เรยี บเรียงโดย นวลสริ ิ กาญจนปรีดา
สาขาฟิ สิกส์ วิทยาลยั การฝึ กหดั คร ู
มหาวิทยาลยั ราชภฏั พระนคร
Etaletcitcricity
ไฟฟ้ าสถิต
ชดุ กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งทกั ษะการแกไ้ ขปัญหาตามกระบวนการจดั การเรยี นรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้
เรอื่ ง ไฟฟ้ าสถิต
ชดุ กิจกรรมเสรมิ สรา้ งทกั ษะการแกไ้ ขปัญหาตามกระบวนการจดั การเรยี นรู้
แบบสืบเสาะหาความรู้ เรอ่ื ง ไฟฟ้ าสถิต
StEatliecctricityในรายวิชาฟิ สิกส์ สาํ หรบั นกั เรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปี ที่ 5
จดั ทําโดย
นางสาวนวลสิริ กาญจนปรดี า
รหสั นกั ศึกษา 6010111248001 นกั ศึกษาชน้ั ปี ที่ 4 สาขาวิชาฟิ สกิ ส์
เสนอ
อาจารยพ์ ดั ชา ดอกไม้
ชดุ กจิ กรรมน้ีเป็ นสว่ นหน่ึงของวิชาการพฒั นาสื่อการเรยี นรสู้ าํ หรบั
การสอนฟิ สกิ ส์ 1023107
ภาคเรยี นท่ี 2 ปี การศึกษา 2563
วิทยาลยั การฝึ กหดั ครู มหาวิทยาลยั ราชภฏั พระนคร
คํานํา
ชดุ กิจกรรมเสริมทกั ษะการ
แ ก ้ไ ข ปั ญ ห า ต า ม ก ร ะ บ ว น ก า ร
จั ด ก า ร เ รี ย น รู้แ บ บ สื บ เ ส า ะ ห า
ความรู้ เรื่อง ไฟฟ้ าสถิต ในรายวิชา
ฟิ สกิ ส์ สาํ หรับนกั เรียนชน้ั มธั ยมศึกษา
ปี ท่ี 5 ชดุ กิจกรรมนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชเ้ ป็ น
ส่ือการจัดการเรียนร้คู วบคู่กับแผนการ
จัดการเรียนรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ 3 ขน้ั
(3E) เพื่อส่งเสริมใหน้ กั เรียนเกิดกระบวนการคิด วิเคราะห์ วางแผน ตลอดจนสามารถ
แกไ้ ขปัญหาไดด้ ว้ ยตนเอง โดยมีครผู สู้ อนแนะนาํ อาํ นวยความสะดวก และเป็ นที่ปรึกษา
ตลอดการจัดการเรียนรู้ ซ่ึงมีเน้ือหาสอดคลอ้ งตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ัน
พน้ื ฐานพทุ ธศักราช 2560
ผจู้ ัดทําหวังเป็ นอย่างย่ิงว่า ชดุ กิจกรรมเสริมสรา้ งทักษะการแกไ้ ขปัญหาตาม
กระบวนการจดั การเรียนรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้ เรื่อง ไฟฟ้ าสถิต ชดุ นจ้ี ะชว่ ยใหผ้ เู้ รียนมี
เขา้ ใจในดา้ นเนอ้ื หาไดง้ า่ ยมากย่ิงขนึ้ ดว้ ยการลงมือทาํ กิจกรรมจริง และส่งผลใหผ้ เู้ รียน
เกิดทกั ษะการแกไ้ ขปัญหา สามารถนาํ ความรทู้ ไี่ ดไ้ ปใชอ้ ยา่ งมเี หตผุ ลในชวี ิตประจาํ วนั ได้
นวลสริ ิ กาญจนปรีดา
ก
เรอ่ื ง หนา้
TABLE OF CONTEANTS คาํ นํา ก
สารบญั ข
คําช้ีแจง ค
บทบาทของคร ู ง
บทบาทของนกั เรยี น จ
การใชช้ ดุ กิจกรรม ฉ
มาตรฐานการเรยี นรู้ ช
จดุ ประสงการเรยี นรู้ ซ
1
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น เรอื่ ง ไฟฟ้ าสถิต 4
ชดุ กิจกรรมท่ี 1 เรอ่ื ง ติดแนน่ ๆ นะนอ้ งจ๋า 18
ชดุ กิจกรรมที่ 2 เรอื่ ง จดุ เล็ก ๆ ที่อนั ตราย 31
ชดุ กิจกรรมที่ 3 เรอื่ ง หลอดดดู วิญญาณ 43
ชดุ กิจกรรมท่ี 4 เรอื่ ง ชว่ ยพา UFO กลบั บา้ น 55
ชดุ กิจกรรมที่ 5 เรอื่ ง ELECTROSCOPE DIY 66
แบบทดสอบหลงั เรยี น เรอ่ื งไฟฟ้ าสถิต 69
คม่ ู ือการสอนของคร ู 96
แบบบนั ทึกผลคะแนนในการทํากิจกรรม 97
บรรณานกุ รม
ข
คําช้ีแจง
หนงั สือชดุ กจิ กรรมเสริมทกั ษะการแกไ้ ขปัญหาตามกระบวนการจดั การเรียนรู้
แบบสืบเสาะหาความรู้ เร่ือง ไฟฟ้ าสถิต ในรายวิชาฟิ สิกส์ สําหรับนักเรียนชั้น
มธั ยมศึกษาปี ที่ 5 จึงจดั ทาํ ขนึ้ เพ่ือพฒั นาทกั ษะการแกไ้ ขปัญหา
การจดั การเรียนรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ 3 ขน้ั (3E) เป็ นการสง่ เสริมใหผ้ เู้ รียน
คน้ พบความรดู้ ว้ ยตนเองโดยครตู อ้ งเตรียมสภาพแวดลอ้ มในการเรียนรู้ และทาํ หนา้ ที่
เป็ นผชู้ ว่ ยคอยอาํ นวยความสะดวกในการเรียนรใู้ หก้ บั นกั เรียนใหบ้ รรลเุ ป้ าหมาย โดย
เนน้ ผเู้ รียนเป็ นสาํ คญั และเป็ นการจดั การเรียนรทู้ ่ีเนน้ การกระตนุ้ ผเู้ รียนใหม้ ีส่วนร่วม
ในการเรียน มีความกระตือรือรน้ ที่จะหาคําตอบหรือแกป้ ัญหาดว้ ยตนเองการให้
นกั เรียนไดค้ น้ ควา้ ของมลู ไดด้ ว้ ยตนเอง โดยนาํ ขอ้ มลู ที่ไดม้ าแกไ้ ขปัญหาหรือคาํ ถาม
ตา่ ง ๆ เพื่อใหบ้ รรลถุ ึงเป้ าหมายได้
คาํ วา่ “ทกั ษะการแกไ้ ขปัญหา” เป็ นการใชป้ ระสบการณท์ ่คี น้ พบดว้ ย
ตนเองท่เี กดิ จากการสงั เกต การเก็บขอ้ มลู การวเิ คราะหข์ อ้ มลู การตคี วาม
และสรปุ ความเพ่ือนาํ ไปแกไ้ ขปัญหาอยา่ งมเี หตผุ ล โดยมขี น้ั ตอนในการ
แกไ้ ขปัญหา ศึกษาขอ้ มลู วางแผนแกไ้ ขปัญหา ลงมอื แกไ้ ข และสดุ ทา้ ย
ตรวจสอบการแกไ้ ขปัญหา
ชดุ กจิ กรรมเสริมทกั ษะการแกไ้ ขปัญหาตามกระบวนการจดั
การเรียนรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ เร่ือง ไฟฟ้ าสถิต ในรายวิชาฟิ สิกส์
สาํ หรบั นกั เรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปี ที่ 5 ประกอบดว้ ย 5 ชดุ กิจกรรมดงั นี้
ชดุ กิจกรรมท่ี 1 เรื่อง ตดิ แนน่ ๆ นะนอ้ งจา๋ ชดุ กจิ กรรมท่ี 2 เรื่อง จดุ
เล็ก ๆ ท่ีอนั ตราย ชดุ กิจกรรมที่ 3 เรื่อง หลอดดดู วิญญาณ ชดุ กิจกรรมท่ี 4
เรื่อง ชว่ ยพา UFO กลบั บา้ นชดุ กจิ กรรมที่ 5 เรื่อง ELECTROSCOPE DIY
ค
“บทบาทของคร”ู
สิ่งท่ีครปู ฏิบัติก่อนใชช้ ดุ กิจกรรม ขณะใชช้ ดุ กิจกรรมและหลังใชช้ ดุ
กจิ กรรมมดี งั น้ี
1. ครคู วรศึกษาทําความเขา้ ใจวิธีการใช้ชดุ กิจกรรม ขั้นตอนการ
ดาํ เนนิ การชดุ กิจกรรม การใชส้ อื่ และอปุ กรณข์ องชดุ กจิ กรรมใหช้ ดั เจน
2. ครคู วรชี้แจงบทบาทของนกั เรียน เวลาท่ีใชใ้ นการประกอบกิจกรรมแต่
ละกจิ กรรมใหน้ กั เรียนทราบรายละเอยี ด
3. ครคู วรแจง้ จดุ ประสงคใ์ นการทาํ กจิ กรรมใหน้ กั เรียนทราบ
4. ใหน้ ักเรียนทําแบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลังเรียนเพื่อ
ประเมนิ ความรเู้ ดมิ ของนกั เรียนกอ่ นและหลงั ทาํ กิจกรรม
5. แจกชดุ กิจกรรมใหน้ ักเรียนศึกษาและแนะนําการใชช้ ดุ กิจกรรมเพื่อ
นกั เรียนจะไดป้ ฏิบตั อิ ยา่ งถกู ตอ้ ง
6. ดาํ เนนิ การสอนตามกิจกรรมการเรียนรทู้ ี่กาํ หนดไวใ้ นแผนการจัดการ
เรียนรู้
7. ในขณะที่นกั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรม ครคู วรดแู ลนกั เรียนอย่างทวั่ ถึง และ
ใหค้ ําแนะนาํ กรณีท่ีมีนักเรียนไมเขา้ ใจในการทํากิจกรรมต่าง ๆ และพยายาม
กระตนุ้ ใหน้ กั เรียนปฏิบตั กิ ิจกรรมดว้ ยตนเองมากท่สี ดุ
8. เมอ่ื นกั เรียนทาํ แบบฝึ ก แบบทดสอบหลงั เรียน ครคู วรตรวจคาํ ตอบและ
แจง้ คะแนนใหน้ กั เรียนทราบและควรใหเ้ หตผุ ลว่าทาํ ไมคาํ ตอบของนกั เรียนถึงผดิ
อธิบายเพมิ่ เตมิ ใหน้ กั เรียนเขา้ ใจถกู ตอ้ ง
ง
“บทบาทของนกั เรยี น”
ในการใชช้ ดุ กิจกรรมนี้นักเรียนควรปฏิบัติตาม
บทบาทดงั นี้
1. ก่อนปฏิบัติกิจกรรม นักเรียนตอ้ งต้ังใจรับฟังคํา
ชแ้ี จงจากครดู ว้ ยความตง้ั ใจ
2. ขณะปฏิบตั กิ ิจกรรม ควรปฏิบตั ิตามคาํ ชี้แจงขน้ั ตอน
การใชช้ ดุ กจิ กรรม หากไมเ่ ขา้ ใจหรือมีขอ้ สงสยั ควรถาม
ครผู สู้ อน
3. นักเรียนตอ้ งมีความรับผิดชอบ ความตั้งใจ ความ
สามคั คแี ละซื่อสตั ยใ์ นการทาํ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้
จ
ผ คําแนะนําในการใชช้ ดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้
หนัง สือชุดกิ จก รรม เสริ มทักษ ะการแก้ไขปั ญ หาต าม กระบวน
การจัดการเรียนรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ เร่ือง ไฟฟ้ าสถิต ในรายวิชาฟิ สิกส์
สําหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 5 เม่ือนักเรียนนําไปใชต้ อ้ งปฏิบัติตาม
คาํ แนะนาํ ดงั ตอ่ ไปน้ี
1. ศึกษาขั้นตอนการใช้ชดุ กิกรรมเสริมทักษะการแก้ไขปัญหาตาม
กระบวนการจัดการเรียนรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ เร่ือง ไฟฟ้ าสถิต ในรายวิชา
ฟิ สกิ สใ์ หเ้ ขา้ ใจกอ่ นลงมอื ปฏิบตั ิ
2. ศึกษามาตรฐานการเรียนรแู้ ละจดุ ประสงคก์ ารเรียนรใู้ หเ้ ขา้ ใจก่อนลง
มอื ปฏิบตั ิ
3. ศึกษาทาํ ความเขา้ ใจเนอื้ หาความรใู้ นชดุ กิจกรรมโดยมคี รผู สู้ อนคอยให้
คําแนะนาํ ในแต่ละขนั้ ตอน หากตอนใดนกั เรียนมีขอ้ สงสัยหรือไม่เขา้ ใจสามารถ
สอบถามครผู สู้ อน
4. ให้นักเรียนทําแบบทดสอบก่อนเรียน แบบฝึ กในชุดกิจกรรม
แบบทดสอบหลงั เรียน
5. เมอ่ื นกั เรียนทาํ ชดุ กิจกรรมเรียบรอ้ ย ครผู สู้ อนทาํ การตรวจและบันทึก
คะแนนของนกั เรียนแตล่ ะคนลงในใบบนั ทึกคะแนน
6. นกั เรียนตอ้ งทาํ ชดุ กิจกรรมกรรมถกู ตอ้ ง 7 คะแนนขนึ้ ไป หรือรอ้ ยละ
70 ขนึ้ ไปของจาํ นวนขอ้ สอบทง้ั หมดจงึ จะถือวา่ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ
ฉ
สาระการเรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้
สาระฟิ สกิ ส์
3. เขา้ ใจแรงไฟฟ้ าและกฎของคลู อมบ์ สนามไฟฟ้ า ศักย์ไฟฟ้ า ความจุ
ไฟฟ้ ากระแสไฟฟ้ าและกฎของโอหม์ วงจรไฟฟ้ ากระแสตรง พลงั งานไฟฟ้ าและ
กําลังไฟฟ้ าการเปล่ียนพลังงานทดแทนเป็ นพลังงานไฟฟ้ า สนามแม่เหล็ก
แรงแม่เหล็กท่ีกระทํากับประจุไฟฟ้ าและกระแสไฟฟ้ า การเหนี่ยวนํา
แม่เหล็กไฟฟ้ าและกฎของฟาราเดย์ ไฟฟ้ ากระแสสลบั คล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้ าและ
การสอื่ สาร รวมทงั้ นาํ ความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรยี นรู้
ขอ้ ที่ 1 ทดลอง และอธิบายการทําวัตถทุ ี่เป็ นกลางทางไฟฟ้ าใหม้ ี
ประจไุ ฟฟ้ าโดยการขดั สกี นั และการเหนย่ี วนาํ ไฟฟ้ าสถิต
ขอ้ ที่ 2 อธิบายและคาํ นวณแรงไฟฟ้ าตามกฎของคลู อมบ์
ขอ้ ท่ี 6 นาํ ความรเู้ ร่ืองไฟฟ้ าสถิตไปอธิบายหลักการทํางานของ
เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้ าบางชนดิ และปรากฏการณใ์ นชวี ิตประจาํ วนั
ช
วตั ถปุ ระสงค์ ดา้ นความรู้
1. อธิบายการเกิดไฟฟ้ าสถิตไดต้ ามหลกั
วิทยาศาสตร์
2. อธิบายแรงไฟฟ้ าตามกฎของคลู อมบ์
ตามหลกั วิทยาศาสตร์
3. อธิ บายปรากฏการณ์ไฟฟ้ าสถิตใน
ชีวิตประจําวนั
ดา้ นทกั ษะ
1. ทดลอง สงั เกต บันทึกผลการเกิดไฟฟ้ า
สถิตไดต้ ามหลกั วิทยาศาสตร์
2. ทดลอง สงั เกต บนั ทึกผลแรงไฟฟ้ าตามกฎ
ของคลู อมบต์ ามหลกั วิทยาศาสตร์
3. สงั เกต บนั ทึกผลปรากฏการณไ์ ฟฟ้ าสถิต
ในชีวิตประจําวนั
ดา้ นเจตคติ
1. ความตง้ั ใจและใฝ่ เรยี นรู้
2. ความรบั ผิดชอบ
3. ความคิดสรา้ งสรรค์
ซซ
แบบทดสอบ รวมคะแนน
กอ่ นเรยี น
“เรอื่ ง ไฟฟ้ าสถิต”
วิชาฟิ สิกส์ ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ที่ 5
คาํ ช้ีแจง :
1. แบบทดสอบน้ีเป็ นแบบปรนยั เลือกตอบจํานวน 10 ขอ้ 4 ตวั เลือก คะแนนเต็ม
10 คะแนน และขอ้ สอบอตั นยั 5 ขอ้ คะแนนเต็ม 10 คะแนน รวมทงั้ หมด 20 คะแนน
2. ใหน้ กั เรียนเลือกคําตอบที่ถกู ตอ้ งที่สดุ เพียงคําตอบเดียว โดยทําเครื่องหมาย
ลงในแบบทดสอบ และเขียนคําตอบลงในกระดาษที่กาํ หนดให้
3. ใชเ้ วลาในการทําแบบทดสอบ 60 นาที
ตอนที่ 1 3. การเป็ นกลางทางไฟฟ้ าคืออะไร
ก. อิเล็กตรอนเท่ากบั โปรตอน
1. ถา้ นําแท่งตัวนํามีประจบุ วกมาแตะกบั โลหะ ข. อิเล็กตรอนมากกวา่ โปรตอน
ทรงกลมท่ีไม่มีประจ ุ จํานวนอิเล็กตรอนบนแท่ง ค. อิเลก็ ตรอนนอ้ ยกวา่ โปรตอน
โลหะตวั นําเป็ นอยา่ งไร ง. โปรตอนเท่ากบั นิวตรอน
ก. บอกไมไ่ ดว้ า่ เพิ่มข้ึนหรอื ลดลง 4. อปุ กรณใ์ ดท่ีใชใ้ นการตรวจสอบประจไุ ฟฟ้ า
ข. ลดลง ก. อิเลก็ โทรมิเตอร์
ค. คงเดิม ข. อิเล็กโทรลกั ซ์
ง. เพิ่มข้ึน ค. อิเล็กโทรสโคป
ง. อิเล็กโทรไลท์
2. เมื่อนําแท่งพีวีซีท่ีถกู บั ผา้ สกั หลาดแลว้ ไปวาง
ใกล้ ๆ กับลกู พิธท่ีเป็ นกลางทางไฟฟ้ า จะ 5. เม่ือนําประจําบวกมาไวใ้ กลป้ ระจจุ ะเกิดแรง
สงั เกตเห็นเหตกุ ารณท์ ่ีเกิดข้ึนดงั ขอ้ ใด ใด
ก. ลกู พิธจะหยดุ น่ิง ก. แรงผลกั
ข. ลกู พิธจะเคล่ือนท่ีเขา้ หาแท่งพีวีซี ข. แรงดดู
ค. ลกู พิธจะเคลื่อนที่ออกห่างจากแท่ง ค. แรงเหว่ียง
พีวีซี ง. แรงลพั ธ์
ง. ลกู พิธจะเคลื่อนที่เขา้ หาแท่งพีวีซีใน
ตอนแรกแลว้ จะเคล่อื นที่จากไปภายหลงั
1
6. ฟ้ าแลบเกิดไดอ้ ยา่ งไร 9. ข้อใดช่วยลดการเกิดไฟฟ้ าสถิตได้
ก. ประจไุ ฟฟ้ าเคล่ือนท่ีระหว่างกอ้ นเมฆกบั ถกู ตอ้ ง
กอ้ นเมฆ ก. เส้อื ผา้ ขนสตั ว์
ข. ประจเุ สียดสกี บั อากาศเกิดประกายไฟ ค . ข.อากาศแหง้
ประจไุ ฟฟ้ าเคลือ่ นที่ระหว่างกอ้ นเมฆกบั พ้ืนดิน ค. สวมรองเทา้ ยาง
ง. ประจเุ สยี ดกบั อากาศจนเกิดเสียงฟ้ าผา่ ง. ใชว้ ตั ถทุ ่ีเป็ นฉนวน
7. ในวันท่ีอากาศแห้ง เมื่อใช้หวีพลาสติกหวีผม 10. ใครเป็ นคนค้นพบว่าการขัดสีวัตถ ุ
พบว่าเสน้ ผมจะตงั้ ชนั ข้ึนตามหวี เพราะสาเหตใุ ด ดว้ ยผา้ ขนสตั ว์ ทําใหเ้ กิดประจบุ นวตั ถ ุ
ก. ความรอ้ นที่เกิดจากหวีเสียดสีกบั เสน้ ผม ก. Isaac Newton
ข. หวีกบั เสน้ ผมเกิดประจชุ นิดเดียวกนั ข. Benjamin Franklin
ค. เกิดการเหนี่ยวนําไฟฟ้ าท่ีหวีขณะหวีผม ค. Albert Einstein
ง. เสน้ ผมและหวีเกิดประจไุ ฟฟ้ าตรงขา้ มกนั ง. Nikola Tesla
8. ”เม่ือประจฟุ ้ า 2 ตวั อยหู่ ่างกนั ขนาดหนึ่งจะมีแรง
กระทําซึ่งกนั และกนั เสมอ หากเป็ นประจเุ ดียวกนั จะมี
แรงผลกั กนั หากเป็ นประต่างชนิดกนั จะมีแรงดดู
กนั ” จากขอ้ ความขา้ งตน้ แรงท่ีว่าคือแรงอไร
ก. แรงระหว่างประจ ุ
ข. แรงทางไฟฟ้ า
ค. แรงของประจ ุ
ง. แรงรวมประจ ุ
เธอทําขอ้ สอบไดไ้ หม ??
ทําไดส้ ิ!! ไมย่ ากเลย
2
ตอนท่ี 2
1. จงอธิบายกระบวนการเกิดไฟฟ้ าสถิต ยกตวั อยา่ งสถานการณใ์ นชีวิตประจําที่เกี่ยวกบั
ไฟฟ้ าสถิตมา 1 ตวั อยา่ ง พรอ้ มอธิบายหลกั การมาพอสงั เขป ( 2 คะแนน )
ตอบ..............................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
2. ประจไุ ฟฟ้ าเกิดข้ึนไดอ้ ยา่ งไร จงอธิบาย ( 2 คะแนน )
ตอบ....................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
3. จงอธิบายแรงทางไฟฟ้ าตามกฎของคลู อมบ์ มาพอสงั เขป ( 2 คะแนน )
ตอบ....................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
4. บอกวิธีป้ องกนั การเกิดไฟฟ้ าสถิตมา 3 วิธี ( 2 คะแนน )
ตอบ..............................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
.
5.อิเลก็ โทรสโคปมีก่ีชนิด อะไรบา้ ง จงอธิบายหลกั การทํางานมาพอสงั เขป ( 2 คะแนน )
ตอบ....................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
.
3
Static Electricity
ติด“ ”...แน่นแน่นนะนอ้ งจา๋
4
จดุ ปรกะสารงเคร์ยี นรู้ เน้นทักษะการแก้ไข ัปญหา
3 ดา้ น
ดา้ นทกั ษะ
ดา้ นเจตคติ
• อธิบายการเกิดไฟฟ้ าสถิตไดถ้ กู ตอ้ งตามหลกั วิทยาศาสตร์
• ทดลอง บนั ทึกผล การเกดิ ไฟฟ้ าสถิตไดต้ ามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
• ความตงั้ ใจและความใฝ่ เรียนรู้
5
ENGAGEMENT
สถานการณ์ : เด็กเอย๋ เด็ก นกั เรียนสามารถหาขอ้ มลู เพิ่มเติมเพ่ือช่วย
นอ้ งนวิ เคลยี รจ์ าก QR Code และใบความรู้
นอ้ ยในหอ้ งลกู บอล !!
6
ณ หอ้ งลกู บอลของนอ้ งนิวเคลียร์
น ้อ ง นิ ว เ ค ลี ย ร์ ช อ บ ลูก บ อ ล ที่ มี สี สั น
ส ว ย ง า ม ซึ่ ง ภ า ย ใ น ห้อ ง ลูก บ อ ล มี
อณุ หภมู ิ 20 องศาเซลเซียส และนอ้ ง
นิวเคลียร์ชอบอย่ใู นหอ้ งที่มีอากาศเย็น
ขณะนน้ั นอ้ งนวิ เคลียรเ์ อาลกู บอลมาถกู บั
ผมของตวั เองทาํ ใหผ้ มของนิวเคลียรช์ ี้ฟู
ดังภาพดา้ นบน นอ้ งนิวเคลียร์จึงสงสัย
ว่าทําไมผมของตัวเองถึงเป็ นแบบน้ัน
นอ้ งนิวเคลียรอ์ ยากทาํ ใหผ้ มของตวั เอง
ก ลั บ ม า ต ร ง เ ห มื อ น เ ดิ ม แ ต่ ไ ม่ ร ู้จ ะ ทํ า
อย่างไร นักเรียนช่วยนอ้ งนิวเคลียร์ได้
หรือไม่
สถานการณเ์ พ่ิมเติมความรู้
จากทน่ี วิ เคลยี รส์ แกน QR Code ไดข้ อ้ มลู เพ่ิมเตมิ มาวา่
“ ขณะท่ีคณุ พอ่ คณุ แมข่ องเด็กผหู้ ญิงคนหนงึ่ ไดน้ าํ ผมเช็ดตวั มาถู
ผมของเด็กผหู้ ญิงซ้ําๆ หลายคร้ัง ขณะที่คณุ พ่อกับคณุ แม่ยก
ผา้ เช็ดตวั ขน้ึ จากศีรษะของเด็กผหู้ ญิง ผมของเด็กผหู้ ญิงชฟี ูขนึ้ มา
อย่างน่าตกใจ ต่อมาเด็กผู้หญิงได้อยากลองทําบ้าง จึงนํา
ผา้ เช็ดตวั มาถพู รอ้ มกบั คณุ แมบ่ นผมขอคณุ พอ่ ทาํ ใหผ้ ลที่ออกมา
คอื ผมของคณุ พอ่ ชฟี้ ูเหมอื นกนั ”
***เพราะเหตใุ ดผมของเด็กผหู้ ญิงและคณุ พอ่ ถึงชฟี้ ูขน้ึ มาได้ ?
ถา้ ช่วยนิวเคลียรห์ าคําตอบได้ นิวเคลียรม์ ีรางวลั ใหน้ ะ
รางวลั ภารกิจชว่ ยนอ้ งนิวเคลียร์ Nuclear
= = 5 point
7
ช่วย...นอ้ งหนอ่ ยนะพ่ีจา๋
...คําถามชวนคิด...
1. ปัญหาที่นอ้ งนิวเคลยี รพ์ บคืออะไร ?
2. นกั เรยี นคิดว่าอะไรบา้ งท่ีมีผลทําใหผ้ ลของนอ้ งนิวเคลียรช์ ้ีฟู ?
3. นกั เรยี นคิดว่ามีวิธีการแกไ้ ขปัญหาใหน้ อ้ งนิวเคลียรไ์ ดอ้ ยา่ งไรบา้ ง ?
8
ใบความรชู้ ่วยหนดู ว้ ยนะคะ
ไฟฟ้ าสถิต (Static electricity)
ปรากฏการณ์ท่ีเกิดขนึ้ จากความไมส่ มดลุ ของปริมาณประจไุ ฟฟ้ าขว้ั บวกและ
ขวั้ ลบภายในวสั ดหุ รือบนพ้ืนผิวของวสั ดุ ซ่ึงประจไุ ฟฟ้ าเหลา่ นนั้ จะยังคงอย่จู นกระทัง่
เกดิ การเคลอ่ื นที่หรือมกี ารถ่ายเทประจโุ ดยปกติ
แลว้ วสั ดทุ กุ ชนดิ มคี วามเป็ นกลางทางไฟฟ้ า จะ
มีปริมาณของประจบุ วกและประจลุ บอย่างละ
เท่า ๆ กนั ประจไุ ฟฟ้ าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง
อย่ตู ลอดเวลาเน่ืองจากการขดั ถู สัมผัส หรือ
เสียดสีกันระหว่างวัสดุ โดยเฉพาะอย่างย่ิงใน
วสั ดปุ ระเภททไี่ มน่ าํ ไฟฟ้ าหรือท่ีเรียกวา่ ฉนวน
ซึ่งจากสถานการณท์ ี่มีการนาํ ลกู โป่ งมาถกู ับ
เสน้ ผม ทําใหเ้ กิดการถ่ายเทประจไุ ฟฟ้ า เป็ นผลให้
เกดิ ความไมส่ มดลุ ของจาํ นวนประจบุ วกและประจลุ บ
ในวัสดแุ ต่ละช้ิน วัสดทุ ่ีต่างก็มีความไม่สมดลุ ของ
ประจไุ ฟฟ้ าจึงมีความพยายามถ่ายเทประจไุ ฟฟ้ ากับ
วัสดอุ ื่น ๆ เพ่ือสรา้ งความสมดลุ ใหก้ ับตัวเอง และ
การแลกเปล่ียนประจไุ ฟฟ้ านี้เองที่เป็ นสาเหตขุ อง
ความรู้สึกที่คล้ายกับการถูกไฟฟ้ าช็อตหรือท่ี
เรียกวา่ ไฟฟ้ าสถิต
ท่มี า : IPST Thailandhttps://www.scimath.org/article-physics/item/
9
ใบความรชู้ ว่ ยหนดู ว้ ยนะคะ
ไฟฟ้ าสถิตในชวี ิตประจาํ วนั
ความรสู้ ึกถกู ช็อตเบา ๆ เกิดขึ้นเนื่องจากความไม่สมดลุ ของประจไุ ฟฟ้ าใน
ร่างกายของมนษุ ยเ์ ชน่ เดยี วกบั วสั ดอุ นื่ ๆ ยกตวั อย่าง เมอื่ เราไปสมั ผสั กบั มอื จบั
บานเล่ือนประตซู ่ึงเป็ นโลหะ ประจลุ บจากมือ
จบั ประตจู ะถ่ายเทมายังร่างกายของเราอย่าง
รวดเร็ว เป็ นผลใหเ้ ราสะดงุ้ และรสู้ ึกเหมอื นถกู
ไฟฟ้ าช็อตเบา ๆ ปริมาณกระแสไฟฟ้ าจากการ
ถกู ไฟฟ้ าสถิตช็อตนั้นไม่เป็ นอันตรายต่อชีวิต
เ พี ย ง แ ต่ อ า จ ทํ า ใ ห้เ ร า ส ะ ด ุ้ง ห รื อ เ จ็ บ เ ล็ ก
เล็กนอ้ ย เหตกุ ารณ์ท่ีพบเจอในชีวิตประวัน
เช่น การเปิ ดประตหู อ้ ง การหวีผม การเข็น
รถเขน็ ในหา้ ง การสมั ผสั แขนกบั เพอื่ น
ความชนื้ ในอากาศมผี ลตอ่ การเกดิ “ไฟฟ้ าสถิต”
ความช้ืนในอากาศนอ้ ยกว่าอากาศท่ีมีอณุ หภมู ิสงู กว่า ความชื้นตา่ํ จะทําให้
ประจไุ ฟฟ้ าเกิดการสะสมบนผิวหนงั ซึ่งเมอ่ื มีการสมั ผสั กับวัสดปุ ระเภทตวั นาํ จะทาํ
ใหเ้ กิดการถา่ ยเทประจไุ ฟฟ้ าไปยงั ตวั นาํ อย่างรวดเร็วเป็ นผลเกิดการช็อตเบา ๆ ได้
วิธีชว่ ยลดการเกิด “ไฟฟ้ าสถิต”
การรกั ษาความชนื้ ในอากาศจงึ เป็ นวิธีชว่ ยป้ องกนั ปัญหาการเกดิ ไฟฟ้ าสถิตได้
ความชน้ื สมั พทั ธท์ ี่เหมาะสมสาํ หรบั อากาศในหอ้ งควรอยรู่ ะหวา่ งรอ้ ยละ 40-50
การดม่ื นา้ํ หรือทาครีมบาํ รงุ ผวิ เพอื่ ชว่ ยใหผ้ วิ ชมุ่ ชน้ื การสวมรองเทา้ พืน้ ยาง หรือการ
หลกี เลยี่ งการสวมใสเ่ สอื้ ผา้ ขนสตั วซ์ ่ึงเป็ นตวั นาํ ไฟฟ้ า
10
ทมี่ า : IPST Thailandhttps://www.scimath.org/article-physics/item/
ติด“ ...แน่นแน่นนะนอ้ งจา๋ ” EXPLANATION
สถานการณ์ : Party สดุ หรรษา
ณ งานปารต์ ี้วนั เกิดของนอ้ งบีบี นอ้ งบีบีจัดงานวัน
เกิดที่บา้ นของตวั เอง ซึ่งจดั เตรียมงานทกุ อย่างดว้ ยตนเอง
ขณะท่ีนอ้ งบีบีกําลังจัดเตรียมลกู โป่ งให้ติดกับผนังเพ่ือ
ตกแตง่ ภายในหอ้ งใหส้ วยงาม รอตอ้ นรับเพ่ือน ๆ ของนอ้ ง
บีบีท่จี ะมาวนั เกิดตอน 18.00 น.แตข่ ณะนน้ั นอ้ งบีบีไมม่ กี าว
หรืออปุ กรณท์ ่สี ามารถตดิ ลกู โป่ งกบั ผนงั ได้ นอ้ งบีบีมอี ปุ กรณแ์ คล่ กู โป่ ง, ยางวง,ชอ้ นโลหะ,
เสน้ ผม, ผนงั , ผา้ เช็ดตวั , ทิชชู่ เทา่ นนั้ นอ้ งบีบีไมร่ จู้ ะทาํ อย่างไรใหล้ กู โป่ งตดิ กบั ผนงั ได้ และ
ใกลเ้ วลาท่ีเพอ่ื น ๆ จะมาแลว้ นกั เรียนชว่ ยนอ้ งบีบีไดไ้ หมคะ
1. จากสถานการณป์ ัญหาที่นอ้ งบีบีพบคืออะไร ?
2. จากสถานการณด์ งั กลา่ วมีขอ้ จํากดั อะไรบา้ ง?
11
ติด“ ...แน่นแน่นนะนอ้ งจา๋ ” EXPLANATION
3. จากสถานการณด์ งั กลา่ วนกั เรยี นไดศ้ ึกษามีประเด็นทาง
วิทยาศาสตรอ์ ะไรบา้ ง จงอธิบาย
4. นกั เรยี นมีวิธีการแกไ้ ขปัญหาอยา่ งไรบา้ ง จงเขียนอธิบายประเด็นของการ
เกิดไฟฟ้ าสถิตและวาดภาพประกอบ
ตารางการออกแบบ
อธิบาย
12
ติด“ ...แน่นแน่นนะนอ้ งจา๋ ”
วิธีการทํากิจกรรม
1. ใหน้ กั เรียนนาํ ลกู โป่ งมาเป่ าจาํ นวน 3 ลกู และเลอื กจบั คกู่ บั อปุ กรณท์ ่ีกาํ หนดทงั้ หมด
3 คู่ (ลกู โป่ ง 1 ลกู จบั ค่อู ปุ กรณ์ได้ 1 ชนิด ) อปุ กรณด์ ังนี้ เสน้ ผม,ผา้ เช็ดตวั , ทิชชู ,
ชอ้ นโลหะ
2. ใหน้ กั เรียนหาวิธที าํ อยา่ งไรใหล้ กู โป่ งตดิ กบั ผนงั ได้ จบั เวลาและบนั ทึกผล
ตารางบนั ทึกผล
อปุ กรณท์ ่ีจบั ค่ ู ผลการจากการสงั เกต (ติด เวลาที่ติด
ผนงั /ไมต่ ิดผนงั ) ผนงั (วินาที)
สรปุ ผลและอภิปรายกิจกรรม
8
EVALUATION
ปรากฏการณฟ์ ้ าผา่ ฟ้ าแลบเกิดข้ึนไดอ้ ยา่ งไร
“จงอธิบาย”
จากสถานการณ์ในคลิปจะสังเกตเห็นไดว้ ่า ขณะมีฝนฟ้ าคะนองจะเกิดฟ้ าแลบ
ฟ้ าผ่า ซึ่งการเกิดฟ้ าผ่านน้ั สามารถเกิดข้ึนไดท้ กุ ที่ เช่น ฟ้ าผ่ากลางทะเล ฟ้ าผ่าตน้ ไม้
ฟ้ าผ่าเสาไฟฟ้ า ฟ้ าผ่ารถยนต์ เป็ นตน้ จนทาํ ใหเ้ กิดความเสียหายและเกิดอันตราย
สามารถทาํ ใหถ้ ึงแกช่ วี ิตไดเ้ ลย
สามารถดขู อ้ มลู เพ่ิมเติม 13
สแกน QR Code
ใบความรฟู้ ้ าผา่ ฟ้ าแลบมาจากไหน
ปรากฏการณฟ์ ้ าผา่ ฟ้ าแลบ
ปรากฏการณธ์ รรมชาตทิ ีเ่ กิดจากการเสยี ดสกี นั ระหวา่ งโมเลกลุ ของนา้ํ และอากาศท่ี
เคล่ือนท่ีในกอ้ นเมฆ เมื่อกอ้ นเมฆมี
ประจไุ ฟฟ้ ามากพอ จะถ่ายโอนประจุ
ไฟฟ้ าไปยังบริเวณอื่น ทําให้ประจุ
จํานวนมากเคล่ือนที่ดว้ ยอัตราเร็ว
สงู ผ่านอากาศ เกิดความร้อนและ
แสงสว่างตามเสน้ ทางที่ประจไุ ฟฟ้ า
เคล่ือนที่ ถา้ เป็ นการถ่ายโอนประจุ
ระหว่างกอ้ นเมฆกับพื้นดิน จะเรียก
ปรากฏการณด์ งั กลา่ ววา่ ฟ้ าผา่
แต่ถา้ เป็ นการถ่ายโอนประจรุ ะหว่าง
ก้อนเมฆกับก้อนเมฆ จะเรียกว่า
ทมี่ า : IPST Thailand https://www.scimath.org/article-physics/item ฟ้ าแลบ จํานวนประจจุ ะนอ้ ยกว่า
ฟ้ าผ่ามากจึงไม่มีผลต่อมนุษย์แต่
เมอื่ กอ้ นเมฆเคลื่อนที่สบู่ ริเวณตา่ํ ทาํ ให้ อย่างใด
บ ริ เ ว ณ ฐ า น ก้อ น เ ม ฆ มี ป ร ะ จุล บ ห รื อ
อิเล็กตรอนสะสมอย่เู หนย่ี วนาํ ประจบุ วกท่ีอยู่
บนพื้นดิน ทาํ ใหเ้ กิดลาํ แสงอิเล็กตรอนขนาด
ใหญ่ลงสบู่ นพื้นดนิ
14
ใบความรตู้ อ้ งตวั ยงั ไงถา้ “ฟ้ าแลบ ฟ้ าผา่ ”
วิธีป้ องกนั อนั ตรายจากปรากฏการณฟ์ ้ าผา่ ฟ้ าแลบ
สายลอ่ ฟ้ า (lightning rod) เป็ นอปุ กรณท์ ใี่ ชป้ ้ องกนั อนั ตรายจากฟ้ าผา่ ซึ่ง
จะติดต้ังบริเวณยอดของตึกหรือ
สิ่งก่อสรา้ งท่ีมีความสงู กว่าบริเวณ
รอบ ๆ โดยจะมีสายไฟโยงจาก
สายล่อฟ้ าไปยังพ้ืนดิน เมื่อมีประจุ
ไฟฟ้ าจํานวนมากในกอ้ นเมฆท่ีลอย
อย่ใู กล้ ๆ ตึกหรือส่ิงก่อสร้าง จะ
เกิดการถ่ายโอนประจจุ ากกอ้ นเมฆ
มายังพื้นดินผา่ นสายล่อฟ้ า ทาํ ใหไ้ ม่
เกิดฟ้ าผ่าอาคารที่มีสายล่อฟ้ า และ
ช่วยลดประจุไฟฟ้ าในบรรยากาศ
โดยรอบดว้ ย
การปฏิบตั ติ วั ใหป้ ลอดภยั จากฟ้ าผา่ และทขม่ี อา้ :คIPวSรT รThะaวilaงัndมhดีttpงัs:/ต/อ่wwไปw.sนcim้ี 4athอ.or(g/อaยrtic่าleท-pาํ h)ysiอcs/ยitา่emยืน
ใกลต้ น้ ไมห้ รือเสาไฟ อย่าถือโลหะชขู นึ้ สงู
อ ย่ า ใ ส่เ ค รื่ อ ง ป ร ะ ดับ โ ล ห ะ อ ย่ า ใ ช้
โทรศัพทม์ ือถือขณะฝนฟ้ าตะนอง และ 4
ค (ควรทาํ ) ควรหลบในท่ีปลอดภยั ควร
ปิ ดประตหู นา้ ต่างและอยู่ห่างจากผนัง
ควรถอดปลัก๊ เครื่องใชไ้ ฟฟ้ า ควรหมอบ
หรือนงั่ ยอง ๆ ใหต้ า่ํ ท่ีสดุ
ทม่ี า : IPST Thailand https://www.scimath.org/article-physics/item 15
ฟ้ าแลบ ฟ้ าแลบ แป๊ บ แป๊ บ
...คําถามชวนคิด...
1. จากสถานการณป์ ัญหาคืออะไรบา้ ง?
2. นกั เรยี นคิดว่าจากปรากฏการณฟ์ ้ าผา่ ฟ้ าแลบเกิดข้ึนไดอ้ ยา่ งไร?
3. นกั เรยี นคิดว่าปรากฏการฟ้ าผา่ ฟ้ าแลบเป็ นอนั ตรายกบั มนษุ ยห์ รอื ไมอ่ ยา่ งไร
และมีวิธีป้ องกนั อยา่ งไร?
16
เหรยี ญที่สะสมได้
ชดุ กิจกรรมที่ 1 ติดแน่นแน่นนะนอ้ งจา๋
17
…จดุอเลนั ็ก ตๆ รที่…าย!
วตั ถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้
ดา้ น
ทกั ษะ
ดา้ น
ความรู้
ดา้ น
เจตคติ
1. นําการเกิดไฟฟ้ าสถิตไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจําวนั ได้
2. ทดลอง บนั ทึกผล การเกิดไฟฟ้ าสถิตไดต้ ามกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์
3. ความตงั้ ใจและความใฝ่ เรยี นรู้
19
สถานการณ์ 1ENGAGEฉMENT
จากคลปิ วิดโี อมรี ถขนสง่ ผา้ ซึ่งมผี ชู้ ายหนงึ่ คนกาํ ลงั กระโดน
ขา้ มถุงพลาสติกท่ีใส่ผ้าอยู่ ขณะท่ีผู้ชายกําลังกระโดนขา้ ม
ถงุ พลาสตกิ มานนั้ ร่างกายของชายคนนน้ั ไดถ้ กู บั ถงุ และทาํ ใหเ้ กดิ
ไฟลกุ ขนึ้ ทัว่ ตัวของผชู้ ายคนนัน้ ไดร้ ับบาดเจ็บแต่โชคดีท่ีไม่ถึงแก่
ชวี ิต นกั เรียนสงสยั หรือไมว่ ่า อะไรเป็ นสาเหตทุ าํ ใหไ้ ฟลกุ ไหม้
***เพราะเหตใุ ดไฟถึงลกุ ไหมไ้ ปทวั่ รา่ งกายของผชู้ ายคนนน้ั ?
= = 5 point
นกั เรียนสามารถหาขอ้ มลู เพ่มิ เตมิ จาก
QR Code และใบความรู้
20
คําถามชวนคิด
1. จากสถานการณใ์ นคลิปวิดีโอมีอะไรเกดิ ข้ึนกบั ผชู้ ายที่กระโดนขา้ ม
ถงุ พลาสติกบา้ ง ?
2. จากสถานการณอ์ ะไรบา้ งท่ีสง่ ผลใหเ้ กดิ ไฟลกุ ไหมก้ บั ผชู้ ายคนนนั้ ?
21
“ ”ใบความรจู้ ดุ เลก็ ๆ ที่อนั ตราย
การถ่ายเทประจไุ ฟฟ้ า (Electrostatic Discharge)
การถ่ายเทประจไุ ฟฟ้ าท่ีเกิดขน้ึ อย่างรวดเร็ว เม่ือประจไุ ฟฟ้ าบนผวิ วสั ดุ 2 ชนิด
ไมเ่ ท่ากนั
ที่มา :สภุ าวดี มานะสวุ รรณ https://sites.google.com/a/kjst.ac.th
ตวั อยา่ งการถ่ายเทประจดุ งั ตอ่ ไปน้ี เมอื่ เราใสร่ องเทา้ หนงั แลว้ เดนิ ไปบนพื้นที่ปูดว้ ย
ขนสตั วห์ รือพรม เมื่อเดินไปจับลกู บิดประตจู ะมีความรสู้ ึกว่าถกู ไฟช็อต สามารถอธิบาย
ไดว้ ่า เกิดประจไุ ฟฟ้ าขนึ้ จากการขดั สีของวตั ถุ 2 ชนิด วตั ถใุ ดสญู เสียอิเล็กตรอนไปจะมี
ประจไุ ฟฟ้ าเป็ นบวก สว่ นวตั ถใุ ดไดร้ ับอิเล็กตรอนมาจะมีประจไุ ฟฟ้ าเป็ นลบ ซึ่งขนึ้ อย่กู บั
วัตถทุ ่ีมาขดั สีกัน ร่างกายของคนเราเป็ นตัวกลางทางไฟฟ้ าท่ีดี เม่ือเราเดินผ่านพ้ืนที่ปู
ดว้ ยขนสัตว์หรือพรม รองเท้าหนังของเราจะขัดสีกับพ้ืนขนสัตว์หรือพรม ทําให้
อิเล็กตรอนถ่ายเทจากรองเทา้ หนังไปยังพื้นพรม เมื่อเราเดินไปเรื่อย ๆ อิเล็กตรอนจะ
ถ่ายเทจากรองเทา้ ไปยงั พ้นื มากขน้ึ จึงทาํ ใหเ้ รามปี ระจไุ ฟฟ้ าเป็ นบวกกระจายอย่เู ต็มตวั เรา
เมอ่ื เราไปจบั ลกู บิดประตู ซ่ึงเป็ นโลหะจะทาํ ใหอ้ ิเล็กตรอนจากประตถู ่ายเทมายงั ตวั เรา ทาํ
ใหเ้ รารสู้ กึ วา่ คลา้ ย ๆ ถกู ไฟชอ๊ ต
22
“ ”ใบความรจู้ ดุ เลก็ ๆ ท่ีอนั ตราย
การถ่ายเทประจไุ ฟฟ้ า (Electrostatic Discharge)
โดยการนาํ วัตถตุ วั นาํ อื่นที่มีประจไุ ฟฟ้ าอิสระอย่แู ลว้ มาสมั ผสั กบั ตวั นาํ ที่เราตอ้ งการ
จะใหเ้ กิดมีประจไุ ฟฟ้ าอิสระ จะเกิดการถ่ายเทประจไุ ฟฟ้ าระหว่างตวั นาํ ทง้ั สอง และในที่สดุ
ตัวนําทั้งสองต่างจะมีประจไุ ฟฟ้ าอิสระ และต่างจะมีศกั ยไ์ ฟฟ้ าเท่ากนั ซ่ึงตามทฤษฎี
อิเล็กตรอนแลว้ การถ่ายเทประจไุ ฟฟ้ าใหก้ นั นนั้ เกิดข้ึนเนื่องจากการเคล่ือนที่ของ
อิเล็กตรอน ซึ่งในการทาํ ใหเ้ กิดประจไุ ฟฟ้ าอิสระดว้ ยการสมั ผสั นนั้ ไดว้ า่ อาจสรปุ
ประจฟุ ้ าอิสระท่ีตัวนาํ ไดร้ ับ จะเป็ นประจไุ ฟฟ้ าชนิดเดียวกนั กบั ชนิดของประจ ุ
ไฟฟ้ าบนตัวนําท่ีนํามาสัมผัสเสมอไป เมื่อสัมผัสกันแล้ว ตัวนําทั้งสองต่างจะมี
ศกั ยไ์ ฟฟ้ าเท่ากนั ประจไุ ฟฟ้ าอิสระที่ตัวนําทั้งสองมี ภายหลังสัมผัสกันแลว้ น้ัน จะมี
จํานวนเท่ากนั หรือ อาจไมเ่ ท่ากนั ก็ได้ ทง้ั นยี้ ่อมข้ึนอยกู่ บั ความจไุ ฟฟ้ าของตวั นําทงั้
สอง ประจไุ ฟฟ้ ารวมทั้งหมดบนตัวนาํ ทั้งสองภายหลังท่ีสัมผัสแลว้ จะมีจํานวนเท่ากบั
ประจไุ ฟฟ้ าทง้ั หมดกอ่ นสมั ผสั กนั
ขอ้ ควรปฏิบตั ิเก่ยี วกบั ไฟฟ้ าสถิต
ปัจจบุ นั ชน้ิ งานอิเลคทรอนคิ สน์ บั วนั จะมขี นาดเล็กลงและประสทิ ธิภาพท่ีสงู ขน้ึ การมี
วงจรไฟฟ้ ามากมายในขนาดของชิ้นงานที่เล็กลง จะสง่ ผลใหช้ ิน้ งานยิ่งไวตอ่ ไฟฟ้ าสถิตไฟฟ้ า
สถิตจะถกู ส่งจากคนงานในสายการผลิต เคร่ืองมือ และอปุ กรณ์อื่นๆ ไปยังชิ้นงาน
อิเล็คทรอนิคส์ ซ่ึงมีผลทาํ ใหค้ ณุ สมบัติทางไฟฟ้ าของช้ินงานเปล่ียนไป มีการศึกษาและ
พบว่ามากกว่า 50% ของช้ินงานท่ีเสียหายลว้ นมีผลมาจากไฟฟ้ าสถิต เพ่ือควบคมุ ไฟฟ้ า
สถิต มแี นวทางในการปฏิบตั ดิ งั นี้ ออกแบบและพฒั นาผลติ ภณั ฑช์ ้ินสว่ นอิเล็คทรอนคิ สใ์ ห้
ทนต่อไฟฟ้ าสถิตเท่าที่เป็ นไปได้ ลดหรือขจัดเหตใุ นการเกิดไฟฟ้ าสถิต พื้น / วัสดปุ ู
พื้น ความชน้ื ของอากาศในหอ้ ง รองเทา้ ชดุ ทีส่ วมใส่ วิธที าํ ความสะอาด ตอ่ สายดนิ
23
EXPLANATION
ประจสุ รา้ งข้ึนได้
ดว้ ยมือเรา
ใหน้ กั เรยี นเขา้ ลิงกต์ ่อไปน้ี WWW. https://phet.colorado.edu/th/
• กดเลือก “ฟิ สิกส”์
• คน้ หา “บอลลนู และไฟฟ้ าสถิต” กดเลอื ก
24
กจิ กรรมประจสุ รา้ งข้ึนไดด้ ว้ ยมือเรา
“ใหน้ กั เรยี นตอบคําถามจากการกิจกรรมต่อไปน้ี”
25
กิจกรรมประจสุ รา้ งข้ึนไดด้ ว้ ยมือเรา
1.เม่ือนําลกู โป่ งสเี ขียวและสเี หลืองมาถกู บั เส้อื จะเกิดการเปลี่ยน
แปลงอะไรบา้ ง เพราะเหตใุ ด
2. เมื่อลกุ โป่ งติดกบั เส้ือแลว้ นํากาํ แพงออกจะเกดิ การเปลย่ี นแปลง
อะไรบา้ ง เพราะเหตใุ ด
26
กจิ กรรมประจสุ รา้ งข้ึนไดด้ ว้ ยมือเรา
3. สรปุ จากกจิ กรรมมีประเด็นวิทยาศาสตรใ์ ดบา้ ง จงอธิบายพอ
สงั เขป
4. จากประเด็นทางวิทยาศาสตรส์ ามารถนําไปประยกุ ตใ์ ชใ้ น
ชีวิตประจําวนั ใดไดบ้ า้ ง
27
คําถามจากขอ้ สงสยั EVALUATION
1. จากสถานการณท์ ่ี 1 เพราะเหตใุ ดจึงเกดิ ไฟลกุ ไหมข้ ้ึนบนกองผา้ ?
2. จากสถานการณน์ กั เรยี นคิดว่ามีวิธีป้ องกนั การเกิดไฟไหมไ้ ด้
อยา่ งไร?
28
เหรยี ญท่ีสะสมได้
ชดุ กิจกรรมที่ 2 จดุ เล็ก ๆ ท่ีอนั ตราย
29
หลอด
ดดู วิญาณ
Static Electricity
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ เน้นทักษะการแก้ไข ัปญหา
1. อธิบายการเกิดแรงทางไฟฟ้ าและประจไุ ฟฟ้ าอิสระ
ไดถ้ กู ตอ้ งตามหลกั วิทยาศาสตร์
2. ทดลอง บนั ทึกผล แรงทางไฟฟ้ าไดต้ ามกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์
3. ความตง้ั ใจและความใฝ่ เรยี นรู้
ดา้ น ดา้ น
ความรู้ ดา้ น เจตคติ
ทกั ษะ 31
สถานการณ์ 1 ENGAGEM ฉENT
เด็กชายคนหน่ึงได้ดคู ลิปวิดีโอการทดลองวิทยาศาสตร์
ภายในคลิปเด็กชายเห็นว่า มีผทู้ ดลองเปิ ดก๊อกนา้ํ เบา ๆ แลว้ นาํ
หลอดมาใกล้ ๆ นา้ํ ทไ่ี หลเป็ นสายตรงๆ อย่นู น้ั ทาํ ใหส้ ายนาํ้ เกดิ การ
โกง่ ตวั ออกจากเดิม เด็กชายจึงมีความสนใจที่จะทดลองตามในคลิป
วิดโี อ แตไ่ มท่ ราบวา่ มอี ปุ กรณใ์ ดบา้ ง และไมท่ ราบวิธีการทดลอง
***เพราะเหตใุ ดหลอดจงึ สามารถทาํ ใหส้ ายนา้ํ โกง่ ตวั ออกจากเดมิ ได้ ?
นกั เรียนสามารถหาขอ้ มลู เพมิ่ เตมิ จาก
QR Code และใบความรู้
32
คําถามชวนคิด
1. จากสถานการณใ์ นคลปิ ท่ีเด็กชายดมู ีอะไรเกิดข้ึนบา้ ง ?
2. จากสถานการณเ์ ด็กชายเจอขอจํากดั อะไรบา้ ง?
33
ใบความรขตู้ อวั งตวนิญญาณ
เม่ือนําวัตถบุ างชนิดมาขดั ถกู นั แลว้ สามารถทําใหเ้ กิดการดึงดดู
ระหว่างวตั ถ ุ2 ชนิด แรงท่ีทําใหว้ ตั ถเุ บา ๆ เคล่อื นท่ีเขา้ หาวตั ถบุ างชนิดท่ี
ผา่ นการถไู ด้ ทางวิทยาศาสตรเ์ รยี กว่า “แรงทางไฟฟ้ า”
ประจไุ ฟฟ้ ามาจากไหน
โดยปกตแิ ลว้ วตั ถจุ ะมสี ภาพเป็ นกลางทางไฟฟ้ า คือ มีประจบุ วกและประจุ
ลบในวตั ถนุ นั้ เทา่ กนั จงึ ไมแ่ สดงอาํ นาจทางไฟฟ้ า เมอ่ื วตั ถไุ ดร้ ับการขดั ถหู รือไดร้ ับ
พลังงานจะทําใหอ้ ิเล็กตรอนหรือไอออนอิสระเกิดการเคล่ือนที่ ส่งผลใหจ้ ํานวน
ประจลุ บและประจบุ วกไม่เท่ากัน เรียกว่า วัตถมุ ีประจุ วัตถทุ ่ีมีประจจุ ะแสดง
อาํ นาจไฟฟ้ าตามชนดิ ของประจทุ ่ีมากกว่า เรียกว่า ประจอุ ิสระ โดยประจอุ ิสระจะ
เทา่ กบั ผลตา่ งของจาํ นวนประจบุ วกกบั ประจลุ บทีม่ อี ยจู่ ริง
ประจอุ ิสระ
1. การเกิดประจโุ ดยการขดั ถู (charging by friction)
2. การเกิดประจโุ ดยการสมั ผสั (charging by conduction)
3. การเกิดประจโุ ดยการเหน่ียวนํา (charge by induction)
ท่ีมา : SciMath https://www.scimath.org/lesson-physics/item/ 34
ใบความรขตู้ อวั งตวนิญญาณ
การเกดิ ประจอุ ิสระ
1.การเกิดประจโุ ดยการขดั ถ ู คือ การนาํ วตั ถตุ า่ งชนิดถกู ัน เชน่ นาํ ผา้ สักหลาดมาถู
กับแผ่นพีวีซี งานของแรงที่ใชถ้ ู ทําใหอ้ ิเล็กตรอนจะถ่ายโอนไปยังอีกวัตถหุ นึ่ง วัตถทุ ่ีรับ
อิเล็กตรอนเพ่ิมเขา้ ไปจะมปี ระจลุ บสว่ นวตั ถทุ ี่
เสียอิเล็กตรอนไปจะมีประจุบวก อาจจะ
ทดลองอย่างง่ายดว้ ยการนาํ ลกู โป่ งมาถกู ับ
ศีรษะ สังเกตเสน้ ผมจะติดไปกับลกู โป่ งดัง
ภาพ
2. การเกิดประจโุ ดยการสมั ผสั คือ การ
นาํ วัตถตุ ัวนาํ ท่ีมีประจอุ ิสระอยู่ มาสัมผัสกับ
ตวั นาํ ที่เราตอ้ งการ จะใหเ้ กิดมปี ระจอุ ิสระ โดย
การถ่ายเทประจไุ ฟฟ้ าระหว่างตัวนาํ ทั้งสอง
และในทสี่ ดุ ตวั นาํ ทง้ั สองตา่ งจะมปี ระจอุ ิสระ
3. การเกิดประจโุ ดยการเหน่ียวนํา
คือ การนาํ วัตถทุ ี่มีประจไุ ฟฟ้ าชนิดหนึ่งไป
ใกลว้ ัตถทุ ี่เป็ นกลาง แลว้ ทําใหเ้ กิดประจุ
ชนดิ ตรงขา้ มบนวตั ถนุ ้ี ประจไุ ฟฟ้ าท่ีเกิดขนึ้
นเ้ี รียกวา่ ประจเุ หนยี่ วนาํ
ที่มา : SciMath https://www.scimath.org/lesson-physics/item/ 35
EXPLAN ฉATION
สถานการณเ์ พมิ่ เตมิ
จากสถานการณท์ ่ี 1 เด็กชายมีความสนใจท่ีจะทดลองตามใน
คลปิ วิดโี อ จงึ ไดไ้ ปหาอปุ กรณม์ า เชน่ ผา้ เช็ดตวั หลอด ลกู โป่ ง ชอ้ น
โลหะ ท่อPVC อปุ กรณท์ ่ีเด็กชายสามารถหาอปุ กรณม์ าไดเ้ ท่านี้ จาก
ที่เด็กชายศึกษาใบความรทู้ าํ ใหเ้ ด็กชายทราบการขดั ถรู ะหวา่ งของ 2
สิ่ง สามารถทําให้เกิดแรงเกิดขึ้นได้ แต่เด็กชายังไม่ร้วู ่ามีวิธีทํา
อยา่ งไร
**แรงที่เกิดจากการถูระหว่างของ 2 สิ่งคือแรงอะไร และเกิดขึ้นได้
อย่างไร?
= = 5 point
36
หลอดดดู วิญญาณ
1. จากสถานการณท์ งั้ หมดเด็กชายมีความสนใจที่จะทําอะไร?
2. จากสถานการณท์ งั้ หมดมีประเด็นทางวิทยาศาสตรอ์ ะไรบา้ ง?
37
หลอดดดู วิญญาณ
3. จากสถานการณ์อปุ กรณท์ ่ีสามารถใชใ้ นการทํากิจกรรมน้ีไดม้ ี
อะไรบา้ ง?
4. นกั เรยี นมีวิธีการแกไ้ ขปัญหาอยา่ งไรบา้ ง จงเขียนอธิบายประเด็น
ของการเกดิ แรงระหว่างประจแุ ละวาดภาพประกอบ?
38
หลอดดดู วิญญาณ
วิธีทําการทดลอง
1. ใหน้ กั เรียนนาํ ผา้ เช็ดตวั จาํ นวน 3 ผืน และเลือกจับค่กู ับอปุ กรณท์ ี่กาํ หนด
ทงั้ หมด 3 คู่ (ผา้ เช็ดตวั 1 ผนื จบั คอู่ ปุ กรณไ์ ด้ 1 ชนดิ ) อปุ กรณด์ งั นี้ หลอด
,ลกู โป่ ง,ชอ้ นโลหะ,ทอ่ PVC
2. ใหน้ กั เรียนหาวิธีทาํ อยา่ งไรก็ไดใ้ หส้ ายนา้ํ โกง่ ตวั ดว้ ยผา้ เช็ดตวั กบั อปุ กรณ์
ที่เลอื กแลว้ นาํ อปุ กรณท์ ่ีเลือกไปจอ่ กบั สายนา้ํ และบนั ทกึ ผล
ตารางบนั ทึกผล
อุปกรณท์ จี่ บั คู่ ผลการจากการสังเกต (โกง่ ตวั /ไม่โกง่ ตวั )
สรปุ ผล
39