The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการดำเนินงานตำบลสมอแข เมือง พิษณุโลก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by at_yount202, 2021-12-25 00:57:49

รายงานการดำเนินงานตำบลสมอแข เมือง พิษณุโลก

รายงานการดำเนินงานตำบลสมอแข เมือง พิษณุโลก

1

ก1

คำนำ

รายงานการดาเนินงานโครงการยกระดบั วิสาหกิจท่องเทย่ี วโดยชุมชนบนฐานอัตลักษณช์ าติพนั ธ์ไท-ยวน
ภายใต้โครงการโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตาบลแบบบูรณาการ (มหาวิทยาลัยสู่ตาบล) จัดทาข้ึน
เพื่อรวบรวมหลักฐานเอกสารต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องการกับการดาเนินงานของโครงการ รูปแบบการจัดกิจกรรมที่
ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีศักยภาพ การดาเนินงานท่ีส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนและหน่วยงานภายนอก
รายงานฉบบั น้ีได้รวบรวมผลการดาเนินงาน การวิเคราะหผ์ ลการดาเนนิ งานตามตวั ชี้วัดความสาเร็จของโครงการ
การสรุปผลความสาเร็จและความพึงพอใจของผู้ที่มีส่วนร่วมในการดาเนินงาน ประมวลภาพการจัดกิจกรรม
และหลกั ฐานทเี่ กย่ี วข้อง ท้ังนีเ้ พอ่ื เปน็ สว่ นหน่งึ ในการนาข้อมลู สาหรบั การวางแผนการดาเนนิ งานตามแผนปฏิบัติ
การประจาปงี บประมาณ 2564

คณะทางานโครงการฯ ขอขอบคุณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรม ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณในการดาเนินโครงการฯ รวมท้ัง ภาคีเครือข่ายท่ีสาคัญระดับ
พ้ืนที่ ที่ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ ช้ีแนะ สุดท้ายขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องที่มิได้ระบุช่ือไว้ในท่ีนี้ ซ่ึงมีส่วนสาคัญ
ในการขบั เคลอื่ นการดาเนนิ งานให้มคี วามย่ังยืนในพื้นทีต่ อ่ ไป

คณะทางานโครงการยกระดับวิสาหกจิ ท่องเท่ียว
โดยชุมชนบนฐานอัตลกั ษณช์ าติพันธไุ์ ท-ยวน
ตาบลสมอแข อาเภอเมอื ง จงั หวัดพษิ ณโุ ลก
ธันวาคม 2564

ข หน้ำ

สำรบัญ ข-ค
1
เร่อื ง 1
คานา 5
สารบญั 8
ขอ้ มูลสว่ นท่ี 1 46
สถานภาพตาบล (Tambon Profile) ข้อมูลพื้นฐาน/ขอ้ มูลทวั่ ไป 50
สถานภาพด้านสขุ ภาพ 51
สถานภาพด้านความเปน็ อยู่ 53
สถานภาพด้านการศึกษา 54
สถานภาพดา้ นรายได้ 59
สถานภาพดา้ นการเขา้ ถึงบริการรฐั 63
ตารางข้อมลู TPMAP 66
- ประเมินก่อนเริ่มโครงการ 69
- ประเมินรอบเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 69
- ประเมนิ รอบเดือนกันยายน-ตุลาคม 69
- ประเมนิ ส้ินสุดโครงการ 69
ขอ้ มลู สว่ นที่ 2 70
การดาเนนิ งาน 70
- แผน และผลการดาเนนิ งาน 74
- งบประมาณ 75
- การพัฒนาทักษะทงั้ 4 ด้านของผรู้ บั จ้าง 75
- กจิ กรรมท่ีดาเนินในโครงการ 75
- การเชือ่ มโยงการพัฒนาตาบล (4 ดา้ น) 78
ขอ้ มูลสว่ นที่ 3 82
การประเมินศกั ยภาพตาบลตามเป้าหมาย 16 ประการ 85
- ประเมนิ ก่อนเรม่ิ โครงการ 88
- ประเมนิ รอบไตรมาสที่ 1 (เมษายน) 90
- ประเมินรอบไตรมาสที่ 2 (กรกฎาคม) 91
- ประเมินรอบไตรมาสที่ 3 (ตุลาคม)
- ประเมินส้ินสุดโครงการ 90
ข้อมลู สว่ นที่ 4 93
แบบสารวจเพือ่ เฝ้าระวงั การแพร่ระบาดของโรคตดิ ต่ออบุ ตั ิใหม่ 93
(Emerging infectious diseases) 95
- ประเมนิ ก่อนเร่ิมโครงการ
- ประเมินรอบเดือนมิถนุ ายน จนถึง เดอื นพฤศจิกายน
- ประเมินส้ินสุดโครงการ
- กิจกรรม COVID WEEK



สำรบญั (ตอ่ )

หน้ำ

ข้อมลู สว่ นท่ี 5 102

การประเมินการเชือ่ มโยง 14 ตัวชวี้ ัด 102

ประชากรเป้าหมาย 102

ผทู้ เี่ ป็นผปู้ ฏิบตั กิ ารหลัก (Key actors) และผู้ขับเคลอื่ นปฏิบตั กิ ารในตาบล 103

นวัตกรรมการแก้ปัญหา 104

การมีส่วนรว่ มของประชากรกลุ่มเป้าหมายและ 4 องค์กรหลักในตาบล 105

ผลการมสี ่วนร่วมในการแก้ปัญหาของกล่มุ ประชากรเปา้ หมาย 106

เร่อื งเด่น 106

คนเด่น 106

การส่งเสรมิ การสรา้ งธรุ กจิ ใหม่ 107

แหล่งเรยี นรู้ และหลักสูตรการเรยี นร้ขู องชมุ ชน 108

ข้อมลู สว่ นที่ 6 108

การวิเคราะห์โจทย์การพัฒนาตาบล

- การพัฒนาสมั มาชีพและการสรา้ งอาชพี ใหม่

- การสร้างและพัฒนา creative economy ยกระดบั การทอ่ งเที่ยว

- การนาองค์ความรู้ไปใชบ้ รกิ ารชุมชน

- การส่งเสรมิ ดา้ นส่งิ แวดลอ้ ม

การถ่ายทอดเทคโนโลยีของกลมุ่ นวตั กรรมในกลุ่มตาบล 110

คลงั ขอ้ มลู ในการวเิ คราะห์จัดกลุ่มกิจกรรม ผลิตภณั ฑ์ และนวัตกรรม 111

ขอ้ มลู นักวิชาการเชี่ยวชาญในการแก้ปัญหาความยากจน 112

ตาบลเปน็ พ้ืนท่ีจัดการศึกษารายวิชาท่ฝี กึ ปฏบิ ตั ิการ 112

ความรทู้ ส่ี รุปจากประสบการณข์ องพน้ื ท่ี 113

การบรหิ ารทรัพยากรบคุ คลและองคก์ รภายในตาบลเพ่ือแก้ปัญหาความยากจน 114

ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ 115

ผลลัพธ์ทางสงั คม 116

ขอ้ เสนอแนะเพิม่ เติมในการดาเนนิ โครงการ 117

ขอ้ มลู สว่ นที่ 7 สรปุ การดาเนินกจิ กรรมระดบั ตาบล 118

1

1.1 ข้อมลู พืน้ ฐำนของชุมชนตำบลสมอแข

1.1.1 ประวัตคิ วำมเป็นมำของชุมชน

ตาบลสมอแขไดจ้ ัดตง้ั เมือ่ นานมาแล้ว จงึ ไมป่ รากฏหลกั ฐานทแ่ี นช่ ดั โดยประชากรบางกลุ่มยา้ ยถ่ินฐาน

มาจากจังหวัดราชบุรี ซ่ึงมีขนบธรรมเนียมประเพณี คล้ายภาคเหนือซึ่งมีประเพณีพ้ืนบ้านของตาบลเดิม ตาบล

สมอแขแบ่งการปกครองออกเป็น 5 หมู่บ้านต่อมาในปี 2541 แยกหมู่บ้านจากหมู่ท่ี 2 ออกเป็น 2 หมู่บ้าน

คือ หมู่ท่ี 2 บ้านลาดบัวขาว และหมู่ท่ี 6 บ้านเนินมะคึก ต่อมาในปี 2544 แยกหมู่ บ้านกรมธรรม์

บ้านดงประโดก หมู่ท่ี 3 ออกเป็น 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ท่ี 3 บ้านดงประโดก หมู่ที่ 7 บ้านพงศธร-ชินลาภ

และหมู่ที่ 8 บ้านกรมธรรม์-ฉัตรแก้ว ในปัจจุบันตาบลสมอแขจึงมีท้ังหมด 8 หมู่บ้าน โดยอยุ่ภายใต้การ

ปกครองขององค์การบริหารส่วนตาบลสมอแข เดิมเป็นสภาตาบลสมอแข หลังจากน้ันได้รับการยกฐานะเป็น

องค์การบริหารส่วนตาบลสมอแขตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันท่ี 19 มกราคม 2539 และมีผลใช้

เม่อื วนั ท่ี 30 มีนาคม 2539 ซึง่ อยู่ในเขตพ้ืนทอี่ าเภอเมืองพิษณุโลก จงั หวดั พษิ ณโุ ลกเป็นตน้ มา

1.1.2 ลกั ษณะภูมปิ ระเทศ

ตาบลสมอแข มีพ้นื ทตี่ งั้ อยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้าน่านห่างจากตัวจังหวดั และอาเภอเมืองพิษณุโลก

ประมาณ ๖ กิโลเมตร มีพื้นที่การปกครอง ๔๐.๑๙ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๒๕,๑๑๙ ไร่ ลักษณะ

ภูมิประเทศ พื้นท่ีส่วนใหญ่เป็นท่ีราบลุ่มเหมาะสาหรับทาการเกษตร และเป็นแหล่งรับน้าจากเชิงเขา

ด้านทิศตะวันออก มักมีปัญหาน้าท่วมขังในฤดูฝน ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์พ้ืนท่ีเป็นแหล่ง

ที่อยู่อาศัยเพ่ิมมากข้ึน จึงเป็นทาเลท่ีสาคัญสาหรับยุทธศาสตร์การพัฒนาในภาพรวมของอาเภอ

และจงั หวัดพิษณุโลก เนอื่ งจากเป็นท่ีต้ังของส่ีแยกอนิ โดจีน

ตาบลสมอแข หรือองค์การบริหารส่วนตาบลสมอแข อาเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ได้แบ่งเขตการ

ปกครองออกเป็น 8 หมบู่ ้าน ดงั ต่อไปนี้

หมูท่ ี่ ๑ บำ้ นหนองตอ นายสมพงษ์ เรอื งหนา่ ย ผใู้ หญบ่ า้ นหมู่ที่ ๑

นางสาวรุ่งนภา จงเจรญิ ผู้ชว่ ยผู้ใหญบ่ า้ น

นายสมชยั ลม้ิ ประเสรฐิ ผชู้ ว่ ยผใู้ หญบ่ ้าน

หมทู่ ี่ 2 บำ้ นลำดบัวขำว นายเด่น ทองเอบิ ผใู้ หญ่บา้ นหมู่ที่ ๒

นายเด่น รวมญาติ ผ้ชู ว่ ยผใู้ หญ่บ้าน

นางพมิ พ์ชนก ภาณภุ าส ผชู้ ว่ ยผ้ใู หญ่บา้ น

นายบุญเดช พรมมา ผชู้ ว่ ยผู้ใหญ่บ้าน

หมทู่ ่ี 3 บ้ำนดงประโดก นางผุสดี มรพงษ์ ผใู้ หญ่บา้ นหมู่ท่ี 3

นางนุชนารถ เซนักคา้ ผชู้ ่วยผใู้ หญ่บ้าน

นายจารัส ดอนเมือง ผูช้ ่วยผู้ใหญ่บา้ น

นายเอกราช บญุ ทา ผ้ชู ว่ ยผู้ใหญ่บ้าน

หมทู่ ่ี 4 บ้ำนสมอแข นายทองปาน ทองเมอื ง ผใู้ หญ่บ้านหมู่ท่ี ๔

(กานันตาบลสมอแข)

นายสมศกั ดิ์ ดอนมีไพร ผชู้ ่วยผู้ใหญบ่ ้าน

นางอภิรวดี พรา้ ชาวนา ผชู้ ว่ ยผใู้ หญบ่ ้าน

หมทู่ ่ี ๕ บำ้ นก่อ นางนติ ยา เมย้ี นเอย่ี ม ผใู้ หญบ่ ้านหม่ทู ่ี ๕

นายสาราญ สดี า ผู้ชว่ ยผใู้ หญบ่ า้ น

นางสุกัญญา ถว้ นถ่ี ผู้ชว่ ยผู้ใหญ่บ้าน

2

หมูท่ ี่ ๖ บำ้ นเนินมะคกึ นางชนาธปิ ชมบญุ ผใู้ หญบ่ า้ นหมทู่ ี่ ๖

นางราเพย รกั เรอื ง ผชู้ ว่ ยผู้ใหญ่บ้าน

นายปฐมพงศ์ พร้าชาวนา ผชู้ ว่ ยผูใ้ หญบ่ า้ น

นายประมาณ แกว้ กองทอง ผชู้ ่วยผใู้ หญ่บ้าน

หมู่ท่ี ๗ บำ้ นพงศธร-ชินลำภ นางสาวอญั ชลี ปรีกมล ผใู้ หญ่บา้ นหม่ทู ่ี ๗

นางสาวกนกกาญจน์ ทองรัก ผชู้ ว่ ยผู้ใหญ่บ้าน

นางสาวอัญชญั ปรีกมล ผชู้ ่วยผใู้ หญบ่ ้าน

หมู่ท่ี ๘ บ้ำนกรมธรรม์-ฉตั รแกว้ นายจเร ดอนอยู่ไพร ผใู้ หญ่บา้ นหมู่ที่ ๘

นายมนัส ดอนตุม้ ไพร ผู้ชว่ ยผู้ใหญบ่ า้ น

นายอภนิ ันท์ เสถยี รวาชินุษา ผชู้ ่วยผูใ้ หญบ่ ้าน

หมู่บ้านท่ีอยู่ภายใต้การปกครองเขตพ้ืนท่ีองค์การบริหารส่วนตาบลสมอแขมีเขตพ้ืนท่ีติดต่อกับตาบล
และอาเภอตา่ งๆ ดังนี้

ทิศเหนือ ติดกับ เขตตาบลดอนทอง อาเภอเมืองพิษณุโลก ซ่ึงมีคลองชลประทานจากเขื่อนแควน้อย
บารุงแดน ส่งน้าผ่านมาทางตาบลดอนทอง เข้าสู่ตาบลสมอแข ซึ่งเอ้ือต่อการทาเกษตรและการเพาะปลูก
ของชาวบา้ น

ทิศใต้ ติดกับ เขตตาบลวังพิกุล อาเภอวังทอง โดยมีแหล่งน้าสารธารณประโยชน์ คือ บึงราชนก
ทีใ่ ช้เปน็ สถานที่ในการจดั ประชุม อบรม และจัดกิจกรรมต่างๆ

ทิศตะวันตก ติดกับ เขตตาบลอรัญญิก อาเภอเมืองพิษณุโลก มีคลองโคกช้าง เป็นแหล่งน้าสาหรับ
ทาการเกษตร และใช้ในการอปุ โภคและบรโิ ภค

ทิศตะวันออก ติดต่อกับ เขตตาบลวังทอง อาเภอวังทอง มีสถานที่ท่องเท่ียวท่ีสาคัญ คือ โรงเจไซทีฮุ
กตึ้ง ซึ่งมีจดุ ชมววิ สามารถมองเหน็ ทวิ ทัศนแ์ ละอาณาเขตของตาบลสมอแขไดท้ ั้งหมดโดยรอบ

รูปที่ 1 แผนที่แสดงขอบเขตตาบลสมอแข อาเภอเมือง จงั หวัดพษิ ณุโลก

ที่มำ : MJU2T samokhea

3

1.1.3 ขอ้ มลู ประชำกร
จานวนประชากรในเขตรบั ผิดชอบองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบลสมอแข ปี 2564 มจี านวนประชากร

ทั้งหมดดังต่อไปน้ี
ตำรำงที่ 1 จานวนประชากรตาบลสมอแข อาเภอเมอื ง จงั หวัดพิษณโุ ลก จาแนกตามเพศชาย – หญงิ

รำยกำร ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564
7,069
ประชากรชาย (คน) 8,121 6,907 8,177
15,246
ประชากรหญงิ (คน) 7,848 7,948 5,082

รวมประชากร (คน) 15,969 14,855

ครวั เรอื น (หลัง) 8,398 4,705

ทมี่ ำ : รายงานสรปุ ข้อมลู ประชากรในพนื้ ทร่ี บั ผดิ ชอบ ณ 30 พฤศจกิ ายน 2564 โปรแกรม HOS&P PCU

ตำรำงที่ 2 จานวนประชากรแยกตามหมูบ่ ้าน

หม่ทู ่ี ชื่อหมบู่ ำ้ น ประชำกร รวม จำนวนครวั เรือน
ชำย หญิง

1 บา้ นหนองตอ 547 615 1,162 387

2 บ้านลาดบวั ขาว 602 651 1,253 418

3 บา้ นดงประโดก 1,062 1,200 2,262 754

4 บา้ นสมอแข 931 968 1,899 633

5 บ้านกอ่ 269 312 581 193

6 บ้านเนนิ มะคกึ 475 517 992 330

7 บ้านพงศธร-ชินลาภ 1,943 2,424 4,367 1,456

8 บา้ นกรมธรรม์-ฉตั รแกว้ 1,240 1,490 2,730 911

รวม 7,069 8,177 15,246 5,082

ทม่ี ำ : รายงานสรปุ ข้อมลู ประชากรในพืน้ ทรี่ บั ผิดชอบ ณ 30 พฤศจกิ ายน 2564 โปรแกรม HOS&P PCU

4

ตำรำงที่ 3 แสดงประชากรแยกตามกลุ่มอายุ

ชว่ งอำย/ุ ปี ชำย/คน หญงิ /คน รวม/คน

น้อยกวา่ 1 – 5 ปี 225 226 451
749
6-10 ปี 375 374 714
790
11-15 ปี 353 361 1,100
1,136
16-20 ปี 380 410 1,072
1,140
21-25 ปี 557 543 1,159
1,322
26-30 ปี 558 578 1,356
1,310
31-35 ปี 502 570 1,037
777
36-40 ปี 497 643 492
641
41-45 ปี 517 642 15,246

46-50 ปี 606 716

51-55 ปี 589 767

56-60 ปี 603 707

61-65 ปี 452 585

66-70 ปี 334 443

71-75 ปี 224 268

76 ปี ขึ้นไป 297 344

รวม 7,069 8,177

ทม่ี ำ : รายงานสรุปข้อมลู ประชากรในพ้ืนที่รบั ผดิ ชอบ ณ 30 พฤศจกิ ายน 2564 โปรแกรม HOS&P PCU

จากข้อมูลด้านประชากรตาบลสมอแข ประชากรมีแนวโน้มเพิ่มข้ึน ซ่ึงส่วนใหญ่อยู่ในวัยแรงงาน
เม่ือเทียบกับประชากรกลุ่มเปราะบาง (กลุ่มเด็กและผู้สูงอายุ) หลังจากนั้นอัตราการพ่ึงพิงเพิ่มข้ึนตามลาดับ
เน่ืองจากวัยแรงงานก้าวสู่วัยสูงอายุ อัตราการเกิดและประชากรในวัยเด็กมีจานวนน้อย ซ่ึงเม่ือวิเคราะห์ข้อมูล
ประชากรตามอายุพบวา่ ประมาณ 5-10 ปีตอ่ มาตาบลสมอแข จะมผี ้สู งู อายุเปน็ จานวนมาก (สงั คมผ้สู งู วยั ) ซึ่ง
จะต้องเตรียมความพร้อมเพ่ือรองรับความเปล่ียนแปลงในอนาคต (รายงานผลการปฏิบัติงานประจาปีองค์การ
บรหิ ารสว่ นตาบลสมอแข., 2564)

5

1.2 สถำนภำพดำ้ นสุขภำพ
จากระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้ามิติด้านสุขภาพตาบลสมอแข อาเภอเมือง

จังหวัดพิษณุโลก โดยพิจารณาตามตัวชี้วัดฐานข้อมูลความจาเป็นขั้นพ้ืนฐาน (จปฐ.) โดยการออกสารวจข้อมูล
ซ่ึงอาศัยผู้รับจ้างงานโครงการยกระดับวิสาหกิจท่องเท่ียวโดยชุมชนบนฐานอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ไท -ยวน
ภายใต้โครงการ 1 มหาวทิ ยาลัย 1 ตาบล สามารถสรปุ ผลดา้ นสุขภาพได้ดังน้ี

ตัวช้ีวัดท่ี 1 เด็กแรกเกิดมนี ้าหนัก 2,500 กรัม ข้นึ ไป

ตวั ชีว้ ดั ท่ี 4 ครวั เรือนกนิ อาหารถูกสขุ ลักษณะ ปลอดภยั และไดม้ าตรฐาน

ตัวชว้ี ดั ท่ี 5 ครัวเรอื นมกี ารใชย้ าเพ่ือบาบัด บรรเทาอาการเจบ็ ป่วยเบ้อื งต้นอยา่ งเหมาะสม

ตัวชวี้ ดั ท่ี 7 คนอายุ 6 ปขี นึ้ ไป ออกกาลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วนั ๆละ 30 นาที

ตำรำงท่ี 4 สรปุ จานวนประชากรทตี่ กเกณฑ์ตัวชว้ี ัดด้านสขุ ภาพ ปี 2564

ตัวชวี้ ดั คำอธบิ ำย จำนวนประชำกร จำนวนประชำกร จำนวนประชำกร
ทไี่ ด้รับกำรสำรวจ ทต่ี กเกณฑ์ตัวชี้วดั ท่ีตกเกณฑ์ตวั ชี้วดั

ทเี่ ปน็ คนจน

ตัวชว้ี ัดที่ 1 เ ด็ ก แ ร ก เ กิ ด มี น้ า ห นั ก 23 คน 0 คน 0 คน
2,500 กรมั ขึน้ ไป

ครัวเรือนกินอาหารถูก 1,525 0 (ครวั เรอื น) 0 (ครวั เรอื น)
ตัวช้วี ดั ที่ 4 สุขลักษณะปลอดภัย (ครัวเรือน)

และไดม้ าตรฐาน

ครัวเรือนมีการใช้ยาเพื่อ

ตวั ชว้ี ัดท่ี 5 บาบัด บรรเทาอาการ 1,525 0 (ครวั เรือน) 0 (ครัวเรอื น)
เจ็บป่วย เบื้องต้นอย่าง (ครวั เรือน)

เหมาะสม

คนอายุ 6 ปีขึ้นไป ออก

ตัวช้ีวัดท่ี 7 ก า ลั ง ก า ย อ ย่ า ง น้ อ ย 4,597 20 (คน) 0 (คน)
สัปดาห์ละ 3 วันๆละ (คน) (0.43%)

30 นาที

ดังนั้น สามารถสรุปข้อมูลด้านสุขภาพที่ได้ออกสารวจรายงานในไตรมาสที่ 4 ประจาปี 2564 พบว่า
พ้ืนท่ตี าบลสมอแข อาเภอเมือง จังหวดั พษิ ณโุ ลก พบครวั เรอื นท่ไี ม่ผ่านเกณฑ์ตวั ชวี้ ัดท่ี 7 จานวน 31 ครวั เรือน
โดยสรุปครัวเรือนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ตัวช้ีวัดแยกหมู่บ้านได้ดังตะรางท่ี 5 แต่เมื่อนามาวิเคราะห์ค่าทางสถิติ
พบว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลความจาเป็นข้ันพื้นฐาน (จปฐ.) ท่ีกรมพัฒนาสังคม
และสวัสดิการกาหนด

6

ตำรำงที่ 5 ครัวเรอื นที่ไมผ่ า่ นเกณฑ์ตัวชี้วดั ดา้ นสขุ ภาพแยกหมู่บา้ น ตัวชีว้ ดั ที่ 7
0
หม่ทู ่ี ชอ่ื หม่บู ำ้ น 0
1 บา้ นหนองตอ 10
2 บ้านลาดบัวขาว 0
3 บ้านดงประโดก 0
4 บา้ นสมอแข 3
5 บา้ นกอ่ 0
6 บา้ นเนนิ มะคึก 18
7 บา้ นพงศธร-ชนิ ลาภ
8 บ้านกรมธรรม์-ฉัตรแก้ว 31 คน

รวม

จากสถานการณ์โรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 ทีร่ ะบาดหนักในพื้นท่ีตาบลสมอแข ดงั รายงานรายวัน

ของศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน กรณีโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 2019) จัดทาการติดตาม

ข่าว ผ่านสื่อออนไลน์รายวัน พร้อมรายงาน Timelie ผู้ติดเช้ือโควิด 19 ทั้งน้ีโครงการฯ ได้สรุปจานวน

ผู้ติดเช้ือโควดิ 19 ดังตารางท่ี 5

ตำรำงที่ 6 จานวนผ้ตู ดิ เชือ้ โควิด 19 สะสมในพ้นื ท่ีตาบลสมอแข ระหวา่ งเดอื นกมุ ภาพันธ์-ธนั วาคม 2564

หมู่บ้ำน

เดอื น หมู่ท่ี หมู่ที่ หมูท่ ่ี หมทู่ ่ี หมูท่ ี่ หมทู่ ่ี หมู่ท่ี 7 หมู่ที่ รวม
1 2 3 4 5 6 8

กุมภาพนั ธ์ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ คน

มีนาคม ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ คน

เมษายน 3 4 ๐ ๐ ๐ ๐ 4 0 11 คน

พฤษภาคม ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ 0 คน

มิถนุ ายน ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ คน

กรกฎาคม 1 2 0 0 0 0 3 11 17 คน

สิงหาคม 4 6 0 0 0 0 7 11 28 คน

กนั ยายน 4 7 3 1 2 1 10 12 40 คน

ตุลาคม 1 1 0 3 2 1 16 0 24 คน

พฤศจกิ ายน 2 0 0 0 4 0 7 6 19 คน

ธนั วาคม 0 0 0 0 0 0 0 0 0 คน

รวม 15 20 3 4 8 2 47 40 139 คน

ท่มี ำ : โรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพประจาตาบลสมอแข ณ 30 พฤศจกิ ายน 2564

7

จากตารางข้อมูลดังกล่าว แสดงยอดผู้ติดเช้ือโคโรนาไวรัส 2019 พ้ืนท่ีองค์การบริหารส่วนตาบลสมอ

แขทราบว่ายอดผู้ป่วยสะสมประจาปี 2564 ต้ังแต่เดือนกุมภาพันธ์-ธันวาคม รวมท้ังหมด 139 คน ในเดือน

กันยายน พบรายงานยอดผู้ป่วยสูงสุดจานวน 40 คน รายงาน ณ วันท่ี 1 ธันวาคม 2564 ท้ังนี้ยังไม่พบผู้ติด

เช้ือโควิด 19 เพิ่มเติม และเพ่ือเป็นการประชาสัมพันธ์ทางโครงการฯได้จัดทารายงานโรคติดเช้ือฯ ผ่านส่ือ

ออนไลน์ facebook MJU2T SamoKhae ประจาวัน

นอกจากนี้ การรายงานผู้ติดเช้ือโควิด 19 ในช่วงไตรมาสที่ 4 ระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม

โดยแบ่งออกเป็น 8 หมู่บ้านตามรายงานศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน กรณีโรคติดเช้ือโวรัสโคโรนา

2019 โควิด 19) จงั หวดั พิษณุโลกได้ดงั ตารางท่ี 7

ตำรำงที่ 7 จานวนผู้ติดเชื้อโควิด 19 ระหว่างเดือนระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม พื้นที่ตาบลสมอแข

อาเภอเมือง จงั หวดั พิษณโุ ลก

หมบู่ ้ำน เดือนตุลำคม เดอื นพฤศจิกำยน เดอื นธันวำคม รวม

1 1 2 0 1 คน

2 1 0 0 1 คน

3 0 0 0 0 คน

4 3 0 0 3 คน

5 2 4 0 6 คน

6 1 0 0 1 คน

7 16 7 0 23 คน

8 0 6 0 6 คน

รวม 24 19 0 49 คน

ท่ีมำ : โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพประจาตาบลสมอแข ณ 30 พฤศจิกายน 2564

ตำรำงท่ี 8 จานวนประชากรที่หายป่วยจากโรคติดเชื้อโควิด 19 ระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม

พน้ื ทต่ี าบลสมอแข อาเภอเมือง จงั หวดั พิษณโุ ลก

หมู่บำ้ น เดือนตุลำคม เดือนพฤศจิกำยน เดือนธันวำคม รวม

1 1 6 0 7 คน

2 10 1 0 11 คน

3 0 0 0 0 คน

4 6 3 0 9 คน

5 0 13 0 13 คน

6 1 1 0 2 คน

7 12 20 0 32 คน

8 1 10 0 11 คน

รวม 31 54 0 85 คน

ทีม่ ำ : โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพประจาตาบลสมอแข ณ 30 พฤศจิกายน 2564

8

1.3 สถำนภำพดำ้ นควำมเป็นอยู่
พัฒนาการของคนจนด้านสภาพแวดล้อมปี 2564 พ้ืนท่ีตาบลสมอแข จากการลงพื้นที่สารวจข้อมูล

ความจาเป็นพื้นฐานของประชากร สามารถนาขอ้ มลู มาวิเคราะห์ไดด้ ังตารางตอ่ ไปนี้
ตำรำงที่ 9 สรุปจานวนประชากรทต่ี กเกณฑ์ตัวช้ีวดั ด้านสภาพแวดลอ้ ม ปี 2564

จำนวนประชำกร จำนวนประชำกร จำนวนประชำกร

ตัวชว้ี ดั คำอธบิ ำย ท่ไี ดร้ ับกำรสำรวจ ที่ตกเกณฑ์ตัวชี้วัด ทีต่ กเกณฑ์ตวั ชว้ี ัด

(ครัวเรือน) (ครวั เรอื น) ทเี่ ปน็ คนจน (ครวั เรือน)

ตวั ช้ีวัดท่ี 8 ครวั เรอื นมีความมน่ั คงใน 1,525 0 (ครวั เรือน) 0 (ครัวเรอื น)
ท่อี ยู่อาศัย (ครวั เรือน)

ครวั เรือนมีนา้ สะอาด 1,525 0 (ครัวเรอื น) 0 (ครวั เรอื น)
สาหรบั ดืม่ และบริโภค (ครัวเรือน)
ตวั ชวี้ ัดที่ 9 เพยี งพอตลอดปอี ย่าง

น้อยคนละ 5 ลิตรต่อวนั

ครวั เรือนมนี า้ ใชเ้ พยี งพอ 1,525
(ครวั เรือน)
ตวั ช้ีวัดท่ี 10 ตลอดปอี ย่างนอ้ ยคนละ 0 (ครัวเรือน) 0 (ครัวเรือน)
45 ลติ รตอ่ วนั

ครวั เรือนมกี ารจัด

ตัวชี้วัดท่ี 11 บา้ นเรอื นเปน็ ระเบียบ 1,525 0 (ครวั เรือน) 0 (ครัวเรอื น)
เรียบร้อย สะอาดและถกู (ครวั เรือน)

สุขลักษณะ

ตัวชี้วดั ท่ี 8 ครัวเรือนมคี วามมน่ั คงในที่อยู่อาศัย และบ้านมีสภาพคงทนถาวร
ตัวชว้ี ัดท่ี 9 ครัวเรือนมีน้าสะอาดสาหรับดื่มและบริโภคเพียงพอตลอดปี อย่างน้อยคนละ
5 ลติ รตอ่ วัน
ตัวชี้วัดท่ี 10 ครวั เรอื นมนี ้าใชเ้ พยี งพอตลอดปี อย่างน้อยคนละ 45 ลติ รต่อวัน
ตัวชีว้ ดั ท่ี 11 ครัวเรอื นมกี ารจดั การบ้านเรือนเปน็ ระเบียบเรียบร้อย สะอาด และถกู สุขลักษณะ

ดังน้ัน สามารถสรุปได้ว่า มิติด้านความเป็นอยู่ปีล่าสุด 2564 ของพื้นที่ตาบลสมอแข อาเภอเมือง
จังหวัดพิษณุโลก ไม่มีตัวช้ีวัดใดท่ีตกเกณฑ์ ซ่ึงอาจกล่าวได้ว่าประชาชนในพ้ืนที่มีสภาพความเปน็ อยู่ข้ันพ้นื ฐาน
ในเกณฑ์ปกติ มีท่ีพักอาศัยท่ีม่ันคงถาวรและถูกสุขลักษณะ อีกทั้งยังมีน้าเพ่ือใช้อุปโภคบริโภคในครัวเรือนต่อปี
อยา่ งเพียงพอ

9

ตำรำงที่ 10 ระบบจดั เก็บข้อมลู ศนู ยบ์ รกิ ารและถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรประจาตาบล ปี 2564

จำนวน จำนวน รอ้ ยละ จำนวนประชำกร

หมบู่ ้ำน ครวั เรือน ครัวเรือน จำนวน หญงิ (คน) รวม (คน) เฉล่ยี
ทง้ั หมด (คน/ครวั เรือน)
เกษตรกร ครวั เรือน ชำย (คน)
(ครวั เรือน) (ครวั เรือน) เกษตรกร

หมทู่ ี่ 1 201 41 20.40 102 65 167 24.55

หมู่ท่ี 2 214 58 27.10 195 70 265 21.89

หม่ทู ่ี 3 318 55 17.30 149 88 237 23.21

หมู่ที่ 4 276 37 13.41 96 90 186 19.89

หมู่ท่ี 5 87 63 72.41 65 62 127 49.61

หมทู่ ี่ 6 142 60 42.25 144 155 299 20.07

หมู่ที่ 7 432 16 3.70 83 45 128 12.50

หม่ทู ี่ 8 410 66 16.10 105 61 166 39.76

รวม 2,050 396 212.67 939 636 1,575 211.48

ที่มำ : รายงานสรปุ ข้อมลู ประชากรในพนื้ ท่ีตาบลสมอแข ณ 1 ธนั วาคม 2564

กลุ่มวิสำหกิจชุมชน กล่มุ อำชีพเสริมชุมชน
ในปัจจุบันประชาชนตาบลสมอแขแต่ละหมู่บ้านริเร่ิมการสร้างอาชีพเสริมนอกเหนือจากการ

ทาการเกษตร เนื่องจากวิกฤตเศฐษกิจปัจจุบัน และโรคระบาดโคโรนาไวรัส 2019 ท่ีส่งผลต่อความเป็นอยู่
มีประชาชนจานวนมากตกงาน ถูกจ้างออกจากงานหรือถูกเลิกจ้าง จึงมีการตั้งกลุ่มอาชีพ กลุ่มวิสาหกิจข้ึนเพื่อ
เป็นช่องทางให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าวใช้เวลาวา่ งให้เกิดประโยชน์ โดยการจัดตั้งกลุ่มต่างๆ ภายใต้การควบคุม
ของผใู้ หญ่บ้านและองค์การบรหิ ารสว่ นตาบลสมอแข อาเภอเมือง จังหวัดพษิ ณโุ ลก ซง่ึ มีกลมุ่ วสิ าหกิจ ดงั น้ี

หมทู่ ่ี 1 บ้านหนองตอ
- กลุ่มการทาไข่เค็มอารมณ์ดี ซึ่งมีสมาชิกจานวน 10 คน ในกลุ่มดังกล่าวมีการผลิตไข่เค็ม

เพื่อส่งออกร้านค้าในชุมชน และตลาดใกล้เคียง โดยริเร่ิมจากนายสมพงษ์ เรืองหน่าย ในการเขียนโครงการ
เพ่ือของบประมาณจากองค์การบริหารส่วน ปัจจุบันกลุ่มการทาไข่เค็มอารมณ์ดีมีสมาชิกเพิ่มข้ึน และยังได้รับ
ความสนใจจากรา้ นค้าตาบลใกลเ้ คียงสั่งผลติ และรบั เพื่อจาหน่ายเป็นสินคา้ ของฝากท่ีไดร้ บั ความนยิ ม

รปู ที่ 2 กลุ่มวสิ าหกิจไขเ่ ค็ม

ทม่ี ำ : MJU2T samokhea

10

- การเลีย้ งปลาหมอชมุ พร เร่ิมจากการขุดบ่อนา้ เพ่ือทาการเกษตรของนายสมพงษ์ เรืองหนา่ ย
จากน้ันได้ซื้อพันธุ์ปลาหมอชุมพรมาเลี้ยงภายในบ่อ โดยเวลาต่อมามีผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้นจึงได้ขุดบ่อเพื่อเลี้ยง
ปลาหมอเพอ่ื เป็นอาชีพหลกั สาหรับขายสง่ ใหเ้ ขยี งปลาในชุมชน และตามออเดอร์ทไี่ ด้รับ ในปัจจุบันดาเนนิ การ
เล้ียงปลาโดยมีบ่อจานวน 2 บ่อๆ ละ 5,000 ตัว ขนาดบ่อกว้าง 8 เมตร ยาว 25 เมตร ลึก 3 เมตร
ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยง 5 เดอื น ได้นา้ หนักสุทธขิ องปลาหมอชุมพร 1,450 กิโลกรมั /บ่อ

รูปท่ี 3 การเล้ยี งปลาหมอชุมพร

ที่มำ : MJU2T samokhea

- การเล้ียงกบ จัดต้ังขึ้นโดยผู้นายสมพงษ์ เรืองหน่าย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเล้ียงพ่อแม่พันธ์ุ
สาหรับขยายพันธ์ุแบ่งให้ประชาชนนาลูกกบไปเล้ียงเพื่อประกอบอาชีพ เพ่ือลดค้าใช้จ่ายในครอบครัว
นอกจากนี้ยงั สามารถความผูกพันระหวา่ งสมาชิกในชมุ ชนอีกทางหนึ่ง โดยเรมิ่ เล้ยี งกบพนั ธพ์ุ ้นื เมอื งรวมกับพันธ์ุ
จานอย่างละ 60 คู่ ในพ้ืนท่ีบ่อขนาด 3*4 เมตร สูง 1.2 เมตร ใช้ระยะเวลาในการเล้ียง 3.5-4 เดือน ได้กบ
ขนาด 6-7 ตัวต่อกิโลกรัม ต่อมามีการขยายบ่อเพ่ิมจานวน 2 บ่อ และคัดเลือกกับพ่อแม่พันธุ์เพื่อนามา
ขยายพันธตุ์ ่อจากการสอบถามพบว่าในปจั จุบันมีการแจกพันธ์ุกบให้กับประชาชนมากกว่า 100 ครวั เรอื นๆละ
3 คเู่ พอื่ นาไปขยายพนั ธุต์ อ่ ในการสร้างอาชีพใหค้ นในครอบครวั

11

รปู ท่ี 4 การขยายพนั ธก์ุ บ

ท่มี ำ : MJU2T samokhea

หมูท่ ่ี 2 บ้านลาดบัวขาว
- แชมพูสบ่สู มนุ ไพรไดร้ บั การจัดตั้งข้ึนผ่านคา่ ยทหารสมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถภายใต้โครงการทหาร

พันธ์ดี การทาสบู่-แชมพสู มุนไพรโดยนาพชื สมุนไพรจากการปลูกภายในค่ายทหาร และใช้กาลงั พลทหารเพื่อฝึก
อาชพี เม่ือจบการฝึกทหารสามารถนาไปตอ่ ยอดภายในครอบครัว ชุมชน และสงั คมเพอ่ื สรา้ งอาชพี ในอนาคต

- น้าส้มควันไม้ โดยได้รับการจัดต้ังข้ึนผ่านค่ายทหารสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ในโครงการทหาร
พันธ์ดีเช่นเดียวกับการทาแชมพู สบู่สมุนไพร แต่การทาน้าส้มควันไม้ได้ริเริ่มจากการปรับภูมิทัศน์ภายในค่าย
ทหารจึงมีแนวคิดการปรับเปล่ียนจากการท้ิงเศษไม้ นามาเผาทาเป็นน้าส้มควันไม้เพื่อวัตถุประสงค์ในโครงการ
เกี่ยวกับการทาสารกาจัดศัตรูพืชในแปลงผลิตผลในโครงการ อีกทั้งสามารถสร้างเป็นฐานการเรียนรู้ เพ่ือ
ประชาชนท่ีสนใจเข้าร่วมศึกษาดูงานเพื่อนามาปรับใช้ในชีวิตประจาวัน โดยภายในกิจกรรมมีวิทยากร พร้อมผู้
สาธติ การทาน้าส้มควนั ไม้ให้กบั ผู้ทส่ี นใจ

12

รูปท่ี 5 สบู่ แชมพสู มนุ ไพร

ที่มำ : MJU2T samokhea

รูปท่ี 6 น้าส้มควนั ไม้

ท่ีมำ : MJU2T samokhea

13

- การปักเล่ือมเป็นรูปแบบการปกั เล่ือมเข้ากับผ้า เพื่อให้เกิดความวิบวับ แวววาวของลาย เป็นรูปแบบ
ของงานปักที่ต้องอาศัยความพิถีพิถันอย่างสูง การปักเลื่อมอาจจะใช้ลูกปัดมาปักเพ่ิมด้วย เพ่ือเพ่ิมความ
สวยงามได้อีกทั้งการปักเล่ือมยังเป็นการปักท่ีช่วยทาให้ของดูมีราคาเพิ่มข้ึน ซึ่งงานปักน้ีใช้สาหรับการปักเส้ือ
กางเกง กระเป๋า รองเทา้ หมวก พวกกญุ แจ เข็มกลดั เพ่อื เพ่มิ มติ ิ และความสวยงามให้เคร่ืองแตง่ กาย

รปู ที่ 7 งานปกั เล่ือมหมู่

ทม่ี ำ : MJU2TSamokhae

14

หมูท่ ี่ 3 บา้ นดงประโดก
- ผ้าทอไท-ยวน มีการจัดตั้งกลุ่มข้ึนโดยนางสิริพันธ์ เอ้ียมสาย ประธานชมรมศูนย์อนุรักษ์

วัฒนธรรมชาติพันธ์ไท-ยวน ภายในกลุ่มจัดเป็นศูนย์การเรียนรู้เร่ืองราวความเป็นมาของบรรพบุรุษ มีการจัด
แสดงสนิ คา้ ผลติ ภณั ฑ์ วัฒนธรรม เชน่ ผา้ ทอไท-ยวน ผ้าซน้ิ ไท-ยวน กระเปา๋ ผา้ ด้นมือ หมวก เป็นตน้ ซง้ึ มสี าม
ชิกในกลุ่มจานวน 5 คน ทั้งน้ีผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นผลิตด้วยฝีมือ และเคร่ืองทอมือทั้งสิ้น โดยทางกลุ่มอนุรักษ์ได้รบั
เกียรติจากหน่วยงานภายนอกและภายใน ในการจัดแสดงสินค้าเป็นประจาอย่างต่อเน่ือง และได้ผลิตสินค้า
คณุ ภาพ นอกจากน้ยี งั ไดร้ บั การคดั เลือกเพื่อทรงงานในการจัดแสดงงานเพ่อื สนองพระมหากรุณาธิคุณถวายงาน
ผ้าทอไท-ยวน พระราชวงค์ในการทรงงานตา่ งๆ

รูปท่ี 8 ผา้ ทอไท-ยวน

ทม่ี ำ : MJU2T samokhea

- ข้ีผ้ึงสมุนไพร จัดต้ังขึ้นโดยนางผุสดี มรพงษ์ มีแนวคิดจากประชาชนในพื้นท่ีส่วนใหญ่เป็น
ผู้สูงอายุ จึงเห็นว่าการทาข้ึนผ้ึงสมุนไพรช่วยให้บรรเทาอาการเคล็ดขัดยอก ฟกช้า ปวดเมื่อยตามร่างกาย คัด
จมูก วิงเวียนศีรษะ หน้ามืดคล้ายเป็นลม ถอนพิษ และบรรเทาอาการปวดเนื่องจากแมลงสัตว์กัดต่อย ซึ่งส่วน
ใหญเ่ กดิ ขนึ้ กบั ผู้สูงอายเุ ป็นจานวนมาก จากแนวคิดดังกล่าวจึงนาไปสู่กลุ่มการทาข้ีผง้ึ สมุนไพร ซง้ึ มีตวั ยาที่ผสม
จากสมนุ ไพรไทยตาหรบั โบราณ และไดร้ ับการรับรองจากองค์การบรหิ ารส่วนตาบลสมอแข นอกจากน้ียังได้รับ
ความชื่นชอบจากประชาชนโดยประเมินจากกการผลติ ในแต่ละรอบการผลติ

รูปท่ี 9 ข้ผี งึ้ สมนุ ไพร

ที่มำ : MJU2T samokhea

15

หมทู่ ี่ 4 บา้ นสอแข
- หมซ่ี ว่ั ซึง่ เปน็ ผลิตภณั ฑ์ของดีของเด่นประจาหมู่ท่ี 4 เจ้าแรกของจังหวัดพิษณโุ ลก ในขนั้ ตอนการทา

ยงั คงใช้อปุ กรณ์แบบโบราณ เพือ่ คงความเปน็ เอกลักษณ์ของภมู ปิ ัญญา หมี่ซ่วั ในอดีตมีจานวนสีทไี่ มห่ ลากหลาย
แต่ปัจจุบันได้เร่ิมนาสจี ากธรรมชาติมาใช้ เพ่ือเป็นจุดสนใจให้ผู้บริโภค และเป็นอาหารเพ่ือสุขภาพ เช่น การทา
สจี ากใบเตย ดอกอัญชญั ขม้ิน ฟกั ทอง เป็นตน้

รูปท่ี 10 หมซ่ี ่วั

ทีม่ ำ : MJU2T samokhea

- ขนมนางเล็ด เป็นขนมทานเล่นฉบับชาวบ้านของภาคเหนือ โดยการนาข้าวเหนียวที่เหลือจากการ
รับประทาน นามาตากแดด 1 แดดหรือ 1 วัน จากนั้นนาไปทอดในน้ามันโดยใช้ไฟแรง ในปัจจุบันนิยมทาเปน็
ขนมนางเล็ดหน้าต่างๆ เช่น หมูหยอง พริกเผา น้าตาลอ้อย เป็นต้น ขนมนางเล็ดเป็นขนมท่ีสามารถเก็บไว้ได้
นาน สามารถใช้สาหรบั การตอนรบั แขกหรือใช้ในพิธีต่างๆ ทั้งงานมงคล และงานอวมงคล นยิ มทานเป็นอาหาร
ทานเล่น และนาไปเป็นของฝากในเทศกาลต่างๆ

รูปที่ 11 ขนมนางเลด็ หรือข้าวแต๋น

ท่มี ำ : MJU2T samokhea

16

หมทู่ ี่ 5 บ้านกอ่
- พรมเช็ดเท้า ปัจจุบัน พรมเช็ดเท้ากลายเป็นของใช้และของแต่งบ้านที่จาเป็นเนื่องจากมีคุณสมบัติ

ช่วยดักจับฝุ่นละออง และรอยเป้ือน ก่อนท่ีสิ่งเหล่าน้ันจะผ่านเข้ามาภายในตัวบ้าน ห้องนอน ห้องนั่งเล่น เป็น
ต้น ท้ังนี้ยังถูกออกแบบมาเพื่อให้ทันสมัยในยุคปัจจุบันเพ่ือใช้ในการตกแต่งช่วยให้ที่อยู่อาศัยดูสวยงาม
นอกจากนี้ยังปรับปรุงเพ่ิมกลิ่นต่างๆ ให้กับพรมเช็ดเท้าท่ีสามารถระงับกล่ินอันไม่พึงประสงค์ สามารถทาความ
สะอาดง่ายและอายกุ ารใชง้ านนาน

รปู ที่ 12 พรมเชด็ เทา้ ทามือ

ทมี่ ำ : MJU2T Samokhea

17

หมู่ที่ 6 บา้ นเนินมะคกึ
- ไม้จักสาน สืบทอดเครื่องจักรสานจากการใช้งานจริงของบรรพบุรุษราว 100 ปีท่ีผ่านมา

และอนุรักษ์ให้สืบทอดจากรุ่นสรู่ ุ่น การทาเครื่องใช้จากการสานโดยใชไ้ ม้ไผ่ นามาทาเป็นของใช้ ได้แก่ หวด ใช้
สาหรบั นึง่ ขา้ ว หรอื ใชส้ าหรับเสด็จนา้ หลังการแช่ข้าว คอ้ ง ใชส้ าหรบั ใส่ปลา ปู และหอย ตะกร้า สาหรับใส่ของ
ต่างๆ ในการทาเคร่ืองจักรสานต่างๆ ต้องมีความละเอียดทุกข้ันตอนเนื่องจากทาจากไม้ที่มีคม สามารถเกิด
อุบัติเหตกุ บั ผู้ใช้งานได้ทุกเมื่อ การทาเครื่องจักรสานในปัจจุบันขาดผู้สืบถอด เนือ่ งจากประชาชนส่วนใหญ่นิยม
ไปทางานต่างพน้ื ท่ีจงึ ส่งผลให้มผี สู้ ืบทอดลดลง และเครื่องจักรสานไม่นิยมเท่าที่ควร

รูปท่ี 13 ไมจ้ ักสาน

ที่มำ : MJU2T samokhea

หมู่ 7 พงษธร-ชนิ ลาภ
- หัตถกรรมไม้สักทอง คือการนาไม้สักมาผลิตด้วยศิปลและการออกแบบร่วมสมัยการทาของ

ตกแต่งบ้านของที่ระลึก และของเลน่ ซึง่ ในปัจจบุ นั มีการทาขนึ้ อย่างแพร่หลาย เนื่องจะประชากรส่วนใหญ่นิยม
งานแอนด์เมด (Handmade) ซงึ่ บา้ นพงษธร-ชินลาภ หมทู่ ี่ 7 ตาบลสมอแข อาเภอเมืองพษิ ณุโลกยงั คงอนุรักษ์
หัตถกรรมไม้สักทองประดิษฐ์ิของเล่นจิ๋ว สาหรับต้ังโชว์ และตกแต่งบ้านสานักงานเป็นต้น ซึ่งสิ่งประดิษฐ์ินั้น
จากการสอบถามผู้ใหญ่บ้านพบว่ามีการประดิษฐิ์เป็นของใช้ ได้แก่ กล่องสาหรับเก็บกุยแจ นาฬิกา และต่างหู
ของเลน่ สาหรบั ตง้ั โชว์ไดแ่ ก่ รถสามลอ้ ชดุ โตะ๊ รับแขก ครกกระเดอ่ื ง ชิงช้าไม้ เปน็ ต้น

รปู ที่ 14 หัตถกรรมไม้สกั ทอง

ทีม่ ำ : MJU2T samokhea

18

หมูท่ ี่ 8 กรมธรรม-์ ฉตั รแกว้
- ตะกร้าสานพลาสติก คือ ตะกร้าท่ีสานจากเส้นพลาสติกเพ่ือใช้ทดแทนถุงพลาสติกท่ีทาให้เกิดปัญหา

ลดภาวะโลกร้อนเนื่องจากมีอายุการย่อยสลายนานถึง 100 ปี ดังน้ันจึงมีแนวคิดการลดปัญหาดังกล่าวและ
ประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนสาหรับแม่บ้านในยุคปจั จุบัน แม่บ้านหมุ่ท่ี 8 ตาบลสมอแข อาเภอเมือง จังหวัด
พาณุโลกจึงมองเห็นความสาคัญของการใช้ตะกร้าสานพลาสติก เช่น ทาความสะอาดได้ง่าย สวยงาม แข็งแรง
ใช้งานได้ดีกว่าถุงพลาสติก ช่วยลดขยะมูลฝอย ไม่ทาให้เกิดภาวะเรือนกระจก อีกท้ังสามารถยังใช้เป็นสื่อ
รณรงคเ์ สรมิ สร้างความเข้าใจและตระหนักถงึ ส่ิงแวดล้อมได้อยา่ งกว้างขวาง หรอื เพอื่ เปน็ การประหยดั ค่าใช้จ่าย
บางส่วนให้กับกลุ่มแม่บ้านท่ีไม่อยากเสียเงินซ้ือตะกร้าท่ีได้ขนาดไม่ตรงกับความต้องการ ท้ังน้ีผู้ท่ีชื่นช อบ
และสนใจตะกร้าสานพลาสติกยังสามารถออกแบบและลงมือสานเพ่ือจาหน่ายหรือสร้างอาชีพในครัวครัวอีก
ช่องทางหนึง่

รปู ท่ี 15 ตะกร้าสานพลาสติก

ที่มำ : MJU2T samokhea

- ผ้าดน้ มอื หรือผลิตภัณฑผ์ า้ ด้นมอื เกดิ จากภูมิปญั ญาท้องถิ่นในชุมชนนัน้ ๆ ทีส่ ืบทอดจากรุ่นสูห่ น่งึ สุ่
อกี รนุ่ โดยใชว้ สั ดุในทอ้ งถ่ิน เชน่ ผา้ ทอ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย เป็นวตั ถดุ ิบหลักในการทา แตใ่ นปจั จับนั ผา้ ด้นมอื มีการ
พฒั นาจากครอบครัวสู่กล่มุ สมาชกิ ในหมู่บ้าน ตาบลเพื่อสรา้ งผลิตภณั ฑห์ รือสินค้าโอทอปชมุ ชนอีกท้งั เป็นศิลปะ
เชิงวฒั นธรรมท่แี สดงบนผลิตภัณฑ์บ่งบอกเรื่องราวความเป็นมาของบรรพบรุ ุษ เช่น กระเปา๋ ผ้าดน้ มอื ลายดอก
ปีป พวงกุญแจรโี มทรถยนต์ และย่ามกระเป๋าผา้ ด้นมือ เป็นต้น

รปู ท่ี 16 ผลติ ภัณฑผ์ า้ ดน้ มอื

ท่มี ำ : MJU2T samokhea

19

ผลิตภณั ฑ์โครงการ 1 ตาบล 1 มหาวทิ ยาลัย
- ขนมนางเล็ด หรือข้าวแต๋น โดยผู้ประสานงานโครงการได้ลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลเห็นควรในการนา

ผลิตภัณฑ์ในชุมชนมาปรับเพ่ือให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทยในปัจจุบัน เน่ืองจากประชาชนนิยม
รับประทานอาหารท่ีดีต่อสุขภาพ และมีวิธีการเลือกซื้อสินค้าหลากหลายช่องทาง ทางโครงการจึงเห็น
ความสาคัญ จึงจัดทาขนมนางเล็ดธัญพืชเพ่ือต่อยอดภูมิปัญญาอาหารถิ่นพื้นบ้าน และเพ่ิมมูลค่าให้แก้
ประชาชนตาบลสมอแข

รปู ที่ 17 ขนมนางเลด็ หรอื ขนมขา้ วแตน๋

ทม่ี ำ : MJU2T สมอแข

- ผ้าด้นมือ 7 หลักสูตร โดยภายในกิจกรรมได้เชิญวิทยากรชุมชนนางสมนา พันธุลี

นางบัวคา เปพรรณดุง และภาคีเคร่ือข่าย เพื่อถ่ายทอดการเรียนรู้เก่ียวกับการเย็บผ้าด้วยเทคนิคการด้นมือ

โดยใช้ผลิตภัณฑ์ผ้าทอไท-ยวนเป็นวัตถุดิบหลัก ภายในหลักสุตรต่างๆ มีประชาชนให้ความสนใจทุกเพศ ทุกวัย

จากการสอบถามเมื่อสิ้นสุดหลักสูตรทราบว่าประชาชนที่มาเรียนรู้สามารถนาเอาความรู้ท่ีได้รับไปประกอบ

อาชพี เสรมิ และสามารถพฒั นาตอ่ ยอดทางการตลาดได้ ในการเรียนร้นู ้ปี ระกอบไปดว้ ยหลกั สูตรตา่ งๆ ดังน้ี

1. พวงกุญแจปลา

อปุ กรณ์

- ผ้าลนิ นิ หรือผ้าไท-ยวน - แมแ่ บบปลา

- ดา้ ยเยบ็ ผา้ คละสี (ดา้ ยมัน, ดา้ ยvenus, และดา้ ยโพลีเอสเตอร)์ - กรรไกร

- ดินสอเขยี นผา้ - เข็มเยบ็ ผ้าเบอร์ 5

- เขม็ หมดุ - เตารดี

- นุน่ ใยสังเคราะห์ - ลูกปดั

- พวงกญุ แจ

ข้ันตอนการทา

1. ตัดผ้าลินนิ ตามยาวของผา้ ขนาดกว้าง7 ซม. 1 ช้นิ (สว่ นหัวสอี ่อน)

2. ตัดผา้ ลนิ นิ อกี 1 ช้นิ ขนาดกว้าง 15 ซม.(ส่วนตัวสีเขม้ )

3. นาผา้ สองช้นิ มาเย็บติดกนั

4. นาผา้ ไปรีดด้านแบะตะเขบ็

5. เม่ือรีดเสร็จให้พับทบผ้าขึน้ สูงประมาณ 7 ซม. แลว้ ตดั ผ้าออก

6. นาแมแ่ บบปลามาวางทาบบนผ้าจดั ก่งึ กลางและส่วนหัวให้อยูใ่ นส่วนของผ้าช้นิ แรก

20

7. นาดินสอเขียนผ้ามาขีดวาดตามแม่แบบปลา
8. เมอ่ื ขีดเส้นเสรจ็ ให้ยกแมแ่ บบขึน้
9. แล้วร้อยด้ายเข้ากบั เขม็ (เลือกสดี ้ายให้เข้ากับสผี ้า) โดยจะใช้ด้ายเส้นเดยี วพรอ้ มขมวดปม
10. เย็บด้นถอยหลังตามเส้นที่เราวาดไว้ไปรอบๆ ตัวปลาแต่จะเว้นตรงส่วนท้อง ส่วนปากปลาไว้
เพ่ือยดั นุน่ และสอดหูหว้ิ
11. เม่อื เย็บรอบแล้วจะนาหหู ้วิ มาสอดตรงสว่ นปากแลว้ เย็บดน้ ถอยหลังติด
12. หลงั จากนัน้ นากรรไกรมาตัดผา้ ส่วนรอบๆ ตัวปลาออกโดยจะไมต่ ดั ชดิ ดา้ ย
13. ตัดเสร็จกลบั ดา้ นในออกดา้ นนอก
14. นานุ่นใยสังเคราะห์มายัดตรงส่วนท้องปลาท่ีเว้นไว้ยัดให้เต็มตัวปลา โดยจะใช้ตะเกียบหรือไม้
แบบเรียวเพื่อชว่ ยดนั นุน่ เขา้ ตัวปลาได้สะดวก
15. เมื่อดันนุ่นได้ขนาดตามท่ีต้องการหรือเต็มตัวปลาแล้ว ให้ร้อยด้ายสองเส้นขมวดปม จากน้ัน
นามาเย็บปดิ ตรงส่วนท้องปลา
16. ร้อยดา้ ยสองเสน้ อกี ครง้ั พร้อมขมวดปมแลว้ แทงเข็มทะลุอีกฝงั่ ในจุดทจ่ี ะใส่ตาปลา
17. ใหแ้ ทงวนยอ้ นกลับแล้วใส่ลูกปดั ทง้ั สองดา้ นแล้วขมวดปมตดิ
18. นาพวงกุญแจมาใส

รูปที่ 18 อปุ กรณก์ ารทาพวงกญุ แจปลา

ทม่ี ำ : MJU2T samokhea

รูปที่ 19 พวงกุญแจปลา

ที่มำ : MJU2T samokhae

21

2. กระเปา๋ อเนกประสงค์

อปุ กรณ์

- ด้ายเยบ็ ผ้าคละสี (ดา้ ยมนั , ดา้ ยvenus และด้ายโพลเี อสเตอร์) - ผ้าลินิน

- แมแ่ บบกระเปา๋ อเนกประสงค์ - ใยกาว 2 หน้า

- ไมบ้ รรทัด - ดนิ สอเขียนผา้

- เตารีด - จกั รเยบ็ ผา้

- เขม็ เย็บผ้าเบอร์5 - เข็มหมดุ

ขนั้ ตอนการทา

1. ตัดผา้ ลนิ นิ ขนาด 30*30 cm. จานวน 2 ผืน

2. ตดั ผ้าใยแก้ว 2 หนา้ จานวน 1 ผืน

3. นาผ้าลินิน 1 ผืน กับผ้าใยแก้วรีดทับโดยให้ผ้าลินินอยู่ด้านบน ขณะรีดให้พรมน้าบางๆ บนผ้า

และรดี โดยใช้ไฟกลาง ประมาณ 3 นาที หรือจนกวา่ ผา้ กบั ใยกาวติดกนั สนทิ

4. จากนั้นนามาวางแบบโดยใช้แม่แบบทาบบนผ้า และใช้ดินสอเขียนผ้าวาดแบบเนื้อผ้าตาม

ต้องการ

5. ใช้ดา้ ย venus 1 เสน้ เยบ็ ตามแบบทเี่ ขียนไว้โดยการเนาผ้าใหถ้ เี่ สมอกัน

6. น าผ้าลนิ ินทต่ี ัดไว้ 1 ผนื น ามารีดทบั ดา้ นหลงั

7. ตัดผ้าตามแบบทเี่ ขยี นไว้

8. ใช้ดา้ ยโพลเี อสเตอรจ์ านวน 2 เส้น เย็บเก็บรอบผ้าทง้ั 2 ด้านให้ติดกนั

9. ท าการตัดผ้าลินินขนาดความกว้าง 1.5 น้ิว ยาว 20 น้ิว จานวน 1 เส้น เพื่อนามาเย็บขอบ

กระเปา๋ โดยใช้เขม็ หมดุ ปักนารอ่ งเพื่อยดึ ใหผ้ ้าตรึง (ป้องกันรอยไมใ่ หเ้ กิดรอยยน่ )

10. เยบ็ โดยใชด้ า้ ยโพลเี อสเตอร์จานวน 2 เสน้ เยบ็ เกบ็ ริมผ้ารอบกระเป๋า

11. เย็บด้นมอื 1 รอบ (สามารถใช้จกั รได)้ โดยใหห้ า่ งจากระยะขอบ 0.5 cm.

12. จากนั้นเย็บขอบด้านหน้าโดยวิธีสอยซ่อนด้ายรอบกระเป๋า (ใช้ด้ายสีเดียวกับสีขอบผ้า)

โดยใช้เข็มหมุดปกั นาร่องเพ่อื ยดึ ให้ผา้ ตรึง

13. จากนั้นประกบผา้ เขา้ หากนั ตามแมแ่ บบ และพับขอบผ้าเยบ็ สอยซ่อนด้ายรอบกระเป๋าดา้ นหลงั

14. ตัดชายขอบผ้าสว่ นเกินทง้ิ พับซอ้ นชายผา้ และเยบ็ ปดิ ให้เรยี บร้อย

รปู ที่ 20 อปุ กรณ์การทากระเป๋าอเนกประสงค์

ทมี่ ำ : MJU2T samokhea

22

รูปที่ 21 กระเปา๋ อเนกประสงค์

ที่มำ : MJU2T samokhea

3. กระเปา๋ โทรศัพทม์ ือถอื

อุปกรณ์

- ผ้าไท-ยวน - ผา้ วลี าเน่

- ใยกาว 2 หน้า - แม่แบบซองใสโ่ ทรศพั ท์มือถือ

- ดา้ ยเยบ็ ผา้ คละสี (ดา้ ยมนั , ด้าย venus, และด้ายโพลีเอสเตอร์)

- กรรไกร - ไมบ้ รรทดั

- ดนิ สอเขียนผ้า - เตารีด

- จักรเยบ็ ผ้า - เข็มเย็บผา้ เบอร์ 5

- เขม็ หมุด - ซปิ

ขัน้ ตอนการทา

1. ตัดผา้ ไท-ยวน และผ้าลินินขนาด 30*30 cm. อยา่ งละ 1 ผืน

2. ตัดผ้าใยแก้ว 2 หนา้ ขนาด 30*30 cm. จานวน 1 ผืน และผ้าวีลาเนข่ นาดความกว้าง 20 cm.

ยาว 30 cm.

3. นาผ้าไท-ยวน 1 ผืน กับผ้าใยแก้วรีดทับโดยให้ผ้าไท-ยวนอยู่ด้านบน ขณะรีดให้พรมน้าบางๆ

บนผ้า และรีดโดยใชไ้ ฟกลาง ใช้เวลา 3 นาทีหรอื จนกว่าผา้ กบั ใยกาวติดกันสนิท

4. นามาวางแบบโดยใช้แมแ่ บบทาบบนผ้า ใช้ดินสอเขยี นผา้ วาดแบบบนเนอ้ื ผ้าตามความตอ้ งการ

5. ใชด้ ้าย venus 1 เส้น เย็บตามแบบทีเ่ ขียนไว้โดยการเนาผ้าใหถ้ ่เี สมอกนั

6. นาผา้ ลินินที่ตัดไว้ 1 ผืน นามารดี ทบั ด้านหลัง

7. ตัดผา้ ตามแบบทเี่ ขยี นไว้

8. จากนั้นใช้ด้ายโพลีเอสเตอรจ์ านวน 2 เสน้ เยบ็ เก็บรอบผา้ ทัง้ 2 ด้านให้ติดกนั

9. นาผ้าลินินขนาดกว้าง 20*30 cm. ท่ีตัดไว้พับคร่ึงตามความกว้าง ใช้ผ้าวีลาเนาสอดขั้นกลาง

และใช้เตารดี รดี ใหเ้ รียบ

23

10. จากน้ันนามาทาบประกบบนกระเป๋า (ทาเป็นช่องเก็บของ) ใช้ดินสอเขียนผา้ ขีดให้อยู่ตรงกลาง
กระเป๋า

11. ใชเ้ ขม็ หมดุ ปักนาร่องเพอื่ เยบ็ ตรงกลาง โดยการเนาผ้าแบบถ่ี
12. ตัดขอบผา้ ลินนิ ด้านขอบส่วนเกนิ ทัง้ สองด้านออก
13. ทาการตัดผ้าลินินขนาดความกว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 20 นิ้ว จานวน 1 เส้น เพ่ือนามาเย็บขอบ
กระเปา๋ โดยใช้เข็มหมุดปกั นาร่องเพื่อยดึ ใหผ้ า้ ตรึง (ป้องกันรอยไม่ใหเ้ กดิ รอยย่น)
14. เย็บโดยใช้ดา้ ยโพลีเอสเตอรจ์ านวน 2 เสน้ เย็บเก็บรมิ ผา้ รอบกระเปา๋
15. เยบ็ ดน้ มอื ซ้า 1 รอบ (สามารถใช้จักรได้ ) โดยให้หา่ งจากระยะขอบ 0.5 cm.
16. จากนั้นเย็บขอบด้านหน้าโดยวิธีสอยซ่อนด้ายรอบกระเป๋า (ใช้ด้ายสีเดียวกับสีขอบผ้า)
โดยใช้เข็มหมดุ ปักนารอ่ งเพือ่ ยึดให้ผา้ ตรงึ
17. จากนั้นเย็บซิปติดกระเป๋าให้เสมอกันทั้ง 2 ด้าน โดยการเนาผ้าให้เท่ากันแบบถ่ี และเย็บสาย
ครอง กระเป๋าติดด้านบนเป็นอนั เสรจ็ เรยี บร้อย

รปู ท่ี 22 อุปกรณ์การทากระเป๋าโทรศพั ท์มือถอื

ท่มี ำ : MJU2T samokhea

รูปที่ 23 กระเปา๋ โทรศพั ท์มือถอื

ทีม่ ำ : MJU2T samokhea

24

4. ตางหหู รือต่างหู

อุปกรณ์

- ผา้ ลินนิ หรอื ผา้ ไท-ยวน - แมแ่ บบปลา

- ด้ายเย็บผ้าคละสี (ดา้ ยมัน, ดา้ ยvenus และด้ายโพลีเอสเตอร)์ - กรรไกร

– ดนิ สอเขยี นผ้า - เตารดี

- เขม็ เยบ็ ผา้ เบอร์ 5 - เข็มหมดุ

- ใยสังเคราะห์ - ลกู ปดั

- พวงกญุ แจ

ขน้ั ตอนการทา

1. ตัดผา้ ตามแม่แบบเป็นรปู วงกลม

2. น าผา้ ท่ีตัดเปน็ วงกลมมาพบั ริมแลว้ เย็บเนาไปรอบๆ

3. เม่ือเย็บเนาเสร็จจะน าใยสงั เคราะหม์ ายดั ใสผ่ า้ โดยใช้ตะเกยี บเป็นตวั ชว่ ยยดั ดนั ใย

4. รูดด้ายให้ผ้าชิดกนั

5. เย็บปดิ ผา้ ด้านบนจนสนิทแล้วขมวดปม

6. นาขว้ั มาสอดผา่ นเขม็

7. เยบ็ สลบั ไปมาจนข้วั ตดิ กับตวั ลกู กลม

8. เมอ่ื เย็บติดแนน่ แลว้ จะขวดปมตดั ออก ทาแบบน้ี 2 ลูก

9. นาเอ็นมาสอดใส่ลกู ปดั แล้วมัดลูกปัดตดิ กบั เอน็

10. สอดเอน็ เข้ากับเขม็ เล่มใหญ่

11. แทงเขม็ จากด้านล่างของลกู กลมทะลุผา่ นด้านบนสว่ นขั้ว

12. ร้อยลกู ปัดตามทต่ี ้องการลงไป

13. เมอ่ื ร้อยลกู ปดั เสร็จจะนาตะขอเกีย่ วตา่ งหูแบบหอ้ ยมารอ้ ยใส่

14. ถอดเขม็ ออกจากเอน็ แลว้ แล้วมดั เอน็ ใหย้ ดึ ตดิ กบั ตวั ตะขอต่างหู

15. สอดเอน็ ย้อนกลับเพื่อเกบ็ เอ็นโดยใช้คีมเปน็ ตวั ชว่ ยดงึ เอ็น

16. เม่ือสอดเอน็ ยอ้ นกลบั ลงมาท้ังสองเส้นแลว้ จะน ากรรไกรมาตัดปลายเอ็นท่ีเหลือออก

รปู ที่ 24 อุปกรณท์ าตางหหู รอื ตา่ งหู

ทีม่ ำ : MJU2T samokhea

25

รูปท่ี 25 อปุ กรณ์ทาตางหหู รือต่างหู
ทมี่ ำ : MJU2T samokhea

5. พวงกญุ แจรโี มทรถยนต์

อุปกรณ์

- แม่แบบพวงกุญแจรีโมทรถยนต์ - ผา้ ลินินหรอื ผา้ ไท-ยวน

- ดา้ ยเยบ็ ผา้ คละสี (ด้ายvenus และด้ายโพลเี อสเตอร์) - กรรไกร

- ดนิ สอเขยี นผ้า - เตารีด

- เขม็ เย็บผ้าเบอร์ 5 - เขม็ หมุด

- พวงกญุ แจ - ผา้ ลูกไม้

- ใยกาว 2 หน้า - จกั รเย็บผ้า

ขั้นตอนการทา

1. ตดั ผา้ ลินินหรอื ผา้ ไท-ยวน และใยกาว 2 หนา้ ตามแมแ่ บบรโี มทรถยนต์ จากนนั้ ตัดประกบ

ใยกาวประกบโดยให้ผา้ อย่ดู ้านบนและใยกาวอย่ดู ้านลา่ ง ใชเ้ ตารีดๆท้งั สองให้ติดกันโดยใช้ไฟกลาง 3-5 นาที

2. ใช้ด้าย 1 เส้น เย็บรอบแบบโดยการเนาผ้าให้ถ่ีเสมอกัน จากน้ันเย็บซ้าด้วยจักรเย็บผ้า

1 รอบ ผลกิ กับด้านพับผา้ ลินินเข้าด้านในและเยบ็ สอยซอ่ นดา้ ยเพื่อความสวยงาม

3. พับแบบพวงกุญแจเข้าหากันจากบนลงล่าง และใช้พวงกุยแจสอด จากนั้นเย็บสอยท้ังสอง

ด้าน และนาใยสังเคราะห์ยัดใส่ตัวพวงกุญแจรีโมทรถยนต์เป็นอันเสร็จสิ้น หรือสามารถใช้ซิปกระเป๋าเย็บติด

รอบด้านสามารถทาเปน็ ท่ีเกบ็ กญุ แจ ธนบัตร เหรียญ เปน็ ต้น

26

รูปที่ 26 พวงกญุ แจรโี มทรถยนต์

ทมี่ ำ : MJU2T samokhea

6. พวงกญุ แจ หรือยางรดั ผมดอกแกว้
อปุ กรณ์

- ผา้ ลินินหรือผ้าไท-ยวน ตดั ขนาด 7*7 cm. จานวน 8 ช้ิน
- ดา้ ยเยบ็ ผ้าคละสี (ด้ายvenus และดา้ ยโพลีเอสเตอร์)
- ผ้าสาหรบั ทาโบว์
- เข็มเยบ็ ผา้
- เชือกปา่ นสีเขยี วยาว 15 cm. จานวน 4 เสน้
ขนั้ ตอนการทา
1. ใชเ้ ขม็ เจาะรูตรงก่ึงกลางผ้า และใช้เชอื กป่านรอยพรอ้ มขมวดปมทั้ง 4 ชิ้น
2. นาผ้าลนิ ินหรือผ้าไท-ยวน ตัดขนาด 7*7 cm เย็บสกดิ ตรงก่งึ กลางผา้ ท้ัง 4 ดา้ น พร้อมดงึ
เขา้ เขา้ หากันตรงก่ึงกลาง
3. จากน้ันแต่งกลบี โดยใชเ้ ข็มร้อยด้ายสะกดิ กึ่งกลางอกี ครั้ง พรอ้ มจัดกลีบดอกใหส้ วยงาม
4. เมอื่ ทาครบท้ัง 8 ช้ินนามาคล้องพวงกุญแจ หรือยางรดั ผมตามความต้องการ
5. ใชผ้ า้ สาหรบั ทาโบวผ์ กู ติดกับเชือกป่านเพ่ือควมาสวยงามเปน็ อนั เสร็จส้ิน

27

รปู ที่ 27 พวงกุญแจ ยางรัดผมดอกแก้ว

ทม่ี ำ : MJU2Tsamokhea

7. Eco printing หรือการพิมพส์ หี รือพิมพ์แบบจากธรรมชาติโดยใชใ้ บไมด้ อกไม้เปน็ กระบวนการถา่ ย
โอนสจี ากใบไม้ดอกไม้สูเ้ น้ือผ้าโดยใชเ้ ทคนิคทางเคมีชวี ภาพเข้ามาช่วยเพอื่ ให้เกดิ ประโยชน์เป็นลวดลายเพ่ือ
สร้างสรรค์ งานศิลปะ และสร้างรายได้ ที่เป็นมติ รกับสง่ิ แวดล้อมในขัน้ ตอนการทา eco printing มขี ั้นตอน
หลักๆ 3 ขน้ั ตอน

ข้ันตอนท่ี 1 การทาความสะอาดผา้
อุปกรณ์ เคร่ืองชง่ั ดิจติ อล ชอ้ นตวง ถ้วยตวง กะละมังซกั ผา้ บรกเกอร์หรืเหยือกน้าท่ีมแี สกววดั ถงุ มอื
ยาง หนา้ กากอนามยั เส้ือกาวหรอื เส้อื กันฝน ผา้ ฝ้ายขนาด 1*1 เมตร
สารเคมที ่ใี ช้ sodium carbonate 1 g น้ายาลา้ งจาน 0.5 ml.
ขนั้ ตอนการทา
1. ตวงน้าสะอาด 1 liter ผสม sodium carbonate ที่ช่ังไว้ 1 g. คนสว่ นผสมให้ละลาย
2. นาผา้ ฝ้ายท่ตี ดั ไวน้ ามาแช่ และขย้ใี หเ้ ปียกทวั่ ทัง้ ผ้า 3 นาที
3. เม่ือครบเวลา น้ามาล้างด้วยน้ายาล้างจาน และน้าสะอาด 2-3 รอบ หรือสังเกตว่าไม่มีฟองแล้ว
จากน้ันบดิ ใหห้ มาดเพอื่ ทาขน้ั ตอนมอรแ์ ดนซ์
ขั้นตอนท่ี 2 การทามอรแ์ ดนซ์
อุปกรณ์ เครื่องช่ังดิจิตอล ช้อนตวงสารเคมี ถ้วยตวงสารเคมี อ้างผสม บีกเกอร์หรือเหยือกน้ามีสเกล
ถุงมอื ยาง หน้ากากอนามยั และเสื้อกาวหรอื เส้ือกันฝน
สารเคมีท่ใี ช้ น้าสม้ สายชู 346 g สารสม้ 17.4 g เหลก็ หรอื สนมิ 1.8 g และ ปนู ขาว 3.4 g

28

ข้ันตอนการทา
1. ชงั้ สารเคมีตามอตั ราสว่ นดังกลา่ ว นาน้าส้มสายชูเทลงอ่างผสม พร้อมกบั สารส้ม คนให้สารส้ม
ละลายหมดสังเกตเห็นฟองเกิดข้นึ จากนัน้ เทเหล็กหรือสนิมลงไปผสมคนให้ละลาย และเทปูนขาวลงผสมคนให้
ละลาย สงั เกตการเกิดฟองสีขาวคล้ายนา้ นมถือวา่ ใช้ได้
2. นาผ้าที่ทาความสะอาดไว้คลผี่ า้ นาลงแชน่ า้ ยามอร์แดนซพ์ ร้อมขย้าให้ทว่ั ผา้ จับเวลา 2 นาที
3. เมอื่ ครบเวลาบิดผ้าให้หมาดๆ นาไปตากแดดให้แหง้ สนทิ แนะนาตากในเวลา 9 โมง ถึงเทีย่ ง
เนื่องจากมีอุณหภูมิสงู สดุ ของวัน
4. นาผา้ ที่ตากแห้งแลว้ ล้างด้วยน้าสะอาด 1 ลติ ร ผสมCalcium Carbonate 1 กรมั ขยผ้ี ้าและแช่ทิ้ง
ไว้ 2 นาที
5. จากนัน้ นานา้ มาลา้ งด้วยน้ายาลา้ งจาน และน้าสะอาด 2-3 รอบ หรอื สงั เกตวา่ ไมม่ ฟี องแล้ว จากนน้ั
บิดให้หมาดเพ่ือทาขั้นตอนการพิมพ์สีจากธรรมชาติต่อไป (หากไม่ทาทันทีให้น้ไปตากให้แห้ง สามารถเก็บไว้ทา
ได้ในระยะเวลาไมเ่ กิน 1 เดือน)

ขั้นตอนที่ 3 การพิมพ์สีธรรมชาติจากใบไม้บนผนื ผา้
อุปกรณ์ ผา้ ฝา้ ยทท่ี ามอรแ์ ดนซเ์ สร็จแลว้ ใบไม้หรือดอกไม้ พลาสติกแรป เชือก กรรไกร ถงุ มือยาง

หนา้ กากอนามยั น้ายาล้างจาน ทอ่ PVC ตดั ยาว 30 cm.
ขั้นตอนการทา
1. น้าผ้าทีท่ ามอรแ์ ดนซ์พับคร่งึ วางบนโตะ๊
2. มว้ นส่วนที่พับครึง่ ไวด้ า้ นใดด้านหนงึ่ จัดผ้าสว่ นทีเ่ หลอื ให้ตึง
3. นาใบไม้ ดอกไม้จัดวางบนผา้ ตามความชอบ ข้อแนะนาหากใบไมด้ อกไมย้ ังเปยี ก ใช้กระดาษทชิ ซู บั

ใหแ้ ห้ง)
4. นาผ้าสว่ นทมี่ ้วนเกบ็ ไว้ คลี่ทับใบไมด้ อกไม้ จดั ผา้ ใหต้ ึงเท่ากบั ผ้าดา้ นลา่ ง
5. นาพลาตกิ แรปคลุมทัว่ ผา้ โดยคลุมใหเ้ ลยจากผ้าทุกด้าน 10 cmเพ่ือป้องกันไม่ใหไ้ อน้าซึมเขา้ เน้ือผา้
6. ใช้ท่อ pvc ม้วนผ้าจากปลายด้านหนึ่งจรดปลายดอีกด้าน และใช้เชือกมัดรอบให้แน่นทั่งด้านหัว

กลาง ท้ายของผ้านาไปน่ึงโดยใช้ซึ้งธรรมดา หากมีจานวนมากกว่า 30 ชิ้นควรนึ่งในซึ่ง eco printing ขนาด
350 ลิตร ใช้ระละเวลา 1.30 ช่ัวโมง โดยทุก 45 นาที ต้องกลับผ้าท่ีน่ึงเพ่ือให้ความร้อนทั่วถึง (ซึ่งท่ีใช้
ควรแยกออกจากอุปกรณท์ าอาหาร)

7. เมอื่ ครบเวลานาออกมาผ่ึงให้หายรอ้ น แกะพลาสติกแรปออก นาไปตากให้แหง้ สนิท
8. จากนั้นนาไปซักด้วยน้ายางล้างจาน 0.5 ml ล้างออกด้วยน้าสะอาด 2-3 รอบ ตากให้แห้งสนิท
และเกบ็ ไวใ้ ช้ประโยชนพ์ ัฒนาเป็นผลิตภณั ฑ์ตา่ งๆ

29

รปู ท่ี 28 Eco Printing

ทม่ี ำ : MJU2T samokhea

- การท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรม โดยการดาเนินงานการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและ
กระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน ภายใต้กิจกรรมย่อยที่ 1 กิจกรรมจัดต้ังกลุ่มวิสาหกิจท่องเท่ียวโดย
ชุมชนบนฐานอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ไท-ยวนในพื้นที่ กิจกรรมย่อยที่ 2 กิจกรรมส่งเสริมยกระดับอัตลักษณ์ผ้าทอ
ไท-ยวนสู่การเพิ่มมูลค่าในรูปแบบของท่ีระลึกท่ีหลากหลายเพื่อรองรับการท่องเที่ยวชุมชน กิจกรรมย่อยที่ 3
การสร้างต้นแบบเส้นทางท่องเที่ยวเครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชนเชื่อมโยงบนฐานวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์
ไท-ยวน ในพ้ืนที่พิษณุโลก (สมอแข) ภายใต้โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตาบลแบบบูรณาการ
(๑ ตาบล ๑ มหาวิทยาลัย) (มหาวิทยาลัยสู่ตาบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนาหนด
เส้นทางท่องเที่ยวภายในชุมชนและนาเสนอศูนย์การเรียนสถานที่สาคัญภายในตาบล สินค้า ผลิตภัณฑ์ต่างๆ
และการดาเนินชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อถ่ายทอดให้แก่นักท่องเที่ยวยุคใหม่ได้ลงมือปฏิบัติพร้อมกับประชาชนใน
ชุมชน ท้ังนี้เพื่อสรรหารายได้เข้าสู่ครอบครัว ชุมชน และสังคมของตาบลสมอแข เพื่อเสริมสร้างรากฐานความ
เป็นอยู่ให้ม่ันคงย่ิงข้ึน และสืบทอดวัฒนรรมของบรรพบุรุษสืบต่อไป โดยภายในกิจกรรมนี้แบ่ง ออก
2 เส้นทางการทอ่ งเทยี่ ว ไดแ้ ก่

1. เส้นทางการทอ่ งเทีย่ วเชงิ วฒั นธรรม
ศาลพ่อปู่ขุนเณร ศาสนสถานสาหรับแวะสักการบูชาพ่อปู่ขุนเณรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง

เนื่องจากศาลพ่อปูขุนเณรเป็นศาลประจาหมู่ที่ 3 ดงประโดก ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ ศรัทธาและเป็น
หลักท่ยี ึดเหน่ียวจิตใจ ซ่งึ ในการสกั การะบูชาจะใชธ้ ูป 2 ดอก

วัดกรมธรรม์ ประวัติความเป็นมาวัด หลักฐานความเป็นมาของวัดกรมธรรม์น้ันไม่ปรากฏแน่ชัด
ข้อมลู ท่ี 1 เม่อื อดตี ชาวไท-ยวนอพยพมาด้วยกัน 2 กลุม่ คอื กลุ่มท่ี 1 ย้ายมาจากจังหวดั ราชบุรี และกลุ่มท่ี 2
ย้ายมาจากจังหวัดนครปฐม ข้อมูลที่ 2 วัดกรมธรรม์ เป็นท่ีทาเกาทัณฑ์หรือธนูโบราณ อีกทั้งยังมีต้นพุทรา
หรือมะตันจานวนมาก และเป็นท่ีกักกันของนักโทษโบราณ ซึ่งชื่อวัดอาจมาจากการกล่อนเสียงจนเป็นวัด
กรมธรรม์ในปัจจุบัน ในปี พ.ศ.2465 วัดกรมธรรม์ ได้รับการบูรณะและปฏิสังขรณ์โดยหลวงปู่หล้าเจ้าอาวาส
รูปแรกของวัด และในปี พ.ศ. 2489 หลวงปู่ชุ่ม เจ้าอาวาสคนถัดมาได้สร้างโบสถ์ข้ึน อีกท้ังท่านยังเป็น
เกจิอาจารย์ชื่อดังท่ีรู้จักกันในเรื่องการมีส่วนร่วมในการปลุกเสกเหรียญพระพุทธชินราชรุ่นจักรพรรดิ
พระพุทธรูปปางเปิดโลก ในปีพ.ศ.2559 ซ่ึงมีหลายสาเหตุให้ทางวัดได้สร้างพระพุทธรูปปางเปิดโลกข้ึนและได้
แฝงนัย ความหมายของคติธรรมผ่านประติมากรรมรูปปั้นนี้ที่เก่ียวกับพระพุทธศาสนา และพระบรมรูป
พระมหากษัตริยไ์ ทย ด้านหนา้ พระพทุ ธรูปปางเปดิ โลก

30

วัดศรีวนาราม ประวัติความเป็นมาของวัดบุษบก และโบรถ์อุปคุต 100 ปี พร้อมร่วมกิจกรรมการทา
เข็มกลัดดอกเข็มที่เป็นสัญลักษณ์ของไท-ยวน สาหรับประวัติวัดก่อสร้างและได้รับอนุมัติให้เป็นวัดในปีใดไม่มี
หลักฐานยืนยันแน่ชัด ข้อมูลที่ 1 วัดศรีวนารามเดิมที ชื่อเดิมวัดประโดกหรือวัดดงประโดก ต่อมาได้เปล่ียนชื่อ
เป็นทางการว่า วัดศรีวนาราม ตั้งอยู่ที่ 11 ตาบลสมอแข อาเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลก พ้ืนที่ต้ังวัดเป็นท่ีราบสงู
เป็นป่ารบทึบเป็นหย่อมๆ บริเวณโดยรอบหมู่บ้านเป็นป่ารกล้างทางด้านทิศตะวันออกเป็นท่ีต่อมากเรียกว่า
หนองประโดก รอมรอบด้วยทุ่งนา พื้นที่วัดมีร่องรอยพบเป็นวัดเก่าแก่ราวเม่ือปี ๒๕๐๖ ได้มีการค้นพบ
พระพุทธรูปเน้ือสัมฤทธ์ิหน้าตัก ๙ นิ้ว ปัจจุบันได้บรรจุไว้ได้ฐานพระพุทธรูปในพระอุโบสถหลังปัจจุบัน ค้นพบ
โอง่ ดินเผาได้ ทางทิศตะวนั ตก ของพระอุโบสถหลงั ปจั จุบนั ขดุ พบระฆังโบราณ ๒ ชน้ิ ข้ึนไดท้ างทศิ ใต้ของพระ
อุโบสถหลังเก่าและพบซากเจดีย์ ศิลาแลงเช่ือได้ว่าเป็นวัดที่แก่มาก่อน แต่เกิดการกวดร้างท่ีอาจเกิดจากภัย
สงครามในคราวพม่ายกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเป็นวัดร้างเป็นเวลานานกี่ร้อยปี ต่อมาเมื่อ
เหตุการณ์สงครามสงบมีความปลอดภยั จึงมีประชาชนอพยพเขา้ มาอยู่อาศัย ตอ่ มาราวปี พ.ศ. ๒๔๖๔ มกี ลมุ่ ชน
ที่อพยพเข้ามาจากจังหวัดราชบุรี เน่ืองจากจังหวัดราชบุรีในช่วงน้ันเกิดความแห้งแล้งหลายปี ทาให้การทามา
หากินไม่ประสบผลสาเร็จเท่าที่ควรจึงอพยพเข้ามาทามาหากินที่บ้านกรมธรรม์ดงประโดก ต่อมาเม่ือชุมชน
เจริญรุ่งเรืองชาวบ้านจึงได้ปฏิสังขรณ์วัดข้ึนมาในพื้นท่ีดังกล่าวเม่ือประมาณปี พ.ศ. ๒๔๗๐ ชาวบ้านเรียกว่า
“วัดดงประโดก” ตามช่ือหมู่บ้าน ต่อมาได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาคร้ังแรกเม่ือ พ.ศ. ๒๔๘๙ เมื่อพระ
อุโบสถหลังเก่าชารุดทรุดโทรม จึงได้สร้างพระอุโบสถหลังใหม่ขึ้นทดแทนและได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา
คร้ังที่ ๒ เมื่อ 6 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๒๖ จึงมีสภาพเป็นวัดประเภทวิสุงคามสีมาท่ีถูกต้องและสมบูรณ์ตาม
กฎหมายและพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ทุกประการ หรือบางข้อมูลกล่าวว่าเป็นพื้นที่ของวัดท้ังหมด ตั้งอยู่ใน
ชมุ ชนเลก็ ๆ มบี า้ นเรอื นอยู่อยา่ งกระจัดกระจายห่างกัน มีสภาพภูมปิ ระเทศเป็นป่าไม้ทบึ พื้นท่รี กรา้ งว่างเปล่า
อยู่บางส่วน ครอบครัวที่อยู่ใกล้วัดมากท่ีสุด คือครอบครัวนายดี นางเป้า พันธุลี ซ่ึงอยู่ทางด้านทิศเหนือของวัด
ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของวัดคือนายคม นางตุ่น ดาดี และนายโต นางเพี้ยม ไม่ทราบนามสกุล โดยวัดศรี
วนารามได้รับอนุมัติจากทางการให้ยกฐานะเป็นวัดชื่อวัดดงประโดกในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ โดยมีอาจารย์ ค่า เป็น
เจ้าอาวาสองค์แรก ไดก้ ่อสรา้ งศาลาการเปรยี ญทบ่ี ริเวณดา้ นทศิ ตะวนั ออกเฉียงเหนือ (ตดิ รวั้ ด้านทิศ เหนอื ใกล้
ต้นโพธใิ์ หญป่ จั จบุ ัน)

- ประวัติบุษบก ธรรมมาสน์บุษบกที่ตั้งอยู่บนศาลาการเปรียญวัดศรีวนารามหลังใหม่ปัจจุบัน
นส้ี รา้ งข้ึนโดยความจาเปน็ โดยวัดเปน็ ศนู ย์กลางชมุ ชนเปน็ สถานทท่ี ากิจกรรมทางศาสนา เชน่ พิธศี พ อุปสมบท
การเผยแผ่พระธรรมและการแสดงพระธรรมคาสอนของสัมมาสัมมาพุทธเจ้าให้กับพระภิกษุ สามเณร และ
ชาวบ้านในสมัยนั้น จาเป็นต้องใช้ศาลาการเปรียญเป็นหลัก โดยพระภิกษุจะน่ังบนพ้ืนศาลามีผ้าหรือเส้ือเป็น
อาสนสาหรับรองนั่งแสดง พระธรรม ต่อมามีการสร้างเปน็ แท่นคล้ายโต๊ะลักษณะแท่นส่เี หลี่ยม มขี าส่ีขา ยกพื้น
สูงจากพ้ืนประมาณ ๕๐ เมตร ขอบทาด้วยไม้ล้อมรอบๆ ทุกด้าน สูงจากพื้นน่ังประมาณ ๕๐ เมตร ไม่ทราบ
ที่มาและปีของผู้สร้างและปีท่ีสร้างได้เน่ืองจากใช้ในพิธีทางศาสนามาเป็นเวลานานจึงชารุดทรุดโทรม ต่อมา
ครอบครัว นายพุด นางทิพย์ แสนค่า ไดอ้ พยพมาจากบ้านหนองปลาหมอ อาเภอบ้านโปรง่ จังหวดั ราชบุรีราวปี
พ.ศ. ๒๔๖๗ เป็นครอบครัวท่ีขยัน ประหยัดมีฐานะทางครอบครัวค่อนข้างดีเป็นผู้ที่มีความศรัทธาเล่ือมใสใน
พุทธศาสนา ชอบทาบุญ ทาทานและด้วยวัยอายุประมาณ ๕๐ ปี นางทิพย์เร่ิมมีปัญหาด้านสุภาพ จากสาเหตุ
ปัญหาด้านสุขภาพทาให้คุณย่าทิพย์เร่งทาบุญมากย่ิงขึ้น จึงได้ตั้งปณิธานว่าก่อนตายจะสร้างธรรมมาสน์โดยส่งั
สามีว่า “ถ้าตนเองตายแล้วให้สร้างเจดีย์บรรจุอัฐติไว้ ให้สร้างหอระฆัง บูรณะเปลี่ยนหนังหน้ากลองเพลใหญ่
เพื่อเป็นศาสนะสมบัติอนุสรณ์แก่บรรพชนรุ่นหลัง” ซ่ึงท่านได้ดาเนินการตามที่ได้ตั้งใจไว้ได้ทุกอย่างเว้นหอ
ระฆัง เพราะท่านเสียชีวิตก่อน สิ่งท่ีปรากฏ หลงเหลือให้เห็นในปจั จุบนั คือ ธรรมาสน์บุษบก ในการสร้างธรรม

31

มาสบุษบกได้ว่าจ้าง นายปางมูล แสงสว่าง ช่างฝีมือประณีตแห่งบ้านกลาง ตาบลสมอแข อาเภอเมือง จังหวัด
พิษณุโลกมารก่อสร้าง โดยขนาดของธรรมมาสน์จะมีทรงฐานส่ีเหล่ียมจัตุรัสขนาด ๒ เมตร คูณ ๒ เมตร ความ
สูงจากพ้ืนล่างถึงพ้ืนบน (พื้นสาหรับ พระภิกษุนั่งแสดงพระธรรม) ประมาณ ๑.๒๐ เมตร รอบฐานไม้ที่ทั้ง ๔
ด้าน และวาดรูปพุทธประวัติทุกด้าน ด้วยสินจากพื้นช้ันบนถึงเพดาน มีเสาไม้แกะสลักลายไทยสูงประมาณ
๑.๒๐ เมตร จากฝ้าเพดานถึงยอดมีลักษณะรูปทรงคล้ายยอดเจดีย์ซึ่งประมาณ ๑.๕๐ เมตร ธรรมมาสน์
ท้ังหมดทาด้วยไม้สักแกะสลักทาสี ใช้เวลาในการสร้างเกือบ 6 ปี เป็นเงินทั้งส้ิน ๓๐๐ บาท เมื่อสร้างเสร็จได้
ถวายเปน็ ศาสนะสมบัติใหว้ ัดศรวี นาราม เพ่ือใชง้ านทดแทนธรรมมาสน์หลงั เก่าทช่ี ารุดต้ังแต่ประมาณปี ๒๔๗๐
เป็นต้นมา หลังจากได้ใช้งานในศาสนะพิธีปี พ.ศ. ๒๕๓๘ มีการชารุดทรุดโทรมเกิดขึ้นจากการใช้งานและตาม
กาลเวลา ที่ยาวนาน คณะกรรมการและพระภิกษุวัดศรีวนารามนาโดย พระใบฎีกาบุญธรรม โชตธรรมโม
เจ้าอาวาสวัด ได้เห็นความสาคัญศาสนะสมบัติโบราณท่ีเก่าแก่ จึงมีดาริทาการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่
โดยนางต่ิง พันธุลี (บุตร ของนายพุด นางทิพย์ แสนค่า) เป็นต้นศรัทธาบริจาคเงิน 60,000 บาท และรับ
บริจาคจากประชาชนชาวบ้าน ดงประโดกอีก ๑๐,๐๐๐ บาท โดยว่าจ้าง นายบุญสืบ เหลืองสีนาค (ออด)
ช่างฝีมือดีจากบ้านไผ่คอม หมู่ 5 บ้านกร่าง อาเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ทาการบูรณะซ่อมแซมส่วนที่ชารุด
และวาดรูปพุทธประวัติ ในส่วยฐานท้ัง ๔ ด้าน และตกแต่งลงลักปิดทองเปลว ติดเกล็ดกระจกสีต่างๆ ทั้งหลัง
สวยสดงดงามเป็นท่ีสุดโดยใช้เวลาในการบูรณะประมาณ ๑๐ วัน ใช้เงินทั้งส้ิน ๒๐,๐๐๐ บาทเศษ หลังจาก
สรา้ งเสรจ็ แล้วได้ใชธ้ รรมมาสน์นี้ในพธิ ที างศาสนาตลอดมาจนถึงปัจจบุ นั

- ประวัติโบสถ์ โบสถ์เก่าแก่ที่สร้างขึ้นราวๆปี พ.ศ. 2430 มีทางเข้า-ออกทางเดียว ถือเป็น
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สาหรับประกอบพิธีมงคลของชาวบ้าน ภายในโบสถ์ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย
ศิลปะเชียงแสนท่ีสร้างข้ึนจากการปั้นปูนป้ันดิน ในสมัยสุโขทัยไว้ 3 องค์ ต่อมาได้นาพระนอนปางไสยาสน์เข้า
มาประดษิ ฐานดว้ ย

การทาเข็มกลัดดอกเข็ม ประวัติต้ังแต่อดีตเข็มกลัดดอกเข็มใช้ในด้านศาสนามีเพียง 2 สี คือ สีแดง
และสเี หลือง เพอื่ ใส่ในสลากภัตและใช้ในงานตานกว๋ ยสลาก เพอ่ื เอาไว้ให้พระใช้เย็บจีวร แตป่ จั จบุ ันด้ายเป็นส่ิง
ทห่ี าไดง้ ่าย เขม็ กลดั ดอกเข็มจึงมีไวเ้ พื่อประดบั ตกแต่ง สขี องด้ายจงึ มสี ีสนั มากขึ้น ความหมายคือ เข็มกลัดดอก
เข็มมีวัสดุที่ใช้ในการทาคือด้ายและไม้ซ่ึงมีความหมายดังนี้ ไม้ไขว้กันท้ังสองไม้แสดงถึงความผูกพัน เส้นไหม
แสดงถงึ การสานสายใยและดอกเข็มแสดงถงึ ความฉลาดหลกั แหลม หรอื การใช้ชวี ิต

32

รูปท่ี 29 ศาลพ่อปู่ขนุ เณร

ทมี่ ำ : MJU2T samokhea

รปู ท่ี 30 วัดศรวี นาราม

ที่มำ : MJU2T samokhea

33

รูปที่ 31 บุษบกหรือธรรมมาสนบ์ ุษบก

ทีม่ ำ : MJU2T samokhea

รปู ที่ 32 การทาเขม็ กลัดดอกเข็ม

ทีม่ ำ : MJU2T samokhea

34

รูปท่ี 33 การท่องเทีย่ วเชงิ วัฒนธรรม

ที่มำ : MJU2T samokhea

2. เสน้ ทางการทอ่ งเทยี่ วเชิงเกษตร
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแพะและไก่พันธุ์นเรศวร บ้านลุงสมนึก จุดประสงค์ของการก่อต้ังเน่ืองจาก
นายสมนึก พรมสูง ผู้ก่อต้ังกลุ่มพัฒนาแพะสองแคว โดยจุดเร่ิมต้นได้เลง็ เห็นการตลาดแพะของต่างประเทศนัน้
กาลังเป็นที่นิยม และมีโอกาสที่จะเติบโตขึ้นอีก จึงได้นาเข้าแพะพันธุ์บอร์เลือด 100 จากต่างประเทศ เพื่อ
ศึกษาเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยไดร้ ับใบอนุญาตจากกรมปศุสัตว์ ในชว่ งกลางปี 2563 จากนั้นไดท้ าการต่อยอด
โดยการจดจัดตัง้ เป็นกลุ่มวิสาหกจิ ชุมชน เพือ่ ยื่นเอกสารทาเรื่องกู้ยืมเงินกับธนาคารเพอื่ การเกษตรและสหกรณ์
เพื่อการเกษตร (ธกส.) เพื่อท่ีจะให้เกษตรกรนาแพะไปเป็นพ่อพันธ์ุแม่พันธ์ุ ให้ทุนกับคนท่ีไม่มีต้นทุนหรือมีทุน
น้อย และทาให้สามารถต่อรองราคาจากพ่อค้าคนกลางในการรับและส่งแพะ ต่อมามีสมาชิกที่สนใจทั้งหมด 7
คน แบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยออกไปตามพ้ืนที่ต่างๆ 7 กลุ่ม ตามจานวนสมาชิก ต่อมาได้จัดต้ังกลุ่มอนุรักษ์ไก่ชน
นเรศวร ซ่ึงท่านเปน็ ประธานกลุ่ม โดยจดั ตั้ง ณ โรงเรยี นปญั ญานกุ ลู โดยเร่ิมแรกกล่มุ ที่จัดตั้งขึน้ น้ไี ม่ได้เป็นกลุ่ม
ที่ต้องการแสวงหาผลกาไร แต่มีจุดประสงค์เพ่ือต้องการอนุรักษ์พันธุ์ไก่ชนให้อยู่คู่บ้านคู่เมือง ต่อมามีการ
เผยแพร่ ได้รับความสนใจและการยอมรับจากต่างประเทศเช่นเดียวกับแพะ จึงมีการส่งออกไก่ชนมีชีวิตไปยัง
ตลาดต่างประเทศโดยมรประเทศจีน เป็นหลกั
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนไข่เค็มอารมณ์ดี เป็นศูนย์การเรียนรู้ ซึ่งมีความเป็นมาจากการรวมกลุ่มสัตรี
และแมบ่ า้ นท่ีว่างงาน ไมม่ ีรายได้ ผ้ใู หญ่บา้ นหมทู่ ี่ 1 บา้ นหนองตอ นายสมพงษ์ เรืองหนา่ ย จึงไดเ้ ลง็ เห็นปญั หา
และมองหาโครงการต่างๆ เพ่ือสร้างรายได้เพิ่มให้กับสมาชิกของกลุ่ม ซึ่งเข้าร่วมโครงการสัมมาชีพมาฝึกอบรม
เก่ียวกับทักษะอาชีพกลุ่มสตรีการทาไข่เค็ม ต่อมาจึงได้ปรึกษาและทดลองทาไข่เค็มอารมณ์ดีขึ้นและปรับสูตร
ใหม่ๆ จนได้ไข่เค็มท่ีมีรสชาติตามท่ีตลาดต้องการ จนประสบผลสาเร็จจึงได้มีการจัดต้ังกลุ่มไข่เค็มอารมณ์ดีขึ้น
ปจั จุบนั กลุ่มไขเ่ คม็ อารมณ์ดีมสี มาชกิ 8 คน มีการบริหารจัดการในดา้ นการผลติ โดยในการผลติ กล่มุ ไข่เค็ม ผลิต
สปั ดาห์ละ 50 แผง หรอื 1,500 ฟอง

35

แปลงสาธิตการเลี้ยงปลาหมอชุมพรและกบ เน่ืองจากผู้ใหญ่บ้านได้นาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
มาปรับใช้ในการทาการเกษตร ในเรื่องของการแบ่งสรรการใช้พื้นที่ในการทาการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
โดยนายสมพงษ์ เรืองหนา่ ย มกี ารแบง่ พน้ื ท่ที านาปลูกขา้ ว 30 % ขุดบ่อเลย้ี งปลา 30 % สรา้ งบ่อเล้ยี งกบ 10
% แปลงผกั ส่วนครวั 15 % และพื้นที่อยอู่ าศัย 15 % โดยการเลย้ี งปลา-กบเพอื่ สรา้ งรายได้และแจกจ่ายให้แก่
ชาวบ้านในชุมชน ซ่ึงความรู้การการเล้ียงผู้ใหญ่ได้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง จนในท่ีสุดการเล้ียงกบ
และปลาของผู้ใหญ่ไดส้ าเรจ็ มีผลผลิตที่ดี ต่อมาจึงมีผู้ที่สนใจขอเข้าดูงานเปน็ ประจาจงึ ต้ังเปน็ ศูนย์การเรียนรู้ใน
ปัจจบุ นั

โครงการเกษตรเขาฟ้า ณ ค่ายทหารสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (กองพลพัฒนาท่ี 3) เป็นสถานท่ี
ศึกษา เรียนรู้ด้านการเพาะปลูก การแบ่งพ้นที่สาหรับทาการเกษตรเล้ียงสตั ว์ และการนาผลผลิตมาทาใหเ้ กิด
รายได้ ภายในโครงการถูกแบ่งออกเป็นฐานการเรียนรู้ต่างๆ ได้แก่ ฐานการเล้ียงเป็ดเทศกบินทร์บุรี ช่ือสามัญ:
เป็ดเทศกบินทร์บุรี (Kabinburi Muscovy) ท่ีกรมปศุสัตว์ได้ปรับปรุงและพัฒนาพันธ์ุมาจากเป็ดเทศพันธุ์บาร์
บารี (Barbary) ซ่งึ เป็ดเทศพนั ธบุ์ าร์บารีต้นพันธด์ุ งั กล่าวกรมปศุสตั วไ์ ด้รบั การสนับสนุนพันธจุ์ ากภาคเอกชนเมื่อ
ปี ๒๕๓๔ ซ่ึงนาเข้ามาจากประเทศฝรั่งเศส กรมปศุสัตว์ได้ให้สถานีบารุงพันธ์ุสัตว์บางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา
ทาการขยายพันธ์ุ คัดเลือกปรับปรุงพันธ์ุให้เลี้ยงง่าย ขยายพันธ์ุได้ดีเติบโตเร็วต้านทานโรคและปรับตัวเข้ากับ
ภูมิอากาศ และส่ิงแวดล้อมของประเทศไทย ภายในฐานยังมีการสาธิตการฟักไข่ และการผสมอาหารสาหรับ
เปด็ เพ่อื ให้ผู้ศึกษานาไปใชภ้ ายในครวั เรือนได้ตามตอ้ งการ ฐานนา้ สม้ ควนั ไม้ เป็นฐานการสาธิตการเผาถ่านจาก
การปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในค่ายทหาร แต่มีมลพิษทางกลิ่น และควันจากการเผาต่อมาทางโครงการจึงมี
การศึกษาการทาน้าส้มควันไม้ จึงเกิดเป็นฐานการเรียนรู้ดังกล่าว โดยในฐานมีการสาธิตการผลิตตั้งแต่เริ่มต้น
จนถึงขั้นตอนการบรรจุภาชนะ และอธิบายขั้นตอนการใช้ คุณประโยคในด้านต่างๆ ท่ีเข้าใจง่าย ฐานโรงเก็บ
สมุนไพร แชมพู สบู่เหลว โดยโรงเก็บสมุนไพรมีไว้เพ่ือผลิตผลิตสบู่ แชมพูที่ได้มาจากสมุนไพรหรือพืชท่ีปลูก
ภายในโครงการมาทาผลิตภัณฑ์เพ่ือลดต้นทุน เนื่องจากปลูกสมุนไพรหรือพืชยังมีประโยชน์ต่างๆ ท้ังน้ียังมีการ
จาหน่ายเพื่อให้ผู้ศึกษาเรียนรู้สามารถนาไปทดลองใช้ นอกจากน้ีภายในโครงการยังมีบริการร้านอาหาร ของ
ฝากและผลิตภณั ฑต์ า่ งๆ จาหนา่ ยเพอื่ เป็นของฝากแก่ผู้เข้าศกึ ษาดูงานดงั กลา่ ว

รปู ที่ 34 บา้ นไกช่ นนเรศวรและบ้านแพะลุงนึก

ทีม่ ำ : MJU2T samokhea

36

รปู ที่ 35 ศูนยส์ าธิตการเลยี้ งปลาหมอชมุ พรและการเลี้ยงกบพอ่ แมพ่ นั ธ์ุ

ท่ีมำ : MJU2T samokhea

รูปที่ 36 โครงการทหารพันธุด์ ี เกษตรเขาฟา้ 1

ทม่ี ำ : MJU2T samokhea

37

รูปท่ี 37 โครงการทหารพันธ์ุดี เกษตรเขาฟา้ 2

ทมี่ ำ : MJU2T samokhea

รปู ท่ี 38 โครงการทหารพันธุ์ดี เกษตรเขาฟา้ 3

ท่ีมำ : MJU2T samokhea

38

รูปท่ี 39 โครงการทหารพันธด์ุ ี เกษตรเขาฟา้ 4

ทมี่ ำ : MJU2T samokhea

รปู ท่ี 40 โครงการทหารพันธุ์ดี เกษตรเขาฟา้ 5

ท่ีมำ : MJU2T samokhea

39

รูปท่ี 41 การท่องเท่ียวเชงิ เกษตรนวตั วิถี

ทม่ี ำ : MJU2T samokhea

- กจิ กรรม “แปลงสนั ต์ปันสุขสู่ชมุ ชน” โดยผจู้ ้างงานโครงการการยกระดับวสิ าหกิจท่องเท่ียว
โดยชุมชนบนฐานอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ไท-ยวน ภายใต้โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตาบล
แบบบูรณาการ หรือ 1 ตาบล 1 มหาวิทยาลัย ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทาแปลงสาธิตการปลูกพืชผักอายุส้ัน
“ปลูกง่าย ใช้พื้นที่น้อย ได้ผลผลิตเพียงพอ” เพื่อแจกจ่ายพืชผลการเกษตร (ผลผลิตจากแปลงผัก) ให้แก่
ชาวบ้านในพ้ืนท่ีเพื่อลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว อีกท้ังยังเป็นการปลูกฝังแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงให้กับชุมชน
จากการปลูกผักสวนครัวไว้บริโภคเองภายในครัวเรือน และเพื่อสร้างจิตสานึกและให้ความรู้เรื่องเศรษฐกิจ
พอเพยี ง แกเ่ ดก็ ในโรงเรียนอนุบาลองค์การบรหิ ารส่วนตาบลสมอแข และเยาวชนในพืน้ ท่ี

ทั้งน้ีทางโครงการฯได้เร่ิมกิจกรรมเม่ือวันท่ี 19 กรกฎาคม 2564 โดยใช้พื้นท่ีโรงเรียนอนุบาล
องค์การบริหารส่วนตาบลสมอแขแบ่งออกเป็น 5 แปลง ขนาด 1.5*6 จานวน 2 แปลง และ 1.5*4 จานวน
3 แปลง โดยทาการปลูกเมลด็ ผกั บุ้ง 3 แปลง ปลูกกล้าพรกิ ชฟี้ า้ 1 แปลง และปลูกต้นกลา้ กะชาย 1 แปลง

รูปที่ 42 แปลนสาธิตโครงการแปลงสนั ต์ปันสขุ สู่ชมุ ชน

ทมี่ ำ : MJU2T samokhea

40

รปู ท่ี 43 การเตรยี มแปลง และการปลุกกลา้ ผัก

ที่มำ : MJU2T samokhea

รูปที่ 44 การดูแลรดน้า

ทม่ี ำ : MJU2T samokhea

เม่ือวันท่ี 8 กันยายนท่ีผ่านมาผู้รับผิดชอบโครงการนาโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริพร พันธุลี
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา วณิชชานนท์ และผู้จ้างงาน มีการเก็บเก่ียวผลผลิตพืชผักในแปลงสาธิต
พร้อมทาความสะอาดเบื้องต้นก่อนนาแจกจ่ายแก่ประชาชนผู้รับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19
ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจาตาบลสมอแข ในการนาไปประกอบอาหารเพ่ือลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน
ต่อไป

41

รปู ที่ 45 การเกบ็ เก่ียวผลผลิต

ที่มำ : MJU2T samokhea

รปู ท่ี 46 ผลผลติ จากกจิ กรรมแปลงสันปนั สขุ

ทม่ี ำ : MJU2T samokhea

42

รูปท่ี 47 การแจกจ่ายผลผลติ แกป่ ระชาชน 1

ท่ีมำ : MJU2T samokhea

รปู ที่ 48 การแจกจา่ ยผลผลิตแก่ประชาชน 2

ท่ีมำ : MJU2T samokhea

43

การคานวณต้นทุนการดาเนินกิจกรรมโดยได้รับงบประมาณสนับสนุนโดยมหาวิทยาลัยแม่ โจ้

และกระทรวง การอุดมศกึ ษา วทิ ยาศาสตร์ วิจยั และนวตั กรรมประจาปี 2564 ได้จัดซื้อตน้ กลา้ และเมล็ดพันธุ์

160 บาท ปยุ๋ อนิ ทรยี ์ ปยุ๋ มูลสัตว์ 30 บาท รวมรายจ่าย 190 บาท แตไ่ ม่รวมอุปกรณ์อ่ืนๆ เช่น อฐิ บลอ็ ก ดนิ

จอม เสียม และคลาด ท้ังนี้ยังได้รับการสนับสนุนน้าหมักชีวภาพ ปุ๋ยชีวภาพ และผลพลอยได้ทางการเกษตร

จากองค์การบริหารส่วนตาบลสมอแข เกษตรอาเภอเมืองพิษณุโลก และกรมพัฒนาท่ีดิน อาเภอเมือง

จงั หวดั พษิ ณุโลก

ทั้งนี้ เม่ือนาผลผลิตท่ีได้รับจากการเก็บเกี่ยว ล้างทาความสะอาด และนามาช้ังน้าหนักซึ่งได้

ปริมาณสุทธิ 6 กิโลกรัม นามาแบ่งออกเป็น 200 กรัม/แพค ได้ผลผลิตจานวน 30 แพค จากการสอบถาม

ราคาผักบุ้งจีนออร์แกนิค (Morning Glory) ตามตลาดในพื้นท่ีราคา ณ วันท่ี 8 กันยายน น้าหนัก 200 กรัม/

แพค ราคา 30 บาท ซึ้งทางโครงการฯ คานวณผลผลติ เป็นจานวนเงนิ 900 บาท เม่ือนามาหักค่าใชจ้ ่ายไดผ้ ล

กาไร 710 บาท ไม่รวมค่าแรงงาน

ตำรำงที่ 11 การคานวณตน้ ทุนการผลิต 1 รอบ (รอบละ 60 วนั )

รำยกำร รำยจ่ำย (บำท) รำยรบั (บำท) คงเหลือ (บำท)

1. ค่าเมล็ดพันธ์ุ 1 กโิ ลกรัม 160

2. คา่ ปุ๋ยมลู สตั ว์ 1 กระสอบ 30

3. คา่ ดนิ 1 คิว 280

4. ฟางขา้ ว 1 ก้อน 20

5. คา่ น้าปะปา 1 หน่วย 6

6. คา่ อฐิ บลอ็ ก ราคากอ้ นละ 6 บาท (คานวณ 6*250 = 1,500

อายุการใช้งาน 4 ปี หรอื 1,060 วัน) ค่าเสื่อม 63.8

7. ค่าเสื่อมราคาเสียมด้ามละ 135 บาท 135*5 = 675

(คานวณอายุการใช้งาน 2 ปี หรอื 530 วัน) คา่ เสอ่ื ม 57.2

8. ค่าเสื่อมราคาจอบด้ามละ 120 บาท 120*5 = 600

(คานวณอายกุ ารใชง้ าน 2 ปี หรอื 530 วนั ) ค่าเส่ือม 50

9. ราคาขายสง่ ตลาด/กโิ ลกรัม 900

รวม 667 900 +233

ต่อมาทางโครงการฯ บูรณาการร่วมกับโรงเรียนอนุบาลองค์การบริหารส่วนตาบลสมอแข เพื่อขยาย
พ้ืนที่การปลูกพืชจานวณ 2 แปลง ขนาด 1.5*4 เมตร เพ่ือเป็นแหล่งเรียนรู้แก่ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน
องค์การบริหาร ส่วนตาบลสมอแข โรงเรยี นอนุบาลองคก์ ารบริหารส่วนตาบลสมอแข โรงเรียนผู้สงู อายรุ ม่ สมอ
และผทู้ สี่ นใจ

44

รูปที่ 49 แปลนขยายแปลงสันปนั สุข

ที่มำ : MJU2T samokhea

45

1.4 ข้อมูลด้ำนกำรศึกษำ
จานวนประชากรท่ีไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินตัวชี้วัดด้านการศึกษาในปี 2564 ในการออกพื้นท่ี

เกบ็ ขอ้ มลู พนื้ ฐานจาเป็น (จปฐ.) ตาบลสมอแข อาเภอเมอื ง จังหวัดพิษณโุ ลก
ตำรำงที่ 12 สรปุ จานวนประชากรที่ตกเกณฑต์ ัวช้ีวดั ดา้ นการศกึ ษา

จำนวนประชำกร จำนวนประชำกร จำนวนประชำกร
ท่ตี กเกณฑต์ ัวชีว้ ดั ที่ตกเกณฑต์ ัวช้วี ัด
ตวั ชวี้ ดั คำอธบิ ำย ท่ไี ดร้ บั กำรสำรวจ (ครวั เรอื น/คน) ท่ีเป็นคนจน (คน)

(ครวั เรือน/คน) 0 คน 0 คน

เด็กอายุ 3 - 5 ปี ได้รับ 0 คน 0 คน

ตวั ช้ีวดั ท่ี 15 บริการเล้ียงดู เตรียมความ 121 คน 0 คน 0 คน

พรอ้ มกอ่ นวัยเรียน 0 คน 0 คน

16. เ ด็ ก อ า ยุ 6 -14 ปี

ตวั ช้วี ัดที่ 16 ได้รับการศึกษาภาคบังคับ 306 คน

9 ปี

17. เด็กจบช้ัน ม.3 ได้

ตัวชี้วดั ที่ 17 เรียนต่อชั้น ม. 4 หรือ 176 คน

เทยี บเทา่

คนอายุ 15 - 59 ปี อ่าน

ตวั ช้วี ดั ท่ี 19 เขียนภาษาไทย และคิด 2,910 คน
เลขอย่างง่ายได้

ตวั ชี้วัดท่ี 15 เดก็ อายุ 3-5 ปี ไดร้ ับบริการเลยี้ งดูเตรียมความพรอ้ มก่อนวยั เรยี น
ตวั ชว้ี ัดท่ี 16 เด็กอายุ 6-14 ปี ได้รับการศึกษาภาคบังคบั 9 ปี
ตัวชวี้ ัดที่ 17 เด็กจบชน้ั ม.3 ไดเ้ รยี นตอ่ ชน้ั ม.4 หรอื เทยี บเท่า
ตวั ช้ีวดั ท่ี 19 คนอายุ 15-59 ปี อ่าน เขียนภาษาไทย และคิดเลขอย่างงา่ ยได้

จากการสารวจสามารถสรุปได้ดังตารางด้านล่าง เกี่ยวกับข้อมูลนักเรยี นในเขตพ้ืนที่รับผิดชอบองค์การ

บริหารส่วนตาบลสมอแข ประจาปีการศึกษา 2564 จากกองการศึกษาภายในองค์การบริหารส่วนตาบลสมอ

แข และเครอื ขา่ ยเอกชน

ตำรำงที่ 13 ศนู ย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบรหิ ารสว่ นตาบลสมอแข

ระดับอำยุ ชำย หญิง รวม

อายุ 2 ปี 7 8 15

อายุ 3 ปี 7 10 17

รวม 14 18 32

ทมี่ ำ : ศูนยพ์ ัฒนาเด็กเล็กองค์การบรหิ ารสว่ นตาบลสมอแข ปีการศกึ ษา 2564

46

ตำรำงท่ี 14 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเนนิ มะคึก

ระดบั อำยุ ชำย หญิง รวม
15 26
อายุ 2 ปี 11 17 36
32 61
อายุ 3 ปี 18
รวม
รวม 29 5
16
ทมี่ ำ : ศนู ยพ์ ัฒนาเด็กเล็กเนินมะคึก ปกี ารศกึ ษา 2564 5
26
ตำรำงท่ี 15 ศูนยพ์ ฒั นาเด็กเลก็ คา่ ยสมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ
รวม
ระดบั อำยุ ชำย หญงิ 25
24
อายุ 2 ปี 2 3 23
72
อายุ 3 ปี 11 5

อายุ 4 ปี 4 1

รวม 17 9

ทม่ี ำ : ศนู ยพ์ ฒั นาเด็กเลก็ คา่ ยสมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ ปีการศึกษา 2564

ตำรำงท่ี 16 โรงเรยี นอนุบาลองค์การบรหิ ารส่วนตาบลสมอแข

ระดับชัน้ ชำย หญงิ

อนบุ าล 1 15 10

อนบุ าล 2 12 12

อนบุ าล 3 11 12

รวม 38 34

ทีม่ ำ : โรงเรยี นอนบุ าลองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบลสมอแข ปกี ารศึกษา 2564


Click to View FlipBook Version