ตำรำงท่ี 17 โรงเรยี นวัดเนนิ มะคึก 47
ระดบั ช้ัน ชำย หญงิ รวม
- -
อนบุ าลปีที่ 1 - 16 31
16 31
อนบุ าลปที ่ี 2 15 20 34
26 45
อนุบาลปีที่ 3 15 23 40
18 38
ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 14 16 32
12 30
ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 19 14 26
8 20
ประถมศึกษาปีที่ 3 17 8 17
344
ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 20 177
รวม
ประถมศึกษาปีที่ 5 16 หญงิ 9
5 14
ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 18 6 19
12 25
มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 12 13 15
5 21
มัธยมศึกษาปีที่ 2 12 11 16
10 10
มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 9 4 11
6 140
รวม 167 72
ท่ีมำ : โรงเรยี นวดั เนินมะคกึ ปกี ารศกึ ษา 2564
ตำรำงท่ี 18 โรงเรยี นวัดกรมธรรม์ ชำย
4
ระดบั ชัน้ 8
อนุบาลปที ี่ 1 7
อนบุ าลปีที่ 2 12
อนบุ าลปีท่ี 3 10
ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 10
ประถมศึกษาปีท่ี 2 6
ประถมศึกษาปีที่ 3 6
ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 5
ประถมศึกษาปีที่ 5 68
ประถมศกึ ษาปที ี่ 6
รวม
ท่มี ำ : โรงเรยี นวดั กรมธรรม์ ปีการศึกษา 2564
48
ตำรำงท่ี 19 โรงเรียนวดั สมอแข (พิณพลราษฎรบ์ ารุง)
ระดับชั้น ชำย หญงิ รวม
3 6
อนุบาลปที ี่ 1 3 2 9
2 6
อนุบาลปีที่ 2 7 3 5
2 5
อนุบาลปที ่ี 3 4 6 6
1 5
ประถมศึกษาปที ่ี 1 2 4 5
4 13
ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 3 27 60
ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 - หญิง รวม
- -
ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 4 - -
- -
ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 1 2 4
3 4
ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 9 2 5
1 6
รวม 33 2 6
1 4
ทีม่ ำ : โรงเรียนวดั สมอแข (พิณพลราษฎร์บารงุ ) ปีการศกึ ษา 2564 11 29
ตำรำงท่ี 20 โรงเรยี นวัดศรีวนาราม
ระดับชั้น ชำย
อนุบาลปที ี่ 1 -
อนบุ าลปีท่ี 2 -
อนบุ าลปีท่ี 3 -
ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 2
ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 1
ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 3
ประถมศึกษาปีท่ี 4 5
ประถมศึกษาปีท่ี 5 4
ประถมศึกษาปที ี่ 6 3
รวม 18
ทม่ี ำ : โรงเรยี นวดั ศรวี นาราม ปีการศึกษา 2564
49
1.5 ข้อมลู ดำ้ นรำยได้
จากการออกสารวจข้อมูลความจาเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ในพ้ืนท่ีความรับผิดชอบองค์การบริหาร
ส่วนตาบลสมอแข อาเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยผู้ประสานงานโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมราย
ตาบลแบบบูรณาการ (๑ ตาบล ๑ มหาวิทยาลัย) (มหาวิทยาลัยสู่ตาบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ) เพื่อจัดทา
รายงานการจัดเก็บข้อมูลในไตรมาส 3 ด้านรายได้พบว่าจานวนประชากรท่ีไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินตัวชี้วัด
ดังกลา่ วในปี 2564 โดยเปรยี บเทยี บกับตัวช้ีวัดของจปฐ. ดงั ตารางที่ 21
ตำรำงที่ 21 จานวนประชากรทต่ี กเกณฑ์ตัวชีวดั ด้านรายได้
จำนวนประชำกร จำนวนประชำกร จำนวนประชำกร
ตัวชีว้ ดั คำอธบิ ำย ทไ่ี ดร้ บั กำรสำรวจ ท่ีตกเกณฑ์ตวั ชวี้ ดั ท่ตี กเกณฑ์ตวั ช้วี ดั
ท่เี ป็นคนจน (คน)
ตวั ช้วี ดั ที่ 20 ค น อ า ยุ 15 – 59 ปี มี 2,804 คน 47 คน 0 คน
อาชพี และรายได้ (1.68%)
ตัวช้วี ดั ท่ี 21 คนอายุ 60 ปีข้ึนไป มี 1,082 คน 48 คน 0 คน
อาชพี และรายได้ (4.47%)
ตัวช้ีวัดท่ี 22 ร า ย ไ ด้ เ ฉ ลี่ ย ข อ ง ค น ใ น 1,525 ครวั เรือน 0 ครัวเรอื น 0 ครวั เรอื น
ครัวเรอื นต่อปี
ตวั ช้วี ัดท่ี 20 คนอายุ 15 – 59 ปี มีอาชพี และรายได้
ตวั ชว้ี ัดที่ 21 คนอายุ 60 ปีข้ึนไป มอี าชีพและรายได้
ตวั ช้ีวดั ที่ 22 รายไดเ้ ฉลีย่ ของคนในครัวเรือนตอ่ ปี
ดังน้ัน สามารถสรุปข้อมูลตัวชี้วัดจปฐ.ด้านรายได้ของประชาชนในปี 2564 ตัวชี้วัดที่ 20 คนอายุ
15-59 ปี มอี ายชีและรายไดพ้ บจานวนกลมุ่ ประชากรไมผ่ า่ นเกณฑ์ประเมิน 47 คน และตัวช้ีวดั ท่ี 21 คนอายุ
60 ปีขึน้ ไป มีอาชีพและรายไดพ้ บจานวนกลุ่มประชากรไม่ผ่านเกณฑ์ประเมนิ 48 คน โดยแยกเป็นหมบู่ า้ น
ดังน้ี
ตำรำงที่ 22 จานวนกลุม่ ประชากรตกเกณฑ์ดา้ นรายไดโ้ ดยแยกเปน็ หมู่บา้ น
หมู่บำ้ น ชอื่ หมบู่ ้ำน ตวั ช้วี ัดที่ 20 ตัวช้วี ดั ที่ 21
3 บา้ นดงประโดก 11 คน 4 คน
5 บ้านก่อ 0 คน 5 คน
6 บา้ นเนนิ มะคึก 15 คน 12 คน
7 บา้ นพงศธร-ชนิ ลาภ 21 คน 27 คน
รวม 47 คน 48 คน
50
1.6 ข้อมูลดำ้ นกำรเขำ้ ถึงบริกำรรฐั
จากการออกสารวจข้อมูลความจาเป็นพ้ืนฐาน (จปฐ.) ในพ้ืนท่ีความรับผิดชอบองค์การบริหาร
ส่วนตาบลสมอแข อาเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยผู้ประสานงานโครงการฯ เพ่ือจัดทารายงานการจัดเก็บ
ข้อมูลในไตรมาส 3 ด้านการเข้าถึงบริการรัฐพบว่าจานวนประชากรท่ีตกเกณฑ์ตัวช้ีวัดดังกล่าวในปี 2564
โดยเปรียบเทียบกบั ตวั ชว้ี ดั ของจปฐ. ดังตารางท่ี 23
ตำรำงท่ี 23 จานวนประชากรทตี่ กเกณฑต์ ัวชวี ดั ด้านการเขา้ ถึงบริการรัฐ
จำนวนประชำกร จำนวนประชำกร จำนวนประชำกร
ทต่ี กเกณฑ์ตวั ชว้ี ัด ท่ตี กเกณฑต์ วั ชวี้ ดั
ตัวชวี้ ดั คำอธิบำย ที่ได้รับกำรสำรวจ ท่ีเปน็ คนจน (คน)
(คน)
(คน) 0 คน
0 คน
ผู้สูงอายุ ได้รับการดูแล
ตวั ชว้ี ัดท่ี 27 จ า ก ค ร อ บ ค รั ว ชุ ม ช น 1,139 คน
ภาครัฐ หรอื ภาคเอกชน
ผู้พิการ ได้รับการดูแลจาก
ตัวชว้ี ดั ท่ี 28 ครอบครัว ชุมชน ภาครัฐ 85 คน 0 คน 0 คน
หรอื ภาคเอกชน
ตัวชี้วดั ท่ี 27 ผู้สูงอายุ ไดร้ ับการดแู ลจากครอบครวั ชุมชน ภาครัฐ หรือภาคเอกชน
ตัวช้วี ดั ท่ี 28 ผพู้ กิ าร ได้รบั การดูแลจากครอบครวั ชุมชน ภาครัฐ หรือภาคเอกชน
ดังน้ัน สามารถสรุปข้อมูลตัวชี้วัดจปฐ.ด้านการเข้าถึงบริการรัฐของประชาชนในปี 2564 ตัวช้ีวัดที่
27 ผู้สูงอายุ ได้รับการดูแลจากครอบครัว ชมุ ชน ภาครัฐ หรอื ภาคเอกชน และตัวชว้ี ัดท่ี 28 ผู้พิการ ได้รบั การ
ดแู ลจากครอบครัว ชุมชน ภาครัฐ หรอื ภาคเอกชนไม่พบประชากรท่ตี กเกณฑ์ ท้งั นป้ี ระชาชนสว่ นใหญใ่ นพนื้ ที่มี
โอกาสในการเข้าถึงและสามารถใชช้ ่องทางในการรับบรกิ ารผ่านระบบออนไลน์ มีการให้ความร่วมมือในการทา
โครงการหรือผลิตภัณฑ์จากรัฐเป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่ให้ความสนใจและตื่นตัวทุกครั้งท่ีมีโครงการจากภาครัฐ
ด้วยความสะดวกทางเทคโนโลยี หรือจุดให้บริการต่างเข้าถึงได้ง่าย โดยสามารถสรุปผลการเปล่ียนแปลงด้าน
การเข้าถึงบริการของรัฐออกเป็น 2 ประเด็นสาคัญ ได้แก่ การบริการจากภาครัฐ (82%) และช่องทางการรบั รู้
ข้อมูลข่าวสาร (18%) พบว่าประชาชนกรส่วนใหญ่มุ่งเน้นการขอรับบริการสาธารณสุขในสถานการณ์การแพร่
ระบาดในปัจจุบัน รวมถึงการดาเนินกิจการด้านธุรกิจ ธุรกรรมทางการเงิน และการขอรับความช่วยเหลือใน
ด้านต่างๆ เช่น ภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ การรองทุกข์และการขอคาปรึกษาสามารถดาเนินการได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนยี้ ังเปน็ การเพ่ิมโอกาสในการเข้าถึงระบบบริการของภาครัฐมีการสร้างความรู้ความเข้าใจข้ันตอนการ
ให้บริการ เพ่ือแก้ไขปัญหาความล่าช้า มีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เช่น โรงพยาบาลส่งเสริม
สุขภาพประจาตาบล องค์การบริหารส่วนตาบล คณะทางานมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และหน่วยงานต่างๆ ที่มีส่วน
ร่วมในการให้บริการด้านการฝึกอบรมการประชาสัมพันธ์ และช่วยจัดหาตลาดเพื่อการกระจายสินค้า ส่งผลให้
ประชาชนมคี วามม่นั ในการทางานของหน่วยงานรัฐบาล
51
1.7 กำรประเมินระบบบรหิ ำรจดั กำรข้อมูลกำรพัฒนำคนแบบชีเ้ ป้ำ (Thai People Map and Analytics
Platform)
อ้างอิงข้อมูลจาก TPMAP ภาพรวมคนจน พ้ืนที่ตาบลสมอแข อาเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลกในปี
2562 ตามรูปที่ 50 ผลสรุปจากการสารวจครัวเรือนท้ังหมดจานวน 2,646 ครัวเรือน พบครัวเรือนในเกณฑ์
ยากจน 162 ครัวเรอื น จานวนประชากรท่ีทาการสารวจ 7,109 คน พบจานวนประชาชนอยู่ในเกณฑ์ยากจน
519 คน ซึ่งมีคนจนท่ีอยู่ในเกณฑ์คนจนเป้าหมาย (คนจนจากข้อมูลของจปฐ.ที่ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ)
จานวน 144 คน คิดเป็นสัดส่วน 2.03 % โดยที่หมู่ 8 บ้านฉัตรแก้ว-กรมธรรม์มีคนจนมากที่สุด และหมู่ 4
บา้ นสมอแขมคี นจนน้อยทส่ี ดุ ทง้ั นไ้ี ม่พบจานวนครัวเรอื นหรอื ประชากรคนจนทีต่ กเกณฑ์ตัวช้วี ดั
รปู ท่ี 50 แสดงจานวนคนจนในปี 2563 ตาบลสมอแข อาเภอเมอื ง จงั หวดั พิษณุโลก จาก TPMAP
ทมี่ ำ : ระบบบรหิ ารจัดการขอ้ มลู การพฒั นาคนแบบชี้เป้า
รปู ท่ี 51 แสดงจานวนคนจนตามตวั ชวี้ ดั ด้านรายได้ ตาบลสมอแข อาเภอเมอื ง จังหวัดพิษณโุ ลก
ท่มี ำ : ระบบบรหิ ารจัดการขอ้ มลู การพฒั นาคนแบบชเี้ ปา้
52
รปู ที่ 52 แสดงจานวนคนจนตามตวั ชีว้ ัดดา้ นรายได้ ตาบลสมอแข อาเภอเมือง จงั หวัดพิษณโุ ลก
ทม่ี ำ : ระบบบริหารจัดการขอ้ มูลการพัฒนาคนแบบชเ้ี ป้า
ตำรำงท่ี 24 ข้อมูล TPMAP ของประชากรที่สารวจก่อนเรมิ่ โครงการ ไม่ผำ่ นเกณฑ์
ตัวช้ีวัด 0 คน
หมวดที่ 1 สุขภาพ มี 7 ตวั ช้ีวดั 0 คน
1. เด็กแรกเกิดมนี ้าหนกั 2,500 กรมั ข้นึ ไป
2. เดก็ แรกเกดิ ไดก้ นิ นมแม่อย่างเดยี วอย่างน้อย 6 เดือนแรกติดตอ่ กัน 0 คน
3. เดก็ แรกเกดิ ถึง 12 ปี ได้รับวัคซีนป้องกันโรคครบตามตารางสร้างเสริม
ภมู ิคมุ้ กนั โรค 0 คร.
4. ครัวเรอื นกนิ อาหารถูกสุขลักษณะปลอดภัย และไดม้ าตรฐาน 0 คร.
5. ครัวเรอื นมีการใช้ยาเพอ่ื บาบดั บรรเทาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นอย่างเหมาะสม 0 คน
6. คนอายุ 35 ปีข้นึ ไป ไดร้ บั การตรวจสขุ ภาพประจาปี 0 คน
7. คนอายุ 6 ปีขนึ้ ไป ออกกาลังกายอยา่ งนอ้ ยสปั ดาห์ละ 3 วัน ๆละ 30 นาที
หมวดท่ี 2 สภาพแวดล้อม มี 7 ตวั ชวี้ ัด 0 คร.
8. ครัวเรือนมคี วามมน่ั คงในท่ีอยู่อาศัยและบ้านมสี ภาพคงทนถาวร
9. ครัวเรือนมีน้าสะอาดสาหรบั ดม่ื และบรโิ ภคเพียงพอตลอดปีอยา่ งน้อยคนละ 5 0 คร.
ลิตรต่อวัน
10. ครวั เรือนมีนา้ ใช้เพียงพอตลอดปีอยา่ งน้อยคนละ 45 ลิตรต่อวัน 0 คร.
11. ครัวเรอื นมกี ารจดั บ้านเรือนเปน็ ระเบียบเรียบร้อย สะอาดและถูกสุขลกั ษณะ 0 คร.
12. ครัวเรือนไมถ่ ูกรบกวนจากมลพิษ 0 คร.
13. ครัวเรอื นมีการป้องกันอุบัติภยั และภัยธรรมชาติอยา่ งถกู วิธี 0 คร.
14. ครวั เรอื นมีความปลอดภัยในชวี ิตทรัพย์สนิ 0 คร.
หมวดท่ี 3 การศึกษา มี 5 ตวั ชีว้ ดั
15. เด็กอายุ 3 - 5 ปี ไดร้ ับบรกิ ารเล้ยี งดเู ตรยี มความพร้อมก่อนวยั เรยี น 3 คน
16. เดก็ อายุ 6 -14 ปี ได้รบั การศึกษาภาคบงั คับ 9 ปี
17. เดก็ จบชน้ั ม.3 ได้เรียนต่อช้ัน ม.4 หรือเทยี บเทา่ 0 คน
0 คน
53
18. คนในครัวเรือนทจี่ บการศกึ ษาภาคบงั คับ 9 ปี ที่ไม่ได้เรียนต่อและยังไม่มี 0 คน
งานทาไดร้ ับการฝกึ อบรมด้านอาชีพ
19. คนอายุ 15 - 59 ปี อา่ น เขยี นภาษาไทย และคิดเลขอย่างง่ายได้ 0 คน
หมวดที่ 4 การมงี านทาและรายได้ มี 4 ตวั ชว้ี ดั
20. คนอายุ 15 – 59 ปี มอี าชีพและรายได้ 13 คน
21. คนอายุ 60 ปีขน้ึ ไป มีอาชีพและรายได้
22. รายได้เฉลย่ี ของคนในครัวเรอื นต่อปี 61 คน
23. ครวั เรอื นมกี ารเก็บออมเงนิ 30,000 บาท/ปี 0 คร.
หมวดท่ี 5 ค่านิยม มี 8 ตวั ช้ีวัด 11 คร.
24. คนในครวั เรือนไมด่ ื่มสุรา
25. คนในครวั เรอื นไมส่ ูบบหุ ร่ี 0 คน
26. คนอายุ 6 ปีข้ึนไป ปฏิบัตกิ จิ กรรมทางศาสนาอย่างน้อยสปั ดาห์ละ 1 ครงั้
27. ผสู้ งู อายุ ไดร้ บั การดแู ลจากครอบครัวชุมชน ภาครัฐ หรอื ภาคเอกชน 0 คน
28. ผพู้ ิการ ได้รับการดูแลจากครอบครวั ชุมชน ภาครฐั หรือภาคเอกชน 0 คน
29. ผ้ปู ่วยโรคเร้ือรัง ไดร้ บั การดูแล จากครอบครัว ชมุ ชน ภาครัฐ หรือภาคเอกชน 0 คน
30. ครัวเรอื นมสี ว่ นร่วมทากิจกรรมสาธารณะเพ่ือประโยชน์ของชมุ ชน 0 คน
หรอื ทอ้ งถิ่น 0 คน
31. ครอบครัวมีความอบอุน่
0 คร.
0 คร.
ตำรำงที่ 25 สรุปผลการประเมินระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (TPMAP ) ไตรมาสท่ี 1
(เมษายน)
ตัวชีว้ ดั ข้อมูลควำมจำเปน็ พื้นฐำน จำนวน ผำ่ นเกณฑ์ ไมผ่ ำ่ นเกณฑ์
ทส่ี ำรวจท้ังหมด จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ
หมวดที่ 1 สขุ ภาพ มี 7 ตวั ชว้ี ัด 2 คน 2 คน 100.00 0 คน 0.00
1. เดก็ แรกเกดิ มนี า้ หนัก 2,500 กรัม ขึน้ ไป
2. เดก็ แรกเกดิ ไดก้ ินนมแม่อย่างเดยี วอยา่ งน้อย 2 คน 2 คน 100.00 0 คน 0.00
6 เดือนแรกตดิ ต่อกนั
3. เด็กแรกเกิดถึง 12 ปี ได้รับวัคซนี ปอ้ งกัน 614 คน 614 คน 100.00 0 คน 0.00
โรคครบตามตารางสรา้ งเสริมภมู คิ มุ้ กันโรค
4. ครัวเรอื นกนิ อาหารถกู สุขลักษณะ 2,646 คร. 2,646 คร. 100.00 0 คร. 0.00
ปลอดภัย และได้มาตรฐาน
5. ครัวเรือนมกี ารใช้ยาเพอื่ บาบัด 2,646 คร. 2,646 คร. 100.00 0 คร. 0.00
บรรเทาอาการเจบ็ ปว่ ยเบือ้ งต้นอย่างเหมาะสม
6. คนอายุ 35 ปีข้ึนไป ไดร้ บั การตรวจสุขภาพ 4,619 คน 4,407 คน 95.41 212 คน 4.59
ประจาปี
7. คนอายุ 6 ปขี น้ึ ไป ออกกาลงั กาย 6,939 คน 6,939 คน 100.00 0 คน 0.00
อยา่ งน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน ๆละ 30 นาที
54
หมวดที่ 2 สภาพแวดล้อม มี 7 ตวั ชี้วดั 2,646 คร. 2,646 คร. 100.00 0 คร. 0.00
8. ครวั เรอื นมีความมั่นคงในที่อยอู่ าศยั
และบา้ นมีสภาพคงทนถาวร 2,646 คร. 2,646 คร. 100.00 0 คร. 0.00
9. ครวั เรือนมนี ้าสะอาดสาหรบั ดมื่ และบรโิ ภค 2,646 คร. 2,646 คร. 100.00 0 คร. 0.00
เพยี งพอตลอดปีอย่างน้อยคนละ 5 ลิตรต่อวัน
2,646 คร. 2,646 คร. 100.00 0 คร. 0.00
10. ครัวเรือนมีนา้ ใชเ้ พยี งพอตลอดปี 2,646 คร. 2,646 คร. 100.00 0 คร. 0.00
อยา่ งน้อยคนละ 45 ลิตรตอ่ วัน 2,646 คร. 2,644 คร. 99.92 2 คร. 0.08
2,646 คร. 2,646 คร. 100.00 0 คร. 0.00
11. ครัวเรอื นมกี ารจัดบา้ นเรือนเป็นระเบียบ
เรยี บรอ้ ย สะอาดและถกู สุขลักษณะ 123 คน 123 คน 100.00 0 คน 0.00
12. ครวั เรอื นไมถ่ ูกรบกวนจากมลพิษ 581 คน 581 คน 100.00 0 คน 0.00
13. ครวั เรือนมกี ารปอ้ งกนั อุบัติภัย 10 คน 100.00 0 คน 0.00
และภัยธรรมชาติอยา่ งถกู วธิ ี 10 คน
41 คน 100.00 0 คน 0.00
14. ครวั เรอื นมคี วามปลอดภัยในชวี ิตทรพั ยส์ ิน 41 คน
4,751 คน 99.98 1 คน 0.02
หมวดที่ 3 การศึกษา มี 5 ตัวชว้ี ัด 4,752 คน
15. เด็กอายุ 3 - 5 ปี ไดร้ บั บริการเล้ียงดู 4,049 คน 99.29 29 คน 0.71
เตรยี มความพร้อมก่อนวยั เรียน 4,078 คน 1,430 คน 89.77 163 คน 10.23
1,593 คน 2,646 คร. 100.00 0 คร. 0.00
16. เดก็ อายุ 6 -14 ปี ได้รับการศกึ ษา 2,646 คร. 2,500 คร. 94.48 146 5.52
ภาคบังคบั 9 ปี 2,646 คร. 6,580 คน 92.56 529 คน 7.44
17. เด็กจบชนั้ ม.3 ได้เรยี นตอ่ ช้ัน ม.4 7,109 คน 6,706 คน 94.33 403 คน 5.67
หรือเทียบเทา่ 7,109 คน 6,920 คน 99.73 19 คน 0.27
6,939 คน
18. คนในครัวเรอื นท่ีจบการศกึ ษา 1,606 คน 100.00 0 คน 0.00
ภาคบงั คบั 9 ปี ท่ีไมไ่ ด้เรียนต่อและยังไม่มี 1,606 คน
งานทาได้รบั การฝกึ อบรมด้านอาชพี
19. คนอายุ 15 - 59 ปี อา่ น เขยี นภาษาไทย
และคิดเลขอย่างง่ายได้
หมวดท่ี 4 การมีงานทาและรายได้ มี 4 ตวั ช้ีวัด
20. คนอายุ 15 – 59 ปี มีอาชพี และรายได้
21. คนอายุ 60 ปขี ้นึ ไป มอี าชีพและรายได้
22. รายไดเ้ ฉล่ยี ของคนในครัวเรอื นตอ่ ปี
23. ครัวเรือนมีการเก็บออมเงิน
หมวดท่ี 5 ค่านยิ ม มี 8 ตวั ชี้วัด
24. คนในครวั เรอื นไม่ดื่มสุรา
25. คนในครัวเรือนไมส่ ูบบหุ รี่
26. คนอายุ 6 ปขี ้นึ ไป ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมทาง
ศาสนาอย่างน้อยสปั ดาหล์ ะ 1 ครง้ั
27. ผู้สงู อายุ ไดร้ ับการดูแลจากครอบครัว
ชุมชน ภาครฐั หรือภาคเอกชน
55
28. ผพู้ กิ าร ไดร้ ับการดูแลจากครอบครัว 91 คน 91 คน 100.00 0 คน 0.00
ชมุ ชน ภาครัฐ หรือภาคเอกชน
29. ผปู้ ่วยโรคเร้อื รงั ได้รับการดูแล 249 คน 249 คน 100.00 0 คน 0.00
จากครอบครวั ชมุ ชน ภาครฐั หรอื ภาคเอกชน
30. ครัวเรือนมีส่วนรว่ มทากิจกรรมสาธารณะ 2,646 คร. 2,646 คร. 100.00 0 คร. 0.00
เพอ่ื ประโยชน์ของชุมชน หรอื ท้องถ่นิ
31. ครอบครวั มีความอบอ่นุ 2,646 คร. 2,646 คร. 100.00 0 คร. 0.00
จากตารางที่ 25 สรุปผลสรุปผลการประเมินระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า
ประจาเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน จากการสารวจประชากรจานวน 7,109 คน และจานวนครัวเรือน 2,646
หลังคาเรือนพบผลการประเมินหมวดที่ 1 สุขภาพ มี 7 ตัวช้ีวัด สามารถสรุปได้ว่า เด็กแรกเกิดมีน้าหนัก
2,500 กรัม ข้ึนไป เด็กแรกเกิดได้กินนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน แรกติดต่อกันจานวน 2 คน เด็ก
แรกเกิดถึง 12 ปี ได้รับวัคซีนป้องกันโรคครบตามตารางสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค จานวน 614 คน ครัวเรือน
กินอาหารถูกสุขลักษณะปลอดภัย และได้มาตรฐาน 2,646 คน ครัวเรือนมีการใช้ยาเพ่ือบาบัดบรรเทาอาการ
เจ็บป่วยเบ้ืองต้นอย่างเหมาะสม 2,646 คน คนอายุ 6 ปีข้ึนไป ออกกาลังกายอย่างน้อย สัปดาห์ ละ 3 วันๆ
ละ 30 นาทีจาน วน 6,939 คน ผ่านเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 100 ของจานวนประชากร และคนอายุ 35 ปีขึ้น
ไป ได้รบั การตรวจสุขภาพประจาปีจานวน 4,619 คน ผา่ นเกณฑค์ ิดเปน็ ร้อยละ 95.41 ของประชากร
หมวดที่ 2 สภาพแวดล้อม มี 7 ตัวช้ีวัด ครัวเรือนมีความม่ันคงในที่อยู่อาศัย และบ้านมีสภาพคงทน
ถาวร จานวน 2,646 คน ครัวเรือนมีน้าสะอาดสาหรับด่ืมและบริโภคเพียงพอตลอดปอี ย่างน้อยคนละ 5 ลิตร
ต่อวันจานวน 2,646 คน ครัวเรือนมีน้าใช้เพียงพอตลอดปีอย่างน้อยคนละ 45 ลิตรต่อวัน จานวน 2,646
คน ครวั เรือนมีการจดั บ้านเรือนเป็นระเบียบเรยี บร้อย สะอาดและถูกสุขลักษณะจานวน 2,646 คน ครัวเรือน
ไม่ถูก รบกวนจากมลพิษจานวน 2,646 คน ครัวเรือนมีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน 2,646 คน
ผ่านเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 100 ของประชากร ครัวเรือนมีการป้องกันอุบัติภัย และภัยธรรมชาติอย่างถูกวิธี
จานวน 2,646 คน ผา่ นเกณฑ์ 2,644 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 99.92 ประชากร
หมวดที่ 3 การศึกษา มี 5 ตวั ชวี้ ดั เดก็ อายุ 3-5 ปี ไดร้ บั บริการเลี้ยงดเู ตรยี มความพร้อมก่อนวัยเรียน
จานวน 123 คน เด็กอายุ 6-14 ปี ได้รับการศึกษาภาคบังคับ 9 ปีจานวน 581 คน เด็กจบชั้นมัธยมศึกษาปี
ที่ 3 ไดเ้ รยี นต่อชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4 หรอื เทียบเท่าจานวน 10 คน คนในครวั เรือนที่จบการศกึ ษาภาคบังคบั 9
ปี ท่ีไม่ได้เรียนต่อ และยังไม่มีงานทาได้รับการฝึกอบรมด้านอาชีพจานวน 41 คน ผ่านเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ
99.99 ของประชากร คนอายุ 15-59 ปีอา่ นเขียนภาษาไทย และคดิ เลขอยา่ งงา่ ยได้จานวน 4,751 คน ผา่ น
เกณฑ์คดิ เปน็ ร้อยละ 99.98 ของประชากร
หมวดที่ 4 การมีงานทาและรายได้มี 4 ตวั ชี้วัด คนอายุ 15–59 ปี มีอาชพี และรายไดจ้ านวน 4,078
คน ผ่านเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 99.20 ของประชากร คนอายุ 60 ปีข้ึนไป มีอาชีพและรายได้จานวน
1,593 คน ผ่านเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 99.29 ของประชากร รายได้เฉล่ียของคนในครัวเรือนต่อปีจานวน
2,646 คน ผ่านเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 89.77 ของประชากร และครัวเรือนมีการเก็บออมเงินจานวน
2,646 คน ผา่ นเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 94.48 ของประชากร
หมวดท่ี 5 ค่านิยม มี 8 ตัวชี้วัด มีดังน้ีผู้สูงอายุได้รับการดูแลจากครอบครัว ชุมชน ภาครัฐ
หรือภาคเอกชนจานวน 1,606 คน ผพู้ กิ ารไดร้ บั การดูแลจากครอบครวั ชุมชน ภาครัฐ หรอื ภาคเอกชนจานวน
91 คน ผูป้ ่วยโรคเร้ือรังไดร้ ับการดูแลจากครอบครวั ชมุ ชน ภาครัฐ หรอื ภาคเอกชนจานวน 249 คน ครวั เรือน
มีส่วนรว่ มทากิจกรรมสาธารณะเพอ่ื ประโยชน์ของชมุ ชน หรอื ท้องถิ่นจานวน 2,646 คน และครอบครวั มีความ
56
อบอุ่นจานวน 2,646 คน ผ่านเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 100 ของประชากร คนในครัวเรือนไม่ด่ืมสุราจานวน
7,109 คน ผ่านเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 92.56 ของประชากร คนในครัวเรือนไม่สูบบุหร่ีจานวน 7,109 คน
ผ่านเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 94.33 ของประชากร และคนอายุ 6 ปีข้ึนไป มีการปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาอยา่ ง
นอ้ ยสปั ดาห์ละ 1 ครง้ั จานวน 6,939 คน ผา่ นเกณฑค์ ิดเป็นร้อยละ 99.73 ของประชากร
การสารวจข้อมูลความจาเป็นพ้ืนฐานโดยอาศัยการประเมินระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนา
คนแบบชี้เป้า (TPMAP) ระหว่างเดือนพฤษภาคม–กรกฎาคม และได้ทาการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสรุประดับ
สถานภาพตาบลที่ 5 มิติ ดังภาพที่ 53 แสดงจานวนคนจนตามตัวชี้วัดด้านรายได้ ตาบลสมอแข อาเภอเมือง
จังหวัดพิษณุโลก และตารางที่ 25 สรุปผลสรุปผลการประเมินระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้
เป้า (TPMAP) พบว่าจานวนสารวจประชากร 7,332 คน และจานวนครัวเรือน 2,1971 หลังคาเรือน
โดยวิธีการแจกจ่ายเอกสารการสารวจแต่ละหลังคาเรือนได้กรอกข้อมูล และการใช้เครือข่ายโทรศัพท์มือถือใน
การสอบขอ้ มูลพบวา่ จากข้อมูลท่ีได้สารวจโดยแยกออกเป็น 5 หมวด 31 ตัวชีวดั สามารถวเิ คราะหผ์ ลได้ในแต่
ละหมวดดงั ต่อไปน้ี
หมวดที่ 1 ด้านสุขภาพมีจานวน 7 ตัวชี้วัด สรุปได้ว่า มีจานวนเด็กแรกเกิดที่น้าหนักตัว 2,500 กรัม
ขึ้นไป และเด็กแรกเกิดได้กินนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน จานวน 25 คนซึ่งเพิ่มข้ึนจากปีที่ผ่านมา
23 คน เด็กแรกเกดิ ถึง 12 ปี ได้รบั วัคซนี ป้องกันโรคครบตามตารางสร้างเสริมภูมคิ ุ้มกันโรค จานวน 867 คน
เพิ่มขึน้ 253 คน นอกจากน้คี รวั เรือนที่กนิ อาหารถูกสุขลักษณะ ปลอดภัย และไดม้ าตรฐาน 2,646 ครัวเรือน
พบว่าไม่ผ่านเกณฑ์จานวน 36 ครัวเครือน คิดเป็นร้อยละ 1.11 ของครัวเรือนที่สารวจ เนื่องจากประชากร
บางส่วนมีการออกจับสัตว์ตามะรรมชาติท่ีไม่ผ่านการตรวจสอบความปลอดภยั ด้านอาหาร ครวั เรอื นมีการใช้ยา
เพ่ือบาบัดบรรเทาอาการเจ็บป่วยเบ้ืองต้นอย่างเหมาะสม 2,646 ครัวเรือน พบไม่ผ่านเกณ์จานวน 69
ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 2.32 ของครัวเรือนที่สารวจ เน่ืองจากมีอาการเจ็บป่วยท่ีไม่มีอาการหนักจึงซ้ือยามา
รกั ประทานเอง และประชาชนอายุ 6 ปีขนึ้ ไป ออกกาลังกายอยา่ งน้อยสัปดาห์ละ 3 วนั ๆ ละ 30 นาที จานวน
7,283 คน เพิ่มขึน้ 344 คน และคนอายุ 35 ปีขึน้ ไป ไดร้ ับการตรวจสุขภาพประจาปีจานวน 5,381 คน ไม่
ผ่านเกณฑ์ 75 คน คิดเป็นร้อยละ 1.40 ของประชากรท่ีสารวจ เน่ืองจากประชากรบางส่วนประกอบอาชีพ
เกษตรกรรมจึงไมค่ ่อยใหค้ วามสาคัญเกี่ยวกบั การตรวจสขุ ภาพเทา่ ที่ควร
หมวดท่ี 2 ด้านสภาพแวดล้อม จานวน 7 ตัวช้ีวัด สรุปได้ดังนี้ ครัวเรือนมีความมั่นคงในท่ีอยู่อาศัย
และบ้านมีสภาพคงทนถาวรจานวน 2,971 ครัวเรือน ครัวเรือนมีน้าสะอาดสาหรับด่ืม และบริโภคเพียงพอ
ตลอดปีอย่างน้อยคนละ 5 ลิตรต่อวัน จานวน 2,971 ครวั เรอื น ครัวเรือนมีน้าใช้เพยี งพอตลอดปีอย่างน้อยคน
ละ 45 ลิตร ต่อวัน จานวน 2,971 ครัวเรือน ครัวเรือนมีการจัดบ้านเรือนเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาด
และถูกสุขลักษณะจานวน 2,971 ครัวเรือน ครัวเรือนไม่ถูกรบกวนจากมลพิษจานวน 2,971 ครัวเรือน
ครัวเรือนมีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน 2,971 ครัวเรือน ครัวเรือนมีการป้องกันอุบัติภัย และภัย
ธรรมชาติอย่างถูกวิธีจานวน 2,971 ครวั เรือน ซง่ึ เพม่ ขนึ้ จากปีทีผา่ นมา 325 ครัวเรือน หรือ 12.28 %
หมวดที่ 3 ด้านการศึกษา จานวน 5 ตัวช้ีวัด จากการสารวจพบวา่ เด็กอายุ 3-5 ปี ได้รับบริการเลยี้ ง
ดูเตรียมความพร้อมก่อนวัยเรียนจานวน 129 คน เพ่ิมข้ึน 6 คน หรือ 4.89 % เด็กอายุ 6-14 ปี ได้รับ
การศึกษาภาคบังคับ 9 ปีจานวน 611 คน เพ่ิมข้ึน 30 คน หรือ 5.17 % เด็กจบชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ได้
เรียนตอ่ ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 4 หรือเทียบเทา่ จานวน 24 คน เพ่มิ ขึ้น 14 คน คนในครัวเรือนทจี่ บการศึกษาภาค
บังคับ 9 ปี ทไี่ มไ่ ดเ้ รียนตอ่ และยงั ไม่มีงานทาไดร้ ับการฝึกอบรมดา้ นอาชพี จานวน 17 คน ลดลง 24 คน หรอื
58.54 % คนอายุ 15-59 ปอี า่ นเขยี นภาษาไทยและคิดเลขอย่างงา่ ยไดจ้ านวน 5,149 คน เพิม่ ขน้ึ 397 คน
หรอื 8.35 %
57
หมวดที่ 4 ด้านการมีงานทาและรายได้ จานวน 4 ตัวช้ีวัด สรุปได้ดังน้ี คนอายุ 15–59 ปี มีอาชีพ
และรายได้จานวน 4,658 คน เพ่ิมขึ้น 580 คน หรือ 14.22 % คนอายุ 60 ปีข้ึนไป มีอาชีพและรายได้
จานวน 1,877 คน เพิ่มขึ้น 284 คน หรือ 17.82 % รายได้เฉล่ียของคนในครัวเรือนต่อปี 30,000 บาท
และครัวเรอื นมกี ารเก็บออมเงินจานวน 2,971 ครวั เรือน เพ่มิ ขน้ึ 325 ครวั เรอื น หรอื 12.28 %
หมวดที่ 5 ด้านค่านิยม จานวน 8 ตัวชี้วัด จากตารางสามารถสรุปได้ดังน้ี คนในครัวเรือนไม่ดื่มสุรา
จานวน 6,068 คน พบว่าไม่ผ่านเกณฑ์จานวน 271 คน หรือ 4.47 % ของประชากรสารวจ คนในครัวเรือน
ไม่สูบบุหรี่จานวน 6,068 คน พบไม่ผ่านเกณฑ์จานวน 244 คน หรือ 4.02 % ของประชากรสารวจ คนอายุ
6 ปีขึ้นไป ปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 คร้ังจานวน 6,907 คน ลดลง 32 คน ผู้สูงอายุ
ได้รับการดูแลจากครอบครัว ชุมชน ภาครัฐ หรือภาคเอกชนจานวน 1,721 คน เพ่ิมข้ึน 115 คน หรือ 7.16
% ผ้พู กิ าร ไดร้ ับการดูแลจากครอบครวั ชุมชน ภาครฐั หรือภาคเอกชนจานวน 112 คน เพิ่มขึน้ 21 คน หรอื
23.08 % ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ได้รับการดูแลจากครอบครัว ชุมชน ภาครัฐ หรือภาคเอกชนจานวน 877 คน
เพ่ิมข้ึน 628 คน เน่อื งจากการแพรร่ ะบาดของโรคต่อเช้ือโคโรนาไวรสั และโรคระบบทางเดินหายใจ ครวั เรอื น
มีส่วนร่วมทากิจกรรมสาธารณะเพ่ือประโยชน์ของชุมชน หรือท้องถ่ิน และครอบครัวมีความอบอุ่นจานวน
2,971 ครัวเรอื นเพมิ่ ขึน้ 325 ครวั เรือน หรือ 12.28 %
จากการวิเคราะห์ข้อมูลในตารางท่ี 25 พบประชาชนพืน้ ท่ีตาบลสมอแข อาเภอเมือง จงั หวัดพิษณุโลก
เป็นตาบลที่มุ่งสู่การพอเพียงตามหลักปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เน่ืองจาก
ชุมชนมีการตั้งกลุ่มวิสาหกิจของแต่ละชุมชนเพื่อสร้างสรรค์ และผลิตสินค้าออกจาหน่ายในหน่วยงาน
หา้ งร้านตา่ งๆ และในด้านสุขภาพประชาชนอยงั มสี ขุ ภาพแขง็ แรง พรอ้ มท้งั มีการออกกาลังกายเป็นประจา และ
ทางองค์การบริหารยังได้อนุมัติโครงการการปรับภูมิทัศน์ให้เหมาะสมในการออกกาลังกายเพ่ือสุขภาพ ทั้งนี้
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลมีการอานวยความสะดวกในการสร้างห้องออกกาลังกายหรือฟีสเน็ตให้
ประชาชนเข้าใช้บริการในด้านการศึกษายังมีโรงเรียนในการปกครองขิงองค์การบริหารส่วนตาบลสมอแข
สานักงานการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกสาร ท้ังนี้เด็กยังมีการเตรียมความพร้อมกันเข้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และ
อนุบาลเพื่อให้เด็กกล้าท่ีจะแสดงออก และสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้ นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนสาหรับผู้สูงวัย
เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ลงทะเบียนเรียนในด้านต่าง และปัญหาอันเน่ืองมาจากโรคสมองเส่ือมก่อนวัย จึงถือว่า
องคก์ ารบริหารสว่ นตาบลสมอแขเป็นตาบลทม่ี ่งุ สู่ตาบลแห่งการพอเพยี งอยา่ งแทจ้ ริง
รูปที่ 53 แสดงจานวนคนจนตามตวั ชว้ี ดั ดา้ นรายได้ ตาบลสมอแข อาเภอเมือง จังหวดั พิษณโุ ลก
ทีม่ ำ : ระบบบรหิ ารจัดการขอ้ มลู การพัฒนาคนแบบช้เี ปา้
58
ตำรำงที่ 26 สรุปผลสรุปผลการประเมินระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (TPMAP)
ไตรมาสท่ี 2 (กรกฎาคม)
จำนวน ผ่ำนเกณฑ์ ไมผ่ ำ่ นเกณฑ์
ตวั ชวี้ ัด ข้อมูลควำมจำเป็นพ้ืนฐำน ท่สี ำรวจ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน ร้อยละ
ท้ังหมด
หมวดท่ี 1 สุขภาพ มี 7 ตัวช้วี ดั 25 คน 25 คน 100.00 0 คน 0.00
1. เด็กแรกเกิดมีนา้ หนกั 2,500 กรัม ขึ้นไป
2. เด็กแรกเกิดได้กินนมแม่อย่างเดียวอย่าง 25 คน 25 คน 100.00 0 คน 0.00
น้อย 6 เดอื นแรกติดตอ่ กัน
3. เด็กแรกเกิดถึง 12 ปี ได้รับวัคซีนป้องกัน 867 คน 867 คน 100.00 0 คน 0.00
โรคครบตามตารางสรา้ งเสรมิ ภูมิคมุ้ กันโรค
4. ค รั ว เ รื อ น กิ น อ า ห า ร ถู ก สุ ข ลั ก ษ ณ ะ 2,971 คร. 2,935 คร. 98.79 36 คร. 1.11
ปลอดภยั และไดม้ าตรฐาน
5. ค รั ว เ รื อ น มี ก า ร ใ ช้ ย า เ พ่ื อ บ า บั ด
บรรเทาอาการเจ็บป่วยเบ้ืองต้นอย่าง 2,971 คร. 2,902 คร. 97.68 69 คร. 2.32
เหมาะสม
6. คนอายุ 35 ปีข้ึนไป ได้รับการตรวจ 5,381 คน 5,306 คน 98.60 75 คน 1.40
สขุ ภาพประจาปี
7. คนอายุ 6 ปีขึ้นไป ออกกาลังกายอย่าง 7,283 คน 7,283 คน 100.00 0 คน 0.00
น้อยสัปดาหล์ ะ 3 วนั ๆละ 30 นาที
หมวดท่ี 2 สภาพแวดลอ้ ม มี 7 ตวั ช้ีวดั
8. ครัวเรือนมีความม่ันคงในที่อยู่อาศัย 2,971 คร. 2,971 คร. 100.00 0 คร. 0.00
และบ้านมสี ภาพคงทนถาวร
9. ครัวเรือนมีน้าสะอาดสาหรับด่ืมและ
บริโภคเพียงพอตลอดปีอย่างน้อยคนละ 5 2,971 คร. 2,971 คร. 100.00 0 คร. 0.00
ลติ รต่อวัน
10. ครัว เรือนมีน้าใช้เพียงพอตลอดปี 2,971 คร. 2,971 คร. 100.00 0 คร. 0.00
อย่างนอ้ ยคนละ 45 ลิตรตอ่ วนั
11. ครัวเรือนมีการจัดบ้านเรือนเป็นระเบียบ 2,971 คร. 2,971 คร. 100.00 0 คร. 0.00
เรียบร้อย สะอาดและถกู สุขลกั ษณะ
12. ครวั เรือนไมถ่ กู รบกวนจากมลพิษ 2,971 คร. 2,971 คร. 100.00 0 คร. 0.00
13. ค รั ว เ รื อ น มี ก า ร ป้ อ ง กั น อุ บั ติ ภั ย 2,971 คร. 2,971 คร. 100.00 0 คร. 0.00
และภยั ธรรมชาตอิ ยา่ งถกู วธิ ี
14. ครัวเรือนมีความปลอดภัยในชี วิต 2,971 คร. 2,971 คร. 100.00 0 คร. 0.00
และทรัพยส์ ิน
หมวดที่ 3 การศกึ ษา มี 5 ตวั ชี้วัด
15. เด็กอายุ 3 - 5 ปี ได้รับบริการเล้ียงดู 129 คน 129 คน 100.00 0 คน 0.00
เตรียมความพรอ้ มกอ่ นวัยเรยี น
59
16. เด็กอายุ 6 -14 ปี ได้รับการศึกษา 611 คน 611 คน 100.00 0 คน 0.00
ภาคบังคับ 9 ปี 100.00 0.00
0 คน
17. เด็กจบชั้น ม.3 ได้เรียนต่อชั้น ม.4 24 คน 24 คน 100.00 0.00
หรือเทียบเท่า 0 คน
100.00 0.00
18. คนในครัวเรือนท่ีจบการศึกษาภาคบงั คบั 0 คน
99.42 0.58
9 ปี ที่ไม่ได้เรียนต่อและยังไม่มีงานทาได้รับ 17 คน 17 คน 100.00 27 คน o.oo
100.00 0.00
การฝกึ อบรมด้านอาชีพ 100.00 0 คน 0.00
0 คร. 4.47
19. คนอายุ 15 - 59 ปี อ่าน เขียนภาษาไทย 5,149 คน 5,149 คน 95.53 0 คร. 4.02
และคิดเลขอย่างง่ายได้ 96.47 271 0.oo
100.oo คน 0.00
ห ม ว ด ที่ 4 ก า ร มี ง า น ท า แ ล ะ ร า ย ไ ด้ 100.00 244 คน 0.00
100.00 0 คน 0.00
มี 4 ตัวช้ีวัด 4,658 คน 4,631 คน 100.00 0.00
100.00 0 คน 0.00
20. คนอายุ 15 – 59 ปี มีอาชพี และรายได้ 100.00
0 คน
21. คนอายุ 60 ปีขนึ้ ไป มีอาชีพและรายได้ 1,877 คน 1,877 คน
0 คน
22. รายได้เฉลี่ยของคนในครัวเรือนต่อปีไม่ 2,971 คร. 2,971 คร.
น้อย 30,000 บาท 0 คร.
0 คร.
23. ครวั เรือนมีการเกบ็ ออมเงนิ 2,971 คร. 2,971 คร.
หมวดท่ี 5 คา่ นยิ ม มี 8 ตวั ชี้วัด 6,068 คน 5,797 คน
24. คนในครวั เรอื นไม่ดื่มสรุ า
25. คนในครัวเรอื นไมส่ ูบบหุ ร่ี 6,068 คน 5,824 คน
26. คนอายุ 6 ปีขึ้นไป ปฏิบัติกิจกรรมทาง 6,907 คน 6,907 คน
ศาสนาอยา่ งน้อยสัปดาหล์ ะ 1 คร้งั
27. ผู้สูงอายุ ได้รับการดูแลจากครอบครัว 1,721 คน 1,721 คน
ชมุ ชน ภาครฐั หรือภาคเอกชน
28. ผู้พิการ ได้รับการดูแลจากครอบครัว 112 คน 112 คน
ชมุ ชน ภาครัฐ หรอื ภาคเอกชน
29. ผู้ ป่ ว ย โ ร ค เ ร้ื อ รั ง ไ ด้ รั บ ก า ร ดู แ ล 877 คน 877 คน
จากครอบครัว ชมุ ชน ภาครัฐ หรือภาคเอกชน
30. ครวั เรือนมสี ว่ นรว่ มทากิจกรรมสาธารณะ 2,971 คร. 2,971 คร.
เพอ่ื ประโยชน์ของชุมชน หรือทอ้ งถ่นิ
31. ครอบครวั มคี วามอบอุ่น 2,971 คร. 2,971 คร.
คร. : ครวั เรอื น
การสารวจข้อมูลความจาเป็นพ้ืนฐานโดยอาศัยการประเมินระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนา
คนแบบชี้เป้า (TPMAP) ระหว่างเดือนกันยายน – ตุลาคมและได้ทาการวิเคราะห์ข้อมูลเพ่ือสรุประดับ
สถานภาพตาบลที่ 5 มิติ ดังตารางท่ี 26 จากการสารวจประชากรจานวน 7,349 คน และจานวนครัวเรือน
1,525 หลงั คาเรอื น พบผลการประเมินโดยผู้ประสานงานโครงการยกระดับเศรษฐกจิ และสงั คมรายตาบลแบบ
บูรณาการ (๑ ตาบล ๑ มหาวิทยาลัย) (มหาวิทยาลัยสู่ตาบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ) พ้ืนที่ตาบลสมอแข
อาเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยวิธีการออกพ้ืนที่สารวจรายครัวเรือนมีการประชาสัมพันธ์โดยการส่งหนังสือ
60
ขอความอนุเคราะห์การออกสารวจให้กานัน ผู้ใหญ่ และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านรับทราบและนัดประชุมเพื่อแจ้ง
ประชาชนในชุมชนเพื่อให้ผู้ประสานงานสอบถามข้อมูล และกรอกข้อมูลใบแบบฟอร์ม และนามาวิเคราะห์
ข้อมูล ดงั นนั้ จากการลงพน้ื ท่เี ก็บข้อมูลจานวน 5 หมวด 31 ตัวชวี ัด สามารถวเิ คราะห์และสรุปผลแต่ละหมวด
ตัวชีว้ ดั ได้ดังตอ่ ไปนี้
หมวดท่ี 1 ด้านสุขภาพมีจานวน 7 ตัวช้ีวัด สรุปได้ว่า มีจานวนเด็กแรกเกิดที่น้าหนักตัว 2,500 กรัม
ข้ึนไป และเด็กแรกเกิดได้กินนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน จานวน 23 คนซ่ึงเพิ่มขึ้นจากปีท่ีผ่านมา 23
คน เด็กแรกเกิดถึง 12 ปี ได้รับวัคซีนป้องกันโรคครบตามตารางสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค จานวน 329 คน
เพิ่มขึน้ 253 คน นอกจากนคี้ รัวเรอื นท่กี นิ อาหารถูกสุขลกั ษณะ ปลอดภยั และไดม้ าตรฐาน 1,525 ครวั เรอื น
ครัวเรือนมีการใช้ยา เพ่ือบาบัดบรรเทาอาการเจ็บป่วยเบ้ืองต้นอย่างเหมาะสม 1,525 ครัวเรือน และ
ประชาชนอายุ 6 ปีขนึ้ ไป ออกกาลังกายอย่างนอ้ ยสปั ดาห์ละ 3 วันๆ ละ 30 นาที จานวน 4,007 คน เพมิ่ ขน้ึ
344 คน และคนอายุ 35 ปีขึ้นไป ไดร้ ับการตรวจสุขภาพประจาปีจานวน 2,903 คน ในการสารวจหมวดที่ 1
ดา้ นสุขภาพไม่พบครัวเรอื น และประชากรตกเกณฑ์ตวั ชี้วดั ดงั กลา่ ว
หมวดท่ี 2 ด้านสภาพแวดล้อม จานวน 7 ตัวชี้วัด สรุปได้ดังนี้ ครัวเรือนมีความม่ันคงในที่อยู่อาศัย
และบ้านมีสภาพคงทนถาวรจานวน 1,525 ครัวเรือน ครัวเรือนมีน้าสะอาดสาหรับด่ืม และบริโภคเพียงพอ
ตลอดปีอย่างน้อยคนละ 5 ลิตรต่อวัน จานวน 1,525 ครัวเรือน ครัวเรือนมีน้าใช้เพียงพอตลอดปีอย่างน้อย
คนละ 45 ลิตร ต่อวัน จานวน 1,525 ครัวเรือน ครัวเรือนมีการจัดบ้านเรือนเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาด
และถูกสุขลักษณะจานวน 1,525 ครัวเรือน ครัวเรือนไม่ถูกรบกวนจากมลพิษจานวน 1,525 ครัวเรือน
ครัวเรือนมีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน 1,525 ครัวเรือน ครัวเรือนมีการป้องกันอุบัติภัย และภัย
ธรรมชาติอย่างถูกวธิ จี านวน 1,525 ครวั เรือน ซง่ึ เพม่ ข้นึ จากปที ผี า่ นมา 471 ครวั เรือน หรือ 26.74 %
หมวดท่ี 3 ด้านการศึกษา จานวน 5 ตัวชี้วัด จากการสารวจพบวา่ เด็กอายุ 3-5 ปี ได้รับบริการเล้ียง
ดูเตรียมความพร้อมก่อนวัยเรียนจานวน 121 คน เพ่ิมขึ้น 8 คน หรือ 7.49 % เด็กอายุ 6-14 ปี ได้รับ
การศึกษาภาคบังคับ 9 ปีจานวน 306 คน เพิ่มขึ้น 23 คน หรือ 2.18 % คนในครัวเรือนท่ีจบการศึกษาภาค
บังคับ 9 ปี ทไ่ี ม่ได้เรียนต่อ และยังไมม่ ีงานทาได้รับการฝึกอบรมด้านอาชีพจานวน 244 คน เพิม่ ขน้ึ 203 คน
หรือ 16.80 % คนอายุ 15-59 ปีอ่านเขียนภาษาไทยและคิดเลขอย่างง่ายได้จานวน 2,910 คน ลดลง
1,842 คน หรือ 63.30 % เน่ืองจากการสารวจในไตรมาสที่ 3 คานวณประชากรท่ี 20 % ของประชากร
ท้ังหมด และเด็กจบช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้เรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หรือเทียบเท่าจานวน 176 คน
เพ่ิมขึ้น 152 คน พบเยาชนไม่ผ่านเกณฑ์ดังกล่าวจานวน 2 คน โดยให้เหตุเน่ืองจากความต้องการในการ
ประกอบอาชีพหารายได้เพอื่ จุนเจอื ครอบครวั
หมวดท่ี 4 ด้านการมีงานทาและรายได้ จานวน 4 ตัวชี้วัด สรุปได้ดังนี้ คนอายุ 15–59 ปี มีอาชีพ
และรายได้จานวน 2,804 คน ลดลง 1,233 คน หรือ 43.97 % คนอายุ 60 ปีข้ึนไป มีอาชีพและรายได้
จานวน 1,082 คน ลดลง 511 คน หรือ 47.23 % พบผุ้สูงอายุตกเกณฑ์จานวน 48 คน หรือ 4.44 %
เน่ืองจากประชากรส่วนใหญ่อยู่ในวันสูงอายุ และวัยเกษียณราชการ และตัวช้ีวัดรายได้เฉลี่ยของคนใน
ครัวเรือนต่อปี 30,000 บาท และครัวเรือนมีการเก็บออมเงินจานวน 1,525 ครัวเรือน ลดลง 1,121
ครัวเรอื น หรอื 73.50% เน่อื งจากการสารวจในไตรมาสที่ 3 คานวณประชากรที่ 20 % ของประชากรทง้ั หมด
หมวดที่ 5 ด้านค่านิยม จานวน 8 ตัวช้ีวัด จากตารางสามารถสรุปได้ดังนี้ คนในครัวเรือนไม่ดื่มสุรา
จานวน 4,792 คน พบว่าไม่ผ่านเกณฑ์จานวน 399 คน หรือ 8.33 % ของประชากรสารวจ คนในครัวเรือน
ไม่สูบบุหรี่จานวน 4,738 คน พบไม่ผ่านเกณฑ์จานวน 217 คน หรือ 4.58 % ของประชากรสารวจ คนอายุ
6 ปีขึ้นไป ปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 คร้ังจานวน 3,260 คน ลดลง 3,679 คน พบ
61
ประชากรไม่ผ่านเกณฑ์จานวน 17 คน หรือ 0.52 % ผู้สูงอายุได้รับการดูแลจากครอบครัว ชุมชน ภาครัฐ
หรือภาคเอกชนจานวน 1,139 คน ลดลง 467 คน หรือ 40.00 % ผู้พิการ ได้รับการดูแลจากครอบครัว
ชุมชน ภาครัฐ หรอื ภาคเอกชนจานวน 85 คน ลดลง 6 คน หรอื 7.06 % ผปู้ ่วยโรคเร้อื รงั ได้รับการดูแลจาก
ครอบครัว ชุมชน ภาครฐั หรือภาคเอกชนจานวน 348 คน เพม่ิ ขึน้ 99 คน หรอื 28.45% เน่ืองจากการแพร่
ระบาดของโรคต่อเชื้อโคโรนาไวรสั และโรคระบบทางเดินหายใจ ครัวเรือนมสี ว่ นร่วมทากจิ กรรมสาธารณะเพ่ือ
ประโยชน์ของชุมชน หรือท้องถ่ิน และครอบครัวมีความอบอุ่นจานวน 1,525 ครัวเรือน ลดลง 1,121
ครัวเรือน หรือ 73.51 % เนื่องจากการสารวจในไตรมาสท่ี 3 คานวณประชากรท่ี 20 % ของประชากร
ทั้งหมด เมื่อนาจานวนประชากรมาคานวณกับการสารวจในไตรมาสท่ี 2 ซึ่งผลวิเคราะห์ข้อมูลเกิดการคาด
เคลอื่ นลดลงดังกลา่ ว
จากการวเิ คราะห์ข้อมลู ในตารางท่ี 40 พบประชาชนพนื้ ที่ตาบลสมอแข อาเภอเมือง จังหวดั พษิ ณุโลก
เป็นตาบลท่ีมุ่งสู่การพอเพียงตามหลักปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องจาก
ชุมชนมีการต้ังกลุ่มวิสาหกิจของแต่ละชุมชนเพ่ือสร้างสรรค์ และผลิตสินค้าออกจาหน่ายในหน่วยงาน
ห้างร้านต่างๆ และในด้านสุขภาพประชาชนอยังมีสุขภาพแข็งแรง พร้อมท้ังมีการออกกาลังกายเป็นประจา
และทางองคก์ ารบรหิ ารยงั ไดอ้ นุมัติโครงการการปรบั ภูมิทัศน์ให้เหมาะสมในการออกกาลังกายเพือ่ สุขภาพ ทงั้ นี้
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลมีการอานวยความสะดวกในการสร้างห้องออกกาลังกายหรือฟีสเ น็ตให้
ประชาชนเข้าใช้บริการในด้านการศึกษายังมีโรงเรียนในการปกครองขิงองค์การบริหารส่วนตาบลสมอแข
สานักงานการศึกษาท้ังภาครัฐและเอกสาร ทั้งน้ีเด็กยังมีการเตรียมความพร้อมกันเข้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
และอนุบาลเพื่อใหเ้ ดก็ กล้าที่จะแสดงออก และสามารถใช้ชวี ิตในสงั คมได้ นอกจากน้ยี ังมีโรงเรียนสาหรบั ผู้สูงวัย
เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ลงทะเบียนเรียนในด้านต่าง และปัญหาอันเน่ืองมาจากโรคสมองเสื่อมก่อนวัย จึงถือว่า
องค์การบริหารสว่ นตาบลสมอแขเปน็ ตาบลทม่ี ุ่งสู่ตาบลแห่งการพอเพียงอย่างแท้จรงิ
รปู ท่ี 54 แสดงจานวนคนจนตามตัวช้ีวัดดา้ นรายได้ ตาบลสมอแข อาเภอเมือง จงั หวดั พิษณุโลก
ที่มำ : ระบบบริหารจัดการข้อมลู การพัฒนาคนแบบชี้เปา้
62
ตำรำงที่ 27 สรุปผลสรุปผลสรปุ ผลการประเมินระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบช้ีเป้า (TPMAP )
ไตรมาสท่ี 3 (ตุลาคม)
จำนวน ผำ่ นเกณฑ์ ไม่ผ่ำนเกณฑ์
ตัวชีว้ ดั ขอ้ มูลควำมจำเปน็ พื้นฐำน ทสี่ ำรวจ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน ร้อยละ
ท้ังหมด
หมวดท่ี 1 สขุ ภาพ มี 7 ตัวช้วี ดั 23 คน 23 คน 100.00 0 คน 0.00
1. เดก็ แรกเกดิ มนี ้าหนัก 2,500 กรัม ขึ้นไป
2. เด็กแรกเกิดได้กินนมแม่อย่างเดียวอย่าง 61 คน 61 คน 100.00 0 คน 0.00
น้อย 6 เดือนแรกติดต่อกัน
3. เด็กแรกเกิดถึง 12 ปี ได้รับวัคซีนป้องกัน 329 คน 329 คน 100.00 0 คน 0.00
โรคครบตามตารางสร้างเสริมภูมิคุม้ กันโรค
4. ค รั ว เ รื อ น กิ น อ า ห า ร ถู ก สุ ข ลั ก ษ ณ ะ 1,525 คร. 1,525 คร. 100 0 คร. 0.00
ปลอดภยั และได้มาตรฐาน
5. ค รั ว เ รื อ น มี ก า ร ใ ช้ ย า เ พ่ื อ บ า บั ด
บรรเทาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นอย่าง 1,525 คร. 1,525 คร. 100 0 คร. 0.00
เหมาะสม
6. คนอายุ 35 ปีข้ึนไป ได้รับการตรวจ 2,903 คน 2,903 คน 100 0 คน 0.00
สุขภาพประจาปี
7. คนอายุ 6 ปีข้ึนไป ออกกาลังกายอย่าง 7,314 คน 7,283 คน 99.23 31 คน 0.77
นอ้ ยสัปดาหล์ ะ 3 วัน ๆละ 30 นาที
หมวดที่ 2 สภาพแวดลอ้ ม มี 7 ตัวชวี้ ดั
8. ครัวเรือนมีความม่ันคงในที่อยู่อาศัย 1,525 คร. 1,525 คร. 100.00 0 คร. 0.00
และบา้ นมีสภาพคงทนถาวร
9. ครัวเรือนมีน้าสะอาดสาหรับด่ืมและ
บริโภคเพียงพอตลอดปีอย่างน้อยคนละ 5 1,525 คร. 1,525 คร. 100.00 0 คร. 0.00
ลติ รตอ่ วัน
10. ครัว เรือนมีน้าใช้เพียงพอตลอดปี 1,525 คร. 1,525 คร. 100.00 0 คร. 0.00
อย่างนอ้ ยคนละ 45 ลิตรต่อวัน
11. ครัวเรือนมีการจัดบ้านเรือนเป็นระเบียบ 1,525 คร. 1,525 คร. 100.00 0 คร. 0.00
เรียบรอ้ ย สะอาดและถูกสุขลักษณะ
12. ครวั เรือนไม่ถูกรบกวนจากมลพิษ 1,525 คร. 1,525 คร. 100.00 0 คร. 0.00
13. ค รั ว เ รื อ น มี ก า ร ป้ อ ง กั น อุ บั ติ ภั ย 1,525 คร. 1,525 คร. 100.00 0 คร. 0.00
และภัยธรรมชาติอยา่ งถูกวธิ ี
14. ครัวเรือนมีความปลอดภัยในชี วิต 1,525 คร. 1,525 คร. 100.00 0 คร. 0.00
และทรัพย์สนิ
หมวดท่ี 3 การศกึ ษา มี 5 ตัวชว้ี ดั
15. เด็กอายุ 3 - 5 ปี ได้รับบริการเล้ียงดู 121 คน 121 คน 100.00 0 คน 0.00
เตรยี มความพรอ้ มกอ่ นวัยเรียน
63
16. เด็กอายุ 6 -14 ปี ได้รับการศึกษา 306 คน 306 คน 100.00 0 คน 0.00
ภาคบงั คับ 9 ปี 174 คน 98.86 2 คน 1.14
17. เด็กจบช้ัน ม.3 ได้เรียนต่อชั้น ม.4 176 คน 244 คน
หรือเทียบเทา่
2,910 คน
18. คนในครัวเรือนท่ีจบการศึกษาภาคบงั คบั
2,757 คน
9 ปี ที่ไม่ได้เรียนต่อและยังไม่มีงานทาได้รับ 244 คน 1,034 คน 100.00 0 คน 0.00
1,525 คร.
การฝึกอบรมด้านอาชพี 1,525 คร.
4,393 คน
19. คนอายุ 15 - 59 ปี อ่าน เขียนภาษาไทย 2,910 คน 4,521 คน 100.00 0 คน 0.00
และคดิ เลขอยา่ งงา่ ยได้ 3,243 คน
ห ม ว ด ท่ี 4 ก า ร มี ง า น ท า แ ล ะ ร า ย ไ ด้ 1,139
85 คน
มี 4 ตัวช้วี ดั 2,804 คน 348 คน 98.32 47 คน 1.68
1,525 คร.
20. คนอายุ 15 – 59 ปี มอี าชีพและรายได้ 1,525 คร.
21. คนอายุ 60 ปขี น้ึ ไป มีอาชีพและรายได้ 1,082 คน 95.56 48 คน 4.44
100.00 0.00
22. รายได้เฉลี่ยของคนในครัวเรือนต่อปีไม่ 1,525 คร. 100.00 0 คร. 0.00
นอ้ ย 30,000 บาท 91.67 8.33
95.42 0 คร. 4.58
23. ครัวเรอื นมีการเกบ็ ออมเงิน 1,525 คร. 99.48 399 0.52
คน
หมวดที่ 5 คา่ นิยม มี 8 ตัวชว้ี ดั 4,792 คน 217 คน
24. คนในครัวเรอื นไมด่ ่ืมสุรา
17 คน
25. คนในครัวเรอื นไม่สบู บุหร่ี 4,738 คน
26. คนอายุ 6 ปีข้ึนไป ปฏิบัติกิจกรรมทาง 3,260 คน
ศาสนาอย่างนอ้ ยสปั ดาหล์ ะ 1 ครง้ั
27. ผู้สูงอายุ ได้รับการดูแลจากครอบครัว 1,139 คน 100.00 0 คน 0.00
ชมุ ชน ภาครฐั หรอื ภาคเอกชน
28. ผู้พิการ ได้รับการดูแลจากครอบครัว 85 คน 100.00 0 คน 0.00
ชมุ ชน ภาครฐั หรือภาคเอกชน
29. ผู้ ป่ ว ย โ ร ค เ ร้ื อ รั ง ไ ด้ รั บ ก า ร ดู แ ล 348 คน 100.00 0 คน 0.00
จากครอบครวั ชมุ ชน ภาครฐั หรอื ภาคเอกชน
30. ครัวเรอื นมสี ว่ นรว่ มทากจิ กรรมสาธารณะ 1,525 คร. 100.00 0 คร. 0.00
เพ่อื ประโยชนข์ องชุมชน หรือทอ้ งถ่นิ 100.00 0 คร. 0.00
31. ครอบครัวมคี วามอบอุ่น 1,525 คร.
คร. : ครัวเรือน
64
การสารวจข้อมูลความจาเป็นพื้นฐานโดยอาศัยการประเมินระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนา
คนแบบชี้เป้า (TPMAP) ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม และได้ทาการวิเคราะห์ข้อมูลเพ่ือสรุประดับ
สถานภาพตาบลที่ 5 มิติ ดังตารางที่ 27 โดยวิธีการออกพ้ืนที่สารวจรายครัวเรือนโดยการประชาสัมพันธ์
บันทึกข้อมูลแบบฟอร์ม และนาข้อมูลมาวิเคราะห์สรุปองค์รวมของตาบล จากข้อมูลที่ได้สารวจโดยแยก
ออกเป็น 5 หมวด 31 ตัวชวี ดั สามารถวิเคราะหผ์ ลในแตล่ ะหมวดดังตอ่ ไปน้ี
หมวดที่ 1 ด้านสุขภาพมีจานวน 7 ตัวชี้วัด สรุปได้ว่า มีจานวนเด็กแรกเกิดท่ีน้าหนักตัว 2,500 กรัม
ข้ึนไป และเด็กแรกเกิดได้กินนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน จานวน 33 คน ซ่ึงเพิ่มข้ึนจากไตรมาสท่ี 3
จานวน 10 คน เด็กแรกเกิดถึง 12 ปี ได้รับวัคซีนป้องกันโรคครบตามตารางสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค จานวน
238 คน นอกจากนี้ครัวเรือนท่ีกินอาหารถูกสุขลักษณะ ปลอดภัย และได้มาตรฐาน 1,638 ครัวเรือน
ครัวเรือนมีการใช้ยา เพื่อบาบัดบรรเทาอาการเจ็บป่วยเบ้ืองต้นอย่างเหมาะสม 1,638 ครัวเรือน และ
ประชาชนอายุ 6 ปีข้นึ ไป ออกกาลังกายอยา่ งนอ้ ยสัปดาห์ละ 3 วันๆ ละ 30 นาที จานวน 4,597 คน เพ่ิมข้ึน
590 คน และคนอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการตรวจสุขภาพประจาปีจานวน 3,209 คน ในการสารวจหมวดที่
1 ด้านสขุ ภาพไมพ่ บครวั เรือน และประชากรตกเกณฑ์ตัวชี้วัดดงั กล่าว
หมวดที่ 2 ด้านสภาพแวดล้อม จานวน 7 ตัวช้ีวัด สรุปได้ดังน้ี ครัวเรือนมีความม่ันคงในที่อยู่อาศัย
บ้านมีสภาพคงทนถาวร ครัวเรือนมนี ้าสะอาดสาหรับดื่มและบรโิ ภคเพยี งพอตลอดปีอย่างน้อยคนละ 5 ลติ รต่อ
วัน ครัวเรือนมีน้าใช้เพียงพอตลอดปีอย่างน้อยคนละ 45 ลิตร ต่อวัน ครัวเรือนมีการจัดบ้านเรือนเป็นระเบียบ
เรียบร้อย สะอาดและถูกสุขลักษณะ ครัวเรือนไม่ถูกรบกวนจากมลพิษ ครัวเรือนมีความปลอดภัยในชีวิต
และทรัพยส์ ิน ครัวเรอื นมกี ารปอ้ งกันอบุ ัติภัย และภัยธรรมชาตอิ ยา่ งถกู วธิ ีจานวน 1,638 ครวั เรือน ซงึ่ เพ่มข้ึน
จากไตรมาสที่ผา่ นมา 113 ครัวเรือน หรือ 7.41 %
หมวดท่ี 3 ด้านการศึกษา จานวน 5 ตัวช้ีวัด จากการสารวจพบวา่ เด็กอายุ 3-5 ปี ได้รับบริการเลย้ี ง
ดูเตรียมความพร้อมก่อนวัยเรียนจานวน 93 คน เด็กอายุ 6-14 ปี ได้รับการศึกษาภาคบังคับ 9 ปีจานวน
247 คน คนในครัวเรือนที่จบการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี ท่ีไม่ได้เรียนต่อและยังไม่มีงานทาได้รับการฝึกอบรม
ด้านอาชีพจานวน 326 คน คนอายุ 15-59 ปีอ่านเขียนภาษาไทยและคิดเลขอย่างง่ายได้จานวน 3,077 คน
เนื่องจากการสารวจในไตรมาสที่ 4 คานวณประชากรที่ 20 % ของประชากรท้ังหมด และเด็กจบช้ัน
มัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้เรียนต่อช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 4 หรือเทียบเท่าจานวน 110 คน จากการลงพื้นท่ีไม่พบ
ประชากรตกเกณฑใ์ นหมวดท่ี 3 จานวน 5 ตัวชีว้ ดั
หมวดท่ี 4 ด้านการมีงานทาและรายได้ จานวน 4 ตัวชี้วัด สรุปได้ดังน้ี คนอายุ 15–59 ปี มีอาชีพ
และรายได้จานวน 3,190 คน เพิ่มข้ึน 386 คน หรือ 12.10 % คนอายุ 60 ปีข้ึนไป มีอาชีพและรายได้
จานวน 510 คน พบผู้สูงอายุตกเกณฑ์จานวน 48 คน หรือ 4.44 % เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่อยู่ในวัน
สงู อายุ และวยั เกษยี ณราชการ และตัวชวี้ ดั รายได้เฉลีย่ ของคนในครัวเรือนต่อปี 30,000 บาท และครัวเรือนมี
การเก็บออมเงินจานวน 1,638 ครัวเรอื น เพิม่ ขน้ึ จากไตรมาสทผี่ ่านมา 113 ครวั เรือน โดยรายไดส้ ่วนหนึ่งมา
จากโครงการยกระดับเศษฐกิจและสังคมรายตาบลแบบบูรณาการ โดยวธิ ีการนาผลติ ภณั ฑ์จากชุมชนมาต่อยอด
สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่และสร้างศูนย์การเรียนให้แก่ชุมชน อักท้ังการออกบูธนาสินค้าชุมชนออกจาหน่วยในงาน
สาคัญของจังหวัดพิษณโุ ลก พร้อมการสอนตลาดออนไลน์อีคอมเมิรช์ เพอ่ื เพ่มิ ช่องทางการจาหนว่ ยสินค้าในยุค
ปัจจบุ ัน
หมวดท่ี 5 ด้านค่านิยม จานวน 8 ตัวช้ีวัด จากตารางสามารถสรุปได้ดังน้ี คนในครัวเรือนไม่ดื่มสุรา
จานวน 4,497 คน พบว่าไม่ผ่านเกณฑ์จานวน 133 คน คนในครัวเรอื นไม่สบู บหุ ร่ีจานวน 4,284 คน พบไม่
ผ่านเกณฑ์จานวน 97 คน คนอายุ 6 ปีขึ้นไปปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 คร้ังจานวน
65
3,981 คน ผู้สูงอายุได้รับการดูแลจากครอบครัว ชุมชน ภาครัฐ หรือภาคเอกชนจานวน 1,220 คน ผู้พิการ
ได้รับการดูแลจากครอบครัว ชุมชน ภาครัฐ หรือภาคเอกชนจานวน 91 ผู้ป่วยโรคเรื้อรังได้รับการดูแลจาก
ครอบครัว ชุมชน ภาครัฐ หรือภาคเอกชนจานวน 297 คน เน่ืองจากการแพร่ระบาดของโรคต่อเชื้อโคโรนา
ไวรัส และโรคระบบทางเดินหายใจ ครัวเรือนมีส่วนร่วมทากิจกรรมสาธารณะเพ่ือประโยชน์ของชุมชน หรือ
ท้องถ่ิน และครอบครัวมีความอบอุ่นจานวน 1,638 ครัวเรือน เพ่ิมข้ึน 113 ครัวเรือน หรือ 73.51 %
เนื่องจากการสารวจในไตรมาสท่ี 4 คานวณประชากรท่ี 30 % ของประชากรท้ังหมด เมื่อนาจานวนประชากร
มาคานวณกับการสารวจในไตรมาสท่ี 3 ซึ่งผลวเิ คราะห์ขอ้ มลู เกดิ การคาดเคลอื่ นลดลงดังกล่าว
จากการวิเคราะหข์ ้อมูลในตารางที่ 27 พบประชาชนพืน้ ที่ตาบลสมอแข อาเภอเมอื ง จงั หวัดพษิ ณุโลก
เป็นตาบลท่ีมุ่งสู่การพอเพียงตามหลักปรัชญาท่ีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องจาก
ชุมชน มีการต้ังกลุ่มวิสาหกิจของแต่ละชุมชนเพ่ือสร้างสรรค์ และผลิตสินค้าออกจาหน่ายในหน่วยงาน
หา้ งร้านต่างๆ และในดา้ นสุขภาพประชาชนอยงั มีสุขภาพแข็งแรง พร้อมทงั้ มกี ารออกกาลังกายเปน็ ประจา และ
ทางองค์การบริหารยังได้อนุมัติโครงการการปรับภูมิทัศน์ให้เหมาะสมในการออกกาลังกายเพื่อสุขภาพ ท้ังน้ี
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลมีการอานวยความสะดวกในการสร้างห้องออกกาลังกายหรือฟีสเน็ตให้
ประชาชนเข้าใช้บริการในด้านการศึกษายังมีโรงเรียนในการปกครองขิงองค์การบริหารส่วนตา บลสมอแข
สานักงานการศึกษาท้ังภาครัฐและเอกสาร ทั้งนี้เด็กยังมีการเตรียมความพร้อมกันเข้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และ
อนุบาลเพ่ือให้เด็กกล้าท่ีจะแสดงออก และสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้ นอกจากน้ียังมีโรงเรียนสาหรับผู้สูงวัย
เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ลงทะเบียนเรียนในด้านต่าง และปัญหาอันเน่ืองมาจากโรคสมองเส่ือมก่อนวัย จึงถือว่า
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบลสมอแขเป็นตาบลทมี่ งุ่ สู่ตาบลแหง่ การพอเพยี งอยา่ งแทจ้ ริง
ตำรำงท่ี 28 สรุปผลสรุปผลสรปุ ผลการประเมินระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบช้ีเป้า (TPMAP )
ประเมนิ ส้ินสดุ โครการ
จำนวน ผ่ำนเกณฑ์ ไมผ่ ่ำนเกณฑ์
ตัวชว้ี ดั ขอ้ มูลควำมจำเปน็ พ้ืนฐำน ทีส่ ำรวจ จำนวน ร้อยละ จำนวน รอ้ ยละ
ทั้งหมด
หมวดท่ี 1 สขุ ภาพ มี 7 ตวั ชวี้ ดั 33 คน 33 คน 100.00 0 คน 0.00
1. เดก็ แรกเกดิ มีน้าหนกั 2,500 กรัม ขน้ึ ไป
2. เด็กแรกเกิดได้กินนมแม่อย่างเดียวอย่าง 52 คน 52 คน 100.00 0 คน 0.00
น้อย 6 เดอื นแรกตดิ ตอ่ กัน
3. เด็กแรกเกิดถึง 12 ปี ได้รับวัคซีนป้องกัน 238 คน 238 คน 100.00 0 คน 0.00
โรคครบตามตารางสร้างเสริมภูมคิ ุ้มกันโรค
4. ค รั ว เ รื อ น กิ น อ า ห า ร ถู ก สุ ข ลั ก ษ ณ ะ 1,638 คร. 1,638 คร.. 100.00 0 คร. 0.00
ปลอดภยั และได้มาตรฐาน
5. ค รั ว เ รื อ น มี ก า ร ใ ช้ ย า เ พ่ื อ บ า บั ด
บรรเทาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นอย่าง 1,638 คร. 1,638 คร. 100.00 0 คร. 0.00
เหมาะสม
6. คนอายุ 35 ปีข้ึนไป ได้รับการตรวจ 3,209 คน 3,209 คน 100.00 0 คน 0.00
สขุ ภาพประจาปี
66
7. คนอายุ 6 ปีข้ึนไป ออกกาลังกายอย่าง 6,597 คน 6,577 คน 99.56 20 คน 0.43
นอ้ ยสัปดาห์ละ 3 วนั ๆละ 30 นาที
1,638 คร. 100.00 0 คร. 0.00
หมวดท่ี 2 สภาพแวดล้อม มี 7 ตวั ชีว้ ดั
1,638 คร. 100.00 0 คร. 0.00
8. ครัวเรือนมีความมั่นคงในท่ีอยู่อาศัย 1,638 คร.
1,638 คร. 100.00 0 คร. 0.00
และบ้านมีสภาพคงทนถาวร 1,638 คร. 100.00 0 คร. 0.00
1,638 คร. 100.00 0 คร. 0.00
9. ครัวเรือนมีน้าสะอาดสาหรับด่ืมและ 1,638 คร. 100.00 0 คร. 0.00
1,638 คร. 100.00 0 คร. 0.00
บริโภคเพียงพอตลอดปีอย่างน้อยคนละ 5 1,638 คร.
93 คน 100.00 0 คน 0.00
ลิตรตอ่ วนั
247 คน 100.00 0 คน 0.00
10. ครัว เรือนมีน้าใช้เพียงพอตลอดปี 1,638 คร. 110 คน 100.00 0 คน 0.00
อย่างนอ้ ยคนละ 45 ลิตรต่อวนั
326 คน 100.00 0 คน 0.00
11. ครัวเรือนมีการจัดบ้านเรือนเป็นระเบียบ 1,638 คร.
เรียบร้อย สะอาดและถูกสุขลกั ษณะ 3,077 คน 100.00 0 คน 0.00
12. ครวั เรอื นไม่ถกู รบกวนจากมลพษิ 1,638 คร. 3,190 คน 100.00 0 คน 0.00
810 คน 100.00 0 คน 0.00
13. ค รั ว เ รื อ น มี ก า ร ป้ อ ง กั น อุ บั ติ ภั ย 1,638 คร. 1,638 คร. 100.00 0 คร. 0.00
และภยั ธรรมชาตอิ ยา่ งถูกวิธี 1,638 คร. 100.00 0 คร. 0.00
4,364 คน 97.04 133 2.96
14. ครัวเรือนมีความปลอดภัยในชี วิต 1,638 คร. คน
และทรพั ย์สิน
หมวดท่ี 3 การศึกษา มี 5 ตัวช้ีวดั
15. เด็กอายุ 3 - 5 ปี ได้รับบริการเล้ียงดู 93 คน
เตรยี มความพร้อมกอ่ นวยั เรียน
16. เด็กอายุ 6 -14 ปี ได้รับการศึกษา 247 คน
ภาคบังคับ 9 ปี
17. เด็กจบช้ัน ม.3 ได้เรียนต่อชั้น ม.4 110 คน
หรือเทียบเท่า
18. คนในครัวเรือนท่ีจบการศึกษาภาคบังคับ
9 ปี ที่ไม่ได้เรียนต่อและยังไม่มีงานทาได้รับ 326 คน
การฝกึ อบรมด้านอาชีพ
19. คนอายุ 15 - 59 ปี อา่ น เขยี นภาษาไทย 3,077 คน
และคิดเลขอย่างงา่ ยได้
ห ม ว ด ท่ี 4 ก า ร มี ง า น ท า แ ล ะ ร า ย ไ ด้
มี 4 ตวั ชี้วัด 3,190 คน
20. คนอายุ 15 – 59 ปี มีอาชีพและรายได้
21. คนอายุ 60 ปขี ึ้นไป มีอาชีพและรายได้ 810 คน
22. รายได้เฉล่ียของคนในครัวเรือนต่อปีไม่ 1,638 คร.
น้อย 30,000 บาท
23. ครวั เรือนมีการเก็บออมเงนิ 1,638 คร.
หมวดท่ี 5 คา่ นยิ ม มี 8 ตัวชว้ี ัด 4,497 คน
24. คนในครวั เรือนไม่ด่มื สรุ า
67
25. คนในครัวเรือนไม่สูบบุหร่ี 4,284 คน 4,187 คน 97.74 97 คน 2.26
3,981 คน 100.00 0 คน 0.00
26. คนอายุ 6 ปีข้ึนไป ปฏิบัติกิจกรรมทาง 3,981 คน 1,220 คน 100.00 0 คน 0.00
ศาสนาอยา่ งนอ้ ยสปั ดาห์ละ 1 คร้งั 100.00 0 คน 0.00
91 คน 100.00 0 คน 0.00
27. ผู้สูงอายุ ได้รับการดูแลจากครอบครัว 1,220 คน 297 คน 100.00 0 คร. 0.00
ชมุ ชน ภาครัฐ หรอื ภาคเอกชน 1,638 คร. 100.00 0 คร. 0.00
1,638 คร.
28. ผู้พิการ ได้รับการดูแลจากครอบครัว 91 คน
ชมุ ชน ภาครฐั หรอื ภาคเอกชน
29. ผู้ ป่ ว ย โ ร ค เ ร้ื อ รั ง ไ ด้ รั บ ก า ร ดู แ ล 297 คน
จากครอบครวั ชุมชน ภาครัฐ หรอื ภาคเอกชน
30. ครัวเรือนมสี ่วนรว่ มทากิจกรรมสาธารณะ 1,638 คร.
เพือ่ ประโยชน์ของชมุ ชน หรอื ทอ้ งถิ่น
31. ครอบครวั มคี วามอบอนุ่ 1,638 คร.
คร. : ครัวเรอื น
68
ขอ้ มูลสว่ นที่ 2 กำรดำเนนิ งำน
- แผนและผลการดาเนินงาน จากตารางแผนและผลการดาเนินงานโครงการยกระดบั วิสาหกิจท่องเทยี่ วโดย
ชุมชนบนฐานอัตลักษณ์ชาติพันธ์ไท-ยวน ตาบลสมอแข อาเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ประจาปี พ.ศ. ๒๔๖๔
ประกอบด้วยการจ้างงานในพ้ืนที่โดย จ้างประชาชน จ้างบัณฑิต การจ้างนักศึกษา สามารถดาเนินงานโครงการให้
เป็นไปตามแผนการดาเนินโครงการประจาปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ของตาบลสมอแข ได้ตามวัตถุประสงค์ร้อยละ ๘๕.๖๒
ของการจ้างงาน เมื่อเปรียบเทยี บกบั เปอรเ์ ซ็นตท์ ้ังหมด การจา้ งงานไดร้ อ้ ยละ ๘๓.๒๓
ตารางท่ี 29 แผนและผลการดาเนนิ งานงบประมาณการจา้ งงานในพื้นท่ีตาบลสมอแข อาเภอเมือง จังหวัดพษิ ณโุ ลก
โครงการ/กจิ กรรม 2564 2565 %เทียบกบั
ตาบลสมอแข อาเภอ
เมอื ง จงั หวดั พิษณโุ ลก ก.พ. ม.ี ค. เม.ย พ.ค. ม.ิ ย ก.ค. ส.ค ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ท้ังหมด
1.จ้างงาน 7.00 14.00 24.00 33.00
6.00 14.00 22.00 32.00 44.00 54.00 63.00 71.00 80.00 87.00 94.00 100.00 87.00
1.1 จา้ งประชาชน 8.00 17.00 25.00 33.00
8.00 17.00 25.00 33.00 40.00 49.00 61.00 67.00 79.00 86.00 86.00
1.2 จา้ งบณั ฑติ 8.00 17.00 25.00 33.00
8.00 17.00 25.00 33.00 42.00 50.00 58.00 67.00 75.00 83.00 92.00 100.00 83.00
1.3 จา้ งนกั ศกึ ษา 8.00 17.00 25.00 33.00
8.00 17.00 25.00 33.00 42.00 50.00 58.00 66.00 75.00 83.00 83.00
8.00 17.00 25.00 33.00
8.00 17.00 25.00 33.00 42.00 50.00 58.00 67.00 75.00 83.00 92.00 100.00 83.00
41.00 50.00 58.00 66.00 75.00 83.00 83.00
42.00 50.00 58.00 67.00 75.00 83.00 92.00 100.00 83.00
42.00 50.00 58.00 67.00 75.00 83.00 83.00
42.00 50.00 58.00 67.00 75.00 83.00 92.00 100.00 83.00
42.00 50.00 58.00 67.00 75.00 83.00 83.00
- งบประมาณจ้างงานและดาเนินการภาพรวม จากตารางงบประมาณและการดาเนินงานภาพรวมโครงการ
ยกระดับวสิ าหกิจทอ่ งเทยี่ วโดยชุมชนบนฐานอตั ลักษณช์ าติพนั ธ์ไท-ยวน ตาบลสมอแข อาเภอเมือง จังหวดั พิษณโุ ลก
ประจาปี พ.ศ. ๒๔๖๔ ประกอบดว้ ยการจา้ งงงานในพื้นที่ งบประมาณทั้งหมด 2,420,000 บาท ซง่ึ
ใช้งบประมาณในการจ้างงานทั้งหมด และ ดาเนินงานพัฒนาตาบลงบประมาณท้ังหมด 800,000 บาท ซึ่งใช้
งบประมาณในการดาเดินงานทั้งหมด เพื่อให้โครงการนี้ประสบผลสาเร็จให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลมาก
ที่สุดตอบสนองตอ่ ความตอ้ งการของประชาชนในท้องถนิ่ ได้ และมีการประสานแผนงานกับหนว่ ยงานท่เี กี่ยวข้อง
งบประมาณจ้างงานและดาเนินการภาพรวมตาบลสมอแข อาเภอเมือง จังหวดั พิษณุโลก
โครงการ/กิจกรรม งบทั้งหมด คงเหลือ
1. การจ้างงงานในพื้นที่ 2,420,000.00 220,000.00
1.1 จ้างประชาชน 540,000.00 91,500.00
1.2 จ้างบัณฑต 1,800,000.00 300,000.00
1.3 จ้างนกั ศึกษา 300,000.00 50,000.00
2.ดาเนนงานพฒั นาตาบล 800,000.00 124,444.00
2.1.การพัฒนาสมั มาชีพและสร้างอาชีพใหม่ (การยกระดับสนค้า OTOP/อพี อนื่ ๆ) 318,440.00 35,000.00
2.2.การสร้างและพัฒนา CreativeEconomy (การยกดับการท่องเท่ียว) 481,560.00 89,444.00
รูปท่ี 55 กจิ กรรมทีด่ าเนนิ งานโดยเบกิ งบประมาณ
ท่ีมำ : MJU2T samokhae
69
- การพัฒนาทกั ษะท้ัง 4 ดา้ นของผู้รับจา้ ง จากตารางการพัฒนาทักษะท้งั 4 ด้านของผู้รบั จ้างประจาปี พ.ศ.
๒๕๖๔ ได้ตามแผนร้อยละ ๑00 เม่ือเทียบกับเปอร์เซ็นต์ทั้งหมด โดยแบ่งออกเป็นภาคนักศึกษาจานวน 5 คน
ประชาชน 5 คน และนักศึกษาจบใหม่ 10 คน ในหลักสูตรการพัฒนาทักษะประกอบไปด้วย Digital literacy,
English literacy, Financial literacy และ Social literacy
ตารางที่ 30 หลักสตู รการเรียนรูเ้ พิม่ ทกั ษะ
การพัฒนาทักษะ ก.พ. ม.ี ค. เม.ย พ.ค. 2564 ส.ค ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. 2565 รายงาน/ผล %เทียบกับท้ังหมด %ผลเทียบจากแผน
ม.ิ ย ก.ค. ม.ค.
1. Digital Literacy 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 10.00 10.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 20.00 100.00 100.00
0.00 0.00 0.00 0.00 17.00 3.00 0.00 0.00 0.00 0.00 20.00 100.00
2. English Literacy 0.00 0.00 0.00 0.00 10.00 10.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 20.00 100.00 100.00
0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 20.00 0.00 0.00 0.00 0.00 20.00 100.00
3. Financial Literacy 0.00 20.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 20.00 100.00 100.00
0.00 20.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 20.00 100.00
4. Social Literacy 0.00 0.00 0.00 10.00 10.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 20.00 100.00 100.00
0.00 0.00 15.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 20.00 100.00
- กจิ กรรมทดี่ าเนนิ ในโครงการ
กจิ กรรมจัดตัง้ กลุม่ วิสาหกิจท่องเทยี่ วชมุ ชนตาบลสมอแข บนฐานอตั ลักษณช์ าติพนั ธ์ุไท-ยวน
1.1 จัดเวทีเสวนาวเิ คราะหป์ ญั หาและความต้องการของชุมชนทั้ง 8 หมูบ่ ้าน
(19 กมุ ภาพันธ2์ 564)
1.2 ลงพืน้ ทีส่ ารวจการบริหารจัดการการท่องเท่ียวชมุ ชนแต่ละหมู่และอบรมพฒั นาศักยภาพกลมุ่ วสิ าหกิจ
ทอ่ งเที่ยวชุมชนตาบลสมอแข ครงั้ ที่ 1
(11-16 มิถุนายน 2564)
70
1.3 จดั อบรมพัฒนาศักยภาพกลุ่มวสิ าหกิจท่องเท่ยี วชุมชน ตาบลสมอแข คร้ังที่ 2
(28-29 มิถุนายน 2564)
1.4 จดั อบรมพัฒนาศกั ยภาพแกนนาวสิ าหกจิ ท่องเท่ยี วโดยชมุ ชน ตาบลสมอแข คร้ังท่ี 3 (ยุวนกั สื่อความหมาย
สง่ เสริมเกษตรปลอดภยั เพื่อรองรบั การท่องเทยี่ วเชงิ เกษตร)
(3-4 กรกฎาคม 2564)
1.5 จัดอบรมพัฒนาศกั ยภาพคณะกรรมการวิสาหกจิ ท่องเท่ียวโดยชุมชน ตาบลสมอแข คร้ังท่ี 4 บรรยายหัวขอ้
“วถิ ีหอ้ ม ภมู ปิ ญั ญา และชีวนวัตกรรมการผลติ ” (11 ตุลาคม 2564) บรรยายหัวข้อ “การจัดทามาตรฐาน
ผลติ ภณั ฑส์ นค้าเกษตร อาหาร และช่องทางการจดั จาหนา่ ยบนแพลตฟอร์มอีคอมเมริ ช์ ”
(15 ตุลาคม 2564)
71
2. สง่ เสรมิ การยกระดับอัตลักษณ์ผ้าทอไท-ยวน ส่กู ารเพิ่มมูลคา่ ในรปู แบบของท่รี ะลกึ ท่หี ลากหลายเพ่ือรองรับการ
ท่องเทีย่ วชุมชน
2.1 จดั กจิ กรรมสารวจความต้องการรปู แบบของที่ระลึก เพอ่ื รองรับการท่องเทยี่ วชมุ ชนและอบรมการเพม่ิ มูลค่า
ผา้ ทอไท-ยวน เป็นของที่ระลึกดว้ ยเทคนิคการดน้ มือ ครัง้ ท่ี 1-2 “การทาพวงกุญแจปลา ซองแวน่ ตา กระเป๋า
อเนกประสงค์และตา่ งหจู ากผ้าทอไท-ยวน”
(7-12 สิงหาคม 2564)
2.2 จดั อบรมการเพ่ิมมลู ค่าผ้าทอไท-ยวน เป็นของทร่ี ะลึกด้วยเทคนคิ การด้นมอื ครง้ั ท่ี 3 บรรยายหวั ขอ้ “การทา
พวงกญุ แจรถยนตแ์ ละพวงกุญแจดอกแกว้ ”
(9 พฤศจิกายน 2564)
บรรยายหวั ขอ้ “สร้างยอดขายใหป้ ัง ปงั ! ด้วยเคร่ืองมืออันทรงพลังบนแพลตฟอร์มออนไลน์
(11 พฤศจิกายน 2564)
72
2.3 จดั อบรมการเพม่ิ มูลค่าผ้าทอไท-ยวน เป็นของท่ีระลึก ครั้งที่ 4 ด้วยเทคนิค Eco Printing รนุ่ ท่ี 1
(20-21 พฤศจกิ ายน 2564)
2.4 จัดอบรมการเพิ่มมลู ค่าผ้าทอไท-ยวน เปน็ ของท่รี ะลึก คร้งั ที่ 5 ด้วยเทคนิค Eco Printing รนุ่ ท่ี 2
(22-23 พฤศจิกายน 2564)
73
กำรเช่ือมโยงกำรพฒั นำตำบล (4 ด้ำน)
การเชื่อมโยงการพัฒนาตาบลโดยภาพรวมตาบลสมอแขไดดาเนินการจัดกิจกรรมท้ังหมด 13 กิจกรรม
ซ่ึงทุกกิจกรรมจะมุ่นเน้นการพัฒนาในดานของการนาองคความรูไปชวยบริการชุมชน (Health Care/เทคโนยีด้านต่างๆ)
เป็นหลัก อีกทั้งยังมีการมุงเนนการพัฒนาในดานของการสงเสริม ดานส่ิงแวดลอม/ Circular Economy (การเพิ่มรายได
หมนุ เวยี นใหแกชุมชน)
ตารางท่ี 31 การเชือ่ มโยงการพัฒนาตาบล
การพัฒนาตาบล
1. การพัฒนา 2. การสราง 3. การนาองค 4. การสงเสรมิ
สัมมาชีพและสร้าง และพฒั นา ความรไู ปช่วย ดานสงิ่ แวดลอม/
ลาดับ กจิ กรรม อาชพี ใหม่ (การ Creative บรกิ ารชมุ ชน Circular
ยกระดับสินคา Economy (Health Care/ Economy (การ
OTOP/อาชีพ (การยกระดบั เทคโนโลยดี ้าน เพ่มิ รายได้
อ่นื ๆ) การทองเทยี่ ว) ตา่ งๆ) หมุนเวยี นใหแก
ชุมชน)
1 กิ จ ก ร ร ม ก า ร ส า ร ว จ ค ว า ม
ต้องการรูปแบบของท่ีระลึก เพ่ือ
รองรับการท่องเท่ียวชุมชน และ
การเพิ่มมูลค่าผ้าทอไท-ยวนด้วย
เทคนิคการดน้ มอื
2 การสารวจความต้องการรูปแบบ
ของที่ระลึกเพ่ือเพ่ิมมูลค่าผ้าทอ
ไท-ยวน เป็นของที่ระลึกด้วย
เทคนคิ Eco printing
3 ก า ร พั ฒ น า ศั ก ย ภ า พ
คณะกรรมการวิสากิจท่องเท่ียว
โดยชุมชน
4 การทดลองการจัดทาโปรแกรม
ทอ่ งเทยี่ วโดยชุมชนต้นแบบ
เชือ่ มโยงภมู ิวฒั ธรรม เส้นทาง
การท่องเทีย่ วเชิงวฒั ธรรม และ
เชงิ เกษตร
5 การจัดตลาดจาหนา่ ยผ่อวิถไี ท-
ยวนชวนชมไทยทรงดา
6 การอบรมขอรับรองมาตรฐาน
สนิ คา้ ชมุ ชน และสนิ คา้ โอทอป
74
ขอ้ มลู ส่วนท่ี 3 การประเมินศักยภาพตาบลตามเป้าหมาย 16
ตำรำงท่ี 32 การประเมนิ ศักยภาพตาบลตามเปา้ หมาย 16 ประการกอ่ นเริม่ โครงการ
ข้อท่ี เปำ้ หมำย ๑๖ ประกำร ตำบลมงุ่ สู่ ตำบลมงุ่ สู่ ตำบลท่ีอยู่ สภำพปัญหำ
ควำมย่ังยืน ควำมพอเพียง รอด (๘-๑๐
(๑๔-๑๖ เปำ้ หมำย)
เปำ้ หมำย) (๑๑-๑๓
เปำ้ หมำย)
๑ องค์กรชุมชน ตาบล มี หมู่ ๓
สมรรถนะในการจดั การสงู -ขาดเงนิ ทนุ ในการจดั ต้งั
กลุ่ม และแรงงาน
√ หมู่ ๘
-คนในชมุ ชนไม่ให้ความ
ร่วมมือในการดาเนินการ
๒ การจดั สรรทรัพยากรอย่าง √ -
เปน็ ระบบ
๓ ความสามารถวิเคราะห์ หมู่ ๘
รายรบั -รายจ่าย √ -ไม่มกี ลุ่มวสิ าหกิจหรอื
สถาบันการเงนิ ของ
ชุมชน
๔ สัมมาชีพเต็มพื้นที่ หมู่ ๔
-รายได้ไม่พอค่าใช้จา่ ย
-แม่บ้านวา่ งงาน
-ไม่มกี ารสานต่ออาชพี ใน
กลมุ่ รายได้
-คนในชุมชนกว่า ๙๐
เปอรเ์ ซน็ ตดิ การพนนั
(หวย) ทาใหเ้ ปน็ หนส้ี ิน
รวมถงึ หนน้ี อกระบบ
-รายไดว้ ัดไม่เพยี งพอ
√ คา่ ใช้จ่าย
-ชาวบา้ นตกงานจากพิษ
โควิด
หมู่ ๕
-จานวนคนในชุมชนที่
วา่ งงานมีจานวนมาก
และผ้สู ูงอายุไม่มรี ายได้
๕ เกษตรทฤษฎใี หม่ หมู่ ๓
75 √ -ยงั มคี นทาการเกษตรใน
รูปแบบเก่าเปน็ จานวน
๖ สระนา้ ประจาครอบครัว มาก และใช้สารเคมีที่มี
๗ การจัดการวสิ าหกจิ ตน้ ทนุ สงู ไม่ยอมปรบั รบั
ทฤษฎใี หม่
๘ การฝึกอบรมดา้ นสงั คม √ หมู่ ๔
-ไมม่ กี ารปลกู พชื ผักเพื่อ
๙ การจัดการโครงสรา้ ง การบรโิ ภค และไมม่ กี าร
พ้ืนฐาน ทาเกษตรทฤษฎใี หม่
หมู่ ๓
-มีสระน้าในชุมชนแต่มี
จานวนนอ้ ยไมเ่ พียงพอ
ต่อการใช้ทาการเกษตร
เกิดปัญหาการแย่งใช้น้า
√ หมู่ ๔
-น้าไม่เพียงพอในการทา
การเกษตร
หมู่ ๘
-น้าไมเ่ พียงพอในการทา
การเกษตร
หมู่ ๓
-กลุ่มตา่ งๆค่อยๆหายไป
เชน่ กลมุ่ วิสาหกจิ ชุมชน,
กลมุ่ พัฒนาอาชีพ, กลุ่ม
ประดิษฐด์ อกไม้
-ไม่มขี องดี ของเดน่ หรอื
สนิ ค้า OTOP
√ หมู่ ๔
-ไม่มีตลาดรองรบั สนิ คา้
หมู่ ๕
-กลมุ่ วิสาหกจิ ชมุ ชน
ไม่ไดถ้ กู จดั ตงั้ อย่างเปน็
กิจลักษณะ
หมู่ ๘
-ไมม่ ีตลาดรองรบั สินคา้
-
หมู่ ๔
√
76
๑๐ ตาบลปลอดภัย √ -มีการเผาขยะ และตอ
ซงั ข้าว
๑๑ พัฒนาคุณภาพกลุ่ม หมู่ ๕
เปราะบาง -มีการทาลายส่ิงแวดล้อม
เช่น การเผาตอฝาง และ
๑๒ ระบบสขุ ภาพตาบล √ √ เผาหญ้า
๑๓ ศนู ย์เรยี นรู้ตาบล -
√ หมู่ ๔
๑๔ ระบบความยตุ ิธรรมชมุ ชน √ √ -โรงเรียนไมม่ ีหอ้ ง
๑๕ ระบบสอ่ื สารชุมชน+สื่อ √ พยาบาล
√ -ไมค่ ่อยได้รบั การ
ดจิ ทิ ัล สนับสนนุ เร่ือง
๑๖ ตาบลทาความดี ทนุ การศึกษา
-
เปน็ ไปตำมเปำ้ หมำย หมู่ ๓
-ไม่มศี ูนย์การเรียนรู้ท่ี
เปน็ กจิ ลักษณะ
หมู่ ๘
-เคยมีห้องสมุดชุมชนแต่
ไม่มีคนดูแล
-
-
-
จากข้อมูลตารางท่ี 32 การประเมินศักยภาพตาบลตามเป้าหมาย 16 ประการ ของตาบลสมอแข
โดยแยกเป็นหมู่บ้าน สามารถสรุปได้ว่าองค์กรในชุมชนมีสมรรถนะในการจัดการสูง และมุ่งสู่ความพอเพียง
แตพ่ บวา่ หมู่ที่ 3 บา้ นดงประโดกขาดเงินทุนในการจดั ตงั้ กลุ่มและแรงงานในการปฏบิ ัติงาน ดา้ นเกษตรทฤษฎีใหมย่ ังมีคน
ทาการเกษตรในรูปแบบด่ังเดิมเป็นจานวนมาก และใช้สารเคมีท่ีมีต้นทุนสูง ไม่ยอมปรับรับทฤษ ฎีใหม่
และยังประสบปัญหาการขาดแคลนน้าใช้เพื่อการเกษตร การจัดกิจกรรมวิสาหกิจชุมชนพบว่ามีกลุ่มกิจสาหกิจบ้างกล่มุ มี
คนทาน้อยลง ทาให้กลุ่มงานน้ันทุกระงับ เช่น ประดิษฐ์ดอกไม้การพัฒนาอาชีพ และสินค้า OTOP เป็นต้น
ใ น ก า ร จั ด ต้ั ง ศู น ย์ ก า ร เ รี ย น รู้ ห มู่ บ้ า น ไ ม่ มี ก า ร ต้ั ง เ ป็ น กิ จ จ ะ ลั ก ษ ณ ะ จึ ง ท า ใ ห้ เ กิ ด ปั ญ ห า ใ น ก า ร พั ฒ น า ชุ ม ช น
และครอบครัว
77
หมู่ท่ี 4 บ้านสมอแข จากการสารวจพบว่ารายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ประชาชนตกงานจากวิกฤตการโรค
ระบาดโควิด 19 และทราบว่าร้อยละ 90 ของครัวเรือนมีหน้ีนอกระบบจากการซ้ือหวยใต้ดิน และเกษตรทฤษฎี
การปลูกพืชผกั ไม่มีการดาเนนิ การในพื้นที่ แตป่ ลกู เพ่อื บริโภคภายในครัวเรือนเทา่ น้ัน การจัดระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม
ไม่มีประสิทธิภาพเน่ืองจากในชุมชนมีการเผาต่อซังข้าว และขยะเป็นประจาสถานที่ราชการโรงเรียนไม่มีห้องพยาลเนื่อง
ไม่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการของรัฐบาล หมู่ที่ 5 บ้านก่อ พบคนว่างงานจานวนมากและผู้สูงอายุไม่มีรายได้การ
จดั การกลมุ่ วิสาหกจิ ไม่ถูกจัดต้ัง และไมม่ ีการจดั การสิง่ ล้อมซ่ึงคล้ายคลงึ กับบ้านสมอแข หมู่ที่ 8 บ้านกรมธรรณ์-ฉัตรแก้ว
ส่วนมากเป็นบ้านจัดสรร ประชากรในชุมชนไม่มีการจัดต้ังกลุ่มชุมชนอย่างชัดเจนและน้าอุปโภคไม่เพียงพอ
แตจ่ ากการสรุปภาพรวมภายในตาบลสมอแขเป็นตาบลทมี่ ุ่งส่คู วามพอเพียง และยนิ ยอมรบั การพัฒนาจากโครงการของรัฐ
และเอกชนทจี่ ะทาใหช้ มุ ชนในตาบลพฒั นาไปสปู่ ระเทศไทยยุค 4.0
ตำรำงที่ 33 การประเมินศักยภาพตาบลตามเป้าหมาย 16 ประการไตรมาสท่ี 1 (เมษายน)
ข้อที่ เปำ้ หมำย ๑๖ ประกำร ตำบลมงุ่ สู่ ตำบลมงุ่ สู่ ตำบลทีอ่ ยู่ สภำพปญั หำ
ควำมยั่งยืน ควำมพอเพียง รอด (๘-๑๐
(๑๔-๑๖ เปำ้ หมำย)
เป้ำหมำย) (๑๑-๑๓
เป้ำหมำย)
๑ องค์กรชุมชน ตาบล มี หมู่ ๓
สมรรถนะในการจัดการสูง -ขาดเงินทุนในการจัดต้ัง
กลุ่ม และแรงงาน
√ หมู่ ๘
-คนในชุมชนไม่ให้ความ
รว่ มมือในการดาเนินการ
๒ การจดั สรรทรัพยากรอยา่ ง √ -
เปน็ ระบบ
๓ ความสามารถวเิ คราะห์ หมู่ ๘
รายรับ-รายจา่ ย √ -ไม่มีกลุ่มวิสาหกจิ หรอื
สถาบนั การเงินของ
ชุมชน
๔ สมั มาชีพเต็มพืน้ ท่ี หมู่ ๔
-รายได้ไม่พอค่าใชจ้ า่ ย
-แมบ่ ้านวา่ งงาน
-ไมม่ กี ารสานต่ออาชพี ใน
กลมุ่ รายได้
-คนในชุมชนกวา่ ๙๐
√ เปอรเ์ ซ็น ติดการพนนั
(หวย) ทาให้เป็นหนี้สิน
รวมถงึ หนี้นอกระบบ
-รายไดว้ ัดไมเ่ พยี งพอ
ค่าใช้จ่าย
78
-ชาวบ้านตกงานจากพษิ
โควดิ
หมู่ ๕
-จานวนคนในชุมชนท่ี
วา่ งงานมีจานวนมาก
และผ้สู งู อายุไม่มรี ายได้
๕ เกษตรทฤษฎีใหม่ หมู่ ๓
๖ สระนา้ ประจาครอบครวั
๗ การจดั การวิสาหกจิ -ยังมคี นทาการเกษตรใน
รปู แบบเก่าเป็นจานวน
มาก และใช้สารเคมที ี่มี
√ ตน้ ทนุ สงู ไมย่ อมปรบั รับ
ทฤษฎใี หม่
หมู่ ๔
-ไม่มีการปลกู พืชผกั เพ่ือ
การบรโิ ภค และไม่มีการ
ทาเกษตรทฤษฎีใหม่
หมู่ ๓
-มีสระน้าในชมุ ชนแต่มี
จานวนน้อยไมเ่ พยี งพอ
ต่อการใชท้ าการเกษตร
เกิดปญั หาการแย่งใชน้ า้
√ หมู่ ๔
-น้าไม่เพียงพอในการทา
การเกษตร
หมู่ ๘
-น้าไมเ่ พียงพอในการทา
การเกษตร
หมู่ ๓
-กลุ่มตา่ งๆค่อยๆหายไป
เช่น กลมุ่ วสิ าหกิจชุมชน,
กลมุ่ พัฒนาอาชพี , กลมุ่
ประดิษฐด์ อกไม้
√ -ไม่มขี องดี ของเด่น หรอื
สินคา้ OTOP
หมู่ ๔
-ไมม่ ีตลาดรองรับสนิ คา้
79
หมู่ ๕
-กลมุ่ วิสาหกิจชุมชน
ไมไ่ ดถ้ กู จดั ตง้ั อย่างเป็น
กิจลกั ษณะ
หมู่ ๘
-ไมม่ ีตลาดรองรับสินค้า
๘ การฝกึ อบรมด้านสังคม √ -
๙ การจัดการโครงสร้าง หมู่ ๔
พน้ื ฐาน
-มกี ารเผาขยะ และตอ
ซงั ขา้ ว
√ หมู่ ๕
-มกี ารทาลายสิ่งแวดล้อม
เช่น การเผาตอฝาง และ
เผาหญา้
๑๐ ตาบลปลอดภยั √ -
๑๑ พฒั นาคุณภาพกลุ่ม หมู่ ๔
เปราะบาง
-โรงเรียนไม่มีห้อง
พยาบาล
√ -ไม่ค่อยไดร้ บั การ
√ สนับสนนุ เร่อื ง
√
ทนุ การศึกษา
√
๑๒ ระบบสขุ ภาพตาบล √ -
๑๓ ศูนยเ์ รียนรู้ตาบล
หมู่ ๓
-ไมม่ ศี ูนย์การเรียนรทู้ ่ี
เป็นกิจลักษณะ
หมู่ ๘
-เคยมหี อ้ งสมุดชุมชนแต่
ไมม่ ีคนดูแล
๑๔ ระบบความยตุ ธิ รรมชุมชน √ -
๑๕ ระบบส่อื สารชมุ ชน+ส่ือ √
-
ดิจิทลั
๑๖ ตาบลทาความดี -
เป็นไปตำมเปำ้ หมำย
80
จากข้อมูลตารางท่ี 33 การประเมินศักยภาพตาบลตามเป้าหมาย 16 ประการ ของตาบลสมอแข
โดยแยกเป็นหมู่บ้าน สามารถสรุปได้ว่าองค์กรในชุมชนมีสมรรถนะในการจัดการสูง และมุ่งสู่ความพอเพียง
แตพ่ บว่าหมู่ท่ี 3 บ้านดงประโดกขาดเงินทนุ ในการจัดตง้ั กลุ่มและแรงงานในการปฏิบัติงาน ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ยังมีคน
ทาการเกษตรในรูปแบบด่ังเดิมเป็นจานวนมาก และใช้สารเคมีท่ีมีต้นทุนสูง ไม่ยอมปรับรับทฤษฎีใหม่
และยังประสบปัญหาการขาดแคลนน้าใช้เพื่อการเกษตร การจัดกิจกรรมวิสาหกิจชุมชนพบว่ามีกลุ่มกิจสาหกิจ
บ้างกลุ่มมีคนทาน้อยลง ทาให้กลุ่มงานน้ันทุกระงับ เช่น ประดิษฐ์ดอกไม้การพัฒนาอาชีพ และสินค้า OTOP เป็นต้น
ใ น ก า ร จั ด ตั้ ง ศู น ย์ ก า ร เ รี ย น รู้ ห มู่ บ้ า น ไ ม่ มี ก า ร ตั้ ง เ ป็ น กิ จ จ ะ ลั ก ษ ณ ะ จึ ง ท า ใ ห้ เ กิ ด ปั ญ ห า ใ น ก า ร พั ฒ น า ชุ ม ช น
และครอบครัว หมู่ที่ 4 บ้านสมอแข จากการสารวจพบว่ารายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ประชาชนตกงานจากวิกฤตการ
โรคระบาดโควิด 19 และทราบว่าร้อยละ 90 ของครัวเรือนมีหนี้นอกระบบจากการซื้อหวยใต้ดิน และเกษตรทฤษฎีการ
ปลูกพชื ผกั ไมม่ กี ารดาเนนิ การในพ้นื ที่ แตป่ ลูกเพ่ือบรโิ ภคภายในครวั เรือนเทา่ นั้น การจดั ระบบการจัดการสงิ่ แวดล้อมไม่มี
ประสทิ ธภิ าพเน่ืองจากในชมุ ชนมีการเผาต่อซังข้าว และขยะเป็นประจาสถานที่ราชการโรงเรียนไม่มหี ้องพยาล เน่อื งไม่ได้
รบั การสนบั สนนุ จากโครงการของรัฐบาล หมูท่ ่ี 5 บา้ นก่อ พบคนว่างงาน จานวนมาก และผ้สู งู อายไุ มม่ ีรายได้การจัดการ
กลุ่มวิสาหกิจไม่ถูกจัดตั้ง และไม่มีการจัดการส่ิงล้อมซึ่งคล้ายคลึงกับบ้านสมอแข หมู่ท่ี 8 บ้านกรมธรรณ์-ฉัตรแก้ว
ส่วนมากเป็นบ้านจัดสรร ประชากรในชุมชนไม่มีการจัดต้ังกลุ่มชุมชนอย่างชัดเจน และน้าอุปโภคไม่เพียงพอ แต่จากการ
สรุปภาพรวมภายในตาบลสมอแขเป็นตาบลท่ีมุ่งสู่ความพอเพียง และยินยอมรับการพัฒนาจากโครงการของรัฐ
และเอกชนทจี่ ะทาใหช้ มุ ชนในตาบลพฒั นาไปสปู่ ระเทศไทยยุค 4.0
81
ตำรำงที่ 34 การประเมินศักยภาพตาบลตามเปา้ หมาย 16 ประการ ไตรมาสที่ 2 (กรกฎาคม)
ขอ้ ที่ เปำ้ หมำย ๑๖ ประกำร ตำบลม่งุ สู่ ตำบลมุง่ สู่ ตำบลทอี่ ยู่ สภำพปัญหำ
ควำมย่ังยืน ควำมพอเพียง รอด (๘-๑๐
(๑๔-๑๖ เป้ำหมำย)
เปำ้ หมำย) (๑๑-๑๓
เป้ำหมำย)
๑ องค์กรชมุ ชน ตาบล มี หมู่ ๓
สมรรถนะในการจดั การสงู -ขาดเงินทนุ ในการจัดตั้ง
กลมุ่ และแรงงาน
√ หมู่ ๘
-คนในชุมชนไมใ่ ห้ความ
ร่วมมือในการดาเนินการ
๒ การจัดสรรทรัพยากรอยา่ ง √ -
เปน็ ระบบ
๓ ความสามารถวเิ คราะห์ หมู่ ๘
รายรบั -รายจา่ ย √ -ไม่มกี ลุ่มวสิ าหกิจหรอื
สถาบันการเงินของ
ชุมชน
๔ สัมมาชพี เตม็ พื้นที่ หมู่ ๔
-รายไดไ้ ม่พอคา่ ใช้จา่ ย
-แม่บา้ นวา่ งงาน
-ไมม่ กี ารสานตอ่ อาชพี ใน
กล่มุ รายได้
-คนในชุมชนกว่า ๙๐
เปอรเ์ ซ็น ตดิ การพนนั
(หวย) ทาใหเ้ ปน็ หนี้สนิ
รวมถงึ หนน้ี อกระบบ
√ -รายได้วดั ไม่เพยี งพอ
ค่าใช้จา่ ย
-ชาวบ้านตกงานจากพิษ
โควิด
หมู่ ๕
-จานวนคนในชุมชนท่ี
วา่ งงานมีจานวนมาก
และผสู้ ูงอายุไม่มีรายได้
๕ เกษตรทฤษฎีใหม่ หมู่ ๓
√ -ยงั มคี นทาการเกษตรใน
รูปแบบเก่าเปน็ จานวน
มาก และใช้สารเคมที ี่มี
82 ตน้ ทนุ สูง ไมย่ อมปรบั รับ
ทฤษฎใี หม่
๖ สระน้าประจาครอบครัว หมู่ ๔
๗ การจดั การวสิ าหกิจ -ไมม่ ีการปลกู พชื ผกั เพื่อ
การบริโภค และไม่มกี าร
๘ การฝึกอบรมดา้ นสงั คม √ ทาเกษตรทฤษฎีใหม่
๙ การจดั การโครงสรา้ ง หมู่ ๓
พ้นื ฐาน -มสี ระน้าในชุมชนแต่มี
จานวนน้อยไมเ่ พียงพอ
ต่อการใชท้ าการเกษตร
เกิดปญั หาการแยง่ ใช้นา้
√ หมู่ ๔
-น้าไม่เพยี งพอในการทา
การเกษตร
หมู่ ๘
-น้าไมเ่ พยี งพอในการทา
การเกษตร
หมู่ ๓
-กลุ่มตา่ งๆค่อยๆหายไป
เช่น กลุ่มวิสาหกิจชุมชน,
กลุม่ พฒั นาอาชีพ, กลุ่ม
ประดิษฐด์ อกไม้
-ไมม่ ขี องดี ของเด่น หรือ
สินค้า OTOP
√ หมู่ ๔
-ไม่มีตลาดรองรับสินค้า
หมู่ ๕
-กลมุ่ วสิ าหกจิ ชุมชน
ไมไ่ ดถ้ กู จัดตั้งอย่างเป็น
กจิ ลักษณะ
หมู่ ๘
-ไม่มีตลาดรองรบั สนิ คา้
-
หมู่ ๔
-มีการเผาขยะ และตอ
√ ซงั ขา้ ว
83
๑๐ ตาบลปลอดภัย √ หมู่ ๕
-มกี ารทาลายส่ิงแวดล้อม
๑๑ พฒั นาคณุ ภาพกลุ่ม เชน่ การเผาตอฝาง
เปราะบาง และเผาหญา้
-
๑๒ ระบบสุขภาพตาบล √ √ หมู่ ๔
๑๓ ศนู ย์เรียนรู้ตาบล -โรงเรยี นไมม่ หี อ้ ง
√ พยาบาล
๑๔ ระบบความยุตธิ รรมชมุ ชน √ √ -ไม่ค่อยไดร้ ับการ
๑๕ ระบบสื่อสารชุมชน+สือ่ √ สนับสนนุ เรื่อง
√ ทุนการศึกษา
ดจิ ทิ ลั -
๑๖ ตาบลทาความดี หมู่ ๓
-ไมม่ ศี ูนย์การเรียนรทู้ ี่
เป็นไปตำมเป้ำหมำย เปน็ กจิ ลักษณะ
หมู่ ๘
-เคยมหี ้องสมุดชมุ ชนแต่
ไมม่ ีคนดูแล
-
-
-
จากข้อมูลตารางท่ี 34 การประเมินศักยภาพตาบลตามเป้าหมาย 16 ประการ ของตาบลสมอแข
โดยแยกเป็นหมู่บ้าน สามารถสรุปได้ว่าองค์กรในชุมชนมีสมรรถนะในการจัดการสูง และมุ่งสู่ความพอเพียง
แต่พบว่าหมู่ที่ 3 บา้ นดงประโดกขาดเงินทุนในการจดั ตง้ั กลุ่มและแรงงานในการปฏบิ ัตงิ าน ดา้ นเกษตรทฤษฎีใหมย่ ังมีคน
ทาการเกษตรในรูปแบบด่ังเดิมเป็นจานวนมาก และใช้สารเคมีท่ีมีต้นทุนสูง ไม่ยอมปรับ รับทฤษฎีใหม่
และยังประสบปัญหาการขาดแคลนน้าใช้เพื่อการเกษตร การจัดกิจกรรมวิสาหกิจชุมชนพบว่ามีกลุ่มกิจสาหกิจบ้างกล่มุ มี
คนทาน้อยลง ทาให้กลุ่มงานนั้นทุกระงับ เช่น ประดิษฐ์ดอกไม้การพัฒนาอาชีพ และสินค้า OTOP เป็นต้น ในการจัดตั้ง
ศูนย์การเรียนรู้หมู่บ้านไม่มีการต้ังเป็นกิจจะลักษณะจึงทาให้เกิดปัญหาในการพัฒนาชุมชน และครอบครัว หมู่ท่ี 4 บ้าน
สมอแข จากการสารวจพบว่ารายได้ไม่เพยี งพอต่อรายจ่าย ประชาชนตกงานจากวิกฤตการโรคระบาดโควดิ 19 และทราบ
วา่ รอ้ ยละ 90 ของครวั เรือนมีหนี้นอกระบบจากการซื้อหวยใต้ดิน และเกษตรทฤษฎีการปลูกพชื ผักไม่มีการดาเนินการใน
พ้ืนท่ี แต่ปลูกเพ่ือบริโภคภายในครัวเรือนเท่านั้น การจัดระบบการจัดการส่งิ แวดล้อมไม่มีประสิทธิภาพเน่ืองจากในชุมชน
มีการเผาต่อซังข้าว และขยะเป็นประจาสถานท่ีราชการโรงเรียนไม่มีห้องพยาล เน่ืองไม่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการ
ของรฐั บาล หม่ทู ี่ 5 บ้านก่อ พบคนว่างงานจานวนมากและผู้สูงอายุไม่มรี ายได้การจัดการกลุ่มวิสาหกจิ ไม่ถูกจัดต้งั และไม่
84
มีการจัดการส่ิงล้อมซ่ึงคล้ายคลึงกับบ้านสมอแข หมู่ท่ี 8 บ้านกรมธรรณ์-ฉัตรแก้วส่วนมากเป็นบ้านจัดสรร ประชากรใน
ชุมชนไม่มีการจัดต้ังกลุ่มชุมชนอย่างชัดเจน และน้าอุปโภคไม่เพียงพอ แต่จากการสรุปภาพรวมภายในตาบลสมอแขเป็น
ตาบลที่มุ่งสู่ความพอเพียง และยินยอมรับการพัฒนาจากโครงการของรัฐ และเอกชนท่ีจะทาให้ชมุ ชนในตาบลพัฒนาไปสู่
ประเทศไทยยคุ 4.0
ตำรำงท่ี 35 การประเมนิ ศักยภาพตาบลตามเป้าหมาย 16 ประการ ไตรมาสท่ี 3 (ตลุ าคม)
ขอ้ ท่ี เปำ้ หมำย ๑๖ ประกำร ตำบลมงุ่ สู่ ตำบลมุ่งสู่ ตำบลทอ่ี ยู่ สภำพปญั หำ
ควำมย่ังยืน ควำมพอเพียง รอด (๘-๑๐
(๑๔-๑๖ เป้ำหมำย)
เปำ้ หมำย) (๑๑-๑๓
เปำ้ หมำย)
๑ องค์กรชุมชน ตาบล มี หมู่ ๓
สมรรถนะในการจัดการสูง -ขาดเงินทุนในการจัดตั้ง
กลุ่ม และแรงงาน
√ หมู่ ๘
-คนในชุมชนไม่ให้ความ
ร่วมมือในการดาเนินการ
๒ การจัดสรรทรัพยากรอย่าง √ -
เปน็ ระบบ
๓ ความสามารถวิเคราะห์ √-
รายรับ-รายจา่ ย
๔ สมั มาชพี เตม็ พื้นท่ี หมู่ ๔
-รายไดไ้ ม่พอคา่ ใช้จ่าย
-แมบ่ า้ นว่างงาน
-ไมม่ ีการสานต่ออาชีพใน
กลุ่มรายได้
-คนในชุมชนกว่า ๙๐
เปอร์เซ็น ติดการพนัน
(หวย) ทาให้เป็นหน้ีสิน
รวมถึงหน้นี อกระบบ
√ -รายได้วัดไม่เพียงพอ
คา่ ใช้จา่ ย
-ชาวบ้านตกงานจากพิษ
โควดิ
หมู่ ๕
-จ า น ว น ค น ใ น ชุ ม ช น ท่ี
ว่ า ง ง า น มี จ า น ว น ม า ก
และผสู้ ูงอายุไม่มีรายได้
๕ เกษตรทฤษฎใี หม่ 85 หมู่ ๓
๖ สระนา้ ประจาครอบครวั -ยังมีคนทาการเกษตรใน
√ รูปแบบเก่าเป็นจานวน
มาก และใช้สารเคมีท่ีมี
๗ การจัดการวสิ าหกจิ ต้นทุนสูง ไม่ยอมปรับรับ
ทฤษฎใี หม่
√ หมู่ ๔
-ไม่มีการปลูกพืชผักเพื่อ
๘ การฝกึ อบรมด้านสงั คม √ การบริโภค และไม่มีการ
ทาเกษตรทฤษฎีใหม่
หมู่ ๓
-มีสระน้าในชุมชนแต่มี
จานวนน้อยไม่เพียงพอ
ต่อการใช้ทาการเกษตร
เกดิ ปัญหาการแย่งใชน้ า้
√ หมู่ ๔
-น้าไม่เพียงพอในการทา
การเกษตร
หมู่ ๘
-น้าไม่เพียงพอในการทา
การเกษตร
หมู่ ๓
-กลุ่มต่างๆค่อยๆหายไป
เช่น กลุ่มวิสาหกิจชุมชน,
กลุ่มพัฒนาอาชีพ, กลุ่ม
ประดิษฐด์ อกไม้
-ไมม่ ีของดี ของเด่น หรือ
สินคา้ OTOP
หมู่ ๔
-ไม่มตี ลาดรองรบั สนิ คา้
หมู่ ๕
-ก ลุ่ ม วิ ส า ห กิ จ ชุ มช น
ไม่ได้ถูกจัดตั้งอย่างเป็น
กจิ ลักษณะ
หมู่ ๘
-ไม่มีตลาดรองรับสนิ คา้
-
86
๙ การจัดการโ คร ง ส ร้ า ง หมู่ ๔
พน้ื ฐาน -มีการเผาขยะ และตอ
ซังข้าว
๑๐ ตาบลปลอดภัย √ √ หมู่ ๕
-มกี ารทาลายสิง่ แวดล้อม
๑๑ พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ ก ลุ่ ม √ เช่น การเผาตอฝาง และ
เปราะบาง √ เผาหญา้
-
๑๒ ระบบสุขภาพตาบล √ √ หมู่ ๔
๑๓ ศนู ย์เรยี นรู้ตาบล -โ ร ง เ รี ย น ไ ม่ มี ห้ อ ง
พยาบาล
๑๔ ระบบความยุติธรรมชมุ ชน √ -ไ ม่ ค่ อ ย ไ ด้ รั บ ก า ร
๑๕ ระบบส่ือสารชุมชน+ส่ือ ส นั บ ส นุ น เ รื่ อ ง
√ ทนุ การศกึ ษา
ดจิ ิทลั √ -
๑๖ ตาบลทาความดี หมู่ ๓
เปน็ ไปตำมเปำ้ หมำย -ไ ม่ มี ศู น ย์ ก า ร เ รี ย น รู้ ท่ี
เป็นกิจลักษณะ
หมู่ ๘
-เคยมีห้องสมุดชุมชนแต่
ไมม่ คี นดแู ล
-
-
-
จากข้อมูลตารางท่ี 35 การประเมินศักยภาพตาบลตามเป้าหมาย 16 ประการ ในเดือนกันยายนพบว่าบรรลุ
เป้าหมาย 14 ประการ โดยแยกเป็นหมู่บ้าน สามารถสรุปได้ว่าองค์กรในชุมชนมีสมรรถนะในการจัดการสูง และมุ่งสู่
ความพอเพียง แต่พบว่าหมู่ที่ 3 บ้านดงประโดกขาดเงินทุนในการจัดตั้งกลุ่มและแรงงานในการปฏิบัติงาน ด้านเกษตร
ทฤษฎีใหม่ยังมีคนทาการเกษตรในรูปแบบด่ังเดิมเป็นจานวนมาก และใช้สารเคมีที่มีต้นทุนสูง ไม่ยอมรับทฤษฎีใหม่
และยังประสบปัญหาการขาดแคลนน้าใช้เพ่ือการเกษตร การจัดกิจกรรมวิสาหกิจชุมชนพบว่ามีกลุ่มกิจสาหกิจบ้างกล่มุ มี
คนทาน้อยลง ทาให้กลุ่มงานน้ันทุกระงับ เช่น ประดิษฐ์ดอกไม้การพัฒนาอาชีพ และสินค้า OTOP เป็นต้น ในการจัดตั้ง
ศูนย์การเรียนรู้หมู่บ้านไม่มีการต้ังเป็นกิจจะลักษณะจึงทาให้เกิดปัญหาในการพัฒนาชุมชน และครอบครัว หมู่ที่ 4
บ้านสมอแข จากการสารวจพบว่ารายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ประชาชนตกงานจากวิกฤตการโรคระบาดโควิด 19
และทราบว่าร้อยละ 90 ของครัวเรือนมีหนี้นอกระบบจากการซ้ือหวยใต้ดิน และเกษตรทฤษฎีการปลูกพืชผักไม่มีการ
87
ดาเนินการในพ้ืนที่ แต่ปลูกเพื่อบริโภคภายในครัวเรือนเท่าน้ัน การจัดระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมไม่มีประสิทธิภาพ
เน่ืองจากในชุมชนมีการเผาต่อซังข้าว และขยะเป็นประจาสถานที่ราชการโรงเรียนไม่มีห้องพยาล เน่ืองไม่ได้รับการ
สนับสนุนจากโครงการของรัฐบาล หมู่ที่ 5 บ้านก่อพบคนว่างงาน จานวนมากและผู้สูงอายุไม่มีรายได้การจัดการกลุ่ม
วิสาหกิจไม่ถูกจัดต้ัง และไม่มีการจัดการส่ิงล้อมซึ่งคล้ายคลึงกับบ้านสมอแข หมู่ท่ี 8 บ้านกรมธรรณ์-ฉัตรแก้วส่วนมาก
เป็นบ้านจัดสรร ประชากรในชุมชนไม่มีการจัดตั้งกลุ่มชุมชนอย่างชัดเจน และน้าอุปโภคไม่เพียงพอ แต่จากการสรุป
ภาพรวมภายในตาบลสมอแขเป็นตาบลท่ีมุ่งสู่ความพอเพียง และยินยอมรับการพัฒนาจากโครงการของรัฐ และเอกชนท่ี
จะทาให้ชุมชนในตาบลพัฒนาไปสูป่ ระเทศไทยยคุ 4.0
ตำรำงที่ 36 การประเมนิ ศักยภาพตาบลตามเปา้ หมาย 16 ประการ ประเมนิ สน้ิ สดุ โครงการ
ข้อท่ี เป้ำหมำย ๑๖ ประกำร ตำบลม่งุ สู่ ตำบลมงุ่ สู่ ตำบลท่อี ยู่ สภำพปัญหำ
ควำมย่ังยืน ควำมพอเพียง รอด (๘-๑๐
(๑๔-๑๖ เปำ้ หมำย)
เปำ้ หมำย) (๑๑-๑๓
เป้ำหมำย)
๑ องค์กรชุมชน ตาบล มี -
สมรรถนะในการจัดการสูง √
๒ การจัดสรรทรัพยากรอย่าง √-
เปน็ ระบบ
๓ ความสามารถวิเคราะห์ √ -
รายรบั -รายจ่าย
๔ สมั มาชีพเต็มพ้นื ท่ี √ -
๕ เกษตรทฤษฎใี หม่ หมู่ ๓
-ยังมีคนทาการเกษตรใน
รูปแบบเก่าเป็นจานวน
มาก และใช้สารเคมีท่ีมี
√ ต้นทุนสูง ไม่ยอมปรับรับ
ทฤษฎีใหม่
หมู่ ๔
-ไม่มีการปลูกพืชผักเพ่ือ
การบริโภค และไม่มีการ
ทาเกษตรทฤษฎใี หม่
๖ สระนา้ ประจาครอบครวั หมู่ ๓
-มีสระน้าในชุมชนแต่มี
√ จานวนน้อยไม่เพียงพอ
ต่อการใช้ทาการเกษตร
เกดิ ปญั หาการแย่งใช้นา้
หมู่ ๔
88
๗ การจดั การวสิ าหกิจ √ -น้าไม่เพียงพอในการทา
๘ การฝกึ อบรมด้านสงั คม √ การเกษตร
๙ การจัดการโ คร ง ส ร้ า ง หมู่ ๘
-น้าไม่เพียงพอในการทา
พนื้ ฐาน การเกษตร
-
๑๐ ตาบลปลอดภัย √ √ -
หมู่ ๔
๑๑ พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ ก ลุ่ ม √ -มีการเผาขยะ และตอ
เปราะบาง √ ซังข้าว
หมู่ ๕
๑๒ ระบบสุขภาพตาบล √ -มีการทาลายส่ิงแวดล้อม
๑๓ ศูนยเ์ รยี นรตู้ าบล เช่น การเผาตอฝาง และ
๑๔ ระบบความยุตธิ รรมชุมชน √ เผาหญา้
๑๕ ระบบสื่อสารชุมชน+สื่อ √ -
√ หมู่ ๔
ดิจิทลั √ -โ ร ง เ รี ย น ไ ม่ มี ห้ อ ง
๑๖ ตาบลทาความดี พยาบาล
เป็นไปตำมเปำ้ หมำย -ไ ม่ ค่ อ ย ไ ด้ รั บ ก า ร
ส นั บ ส นุ น เ ร่ื อ ง
ทุนการศกึ ษา
-
-
-
-
-
จากข้อมูลตารางท่ี 36 การประเมินศักยภาพตาบลตามเป้าหมาย 16 ประการ ในเดือน ธันวาคม
การประเมินสิ้นสดุ โครงการ พบว่าบรรลุเปา้ หมาย 14 ประการ โดยแยกเป็นหมบู่ ้าน สามารถสรุปได้ว่าองค์กรในชุมชนมี
สมรรถนะในการจัดการสูง ชุมชนมุ่งสู่ความพอเพียง และยังยืน และให้เห็นถึงการพัฒนาท่ีรอบดานของชุมชนมรการ
พฒั นาทกี่ า้ วกระโดด เนื่องจากทุกชุมชนมีสนิ คา้ ผลิตภณั ฑ์ ที่เกดิ จากการรวมกลุ่มของประชาชนในพื้นที่ และองค์กรภาคี
เครือข่ายท่ีเข้ามาสนับสนุนในด้านต่างๆ ท้ังศูนย์การเรียนรู้ คู่มือการอบรม การจัดกิจกรรมที่ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการ
แสดงออกเพ่ือพัฒนาศักยภาพ พร้อมการบูรณาการสื่อออนไลน์ในการจาหน่ายสินค้าเพื่อสอดคล้องกับวิถีชีวิ ตปัจจุบัน
ทั้งน้ียังมีโครงการยกระดับวิสาหกิจท่องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานอัตลักษณ์ชาติพันธ์ไท-ยวน ภายใต้โครงการการยกระดับ
วิสาหกิจรายตาบลแบบบูรณาการพ้ืนที่ตาบลสมอแข อาเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ในการขับเคลื่อนกลุ่มเป้าหมายที่ยัง
89
ขาดองค์ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับช่องทางการจาหน่ายและภาคีเครือข่ายภายนอกท้ังหน่วยงานรัฐและหน่วยงานเอกชนท่ี
เข้ามาสนับสนนุ ในส่วนอ่ืนๆ นอกจากน้ันทางโครงการยังมีการพลักดันให้ชุมชนเข้าร่วมโครงการหนึ่งตาบลหน่ึงผลิตภัณฑ์
(OTOP) และมาตรฐานผลติ ภณั ฑ์ชมุ ชน (มผช.) เพื่อรองรับมาตรฐานอ่ืนๆ ในอนาคต ดังน้ันสามารถสรุปได้วา่ ชมุ ชนพื้นท่ี
ตาบลสมอแข อาเภอเมอื ง จงั หวัดพษิ ณโุ ลก เป็นตาบลพฒั นาไปสู่ประเทศไทยยุค 4.0
90
ขอ้ มูลสว่ นท่ี 4 แบบสารวจเพ่อื เฝา้ ระวังการแพรร่ ะบาดของโรคตดิ ต่ออุบัติใหม่ (Emerging infectious diseases)
ก่อนเริ่มโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสงั คมรายตาบลแบบบูรณาการของตาบลสมอแขน้ันเป็นจังหวะเดียวกบั
ที่ทางเราได้รับแจ้งว่าพบผู้ป่วย COVD -19 จังหวัดมหาสารคาม จานวน 1 ราย มีประวัติเดินทางเข้ามาในพื้นท่ีจังหวัด
พิษณุโลก และพักอาศัยกับญาติในตาบลสมอแข ทางสานักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ได้ให้เจ้าพนักงานควบคุม
โรคตดิ ตอ่ ในพนื้ ท่ี ออกคาสั่งกกั กนั ครอบครัวท่ีผปู้ ่วยมาพักอาศยั ด้วยและไดใ้ หค้ าแนะนาในการเฝา้ ระวังและสังเกตอาการ
หากมีความผิดปกติให้รีบแจ้งสาธารณสุขในพ้ืนที่ทัน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตาบลสมอแข ได้ติดตามผู้ที่อยู่
ในกลุ่มเสี่ยง และผลการตรวจออกมาเป็นลบ จึงได้ให้ผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงทาการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน แล้วติดตามผล
ตลอดเวลาทางสาธารณสุขพิษณุโลกและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลสมอแขได้มีมาตรการ คัดกรองคือวัดไข้ ซัก
ประวัติผู้ที่เข้ามาในเขตจังหวัดพิษณุโลก และให้แสกนผ่านแอพพลิเคชั่น ไทยชนะ หมอชนะและ แอพพลิเคช่ันของทา ง
จังหวดั พิษณุโลกคือ save phitsanulok เพอ่ื คัดกรองใหล้ ะเอียดยิง่ ขนึ้ จากการสอบถามทางโรงบาลส่งเสริมสขุ ภาพตาบล
สมอแข ทางโรงบาลยังไม่มีการประเมินหรือลงสารวจแบบเชิงลุก โดยส่วนใหญ่จะเป็นการใช้แค่แอพพลิเคช่ัน ไทยชนะ
หมอชนะ และการประชาสมั พนั ธข์ ่าวสารเก่ียวกับโควดิ 19 นัน้ ประชาชนยังไม่ไดร้ บั ขอ้ มลู ข่าวสารยังไมท่ ่วั ถงึ
รูปท่ี 56 การประเมนิ ข้อมลู ก่อนเริ่มโครงการร่วมกับโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตาบลสมอแข
ท่มี า : MJU2T samokhae
ตารางท่ี 37 ประเมนิ รอบเดือนมถิ ุนายน-เดอื นพฤศจิกายน ภาพรวม 94.10%
สถำนท่ีสำรวจ จำนวนชุดสำรวจ กำรคำนวนเปน็ เปอรเ์ ซน็
สาหรบั ทพ่ี ักอาศยั 305 99.34
สาหรับตลาด 4 88.89
สาหรบั ศาสนสถาน 5 100
สาหรบั โรงเรยี น 5 88.18
ทม่ี า : MJU2T samokhae
91
จากตารางท่ี 37 เป็นการแสดงผลการสารวจจากการสารวจการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของ
โรคติดต่ออุบัติใหม่ของตาบลสมอแขในเดือนมิถุนายน โดยมีภาพรวมของการสารวจเป็น 94.10% และสามารถแยกผล
การสารวจแต่ละสถานท่ีลงสารวจคือ สาหรับท่ีพักอาศัยจานวน 305 ชุดสามารถคิดเป็นร้อยละได้ 99.34%
ของครัวเรือนท่ีสารวจ สาหรับตลาดจานวน 4 ชุด สามารถคิดเป็นร้อยละได้ 88.89% ของตลาดที่สารวจสาหรับศาสน
สถานจานวน 5 ชุดสามารถคิดเปน็ รอ้ ยละได้ 100% ของศาสนสถานทส่ี ารวจ และสาหรบั โรงเรยี นจานวน 5 ชดุ สามารถ
คิดเปน็ รอ้ ยละได้ 88.18% ของโรงเรยี นท่ีสารวจ โดยจะสังเกตเหน็ ไดว้ ่าเปอรเ์ ซน็ ของการสารวจในแต่ละสถานทจี่ ะไม่ถึง
100% โดยส่วนใหญ่อาจเป็นผลมาจากยังเป็นช่วงที่มีโควิดกลับมาระบาดอีกครั้ง ทางเราจึงมีการประชาสัมพันธ์ให้
ประชาชนเฝา้ ระวงั และมีการป้องกันกันมากขนึ้
ตารางที่ 38 การสารวจโรคอุบัติใหม่โคโรนาไวรัส 2019 ประจาเดอื นเดอื นกรกฎาคมภาพรวม 99.90%
สถำนทีส่ ำรวจ จำนวนชดุ สำรวจ กำรคำนวนเป็นเปอรเ์ ซ็น
สาหรับท่พี กั อาศัย 409 99.59
สาหรับตลาด 4 100
สาหรับศาสนสถาน 6 100
สาหรับโรงเรียน 4 100
ท่ีมา : MJU2T samokhae
จากตารางท่ี 38 เป็นการแสดงผลการสารวจจากการสารวจการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาด
ของโรคติดต่ออุบัติใหม่ของตาบลสมอแขในเดือนกรกฎาคม โดยมีภาพรวมของการสารวจเป็น 99.90 %
และสามารถแยกผลการสารวจแต่ละสถานที่ลงสารวจคือ สาหรับท่ีพักอาศัยจานวน 409 ชุดสามารถคิดเป็นร้อยละได้
99.59% ของครัวเรือนที่สารวจ สาหรับตลาดจานวน 4 ชุด สามารถคิดเป็นร้อยละได้ 100% ของตลาดที่สารว จ
สาหรับศาสนสถานจานวน 6 ชุดสามารถคิดเป็นรอ้ ยละได้ 100% ของศาสนสถานที่สารวจ และสาหรับโรงเรียนจานวน
4 ชุดสามารถคิดเป็นร้อยละได้ 100% ของโรงเรียนที่สารวจ โดยจะสังเกตเห็นได้ว่าเปอร์เซ็นของการสารวจในเดือนนี้
ดกี ว่าเดือนที่แล้วอย่างเหน็ ไดช้ ดั อาจมีผลมาจากการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเฝา้ ระวังและป้องกนั มากขึ้นเชน่ ลงพน้ื ที่
ประชาสัมพันธ์ตามตลาด โรงเรียนหรือศาสนสถานกันมากข้ึน รวมถึงการรณรงค์ให้ประชาชนใส่หน้ากากอนามัยแลว้ ล้าง
มอื ด้วยเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง
ตารางที่ 39 การสารวจโรคอุบตั ใิ หมโ่ คโรนาไวรสั 2019 ประจาเดือนเดอื นเดอื นสิงหาคม ภาพรวม 99.60%
สถำนท่สี ำรวจ จำนวนชุดสำรวจ กำรคำนวนเป็นเปอรเ์ ซน็
สาหรับท่พี กั อาศัย 402 98.38
สาหรบั ตลาด 3 100
สาหรบั ศาสนสถาน 5 100
สาหรบั โรงเรียน 4 100
ทีม่ า : MJU2T samokhae
92
จากตาราง 39 เปน็ การแสดงผลการสารวจจากการสารวจการป้องกนั และเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ
อุบัติใหม่ของตาบลสมอแขในเดือนสิงหาคม โดยมีภาพรวมของการสารวจเป็น 99.60 % และสามารถแยกผล
การสารวจแต่ละสถานท่ีลงสารวจคือ สาหรับที่พักอาศัยจานวน 402 ชุดสามารถคิดเป็นร้อยละได้ 98.38%
ของครัวเรือนที่สารวจ สาหรับตลาดจานวน 3 ชุด สามารถคิดเป็นร้อยละได้ 100% ของตลาดที่สารวจสาหรับศาสน
สถานจานวน 5 ชดุ สามารถคดิ เป็นร้อยละได้ 100% ของศาสนสถานท่ีสารวจ และสาหรับโรงเรียนจานวน 4 ชุดสามารถ
คิดเป็นร้อยละได้ 100% ของโรงเรียนท่ีสารวจ โดยจะสังเกตเห็นได้ว่าเปอร์เซ็นของการสารวจใน เดือนน้ีมีการ
เปลี่ยนแปลงจากเดือนท่ีแล้วไม่มากนกั ในส่วนของที่พักอาศัย อาจมีผลมาจากการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้ารับการ
ฉีดแต่ยงั คงเฝ้าระวังและปอ้ งกนั เหมอื นเดมิ รวมถงึ ประชาชนเรม่ิ รบั วคั ซนี เข็มแรกกันแล้ว
ตารางท่ี 40 การสารวจโรคอุบัติใหม่โคโรนาไวรสั 2019 ประจาเดอื นกนั ยายน ภาพรวม 99.97%
สถำนที่สำรวจ จำนวนชุดสำรวจ กำรคำนวนเปน็ เปอรเ์ ซ็น
สาหรับทพี่ ักอาศัย 426 99.88
สาหรบั ตลาด 3 100
สาหรบั ศาสนสถาน 5 100
สาหรับโรงเรยี น 4 100
ทีม่ า : MJU2T samokhae
จากตารางเ 40 ป็นการแสดงผลการสารวจจากการสารวจการป้องกนั และเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ
อุบัติใหม่ของตาบลสมอแขในเดือนกันยายน โดยมีภาพรวมของการสารวจเป็น 99.97% และสามารถแยกผลการสารวจ
แต่ละสถานที่ลงสารวจคือ สาหรบั ที่พกั อาศยั จานวน 426 ชดุ สามารถคิดเป็นร้อยละได้ 99.88% ของครวั เรือนท่ีสารวจ
สาหรับตลาดจานวน 3 ชุด สามารถคิดเปน็ ร้อยละได้ 100% ของตลาดทสี่ ารวจสาหรับศาสนสถานจานวน 5 ชดุ สามารถ
คิดเป็นร้อยละได้ 100% ของศาสนสถานที่สารวจ และสาหรับโรงเรียนจานวน 4 ชุดสามารถคิดเป็นร้อยละได้ 100%
ของโรงเรียนท่ีสารวจ โดยจะสังเกตเห็นได้ว่าเปอร์เซ็นของการสารวจในเดือนน้ีดีกว่าเดือนท่ีผ่านมา อาจมีผลมาจากการ
ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้ารับการฉีดเพ่ิมมากข้ึนแต่ยังคงเฝ้าระวังและป้องกันเหมือนเดิม รวมถึงประชาชนเร่ิมรับ
วคั ซนี เข็มแรกกนั เปน็ จานวนมากแล้ว
ตารางที่ 41 การสารวจโรคอุบตั ิใหม่โคโรนาไวรัส 2019 ประจาเดือนตลุ าคม ภาพรวม 99.77%
สถำนทส่ี ำรวจ จำนวนชุดสำรวจ กำรคำนวนเป็นเปอรเ์ ซ็น
สาหรบั ท่ีพักอาศัย 428 99.07
3 100
สาหรับตลาด 5 100
สาหรับศาสนสถาน
4 100
สาหรบั โรงเรยี น
ท่มี า : MJU2T samokhae
93
จากตาราง 41 เป็นการแสดงผลการสารวจจากการสารวจการป้องกันและเฝา้ ระวงั การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ
อุบัติใหม่ของตาบลสมอแขในเดือนตุลาคม โดยมีภาพรวมของการสารวจเป็น 99.77% และสามารถแยกผลการสารวจ
แตล่ ะสถานทล่ี งสารวจคอื สาหรบั ท่พี กั อาศยั จานวน 428 ชดุ สามารถคิดเปน็ รอ้ ยละได้ 99.07 % ของครัวเรอื นทส่ี ารวจ
สาหรบั ตลาดจานวน 3 ชดุ สามารถคิดเป็นรอ้ ยละได้ 100% ของตลาดท่ีสารวจสาหรับศาสนสถานจานวน 5 ชุดสามารถ
คิดเป็นร้อยละได้ 100% ของศาสนสถานที่สารวจ และสาหรับโรงเรียนจานวน 4 ชุดสามารถคิดเป็นร้อยละได้ 100%
ของโรงเรียนท่ีสารวจ โดยจะสังเกตเห็นได้ว่าเปอร์เซ็นของการสารวจในเดือนนี้ดีกว่าเดือนกันยายน อาจมีผลมาจากการ
ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้ารับการฉีดเพิ่มมากข้ึนแต่ยังคงเฝ้าระวังและป้องกันเหมือนเดิม รวมถึงประชาชนเริ่มรับ
วัคซนี เข็มแรกกันเป็นจานวนมากแลว้ และเรมิ่ เข้ารบั การฉีดวัคซนี เขม็ ทสี่ องแล้วบ้างส่วน
ตารางท่ี 42 การสารวจโรคอุบัติใหม่โคโรนาไวรัส 2019 ประจาเดอื นพฤศจิกายน ภาพรวม 99.69%
สถำนทสี่ ำรวจ จำนวนชดุ สำรวจ กำรคำนวนเปน็ เปอรเ์ ซน็
สาหรบั ท่พี ักอาศัย 401 98.75
สาหรบั ตลาด 4 100
สาหรับศาสนสถาน 5 100
สาหรับโรงเรียน 4 100
ทมี่ า : MJU2T samokhae
จากตารางที่ 42 เป็นการแสดงผลการสารวจจากการสารวจการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของ
โรคติดต่ออุบัติใหม่ของตาบลสมอแขในเดือนพฤศจิกายน โดยมีภาพรวมของการสารวจเป็น 99.66% และสามารถแยก
ผลการสารวจแต่ละสถานท่ีลงสารวจคือ สาหรับท่ีพักอาศัยจานวน 401 ชุดสามารถคิดเป็นร้อยละได้ 98.75%
ของครัวเรือนที่สารวจ สาหรับตลาดจานวน 3 ชุด สามารถคิดเป็นร้อยละได้ 100% ของตลาดท่ีสารวจสาหรับศาสน
สถานจานวน 5 ชุดสามารถคดิ เป็นร้อยละได้ 100% ของศาสนสถานท่สี ารวจ และสาหรบั โรงเรยี นจานวน 4 ชดุ สามารถ
คดิ เปน็ ร้อยละได้ 100% ของโรงเรยี นทสี่ ารวจ โดยจะสงั เกตเห็นได้วา่ การสารวจในเดือนพฤศจิกายนดีกว่าเดือนทีผ่ ่านมา
อาจมีผลมาจากการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนการ์ดอย่าตก รวมถึงการเฝ้าระวังและป้องกันอยู่ตลอดเวลา รวมถึง
ประชาชนเร่ิมรบั วคั ซีนเขม็ ท่ี 2 และเข็มที่ 3 รวมถึงมกี ารเขา้ มาของวัคซนี ทางเลือกมากขึ้น และประชาชนเริม่ ตระหนกั ถึง
ความรา้ ยแรงมากขนึ้ ของโควิดสายพนั ธ์ใหม่
แผนภมู ิโดยสรุปเป็นภาพรวมการประเมินรอบเดือนมิถุนายน-เดอื นพฤศจกิ ายน ได้ดงั นี้
สรปุ การสารวจในแต่ละเดอื น
105
100
95
90
85
80 กรกฎาคม สงิ หาคม กนั ยายน ตลุ าคม พฤศจกิ ายน
มถิ นุ ายน
สาหรบั ท่พี กั อาศยั สาหรบั ตลาด สาหรบั ศาสนสถาน สาหรบั โรงเรยี น
94
จากกราฟจะแสดงให้เหน็ ถึงผลการสารวจต้ังแตเ่ ดือนมิถุนายนจนถงึ เดือนพฤศจิกายน ของการสารวจสหรับท่ีพัก
อาศัย ตลาด ศาสนสถาน และโรงเรียน โดนเห็นได้ชัดว่าในเดือนมิถุนายน กราฟของศาสนสถานและโรงเรียนจะต่าก ว่า
เดือนอ่ืนๆ อาจจะเป็นเพราะช่วงเปิดเทอมและยังมีการป้องกันไม่มากเท่าช่วงไตรมาสหลัง รวมถึงในช่วงกรกฎาคมถึง
พฤศจิกายนประชากรเริ่มมีการเฝ้าระวัง และมีการรับวัคซีนป้องกันโควิดมากขึ้น จึงทาให้ผลสารวจเกือบ 100% ในทุก
การสารวจ
การประเมินส้ินสุดโครงการเดือนธันวาคมจากการประเมินแบบสารวจต้ังแต่เริ่มโครงการจนถึงส้ินสุดโครงการ
พบว่ามีผู้ป่วยโรคติดเช้ือคโรนาไวรัส 2019 ลดลงร้อยละ 98 ของประชากรที่สารวจก่อนเรมิ่ โครงการเป็นผลมาจากการ
จัดกิจกรรม และประชาสัมพันธ์โควิด 19 เกยี่ วกับการป้องกันการติดเช้ือระหว่างบุคคลการให้ความรู้เกี่ยวกบั ขั้นตอนการ
ลงทะเบียนรับวคั ซนี เพ่อื ใหป้ ระชาชนเข้าถึงขา่ วสารและมีความตระหนักมากขึ้นในเรื่องการใสห่ น้ากากอนามยั การล้างมือ
ดว้ ยเจลแอลกอฮอล์ จึงส่งใหผ้ ปู้ ว่ ยโควิด 19 ในพื้นทขี่ องตาบลสมอแข อาเภอเมือง จังหวัดพษิ ณโุ ลกมีจานวนลดลงอน่าง
เห็นได้ชดั
แผนภมู ิ แสดงการเปรียบเทียบกอ่ นเร่มิ โครงการและสิ้นสดุ โครงการ
แผนภมู ปิ ระเมนิ การเฝา้ ระวังการแพร่ระบาดของโรคตดิ ต่ออุบัตใิ หม่
102 ตลาด ศาสนสถาน โรงเรียน
100
98
96
94
92
90
88
86
84
82
80
ท่พี กั อาศยั
กอ่ นเร่มิ โครงการเดือนกมุ ภาพนั ธ์ สนิ้ สดุ โครงการเดอื นธนั วาคม
95
กิจกรรม U2T สู้ภัย COVID (U2T–COVID WEEK) ในวันท่ี 20-21 พฤษภาคม ได้ดาเนินประชมุ ผู้ประสานงาน
เพ่ือวางแผนจัดกิจกรรมวันท่ี 24-28 พฤษภาคม 2564 ตามกาหนดการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจัยและนวตั กรรม ภายในการประชมุ ดงั กลา่ วไดข้ อ้ สรปุ กิจกรรมรวม 5 กจิ กรรม ดงั นี้
1. ก า ร ป ร ะ ช า สั ม พั น ธ์ เ ชิ ญ ช ว น ฉี ด วั ค ซี น ป้ อ ง กั น โ รค ติ ด เ ช้ื อ โ ค โ ร น า ไ ว รัส 2019 (COVID-19)
ณ ตลาดนดั บา้ นหนองตอ ตลาดนัดบา้ นดงประโดก และตลาดนัดตาบลสมอแข อาเภอเมอื ง จังหวดั พิษณุโลก
2. อบรมการทาเจลแอลกอฮอล์ลา้ งมือ สาหรับป้องกันโรคตดิ เชอ้ื โคโรนาไวรสั 2019
3. อบรมการทาสเปรย์แอลกอฮอล์ล้างมือ สาหรบั ปอ้ งกันโรคตดิ เชื้อโคโรนาไวรัส 2019
4. แนะนาการลงทะเบียนจองวัคซีนป้องกันโคโรนาไวรัส 2019 (COVID-19) ผ่านคิวอาร์โค้ดหมอพร้อม
และพิดโลกพร้อม
5. รณรงค์ป้องกนั โรคตดิ เชื้อโคโรนาไวรสั 2019 (COVID-19)
โดยดาเนินกิจกรรมภายใต้การป้องกันโรคติดเช้ือโคโรนาไวรัส 2019 ตามหลักสาธารสุข ก่อนออกปฏิบัติงาน
มกี ารตรวจอุณหภมู ิผปู้ ระสานงาน พรอ้ มสวมอุปกรณป์ อ้ งกัน เชน่ หน้ากากอนามยั face shied และถงุ มอื อนามัย
กิจกรรมท่ี 1 การประชาสัมพันธ์เชิญชวนฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเช้ือโคโรนาไวรัส 2019 (COVID-19)
ณ ตลาดนัดบ้านหนองตอ ตลาดนัดบ้านดงประโดก และตลาดนัดตาบลสมอแข อาเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก
ภายในกิจกรรมผปู้ ระสานงานได้จัดทาป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์เชิญชวนฉีดวัคซีน พร้อมแจกแผ่นพับองค์ความรู้เกี่ยวการ
ฉี ด วั ค ซี น โ ด ย ไ ด้ รั บ ค ว า ม ร่ ว ม มื อ จ า ก ป ร ะ ช า ช น พ่ อ ค้ า แ ม่ ค้ า ใ น ก า ร เ ข้ า ร่ ว ม กิ จ ก ร ร ม ดั ง ก ล่ า ว
เปน็ จานวนมาก
ทง้ั น้ี ภายในกจิ กรรมยงั ไดร้ บั การตอบรับจากประชาชนเปน็ อยา่ งดี โดยมผี รู้ บั ผดิ ชอบโครงการผู้ช่วยศาสตราจารย์
ดร.ศิริพร พันธุลี ลงพ้ืนท่ีพร้อมผู้ประสานงานในการประชาสมั พันธ์กิจกรรม พร้อมแจ้งวัตถุประสงค์ รวมกับแจกอุปกรณ์
ป้องกันใหแ้ ก่ประชาชน พ่อคา้ แม่คา้ เพื่อสรา้ งความตระหนักถงึ โรคตดิ เชอ้ื โคโรนาไวรัส 2019
96
ภำพรวมกิจกรรมท่ี 1 การประชาสัมพันธเ์ ชญิ ชวนฉีดวัคซีนปอ้ งกันโรคติดเชื้อโคโรนาไวรสั 2019
กิจกรรมท่ี 2 อบรมการทาเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ สาหรับป้องกันโรคติดเช้ือโคโรนาไวรัส 2019
(COVID-19) ณ ลานอเนกประสงคห์ มู่ 8 ตาบลสมอแข อาภอเมอื ง พิษณุโลก ภายในกจิ กรรมการทาเจลแอลกอฮอล์ล้าง
มือโดยได้รับการอนุเคราะห์สถานท่ีจากนายจเร ดอนอยู่ไพร (ผู้ให้บ้าน) การทาเจลแอลกอฮอล์ในคร้ังนี้ได้รับงบประมาณ
จากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในการจดั ซือ้ อุปกรณ์ และครภุ ณั ฑ์
ทั้งนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายจากสานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษา
ตามอัธยาศัยในการบรรยายข้ันตอนการทาเจลล้างมือ ร่วมกับประชาชน อสม. จานวน 32 คน ไม่รวมผู้รับผิดชอบ
โครงการ และผู้ประสานงาน ภายในกิจกรรมยังให้ผู้เข้าร่วมลงมือทาด้วยตนเองเพ่ือนาไปใช้ภายในครัวเรือนหลังทาเสรจ็
และสามารถนาไปต่อยอดสอนสมาชิกในครอบครวั เพื่อสามารถอาชีพต่อไปอนาคต
ภำพรวมกจิ กรรมที่ 2 อบรมการทาเจลแอลกอฮอลล์ ้างมือ สาหรบั ป้องกันโรคตดิ เช้ือโคโรนาไวรัส 2019