The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แบบฝึกหัดภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓

แบบฝึกหัดภาษาไทย

Keywords: แบบฝึกหัด,ภาษาไทยม,.3

ห น้ า | ๑

เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ าภาษาไทย ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓

ห น้ า | ๒

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๑ เร่ือง พระอภยั มณี

ตอน พระอภัยมณีหนีนางผเี สือ้ สมุทร

ผ้แู ตง่ สนุ ทรภู่ เรมิ่ แตง่ ในสมัยสมเด็จพระพทุ ธเลิศหล้านภาลัย และแตง่ ตอ่ ในสมัยรชั กาลท่ี 3 ตอนออกบวช
ลักษณะคาประพันธ์ กลอนนทิ าน
ท่ีมาของเรือ่ ง สนุ ทรภ่ผู ูกเร่ืองขน้ึ เอง โดยนาเรอื่ งท่ีได้ยินไดฟ้ ังมา หรอื อ่านมาจากวรรณคดไี ทยและวรรณคดตี ่างชาติ
มาผสมผสานเขา้ กับเรือ่ งจริงท่ไี ดพ้ บเหน็ และเรอ่ื งท่ีสุนทรภู่จินตนาการขึ้นอยา่ งกลมกลนื

เนอ้ื เร่อื งยอ่

ความเดมิ ตอนต้นเรือ่ ง

พระอภัยมณีและศรีสวุ รรณพระอนุชาถกู ขบั ออกมาจากเมอื งรัตนาของทา้ วสุทศั น์พระบิดา เนือ่ งดว้ ยทา้ วสทุ ัศน์

ทรงเห็นวา่ วชิ าปี่ของพระอภัยมณแี ละวชิ ากระบี่กระบองของศรสี ุวรรณเป็นวิชาช้ันเลว ไมม่ ปี ระโยชนใ์ นการปกคร อง

พระอภัยมณีและศรสี ุวรรณเดินทางมาพบ ๓ พราหมณ์ คอื วิเชยี ร โมรา สานน และไดเ้ ป่าปี่ให้ฟังจนทงั้ หมดหลับไป

นางผีเสื้อสมุทรผา่ นมาและพอใจในเสียงป่ีจึงได้ลกั พาพระอภัยมณีไปไว้ยงั ถ้าแล้วแปลงกายเป็นสาวงามมาปร นนิบัติ

พระอภัยมณีทราบแต่ทาอะไรไมไ่ ด้จึงจาใจอยูก่ ินกับนางผเี สือ้

ตอนพระอภยั มณีหนนี างผเี สื้อ

พระอภัยมณีอยู่กับนางผีเส้ือสมุทรในถ้าจนมีพระโอรสชือ่ ว่าสินสมุทรสินส มุทรมีมีลักษณะผสมระหว่าง

พระอภัยมณแี ละนางผีเสอ้ื สมุทรดังความวา่

ไม่คลาดเคลอ่ื นเหมอื นองค์พระทรงเดช แตด่ วงเนตรแดงดูดงั สรุ ยิ ฉ์ าย

ทรงกาลงั ดังพระยาคชาพลาย มเี ขีย้ วคล้ายชนนีมศี ักดา

พระอภัยมณีได้เล้ียงและถ่ายทอดความรู้ท่ีพระองค์มีให้กับสินสมุทรจนหมดและมอบของสาคัญไว้ ให้

คอื พระธามรงค์และผ้าคาดเอว วันหน่ึงเมอ่ื นางผเี ส้ือสมุทรออกไปหาอาหารด้วยความซกุ ซนสนิ สมุทรไดท้ ดลองผลักหิน

ปากถา้ จนเปิดแล้วออกไปเที่ยวเล่นในทะเล สนิ สมุทรพบเงือกชราแต่ไม่รู้จักว่าคืออะไรจึงนาเงือกกลบั ไปใหพ้ ระอภัย

มณีทอดพระเนตรพระอภัยมณีเห็นดังน้ันจึงเล่าความจรงิ ให้สินสมุทรฟังทัง้ หมดสินสมุทรทราบความแล้วก็เสียใจ

เป็นอนั มากเงอื กฟังแล้วได้อ้อนวอนให้พระอภัยมณสี งั่ ใหส้ นิ สมทุ รปล่อยตนไปเสียและใหส้ ญั ญาวา่ จะพาพระอภัยมณีหนี

พงึ่ พระโยคีท่เี กาะแก้วพสิ ดารซึง่ อยูห่ า่ งออกไปราว ๑๐๐ โยชน์ เงือกชราบอกวา่ การไปท่เี กาะแก้วพิสดารนนั้ ตนต้องใช้

เวลาถึง ๗ วัน ว่ายน้าไปในมหาสมุทรแต่กลวั นางผีเส้ือสมุทรจะตามทันเพราะนางผีเสือ้ สมุทรนน้ั มีพละกาลังมาก

เมอ่ื อยูใ่ นทะเลซ่งึ ใชเ้ วลาเพยี ง ๓ – ๔ วันก็ไปถงึ เกาะแลว้ เงอื กชราแนะให้พระอภยั มณที าอุบายลวงนางผีเส้ือสมทุ รเพ่ือ

จะได้มีเวลาในการหลบหนีตกกลางคืนในวันเดยี วกัน นางผีเสื้อสมุทรเกดิ ฝนั รา้ ยวา่ มีเทวดามาควักเอานางทั้งสองออก

แลว้ เหาะหายไป นางตกใจตื่นแลว้ เลา่ ความฝันน้ันให้พระอภัยมณีฟังท้ังหมด

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ าภาษาไทย ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓

ห น้ า | ๓

พระอภัยมณเี ห็นเปน็ โอกาสดจี ึงทานายฝันไปว่านา งน้นั จะมเี คราะห์ร้ายอาจถึงแก่ชวี ิตและแนะนาใหน้ างไป

บาเพ็ญศลี อยบู่ นเขา ๓ วนั เพ่ือเป็นการสะเดาะเคราะห์และหา้ มกนิ เนื้อสัตว์เป็นอันขาด นางผเี สือ้ หลงกลพระอภัยมณี

สินสมทุ รทราบความโดยตลอดก็เสยี ใจจนพระอภัยมณตี ้องห้าม ดงั ความวา่

สินสมุทรสดุ แสนสงสารแม่ ดว้ ยรแู้ นว่ า่ บิดาจะพาหนี

ให้ห่วงหลังกังวลดว้ ยชนนี เจ้าโศกกี ราบก้มบังคมคลั

บิดาดรู ้แู จง้ จงึ แกล้งหา้ ม จะวอนตามเขาไปไยในไพรสณั ฑ์

อยเู่ ปา่ ป่ตี เี กราะเสนาะครัน แลว้ รับขวัญลูกนอ้ ยกลอยฤทยั

พระอภยั มณีและสินสมทุ รไดห้ นีไปกับครอบครัวเงอื ก เมือ่ ครบ ๓ วนั นางผีเสื้อสมุทรกลับมาไม่พบใครจึงออก

ตระเวนทะเลตามหาด้วยรา่ งเนรมิตเปน็ ยักษ์แล้วเรียกภูตผใี นทะเลมาถามจนได้ความและตามพระอภยั มณีไปทันภายใน

๓ วัน สนิ สมุทรพยายามห้ามแลว้ แต่นางผเี สื้อสมทุ รไม่ฟงั สินสมทุ รจงึ หลอกลอ่ ให้มารดาหลงทางเพื่อให้เงือกลกู สาวพา

พระอภยั มณีหนไี ปให้ถงึ เกาะแกว้ พิสดาร

เงือกชราสองผัวเมยี ถกู นางผีเสือ้ ฆ่าตายซงึ่ ในขณะเดียวกนั พระอภัยมณี สนิ สมุทรและเงอื กสาวไดห้ นขี ้นึ เกาะ

แก้วพิสดารทนั พระโยคอี อกมาห้ามปรามนางผีเสอื้ สมทุ รแตน่ างไม่ฟังและตอ่ วา่ ย้อนกลบั มาพระโยคีจึงเสกทรายปกป้อง

เกาะไวเ้ พอ่ื ไมใ่ หน้ างผเี ส้ือสมุทรเข้ามาได้

บทอาขยานเลอื ก พระอภยั มณี ตอน พระอภยั มณีหนนี างผเี ส้อื

พระโฉมยงองคอ์ ภยั มณีนาถ เพลนิ ประพาสพศิ ดูหมู่มจั ฉา

เหล่าฉลามลว้ นฉลามตามกนั มา คอ่ ยเคล่อื นคลาคลา้ ยคลา้ ยในสายชล

ฉนากอย่คู ่ฉู นากไม่จากคู่ ขน้ึ ฟ่องฟูพ่นฟองละอองฝน

ฝงู พิมพาพาฝูงเข้าแฝงวน บ้างผุดพน่ ฟองนา้ บา้ งดาจร

กระโหเ้ รียงเคียงกระโหข้ ้ึนโบกหาง ลอยสลา้ งกลางกระแสแลสลอน

มงั กรเก่ยี วเลีย้ วลอดกอดมงั กร ประชมุ ซอ่ นแฝงชลข้ึนวนเวยี น

ฝงู ม้านา้ ทาทา่ เหมอื นม้าเผ่น ขึน้ ลอยเล่นเลยี้ วลัดฉวัดเฉวียน

ตะเพยี นทองทอ่ งนา้ นาตะเพียน ดาษเดียรดเู พลนิ จนเกินมา

เห็นละเมาะเกาะเขาเขยี วชอุม่ โขดตะคุม่ เคยี งเคยี งเรยี งรกุ ขา

จะเหลียวซา้ ยสายสมุทรสุดสายตา จะแลขวาควนั คล้มุ กลุ้มโพยม

จะเหลียวดูสุริยแ์ สงเขา้ แฝงเมฆ ใหว้ ิเวกหวาดองค์พระทรงโฉม

ฟงั สาเนียงเสยี งคลืน่ ดังครนื้ โครม ย่ิงทกุ ขโ์ ทมนัสในฤทยั ทวี

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ าภาษาไทย ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๓

ห น้ า | ๔

ขอ้ สังเกต

บทอาขยานบทน้ีมกี ารเลือกสรรคามาใชอ้ ย่างสละสลวย มีสัมผสั ในท่ีแพรวพราว มีการเล่นคาซ้า คอื ฉนาก

ฉลาม ตะเพียน เปน็ ต้น มีการเลน่ คาพ้อง คือ พิมพา – พา มกี ารพรรณนาให้เห็นภาพของปลาในทะเล มกี ารส่ืออารมณ์

ของตัวละครท่ที าใหร้ ู้สกึ ผกผนั ได้เปน็ อย่างดี

แบบฝกึ หดั ตอนท่ี ๑ จงเรยี งลาดบั คาประพันธต์ ่อไปนี้ให้สอดคล้องกับลาดับก่อนหลัง

.......... ๑. อนั เทวญั น้นั คือมจั จุราช จะหมายมาดเอาชีวิตริษยา

แลว้ เสแสร้งแกลง้ ทาบีบนา้ ตา อนิจจาใจหายเจยี วสายใจ

.......... ๒.อสรุ ผี เี สอื้ ไม่เชอื่ ถอ้ ย นึกว่านอ้ ยหรอื ตอแหลมาแก้ไข

แกล้งดับเดือดเงือดงดอดฤทยั ทาปราศรัยเสยี งหวานด้วยมารยา

.......... ๓. สนิ สมทุ รสดุ แสนสงสารแม่ ดว้ ยรแู้ นว่ า่ บิดาจะพาหนี

ให้ห่วงหลงั กงั วลดว้ ยชนนี เจ้าโศกีกราบกม้ บังคมคลั

.......... ๔. ฝ่ายนางผเี สอ้ื สมทุ รทส่ี ดุ โง่ ไปนั่งโซเซาอย่รู ิมภูผา

ขอชีวติ พษิ ฐานตามตารา ตอ้ งอดปลาอดนอนออ่ นกาลงั

.......... ๕. เจียระบาดคาดองค์กท็ รงเปล้ือง ใหเ้ ป็นเครือ่ งนุง่ หม่ โอรสา

สอนใหเ้ จ้าเป่าปี่มวี ิชา เพลงศาสตราสารพดั หัดชานาญ

.......... ๖.พี่มนษุ ยส์ ุดสวาทเปน็ ชาติยักษ์ จงคดิ หักความสวาทให้ขาดสญู

กลบั ไปอยคู่ ูหาอย่าอาดูร จงเพิม่ พูนภาวนารักษาธรรม์

.......... ๗. อสรุ ีผเี สือ้ จงึ ซกั ถาม มึงอยูต่ ามเขตแขวงทุกแหง่ หน

เหน็ มนุษย์นวลละอองทงั้ สองคน มาในวนวังบา้ งหรอื อย่างไร

.......... ๘. จึงเสแสรง้ แกลง้ วา่ ข้าไม่เช่ือ จะฉกี เนือ้ กินเล่นเปน็ ภกั ษา

ถา้ เป็นแม่แน่นั้นจงกรณุ า อยา่ ตามมามงุ่ หมายให้วายปราณ

.......... ๙. แมข่ องเจ้าเขาเป็นเชอื้ ผเี ส้ือสมทุ ร ขน้ึ ไปฉุดฉวยบดิ าลงมาได้

จึงกาเนดิ เกิดกายสายสดุ ใจ จนเจ้าไดแ้ ปดปเี ข้าน่ีแล้ว

..........๑๐.ช่างชาตชิ ว่ั หวั กระดูกลูกตอแหล ลวงใหแ้ ม่หลงกลเที่ยวค้นหา

เออกระนัน้ มนั จงึ ทบตลบมา ใหบ้ ดิ าเลยไปเสียไกลแลว้

..........๑๑ อายขุ ้าห้าร้อยแปดสบิ เศษ จงึ แจง้ เหตแุ ถวทางกลางสมทุ ร

แม้นจะหนีผีเสอ้ื ดว้ ยแรงรทุ ร เห็นไม่สดุ สน้ิ แดนด้วยแสนไกล

..........๑๒.พระยินดีช้ีบอกสินสมุทร โนน่ แน่กุฏิม์ ุงกระเบ้ืองเหลืองสลบั

พระหนอ่ นอ้ ยค่อยเรียงเคียงคานบั หมายประทับท่เี สาหงสต์ รงเข้ามา

...........๑๓.แต่พระองคท์ รงคิดใหร้ อบคอบ ถ้าเห็นชอบทว่ งทีจะหนหี าย

จึงโปรดใชใ้ ห้องคพ์ ระลูกชาย ไปหาดทรายหาขา้ จะมาฟงั

..........๑๔.กระโหเ้ รียงเคียงกระโห้ขนึ้ โบกหาง ลอยสลา้ งกลางกระแสแลสลอน

มังกรเกีย่ วเลี้ยวลอดกอดมงั กร ประชมุ ซอ่ นแฝงชลขน้ึ วนเวียน

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชาภาษาไทย ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓

ห น้ า | ๕

แบบฝกึ หัด ตอนที่ ๒ จงเขียนความหมายของคาศพั ท์ตอ่ ไปนีอ้ ยา่ งสังเขป

๑. แรงรุทธ = ........................................................................ ๒. ผนิด = ......................................................................

๓. พะเนิน = ......................................................................... ๔ โว้เว้ = ........................................................................

๕. ตรชี า = ............................................................................ ๖. ซึก = .........................................................................

๗. ไพล่เผล = ....................................................................... ๘. ตะโกรง = ...................................................................

๙. หบุ ห้อง = ......................................................................... ๑๐. ละหาน = ...............................................................

๑๑. สลาตัน = ....................................................................... ๑๒. ปรารมภ์ = ............................................................

๑๓. ธาตรี = .......................................................................... ๑๔. ละเมาะ = ..............................................................

๑๕. วลิ นั ดา = ....................................................................... ๑๖. ทารกรรม = ............................................................

แบบฝกึ หัด ตอนท่ี ๓ จงเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคาตอบเดียว

๑. ขอ้ ใดคอื ส่งิ แรกที่สนิ สมุทรพบเม่ือออกจากถ้า

ก. เหน็ ฝูงเงอื กเกลอื กกลง้ิ มากลางชล คิดว่าคนมีหางเหมอื นอยา่ งปลา

ข. เห็นหินปดิ เปิดประตูคูหากวา้ ง นิมิตอยา่ งนางมนุษย์เสน่หา

ค. เหน็ หาดทรายพรายงามเปน็ เงนิ ราง ทะเลกว้างข้างขวาลว้ นปา่ ดง

ง. เห็นละเมาะเกาะใหญ่ที่ไหนกวา้ ง หยุดเสยี บ้างให้สบายจงึ ผายผัน

๒. ข้อใดแสดงวา่ นางผเี สอ้ื สมุทรผิดศีลข้อที่ ๕

ก. ออกเดนิ ทางอย่างนีต้ ้องนิมติ รปู จึงผดิ ไปกว่าเกา่ เจ้าจงึ แหนง

ข. ซง่ึ จะใหไ้ ปบอกออกมาหา พระบดิ าขขี้ ลาดไมอ่ าจหาญ

ค. คดิ ถึงวงศพ์ งศาคณาญาติ จึงสามารถมานีไ่ มห่ นีหาย

ง. จงึ กลา่ วแกลง้ แสรง้ เสด้วยเล่ห์กล เธออยบู่ นเขาขวางริมทางมา

๓. “อายขุ า้ ห้ารอ้ ยแปดสิบเศษ” เปน็ อายขุ องใคร

ก. เงือกเฒ่า ข. พระโยคี

ค. นางผีเสอื้ สมุทร ง. พรายทะเล

๔. เหตใุ ดเงือกเฒ่าจึงต้องออกเดนิ ทางในเวลากลางคืน

ก. พอเย็นย่าค่าพลบลงโพล้เพล้ ทอ้ งทะเลมืดมวั ท่ัวทศิ า

ข. ถา้ แดดกล้าตามวั เปน็ หมอกควัน จะผายผันล่วงทางไปกลางคนื

ค. เงือกกห็ าอาหารกินตามเคย แลว้ รบี เลยลว่ งไปในคงคา

ง. ดว้ ยแรงน้อยถอยทบสลบหลบั แล้วกก็ ลับพลกิ ฟื้นตืน่ เผยอ

๕. ข้อใดเปน็ เหตุให้ “สนิ สมทุ รมไิ ด้กลัวกลับหัวรอ่ ”

ก. ถ้าแม้นแม่แต่แรกรู้กระนี้ ชนนีก็จะได้ไม่เทีย่ วหา

ข. ไปเปิดประตคู หู าถ้าเขาเหน็ ตายหรอื เปน็ วา่ ไม่ถูกเลยลกู แก้ว

ค. จะไปไหนไม่หา้ มจะตามสง่ ไหนทรงฤทธิ์ปติ รุ งค์เลา่ ลูกเอ๋ย

ง. แล้วว่าแก่สินสมุทรสุดที่รกั แม้นนางยักษจ์ ะมารับจงกลบั หลัง

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชาภาษาไทย ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓

ห น้ า | ๖

๖. นางผีเส้ือสมุทรพดู อย่างไรจึงเป็นเหตใุ ห้พระโยคีจงึ กล่าวว่า

“อียกั ษาตาโตโมโหมาก รูปก็กากปากกเ็ ปราะไม่เหมาะเหมง็

นมสองข้างอย่างก็โปรงดโู ตงเตง ผวั ของเอ็งเขาระอาไม่นา่ ชม”

ก. เขาว่ากนั ผัวเมียกับแม่ลกู ยืน่ จมูกเขา้ มาบ้างช่วยสง่ั สอน

ข. อยา่ สงสยั ใจจรงิ ทุกสง่ิ อนั ไม่ราพนั พูดลวงเจ้าดวงใจ

ค. เหตไุ ฉนไปนง่ั กาบังตวั เชิญทนู หวั เยยี่ มหน้ามาหาน้อง

ง. นางผเี ส้อื เบ่อื หูร้เู ทา่ ถึง จึงว่ามงึ ตอแหลมาแก้ไข

๗. เหตุใดพระอภยั มณีจงึ เกิดกลา่ ววา่ “จึงวา่ เราเห็นจะรอดไม่วอดวาย”

ก. จงึ เล่าความตามติดไม่ปิดบัง พระทรงฟงั ลูกชายค่อยคลายใจ

ข. นางเงือกน้าบอกสาคัญว่านัน่ แลว้ คือเกาะแกว้ พิสดารเป็นชานเขา

ค. พระโยคมี ญี าณวา่ หลานรัก จงสานักอยูใ่ ห้สมอารมณห์ มาย

ง. ฝา่ ยโยคีมียศพจนารถ ใหโ้ อวาทนางยักษ์ไมห่ กั หาญ

๘. ขอ้ ความใดตรงกบั สานวนที่วา่ “หมเู ขาจะหามเอาคานเขา้ ไปสอด”

ก. เสียแรงรักหนกั หนาอตุ ส่าหถ์ นอม สอู้ ดออมสารพัดไมข่ ัดขืน

ข. ทง้ั นี้เพราะเคราะหก์ รรมทาให้ว่นุ จงึ สนิ้ บญุ วาสนาสกี าเอ๋ย

ค. แล้วช้ีหนา้ ด่าองึ หึงนางเงือก ทาซบเสอื กสอพลออตี อแหล

ง. เขาวา่ กนั ผัวเมยี กบั แม่ลกู ย่นื จมูกเขา้ มาบา้ งช่วยสงั่ สอน

๙. ขอ้ ใดแสดงวา่ พระอภยั มณแี สร้งพูดออกมา

ก. ซง่ึ ลกู รักหกั หาญใหท้ ่านโกรธ จงงดโทษทาคณุ อย่าหุนหัน

ข. อนั ตวั พ่อขอตายวายชีวงั กันแสงสั่งลกู ยาดว้ ยอาลัย

ค. แมน้ ไปไดก้ จ็ ะพาแกว้ ตาไป น่ีจนใจเสียด้วยนางต่างตระกูล

ง. แมน้ ส้ินสญู บุญนางในปางน้ี ไม่มีท่ีพงึ่ พาจะอาศยั

๑๐. เหตุการณต์ อนใดทาใหร้ ้วู า่ นางผีเส้ือรักพระอภัยมณมี ากกวา่ สินสมุทร

ก. อสรุ ีผเี ส้อื เหลือจะอด แคน้ โอรสราวกบั ไฟไหมม้ ังสา

ช่างหลอกหลอนผ่อนผนั จานรรจา แมน้ จะว่าโดยดเี หน็ มิฟัง

ข. พระโฉมยงจงอยู่ในคหู า เลีย้ งรกั ษาลูกนอ้ ยคอยหมอ่ มฉัน

จะอดใจให้เหมอื นคาท่รี าพัน ถว้ นสามวนั ก็จะมาอยา่ อาวรณ์

ค. นิจจาเอย๋ เคยอยู่เป็นคูช่ น่ื ทกุ วนั คนื คา่ เช้าไมเ่ ศร้าหมอง

จนมีลูกปลูกเล้ยี งเคยี งประคอง มิใหข้ ้องเคอื งขดั พระอัชฌา

ง. มิขออยสู่ ู้ตายวายชวี ิต ไม่เหน็ จติ น้องรกั จะตักษัย

เชญิ พระองค์ลงมาชลาลยั เมยี จะให้มนตร์เวทวเิ ศษครนั

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ าภาษาไทย ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๓

ห น้ า | ๗

๑๑. ขอ้ ใดแสดงถึงการใช้ปญั ญาอยา่ งฉบั พลันของพระอภัยมณี

ก. พีม่ นษุ ยส์ ดุ สวาทเปน็ ชาตยิ กั ษ์ จงคิดหักความสวาทใหข้ าดสญู

กลับไปอย่คู ูหาอย่าอาดูร จงเพ่ิมพนู ภาวนารกั ษาธรรม์

ข. พ่ีขอบุตรสุดใจเอาไปด้วย เป็นเพอ่ื นม้วยเหมอื นสดุ ามารศรี

ขอลาแก้วแววตาไปธานี อย่าราคีขนุ่ ข้องใหห้ มองมวั

ค. พอไดช้ ่องลองลวงดูตามเล่ห์ สมคะเนจะได้ไปดงั ใจหมาย

จงึ กล่าวแกล้งแสร้งเสเพทุบาย เจ้าฝนั ร้ายนักนอ้ งตอ้ งตารา

ง. เราตรองตรึกนึกจะหนีนางผีเส้อื แตใ่ ตเ้ หนอื ไมร่ แู้ ห่งตาแหน่งไหน

ท่านเจนทางกลางทะเลคะเนใจ ทากระไรจงึ จะพ้นทนทรมาน

๑๒. ข้อใดแสดงวา่ มกี ารวางแผน

ก. จะโกรธเกรย้ี วเคย้ี วเล่นเป็นธลุ ี ไม่พอที่ชวี ันจะบรรลยั

ข. ทาปั้นเจอ๋ เย่อหยงิ่ มาชงิ ผัว ระวงั ตวั มึงใหด้ อี จี องหอง

ค. หนึง่ พวกพอ้ งของขา้ คณาญาติ ขอรองบาทบงกชบทศรี

ง. ลกู จะคอ่ ยลอยตามแต่หา่ งหา่ ง อยูต่ ้นทางจะไดพ้ บประสบสม

๑๓. “จะไปไหนไมพ่ น้ ผีเสื้อนา้ วิบากกรรมกจ็ ะส้อู ย่เู ปน็ ผี

ทา่ นสง่ เราเขา้ ทเี่ กาะละเมาะนี้ แลว้ รีบหนไี ปในนา้ แต่ลาพงั ”

ขอ้ ความข้างต้นแสดงว่าผพู้ ดู มีลกั ษณะนสิ ัยอยา่ งไร

ก. เช่อื วบิ ากลากความไปตามกรรม ข. เปน็ ผทู้ าเสียสละแก่ผอู้ ืน่

ค. คดิ รอบคอบด้วยเหตุผลไม่แตกตื่น ง. ชอบรื้อฟ้นื ความหลงั แกก่ อ่ นกาล

๑๔. “แม้นกาลังดงั ข้าจะพาหนี เจ็ดราตรเี จียวจงึ จะถึงสถาน

อสรุ มี ีกาลงั ดังปลาวาฬ ตามประมาณสามวันจะทันตัว”

ขอ้ ความขา้ งต้นสง่ ผลให้เกิดเหตุการณใ์ ดตอ่ มา

ก. อันอานาจชาตเิ ช้อื ผีเส้อื นา้ ปลาไม่กลา้ กลายกลวั ทวั่ ทิศา

ด้วยกลน่ิ อายคลา้ ยท่านผมู้ ารดา เม่อื จบั ข้าข้าจงึ ออ่ นหย่อนกาลงั

ข. เสยี แรงรกั หนักหนาอุตส่าหถ์ นอม ส้อู ดออมสารพัดไมข่ ัดขืน

ชา่ งกระไรใจจดื ไม่ยืดยนื นางสะอืน้ อ้าปากจนรากเรอ

ค. พระโยคีมีตติ คิดสงสาร จงึ วา่ ทา่ นหนตี ายหมายมาหา

เราลงมาคอยชว่ ยดว้ ยเมตตา แต่กิจจาไม่กระจา่ งยงั คลางแคลง

ง. ให้ไปอย่ผู ู้เดยี วทีต่ นี เขา แล้วอดขา้ วอดปลากระยาหาร

ถว้ นสามคืนสามวันจะบนั ดาล ใหส้ าราญรอดตายสบายใจ

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ ๓

ห น้ า | ๘

๑๕. “เม่ือกเี้ ห็นเล่นอยู่ในคูหา เงอื กน้ีเจ้าเอามาแตข่ ้างไหน

พระลกู เลา่ ตามจริงทุกสิ่งไป พระตกใจจงึ ว่าด้วยปรานี”

จากข้อความขา้ งตน้ พระอภยั มณีตกใจเพราะกลัวว่าจะเกิดอะไรขึน้

ก. อสุรีมกี าลงั ดังปลาวาฬ ตามประมาณสามวนั จะทนั ตวั

ข. ไปเปดิ ประตคู ูหาถ้าเขาเหน็ ตายหรอื เป็นว่าไม่ถูกเลยลูกแกว้

ค. ท้ังลูกเตา้ เผ่าพงศก์ ็พลดั พราย ยงั แต่กายเกือบจะดนิ้ สนิ้ ชวี า

ง. จะควักเอานยั นาออกมาดู ตะคอกข่คู ุกถามคารามรน

*********************************************************************************
ตอนที่ ๔
จงอ่านคาประพันธ์ที่กาหนดให้ แลว้ บอกวา่ เปน็ กวโี วหารประเภทใด

เสาวรจนี นารปี ราโมทย์ พิโรธวาทงั สลั ลาปังคพิสยั

ฝา่ ยทงั้ สพ่ี เ่ี ลี้ยงเมียงชม้อย เหน็ พราหมณ์นอ้ ยโสภาจะหาไหน

ดูผิวเหลืองเรืองรองทองอไุ ร งามวิไลแลเล่ห์เทวดา ..............................
๑. (พระสุนทรโวหาร (ภู่)

พงศ์กษตั ริยท์ ศั นานางเงือกน้อย ดูแชม่ ชอ้ ยโฉมเฉลาทง้ั เผ้าผม

๒. ประไพพกั ตร์ลักษณ์ล้าล้วนขาคม ทง้ั เนอ้ื นมนวลเปล่งออกเตง่ ทรวง ..............................
..............................
(พระสนุ ทรโวหาร (ภู)่ ..............................

พระโยคชี ้หี น้าวา่ อเุ หม่ ยังโว้เว้วุน่ วายอีตายโหง
๓. เพราะหวงผัวมวั เมาเฝ้าตะโกรง ว่ากโู กงมึงกต็ กนรกเอง

(พระสนุ ทรโวหาร (ภ)ู่

ถงึ ม้วยดินสนิ้ ฟา้ มหาสมุทร ไมส่ น้ิ สุดความรักสมัครสมาน

๔. แมน้ เกิดในใต้ฟา้ สธุ าธาร ขอพบพานพิศวาสไมค่ ลาดคลา
(พระสุนทรโวหาร (ภ)ู่

เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ าภาษาไทย ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓

ห น้ า | ๙

เคยหมอบใกล้ได้กลนิ่ สุคนธ์ตลบ ละอองอบรสร่ืนช่นื นาสา

๕. ส้นิ แผน่ ดนิ ส้นิ รสสคุ นธา วาสนาเรากส็ นิ้ เหมือนกลิน่ สุคนธ์ ..............................
(พระสุนทรโวหาร (ภู่)

ลงกล้งิ เกลอื กเสือกกายรอ้ งไห้โร่ เสยี งโฮโฮดังกอ้ งห้องคูหา ..............................
๖. พระรปู หลอ่ พอ่ คณุ ของเมยี อา ควรหรือมาทิ้งขวา้ งหมองหมางเมีย

(พระสนุ ทรโวหาร (ภู่)

ฮดึ ฮัดขดั แค้นแน่นใจ ตาแดงดง่ั แสงไฟฟา้ ..............................
๗. เปน็ ชายดูดู๋มาหม่นิ ชาย มติ ายก็จะไดเ้ หน็ หนา้
(พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลิศหลา้ นภาลัย)

เมอื่ แรกเชอ่ื ว่าเน้อื ทบั ทมิ แท้ มาแปรเปน็ พลอยหุงไปเสียได้ ..............................
กาลวงว่าหงส์ใหป้ ลงใจ ด้วยมไิ ด้ดูหงอนแต่กอ่ นมา
(พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลา้ นภาลยั )

***********************************************************************************************
อ่านขอ้ ความต่อไปนี้ แล้วบอกว่าเป็นโวหารการเขียนประเภทใด

บทพรรณนา บทบรรยาย บทเจรจา

ภเู ขาไฟฟูจเิ ปน็ ภเู ขาศักดิ์สทิ ธทิ์ ีส่ ุดในประเทศญี่ปุ่นมาหลายศตวรรษแล้ว แต่แรกภูเขานเี้ ปน็ ท่ีเคารพบูชา ของชน
พื้นเมืองเผ่าไอนุซ่งึ ปจั จบุ ันยังอยู่ตามหมู่เกาะฮอกไกโด ซ่ึงเป็นเกาะใหญ่ ท่อี ยเู่ หนือสดุ ชาวไอนุขนานนาม ภูเขาน้ตี ามช่ือ
เทพธดิ า “ ฟูชิ ) ”fuchi ) ผ้เู ปน็ เทพธดิ าแห่งอัคคี ชาวญ่ีปุ่นยังคงนบั ถือภเู ขาไฟฟูจิตอ่ มา และเรยี กช่ือตามที่พวกไอนุตั้ง
ไว้ บรรดาผนู้ ับถอื ศาสนาชินโตเช่ือวา่ ในธรรมชาตทิ ุกรปู แบบจะมีเทพ หรือ กามิ )kami ) สถติ อยู่ แต่เทพที่สถิตในภูเขาจะ
ศักด์สิ ิทธ์ิเปน็ พิเศษ ภเู ขาฟูจซิ ่งึ สูงท่ีสดุ และงามทีส่ ดุ ในประเทศ จึงได้รับความเคารพเป็นพเิ ศษ เพราะถอื วา่ เป็นสถานที่สถิต
ของทวยเทพ เป็นจดุ เช่อื มโยงระหว่างความ ลกึ ลบั ของสวรรค์ และความเปน็ จริงของโลกมนษุ ย์

( เกศกานดา จตุรงคโชค ( บรรณาธกิ าร ) : โลกพสิ ดาร แดนพิศวง )

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ าภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ ๓

ห น้ า | ๑๐

๙...........................................................................................................................................................................

“...หมอกมวั ซัวทั่วทกุ แหง่ หน ลมหนาวกรเู กรยี วมาจนร่างเขาสัน่ สะท้าน ต้นไม้ใบหญ้าท่ีพอมีอยู่บา้ งตามริมทาง
สมั ผสั ละอองหมอกทพี่ ราวพร่าง จนใบกลายเป็นสีขาวหมน่ แล้วไหลตามรอ่ งใบหยดลงดังเปาะแปะเมื่อกระทบใบไมท้ ่ีเกล่ือน
ตามใตต้ น้ ...”

(ธราธปิ : ผู้หญงิ ข้าใครอยา่ เตะ)

๑๐........................................................................................................................................................................

พระฟังคาน้าเนตรลงพรากพราก คิดถงึ ยากยามวโิ ยคย่ิงโศกศลั ย์
แถลงเล่าลกู ยาสาระพัน จนพากนั มาบรรทมทร่ี ่มไทร
แม่ของเจา้ เขาเปน็ เชอ้ื ผเี สือ้ สมทุ ร ข้นึ ไปฉดุ ฉวยบดิ าลงมาได้
จึงกาเนิดเกิดกายสายสดุ ใจ จนเจ้าได้แปดปเี ข้าน่ีแลว้
ไปเปดิ ประตูคหู าถ้าเขาเหน็ ตายหรือเปน็ ว่าไม่ถกู เลยลูกแกว้
แมน้ สนิ สมุทรสดุ สวาทพ่อคลาดแคล้ว ไมร่ อดแล้วบิตุรงค์กค็ งตาย ฯ

(พระสุนทรโวหาร (ภู่)

๑๑........................................................................................................................................................................

ณ ชายป่าท่รี ม่ รืน่ ด้วยแมกไมน้ านาพรรณ มีกระท่อมหลงั หนง่ึ ตากับยายอาศยั อยู่ ท้ังสองเลี้ยงแม่ไก่ สนี า้ ตาล
สวยงามไว้ตวั หนงึ่ แมไ่ กต่ ัวนีม้ ีลกู เจ๊ียบตัวน้อยๆ น่ารักอยู่ ๗ ตวั

(นทิ านดาวลกู ไก่)

๑๒........................................................................................................................................................................

**************************************************************************************

เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ าภาษาไทย ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓

ห น้ า | ๑๑

จงทาเครอ่ื งหมาย  คาตอบท่ถี ูกต้อง

๑. สานวนต่อไปนี้ขอ้ ใดมีสมั ผสั สระตา่ งจากขอ้ อ่นื

๑. หวานเป็นลม ขมเปน็ ยา ๒. บวั ไม่ช้า นา้ ไมข่ ่นุ

๓. รูห้ ลบเปน็ ปกี รูห้ ลกี เป็นหาง ๔. ผู้ชายพายเรอื ผู้หญงิ ยงิ เรือ

“เซอะซะซุม่ ซ่ามไซร้ ไปค่ วร

เงอะงะเกะกะกวน จติ ฟ้งุ

ทาใดมักย่ัวยวน ความโกรธ เสมอนา

ชักแตด่ ดุ ่ากล้มุ เพราะดว้ ยเซอะเซิง”

๒. คาประพันธน์ ไ้ี มไ่ ด้ใช้กลวิธีการแต่งตามขอ้ ใด

๑. เลน่ คาซอ้ น ๒. เลน่ สัมผสั สระ ๓. เล่นเสียงพยญั ชนะ ๔. การเลียนเสียงธรรมชาติ

๓. การหลัง่ นา้ ตาข้อใดใหค้ วามรู้สกึ ต่างจากข้ออนื่

๑. อม่ิ ทุกขอ์ ่ิมชลนา อ่ิมโศกาหน้านองชล ๒. ยามบวชบ่มบญุ ไป น้าตาไหลเพราะอิ่มบญุ

๓. ขนุ แผนวนั ทองนองน้าตา กราบลาพอ่ แม่ทง้ั สองศรี ๔. เธอทรงพระโศกกี ันแสงไห้ น้าพระชลนยั นไ์ หลลง

หล่ังหล่งั

๔. ขอ้ ใดมีคาท่แี สดงอาการเคล่อื นไหว

๑. พลมอญเมิลมืดทอ้ ง รัถยา ๒. อเนกนกิ รอาชา ชาตชิ า้ ง

๓. ทวนทองเถือกทอตา เปลือยปลาบ ๔. เทียวธวชั แลสล้าง เฟือ่ งฟ้าปลิวปลาย

พินิจดภู ูวนาถได้ใหศ้ กั ดิ์แสง

ตามทานองตอ้ งตาแหน่งเป็นโหรหา

แจง้ ซึ่งอรรถจดั ซึ่งองคช์ าดกมา

ยกคาถังยงั คาถาซดั บาลี

๕. คาประพันธ์นม้ี คี วามงามของภาษาร้อยกรองตรงกบั ข้อใด

๑. เสนอสารทใ่ี ห้ขอ้ คดิ ๒. ใช้ถอ้ ยคามีเสยี งและจงั หวะ

๓. บรรยายให้เกิดความสะเทอื นใจ ๔. ใช้ถ้อยคาใหเ้ หน็ ภาพไดต้ ามจินตนาการของกวี

๖. ข้อใดไม่มีการเลน่ คา กลางใจ
๑. มาคลองบางกอกกลุ้ม อกชา้
ฤาบก่ อกหนองใน เสมอชอ่ื ไมน้ า
๒. สละสละสมร แมน่ แม้นทรวงเรยี ม
นกึ ระกานามไม้ เกรงอินทร์ หยอกนา
๓. โฉมแมจ่ กั ฝากฟ้า สูฟ่ า้
อนิ ทรทา่ นเทอกเอา

เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ าภาษาไทย ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓

ห น้ า | ๑๒

๔. นางนวลจบั แมกไม้ นางนวล

นวลนชุ แนบเรยี มควร คู่แคลว้

๗. ข้อใดไม่ใช่คาถามเชิงวาทศลิ ป์

๑. นามวงศพ์ งศ์ใดจงบอกมา แจ้งกิจจาแล้วจงึ จะรบกนั

๒. เมือ่ ผันแปรแลพบกห็ ลบพักตร์ จะเห็นรักฤๅไมเ่ หน็ เป็นไฉน

๓. อนั ของสงู หมายปองต้องจติ ถา้ ไม่คิดปีนป่ายจะไดห้ รอื

๔. ยงั มทิ ันสู่สมภริ มยา เวราสงิ่ ใดให้ไกลกนั

๘. ข้อใดมคี าเลยี นเสียง

๑. ชาวบา้ นนอกตกใจรอ้ งไห้ดัง ๒. ต่ืนสะดุ้งเขาประดงั ระฆังกอ้ ง

๓. บ้างแออดั จัดการประสานเสียง ๔. บา้ งกอบปรายเบี้ยโปรยอยู่โกรยกราว

๙. การพรรณนาความในขอ้ ใดแสดงนาฏการ

๑. กา้ นเกสรอ่อนฉ่าน้าผ้ึงรวง ๒. ผีเสอ้ื สวยแตม้ สีที่กลบี แก้ม

๓. ชมพแู ยม้ แดงระยบั สลับม่วง ๔. หยาดหยดพวงพุ่มระย้าจากคาคบ

๑๐. ข้อใดใชภ้ าพพจน์

๑. พระโหยหวนครวญเพลงวงั เวงจติ ใหค้ นคดิ ถงึ ถน่ิ ถวิลหวงั

๒. ว่าจากเรอื นเหมือนนกมาจากรัง อยู่ขา้ งหลงั ก็จะแลชะแงค้ อย

๓. ถึงยามค่ายา่ ฆอ้ งจะรอ้ งไห้ ร่าพิไรรญั จวนหวนละหอ้ ย

๔. โอ้ยามดกึ ดาวเคลอ่ื นเดือนก็คลอ้ ย นา้ ค้างย้อยเยน็ ฉา่ ทอ่ี มั พร

๑๑. ข้อใดไม่ใช้ภาพพจน์

๑. นจ่ี นใจไม่มเี ทา่ ข้เี ลบ็ ข้เี กยี จเกบ็ เลยทางมากลางหน

๒. ถงึ หว้ ยโป่งเหน็ ธารละหานไหล คงคาใสปลาวา่ ยคล้ายคลา้ ยเหน็

๓. เสียงสินธดุ ุดัน้ ล่นั พิลกึ สะทา้ นสะทกึ โถมฟาดฉาดฉาดฉาน

๔. เหมอื นนกฟ้องดวงจันทรใ์ หผ้ นั ดู คนมาสู่ซอ่ งพักมนั รกั ษา

๑๒. คาประพันธต์ อ่ ไปน้แี สดงคุณคา่ ดา้ นใดน้อยท่ีสดุ

เขยี วขจีระรกิ ใบไหวเอนออ่ น
นา้ ค้างซอ้ นฝากไว้จูบใบเขยี ว
อุ้มหยาดน้าราวมณที ่ีร้ิวเรยี ว
เติบโตตอรอเคยี วมาเก่ียวคม

๑. การสรรคาใช้ ๒. การเสนอแนวคดิ ๓. การเล่นสัมผสั ๔. การใช้ภาพพจน์

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชาภาษาไทย ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓

ห น้ า | ๑๓

หนว่ ยการเรยี นรู้ เรื่อง พระอภยั มณี
ตอนที่ ๕ ใหน้ ักเรยี นอา่ นบทร้อยกรองเร่ือง พระอภยั มณี ตอนหนีนางผเี สื้อสมทุ รแล้วตอบคาถามต่อไปน้ี

๑. ตัวละครสาคัญในเรื่องนี้ คือใคร

ตอบ………..................……………………...................................................…………………………………………………………

๒. ตัวละครสาคญั ในเรอื่ งได้ทาอะไร

ตอบ………..................……………………...................................................…………………………………………………………

๓. เพราะเหตุใดตวั ละครสาคัญในเรื่องจึงทาเช่นนัน้

ตอบ………..................……………………...................................................…………………………………………………………

๔. เหตกุ ารณ์นเ้ี กดิ ขนึ้ เมอ่ื ไร

ตอบ………..................……………………...................................................…………………………………………………………

๕. เร่อื งราวสาคัญของเรอ่ื งอยทู่ ีไ่ หน

ตอบ………..................……………………...................................................…………………………………………………………

๖. นักเรยี นคิดวา่ นิทานเรอ่ื งนมี้ ีคติสอนใจอยา่ งไร

ตอบ………..................……………………...................................................…………………………………………………………

๗. เพราะเหตใุ ดนางผเี สอ้ื สมุทรจึงจับพระอภยั มณีไปขังไว้

ตอบ………..................……………………...................................................…………………………………………………………

๘. เพราะเหตุใดพระอภยั มณจี งึ คดิ หนนี างผีเสอ้ื สมทุ ร

ตอบ………..................……………………...................................................…………………………………………………………

ตอนท่ี ๖ ให้นกั เรยี นบอกลกั ษณะนิสัยของตัวละคร พรอ้ มยกตัวอย่างเหตกุ ารณ์มาสนับสนุนคาตอบ

ลักษณะนิสยั ตัวละคร เหตกุ ารณท์ ีป่ รากฏ

พระอภยั มณี

………………………………………………………...…….………… ………………………………………………………...…….………….

…………………………………………………………..……………… …………………………………………………………..………………

นางผีเสอ้ื สมุทร

……………………………………………………..….......….……….. …………………………………………………..…….......….………..

…………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………

เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ าภาษาไทย ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓

ห น้ า | ๑๔

สินสมุทร ……….………………………………………………………….…………
……….………………………………………………………….………… ……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………
เงอื กชรา ………..………………………………………………………….……….
………..………………………………………………………….………. ……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………
นางเงอื ก ………………………………………………………………….…………
………………………………………………………………….………… ……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ าภาษาไทย ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๓

ห น้ า | ๑๕

แบบทดสอบ เร่อื ง พระอภยั มณี ตอนพระอภัยมณหี นีนางผเี สื้อ
คาชี้แจง แบบทดสอบเปน็ แบบปรนยั ๔ ตวั เลอื ก จานวน ๒๕
คาส่งั ให้นักเรยี นเลอื กคาตอบท่ถี ูกตอ้ ง (ทาลงในกระดาษคาตอบ)

๑. นางผีเส้อื สมุทรจับตวั พระอภยั มณีไปด้วยจดุ ประสงคใ์ ด

๑. นาพระอภยั มณไี ปเป็นอาหาร ๒. ตอ้ งการฟงั เสียงปี่ของพระอภยั มณี

๓. บงั คบั ให้พระอภยั มณเี ป็นสามีนาง ๔. ต้องการพระอภัยมณไี ปเลยี้ งดลู ูกนาง

๒. พฤติกรรมของตัวละครคใู่ ดในเรื่องพระอภยั มณีให้แงค่ ิดว่า “รกั แบบจาใจยอ่ มไมจ่ ีรังย่ังยนื ”

๑. พระอภยั มณี -นางเงอื ก ๒. พระอภยั มณี -นางผีเสอื้ สมุทร

๓. พระอภัยมณี -นางละเวง ๔. พระอภัยมณี -นางสุวรรณมาลี

๓. เหตใุ ดสนิ สมุทรจงึ ผูกพันกับพระอภยั มณมี ากกวา่ นางผีเส้อื สมทุ ร

๑. สินสมุทรไม่ชอบสตรี ๒. พระอภัยมณเี ลีย้ งดสู ินสมุทรอยา่ งใกล้ชิด

๓. นางผเี ส้อื สมุทรเคยทาร้ายสนิ สมทุ ร ๔. พระอภยั มณเี สี้ยมสอนสนิ สมทุ รวา่ แมด่ รุ า้ ย

๔. คากลอนขอ้ ใดแสดงความร้ายกาจของนางผเี สือ้ สมุทรทส่ี ดุ
๑. ไมเ่ ห็นผัวควา้ ไปไดแ้ ตป่ ลา ควักลูกตาสบู เลอื ดดว้ ยเดอื ดดาล
๒. แล้วชห้ี นา้ ด่าองึ หึงนางเงอื ก ทาซบเสือกสอพลออีตอแหล
๓. จะจบั ไวใ้ หพ้ าไปหาพ่อ แลว้ หกั คอเสยี ให้ตายเมอ่ื ภายหลงั
๔. แลว้ นางยักษ์หกั ขาฉกี สองแขน ไม่หายแค้นเคย้ี วกนิ ส้นิ ทั้งคู่

สินสมุทรมิได้กลวั กลบั หวั ร่อ ลูกไมข่ อจากพระองค์อยา่ สงสยั
แมน้ มารดามาตามจะหา้ มไว้ พระรีบไปก่อนขา้ อย่าปรารมภ์
๕. คากลอนขา้ งตน้ แสดงลักษณะนิสัยอย่างไรของสนิ สมุทร
๒. กล้าหาญ
๑. มีอารมณ์ขนั ๔. ชอบเล่นสนุก
๓. ผกู พนั กบั แม่

๖. คากลา่ วของนางผีเสือ้ สมทุ รว่า “ชา่ งเฉโกโยคีหนเี ขาใช้” ความท่พี ิมพต์ ัวหนา หมายถงึ อะไร

๑. บวชเพื่อหนรี าชการ ๒. บวชเพ่อื ซอ่ งสุมคน

๓. บวชแต่ไมเ่ ขา้ วดั ๔. บวชแตไ่ ม่รักษาศีล

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชาภาษาไทย ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๓

ห น้ า | ๑๖

๗. คาพูดของตวั ละครข้อใดเปน็ คาสตั ย์ ระกาใจกวา่ จะมว้ ยไปดว้ ยกนั
๑. พระอภัยมณี จะกอดศพซบหน้าโศกาลัย ไหนทรงฤทธ์ิบติ ุรงคเ์ ลา่ ลูกเอ๋ย
๒. นางผเี สือ้ จะไปไหนไมห่ า้ มจะตามส่ง ไปท่องเทยี่ วหาประเทศเขตนคร
๓. สนิ สมุทร ลูกขอลาฝ่าธุลสี ักปีเดยี ว ขอรองบาทบงกชบทศรี
๔. เงอื กบิดา หนึ่งพวกพอ้ งของขา้ คณาญาติ

๘. “มาตรชี าวา่ กผู ิดในกิจกรรม” คาทพี่ มิ พต์ วั หนา หมายถงึ ข้อใด

๑. ตาหนิ กล่าวโทษ ๒. หลอกลวง พูดปด

๓. เชื่อถอื คดิ เหน็ ๔. อธบิ าย ชแี้ จง

“แลสบิ ลิบหลังคาศาลาราย มเี สาหงสธ์ งปลายปลวิ ระยับ

พระยนิ ดชี ีบ้ อกสินสมทุ ร โน่นแนก่ ฏุ ิมงุ กระเบ้ืองเหลืองสลับ”

๙. ศัพทใ์ นขอ้ ใดไมป่ รากฏในกลอนขา้ งตน้

๑. กระท่อมท่อี ยขู่ องนักบวช

๒. ศาลาทีส่ ร้างเปน็ หลงั ๆ เรยี งเป็นแนวรอบโบสถ์หรือวิหาร

๓. เสาทท่ี าเปน็ รูปหงสต์ ดิ ไวท้ ี่ยอดมักปักอยูต่ ามหน้าวัดของชาวรามัญ

๔. ธงผนื ผ้ามีรูปจระเขต้ รงกลาง มักปกั ไวท้ ที่ ่าน้าหนา้ วัดแสดงวา่ ทอดกฐนิ แลว้

๑๐. “ฝ่ายเงือกน้าคานับอภิวาท ขา้ พระบาททราบส้ินทกุ ถ่นิ ฐาน” คาทพ่ี ิมพต์ วั หนาอ่านอย่างไร

๑. อะ -พิ -วาด ๒. อับ -พิ -วาด

๓. อบ -พิ -วาด ๔. อา -พิ –วา

๑๑. “เหลา่ ฉลามล้วนฉลามตามกนั มา ค่อยเคล่อื นคลาคล้ายคล้ายในสายชล”
คาทพี่ มิ พ์ตวั หนาหมายความว่าอย่างไร
๑. เกอื บเหมือน ๒. เคล่ือนไหวไปเรือ่ ยๆ
๓. จาไดอ้ ยา่ งเลอื นราง ๔. ไปหรอื มาเป็นจานวนมาก

๑๒. คากลอนในข้อใดแสดงธรรมเนยี มการประพฤติอย่างไทย

๑. พงศ์กษตั ริย์ตรัสชวนสินสมุทร สอนใหบ้ ุตรขอสมาอชั ฌาสัย

๒. พระอภยั ไดส้ ดับสุนทรถาม จงึ ยกความกอ่ นเกา่ เล่าแถลง

๓. พระกอดลูกน้อยประทบั ไวก้ บั ทรวง ให้เหงาง่วงงบี หลบั ระงบั ไป

๔. พระทรงเลือกลกู มะซางปรางมะยง ประทานองค์โอรสสู้อดออม

เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ าภาษาไทย ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๓

ห น้ า | ๑๗

๑๓. คากลอนขอ้ ใดมไิ ดแ้ สดงความเชอ่ื ของคนไทย จงึ สน้ิ บญุ วาสนาสกี าเอ๋ย
๑. ทัง้ นเี้ พราะเคราะหก์ รรมทาให้ว่นุ อันชาตเิ ช้อื อย่ถู ้าลาละหาน
๒. ด้วยองค์พระชนนีเปน็ ผีเสือ้ หมายวิมานเมืองแมนแดนสวรรค์
๓. อยา่ ฆ่าสัตวต์ ดั ชีวติ พิษฐาน ดังเข่ือนเพชรภตู ปิ ีศาจไมอ่ าจใกล้
๔. เราลงเลขเสกทาไว้สาเร็จ

๑๔. คากลอนขอ้ ใดมีชื่อของภเู ขา ๑ ใน ๗ เทอื กเขาสตั ภณั ฑท์ ล่ี ้อมรอบเขาพระสเุ มรุ

๑. อนั น้านีม้ นี ามตามบรุ าณ อโนมานเคยี งกนั สีทันดร

๒. นางผีเส้ือเหลอื โกรธโลดทะล่ึง โตดังหน่ึงยคุ นธ์ขุนไศล

๓. เปน็ เขตแควน้ แดนทน่ี างผเี สื้อ ข้างฝา่ ยเหนอื ถงึ มหงิ ษะสงิ ขร

๔. แลว้ ลกุ ขึน้ ยืนชะโงกโยกสิงขร จนโคลงคลอนเคลือ่ นดงั ทั้งภเู ขา

๑๕. คากลอนขอ้ ใดไมม่ ีโวหารอุปมา

๑. อสรุ ผี เี สอ้ื เหลือจะอด แค้นโอรสราวไฟไหม้มังสา

๒. ไม่คลาดเคล่ือนเหมือนองค์พระทรงเดช แต่ดวงเนตรแดงดดู งั สุริยฉ์ าย

๓. พระราชบตุ รฉดุ ลากลาบากเหลือ ดังหนงั เนอ้ื น้ีจะแยกแตกสลาย

๔. เหน็ ฝูงเงือกเกลอื กกล้งิ มากลางชล คิดว่าคนมหี างเหมือนอย่างปลา

๑๖. คากลา่ วข้อใดไม่ได้แสดงอารมณโ์ กรธ

๑. ทาป้นั เจ๋อเยอ่ หยง่ิ มาชงิ ผวั ระวงั ตวั มึงใหด้ อี จี องหอง

๒. ชา่ งชาตชิ วั่ หวั กระดูกลูกตอแหล ลวงใหแ้ มห่ ลงกลเที่ยวค้นหา

๓. อยดู่ ีดีหนีเมียมาเสียได้ เสียนา้ ใจน้องรกั เปน็ หนกั หนา

๔. ช่างวา่ กลา่ วราวกับกไู ม่ร้เู ทา่ มาพูดเอาเปรยี บผูใ้ หญ่ทาไพลเ่ ผล

“แมน้ สิน้ บุญสญู นางในปางน้ี ไมม่ ที ี่พึ่งพาจะอาศัย

จะกอดศพซบหนา้ โศกาลยั ระกาใจกว่าจะมว้ ยไปด้วยกนั ”

๑๗. คาประพันธ์ช้างตน้ ปรากฏภาพพจนใ์ ด

๑. อุปมา ๒. อปุ ลักษณ์

๓. อธิพจน์ ๔. บคุ ลวัต

“จะไปไหนไม่พน้ ผีเส้ือนา้ วบิ ากกรรมก็จะส้อู ยเู่ ป็นผี

ทา่ นสง่ เราเข้าทเี่ กาะละเมาะน้ี แลว้ รบี หนีไปในน้าแตล่ าพัง”

๑๘. ขอ้ ใดมิได้แสดงคณุ ธรรมของผูก้ ล่าวข้อความขา้ งต้น

๑. กลา้ หาญ ๒. เสยี สละ

๓. เหน็ อกเห็นใจผ้อู ่นื ๔. เชื่อมัน่ ในตนเอง

เอกสารประกอบการเรียน รายวิชาภาษาไทย ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๓

ห น้ า | ๑๘

“ชา่ งเฉโกโยคีหนเี ขาใช้ ไม่อยู่ในศีลสตั ย์มาตดั รอน

เขาว่ากันผัวเมียแมก่ บั ลูก ยน่ื จมกู เขา้ มาบ้างช่วยส่ังสอน”

๑๙. คาพดู ของนางผเี สือ้ ขา้ งต้นแสดงลกั ษณะอย่างไรของนาง

๑. มคี วามผกู พันกับลูกผัว

๒. ฉลาดในการเจรจา โตต้ อบได้ทนั ที

๓. ยึดมั่นในคาสตั ย์ รังเกียจพวกไมม่ ศี ลี ธรรม

๔. ไมม่ สี มั มาคารวะ พดู ตามอารมณโ์ ดยไมย่ ัง้ คดิ

๒๐. ข้อใดที่สินสมุทรได้รับการถ่ายทอดจากแม่

๑. มเี ขยี้ ว ๒. มดี วงตาสแี ดง

๓. มีพละกาลังมาก ๔. ถกู ทกุ ข้อ

๒๑. ข้อใดไมใ่ ช่เหตผุ ลทน่ี างผเี สอ้ื สมทุ รรู้วา่ พระอภยั มณีหนีไป

๑. การทน่ี างฝันร้าย ๒. ประตูถ้าเปดิ ทิ้งไว้

๓. ไม่พบพระอภัยมณแี ละสินสมทุ ร ๔. ป่ีของพระอภัยมณหี ายไป

๒๒. “ทา่ นส่งเราทเ่ี กาะละเมาะนี้ แล้วรีบหนไี ปในน้าแต่ลาพงั ” คากล่าวน้แี สดงวา่ ผพู้ ดู เป็นคนอยา่ งไร

๑. ข้ีขลาด ๒. กล้าหาญ

๓. เสียสละ ๔. เหน็ แกต่ ัว

๒๓. “มาต้งั ซอ่ งศีลจะมีอย่ทู ี่ไหน” คาว่า “ซอ่ ง” ในที่นม้ี คี วามหมายตรงกบั ขอ้ ใด

๑. แหลง่ อบายมุข ๒. แหล่งบนั เทิงเรงิ รมย์

๓. แหลง่ หาความสุขทางกามารมณ์ ๔. แหลง่ ม่ัวสุมหรอื ชุมนุมกันอยา่ งลบั ๆ

๒๔. “ชา่ งเฉโกโยคหี นีเขาใช้” คาว่า “หนเี ขาใช้” มีความหมายตรงกับข้อใด

๑. หนหี น้ีไม่ใชเ้ งนิ เขา

๒. หนีหนา้ ไมย่ อมรบั ใช้ใคร ๆ มาบวช

๓. หนีการอย่เู วรยามของผู้ชายมาบวช

๔. หนีการเกณฑเ์ ข้าทางานของราชการมาบวช

๒๕. คาประพนั ธ์ในขอ้ ใดไม่แสดงอาการเคลอื่ นไหว ประชมุ ซ่อนแฝงชลขนึ้ วนเวยี น
๑. มงั กรเก่ยี วเล้ยี วลอดกอดมงั กร ขน้ึ ลอยเลน่ เล้ียวลัดฉวัดเฉวยี น
๒. ฝูงม้าน้าทาท่าเหมอื นมา้ เผน่ ดาษเดียรดเู พลนิ จนเกินมา
๓. ตะเพียนทองท่องนา้ นาตะเพียน โขดตะค่มุ เคียงเคียงเรยี งรกุ ขา
๔. เห็นละเมาะเกาะเขาเขียวชอมุ่

************************************************************************************************

เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ าภาษาไทย ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓

ห น้ า | ๑๙

หน่วยการเรียนรูท้ ี่ ๒
เรื่อง พระบรมราโชวาท

ผ้แู ตง่ : พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั
ลกั ษณะคาประพันธ์ : รอ้ ยแก้ว
ทม่ี าของเรอื่ ง : พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเหลา้ เจา้ อยู่หัวทรงพระราชนิพนธเ์ มื่อ พ.ศ.2428 เพอื่
พระราชทานแก่ พระเจา้ ลกู ยาเธอ 4 พระองค์ เม่ือเสดจ็ ไปทรงศึกษาวิชาการ ณ ต่างประเทศครงั้ ทรงพระเยาว์
คอื กรมพระจนั ทบรุ ีนฤนาถ (พระองค์เจ้ากติ ยิ ากรวรลกั ษณ)์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (พระองค์
เจ้ารพีพฒั นศกั ด์ิ) กรมหลวงปราจิณกติ บิ ดี (พระองค์เจ้าประวติ รวฒั โนดม) และกรมหลวงนครไชยศรี
สรุ เดช (พระองค์เจ้าจริ ประวัตวิ รเดช) เม่ือคราวทเ่ี สดจ็ ไปทรงศกึ ษาวชิ าการ ณ ต่างประเทศ จึงทรง
พระราชทานขอ้ คิด คาแนะนาสง่ั สอนให้พระราชโอรสประพฤติปฏบิ ตั ิตามพระบรมราโชวาท ดงั น้ี

๑. การไปเรยี นในคร้ังน้ีให้ตัง้ ใจไปเพือ่ ศึกษาวชิ าความรอู้ ย่างเดยี ว ไม่ควรไปเปิดเผยหรเื ผยแพร่
เกยี รติยศช่อื เสยี ง ไมค่ วรประกาศตนวา่ เป็นเจา้ เพราะการไว้ยศนนั้ ทาใหว้ างตนลาบาก จะตอ้ งรกั ษายศศักด์ิ
จงึ ควรประพฤติตนเย่ียงสามญั ชนท่ัวไป

๒. เงินที่ใชส้ อยในการศกึ ษาเล่าเรียน เปน็ เงินพระคลังข้างท่ี ท้ังน้เี พราะว่าพระองคม์ พี ระราชโอรส
มาก จึงทรงเห็นวา่ การใช้เงนิ แผ่นดนิ ในการสง่ พระราชโอรสไปศกึ ษาเลา่ เรียนจึงทาให้พ้นจากคาครหาทัง้ ปวงได้

๓. ขอให้ตระหนกั วา่ ถงึ จะเกิดมาเป็นลูกของเจ้าฟา้ เจ้าแผ่นดิน ก็มิใช่ว่าจะฝักใฝ่แต่ความสบาย
อยา่ ง จึงขอใหม้ ีความอุตสาหะใฝ่ใจศึกษาเลา่ เรียน

๔. อย่าคิดวา่ ตนเปน็ ลกู พระเจา้ แผ่นดิน มีอานาจยงิ่ ใหญ่ จะมาทาเกะกะระรานไม่เกรงกลวั ผ้ใู ด
ไมไ่ ด้ พระองคท์ รงปรารถนาให้พระราชโอรสมคี วามออ่ นน้อม ว่านอนสอนงา่ ย ใหป้ ระพฤติใหด้ อี ย่เู สมอ ถ้าทา
ผิดจะถูกลงโทษทนั ที

๕. เงินทองทใ่ี ชส้ อย ขอใหจ้ งประหยัดเขม็ดแขม่ อยา่ ทาใจโตใชจ้ า่ ยเงนิ สุรุ่ยสรุ า่ ย ถา้ ใครเป็นหน้ี
กลับมา พระองคจ์ ะไมย่ อมใช้ให้ หากจะใชใ้ ห้ก็จะต้องไดร้ บั การลงโทษเปน็ ประกนั ม่ันใจก่อนว่าจะไมก่ ลับไปทา
อกี

๖. วชิ าท่ีออกไปศกึ ษาเล่าเรียน ตอ้ งเรียนภาษาให้ไดส้ องในสาม จากภาษาอังกฤษ ฝร่ังเศสและ
เยอรมนั ทส่ี าคัญต้องไมล่ ืมภาษาไทย

๗. การเล่าเรยี นท้ังปวงของพระราชโอรส พระองค์ได้ทรงมอบธุระสิทธ์ขิ าดใหแ้ ก่ กรมหมนื่ เทวะ
วงษโ์ รปการ และมรี าชทูตเป็นธุระดแู ลทกุ สง่ิ ทุกอยา่ ง ถา้ มปี ญั หาหรือต้องการปรึกษาอันใดใหส้ อบถามได้

คุณคา่ ดา้ นวรรณศลิ ป์
- ใช้เทศนาโวหาร ดว้ ยสานวนภาษางา่ ยๆ ตรงไปตรงมา เชน่ ขอจดหมายคาสง่ั ตามความประสงค์

ให้แก่ลกู บรรดาซ่งึ จะให้ออกไปเรยี นหนงั สอื ในประเทศยุโรป จง ประพฤติตามโอวาทที่จะกล่าวต่อไปน้ี

เอกสารประกอบการเรียน รายวิชาภาษาไทย ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี ๓

ห น้ า | ๒๐

...การซ่ึงจะให้ออกไปเรยี นหนงั สอื ครัง้ น้ี มคี วามประสงค์มุ่งหมายแตจ่ ะใหไ้ ด้วชิ าความรู้อย่างเดยี ว ไม่มั่น
หมายจะให้เปน็ เกยี รตยิ ศชื่อเสยี ง...

- จะทรงโน้มน้าวใจ โดยทรงชี้ให้เห็นทั้งขอ้ ดแี ละข้อเสยี เปรียบเทยี บกัน เช่น ถ้าเปน็ เจา้ นายแล้ว
ต้องรกั ษายศศกั ดิ์ในกิจการท้ังปวงที่จะทาทกุ อย่าง เปน็ เครือ่ งล่อตาลอ่ หูคนท้ังปวงทจ่ี ะพอใจดูพอใจฟัง จะทา
อนั ใดกแ็ พลกวา่ คนสามัญ เพราะเขาถอื ว่าม่ังมี เปน็ การเปลืองทรพั ยใ์ นทไี่ มค่ วรจะเปลอื ง เพราะเหตวุ ่าถึงจะ
เป็นเจ้าก็ดีเป็นไพร่ก็ดี เมือ่ อย่ใู นประเทศมใิ ช่บา้ นเมอื งของตัวก็ไม่มีอานาจที่จะทาฤทธ์ิเดชอันใดไปผิดกับคน
สามญั ได้ จะมีประโยชนอ์ ยู่นดิ หน่ึงแต่เพยี งเข้าทปี่ ระชมุ สูงๆได้ แต่ถ้าเปน็ ลกู ผมู้ ีตระกูลกจ็ ะเขา้ ทป่ี ระชุมสูงๆได้
เท่ากันกบั เป็นเจา้ น่นั เอง

- การเปรียบเทียบความประพฤตขิ องคนทีอ่ ยนู่ งิ่ ๆโดยไมท่ าการสง่ิ ใด เพ่ือกระต้นุ เตือนให้ผูฟ้ ังเกิดแรง
บันดาลใจ มมี านะท่ีจะหมั่นศกึ ษาหาความรู้ เชน่ ...ถ้าจะถอื ว้าเกดิ มาเปน็ เจา้ นายแล้วน่งิ ๆอยจู่ นตลอดชีวิตก็
สบายดงั น้นั จะไมผ่ ิดอนั ใดกับสัตวด์ ริ ัจฉานอย่างเลวนกั …

- การใชภ้ าพพจน์ เปรยี บเทียบใหเ้ กิดจนิ ตนภาพ เช่น ...ชีวิตสังขารของมนษุ ยไ์ มย่ ง่ั ยืนยืดยาวเหมอื น
เหล็กเหมอื นศลิ า ถงึ โดยว่าจะมีพ่ออยใู่ นขณะหน่ึง กค็ งจะมีเวลาทีไ่ มม่ ไี ดข้ ณะหนง่ึ เป็นแนแ่ ท้ ถา้ ประพฤติความ
ชวั่ เสยี แตใ่ นเวลามพี ่ออย่แู ลว้ ความชั่วนั้นควรปรากฏเปน็ โทษติดตวั เหมอื นเงาตามหลังอยู่ไม่ขาด...

คณุ คา่ ด้านสังคม
- สะท้อนให้เหน็ วา่ สมัยแตเ่ ดมิ นัน้ บตุ รของท่านผ้มู บี รรดาศกั ดิท์ ้ังหลายจะหาชอ่ งทางรบั ราชการยาก

เพราะเปน็ ผู้มวี าสนากจ็ ะต้องแตง่ ต้ังให้รบั ตาแหน่งใหญ่โตสมฐานะ แตถ่ ึงตาแหน่งจะใหญ่โตความรู้
ความสามารถก็ยงั ต้องถึงดว้ ย ดังคาสอนในพระบรมราโชวาทว่า

…เจ้านายจะเปน็ ผไู้ ดท้ าราชการ มีชอ่ื เสยี งดกี ็อาศัยไดแ้ ต่สติปัญญาความรแู้ ละความเพยี รของตวั
เพราะฉะนน้ั จงอุตสาหะเลา่ เรียนโดยความเพยี รอย่างย่ิง…

- สมยั กอ่ นการใหค้ วามรู้นั้นถอื วา่ มากกว่าทรัพยส์ นิ เงินทอง เพราะเป็นของติดตัวไม่เสอ่ื มสูญ ดังคาสอน
ในพระบรมราโชวาท

…การซึ่งใหม้ โี อกาสและใหท้ ุนทรพั ยซ์ ่ึงจะได้เลา่ เรียนวชิ าน้ีเปน็ หลักทรัพย์มรดกอันประเสรฐิ ดกี วา่
ทรพั ย์สนิ เงินทองอ่ืนๆ ดว้ ยเป็นของติดตวั อยูไ่ ดไ้ ม่มีอันตรายท่จี ะเสื่อมสูญ เหมอื นหนงึ่ ไดแ้ บง่ ทรพั ย์มรดกใหแ้ ก่
ลกู เสมอๆ กันทกุ คน...

- สะท้อนใหเ้ ห็นวา่ ฝรั่งแตก่ อ่ นนัน้ ม่ังมี มีเงินใชเ้ ยอะๆนั้นมาจากการไดด้ อกเบี้ย สมยั กอ่ นนน้ั จงึ สอนบตุ ร
ไม่ใหอ้ วดมง่ั อวดมที าเทียบเทียมผูด้ ีฝร่งั ใหใ้ ช้เงนิ อย่างประหยดั มีเงนิ ใช้เฉพาะแตท่ ่จี ะรกั ษาความสุขของตน
พอสมควร ดงั คาสอนในพระบรมราโชวาท

…ต้งั ใจอยูเ่ สมอว่าตัวเป็นคนจน มีเงนิ ใช้มีเงินใชเ้ ฉพาะแตท่ ีจ่ ะรักษาความสุขของตนพอสมควรดงั
ไม่ม้งั มีเหมอื นผดู้ ฝี รัง่ ที่เขาสืบตระกูลกันมาไดด้ ้วยดอกเบี้ย อยา่ อวดมั่งอวดมที าเทียบเทยี บเขาใหฟ้ ุ้งซ่านไปเปน็
อนั ขาด…

เอกสารประกอบการเรียน รายวิชาภาษาไทย ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓

ห น้ า | ๒๑

- สะท้อนใหเ้ หน็ ว่าวิชาความรใู้ นสมยั กอ่ นน้นั ยงั ไมร่ งุ่ เรือง เหมือนสมัยนี้ มาจากการที่ไมไ่ ด้คบคา้
สมาคมกับชาติอนื่ มาชา้ นาน ฝ่ายหนงั สอื ไทยจึงไมพ่ อทีจ่ ะเลา่ เรียน จึงตอ้ งไปเรียนภาษาอน่ื เพื่อนากลับมาใชใ้ ห้
เกดิ ประโยชน์ ดังทต่ี รสั ไว้ในพระบรมราโชวาทวา่

…จงเข้าใจว่าภาษาต่างประเทศนั้นเป็นแต่พนื้ ของความรู้ เพราะวชิ าความรใู้ นหนังสอื ไทยทม่ี ีผแู้ ตง่ ไว้
น้ันเป็นแต่ของเก่ามนี ้อย เน่ืองจากมิได้สมาคมกบั ชาติอื่นมาช้านาน ฝา่ ยหนังสือไทยจึงไมพ่ อท่ีจะเลา่ เรียนจึง
ต้องไปเรยี นภาษาอื่น แล้วเอากลับลงมาใชเ้ ป็นภาไทยท้งั ส้นิ …

การนาไปใช้
๑. การไปศกึ ษาท่ีใดไมใ่ หอ้ วดอ้างหรอื ไว้ยศว่าเปน็ เจา้ เพราะจะได้ไม่ตอ้ งใช้เงนิ ฟุ่มเฟือยในการรกั ษา

ยศถาบรรดาศักดิ์ โดยไม่ได้กอ่ ให้เกิดประโยชนอ์ นั ใด
๒.ให้นึกไวว้ ่าทุนทรพั ยท์ ี่ได้เล่าเรยี นวชิ านี้ เป็นทรพั ยม์ รดกอนั ประเสริฐกว่าทรัพยส์ ินเงินทองอน่ื ๆ ด้วย

เป็นของตดิ ตวั ไมเ่ ส่อื มสญู จงึ ให้มคี วามอุตสาหะพากเพียรเรยี นหนังสือให้เต็มที่ เพ่อื จะได้มโี อกาสทีจ่ ะทาคณุ
ให้แก่บา้ นเมอื ง

๓.รู้จกั เป็นคนออ่ นน้อมว่างา่ ยสอนงา่ ย อย่าใหเ้ ปน็ ทฐิ ิมานะไปในทางท่ผี ิด จงละเวน้ ทชี่ ่วั ซ่ึงรู้ไดเ้ องแกต่ วั
หรือมผี ูต้ กั เตือนแนะนาใหร้ ้แู ล้ว อย่าใหล้ ว่ งให้เปน็ ไปไดเ้ ลยเป็นอันขาด

๔.ใหร้ ้จู กั ใช้จ่ายอย่างประหยดั และรจู้ กั คณุ ค่าของเงิน อย่าทาใจโตมอื โตสุรยุ่ สุรา่ ย จงนึกไว้ให้เสมอว่า
เงินทองท่ีแลเหน็ มากๆนัน้ ไมไ่ ดเ้ ป็นของหามาได้โดยงา่ ยเหมอื นเวลาทีจ่ ่ายไป

๕. ไมใ่ หใ้ ชเ้ กยี รตยิ ศชื่อเสยี งเปน็ ช่องทางในการทามาหากิน ถา้ จะเปน็ ผู้ทไ่ี ด้ทาราชการมชี ื่อเสียงดี ก็
ตอ้ งอาศยั แต่สติปญั ญาความรู้ ไม่ใชย่ ศถาบรรดาศกั ดิ์

๖. ไมใ่ หถ้ อื ตวั วา่ เป็นผู้มอี านาจย่ิงใหญ่แลว้ ทาเกะกะระรานคุมเหมไมเ่ กรงกลวั ผูใ้ ด เพราะจะเป็นโทษแก่
ตัวเองเม่อื หมดอานาจวาสนาแล้ว

๗.ไม่ใหก้ ่อหนยี้ ืมสิ้น เพราะจะใหโ้ ทษแกต่ วั เองเมอ่ื ถงึ เวลาใชห้ น้ีก็ต้องหาเงินมาใชใ้ ห้ทัน
๘. ไม่ให้คิดว่าเป็นเจา้ นายมง่ั มีแลว้ อยนู่ ิ่งๆ ไมท่ าประโยชนอ์ ันใด เพราะจะไมผ่ ดิ อนั ใดกับสัตว์ดริ จั ฉาน
เพราะสัตวบ์ างอย่างยังมีหนังมเี ขามกี ระดูกเป็นประโยชน์ได้บ้างแต่ถา้ คนประพฤตอิ ย่างสัตว์ จะไม่มปี ระโยชน์
อันใดยง่ิ กว่าสตั ว์ดิรจั ฉานบางพวกอกี
๙.ให้เขา้ ใจว่าการออกไปศึกษาในประเทศยุโรปน้ัน ใชว่ า่ จะตอ้ งนาเอามาใชแ้ ตเ่ ฉพาะภาษาฝรัง่ อย่าง
เดียว ภาษาไทยและหนังสือไทยซง่ึ เปน็ ภาษาของเราเองคงจะตอ้ งใช้อยเู่ ปน็ นิจ คือ สามารถกลบั มาแปลภาษา
ไทยออกเป็นภาษาตา่ งประเทศไดจ้ งึ จะนับวา่ เปน็ ประโยชน์
๑๐. เมือ่ ไปอย่โู รงเรยี นแห่งใดใหป้ ระพฤติการใหเ้ รยี บร้อยตามแบบอย่างทีเ่ ขาตัง้ ไว้อยา่ เกะกะวุ่นวาย
เชอ่ื ตวั เช่อื ฤทธ์ไิ ปตา่ งๆ

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ าภาษาไทย ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๓

ห น้ า | ๒๒

ขอ้ คิดท่ไี ด้รับ
๑.คนเราควรอตุ สาหะเลา่ เรียนด้วยความเพียร เพอื่ นา ความรูม้ าใชใ้ ห้เกิดประโยชนต์ อ่ ประเทศชาติ
๒.ใหเ้ ปน็ คนวา่ ง่ายสอนง่าย อย่ามีทิฐมิ านะในทางที่ผิด
๓.รจู้ ั้กใช้เงนิ อยา่ งคมุ้ คา่ โดยเฉพาะ
๔.ต้องศกึ ษาเลา่ เรียนด้วยวิรยิ ะอุตสาหะ
๕.ควรรักภาษาไทย เพราะภาษาไทยแสดงถึงความเปน็ ชาตแิ ละเอกราชของไทย

**********************************************************************************

ตอนที่ ๑ พระบรมราโชวาท จงตอบคาถามจากเรือ่ ง

๑.ผูท้ รงพระราชนิพนธ์เรอ่ื งพระบรมราโชวาทคือ
..............................................................................................................................................................................
๒.ผูท้ รงพระราชนิพนธ์เรื่องพระบรมราโชวาททรงไดร้ บั พระราชสมญั ญาว่า
............................................................................................................................. .................................................
๓.พระราชสมญั ญาหมายความว่า
............................................................................................................................. .......................................... .......
๔.รูปแบบในการทรงพระราชนพิ นธ์ “พระบรมราโชวาท” คือ
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................................................. ............
๕.เพราะเหตุใดรชั กาลที่ ๕ ทรงไม่ให้พระราชโอรสไว้ยศว่าเป็นเจ้านาย
..............................................................................................................................................................................
................................................................ ................................................................................... ...........................
๖.“ฮิสรอแยลไฮเนสปรินซ์” (His Royal Highness Princes) หมายถงึ
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
๗.สาเหตทุ ่ีรชั กาลท่ี ๕ ทรงไม่ใชเ้ งินแผน่ ดนิ เป็นคา่ ใช้จา่ ยของพระราชโอรสเพราะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

เอกสารประกอบการเรียน รายวิชาภาษาไทย ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๓

ห น้ า | ๒๓

๘.รชั กาลที่ ๕ ใหข้ อ้ คดิ แกพ่ ระราชโอรสว่าการเกดิ เป็นนายนนั้ ลาบากเพราะ
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
๙.รัชกาลที่ ๕ ทรงสอนใหพ้ ระราชโอรสทรงใช้เงนิ อย่างไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
๑๐.สาเหตุที่รชั กาลท่ี ๕ ทรงไมใ่ ห้พระราชโอรสนาเงนิ เบี้ยหวัดและเงินกลางปีมาใช้หน้ีเพราะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
๑๑.เงินเบ้ียหวัด หมายถงึ
..............................................................................................................................................................................
..
๑๒.เงนิ กลางปี หมายถึง
..............................................................................................................................................................................
๑๓.รัชกาลที่ ๕ ทรงใหพ้ ระราชโอรสศกึ ษาภาษาต่างประเทศเพอ่ื
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
๑๔.รัชกาลที่ ๕ ทรงมพี ระราชปรารภว่า ผู้ที่เป็นลูกพระเจา้ แผ่นดนิ น้นั จะตอ้ งมีความประพฤตอิ ย่างไร
.............................................................. ................................................................................. ................. ..............
๑๕.รัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระราชดารเิ กี่ยวกับสัตว์เดรจั ฉานกับมนษุ ยว์ ่าอยา่ งไร
.............................................................................................................................................................................
๑๖.สาเหตุท่ีรชั กาลที่ ๕ ทรงมกี ระแสพระราชดารสั ใหพ้ ระเจา้ ลกู ยาเธอเขียนหนงั สือถึงพระองค์ท่าน ๒ ฉบับ
ฉบับหนงึ่ เปน็ ภาษาตา่ งประเทศ อกี ฉบับหน่ึงแปลเป็นไทยเพราะ
............................................................................................................................. .................................................
๑๗.พระบรมราโชวาทนี้ แสดงใหเ้ หน็ ว่า รัชกาลท่ี ๕ ทรงสั่งสอนพระราชโอรสบาเพ็ญตนใหเ้ ป็นประโยชนแ์ ก่
บ้านเมอื งอยา่ งไรบา้ ง
............................................................................................................................. .................................................
๑๘.สาเหตทุ ่ี รัชกาลที่ ๕ ทรงกาหนดให้พระเจ้าลูกยาเธอทรงศกึ ษาวชิ าภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมันให้
ไดแ้ มน่ ยาเพราะอะไร
............................................................................................................................. ............................... ..................
๑๙.รชั กาลที่ ๕ ทรงมีพระราชดารเิ กย่ี วกับฐานะของพระมหากษตั รยิ ์และราชวงศว์ ่า กษตั ริย์และราชวงศจ์ ะทา
อะไรตอ้ งรกั ษายศระวงั ตวั ทุกอยา่ งเพราะ
............................................................................................................................. .................................................

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชาภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓

ห น้ า | ๒๔

๒๐. พระราชโอรสทง้ั ๔ พระองค์ทรงสาเรจ็ การศกึ ษากลับมารับราชการแล้วทรงบาเพ็ญประโยชน์แก่ประเทศ
ไทยอย่างไร
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ตอนท่ี ๒ ใหน้ กั เรยี นตีความคาและประโยคต่อไปนี้
๑. แต่วิชาอืน่ ๆ ทจี่ ะตอ้ งเรยี นตอ่ ไปให้เปน็ วชิ าชานาญวิเศษในกิจการขา้ งวชิ านัน้ จะตัดสินเป็น

แน่นอนว่าใหเ้ รียนส่งิ ใดในเวลานีย้ งั ไมค่ วร
คาวา่ ข้างวิชานนั้ หมายถึง …………………………………………………………………………………………………...................

๒. อยา่ ต่ืนตวั ว่าได้ไปรา่ เรียนภาษาฝร่งั แล้วลมื ภาษาไทย กลบั เหน็ เปน็ การเก๋การก๋ี อย่างเช่นนักเรยี น
บางคนมกั เห็นผิดไปดังน้ัน
คาวา่ การเกก๋ ารกี๋ ในปัจจุบันมคี วามหมายวา่ ……………………………………………………………………………………….

๓. การซึ่งจะใหอ้ อกไปเรียนครั้งนี้ มีความประสงคม์ ุง่ หมายแตจ่ ะให้วิชาความรู้อยา่ งเดียวไม่ม่นั หมาย
จะให้เปน็ เกียรตยิ ศช่ือเสียงอยา่ งหน่งึ อยา่ งใดในชั้นซึ่งยังเปน็ ผู้เรยี นวชิ าน้ีอยเู่ ลย
คาวา่ เกยี รติยศชอื่ เสยี ง ผู้เขยี นต้องการจะหมายถึง ………………………………………………………………………………

๔. การซ่ึงใหม้ ีโอกาสและให้ทุนทรัพยซ์ ง่ึ จะไดเ้ ล่าเรยี นวชิ าน้ี เป็นทรพั ย์มรดกประเสรฐิ ดกี ว่าทรพั ยส์ นิ
เงนิ ทองอื่นๆ
เหตุใดผเู้ ขียนจึงกล่าวเชน่ น้ี ………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..……

๕. ชีวติ สงั ขารของมนษุ ย์ไม่ย่ังยนื ยดื ยาวเหมอื นเหล็กเหมือนศิลา ถงึ โดยว่าจะมพี ่ออยใู่ นขณะหนึง่
ก็คงจะมเี วลาท่ีไม่มไี ดข้ ณะหนึ่งเปน็ แนแ่ ท้
จากขอ้ ความดังกล่าว ผเู้ ขียนมมี ุมมองเกยี่ วกับชีวติ อย่างไร ……………………………………………………………………

***********************************************************************************************

ตอนท่ี ๓ คณุ คา่ พระบรมราโชวาท

ตอนที่ ๑ ใหน้ ักเรียนเขยี นอธิบายคุณค่าของเรื่องในประเด็นทกี่ าหนด (ท ๕.๑ ม.๓/๒)
๑. คณุ ค่าดา้ นเนื้อหา
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................

เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ าภาษาไทย ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓

ห น้ า | ๒๕

๒. คณุ คา่ ดา้ นวรรณศิลป์
๒.๑ การใชถ้ ้อยคา

............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

๒.๒ การใช้โวหารการเขยี น
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................

๒.๓ การขยายประโยคใจความสาคญั
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................

๒.๔ การใช้ภาพพจน์
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................. ................................... ...................... .......
............................................................................................................................. .................................................

๓. คุณคา่ ด้านสังคมและวัฒนธรรม
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................

*********************************

เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ าภาษาไทย ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓

ห น้ า | ๒๖

ตอนท่ี ๔ จงเลอื กคาตอบขอ้ ทถ่ี ูกต้อง

๑. เร่อื งพระบรมราโชวาทมีจดุ มุ่งหมายในการแตง่ อยา่ งไร

๑. เพือ่ สอนลกู ๒. เพอื่ เป็นข้อบงั คบั ใหล้ กู ปฏบิ ตั ิ

๓. เพื่อเป็นแนวคดิ สาหรบั ผู้ท่จี ะไปศกึ ษาตา่ งประเทศ๔. เพื่อแสดงพระปรีชาญาณแหง่

พระมหากษตั รยิ ์ไทย

๒. ขอ้ ความในพระบรมราโชวาททรงส่ังให้เรยี นภาษาและหนงั สือในสามภาษา“สามภาษา” หมายถงึ ภาษาใด

๑. อังกฤษ ฝรั่งเศส รสั เซีย ๒. องั กฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนั

๓. องั กฤษ รสั เซยี เยอรมัน ๔. องั กฤษ เยอรมัน อิตาลี

๓. ข้อใดคือพระราชประสงคใ์ นการให้พระเจ้าลกู ยาเธอ เสดจ็ ไปศกึ ษาตอ่ ต่างประเทศ

๑. ให้มงี านทาในตาแหนง่ สูง ๒. ให้ชว่ ยแบ่งเบาพระราชภารกจิ

๓. ให้นาความร้มู าใช้ในการพฒั นาประเทศ ๔. ใหช้ ่วยกันสรา้ งสงั คมใหมท่ ่ีมอี ารยธรรมตามแบบยุโรป

๔. ถ้าพจิ ารณาจากเรือ่ งพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระดาริอยา่ งไรต่อ

พระเจ้าลกู ยาเธอท้ัง ๔ พระองค์

๑. ให้เปน็ ผ้ทู ีร่ คู้ ่าของเงนิ ๒. ให้เป็นผู้ที่มคี วามรู้สูง

๓. ใหเ้ ป็นทยี่ อมรับและยกย่องของประชาชน ๔. ใหเ้ ป็นที่พง่ึ พาของประชาชนไทยทุกหมูเ่ หลา่

๕. พระคลงั ขา้ งที่ มคี วามหมายตรงกับขอ้ ใด

๑. สานกั งานพระคลงั มหาสมบตั ิ ๒. สานักงานทรัพย์สนิ ส่วนพระมหากษัตริย์

๓.สานกั งบประมาณและพระราชทรัพย์สว่ นพระองค์

๔. สานกั บริหารจดั การเงนิ ภาษีและพระราชทรพั ยส์ ่วนพระองค์

๖. เบ้ยี หวดั หมายความว่าอย่างไร

๑.เงินสาหรับเปน็ คา่ ใชจ้ ่ายสว่ นพระองค์ ๒. เงินท่จี ดั สรรเพอื่ การศกึ ษาของพระโอรส

๓. เงินค่าใช้จา่ ยประจาปีสาหรับพระบรมวงศานุวงศ์

๔. เงนิ พระราชทานประจาปสี าหรับพระบรมวงศานวุ งศ์ และข้าราชบรพิ าร

๗. ปญั หาทีเ่ กิดในวงราชการไทยปจั จบุ นั เป็นเพราะ ขา้ ราชการไทยไม่ปฏบิ ตั ติ ามพระราชดารใิ นข้อใด

๑. การประหยัดใช้จา่ ยเงนิ ให้คุ้มค่า ๒. การวางตนไม่อวดตัวเองว่ามอี านาจ

๓. การตอบแทนบุญคณุ ของแผ่นดนิ ๔. การใช้อานาจหนา้ ท่แี สวงหาผลประโยชน์

“ขอบอกให้รู้เสียแตต่ น้ มอื วา่ ถา้ ผู้ใดไปเป็นหนี้มา จะไม่ยอมใช้หนีใ้ หเ้ ลย หรอื ถ้าเป็นการจาเปน็ จะต้องใช้

จะไมใ่ ชเ้ ปล่าโดยไม่มโี ทษแก่ตัวเลย พึงรู้ไวเ้ ถิดว่าต้อง ใช้หนเ้ี มอื่ ใดก็จะต้องรบั โทษเมื่อนนั้ พร้อมกัน”

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชาภาษาไทย ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓

ห น้ า | ๒๗

๘. ขอ้ ความนส้ี อนในเร่ืองใด

๑. การใชจ้ ่ายทรัพย์ ๒. การรักษาช่ือเสยี ง

๓. การลงโทษผู้ทาความผดิ ๔. วธิ ีการปฏบิ ตั ติ นตามคาพอ่ สอน

๙. “จงรสู้ ึกตัวเป็นนจิ เถิด” ถ้าใช้เปน็ ภาษาปัจจุบนั ควรใชว้ ่า อยา่ งไร

๑. จงจาไวเ้ ถิดวา่ ๒. พึงระลึกไว้เสมอว่า

๓. ใหร้ ้จู กั เตรียมพร้อม ๔. ใหม้ ีความตนื่ ตวั อยู่เสมอ

๑๐. พระบรมราโชวาทน้ีนาไปใช้ได้ในโอกาสใด

๑. ขณะทศ่ี ึกษาเล่าเรียน ๒. ขณะที่เดินทางไปต่างประเทศ

๓. ขณะที่ปฏิบตั ิหน้าที่รับผดิ ชอบ ๔. ใชไ้ ดท้ กุ โอกาสตามความเหมาะสมของสถานการณ์

********************************************************************************************

หนว่ ยการเรยี นรู้ ที่ ๓

เรื่อง บทพากษเ์ อราวัณ

นาเรอ่ื ง
บทพากย์เอราวณั เปน็ พระราชนิพนธข์ องพระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย แต่งด้วยกาพย์

ฉบัง ๑๖ กลา่ วถงึ อินทรชติ จดั ทัพพระอินทรแ์ ปลงเพือ่ ลวงพระราม ทาใหฝ้ า่ ยพระรามเสยี ทีแก่อินทรชติ

ผแู้ ตง่ พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลิศหล้านภาลยั (รชั กาลท่ี ๒)

สาระน่ารู้
ความร้เู ร่อื งโขน

โขน มาจากการแสดงชกั นาคดกึ ดาบรรพ์หนงั ใหญ่ และการเล่นกระบี่กระบอง ผแู้ สดงต้องสวมหวั โขน
ยกเวน้ ผแู้ สดงท่ีเปน็ มนุษย์ นางฟ้า เทวดา มคี นพากยแ์ ละคนเจรจาแทน

ประเภทโขน
โขน แบ่งเป็น ๕ ประเภท ไดแ้ ก่ โขนกลางแปลง โขนโรงนอก (โขนน่ังราว) โขนหน้าจอ โขนโรงใน

โขนฉาก

เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ าภาษาไทย ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓

ห น้ า | ๒๘

บทพากยโ์ ขน
๑. พากย์เมือง ใชก้ ลา่ วถึงตวั แสดงท่อี ยู่ในทอ้ งพระโรง
๒. พากยร์ ถ ใชพ้ ากยต์ อนทน่ี ายทัพขน้ึ รถ ชมพาหนะ ไพร่พล แสนยานภุ าพกองทพั และความงามนายทัพ
๓. พากย์ชมดง ใชพ้ ากย์ชมปา่ เขา ชมนกชมไม้
๔. พากย์โอ้ ใชพ้ ากย์ตอนเศรา้ เสียใจ และราพงึ พัน
๕. พากย์บรรยาย ใชบ้ รรยายความงาม ใชอ้ า่ นสารหรือคาส่งั สอน
๖. พากย์เบ็ดเตล็ด ใชพ้ ากย์ทัว่ ๆ ไป

ลกั ษณะของช้างเอราวณั
ชา้ งพลายเผอื กตวั ใหญ่ มี ๓๓ เศียร แตล่ ะเศียรหนึ่งมี ๗ งา แต่ละงามีสระโบกขรณี ๗ สระ แต่ละสระ

มีบัว ๗ กอ แต่ละกอมบี วั ๗ ดอก แตล่ ะดอกมี ๗ กลีบ แต่ละกลีบมีเทพธิดา ๗ องค์ แตล่ ะองค์มีอปั สรเป็น
บรวิ าร ๗ นาง เคร่ืองประดบั ชา้ งทาดว้ ยแก้ว ๙ ประการ ซองหางถกั ดว้ ยทอง ตระพองเศียรถักเป็นตาขา่ ยดว้ ย
เพชรแกมแกว้

แนวทางในการพจิ ารณาวรรณกรรม
เนอ้ื เร่อื ง

พระลักษณเ์ สยี ทีแกอ่ นิ ทรชิต เนอ่ื งจากหลงใหลในกองทัพพระอนิ ทรแ์ ปลง
ศลิ ปะการประพันธ์

แต่งด้วยกาพยฉ์ บัง ๑๖ ใช้คาที่สละสลวย ไพเราะ เหมาะกับการเล่นโขนเปน็ อยา่ งดี
ข้อคิด คตคิ าสอน และความจรรโลงใจ

เรอ่ื งนแี้ สดงให้เห็นความรกั ระหวา่ งพก่ี บั นอ้ ง และให้ขอ้ คดิ วา่ ควรดาเนนิ ชวี ิตอยา่ งรอบคอบ
การนาไปใชใ้ นชวี ติ จริง

อย่าเชือ่ หรอื คล้อยตามในสิง่ ใดโดยไมพ่ จิ ารณาไตร่ตรอ

เรอ่ื งย่อ
อนิ ทรชิตรับคาสั่งจากทศกณั ฐ์ใหป้ ราบพระราม จึงออกอบุ ายจดั ทพั พระอินทร์แปลง ทาใหพ้ ระ

ลักษมณ์เสียทีสลบไป พระรามนกึ วา่ พระลักษมณ์ตายกร็ ้องไหจ้ นสลบ พิเภกจงึ ทาใหฟ้ นื้ อินทรชติ ต้องศร
พรหมาสตรข์ องพระลกั ษมณจ์ นศรี ษะขาด พเิ ภกจึงกราบทลู ใหอ้ งคตไปนาพานทิพยจ์ ากพระพรหมมารอง
ศีรษะ เพราะถ้าตกพื้นจะทาใหโ้ ลกลุกเป็นไฟ

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชาภาษาไทย ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๓

ห น้ า | ๒๙

บทพากย์เอราวัณ
พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลศิ หล้านภาลัย

อินทรชติ แปลงกายเปน็ พระอนิ ทร์ทรงชา้ งเอราวัณ และจดั กระบวนทัพตามตาราสงคราม เหล่าทหาร
แปลงกายเปน็ เทพ ทง้ั เทพารักษ์ ครฑุ กนิ นร นาค วิทยาธร คนธรรพ์

เมอ่ื พระรามและพระลกั ษมณ์ต่ืน ก็เสด็จประทับบนรถทรงทงี่ ดงาม กองทพั เริม่ ตีกลองและเป่าสงั ข์
เพื่อสง่ สญั ญาณออกศึก เหล่าทหารสง่ เสียงโหร่ อ้ งเอาชัยดงั กอ้ งทั่วปา่ เหล่าเทวดาและนางฟ้า ตา่ งโปรยดอกไม้
ใหเ้ พอ่ื อวยพร

พระลักษมณเ์ ห็นกองทัพของพระอนิ ทร์เสดจ็ มา จึงตรัสถามสุครีพวา่ เพราะเหตใุ ดพระอนิ ทร์จงึ เสดจ็
มา สคุ รพี ทูลวา่ ปกตแิ ลว้ พระอินทรจ์ ะเสด็จพร้อมด้วยเหลา่ เทวดาเพ่อื อวยชยั แด่พระรามดว้ ยขา้ วตอกดอกไม้
แต่คราวนี้ผิดปกติ เพราะพระอนิ ทรถ์ ืออาวุธจึงเกรงวา่ จะเปน็ กลลวงของฝ่ายยกั ษ์ อนิ ทรชติ จงึ รบี สงั่ ใหอ้ ามาตย์
จดั ระบาถวายพระลกั ษมณ์ เมอื่ พระลักษณเ์ คลบิ เคลิ้ม อนิ ทรชติ จึงแผลงศรพรหมาสตร์ใสจ่ นพระลกั ษณส์ ลบ
พระรามตามไปพบคดิ ว่าพระลักษณ์สน้ิ ชีวิตกร็ อ้ งไห้คร่าครวญจนสลบไป
ลกั ษณะคาประพันธ์ กาพยฉ์ บงั ๑๖

- ๑ บทมี ๓ วรรค แบง่ เปน็ วรรคแรก ๖ คา วรรคสอง ๔ คาและวรรคสาม ๖ คา
- ใน ๑ บท มีสัมผัสบังคบั ๑ แหง่ คือคาสุดท้ายของวรรคแรกสัมผัสกับคาสุดท้ายของวรรคสอง

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชาภาษาไทย ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี ๓

ห น้ า | ๓๐
- มีสมั ผสั ระหวา่ งบทอยูท่ ่คี าสุดท้ายของบทแรกกบั คาสุดท้ายของวรรคแรกของบทตอ่ ไป

*********************************************************************************

ตอนท่ี ๑ บทพากยเ์ อราวัณ
จงตอบคาถามต่อไปน้ี
๑. บทพากย์เอราวณั มาจากวรรณคดมี รดกเลม่ ใดของไทย
...........................................................................................................................................................................
๒. บทพากย์เอราวณั เป็นผลงานของใคร
..............................................................................................................................................................................
๓. จุดประสงคใ์ นการแตง่ บทพากย์เอราวณั คอื
..............................................................................................................................................................................
๔. บทพากยเ์ อราวัณ แตง่ ด้วยคาประพันธป์ ระเภทใด
..............................................................................................................................................................................
๕. อนิ ทรชิต เปน็ ลกู ของใคร
................................. .......................................... ..................................................................................... ..............
๖. อนิ ทรชิต มชี ื่อเดมิ วา่ อะไร
..............................................................................................................................................................................
๗. ศกึ อนิ ทรชติ ครัง้ น้ี อนิ ทรชิตแปลงกายเปน็ เทพองคใ์ ด
..............................................................................................................................................................................
๘. ใครเป็นผแู้ ปลงกายเป็นช้างเอราวัณ
..............................................................................................................................................................................

เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ าภาษาไทย ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓

ห น้ า | ๓๑

๙. เพราะเหตุใด อนิ ทรชติ จงึ ไดร้ บั การตัง้ ชือ่ เป็นชอื่ นี้

..............................................................................................................................................................................

๑๐. ชา้ งเอราวัณมีสอี ะไร

............................................................................................................................. .................................................

๑๑. วิมานของพระอนิ ทร์ เรียกวา่ อะไร

..............................................................................................................................................................................

๑๒. ผทู้ ที่ าหน้าท่เี ปน็ ควาญช้างให้อนิ ทรชติ คือใคร

..............................................................................................................................................................................

๑๓. “ลว้ นถอื อาวุธเกรียงไกร โตมรศรชยั

พระขรรค์คทาถว้ นตน”

คาประพันธข์ ้างต้นกล่าวถงึ อาวธุ กี่ชนดิ อะไรบา้ ง

..............................................................................................................................................................................

๑๔. พลลิงของกองทัพพระรามและพระลกั ษมณ์มสี งิ่ ใดเปน็ อาวธุ

..............................................................................................................................................................................

๑๕. “ลูกครุฑพลัดตกฉมิ พลี หสั ดินอินทรี

คาบช้างก็วางไอยรา”

คาประพนั ธข์ า้ งต้นกล่าวถึงสตั วท์ งั้ หมดก่ตี ัว

.............................................................................................................................................................................

๑๖. เมื่อมาถงึ สนามรบพระลกั ษมณท์ รงเหน็ กองทพั ของพระอนิ ทร์ เกิดความสงสัยจงึ ไดต้ รัสถามใคร

..............................................................................................................................................................................

๑๗. ในการรบครัง้ นีอ้ ินทรชติ ไดแ้ ผลงศรเล่มใดไปทาร้ายศัตรู

..............................................................................................................................................................................

๑๘. สาเหตุสาคญั ท่ที าให้ฝ่ายพระรามถูกอนิ ทรชติ ทาร้ายดว้ ยศร คอื

..............................................................................................................................................................................

**************************************************************************************************

ตอนที่ ๒ ให้นกั เรยี นเขยี นอธบิ ายคณุ คา่ ของเร่ืองในประเด็นทีก่ าหนด

๑. คณุ ค่าด้านเนือ้ หา
............................................................................................................................. .................................................
..................................................................................................................................................................... .........
..............................................................................................................................................................................

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชาภาษาไทย ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓

ห น้ า | ๓๒
๒. คุณค่าดา้ นวรรณศิลป์

๒.๑ การเลน่ เสยี ง
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................................................. ............
....................................................................................................................... .......................................................

๒.๒ การเลน่ คา
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

๒.๓ ภาพพจน์
............................................................................................................................. ................................................ .
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

๒.๔ รสวรรณคดี
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
๓. คุณคา่ ด้านสงั คมและวัฒนธรรม
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

*****************************************

เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ าภาษาไทย ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓

ห น้ า | ๓๓

เร่ืองการเขียนจดหมายกิจธรุ ะ

ตอนที่ ๑ จากการศึกษาการเขียนจดหมายกจิ ธรุ ะ ใหน้ กั เรยี นเขียนจดหมายขอความอนเุ คราะห์ มาคนละ ๑
ฉบับ โดยกาหนดสถานการณ์เอง เลอื กอย่างใดอย่างหน่ึงตอ่ ไปน้ี (ท ๒.๑ ม.๓/๕)

…………………………………………………………………………………………………………....................………………………………
……………………………………………………………… …………… ………… …………… ………… ....................………… ………… ……
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………… …………… ………… …………… ………… ………… …………… ………… ………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..............................................................................................................................................................................

จา่ หนา้ ซองจดหมาย

……………………………………………
……………………………………………
……………………………………………
……………………………………………

……………………………………………….......................
……………………………………………….......................
……………………………………………….......................
……………………………………………….......................

 

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ าภาษาไทย ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๓

ห น้ า | ๓๔

ตอนท่ี ๒ จงเลอื กคาตอบท่ีถูกต้องทส่ี ดุ เพียงคาตอบเดียว

๑. จดหมายในขอ้ ต่อไปน้ีข้อใดเป็นจดหมายกจิ ธรุ ะ ๒. จดหมายขอบคณุ
๑. จดหมายสมัครงาน ๔. จดหมายถงึ เพ่อื น
๓. จดหมายขอทราบระเบียบการ

๒. จดหมายกจิ ธรุ ะโดยท่ัวไปใชค้ าลงท้ายว่าอย่างไร ๒. ขอแสดงความนับถอื อย่างสงู
๑. ขอแสดงความนบั ถือ ๔. ขอแสดงความเคารพอย่างสูง
๓. ขอแสดงความนับถืออย่างยงิ่

๓. ข้อใดลงวัน เดือน ปใี นจดหมายกิจธรุ ะได้ถกู ตอ้ ง ๒. ๑๖ มกราคม ๒๕๕๔
๑. ๑๖ ม.ค. ๒๕๕๔ ๔. วันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔
๓. ๑๖ มกราคม ๔๔

๔. ขอ้ ใดแสดงว่านกั เรียนเขียนจดหมายมีประสทิ ธผิ ล ๒. เขียนถกู ตอ้ ตามรปู แบบของจดหมาย
๑. ใช้ภาษาไทยถูกตอ้ งตามความนยิ ม ๔. ผู้รบั จดหมายเขา้ ใจจุดประสงค์ของผ้เู ขียน
๓. ลายมือเรยี บรอ้ ย สวยงาม และอา่ นง่าย

๕. การเขยี นจดหมายสมัครงาน ควรเรียงลาดับเนื้อความตอ่ ไปน้ีอย่างไร

ก. ประสบการณใ์ นการทางาน ข. ความสามารถพเิ ศษ

ค. ตาแหน่งทีต่ ้องการสมคั ร ง. การศกึ ษา

จ. ชือ่ อายุ สัญชาติ เชื้อชาติ

๑. จ, ค, ง, ก, ข ๒. จ, ข, ง, ก, ค

๓. ก, ข, จ, ค, ง ๔. ง, ก, จ, ค, ข

๖. ข้อความใดหมายถึงจดหมายกจิ ธุระ

๑. จดหมายที่บคุ คลตดิ ตอ่ คนอน่ื เพอ่ื การคา้ ขาย

๒. จดหมายทบ่ี ุคคลตดิ ตอ่ คนอนื่ เพ่ืองานราชการ

๓. จดหมายที่บุคคลติดตอ่ คนอน่ื เพือ่ ธรุ ะท่ไี มใ่ ช่การคา้ ขาย

๔. จดหมายทบี่ ุคคลตดิ ต่อคนอ่ืนเพื่อถามขา่ วคราวครอบครัว

๗. ข้อใดใชค้ าข้ึนตน้ ถงึ บคุ คลท่วั ไปไดถ้ ูกต้องตามหลกั การเขียนจดหมาย

๑. เรียน คณุ สมชาย ประสบโชค ๒. เรียน ประธานศาลฎีกา ที่เคารพ

๓. เรยี น ผจู้ ดั การรา้ นไพศาลวิทยา ทนี่ ับถอื ๔. เรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่เี คารพอยา่ งยิ่ง

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ าภาษาไทย ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๓

ห น้ า | ๓๕

๘. ข้อใดใชค้ าลงทา้ ยถงึ บคุ คลท่ัวไปไดถ้ กู ตอ้ งตามหลักการเขียนจดหมาย

๑. ขอแสดงความนับถอื ๒. ขอแสดงความเคารพนบั ถอื

๓. ขอแสดงความนับถอื อยา่ งสงู ๔. ขอแสดงความนับถอื อยา่ งยิ่ง

๙. ขอ้ ความใดที่ใชภ้ าษาไมส่ ภุ าพในการเขยี นจดหมายกิจธุระ

๑. ดฉิ ันสขุ ภาพแข็งแรงและพอใจในงานน้ี ๒. กระผมมีวฒุ ริ ะดบั ปริญญาตรีสายงานไฟฟา้

๓. ดฉิ ันมีประสบการณก์ ารทางานมาแลว้ ๓ ปี ๔. ผมสามารถเมา้ ให้คนอน่ื เช่อื ได้ในเวลาอันส้ัน

๑๐. คาข้นึ ตน้ วา่ “กราบเรียน” และ คาลงทา้ ยว่า “ขอแสดงความนบั ถืออยา่ งย่ิง” ใช้เมอ่ื เขยี นจดหมายถึง

บคุ คลใด

๑. ประธานองคมนตรี ๒. ประธานศาลอุทธรณ์

๓. ประธานกรรมาธกิ ารรฐั สภา ๔. ประธานอนุกรรมการส่ิงแวดลอ้

การกรอกแบบฟอร์ม

การกรอกแบบฟอร์ม หมายถงึ การเขยี นข้อความหรือการทาเคร่ืองหมายลงในเอกสารท่จี ดั ขึ้นโดยมี
ช่องวา่ งไว้ให้กรอกขอ้ มูลสว่ นบุคคล เพ่ือความสะดวกในการรวบรวมหรอื จดั เก็บให้เปน็ ระบบ ก่อนทจี่ ะนา
ข้อมลู เหล่าน้ันไปใชป้ ระโยชน์
คณุ สมบัตขิ องผกู้ รอกแบบฟอรม์

ผ้กู รอกแบบฟอร์มควรมคี ณุ สมบตั ิดังน้ี
๑. มีความรู้
๒. มคี วามซ่ือสตั ย์และซอื่ ตรงในการให้ขอ้ มลู ท่เี ป็นความจริงเพ่ือประโยชน์ตอ่ ตนเองและต่อสังคม
๓. มคี วามรับผดิ ชอบในการกรอกและสง่ คืนผสู้ อบถาม
๔. มีความรอบคอบ
๕. มคี วามสามารถในการใชภ้ าษา
ขอ้ ควรปฏบิ ตั ใิ นการกกรอกแบบฟอร์ม
๑. อ่านแบบฟอร์มให้ละเอียด
๒. เขียนขอ้ ความดว้ ยตนเองให้อา่ นงา่ ย
๓. รกั ษาความสะอาด พยายามอย่าเขียนผิด
๔. เขียนรายละเอยี ดเท่าท่จี าเป็นเขียนพอเหมาะกบั ชอ่ งว่างทีเ่ ว้นไว้ให้
๕. เขยี นขอ้ มูลทีเ่ ป็นจรงิ
๖. เขยี นตวั สะกดใหถ้ กู ต้อง
๗. เมอื่ กรอกขอ้ ความครบถ้วนแลว้ ควรตรวจทานให้ถกู ต้อง
****************************************************************** ************ ************ ********

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชาภาษาไทย ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓

ห น้ า | ๓๖

เรือ่ ง การกรอกแบบฟอร์ม
ตอนที่ ๑ ใหน้ กั เรยี นกรอกใบรับฝากเงินและใบถอนเงนิ ใหถ้ ูกต้องและครบถว้ น

ตอนท่ี ๒ ใหน้ กั เรยี นกรอกแบบสมคั รงานใหถ้ ูกตอ้ งและครบถ้วน (ท ๒.๑ ม.๓/๘)

ใบสมคั รงาน

ตาแหนง่ ท่ีสมัคร................................................เงนิ เดือนที่ต้องการ………………………..

1. ช่ือ-นามสกุล (ภาษาไทย)..............................................................................................................  ชาย
 หญิง

Name-Last name (in
English)................................................................................................................................
2. ที่อยู่ท่ตี ิดต่อได้ เลขที่ .................... หมูท่ ี่ .......... ซอย .................................. ถนน.......................................

ตาบล/แขวง..................................... อาเภอ/เขต ..................................... จังหวัด.........................................
รหัสไปรษณีย.์ ......................โทรศัพท์...................................... อเี มล์..............................................................
3. วัน/เดือน/ปีเกดิ .........../.............../................... อายุ...............ปี นา้ หนัก..............กก. ส่วนสงู ...............ซม.

เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ าภาษาไทย ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓

ห น้ า | ๓๗

เชอื้ ชาต.ิ ............สญั ชาติ..............ศาสนา................................

4. ชือ่ บดิ า...................................................................................... อายุ .............. ปี อาชีพ.............................

ชอ่ื มารดา................................................................................... อายุ .............. ปี อาชพี ............................

จานวนพี่นอ้ ง...........................................คน เปน็ คนท.ี่ ..............................................................

5. สถานภาพการสมรส  โสด  สมรส  หยา่  หมา้ ย

ชอื่ คู่สมรส.................................................................................. นามสกุลเดมิ ..................................................

จานวนบุตร............................ คน สถานที่ทางาน (คสู่ มรส) ........................................................................

6. การรบั ราชการทหาร  รับราชการทหารแลว้  ไดร้ บั การผอ่ นผัน  จบ รด.  จับใบดา

7. ประวตั ิการศึกษา

วุฒิการศกึ ษา ชื่อสถานศึกษา เกรด สาขาวิชา ปที ่ีสาเรจ็ การศกึ ษา

เฉล่ยี

8. ความสามารถพเิ ศษ

8.1 ความรู้ดา้ นภาษา .............................. พูด .......................... อา่ น........................ เขยี น........................

(ใหร้ ะบวุ า่ “พอใช้” “ด”ี “ดมี าก”)

8.2 พมิ พด์ ดี ภาษาไทย.........คา/นาที พมิ พ์ดดี ภาษาองั กฤษ..........คา/นาที

8.3 คอมพวิ เตอร์ …………………………………………………………………………………………………….

8.4 ขบั รถ ใบอนญุ าตขบั ขจ่ี ักรยานยนต์  มี  ไม่มี

ใบอนญุ าตขบั ข่ีรถยนต์  มี  ไม่มี

9. ประสบการณ์ทางาน เรยี งลาดบั จากปัจจุบันถงึ อดีต (จากบนลงลา่ ง)

1. ที่ทางานปัจจุบนั ....................................................................ตาแหน่ง..............................................................
ลกั ษณะงานท่รี บั ผิดชอบ........................................................................................................................................
ระยะเวลาต้งั แต่...........................ถงึ ..............................เงินเดือนสดุ ท้ายท่ีไดร้ ับ..............................................บาท
รายได้อื่นๆ จากบรษิ ัทนอกเหนือจากเงินเดือนพ้นื ฐาน..........................บาท
รวมรายไดส้ ทุ ธิต่อเดือน.............................บาท สวัสดิการอืน่ ๆ ของบรษิ ทั ............................................................
สาเหตทุ อ่ี อก..........................................................................................................................................................

10. ประสบการณท์ างาน เรยี งลาดบั จากปัจจบุ นั ถงึ อดีต (จากบนลงลา่ ง) (ต่อ)

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชาภาษาไทย ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓

ห น้ า | ๓๘

2. บริษทั ...................................................................................ตาแหน่ง
...............................................................ระยะเวลาตง้ั แต่...........................ถงึ ..............................เงินเดือน
สดุ ท้ายทีไ่ ดร้ ับ..............................................บาท
สาเหตุท่อี อก
......................................................................................................................................................

2. บริษทั ...................................................................................ตาแหน่ง
...............................................................ระยะเวลาตง้ั แต่...........................ถงึ ..............................เงนิ เดือน
สุดท้ายท่ไี ด้รับ..............................................บาท
สาเหตุท่ีออก
......................................................................................................................................................

บุคคลท่ตี ดิ ต่อกรณเี รง่ ด่วน ........................................ ความสมั พนั ธ์........................................................

โทรศพั ท์...............................................................................................................................................................

ทราบการรบั สมัครงานจาก...................................................................................................................................

แจ้งผู้ท่ีจะอ้างอิงหรอื สอบถามได้ ซง่ึ มิใช่ญาติ หรอื อดตี ผู้วา่ จ้าง

ชื่อ โทรศพั ท์ อาชีพ

. ........................................... ........................................... .......……………………………

ขา้ พเจ้าขอรับรองวา่ ข้อความที่กลา่ วไว้ขา้ งต้นทั้งหมดนี้เปน็ ความจริงทุกประการ หากสานกั งานฯ
ตรวจพบภายหลังว่าข้อมลู ใดไมต่ รงกับความจริง สานกั งานฯ สามารถยกเลิกสิทธิการเป็นเจา้ หน้าท่ขี อง
ขา้ พเจ้า
โดยชอบธรรม

ลงชอื่ ...........................................................ผูส้ มคั ร
(..........................................................)

วันที่........................................................................

เอกสารประกอบการเรียน รายวิชาภาษาไทย ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓

ห น้ า | ๓๙

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๔
บทละครพดู เรอ่ื ง เหน็ แกล่ กู

ความเปน็ มา

ผ้แู ต่ง พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยหู่ ัว ทรงใช้ พระนามแฝง ในการทรงพระราชนิพนธ์ ว่า
"พระขรรคเ์ พชร"พระนามแฝงรัชกาลที่ 6 ได้แก่ อศั วพาหุ รามจิตติ ศรอี ยุธยา พนั แหลม นายแกว้ นายขวัญ
วชริ าวธุ น้อยลา
ลกั ษณะคาประพนั ธ์บทละครพูดขนาดสน้ั

ละครพูด คอื ละครทแ่ี สดงโดยให้ตวั ละครสนทนาโต้ตอบกันเหมอื นในชวี ิตจริง ไมม่ ดี นตรี การรา หรอื
การขับรอ้ ง เริ่มมใี นไทยตั้งแต่ รัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจา้ อยู่หวั และเจรญิ สงู สุดในสมยั
พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อย่หู วั

องคป์ ระกอบของบทละครพูด ได้แก่ ตัวละคร ฉาก บทสนทนา แนวคิด
ตัวละครสาคญั พระยาภกั ดนี ฤนาถ นายล้า (ทิพเดชะ) อา้ ยคา (บา่ วพระยาภักดีนฤนาถ) แมล่ ออ
แนวคดิ สาคญั ของเรอ่ื ง พระยาภกั ดีนฤนาถปกป้องแมล่ ออ เตอื นสตนิ ายล้าไม่ให้แสดงตวั วา่ เปน็ พ่อ
เพราะจะทาใหแ้ ม่ลออเสอ่ื มเสียนายล้าเหน็ แก่ความสุขของลูก เปล่ียนใจไม่บอกความจริงว่าตนเปน็ พอ่

เ ร่ื อ ง ย่ อ
นายลา้ เคยตดิ คกุ 10 ปไี ม่พบกับพระยาภักดีนฤนาถ เป็นเวลากี่ปี 15 ปี ตง้ั ใจมาเยีย่ มเจา้ คณุ และ

พบแม่ลออนายล้ามาทบี่ ้านพระยาภักดีมอี า้ ยคาซึ่งเป็นคนรบั ใชข้ องพระยาภกั ดเี ปน็ คนตอ้ นรับและนั่งคอยดูอยู่
ห่างๆ เนือ่ งจากไม่ไว้ใจเพราะเห็นสภาพของนายล้าที่แต่งตัวปอนๆ ทา่ ทางดมื่ เหล้าจัดจนเมื่อพระยา ภักดี
กลบั มาบา้ นไดพ้ บนายล้าจึงทาให้ทราบเรื่องราวของคนท้ังสองจากการสนทนาโต้ตอบกนั วา่ นายลา้ เป็นเพ่ือน
กบั พระยาภักดี ซึ่งมีตาแหน่งเป็นหลวงกาธร สว่ นนายล้าเปน็ ทิพเดชะ มีภรรยา คอื แม่นวล มีลกู สาวคอื แม่ลออ
เมือ่ แมล่ ออมีอายุ 2 ขวบเศษ นายล้ากถ็ ูกจา เพราะทจุ รติ ต่อหน้าท่ี แม่นวลเลีย้ งดูลูกสาวมาตามลาพัง กอ่ น
ตายจึงยกลูกสาวใหเ้ ป็นลกู บญุ ธรรมของพระยาภักดี นายลา้ จาคกุ อยู่ 10 ปี ก็ออกจากคุกไปรว่ มค้าฝน่ิ อยู่กับ
จี น กิ ม จี น เ ง็ ก ที่ พิ ษ ณุ โ ล ก พ อ ถู ก ต า ร ว จ จั บ ไ ด้ ก็ แ ก้ ข้ อ ก ล่ า ว ห า เ อ า ตั ว ร อ ด ฝ่ า ย เ ดี ย ว

ตอ่ มากต็ กอยใู่ นสภาพสน้ิ เนื้อประดาตวั จึงตง้ั ใจจะมาอยกู่ ับแม่ลออ ซง่ึ มอี ายุ 17 ปี กาลังจะแต่งงาน
กับนายทองคาลูกเจา้ คณุ รณชิต ซึง่ มีฐานะดี แต่พระยาภักดีพยายามชี้แจงให้นายลา้ เห็นแกล่ ูกสาวไม่ต้องการ
ให้ถูกคนอื่นรงั เกียจวา่ มีพอ่ เปน็ คนข้ีคกุ และฉ้อโกง จนในท่สี ดุ เสนอเงินให้ 100 ชั่ง แตน่ ายลา้ กไ็ ม่ยอม พระยา
ภักดีโกรธหยิบแส้หางมา้ เพื่อจะฟาดนายลา้ พอดีแมล่ ออกลบั มา และเขา้ มาทกั ทายนายลา้ นายล้าจึงได้รจู้ ัก
กบั แม่ลออและไดเ้ ห็นประจกั ษ์วา่ ตนเลวเกนิ กว่าจะเปน็ พอ่ ของแม่ลออ ซ่ึงหลอ่ นไดว้ าดภาพพ่อไว้ในใจวา่ พอ่
เปน็ คนดที ่หี าทตี่ ไิ ม่ไดเ้ ลย นายล้าเกดิ ความรสู้ กึ ละอายใจ จงึ เปลย่ี นจากความเหน็ แกต่ ัว เปน็ ”ความเหน็ แก่

เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ าภาษาไทย ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓

ห น้ า | ๔๐

ลูกและไดม้ อบแหวนของแมน่ วลฝากพระยาภกั ดีใหแ้ กแ่ ม่ลออเป็นของรบั ไหวแ้ ละพระยาภักดไี ดม้ อบรูปถ่ายแม่
ลออ ให้นายล้า นายลา้ กล็ าจากไป

******************************

พฤติกรรมที่แสดงให้เหน็ ว่า พระยาภกั ดีเหน็ แกล่ ูก คอื
1. พยายามขดั ขวางไม่ใหแ้ ม่ลออรู้ว่านายล้า คือ พอ่ ทแี่ ทจ้ รงิ เพราะเกรงว่าจะตอ้ งไดร้ บั ความอับ

อายขายหนา้ และถูกสงั คมรงั เกยี จ
2. พยายามปดิ ปากนายลา้ ด้วยการจ่ายเงนิ จานวนมากแมว้ ่ามไิ ด้มฐี านะทร่ี า่ รวย เปน็ การซือ้ ความ

สบายใจและความสขุ ใหแ้ ก่ลกู
3. พยายามขัดขวางนายลา้ ด้วยกาลงั เพ่อื ไม่ให้พบกับลูก

พฤติกรรมท่แี สดงให้เหน็ วา่ นายล้าเห็นแกล่ ูก
การไมเ่ ปิดเผยความจริงวา่ ตนคอื พอ่ เพราะเกรงวา่ ลูกจะไดร้ ับความอับอายขายหน้า และถูกสังคม

รงั เกียจท่ีมีพอ่ สามะเลเทเมาอยา่ งตน นบั วา่ เปน็ การเสยี สละเพอ่ื ความสุขของลูก

การใชภ้ าษา
บทละครพดู เร่ือง "เห็นแกล่ กู " มีความประณตี ในการวางโครงเรอ่ื ง การบรรยายฉาก การใชบ้ ท

สนทนา ชวนใหต้ ดิ ตาม โดยไม่เบ่ือ นอกจากน้ีบทละครพดู เรื่องนเี้ ป็นเรือ่ งที่เกดิ ขนึ้ เมอ่ื 70-80 ปี มาแล้ว จึงมี
สานวนภาษาไทยโบราณอยบู่ า้ ง แตก่ ็ไม่มากนกั ตัวอยา่ งการใชส้ านวนภาษาเกา่ "เอ้อ..ไปเปน็ โทษเสียสิบปยี ังไง
ล่ะครบั " เป็นโทษ หมายถงึ ได้รบั โทษหรือติดคกุ "ผมพยายามหางานทาทางเสมยี นบาญชี" บาญชี หมายถึง
บญั ชี

********************************************************************************************
ตอนที่ ๑ เร่อื ง บทละครพดู เห็นแกล่ ูก

คาช้ีแจง ตอบคาถามตอ่ ไปนีใ้ หถ้ ูกต้อง
๑. บทละครพดู คอื ละครอย่างไร
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
๒ .ละครพูดเรมิ่ มใี นไทยตัง้ แตร่ ัชสมัยใด
............................................................................................... ................................... ...........................................
๓.ละครพูดไดร้ บั ความนยิ มแพรห่ ลายและเจริญสูงสุดในรชั สมัยใด
..............................................................................................................................................................................

เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ าภาษาไทย ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓

ห น้ า | ๔๑

๔.พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยูห่ ัว ทรงใชพ้ ระนามแฝงในการพระราชนิพนธ์เร่ืองเห็นแกล่ กู ว่าอย่างไร
............................................................................................................................. ............................................. .. ..
..............................................................................................................................................................................
๕. ฉากของเรอ่ื งเห็นแก่ลกู ใชส้ ถานที่ใด
............................................................................................... ...............................................................................
๖. นายล้ามีอายรุ าวก่ปี ี
..............................................................................................................................................................................
๗. นายล้ามีลักษณะอย่างไร
............................................................................................................................. .................................................
๘.นายลา้ เคยรบั ราชการจนมีราชทนิ นามว่าอย่างไร
..............................................................................................................................................................................
๙.ขณะที่นายลา้ เปน็ ทพิ เดชะ พระยาภักดเี ปน็ อะไร
............................... ................................................................................. ..............................................................
๑๐.นายลา้ เป็นอะไรกับพระยาภกั ดี
.............................................................................................................................................................................
๑๑.นายล้ามีภรรยาชือ่ ว่าอะไร
............................................................................................................................. ................................................
๑๒.ก่อนทแ่ี มน่ วลจะเสยี ชวี ติ ได้ฝากลูกสาวที่ชือ่ ว่า แม่ลออไว้กบั ใคร
.............................................................................................................................................................................
๑๓.เหตุใดอา้ ยคาบ่าวของพระยาภกั ดีจึงไมไ่ ว้ใจนายล้า
............................................................................................................................................................................
๑๔. นายลา้ บอกว่าไมพ่ บกบั พระยาภักดเี ป็นเวลากป่ี ี
.............................................................................................................................................................................
๑๕. นายลา้ ต้องโทษจาคกุ เป็นเวลากปี่ ี
.............................................................................................................................................................................
๑๖. หลังจากพ้นโทษแลว้ นายล้าบอกว่าในตอนแรกตนไปทาอาชพี อะไร
.............................................................................................................................................................................
๑๗. ต่อมาเกิดผีโลภเข้าสิง นายล้าไดท้ าการคา้ ขายอะไร กบั ใคร
..............................................................................................................................................................................
๑๘.เมือ่ ถูกจบั ได้ เหตใุ ดนายลา้ จงึ ไมต่ ดิ คกุ
.............................................................................................................................................................................
๑๙.สว่ นจีนกิมกับจีนเง็กเป็นอย่างไร
..................................................................................................... ................................. ........................................

เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ าภาษาไทย ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๓

ห น้ า | ๔๒

๒๐.นา้ เหลืองๆ ไม่มหี รือครบั คาวา่ “น้าเหลืองๆ” หมายถึงอะไร
.............................................................................................................................................................................
๒๑.เมื่อพระยาภักดี ถามนายล้าว่า ท่ีมาวนั นมี้ ีธรุ ะอะไร นายล้าตอบวา่ อยา่ งไร
............................................................................................................................. .................................................
๒๒.เหตุใดพระยาภกั ดีจงึ พยายามกีดกนั ไมใ่ หน้ ายล้าพบกับแม่ลออ
............................................................................................................................. .................................................
๒๓.ขณะนแ้ี ม่ลออมีอายเุ ทา่ ใด
............................................................................................................................... ...............................................
๒๔.แมล่ ออจะแต่งงานกับใคร
............................................................................................................................................. .................................
๒๕.เม่อื นายล้ารูว้ ่าแมล่ ออลูกสาวของตนจะแต่งงงาน นายลา้ มคี วามประสงคอ์ ย่างไร
..............................................................................................................................................................................
๒๖.เหตใุ ดพระยาภักดีจงึ บอกแกแ่ ม่ลออว่า พอ่ ของเธอเสียชีวิตตั้งแตเ่ ธอยงั เลก็ ๆ
..............................................................................................................................................................................
๒๗.เมื่อนายลา้ ยนื ยันจะพบกับแม่ลออ พระยาภักดีทาอย่างไร
..............................................................................................................................................................................
๒๘.เม่อื นายล้าไมย่ อมรับเงนิ และไมย่ อมออกไปจากบา้ น พระยาภกั ดีทาอย่างไร
..............................................................................................................................................................................
๒๙.เมื่ออ้ายคามาบอกวา่ แม่ลออกาลังขึน้ บันไดมา พระยาภกั ดที าอยา่ งไร
..............................................................................................................................................................................
๓๐. นายลา้ บอกว่าเคยเหน็ หนา้ แมล่ ออตัง้ แต่แม่ลออมีอายุกี่ปี
..............................................................................................................................................................................
๓๑.แมล่ ออคดิ ว่าพอ่ ของเธอเปน็ คนอยา่ งไร
......................................................................................................................... ....................................................
๓๒.เหตใุ ดนายลา้ จึงไมบ่ อกความจริงกบั แม่ลออว่าตนเองเป็นพ่อของเธอ
............................................................................................................................. .................................................
๓๓.ก่อนจากไป นายล้าได้ฝากอะไรไวใ้ ห้แกแ่ ม่ลออ
..............................................................................................................................................................................
๓๔.นายล้าไดข้ อร้องอะไรแกพ่ ระยาภกั ดี
..............................................................................................................................................................................
๓๕.พระยาภักดีไดใ้ ห้อะไรแกน่ ายลา้ บา้ ง
.............................................................................................................................................................................

เอกสารประกอบการเรียน รายวิชาภาษาไทย ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ ๓

ห น้ า | ๔๓

๓๖.พฤตกิ รรมใดบา้ งทแ่ี สดงให้เห็นว่า พระยาภักดีเหน็ แกล่ กู
.......................................................................................................... ..................................... ...............................
............................................................................................................................. .................................................
๓๗. ข้อใดแสดงวา่ นายลา้ เห็นแกล่ กู
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
๓๘. ขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากเรือ่ งเหน็ แก่ลูก มอี ะไรบ้าง
............................................................................................... ...............................................................................
............................................................................................................................. .................................................
๓๙. จงอธบิ ายความหมายของคาศัพทต์ ่อไปน้ี
๑. ปอนๆ ...................................................... ๒.ออฟฟศิ ..........................................................................
๓. ใตเ้ ทา้ ....................................................... ๔.บางกอก ........................................................................
๕.หมอความ................................................... ๖.ครีมโซดา.......................................................................
๗.พระราชอาญา............................................ ๘.อินงั ..............................................................................

*****************************************************************************************

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๕
อศิ รญาณภาษิต

ตอนที่ ๑ ใหน้ กั เรียนหาความหมายของคาศพั ท์ตอ่ ไปนี้
๑. ขื่อคา
............................................................................................................................. .................................................
๒. แขวะ
............................................................................................................................................. .................................
๓. ทาเลียบ
.............................................................................................................................................................................
๔. มโนมยั
............................................................................................................................. ................................................
๕. โมห์
............................................................................................................................. .................................................

เอกสารประกอบการเรียน รายวิชาภาษาไทย ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓

ห น้ า | ๔๔

๖. โหยกเหยก
............................................................................................................................... ...............................................
๗.วัวมอ
....................................................................................................................... .......................................................
๘. ศุภอรรถ
............................................................................................................................. ................................... ..............
๙. อาชาไนย
.................................................................................................................. ................................. ...........................
๑๐. อสงไขย
..............................................................................................................................................................................
๑๑. ขม่ เหง
............................................................................................................................. .................................................
๑๒. คนสามขา
............................................................................................................................. ................................... ..............
๑๓. ไพลพ่ ล้ิวพลกิ
........................................................................................................................... ................................... ................
๑๔. ปดิ ปกเป็นกกกอ
..............................................................................................................................................................................
๑๕. หุนหวน
............................................................................................................................. ................................................

****************************************
ตอนที่ ๒ เลอื กคาตอบข้อทีถ่ กู ต้องและนาไปเขยี นลงในช่องวา่ งใหถ้ ูกต้อง

๑.ผ้แู ต่งอิศรญาณภาษติ คอื ใคร

ก. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ข. หม่อมเจ้าอิศรญาณ

๒. ภาษติ อศิ รญาณ กวกี ล่าวด้วยนา้ เสยี งลกั ษณะใด

ก. เสียดสีประชดประชัน ข. ดูถกู ดหู มนิ่

๓. ลกั ษณะคาประพันธ์ของอิศรญาณภาษติ คลา้ ยกับคาประพันธป์ ระเภทใดทีส่ ุด

ก. กลอนสภุ าพ ข. กาพยย์ านี ๑๑

๔. ขอ้ ใดเป็นจุดประสงค์สาคญั ในการแตง่ อิศรญาณภาษติ

ก.เพ่อื ใหค้ วามรเู้ ก่ียวกับสานวนโบราณท่มี ีคุณค่าของไทย ข.เพอ่ื ให้ขอ้ คดิ เก่ยี วกบั การดาเนนิ ชวี ิตใน

สังคมอย่างมคี วามสขุ

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชาภาษาไทย ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๓

ห น้ า | ๔๕

๕. อิศรญาณภาษิต แต่งด้วยคาประพนั ธ์ประเภทใด

ก. เพลงยาว ข. กาพย์เห่เรอื

๖. “คนสามขามีปัญญาหาไวท้ ัก ทีไ่ หนหลักแหลมคาจงจาเอา” คาวา่ “คนสามขา” มีความหมายว่าอยา่ งไร

ก. คนพกิ าร ข. คนชรา

๗. “แตไ่ มไ้ ผอ่ นั หนง่ึ ตันอันหน่งึ แขวะ สแี หยะแหยะตอกตะบันเปน็ ควนั ฉวิ ” คาประพันธ์ขา้ งต้น เสนอ

แนวคดิ เรอ่ื งใด

ก. ความสามคั คี ข. ความไมป่ ระมาท

๘. “ชายขา้ วเปลอื กหญงิ ขา้ วสารโบราณวา่ น้าพ่ึงเรอื เสอื พ่งึ ปา่ อชั ฌาสัย

เราก็จติ คิดดเู ลา่ เขากใ็ จ รักกันไวด้ กี ว่าชังระวงั การ”

คาประพันธ์ข้างตน้ เสนอสาระสาคญั เก่ียวกบั เรอ่ื งใดมากทสี่ ดุ

ก. ความมีน้าใจตอ่ กัน ข. ความเทา่ เทียมกัน

๙. จากคาประพันธใ์ นขอ้ ที่ ๘ กวตี อ้ งการสอนเร่ืองใด

ก. การปฏิบตั ติ นในสงั คม ข. การประพฤติตนในทางท่ีดงี าม

๑๐. “พอ่ แม่เล้ยี งปกปิดเป็นกกกอ จนแล้วหนอเหมือนเปรตเหตดุ ้วยจน” จากคาประพนั ธ์ข้างต้น

“ปิดปกเปน็ กกกอ” มีความหมายวา่ อยา่ งไร

ก.การปกปิดความผดิ ของตน ข.การโอบอุ้มทะนถุ นอมไว้

๑๑. จากคาประพนั ธ์ “...จนแล้วหนอเหมือนเปรตเหตุด้วยจน” มีการเปรียบเทียบโดยใชโ้ วหารใด

ก. อุปมา ข. บคุ คลวัต

๑๒. คาสอนในข้อใดสอนใหเ้ ป็นคนขยนั หมั่นเพียร

ก. วาสนาไม่คู่เคียงเถียงเขายาก ข. เอาหลงั ตากแดดเปน็ นิจคดิ คานวณ

๑๓. จากคาสอนที่กลา่ ววา่ “ค่อยดาเนนิ ตามไต่ผไู้ ปหน้า” ตรงกบั สานวนไทยวา่ อยา่ งไร

ก. เดินตามรอยผ้ใู หญห่ มาไม่กดั ข. ถอ้ ยทีถ้อยอาศัย

๑๔. ผลของการปฏิบตั ติ ามภาษิตอศิ รญาณตรงกับข้อใดทสี่ ุด

ก. สงั คมสว่ นรวมเกิดสันตสิ ุข ข. เจริญก้าวหน้าทดั เทยี มกับอารยประเทศ

๑๕. “ให้เขาลอื เสียว่าชายนข้ี ายเพชร” คาประพนั ธ์น้หี มายถงึ ขอ้ ใด

ก.ใหค้ นเขารา่ ลือว่าตนมปี ญั ญาราวกบั มเี พชรมากพอที่จะอวดได้

ข. ใหค้ นเขารา่ ลอื ว่าตนมเี พชรทมี่ ีราคามาก

๑๖. ขอ้ ใดไม่ใชค่ ณุ คา่ ทางสังคมที่ได้จากการอา่ นอิศรญาณภาษิต

ก. ประชาชนรจู้ ักดารงตนอยา่ งพอเพยี ง ข. แนวการสร้างเสรมิ พลังอานาจ

ใชค้ าประพันธ์ตอ่ ไปนี้ตอบคาถามข้อ ๑๗ – ๑๙

ก. อันเสาหินแปดศอกตอกเปน็ หลัก ไปมาผลักบอ่ ยเขา้ เสายงั ไหว

ข. อยา่ นอนเปล่าเอากระจกยกออกมา ส่องดหู น้าเสียทีหนึง่ แลว้ จงึ นอน

ค. เหน็ ตอหลกั ปักขวางหนทางอยู่ พิเคราะห์ดูควรทงึ้ แลว้ จึงถอน

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ าภาษาไทย ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓

ห น้ า | ๔๖

ง. สงู อย่าใหส้ ูงกว่าฐานนานไปลม้ จะเรยี นคมเรียนเถิดอย่าเปดิ ฝกั

จ. ชา้ งถบี อย่าว่าเล่นกระเด็นปลิว แรงหรอื หิวชง่ั ใจดจู ะสูช้ ้าง

๑๗. คาประพนั ธข์ ้อใดสอนเรอ่ื งสอนให้อยา่ ใจร้อน พิจารณาใหร้ อบคอบก่อนแลว้ จงึ กระทา

............................................................................................................................. .........................................

๑๘. คาประพันธใ์ นขอ้ ใดสอนใหร้ ูจ้ กั ประมาณกาลังและฐานะของตนเอง ไมค่ วรอวดรู้ ควรใชเ้ มือ่ ถงึ คราวจาเปน็

............................................................................................................................. .........................................

๑๙. คาประพนั ธใ์ นข้อใดสอนใหไ้ ม่ประมาทในการดาเนนิ ชวี ติ เพราะอาจเป็นอันตรายถงึ ชวี ติ ได้

............................................................................................................................. .........................................

๒๐. ให้นักเรียนเขียนคาประพนั ธ์จากอิศรญาณภาษิต ทีส่ อนเก่ยี วกับการพดู

............................................................................................................................. .........................................

.................................................................................................................................... ..................................

************************************************************

หนว่ ยการเรียนเรอ่ื ง ระดบั ภาษา

ระดับภาษา
การส่อื สารดว้ ยการพูดน้ัน ต้องคานงึ ถึงระดบั ของภาษา เนือ่ งจากสงั คมไทยมีการเคารพและยก

ยอ่ งกันตามอาวุโส และตาแหนง่ หนา้ ที่ ภาษาทเ่ี ราใชส้ นทนากบั เพ่ือนสนิท อาจนาไปสนทนากับครอู าจารย์
ไมไ่ ด้ เนื่องจากคาอาจไมส่ ภุ าพเหมาะสม หรือภาษาท่เี ราใชส้ นทนากบั คนในครอบครวั กอ็ าจไมเ่ หมาะสมท่ีจะ
สนทนากบั คนแปลกหนา้ เป็นตน้ นอกจากนก้ี ารสือ่ สารกบั บุคคลเดียวกนั แตต่ า่ งโอกาสหรือตา่ งสถาน ที่กัน
ตอ้ งเปลย่ี นระดับภาษาให้เหมาะสม ภาษาบางระดับคนบางคนอาจจะไม่มโี อกาสใช้เลย เช่น ภาษาระดบั พิธี
การ บางระดับต้องใชก้ ันอย่เู สมอในชวี ิตประจาวนั การเรียนร้เู รอ่ื งระดับภาษา จึงเป็นเร่อื งจาเปน็ ถงึ แมบ้ าง
ระดบั เราไม่ได้ใช้แต่ อยา่ งนอ้ ยกท็ าใหเ้ รารบั รู้วา่ ภาษามรี ะดบั เมือ่ ถงึ คราวทจ่ี ะต้องใช้ก็จะใช้ได้อยา่ งถูกต้อง
เหมาะสมกบั บุคคลและโอกาสโดยคานึงถงึ มารยาท และความสุภาพ
ภาษาแบง่ ออกเป็น ๕ ระดับ ดังน้ี

๑) ภาษาระดบั พิธกี าร
๒) ภาษาระดบั ทางการ
๓) ภาษาระดับกงึ่ ทางการ
๔) ภาษาระดับสนทนาทั่วไป
๕) ภาษาระดบั กันเอง

เอกสารประกอบการเรียน รายวิชาภาษาไทย ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓

ห น้ า | ๔๗

๑) ภาษาระดบั พิธกี าร
ภาษาระดับพิธีการเป็นภาษาที่ใช้ในงานระดับสูงที่จัดข้ึนเปน็ พธิ ีการ เชน่ การกล่าวสดุดี กล่าว

รายงาน กล่าวปราศรัยกล่าวเปิดพิธี ผู้กลา่ วมักเปน็ บคุ คลสาคัญ บคุ คลระดบั สงู ในสังคมวิชาชีพหรือวิชาการ
ผู้รับสารเปน็ แต่เพยี งผู้ฟงั หรือผู้รับรไู้ ม่ตอ้ งโต้ตอบเปน็ รายบคุ คล หากจะมกี ็จะเป็นการตอบอยา่ งเป็นพธิ ีการใน
ฐานะผู้แทนกลุ่ม การใชภ้ าษาระดบั นี้ตอ้ งมีการเตรยี มล่วงหน้าเป็นลายลักษณอ์ ักษรซ่ึงเรียกวา่ วาทนพิ นธ์ ใน
การแต่งสารน้ี มคี าตอ้ งเลือกเฟน้ ถอ้ ยคาใหร้ ู้สึกถงึ ความสงู ส่ง ยง่ิ ใหญ่จริงจัง ตามสถานภาพของงานนั้น

ตวั อยา่ งการใช้ภาษาระดับพธิ กี าร
- กราบเรียน ฯ พณ ฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมน ตรีและรัฐบุรุษ ในนามของ

ราชบัณฑติ ยสถาน กระผมมีความปลาบปล้ืม ยินดี เป็นอยา่ งยง่ิ ทีท่ ่านประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ได้
กรุณามาเปน็ ประธานในพิธเี ปิดงานฉลองวนั สถาปนาราชบัณฑติ ยสถาน

๒) ภาษาระดบั ทางการ
ภาษาระดับทางการ ใชใ้ นงานที่ตอ้ งรักษามารยาทในการใช้ภาษาค่อนขา้ งมากอาจจะเป็น การ

รายงาน การอภปิ รายในท่ีประชุม การปาฐกถา ซ่งึ ต้องพดู เป็นการเปน็ งาน อาจจะมีการใชศ้ พั ท์เฉพาะเรื่อง
หรอื ศัพท์ ทางวชิ าการบา้ งตามลกั ษณะของเนอ้ื หาทีต่ อ้ งพูดหรอื เขียน

ตัวอย่างการใชภ้ าษาระดับทางการ
- ปจั จบุ นั ประเทศไทยเกดิ ปัญหาทจุ ริตคดโกงจากนักการเมอื ง
- ในอนาคตแผน่ ดินไหวจะเกดิ ขน้ึ และรนุ แรงมากข้นึ เพราะแผ่นดินไหวแต่ละครั้งมีผลกระทบต่อเปลือกโลก

๓) ภาษาระดบั กง่ึ ทางการ
ภาษาระดับกง่ึ ทางการเปน็ ภาษาทใี่ ชใ้ นระดบั เดียวกับภาษาทางการท่ีลดความเป็นงานเป็นการลง

ผรู้ ับและผู้ส่งสารมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น มีโอกาสโตต้ อบกันมากขึ้น ภาษาระดบั นี้มักใชใ้ นการประชุมกลุ่ม
การบรรยายในชั้นเรยี น การให้ข่าว การเขียนขา่ ว หรือบทความในหนังสือพิมพ์ ซงึ่ นิยมใชถ้ ้อยคา สานวน ท่ี
แสดงความค้นุ เคยกับผูอ้ ่านหรือผ้ฟู ังด้วย

ตัวอยา่ งการใช้ภาษาระดับกง่ึ ทางการ
- คนไทยขาดความม่ันใจและศรทั ธาในความกล้าหาญของนายก
- ไม่เคยแมส้ ักคร้ังท่ีไปถงึ เมืองไหนแล้ว จะไมไ่ ด้ออกไปชมบรรยากาศยามเชา้ ของเมืองน้ัน

เอกสารประกอบการเรียน รายวิชาภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓

ห น้ า | ๔๘
๔) ภาษาระดับสนทนาท่ัวไป

ภาษาระดับสนทนาทวั่ ไป เป็นภาษาระดับทใี่ ชใ้ นการพูดคยุ กนั ธรรมดา แต่ยงั ไม่เป็นการสว่ นตัวเต็มที่
ยังต้องระมัดระวงั เรื่องการใหเ้ กยี รติคู่สนทนา เพราะอาจจะไม่เป็นการพูดเฉพาะกลุ่มพวกของตนเทา่ นั้น อาจมี
บุคคลอืน่ อย่ดู ้วย หรอื อาจมบี คุ คลตา่ งระดบั ร่วมสนทนากัน จงึ ต้องคานึงถึงความสุภาพมิให้เปน็ กันเองจน
กลายเปน็ การล่วงเกินคูส่ นทนา

ตวั อย่างการใชภ้ าษาระดบั ไม่เป็นทางการ
- นายยังไม่แทงเรื่องลงมาใหฉ้ นั ตง้ั แต่เมอ่ื วานนี้
- เธอเปน็ คนซือ่ สตั ย์ใครๆ กป็ ลืม้ เธอในเรื่องน้ี

๕) ภาษาระดบั กนั เอง หรอื ระดับภาษาปาก
ภาษาระดบั กนั เองเป็นภาษาทใี่ ชส้ ื่อสารกบั ผู้คนุ้ เคยสนิทเปน็ กันเอง ใช้พูดจากันในวงจากัดอาจจะเป็น

กลมุ่ เพื่อนฝงู ครอบครัว สถานที่ใชก้ ็มักเป็นส่วนตัว เป็นสัดส่วนเฉพาะกลุ่ม เฉพาะพวก ไดแ้ ก่ ภาษาถ่ิน ภาษา
สแลง ภาษาที่ใช้ตดิ ต่อในตลาดในโรงงาน ร้านคา้ ภาษาท่ีใชใ้ นการละเลน่ หรือการแสดงบางอย่างทีม่ ่งุ ให้ตลก
ขบขัน เช่น จาอวด ฯลฯ

ตัวอยา่ งการใช้ภาษาระดับกนั เอง
- ป่าปห๊ี มา่ ม้ีอยากให้หนูเรยี นเริ่ดเริด่
- “เออ นังบ้า ไป ไปนั่งรวมกันท่ีเก้าอ้ีโน่น จาไว้ ถา้ คิดหนฉี ันยิงจริงๆ ไอช้ ดิ เอง็ ดูนังสองตัวนีใ่ ห้ดี ถา้ มนั
ไปที่ ประตูเมือ่ ไหรย่ ิงมนั ได้เลย” เชนขเู่ สียงเกรยี้ ว (กิ่งฉัตร, ๒๕๔๙: ๔๖๒)

เอกสารประกอบการเรียน รายวิชาภาษาไทย ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๓

ห น้ า | ๔๙

ข้อสังเกตเกยี่ วกับลกั ษณะของภาษา ๕ ระดับ
ภาษาระดับพิธีการ
การใชภ้ าษาในระดับพิธีการมขี อ้ นา่ สังเกต ดงั น้ี

๑. เป็นภาษาทใี่ ช้สื่อสารกนั ในท่ีประชุมท่ีจัดข้นึ อยา่ งเป็นพิธกี าร เชน่ การกลา่ วคาปราศรัย การเปิด
ประชมุ รฐั สภา การกลา่ วสดดุ กี ารกลา่ วรายงานในพิธีมอบปริญญาบัตรหรอื ประกาศนยี บตั ร เปน็ ตน้

๒. ผูส้ ง่ สาร ต้องเป็นบุคคลสาคัญหรือตาแหน่งสงู ในวงการ สว่ นผรู้ บั สารมกั จะเป็นกลุม่ ชน ส่วนใหญ่ ผู้
ส่งสารจะเป็นผู้กล่าวฝ่ายเดียว ไมม่ ีการโตต้ อบ

๓. ลักษณะสาร จะเลือกเฟน้ ถ้อยคาท่ไี พเราะ เป็นคาศพั ทท์ เ่ี ป็นทางการ
๔. เป็นสารที่ต้องเตรยี มล่วงหน้าและมีการส่งสารดว้ ยการอา่ น ผ่านสือ่ มวลชนตา่ ง ๆ
** เราสามารถดตู ัวอย่างการใชภ้ าษาระดับพิธีการ เชน่ คาปราศรัยของ ฯพณฯ นายกรฐั มนตรี เน่ือง
ในวันเด็กหรือวนั สาคัญอืน่ ๆ ซึ่งหนังสือพิมพ์จะนามาตีพิมพ์ในชว่ งเวลาของวันสาคัญนน้ั ๆ

ภาษาระดับทางการ มขี ้อสงั เกต คือ
๑. เป็นภาษาทีใ่ ช้ในการบรรยายหรืออภิปรายอยา่ งเป็นทางการในท่ปี ระชุมใหญ่ การรายงานทาง

วชิ าการ, หนงั สอื ราชการ (จดหมายราชการ) หรือจดหมายท่ีติดต่อในวงการธรุ กจิ คานาหนังสอื , ประกาศของ
ทางราชการ

๒. การใช้ภาษา จะใช้อย่างเป็นทางการ มงุ่ เข้าส่จู ุดประสงค์ ที่ตอ้ งการความรวดเรว็ สารชนิดนี้มี
ลกั ษณะตรงไปตรงมาไม่ใช้คาฟุ่มเฟือย ไมเ่ น้นความไพเราะของถอ้ ยคา

ภาษาระดับกึง่ ทางการ มขี อ้ สงั เกตคือ
๑. เปน็ ภาษาท่ใี ช้สอ่ื สารคลา้ ยกับระดับที่ ๒ แตล่ ดความเป็นการเปน็ งานลงบา้ ง การใช้ภาษาระดับนี้

มักใชใ้ นการประชุมกลมุ่ เลก็ การบรรยายในหอ้ งเรียน ขา่ วและบทความในหนังสือพิมพ์ โดยทั่วไปจะมีถ้อยคา
สานวน ท่ีทาให้รู้สึกคุ้นเคยมากกว่าในระดบั ทางการ

๒. เน้ือของสาร มกั จะเปน็ เรื่องที่เก่ียวกบั ความรทู้ ั่วไป หรือเปน็ การแสดงความคดิ เหน็ เชงิ วชิ าการ ที่
เกี่ยวกบั การดาเนนิ ชีวติ หรือเรอ่ื งเกี่ยวกับธุรกจิ ใช้ศัพท์ทางวิชาการเทา่ ท่จี าเปน็
ภาษาระดับสนทนา

๑. เปน็ ภาษาทีม่ กั ใชใ้ นการสนทนาโตต้ อบกนั ของคนท่ีรูจ้ กั มักคนุ้ กัน อยูใ่ นสถานทีท่ ไ่ี มเ่ ปน็ การสว่ นตัว
๒. ภาษาท่ใี ช้อาจจะเปน็ คาสแลงหรือเป็นคาทีเ่ ขา้ ใจความหมายตรงกันไดใ้ นกลุ่มเท่านน้ั
๓. ตอ้ งไม่เปน็ คาหยาบ หรอื คาไม่สภุ าพ

**************************************************************************************

เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ าภาษาไทย ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓

ห น้ า | ๕๐

แบบฝกึ หัด ท่ี ๑ เรอื่ งระดับภาษา

ตอนท่ี ๑ จงระบุว่าข้อใดเปน็ ภาษาระดบั ทางการ กงึ่ ทางการ หรือไมเ่ ป็นทางการ
______ ๐๑. ปัญหาของวัยรนุ่ และเยาวชนเปน็ ปัญหาใหญ่ท่รี ัฐบาลกาลังแกไ้ ขอยู่ในขณะน้ี
______ ๐๒. สารกนั บูดหรอื สารกันเสียเปน็ สารเคมปี ระเภทหนงึ่ ทนี่ ิยมนามาใชใ้ นการถนอมอาหาร
______ ๓. ธนาคารพาณิชย์ปรับลดดอกเบ้ียเงินฝากลงมาอย่างต่อเนื่องและยงั ไม่มีทีท่าวา่ จะสะดุดหยุดลง
______ ๐๔. โครงการผู้นาเยาวชนเป็นโครงการนารอ่ งทีด่ ี สร้างระเบยี บวนิ ยั ให้กลุ่มวัยรนุ่ ท่บี าดหมางกนั กลบั มา
สามคั คี
______ ๐๕. แมจ้ ะอ้างวา่ เป็นการใชส้ ทิ ธิตามรัฐธรรมนูญ แต่พฤติการณก์ ็ชัดวา่ เปน็ การเตะถ่วง
______ ๐๖. การม่งุ เอาชนะกนั โดยปราศจากความรับผิดชอบ กอ่ ให้เกิดผลเสียอันประมาณมไิ ด้
______ ๐๗. แนวคิดเรอื่ ง “ธรรมรัฐ” กาลังได้รับการขานรบั จากสงั คม
______ ๐๘. ถ้ามิใชเ่ กมการเมืองไฉนจึงตัดสนิ ใจอย่างฉกุ ละหุกลกุ ล้ลี ุกลน
______ ๐๙. กนิ ของไทย ใช้ของไทย ร่วมใจกนั ประหยัด เปน็ คาขวญั ยอดนยิ มปีทอ่ งเท่ยี วไทย
______ ๑๐. ปา่ ทอ่ี ดุ มสมบรู ณ์ของอุทยานแหง่ ชาติดอยอินทนนทเ์ ป็นแหลง่ ตน้ นา้ ของแม่นา้ ลาธารหลายสาย
______ ๑๑. ไม่เคยแม้สักครัง้ ทไี่ ปถึงเมืองไหนแล้วจะไม่ไดอ้ อกไปชมบรรยากาศยามเช้าของเมอื งนน้ั
______ ๑๒. ตอ้ งยอมรบั วา่ เปน็ ความฉลาดปราดเปรอื่ งของผูจ้ ดั ท่ีเลอื กอุทยานน้าตกแจ้ซ้อนเปน็ ท่ีประชุม
______ ๑๓. การตดั สินใจซ้อื ของคนกลุม่ นี้ยังง่ายสะดวกดายเหมอื นเดิม
______ ๑๔. รถเราดงิ่ ไปทใ่ี จกลางเมืองซ่งึ ดเู หมอื นวา่ จะเป็นเปา้ หมายของรถทุกคัน
______ ๑๕. มนษุ ยสัมพนั ธ์คือความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งมนุษย์ซ่ึงจะก่อให้เกิดความเข้าใจอันดตี อ่ กัน
______ ๑๖. สินค้าที่อยู่ระดับครึ่งๆ กลางๆ มีโอกาสเจบ็ ตวั จากสภาวะเศรษฐกิจทเี่ ลวรา้ ยมีอยู่มาก
______ ๑๗. ชาวบ้านเรียกหมอ่ มคกึ ฤทธว์ิ า่ เป็นเสาหลกั ประชาธปิ ไตย
______ ๑๘. เคร่อื งประดับของผหู้ ญิงสมัยอยธุ ยามีหลายอัน แล้วแต่จะใชใ้ นโอกาสไหน
______ ๑๙. เวลานึกอะไรไม่ออก ไมร่ วู้ ่าจะเขียนอะไรให้เพอ่ื นฝูงตามทอ่ี ยากไดฉ้ ันมักจะนั่งพลิกหนังสอื ตา่ งๆ
ดูไปเรอ่ื ยๆ
______ ๒๐. คาคล้องจองที่วา่ “เหาะเหนิ เดินอากาศ” ความหมายตามศพั ท์ หมายถึง ขึน้ เดนิ ไปในอากาศ
______ ๒๑. ดิฉนั ขออนุญาตไปฟงั บรรยายพิเศษเร่ืองขบวนการแก้เซ็ง
______ ๒๒. วันอาทติ ยห์ น้าคิดว่าจะนมิ นต์พระมาสวดแค่ ๗ องค์ เพราะห้องเลก็
______ ๒๓. ทา่ นผชู้ มคงจะยกโทษให้นะคะ เพราะจิว๋ เพง่ิ จะทาหนา้ ทพี่ ิธกี รเปน็ ครั้งแรก
______ ๒๔. ทา่ นนายกคงจะเหมาเอาวา่ ทุกคนมีหนา้ ท่ตี ้องมารบั ผดิ ชอบในสว่ นที่ตวั เกย่ี วขอ้ ง
______ ๒๕. ปรมิ าณการใชพ้ ลงั งานนา้ มนั ของไทยเพม่ิ ข้นึ เร่ือยๆ

***************************************************************************

เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ าภาษาไทย ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๓


Click to View FlipBook Version