The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 5 การเกิดปฏิกิริยาเคมี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by iradaazaza, 2022-09-19 08:39:19

หน่วยที่ 5 การเกิดปฏิกิริยาเคมี

หน่วยที่ 5 การเกิดปฏิกิริยาเคมี

ข้นั ที่ 5 ขัน้ ประเมิน (Evaluation)
7) ครูและนักเรียนอภิปรายผลการทำกิจกรรม ปฏิกิริยาการเกิดสนิมเหล็ก จะได้ข้อสรุปว่า

เมื่อเหล็ก น้ำ และแก๊สออกซิเจนทำปฏิกิริยากัน จะได้ผลิตภัณฑ์เป็นสนิมเหล็ก ซึ่งเป็นของแข็ง สีน้ำตาลแดง
ปฏิกิริยาเคมีนี้เรียกว่า การเกิดสนิมเหล็ก (rusting) ผลของการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เหล็กผุกร่อน ปฏิกิริยาการ
เกดิ สนมิ เหล็กเขียนแทนได้ดว้ ยสมการข้อความ ดงั นี้

เหลก็ + แก๊สออกซิเจน + นำ้ → สนิมเหล็ก
8) ครูนำอภิปรายโดยใช้เกร็ดความรู้ประกอบการอภิปรายเกี่ยวกับหลักการป้องกันสนิมเหล็ก
โดยทัว่ ไป ซ่ึงทำได้โดยป้องกนั ไม่ให้เหล็กสมั ผัสกับน้ำและแก๊สออกซิเจน เชน่ ทาสีบนผิวของวัสดุ เคลือบผิววัสดุ
ดว้ ยนำ้ มัน
9) ครูตรวจสอบการส่งแบบบันทึกการค้นคว้าของนักเรียนและให้คะแนนประเมินตามเกณฑ์
การประเมิน (Rubrics Score)

8. ส่ือการเรยี นรู้/แหลง่ เรียนรู้

8.1 อุปกรณ์ทำกิจกรรม: จำนวน 12 รายการ ดังแสดงแนบไว้ในใบกิจกรรมที่ 5.6 ปฏิกิรยิ าการเกิด

สนมิ เหลก็ เป็นอย่างไร

8.2 คลิปวีดิทศั น์: สนิมเหล็กเกดิ จากอะไร
8.3 ใบกิจกรรม: ใบกจิ กรรมที่ 5.6 ปฏกิ ิรยิ าการเกดิ สนิมเหลก็ เปน็ อยา่ งไร

8.4 แบบบนั ทึกกจิ กรรม: แบบบันทึกการค้นคว้ากิจกรรมท่ี 5.6 ปฏิกิริยาการเกิดสนมิ เหล็กเป็นอยา่ งไร

8.5 แหลง่ เรยี นร:ู้ หนังสือเรียนรายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 3
เล่ม 2 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธกิ าร

9. การวัดและการประเมิน

ตัวชว้ี ดั /ผลการเรียนรู้ วิธีการวดั เครื่องมือวดั เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมิน

1. อธบิ ายปฏิกิรยิ าการเกิด - ตรวจการตอบ - คำถามท้ายกิจกรรมท่ี 5.6 - ได้ไม่น้อยกว่า 2 คะแนน

สนมิ เหลก็ ได้ (ดา้ นความรู้: K) คำถามทา้ ย ปฏิกิริยาการเกิดสนิมเหลก็ ระดับคุณภาพดี ถือว่าผา่ น

กิจกรรมที่ 5.6 เป็นอยา่ งไร จำนวน 6 ขอ้ การประเมินด้านความรู้

2. การใช้ทกั ษะการตคี วามหมาย - ตรวจการทำแบบ - แบบบนั ทึกการคน้ ควา้ - ได้ไม่น้อยกว่า 2 คะแนน
ระดบั คุณภาพดี ถือว่า
ขอ้ มลู และลงข้อสรุป โดยระบุ บนั ทึกการคน้ คว้า กจิ กรรมท่ี 5.6 ปฏิกิรยิ า ผา่ นการประเมิน
ด้านกระบวนการ
การเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมจี าก กจิ กรรมท่ี 5.6 การเกดิ สนิมเหล็กเปน็
การเปล่ยี นแปลงของสาร อยา่ งไร - ไดไ้ มน่ ้อยกวา่ 2 คะแนน
(ดา้ นกระบวนการ: P) ระดับคุณภาพดี ถือว่าผ่าน
การประเมินด้านเจตคติ
3. ตระหนกั ถึงความสำคัญ - สงั เกตการใชง้ าน - เกณฑก์ ารประเมนิ การใช้

ของการใชอ้ ุปกรณ์การทำ อุปกรณ์ในกจิ กรรม งานอุปกรณใ์ นกิจกรรม

กิจกรรมได้ (ดา้ นเจตคต:ิ A) ของนักเรยี น ของนักเรียน

9.1 เกณฑก์ ารประเมนิ ผลนักเรียน เกณฑก์ ารประเมนิ (Rubrics Score)

ประเดน็ การประเมิน ค่าน้ำหนัก แนวทางการใหค้ ะแนน
การให้คะแนนตอบ คะแนน
ตอบคำถามท้ายกจิ กรรมท่ี 5.6 ถกู ต้อง จำนวน 5-6 ข้อ
คำถามท้าย 3 ตอบคำถามทา้ ยกิจกรรมท่ี 5.6 ถูกต้อง จำนวน 3-4 ข้อ
กิจกรรมที่ 5.6 2 ตอบคำถามทา้ ยกิจกรรมท่ี 5.6 ถูกต้อง จำนวน 1-2 ขอ้ หรือ ไม่ถูกต้อง
การให้คะแนนการบันทกึ 1 บนั ทึกผลการทำกิจกรรมลงในตารางบนั ทึกผล โดยระบผุ ลที่ไดจ้ ากการ
แบบบันทึกการค้นคว้า 3 สงั เกตการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมจี ากการเปลย่ี นแปลงของสารได้อยา่ งถูกต้อง
กจิ กรรมท่ี 5.6 ชัดเจน ครบทุกประเดน็ สอดคลอ้ งกบั เน้ือหาในกจิ กรรม
2 บันทกึ ผลการทำกจิ กรรมลงในตารางบนั ทึกผล โดยระบผุ ลทีไ่ ดจ้ ากการ
การให้คะแนน สงั เกตการเกิดปฏิกิริยาเคมจี ากการเปลย่ี นแปลงของสารได้ถูกต้อง
การใช้งานอปุ กรณ์ 1 แตม่ ีข้อผิดพลาดบางส่วน
3 บันทึกผลการทำกจิ กรรมลงในตารางบันทึกผล โดยระบุผลท่ไี ด้จากการ
ในกิจกรรม สงั เกตการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมีจากการเปล่ียนแปลงของสารไม่ถูกต้อง
2 มขี ้อผิดพลาด ทำใหไ้ มส่ อดคล้องกบั เนื้อหาในกิจกรรม
ใช้งานอุปกรณก์ ารทดลองในกิจกรรมได้ถกู วธิ ี หยบิ เคลือ่ นย้ายอปุ กรณ์
1 อยา่ งระมดั ระวัง ไม่หยอกล้อหรือแกล้งเพ่ือนขณะกำลังใช้งานอปุ กรณ์
และหลงั การใช้งานอุปกรณ์มีการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี
ใช้งานอุปกรณก์ ารทดลองในกิจกรรมได้ถูกวธิ ี หยบิ เคลื่อนย้ายอุปกรณ์
อย่างระมัดระวัง ไม่หยอกล้อหรือแกล้งเพือ่ นขณะกำลงั ใช้งานอปุ กรณ์
แตห่ ลงั การใช้งานอุปกรณไ์ มม่ ีการเกบ็ รักษาอย่างถูกวิธี หรอื ไมเ่ กบ็
อุปกรณ์เขา้ ตเู้ ก็บอุปกรณต์ ามประเภทของอุปกรณ์
ใช้งานอุปกรณก์ ารทดลองในกิจกรรมได้ แต่ขณะหยิบ เคลื่อนย้ายอปุ กรณ์
หรือกำลังใช้งานอปุ กรณ์ จะหยอกลอ้ หรือแกลง้ เพ่ือน อาจทำใหอ้ ุปกรณ์
เสยี หายได้ และหลงั การใช้งานอปุ กรณ์ไม่มีการเกบ็ รกั ษาอยา่ งถกู วธิ ี

9.2 ระดบั คณุ ภาพ หมายถึง ดีมาก
หมายถึง ดี
คะแนนรวมเฉลยี่ 6.00 - 5.00 หมายถึง พอใช้
คะแนนรวมเฉลย่ี 4.00 - 3.00
คะแนนรวมเฉล่ยี 2.00 - 1.00

ดังน้ัน นกั เรยี นตอ้ งได้คะแนนเฉลยี่ ทุกประเด็นการประเมิน ไม่ตำ่ กวา่ 2.00 แสดงระดับ
คณุ ภาพ ดี ถอื ว่าผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ในแผนการจัดการเรียนท่ี 6

10. ความคิดเห็นของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้……………………………………………….……………………………………
............................................................................................................................. ....................................................

ลงชือ่ .....................................................
(นายหมสู่ า ผิดไรงาม)

หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

11. ความคิดเหน็ รองผู้อำนวยการกล่มุ บรหิ ารวิชาการ
 องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้.............................................................................
 มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชีว้ ดั /ผลการเรยี นรู้สอดคล้อง.......................................................
 สาระสำคญั ครอบคลุมชัดเจน.............................................................................................
 สาระการเรยี นรมู้ ีความถกู ตอ้ งตามหลกั วิชาการ................................................................
 จุดประสงคก์ ารเรยี นร้มู ีความชัดเจนครอบคลุม (K/P/A).....................................................
 สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน................................................................................................
 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์.................................................................................................
 ระบภุ าระงาน/ชน้ิ งาน........................................................................................................
 กิจกรรมการเรยี นรเู้ นน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั ...........................................................................
 ส่อื และอุปกรณ์การเรียนรู้.................................................................................................
 การวดั และการประเมินผลตามจุดประสงค์การเรยี นรู้...........................................................
 เสนอส่งแผนการจดั การเรียนร้ตู ามข้นั ตอนระบบงาน........................................................
 บันทึกหลงั สอน................................................................................................................ .

( นายอบั ดลรอศักดิ์ มณีโสะ๊ )
รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวชิ าการ

12. ความคิดเห็นผู้อำนวยการโรงเรียน

 อนุญาตใหใ้ ชจ้ ดั การเรยี นการสอนได้
 ควรปรบั ปรุง คอื ................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................

( นายสิรวุฒิ ยนุ ุ้ย )
ผู้อำนวยการโรงเรียนกำแพงวิทยา

13. บนั ทกึ หลังการจดั กิจกรรมการเรียนรูแ้ ผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 6
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้ (ตามจดุ ประสงค)์
จากจุดประสงคก์ ารเรียนรทู้ ั้ง 3 ข้อ ต่อไปน้ี
16. นกั เรยี นอธบิ ายปฏิกริ ิยาการเกดิ สนมิ เหล็กได้ (K)
17. นักเรยี นใช้ทักษะการตีความหมายข้อมลู และลงขอ้ สรุป โดยระบุการเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี
จากการเปล่ียนแปลงของสาร (P)
18. นกั เรยี นตระหนักถงึ ความสำคัญของการใช้อุปกรณ์การทำกิจกรรมได้ (A)

พบวา่
- นักเรยี นสามารถอธบิ ายปฏิกิรยิ าการเกดิ สนิมเหล็กได้
- นกั เรยี นสามารถใชท้ กั ษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรปุ โดยระบุ

การเกดิ ปฏิกิริยาเคมจี ากการเปลี่ยนแปลงของสารได้
- นกั เรียนตระหนกั ถงึ ความสำคญั ของการใช้อุปกรณ์การทำกิจกรรมได้

13.2 แนวทางแกป้ ญั หานักเรียนทีไ่ มผ่ ่านผลการเรียนร้หู รอื จุดประสงค์ (เพือ่ นำไปสู่ PLC)
-

ลงช่ือ.....................................................
(นางสาวหสุ ณา ตามาต)
ครูผู้สอน

วนั ที่……เดอื น………………….พ.ศ…………

แบบบนั ทกึ การประเมนิ คณุ ภาพการเรยี นรู้ของนกั เรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3
รายวชิ าวิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน (ว23102) หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ปฏิกริ ิยาเคมีและวัสดุในชวี ิตประจำวัน

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 6 เรอื่ ง ปฏกิ ิริยาการเกิดสนิมเหล็ก
มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3/7 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564

เลขที่ ชือ่ – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดบั คุณภาพ สรุปผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)

้ดานเจตค ิต (A)

333 9 ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ผา่ น ไม่ผ่าน
9
1 ด.ช. กฤษฏิ์ พรหมน้ำดำ 3 3 3 9 //
2 ด.ช. กลา้ ณรงค์ 9 //
3 ด.ช. ครองภพ คงทอง 3 3 3 9 //
4 ด.ช. ชยพล 6 //
5 ด.ช. ชัยวัฒน์ สำเร 3 3 3 6
6 ด.ช. ซลั มาน 9 //
7 ด.ช. ณัฏฐภทั ร พิพิธประภาเลิศ 3 3 3 6 //
8 ด.ช. ธนากร 6 //
9 ด.ช. ธีรพัฒน์ ตุ้งแกว้ 2 2 2 6 //
10 ด.ช. นนทพัทธ์ 9 //
11 ด.ช. นนั ทวฒั น์ จองวราห์ศรี 2 2 2 6 //
12 ด.ช. ปฏิพล 6 //
13 ด.ช. ภัทรพล ผอมน่มุ 333 9 //
14 ด.ช. ภมู ิประชา 9 //
15 ด.ช. อัฟฟาน รักสะโม๊ะ 2 2 2 6 //
16 ด.ช. อาซัน 9 //
17 ด.ช. สิทธวิ งศ์ จันทรจ์ ติ จรงิ ใจ 2 2 2 9 //
18 ด.ช. ธมกร 9 //
19 ด.ญ. ไคริกา จนั ทรัตน์ 2 2 2 9 //
20 ด.ญ. ญาณิศา 9 //
21 ด.ญ. ณฐั ชุตา บินสหสั 333 9 //
22 ด.ญ. ดาวญิ า 9 //
23 ด.ญ. ธนิษฐา สงมาก 2 2 2 9 //
24 ด.ญ. นงนภสั 9 //
25 ด.ญ. นซั มี หมาดหมีน 2 2 2 9 //
26 ด.ญ. ปวีณา 9 //
27 ด.ญ. ปณั ฑติ า ภมรานนท์ 3 3 3 9 //
28 ด.ญ. พชิ ชา 9 //
29 ด.ญ. รวภิ า เดชอารัญ 3 3 3 9 //
30 ด.ญ. ราตมี า 9 //
31 ด.ญ. ลลิตา หวันสู 2 2 2 9 //
32 ด.ญ. วรนชุ //
สุวรรณวงศ์ 3 3 3 //

สวุ รรณวโิ ก 3 3 3

โดงกลู 3 3 3

รตั นพันธ์ 3 3 3

ศิรสิ ม 3 3 3

สายเสน็ 333

ยง่ิ ขจร 3 3 3

สันโด 3 3 3

เล่งเจ๊ะ 3 3 3

ศรีนยุ้ คง 3 3 3

แก้วบุตร 3 3 3

ราเหม 3 3 3

เหมรา 3 3 3

สนั หลี 3 3 3

อุสมา 3 3 3

อศุ มา 3 3 3

เลขที่ ชื่อ – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดบั คุณภาพ สรุปผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)

้ดานเจตค ิต (A)

3 3 3 9 ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ผา่ น ไมผ่ า่ น

33 ด.ญ. วมิ ลรตั น์ จิระเสถียร 333 9 / /
34 ด.ญ. ศศิภา หนูวงศ์
35 ด.ญ. สริ นิ ทรา ไชยยัน 333 9 / /
36 ด.ญ. อนสุ รา สะเล่
37 ด.ญ. อญั ญาณี ทมุ มาลี 333 9 / /
38 ด.ญ. ปวัณรัตน์ อมุ าลี
39 ด.ญ. พิศลยา ละมลู สุข 333 9 / /
40 ด.ญ. วิยะดา ธนะภาส
333 9 / /

333 9 / /

333 9 / /

222 6 / /

จำนวนกลุ่ม 31 9 40 0

ร้อยละ 77.5 22.5 100 0

เกณฑร์ ะดบั คุณภาพ สรปุ ผลการประเมิน ลงช่ือ.........................................
ช่วงคะแนน 8-9 : ระดบั คุณภาพดี ผา่ น : ระดบั คณุ ภาพดีและพอใช้ (นางสาวหสุ ณา ตามาต)
ชว่ งคะแนน 5-7 : ระดับคณุ ภาพพอใช้ ไมผ่ า่ น : ระดับคณุ ภาพปรบั ปรุง ผ้ปู ระเมิน
ช่วงคะแนน 0-4 : ระดับคณุ ภาพปรบั ปรุง

ต้องได้คะแนนเฉลี่ยทุกประเด็นการประเมนิ ไมต่ ำ่ กว่า 2.00 แสดงระดับคุณภาพ ดี ข้ึนไปเทา่ นน้ั
ถงึ จะผ่านการเรยี นรู้ตามตวั ชวี้ ัด

แบบบันทกึ การประเมินคณุ ภาพการเรยี นรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน (ว23102) หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 ปฏกิ ิริยาเคมีและวสั ดใุ นชวี ติ ประจำวัน

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 6 เรอื่ ง ปฏกิ ริ ิยาการเกดิ สนิมเหล็ก
มัธยมศึกษาปที ่ี 3/8 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564

เลขที่ ชอ่ื – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดบั คณุ ภาพ สรปุ ผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)

้ดานเจตค ิต (A)

333 9 ดี พอใช้ ปรับ ผา่ น ไม่ผา่ น
ปรุง
1 ด.ช. กฤษฎา ขนุ รายา 222 6
6 //
2 ด.ช. จิตตพิ ฒั น์ หลงั ชาย 222 6 //
9 //
3 ด.ช. จริ พงษ์ เจียมพงศไ์ พศาล 2 2 2 6 //
9 //
4 ด.ช. ณัฐวุฒิ โอมณี 333 9 //
9 //
5 ด.ช. ณัฐวฒุ ิ หมาดแน้ง 2 2 2 9 //
9 //
6 ด.ช. ทวพี ล อนิ ทพนั ธ์ 3 3 3 9 //
9 //
7 ด.ช. ทีฆายุ พนั ตรี 3 3 3 6 //
9 //
8 ด.ช. ธีร์ธวัช กลิ่นเขยี ว 3 3 3 9 //
6 //
9 ด.ช. ธีรภัทร ทองแป้น 3 3 3 9 //
9 //
10 ด.ช. ปัญญวิชญ์ สาเส็น 333 9 //
9 //
11 ด.ช. พงศพัศ สังขชาติ 333 9 //
6 //
12 ด.ช. พงศา คงพลับ 333 9 //
9 //
13 ด.ช. ฟาร์อยั ดนี ลีลานนท์ 2 2 2 9 //
9 //
14 ด.ช. ภทั ธพล องสารา 333 9 //
9 //
15 ด.ช. ภรู ิพฒั น์ แท่งทอง 333 9 //
9 //
16 ด.ช. อัครวินท์ ธาราพสิ ิฐ 2 2 2 6 //
//
17 ด.ช. อนั ดา นวมจติ ร์ 3 3 3

18 ด.ช. อสั มี โสลกิ ี 3 3 3

19 ด.ญ. ชนันรตั น์ พรหมจรรย์ 3 3 3

20 ด.ญ. ซันนี ราเยน็ 3 3 3

21 ด.ญ. ณฐั ณิชา บญุ คง 333

22 ด.ญ. ณัฐณชิ า บวั ทอง 222

23 ด.ญ. ธัญญลักษณ์ มะโนรตั น์ 3 3 3

24 ด.ญ. ธญั ญลกั ษณ์ ทองไชย 333

25 ด.ญ. นงนภัส องสารา 333

26 ด.ญ. นุรรยั ฮาล เขียวยบั 333

27 ด.ญ. นูรไลลา ม่าเหล็ม 333

28 ด.ญ. นูรอยั ดาร์ หลหี าด 333

29 ด.ญ. นูรอยั นี หนูหนั 333

30 ด.ญ. ปฏิญญา สะอา 333

31 ด.ญ. ปนดั ดา มจั ฉา 222

เลขที่ ชอ่ื – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดับคณุ ภาพ สรุปผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)

้ดานเจตค ิต (A)

333 9 ดี พอใช้ ปรบั ผ่าน ไมผ่ ่าน
ปรงุ

32 ด.ญ. พมิ พพ์ ิชญช์ า อนพุ งศ์ 333 9 / /

33 ด.ญ. ลลิตา ชสู กลุ 333 9 / /

34 ด.ญ. ลิปดา เตพิริยะกลุ 222 6 //

35 ด.ญ. วราลี กองหลัง 333 9 / /

36 ด.ญ. สทุ ธิดา แสงดำ 333 9 / /

37 ด.ญ. อาซุมี เกาะสมนั 333 9 / /

38 ด.ญ. อลุ ยา หวันสู 333 9 / /

39 ด.ญ. อนุสรา ทรัพยว์ งศา 333 9 / /

40 ด.ญ. อภญิ ญา ตาเอ็น 222 6 /

จำนวนกลมุ่ 30 11 40 0

รอ้ ยละ 73.17 26.83 100 0

เกณฑ์ระดับคุณภาพ สรปุ ผลการประเมิน ลงช่ือ.........................................
ช่วงคะแนน 8-9 : ระดับคณุ ภาพดี ผ่าน : ระดบั คุณภาพดีและพอใช้ (นางสาวหสุ ณา ตามาต)
ช่วงคะแนน 5-7 : ระดับคณุ ภาพพอใช้ ไม่ผ่าน : ระดับคณุ ภาพปรับปรงุ ผ้ปู ระเมิน
ช่วงคะแนน 0-4 : ระดับคณุ ภาพปรบั ปรงุ

ตอ้ งไดค้ ะแนนเฉล่ยี ทกุ ประเดน็ การประเมนิ ไม่ตำ่ กวา่ 2.00 แสดงระดับคุณภาพ ดี ข้ึนไปเท่าน้นั
ถึงจะผา่ นการเรยี นรู้ตามตวั ชว้ี ดั

ส่อื การเรยี นรู้แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 6: สอ่ื วีดิทัศน์
คลิปวีดที ศั น์: สนิมเหลก็ เกดิ จากอะไร

สือ่ วดี ทิ ศั นเ์ รื่อง สนมิ เหล็กเกิดจากอะไร อธบิ ายเก่ียวข้องกบั การเกิดปฏกิ ริ ิยาเคมใี นสนิมเหล็ก

แหล่งที่มา: เวบ็ ไซตอ์ ้างองิ
https://www.youtube.com/watch?v=ef8icxK5d5U
เผยแพร่เมื่อ 18 มีนาคม พ.ศ. 2558
(ช่องYouTube: รหู้ รอื ไม่ - DYK)

ส่อื การเรียนรู้แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 6: ใบกิจกรรมที่ 5.

ใบกิจกรรมท่ี 5.6 ปฏิกริ ยิ าการเกดิ สนมิ เหล็กเปน็ อย่างไร

หนังสือเรียนรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 เล่ม 2 ตามหลกั สูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุงพ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หนา้ 24

กจิ กรรมท่ี 5.6 ปฏิกิริยาการเกิดสนมิ เหลก็ เปน็ อย่างไร?
จดุ ประสงค์ สังเกตและอธบิ ายปฏิกิริยาการเกิดสนมิ เหล็ก
วัสดุอุปกรณ์
วัสดุท่ใี ช้ต่อกล่มุ
วธิ ดี ำเนนิ กจิ กรรม
1. ตะปูเหล็ก 3 ตวั

2. น้ำ 25 cm3
3. หลอดทดลองขนาดใหญ่ 3 หลอด

4. คมี คบี หลอดทดลอง 1 อนั

5. ท่วี างหลอดทดลอง 1 อนั

6. จุกยางเบอรส์ ิบ 2 จกุ

7. ช้อนตักสาร 1 คัน
8. สำลี 1 กอ้ น
9. กระดาษทราย 1 แผ่น
10. ตะเกียงแอลกอฮอล์พร้อมท่ีกน้ั ลม 1 ชุด
วัสดุท่ใี ชต้ อ่ ห้อง

1. น้ำมันพืช 1 ขวด

2. แคลเซียมคลอไรด์ 1 กระปุก

1. ขัดตะปเู หล็กจำนวน 3 ตวั ดว้ ยกระดาษทราย สังเกตและบันทกึ ผล

2. ใสต่ ะปเู หล็กลงในหลอดทดลองหลอดที่ 1 และ 2 หลอดละ 1 ตวั

3. เตมิ น้ำในหลอดทดลองท่ี 1 ให้มรี ะดับครึ่งหน่งึ ของความสูงของตะปู ดังภาพ

4. ใสส่ ำลลี งในหลอดทดลองที่ 2 ใหอ้ ยูเ่ หนือตะปู แล้วเตมิ แคลเซยี มคลอไรด์

ลงบนสำลี เพอื่ ดดู ความชน้ื จากน้ันปดิ ดว้ ยจุกยาง ดังภาพ

5. เตมิ นำ้ ลงในหลอดทดลองที่ 3 นำไปต้มให้เดือด เพื่อไล่แกส๊ ออกซิเจนแลว้ ใสต่ ะปู

จากนั้นเตมิ นำ้ มันพชื แลว้ ปิดด้วยจกุ ยางทันที ดงั ภาพ

6. ตงั้ หลอดทดลองทัง้ 3 ไว้เป็นเวลา 2-3 วัน สังเกตและบันทกึ ผลทกุ วนั

กจิ กรรมที่ 5.6 ปฏิกริ ิยาการเกดิ สนมิ เหลก็ เป็นอย่างไร?

ขอ้ เสนอแนะใน หลอดทดลองท่ี 1 หลอดทดลองท่ี 2 หลอดทดลองที่ 3
การทำกิจกรรม
ภาพการจดั อุปกรณ์ในกจิ กรรม

• ตะปทู ใ่ี ช้ควรมลี กั ษณะเรียบ ไมใ่ ชต้ ะปูเกลยี ว เพ่ือป้องกันการติดคา้ งของฟองอากาศ
ในเกลียวตะปูเมื่อใสต่ ะปูลงในน้ำ
• นำ้ ทน่ี ำมาใช้ควรตม้ ใหเ้ ดอื ดประมาณ 5 นาทเี พื่อไล่แก๊สออกซเิ จนออกจากน้ำ
ใหไ้ ด้มากทีส่ ุด รินนำ้ ที่ผ่านการต้มให้เดอื ดลงในหลอดทดลองให้ระดบั น้ำสงู กวา่
ความยาวของตะปู จากน้ันจงึ ใส่ตะปลู งในหลอดทดลอง ในกรณที ่ีมีฟองอากาศติดอยู่
ท่ีตะปู ให้เขยา่ หลอดทดลองเบา ๆ เพ่อื ใหฟ้ องอากาศหลุดออกจากตะปใู หห้ มด
แลว้ เติมนำ้ มันพืชเพ่อื ป้องกันแกส๊ ออกซิเจนทอี่ ยู่ในอากาศละลายในนำ้ จากนั้น
ใหป้ ดิ จกุ ทันที
• กรณีทแ่ี คลเซยี มคลอไรด์จับตัวกันเป็นก้อนใหญ่หรือเปียกชนื้ ควรให้ความรอ้ น
แกแ่ คลเซียมคลอไรด์เพื่อระเหยน้ำออกก่อนนำมาใช้ในกิจกรรม

คำถามท้ายกจิ กรรม

1. เพราะเหตุใดจงึ ใสแ่ คลเซยี มคลอไรด์ลงไปในหลอดทดลองที่ 2
2. เพราะเหตุใดจงึ เติมนำ้ มนั พชื ลงไปในหลอดทดลองที่ 3
3. ตะปเู หลก็ ในแตล่ ะหลอดสัมผสั กบั สารใดบ้าง
4. ตะปูเหลก็ ในหลอดทดลองใดบา้ งมีการเปลี่ยนแปลง และเปล่ียนแปลงอยา่ งไร
5. ปัจจยั ทีท่ ำให้เกดิ สนิมเหล็กมีอะไรบา้ ง ทราบไดอ้ ยา่ งไร
6. จากกจิ กรรม สรปุ ไดว้ า่ อย่างไร

สื่อการเรยี นรู้แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 6: แบบบนั ทกึ การคน้ ควา้ กจิ กรรมท่ี 5.6

แบบบันทึกการค้นคว้ากิจกรรมท่ี 5.6 ปฏกิ ิรยิ าการเกิดสนมิ เหลก็ เปน็ อยา่ งไร

ชอื่ -นามสกุล..........................................................................................ชนั้ .................เลขท.ี่ ..........กล่มุ ท.ี่ ...........

 ตารางบนั ทึกผล 1 วนั ผลทีส่ ังเกตได้ 3 วนั
หลอดที่ 2 วัน
1

2
3

 คำถามทา้ ยกจิ กรรม
1. เพราะเหตใุ ดจงึ ใส่แคลเซียมคลอไรด์ลงไปในหลอดทดลองที่ 2
ตอบ ………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. เพราะเหตใุ ดจึงเตมิ น้ำมนั พืชลงไปในหลอดทดลองที่ 3
ตอบ ………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ตะปูเหลก็ ในแต่ละหลอดสมั ผสั กับสารใดบ้าง
ตอบ ………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……..……………………………………….………………………………………………………………………………………………………..………
4. ตะปเู หล็กในหลอดทดลองใดบา้ งมกี ารเปลยี่ นแปลง และเปลี่ยนแปลงอยา่ งไร
ตอบ ………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. ปจั จยั ท่ที ำให้เกิดสนิมเหล็กมีอะไรบา้ ง ทราบไดอ้ ย่างไร
ตอบ ………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……..……………………………………….………………………………………………………………………………………………………..………

6. จากกจิ กรรม สรุปไดว้ า่ อย่างไร
ตอบ ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนบท้ายแผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 6: การใหค้ ะแนนด้านกระบวนการ (P)

แนวทางบันทกึ การคน้ คว้ากิจกรรมที่ 5.6 ปฏกิ ริ ยิ าการเกิดสนิมเหล็กเป็นอย่างไร

 ตารางบนั ทกึ ผล

หลอดท่ี 1 วัน ผลทีส่ ังเกตได้ 3 วัน
2 วนั เกดิ ของแขง็ สนี ้ำตาลแดง
1 เกดิ ของแข็งสีนำ้ ตาลแดง ไมเ่ ปลี่ยนแปลง
เกิดของแขง็ สนี ำ้ ตาลแดง ไม่เปลยี่ นแปลง
2 ไม่เปลีย่ นแปลง ไมเ่ ปลีย่ นแปลง
ไมเ่ ปล่ียนแปลง
3 ไม่เปล่ียนแปลง

หมายเหตุ ผลการทำกจิ กรรมในหลอดทดลองท่ี 3 ของนกั เรยี นบางกล่มุ อาจคลาดเคลอ่ื น เน่ืองจากนักเรียน
ใชเ้ วลาในการต้มน้ำน้อยเกินไป ทำใหย้ งั มแี กส๊ ออกซิเจนเหลืออยูใ่ นน้ำ ตะปูเหล็กจงึ ขึ้นสนมิ
ครคู วรถามผลการทำกจิ กรรมของนักเรียนทุกกลุ่มแลว้ รว่ มกนั อภิปรายผลการทำกิจกรรมที่ถกู ตอ้ ง
และใช้ผลน้ันมาอภิปรายเพือ่ ลงข้อสรุป

แนบทา้ ยแผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 6: การให้คะแนนด้านความรู้ (K)

เฉลยใบกิจกรรมท่ี 5.6 ปฏิกิรยิ าการเกดิ สนิมเหล็กเป็นอย่างไร

เฉลยคำถามทา้ ยกจิ กรรม

1. เพราะเหตุใดจึงใสแ่ คลเซียมคลอไรดล์ งไปในหลอดทดลองที่ 2
แนวคำตอบ ใส่แคลเซียมคลอไรดเ์ พ่อื ดูดความชื้นหรอื น้ำในอากาศ

2. เพราะเหตุใดจงึ เติมน้ำมันพืชลงไปในหลอดทดลองที่ 3
แนวคำตอบ เตมิ นำ้ มันพืชเพ่ือปอ้ งกนั ไม่ให้แก๊สออกซิเจนกลับเข้าไปละลายในนำ้

3. ตะปูเหล็กในแต่ละหลอดสัมผสั กับสารใดบ้าง
แนวคำตอบ หลอดทดลองที่ 1 ตะปเู หล็กสมั ผสั กบั น้ำและอากาศ หลอดทดลองที่ 2 ตะปเู หล็กสมั ผัส

กบั อากาศ และหลอดทดลองท่ี 3 ตะปูเหลก็ สมั ผัสกับน้ำ

4. ตะปเู หล็กในหลอดทดลองใดบ้างมีการเปลยี่ นแปลง และเปล่ียนแปลงอยา่ งไร
แนวคำตอบ หลอดทดลองท่ี 1 เกิดการเปล่ียนแปลง โดยเกดิ ของแข็งสนี ำ้ ตาลแดงข้นึ ท่ีตะปเู หลก็

5. ปัจจัยทที่ ำใหเ้ กดิ สนิมเหล็กมอี ะไรบา้ ง ทราบได้อยา่ งไร
แนวคำตอบ นำ้ และแกส๊ ออกซิเจนในอากาศเปน็ ปัจจัยที่ทำให้เกิดสนิมเหล็ก เน่ืองจากตะปเู หลก็ ใน

หลอดทดลองที่ 1 เกดิ สนิมเหล็กเพียงหลอดเดียว โดยสัมผัสกบั ท้งั นำ้ และแกส๊ ออกซเิ จนในอากาศ

6. จากกิจกรรม สรุปได้วา่ อยา่ งไร
แนวคำตอบ เหล็กจะเกดิ สนิมได้เม่ือสัมผสั กับนำ้ และแกส๊ ออกซิเจน

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 7

กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ฯ รหสั วิชา ว23102 รายวิชาวิทยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน 6
ปีการศกึ ษา 2564
ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 2 ชัว่ โมง

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 5 ปฏกิ ริ ยิ าเคมแี ละวัสดุในชวี ิตประจำวัน

ชื่อผู้สอน นางสาวหสุ ณา ตามาต

1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชี้วัด
ว 2.1 เขา้ ใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธร์ ะหวา่ งสมบัติของสสารกับโครงสร้าง

และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสารการเกิดสารละลาย
และการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี

ว 2.1 ม.3/6 อธบิ ายปฏิกิริยาการเกิดสนิมของเหล็กปฏิกริ ิยาของกรดกับโลหะ ปฏกิ ริ ิยาของกรดกับเบส
และปฏิกิริยาของเบสกับโลหะ โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์และอธิบายปฏิกิริยาการเผาไหม้ การเกิดฝนกรด
การสังเคราะห์ด้วยแสง โดยใช้สารสนเทศ รวมทง้ั เขียนสมการขอ้ ความแสดงปฏิกิริยาดังกล่าว

ว 2.1 ม.3/7 ระบุประโยชน์และโทษของปฏิกิริยาเคมีที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมและยกตัวอย่าง
วิธีการปอ้ งกันและแกป้ ัญหาทเ่ี กดิ จากปฏิกริ ยิ าเคมีท่พี บในชีวติ ประจำวัน จากการสบื ค้นข้อมูล

2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
1) ปฏิกริ ยิ าการเผาไหม้และการเกดิ สนมิ ของเหลก็ เปน็ ปฏิกิริยาระหว่างสารต่าง ๆ กบั ออกซิเจน
2) การเกิดฝนกรด เป็นผลจากปฏิกิริยาระหว่างน้ำฝนกับออกไซด์ของไนโตรเจน หรือออกไซด์ของ

ซลั เฟอร์ ทำใหน้ ำ้ ฝนมสี มบัตเิ ป็นกรด
3) การสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช เปน็ ปฏิกริ ิยาระหว่างแก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์กับนำ้ โดยมีแสงช่วยใน

การเกดิ ปฏิกิรยิ าได้ผลติ ภณั ฑ์เป็นน้ำตาลกลูโคสและแกส๊ ออกซิเจน
4) ปฏิกิริยาเคมีที่พบในชีวิตประจำวันมีทั้งประโยชน์และโทษต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม จึงต้อง

ระมัดระวังผลจากปฏิกิริยาเคมี ตลอดจนรู้จักวิธีป้องกันและแก้ปัญหาที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีที่พบใน
ชวี ติ ประจำวัน

จุดประสงค์การเรียนรู้
1) ด้านความรู้ (K) นักเรียนอธิบายเก่ยี วกบั การเกดิ ปฏกิ ริ ิยาการเผาไหม้ การเกิดฝนกรด และ
การสังเคราะหด์ ้วยแสงพร้อมทั้งบอกประโยชน์และโทษของปฏกิ ิริยา
2) ดา้ นทกั ษะ (P) นักเรียนใช้ทักษะการจัดกระทำและสือ่ ความหมายข้อมูล โดยนำขอ้ มูลที่ได้
จากการสบื คน้ เก่ยี วกับผลของปฏกิ ิริยาเคมีตา่ ง ๆ ทพี่ บในชวี ิตประจำวนั
ท่มี ตี อ่ ส่ิงมชี ีวติ และสงิ่ แวดล้อมมานำเสนอในตารางบนั ทึกผล
3) ดา้ นเจตคติ (A) นักเรยี นมคี วามมุง่ ม่นั และรบั ผิดชอบในการทำงาน

3. สาระการเรียนรู้
ปฏกิ ิรยิ าเคมี มีผลต่อส่ิงมีชีวิตและสิง่ ต่าง ๆ ท่ีอยรู่ อบตัวในส่ิงแวดล้อม ยกตวั อย่างเชน่
การเผาไหม้ (combustion) การเผาไหม้เป็นปฏิกิริยาเคมีระหว่างแก๊สออกซิเจนกับสารประเภท

เช้ือเพลงิ ซงึ่ โดยทั่วไปมีคาร์บอนและไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบหลัก เรยี กวา่ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน เช่น
แก๊สหุงต้ม น้ำมันเชื้อเพลิง แก๊สธรรมชาติ การเผาไหม้ต้องใช้ความร้อนในการเริ่มต้นปฏิกิริยา และเม่ือ
เกิดปฏิกิริยาแล้ว จะคายความร้อนออกมา เราสามารถนำความร้อนที่ได้จากปฏิริยาการเผาไหม้ไปใช้ประโยชน์
เช่น ใช้ขับเคล่อื นยานพาหนะ ผลติ กระแสไฟฟา้ และประกอบอาหาร

การเผาไหม้เชื้อเพลิงท่ีเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนในขณะที่มแี ก๊สออกซิเจนเพียงพอ จะเกิดการ
เผาไหม้อย่างสมบูรณ์ ได้ผลิตภัณฑ์เป็นน้ำและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นแก๊สเรือนกระจก หากแก๊สนี้มี
ปริมาณมากเกินไป จะส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อน ตัวอย่างการเผาไหม้อย่างสมบูณ์ของแก๊สมีเทน เขียนสมการ
ขอ้ ความแสดงปฏิกิรยิ าการเผาไหม้ได้ ดังน้ี

แกส๊ มีเทน + แก๊สออกซเิ จน → น้ำ + แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์

สารประกอบไฮโดรคารบ์ อน + แก็สออกซิเจน → นำ้ + แก็สคารบ์ อนไดออกไซด์

การเผาไหม้สารประกอบไฮโดรคาร์บอนในขณะที่มีแก๊สออกซิเจนไม่เพียงพอจะเกิดการเผาไหม้
ไม่สมบรู ณ์ ทำให้เกิดน้ำ เขม่า และแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ เมอื่ ร่างกายได้รับเขม่าเขา้ ไปจะทำใหเ้ กิดการระคาย
เคืองต่อระบบหายใจ ส่วนแก็สคาร์บอนมอนอกไซด์สามารถจับกับเฮโมโกลบินได้ดีกว่าแก็สออกซิเจน ทำให้
ร่างกายได้รับแก๊สออกซิเจนลดลง ในกรณีที่เชื้อเพลิงมีซัลเฟอร์หรือไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ เช่น ถ่านหิน
การเผาไหม้จะเกดิ ผลิตภณั ฑอ์ ่ืน ๆ เชน่ ออกไซด์ของไนโตรเจน ออกไซดข์ องซลั เฟอร์

การเกดิ ฝนกรด (acid rain formation) น้ำฝนทตี่ กลงมาจะทำปฏิกิรยิ ากับแก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์
ในชั้นบรรยกาศได้สารละลายที่มสี มบัติเปน็ กรดอ่อน ๆ ซึ่งไม่เป็นอันตรายตอ่ สิ่งมชี วี ิต แต่ในปัจจุบันมีการปล่อย
แก๊สไนโตรเจนมอนอกไซด์ (nitrogen monoxide หรือ NO) แก็สไนโตรเจนไดออกไซด์ (nitrogen dioxide
หรือ NO2) ซึ่งเป็นแก๊สที่เป็นออกไชด์ของไนโตรเจน และมีการปล่อยแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (sulfur dioxide
หรอื SO2) ซ่งึ เป็นแกส๊ ท่ีเปน็ ออกไซด์ของซัลเฟอร์ส่ชู ั้นบรรยากาศในปริมาณมาก แกส๊ ดังกลา่ วส่วนใหญ่ได้มาจาก
การเผาไหมเ้ ชอ้ื พลงิ ของยานพาหนะ โรงงานอตุ สาหกรรม และกิจกรรมอน่ื ๆ โดยแก๊สไนโตรเจนมอนอกไซด์และ
แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์จะทำปฏิกริ ิยากับแกส๊ ออกซิเจนในอากาศไดแ้ ก็สไนโตรเจนไดออกไซดแ์ ละแก๊สซัลเฟอร์
ไดออกไซด์ (sulfur trioxide หรือ SO2) ซึ่งจะทำปฏิกิริยากับน้ำฝนได้สารละลายกรดไนตริกและสารละลาย
กรดชัลฟิวริกตามลำดับ สารละลายกรดเหล่านี้ทำให้น้ำฝนมีค่าพีเอชต่ำกว่า 5.6 เรียกว่า ฝนกรด (acid ran)
ซึ่งมีความเป็นกรดมากกว่าน้ำฝนทั่วไป ปฏิกิริยาเคมีที่ทำให้เกิดสารที่มีสมบัติเป็นกรด เขียนแทนได้ด้วยสมการ
ข้อความ ดังนี้

แก๊สไนโตรเจนไดออกไซด์ + น้ำ → กรดไนตริก + แก็สไนโตรเจนมอนอกไซด์
แก๊สซลั เฟอรไ์ ตรออกไซด์ + นำ้ → กรดซลั ฟิวริก

ฝนกรดส่งผลกระทบตอ่ สิง่ มีชวี ิตและส่ิงต่างๆ รอบตวั เช่น ทำใหเ้ กิดอาการระคายเคืองต่อเยื่อบุต่างๆ
ดันตามผิวหนัง แสบตา ดังนัน้ ถ้าต้องการใชน้ ้ำฝน เพ่อื การอุปโภคและบริโภค ควรรอใหฝ้ นตกไปแล้วหลายๆ ครั้ง
เพื่อให้ฝนมีความเป็นกรดลดลงจนไม่เป็นอันตราย ฝนกรดไม่เพียงส่งผลต่อมนุษย์เท่านั้น แต่ยังเป็นอันตรายต่อ

พืชอีกด้วย ถ้าฝนตกอยู่บ่อยครั้งเป็นระยะเวลานาน ๆ มีผลทำให้พืชแห้งและตายในท่ีสุด นอกจากนี้ฝนกรด ยัง
ทำให้ความเปน็ กรดของแหลง่ น้ำเพม่ิ ขึ้น ส่งผลต่อการดำรงชีวติ ของสิ่งมีชวี ติ ในแหล่งน้ำอีกดว้ ย

จากเรื่องปฏิกิริยของกรดกับโลหะ เราทราบมาแล้วว่ากรดทำให้โลหะผุกร่อน ส่งผลเสียหายต่อ
สิ่งก่อสร้างและสิ่งของที่ทำจากโลหะ นอกจากฝนกรดจะทำปฏิกิริยกับโลหะแล้ว ฝนกรดยังทำปฏิกิริยากับ
แคลเซียมคาร์บอเนต ซึ่งพบในหินปูน หินอ่อน และปูนชีเมนต์อีกด้วย ดังนั้นอาคารและส่ิงก่อสร้างที่ทำจากวัสดุ
เหล่านี้ จะสึกกร่อนและผุพังได้งา่ ย เมื่อสมั ผสั กบั ฝนกรด

แนวทางการปอ้ งกันความเสียหายของฝนกรดท่ีมตี ่อสิมีชีวิตและสิง่ ต่าง ๆ รอบตัวด้วยการลดปริมาณ
แก๊สออกไซด์ของซัลเฟอร์และออกไซด์ของไนโตรเจนที่จะเข้าสู่บรรยากาศสามารถทำได้หลายวิธี เช่น ลดการ
เผาไหม้ของเช้ือเพลิง โดยการใชร้ ะบบขนสง่ สาธารณะแทนการใชร้ ถยนต์สว่ นบคุ คล ตดิ ต้งั ระบบกำจัดแก๊สที่เป็น
สาเหตุของการเกิดฝนกรดในโรงงานอุตสาหกรรมก่อนปล่อยออกสู่ชั้นบรรยกาศ การเลือกใช้พลังงานทดแทน
แทนการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิง การเผาไหม้เชื้อเพลิง นอกจากจะทำให้เกิดแก๊สซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิด
ฝนกรดแลว้ ยังทำให้เกิดแก็สคารบ์ อนไดออกไซด์ ซง่ึ เปน็ แก๊สเรือนกระจกอีกดว้ ย

การสังเคราะห์ด้วยแสง (photosynthesis) การสังเคราะห์ด้วยแสงเป็นกระบวนการสร้างอาหาร
ของพืช ซึ่งเป็นปฏิกิริยาเคมีระหว่างแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์กับน้ำ โดยอาศัยพลังงานจากแสงที่ดูดชับได้ด้วย
คลอโรฟลิ ล์ ได้ผลติ ภัณฑ์เป็นน้ำตาลและแก็สออกซิเจน เขยี นสมการข้อความแสดงการเกิดปฏกิ ิริยาได้ ดงั น้ี

พลงั งานแสง
นำ้ + แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ → น้ำตาล + แก็สออกซเิ จน

คลอโรฟิลล์

การสังเคราะหด์ ้วยแสงของพืช นอกจากจะไดผ้ ลิตภณั ฑ์เป็นน้ำตาลและแกส๊ ออกซเิ จนซ่ึงจำเป็นตอ่
การเจริญเตบิ โตและการดำรงชีวิตของพืชและส่ิงมชี วี ิตอื่น การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงยังชว่ ยลดปรมิ าณแก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึง่ ของภาวะโลกรอ้ นอีกดว้ ย

เมื่อเกิดปฏิกิริยาเคมีจะมีสารใหม่เกิดขึ้น เน่ืองจากมีการจัดเรียงตัวใหม่ของอะตอมสารตั้งตันที่ทำ
ปฏิกิริยากัน ปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นได้ทุกที่ แม้กระทั่งในร่างกายมนุษย์ เช่น ในระบบย่อยอาหารมีปฏิกิริยาเคมี
ระหว่างเอนไชม์กับอาหาร การเผาลาญสารอาหารที่ได้จากการย่อยอาหารแล้วทำให้เกิดพลังงานก็เป็นปฏิกิริยา
เคมีเช่นกัน ปฏิกิริยาเคมีหลายชนิด สามารถนำมาใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจำวัน แต่บางปฏิกิริยาเคมกี ็ก่อให้เกดิ
ผลกระทบต่อส่ิงมีชีวติ และสงิ่ ตา่ ง ๆ รอบตวั ดงั น้ันจงึ ตอ้ งระมัดระวงั ผลจากปฏิกิรยิ าเคมี ตลอดจนรูจ้ ักวิธคี วบคุม
ป้องกัน และแก้ปัญหาที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีที่พบในชีวิตประจำวันซึ่งมีหลายแนวทาง เช่น ลดการใช้เชื้อเพลิง
ซากดึกดำบรรพ์ นำพลังงานทดแทนมาใช้ให้มากขึ้น เพื่อลดการเกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และแก๊สเรือน
กระจกอื่น ๆ การแก้ปัญหาที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจำวัน นอกจากจะใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์แล้ว
อาจต้องอาศัยความรู้ทางคณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เพื่อแก้ปัญหาอย่าง
เปน็ ระบบและเหมาะสมกบั สถานการณ์

4. ด้านสมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
 ความสามารถในการส่ือสาร: นักเรยี นสามารถสือ่ สาร โดยการนำเสนอข้อมลู ท่ีไดจ้ ากการสบื ค้น

เก่ียวกบั ประโยชนแ์ ละโทษของปฏิกริ ยิ าเคมีท่พี บในชวี ิตประจำวัน
 ความสามารถในการคดิ : นักเรียนสามารถคดิ อย่างมวี ิจารณญาณ โดยการวิเคราะห์ข้อมูลและ

เลอื กใช้เพ่อื นำมาใชใ้ นการอภิปรายและนำเสนอประโยชนห์ รอื โทษของปฏกิ ิริยาเคมีท่มี ีต่อสงิ่ มชี ีวิตและ
สงิ่ แวดลอ้ ม

 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี: นักเรยี นสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร
เพือ่ สืบค้นข้อมลู ประโยชน์และโทษของปฏิกริ ิยาเคมีท่ีพบในชวี ติ ประจำวนั บนอนิ เทอร์เน็ต

5.คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยู่อยา่ งพอเพียง ซอ่ื สัตยส์ ุจรติ  ม่งุ มั่นในการทำงาน

 มีวนิ ัย รักความเป็นไทย  ใฝ่เรยี นรู้ มีจติ สาธารณะ

6. ช้ินงาน /ภาระงาน
ใบบันทกึ กจิ กรรมเรื่อง ปฏิกิริยาเคมีมผี ลต่อส่ิงมชี ีวิตและส่งิ ต่าง ๆ รอบตัว

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ใช้รปู แบบการจดั การเรยี นการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es)
ขั้นที่ 1 กระตุน้ ความสนใจ (Engagement)
1) ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียน เกี่ยวกับเรื่อง ปฏิกิริยาเคมีมีผลต่อสิ่งมีชีวิตและส่ิงต่างๆ

รอบตวั โดยใชส้ ื่อวดี ทิ ัศน์ดังนี้
- ส่ือวีดทิ ศั นเ์ รื่อง การเผาไหม้ (สบื ค้นได้จาก ipst.me/10607) ซง่ึ อธิบายเกย่ี วขอ้ งกบั ปฏิกิริยา

เคมรี ะหว่างแก๊สออกซเิ จนกบั สารประเภทเช้ือเพลิง
- สื่อวีดิทัศน์เรื่อง การเกิดฝนกรด (สืบค้นได้จาก ipst.me/10649) ซึ่งอธิบายเกี่ยวข้องกับการ

เกดิ ฝนกรดในธรรมชาตแิ ละผลกระทบของฝนกรดตอ่ สง่ิ มชี วี ติ และสง่ิ แวดลอ้ ม
- สื่อวีดทิ ัศน์เร่ือง การสงั เคราะห์ดว้ ยแสง (สืบคน้ ได้จาก ipst.me/10650) ซง่ึ อธิบายเก่ียวข้อง

กบั การสรา้ งอาหารของพืชโดยการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง
2) ครูเชื่อมโยงเข้าสู่กิจกรรมที่ 5.7 ปฏิกิริยาเคมีมีผลตอ่ สิ่งมชี ีวิตและสิ่งต่าง ๆ รอบตัวอย่างไร

โดยใช้คำถามว่า นอกจากปฏิกิริยาเคมีที่เราเรียนรู้มาแล้ว ยังมีปฏิกิริยาเคมีอื่นๆ อีกหรือไม่ และปฏิกิริยาเคมีมี
ผลต่อส่ิงมีชวี ติ และสงิ่ ตา่ งๆรอบตัวอยา่ งไร (นักเรียนตอบตามความเขา้ ใจ)

ข้ันท่ี 2 ขนั้ สำรวจและคน้ หา (Exploration)
3) นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดำเนินกิจกรรม ตามหนังสือเรียนรายวิชา

พื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 26 และครูตรวจสอบความ
เข้าใจการอา่ น โดยใช้คำถามดงั ตอ่ ไปนี้

- กิจกรรมนี้เกี่ยวกับเรื่องอะไร (การเกิดปฏิกิริยาเคมีต่าง ๆ และผลของปฏิกิริยาเคมีที่มีต่อ
สง่ิ มชี ีวติ และสง่ิ ต่าง ๆ รอบตัว)

- กิจกรรมน้ีมีจุดประสงค์อะไร (สืบค้นและอธิบายการเกดิ ปฏิกริ ิยาการเผาไหม้ การเกิดฝนกรด
และการสังเคราะห์ด้วยแสง บอกประโยชน์และโทษของปฏิกิริยาเหล่านี้ จากนั้นอภิปรายและเสนอแนวทางการ
ป้องกันและแกไ้ ขปัญหาท่เี กิดจากปฏกิ ิริยาเคมที ่มี ผี ลต่อสิ่งมีชวี ติ และสงิ่ ต่าง ๆ รอบตวั )

- วิธีดำเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (สืบค้นข้อมูลการเกิดปฏิกิริยาการเผาไหม้
การเกิดฝนกรด และการสังเคราะห์ด้วยแสง ประโยชน์และโทษของปฏิกริ ิยาเหล่านั้น จากนั้นเสนอแนวทางการ
ปอ้ งกนั และแกไ้ ขปัญหาทเี่ กิดจากปฏกิ ริ ิยาเคมีทมี่ ีผลต่อส่ิงมีชวี ติ และสิ่งตา่ ง ๆ รอบตัว)

- ขอ้ ควรระวงั ในการทำกิจกรรมมีอะไรบ้าง (การเลือกใช้ข้อมลู จากแหลง่ ขอ้ มลู ทีเ่ ช่ือถือได)้

- นักเรียนต้องสังเกตหรือรวบรวมข้อมูลอะไรบ้าง (รวบรวมข้อมูลการเกดิ ปฏิกิริยาการเผาไหม้
การเกิดฝนกรดและการสังเคราะห์ด้วยแสง ประโยชน์และโทษของปฏิกิริยาเหล่านั้น และแนวทางการป้องกัน
และแกไ้ ขปญั หาที่เกิดจากปฏกิ ิรยิ าเคมีทีม่ ีผลตอ่ ส่ิงมีชวี ติ และสิ่งต่าง ๆ รอบตวั )

4) ขณะท่ีนักเรียนทำกิจกรรม ครูสังเกตการทำกิจกรรมของนักเรียน และให้คำแนะนำ ถ้า
นักเรยี นมขี ้อสงสัยในประเด็นตา่ ง ๆ ที่อาจเป็นปัญหา เช่น การเปรียบเทียบและเลือกใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลท่ี
เชื่อถือได้ การอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล ซึ่งครูควรรวบรวมปัญหา และข้อสงสัยที่พบจากการทำกิจกรรมของ
นกั เรียนเพ่ือใชเ้ ปน็ ข้อมูลประกอบการอภิปรายหลังจากการทำกิจกรรม

ข้ันที่ 3 ข้ันอธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation)
5) นกั เรียนบนั ทึกการทำกิจกรรมลงในแบบบนั ทึกการค้นคว้ากิจกรรมท่ี 5.7 ปฏิกิริยาเคมีมีผล

ตอ่ ส่ิงมชี ีวติ และสงิ่ ต่าง ๆ รอบตัวอย่างไร โดยสรุปผลของกจิ กรรมและตอบคำถามทา้ ยกจิ กรรม
เพอื่ ให้ไดข้ ้อสรปุ จากกจิ กรรมวา่

- การเผาไหม้เป็นปฏิกิริยาระหว่างเชื้อเพลิงกับแก๊สออกซิเจน การเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ของ
เชื้อเพลิงประเภทไฮโดรคาร์บอนจะได้ผลิตภัณฑ์เป็นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ ปฏิกิริยาการเผาไหม้
ไม่สมบูรณ์จะได้ผลิตภัณฑ์เป็นแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ เขม่า และน้ำ การเผาไหม้จะได้ความร้อนซึ่งสามารถ
นำไปใช้ประโยชน์ เช่น การประกอบอาหาร การผลิตกระแสไฟฟ้า แต่จะได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และแก๊ส
คาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม การเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทอื่น ๆ จะเกิด
ผลิตภัณฑ์แตกต่างกันตามองค์ประกอบของเชื้อเพลิงนั้น ๆ เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลงิ ที่มีไนโตรเจนหรือซัลเฟอร์
เปน็ องค์ประกอบ จะไดผ้ ลติ ภัณฑ์เปน็ ออกไซดข์ องไนโตรเจน ออกไซด์ของซัลเฟอร์

- การเกิดฝนกรดเป็นปฏิกิริยาระหว่างออกไซด์ของไนโตรเจนหรือออกไซด์ของซัลเฟอร์กับน้ำ
ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีสมบัติเป็นกรด ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต และทำให้โลหะผุกร่อน สร้างความเสี ยหาย
ต่อสง่ิ กอ่ สรา้ งต่าง ๆ

- การสังเคราะห์ด้วยแสงเป็นปฏิกิริยาระหว่างแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ โดยอาศัย
พลังงานจากแสงและคลอโรฟิลล์ของพืช ได้ผลิตภัณฑ์เป็นน้ำตาลซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช และ
แกส๊ ออกซเิ จนซึง่ จำเปน็ ต่อการหายใจของส่งิ มชี ีวิต

ขั้นที่ 4 ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration)
6) นักเรยี นเรียนรู้เพิ่มเติมเก่ยี วกับ ปฏกิ ริ ิยาเคมีกบั สิ่งแวดล้อม โดยอา่ นเน้ือหาในหนังสือเรียน

หน้า 27-30 และตอบคำถามระหว่างเรียน จากนน้ั ร่วมกนั อภิปรายเกี่ยวกับปฏิกริ ิยาการเผาไหม้ การเกิดฝนกรด
และการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง โดยใชป้ ระเดน็ คำถามดังนี้

- นักเรียนมีวธิ สี ังเกตไดอ้ ยา่ งไรว่าสารประกอบไฮโดรคารบ์ อนเกิดการเผาไหมอ้ ยา่ งสมบูรณ์
(แนวคำตอบ สังเกตจากเขม่า ถา้ พบว่าการเผาไหมไ้ ม่มีเขมา่ เกดิ ข้นึ แสดงวา่ เป็นการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์)

- นักเรียนคิดว่าปฏิกิริยาการเผาไหม้ การเกิดฝนกรด และการสังเคราะห์ด้วยแสงเกี่ยวข้องกัน
อย่างไร (แนวคำตอบ ปฏิกิริยาการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงบางชนิด นอกจากจะทำให้เกิดออกไซด์ของไนโตรเจน
หรอื ออกไซด์ของซลั เฟอรซ์ ่งึ เปน็ สาเหตหุ ลกั ที่ก่อใหเ้ กิดฝนกรดแลว้ ยังทำใหเ้ กดิ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ซง่ึ ส่งผล
ใหเ้ กดิ ภาวะโลกร้อนอีกดว้ ย อย่างไรกต็ าม เราสามารถลดปริมาณแก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ได้ โดยอาศัยปฏิกิริยา
การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพืช

7) ครูเพิ่มเติมและนักเรียนรว่ มกันสรปุ สิ่งที่ไดเ้ รยี นรูใ้ นบทท่ี 1 ปฏิกิริยาเคมี โดยครูนำเสนอผัง
มโนทศั นส์ ง่ิ ท่ีได้เรยี นรู้จากบทเรยี นปฏกิ ิรยิ าเคมี (แนบทา้ ยแผนการจัดการเรยี นรู้) และอภิปรายรว่ มกนั

ขนั้ ท่ี 5 ขนั้ ประเมิน (Evaluation)
8) ครูตรวจสอบการส่งแบบบันทึกการค้นคว้าของนักเรียนและให้คะแนนประเมินตามเกณฑ์

การประเมนิ (Rubrics Score)
8. ส่ือการเรียนรู้/แหลง่ เรยี นรู้

8.1 อุปกรณ์ทำกิจกรรม: อปุ กรณ์ท่ใี ชใ้ นการสบื ค้น เชน่ โทรศัพท์เคลื่อนที่ คอมพิวเตอร์
8.2 คลปิ วีดิทศั น์: - เรอ่ื ง การเผาไหม้

- เรอ่ื ง การเกดิ ฝนกรด
- เร่ือง การสังเคราะหด์ ้วยแสง
8.3 แผนผงั มโนทัศน์: สง่ิ ทไี่ ด้เรียนรู้จากบทเรยี นปฏิกิรยิ าเคมี

8.4 ใบกิจกรรม: ใบกิจกรรมที่ 5.7 ปฏกิ ริ ยิ าเคมีมีผลต่อส่ิงมีชีวิตและสิ่งตา่ ง ๆ รอบตัวอย่างไร

8.5 แบบบนั ทกึ กิจกรรม: แบบบันทึกการคน้ ควา้ กจิ กรรมที่ 5.7 ปฏกิ ริ ยิ าเคมีมผี ลตอ่ สง่ิ มีชวี ติ และ

สิ่งต่าง ๆ รอบตวั อยา่ งไร

8.6 แหลง่ เรยี นร:ู้ - หนังสือเรียนรายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 3
เลม่ 2 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศกึ ษาธิการ
- กรมควบคุมมลพษิ กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม.
สารกรดในบรรยากาศ : มลพิษไรพ้ รมแดน. สบื คน้ เมื่อ 30 กรกฎาคม 2562, จาก
http://www.pcd.go.th/info_serv/air_aciddeposition.html
- โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์พระบาทสมเด็จ
พระเจา้ อยหู่ วั . การเผาไหมเ้ ช้ือเพลงิ ทำใหเ้ กิดมลพิษ. สบื ค้นเมอ่ื 30 กรกฎาคม
2562, จาก http://saranukromthai.or.th/sub/book/book.php?book=15&
chap=9&page=t15-9-infodetail02.html

9. การวดั และการประเมิน

ตัวชีว้ ัด/ผลการเรียนรู้ วิธีการวดั เคร่ืองมือวัด เกณฑท์ ่ใี ช้ในการประเมิน

1. อธิบายเกย่ี วกับการ - ตรวจการตอบ - คำถามท้ายกจิ กรรมที่ 5.7 - ไดไ้ ม่น้อยกว่า 2 คะแนน
เกิดปฏกิ ริ ยิ าการเผาไหม้ คำถามทา้ ยกจิ กรรม ปฏกิ ิรยิ าเคมมี ผี ลต่อ ระดบั คุณภาพดี ถือว่าผา่ น
การเกิดฝนกรด และการ ท่ี 5.7 สิ่งมีชีวติ และส่ิงตา่ ง ๆ การประเมินด้านความรู้
สังเคราะหด์ ว้ ยแสงพร้อมทงั้
บอกประโยชนแ์ ละโทษของ รอบตวั อยา่ งไร
ปฏิกริ ิยา (ดา้ นความรู้: K)
จำนวน 4 ขอ้

ตวั ชี้วดั /ผลการเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมอื วัด เกณฑท์ ีใ่ ช้ในการประเมนิ

2. การใช้ทกั ษะการจัดกระทำ - ตรวจการทำแบบ - แบบบนั ทกึ การคน้ ควา้ - ได้ไม่น้อยกว่า 2 คะแนน

และสือ่ ความหมายข้อมูล โดย บันทกึ การค้นควา้ กจิ กรรมท่ี 5.7 ปฏกิ ิริยา ระดับคุณภาพดี ถือวา่

นำข้อมูลที่ได้ จากการสบื คน้ กิจกรรมท่ี 5.7 เคมีมผี ลต่อสิ่งมีชีวติ และ ผา่ นการประเมิน
สิง่ ต่าง ๆ รอบตวั อยา่ งไร ดา้ นกระบวนการ
เกย่ี วกับผลของปฏิกิรยิ าเคมี

ตา่ ง ๆ ทพี่ บในชวี ิตประจำวัน

ทีม่ ีตอ่ ส่ิงมชี ีวติ และสงิ่ แวดลอ้ ม

มานำเสนอในตารางบันทึกผล

(ด้านกระบวนการ: P)

3. ความมงุ่ มัน่ ในการทำงาน - สังเกตพฤติกรรม - เกณฑก์ ารประเมินความ - ไดไ้ ม่น้อยกวา่ 2 คะแนน
มงุ่ ม่นั และความ ระดบั คุณภาพดี ถือวา่
และความรับผดิ ชอบ ของนักเรียนระหวา่ ง รับผดิ ชอบในการทำ ผา่ นการประเมิน
กิจกรรมการเรียนรู้ ดา้ นเจตคติ
(ด้านเจตคต:ิ A) และหลงั การจดั

กิจกรรมการเรียนรู้

9.1 เกณฑ์การประเมนิ ผลนักเรียน เกณฑก์ ารประเมิน (Rubrics Score)

ประเดน็ การประเมิน ค่าน้ำหนกั แนวทางการใหค้ ะแนน
คะแนน
การใหค้ ะแนนตอบ ตอบคำถามทา้ ยกจิ กรรมท่ี 5.7 ถกู ต้อง จำนวน 3-4 ขอ้
คำถามท้าย 3 ตอบคำถามท้ายกจิ กรรมที่ 5.7 ถูกต้อง จำนวน 2 ขอ้
กิจกรรมท่ี 5.7 2 ตอบคำถามท้ายกิจกรรมท่ี 5.7 ถกู ต้อง จำนวน 1 ข้อ หรือ ไมถ่ ูกต้อง
1 นำข้อมลู ท่ีได้จากการสืบค้นเก่ียวกบั ผลของปฏกิ ริ ยิ าเคมีตา่ ง ๆ ทพี่ บใน
การใหค้ ะแนนการบนั ทึก ชวี ติ ประจำวันทีม่ ตี ่อสิ่งมชี วี ิตและสง่ิ แวดล้อม แล้วนำมาเสนอในตาราง
แบบบนั ทกึ การคน้ ควา้ 3 บนั ทกึ ผลไดช้ ดั เจน ถูกต้อง ครบทกุ ประเด็นในการบันทึกผล
นำข้อมลู ทไ่ี ด้จากการสบื ค้นเก่ียวกับผลของปฏกิ ริ ยิ าเคมตี ่าง ๆ ท่พี บใน
กจิ กรรมที่ 5.7 2 ชวี ิตประจำวนั ทีม่ ตี อ่ สิ่งมชี วี ติ และส่ิงแวดลอ้ ม แล้วนำมาเสนอในตาราง
บนั ทึกผลได้ ถูกต้อง แตย่ ังไม่ครบทุกประเดน็ ในการบนั ทึกผล
1 นำข้อมลู ที่ได้จากการสืบคน้ เกี่ยวกับผลของปฏิกิรยิ าเคมีตา่ ง ๆ ท่ีพบใน
ชวี ติ ประจำวนั ที่มีต่อสง่ิ มชี ีวติ และส่ิงแวดลอ้ ม แลว้ นำมาเสนอในตาราง
บันทึกผลได้ไมถ่ ูกต้อง มขี ้อผิดพลาด ในประเด็นการบนั ทึกผล

ประเดน็ การประเมิน คา่ น้ำหนกั แนวทางการให้คะแนน
คะแนน
การใหค้ ะแนนพฤติกรรม 1) นักเรยี นมีความสนใจและมุ่งม่ันในการทำกจิ กรรม ให้ความรว่ มมอื
ความมงุ่ มน่ั และความ 3 และปฏบิ ัติตามข้นั ตอนการเรียนรู้เป็นอย่างดี
รบั ผดิ ชอบในการทำ 2) นกั เรียนมีความรับผิดชอบทำงานที่ได้รับมอบหมายไดต้ รงเวลาท่ี
กจิ กรรมการเรียนรู้ 2 กำหนดเป็นอย่างดี
1) นักเรียนสนใจและมงุ่ มนั่ ในการทำกิจกรรมเป็นบางครั้ง และมกี ารคุย
1 กันเล่นขณะการเรียนรู้ แต่ไม่กระทบผู้อน่ื
2) นักเรียนมีความรบั ผิดชอบทำงานที่ได้รบั มอบหมายตรงตามเวลาที่
กำหนด แต่เกิดปญั หาระหว่างการทำงาน
1) นักเรียนขาดความมุ่งมน่ั และไมส่ นใจในการเรียน มีพฤติกรรมชอบคุย
ชอบเลน่ หรือนอนหลบั ขณะการเรียนการสอน
2) นกั เรยี นขาดความรับผิดชอบในงานที่ไดร้ ับมอบหมายไม่ตรงตาม
กำหนดเวลาท่ตี กลงไว้

9.2 ระดบั คุณภาพ หมายถึง ดมี าก
คะแนนรวมเฉลยี่ 6.00 - 5.00 หมายถึง ดี
คะแนนรวมเฉลยี่ 4.00 - 3.00 หมายถงึ พอใช้
คะแนนรวมเฉลี่ย 2.00 - 1.00

ดงั น้นั นกั เรียนตอ้ งได้คะแนนเฉลี่ยทุกประเด็นการประเมิน ไมต่ ่ำกว่า 2.00 แสดงระดับ
คณุ ภาพ ดี ถอื ว่าผา่ นเกณฑ์การประเมินในแผนการจดั การเรยี นที่ 7

10. ความคดิ เหน็ ของหวั หน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้……………………………………………….……………………………………
............................................................................................................................. ....................................................

ลงชื่อ.....................................................
(นายหมู่สา ผดิ ไรงาม)

หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

11. ความคิดเหน็ รองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ
 องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้.............................................................................
 มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ัด/ผลการเรยี นรสู้ อดคล้อง.......................................................
 สาระสำคญั ครอบคลุมชัดเจน.............................................................................................
 สาระการเรียนรมู้ คี วามถูกตอ้ งตามหลกั วชิ าการ................................................................
 จุดประสงคก์ ารเรยี นร้มู ีความชดั เจนครอบคลมุ (K/P/A).....................................................
 สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น................................................................................................
 คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์.................................................................................................
 ระบภุ าระงาน/ช้ินงาน........................................................................................................
 กิจกรรมการเรยี นรู้เน้นผูเ้ รียนเปน็ สำคัญ...........................................................................
 สือ่ และอุปกรณ์การเรยี นร.ู้ ................................................................................................
 การวัดและการประเมนิ ผลตามจดุ ประสงค์การเรยี นร้.ู ..........................................................
 เสนอสง่ แผนการจัดการเรียนรูต้ ามขั้นตอนระบบงาน........................................................
 บนั ทกึ หลงั สอน................................................................................................................ .

( นายอบั ดลรอศักดิ์ มณีโส๊ะ)
รองผ้อู ำนวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ

12. ความคดิ เหน็ ผู้อำนวยการโรงเรยี น

 อนญุ าตใหใ้ ช้จดั การเรียนการสอนได้
 ควรปรบั ปรงุ คอื ................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................

( นายสริ วฒุ ิ ยุนยุ้ )
ผู้อำนวยการโรงเรียนกำแพงวิทยา

13. บนั ทกึ หลงั การจดั กจิ กรรมการเรียนรูแ้ ผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 7
13.1 ผลการจัดการเรียนรู้ (ตามจุดประสงค์)
จากจุดประสงค์การเรยี นรู้ทั้ง 3 ข้อ ต่อไปนี้
19. นกั เรยี นอธิบายเก่ยี วกับการเกิดปฏิกริ ยิ าการเผาไหม้ การเกดิ ฝนกรด และการสังเคราะหด์ ว้ ย
แสงพร้อมทงั้ บอกประโยชน์และโทษของปฏกิ ริ ยิ าได้ (K)
20. นักเรยี นใช้ทักษะการจดั กระทำและส่อื ความหมายขอ้ มูล โดยนำขอ้ มูลท่ีได้ จากการสืบคน้
เกี่ยวกบั ผลของปฏกิ ิรยิ าเคมีต่าง ๆ ท่พี บในชวี ิตประจำวันที่มีต่อสิง่ มชี วี ิตและสิง่ แวดลอ้ มมา
นำเสนอในตารางบันทกึ ผล(P)
21. นักเรียนมีความมุ่งมั่นและรบั ผิดชอบในการทำงาน (A)

พบวา่
- นักเรียนสามารถเกีย่ วกับการเกิดปฏิกิริยาการเผาไหม้ การเกิดฝนกรด และการสังเคราะหด์ ้วย

แสงพร้อมทง้ั บอกประโยชน์และโทษของปฏิกริ ิยาได้
- นักเรียนสามารถใช้ทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล โดยนำข้อมูลที่ได้ จากการ

สืบค้นเกี่ยวกับผลของปฏิกิริยาเคมีต่าง ๆ ที่พบในชีวิตประจำวันท่ีมีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมมานำเสนอใน
ตารางบันทกึ ผลได้

- นกั เรียนมีความมุง่ ม่ันและรับผดิ ชอบในการทำงาน
13.2 แนวทางแกป้ ัญหานักเรยี นทไ่ี ม่ผ่านผลการเรยี นรู้หรือจุดประสงค์ (เพ่ือนำไปสู่ PLC)

-

ลงชื่อ.....................................................
(นางสาวหุสณา ตามาต)
ครผู ู้สอน

วนั ท่ี……เดือน………………….พ.ศ…………

แบบบนั ทึกการประเมินคุณภาพการเรยี นร้ขู องนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3
รายวชิ าวิทยาศาสตร์พนื้ ฐาน (ว23102) หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 5 ปฏิกิริยาเคมแี ละวสั ดุในชีวิตประจำวนั

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 7 เร่ือง ปฏิกิริยาเคมมี ีผลต่อสิ่งมีชวี ติ และส่ิงต่าง ๆ รอบตัว
มธั ยมศึกษาปีท่ี 3/7 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564

เลขท่ี ชื่อ – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดับคุณภาพ สรุปผลการ
ประเมนิ
ด้านกระบวนการ (P)

้ดานเจตค ิต (A)

333 9 ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ผ่าน ไม่ผา่ น
9
1 ด.ช. กฤษฏ์ิ พรหมน้ำดำ 3 3 3 9 //
2 ด.ช. กล้าณรงค์ 9 //
3 ด.ช. ครองภพ คงทอง 3 3 3 9 //
4 ด.ช. ชยพล 6 //
5 ด.ช. ชยั วัฒน์ สำเร 3 3 3 6
6 ด.ช. ซลั มาน 9 //
7 ด.ช. ณฏั ฐภทั ร พิพิธประภาเลิศ 3 3 3 6 //
8 ด.ช. ธนากร 6 //
9 ด.ช. ธีรพัฒน์ ตุ้งแก้ว 2 2 2 6 //
10 ด.ช. นนทพัทธ์ 9 //
11 ด.ช. นนั ทวัฒน์ จองวราห์ศรี 2 2 2 6 //
12 ด.ช. ปฏิพล 6 //
13 ด.ช. ภัทรพล ผอมนมุ่ 333 9 //
14 ด.ช. ภูมิประชา 9 //
15 ด.ช. อัฟฟาน รกั สะโมะ๊ 2 2 2 6 //
16 ด.ช. อาซนั 9 //
17 ด.ช. สทิ ธิวงศ์ จันทรจ์ ิตจริงใจ 2 2 2 9 //
18 ด.ช. ธมกร 9 //
19 ด.ญ. ไคริกา จันทรตั น์ 2 2 2 9 //
20 ด.ญ. ญาณิศา 9 //
21 ด.ญ. ณฐั ชตุ า บนิ สหสั 333 9 //
22 ด.ญ. ดาวิญา 9 //
23 ด.ญ. ธนษิ ฐา สงมาก 2 2 2 9 //
24 ด.ญ. นงนภัส 9 //
25 ด.ญ. นัซมี หมาดหมีน 2 2 2 9 //
26 ด.ญ. ปวณี า 9 //
27 ด.ญ. ปัณฑิตา ภมรานนท์ 3 3 3 9 //
28 ด.ญ. พชิ ชา 9 //
29 ด.ญ. รวภิ า เดชอารญั 3 3 3 9 //
30 ด.ญ. ราตมี า 9 //
31 ด.ญ. ลลิตา หวันสู 2 2 2 9 //
32 ด.ญ. วรนชุ //
สุวรรณวงศ์ 3 3 3 //

สุวรรณวิโก 3 3 3

โดงกูล 3 3 3

รัตนพนั ธ์ 3 3 3

ศิรสิ ม 3 3 3

สายเส็น 333

ยิง่ ขจร 3 3 3

สันโด 3 3 3

เล่งเจะ๊ 3 3 3

ศรีนุ้ยคง 3 3 3

แกว้ บตุ ร 3 3 3

ราเหม 3 3 3

เหมรา 3 3 3

สนั หลี 3 3 3

อสุ มา 3 3 3

อศุ มา 3 3 3

เลขที่ ชื่อ – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดบั คุณภาพ สรุปผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)

้ดานเจตค ิต (A)

3 3 3 9 ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ผา่ น ไมผ่ า่ น

33 ด.ญ. วมิ ลรตั น์ จิระเสถียร 333 9 / /
34 ด.ญ. ศศิภา หนูวงศ์
35 ด.ญ. สริ ินทรา ไชยยัน 333 9 / /
36 ด.ญ. อนุสรา สะเล่
37 ด.ญ. อญั ญาณี ทมุ มาลี 333 9 / /
38 ด.ญ. ปวณั รัตน์ อมุ าลี
39 ด.ญ. พิศลยา ละมลู สุข 333 9 / /
40 ด.ญ. วิยะดา ธนะภาส
333 9 / /

333 9 / /

333 9 / /

222 6 / /

จำนวนกลุ่ม 31 9 40 0

ร้อยละ 77.5 22.5 100 0

เกณฑร์ ะดบั คุณภาพ สรปุ ผลการประเมิน ลงช่ือ.........................................
ช่วงคะแนน 8-9 : ระดับคุณภาพดี ผา่ น : ระดบั คณุ ภาพดีและพอใช้ (นางสาวหสุ ณา ตามาต)
ชว่ งคะแนน 5-7 : ระดับคณุ ภาพพอใช้ ไมผ่ า่ น : ระดับคณุ ภาพปรบั ปรุง ผ้ปู ระเมิน
ช่วงคะแนน 0-4 : ระดับคณุ ภาพปรบั ปรุง

ต้องได้คะแนนเฉลี่ยทุกประเด็นการประเมนิ ไมต่ ำ่ กว่า 2.00 แสดงระดับคุณภาพ ดี ข้ึนไปเทา่ นน้ั
ถงึ จะผ่านการเรยี นรู้ตามตวั ชวี้ ัด

แบบบนั ทึกการประเมินคณุ ภาพการเรียนร้ขู องนกั เรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 3
รายวิชาวิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน (ว23102) หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 5 ปฏิกิริยาเคมีและวสั ดุในชวี ิตประจำวัน

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 7 เรือ่ ง ปฏกิ ริ ิยาเคมีมผี ลต่อสิ่งมีชวี ิตและสิ่งต่าง ๆ รอบตัว
มธั ยมศึกษาปที ่ี 3/8 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564

เลขท่ี ชือ่ – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดับคุณภาพ สรุปผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)

้ดานเจตค ิต (A)

333 9 ดี พอใช้ ปรบั ผา่ น ไมผ่ า่ น
ปรงุ
1 ด.ช. กฤษฎา ขนุ รายา 222 6
6 //
2 ด.ช. จติ ตพิ ฒั น์ หลงั ชาย 222 6 //
9 //
3 ด.ช. จริ พงษ์ เจยี มพงศ์ไพศาล 2 2 2 6 //
9 //
4 ด.ช. ณัฐวุฒิ โอมณี 333 9 //
9 //
5 ด.ช. ณัฐวฒุ ิ หมาดแนง้ 2 2 2 9 //
9 //
6 ด.ช. ทวีพล อินทพนั ธ์ 3 3 3 9 //
9 //
7 ด.ช. ทีฆายุ พนั ตรี 3 3 3 6 //
9 //
8 ด.ช. ธรี ธ์ วชั กลิน่ เขียว 3 3 3 9 //
6 //
9 ด.ช. ธรี ภทั ร ทองแป้น 3 3 3 9 //
9 //
10 ด.ช. ปัญญวชิ ญ์ สาเสน็ 333 9 //
9 //
11 ด.ช. พงศพศั สงั ขชาติ 333 9 //
6 //
12 ด.ช. พงศา คงพลับ 333 9 //
9 //
13 ด.ช. ฟาร์อัยดีน ลลี านนท์ 2 2 2 9 //
9 //
14 ด.ช. ภัทธพล องสารา 333 9 //
9 //
15 ด.ช. ภรู ิพัฒน์ แทง่ ทอง 333 9 //
9 //
16 ด.ช. อัครวนิ ท์ ธาราพิสิฐ 2 2 2 6 //
//
17 ด.ช. อนั ดา นวมจิตร์ 3 3 3

18 ด.ช. อัสมี โสลกิ ี 3 3 3

19 ด.ญ. ชนนั รัตน์ พรหมจรรย์ 3 3 3

20 ด.ญ. ซันนี ราเยน็ 3 3 3

21 ด.ญ. ณฐั ณิชา บุญคง 333

22 ด.ญ. ณฐั ณิชา บวั ทอง 222

23 ด.ญ. ธัญญลกั ษณ์ มะโนรตั น์ 3 3 3

24 ด.ญ. ธัญญลักษณ์ ทองไชย 333

25 ด.ญ. นงนภัส องสารา 333

26 ด.ญ. นรุ รัยฮาล เขยี วยับ 333

27 ด.ญ. นูรไลลา ม่าเหลม็ 333

28 ด.ญ. นูรอยั ดาร์ หลหี าด 333

29 ด.ญ. นรู อัยนี หนหู ัน 333

30 ด.ญ. ปฏิญญา สะอา 333

31 ด.ญ. ปนัดดา มัจฉา 222

เลขที่ ชอ่ื – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดับคณุ ภาพ สรุปผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)

้ดานเจตค ิต (A)

333 9 ดี พอใช้ ปรบั ผ่าน ไมผ่ ่าน
ปรงุ

32 ด.ญ. พมิ พพ์ ิชญช์ า อนพุ งศ์ 333 9 / /

33 ด.ญ. ลลติ า ชสู กลุ 333 9 / /

34 ด.ญ. ลิปดา เตพิริยะกลุ 222 6 //

35 ด.ญ. วราลี กองหลัง 333 9 / /

36 ด.ญ. สทุ ธิดา แสงดำ 333 9 / /

37 ด.ญ. อาซุมี เกาะสมนั 333 9 / /

38 ด.ญ. อลุ ยา หวันสู 333 9 / /

39 ด.ญ. อนสุ รา ทรัพยว์ งศา 333 9 / /

40 ด.ญ. อภญิ ญา ตาเอ็น 222 6 /

จำนวนกลมุ่ 30 11 40 0

รอ้ ยละ 73.17 26.83 100 0

เกณฑ์ระดับคุณภาพ สรปุ ผลการประเมิน ลงช่ือ.........................................
ช่วงคะแนน 8-9 : ระดับคณุ ภาพดี ผ่าน : ระดบั คุณภาพดีและพอใช้ (นางสาวหสุ ณา ตามาต)
ช่วงคะแนน 5-7 : ระดับคณุ ภาพพอใช้ ไม่ผ่าน : ระดับคณุ ภาพปรับปรงุ ผ้ปู ระเมิน
ช่วงคะแนน 0-4 : ระดับคณุ ภาพปรบั ปรงุ

ตอ้ งไดค้ ะแนนเฉล่ยี ทกุ ประเดน็ การประเมนิ ไม่ตำ่ กวา่ 2.00 แสดงระดับคุณภาพ ดี ข้ึนไปเท่าน้นั
ถึงจะผา่ นการเรยี นรู้ตามตวั ชว้ี ดั

สอ่ื การเรียนรู้แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 7: สือ่ วีดิทศั น์
คลปิ วีดีทศั น์: การเผาไหม้

สื่อวีดิทัศน์เรื่อง การเผาไหม้ อธิบายเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาเคมีระหว่างแก๊สออกซิเจนกับสารประเภท
เชือ้ เพลิง

แหล่งที่มา: เว็บไซตอ์ ้างอิง ipst.me/10607
เผยแพรเ่ ม่ือ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2562
(เจ้าของผลงาน สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (สสวท.))

สอ่ื การเรียนรู้แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 7: ส่อื วีดิทศั น์
คลิปวีดีทศั น์: การเกิดฝนกรด

สื่อวีดิทัศน์เรื่อง การเกิดฝนกรด อธิบายเกี่ยวข้องกับการเกิดฝนกรดในธรรมชาติและผลกระทบของฝน
กรดต่อสิ่งมชี วี ิตและส่ิงแวดลอ้ ม

แหล่งท่ีมา: เว็บไซต์อ้างอิง ipst.me/10649
เผยแพรเ่ มื่อ 2 กนั ยายน พ.ศ. 2562
(เจา้ ของผลงาน สถาบนั ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.))

สือ่ การเรยี นรู้แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 7: ส่ือวีดิทศั น์
คลปิ วีดีทัศน์: การสังเคราะหด์ ว้ ยแสง

สื่อวีดิทัศน์เรือ่ ง การสังเคราะห์ด้วยแสง อธิบายเกี่ยวข้องกับการสร้างอาหารของพืชโดยการสังเคราะห์
ดว้ ยแสง

แหลง่ ที่มา: เวบ็ ไซต์อ้างอิง ipst.me/10650
เผยแพร่เมื่อ 2 กันยายน พ.ศ. 2562
(เจ้าของผลงาน สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.))

ส่อื การเรียนรู้แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 7: ใบกจิ กรรมท่ี 5.7

ใบกจิ กรรมที่ 5.7 ปฏกิ ิริยาเคมมี ีผลต่อสิ่งมีชีวิตและส่ิงต่าง ๆ รอบตัวอยา่ งไร

หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 3 เล่ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 26

กิจกรรมท่ี 5.7 ปฏกิ ิริยาเคมมี ีผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งต่าง ๆ รอบตัวอย่างไร?

จุดประสงค์ 1. สบื คน้ และอธบิ ายเกยี่ วกับการเกิดปฏิกิรยิ าการเผาไหม้ การเกิดฝนกรด และ

การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงพร้อมทัง้ บอกประโยชนแ์ ละโทษของปฏิกิริยาเหลา่ น้ี

2. อภปิ รายและเสนอแนวทางการป้องกนั และแก้ไขปัญหาท่ีเกดิ จากปฏกิ ริ ยิ าเคมี

ทม่ี ีผลตอ่ สิ่งมชี วี ติ และสิง่ ต่าง ๆ รอบตัว

วัสดอุ ุปกรณ์ อุปกรณ์ทใ่ี ช้ในการสบื คน้ เชน่ โทรศพั ท์เคลื่อนท่ี คอมพวิ เตอร์

วธิ ดี ำเนนิ 1. สบื คน้ ขอ้ มลู การเกิดปฏิกิริยาการเผาไหม้ การเกิดฝนกรด และการสงั เคราะห์

กิจกรรม ด้วยแสง พรอ้ มบอกประโยชนแ์ ละโทษของปฏิกิริยาเหล่านี้ จากนนั้ ร่วมกันอภปิ ราย บันทึก

ผล

2. ร่วมกันอภปิ รายแนวทาการปอ้ กนั และแก้ไขปัญหาทเี่ กดิ จากปฏิกริ ิยาเคมที ม่ี ผี ลต่อ

สง่ิ มีชวี ิตและสิ่งตา่ ง ๆ รอบตวั และนำเสนอ

ข้อเสนอแนะ • ครอู าจมอบหมายใหน้ ักเรยี นสืบค้นขอ้ มลู ล่วงหน้า โดยแนะนำแหล่งข้อมลู สำหรับการ
ในการทำ สบื ค้นทน่ี า่ เชอ่ื ถือให้นักเรียน

กจิ กรรม

สอ่ื การเรียนรู/้ • กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม. สารกรดในบรรยากาศ :
แหลง่ เรยี นรู้ มลพษิ ไรพ้ รมแดน. สบื ค้นเม่ือ 30 กรกฎาคม 2562, จาก

http://www.pcd.go.th/info_serv/air_aciddeposition.html
• โครงการสารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์พระบาทสมเด็จพระ
เจ้าอยู่หัว.การเผาไหมเ้ ช้ือเพลิงทำใหเ้ กิดมลพิษ. สบื ค้นเม่ือ 30 กรกฎาคม 2562, จาก
http://saranukromthai.or.th/sub/book/book.php?book=15&chap=9&page=t15-
9-infodetail02.html

คำถามทา้ ยกิจกรรม

1. ปฏิกริ ยิ าการเผาไหม้ การเกดิ ฝนกรด และการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงเกดิ ขนึ้ ได้อย่างไร มสี ารใดเปน็ สารต้ังต้น
สารใดเป็นผลิตภัณฑ์ และเขยี นเป็นสมการข้อความไดอ้ ยา่ งไร
2. ปฏกิ ริ ยิ าการเผาไหม้ การเกดิ ฝนกรด และการสังเคราะห์ดว้ ยแสง มปี ระโยชนแ์ ละโทษอยา่ งไร
3. แนวทางการปอ้ งกันและแก้ไขปญั หาท่เี กิดจากปฏกิ ริ ิยาเคมีท่มี ีผลต่อสิ่งมีชวี ิตและส่ิงตา่ ง ๆ รอบตวั
เป็นอย่างไร
4. จากกิจกรรม สรุปไดว้ ่าอยา่ งไร

ส่อื การเรยี นรู้แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 7: แบบบันทึกการค้นคว้ากจิ กรรมท่ี 5.7

แบบบันทกึ การคน้ ควา้ กจิ กรรมท่ี 5.7 ปฏกิ ริ ิยาเคมีมผี ลต่อสิง่ มีชีวติ และสิ่งตา่ ง ๆ รอบตัวอย่างไร

การสังเคราะห์ การเกิดฝนกรด ปฏกิ ิรยิ า ปฏกิ ริ ยิ าเคมี
ดว้ ยแสง การเผาไหม้

การเกิดปฏกิ ิรยิ า

ประโยชน์

โทษ แนวทางการป้องกนั

การให้คะแนนด้านกระบวนการ (P) แนวทาง ับน ึทกการค้นค ้วา ิกจกรรมท่ี 5.7 ป ิฏกิริยาเค ีม ีมผล ่ตอ ่ิสง ีมชี ิวตและสิ่ง ่ตาง ๆ รอบตัวอย่างไร ปฏิกิรยิ าเคมี การเกิดปฏิกริ ิยา ประโยชน์ โทษ แนวทางการปอ้ งกัน

ปฏกิ ิรยิ า เกดิ จากการทำปฏกิ ริ ยิ าระหวา่ งแกส๊ ความรอ้ นท่ีไดจ้ ากปฏกิ ริ ิยา ทำให้เกิดแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ ลดการใชเ้ ช้อื เพลงิ เลิกการเผา
การเผาไหม้ ออกซเิ จนกับสารประเภทเชือ้ เพลงิ การเผาไหม้สามารถนำไปใช้ ทเ่ี ปน็ สาเหตุหนง่ึ ของภาวะเรือน ป่าและการเผาขยะ
โดยต้องใชค้ วามรอ้ นในการเรม่ิ ต้น ประโยชนใ์ นด้านตา่ ง ๆ เชน่ กระจก และอาจเกิดเขม่าและแกส๊
การเกดิ ฝนกรด ปฏกิ ริ ยิ า และได้ผลิตภัณฑช์ นดิ ใช้ผลติ พลงั งานไฟฟา้ เปลี่ยนเป็น คาร์บอนมอนอกไซด์ ซง่ึ เมอื่
ต่าง ๆ พร้อมทง้ั ความร้อนและแสง พลังงานในการขบั เคลอ่ื น หายใจเข้าไปจะเกดิ อันตรายตอ่
โดยชนิดของผลิตภณั ฑท์ ไ่ี ด้ขน้ึ อยกู่ ับ รถยนต์หรือใช้ในการประกอบ ส่ิงมีชีวิต
องค์ประกอบของเชือ้ เพลิง อาหาร

เกดิ จากปฏิกริ ิยาระหวา่ งนำ้ ฝนกบั เกิดอาการระคายเคอื งต่อ ลดการใชเ้ ชอื้ เพลิงโดยใชร้ ะบบ
ออกไซดข์ องไนโตรเจน หรอื เยอื่ บตุ ่าง ๆ คันตามผวิ หนัง แสบ ขนสง่ สาธารณะแทนการใช้
ออกไซด์ของซลั เฟอร์ ไดส้ ารละลายที่ ตา ทำใหพ้ ืชแหง้ และตาย ทำให้ รถยนตส์ ว่ นบคุ คล เลอื กใช้
มคี า่ พเี อช โครงสร้างของอาคารทท่ี ำดว้ ย พลังงานทดแทนแทนการใช้
ต่ำกว่า 5.6 โลหะและปนู ผกุ ร่อน ความเปน็ พลังงานจากเช้ือเพลงิ
กรดของแหลง่ นำ้ และดนิ เพม่ิ ขึน้

แนบ ้ทายแผนการ ัจดการเรียนรู้ที่ 7: การสังเคราะห์ เกิดจากปฏกิ ริ ยิ าระหวา่ งแกส๊ ไดน้ ำ้ ตาลซ่ึงจำเปน็ ตอ่ การ
ดว้ ยแสง คารบ์ อนไดออกไซดก์ ับนำ้ โดยมี เจริญเตบิ โตของพชื และแกส๊
แสงและคลอโรฟลิ ล์ช่วยในการ ออกซเิ จนซงึ่ จำเปน็ ตอ่ การ
เกดิ ปฏกิ ริ ิยา ได้ผลติ ภณั ฑเ์ ป็น ดำรงชีวิตของงมชี วี ติ อนื่
นำ้ ตาลและแกส๊ ออกซิเจน กระบวนการน้ียังช่วยลดปรมิ าณ
แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็น
สาเหตุหนึง่ ของภาวะโลกรอ้ น
อกี ดว้ ย

แนบท้ายแผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 7: การให้คะแนนดา้ นความรู้ (K)

เฉลยใบกจิ กรรมท่ี 5.7 ปฏกิ ิริยาเคมีมผี ลต่อสิง่ มีชีวิตและสง่ิ ต่าง ๆ รอบตัวอย่างไร

เฉลยคำถามทา้ ยกจิ กรรม

1. ปฏกิ ิริยาการเผาไหม้ การเกดิ ฝนกรด และการสงั เคราะหด์ ้วยแสงเกิดขึ้นไดอ้ ย่างไร มีสารใดเป็นสารต้งั ต้น
สารใดเป็นผลติ ภัณฑ์ และเขยี นเปน็ สมการข้อความได้อย่างไร

แนวคำตอบ การเผาไหม้เกดิ จากการทำปฏิกริ ิยาระหว่างเชื้อเพลิงและแก๊สออกซเิ จน ในกรณที เ่ี ชื้อเพลงิ
เปน็ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน การเผาไหมจ้ ะมีสารประกอบไฮโดรคารบ์ อนและแกส๊ ออกซิเจนเป็นสารต้ังตน้
ถา้ เกดิ การเผาไหม้อยา่ งสมบูรณ์ จะไดน้ ้ำและแก๊สคาร์บอนไดออกไซดเ์ ป็นผลติ ภัณฑ์ เขียนเปน็ สมการข้อความได้ ดงั นี้

สารประกอบไฮโดรคาร์บอน + แก๊สออกซเิ จน → น้ำ + แกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์

ฝนกรด เกดิ จากการทำปฏิกริ ิยาระหวา่ งนำ้ และออกไซดข์ องไนโตรเจนหรอื ออกไซด์ของซัลเฟอร์
ได้สารละลายท่ีมคี า่ พีเอชน้อยกว่า 5.6 โดยปฏกิ ิริยานม้ี นี ำ้ และออกไซด์ของไนโตรเจนหรอื ออกไซด์ของซัลเฟอร์
เป็นสารต้งั ตน้ ได้กรดไนตริกหรือกรดซลั ฟิวรกิ เป็นผลิตภณั ฑ์ สามารถเขียนเปน็ สมการข้อความได้ ดงั นี้

แกส๊ ไนโตรเจนไดออกไซด์ + น้ำ → กรดไนตริก + แก๊สไนโตรเจนมอนอกไซด์
แก๊สซัลเฟอร์ไตรออกไซด์ + นำ้ → กรดซัลฟวิ ริก

การสังเคราะห์ด้วยแสงเป็นกระบวนการสรา้ งอาหารของพืช เกิดจากการทำปฏิกิริยาระหวา่ งน้ำและ
แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ โดยมีแสงและคลอโรฟลิ ล์ช่วยในการเกดิ ปฏิกริ ิยา ปฏิกริ ยิ าน้ีมนี ้ำและแกส๊
คารบ์ อนไดออกไซด์เปน็ สารตั้งต้น นำ้ ตาลและแกส๊ ออกซิเจนเป็นผลิตภณั ฑ์ สามารถเขียนเปน็ สมการ
ข้อความได้ ดังนี้

พลงั งานแสง
น้ำ + แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ → น้ำตาล + แกส๊ ออกซเิ จน

คลอโรฟลิ ล์
2. ฏกิ ิริยาการเผาไหม้ การเกิดฝนกรด และการสังเคราะห์ดว้ ยแสง มปี ระโยชน์และโทษอยา่ งไร

แนวคำตอบ การเผาไหม้จะใหค้ วามรอ้ นซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชนใ์ นดา้ นตา่ ง ๆ เช่น ใชผ้ ลิต
พลังงานไฟฟา้ เปล่ียนเป็นพลังงานในการขบั เคล่ือนรถยนต์ หรอื ใช้ในการประกอบอาหาร แตก่ ารเผาไหม้
กท็ ำให้เกดิ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ทเี่ ปน็ สาเหตุหนงึ่ ของภาวะเรอื นกระจก ทำให้อุณหภูมิเฉล่ยี ของโลกสงู ขึน้
นอกจากน้อี าจก่อให้เกิดเขมา่ และแกส๊ คารบ์ อนมอนอกไซด์ ซ่ึงเมือ่ หายใจเข้าไปจะเกดิ อันตรายต่อสง่ิ มีชีวิตอีกด้วย

ฝนกรดทำใหเ้ กดิ อาการระคายเคอื งต่อเย่ือบตุ า่ ง ๆ คนั ตามผวิ หนงั แสบตา ทำใหพ้ ืชแห้งและตาย
ทำให้โครงสร้างอาคารท่ีทำด้วยโลหะและปนู ผุกร่อน ทำให้ความเป็นกรดของแหลง่ น้ำและดนิ เพิ่มขน้ึ ส่งผลต่อ
พชื และสตั วท์ ด่ี ำรงชีวิตในแหลง่ นำ้

การสังเคราะหด์ ้วยแสงของพืชนอกจากจะได้น้ำตาลซ่งึ จำเป็นต่อการเจริญเตบิ โตของพชื แลว้ ยงั ได้แก๊ส
ออกซเิ จนซึง่ จำเป็นตอ่ การดำรงชีวิตของส่งิ มชี วี ิตอ่ืน ๆ กระบวนการนี้ยังชว่ ยลดปรมิ าณแก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุหนง่ึ ของภาวะโลกร้อนอีกดว้ ย

3. แนวทางการป้องกนั และแกไ้ ขปญั หาทเี่ กิดจากปฏิกริ ิยาเคมที ี่มผี ลต่อส่ิงมีชีวติ และสง่ิ ตา่ ง ๆ รอบตัวเปน็ อย่างไร
แนวคำตอบ ลดการใช้เชื้อเพลงิ เลิกการเผาป่าและการเผาขยะ ใชร้ ะบบขนส่งสาธารณะแทนการใช้

รถยนตส์ ว่ นบุคคล ติดตง้ั ระบบกำจดั แกส๊ ท่เี ปน็ สาเหตขุ องการเกิดฝนกรดในโรงงานอตุ สาหกรรมก่อนปลอ่ ยออก
สู่ชัน้ บรรยากาศ เลือกใชพ้ ลังงานทดแทนแทนการใช้พลังงานจากเชือ้ เพลิง

4. จากกจิ กรรม สรุปได้ว่าอยา่ งไร
แนวคำตอบ ปฏิกริ ยิ าเคมีท่พี บทั่วไปในสิง่ แวดล้อมมหี ลายชนิด เช่น การเผาไหม้ การเกิดฝนกรด

การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง ปฏกิ ริ ิยาเคมเี หลา่ น้ีมีทั้งทเ่ี ปน็ ประโยชนแ์ ละเป็นโทษต่อส่งิ มชี ีวิตและสงิ่ ตา่ ง ๆ รอบตวั
การเลือกใช้ปฏิกิรยิ าเคมใี นการทำกจิ กรรมต่าง ๆ ของมนุษย์จึงควรคำนึงถึงผลกระทบต่อสงิ่ แวดลอ้ ม ตลอดจน
รู้จักวธิ ีควบคุม ป้องกัน และแก้ปญั หาที่เกดิ ข้ึน

แนบท้ายแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 7: แผนผงั มโนทัศน์
แผนผงั มโนทศั น์ส่งิ ท่ไี ดเ้ รยี นร้จู ากบทเรยี นปฏกิ ิรยิ าเคมี

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 8

กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ฯ รหสั วิชา ว23102 รายวิชาวิทยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 6
ปีการศกึ ษา 2564
ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 2 ช่วั โมง

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 5 ปฏกิ ิรยิ าเคมีและวสั ดใุ นชีวติ ประจำวัน

ชอ่ื ผ้สู อน นางสาวหุสณา ตามาต

1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวช้ีวัด
ว 2.1 เขา้ ใจสมบตั ขิ องสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพนั ธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับโครงสร้าง

และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสารการเกิดสารละลาย
และการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี

ว 2.1 ม.3/8 ออกแบบวิธีแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน โดยใช้ความรู้เก่ียวกบั ปฏิกิริยาเคมี โดยบูรณาการ
วทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และวศิ วกรรมศาสตร์

2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
1) ความรู้เกี่ยวกับปฏิกิริยาเคมี สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน และสามารถบูรณาการกับ

คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์เพื่อใช้ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพตามต้องการหรืออาจสร้าง
นวัตกรรม เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาเคมี โดยใช้ความรู้เกี่ยวกับปฏิกิริยาเคมี เช่น
การเปลีย่ นแปลงพลงั งาน ความร้อนอนั เนือ่ งมาจากปฏิกริ ิยาเคมี การเพิ่มปริมาณผลผลติ

จุดประสงค์การเรียนรู้
1) ดา้ นความรู้ (K) นักเรียนอธิบายการสร้างนวัตกรรมทีเ่ กีย่ วกบั ปฏกิ ริ ิยาเคมีโดยบรู ณาการ
วทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ เทคโนโลยี และกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม
2) ดา้ นทกั ษะ (P) นกั เรียนใช้ทกั ษะการจดั กระทำและส่อื ความหมายขอ้ มูล โดยนำเสนอข้อมลู
ท่ไี ดจ้ ากการออกแบบวธิ ีการลดปรมิ าณแกส๊ เรือนกระจก
3) ดา้ นเจตคติ (A) นักเรยี นมคี วามมงุ่ มัน่ และรบั ผิดชอบในการทำงาน

3. สาระการเรยี นรู้
ผลปฏกิ ริ ยิ าเคมีตอ่ ชวี ิตและสิง่ แวดล้อม
ทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมี ซึ่งบางปฏิกิริยาทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งมี

ผลกระทบตอ่ ส่ิงแวดล้อมดังน้ี
ปรากฏการณ์เรือนกระจก (greenhouse gases) เกิดจากแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) แก๊สมีเทน

(CH4) แก็สไดไนโตรเจนมอนอกไซด์ (N2O) และแก๊สที่มีฟลูออรีนเป็นองค์ประกอบ (fluorinated gases)
เช่น คลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCS) ซึ่งเป็นแก็สที่พบในบรรยากาศโลก เนื่องจากการกิจกรรมอันหลากหลาย
ของมนษุ ย์ เมอื่ ไดร้ ับพลังงานจากดวงอาทติ ย์ รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) จากดวงอาทิตย์มีพลงั งานสงู ทะลุผ่านช้ัน
ก๊าซเรือนกระจก เมือ่ ผิวโลกร้อนขนึ้ จะคายพลังงานความร้อนในรปู ของรังสอี ินฟาเรด ซึ่งมีพลังงานต่ำไม่สามารถ
ทะลุผ่านชน้ั ก๊าซเรือนกระจกออกไปได้ ทำใหอ้ ณุ หภูมขิ องโลกสูงขึ้น คาดว่าอีกประมาณ 100 ปีข้างหน้าอุณหภูมิ

ของโลกจะสูงขึ้น 1- 5 องศาเซลเซียส ส่วนใหญ่ก๊าซที่ทำให้เกิดชั้นเรือนกระจก ได้แก่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
(CO2) เกิดปรากฎการณ์เรือนกระจกได้ถึง 57 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงเป็นส่วนใหญ่
ดงั สมการ

สารเช้ือเพลิง + ก๊าซออกซิเจน + กา๊ ซคารบ์ อนไดออกไซด์ + ไอนำ้
ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพ่ิมขึน้ เกิดจากกิจกรรมตา่ ง ๆ เช่น โรงงานอตุ สาหกรรม การเผาไหม้
เชื้อเพลิงจากยานพาหนะ การตดั ไม้ทำลายปา่ การเผาป่า
แนวทางในการป้องกันปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้น เช่น ควบคุมเครื่องยนต์ในยาพาหนะ
ให้มีสภาพดี และเลือกใช้น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพดี ลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล แก้ไขปัญหาจราจร
หนาแน่นปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องควบคุมปริมาณควันไอเสียของโรงงาน และยานพาหนะสู่บรรยากาศ
ไม่ตัดไม้ทำลายป่า เผาป่า และเผาฟางข้าวในนา กำจัดขยะให้ถูกวิธี หลีกเลี่ยงการเผาขยะ ก๊าซโอโซนถกู ทำลาย
การท่กี า๊ ซโอโซนถูกทำลายทำใหบ้ รรยากาศของโลกมีอุณหภมู สิ งู ข้ึน เปน็ ตน้

4. ด้านสมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
 ความสามารถในการส่ือสาร: นกั เรียนสามารถสือ่ สาร โดยการนำเสนอวธิ กี ารแก้ปัญหา หรอื ผลของ

นวัตกรรมทีพ่ ฒั นาได้ โดยใชค้ วามรู้เกี่ยวกบั ปฏกิ ิริยาเคมี โดยใชว้ ิธีการสอื่ สารท่ีเหมาะสม
 ความสามารถในการคดิ : นกั เรยี นสามารถคดิ โดยวิเคราะห์ปญั หา แกป้ ญั หา และพัฒนานวัตกรรม

โดยใช้ความรู้เกย่ี วกับปฏกิ ริ ิยาเคมี

5. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยอู่ ยา่ งพอเพียง ซอ่ื สัตยส์ จุ รติ  มงุ่ ม่ันในการทำงาน

 มีวนิ ยั รกั ความเป็นไทย  ใฝ่เรยี นรู้ มจี ติ สาธารณะ

6. ช้ินงาน /ภาระงาน
ใบบันทึกกิจกรรมเรื่อง ออกแบบวิธกี ารลดปริมาณแกส๊ เรอื นกระจก

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ใชร้ ปู แบบการจัดการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es)
ขัน้ ท่ี 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engagement)
1) ครกู ระตนุ้ ความสนใจของนกั เรยี น เกยี่ วกับเรื่อง ผลปฏกิ ริ ยิ าเคมีต่อชีวติ และส่ิงแวดลอ้ ม

โดยใชส้ ่อื วีดทิ ัศนเ์ รื่อง เขา้ ใจ "ภาวะเรอื นกระจก" ใน 2 นาที - วทิ ยาศาสตรร์ อบตัว (สบื ค้นได้จาก
https://www.youtube.com/watch?v=jUkWypOxKbM)

2) ครแู ละนักเรียนพูดคุยแลกเปลย่ี นถงึ ปัญหาและส่งิ ที่เกดิ ข้นึ จากปรากฏการณเ์ รือนกระจก ว่า
มผี ลกระทบต่อสิ่งมชี วี ิตและสิง่ แวดล้อมอยา่ งไร

3) ครูเชื่อมโยงเข้าสู่กิจกรรมท้ายบท ออกแบบวิธีการลดปริมาณแก๊สเรือนกระจกได้อย่างไร
โดยใช้คำถามว่า ผลของปฏิกิริยาเคมีต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม มีปรากฏการณ์หรือสถานการณ์ใดที่เห็นชัดใน
ปัจจุบนั และส่งผลกระทบอยา่ งไรต่อการดำรงชวี ติ ของมนุษย์ (นกั เรียนตอบตามความเขา้ ใจ)

ขน้ั ที่ 2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration)
4) นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดำเนินกิจกรรม ตามหนังสือเรียนรายวิชา

พื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน

พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 24 และครูตรวจสอบความ
เขา้ ใจการอ่าน โดยใช้คำถามดังตอ่ ไปน้ี

- กจิ กรรมน้เี ก่ยี วกบั เรื่องอะไร (ออกแบบวธิ กี ารลดปริมาณแก๊สเรอื นกระจก)
- กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์อะไร (ออกแบบวิธีการลดปริมาณแก๊สเรือนกระจก โดยใช้ความรู้
เกย่ี วกบั ปฏกิ ิรยิ าเคมี บรู ณาการกับคณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม)
- วิธีดำเนนิ กจิ กรรมมีข้นั ตอนโดยสรุปอย่างไร (ร่วมกนั อภปิ รายสถานการณ์ จากนั้นระบุปัญหา
ที่พบในสถานการณ์ที่กำหนดให้ แล้ววิเคราะห์สาเหตุของปัญหา สืบค้นวิธีแก้ปัญหาที่เป็นไปได้หลาย ๆ วิธี
เลอื กออกแบบวธิ ีแกป้ ญั หา อธบิ ายเหตผุ ลในการออกแบบ และนำเสนอวธิ แี กป้ ัญหาในรปู แบบต่าง ๆ ทนี่ า่ สนใจ)
- ข้อเสนอแนะในการทำกิจกรรมมีอะไรบ้าง (นักเรียนสืบค้นข้อมูลล่วงหน้า โดยสืบค้นแหล่ง
ค้นควา้ ที่นา่ เช่ือถือใหน้ ักเรยี น)
5) ขณะท่ีนักเรียนทำกิจกรรม ครูสังเกตการทำกิจกรรมของนักเรียน และให้คำแนะนำ ถ้า
นักเรียนมีข้อสงสัยในประเด็นต่าง ๆ ที่อาจเป็นปัญหา ซึ่งครูควรรวบรวมปัญหา และข้อสงสัยที่พบจากการทำ
กิจกรรมของนักเรียนเพ่ือใชเ้ ปน็ ข้อมลู ประกอบการอภปิ รายหลงั จากการทำกจิ กรรม
ขั้นท่ี 3 ข้ันอธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation)
6) นกั เรียนบนั ทึกการทำกิจกรรมลงในแบบบันทึกการคน้ คว้ากจิ กรรมท้ายบท ออกแบบวิธีการ
ลดปรมิ าณแกส๊ เรอื นกระจกไดอ้ ยา่ งไร โดยการตอบคำถามทา้ ยกจิ กรรม และร่วมกันสรปุ ผลของกจิ กรรม
ขั้นท่ี 4 ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration)
7) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผล เพื่อให้ได้ข้อสรุปจากกิจกรรมว่า การแก้ปัญหาใน
สถานการณ์นี้ ต้องใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เพื่อหาปฏิกิริยาเคมีที่สามารถลดปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
ต้องใช้ความรู้ด้านคณิตศาสตร์ในการคำนวณหาปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลงด้วยวิธีต่าง ๆ ต้องใช้
ความรู้ด้านเทคโนโลยีในการสืบค้นและออกแบบ และใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมในการดำเนินงาน
เพอ่ื แก้ปัญหาอยา่ งเป็นระบบ
ข้ันที่ 5 ขั้นประเมนิ (Evaluation)
8) นกั เรยี นตรวจสอบการทำแบบบนั ทึกการคน้ คว้าและส่งตามกำหนดที่วางไว้
9) ครูตรวจสอบการส่งแบบบันทึกการค้นคว้าของนักเรียนและให้คะแนนประเมินตามเกณฑ์
การประเมนิ (Rubrics Score)

8. ส่ือการเรยี นรู้/แหลง่ เรียนรู้

8.1 อปุ กรณ์ทำกิจกรรม: อุปกรณ์ท่ีใช้ในการสบื คน้ เช่น โทรศัพทเ์ คล่ือนที่ คอมพวิ เตอร์

8.2 คลปิ วีดิทัศน์: เข้าใจ "ภาวะเรือนกระจก" ใน 2 นาที - วทิ ยาศาสตรร์ อบตัว

8.3 ใบกิจกรรม: ใบกิจกรรมท้ายบท ออกแบบวิธีการลดปรมิ าณแก๊สเรือนกระจกไดอ้ ยา่ งไร

8.4 แบบบนั ทกึ กจิ กรรม: แบบบันทึกการคน้ คว้ากจิ กรรมท้ายบท ออกแบบวธิ กี ารลดปริมาณ

8.5 แหลง่ เรียนร:ู้ แก๊สเรอื นกระจกได้อยา่ งไร
หนงั สอื เรียนรายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3
เลม่ 2 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551

(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ

9. การวดั และการประเมนิ

ตวั ช้วี ัด/ผลการเรียนรู้ วิธกี ารวัด เคร่ืองมอื วัด เกณฑ์ท่ีใช้ในการประเมิน

1. อธบิ ายการสรา้ งนวัตกรรม - ตรวจการตอบ - คำถามท้ายกจิ กรรมท้ายบท - ไดไ้ ม่น้อยกว่า 2 คะแนน

ทีเ่ ก่ียวกบั ปฏิกิริยาเคมโี ดย คำถามทา้ ยกจิ กรรม ออกแบบวธิ กี ารลดปรมิ าณ ระดบั คุณภาพดี ถือวา่

บูรณาการฯได้ ทา้ ยบท แกส๊ เรอื นกระจกได้อยา่ งไร ผ่านการประเมิน

(ดา้ นความรู้: K) จำนวน 4 ข้อ ด้านความรู้

2. การใช้ทกั ษะการจดั กระทำ - ตรวจการทำแบบ - แบบบนั ทกึ การค้นคว้า - ได้ไมน่ ้อยกวา่ 2 คะแนน

และสือ่ ความหมายข้อมลู บนั ทกึ การค้นคว้า กจิ กรรมท้ายบทออกแบบ ระดับคุณภาพดี ถือว่า

โดยนำเสนอขอ้ มลู ที่ได้ กิจกรรมท้ายบท วิธีการลดปริมาณแก๊สเรือน ผา่ นการประเมิน

จากการออกแบบวธิ กี ารลด กระจกได้อยา่ งไร ด้านกระบวนการ

ปริมาณแกส๊ เรือนกระจก

(ด้านกระบวนการ: P)

3. ความมงุ่ มั่นในการทำงาน - สังเกตพฤติกรรม - เกณฑ์การประเมนิ ความ - ไดไ้ ม่น้อยกว่า2 คะแนน
มงุ่ มน่ั และความรบั ผิดชอบ ระดับคุณภาพดี ถือวา่
และความรับผดิ ชอบ ของนักเรยี นระหวา่ ง ในการทำกจิ กรรมการ ผ่านการประเมิน
เรยี นรู้ ด้านเจตคติ
(ด้านเจตคต:ิ A) และหลงั การจดั

กิจกรรมการเรยี นรู้

9.1 เกณฑก์ ารประเมินผลนักเรียน เกณฑ์การประเมนิ (Rubrics Score)

ประเดน็ การประเมิน ค่าน้ำหนกั แนวทางการใหค้ ะแนน
คะแนน

การใหค้ ะแนนตอบ 3 ตอบคำถามท้ายกจิ กรรมทา้ ยบท ถูกต้อง จำนวน 4 ข้อ
คำถามทา้ ย
2 ตอบคำถามท้ายกิจกรรมทา้ ยบท ถกู ต้อง จำนวน 3 ขอ้
กิจกรรมท้ายบท
การใหค้ ะแนนการบนั ทกึ 1 ตอบคำถามท้ายกิจกรรมท้ายบท ถกู ต้อง จำนวน 1-2 ข้อ หรือไม่ถูกต้อง
แบบบันทึกการคน้ ควา้
บันทึกผลการทำกิจกรรม ในแบบบนั ทกึ การค้นควา้ ได้ชัดเจน ถกู ตอ้ ง
กิจกรรมท้ายบท
3 โดยออกแบบวิธีการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก มีการอา้ งอิงข้อมูลจาก
การให้คะแนนพฤติกรรม การสบื ค้นทนี่ า่ เช่ือถือ ได้อยา่ งสมเหตุสมผล สอดคล้องกบั การบรู ณาการ
ความมงุ่ มัน่ และความ
รับผิดชอบในการทำ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม
กจิ กรรมการเรียนรู้
บันทึกผลการทำกิจกรรม ในแบบบนั ทึกการค้นคว้าได้ โดยออกแบบ

2 วธิ ีการลดปรมิ าณกา๊ ซเรอื นกระจก มีการอา้ งอิงข้อมูลจากการสืบค้นที่

สอดคล้องกบั การบรู ณาการความรู้ทเ่ี กี่ยวข้องได้

บนั ทึกผลการทำกจิ กรรม ในแบบบนั ทกึ การคน้ ควา้ โดยออกแบบวิธกี าร

1 ลดปริมาณก๊าซเรอื นกระจก แตไ่ ม่มีการอ้างอิงข้อมลู จากการสืบค้น

สอดคลอ้ งกบั การบรู ณาการความรู้ทเี่ กยี่ วข้องได้

3 1) นักเรียนมีความสนใจและมุ่งมัน่ ในการทำกิจกรรม ใหค้ วามรว่ มมอื

และปฏบิ ตั ิตามขั้นตอนการเรียนรูเ้ ป็นอย่างดี

2) นกั เรียนมีความรบั ผิดชอบทำงานที่ได้รบั มอบหมายได้ตรงเวลาที่

กำหนดเปน็ อย่างดี

2 1) นักเรยี นสนใจและมงุ่ มนั่ ในการทำกิจกรรมเปน็ บางครง้ั และมีการคยุ

กันเล่นขณะการเรียนรู้ แต่ไม่กระทบผู้อ่ืน

2) นักเรียนมีความรบั ผิดชอบทำงานท่ีได้รับมอบหมายตรงตามเวลาท่ี

กำหนด แต่เกิดปัญหาระหว่างการทำงาน

1 1) นกั เรียนขาดความมุ่งมนั่ และไม่สนใจในการเรียน มีพฤติกรรมชอบคุย

ชอบเล่นหรอื นอนหลบั ขณะการเรยี นการสอน

2) นักเรยี นขาดความรับผิดชอบในงานทไี่ ด้รบั มอบหมายไมต่ รงตาม

กำหนดเวลาทต่ี กลงไว้

9.2 ระดับคณุ ภาพ หมายถึง ดมี าก
หมายถงึ ดี
คะแนนรวมเฉลย่ี 6.00 - 5.00 หมายถึง พอใช้
คะแนนรวมเฉลีย่ 4.00 - 3.00
คะแนนรวมเฉล่ยี 2.00 - 1.00

ดังน้ัน นกั เรยี นตอ้ งไดค้ ะแนนเฉล่ยี ทุกประเด็นการประเมิน ไม่ตำ่ กวา่ 2.00 แสดงระดับ
คณุ ภาพ ดี ถอื ว่าผา่ นเกณฑ์การประเมินในแผนการจดั การเรียนที่ 8

10. ความคิดเห็นของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้……………………………………………….……………………………………
............................................................................................................................. ....................................................

ลงชอ่ื .....................................................
(นายหมู่สา ผดิ ไรงาม)

หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

11. ความคดิ เห็นรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวชิ าการ
 องค์ประกอบของแผนการจดั การเรียนรู้.............................................................................
 มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วดั /ผลการเรยี นรู้สอดคล้อง.......................................................
 สาระสำคัญครอบคลุมชดั เจน.............................................................................................
 สาระการเรยี นรมู้ ีความถกู ต้องตามหลกั วิชาการ................................................................
 จดุ ประสงค์การเรยี นรู้มีความชดั เจนครอบคลุม (K/P/A).....................................................
 สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น................................................................................................
 คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์.................................................................................................
 ระบภุ าระงาน/ชิน้ งาน........................................................................................................
 กจิ กรรมการเรยี นรู้เน้นผเู้ รียนเปน็ สำคัญ...........................................................................
 สือ่ และอุปกรณ์การเรียนรู.้ ................................................................................................
 การวัดและการประเมนิ ผลตามจดุ ประสงคก์ ารเรียนร.ู้ ..........................................................
 เสนอสง่ แผนการจดั การเรียนรตู้ ามขั้นตอนระบบงาน........................................................
 บันทกึ หลังสอน................................................................................................................ .

( นายอบั ดลรอศักด์ิ มณีโสะ๊ )
รองผู้อำนวยการกลมุ่ บรหิ ารวชิ าการ

12. ความคดิ เห็นผ้อู ำนวยการโรงเรยี น

 อนญุ าตใหใ้ ช้จดั การเรยี นการสอนได้
 ควรปรบั ปรงุ คอื ................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................

( นายสิรวุฒิ ยุนุ้ย )
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนกำแพงวิทยา

13. บันทกึ หลงั การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 8
13.1 ผลการจดั การเรยี นรู้ (ตามจุดประสงค์)
จากจุดประสงคก์ ารเรียนรูท้ ั้ง 3 ขอ้ ต่อไปนี้
22. นักเรียนอธิบายการสร้างนวตั กรรมที่เกย่ี วกับปฏกิ ริ ยิ าเคมโี ดยบูรณาการวิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม(K)
23. นักเรียนใช้ทกั ษะการจัดกระทำและสอื่ ความหมายข้อมูล โดยนำเสนอข้อมูล(P)
24. นกั เรยี นมีความมุ่งมั่นและรับผดิ ชอบในการทำงาน (A)

พบว่า
- นักเรียนอธิบายการสร้างนวัตกรรมที่เกี่ยวกับปฏิกิริยาเคมีโดยบูรณาการวิทยาศาสตร์

คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรมได้
- นกั เรยี นสามารถใช้ทกั ษะการจัดกระทำและสอื่ ความหมายข้อมลู โดยนำเสนอข้อมลู ได้
- นกั เรียนมคี วามมุ่งม่ันและรบั ผดิ ชอบในการทำงาน

13.2 แนวทางแกป้ ัญหานกั เรียนทไ่ี มผ่ ่านผลการเรียนรหู้ รอื จดุ ประสงค์ (เพอ่ื นำไปสู่ PLC)
-

ลงชือ่ .....................................................
(นางสาวหุสณา ตามาต)
ครูผสู้ อน

วันที่……เดอื น………………….พ.ศ…………

แบบบนั ทกึ การประเมนิ คณุ ภาพการเรียนร้ขู องนักเรียนช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3
รายวชิ าวิทยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน (ว23102) หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 5 ปฏิกิริยาเคมีและวัสดุในชวี ิตประจำวนั

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 8 เรื่อง ออกแบบวธิ กี ารลดปริมาณแกส๊ เรอื นกระจก
มัธยมศึกษาปีที่ 3/7 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564

เลขที่ ช่ือ – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดับคุณภาพ สรปุ ผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)

้ดานเจตค ิต (A)

333 9 ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ผ่าน ไม่ผา่ น
9
1 ด.ช. กฤษฏิ์ พรหมน้ำดำ 3 3 3 9 //
2 ด.ช. กลา้ ณรงค์ 9 //
3 ด.ช. ครองภพ คงทอง 3 3 3 9 //
4 ด.ช. ชยพล 6 //
5 ด.ช. ชยั วฒั น์ สำเร 3 3 3 6
6 ด.ช. ซลั มาน 9 //
7 ด.ช. ณัฏฐภทั ร พพิ ิธประภาเลิศ 3 3 3 6 //
8 ด.ช. ธนากร 6 //
9 ด.ช. ธรี พฒั น์ ต้งุ แก้ว 2 2 2 6 //
10 ด.ช. นนทพทั ธ์ 9 //
11 ด.ช. นนั ทวัฒน์ จองวราห์ศรี 2 2 2 6 //
12 ด.ช. ปฏพิ ล 6 //
13 ด.ช. ภัทรพล ผอมนุ่ม 333 9 //
14 ด.ช. ภมู ิประชา 9 //
15 ด.ช. อฟั ฟาน รกั สะโม๊ะ 2 2 2 6 //
16 ด.ช. อาซนั 9 //
17 ด.ช. สิทธิวงศ์ จนั ทรจ์ ิตจรงิ ใจ 2 2 2 9 //
18 ด.ช. ธมกร 9 //
19 ด.ญ. ไครกิ า จนั ทรัตน์ 2 2 2 9 //
20 ด.ญ. ญาณศิ า 9 //
21 ด.ญ. ณัฐชุตา บนิ สหสั 333 9 //
22 ด.ญ. ดาวญิ า 9 //
23 ด.ญ. ธนษิ ฐา สงมาก 2 2 2 9 //
24 ด.ญ. นงนภัส 9 //
25 ด.ญ. นัซมี หมาดหมีน 2 2 2 9 //
26 ด.ญ. ปวณี า 9 //
27 ด.ญ. ปณั ฑิตา ภมรานนท์ 3 3 3 9 //
28 ด.ญ. พชิ ชา 9 //
29 ด.ญ. รวิภา เดชอารัญ 3 3 3 9 //
30 ด.ญ. ราตีมา 9 //
31 ด.ญ. ลลิตา หวันสู 2 2 2 9 //
32 ด.ญ. วรนชุ //
สุวรรณวงศ์ 3 3 3 //

สุวรรณวิโก 3 3 3

โดงกูล 3 3 3

รัตนพนั ธ์ 3 3 3

ศิรสิ ม 3 3 3

สายเส็น 333

ยิ่งขจร 3 3 3

สนั โด 3 3 3

เลง่ เจะ๊ 3 3 3

ศรนี ้ยุ คง 3 3 3

แก้วบุตร 3 3 3

ราเหม 3 3 3

เหมรา 3 3 3

สันหลี 3 3 3

อุสมา 3 3 3

อุศมา 3 3 3

เลขที่ ชื่อ – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดบั คุณภาพ สรุปผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)

้ดานเจตค ิต (A)

3 3 3 9 ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ผา่ น ไมผ่ า่ น

33 ด.ญ. วมิ ลรตั น์ จิระเสถียร 333 9 / /
34 ด.ญ. ศศิภา หนูวงศ์
35 ด.ญ. สริ ินทรา ไชยยัน 333 9 / /
36 ด.ญ. อนุสรา สะเล่
37 ด.ญ. อญั ญาณี ทมุ มาลี 333 9 / /
38 ด.ญ. ปวณั รัตน์ อมุ าลี
39 ด.ญ. พิศลยา ละมลู สุข 333 9 / /
40 ด.ญ. วิยะดา ธนะภาส
333 9 / /

333 9 / /

333 9 / /

222 6 / /

จำนวนกลุ่ม 31 9 40 0

ร้อยละ 77.5 22.5 100 0

เกณฑร์ ะดบั คุณภาพ สรปุ ผลการประเมิน ลงช่ือ.........................................
ช่วงคะแนน 8-9 : ระดับคุณภาพดี ผา่ น : ระดบั คณุ ภาพดีและพอใช้ (นางสาวหสุ ณา ตามาต)
ชว่ งคะแนน 5-7 : ระดับคณุ ภาพพอใช้ ไมผ่ า่ น : ระดับคณุ ภาพปรบั ปรุง ผ้ปู ระเมิน
ช่วงคะแนน 0-4 : ระดับคณุ ภาพปรบั ปรุง

ต้องได้คะแนนเฉลี่ยทุกประเด็นการประเมนิ ไมต่ ำ่ กว่า 2.00 แสดงระดับคุณภาพ ดี ข้ึนไปเทา่ นน้ั
ถงึ จะผ่านการเรยี นรู้ตามตวั ชวี้ ัด

แบบบันทกึ การประเมนิ คุณภาพการเรยี นร้ขู องนกั เรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3
รายวชิ าวิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน (ว23102) หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 5 ปฏกิ ริ ิยาเคมแี ละวสั ดุในชวี ิตประจำวัน

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 8 เรอ่ื ง ออกแบบวิธีการลดปริมาณแก๊สเรอื นกระจก
มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3/8 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564

เลขท่ี ชือ่ – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดบั คุณภาพ สรปุ ผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)

้ดานเจตค ิต (A)

333 9 ดี พอใช้ ปรับ ผา่ น ไม่ผา่ น
ปรุง
1 ด.ช. กฤษฎา ขนุ รายา 222 6
6 //
2 ด.ช. จติ ตพิ ัฒน์ หลงั ชาย 222 6 //
9 //
3 ด.ช. จิรพงษ์ เจียมพงศไ์ พศาล 2 2 2 6 //
9 //
4 ด.ช. ณัฐวฒุ ิ โอมณี 333 9 //
9 //
5 ด.ช. ณฐั วฒุ ิ หมาดแนง้ 2 2 2 9 //
9 //
6 ด.ช. ทวีพล อนิ ทพันธ์ 3 3 3 9 //
9 //
7 ด.ช. ทีฆายุ พันตรี 3 3 3 6 //
9 //
8 ด.ช. ธรี ์ธวชั กลน่ิ เขยี ว 3 3 3 9 //
6 //
9 ด.ช. ธีรภัทร ทองแป้น 3 3 3 9 //
9 //
10 ด.ช. ปัญญวชิ ญ์ สาเสน็ 333 9 //
9 //
11 ด.ช. พงศพศั สงั ขชาติ 333 9 //
6 //
12 ด.ช. พงศา คงพลับ 333 9 //
9 //
13 ด.ช. ฟาร์อัยดีน ลลี านนท์ 2 2 2 9 //
9 //
14 ด.ช. ภทั ธพล องสารา 333 9 //
9 //
15 ด.ช. ภูรพิ ฒั น์ แทง่ ทอง 333 9 //
9 //
16 ด.ช. อคั รวนิ ท์ ธาราพิสฐิ 2 2 2 6 //
//
17 ด.ช. อันดา นวมจิตร์ 3 3 3

18 ด.ช. อัสมี โสลิกี 3 3 3

19 ด.ญ. ชนนั รตั น์ พรหมจรรย์ 3 3 3

20 ด.ญ. ซนั นี ราเยน็ 3 3 3

21 ด.ญ. ณัฐณชิ า บญุ คง 333

22 ด.ญ. ณัฐณชิ า บวั ทอง 222

23 ด.ญ. ธัญญลกั ษณ์ มะโนรตั น์ 3 3 3

24 ด.ญ. ธัญญลกั ษณ์ ทองไชย 333

25 ด.ญ. นงนภัส องสารา 333

26 ด.ญ. นุรรยั ฮาล เขียวยับ 333

27 ด.ญ. นูรไลลา มา่ เหล็ม 333

28 ด.ญ. นูรอัยดาร์ หลีหาด 333

29 ด.ญ. นูรอยั นี หนหู ัน 333

30 ด.ญ. ปฏญิ ญา สะอา 333

31 ด.ญ. ปนดั ดา มจั ฉา 222

เลขที่ ชอ่ื – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดับคณุ ภาพ สรุปผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)

้ดานเจตค ิต (A)

333 9 ดี พอใช้ ปรบั ผ่าน ไมผ่ ่าน
ปรงุ

32 ด.ญ. พมิ พพ์ ิชญช์ า อนพุ งศ์ 333 9 / /

33 ด.ญ. ลลติ า ชสู กลุ 333 9 / /

34 ด.ญ. ลิปดา เตพิริยะกลุ 222 6 //

35 ด.ญ. วราลี กองหลัง 333 9 / /

36 ด.ญ. สทุ ธิดา แสงดำ 333 9 / /

37 ด.ญ. อาซุมี เกาะสมนั 333 9 / /

38 ด.ญ. อลุ ยา หวันสู 333 9 / /

39 ด.ญ. อนสุ รา ทรัพยว์ งศา 333 9 / /

40 ด.ญ. อภญิ ญา ตาเอ็น 222 6 /

จำนวนกลมุ่ 30 11 40 0

รอ้ ยละ 73.17 26.83 100 0

เกณฑ์ระดับคุณภาพ สรปุ ผลการประเมิน ลงช่ือ.........................................
ช่วงคะแนน 8-9 : ระดับคณุ ภาพดี ผ่าน : ระดบั คุณภาพดีและพอใช้ (นางสาวหสุ ณา ตามาต)
ช่วงคะแนน 5-7 : ระดับคณุ ภาพพอใช้ ไม่ผ่าน : ระดับคณุ ภาพปรับปรงุ ผ้ปู ระเมิน
ช่วงคะแนน 0-4 : ระดับคณุ ภาพปรบั ปรงุ

ตอ้ งไดค้ ะแนนเฉล่ยี ทกุ ประเดน็ การประเมนิ ไม่ตำ่ กวา่ 2.00 แสดงระดับคุณภาพ ดี ข้ึนไปเท่าน้นั
ถึงจะผา่ นการเรยี นรู้ตามตวั ชว้ี ดั

คลปิ วีดีทศั น์: เข้าใจ "ภาวะเรอื นกระจก" ใน 2 นาที - วิทยาศาสตร์รอบตวั

สื่อวีดิทัศน์เรื่อง ภาวะเรือนกระจก อธิบายเกี่ยวข้องกับกระบวนการการเกิดปรากฏการณ์ภาวะเรือน
กระจก (greenhouse effect)

แหลง่ ที่มา: เวบ็ ไซตอ์ ้างองิ
https://www.youtube.com/watch?v=jUkWypOxKbM
เผยแพรเ่ ม่ือ 26 มกราคม พ.ศ. 2562
(ชอ่ งYouTube: SciMathFamily)

สือ่ การเรยี นรู้แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8: ใบกจิ กรรมทา้ ยบท

ใบกิจกรรมทา้ ยบท ออกแบบวิธกี ารลดปริมาณแก๊สเรอื นกระจกไดอ้ ยา่ งไร

หนังสอื เรียนรายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 เลม่ 2 ตามหลกั สตู รแกนกลาง
การศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุงพ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หนา้ 31

กิจกรรมทา้ ยบท ออกแบบวธิ ีการลดปริมาณแก๊สเรอื นกระจกไดอ้ ยา่ งไร?
จุดประสงค์ ออกแบบวิธีการลดปรมิ าณแก๊สเรอื นกระจก โดยใชค้ วามรู้เกยี่ วกับปฏกิ ิริยาเคมี
บูรณาการกบั คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
วสั ดอุ ุปกรณ์ อุปกรณ์ทใี่ ชใ้ นการสืบค้น เช่น โทรศพั ท์เคลื่อนท่ี คอมพวิ เตอร์
สถานการณท์ ่ี
กำหนดให้ แก๊สเรือนกระจก (greenhouse gases) ไดแ้ ก่ แกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2)
แก๊สมีเทน (CH4) แก็สไดโนโตรเจนมอนอกไซด์ (N2O) และแก๊สที่มีฟลูออรีนเป็น
องค์ประกอบ (fluorinated gases) เชน่ คลอโรฟลอู อโรคาร์บอน (CFCS) ซงึ่ เปน็ แก็ส
ที่พบในบรรยากาศโลก แก๊สเหล่านี้สามารถกักเก็บความร้อนไว้ และคายความร้อน

บางส่วนให้แก่โลก ทำให้อุณหภูมิบนโลกเหมาะสมสำหรับการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวติ
ในกรณีที่มีแก๊สเหล่านี้มากเกินไปจะทำให้ปรากฏการณ์เรือนกระจกรุนแรงข้ึน ส่งผล

ให้เกิดภาวะโลกรอ้ น จากภาพแผนภูมิวงกลมแสดงปริมาณแก๊สเรอื นกระจกจะพบวา่
แก๊สเรือนกระจกที่มีปริมาณมากที่สุดคือ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และเมื่อพิจารณา
ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ

โลกในแตล่ ะปี ตง้ั แต่ปีพ.ศ.2503 พบการเพ่ิมขึน้ ของปริมาณแก็สคาร์บอนไดออกไซด์
มีแนวโนม้ เดียวกบั การเปล่ยี นแปลงของอณุ หภมู ิ ดงั ภาพ

ถ้านักเรียนเป็นนักสิ่งแวดล้อม จะออกแบบวิธีการลดปริมาณแก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์ โดยใชค้ วามรู้เรื่องปฏิกิรยิ าเคมีได้อย่างไร ซึง่ วิธีท่ีเลือกใช้จะต้อง

เป็นวิธีที่ลดปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซดีได้ในปริมาณมาก สารตั้งต้นที่ใช้ใน
ปฏิกริ ยิ าเคมีหางา่ ย และไดผ้ ลติ ภัณฑท์ ไี่ มเ่ ป็นพษิ ตอ่ สิง่ แวดล้อม

ภาพแผนภูมิวงกลมแสดงปริมาณแกส็ เรือนกระจก ปี พ.ศ. 2553
ท่ีมา : United States Environmental Protection Agency (US EPA)


Click to View FlipBook Version