The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล : 35 ปี ของการพัฒนาแหล่งประมง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล : 35 ปี ของการพัฒนาแหล่งประมง

แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล : 35 ปี ของการพัฒนาแหล่งประมง

Keywords: ปะการังเทียม

แหล่งอาศัยสตั ว์ทะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหล่งประมง


50

บทท่ี 3
ความหลากหลายของส่งิ มชี ีวิต

หนพัสพรัตงศน์์ สเรมือชงนปะฏกิกิจร
ณ์

51

แหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหล่งประมง


แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเป็นระบบนิเวศ หรือที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำเช่นเดียวกับแนวปะการังตามธรรมชาติ ผลผลิต
สัตว์น้ำบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเพ่ิมขึ้นได้โดยผ่านกลไกการสร้างระบบนิเวศ และในทางกลับกัน จะลดลงได้เมื่อระบบ
นิเวศถูกรบกวน หรือขาดเสถียรภาพ ด้วยสาเหตุต่างๆ ทั้งจากความผันแปรตามธรรมชาติ หรือจากการกระทำของมนุษย์

ซึ่งผลผลติ สัตว์น้ำในระบบนิเวศคอื สง่ิ มีชวี ิตในพื้นทนี่ ัน้ หรอื ประชาคม (community) (กรมประมง, 2555)

กระบวนการสร้างระบบนิเวศได้เริ่มต้นทันที หลังจากการจัดวางวัสดุเพ่ือทำเป็นแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล โดยส่ิงมีชีวิต
ชนดิ แรกทเี่ ขา้ มาครอบครองพน้ื ทผ่ี วิ ของแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล คอื แพลงกต์ อนพวกไดอะตอม ซง่ึ ไดอะตอมจดั เปน็ ผผู้ ลติ ขน้ั ตน้
ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและเป็นอาหารที่สำคัญของสัตว์ทะเลที่มีพฤติกรรมการกินอาหารแบบแทะเล็ม (grazer)
ไดแ้ ก่ กล่มุ เอคไคโนเดริ ์ม หอย และปลาบางชนดิ เปน็ ตน้ (Ardizzone et. al, 1989) จากน้ันตวั ออ่ นของสงิ่ มีชวี ิตเกาะตดิ
ชนิดต่างๆ จึงติดตามมา ในการสร้างสังคมส่ิงมีชีวิตประเภทเกาะติดให้มีความหลากหลายซับซ้อนมากขึ้น ขณะเดียวกัน

ด้วยตัวโครงสร้างของแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเอง ยังมีอิทธิพลทางกายภาพต่อการชักจูงสัตว์น้ำในบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล
และใกลเ้ คียง ใหเ้ ขา้ มาอยู่อาศยั ได้ตั้งแต่วนั แรกท่ีจดั วางวสั ดเุ ชน่ เดยี วกนั ระบบนเิ วศท่ีดตี ้องมเี สถียรภาพ ซ่งึ ข้ึนอยกู่ บั ความ
สลบั ซับซอ้ นของโครงสรา้ ง และระดบั ของความรนุ แรง ความถี่ของการรบกวนของปัจจัยสง่ิ แวดลอ้ มตามธรรมชาติ และจาก
การทำประมง ผลผลิตจะเพ่ิมขึ้นจากระบบห่วงโซ่อาหาร หรือสายใยอาหาร และการทดแทนท่ีของสัตว์น้ำรุ่นใหม่ที่มาแทน
รุ่นเก่า (recruitment) ส่วนความซับซ้อนทางกายภาพในบางจุด อาจเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยย่อย (microhabitat) ท่ีเอื้อต่อ
การอยู่อาศัยของสตั วน์ ำ้ บางชนดิ ทำให้เกดิ ความหลากหลาย หรอื ชุกชุมดา้ นชนดิ โดยทั่วไปบรเิ วณท่จี ัดวางแหลง่ อาศยั สัตว์
ทะเล ควรมตี ้นทุนทางธรรมชาตอิ ยู่บ้าง คอื เปน็ บรเิ วณที่มสี ตั ว์น้ำชกุ ชมุ อย่บู ้างแลว้ หรือเคยเปน็ แตไ่ ดเ้ สื่อมโทรมไป หรือ
เปน็ ท่ีฝูงปลาวา่ ยผา่ นเปน็ ประจำ และเม่ือสตั ว์นำ้ ทเ่ี ขา้ มาอยู่อาศยั มีความหลากหลายทั้งชนดิ จำนวน และขนาด หรือช่วงวยั
ในบางกรณีสามารถออกแบบลักษณะของวัสดุสำหรับจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล เพ่ือให้เหมาะสมกับสัตว์น้ำเป้าหมายได้
(กรมประมง, 2555) ผลการศึกษาความหลากหลายของแพลงก์ตอน สัตว์หน้าดิน และสัตว์น้ำบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล
ดงั น้


52

3.1
แพลงก์ตอนบริเวณแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล


แพลงก์ตอนจัดเป็นผู้ผลิตในลำดับพื้นฐานของ แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ที่สร้างสำหรับเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อพันธุ์
สายใยอาหาร ลอ่ งลอยในทะเล สามารถว่ายน้ำหรือเคลื่อนท่ี พ้ืนเมือง ในเขตน้ำต้ืนชายฝ่ัง และพบแพลงก์ตอน

ไปมาได้เพียงเล็กน้อย จึงมักถูกพัดพาไปตามทิศทางของ จำนวน 91 ชนิด แบ่งเป็น แพลงก์ตอนพืช 71 ชนิด และ
กระแสน้ำและคลื่นลม ได้มีการศึกษาถึงแพลงก์ตอนใน แพลงก์ตอนสัตว์ 20 ชนิด โดยพบ Nitzschia มากท่ีสุด

บริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลที่เกาะ Izumozaki ประเทศ ซงึ่ Nitzschia เปน็ แพลงกต์ อนพชื กลมุ่ ทเี่ ปน็ อาหารขนั้ พน้ื ฐาน
ญี่ปุ่น พบว่า ความเข้มข้นของปริมาณแพลงก์ตอนที่พบ
หลักของสัตว์น้ำวัยอ่อนหลายชนิดในทะเล และในแหล่ง
ในแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลมีสูงมาก เม่ือเทียบกับบริเวณอื่นๆ อาศัยสัตว์ทะเลของโครงการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝ่ังทะเล

แม้แต่ในปะการังธรรมชาติ โดยเฉพาะในเวลากลางคืน อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดปัตตานีและนราธิวาส

(Yoshiwara, 1970 อ้างตาม วิชาญ, 2555) และจากการ ได้มีการศึกษาพบว่า ในปีที่ 2 หลังการจัดวางมีความชุกชุม
ศึกษาของ วิชาญ และธานินทร (2539) เรื่องกระแสน้ำ
เฉล่ีย (เซลล์/ลิตร) ของแพลงก์ตอนพืชในแหล่งอาศัยสัตว์
ในแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ที่อ่าวเพ จังหวัดระยอง เป็นเวลา
ทะเลของโครงการฯ มากกว่าในปีท่ี 1 อย่างชัดเจน โดยพบ
1 ปี พบว่า กระแสน้ำรอบๆ แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลมีสอง แพลงก์ตอนพืช 2 ดิวิชัน คือ Chromophyta และ
ลักษณะ คือ กระแสน้ำตามแนวแกน X แกน Y และ
Cyanophyta รวม 26 วงศ์ 40 สกุล (มาโนช และคณะ,
ในลักษณะกระแสน้ำป่ันป่วน (turbulent) ผลของการไขว้ 2546) และจากการศึกษาไดอะตอมท่ีพบบนพ้ืนผิวแหล่ง
กันของกระแสน้ำปนั่ ปว่ นนี้เอง ทำให้สงิ่ แขวนลอยในน้ำ เชน่ อาศยั สตั วท์ ะเล บรเิ วณอา่ วมะขาม เกาะเสมด็ จงั หวดั ระยอง
ตะกอนหรือกระทั่งแพลงก์ตอน ต่างๆ ที่ล่องลอยในน้ำ
โดย อรรชนีย์ (2545) พบไดอะตอมท้ังหมดถึง 117 ชนิด
มีการเคลื่อนไหวไปมารอบๆ แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลท้ังในแนว เหล่านี้จึงแสดงให้เห็นแล้วว่า การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์
ต้ังและแนวนอน ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุให้มีสัตว์น้ำประเภท ทะเลเปน็ การสรา้ งแหลง่ อาหารขน้ั พน้ื ฐานทม่ี คี วามหลากหลาย
ปลาผิวน้ำมาอาศัยอยู่มากทางด้านบนของปะการัง สำหรับ เพียงพอสำหรับการพัฒนาแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลให้เป็น
แพลงก์ตอนที่พบบนแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ธานินทร และ ระบบนเิ วศท่สี มบูรณ์ต่อไปได

คณะ (2541) ได้ทำการศึกษาแพลงก์ตอนที่เกิดบนผิวของ

53

แหลง่ อาศัยสตั ว์ทะเล :
35 ปี ของการพฒั นาแหลง่ ประมง


3.2
การศึกษาสตั ว์หน้าดนิ และสตั ว์เกาะติดบรเิ วณแหล่งอาศัยสัตวท์ ะเล


สัตว์หน้าดิน (benthos) มีความสำคัญต่อระบบ ของแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลจังหวัดระนอง ซึ่งได้แก่ Porifera,
นิเวศหลายประการ สัตว์หน้าดินหลายชนิดเป็นอาหารของ Coelenterata, Annelida, Echinodermata, Mollusca,
สัตว์น้ำ ความชุกชุมและมวลชีวภาพของสัตว์หน้าดินจึงเป็น Arthropoda และ Chordata นอกจากน้ยี งั พบสาหร่ายและ
ดัชนีบอกความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำได้ สัตว์หน้าดินมี ไบรโอซัวด้วย ต่อมา ธานินทร และคณะ (2541) ศึกษาถึง
บทบาทสำคัญต่อการหมุนเวียนของสารอาหารที่สะสมอยู่ใน การเกิดขึ้นของสิ่งมีชีวิตบนแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลในบริเวณ
ตะกอนดินกลับสู่มวลน้ำ สัตว์หน้าดินที่ดำรงชีพด้วยการ
อ่าวเพ จังหวัดระยอง พบว่า นอกจากแพลงก์ตอนแล้ว

ฝังตัวอยู่ในตะกอนดินเมื่อเคล่ือนท่ีจะกวนตะกอนดินขึ้น
บนแหล่งอาศยั สตั วท์ ะเลยังพบ หอยฝาเดยี ว และหอยสองฝา
ช่วยให้ออกซิเจนสามารถแพร่ลงสู่ตะกอนดินได้ลึก ลดการ 61 สกุล จำนวน 200 ชนดิ และพบสัตวน์ ำ้ อน่ื ๆ อีก 17 กลมุ่
เนา่ เสียของตะกอนดิน สตั ว์หน้าดิน แบ่งยอ่ ยเปน็ 3 กลมุ่ คือ จำนวน 63 ชนดิ ไดแ้ ก่ สตั วท์ ะเลพวก ฟองนำ้ ดอกไมท้ ะเล
กลุ่มที่ขุดรู (burrower) หรือฝังตัวอยู่ตามพ้ืนทะเล เช่น หนอนทะเล กุ้งชนิดต่างๆ เม่นทะเล ล่ินทะเล ทากทะเล

ดอกไม้ทะเลบางชนิด ไส้เดือนทะเล หอย และปูบางชนิด ดาวทะเล แตงกวาทะเล เพรยี งชนดิ ตา่ งๆ และปลา นอกจากน้ี
กลุ่มเกาะน่ิงอยู่กับที่ (sessile) บางคร้ังอาจเกาะติดจน ยังพบสาหร่ายทะเล จำนวน 14 ชนิด ซึ่งส่วนใหญ่เป็น
เคลอื่ นยา้ ยไมไ่ ดเ้ ลย เชน่ ฟองนำ้ ปะการงั กลั ปงั หา เพรยี งหนิ สาหร่ายวุ้นสีแดง สนี ้ำตาล และสาหรา่ ยหหู นู ยพุ เรศ (2542)
และหอยบางชนิด และกลุ่มคืบคลานหน้าดิน (demersal) ได้ทำการศึกษาเพอริไฟตอน (ส่ิงมีชีวิตซ่ึงเกาะกับวัตถุใต้น้ำ)
ซ่ึงบางคร้ังอาจมีการฝังตัวหรือขุดรูอาศัยชั่วขณะตาม
บรเิ วณแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล บรเิ วณอา่ วศรรี าชา จงั หวดั ชลบรุ ี
พ้ืนทะเล เช่น กุ้ง กั้ง ปู เอคไคโนเดิร์ม (ธำมรงค์, 2543)
เปน็ ระยะเวลา 1 ปี พบสตั วท์ อี่ าศยั บรเิ วณแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล
พ้ืนผิวแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลมีลักษณะแข็ง จึงเหมาะสมต่อ จำนวน 19 กลุม่ จาก 8 ไฟลัม ได้แก่ ฟองน้ำ ปะการังแขง็
การยึดเกาะของสัตว์เกาะติด ซ่ึงกรองกินอาหารที่เป็น ไฮดรอยด์ ปะการังอ่อน กัลปังหา ดอกไม้ทะเล ไบรโอซัว
ตะกอนแขวนลอย หรือแพลงก์ตอนท่ีมากับมวลน้ำ โดย
หนอนท่อ หอยฝาเดียว หอยสองฝา เพรียงหิน ไอโซพอด

พื้นผิวท่ีเป็นคอนกรีต จะเหมาะสมต่อการยึดเกาะกว่าวัสดุ แอมฟพิ อด กุง้ ปู ปลงิ ทะเล เม่นทะเล ดาวเปราะ และเพรยี ง
แบบอื่น ชนิดของสัตว์เกาะติดที่พบ มักจะคล้ายๆกัน ได้แก่ หัวหอม มาโนช และคณะ (2546) ทำการติดตามผลการ

ไบรโอซวั ไสเ้ ดอื นทะเลชนิดสร้างท่อ หอยสองฝา เพรียงหิน จดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล ในโครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำร ิ

เพรียงหัวหอม กัลปังหา และฟองน้ำ เป็นต้น นอกจากนี้
ที่จัดสร้างด้วยตู้รถไฟ แท่งคอนกรีต และท่อคอนกรีต

ยังพบปะการัง และสาหร่ายทะเลด้วย สุทธิชัย และคณะ จำนวน 10 แห่ง หลังการจัดวางไปแล้วประมาณ 2 เดือน
(2521) ทำการติดตามผลการสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลท่ี พบสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่ 7 ไฟลัม ได้แก่ ไฟลัม
เกาะสีชัง เป็นเวลา 8 เดือน พบว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ 2-3
Platyhelminthes, Annelida, Mollusca, Arthropoda,
มีสาหร่ายมาเกาะ เมื่อ 1 เดือนผ่านไปพบเพรียงและหอย Echinodermata, Brachiopoda และ Chordata

นางรม ในเดือนที่ 2 พบฟองน้ำ ในเดือนท่ี 4 พบไบรโอซัว
และพบไฮดรอยด์และเพรียงหัวหอมในเดือนท่ี 8 นอกจากน้ี
ยังพบสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังชนิดอ่ืนๆ ด้วย Chittima
(1989) สำรวจส่ิงมีชีวิตที่เกาะติดบนวัสดุที่ใช้จัดสร้างแหล่ง
อาศัยสัตว์ทะเลท่ีจังหวัดระยอง ใน พ.ศ. 2531 โดยเก็บ
ตัวอย่างในเชิงปริมาณ พบว่า ส่วนใหญ่สัตว์หน้าดินขนาด
ใหญ่ที่อยู่ภายในแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลมีความหนาแน่นมาก
กว่าบริเวณภายนอกแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ส่วนนิพนธ์ และ
คณะ (2537) พบวา่ มีสตั ว์ 7 ไฟลัม ทอี่ าศยั อยูบ่ นโครงสร้าง

54

3.3
การศกึ ษาชนดิ ปลาบรเิ วณแหลง่ อาศยั สตั ว์ทะเล

ปลาเปน็ ทรพั ยากรสตั วน์ ำ้ ทม่ี คี วามสำคญั ตอ่ ระบบนเิ วศ อ่าวเพ จงั หวดั ระยอง ดว้ ยการใช้เครื่องมอื เบ็ดสาย ลอบปลา
และทางเศรษฐกิจ แต่เมื่อมีการนำข้ึนมาใช้ประโยชน์จน ชนิดเคร่ืองมือละ 1 ครั้ง ในแต่ละกลุ่มวัสดุ และการดำน้ำ
ทรัพยากรสัตว์น้ำอยู่ในภาวะเส่ือมโทรมแล้ว แนวทางหน่ึงท่ี สงั เกต 2 คร้ัง พบชนิดปลาจากการวางลอบจำนวน 13 ชนิด
ช่วยฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้กลับมาความอุดมสมบูรณ์ คือ จากเบด็ 7 ชนิด และการดำน้ำ 22 ชนดิ และจากการดำน้ำ
การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ซึ่งการติดตามผลการ
สังเกตเห็นได้ว่า การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลคร้ังน้ี
จัดสร้างและการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับประชาคมปลาใน สามารถดึงดูดสัตว์น้ำท่ีมีคุณค่าทางเศรษฐกิจเข้ามาอยู่อาศัย
บริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเป็นการแสดงให้ประจักษ์อย่าง ในบรเิ วณน้ัน

หนึ่งว่าแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเป็นระบบนิเวศท่ีมีความอุดม กมลพันธ์ และเอกศักดิ์ (2531) ทำการติดตามผล
สมบูรณ์และมีความสามารถพัฒนาให้มีความซับซ้อนเพ่ิมข้ึน การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล 5 แห่ง ในจังหวัดสตูล

ได้ตามระยะเวลาท่ีผ่านไป ในประเทศไทยมีการศึกษาท
ี่ โดยใช้เคร่ืองมือเบ็ด 18 คร้ัง ลอบปูพับได้ 23 คร้ัง และ
เกี่ยวกับประชาคมปลาในบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลมา
อวนลอยกุ้งสามชน้ั 4 คร้ัง จบั สตั ว์นำ้ บรเิ วณแหลง่ อาศยั สัตว์
โดยตลอดตามลำดับ อาท
ิ ทะเล และการดำน้ำสำรวจชนิดสัตว์น้ำที่เข้ามาอยู่อาศัย

สมพร และคณะ (2526) ได้ทดลองสร้างแหล่ง 5 ครั้ง พบปลาท้ังหมด 31 ชนิด โดยกลุ่มปลาที่พบมากสุด
อาศัยสัตว์ทะเล จังหวดั ระยอง แล้วพบวา่ สตั ว์นำ้ ท่ีจับไดม้ าก คือ ปลากะรัง (Serranidae) พบ 5 ชนดิ

สุด คอื ปลาในกล่มุ ปลากะพง รองลงมา คอื ปลากะรัง และ Fujisawa และคณะ (1991) ไดท้ ดลองสร้างแหลง่
มีสัตว์น้ำซึ่งส่วนใหญ่มีค่าทางเศรษฐกิจท่ีเข้ามาอยู่อาศัยใน อาศัยสัตว์ทะเลด้วยรูปร่างต่างกัน 3 แบบ ที่บ้านเพ

บริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลอีกไม่ต่ำกว่า 15 ชนิด เช่น
จังหวัดระยอง หลังการจัดสร้างแล้ว 3 สัปดาห์ จึงทำการ

ปลากะตกั ปลาสกี นุ ปลาทู ปลาลงั ปลาหลงั เขยี ว ปลาอนิ ทรี ติดตามผลการจัดสร้างโดยการดำน้ำสังเกตชนิดปลาบริเวณ
ปลาสลิดทะเล ปลานกแกว้ ปลาสร้อยนกเขา ปลาน้ำดอกไม้ แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลพบว่า ในช่วง 4 เดือนแรกพบกลุ่ม

ปลาหมสู ี ปลากระเบน หมกึ กล้วย หมกึ หอม เปน็ ต้น
ปลาทรายขาว กลุ่มปลาสลดิ ทะเล และปลากะรัง ปลาสร้อย
นยิ ม และคณะ (2527) รายงานวา่ ชนดิ ของสตั วน์ ำ้ นกเขา และปลากะพง และต้ังแต่หลังจัดสร้าง 6 เดือนแล้ว
ท่ีพบในบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลในอ่าวพังงา ได้แก่ พบชนดิ ของปลาสลดิ ทะเล ปลากะรงั และปลากะพงเพม่ิ มากขน้ึ
ปลาจวด ปลากะรงั ปลากะพงแดง ปลาสลดิ ทะเล ปลาดกุ ทะเล รวมท้ังพบปลาดุกทะเล ปลาอมไข่ และฝูงปลาสีกุน

นอกจากน้ี ยงั มสี ตั วน์ ำ้ ชนดิ อน่ื อกี เชน่ หอยแมลงภู่ หอยมกุ จาน โดยปลาทพ่ี บบรเิ วณแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลแบง่ ออกได้ 5 กลมุ่
หอยพัด และหอยนางรม
คือ กลุ่มที่ 1 พวกที่อาศัยอยู่บริเวณที่มิดชิด หรือด้านล่าง
พูนสิน และคณะ (2529) รายงานชนิดปลาที่พบ ของตวั โครงสร้าง เช่น ปลากะรงั กลุ่มที่ 2 พวกทวี่ ่ายนำ้ อยู่
มากบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลหน้าสถาบันวิจัยการเพาะ บริเวณทีม่ ดิ ชดิ ของตัวโครงสร้าง เช่น ปลาอมไข่ ปลาสลดิ หนิ
เล้ียงสัตว์น้ำชายฝ่ัง จังหวัดสงขลา ได้แก่ ปลาสลิดทะเล กลุ่มที่ 3 พวกท่ีว่ายผ่านรอบๆ โครงสร้าง เช่น ปลากะพง
(Siganus javus) ปลากะพงทอง (Lutjanus johnii)
ปลาสลดิ ทะเล ปลาดอกหมาก กลมุ่ ท่ี 4 พวกทอี่ าศัยบรเิ วณ
ปลากะพงข้างปาน (Lutjanus russelli) ปลาหางกิ่วหม้อ พนื้ ทะเลรอบๆ โครงสร้าง เชน่ ปลาทรายขาว ปลาแพะ และ
(Caranx sexfasciatus) และปลาตะกรบั (Scatophagus argus) กลุม่ ที่ 5 พวกที่วา่ ยรอบๆ และอยู่ด้านบนของโครงสรา้ ง เชน่
และจากการเปรียบเทียบอัตราการจับสัตว์น้ำพบว่า บริเวณ
ปลาสาก

ท่ีมีแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลมีผลการจับสัตว์น้ำเฉล่ียมากกว่า สันติ (2534) ทำการประเมินผลการจัดสร้างแหล่ง
บริเวณทไี่ มม่ ีแหล่งอาศยั สตั ว์ทะเล
อาศัยสัตว์ทะเล บริเวณจังหวัดระยอง โดยการสำรวจชนิด
สันติ และสุเจตน์ (2530) สำรวจชนิดและปริมาณ ปริมาณ และอัตราการจับสัตว์น้ำ ด้วยการใช้เครื่องมือ
สัตว์น้ำในการทดลองจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล บริเวณ ประมงเบ็ดและลอบปลา พบปลามากสุดจำนวน 31 ชนิด


55

แหลง่ อาศัยสัตวท์ ะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหล่งประมง


ทแี่ หลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลบรเิ วณเกาะมนั นอก และจากการดำนำ้ มีจำนวนชนิดสัตว์น้ำที่จับได้ 35 ชนิด และภายหลังการ

สังเกตของ สันติ (2535) ได้แบ่งปลาตามพฤติกรรมการ
จัดสรา้ งไปแลว้ 1 ปี พบสตั วน์ ำ้ เพิ่มขึน้ เป็น 54 ชนิด

อยู่อาศัยบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ได้ 2 ประเภท คือ อุกกฤต (2545) รายงานว่า บริเวณท่อคอนกรีต
ปลาท่ีชอบอาศัยอยู่ในช่องหรือชิดกับวัสดุ เช่น กลุ่มปลา เสริมเหล็กที่วางในทะเลบริเวณเกาะไม้ท่อน จังหวัดภูเก็ต
กะรัง (Serranidae) กลุ่มปลาปักเป้า (Diodontidae) และ พบจำนวนตวั ปลาเพม่ิ ขนึ้ 3-6 เทา่ ตวั หลงั การจดั วางเพยี ง 4 เดอื น
กลุ่มปลาวัว (Balistidae) เปน็ ตน้ และกล่มุ ปลาท่ชี อบอาศยั และเป็นปลาในระยะเต็มวัย ซ่ึงเกิดจากการอพยพย้ายเข้ามา
บริเวณรอบๆ วัสดุ เช่น กลุ่มปลากะพง (Lutjanidae)
อยู่ในแหล่งใหม่ และพบว่าจำนวนชนิดและจำนวนปลา

กลุ่มปลาทรายขาว (Nemipteridae) และกลุ่มปลาหมูสี ไมแ่ ตกตา่ งกนั หลงั การวางนาน 4 – 85 เดอื น แตส่ ถานะภาพ
(Lethrinidae) เปน็ ตน้
ของประชาคมปลามีความมั่นคงมากข้ึน จากความถ่ีที่พบ
อุกกฤต (2536) ทำการศึกษาประชาคมปลาที่เข้า ชนิดปลาที่เป็นตัวแทนของประชาคมมีค่าสูงมากข้ึนเม่ือ
มาอยู่ในแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลทจี่ ังหวดั ระนอง พบว่า ปลาใน เปรยี บเทียบกับชว่ งแรกของการจัดวางวสั ดุ

แนวปะการังแท้มีความหนาแน่นของประชากรและจำนวน มาโนช และคณะ (2546) ทำการตดิ ตามผลการจดั สรา้ ง
ชนิดปลามากกว่าในแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล แต่ในแนวแหล่ง แหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล ในโครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ
อาศัยสัตว์ทะเลจะมีสัดส่วนของชนิดปลาที่มีความสำคัญทาง ท่ีจัดสร้างด้วยตู้รถไฟ แท่งคอนกรีต และท่อคอนกรีต
เศรษฐกิจสงู กว่า ในแนวปะการงั ธรรมชาต
ิ จำนวน 10 แห่ง หลังการจัดวางไปแล้วประมาณ 2 เดือน
วิชาญ (2539) ได้ทำการติดตามผลการจัดสร้าง โดยการลากเก็บตัวอย่างไข่และลูกปลาวัยอ่อน พบว่า
แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลบริเวณ จังหวัดจันทบุรี เป็นเวลา 1 ปี ลูกปลาวัยออ่ นก่อนการจดั วาง ทงั้ หมด 32 วงศ์ และภายหลงั
โดยใช้ลอบปลา พบปลาท้ังหมด 36 ชนิด ค่าดัชนีความ การจัดวาง 37 วงศ์ โดยองคป์ ระกอบของวงศท์ พี่ บมากสดุ คอื
หลากหลายของสัตว์น้ำ และค่าความสม่ำเสมอของสัตว์น้ำ
ปลาสกี ุน (Carangidae) ปลาทราย (Nemipteridae) และ
ท่ีถูกจับโดยลอบปลาในช่วง 6 เดือนแรกและ 6 เดือนหลัง ปลาหลงั เขยี ว (Engraulidae) ซงึ่ เปน็ กลมุ่ ปลาเศรษฐกจิ ทสี่ ำคญั
การจัดสร้างค่อนข้างใกล้เคียงกันจึงเป็นไปได้ว่ากลุ่มปลาท้ัง และจากการดำน้ำสำรวจชนิดปลาด้วยสายตา (sighting)

สองช่วงเวลาเป็นกลุ่มเดียวกัน แต่พบว่าอัตราการจับในช่วง พบปลา 64 ชนิด 26 วงศ์ โดยวงศ์ท่ีพบจำนวนชนิดมากสดุ
6 เดอื นแรกน้อยกวา่ ช่วง 6 เดือนหลัง เพราะเม่อื เวลาผา่ นไป คือ ปลาสีกุน พบ 9 ชนิด รองลงมาได้แก่ ปลากะพง
สิ่งเกาะติดมีมากข้ึนทำให้เกิดการดึงดูดสัตว์น้ำให้เข้ามายัง (Lutjanidae) และปลากะรัง (Serranidae) พบวงศ์ละ

แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลมากขึ้น นอกจากน้ีแล้วยังพบว่า 7 ชนิด เมื่อแยกตามประเภทวัสดุแล้วพบว่า ที่แหล่งอาศัย
จำนวนชนิดของปลาท่ีจับได้จากลอบมีมากกว่าที่พบจากการ สัตว์ทะเลตู้รถไฟพบปลา 43 ชนิด บริเวณแท่งคอนกรีต

ลากอวนก่อนการสร้างแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล
พบ 50 ชนดิ และบรเิ วณท่อคอนกรีตพบ 33 ชนิด

กรวิทย์ และเปรมสขุ (2540) รายงานการติดตาม สุชาติ (2547) ทำการติดตามผลการจัดสร้างแหล่ง
ผลการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล จังหวัดจันทบุรี โดยใช้ อาศัยสัตว์ทะเล บริเวณอ่าวพังงา ตั้งแต่ พ.ศ. 2542-2545
เบ็ดมือพบว่าตกปลาผิวน้ำได้ 6 ชนิด และปลาหน้าดิน 21 โดยเก็บข้อมูลจากเครื่องมือประมงหลักที่ใช้ในอ่าวพังงา คือ
ชนิด โดยชนิดท่ีจับได้มาก คือ ปลาหมูสี ปลาทรายแดง
อวนลอยกงุ้ สามชนั้ ไดส้ ตั วน์ ำ้ ทงั้ หมด 93 ชนดิ เปน็ ปลา 64 ชนดิ
ปลาทรายขาว และปลาสายรุ้ง
โดยกลุ่มปลาทจ่ี บั ไดม้ ากสดุ คือ ปลากดและปลาจวด ซึง่ เป็น
อำนาจ และคณะ (2545) ศึกษาผลการจัดสร้าง ปลาท่ีมักพบบริเวณใกล้ป่าชายเลนและชายฝ่ัง สอดคล้องกับ
แหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล ในจงั หวดั ปตั ตานี โดยศกึ ษาอตั ราการจบั พน้ื ทท่ี ศ่ี กึ ษาทอี่ ยใู่ กลก้ บั เกาะที่มปี ่าชายเลนทอ่ี ุดมสมบรู ณ์

และชนดิ สตั วน์ ำ้ จากเครอ่ื งมอื ประมงพนื้ บา้ นทนี่ ยิ มใช้ 6 ชนดิ กรมประมง (2549) ทำการสำรวจชนิดปลา

พบว่าชนิดสัตว์น้ำที่จับได้จากเครื่องมือประเภทอวนและเบ็ด ในแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลในโครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ
ภายหลังจากการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลมีจำนวนชนิด ทจ่ี ดั สรา้ งดว้ ยวสั ดตุ า่ งๆ ในพนื้ ทจ่ี งั หวดั ปตั ตานแี ละนราธวิ าส
มากข้ึน โดยเฉพาะในอวนลอยปลาทูท่ีก่อนการจัดสร้าง
โดยวธิ กี ารดำนำ้ แลว้ สงั เกตชนดิ ปลาทพี่ บระหวา่ ง พ.ศ. 2545-2549

56

เปน็ ระยะ 5 ปี ของโครงการฯ พบปลาทงั้ สนิ้ 45 วงศ์ 138 ชนดิ ของโครงสร้างประชาคมสัตว์น้ำตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไป

วงศ์ทีพ่ บชนดิ ปลามากสดุ คือ ปลาสีกนุ (Carangidae) และ มีแนวโน้มหมุนวนกลับไปคล้ายคลึงกับโครงสร้างประชาคม
ปลาบู่ (Gobiidae) พบวงศ์ละ 13 ชนิด รองลงมา คือ
สตั วน์ ำ้ ในชว่ ง 2 ปแี รก นน่ั คอื เมอื่ โครงสรา้ งประชาคมสตั วน์ ำ้
ปลากะพง (Lutjanidae) พบ 11 ชนิด ปลากะรัง ถูกรบกวนหรือมีการจับสัตว์น้ำปริมาณมากระยะหนึ่งแล้ว
(Serranidae) และปลาสลดิ หนิ (Pomacentridae) พบวงศ์ โครงสร้างประชาคมสัตว์น้ำมีโอกาสเข้าสู่สมดุลกลับมา
ละ 10 ชนิด โดยท่บี รเิ วณตู้รถไฟพบปลา 38 วงศ์ 112 ชนดิ เหมือนเดมิ ได้อีกแตใ่ ชเ้ วลามากกวา่ 10 ปี

บริเวณท่อคอนกรีต พบปลา 23 วงศ์ 49 ชนิด บริเวณแท่ง กรมประมง (2555) ทำการสำรวจและจัดทำบัญชี
คอนกรีต พบปลา 38 วงศ์ 94 ชนิด และบริเวณรถยนต ์
รายช่ือชนิดปลาในบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลในโครงการ
พบปลา 23 วงศ์ 56 ชนดิ โดยรถยนต์เปน็ วสั ดทุ ี่นำมาจดั วาง พระราชดำริฯ ในพ้ืนที่จังหวัดปัตตานีและนราธิวาส โดยวิธี
เป็นแหลง่ อาศัยสัตว์ทะเลหลงั สุด
การดำน้ำสังเกตชนิดปลาโดยพิจารณากลุ่มปลาท่ีเห็นได้
ดุสิต และคณะ (2550) ศึกษาผลจับสัตว์น้ำโดย ชดั เจนเปน็ หลกั ทพ่ี บระหวา่ ง พ.ศ. 2545-2555 พบปลาทงั้ สน้ิ
การตกปลาและวางลอบ ท่ีแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลที่ได้จัดวาง 54 วงศ์ 111 สกลุ 182 ชนดิ วงศท์ พ่ี บชนิดปลามากสุด คือ
ไปแล้ว 10 ปี บริเวณจังหวดั ระยอง พบปลาที่จบั ไดจ้ ากเบด็ ปลาสีกุน 19 ชนิด และปลาบู่ พบวงศ์ละ 18 ชนดิ รองลงมา
จำนวน 12 ชนิด โดยมีปลาทรายขาวเปน็ ชนดิ ทถี่ ูกจับไดม้ าก คอื ปลากะพง ปลากะรงั และปลาสลดิ หนิ พบวงศล์ ะ 12 ชนดิ
สดุ สว่ นลอบปลาพบ 30 ชนดิ โดยมปี ลาสลดิ ทะเลเป็นชนดิ โดยที่บริเวณตู้รถไฟพบปลา 39 วงศ์ 122 ชนิด บริเวณท่อ
ทจี่ ับไดม้ ากสดุ
คอนกรีต พบปลา 23 วงศ์ 50 ชนิด บริเวณแท่งคอนกรีต
อำนาจ และคณะ (2550) ศึกษาผลจบั สัตวน์ ้ำจาก พบปลา 46 วงศ์ 129 ชนดิ บรเิ วณรถยนต์ พบปลา 40 วงศ์
เครอ่ื งมอื ประมงพน้ื บา้ น อวนจมกงุ้ อวนลอยปลาทู อวนจมปู 117 ชนิด และรถถัง พบปลา 35 วงศ์ 88 ชนิด จำนวนชนดิ
และอวนจมหมึกที่ทำการประมงบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ท่ีพบขึ้นอยู่กับเวลาท่ีใช้ในการปฏิบัติงานใต้น้ำในแต่ละจุด
จังหวัดสงขลา ต้ังแต่ พ.ศ. 2534-2543 พบสัตว์น้ำจาก สำรวจท่ีไม่เทา่ กนั

เครื่องมือท้ังหมดถึง 99 ชนิด โดยทิศทางการเปล่ียนแปลง

57

แหล่งอาศยั สัตว์ทะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหลง่ ประมง


3.4
แนวทางการศกึ ษาความหลากหลาย

ของสิ่งมชี วี ติ บริเวณแหล่งอาศยั สัตวท์ ะเล


ระบบนเิ วศในแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลทม่ี คี วามสมบรู ณ์
จะมสี ตั วน์ ำ้ ชนดิ ตา่ งๆ เขา้ มาอยอู่ าศยั การศกึ ษาถงึ ชนดิ สตั วน์ ำ้
ในบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล จึงเป็นการยืนยันได้ถึง
ความอุดมสมบูรณ์น้ัน และเป็นส่วนหน่ึงของการติดตามผล
การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลด้วย ในการศึกษาความ
หลากหลายของสิ่งมีชีวิตบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล แบ่ง
ตามประเภทสัตวน์ ้ำ ดงั น
้ี
3.4.1 การศึกษาแพลงกต์ อน

ใช้ถุงกรองแพลงก์ตอนขนาดช่องตา 60 ไมครอน
เสน้ ผ่านศูนย์กลางปากถุง 35 เซนตเิ มตร ลากผา่ นนำ้ ในแนว
ด่ิงจากระดับล่างสุดสู่ผิวน้ำ เก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนที่ได้ใส่
ขวดพลาสติกขนาด 500 มิลลิลิตร แล้วรักษาสภาพตัวอย่าง
ด้วยฟอร์มาลีน 5-10 % แล้วนำมาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติ
การ โดยนำตัวอย่างแพลงก์ตอนพืชในขวดพลาสติกขนาด
500 มิลลิลิตร มาเขย่าให้แพลงก์ตอนในขวดกระจายทั่วกัน มขี อ้ เดน่ คอื สตั วน์ ำ้ ทจ่ี บั ขน้ึ มาไดส้ ามารถนำไปศกึ ษาไดห้ ลากหลาย
สุม่ ตัวอยา่ งมา 1 มลิ ลิลติ ร ใส่ในสไลด์นับจำนวน (Sedwick เชน่ ผลผลติ สัตวน์ ำ้ ชนิดสัตวน์ ำ้ การศกึ ษาด้านชีวประวัติ
Rafter counting cell) เพอื่ วเิ คราะหส์ กลุ และนบั จำนวนเซลล์ ความดกไข่ อายุสัตว์น้ำ พฤติกรรมการกินอาหารโดยดูจาก
ภายใตก้ ลอ้ งจลุ ทรรศนก์ ำลงั ขยายสงู โดยการสมุ่ นบั ตวั อยา่ งละ องค์ประกอบในกระเพาะอาหาร และยังสามารถใช้วิธีน้ี

2 ซ้ำ แล้วคำนวณหาจำนวนเซลล์ของแพลงก์ตอนพืช
ในเวลากลางคืนเพื่อเก็บตัวอย่างสัตว์น้ำที่ออกหากินในเวลา
ต่อปริมาตรน้ำ 1 ลูกบาศกเ์ มตร เอกสารท่ีใชป้ ระกอบในการ กลางคนื ส่วนขอ้ ควรคำนึงถึงในการติดตามผลคือ วิธกี ารจบั
วิเคราะห์อนุกรมวิธานถึงระดับสกุลของแพลงก์ตอนพืชที่ สัตว์น้ำเป็นการเอาสัตว์น้ำออกมาจากบริเวณนั้น อย่างถาวร
สำคัญ ได้แก่ ลัดดา (2542), Cupp (1943), Lebour ซง่ึ อาจมีผลกระทบต่อโครงสร้างประชาคมสตั ว์น้ำได้ ในกรณี
(1966) และ Yamaji (1976)
ที่มีการเก็บตัวอย่างในพ้ืนท่ีเดิมอย่างต่อเนื่อง การใช้วิธีการ
3.4.2 การศึกษาชนดิ ปลา
จับสัตว์นำ้ แบง่ ออกไดเ้ ป็น 2 วธิ ี ดังนี้

การศึกษาชนิดปลาบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเป็น (1) การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู จากการทำประมง
ส่วนหนึ่งของการติดตามผลการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ แบบอิสระ (fishery dependent) ด้วยการใช้เคร่ืองมือ
ทะเล วิธกี ารท่นี ยิ มใชใ้ นการประเมินผลท้ังในบรเิ วณปะการัง ประมง เช่น ลอบ เบ็ดตกปลา อวนลาก อวนลอย ฉมวก
ธรรมชาตแิ ละแหล่งอาศยั สตั วท์ ะเล (Seaman, 2000) โดยมี เป็นต้น โดยชาวประมงและมีผู้วิจัยหรือผู้ติดตามประเมินผล
วิธีการหลกั 2 วธิ ี คอื
บันทึกข้อมูลที่ได้จากผลจับโดยตรง ซึ่งบางคร้ังอาจใช้ข้อมูล
1) การประเมินผลโดยมีการรบกวนทรัพยากร จากต๋ัวปลาร่วมด้วยได้ วิธีการนี้ทำให้ได้ข้อมูลท่ีแท้จริง และ
(destructive assessment) เป็นการประเมินผลโดยใช้วิธี ชัดเจนจากผลจับ แตเ่ ปน็ ข้อมูลส่วนหน่งึ (จากรอบนอก หรอื
การจบั สตั วน์ ำ้ (capture methods) ทง้ั จากการทำประมงพาณชิ ย์ ด้านข้าง) ของประชาคมสัตว์น้ำในแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล
การประมงพื้นบ้าน และการประมงแบบสันทนาการ วิธีน
ี้ เทา่ นนั้ ยงั ขาดขอ้ มลู สตั วน์ ำ้ ทอ่ี าศยั อยใู่ นแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล

58

ข้อมูลท่ีได้เป็นการประมาณเบื้องต้นของผลผลิตและความ ทำลายคอ่ นขา้ งมาก สตั วน์ ำ้ สว่ นใหญจ่ ะตายทนั ทหี รอื บาดเจบ็
หนาแน่นของสัตว์น้ำ ซ่ึงถ้าวัตถุประสงค์ของการประเมิน ยกเว้นสัตว์น้ำที่ไม่มีกระเพาะลมอาจได้รับผลกระทบน้อยลง
ต้องการบอกถึงความคุ้มค่าของแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลต่อชาว นอกจากน้ีการใช้ระเบิดทำให้สภาพแวดล้อมบริเวณน้ันโดน
ประมงในพ้ืนที่แล้ว การศึกษาด้วยวิธีนี้อาจพอเป็นตัวแทน
ทำลายหรือเสียหายดว้ ยเชน่ กัน

ผลของการจดั สรา้ งแหลง่ อาศัยสตั วท์ ะเลได้
2) การประเมินผลโดยไม่การรบกวนทรัพยากร
(2) การเก็บรวบรวมข้อมูลจากการทำ (nondestructive assessment) เป็นการประเมนิ โดยใช้วธิ ี
ประมงแบบไม่อิสระ (fishery independent) วิธีเก็บ ดูด้วยสายตา (visual methods) หรือการใช้การสังเกต
รวบรวมข้อมูลคล้ายกับข้อ (1) แต่มีการควบคุมปัจจัยบาง (observational methods) ในการติดตามผลการจัดสร้าง
อย่างตามวัตถุประสงค์ของผู้ศึกษา เช่น การกำหนดชนิด แหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลมกั ใชว้ ธิ กี ารนเี้ พราะมกี ารรบกวนสตั วน์ ำ้
เคร่ืองมือประมง ขนาดเครื่องมือ ขนาดตาอวน การลงแรง และตัวโครงสร้างของวัสดุที่ใช้จัดทำแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล
ประมง ช่วงเวลาและพื้นที่ศึกษา ความลึกน้ำ ในการเลือก น้อยมาก สามารถสุ่มตัวอย่างซ้ำในสถานที่เดิมได้ เน่ืองจาก
เครื่องมือประมงบางชนิดมีความจำเพาะกับกลุ่มสัตว์น้ำ เช่น วิธีการนี้ไม่มีการจับสัตว์น้ำขึ้นมาจึงไม่มีตัวอย่างเพื่อใช้ในการ
อวนลากมีสัตว์น้ำเป้าหมายเป็นประเภทสัตว์น้ำหน้าดิน
ศึกษาทางด้านชีวประวัติสัตว์ทะเล และการจำแนกชนิดปลา
การศึกษาวิธีนี้จะช่วยลดอคติของข้อมูลในวิธีที่ (1) การเก็บ หรือสัตว์เกาะติดอาจไม่ถูกต้อง เท่ียงตรงท้ังหมด วิธีการนี้
รวบรวมข้อมูลจากการทำประมงแบบไม่อิสระยังรวมถึงการ แบง่ ออกได้อกี 2 วธิ ี ดงั นี

เก็บตัวอย่างสัตว์น้ำโดยการใช้ยาเบื่อและการใช้ระเบิดด้วย (1) การสำมะโนประชากรสัตว์น้ำด้วย
การใช้ยาเบ่ือให้ผลในวงกว้างต่อประชาคมน้ันยกเว้นพวก สายตา (visual census) เป็นวิธีท่ีนิยมใช้ในการศึกษา
ปลาที่มีอวัยวะช่วยหายใจพิเศษหรือสัตว์น้ำที่สามารถอยู่ได้ ประชาคมปลาและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังขนาดใหญ่

ในท่ีทมี่ รี ะดบั ออกซิเจนตำ่ สว่ นวิธีการใชร้ ะเบิด ใหผ้ ลในการ การประเมินผลโดยใช้วิธีนี้มีข้อเด่น คือ สามารถปรับเปล่ียน

59

แหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหลง่ ประมง


เทคนิคให้เหมาะสมกับสภาพแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลในแต่ละ (ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันว่าสามารถมองสังเกตปลาที่อยู่
แหง่ ทมี่ คี วามแตกตา่ งกนั ทง้ั เรอื่ ง ขนาดและประเภทของวสั ดุ เหนือตัวนักดำน้ำได้) ทั้งนี้ เวลาท่ีใช้ในการสังเกตแต่ละจุด
ความกวา้ งยาวของกองวสั ดุ การจดั เรยี งตวั ของวสั ดใุ นรปู แบบ ควรจะเท่ากัน เพราะเวลาท่ีใช้สังเกตเป็นข้อจำกัดการเห็น
ต่างๆ และสามารถเข้าไปเก็บข้อมูลในบริเวณท่ีเคร่ืองมือ ชนิดและจำนวนหรือความหนาแน่นของสัตว์น้ำที่พบด้วย
ประมงบางชนิดเข้าไปไม่ได้ ส่วนข้อด้อย คือ ทัศนวิสัย
พ้ืนที่ที่เหมาะสมกับวิธีน้ีอาจต้องเป็นบริเวณที่มีกองวัสดุ
ในการมองเห็นใต้น้ำ จากความขุ่นใสของน้ำ และสภาพแสง ขนาดใหญ่ หรอื มีความยาวของกองวัสดุมากกวา่ 10 เมตร

ใต้น้ำซ่ึงจะลดลงเม่ือน้ำลึกข้ึน และผู้ปฏิบัติงานต้องอาศัย - Stationary point เป็นการสำรวจโดย
การฝกึ ฝนการใช้อปุ กรณช์ ่วยหายใจใตน้ ำ้ เชน่ อุปกรณด์ ำนำ้ กำหนดจดุ เปน็ สถานีและกำหนดพ้นื ท่สี ังเกตเปน็ รปู ทรงต่างๆ
แบบสกูบ้า (SCUBA) หรือแบบสนอร์เกิล (Snorkel)
ตามสภาพพื้นท่ีที่ศึกษา มักใช้รูปทรงกลมโดยกำหนดขนาด
ซ่ึงอุปกรณ์เหล่าน้ีมีราคาแพง อีกทั้งการปฏิบัติงานใต้น้ำ
เส้นผ่านศูนย์กลางหรือรัศมีและระยะเวลาท่ีใช้ในการสังเกต
มีความเส่ียงต่อผู้ดำน้ำในระดับหนึ่ง ในการทำสำมะโน ส่วนใหญ่กำหนดไว้ที่ 5 นาที ถ้าต้องการจำแนกชนิดสัตว์น้ำ
ประชากรสัตวน์ ้ำด้วยสายตาแบง่ ออกเป็น 5 วิธี คอื
ท่ีมีการพรางตัวหรือมีพฤติกรรมหลบซ่อนอาจใช้เวลามาก
- Strip transects หรอื belt transect กไ็ ด้ กว่านี้ได ้ นักดำน้ำผู้สังเกตอยู่ที่ศูนย์กลางวงกลมหรือกลาง
เทคนิคนี้พัฒนาในครั้งแรกเพ่ือใช้ในการศึกษาประชากรปลา สถานีแล้วค่อยๆหันไปรอบพร้อมกับสังเกตชนิดและจำนวน
ในแนวปะการัง โดยใช้นักดำนำ้ 2 คน เคลื่อนท่ขี นานกันไป ปลาท่ีพบในพื้นที่ รัศมีที่ใช้ในการกำหนดพื้นท่ีสังเกตอยู่
ตามแนวเชือกหรือสายเทปที่กำหนดความยาวและความ ระหว่าง 3-15 เมตร ขึ้นกับระยะในการมองเห็นและ
กว้างไว้ โดยมากมักมีความยาว 5-100 เมตร ความกว้าง
วตั ถปุ ระสงคข์ องการศกึ ษาด้วย โดยทัว่ ไปมกั ใชท้ ีร่ ะยะ 5.64
1-5 เมตร ขึ้นกับสภาพพ้ืนท่ีท่ีปฏิบัติงาน นักดำน้ำมองไป เมตร ซึ่งคดิ เปน็ พื้นท่ี 100 ตารางเมตร

ข้างหน้าเพ่ือสังเกตและบันทึกชนิดและจำนวนปลาที่พบ

60

- Line transects เป็นวิธีท่ีใช้กันอย่าง ขณะที่ทำการสำมะโนประชากรปลาด้วยสายตา มักมีการ
แพร่หลายในการสำรวจทางบก รวมทั้งการศึกษาเกี่ยวกับ ประยุกต์ดัดแปลงวิธีให้เข้ากับสภาพพ้ืนท่ีสำรวจ ทั้งน้ีต้อง
สัตว์น้ำด้วย โดยให้นักดำน้ำบันทึกสัตว์น้ำที่พบ พร้อมท้ัง อาศัยการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมเพ่ือหาวิธีท่ีเหมาะกับผู้ปฏิบัติ
ประมาณระยะห่างและมุมท่ีพบสัตว์น้ำจากแนวเส้นสำรวจ งานด้วย

ตัวอย่าง ด้วยวิธีน้ีทำให้สามารถบอกตำแหน่งท่ีพบสัตว์น้ำใน (2) การประเมินประชากรปลาด้วยเคร่ืองมือสำรวจ
บริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลได้ วิธีน้ีผู้สังเกตต้องมีความ ทรัพยากรสัตว์น้ำด้วยคลื่นเสียง (Hydroacoustic) เป็นวิธี
แม่นยำในการประมาณระยะทางใตน้ ำ้ ด้วย
การที่สามารถเก็บข้อมูลได้เป็นบริเวณกว้าง และมองเห็น
- Interval count วิธีน้ีทำโดยให้นัก
โครงสร้างของแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลได้ด้วย นอกจากน้ี

ดำน้ำว่ายสำรวจอย่างอิสระในบริเวณที่สำรวจพร้อมท้ัง ยังเก็บข้อมูลประชาคมปลาแบบอนุกรมเวลา (time series)
บนั ทกึ ชนดิ และจำนวนสตั วน์ ำ้ ทพี่ บภายในชว่ งเวลาทกี่ ำหนดไว้ ได้เปน็ เวลานานสว่ นขอ้ จำกดั ของวิธนี ไ้ี ด้แก่ ความยากในการ
ขน้ึ กบั ขนาดของพน้ื ทส่ี ำรวจ โดยมากใชเ้ วลา 5 หรอื 10 นาที แปลผลจากสัญญาณเพ่ือจำแนกชนิดสัตว์น้ำออกมา

แต่ละจุดดำนำ้ 8 ซำ้ วธิ กี ารน้ีใช้เวลาในการปฏิบตั ิงานมาก
ต้องอาศัยการตรวจสอบอยู่เสมอ แม้ว่าวิธีการน้ีจำต้องอาศัย
- Total count วิธีนี้ทำโดยการดำน้ำ ผู้ท่ีมีประสบการณ์หรือเช่ียวชาญอย่างย่ิงในการใช้เคร่ืองมือ
จำแนกชนิดสัตว์น้ำและนับจำนวนตัวโดยไม่มีการกำหนด รวมท้ังการวิเคราะห์ผล แปลผล แต่นับว่าเป็นอีกวิธีท่ีน่า
ขอบเขตพื้นท่ีและระยะเวลาไว้ สามารถปฏิบัติงานจนกระท่ัง สนใจในการเป็นทางเลือกของการติดตามผลการจัดสร้าง
พึงพอใจว่าได้บันทึกชนิดและจำนวนสัตว์น้ำที่พบไว้ครบถ้วน แหล่งอาศยั สัตว์ทะเลในอนาคตการนำเสนอวธิ กี ารติดตามผล
แล้ว มักใช้วิธีนี้ในบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลหรือแนว แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลน้ีเป็นเพียงแนวทางเบ้ืองต้นให้ผู้สนใจ
ปะการังที่มีขนาดเล็กในการติดตามผลการจัดสร้างแหล่ง หรือผู้มีส่วนเก่ียวข้องได้รับทราบถึงแนวคิดที่ใช้ในการศึกษา
อาศัยสัตว์ทะเลมักศึกษาประเมินผลท้ังแบบ destructive เพื่อโอกาสต่อไปอาจได้มีส่วนร่วมในพัฒนาการศึกษาด้านน้ี
assessment และ nondestructive assessment ควบคกู่ นั ไป ในประเทศไทยตอ่ ไป


61

แหล่งอาศัยสตั วท์ ะเล :
35 ปี ของการพฒั นาแหลง่ ประมง


เอกสารอ้างองิ


กมลพนั ธ์ อวยั วานนท์ และ เอกศกั ดิ์ ปณุ ยานเุ ดช. 2531. การตดิ ตามผลการสรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลบรเิ วณหนา้ หมบู่ า้ นชาวประมง จงั หวดั สตลู .
เอกสารวชิ าการ ฉบบั ท่ี 2/2531. ศนู ยพ์ ฒั นาประมงทะเลฝง่ั อนั ดามนั , กองประมงทะเล, กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์
64 หนา้ .


กรมประมง. 2549. แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลในโครงการฟ้ืนฟูทรัพยากรชายฝ่ังทะเลอันเน่ืองมาจากพระราชดำริจังหวัดปัตตานีและนราธิวาส.
สำนักวจิ ยั และพัฒนาประมงทะเล, กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์ 22 หนา้ .


กรมประมง. 2555. ชนิดปลาในแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล โครงการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝ่ังทะเล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดปัตตานีและ
นราธิวาส ปี 2545-2555. สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีประมงทะเล, สำนักวิจัยและพัฒนาประมงทะเล, กรมประมง,
กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์ 34 หนา้ .


กรวิทย์ จันทรก์ ศุ ล และเปรมสขุ พลเย่ยี ม. 2540. การศกึ ษาผลการจดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล จังหวัดจันทบรุ ี ดว้ ยเครือ่ งมอื เบ็ด. เอกสาร
วชิ าการฉบบั ท่ี 65. ศนู ยว์ ิจยั และพฒั นาประมงทะเลอา่ วไทยฝง่ั ตะวนั ออก, กองประมงทะเล, กรมประมง, กระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์. 22 หน้า.


กองประมงทะเล. 2545. รายงานความก้าวหนา้ ปี 2545 โครงการฟน้ื ฟทู รัพยากรชายฝง่ั ทะเล จังหวัดปัตตานีและนราธวิ าส อันเนอื่ งมาจาก
พระราชดำริ กิจกรรมการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตวท์ ะเล และกิจกรรมการทำซ้ังแบบภูมิปัญญาประมงทะเลพื้นบ้าน. ศูนย์พัฒนา
ประมงทะเลอา่ วไทยตอนลา่ ง, กองประมงทะเล, กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์ 109 หนา้ .


ดสุ ิต ตันวไิ ลย, จารภุ า ศริ ิ และสุวชิ า ใจเปย่ี ม. 2550. แหล่งอาศัยสตั วท์ ะเลในจงั หวัดระยองหลงั การจัดสรา้ ง 10 ป.ี เอกสารวชิ าการฉบับที่
2/2550. ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก, สำนักวิจัยและพัฒนาประมงทะเล, กรมประมง, กระทรวง
เกษตรและสหกรณ์. 61 หน้า.


ธานินทร สิงหะไกรวรรณ, วิชาญ อิงศรีสว่าง, เสาวนีย์ สิงหะไกรวรรณ และสมนึก กบิลรัมย์. 2541. โครงการ การศึกษาการสร้างแหล่ง
สาหร่ายบนแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเพ่ือพัฒนาการเพาะเลี้ยงหอยเป๋าฮ้ือพันธุ์พ้ืนเมือง Haliotis asianina Linnaeus ในสภาพ
ธรรมชาตเิ พ่อื พฒั นาไปส่กู ารส่งเสรมิ การเลยี้ งในเชิงพาณชิ ย์. สำนักงานกองทนุ สนบั สนนุ การวจิ ัย. 179 หนา้ .


ธำมรงค์ ประกอบบญุ . 2543. การสรา้ งแหลง่ อาหารในทะเลด้วยแหล่งอาศัยสตั วท์ ะเล. กรมประมง,กรุงเทพมหานคร. 9 หนา้ .

นิพนธ์ พงศ์สุวรรณ, หรรษา จรรย์แสง และอุกกฤต สตภูมินทร์. 2537. การพัฒนาของสัตว์บนพ้ืนผิวโครงสร้างแนวหินเทียม


จงั หวัดระนอง. รายงานสมั มนาวชิ าการประจำปี 2536. กรมประมง, กรงุ เทพมหานคร. 758 หน้า.

นิยม โลหะการ, พีระ อ่าวสมบูรณ์ และเอกศักดิ์ ปุณยานุเดช. 2527. การสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลในอ่าวพังงา. กรมประมง,

กรงุ เทพมหานคร. 37 หน้า.

พนู สนิ พานิชสุข, ยงยุทธ ปรีดาลัมพะบตุ ร, ดุสิต ตนั วไิ ลย, พุทธ สอ่ งแสงจินดา, ศภุ โชค สุวรรณมณี และวิชาญ ชสู วุ รรณ. 2529. การสร้างท่ี

อยูอ่ าศยั ของสตั ว์น้ำบรเิ วณหนา้ สถาบนั เพาะเลี้ยงชายฝ่งั จ.สงขลา. ใน. รายงานการประชุมทางวชิ าการ คร้ังที่ 24, สาขาประมง
พ.ศ. 2529. มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์, กรุงเทพมหานคร. 120-124 หนา้ .

มาโนช รงุ่ ราตรี, อำนาจ ศิริเพชร, หัสพงศ ์ สมชนะกิจ, นพรัตน์ เรอื งปฏกิ รณ์, วราภรณ์ เดชบญุ , สมชาย วิบญุ พนั ธ,์ ณรงคศ์ กั ดิ์ คงชยั ,
ธเนศ ศรถี กล, นริ ชา สองแกว้ , ธดิ ารตั น ์ คงชยั , สมเกยี รต ิ อนิ ทรช์ ,ู อทุ ศิ โชตธิ รรมโม, ทรงฤทธ ์ิ โชตธิ รรมโม, ยทุ ธนา ราญฎร
และสภุ าพร ชุมภวู รณ์. 2546. รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวจิ ยั ผลการจัดสร้างแหลง่ อาศยั สัตวท์ ะเล ปี 2545 ในโครงการ
ฟ้ืนฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเล จังหวัดปัตตานีและนราธิวาส อันเนื่องมาจากพระราชดำริ. สำนักวิจัยและพัฒนาประมงทะเล,

กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์ 71 หน้า.

ยุพเรศ ทัตตะวร. 2542. ชนิด ปริมาณ และการเปลี่ยนแปลงแทนท่ีของเพอริไฟตอนที่อาศัยบนแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล บริเวณอ่าวศรีราชา
จงั หวัดชลบรุ .ี วิทยานิพนธ์ปรญิ ญาโท. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรงุ เทพมหานคร. 80 หน้า

ลัดดา วงศ์รัตน์. 2542. แพลงกต์ อนพชื . ภาควชิ าชีววทิ ยาประมง, คณะประมง, มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์. กรุงเทพมหานคร. 851 หน้า.

วิชาญ อิงศรีสว่าง และธานินทร สิงหไกรวรรณ. 2539. การทดลองเปรียบเทียบการจมตัวของแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลรูปแบบต่างๆ บนพื้น
ทราย. เอกสารวิชาการฉบับที่ 58/2539. ศูนย์พัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก, กองประมงทะเล, กรมประมง,
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 20 หน้า.

วิชาญ อิงศรีสว่าง. 2539. การติดตามและวิเคราะห์ผลการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลโดยเครื่องมือลอบปลาบริเวณแหล่งจัดสร้างจังหวัด
จันทบุรี. เอกสารวิชาการฉบับที่ 62/2539. ศูนย์พัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก, กองประมงทะเล, กรมประมง,
กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์ 18 หนา้ .


62

วิชาญ อิงศรีสว่าง. 2555. ประสิทธิภาพในการดึงดูดสัตว์น้ำในแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล. ใน: การสัมมนาวิชาการเรื่องทิศทางการพัฒนาแหล่ง
อาศัยสัตวท์ ะเลเพือ่ การฟ้นื ฟทู รพั ยากรประมง. สำนักวจิ ัยและพัฒนาประมงทะเล, กรมประมง. หนา้ 39-42.


สมพร บุญเกิด, อัศนยี ์ ม่นั ประสิทธิ์ และสเุ จตน์ ณ นคร. 2526. การทดลองสรา้ งมีนนเิ วศน์ 4 และ 5 บริเวณจังหวัดระยอง. รายงานวชิ าการ
สถานีประมงทะเลจังหวัดระยอง, กองประมงทะเล, กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 25 หน้า.


สนั ติ สงั ขท์ อง และสุเจตน์ ณ นคร. 2530. การทดลองสร้างแหล่งอาศยั สัตว์ทะเล (มีนนิเวศน์ 8-1) บริเวณอ่าวเพ จงั หวดั ระยอง ปี 2530.
เอกสารวชิ าการ ฉบับที่ 1/2530. ศนู ย์พัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยฝ่ังตะวนั ออก, กองประมงทะเล, กรมประมง, กระทรวงเกษตร
และสหกรณ.์ 25 หน้า.


สนั ติ สังขท์ อง. 2534. การประเมนิ ผลการทดลองจดั สรา้ งแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลบริเวณจงั หวัดระยอง. เอกสารวชิ าการ ฉบบั ที่ 31. ศนู ยพ์ ฒั นา
ประมงทะเลอา่ วไทยฝ่งั ตะวนั ออก, กองประมงทะเล, กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์ 40 หนา้ .


สันติ สังข์ทอง. 2535. ผลการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลบริเวณจังหวัดระยอง. เอกสารวิชาการฉบับที่ 35. ศูนย์พัฒนาประมงทะเลอ่าว
ไทยฝัง่ ตะวันออก, กองประมงทะเล, กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 48 หน้า.


สชุ าติ แสงจนั ทร์. 2547. ตดิ ตามผลการจดั สรา้ งแหล่งอาศยั สตั ว์ทะเล บรเิ วณอ่าวพังงา. เอกสารวิชาการฉบบั ท่ี 8/2547. ศนู ย์วจิ ยั และพัฒนา
ประมงทะเลฝัง่ อนั ดามนั , สำนกั วิจัยและพฒั นาประมงทะเล, กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 45 หนา้ .


สุทธชิ ัย เตมียวณิชย์, ธรรมนญู โรจนะบุรานนท,์ กลั ยา วฒั นาการ และสุชนา วิเศษสงั ข.์ 2521. สงิ่ มีชีวิตทีด่ ำรงชพี แบบเกาะตดิ บรเิ วณ
อา่ วไผจ่ งั หวัดชลบุรี. ในรายงานผลงานวิจยั เล่มท่ี 5 พ.ศ. 2533. คณะวิทยาศาสตร์, จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย, กรงุ เทพมหานคร.
304-312 หน้า.


อรรชนีย์ ชำนาญศิลป์. 2545. การจำแนกชนิดไดอะตอมที่พบบนพื้นผิวแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลบริเวณอ่าวขาม เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง

ดว้ ยกลอ้ งจลุ ทรรศนอ์ เิ ลก็ ตรอนแบบลำแสงสอ่ งกราด. วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญาโท. มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร,์ กรงุ เทพมหานคร. 386 หนา้ .


อำนาจ ศิริเพชร, หัสพงศ ์ สมชนะกจิ และสมเกยี รต ิ อินทรช์ ู. 2545. ผลการจดั สรา้ งแหล่งอาศัยสตั ว์ทะเลจงั หวดั ปตั ตานี. เอกสารวิชาการ
ฉบบั ที่ 1/2545. ศนู ยพ์ ฒั นาประมงทะเลอา่ วไทยตอนลา่ ง, กองประมงทะเล, กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์ 54 หนา้ .


อำนาจ ศิริเพชร, หัสพงศ์ สมชนะกิจ และสมเกียรติ อินทร์ชู. 2550. ผลจับสัตว์น้ำจากแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลจังหวัดสงขลา.

เอกสารวิชาการฉบับที่ 10/2550. ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยตอนล่าง, สำนักวิจัยและพัฒนาประมงทะเล,

กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์ 28 หนา้ .


อุกกฤต สตภูมินทร์. 2536. ชุมนุมปลาบริเวณแนวหินเทียมในจังหวัดระนอง โดยเปรียบเทียบกับแนวหินและปะการังธรรมชาติ.

รายงานสัมมนาวชิ าการประจำปี 2536. กรมประมง. หนา้ 229-247.


อุกกฤต สตภูมินทร์. 2545. การเข้าครองพ้ืนที่และรูปแบบประชาคมปลาบนโครงสร้างแท่งคอนกรีตในการทดลองฟื้นฟูปะการัง.

เอกสารวชิ าการฉบับที่ 2/2545. สถาบันวิจัยชวี วทิ ยาและประมงทะเล, กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 29 หนา้ .


Ardizzone, G.D., M.F. Gravina and A. Belluscio. 1989. Temporal development of epibenthic communities on artificial
reef in the central Mediteranean Sea. Bull.Mar. Sci. 44 (2) : 592-608.


Chittima Aryuthaka. 1989. Benthic Community Survey. In: Multidisciplinary Evaluation of the Artificial Reef Project in
Thailand A Report. Southeast Asian Fisheries Development Center Training Department. 74-87 pp.


Fujisawa, W., A. Munprasit, S. Sungthong, S. Ananpongsuk, S. Sawatpreera and S. Sae-ung. 1991. The Artificial Reefs

Experiment in Thailand. Training Department Southeast Asia Fisheries Development Center, Bangkok.

TD/RES/29. 78 p.


Satapoomin, Ukkrit. 2005. Fish visual census techique – an alternative method for the assessment of the fish
assemblages on artificial reef. pp. 207-220. In: Proceeding of the 2nd Regional Workshop on Enhancing
Coastal Resources: Artificial Reefs in Southeast Asia. 9-12 November 2004, SEAFDEC/ TD Samut Prakan,
Thailand. TD/SP/33. 255 p.


Seaman Jr., William. Eds. 2000. Artificial reef evaluation with application to natural marine habitats. CRC Press. Florida,
USA. 246 p.


63

แหล่งอาศัยสตั ว์ทะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหล่งประมง


64

บทท่ี 4
สภาวะการประมงพืน้ บา้ น

โรจนรตุ ม์ รงุ่ เรอื ง

65

แหลง่ อาศยั สัตวท์ ะเล :
35 ปี ของการพฒั นาแหล่งประมง


การประมงพ้ืนบ้านในประเทศไทยมีความ

หลากหลายของเคร่ืองมือประมงมาก ซึ่งสอดคล้องกับ
ความหลากหลายของชนิดสัตว์น้ำ เคร่ืองมือแต่ละชนิดมี
สัตว์น้ำเป้าหมายแตกต่างกัน ส่วนใหญ่แหล่งทำการ
ประมงของชาวประมงพื้นบ้านมักอยู่บริเวณชายฝั่ง

ซึ่งปัจจุบันทรัพยากรสัตว์น้ำมีปริมาณลดลงอย่างมาก

เ มื่ อ มี ก า ร จั ด ส ร้ า ง แ ห ล่ ง อ า ศั ย สั ต ว์ ท ะ เ ล เ พ่ื อ ฟ้ื น ฟู
ทรัพยากรให้เพ่ิมมากขึ้น ชาวประมงจึงเข้าไปทำการ
ประมงบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ด้วยเคร่ืองมือประมง
ประเภทตา่ งๆ ซ่ึงมีความเหมาะสมในการใช้ทำการประมง
แตกตา่ งกัน ทำใหผ้ ลการจับสตั ว์นำ้ และการลงแรงประมง
เปลยี่ นแปลงจากเดมิ

66

4.1
การเปล่ยี นแปลงผลจบั สตั วน์ ้ำ


แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลมีผลทำให้สัตว์น้ำเข้ามาอยู่ 4.1.3 อวนลอยปลา

อาศยั มากขึ้น ชาวประมงพนื้ บ้านจึงเขา้ มาใช้ประโยชน์ในการ อทุ ยั (2531) ศกึ ษาเปรยี บเทยี บอตั ราการจบั สตั วน์ ำ้
ทำประมง ซ่ึงผลการศึกษาการเปล่ียนแปลงผลจับสัตว์น้ำ ท้ังหมดและอัตราการจับปลากุเรา จากอวนลอยปลากุเรา
จากเครอ่ื งมือประมงพน้ื บ้านประเภทต่างๆ ดงั น
ี้ ก่อนและหลังการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล บริเวณ
4.1.1 ลอบปลา
อำเภอเมือง และอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
การศึกษาผลจับสัตว์น้ำโดยใช้ลอบปลา ในแหล่ง ตัง้ แตเ่ ดือน มกราคม 2528 ถึง ธนั วาคม 2529 พบว่าอตั รา
อาศัยสัตว์ทะเลที่ทดลองสร้างหน้าสถาบันเพาะเล้ียงสัตว์น้ำ การจับสัตว์น้ำท้ังหมดเฉลี่ยเพ่ิมขึ้น 3.62 กก./เท่ียว คิดเป็น
ชายฝั่ง จังหวัดสงขลา ด้วยวัสดุคอนกรีตเสริมเหล็กรูป อตั ราการจบั ปลากเุ ราเพมิ่ ข้ึน 2.38 กก./เทยี่ ว

พีรามิด ขนาด 0.8 เมตรทุกด้าน จำนวน 900 ชุด และ เขยี น (2536) ทำการประเมนิ ผลการจดั สรา้ งแหลง่
สเ่ี หลย่ี มลกู บาศกข์ นาด 0.8 x 0.8 x 0.8 เมตร จำนวน 200 ชดุ อาศัยสัตว์ทะเล จังหวัดเพชรบุรี ก่อนการจัดสร้างในช่วง
สามารถจบั สตั วน์ ำ้ ไดร้ วมทงั้ สน้ิ 40 ชนดิ ชนดิ สตั วน์ ำ้ ทพี่ บมาก เดอื นสงิ หาคม ถึง ธนั วาคม 2533 และภายหลังการจดั สรา้ ง
ได้แก่ ปลาสลิดทะเล (Siganus javus) ปลากะพงทอง ในช่วงเดือนสิงหาคม ถึง ธันวาคม 2535 พบว่า อวนลอย
(Lutianus johnii) ปลากะพงข้างปาน (Lutianus russelli) ปลาทรายมีอัตราการจับสัตว์น้ำเพ่ิมข้ึนจาก 9.53 กก./เที่ยว
ปลาตะกรับ (Scatophagus argus) และปลาหางก่ิวหม้อ เป็น 15.59 กก./เท่ียว และอวนปลาดาบลาวมีอัตราการจับ
(Caranx sexfasciatus) จากการเปรยี บเทยี บผลการจบั สตั วน์ ำ้ สตั วน์ ำ้ เพมิ่ ขน้ึ จาก 34.24 กก./เทย่ี ว เปน็ 59.59 กก./เทย่ี ว
โดยใช้ลอบระหว่างบริเวณในและนอกแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล สำหรับอวนปลากระบอก มีอัตราการจับสัตว์น้ำเพ่ิมข้ึนจาก
พบว่าผลจับมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลจับ 20.13 กก./เท่ยี ว เป็น 23.30 กก./เทีย่ ว

เฉลี่ยในบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลมากกว่าบริเวณนอก การประเมินผลการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล
แหลง่ อาศยั สตั ว์ทะเล 0.79 กก./ลอบ (พูนสิน, 2528)
ของสกลุ (2538) บรเิ วณบา้ นแหลมผกั เบยี้ ตำบลแหลมผกั เบย้ี
4.1.2 อวนจมกงุ้
อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี โดยการบันทึกน้ำหนัก
การศึกษาเปรียบเทียบผลจับสัตว์น้ำก่อนและ
สัตว์น้ำที่มีการซ้ือขายจากแพปลา โดยรวบรวมข้อมูลก่อน
หลังการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลจังหวัดปัตตาน ี
การจัดวาง 1 ปี และหลังการจัดวางเป็นเวลา 3 ปี พบว่า
(พ.ศ. 2537) ของ อำนาจ และคณะ (2545) โดยการศึกษา เคร่ืองมือประมงท่ีจับสัตว์น้ำได้เพ่ิมข้ึนมี 3 ประเภท ได้แก่
อัตราการจับสัตว์น้ำด้วยการสุ่มตัวอย่างสัตว์น้ำ พบว่า อวนปลาเห็ดโคน อวนปลากระบอกและอวนปลาทู และ

จำนวนชนิดสัตว์น้ำท่ีจับได้ใน พ.ศ. 2536 มี 17 ชนิด และ ยังพบว่ามีเคร่ืองมือประมงชนิดใหม่เกิดขึ้นในพ้ืนท่ี ได้แก่
เพม่ิ ขน้ึ เปน็ 33 ชนดิ ใน พ.ศ. 2538 สว่ นอตั ราการจบั สตั วน์ ำ้ อวนปลากุเรา อวนปลาจะละเม็ดขาว และแหครอบหมึก
ใน พ.ศ. 2538 มีค่าเท่ากับ 7.11 กก./เที่ยว สอดคล้องกับ ประกอบแสงไฟ

การติดตามผลการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลจังหวัด เขยี น (2538) ไดท้ ดลองใชเ้ ครอ่ื งมืออวนลอยปลาทู
นครศรธี รรมราชของ อำนาจ และคณะ (2550) กอ่ นการจดั ทำการประมงในพื้นที่จัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลใน
สร้าง (พ.ศ. 2537 - 2538) และหลังการจดั สรา้ ง (พ.ศ.2539 จังหวัดเพชรบุรี โดยเปรียบเทียบผลการจับสัตว์น้ำระหว่าง
- 2543) รวมระยะเวลา 5 ปี พบว่าอตั ราการจับสตั ว์น้ำเฉลีย่ การวางอวนใกลก้ องแทง่ คอนกรตี 200, 700 และ 1,200 เมตร
ก่อนและหลังการจัดสร้างของอวนจมกุ้งเท่ากับ 5.830 และ ในเดือนกุมภาพันธ์ เมษายนและสิงหาคม เดือนละ 4 คร้ัง
8.103 กก./เทยี่ ว
และจำแนกสตั วน์ ำ้ ออกเปน็ 3 ประเภท คอื ปลาผวิ นำ้ ปลาหนา้ ดนิ
และสัตว์น้ำอ่ืนๆ พบว่า สัตว์น้ำบริเวณใกล้กองแท่งคอนกรีต
จะมีความชุกชุมมากกว่าสัตว์น้ำท่ีอยู่ห่างไกลออกไปจากกอง
แท่งคอนกรีต ท้ังชนิดและปริมาณ และปริมาณปลาผิวน้ำ

67

แหล่งอาศยั สัตว์ทะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหล่งประมง


บริเวณใกล้กองแท่งคอนกรีตจะมีปริมาณค่อนข้างสูงกว่า ผลการศึกษาการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล

บริเวณที่ไกลจากกองแท่งคอนกรีตในขณะท่ีปริมาณปลา ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ของอำนาจ และคณะ (2550)
หน้าดินบริเวณใกล้กองแท่งคอนกรีตจะไม่ต่างกับบริเวณท่ี พบว่า ผลการจับสัตว์น้ำเฉล่ียจากเคร่ืองมืออวนลอยปลาทู
ไกลออกไปจากกองแท่งคอนกรีต แสดงว่าแหล่งอาศัยสัตว์ กอ่ นและหลงั การจดั สรา้ งฯ เทา่ กบั 12.94 และ 20.26 กก./เทย่ี ว
ทะเลมีอิทธิพลต่อปลาผิวน้ำค่อนข้างสูงกว่าปลาหน้าดิน
ตามลำดบั สว่ นผลการศกึ ษาการจดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล
แต่อยา่ งไรกต็ ามเมอ่ื ไดว้ เิ คราะห์ค่าความแตกต่างทั้งชนิดและ จังหวัดปัตตานีไปในทิศทางเดียวกัน ของ อำนาจ และคณะ
ปริมาณของสัตว์น้ำแล้ว พบว่าปริมาณการจับและจำนวน (2545) ในปี พ.ศ.2536 - 2538 โดยการส่มุ ตัวอย่างสัตว์นำ้
ชนิดของสัตว์น้ำในแต่ละจุดไม่มีความแตกต่างกันอย่างม
ี จำแนกชนิด ชั่งน้ำหนักสัตว์น้ำจากเคร่ืองมือประมงที่ทำการ
นัยสำคัญทางสถติ ิ สำหรับขนาดความยาวของสตั ว์นำ้ พบวา่ ประมงในแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล พบว่า อวนจมปลาทราย

ส่วนใหญ่แล้วองค์ประกอบขนาดของสัตว์น้ำแต่ละชนิด
มีอัตราการจับสัตว์น้ำเพ่ิมข้ึนถึง 5 เท่า โดยมีอัตราการจับ
ในแต่ละจุดทำการประมงก็ไม่มีความแตกต่างเช่นเดียวกัน มากท่ีสดุ ใน พ.ศ. 2538 (26.03 กก./เทยี่ ว) จำนวนชนิดสัตว์
นั่นหมายความว่า หากชาวประมงทำการประมงภายในระยะ น้ำท่ีจับได้ท้ังก่อนและหลังการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล
1,200 เมตร จากกองแทง่ คอนกรีตแล้ว ชาวประมงท่จี ับสัตว์ มจี ำนวน 16 ชนิดเท่ากัน ส่วนอวนลอยปลาทมู อี ัตราการจบั
น้ำในบริเวณไกลจากกองแท่งคอนกรีตก็ยังมีโอกาสท่ีจะจับ สตั ว์น้ำใน พ.ศ. 2537 เทา่ กบั 37.02 กก./เท่ียว ซงึ่ มากกวา่
สัตว์น้ำได้มากกว่าในบริเวณท่ีใกล้กองแท่งคอนกรีตเช่นกัน อัตราการจับสตั วน์ ้ำใน พ.ศ. 2536 เทา่ กับ 20.86 กก./เทีย่ ว
ดังน้ัน หากชาวประมงทำการประมงภายในระยะ 1,200 จำนวนชนดิ สัตวน์ ้ำท่จี บั ไดใ้ น พ.ศ. 2536 มี 35 ชนดิ เพม่ิ ขึ้น
เมตร จากแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลแล้ว ชาวประมงไม่จำเป็น เป็น 54 ชนิดใน พ.ศ. 2537 และลดลงเหลือ 47 ชนิด

ต้องเส่ียงเข้าไปทำการประมงใกล้กองแท่งคอนกรีต และ
ใน พ.ศ.2538

หากชาวประมงจะตอ้ งการจบั สตั วน์ ำ้ ทอ่ี าศยั อยบู่ รเิ วณกองหนิ 4.1.4 เบ็ด

เช่น ปลาเก๋า ปลากะพง ปลาสร้อยนกเขาหรือปลานกแก้ว กรวิทย์ (2540) ศึกษาเคร่ืองมือเบ็ดมือภายหลัง
ชาวประมงควรใช้เคร่ืองมือลอบปลา หรือเบ็ดเข้าไปทำการ การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลจังหวัดจันทบุรี โดยนำสัตว์
ประมงในบริเวณกองแท่งคอนกรีตมากกว่าการใช้อวนซ่ึง น้ำทจี่ ับไดน้ ำมาแยกชนิด วัดขนาดความยาว (total length)
เสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายได
้ และช่ังน้ำหนัก พบว่าอัตราการจับสัตว์น้ำต่อหน่วยการ
เขียนและคณะ (2540) เก็บรวบรวมข้อมูลชนิด ลงแรงงาน (CPUE) โดยเฉล่ียของเครื่องมือเบ็ดในช่วงเวลา

และผลการจับสัตว์น้ำจากชาวประมงตำบลแหลมผักเบี้ย 6 เดือนแรก มีค่าสูงกว่า 6 เดือนถัดไป โดยจับสัตว์น้ำได้
อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 23 ครัวเรือน เท่ากับ 430.16 และ 301.59 กรัม/สาย/ช่ัวโมง ตามลำดับ
ท่ีทำการประมงบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ด้วยเครื่องมือ อำนาจและคณะ (2545) ศึกษาอัตราการจับสัตว์น้ำจากเบ็ด
ประมงอวนปลากระบอก อวนปลาดาบลาว อวนเอ็นปลาทู ตกปลาก่อนการจัดวางแท่งคอนกรีต บริเวณจังหวัดปัตตานี
อวนปลาเห็ดโคน อวนปลากเุ รา และอวนปลาจะละเม็ด โดย ใน พ.ศ. 2536-2538 โดยการสมุ่ ตวั อยา่ งสตั วน์ ำ้ จำแนกชนดิ
แบ่งเปน็ 2 ช่วง คอื กอ่ นการจัดสรา้ งฯ (มกราคม - ธนั วาคม ช่ังน้ำหนักสตั วน์ ้ำ พบวา่ อตั ราการจับสัตว์น้ำใน พ.ศ. 2536
2533) และหลังการจัดสร้าง (มกราคม 2535 - ธันวาคม เทา่ กบั 14.61 กก./เทยี่ ว ใน พ.ศ. 2537 เพมิ่ ขึน้ เป็น 18.60
2537) พบว่า อัตราการจบั สตั วน์ ้ำทั้งหมดใน พ.ศ. 2537 สูง กก./เท่ียว และ ใน พ.ศ. 2538 เท่ากับ 18.58 กก./เที่ยว
กว่า พ.ศ. 2533 ถึงรอ้ ยละ 480 โดยผลการทดสอบทางสถติ ิ นอกจากนี้อำนาจ และคณะ (2551) ศึกษาสภาวะการ
ก่อนและหลังการจัดสร้าง พบว่ามีความแตกต่างอย่างมี
ประมงพ้ืนบ้านบริเวณบ้านละเวง จังหวัดปัตตานี ท่ีจัดสร้าง
นัยสำคัญทางสถิติทั้งผลการจับสัตว์น้ำแต่ละชนิด
แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ใน พ.ศ. 2545 โดยใช้ผลจับสัตว์น้ำ
และผลการจับสตั วน์ ำ้ ท้ังหมด
จากเครื่องมือประมงเบ็ดตกปลา พบว่าอัตราการจับสัตว์น้ำ
เฉลี่ยใน พ.ศ. 2545 เท่ากับ 7.91 กก./เท่ียว และใน

พ.ศ. 2546 เทา่ กบั 14.55 กก./เทย่ี ว เพม่ิ ขน้ึ 6.64 กก./เทย่ี ว


68

4.1.5 อวนจมป

เขียน (2536) ศึกษาผลการจัดสร้างแหล่งอาศัย
สตั วท์ ะเลจังหวดั เพชรบรุ ี พบวา่ แหล่งอาศยั สตั วท์ ะเลมีสว่ น
ช่วยทำให้อัตราการจับต่อหน่วยการลงแรงประมงของอวน
จมปูสูงขึ้น จาก 8.53 กก./เท่ยี ว เป็น 23.63 กก./เทีย่ ว

การศึกษาของอำนาจและคณะ (2550) ศึกษาผล
การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล จังหวัดนครศรีธรรมราช
พบว่า อัตราการจับสัตว์น้ำเฉลี่ยก่อนและหลังการจัดสร้าง
แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลของอวนจมปู เท่ากับ 9.37 และ

9.93 กก./เท่ียว ตามลำดับ ซ่ึงอัตราการการจับสัตว์น้ำของ
อวนจมปไู มม่ กี ารเปลย่ี นแปลงมากนกั ในขณะทอ่ี งคป์ ระกอบ
ปูมา้ ลดลง

การศึกษาผลการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล
จังหวัดปัตตานี ในระยะเวลา 3 ปี ภายหลังการจัดวาง

(พ.ศ. 2536-2538) ของ อำนาจและคณะ (2545) พบว่า
อัตราการจับสัตว์น้ำจากอวนจมปูเพิ่มขึ้นโดยมีอัตราการจับ
มากที่สุดใน พ.ศ. 2538 เท่ากับ 17.95 กก./เที่ยว

จำนวนชนิดสัตว์น้ำท่จี ับได้ใน พ.ศ. 2536 มจี ำนวน 10 ชนิด
จำนวนชนิดสตั ว์น้ำเพิม่ ขึ้นถึง 32 ชนดิ ใน พ.ศ. 2537 และ
ลดลงใน พ.ศ. 2538 เหลือ 30 ชนิด องค์ประกอบสัตว์น้ำ
กอ่ นและหลังการจดั สร้างมีความคลา้ ยคลงึ รอ้ ยละ 55.49

4.1.6 ลอบหมึก

อำนาจและคณะ (2545) ศึกษาผลการจัดสร้าง
แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลจังหวัดปัตตานี ใน พ.ศ.2536-2538
พบว่า อัตราการจับสัตว์น้ำด้วยลอบหมึก ใน พ.ศ. 2536
เท่ากับ 10.10 กก./เท่ียว เพ่ิมข้ึนเป็น 18.54 กก./เที่ยว

ใน พ.ศ. 2537 และ 20.02 กก./เทย่ี ว ใน พ.ศ. 2538 ดังนั้น
หลังการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลมีอัตราการจับเพิ่มข้ึน
สองเท่า สัตว์น้ำท่ีจับได้มีเพียง 2 ชนิด คือ หมึกหอมและ
หมึกกระดอง องค์ประกอบสัตว์น้ำก่อนและหลังการจัดสร้าง
มคี วามคลา้ ยคลึงกันมาก


69

แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล :
35 ปี ของการพฒั นาแหลง่ ประมง


4.2
การเปลย่ี นแปลงการลงแรงประมง

สุชาติ (2547) ศึกษาผลการจัดสร้างแหล่งอาศัย - ลอบปลา (fish traps) ก่อนการจัดสร้างฯ

สัตว์ทะเลบริเวณอ่าวพังงา โดยการคัดลอกข้อมูลทางด้าน มจี ำนวนชาวประมง 19 ราย รายละ 10-35 ลกู
ปริมาณการจับ มูลค่าสัตว์น้ำจากการซ้ือขาย รายได้
หรือเฉลี่ย 14.2 ลูกต่อราย ภายหลังการจัด
การลงแรงประมง และจำนวนเรือที่ออกทำการประมงภาย สร้างฯ มีจำนวนชาวประมง 28 ราย รายละ
หลังการจดั สรา้ งฯ ในแต่ละวันเปน็ ประจำทุกเดอื น เปน็ เวลา 10-50 ลกู หรอื เฉล่ีย 14.5 ลูกต่อราย

4 ปี (พ.ศ. 2542-2545) พบว่าเคร่ืองมือประมงทั้ง
- เบ็ดมือ (hook handline) ก่อนการจัดสร้างฯ

3 ชนดิ คอื โป๊ะน้ำตื้น อวนจมก้งุ และอวนลอยปลาทู มีการ มจี ำนวนชาวประมง 37 ราย หลงั การจัดสร้างฯ
เปลี่ยนแปลงของจำนวนเรือภายหลังการจัดสร้าง คือ
มจี ำนวนชาวประมง 44 ราย

เพ่ิมจำนวนมากขึ้นในปีท่ี 1 ปีท่ี 2 และลดลงในปีที่ 3 ซึ่ง - อวนล้อมปลากะตัก (anchovy purse seine)
สอดคล้องกับการศึกษาของอุทัย (2535) ซึ่งรายงานว่า

การทำประมงบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลจะค่อนข้างสูง ก่อนและหลงั การจดั สรา้ งฯ มจี ำนวนชาวประมง
ภายหลังการจดั สรา้ ง 1 ปี หลงั จากน้ันมีแนวโนม้ ลดลง
เทา่ กนั คอื 25 ราย

สนั ติ (2535) ศึกษาผลการจัดสร้างแหล่งอาศัยสตั ว์ - ลอบหมึก (squid traps) ก่อนการจัดสร้างฯ

ทะเลด้วยวัสดุแท่งคอนกรีตขนาด 1.0 x 1.0 x 1.0 เมตร มจี ำนวนชาวประมง 24 ราย หลังการจดั สรา้ งฯ
จำนวน 4,000 แท่ง โดยการใช้เคร่ืองมือประมงลอบปลา มจี ำนวนชาวประมง 25 ราย รายละ 35-90 ลูก

เบ็ดมือ เบ็ดโง้ง อวนจมปู และเบ็ดตกหมึก บริเวณเกาะมัน
ใน-เกาะมันกลาง เขตตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จงั หวัดระยอง - เบด็ ปลาอนิ ทรี (spanish mackerel hook line
พร้อมทั้งสัมภาษณ์ชาวประมงท่ีเข้าไปใช้ประโยชน์ในบริเวณ trolling) ก่อนการจัดสร้างฯ มีจำนวนชาว
จัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ใน 3 ประเด็น คือ สำรวจ ประมง 13 ราย หลงั การจดั สรา้ ง มจี ำนวนชาว
จำนวนเรือ และชนดิ เคร่ืองมอื ประมง สภาวะสงั คมเศรษฐกจิ ประมง 14 ราย

ก่อนและหลังการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล โดยการ - อวนจมปู (crab bottom gill net) ก่อนและ
สัมภาษณ์ชาวประมงจำนวน 120 ราย พบว่า ก่อนการ
หลงั การจดั สร้างฯ มีจำนวนชาวประมง 19 ราย

จัดสร้างชาวประมงออกทำการประมงในแหล่งน้ำและแนว อุทัย (2531) ศึกษาสภาวะการทำการประมง

หินธรรมชาติ ภายหลังการจัดสร้างฯ ชาวประมงเข้าไป
อวนลอยปลากุเราและอวนจมกงุ้ ก่อนและหลงั การจดั สรา้ งฯ
ใช้ประโยชน์ด้วยการใช้เครื่องมือประมงทำประมงบริเวณ บรเิ วณอำเภอเมอื ง และอำเภอปากพนงั จงั หวดั นครศรธี รรมราช
แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล แต่จำนวนเครื่องมือมีจำนวนมากและ ตั้งแต่เดือน มกราคม 2528 ถึง ธันวาคม 2529 พบว่า

พ้ืนท่ีมีจำกัด ในแต่ละปีจึงเข้าไปทำประมงได้น้อยคร้ังและ ก่อนการจัดสร้างฯ การทำประมงอวนลอยปลากุเราสามารถ
น้อยราย นอกจากนี้ ชาวประมงใช้เคร่ืองมือประมง 6 ชนิด ทำได้ในช่วงเริ่มและปลายมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และ
ที่ได้รับผลประโยชน์อย่างคุ้มค่า คือ ลอบปลา เบ็ดมือ
ทำกันในระยะเวลาส้ันๆ ด้านนอกแหลมตะลุมพุก เนื่องจาก
อวนลอ้ มปลากระตกั อวนจมปู เบด็ ตกปลาอนิ ทรี และลอบหมกึ มีเรืออวนลากเข้ามาทำการประมงในพื้นท่ีดังกล่าว ทำให

สำหรบั การลงแรงประมง การเปลยี่ นแปลงจำนวนชาวประมง ชาวประมงขนาดเล็กไม่สามารถออกทำการประมงได้

และจำนวนเครื่องมือประมงจะเห็นได้ชัดเจนจาก เคร่ืองมือ เพราะเครอ่ื งมอื ประมงไดร้ บั ความเสยี หาย ภายหลงั การจดั สรา้ งฯ
ประมงประเภทลอบปลา และเบ็ดมือ ส่วนเครื่องมืออวน ใน พ.ศ. 2529 เครื่องมือประมงอวนลอยปลากุเราทำได้ใน
ล้อมจับปลากะตัก ลอบหมึก เบ็ดปลาอินทรี และอวนจมป ู
ช่วงเร่ิมและปลายมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเช่นกัน

มีการเปล่ียนแปลงจำนวนชาวประมง และจำนวนเครื่องมือ แต่มีช่วงเวลาในการทำประมงนานขึ้น เน่ืองจากอวนลาก

ประมงเหน็ ไดไ้ ม่ชัดเจนนกั โดยมรี ายละเอียด ดงั น
้ี ไม่สามารถเข้ามาทำการประมงในบริเวณดังกล่าวได้ และ
ทำใหจ้ ำนวนเทย่ี วในการทำประมงเพม่ิ ขนึ้ จากกอ่ นการจดั สรา้ งฯ
เป็น 427 เท่ียว สำหรบั การประมงอวนจมกงุ้ สามารถทำการ

70

ประมงไดเ้ กอื บตลอดทงั้ ปี การลงแรงประมงภายหลังการจัด เข้าไปทำการประมงได้ถึง 5 เดือน (ในเดือน
สร้างฯ (พ.ศ. 2529) เพ่ิมขน้ึ 102 เทีย่ ว
มถิ ุนายน-ตลุ าคม)

เขียน (2536) ศกึ ษาผลหลังการจัดสร้างแหลง่ อาศัย - อวนปลาทราย ชาวประมงสามารถออกทำการ
สัตว์ทะเลในเดือนกรกฎาคม 2535 ก่อนดำเนินการจัดสร้าง ประมงไดม้ ากขึ้น

ระหว่างเดือนสิงหาคม ถึง ธันวาคม 2533 ชาวประมงออก - เขียน และคณะ (2540) ศึกษาผลการจัดสร้าง
ทำการประมงได้โดยเฉลี่ยครัวเรือนละ 6 เที่ยว/เดือน
ของจงั หวัดเพชรบรุ ี พบว่า เคร่ืองมือประมงบาง
ส่วนภายหลังการจัดสร้างแหล่งฯ ระหว่างเดือนสิงหาคม
ชนิดได้นำมาใช้ภายหลังการจัดสร้างฯ คือ อวน
ถึง ธันวาคม 2535 ชาวประมงแต่ละครัวเรือนออกทำการ ปลาจะละเมด็ และอวนลอยปลากุเรา เนื่องจาก
ประมงไดเ้ พม่ิ ขน้ึ เป็น 10 เที่ยว/เดอื น นอกจากน้ีการจดั สร้าง ภายหลังจากการจัดสร้างฯ ไปแล้วระยะหน่ึง
แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลมีผลต่อการทำประมงของชาวประมงใน ชาวประมงสามารถจับปลาจะละเม็ด และปลา
หมู่บ้านตามแนวชายฝั่งทะเลที่อยู่บริเวณใกล้เคียงพื้นท่ีจัด กุเรา ได้จากเคร่ืองมืออวนชนิดอ่ืนๆ และ
สรา้ ง ดังน้
ี เน่ืองจากปลาทั้งสองชนิดเป็นปลาที่มีราคาสูง
รวมท้ังมีแนวโน้มที่สามารถลงทุนทำการประมง
- ชาวประมงสามารถทำการประมงในระยะเวลาท่ี ไดจ้ งึ หนั มาใชเ้ ครอื่ งมอื ทเ่ี จาะจงกบั ปลาจะละเมด็
นานขึ้น เช่น เบ็ดซ่ึงเคยทำการประมงได้เพียง
และปลากเุ รา ซึง่ ไดผ้ ลเปน็ ท่นี ่าพอใจ

3 เดือน (ธันวาคม - กมุ ภาพันธ์) ภายหลงั การจัด
สร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ชาวประมงสามารถ 71

แหลง่ อาศัยสตั ว์ทะเล :
35 ปี ของการพฒั นาแหล่งประมง


4.3
แนวทางการศึกษาสภาวะการประมงบริเวณแหลง่ อาศยั สัตวท์ ะเล

4.3.1 เคร่อื งมือประมงท่ใี ช้เพอ่ื ศกึ ษา
(3) ศึกษาการเปล่ียนแปลงการจับสัตว์น้ำในแหล่ง
ผลการจบั สัตวน์ ำ้
อาศยั สตั ว์ทะเลในรอบป

1) เครอื่ งมอื ประมงประเภทลอบ และเบด็ เปน็ เครอื่ งมอื - สุ่มตัวอย่างสัตว์น้ำท่ีจับได้จากเคร่ืองมือประมง
ประมงท่ีเหมาะสมสำหรับการจับสัตว์น้ำในแหล่งอาศัย
ที่ทำการประมงบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลโดย
สตั ว์ทะเล มวี ธิ ใี นการทดลอง ดงั น
ี้ มีระยะห่างจากแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลไม่เกิน
- กำหนดสถานีและความถี่สำหรับการวางลอบ 1,500 เมตร พรอ้ มทงั้ จำแนกชนดิ และชงั่ นำ้ หนกั

และเบ็ด โดยแต่ละสถานีไม่ควรวางห่างจาก - วิเคราะห์ค่าความคล้ายคลึง (similarity)

แทง่ คอนกรตี มากนกั เพอ่ื ใหส้ ตั วน์ ำ้ ทจี่ บั ไดเ้ ปน็ กลมุ่ ค่าดัชนีความหลากหลายของสัตว์น้ำ และอัตรา
ท่เี กดิ จากอิทธิพลจากแท่งคอนกรีต
การจับสตั วน์ ้ำต่อการลงแรงประมง

- เก็บตวั อยา่ งสตั ว์นำ้ เดอื นละ 1 ครงั้ ๆ ละ 5 วนั 4.3.2 การรวบรวมข้อมูลการทำประมงจากการ

และควรดำเนนิ การท้ังปี
ซอ้ื ขายสัตว์นำ้ บริเวณท่าขน้ึ สัตวน์ ำ้

- จำแนกชนดิ และช่งั น้ำหนกั สตั วน์ ำ้ ทจ่ี ับได
้ - บันทึกปริมาณการจับสัตว์น้ำจากเคร่ืองมือ
- วิเคราะห์ค่าดัชนีความหลากหลายของสัตว์น้ำที่ ประมงประเภทท่ีเข้าไปทำการประมงในบริเวณ
จับได้ อตั ราการจับสัตวน์ ้ำตอ่ การลงแรงประมง
แหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล ทมี่ กี ารนำมาชอื้ ขายทท่ี า่ ขน้ึ
2) เครื่องมือประมงประเภทอวน เช่น อวนจมกุ้ง สัตว์น้ำเป็นประจำทุกเดือน ท้ังก่อนและหลัง

อวนจมปู อวนหมกึ และอวนอน่ื ๆ มขี น้ั ตอนการในการดำเนนิ การ การจัดสร้างเป็นระยะเวลาไมน่ ้อยกว่า 1 ปี

ดงั นี
้ - สัมภาษณ์ชาวประมงท่ีนำสัตว์น้ำมาจำหน่าย
- กำหนดแผนการทดลอง มีการกำหนดตาม เพ่ือให้ทราบข้อมูลแหล่งทำการประมง จำนวน
วตั ถุประสงค ์
เครอื่ งมอื ประมง และระยะเวลาในการทำประมง

(1) เปรียบเทียบผลการจับสัตว์น้ำก่อนและหลังการ - นำขอ้ มลู วเิ คราะหห์ าปรมิ าณสตั วน์ ำ้ ทม่ี กี ารซอื้ ขาย
จัดสร้างแหลง่ อาศยั สัตว์ทะเล
จำนวนวนั ทำประมง อตั ราการจบั สตั วน์ ้ำตอ่ การ
(2) ศึกษาการเปล่ียนแปลงชนิดและปริมาณการจับ ลงแรงประมง

สตั วน์ ำ้ ภายหลงั การจดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล

4.4
ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เติม

จากการติดตามผลการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเป็นระยะเวลายาวนาน พบว่ามีการเปล่ียนแปลงท่ีเกิดขึ้นจาก
สัตว์น้ำที่เคยมีปริมาณมากในช่วงแรกของการจัดสร้าง มีปริมาณลดลง เช่น การศึกษาในจังหวัดสงขลา ซ่ึงได้เก็บข้อมูล

ในแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเป็นระยะเวลาถึง 10 ปี พบว่า อวนจมกุ้ง อัตราการจับสัตว์น้ำมีค่าสูงสุดในปีแรก เท่ากับ

52.855 กก./เที่ยว และต่ำสุดในปีท่ี 5 เท่ากับ 6.064 กก./เท่ียว อวนลอยปลาทู อัตราการจับสัตว์น้ำมีค่าสูงสุดในปีแรก
เท่ากับ 50.787 กก./เทยี่ ว และต่ำสุดในปีที่ 7 เทา่ กบั 7.940 กก./เทยี่ ว อวนจมปู อตั ราการจับสตั ว์นำ้ มีค่าสูงสดุ ในปีแรก
เทา่ กบั 20.491 กก./เทย่ี ว และตำ่ สดุ ในปที ่ี 4 เทา่ กบั 8.268 กก./เทยี่ ว และอวนจมหมกึ มอี ตั ราการจบั สตั วน์ ำ้ สงู สดุ ในปแี รก
เทา่ กับ 20.253 กก./เทย่ี ว และตำ่ สุดในปที ี่ 8 เท่ากับ 3.991 กก./เท่ยี ว (อำนาจและคณะ, 2550)

ดังน้ัน เม่ือมีสัตว์น้ำเพ่ิมขึ้นแล้วปล่อยให้มีการทำประมงโดยไม่มีมาตรการจัดการ ทำให้อัตราการจับสัตว์น้ำสูงเป็น
ระยะเวลาประมาณ 4-8 ปี ตามชนิดเคร่ืองมือประมง หลงั จากน้นั การจับสัตวน์ ำ้ ในแหล่งอาศัยสตั ว์ทะเลลดลง ในระยะยาว
อาจทำให้บริเวณใกล้เคียงท่ีเคยเป็นแหล่งประมงตามธรรมชาติลดความอุดมสมบูรณ์ลงได้ ดังนั้นจึงควรควบคุมการลงแรง
ประมงให้เหมาะสมกับจำนวน ขนาดของทรัพยากรสัตว์น้ำในแต่ละพ้ืนที่ และควรจะเป็นการจัดการบริหารของชาวประมง
ด้วยกันเอง


72

เอกสารอา้ งอิง

กรวิทย์ จันทร์กุศล และเปรมสุข พลเยี่ยม. 2540. การติดตามผลการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล จังหวัดจันทบุรีด้วย

เคร่ืองมือเบ็ดมือ. เอกสารวิชาการฉบับที่ 65. ศูนย์พัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยฝ่ังตะวันออก, กองประมงทะเล,
กรมประมง. 23 หนา้ .

เขียน สินอนุวงศ์. 2538. การเปรียบเทียบผลการจับสัตว์น้ำระหว่างการทดลองและวิธีแบบชาวประมงพื้นบ้าน โดยการใช้
อวนลอยปลาทูและเปรียบเทียบกับอวนลอยชนิดหลัก 4 ชนิด ท่ีทำการประมงบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล
จังหวัดเพชรบุรี. เอกสารวิชาการฉบับที่ 3/2538. ศูนย์พัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยตอนบน, กองประมงทะเล,
กรมประมง. 17 หน้า

เขยี น สนิ อนวุ งศ.์ 2536. ตดิ ตามประเมนิ ผลการจดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล จงั หวดั เพชรบรุ .ี เอกสารวชิ าการฉบบั ที่ 1/2536.
ศนู ย์พัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยตอนบน, กองประมงทะเล, กรมประมง. 13 หน้า

เขียน สินอนุวงศ์ และอุทัย สิงห์โตทอง. 2540. การเปรียบเทียบการจับสัตว์น้ำในบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลจังหวัด
เพชรบุรีโดยเครื่องมืออวนลอยชนิดต่างๆ. เอกสารวิชาการฉบับที่ 1/2540. ศูนย์พัฒนาประมงทะเลอ่าวไทย
ตอนบน, กองประมงทะเล, กรมประมง. 10 หน้า

พูนสิน พานิชสุข, ดุสิต ตันวิไลย และยงยุทธ ปรีดาลัมพะบุตร. 2528. การทดลองสร้างท่ีอยู่อาศัยสัตว์น้ำบริเวณหน้า
สถาบันเพาะเล้ียงสัตว์น้ำชายฝ่ัง จังหวัดสงขลา. เอกสารวิชาการฉบับท่ี 12/2528. สถาบันเพาะเล้ียงสัตว์น้ำ
ชายฝง่ั จงั หวัดสงขลา, กรมประมง. 12 หน้า.

วชิ าญ องิ ศรีสวา่ ง. 2539. การติดตามและวเิ คราะห์ผลการจดั สรา้ งแหล่งอาศัยสัตวท์ ะเลโดยเคร่อื งมอื ลอบปลาบรเิ วณแหลง่
จัดสร้างจันทบุรี. เอกสารวิชาการฉบับที่ 62. ศูนย์พัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก, กองประมงทะเล,
กรมประมง. 18 หนา้ .

สกลุ สพุ งษพ์ นั ธ.์ 2538. การประเมนิ ผลการจดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลจงั หวดั เพชรบรุ .ี เอกสารวชิ าการฉบบั ท่ี 1/2538.
ศูนยพ์ ัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยตอนบน, กองประมงทะเล, กรมประมง. 24 หนา้ .

สันติ สังข์ทอง. 2535. ผลการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล บริเวณจังหวัดระยอง. เอกสารวิชาการฉบับที่ 35.

ศนู ย์พฒั นาประมงทะเลอ่าวไทยฝ่งั ตะวนั ออก, กองประมงทะเล, กรมประมง. 48 หน้า.

สชุ าติ แสงจนั ทร์. 2547. ติดตามผลการจดั สร้างแหลง่ อาศัยสัตวท์ ะเล บรเิ วณอา่ วพังงา. เอกสารวิชาการฉบับท่ี 8/2547.
ศูนยว์ ิจัยและพฒั นาประมงทะเลฝงั่ อันดามัน, สำนกั วจิ ัยและพฒั นาประมงทะเล, กรมประมง. 45 หนา้ .

อทุ ัย สิงห์โตทอง. 2531. การเปรยี บเทียบสภาวะการทำการประมงอวนลอยปลากุเราและอวนลอยกงุ้ สามชั้น ก่อนและหลัง
จดั สรา้ งแนวหนิ เทยี ม ที่ จ.นครศรธี รรมราช. เอกสารวชิ าการฉบบั ท่ี 2/2531. กลมุ่ พฒั นาการประมงทะเลพนื้ บา้ น,
กองประมงทะเล, กรมประมง. 17 หนา้ .

อำนาจ ศิรเิ พชร, นพรตั น ์ เรอื งปฏกิ รณ์ และยุทธนา ราญฎร. 2550. ผลจบั สตั วน์ ้ำจากเคร่ืองมือประมงพน้ื บ้านที่สำคญั
บรเิ วณแหลง่ อาศัตวท์ ะเลจังหวัดนครศรธี รรมราช. เอกสารวิชาการฉบับที่ 11/2550. ศูนย์วจิ ัยและพัฒนาประมง
ทะเลอา่ วไทยตอนลา่ ง (สงขลา), สำนกั วจิ ัยและพฒั นาประมงทะเล, กรมประมง. 32 หน้า.

อำนาจ ศิริเพชร, หสั พงศ ์ สมชนะกจิ และสมเกียรติ อินทรช์ .ู 2545. ผลการจดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สัตว์ทะเลจังหวดั ปตั ตาน.ี
เอกสารวชิ าการฉบบั ที่ 12/2545. ศนู ยพ์ ฒั นาประมงทะเลอา่ วไทยตอนลา่ ง, กองประมงทะเล, กรมประมง. 54 หนา้ .

อำนาจ ศิริเพชร, หัสพงศ์ สมชนะกิจ และสมเกียรต ิ อินทร์ชู. 2550. ผลจับสัตว์น้ำบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลจังหวัด
สงขลา. เอกสารวิชาการฉบับท่ี 10/2550. ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยตอนล่าง (สงขลา),

สำนักวิจัยและพัฒนาประมงทะเล, กรมประมง. 28 หนา้

อำนาจ ศิริเพชร, หัสพงศ์ สมชนะกิจ, นพรตั น์ เรอื งปฏกิ รณ,์ นิรชา สองแก้ว, ธดิ ารตั น์ คงชัย และณรงค์ศกั ด์ิ คงชยั .
2551. สภาวะทรัพยากรสัตว์น้ำ การประมงและสิ่งแวดล้อมบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลบ้านละเวง

จังหวัดปัตตานี, รายงานความก้าวหน้าโครงการวิจัย. รายงานประจำปี 2550. ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเล
อา่ วไทยตอนล่าง, สำนกั วิจัยและพฒั นาประมงทะเล, กรมประมง. หนา้ 118-131.


73

แหล่งอาศัยสตั ว์ทะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหล่งประมง


74

บทท่ี 5
สภาวะเศรษฐกจิ การประมง

วราภรณ์ เดชบญุ

75

แหล่งอาศัยสัตวท์ ะเล :
35 ปี ของการพฒั นาแหล่งประมง


5.1
รายไดจ้ ากการทำประมง


การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเป็นการเพ่ิมพื้นที่ ใชเ้ ครือ่ งมือลอบปลา ขนาดกว้าง 100 เซนติเมตร ยาว 180
ทำการประมง เพิ่มพันธ์ุสัตว์น้ำ ทำให้ชาวประมงจับสัตว์น้ำ เซนติเมตร สูง 50 เซนติเมตร ต้ังแต่เดือนเมษายน

เพ่ิมมากข้ึน ชาวประมงมีรายได้เพ่ิมข้ึน มีผลให้สภาพ
พ.ศ. 2538 ถึง มีนาคม พ.ศ. 2539 พบว่า รายได้สุทธิ

ความเป็นอยู่ ฐานะทางเศรษฐกิจภายในครอบครัวดีข้ึนและ จากการทำการประมงลอบปลา เทา่ กบั 67.20 บาท/ลอบ/วนั

ชว่ ยลดหนีส้ ิน มีตามรายงานในเอกสารวชิ าการ โดยสรปุ คือ
วิชาญ (2542) ศึกษาสภาวะสังคม-เศรษฐกิจของ
สนั ติ (2535) ศกึ ษาผลการจดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล ชาวประมงพ้ืนบ้านท่ีทำการประมงในบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์
บริเวณจังหวัดระยอง ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 ทะเลจังหวัดจันทบุรี ระหว่างเดือนมกราคม ถึงธันวาคม

ถงึ กรกฎาคม พ.ศ. 2535 พบวา่ รายไดจ้ ากสตั วน์ ำ้ ทจี่ บั ดว้ ย พ.ศ. 2540 พบวา่ รายรบั เฉลย่ี สทุ ธจิ ากการทำการประมงของ

เครอื่ งมอื ประมงลอบปลา เบด็ มือ เบ็ดโงง้ อวนจมปมู า้ และ ชาวประมงพ้ืนบ้านเพิ่มข้ึนจาก 36,453 บาท/ปี เป็น

เบด็ ตกหมกึ เทา่ กบั 246.90 บาท/ลกู 21.30 บาท/เบด็ 1 สาย 56,404 บาท/ปี ขณะทีต่ ้นทนุ ในการทำการประมงลดลงจาก
175.70 บาท/วัน 807.20 บาท/ครั้ง และ 42.20 บาท/ 33,471 บาท/ปี เหลอื 26,914 บาท/ปี

ชัว่ โมง/สาย ตามลำดับ
เพลินพิศ (2549) ศึกษาการบริหารจัดการแหล่ง
Pongpat (1994) ศึกษาเศรษฐกิจสังคมของการ อาศัยสัตว์ทะเลโดยชุมชนในจังหวัดระยอง บ้านเนินฆ้อ
ประมงพ้ืนบ้านบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล จังหวัดระนอง
ตำบลเนนิ ฆอ้ อำเภอแกลง บา้ นกน้ อา่ ว ตำบลเพ อำเภอเมอื ง
ซ่ึงมีการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล 3 แห่ง ครอบคลุม และบ้านพลา ตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง เครื่องมือที่ใช้ใน
พ้ืนท่ี 50.8 ตารางกิโลเมตร ห่างจากฝ่ัง 9-11 กิโลเมตร
การศึกษา คือ แบบสอบถาม พบวา่ ครวั เรือนประมงมรี ายได้
ทร่ี ะดับความลึก 12-17 เมตร พบว่า รายได้จากการประมง เฉลี่ยจากการทำประมง 114,353 บาท/ป

เป็นร้อยละ 84 ของรายได้ท้ังหมด มีรายได้สุทธิเฉลี่ย
ดสุ ิต และคณะ (2550) ศึกษาผลการจัดสรา้ งแหลง่
ในปี 2535 เท่ากบั 37,322 บาท/ปี และหน้ีสินของครวั เรอื น อาศัยสัตว์ทะเลท่ีได้จัดวางในทะเลเป็นเวลา 10 ปี จำนวน

ลดลงรอ้ ยละ 21
2 แห่ง คือ บริเวณทิศตะวันตกของเกาะเสม็ด อำเภอเมือง
สกุล (2538) ศึกษาการประเมินผลการจัดสร้าง จังหวัดระยอง และบริเวณทิศตะวันตกของหมู่เกาะมัน
แหล่งอาศยั สตั วท์ ะเล จงั หวดั เพชรบรุ ี โดยเก็บรวบรวมขอ้ มูล อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ในเดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2544
กอ่ นดำเนนิ การจดั สรา้ ง ในเดอื นมกราคม-ธนั วาคม พ.ศ. 2533 และระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึงสิงหาคม ปี พ.ศ. 2545

และภายหลังการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ในเดือน โดยการตกปลา วางลอบ พบว่า ผลตอบแทนจากการประมง
มกราคม พ.ศ. 2535 - ธนั วาคม พ.ศ. 2537 พบวา่ รายได้ ในเขตหมู่บ้านชาวประมงท่ีใช้แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลบริเวณ
ก่อนการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล พ.ศ. 2533 เท่ากับ เกาะเสม็ด มีกำไรสุทธิจากการทำการประมง 188,664
1,572.81 บาท/เดือน/ครัวเรือน หรือ 18,873.74 บาท/ปี/ บาท/ปี/ครัวเรือน และหมู่บ้านชาวประมงท่ีใช้แหล่งอาศัย
ครวั เรอื น ภายหลงั การจดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล พ.ศ. 2535, สัตว์ทะเลบริเวณหมู่เกาะมัน มีกำไรสุทธิจากการทำการ
2536 และ 2537 มีรายได้เพิ่มขึ้น เป็น 4,030.43
ประมง 167,780 บาท/ป/ี ครัวเรอื น

4,024.66 และ 6,377.51 บาท/เดือน/ครัวเรือน หรือ
48,365.12 48,295.93 และ 76,530.21 บาท/ปี/ครัวเรอื น

วิชาญ (2539) ศึกษาการติดตามและวิเคราะห์ผล
การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลโดยเครื่องมือลอบปลา
บริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลจังหวัดจันทบุรี โดยเก็บข้อมูล
ชนิดและปริมาณของสัตว์น้ำที่จับได้ภายหลังการจัดสร้างโดย

76

5.2
ความคมุ้ ทุนและค้มุ คา่

จากการท่ีชาวประมงมีรายได้เพิ่มข้ึนจากการ
ประมงบริเวณน้ี ของกลุ่มที่เข้าไปทำการประมงบริเวณแหล่ง
ทำประมง ซ่ึงเป็นผลประโยชน์โดยตรงจากการเข้าไปใช้ อาศัยสัตว์ทะเลเป็นคร้ังคราวทั้งหมด มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ
ประโยชน์บริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลหักด้วยต้นทุนในการ (NPV) เท่ากับ 458,594 บาท อัตราตอบแทนต่อค่าใช้จ่าย
จัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล พบว่าความคุ้มทุนของการจัด (ค่า B/C) เท่ากับ 1.145 และอัตราตอบแทนของโครงการ
สร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลใช้ระยะเวลาไม่นาน ซ่ึงมีรายงาน (ค่า IRR) เท่ากับร้อยละ 15.5 สรุปได้ว่า โครงการแหล่ง
ในเอกสารวิชาการ คอื
อาศัยสัตว์ทะเลนนั้ ค้มุ ค่าต่อการลงทนุ (ธงชยั , 2537)

การวเิ คราะหค์ วามเปน็ ไปไดท้ างการเงนิ ของโครงการ การศึกษาความคุ้มทุนภายหลังการจัดสร้างแหล่ง
จัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลในบริเวณบ้านกำพวน
อาศัยสัตว์ทะเลด้วยแท่งคอนกรีตบริเวณอ่าวพังงา โดย

บา้ นคลองกลว้ ย และบา้ นทะเลนอก ตำบลกำพวน อำเภอกะเปอร์ สุชาติ (2547) ซึ่งได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นเวลา

จังหวัดระนอง พบว่า ผลตอบแทนของโครงการเกิดจากชาว 4 ปี (2542-2545) พบว่า มีความคุ้มทุนของการจัดสร้าง
ประมงท่ีอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว ในกลุ่มท่ีทำการประมง แหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล เปน็ ระยะเวลา 22 เดอื น หรอื ภายใน 2 ปี

บริเวณแหลง่ อาศัยสตั วท์ ะเล และรอ้ ยละในการเขา้ ไปทำการ
5.3
แนวทางการศกึ ษาสภาวะทางเศรษฐกจิ การประมงบรเิ วณแหล่งอาศัยสตั วท์ ะเล

5.3.1 เศรษฐกิจและสงั คม
2) ระบพุ น้ื ทดี่ ำเนนิ การศกึ ษา ในพนื้ ทที่ คี่ าดวา่ จะมี
การศึกษาทางเศรษฐกิจและสังคม มีความสำคัญต่อ การทำการประมงในบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล

การประเมนิ ผลการจดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลเปน็ อยา่ งยงิ่ ของหมู่บ้านเป้าหมายในพื้นท่ีที่ทำการศึกษาโดยพ้ืนที่ทำการ
เพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงโครงการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ศกึ ษาสามารถเลอื กดว้ ยวธิ ดี งั ตอ่ ไปน้ี (Bunce, L. et al, 2000)

อันจะก่อให้เกิดการกินดีอยู่ดีของชุมชนประมงบริเวณแหล่ง (1) Random selection ผู้วิจัยคัดเลือกพ้ืนท่ี
อาศัยสัตว์ทะเล โดยมีแนวทางศกึ ษาวิจยั ดังน
ี้ ทำการศึกษา โดยการระบุตัวเลขแต่ละพื้นท่ี
1) การกำหนดระดบั ผมู้ สี ว่ นไดส้ ว่ นเสยี (stakeholders) ทำการศกึ ษา และทำการเลอื กโดยการสมุ่ ตวั อยา่ ง

ซ่ึงอาจแบง่ ได้ 3 กลมุ่ (Bunce, L. et al, 2000) คอื
(2) Convenience selection ผู้วจิ ยั พจิ ารณาพืน้ ท่ี
(1) Primary stakeholders มีการดำรงชีวิตขึ้นกับ ทำการศึกษาโดยใช้การเข้าถึงพื้นที่ได้ง่ายและ
แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล และใช้ประโยชน์จาก การคมนาคมขนส่งเป็นเกณฑ์ ซ่ึงวิธีการนี้ผู้วิจัย
แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลโดยตรง เช่น ชาวประมง ควรตระหนักว่าพื้นที่ท่ีเข้าถึงได้ง่ายมีลักษณะ
และผู้ดำเนินธุรกจิ เกย่ี วกับการดำนำ้
ทางสังคมเศรษฐกิจแตกต่างจากพื้นท่ีที่เดินทาง
(2) Secondary stakeholders มกี ารดำรงชีวติ ไม่ เขา้ ถึงยาก

ขึ้นกับแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล และใช้ประโยชน์ (3) Purposive selection ผู้วิจัยเลือกพื้นที่ทำการ
จากทรัพยากรโดยตรง แต่ใช้ผลผลิตหรือบริการ ศึกษาโดยมเี หตุผลมากกว่า 1 เหตผุ ล เชน่ พนื้ ที่
จากแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล เช่น ผู้รับซ้ือสัตว์น้ำ
ที่ศึกษามีผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และมีกิจกรรมการ
ผทู้ ำธรุ กิจบา้ นพกั โรงแรม และชาวนา
ใช้ประโยชน์จากแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลอยู่ร่วมกัน
(3) Relevant organizations เป็นองค์กรที่
ในพน้ื ทีเ่ ดียวกัน

รับผิดชอบโดยตรงต่อการจัดการกิจกรรมที่มีผล 3) การเกบ็ รวบรวมข้อมูล

กระทบต่อแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล หรือองค์กร
ข้อมูลแบ่งออกเป็นสองช่วงเวลา คือ ก่อนและหลัง
ที่ให้ความสนใจใน Primary stakeholders การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล โดยข้อมูลก่อนการ

หรอื Secondary stakeholders รวมถงึ องคก์ ร จัดสร้างเป็นข้อมูลที่ได้สัมภาษณ์ไว้ในข้ันตอนการจัดทำ
รัฐบาล มหาวิทยาลัย องค์กรพื้นบ้าน และ โครงการ สำหรับข้อมูลหลังการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์
องคก์ รเอกชน

77

แหล่งอาศัยสตั วท์ ะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหลง่ ประมง


ทะเลนั้น ทำการสำรวจทุกหมู่บ้านประมงที่เข้าไปทำการ (2) การวเิ คราะหท์ างด้านเศรษฐกจิ แบ่งออกเป็น

ประมงในแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลนั้น โดยใช้วิธีต่างๆ เช่น
- รายรับ-รายจ่าย จากการประกอบอาชีพการ
การสัมภาษณ์ แบบสอบถาม การประชุมกลุ่มย่อย และ

การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น เปน็ ตน้
ประมงทะเล โดยใช้ข้อมูลจากแบบสอบถามหา
ค่าเฉลี่ยของรายรับ-รายจ่ายทั้งหมดจากการ
(1) ขอ้ มูลสภาพทว่ั ไป
ประกอบอาชีพการประมงทะเล เพื่อทราบ
เก็บรวบรวมข้อมูลสภาพท่ัวไปของหมู่บ้าน เช่น โครงสร้างต้นทุน-กำไรจากการทำการประมง
ทแ่ี ท้จริง

จำนวนครวั เรอื นรวม สภาพเศรษฐกจิ ในภาพรวม - รายรับ-รายจ่าย ของครัวเรือนประมงทะเล

เป็นต้น ข้อมูลส่วนใหญ่ได้จากการสัมภาษณ์ โดยใช้ข้อมูลจากแบบสอบถามหาค่าเฉลี่ยของ
กลุม่ ผนู้ ำชาวประมง และหน่วยงานราชการ เชน่ รายรับ-รายจ่าย ของครัวเรือนประมงทั้งหมด
ศูนย์ข้อมูลตำบล สถานีอนามัย สำนักงาน เพอื่ ทราบโครงสรา้ งรายได-้ รายจา่ ยของครวั เรอื น
ประมงจังหวัด และทีว่ า่ การอำเภอ
ประมงทะเล และหนสี้ นิ ของครวั เรอื น ซงึ่ รายรบั
(2) ข้อมูลทางด้านสังคม-เศรษฐกิจ ของครัวเรือน ของครัวเรือนประมง มาจากการทำการประมง
ประมงทะเลพ้ืนบ้านการเก็บรวบรวมข้อมูลเน้น การแปรรปู สตั วน์ ำ้ การใหเ้ ชา่ เรอื แกน่ กั ทอ่ งเทย่ี ว
การเก็บข้อมูลจากครัวเรือนท่ีมีการเข้าไปทำการ เพอื่ ตกปลาบรเิ วณแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล การรบั ซอื้
ประมงในบริเวณจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล สัตว์น้ำ การทำธุรกิจบ้านพัก การดำเนินธุรกิจ
เป็นหลัก สภาพทางสังคมจะสอบถามเกี่ยวกับ เกี่ยวกบั การดำนำ้

ครัวเรือนประมง จำนวนชนิดเคร่ืองมือประมง - เปรียบเทียบรายรับ-รายจ่าย จากการประกอบ
เรอื ประมง ฤดกู าลทำการประมง และการลงแรง อาชีพการประมงก่อนและหลังการจัดสร้าง
ประมงของชาวประมงพน้ื บา้ นสภาพทางเศรษฐกจิ แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล โดยใช้การวิเคราะห์ทาง
จะสอบถามเกี่ยวกับรายรับ-รายจ่ายทั้งจากการ สถิติจากข้อมูลท่ีเก็บรวบรวมได้ แต่เน่ืองจาก
ประกอบอาชพี การประมงและของครวั เรอื น
ข้อมูลท่ีรวบรวมได้อยู่ในระยะเวลาต่างปีกัน

4) การวิเคราะห์ข้อมูล แบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น
เม่ือจะนำมาเปรียบเทียบกัน จำเป็นจะต้องนำ
2 สว่ น คือ
มาปรับฐานข้อมูลมูลค่าเงินให้เท่ากันก่อน

(1) การวิเคราะห์ทางดา้ นสงั คม แบ่งออกเป็น
โดยใช้ดัชนีผู้บริโภค (สามารถหาได้จากกรม
- องค์ประกอบและรายละเอียดของครัวเรือน เศรษฐกิจการพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์)

ประมงทะเลพ้ืนบ้าน ใช้การวิเคราะห์โดยการ ของปนี ั้นๆ มาใชค้ ำนวณตามวธิ ดี งั นี้ (ณรงคศ์ ักดิ์
แจงนับแล้วหาเปอร์เซ็นต์ร้อยละของจำนวน
และคณะ, 2536)

ครัวเรือน เพ่ือทราบองค์ประกอบทางสังคมของ
ครัวเรือนประมงทะเลพ้ืนบ้านในบริเวณที่ทำการ W =
W

เกบ็ ข้อมลู
I

- องค์ประกอบและรายละเอียดทางการประมง
ทะเลพ้ืนบ้าน โดยการแจงนับแล้วหาเปอร์เซ็นต์ W = รายรบั -รายจา่ ยทแี่ ทจ้ รงิ

ร้อยละของจำนวนเรือประมง เครื่องมือประมง W = รายรับ-รายจ่ายทส่ี ำรวจได้

เพ่ือทราบองค์ประกอบโครงสร้างของจำนวนเรือ I = ดชั นผี บู้ รโิ ภค

ประมง ชนิดของเคร่ืองมือประมง การลงแรง
งานประมง และฤดกู าลการทำประมง

78

โดยใชข้ ้อมูลรายรบั -รายจา่ ย มาปรับฐานโดยใชด้ ชั นี กำไรจาก
=
รายได้
ต้นทุน

ผู้บริโภค (กระทรวงพาณิชย์, 2541) ของปีก่อนการจัดสร้าง การขายสตั วน์ ้ำ
จากการขาย ในการออกไป
(ดัชนผี ้บู รโิ ภคเท่ากับ 100) เปน็ ค่าคำนวณสำหรบั ระยะเวลา ของชาวประมง
-
ทำการ

ก่อนการจัดสร้างฯ ใช้ดัชนีผู้บริโภคของปีหลังการจัดสร้างฯ บรเิ วณแหลง่
สัตว์น้ำ

ที่จบั ได้
ประมง


เป็นค่าคำนวณสำหรับระยะเวลาหลังการจัดสร้างฯ และนำ
ข้อมูลที่ปรับฐานแล้วมาทดสอบทางสถิติ เพ่ือเปรียบเทียบว่า
รายรับ-รายจ่ายจากการประกอบอาชีพการประมงในหมวด กำไรจากการ
รายไดจ้ าก ตน้ ทุนใน
ใดบา้ งทแ่ี ตกตา่ งกนั (วชิ าญ, 2542)
นำนักทอ่ งเทีย่ ว
การนำ
การนำ

5.3.2. ความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์ของ ไปตกปลาของ =
นกั ทอ่ งเที่ยว -
นักท่องเท่ียว
โครงการจดั สร้างแหลง่ อาศยั สัตวท์ ะเล
ไปตกปลา
ไปตกปลา

การศึกษาความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์ มีความ ชาวประมง

บริเวณแหลง่
อาศยั สัตวท์ ะเล


จำเป็นท่ีจะต้องดำเนินการ เพื่อตรวจสอบว่าโครงการน้ีมี
ความคุ้มค่าและคุ้มทุนทางเศรษฐกิจหรือไม่ โดยมีหัวข้อ
สำคัญที่ควรศึกษา ดังนี ้
3) การวเิ คราะห์ความเปน็ ไปไดท้ างการเงนิ ของโครงการ

1) การวิเคราะห์ต้นทุนของโครงการจัดสร้างแหล่งอาศัย การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการใช้วิธีการ
สตั ว์ทะเล การศกึ ษาแบง่ ออกเปน็ 3 ชว่ ง ดงั น
้ี วิเคราะห์แบบปรับค่าเวลาซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายและผลตอบแทน
(1.1) ชว่ งกอ่ นการจัดสรา้ งแหล่งอาศยั สตั วท์ ะเล
หรือผลตอบแทนสุทธิที่เกิดขึ้นจากการมีโครงการในระยะ


ทต้ัง้นหทมนุ ด

=
ค่าใพช้ืนจ้ ่าทยีก่ ใอ่นนกกาารรศจกึ ดั ษสารสา้ ภงา
พ เวลาต่างๆ ในอนาคตได้มีมูลค่าอยู่ในเวลาเดียวกันในปัจจุบัน

ดงั ต่อไปน
ี้
(1.2) ช่วงระหวา่ งการจัดสร้างแหล่งอาศยั สัตว์ทะเล
(1) มลู คา่ ปจั จบุ นั สทุ ธิ (Net present value หรอื NPV) ไดแ้ ก่


ผลต่างระหว่างมูลค่าปัจจุบันของผลได้แต่ละปีของ

=
คผาู่้คกใวช่อบจ้ สค่ารยมุ ้าขงงาอ
นง +
คต่ากรกใวรชอ่ จรจ้ สมรา่ รับกยา้ งาขงารอ
นง โครงการตลอดอายุโครงการกับมูลค่าปัจจุบันของต้นทุน

ทตงั้ น้ หทมนุ ด

+
ก่อคส่าร
า้ ง
ตลอดอายขุ องโครงการ




(1.3) ช่วงหลังการจดั สรา้ งแหลง่ อาศัยสตั วท์ ะเล


BtC tt = มูลคา่ ผลไดข้ องโครงการตลอดอายุโครงการในปที ี่ t


= มลู ค่าของต้นทนุ ตลอดอายุโครงการในปีท่ี t


ทตง้ั น้ หทมุนด

บรสเิคภว่าาณใพชแแ้จหวา่ ลดย่งลใอน้อากมศาดัยร้าสศนตักึ ตวษ่า์ทางะ
ๆเล
= เวลาปีท่ี 1, 2,…,n


=
n = อายุของโครงการ



r = อตั ราสว่ นลด

2) การวิเคราะห์ผลตอบแทนของโครงการจัดสร้างแหล่ง
อาศยั สตั วท์ ะเล


กสำทุ ไธริ

X
จปปำรนระอะวมานมศงงรทัยบอ้ เ่ีสขยรัต
ิเา้ลววไะณป์ทขทะแอเำหงลกชล
าาง่ รว

=
กสำตัไรวจปน์ ารำ้ กะขกมอางงร
ชขาาวย

79

แหลง่ อาศยั สัตว์ทะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหลง่ ประมง


(2) อัตราผลตอบแทนต่อค่าใช้จ่าย (Benefit cost ratio เกณฑ์ในการตัดสินใจในการลงทุน คือ โครงการที่มี
หรอื B/C)
ค่า NPV มากกวา่ 0, B/C มากกว่า 1 และค่า IRR สงู กวา่ ค่า
อัตราผลตอบแทนต่อค่าใช้จ่ายคือ อัตราส่วน เสยี โอกาสของทุน หรอื อัตราดอกเบีย้ จะเป็นโครงการทค่ี ุ้มคา่
ระหว่างมูลค่าปัจจุบันของผลตอบแทนกับมูลค่าปัจจุบันของ ต่อการลงทนุ

ค่าใชจ้ ่ายตลอดอายุโครงการ

5.4
ขอ้ เสนอแนะในการศึกษา

การศึกษาที่ผ่านมายังไม่มีข้อมูลท่ีชัดเจนเกี่ยวกับ
จำนวนเรือที่เพ่ิมข้ึน และต้นทุนการทำประมงลดลง ตลอด
จนระยะเวลาในการทำประมงลดลง ภายหลังจากการจัด
BCt tt = มลู ค่าผลไดข้ องโครงการตลอดอายโุ ครงการในปีที่ t
สรา้ งแหลง่ อาศัยสัตว์ทะเล นอกจากน้ี ยังไม่เคยทำการศึกษา
n = มลู ค่าของตน้ ทนุ ตลอดอายโุ ครงการในปที ี่ t
ถงึ รายไดต้ อ่ หนว่ ยลกู บาศกเ์ มตรตอ่ ปี (บาท/ลกู บาศกเ์ มตร/ป)ี
r = เวลาปที ี่ 1, 2,…,n
และต้นทุนประสิทธิภาพ (cost effective) ระหว่างแหล่ง
= อายขุ องโครงการ
อาศยั สัตวท์ ะเลท่ีใชว้ สั ดุแตกตา่ งกนั

= อัตราสว่ นลด
จากการประมวลความคุ้มค่าของแหล่งอาศัยสัตว์

(3) อัตราผลตอบแทนของโครงการ (Internal rate of ทะเลจากเอกสารวิชาการ โดยส่วนใหญป่ ระเมินผลประโยชน์
return หรอื IRR)
ของแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลจากรายได้จากการทำประมงของ
อตั ราผลตอบแทนของโครงการคอื อตั ราผลตอบแทน ชาวประมง และมีส่วนน้อยที่พิจารณาถึงรายได้จากการ
ท่ีได้รับจากการลงทุน และเป็นอัตราท่ีทำให้มูลค่าปัจจุบัน แปรรูปสัตว์น้ำด้วย ซ่ึงในการพิจารณาผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อ
ของผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับในอนาคตเท่ากับเงินลงทุน แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลมีทั้งผู้ที่ประโยชน์จากแหล่งอาศัยสัตว์
ของโครงการพอดี
ทะเลโดยตรง เช่น ชาวประมง และผู้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับ
การดำน้ำ (Primary stakeholders) และผู้ซึ่งใช้ประโยชน์
จากทรัพยากรโดยตรง แต่ใช้ผลผลิตหรือบริการจากแหล่ง
อาศัยสัตว์ทะเล (Secondary stakeholders) เช่น ผู้รับซื้อ
BCt tt = มลู ค่าผลได้ของโครงการตลอดอายุโครงการในปที ี่ t
สัตวน์ ำ้ จึงควรประเมินมลู ค่าจากผู้มีสว่ นไดส้ ว่ นเสียทั้งหมด

= มูลคา่ ของตน้ ทนุ ตลอดอายุโครงการในปีที่ t
นอกจากนี้ แหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลยังเป็นพ้นื ทีส่ ำหรบั
= เวลาปที ี่ 1, 2,…,n
นกั ทอ่ งเทย่ี วผชู้ น่ื ชอบการตกปลา ในสว่ นนจี้ งึ กอ่ ใหเ้ กดิ รายได้
n = อายขุ องโครงการ
แก่ชาวประมงจากการนำนักท่องเที่ยวไปตกปลา รวมถึง

r = อตั ราส่วนลด
นักดำน้ำที่หลงใหลสภาพธรรมชาติใต้น้ำมักดำน้ำในพ้ืนที่
แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล โดยเฉพาะบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์
กล่าวอีกนัยหน่ึงคือค่า IRR เป็นอัตราความสามารถ ทะเลท่ีใช้วัสดตุ รู้ ถไฟ รถยนต์ และรถถงั ก่อใหเ้ กิดมลู คา่ แก่
ของเงินลงทุนที่จะก่อให้เกิดรายได้คุ้มกับเงินทุนเพ่ือการน้ัน แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ทำให้เราสามารถประเมินมูลค่าของ
พอดี หรือกล่าวอีกนัยหน่ึงคือ การดูว่าอัตราส่วนลดค่าใด
แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลจากประโยชน์ดังกล่าวได้ ซึ่งการ
ท่ีจะทำให้ข้อมูลค่าปัจจุบันสุทธิ มีค่าเป็นศูนย์ ในกรณีที่ค่า ประเมินมูลค่าของแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล Travel Cost
IRR มากกว่าค่าเสียโอกาสของทุนจะเป็นการลงทุนท่ีคุ้มค่า Method: TCM มักนิยมใช้กับแหล่งนันทนาการประเภท
และถ้าน้อยกว่าค่าเสียโอกาสของทุนจะเป็นการลงทุนที่ไม่
กลางแจ้ง เช่น การล่องแพ ล่าสัตว์ ตกปลา เดินป่า ฯลฯ
คมุ้ คา่ โดยทวั่ ไปจะพจิ ารณาวา่ หากคา่ IRR สงู กวา่ อตั ราดอกเบย้ี แนวคิดพืน้ ฐานของ TCM จะนำมาใชป้ ระเมนิ เฉพาะ direct
แสดงว่าโครงการน้นั เหมาะสมทจ่ี ะลงทนุ
use value ท่เี ป็นมลู ค่าเชิงนนั ทนาการเทา่ นั้น TCM เปน็ วธิ ี

80

การประเมนิ มลู คา่ ของสง่ิ แวดลอ้ มทอ่ี งิ ทฤษฎอี ปุ สงคข์ องผบู้ รโิ ภค ซง่ึ พจิ ารณาถงึ การใชจ้ า่ ยดา้ นเวลาของบคุ คล เนอ่ื งจากเวลา
เป็นสิ่งที่มีค่า (มีราคาแอบแฝง) เม่ือเราสามารถได้ข้อมูลท้ังหมดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายตลอดจนจำนวนคนที่ไปใช้บริการในช่วง
ปกติและเทศกาลก็สามารถประเมินความเตม็ ใจจา่ ยของบุคคลหรือครัวเรือนได

เอกสารอ้างอิง

วชิ าญ อิงศรีสวา่ ง. 2539. การติดตามและวเิ คราะหผ์ ลการจัดสรา้ งแหลง่ อาศยั สตั ว์ทะเลโดยเครือ่ งมือลอบปลาบรเิ วณแหลง่

จัดสร้างจังหวัดจันทบุรี. เอกสารวิชาการฉบับท่ี 62/2539, ศูนย์พัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก,

กองประมงทะเล, กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์ 18 หนา้ .

วิชาญ อิงศรีสว่าง. 2542. การศึกษาสภาวะสังคม-เศรษฐกิจของชาวประมงทะเลพื้นบ้านบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล
จงั หวดั จนั ทบรุ ี. เอกสารวิชาการฉบับท่ี 68/2542, กองประมงทะเล, กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.
41 หนา้ .

ธงชัย นิติรัฐสวุ รรณ. 2537. การจดั การประมงบริเวณแหลง่ อาศัยสัตวท์ ะเลในจงั หวัดระนอง. บัณฑติ วิทยาลัย มหาวทิ ยาลัย
เกษตรศาสตร.์ 133 หน้า.

สกุล สพุ งษ์พันธ.์ุ 2538. การประเมินผลการจัดสรา้ งแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลจงั หวดั เพชรบรุ .ี เอกสารวิชาการกลุ่มพัฒนาแหลง่
ประมงเล่มท่ี 1/2538, ศูนย์พัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยตอนบน, กองประมงทะเล, กรมประมง,

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 63 หน้า.

สุชาติ แสงจันทร์. 2547. ติดตามผลการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล บริเวณอ่าวพังงา. เอกสารวิชาการฉบับท่ี 8/2547.
สำนักวจิ ัยและพฒั นาประมงทะเล, กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 45 หนา้ .

สนั ติ สังข์ทอง. 2535. ผลการจัดสร้างแหล่งอาศยั สตั ว์ทะเล บรเิ วณจังหวดั ระยอง. เอกสารวชิ าการฉบับท่ี 35. ศูนยพ์ ัฒนา
ประมงทะเลอา่ วไทยฝัง่ ตะวันออก, กองประมงทะเล, กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์ 48 หน้า.

ดุสิต ตันวิไลย, จารุภา ศิริ และสุวิชา ใจเป่ียม. 2550. แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลในจังหวัดระยอง หลังการจัดสร้าง 10 ปี.
เอกสารวิชาการฉบับที่ 2/2550. สำนักวิจัยและพัฒนาประมงทะเล, กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.
61 หน้า.

เพลินพิศ สังฆโสภณ. 2549. การบริหารจัดการแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลโดยชุมชนในจังหวัดระยอง. บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์. 169 หน้า.

Pongpat Boonchuwong. 1994. Socioeconomics of small-scale fisheries in the Artificial Reef Areas in
Ranong Province, Thailand. In: The effect of artificial reef installation on the
biosocioeconomics of small-scale fisheries in Ranong Province, Thailand. BOBP/WP/97. 100 p

Bunce, L., P. Townsley, R. Pomeroy and R. Pollnac, 2000. Socioeconomic Manual for Coral Reef
Management. Australian Institute of Marine Science, Townsville, Australia, 251 p


81

แหล่งอาศัยสตั ว์ทะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหล่งประมง


82

ความคดิ เห็น ทัศนคติ

และการมสี ว่ นรว่ มของชาวประมง


ต่อการจดั สรา้ งแหล่งอาศยั


บทที่ 6
สัตว์ทะเล


วอิทรสยาา เพพนั ชธระสกลจิ บั ศ



83

แหลง่ อาศัยสัตว์ทะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหล่งประมง


การศึกษาความคิดเห็น ทัศนคติ การมีส่วนร่วมของชาวประมงต่อการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล เป็นข้อมูลพ้ืน
ฐานในการจัดการแหลง่ อาศัยสตั ว์ทะเลใหเ้ กดิ การใช้ประโยชนส์ งู สดุ โดยมรี ายละเอยี ดดังน้ี


6.1
ความคิดเหน็ ของชมุ ชนต่อการจัดสร้างแหล่งอาศยั สัตวท์ ะเล


ความคิดเห็น เป็นการแสดงออกถึงความรู้สึก ทัศนคติ ความเชื่อ และค่านิยมของแต่ละบุคคลที่มีต่อบุคคล

ส่ิงของ เรือ่ งราว หรือสถานการณ์ต่างๆ ท่ปี ระสบในสังคม โดยมพี น้ื ฐานมาจากภมู ิหลงั ทางสงั คม ความรู้ ประสบการณ์ และ
สภาพแวดล้อมตา่ งๆ ของบคุ คล นัน้ ๆ ซ่ึงไมม่ กี ฎเกณฑ์ตายตวั โดยปัจจยั ทมี่ ีอทิ ธิพลต่อความคิดเหน็ ขึน้ อยู่กับ ปัจจยั พื้นฐาน
ของแตล่ ะบคุ คล เชน่ ความรู้ ประสบการณใ์ นการทำงาน สภาพแวดลอ้ ม

ชาวประมงในบริเวณจังหวัดสตูลให้ความเห็นว่า แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลท่ีกระจายอยู่ตามชายฝั่งหน้าหมู่บ้านชาว
ประมง ทำให้ชาวประมงมีแหล่งทำการประมงแหล่งใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องออกไปทำการประมงห่างไกลจากฝั่ง ประหยัด

คา่ ใช้จ่ายในการทำประมง ส่งผลใหฐ้ านะทางเศรษฐกจิ สงั คมของหมู่บา้ นดขี ้นึ (กมลพนั ธ์ และคณะ, 2535)

วันทนา (2546) ได้สำรวจความคิดเห็นของชาวประมงในพื้นท่ีจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล อำเภอปราณบุรี
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ชาวประมงร้อยละ 75 มีความคิดเห็นในเรื่องการได้รับประโยชน์จากแหล่งอาศัยสัตว์
ทะเลในระดับปานกลาง สว่ นใหญ่เปน็ ชาวประมงไดหมึก แต่ทง้ั น้ชี าวประมงจากเคร่อื งมืออน่ื ๆ จะได้รบั ประโยชนจ์ ากแหล่ง
อาศัยสัตว์ทะเลมากกว่าไดหมึก ส่วนชาวประมงท่ีเคยเข้ามามีส่วนร่วมเกี่ยวกับการจัดสร้างจะมีความคิดเห็นว่าได้รับ
ประโยชน์จากปะการังเทียมสูงกวา่ กลุ่มท่ีไม่เขา้ ร่วมอยา่ งมีนัยสำคญั ยิ่งทางสถติ ิ (p<0.01)

การสำรวจความคิดเห็นของชาวประมงในพ้ืนที่โครงการฟ้ืนฟูทรัพยากรชายฝ่ังทะเลอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ
จังหวัดปัตตานแี ละนราธิวาส พบว่า ชาวบ้านได้ประโยชน์มาก เน่ืองจากชาวประมงได้ไปตกเบด็ ปลาอนิ ทรี ย่งิ มีแหล่งอาศยั
สตั วท์ ะเลมาก ปลาก็มมี าก ซึง่ สามารถส่งเสริมการตกปลาเพอื่ การทอ่ งเทีย่ วได้อกี ทางหนงึ่ (กรมประมง, 2547)

สุธัญญา และคณะ (2551) ได้ทำการศึกษา ประเมินผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ของชาวประมง

ในจังหวัดปัตตานีและนราธิวาส โดยสอบถามชาวประมง จำนวน 49 คน พบว่า ชาวประมง ร้อยละ 64 มีความเห็นว่า

มีชนิดสัตว์น้ำเพ่ิมข้ึน โดยชนิดท่ีเพิ่มข้ึน คือ ปลาโฉมงาม ปลาสาก ปลาอินทรี ปลากะพงทอง ปลากะรัง ปลากระโทงร่ม
ปลากระโทงแทง ปลาหลังเขียว ปลาทรายแดง ปลาทู และมีปริมาณการจับสูงขึ้นอย่างชัดเจน ชาวประมง ร้อยละ 92.2

มีความเห็นว่า กิจกรรมของโครงการสอดคล้องกับความต้องการของชาวประมง ส่วนความคิดเห็นด้านปัญหา พบว่า

อวนติดแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ทำให้อวนขาด ทั้งนี้เน่ืองจากชาวประมงไม่ทราบจุดจัดวาง รวมถึงทุ่นหมายท่ีแสดงได้ขาดไป
ควรเพิ่มทุ่นหมายแสดงตำแหน่งให้ชัดเจน และน้ำมันมีราคาแพง ราคาสัตว์น้ำตกต่ำ ไม่ต้องการให้แหล่งประมงไกลฝั่งมาก
เกนิ ไป


84

6.2
ทศั นคตขิ องชาวประมง


ทัศนคติ หมายถงึ ระดับความมากน้อยของความรสู้ ึกในดา้ นบวก หรอื ลบที่มีต่อส่งิ ใดส่งิ หน่ึง (ธนา, 2551) ซ่งึ ในทน่ี ้ี
คือ ความพึงพอใจหรือไม่พึงพอใจที่มีต่อการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ข้อดีข้อเสียของการสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล
ความรู้สึกนึกคิดเก่ียวกับการสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ซึ่งเป็นความรู้สึกภายในท่ีรวมไปถึงแนวโน้มการประเมินค่าที่
สามารถเปน็ ไปได้ ท้ังในทางทีด่ ี เปน็ กลางหรอื ทางทไ่ี ม่ดี ทศั นคติ มี 3 องค์ประกอบ คอื


1) ความรู้สึก คือ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ที่เก่ียวเน่ืองกับส่ิงต่างๆ ซ่ึงมีผลแตกต่างกันไปตามระบบคุณค่าและ
ระบบความเชือ่ ของบคุ คล เช่น ใช่ ไมใ่ ช่, ควร ไมค่ วร, ชอบ ไม่ชอบ เป็นต้น


2) ความคิดเหน็ คอื ส่วนท่ีเป็นความร้ขู องบคุ คลเกี่ยวกับสิ่งตา่ งๆ ทง้ั สงิ่ ท่ีชอบ ไม่ชอบ หากบคุ คลใดมคี วามรู้และ
ความคดิ วา่ สงิ่ ใดดี กม็ ักจะมีทัศนคตทิ ่ดี ีตอ่ ส่ิงนน้ั หากมีความรู้มากอ่ นว่าสงิ่ ใดไมด่ ี ก็จะมีทศั นคติไมด่ ตี ่อส่ิงนัน้
ด้วย เช่น เหน็ ดว้ ย คอ่ นข้างเหน็ ด้วย ค่อนข้างไมเ่ หน็ ด้วย และ ไม่เห็นด้วยเลย


3) แนวโนม้ พฤตกิ รรม คอื การแสดงออกของบคุ คลตอ่ สง่ิ ใดสง่ิ หนงึ่ ซง่ึ เปน็ ผลจากความรู้ ความรสู้ กึ และความคดิ เหน็
เชน่ ใช่ ไม่ใช,่ ปฏบิ ัติ ไม่ปฏบิ ัติ, คดั คา้ น ไมค่ ัดค้าน, เขา้ รว่ ม ไม่เขา้ ร่วม เป็นต้น


อรสา และคณะ (2555) ได้ศึกษาทัศนคติของชาวประมงพื้นบ้านต่อแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลบริเวณบ้านบ่อดาน
อำเภอทา้ ยเหมอื ง จงั หวัดพงั งา จากจำนวนชาวประมง 100 คน พบว่า ชาวประมงมีทัศนคติในระดับสงู โดยปจั จัยท่ีมผี ลต่อ
ทศั นคติ คอื แหล่งทำประมง ระดบั ความรู้ และการรับรู้ขา่ วสาร กล่าวคอื ชาวประมงท่ีทำประมงใกล้แหลง่ อาศยั สัตวท์ ะเล
ชาวประมงท่มี คี วามรู้ และชาวประมงที่มกี ารรับร้ขู ่าวสารเก่ียวกับแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล จะมีระดับทัศนคตทิ ีส่ งู เช่นกัน

การศึกษาความพึงพอใจและการยอมรับแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลในแต่ละชุมชนในพ้ืนท่ีอ่าวไทยตอนล่าง พบว่า

หลังการจัดสร้าง มีปริมาณการจับสัตว์น้ำเพ่ิมขึ้น และอยากให้มีการสร้างเพิ่มเติม แต่ต้องมีการตรวจตรา ควบคุมการทำ
ประมงทีผ่ ิดกฎหมาย (กรมประมง, 2545)


85

แหล่งอาศัยสตั ว์ทะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหลง่ ประมง


6.3
กระบวนการสร้างการมีสว่ นร่วมของชมุ ชนต่อการจัดสร้างแหล่งอาศยั สัตวท์ ะเล


การมีส่วนร่วมเป็นกระบวนการให้บุคคลเข้ามามีส่วนเก่ียวข้องในการดำเนินงานพัฒนา ร่วมคิด ตัดสินใจ

แก้ไขปัญหาด้วยตนเอง เน้นการมีส่วนร่วมเก่ียวข้องอย่างแข็งขันของบุคคล แก้ไขปัญหาร่วมกับการใช้วิทยาการท่ีเหมาะสม
และสนับสนุน ติดตามการปฏิบัติงานขององค์การและบุคคลท่ีเกี่ยวข้อง (ยุพาพร, 2545) สอดคล้องกับมาตรา 46, 56

และ 59 ของรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550

กรมประมงโดยศูนย์พัฒนาประมงทะเลฝ่ังอันดามัน ได้ร่วมมือกับ Bay of Bengal Programme (BOBP), FAO
ดำเนินโครงการจัดการทรัพยากรชายฝั่งโดยชุมชนมีส่วนร่วมในบริเวณอ่าวพังงามาตั้งแต่ พ.ศ. 2539 ถึง 2543 ใน

4 หมู่บ้าน คอื บ้านย่านสะบา้ บา้ นคลองเคยี น บ้านหาดทรายเปลอื กหอย และบา้ นหนิ ร่ม ตำบลคลองเคียน อำเภอตะกัว่ ทุง่
จังหวัดพังงา ซ่ึงกิจกรรมต่างๆ ที่ได้ดำเนินการ เกิดจากความคิดของชุมชนเองผสมผสานกับกิจกรรมเสริมของกรมประมง
เช่น การอนุรักษป์ ่าชายเลน การปลูกปา่ ชายเลน การปลูกหญ้าทะเล การกำหนดแนวเขตอนรุ ักษท์ รัพยากร การปลอ่ ยพนั ธุ์
สัตว์น้ำ การตรวจตราเฝ้าระวังการกระทำผิดกฎหมายประมง การพัฒนาด้านการศึกษาแก่เยาวชน และด้านสาธารณสุข

แก่ชุมชน และการจัดสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพ้ืนฐาน ตลอดจนการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเพ่ือเพิ่มแหล่ง
ทำการประมงแก่ชุมชน ซึ่งชุมชนในหมู่บ้านเป้าหมายให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แล้วยังมีหมู่บ้านประมงอื่นๆ อีกจำนวน
มากกวา่ 10 หมบู่ า้ น ทขี่ อแสดงความจำนงเขา้ รว่ มโครงการฯ เนอ่ื งจากเหน็ ความสำเรจ็ ของโครงการ ซง่ึ การทช่ี มุ ชนไดเ้ ขา้ มามี
ส่วนร่วมในการฟื้นฟูและจัดการทรัพยากรต้ังแต่เร่ิมโครงการ แล้วได้รับการสอดแทรกความรู้ความเข้าใจทางด้านวิชาการ
และเรียนรู้ในรูปแบบของการปฏิบัติจริง ทำให้ชาวประมงเกิดความรู้สึกความเป็นเจ้าของ โดยการดำเนินกิจกรรม ต้องมี

การร่วมคัดเลือกพ้ืนท่ี ร่วมประชุมช้ีแจงชาวประมงในพื้นที่เป้าหมาย และปรึกษาหารือกับผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำศาสนา และ
สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล และมีส่วนรว่ มในการกำหนดกิจกรรม สำรวจรวบรวมขอ้ มลู ผลผลิตสตั วน์ ำ้ และติดตามผล

(เจต, 2544)

วันทนา (2546) ได้ศึกษาการมีส่วนร่วมของชาวประมงในการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลพบว่า ชาวประมง

มีส่วนร่วมในระดับต่ำ ถึงร้อยละ 45.3 โดยกิจกรรมท่ีชาวประมงไม่เคยเข้าร่วม เช่น การรับฟังการประชุมช้ีแจงเก่ียวกับ

การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล พิจารณาพื้นที่จัดสร้าง และไปดูการสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 75.0,
76.6 และ 68.8 ตามลำดับ แต่ท้ังน้ีกิจกรรมท่ีชาวประมงได้เข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด คือ การช่วยเผยแพร่ข้อมูลหรือการ
ประชาสมั พนั ธ์เกยี่ วกบั ตำแหน่งของแหล่งอาศยั สัตว์ทะเล


86

6.4
การรบั รขู้ อ้ มลู ข่าวสาร

อรสา และคณะ (2555) ทำการศึกษาทัศนคติของชาวประมงพื้นบ้านต่อแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลบริเวณบ้านบ่อดาน
อำเภอทา้ ยเหมอื ง จงั หวดั พงั งา พบวา่ ชาวประมงมชี อ่ งทางการรบั รขู้ า่ วสารเรอ่ื งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลสว่ นใหญอ่ ยใู่ นระดบั สงู
คิดเป็นร้อยละ 48 โดยรับทราบจากเพ่ือนบ้าน และพบว่า ชาวประมงท่ีมีการรับรู้ข่าวสารเก่ียวกับแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล

จะมีระดบั ทศั นคติสูงดว้ ย

การศึกษาการรับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับการวางแนวแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลในหมู่บ้านจากชาวประมงบ้านเกาะมุก

จังหวัดตรัง พบว่า ชาวประมงได้รับรู้ข่าวสารมากที่สุดจากเพื่อนบ้าน ร้อยละ 87 รองลงมาเป็นหนังสือพิมพ์ ร้อยละ 47
วารสาร ร้อยละ 35 สว่ นการรบั ร้จู ากเจา้ หน้าท่ีกรมประมง เพียงรอ้ ยละ 32 เทา่ นน้ั (อภริ ักษ์ และคณะ, 2549)


6.5
แนวทางการศกึ ษาทัศนคติและความคดิ เห็นตอ่ การจัดสรา้ งแหลง่ อาศัยสตั วท์ ะเล

6.5.1 สมมตฐิ าน
เพ่ือตอบคำถามเบื้องต้นเฉพาะเรื่อง ให้ตรงกับวัตถุประสงค์
ควรมีการกำหนดสมมติฐานทางการวิจัย ถึงปัจจัยที่มีผลต่อ ในการทำความเข้าใจสภาพที่เป็นอยู่ หรือศึกษาปัญหาท่ีเกิด
ระดบั ทศั นคติ เชน่ เพศ อายุ ระดบั การศกึ ษา เครอื่ งมอื ประมง ขึน้ อาศยั วิธีการเก็บขอ้ มลู ทีส่ ะดวก รวดเรว็ และประหยดั คา่
หรือรายได้ ของชาวประมงที่ต่างกัน ส่งผลต่อระดับทัศนคติ ใช้จ่าย คือ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และแบบทดสอบ
ทั้งด้านความรู้สึก ความคิดเห็น แนวโน้มพฤติกรรม รวมถึง โดยชนิดข้อมูลที่ศึกษา เช่น ข้อมูลพ้ืนฐานและข้อมูลส่วน
การยอมรบั ของชมุ ชนตอ่ การวางแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลตา่ งกนั
บุคคล ความคิดเห็น เจตคติ ความรู้ ความเชื่อ ค่านิยม
6.5.2 กรอบแนวคิดในการศกึ ษา
พฤตกิ รรม (ตามการบอกเลา่ ของผตู้ อบ) ความตง้ั ใจ ความมงุ่ หวงั
1) ตัวแปรต้น คือ เพศ อายุ ระดับการศึกษา ความมุ่งมาดปรารถนา และความพึงพอใจ

เครือ่ งมอื ประมง รายได้ เปน็ ตน้
2) ขอ้ มลู ทตุ ิยภูมิ (secondary data) เปน็ ขอ้ มลู ทมี่ ี
2) ตวั แปรตาม คือ ทัศนคติ การยอมรบั และความ ผู้อ่ืนหรือหน่วยงานบางหน่วยได้เก็บรวบรวมข้อมูลไว้แล้ว
คิดเห็นของประชาชนในการสร้างแหล่งอาศัย และมักเป็นข้อมูลท่ีได้วิเคราะห์ขั้นต้นแล้ว เช่น ยอดรวม
สัตวท์ ะเล
จำนวน คา่ เฉลย่ี ร้อยละ เปน็ ต้น


ตวั แปรต้น
ตวั แปรตาม

• เพศ
ทัศนคติ การยอมรับ และ
• อายุ
ความคดิ เหน็ ของชุมชนตอ่
• ระดบั การศึกษา
การวางปะการงั เทยี ม

• เครื่องมอื ประมง

• รายได


6.5.3 การเก็บรวบรวมขอ้ มูล

สามารถรวบรวมขอ้ มลู ไดห้ ลายรูปแบบ เพ่ือให้ไดม้ าซง่ึ ข้อมูล
และคำตอบท่ีเป็นจริง และครอบคลุมตามวัตถุประสงค์ของ
การวิจยั โดยแบง่ เป็น

1) ข้อมูลปฐมภูมิ (primary data) เป็นข้อมูลที่
รวบรวมจากแหลง่ ข้อมูลโดยตรง โดยการสอบถาม สมั ภาษณ์
หรอื สงั เกตการณ์ หลกั การวจิ ยั เชงิ สำรวจเบอื้ งตน้ (exploratory
survey) ของสุภาพ (2533) โดยเน้นท่ีการสำรวจท่ัวไป


87

แหลง่ อาศัยสตั วท์ ะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหลง่ ประมง


6.5.4 ประชากรและกลุม่ ตวั อย่าง
3) การสุ่มตัวอย่าง (sampling) ใช้การสุ่มตัวอย่าง
1) ประชากร (population) หมายถึง ทกุ หน่วยใน แบบง่าย (simple random sampling) คือ การเลือก
เรอื่ งทสี่ นใจศกึ ษา คำวา่ หน่วย อาจหมายถึง คน สตั ว์ สิง่ ของ ตัวอย่างที่ให้แต่ละหน่วยในประชากรมีโอกาสถูกเลือกเท่าๆ
องค์กร เป็นต้น ในที่น้ีคือ ชาวประมงท่ีอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน กันในแต่ละครั้งของการเลือกในที่น้ี การคัดเลือกกลุ่ม
หรอื อยูใ่ นชุมชนที่มีการจัดสรา้ งแหลง่ อาศัยสตั วท์ ะเล
ตัวอย่างโดยใช้วิธีสุ่มแบบบังเอิญ เนื่องจากว่าประชากรกลุ่ม
2) ตัวอย่าง (sample) หมายถึง ส่วนย่อยหรือ
ตัวอย่างมีอาชีพและลักษณะการดำเนินชีวิตที่คล้ายคลึงกัน
บางส่วนของประชากร ในกรณีท่ีประชากรมีขนาดใหญ ่
คือ อาชีพทำประมง ทำให้ไม่มีความแตกต่างกัน จึงสามารถ
ไม่สามารถเก็บข้อมูลจากทุกหน่วยของประชากรได้ จะต้อง สุม่ ในการสมั ภาษณ์ได้

เก็บข้อมูลจากตัวอย่าง ซ่ึงถือว่าตัวอย่างเป็นตัวแทน
6.5.5 การวเิ คราะหข์ อ้ มลู

ของประชากร ดังนั้น ตัวอย่างจะต้องมีลักษณะเหมือน ข้อมูลท่ีได้นำมาวิเคราะห์สถิติขั้นพื้นฐาน โดยการวิเคราะห์
ประชากร โดยท่ีการหาขนาดตัวอย่างใช้สูตรตามวิธีของ เพ่ือหาค่าต่างๆ ดงั น้

Housing and Community Renewal (อ้างโดย อภิรักษ์ 1) การแจกแจงความถ่ี (frequency) และคา่ รอ้ ยละ
และคณะ, 2549)
(Percent)

2) ค่าไคสแควร์ (chi-square)

n = N/(1+Ne2)
3) ค่าเฉลยี่ (mean)

n = จำนวนตวั อยา่ งทต่ี ้องการส่มุ
4) คา่ ความสมั พันธข์ องขอ้ มูล (correlation)

N = จำนวนประชากรทีท่ ำประมง

e = ความคลาดเคลอ่ื นจากการสมุ่ ตวั อย่าง


ในที่นี้กำหนดให้มีความคลาดเคล่ือนไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์

ทร่ี ะดับความเชอื่ มัน 95 เปอรเ์ ซน็ ต์ ซ่ึงมคี า่ เทา่ กับ 0.1


88

เอกสารอ้างอิง


กมลพนั ธ์ อวัยวานนท,์ เอกศกั ด์ิ ปุณยานุเดช และสชุ าติ แสงจันทร.์ 2535. ติดตามผลการจดั สร้างแหลง่ อาศัยสตั วท์ ะเลในเจตจังหวดั สตูล.
รายงานการสมั มนาวชิ าการประจำปี 2535. ศนู ยพ์ ัฒนาประมงทะเลฝง่ั อันดามัน กองประมงทะเล กรมประมง. หนา้ 427 – 437


กรมประมง. 2545. แหล่งอาศยั สัตว์ทะเลบริเวณอ่าวไทยตอนล่างปี 2526-2544. เอกสารเผยแพร่ฉบับที่1/2545. ศนู ยว์ จิ ยั และพฒั นาประมง
ทะเลอา่ วไทยตอนลา่ ง สำนกั วิจัยและพฒั นาประมงทะเล กรมประมง. 45 หน้า


กรมประมง. 2547. โครงการฟน้ื ฟูทรัพยากรชายฝ่ังทะเลอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั ปตั ตานแี ละนราธิวาส. พมิ พ์ท่ี บรษิ ทั วายภุ ักษ์
จำกัด. ISBN 974-9509-89-7. 95 หนา้ .


กรมประมง. 2553. แผนแมบ่ ทการจดั การประมงทะเลไทย. สำนกั วิจัยและพัฒนาประมงทะเล กรมประมง. 124 หนา้ .

เจต พิมลจินดา. 2544. กลยุทธการมีส่วนร่วมของชุมชนประมงในการจัดการทรัพยากรชายฝ่ัง กรณีศึกษาอ่าวพังงา. เอกสารประจำภาค

หลักสูตรวิทยาลัยการทัพเรือ รุ่นท่ี 33 สถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง ศูนย์พัฒนาประมงทะเลฝ่ังอันดามัน กองประมงทะเล
กรมประมง. 83 หนา้ .

ธนา วีกจิ นเุ คราะห.์ 2551. ทัศนคต ิ Attitude. กรุงเทพมหานคร : สำนกั พมิ พบ์ รษิ ทั เอด้ ดเู คชน่ั มลั ติมีเดยี จำกัด. 112 หน้า.

ยุพาพร รูปงาม. 2545. การมีส่วนร่วมของข้าราชการสำนักงบประมาณในการปฏิรูประบบราชการ. ภาคนิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต,
สถาบนั บัณฑิตพฒั นบริหารศาสตร.์

รนี า ลาดิง. 2554. ความคิดเห็นของชาวประมงขนาดเล็กต่อแหล่งอาศยั สตั ว์ทะเล กรณศี กึ ษาอำเภอสิเกา จงั หวัดตรัง. ปัญหาพเิ ศษ ปี 2554
คณะวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยกี ารประมง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชยั วทิ ยาเขตตรงั . 43 หน้า.

วนั ทนา เจนกจิ โกศล. 2546. การประมงไดหมกึ ขนาดเลก็ บรเิ วณพนื้ ทจ่ี ดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล อำเภอปราณบรุ ี และอำเภอสามรอ้ ยยอด
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์. เอกสารวิชาการ ฉบับที่ 9/2546 ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยตอนบน. สำนักวิจัยและ
พัฒนาประมงทะเล กรมประมง. 487 หนา้

สกลุ สพุ งษพ์ นั ธ.์ 2538. การประเมนิ ผลการจดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลจงั หวดั เพชรบรุ .ี เอกสารวชิ าการกลมุ่ พฒั นาแหลง่ ประมงฉบบั ท่ี 1/2538.
ศูนย์พัฒนาประมงทะเลอา่ วไทยตอนบน กองประมงทะเล กรมประมง. 72 หน้า.

สันติ สังข์ทอง. 2535. ผลการจดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั ว์ทะเล บริเวณจงั หวัดระยอง. เอกสารวชิ าการฉบบั ท่ี 35. ศนู ย์พัฒนาประมงอ่าวไทยฝ่ัง
ตะวนั ออก. กองประมงทะเล กรมประมง. 48 หนา้ .

สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง. มปป. แนวทางการติดตามประเมินผลการจัดทำและวางแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล กรมทรัพยากร
ทางทะเลและชายฝ่ัง และหน่วยวิจัยปะการังและสัตว์พ้ืนทะเล สถานวิจัยความเป็นเลิศความหลากหลายทางชีวภาพแห่ง
คาบสมุทรไทย คณะวทิ ยาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์.

สธุ ญั ญา ทองรักษ์, ปรญิ ญา เฉดิ โฉม, ลคั นา กนั ตะพฒั นะ และซกุ รี หะยีสาแม. 2551. บทที่ 6 ผลกระทบทางดา้ นเศรษฐกิจและสังคม
ใน ศักด์ิอนันต์ ปลาทอง (บรรณาธิการ) โครงการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเลอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดปัตตานีและ
จังหวดั นราธวิ าส (กิจกรรมประเมินผลสำเร็จ) มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร์ หาดใหญ่ สงขลา. หน้า 6-1 ถงึ 6-10.

สุภาพ ฉัตราภรณ์. 2553. การวิจัยเชิงสำรวจ. ใน การออกแบบการวิจัย พิมพ์ครั้งท่ี 6 สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ.
หนา้ 137-180.

อภริ ักษ์ สงรกั ษ,์ ผสุ ดี ศรที รงราช และปรัดดา บรรฑิตชาติ. 2549. ทัศนคติของชมุ ชนท่มี ีตอ่ การวางแนวแหลง่ อาศยั สัตวท์ ะเล: กรณีศกึ ษา
บ้านเกาะมุก อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง. รายงานวิจัย ปี 2549 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลศรีวชิ ัย วทิ ยาเขตตรงั . 47 หน้า.

อรสา เพชรสลบั ศรี, วทิ ยา พนั ธะกจิ และพลชาต ิ คฤหานนท.์ 2555. ทัศนคตขิ องชาวประมงพืน้ บา้ นต่อแหล่งอาศยั สตั วท์ ะเลบรเิ วณบ้าน
บ่อดาน อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา. เอกสารวิชาการฉบับท่ี (กำลังตีพิมพ์) ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลฝ่ังอันดามัน
สำนักวจิ ัยและพัฒนาประมงทะเล กรมประมง.

อำนาจ ศริ เิ พชร, หัสพงศ ์ สมชนะกิจ และสมเกยี รต ิ อินช.ู 2545. ผลการจัดสรา้ งแหล่งอาศัยสัตวท์ ะเลจังหวัดปตั ตาน.ี เอกสารวิชาการ
12/2545 ศูนยว์ ิจัยและพฒั นาประมงทะเลอ่าวไทยตอนล่าง สำนกั วจิ ัยและพฒั นาประมงทะเล กรมประมง. 54 หน้า


89

แหล่งอาศัยสตั ว์ทะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหล่งประมง


90

ขอ้ เสนอแนะแนวทางการวิจยั

และพฒั นาการจัดสร้าง


บทที่ 7
แหล่งอาศยั สตั วท์ ะเล


91

แหลง่ อาศยั สัตว์ทะเล :
35 ปี ของการพฒั นาแหล่งประมง


แนวทางการพัฒนาปรับปรุงงานฟื้นฟูทรัพยากรประมงด้วยการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ควรใช้วิธีการวิจัย

และพัฒนา (research and development, R&D) ดา้ นวิทยาศาสตร์ สงั คมและเศรษฐกิจรายละเอยี ดข้อเสนอ ดังน้ี


ก.
ขอ้ เสนอแนะงานวิจยั

สามารถแบ่งได้ 3 กลมุ่ ดังน้ี

กลมุ่ ที่ 1
การประเมนิ ศกั ยภาพของแหลง่ อาศัยสตั วท์ ะเล


- ผลผลิตสตั วน์ ำ้ บรเิ วณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล

- เครือ่ งมอื และวธิ ีทำการประมงทเ่ี หมาะสมบรเิ วณแหล่งอาศัยสตั วท์ ะเล

- การลงแรงประมงทเี่ หมาะสม

- ความเสถยี รของพลวตั สัตว์น้ำ

กลมุ่ ท่ี 2
การศึกษาการเปลี่ยนแปลงทีเ่ กดิ จากแหล่งอาศยั สตั ว์ทะเล

- การเปล่ียนแปลงทางกายภาพ ได้แก่ ความเข้มแสง กระแสน้ำ ความขุ่นใส ความลึกน้ำ การเปลี่ยนสภาพ

ของวสั ดุท่ีใชจ้ ัดสร้างแหล่งอาศยั สตั วท์ ะเล

- การเปลีย่ นแปลงทางเคมี ไดแ้ ก่ คุณภาพน้ำ คุณภาพดนิ พน้ื ทะเล การปนเปื้อนของโลหะหนัก

- การเปล่ยี นแปลงทางชวี วิทยา ได้แก่ ระบบนิเวศแหลง่ อาศยั สัตวท์ ะเลบริเวณชายฝั่ง (หา่ งฝั่ง 3-5 กิโลเมตร)

และน้ำลึก (ห่างฝ่ัง 6-20 กิโลเมตร) ความหลากหลายของชนิดสัตว์น้ำ สัตว์หน้าดินขนาดใหญ่
(macrobenthic fauna) พืชหน้าดินขนาดใหญ่ (macrobenthic flora) และแพลงก์ตอน ชีวประวัติสัตว์
ทะเลบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล เช่น ชนิดสัตว์น้ำ พื้นที่และฤดูการสืบพันธ์ุวางไข่เล้ียงดูตัวอ่อน ปรสิต

ห่วงโซอ่ าหาร วงจรชีวติ การอพยพของสัตวน์ ้ำ

- การเปลยี่ นแปลงทางเศรษฐกจิ ไดแ้ ก่ การศกึ ษาความคมุ้ คา่ ตอ่ การลงทนุ จดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลทผ่ี า่ นมา
ผลตอบแทนสุทธิท่ีได้จากโครงการคิดจากกำไรจากการทำประมงของชาวประมงเท่าน้ัน ความจริงผล
ตอบแทนที่เกิดข้ึนควรรวมการขยายตัวของธุรกิจดำน้ำและการท่องเท่ียวในแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล เป็นผล
ตอบแทนท่ีเกิดข้ึนจากการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลด้วยสภาวะเศรษฐกิจและสังคมในชุมชนประมง
บริเวณจดั สรา้ งแหลง่ อาศัยสัตว์ทะเล

- การเปล่ียนแปลงทางสังคม ได้แก่ ทศั นคติ ความคิดเห็น และการมีส่วนรว่ มของชมุ ชนประมงต่อแหลง่ อาศยั
สัตวท์ ะเล

กลุ่มท่ี 3
การศกึ ษาเพื่อพฒั นารูปแบบการจดั สรา้ งแหล่งอาศัยสัตวท์ ะเล

- ชนดิ ของวสั ด

- รปู ทรงและขนาด

- รปู แบบการวาง เชน่ พ้นื ที่ ระยะห่างฝงั่ ผงั การจดั วาง


92

93

แหล่งอาศัยสตั ว์ทะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหล่งประมง


94

ข.
ข้อเสนอแนะงานพัฒนา

แนวทางการพัฒนาแหล่งอาศยั สตั วท์ ะเล สามารถดำเนนิ การได้ ดังน ้ี

1. การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลของทุกหน่วยงาน (48 หน่วยงาน) ท่ีได้ดำเนินการจัดสร้างมาจนถึงปัจจุบัน
ควรบูรณาการดา้ นการพัฒนา ดังน้

1.1 ปรบั ปรุงเขต แผนผังมาตรฐานในการจัดวางวสั ดุจดั สร้างแหล่งอาศัยสตั ว์ทะเล

กำหนดเขตจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล (zoning) พร้อมจัดทำแผนผังการวางวัสดุเพ่ือให้มีต้นแบบท่ี

ทันสมัยในการบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่างๆ และเพื่อการประชาสัมพันธ์ ตลอดจนการช้ีแจงโครงการจัดสร้างฯ

ซึ่งการจดั สร้างทผ่ี า่ นมามโี ครงการจดั สร้างฯ ครอบคลมุ พนื้ ทท่ี ้งั ขนาดเลก็ (งบประมาณ 3 ล้านบาท หรือ 1 ตารางกิโลเมตร)
และขนาดใหญ่ (งบประมาณ 20 ลา้ นบาท หรอื 50 ตารางกโิ ลเมตร) ตอ่ มามแี นวโนม้ การจดั สรา้ งเปน็ ขนาดกลางใชง้ บประมาณ
เฉล่ียโครงการละไม่เกิน 10 ล้านบาท จำนวนวัสดุขึ้นอยู่กับระยะทางห่างฝั่งและรูปแบบการจัดวาง หากระยะทางใกล้ฝั่ง
และจัดวางเป็นกองหนาแนน่ ต้นทนุ การจัดวางตำ่ มจี ำนวนวสั ดมุ าก ซงึ่ การจดั วางวัสดุท่ผี า่ นมามี 2 รปู แบบ คอื


1) จัดวางวัสดุเป็นกอง จำนวนวัสดุต่อจุดมีมาก จำนวนจุดของโครงการมีเพียงจุดเดียวหรือ
จำนวนนอ้ ย ได้พนื้ ทนี่ อ้ ยแต่ไดร้ ม่ เงา ความซับซอ้ นและความสูงมาก หากวางแผนอยา่ งดมี ีการ
จัดสร้างต่อเนื่องในพื้นที่ใกล้เคียงกัน จะกลายเป็นแปลงหรือคอมเพล็กซ์ (complex)

ท่มี ีประสิทธิภาพในการทำการประมง


2) จัดวางวัสดเุ ป็นแปลง จำนวนวสั ดุตอ่ จุดมีนอ้ ย จำนวนจดุ ของโครงการมมี าก ไดพ้ ืน้ ท่มี ากแต่ได้
ร่มเงา ความซบั ซ้อนและความสงู นอ้ ย หากวางแผนอยา่ งดมี กี ารบรู ณะหรือจัดวางวสั ดุเปน็ กอง
ในพื้นที่แปลงเดิมอย่างต่อเน่ือง จะกลายเป็นคอมเพล็กซ์ที่มีประสิทธิภาพในการอนุรักษ์
ทรพั ยากรประมง


1.2 สรา้ งความเขา้ ใจในการใชป้ ระโยชนจ์ ากแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลใหแ้ กเ่ จา้ หนา้ ทขี่ องหนว่ ยงานทสี่ นบั สนนุ
งบประมาณ เจ้าของโครงการ สมาชิกในชุมชนประมงและผู้มีส่วนเก่ียวข้องให้เข้าใจอย่างถูกต้องในการจับสัตว์น้ำบริเวณ
แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ให้เกิดคุณค่ามากท่ีสุด ทั้งน้ีอย่าใช้แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเป็นเพียงเคร่ืองมือในการรวบรวมฝูงปลา

ท่ีถูกดึงดูดโดยส่ิงมีชีวิตท่ีเกาะตามผิววัสดุ การกระตุ้นของมวลน้ำท่ีเข้ามาปะทะกับกองวัสดุแล้วเปลี่ยนทิศทาง และจาก

ร่มเงาท่ีเกิดจากโครงสร้างของวัสดุ รวมทั้งเป็นบริเวณพ้ืนที่เคร่ืองมือประมงบางชนิด เช่น อวนลาก อวนรุน เข้ามาทำการ
ประมงไม่ได้ ทำให้ปลาเข้ามาอาศัยจำนวนมาก จักต้องมีกฎ กติกา และความร่วมมือของชาวประมง ประชาชน เจ้าหน้าที่
และผเู้ กี่ยวข้องทกุ ฝ่ายในการอนรุ ักษ์ และฟ้ืนฟูทรพั ยากรสัตวน์ ้ำใหใ้ ชป้ ระโยชนไ์ ด้อยา่ งยั่งยนื

1.3 แลกเปลยี่ นเรยี นรู้กับชุมชนใหก้ า้ วทันการเปล่ียนแปลงของชมุ ชนและทรัพยากรประมง

2. พฒั นาโครงสรา้ งการบรหิ าร องคก์ ร บคุ ลากร มาตรการและวธิ กี ารใชป้ ระโยชนท์ เี่ กยี่ วขอ้ งกบั แหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล

2.1 จัดทำแผนการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลโดยมีกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เป็นหนว่ ยงานหลักรว่ มกับหน่วยงานทเี่ กยี่ วขอ้ ง

2.2 การจดั สร้างแหลง่ อาศยั สตั ว์ทะเลตอ้ งอยู่ภายใต้การพฒั นาท่ยี ั่งยนื

2.3 ภาครัฐต้องเร่งปรับปรุงกฎหมายประมงให้ทันสมัยโดยเร็ว แนวทางการปฏิบัติตั้งแต่โบราณ

มาทรัพยากรประมงทะเลเป็นสมบัติส่วนรวม ทุกคนในประเทศมีสิทธิเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ รัฐบาลหลายประเทศ
สนับสนุนให้มีการจับเพิ่มเพราะได้รับแรงกดดันจากภาคเอกชน หากวิธีการใช้ทรัพยากรไม่ได้รับการแก้ไข การที่จะบรรล

เป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืนก็อาจจะเป็นการสุดวิสัย โดยเฉพาะกรมประมงจะได้มีนโยบายการเพ่ิมผลผลิตเป็นหลัก
มองผลประโยชนต์ อ่ สังคมและเศรษฐกจิ ในระยะยาว จับสตั วน์ ำ้ เปน็ จำนวนท่ีพอเหมาะพอควร


95

แหลง่ อาศยั สตั ว์ทะเล :
35 ปี ของการพฒั นาแหล่งประมง


2.4 มีนโยบายในการจัดการป้องกันและควบคุมความเส่ือมโทรมของสภาพแวดล้อม ภายใต้ความร่วมมือ
ของชุมชนหรือองค์กรท้องถิ่น หากวางแผนร่วมกับชุมชนหรือองค์กรท้องถิ่นจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการทำการประมงทั้งน้ี
ควรใช้เวลาก่อนการจัดวางอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี ก่อนการเสนอขออนุมัติโครงการขนาดกลางในปีงบประมาณถัดไป

เพื่อพจิ ารณาการเปลี่ยนแปลงทจี่ ับสตั ว์น้ำและผลกระทบตอ่ ส่งิ แวดลอ้ ม

2.5 เพิม่ ประสิทธภิ าพของคณะกรรมการพิจารณานโยบายการจัดสรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเล


1) ให้มีการจัดสร้างในพื้นท่ีที่ได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดสร้างแหล่งอาศัย
สัตว์ทะเลก่อนดำเนินการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ผู้ขออนุญาตต้องขออนุญาต
เปล่ียนแปลงท่ีจับสัตว์นำ้ กับกรมประมง (ภาคผนวก ข)


2) กรมประมง ในนามของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรมีโอกาสจัดประชุมเชิงปฏิบัติการการ
จัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ให้บุคลากรของหน่วยงานต่างๆ ที่เสนอขออนุมัติจัดสร้างแหล่ง
อาศัยสัตว์ทะเลได้เข้าใจตรงกัน มีความรู้ความสามารถในการจัดการทรัพยากรประมงเพิ่มขึ้น
มีฐานข้อมูลท่ีเชื่อถือได้และสมบูรณ์ และข้อมูลดังกล่าวสามารถนำมาใช้พิจารณาในการ
วางแผนกลยุทธเพื่อการจัดการประมงได้ทันท่วงที มีการแลกเปล่ียนข่าวสารข้อมูลกับชุมชน

ผบู้ ริหารประเทศโดยรวดเรว็ และมปี ระสทิ ธภิ าพ ส่งเสรมิ มาตรการสอดสอ่ ง ควบคุม และดูแล
การประมง (monitoring, control and surveillance of fisheries) ให้สอดคล้องกัน

อีกท้ังเป็นการช่วยชุมชนประมงต้นแบบหรือชุมชนนำร่อง ให้สามารถดูแลและฟื้นฟูทรัพยากร
ประมงให้ได้รับผลประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วยสร้างความสามัคคีรอดพ้นจากสภาพการแย่งชิง
ทรพั ยากรประมง


3. การสร้างระบบบริหารจัดการ

3.1 สรา้ งเครอื ข่ายจดั การทรพั ยากรประมง

หนว่ ยงานระดบั กระทรวงและกรมถอื เปน็ ระดบั บน มชี มุ ชนและชาวประมงเปน็ ระดบั ลา่ งของการทำงานแบบ
ระดับบนสู่ล่าง (top-down) หรือจากระดับล่างสู่บน (bottom-up) กลไกในภาครัฐยึดหลักการบูรณาการระหว่าง

หน่วยงาน ส่วนของระดับล่างหรือภาคประชาชนจำเป็นต้องสร้างเครือข่ายเพ่ือสื่อสาร รับรู้ข้อมูลข่าวสาร สืบทอดเจตนา
ระดบั บน-ล่าง และประสานงานกันใหถ้ กู ต้องชดั เจน การสรา้ งทีมงานระดบั กลางในลกั ษณะของสมาคม สมาพันธ์ หรอื อนื่ ๆ
ต้องเข้มแข็งและสนับสนุนสมาคมประมงที่เป็นตัวแทนของผู้ใช้เครื่องมือประมงทุกประเภท ผู้ใช้ทรัพยากรมีความสำคัญมาก
ในการบริหารจัดการ ผู้ร่วมคิด ร่วมทำ และผู้ใช้ประโยชน์ ควรจะได้ร่วมติดตามประเมินผล ผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม

ด้วยความเคารพและศรัทธาในภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างจริงใจมิใช่นิยมตามกระแสการมีส่วนร่วม องค์การอาหารและ

เกษตรแหง่ สหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations, FAO) ไดม้ องประเด็นนี้วา่
เพ่ือให้บรรลุถึงการพัฒนาการประมงแบบย่ังยืนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซ่ึงประสบปัญหาการขาดบุคลากร


96

ทมี่ ีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการจดั การประมง ขาดความร่วมมือระหว่างภาครฐั และภาคเอกชน การควบคมุ ดแู ล
ยงั ไมม่ ปี ระสทิ ธิภาพเพราะขาดกำลังคนและงบประมาณ ประชาชนสว่ นหน่ึงทเ่ี คยมคี วามยากจนมากอ่ นและมาได้รบั ผลทาง
เศรษฐกิจดีขึ้นกว่าเดิมก็มุ่งหน้าจะหาผลกำไรทางวัตถุในระยะส้ันมากเกินไป และไม่คิดว่าความเจริญทางวัตถุควรม

ความพอดีกับสภาพแวดล้อม จึงได้บังเกิดผลกระทบในการพัฒนาทางด้านวัตถุอย่างแรง ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและ

สภาพแวดลอ้ มเสอ่ื มโทรมลงเรอ่ื ยๆ

รัฐต้องพิจารณาให้มีการจัดการประมงชายฝ่ังโดยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับชาวประมงกลุ่มน้ี กรมประมง

ในแต่ละประเทศในภูมิภาคนี้ควรมีกลุ่มนักสาธิตที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงประชาชนและชาวประมง สนับสนุนให้มีการ
ปรึกษาหารือระหว่างผบู้ ริหารภาครัฐ ภาคเอกชน นกั วิจยั ผ้แู ทนชาวประมง ชุมชน และผแู้ ทนภาคอตุ สาหกรรมเป็นระยะๆ
มิใช่เคยกระทำแล้วถือเป็นเหตุยุติไป ประเด็นหรือปัญหาการประมงพ้ืนบ้านได้รับการหยิบยกข้ึนมาพิจารณาในการประชุม
การฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ และเอกสารเผยแพร่ขององค์กรส่วนภูมิภาค เช่น ASEAN, Asia-Pacific Fishery
Commission, Indian Ocean Fishery Commission , Bay of Bengal Program, WorldFish Center และ
Southeast Asian Fisheries Development Center เป็นต้น ได้กล่าวว่า ถึงแม้ว่ารัฐบาลของประเทศหลายประเทศ

ในภูมิภาคได้สนับสนุนให้มีการพัฒนาการประมงพ้ืนบ้านแต่เขาเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังยากจนท้ังๆ ท่ีเป็นกำลังสำคัญในการผลิต
ปลาซ่งึ พลเมอื งใช้เปน็ อาหาร

3.2 จัดให้เป็นแหล่งเรียนรู้และการศึกษาทางด้านชีววิทยาของสัตว์ทะเล สามารถใช้เป็นข้อมูลพื้นฐาน

ในการศึกษาทางดา้ นชวี วทิ ยาของสตั ว์ทะเล

3.3 ประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวางผ่านส่ือต่างๆ อย่างเอาจริงเอาจังให้ทุกภาคส่วนท้ังในและนอกภาค
ประมงได้รู้ข้อเท็จจริงของสภาวะการประมงทะเล จักได้ระดมทุนทรัพย์ ทุนความคิด ทุนสังคม ทุนมนุษย์ เพ่ือสนับสนุน

การพฒั นาในหลายสาขาทเี่ กยี่ วโยงถงึ การประมง เชน่ การทอ่ งเทยี่ วและกฬี า ตลาดการคา้ และการศกึ ษาของเยาวชน เปน็ ตน้

3.4 ประกาศให้บริเวณที่มีการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเป็นเขตบริหารจัดการทรัพยากรประมง

โดยชุมชนมีส่วนร่วม โดยมีกฎหมายรองรบั

กลมุ่ ประเทศแนวหนา้ ทมี่ กี ารศกึ ษาวจิ ยั และพฒั นาการจดั สรา้ งแหลง่ อาศยั สตั วท์ ะเลมากอ่ นในโลกนเ้ี ชน่ ประเทศญปี่ นุ่
และสหรัฐอเมริกา ยังคงพัฒนารูปแบบ แผนผัง วัสดุ และวิธีการจัดสร้างแหล่งอาศัยอยู่อย่างไม่หยุดย้ัง ประเทศมาเลเซีย
สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์และประเทศอ่ืนๆ ในเอเชียก็เร่งพัฒนาการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเพิ่มข้ึน พ้ืนที่เหมาะสมสำหรับ
การจัดสร้างแหล่งใหม่ หรือบูรณะในแหล่งเดิมยังมีรองรับการจัดสร้างเพ่ือฟ้ืนฟูทรัพยากรประมงได้เป็นจำนวนมาก

สำหรบั ในประเทศไทยมวี ธิ กี ารจดั สรา้ งทนั สมยั มากขน้ึ วสั ดขุ นาดใหญแ่ ละจดั สรา้ งบรเิ วณหา่ งฝง่ั มากขนึ้ ตลอดจนมภี าคเอกชน
มูลนิธิ องค์กรและหน่วยงานอ่ืนๆ ร่วมกันจัดสร้างมากข้ึนด้วย การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลจึงสามารถพัฒนา

ใหก้ า้ วหน้าได้อกี มาก


97

แหล่งอาศัยสตั ว์ทะเล :
35 ปี ของการพัฒนาแหล่งประมง


98

ภาคผนวก


99


Click to View FlipBook Version