The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาพระพุทธศาสนา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by society, 2022-09-06 00:40:56

วิชาพระพุทธศาสนา ส21101

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาพระพุทธศาสนา

7. กิจกรรมการเรยี นรู้ โดยจัดการเรยี นรู้แบบบทบาทสมมติ (2 ชั่วโมง)

ช่วั โมงท่ี 1

1. ขัน้ นำเข้าสู่บทเรียน

1) ครเู ลา่ นทิ านเรื่อง กระตา่ ยนอ้ ยเกย่ี งงาน ซ่ึงเปน็ นิทานคุณธรรมเก่ียวกบั ความรบั ผดิ ชอบ
2) ครูและนักเรยี นสนทนาอภิปรายซักถาม เกย่ี วกับนิทานท่ีฟงั ถา้ นักเรยี นเปน็ กระต่ายน้อยทง้ั สอง
ตัวนกั เรียนจะปฏิบตั ติ นอย่างไรไม่ให้เกิดปญั หาเหมือนกระต่ายนอ้ ยทัง้ สอง
3) ครสู นทนาซักถามนกั เรียนเก่ียวกบั ชาวพุทธตวั อย่างในประเด่นต่าง ๆ เช่น

- ชาวพทุ ธตัวอย่างคอื ใคร
- จากท่นี ักเรยี นได้เคยศกึ ษาเรื่อง ชาวพุทธตัวอยา่ งนักเรียนประทบั ใจชาวพุทธตัวอย่าง
คนใดบา้ ง เพราะเหตใุ ด
2) หลังจากสนทนาซักถามแล้ว ครูสรุปว่า ชาวพุทธตัวอย่าง หมายถงึ บคุ คลรุ่นหลังทเ่ี กดิ ไม่ทนั
ไดเ้ ห็นพระพุทธเจ้า ซ่งึ อาจจะไมเ่ ปน็ พระอริยบุคคลก็ได้ แต่ชวี ิตของท่านเป็นแบบอย่างของการปฏิบัติ
หนา้ ทช่ี าวพุทธ และบอกให้นักเรยี นทราบถึงชาวพุทธตัวอย่างท่ี จะศึกษาในชั้นน้ี ไดแ้ ก่ พระเจาอโศก-
มหาราช พระโสณเถระและพระอุตตรเถระ
2. ขน้ั กิจกรรม

3) ครแู บ่งนักเรยี นออกเป็น 2 กลุม่ กลุ่มละเท่าๆ กันแจกใบความรู้ เรอื่ ง ความรบั ผิดชอบ คืออะไร
สำคัญไฉน ให้แตล่ ะกลุ่มศึกษา และรว่ มกันสรุปองค์ความรู้ทไี่ ดจ้ ากการศึกษาใบความรู้ เสรจ็ แลว้ เขียนลงใน
กระดาษเอ 4 ท่คี รูแจกให้ เพ่ือตระหนักถึงความรับผิดชอบต่องานกลุม่ ครั้งนี้ แล้วใหแ้ สดงบทบาทสมมุติ เรอ่ื ง
พระเจ้าอโศกมหาราช พระโสณะ และพระอุตตระ

4) นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ช่วยกันกำหนดตวั แสดง และเลือกผู้แสดงใหเ้ หมาะสมกับบุคคลในเร่ืองท่ี
กำหนด สำหรบั ผู้ทไ่ี ม่ไดเ้ ป็นตวั แสดงใหร้ บั หนา้ ทีอ่ ่นื เชน่ ผูก้ ำกับการแสดง ผบู้ รรยาย ผจู้ ดั สถานที่
ผ้เู ตรียมอุปกรณ์ ฯลฯ

5) นักเรียนแต่ละกลุม่ ฝึกซ้อมการแสดงให้เหมาะสมกบั เน้ือหาสาระของเรื่อง การแสดงบทบาทท่ีเป็น
จดุ สำคัญ และแสดงถึงการมีคุณธรรมอันเป็นแบบอย่าง (ใชเ้ วลาประมาณ 30 นาท)ี โดยมคี รูช่วยเสนอแนะ

6) นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั แสดงบทบาทสมมุตติ ามท่ีได้ฝกึ ซอ้ มกันไว้ โดยแตล่ ะกล่มุ ใช้เวลาในการ
แสดง ประมาณ 10 นาที
3. ขั้นสรุป

7) เม่ือจบการแสดงของทกุ กลุ่มแลว้ ครแู ละนักเรียนชว่ ยกันสรุปข้อคดิ ทไี่ ดจ้ ากการศกึ ษาประวตั ิของ
พระเจ้าอโศกมหาราช พระโสณะ และพระอุตตระ และแนวทางการนำคุณธรรม จรยิ ธรรมอนั เป็นแบบอยา่ ง
ของทา่ นไปประยุกตใ์ ช้ในการดำเนินชวี ติ
ช่วั โมงที่ 2

1. ขั้นนำเขา้ สู่บทเรยี น

1) ครสู นทนาเพอ่ื ทบทวนความรู้เกีย่ วกบั ศึกษาประวัตขิ องพระเจา้ อโศกมหาราช พระโสณะ และพระ
อุตตระ แลว้ ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกับผลงาน และแบบอย่างท่ดี ขี องทา่ น
2. ข้นั สอน

2) ครสู มาชกิ แตล่ ะกลุ่มร่วมกันเขยี นแผนผงั ความคดิ แสดงผลงานและคุณธรรมอนั เปน็ แบบอย่างของ
พระเจ้าอโศกมหาราช พระโสณะ และพระอุตตระ ลงในกระดาษ A4 ท่ีครแู จกให้

3) นกั เรียนชว่ ยกันวเิ คราะห์ผลงานและคุณธรรมอันเป็นแบบอย่างของพระเจ้าอโศกมหาราช
พระโสณะ และพระอตุ ตระ และทำใบงาน เร่อื ง ชาวพุทธตวั อยา่ ง

4) ตัวแทนแตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอผลงานหนา้ ชน้ั เรียน โดยครูเป็นผตู้ รวจสอบความถูกตอ้ งและให้
ขอ้ เสนอแนะ

5) ครแู ละนักเรยี นชว่ ยกนั เฉลยใบงาน เร่อื ง ชาวพุทธตวั อย่าง
3. ข้ันสรปุ

6) ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปความรู้เร่อื ง ชาวพุทธตัวอย่าง และใหน้ ักเรยี นแตล่ ะคนนำความร้แู ละ
คณุ ธรรมอันเปน็ แบบอย่าง ของพุทธสาวก พุทธสาวิกา และศาสนกิ ชนตวั อยา่ งไปประยุกต์ ปฏิบตั ิ แล้วรายงาน
ผลตอ่ ครผู ู้สอนตามกำหนดเวลาทต่ี กลงกัน

นักเรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรยี น
8. สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้

1. หนังสือเรยี นรายวิชาพ้นื ฐาน พระพทุ ธศาสนา ม.1
2. กระดาษขนาด A4
3. ใบงาน เรอื่ ง ชาวพทุ ธตวั อยา่ ง
4. นทิ าน เรอ่ื ง กระต่ายน้อยเกย่ี งงาน
5. ใบความรู้ เรือ่ ง ความรับผดิ ชอบ คืออะไร สำคัญไฉน

9. การวดั และประเมินผล วิธีการวัดและ เคร่ืองมอื ที่ใช้ เกณฑป์ ระเมิน
การวัดและประเมินผล ประเมนิ ผล
นกั เรียนแสดงบทบาท นกั เรยี นแสดงบทบาท ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
1. เลา่ ประวตั แิ ละผลงาน สมมตุ ิ เกณฑ์
ของพระเจ้าอโศกมหาราช สมมุติ
พระโสณะและพระอตุ ตระ แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
ได้ (K) สังเกตพฤติกรรมการ การทำงานรายกล่มุ เกณฑ์
ทำงานรายกล่มุ
2. วเิ คราะหค์ ณุ ธรรมที่ควร แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
ถือเปน็ แบบอย่างของพระ สังเกตพฤติกรรมการ การทำงานรายกล่มุ เกณฑ์
เจ้าอโศกมหาราช ทำงานรายกลุม่
พระโสณะและพระอุตตระ แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
ได้ (P) สังเกตพฤติกรรมการ การทำงานรายกลุ่ม เกณฑ์
ทำงานรายก
3. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ
เกีย่ วกับความรบั ผิดชอบ
ต่อตนเองและผู้อน่ื (P)

4. สามารถนำคณุ ธรรมอนั
เป็นแบบอยา่ งทีด่ มี าปรบั ใช้
ในชีวิตประจำวนั ได้ (A)

5. นกั เรียนประพฤตปิ ฏิบัติ สังเกตพฤตกิ รรมการ แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
ตนเป็นแบบอย่างทีด่ ที ้ัง ทำงานรายกลุ่ม การทำงานรายกลมุ่ เกณฑ์
รบั ผดิ ชอบต่อตนเองและ
ผอู้ น่ื (A)

ดา้ นคณุ ลักษณะ สังเกตความมวี ินยั ใฝ่ แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
คุณลักษณะอันพงึ เกณฑ์
1. ใฝเ่ รยี นรู้ เรยี นรู้ และมุง่ ม่นั ในการ ประสงค์
- นกั เรียนผ่านเกณฑ์ใน
2. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน ทำงาน - แบบประเมิน ระดบั ดขี น้ึ ไป
พฤติกรรมการเรียน
สมรรถนะของผเู้ รยี น - การประเมนิ พฤติกรรม
รูร้ ายกลุม่
1. ความสามารถในการคดิ การเรยี นรู้รายกล่มุ

2. ความสามารถในการ

สอื่ สาร

3. ความสามารถในการใช้

ทกั ษะชวี ิต

บนั ทึกผลหลังการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

1. ผลการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

ดา้ นจุดประสงค์............................................................................................................................. ........

.......................................................................................................................... ....................................................
............................................................................................................................. .................................................

ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์.............................................................................................................

............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................

ดา้ นสมรรถนะสำคัญ..............................................................................................................................

............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
2. ปัญหาและอปุ สรรค

..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
3. แนวทางการแก้ไขและข้อเสนอแนะ

............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................................... .....................
............................................................................................................. .................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................. .................................
.................................................................................................. ............................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................. ............................................

ลงชอื่ ..................................................
(นางสาวนาฏลดา แก้ววเิ ศษ)
ตำแหนง่ ครู

วันที่......เดอื น............พ.ศ.........

ข้อเสนอแนะและความคดิ เหน็ ของหวั หนา้ กลุม่ สาระการเรยี นร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
.

ลงชอื่ ............................................
(นายคฑาวุธ ไชยสทิ ธ์ิ)

หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรูส้ งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
วันท่ี......เดอื น............พ.ศ.........

ขอ้ เสนอแนะและความคิดเหน็ ของรองผู้อำนวยการฝา่ ยวิชาการ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงช่อื ............................................
(นายพฤทธิพ์ ล ชารี)

รองผู้อำนวยการกลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ
วนั ที่......เดอื น............พ.ศ.........

ขอ้ เสนอแนะและความคิดเห็นของผู้อำนวยการโรงเรยี น

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงช่อื ............................................
(นายสขุ เกษม พาพนิ จิ )

ผู้อำนวยการโรงเรยี นหนองบัวพิทยาคาร

วนั ท่ี......เดอื น............พ.ศ.........

ใบงานเรอ่ื ง พระเจ้าอโศกมหาราช

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามตอ่ ไปน้ี

1.เพราะเหตุใด จงึ มผี ขู้ นานนามพระเจา้ อโศกมหาราชวา่ “จณั ฑาโศก”
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………..…………………………………………………………………………………………………

2. เพราะเหตใุ ด จงึ มผี ขู้ นานนามพระเจา้ อโศกมหาราชวา่ “ธรรมาโศก”
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

3. เพราะเหตุใด พระเจา้ อโศกมหาราชจงึ มคี วามเลอ่ื มใสในพระพุทธศาสนา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

4. ผลงานสาคญั ของพระเจา้ อโศกมหาราชเก่ยี วกบั พระพทุ ธศาสนา ไดแ้ ก่อะไรบา้ ง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

5. คุณธรรมอนั เป็นแบบอย่างของพระเจา้ อโศกมหาราช ไดแ้ ก่อะไรบา้ ง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ใบงานเรื่อง พระโสณะและพระอตุ ตระ

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามตอ่ ไปน้ี

1. พระโสณะและพระอตุ ตระมชี วี ติ อยใู่ นสมยั พระมหากษตั รยิ พ์ ระองคใ์ ด และในดนิ แดนใด
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

2. ผลงานสาคญั ของพระโสณะและพระอุตตระ ไดแ้ กอ่ ะไรบา้ ง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

3. พระโสณะและพระอุตตระมคี วามสาคญั ต่อดนิ แดนสุวรรณภูมอิ ย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

4. คณุ ธรรมอนั เป็นแบบอย่างของพระโสณะและพระอตุ ตระ คอื อะไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ใบความรู้ นทิ านคุณธรรมความรบั ผดิ ชอบ เร่อื ง กระตา่ ยน้อยเกย่ี งงาน

ณ ป่าใหญ่แห่งหน่ึง มีครอบครัวกระต่ายครอบครัวหนึง่ อาศยั อยใู่ นโพรงไมใ้ หญ่ใกลๆ้ กับธารน้ำเลก็ ๆ
กระตา่ ยครอบครัวนนี้ บั ไดว้ ่าเป็นผมู้ คี วามสำคัญกบั ป่าไมแ้ ห่งน้ีมาก เพราะกระต่ายผู้เป็นพ่อ มตี ำแหนง่ เปน็ ถงึ
ที่ปรกึ ษาด้านสุขภาพให้แกส่ ิงโตเจ้าป่า ส่วนกระต่ายผู้เปน็ แมก่ ต็ ้องไปประชมุ หารือกับกล่มุ แม่บ้านสตั ว์ปา่ เป็น
ประจำ ด้วยเหตนุ ีท้ ้งั พ่อและแมก่ ระต่ายจงึ ตอ้ งออกไปทำงานนอกบ้านทกุ วัน และจำต้องทงิ้ ใหล้ กู น้อยท้ังสอง
คือกระต่ายพ่ีสาวกบั กระตา่ ยน้องชาย เล่นกันอยู่ในบ้านโพรงกระตา่ ยตามลำพงั สองตวั

อยู่มาวนั หนึง่ พ่อกระต่ายสงั เกตเห็นวา่ บ้านโพรงกระตา่ ยของตนไม่ค่อยเปน็ ระเบยี บเรียบร้อย
เทา่ ท่ีควร จงึ ยกเร่ืองน้ีมาพดู คุยกับแม่กระตา่ ยก่อนเขา้ นอนวา่

“เธอวา่ ไหมจ๊ะแม่กระต่าย เดี๋ยวน้ีบ้านของเราไม่ค่อยเปน็ ระเบยี บเรียบรอ้ ยเหมือนแตก่ ่อนเลยนะ”
“โอ้” แม่กระต่ายร้องอยา่ งละอายใจ “เป็นความบกพรอ่ งของฉนั เองจะ้ ชว่ งนฉ้ี ันงานยุ่งมากจนไม่
เวลา ดแู ลบ้านโพรงกระต่ายของเราใหส้ วยงามดังเดมิ ฉนั สัญญาว่าจะปรับปรุงตวั เองจะ้ ”
“อยา่ พูดอย่างน้ันเลย แม่กระต่ายท่รี ัก เพราะฉันไม่ไดค้ ิดจะติเตียนเธอแต่อย่างใด ความจริงงานบา้ น
เปน็ งานท่ีหนักมาก ฉันเองต่างหากท่ตี ้องละอายแกใ่ จ เพราะไม่เคยได้ชว่ ยเธอทำงานบา้ นเลย แลว้ ตอนน้เี ธอก็
งาน ยุ่งมากจนแทบไม่มเี วลาพกั ผ่อน จะเอาแรงท่ีไหนมาดูแลบ้านช่องได้เหมอื นแตก่ ่อนเล่า” พ่อกระต่าย
ปลอบ ขวัญภรรยาสดุ ที่รัก
“ถงึ อย่างนัน้ กเ็ ถอะ แม่กระต่าย การทีเ่ ธองานย่งุ มากอย่างน้ีทำใหฉ้ ันนกึ อะไรข้ึนมาได้ แลดลู ูกๆ ของ
พวกเราสิ เขาทั้งสองเติบโตมากแล้ว แต่เรายังไม่เคยสอนให้ลกู เรารู้จกั ทำงานทเี่ ปน็ ประโยชน์ตอ่ ผอู้ ่นื บ้างเลย
ฉันวา่ น่าจะเป็นการดีนะ หากเราจะสอนใหล้ ูก ๆ ทำงาน โดยเรม่ิ จากงานบา้ นของเราเอง” พ่อกระต่ายเสนอ
ความเห็น
“เป็นความคิดทวี่ เิ ศษมาก แต่ลกู ๆ ของเราไม่เคยทำงาน เขาจะทำไดด้ หี รอื จ๊ะ”
“เขาคงทำได้ไม่ดีนักหรอก และคงจะสรา้ งความเหนื่อยหน่ายให้แก่เรามากทีเดยี วในตอนแรก แตน่ ่ัน
ย่ิง ทำให้เราต้องมอบหมายงานและสอนการท างานทถี่ ูกต้องแก่เขา หากไมเ่ ริ่มเสยี แตต่ อนนี้ เขาก็จะทำอะไร
ไม่ เปน็ เลยเม่ือโตข้ึน ใครจะอยากได้คนทำอะไรไม่เปน็ ไปรว่ มสงั คมด้วยละ่ จริงไหม” พ่อกระต่ายกล่าว
เช้าวนั รงุ่ ข้ึน แม่กระต่ายจึงเรียกลกู ท้ังสองมาพูดคุยในเรอ่ื งดังกลา่ ว กระต่ายพ่ีน้องไมเ่ คยทำงานบ้าน
ทงั้ คู่ และรูว้ ่าเป็นงานทเ่ี หน่ือยมากทีเดียว อยา่ งไรก็ตาม กระต่ายทั้งคกู่ ร็ ักและเช่ือฟงั พ่อแม่กระต่าย จึงคิดว่า
ถา้ พวกตนทำงานบา้ นก็จะชว่ ยบรรเทาความเหน่ือยล้าของพอ่ กับแม่ได้ ดงั นน้ั ท้งั คู่จงึ รับปากแม่กระต่ายวา่ จะ
ชว่ ย ทำงานบา้ นทกุ อยา่ งแทนแมก่ ระต่ายเอง
แตแ่ ม่กระตา่ ยไม่ไดใ้ จรา้ ยกับลกู ๆ ขนาดนน้ั เธอคิดวา่ จะคอ่ ยๆ มอบหมายงานใหล้ กู รบั ผดิ ชอบไปทลี ะ
อยา่ งก่อน เพื่อดูลักษณะการท างานของลกู ๆ และช้ีแนะจุดบกพร่องใหแ้ ก้ไขไปทลี ะจุด ดว้ ยเหตนุ ้ี งานชน้ิ แรก
ท่ี แมก่ ระต่ายมอบให้กระต่ายพีน่ อ้ งทำก็คอื งานล้างจานและรกั ษาความสะอาดในหอ้ งครัว
กระตา่ ยพ่นี ้องช่วยทำงานทีแ่ ม่กระตา่ ยมอบหมายไดส้ ามวัน ตา่ งคนต่างก็รสู้ กึ ว่าตนเองทำงานมากกวา่
อกี คนหน่ึง จึงเกิดการโต้เถียงกันข้ึนอย่างรนุ แรง

สดุ ท้ายกระต่ายผพู้ ก่ี ็เอย่ แนวทางแก้ปญั หาว่า ให้จดรายช่ืองานท้งั หมด แลว้ แบง่ กนั ทำใหช้ ัดเจนไป
เลย แลว้ กนั กระต่ายน้องชายกเ็ ห็นดว้ ย ท้งั สองจึงจดรายช่ืองานที่ต้องทำทงั้ หมดแลว้ ตกลงกันวา่ ใครจะทำ
ส่ิงใด กระต่ายพีส่ าวรับงานจดั เตรียมโต๊ะอาหาร ส่วนกระต่ายน้องชายบอกว่าจะเกบ็ กวาดโตะ๊ อาหารเอง

เม่อื กระตา่ ยพีส่ าวล้างจาน นอ้ งชายก็รบั หน้าท่ีเช็ดจานและเก็บเขา้ ตู้ นอกจากน้นั ยงั มีงานจกุ จิก
มากมายในครวั ที่ ทั้งสองพยายามแบ่งกนั ทำ การแบ่งงานกันทำเช่นน้ี มองผวิ เผินแลว้ นา่ จะเป็นไปด้วยดี แต่พอ
ทำเขา้ จริง ๆ กลับไม่สำเรจ็ ตามเวลาที่ ควรจะเปน็ เพราะกระต่ายนอ้ ยท้ังสองไมไ่ ด้มุ่งม่นั ในงานของตน เอาแต่
จับตาดอู กี ฝา่ ยหน่ึงว่ากำลงั ทำอะไร และทำเตม็ ทีต่ ามหนา้ ที่ของตนเองหรือไม่

“แมจ่ า๋ ” กระตา่ ยพี่สาววงิ่ โร่เข้าไปฟอ้ งแม่กระต่ายในวันหนงึ่ “มจี านอยู่บนโต๊ะอีกใบหน่งึ แต่นอ้ ง
กระต่ายจอมเกยี จครา้ นไม่ยอมหยิบไปวางที่อ่างล้างจาน อย่างนลี้ กู กล็ า้ งจานไม่ได้สักทสี ิจะ๊ ” “ลูกกห็ ยบิ ไป
ไวเ้ องสิจะ๊ ” แม่กระต่ายกล่าวอยา่ งไม่เห็นเป็นเรื่องสลกั สำคัญ

“โธ่ แมจ่ า๋ นั่นไมใ่ ช่งานของลูกสกั หน่อย มนั เปน็ งานของนอ้ งตา่ งหาก เราแบ่งหน้าทกี่ ันแลว้ กต็ ้อง
ทำตามท่ีตกลงกันไวส้ ิ”

แลว้ ชามใบนน้ั ก็ตง้ั อย่ทู เ่ี ดิมรอกระต่ายน้องชายมาหยิบมันไป ฝา่ ยกระต่ายพ่สี าวกร็ อจานจากนอ้ งชาย
อยู่ อยา่ งนนั้ กว่าจะได้ลา้ งจานก็ปรากฏวา่ จานของหลายๆ มอ้ื สมุ รวมกนั เป็นกองพะเนิน ซึ่งทำใหต้ ้องล้างจาน
เป็นจำนวนมากและใชเ้ วลามากขนึ้ ด้วย ดังนั้น นอ้ งชายผ้มู ีหน้าท่เี ช็ดถว้ ยชามก็เลยต้องน่ังรอให้พีส่ าวล้างจาน
ให้เสรจ็ ก่อน จงึ จะเช็ดจานชามและนำเขา้ เกบ็ ในตไู้ ด้ ซ่ึงทำใหก้ ระตา่ ยน้องชายต้องน่ังเช็ดจนดึกดืน่ อย่บู ่อยๆ
นอกจากพส่ี าวจะเกย่ี งงานแล้ว กระต่ายน้องชายก็เกย่ี งงานเชน่ กัน หากเขากำลังกวาดพ้ืนครัว และเหน็ เศษ
ขยะตกอยู่ในอ่างลา้ งจาน เขากจ็ ะกวาดสายตาผ่านไปเหมอื นมองไม่เห็น เพราะอา่ งลา้ งจานเป็นความ
รบั ผดิ ชอบของกระตา่ ยพส่ี าว ขยะทต่ี กอย่จู ึงทำให้เกดิ การอุดตนั ทำ ให้พ่อกระตา่ ยต้องมาซ่อมใหอ้ ยหู่ ลายครั้ง
บรรยากาศในบ้านเร่ิมเศรา้ หมอง เพราะมีแต่เสยี งรอ้ งเกีย่ งงานกันจากลูกทัง้ สอง พ่อแม่กระต่ายเฝ้ามอง
พฤติกรรมของลกู อยู่พักหน่งึ จนเหน็ วา่ ไมม่ ีอะไรพัฒนาไปในทางทีด่ ี พ่อกระตา่ ยจึงส่งสญั ญาณให้แมก่ ระตา่ ยรู้
วา่ ถึงเวลาทีค่ วรจะจัดการอะไรสักอยา่ งได้แล้ว

วันหนง่ึ แม่กระตา่ ยจึงเรียกลกู กระตา่ ยเข้ามาพูดคยุ ในเรอื่ งน้ี
“การทล่ี กู ทง้ั สองแบ่งงานกันทำเป็นเรื่องทด่ี ี แต่ไม่ใชว่ ธิ ีท่ีลกู กำลังทำอยู่ตอนน้ี เพราะเราเปน็ คนใน
ครอบครัวเดยี วกัน เราต้องรักและช่วยเหลือกัน ไมใ่ ช่แบง่ งานกันทำโดยไม่เหลียวแลคนอ่ืน หากลกู ยงั ทำเช่นนี้
ต่อไป ในไมช่ ้าเราคงต้องจา้ งคุณทนายความมาชว่ ยตดั สนิ ว่าใครจะทำงาน และตอ้ งทำเม่ือไร จะลงโทษเขา
อย่างถ้าเขาทำงานบกพร่อง น่ันดเู หมอื นวา่ เรามีกฎหมายที่ปราศจากความร้สู กึ ซ่งึ ถ้าเป็นสังคมภายนอก เรา
อาจตอ้ งทำเช่นนั้น แต่นคี่ ือบา้ นของเรา ลูกคือลูกของพ่อแม่และลกู สองคนเป็นพ่ีนอ้ งกัน เราทุกคนช่วยกนั ท า
งานเพราะเรารักกนั ไม่ดยี งิ่ กว่าหรือ”
“ถ้าเช่นน้ัน ลูกมติ ้องทำทุกอยา่ งหมดเลยหรือ ถา้ ลูกคิดเช่นน้นั แต่พ่กี ระตา่ ยไม่คิดเชน่ ลูก แล้วไม่
หยิบจบั อะไรเลย ลูกกต็ ้องทำทกุ อยา่ งคนเดียวสิจะ๊ แม่” น้องชายคร่ำครวญ
“ไม่หรอกลกู ลูกไม่ต้องทำงานหมดทุกอย่าง พก่ี ระตา่ ยจะช่วยลกู ทำงานทุกอย่าง เพราะพี่รักลูก
และไม่ อยากใหล้ ูกทำงานเหนื่อยเกนิ ไป ลกู เองก็จะช่วยพ่ีเขาเช่นกนั จะไมม่ ีใครคดิ ว่า ใครตอ้ งทำงานมากกวา่

ใคร แต่ ลูกต้องคิดว่า จะทำอย่างไรจงึ จะช่วยแบ่งเบาภาระของพีห่ รอื น้อง ไมใ่ ห้เหนื่อยเกินไปมากที่สดุ ถา้ ลกู ๆ
เปลย่ี น วิธีคดิ และปฏิบตั ไิ ด้อย่างน้ี งานของลูกก็จะเสรจ็ เรียบร้อยดีทั้งสองคน” กระตา่ ยพน่ี ้องมองหนา้
กันคร่หู นึง่ แลว้ กระต่ายพสี่ าวกพ็ ูดขนึ้ วา่

“ก็ไดจ้ ้ะแม่ ลูกจะลองทำงานโดยคิดแบบนน้ั ดกู ็ได้ เพราะลูกก็ไม่อยากทะเลาะกบั น้องนกั หรอก”
แมห่ นั ไปหาน้องชาย

“ลูกก็เตม็ ใจทจ่ี ะลองดู” กระตา่ ยน้องชายตอบ
“ดแี ลว้ ลูก” แมก่ ระต่ายกล่าวพลางโอบกอดลกู ท้ังสอง “เราจะปฏิบตั ิตามวธิ ใี หม่น้ี คอื ใหเ้ ราช่วยกัน
ทำงานเพราะความรัก ไมใ่ ช่เพราะถูกบงั คับ ความรักนนั้ จำเป็นสำหรบั ครอบครัวเรามากท่สี ุด จำไว้เถดิ ลูกรัก”
ลกู กระต่ายพากนั หัวเราะ เป็นเร่อื งดที เี ดยี วสำหรับครอบครวั กระตา่ ยท่ีได้ยนิ เด็กท้ังสองหัวเราะอกี
หลงั จากน้ันกระตา่ ยพ่นี ้องก็ปฏบิ ัติตามความคิดของแม่กระตา่ ย และร้สู กึ ว่าวธิ นี ี้ช่วยให้พวกเขาทำงานได้
สำเรจ็ เรยี บรอ้ ย ทง้ั ยังรกั ษาความสขุ ในครอบครวั ไวไ้ ด้อีกด้วย บทสรปุ ของผู้แต่ง เธอทั้งหลาย ว่ากันถึงเร่อื งกา
รท างานแลว้ การแบ่งงานกันทำเปน็ เรื่องทด่ี มี าก แต่หากทำเพียงความ รับผิดชอบของตน โดยเก่ยี งที่จะ
ช่วยเหลอื ผอู้ ่ืนแลว้ กอ็ ย่าทำเสียเลยจะดกี วา่ เพราะการท างานแบบนีไ้ มช่ ่วยให้ เธอเรยี นร้อู ะไรมากข้นึ ยิ่งไป
กวา่ น้ัน ยงั ทำใหเ้ ธอกลายเป็นคนใจคอคับแคบมากเกินไป ลองคดิ ดูสวิ า่ การจะสรา้ งสรรคผ์ ลงานชน้ั ดสี ักชน้ิ
หนง่ึ นัน้ จะตอ้ งเกิดจากองค์ประกอบช้ันดีหลายๆ ประการมาอย่รู ว่ มกัน หากเธอมุ่งม่นั ในงานของตนเองโดยไม่
สนใจชว่ ยเหลอื คนอนื่ เลย ถึงเธอจะทำงานสว่ น ของเธอได้ดีแค่ไหน แต่ถา้ สว่ นอน่ื ๆ ใช้ไม่ได้ ภาพรวมของงาน
ชน้ิ น้ันจะออกมาไดด้ ีไดอ้ ย่างไร ถา้ เป็นเชน่ นัน้ จรงิ เธอจะไม่เสยี แรงไปเปลา่ ๆ หรอื ท้ังหมดน้ไี ม่ได้หมายความ
วา่ เธอตอ้ งทุ่มเทแรงกายแรงใจเพ่อื ช่วยคนอ่ืนตลอดเวลา แต่หมายความว่าให้ ปฏิบัตหิ น้าทีส่ ว่ นของตนเองให้
ดที ่ีสดุ จนเม่ือเธอพร้อมจะหยิบย่นื ความช่วยเหลือให้ผอู้ นื่ แลว้ เธอจึงค่อยเขา้ ไป ใหค้ วามช่วยเหลอื แก่เขาใน
สว่ นทเ่ี ขาตอ้ งการจริงๆ ทส่ี ำคญั คือเธอต้องชว่ ยเพราะมีใจรกั ท่ีจะช่วย มใิ ชช่ ่วย เพราะกลัวคนอน่ื กลา่ วหาวา่
เธอไม่ช่วย หากเธอพยายามทำหน้าท่ขี องตนเองใหด้ แี ละมใี จรกั ท่จี ะชว่ ยผูอ้ ืน่ เชน่ นี้ งานของเธอก็จะประสบ
ความสำเรจ็ ตามความตั้งใจได้ไมย่ าก

ใบความรู้ เรอื่ ง ความรับผดิ ชอบ คืออะไร สำคัญไฉน

ความรับผิดชอบ/รบั ผิด/รับชอบ สำคญั ท่สี ดุ ตองเขาใจความหมายของคำว่า “ความรบั ผิดชอบ”
ให้ถูกตอง ขอให้เข้าใจวา “รับผดิ ” ไมใ่ ช่การรับโทษหรอื ถกู ลงโทษ “รับชอบ” ไมใ่ ช่รางวัล หรอื รับคำชมเชย
การรูจกั รบั ผดิ หรอื ยอมรับว่า อะไรผิดพลาดเสยี หาย และเสยี หายเพราะอะไร เพียงใดน้ัน มี ประโยชน์ ทำให้
บุคคลรจู กั พจิ ารณาตนเอง ยอมรับความผดิ ของตนเองโดยใจจรงิ เป็นทางทีจ่ ะช่วยแก้ไข ความผดิ ไดและให้รู้วา่
จะตองปฏิบตั ิแก้ไขใหม่ ส่วนการรู้จักรบั ชอบหรือรู้วา่ อะไรถูก อนั ได้แก่ถกู ตามความมุ่งห มาย ถกู ตามหลกั วชิ า
ถูกตามวิธกี ารน้นั มีประโยชน์ทำให้ทราบแจ้งว่า จะทำให้งานเสร็จสมบรู ณ์ได้อย่างไร จัก ได้ถือปฏิบตั ติ อ
ไป……… ความรบั ผิดชอบ คือ หนาท่ีที่ไดรับมอบหมายให้ทำจะหลีกเลี่ยง ละเลยไมได (พระบรมราโชวาทใน
พิธีพระราชทานปรญิ ญาบัตรของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร : ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๑๙)
ประเภทของความรับผิดชอบตามลกั ษณะความหมายมีดงั น้ี

1. ความรับผดิ ชอบตอ่ ตนเอง
2. ความรับผดิ ชอบตอ่ ผู้อน่ื และสงั คม

ซ่งึ แตล่ ะ่ ประเภทมีรายละเอียดดงั น้ี
1) ความรบั ผดิ ชอบต่อตนเอง หมายถงึ การรบั รฐู้ านะและบทบาทของตนท่ีเป็นส่วนหนง่ึ ของสงั คม ซง่ึ
จะตอ้ งดำรงตนอย่ใู นสภาพท่ีช่วยเหลือตนเองได้ โดยทบ่ี ุคคลควรจะวิเคราะหแ์ ละแยกแยะวา่ ส่ิงใดถูกหรอื ผดิ
เหมาะสมหรือไม่ และมีความสามารถท่จี ะเลอื กตดั สนิ ใจในการเป็นที่ยอมรบั ของสงั คม ความรับผดิ ชอบต่อ
ตนเอง แบง่ ไดเ้ ป็น
1.1 ความรับผิดชอบในดา้ นการรักษาสุขภาพอนามัยของตนเองคือ สามารถเอาใจ ใส่และระมัดระวงั
สขุ ภาพอนามัยของตนเอง ให้มีความสมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ
1.2 ความรบั ผดิ ชอบในการหาเครอื่ งอปุ โภคบรโิ ภคคือ สามารถจดั หาและดแู ลเคร่ืองใช้ ส่วนตัวให้
เปน็ ระเบยี บเรยี บร้อย อยู่ในสภาพท่ีสามารถใชง้ านได้เหมาะสม
1.3 ความรับผิดชอบในดา้ นสตปิ ัญญาและความสามรถคือ ตั้งใจศกึ ษาเลา่ เรยี นใฝ่หาความรู้ ต่างๆ
การฝึกฝนตนเองในด้านประสบการณ์ต่างๆ
1.4 ความรบั ผิดชอบในดา้ นความประพฤตคิ ือรู้จกั ประพฤติใหเ้ หมาะสม เป็นผู้มรี ะเบยี บวินัย ดำรงตน
ให้อยูใ่ นคุณธรรม จริยธรรม
1.5 ความรับผดิ ชอบในด้านมนุษย์สมั พันธ์คือ ร้จู กั ทจ่ี ะปรับตัวใหอ้ ย่รู ่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ อย่าง
เหมาะสม
1.6 ความรบั ผดิ ชอบในดา้ นเศรษฐกจิ สว่ นตวั คือรจู้ ักวางแผนและประมาณการใช้จ่ายของตน โดยยดึ
หลกั การประหยัดและอดออม
1.7 ความรบั ผดิ ชอบเรือ่ งการงาน คือ เม่ือไดร้ บั มอบหมายให้ทำกิจใดก็ต้องทำให้เรยี บร้อย ภายใน
เวลาทก่ี ำหนด

1.8 ความรับผิดชอบต่อการกระทำของตน คอื ยอมรบั ผลการกระทำของตนทั้งผลดีหรือ ใน ด้านที่
เกดิ ผลเสยี หาย

2) ความรบั ผดิ ชอบต่อผู้อ่ืนและสงั คม หมายถงึ ภาระและหนา้ ทีข่ องบคุ คลซ่ึงเก่ียวข้องและมีส่วนร่วม
ต่อสวสั ดภิ าพของสงั คมทต่ี นเปน็ สมาชกิ ดว้ ยเหตทุ ี่บุคคลทุกคนเป็นส่วนประกอบของสังคมไม่วา่ จะเปน็ สังคม
ขนาดเลก็ จนถงึ สังคมขนาดใหญไ่ ด้แกค่ รอบครวั ช้นั เรยี น สถานศึกษา ชุมชน และประเทศชาติตามล าดับ
ดงั นนั้ การกระทำของบคุ คลใดบุคคลหน่งึ ยอ่ มต้องสง่ ผลกระทบต่อสังคมส่วนรวมไม่มากก็น้อย เมื่อบุคคลทุกคน
มภี าระหน้าท่ีทจ่ี ะเก่ยี วพนั กับสวสั ดภิ าพของสงั คม ทตี่ นดำรงอยบู่ ุคคลจึงมีหนา้ ท่ีและความรบั ผดิ ชอบต้อง
ปฏิบตั ิตอ่ สงั คม 5 ประการดังน้ี

2.1 ความรับผิดชอบต่อ บดิ ามารดาและครอบครวั ไดแ้ ก่ให้ความเคารพและเช่ือฟัง ช่วยเหลอื การงาน
ให้เต็มความสามรถในแตล่ ะโอกาสอนั สมควร ประพฤติตนเป็นคนดี ตงั้ ใจศึกษาเลา่ เรียน ไม่ นำความเดอื ดร้อน
มาส่คู รอบครัวและชว่ ยกนั รักษา และเชดิ ชูช่อื เสยี งวงศ์กระกลู

2.2 ความรับผิดชอบต่อเพื่อน ไดแ้ ก่การใหค้ วามรักแกเ่ พ่ือนเปรียบเสมอื นพน่ี ้องของตน ตกั เตือนเม่ือ
เพอื่ นกระทำผิดคอยแนะนำให้เพอ่ื นกระทำในส่งิ ท่ีถูกต้อง ชว่ ยเพอ่ื นอย่างเหมาะสมและถกู ต้อง ไม่เอารดั เอา
เปรยี บ ให้อภยั ในกรณีทเี่ กิดความผิดพลาดหรือบาดหมางกัน ใช้ถ้อยคำสภุ าพตอ่ กันดว้ ยความ อ่อนโยน

2.3 ความรับผดิ ชอบตอ่ สถานศึกษาครูอาจารยไ์ ด้แกก่ ารต้งั ใจศกึ ษาเล่าเรยี น ไม่หนีเรยี น เคารพและ
เช่ือฟังครูอาจารย์ชว่ ยเหลือกิจกรรมงานของสถานศกึ ษาอย่างเคร่งครดั รักษาความสะอาดไม่ทำลาย ทรัพย์
สมบตั ขิ องสถานศึกษา รักษาและสรา้ งชื่อเสียงเกียรตยิ ศของสถานศกึ ษา

2.4 ความรบั ผิดชอบต่อชุมชน ในฐานะท่เี ป็นสมาชิกของชมุ ชน ได้แก่ เคารพ และปฏิบัติ ตามระเบียบ
ขอ้ บงั คบั หรอื ขนบธรรมเนียมประเพณีทย่ี ดึ ถือภายในชุมชนของตน ชว่ ยรักษาสาธารณสมบตั ิและ ให้ความ
ร่วมมือในการท างานเพ่ือพฒั นาชุมชน ไม่ละเลยต่อพลเมืองดี

2.5 ความรับผดิ ชอบต่อประเทศชาติได้แก่ปฏิบตั ติ ามกฎหมายหรือระเบยี บตา่ งๆ ของสังคม รกั ษาสา
ธารณสมบตั ขิ องชาติใหค้ วามรว่ มมอื และช่วยเหลอื เจา้ หน้าท่ีในการรักษาความมน่ั คงของชาติ จงรักภกั ดีตอ่
ชาตศิ าสนา พระมหากษตั ริยร์ ักษาความสามคั คีของคนในชาติ ดำรงไวซ้ ึ่งศลิ ปวัฒนธรรมแห่งความ เปน็ ไทย
ความสำคัญของความรบั ผิดชอบ ความรบั ผดิ ชอบเปน็ คุณสมบัตทิ ีด่ ี อย่างหนึง่ ซ่ึงจำเป็นอย่างย่งิ ที่ควรปลกู ฝงั
ใหแ้ ก่เด็กและเยาวชนไทย นอกจากความมรี ะเบียบวินยั ความซอ่ื สัตยส์ จุ ริต ความขยันม่ันเพียร มีมานะ
อุตสาหะ และความเสยี สละอันเป็นคุณลกั ษณะของพลเมอื งดซี ึง่ เป็นลกั ษณะนสิ ัย และการกระทำที่ สอดคลอ้ ง
กบั มาตรฐานและกฎเกณฑ์ข้อบังคับของกฎหมาย หรอื กฎเกณฑ์ของศาสนา อีกท้งั คำนงึ ถึง ผลประโยชนข์ อง
ส่วนรว่ มมากกวา่ การฉวยโอกาสเพอ่ื ตนเอง ความรับผดิ ชอบจะเป็นกลไกที่สำคญั ในการ ผลกั ดนั ให้บุคคล
ปฏิบตั ิตามระเบยี บทไ่ี ด้กำหนดไว้ มีความเคารพสิทธิของผู้อื่น ซอ่ื สตั ยส์ ุจริต ซง่ึ จะชว่ ยให้ สมาชิกในสงั คมสาม
รถที่จะอย่รู ่วมกันได้อย่างสงบสขุ หากสมาชิกทุกคนในสงั คมเป็นผทู้ ีม่ คี วามรบั ผิดชอบ ปัญหาความวนุ่ วายตา่ งๆ
ท่สี งั คมกำลังประสบอยูใ่ นปัจจุบนั คงไม่เกดิ ขนึ้ ดงั ทสี่ ัญญา สัญญาวิวฒั น์กลา่ วไวว้ ่า สงั คมจะขาดความสงบสขุ
เนือ่ งจากมบี คุ คลส่วนหน่งึ ของสังคม เปน็ ผทู้ ่ีขาดคุณลกั ษณะของความรบั ผิดชอบ ความสม่ำเสมอความเชื่อมน่ั
ในตนเองความซ่ือสัตย์ ความพยายามทจ่ี ะพงึ่ พาตนเองและลด ความต้องการทีจ่ ะ พึ่งพาผู้อน่ื ใหน้ ้อยลง

แบบประเมนิ การแสดงบทบาทสมมตุ ิ

ชาวพทุ ธตัวอย่าง

คำช้ีแจง : ให้ ผู้สอน ประเมินการนำเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทกี่ ำหนด แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ที่ตรงกับระดับคะแนน

ลำดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน
4321

1 เน้อื หาละเอยี ดชัดเจน
2 ความถูกต้องของเนือ้ หา

3 คุณธรรมอนั เปน็ แบบอย่าง

4 บทบาทการแสดง

5 การรว่ มมือกันในการทำกิจกรรมการ
แสดงบทบาทสมมุติ

รวม

ลงชื่อ .................................................... ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ

ผลงานหรือพฤติกรรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ

ผลงานหรือพฤตกิ รรมมีข้อบกพร่องบางสว่ น ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
ผลงานหรือพฤตกิ รรมมขี ้อบกพรอ่ งเปน็ ส่วนใหญ่ให้2คะแนน 10 - 13
ตำ่ กว่า 10 พอใช้
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน ปรบั ปรุง

แบบสงั เกตพฤตกิ รรม การทำงานกลมุ่

คำชแ้ี จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงใน

ชอ่ งทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

การแสดง การ การ ความมี การมี
ยอมรับ ทำงาน นำ้ ใจ สว่ นรว่ ม
ลำดั ชื่อ-สกุล ความ ฟังคนอืน่ ตามท่ี ในการ รวม
ได้รบั ปรบั ปรงุ 20
บ ที่ ของผ้รู ับการประเมนิ คดิ เหน็ มอบหมาย ผลงาน คะแนน

กลมุ่

43214321432143214321

ลงชอ่ื .................................................... ผปู้ ระเมิน
................ /................ /................

เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมำ่ เสมอ ให้ 4 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้ัง ให้ 1 คะแนน 18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13
ตำ่ กว่า 10 พอใช้
ปรับปรุง

แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

คำช้แี จง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกับระดับคะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อนั พึงประสงค์ด้าน 4321

1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเมือ่ ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาติได้ และอธบิ ายความหมายของ
กษัตริย์ เพลงชาติ

1.2 ปฏบิ ตั ิตนตามสทิ ธิและหน้าทีข่ องนกั เรียน

1.3 ให้ความร่วมมือ ร่วมใจ ในการทำงานกับสมาชกิ ในชนั้ เรยี น

1.4 เขา้ ร่วมกิจกรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ต่อ
โรงเรียนและชมุ ชน

1.5 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนับถอื ปฏบิ ัตติ นตามหลักของศาสนา

2. ซือ่ สตั ย์ สจุ รติ 1.6 เข้ารว่ มกิจกรรมท่ีเกยี่ วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ตามที่โรงเรยี น
และชมุ ชนจัดขนึ้

2.1 ใหข้ ้อมูลท่ถี ูกต้อง และเปน็ จรงิ

2.2 ปฏบิ ตั ิในส่ิงทีถ่ ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลัวที่จะทำความผดิ ทำตาม
สัญญาทีต่ นใหไ้ วก้ ับเพ่ือน พ่อแมห่ รอื ผู้ปกครอง และครู

2.3 ปฏบิ ตั ิตอ่ ผูอ้ น่ื ดว้ ยความซือ่ ตรง

3. มวี นิ ัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัตติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครัว
และโรงเรียน มีความตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัติกจิ กรรมตา่ งๆ

ในชวี ิตประจำวนั

4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรยี นรตู้ า่ งๆ

4.2 มีการจดบนั ทกึ ความร้อู ยา่ งเปน็ ระบบ

4.3 สรปุ ความรู้ได้อยา่ งมเี หตผุ ล

5. อยู่อย่างพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรัพยส์ นิ ของตนเอง เช่น สิ่งของ เคร่ืองใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด
คุม้ ค่า และเก็บรักษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอย่างเหมาะสม

5.2 ใชท้ รพั ยากรของส่วนรวมอยา่ งประหยดั คุ้มค่า และเก็บรกั ษาดแู ลอยา่ งดี

5.3 ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ มเี หตผุ ล

5.4 ไมเ่ อาเปรยี บผอู้ น่ื และไมท่ ำใหผ้ อู้ ่นื เดอื ดรอ้ น พร้อมให้อภัยเม่ือผอู้ ื่น
กระทำผิดพลาด

คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อันพึงประสงคด์ ้าน 4321
5.5 วางแผนการเรยี น การทำงานและการใช้ชวี ิตประจำวนั บนพื้นฐานของ
6. มุ่งมนั่ ในการ ความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร
ทำงาน
5.6 ร้เู ท่าทันการเปล่ียนแปลงทางสงั คม และสภาพแวดล้อม ยอมรับและ
7. รกั ความเป็นไทย ปรับตวั อย่รู ่วมกบั ผู้อืน่ ได้อยา่ งมคี วามสขุ
8. มีจิตสาธารณะ
6.1 มีความตงั้ ใจและพยายามในการทำงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แท้ต่ออุปสรรคเพ่ือให้งานสำเร็จ

7.1 มีจิตสำนึกในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย

7.2 เห็นคณุ คา่ และปฏบิ ตั ิตนตามวฒั นธรรมไทย

8.1 รู้จกั ช่วยพ่อแม่ ผ้ปู กครอง และครทู ำงาน

8.2 อาสาทำงาน ชว่ ยคดิ ช่วยทำ และแบ่งปันสิง่ ของใหผ้ ู้อน่ื

8.3 รู้จกั ดูแล รักษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสง่ิ แวดล้อมของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
ชมุ ชน

8.4 เขา้ ร่วมกิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเรียน

ลงชื่อ.................................................... ผู้ประเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมำ่ เสมอ
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ให้ 4 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมน้อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 191 - 108 ดีมาก
ให้ 1 คะแนน 73 - 90 ดี
54 - 72
ต่ำกวา่ 54 พอใช้
ปรบั ปรงุ

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9

กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รายวิชา พระพทุ ธศาสนา 1 รหัสวชิ า ส21101

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 4 วนั สำคัญทางพระพุทธศาสนาและหลกั ธรรมในการดำรงชวี ิต เวลา 5 ชั่วโมง

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 9 เรอ่ื ง วนั สำคัญทางพระพุทธศาสนา เวลา 2 ช่ัวโมง

ครูผสู้ อน นางสาวนาฏลดา แก้ววเิ ศษ วันท่.ี ....เดือน....................พ.ศ..........

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ัด

มาตรฐาน ส 1.2 เข้าใจ ตระหนัก และปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนท่ดี ีและธำรงรกั ษาพระพุทธศาสนา

หรอื ศาสนาทต่ี นนับถือ

ตวั ชีว้ ดั ม.1/5 อธบิ ายประวัติ ความสำคัญ และปฏบิ ตั ิตนในวนั สำคญั ทางศาสนาทตี่ นนับถอื ตามที่

กำหนดได้ถกู ต้อง
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธบิ ายประวัติความเป็นมาของวนั สำคัญทางพระพุทธศาสนาได้ (K)
2. วิเคราะห์ความสำคญั ของวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาได้ (P)
3. ปฏบิ ัติตนในพธิ กี รรมของวนั สำคัญทางพระพุทธศาสนาได้อย่างถูกต้อง (A)
3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์

1. ใฝ่เรียนรู้
2. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
4. สมรรถนะของผู้เรียน

1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถในการส่ือสาร
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5. สาระสำคัญ

วันสำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา มีความสำคัญตอ่ ศาสนกิ ชนทุกคน ซ่งึ ชาวพทุ ธจะตอ้ งกล่าวคำอาราธนา
ตา่ งๆ เขา้ ร่วมพิธกี รรม และปฏบิ ตั ิตนในศาสนพธิ ี และพธิ ีกรรมของพระพทุ ธศาสนาไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
6. สาระการเรียนรู้

1. ประวัติและความสำคญั ของวันธรรมสวนะ วนั เขา้ พรรษา วันออกพรรษา วนั เทโวโรหณะ
2. ระเบยี บพิธี พิธีเวียนเทียน การปฏบิ ัติตนในวันมาฆบูชา วนั วสิ าบูชา วันอัฏฐมบี ูชา
วนั อาสาฬหบชู า วนั ธรรมสวนะ และเทศกาลสำคัญ

7. กิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบโมเดลซิปปา (2 ชั่วโมง)

ชวั่ โมงที่ 1

นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4

ขน้ั ท่ี 1 ทบทวนความรเู้ ดมิ

1) ครูซักถามนักเรียนเกยี่ วกับวนั สำคัญทางพระพทุ ธศาสนา ดังน้ี
- นกั เรยี นเคยไปเขา้ ร่วมพธิ ีกรรมในวนั สำคัญทางพระพุทธศาสนาในวันใดบ้าง
- พธิ กี รรมสำคญั ในวนั สำคัญทางพระพุทธศาสนาทนี่ ักเรียน ไปร่วมพิธีนั้น มขี ัน้ ตอนสำคัญ

อย่างไร
- นักเรยี นรู้สกึ อยา่ งไรทม่ี โี อกาสไปรว่ มกิจกรรมในวันสำคญั ทางพระพุทธศาสนา

ขนั้ ที่ 2 แสวงหาความรู้ใหม่

2) ครแู บ่งนักเรยี นเปน็ กลุ่ม กล่มุ ละ 7 คน คละกันตามความสามารถ คือ เกง่ ปานกลางคอ่ นข้างเก่ง
ปานกลางค่อนขา้ งอ่อน และอ่อน ใหส้ มาชกิ แต่ละคนในกลุ่มกำหนดหมายเลขประจำตัว เป็นหมายเลข 1-7
ตามลำดับ เรียกกลุ่ม นี้ว่า กลุม่ บา้ นหรอื กลุ่มเดมิ

3) สมาชกิ แต่ละหมายเลขแยกย้ายกันไปเข้ากลมุ่ ใหม่ท่มี ีหมายเลขเดยี วกัน เรยี กกลุม่ น้วี ่า กล่มุ
ผ้เู ช่ยี วชาญ เพอ่ื ศกึ ษาความรเู้ รอื่ ง วันสำคญั ทางพระพุทธศาสนา จากหนงั สือเรยี น และแหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
ตามหัวข้อท่ีกำหนดให้ ดงั นี้

- กลมุ่ หมายเลข 1 ศึกษาความร้เู รอ่ื ง วนั มาฆบชู า
- กลมุ่ หมายเลข 2 ศึกษาความรู้เรื่อง วันวิสาขบูชา
- กล่มุ หมายเลข 3 ศึกษาความรู้เร่ือง วนั อัฏฐมีบชู า
- กลมุ่ หมายเลข 4 ศึกษาความรู้เรือ่ ง วนั อาสาฬหบูชา
- กลุม่ หมายเลข 5 ศึกษาความรเู้ ร่ือง วนั เข้าพรรษา
- กลมุ่ หมายเลข 6 ศึกษาความรเู้ ร่ือง วันออกพรรษาและวันตกั บาตรเทโวโรหณะ
- กลุ่มหมายเลข 7 ศึกษาความร้เู รอื่ ง วนั ธรรมสวนะ
แลว้ บนั ทึกความรทู้ ่ีไดจ้ ากการศึกษาลงในสมดุ
4) สมาชกิ กล่มุ ผูเ้ ช่ียวชาญรว่ มกนั ศึกษาและทำความเข้าใจความรใู้ หม่ และเชอ่ื มโยงกับความรูเ้ ดิมท่ีมี
อยู่ ในขนั้ น้นี ักเรยี นจะใช้กระบวนการต่างๆ สร้างองคค์ วามรู้ด้วยตนเอง เชน่ กระบวนการคิด กระบวนการ
กล่มุ ในการอภปิ รายและสรปุ ความเขา้ ใจเกีย่ วกับขอ้ มลู นน้ั ๆ ซง่ึ จำเป็นต้องอาศยั การเช่ือมโยงกบั ความรู้เดิม

ขน้ั ที่ 3 ศกึ ษาทำความเขา้ ใจข้อมูล/ความรูใ้ หม่ และเช่ือมโยงความรู้ใหม่กับความร้เู ดิม

5) สมาชิกกลุ่มผู้เชีย่ วชาญช่วยกนั ทำใบงานที่ 1.1 เรือ่ ง วันสำคญั ทางพระพุทธศาสนา ซึง่ แตล่ ะ
หมายเลขจะรบั ผดิ ชอบ กลมุ่ ละ 1 เรือ่ ง ตามหัวขอ้ ท่ีได้ศกึ ษามา
ขน้ั ท่ี 4 แลกเปล่ียนความร้คู วามเขา้ ใจกับกลุ่ม

6) เมือ่ สมาชิกกลุ่มผเู้ ชี่ยวชาญศึกษาความรู้และทำใบงานท่ี 1.1 เรือ่ ง วนั สำคญั ทางพระพุทธศาสนา
จนมคี วามเขา้ ใจชดั เจนดีแลว้ กใ็ ห้แยกย้ายกลบั ไปยังกลมุ่ เดิมหรอื กล่มุ บา้ น แล้วผลัดกนั เลา่ ความรคู้ วามเข้าใจ
ในขอ้ มูลทไ่ี ด้จากการศกึ ษา และการทำใบงานใหเ้ พ่ือนในกลมุ่ ฟงั และสรา้ งความเขา้ ใจไปดว้ ยกัน

ชัว่ โมงที่ 2

ขน้ั ท่ี 5 สรุปและจดั ระเบียบความรู้

7) นักเรยี นชว่ ยกนั สรปุ ความรูท้ ไี่ ดร้ ับมาทั้งหมด ทั้งความรู้เดิมและความรูใ้ หม่ เพอื่ ชว่ ยให้นกั เรียน
จดจำสงิ่ ท่ีเรยี นไดง้ ่าย และให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มชว่ ยกนั สรปุ องค์ความรูใ้ นประเดน็ สำคัญลงใน ใบงานท่ี 1.2
เรื่อง วันสำคญั ทางพระพุทธศาสนา
ขั้นที่ 6 ปฏิบัตแิ ละ/หรือแสดงผลงาน

8) ตัวแทนกล่มุ ออกมานำเสนอผลงานในใบงานที่ 1.2 หนา้ ช้ันเรียน ครูตรวจสอบความถูกต้อง
9) ครเู ลือกผลงานของนกั เรยี นทเ่ี ป็นแบบอยา่ งทีด่ ีติดป้ายนิเทศหน้าชั้นเรยี น หรอื จัดเปน็ นิทรรศการ
ตามความเหมาะสม
10) ครเู ลือกผลงานของนักเรียนทีเ่ ป็นแบบอย่างท่ีดตี ิดปา้ ยนเิ ทศหนา้ ชัน้ เรยี น หรือจัดเป็นนิทรรศการ
ตามความเหมาะสม
ขั้นท่ี 7 ประยกุ ต์ใชค้ วามรู้

11) ครมู อบหมายใหน้ กั เรียนแต่ละคนเขา้ ร่วมกจิ กรรมหรอื พธิ กี รรมในวนั สำคัญทางพระพุทธศาสนา
ในวันใด วนั หน่งึ แลว้ รายงานผลการปฏิบัตติ ่อครผู ้สู อน โดยใหค้ รอบคลมุ ประเดน็ ตามท่ีกำหนด ดงั น้ี

- การรายงานผลการเข้าร่วมพิธกี รรมในวนั สำคัญทางพระพุทธศาสนา
- การรายงานผลการปฏบิ ัตติ นในพิธีกรรมของวนั สำคัญทางพระพทุ ธศาสนา
- การเสนอแนะแนวทางการปฏิบตั ติ นในการเขา้ รว่ มกจิ กรรมหรือพิธีกรรม
8. สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้

1. หนงั สือเรยี นรายวชิ าพื้นฐาน พระพทุ ธศาสนา ม.1
2. แบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4
3. ใบงานท่ี 1.1 เร่ือง วนั สำคัญทางพระพุทธศาสนา
4. ใบงานท่ี 1.2 เรือ่ ง วันสำคัญทางพระพทุ ธศาสนา

9. การวดั และประเมินผล วิธีการวัดและ เครื่องมอื ที่ใช้ เกณฑ์ประเมนิ
การวัดและประเมินผล
ประเมนิ ผล แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
1. อธิบายประวัติความ การทำงานกล่มุ เกณฑ์
เปน็ มาของวนั สำคัญทาง - สังเกตพฤติกรรมการ
พระพทุ ธศาสนาได้ (K) ทำงานกลุ่ม - ตรวจใบงานท่ี 1.1
เรอื่ ง วันสำคญั ทาง
- ใบงานท่ี 1.1 เรือ่ ง วัน พระพทุ ธศาสนา
สำคัญทาง - ตรวจใบงานท่ี 1.2
เร่ือง วนั สำคญั ทาง
พระพทุ ธศาสนา พระพุทธศาสนา
- ใบงานที่ 1.2 เรอื่ ง วนั

สำคญั ทาง
พระพทุ ธศาสนา

2. วิเคราะหค์ วามสำคัญของ - สังเกตพฤตกิ รรมการ แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
วันสำคญั ทาง ทำงานกลุม่ เกณฑ์
พระพทุ ธศาสนาได้ (P) - ใบงานที่ 1.1 เรอื่ ง วัน การทำงานกล่มุ
สำคัญทางพระพุทธศาสนา ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
3. ปฏิบัตติ นในพิธีกรรม - ใบงานท่ี 1.2 เรอ่ื ง วัน - ตรวจใบงานที่ 1.1 เกณฑ์
ของวนั สำคญั ทาง สำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา เรื่อง วนั สำคญั ทาง
พระพุทธศาสนาได้อยา่ ง พระพุทธศาสนา
ถูกต้อง (A) ตรวจรายงานการปฏบิ ัติ - ตรวจใบงานท่ี 1.2
ตนในวนั สำคญั ทาง เรื่อง วันสำคัญทาง
พระพทุ ธศาสนา พระพุทธศาสนา
แบบประเมินรายงาน

การปฏบิ ัตติ นในวัน

สำคัญทาง

พระพุทธศาสนา

ดา้ นคณุ ลกั ษณะ สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่ แบบประเมิน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
เรยี นรู้ และมงุ่ ม่นั ในการ คุณลักษณะอนั พึง เกณฑ์
1. ใฝเ่ รียนรู้
2. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน ทำงาน ประสงค์ - นกั เรียนผ่านเกณฑ์
สมรรถนะของผู้เรียน - การประเมินพฤติกรรม ในระดบั ดีขึ้นไป
- แบบประเมนิ
1. ความสามารถในการคิด การเรยี นรรู้ ายกลุม่ พฤติกรรมการเรียน
2. ความสามารถในการ
สื่อสาร รรู้ ายกล่มุ
3. ความสามารถในการใช้
ทกั ษะชีวติ

บันทกึ ผลหลงั การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

1. ผลการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

ดา้ นจดุ ประสงค์............................................................................................................................. ........

.......................................................................................................................... ....................................................
............................................................................................................................. .................................................

ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์.............................................................................................................

............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................

ด้านสมรรถนะสำคญั ..............................................................................................................................

............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
2. ปญั หาและอปุ สรรค

..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................... ...
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................... ...............
.................................................................................................................... ..........................................................
3. แนวทางการแกไ้ ขและข้อเสนอแนะ

............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ..................................................
(นางสาวนาฏลดา แกว้ วิเศษ)
ตำแหน่ง ครู

วนั ท่ี......เดือน............พ.ศ.........

ขอ้ เสนอแนะและความคิดเหน็ ของหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
.

ลงช่ือ............................................
(นายคฑาวุธ ไชยสทิ ธ์ิ)

หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
วนั ท่ี......เดือน............พ.ศ.........

ข้อเสนอแนะและความคิดเหน็ ของรองผู้อำนวยการฝา่ ยวิชาการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชื่อ............................................
(นายพฤทธ์ิพล ชารี)

รองผ้อู ำนวยการกลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ
วันที่......เดอื น............พ.ศ.........

ขอ้ เสนอแนะและความคดิ เหน็ ของผ้อู ำนวยการโรงเรียน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชือ่ ............................................
(นายสขุ เกษม พาพนิ จิ )

ผู้อำนวยการโรงเรยี นหนองบัวพิทยาคาร

วนั ท่ี......เดอื น............พ.ศ.........

แบบทดสอบกอ่ นเรียน หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4

เรอื่ ง วนั สำคัญทางพระพุทธศาสนา

คำชแ้ี จง ให้นักเรียนเลือกคำตอบท่ถี ูกทส่ี ดุ เพียงคำตอบเดียว

1.วันจาตุรงคสันนิบาต หมายถึงวันใด 6. ชว่ งฤดูกาลของวันเข้าพรรษานนั้ มปี ระโยชน์ตอ่ พระสงฆ์

ก. วนั มาฆบชู า อย่างไร

ข. วันวิสาขบูชา ก. พระสงฆไ์ ดม้ เี วลาศกึ ษาพระธรรมวินยั

ค. วนั เข้าพรรษา มากขน้ึ

ง. วันอาสาฬหบชู า ข. ชาวบา้ นได้มีเวลาทำบญุ ตักบาตรและฟังธรรม

2. วันวิสาขบชู า มีความสำคญั อยา่ งไร ค. พระสงฆไ์ ดม้ ีโอกาสกลา่ วคำตักเตอื นซ่งึ กันและกนั

ก. เปน็ วนั ทีพ่ ระสาวกจำนวน 1,250 รปู ง. พระสงฆไ์ ดม้ ีเวลาพกั ผอ่ นจากการเผยแผ่

มาประชมุ โดยมไิ ด้นัดหมาย พระพุทธศาสนา

ข. เป็นวนั คล้ายวันประสูติ วันตรสั รู้ และวันปรินิพพาน 7. เหตุผลในข้อใดสอดคลอ้ งกบั คำกลา่ วที่วา่

ของพระพทุ ธเจา้ “พระพทุ ธศาสนาคอื สภาพแวดลอ้ มทีด่ ีของ

ค. เป็นวนั ทีพ่ ระรตั นตรยั คอื พระพทุ ธ พระธรรม สังคมไทย”

พระสงฆ์ ครบทั้ง 3 องค์ ก. พระพทุ ธศาสนาเป็นบอ่ เกิดวัฒนธรรมและ

ง. เปน็ วนั ที่พระพทุ ธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา ชือ่ ประเพณที ดี่ ีงามของไทย

วา่ ธมั มจกั กปั ปวัตตนสูตร ข. พระพทุ ธศาสนาได้เขา้ มาเผยแผ่ในประเทศ

3. วันท่มี ีความสัมพนั ธ์กับการตกั บาตรเทโวโรหณะ คอื วัน ไทยเป็นเวลานาน

ใด ค. เพอื่ ความม่ันคงและแพร่หลายของ

ก. วนั มาฆบชู า พระพุทธศาสนา

ข. วนั เขา้ พรรษา ง. ประเทศเพ่อื นบา้ นไทยก็นับถอื

ค. วันออกพรรษา พระพทุ ธศาสนา

ง. วนั อาสาฬหบูชา 8. พระพุทธเจา้ ทรงแสดงธรรมข้อใดในวันอาสาฬหบูชา

4. พระพทุ ธเจ้าทรงแสดงหลักธรรมสำคัญเรื่องใด ก. อรยิ สัจ 4

ในวนั มาฆบชู า ข. โอวาทปฏโิ มกข์

ก. อริยสัจ 4 ค. จาตุรงคสันนบิ าต

ข. โอวาทปาฏิโมกข์ ง. ธัมมจกั กัปปวตั ตนสตู ร

ค. ธัมมจกั กปั ปวัตตนสูตร 9. วันอาสาฬหบูชา มคี วามสำคญั อยา่ งไร

ง. ทุกข์ สมทุ ัย นโิ รธ มรรค ก. เป็นวนั ทีพ่ ระรตั นตรยั ครบทั้ง 3 ดวง

5. การประกอบพิธีเวียนเทยี นในวนั สำคัญทาง ข. พระพทุ ธเจา้ ทรงแสดงโอวาทปาฏโิ มกข์

พระพุทธศาสนา ควรปฏิบัตติ นตามขอ้ ใด ค. พระสงฆส์ าวกมาประชุมกันโดยไมไ่ ด้นดั หมาย

ก. เดนิ รอบพระอุโบสถ 3 รอบ ง. เป็นวันสำคญั ทอ่ี งค์การสหประชาชาติ

ข. เดนิ เวยี นซ้ายรอบพระอโุ บสถ จดั อยใู่ นวนั สำคญั ของโลก

ค. เดินเวียนขวารอบพระอุโบสถ 3 รอบ 10. เม่อื เรามคี วามทุกขเ์ กิดขึน้ ควรปฏบิ ัติสง่ิ ใดเป็นอนั ดบั แรก

ง. เดนิ เวียนเทยี นภายในพระอุโบสถ 3 รอบ ก. ดบั ทุกข์

ข. หาสาเหตุ

ค. หาวิธีการดบั ทกุ ข์

ง. แก้ไขสาเหตขุ องความทุกข์

อา่ นกรณีตวั อย่าง แลว้ ตอบคำถาม ขอ้ 3-4 อา่ นกรณตี ัวอยา่ ง แล้วตอบคำถาม ขอ้ 6-7
วิทยเ์ ปน็ นกั ธรุ กจิ ผมู้ ีฐานะร่ำรวยเมอ่ื เลิกงานแลว้ เขา
กอ้ ยขออนุญาตคณุ พอ่ ไปชมการแสดงดนตรี
ชอบพกั ผ่อนดว้ ยการเท่ียวไนต์คลบั ฟังเพลง เพอ่ื นส่วน
ลูกทงุ่ ซ่งึ จะ มาแสดงในงานวดั ใกล้ๆ บ้านในตอนกลางคนื ใหญข่ องวทิ ย์ชอบเล่นไพ่ ดงั นนั้ วิทย์จึงตอ้ งไปเล่นไพ่กบั
เพ่ือนเพอื่ เปน็ การสังสรรค์และมกี ารดื่มสุราเพ่ือความ
ของวนั อาทติ ย์ คณุ พ่อไม่อนุญาตโดยให้เหตผุ ลวา่ ในวนั เพลิดเพลนิ

จนั ทร์เปน็ วนั เปดิ เรียน ก้อยจะตอ้ งตน่ื นอนตอนเช้า ถา้ ก้อย 14. วิทย์ตดิ อยใู่ นอบายมุข 6 ในเรื่องใดบ้าง

เขา้ นอนดกึ เกนิ ไป จะทำใหเ้ สยี สขุ ภาพ ก้อยเสียใจมาก ก. ชอบเที่ยวกลางคืน

11. สาเหตขุ องความทุกข์ทีแ่ ท้จริงของกอ้ ยสอดคลอ้ งกบั ข. ชอบดกู ารละเล่น ตดิ การพนัน

เรอ่ื งใด ค. ชอบเทีย่ วกลางคืน คบคนชั่ว ชอบดกู ารละเล่น

ก. ตณั หา ข. กรรม ง. ชอบเทย่ี วกลางคนื คบคนชว่ั ติดการพนัน

ค. ขนั ธ์ ง. ปธาน 4 ตดิ ของมึนเมา

12. กอ้ ยควรมีวธิ กี ารดบั ทุกข์ได้อยา่ งไร 15. การกระทำของวทิ ยจ์ ะเป็นสาเหตทุ ท่ี ำใหเ้ กิดทุกข์
ในเรอ่ื งใด
ก. ขอร้องใหค้ ุณแม่พากอ้ ยไปชมการแสดงดนตรีลกู ทุ่ง
ก. เสยี ทรพั ย์ เสียมติ ร
ข. แอบหนคี ณุ พ่อไปชมการแสดงดนตรลี ูกทุง่ กบั
ข. เสียสขุ ภาพ เสียเวลา
เพ่อื นๆ
ค. เสียทรพั ย์ เสยี สุขภาพ
ค. ใช้วิธีการเจรจาเพอ่ื ให้คณุ พอ่ อนุญาตให้ก้อยไปชม
ง. เสียทรพั ย์ เสียสขุ ภาพ เสยี ชอ่ื เสยี ง
การแสดงดนตรลี กู ทุ่งได้

ง. กลับไปคดิ ทบทวนถึงผลของการไปชมการแสดง

ดนตรลี กู ทงุ่ ว่ามผี ลเสยี ตามมาอยา่ งไร

13. ขอ้ ใดจดั เป็นมโนกรรม

ก. นกช่วยพยุงคนแก่ข้ามถนน

ข. นวลรู้สึกสงสารเดก็ ทีน่ ่งั รอ้ งไห้

ค. นิ่มพดู ปลอบใจเพือ่ นทีส่ อบตก

ง. น้อยเลน่ กีฬากับน้องอย่างสนุกสนาน

เฉลย

ฉลย
1. ก 2. ข 3. ค 4. ข 5. ค 6. ก 7. ง 8. ง 9. ก 10. ข
11. ก 12. ง 13. ข 14. ง 15. ง

ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

รายงานการปฏิบัตติ นในวนั สำคัญทางพระพทุ ธศาสนา

คำชี้แจง ใหน้ ักเรียนปฏบิ ัตติ ามคำส่ังตอ่ ไปน้ี

1. เข้ารว่ มกิจกรรมหรือพิธีกรรมในวนั สำคญั ทางพระพทุ ธศาสนาวนั ใดวนั หนงึ่
2. รายงานผลการปฏบิ ัติตนตามหัวข้อทก่ี ำหนด และใหอ้ อกแบบการนำเสนอดว้ ยความคิดสร้างสรรค์

(อาจมภี าพประกอบตามความเหมาะสม) โดยหวั ข้อรายงานจะตอ้ งมอี งคป์ ระกอบ ดงั ต่อไปนี้
1) ช่อื วนั สำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา
2) สถานทเ่ี ขา้ ร่วมพิธีกรรมหรือกิจกรรม (สถานทอี่ าจเปน็ วัดหรือโรงเรยี นทีจ่ ัดกิจกรรม)
3) ขนั้ ตอนการดำเนนิ พธิ กี รรม
4) การมีสว่ นร่วมในพิธีกรรมของนกั เรยี น
5) ผลที่ไดร้ บั
6) ข้อเสนอแนะทเี่ ป็นประโยชนต์ ่อพระพทุ ธศาสนา พทุ ธศาสนกิ ชน และตนเอง
7) อืน่ ๆ

การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด )

แบบประเมินรายงานการปฏิบตั ิตนในวนั สำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา

ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ 4 ระดบั คะแนน (ช้ินงานที่ 1)
1 32 1
2 การรายงานผลการเขา้ รว่ มพิธีกรรมในวันสำคญั ทาง
3 พระพทุ ธศาสนา
การรายงานผลการปฏบิ ตั ิตนในพิธกี รรมของ
วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
การเสนอแนะแนวทางการปฏบิ ตั ติ นในการเข้าร่วม
กจิ กรรมหรือพธิ กี รรม

รวม

ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ดีมาก = 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
ดี = 3 คะแนน
พอใช้ = 2 คะแนน 11 - 12 ดมี าก
ปรบั ปรุง = 1 คะแนน 9 - 10 ดี
6-8
ตำ่ กวา่ 6 พอใช้
ปรับปรุง

ใบงานท่ี
1.1 วนั สำคญั ทางพระพุทธศาสนา (1)

ตอนท่ี 1
คำชีแ้ จง ให้นกั เรยี นสรปุ ขอ้ มลู จากการศกึ ษา เร่ือง วันสำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา ลงในตารางท่ีกำหนด

ลำ ชอ่ื วนั ตรงกับวนั ความสำคญั กจิ กรรมที่ชาวพทุ ธ
ดบั สำคัญ ควรปฏบิ ตั ิ
ท่ี

1 วนั
มาฆบูชา

2 วนั
วสิ าข-
บูชา

ลำดั ช่อื วนั ตรงกบั วัน ความสำคัญ กิจกรรมทช่ี าวพทุ ธ
บที่ สำคญั ควรปฏบิ ัติ

3 วันอัฏฐมี
บชู า

4 วนั
อาสาฬห-
บูชา

5 วนั
เข้าพรรษ


ลำดบั ชอ่ื วัน ตรงกบั วนั ความสำคัญ กจิ กรรมทีช่ าวพุทธ
ท่ี สำคญั ควรปฏิบัติ

6 วันออก
พรรษา

7 วนั ธรรม
สวนะ

ตอนที่ 2 ใหน้ กั เรยี นสรุปการเขา้ ร่วมพธิ กี รรมหรือการปฏิบัติตนในวนั สำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา ทั้งในสว่ นท่ี
คำชี้แจง คลา้ ยคลึงกนั และในสว่ นทีแ่ ตกต่างกัน

การปฏบิ ัติท่คี ล้ายคลงึ กัน การปฏิบัตทิ ต่ี ่างกนั

ใบงานท่ี
1.1 วันสำคญั ทางพระพุทธศาสนา (1)

ตอนท่ี 1
คำชแ้ี จง ให้นกั เรียนสรุปขอ้ มูลจากการศึกษา เรือ่ ง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ลงในตารางทกี่ ำหนด

ลำดบั ชอ่ื วัน ตรงกบั วนั ความสำคัญ กิจกรรมที่ชาวพุทธ
ท่ี สำคญั วนั เพ็ญ เดือน 3 ควรปฏบิ ตั ิ
เป็นวันจาตุรงคสนั นบิ าต คอื
1 วัน 1. พระสาวก 1,250 รปู 1. ทำบุญตักบาตร
มาฆ- 2. รักษาศีล
บูชา มาประชมุ กนั และทุกรูปลว้ น 3. ฟังธรรม
เปน็ พระอรหนั ต์ 4. บำเพญ็ สาธารณประโยชน์
2. พระสาวก 1,250 รูป ล้วนได้ 5. เวียนเทียน
รับการอปุ สมบทจาก
พระพุทธเจ้า
3. พระสาวกเหล่านนั้ มาประชมุ
กนั โดยมไิ ดน้ ัดหมาย
4. พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาท
ปาฏิโมกข์

2 วนั วิ วนั เพญ็ เดือน 6 1. คลา้ ยวันประสูติ วนั ตรัสรู้ 1. ทำบุญตักบาตร
สาข- และวันปรินพิ พานของ 2. รกั ษาศลี
บชู า พระพุทธเจา้ 3. ฟงั ธรรม
4. บำเพ็ญสาธารณประโยชน์
2. เป็นวนั สำคญั สากลของโลก 5. เวียนเทียน

ลำดับ ช่ือวนั ตรงกบั วนั ความสำคญั กจิ กรรมทีช่ าวพุทธ
ท่ี สำคญั ควรปฏิบตั ิ

3 วันอัฏฐมี วนั แรม 8 คำ่ เดือน เป็นวนั คลา้ ยวนั ถวายพระเพลิง 1. ทำบญุ ตักบาตร
2. ฟังธรรม
บูชา 6หรอื เดอื น 7 ถัด พระพทุ ธสรรี ะ 3. ทำพธิ บี ชู าในตอนคำ่ ท่ีวดั

จากวันวสิ าขบชู าไป7 1. ทำบญุ ตกั บาตร
2. รกั ษาศีล
วนั 3. ฟังเทศน์
4. บำเพญ็ สาธารณประโยชน์
4 วัน วนั เพญ็ เดือน 8 1. เป็นวันท่ีพระพทุ ธเจา้ ทรง

อาสาฬหบชู า แสดงปฐมเทศนา มชี อื่ วา่

ธมั มจักกปั ปวัตตนสูตร

มีใจความสำคัญกลา่ วถงึ

อรยิ สัจ 4

2. เปน็ วันทีพ่ ระสงั ฆรตั นะ

เกิดขึน้ ครั้งแรกในโลก

3. เปน็ วนั ที่พระรตั นตรัย คือ

พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

ครบท้ัง 3 องค์

5 วนั วนั แรม 1 ค่ำ เป็นวนั ทพ่ี ระสงฆ์อธษิ ฐานวา่ 1. ทำบญุ ตกั บาตร
เขา้ พรรษา เดอื น 8 วนั ถดั จาก จะอยปู่ ระจำในอาวาสตลอด 2. รกั ษาศลี
วนั อาสาฬหบูชา 3 เดือน โดยไม่ไปค้างแรม 3. ฟังธรรม
ในทอี่ ื่น 4. ถวายผา้ อาบนำ้ ฝน
5. ถวายเทยี นพรรษา
6. บำเพ็ญสาธารณประโยชน์

ลำดับ ชอ่ื วนั สำคญั ตรงกับวัน ความสำคัญ กิจกรรมท่ชี าวพุทธ
ท่ี ควรปฏิบตั ิ
1. เปน็ วนั ปวารณา เมื่อ
6 วันออก วนั แรม 1 ค่ำ พระสงฆอ์ ยูจ่ ำพรรษาครบ - ตกั บาตรเทโวโรหณะ
พรรษา เดอื น 11 3 เดือน
2. เมอ่ื ออกพรรษาแล้ว
พระสงฆ์ ย่อมไปคา้ งแรม
ท่อี น่ื อนั เหมาะสมได้
3. มกี ารตกั บาตรเทโว
โรหณะ คอื การทำบญุ
ตกั บาตร เนื่อง ในวนั
คล้ายวนั ท่พี ระพุทธเจา้
เสดจ็ กลับลงจากเทวโลก

7 วนั ธรรมสวนะ วันขนึ้ 8 ค่ำ 1. เปน็ วนั ทพ่ี ระสงฆ์ 1. ทำบญุ ตักบาตร
วันแรม 8 คำ่ แสดงธรรม 2. ทำวตั ร สวดมนต์
วนั ขึ้น 15 คำ่ 2. เปน็ วันที่ 3. รักษาศีล
วันแรม 15 ค่ำ พทุ ธศาสนกิ ชน ปฏิบัติ 4. ฟงั ธรรม
ธรรม

ตอนท่ี 2 ใหน้ กั เรียนสรปุ การเข้าร่วมพิธกี รรมหรือการปฏิบตั ิตนในวนั สำคัญทางพระพทุ ธศาสนา ทั้งในสว่ นท่ี
คำชีแ้ จง คลา้ ยคลึงกนั และในสว่ นที่แตกตา่ งกนั

การปฏบิ ัตทิ ่ีคล้ายคลึงกนั การปฏบิ ตั ทิ ต่ี ่างกัน
2. ฟังธรรม 1. วนั สำคญั ทางพระพทุ ธศาสนาบางวนั มีการเวยี น
3. รกั ษาศลี เทยี น คือ
4. บำเพ็ญสาธารณประโยชน์
- วันมาฆบชู า
- วนั วสิ าขบูชา
2. วันเข้าพรรษา มีการถวายผา้ อาบนำ้ ฝน และถวาย
เทยี นพรรษา
3. วนั ออกพรรษา มกี ารตักบาตรเทโวโรหณะ

ใบงานที
1.2 วนั สำคัญทางพระพุทธศาสนา (2)

คำชีแ้ จง ให้นกั เรียนเขียนแผนผงั ความคดิ สรุปความสำคญั หรอื เหตุการณใ์ นวนั สำคญั ทางพระพุทธศาสนา

วนั มาฆบูชา

วันอาสาฬหบูชา วันสำคัญทาง วันวสิ าขบชู า
วนั อัฏฐมีบูชา พระพทุ ธศาสนา วันเขา้ พรรษา

วนั ธรรมสวนะ วันออกพรรษา

ใบงานท่ี
1.2 วนั สำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา (2)

คำชี้แจง ให้นกั เรยี นเขยี นแผนผังความคดิ สรุปความสำคญั หรอื เหตุการณใ์ นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
(ตวั อย่าง)

พระสาวก 1,250 รปู พระสาวก 1,250 รูป พระสาวก 1,250 รูป พระพทุ ธเจา้
ซึง่ เป็นพระอรหันตม์ า ล้วนไดร้ บั มาประชุม ทรงแสดง
โอวาทปาฏโิ มกข์
ประชมุ กนั เอหิภกิ ขอุ ปุ สมั ปทา โดยมไิ ด้นดั หมาย

วนั ทพี่ ระพทุ ธเจ้า วนั มาฆบชู า คลา้ ยวันตรัสรู้
แสดงปฐมเทศนา

มพี ระอรยิ สงฆ์ เป็นวนั ทพี่ ระ คล้ายวนั ประสตู ิ คล้ายวนั ปรนิ ิพพาน
องคแ์ รก รตั นตรยั ครบ 3

องค์

วนั อาสาฬหบูชา วนั วสิ าขบชู า

วันสำคญั ทาง

พระพทุ ธศาสนา

วันอัฏฐมีบูชา วนั เข้าพรรษา

คล้ายวันถวายพระ วนั ธรรมสวนะ วันออกพรรษา วันทีพ่ ระสงฆ์
เพลิงพระพทุ ธสรีระ วนั ปวารณา อธิษฐานวา่ จะอยู่
วนั ฟงั ธรรม ประจำในอาวาส
หรอื วนั พระ ตกั บาตรเทโวโรหณะ ตลอด 3 เดอื น

วันรับศลี พระสงฆไ์ ดม้ เี วลา
หรอื ถอื ศีล ศึกษาพระธรรมวนิ ยั

ได้มากขนึ้

(พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครูผู้สอน)

แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน

คำชีแ้ จง : ให้ ผู้สอน ประเมินการนำเสนอผลงานของนกั เรียนตามรายการทก่ี ำหนด แล้วขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ท่ตี รงกับระดบั คะแนน

ลำดบั ท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน
4321

1 ความถกู ตอ้ งของเน้อื หา
2 ความคดิ สร้างสรรค์
3 วิธกี ารนำเสนอผลงาน
4 การนำไปใชป้ ระโยชน์
5 การตรงต่อเวลา

รวม

ลงช่อื ................................................... ผ้ปู ระเมิน
................ /................ /................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ

ผลงานหรือพฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชัดเจน ให้ 4 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ

ผลงานหรอื พฤติกรรมมขี ้อบกพร่องบางส่วน ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี ้อบกพร่องเป็นสว่ นใหญ่ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ผลงานหรือพฤตกิ รรมมขี ้อบกพรอ่ งมาก ให้ 1 คะแนน
ต่ำกวา่ 10 ปรบั ปรงุ

แบบสงั เกตพฤตกิ รรม การทำงานกล่มุ

ช่อื กลมุ่ ชัน้ …………………
คำชแ้ี จง : ให้ ผูส้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในชอ่ ง

ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน
4321

1 การแบ่งหน้าท่กี นั อย่างเหมาะสม
2 ความรว่ มมือกันทำงาน
3 การแสดงความคิดเหน็
4 การรบั ฟงั ความคดิ เหน็
5 ความมนี ้ำใจช่วยเหลอื กนั

รวม

ลงชือ่ ................................................... ผูป้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้ ให้ 4 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครั้ง ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี าก
ให้ 1 คะแนน
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ตำ่ กว่า 10 ปรับปรงุ

แบบประเมิน คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

คำชีแ้ จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกับระดบั คะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อันพงึ ประสงคด์ า้ น 4321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเม่ือไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาติได้ และอธิบายความหมายของ
เพลงชาติ
กษตั รยิ ์
1.2 ปฏิบตั ิตนตามสทิ ธแิ ละหน้าที่ของนักเรียน
2. ซ่อื สัตย์ สจุ ริต
1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื ร่วมใจ ในการทำงานกบั สมาชกิ ในชัน้ เรยี น
3. มวี ินยั รับผิดชอบ
4. ใฝเ่ รียนรู้ 1.4 เข้ารว่ มกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชนต์ ่อ
5. อยอู่ ย่างพอเพียง โรงเรยี นและชุมชน

1.5 เข้ารว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทีต่ นนบั ถือ ปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ของศาสนา

1.6 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทเ่ี ก่ียวกับสถาบนั พระมหากษตั ริยต์ ามทโี่ รงเรียน
และชุมชนจดั ขนึ้

2.1 ใหข้ ้อมลู ทีถ่ กู ต้อง และเป็นจริง

2.2 ปฏิบตั ิในส่ิงที่ถูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทำความผดิ ทำตาม
สญั ญาท่ีตนใหไ้ ว้กบั เพือ่ น พ่อแม่หรือผูป้ กครอง และครู

2.3 ปฏบิ ัตติ ่อผู้อืน่ ด้วยความซ่อื ตรง

3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
และโรงเรยี น มีความตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมตา่ งๆ
ในชวี ติ ประจำวนั

4.1 แสวงหาขอ้ มูลจากแหลง่ การเรยี นรตู้ ่างๆ

4.2 มกี ารจดบนั ทึกความร้อู ย่างเปน็ ระบบ

4.3 สรปุ ความรไู้ ดอ้ ยา่ งมเี หตผุ ล

5.1 ใช้ทรัพย์สินของตนเอง เช่น ส่ิงของ เครื่องใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด
ค้มุ ค่า และเกบ็ รกั ษาดูแลอยา่ งดี และใช้เวลาอย่างเหมาะสม

5.2 ใชท้ รพั ยากรของส่วนรวมอย่างประหยดั คุม้ ค่า และเกบ็ รักษาดแู ลอย่างดี

5.3 ปฏิบตั ิตนและตดั สินใจดว้ ยความรอบคอบ มีเหตุผล

5.4 ไม่เอาเปรียบผอู้ ่นื และไมท่ ำใหผ้ ู้อนื่ เดอื ดรอ้ น พร้อมให้อภยั เม่ือผู้อื่น
กระทำผดิ พลาด

คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพึงประสงคด์ ้าน 4321
5.5 วางแผนการเรยี น การทำงานและการใชช้ วี ิตประจำวนั บนพนื้ ฐานของ
6. มุ่งมนั่ ในการ ความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร
ทำงาน
5.6 ร้เู ท่าทันการเปล่ียนแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั และ
7. รกั ความเป็นไทย ปรับตวั อย่รู ่วมกบั ผู้อืน่ ได้อยา่ งมคี วามสุข
8. มีจิตสาธารณะ
6.1 มีความตงั้ ใจและพยายามในการทำงานทไี่ ด้รบั มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แท้ต่ออุปสรรคเพ่อื ใหง้ านสำเรจ็

7.1 มีจิตสำนึกในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ิปญั ญาไทย

7.2 เห็นคณุ คา่ และปฏบิ ตั ิตนตามวฒั นธรรมไทย

8.1 รู้จกั ช่วยพ่อแม่ ผ้ปู กครอง และครทู ำงาน

8.2 อาสาทำงาน ชว่ ยคดิ ช่วยทำ และแบ่งปนั สง่ิ ของใหผ้ อู้ ืน่

8.3 รู้จกั ดูแล รักษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสิง่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรียน โรงเรยี น
ชมุ ชน

8.4 เขา้ ร่วมกิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเรียน

ลงชอ่ื ................................................... ผปู้ ระเมิน
................ /................ /................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมำ่ เสมอ
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมน้อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 191 - 108 ดีมาก
ให้ 1 คะแนน
73 - 90 ดี
54 - 72 พอใช้
ต่ำกวา่ 54 ปรบั ปรงุ

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 10

กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม รายวิชา พระพุทธศาสนา 1 รหัสวชิ า ส21101

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 วันสำคัญทางพระพทุ ธศาสนาและหลกั ธรรมในการดำรงชวี ติ เวลา 5 ชั่วโมง

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 10 เรอื่ ง พระรัตนตรยั (พทุ ธคุณ 9) เวลา 1 ช่ัวโมง

ครูผูส้ อน นางสาวนาฏลดา แกว้ วเิ ศษ วนั ที่.....เดอื น....................พ.ศ..........

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ัด

มาตรฐาน ส 1.1 ร้แู ละเข้าใจประวัติ ความสำคญั ศาสดา หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนา

ทต่ี นนับถือและศาสนาอืน่ มีศรทั ธาทถี่ กู ต้องยึดมั่นและปฏบิ ัติตามหลกั ธรรมเพอ่ื อยรู่ ่วมกันอย่างสันติสขุ

ตวั ชว้ี ดั ม.1/5 อธิบายพุทธคุณและข้อธรรมสำคญั ในกรอบอรยิ สัจ 4 หรอื หลกั ธรรมของศาสนาที่ตน

นบั ถือ ตามทก่ี ำหนด เหน็ คุณคา่ และนำไปพัฒนาแกป้ ัญหาของตนเองและครอบครวั
ม1/8 วิเคราะหแ์ ละปฏบิ ตั ติ นตามหลักธรรมทางศาสนาท่ีตนนับถือในการดำรงชีวติ แบบ

พอเพยี ง และดแู ลรักษาสง่ิ แวดลอ้ มเพอื่ การอยู่รว่ มกนั ได้อย่างสันติสุข
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. อธิบายความหมายและคุณของพระรตั นตรัย (พุทธคณุ 9) ได้ (K)
2. แสดงความเคารพตอ่ พระรัตนตรยั ได้อยา่ งเหมาะสม (P)
3. สามารถนำหลักธรรมมาปรับใชใ้ นชีวิตประจำวนั ได้ (A)
3. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ใฝเ่ รยี นรู้
2. มงุ่ มั่นในการทำงาน
4. สมรรถนะของผู้เรียน

1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถในการสื่อสาร
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
5. สาระสำคัญ

พระรัตนตรยั ประกอบด้วย พระพทุ ธ พระธรรม และพระสงฆ์ ซง่ึ มคี วามสำคญั ต่อพทุ ธศาสนิกชนและ
ชาวโลก ดงั นั้นทกุ คนจึงควรแสดงความเคารพต่อพระรัตนตรยั
6. สาระการเรียนรู้

1) พระรัตนตรัย
- พุทธคณุ 9

7. กิจกรรมการเรยี นรู้ โดยใช้รูปแบบเทคนิคเล่าเร่อื งรอบวง

1. ขั้นนำเข้าส่บู ทเรยี น

1) ครูใหน้ ักเรียนสวดมนตบ์ ทสรรเสริญพทุ ธคณุ ต่อจากการ สวดมนตบ์ ชู าพระรัตนตรยั
2) ครูตงั้ คำถามให้นักเรยี นชว่ ยกันตอบ ดังน้ี

- นกั เรียนสวดมนต์บชู าพระรัตนตรยั เพือ่ อะไร
- การสวดมนตบ์ ูชาพระรตั นตรัย มีประโยชนต์ ่อนักเรียนอย่างไรบ้าง
- นักเรียนไดข้ ้อคิดจากการสวดมนต์บทสรรเสรญิ พุทธคุณอยา่ งไรบา้ ง
3) ครอู ธิบายเชื่อมโยงใหน้ ักเรียนเข้าใจความหมายและคุณของพระรตั นตรัย และความหมายและ
ความสำคัญของพทุ ธคุณ 9
2. ขัน้ สอน

4) ครูแบง่ นักเรยี นเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ 4 คน คละกนั ตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนข้างเกง่
ปานกลางค่อนข้างอ่อน และอ่อน โดยครอู ธบิ ายให้นักเรียนเห็นความสำคญั ของการทำงานร่วมกัน ปฏบิ ัติตาม
กติกาการเรยี นรู้ร่วมกนั คือ มีความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสมาชิกในกลุม่ ดงั น้ี

1. มีการชว่ ยเหลอื กนั
2. ทุกคนต้องมีความรบั ผิดชอบในภาระหรือหน้าทีข่ องตน
3. สมาชกิ ทุกคนมีบทบาทเท่าเทยี มกัน
4. สมาชิกทุกคนต้องมีปฏิสมั พันธ์ทดี่ ตี ่อกนั อย่างต่อเนอ่ื ง
5) สมาชิกแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั ศึกษาความรู้เรอ่ื ง พระรตั นตรยั จากหนงั สอื เรียน แลว้ ร่วมกันสรุป
สาระสำคัญ
6) สมาชกิ แตล่ ะคนในกลมุ่ ผลัดกนั อธบิ ายความหมายของพุทธคณุ 9 ความสำคัญของพทุ ธคุณ และ
แนวทางการปฏิบตั ติ นท่ีแสดงถึงการเคารพในพระรัตนตรัย (พทุ ธคุณ) ใหส้ มาชิกในกลมุ่ ฟังเรียงตามลำดบั
แบบเล่าเร่ืองรอบวง แล้วช่วยกนั สรุปเปน็ ผลงานของกลมุ่
7) ครสู ุ่มตัวแทนกลมุ่ 2-3 กลุ่ม ออกมานำเสนอผลงานหนา้ ช้ันเรยี น แลว้ ให้กลุม่ อนื่ ได้แสดงความ
คิดเห็นเพิ่มเติมในสว่ นที่แตกต่างกนั ออกไป
8) นกั เรยี นทุกคนร่วมกนั วางแผนการปฏิบตั ติ นที่แสดงถึงการเคารพพระรตั นตรยั (พุทธคุณ 9) แล้วให้
แต่ละคนนำไปปฏบิ ตั ิ และบันทึกผลลงในแบบบนั ทกึ การปฏิบตั ติ นท่แี สดงถึงความเคารพพระรัตนตรัย จากนัน้
รายงานผลตอ่ ครูตามกำหนดเวลาท่ตี กลงกัน
3.ขัน้ สรปุ

9) ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรุปความสำคญั ของพระรัตนตรัย (พุทธคุณ 9) และการปฏบิ ัติตนตอ่ พระ
รัตนตรัยอย่างถูกต้อง เหมาะสม
8. สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู้

1. หนังสือเรยี นรายวชิ าพ้นื ฐาน พระพทุ ธศาสนา ม.1
2. เอกสารประกอบการสอน
3. แบบบันทกึ การปฏบิ ตั ิตนท่ีแสดงถึงความเคารพพระรัตนตรัย

9. การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการวดั และ เครอ่ื งมอื ท่ใี ช้ เกณฑป์ ระเมิน
การวดั และประเมินผล ประเมนิ ผล
ประเมนิ การนำเสนอ แบบประเมินการ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
1. อธิบายความหมายและ นำเสนอผลงาน เกณฑ์
คุณของพระรตั นตรัย ผลงาน
(พทุ ธคุณ 9) ได้ (K) แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
2. แสดงความเคารพต่อ สังเกตพฤติกรรมการ การทำงานกลุม่ เกณฑ์
พระรตั นตรยั ได้อยา่ ง ทำงานกลมุ่
เหมาะสม (P) ตรวจแบบบนั ทึกการ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
แบบบันทึกการปฏบิ ัตติ น ปฏบิ ตั ิตนที่แสดงถึง เกณฑ์
3. สามารถนำหลักธรรมมา ท่แี สดงถึงความเคารพ ความเคารพพระ
ปรบั ใช้ในชวี ติ ประจำวันได้
(A) พระรตั นตรัย รตั นตรัย

ด้านคุณลกั ษณะ สังเกตความมวี ินัย ใฝ่ แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการ คณุ ลักษณะอันพงึ เกณฑ์
1. ใฝ่เรยี นรู้
2. ม่งุ มั่นในการทำงาน ทำงาน ประสงค์ - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ใน
สมรรถนะของผเู้ รยี น - การประเมินพฤติกรรม ระดบั ดีขึน้ ไป
- แบบประเมิน
1. ความสามารถในการคิด การเรยี นรรู้ ายกล่มุ พฤติกรรมการเรียน
2. ความสามารถในการ
ส่ือสาร ร้รู ายกล่มุ
3. ความสามารถในการใช้
ทกั ษะชวี ติ

บนั ทึกผลหลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

1. ผลการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

ดา้ นจดุ ประสงค์............................................................................................................................. ........

.......................................................................................................................... ....................................................
............................................................................................................................. .................................................

ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์.............................................................................................................

............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................

ด้านสมรรถนะสำคญั ..............................................................................................................................

............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
2. ปญั หาและอปุ สรรค

..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................... ...
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................... ...............
.................................................................................................................... ..........................................................
3. แนวทางการแกไ้ ขและข้อเสนอแนะ

............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ ..................................................
(นางสาวนาฏลดา แกว้ วิเศษ)
ตำแหนง่ ครู

วนั ที่......เดือน............พ.ศ.........

ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นของหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ............................................
(นายคฑาวุธ ไชยสทิ ธ์ิ)

หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
วนั ท่ี......เดือน............พ.ศ.........

ข้อเสนอแนะและความคดิ เหน็ ของรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงช่ือ............................................
(นายพฤทธิพ์ ล ชารี)

รองผ้อู ำนวยการกลมุ่ บริหารงานวชิ าการ
วันที่......เดอื น............พ.ศ.........

ข้อเสนอแนะและความคดิ เห็นของผู้อำนวยการโรงเรยี น

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงช่ือ............................................
(นายสขุ เกษม พาพนิ จิ )

ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองบวั พิทยาคาร

วันท่ี......เดอื น............พ.ศ.........

เอกสารประกอบการสอน

บทสรรเสรญิ พระพุทธคณุ

(นำ) อติ ปิ ิ โส ภะคะวา (รับ) อะระหงั สมั มาสัมพุทโธ วชิ ชาจะระณะสมั ปนั โน สุคะโต
โลกะวทิ ู อะนตุ ตะโร ปุรสิ ะธัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนสุ สานงั พุทโธ ภะคะวาติ

(นำ) องค์ใดพระสมั พุทธ (รับ) สวุ สิ ทุ ธสนั ดาน
ตัดมลู เกลศมาร บ่ มิหมน่ มหิ มองมวั
ก็เบิกบานคือดอกบวั
หน่งึ ในพระทยั ท่าน สุวคนธกำจร
ราคี บ พันพัว พระกรณุ าดงั สาคร
มละโอฆกันดาร
องคใ์ ดประกอบด้วย และชส้ี ุขเกษมสานต์
โปรดหมปู่ ระชากร อนั พ้นโศกวิโยคภัย
ษุจรสั วมิ ลใส
ช้ที างบรรเทาทกุ ข์ ก็เจนจบประจกั ษจ์ รงิ
ชีท้ างพระนฤพาน สันดานบาปแห่งชายหญงิ
มละบาปบำเพ็ญบญุ
พร้อมเบญจพธิ จกั ศริ เกลา้ บังคมคณุ
เหน็ เหตทุ ่ใี กลไ้ กล ญภาพนั้นนริ ันดร ฯ

กำจดั น้ำใจหยาบ
สตั วโ์ ลกไดพ้ ึง่ พิง

ขา้ ฯ ขอประณตนอ้ ม
สัมพุทธการุญ

(กราบ)

แบบบันทึกการปฏิบตั ิตนที่แสดงถงึ ความเคารพพระรัตนตรัย

คำชแ้ี จง ให้นกั เรียนรว่ มกันวางแผนการปฏิบตั ิตนท่แี สดงถงึ ความเคารพพระรตั นตรัย (พุทธคุณ 9)
แล้วนำไปปฏิบตั ิและบนั ทกึ ผลลงในแบบบนั ทกึ จากนนั้ รายงานผลต่อครูตามกำหนดเวลาท่ตี กลงกนั

วัน/เดอื น/ปี ตวั อยา่ งพฤตกิ รรม/การกระทำ ผลทไ่ี ดร้ บั ผรู้ ับรอง/หลกั ฐาน

ลงช่อื ................................................... ผ้ปู ฏบิ ตั ิ
............../.................../................

แบบประเมิน การนำเสนอผลงาน

คำชแี้ จง : ให้ ผู้สอน ประเมินการนำเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการทก่ี ำหนด แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกับระดับคะแนน

ลำดบั ท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน
4321

1 นำเสนอเน้ือหาในผลงานได้ถูกต้อง
2 การลำดบั ขน้ั ตอนของเน้ือเรือ่ ง
3 การนำเสนอมีความน่าสนใจ
4 การมีสว่ นรว่ มของสมาชกิ ในกลุ่ม
5 การตรงต่อเวลา

รวม

ลงช่อื ....................................... ผูป้ ระเมิน
................ /................ /................

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสมบรู ณช์ ัดเจน
ผลงานหรอื พฤติกรรมมขี อ้ บกพร่องบางส่วน ให้ 4 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
ผลงานหรอื พฤติกรรมมขี อ้ บกพร่องเปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องมาก ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดีมาก
ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี
10 - 13
ต่ำกวา่ 10 พอใช้
ปรับปรุง

แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลมุ่

คำช้แี จง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ ลงใน

ชอ่ งทตี่ รงกบั ระดบั คะแนน

การแสดง การ การ ความมี การมี
ยอมรบั ทำงาน น้ำใจ ส่วนรว่ ม
ลำดั ชอ่ื -สกุล ความ ฟงั คนอื่น ตามท่ี ในการ รวม
ไดร้ บั ปรบั ปรุง 20
บ ท่ี ของผู้รับการประเมนิ คดิ เห็น มอบหมาย ผลงาน คะแนน

กลมุ่

43214321432143214321

ลงช่ือ .................................................... ผู้

ประเมนิ

เกณฑก์ ารให้คะแนน ................ /...เ.ก..ณ...ฑ...์ก..า.ร. ต/ดั...ส..นิ ..ค..ณุ...ภ...า.พ
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

18 - 20 ดมี าก

14 - 17 ดี

ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 10 - 13 พอใช้
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน ตำ่ กวา่ 10 ปรับปรงุ

แบบประเมิน คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

คำช้แี จง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกับระดับคะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อนั พึงประสงค์ด้าน 4321
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเมือ่ ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาติได้ และอธิบายความหมายของ
เพลงชาติ
กษัตริย์
1.2 ปฏบิ ตั ิตนตามสทิ ธิและหน้าทีข่ องนกั เรียน
2. ซือ่ สตั ย์ สจุ รติ
1.3 ให้ความร่วมมือ ร่วมใจ ในการทำงานกับสมาชกิ ในชั้นเรียน
3. มวี นิ ัย รับผิดชอบ
4. ใฝ่เรียนรู้ 1.4 เขา้ ร่วมกิจกรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชนต์ ่อ
5. อยู่อย่างพอเพยี ง โรงเรียนและชมุ ชน

1.5 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลักของศาสนา

1.6 เข้ารว่ มกิจกรรมท่ีเกยี่ วกบั สถาบนั พระมหากษัตรยิ ต์ ามท่ีโรงเรยี น
และชมุ ชนจัดขนึ้

2.1 ใหข้ ้อมูลท่ถี ูกต้อง และเปน็ จรงิ

2.2 ปฏบิ ตั ิในส่ิงทีถ่ ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลัวท่ีจะทำความผิด ทำตาม
สัญญาทีต่ นใหไ้ วก้ ับเพ่ือน พ่อแมห่ รอื ผู้ปกครอง และครู

2.3 ปฏบิ ตั ิตอ่ ผูอ้ น่ื ดว้ ยความซือ่ ตรง

3.1 ปฏิบัตติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
และโรงเรียน มีความตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตา่ งๆ
ในชวี ิตประจำวนั

4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรยี นรตู้ า่ งๆ

4.2 มีการจดบนั ทกึ ความร้อู ยา่ งเปน็ ระบบ

4.3 สรปุ ความรู้ได้อยา่ งมเี หตผุ ล

5.1 ใช้ทรัพยส์ นิ ของตนเอง เช่น สิ่งของ เคร่ืองใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยดั
คุม้ ค่า และเก็บรักษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม

5.2 ใชท้ รพั ยากรของส่วนรวมอยา่ งประหยดั คุ้มค่า และเก็บรกั ษาดแู ลอยา่ งดี

5.3 ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ มีเหตผุ ล

5.4 ไมเ่ อาเปรยี บผอู้ น่ื และไมท่ ำใหผ้ อู้ ่นื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มให้อภยั เม่ือผูอ้ นื่
กระทำผิดพลาด

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 4321
5.5 วางแผนการเรยี น การทำงานและการใชช้ วี ิตประจำวนั บนพน้ื ฐานของ
6. มงุ่ ม่ันในการ ความรู้ ขอ้ มูล ข่าวสาร
ทำงาน
5.6 รู้เทา่ ทนั การเปลย่ี นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดล้อม ยอมรับและ
7. รักความเปน็ ไทย ปรับตวั อยรู่ ว่ มกบั ผู้อน่ื ได้อยา่ งมคี วามสขุ
8. มีจิตสาธารณะ
6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานทไี่ ด้รับมอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพื่อใหง้ านสำเรจ็

7.1 มีจิตสำนกึ ในการอนุรกั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ิปัญญาไทย

7.2 เห็นคณุ ค่าและปฏบิ ัติตนตามวฒั นธรรมไทย

8.1 รูจ้ ักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน

8.2 อาสาทำงาน ชว่ ยคดิ ช่วยทำ และแบง่ ปันสิง่ ของใหผ้ อู้ น่ื

8.3 รู้จักดูแล รักษาทรพั ยส์ มบตั ิและสิง่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรียน
ชมุ ชน

8.4 เข้าร่วมกิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน

ลงชื่อ ....................................... ผ้ปู ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบอ่ ยครงั้ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมน้อยคร้ัง ให้ 2 คะแนน 191 - 108 ดีมาก
ให้ 1 คะแนน 73 - 90 ดี
54 - 72
ต่ำกวา่ 54 พอใช้
ปรับปรุง

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 11

กลุม่ สาระการเรยี นร้สู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม รายวชิ า พระพทุ ธศาสนา 1 รหัสวชิ า ส21101

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 4 วนั สำคัญทางพระพทุ ธศาสนาและหลกั ธรรมในการดำรงชีวติ เวลา 5 ช่ัวโมง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 11 เรอื่ ง อรยิ สัจ 4 เวลา 2 ช่ัวโมง

ครูผู้สอน นางสาวนาฏลดา แกว้ วเิ ศษ วันท.่ี ....เดือน....................พ.ศ..........

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวดั

มาตรฐาน ส 1.1 รแู้ ละเขา้ ใจประวัติ ความสำคญั ศาสดา หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา

ที่ตนนับถือและศาสนาอืน่ มีศรทั ธาทถ่ี กู ต้องยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักธรรมเพ่ืออยู่ร่วมกันอย่างสันติสขุ
ตัวชวี้ ัด ม.1/5 อธิบายพุทธคุณและข้อธรรมสำคัญในกรอบอรยิ สจั 4 หรอื หลกั ธรรมของศาสนาทีต่ น

นับถือ ตามทีก่ ำหนด เหน็ คุณค่าและนำไปพัฒนาแก้ปัญหาของตนเองและครอบครวั
ม1/8 วิเคราะหแ์ ละปฏบิ ัตติ นตามหลักธรรมทางศาสนาท่ีตนนับถือในการดำรงชีวิตแบบ

พอเพียง และดูแลรกั ษาสิง่ แวดลอ้ มเพอ่ื การอยู่ร่วมกนั ได้อย่างสนั ติสขุ
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. อธบิ ายหลกั ธรรมสำคัญในกรอบอรยิ สัจ 4 ได้ (K)

2. วิเคราะห์คุณคา่ ของหลกั ธรรมในกรอบอรยิ สัจ 4 ได้อยา่ งมีเหตุผล (P)

3. สามารถนำหลักธรรมมาปรบั ใช้เพือ่ การพฒั นาและแกป้ ญั หาของตนเองและครอบครัว (A)
3. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. ใฝ่เรียนรู้

2. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
4. สมรรถนะของผเู้ รียน

1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการสอื่ สาร

3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
5. สาระสำคญั

ข้อธรรมสำคัญในกรอบอริยสัจ 4 เป็นหลักสำคัญในการดำเนินชีวิตที่นำไปสู่ความพ้นทุกข์ หรือหมด
ปัญหา ซึ่งชาวพุทธทุกคนควรมีจิตสำนึกในพุทธคุณ และปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในการ
พัฒนาแกป้ ญั หาของตนเองและครอบครวั
6. สาระการเรียนรู้

1) อริยสจั 4 - สมทุ ยั ( ธรรมทค่ี วรละ )

- ทกุ ข์ ( ธรรมทค่ี วรรู้ )

- นโิ รธ ( ธรรมท่ีควรบรรลุ ) - มรรค ( ธรรมทีค่ วรเจริญ )


Click to View FlipBook Version