั
1.2
-
30.5
กิโลเมตร


3)
อ่าวไทยตอนกลาง จดั สรา้ งที่ระยะห่างฝั่ง
0.15
-
10
กโิ ลเมตร


4)
อ่าวไทยตอนล่าง จดั สร้างท่รี ะยะห่างฝงั่
0.4
-
19
กโิ ลเมตร


5)
ฝัง่ ทะเลอันดามนั จัดสรา้ งทรี่ ะยะหา่ งฝั่ง
0.25
-
20
กิโลเมตร


40

2-3
ตารางท่ี

จำนวนแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลที่กรมประมงจัดสรา้ ง แบง่ ตามระยะหา่ งฝ่งั


พ.ศ.
จำนวน จำนวนแหลง่ ตามระยะห่างฝ่งั (แหง่ )

ทีจ่ ดั สรา้ ง
รวม

< 3km
= 3km
<3nm.
=3nm.
<5nm.
=5nm.
<7nm.
=7nm.
>7nm.

0
3
0
0

2530
5
1
0
1
0
1
0
0
2
0

2531
10
1
1
0
0

2532
8
1
2
4
0
1
1
1
0
0

2533
12
4
1
0
0

2534
13
2
1
4
0
2
0
0
0
0

2535
8
2
2
1
1

2536
18
2
1
7
0
2
0
0
1
1

2537
19
2
2
0
0

2538
15
7
3
3
3
1
0
1
0
2

2539
35
0
1
0
5

2540
11
3
0
3
0
2
0
0
0
0

2541
24
3
0
0
1

2542
27
3
6
3
2
1
4
2
0
5

2543
33
5
2
0
0

2544
20
2
1
4
4
1
2
3
0
0

2545
14
3
4
0
0

2546
25
6
5
6
0
4
0
1
1
1

2547
35
3
1
0
0

2548
18
2
1
12
3
8
0
0
0
0

2549
18
3
0
0
3

2550
17
1
3
2
0
2
0
1
1
1

2551
17
1
2
0
5

2552
16
2
2
7
1
10
1
2
0
0

2553
11
1
1
0
0

2554
10
2
1
12
0
8
0
3
1
1

2555
10

ผลรวม 47
126
7
4
5
1
2
26
61

ทั้งหมด
449

%
10.47
28.06
4
4
4
0
1
5.79
13.59

100.00

3
2
3
0
3


9
1
4
2
2


11
4
3
0
4


4
4
6
0
0


4
2
6
0
3


4
2
2
0
3


4
0
5
0
2


3
1
1
0
3


1
2
3
1
0


3
1
1
0
3


1
2
1
1



41
88
13
41
6


9.13
19.60
2.90
9.13
1.34


41

แหลง่ อาศัยสตั ว์ทะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหลง่ ประมง


2-7
ภาพที่

แผนภาพจำลองการจดั สรา้ งแหล่งอาศยั สตั วท์ ะเล ตามระยะห่างฝง่ั


ชายฝ่งั ทะเล


1.407

% 2.086

% .193

% 1.690

% .920

% .193

% .314

% .759

% 1.539

%

< 3km
= 3km
< 3nm
= 3nm
< 5nm


= 5nm
< 7nm
= 7nm
> 7nm


2.4.3 พน้ื ทร่ี วมในการจัดสรา้ งแหลง่ อาศัยสตั ว์ทะเลของกรมประมง

พื้นท่ีท่ีกรมประมงทำการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลแบบแท่งคอนกรีตรูปลูกบาศก์ ระหว่าง พ.ศ. 2530-2555
เม่ือคำนวณร้อยละของพ้ืนที่การจัดสร้างทั้งหมดรวมกันต่อพื้นท่ีน่านน้ำไทยบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน โดยอ่าวไทย

มีพื้นที่ทางทะเล 304,000 ตารางกิโลเมตร มีพ้ืนที่จัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล 1,523.48 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นเพียง
ร้อยละ 0.50 ของพื้นที่อ่าวไทย ส่วนบริเวณฝ่ังทะเลอันดามันมีพื้นที่ทางทะเล 116,200 ตารางกิโลเมตร มีพ้ืนท่ีจัดสร้าง
แหล่งอาศยั สัตว์ทะเล 520.87 ตารางกโิ ลเมตร คิดเปน็ รอ้ ยละ 0.45 ของพนื้ ทฝี่ ัง่ ทะเลอันดามนั จะเห็นไดว้ ่ารอ้ ยละของพื้นท่ี
จัดสร้างมปี ริมาณนอ้ ยเมื่อเทยี บกบั พนื้ ที่นา่ นนำ้ ทั้งหมด เน่อื งจากบางส่วนมกี ารจัดสรา้ งเพ่มิ เติมลงในพ้นื ที่เดมิ โดยจงั หวดั ท่ี
มพี น้ื ท่ีการจดั สร้างมากทีส่ ดุ 3 ลำดับแรก คือ ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช และสงขลา (ตารางที่ 2-4)


42

2-4
ตารางท่

พ้นื ท่ีแหล่งอาศัยสัตวท์ ะเลทจ่ี ดั สรา้ งระหว่าง พ.ศ. 2530 – 2555 จำแนกรายจงั หวัด (ตารางกโิ ลเมตร)


จังหวดั
พน้ื ที่ขนาดใหญ
่ พ้ืนทีข่ นาดเลก็
รวมพน้ื ทจี่ ดั สร้าง

ตราด
90.46
16.22
106.68

จนั ทบรุ ี
100.00
16.98
116.98

ระยอง
69.56
14.62
84.18

ชลบุร
ี 51.91
4.00
55.91

สมุทรสาคร
50.00
0.00
50.00

เพชรบุรี
119.00
10.82
129.82

ประจวบคีรขี นั ธ
์ 114.92
51.26
196.18

ชุมพร
59.88
47.29
107.17

สรุ าษฎร์ธานี
73.90
4.00
77.90

นครศรธี รรมราช
97.00
78.76
175.76

สงขลา
104.90
45.91
150.81

ปตั ตาน
ี 52.00
91.18
143.18

นราธวิ าส
82.20
46.73
128.93

รวมอา่ วไทย
427.75

ระนอง
1095.73
5.63
1,523.48

พังงา
72.85
5.63
78.48

ภูเกต็
77.70
6.90
78.48

กระบี่
75.73
17.20
82.63

ตรัง
50.00
19.16
67.20

สตูล
50.00
49.79
69.16

รวมอนั ดามนั
70.00
124.59
119.79

396.28
520.87


43

แหล่งอาศยั สตั วท์ ะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหลง่ ประมง


2.5
การศกึ ษาความคงทนและการจมตัวของวสั ด

จากการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลที่ใช้วัสดุและ ทะเลเป็นทรายปนเปลอื กหอย บางแห่งเปน็ ทรายละเอยี ดอัด
รูปแบบการจัดวางในพ้ืนที่ต่างๆ ที่มีความแตกต่างใน แน่นคลุมด้วยโคลนประมาณ 10 เซนติเมตร และจัดสร้าง
ลักษณะของพื้นท้องทะเล ระดับความลึกของน้ำและระยะ เพิ่มเติมในพื้นที่ 3,000 เมตร จากฝั่ง ในรูปแบบแท่ง
ห่างจากชายฝ่ัง จึงได้มีงานวิจัยจากหน่วยงานของกรม คอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาด 0.8 เมตร จำนวน 1,000 ชุด

ประมงทำการทดลองศกึ ษาความคงทนของวัสดุ ดังน
ี้ การเก็บข้อมูลใช้การดำน้ำสำรวจการจมตัวของแท่งวัสดุและ
2.5.1 การทดลองสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลของกรมประมง
ใช้ echo-sounder ตรวจสอบการเปลย่ี นแปลงของพน้ื ทอ้ งทะเล
ในพ.ศ. 2521 ท่ีจังหวัดระยอง (สันติ, 2534) ซ่ึงมีรูปแบบ ซ่ึงวิเคราะห์จากระดับความลึกของน้ำบริเวณที่มีการจัดสร้าง
ของวสั ดุท่ีแตกต่างกนั 4 รูปแบบ คือ ยางรถยนตท์ ่ีผกู ตดิ กัน ผลจากสำรวจพบว่า โครงสร้างแบบพีระมิดมีการจมตัวสูง
เป็นชุด จำนวน 766 เส้น ปลอกบ่อคอนกรีต เส้นผ่าน กว่าแบบแท่งส่ีเหล่ียมลูกบาศก์ เพราะเกิดการกัดเซาะที่ฐาน
ศูนย์กลาง 0.8 เมตร สูง 0.3 เมตร จำนวน 232 ปลอก
ของโครงสรา้ งเนอ่ื งจากกระแสนำ้ และเกดิ จากการทก่ี ระแสนำ้
แท่งคอนกรีตส่ีเหล่ียมจัตุรัสขนาด 0.5 x 0.5 x 0.5 เมตร พัดพาตะกอนแขวนลอยมาตกหลังกองวัสดุ ทำให้วัสดุเกิด
จำนวน 253 แท่ง ท่อ ค.ส.ล. ขนาด 0.1 x 0.3 เมตร
การจมตวั

จำนวน 233 ท่อ สภาพพื้นท้องทะเลเป็นทรายปนโคลนปน 2.5.3 การทดลองวัสดุและรูปแบบที่ใช้สร้างแหล่งอาศัยสัตว์
เปลอื กหอย ระดบั นำ้ ลึก 7-8 เมตร จดั วางแยกกลุ่มวัสดเุ ปน็ ทะเลบริเวณอ่าวเพ จังหวัดระยอง พ.ศ. 2530 (สันติ และ

สี่เหลี่ยมจัตุรัสหา่ งกนั 200 เมตร การเก็บข้อมูลใชก้ ารดำน้ำ สุเจตน์, 2530) ทำการเก็บข้อมูลโดยการดำน้ำเพื่อสำรวจ
และถา่ ยภาพสภาพวสั ดุ อายกุ ารใชง้ าน และใชเ้ อคโคซ่ าวเดอร์ สภาพวัสดตุ า่ งๆ มีลกั ษณะการจมตวั ต่างกนั ดังน
ี้
(echo-sounder) ใน พ.ศ. 2521-2533 พบว่า
1) ทอ่ ค.ล.ส. มกี ารจมตัว 5-7 เซนติเมตร ยังคงรูป
1) การจัดสร้างที่ใช้จำนวนวัสดุมากและระดับน้ำ แบบเดมิ มตี ะกอนปกคลมุ ท่ัวผวิ วัสดุ

ลึกมาก มีอัตราการจับสูงกว่า และชนิดสัตว์น้ำ 2) ยางรถยนต์ อายุวัสดุ 34-48 วัน มีการจมตัว

ท่เี ข้ามาอาศัยมีจำนวนมากกว่า
4-8 เซนติเมตร

2) การเปรียบเทียบวัสดุทั้ง 4 รูปแบบ พบว่า
3) ปลอกท่อ อายุวัสดุ 35-40 วัน มีการจมตัว

แท่งคอนกรีตสี่เหลี่ยมคงสภาพอายุใช้งาน
4-9 เซนตเิ มตร

ได้นานกว่า โดยวัดจากอัตราการจับสัตว์น้ำ
4) แท่งคอนกรีตสี่เหลี่ยม อายุวัสดุ 35-52 วัน

ลดน้อยลงชา้ กวา่
มีการจมตวั 5-8 เซนตเิ มตร

3) วัสดุปลอกบ่อคอนกรีต และท่อ ค.ส.ล. มีการ 2.5.4 การติดตามการจมตัวของแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลในเขต
จมตัวง่าย
จังหวัดสตูล (กมลพันธ์ และคณะ, 2534) ท่ีสร้างต้ังแต่ปี
4) รูปแบบวัสดุท่ีมีความสูง มีช่องในแนวระดับ 2528-2532 ซึ่งมีรูปแบบของวัสดุแตกต่างกัน คือ ปลอกบ่อ
หรือแนวด่ิง และมีความหนาแน่นต่อพ้ืนที่สูง
ค.ส.ล. ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร สูง 0.5 เมตร

มีผลต่อพฤติกรรมการเข้ามาอาศยั ของสัตว์นำ้
เรยี งซอ้ นกนั สามชั้น จำนวน 500 ชุด และวสั ดุแท่งคอนกรตี
2.5.2 การทดลองสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลที่บริเวณ ส่ีเหล่ียมขนาด 1.0 x 1.0 x 1.0 เมตร ที่มีความหนาแน่น
สถาบันการเพาะเล้ียงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดสงขลา
ของจำนวนแท่งแตกต่างกัน เก็บข้อมูลโดยการดำน้ำสำรวจ
ใน พ.ศ. 2527-2528 (พูนสิน และคณะ, 2529) ได้ใช้วัสดุ และใช้แบบสัมภาษณ์ชาวประมง ในปี 2533-2534 พบว่า
คอนกรีตเสริมเหล็ก หล่อเป็นโครงสร้างต่างๆ ได้แก่
การจัดสร้างด้วย ปลอกบ่อเกิดการจมตัวรวดเร็ว แตกหักได้
รูปพีระมิดทุกด้านมขี นาด 0.8 เมตร จำนวน 900 ชดุ และ ง่าย และป้องกันอวนลากไม่ได้ ส่วนการจัดสร้างแท่ง
ส่ีเหล่ียมลูกบาศก์ขนาด 0.8 x 0.8 x 0.8 เมตร จำนวน
คอนกรีตรูปสี่เหลี่ยมเป็นรูปแบบที่มีโครงร่างแข็งแรง

200 ชุด ท่ีน้ำลึก 6 เมตร ห่างจากฝ่ัง 400 เมตร พื้นท้อง ไม่แตกหกั ง่าย ประการสำคัญ ชว่ ยป้องกันอวนลากได ้


44

45

แหล่งอาศัยสตั ว์ทะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหล่งประมง


46

2.5.5 การทดลองเปรียบเทยี บการจมตัวของแหลง่ อาศยั สัตว์ การชำรุดของแท่งคอนกรีตบริเวณเกาะเสม็ดมีระดับการ
ทะเลรูปแบบต่างๆ บนพ้ืนทราย (วิชาญ และธานินทร, ชำรุดต่ำถึงระดับไม่มีการชำรุด และที่หมู่เกาะมันมีการชำรุด
2539) ได้ทำการทดลองเพ่ือหารูปทรงของแหล่งอาศัยสัตว์ ระดบั กลางถงึ ระดับไม่มกี ารชำรดุ

ทะเลที่เหมาะสมสำหรับจัดสร้างบนพื้นทะเลที่มีลักษณะเป็น 2.5.7 การสำรวจแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลท่ีจัดสร้างในโครงการ
ทราย โดยทำการหล่อแท่งซีเมนต์ 4 รูปทรงคือ ปลอกบ่อ ฟื้นฟูทรัพยากรชายฝ่ังทะเลอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ทอ่ ยาว แท่งสเ่ี หลย่ี มลกู บาศก์ขนาด 0.5 x 0.5 x 0.5 เมตร จังหวัดปัตตานีและนราธิวาส (กรมประมง, 2554) โดยกรม
และสามเหลี่ยมฐานตัน กว้าง 1 เมตร สูง 0.6 เมตร และ
ประมง ซ่ึงจัดสร้างด้วยวัสดุหลากหลายรูปแบบ ได้แก่

นำไปวางในทะเลบริเวณอ่าวเพ จังหวัดระยอง เป็นกลุ่มๆ แทง่ คอนกรตี สเี่ หลยี่ ม ทอ่ คอนกรตี ตรู้ ถไฟ รถยนต์ และรถถงั
ห่างกัน 100 เมตร ที่ความลึกประมาณ 8 เมตร การเก็บ โดยทำการดำน้ำสำรวจ และวัดการจมตัวจากด้านล่างของ
ข้อมูลระหว่างเดือนธันวาคม 2536 ถึง พฤศจิกายน 2537 วัสดุ พบวา่

โดยเก็บตัวอย่างดินเพ่ือวิเคราะห์ชนิดและองค์ประกอบดิน แท่งคอนกรีตส่ีเหลี่ยม ซ่ึงจัดวางในระดับน้ำลึก

และวัดกระแสน้ำบริเวณที่ทำการทดลองและวัดอัตราการจม 5-29 เมตร มีการเรียงตัวเป็นกองซ้อนกันจึงเกิดช่องโพรง
ตัวของแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเป็นเปอร์เซ็นต์ทุก 2 เดือน
มากมาย ทั้งภายในแท่งเองและระหว่างแท่งท่ีทับซ้อนกัน
พบว่าพ้ืนทะเลบริเวณจัดสร้างมีองค์ประกอบเป็นทรายท่ีมี และมีการจมตัวประมาณ 5-10 เซนติเมตร ซึ่งมีค่าน้อยมาก
ขนาดอนภุ าคดินเฉลย่ี เทา่ กับ 0.035 เซนตเิ มตร กระแสนำ้ มี เม่อื เทียบกับความสูงของแท่ง

ความเรว็ สูงสุด 49 เซนตเิ มตร/วินาที ในเดือนสงิ หาคม 2537 ท่อคอนกรีต ซ่ึงจัดวางในระดับน้ำลึก 11.5-21
ผลการทดลองแสดงว่าการจมตัวต่อความสูงของแหล่งอาศัย เมตร มีการกระจายตัวในบริเวณกว้าง ตัวท่อมีท้ังในลักษณะ
สตั วท์ ะเล คอื ปลอกบอ่ >ทอ่ ยาว>แทง่ สเี่ หลย่ี ม>แทง่ สามเหลยี่ ม ตั้งขึ้นและวางนอนลง มีการทับซ้อนกันบ้าง และมีการจมตัว
โดยคิดเป็นร้อยละ 58, 31, 18 และ 2.5 ตามลำดับ ซ่งึ การ ประมาณ 10-20 เซนติเมตร ซึง่ มีค่าสูงเมอ่ื เทียบกับความสูง
จมตัวของแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลมีทั้งปัจจัยที่ควบคุมไม่ได ้
ของท่อ

เชน่ ความเรว็ กระแสน้ำ ลักษณะและองค์ประกอบของทราย ตู้รถไฟ ซ่ึงจัดวางในระดับน้ำลึก 11-29 เมตร

และความลกึ ของน้ำทะเล และปจั จยั ที่ควบคุมได้ คือ รูปทรง เรียงตัวแบบไม่เป็นระเบียบ มีการทับซ้อน และเกยกันของ
ของวสั ดุทีค่ วบคุมได้โดยการออกแบบ
วัสดุ มีช่องโพรงภายในตู้ขนาดใหญ่ และมีการจมตัว
2.5.6 การศึกษาผลการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลที่วาง ประมาณ 10-20 เซนติเมตร ซ่ึงมีค่าน้อยมากเม่ือเทียบกับ
ในทะเลเป็นเวลาประมาณ 10 ปี (ดุสิต และคณะ, 2550) ความสูงของตู้รถไฟ และโครงสร้างตู้รถไฟบางส่วนมีการยุบ
จำนวน 2 แห่ง คือ บริเวณทิศตะวันตกของเกาะเสม็ด ตัว เนื่องจากการผุกร่อนของเหลก็ ตง้ั แตอ่ ยู่บนบก

อ.เมือง จ.ระยอง และบริเวณทิศตะวันตกของหมู่เกาะมัน รถยนต์ ซึ่งจัดวางในระดับน้ำลึก 11-24 เมตร

อ.แกลง จ.ระยอง โดยดำเนินการสำรวจข้อมูล ในเดือน เรยี งตวั แบบไมเ่ ปน็ ระเบยี บ มกี ารทบั ซอ้ น และเกยกนั ของวสั ดุ
เมษายน 2544 พบว่า แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลในบริเวณเกาะ ทำให้มชี อ่ งโพรงท้งั ส่วนของตวั รถและส่วนทีท่ บั ซอ้ นกัน และ
เสม็ด มีแท่งคอนกรีตที่กระจายตัวไม่มีทิศทาง และมีจำนวน มกี ารจมตวั ประมาณ 10-20 เซนตเิ มตร ซ่ึงมีค่านอ้ ยมากเมอื่
แท่งคอนกรีตน้อย ไม่รวมกันเป็นกลุ่ม โดยแต่ละแท่งอยู่ เทียบกบั ความสูงของตัวรถ

ห่างๆ กัน แต่ท่ีหมู่เกาะมันแท่งคอนกรีตมีการรวมกลุ่มดี รถถัง ซึง่ จดั วางในระดับนำ้ ลกึ 21 เมตร ตัวรถถังอยู่
และเรียงซอ้ นกันเปน็ ชัน้ จากการสำรวจโดยการวัดระดับฐาน กระจายห่างกันเล็กน้อย มีการทับซ้อนกัน 1 คู่ ทำให้มี

ของแทง่ คอนกรตี ทจ่ี มพื้นทราย พบวา่ มีการจมตัวในระดับต่ำ ช่องโพรงเฉพาะส่วนท่ีเป็นตัวรถและใต้ท้องรถเท่าน้ัน และ

คือ มีค่าการจมตัวเฉลี่ย 14.2 และ 9.2 เซนติเมตร และ
มีการจมตัวประมาณ 5-10 เซนติเมตร ซึ่งมีค่าน้อยมากเม่ือ
มีพิสัย เท่ากับ 9-17 และ 3-17 เซนติเมตร ในแหล่งอาศัย เทยี บกบั ความสงู ของรถถงั

สัตว์ทะเลบริเวณเกาะเสม็ด และหมู่เกาะมัน ตามลำดับ


47

แหล่งอาศยั สตั ว์ทะเล :
35 ปี ของการพฒั นาแหล่งประมง


2.6
แนวทางการศกึ ษาด้านวัสดใุ นการจัดสร้างแหลง่ อาศยั สัตวท์ ะเล

การศึกษาวิจัยในเรื่องความเหมาะสมของวัสดุท่ีใช้ใน การทดลองการจมตัวของแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลโดย

การจัดสรา้ งแหลง่ อาศยั สตั ว์ทะเล มหี วั ข้อท่คี วรทำการศกึ ษา วิชาญ และธานินทร (2539) ในสภาพความเป็นจริงในทะเล
ในหลายประเด็น ได้แก่ ประสิทธิภาพของวัสดุในการดึงดูด พบวา่ แทง่ ซีเมนตจ์ มลงในทรายทุกดา้ น ซ่ึงอาจเป็นผลมาจาก
สัตว์น้ำทั้งในด้านรูปทรงและชนิดของวัสดุ การคงสภาพและ อิทธิพลของความเร็วและทิศทางของกระแสน้ำท่ีมีการ
การจมตัวของวัสดุที่ใช้ การปนเปื้อนของสารเคมีจากวัสดุ
เปล่ียนแปลงตลอดเวลา โดยเห็นได้จากการท่ีสามารถพบ
ท่ีนำมาใช้ เป็นต้น ซึ่งมีวิธีการศึกษาท่ีหลากหลาย โดยมี หลุมทรายแรกเร่ิมรอบแท่งซีเมนต์ปลอกบ่อที่มีพ้ืนที่หน้า
แนวทางในการศกึ ษาประเดน็ ต่างๆ ดังน
้ี สัมผัสที่รับกับทิศทางของกระแสน้ำ ขณะที่พบหลุมทราย
2.6.1 การศกึ ษาเปรยี บเทยี บประสทิ ธภิ าพของแหลง่ อาศยั
แรกเริ่มท่ีด้านปลายขอบของแท่งซีเมนต์รูปแบบอ่ืนโดย
สัตว์ทะเลจากวสั ดุต่างๆ
บริเวณท่ีเกิดหลุมนั้นจะเกิดท่ีด้านท่ีปะทะกับกระแสน้ำก่อน
ในการพัฒนาการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ที่จะขยายขนาดและความลึกออกไป สำหรับการเคล่ือนท่ี
จำเป็นต้องมีการค้นหาวัสดุชนิดต่างๆ ว่ามีความเหมาะสม
ของทรายมีค่าสูงกว่าปกติและพ้ืนทรายจะมีการเกิดลอน

ท่ีจะใช้สร้างเป็นแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลหรือไม่ ซ่ึงเป็นการ ลูกคลื่นเม่ือกระแสน้ำไหลผ่าน มีผลให้การเลื่อนไหลของเม็ด
ศึกษาเพ่ือนำไปพิจารณาถึงความสามารถในการดึงดูดหรือ ทรายท่ีมีขนาดต่างกันมีการเล่ือนไหลช้าเร็วแตกต่างกันเม่ือ
เข้ามาอาศยั ของสตั ว์น้ำ ได้แก ่
กระแสน้ำเปลี่ยนความเร็วและทิศทาง ในการเปรียบเทียบ
1) ศึกษาเปรียบเทียบชนิดของวัสดุ โดยเป็นการ การจมตัวของแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลมีข้อเสนอแนะให้ดำเนิน
ศึกษาวัสดุชนิดใหม่ท่ีไม่เป็นพิษต่อส่ิงแวดล้อม การศกึ ษา ดังน
้ี
ว่ามีประสิทธิภาพในการดึงดูดสัตว์น้ำได้มากกว่า 1) วางแผนการเก็บข้อมูล โดยกำหนดลักษณะของ
วสั ดชุ นดิ เดมิ หรอื ไม ่
วสั ดทุ ี่ตอ้ งการศึกษา ได้แก่ ชนิดวัสดุ ขนาดของ
2) ศึกษาเปรียบเทียบรูปทรงของวัสดุ โดยเป็นการ วัสดุ และตัวแปรท่ีส่งผลต่อการจมตัว ได้แก่
ศึกษารปู ทรงอื่นๆ (ท่ีไม่ใช่แท่งส่เี หล่ียมลูกบาศก)์ ลกั ษณะพ้ืนทะเล ความเรว็ กระแสนำ้

การเพ่ิมพ้ืนที่เกาะติด การเพิ่มความซับซ้อน
2) ทำการเก็บตัวอย่างพื้นท้องทะเลในบริเวณ

ของแท่งคอนกรตี
ท่ีศึกษา เพ่ือวิเคราะห์ชนิดและองค์ประกอบ
3) ศกึ ษาเปรยี บเทยี บขนาดของวสั ดุ โดยเปน็ การศกึ ษา ของพ้ืนท้องทะเล

ขนาดของวัสดุท่ีควรพัฒนาในอนาคตว่า ควรมี 3) ทำการวัดกระแสน้ำในบริเวณท่ีศึกษา โดยใช้
ขนาดใหญ่ขนึ้ เล็กลง หรือ มีนำ้ หนักมากข้นึ
เครอ่ื งวดั กระแสนำ้ ตามฤดมู รสมุ ของพน้ื ทศี่ กึ ษา
2.6.2 การศึกษาเปรียบเทียบการจมตัวและความคงทน
โดยจัดวางเคร่ืองวัดกระแสน้ำไว้ที่ก่ึงกลางของ
ของวัสด
ุ แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล เหนือพื้นทรายประมาณ
การศึกษาการจมตัวของวัสดุท่ีใช้ทำแหล่งอาศัยสัตว์ 2 เมตร

ทะเล พบว่า การจมตัวของแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลท่ีมีรูปทรง 4) การดำน้ำสำรวจการเปล่ียนแปลงของแหล่ง
ต่างกันมีอัตราการจมตัวต่างกัน โดยการจมตัวมีขั้นตอน อาศัยสัตว์ทะเล และบันทึกการจมตัวด้วยกล้อง
สำคัญ 3 ระยะ คือ ระยะต้น (initial stage) ระยะกลาง ถ่ายภาพใต้น้ำ รวมไปถึงการวัดอัตราการจมตัว
(intermediate stage) และ ระยะสู่สมดุล (equilibrium ของวัสด

stage) โดยปัจจัยที่สำคัญของการจมตัวของแหล่งอาศัยสัตว์
ทะเลน้ันแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ ปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้
ไดแ้ ก่ ความเร็วของกระแสนำ้ ลกั ษณะและองค์ประกอบของ
ทราย และความลึกของทะเลส่วนปัจจัยท่ีสามารถควบคุมได้
คือรปู ทรงของแท่ง (Ingsrisawang et. al, 1994)


48

เอกสารอ้างอิง

กรมประมง. 2547. โครงการฟ้ืนฟูทรัพยากรชายฝ่ังทะเลอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดปัตตานีและนราธิวาส.


กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 95 หน้า.

กรมประมง. 2554. ปะการังเทียม โครงการฟ้ืนฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดปัตตานีและ

นราธวิ าส ปี 2544-2554. สำนกั วจิ ยั และพฒั นาประมงทะเล, กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์ 98 หนา้ .

กมลพนั ธ์ อวยั วานนท์, เอกศักด์ิ ปุณยานเุ ดช และสุชาติ แสงจนั ทร์. 2534. ตดิ ตามผลการจดั สร้างแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล

ในเขตจังหวดั สตูล. เอกสารวิชาการ ฉบบั บท่ี 10/2534, ศนู ย์พัฒนาประมงทะเลฝงั่ อนั ดามนั , กองประมงทะเล,
กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 61 หน้า.

ดุสิต ตันวไิ ลย, จารภุ า ศริ ิ และสุวชิ า ใจเปี่ยม. 2550. แหล่งอาศัยสตั ว์ทะเลในจังหวัดระยอง หลงั จัดสร้าง 10 ปี. เอกสารวชิ า
การฉบบั ที่ 2/2550. สำนกั วจิ ยั และพฒั นาประมงทะเล, กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์ 61 หนา้ .

พูนสนิ พานชิ สขุ , ยงยุทธ ปรีดาลมั พะบตุ ร, ดสุ ติ ตนั วิไลย, พุทธ ส่องแสงจินดา, ศุภโชค สวุ รรณมณี และวชิ าญ ชูสุวรรณ.
2529. การสรา้ งทอ่ี ยู่อาศัยของสตั วน์ ้ำบรเิ วณหนา้ สถาบนั เพาะเล้ยี งชายฝั่ง จ.สงขลา. ใน รายงานการประชุมทาง
วชิ าการ ครง้ั ที่ 24 สาขาประมง พ.ศ. 2529. มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ กรุงเทพมหานคร. 120-124 หนา้ .

สันติ สังข์ทอง. 2534. การประเมินผลการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลจังหวัดระยอง. เอกสารวิชาการฉบับที่ 31.

ศนู ยพ์ ฒั นาประมงทะเลอา่ วไทยฝง่ั ตะวนั ออก กองประมงทะเลกรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์ 40 หนา้ .

สนั ติ สงั ขท์ อง. 2535. ผลการจัดสรา้ งแหล่งอาศยั สัตวท์ ะเลบรเิ วณจงั หวัดระยอง. เอกสารวิชาการฉบับที่ 35. ศูนยพ์ ัฒนา
ประมงทะเลอ่าวไทยฝง่ั ตะวนั ออก, กองประมงทะเล, กรมประมง. หน้า 1-3.

สันติ สงั ข์ทอง และสเุ จตน์ ณ นคร. 2530. การทดลองสร้างแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล (มนี นเิ วศน์ 8-1) บรเิ วณอ่าวเพ จงั หวัด
ระยอง ปี 2530. เอกสารวิชาการ ฉบับท่ี 1/2530. ศูนย์พัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยฝ่ังตะวันออก, กองประมง
ทะเล, กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์ 48 หน้า.

วชิ าญ องิ ศรสี วา่ ง. 2539. การตดิ ตามผลการจดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลโดยเครอ่ื งมอื ลอบปลาบรเิ วณแหลง่ จดั สรา้ งจงั หวดั จนั ทบรุ .ี
เอกสารวชิ าการฉบบั ที่ 62. ศนู ยพ์ ฒั นาประมงทะเลอา่ วไทยฝงั่ ตะวนั ออก. กองประมงทะเล, กรมประมง. 18 หนา้ .

วิชาญ องิ ศรสี ว่าง และธานนิ ทร สงิ หะไกรวรรณ. 2539. การทดลองเปรยี บเทยี บการจมตัวของแหลง่ อาศัยสัตว์ทะเลรปู แบบ
ตา่ งๆ บนพน้ื ทราย. เอกสารวชิ าการฉบับที่ 58. ศูนยพ์ ฒั นาประมงทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวนั ออก, กองประมงทะเล,
กรมประมง. 20 หนา้ .

Bains, M. 2001. Arttificial reefs: a review of their design, application, management and performance.
Ocaen & Coastal Management, 44: 241- 259.

Bergstrom, M. 1983. Review of Experiences With and Present Knowledge about Fish Aggregating Devices.
Bay of Bengal Programme, BOBP/WP/23, Madras, India.

Bernabé, G. and Bernabé-Quet, R. 1997. Interfaces, substrate, reef and fish aggregation devices. In Ecology and
Management of coast water. The Aquatic Environment, pp. 301-341. Chichester: Praxis Publishing.

Grove, R.S and C.J. Sonu. 1983. Review of Japanese Fisheries Reef Technology. Report 83-RD-137.
Southern California Edison Company. Rosemead, California.

Ingsrisawang V., T. Singhagraiwan and H. Kimura. 1994. Comparative analysis of fish Attraction due to various
shapes of artificial reef in Phe Bay, Eastern Gulf of Thailand. Thai Mar. Fish. Res. Bull. 5:139-142.

Lam, K. Y. K. 2003. Coral recruitment onto an experimental pulverized fuel ash-concrete artificial reef.
Marine Pollution Bulletin, 46: 642-653.

Mottet, M. G. 1981. Enhancement of the marine environment for fisheries and aquaculture in Japan.
Washington Dept. Fish., Tech. Rep69. 96 pp.

Mottet, M.G., 1985. Enhancement of the marine environment for fisheries and aquaculture in Japan. In: D’Itri, F.M.
(Editor), Artificial Reefs: Marine and Freshwater Applications. Lewis Publications, Chelsea, MI, pp. 13-112.


49


Click to View FlipBook Version