13. บนั ทึกหลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 3
13.1 ผลการจดั การเรยี นรู้ (ตามจุดประสงค)์
จากจดุ ประสงคก์ ารเรียนร้ทู ั้ง 3 ขอ้ ต่อไปน้ี
7. นกั เรียนระบุประเภทของปฏิกริ ิยาจากการเปล่ียนแปลงพลังงานความร้อนได้เป็นปฏิกิริยาดูด
ความรอ้ น และปฏกิ ิรยิ าคายความรอ้ น (K)
8. นกั เรยี นใช้ทักษะการสงั เกต โดยสังเกตการเปลย่ี นแปลงอุณหภมู แิ ละ การเปลยี่ นแปลงอื่น ๆ
ของสาร แลว้ บนั ทึกสิ่งที่สังเกตได้ (P)
9. นักเรียนตระหนักถึงความสำคัญของการใช้อุปกรณ์การทำกิจกรรมได้ (A)
พบว่า
- นักเรียนสามารถระบุประเภทของปฏิกิริยาจากการเปลี่ยนแปลงพลังงานความร้อนได้เป็น
ปฏิกริ ิยาดดู ความรอ้ น และปฏกิ ิรยิ าคายความร้อน ได้
- นักเรยี นสามารถใช้ทักษะการสังเกต โดยสังเกตการเปลยี่ นแปลงอณุ หภูมแิ ละ การเปลย่ี นแปลง
อ่นื ๆ ของสาร แลว้ บันทกึ สิ่งทส่ี ังเกตได้
- นกั เรยี นตระหนักถึงความสำคญั ของการใชอ้ ุปกรณ์การทำกิจกรรมได้
13.2 แนวทางแกป้ ัญหานกั เรียนท่ีไมผ่ ่านผลการเรยี นรู้หรอื จุดประสงค์ (เพอ่ื นำไปสู่ PLC)
-
ลงช่อื .....................................................
(นางสาวหุสณา ตามาต)
ครผู ูส้ อน
วนั ที่……เดือน………………….พ.ศ…………
แบบบนั ทกึ การประเมนิ คุณภาพการเรียนรูข้ องนกั เรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3
รายวชิ าวิทยาศาสตรพ์ ื้นฐาน (ว23102) หน่วยการเรยี นรู้ที่ 5 ปฏกิ ิริยาเคมีและวัสดุในชวี ิตประจำวนั
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 3 เรอื่ ง การถ่ายโอนความรอ้ นของปฏิกริ ยิ าเคมี
มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3/7 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
เลขท่ี ชอ่ื – สกุล ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดบั คุณภาพ สรปุ ผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)
้ดานเจตค ิต (A)
333 9 ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ผ่าน ไม่ผา่ น
9
1 ด.ช. กฤษฏิ์ พรหมน้ำดำ 3 3 3 9 //
2 ด.ช. กลา้ ณรงค์ 9 //
3 ด.ช. ครองภพ คงทอง 3 3 3 9 //
4 ด.ช. ชยพล 6 //
5 ด.ช. ชัยวฒั น์ สำเร 3 3 3 6
6 ด.ช. ซัลมาน 9 //
7 ด.ช. ณัฏฐภทั ร พิพิธประภาเลิศ 3 3 3 6 //
8 ด.ช. ธนากร 6 //
9 ด.ช. ธรี พัฒน์ ตงุ้ แก้ว 2 2 2 6 //
10 ด.ช. นนทพัทธ์ 9 //
11 ด.ช. นันทวฒั น์ จองวราห์ศรี 2 2 2 6 //
12 ด.ช. ปฏิพล 6 //
13 ด.ช. ภัทรพล ผอมนุม่ 333 9 //
14 ด.ช. ภูมปิ ระชา 9 //
15 ด.ช. อฟั ฟาน รกั สะโมะ๊ 2 2 2 6 //
16 ด.ช. อาซัน 9 //
17 ด.ช. สิทธวิ งศ์ จันทร์จติ จริงใจ 2 2 2 9 //
18 ด.ช. ธมกร 9 //
19 ด.ญ. ไคริกา จนั ทรตั น์ 2 2 2 9 //
20 ด.ญ. ญาณิศา 9 //
21 ด.ญ. ณัฐชุตา บนิ สหสั 333 9 //
22 ด.ญ. ดาวิญา 9 //
23 ด.ญ. ธนษิ ฐา สงมาก 2 2 2 9 //
24 ด.ญ. นงนภัส 9 //
25 ด.ญ. นัซมี หมาดหมนี 2 2 2 9 //
26 ด.ญ. ปวีณา 9 //
27 ด.ญ. ปณั ฑติ า ภมรานนท์ 3 3 3 9 //
28 ด.ญ. พิชชา 9 //
29 ด.ญ. รวิภา เดชอารัญ 3 3 3 9 //
30 ด.ญ. ราตีมา 9 //
31 ด.ญ. ลลิตา หวนั สู 2 2 2 9 //
32 ด.ญ. วรนชุ //
สุวรรณวงศ์ 3 3 3 //
สุวรรณวโิ ก 3 3 3
โดงกลู 3 3 3
รตั นพนั ธ์ 3 3 3
ศริ ิสม 3 3 3
สายเสน็ 333
ย่ิงขจร 3 3 3
สนั โด 3 3 3
เลง่ เจ๊ะ 3 3 3
ศรนี ยุ้ คง 3 3 3
แก้วบุตร 3 3 3
ราเหม 3 3 3
เหมรา 3 3 3
สนั หลี 3 3 3
อสุ มา 3 3 3
อศุ มา 3 3 3
เลขที่ ชื่อ – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดบั คุณภาพ สรุปผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)
้ดานเจตค ิต (A)
3 3 3 9 ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ผา่ น ไมผ่ า่ น
33 ด.ญ. วมิ ลรตั น์ จิระเสถียร 333 9 / /
34 ด.ญ. ศศิภา หนูวงศ์
35 ด.ญ. สริ ินทรา ไชยยัน 333 9 / /
36 ด.ญ. อนุสรา สะเล่
37 ด.ญ. อญั ญาณี ทมุ มาลี 333 9 / /
38 ด.ญ. ปวณั รัตน์ อมุ าลี
39 ด.ญ. พิศลยา ละมลู สุข 333 9 / /
40 ด.ญ. วิยะดา ธนะภาส
333 9 / /
333 9 / /
333 9 / /
222 6 / /
จำนวนกลุ่ม 31 9 40 0
ร้อยละ 77.5 22.5 100 0
เกณฑร์ ะดบั คุณภาพ สรปุ ผลการประเมิน ลงช่ือ.........................................
ช่วงคะแนน 8-9 : ระดับคุณภาพดี ผา่ น : ระดบั คณุ ภาพดีและพอใช้ (นางสาวหสุ ณา ตามาต)
ชว่ งคะแนน 5-7 : ระดับคณุ ภาพพอใช้ ไมผ่ า่ น : ระดับคณุ ภาพปรบั ปรุง ผ้ปู ระเมิน
ช่วงคะแนน 0-4 : ระดับคณุ ภาพปรบั ปรุง
ต้องได้คะแนนเฉลี่ยทุกประเด็นการประเมนิ ไมต่ ำ่ กว่า 2.00 แสดงระดับคุณภาพ ดี ข้ึนไปเทา่ นน้ั
ถงึ จะผ่านการเรยี นรู้ตามตวั ชวี้ ัด
แบบบันทกึ การประเมินคุณภาพการเรียนรูข้ องนักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3
รายวชิ าวิทยาศาสตรพ์ ้นื ฐาน (ว23102) หน่วยการเรยี นรู้ที่ 5 ปฏิกิริยาเคมีและวัสดใุ นชวี ติ ประจำวัน
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3 เรือ่ ง การถา่ ยโอนความรอ้ นของปฏกิ ิริยาเคมี
มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3/8 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
เลขท่ี ชอ่ื – สกุล ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดบั คณุ ภาพ สรปุ ผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)
้ดานเจตค ิต (A)
333 9 ดี พอใช้ ปรับ ผ่าน ไม่ผา่ น
ปรงุ
1 ด.ช. กฤษฎา ขนุ รายา 222 6
6 //
2 ด.ช. จติ ตพิ ฒั น์ หลังชาย 222 6 //
9 //
3 ด.ช. จิรพงษ์ เจยี มพงศ์ไพศาล 2 2 2 6 //
9 //
4 ด.ช. ณัฐวุฒิ โอมณี 333 9 //
9 //
5 ด.ช. ณัฐวฒุ ิ หมาดแนง้ 2 2 2 9 //
9 //
6 ด.ช. ทวพี ล อินทพันธ์ 3 3 3 9 //
9 //
7 ด.ช. ทีฆายุ พนั ตรี 3 3 3 6 //
9 //
8 ด.ช. ธรี ์ธวชั กล่ินเขียว 3 3 3 9 //
6 //
9 ด.ช. ธีรภทั ร ทองแปน้ 3 3 3 9 //
9 //
10 ด.ช. ปญั ญวิชญ์ สาเสน็ 333 9 //
9 //
11 ด.ช. พงศพศั สงั ขชาติ 333 9 //
6 //
12 ด.ช. พงศา คงพลับ 333 9 //
9 //
13 ด.ช. ฟาร์อัยดีน ลลี านนท์ 2 2 2 9 //
9 //
14 ด.ช. ภัทธพล องสารา 333 9 //
9 //
15 ด.ช. ภูริพัฒน์ แท่งทอง 333 9 //
9 //
16 ด.ช. อคั รวนิ ท์ ธาราพสิ ฐิ 2 2 2 6 //
//
17 ด.ช. อันดา นวมจิตร์ 3 3 3
18 ด.ช. อสั มี โสลกิ ี 3 3 3
19 ด.ญ. ชนันรัตน์ พรหมจรรย์ 3 3 3
20 ด.ญ. ซันนี ราเย็น 3 3 3
21 ด.ญ. ณัฐณชิ า บุญคง 333
22 ด.ญ. ณฐั ณชิ า บัวทอง 222
23 ด.ญ. ธัญญลกั ษณ์ มะโนรตั น์ 3 3 3
24 ด.ญ. ธัญญลกั ษณ์ ทองไชย 333
25 ด.ญ. นงนภัส องสารา 333
26 ด.ญ. นรุ รัยฮาล เขียวยับ 333
27 ด.ญ. นูรไลลา มา่ เหลม็ 333
28 ด.ญ. นรู อัยดาร์ หลหี าด 333
29 ด.ญ. นรู อยั นี หนูหนั 333
30 ด.ญ. ปฏญิ ญา สะอา 333
31 ด.ญ. ปนัดดา มจั ฉา 222
เลขที่ ชอ่ื – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดับคณุ ภาพ สรุปผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)
้ดานเจตค ิต (A)
333 9 ดี พอใช้ ปรบั ผ่าน ไมผ่ ่าน
ปรงุ
32 ด.ญ. พมิ พพ์ ิชญช์ า อนพุ งศ์ 333 9 / /
33 ด.ญ. ลลติ า ชสู กลุ 333 9 / /
34 ด.ญ. ลิปดา เตพิริยะกลุ 222 6 //
35 ด.ญ. วราลี กองหลัง 333 9 / /
36 ด.ญ. สทุ ธิดา แสงดำ 333 9 / /
37 ด.ญ. อาซุมี เกาะสมนั 333 9 / /
38 ด.ญ. อลุ ยา หวันสู 333 9 / /
39 ด.ญ. อนสุ รา ทรัพยว์ งศา 333 9 / /
40 ด.ญ. อภญิ ญา ตาเอ็น 222 6 /
จำนวนกลมุ่ 30 11 40 0
รอ้ ยละ 73.17 26.83 100 0
เกณฑ์ระดับคุณภาพ สรปุ ผลการประเมิน ลงช่ือ.........................................
ช่วงคะแนน 8-9 : ระดับคณุ ภาพดี ผ่าน : ระดบั คุณภาพดีและพอใช้ (นางสาวหสุ ณา ตามาต)
ช่วงคะแนน 5-7 : ระดับคณุ ภาพพอใช้ ไม่ผ่าน : ระดับคณุ ภาพปรับปรงุ ผ้ปู ระเมิน
ช่วงคะแนน 0-4 : ระดับคณุ ภาพปรบั ปรงุ
ตอ้ งไดค้ ะแนนเฉล่ยี ทกุ ประเดน็ การประเมนิ ไม่ตำ่ กวา่ 2.00 แสดงระดับคุณภาพ ดี ข้ึนไปเท่าน้นั
ถึงจะผา่ นการเรยี นรู้ตามตวั ชว้ี ดั
สอ่ื การเรียนรู้แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 3: สอ่ื วีดิทัศน์
คลิปวีดีทัศน์: ปฏิกิรยิ าดดู ความร้อนและคายความร้อน
สื่อวีดิทัศน์เรื่อง ปฏิกิริยาดูดความร้อนและคายความร้อน อธิบายเกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนความร้อน
จากส่ิงแวดล้อมเข้าสู่ระบบ และการถา่ ยโอนความร้อนจากระบบไปยังสง่ิ แวดล้อมเม่ือเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี
แหลง่ ท่ีมา: เวบ็ ไซตอ์ ้างองิ ipst.me/10604
เผยแพรเ่ ม่ือ 30 สงิ หาคม พ.ศ. 2562
(เจ้าของผลงาน สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.))
สอ่ื การเรยี นรู้แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3: ใบกิจกรรมท่ี 5.3
ใบกิจกรรมท่ี 5.3 การถ่ายโอนความรอ้ นของปฏกิ ิริยาเคมีเปน็ อย่างไร
หนังสอื เรียนรายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3 เลม่ 2 ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุงพ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธกิ าร หน้า 12
กจิ กรรมที่ 5.3 การถ่ายโอนความร้อนของปฏิกิรยิ าเคมีเป็นอยา่ งไร?
จุดประสงค์ สังเกตและอธิบายการถา่ ยโอนความร้อนของปฏิกริ ิยาเคมี
วสั ดุอุปกรณ์
วสั ดุท่ีใชต้ อ่ กลมุ่
วิธดี ำเนนิ กิจกรรม
1. สารละลายกรดแอซีติกหรือนำ้ ส้มสายชู 30 cm3
ความเข้มข้นรอ้ ยละ 5 โดยมวลตอ่ ปรมิ าตร
2. สารละลายโซเดยี มไฮดรอกไซดห์ รอื สารละลาย 10 cm3
โซดาไฟ ความเขม้ ข้นประมาณ 0.6 โมลตอ่ ลติ ร
3. บีกเกอร์ขนาด 50 cm3 3 ใบ
4. หลอดทดลองขนาดกลาง 1 หลอด
5. ท่วี างหลอดทดลอง 1 อัน
6. กระบอกตวงขนาด 25 cm3 2 ใบ
7. เทอรม์ อมเิ ตอร์ 1 อนั
8. ช้อนตกั สารเบอร์สอง 1 คัน
9. แวน่ ตานิรภยั เทา่ จำนวนนักเรยี นในกลุม่
10. ถุงมอื ยาง เทา่ จำนวนนักเรียนในกลุม่
วัสดทุ ใ่ี ชต้ อ่ ห้อง
1. โซเดยี มไฮโดรเจนคาร์บอเนต 1 กระปุก
1. ตกั โซเดยี มไฮโดรเจนคาร์บอเนตปรมิ าณ 2 ช้อนเบอรส์ อง ลงในหลอดทดลอง
รินสารละลายกรดแอซตี กิ ปริมาตร 20 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร ลงในบีกเกอร์ใบท่ี 1 และ
ปรมิ าตร 10 ลูกบาศก์เชนติเมตร ลงในบกี เกอร์ใบที่ 2 รนิ สารละลายโซเดียม
ไฮดรอกไซดป์ ริมาตร 10 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร ลงในบีกเกอร์ใบท่ี 3 สงั เกตลักษณะ
วัดอุณหภูมแิ ละบันทกึ ผล
2. เทโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตจากหลอดทดลองในข้อ 1 ลงในบกี เกอร์ใบท่ี 1
ท่ีมีสารละลายกรดแอซตี ิก เขยา่ สงั เกตการเปลี่ยนแปลง วัดอุณหภมู ทิ ันที
และบันทึกผล
3. รนิ สารละลายโซเดยี มไฮดรอกไซด์จากบกี เกอรใ์ บท่ี 3 ลงในบีกเกอร์ใบท่ี 2
ท่ีมีสารละลายกรดแอซตี ิก เขยา่ สังเกตการเปลยี่ นแปลง วัดอุณหภมู ทิ นั ที
และบันทึกผล
กิจกรรมที่ 5.3 การถ่ายโอนความรอ้ นของปฏิกิริยาเคมเี ป็นอย่างไร?
การเตรียมตัว • การเตรยี มสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ความเข้มขน้ ประมาณ 0.6 โมลตอ่ ลติ ร
ล่วงหน้าสำหรับครู ปริมาตร 80 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร (สำหรบั 8 กลุ่ม) เตรยี มโดยรินสารละลาย
โซเดยี มไฮดรอกไซด์เข้มขน้ ร้อยละ 50 โดยมวลต่อปริมาตร ปรมิ าตร 4 ลกู บาศก์
เซนติเมตร ลงในบีกเกอร์ แล้วเติมน้ำจนมปี ริมาตรรวมเปน็ 80 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร
• ครสู ามารถใช้นำ้ สม้ สายชูความเขม้ ขน้ รอ้ ยละ 5 โดยมวลตอ่ ปรมิ าตร โดยไม่ต้อง
ผสมนำ้ (น้ำส้มสายชูสามารถหาซื้อไดท้ ่ัวไป)
ขอ้ ควรระวงั • ครคู วรสวมถุงมือขณะเตรียมสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ เพ่ือป้องกนั การสมั ผัส
สารโดยตรง ซึ่งจะทำใหร้ ะคายเคอื งได้
ข้อเสนอแนะใน • สารละลายกรดแอซีติกมีกลิ่นฉุน จึงควรทำกิจกรรมในบริเวณท่ีอากาศถา่ ยเท
การทำกจิ กรรม โดยอาจเปดิ หน้าต่างเพื่อช่วยระบายอากาศ
คำถามทา้ ยกจิ กรรม
1. เม่ือผสมสารละลายกรดแอซตี ิกกับโซเดียมไฮโดรเจนคารบ์ อเนต เกิดปฏิกริ ยิ าเคมหี รือไม่ ทราบไดอ้ ย่างไร
2. เมือ่ ผสมสารละลายกรดแอซีตกิ กบั สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ เกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมหี รือไม่ ทราบได้อย่างไร
3. การเปลีย่ นแปลงของสารท่ีเกดิ ข้นึ มีการถา่ ยโอนความร้อนหรือไม่ อยา่ งไร
4. จากกจิ กรรม สรุปไดว้ ่าอย่างไร
ส่อื การเรียนรู้แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 3: แบบบันทกึ การค้นคว้ากจิ กรรมท่ี 5.3
แบบบันทึกการค้นควา้ กจิ กรรมที่ 5.3 การถ่ายโอนความรอ้ นของปฏกิ ิริยาเคมเี ป็นอย่างไร
ชอื่ -นามสกุล..........................................................................................ช้ัน.................เลขท.่ี ..........กลุ่มท.ี่ ...........
ตารางบนั ทกึ ผล ผลท่สี งั เกตได้ อุณหภมู ิ (◦C)
สาร
........................................................................................ ...........................
โซเดียมไฮโดรเจนคารบ์ อเนต
........................................................................................ ...........................
สารละลายกรดแอซีติก
........................................................................................ ...........................
สารละลายโซเดยี มไฮดรอกไซด์
........................................................................................ ...........................
โซเดยี มไฮโดรเจนคาร์บอเนต + ……………………………………………………………………………..
สารละลายกรดแอซตี ิก
........................................................................................ ...........................
สารละลายโซเดยี มไฮดรอกไซด์ + ……………………………………………………………………………..
สารละลายกรดแอซีติก
คำถามทา้ ยกจิ กรรม
1. เมอื่ ผสมสารละลายกรดแอซตี ิกกบั โซเดยี มไฮโดรเจนคารบ์ อเนต เกิดปฏกิ ิริยาเคมีหรือไม่ ทราบได้อยา่ งไร
ตอบ ………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. เม่อื ผสมสารละลายกรดแอซีตกิ กับสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ เกิดปฏิกริ ิยาเคมีหรือไม่ ทราบไดอ้ ย่างไร
ตอบ ………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. การเปลย่ี นแปลงของสารท่ีเกดิ ข้นึ มกี ารถา่ ยโอนความรอ้ นหรือไม่ อยา่ งไร
ตอบ ………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. จากกจิ กรรม สรุปได้ว่าอย่างไร
ตอบ ………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนบทา้ ยแผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3: การให้คะแนนด้านกระบวนการ (P)
แนวทางบันทึกการค้นคว้ากิจกรรมที่ 5.3 การถ่ายโอนความรอ้ นของปฏกิ ิริยาเคมีเป็นอยา่ งไร
ตารางบันทกึ ผล ผลทสี่ ังเกตได้ อุณหภมู ิ (◦C)
ของแขง็ เป็นผง สีขาว 30
สาร ของเหลว ใส ไม่มีสี มกี ล่ิน 30
ของเหลว ใส ไม่มสี ี 30
โซเดยี มไฮโดรเจนคารบ์ อเนต มีฟองแก๊สเกิดขึน้ ในของเหลว 26
สารละลายกรดแอซีตกิ ผงสขี าวมีปริมาณลดลงหรืออาจหมดไป
สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ 34
โซเดยี มไฮโดรเจนคาร์บอเนต + ของเหลว ใส ไม่มีสี
สารละลายกรดแอซีติก
สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ +
สารละลายกรดแอซีตกิ
แนบท้ายแผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 3: การให้คะแนนด้านความรู้ (K)
เฉลยใบกิจกรรมที่ 5.3 การถ่ายโอนความรอ้ นของปฏิกิริยาเคมีเป็นอย่างไร
เฉลยคำถามทา้ ยกิจกรรม
1. เมอ่ื ผสมสารละลายกรดแอซีติกกับโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต เกิดปฏกิ ิรยิ าเคมีหรอื ไม่ ทราบไดอ้ ยา่ งไร
แนวคำตอบ เกิดปฏกิ ริ ิยาเคมี ทราบได้จากมฟี องแกส๊ เกดิ ข้ึนและอุณหภูมขิ องสารลดลง
2. เมอ่ื ผสมสารละลายกรดแอซีติกกับสารละลายโซเดยี มไฮดรอกไซด์ เกิดปฏกิ ิริยาเคมีหรอื ไม่ ทราบไดอ้ ยา่ งไร
แนวคำตอบ เกิดปฏิกริ ยิ าเคมี สังเกตได้จากอุณหภูมิของสารเพิ่มขึน้
3. การเปล่ยี นแปลงของสารทเ่ี กดิ ขน้ึ มีการถ่ายโอนความรอ้ นหรือไม่ อยา่ งไร
แนวคำตอบ ทั้งสองปฏิกิริยามีการถ่ายโอนความร้อน โดยปฏิกริ ิยาระหว่างกรดแอซีติกกบั
โซเดียมไฮโดรเจนคารบ์ อเนต มีการถา่ ยโอนความร้อนทที่ ำใหอ้ ณุ หภมู ิของสารลดลง แต่ปฏกิ ิรยิ าระหวา่ ง
สารละลายกรดแอซตี ิกกับสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ มกี ารถา่ ยโอนความร้อนท่ที ำใหอ้ ณุ หภมู ิของสารเพิม่ ขน้ึ
4. จากกจิ กรรม สรุปได้ว่าอย่างไร
แนวคำตอบ เมอ่ื เกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี จะมีการถ่ายโอนความร้อนเกิดข้ึน ซง่ึ การถา่ ยโอนความร้อนน้ี
มที ้ังแบบท่ีทำให้อณุ หภมู ิของสารเพิ่มขน้ึ และแบบท่ีทำให้อุณหภูมขิ องสารลดลง
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 4
กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ฯ รหสั วชิ า ว23102 รายวิชาวิทยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน 6
ปีการศึกษา 2564
ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 1 ชัว่ โมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 5 ปฏกิ ริ ิยาเคมีและวัสดุในชีวติ ประจำวนั
ชื่อผูส้ อน นางสาวหุสณา ตามาต
1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชี้วดั
ว 2.1 เข้าใจสมบตั ขิ องสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสมั พนั ธร์ ะหว่างสมบตั ขิ องสสารกับโครงสร้าง
และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสารการเกิดสารละลาย
และการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมี
ว 2.1 ม.3/6 อธบิ ายปฏิกิรยิ าการเกิดสนิมของเหล็กปฏิกิรยิ าของกรดกับโลหะ ปฏกิ ริ ิยาของกรดกับเบส
และปฏิกิริยาของเบสกับโลหะ โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์และอธิบายปฏิกิริยาการเผาไหม้ การเกิดฝนกรด
การสังเคราะห์ดว้ ยแสง โดยใชส้ ารสนเทศ รวมทงั้ เขยี นสมการข้อความแสดงปฏิกิริยาดงั กล่าว
2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
1) ปฏิกิริยาเคมีที่พบในชีวิตประจำวันมีหลายชนิด เช่น การเกิดสนิมของเหล็ก ปฏิกิริยาของกรดกับ
โลหะ ปฏิกิริยาของกรดกับเบส ปฏิกิริยาของเบสกับโลหะ ปฏิกิริยาการเผาไหม้ การเกิดฝนกรด การสังเคราะห์
ด้วยแสง ปฏิกิริยาเคมีสามารถเขียนแทนได้ด้วยสมการข้อความ ซึ่งแสดงชื่อของสารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์ เช่น
เชอ้ื เพลงิ + ออกซเิ จน → คาร์บอนไดออกไซด์ + นำ้
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) ด้านความรู้ (K) นักเรยี นอธิบายปฏิกิริยาของกรดกับเบสได้
2) ด้านทักษะ (P) นกั เรียนใช้ทกั ษะการสังเกต โดยสังเกตการเปลี่ยนแปลงของสาร
เม่อื เกิดปฏิกิรยิ าเคมขี องกรดและเบส
3) ด้านเจตคติ (A) นกั เรียนตระหนักถึงความสำคัญของการใช้อุปกรณ์การทำกิจกรรมได้
3. สาระการเรยี นรู้
สารในชีวิตประจำวันมีหลายประเภท ถ้าจำแนกสารโดยใช้สมบัติความเป็นกรด-เบสเป็นเกณฑ์
จะจำแนกได้เป็นสารที่มีสมบัติเป็นกรด เบส หรือกลาง สารที่มีสมบัติเป็นกรดอาจมีความเป็นกรดมากหรือน้อย
แตกต่างกัน เบสกใ็ นทำนองเตยี วกนั จึงต้องระบรุ ะดับความเป็นกรด-เบสของสาร ซ่ึงสามารถระบุไดด้ ว้ ยค่าพีเอช
(pH) โดยทั่วไปสารจะมีค่าพีเอชอยู่ในช่วง 1-14 สารที่มีค่าพีเอชเท่ากับ 7 จะมีสมบัติเป็นกลางสารที่มีค่าพีเอช
น้อยกว่า 7 จะมีสมบัติเป็นกรด ส่วนสารท่ีมีค่าพีเอชมากกว่า 7 จะมีสมบัติเป็นเบส การทดสอบสมบัติความเป็น
กรด-เบสของสาร สามารถทดสอบได้โดยใช้กระดาษลิตมัส แต่หากต้องการทราบระดับความเป็นกรด-เบส
ของสาร สามารถใชก้ ระดาษยูนเิ วอร์ซลั อนิ ดเิ คเตอร์ ซึง่ จะเปล่ียนสตี ามค่าพเี อชตา่ ง ๆ
การเกิดปฏิกิริยาเคมีจะมีสารใหม่เกิดขึ้น นอกจากสังเกตได้จากการเปลี่ยนสี กลิ่น หรืออุณหภูมิ
มฟี องแกส็ หรือตะกอนเกิดขนึ้ แล้ว การเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมียงั อาจสังเกตได้จากการเปล่ยี นแปลงคา่ พเี อชอกี ดว้ ย
เม่ือเตมิ สารละลายเบสลงในสารละลายกรด จะพบวา่ สารละลายที่ได้มีคา่ พีเอชสูงกว่าสารละลายกรด
ที่เป็นสารต้ังต้น แสดงว่าเบสที่เติมลงไปทำให้สารละลายมีความเป็นกรดน้อยลง ในทางตรงกันข้ามเมื่อเติม
สารละลายกรดลงในสารละลายเบส สารละลายที่ได้จะมคี ่าพีเอชต่ำกว่าสารละลายเบสทีเ่ ป็นสารตั้งตน้ แสดงวา่
กรดที่เติมลงไปทำให้สารละลายมีความเป็นเบสน้อยลง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นการเกิดปฏิกิริยาเคมีของ
กรดกับเบส (acid-base reaction) โดยทั่วไปปฏิกิรยิ าดังกล่าวจะได้ผลติ ภัณฑ์เป็นสารประกอบประเภทเกลือ
และน้ำ ถา้ เกลอื ที่เกิดขึ้นละลายในน้ำได้น้อยหรือไมล่ ะลาย จะเหน็ เปน็ ตะกอน แตถ่ า้ เกลือที่เกิดข้ึนละลายในน้ำ
ไดด้ ี จะเหน็ เป็นสารละลายใส สามารถเขยี นแทนไดด้ ว้ ยสมการข้อความ ดังน้ี
กรดซัลฟิวริก + แบเรียมไฮดรอกไซด์ → แบเรียมซัลเฟต + นำ้
(กรด) + (เบส) เกลือ (ตะกอน)
กรดแอซีตกิ + โซเดยี มไฮดรอกไซด์ → โซเดยี มแอซีเตต + น้ำ
(กรด) + (เบส) เกลอื (ละลายน้ำ)
กรดไฮโดรคลอริก + โซเดยี มไฮดรอกไซด์ → โซเดียมคลอไรด์ + น้ำ
(กรด) + (เบส) เกลอื (ละลายน้ำ)
กรด + เบส → เกลอื + น้ำ
เราสามารถนำความรู้เรื่อง ปฏิกิริยาเคมีของกรดกับเบสไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่น ในกรณีท่ี
กระเพาะอาหารมีกรดในปริมาณมากเกินไป ต้องกินยาลดกรด ซึ่งมีสมบัติเป็นเบส เพื่อช่วยทำปฏิกิริยากับกรด
ทำให้ความเป็นกรดลดลง ในกรณีของดินเปรี้ยว ซึ่งเป็นดินที่มีความเป็นกรดมากเกินไป ไม่เหมาะกับการ
เพาะปลูก การเติมปูนขาวที่มีสมบัติเป็นเบสจะช่วยลดความเป็นกรดในดิน นอกจากกรดและเบสจะทำปฏิกิริยา
เคมกี ันแลว้ ท้งั กรดและเบสต่างก็สามารถทำปฏกิ ิรยิ ากบั สารอืน่ ได้
4. ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
ความสามารถในการสือ่ สาร: นักเรยี นสามารถสอื่ สาร โดยนำเสนอข้อมลู เกี่ยวกับการระบกุ าร
เกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมจี ากการเปล่ียนแปลงของสารได้
5. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ซื่อสตั ย์สจุ ริต มุ่งมัน่ ในการทำงาน
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อย่อู ยา่ งพอเพยี ง ใฝ่เรียนรู้ มจี ติ สาธารณะ
มีวนิ ัย รกั ความเปน็ ไทย
6. ชิ้นงาน /ภาระงาน
ใบบนั ทึกกจิ กรรมเรื่อง ปฏกิ ิริยาของกรดกบั เบส
7. กิจกรรมการเรียนรู้
ใชร้ ูปแบบการจดั การเรยี นการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es)
ข้ันที่ 1 กระตุน้ ความสนใจ (Engagement
1) ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียน เพื่อนำเข้าสู่เรื่อง ปฏิกิริยาเคมีรอบตัว โดยให้นักเรียน
ดูภาพนำเรื่อง (หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นม.3 เล่ม2 สสวท. หน้า 15) โดยใช้
ประเดน็ คำถามดงั น้ี
- ผิวหนิ อ่อนบนตวั อาคารทัชมาฮาลมีการเปลย่ี นแปลงเนื่องจากสาเหตุใด (เนอ่ื งจากหนิ ออ่ นบน
ตัวอาคารสัมผัสกบั ฝนกรดทำให้เกดิ การกัดกร่อน บริเวณท่ีถกู กัดกร่อนจะมีการสะสมตวั ของฝุ่นละออง ทำให้ผวิ
หินอ่อนเปลย่ี นจากสขี าวเป็นสนี า้ํ ตาล)
2) ให้นักเรียนทำกิจกรรมทบทวนความรู้ก่อนเรียน (หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี ช้นั ม.3 เล่ม2 สสวท. หนา้ 5) จำนวน 3 ข้อ โดยเลือกตอบว่าถูกหรือผดิ ดังนี้
- สารท่เี ขา้ ทำปฏกิ ิริยาเคมเี ปน็ สารต้งั ตน้ ส่วนสารใหม่ท่ีเกดิ ขนึ้ จากปฏิกิรยิ าเคมเี ปน็
ผลิตภัณฑ์ (ถูกต้อง)
- อะตอมของสารตั้งต้นจะไม่สญู หายไประหว่างการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี แต่อะตอมจะจดั
เรียงตวั เปลย่ี นไปเกิดเป็นสารใหม่ (ถกู ตอ้ ง)
- ปฏิกริ ยิ าเคมที ม่ี กี ารถา่ ยโอนความรอ้ นจากสิ่งแวดล้อมเข้าสู่ระบบจัดเปน็ ปฏิกิรยิ าคาย
ความร้อน (ผดิ )
3) ครูตรวจสอบการทำกิจกรรมทบทวนความรู้ก่อนเรียน ถ้าไม่ถูกต้องให้แก้ไขความเข้าใจ
คลาดเคลื่อนของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนมีความรู้พื้นฐานที่ถูกต้องและเพียงพอที่จะเรียนเรื่องปฏิกิริยา เคมี
รอบตวั และอภปิ รายร่วมกัน
4) ครูเพิ่มเติมความสนใจของนักเรียน เกี่ยวกับสมบัติความเป็นกรด-เบสของสาร โดยสาธิต
วิธีการทดสอบระดับความเป็นกรด-เบสของสารตัวอย่าง เช่น น้ำเปล่า น้ำหวาน น้ำมะนาว น้ำส้มสายชู เป็นต้น
ด้วยกระดาษยนู ิเวอรซ์ ลั อนิ ดิเคเตอร์ประกอบการอภปิ ราย
ขัน้ ที่ 2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration)
5) ครูเชื่อมโยงเข้าสู่กิจกรรมที่ 5.4 ปฏิกิริยาของกรดกับเบส โดยใช้คำถามว่า ทราบหรือไม่ว่า
แมกนเี ซียมไฮดรอกไซด์ในยาลดกรด ช่วยลดความเปน็ กรดในกระเพาะอาหารได้อยา่ งไร (นกั เรยี นตอบตามความ
เขา้ ใจของตนเอง)
6) นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดำเนินกิจกรรม ตามหนังสือเรียนรายวิชา
พื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 17 และครูตรวจสอบความ
เข้าใจการอ่าน โดยใชค้ ำถามดังตอ่ ไปน้ี
- กจิ กรรมนเ้ี กี่ยวกบั เรอ่ื งอะไร (ปฏิกิริยาของกรดกบั เบส)
- กิจกรรมน้ีมีจุดประสงคอ์ ะไร (สงั เกตและอธบิ ายปฏิกริ ยิ าของกรดกับเบส)
- วิธีดำเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (สังเกตลักษณะสารแต่ละชนิด จากนั้นใช้
กระดาษยูนิเวอร์ซัลอินดิเคเตอร์ตรวจสอบความเป็นกรด-เบสของสารละลายกรดแอซีติกและสารละลาย
โซเดียมไฮดรอกไซด์ จากนั้นรินสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ลงในสารละลายกรดแอซีติก สังเกตลักษณะสาร
และตรวจสอบค่าพีเอชของสารละลายที่ได้ด้วยกระดาษยูนิเวอรซ์ ัลอินดเิ คเตอร์ และเปรียบเทียบกับค่าพีเอชของ
สารตง้ั ตน้ )
- ขอ้ ควรระวงั ในการทำกิจกรรมมีอะไรบา้ ง (ระวงั การสัมผัสสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ ใน
กรณีท่ีสมั ผสั สารละลายดงั กลา่ ว ใหป้ ล่อยน้ำปรมิ าณมากไหลผ่านบริเวณท่ีสมั ผสั )
- นักเรียนต้องสังเกตหรือรวบรวมข้อมูลอะไรบ้าง (สีของกระดาษยูนิเวอร์ซัลอินดิเคเตอร์ และ
คา่ พีเอช ของสารต้ังตน้ และผลติ ภัณฑ)์
7) ขณะที่นักเรียนทำกิจกรรม ครูสังเกตการทำกิจกรรมของนักเรียน และให้คำแนะนำ ถ้า
นักเรียนมีข้อสงสัยในประเด็นต่าง ๆ ที่อาจเป็นปัญหา เช่น การเทียบสีเพื่อหาค่าพีเอชด้วยกระดาษยูนิเวอร์ซัล
อินดิเคเตอร์ ซึ่งครูควรรวบรวมปัญหา และข้อสงสัยที่พบจากการทำกิจกรรมของนักเรียนเพื่อใช้เป็นข้อมูล
ประกอบการอภิปรายหลังจากการทำกิจกรรม
ข้ันท่ี 3 ขน้ั อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
8) นกั เรยี นบนั ทึกการทำกจิ กรรมลงในแบบบันทึกการค้นคว้ากจิ กรรมที่ 5.4 ปฏิกิริยาของกรด
กับเบส โดยสรุปผลของกิจกรรมและตอบคำถามท้ายกิจกรรม เพื่อให้ได้ข้อสรุปจากกิจกรรมว่า เมื่อเติม
สารละลายกรดลงในสารละลายเบส จะพบว่าสารละลายที่ได้มีค่าพีเอชเปลี่ยนแปลงไป โดยมีค่าพีเอชสูงกว่า
สารละลายกรดที่เป็นสารต้ังต้น หรือมีความเป็นกรดลดลง และมีค่าพีเอชต่ำกว่าสารละลายเบสที่เป็นสารต้งั ต้น
หรอื มีความเป็นเบสลดลง
ขั้นท่ี 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration)
9) นกั เรยี นเรียนรู้เพ่ิมเติมเก่ยี วกับปฏกิ ิริยาระหว่างกรดกับเบส โดยอ่านเนอื้ หาและเกร็ดน่ารู้ใน
หนงั สอื เรยี นหน้า 18-19 และตอบคำถามระหว่างเรยี นดงั นี้
- ค่าพีเอชของสารละลายหลังเกิดปฏิกิริยาเคมีระหว่างกรดและเบสเป็นอย่างไร (แนวคำตอบ
มคี า่ พีเอชสูงข้ึน เมื่อเปรยี บเทยี บกบั สารละลายกรดที่เปน็ สารต้งั ตน้ และมคี า่ พเี อชต่ำลง เม่อื เทียบกับสารละลาย
เบสท่เี ปน็ สารต้งั ตน้ )
- แนวคดิ ท่ีวา่ ปฏิกิริยาระหว่างกรดกบั เบส สารละลายที่ได้จะมสี มบัติเป็นกลางเท่าน้นั (แนว
คำตอบ ไม่ถูกต้อง ปฏกิ ิริยาระหวา่ งกรดกบั เบส สารละลายที่ได้อาจมีสมบตั ิเปน็ กรด กลาง หรอื เบส ข้นึ อยู่กบั
ชนดิ และปริมาณของกรดและเบสทเ่ี ขา้ ทำปฏิกริ ยิ ากัน)
ขนั้ ท่ี 5 ขน้ั ประเมิน (Evaluation)
10) ครูและนักเรียนอภิปรายผลการทำกิจกรรม การเกิดปฏิกิริยาเคมี จะได้ข้อสรุปว่า
การเกิดปฏิกิริยาเคมีของกรดกับเบส (acid-base reaction) จะทำให้สารละลายที่ได้มีความเป็นกรด-เบสลดลง
เมื่อเทียบกับสารตั้งต้นปฏิกิริยานี้ส่วนใหญ่จะได้ผลิตภัณฑ์เป็นสารประกอบประเภทเกลือและน้ำ ถ้าเกลือที่
เกิดขึ้นละลายในน้ำได้น้อยหรือไม่ละลาย จะเห็นเป็นตะกอน ถ้าเกลือที่เกิดขึ้นละลายได้ดีในน้ำ จะเห็นเป็น
สารละลายใส ปฏกิ ิรยิ าทีเ่ กิดขึน้ สามารถเขียนแทนไดด้ ว้ ยสมการข้อความ ดังนี้
กรด + เบส → เกลอื + นำ้
11) ครูตรวจสอบการส่งแบบบันทึกการค้นคว้าของนักเรียนและให้คะแนนประเมินตามเกณฑ์
การประเมิน (Rubrics Score)
8. ส่ือการเรยี นรู้/แหล่งเรยี นรู้
8.1 อปุ กรณ์ทำกจิ กรรม: จำนวน 10 รายการ ดังแสดงแนบไวใ้ นใบกจิ กรรมที่ 5.4 ปฏกิ ิรยิ าของกรดกับ
เบสเปน็ อย่างไร
8.2 ชดุ สาธิต: กระดาษยนู เิ วอรซ์ ัลอนิ ดิเคเตอร์ และตวั อย่างกรด-เบส
8.3 ใบกิจกรรม: ใบกจิ กรรมที่ 5.4 ปฏิกิริยาของกรดกับเบสเป็นอย่างไร
8.4 แบบบนั ทึกกิจกรรม: แบบบันทกึ การคน้ ควา้ กิจกรรมท่ี 5.4 ปฏกิ ิริยาของกรดกับเบสเปน็ อย่างไร
8.5 แหลง่ เรยี นร:ู้ หนงั สือเรยี นรายวชิ าพื้นฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3
เลม่ 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธกิ าร
9. การวัดและการประเมนิ
ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ วิธีการวัด เครอ่ื งมอื วัด เกณฑท์ ใ่ี ช้ในการประเมิน
- คำถามท้ายกจิ กรรมท่ี 5.4 - ได้ไมน่ ้อยกวา่ 2 คะแนน
1. อธบิ ายปฏิกริ ิยาของกรดกับ - ตรวจการตอบคำถาม
ปฏิกิริยาของกรดกับเบส ระดบั คุณภาพดี ถือว่า
เบสได้ (ด้านความรู้: K) ทา้ ยกิจกรรมที่ 5.4 เป็นอยา่ งไร จำนวน 3 ข้อ ผ่านการประเมิน
ดา้ นความรู้
2. การใช้ทกั ษะการสังเกต - ตรวจการทำแบบ - แบบบันทึกการคน้ คว้า - ไดไ้ มน่ ้อยกว่า 2 คะแนน
กจิ กรรมที่ 5.4 ระดับคุณภาพดี ถือวา่
โดยสงั เกตการเปลยี่ นแปลง บนั ทกึ การคน้ คว้า ปฏิกริ ิยาของกรดกับเบส ผา่ นการประเมิน
เป็นอยา่ งไร ด้านกระบวนการ
ของสารเม่ือเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี กิจกรรมท่ี 5.4
- เกณฑ์การประเมนิ การใช้ - ไดไ้ ม่น้อยกว่า 2 คะแนน
ของกรดและเบส งานอุปกรณ์ในกจิ กรรมของ ระดบั คุณภาพดี ถือว่าผา่ น
นักเรียน การประเมิน
(ดา้ นกระบวนการ: P) ด้านเจตคติ
3. ตระหนกั ถึงความสำคัญ - สังเกตการใช้งาน
ของการใชอ้ ปุ กรณ์ อุปกรณ์ในกิจกรรม
การทำกิจกรรมได้ ของนักเรยี น
(ดา้ นเจตคต:ิ A)
9.1 เกณฑก์ ารประเมนิ ผลนักเรียน เกณฑก์ ารประเมนิ (Rubrics Score)
ประเด็นการประเมิน คา่ น้ำหนัก แนวทางการให้คะแนน
คะแนน
การให้คะแนนตอบ 3 ตอบคำถามท้ายกจิ กรรมที่ 5.4 ถกู ต้อง จำนวน 3 ขอ้
คำถามทา้ ย
กิจกรรมที่ 5.4 2 ตอบคำถามทา้ ยกจิ กรรมที่ 5.4 ถูกต้อง จำนวน 2 ข้อ
การใหค้ ะแนนการบันทกึ 1 ตอบคำถามทา้ ยกจิ กรรมที่ 5.4 ถูกต้อง จำนวน 1 ขอ้ หรือ ไม่ถูกต้อง
แบบบนั ทึกการค้นควา้
บันทึกผลจากการสังเกตและอธิบายปฏิกริ ิยาของกรดกบั เบส โดยบันทึก
กจิ กรรมที่ 5.4
3 การเปลยี่ นแปลงของสารเม่ือเกิดปฏกิ ิริยาเคมไี ด้ครบถว้ น ตามความเป็น
การให้คะแนน จริงโดยไมเ่ พ่ิมความคดิ เห็นสว่ นตวั ลงในแบบบนั ทกึ การคน้ ควา้ ได้
การใชง้ านอุปกรณ์
ชัดเจน ถกู ตอ้ ง ครบทกุ ประเดน็ สอดคล้องกับเน้ือหาในกจิ กรรม
ในกจิ กรรม
บันทกึ ผลจากการสงั เกตและอธิบายปฏิกิริยาของกรดกับเบส โดยบนั ทกึ
2 การเปลย่ี นแปลงของสารเมื่อเกดิ ปฏิกิริยาเคมที ี่เกิดขึ้นลงในแบบบันทึก
การค้นควา้ ไดถ้ ูกตอ้ ง แต่ไมค่ รบทุกประเดน็ ยังมีข้อผิดพลาด
บนั ทกึ ผลจากการสังเกตและอธิบายปฏกิ ริ ิยาของกรดกบั เบส โดยบันทึก
1 การเปลี่ยนแปลงของสารเมื่อเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมที ่เี กิดขึน้ ลงในแบบบนั ทกึ
การค้นคว้าไมถ่ ูกต้อง มีข้อผิดพลาดตอ้ งแก้ไข
ใชง้ านอุปกรณ์การทดลองในกิจกรรมได้ถูกวธิ ี หยิบ เคลื่อนยา้ ยอุปกรณ์
3 อย่างระมดั ระวงั ไมห่ ยอกลอ้ หรือแกล้งเพอื่ นขณะกำลังใชง้ านอุปกรณ์
และหลงั การใชง้ านอุปกรณม์ ีการเกบ็ รักษาอย่างถูกวธิ ี
ใช้งานอุปกรณ์การทดลองในกิจกรรมได้ถูกวิธี หยิบ เคล่อื นย้ายอุปกรณ์
2 อยา่ งระมัดระวัง ไมห่ ยอกล้อหรือแกล้งเพ่ือนขณะกำลังใช้งานอปุ กรณ์
แต่หลงั การใชง้ านอุปกรณไ์ ม่มีการเกบ็ รักษาอยา่ งถูกวิธี หรอื ไม่เก็บ
อุปกรณ์เขา้ ตูเ้ กบ็ อุปกรณ์ตามประเภทของอุปกรณ์
ใชง้ านอุปกรณ์การทดลองในกิจกรรมได้ แต่ขณะหยิบ เคลื่อนยา้ ยอุปกรณ์
1 หรอื กำลังใช้งานอุปกรณ์ จะหยอกลอ้ หรือแกลง้ เพ่ือน อาจทำใหอ้ ปุ กรณ์
เสียหายได้ และหลงั การใชง้ านอุปกรณ์ไม่มีการเก็บรักษาอย่างถกู วิธี
9.2 ระดบั คณุ ภาพ หมายถงึ ดีมาก
หมายถึง ดี
คะแนนรวมเฉลีย่ 6.00 - 5.00 หมายถึง พอใช้
คะแนนรวมเฉล่ีย 4.00 - 3.00
คะแนนรวมเฉลยี่ 2.00 - 1.00
ดังน้นั นักเรยี นต้องไดค้ ะแนนเฉล่ยี ทกุ ประเด็นการประเมิน ไมต่ ำ่ กวา่ 2.00 แสดงระดับ
คณุ ภาพ ดี ถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ในแผนการจดั การเรยี นท่ี 4
10. ความคดิ เหน็ ของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้……………………………………………….……………………………………
............................................................................................................................. ....................................................
ลงชอื่ .....................................................
(นายหมสู่ า ผิดไรงาม)
หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
11. ความคิดเห็นรองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
องคป์ ระกอบของแผนการจดั การเรียนร้.ู ............................................................................
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วัด/ผลการเรยี นรู้สอดคล้อง.......................................................
สาระสำคญั ครอบคลุมชดั เจน.............................................................................................
สาระการเรียนร้มู คี วามถูกตอ้ งตามหลกั วิชาการ................................................................
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรมู้ ีความชดั เจนครอบคลุม (K/P/A).....................................................
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น................................................................................................
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์.................................................................................................
ระบภุ าระงาน/ชน้ิ งาน........................................................................................................
กจิ กรรมการเรียนรเู้ น้นผู้เรียนเป็นสำคัญ...........................................................................
สอื่ และอปุ กรณ์การเรยี นร.ู้ ................................................................................................
การวดั และการประเมินผลตามจดุ ประสงค์การเรียนร.ู้ ..........................................................
เสนอส่งแผนการจัดการเรียนรตู้ ามข้ันตอนระบบงาน........................................................
บนั ทกึ หลังสอน.................................................................................................................
( นายอบั ดลรอศักด์ิ มณโี ส๊ะ)
รองผู้อำนวยการกลมุ่ บริหารวิชาการ
12. ความคิดเหน็ ผู้อำนวยการโรงเรียน
อนุญาตให้ใชจ้ ดั การเรียนการสอนได้
ควรปรับปรงุ คอื ................................................................................................................
............................................................................................. .....................................................
( นายสิรวฒุ ิ ยุนยุ้ )
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นกำแพงวิทยา
13. บันทกึ หลงั การจดั กจิ กรรมการเรยี นรแู้ ผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 4
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้ (ตามจุดประสงค)์
จากจดุ ประสงคก์ ารเรียนรทู้ ั้ง 3 ขอ้ ต่อไปนี้
10. นักเรยี นอธิบายปฏิกริ ิยาของกรดกับเบสได้ (K)
11. นักเรยี นใชท้ ักษะการสงั เกต โดยสงั เกตการเปลย่ี นแปลงของสารเม่อื เกดิ ปฏิกิริยาเคมขี องกรด
และเบส (P)
12. นักเรียนตระหนักถึงความสำคัญของการใชอ้ ุปกรณ์การทำกิจกรรมได้ (A)
พบว่า
- นกั เรียนสามารถอธบิ ายปฏกิ ริ ิยาของกรดกับเบสได้
- นักเรียนสามารถใช้ทักษะการสังเกต โดยสังเกตการเปลี่ยนแปลงของสารเมื่อเกิดปฏิกิริยาเคมี
ของกรดและเบสได้
- นกั เรยี นตระหนักถึงความสำคัญของการใช้อุปกรณ์การทำกิจกรรมได้
13.2 แนวทางแก้ปัญหานกั เรยี นที่ไม่ผ่านผลการเรยี นรู้หรือจุดประสงค์ (เพ่อื นำไปสู่ PLC)
-
ลงช่อื .....................................................
(นางสาวหสุ ณา ตามาต)
ครูผู้สอน
วันท่ี……เดือน………………….พ.ศ…………
แบบบนั ทึกการประเมินคณุ ภาพการเรียนร้ขู องนักเรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3
รายวชิ าวิทยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน (ว23102) หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 ปฏกิ ิริยาเคมีและวสั ดุในชวี ติ ประจำวัน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรอ่ื ง ปฏิกริ ิยาของกรดกบั เบส
มธั ยมศึกษาปีที่ 3/7 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
เลขที่ ช่ือ – สกุล ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดบั คณุ ภาพ สรปุ ผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)
้ดานเจตค ิต (A)
333 9 ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ผ่าน ไม่ผา่ น
9
1 ด.ช. กฤษฏิ์ พรหมน้ำดำ 3 3 3 9 //
2 ด.ช. กล้าณรงค์ 9 //
3 ด.ช. ครองภพ คงทอง 3 3 3 9 //
4 ด.ช. ชยพล 6 //
5 ด.ช. ชัยวฒั น์ สำเร 3 3 3 6
6 ด.ช. ซลั มาน 9 //
7 ด.ช. ณฏั ฐภัทร พิพิธประภาเลศิ 3 3 3 6 //
8 ด.ช. ธนากร 6 //
9 ด.ช. ธรี พฒั น์ ตงุ้ แก้ว 2 2 2 6 //
10 ด.ช. นนทพทั ธ์ 9 //
11 ด.ช. นนั ทวัฒน์ จองวราหศ์ รี 2 2 2 6 //
12 ด.ช. ปฏพิ ล 6 //
13 ด.ช. ภทั รพล ผอมนมุ่ 333 9 //
14 ด.ช. ภมู ิประชา 9 //
15 ด.ช. อฟั ฟาน รกั สะโม๊ะ 2 2 2 6 //
16 ด.ช. อาซนั 9 //
17 ด.ช. สทิ ธิวงศ์ จนั ทร์จติ จริงใจ 2 2 2 9 //
18 ด.ช. ธมกร 9 //
19 ด.ญ. ไคริกา จันทรตั น์ 2 2 2 9 //
20 ด.ญ. ญาณศิ า 9 //
21 ด.ญ. ณัฐชุตา บนิ สหัส 333 9 //
22 ด.ญ. ดาวิญา 9 //
23 ด.ญ. ธนิษฐา สงมาก 2 2 2 9 //
24 ด.ญ. นงนภสั 9 //
25 ด.ญ. นซั มี หมาดหมนี 2 2 2 9 //
26 ด.ญ. ปวณี า 9 //
27 ด.ญ. ปณั ฑติ า ภมรานนท์ 3 3 3 9 //
28 ด.ญ. พิชชา 9 //
29 ด.ญ. รวภิ า เดชอารัญ 3 3 3 9 //
30 ด.ญ. ราตีมา 9 //
31 ด.ญ. ลลติ า หวันสู 2 2 2 9 //
32 ด.ญ. วรนชุ //
สุวรรณวงศ์ 3 3 3 //
สวุ รรณวิโก 3 3 3
โดงกูล 3 3 3
รัตนพนั ธ์ 3 3 3
ศิริสม 3 3 3
สายเส็น 333
ยง่ิ ขจร 3 3 3
สนั โด 3 3 3
เล่งเจะ๊ 3 3 3
ศรีน้ยุ คง 3 3 3
แก้วบุตร 3 3 3
ราเหม 3 3 3
เหมรา 3 3 3
สนั หลี 3 3 3
อุสมา 3 3 3
อศุ มา 3 3 3
เลขที่ ชื่อ – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดบั คุณภาพ สรุปผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)
้ดานเจตค ิต (A)
3 3 3 9 ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ผา่ น ไมผ่ า่ น
33 ด.ญ. วมิ ลรตั น์ จิระเสถียร 333 9 / /
34 ด.ญ. ศศิภา หนูวงศ์
35 ด.ญ. สริ นิ ทรา ไชยยัน 333 9 / /
36 ด.ญ. อนสุ รา สะเล่
37 ด.ญ. อญั ญาณี ทมุ มาลี 333 9 / /
38 ด.ญ. ปวัณรัตน์ อมุ าลี
39 ด.ญ. พิศลยา ละมลู สุข 333 9 / /
40 ด.ญ. วิยะดา ธนะภาส
333 9 / /
333 9 / /
333 9 / /
222 6 / /
จำนวนกลุ่ม 31 9 40 0
ร้อยละ 77.5 22.5 100 0
เกณฑร์ ะดบั คุณภาพ สรปุ ผลการประเมิน ลงช่ือ.........................................
ช่วงคะแนน 8-9 : ระดบั คุณภาพดี ผา่ น : ระดบั คณุ ภาพดีและพอใช้ (นางสาวหสุ ณา ตามาต)
ชว่ งคะแนน 5-7 : ระดับคณุ ภาพพอใช้ ไมผ่ า่ น : ระดับคณุ ภาพปรบั ปรุง ผ้ปู ระเมิน
ช่วงคะแนน 0-4 : ระดับคณุ ภาพปรบั ปรุง
ต้องได้คะแนนเฉลี่ยทุกประเด็นการประเมนิ ไมต่ ำ่ กว่า 2.00 แสดงระดับคุณภาพ ดี ข้ึนไปเทา่ นน้ั
ถงึ จะผ่านการเรยี นรู้ตามตวั ชวี้ ัด
แบบบันทกึ การประเมนิ คณุ ภาพการเรยี นรูข้ องนักเรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3
รายวชิ าวิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน (ว23102) หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ปฏิกิริยาเคมแี ละวสั ดุในชีวิตประจำวนั
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 4 เรอ่ื ง ปฏกิ ิริยาของกรดกับเบส
มธั ยมศึกษาปที ่ี 3/8 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564
เลขท่ี ชอื่ – สกุล ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดบั คณุ ภาพ สรปุ ผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)
้ดานเจตค ิต (A)
333 9 ดี พอใช้ ปรบั ผา่ น ไมผ่ า่ น
ปรงุ
1 ด.ช. กฤษฎา ขนุ รายา 222 6
6 //
2 ด.ช. จิตติพัฒน์ หลงั ชาย 222 6 //
9 //
3 ด.ช. จริ พงษ์ เจียมพงศ์ไพศาล 2 2 2 6 //
9 //
4 ด.ช. ณฐั วุฒิ โอมณี 333 9 //
9 //
5 ด.ช. ณฐั วฒุ ิ หมาดแนง้ 2 2 2 9 //
9 //
6 ด.ช. ทวพี ล อนิ ทพันธ์ 3 3 3 9 //
9 //
7 ด.ช. ทีฆายุ พันตรี 3 3 3 6 //
9 //
8 ด.ช. ธรี ธ์ วชั กลนิ่ เขียว 3 3 3 9 //
6 //
9 ด.ช. ธรี ภทั ร ทองแป้น 3 3 3 9 //
9 //
10 ด.ช. ปญั ญวิชญ์ สาเส็น 333 9 //
9 //
11 ด.ช. พงศพศั สงั ขชาติ 333 9 //
6 //
12 ด.ช. พงศา คงพลบั 333 9 //
9 //
13 ด.ช. ฟารอ์ ยั ดนี ลีลานนท์ 2 2 2 9 //
9 //
14 ด.ช. ภทั ธพล องสารา 333 9 //
9 //
15 ด.ช. ภรู พิ ฒั น์ แทง่ ทอง 333 9 //
9 //
16 ด.ช. อคั รวินท์ ธาราพิสิฐ 2 2 2 6 //
//
17 ด.ช. อันดา นวมจิตร์ 3 3 3
18 ด.ช. อัสมี โสลิกี 3 3 3
19 ด.ญ. ชนนั รตั น์ พรหมจรรย์ 3 3 3
20 ด.ญ. ซันนี ราเยน็ 3 3 3
21 ด.ญ. ณฐั ณชิ า บุญคง 333
22 ด.ญ. ณัฐณชิ า บัวทอง 222
23 ด.ญ. ธญั ญลักษณ์ มะโนรตั น์ 3 3 3
24 ด.ญ. ธญั ญลกั ษณ์ ทองไชย 333
25 ด.ญ. นงนภสั องสารา 333
26 ด.ญ. นุรรยั ฮาล เขยี วยบั 333
27 ด.ญ. นรู ไลลา มา่ เหล็ม 333
28 ด.ญ. นูรอัยดาร์ หลีหาด 333
29 ด.ญ. นรู อัยนี หนหู นั 333
30 ด.ญ. ปฏญิ ญา สะอา 333
31 ด.ญ. ปนัดดา มัจฉา 222
เลขที่ ชอ่ื – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดับคณุ ภาพ สรุปผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)
้ดานเจตค ิต (A)
333 9 ดี พอใช้ ปรบั ผ่าน ไมผ่ ่าน
ปรงุ
32 ด.ญ. พมิ พพ์ ิชญช์ า อนพุ งศ์ 333 9 / /
33 ด.ญ. ลลติ า ชสู กลุ 333 9 / /
34 ด.ญ. ลิปดา เตพิริยะกลุ 222 6 //
35 ด.ญ. วราลี กองหลัง 333 9 / /
36 ด.ญ. สทุ ธิดา แสงดำ 333 9 / /
37 ด.ญ. อาซุมี เกาะสมนั 333 9 / /
38 ด.ญ. อลุ ยา หวันสู 333 9 / /
39 ด.ญ. อนสุ รา ทรัพยว์ งศา 333 9 / /
40 ด.ญ. อภญิ ญา ตาเอ็น 222 6 /
จำนวนกลมุ่ 30 11 40 0
รอ้ ยละ 73.17 26.83 100 0
เกณฑ์ระดับคุณภาพ สรปุ ผลการประเมิน ลงช่ือ.........................................
ช่วงคะแนน 8-9 : ระดับคณุ ภาพดี ผ่าน : ระดบั คุณภาพดีและพอใช้ (นางสาวหสุ ณา ตามาต)
ช่วงคะแนน 5-7 : ระดับคณุ ภาพพอใช้ ไม่ผ่าน : ระดับคณุ ภาพปรับปรงุ ผ้ปู ระเมิน
ช่วงคะแนน 0-4 : ระดับคณุ ภาพปรบั ปรงุ
ตอ้ งไดค้ ะแนนเฉล่ยี ทกุ ประเดน็ การประเมนิ ไม่ตำ่ กวา่ 2.00 แสดงระดับคุณภาพ ดี ข้ึนไปเท่าน้นั
ถึงจะผา่ นการเรยี นรู้ตามตวั ชว้ี ดั
สอ่ื การเรยี นรู้แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4: ใบกิจกรรมท่ี 5.4
ใบกจิ กรรมที่ 5.4 ปฏกิ ริ ยิ าของกรดกับเบสเปน็ อย่างไร
หนังสอื เรยี นรายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 17
กิจกรรมที่ 5.4 ปฏกิ ิริยาของกรดกับเบสเป็นอยา่ งไร?
จุดประสงค์
วัสดอุ ุปกรณ์ สังเกตและอธิบายปฏิกิริยาของกรดกับเบส
วธิ ดี ำเนนิ กิจกรรม วัสดทุ ใ่ี ชต้ อ่ กลุ่ม
1. สารละลายโซเดยี มไฮดรอกไซด์หรือสารละลาย 5 cm3
โซดาไฟ ความเขม้ ขน้ ประมาณ 0.6 โมลต่อลติ ร
2. สารละลายกรดแอซตี กิ หรือน้ำสม้ สายชู 5 cm3
ความเข้มขน้ รอ้ ยละ 5 โดยมวลตอ่ ปรมิ าตร 2 ใบ
3. กระบอกตวงขนาด 10 cm3
4. หลอดทดลองขนาดใหญ่ 2 หลอด
5. ที่วางหลอดทดลอง 1 อนั
6. กระดาษยูนเิ วอร์ซัลอินดเิ คเตอร์ 1 กลอ่ ง
7. แท่งแกว้ คน 1 แทง่
8. กระจกนาฬิกา 1 อนั
9. แว่นตานิรภยั เทา่ จำนวนนกั เรยี นในกลุ่ม
10. ถงุ มือยาง เทา่ จำนวนนกั เรียนในกลุม่
1. รินสารละลายกรดแอชตี ิกและสารละลายโซเดยี มไฮดรอกไซด์ อย่างละ
5 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร ลงในหลอดทดลองแตล่ ะหลอด สงั เกตลักษณะสาร
ทดสอบความเปน็ กรด-เบสของสารแต่ละชนิดดว้ ยกระดาษยนู ิเวอร์ซลั อนิ ดเิ คเตอร์
สงั เกตสขี องกระดาษยนู เิ วอร์ซัลอนิ ดิเคเตอร์ ระบุค่าพเี อช และบันทึกผล
2. รินสารละลายกรดแอชตี ิกลงในหลอดทดลองท่ีมีสารละลายโซเดยี มไฮดรอกไซด์
ใชแ้ ทง่ แก้วคนให้เขา้ กัน ทดสอบความเปน็ กรด-เบส ด้วยกระดาษยนู ิเวอร์ซลั อินดิเตอร์
สังเกตลกั ษณะสาร สีของกระดาษยูนิเวอรซ์ ัลอนิ ดเิ คเตอร์ ระบคุ ่าพเี อช และบันทึกผล
กิจกรรมที่ 5.4 ปฏิกิรยิ าของกรดกับเบสเปน็ อยา่ งไร?
การเตรยี มตวั • การเตรียมสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ความเขม้ ขน้ ประมาณ 0.6 โมลตอ่ ลิตร
ล่วงหน้าสำหรับครู ปรมิ าตร 40 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร (สำหรบั 8 กลุม่ ) เตรยี มโดยรินสารละลาย
โซเดยี มไฮดรอกไซดเ์ ข้มขน้ รอ้ ยละ 50 โดยมวลตอ่ ปรมิ าตร ปริมาตร 2 ลูกบาศก์
เซนตเิ มตร ลงในภาชนะ แล้วเติมนำ้ จนมปี รมิ าตรรวมเปน็ 40 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร
• ครสู ามารถใชน้ ำ้ ส้มสายชคู วามเขม้ ขน้ รอ้ ยละ 5 โดยมวลต่อปริมาตร โดยไม่ผสมน้ำ
(น้ำสม้ สายชสู ามารถหาซื้อได้ทัว่ ไป)
ข้อเสนอแนะใน หลงั จากผสมสารละลายกรดและสารละลายเบสเขา้ ด้วยกัน ควรคนสารละลายใหท้ ั่ว
การทำกิจกรรม กอ่ นนำไปทดสอบด้วยกระดาษยูนิเวอร์ซลั อินดิเคเตอร์
คำถามทา้ ยกจิ กรรม
1. เมื่อรินสารละลายกรดแอซีติกลงในสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ พบการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ อย่างไร
และสมบตั ิความเป็นกรด-เบสของสารเปล่ยี นแปลงไปอยา่ งไร
2. เมื่อรินสารละลายกรดแอซีติกลงในสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ เกิดปฏิกิริยาเคมีหรือไม่ ทราบได้
อย่างไร
3. จากกิจกรรม สรุปไดว้ า่ อย่างไร
ส่ือการเรียนรู้แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 4: แบบบันทึกการคน้ คว้ากจิ กรรมที่ 5.4
แบบบันทกึ การค้นควา้ กิจกรรมท่ี 5.4 ปฏกิ ริ ิยาของกรดกับเบสเป็นอยา่ งไร
ชอ่ื -นามสกุล..........................................................................................ช้นั .................เลขท.ี่ ..........กลุ่มท.ี่ ...........
ตารางบนั ทึกผล ลกั ษณะของสาร สีของกระดาษยนู ิเวอรซ์ ัล คา่ พีเอช
อนิ ดิเคเตอร์
สาร
สารละลายกรดแอซีติก
สารละลายโซเดยี ม
ไฮดรอกไซด์
สารละลายกรดแอซีติก
+ สารละลายโซเดยี ม
คำถามทา้ ยกจิ กรรม
1. เมอื่ รนิ สารละลายกรดแอซีตกิ ลงในสารละลายโซเดยี มไฮดรอกไซด์ พบการเปล่ียนแปลงหรือไม่ อยา่ งไร
และสมบัตคิ วามเปน็ กรด-เบสของสารเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
ตอบ ………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. เมื่อรินสารละลายกรดแอซตี กิ ลงในสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ เกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมีหรือไม่ ทราบไดอ้ ย่างไร
ตอบ ………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. จากกจิ กรรม สรปุ ได้วา่ อยา่ งไร
ตอบ ………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนบท้ายแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี : การใหค้ ะแนนด้านกระบวนการ (P)
แนวทางบันทกึ การค้นคว้ากิจกรรมที่ 5.4 ปฏิกิรยิ าของกรดกับเบสเปน็ อย่างไร
ตารางบนั ทึกผล ลกั ษณะของสาร สีของกระดาษยนู ิเวอรซ์ ัล คา่ พเี อช
ของเหลว ใส ไม่มสี ี อินดเิ คเตอร์ 3
สาร ของเหลว ใส ไม่มสี ี แดงส้ม 13
นำ้ เงนิ
สารละลายกรดแอซตี ิก ของเหลว ใส ไม่มีสี 7
สารละลายโซเดยี ม สม้ เหลือง
ไฮดรอกไซด์
สารละลายกรดแอซตี กิ
+ สารละลายโซเดียม
หมายเหตุ บันทึกคา่ พีเอชของสารตามสีของกระดาษยนู เิ วอร์ซลั อินดิเคเตอร์ ซึง่ อาจแตกต่างจากค่าพีเอช
ทีร่ ะบไุ วใ้ นตารางบันทึกผล ทั้งนข้ี ้นึ อยกู่ ับความเข้มข้นของสารละลายทใ่ี ช้
แนบท้ายแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 4: การให้คะแนนด้านความรู้ (K)
เฉลยใบกจิ กรรมท่ี 5.4 ปฏกิ ิริยาของกรดกบั เบสเปน็ อยา่ งไร
เฉลยคำถามท้ายกจิ กรรม
1. เม่อื รนิ สารละลายกรดแอซีติกลงในสารละลายโซเดยี มไฮดรอกไซด์ พบการเปล่ียนแปลงหรอื ไม่ อย่างไร
และสมบัติความเปน็ กรด-เบสของสารเปล่ียนแปลงไปอย่างไร
แนวคำตอบ เมื่อสังเกตด้วยตาเปล่าจะไมพ่ บการเปล่ียนแปลง แต่เม่ือนำไปวดั ค่าพเี อช จะพบการ
เปลย่ี นแปลง โดยสารละลายท่ไี ด้มีคา่ พีเอชสูงกวา่ สารละลายกรดทเี่ ปน็ สารต้งั ตน้ หรอื มีความเป็นกรดลดลง
และมีค่าพเี อชตำ่ กวา่ สารละลายเบสทีเ่ ปน็ สารตั้งตน้ หรอื มีความเป็นเบสลดลง
2. เม่อื รนิ สารละลายกรดแอซีตกิ ลงในสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ เกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมหี รือไม่ ทราบได้อยา่ งไร
แนวคำตอบ เกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี เนื่องจากสารท่ีไดม้ ีคา่ พเี อชเปล่ยี นแปลงไป
3. จากกจิ กรรม สรุปไดว้ ่าอย่างไร
แนวคำตอบ เมือ่ เติมสารละลายกรดลงในสารละลายเบส กรดจะทำปฏิกิริยากับเบส ทำให้สารละลาย
ทีไ่ ด้มีค่าพีเอชอยู่ระหว่างคา่ พีเอชของสารละลายกรดและสารละลายเบสต้ังตน้
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ฯ รหัสวชิ า ว23102 รายวชิ าวิทยาศาสตร์พนื้ ฐาน 6
ปีการศึกษา 2564
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 1 ชั่วโมง
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 5 ปฏิกิริยาเคมแี ละวสั ดใุ นชวี ิตประจำวนั
ช่ือผูส้ อน นางสาวหสุ ณา ตามาต
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วัด
ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสมั พนั ธร์ ะหว่างสมบัติของสสารกับโครงสร้าง
และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสารการเกิดสารละลาย
และการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี
ว 2.1 ม.3/6 อธิบายปฏิกริ ิยาการเกิดสนิมของเหล็กปฏิกริ ยิ าของกรดกับโลหะ ปฏิกริ ยิ าของกรดกับเบส
และปฏิกิริยาของเบสกับโลหะ โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์และอธิบายปฏิกิริยาการเผาไหม้ การเกิดฝนกรด
การสังเคราะหด์ ้วยแสง โดยใช้สารสนเทศ รวมท้ังเขียนสมการขอ้ ความแสดงปฏิกิรยิ าดังกล่าว
2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
1) ปฏิกิริยาของกรดกับโลหะ กรดทำปฏิกิริยากับโลหะได้หลายชนิด ได้ผลิตภัณฑ์เป็นเกลือของโลหะ
และแกส๊ ไฮโดรเจน
2) ปฏิกิริยาของกรดกับสารประกอบคาร์บอเนตได้ผลิตภัณฑ์เป็นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เกลือของ
โลหะ และน้ำ
3) ปฏิกิรยิ าของกรดกับเบส ไดผ้ ลิตภัณฑเ์ ป็นเกลอื ของโลหะและน้ำ หรอื อาจได้เพยี งเกลือของโลหะ
4) ปฏิกิรยิ าของเบสกับโลหะบางชนิด ได้ผลิตภัณฑ์เปน็ เกลือของเบสและแกส๊ ไฮโดรเจน
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) ดา้ นความรู้ (K) นักเรยี นอธบิ ายปฏิกิริยาของกรดกบั โลหะและเบสกับโลหะได้
2) ด้านทักษะ (P) นักเรยี นใช้ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล โดยนำข้อมูลจากการ
สังเกตการเปลยี่ นแปลงของสาร มาอธบิ ายปฏิกิรยิ าเคมตี ่าง ๆได้
3) ด้านเจตคติ (A) นกั เรียนตระหนกั ถึงความสำคญั ของการใชอ้ ปุ กรณ์การทำกิจกรรมได้
3. สาระการเรยี นรู้
ปฏิกิริยาของกรดกับโลหะ กรดทำปฏิกิริยากับโลหะได้หลายชนิด โดยทั่วไปเมื่อกรดทำปฏิกิริยากับ
โลหะ ได้ผลิตภัณฑ์เป็นเกลือของโลหะและแก๊สไฮโดรเจน (hydrogen gas หรือ H2) เช่น กรดไฮโดรคลอริกทำ
ปฏิกิริยากับสังกะสี (zinc หรือ Zn) ได้ผลิตภัณฑ์เป็นซิงค์คลอไรด์ (zinc chloride หรื ZกCl2) ซึ่งเป็นเกลือของ
สงั กะสที ่ลี ะลายไดใ้ นน้ำและแก็สไฮโดรเจน ดังภาพ
ภาพแสดง ปฏกิ ิริยาเคมีของกรดไฮโดรคลอรกิ กับสงั กะสี
อ้างองิ จาก: หนังสอื เรยี นรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3 เล่ม 2 ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธกิ าร หน้า 21
ปฏกิ ิริยาเคมขี องกรดไฮโดรคลอริกกบั สงั กะสี เขียนแทนได้ดว้ ยสมการข้อความ ดังนี้
กรดไฮโดรคลอริก + สังกะสี → ซิงคค์ ลอไรด์ + แกส๊ ไฮโดรเจน
ภาพแสดง แบบจำลองแสดงการจัดเรยี งตวั ใหม่ของอะตอมเม่อื เกดิ ปฏิกริ ิยาเคมรี ะหว่างกรดไฮโดรคลอริกกบั สงั กะสี
อา้ งอิงจาก: หนังสือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 เล่ม 2 ตามหลกั สูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 22
โดยท่วั ไปปฏิกิรยิ าของกรดกับโลหะจะไดผ้ ลิตภัณฑ์ซ่งึ เป็นไปตามสมการ ดังน้ี
กรด + โลหะ → เกลือของโลหะ + แกส็ ไฮโดรเจน
ผลจากปฏิกิรยิ าของกรดกบั โลหะ เช่น การผกุ รอ่ นของหลงั คาสังกะสีเมือ่ ทำปฏิกริ ิยากบั นำ้ ฝนท่มี ี
สมบตั เิ ป็นกรด การกดั กร่อนตะกว่ั เนอื่ งจากกรดซลั ฟวิ ริกในแบตเตอรี่ เป็นต้น
ปฏิกิริยาของเบสกับโลหะ เบสทำปฏิกิริยากับสังกะสีและอะลูมิเนียม ได้ผลิตภัณฑ์เป็นเกลือของ
โลหะและแกส็ ไฮโดรเจน เชน่ โซเดยี มไฮดรอกไซด์ (sodium hydroxide หรือ NaOH) ทำปฏกิ ิริยากับสงั กะสี ได้
ผลิตภัณฑ์เป็นโซเดียมซินเกต (sodium zincate หรือ Na2ZnO2) ซึ่งเป็นเกลือของสังกะสี และแก๊สไฮโดรเจน
เขียนแทนได้ดว้ ยสมการขอ้ ความ ดังนี้
โซเดยี มไฮดรอกไซด์ + สังกะสี → โซเดียมซินเกต + แกส็ ไฮโดรเจน
ภาพแสดง แบบจำลองแสดงการจดั เรียงตัวใหม่ของอะตอมเมื่อเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมรี ะหวา่ งโซเดยี มไฮดรอกไซด์กบั สังกะสี
อา้ งอิงจาก: หนงั สือเรยี นรายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 เลม่ 2 ตามหลกั สตู ร
แกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธกิ าร หนา้ 23
เมอ่ื เบสทำปฏิกิริยาเคมีกับโลหะจะได้ผลิตภณั ฑ์ซึ่งเป็นไปตามสมการ ดังน้ี
เบส + โลหะ → เกลือของโลหะ + แกส็ ไฮโดรเจน
เราจะพบปฏิกริ ยิ าของเบสกบั โลหะในชีวติ ประจำวนั ไม่หลากหลายนกั เน่ืองจากมโี ลหะเพียงไม่กชี่ นิดท่ี
ทำปฏิกิรยิ ากับเบสได้
4. ด้านสมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
ความสามารถในการสื่อสาร: นกั เรียนสามารถสอ่ื สาร โดยการนำเสนอข้อมลู เก่ยี วกบั การระบุการ
เกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมีจากการเปลี่ยนแปลงของสาร
ความสามารถในการคิด: นกั เรยี นสามารถคดิ โดยใช้ความคดิ อยา่ งมเี หตุผลในการเปรียบเทียบและ
อภปิ รายการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี: นกั เรียนสามารถใชเ้ ทคโนโลยี โดยการสืบคน้ ขอ้ มูลเก่ยี วกับ
ปฏกิ ิรยิ าเคมี
5. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ซ่อื สัตย์สจุ ริต มุ่งมน่ั ในการทำงาน
รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ อยอู่ ย่างพอเพียง ใฝ่เรียนรู้ มีจติ สาธารณะ
มีวินยั รกั ความเปน็ ไทย
6. ชิ้นงาน /ภาระงาน
ใบบันทกึ กจิ กรรมเร่ือง ปฏิกิริยาของกรดกบั โลหะและเบสกับโลหะ
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
ใช้รปู แบบการจัดการเรยี นการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es)
ขัน้ ที่ 1 กระตุน้ ความสนใจ (Engagement)
1) ครกู ระตนุ้ ความสนใจของนักเรยี น เก่ียวกบั เร่อื ง ปฏกิ ริ ิยาของกรดกับโลหะและเบสกับโลหะ
โดยใช้ส่อื วีดทิ ัศน์เร่ือง ปฏิกริ ิยาเคมีของสังกะสีกับกรดไฮโดรคลอริก (สืบค้นไดจ้ าก ipst.me/10605) ซ่ึงอธิบาย
เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาเคมีของสังกะสีกับกรดไฮโดรคลอริก ซึ่งได้ผลิตภัณฑ์เป็นเกลือของสังกะสีและแก๊ส
ไฮโดรเจน
2) ครเู ชื่อมโยงเข้าสกู่ จิ กรรมท่ี 5.5 ปฏิกิริยาของกรดกบั โลหะและเบสกับโลหะเปน็ อยา่ งไร โดย
ใชค้ ำถามวา่ ทราบหรือไม่วา่ เมอ่ื กรดหรือเบสทำปฏิกิรยิ ากบั โลหะ จะเกดิ การเปลีย่ นแปลงอยา่ งไร (นกั เรียนตอบ
ตามความเขา้ ใจของตนเอง)
ข้ันที่ 2 ขั้นสำรวจและคน้ หา (Exploration)
3) นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดำเนินกิจกรรม ตามหนังสือเรียนรายวิชา
พื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 20 และครูตรวจสอบความ
เขา้ ใจการอ่าน โดยใชค้ ำถามดงั ตอ่ ไปน้ี
- กิจกรรมนี้เกี่ยวกับเรื่องอะไร (การเปลี่ยนแปลงขณะที่กรดทำปฏิกิริยากับโลหะ และขณะที่
เบสทำปฏิกิรยิ ากับโลหะ)
- กิจกรรมน้ีมจี ุดประสงค์อะไร (สงั เกตและอธิบายปฏกิ ริ ิยาของกรดกบั โลหะและเบสกบั โลหะ)
- วิธีดำเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (ขัดโลหะที่ต้องการทดสอบ แล้วใส่ลงในหลอด
ทดลองแต่ละหลอด รินสารละลายกรดไฮโดรคลอริกลงไปจนท่วมโลหะ สังเกตการเปลี่ยนแปลง ทำการทดสอบ
เช่นเดิมแตเ่ ปลยี่ นจากสารละลายกรดไฮโดรคลอริกเปน็ สารละลายโซเดยี มไฮดรอกไซด)์
- ข้อควรระวังในการทำกิจกรรมมีอะไรบ้าง (ระวังการสัมผัสสารละลายกรดไฮโดรคลอริกหรือ
สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ ในกรณีที่สัมผัสสารละลายดังกล่าว ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดในปรมิ าณมาก
ขณะเกดิ ปฏกิ ริ ยิ า ไม่ควรสังเกตในระยะใกลเ้ กนิ ไป เน่อื งจากบางปฏกิ ิรยิ าอาจมีความรอ้ นเกิดขึน้ )
- นักเรียนตอ้ งสงั เกตหรือรวบรวมขอ้ มูลอะไรบ้าง (ข้อมลู จากการสังเกตลักษณะของโลหะ และ
การเปลย่ี นแปลงของโลหะแตล่ ะชนิดเมอื่ ทำปฏกิ ริ ยิ ากบั กรดและเบส)
4) ขณะที่นักเรียนทำกิจกรรม ครูสังเกตการทำกิจกรรมของนักเรียน และให้คำแนะนำ ถ้า
นักเรียนมีข้อสงสัยในประเด็นต่าง ๆ ที่อาจเป็นปัญหา เช่น ให้ขัดโลหะด้วยกระดาษทรายก่อน เพื่อขจัดสารที่
เคลือบผิวโลหะออก เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาได้ดีขึ้น และควรเติมสารละลายกรดไฮโดรคลอริกหรือสารละลาย
โซเดียมไฮดรอกไซด์ลงในหลอดทดลองแต่ละหลอดในปริมาณที่เท่ากัน ซึ่งครูควรรวบรวมปัญหา และข้อสงสัยที่
พบจากการทำกจิ กรรมของนกั เรียนเพอ่ื ใช้เปน็ ข้อมูลประกอบการอภปิ รายหลังจากการทำกจิ กรรม
ขนั้ ท่ี 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation)
5) นกั เรียนบันทึกการทำกิจกรรมลงในแบบบันทึกการค้นคว้ากจิ กรรมท่ี 5.5 ปฏิกิริยาของกรด
กับโลหะและเบสกับโลหะเป็นอย่างไร โดยสรุปผลของกิจกรรมและตอบคำถามท้ายกิจกรรม เพื่อให้ได้ข้อสรุป
จากกิจกรรมว่า เมอ่ื เติมสารละลายกรดไฮโดรคลอริกลงในโลหะต่าง ๆ พบวา่ สังกะสแี ละตะปูเหลก็ จะมีฟองแก๊ส
เกิดขึ้นทันทีในปริมาณมาก และกร่อนเร็ว ส่วนอะลูมิเนียมจะมีฟองแก๊สเกิดขึ้นเล็กน้อยและเกิดช้า เมื่อเติม
สารละลายโซเดยี มไฮดรอกไซด์ ลงในโลหะต่าง ๆ พบว่าอะลูมเิ นียมจะมีฟองแก๊สเกิดขึน้ ทนั ทใี นปรมิ าณมาก และ
กร่อนเร็ว สังกะสีจะมีฟองแก๊สเกิดขึ้นเล็กน้อยและเกิดช้า ส่วนตะปูเหล็กไม่พบการเปลี่ยนแปลง แสดงว่า
ท้งั กรดและเบสตา่ งกท็ ำปฏิกริ ิยากับโลหะบางชนิดได้ และมีผลติ ภณั ฑท์ ีเ่ ปน็ แก๊สเกดิ ขน้ึ
ขนั้ ท่ี 4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration)
6) นักเรียนเรียนรู้เพ่มิ เติมเกยี่ วกบั ปฏิกริ ยิ าของกรดกบั โลหะ และเบสกับโลหะ โดยอ่านเน้ือหา
ในหนังสือเรยี นหน้า 21-23 และตอบคำถามระหวา่ งเรียน โดยใชป้ ระเด็นคำถามดังนี้
- ถา้ นำน้ำส้มสายชใู ส่ในภาชนะท่ที ำจากอะลูมเิ นียม นักเรยี นคดิ วา่ เหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตุ
ใด (แนวคำตอบ ไม่เหมาะสม เพราะน้ำส้มสายชูคือสารละลายกรดแอซีติก มีสมบัติเป็นกรด สามารถกัดกร่อน
อะลูมิเนียมซง่ึ เปน็ โลหะได)้
- ถ้าใชโ้ ซเดียมไฮดรอกไซด์หรือโซดาไฟลา้ งท่อท่ีทำจากโลหะ เนือ่ งจากทอ่ อุดตนั นักเรยี นคิดว่า
เหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตุใด (แนวคำตอบ ขึ้นอยู่กับชนิดของโลหะที่ใช้ทำท่อ ถ้าท่อที่ทำจากโลหะ
ที่ เกิดปฏกิ ริ ยิ ากับโซเดียมไฮดรอกไซด์กจ็ ะไมเ่ หมาะสม เช่น ท่อทีท่ ำจากอะลูมเิ นียม เนอ่ื งจากสามารถกัดกร่อน
อะลูมิเนียมทำให้เกิดความเสียหายได้ แต่ถ้าโลหะที่ใช้ทำท่อไม่เกิดปฏิกิริยากับโซเดียมไฮดรอกไซด์ เช่น ท่อท่ี
ทำจาก เหลก็ หรอื ทองแดง ก็สามารถใชโ้ ซเดียมไฮดรอกไซด์ลา้ งท่อได้)
- ในบางพ้นื ท่ีมกี ารบรรจลุ ูกโป่งด้วยแกส๊ ที่ไดจ้ ากปฏกิ ิรยิ าของเบสกับอะลูมเิ นยี ม นักเรยี นคิดว่า
แก๊สที่ได้เป็นแก๊สชนิดใด และการบรรจุแก๊สดังกล่าวในลูกโป่งมีอันตรายหรือไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ แก๊สที่ได้
จากปฏกิ ริ ิยาดังกล่าวคือแกส๊ ไฮโดรเจน การบรรจุแกส๊ ชนดิ นี้ในลูกโป่งอาจทำให้เกดิ อันตรายถา้ นำไปใกล้เปลวไฟ
ซง่ึ จะทำให้ลูกโปง่ ระเบดิ ได้ เนอ่ื งจากแกส๊ ไฮโดรเจนตดิ ไฟ)
ข้ันท่ี 5 ข้ันประเมิน (Evaluation)
7) ครูและนักเรียนอภิปรายผลการทำกิจกรรม ปฏิกิริยาของกรดกับโลหะ และเบสกับโลหะ
จะได้ข้อสรุปว่า ส่วนใหญ่เมื่อกรดทำปฏิกิริยากับโลหะ ได้ผลิตภัณฑ์เป็นเกลือของโลหะและแก๊สไฮโดรเจน
ปฏกิ ิริยาระหวา่ งกรดกับโลหะ เขียนแทนไดด้ ้วยสมการดังนี้
กรด + โลหะ → เกลอื ของโลหะ + แก๊สไฮโดรเจน
ผลของปฏิกิริยาระหว่างกรดกับโลหะทำให้เกิดการผุกร่อนของโลหะ ก่อให้เกิดความเสียหาย
แก่วัสดุ เช่น การผุกร่อนของหลังคาสังกะสีเมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำฝนที่มีสมบัติเป็นกรด การกัดกร่อนตะก่ัว
เนอื่ งจากสารละลายกรดซลั ฟวิ รกิ ในแบตเตอรี่
เมื่อเบสทำปฏิกิริยากับโลหะ ได้ผลิตภัณฑ์เป็นเกลือของโลหะและแก๊สไฮโดรเจน ปฏิกิริยา
ระหว่างเบสกับโลหะเขียนแทนไดด้ ้วยสมการดังนี้
เบส + โลหะ → เกลือของโลหะ + แก๊สไฮโดรเจน
8) ครูตรวจสอบการส่งแบบบันทึกการค้นคว้าของนักเรียนและให้คะแนนประเมินตามเกณฑ์
การประเมิน (Rubrics Score)
8. ส่ือการเรยี นรู้/แหลง่ เรียนรู้
8.1 อปุ กรณ์ทำกจิ กรรม: จำนวน 12 รายการ ดังแสดงแนบไวใ้ นใบกิจกรรมท่ี 5.5 ปฏิกิรยิ าของกรดกับ
โลหะและเบสกบั โลหะเปน็ อย่างไร
8.2 คลิปวีดิทศั น์: ปฏิกิริยาเคมขี องสงั กะสีกับกรดไฮโดรคลอรกิ
8.3 ใบกิจกรรม: ใบกจิ กรรมที่ 5.5 ปฏกิ ิริยาของกรดกับโลหะและเบสกบั โลหะเปน็ อยา่ งไร
8.4 แบบบนั ทกึ กจิ กรรม: แบบบนั ทกึ การค้นควา้ กจิ กรรมท่ี 5.5 ปฏิกริ ยิ าของกรดกบั โลหะและ
เบสกบั โลหะเปน็ อย่างไร
8.5 แหล่งเรียนรู้: หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3
เลม่ 2 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศกึ ษาธิการ
9. การวดั และการประเมนิ วิธกี ารวดั เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมนิ
- คำถามทา้ ยกิจกรรมท่ี 5.5 - ได้ไม่น้อยกว่า 2 คะแนน
ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ - ตรวจการตอบ
1. อธิบายปฏกิ ริ ยิ าของกรดกับ คำถามทา้ ย ปฏิกริ ิยาของกรดกับโลหะ ระดบั คุณภาพดี ถือวา่ ผ่าน
โลหะและเบสกบั โลหะได้ กิจกรรมท่ี 5.5 และเบสกับโลหะเปน็ การประเมินดา้ นความรู้
(ดา้ นความรู้: K) อยา่ งไร จำนวน 3 ข้อ
- แบบบนั ทึกการคน้ ควา้ - ได้ไม่น้อยกว่า 2 คะแนน
2. การใช้ทกั ษะการลงความเห็น - ตรวจการทำแบบ กจิ กรรมท่ี 5.5 ปฏกิ ริ ยิ า ระดบั คุณภาพดี ถือว่า
จากข้อมูล โดยนำขอ้ มูลจาก บนั ทกึ การค้นคว้า ของกรดกบั โลหะและ ผา่ นการประเมิน
การสังเกตการเปล่ยี นแปลง กจิ กรรมท่ี 5.5 เบสกบั โลหะเปน็ อย่างไร ด้านกระบวนการ
ของสาร มาอธบิ ายปฏกิ ิริยา
เคมตี ่าง ๆได้ - เกณฑก์ ารประเมนิ การใช้ - ไดไ้ ม่น้อยกวา่ 2 คะแนน
(ดา้ นกระบวนการ: P) งานอุปกรณ์ในกจิ กรรม ระดับคุณภาพดี ถือวา่ ผา่ น
ของนักเรยี น การประเมนิ ดา้ นเจตคติ
3. ตระหนกั ถงึ ความสำคัญ - สังเกตการใช้งาน
ของการใชอ้ ปุ กรณ์การทำ อปุ กรณ์ในกจิ กรรม
กจิ กรรมได้ (ด้านเจตคต:ิ A) ของนักเรียน
9.1 เกณฑก์ ารประเมนิ ผลนักเรียน เกณฑก์ ารประเมิน (Rubrics Score)
ประเด็นการประเมนิ คา่ นำ้ หนกั แนวทางการใหค้ ะแนน
คะแนน
การใหค้ ะแนนตอบ 3 ตอบคำถามท้ายกิจกรรมที่ 5.5 ถกู ต้อง จำนวน 3 ข้อ
คำถามท้าย 2 ตอบคำถามทา้ ยกจิ กรรมที่ 5.5 ถูกต้อง จำนวน 2 ขอ้
กิจกรรมท่ี 5.5 1 ตอบคำถามทา้ ยกจิ กรรมท่ี 5.5 ถูกต้อง จำนวน 1 ข้อ หรือ ไม่ถูกต้อง
การใหค้ ะแนนการบันทกึ บันทกึ ผลจากการใช้ทักษะการลงความเหน็ จากข้อมลู ลงในตารางบันทกึ
แบบบันทกึ การค้นควา้ 3 ผลกจิ กรรม โดยมีการนำขอ้ มูลจากการสงั เกตการเปลย่ี นแปลงของสาร
กจิ กรรมท่ี 5.5 มาอธิบายปฏกิ ริ ยิ าเคมีตา่ ง ๆ ได้อยา่ งสมเหตสุ มผล ชัดเจน ถกู ต้อง
ครบทกุ ประเด็นสอดคล้องกบั เน้อื หาในกจิ กรรม
บันทึกผลจากการใช้ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล ลงในตารางบนั ทกึ
2 ผลกิจกรรม โดยมีการนำข้อมูลจากการสงั เกตการเปลย่ี นแปลงของสาร
มาอธบิ ายปฏิกริ ยิ าเคมีตา่ ง ๆ ได้ถูกต้อง แต่มีข้อผิดพลาดบางสว่ น
บันทกึ ผลจากการใช้ทกั ษะการลงความเห็นจากข้อมูล ลงในตารางบันทกึ
1 ผลกจิ กรรม โดยมีการนำข้อมูลจากการสงั เกตการเปลีย่ นแปลงของสาร
มาอธบิ ายปฏกิ ิริยาเคมีตา่ ง ๆ แต่มขี ้อผดิ พลาด ไม่สอดคลอ้ งกบั เนื้อหา
การให้คะแนน ใชง้ านอุปกรณก์ ารทดลองในกิจกรรมได้ถกู วิธี หยบิ เคลอื่ นย้ายอปุ กรณ์
การใช้งานอปุ กรณ์ 3 อยา่ งระมดั ระวงั ไม่หยอกล้อหรือแกล้งเพือ่ นขณะกำลงั ใช้งานอุปกรณ์
ในกิจกรรม และหลงั การใชง้ านอุปกรณ์มีการเกบ็ รักษาอย่างถูกวิธี
ใช้งานอุปกรณก์ ารทดลองในกิจกรรมได้ถูกวิธี หยบิ เคลอื่ นย้ายอปุ กรณ์
2 อยา่ งระมดั ระวงั ไมห่ ยอกล้อหรอื แกลง้ เพอ่ื นขณะกำลงั ใช้งานอุปกรณ์
แตห่ ลังการใชง้ านอุปกรณไ์ มม่ ีการเก็บรักษาอย่างถูกวธิ ี หรอื ไม่เกบ็
อุปกรณ์เขา้ ตเู้ ก็บอุปกรณ์ตามประเภทของอุปกรณ์
ใชง้ านอุปกรณก์ ารทดลองในกิจกรรมได้ แต่ขณะหยบิ เคล่ือนย้ายอปุ กรณ์
1 หรือกำลงั ใช้งานอุปกรณ์ จะหยอกลอ้ หรือแกลง้ เพื่อน อาจทำใหอ้ ุปกรณ์
เสียหายได้ และหลงั การใชง้ านอุปกรณ์ไม่มีการเกบ็ รักษาอยา่ งถูกวธิ ี
9.2 ระดบั คุณภาพ
คะแนนรวมเฉลี่ย 6.00 - 5.00 หมายถึง ดมี าก
คะแนนรวมเฉลี่ย 4.00 - 3.00 หมายถึง ดี
คะแนนรวมเฉลยี่ 2.00 - 1.00 หมายถึง พอใช้
ดังนนั้ นักเรยี นต้องไดค้ ะแนนเฉล่ียทุกประเด็นการประเมิน ไมต่ ่ำกวา่ 2.00 แสดงระดับ
คณุ ภาพ ดี ถอื วา่ ผ่านเกณฑ์การประเมินในแผนการจดั การเรียนท่ี 5
10. ความคดิ เห็นของหัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้……………………………………………….……………………………………
............................................................................................................................. ....................................................
ลงชือ่ .....................................................
(นายหมสู่ า ผิดไรงาม)
หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
11. ความคิดเห็นรองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ
องค์ประกอบของแผนการจดั การเรยี นรู้.............................................................................
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรู้สอดคล้อง.......................................................
สาระสำคญั ครอบคลุมชัดเจน.............................................................................................
สาระการเรียนรมู้ คี วามถกู ตอ้ งตามหลกั วชิ าการ................................................................
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้มีความชดั เจนครอบคลมุ (K/P/A).....................................................
สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น................................................................................................
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์.................................................................................................
ระบภุ าระงาน/ชน้ิ งาน........................................................................................................
กิจกรรมการเรยี นรเู้ นน้ ผู้เรียนเป็นสำคัญ...........................................................................
สือ่ และอุปกรณ์การเรียนร.ู้ ................................................................................................
การวดั และการประเมินผลตามจุดประสงค์การเรยี นรู.้ ..........................................................
เสนอส่งแผนการจัดการเรียนรูต้ ามขนั้ ตอนระบบงาน........................................................
บันทึกหลังสอน................................................................................................................ .
( นายอับดลรอศักดิ์ มณีโส๊ะ)
รองผู้อำนวยการกลุม่ บริหารวชิ าการ
12. ความคดิ เห็นผู้อำนวยการโรงเรียน
อนญุ าตใหใ้ ชจ้ ดั การเรียนการสอนได้
ควรปรับปรงุ คอื ................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
( นายสิรวุฒิ ยุนุย้ )
ผู้อำนวยการโรงเรยี นกำแพงวิทยา
13. บนั ทกึ หลังการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 5
13.1 ผลการจดั การเรยี นรู้ (ตามจดุ ประสงค์)
จากจดุ ประสงค์การเรียนรู้ท้ัง 3 ข้อ ต่อไปน้ี
13. นกั เรียนอธบิ ายปฏกิ ริ ยิ าของกรดกับโลหะและเบสกับโลหะได้ (K)
14. นกั เรยี นใช้ทกั ษะการลงความเห็นจากข้อมลู โดยนำข้อมลู จากการสังเกตการเปล่ยี นแปลงของ
สาร มาอธิบายปฏกิ ริ ิยาเคมีต่าง ๆได้ (P)
15. นักเรยี นตระหนักถึงความสำคัญของการใชอ้ ุปกรณ์การทำกิจกรรมได้ (A)
พบว่า
- นกั เรียนสามารถอธบิ ายปฏกิ ิริยาของกรดกับโลหะและเบสกบั โลหะได้
- นักเรียนสามารถใช้ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล โดยนำข้อมูลจากการสังเกตการ
เปลย่ี นแปลงของสาร มาอธบิ ายปฏิกริ ิยาเคมตี ่าง ๆได้
- นกั เรียนตระหนกั ถงึ ความสำคญั ของการใชอ้ ุปกรณ์การทำกิจกรรมได้
13.2 แนวทางแก้ปัญหานักเรียนทไ่ี ม่ผา่ นผลการเรียนรหู้ รอื จุดประสงค์ (เพื่อนำไปสู่ PLC)
-
ลงช่ือ.....................................................
(นางสาวหุสณา ตามาต)
ครผู ู้สอน
วนั ที่……เดือน………………….พ.ศ…………
แบบบันทกึ การประเมนิ คณุ ภาพการเรยี นรู้ของนักเรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3
รายวชิ าวิทยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน (ว23102) หน่วยการเรยี นรู้ที่ 5 ปฏกิ ริ ิยาเคมแี ละวัสดุในชวี ติ ประจำวนั
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 5 เรือ่ ง ปฏิกิริยาของกรดกับโลหะและเบสกับโลหะ
มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3/7 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
เลขที่ ชอื่ – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดบั คณุ ภาพ สรปุ ผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)
้ดานเจตค ิต (A)
333 9 ดี พอใช้ ปรับปรุง ผ่าน ไม่ผา่ น
9
1 ด.ช. กฤษฏ์ิ พรหมนำ้ ดำ 3 3 3 9 //
2 ด.ช. กลา้ ณรงค์ 9 //
3 ด.ช. ครองภพ คงทอง 3 3 3 9 //
4 ด.ช. ชยพล 6 //
5 ด.ช. ชัยวฒั น์ สำเร 3 3 3 6
6 ด.ช. ซัลมาน 9 //
7 ด.ช. ณฏั ฐภัทร พพิ ธิ ประภาเลิศ 3 3 3 6 //
8 ด.ช. ธนากร 6 //
9 ด.ช. ธีรพัฒน์ ตุ้งแก้ว 2 2 2 6 //
10 ด.ช. นนทพัทธ์ 9 //
11 ด.ช. นนั ทวฒั น์ จองวราห์ศรี 2 2 2 6 //
12 ด.ช. ปฏพิ ล 6 //
13 ด.ช. ภัทรพล ผอมนุม่ 333 9 //
14 ด.ช. ภูมปิ ระชา 9 //
15 ด.ช. อฟั ฟาน รักสะโมะ๊ 2 2 2 6 //
16 ด.ช. อาซนั 9 //
17 ด.ช. สิทธิวงศ์ จนั ทรจ์ ติ จริงใจ 2 2 2 9 //
18 ด.ช. ธมกร 9 //
19 ด.ญ. ไคริกา จนั ทรัตน์ 2 2 2 9 //
20 ด.ญ. ญาณศิ า 9 //
21 ด.ญ. ณฐั ชตุ า บินสหสั 333 9 //
22 ด.ญ. ดาวญิ า 9 //
23 ด.ญ. ธนิษฐา สงมาก 2 2 2 9 //
24 ด.ญ. นงนภัส 9 //
25 ด.ญ. นัซมี หมาดหมีน 2 2 2 9 //
26 ด.ญ. ปวีณา 9 //
27 ด.ญ. ปัณฑิตา ภมรานนท์ 3 3 3 9 //
28 ด.ญ. พชิ ชา 9 //
29 ด.ญ. รวิภา เดชอารญั 3 3 3 9 //
30 ด.ญ. ราตีมา 9 //
31 ด.ญ. ลลติ า หวันสู 2 2 2 9 //
32 ด.ญ. วรนุช //
สุวรรณวงศ์ 3 3 3 //
สวุ รรณวิโก 3 3 3
โดงกลู 3 3 3
รัตนพันธ์ 3 3 3
ศริ สิ ม 3 3 3
สายเสน็ 333
ยิ่งขจร 3 3 3
สนั โด 3 3 3
เล่งเจะ๊ 3 3 3
ศรนี ุย้ คง 3 3 3
แกว้ บุตร 3 3 3
ราเหม 3 3 3
เหมรา 3 3 3
สนั หลี 3 3 3
อุสมา 3 3 3
อุศมา 3 3 3
เลขที่ ชื่อ – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดบั คุณภาพ สรุปผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)
้ดานเจตค ิต (A)
3 3 3 9 ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ผา่ น ไมผ่ า่ น
33 ด.ญ. วมิ ลรตั น์ จิระเสถียร 333 9 / /
34 ด.ญ. ศศิภา หนูวงศ์
35 ด.ญ. สริ ินทรา ไชยยัน 333 9 / /
36 ด.ญ. อนุสรา สะเล่
37 ด.ญ. อญั ญาณี ทมุ มาลี 333 9 / /
38 ด.ญ. ปวณั รัตน์ อมุ าลี
39 ด.ญ. พิศลยา ละมลู สุข 333 9 / /
40 ด.ญ. วิยะดา ธนะภาส
333 9 / /
333 9 / /
333 9 / /
222 6 / /
จำนวนกลุ่ม 31 9 40 0
ร้อยละ 77.5 22.5 100 0
เกณฑร์ ะดบั คุณภาพ สรปุ ผลการประเมิน ลงช่ือ.........................................
ช่วงคะแนน 8-9 : ระดับคุณภาพดี ผา่ น : ระดบั คณุ ภาพดีและพอใช้ (นางสาวหสุ ณา ตามาต)
ชว่ งคะแนน 5-7 : ระดับคณุ ภาพพอใช้ ไมผ่ า่ น : ระดับคณุ ภาพปรบั ปรุง ผ้ปู ระเมิน
ช่วงคะแนน 0-4 : ระดับคณุ ภาพปรบั ปรุง
ต้องได้คะแนนเฉลี่ยทุกประเด็นการประเมนิ ไมต่ ำ่ กว่า 2.00 แสดงระดับคุณภาพ ดี ข้ึนไปเทา่ นน้ั
ถงึ จะผ่านการเรยี นรู้ตามตวั ชวี้ ัด
แบบบันทกึ การประเมินคณุ ภาพการเรียนรู้ของนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3
รายวชิ าวิทยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน (ว23102) หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 5 ปฏกิ ิริยาเคมแี ละวัสดุในชีวิตประจำวัน
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 5 เรื่อง ปฏกิ ริ ิยาของกรดกบั โลหะและเบสกับโลหะ
มัธยมศึกษาปที ่ี 3/8 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
เลขท่ี ชื่อ – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดับคณุ ภาพ สรุปผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)
้ดานเจตค ิต (A)
333 9 ดี พอใช้ ปรับ ผ่าน ไม่ผ่าน
ปรุง
1 ด.ช. กฤษฎา ขุนรายา 222 6
6 //
2 ด.ช. จติ ตพิ ฒั น์ หลงั ชาย 222 6 //
9 //
3 ด.ช. จิรพงษ์ เจยี มพงศไ์ พศาล 2 2 2 6 //
9 //
4 ด.ช. ณฐั วุฒิ โอมณี 333 9 //
9 //
5 ด.ช. ณฐั วุฒิ หมาดแน้ง 2 2 2 9 //
9 //
6 ด.ช. ทวีพล อนิ ทพันธ์ 3 3 3 9 //
9 //
7 ด.ช. ทีฆายุ พนั ตรี 3 3 3 6 //
9 //
8 ด.ช. ธรี ธ์ วัช กลิน่ เขยี ว 3 3 3 9 //
6 //
9 ด.ช. ธรี ภัทร ทองแป้น 3 3 3 9 //
9 //
10 ด.ช. ปัญญวิชญ์ สาเสน็ 333 9 //
9 //
11 ด.ช. พงศพัศ สังขชาติ 333 9 //
6 //
12 ด.ช. พงศา คงพลบั 333 9 //
9 //
13 ด.ช. ฟาร์อยั ดีน ลีลานนท์ 2 2 2 9 //
9 //
14 ด.ช. ภทั ธพล องสารา 333 9 //
9 //
15 ด.ช. ภรู พิ ฒั น์ แทง่ ทอง 333 9 //
9 //
16 ด.ช. อคั รวนิ ท์ ธาราพิสฐิ 2 2 2 6 //
//
17 ด.ช. อันดา นวมจิตร์ 3 3 3
18 ด.ช. อัสมี โสลกิ ี 3 3 3
19 ด.ญ. ชนนั รตั น์ พรหมจรรย์ 3 3 3
20 ด.ญ. ซันนี ราเยน็ 3 3 3
21 ด.ญ. ณฐั ณชิ า บุญคง 333
22 ด.ญ. ณัฐณชิ า บวั ทอง 222
23 ด.ญ. ธญั ญลักษณ์ มะโนรตั น์ 3 3 3
24 ด.ญ. ธัญญลักษณ์ ทองไชย 333
25 ด.ญ. นงนภัส องสารา 333
26 ด.ญ. นุรรัยฮาล เขียวยับ 333
27 ด.ญ. นรู ไลลา ม่าเหล็ม 333
28 ด.ญ. นรู อยั ดาร์ หลีหาด 333
29 ด.ญ. นรู อัยนี หนูหัน 333
30 ด.ญ. ปฏญิ ญา สะอา 333
31 ด.ญ. ปนดั ดา มจั ฉา 222
เลขที่ ชอ่ื – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดับคณุ ภาพ สรุปผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)
้ดานเจตค ิต (A)
333 9 ดี พอใช้ ปรบั ผ่าน ไมผ่ ่าน
ปรงุ
32 ด.ญ. พมิ พพ์ ิชญช์ า อนพุ งศ์ 333 9 / /
33 ด.ญ. ลลติ า ชสู กลุ 333 9 / /
34 ด.ญ. ลิปดา เตพิริยะกลุ 222 6 //
35 ด.ญ. วราลี กองหลัง 333 9 / /
36 ด.ญ. สทุ ธิดา แสงดำ 333 9 / /
37 ด.ญ. อาซุมี เกาะสมนั 333 9 / /
38 ด.ญ. อลุ ยา หวันสู 333 9 / /
39 ด.ญ. อนสุ รา ทรัพยว์ งศา 333 9 / /
40 ด.ญ. อภญิ ญา ตาเอ็น 222 6 /
จำนวนกลมุ่ 30 11 40 0
รอ้ ยละ 73.17 26.83 100 0
เกณฑ์ระดับคุณภาพ สรปุ ผลการประเมิน ลงช่ือ.........................................
ช่วงคะแนน 8-9 : ระดับคณุ ภาพดี ผ่าน : ระดบั คุณภาพดีและพอใช้ (นางสาวหสุ ณา ตามาต)
ช่วงคะแนน 5-7 : ระดับคณุ ภาพพอใช้ ไม่ผ่าน : ระดับคณุ ภาพปรับปรงุ ผ้ปู ระเมิน
ช่วงคะแนน 0-4 : ระดับคณุ ภาพปรบั ปรงุ
ตอ้ งไดค้ ะแนนเฉล่ยี ทกุ ประเดน็ การประเมนิ ไม่ตำ่ กวา่ 2.00 แสดงระดับคุณภาพ ดี ข้ึนไปเท่าน้นั
ถึงจะผา่ นการเรยี นรู้ตามตวั ชว้ี ดั
สือ่ การเรียนรู้แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 5: ส่ือวีดิทัศน์
คลิปวีดีทัศน์: ปฏิกิรยิ าเคมขี องสงั กะสกี บั กรดไฮโดรคลอรกิ
สื่อวีดิทัศน์เรื่อง ปฏิกิริยาเคมีของกรดกับโลหะ อธิบายเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาเคมีของสังกะสีกับกรด
ไฮโดรคลอริก ซง่ึ ได้ผลติ ภัณฑ์เป็นเกลอื ของสังกะสีและแก๊สไฮโดรเจน
แหล่งท่ีมา: เวบ็ ไซต์อา้ งอิง ipst.me/10605
เผยแพรเ่ มื่อ 30 สงิ หาคม พ.ศ. 2562
(เจ้าของผลงาน สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (สสวท.))
สอ่ื การเรียนรู้แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 5: ใบกจิ กรรมท่ี 5.5
ใบกิจกรรมท่ี 5.5 ปฏกิ ริ ิยาของกรดกบั โลหะและเบสกบั โลหะเปน็ อย่างไร
หนังสือเรยี นรายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 เล่ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธกิ าร หน้า 20
กจิ กรรมที่ 5.5 ปฏกิ ริ ยิ าของกรดกบั โลหะและเบสกบั โลหะเปน็ อย่างไร?
จุดประสงค์
วัสดอุ ุปกรณ์ สงั เกตและอธบิ ายปฏิกิริยาของกรดกบั โลหะและเบสกับโลหะ
วธิ ดี ำเนนิ กิจกรรม วสั ดทุ ีใ่ ชต้ อ่ กล่มุ
1. สารละลายกรดไฮโดรคลอรกิ หรือสารละลาย 20 cm3
กรดเกลือ ความเข้มขน้ 0.6 โมลตอ่ ลติ ร
2. สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์หรือสารละลาย 20 cm3
โซดาไฟ ความเข้มขน้ ประมาณ 3 โมลตอ่ ลิตร
3. แผน่ สงั กะสี 1 แผ่น
4. แผน่ อะลูมิเนยี ม 1 แผน่
5. ตะปเู หล็ก 2 ตวั
6. หลอดทดลองขนาดใหญ่ 6 หลอด
7. ทีว่ างหลอดทดลอง 1 อนั
8. ปากคีบ 1 อัน
9. กรรไกร 1 เล่ม
10. กระดาษทราย 1 แผ่น
11. แวน่ ตานริ ภัย เท่าจำนวนนักเรยี นในกลุ่ม
12. ถงุ มือยาง เท่าจำนวนนกั เรยี นในกล่มุ
1. ขดั แผ่นสังกะสี แผน่ อะลูมิเนยี ม และตะปูเหลก็ ดว้ ยกระดาษทราย
2. ตัดแผ่นสงั กะสี กว้าง 1 เซนติเมตร ยาว 1 เซนติเมตร สังเกตลักษณะและบันทกึ ผล
แล้วใสล่ งในหลอดทดลอง หลอดท่ี 1 และหลอดที่ 4 หลอดละ 1 ช้นิ
3. ตัดแผ่นอะลเู นียม กว้าง 1 เซนติเมตร ยาว 1 เซนติเมตร สังเกตลกั ษณะ และ
บันทึกผล แล้วใสล่ งในหลอดทดลอง หลอดท่ี 2 และหลอดที่ 5 หลอดละ 1 ชนิ้
4. สังเกตลักษณะของตะเหล็กและบนั ทึกผล แลว้ ใส่ลงในหลอดทดลองหลอดที่ 3
และหลอดท่ี 6 หลอดละ 1 ตัว
5. เติมสารละลายกรดไฮโดรคลอรกิ ลในหลอดท่ี 1-3 จนทว่ มโลหะ และ
เติมสารละลายโซเดยี มไฮดรอกไซดล์ งในหลอดที่ 4-6 จนท่วมโลหะในปรมิ าณเท่าๆ กนั
เขยา่ สงั เกตการเปลย่ี นแปลงต้งั แต่เริ่มตน้ จนครบ 5 นาทีและบันทกึ ผล
กิจกรรมที่ 5.5 ปฏกิ ริ ยิ าของกรดกับโลหะและเบสกบั โลหะเปน็ อย่างไร?
การเตรียมตัว • การเตรียมสารละลายกรดไฮโดรคลอริกความเขม้ ขน้ 0.6 โมลต่อลติ ร ปริมาตร
ลว่ งหน้าสำหรับครู 160 ลกู บาศก์เซนติเมตร (สำหรับ 8 กล่มุ ) เตรียมโดยรนิ น้ำประมาณ 80 ลูกบาศก์
เซนติเมตร ลงในภาชนะ จากน้นั รนิ สารละลายกรดไฮโดรคลอรกิ เข้มข้น 6 โมลต่อลติ ร
ปริมาตร 16 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร ลงในภาชนะ แลว้ เตมิ นำ้ จนมปี ริมาตรรวมเป็น
160 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร
• การเตรยี มสารละลายโซเดยี มไฮดรอกไซด์ความเขม้ ขน้ ประมาณ 3 โมลตอ่ ลติ ร
ปริมาตร 160 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร (สำหรบั 8 กลุ่ม) เตรียมโดยรนิ สารละลาย
โซเดียมไฮดรอกไซด์เข้มขน้ ร้อยละ 50 โดยมวลตอ่ ปรมิ าตร ปริมาตร 40 ลูกบาศก์
เซนตเิ มตร ลงในภาชนะ แล้วเตมิ นำ้ จนมปี รมิ าตรรวมเปน็ 160 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร
ข้อเสนอแนะใน • สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ท่ใี ชใ้ นกจิ กรรมน้ี มีความเขม้ ข้นมากกว่าสารละลาย
การทำกิจกรรม โซเดยี มไฮดรอกไซด์ทใี่ ช้ในกจิ กรรมอ่นื จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยสวมถุงมอื
ขณะเตรียมสารและทำกิจกรรมในห้องเรยี น
• การขัดโลหะด้วยกระดาษทราย ควรวางโลหะบนกระดาษกอ่ นขดั เม่ือขดั เสรจ็ แล้ว
ให้หอ่ ผงโลหะก่อนนำไปทงิ้
คำถามท้ายกจิ กรรม
1. โลหะใดบ้างที่ทำปฏิกริ ิยากบั กรดไฮโดรคลอรกิ ทราบได้อยา่ งไร
2. โลหะใดบ้างทีท่ ำปฏกิ ริ ยิ ากับสารละลายโซเดยี มไฮดรอกไซด์ ทราบได้อยา่ งไร
3. จากกจิ กรรม สรปุ ไดว้ า่ อยา่ งไร
สื่อการเรยี นรู้แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 5: แบบบันทกึ การค้นควา้ กจิ กรรมที่ 5.5
แบบบันทึกการคน้ ควา้ กจิ กรรมที่ 5.5 ปฏิกริ ิยาของกรดกับโลหะและเบสกับโลหะเป็นอยา่ งไร
ชื่อ-นามสกุล..........................................................................................ชน้ั .................เลขท.ี่ ..........กลุ่มท.ี่ ...........
ตารางบนั ทึกผล
สาร ผลทีส่ งั เกตได้
สงั กะสี
อะลูมิเนียม
ตะปูเหลก็
ตารางบนั ทกึ ผล
หลอดที่ สาร ผลทสี่ ังเกตได้
1 สังกะสี + สารละลาย
กรดไฮโดรคลอริก
2 อะลมู เิ นยี ม + สารละลาย
กรดไฮโดรคลอริก
3 ตะปูเหล็ก + สารละลาย
กรดไฮโดรคลอริก
4 สังกะสี + สารละลาย
โซเดยี มไฮดรอกไซด์
5 อะลมู ิเนียม + สารละลาย
โซเดยี มไฮดรอกไซด์
6 ตะปเู หลก็ + สารละลาย
โซเดยี มไฮดรอกไซด์
คำถามทา้ ยกิจกรรม
1. โลหะใดบา้ งทท่ี ำปฏกิ ิริยากบั กรดไฮโดรคลอรกิ ทราบไดอ้ ยา่ งไร
ตอบ ………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. โลหะใดบา้ งทีท่ ำปฏกิ ริ ิยากับสารละลายโซเดยี มไฮดรอกไซด์ ทราบได้อยา่ งไร
ตอบ ………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. จากกจิ กรรม สรุปไดว้ ่าอยา่ งไร
ตอบ ………………..…………………………………………………………………………………………………………………………………………
.…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนบท้ายแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 5: การใหค้ ะแนนด้านกระบวนการ (P)
แนวทางบันทกึ การคน้ คว้ากิจกรรมที่ 5.5 ปฏกิ ริ ยิ าของกรดกบั โลหะและเบสกบั โลหะเป็นอยา่ งไร
ตารางบันทกึ ผล
สาร ผลท่สี ังเกตได้
สังกะสี ของแข็ง สเี งนิ มันวาว
อะลูมิเนียม ของแข็ง สีเงิน มันวาว
ตะปเู หล็ก ของแข็ง สเี งนิ มนั วาว
ตารางบันทึกผล
หลอดท่ี สาร ผลทสี่ งั เกตได้
1 เกดิ ฟองแก๊สขนึ้ ทนั ทใี นปริมาณมาก ผิวโลหะไม่มันวาว
2 สังกะสี + สารละลาย
3 กรดไฮโดรคลอริก เกิดฟองแก๊สขึน้ อยา่ งช้า ๆ และเกิดในปริมาณน้อย
4
5 อะลูมิเนยี ม + สารละลาย เกดิ ฟองแก๊สขนึ้ ทนั ที และเกดิ ในปรมิ าณมาก
6 กรดไฮโดรคลอริก
เกิดฟองแก๊สข้ึนอย่างช้า ๆ และเกดิ ในปริมาณน้อย
ตะปูเหล็ก + สารละลาย เกิดฟองแกส๊ ข้นึ ทันที และเกดิ ในปริมาณมาก
กรดไฮโดรคลอริก ผวิ โลหะเปล่ยี นเปน็ สดี ำ
ไมพ่ บการเปลีย่ นแปลง
สังกะสี + สารละลาย
โซเดียมไฮดรอกไซด์
อะลูมิเนียม + สารละลาย
โซเดยี มไฮดรอกไซด์
ตะปเู หล็ก + สารละลาย
โซเดยี มไฮดรอกไซด์
แนบทา้ ยแผนการจดั การเรียนรู้ที่ 5: การใหค้ ะแนนด้านความรู้ (K)
เฉลยใบกจิ กรรมท่ี 5.5 ปฏกิ ิรยิ าของกรดกบั โลหะและเบสกับโลหะเป็นอย่างไร
เฉลยคำถามท้ายกิจกรรม
1. โลหะใดบา้ งทที่ ำปฏิกริ ิยากบั กรดไฮโดรคลอริก ทราบได้อย่างไร
แนวคำตอบ สงั กะสี อะลมู เิ นียม และตะปูเหลก็ ทราบไดจ้ ากการเกดิ ฟองแก๊สและผวิ ของโลหะ
เกดิ การเปลีย่ นแปลง
2. โลหะใดบา้ งท่ที ำปฏิกริ ิยากบั สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ ทราบได้อย่างไร
แนวคำตอบ สงั กะสแี ละอะลูมเิ นียม ทราบไดจ้ ากการเกดิ ฟองแก๊สและผิวของโลหะ
เกิดการเปลย่ี นแปลง
3. จากกิจกรรม สรุปได้ว่าอย่างไร
แนวคำตอบ โลหะบางชนดิ สามารถเกิดปฏิกิริยากับกรดและเบสได้ผลติ ภณั ฑเ์ ปน็ แก๊ส และ
อาจสังเกตเห็นผิว
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 6
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ฯ รหัสวชิ า ว23102 รายวชิ าวิทยาศาสตร์พนื้ ฐาน 6
ปีการศึกษา 2564
ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 1 ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 5 ปฏกิ ริ ิยาเคมีและวัสดใุ นชีวิตประจำวัน
ชื่อผู้สอน นางสาวหสุ ณา ตามาต
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วดั
ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสัมพนั ธร์ ะหว่างสมบัติของสสารกับโครงสร้าง
และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสารการเกิดสารละลาย
และการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี
ว 2.1 ม.3/6 อธิบายปฏิกริ ยิ าการเกิดสนิมของเหล็กปฏิกริ ิยาของกรดกับโลหะ ปฏกิ ิรยิ าของกรดกับเบส
และปฏิกิริยาของเบสกับโลหะ โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์และอธิบายปฏิกิริยาการเผาไหม้ การเกิดฝนกรด
การสงั เคราะห์ด้วยแสง โดยใชส้ ารสนเทศ รวมทั้งเขยี นสมการขอ้ ความแสดงปฏกิ ิรยิ าดังกล่าว
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
1) การเกิดสนิมของเหล็ก เกิดจากปฏิกิริยาเคมีระหว่างเหล็กน้ำ และออกซิเจน ได้ผลิตภัณฑ์เป็นสนิม
ของเหล็ก
2) การเกดิ สนมิ ของเหล็กเปน็ ปฏกิ ิริยาระหวา่ งสารต่าง ๆ กับออกซิเจน
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) ด้านความรู้ (K) นักเรียนอธบิ ายปฏิกริ ิยาการเกดิ สนมิ เหลก็ ได้
2) ดา้ นทกั ษะ (P) นกั เรียนใช้ทักษะการตคี วามหมายขอ้ มูลและลงขอ้ สรปุ โดยระบุ
การเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมีจากการเปล่ียนแปลงของสาร
3) ด้านเจตคติ (A) นักเรยี นตระหนักถึงความสำคัญของการใชอ้ ุปกรณ์การทำกจิ กรรมได้
3. สาระการเรียนรู้
เมือ่ เหลก็ สัมผสั กับแกส๊ ออกชิจน และน้ำหรอื ความช้นื ในอากาศ จะเกิดปฏกิ ิริยาเคมีไดผ้ ลิตภัณฑ์เป็น
สนิมเหล็ก ซึ่งเป็นของแข็ง สีน้ำตาลแดง ปฏิกิริยาเคมีนี้เรียกว่า การเกิดสนิมเหล็ก (rusting) ผลของการ
เปลย่ี นแปลงนท้ี ำใหเ้ หลก็ เกิดการผุกรอ่ น เขียนแทนไดด้ ้วยสมการข้อความ ดังนี้
เหลก็ + แกส๊ ออกซิเจน + น้ำ → สนิมเหล็ก
สนมิ (rust) เป็นโลหะส่วนท่มี กี ารเปลย่ี นสภาพไปจากเดิม เนอ่ื งจากไดร้ บั ปฏกิ ิรยิ าเคมที ี่มีอากาศ น้ำ
หรือความร้อนเป็นตัวการสำคัญทำให้โลหะมีคุณสมบัติแตกต่างไปจากเดิม เช่น สีที่เปลี่ยนไป มีความแข็งแรง
ลดลง และทำใหเ้ กิดการผกุ รอ่ น ตัวอย่างทีเ่ ราพบเห็นอยู่บอ่ ยๆ ไดแ้ ก่ เหลก็
วิธีการป้องกันเหล็กไม่ให้เกิดสนิมมีอยู่หลายวิธี เช่น การเคลือบผิวเหล็ก เพื่อป้องกันมิให้เนื้อเหล็ก
สมั ผัสกับนำ้ และอากาศโดยตรง อาจทำได้หลายวธิ ี เช่น การทาสี การชบุ ด้วยโลหะ อาทิ ดีบกุ สังกะสี วิธีนี้มักใช้
กับชิ้นงานขนาดเล็กหรือกลาง อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของวิธีนี้คือ ผิวเคลือบชนิดนี้ สามารถหลุดออกได้ง่ าย
ทั้งทางกายภาพและเคมีซึ่งจะทำให้เนื้อเหล็กมีโอกาสสัมผัสกับบรรยากาศและเกิดสนิมขึ้น ยิ่งกว่านั้นผิวเคลือบ
บางชนดิ เชน่ ดีบุก ยังสามารถเปน็ ตัวเรง่ ปฏิกิรยิ าการเกดิ สนิมให้เร็วขน้ึ อกี ด้วย
วิธีต่อมาคือการทำเป็นเหล็กกล้าไร้สนิม (stainless steel) โดยการเติมธาตุอื่นๆ ที่สามารถทำให้เกดิ
ชั้นฟิล์มบางๆ ขึ้นบนผิวเหล็ก เช่น โครเมียม นิกเกิล ธาตุเหล่านี้จะสร้างฟิล์มบางๆ ที่ติดแน่นบนผิวเหล็ก
ช่วยป้องกันไม่ให้เนื้อเหล็กสัมผัสกับบรรยากาศโดยตรง ผิวเคลือบชนิดนี้มีความคงทนทั้งทางกายภาพและเคมี
เหล็กกล้าไร้สนิมมีหลายเกรด แต่ละเกรดก็จะมีส่วนผสมที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งาน
แตล่ ะประเภท
ส่วนวธิ สี ุดท้ายคอื การใชก้ ระแสไฟฟ้าเพื่อให้เหล็กมีศกั ย์ไฟฟ้าสูงกว่า
บริเวณใกล้เคียง ซึ่งจะทำให้เหล็กไม่เกิดการสูญเสียอิเลกตรอนและกลายเป็น
สนิม วธิ ีน้สี ามารถป้องกนั การเกิดสนิมได้ในทุกสภาพแวดล้อม แต่มีค่าใช้จ่ายสูง
และต้องอาศัยแหล่งกำเนิดกระแสไฟฟ้าซึ่งไม่สะดวกกับการโยกย้ายไปมา จึง
เหมาะสมสำหรับโครงสร้างใหญ่ๆ ที่ต้องใช้งานในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการ
เกดิ สนมิ อยา่ งรุนแรง เชน่ ท่อท่ฝี งั อยู่ใต้ดิน ท่อส่งนำ้ มนั ใตท้ ะเล เป็นตน้
ภาพแสดง การเกดิ สนิมเหล็ก
4. ด้านสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
ความสามารถในการสื่อสาร: นกั เรียนสามารถสือ่ สาร โดยการนำเสนอข้อมูลเกย่ี วกับการระบุ
การเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมจี ากการเปลีย่ นแปลงของสาร
ความสามารถในการคดิ : นกั เรยี นสามารถคดิ โดยใช้ความคดิ อย่างมีเหตุผลในการเปรียบเทยี บและ
อภปิ รายการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี: นักเรยี นสามารถใช้เทคโนโลยี โดยการสืบคน้ ข้อมูลเกีย่ วกบั
ปฏิกริ ิยาเคมี
5.คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ซื่อสัตย์สุจรติ มุ่งมัน่ ในการทำงาน
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อย่อู ย่างพอเพียง ใฝ่เรียนรู้ มจี ติ สาธารณะ
มีวินัย รกั ความเป็นไทย
6. ช้นิ งาน /ภาระงาน
ใบบันทึกกจิ กรรมเรื่อง ปฏกิ ิริยาการเกดิ สนิมเหล็ก
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ใชร้ ูปแบบการจัดการเรยี นการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es)
ขัน้ ที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement)
1) ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียน เกี่ยวกับเรื่อง ปฏิกิริยาการเกิดสนิมเหล็ก โดยใช้สื่อ
วดี ทิ ศั นเ์ รื่อง สนมิ เหลก็ เกดิ จากอะไร (สืบคน้ ไดจ้ าก https://www.youtube.com/watch?v=ef8icxK5d5U)
ซง่ึ อธบิ ายเก่ียวขอ้ งกับปฏกิ ิรยิ าเคมีการเกดิ สนิมเหลก็
2) ครูเชื่อมโยงเข้าสู่กิจกรรมที่ 5.6 ปฏิกิริยาการเกิดสนิมเหล็กเป็นอย่างไร โดยใช้คำถามว่า
นอกจากปฏิกิริยาของกรดกับโลหะและเบสกับโลหะแลว้ ปฏิกริ ยิ าเคมีอีกชนิดหนึง่ ท่ีเราพบเห็นในชีวิตประจำวัน
คอื ปฏิกริ ยิ าการเกิดสนมิ เหล็กทราบหรอื ไมว่ ่าสนิมเหล็กเกิดขึน้ ได้อย่างไร (นักเรยี นตอบตามความเขา้ ใจ)
ข้นั ที่ 2 ขัน้ สำรวจและค้นหา (Exploration)
3) นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดำเนินกิจกรรม ตามหนังสือเรียนรายวิชา
พื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 24 และครูตรวจสอบความ
เข้าใจการอ่าน โดยใชค้ ำถามดังต่อไปนี้
- กจิ กรรมนเ้ี กยี่ วกับเร่อื งอะไร (การเกิดสนมิ เหลก็ )
- กิจกรรมน้มี จี ดุ ประสงค์อะไร (สังเกตและอธิบายปฏกิ ิรยิ าการเกิดสนมิ เหล็ก)
- วธิ ดี ำเนนิ กิจกรรมมขี ั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (ขดั ตะปเู หล็กดว้ ยกระดาษทราย ใสต่ ะปูเหล็กลง
ในหลอดทดลอง หลอดที่ 1 และ 2 หลอดละ 1 ตัว เติมน้ำในหลอดที่ 1 ใส่สำลใี หอ้ ยเู่ หนือตะปแู ล้วเติมแคลเซียม
คลอไรด์เพื่อดูดความชื้นลงบนสำลี ในหลอดที่ 2 แล้วปิดด้วยจุกยาง เติมน้ำลงในหลอดที่ 3 แล้วต้มให้เดือด
ใส่ตะปูเหล็ก เตมิ น้ำมนั พชื และปิดด้วยจุกยาง ตัง้ หลอดทดลองท้ัง 3 ไว้ สังเกตบนั ทกึ ผลทกุ วัน เปน็ เวลา2-3 วัน)
- ข้อควรระวังในการทำกจิ กรรมมีอะไรบ้าง (ใช้ความระมัดระวงั ขณะหยบิ อุปกรณข์ ณะยงั ร้อน)
- นักเรยี นต้องสังเกตหรอื รวบรวมข้อมูลอะไรบา้ ง (สงั เกตและบนั ทกึ ขอ้ มลู การเปลยี่ นแปลงของ
ตะปใู นหลอดทดลองทง้ั 3 หลอด ทกุ วัน เปน็ เวลา 2-3 วนั )
4) ขณะท่ีนักเรียนทำกิจกรรม ครูสังเกตการทำกิจกรรมของนักเรียน และให้คำแนะนำ ถ้า
นักเรียนมีข้อสงสัยในประเด็นต่าง ๆ ที่อาจเป็นปัญหา เช่น การต้มน้ำในหลอดทดลองที่ 3 ไม่ควรใส่น้ำปริมาณ
มากเกินไป เนอ่ื งจากอาจเกิดการกระเซ็นของน้ำเมื่อต้มใหเ้ ดือด หลงั น้ำเดอื ด ใสต่ ะปูลงในหลอดทดลอง แลว้ เติม
น้ำมันพืช โดยให้ชั้นของน้ำมันมีความหนาประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร จากนั้นให้ปิดจุกยางทันที ซึ่งครูควร
รวบรวมปัญหา และข้อสงสัยที่พบจากการทำกิจกรรมของนักเรียนเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการอภิปราย
หลงั จากการทำกิจกรรม
ขน้ั ท่ี 3 ขนั้ อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation)
5) นักเรียนบันทึกการทำกิจกรรมลงในแบบบันทึกการค้นคว้ากิจกรรมท่ี 5.6 ปฏิกิริยาการเกิด
สนิมเหล็กเป็นอย่างไร โดยสรุปผลของกิจกรรมและตอบคำถามท้ายกิจกรรม เพื่อให้ได้ข้อสรุปจากกิจกรรมว่า
เมอื่ ตะปเู หล็กทำปฏิกิรยิ ากับนำ้ และแก๊สออกซิเจนจะเกดิ สนมิ เหลก็ ซ่ึงมีลักษณะเป็นของแข็งสีนำ้ ตาลแดง
ข้ันท่ี 4 ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration)
6) นักเรียนเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับปฏิกิริยาการเกิดสนิมเหล็ก โดยอ่านเนื้อหาในหนังสือเรียน
หนา้ 25 และตอบคำถามระหว่างเรียน โดยใชป้ ระเดน็ คำถามดงั นี้
- ถา้ นำตะปเู หล็กวางไว้เป็นระยะเวลานาน นกั เรยี นคดิ ว่าจะเกิดสนิมหรือไม่ เพราะเหตุใด (แนว
คำตอบ เกิดสนมิ เพราะตะปูเหลก็ จะทำปฏกิ ิริยากับแก๊สออกซิเจนและความช้นื ในอากาศ)
- ถ้านำตะปูเหล็กวางไวใ้ นบริเวณท่ไี ม่มแี ก๊สออกซเิ จน ตะปูเหลก็ จะเกิดสนมิ หรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
(แนวคำตอบ ไมเ่ กิดสนมิ เพราะขาดแก๊สออกซเิ จนซึ่งเป็นปัจจยั ท่ที ำให้เกดิ สนมิ )
- ถา้ เหล็กในโครงสร้างอาคารมีสนิมเกดิ ข้ึน จะสง่ ผลเสยี ต่ออาคารอย่างไร
(แนวคำตอบ ถ้าเหล็กในโครงสร้างอาคารมีสนิมเกิดขึ้น จะทำให้เหล็กผุกร่อน และทำให้ความแข็งแรงของ
โครงสรา้ งอาคารลดลง)