ผังงานแบบโครงสร้างทางเลอื ก
เร่ิมตน้
ป้อนคะแนนสอบ
(score)
ได้คะแนนมากกวา่ 10 สอบไม่ผ่าน
คะแนน
ไม่ใช่
ใช่
สอบผ่าน
ส้ินสดุ
เมื่อต้องการป้อนคะแนนสอบ โดยนักเรยี นจะต้องสอบได้คะแนนมากกวา่ 10
คะแนน จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน จึงจะสอบผ่านในการสอบรายวชิ าน้ี
2. ครใู ห้นักเรียนทากิจกรรมฝึกทักษะ Com Sci โดยครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันระดมความคิดจากการเรียนเรื่อง การ
แสดงอลั กอรทิ ึมดว้ ยผังงานหรือโฟลวชาร์ต แล้วนามาเขยี นผังงานจานวนท่มี คี ่ามากกว่าจานวนแรกแล้วบันทึกลงในสมุด
ของนกั เรียน ส่งครผู ้สู อนเพ่ือตรวจความถกู ตอ้ ง
48
ขั้นสรุป
ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
1. ครูนำสนทนำว่ำ อัลกอริทึมมีประโยชน์ในกำรช่วยแก้ไขปัญหำต่ำง ๆ ซึ่งกำรแก้ปัญหำด้วยอัลกอริทึมนั้นจะจัดเรียงเป็น
ขั้นตอนวิธีกำรและทำงเลือกไว้เสมอ เมื่อนำข้ันตอนวิธีมำประยุกต์ใช้จะทำให้กำรทำงำนสำเร็จอย่ำงรวดเร็ว อีกทั้งยัง
สำมำรถค้นหำต้นเหตุของปัญหำได้ เน่ืองจำกกระบวนกำรถูกแยกแยะกิจกรรม และข้ันตอนควำมสัมพันธ์ออกมำได้
ชัดเจน
2. ครูให้นักเรียนพิจำรณำภำพจำกหนังสือเรียนรำยวิชำพ้ืนฐำน เทคโนโลยี (วิทยำกำรคำนวณ) ป.4หน้ำ 13 แล้วตอบ
คำถำมวำ่ อัลกอริทึมสำมำรถแก้ปญั หำใหข้ ำ้ วปนั้ ได้อยำ่ งไร
(แนวตอบ : ข้นั ตอนแรกในการแก้ปัญหาด้วยอัลกอรทิ มึ น้ันจะต้องทาความเข้าใจปัญหาที่เกิดข้ึนก่อน โดยต้องทราบก่อน
ว่าทาไมข้าวป้ันจงึ นอนดกึ จากนั้นคิดวธิ กี ารแกป้ ญั หาจากสาเหตทุ ีเ่ กดิ ขึน้ ซ่ึงอาจมีวิธีการในการแก้ปัญหาได้หลายวิธี นา
วิธีการต่าง ๆ มาเรียงลาดับขั้นตอนก่อนหลังและทบทวนข้ันตอนต่างๆ อีกคร้ัง ตรวจสอบผลลัพธ์ที่ได้จากวิธีการแต่ละ
ข้ันตอน จากน้นั เลือกวธิ ีการที่ให้ผลลพั ธ์ดีท่ีสุดเพื่อใชแ้ ก้ปญั หา)
3. ครูขยำยควำมเข้ำใจของนักเรียนโดยให้นักเรียนตอบคำถำมท้ำทำยกำรคิดขั้นสูงว่ำ อัลกอริทึมช่วยแก้ปัญหำใน
ชีวติ ประจำวนั ของเรำได้อยำ่ งไร
(แนวตอบ : อลั กอริทมึ สามารถชว่ ยแก้ปัญหาในชีวติ ประจาวนั ของเราได้ เนือ่ งจากอัลกอริทึมเป็นการนาหลักเหตุผลใช้ใน
การปญั หา ทาให้เกดิ ประสทิ ธภิ าพในการคน้ หาและแก้ไขปัญหา เชน่ การกวาดห้อง มขี ั้นตอนดังน้ี
1. กวาดหยากไย่หรือฝนุ่ ผงจากขา้ งบนก่อน เชน่ เพดาน ตูเ้ สอื้ ผ้า โตะ๊ เปน็ ต้น
2. ดูทิศทางลม ใชไ้ มก้ วาดกวาดขยะไปทศิ ทางเดยี วกบั ทิศทางของลม
3. ขณะกวาดออกแรงกดพอประมาณ ไมต่ วดั ปลายไมก้ วาดเพือ่ ปอ้ งกันฝนุ่ ฟุ้งกระจาย
4. ตักฝุนผงด้วยที่ตักขยะเป็นระยะ
จะเห็นวา่ การกวาดหอ้ งจะถูกจดั ลาดับขั้นตอนออกมาใหเ้ หน็ ได้ชัดเจน เพอื่ ง่ายต่อการแกป้ ัญหา)
4. ครูใหน้ ักเรยี นจบั คกู่ บั เพือ่ น แล้วใหแ้ ตล่ ะคเู่ ล่นเกม OX แขง่ กนั เพื่อให้นักเรียนได้มกี ำรวำงแผนแก้ไขปัญหำเพื่อเอำชนะคู่
ต่อสู้ โดยผู้เล่นที่เขียนเครื่องหมำยของตนเองเรียงกันเป็นแนวตรงหรือแนวทแยงต่อกัน 3 อันจะเป็นฝ่ำยชนะ ครูย้ำให้
นักเรียนเห็นว่ำ กำรเขียนเครื่องลงไปนั้นนักเรียนสำมำรถเลือกช่องทำงหรือวิธีในกำรแก้ปัญหำได้หลำยวิธี หำกนักเรียน
นำอลั กอริทึมมำแกป้ ญั หำ นกั เรียนจะตอ้ งเลอื กวธิ ีที่ให้
ผลลพั ธ์ดที ่ีสดุ เพือ่ ชนะกำรเลน่ เกมน้ี
5. ครใู หน้ กั เรยี นตรวจสอบตนเอง หลงั จำกเรียนจบหน่วยนี้แล้ว โดยให้นักเรียนบอกสัญลักษณ์ที่ตรงกับระดับควำมสำมำรถ
ของตนเองดงั ตำรำง จำกหนังสอื เรียนรำยวิชำพื้นฐำน เทคโนโลยี (วิทยำกำรคำนวณ) ป.4 หนำ้ 14
6. ครูให้นักเรียนแต่ละคนสรุปสำระสำคัญจำกกำรเรียนในหน่วยกำรเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ข้ันตอนวิธีกำรแก้ปัญหำ โดยสรุป
ออกมำในรูปแบบของผังมโนทัศน์ลงในกระดำษ A4 พร้อมตกแต่งให้สวยงำม แล้วนำมำส่งครูเพ่ือให้ครูตรวจสอบควำม
ถูกตอ้ ง
7. ครใู ห้นกั เรยี นปฏบิ ัติกจิ กรรมเสรมิ สรำ้ งกำรเรียนรู้หนว่ ยท่ี 1 เร่อื ง ขัน้ ตอนวิธีกำรแกป้ ญั หำ ดงั น้ี
1. โดยให้นกั เรยี นนำกจิ กรรมทกี่ ำหนดให้ต่อไปนม้ี ำเรียงลำดับตำมข้นั ตอนแบบอัลกอริทึมลงในสมดุ
เปรยี บเทียบอำยุโอโซนกบั นีนำ่ แลว้ บอกอำยุคนท่มี ำกกวำ่
A. รบั อำยนุ นี ่ำ B. เปรยี บเทียบอำยโุ อโซนมำกกว่ำอำยุนนี ำ่ หรือไม่
C. รบั อำยุโอโซน D. ใหพ้ ิมพ์อำยนุ นี ่ำ
E. ให้พมิ พอ์ ำยุโอโซน F. ถำ้ มำกกว่ำ
G. ถ้ำไม่มำกกว่ำ
2. ครูให้นักเรียนพิจำรณำภำพแล้วเขียนรหัสจำลองชุดคำสั่งลงในสมุด โดยเลือกเส้นทำงกลับบ้ำนท่ีดีที่สุดเพ่ือให้หนูนิด
กับคุณแม่กลับบ้ำนได้เร็วท่ีสุด โดยมีข้อแม้ว่ำสำมำรถเลือกเดินได้ 4 เส้นทำง และเดินผ่ำนต้นไม้ไม่ได้ จำกนั้นพูดคุย
แลกเปลยี่ นกับเพื่อนวำ่ เลือกผลลพั ธ์เหมือนหรอื ตำ่ งกันอยำ่ งไร
8. ครใู ห้นักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี น เพื่อวัดควำมรู้ของนกั เรียนหลังกำรเรยี นรหู้ น่วยที่ 1 เรื่อง ข้นั ตอนวิธกี ำรแกป้ ัญหำ
49
ขั้นประเมิน
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลงั เรียนเรยี น
2. ครปู ระเมินผลการทากจิ กรรมกลมุ่ โดยการสังเกตการตอบคาถาม การรว่ มกันทาชิ้นงานลงในกระดาษ
ฟลิปชารต์ เรอื่ ง การแสดงอัลกอริทมึ ดว้ ยผงั งานหรือโฟลวชาร์ต
3. ครูประเมนิ การนาเสนองานหน้าช้ันเรยี นของนักเรียนจากการทากิจกรรมกลมุ่
4. ครตู รวจสมดุ ประจาตวั ของนกั เรยี น
5. ครตู รวจใบงานท่ี 1.1 เรื่อง สัญลกั ษณก์ ารแสดงอลั กอริทึมด้วยผังงาน
7. การวัดและประเมินผล วธิ วี ดั เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
รายการวดั แบบทดสอบหลงั เรยี น ประเมินตามสภาพจรงิ
7.1 การประเมนิ หลังเรียน ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น
- แบบทดสอบหลัง - ชิน้ งาน เรื่องการแสดง ระดับพอใช้ ข้นึ ไป
เรียน หนว่ ยการ อลั กอริทมึ ด้วยผังงาน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
เรียนรู้ท่ี 1 เรื่อง หรอื โฟลวชาร์ต ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ขัน้ ตอนวิธีการ - ใบงานที่ 1.1 ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
แก้ปัญหา - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
7.2 การประเมินระหว่าง การทางานรายบุคคล
การจัดกจิ กรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม
1) การแสดง - ตรวจชิ้นงาน เร่อื งการแสดง การทางานกลุ่ม
อัลกอริทมึ ด้วยผงั อัลกอริทมึ ดว้ ยผงั งานหรือ - แบบประเมนิ
งานหรอื โฟลวชาร์ต คุณลกั ษณะ
โฟลวชาร์ต อันพึงประสงค์
2) สญั ลกั ษณ์การ
แสดงอัลกอรทิ ึม - ตรวจใบงานท่ี 1.1
ดว้ ยผงั งาน
3) พฤติกรรมการ - สังเกตพฤติกรรม
ทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล
4) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม
ทางานกลุ่ม การทางานกลุ่ม
5) คุณลักษณะ - สังเกตความมีวนิ ัย
อนั พึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ และมุง่ ม่นั
ในการทางาน
8. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สอื่ การเรียนรู้
1) หนังสือเรยี นรายวชิ าพืน้ ฐาน เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ป.4
2) ใบความรทู้ ่ี 1.3 เรอ่ื ง รปู เรขาคณิต
3) ใบงานที่ 1.1 เร่ือง สัญลกั ษณ์การแสดงอลั กอริทึมด้วยผังงาน
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) ห้องเรยี น
2) แหล่งข้อมลู สารสนเทศ
50
ใบความรู้ท่ี 1.3
เรื่อง รูปเรขาคณติ
51
ใบงานท่ี 1.1
เรื่อง สญั ลกั ษณก์ ารแสดงอัลกอริทมึ ดว้ ยผงั งาน
คาชี้แจง : ใหน้ กั เรยี นเตมิ ขอ้ ความหรือภาพลงในตารางให้ถูกต้อง
ตาราง สญั ลกั ษณแ์ ละคาอธิบายการแสดงอัลกอริทึมดว้ ยผงั งาน
สญั ลกั ษณ์ ความหมาย ชอ่ื เรยี ก
จดุ เรมิ่ ตน้ หรอื จุดสิ้นสดุ ของ
การทางาน
ทศิ ทางการดาเนนิ งาน Flow line
Process
การนาเข้าขอ้ มูลดว้ ยการป้อน
คา่ ทางแป้นพิมพ์
52
Decision
จดุ เชอื่ มตอ่
Display
General
Input/output
53
ใบงานที่ 1.1 เฉลย
เรอ่ื ง สญั ลกั ษณ์การแสดงอลั กอรทิ ึมดว้ ยผงั งาน
คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นเตมิ ข้อความหรือภาพลงในตารางใหถ้ กู ต้อง
ตาราง สญั ลักษณแ์ ละคาอธบิ ายการแสดงอลั กอริทึมด้วยผังงาน
สญั ลักษณ์ ความหมาย ช่ือเรียก
Begin หรอื End
จดุ เรม่ิ ต้น หรอื จุดส้นิ สดุ ของ
การทางาน
ทศิ ทางการดาเนนิ งาน Flow line
การดาเนนิ งาน หรอื การ Process
ประมวลผล
การนาเข้าขอ้ มลู ดว้ ยการปอ้ น Manual input
คา่ ทางแปน้ พมิ พ์
54
การตดั สินใจตามเงือ่ นไขท่ี Decision
กาหนดไว้
จดุ เช่อื มต่อ Connection
การแสดงผลบนหน้าจอ Display
การนาขอ้ มลู เขา้ หรือออกโดย General
ไม่ระบชุ นดิ ของอุปกรณ์ Input/output
55
9. ความเหน็ ของผู้บรหิ ารสถานศึกษาหรอื ผูท้ ีไ่ ด้รับมอบหมาย
ข้อเสนอแนะ
ลงชื่อ .................................
( ................................ )
ตาแหนง่ .......
10. บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
ด้านความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น
ดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
ดา้ นความสามารถทางเทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ)
ด้านอน่ื ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤตกิ รรมทมี่ ปี ญั หาของนกั เรียนเปน็ รายบุคคล (ถ้าม)ี )
ปญั หา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
56
แบแบปบรปะรเะมเนิ มกินาผรลนงาาเนส/นชอิ้นผงลางนาน
คาช้แี จง : ให้ผูส้ อนประเมนิ ผลงาน/ชิ้นงานของนักเรยี นตามรายการท่ีกาหนด แล้วขดี ลงในช่องทต่ี รงกับระดบั คะแนน
ระดับคะแนน
ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ตนเอง เพอ่ื น ครู
4 3 2 1 4 3 21432 1
1 ตรงกบั จดุ ประสงค์ทีก่ าหนด
2 มีความถูกต้องของเน้อื หา
3 มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์
4 มีความเปน็ ระเบยี บ
รวม
รวมทกุ รายการ
เฉลย่ี
ผู้ประเมนิ ................................................... (ตนเอง)
ผปู้ ระเมนิ ................................................... (เพื่อน)
ผูป้ ระเมนิ ................................................... (ครู)
57
เกณฑก์ ารให้คะแนนผลงาน/ชนิ้ งาน
ประเด็นที่ประเมนิ ระดบั คะแนน
1. ผลงานตรงกับ
432 1
จุดประสงคท์ ่กี าหนด ผลงานไมส่ อดคลอ้ ง
ผลงานสอดคลอ้ งกับ ผลงานสอดคลอ้ ง ผลงานสอดคลอ้ ง กบั จุดประสงค์
2. ผลงานมคี วามถกู ต้อง
สมบูรณ์ จดุ ประสงค์ทกุ กับจดุ ประสงค์ กับจุดประสงค์ เนอ้ื หาสาระของ
ผลงานไมถ่ ูกตอ้ ง
3. ผลงานมคี วามคิด ประเด็น เปน็ ส่วนใหญ่ บางประเดน็ เปน็ ส่วนใหญ่
สรา้ งสรรค์ ผลงานไมแ่ สดง
เน้ือหาสาระของ เนอื้ หาสาระของ เน้อื หาสาระของ แนวคิดใหม่
4. ผลงานมีความเป็น
ระเบยี บ ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้อง ผลงานถกู ตอ้ ง ผลงานสว่ นใหญ่
ไม่เปน็ ระเบยี บ
ครบถว้ น เปน็ สว่ นใหญ่ เปน็ บางประเด็น และมีขอ้
บกพร่องมาก
ผลงานแสดงออก ผลงานมีแนวคดิ ผลงานมีความ
ถึงความคดิ แปลกใหม่แตย่ งั นา่ สนใจ แต่ยงั ไมม่ ี
สรา้ งสรรค์ ไม่เปน็ ระบบ แนวคิดแปลกใหม่
แปลกใหม่
และเป็นระบบ
ผลงานมคี วามเปน็ ผลงานส่วนใหญ่ ผลงานมคี วาม
ระเบียบแสดงออก มคี วามเปน็ เปน็ ระเบียบแตม่ ี
ถึงความประณีต ระเบียบแตย่ งั มี ข้อบกพร่อง
ขอ้ บกพร่อง บางสว่ น
เล็กน้อย
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
14–16 ดมี าก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรับปรุง
58
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล
คาชี้แจง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในชอ่ งที่
ตรงกับระดับคะแนน
ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1
32
1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรบั ฟังความคิดเห็นของผ้อู นื่
3 การทางานตามหนา้ ท่ีท่ีได้รับมอบหมาย
4 ความมนี ้าใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
เกณฑ์การให้คะแนน ลงช่ือ ................................................... ผู้ประเมิน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ............/.................../................
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครัง้ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ
59
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ
คาช้ีแจง : ให้ผสู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในชอ่ งทตี่ รงกับระดบั คะแนน
ลาดับท่ี ชื่อ–สกลุ การแสดง การยอมรบั ฟัง การทางาน ความมีนา้ ใจ การมี รวม
ของนักเรยี น ความคดิ เห็น คนอืน่ ตามทีไ่ ดร้ ับ 321 สว่ นร่วมใน 15
มอบหมาย การปรับปรุง คะแนน
321 321 ผลงานกลุ่ม
321
321
เกณฑ์การให้คะแนน ลงช่ือ ................................................... ผปู้ ระเมนิ
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ............./.................../...............
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ
60
แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชี้แจง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในช่องทตี่ รงกบั ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อนั พึงประสงค์ด้าน 321
1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาติได้
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมทสี่ รา้ งความสามัคคีปรองดอง และเปน็ ประโยชน์
2. ซือ่ สตั ย์ สจุ ริต ต่อโรงเรียน
3. มีวนิ ยั รับผิดชอบ 1.3 เข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนาที่ตนนบั ถือ ปฏบิ ัติตามหลักศาสนา
4. ใฝ่เรยี นรู้ 1.4 เข้ารว่ มกิจกรรมที่เกีย่ วกบั สถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ตามที่โรงเรยี นจดั ขึ้น
2.1 ใหข้ ้อมูลทีถ่ กู ต้องและเปน็ จรงิ
5. อยู่อยา่ งพอเพียง 2.2 ปฏบิ ตั ิในสงิ่ ท่ีถกู ต้อง
6. มงุ่ มั่นในการทางาน 3.1 ปฏบิ ตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคบั ของครอบครัว
7. รกั ความเป็นไทย
8. มจี ติ สาธารณะ มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏิบัตกิ ิจกรรมตา่ ง ๆ ในชีวิตประจาวัน
4.1 รู้จกั ใชเ้ วลาวา่ งให้เป็นประโยชน์ และนาไปปฏิบัตไิ ด้
4.2 รูจ้ กั จัดสรรเวลาให้เหมาะสม
4.3 เชอื่ ฟังคาสั่งสอนของบดิ า-มารดา โดยไม่โต้แยง้
4.4 ตัง้ ใจเรยี น
5.1 ใชท้ รพั ย์สินและสิง่ ของของโรงเรียนอยา่ งประหยัด
5.2 ใชอ้ ปุ กรณก์ ารเรียนอยา่ งประหยัดและร้คู ุณคา่
5.3 ใช้จา่ ยอย่างประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ
6.1 มคี วามต้งั ใจและพยายามในการทางานที่ไดร้ บั มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไมท่ ้อแท้ต่ออปุ สรรคเพือ่ ใหง้ านสาเร็จ
7.1 มีจิตสานกึ ในการอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมและภมู ิปญั ญาไทย
7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย
8.1 รูจ้ ักชว่ ยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน
8.2 รจู้ กั การดแู ลรกั ษาทรพั ย์สมบัติและส่ิงแวดล้อมของหอ้ งเรียนและโรงเรียน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงชือ่ .................................................. ผูป้ ระเมิน
พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ัติชัดเจนและสม่าเสมอ ............/.................../................
พฤติกรรมท่ีปฏิบัตชิ ัดเจนและบ่อยครั้ง
พฤติกรรมท่ปี ฏิบตั ิบางคร้งั ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
ให้ 2 คะแนน 51–60 ดมี าก
ให้ 1 คะแนน 41–50 ดี
30–40 พอใช้
ตา่ กว่า 30 ปรบั ปรุง
61
คู่มอื ครู หลักสูตรตปรัวบัอยป่ารงงุ ’60
รายวิชาพืน้ ฐาน
เทคโนโลยี
4(วิทยาการคาํ นวณ) ป.
ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุม สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
ค่มู ือครู แจกฟรีM;S*LOY _EDW ;ETDIV-T@h;Y 2T;I9V DTJTL7เฉE พาะครูผสู้ อน
˹§Ñ Ê×ÍàÃÕ¹ ¡ÒçҹÍÒª¾Õ áÅÐà·¤â¹âÅÂÕ ». ๑ ( ʏɿΥ ʊʘɩʘʋɬʚɿʙɬʁʜʁʏʜɻʍʊ)Φ
-h;S =ER8CJ$X KT=9 gW 4
ʃ˺4 $GCZ LTER$TE_EWD;E [IV9DTJTL77TEC C¤T,7<E<S 2=T;E$<S T=EE_EZ*DW ;@Eª[ `JGª R275IS 6-0IhW 6S )
7TCMGS$L[7E`$;$GT*$TEJX$KT%Sh;@;hY 2T; @Z9:JS$ET- qttp
คมู่ อื ครู อจท.
ใช้ประกอบการสอนคกู่ บั หนงั สอื เรยี น
เพ่มิ คำแนะนำการใช้
เพ่ิม คำอธิบายรายวิชา
เพ่มิ Pedagogy
เพ่ิม Teacher Guide Overview
เพ่มิ
เพิ่ม Chapter Overview
เพ่มิ Chapter Concept Overview
เพิม่ ข้อสอบเน้นการคดิ / ขอ้ สอบแนว O-NET
กิจกรรม 21st Century Skills
5S2BS9E `$I ES7;BS9E 55 .-
ภาพปกนม้ี ขี นาดเทา่ กบั หนงั สอื เรยี นฉบบั จรงิ ของนกั เรยี น
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน อลั กอรทิ มึ ประกอบดว้ ยวธิ กี ารเปน ขน้ั ๆ และมสี ว่ นทต่ี อ้ ง
ท�าแบบวนซ�้าอีก จนกระท่ังแก้ปญหาเสร็จ ซ่ึงการแก้ปญหา
อธบิ ายความรู โดยใชอ้ ลั กอรทิ มึ นี้ สามารถใช้แก้ปญหาท่วั ๆ ไป และยงั ใช้กับ
การเขยี นโปรแกรมคอมพวิ เตอรด์ ว้ ย โดยการอธบิ ายอลั กอรทิ มึ
1. ครอู ภปิ รายรว มกบั นกั เรยี นเกย่ี วกบั ความหมาย แบ่งไดเ้ ปน
ของเหตุผลเชิงตรรกะ และอลั กอรทิ ึม รวมท้งั
ช้ีใหนักเรียนเห็นความสัมพันธระหวางเหตุผล 1.1 การแสดงอลั กอรทิ มึ 1ดว้ ยขอ้ ความ (Natural Language)
เชงิ ตรรกะและอลั กอรทิ มึ วา มคี วามสมั พนั ธก นั
คือ การใช้ข้อความแสดงข้ันตอนการท�างาน มีส่วน
2. ครใู หค วามรเู พมิ่ เตมิ วา อลั กอรทิ มึ นอกจากจะ ประกอบ 2 ส่วน คอื ล�าดับ และข้นั ตอนการทา� งาน เชน่
ใชแกปญหาทั่วๆ ไปแลว ยังใชกับการเขียน
โปรแกรมคอมพิวเตอรไดอีกดวย การอธิบาย ¡ÒõÁŒ 䢋
อลั กอริทมึ แบงไดเปน 3 แบบ ไดแ ก การแสดง
อัลกอริทึมดวยขอความ การแสดงอัลกอริทึม เม่ือต้องการตม้ ไข ่ จะมขี ัน้ ตอน คือ
ดวยรหสั จาํ ลอง และการแสดงอัลกอริทึมดวย
ผงั งาน 1 เตรียมสว นประกอบ และอุปกรณ
3. ครูใหนักเรียนอานขอมูลเก่ียวกับการแสดง
อลั กอรทิ มึ ดว ยขอ ความ (Natural Language)
จากหนังสอื เรยี น รายวชิ าพื้นฐาน เทคโนโลยี
(วิทยาการคํานวณ) ป.4 หนา 4 พรอมทั้ง
ใหน กั เรยี นรว มกนั บอกวา เมอื่ นกั เรยี นตอ งการ
ตม ไขจ ะมีข้ันตอนอยา งไร
นํา้ ไข หมอ
2 เติมนา้ํ ในหมอ ใสไ ขลงไป 3 นาํ หมอ ตง้ั บนเตา เปด ไฟ
4 เมื่อนํ้าเดือดจับเวลา 5 นําไขทตี่ มสกุ แลวออกจากหมอ
อีก 4 นาที ปดไฟ
หนังสือเลมเนนื้อี้อหยาูในอราะจหมวีกาางรสปงรตับรปวรจุงพแิจกาไรขณา
4
นักเรียนควรรู กิจกรรม สรา งเสริม
1 อัลกอริทึม (Algorithm) มีที่มาจากช่ือของนักคณิตศาสตรชาวเปอรเซีย ใหน ักเรยี นเรยี งลําดับ และขนั้ ตอนการทํางานพรอ มวิธีการท่ี
ในยคุ ศตวรรษที่ 9 อะบู อับดลิ ลาหฺ อบิ น มซู า อัลคอวาริซมยี (Abu Abdillah นกั เรยี นสนใจ คนละ 1 เรอื่ ง นอกเหนอื จากการตม ไขจ ากตวั อยา ง
Muhammad ibn Musa al-Khawarizmi) โดยคาํ วา al-Khawarizmi ไดเ พ้ยี น ในหนังสอื รายวิชาพนื้ ฐาน เทคโนโลยี (วทิ ยาการคํานวณ) หนา 4
มาเปนคําวา Algorithm เมื่องานเขียนของเขาไดรับการแปลเปนภาษาละติน เชน
กลายเปน Algorithm ซ่ึงหมายถึง กฎที่ใชในการคิดคํานวณเลขคณิต ตอมา
ไดถกู แปลงมาเปน คําวา ขั้นตอนวิธี ในชว งศตวรรษท่ี 18 ในปจจบุ ันคํานไ้ี ดมี • การแตงตวั มาโรงเรยี น
ความหมายทกี่ วา งขน้ึ หมายรวมถงึ ขน้ั ตอนวธิ ีการในการแกป ญหาตางๆ • การทาํ งานบาน
• การเลน กีฬาที่นกั เรยี นชน่ื ชอบ
•ï การทาํ ขนม
ใหนักเรียนบันทึกลงในสมุด เพื่อฝกใหนักเรียนเรียงลําดับ
ข้ันตอนกอนและหลังในแตละวิธีการ ทําใหนักเรียนมีความคิด
เปน ลําดบั ข้ันตอน
T6
74
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
จะเห็นไดว า การใชขอ ความ สามารถแสดงลาํ ดบั ขน้ั สอน (ตอ)
อธบิ ายความรู
และข้ันตอนการทาํ งานที่ชดั เจนได 4. ครใู หนกั เรียนทํากิจกรรมฝกทกั ษะ Com Sci
คราวนเ้ีเพมอ่ื ือ่ นใคๆรอลาอนงขออธคบิ วาายมกดางั รกสลง า อวีเกมส็ลาม(Eาร-ถMตaม iไlข)1ไดดนู ะครับ จากหนังสือเรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน เทคโนโลยี
(วิทยาการคํานวณ) ป.4 หนา 5 โดยให
¡Ô¨¡ÃÃÁ Com Sci นั ก เ รี ย น พิ จ า ร ณ า ข อ ค ว า ม ท่ี กํ า ห น ด ใ ห
½ƒ¡·Ñ¡ÉÐ แลวเรียงลําดับขั้นตอนในการสงอีเมลให
ถูกตอง เพ่ือใหนักเรียนเขาใจเนื้อหาเกี่ยวกับ
นิวต้องการสงอีเมลไปอวยพรวันเกิดคุณพอ นิวต้องทําอะไร และมี การแสดงอลั กอริทึมดว ยขอความมากย่งิ ข้นึ
ขน้ั ตอนอยา งไรบา้ ง เพอื่ น ๆ ชว ยกนั บอกลาํ ดบั ทข่ี องขน้ั ตอนการสง อเี มล
ให้นิวหนอยครับ แล้วเขียนลําดับท่ี และข้ันตอนท่ีเรียงลําดับถูกต้องแล้ว
ลงในสมดุ
ลาํ ดับที่ ข้ันตอนการทาํ งาน
ลงช่อื เขา้ ใชอ้ ีเมล ถ้า Username และ Password
? ถกู ต้อง จะสามารถเข้าอีเมลได้
? ตรวจสอบการเขียน และคลกิ สง่ อีเมล (Send)
? คลกิ เขยี นอเี มล (Compose)
? พิมพห์ วั เรอื่ ง (Subject) และพิมพ์ข้อความอวยพร
เปดเวบ็ เบราเซอร์ (Web browser)
1 พมิ พ์ http://www.gmail.com ทีช่ อ่ ง Address bar
? พมิ พ์ทอ่ี ยู่อีเมลคุณพอ่ ([email protected])
? ท่ีชอ่ ง to
คลิกออกจากอีเมล (Log out)
หนั เงนื้สืออเหลามอนี้าจอมียูใกนารระปหรัวาบงปสรุงงแตกรไวขจพิจารณา
ทกั ษะการเรยี นรู้ในศตวรรษที ่ 21 2. ทักษะการสื่อสาร 5
1. ทกั ษะการคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ
ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
พจิ ารณาขอ ความท่ีกาํ หนดใหตอ ไปนี้ ใหนักเรียนตรวจสอบความถูกตองดวยตนเองในการเรียงลําดับที่ และ
วิธีการซักผา ขัน้ ตอนการสง อีเมล จากหนงั สอื เรียนวิทยาการคาํ นวณ ป.4 โดยใหน ักเรียนใช
ก. แยกผาที่จะซัก ข. ลา งผาดวยน้ําเปลา เครื่องคอมพิวเตอรสงอีเมล (E-Mail) ตามข้ันตอนท่ีบันทึกไวในสมุด หากเกิด
ค. ละลายผงซักฟอกลงในน้าํ ง. ขยี้ผา ใหส ะอาด ขอ ผิดพลาดนักเรียนจะไดท ราบและแกไขข้นั ตอนใหถ ูกตอ ง
จ. บดิ ผา ใหแหงแลวตาก
ขอใดเรยี งลําดับการแสดงอัลกอรทิ ึมดว ยขอความไดถูกตอ ง นักเรียนควรรู
1. ก. ข. ค. ง. และ จ. 2. ก. ค. ง. ข. และ จ.
3. ก. ค. ข. จ. และ ง. 4. ก. ค. จ. ข. และ ง. 1 จดหมายอิเล็กทรอนิกส (E-mail) หมายถึง การสงขอความหรือขาวสาร
จากบุคคลหน่ึงไปยังบุคคลอื่นๆ ผานทางคอมพิวเตอรและระบบเครือขาย
(วิเคราะหคําตอบ เมื่อพิจารณาขอความแลวสามารถเรียงลําดับ เหมือนกับการสงจดหมาย แตอยูในรูปแบบของสัญญาณขอมูลที่เปน
ข้นั ตอนการซกั ผาได ดงั นี้ ก. แยกผาท่ีจะซัก ค. ละลายผงซกั ฟอก อเิ ลก็ ทรอนกิ ส โดยเปลยี่ นการนาํ สง จดหมายจากบรุ ษุ ไปรษณยี ม าเปน โปรแกรม
ลงในนํา้ ง. ขย้ผี าใหส ะอาด ข. ลางผาดว ยน้ําเปลา และ จ. บิดผา และเปลยี่ นจากการใชเ สน ทางจราจรคมนาคมทวั่ ไปมาเปน ชอ งสญั ญาณรปู แบบ
ใหแ หงแลว ตาก ดงั นนั้ ตอบขอ 2.) ตางๆ ท่เี ชือ่ มตอระหวางเครือขา ย
T7
75
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน (ตอ) 1.2 ก ารแสดงอัลกอริทึมด้วยรหัสจําลองหรือซูโดโค้ด1
(Pseudocode)
อธบิ ายความรู
คอื การอธบิ ายดว้ ยรหสั โดยเราสามารถกา� หนดรหสั จา� ลอง
5. ครูใหนักเรียนอานขอมูลเกี่ยวกับการแสดง ข้ึนเองได้ เช่น
อั ล ก อ ริ ทึ ม ด ว ย ร หั ส จํ า ล อ ง ห รื อ ซู โ ด โ ค ด
(Pseudocode) จากหนังสือเรียน รายวิชา รหัสจําลองสําหรบั การเดินทาง
พื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคํานวณ) ป.4
หนา 6 รหสั จาํ ลอง ความหมาย
6. ครูใหนักเรียนแบงกลุมตามกลุมเดิมจากข้ัน เดินไปทางขวา
สํารวจคนหา แลวใหนักเรียนแตละกลุมแขง
กันตอบความหมายของรหสั จาํ ลอง โดยครูนาํ เดินไปทางซ้าย
บัตรภาพรหัสจําลองสําหรับการเดินทาง ให
นกั เรยี นดทู ลี่ ะภาพจากใบความรทู ่ี 1.2 ซึ่งครู เดนิ ข้ึนข้างบน
อาจมีรางวัลใหกับกลุมที่สามารถตอบไดถูก
ตอ งมากที่สดุ เดินลงข้างล่าง
7. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายเกี่ยวกับรหัส เดนิ ตรงแลว้ เลีย้ วขวา
จําลองและความหมายของรหัสจําลอง โดย
ครูคอยกระตุนใหนักเรียนในชั้นเรียนรวมกัน
อภิปราย ครูเขียนขอมูลที่รวมกันอภิปรายได
บนกระดานดาํ และใหน กั เรยี นบนั ทกึ ลงในสมดุ
เดินตรงแล้วเลยี้ วซ้าย
เดนิ ขน้ึ ข้างบนไปทางขวา
เดนิ ข้ึนขา้ งบนไปทางซ้าย
หนังสือเลมเนนื้อี้อหยาูในอราะจหมวีกาางรสปงรตับรปวรจุงพแิจกาไรขณา6
นักเรียนควรรู กจิ กรรม สรางเสริม
1 ซโู ดโคด (Pseudocode) เปนคําอธบิ ายขั้นตอนการทํางานของโปรแกรม ครยู กตัวอยา งเสน ทางการเดินทาง เชน จากหอ งเรยี นไปหอ ง
โดยใชถอยคําผสมระหวางภาษาอังกฤษและภาษาการเขียนโปรแกรมแบบ สมดุ จากหอ งเรยี นไปโรงอาหาร จากหอ งเรยี นไปหอ งนา้ํ เปนตน
โครงสราง จะชวยใหผูเขียนโปรแกรมสามารถพัฒนาข้ันตอนตางๆ ใหเปน แลวใหนักเรียนชวยกันเขียนรหัสจําลองการเดินทาง ครูและ
โปรแกรมไดงา ยขน้ึ ซโู ดโคด ทดี่ ีตองมคี วามชดั เจน สัน้ และไดใ จความ ขอ มลู นักเรียนรวมกันอภิปรายเกี่ยวกับรหัสจําลองท่ีนักรียนเขียนขึ้นวา
ตางๆ ท่ใี ชจ ะถูกเขยี นอยใู นรปู ของตวั แปร ถกู ตองหรอื ไม
T8
76
นาํ สอน สสรรปุปุ ประเมนิประเมิน
¡ÒÃËÒ·Ò§¡ÅѺºÒŒ ¹ ขน้ั สรปุ
เจา้ ตบู ตอ้ งการหาทางกลบั บา้ น มนั จะตอ้ งกลบั บา้ นดว้ ยเสน้ ทางใด ขยายความเขา ใจ
จงึ จะถึงบา้ นเรว็ ท่ีสดุ โดยมนั สามารถเดินได้เพยี ง 4 ทศิ ทางเท่าน้นั คือ
1. ครูใหนักเรียนดูภาพขอมูลเก่ียวกับเสนทาง
แตถ่ า้ เดนิ ขา้ มสะพานจะเดนิ ขา้ มในทศิ ทาง การเดินทางกลับบานของเจาตูบจากภาพ
ในหนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน เทคโนโลยี
ได้ นอกจากนี้เจ้าตบู ไมส่ ามารถเดนิ ผ่านปาได้ (วทิ ยาการคาํ นวณ) ป.4 หนา 7
รหสั จาํ ลองชุดคําสั่ง 7เสน้ ทางสีฟา้ 2. ครูใหนักเรียนพิจารณาวา ถาเจาตูบตองการ
รหสั จําลองชดุ คําส่งั หาทางกลับบาน จะตองกลับบานเสนทางใด
ผลลัพธ ์ ใช้การเดนิ ทางทัง้ หมด ครง้ั จึงจะถึงบานเร็วที่สุด โดยมีเง่ือนไขวาเจาตูบ
ไมส ามารถเดนิ ทางผานปา ได
8เส้นทางสีชมพู
3. ครูเปดโอกาสใหนักเรียนสอบถามขอสงสัย
ผลลัพธ์ ใช้การเดินทางท้ังหมด คร้ัง เก่ียวกับเน้ือหาความรูไดในขณะท่ีนักเรียน
หาเสน ทางกลับบานใหเจา ตูบ
ดังน้ัน การเดินทางด้วยขั้นตอนของรหัสจ�าลองชุดค�าส่ังเส้นทางสีฟา หนั เงนื้สืออเหลามอนี้าจอมียูใกนารระปหรัวาบงปสรุงงแตกรไวขจพิจารณา
4. ครูใหค วามรเู พิม่ เตมิ วา เม่อื พิจารณาเสน ทาง
การเดินทางของเจาตูบดวยรหัสจําลองชุด
คําสั่ง พบวา ผลลัพธเสนทางสีฟาใชการเดิน
ทางท้งั หมด 7 คร้ัง และเสนทางสชี มพูใชก าร
เดินทางทัง้ หมด 8 ครั้ง ดงั น้นั การเดินทาง
ดวยขั้นตอนของรหัสจําลองชุดคําสั่งเสนทาง
สีฟาเปนข้ันตอนที่ดีที่สุด ทําใหเจาตูบกลับ
บานไดเ ร็วท่สี ุด
ขน้ั ประเมนิ
ตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบกอนเรียน
2. ครูประเมินผล การทํากิจกรรมกลุม โดยการ
สังเกตการตอบคําถาม การรวมกันทําช้ินงาน
งานลงในกระดาษ A4 เร่ือง เหตุผลเชงิ ตรรกะ
และอลั กอริทึม
3. ครูตรวจสมุดประจําตัวของนักเรียน
เปน ข้ันตอนท่ีดที ส่ี ดุ ท�าให้เจ้าตูบกลับบ้านได้เรว็ ทีส่ ุด 7
ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
ขอใดคอื จุดประสงคใ นการแกป ญหาโดยใชอ ัลกอรทิ ึม ครคู วรชใ้ี หน กั เรยี นเหน็ วา ปญ หาตา งๆ นนั้ จะมวี ธิ กี ารแกไ ขปญ หาไดห ลาย
1. เพื่อใหเ กิดวิธกี ารแกไขที่ซบั ซอ น วธิ ี แตส าํ หรบั อลั กอรทิ มึ นน้ั จะเลอื กขนั้ ตอนทด่ี ที ส่ี ดุ ในการแกไ ขปญ หา ซงึ่ เครอ่ื ง
2. เพือ่ แสดงขอความเปน รหสั จาํ ลอง คอมพิวเตอรจะใชอัลกอริทึมเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอรดวย ทําใหผลลัพธที่
3. เพ่อื จัดลําดับขน้ั ตอนในการแกไ ขปญ หา ออกมาน้นั รวดเรว็ และถกู ตอง
4. เพ่ือมีทางเลอื กในการแกไขปญหาไดห ลากหลาย
แนวทางการวัดและประเมินผล
(วเิ คราะหค ําตอบ อัลกอรทิ ึมในการแกไ ขปญหาตางๆ นนั้ จะใช
เหตุผล หรือกระบวนการมาพิจารณาประกอบการแกไขปญหา ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล
ซึ่งเปนกระบวนการแกไขปญหาทมี่ ลี าํ ดับ หรอื วธิ ีการแกไ ขปญหา ตอบคาํ ถามรายบคุ คล โดยศกึ ษาเกณฑ
อยางเปน ขัน้ ตอน ดงั น้นั ตอบขอ 3.) การวัดและประเมินผลท่ีแนบมาทาย คาชีแ้ จง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่
แผนการจัดการเรียนรูหนว ยที่ 1
ตรงกบั ระดับคะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1
32
1 การแสดงความคดิ เห็น
2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผอู้ ่นื
3 การทางานตามหนา้ ท่ีทไี่ ด้รับมอบหมาย
4 ความมนี าใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงชือ่ ................................................... ผูป้ ระเมิน
............/.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครัง
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้ T9
ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง
77
นาํ สอน สรปุ สรุป ประเมนิ
ขน้ั สรปุ (ตอ) ¡Ô¨¡ÃÃÁ
½¡ƒ ·¡Ñ ÉÐ Com Sci
ขยายความเขา ใจ
ผีเส้ือต้องการบินไปยังดอกไม้แตละดอก เพื่อน ๆ ชวยกันเลือก
5. ครใู หนักเรียนทํากจิ กรรมฝก ทักษะ Com Sci เส้นทางการบนิ ทด่ี ีท่สี ดุ ใหผ้ เี ส้ือ โดยมรี หัสจาํ ลองทศิ ทางการบนิ คอื
จากหนังสือเรียน รายวิชาพนื้ ฐาน เทคโนโลยี แล้วบนั ทกึ ผลลัพธ์ลงในสมดุ ตามตัวอยาง
(วทิ ยาการคาํ นวณ) ป.4 หนา 8 โดยใหน กั เรยี น
เลือกเสนทางการบินที่ดีที่สุดของผีเส้ือไปยัง
ดอกไมแตละชนิด แลวบันทึกผลลัพธที่ได
ลงสมุด ตามตัวอยางการบันทึกผลลัพธท่ี
กําหนดให
6. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปเกี่ยวกับการแสดง
อัลกอริทึมดวยขอความ รวมทั้งการแสดง
อลั กอรทิ ึมดวยรหัสจาํ ลองหรอื ซโู ดโคด จนได
ขอสรุปวา การแสดงอัลกอริทึมดวยขอความ
คือ การใชขอความแสดงขั้นตอนการทํางาน
โดยจะแสดงลําดับที่และขั้นตอนการทํางาน
การแสดงอัลกอริทึมดวยรหัสจําลองหรือ
ซูโดโคด คือ การอธิบายการทํางานโดยระบุ
ดวยรหัสจําลอง
ตัวอ?ยางการบนั ทกึ ผลลพั ธ ?
การบนิ เสน ทางทีบ่ นิ ไปได เสนทางทด่ี ีที่สดุ
✓
หนังสือเลมเนนื้อี้อหยาูในอราะจหมวีกาางรสปงรตับรปวรจุงพแิจกาไรขณา ทักษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษท ี่ 21
8 1. ทกั ษะการแกป้ ญหา 2. ทกั ษะการส่อื สาร
แนวทางการวัดและประเมินผล กิจกรรม 21st Century Skills
ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการตอบคําถามรายบุคคล โดยศึกษาเกณฑ ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 5 คน ใหแตละกลุมคิดเกม
การวดั และประเมินผลทแ่ี นบมาทา ยแผนการจัดการเรยี นรูหนว ยท่ี 1 เกี่ยวกบั การเขยี นรหสั จําลองชุดคาํ สงั่ ดังตวั อยา งจากหนังสือเรยี น
วทิ ยาการคาํ นวณ ป.4 หนา 7-8 กลุม ละ 1 เกม จากน้ันครูนาํ เกม
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ของนักเรยี นแตล ะกลมุ ออกมาเลน โดยใหน ักเรยี นแขง ขันกนั เขียน
รหัสจําลองชุดคาํ สั่งภายในชนั้ เรียน
คาช้ีแจง : ใหผ้ ้สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในชอ่ งที่
ตรงกับระดบั คะแนน
ลาดับท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1
32
1 การแสดงความคิดเห็น
2 การยอมรับฟงั ความคิดเห็นของผอู้ ่นื
3 การทางานตามหน้าที่ทไี่ ด้รับมอบหมาย
4 ความมีนาใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงชอื่ ................................................... ผ้ปู ระเมนิ
............/.................../................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครัง
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรับปรงุ
T10
78
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ
1.3 ก (Fาlรoแwสcดhงaอrtัล) กอริทึมดว้ ยผังงานหรอื โฟลวชาร์ต ขน้ั นาํ (5Es)
หมายถึง แผนผงั แสดงข้ันตอนการทา� งาน ซงึ่ สามารถใช้ กระตนุ ความสนใจ
แผนผกงัานรแี้แสสดดงงอขลัน้ั กตออรนทิ กมึ าดรว้ทยา� ผงงัางนาขนอ มงโสี ปญั รลแกักษรมณ1ไแ์ ดล้ ะคา� อธบิ าย
ดงั น้ี 1. ครูกระตุนความสนใจของนักเรียนโดยการนํา
รูปเรขาคณิตแบบตางๆ จากใบความรูท่ี 1.3
สญั ลักษณ์ ความหมาย ชือ่ เรยี ก หรอื ครูอาจใชส ง่ิ ของตางๆ ในหองเรียนทีม่ ีรปู
จดุ เรม่ิ ตน้ หรอื จดุ สน้ิ สดุ ของ Begin หรอื End ทรงเรขาคณติ มาใหนักเรยี นดู และใหนักเรียน
ของการท�างาน บอกวาภาพทเ่ี ห็นเปนรูปเรขาคณิตใดบา ง
ทศิ ทางการดา� เนินงาน Flow line
2. ครูสนทนากับนักเรียนวา รูปเรขาคณิตแบบ
ตา งๆ ทค่ี รยู กตวั อยา งมานน้ั มคี วามเกย่ี วขอ ง
กบั อลั กอริทึม โดยรปู เรขาคณิตเปนสัญลักษณ
แทนการแสดงผังงาน ซึ่งครูจะสอนในหัวขอ
การแสดงอลั กอรทิ มึ ดว ยผงั งานหรอื โฟลวชารต
การดา� เนนิ งาน หรือ Process
การประมวลผล Manual input
การน�าเขา้ ขอ้ มูลด้วยการ Decision
ปอ้ นคา่ ทางแป้นพิมพ์ Connection
การตดั สนิ ใจตามเงื่อนไข
ที่กา� หนดไว้
จุดเชื่อมต่อ
การแสดงผลบนหน้าจอ Display หนั เงนื้สืออเหลามอนี้าจอมียูใกนารระปหรัวาบงปสรุงงแตกรไวขจพิจารณา
การนา� ข้อมลู เข้าหรอื ออก General
โดยไม่ระบุชนดิ ของอปุ กรณ์ input / output
9
ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู
ขอ ใดตอ ไปนเี้ ปน สญั ลักษณก ารแสดงอลั กอริทึมดว ยผังงาน แทน 1 สัญลกั ษณ (Symbol) คอื สงิ่ ทใี่ ชแ ทนความหมายของอีกสิง่ หนง่ึ หรอื อาจ
การแสดงผลบนหนาจอคอมพวิ เตอร หมายถึง วัตถุ อกั ษร รปู รา งสีสนั ซึง่ ใชในการสื่อความหมาย หรือแนวความคิด
ใหม นษุ ยเขา ใจไปในทางเดยี วกัน อาจจะเปน รปู ธรรมหรอื นามธรรมกไ็ ด ในทาง
1. 2. ปรชั ญามกั มคี าํ นยิ ามวา ทกุ สงิ่ ทกุ อยา งในธรรมชาติ หรอื แมใ นจกั รวาล สามารถ
แทนไดด ว ยสญั ลกั ษณท ง้ั สน้ิ สญั ลกั ษณน นั้ ชว ยในการสอ่ื สาร อาจจะเปน รปู ภาพ
3. 4. การเขยี นอกั ษร การออกเสยี ง หรอื การทาํ ทา ทาง ซง่ึ ชว ยใหผ สู ง สารและผรู บั สาร
เขาใจตรงกันแมจะพดู กันคนละภาษา
(วเิ คราะหค าํ ตอบ การแสดงอลั กอรทิ มึ ดว ยผงั งาน จะมสี ญั ลกั ษณ
แทนขนั้ ตอนการทาํ งานของโปรแกรม ซง่ึ สญั ลกั ษณแ ทนการแสดง
ผลบนหนา จอคอมพิวเตอร คือ ดงั นั้น ตอบขอ 3.)
T11
79
นํา สสออนน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั นาํ (5Es) การแสดงอัลกอริทึมด้วยผังงาน แบ่งได้เปน 2 แบบ คือ
กระตนุ ความสนใจ 1) ผังงานแบบโครงสร้างเรียงลําดับ (Sequential
Structure) เปน ผงั งานทแ่ี สดงขน้ั ตอนเรยี งลา� ดบั ตง้ั แต ่ ขนั้ ตอน
1. ครูกระตุนความสนใจของนักเรียนโดยการนํา แรก ขน้ั ตอนถดั ไป จนถงึ ขนั้ ตอนสดุ ทา้ ย และสนิ้ สดุ การทา� งาน
รูปเรขาคณิตแบบตางๆ จากใบความรูท่ี 1.3 เปนโครงสร้างทเี่ รียบง่าย เชน่
หรอื ครูอาจใชส ง่ิ ของตา งๆ ในหองเรียนทีม่ รี ูป
ทรงเรขาคณิตมาใหนกั เรยี นดู และใหนกั เรียน ¡Òû‡Í¹ª×èÍ
บอกวา ภาพที่เห็นเปน รปู เรขาคณติ ใดบาง
เมื่อตองการปอนชื่อผา นแปน พมิ พ
2. ครูสนทนากับนักเรียนวา รูปเรขาคณิตแบบ เราตอ งเปดคอมพิวเตอร เปด โปรแกรม
ตา งๆ ทคี่ รยู กตวั อยา งมานนั้ มคี วามเกย่ี วขอ ง
กบั อัลกอริทมึ โดยรูปเรขาคณติ เปน สัญลกั ษณ ที่ตองการ แลว จึงปอนชื่อ
แทนการแสดงผังงาน ซ่ึงครูจะสอนในหัวขอ
การแสดงอลั กอรทิ มึ ดว ยผงั งานหรอื โฟลวชารต เรมิ่ ต้น
ขน้ั สอน ป้อนช่อื Pukpui_Fry
ผา่ นแป้นพิมพ์
สาํ รวจคน หา แสดงผลชือ่
ออกทางหน้าจอ
1. ครใู หนกั เรยี นแบงกลมุ กลุมละ 4-5 คน ให
นกั เรยี นรว มกนั ศกึ ษา เรอื่ ง การแสดงอลั กอรทิ มึ
ดวยผังงานหรือโฟลวชารต จากหนังสือเรียน
รายวชิ าพนื้ ฐาน เทคโนโลยี (วทิ ยาการคาํ นวณ)
ป.4 หนา 9-11 หรอื แหลง ขอ มลู สารสนเทศ
2. ครูใหนักเรียนอภิปรายแลกเปลี่ยนความรูกัน
ระหวางกลมุ จากนน้ั ใหนักเรยี นแตล ะคนสรปุ
ความรูท ่ีไดล งในสมุด นักเรยี นแตล ะกลุมรว ม
กันสรุปความรูลงกระดาษฟลิปชารตพรอม
ตกแตงใหส วยงาม
3. ครใู หน กั เรยี นแตล ะกลมุ ตง้ั คาํ ถามพรอ มทง้ั หา
คําตอบเกี่ยวกบั เร่ือง การแสดงอัลกอรทิ มึ ดว ย
ผงั งานหรอื โฟลวชารต กลมุ ละ 3 ขอ
หนังสือเลมเนนื้อี้อหยาูในอราะจหมวีกาางรสปงรตับรปวรจุงพแิจกาไรขณา ส้นิ สดุ
10
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ
ครูใหนักเรียนเขียนผังงานแบบโครงสรางเรียงลําดับจากความรูท่ีไดศึกษา ขอ ใดตอ ไปนี้กลาวถูกตอง
จากตัวอยางในหนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคํานวณ) 1. ผังงานแบบโครงสรางเรียงลําดบั เปน ผังงานที่ซับซอน
ป.4 หนา 10 บันทึกลงในสมุด ครุสุมนักเรียนในชั้นเรียนประมาณ 4-5 คน แสดงการทาํ งานของทงั้ ระบบ
ออกมาเขยี นผงั งานแบบโครงสรา งเรยี งลาํ ดับหนา กระดาน ครแู ละนกั เรียนรว ม 2. ผังงานแบบโครงสรางเรยี งลาํ ดบั เปน ผงั งานทเ่ี รียบงาย
กนั อภปิ รายเกยี่ วกับผงั งานทเ่ี พอื่ นๆ ออกมาเขยี น แสดงผลลัพธท ด่ี ที ี่สุดของการทํางาน
3. ผังงานแบบโครงสรา งเรียงลําดบั เปน ผังงานทีใ่ ชแ สดงการ
T12 ตัดสนิ ใจเลือกวธิ ีการทาํ งานเปน ข้นั ตอน
4. ผงั งานแบบโครงสรา งเรยี งลาํ ดบั เปน ผงั งานทแี่ สดงขนั้ ตอน
การทาํ งานเรียงเปน ลําดบั ตอ เนอื่ งกันไปเรือ่ ยๆ
(วิเคราะหคาํ ตอบ ผังงานแบบโครงสรางเรียงลําดับ (Sequential
Structure) เปน ผังงานท่แี สดงขัน้ ตอนเรยี งลาํ ดับการทาํ งานต้งั แต
ข้ันตอนแรก จนถงึ ขัน้ ตอนสุดทา ย และสน้ิ สุดการทาํ งาน ดงั น้ัน
ตอบขอ 4.)
80
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
2) ผงั งานแบบโครงสรา้ งทางเลอื ก (Selection Structure) ขน้ั สอน
เปนผังงานท่ีใชแ้ สดงทางเลือกในการตดั สนิ ใจ (Decision) เช่น
อธบิ ายความรู
¡Òû‡Í¹ªèÍ× áÅÐÃËÑÊ
1. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนออกมา
เริ่มตน้ การตัดสินใจมี 2 ทิศทางเสมอ คือ นาํ เสนอชนิ้ งานทที่ าํ ลงกระดาษฟลปิ ชารต และ
ป้อนชอ่ื ทศิ ทางเมอ่ื ตดั สินใจวา ใช (Yes) และ ถามคําถามเพื่อนหนาชั้นเรียน ครูใหนักเรียน
(username) ทิศทางเมอ่ื ตดั สินใจวา ไมใช (No) แตละกลมุ แขงกนั ตอบคําถาม ครสู รปุ คะแนน
ป้อนรหสั รวมของแตละกลุมเพ่ือหากลุมที่ชนะการ
(password) แขง ขนั การตอบคําถาม
username “Pukpui” ไมใ ช ชื่อผู้ใช้ไมถ่ กู ตอ้ ง 2. ใหนักเรียนรวมกันสรุปคําถามและคําตอบ
ไมใ ช รหัสไม่ถกู ตอ้ ง เก่ียวกบั เรือ่ ง การแสดงอัลกอรทิ ึมดว ยผังงาน
ใช หรอื โฟลวชารต พรอ มทงั้ จดบนั ทกึ คาํ ถามและ
คําตอบลงในสมุดบนั ทกึ ของนักเรยี น
password “p123”
3. ครูใหน กั เรยี นทําใบงานท่ี 1.1 เรอื่ ง สัญลักษณ
ใช การแสดงอัลกอริทมึ ดว ยผังงาน
ชื่อผูใ้ ช้และรหสั
ผ่านถกู ตอ้ ง 4. ครูนําสนทนาวา การแสดงอัลกอริทึมดวย
ผงั งาน แบงออกเปน 2 แบบ ไดแก 1. ผงั งาน
แบบโครงสรางเรียงลําดับ เปนผังงานท่ีแสดง
ขั้นตอนเรียงลําดับต้ังแตขั้นตอนแรกจนถึง
ส้ินสุดการทํางานของโปรแกรม 2. ผังงาน
แบบโครงสรา งทางเลอื ก เปนผงั งานทีใ่ ชแ สดง
ทางเลือกในการตัดสินใจโดยการกําหนด
เง่อื นไขในการทาํ งาน ครูควรใชภ าพประกอบ
การอธิบายนอกเหนือจากภาพประกอบใน
หนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน เทคโนโลยี
(วทิ ยาการคาํ นวณ) ป.4 หนา 10 -11
สน้ิ สุด หนั เงนื้สืออเหลามอนี้าจอมียูใกนารระปหรัวาบงปสรุงงแตกรไวขจพิจารณา
การแสดงอัลกอรทิ มึ ดวยผังงาน 11
ขอสอบเนน การคิด สื่อ Digital
ขอ ใดตอไปนก้ี ลาวถูกตอ ง ศกึ ษาเพ่มิ เตมิ ไดจ าก PowerPoint เรอื่ ง การแสดงอัลกอรทิ มึ ดวยผังงาน
1. ผังงานแบบโครงสรา งทางเลอื ก เปน ผังงานท่ีซับซอ น แสดง (Flowchart)
การทํางานของท้ังระบบ เพือ่ ใหเหน็ ขน้ั ตอนการทํางาน
2. ผังงานแบบโครงสรางทางเลือก เปนผังงานท่ีใชแสดงทาง T13
เลอื กในการตดั สนิ ใจ มเี งื่อนไขเปนตัวกาํ หนดการทาํ งาน
3. ผงั งานแบบโครงสรา งทางเลอื ก เปน ผงั งานทผ่ี ใู ชง านจะตอ ง
ตัดสินใจเลือกขน้ั ตอนการทาํ งานท่ไี ดผลลพั ธทีด่ ที ีส่ ดุ
4. ผงั งานแบบโครงสรา งทางเลือก เปนผงั งานทแ่ี สดงขน้ั ตอน
การทาํ งาน โดยจะเรยี งเปน ลาํ ดับตอเน่ืองกนั ไปเรื่อย ๆ
(วิเคราะหคําตอบ ผังงานแบบโครงสรางทางเลือก (Selection
Structure) เปนผังงานท่ีใชแสดงทางเลือกในการตัดสินใจ โดย
โปรแกรมสามารถเลือกทํางานไดอยางใดอยางหนึ่ง ข้ันอยูกับ
เงือ่ นไขท่ีกําหนดการทาํ งาน ดังนนั้ ตอบขอ 2.)
81
ุกกไก ้ตองการตรวจสอบ ํจานวน ี่ทมี คามาก ีท่สุดจาก ํจานวน 2 ํจานวน อัลกอริทึมที่เปน ัผงงาน 2. ทักษะการ ิคดอ ่ยาง ีมวิจารณญาณ กิจกรรม ทาทาย
โดยเติมสัญลักษณ์และข้อความภายในผังงานให้สม ูบรณ์ เพ่ือน ๆ ชวย 4. ทักษะการส่ือสาร
ุกกไ กตรวจสอบ แล้วเ ีขยนผังงานลงในสมุด ครูให ันกเรียน ืสบคนขอ ูมลเก่ียวกับการแสดง ัอลกอริ ึทมใน
ประเมิน ¡Ô¨¡ÃÃÁ ัอลกอริ ึทมที่เ ปน 1. ้ปอนจ�านวน ่ที 1 2. ป้อน �จานวนท่ี 2 3. ้ถาจ�านวน ่ีท 1 ีม ่คา 4. นอกจากนั้น ให้ ัทกษะการเรียน ้รูในศตวรรษท่ี 21 แบบตางๆ พรอมยกตัวอยางผังงานประกอบ จาก ัน้นเ ีขยนส่ิง ่ีท
½ƒ¡ Ñ·¡ÉÐ Com Sci ข้อความ มากก ่วา �จานวน แสดงผล “จ�านวน 1. ทักษะการแ ้ก ปญหา ืสบคนไดลงในกระดาษแข็ง พรอมตกแตงใหสวยงาม แลว
่ีทสองมากกว่า 3. ทักษะการคิดเ ิชงค�านวณ ออกมา ํนาเสนอหนา ้ชันเ ีรยน
ี่ท 2 ใ ้หแสดงผล จ�านวนแรก”
“จ�านวนแรกมาก หนังสือเลมเนนื้อี้อหยาูในอราะจหมวีกาางรสปงรตับรปวรจุงพแิจกาไรขณา12เก ็รดแนะค ูร T14
กว่า �จานวน ่ทีสอง”
ครูอาจ สุม ัตวแทน ันกเรียนออกมานําเสนอผังงาน ีท่ตนเองเขียนจากกิจกรรม 82
สรุป ฝก ัทกษะ Com Sci บนกระดาน ํดา ค ูรและ ันกเรียนอ ิภปรายเกี่ยวกับผังงานท่ี
เ ื่พอนๆ เขียนวาถูกตองหรือไม หากถูกตองควรแกไขอยางไร ครูควรทบทวน
สอน ้ขันสอน ความรูที่ ันกเ ีรยนเรียนในเร่ือง การแสดง ัอลกอริทึมแบบ ตางๆ ไดแก การแสดง
อัลกอ ิรทึมดวยขอความ การแสดงอัลกอ ิรทึมดวยรหัสจําลอง และการแสดง
นํา อ ิธบายความ ูร (ตอ) อัลกอ ิรทึมดวย ัผงงาน
2. ครูใหนักเ ีรยนทํากิจกรรม ฝกทักษะ Com Sci
โดยค ูรให ันกเ ีรยนแตละกลุมรวม ักนระดม
ความคิด เ ืร่อง การแสดงอัลกอริ ึทม ดวยผังงาน
ห ืรอโฟลวชา รต แ ลว ํนามาเขียน ัผงงานจํานวน
่ีท ีมคามากกวา ํจานวนแรกแลวบันทึกลงใน
ส ุมดของนักเ ีรยน สงค ูร ูผสอนเ ่พือตรวจความ
ูถกตอง
นาํ สอน สรปุ สรปุ ประเมนิ
อัลกอริทึมมีประโยชน์ คือ ท�าให้ไม่สับสนกับวิธีการ หนั เงนื้สืออเหลามอนี้าจอมียูใกนารระปหรัวาบงปสรุงงแตกรไวขจพิจารณา ขน้ั สรปุ
ท�างาน เพราะทุกอย่างจะถูกจัดเรียงเปนขั้นตอนวิธีการ และ
ทางเลือกไว้ เม่ือน�าขั้นตอนวิธีมาประยุกต์ใช้จะท�าให้ท�างาน ขยายความเขา ใจ
สา� เรจ็ อยา่ งรวดเรว็ ปญ หาลดลง หรอื สามารถคน้ หาตน้ เหตขุ อง
ปญ หาได้ เนือ่ งจากกระบวนการถูกแยกแยะกจิ กรรม ขน้ั ตอน 1. ครนู ําสนทนาวา อัลกอรทิ ึมมปี ระโยชนใ นการ
และความสมั พนั ธ ์ ออกมาให้เหน็ อย่างชัดเจน ชวยแกไขปญหาตางๆ ซึ่งการแกปญหาดวย
อัลกอริทึมน้ันจะจัดเรียงเปนขั้นตอนวิธีการ
ขา วปนนอนดึก และทางเลือกไวเสมอ เมื่อนําขั้นตอนวิธีมา
จงึ นงั่ หลับในหอ งเรียน ประยุกตใชจะทําใหการทํางานสําเร็จอยาง
รวดเร็ว อีกท้ังยังสามารถคนหาตนเหตุของ
จากภาพน้ี เพอื่ น ๆ ลองใช ปญหาได เนื่องจากกระบวนการถูกแยกแยะ
อลั กอริทมึ แกปญ หา กจิ กรรม และข้นั ตอนความสัมพันธออกมาได
ใหข า วปนดูนะคะ ชัดเจน
¤Ó¶ÒÁ·ÒŒ ·Ò¡ÒäԴ¢é¹Ñ ʧ٠2. ครูใหนักเรียนพิจารณาภาพจากหนังสือเรียน
รายวชิ าพน้ื ฐาน เทคโนโลยี (วทิ ยาการคาํ นวณ)
อลั กอรทิ มึ ชว่ ยแก้ไขปญ หาในชวี ติ ประจา� วนั ของเราไดอ้ ยา่ งไร ป.4 หนา 13 แลว ตอบคาํ ถามวา อัลกอริทมึ
บ้างนะ สามารถแกปญหาใหข าวปนไดอยางไร
(แนวตอบ ขั้นตอนแรกในการแกปญหาดวย
13 อัลกอริทึมนั้นจะตองทําความเขาใจปญหาที่
เกดิ ขนึ้ กอ น โดยตอ งทราบกอ นวา ทาํ ไมขา วปน
จึงนอนดึก จากน้ันคิดวิธีการแกปญหาจาก
สาเหตุที่เกิดข้ึน ซ่ึงอาจมีวิธีการในการแก
ปญหาไดหลายวิธี นําวิธีการตางๆ มาเรียง
ลําดับข้ันตอนกอนหลังและทบทวนข้ันตอน
ตางๆ อีกคร้ัง ตรวจสอบผลลัพธท่ีไดจากวิธี
การแตละขั้นตอน จากน้ันเลือกวิธีการท่ีให
ผลลัพธด ีทส่ี ดุ เพื่อใชแกปญหา)
3. ครใู หน กั เรยี นตอบคาํ ถามทา ทายการคดิ ขนั้ สงู
วา อัลกอริทึมชวยแกปญหาในชีวิตประจําวัน
ของเราไดอยางไร
แนวตอบ คาํ ถามทาทายการคดิ ขั้นสูง
อลั กอรทิ มึ สามารถใชแ กป ญ หาในชวี ติ ประจาํ วนั
ของเราได เนื่องจากอัลกอริทึมเปนการนําหลัก
เหตุผลใชในการปญหา ทําใหเกิดประสิทธิภาพใน
การคน หาและแกไขปญหา
ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
ขอ ใดคอื ประโยชนของอัลกอริทมึ ครูสุมถามนักเรียนวา นักเรียนคิดวา เพราะเหตุใดขาวปนจึงนอนดึก ซ่ึง
1. ใชสัญลักษณใ นการแกปญ หา นักเรียนแตละคนก็จะมีคําตอบท่ีหลากหลาย โดยครูนําคําตอบที่นักเรียนตอบ
2. มีความส้ัน ชดั เจน และไดใจความ เขียนบนกระดานดํา จากนั้นครูใหนักเรียนรวมกันอภิปรายเกี่ยวกับวิธีการแก
3. ทํางานตามเง่อื นไขทีผ่ ใู ชกาํ หนด ปญหาจากสาเหตุท่ีนักเรียนตอบบนกระดานดํา ครูนําสรุปเรื่องประโยชนของ
4. กระบวนการถกู แยกแยะกิจกรรม ทําใหแกไ ขปญหาได การเรียนอัลกอริทึมวา อัลกอริทึมมีประโยชนตอการทํางานของคอมพิวเตอร
อยา งรวดเร็ว เนอ่ื งจากวธิ กี ารทาํ งานจะถกู จดั เรยี งเปน ลาํ ดบั ขน้ั ตอน ทาํ ใหเ ครอ่ื งคอมพวิ เตอร
ไมส บั สนและทํางานไดอ ยางเปน ระบบ
(วิเคราะหคําตอบ อัลกอริทึมมีประโยชน คือ ทําใหการทํางาน
สําเร็จอยางรวดเร็ว เน่ืองจากกระบวนการถูกแยกแยะกิจกรรม
ขนั้ ตอนความสมั พนั ธอ อกมาใหเ หน็ อยา งชดั เจน ดงั นน้ั ตอบขอ 4.)
T15
83
นาํ สอน สรปุ สรุป ประเมนิ
ขนั้ สรปุ (ตอ) เเกล่นม กับ Com Sci
ขยายความเขา ใจ เลนเกม แขง กับเพื่อน
4. ครูใหนักเรียนจับคูกับเพื่อน แลวใหแตละคู กตกิ า
เลน เกม OX แขงกัน เพอ่ื ใหน กั เรียนไดม ีการ
วางแผนแกไขปญหาเพ่ือเอาชนะคูตอสู โดย • เขยี นตารางกว้าง 3 ชอ่ ง ยาว 3 ชอ่ ง
ผูเลนที่เขียนเคร่ืองหมายของตนเองเรียงกัน • ผ ู้เลน่ ท้งั 2 คน กา� หนดวา่ ใครจะเปนฝายได้เลน่ ก่อน ผเู้ ลน่ คนแรก
เปน แนวตรงหรอื แนวทแยงตอ กนั 3 อนั จะเปน
ฝายชนะ ครูยํ้าใหนักเรียนเห็นวา การเขียน เขยี น O (หรือ X ก็ได้) จากนั้นผเู้ ล่นอกี คนเขยี นเคร่ืองหมายตรงข้าม
เครื่องหมายลงไปนั้นนักเรียนสามารถเลือก ผเู้ ล่นคนแรก
ชองทางหรือวิธีในการแกปญหาไดหลายวิธี • ผเู้ ลน่ ทัง้ 2 คน ผลดั กนั เขียนเครอ่ื งหมายของตนเอง จนเตม็ กระดาน
ห า ก นั ก เ รี ย น นํ า อั ล ก อ ริ ทึ ม ม า แ ก ป ญ ห า
นักเรียนจะตองเลือกวิธีท่ีใหผลลัพธดีท่ีสุด การตดั สนิ
เพ่ือชนะการเลน เกมน้ี
ผู้เล่นคนที่เขียนเคร่ืองหมายของตนเองเรียง
5. ครูใหน ักเรยี นตรวจสอบตนเอง หลงั จากเรียน เปน แนวตรงหรอื แนวทแยงตอ่ กนั 3 อนั
จบหนว ยนแ้ี ลว โดยใหน กั เรยี นบอกสัญลักษณ เปน ฝา ยชนะ
ท่ีตรงกับระดับความสามารถของตนเอง
ดังตาราง จากหนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน
เทคโนโลยี (วิทยาการคํานวณ) ป.4 หนา 14
กิจกรรม สรปุ ความรปู ระจาํ หนว ยที่ 1
µÃǨÊͺµ¹àͧ
หลังจากเรียนจบหนว ยน้แี ล้ว ให้นกั เรยี นบอกสัญลกั ษณท์ ่ีตรงกับระดับความสามารถ
ของตนเอง
รายการ เกณฑ์
ดี พอใช้ ควรปรบั ปรงุ
1. ใ ช้ความคิดเพื่อหาเหตุผลมาพิจารณาแก้ไข
ปญ หาต่าง ๆ ได้
2. อธบิ ายการทา� งานและคาดการณผ์ ลทจี่ ะเกดิ ได้
หนังสือเลมเนนื้อี้อหยาูในอราะจหมวีกาางรสปงรตับรปวรจุงพแิจกาไรขณา
3. นา� ความร้ไู ปใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจา� วันได้
14
เกร็ดแนะครู กิจกรรม สรา งเสรมิ
ครอู าจใหผ ชู นะในแตล ะคมู าแขง ขนั กนั เพอ่ื หาคนชนะอนั ดบั 1 ของชนั้ เรยี น ครูยกตัวอยางปญหางายๆ ท่ีเกิดขึ้นหรือพบเห็นไดในชีวิต
ซ่ึงครูควรมขี องรางวลั ใหกบั ผูชนะอนั ดับท่ี 1 จากนน้ั ครนู ําอภปิ รายวา จากการ ประจําวันของนักเรียน จากน้ันใหนักเรียนใชเหตุผลอธิบายการ
เลนเกม OX นน้ั นักเรยี นจะเหน็ วาเราสามารถเลอื กเขียนเครอื่ งหมายไดหลาย แกไขปญหาน้ัน โดยใหนักเรียนอธิบายออกมาเปนลําดับขั้นตอน
ชองทาง แตถาตองการเปนผูชนะเราจะตองคิดอยางรอบคอบวาชองทางไหน ชัดเจน เพื่อใหนักเรียนไดพิจารณาและสามารถตรวจสอบตนเอง
เปนชอ งทางท่ดี ที ่สี ุด อลั กอรทิ ึมกใ็ ชการแกไขปญ หาแบบน้เี ชนกัน คือ จะเลอื ก ไดวา หลงั จากเรียนหนวยการเรยี นรูที่ 1 ขนั้ ตอนวิธกี ารแกป ญหา
วิธีการท่ีดีท่ีสุดในการแกไขปญหา ซ่ึงใชเหตุผล และกระบวนการมาพิจารณา แลว นกั เรยี นมคี วามเขา ใจในเนอื้ หา และสามารถนาํ ความรทู ไี่ ดไ ป
ประกอบการแกป ญหาอยางเปนข้ันตอน ใชประโยชนใ นชีวิตประจําวัน
T16
84
กจิ กรรม ทา ทาย การอธิบายข้นั ตอน การดแว สยดขงอ อคัลวกาอมริทมึ ÊÃ»Ø ÊÒÃÐÊíÒ¤ÞÑ
โดยใชผ ังงานท่มี ี
ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 4-5 คน แตละกลุมระดม สญั ลักษณ เชน การแสดงอัลกอริทมึ ดว ย ? ลําดับ
ความคิดเก่ียวกับ สาระสําคัญจากการเรียนในหนวยการเรียนรูที่ ¢é¹Ñ µÍ¹ÇÔ¸Õ ÍÅÑ ¡ÍÃÔ·ÖÁ ขนั้ ตอน
1 เร่ือง ข้ันตอนวิธีการแกปญหา จากที่สมาชิกแตละคนภายใน โฟลวชารต การทาํ งาน
กลมุ สรุปสาระได จากนน้ั ใหแตละกลมุ สงตวั แทนออกมานาํ เสนอ 㹡ÒÃá¡»Œ Þ˜ ËÒ
หนา ชน้ั เรียน เริ่มตน หรือสิ้นสุด การแดสวดยงรอหัลกสั อริทึม การอธิบาย นาํ สอน
ดําเนนิ การ ดว ยรหสั ท่จี ําลอง
T17 เรียนรู คําศัพท ตดั สนิ ใจ
ข้นึ เอง
85 Flowchart คือ ผังงานหรือโฟลวชารต แผนภาพแสดงลําดับขั้นตอนการ 15
ทํางานของอัลกอริทึม (Algorithm) ซึ่งเปนเคร่ืองมือใชในการรวบรวมและจัด หนังเนสื้อือหเลามอนาี้อจมยีกูในารระปหรวับางปสรงุงตแกรไวขจพิจารณา
ลาํ ดบั ความคดิ เพอ่ื ใหเ หน็ ขนั้ ตอนการทาํ งานทช่ี ดั เจนและใชว างแผนการทาํ งาน
ตั้งแตข้ันตอนแรกถึงขั้นตอนสุดทาย โดยสัญลักษณโฟลวชารตแสดงถึงการ 6. ครูใหนักเรียนแตละคนสรุปสาระสําคัญจาก ขนั้ สรปุ สรปุ สรุป
ทาํ งานลักษณะตางๆ ทเ่ี ชอ่ื มตอกนั การเรียนในหนวยการเรียนรทู ี่ 1 เร่อื ง ขั้นตอน
วธิ กี ารแกป ญ หา โดยสรปุ ออกมาในรปู แบบของ ขยายความเขา ใจ
ผังมโนทัศนลงในกระดาษ A4 พรอมตกแตง
ใหส วยงาม แลว นาํ มาสง ครเู พอื่ ใหค รตู รวจสอบ ประเมนิ
ความถูกตอง
(ตฮ)
นาํ สอน สสรรปุปุ ประเมนิประเมิน
ขนั้ สรปุ (ตฮ) กิจกรรม
เสริมสรางการเรียนรู
ขยายความเขา ใจ
1. นาํ กิจกรรมตอ ไปนเ้ี รยี งลําดบั ขน้ั ตอนตามแบบอลั กอริทมึ
7. ครูใหนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเสริมสรางการ ลงในสมุด
เรยี นรหู นว ยท่ี 1 เรอื่ ง ขน้ั ตอนวธิ กี ารแกป ญ หา
ดงั น้ี เปรียบเทยี บอายโุ อโซนกบั นีนา่ แลว้ บอกอายุคนที่มากกว่า
7.1 ใหน กั เรยี นนาํ กจิ กรรมทกี่ าํ หนดใหต อ ไปนี้ A. รบั อายุนนี า่
มาเรียงลําดับตามข้ันตอนแบบอัลกอริทึม B. เปรยี บเทียบอายโุ อโซนมากกวา่ อายนุ ีน่าหรอื ไม่
ลงในสมุด C. รับอายโุ อโซน
เปรียบเทียบอายุโอโซนกับนีนา แลวบอก D. ใหพ้ มิ พอ์ ายนุ ีนา่
อายุคนทีม่ ากกวา E. ใหพ้ ิมพอ์ ายุโอโซน
A. รับอายนุ นี า F. ถา้ มากกวา่
B. เปรียบเทียบอายุโอโซนมากกวา
อายุนีนา หรอื ไม ??? G. ถา้ ไม่มากกว่า
C. รบั อายุโอโซน
D. ใหพมิ พอายุนีนา เรียงลา� ดบั ข้ันตอนที่เหมาะสมใหมไ่ ด้ ดังน ี้ _ _ _ _ _
E. ใหพ มิ พอ ายุโอโซน
F. ถามากกวา เรียงลาํ ดับอายุ
G. ถา ไมม ากกวา ของนนี า กับโอโซน
ไดไ หมคะเพื่อน ๆ
ขน้ั ประเมนิ
โอโซน นนี า
ตรวจสอบผล
หนังสือเลมเนนื้อี้อหยาูในอราะจหมวีกาางรสปงรตับรปวรจุงพแิจกาไรขณา
1. ครตู รวจสอบผลการทําแบบทดสอบหลงั เรยี น
2. ครูประเมินผลการทํากิจกรรมกลุม โดยการ
สังเกตการตอบคําถาม การรวมกันทําชิ้นงาน
ลงในกระดาษฟลิปชารต เร่ือง การแสดง
อลั กอริทมึ ดว ยผงั งานหรอื โฟลวชารต
3. ครูประเมินการนําเสนองานหนาชั้นเรียนของ
นักเรยี นจากการทาํ กิจกรรมกลุม
4. ครตู รวจสมุดประจําตัวของนักเรยี น
5. ครูตรวจใบงานที่ 1.1 เรื่อง สัญลักษณการ
แสดงอัลกอรทิ มึ ดวยผังงาน
16
แนวทางการวัดและประเมินผล กิจกรรม ทา ทาย
ครูสามารถสังเกตพฤติกรรม การนําเสนองานหนาช้ันเรียนของนักเรียน เม่ือนักเรียนเขียนเรียงลําดับขั้นตอนเปรียบเทียบอายุโอโซน
โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบมาทายแผนการจัดการเรียนรู กบั นนี า ตามแบบอัลกอรทิ มึ แลว จากนน้ั ครใู หนักเรียนเขยี นแสดง
หนวยท่ี 1 อัลกอริทึมดวยผังงานหรือโฟลวชารต (Flowchart) เพื่อทบทวน
ความรแู ละความเขาใจของนกั เรียน
แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน
คาช้แี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ งท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน
ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1
32
1 ความถกู ตอ้ งของเนอ้ื หา
2 ความคิดสรา้ งสรรค์
3 วธิ ีการนาเสนอผลงาน
4 การนาไปใชป้ ระโยชน์
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงช่ือ ................................................... ผปู้ ระเมนิ
............/................./...................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ สมบูรณ์ชัดเจน ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นสว่ นใหญ่
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
14–15 ดมี าก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ
T18
86
แบบฝกหัด หลกั สตู รตปรวั ับอยป่ารงุง’60
รายวชิ าพน้ื ฐาน
เทคโนโลยี
4(วิทยาการคํานวณ) ป.
ตามมาตรฐานการเรียนร้แู ละตัวชวี้ ัด กลุม สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
แบบฝกหดั รายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร ปรับหปลรักงุ ส'6ูต0ร
เ(ทวคทิ โนยโาลกยาี รคำนวณ)4ชั้นประถมศึกษาปท่ี
2560กลุมสาตราะมกหาลรเกั รสียตูนรรแวู กทิ นยกาศลาาสงกตตาราร มศ(มึกฉาษบตาบัรขฐนั้ปาพรนบันื้กฐาปารรนเรุงยี พนพทุ ร.ธศูแศล.ักะรตาวั ชชี้ว2ัด55)1
ป.4
มงคล ทะกอง
แบบฝก หัดเลมจรงิ อาจมขี นาดตา งไปจากตวั อยา งทเ่ี สนอในเลม นี้
87
1 ¢¹éÑ µÍ¹Ç¸Ô ¡Õ ÒÃá¡»Œ Þ˜ ËÒ˹Nj ¡ÒÃàÃչ̷٠Õè ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.4/1
สรปุ สาระสําคญั การแกป ญ หาในชวี ติ ประจาํ วนั โดยใชอ ลั กอรทิ มึ จะชว ยใหเ รา
แกปญหาที่เกิดขึ้นไดสําเร็จอยางรวดเร็วและไมสับสนกับวิธีการแกปญหา เน่ืองจากวิธีการ
แกปญหาทุกอยางจะถูกคัดเลือกมาจากวิธีการดําเนินการท่ีดีท่ีสุด โดยมีลําดับข้ันตอนการแก
ปญ หาอยา งเปน ระบบและกจิ กรรมทนี่ กั เรยี นตอ งปฏบิ ตั จิ ะถกู อธบิ ายออกมาใหเ หน็ อยา งชดั เจน
เชน การทาํ นํ้าสลัดวาซาบิ
1. เตรียมสวนประกอบ 2. ผสมผงวาซาบิกับนํ้าอุนเขาดวยกัน 3. เตมิ มายองเนสลงไปคนให
และอุปกรณ คนผสมจนผงวาซาบลิ ะลาย เขา กนั ชิมรสตามชอบ
เฉฉบลับย การแดสว ดยงขออ ลัคกวาอมริทึม ขัน้ ตอนวิธี อลั กอริทึม
ในการแกปญ หา
การแหสรือดซงโูอดลั โกคอด ริทมึ ดว กยาผรังแงสาดนงหอรลัือกโฟอรลิทชาึมรต
การอธบิ ายดว ยรหสั จาํ ลองทสี่ รา งขน้ึ เอง การอธบิ ายข้นั ตอนการทํางาน โดยใชผ งั งาน
เชน รหัสจําลองสาํ หรับการเดนิ ทาง ท่มี ีสัญลักษณ เชน
เดินทางไปขวา เดนิ ทางไปซาย เรมิ่ ตน
ดาํ เนนิ การ
เดินขน้ึ ขา งบน เดินลงขางลา ง ตัดสนิ ใจ
2 สน้ิ สุด
88
Ẻ½ƒ¡Ë´Ñ อัลกอริทึม คะแนนเตม็
15
1. ตอบคําถามตอ ไปนี้ (5 คะแนน) เฉฉบลับย
1) อัลกอรทิ ึม (Algorithm) คอื กระบวนการแกป ญ หาทมี่ ลี าํ ดบั หรอื วธิ กี าร..............................................................................................................................
ในการแกปญหาใดปญหาหนึง่ อยางเปน ขน้ั เปนตอนและชดั เจน...................................................................................................................................................................................................................................
2) อลั กอรทิ มึ มขี ้นั ตอน ดังน้ี
? ทาํ ความเขา ใจปญหา............................................................................................................................................................................................
คดิ วิธกี ารแกป ญ หา (อาจมหี ลายวิธกี าร)........................................................................................................................................................................................................
เรยี งลําดบั ขัน้ ตอนกอนและหลังในแตละวิธีการ............................................................................................................................................................................................
ทบทวนขนั้ ตอนในแตล ะวธิ กี ารอกี ครง้ั........................................................................................................................................................................................................
ตรวจสอบความถูกตอ งของผลลัพธใ นแตล ะวธิ ีการ............................................................................................................................................................................................
เลอื กวิธกี ารทใ่ี หผลลัพธด ีที่สุดเพอ่ื นาํ ไปใชแ กป ญหา........................................................................................................................................................................................................
3) การแสดงอัลกอริทมึ ดวยขอ ความ (Natural Language) คือ
การใชขอ ความแสดงข้ันตอนการทํางาน มีสวนประกอบ 2 สว น คือ...................................................................................................................................................................................................................................
ลําดบั และขัน้ ตอนการทาํ งาน...................................................................................................................................................................................................................................
4) การแสดงอัลกอริทึมดว ยรหัสจําลองหรือซโู ดโคด (Pseudocode)
คอื การอธบิ ายดว ยรหัส โดยสามารถกาํ หนดรหสั จาํ ลองขนึ้ เองได........................................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................................................
5) การแสดงอัลกอรทิ มึ ดวยผงั งานหรือโฟลวชารต (Flowchart) คอื
แผนผังแสดงขั้นตอนการทํางาน ซึ่งการแสดงอัลกอริทึมดวยผังงาน...................................................................................................................................................................................................................................
แบงไดเ ปน 2 แบบ คือ แบบโครงสรา งเรียงลาํ ดบั และแบบโครงสราง...................................................................................................................................................................................................................................
ทางเลือก...................................................................................................................................................................................................................................
3
89
2. อา นสถานการณท กี่ ําหนด แลวตอบคําถาม (10 คะแนน)
นนี า เธอวาเรามาทําการด ดีสิจะ โอโซน เรามีคอมพิวเตอรอยู
อวยพรวนั เกดิ ใหอ ะตอม พอดี แตว าเราจะใชโปรแกรมอะไร
กันดีไหม? ทําการดอวยพรดีละ !
เฉฉบลับย
เพ่ือน ๆ ชวยบอกชื่อโปรแกรมท่ีใชทําการดอวยพรใหโอโซนกับนีนา
หนอยครบั พรอมท้งั เขียนข้นั ตอนการทาํ การดทีถ่ ูกตอง (ตัวอยา ง)
• โปรแกรมท่ีใชทาํ การดอวยพร คือ โปรแกรมเพนต..............................................................................................................
• ขั้นตอนการเปด โปรแกรม มดี งั น้ี
1. เล่ือนตัวชเี้ มาสไปที่ปุม Start แลว คลกิ........................................................................................................................................................................................................................................
2. เลอ่ื นตวั ชี้เมาสไ ปที่ All Programs แลวคลิก........................................................................................................................................................................................................................................
3. เลือ่ นตัวชี้เมาสไปท่ี Accessories........................................................................................................................................................................................................................................
4. เลื่อนตวั ช้ีเมาสไ ปที่ Paint แลวคลกิ........................................................................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................................................................
4
90
• ข้นั ตอนการวาดภาพ มดี งั นี้
1. คลิกเลอื กเครือ่ งมือ เพอ่ื วาดรูปตามตองการ........................................................................................................................................................................................................................................
2. คลิกเลือกสที ีต่ องการจากกลองสี........................................................................................................................................................................................................................................
3. เลือ่ นตัวช้เี มาสไ ปยังตําแหนง ที่ตอ งการวาดภาพ........................................................................................................................................................................................................................................
4. คลกิ เมาส แลวลากเปน ภาพเรขาคณติ ตามขนาดท่ตี อ งการ........................................................................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................................................................ เฉฉบลบั ย
• ขัน้ ตอนการพมิ พข อ ความลงในภาพ มีดงั น้ี
1. คลกิ เลือกเครื่องมอื........................................................................................................................................................................................................................................
2. เลื่อนตวั ช้เี มาสไปยังตาํ แหนงท่ีตองการพมิ พข อความ จากนน้ั คลิกลาก........................................................................................................................................................................................................................................
ขอบเขตทีต่ องการพมิ พขอความ........................................................................................................................................................................................................................................
3. เลอื กแบบของขอ ความจากดา นลา งของกลอ งเครอื่ งมอื วา จะพมิ พต วั อกั ษร........................................................................................................................................................................................................................................
บนพนื้ สีขาว หรอื บนพ้นื สขี องสพี ื้นหลงั........................................................................................................................................................................................................................................
4. คลิกคําสง่ั มมุ มอง (View) แลว เลือก Text Toolbar........................................................................................................................................................................................................................................
5. เลอื กแบบตัวอกั ษร ขนาด และลกั ษณะตัวอักษรทต่ี อ งการ........................................................................................................................................................................................................................................
6. พิมพข อความตามทตี่ อ งการ........................................................................................................................................................................................................................................
7. คลิกเมาสน อกกรอบที่พิมพข อ ความ เมือ่ เสร็จสน้ิ การพิมพ........................................................................................................................................................................................................................................
8. ตรวจสอบผลงาน และสง่ั พิมพผลงานออกจากเครือ่ งพิมพ........................................................................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................................................................
5
91
3. ดูภาพ แลว ตอบคาํ ถาม (5 คะแนน) สนามเด็กเลน
บา นโนบิ รา นไอศกรมี ใบเตย บา นไจแอนท
นา้ํ ตก
วัด โรงเรียน
รานไอศกรีมใบตอง
เฉฉบลับย
โรงพยาบาล
ขอกําหนด
• สามารถเดนิ ได 4 ทิศทาง คือ
• ไมส ามารถเดนิ ผานตน ไมได
1) โนบเิ ดนิ ทางจากบา นไปโรงเรยี น โดยมเี งอื่ นไขวา จะตอ งไมไ ดเ ดนิ
ผา นหนา บา นของไจแอนท โนบคิ วรเดนิ เสน ทางใดจงึ จะถงึ เรว็ ทสี่ ดุ
และใชก ารเดินทางทั้งหมดก่ีครัง้
เสนทาง คอื...................................................................................................................................................................................................................................
ใชการเดนิ ทางทงั้ หมด 7 ครั้ง...................................................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................................................
6
92
2) หลังจากทําบุญที่วัดเสร็จแลว ไจแอนทจะแวะไปซ้ือไอศกรีมและ เฉฉบลบั ย
เดินทางไปเที่ยวที่น้ําตก ไจแอนทควรแวะซื้อไอศกรีมท่ีรานไหน
ถึงจะไปนํ้าตกไดเร็วที่สุด โดยใชเสนทางใด และใชการเดินทาง
ทง้ั หมดกคี่ ร้งั
รา นไอศกรีมใบเตย ใชก ารเดนิ ทางทงั้ หมด 9 ครัง้...................................................................................................................................................................................................................................
เสนทาง คอื...................................................................................................................................................................................................................................
3) โนบิหกลมท่ีสนามเด็กเลนขณะเลนอยูกับไจแอนท ไจแอนทควร
พาโนบิไปโรงพยาบาลโดยใชเสนทางใดจึงจะเร็วที่สุด และใช
การเดินทางทั้งหมดก่ีคร้ัง โดยมีเงื่อนไขวา จะตองเดินผานบาน
ไจแอนท เพ่ือใหค ณุ พอหรอื คุณแมพ าไป
เสนทาง คือ...................................................................................................................................................................................................................................
ใชก ารเดนิ ทางท้งั หมด 9 ครงั้...................................................................................................................................................................................................................................
4) เสน ทางทเี่ รว็ ทสี่ ดุ ในการเดนิ ทางจากบา นโนบไิ ปโรงเรยี น และจาก
บา นไจแอนทไ ปโรงเรยี นเทา กนั หรอื ไม และใชก ารเดนิ ทางทงั้ หมด
กีค่ ร้งั พรอมแสดงเสน ทางการเดนิ
ไมเทากัน จากบา นโนบิไปโรงเรียน ใชก ารเดนิ ทางทง้ั หมด 7 ครงั้...................................................................................................................................................................................................................................
คือ...................................................................................................................................................................................................................................
จากบานไจแอนทไปโรงเรยี น ใชการเดินทางท้งั หมด 8 ครง้ั...................................................................................................................................................................................................................................
คือ...................................................................................................................................................................................................................................
5) นักเรียนคิดวา ถาเดินทางจากโรงเรียนไปถึงบานโนบิ สามารถ
เดินผานสถานท่ีตา ง ๆ ไดครบทุกสถานท่หี รอื ไม โดยมเี งื่อนไขวา
เสน ทางการเดินตองไมซ้ํากัน พรอ มแสดงเสน ทางการเดิน
ไดครบทกุ สถานท่ี...................................................................................................................................................................................................................................
เสนทาง คอื...................................................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................................................
7
93
4. อา นสถานการณ แลว ใหน กั เรยี นแกป ญ หาโดยใชก ารแสดงอลั กอรทิ มึ
ดวยผงั งาน (5 คะแนน)
หนุ ยนตต ัวน้ี
เรามเี งนิ แค 100 บาท 500 บาทจะ
จะทํายังไงเพ่ือใหไ ด
หนุ ยนตต วั น้ดี ีนะ
110000
เรมิ่ ตน
แมใหเ งินคาขนม วนั ละ 40 บาท
ไมเ กบ็ เงนิ 40 บาท เกบ็
เฉฉบลบั ย ขอแม 400 บาท เกบ็ เงินวนั ละ 20 บาท
ครบ 20 วัน
มีเงนิ ไปซื้อหนุ ยนต
สน้ิ สุด
เกณฑการใหค ะแนน ตอบคาํ ถามไดถกู ตอ ง คะแนน
1 การตอบคาํ ถาม (5 คะแนน มี 5 ขอ เขียนช่ือโปรแกรมท่ีใชใ นการทําการด อวยพรไดถกู ตอ ง
เขยี นลาํ ดบั ขนั้ ตอนการเปดโปรแกรมไดถูกตอ ง ชดั เจน 1
ขอละ 1 คะแนน) เขียนลําดบั ข้ันตอนการวาดภาพไดถ ูกตอ ง ชัดเจน 1
2 การอานสถานการณแ ลว ตอบคําถาม เขยี นลาํ ดบั ขน้ั ตอนการพมิ พข อ ความลงในภาพไดถ กู ตอ ง ชดั เจน 3
ตอบคําถามไดถ กู ตอง 3
(10 คะแนน) เขียนลาํ ดับข้นั ตอนไดถ กู ตอง 3
เขยี นสญั ลักษณในแตละข้นั ตอนไดถ ูกตอ ง 1
3 การตอบคาํ ถามจากภาพท่ีกําหนด 3
(5 คะแนน มี 5 ขอ ขอละ 1 คะแนน) 2
4 การเขียนผังงานจากสถานการณ
(5 คะแนน)
8
94
¡อ¨Ô ลั ¡กÃอÃรÁิท½มึ¡ƒ ช·ว ¡Ñ ยÉไดÐ ·Õè 1 Creating ไดค ะแนน คะแนนเต็ม
Evaluating
Analyzing 10
Applying
Understanding
Remembering
ใหนกั เรียนใชค วามรูเกย่ี วกับอัลกอริทมึ แกป ญ หา จากสถานการณท่กี ําหนด
อะตอม
จากสถานการณ ถานักเรียน เปนอะไรจะ ครคู รับ ผมสอบ
เปนเพ่ือนของอะตอม นักเรียนจะ วิชาคณิตศาสตร
ใชอัลกอริทึมแกปญหาใหอะตอมได
ไมผ านครับ
อยางไร
(ตวั อยาง) เฉฉบลับย
ปญหาของอะตอม คอื สอบวิชาคณติ ศาสตรไ มผ าน...................................................................................................................................................................................
วิธกี ารแกปญหา มีดังน้ี
......................................................................................................................เ.ร...่ิม...ต...น...............................................................................................................................
...................................................................................................ส...อ...บ....ค...ณ....ิต....ศ...า..ส...ต...ร...ไ ..ม....ผ...า..น..............................................................................................................
..........................................................ไ..ม...ใ..ช............................................เ.ล...ือ...ก...เ..ร...ยี ...น...เ..ส...ร..มิ........................................ใ..ช............................................................................
..................................ฝ....ก ...ท...ํา...แ...บ...บ...ฝ....ก ...ห...ัด...เ..อ...ง.............................................................................................ห...า...ส...ถ...า...น...ท...เี่..ร...ีย...น...เ..ส...ร..มิ.................................................
...............................................................................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................ส...อ...บ....ซ...อ...ม....ผ...า ..น........................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................ส...ิ้น....ส...ดุ ...............................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................................................................
(พิจารณาตามคาํ ตอบของนกั เรียน โดยใหอ ยใู นดุลยพนิ ิจของผสู อน)
เกณฑก ารใหค ะแนน คะแนน
การแกป ญ หาโดยใชอัลกอรทิ ึม (10 คะแนน) 1
9
บอกปญหาไดถกู ตอง
เขยี นขนั้ ตอนการแกป ญ หาไดถ กู ตอ งตามลาํ ดบั (ถา มขี อ ผดิ พลาดใหล ดทอนคะแนนลง จดุ ละ1 คะแนน)
ทกั ษะการเรยี นรูใ นศตวรรษที่ 21 3. ฝกทักษะการสอื่ สาร 9
1. ฝก ทักษะการคดิ อยา งมีวจิ ารณญาณ
2. ฝก ทกั ษะการแกป ญ หา
95
¡แÔ¨ผ¡นÃÃทÁี่น½ําทƒ¡·าง¡Ñ ÉзÕè 2 Creating ไดค ะแนน คะแนนเตม็
Evaluating
Analyzing 10
Applying
Understanding
Remembering
ใหน กั เรยี นวาดแผนทีก่ ารเดนิ ทางจากสถานการณท ี่กาํ หนด
แมค รับ วนั เสารอ าทติ ยน้ี
ไดส จิ ะ มะลิอยากไปที่ไหนละ เราไปเทีย่ วตางจังหวดั
คราวน้แี มใหม ะลิคิดแผน
การเดินทางเองไดเลย กนั ดีไหมครับ
จากสถานการณ ถา นกั เรยี นเปน นอ งมะลิ นกั เรยี นจะวางแผนและสรา งแผนท่ี
การเดนิ ทางไดอ ยา งไร
เง่ือนไขการสรา งแผนทกี่ ารเดนิ ทางไปเทย่ี ว
เฉฉบลบั ย 1. มีสถานท่ี อยางนอย 5 สถานที่ 2. กําหนดรหสั จําลองการเดินทาง
3. จุดเร่มิ ตนและจดุ ส้ินสดุ การเดินทาง คอื บา นนอ งมะลิ
แผนทีก่ ารเดนิ ทางไปเทยี่ ว
(พิจารณาตามผลงานของนกั เรยี น โดยใหอยใู นดุลยพินิจของผูส อน)
10
96
ใหน ักเรยี นนาํ แผนทก่ี ารเดินทางไปเท่ยี วที่นกั เรียนสรางไปใหเพือ่ นลองเลน
แลวเปรียบเทียบเสน ทางการเดินวา ใครเดินทางไดเ ร็วที่สดุ
บนั ทึกผลการเลนเกมของเพื่อน
เพอื่ นคนท่ี 1 ชือ่ ....................................................................................................................................................................................................
ใชเ สน ทางการเดิน ดังนี้ ..............................................................................................................................................................................
เพอื่ นคนท่ี 2 ช่ือ ....................................................................................................................................................................................................
ใชเสนทางการเดิน ดังน้ี ..............................................................................................................................................................................
เพือ่ นคนท่ี 3 ชื่อ .................................................................................................................................................................................................... เฉฉบลบั ย
ใชเ สน ทางการเดิน ดงั น้ี ..............................................................................................................................................................................
ผลสรปุ การเลนเกม
เสนทางการเดนิ ท่เี รว็ ที่สดุ คอื ...........................................................................................................................................................
ตรงกับคําตอบ ของฉัน เพอ่ื นคนที่ 1
เพอื่ นคนท่ี 2 เพ่ือนคนที่ 3
(พจิ ารณาตามผลงานของนักเรยี น โดยใหอยใู นดุลยพินิจของผสู อน)
เกณฑการใหคะแนน คะแนน
การสรา งแผนท่ีและการหาคําตอบ (10 คะแนน) 5
2
สรางแผนท่ีไดค รบตามเง่อื นไขทง้ั 3 ขอ 3
วาดแผนท่ีไดสวยงาม มีความคิดสรางสรรค 11
บอกเสน ทางทเี่ ร็วทสี่ ดุ ไดถกู ตอง
ทกั ษะการเรยี นรูใ นศตวรรษท่ี 21 3. ฝก ทักษะการตัดสินใจ
1. ฝกทกั ษะการคิด
2. ฝกทักษะการสือ่ สาร
97