The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คอมพิวเตอร์ รายวิชา วิทยาการคำนวน ป .4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by teerapat suansuk, 2020-10-22 03:18:28

วิทยาการคำนวน ป.4

คอมพิวเตอร์ รายวิชา วิทยาการคำนวน ป .4

ERSION 2

เอกสารแนวทางการจดั การเรยี นการสอน

ตามมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชว้ี ดั

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ ( ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560 )
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ACTหนังสือเรียนรายวิชาMพ;้ืน*SฐLานOY _EDW ;ETDIV-T@Y;h 2T;I9V DTJTL7E LEIAVRENING สรปุ หลกั สตู ร

((ʏวɿΥ ทิ ʊยเʘาทɩกคโาʘนรʋโคɬลʚɿยำʙɬีนʁʜวʁʏณʜɻʍ)ʊ)Φ คำอธบิ ายรายวชิ า
-;Sh =ER8CJX$KT=9 gW 4 โครงสรา้ งรายวชิ า

ʃ˺4 $GC Z LTER$TE_EWD;EI [ 9V DTJTL77TEC C¤T,7<E<S 2=T;E$S<T=EE_EZ*DW ;@Eª` [JGª R275IS 6-0IWh 6S ) ตวั อยา่ งหนงั สอื เรยี น
7TCMG$S L7[ E`$;$GT*$TEJX$KT%h;S @h;Y 2T; @9Z :JS$ET- ®±±­ แผนการจดั การเรยี นรู้

โครงสรา้ งแผน ฯ
ตวั อยา่ งแผน ฯ

คโคมู่ รอืงสครรา้ ูงคมู่ อื ครู

ตวั อยา่ งคมู่ อื ครู

ตวั อยา่ งแบบฝกึ หดั

ตวั อยา่ ง PowerPoint

5S2BS9E `$I ES7;B9S E หนังสือเลมเนนื้อี้อหยาูใอนารจะหมวีกาางรสปงรตับรป5วรจ57ุงพแ.กิจ-าไขรณา รยี มความพรอ้ ม

เต
ไทย
ยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ิ O-NET 4.0Thailand
ใชข้ น้ั ตอนการสอน นำ-สอน-สรปุ -ประเมนิ สร้างนักเรียน
สรา้ งทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21
สง่ เสรมิ แนวคดิ เชงิ คำนวณ (Computational Thinking)
สง่ เสรมิ การเรยี นรแู้ บบ Active Learning











































































แบบทดสอบหลังเรยี น

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1

คาช้ีแจง : ให้นกั เรียนเลือกคาตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว

1.การแสดงอัลกอรทิ มึ ด้วยผงั งานแบง่ ออกเป็นก่ีแบบ 6.ข้อใดต่อไปนีค้ อื ข้ันตอนของอัลกอริทมึ ทง้ั หมด
ก. ทาความเข้าใจปญั หา เรียงลาดบั ขัน้ ตอน เลือกวิธีการแกป้ ัญหาที่ดที ่สี ดุ
ก. 1 ข. 2 ข. วิธกี ารแกป้ ัญหาท่ีดีท่ีสดุ กาหนดรายละเอียดของปญั หา ปรับปรงุ และ
แก้ไข
ค. 3 ง. 4 ค. เรยี งลาดับข้ันตอนเลือก ปรับปรุงและแก้ไข ต้งั สมมตฐิ าน
ง. ทาความเขา้ ใจปัญหา กาหนดรายละเอยี ดของปญั หา
2.ข้อใดต่อไปนก้ี ล่าวถกู ตอ้ งเกยี่ วกบั เหตุผลเชงิ ตรรกะ
7. “การใชข้ อ้ ความแสดงข้นั ตอนการทางาน” จากข้อความขา้ งตน้ เป็นการ
ก. การใช้เหตผุ ลในการเรียงลาดบั ขัน้ ตอน แสดงอัลกอริทึมแบบใด
ก. การแสดงอลั กอรทิ มึ ดว้ ยรหัสภาพ
ข. การแกป้ ัญหาที่ใช้เหตผุ ลมาเขียนเป็นผงั งาน ข. การแสดงอัลกอริทึมดว้ ยขอ้ ความ
ค. การแสดงอลั กอรทิ มึ ดว้ ยซโู ดโคด้
ค. เลอื กวธิ กี ารทด่ี ีทส่ี ดุ มาใชใ้ นการแก้ปญั หา เพอื่ ให้ไดผ้ ลลพั ธ์ที่ ง. การแสดงอัลกอรทิ มึ ดว้ ยรหสั จาลอง

ถกู ตอ้ ง 8. เพราะเหตใุ ดเราควรนาอลั กอรทิ มึ มาใช้ในการแก้ไขปัญหา
ก. วธิ ีการการแก้ไขปัญหาถูกจดั เรยี งอย่างเปน็ ขัน้ ตอน เม่ือนาข้นั ตอนมา
ง. การใชเ้ หตุผล กฎ กฎเกณฑ์ หรือเง่อื นไขทเ่ี ก่ยี วข้อง เพอ่ื แกป้ ัญหา ประยกุ ต์ใช้จะทาใหง้ านสาเรจ็ อยา่ งรวดเรว็
ข. มองเหน็ ปัญหาทเี่ กดิ ขึน้ อย่างชดั เจน และนาปญั หาทีเ่ กิดขนึ้ มาแยกแยะ
3. “ผงั งานท่ใี ชแ้ สดงทางเลอื กในการตดั สนิ ใจ” จากข้อความข้างต้นแสดง กระบวนการทางาน เพ่ือให้งานสาเร็จได้อยา่ งรวดเร็ว
ค. มวี ธิ กี ารให้แกไ้ ขปญั หาไดอ้ ยา่ งหลากหลาย ทาให้มที างเลือกในการ
ถงึ ผังงานแบบใด แกป้ ญั หา รวมทง้ั ข้ันตอนการแกป้ ัญหามคี วามสัมพนั ธก์ ัน
ง. มแี ผนผังแสดงขัน้ ตอนการทางานที่ชดั เจน เป็นโครงสร้างที่เรยี บง่าย ทา
ก. ผังงานแบบข้อความ ใหแ้ ก้ไขปญั หาได้ตรงตามความตอ้ งการ

ข. ผังงานแบบโฟลวชารต์ 9. สัญลกั ษณ์การแสดงอลั กอริทึมดว้ ยผังงานใดหมายถึงจดุ ส้ินสดุ
ก. ข.
ค. ผงั งานแบบโครงสรา้ งทางเลือก
ค. ง.
ง. ผังงานแบบโครงสรา้ งเรยี งลาดับ 10. ขอ้ ใดต่อไปน้เี รยี งลาดบั การแสดงอัลกอรทิ ึมดว้ ยข้อความได้ถูกต้อง

4.พจิ ารณาขอ้ ความตอ่ ไปน้ี การปดิ เครื่องคอมพวิ เตอร์
A ปดิ โปรแกรมทกุ โปรแกรม
1. เตมิ น้าในหม้อ ใส่ไข่ลงไป B คลิกเลอื ก Shut Down
C คลิกเลือก Start
2. นาหม้อต้งั บนเตา เปิดไฟ ก. คลิกเลอื ก Start, คลกิ เลือก Shut Down, ปดิ โปรแกรมทุกโปรแกรม
ข. ปดิ โปรแกรมทกุ โปรแกรม, คลิกเลือก Shut Down, คลกิ เลอื ก Start
3. เตรยี มสว่ นประกอบและอุปกรณ์ ค. ปดิ โปรแกรมทุกโปรแกรม, คลิกเลอื ก Start, คลกิ เลือก Shut Down
ง. คลิกเลอื ก Shut Down, คลิกเลือก Start, ปดิ โปรแกรมทกุ โปรแกรม
4. เมอ่ื น้าเดอื ดจบั เวลาอกี 4 นาที ปดิ ไฟ

5. นาไขท่ ีต่ ม้ สุกแล้วออกจากหมอ้

จงเรียงลาดับขน้ั ตอนในการแกป้ ญั หาการต้มไขใ่ ห้ถูกต้อง

ก. 1 2 3 4 5 ข. 2 1 3 4 5

ค. 4 1 2 5 3 ง. 3 1 2 4 5

5.ขอ้ ใดตอ่ ไปนก้ี ลา่ วถึงอัลกอรทิ ึมไดถ้ ูกต้อง

ก. การใชก้ ฎเกณฑพ์ จิ ารณาหาเหตุผล เพือ่ แกไ้ ขปัญหา

ข. กระบวนการแก้ปัญหาที่มลี าดบั หรอื วธิ ีการในการแก้ไขปญั หา

อยา่ งเปน็ ขน้ั เป็นตอน

ค. การแกไ้ ขปัญหาโดยการพิจารณาผลลัพธ์ แลว้ นาผลลัพธท์ ี่ได้มาใช้

หาต้นเหตขุ องปัญหา

ง. กระบวนการแก้ปญั หาท่มี กี ารกาหนดวธิ กี ารแกป้ ญั หาหลายวธิ ี

เพอ่ื ใหส้ ามารถแกป้ ัญหาต่าง ๆ ได้

เฉลย
1. ข 2. ง 3. ค 4. ง 5. ข 6. ก 7. ข 8. ก 9. ง 10. ค

36

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 1

การแสดงอลั กอริทมึ ดว้ ยข้อความและรหสั จาลอง

เวลา 2 ชั่วโมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวัด

1.1 ตัวชว้ี ัด

ว 4.2 ป.4/1 ใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธบิ ายการทางาน การคาดการณผ์ ลลัพธจ์ ากปญั หาอย่างง่าย

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. อธบิ ายเก่ยี วกบั ความหมายของเหตผุ ลเชิงตรรกะ และอลั กอรทิ ึมได้ (K)

2. บอกความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งเหตผุ ลเชิงตรรกะกบั อลั กอรทิ ึมได้ (K)

3. อภปิ รายเก่ียวกับเหตุผลเชงิ ตรรกะและอลั กอริทึม (P)

4. เห็นความสาคญั ของการเขียนอลั กอริทึมดว้ ยข้อความและรหัสจาลอง (A)

3. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรียนรทู้ อ้ งถิ่น

- การใช้เหตผุ ลเชงิ ตรรกะเป็นการนากฎเกณฑ์ หรอื พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา

เงือ่ นไขท่ีครอบคลุมทุกกรณีมาใช้พิจารณาในการ

แกป้ ัญหา การอธบิ ายการทางาน หรือการ

คาดการณผ์ ลลัพธ์

- สถานะเริ่มตน้ ของการทางานท่ีแตกตา่ งกันจะให้

ผลลัพธ์ที่แตกตา่ งกัน

- ตวั อย่างปญั หา เชน่ เกม OX, โปรแกรมทม่ี ีการ

คานวณ, โปรแกรมท่ีมตี ัวละครหลายตวั และมีการ

สั่งงานท่แี ตกตา่ ง หรอื ีการสื่อสารระหว่างกัน, การ

เดนิ ทางไปโรงเรียนโดยวธิ กี ารต่าง ๆ

4. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

เหตุผลเชิงตรรกะ (Logical reasoning) จะให้ความสาคัญในการวิเคราะห์หาเหตุผล สร้างการจัดลาดับเร่ืองราว
ก่อนหลัง โดยแยกแยะความสาคัญของเร่ืองราวด้วยการเปรียบเทียบปัจจัยต่าง ๆ ทาให้การตัดสินใจแก้ปัญหาเป็นไปตาม
หลักวิทยาศาสตร์ กล่าวได้ว่าเหตุผลเชิงตรรกะ คือ การใช้เหตุผล กฎ กฎเกณฑ์ หรือเงื่อนไขที่เก่ียวข้อง เพื่อแก้ปัญหาได้
ครอบคลุมในทุกกรณี เป็นการคิดท่ีมีเหตุผลรองรับในการคิดแก้ปัญหาและตัดสินใจ ซ่ึงถือว่าเป็นกระบวนการแก้ไขปัญหา
อยา่ งเป็นขั้นตอน ใชเ้ หตุผลมาตัดสนิ ใจ เพอื่ ใหไ้ ดผ้ ลลพั ธ์ท่ีดีทส่ี ดุ ในการแก้ปญั หา

อัลกอริทึม (Algorithm) คือ กระบวนการแก้ปัญหาท่ีมีลาดับ หรือวิธีการแก้ไขปัญหาใดปัญหาหน่ึงอย่างเป็นข้ันเป็น
ตอนชัดเจน โดยอัลกอริทึมมีขั้นตอน 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1. ทาความเข้าใจปัญหา 2. คิดวิธีการแก้ปัญหา 3. เรียงลาดับ
ขั้นตอนก่อนและหลัง 4. ทบทวนขั้นตอนในแต่ละวิธี 5. ตรวจสอบความถูกต้องและผลลัพธ์ 6. เลือกวิธีการที่ให้ผลลัพธ์ดี
ท่ีสดุ เพื่อแกไ้ ขปัญหา ดังนนั้ อาจกล่าววา่ อลั กอรทิ ึม คือ การแกป้ ญั หาโดยใชค้ วามคดิ เชิงตรรกะ

37

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มวี ินัย

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รียนรู้

1) ทกั ษะการคิดวิเคราะห์ 3. มุ่งมน่ั ในการทางาน

2) ทกั ษะการสงั เกต

3) ทักษะการสือ่ สาร

4) ทกั ษะการทางานรว่ มกนั

3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ

6. กจิ กรรมกำรเรียนรู้

 แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)

ชัว่ โมงท่ี 1

ขนั้ นา

กระตนุ้ ควำมสนใจ (Engage)
1. ครแู จ้งผลการเรียนรใู้ ห้นกั เรยี นทราบ
2. ครใู หน้ กั เรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน เพือ่ วดั ความรู้ของนกั เรียนก่อนเขา้ สู่กิจกรรม
3. ครใู ห้นักเรยี นดูภาพหนา้ 2 จากนั้นครูตัง้ คาถาม BIG QUESTION จากหนงั สือเรยี นรายวชิ าพื้นฐาน เทคโนโลยี
(วทิ ยาการคานวณ) ป.4 วา่ นกั เรียนคิดว่าควรใสร่ ูปอะไรในตาราง เพราะอะไรจึงใส่รปู น้ี แลว้ ใหน้ กั เรยี นชว่ ยอธบิ าย
คาตอบ เพ่อื กระตุน้ ความสนใจของนักเรียน
(แนวตอบ: ขึน้ อยกู่ ับดุลพินจิ ของครผู สู้ อน โดยคำถำมทใ่ี ชเ้ ปน็ คำถำมปลำยเปิดนักเรียนสำมำรถแสดงควำมคิดเห็นได้อย่ำง
อสิ ระขึ้นอยู่กบั เหตผุ ลท่นี ำมำประกอบ)
4. ครถู ามคาถามกระตนุ้ นกั เรียนจากหนงั สอื เรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ป.4 หน้า 3 ว่า การท่ี
คนเราสามารถแก้ไขปญั หาต่าง ๆ ได้นัน้ ตอ้ งเริ่มจากอะไร ครใู ห้นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็น
(แนวตอบ : กำรทีค่ นเรำจะสำมำรถแก้ปญั หำต่ำง ๆ ได้น้ัน ต้องเรมิ่ จำกรู้และเข้ำใจปัญหำ รู้ว่ำต้นเหตุของปัญหำเกิดจำก
อะไร โดยใชเ้ หตผุ ลหรอื กระบวนกำรมำพิจำรณำประกอบ)

ขั้นสอน

สำรวจค้นหำ (Explore)
1. ครใู หน้ กั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 3-4 คน แลว้ ให้นกั เรียนรว่ มกนั ศึกษาและสืบค้นขอ้ มูลเกี่ยวกบั ความคดิ เชิงตรรกะและ
อัลกอริทึม จากหนังสอื เรียนรายวิชาพนื้ ฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ป.4 หนา้ 3 ใบความรู้ท่ี 1.1 หรือ
แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ
2. ครูให้นกั เรียนแต่ละกลมุ่ สรุปข้อมลู ท่ีสืบคน้ ได้ลงในกระดาษ A4 พร้อมทง้ั ตกแต่งใหส้ วยงาม
3. ครูถามนักเรียนว่า เหตุผลเชิงตรรกะและอัลกอริทึม มีความสัมพันธ์กันหรือไม่ อย่างไร โดยครูคอยกระตุ้นให้นักเรียนใน
ชน้ั เรียนร่วมกันอภิปราย
(แนวตอบ: ขน้ึ อยู่กบั ดุลพนิ จิ ของครผู ้สู อน โดยเปิดโอกำสใหน้ กั เรยี นแสดงควำมคิดเห็นไม่คำนึงถึงควำมถูกต้องของคำตอบ
ซึ่งครูจะอธิบำยคำตอบในขัน้ อธิบำยควำมรู้)

38

ชัว่ โมงที่ 2

ข้นั สอน

อธบิ ำยควำมรู้ (Explain)
1. ครูอภิปรายร่วมกับนักเรียนว่า เหตุผลเชิงตรรกะ (Logical reasoning) จะให้ความสาคัญในการวิเคราะห์หาเหตุผล
สร้างการจัดลาดับเร่ืองราวก่อนหลัง โดยแยกแยะความสาคัญของเรื่องราวด้วยการเปรียบเทียบปัจจัยต่าง ๆ ทาให้การ
ตดั สินใจแก้ปัญหาเป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์ อาจกล่าวได้ว่าการคิดเชิงตรรกะ คือ การคิดที่มีเหตุผลรองรับในการคิด
แก้ปัญหาและตัดสนิ ใจ ซง่ึ ถอื ว่าเป็นกระบวนการแก้ไขปญั หาอย่างเปน็ ขนั้ ตอน ใช้เหตผุ ลมาตัดสินใจ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี
ทส่ี ดุ ในการแก้ปญั หา
อลั กอริทึม (Algorithm) คือ กระบวนการแก้ปญั หาทม่ี ีลาดับ หรือวิธีการแกไ้ ขปัญหาใดปัญหาหนึ่งอย่างเป็น
ขัน้ เปน็ ตอนชัดเจน โดยอัลกอรทิ ึมมขี นั้ ตอน 6 ข้ันตอน ได้แก่ 1. ทาความเข้าใจปญั หา 2. คิดวธิ กี ารแกป้ ญั หา 3. เรียง
ลาดับขน้ั ตอนก่อนและหลัง 4. ทบทวนข้นั ตอนในแต่ละวธิ ี 5. ตรวจสอบความถูกต้องและผลลัพธ์ 6. เลือกวิธกี ารท่ีให้
ผลลพั ธด์ ีที่สดุ เพอื่ แก้ไขปญั หา ดงั น้ัน อาจกล่าวว่าอลั กอรทิ ึม คอื การแก้ปญั หาโดยใชค้ วามคิดเชงิ ตรรกะ
2. ครใู หค้ วามรู้เพิ่มเตมิ วา่ อลั กอริทมึ นอกจากจะใช้แกป้ ญั หาทั่ว ๆ ไปแล้ว ยังสามารถใชก้ บั การเขยี นโปรแกรมคอมพิวเตอร์
ได้อกี ด้วย โดยการอธบิ ายอัลกอริทึมแบ่งได้เป็น 3 แบบ ได้แก่ การแสดงอัลกอริทึมด้วยข้อความ การแสดงอัลกอริทึมด้วย
รหสั จาลอง และการแสดงอัลกอรทิ ึมดว้ ยผงั งาน
3. ครูให้นักเรียนอ่านข้อมูลเก่ียวกับการแสดงอัลกอริทึมด้วยข้อความ (Natural Language) จากหนังสือเรียนรายวิชา
พ้ืนฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ป.4 หน้า 4 พร้อมทั้งให้นักเรียนร่วมกันบอกว่า เม่ือนักเรียนต้องการต้มไข่จะมี
ขัน้ ตอนอยา่ งไร
4. ครูให้นกั เรียนทากจิ กรรมฝึกทกั ษะ Com Sci จากหนงั สือเรยี นรายวชิ าพื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ป.4 หน้า 5 โดยให้
นกั เรยี นพจิ ารณาข้อความทกี่ าหนดให้ แล้วเรียงลาดับขนั้ ตอนในการสง่ อีเมลให้ถูกต้อง เพ่ือใหน้ ักเรียนเขา้ ใจเน้ือหา
เกย่ี วกับการแสดงอลั กอรทิ ึมด้วยข้อความมากยง่ิ ข้ึน
5. ครูให้นักเรียนอ่านข้อมูลเกี่ยวกับการแสดงอัลกอริทึมด้วยรหัสจาลองหรือซูโดโค้ด (Pseudocode) จากหนังสือเรียนรายวิชา
พนื้ ฐาน เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ป.4 หน้า 6
6. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มตามกลุ่มเดิมจากขั้นสารวจค้นหา แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแข่งกันตอบความหมายของรหัส
จาลอง โดยครูนาบัตรภาพรหัสจาลองสาหรับการเดินทาง ให้นักเรียนดูที่ละภาพจากใบความรู้ที่ 1.2 ซึ่งครูอาจมีรางวัล
ใหก้ บั กลุม่ ทสี่ ามารถตอบความหมายได้ถูกตอ้ งมากท่สี ุด
7. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับรหัสจาลองและความหมายของรหัสจาลอง โดยครูคอยกระตุ้นให้นักเรียนในช้ัน
เรยี นรว่ มกนั อภปิ ราย ครูเขียนขอ้ มลู ที่ร่วมกนั อภิปรายได้บนกระดานและให้นักเรียนบันทึกลงในสมดุ

39

ขน้ั สรปุ

ขยำยควำมเข้ำใจ (Elaborate)
1. ครูให้นักเรียนดูภาพข้อมูลเก่ียวกับเส้นทางการเดินทางกลับบ้านของเจ้าตูบจากภาพในหนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน
เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ป.4 หนา้ 7
2. ครูให้นักเรียนพิจารณาว่าถ้าเจ้าตูบต้องการหาทางกลับบ้าน จะต้องกลับบ้านเส้นทางใดจึงจะถึงบ้านเร็วท่ีสุด โดยมี
เงอื่ นไขว่าเจ้าตูบไมส่ ามารถเดนิ ทางผ่านป่าได้
3. ครเู ปดิ โอกาสให้นักเรยี นสอบถามข้อสงสยั เก่ียวกับเนื้อหาความรไู้ ด้ในขณะทีน่ ักเรยี นหาเส้นทางกลับบ้านให้เจา้ ตบู
4. ครูใหค้ วามรู้เพ่ิมเติมว่าเมอื่ พิจารณาเส้นทางการเดนิ ทางของเจ้าตบู ดว้ ยรหัสจาลองชุดคาส่งั พบว่า ผลลัพธ์เส้นทางสีฟ้าใช้
การเดินทางท้ังหมด 7 คร้ัง และเส้นทางสีชมพูใช้การเดินทางท้ังหมด 8 คร้ัง ดังน้ัน การเดินทางด้วยข้ันตอนของรหัส
จาลองชุดคาส่งั เสน้ ทางสีฟ้าเป็นขน้ั ตอนทดี่ ที ส่ี ดุ ทาใหเ้ จ้าตูบกลับบ้านไดเ้ รว็ ท่ีสดุ
5. ครูให้นกั เรียนทากิจกรรมฝกึ ทักษะ Com Sci จากหนงั สือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ป.4 หน้า 8 โดยให้
นักเรียนเลือกเส้นทางการบินที่ดีที่สุดของผีเสื้อไปยังดอกไม้แต่ละชนิด แล้วบันทึกผลลัพธ์ท่ีได้ลงสมุด ตามตัวอย่างการ
บนั ทึกผลลัพธ์ทกี่ าหนดให้
6. ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรปุ เกยี่ วกบั การแสดงอลั กอริทึมด้วยขอ้ ความ และการแสดงอลั กอริทึมด้วยรหัสจาลอง หรือ
ซโู ดโค้ด จนไดข้ อ้ สรุปว่า การแสดงอลั กอริทึมด้วยข้อความ คือ การใชข้ อ้ ความแสดงขนั้ ตอนการทางาน โดยการแสดง
ลาดับทแ่ี ละขัน้ ตอนการทางาน การแสดงการแสดงอลั กอริทมึ ด้วยรหสั จาลองหรอื ซโู ดโค้ด คือ การอธิบายการทางานโดย
ระบดุ ้วยรหสั จาลอง

ขัน้ ประเมิน

ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรียน
2. ครูประเมินผล การทากจิ กรรมกลุ่ม โดยการสังเกตการตอบคาถาม การรว่ มกันทาช้นิ งานงานลงในกระดาษ A4 เรอ่ื ง
เหตผุ ลเชงิ ตรรกะและอลั กอริทมึ
3. ครูตรวจสมุดประจาตัวของนักเรยี น

40

7. กำรวดั และประเมินผล

รำยกำรวดั วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑก์ ำรประเมนิ

7.1 การประเมนิ ก่อนเรียน ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น แบบทดสอบก่อนเรียน ประเมนิ ตามสภาพจรงิ

- แบบทดสอบก่อนเรียน

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1

เรื่อง ข้ันตอนวธิ ีการ

แกป้ ัญหา

7.2 การประเมนิ ระหว่างการ - ช้ินงาน เรอื่ งการ ระดบั พอใช้ ขน้ึ ไป
จดั กิจกรรม เหตผุ ลตรรกะและ
1) การคิดเชงิ ตรรกะ - ตรวจชนิ้ งาน เร่อื งการ อลั กอริทมึ
และอัลกอรทิ ึม เหตุผลตรรกะและอลั กอริทึม

2) พฤติกรรมการ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ทางานรายบคุ คล การทางานรายบุคคล
การทางานรายบุคคล
3) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม
ทางานกลุม่ การทางานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

4) คณุ ลักษณะ - สงั เกตความมวี นิ ัย การทางานกลุ่ม
อันพึงประสงค์ ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งมัน่
ในการทางาน - แบบประเมนิ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

คุณลกั ษณะ

อันพึงประสงค์

8. ส่ือ/แหลง่ กำรเรยี นรู้

8.1 สื่อกำรเรียนรู้
1) หนงั สอื เรียนรายวชิ าพนื้ ฐาน เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ป.4

2) ใบความรทู้ ่ี 1.1 เรือ่ ง การคดิ เชงิ ตรรกะ

3) ใบความร้ทู ่ี 1.2 เรอื่ ง บตั รภาพรหัสจาลองสาหรับการเดินทาง
8.2 แหล่งกำรเรียนรู้

1) ห้องเรียน

2) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ

41

ใบความรู้ที่ 1.1

เรือ่ ง เหตุผลเชิงตรรกะ

เหตุผลเชิงตรรกะ

เหตุผลเชงิ ตรรกะ (Logical reasoning) คือ การใช้เหตผุ ล กฎ กฎเกณฑ์ หรอื
เงื่อนไขทีเ่ ก่ียวข้อง เพื่อแก้ปัญหาได้ครอบคลุมทกุ กรณี การให้เหตุผลซ่งึ ให้
ความสาคัญในการวิเคราะห์หาเหตผุ ล สรา้ งการจัดลาดบั เร่อื งราวกอ่ นหลงั โดย
แยกแยะความสาคัญของเรื่องราวด้วยการเปรียบเทียบปัจจัยตา่ ง ๆ ทาให้การ
ตัดสินใจแกป้ ญั หาเป็นไปตามหลกั วิทยาศาสตร์ อาจกลา่ วได้วา่ เหตผุ ลเชงิ ตรรกะ
คอื การคิดทีม่ ีเหตผุ ลรองรับในการคิดแก้ปัญหาและตัดสนิ ใจ ซ่งึ ถือว่าเป็น
กระบวนการแกไ้ ขปญั หาอยา่ งเปน็ ขั้นตอน ใชเ้ หตุผลมาตดั สนิ ใจ เพอ่ื ให้ได้ผลลพั ธ์
ที่ดที ่สี ุดในการแก้ปัญหา

การคดิ ท่มี ีเหตุผลรองรบั ในการแกป้ ัญหาและตัดสินใจ ถอื วา่ เปน็
กระบวนการสร้างนิสยั การแกไ้ ขปญั หาอยา่ งเป็นขั้นตอน เปน็
กระบวนการ ใช้เหตผุ ลมาตดั สนิ ใจมากกวา่ การใชอ้ ารมณต์ ดั สนิ ใจ

42

ใบความรู้ที่ 1.2

เรอื่ ง บตั รภาพรหัสจาลองสาหรบั การเดนิ ทาง

เดินไปทางขวา เดินไปทางซา้ ย เดินข้ึนขา้ งบน

เดินลงขา้ งลา่ ง เดินตรงแลว้ เล้ียวขวา เดินตรงแลว้ เล้ียวซา้ ย

เดินข้ึนขา้ งบนไปทางขวา เดินข้ึนขา้ งบนไปทางซา้ ย

43

9. ความเหน็ ของผบู้ รหิ ารสถานศึกษาหรอื ผูท้ ี่ไดร้ ับมอบหมาย .................................
................................ )
ข้อเสนอแนะ
.......
ลงชือ่
(

ตาแหน่ง

10. บันทึกผลหลงั การสอน

 ด้านความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน

 ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

 ด้านความสามารถทางเทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ)

 ด้านอนื่ ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤติกรรมที่มปี ัญหาของนักเรียนเปน็ รายบุคคล (ถ้าม)ี )

 ปัญหา/อุปสรรค
 แนวทางการแก้ไข

44

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 2

การแสดงอลั กอรทิ มึ ด้วยผงั งานหรอื โฟลวชารต์

เวลา 2 ช่ัวโมง

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวัด

1.1 ตัวชีว้ ัด

ว 4.2 ป.4/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทางาน การคาดการณ์ผลลพั ธ์จากปัญหาอย่างงา่ ย

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. อธบิ ายความหมายของการแสดงอัลกอริทึมด้วยผงั งานหรอื โฟลวชาร์ตได้ (K)

2. อภปิ รายเกยี่ วกับการแสดงอลั กอริทึมด้วยผงั งานหรือโฟลวชารต์ (P)

3. เหน็ ความสาคัญของการใช้อลั กอริทึมในการแก้ไขปัญหา (A)

3. สาระการเรียนรู้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรทู้ ้องถิ่น

- ตัวอยา่ งปัญหา เชน่ เกม OX, โปรแกรมท่มี ีการ พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา

คานวณ, โปรแกรมท่มี ตี ัวละครหลายตวั และมีการ

สั่งงานทีแ่ ตกตา่ ง หรือีการสอื่ สารระหว่างกัน, การ

เดนิ ทางไปโรงเรยี นโดยวิธีการตา่ ง ๆ

4. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด

การแสดงอลั กอรทิ ึมดว้ ยผังงานหรอื โฟลวชาร์ต หมายถึง แผนผังแสดงขั้นตอนการทางาน ซ่ึงสามารถใช้แผนผังน้ีแสดง

ขั้นตอนการทางานของโปรแกรมได้ การแสดงอัลกอริทึมด้วยผังงาน แบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ ผังงานแบบโครงสร้าง

เรยี งลาดบั และผงั งานแบบโครงสร้างทางเลอื ก

5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์

สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มวี นิ ยั

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรียนรู้

1) ทักษะการคิดวเิ คราะห์ 3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน

2) ทักษะการสื่อสาร

3) ทักษะการทางานร่วมกนั

3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้

 แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)

45

ชัว่ โมงที่ 1

ข้นั นา

กระตุน้ ความสนใจ (Engage)
1. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนโดยการนารูปเรขาคณิตแบบต่าง ๆ จากใบความรู้ท่ี 1.3 หรือครูอาจใช้ส่ิงของต่าง ๆ
ในห้องเรยี นทม่ี รี ูปทรงเรขาคณิตมาใหน้ กั เรียนดู และให้นกั เรียนบอกว่าภาพทเ่ี หน็ เป็นรปู เรขาคณิตใดบา้ ง
2. ครูสนทนากับนักเรียนว่า รูปเรขาคณิตแบบต่าง ๆ ท่ีครูยกตัวอย่างมานั้น มีความเกี่ยวข้องกับอัลกอริทึม โดยรูป
เรขาคณติ เป็นสญั ลกั ษณ์แทนการแสดงผังงาน ซง่ึ ครจู ะสอนในหวั ขอ้ การแสดงอลั กอรทิ ึมดว้ ยผงั งานหรือโฟลวชารต์

ขนั้ สอน

สารวจค้นหา (Explore)
1. ครูให้นกั เรียนแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 4-5 คน แล้วให้นกั เรยี นร่วมกันศึกษาเร่ือง การแสดงอลั กอริทมึ ด้วยผงั งานหรือโฟลวชาร์ต
จากหนังสอื เรียนรายวิชาพืน้ ฐาน เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ป.4 หน้า 9-11 หรอื แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
2. ครูให้นักเรียนอภิปรายแลกเปล่ียนความรู้กันระหว่างกลุ่ม จากน้ันให้นักเรียนแต่ละคนสรุปความรู้ท่ีได้ลงในสมุดนักเรียน
แตล่ ะกลุม่ รว่ มกันสรุปความรูล้ งกระดาษฟลปิ ชาร์ตพร้อมตกแต่งให้สวยงาม
3. ครใู ห้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มตัง้ คาถามพร้อมทั้งหาคาตอบเกี่ยวกับเรื่อง การแสดงอัลกอรทิ ึมด้วยผังงานหรือโฟลวชาร์ต กลุม่ ละ 3 ข้อ

อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครูใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมมานาเสนอช้ินงานที่ทาลงกระดาษฟลิปชาร์ทและถามคาถามเพื่อนหน้าช้ันเรียน
ครใู ห้นกั เรียนแต่ละกลุ่มแข่งกันตอบคาถาม ครูสรปุ คะแนนรวมของแต่ละกลุ่มเพอ่ื หากลุ่มทีช่ นะการแข่งขนั ตอบคาถาม
2. จากนั้นใหน้ กั เรยี นร่วมกนั สรปุ คาถามและคาตอบเก่ยี วกับเรอ่ื ง การแสดงอัลกอรทิ ึมด้วยผงั งานหรอื
โฟลวชาร์ต พรอ้ มทัง้ จดบันทึกคาถามและคาตอบลงในสมุดบนั ทกึ ของนักเรียน
3. ครใู ห้นักเรียนทาใบงานที่ 1.1 เรอ่ื ง สัญลกั ษณ์การแสดงอลั กอรทิ มึ ด้วยผังงาน

ช่วั โมงที่ 2

ขนั้ สอน

อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครูนาสนทนาว่า การแสดงอัลกอริทมึ ด้วยผังงาน แบง่ ออกเปน็ 2 แบบ ไดแ้ ก่ 1. ผงั งานแบบโครงสรา้ งเรยี งลาดับ เป็นผัง
งานที่แสดงขน้ั ตอนเรยี งลาดับตง้ั แตข่ น้ั ตอนแรกจนถึงสิ้นสดุ การทางานของโปรแกรม 2. ผังงานแบบโครงสร้างทางเลือก
เป็นผังงานท่ีใช้แสดงทางเลือกในการตัดสินใจโดยการกาหนดเงื่อนไขในการทางาน ครูควรใช้ภาพประกอบการอธิบาย
นอกเหนือจากภาพประกอบในหนงั สอื เรยี นรายวชิ าพ้นื ฐาน เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ป.4 หนา้ 10-11

46

ผังงานแบบโครงสร้างเรียงลาดับ
เร่มิ ต้น

ป้อนขอ้ ความ
แสดงขอ้ ความออกทาง

หน้าจอ

สน้ิ สุด

เมื่อต้องการป้อนข้อความเก่ียวกับประวตั ิส่วนตัวนกั เรยี น เช่น ช่ือ สที ่ชี อบ
งานอดิเรก นักเรยี นจะต้องเปิดโปรแกรมที่ต้องการ จากนั้นป้อนข้อความลง
ไปผา่ นแปน้ พิมพ์ ข้อความที่ป้อนจะปรากฏทางหน้าจอเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์

47


Click to View FlipBook Version