กิจกรรมท้ายบท ออกแบบวธิ กี ารลดปริมาณแก๊สเรือนกระจกได้อย่างไร?
วธิ ีดำเนนิ กิจกรรม 1. ร่วมกนั อภิปรายสถานการณ์ จากนน้ั ระบุปัญหาท่ีพบในสถานการณ์น้ี และบนั ทึกผล
2. รวบรวมแนวคดิ ทเ่ี กีย่ วข้อง วิเคราะหส์ าเหตุของปัญหา สืบคน้ วิธแี ก้ปญั หาทเี่ ป็นไปได้
ข้อเสนอแนะใน หลาย ๆ วธิ ี ตลอดจนวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของแตล่ ะวธิ ี
การทำกจิ กรรม 3. รว่ มกนั อภปิ รายและเลือกวิธีแก้ปญั หาใหเ้ ปน็ ไปตามเงอื่ นไขท่ีกำหนด
สอ่ื การเรยี นรู้/ 4. ออกแบบวธิ ีแก้ปัญหา อธบิ ายเหตุผลในการออกแบบทสี่ อดคล้องกับเงอื่ นไขที่กำหนด
แหลง่ เรยี นรู้ และบันทึกผล
5. นำเสนอวิธแี กป้ ัญหาในรูปแบบตา่ ง ๆ ที่น่าสนใจ
• ครอู าจมอบหมายให้นักเรยี นสืบค้นขอ้ มลู ลว่ งหน้า โดยแนะนำแหลง่ ข้อมูลสำหรบั การสืบค้น
ท่นี า่ เชอื่ ถือให้นักเรียน
• การปลอ่ ยกา๊ ซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากการใช้พลังงานปี 2561 สำนักงานนโยบาย
และแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน. สืบคน้ เมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2563, จาก
http://www.eppo.go.th/index.php/th/component/k2/item/download/19020_03
bec3b51616b97b8c5427a1faa82f3d
• สถาบนั วจิ ัยวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่.
สบื ค้นเมอ่ื 13 กมุ ภาพนั ธ์ 2563, จาก https://stri.cmu.ac.th/article_detail.php?id=25
• สำนกั งานการวจิ ัยแหง่ ชาติ. สบื ค้นเมอื่ 13 กมุ ภาพนั ธ์ 2563, จาก
https://doi.nrct.go.th/ListDoi/Download/155502/85a049310eaf0368423bf785ed0
8927e?Resolve_DOI=10.14456/jem.2015.14
• Thai Journal Online (ThaiJO). สบื คน้ เมือ่ 13 กุมภาพันธ์ 2563, จาก
https://www.tci-thaijo.org/index.php/JASCI/article/download/146361/107927/
คำถามท้ายกิจกรรม
1. ปัญหาในสถานการณ์น้คี อื อะไร และเกีย่ วข้องกบั ปฏกิ ริ ยิ าเคมใี ดบา้ ง
2. ความรูเ้ กี่ยวกับปฏิกิริยาเคมสี ามารถนำไปแกป้ ญั หาในสถานการณ์นไ้ี ด้อยา่ งไร
3. การแก้ปญั หาในสถานการณน์ ้ีได้ใชค้ วามรู้วทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และกระบวนการ
ออกแบบเชิงวิศวกรรมอยา่ งไร
4. วธิ กี ารแกป้ ัญหาทอ่ี อกแบบไว้ มีขอ้ ดี ขอ้ เสียอยา่ งไร เมื่อเปรยี บเทียบกบั วธิ ีแก้ปญั หาของกลมุ่ อน่ื และ
มีแนวทางปรับปรงุ แบบของตนเองอยา่ งไร
สือ่ การเรียนรู้แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 8: แบบบนั ทึกการค้นคว้ากิจกรรมทา้ ยบท
แบบบนั ทึกการค้นควา้ กิจกรรมทา้ ยบท ออกแบบวธิ ีการลดปริมาณแกส๊ เรือนกระจกไดอ้ ยา่ งไร
ชอ่ื -นามสกุล..........................................................................................ช้ัน.................เลขท.่ี ..........กลุ่มท.่ี ...........
ผลการวเิ คราะห์สถานการณ์ทีก่ ำหนดให้
ปัญหาที่พบในสถานการณ์คือ ................................................................................................................................. .
............................................................................................................................. ......................................................
...................................................................................................................................................................................
ตารางบันทกึ ผลการสบื ค้น
ชนดิ ของแกส๊ วธิ กี ารแกป้ ญั หา ความเปน็ ไปได้ ปรมิ าณแกส๊
ของแต่ละวิธกี าร ทีล่ ดได้
คาร์บอนไดออกไซด์ …………………………………………………… ……………………………… ……………………………
…………………………………………………… ……………………………… ……………………………
………………………………………………….. ……………………………… ……………………………
คารบ์ อนไดออกไซด์ …………………………………………………… ……………………………… ……………………………
…………………………………………………… ……………………………… ……………………………
………………………………………………….. ……………………………… ……………………………
ผลการออกแบบวิธแี ก้ปัญหา
อธบิ ายเหตุผล
..........................................................................................
.........................................................................................
..........................................................................................
.........................................................................................
..........................................................................................
.........................................................................................
..........................................................................................
.........................................................................................
..........................................................................................
.........................................................................................
.........................................................................................
แนบทา้ ยแผนการจดั การเรียนรู้ที่ 8: การให้คะแนนด้านกระบวนการ (P)
แนวทางบันทกึ การค้นควา้ กิจกรรมทา้ ยบท ออกแบบวิธีการลดปริมาณแก๊สเรือนกระจกไดอ้ ยา่ งไร
ผลการวิเคราะห์สถานการณท์ ่ีกำหนดให้
ปัญหาท่ีพบในสถานการณ์คอื อุณหภมู เิ ฉลยี่ ของโลกมแี นวโน้มสูงข้ึน ซึ่งอัตราการเพิ่มข้ึนของ
อณุ หภมู สิ อดคล้องกบั การเพิ่มข้นึ ของปรมิ าณแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ ซึง่ เป็นแกส๊ เรือนกระจกทม่ี ปี ริมาณมากที่สดุ
ตารางบันทึกผลการสืบคน้
ชนิดของแกส๊ วธิ กี ารแก้ปญั หา ความเป็นไปได้ ปริมาณแกส๊
ของแตล่ ะวิธีการ ทลี่ ดได้
การดักจบั แกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ที่ การศกึ ษาใช้เวลานาน มากกวา่ ร้อยละ 90
คารบ์ อนไดออกไซด์ ปลอ่ ยออกมาด้วยสารละลายโมโนเอ และมีต้นทนุ สูง
ทาโนเอมีน
การปลูกสาหร่ายเพือ่ ลดแก๊ส ต้นทุนตำ่ แต่ ข้นึ อยูก่ ับชนดิ ของ
คารบ์ อนไดออกไซด์ คาร์บอนไดออกไซด์จากการ ประสิทธภิ าพนอ้ ยกว่า สาหรา่ ยและความ
สังเคราะห์ด้วยแสง เขม้ ขน้ ของแกส๊
คาร์บอนไดออกไซด์
ผลการออกแบบวิธีแกป้ ัญหา
อธบิ ายเหตผุ ล
นักเรยี นสามารถตอบไดห้ ลากหลาย โดยต้องมีเหตผุ ล
สนบั สนุนแนวทางทเี่ ลือก เช่น เลอื กลดดว้ ยวิธีดกั จับ
แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ท่ีปล่อยออกมาด้วยสารละลาย
โมโนเอทาโนเอมนี เน่ืองจากเป็นวธิ ีทมี่ ปี ระสทิ ธิภาพสูง
เมอ่ื พิจารณาแผนภูมิรูปวงกลมท่แี สดงสัดสว่ นการปล่อย
แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ทัง้ หมด 260.3 ล้านตนั
ในปี2561 พบว่าปรมิ าณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ท่มี า
จากภาคอุตสาหกรรมคิดเป็น 31% ของปรมิ าณแก๊ส
คารบ์ อนไดออกไซด์ทง้ั หมดหรือประมาณ 81 ล้านตนั
ดงั น้นั ถา้ ต้องการลดปริมาณแก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ด้วย
สารละลายโมโนเอทาโนเอมนี ซ่งึ ระบุว่าสามารถลดแก๊ส
คารบ์ อนไดออกไซด์ได้มากกว่าร้อยละ 90 แสดงว่าจะ
สามารถลดปรมิ าณแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์จาก
ภาคอุตสาหกรรมได้มากกวา่ 72 ล้านตัน
แนบท้ายแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 8: การใหค้ ะแนนด้านความรู้ (K)
เฉลยใบกิจกรรมทา้ ยบท ออกแบบวิธกี ารลดปริมาณแก๊สเรอื นกระจกได้อยา่ งไร
เฉลยคำถามทา้ ยกจิ กรรม
1. ปญั หาในสถานการณ์น้คี อื อะไร และเก่ียวข้องกับปฏิกิริยาเคมใี ดบ้าง
แนวคำตอบ ปัญหาปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศมีปริมาณมากเกินไปทำใหเ้ กิดภาวะ
โลกรอ้ นซงึ่ เกยี่ วข้องกบั ปฏิกิริยาการเผาไหม้
2. ความรู้เกย่ี วกับปฏกิ ริ ยิ าเคมีสามารถนำไปแก้ปญั หาในสถานการณน์ ี้ได้อยา่ งไร
แนวคำตอบ ความร้เู ก่ียวกับปฏกิ ิรยิ าเคมที ำใหท้ ราบวา่ สารใดบา้ งที่สามารถทำปฏิกิรยิ ากับแกส๊
คาร์บอนไดออกไซด์ จงึ สามารถเลอื กสารที่มีประสิทธภิ าพสูงสดุ ภายใตข้ อ้ จำกดั ของสถานการณ์ มาทำ
ปฏกิ ริ ยิ าเพ่ือลดปริมาณแก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ในบรรยากาศ
3. การแกป้ ัญหาในสถานการณน์ ีไ้ ดใ้ ช้ความร้วู ิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และกระบวนการ
ออกแบบเชงิ วิศวกรรมอยา่ งไร
แนวคำตอบ การแก้ปญั หาในสถานการณ์นี้ ต้องใช้ความรู้ด้านวทิ ยาศาสตรเ์ พื่อหาปฏิกริ ิยาเคมีท่ี
สามารถลดปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ต้องใชค้ วามรู้ด้านคณติ ศาสตร์ในการคำนวณหาปริมาณแก๊ส
คารบ์ อนไดออกไซด์ทลี่ ดลงด้วยวธิ ตี ่าง ๆ ต้องใช้ความรดู้ ้านเทคโนโลยใี นการสบื คน้ และออกแบบ และใช้
กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรมในการดำเนินงานเพอ่ื แกป้ ัญหาอย่างเปน็ ระบบ
4. วิธีการแกป้ ญั หาทีอ่ อกแบบไว้ มีขอ้ ดี ขอ้ เสียอยา่ งไร เมื่อเปรียบเทยี บกบั วิธแี กป้ ญั หาของกลุ่ม อื่น และมี
แนวทางปรบั ปรุงแบบของตนเองอยา่ งไร
แนวคำตอบ นักเรียนสามารถตอบได้หลากหลาย ข้นึ อยู่กบั การออกแบบวิธกี ารลดปรมิ าณแก๊ส
คารบ์ อนไดออกไซด์ของแตล่ ะกลุม่ ตวั อยา่ งเชน่ เลอื กลดด้วยวธิ ีดกั จบั แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ทปี่ ลอ่ ยออกมา
ดว้ ยสารเคมี เช่น สารละลายโมโนเอทาโนเอมนี วธิ นี ้มี ขี ้อดีคอื เปน็ วิธที ม่ี ปี ระสทิ ธิภาพสงู ในการลดปรมิ าณ
แกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ แตม่ ีข้อเสยี คือต้องใช้ตน้ ทุนสงู ซึ่งอาจปรบั ปรุงได้โดยใชส้ ารเคมีชนิดอ่นื ทีม่ ีราคาตำ่ กวา่
แตย่ ังคงมสี มบตั ใิ นการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซดไ์ ด้ดีเชน่ เดิม
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 9
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ฯ รหัสวชิ า ว23102 รายวิชาวิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน 6
ปีการศกึ ษา 2564
ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 4 ชวั่ โมง
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 5 ปฏกิ ริ ิยาเคมีและวสั ดใุ นชวี ติ ประจำวัน
ชอ่ื ผู้สอน นางสาวหสุ ณา ตามาต
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วดั
ว 2.1 เข้าใจสมบตั ขิ องสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพนั ธ์ระหว่างสมบัตขิ องสสารกับโครงสร้าง
และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสารการเกิดสารละลาย
และการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมี
ว 2.1 ม.3/1 ระบุสมบตั ิทางกายภาพและการใชป้ ระโยชนว์ ัสดปุ ระเภทพอลเิ มอร์ เซรามกิ และวสั ดุผสม
โดยใช้หลกั ฐานเชิงประจกั ษแ์ ละสารสนเทศ
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
1) พอลเิ มอร์ เซรามิก และวัสดุผสม เป็นวสั ดุทีใ่ ชม้ ากในชวี ติ ประจำวนั
2) พอลิเมอร์เป็นสารประกอบโมเลกุลใหญ่ที่เกิดจากโมเลกุลจำนวนมากรวมตัวกันทางเคมี เช่น
พลาสติก ยาง เส้นใย ซึ่งเป็นพอลิเมอร์ที่มีสมบัติแตกต่างกัน โดยพลาสติกเป็นพอลิเมอร์ที่ขึ้นรูปเปน็ รูปทรงต่าง
ๆ ได้ ยางยดื หยนุ่ ได้ สว่ นเสน้ ใยเปน็ พอลิเมอรท์ ี่สามารถดึงเปน็ เสน้ ยาวได้ พอลเิ มอร์จงึ ใช้ประโยชนไ์ ดแ้ ตกตา่ งกัน
3) เซรามิกเป็นวัสดุที่ผลิตจากดิน หิน ทราย และแร่ธาตุต่าง ๆ จากธรรมชาติ และส่วนมากจะผ่าน
การเผาที่อุณหภูมิสูง เพื่อให้ได้เนื้อสารที่แข็งแรง เซรามิกสามารถทำเป็นรูปทรงต่าง ๆ ได้ สมบัติทั่วไปของ
เซรามิกจะแข็ง ทนต่อการสึกกร่อนและเปราะ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น ภาชนะที่เป็นเครื่องปั้น
ดินเผา ชิ้นส่วนอเิ ลก็ ทรอนิกส์
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) ด้านความรู้ (K) นกั เรียนระบสุ มบัติทางกายภาพบางประการและการใชป้ ระโยชนข์ องวัสดุ
ประเภทพอลิเมอร์ เซรามิก และโลหะได้
2) ด้านทกั ษะ (P) นกั เรียนใช้ทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป โดยนำขอ้ มูลจากการ
สังเกตและการสบื ค้นข้อมูลมาแปลความหมายเพื่อสรุปชนิดและสมบตั ิบาง
ประการของพอลิเมอร์
3) ด้านเจตคติ (A) นกั เรียนตระหนักถึงความสำคญั ของการใช้อปุ กรณ์การทำกจิ กรรมได้
3. สาระการเรียนรู้
พอลเิ มอร์ เชรามกิ และโลหะสมบัตกิ ารนำไฟฟ้า ความเหนียวหรอื ความเปราะ และการทนความร้อน
แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีสมบัติอื่น ๆ เช่น สภาพยืดหยุ่นต่างกนั ด้วย เนื่องจากมีโครงสร้างและองค์ประกอบท่ี
แตกต่างกนั การนำวัสดไุ ปใชป้ ระโยชนจ์ ึงตอ้ งพจิ ารณาจากสมบัติของวสั ดุเพือ่ ใหเ้ หมาะสมกับการใชง้ าน
พอลิเมอร์ (polymer) เป็นสารประกอบที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ เกิดจากสารที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก
จำนวนมากมาทำปฏิกริ ิยาเคมีกัน โครงสร้างของพอลิเมอรท์ ่ไี ด้จะประกอบด้วยหนว่ ยซำ้ ๆ ทเี่ รยี กวา่ มอนอเมอร์
(monomer) จำนวนมากมายึดเหนี่ยวกัน โครงสร้างของพอลิเมอร์มีทั้งแบบเส้น แบบกิ่ง และแบบร่างแห
ดังภาพ พอลิเมอร์บางชนิดเกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น แป้งและเซลลูโลสเป็นพอลิเมอร์ที่มีน้ำตาลกลูโคสเป็น
มอนอเมอร์เชื่อมต่อกัน พอลิเมอร์บางชนดิ เกิดขึ้นจากการสงั เคราะห์ เช่น พอลิเอทิลีน เป็นพอลิเมอร์ที่มีเอทิลีน
เป็นมอนอเมอร์เช่อื มตอ่ กัน
พอลิเมอร์มีสมบัติหลากหลาย บางชนิดไม่นำไฟฟ้า เช่น ฉนวนหุ้มสายไฟ บางชนิดเหนียว เช่น
ถุงพลาสติก บางชนิดยืดหย่นุ สูง เชน่ ยางรดั ของ บางชนดิ ไมย่ ืดหย่นุ เช่น ชอ้ นเมลามีน บางชนิดไมท่ นความร้อน
เม่ือไดร้ บั ความรอ้ นแล้วเปล่ียนแปลง เชน่ ขวดนำ้ พลาสติก ขณะท่บี างชนิดทนความร้อน เม่อื ไดร้ ับความร้อนแล้ว
ไม่เปลี่ยนแปลง เช่น เส้นด้าย ช้อนเมลามีน เนื่องจากพอลิมอมีสมบัติที่เหมาะสมต่อการใช้งานในหลากหลาย
รูปแบบ และสามารถนำมาขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์รูปทรงต่าง ๆ ได้ง่ายโดยใช้พลังงานความร้อนน้อยกว่าเซรามิก
และโลหะ พอลิเมอร์จึงเป็นวัสดุที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวันอย่างแพร่หลาย พอลิเมอร์ส่วนใหญ่เหนียว
ไม่นำไฟฟ้าและไม่นำความร้อน เบากว่าเซรามิกและโลหะ ของใช้ในชีวิตประจำวันที่ทำจากพอลิเมอร์มี 3 กลุ่ม
ไดแ้ ก่ พลาสตกิ ยาง และเส้นใย
พลาสติก (plastic) เป็นพอลิเมอร์ที่มีสมบัติหลากหลายขึ้นอยู่กับโครงสร้างของพลาสติก การ
พิจารณาเลือกใช้พลาสติก จงึ ควรพจิ ารณาจากสมบัตขิ องพลาสตกิ เช่น ขวดพอลิเอทิลีน เทเรฟทาเลต หรือขวด
เพต็ (PET) มสี มบัติโปร่งใส มคี วามเหนียวสูง ป้องกันการซมึ ผ่านของสารได้หลายชนิด จงึ นยิ มนำมาทำขวดบรรจุ
น้ำดื่ม ผลิตภัณฑ์จากพลาสติกที่พบบ่อยในชีวิตประจำวัน เช่น ขวดเพ็ต ขวดพอลิเอทิลีน (PE) ท่อพีวีซี (PVC)
จานเมลามนี ปัจจบุ ันมกี ารพัฒนาพลาสตกิ ให้ทนความร้อนได้สงู แต่ยังคงเหนียวไม่แตกงา่ ย
ยาง (rubber) เป็นพอลิเมอร์ที่มีสมบัติไม่นำไฟฟ้าและไม่นำความร้อน ทนต่อแรงดึงได้ดี มีสภาพ
ยืดหยุ่นสูง สามารถคืนกลบั สูส่ ภาพเดมิ ไดอ้ ย่างรวดเรว็ ภายหลังจากที่ได้รับแรงกระทำ จึงนิยมนำมาใชท้ ำยางรดั
ของ ลูกโป้ง ถุงมือยาง ยางรถยนต์ อย่างไรก็ตามยางธรรมชาติยงั มขี ้อจำกัดในการใช้งาน เนื่องจากที่อุณหภมู สิ ูง
จะอ่อนตัว และที่อุณหภูมิต่ำจะแข็งกระด้าง ไม่ยืดหยุ่น จึงมีการปรับปรุงสมบัติให้เหมาะสมยิ่งขึ้นก่อนนำมาทำ
ผลิตภณั ฑต์ า่ ง ๆ
เส้นใย (Fiber) เป็นพอลิเมอร์ที่มีสมบัติไม่นำไฟฟ้าและไม่นำความร้อน มีสภาพยืดหยุ่นและความ
เหนียวแตกต่างกนั โดยเส้นใยจากธรรมชาติ เชน่ เส้นใยฝ้าย เส้นใยสบั ปะรด ป่าน ปอ ขนแกะ ใยไหม ซ่งึ มีสภาพ
ยืดหยุ่นและความเหนียวต่ำ จึงมีการพัฒนาเส้นใยสังเคราะห์ เช่น พอลิเอสเทอร์ ไนลอน ที่มีสภาพยืดหยุ่นและ
ความเหนียวสูง ซ่ึงเส้นใยสงั เคราะห์เหล่าน้ี นิยมนำมาทำเคร่ืองนุ่งห่ม แห เชือก
พอลิเมอร์ที่ได้จากธรรมชาติบางชนิดยังมีข้อจำกัดในการใช้งาน และมีปริมาณไม่เพียงพอต่อความ
ต้องการที่เพิ่มขึ้น จึงมีการผลิตพอลิเมอร์สังเคราะห์เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการใช้และปรับปรุงสมบัติให้
เป็นไปตามต้องการ เชน่ ยางธรรมชาติไมท่ นน้ำมัน ไม่ทนความร้อน จึงใช้ยางสังเคราะห์ในผลติ ภัณฑท์ ี่ต้องสัมผัส
กับน้ำมันและใช้งานที่อุณหภูมิสูง เส้นใยธรรมชาติบางชนิดที่นำมาผลิตเป็นเสื้อผ้าจะดูแลรักษาได้ยาก ยับง่าย
และมีความทนทานน้อย จึงใช้เส้นใยสังเคราะห์ในการผลิตเป็นเสื้อผ้า เพื่อง่ายต่อการดูแลรักษา และคงทน ใช้
งานไดเ้ ป็นเวลานาน
อย่างไรก็ตาม พอลิเมอร์สังเคราะห์บางชนิดย่อยสลายในธรรมชาติได้ยาก จึงควรใช้เท่าที่จำเป็น นำ
กลับมาใช้ซ้ำและนำกลับไปผลิตใหม่หรือรึไซเคิล ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและช่วยลดปริมาณขยะท่ี
ก่อใหเ้ กิดปัญหาสิ่งแวดล้อม
เซรามิก (ceramic) ที่ใช้งานทว่ั ไปเป็นวัสดุที่ผลิตจากดนิ หนิ ทราย และแรธ่ าตตุ ่างๆ จากธรรมชาติ
ที่ผ่านการขึ้นรูปแล้วนำไปเผาที่อุณหภูมิสูง ทำให้โครงสร้างและสมบัติเปลี่ยนไปจากเดิม เซรามิกส่วนใหญ่มี
ความแข็งแตเ่ ปราะ ทนต่อการสึกกร่อนไดส้ งู มีจุดหลอมเหลวสูง ไมน่ ำความร้อนและไมน่ ำไฟฟ้า ทนความรอ้ น
ได้ดี เมื่อได้รับความร้อนแล้วไม่เปลี่ยนแปลงรูปร่าง ตัวอย่างของใช้ที่ทำจากเซรามิกที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น
จานชามเซรามิก แจกันเซรามิก กระเบื้อง กระจก ลูกถ้วยไฟฟ้า ในปัจจุบันมีการนำเซรามิก ซึ่งผลิตจากสารที่มี
ความบรสิ ทุ ธสิ์ งู เชน่ อะลูมนิ า มาใชใ้ นอตุ สาหกรรมอเิ ล็กทรอนกิ ส์
โลหะ (metal) เป็นวัสดุที่ได้จากการถลุงสินแร่ในธรรมชาติ เช่น ทอง ทองแดง เงิน อะลูมิเนียม
โลหะส่วนใหญ่มีความแข็ง เหนียว สามารถตีไห้เป็นแผ่นหรือยืดเป็นเส้นได้ นำความร้อนและนำไฟฟ้าได้ดีกว่า
พอลิเมอร์และเซรามิก มีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดสูง ตัวอย่างของใช้ที่ทำจากโลหะที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เชน่
ภาชนะหงุ ตม้ กลอนประตู ตัวถังรถยนต์ เสน้ ลวดทองแดงในสายไฟ
เหลก็ เปน็ โลหะท่ใี ช้กันอยา่ งแพร่หลาย เมื่อเหลก็ ทำปฏิกริ ิยาเคมกี ับแก๊สออกซิเจนและนำ้ จะเกิดสนิม
เหลก็ ทำให้เหล็กผุกรอ่ นได้ง่าย จึงมีการผลติ เหลก็ กล้าไรส้ นมิ โดยเตมิ คารบ์ อนและโลหะอ่ืน ๆ เช่น โครเมียม ให้
มีสมบัติทนต่อการกัดกร่อนได้ ตัวอย่างของใช้ที่ทำจากเหล็กกล้าไร้สนิมที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่นภาชนะ
เหลก็ กลา้ ไร้สนิม สายนาฬิกา มือจับประตรู ถยนต์ โคมไฟ เป็นต้น
4. ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
ความสามารถในการสอ่ื สาร: นกั เรียนสามารถส่ือสาร โดยการนำเสนอความหมาย ชนดิ และสมบัติ
ของพอลเิ มอร์
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี: นกั เรียนสามารถใชเ้ ทคโนโลยี โดยสบื คน้ ข้อมลู เก่ียวกบั ความหมาย
และชนิดของพอลเิ มอรบ์ นอนิ เทอรเ์ นต็
5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ซอ่ื สตั ย์สจุ ริต มงุ่ ม่ันในการทำงาน
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยูอ่ ย่างพอเพียง ใฝเ่ รยี นรู้ มจี ติ สาธารณะ
มีวินยั รักความเป็นไทย
6. ช้นิ งาน /ภาระงาน
ใบบันทกึ กจิ กรรมเร่ือง สมบัติของพอลิเมอร์ เซรามกิ และโลหะ
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
ใช้รปู แบบการจดั การเรยี นการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es)
ขัน้ ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ (Engagement)
1) ครกู ระตุ้นความสนใจของนักเรยี น เพอื่ นำเขา้ สู่บทที่ 2 วัสดุในชวี ิตประจำวนั โดยใหน้ ักเรียน
ดูภาพนำเรื่อง (หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นม.3 เล่ม2 สสวท. หน้า 37) โดยใช้
ประเดน็ คำถามดังนี้
- จากภาพ นักเรียนเห็นผลิตภัณฑ์ใดบ้าง (นักเรียนตอบตามที่สังเกตจากภาพ เช่น หนังสือ
โทรศัพท์เคลือ่ นท่คี อมพวิ เตอรโ์ นต้ บุ๊ก ถ้วยกาแฟ โคมไฟ โต๊ะ)
- ผลิตภัณฑ์เหล่านัน้ ทำจากวัสดุชนดิ ใด (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น หนังสือ
ทำจากกระดาษ ถ้วยกาแฟทำจากดินเผา โทรศัพท์เคลื่อนที่ทำจากวัสดุหลายชนิด เช่น พลาสติก โลหะ กระจก
คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กทำจากวัสดุหลายชนิด เช่น พลาสติก กระจก โคมไฟทำจากวัสดุหลายชนิด เช่น พลาสติก
โลหะ แก้ว โตะ๊ ทำจากไม้ และพลาสติก)
- จากเรอื่ งทนี่ กั เรียนอา่ น กล่าวถงึ วสั ดปุ ระเภทใดบ้าง (พอลเิ มอร์ เซรามิก โลหะ วสั ดุผสม)
- ให้นักเรียนยกตัวอย่างของใช้ในชีวิตประจำวัน และระบุว่าของใช้เหล่านั้นทำมาจากวัสดุ
ใดบ้าง (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น เก้าอี้ทำจากไม้ อะลูมิเนียมและพลาสติก กระเป๋านักเรยี น
ทำจากพลาสติกและเหล็กดินสอทำจากไม้ แกรไฟต์และยาง กระถางต้นไมท้ ำจากดินเผา รองเทา้ ทำจากยางและ
พลาสติก กรอบรูปทำจากกระดาษอัดกาว ไม้ กระจกและพลาสติก เปน็ ตน้ )
- ใหน้ กั เรียนจัดประเภทของวัสดุขา้ งต้นว่าอยู่ในกลมุ่ พอลิเมอร์ เซรามกิ โลหะหรือวสั ดุผสม (ผา้
ไม้ ยาง พลาสตกิ กระดาษ อยู่ในกล่มุ ของพอลิเมอร์ ดนิ เผา กระจก อยใู่ นกลุม่ ของเซรามิก เหล็ก อะลมู ิเนียม อยู่
ในกลุ่มของโลหะ กระดาษอดั กาว อยใู่ นกลุ่มของวสั ดผุ สม)
2) ครใู หค้ วามรเู้ พมิ่ เติมว่าวัสดุแบ่งออกเปน็
- พอลิเมอร์ ซ่งึ มที ง้ั พลาสตกิ ยาง และเส้นใย
- เซรามิก เช่น เครอื่ งป้นั ดินเผา กระถางดนิ เผา กระจก แกว้
- โลหะ เช่น เหลก็ อะลมู ิเนยี ม
- วัสดุผสม เช่น กระดาษอดั กาว
แล้วให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ว่าวัสดุต่าง ๆ ได้แก่ พอลิเมอร์ เซรามิก โลหะและวัสดุผสม
เหมอื นหรือต่างกนั อยา่ งไร (นกั เรยี นอาจตอบตามความรูท้ เ่ี คยเรียนมาแล้วในชั้นประถมศกึ ษา เชน่ วสั ดสุ ่วนใหญ่
เป็นของแขง็ เหมอื นกัน แตม่ คี วามยดื หยนุ่ ต่างกัน วัสดบุ างชนิด เชน่ โลหะนำไฟฟ้าและนำความร้อนได้)
3) ให้นักเรียนดูภาพนำเรื่อง (หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นม.3
เล่ม2 สสวท. หน้า 38) และอ่านเนื้อหานำเรื่องที่เกี่ยวกับเครื่องดื่มในบรรจุภัณฑ์แบบต่าง ๆ จากนั้น นักเรียน
อภปิ รายร่วมกัน โดยใชแ้ นวคำถามดงั นี้
- ร้านค้าในท้องถิ่นของเราจำหน่ายเครื่องดื่มที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์แบบใดบ้าง (ร้านค้าใน
ทอ้ งถน่ิ ของเราจำหน่ายเครือ่ งด่มื ท่ีส่วนใหญ่บรรจใุ นขวดพลาสตกิ และกระปอ๋ งอะลูมเิ นียม)
- บรรจุภัณฑ์ดังกล่าวทำจากวัสดุชนิดใด มีข้อดีอย่างไร (ขวดพลาสติกทำจากพลาสติก ส่วน
กระป๋องอะลูมิเนียมทำจากโลหะอะลูมิเนียม ข้อดีคือเครื่องดื่มในขวดพลาสติกสามารถนำติดตัวไปได้สะดวก
เนื่องจากบรรจุภัณฑ์มีน้ำหนักเบา เครื่องดื่มในกระป๋องอะลูมิเนียมเมื่อนำไปแช่เย็น จะเย็นเร็วกว่าบรรจุภัณฑ์
ชนิดอน่ื )
- นักเรียนนิยมซื้อเครื่องดื่มในบรรจุภัณฑ์แบบใด เพราะเหตุใด (คำตอบของนักเรียนอาจ
หลากหลาย เชน่ นิยมซ้อื เครอื่ งด่ืมท่ีบรรจุในขวดพลาสติกหรือกระป๋องอะลูมเิ นียม เพราะมนี ้ำหนักเบา สามารถ
นำติดตัวไปได้สะดวก ถ้าเป็นเครื่องดื่มประเภทอัดลม นิยมซื้อเครื่องดื่มที่บรรจุในขวดแก้วเพราะมีฟองแก๊ส
มากกว่าทีบ่ รรจใุ นขวดพลาสติก)
4) ให้นักเรียนทำกิจกรรมทบทวนความรู้ก่อนเรียน (หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี ชน้ั ม.3 เล่ม2 สสวท. หนา้ 39) จำนวน 5 ขอ้ (เฉลยแนบท้ายแผนการจัดการเรยี นรู้)
5) ครูตรวจสอบการทำกิจกรรมทบทวนความรู้ก่อนเรียน ถ้าไม่ถูกต้องให้แก้ไขความเข้าใจ
คลาดเคลื่อนของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนมีความรู้พื้นฐานที่ถกู ต้องและเพียงพอที่จะเรียนเรื่องวัสดุรอบตัว และ
อภิปรายรว่ มกัน
ขัน้ ท่ี 2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration)
6) ครเู ช่ือมโยงเข้าสกู่ ิจกรรมที่ 5.8 พอลิเมอร์ เซรามิก และโลหะ มสี มบตั ิอยา่ งไร โดยใช้คำถาม
ว่า นักเรียนทราบหรือไม่ว่าพอลิเมอร์ เซรามิก และโลหะ มีสมบัติเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร และนำไปใช้
ประโยชน์อะไรบา้ ง (นกั เรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง)
7) นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดำเนินกิจกรรม ตามหนังสือเรียนรายวิชา
พื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 40 และครูตรวจสอบความ
เข้าใจการอา่ น โดยใชค้ ำถามดังตอ่ ไปน้ี
- กิจกรรมนี้เกี่ยวกับเรื่องอะไร (สมบัติทางกายภาพบางประการของพอลิเมอร์ เซรามิก และ
โลหะ)
- กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์อะไร (สังเกต ตรวจสอบและอธิบายสมบัติทางกายภาพของวัสดุ
ประเภทพอลิเมอร์ เซรามกิ และโลหะ)
- วิธีดำเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (เลือกวัสดุแต่ละประเภทมาอย่างน้อยประเภท
ละ 2 อย่าง สงั เกตลกั ษณะของวัสดุ ตรวจสอบการนำไฟฟ้า ความเหนียวหรอื ความเปราะ และการทนความร้อน
ของวสั ดุ ครอู าจสาธิตวธิ ีตรวจสอบสมบตั ิด้านต่าง ๆ ของวสั ดุ จากนัน้ เปรียบเทยี บสมบัตขิ องวสั ดุแตล่ ะประเภท)
- ขอ้ ควรระวงั ในการทำกิจกรรมมีอะไรบ้าง (สังเกตและบนั ทึกข้อมลู ของวัสดุประเภทพอลิเมอร์
เซรามิกและโลหะที่เลือกมาตรวจสอบในด้านลักษณะ การนำไฟฟ้า ความเหนียวหรือความเปราะ และการทน
ความร้อน)
- นักเรียนต้องสังเกตหรือรวบรวมข้อมูลอะไรบ้าง (ครูควรแนะนำการใช้ตะเกียงแอลกอฮอล์
และเตอื นให้นกั เรียนระวังขณะหยิบจบั วัสดุทรี่ อ้ นและมีคม)
8) ขณะท่ีนักเรียนทำกิจกรรม ครูสังเกตการทำกิจกรรมของนักเรียน และให้คำแนะนำ ถ้า
นักเรียนมีข้อสงสัยในประเดน็ ต่าง ๆ ที่อาจเป็นปัญหา เช่น วิธีการทดสอบสมบตั ิของวสั ดุอย่างถูกวิธี การบันทึก
ผลการตรวจสอบสมบัติของวัสดุ ถ้านักเรียนทำไม่ถูกต้อง ครูควรแนะนำตามความเหมาะสม ซึ่งครูควรรวบรวม
ปญั หา และขอ้ สงสัยท่ีพบจากการทำกิจกรรมของนักเรียนเพื่อใช้เป็นข้อมลู ประกอบการอภิปรายหลังจากการทำ
กจิ กรรม
ขน้ั ท่ี 3 ข้นั อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
9) นักเรียนบันทึกการทำกิจกรรมลงในแบบบันทึกการค้นคว้ากิจกรรมที่ 5.8 พอลิเมอร์ เซรา
มิก และโลหะ มีสมบัติอย่างไร โดยสรุปผลของกิจกรรมและตอบคำถามท้ายกิจกรรม เพื่อให้ได้ข้อสรุปจาก
กิจกรรมว่า พอลิเมอร์ เซรามิก และโลหะ มีสมบัติบางอย่างเหมือนกัน และมีสมบัติบางอย่างต่างกัน พอลิเมอร์
และเซรามิกไม่นำไฟฟ้า สังเกตได้จากเมื่อนำไปต่อกับวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายแล้วหลอดไฟฟ้าไม่สว่าง ในขณะท่ี
โลหะนำไฟฟ้า เซรามิกและโลหะทนต่อความร้อน เมื่อนำไปให้ความร้อนโดยการต้มในน้ำเดือดจะไม่เปลี่ยน
รปู ร่าง แตพ่ อลิเมอรบ์ างชนิดเปล่ยี นแปลงรูปรา่ งเมอื่ นำไปให้ความรอ้ นโดยการต้มในน้ำเดือด
ขนั้ ท่ี 4 ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration)
10) นักเรยี นเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ พอลิเมอร์ เซรามิก และโลหะ โดยอา่ นเน้อื หาและเกร็ดน่า
รใู้ นหนังสอื เรยี นหน้า 41-44 และตอบคำถามระหวา่ งเรียนดงั น้ี
- พอลิเมอร์แตล่ ะกลุ่มมสี มบตั ิทางกายภาพและการใช้ประโยชนเ์ หมอื นหรือแตกตา่ งกนั อยา่ งไร
(แนวคำตอบ พอลิเมอร์ ได้แก่ พลาสติก ยาง และเส้นใย ทั้งสามกลุ่มส่วนใหญ่ไม่นำไฟฟ้า ไม่นำความร้อน
พลาสติกมสี มบตั ิหลากหลายข้ึนอยู่กบั โครงสร้าง บางชนดิ ใส เหนียว ปอ้ งกันการซึมผา่ นของสารไดด้ ี ยางเป็น พอ
ลิเมอร์ที่มสี ภาพยืดหยุ่นสูง ทนต่อแรงดงึ ไดด้ ี เส้นใยที่ได้จากธรรมชาติส่วนใหญม่ ีสภาพยดื หยุ่นและความเหนียว
ต่ำ ส่วนเส้นใยสังเคราะห์มีความเหนียวและแข็งแรงมากกว่า จากสมบัติทางกายภาพที่ต่างกันจึงทำให้มีการใช้
งานพอลิเมอร์แตล่ ะกลุ่มตา่ งกนั พลาสติกทเ่ี หนยี ว ป้องกันการซมึ ผ่านของสารได้ดี นยิ มนำมาทำเป็น
บรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ยางนิยมนำมาทำเครื่องใช้ที่ตอ้ งใช้ความยืดหยุ่นและทนต่อแรงดึงไดด้ ี เช่น ถุงมือ ส่วนเส้นใย
นิยมนำมาถกั ทอเป็นเสน้ เป็นผืน ทำเป็นเครื่องนุ่งห่มและของใช้ต่าง ๆ)
- เซรามิกมีสมบัติทางกายภาพและการใช้ประโยชน์เป็นอย่างไร (แนวคำตอบ เซรามิกไม่นำ
ไฟฟา้ ไม่นำความร้อน และทนความร้อนได้ดี แขง็ แต่เปราะ ทบุ ใหแ้ ตกไดง้ า่ ย ทนต่อการสกึ กรอ่ น จากสมบัติทาง
กายภาพดังกลา่ วจงึ นิยมนำเซรามกิ มาทำภาชนะบรรจอุ าหาร เครอ่ื งดืม่ เครอื่ งประดับตกแตง่ บา้ น)
- โลหะมีสมบัติทางกายภาพและการใช้ประโยชน์เป็นอย่างไร (แนวคำตอบ โลหะนำไฟฟ้าและ
นำความรอ้ นได้ดี มจี ุดหลอมเหลวสงู โลหะมีความเหนยี ว สามารถตีให้เปน็ แผ่นหรอื ยดื เปน็ เสน้ ได้ จากสมบตั ิทาง
กายภาพดงั กล่าวจึงนยิ มนำโลหะมาทำเคร่ืองใช้ที่ทนความร้อน นำความร้อนหรอื นำไฟฟา้ ได้ดี เชน่ ภาชนะหุงต้ม
ตวั นำไฟฟา้ )
11) ครูอธบิ ายเพิ่มเตมิ โดยใช้สื่อวีดิทัศน์เร่ือง การเกิดพอลเิ มอร์ (สืบคน้ ไดจ้ าก
ipst.me/10651) อธิบายเกยี่ วกับกระบวนการเกิดพอลเิ มอรจ์ ากการรวมตวั ของมอนอเมอร์
ขัน้ ท่ี 5 ขัน้ ประเมิน (Evaluation)
12) ครูและนักเรียนอภปิ รายผลการทำกิจกรรม สมบัตขิ องพอลิเมอร์ เซรามกิ และโลหะ
จะได้ขอ้ สรุปวา่
- พอลิเมอร์ (polymer) ประกอบด้วยมอนอเมอร์ (monomer) ซงึ่ เป็นหน่วยซ้ำ ๆ จำนวนมาก
มาเชื่อมต่อกันด้วย ปฏิกิริยาเคมี มีทั้งที่ได้จากธรรมชาติและการสังเคราะห์ แบ่งกลุ่มได้เป็นพลาสติก ยาง และ
เส้นใย พอลิเมอร์ ส่วนใหญ่ไม่นำไฟฟ้า มีความเหนียว บางชนิดมีสภาพยืดหยุ่นสูง บางชนิดได้รับความร้อนแลว้
เปลี่ยนแปลง สามารถนำมาขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์รูปทรงต่าง ๆ ได้ง่าย และมีสมบัติเหมาะสมต่อการใช้งานใน
หลากหลายรูปแบบ จงึ เป็นวสั ดทุ นี่ ำมาใช้ในชวี ติ ประจำวันอย่างแพร่หลาย แต่พอลเิ มอรส์ ังเคราะห์ส่วนใหญ่ย่อย
สลายได้ยากในธรรมชาติ จึงควรใชอ้ ย่างคุ้มคา่ ตามความจำเป็น
- เซรามิก (ceramic) ที่ใช้งานทั่วไปผลิตจากดิน หิน ทราย และแร่ธาตุต่าง ๆ จากธรรมชาติ
ท่ีผา่ นการข้ึนรูปแลว้ นำไปเผาที่อณุ หภูมิสูง ทำให้โครงสร้างและสมบัติเปลยี่ นไปจากเดิม เซรามิกสว่ นใหญ่แข็งแต่
เปราะ ทนตอ่ การสึกกรอ่ นได้สูงกวา่ พอลเิ มอร์และโลหะ มีจดุ หลอมเหลวสงู เป็นฉนวนความร้อนและฉนวนไฟฟ้า
ทนความร้อนไดด้ ี เมื่อได้รับความร้อนแลว้ ไม่เปลี่ยนแปลงรปู ร่าง นอกจากเซรามิกที่ผลิตจากดิน หิน ทราย และ
แร่ธาตุต่าง ๆแล้ว ในปัจจุบันยังมีเซรามิกที่ผลิตจากสารที่มีความบริสุทธิ์สูงเพื่อใช้ในงานเฉพาะด้าน เช่น
อุตสาหกรรมอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
- โลหะ (metal) ส่วนใหญ่มีสมบัติแข็ง เหนียว สามารถตีให้เป็นแผ่นหรือยืดเป็นเส้นได้
นำความร้อนและนำไฟฟ้าได้ดีกว่าพอลิเมอร์และเซรามิก มีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดสูง นิยมนำมาผลิต
เครื่องใช้ที่ต้องการความคงทนแข็งแรง แต่โลหะบางชนิดทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและน้ำ ทำให้เกิดการผุกร่อน
จึงตอ้ งปรับปรงุ คณุ ภาพโดยการเตมิ โลหะอ่ืน ๆ ใหม้ ีความคงทนแข็งแรงมากขึ้น
13) ครูตรวจสอบการส่งแบบบันทึกการค้นคว้าของนักเรียนและให้คะแนนประเมินตามเกณฑ์
การประเมิน (Rubrics Score)
8. ส่ือการเรียนรู้/แหลง่ เรยี นรู้
8.1 อุปกรณ์ทำกิจกรรม: จำนวน 12 รายการ ดงั แสดงแนบไวใ้ นใบกิจกรรมท่ี 5.8 พอลิเมอร์ เซรามิก
และโลหะ มสี มบตั ิอยา่ งไร
8.2 คลปิ วีดิทศั น์: การเกิดพอลเิ มอร์
8.3 ใบกจิ กรรม: ใบกจิ กรรมที่ 5.8 พอลเิ มอร์ เซรามกิ และโลหะ มสี มบัติอย่างไร
8.4 แบบบนั ทกึ กิจกรรม: แบบบนั ทึกการค้นคว้ากจิ กรรมที่ 5.8 พอลเิ มอร์ เซรามกิ และโลหะ
มีสมบัตอิ ยา่ งไร
8.5 แหลง่ เรียนรู:้ - หนังสอื เรียนรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 3
9. การวดั และการประเมนิ เลม่ 2 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
- สถาบันพลาสตกิ . https://thaiplastics.org/
- การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแหง่ ประเทศไทย : รไู้ ว้ใช่วา่ ไฟฟ้าใกล้ตวั “การใช้ไฟฟา้ อย่าง
ปลอดภยั ”https://www.egat.co.th/index.php?option=com_content&vi
ew=article&id=2507:art20180508-01&catid=49&Itemid=251
ตวั ชีว้ ัด/ผลการเรยี นรู้ วธิ กี ารวัด เคร่ืองมอื วัด เกณฑท์ ใ่ี ช้ในการประเมนิ
- คำถามทา้ ยกิจกรรมที่ 5.8 - ไดไ้ ม่น้อยกวา่ 2 คะแนน
1. ระบุสมบตั ิทางกายภาพบาง - ตรวจการตอบคำถาม
พอลเิ มอร์ เซรามิก และ ระดับคุณภาพดี ถือวา่
ประการและการใชป้ ระโยชน์ ท้ายกจิ กรรมที่ 5.8 โลหะ มีสมบตั ิอย่างไร ผา่ นการประเมิน
จำนวน 4 ขอ้ ดา้ นความรู้
ของวัสดุประเภทพอลเิ มอร์
- แบบบนั ทึกการค้นควา้ - ไดไ้ มน่ ้อยกว่า 2 คะแนน
เซรามกิ และโลหะได้ กจิ กรรมที่ 5.8 ระดับคุณภาพดี ถือว่า
พอลเิ มอร์ เซรามิก และ ผ่านการประเมิน
(ดา้ นความรู้: K) โลหะ มีสมบัตอิ ย่างไร ดา้ นกระบวนการ
2. การใช้ทักษะการตีความ - ตรวจการทำแบบ - เกณฑ์การประเมินการใช้ - ไดไ้ มน่ ้อยกวา่ 2 คะแนน
งานอุปกรณใ์ นกิจกรรม ระดับคุณภาพดี ถือวา่
หมายข้อมลู และลงขอ้ สรปุ บนั ทกึ การคน้ ควา้ ของนักเรยี น ผ่านการประเมิน
ดา้ นเจตคติ
เพ่ือสรปุ ชนิดและสมบตั ิ กิจกรรมท่ี 5.8
บางประการของพอลเิ มอร์
(ดา้ นกระบวนการ: P)
3. ตระหนกั ถึงความสำคญั - สงั เกตการใชง้ าน
ของการใชอ้ ุปกรณ์ อปุ กรณ์ในกจิ กรรม
การทำกิจกรรมได้ ของนักเรียน
(ดา้ นเจตคต:ิ A)
9.1 เกณฑ์การประเมนิ ผลนักเรียน เกณฑ์การประเมนิ (Rubrics Score)
ประเดน็ การประเมิน ค่าน้ำหนัก แนวทางการใหค้ ะแนน
คะแนน
การให้คะแนนตอบ 3 ตอบคำถามทา้ ยกิจกรรมท่ี 5.8 ถกู ต้อง จำนวน 3-4 ขอ้
คำถามท้าย
กิจกรรมท่ี 5.8 2 ตอบคำถามท้ายกิจกรรมที่ 5.8 ถูกต้อง จำนวน 2 ขอ้
การใหค้ ะแนนการบนั ทึก 1 ตอบคำถามทา้ ยกิจกรรมท่ี 5.8 ถกู ต้อง จำนวน 1 ขอ้ หรือ ไมถ่ ูกต้อง
แบบบันทึกการค้นคว้า
บันทกึ ผลลงในตารางบนั ทกึ ผลการทำกิจกรรม โดยตีความหมายขอ้ มูล
กิจกรรมที่ 5.8
และลงข้อสรปุ จากการวิเคราะหข์ ้อมูล จากการสังเกตและการสืบค้น
การใหค้ ะแนน
การใช้งานอุปกรณ์ 3 และลงข้อสรุปเก่ียวกับประเภทและสมบัตบิ างประการของพอลเิ มอร์ได้
ในกจิ กรรม อย่างถูกต้อง ตามความเป็นจรงิ โดยไม่เพ่ิมความคิดเหน็ สว่ นตวั ลงใน
แบบบันทึกการคน้ คว้า ครบทุกประเดน็ สอดคล้องกับเนื้อหาในกจิ กรรม
บนั ทกึ ผลลงในตารางบันทกึ ผลการทำกิจกรรม โดยตีความหมายข้อมลู
2 และลงข้อสรุปจากการวเิ คราะห์ข้อมลู จากการสงั เกตและการสืบคน้
และลงข้อสรปุ เกย่ี วกับประเภทและสมบัตบิ างประการของพอลเิ มอร์ได้
ตามความเป็นจรงิ ลงในแบบบันทกึ การคน้ ควา้ แต่ยงั มีข้อผิดพลาด
บันทกึ ผลลงในตารางบนั ทึกผลการทำกจิ กรรม โดยตคี วามหมายข้อมลู
1 และลงข้อสรุปจากการวเิ คราะหข์ ้อมลู จากการสังเกตและการสบื คน้
และลงข้อสรปุ เก่ยี วกบั ประเภทและสมบตั ิบางประการของพอลเิ มอร์ได้
ไม่ถูกต้อง มีข้อผดิ พลาดที่ต้องแกไ้ ขปรบั ปรงุ
ใชง้ านอุปกรณก์ ารทดลองในกิจกรรมได้ถูกวธิ ี หยิบ เคลื่อนยา้ ยอปุ กรณ์
3 อย่างระมดั ระวงั ไมห่ ยอกล้อหรอื แกลง้ เพ่อื นขณะกำลงั ใช้งานอปุ กรณ์
และหลงั การใช้งานอุปกรณ์มีการเกบ็ รักษาอยา่ งถูกวิธี
ใชง้ านอุปกรณ์การทดลองในกิจกรรมได้ถูกวิธี หยบิ เคลอ่ื นย้ายอปุ กรณ์
2 อยา่ งระมดั ระวัง ไมห่ ยอกล้อหรือแกล้งเพอ่ื นขณะกำลังใช้งานอุปกรณ์
แต่หลงั การใช้งานอุปกรณ์ไมม่ ีการเก็บรักษาอยา่ งถูกวธิ ี หรอื ไมเ่ กบ็
อปุ กรณ์เขา้ ต้เู กบ็ อุปกรณต์ ามประเภทของอุปกรณ์
ใช้งานอุปกรณก์ ารทดลองในกิจกรรมได้ แต่ขณะหยบิ เคล่ือนยา้ ยอปุ กรณ์
1 หรอื กำลังใชง้ านอปุ กรณ์ จะหยอกล้อหรือแกลง้ เพ่ือน อาจทำใหอ้ ุปกรณ์
เสยี หายได้ และหลงั การใช้งานอปุ กรณ์ไม่มีการเก็บรักษาอย่างถกู วิธี
9.2 ระดับคณุ ภาพ หมายถงึ ดีมาก
หมายถงึ ดี
คะแนนรวมเฉลี่ย 6.00 - 5.00 หมายถึง พอใช้
คะแนนรวมเฉลย่ี 4.00 - 3.00
คะแนนรวมเฉลีย่ 2.00 - 1.00
ดงั น้นั นักเรยี นตอ้ งได้คะแนนเฉล่ยี ทุกประเดน็ การประเมิน ไม่ต่ำกวา่ 2.00 แสดงระดับ
คุณภาพ ดี ถอื ว่าผา่ นเกณฑ์การประเมินในแผนการจัดการเรียนท่ี 9
10. ความคดิ เหน็ ของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้……………………………………………….……………………………………
............................................................................................................................. ....................................................
ลงชอ่ื .....................................................
(นายหมู่สา ผดิ ไรงาม)
หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
11. ความคดิ เห็นรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวชิ าการ
องค์ประกอบของแผนการจดั การเรียนรู้.............................................................................
มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วดั /ผลการเรยี นรู้สอดคล้อง.......................................................
สาระสำคัญครอบคลุมชดั เจน.............................................................................................
สาระการเรยี นรมู้ ีความถกู ต้องตามหลกั วิชาการ................................................................
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้มีความชดั เจนครอบคลุม (K/P/A).....................................................
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น................................................................................................
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์.................................................................................................
ระบภุ าระงาน/ชิน้ งาน........................................................................................................
กจิ กรรมการเรยี นรู้เน้นผเู้ รียนเปน็ สำคัญ...........................................................................
สือ่ และอุปกรณ์การเรียนรู.้ ................................................................................................
การวัดและการประเมนิ ผลตามจดุ ประสงคก์ ารเรียนร.ู้ ..........................................................
เสนอสง่ แผนการจดั การเรียนรตู้ ามขั้นตอนระบบงาน........................................................
บันทกึ หลังสอน................................................................................................................ .
( นายอบั ดลรอศักด์ิ มณีโสะ๊ )
รองผู้อำนวยการกลมุ่ บรหิ ารวชิ าการ
12. ความคดิ เห็นผ้อู ำนวยการโรงเรยี น
อนญุ าตใหใ้ ช้จดั การเรยี นการสอนได้
ควรปรบั ปรงุ คอื ................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
( นายสิรวุฒิ ยุนุ้ย )
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนกำแพงวิทยา
13. บันทึกหลังการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 9
13.1 ผลการจัดการเรียนรู้ (ตามจุดประสงค)์
จากจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ท้ัง 3 ข้อ ต่อไปน้ี
25. นักเรยี นระบสุ มบตั ิทางกายภาพบางประการและการใชป้ ระโยชนข์ องวัสดุประเภทพอลิเมอร์
เซรามิก และโลหะได้ (K)
26. นกั เรยี นใช้ทักษะการตคี วามหมายข้อมลู และลงข้อสรุป โดยนำข้อมลู จากการสังเกตและการ
สบื คน้ ข้อมูลมาแปลความหมายเพือ่ สรุปชนิดและสมบัติบางประการของพอลเิ มอร์ (P)
27. นกั เรยี นตระหนักถึงความสำคัญของการใช้อุปกรณ์การทำกิจกรรมได้ (A)
พบว่า
- นักเรียนสามารถระบุสมบัติทางกายภาพบางประการและการใช้ประโยชน์ของวัสดุประเภทพอ
ลิเมอร์ เซรามิก และโลหะได้
- นักเรียนสามารถใช้ทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป โดยนำข้อมูลจากการสังเกต
และการสืบคน้ ข้อมูลมาแปลความหมายเพอ่ื สรุปชนดิ และสมบตั ิบางประการของพอลิเมอร์ได้
- นักเรยี นมคี วามตระหนักถงึ ความสำคญั ของการใชอ้ ปุ กรณ์การทำกิจกรรม
13.2 แนวทางแกป้ ญั หานกั เรียนท่ไี มผ่ า่ นผลการเรียนรู้หรือจดุ ประสงค์ (เพอ่ื นำไปสู่ PLC)
-
ลงชอ่ื .....................................................
(นางสาวหุสณา ตามาต)
ครผู สู้ อน
วันท่…ี …เดือน………………….พ.ศ…………
แบบบันทกึ การประเมนิ คุณภาพการเรียนรขู้ องนักเรยี นช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 3
รายวชิ าวิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน (ว23102) หน่วยการเรยี นรู้ที่ 5 ปฏิกิริยาเคมแี ละวัสดใุ นชวี ติ ประจำวัน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 9 เร่ือง สมบัติของพอลเิ มอร์ เซรามกิ และโลหะ
มธั ยมศึกษาปที ่ี 3/7 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
เลขที่ ชื่อ – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดับคณุ ภาพ สรปุ ผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)
้ดานเจตค ิต (A)
333 9 ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ผ่าน ไม่ผา่ น
9
1 ด.ช. กฤษฏ์ิ พรหมนำ้ ดำ 3 3 3 9 //
2 ด.ช. กลา้ ณรงค์ 9 //
3 ด.ช. ครองภพ คงทอง 3 3 3 9 //
4 ด.ช. ชยพล 6 //
5 ด.ช. ชัยวัฒน์ สำเร 3 3 3 6
6 ด.ช. ซัลมาน 9 //
7 ด.ช. ณฏั ฐภทั ร พิพิธประภาเลิศ 3 3 3 6 //
8 ด.ช. ธนากร 6 //
9 ด.ช. ธรี พัฒน์ ตุ้งแก้ว 2 2 2 6 //
10 ด.ช. นนทพทั ธ์ 9 //
11 ด.ช. นนั ทวฒั น์ จองวราห์ศรี 2 2 2 6 //
12 ด.ช. ปฏพิ ล 6 //
13 ด.ช. ภัทรพล ผอมนมุ่ 333 9 //
14 ด.ช. ภมู ิประชา 9 //
15 ด.ช. อฟั ฟาน รกั สะโมะ๊ 2 2 2 6 //
16 ด.ช. อาซัน 9 //
17 ด.ช. สิทธวิ งศ์ จันทรจ์ ติ จริงใจ 2 2 2 9 //
18 ด.ช. ธมกร 9 //
19 ด.ญ. ไคริกา จนั ทรตั น์ 2 2 2 9 //
20 ด.ญ. ญาณศิ า 9 //
21 ด.ญ. ณฐั ชตุ า บนิ สหสั 333 9 //
22 ด.ญ. ดาวิญา 9 //
23 ด.ญ. ธนษิ ฐา สงมาก 2 2 2 9 //
24 ด.ญ. นงนภัส 9 //
25 ด.ญ. นัซมี หมาดหมีน 2 2 2 9 //
26 ด.ญ. ปวณี า 9 //
27 ด.ญ. ปณั ฑิตา ภมรานนท์ 3 3 3 9 //
28 ด.ญ. พชิ ชา 9 //
29 ด.ญ. รวิภา เดชอารญั 3 3 3 9 //
30 ด.ญ. ราตมี า 9 //
31 ด.ญ. ลลติ า หวนั สู 2 2 2 9 //
32 ด.ญ. วรนุช //
สุวรรณวงศ์ 3 3 3 //
สวุ รรณวโิ ก 3 3 3
โดงกูล 3 3 3
รตั นพันธ์ 3 3 3
ศริ สิ ม 3 3 3
สายเสน็ 333
ยิง่ ขจร 3 3 3
สันโด 3 3 3
เลง่ เจะ๊ 3 3 3
ศรนี ุ้ยคง 3 3 3
แก้วบุตร 3 3 3
ราเหม 3 3 3
เหมรา 3 3 3
สันหลี 3 3 3
อสุ มา 3 3 3
อุศมา 3 3 3
เลขที่ ชื่อ – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดบั คุณภาพ สรุปผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)
้ดานเจตค ิต (A)
3 3 3 9 ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ผา่ น ไมผ่ า่ น
33 ด.ญ. วมิ ลรตั น์ จิระเสถียร 333 9 / /
34 ด.ญ. ศศิภา หนูวงศ์
35 ด.ญ. สริ นิ ทรา ไชยยัน 333 9 / /
36 ด.ญ. อนสุ รา สะเล่
37 ด.ญ. อญั ญาณี ทมุ มาลี 333 9 / /
38 ด.ญ. ปวัณรัตน์ อมุ าลี
39 ด.ญ. พิศลยา ละมลู สุข 333 9 / /
40 ด.ญ. วิยะดา ธนะภาส
333 9 / /
333 9 / /
333 9 / /
222 6 / /
จำนวนกลุ่ม 31 9 40 0
ร้อยละ 77.5 22.5 100 0
เกณฑร์ ะดบั คุณภาพ สรปุ ผลการประเมิน ลงช่ือ.........................................
ช่วงคะแนน 8-9 : ระดบั คุณภาพดี ผา่ น : ระดบั คณุ ภาพดีและพอใช้ (นางสาวหสุ ณา ตามาต)
ชว่ งคะแนน 5-7 : ระดับคณุ ภาพพอใช้ ไมผ่ า่ น : ระดับคณุ ภาพปรบั ปรุง ผ้ปู ระเมิน
ช่วงคะแนน 0-4 : ระดับคณุ ภาพปรบั ปรุง
ต้องได้คะแนนเฉลี่ยทุกประเด็นการประเมนิ ไมต่ ำ่ กว่า 2.00 แสดงระดับคุณภาพ ดี ข้ึนไปเทา่ นน้ั
ถงึ จะผ่านการเรยี นรู้ตามตวั ชวี้ ัด
แบบบนั ทกึ การประเมินคุณภาพการเรยี นรขู้ องนักเรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 3
รายวิชาวิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน (ว23102) หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 5 ปฏิกิริยาเคมีและวัสดใุ นชวี ิตประจำวัน
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 9 เรื่อง สมบัติของพอลเิ มอร์ เซรามกิ และโลหะ
มธั ยมศึกษาปที ่ี 3/8 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
เลขที่ ช่อื – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดับคณุ ภาพ สรปุ ผลการ
ประเมนิ
ด้านกระบวนการ (P)
้ดานเจตค ิต (A)
333 9 ดี พอใช้ ปรบั ผา่ น ไมผ่ า่ น
ปรุง
1 ด.ช. กฤษฎา ขนุ รายา 222 6
6 //
2 ด.ช. จิตตพิ ฒั น์ หลังชาย 222 6 //
9 //
3 ด.ช. จิรพงษ์ เจยี มพงศไ์ พศาล 2 2 2 6 //
9 //
4 ด.ช. ณฐั วฒุ ิ โอมณี 333 9 //
9 //
5 ด.ช. ณฐั วฒุ ิ หมาดแน้ง 2 2 2 9 //
9 //
6 ด.ช. ทวีพล อนิ ทพันธ์ 3 3 3 9 //
9 //
7 ด.ช. ทีฆายุ พนั ตรี 3 3 3 6 //
9 //
8 ด.ช. ธีรธ์ วัช กลนิ่ เขยี ว 3 3 3 9 //
6 //
9 ด.ช. ธรี ภทั ร ทองแป้น 3 3 3 9 //
9 //
10 ด.ช. ปญั ญวชิ ญ์ สาเส็น 333 9 //
9 //
11 ด.ช. พงศพัศ สังขชาติ 333 9 //
6 //
12 ด.ช. พงศา คงพลับ 333 9 //
9 //
13 ด.ช. ฟารอ์ ยั ดนี ลลี านนท์ 2 2 2 9 //
9 //
14 ด.ช. ภทั ธพล องสารา 333 9 //
9 //
15 ด.ช. ภรู ิพัฒน์ แทง่ ทอง 333 9 //
9 //
16 ด.ช. อัครวนิ ท์ ธาราพสิ ิฐ 2 2 2 6 //
//
17 ด.ช. อันดา นวมจิตร์ 3 3 3
18 ด.ช. อสั มี โสลิกี 3 3 3
19 ด.ญ. ชนันรัตน์ พรหมจรรย์ 3 3 3
20 ด.ญ. ซนั นี ราเย็น 3 3 3
21 ด.ญ. ณฐั ณิชา บุญคง 333
22 ด.ญ. ณฐั ณชิ า บวั ทอง 222
23 ด.ญ. ธัญญลกั ษณ์ มะโนรตั น์ 3 3 3
24 ด.ญ. ธญั ญลกั ษณ์ ทองไชย 333
25 ด.ญ. นงนภัส องสารา 333
26 ด.ญ. นรุ รยั ฮาล เขยี วยบั 333
27 ด.ญ. นูรไลลา มา่ เหล็ม 333
28 ด.ญ. นรู อยั ดาร์ หลหี าด 333
29 ด.ญ. นูรอัยนี หนูหัน 333
30 ด.ญ. ปฏญิ ญา สะอา 333
31 ด.ญ. ปนัดดา มจั ฉา 222
เลขที่ ชอ่ื – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดับคณุ ภาพ สรุปผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)
้ดานเจตค ิต (A)
333 9 ดี พอใช้ ปรบั ผ่าน ไมผ่ ่าน
ปรงุ
32 ด.ญ. พมิ พพ์ ิชญช์ า อนพุ งศ์ 333 9 / /
33 ด.ญ. ลลติ า ชสู กลุ 333 9 / /
34 ด.ญ. ลิปดา เตพิริยะกลุ 222 6 //
35 ด.ญ. วราลี กองหลัง 333 9 / /
36 ด.ญ. สทุ ธิดา แสงดำ 333 9 / /
37 ด.ญ. อาซุมี เกาะสมนั 333 9 / /
38 ด.ญ. อลุ ยา หวันสู 333 9 / /
39 ด.ญ. อนสุ รา ทรัพยว์ งศา 333 9 / /
40 ด.ญ. อภญิ ญา ตาเอ็น 222 6 /
จำนวนกลมุ่ 30 11 40 0
รอ้ ยละ 73.17 26.83 100 0
เกณฑ์ระดับคุณภาพ สรปุ ผลการประเมิน ลงช่ือ.........................................
ช่วงคะแนน 8-9 : ระดับคณุ ภาพดี ผ่าน : ระดบั คุณภาพดีและพอใช้ (นางสาวหสุ ณา ตามาต)
ช่วงคะแนน 5-7 : ระดับคณุ ภาพพอใช้ ไม่ผ่าน : ระดับคณุ ภาพปรับปรงุ ผ้ปู ระเมิน
ช่วงคะแนน 0-4 : ระดับคณุ ภาพปรบั ปรงุ
ตอ้ งไดค้ ะแนนเฉล่ยี ทกุ ประเดน็ การประเมนิ ไม่ตำ่ กวา่ 2.00 แสดงระดับคุณภาพ ดี ข้ึนไปเท่าน้นั
ถึงจะผา่ นการเรยี นรู้ตามตวั ชว้ี ดั
ส่อื การเรยี นรู้แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 9: สือ่ วีดิทศั น์
คลิปวีดีทศั น์: การเกิดพอลเิ มอร์
สอ่ื วีดิทัศนเ์ รื่อง การเกดิ พอลิเมอร์ อธิบายเก่ียวขอ้ งกบั การเกิดพอลเิ มอร์จากการรวมตัวของมอนอเมอร์
แหลง่ ท่ีมา: เว็บไซต์อ้างองิ ipst.me/10651
เผยแพรเ่ ม่ือ 2 กนั ยายน พ.ศ. 2562
(เจา้ ของผลงาน สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.))
ส่ือการเรยี นรู้แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 9: ใบกจิ กรรมที่ 5.8
ใบกิจกรรมท่ี 5.8 พอลเิ มอร์ เซรามกิ และโลหะ มีสมบัติอยา่ งไร
หนงั สือเรียนรายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 เล่ม 2 ตามหลกั สตู รแกนกลาง
การศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุงพ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธกิ าร หนา้ 40
กิจกรรมท่ี 5.8 พอลเิ มอร์ เซรามิก และโลหะ มีสมบัติอย่างไร?
จดุ ประสงค์
1. สงั เกตลักษณะของวสั ดปุ ระเภทพอลเิ มอร์ เซรามกิ และโลหะ
วสั ดอุ ุปกรณ์ 2. ตรวจสอบและอธบิ ายสมบัตทิ างกายภาพของวัสดุประเภทพอลเิ มอร์ เซรามิก และโลหะ
วัสดุที่ใช้ตอ่ กลมุ่
1. พอลิเมอร์ เช่น ยางรดั ของ ลูกโปง่ ขวดเพ็ต 2 ชนดิ ชนิดละ 1 ชน้ิ
ชามเมลามนี ถุงพลาสตกิ (ถงุ เยน็ ถงุ ร้อน) เส้นดา้ ย
2. เซรามกิ เช่น ช้อนกระเบื้อง แผน่ กระเบื้องดิน 2 ชนดิ ชนดิ ละ 1 ชิ้น
เผาอฐิ มอญ
3. โลหะ เชน่ แผน่ สงั กะสี แผน่ อะลูมิเนียม แผ่นทองแดง 2 ชนดิ ชนิดละ 1 ช้นิ
ตะปเู หล็ก
4. น้ำ 200 cm3
5. ถา่ นไฟฉาย 1.5 V พร้อมกระบะถ่าน 2 กอ้ น
6. สายไฟฟา้ พร้อมข้วั เสียบและคลปิ ปากจระเข้ยาว 50 cm 3 เสน้
7. หลอดไฟฟ้า 2.5 V พร้อมฐาน 1 ชุด
8. บีกเกอร์ขนาด 250 cm3 1 ใบ
9. คีมคีบ 1 อัน
10. ตะเกียงแอลกอฮอล์พรอ้ มทกี่ ัน้ ลม 1 ชุด
11. ค้อนขนาดเลก็ 1 อัน
12. ถงุ ผ้า ขนาดกว้าง x ยาว ประมาณ 7 นว้ิ x 9 นวิ้ 1 ใบ
วิธดี ำเนนิ 1. เลือกพอลเิ มอร์ เซรามิก และโลหะมาประเภทละ 2 ตัวอยา่ ง สังเกตลกั ษณะของวสั ดุ
กิจกรรม ทเ่ี ลอื กและบันทึกผล
2. ทำกจิ กรรมเพ่อื ตรวจสอบสมบตั ติ ่าง ๆ ของวสั ดุ ดังนี้
2.1 การนำไฟฟา้ ทดสอบโดยนำวสั ดุไปตอ่ กับวงจรไฟฟ้าอยา่ งง่าย สงั เกตการ
เปล่ยี นแปลงของหลอดไฟฟา้ และบนั ทึกผล
2.2 ความเหนยี วหรือความเปราะ ทดสอบโดยนำวสั ดใุ ส่ถุงผา้ แลว้ ใชค้ อ้ นทบุ ดว้ ย
แรงเท่ากัน สงั เกตการเปล่ยี นแปลงและบนั ทึกผล
2.3 การทนความร้อน ทดสอบโดยนำวสั ดทุ ตี่ ดั เปน็ ช้นิ เล็กๆ ใสล่ งในบีกเกอร์ท่ีมีน้ำ
บรรจอุ ยู่ จากน้นั นำไปให้ความรอ้ นจนนำ้ เดือด สงั เกตการเปลย่ี นแปลงและบันทึกผล
กจิ กรรมท่ี 5.8 พอลเิ มอร์ เซรามิก และโลหะ มสี มบตั ิอยา่ งไร?
การเตรียมตวั เตรียมตวั อย่างวัสดุ เชน่ ยางรดั ของ ลูกโป่ง ขวดเพ็ต (polyethylene terephthalate
ลว่ งหนา้ สำหรับ หรือ PET) ถุงพลาสติกชนิดถุงเย็น (polyethylene หรอื PE) และชนดิ ถงุ ร้อน
ครู (polypropylene หรอื PP) ถา้ วัสดมุ ขี นาดใหญ่ ให้ตัดวัสดใุ หม้ ขี นาดประมาณ
2 เซนติเมตร x 5 เซนติเมตร สำหรับชามเมลามีน ช้อนกระเบ้อื ง แผ่นกระเบ้ืองดินเผา
ขอ้ ควรระวัง อาจเลือกใชข้ องใชท้ ่ที ำจากวัสดดุ ังกล่าวทม่ี ีขนาดใกลเ้ คยี งกนั หรือใช้เศษวสั ดุทท่ี ำให้แตก
โดยวธิ ีการตัดหรือทบุ วัสดุ และเพ่ือป้องกนั การกระเด็นของวสั ดุ ควรกระทำในบรเิ วณ
ข้อเสนอแนะใน ท่ีมลี ักษณะเปน็ หลุม
การทำกิจกรรม • เตอื นนกั เรียนใหใ้ ชค้ วามระมดั ระวังและสวมแวน่ ตานิรภยั ขณะทดสอบความแขง็ ของวัสดุ
โดยการทุบดว้ ยค้อน
สือ่ การเรียนร/ู้ • ใหน้ กั เรยี นใชค้ วามระมัดระวงั อนั ตรายจากวัสดทุ ีแ่ ตกหลังการทบุ ซ่ึงอาจมีความ
แหลง่ เรียนรู้ แหลมคม เม่ือทำกจิ กรรมแลว้ ให้ห่อวัสดุที่แหลมคมด้วยกระดาษหนา ๆ ก่อนทิง้
ในการทดสอบความเหนยี วหรือความเปราะของวัสดุประเภทเซรามกิ ควรเลอื กวสั ดุ
ประเภทเซรามิก เช่น เศษกระถางดินเผา เศษกระเบ้ืองชนิดบาง เพื่อใหเ้ ห็นการ
เปลย่ี นแปลงชดั เจน เมื่อทดสอบความเหนยี วหรอื ความเปราะ และครูควรสาธติ ให้ดทู ้ัง
ชน้ั เรยี นแล้วใช้ผลการทำกิจกรรมรว่ มกนั โดยไมจ่ ำเป็นต้องใหน้ ักเรยี นทำทุกกลุ่ม
เพื่อเปน็ การใชว้ สั ดุอย่างประหยดั ปลอดภยั และปอ้ งกันอันตรายทีอ่ าจเกิดขึ้น
• สถาบนั พลาสตกิ . https://thaiplastics.org/
• การไฟฟ้าฝา่ ยผลิตแห่งประเทศไทย : รไู้ วใ้ ช่วา่ ไฟฟา้ ใกล้ตัว “การใชไ้ ฟฟ้าอย่าง
ปลอดภยั ”https://www.egat.co.th/index.php?option=com_content&view=artic
le&id=2507:art20180508-01&catid=49&Itemid=251
คำถามท้ายกจิ กรรม
1. พอลเิ มอร์ เซรามิก และโลหะทน่ี ำมาทดสอบมีอะไรบา้ ง
2. พอลเิ มอร์ เซรามิก และโลหะท่ีนำมาทดสอบมีสมบัตอิ ยา่ งไร ทราบได้อย่างไร
3. พอลเิ มอร์ เซรามกิ และโลหะที่นำมาทดสอบมสี มบัตเิ หมือนและต่างกันอย่างไร
4. จากกจิ กรรม สรุปไดว้ ่าอย่างไร
สอ่ื การเรยี นรู้แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 9: แบบบันทกึ การคน้ คว้ากจิ กรรมท่ี 5.8
แบบบนั ทกึ การค้นควา้ กจิ กรรมท่ี 5.8 พอลเิ มอร์ เซรามิก และโลหะ มสี มบตั ิอยา่ งไร
ชือ่ -นามสกุล..........................................................................................ชน้ั .................เลขท.ี่ ..........กล่มุ ท.่ี ...........
ผลการทำกจิ กรรม
ชนดิ ของวสั ดุ เมื่อต่อกบั วงจรไฟฟา้ เมอื่ ทุบด้วยค้อนยาง เมือ่ นำไปตม้
อย่างงา่ ย ในนำ้ เดอื ด
พอลเิ มอร์
- ยางรัดของ
- ลกู โปง่
- ขวดเพต็
- ชามเมลามีน
- ถงุ พลาสติก (ถงุ รอ้ น)
- ถุงพลาสตกิ (ถุงเย็น)
- ถ้วยนำ้
- ถงุ ซิป
- พลาสติกห่ออาหาร
- เสน้ ดา้ ย
เซรามกิ
ชอ้ นกระเบื้อง
แผ่นกระเบื้องดินเผา
อิฐมอญ
โลหะ
แผน่ สังกะสี
แผ่นอะลูมเิ นยี ม
แผ่นทองแดง
ตะปเู หลก็
แนบท้ายแผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 9: การใหค้ ะแนนด้านกระบวนการ (P)
แนวทางบันทึกการคน้ ควา้ กิจกรรมท่ี 5.8 พอลิเมอร์ เซรามกิ และโลหะ มสี มบตั ิอยา่ งไร
ผลการทำกิจกรรม เม่ือต่อกับวงจรไฟฟ้า เมอ่ื ทุบด้วยคอ้ นยาง เม่อื นำไปต้ม
อยา่ งงา่ ย ในน้ำเดอื ด
ชนิดของวัสดุ ไม่เปลย่ี นแปลง
หลอดไฟฟ้าไม่สว่าง ไม่เปลย่ี นแปลง ไมเ่ ปลี่ยนแปลงรปู รา่ ง
พอลเิ มอร์ หลอดไฟฟา้ ไมส่ ว่าง ไมเ่ ปลี่ยนแปลง ไม่เปลย่ี นแปลงรปู ร่าง
- ยางรัดของ หลอดไฟฟา้ ไม่สวา่ ง ไม่เปลย่ี นแปลง ไมเ่ ปลี่ยนแปลงรูปรา่ ง
- ลกู โป่ง หลอดไฟฟา้ ไมส่ วา่ ง ไม่เปลย่ี นแปลง ไม่เปลย่ี นแปลงรปู ร่าง
- ขวดเพ็ต หลอดไฟฟา้ ไมส่ วา่ ง ไมเ่ ปลี่ยนแปลง ไม่เปลย่ี นแปลงรูปรา่ ง
- ชามเมลามนี หลอดไฟฟ้าไมส่ ว่าง ไมเ่ ปลี่ยนแปลง ไม่เปลย่ี นแปลงรปู ร่าง
- ถงุ พลาสตกิ (ถงุ ร้อน) หลอดไฟฟา้ ไม่สว่าง ไม่เปลย่ี นแปลง
- ถงุ พลาสตกิ (ถงุ เย็น) หลอดไฟฟ้าไมส่ ว่าง ไมเ่ ปลี่ยนแปลง ชิ้นวัสดุโค้งงอ
- ถว้ ยนำ้ หลอดไฟฟา้ ไม่สวา่ ง ชิน้ วัสดุบิดงอ
- ถงุ ซปิ ไมเ่ ปลี่ยนแปลง วัสดบุ ิดงอและ
หลอดไฟฟ้าไม่สวา่ ง จบั เปน็ กอ้ น
- พลาสติกหอ่ อาหาร แตกเป็นชิ้นเลก็ ไม่เปลี่ยนแปลงรูปรา่ ง
หลอดไฟฟา้ ไมส่ วา่ ง แตกเปน็ ชิ้นเลก็
- เสน้ ด้าย หลอดไฟฟา้ ไมส่ ว่าง แตกเป็นชน้ิ เล็ก ไม่เปลย่ี นแปลงรูปร่าง
เซรามิก หลอดไฟฟา้ ไมส่ วา่ ง ไมเ่ ปล่ียนแปลงรปู ร่าง
ชอ้ นกระเบื้อง ไมเ่ ปลยี่ นแปลง ไมเ่ ปลี่ยนแปลงรูปร่าง
แผ่นกระเบ้ืองดินเผา หลอดไฟฟา้ สว่าง ไมเ่ ปลีย่ นแปลง
อิฐมอญ หลอดไฟฟ้าสว่าง ไมเ่ ปลี่ยนแปลง ไมเ่ ปลี่ยนแปลงรปู ร่าง
โลหะ หลอดไฟฟ้าสว่าง ไม่เปลย่ี นแปลง ไมเ่ ปลยี่ นแปลงรปู ร่าง
แผ่นสังกะสี หลอดไฟฟา้ สวา่ ง ไม่เปลยี่ นแปลงรูปร่าง
แผน่ อะลมู ิเนยี ม ไม่เปล่ียนแปลงรปู ร่าง
แผน่ ทองแดง
ตะปเู หล็ก
แนบท้ายแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 9: การใหค้ ะแนนดา้ นความรู้ (K)
เฉลยใบกจิ กรรมที่ 5.8 พอลิเมอร์ เซรามิก และโลหะ มีสมบัติอย่างไร
เฉลยคำถามท้ายกจิ กรรม
1. พอลเิ มอร์ เซรามิก และโลหะทน่ี ำมาทดสอบมีอะไรบ้าง
แนวคำตอบ คำตอบขน้ึ อยู่กับตัวอย่างท่ีเลือกมาศึกษา เช่น
- พอลิเมอรท์ ่ีนำมาทดสอบ ไดแ้ ก่ ยางรดั ของ ถุงพลาสตกิ ชนิดใชบ้ รรจุของร้อน
- เซรามิกท่ีนำมาทดสอบ ได้แก่ ชามกระเบื้อง กระเบ้ืองดนิ เผา
- โลหะทนี่ ำมาทดสอบ ได้แก่ แผ่นสังกะสี มุง้ ลวด
2. พอลเิ มอร์ เซรามิก และโลหะที่นำมาทดสอบมีสมบัติอยา่ งไร ทราบไดอ้ ยา่ งไร
แนวคำตอบ พอลิเมอร์และเซรามิกที่นำมาทดสอบ ไม่นำไฟฟา้ ทราบไดจ้ ากเมอ่ื นำช้นิ วัสดไุ ปตอ่ เข้าใน
วงจรไฟฟ้าอยา่ งงา่ ยแลว้ หลอดไฟฟ้าไมส่ ว่าง สว่ นโลหะทกุ ชนดิ ทน่ี ำมาทดสอบนำไฟฟา้ ได้ เมอื่ นำช้นิ วสั ดุไปต่อ
เขา้ ในวงจรไฟฟ้าอยา่ งงา่ ยแล้วทำใหห้ ลอดไฟฟา้ สวา่ ง
เซรามิกแขง็ แต่เปราะ ทราบไดจ้ ากเมื่อทุบด้วยค้อนแล้วแตกเปน็ ชน้ิ ส่วนพอลเิ มอรแ์ ละโลหะ เม่ือทุบดว้ ย
คอ้ นแล้ววสั ดไุ ม่แตกเปน็ ชน้ิ
พอลิเมอรบ์ างชนดิ เช่น พลาสติกห่ออาหาร ถงุ พลาสติก (ถงุ เย็น) ไม่ทนความรอ้ น ทราบได้จาก เม่ือนำไป
ตม้ วสั ดุจะเปล่ยี นแปลงรูปรา่ ง สว่ นเซรามิก โลหะ ทนความร้อน เพราะเม่ือนำไปตม้ วัสดจุ ะไมเ่ ปล่ยี นแปลงรปู รา่ ง
3. พอลิเมอร์ เซรามกิ และโลหะท่นี ำมาทดสอบมีสมบัติเหมือนและต่างกันอย่างไร
แนวคำตอบ พอลิเมอร์ เซรามิก และโลหะท่นี ำมาศกึ ษามีสมบัติเหมอื นและตา่ งกัน ดงั น้ี
- พอลเิ มอร์และเซรามิกไม่นำไฟฟ้า สว่ นโลหะนำไฟฟ้า
- พอลิเมอร์บางชนดิ เช่น พลาสติกห่ออาหาร ถุงพลาสติก (ถุงเย็น) ไม่ทนความร้อน ในขณะท่ี
พอลิเมอร์อน่ื เชน่ ยางรดั ของ เสน้ ดา้ ย ถ้วยเมลามีน ทนความร้อน สว่ นเซรามิกและโลหะทนความร้อนได้ดี
- พอลเิ มอรแ์ ละโลหะเหนียว ไม่แตกเป็นชน้ิ เม่ือทุบด้วยค้อน แต่เซรามิกเปราะ เมื่อทุบแลว้
แตกเปน็ ช้นิ เล็ก
4. จากกจิ กรรม สรุปได้วา่ อย่างไร
แนวคำตอบ พอลเิ มอร์ เซรามิก และโลหะมีสมบัติบางอย่างเหมือนกัน และมีสมบตั บิ างอย่างต่างกนั
พอลเิ มอรแ์ ละเซรามิกไม่นำไฟฟ้า สงั เกตไดจ้ ากเม่ือนำไปต่อกบั วงจรไฟฟา้ อย่างงา่ ยแล้ว หลอดไฟฟ้าไมส่ ว่าง
ในขณะทโ่ี ลหะนำไฟฟา้ เซรามิกและโลหะทนต่อความร้อน เมอ่ื นำไปให้ความร้อนโดยการต้มในนำ้ เดือด
จะไมเ่ ปล่ยี นรูปร่าง แต่พอลิเมอรบ์ างชนดิ เปลีย่ นแปลงรปู ร่างเมอื่ นำไปให้ความร้อนโดยการต้มในน้ำเดือด
แนบท้ายแผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 9: เฉลยกิจกรรมทบทวนความร้กู ่อนเรียน
เฉลยกจิ กรรมทบทวนความรู้ก่อนเรียน จำนวน 5 ข้อ
หนังสอื เรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นม.3 เล่ม2 สสวท. หน้า39
เขียนเครื่องหมาย ล้อมรอบข้อที่ถูกต้อง
ข้อใดไมใ่ ช่วัสดุ
ก. ยาง ข. ไม้ ค. เหลก็ ง. เกา้ อี้
เลอื กตวั อักษรหนา้ วิธกี ารทดสอบแลว้ เติมลงในช่องว่างหนา้ สมบตั ทิ างกายภาพทีก่ ำหนดให้
ค ความแข็ง ก. นำวสั ดทุ ่ีแขวนไวผ้ กู กับถงุ ทราย จากนัน้ นำถุงทรายออก
ง การนำไฟฟ้า เปรียบเทยี บความยาวของวสั ดุก่อนผกู ขณะผกู และ
ข การนำความร้อน หลงั จากนำถุงทรายออก
ก สภาพยืดหยุน่
ข. ติดกอ้ นดินนำ้ มันไว้ทปี่ ลายวสั ดดุ า้ นหนึ่งแลว้ ให้
ความรอ้ นทป่ี ลายอีกดา้ นหนงึ่ ของวัสดุ สังเกตการ
เปลีย่ นแปลงของก้อนดนิ น้ำมัน
ค. ใช้ตะปหู รือเข็มหมุดขีดลงบนวัสดุ สังเกตรอยท่ปี รากฏ
บนผวิ วสั ดุ
ง. นำไปต่อกบั วงจรไฟฟ้าอย่างง่ายทีม่ หี ลอดไฟฟ้า
สังเกตความสวา่ งของหลอดไฟฟ้า
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 10
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ฯ รหสั วิชา ว23102 รายวชิ าวิทยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน 6
ปีการศึกษา 2564
ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 2 ชว่ั โมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 ปฏิกริ ยิ าเคมแี ละวัสดใุ นชีวิตประจำวนั
ชื่อผู้สอน นางสาวหสุ ณา ตามาต
1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวช้ีวดั
ว 2.1 เขา้ ใจสมบตั ิของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัตขิ องสสารกับโครงสร้าง
และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสารการเกิดสารละลาย
และการเกิดปฏกิ ิริยาเคมี
ตวั ชี้วัด
ว 2.1 ม.3/2 ตระหนักถึงคุณค่าของการใช้วสั ดุประเภทพอลิเมอร์ เซรามิก และวัสดุผสม โดยเสนอแนะ
แนวทางการใชว้ สั ดุอย่างประหยดั และคุ้มคา่
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
1) วัสดุผสมเป็นวัสดุที่เกิดจากวัสดุตั้งแต่ 2 ประเภทที่มีสมบัติแตกต่างกันมารวมตัวกัน เพื่อนำไปใช้
ประโยชน์ได้มากขึ้น เช่น เสื้อกันฝนบางชนิดเป็นวัสดุผสมระหว่างผ้ากับยาง คอนกรีตเสริมเหล็กเป็นวัสดุผสม
ระหวา่ งคอนกรีตกบั เหลก็
2) วัสดุบางชนิดสลายตัวยาก เช่น พลาสติก การใช้วัสดุอย่างฟุ่มเฟือยและไม่ระมัดระวังอาจก่อปัญหา
ต่อสิ่งแวดลอ้ ม
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) ดา้ นความรู้ (K) นกั เรยี นระบแุ นวทางการใช้วัสดุประเภทพอลิเมอร์ เซรามิก โลหะ และ
วสั ดุผสมอยา่ งประหยัดและคุ้มคา่
2) ด้านทักษะ (P) นักเรยี นใช้ทกั ษะด้านการสอ่ื สาร โดยนำเสนอผลการสบื คน้ ข้อมูลเกยี่ วกับ
การใชว้ ัสดปุ ระเภทพอลเิ มอร์ เซรามิก โลหะ และวัสดุผสมในชวี ิตประจำวนั
3) ดา้ นเจตคติ (A) นักเรียนตระหนกั ถึงคุณค่าของการใชว้ สั ดุในชีวติ ประจำวันจากการเสนอแนะ
แนวทางการใช้วสั ดุผสมอย่างประหยัดและคุ้มค่า
3. สาระการเรียนรู้
พอลิเมอร์ เซรามิก โลหะ และวัสดุผสมเป็นวัสดุที่มีสมบัติทางกายภาพแตกต่างกัน จึงนำมาใช้
ประโยชน์ในชวี ติ ประจำวันไดอ้ ยา่ งหลากหลายตามสมบัติของวสั ดแุ ต่ละชนิด พอลิเมอรเ์ ป็นสารประกอบโมเลกุล
ใหญ่ที่เกิดจากสารที่มีโมเลกุลขนาดเล็กซ้ำ ๆ กันจำนวนมากมายึดเหนี่ยวกัน มีทั้งที่เกิดขึ้นตามธรรม ชาติและ
สังเคราะห์ขึ้น พอลิเมอร์ส่วนใหญ่ไม่นำไฟฟ้า มีความเหนียวและความยืดหยุ่นแตกต่างกัน บางชนิดเกิดการ
เปลี่ยนแปลงเม่อื ไดร้ ับความร้อนสามารถนำมาข้ึนรูปเป็นผลิตภัณฑร์ ปู ทรงต่าง ๆ ไดง้ ่าย โดยใช้พลงั งาน ความ
ร้อนน้อยกว่าเซรามิกและโลหะ พอลิเมอร์มีสมบัติเหมาะสมต่อการใช้งานในหลากหลายรูปแบบ จึงเป็นวัสดุที่
นำมาใช้ในชวี ติ ประจำวันอย่างแพร่หลาย เซรามกิ ท่ใี ช้งานท่วั ไปเป็นวสั ดทุ ่ีผลิตจากดนิ หนิ ทราย และแร่ธาตุต่าง
ๆ จากธรรมชาติ ทีผ่ ่านการข้นึ รปู แลว้ นำไปเผาที่อุณหภูมสิ ูง ทำให้โครงสร้างและสมบตั ิเปลี่ยนไปจากเดิม เซรามิ
กส่วนใหญ่แข็งแต่เปราะ ทนต่อการสึกกร่อนได้สูง มีจุดหลอมเหลวสูงเป็นฉนวนความร้อนและฉนวนไฟฟ้า ทน
ความร้อนได้ดี เมื่อได้รับความร้อนแล้วไม่เปลี่ยนแปลงรูปร่าง โลหะส่วนใหญ่มีสมบัติแข็ง เหนียว สามารถตีให้
เป็นแผ่นหรือยืดเป็นเส้นได้ สามารถนำความร้อนและนำไฟฟ้าได้ดีกว่าพอลิเมอร์และเซรามิก มีจุดหลอมเหลว
และจดุ เดือดสูง วสั ดผุ สมหรอื วัสดุคอมโพสิตเกิดจากการนำวัสดตุ ่างชนิดท่มี ีสมบัตติ ่างกันมาผสมได้เป็นวัสดุใหม่
ที่มีสมบัติดีกว่าวัสดุตั้งต้นแต่ละชนิด ทำให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น วัสดุบางชนิดย่อยสลายตาม
ธรรมชาตไิ ด้ยาก ดังนนั้ จงึ ควรใชว้ ัสดเุ ทา่ ท่ีจำเปน็ หรือใช้งานอยา่ งคุม้ ค่า โดยลดการใชว้ ัสดุที่ย่อยสลายไดย้ ากและ
เลอื กใช้วัสดทุ ี่ย่อยสลายได้งา่ ยและเป็นมิตรตอ่ สงิ่ แวดลอ้ ม
4. ด้านสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
ความสามารถในการสอื่ สาร: นักเรียนสามารถส่อื สาร โดยการนำเสนอผลการสบื ค้นขอ้ มูลเก่ยี วกบั
ความหมาย สมบตั ิและตวั อย่างวสั ดผุ สม,
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี: นกั เรียนสามารถใช้เทคโนโลยี โดยสืบค้นขอ้ มูลเกี่ยวกบั
ความหมายสมบตั ิและตวั อย่างวสั ดุผสมบนอนิ เทอร์เน็ต
5. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อยา่ งพอเพียง ซอ่ื สตั ย์สุจริต มุ่งมนั่ ในการทำงาน
มวี นิ ัย รักความเปน็ ไทย ใฝเ่ รียนรู้ มจี ติ สาธารณะ
6. ชิน้ งาน /ภาระงาน
ใบบนั ทึกกิจกรรมเร่ือง ใชว้ สั ดุในชีวิตประจำวันอย่างไรใหป้ ระหยดั และค้มุ ค่า
7. กิจกรรมการเรียนรู้
ใชร้ ูปแบบการจดั การเรียนการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es)
ขน้ั ท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement)
1) ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียน เพื่อนำเข้าสู่กิจกรรมท้ายบท ใช้วัสดุในชีวิตประจำวัน
อย่างไรใหป้ ระหยัดและคมุ้ ค่า โดยให้ต้งั ประเด็นคำถามทบทวนการเรียนดังนี้
- วัสดทุ นี่ ำมาใช้ทำของใชใ้ นชีวิตประจำวันไดแ้ ก่อะไรบ้าง แตล่ ะชนิดมีสมบัตอิ ย่างไร
(แนวคำตอบ วัสดุที่นำมาใช้ทำของใชใ้ นชีวิตประจำวนั ได้แก่ พอลิเมอร์ เซรามิก โลหะ และวัสดผุ สม พอลิเมอร์
มีสมบัติหลากหลาย และเหมาะสำหรับการใช้งานในหลากหลายรูปแบบ พอลิเมอร์ส่วนใหญ่ไม่นำไฟฟ้า ไม่นำ
ความร้อน บางชนิดมีสภาพยืดหยุ่นสงู บางชนิดได้รับความร้อนแล้วเปลี่ยนแปลง พอลิเมอร์สามารถนำมาข้นึ รปู
เปน็ ผลิตภณั ฑ์รปู ทรงต่าง ๆ ไดง้ า่ ย เซรามกิ แขง็ แต่เปราะ ทนต่อการสกึ กร่อน ไม่นำความรอ้ น ไม่นำไฟฟา้ โลหะ
มสี มบตั ิแข็งและเหนยี ว สามารถตใี ห้เป็นแผน่ หรอื ยืดเป็นเส้นได้ นำไฟฟา้ และนำความร้อนได้ดี สว่ นวสั ดผุ สมเกิด
จากการนำวัสดุต่างชนดิ กันมาประกอบกนั เพอ่ื ใหม้ ีสมบตั ติ ามตอ้ งการซึง่ ดกี ว่าวัสดุตงั้ ตน้ )
ขั้นท่ี 2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration)
2) ครเู ชอื่ มโยงเข้าสูก่ จิ กรรมทา้ ยบท ใช้วัสดุในชีวิตประจำวันอย่างไรให้ประหยัดและคุ้มค่า โดย
ใช้คำถามว่า นักเรียนจะนำความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของการใช้วัสดุในชีวิตประจำวัน มาเลือกและใช้วัสดุอย่าง
ประหยัดและค้มุ คา่ ไดอ้ ย่างไร (นักเรยี นตอบตามความเขา้ ใจของตนเอง)
3) นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดำเนินกิจกรรม ตามหนังสือเรียนรายวิชา
พื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 51 และครูตรวจสอบความ
เข้าใจการอา่ น โดยใช้คำถามดังต่อไปน้ี
- กจิ กรรมน้เี ก่ยี วกับเร่ืองอะไร (แนวทางการใช้วัสดอุ ย่างประหยัดและคุ้มคา่ )
- กิจกรรมนี้มจี ดุ ประสงคอ์ ะไร (ระบเุ หตุผลในการเลอื กใช้วสั ดอุ ยา่ งประหยัดและคุ้มคา่ )
- วิธีดำเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (สืบค้นข้อมูลการใช้วัสดุประเภทพอลิเมอร์
เซรามิก โลหะ และวัสดุผสมในชีวิตประจำวัน โดยบันทึกลงในตารางบันทึกข้อมูลประเภทของวัสดุ ตัวอย่าง
สิ่งของเครือ่ งใช้ และระบเุ หตุผลที่เลือกนำวสั ดุน้ันมาใช้งาน)
- ข้อควรระวงั ในการทำกจิ กรรมมีอะไรบา้ ง (การเลือกใช้ขอ้ มลู จากแหล่งข้อมูลทีเ่ ชื่อถือได้)
- นักเรียนต้องสังเกตหรือรวบรวมข้อมูลอะไรบ้าง (ระบุเหตุผลที่สอดคล้องกับการเลือกใช้งาน
วสั ดุใหส้ อดคล้องกับความคุ้มค่าและประหยัด)
4) ขณะที่นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรม ครูเดินสังเกตการทำกิจกรรมของนักเรียนแต่ละกลุ่ม
และให้คำแนะนำ ถ้านักเรียนมีข้อสงสัยในประเด็นต่าง ๆ ที่อาจเป็นปัญหา ซึ่งครูควรรวบรวมปัญหา และข้อ
สงสยั ทพี่ บจากการทำกิจกรรมของนกั เรยี นเพ่ือใชเ้ ป็นขอ้ มลู ประกอบการอภิปรายหลังจากการทำกิจกรรม
ข้นั ที่ 3 ขัน้ อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
5) นักเรียนบันทึกการทำกิจกรรมลงในแบบบันทึกการค้นคว้ากิจกรรมท้ายบท ใช้วัสดุใน
ชวี ิตประจำวนั อยา่ งไรใหป้ ระหยดั และคมุ้ คา่ โดยการตอบคำถามทา้ ยกจิ กรรม และร่วมกนั สรปุ ผลของกจิ กรรม
ขั้นท่ี 4 ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration)
6) นักเรียนเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ การเลือกใช้วัสดุในชีวิตประจำวันอย่างไรให้ประหยัดและ
คมุ้ คา่ และตอบคำถามระหว่างเรยี น จากน้ันร่วมกนั อภปิ รายร่วมกัน ในประเด็นคำถามดงั นี้
- ปฏิกิรยิ าเคมมี ีความสำคัญอย่างไร (แนวคำตอบ ปฏิกิริยาเคมที ำให้เกิดสารใหม่ทีม่ ีสมบัติตา่ ง
จากเดิม ซึ่งผลิตภัณฑ์ของบางปฏิกิริยาเคมีสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันและอุตสาหกรรมได้
ปฏกิ ริ ิยาเคมบี างชนดิ ใหค้ วามรอ้ นซ่งึ สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมและในครวั เรือน ปฏกิ ริ ยิ าเคมีบางชนิดสร้าง
อาหารใหแ้ กส่ ่งิ มชี ีวติ )
- พอลิเมอร์ เซรามิก โลหะ และวัสดุผสมมีสมบัติอย่างไร และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้
อย่างไร (แนวคำตอบ พอลิเมอร์ส่วนใหญ่ไม่นำไฟฟา้ ไม่นำความร้อน บางชนิดมีสภาพยืดหยุ่นสูง บางชนิดไดร้ ับ
ความรอ้ นแลว้ เปลี่ยนแปลง พอลเิ มอร์สามารถนำมาขนึ้ รูปเป็นผลิตภัณฑ์รูปทรงต่าง ๆ ไดง้ า่ ย และมีสมบัติเหมาะ
สำหรับการใช้งานในหลากหลายรูปแบบ จงึ เปน็ วสั ดุทีน่ ำมาใช้ในชวี ิตประจำวันอยา่ งแพร่หลาย เช่น บรรจุภัณฑ์
ต่าง ๆ
เซรามิกมีสมบัติแข็งแต่เปราะ ทนต่อการสึกกร่อน ไม่นำไฟฟ้า ไม่นำความร้อน นิยมนำมาทำภาชนะ
บรรจอุ าหาร เคร่อื งด่ืม เครอื่ งประดับตกแตง่ บา้ น
โลหะมีสมบัติแข็งและเหนียว สามารถตีให้เป็นแผ่นหรือยืดเป็นเส้นได้ นำไฟฟ้าและนำความร้อนได้ดี
นิยมนำโลหะมาทำเครือ่ งใชท้ ที่ นความร้อน นำความร้อนและนำไฟฟ้าไดด้ ี เชน่ ภาชนะหงุ ตม้ ตัวนำไฟฟา้
สว่ นวสั ดุผสมเกดิ จากการนำวัสดุตา่ งชนิดกันมาประกอบกัน เพอื่ ใหม้ สี มบัติตามต้องการซ่ึงดีกว่าวัสดุตั้ง
ต้น เช่น ยางรถยนต์เป็นวัสดุผสมทีป่ ระกอบด้วยยางธรรมชาติ พอลิเอสเทอร์ เส้นลวดโลหะ ทำให้มีสมบัติดีกว่า
ยางธรรมชาติ สามารถรับแรงกระแทกไดด้ ี ต้านทานต่อการฉีกขาด และทนตอ่ ความร้อน)
7) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผล เพื่อให้ได้ข้อสรุปจากกิจกรรมว่า การใช้วัสดุประเภท
พอลิเมอร์ เซรามิก โลหะ และวัสดุผสมอย่างประหยัดและคุ้มค่า ทำได้โดยใช้วัสดุต่าง ๆ เท่าที่จำเป็น ซ่อมแซม
ดูแลรักษาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ให้ใช้งานได้นาน เพื่อจะได้ไม่ต้องผลิตเพิ่มขึ้นอีก นำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ คัดแยกวัสดุ
เพื่อนำกลบั ไปผลิตใหม่ และงดใช้ผลิตภัณฑบ์ างประเภทที่เป็นพษิ หรอื ไม่ย่อยสลายในธรรมชาติ
ขนั้ ที่ 5 ขั้นประเมิน (Evaluation)
8) นกั เรียนตรวจสอบการทำแบบบนั ทึกการค้นคว้าและส่งตามกำหนดทีว่ างไว้
9) ครูตรวจสอบการส่งแบบบันทึกการค้นคว้าของนักเรียนและให้คะแนนประเมินตามเกณฑ์
การประเมนิ (Rubrics Score)
8. สอื่ การเรียนรู้/แหลง่ เรยี นรู้
8.1 อุปกรณ์ทำกิจกรรม: อปุ กรณ์ทีใ่ ช้ในการสืบคน้ เชน่ โทรศัพทเ์ คลื่อนท่ี คอมพิวเตอรท์ ีเ่ ชอื่ มต่อ
อนิ เทอร์เน็ต
8.2 ใบกจิ กรรม: ใบกจิ กรรมทา้ ยบท ใชว้ สั ดุในชีวติ ประจำวนั อย่างไรใหป้ ระหยดั และคุ้มคา่
8.3 แบบบันทกึ กจิ กรรม: แบบบนั ทึกการค้นควา้ กิจกรรมทา้ ยบท ใช้วัสดุในชีวิตประจำวันอย่างไรให้
ประหยดั และคมุ้ คา่
8.4 แหล่งเรยี นร้:ู - หนงั สือเรียนรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 3
เลม่ 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธกิ าร
- คณะพลงั งานสง่ิ แวดล้อมและวสั ดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอม
เกล้าธนบรุ ี. กลุ่มวจิ ัยการผลิตและขึ้นรูปพอลิเมอร์.
http://www.kmutt.ac.th/p-prof/?page_id=740&lang=th
- ศุลพี ร แสงกระจ่าง, ปัทมา พลอยสว่าง และปริณดา พรหมหติ าธร.
(2556) ผลกระทบของพลาสติกต่อสุขภาพและสง่ิ แวดล้อม. พิษวิทยา
ไทย, 28(1), 39-50.
http://www.thaitox.org/media/upload/file/Journal/2013-1/04aricle.pdf
- สมาคมพฒั นาคณุ ภาพส่งิ แวดลอ้ ม. รรู้ อบเรื่องพลาสติก : จากตน้ กำเนดิ
ส่กู ารจดั การ. http://adeq.or.th/knowlage-about-plastic-01/
9. การวัดและการประเมิน
ตวั ชวี้ ดั /ผลการเรียนรู้ วธิ ีการวัด เครอ่ื งมอื วัด เกณฑท์ ี่ใชใ้ นการประเมิน
1. ระบุแนวทางการใช้วัสดุ - ตรวจการตอบคำถาม - คำถามทา้ ยกจิ กรรมท้ายบท - ไดไ้ มน่ ้อยกวา่ 2 คะแนน
ประเภทพอลเิ มอร์ เซรามิก ทา้ ยกิจกรรมท้ายบท ใชว้ สั ดใุ นชวี ติ ประจำวนั ระดับคุณภาพดี ถือว่า
โลหะ และวัสดุผสมอยา่ ง อยา่ งไรใหป้ ระหยัดและ ผ่านการประเมิน
ประหยดั และคมุ้ ค่า ค้มุ ค่า ด้านความรู้
(ด้านความรู้: K)
2. การใชท้ ักษะสื่อสาร โดย - ตรวจการทำแบบ - แบบบนั ทึกการค้นควา้ - ไดไ้ มน่ ้อยกวา่ 2 คะแนน
นำเสนอผลการสบื ค้นข้อมลู บันทึกการค้นควา้ กิจกรรมท้ายบท ระดบั คุณภาพดี ถือว่า
เก่ียวกับการใชว้ ัสดปุ ระเภท กิจกรรมท้ายบท ใชว้ ัสดุในชวี ติ ประจำวัน ผ่านการประเมิน
พอลิเมอร์ เซรามิก โลหะและ อย่างไรใหป้ ระหยัดและ ดา้ นกระบวนการ
วสั ดุผสมในชวี ิตประจำวนั คุ้มคา่
(ด้านกระบวนการ: P)
3. ตระหนกั ถงึ คณุ ค่าของการ - ตรวจการตอบคำถาม - คำถามทา้ ยกิจกรรมทา้ ยบท - ไดไ้ ม่น้อยกว่า 2 คะแนน
ใช้วสั ดุผสมจากการ ท้ายกิจกรรมท้ายบท ใช้วสั ดใุ นชีวติ ประจำวนั ระดับคุณภาพดี ถือวา่
เสนอแนะแนวทางการใช้ อย่างไรให้ประหยดั และ ผา่ นการประเมิน
วสั ดุผสมอย่างประหยัดและ ค้มุ ค่า ดา้ นเจตคติ
ค้มุ ค่า (ด้านเจตคติ: A)
9.1 เกณฑก์ ารประเมนิ ผลนักเรยี น เกณฑก์ ารประเมิน (Rubrics Score)
ประเดน็ การประเมิน ค่าน้ำหนกั แนวทางการให้คะแนน
คะแนน
การใหค้ ะแนนตอบ ตอบคำถามทา้ ยกิจกรรมท้ายบท โดยระบุตัวอย่างวัสดุ แนวทางการใช้
คำถามท้าย
3 งาน และเหตุผลในการเลือกใชว้ สั ดุ ท่แี สดงเหน็ การตระหนักถึงคุณค่า
กิจกรรมท้ายบท ของการใช้วัสดุผสมจากการเสนอแนะแนวทางการใช้วัสดผุ สมอยา่ ง
การให้คะแนนการบนั ทึก ประหยดั และคมุ้ คา่ ได้ชัดเจน ถูกต้อง
แบบบันทึกการคน้ คว้า
ตอบคำถามทา้ ยกจิ กรรมท้ายบท โดยระบุตัวอย่างวสั ดุ แนวทางการใช้
กจิ กรรมท้ายบท
2 งาน และเหตผุ ลในการเลือกใชว้ สั ดุ ทแ่ี สดงเหน็ การตระหนักถึงคุณค่า
ของการใชว้ ัสดุผสมจากการเสนอแนะแนวทางการใช้วัสดุผสมอย่าง
ประหยัดและคมุ้ คา่ ได้ แตม่ ีข้อผิดพลาด
ตอบคำถามท้ายกจิ กรรมท้ายบท โดยระบตุ ัวอย่างวัสดุ แนวทางการใช้
1 งาน และเหตุผลในการเลือกใช้วสั ดุ ทีแต่ไม่สอดคล้องกบั การตระหนัก
ถงึ คุณค่าของการใชว้ ัสดุผสมจากการเสนอแนะแนวทางการใชว้ ัสดุ
ผสมอย่างประหยัดและคุ้มค่า
บันทกึ ผลลงในตารางบนั ทึกผลการทำกิจกรรม โดยนำเสนอผลการ
3 สืบคน้ ขอ้ มูลเกยี่ วกับการใชว้ ัสดปุ ระเภทพอลิเมอร์ เซรามิก โลหะ และ
วสั ดุผสมในชวี ติ ประจำวันได้ถูกต้อง ครบถ้วน ลงในแบบบันทกึ การ
คน้ คว้า ครบทุกประเด็นสอดคล้องกับเนือ้ หาในกิจกรรม
บนั ทกึ ผลลงในตารางบนั ทกึ ผลการทำกิจกรรม โดยนำเสนอผลการ
2 สืบคน้ ข้อมลู เกี่ยวกบั การใชว้ สั ดปุ ระเภทพอลิเมอร์ เซรามิก โลหะ และ
วัสดผุ สมในชวี ิตประจำวันได้ ตามความเป็นจริงลงในแบบบันทกึ
การคน้ คว้า แตย่ ังมีข้อผิดพลาด
บันทึกผลลงในตารางบนั ทึกผลการทำกจิ กรรม โดยนำเสนอผลการ
1 สืบค้นขอ้ มลู เก่ยี วกับการใชว้ ัสดปุ ระเภทพอลิเมอร์ เซรามิก โลหะ
และวสั ดผุ สมในชีวติ ประจำวันได้ ไม่ถกู ต้อง มีข้อผิดพลาดทีต่ ้องแก้ไข
ปรบั ปรุง
ประเด็นการประเมิน ค่าน้ำหนกั แนวทางการให้คะแนน
คะแนน
การให้คะแนนการให้ ตอบคำถามทา้ ยกิจกรรมท้ายบท โดยระบุตวั อยา่ งวัสดุ แนวทางการใช้
เหตผุ ลการตระหนักถึง 3 งาน และเหตผุ ลในการเลือกใชว้ สั ดุ ท่ีแสดงเห็นการตระหนักถงึ คุณค่า
คณุ ค่าของการใช้วสั ดุใน ของการใชว้ ัสดุผสมจากการเสนอแนะแนวทางการใช้วสั ดุผสมอย่าง
2 ประหยดั และคมุ้ ค่า ไดช้ ดั เจน ถกู ต้อง
ชวี ติ ประจำวนั ตอบคำถามท้ายกิจกรรมท้ายบท โดยระบตุ วั อย่างวสั ดุ แนวทางการใช้
1 งาน และเหตุผลในการเลือกใชว้ ัสดุ ทีแ่ สดงเห็นการตระหนักถึงคุณคา่
ของการใช้วัสดผุ สมจากการเสนอแนะแนวทางการใช้วสั ดผุ สมอย่าง
ประหยัดและคมุ้ คา่ ได้ แต่มีข้อผดิ พลาด
ตอบคำถามท้ายกจิ กรรมท้ายบท โดยระบุตัวอยา่ งวัสดุ แนวทางการใช้
งาน และเหตผุ ลในการเลือกใชว้ ัสดุ ทีแต่ไม่สอดคล้องกับการตระหนัก
ถึงคณุ คา่ ของการใช้วสั ดุผสมจากการเสนอแนะแนวทางการใช้วสั ดุ
ผสมอย่างประหยัดและค้มุ ค่า
9.2 ระดบั คณุ ภาพ หมายถึง ดมี าก
หมายถงึ ดี
คะแนนรวมเฉล่ยี 6.00 - 5.00 หมายถงึ พอใช้
คะแนนรวมเฉลย่ี 4.00 - 3.00
คะแนนรวมเฉล่ยี 2.00 - 1.00
ดงั นั้น นักเรียนตอ้ งไดค้ ะแนนเฉลี่ยทุกประเดน็ การประเมิน ไม่ตำ่ กว่า 2.00 แสดงระดับ
คณุ ภาพ ดี ถอื วา่ ผ่านเกณฑ์การประเมินในแผนการจัดการเรยี นที่ 10
10. ความคิดเห็นของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้……………………………………………….……………………………………
............................................................................................................................. ....................................................
ลงชอ่ื .....................................................
(นายหมู่สา ผดิ ไรงาม)
หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
11. ความคดิ เห็นรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวชิ าการ
องค์ประกอบของแผนการจดั การเรียนรู้.............................................................................
มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วดั /ผลการเรยี นรู้สอดคล้อง.......................................................
สาระสำคัญครอบคลุมชดั เจน.............................................................................................
สาระการเรยี นรมู้ ีความถกู ต้องตามหลกั วิชาการ................................................................
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้มีความชดั เจนครอบคลุม (K/P/A).....................................................
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น................................................................................................
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์.................................................................................................
ระบภุ าระงาน/ชิน้ งาน........................................................................................................
กจิ กรรมการเรยี นรู้เน้นผเู้ รียนเปน็ สำคัญ...........................................................................
สือ่ และอุปกรณ์การเรียนรู.้ ................................................................................................
การวัดและการประเมนิ ผลตามจดุ ประสงคก์ ารเรียนร.ู้ ..........................................................
เสนอสง่ แผนการจดั การเรียนรตู้ ามขั้นตอนระบบงาน........................................................
บันทกึ หลังสอน................................................................................................................ .
( นายอบั ดลรอศักด์ิ มณีโสะ๊ )
รองผู้อำนวยการกลมุ่ บรหิ ารวชิ าการ
12. ความคดิ เห็นผ้อู ำนวยการโรงเรยี น
อนญุ าตใหใ้ ช้จดั การเรยี นการสอนได้
ควรปรบั ปรงุ คอื ................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
( นายสิรวุฒิ ยุนุ้ย )
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนกำแพงวิทยา
13. บันทึกหลังการจัดกิจกรรมการเรยี นร้แู ผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 10
13.1 ผลการจัดการเรียนรู้ (ตามจดุ ประสงค)์
จากจุดประสงค์การเรียนรทู้ ั้ง 3 ขอ้ ต่อไปน้ี
1. นักเรยี นระบุแนวทางการใชว้ สั ดปุ ระเภทพอลเิ มอร์ เซรามกิ โลหะ และวสั ดุผสมอยา่ ง
ประหยัด
และค้มุ คา่ (K)
2. นักเรยี นใช้ทกั ษะด้านการสื่อสาร โดยนำเสนอผลการสบื คน้ ขอ้ มลู เก่ยี วกับการใช้วสั ดุ
ประเภท
พอลเิ มอร์ เซรามิก โลหะ และวัสดผุ สมในชีวิตประจำวนั (P)
3. นักเรียนตระหนักถึงคุณค่าของการใช้วสั ดุในชีวิตประจำวนั จากการเสนอแนะแนวทางการใช้
วัสดผุ สมอย่างประหยดั และคุ้มคา่ (A)
พบว่า
- นักเรยี นสามารถระบุแนวทางการใช้วัสดปุ ระเภทพอลิเมอร์ เซรามิก โลหะ และวัสดุผสมอยา่ ง
ประหยัด
- นักเรยี นสามารถใช้ทักษะด้านการสอ่ื สาร โดยนำเสนอผลการสืบคน้ ข้อมูลเกี่ยวกับการใชว้ สั ดุ
ประเภท
- นกั เรียนมีความตระหนักถึงคุณค่าของการใชว้ ัสดุในชีวิตประจำวนั จากการเสนอแนะแนว
ทางการใช้วสั ดผุ สมอยา่ งประหยัดและคุ้มคา่
13.2 แนวทางแกป้ ัญหานักเรยี นท่ีไมผ่ ่านผลการเรยี นรหู้ รอื จดุ ประสงค์ (เพอื่ นำไปสู่ PLC)
-
ลงชือ่ .....................................................
(นางสาวหุสณา ตามาต)
ครผู สู้ อน
วันที่……เดอื น………………….พ.ศ…………
แบบบนั ทึกการประเมินคณุ ภาพการเรียนรูข้ องนักเรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 3
รายวชิ าวิทยาศาสตรพ์ ้ืนฐาน (ว23102) หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 5 ปฏกิ ิริยาเคมีและวัสดใุ นชวี ติ ประจำวัน
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 10 เรอ่ื ง การใช้วสั ดใุ นชีวิตประจำวนั อย่างไรใหป้ ระหยัด
มัธยมศึกษาปที ่ี 3/7 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
เลขที่ ชอื่ – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดบั คณุ ภาพ สรุปผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)
้ดานเจตค ิต (A)
333 9 ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ผ่าน ไมผ่ า่ น
9
1 ด.ช. กฤษฏ์ิ พรหมน้ำดำ 3 3 3 9 //
2 ด.ช. กล้าณรงค์ 9 //
3 ด.ช. ครองภพ คงทอง 3 3 3 9 //
4 ด.ช. ชยพล 6 //
5 ด.ช. ชัยวฒั น์ สำเร 3 3 3 6
6 ด.ช. ซลั มาน 9 //
7 ด.ช. ณฏั ฐภัทร พิพิธประภาเลศิ 3 3 3 6 //
8 ด.ช. ธนากร 6 //
9 ด.ช. ธรี พฒั น์ ตุ้งแกว้ 2 2 2 6 //
10 ด.ช. นนทพัทธ์ 9 //
11 ด.ช. นนั ทวัฒน์ จองวราห์ศรี 2 2 2 6 //
12 ด.ช. ปฏพิ ล 6 //
13 ด.ช. ภัทรพล ผอมนมุ่ 333 9 //
14 ด.ช. ภูมปิ ระชา 9 //
15 ด.ช. อฟั ฟาน รกั สะโมะ๊ 2 2 2 6 //
16 ด.ช. อาซัน 9 //
17 ด.ช. สทิ ธวิ งศ์ จนั ทรจ์ ติ จริงใจ 2 2 2 9 //
18 ด.ช. ธมกร 9 //
19 ด.ญ. ไคริกา จันทรัตน์ 2 2 2 9 //
20 ด.ญ. ญาณศิ า 9 //
21 ด.ญ. ณฐั ชุตา บนิ สหัส 333 9 //
22 ด.ญ. ดาวญิ า 9 //
23 ด.ญ. ธนษิ ฐา สงมาก 2 2 2 9 //
24 ด.ญ. นงนภัส 9 //
25 ด.ญ. นซั มี หมาดหมนี 2 2 2 9 //
26 ด.ญ. ปวณี า 9 //
27 ด.ญ. ปัณฑิตา ภมรานนท์ 3 3 3 9 //
28 ด.ญ. พิชชา 9 //
29 ด.ญ. รวิภา เดชอารัญ 3 3 3 9 //
30 ด.ญ. ราตมี า 9 //
31 ด.ญ. ลลิตา หวนั สู 2 2 2 9 //
32 ด.ญ. วรนุช //
สวุ รรณวงศ์ 3 3 3 //
สุวรรณวิโก 3 3 3
โดงกูล 3 3 3
รัตนพันธ์ 3 3 3
ศิรสิ ม 3 3 3
สายเสน็ 333
ย่ิงขจร 3 3 3
สันโด 3 3 3
เล่งเจะ๊ 3 3 3
ศรีนุ้ยคง 3 3 3
แก้วบตุ ร 3 3 3
ราเหม 3 3 3
เหมรา 3 3 3
สันหลี 3 3 3
อุสมา 3 3 3
อศุ มา 3 3 3
เลขที่ ชื่อ – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดบั คุณภาพ สรุปผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)
้ดานเจตค ิต (A)
3 3 3 9 ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ผา่ น ไมผ่ า่ น
33 ด.ญ. วมิ ลรตั น์ จิระเสถียร 333 9 / /
34 ด.ญ. ศศิภา หนูวงศ์
35 ด.ญ. สริ นิ ทรา ไชยยัน 333 9 / /
36 ด.ญ. อนสุ รา สะเล่
37 ด.ญ. อญั ญาณี ทมุ มาลี 333 9 / /
38 ด.ญ. ปวัณรัตน์ อมุ าลี
39 ด.ญ. พิศลยา ละมลู สุข 333 9 / /
40 ด.ญ. วิยะดา ธนะภาส
333 9 / /
333 9 / /
333 9 / /
222 6 / /
จำนวนกลุ่ม 31 9 40 0
ร้อยละ 77.5 22.5 100 0
เกณฑร์ ะดบั คุณภาพ สรปุ ผลการประเมิน ลงช่ือ.........................................
ช่วงคะแนน 8-9 : ระดบั คุณภาพดี ผา่ น : ระดบั คณุ ภาพดีและพอใช้ (นางสาวหสุ ณา ตามาต)
ชว่ งคะแนน 5-7 : ระดับคณุ ภาพพอใช้ ไมผ่ า่ น : ระดับคณุ ภาพปรบั ปรุง ผ้ปู ระเมิน
ช่วงคะแนน 0-4 : ระดับคณุ ภาพปรบั ปรุง
ต้องได้คะแนนเฉลี่ยทุกประเด็นการประเมนิ ไมต่ ำ่ กว่า 2.00 แสดงระดับคุณภาพ ดี ข้ึนไปเทา่ นน้ั
ถงึ จะผ่านการเรยี นรู้ตามตวั ชวี้ ัด
แบบบนั ทึกการประเมนิ คุณภาพการเรยี นรูข้ องนกั เรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3
รายวชิ าวิทยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน (ว23102) หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 5 ปฏิกิริยาเคมแี ละวสั ดใุ นชวี ิตประจำวัน
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 10 เร่อื ง การใช้วสั ดุในชีวติ ประจำวันอยา่ งไรใหป้ ระหยัด
มธั ยมศึกษาปที ี่ 3/8 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
เลขที่ ชอื่ – สกุล ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดบั คุณภาพ สรุปผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)
้ดานเจตค ิต (A)
333 9 ดี พอใช้ ปรบั ผา่ น ไมผ่ า่ น
ปรุง
1 ด.ช. กฤษฎา ขนุ รายา 222 6
6 //
2 ด.ช. จิตติพฒั น์ หลังชาย 222 6 //
9 //
3 ด.ช. จริ พงษ์ เจยี มพงศ์ไพศาล 2 2 2 6 //
9 //
4 ด.ช. ณฐั วฒุ ิ โอมณี 333 9 //
9 //
5 ด.ช. ณัฐวุฒิ หมาดแนง้ 2 2 2 9 //
9 //
6 ด.ช. ทวพี ล อินทพันธ์ 3 3 3 9 //
9 //
7 ด.ช. ทฆี ายุ พันตรี 3 3 3 6 //
9 //
8 ด.ช. ธรี ธ์ วชั กลน่ิ เขยี ว 3 3 3 9 //
6 //
9 ด.ช. ธีรภทั ร ทองแป้น 3 3 3 9 //
9 //
10 ด.ช. ปัญญวชิ ญ์ สาเส็น 333 9 //
9 //
11 ด.ช. พงศพัศ สงั ขชาติ 333 9 //
6 //
12 ด.ช. พงศา คงพลบั 333 9 //
9 //
13 ด.ช. ฟาร์อยั ดนี ลีลานนท์ 2 2 2 9 //
9 //
14 ด.ช. ภทั ธพล องสารา 333 9 //
9 //
15 ด.ช. ภรู พิ ฒั น์ แท่งทอง 333 9 //
9 //
16 ด.ช. อัครวนิ ท์ ธาราพิสิฐ 2 2 2 6 //
//
17 ด.ช. อนั ดา นวมจติ ร์ 3 3 3
18 ด.ช. อัสมี โสลิกี 3 3 3
19 ด.ญ. ชนนั รตั น์ พรหมจรรย์ 3 3 3
20 ด.ญ. ซันนี ราเยน็ 3 3 3
21 ด.ญ. ณฐั ณิชา บญุ คง 333
22 ด.ญ. ณฐั ณชิ า บัวทอง 222
23 ด.ญ. ธัญญลักษณ์ มะโนรตั น์ 3 3 3
24 ด.ญ. ธัญญลักษณ์ ทองไชย 333
25 ด.ญ. นงนภัส องสารา 333
26 ด.ญ. นรุ รัยฮาล เขียวยบั 333
27 ด.ญ. นรู ไลลา ม่าเหล็ม 333
28 ด.ญ. นรู อยั ดาร์ หลหี าด 333
29 ด.ญ. นูรอยั นี หนหู ัน 333
30 ด.ญ. ปฏญิ ญา สะอา 333
31 ด.ญ. ปนัดดา มจั ฉา 222
เลขที่ ชอ่ื – สกลุ ้ดานความ ู้ร (K) รวม ระดับคณุ ภาพ สรุปผลการ
ประเมิน
ด้านกระบวนการ (P)
้ดานเจตค ิต (A)
333 9 ดี พอใช้ ปรบั ผ่าน ไมผ่ ่าน
ปรงุ
32 ด.ญ. พมิ พพ์ ิชญช์ า อนพุ งศ์ 333 9 / /
33 ด.ญ. ลลติ า ชสู กลุ 333 9 / /
34 ด.ญ. ลิปดา เตพิริยะกลุ 222 6 //
35 ด.ญ. วราลี กองหลัง 333 9 / /
36 ด.ญ. สทุ ธิดา แสงดำ 333 9 / /
37 ด.ญ. อาซุมี เกาะสมนั 333 9 / /
38 ด.ญ. อลุ ยา หวันสู 333 9 / /
39 ด.ญ. อนสุ รา ทรัพยว์ งศา 333 9 / /
40 ด.ญ. อภญิ ญา ตาเอ็น 222 6 /
จำนวนกลมุ่ 30 11 40 0
รอ้ ยละ 73.17 26.83 100 0
เกณฑ์ระดับคุณภาพ สรปุ ผลการประเมิน ลงช่ือ.........................................
ช่วงคะแนน 8-9 : ระดับคณุ ภาพดี ผ่าน : ระดบั คุณภาพดีและพอใช้ (นางสาวหสุ ณา ตามาต)
ช่วงคะแนน 5-7 : ระดับคณุ ภาพพอใช้ ไม่ผ่าน : ระดับคณุ ภาพปรับปรงุ ผ้ปู ระเมิน
ช่วงคะแนน 0-4 : ระดับคณุ ภาพปรบั ปรงุ
ตอ้ งไดค้ ะแนนเฉล่ยี ทกุ ประเดน็ การประเมนิ ไม่ตำ่ กวา่ 2.00 แสดงระดับคุณภาพ ดี ข้ึนไปเท่าน้นั
ถึงจะผา่ นการเรยี นรู้ตามตวั ชว้ี ดั
ส่ือการเรียนรู้แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 10: ใบกิจกรรมทา้ ยบท
ใบกจิ กรรมทา้ ยบท ใชว้ ัสดใุ นชวี ิตประจำวนั อยา่ งไรให้ประหยดั และคุ้มคา่
หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 เลม่ 2 ตามหลกั สตู รแกนกลาง
การศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธกิ าร หน้า 51
กจิ กรรมทา้ ยบท ใช้วสั ดุในชวี ติ ประจำวันอยา่ งไรให้ประหยดั และคมุ้ คา่ ?
จดุ ประสงค์ นำเสนอแนวทางการใชว้ สั ดุประเภทพอลิเมอร์ เซรามิก โลหะ และวสั ดุผสมอยา่ ง
วัสดอุ ุปกรณ์ ประหยัดและคมุ้ ค่า
วิธดี ำเนินกจิ กรรม อุปกรณ์ท่ใี ชใ้ นการสืบคน้ เช่น โทรศพั ท์เคล่ือนที่ คอมพวิ เตอรท์ ี่เชื่อมตอ่ อนิ เทอร์เน็ต
สื่อการเรียนรู้/ 1. สำรวจและระบสุ ่งิ ของเครื่องใชใ้ นบา้ นที่ทำจากวสั ดปุ ระเภทพอลิเมอร์ เซรามกิ
แหล่งเรยี นรู้ โลหะ และวสั ดผุ สมอยา่ งละ 2 ชน้ิ
2. รวบรวมขอ้ มลู และอภิปรายเหตผุ ลที่นำวสั ดเุ หล่าน้ัน มาทำเคร่อื งใชแ้ ตล่ ะชนิด
บันทึกผล
3. อภิปรายและนำเสนอแนวทางในการใช้พอลิเมอร์ เซรามิก โลหะ และวสั ดุผสม
อยา่ งประหยดั และคมุ้ ค่า
คณะพลงั งานสง่ิ แวดลอ้ มและวัสดุ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีพระจอม
เกล้าธนบรุ .ี กลุม่ วิจยั การผลติ และขน้ึ รูปพอลิเมอร์.
http://www.kmutt.ac.th/p-prof/?page_id=740&lang=th
ศลุ ีพร แสงกระจา่ ง, ปัทมา พลอยสว่าง และปริณดา พรหมหติ าธร.
(2556) ผลกระทบของพลาสตกิ ตอ่ สุขภาพและสิง่ แวดลอ้ ม. พษิ วทิ ยา
ไทย, 28(1), 39-50.
http://www.thaitox.org/media/upload/file/Journal/2013-1/04aricle.pdf
สมาคมพฒั นาคุณภาพสง่ิ แวดล้อม. รรู้ อบเร่อื งพลาสติก : จากต้นกำเนิด
สู่การจดั การ. http://adeq.or.th/knowlage-about-plastic-01/
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวสั ดุแห่งชาต.ิ พลาสตกิ ยอ่ ยสลายได้
https://www.mtec.or.th/bio-plastic/index.html
คำถามท้ายกิจกรรม
1. การใชว้ ัสดุประเภทพอลิเมอร์ เซรามิก โลหะ และวัสดผุ สมอยา่ งประหยดั และคมุ้ ค่า ทำไดอ้ ยา่ งไร
ส่ือการเรียนรู้แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 10: แบบบนั ทึกการค้นควา้ กจิ กรรมทา้ ยบท
แบบบันทกึ การคน้ ควา้ กจิ กรรมท้ายบท ใช้วสั ดใุ นชวี ติ ประจำวันอยา่ งไรใหป้ ระหยัดและค้มุ ค่า
ชื่อ-นามสกุล..........................................................................................ช้นั .................เลขท.่ี ..........กลมุ่ ท.ี่ ...........
ตาราง ประเภทของวสั ดุ ตัวอย่างส่ิงของเคร่อื งใช้ และเหตผุ ลที่นำวัสดุมาทำเครอ่ื งใช้
ประเภทของวสั ดุ ตัวอย่างสิ่งของ เหตผุ ลทน่ี ำวัสดุมาทำเครอ่ื งใช้นน้ั
พอลิเมอร์ เครอ่ื งใช้ภายในบ้าน
เซรามกิ
โลหะ หลอดกาแฟ ...................................................................................................
วัสดุผสม
...................................................................................................
รองเท้ายาง ...................................................................................................
...................................................................................................
กระเบื้องปูพื้น ...................................................................................................
...................................................................................................
ถ้วยกระเบื้อง ...................................................................................................
...................................................................................................
ฟอยลห์ ่ออาหาร ...................................................................................................
...................................................................................................
กอ๊ กนำ้ ...................................................................................................
...................................................................................................
เกา้ อสี้ นามทท่ี ำจาก ...................................................................................................
พลาสตกิ เสรมิ ใยแก้ว ...................................................................................................
เสอื้ กนั ฝนทท่ี ำจาก ...................................................................................................
ผ้าคอมโพสติ ...................................................................................................
คำถามทา้ ยกจิ กรรม
1. การใช้วสั ดปุ ระเภทพอลิเมอร์ เซรามิก โลหะ และวัสดุผสมอย่างประหยัดและค้มุ คา่ ทำได้อย่างไร
ตอบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………..………………………………………………………………………………………………………………………………
..………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนบท้ายแผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 10: การใหค้ ะแนนด้านกระบวนการ (P)
แนวทางบันทึกการค้นควา้ กิจกรรมท้ายบท ใช้วัสดใุ นชีวิตประจำวนั อยา่ งไรใหป้ ระหยดั และคุ้มคา่
ตาราง ประเภทของวัสดุ ตัวอยา่ งสิ่งของเครื่องใช้ และเหตผุ ลที่นำวัสดมุ าทำเครื่องใช้
นกั เรยี นอาจสบื ค้นขอ้ มลู การใชว้ สั ดปุ ระเภทพอลิเมอร์ เซรามิก โลหะ และวัสดุผสมในชีวิตประจำวนั
โดยจัดทำตารางบนั ทึกข้อมลู ประเภทของวัสดุ ตัวอยา่ งสิ่งของเคร่ืองใช้ และเหตผุ ลที่นำวสั ดุมาทำเคร่ืองใช้นัน้
ดังตัวอยา่ ง
ประเภทของวัสดุ ตัวอยา่ งส่งิ ของ เหตผุ ลทนี่ ำวัสดุมาทำเคร่ืองใชน้ ั้น
พอลิเมอร์ เครอ่ื งใช้ภายในบา้ น
เซรามิก หลอดกาแฟ ขึน้ รูปเปน็ รปู ทรงต่าง ๆ ได้งา่ ยตาม
โลหะ
วสั ดุผสม ความตอ้ งการ ปอ้ งกันการซมึ ผา่ นของสารได้
รองเท้ายาง ยืดหย่นุ ได้ดี สามารถคืนตัว เบาแตแ่ ข็งแรง
ดูดซบั แรงกระแทกได้ดี
กระเบ้ืองปูพ้ืน แขง็ ทนต่อการสึกกร่อน ทนความร้อน
ไมย่ ืดหย่นุ
ถว้ ยกระเบ้ือง ทนความรอ้ นไดด้ ี ไมน่ ำไฟฟา้ ทนต่อการสึกกร่อน
ฟอยล์ห่ออาหาร ทำใหเ้ ป็นแผ่นและทำเปน็ รูปร่างต่าง ๆ ได้
นำความรอ้ น และทนความรอ้ นได้ดี
ก๊อกน้ำ แขง็ เหนียว ทนต่อการสึกกรอ่ น
มจี ุดหลอมเหลวและจดุ เดอื ดสงู
เกา้ อีส้ นามท่ีทำจาก แข็งแรงแตน่ ำ้ หนกั เบา ไมด่ ูดซมึ น้ำ ทำเป็น
พลาสติกเสริมใยแกว้ รปู รา่ งต่าง ๆ ไดต้ ามต้องการ
เสื้อกนั ฝนท่ที ำจาก ออ่ นนุ่ม ทนทาน ไมข่ าดง่าย กันน้ำแต่ระบาย
ผา้ คอมโพสิต ไอนำ้ ได้ ทำให้ไม่อับชน้ื ไม่ร้อน
หมายเหตุ: การนำเสนอขอ้ มลู เกีย่ วกับแนวทางการใช้พอลเิ มอร์ เซรามิก โลหะ และวสั ดผุ สมอย่างประหยดั
และคุ้มค่าในรูปแบบต่าง ๆ เช่น วดี ทิ ศั น์ การแสดงขอ้ มลู โดยใชภ้ าพ (infographic) ภาพเคลื่อนไหว
หรอื นำเสนอผ่านส่อื ออนไลน์ตา่ ง ๆ
นอกจากน้ี นักเรียนอาจสบื คน้ ข้อมูลและนำเสนอเก่ียวกบั วัสดุชนิดใหม่ เช่น พลาสตกิ ยอ่ ยสลายได้ที่
ผลิตจากวสั ดธุ รรมชาติ เช่น แป้ง เซลลโู ลส เคซนี ซ่งึ สามารถนำไปใชง้ านได้อย่างแพรห่ ลาย เช่น
ใช้ในทางการแพทย์ การเกษตร อตุ สาหกรรมอาหาร
แนบทา้ ยแผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 10: การให้คะแนนด้านความรู้ (K)
เฉลยใบกจิ กรรมทา้ ยบท ใช้วัสดุในชวี ิตประจำวนั อยา่ งไรใหป้ ระหยัดและคุ้มค่า
เฉลยคำถามท้ายกจิ กรรม
1. การใช้วัสดุประเภทพอลเิ มอร์ เซรามิก โลหะ และวัสดุผสมอย่างประหยดั และคุ้มคา่ ทำได้อยา่ งไร
แนวคำตอบ การใชว้ สั ดปุ ระเภทพอลเิ มอร์ เซรามิก โลหะ และวัสดุผสมอยา่ งประหยัดและค้มุ คา่ ทำได้
โดยใช้วสั ดุต่าง ๆ เท่าท่ีจำเป็น ซ่อมแซมดแู ลรกั ษาผลติ ภณั ฑต์ ่าง ๆ ให้ใช้งานได้นาน เพอ่ื จะได้ไม่ต้องผลิตเพ่ิมข้นึ
อกี นำวสั ดุกลบั มาใชซ้ ำ้ คดั แยกวัสดเุ พอื่ นำกลบั ไปผลติ ใหม่ และงดใชผ้ ลิตภัณฑ์บางประเภทที่เป็นพิษหรือไม่
ย่อยสลายในธรรมชาติ