แบบประเมินการตรวจแบบฝึก ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่ำงเรียนและนอกเวลำเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการประเมิน ความสะอาดเรียบร้อย ความถูกต้อง รวม ๑๐ คะแนน เกณฑ์ ร้อยละ ๘๐ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ผ มผ ๑ เด็กหญิงปนัดดำ พีระพันธ์ ๒ เด็กชำยวุฒิภัทร ศรีม่วง ๓ เด็กชำยสโรชำ แก้วหล่อ ๔ เด็กชำยศิรวิทย์ สุขเกิด ๕ เด็กหญิงกฤติทัศน์ ใจตำ ๖ เด็กหญิงกัญญำณัฐ คล้ำยกัน ๗ เด็กหญิงเกวลิน เครื่องต้น ๘ เด็กหญิงกนกพัชร รู้คุณ ๙ เด็กหญิงตรีรัตน์ นำอิ่น ๑๐ เด็กชำยภูวลิน ภูทอง ๑๑ เด็กหญิงพรพิมล กุลมำลำ ๑๒ เด็กชำยภำณุพงศ์ นวนจันทร์ ๑๓ เด็กชำยเมธำวิน กำระภักดี ๑๔ ชื่อ....................................................ผู้ประเมิน (นำงสำวอมรรัตน์ อนุศำสตร์) ครูโรงเรียนบ้ำนไร่ดอนแตง เกณฑ์การให้คะแนน ผลงำนสมบูรณ์ชัดเจน ให้ ๕ คะแนน ผลงำนมีข้อบกพร่องบำงส่วน ให้ ๔ คะแนน ผลงำนมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ ๓ คะแนน ผลงำนมีข้อบกพร่องมำก ให้ ๒ คะแนน ผลงำนมีข้อบกพร่องมำกที่สุด ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์กำรตดัสินคณุภำพ ช่วงคะแนน ระดบัคุณภำพ ๑๐ ดีมาก ๘-๙ ดี ๖-๘ พอใช้ ต่า กวา่๕ ปรับปรุง
แผนการจัดการเรียนรู้ รหัสวิชา ท 15101 รายวิชา ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเร ียนร ู้ที่ ่ 1 เร ่อง บุพบทจดจ าน าหน้าค าหร อข้อความ เวลา 4 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เร ่อง บุพบทบอกเวลาและบุพบทบอกต าแหน่ง ที่ตั้ง สถานที่ เวลา 1 ชั่วโมง สอนว ันที่ เด อน พ.ศ. ภาคเร ียนที่ 1 ป ีการศ ึกษา 2566 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 4.1 เข ้าใจธรรมชาต ิของภาษาและหล ักภาษาไทย การเปล ี่ยนแปลงของภาษา และพล ังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ 2. ต ัวชี้ว ัด ท 4.1 ป.5/1 ระบุชนิดและหน้าที่ของค าในประโยค สาระส าคัญ ค าบุพบทเป นค าท ี่แสดงความส ัมพันธ์ระหว่างค าในประโยค โดยจะอยู่หน้าค านามหร อค าสรรพนาม 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายชนิดและหน้าที่ของค าบุพบทได้ (K) 2. น ักเรียนสามารถจ าแนกชน ิดของค าบุพบทได ้(P) 3. นักเรียนมีความสนใจใฝ่เรียนรู้ (A) 4. นักเรียนมีความมุ่งมั่นในการท างาน (A) 5. สาระการเรียนรู้ ค าบุพบท 6. ก ิจกรรมการเร ียนร ู้ ใช้รูปแบบ/เทคนิคการเรียนรู้ แบบ Active Learning 6.1 ขั้นดึงความรู้เดิม ครูร่วมสนทนากับนักเรียน โดยให้นักเรียนตอบค าถามกระตุ้นความคิดเช่น ค าว่า“แก่” น าไปใช้ในความหมาย ใดได้บ้าง 6.1.1 ให้นักเรียนท าแบบทดสอบก่อนเรียนประจ าหน่วยที่ 1 เร ่อง บุพบทจดจ า น าหน้าค าหร อ ข้อความ 6.2 ขั้นเพ ิ่มเต ิมความร ู้ใหม ่ 6.2.1 ครูน าแถบข ้อความต ิดบนกระดาน เช่น น ักเรียนอยู ่.............ห้องเรียน, ดวงดาวอยู ่............ ท ้องฟ้า, ผ ึ้งบินมา.............ฉ ัน ให้นักเรียนเล อกข้อความท ี่ก าหนดให้(ใน บน ใกล้) เต ิมค าในช ่องว่างให้ถ ูกต้อง เหมาะสม 6.2.2 ให้นักเรียนส ังเกตค าท ี่เต ิมในประโยคท ั้งสามค า ค อ ใน บน ใกล ้จากน ั้นครูใช ้ค าถาม ด ังน ี้
1) ค าทั้ง 3 ค านี้ ท าหน้าที่ใดในประโยค (เป็นค าที่อยู่ในส่วนขยายกริยา หร อแสดง ความสัมพันธ์ ระหว่างค าในประโยค เช่น - นักเรียนอยู่ที่ใดของห้องเรียน (นักเรียนอยู่ ใน ห้องเรียน) - ดวงดาวอยู่ส่วนใดของท้องฟ้า (ดวงดาวอยู่ บน ท้องฟ้า) - ผึ้งบินมาอยู่ที่ใดบริเวณตัวฉัน ........(ผึ้ง บินมา ใกล้ ฉัน) 2) ทราบหร อไม่ว่าค าท ั้ง 3 เรียกว่าค าอะไร (ค าบ ุพบท) 3) จากนั้นให้นักเรียนสังเกตว่าค าบุพบทจะอยู่หน้าค าประเภทใด (ค านาม หร อค าสรรพนาม) 6.2.3 ให ้น ักเร ียนศ ึกษาหาความรู้เพิ่มเต ิมด ้วยตนเองจากหน ังส อเร ียนหล ักภาษาไทยและ การใช ้ภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เร ่อง ค าบุพบท (หน้า 6-9) 6.2.4 ให้นักเรียนช ่วยกันบอกถ ึงล ักษณะหน้าท ี่ของค าบุพบท โดยตอบค าถาม ด ังน ี้ 1) ค าบุพบทค ออะไร 2) หน้าท ี่ของค าบุพบทมีอะไรบ้าง (แนวทางค าตอบ) 1) ค าบุพบท ค อ ค าที่ปรากฏหน้าค านามหร อค าสรรพนาม เพ ่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างค า นั้นกับค าในประโยคเดียวกัน 2) หน้าท ี่ของค าบุพบท ม ีด ังน ี้ 2.1 ค าบุพบทบอกต าแหน่ง ที่ตั้ง สถานที่ 2.2 ค าบุพบทบอกความเป็นเจ ้าของ 2.3 ค าบุพบทบอกผ ู้รับผล 2.4 ค าบุพบทบอกความมุ่งหมาย 2.5 ค าบ ุพบทบอกความเกี่ยวข ้อง 2.6 ค าบุพบทบอกเวลา 2.7 ค าบุพบทบอกสาเหต ุ 6.3 ขั้นสร้างสถานการณ์ 6.3.1 ให้นักเรียนร่วมกันเรียบเรียงค าท ี่ก าหนดให ้จากบัตรค าให้เป นประโยค จ านวน 2 ประโยค ด ังต ่อไปน ี้ 1) มาเช้านี้ เม ่อ คุณป้า 2) ต ั้งแต ่ต ่นนอน ฉัน เช ้าตรู่จากน ั้นครูใช ้ค าถาม ด ังน ี้ - ให ้น ักเร ียนช ่วยก ันตรวจสอบว ่าเร ียงค าเป นประโยคได ้ถ ูกต ้องหร อไม่ และประโยค ที่เร ียงได ้ถ ูกต ้องค ออะไร ประโยคท ี่ 1 ค อ (คุณป ้ามาเม ่อเช้าน ี้) ประโยคท ี่ 2 ค อ (ฉ ันต ่นนอนต ั้งแต ่เช ้าตร ู่) - ค าใดในแต่ละประโยคเป็นค าบุพบท - ประโยคที่ 1 ค อ คุณป้ามาเม ่อเช้านี้ (ประโยคที่ 1 “เม ่อ”) - ประโยคท ี่ 2 ค อ ฉ ันต ่นนอนต ั้งแต ่เช ้าตรู่ (ประโยคที่ 2 “ต ั้งแต ่”)
6.3.2 ครูให้ความรู้เกี่ยวกับชน ิดของค าบุพบทบางค า ได ้แก่ค าว่า “เม ่อ” “ตั้งแต่” เป็นค าบุพ บทบอกเวลา ส่วนค าว่า ใน บน ใกล้ เป็นค าบุพบทบอกต าแหน่ง ที่ตั้ง/สถานที่ 6.3.3 ให ้น ักเรียนอาสาสม ัครออกมาเต ิมค าบุพบทในช ่องว่างของประโยคให้ได ้ใจความที่สมบูรณ ์ - ค ุณพ่อรดน ้ำต ้นไม ้อยู่ ...........ร ั้ว - หลอดไฟอยู่.............ศ ีรษะของเรา - แมวนอนอยู่.............โต ะ - เขาด ูแลต ้นมะม่วง...............มีล ูก 6.3.4 ให ้น ักเร ียนส ังเกตค าท ี่่เต ิมในแต ่ละข ้อ จากนั้นคร ูให ้น ักเร ียนตอบค าถามว ่า ค าว ่า ข ้าง, เหน อ, ใต้จนกระท ั่ง น ักเร ียนค ิดว ่าค าใดเป นค าบ ุพบทประเภทใดใน 2 ประเภทด ังกล ่าว ข ้างต ้น (ค าว ่า ข ้าง เหน อ ใต ้ เป นค าบ ุพบทบอกต าแหน่ง ที่ต ั้ง/สถานที่) (ค าว ่า จนกระท ั่ง เป น บ ุพบทบอกเวลา) 6.3.5 ให้นักเรียนท าใบงานที่ 1 เร ่อง การระบุชนิดของค าบุพบท และตรวจสอบค าตอบร่วมกัน 6.4 ขั้นสรุป นักเรียนและครูร่วมกันสรุปบทเรียน ดังนี้ ค าบุพบทเป็นค าที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างค า ในประโยค โดยจะอยู่หน้าค านามหร อค าสรรพนาม และให้ทุกคนสรุปความรู้ที่ได้รับจากการเรียน เร ่อง บุพบท บอกเวลาและบุพบทบอกต าแหน่ง ที่ตั้ง สถานที่ บันทึกลงในสมุดแล้วส่งครูเพ ่อตรวจสอบความถูกต้อง 7. ส ่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. บัตรค า 2. แถบประโยค 3. สมุดวิชาภาษาไทย 4. หนังส อเรียนหลักภาษาไทยและการใช้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 8. การว ัดและประเมินผล สิ่งที่ต ้องการว ัด เคร ่องม อการวด ั วิธีการวัด เกณฑ ์การประเม ิน นักเรียนสามารถบอก - ใบงานที่ 1 ตอนที่ 1 เร ่อง - ตรวจใบงานที่ 1 ตอนที่ 1 เป็นไปตามระเบียบ การวัดและ ลักษณะและหน้าที่ของค า การระบุชนิดของค าบุพบท เร ่อง การระบุชนิดของค า ประเมินผลของ สถานศึกษา บุพบทได้ (K) บุพบท โรงเรียน บ้านไร่ดอนแตง นักเรียนสามารถจ าแนกชนิด - ใบงานท ี่ 1 ตอนท ี่ 2 - ตรวจใบงานท ี่1 ตอนท ี่ 2 ของค าบุพบทได้ถูกต้อง (P) เร ่อง การระบุชนิดของค า เร ่อง การระบุชนิดของค า บุพบท บุพบท - แบบประเมินสมรรถนะ - ประเมินสมรรถนะส าคัญ ส าคัญของผู้เรียน ของผู้เรียน
นักเรียนมีความสนใจ แบบสังเกตพฤติกรรม สังเกตพฤติกรรม ใฝ่เรียนรู้ (A) นักเรียนมีความมุ่งมั่นในการ แบบสังเกตพฤติกรรม สังเกตพฤติกรรม ท างาน (A) 9. บันทึกหลังสอน 9.1 ผลสัมฤทธทางการเรียน จากการสอน เร ่อง...................................................... ชั้น...........................วันที่.................................... ปรากฏว่า มีนักเรียนทั้งหมด..........................................คน เม ่อวัดผลประเมินผลแล้ว มีนักเรียน อยู่ในระดับดี จ านวน................. คน คิดเป็นร้อยละ................................. อยู่ในระดับปานกลาง จ านวน................. คน คิดเป็นร้อยละ................................. อยู่ในระดับปรับปรุง จ านวน................คน คิดเป็นร้อยละ................................. 9.2 ป ัญหาอ ุปสรรค ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................................................. ............................................ .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................ ............................................................................................................................. ................................................. 9.3 ข้อเสนอแนะเพ ิ่มเต ิม ............................................................................................................................................................................ .. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................... ............... ................................................................................................................... ........................................................... ลงช ่อ....................................................... (นางสาวศรัณภัสร์ นิธิวัฒน์สกุล) ครูผู้สอน
10. ข้อเสนอแนะของผู้บริหาร/หร อผู้ที่ได ้ร ับมอบหมาย .............................................................................................................. ..................................................... ............................................................................................................................. ...................................... ................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................................................. ......................................... ............................................................................................................................................................................... . ลงช ่อ (นายจักรภัทร ตุงค า) (ผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านไร่ดอนแตง
เอกสารประกอบ ก การเรียนการสอน
ช ่อ – สกุล......................................................................ชั้น...........................................เลขที่.................. ค าช ี้แจง ให้นักเรียนเล อกค าบ ุพบทท ี่ก าหนดเต ิมในช่องว่าง แล ้วบอกชนิดของค าบ ุพบทนั้น (ข้อละ 2 คะแนน) ใน แก่ แต่ เพ ่อ ของ 1. ห้ามคุยกันเสียงดัง ห้องสมุด ค าบุพบท 2. ให้ทุกข์ ท่าน ทุกข์น ั้นถึงตัว คำบุพบท _ 3. ฉันชอบไปโรงเรียน เช้า คำบุพบท 4. คนไทยควรสามัคคีปรองดองกัน ความสงบสุข และความมั่นคง ของประเทศชาติคำบุพบท 5. การรู ้จักเกรงใจผู้อ ่นเป็นค ุณสมบ ัติ ผ ู้มีมารยาท คำบุพบท แบบทดสอบก่อนเรียนประจ าหน่วยที่ 1 เร ่อง บุพบทจดจ า น าหน้าค าหร อข้อความ ภาคเรียนที่ 1 วิชา ภาษาไทย ท 15101 ชั้นประถมศึกษาป ีที่ 5 โรงเร ียนบ้านไร่ดอน แตง
ช ่อ – สกุล......................................................................ชั้น..................เลขที่.................. ค าช ี้แจง : ให้นักเรียนเล อกคำบ ุพบทท ี่ก าหนดเต ิมในช่องว่าง แล้วบอก ชนิดของค าบ ุพบทนั้น (ข้อละ 2 คะแนน) ใน แก่ แต่ เพ ่อ ของ 1. ห ้ามค ุยก ัน เส ียงด ัง ใน ห ้องสมุด คาบุพบท บอกต าแหน่ง ที่ตั้งสถานที่ 2. ให้ทุกข์ แก่ ท่าน ทุกข์น ั้นถึงตัว คำบุพบทแก่ บอกความเกี่ยวข้องหร อความประสงค์ 3. ฉันชอบ ไปโรงเรียน แต่ เช้า คำบุพบท บอกเวลา 4. คนไทยควรสามัคค ีปรองดองกัน เพ ่อ ความสงบส ุข และความ มั่นคงของประเทศชาติ คำบุพบท บอกความเกี่ยวข้องหร อความประสงค์ 5. การรู ้จักเกรงใจผู้อ ่นเป็นค ุณสมบ ัติ ของ ผ ู้มีมารยาท ค าบุพบท บอกความเป็นเจ้าของ เฉลย แบบทดสอบก่อนเรียนประจ าหน่วยที่ 1 เร ่อง บุพบทจดจ า น าหน้าค าหร อข้อความ วิชา ภาษาไทย ท 15101 ภาคเร ียนที่ 1 ชั้นประถมศกษาป ีที่ 5 โรงเรยนบ้านไร่ดอนแตง
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนประจ าหน่วยที่ 1 เร ่อง บุพบท จดจ า น าหน้าค าหร อข้อความ 1. ใน บอกต าแหน่ง ที่ตั้ง สถานที่ 2. แก ่ บอกความเกี่ยวข้องหร อความประสงค ์ 3. แต่ บอกเวลา 4. เพ ่อ บอกความเกี่ยวข้องหร อความประสงค์ 5. ของ บอกความเป็นเจ้าของ
บัตรค า/แถบประโยค นักเรียนอยู่. .......... ห้องเรียน ดวงดาวอย. ......ท ้องฟ้า ผึ้งบินมา .........ฉัน ใน บน ใกล้ ค าบุพบท ค าบุพบทบอกต าแหน่ง ที่ตั้ง สถานที่ ค าบุพบทบอกความเป็นเจ้าของ
ค าบุพบทบอกผู้รับผล ค าบุพบทบอกความมุ่งหมาย ค าบุพบทบอกเวลา ค าบุพบทบอกสาเหตุ มา เช้านี้ เม ่อ คุณป้า ตั้งแต่ ต ่นนอน ฉัน เช้าตรู่
คุณพ่อรดน้ าต้นไม้อยู่ .................... รั้ว หลอดไฟอยู่ ............... ศีรษะของเรา แมวนอนอย. .......โต ะ เขาดูแลต้นมะม่วง. .............. มีลูก ข้าง เหน อ ใต้ จนกระทั่ง
ตอนที่ 1 ช ่อ – สกุล....................................................................ชั้น.................เลขที่..................... คำชี้แจง ให้นักเรียนขีดเส้นใต้ค าบุพบทบอกเวลาและบุพบทบอกตำแหน่ง ที่ตั้งสถานที่ในประโยค ท ี่ก าหนดให้(5 คะแนน) 1. ดาวบนท้องฟ้าสุกใสสว่าง 2. เด กวิ่งในสนาม 3. โต ะอย ู่ใกล ้หน้าต ่าง 4. ลูกหินไปวิ่งเม ่อเช้า 5. ตั้งแต่เธอไม่อยู่ เขาก เหงามาก ใบงานที่ 1 เร ่อง การระบช ุ นิดของค าบ ุพบท ว ิชาภาษาไทย ท 15101 กลุ่มสาระการเรียนร ู้ภาษาไทย หน่วยการเร ียนที่ 1 บ ุพบท จดจ าน าหน ้าค าหร อข้อความ ชั้นประถมศึกษาป ีที่ 5
ตอนท ี่ 2 ค าชี้แจง ให้นักเรียนขีดเส้นใต้คำบุพบทในประโยค และบอกหน้าที่ของคำบุพบทนั้น (5 คะแนน) ตัวอย่าง เกษตรกรต้องทำงานตั้งแต่เช้าตรู่ บอกเวลา 1. พลายงามถูกขุนช้างลวงเข้าไปในป่า 2. นางพิมพิลาไลยนั่งอยู่ใต้ต ้นไม้ 3. ไก่ขันเสียงดังเม ่อรุ่งสาง 4. คุณอาไปบริจาคโลหิตเม ่อสายๆ นี้เอง 5. ข้าวในหม้อก าลังจะบูดแล้ว ................................................. ................................................. ................................................. ................................................. .................................................
ตอนที่ 1 ช ่อ – สกุล....................................................................ชั้น.................เลขที่..................... ตอนท ี่ 2 คำชี้แจงให้นักเรียนขีดเส้นใต้คำบุพบทในประโยคและบอกหน้าที่ของคำบุพบทนั้น (5 คะแนน) เฉลย ใบงานที่ 1 เร ่อง การระบุชนิดของค าบุพบท ว ิชาภาษาไทย ท 15101 กลุ่มสาระการเรียนร ู้ภาษาไทย หน่วยการเร ียนร ู้ที ่ 1 บ ุพบท จดจ า น าหน ้าค าหร อข้อความ ชั้นประถมศึกษาป ีที่ 5 ชแจง ให ้นักเรียนขีดเส ้นใต้ค าบ ุพบทในประโยคท นดให้(5 คะแนน) 1. ดาวบนท้องฟ้าสุกใสสว่าง 2. เด กวิ่งในสนาม 3. โต ะอยู่ ใกล้หน้าต่าง 4. ลูกหินไปวิ่งเม ่อเช้า 5. ตั้งแต่เธอไม่อยู่ เขาก เหงามาก ตัวอย่าง เกษตรกรต้องทำงานตั้งแต่เช้าตรู่ บอก เวลา 1. พลายงามถูกขุนช้างลวงเข้าไป ในป่า 2. นางพิมพิลาไลยนั่งอยู ่ใต้ต้นไม้ 3. ไก่ขันเสียงดังเม ่อรุ่งสาง 4. คุณอาไปบริจาคโลหิตเม ่อสาย ๆ นี้เอง 5. ข้าวในหม้อก าลังจะบูดแล้ว บอกตำแหน่ง ที่ตั้งสถานที่ บอกตำแหน่ง ที่ตั้งสถานที่ บอกเวลา บอกเวลา บอกต าแหน่ง ที่ตั้งสถานที่
แบบประเมินใบงานประจ าหน่วยที่ 1 เร ่อง การระบุชนิดของค าบุพบท รายการ การประเมิน ระดับคุณภาพ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง) การระบุชนิด จ าแนกค าบุพบท จ าแนกค าบุพบท จ าแนกค าบุพบท จ าแนกค าบุพบท ของค าบุพบท ในประโยคและ ในประโยคได้ 4 ค า ในประโยคได ้2-3 คำ ในประโยคได้ 1 ค า ระบุชนิดของค า และระบุชนิดของค า แต่บางค าไม่สามารถ ต ้องให้ผ ู้อ ่นแนะนำ บุพบทนั้นได้ถูกต้อง บุพบทนั้นได้ถูกต้อง ระบุชนิดได้ ต้อง ส่วนการระบุชนิดของ แม่นย าทุกค าโดย 3-4 ค า ด้วยตนเอง ตรวจสอบจากเน ้อหา ค าบุพบทก ต้อง ไม่ต้องตรวจสอบ ตรวจสอบจากเน ้อหา จากเน ้อหา
แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมการท างานของนักเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ ช ่อ-สกุล (ผู้รับการประเมิน) ความสนใจ ในการเรียน ความม ุ่งมน ั่ ในการ ทำงาน ใช้ค าใน ภาษาไทยได้ อย่างถูกต้อง การแสดง ความคิดเห น การตรงต่อ เวลา 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 ลงช ่อ………………………………ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหร อแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 4 คะแนน ปฏิบัติหร อแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหร อแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหร อแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18 - 20 ดีมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ ากว่า 10 ปรับปรุง
ช ่อ..............................................นามสกุล....................................................เลขที่..............ช ั้น................... ค าชี ้แจง : ให้ผ ู้สอนส ังเกตพฤต ิกรรมของน ักเร ียน และข ีด ลงในช ่องที ่ตรงกับคะแนน สมรรถนะด้าน รายการประเมิน ระดับ คุณภาพ ดีเยี่ยม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไม่ผ่าน (0) 1. ความสามารถ ในการส ่อสาร 1.1 มีความสามารถในการรับ-ส่งสาร 1.2 มีความสามารถในการถ่ายทอดความร ู้ความค ิด ความเข้าใจ ของตนเอง โดยใช้ภาษาอย่างเหมาะสม 1.3 ใช้วิธีการส ่อสารที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ 1.4 เจรจาต่อรองเพ ่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ ได้ 1.5 เล อกรับและไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยเหตุผลและถูกต้อง สรุปผลการประเมิน รวม .......... คะแนน ระดับ ............... 2. ความสามารถ ในการค ิด 2.1 มีความสามารถในการค ิดวิเคราะห ์สังเคราะห ์ 2.2 มีทักษะในการค ิดนอกกรอบอย ่างสร้างสรรค ์ 2.3 สามารถค ิดอย ่างมีว ิจารณญาณ 2.4 มีความสามารถในการสร้างองค ์ความร ู้ 2.5 ต ัดสินใจแก้ปัญหาเก ี่ยวก ับตนเองได ้อย ่างเหมาะสม สรุปผลการประเมิน รวม .......... คะแนน ระดับ ............... 3. ความสามารถ ในการแก้ปัญหา 3.1 สามารถแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้ 3.2 ใช ้เหต ุผลในการแก้ปัญหา 3.3 เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงในสังคม 3.4 แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา 3.5 สามารติดสินใจได้เหมาะสมตามวัย สรุปผลการประเมิน รวม .......... คะแนน ระดับ ............... 4. ความสามารถ ในการ ใช้ทักษะชีวิต 4.1 เรียนรู้ด้วยตนเองได้เหมาะสมตามวัย 4.2 สามารถทำงานกลุ่มร ่วมกับผู้อ ่นได ้ 4.3 น าความร ู้ที่ได ้ไปใช ้ประโยชน ์ในช ีว ิตประจ าว ัน 4.4 จัดการปัญหาและความขัดแย้งได้เหมาะสม 4.5 หลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเอง สรุปผลการประเมิน รวม .......... คะแนน ระดับ ............... 5. ความสามารถ ในการ ใช้เทคโนโลยี 5.1 เล อกและใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสมตามวัย 5.2 มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลย ี 5.3 สามารถน าเทคโนโลยีไปใช้พัฒนาตนเอง 5.4 ใช้เทคโนโลยีในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ 5.5 มีคณ ุธรรม จร ิยธรรมในการใช ้เทคโนโลย ี สรุปผลการประเมิน รวม .......... คะแนน ระดับ ............... ระดับคุณภาพตามเกณฑ์การประเมินในหลักสูตรรายชั้น ลงช ่อ ................................................ ผู้ประเมิน แบบประเมินสมรรถนะส ำคัญของผู้เรียน
ช ่อ................................................นามสกุล......................................เลขที่..............ชั้น................... ค ำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน และขีด ลงในช่องที่ตรงกับคะแนน สมรรถนะด้าน รายการประเมิน ระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไม่ผ่าน (0) 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ - ย นตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้ - เข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็น ประโยชน์ต่อโรงเรียน - เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถ อ ปฏิบัติตามหลัก ศาสนา - เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่ โรงเร ียนจัดข ึ้น 2. ซ ่อสัตย ์สุจร ิต - ให้ข ้อมูลที่ถ ูกต ้อง และเป็นจร ิง - ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง 3. มีวินัย รับผิดชอบ - ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของ ครอบครัว มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรม ต่าง ๆ ในชีวิตประจ าวัน 4. ใฝ่เรียนรู้ - ร ู้จักใช ้เวลาว ่างให้เป นประโยชน ์และนำไปปฏิบัติได ้ - รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม - เช ่อฟ ังคำส ั่งสอนของบิดา - มารดา โดยไม่โต ้แย ้ง - ตั้งใจเรียน 5. อย ู่อย ่างพอเพ ียง - ใช้ทรพ ัย ์ส ินและส ิ่งของของโรงเร ียนอย ่างประหยัด - ใช ้อุปกรณ์การเร ียนอย ่างประหยัดและร ู้ค ุณค ่า - ใช ้จ่ายอย ่างประหย ัดและมีการเก บออมเง ิน 6. มุ่งมั่นในการท างาน - มีความตั้งใจและพยายามในการท างานที่ได้รับมอบหมาย - มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพ ่อให้งานส าเร จ 7. รักความเป็นไทย - มีจิตส านึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย - เห นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ - ร ู้จักช ่วยพ ่อแม่ ผู ้ปกครอง และคร ูท างาน - รู้จักการดูแลรักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อมของ ห้องเรียนและโรงเรียน ระดับคุณภาพตามเกณฑ์การประเมินในหลักสูตรรายชั้น ลงช ่อ ……………………………………………ผู้ประเมิน แบบประเม ินคุณลกษณะอ ันพงประสงค์
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 กลุ่มสาระการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เวลา 10 ชั่วโมง เรื่อง พระรัตนตรัย เวลา 1 ชั่วโมง สอนวันที่ 11 เดือน กรกฎาคม พ.ศ.2566 ผู้สอน นายดิเรก อินทร์โพธิ์ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด พระรัตนตรัย ประกอบด้วย พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งชาวพุทธพึงศึกษาคุณของพระรัตนตรัย เห็นคุณค่าของสังฆคุณและปฏิบัติตนต่อพระสงฆ์อย่างเหมาะสม 2. ตัวชี้วัด/จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ตัวชี้วัด ส 1.1 ม.3/6 อธิบายสังฆคุณและข้อธรรมส าคัญในกรอบอริยสัจ 4 หรือหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ ตามที่ก าหนด 2.2 จุดประสงค์การเรียนรู้ อธิบายสังฆคุณ 9 และแนวทางการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อพระสงฆ์ได้ 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง พระรัตนตรัย - สังฆคุณ 9 3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น (พิจารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา) 4. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการวิเคราะห์ 2) ทักษะการสร้างความรู้ 3) ทักษะการน าความรู้ไปใช้ 4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท างาน
6. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. นักเรียนสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยและท าสมาธิก่อนเรียน 2. นักเรียนท าแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 3. ครูให้นักเรียนดูภาพชาวพุทธหลายกลุ่ม หลายวัย ที่สวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย ภาพชาวพุทธนั่งฟัง พระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนา และการสนทนาธรรม แล้วให้นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นถึงผลดี ของกิจกรรมในภาพ 4. นักเรียนตอบค าถามกระตุ้นความคิด ข้อ 1) - 2) 1) เพราะเหตุใด ชาวพุทธจึงกราบบูชาพระรัตนตรัย (เพราะต้องการร าลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย) 2) พระสงฆ์มีพระคุณแก่ชาวพุทธอย่างไรบ้าง (ท่านเป็นผู้น าหลักธรรมค าสอนของพระพุทธเจ้ามาเผยแผ่แก่ทุกคน เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติตนตาม หลักธรรมอันจะท าให้การด าเนินชีวิตเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง) 5. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 8 คน คละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนข้างเก่ง ปานกลางค่อนข้างอ่อน และอ่อน 6. ครูแจ้งให้นักเรียนทราบว่า กลุ่มของนักเรียนจะต้องท ากิจกรรมร่วมกันตลอดจนจบการเรียนรู้ เรื่อง หลักธรรมทุกหัวข้อ คือ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1-10 7. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้ใหม่เรื่อง สังฆคุณ 9 จากใบความรู้ หนังสือเรียน หนังสือ ค้นคว้าเพิ่มเติม ห้องสมุด หรือแหล่งข้อมูลสารสนเทศ 8. สมาชิกแต่ละกลุ่มจับคู่กันท าความเข้าใจข้อมูลความรู้จากใบความรู้ที่ศึกษาและเปรียบเทียบความรู้เดิม กับความรู้ใหม่ที่ได้ 9. สมาชิกแต่ละคู่ของแต่ละกลุ่มผลัดกันอภิปรายประเด็นความรู้ส าคัญที่ได้รับจากการศึกษาความรู้เรื่อง สังฆคุณ 9 แล้วตอบค าถามกระตุ้นความคิด นักเรียนคิดว่า คุณของพระสงฆ์ในเรื่องใดที่ท าให้นักเรียนเกิดศรัทธาต่อพระสงฆ์ (พิจารณาตามค าตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) 10. สมาชิกในแต่ละกลุ่มร่วมกันเขียนผังมโนทัศน์เกี่ยวกับคุณของพระสงฆ์ 9 ประการ 11. สมาชิกแต่ละกลุ่มฝึกการปฏิบัติตนต่อพระสงฆ์อย่างเหมาะสม และน าเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน แล้วร่วมกันสรุปความส าคัญและแนวทางการปฏิบัติตนต่อพระสงฆ์ 12. นักเรียนตอบค าถามกระตุ้นความคิด นักเรียนสามารถปฏิบัติตนต่อพระสงฆ์อย่างเหมาะสมอย่างไรบ้าง (ค าตอบ อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) 13. นักเรียนแต่ละคนท ากิจกรรมฝึกทักษะ : กิจกรรมที่ 1 จากแบบวัดฯ เป็นการบ้าน เสร็จแล้วน าส่ง ครูตรวจตามก าหนดเวลาที่ตกลงกัน 14. ครูมอบหมายให้นักเรียนทุกคนน าความรู้เกี่ยวกับสังฆคุณ 9 และวิธีการปฏิบัติตนต่อพระสงฆ์ไปปฏิบัติ จริงในการด าเนินชีวิต และน าผลการปฏิบัติไปเล่าให้เพื่อนฟังที่หน้าชั้นเรียนในโอกาสที่เหมาะสม 15. นักเรียนตอบค าถามกระตุ้นความคิด นักเรียนได้มีส่วนแนะน าผู้อื่นให้เกิดความเข้าใจและศรัทธาต่อพระสงฆ์ตามหลักสังฆคุณ 9 อย่างไรบ้าง (พิจารณาตามค าตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน)
7. การวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 (ประเมินตามสภาพจริง) สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการท างาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียน พระพุทธศาสนา ม.3 2) แบบวัดและบันทึกผลการเรียนรู้ พระพุทธศาสนา ม.3 3) หนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม (1) บุญมี แท่นแก้ว. 2546. ประวัติศาสนาต่างๆ และปรัชญาธรรม. กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร์. (2) วศิน อินทสระ. 2548. หลักธรรมอันเป็นหัวใจพระพุทธศาสนา. กรุงเทพมหานคร : เอ.ไอ.เอ (เครือน าทอง). 4) ใบความรู้เรื่อง สังฆคุณ 9 5) ป้ายโปสเตอร์ หรือป้ายนิเทศ 6) บัตรภาพ 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องสมุด 2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ - http://www.kanlayanatam.com/sara/sara29.htm - http://www.pantown.com/board.php?id=13834&area...
สังฆคุณ 9 สังฆคุณ 9 หมายถึง คุณของพระสงฆ์ มี 9 ประการ ได้แก่ 1. สุปฏิปนฺโน : เป็นผู้ปฏิบัติดีคือ ปฏิบัติถูกธรรม ถูกวินัย หรือปฏิบัติตามแนวทางแห่งอริยมรรคมีองค์ 8 2. อุชุปฏิปนฺโน : เป็นผู้ปฏิบัติตรง คือ ไม่เป็นคนเจ้าเล่ห์หลอกลวง ไม่คด ไม่โกง ปากกับใจตรงกัน ไม่พูดเท็จ เพื่อรักษาประโยชน์ตนหรือเบียดเบียนคนอื่น เป็นคนตรง ต่อหน้าประพฤติเช่นไร ลับหลังก็ประพฤติเช่นนั้น 3. ญายปฏิปนฺโน : เป็นผู้ปฏิบัติเป็นธรรม หรือปฏิบัติถูกทาง เพื่อให้เกิดความรู้เห็นสภาวะทั้งหลายตามความเป็นจริง 4. สามีจิปฏิปนฺโน : เป็นผู้ปฏิบัติสมควร คือ ควรแก่การกราบไหว้ กล่าวโดยใจความก็คือ “ท าความดี เพื่อความดี” นั่นเอง เมื่อท่านเห็นว่าอะไรเป็นความดีที่ควรกระท าท่านก็ท าโดยไม่หวังผลตอบแทน เช่น ลาภ ยศ สรรเสริญ เป็นต้น เพราะท่านปฏิบัติได้อย่างนี้จึงสมควรแก่การยกย่องนับถือ 5. อาหุเนยฺโย : เป็นผู้ควรแก่ของค านับ กล่าวคือ มนุษย์ที่อยู่ร่วมกันไม่ว่าในสังคมใดย่อมมีบุคคลที่มีวัยวุฒิ คุณวุฒิ และชาติวุฒิ ที่เป็นที่เคารพนับถือของคนอื่น แม้กระทั่งในครอบครัวก็มีบิดามารดา ญาติผู้ใหญ่ เป็นที่ เคารพของลูกหลาน เวลาผู้น้อยจะไปแสดงความเคารพผู้ใหญ่เนื่องในโอกาสส าคัญๆ เช่น วันขึ้นปีใหม่ วันเกิด เรียกว่า “ไปไหว้” ของที่น าติดมือเพื่อให้แก่ญาติผู้ใหญ่เรียกว่า “ของไหว้” หรือ “ของค านับ” (อาหุนะ) ของ ค านับนี้คนเขาจะน าไปให้เฉพาะญาติผู้ใหญ่หรือผู้เฒ่าผู้แก่ที่เป็นที่เคารพนับถือเท่านั้น ดังนั้น ญาติผู้ใหญ่หรือ ผู้เฒ่าผู้แก่จึงเรียกว่า ผู้ที่ควรรับของไหว้หรือของค านับของบุตรหลาน พระสงฆ์เป็นผู้ควรแก่การรับไหว้หรือ ของค านับเช่นนั้นเป็นอย่างยิ่ง เพราะท่านเป็นผู้ที่สมบูรณ์ด้วยศีลาจารวัตร ควรแก่การเคารพนบไหว้ของ ชาวโลก หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ญาติผู้ใหญ่ในตระกูลก็ควรรับของไหว้หรือของค านับเฉพาะจากบุตรหลานของ ตนเท่านั้น ส่วนพระสงฆ์นั้นควรรับของค านับไหว้หรือของค านับจากประชาชนทั้งปวง 6. ปานุเนยฺโย : เป็นผู้ควรแก่ของต้อนรับ กล่าวคือ เวลาที่มีคนมาเยี่ยมถึงบ้าน เจ้าของบ้านผู้มีอัธยาศัยไมตรี ย่อมยินดีต้อนรับ น าเครื่องดื่มของขบเคี้ยวมาให้ตามความเหมาะสมและตามความสะดวก สิ่งเหล่านี้เรียกว่า “ของต้อนรับ” (ปาหุนะ) แขกบางคนพอเจ้าของบ้านเผลอก็อาจหยิบฉวยทรัพย์สินของเจ้าของบ้านก็มี ผู้หากิน ทางทุจริตมิจฉาชีพบางคนอาจแฝงมา ในรูปแขกผู้มาเยือนก็มี จึงไม่ปลอดภัยส าหรับเจ้าของบ้าน แต่แขกที่ เป็นพระสงฆ์นอกจากไม่สร้างความเดือดร้อนแก่เจ้าของบ้านแล้ว ยังน าสิริมงคลมาให้ด้วย เพราะฉะนั้น พระสงฆ์จึงนับว่าเป็นแขก (ปาหุนะ) ผู้ยอดเยี่ยมควรแก่การต้อนรับอย่างยิ่ง 7. ทกฺขิเนยฺโย : เป็นผู้ควรแก่ของท าบุญ วัตถุสิ่งของที่ถวายแด่พระสงฆ์ เรียกว่า “ทักษิณา” หรือของท าบุญ การท าบุญที่จะให้ได้บุญจริงๆ ท่านว่าขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ 3 อย่าง คือ ของที่ท าบุญนั้นต้องบริสุทธิ์ เจตนา ของผู้ท าบุญต้องบริสุทธิ์ และผู้รับจะต้องมีศีลบริสุทธิ์ ซึ่งพระสงฆ์เป็นผู้รับที่มีศีลบริสุทธิ์ เพราะเป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ใบความรู้
8. อญฺชลีกรณีโย : เป็นผู้ควรกราบไหว้คือ การที่ใครๆ จะยกมือไหว้ (อัญชลีกรรม) จริงอยู่การยกมือไหว้ แสดงความเคารพ ใครๆ ก็ท าได้และกระท าต่อใครก็ได้ในทุกโอกาส แต่การไหว้บุคคลบางคนอาจมีเงื่อนไข ดังนี้ 1) ไหว้เพราะจ าเป็นต้องไหว้ เช่น ข้าราชการผู้น้อยจ าต้องไหว้ผู้บังคับบัญชาทั้งๆ ที่ไม่อยากไหว้ เพราะมี ความรู้สึกว่าเขาผู้นั้นไม่มีคุณสมบัติที่จะไหว้ได้อย่างสนิทใจ เป็นต้น 2) ไหว้เพราะเต็มใจไหว้ คือ มีความรู้สึกว่าผู้นั้นสมควรไหว้ด้วยความเต็มใจ เนื่องจากพระสงฆ์เป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบดังกล่าวแล้ว จึงควรแก่การยกมือไหว้อย่างยิ่ง เพราะท าให้ ผู้ไหว้มีความสนิทใจ มีความเลื่อมใส อย่างภาษาสามัญว่า “ไหว้ไม่เสียมือ” 9. อนุตฺตร ปุญฺญกฺเขตฺต โลกสฺส : เป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยมของชาวโลก คุณข้อนี้เป็นค าเปรียบเทียบ คือ เปรียบพระสงฆ์เหมือนที่นา เปรียบการท าบุญด้วยการถวายทานแด่พระสงฆ์เป็นการหว่านพืชลงในที่นา นาดี คือ ไม่ใช่ที่ลุ่มเกินไป ดินดี ไม่มีกรวดหินดินทราย เมื่อชาวนาหว่านพันธุ์ข้าวลงไปแล้ว ข้าวกล้าก็ย่อม เจริญงอกงามดี เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวก็ได้ข้าวเปลือกมากมายเพียงพอต่อความต้องการฉันใด ทานที่บุคคลถวาย แด่พระสงฆ์ผู้มีศีลบริสุทธิ์ย่อมมีผลดุจเดียวกับการท านาในที่นาอันอุดมสมบูรณ์ฉันนั้น ที่มา : วิทย์ วิศทเวทย์ และเสฐียรพงษ์ วรรณปก. 2557. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน พระพุทธศาสนา ม.3. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพมหานคร : อักษรเจริญทัศน์.
ภาพการสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย ภาพการสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย ภาพการฟังพระธรรมเทศนา ภาพการฟังพระธรรมเทศนา บัตรภาพ
แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนร้ทูี่ 3 ค ำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อความเกี่ยวกับสังฆคุณ 9 ที่กล่าวว่า “ญายปฏิปนฺโน” สอดคล้องกับข้อใด ก. เป็นผู้ปฏิบัติตรง ข. เป็นผู้ปฏิบัติธรรม ค. เป็นผู้ปฏิบัติสมควร ง. เป็นผู้ควรแก่ของท าบุญ 2. “สรพงศ์เห็นรูปดาราสาวสวยวางอยู่จ าได้ว่า เคยดูการ แสดงของเธอจึงเอื้อมมือไปหยิบมาเพราะอยากได้” การกระท าดังกล่าวสอดคล้องกับธรรมในข้อใด ก. ขันธ์ 5 ข. เวทนา ค. อนัตตา ง. ไตรลักษณ์ 3. ข้อใดจัดเป็นไตรลักษณ์ ก. ทุกข์ สมุทัย นิโรธ ข. ตัณหา มานะ ทิฏฐิ ค. ศีล สมาธิ ปัญญา ง. อนิจจตา ทุกขตา อนัตตา 4. “โชคชอบคิดถึงอดีตที่เคยเป็นเด็ก เติบโตเป็นหนุ่ม และ ปัจจุบันนี้เขาเป็นชายชราที่รูปร่างหน้าตาเปลี่ยนแปลงไป จากอดีต” ข้อความดังกล่าวสอดคล้องกับข้อใด ก. อนิจจตา ข. ทุกขตา ค. วัฏฏะ ง. ขันธ์ 5 5. “เสริมเล่นการพนันเสียเงินไปมาก เขาเอาเงินของบริษัท ไปใช้หนี้การพนัน เมื่อเขาถูกจับได้จึงถูกไล่ออกจากงาน เมื่อไม่มีเงินใช้เขาก็ไปลักขโมยของที่ร้านค้า จึงถูก ต ารวจจับ” ข้อความดังกล่าวสอดคล้องกับหลักธรรมใด ก. ตัณหา มานะ ทิฏฐิ ข. กิเลส กรรม วิบาก ค. รูป เวทนา สัญญา ง. อนิจจตา ทุกขตา อนัตตา 6. ข้อใดจัดเป็นหลักธรรมที่ควรบรรลุ ก. อัตถะ 3 ข. วัฏฏะ 3 ค. มรรคมีองค์ 8 ง. บุญกิริยาวัตถุ 10 7. “ถึงแม้ว่านิดจะท าข้อสอบไม่ได้แต่เธอก็ไม่คิดลอก ข้อสอบของเพื่อน” การกระท าของนิดสอดคล้องกับข้อใด ก. สัมมาสติ ข. สัมมาสมาธิ ค. สัมมาอาชีวะ ง. สัมมาวายามะ 8. “เจตน์ฟังคุณพ่อตักเตือนว่า เมื่อเป็นนักเรียนต้องตั้งใจ เรียน เจตน์คิดได้ว่าเขาไม่ค่อยท าการบ้านส่งครู ดังนั้น เจตน์จึงเริ่มตั้งใจท าการบ้านส่งครูทุกครั้ง” การกระท า ของเจตน์สอดคล้องกับธรรมะข้อใด ก. ปัญญา 3 ข. อัตถะ 3 ค. วัฏฏะ 3 ง. สัมมาสมาธิ 9. “ชัชเป็นผู้ที่ประพฤติตนดีทั้งกาย วาจา และใจ” จัดได้ ว่าชัชเป็นผู้ที่ท าบุญในเรื่องใด ก. ท าบุญด้วยการให้ ข. ท าบุญด้วยการรักษาศีล ค. ท าบุญด้วยการอบรมจิตใจ ง. ท าบุญด้วยการประพฤติตนอ่อนน้อม 10. “กล้าไปฟังธรรมที่วัดอยู่เสมอ ช่วยทางวัดพัฒนา อาคารสถานที่ เขามีความศรัทธาต่อพระสงฆ์ เมื่อฟัง ธรรมแล้วน ามาปฏิบัติ และฝึกตนเองให้เป็นผู้มี ระเบียบวินัย มีศีล” การกระท าของกล้าสอดคล้องกับ หลักธรรมใด ก. ปรมัตถะ ข. ธรรมที่ควรละ ค. สัมมาสังกัปปะ ง. อุบาสกธรรม 7
เฉลย 1. ข 2. ก 3. ง 4. ก 5. ข 6. ก 7. ค 8. ก 9. ข 10. ง 11. ง 12. ง 13. ข 14. ง 15. ง 11. การท าบุญด้วยการฟังธรรมจะได้รับประโยชน์ในข้อใด มากที่สุด ก. ได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธที่ดี ข. ได้คบหากับผู้ที่มีความประพฤติดี ค. ได้น าหลักธรรมไปอธิบายให้ผู้อื่นฟัง ง. ได้รับความรู้ที่เป็นประโยชน์เพ่อืชา ระจติใจใหบ้รสิทุธิ์ 12. การพบสมณะนั้น ได้ประโยชน์ในข้อใดมากที่สุด ก. ได้ท าบุญสร้างวัด ข. ได้เผยแผ่พระพุทธศาสนา ค. ได้ช่วยเหลือพระสงฆ์ตามก าลังศรัทธา ง. ได้ข้อคิดหรือธรรมะที่จะส่งผลต่อการพัฒนาตน 13. ถ้านักเรียนต้องการประสบความส าเร็จในการเรียนและ การประกอบอาชีพ ควรน าหลักธรรมใดไปเป็นหลัก ในการพัฒนาตน ก. สัมมาสติ สัมมาสมาธิ ข. วุฑฒิธรรม 4 อิทธิบาท 4 ค. สัมมาทิฐิ สัมมาสังกัปปะ ง. สุตมยปัญญา จินตามยปัญญา 14. ถ้านักเรียนต้องการเป็นคนดีในสังคมควรปฏิบัติตน ตามหลักธรรมในข้อใด ก. ปัญญา 3 ข. วัฏฏะ 3 ค. ไตรลักษณ์ ง. สัปปุริสธรรม 7 15. การฟังธรรมด้วยจิตเป็นกุศล ควรปฏิบัติอย่างไร ก. ท าสมาธิ ข. นั่งฟังในห้องพระ ค. สวดมนต์ แผ่เมตตาก่อนฟังธรรม ง. ฟังธรรมด้วยความเคารพ ใช้ความคิดพิจารณา ไปโดยล าดับ 15 ได้คะแนน คะแนนเต็ม มฐ. ส 1.1 ม.3/6-7
แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนร้ทูี่ 3 ค ำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. การฟังธรรมด้วยจิตเป็นกุศล ควรปฏิบัติอย่างไร ก. ฟังธรรมด้วยความเคารพ ใช้ความคิดพิจารณา ไปโดยล าดับ ข. สวดมนต์ แผ่เมตตาก่อนฟังธรรม ค. นั่งฟังในห้องพระ ง. ท าสมาธิ 2. ถ้านักเรียนต้องการเป็นคนดีในสังคมควรปฏิบัติตน ตามหลักธรรมในข้อใด ก. ไตรลักษณ์ ข. สัปปุริสธรรม 7 ค. วัฏฏะ 3 ง. ปัญญา 3 3. การท าบุญด้วยการฟังธรรมจะได้รับประโยชน์ในข้อใด มากที่สุด ก. ได้น าหลักธรรมไปอธิบายให้ผู้อื่นฟัง ข. ไดร้บัความรทู้เ่ีป็นประโยชน์เพ่อืชา ระจติใจใหบ้รสิทุธิ์ ค. ได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธที่ดี ง. ได้คบหากับผู้ที่มีความประพฤติดี 4. ถ้านักเรียนต้องการประสบความส าเร็จในการเรียนและ การประกอบอาชีพ ควรน าหลักธรรมใดไปเป็นหลัก ในการพัฒนาตน ก. สุตมยปัญญา จินตามยปัญญา ข. สัมมาสติ สัมมาสมาธิ ค. วุฑฒิธรรม 4 อิทธิบาท 4 ง. สัมมาทิฐิ สัมมาสังกัปปะ 5. การพบสมณะนั้น ได้ประโยชน์ในข้อใดมากที่สุด ก. ได้ข้อคิดหรือธรรมะที่จะส่งผลต่อการพัฒนาตน ข. ได้ท าบุญสร้างวัด ค. ได้เผยแผ่พระพุทธศาสนา ง. ได้ช่วยเหลือพระสงฆ์ตามก าลังศรัทธา 6. ข้อความเกี่ยวกับสังฆคุณ 9 ที่กล่าวว่า “ญายปฏิปนฺโน” สอดคล้องกับข้อใด ก. เป็นผู้ปฏิบัติสมควร ข. เป็นผู้ควรแก่ของท าบุญ ค. เป็นผู้ปฏิบัติตรง ง. เป็นผู้ปฏิบัติธรรม 7. “สรพงศ์เห็นรูปดาราสาวสวยวางอยู่จ าได้ว่า เคยดูการ แสดงของเธอจึงเอื้อมมือไปหยิบมาเพราะอยากได้” การกระท าดังกล่าวสอดคล้องกับธรรมในข้อใด ก. ไตรลักษณ์ ข. ขันธ์ 5 ค. เวทนา ง. อนัตตา 8. ข้อใดจัดเป็นไตรลักษณ์ ก. อนิจจตา ทุกขตา อนัตตา ข. ทุกข์ สมุทัย นิโรธ ค. ตัณหา มานะ ทิฏฐิ ง. ศีล สมาธิ ปัญญา 9. ข้อใดจัดเป็นหลักธรรมที่ควรบรรลุ ก. บุญกิริยาวัตถุ 10 ข. มรรคมีองค์ 8 ค. อัตถะ 3 ง. วัฏฏะ 3 10. “ถึงแม้ว่านิดจะท าข้อสอบไม่ได้แต่เธอก็ไม่คิดลอก ข้อสอบของเพื่อน” การกระท าของนิดสอดคล้องกับข้อใด ก. สัมมาอาชีวะ ข. สัมมาสติ ค. สัมมาสมาธิ ง. สัมมาวายามะ
เฉลย 1. ก 2. ข 3. ข 4. ค 5. ก 6. ง 7. ข 8. ก 9. ค 10. ก 11. ง 12. ค 13. ข 14. ค 15. ข 11. “โชคชอบคิดถึงอดีตที่เคยเป็นเด็ก เติบโตเป็นหนุ่ม และ ปัจจุบันนี้เขาเป็นชายชราที่รูปร่างหน้าตาเปลี่ยนแปลงไป จากอดีต” ข้อความดังกล่าวสอดคล้องกับข้อใด ก. ขันธ์ 5 ข. วัฏฏะ ค. ทุกขตา ง. อนิจจตา 12. “เสริมเล่นการพนันเสียเงินไปมาก เขาเอาเงินของบริษัท ไปใช้หนี้การพนัน เมื่อเขาถูกจับได้จึงถูกไล่ออกจากงาน เมื่อไม่มีเงินใช้เขาก็ไปลักขโมยของที่ร้านค้า จึงถูก ต ารวจจับ” ข้อความดังกล่าวสอดคล้องกับหลักธรรมใด ก. อนิจจตา ทุกขตา อนัตตา ข. ตัณหา มานะ ทิฏฐิ ค. กิเลส กรรม วิบาก ง. รูป เวทนา สัญญา 13. “กล้าไปฟังธรรมที่วัดอยู่เสมอ ช่วยทางวัดพัฒนา อาคารสถานที่ เขามีความศรัทธาต่อพระสงฆ์ เมื่อฟัง ธรรมแล้วน ามาปฏิบัติ และฝึกตนเองให้เป็นผู้มี ระเบียบวินัย มีศีล” การกระท าของกล้าสอดคล้องกับ หลักธรรมใด ก. สัมมาสังกัปปะ ข. อุบาสกธรรม 7 ค. ธรรมที่ควรละ ง. ปรมัตถะ 14. “ชัชเป็นผู้ที่ประพฤติตนดีทั้งกาย วาจา และใจ” จัดได้ ว่าชัชเป็นผู้ที่ท าบุญในเรื่องใด ก. ท าบุญด้วยการประพฤติตนอ่อนน้อม ข. ท าบุญด้วยการอบรมจิตใจ ค. ท าบุญด้วยการรักษาศีล ง. ท าบุญด้วยการให้ 15. “เจตน์ฟังคุณพ่อตักเตือนว่า เมื่อเป็นนักเรียนต้องตั้งใจ เรียน เจตน์คิดได้ว่าเขาไม่ค่อยท าการบ้านส่งครู ดังนั้น เจตน์จึงเริ่มตั้งใจท าการบ้านส่งครูทุกครั้ง” การกระท า ของเจตน์สอดคล้องกับธรรมะข้อใด ก. อัตถะ 3 ข. ปัญญา 3 ค. สัมมาสมาธิ ง. วัฏฏะ 3 15 ได้คะแนน คะแนนเต็ม มฐ. ส 1.1 ม.3/6-7
แผนการจัดการเรียนรู้ (Active Learning) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาเพิ่มเติม ช่วงชั้นที่ 3 ชื่อรายวิชางานกาแฟโบราณ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ชื่อหน่วยการชงกาแฟโบราณและเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ จ านวน 20 ชั่วโมง ครูผู้สอน นายนิพนธ์ เหลืองทอง
แผนการจัดการเรียนรู้ (Active Learning) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาเพิ่มเติม ช่วงชั้นที่ 2และ3 รหัสวิชา ง ------ ชื่อรายวิชากาแฟโบราณ ชื่อหน่วยการชงกาแฟโบราณและเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ จ านวน 20 ชั่วโมง ครูผู้สอน นายนิพนธ์ เหลืองทอง มาตรฐานการเรียนรู้ การเรียนการสอนแบบ Active Learning เป็นกระบวนการเรียนการสอน ที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ เช่น การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การระดมสมอง การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการท ากรณีศึกษา เป็นต้น โดยกิจกรรมที่น ามาใช้ควรช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดแบบมีวิจารณญาณ การสื่อสารและการ น าเสนอ และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเหมาะสม บทบาทของผู้เรียนนอกจากมีส่วนร่วมในกิจกรรม ข้างต้นแล้วยังต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนและผู้เรียนกับผู้เรียนด้วยกันเอง ผู้สอนควรลดบทบาทในการถ่ายทอด ความรู้แก่ผู้เรียนในลักษณะการบรรยายลง และเพิ่มบทบาทในการกระตุ้นให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นที่จะท า กิจกรรมต่างๆ รวมถึงการจัดเตรียมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการเรียนรู้ ตัวชวี้ัด นักเรียนระดมสมองเสนอความคิดที่จะหารายได้โดยวิธีต่างๆมีมติท าจะปฏิบัติในการท ากาแฟ โบราณและอื่นๆ โดยเรียนรู้จากครูและวิทยากรภายนอกสอนหรือสาธิตวิธีการชงส าเร็จทั้ง10ผลงาน ตลอดจน ประเมินผลงานเพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาผลงานต่อๆไป สาระส าคัญ / ความคิดรวบยอด วิธีหารรายได้จากการเรียนการสอนเรื่องกาแฟโบราณตลอดจนได้ความรู้(K) ได้ทักษะขบวนการ (P)และได้คุณธรรมจริยธรรมค่านิยม (A) จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ 1. นักเรียนมีความรู้วิธีการชงกาแฟโบราณ 2. นักเรียนมีความรู้วิธีการชงเครื่องดื่มต่างๆ 3. นักเรียนมีความรู้วิธีการดัดแปลงเครื่องดื่มต่างๆมาเป็นเมนูใหม่
ด้านทักษะ 1.นักเรียนมีทักษะในการน าเสนอข้อมูลเครื่องดื่มประเภทต่างๆ 2.นักเรียนมีทักษะการสอน/สาธิต/ตลอดจนการถ่ายทอดวิธีการท างานนั้นจนส าเร็จ 3.นักเรียนมีทักษะผู้น าและผู้ตามที่ดีและเหมาะสม ด้านทัศนะคติ 1.เห็นความส าคัญของค าว่ารายได้ 2.เห็นคุณค่าของตนเองที่สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายจากผู้ปกครอง 3.นักเรียนภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อื่น สาระการเรียนรู้ การชงกาแฟโบราณและเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 1.ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3.ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6.ความสามารถในการปฏิบัติ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1.รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3.อยู่อย่างพอเพียง 4. มุ่งมั่นในการท างาน 5.รักความเป็นไทย 6. มีจิตสาธารณะ 7.รักสิ่งแวดล้อม
กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นกระตุ้นความสนใจ 1.ครูถามนักเรียนถึงวิธีการที่จะหารายได้เพิ่มเติมจากอาชีพต่างๆ ขั้นสา รวจและค้นหา 1.ครูพานักเรียนออกส ารวจกิจการและอาชีพต่างๆในชุมชน 2.นักเรียนน าข้อมูลที่พบเห็นมาน าเสนอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ว่าจะสามารถท าอาชีพอะไรได้บ้าง 3. สรุปข้อมูลและผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติงาน ขนั้อภิปรายและลงข้อสรุป 1. น าข้อมูลที่พบเห็นมาน าเสนอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ว่าจะสามารถท าอาชีพอะไรได้บ้าง 2.สรุปข้อมูลและผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติงาน ขั้นสร้างผลงาน 1.จัดการเรียนการสอนในช่วงชั้นที่3สัปดาห์ละ 1 ครั้งครั้งละ 2 ชั่วโมงในสาระวิชาการงานอาชีพหรือ สาระวิชาเพิ่มเติม 2.สั่งงานครั้งต่อไปเพื่อเป็นการเตรียมวัสดุเครื่องมือในการปฏิบัติ ขั้นสะท้อนผลผลติผ่านชุมชนหรือแหล่งเรียนรู้ 1.น าผลผลิตของแต่ละคนมาน าเสนอ 2.เลือกผลงานชิ้นที่ดีที่สุดเพื่อเป็นการน าเสนอให้ชุมชนหรือผู้ที่สนใจได้ชิม โดยขบวนการ PLC เพื่อรับค าติชมไว้เป็นข้อมูลพัฒนางานต่อไป ตารางกิจกรรมการเรียนรู้ ครั้งที่ กิจกรรม/ชื่อสิ่งที่จะประดิษฐ์ สื่อ การประเมินผล 1 ประวัติความเป็นมาของชาและกาแฟ ใบความรู้ สอบถาม 2 วัสดุอุปกรณ์ในการท ากาแฟโบราณ ใบความรู้ สอบถาม 3 การชงกาแฟโบราณ ใบงาน ตรวจผลงาน 4 การชงเนสกาแฟเย็น ใบงาน ตรวจผลงาน 5 การชงโอเลี้ยง ใบงาน ตรวจผลงาน 6 การชงโอเลี้ยงยกล้อ ใบงาน ตรวจผลงาน 7 การชงชาเย็น ใบงาน ตรวจผลงาน 8 การชงโกโก้เย็น ใบงาน ตรวจผลงาน 9 การชงชาด าเย็น ใบงาน ตรวจผลงาน 10 การชงนมเย็น ใบงาน ตรวจผลงาน 11 การชงโอยั๊วะ ใบงาน ตรวจผลงาน 12 การชงชาเนสที(ชามะนาว) ใบงาน ตรวจผลงาน หมายเหตุ ครั้งที่ 11 และ 12 เป็นการเรียนรู้เพิ่มเติม
ตารางกิจกรรมการเรียนการสอน กิจกรรมการ เรียนรู้ ครั้งที่ กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อ การวัดผล ประเมินผล 1-10 ขั้นน า ครูน ารูปตัวอย่างของเครื่องดื่มให้ นักเรียนดูอธิบายส่วนประกอบและวัสดุ ที่ต้องใช้ ขั้นสอน มอบหมายให้นักเรียนที่รับผิดชอบ สอน/สาธิตขั้นตอนการท า ขั้นสรุป ให้นักเรียนดูแลความสะอาดและส่งผล งานเพื่อที่จะสรุปผลงานเสนอผลงาน และสั่งงานในชั่วโมงต่อไป ใบความรู้และใบงาน สอบถาม ตรวจผลงาน บันทึกผลหลังการสอน 1.ผลการเรียนรู้ 1.1 ผู้เรียนได้รับความรู้ (K)............................................................................................................................. 1.2 ผู้เรียนเกิดทักษะกระบวนการ(P)............................................................................................................... 1.3 ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม(A)...................................................................................................... ปัญหาและอุปสรรค............................................................................................................................................. แนวทางปรับปรุงแก้ไข......................................................................................................................................... ลงชื่อ.........................................ผู้สอน ( นายนิพนธ์ เหลืองทอง ) (........./............/.......... ความคิดเห็นของผู้บริหาร ................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ.................................................. ( นายจักรภัทร ตุงค า ) ต าแหน่งผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านไร่ดอนแตง (........./............/.........
ตอนที่ 1 ประวตัิของกาแฟ และความรู้ เบ ้ ื องตน ้ เก ี่ยวกบักาแฟ By ณัฏฐากาญจนขุนดี ประวตัิของกาแฟ กาแฟเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในวฒันธรรมปัจจุบนัดงัจะเห็นไดว้่ามีร้านกาแฟเกิดข้ึนทุกหัวมุมถนน มีท้งั รายใหญ่ระดับนานาชาติ และแม่ค้าเล็กๆระดับรากหญ้าก็สามารถเปิ ดร้านกาแฟได้ และยังเป็ นสมัยนิยมและความฝันของเด็ก ยคุใหม่ที่จะมีร้านกาแฟสวยๆดีๆสักหน่ึงร้าน เอาไวน้งั่สังสรรคก์บัเพื่อนๆ ก่อนจะไปดื่มกาแฟและเปิดร้านขายการแฟ มา ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกบักาแฟกนัเสียหน่อยเป็นไรไป เริ่มตน้ดว้ย บทที่1 ประวตัิของกาแฟ และความรู้เบ้ืองตน้บทความ เกี่ยวกบักาแฟน้ีเราจะเขียนเป็นตอนๆไปเอาต้งัแต่เบ้ืองตน้ ไปเรื่อยๆ กรุณาติดตามไปเรื่อยๆนะครับ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกาแฟ กาแฟ เชื่อว่าคนส่วนมากเคยเห็นเมล็ดกาแฟเฉพาะที่มนัควั่เสร็จแลว้แต่บางคนแมต้น้กาแฟก็ยงัไม่เคยเห็น บางทีบาริสตา้ที่ ชงกาแฟให้เราดื่มก็ยังไม่เคยเห็นเลย ไม่เป็ นไรเรามาเรียนรู้กันว่ากาแฟมันมีลักษณะอย่างไร กาแฟ ผลิตมาจากผลกาแฟที่เรียกกันว่า เชอร์รี่คอฟฟี (Cherry Coffee) ในผลของการแฟดิบเมื่อสีหรือกระเทาะ เปลือกมักมีเมล็ดกาแฟอยู่ 2 เมล็ด หรือ 2 ซีก เรียกว่า คอฟฟี บีน Coffee Bean อนัเนื่องมนัมีลกัษณะคลา้ยเมล็ดถวั่ กาแฟที่ยงัไม่ควั่เรียกว่ากรีนบีน Green Bean เมื่อนา มาควั่แลว้จึงเรียกว่า Roasted Coffee Bean ซึ่ง เรื่องการควั่กาแฟจะนา มาเขียนในบทต่อๆไป ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของกาแฟ botanical classification การแฟมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Coffea เป็ นไม้พุ่มเขตร้อนขนาดกลาง ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่ามีมากมายหลายสายพันธุ์โดยไม้ พุ่มเขตร้อนกว่า 500 สกุล 6,000 กว่าสปี ชีย์ เป็ นกาแฟเสีย 25 ถึง 100 สปี ชีย์ มีการบรรยายลักษณะทาง พฤกษศาสตร์ของกาแฟไวค้ร้ังแรกต้งัแต่คริสศตวรรษที่18 โดยนักพฤกษศาสตร์ชาวสวีเดน Carolus Linneaus และยังบรรยายลักษณะทางพฤษศาสตร์ของกาแฟอาราบีก้าในสายพันธุ์Plantarum ในปี ค.ศ. 1753 นบัต้งัแต่มีการบรรยายลกัษณะสายพนัธุ์ที่แน่นอนของการกาแฟ นกัพฤกษศาสตร์ต่างๆก็ไดโ้ตแ้ยง้เรื่อยๆมา ดว้ย เหตุผลที่ว่ากาแฟมีลกัษณะหลากหลายแตกต่างโดยมีลกัษณะต้งัแต่เป็นไมพ้มุ่ขนาดเล็กไปจนเป็นไมย้ืนตน้ขนาดใหญ่มี ความสูงถึง 9 เมตรเลยทีเดียว มีใบขนาดต้งัแต่1 นิ้วไปจนถึง 16 นิ้ว มีใบสีม่วง สีเหลืองไปจนถึงเขียวเขม้
ผลกาแฟสุก Photo by Daniel Reche from Pexels ลกัษณะทางพฤกษศาสตร์โดยทวั่ ไปของกาแฟ • ล าต้นกาแฟ มลีกัษณะตรงโดยเริ่มแรกของการเติบโดตน้กาแฟจะไม่มกีารแตกกิ่งแต่จะมีใบแตกออกมาตรงขอ้อยู่ ตรงขา้มกนัเป็นคู่ต่อมาจึงมกีารแตกกิ่งออกมาจากลา ตน้ ในลกัษณะขนานกบัพ้ืนดินหรือห้อยต่า ลงดิน ในบริเวณกิ่ง น้ีเองจะเป็นที่ออกดอกและติดผลของกาแฟ กาแฟจะแตกกิ่งออกมาเรื่อยๆทา ให้เกิดพุ่มที่หนาทึบอนัเป็นที่มาของ โรคและแมลงทา ให้ผลผลิตตกต่า ดงัน้นัเมื่อมกีารแตกกิ่งออกมามากเกษตรกรจะตอ้งตดัแต่งกิ่ง เพื่อเพิ่มผลผลิตและ เก็บเกี่ยวง่าย • ดอกกาแฟ มีลกัษณะคลา้ยดอกมะลิป่า มกีลิ่นหอม มีรูปคลา้ยดาว มีกา้นส้ัน ดอกกาแฟส่วนมากจะออกตามขอ้ของ กิ่งกาแฟ ดอกกาแฟเป็นดอกสมบูรณ์เพศมีท้งัเกสรตวัผูแ้ละเกสรตวัเมียรวมอยใู่นดอกเดียวกนั เกสรตัวเมียจะมีอยู่ ในดอกเดียวกัน เกสรตัวเมียจะมีอยู่สองส่วน เกสรตัวเมียจะมีอยู่สองส่วน เกสรตัวผู้มีอยู่จ านวนเท่ากับกลีบดอกคือ ประมาณ2-4อัน • ผลกาแฟ เกิดมาจากดอกของกาแฟ แต่ที่เราเห็นดอกกาแฟมีมากๆก็ไม่ใช่ทุกดอกจะติดเป็ นผลกาแฟ โดยมากก็จะมี ปริมาณ 15-25 เปอร์เซ็นตเ์ท่าน้นัที่จะติดเป็นผลกาแฟ ลกัษณะของผลกาแฟมนัจะคลา้ยลกูหวา้เน้ือกาแฟเมื่อ สุกเต็มที่จะมีรสหวานเล็กน้อยมีลักษณะเป็ นยางเหนียวๆ เปลือกนอกเมื่อสุกจะมีสีส้มแดง แดงเข้ม หรือเหลือง แล้วแต่พันธุ์ ในผลหนึ่งๆ จะมีเมล็ดจ านวน 2 เมล็ด ยกเว้นบางผลอาจมีเมล็ดเดียว หรือใหญ่ 1 เมล็ด เล็ก 1 เมล็ด เนื่องจากการล้มเหลวในการผสมเกสรหรือแท้ง • เมล็ดกาแฟ มีลักษณะโค้งด้านหนึ่ง ส่วนอีกด้านหนึ่งจะเรียบและมีร่องตรงกลาง โดย 1 ผลจะมีเมล็ดกาแฟ 2 เมล็ด ซึ่งอยู่ในลักษณะเอาด้านเรียบประกบกันเป็ นรูปลักษณะเรียวยาวรูปไข่ยาวประมาณ 8 -12 มิลลิเมตร เมล็ดมีเยื่อบางๆ สีเงินหุ้มอยู่ และอยู่ภายในเปลือกหุ้มที่เรียกว่ากะลา (Parchment) เมล็ดที่มี เปลือกหุ้มอยนู่้ีเรียกว่ากาแฟกะลา (Parchment Coffee) เมื่อกะเทาะกะลาน้ีออกจะเหลือเมล็ดเรียกว่า สารกาแฟ (Green coffee) ซึ่งเมื่อสดมีสีขาว เมื่อแห้งจะมีสีเขียวอ่อน จึงเรียกว่า กรีนคอฟฟี่ เมื่อเก็บไว้ นานๆ จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็ นสีด า
• เมล็ดกาแฟกลายพันธุ์ในจา นวนผลกาแฟท้งัหมดมีปริมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ที่เป็ นกาแฟเมล็ดเดี่ยวซึ่งเกิดจากการ กลายพันธุ์ทางธรรมชาติเรียกว่า peaberry บางคนเชื่อว่า peaberries มีความหวาน และมีรสชาติที่ ดีกว่าเมล็ดกาแฟปกติดงัน้นับางคร้ังพวกมนัก็จะถูกคดัแยกออกเพื่อขายพิเศษ กาแฟที่ปลูกเชิงพานิชย์ กาแฟในโลกน้ีมีหลากหลายสายพนัธุ์แต่ที่นิยมปลูกกนั ในเชิงพานิชยม์ ีเพียงสองชนิดเท่าน้นัคืออาราบิกา้และโรบสัตา้ • กาแฟอาราบิก้า Coffea Arabica – C. Arabica มีหลากหลายสายพันธุ์ เช่น : Bourbon, Typica, Caturra, Mundo Novo, Tico, San Ramon, จาเมกา Blue Mountain เป็นกาแฟที่สืบเช้ือสายมาจากพนัธุ์ด้งัเดิมที่ถูกคน้พบในเอธิโอเปียเป็นพนัธุ์ ที่มีความนุ่มนวลและมีกลิ่นหอม เป็นกาแฟที่มมีากที่สุดในโลกคือโดยประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ลักษณะของเม็ดกาแฟจะ แบนและยาวกว่ากาแฟโรบัสต้า และมีคาเฟอีนต ่ากว่า ในตลาดกาแฟ อาราบิก้า จะเป็ นกาแฟที่มีราคาสูงที่สุด และกาแฟอาราบีก้าที่ดีเป็ นอาราบีก้าที่ปลูกบนที่สูง โดยทวั่ ไปจะอยู่ ระหว่าง 2,000 ถึง 6,000 ฟุต (610 ถึง 1830 เมตร) เหนือระดบัน้า ทะเล ปัจจยัที่สา คญัอีกอยา่งหน่ึงก็คือ อุณหภูมิบริเวณที่ปลูกจะต้องไม่สูงหรือต ่าเกินไปอยู่ในช่วงประมาณ 15 – 23 องศาเซนเซียส และต้องการปริมาณ น้า ฝนประมาณ 1,500 มิลลิเมตรต่อปี การปลูกและผลิตกาแฟอาราบีก้ามีตน้ทนุสูงเพราะตอ้งปลูกบนพ้ืนที่ที่มีความสูง มอีุณหภูมิพอเหมาะ มีปริมาณน้า ฝนที่ เพียงพอ นอกจากน้ีแลว้กาแฟอาราบีกา้ยงัมีความทนทานต่อโรคต่า จึงตอ้งการการเอาใจใส่อยา่งสูง • กาแฟโรบัสต้า Coffea canephora – C. canephora var กาแฟโรบัสต้าส่วนมากจะปลูกในตอนกลางและด้านตะวันตกของทวีปแอฟริกา และบางส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เวียตนาม และอินโดนีเซียและในประเทศบราซิลในปัจจุบนัไดม้ีการผลิตกาแฟโรบสัตา้เพิ่มข้ึนแต่ก็เป็นเพียงแค่30 เปอร์เซ็นตข์องกาแฟท้งัโลก กาแฟโรบัสต้าส่วนมากเอาไว้ใช้ผสมกับกาแฟอาราบีก้า และท ากาแฟพร้อมดื่ม เมล็ดกาแฟโรบัสต้าจะมีลักษณะค่อนข้าง กลม และเล็กกว่ากาแฟอาราบีก้า ต้นกาแฟโรบัสต้ามีความทนทานและต้านทานต่อโรคสูง เพาะปลูกได้ง่ายมีการเจริญเติบโต ดีในสภาพภูมิอากาศร้อน อุณหภูมิในช่วง 23-30 องศาเซนเซียส มีความตอ้งการน้า ฝนเฉลี่ยปริมาณ 1500 มิลลิเมตร ต่อปีและไม่สามารถทนทานตอ่น้า คา้งแข็งได้ กาแฟโรบัสต้าเมื่อเทียบกับอาราบีก้าแล้วมีรสชาติที่รุนแรงกว่าและมีคาเฟอีนสูงกว่าถึง 50-60 เปอร์เซ็นต์
ประวัติของกาแฟ ไม่มีความชัดเจนนักว่าการดื่มกาแฟเป็ นมาเช่นไร และถูกค้นพบแบบใด มีเพียงต านานหรือเรื่องเล่าเกี่ยวกับกาแฟว่ามาจาก เอธิโอเปี ย ทวีปแอฟริกา ต านานของกาแฟในเอธิโอเปี ย มีเรื่องเล่าย้อนหลังสืบกลับหลายศตวรรษสู่ป่ ากาแฟโบราณบนที่ราบสูงเอธิโอเปี ย ต านานกล่าวว่า Kaldi ผูเ้ล้ียงแพะเป็น คนค้นพบศักยภาพของเครื่องดื่มที่ผู้คนนิยมกันในปัจจุบันเป็ นคนแรก มีเรื่องเล่าว่า Kaldi ค้นพบด้วยการสังเกตุแพะของ เขาที่เล้ียงไว้บางตวัมีอาการผิดปกติหลงัจากไดก้ินผลเบอร์รี่ชนิดหน่ึง (สมยัน้นัยงัไม่มีชื่อว่ากาแฟ) พบว่าแพะตวัน้นัรู้สึกว่า มันคึกคักผิดปกติและไม่ยอมหลับยอมนอน Koldi ไดน้า เรื่องน้ีไปบอกกลา่วกบัหลวงพ่อซ่ึงอยทู่ ี่โบสถแ์ถบน้นัหลวงพ่อไดน้า ผลเบอร์รี่น้ีไปทา เครื่องดื่มและก็พบว่า ตวัเองรู้สึกว่ามีความกระป้ีกระเปล่าสามารถสวดออ้นวอนพระเจา้ไดย้าวนานโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือง่วงนอน ดงัน้นั หลวงพ่อจึงนา เรื่องเหล่าน้ีไปบอกเลา่ ประสบการณ์ต่อบาทหลวงรูปอื่นๆ ทา ให้สรรพคุณของผลไมช้นิดน้ีขจรขจายไปทวั่ เสียงเล่าลือกระจายออกไปทางดา้นตะวนัออกจนกระทงั่มาถึงคาบสมุทรอาหรับ ที่นี่เองเป็นจุดกระจายของกาแฟไปยงัที่ ต่างๆทวั่โลก ความนิยมของกาแฟ ในคาบสมุทรอาหรับ กาแฟไดเ้ริ่มมีการเพาะปลกูผลิต และคา้บนคาบสมุทรอาหรับ ในช่วงศตวรรษที่15 ไดเ้ริ่มเพาะปลูกที่เขตเยเมน ในอาระ เบีย และในศตวรรษที่ 15 ก็แพร่หลายไปใน เปอร์เซีย อียิปต์ ซีเรีย และตุรกี ในคาบสมุทรอาระเบียกาแฟไม่ไดแ้ค่นิยมดื่มกนัแต่ในบา้นเท่าน้นัแต่ปรากฎว่ามีร้านกาแฟที่เปิดอยพู่้ืนที่สาธารณะอยา่ง มากมาย ร้านกาแฟที่เรียกว่า qahveh khaneh ไดเ้ริ่มข้ึนในเมืองต่างๆของตะวนัออกใกล้ ร้านกาแฟเป็ นที่นิยม เป็ นอย่างมากและมีผู้คนเดินทางแวะเวียนเข้ามาดื่มกาแฟในร้านท าให้เกิดการแลกเปลี่ยนข่าวสารทุกเรื่องราว ไม่แค่เพียงแต่ดื่มกาแฟเพื่อสนทนาแลกเปลี่ยนข่าวสารกนัเท่าน้นัพวกเขายงัดื่มกาแฟ เล่นหมากรุก ฟังเพลง ดูมหรสพ ไป ด้วย ร้านกาแฟกลายเป็ นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนข่าวสารที่เรียกกันว่า “โรงเรียนแห่งปรีชาญาณ” เมื่อผูแ้สวงบุญมากมายจากทวั่ทุกมมุโลกไดม้าแสวงบุญที่นครศกัสิทธ์ิเมกกะ ทา ให้ไดร้ับรู้ถึงเครื่องดื่มกาแฟ ดงัน้นั “ไวน์ แห่งอารเบีย” จึงไดเ้ริ่มตน้แพร่หลายออกไปยงัส่วนต่างๆของโลก
เครื่องดื่ม กาแฟชนิดต่างๆ Designed by rawpixel.com / Freepik การแพร่หลายเข้าสู่ยุโรป ในศตวรรษที่ 17 นักเดินทางชาวยุโรปได้เดินไปยังดินแดนตะวันออกใกล้ และได้น าเอาเรื่องราวของเครื่องดื่มสีด าเข้ม กลับไปยังประเทศยุโรป และกลายเป็ นเครื่องดื่มที่นิยมในยุโรปในเวลาต่อมา ชาวยโุรปบางส่วนไดม้ีความสงสัยและหวาดกลวัต่อกาแฟถึงกบัขนานนามของกาแฟว่า เป็นสิ่งประดิษฐ์ของ ซาตาน “bitter invention of Satan.” นกับวชทอ้งถิ่นไดป้ระณามการเขา้มาของเครื่องกาแฟ ในเวนิส เมื่อ ปี ค.ศ 1615 และเกิดเป็นความขดัแยง้ข้ึนมาความขดัแยง้ก็เกิดรุนแรงข้ึน จนกระทงั่สมเด็จพระ สันตะปาปา Clement VIII ตดัสินใจที่จะลองชิมเครื่องดื่มดว้ยตวัเองก่อนที่จะตดัสินใจใดๆ หลงัจากที่ทดลองชิม กาแฟแลว้ สมเด็จพระสันตะปาปา ทรงพอพระทยัก็เลยตดัพระทยัให้ดื่มเครื่องดื่มประเภทน้ีได้ แม้การดื่มกาแฟในยุโรปจะเป็ นเรื่องที่ถกเถียงกัน แต่ร้านกาแฟก็ยังเป็ นที่นิยมและเป็ นสถานที่ให้ผู้คนในสังคมติดต่อสื่อสาร และแลกขอ้มลูข่าวสารกนัเป็นกิจกรรมทางสังคมในตวัเมืองใหญ่ๆ เช่นในองักฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนัฮอลแลนด์โดยเฉพาะที่ อังกฤษเรียกว่า มหาวิทยาลัยเพนนี เลยทีเดียว อันเนื่องมาเพราะว่าราคากาแฟในร้านกาแฟถ้วยละ 1 เพนนี กาแฟเริ่มเขา้มามีบทบาทในอาหารเชา้ของชาวยโุรป โดยทา การดื่มกาแฟแทนเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เช่น ไวน์หรือเบียร์ ในเวลาเชา้ช่วงเริ่มตน้วนั ใหม่ซ่ึงสามารถกระตุน้ ให้เกิดความตื่นตวักระฉับกระเฉงและทา งานไดด้ีมีประสิทธิภาพ ในช่วงกลางศตวรรษที่ 17 มีร้านกาแฟกว่า 300 แห่งในลอนดอน หลายๆแห่งเป็ นสถานที่ดึงดูด พ่อค้า แม่ค้า นักธุรกิจ นายหนา้ศิลปิน มากมายใชเ้ป็นที่พบปะเจรจาการคา้ธุรกิจจา นวนมากเติบโตจากร้านกาแฟเหล่าน้ี
เดินทางไปสู่โลกใหม่ กาแฟได้ถูกน าไปที่โลกใหม่ช่วงกลางของศตวรรษที่ 16 โดยเริ่มที่เมือง New Amsterdam ต่อมาได้ชื่อว่า New York โดยชาวองักฤษ ในโลกใหม่น้ีแมร้้านกาแฟจะเป็นที่นิยมอยา่งรวดเร็วแต่ชาก็ยงัเป็นที่นิยมแพร่หลายกว่า จนมาถึงช่วงปี ค.ศ. 1773 เมื่อชาวอาณานิคมต่อตา้นการข้ึนภาษีชาของพระเจา้จอร์จที่สาม จนเกิดเหตุการณ์ที่เรา เรียกว่า Boston Tea Party ซึ่งท าให้รสนิยมการดื่มเครื่องดื่มของชาวอเมริกันได้เปลี่ยนไป การปลูกกาแฟทั่วโลก เพราะว่ากาแฟไดร้ับความนิยมเพิ่มมากข้นึดงัน้นัจึงมีการเริ่มปลูกกาแฟกนันอกคาบสมุทรอาระเบียในช่วงศตวรรษที่17 ชาวดัตช์ได้น าเอาต้นกล้ากาแฟเข้าไปปลูกในอิเดียแต่ก็ไม่ประสบผลส าเร็จ แต่เขาก็ไม่ละความพยายามโดยมีการน าต้นกล้า เขา้ไปปลูกที่บตัตาเวียเกาะชวา ประเทศอินโดนีเชีย ซ่ึงประสบผลสา เร็จ ชาวดตัช์ก็ทา การคา้ขายกาแฟที่ปลูกที่นนั่และยงั ขยายการปลูกไปยังเกาะสุมาตราและเซเลเบสอีกด้วย การปลูกกาแฟที่ทวีปอเมริกา ในปี ค.ศ. 1714 นายกเทศมนตรีแห่งเมืองอัมเสตอร์ดัมได้ของขวัญเป็ นต้นกล้ากาแฟให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ของฝรั่งเศส พระองศไ์ดส้ ั่งให้ปลูกไวท้ี่สวนพฤกษศาสตร์ในกรุงปารีส ต่อมาในปีค.ศ. 1723 ทหารเรือหนุ่มนามว่า Gabriel de Clieu ได้รับมอบต้นกล้ากาแฟจากกษัตริย์ น าต้นกล้ากาแฟเดินทางฝ่ าอากาศที่โหดร้าย เสี่ยงภัยต่อการถูกโจมตี และโดน โจรสลดัจ้ีปลน้ขา้มน้า ขา้มทะเลมายงัดินแดนใหม่มาสู่เกาะมาร์ตีนิก ทางดา้นตะวนัออกของทะเลแคริบเบียน การเพาะปลูกที่เกาะมาร์ตินีกไม่เพียงแต่งดงามเท่าน้นัแต่ยงัแพร่หลายแพร่หลายกลายเป็นอีก 18 ลา้นตน้บนเกาะแห่งน้ีใน เวลา 50 ปีต่อมา ที่น่าเหลือเชื่อไปกว่าน้นัคือตน้กาแฟที่ว่าน้ียงัเป็นตน้กา เนิดของกาแฟทวั่ท้งัแคริบเบียน อเมริกาใต้และ อเมริกากลาง กาแฟที่มีชื่อเสียงของบราซิลเกิดข้ึนมาจากการที่จกัรพรรด์ิของโปรตุเกสไดส้ ่ง Francisco de Mello Palheta ไปยงัเฟรนช์เกียนาเพื่อไปรับตน้กลา้พนัธุ์กาแฟ แต่ชาวฝรั่งเศสที่นนั่ ไม่ปรารถนาที่จะแบ่งปัน แต่ด้วยความที่ เขาเป็นคนรูปหล่อเป็นที่ถูกใจของภรรยาของขา้หลวงชาวฝรั่งเศสก่อนที่เขาจะเดินทางกลบัภรรยาของขา้หลวงฝรั่งเศสได้ มอบช่อดอกไมช้่อใหญ่ให้เขาแต่ในน้นัยงัซ่อนไปดว้ยเมล็ดพนัธุ์กาแฟ และเริ่มปลูกคร้ังแรกที่บราซิลในรัฐ Pará นี่จึง เป็นจุดเริ่มตน้ของอุตสาหกรรมกาแฟที่ยิ่งใหญ่ของบราซิล การเดินทางของเมล็ดพนัธุ์กาแฟยงัแพร่กระจายไปทวั่โลกโดยการนา ไปของนกัเผยแพร่ศาสนา นักเดินทาง นกัท่องเที่ยว พ่อคา้และท้งัพวกล่าอาณานิคม ทา ให้การเพาะปลูกกาแฟมีเกิดข้นึทวั่โลกในเขตร้อนช้ืน บนภูเขาสูง ซ่ึงเป็นที่เหมาะสม และกาแฟก็เจริญเติบโตไดด้ีบางพ้ืนก็ไม่สามารถเจริญเติบโตได้เกิดเป็ นอุตสาหกรรมในประเทศใหม่ๆข้ึนอย่างกว้างขวาง ในช่วง ศตวรรษที่ 18 เป็ นต้นมากาแฟนับเป็ นสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง และเป็ นที่ต้องการของผู้คนรองมาจากน้า มนั
ก าหนดการสอนสาระวิชาเพิ่มเติมกาแฟโบราณ ชั่วโมงที่ เรียนเรื่อง 1 ประวัติความเป็นมาของชาและกาแฟ 2 วัสดุอุปกรณ์ในการท ากาแฟโบราณ 3 การชงกาแฟโบราณ 4 การชงเนสกาแฟเย็น 5 การชงโอเลี้ยง 6 การชงโอเลี้ยงยกล้อ 7 การชงชาเย็น 8 การชงโกโก้เย็น 9 การชงชาด าเย็น 10 การชงนมเย็น 11 การชงโอยั๊วะ 12 การชงชาเนสที(ชามะนาว) วัสดุอุปกรณ์ในการท ากาแฟโบราณ
1. กาแฟโบราณ(กาแฟเย็น) เริ่มสูตรแรกกันด้วยเมนูกาแฟโบราณ สูตรจาก สูตรนี้ใช้ผงโอเลี้ยงชงกับถุงชงแบบโบราณ รสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นกาแฟ ใส่ น ้าตาลทรายและนมข้นหวานตามชอบ ราดนมข้นจืดให้ทั่ว เสิร์ฟใส่ถุงก็ได้ หรือใส่แก้วก็เก๋ ลองฝึกปรือฝีมือกันเลย ส่วนผสม กาแฟโบราณ (ส าหรับ 2-3 เสิร์ฟ) • ผงโอเลี้ยง 5-6 ช้อนโต๊ะ • น ้า 1 ถ้วย + 1/2 ถ้วย • น ้าตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ • นมข้นหวาน 9 ช้อนโต๊ะ • นมข้นจืด • น ้าแข็ง วิธีท ากาแฟโบราณ 1. ต้มน ้าจนเดือด เตรียมไว้ 2. ใส่ผงโอเลี้ยงลงในถุงกาแฟ น าไปวางลงในเหยือกสเตนเลส เทน ้าเดือดลงไป เขย่าถุงเล็กน้อยให้น ้าทั่วถึงกาแฟ พักทิ้งไว้ 7-10 นาที 3. ใส่น ้าตาลทรายลงในแก้ว ตามด้วยนมข้นหวาน เทโอเลี้ยงใส่ลงไป คนผสมให้เข้ากันจนน ้าตาลทรายละลาย เทใส่ลงใน แก้วที่มีน ้าแข็งประมาณ 3/4 แก้ว แล้วเทนมข้นจืดลงไปจนเต็มแก้ว พร้อมเสิร์ฟ
2. เนสกาแฟ เนสกาแฟ เครื่องดื่มร้านกาแฟที่ต้องมีติดร้านไว้เป็นตัวเลือก สูตรท าง่ายใช้ผงเนสกาแฟชงกับน ้าร้อน เติมน ้าตาลทรายกับนม ข้นหวานลงไป เสิร์ฟเย็น ๆ เพิ่มความกระชุ่มกระชวย ส่วนผสม เนสกาแฟเย็น • ผงเนสกาแฟ 2 ช้อนชา • น ้าร้อน 3/4 แก้ว • นมข้นหวาน 4 ช้อนชา • น ้าตาลทราย 1 ช้อนชา • น ้าแข็ง 1 แก้ว วิธีชงเนสกาแฟเย็น 1. ใส่ผงกาแฟและน ้าตาลทรายลงในแก้ว เติมน ้าร้อนลงไปคนให้ละลาย 2. เติมนมข้นหวานลงไปคนให้เข้ากัน 3. เทใส่แก้วที่มีน ้าแข็ง พร้อมเสิร์ฟ
3. โอเลีย้ง ถ้าลูกค้าชอบกาแฟโบราณรสเข้มแบบไทย ๆ ต้องแนะน าเมนูโอเลี้ยง สูตรจาก สูตรนี้ใช้ผงโอเลี้ยงชงกับถุงชงแบบโบราณ ใส่แค่น ้าตาล ทรายเท่านั้น ใส่น ้าแข็งเต็ม ๆ แก้ว ดื่มแล้วชื่นใจหายง่วง ส่วนผสม โอเลีย้ง (สา หรับ 2-3 เสิร์ฟ) • ผงโอเลี้ยง 5-6 ช้อนโต๊ะ • น ้า 1 ถ้วย + 1/2 ถ้วย • น ้าตาลทราย 10 ช้อนโต๊ะ • น ้าแข็ง วิธีทา โอเลีย้ง 1. ต้มน ้าจนเดือด เตรียมไว้ 2. ใส่ผงโอเลี้ยงลงในถุงกาแฟ น าไปวางลงในเหยือกสเตนเลส เทน ้าเดือดลงไป เขย่าถุงเล็กน้อยให้น ้าทั่วถึงกาแฟ พักทิ้งไว้ 7-10 นาที 3. ใส่น ้าตาลลงในแก้วตามชอบ เทโอเลี้ยงตามลงไปคนผสมให้น ้าตาลทรายละลาย เทใส่แก้วที่มีน ้าแข็งจนเต็ม พร้อมเสิร์ฟ
4. ยกล้อ ส าหรับลูกค้าที่ไม่ชอบดื่มโอเลี้ยงรสเข้ม ขอแนะน าเมนูยกล้อ ชงเหมือนโอเลี้ยง คือใส่ผงโอเลี้ยงลงไปชงในถุงชง เติมน ้าตาล ทรายลงไป แต่จุดต่างคือ ใส่นมข้นจืดลงไปด้วย ถ้าลูกค้าชอบกลิ่นนมมากหน่อยก็ใส่ไปเยอะ ๆ บอกเลยว่าชงง่ายมาก ส่วนผสม ยกล้อ (ส าหรับ 2-3 เสิร์ฟ) • ผงโอเลี้ยง 5-6 ช้อนโต๊ะ • น ้า 1 ถ้วย + 1/2 ถ้วย • น ้าตาลทราย 10 ช้อนโต๊ะ • น ้าแข็ง • นมข้นจืด วิธีท ายกล้อ 1. ต้มน ้าจนเดือด เตรียมไว้ 2. ใส่ผงโอเลี้ยงลงในถุงกาแฟ น าไปวางลงในเหยือกสเตนเลส เทน ้าเดือดลงไป เขย่าถุงเล็กน้อยให้น ้าทั่วถึงกาแฟ พักทิ้งไว้ 7-10 นาที 3. ใส่น ้าตาลลงในแก้วตามชอบ เทโอเลี้ยงตามลงไปคนผสมให้น ้าตาลทรายละลาย เทใส่แก้วที่มีน ้าแข็ง ประมาณ 3/4 แก้ว แล้วเทนมข้นจืดลงไปจนเต็มแก้ว พร้อมเสิร์ฟ
5. ชาเย็น ถ้าหากลูกค้าเบื่อเมนูกาแฟโบราณก็มีเครื่องดื่มอื่น ๆ ให้เลือก โดยเฉพาะเมนูชาเย็น หรือ ชาชักสุดฮิต ขอแนะน าสูตร จาก รสชาติหอมนุ่ม ถ้าชงทีละแก้วขายไม่ทัน สามารถท าเป็นขวดใหญ่เทขายได้นะคะ ส่วนผสม ชาเย็น (สูตร 1.5 ลิตร) • ชาผงซีลอน 10 ช้อนชา (ในสูตรนี้ใช้ตราช้างทอง) • ชาผง 20 ช้อนชา (ในสูตรนี้ใช้ตรา 555) • ชาหอม 10 ช้อนชา (ในสูตรนี้ใช้ตราช้างทอง) • น ้า 1,500 มิลลิลิตร • นมข้นหวาน 1 กระป๋ อง + 1/2 กระป๋ อง • นมข้นจืด 20 ช้อนชา • ครีมเทียม 20 ช้อนชา • น ้าเชื่อม 25 ช้อนชา วิธีท าชาเย็น 1. ผสมชาทั้ง 3 อย่างเข้าด้วยกัน ลักษณะผงชาที่ได้ จะมีทั้งลักษณะที่เป็นผงละเอียดและเป็นก้านใบชาที่หยาบ ๆ หมายเหตุ : ชาทั้ง 3 อย่าง อลิซใช้ของตราช้างทองค่ะ คิดว่าผสมกันแล้วรสชาติลงตัว ได้ทั้งสีและกลิ่น เพื่อน ๆ คนไหนจะ ลองน ายี่ห้ออื่นมาผสมด้วยก็ไม่ว่ากันเนอะ แต่รสชาติผิดเพี้ยนไปอย่างไร อลิซไม่รับรองนะ ก็ลองผสมกันดู ปกติใช้หลายยี่ห้อ ส่วนตัวคิด ว่าอันนี้โอเคสุด เป็นคนติดชามาแต่ไหนแต่ไร ถ้าว่าง ๆ จะน ามารีวิวให้ครบทั้งหมด 2. ตวงน ้า 1,500 มิลลิลิตร (1.5 ลิตร ซึ่งเท่ากับน ้าตราสิงห์หรือน ้าตราเนสท์เล่ 1 ขวด พอดี ตวงง่าย ๆ เลย) แล้วน าไปต้ม ให้น ้าเดือด
3. น าผงชาที่เตรียมไว้เทใส่ถุงกรองชา แล้วเทน ้าร้อนผ่านถุงกรองชาที่มีผงชาอยู่ โดยวางถุงกรองชาไว้ในกระบอกสเตนเลส (ซึ่งมีไว้ ส าหรับการชงชา แต่ถ้าใครไม่มีกระบอกสเตนเลสหรือมือใหม่หัดชง ก็ใช้พวกหม้อที่ใช้ตามบ้านแทนก็ได้นะ เป็นการประยุกต์ไปอีกแบบ) 4. เมื่อเทชาสลับไปสลับมาครบ 12 รอบแล้ว จึงแช่ชาทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที จากนั้นยกถุงกรองชาออก บีบน ้าชาที่เกาะอยู่ในถุงกรอง ชา คั้นน ้าออกมาให้หมด 5. เติมครีมเทียมลงไปในน ้าชาที่พักไว้ คนผสมให้เข้ากัน 6. เติมนมข้นหวาน และนมข้นจืดลงไป (เพื่อเพิ่มความมัน หรือใครจะใส่นมข้นจืดมากกว่านี้ก็ไม่เป็นไร แล้วแต่ความชอบ) ตามด้วย น ้าเชื่อม (ของอลิซใช้น ้าเชื่อมส าเร็จรูป ตรามิตรผล ถ้าใครมีขวดปั๊มก็ใช้ 10 ปั๊ม) คนผสมให้เข้ากันดี ชิมรสตามชอบ