The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนหน่วยการเรียนรู้ที่ 14 ป.1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by hasnan_caramel, 2022-05-15 00:10:21

แผนหน่วยการเรียนรู้ที่ 14 ป.1

แผนหน่วยการเรียนรู้ที่ 14 ป.1



คำนำ

การจัดทำแผนการจัดการเรียนรูนับเปนวิธีหนึ่งที่ทำใหครูผูสอนไดมีการเตรียมการสอน
ลวงหนา กอนที่จะทำการสอนจรงิ โดยมกี ารเตรียมเนอ้ื หาเตรียมกิจกรรม เตรียมสือ่ การเรียนการสอน
รวมทั้งวิธีการวัดผลประเมินผลซึ่งการเตรียมการสอนจะชวยใหครูผูสอนมีความพรอมที่จะสอนให
ผูเรียนบรรลตุ ามจุดมงุ หมายของหลักสตู ร

การจัดทำแผนการจัดการเรยี นรูฉบับน้ี ผูจัดทำไดศึกษาคนควาหลักสตู รแกนกลางการศึกษา
ข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศักราช 2560) เอกสารอนื่ ๆ ท่เี กย่ี วของ วิเคราะห
หลักสูตร จัดทำกำหนดการสอน โครงสรางรายวิชา และหารูปแบบการทำแผนการจัดการเรียนรูโดย
เนนใหผ เู รียนไดเ รยี นผานกระบวนการคิดดวยตนเอง โดยคำนงึ ถงึ สภาพแวดลอมของผูเรียน โรงเรียน
และชุมชนเปน หลกั

แผนการจัดการเรียนรูฉบับนี้ เปนแผนการจัดการเรียนรูกลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร
ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี 1 หนว ยการเรียนรูที่ 14 โจทยป ญ หาการบวกและโจทยป ญหาการลบ เพ่อื พฒั นา
ความเขา ใจเกย่ี วกบั สัญลกั ษณ และการดำเนินการตอ วิชาคณติ ศาสตร โดยเนนข้ันตอนหรอื วธิ กี ารทาง
คณติ ศาสตร จัดทำไวเ พ่อื สะดวกตอ การจดั กิจกรรมการเรียนการสอน สามารถนำไปประยุกตใชไดทุก
ปการศึกษา ผูทจ่ี ะนำไปใชค วรอา นคำชีแ้ จงการใชแ ผนการจดั การเรยี นรใู หเขา ใจกอนนำไปใชจรงิ

ขาพเจาหวังเปนอยางยิ่งวา แผนการจัดการเรียนรูฉบับนี้จะชวยใหการเรียนการสอน
กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ชั้นประถมศึกษาปที่ 1 ดำเนินไปดวยดี และทำใหผูเรียนมีความรู
ความสามารถ มีทักษะกระบวนการและมีคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคต รงตามจุดมงุ หมายของหลักสูตร
ตอ ไป

นางสาวฮสั ณัญ อาแว
ครูผชู ว ยโรงเรียนบานกาหงษ



สารaบัญ

เรอื่ ง หนา
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู 1
ตัวชว้ี ดั และสาระการเรยี นรูแกนกลาง 2
คำอธิบายรายวชิ า 6
โครงสรางเวลาเรยี น 8
โครงสรางรายวชิ า 9
กำหนดแผนการจดั การเรียนรู หนว ยการเรยี นรูท่ี 14 โจทยป ญหาการบวกและโจทยปญ หา
10
การลบ 11
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 1 17
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 2 23
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 3 29
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 4 36
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 5 42
แผนการจดั การเรยี นรูที่ 6 48
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 7 54
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 8 60
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี 9 66
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 10 72
แผนการจดั การเรียนรูท ่ี 11 79
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี 12 86
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 13 93
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 14 99
แผนการจัดการเรียนรูท่ี 15 105
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี 16 111
แผนการจดั การเรียนรูท่ี 17 117
แผนการจดั การเรยี นรูที่ 18 124
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 19

1

สาระและมาตรฐานการเรียนรู

สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต
มาตรฐาน ค 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ

จำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และการ
นำไปใช
มาตรฐาน ค 1.2 เขาใจและวิเคราะหแบบรูป ความสัมพันธ ฟงกชัน ลำดับและอนุกรม และ
นำไปใช
มาตรฐาน ค 1.3 ใชนิพจน สมการ และอสมการ อธิบายความสัมพันธหรือชวยแกปญหาท่ี
กำหนดให

สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณติ
มาตรฐาน ค 2.1 เขาใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ตองการวัดและ

นำไปใช
มาตรฐาน ค 2.2 เขาใจและวิเคราะหรูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธระหวาง

รูปเรขาคณติ และทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนำไปใช

สาระท่ี 3 สถติ แิ ละความนา จะเปน
มาตรฐาน ค 3.1 เขา ใจกระบวนการทางสถติ ิ และใชค วามรทู างสถติ ใิ นการแกปญ หา
มาตรฐาน ค 3.2 เขาใจหลักการนับเบือ้ งตน ความนา จะเปน และนำไปใช

2

ตัวช้ีวัดและสาระการเรียนรูแกนกลาง

สาระที่ 1 จำนวนและพชี คณติ
มาตรฐาน ค 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ

จำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และการ

นำไปใช

ช้นั ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นรแู กนกลาง

ป. 1 จำนวนนบั 1 ถึง 100 และ 0

1. บอกจำนวนของสง่ิ ตาง ๆ แสดงสิง่ ตาง - การนับทลี ะ 1 และทีละ 10

ๆ ตามจำนวนที่กำหนด อานและเขียน - การ อ านแล ะ การ เ ขียนตัว เ ล ข-

ตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย แสดง ฮินดูอารบิก ตัวเลขไทยแสดงจำนวน

จำนวนนบั ไมเ กนิ 100 และ 0 - การแสดงจำนวนนับไมเกิน 20 ในรูป

2. เปรียบเทียบจำนวนนับไมเกิน 100 ความสัมพันธของจำนวนแบบสวนยอย

และ 0 โดยใชเ ครื่องหมาย = ≠ > < - ส  ว น ร ว ม (part – whole

3. เรียงลำดับจำนวนนับไมเ กิน 100 และ relationship)

0 ต้งั แต 3 ถงึ 5 จำนวน - การบอกลำดับท่ี

- หลัก คาของเลขโดดในแตละหลัก และ

การเขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรูป

กระจาย

- การเปรียบเทียบจำนวนและการใช

เครอ่ื งหมาย = ≠ > <

- การเรยี งลำดับจำนวน

การบวก การลบ จำนวนนับ 1 ถึง 100

4. หาคาของตัวไมทราบคาในประโยค และ 0

สัญลักษณแสดงการบวกและประโยค - ความหมายของการบวก ความหมาย

สัญลักษณแสดงการลบของจำนวนนับ ของการลบ การหาผลบวก การหาผล

ไมเกนิ 100 และ 0 ลบ และความสัมพันธของการบวกและ

การลบ

3

ชนั้ ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นรแู กนกลาง

ป. 1 5. แสดงวิธหี าคำตอบของโจทยปญหาการ - การแกโ จทยปญ หาการบวก โจทย

บวกและโจทยปญ หาการลบของจำนวน ปญหาการลบ และการสรางโจทย

นบั ไมเ กิน 100 และ 0 ปญ หา พรอ มท้งั หาคำตอบ

สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณิต
มาตรฐาน ค 1.2 เขาใจและวเิ คราะหแ บบรูป ความสมั พนั ธ ฟง กชัน ลำดบั และอนุกรม และ

นำไปใช

ชน้ั ตัวชีว้ ดั สาระการเรียนรแู กนกลาง

ป. 1 แบบรปู

1. ระบุจำนวนทีห่ ายไปในแบบรปู ของ - แบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง

จำนวนท่เี พ่มิ ขึ้นหรือลดลงทีละ 1 และ ทีละ 1 และทลี ะ 10

ทีละ10 และระบุรปู ทห่ี ายไปในแบบรูป - แบบรปู ซำ้ ของจำนวน รปู เรขาคณิต

ซำ้ ของรปู เรขาคณติ และรูปอนื่ ๆ ท่ี และรปู อ่นื ๆ

สมาชกิ ในแตละชุดทซี่ ้ำมี 2 รูป

สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณิต
มาตรฐาน ค 1.3 ใชนพิ จน สมการ และอสมการ อธบิ ายความสัมพันธห รอื ชว ยแกปญ หาที่

กำหนดให

ช้ัน ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นรแู กนกลาง
ป. 1 - -

สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณติ
มาตรฐาน ค 2.1 เขา ใจพนื้ ฐานเกี่ยวกบั การวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสงิ่ ทีต่ อ งการวัดและ

นำไปใช

4

ชน้ั ตัวชี้วดั สาระการเรียนรแู กนกลาง
ป. 1 ความยาว
- การวัดความยาวโดยใชหนวยที่ไมใช
1. วัดและเปรียบเทยี บความยาวเปน
เซนตเิ มตรและเมตร หนวยมาตรฐาน
- การวัดความยาวเปนเซนติเมตร เปน
2. วัดและเปรยี บเทียบนำ้ หนกั เปน
กิโลกรมั เปนขดี เมตร
- กา ร เ ป ร ี ย บ เที ยบ ควา ม ย าวเปน

เซนตเิ มตรเปนเมตร
- การแกโ จทยป ญหาการบวก การลบ

เก่ยี วกับความยาวทม่ี ีหนว ยเปน
เซนตเิ มตร เปน เมตร

น้ำหนกั
- การวัดน้ำหนักโดยใชหนวยที่ไมใช

หนว ยมาตรฐาน
- การวัดน้ำหนักเปนกโิ ลกรมั เปน ขดี
- การเปรียบเทียบน้ำหนักเปนกิโลกรัม

เปน ขีด
- การแกโจทยปญ หาการบวก การลบ

เกย่ี วกบั นำ้ หนกั ทีม่ ีหนว ยเปนกโิ ลกรัม
เปน ขดี

สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณติ
มาตรฐาน ค 2.2 เขา ใจและวเิ คราะหรูปเรขาคณติ สมบตั ขิ องรปู เรขาคณิต ความสมั พนั ธร ะหวา ง

รปู เรขาคณติ และทฤษฎบี ททางเรขาคณิต และนำไปใช

ชนั้ ตัวช้วี ัด สาระการเรียนรแู กนกลาง
ป. 1
รปู เรขาคณติ สองมิตแิ ละรปู เรขาคณิตสาม
1. จำแนกรูปสามเหลย่ี ม รปู สี่เหลีย่ ม มติ ิ
วงกลม วงรี ทรงสเี่ หลย่ี มมมุ ฉาก ทรง - ลักษณะของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรง
กลม ทรงกระบอก และกรวย
กลม ทรงกระบอก กรวย

5

ชั้น ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรแู กนกลาง

ป. 1 - ลกั ษณะของรูปสามเหลยี่ ม รปู ส่ี-

เหลย่ี ม วงกลม และวงรี

สาระท่ี 3 สถติ ิและความนา จะเปน
มาตรฐาน ค 3.1 เขาใจกระบวนการทางสถติ ิ และใชความรูทางสถติ ใิ นการแกปญหา

ชน้ั ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นรแู กนกลาง

ป. 1 การนำเสนอขอ มูล

1. ใชข อ มูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหา - การอานแผนภมู ริ ูปภาพ

คำตอบของโจทยปญ หา เม่ือกำหนดรปู

1 รปู แทน 1 หนวย

สาระที่ 3 สถติ ิและความนา จะเปน
มาตรฐาน ค 3.2 เขา ใจหลักการนบั เบือ้ งตน ความนา จะเปน และนำไปใช

ชน้ั ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนรแู กนกลาง
ป. 1 - -

6

คำอธิบายรายวิชา

รายวิชาพน้ื ฐาน กลมุ สาระการเรียนรคู ณติ ศาสตร
ชั้นประถมศึกษาปท ่ี 3 เวลา 200 ชัว่ โมง/ป

ศึกษา ฝก ทกั ษะการคดิ คำนวณ และฝก การแกปญหาในสาระตอ ไปน้ี
การใชจำนวนบอกปริมาณที่ไดจากการนับ การอาน และการเขียนตัวเลขฮินดูอารบิกและ
ตัวเลขไทยแสดงจำนวนนับไมเกิน 100 และ 0 การนับทีละ 1 และทีละ 10 การบอกอันดับที่ การ
แสดงจำนวนนับไมเกิน 20 ในรูปความสัมพันธของจำนวนแบบสวนยอย - สวนรวม หลักและคาของ
เลขโดดในแตละหลัก การเขียนตัวเลขแสดงจำนวนนับในรูปกระจาย การเปรียบเทียบจำนวน การใช
เครอื่ งหมาย = ≠ > < การเรียงลำดบั จำนวนไมเ กิน 5 จำนวน
ความหมายของการบวก ความหมายของการลบ การหาผลบวก การหาผลลบ ความสัมพันธ
ของการบวกและการลบ โจทยป ญหา
แบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละ 1 และทีละ 10 แบบรูปซ้ำของจำนวน รูป
เรขาคณติ และรปู อน่ื ๆ
การเปรียบเทียบและการวดั ความยาวเปนเซนติเมตร เปนเมตร การเปรียบเทียบและการวัด
น้ำหนกั เปนกิโลกรัม เปน ขดี โจทยป ญหาการบวก และโจทยป ญ หาการลบเกีย่ วกบั ความยาว น้ำหนัก
การจำแนกรูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม วงกลม วงรี ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกลม
ทรงกระบอก และกรวย
การใชขอมูลจากแผนภูมิรูปภาพ เมื่อกำหนดรูป 1 รูปแทน 1 หนวย ในการหาคำตอบของ
โจทยป ญหา
การจัดประสบการณหรือการสรางสถานการณที่ใกลตัวใหผูเรียนไดศึกษาคนควาโดยปฏิบัติ
จริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะการคิดคำนวณ และทักษะการแกปญหา การใหเหตุผล
การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร และนำประสบการณค วามรู ความคิด ทักษะและ
กระบวนการที่ไดไปใชในการเรียนรูสิ่งตาง ๆ และใชในชีวิตประจำวันอยางสรางสรรค รวมทั้งเห็น
คุณคาและมีเจตคติที่ดีตอคณิตศาสตรสามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ รอบคอบ มีความ
รับผดิ ชอบ มีวิจารณญาณและเชอ่ื ม่นั ในตนเอง
การวัดผลและประเมินผล ใชวิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเปนจริงของเนื้อหาและ
ทักษะท่ตี อ งการวดั

7

ตวั ชวี้ ัด
ค 1.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5
ค 1.2 ป.1/1
ค 2.1 ป.1/1, ป.1/2
ค. 2.2 ป.1/1
ค 3.1 ป.1/1

รวม 10 ตวั ชี้วัด

8

โครงสรางเวลาเรียน ภาคเรยี นที่ 2
กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปที่ 1

บทท/ี่ เรอื่ ง เวลา (ช่วั โมง)
ภาคเรียนท่ี 2
บทท่ี 8 การบอกตำแหนงและอันดับที่ 11
บทท่ี 9 รูปเรขาคณติ 12
บทที่ 10 จำนวนนับ 21 ถึง 100 17
บทท่ี 11 การวดั ความยาว 11
บทท่ี 12 การบวกทผ่ี ลบวกไมเกิน 100 10
บทที่ 13 การลบจำนวนท่ตี วั ตั้งไมเกนิ 100 18
บทที่ 14 โจทยปญหาการบวกและโจทยป ญ หาการลบ 19
98
รวมภาคเรยี นท่ี 2

9

โครงสรางรายวชิ า

หนว ยการเรียนรู มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา
เรยี นรู/ตวั ชว้ี ัด (ชม.)
โจทยปญหาการ
บวกและโจทย ค 1.1 สถานการณหรือปญหาที่หาคำตอบไดดวยการ 19
ปญ หาการลบ
ป.1/5 บวกหรือการลบ มีหลากหลายลักษณะใหทำ

ความเขาใจ วิเคราะห แลละหาคำตอบ การแก

โจทยปญหาทำไดโดย อานทำความเขาใจปญหา

วางแผนแกปญหา หาคำตอบแลละตรวจสอบ

ความสมเหตสุ มผลของคำตอบ

10

กำหนดแผนการจัดการเรียนรู ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี 1
หนว ยการเรยี นรูท่ี 14 โจทยปญหาการบวกและโจทยป ญหาการลบ

แผนการจัดการเรียนรทู ่ี เรื่อง จำนวน
(ช่ัวโมง)
1 สถานการณก ารบวก
2 สถานการณการบวก 1
3 สถานการณก ารบวก 1
4 สถานการณก ารลบ 1
5 สถานการณก ารลบ 1
6 โจทยปญหาการบวก 1
7 โจทยป ญ หาการลบ 1
8 โจทยป ญหาการบวกทม่ี คี ำวา มากกวา 1
9 โจทยปญหาการลบที่มคี ำวา มากกวา 1
10 โจทยป ญหาการลบทีม่ ีคำวา นอ ยกวา 1
11 โจทยปญ หาการบวกท่มี ีคำวานอยกวา 1
12 โจทยป ญ หาการบวกจากสถานการณท่ีมตี ัวไมท ราบคา 1
13 โจทยป ญ หาการลบจากสถานการณท ี่มีตวั ไมทราบคา 1
14 โจทยป ญ หาการบวกจากสถานการณท ม่ี ตี ัวไมท ราบคา 1
15 โจทยปญหาการลบจากสถานการณท ีม่ ตี วั ไมท ราบคา 1
16 การสรา งโจทยป ญ หาการบวกจากภาพ 1
17 การสรางโจทยป ญ หาการลบจากภาพ 1
18 การสรางโจทยป ญ หาการบวกจากประโยคสัญลักษณ 1
19 การสรางโจทยปญ หาการลบจากประโยคสญั ลักษณ 1
1
รวม 19

11

รายวชิ าคณิตศาสตร แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 1 ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 1

หนว ยการเรยี นรูท่ี 14 โจทยป ญหาการบวกและโจทยป ญ หาการลบ เวลาเรียน 19 ชว่ั โมง
เร่ือง สถานการณก ารบวก เวลาเรยี น 1 ช่ัวโมง

สอนวนั ท่.ี ...... เดือน.......................... พ.ศ. ......... ภาคเรยี นที่ 2 ปก ารศกึ ษา 2564

................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรยี นรู

มาตรฐาน ค 1.1 : เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การ

ดำเนินการของจำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการ

ดำเนินการ และการนำไปใช

ตัวช้ีวดั
ค 1.1 ป.1/5 : แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยปญหาการบวกและโจทยปญหาการลบของ

จำนวนนับไมเ กิน 100 และ 0

สาระสำคญั
เรื่องราวหรือสถานการณที่แสดงใหเห็นถึงการนำจำนวนมารวมกัน สามารถเขียนแสดงดวย

ประโยคสัญลกั ษณก ารบวกเปนสถานการณการบวก

จุดประสงคการเรยี นรู
1. อธิบายสถานการณก ารบวกจากภาพท่ีกำหนดใหไ ด (K)

2. สามารถบอกสถานการณการบวกอยางงาย พรอ มท้งั เขียนประโยคสัญลักษณการบวกได
(P)

3. นำความรูเก่ียวกบั สถานการณการบวกไปใชแ กปญ หาทางคณิตศาสตรได (A)

สาระการเรยี นรู
สถานการณการบวก

12

ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
1. ความสามารถในการแกป ญหา
2. ความสามารถในการสือ่ สารและการส่อื ความหมายทางคณติ ศาสตร
3. ความสามารถในการใหเหตผุ ล

คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
1. มวี ินยั
2. ใฝเรยี นรู
3. มงุ มั่นในการทำงาน

กจิ กรรมการเรยี นรู
ขัน้ นำเขา สูบ ทเรียน
1. ครูยกตัวอยา งสถานการณการบวก โดยอานสถานการณแลวใหนักเรียนพิจารณาวา

สถานการณน ้ันเปน สถานการณการบวก เพราะเหตใุ ด ดังน้ี
1) เตยซือ้ นำ้ สม 6 ขวด และนำ้ องุน 6 ขวด ซ้ือน้ำผลไมกขี่ วด (การบวก เพราะตอง

รวมนำ้ ผลไมทงั้ หมด)
2) ฟางซื้อแกวน้ำ 1 ใบ และสบู 1 กอน ตองจายเงินกี่บาท (การบวก เพราะตอง

รวมราคาของส่ิงของ)
ข้ันสอน
2. ครูยกตัวอยางบัตรภาพแสดงสถานการณการบวกซึ่งแสดงใหเห็นการรวมกันและ

แสดงใหเหน็ การเพม่ิ ข้นึ ดังนี้

ครูยกตัวอยางการสรางสถานการณการบวก เชน แกวตามีของเลน 8 ชิ้น ขุนมีของ
เลน 14 ช้ิน แกว ตาและขุนมขี องเลน รวมกัน 8 + 4 = 22 ช้ิน

13

ครูยกตัวอยางการสรางสถานการณการบวก เชน แกวตาและขุนมีของเลนรวมกัน
22 ชิน้ ตนกลา เอาของเลน มาเพม่ิ อกี 5 ช้ิน รวมมขี องเลนทั้งหมด 22 + 5 = 27 ชิน้

3. ครูยกตัวอยางบตั รภาพแสดงสถานการณการบวกเชงิ เปรียบเทียบ โดยจะมกี ารใชคำ
วา “มากกวา” เปรียบเทียบโดยบอกจำนวนหนึ่งแลวใหหาอีกจำนวน ซึ่งจำนวนนั้นมากกวาจำนวนที่
กำหนดใหอยูเทาไร ครูแนะนำเพิ่มเติมวาสถานการณในลักษณะนี้จะหาคำตอบโดยคิดจากจำนวนท่ี
เทากอนแลว คอ ยเพม่ิ สว นท่ีตา งกนั ดงั น้ี

ครูยกตัวอยางการสรางสถานการณการบวก เชน ใบบัวมีของเลน 20 ชิ้น ครูมีของ
เลน มากกวาใบบัว 4 ช้นิ ครมู ขี องเลน 20 + 4 = 24 ช้ิน

14

ครยู กตวั อยางการสรางสถานการณการบวก เชน ตน กลามีหุนทหารเรอื 10 ตัว ขุนมี
หนุ ทหารเรอื มากกวาตน กลา 5 ตวั ขุนมหี นุ ทหารเรือ 10 + 5 = 15 ตวั

4. ครูใหนักเรียนทำใบงานที่ 1 สถานการณการบวก เมื่อเสร็จแลวใหนักเรียนชวยกัน
ตรวจสอบความถกู ตอง จากน้นั ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยกิจกรรมในใบงานท่ี 1

ข้ันสรปุ
5. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปสิ่งที่ไดเรียนรูรวมกัน ดังนี้ เรื่องราวหรือสถานการณที่

แสดงใหเห็นถึงการนำจำนวนมารวมกัน สามารถเขียนแสดงดวยประโยคสัญลักษณการบวกเปน

สถานการณก ารบวก

สื่อการเรียนรู
1. บตั รภาพแสดงสถานการณก ารบวก

2. ใบงานที่ 1 สถานการณก ารบวก

การวดั ผลและประเมินผล

สง่ิ ท่ีตองการวดั วิธวี ดั เครอ่ื งมือวดั เกณฑการประเมนิ

1. ดานความรู ตรวจใบงานที่ 1 ใบงานที่ 1 ผานเกณฑรอ ยละ 70 ขน้ึ ไป

2. ดานทักษะ สังเกตพฤตกิ รรมดาน แบบสังเกตพฤตกิ รรม นกั เรยี นไดค ะแนนระดบั

กระบวนการ ทักษะกระบวนการ ดานทักษะกระบวนการ พอใชขึน้ ไป

3. ดา นคุณลกั ษณะ สงั เกตพฤติกรรมดา น แบบสงั เกตพฤติกรรม นกั เรยี นไดค ะแนนคณุ ภาพ 2

ทพ่ี ึงประสงค คุณลกั ษณะที่พึง ดานคณุ ลักษณะ ทุกรายการข้นึ ไปถือวาผา น

ประสงค ทพ่ี งึ ประสงค เกณฑ

15

ความคิดเห็นผบู รหิ าร

ลงชอ่ื .....................................ผูตรวจ
( นางรสนา หะยอี าแว )

ผูอำนวยการโรงเรยี นบา นกาหงษ

บันทึกหลงั การเรียนการสอน
1. ผลการเรียนรู

2. ปญ หาและอปุ สรรค

3. ขอ เสนอแนะ/แนวทางในการแกป ญหา

ลงชอ่ื .....................................ผสู อน
( นางสาวฮสั ณัญ อาแว )

16

ใบงานที่ 1 สถานการณก ารบวก

คำชีแ้ จง เติมตวั เลขแสดงจำนวน

1. บอยมขี องเลน ชนิ้
กองมขี องเลนมากกวาบอย ชนิ้
กองมขี องเลน + = ชิน้

2. แมซ อ้ื ไขไ ก ฟอง
และซ้ือไขเปด ฟอง
แมซ้อื ไขไ กและไขเปดทง้ั หมด + = ฟอง

3. วนั แรกพอปลูกตน ไมไ ด ตน
วนั ทส่ี องปลูกตนไมไ ด ตน
รวมสองวันพอ ปลกู ตน ไมได + = ตน

4. มแี มไก ตัว
และมลี กู ไก ตวั
รวมมีไกท งั้ หมด + = ตวั

17

รายวิชาคณิตศาสตร แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 2 ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ 1

หนว ยการเรยี นรูที่ 14 โจทยป ญหาการบวกและโจทยป ญ หาการลบ เวลาเรยี น 19 ชวั่ โมง
เรอ่ื ง สถานการณการบวก เวลาเรียน 1 ช่ัวโมง

สอนวนั ท.ี่ ...... เดือน.......................... พ.ศ. ......... ภาคเรยี นท่ี 2 ปก ารศกึ ษา 2564

................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรยี นรู

มาตรฐาน ค 1.1 : เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การ

ดำเนินการของจำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการ

ดำเนินการ และการนำไปใช

ตวั ชวี้ ัด
ค 1.1 ป.1/5 : แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยปญหาการบวกและโจทยปญหาการลบของ

จำนวนนับไมเ กนิ 100 และ 0

สาระสำคญั
เรื่องราวหรือสถานการณที่แสดงใหเห็นถึงการนำจำนวนมารวมกัน สามารถเขียนแสดงดวย

ประโยคสญั ลักษณก ารบวกเปน สถานการณก ารบวก

จดุ ประสงคการเรยี นรู
1. อธบิ ายสถานการณก ารบวกทก่ี ำหนดใหได (K)

2. สามารถวิเคราะหสถานการณการบวก หาคำตอบ และเขียนประโยคสญั ลักษณการบวก
ได (P)

3. นำความรเู กย่ี วกบั สถานการณก ารบวกไปใชแ กปญหาทางคณติ ศาสตรไ ด (A)

สาระการเรียนรู
สถานการณการบวก

18

ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
1. ความสามารถในการแกปญหา
2. ความสามารถในการสือ่ สารและการสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร
3. ความสามารถในการใหเ หตผุ ล

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
1. มีวินัย
2. ใฝเ รยี นรู
3. มงุ มน่ั ในการทำงาน

กจิ กรรมการเรยี นรู
ขัน้ นำเขาสบู ทเรียน
1. ครเู ขยี นสถานการณการบวกบนกระดานแลวใชก ารถามตอบ ดังนี้
“ตนมลี ูกบอลสแี ดง 13 ลกู ลูกบอลสีเขยี ว 5 ลูกอยใู นตะกรา”
- จะทราบไดอยางไรวาตนมีลูกบอลในตะกราทั้งหมดกี่ลูก (นำจำนวนลูกบอลสี

แดงรวมกับจำนวนลกู บอลสเี ขียว หรือ 13 + 5)
- เขียนประโยคสัญลักษณไดอยางไร (13 + 5= ) ครูเขียนประโยคสัญลักษณ

บนกระดานดังน้ี ประโยคสัญลกั ษณ 13 + 5 = 
- ตนมลี ูกบอลในตะกราทงั้ หมดก่ีลูก (18 ลกู ) ครเู ขยี นบนกระดานดังนี้
ตน มลี กู บอลในตะกรา ทง้ั หมด 13 + 5 = 18 ลกู

ข้ันสอน
2. ครูยกตัวอยางสถานการณการบวกโดยติดบัตรภาพบนกระดานแลวใชการถามตอบ

ดังนี้
“ตะเกยี บยาว 22 เซนติเมตร ตอ ตะเกียบกับดินสอยาว 4 เซนตเิ มตร”

ตะเกียบยาว 22 เซนตเิ มตร

ตอตะเกียบกับดินสอ

19

- จะทราบไดอยางไรวาดินสอกับตะเกียบยาวรวมกันเทาไร (นำความยาวของ
ตะเกยี บและความยาวของดนิ สอรวมกนั )

- เขียนประโยคสัญลักษณไดอยางไร (22 + 4 = ) ครูเขียนประโยคสัญลักษณ
บนกระดาน ดงั นี้ ประโยคสัญลักษณ 22 + 4 = 

- ความยาวของตะเกยี บรวมกบั ความยาวของดนิ สอยาวเทาไร (26 เซนติเมตร)
3. ครูตดิ บตั รภาพบนกระดาน ดงั นี้

ครูเขียนสถานการณการบวกบนกระดานแลว ใชการถามตอบ ดงั นี้
“ขุนมีดินสอสีสีน้ำเงินยาว 6 เซนติเมตร ดินสอสีสีแดงยาว 7 เซนติเมตร ขุนนำ
ดนิ สอสที ้ังสองแทงมาตอกันเพอื่ ใหส ะดวกในการจบั ”
- จะทราบไดอ ยางไรวา ดนิ สอสองแทง ยาวรวมกันเทา ไร (นำความยาวของดนิ สอสี
สีน้ำเงนิ รวมกบั ความยาวของดนิ สอสสี ีแดง)
- ดนิ สอสีสีน้ำเงนิ ยาวเทาไร (6 เซนติเมตร)
- ดินสอสีสีแดงยาวเทาไร (7 เซนตเิ มตร)
- เขียนประโยคสญั ลกั ษณไ ดอยางไร (6 + 7 = )
- ดินสอสแี ทง ที่ตอ กนั ยาวเทาไร (13 เซนตเิ มตร) ครเู ขยี นบนกระดานดังนี้ ดินสอ
สแี ทง ท่ีตอกนั ยาว 6 + 7 = 13 เซนติเมตร)
4. ครแู นะนำวา จากสถานการณท ่แี สดงใหเหน็ ถึงการนำจำนวนมารวมกนั สามารถ
เขียนแสดงดวยประโยคสญั ลกั ษณการบวกเปนสถานการณก ารบวก
5. ครูสมุ นกั เรยี นยกตัวอยางสถานการณก ารบวกจากภาพ 2 – 3 ตัวอยาง เมอ่ื นักเรยี น
ยกตัวอยาง ครเู ขียนบนกระดาน ครูและนกั เรยี นรว มกันตรวจสอบความถกู ตอ ง
6. ครูใหนักเรียนทำใบงานที่ 2 สถานการณการบวก เมื่อเสร็จแลวใหนักเรียนชวยกัน
ตรวจสอบความถกู ตอง จากนน้ั ครูและนักเรยี นรว มกนั เฉลยกิจกรรมในใบงานท่ี 2
ขน้ั สรปุ
7. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปสิ่งที่ไดเรียนรูรวมกัน ดังน้ี เรื่องราวหรือสถานการณที่
แสดงใหเห็นถึงการนำจำนวนมารวมกัน สามารถเขียนแสดงดวยประโยคสัญลักษณการบวกเปน
สถานการณการบวก

20

ส่ือการเรียนรู
1. บตั รภาพ

2. ใบงานท่ี 2 สถานการณก ารบวก

การวดั ผลและประเมนิ ผล

ส่ิงท่ีตอ งการวดั วธิ วี ดั เครอ่ื งมือวดั เกณฑการประเมิน

1. ดานความรู ตรวจใบงานที่ 2 ใบงานท่ี 2 ผานเกณฑรอ ยละ 70 ขน้ึ ไป

2. ดา นทักษะ สงั เกตพฤติกรรมดา น แบบสังเกตพฤตกิ รรม นกั เรียนไดค ะแนนระดบั

กระบวนการ ทกั ษะกระบวนการ ดา นทกั ษะกระบวนการ พอใชข ึ้นไป

3. ดา นคณุ ลักษณะ สังเกตพฤตกิ รรมดาน แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรยี นไดค ะแนนคุณภาพ 2

ท่พี งึ ประสงค คณุ ลักษณะทพี่ ึง ดานคุณลกั ษณะ ทุกรายการขึน้ ไปถือวาผา น

ประสงค ที่พึงประสงค เกณฑ

21

ความคิดเห็นผบู รหิ าร

ลงชอ่ื .....................................ผูตรวจ
( นางรสนา หะยอี าแว )

ผูอำนวยการโรงเรยี นบา นกาหงษ

บันทึกหลงั การเรียนการสอน
1. ผลการเรียนรู

2. ปญ หาและอปุ สรรค

3. ขอ เสนอแนะ/แนวทางในการแกป ญหา

ลงชอ่ื .....................................ผสู อน
( นางสาวฮสั ณัญ อาแว )

22

ใบงานที่ 2 สถานการณก ารบวก

คำชีแ้ จง เติมคำตอบลงในชอ งวา ง

1. แมมีดอกกุหลาบสีขาว 14 ดอก มดี อกกหุ ลาบสแี ดง 10 ดอก
แมม ดี อกกุหลาบท้งั หมด + = ดอก

2. แมคา ขายไอศกรมี รสวนิลาได 16 ถว ย ขายรสชอ็ กโกแลตได 17 ถวย
แมค าขายไอศกรีมไดทงั้ หมด + = ถว ย

3. ขวดน้ำแพค็ ใหญส ูง 33 เซนติเมตร ขวดนำ้ แพก็ เล็กสงู 23 เซนติเมตร
ขวดน้ำแพ็กใหญก บั แพ็กเล็กวางซอ นกนั สงู + = เซนตเิ มตร

4. พอ คาขายแตงโมได 27 ผล และขายสบั ปะรดได 28 ผล
พอ คา ขายแตงโมและสับปะรดได + = ผล

5. เหมีย่ วสะสมแสตมปไ ด 54 ดวง ขิงใหแสตมปมาเพมิ่ 25 ดวง
เหมี่ยวมแี สตมปท ง้ั หมด + = ดวง

23

รายวชิ าคณติ ศาสตร แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 3 ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ 1

หนว ยการเรยี นรูที่ 14 โจทยป ญ หาการบวกและโจทยป ญ หาการลบ เวลาเรียน 19 ชวั่ โมง
เร่ือง สถานการณก ารบวก เวลาเรียน 1 ช่ัวโมง

สอนวนั ที.่ ...... เดือน.......................... พ.ศ. ......... ภาคเรียนท่ี 2 ปก ารศกึ ษา 2564

................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรยี นรู

มาตรฐาน ค 1.1 : เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การ

ดำเนินการของจำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการ

ดำเนนิ การ และการนำไปใช

ตวั ชว้ี ดั
ค 1.1 ป.1/5 : แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยปญหาการบวกและโจทยปญหาการลบของ

จำนวนนบั ไมเกนิ 100 และ 0

สาระสำคญั
เรื่องราวหรือสถานการณที่แสดงใหเห็นถึงการนำจำนวนมารวมกัน สามารถเขียนแสดงดวย

ประโยคสัญลักษณก ารบวกเปน สถานการณการบวก

จุดประสงคการเรยี นรู
1. อธิบายสถานการณการบวกท่กี ำหนดใหได (K)

2. สามารถวิเคราะหสถานการณการบวก หาคำตอบ และเขียนประโยคสญั ลักษณการบวก
ได (P)

3. นำความรูเ กย่ี วกับสถานการณการบวกไปใชแ กปญหาทางคณิตศาสตรไ ด (A)

สาระการเรยี นรู
สถานการณก ารบวก

24

ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
1. ความสามารถในการแกป ญ หา
2. ความสามารถในการสอ่ื สารและการสื่อความหมายทางคณติ ศาสตร
3. ความสามารถในการใหเ หตผุ ล

คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
1. มีวินยั
2. ใฝเรยี นรู
3. มงุ มนั่ ในการทำงาน

กิจกรรมการเรยี นรู
ขั้นนำเขา สูบทเรยี น
1. ครูทบทวนสถานการณการบวกโดยเลาสถานการณ ดังนี้ ครูมีไมอยู 3 อันที่มีความ

ยาวแตกตา งกันดังรูปตอ ไปนี้

ไมอนั ที่ 1 ยาว 15 เซนติเมตร
ไมอนั ท่ี 2 ยาว 45 เซนติเมตร
ไมอ ันที่ 3 ยาว 35 เซนติเมตร

“ครูตอ งการนำไม 2 อนั มาวางตอ กนั ใหม คี วามยาวมากกวา 50 เซนติเมตร”
- จะทราบไดอ ยา งไรวาไม 2 อนั วางตอ กนั แลวมคี วามยาวมากกวา 50 เซนตเิ มตร
(ตอบตามความเขาใจ)
- จะหาความยาวของไม 2 อันทีน่ ำมาวางตอ กันไดด วยวิธีใด (วิธีบวก)
ครูใหนักเรียนเลือกไม 2 อันท่ีนำมาวางตอกนั แลวมคี วามยาวมากกวา 50 เซนติเมตร
แลวนำเสนอหนาชนั้ เรยี น
ขั้นสอน
2. ครูเขียนสถานการณการบวกบนกระดานแลว ใชการถามตอบ ดงั นี้

ใบบัวมีดนิ สอสี 12 แทง ใบบัวมีดนิ สอสีนอยกวา ครู 8 แทง

- จะทราบไดอ ยางไรวา ครูมดี ินสอสีทง้ั หมดกแี่ ทง (ตอบตามความเขาใจ)

25

ครเู ขยี นภาพประกอบการอธบิ าย ดงั น้ี

- จะหาจำนวนดินสอสีที่ครูมีไดอยางไร (นำจำนวนดินสอสีของใบบัวรวมกับ

จำนวนดนิ สอสที คี่ รูมีมากกวา)

- จะหาคำตอบดวยวิธีใด (วธิ บี วก)

- เขียนประโยคสัญลักษณไ ดอยา งไร (12 + 8 = )

ครูใหตัวแทนนักเรียนออกมาแสดงวิธีการหาคำตอบ ซึ่งนักเรียนอาจหาคำตอบได

โดยใชการนับตอ เสนจำนวน หรือใชการทำใหครบสิบ (ใชความสัมพันธของจำนวนแบบสวนยอย -

สวนรวม)

ตัวอยาง วิธีหาคำตอบโดยใชค วามสัมพนั ธของจำนวนแบบสวนยอ ย – สวนรวม

12 + 8

10 2 ขั้นที่ 1 2 + 8 = 10
ขน้ั ท่ี 2 10 + 10 = 20

ดงั นั้น 12 + 8 = 20

- คำตอบเปนเทา ไร (20)

- สรปุ คำตอบไดอ ยา งไร (ครูมีดนิ สอสี 12 + 8 = 20 แทง)

3. ครูเขียนสถานการณก ารบวกบนกระดานแลว ใชก ารถามตอบ ดังนี้

ดนิ สอสียาว 14 เซนตเิ มตร ดนิ สอสสี ั้นกวา ตะเกียบ 8 เซนติเมตร
ตะเกียบยาวเทา ไร

เซนตเิ มตร) - โจทยถ ามอะไร (ความยาวของตะเกียบ)
- โจทยบอกอะไรบาง (ดินสอสียาว 14 เซนติเมตร ดินสอสีสั้นกวาตะเกียบ 8

- ดนิ สอสยี าวกวาหรอื สนั้ กวา 14 เซนติเมตร (นอยกวา 14 เซนติเมตร)
- จะหาคำตอบไดโ ดยวธิ ีใด (การบวก)
- เขยี นประโยคสญั ลกั ษณไดอ ยางไร (14 + 8 = )

26

ครูใหตัวแทนนักเรียนออกมาแสดงวิธีการหาคำตอบ ซึ่งนักเรียนอาจหาคำตอบได

โดยใชการนับตอ เสนจำนวน หรือใชการทำใหครบสิบ (ใชความสัมพันธของจำนวนแบบสวนยอย -

สวนรวม)

ตัวอยาง วธิ หี าคำตอบโดยใชค วามสัมพันธของจำนวนแบบสวนยอ ย – สวนรวม

14 + 8

10 4 ข้ันท่ี 1 4 + 8 = 12
ขัน้ ท่ี 2 10 + 12 = 22

ดังนัน้ 14 + 8 = 22

- คำตอบเปน เทาไร (22)

- สรุปคำตอบไดอ ยางไร (ตะเกียบยาว 22 เซนตเิ มตร)

4. ครูใหนักเรียนทำใบงานที่ 3 สถานการณการบวก เมื่อเสร็จแลวใหนักเรียนชวยกัน

ตรวจสอบความถูกตอง จากนน้ั ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั เฉลยกิจกรรมในใบงานท่ี 3

ข้นั สรุป

5. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปสิ่งที่ไดเรียนรูรวมกัน ดังน้ี เรื่องราวหรือสถานการณที่

แสดงใหเห็นถึงการนำจำนวนมารวมกัน สามารถเขียนแสดงดวยประโยคสัญลักษณการบวกเปน

สถานการณการบวก

สอ่ื การเรียนรู
3. บตั รภาพ

4. ใบงานที่ 3 สถานการณการบวก

การวดั ผลและประเมนิ ผล

สง่ิ ทตี่ อ งการวดั วธิ วี ัด เคร่ืองมือวดั เกณฑก ารประเมิน

1. ดานความรู ตรวจใบงานท่ี 3 ใบงานท่ี 3 ผานเกณฑร อ ยละ 70 ขึน้ ไป

2. ดา นทกั ษะ สงั เกตพฤติกรรมดาน แบบสังเกตพฤตกิ รรม นกั เรยี นไดคะแนนระดบั

กระบวนการ ทักษะกระบวนการ ดา นทกั ษะกระบวนการ พอใชขึ้นไป

3. ดานคุณลกั ษณะ สังเกตพฤตกิ รรมดา น แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรยี นไดค ะแนนคุณภาพ 2

ทพี่ ึงประสงค คุณลักษณะท่ีพงึ ดา นคุณลกั ษณะ ทกุ รายการข้นึ ไปถอื วาผา น

ประสงค ท่พี งึ ประสงค เกณฑ

27

ความคิดเห็นผบู รหิ าร

ลงชอ่ื .....................................ผูตรวจ
( นางรสนา หะยอี าแว )

ผูอำนวยการโรงเรยี นบา นกาหงษ

บันทึกหลงั การเรียนการสอน
1. ผลการเรียนรู

2. ปญ หาและอปุ สรรค

3. ขอ เสนอแนะ/แนวทางในการแกป ญหา

ลงชอ่ื .....................................ผสู อน
( นางสาวฮสั ณัญ อาแว )

28

ใบงานที่ 3 สถานการณการบวก

คำชแี้ จง เตมิ คำตอบลงในชองวา ง

1. หอง ป.1/1 มีนกั เรียนหญงิ มากกวานักเรียนชาย 9 คน มีนกั เรียนชาย 16 คน
หอ ง ป.1/1 มนี กั เรียนหญิง + = คน

2. เกาอส้ี งู 65 เซนตเิ มตร เกา อเ้ี ตย้ี กวาโตะ 35 เซนติเมตร
โตะ สงู + = เซนติเมตร

3. นองเก็บมะมว งได 8 ผล พี่เก็บมะมวงไดมากกวานอง 12 ผล
พเี่ ก็บมะมว งได + = ผล

4. แมคาขายกางเกงตอนเชาได 46 ตัว ตอนเชาขายกางเกงไดนอยกวาตอนบาย
12 ตัว

แมค า ขายกางเกงตอนบา ยได + = ตวั

5. ใบเตยมีเงิน 47 บาท ใบตองมเี งินมากกวา ใบเตย 20 บาท
ใบตองมเี งิน + = บาท

29

รายวชิ าคณิตศาสตร แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 4 ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี 1

หนว ยการเรยี นรูที่ 14 โจทยป ญหาการบวกและโจทยป ญ หาการลบ เวลาเรยี น 19 ชวั่ โมง
เร่อื ง สถานการณก ารลบ เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง

สอนวนั ที.่ ...... เดอื น.......................... พ.ศ. ......... ภาคเรียนท่ี 2 ปก ารศกึ ษา 2564

................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรยี นรู

มาตรฐาน ค 1.1 : เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การ

ดำเนินการของจำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการ

ดำเนนิ การ และการนำไปใช

ตวั ชี้วัด
ค 1.1 ป.1/5 : แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยปญหาการบวกและโจทยปญหาการลบของ

จำนวนนับไมเ กนิ 100 และ 0

สาระสำคญั
เรื่องราวหรอื สถานการณที่แสดงใหเห็นถงึ การเอาออก เปรยี บเทียบหาสว นทต่ี างกนั สามารถ

เขียนแสดงดวยประโยคสัญลกั ษณการลบเปนสถานการณการลบ

จดุ ประสงคการเรียนรู
1. อธิบายสถานการณก ารลบจากภาพที่กำหนดใหไ ด (K)

2. สามารถบอกสถานการณการลบอยางงาย พรอมทั้งเขียนประโยคสัญลักษณการลบได
(P)

3. นำความรูเกย่ี วกบั สถานการณก ารลบไปใชแกปญ หาทางคณิตศาสตรได (A)

สาระการเรียนรู
สถานการณการลบ

30

ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
1. ความสามารถในการแกป ญ หา
2. ความสามารถในการสอ่ื สารและการส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร
3. ความสามารถในการใหเ หตผุ ล

คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
1. มีวนิ ัย
2. ใฝเรยี นรู
3. มงุ ม่ันในการทำงาน

กิจกรรมการเรียนรู
ข้ันนำเขา สบู ทเรียน
1. ครูยกตัวอยางสถานการณการลบ โดยอานสถานการณแลวใหนักเรียนพิจารณาวา

สถานการณน น้ั เปนสถานการณก ารลบ เพราะเหตุใด ดังน้ี
1) ตังซื้อชมพู 15 ผล แบงใสถุง 2 ใบ ถุงแรกใส 8 ผล ถุงที่สองจะมีชมพูกี่ผล

(การลบ เพราะหาจำนวนชมพทู เี่ หลือหลังจากใสถุงแรก)
2) ปอมีเงิน 20 บาท ซ้ือขนมราคา 5 บาท ผิงเหลือเงินกีบ่ าท (การลบ เพราะปอนำ

เงินไปซอ้ื ขนม ทำใหเ หลอื เงนิ นอยลง)
ข้นั สอน
2. ครูติดแผนภาพบนกระดาน ดังนี้

ครูยกตัวอยางสถานการณก ารลบบนกระดานวา “คณุ แมทำเคก สม 24 ชิน้ ใหเพ่ือน
บา น 20 ชิ้น” ครเู ขียนวงลอมรอบภาพเคก สม ดังรูป และเขียนใตภ าพ

31

คณุ แมเ หลอื เคก สม 24 – 20 = 4 ชนิ้
3. ครเู ขยี นสถานการณก ารลบบนกระดาน ดังนี้ “แมทำเคก สม กบั เคกกลวยหอมได 48
ช้ิน เปน เคกสม 24 ชน้ิ ”

- จะทราบไดอยางไรวาคุณแมทำเคกกลวยหอมกี่ชิ้น (นำจำนวนเคกทั้งหมดลบ
ดว ยจำนวนเคกสม หรือ 48 – 24)

- เขียนประโยคสัญลกั ษณไ ดอ ยางไร (48 – 24 = ) ครูเขยี นประโยคสัญลักษณ
บนกระดาน

ครูใหตัวแทนนักเรียนออกมาแสดงวิธีการหาคำตอบ ซึ่งนักเรียนอาจหาคำตอบได
โดยใชแ ผน ตารางสบิ และแผนตารางหนวยชว ยในการหาผลลบ หรือใชการตั้งลบ ดงั นี้

- คณุ แมทำเคก กลว ยหอมกี่ชิ้น (24 ชน้ิ )
ครูเขยี นบนกระดานดงั น้ี คณุ แมทำเคก กลว ยหอม 48 – 24 = 24 ช้ิน
ครแู นะนำวา เรอ่ื งราวหรอื สถานการณท ีแ่ สดงใหเห็นถึงการเอาออกเปนสถานการณ
การลบสามารถเขยี นแสดงดว ยประโยคสัญลกั ษณการลบ
4. ครูเขียนสถานการณการลบบนกระดานแลวใชการถามตอบ ดังนี้ “แมทำซาลาเปา
ใหแ กว ตา 10 ลูก ทำซาลาเปาใหใบบวั 15 ลกู ”
- จะทราบไดอยางไรวาแมทำซาลาเปาใหแกวตานอยกวาใบบัวกี่ลูก (นำจำนวน
ซาลาเปาที่แมทำใหใ บบวั ลบดวยจำนวนซาลาเปาท่แี มท ำใหแ กวตา หรือ 15 – 10)

32

ครเู ขียนภาพประกอบการอธิบายเพ่มิ เติม ดงั นี้

- เขยี นประโยคสญั ลักษณไ ดอยางไร (15 – 10 = ) ครูเขียนประโยคสัญลักษณ
บนกระดาน

ครูใหตัวแทนนักเรียนออกมาแสดงวิธีการหาคำตอบ ซึ่งนักเรียนอาจหาคำตอบได
โดยใชการนับถอยหลัง นับตอเสนจำนวน หรือใชความสัมพันธของจำนวนแบบสวนยอย - สวนรวม
ดังน้ี

0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20

นบั ตอ จาก 10 ไปอีก 5 ได 15
- แมท ำซาลาเปาใหแกวตานอยกวาใบบัวกีล่ ูก (5 ลกู )
ครเู ขียนบนกระดาน ดงั น้ี แมท ำซาลาเปาใหแกวตานอ ยกวา ใบบวั 15 – 10 = 5 ลูก
ครูแนะนำวาเรื่องราวหรือสถานการณที่แสดงใหเห็นถึงการเปรียบเทียบเปน
สถานการณก ารลบ สามารถเขียนแสดงดวยประโยคสัญลกั ษณก ารลบ
5. ครูใหนักเรียนทำใบงานที่ 4 สถานการณการลบ เมื่อเสร็จแลวใหนักเรียนชวยกัน
ตรวจสอบความถูกตอง จากนนั้ ครแู ละนักเรยี นรวมกนั เฉลยกจิ กรรมในใบงานท่ี 4
ข้ันสรปุ
6. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปสิ่งที่ไดเรียนรูรวมกัน ดังน้ี เรื่องราวหรือสถานการณท่ี
แสดงใหเห็นถึงการเอาออก เปรียบเทียบหาสวนตางกัน เปนสถานการณการลบ สามารถเขียนแสดง
ดวยประโยคสัญลักษณก ารลบ

สอื่ การเรียนรู
1. บตั รภาพ
2. ใบงานท่ี 4 สถานการณก ารลบ

33

การวดั ผลและประเมนิ ผล

สิ่งทีต่ องการวดั วธิ วี ัด เคร่อื งมือวดั เกณฑการประเมิน

1. ดานความรู ตรวจใบงานที่ 4 ใบงานท่ี 4 ผานเกณฑรอ ยละ 70 ขน้ึ ไป

2. ดานทกั ษะ สงั เกตพฤติกรรมดา น แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรียนไดค ะแนนระดบั

กระบวนการ ทกั ษะกระบวนการ ดา นทักษะกระบวนการ พอใชขึ้นไป

3. ดานคณุ ลักษณะ สังเกตพฤติกรรมดา น แบบสงั เกตพฤติกรรม นกั เรยี นไดค ะแนนคุณภาพ 2

ท่ีพงึ ประสงค คณุ ลักษณะทีพ่ ึง ดา นคุณลักษณะ ทกุ รายการขึน้ ไปถือวาผา น

ประสงค ที่พงึ ประสงค เกณฑ

34

ความคิดเห็นผบู รหิ าร

ลงชอ่ื .....................................ผูตรวจ
( นางรสนา หะยอี าแว )

ผูอำนวยการโรงเรยี นบา นกาหงษ

บันทึกหลงั การเรียนการสอน
1. ผลการเรียนรู

2. ปญ หาและอปุ สรรค

3. ขอ เสนอแนะ/แนวทางในการแกป ญหา

ลงชอ่ื .....................................ผสู อน
( นางสาวฮสั ณัญ อาแว )

35

ใบงานท่ี 4 สถานการณการลบ

คำช้แี จง เตมิ ตวั เลขแสดงจำนวน

1. ในหอ งเรียนมีนกั เรยี นท้งั หมด คน
เปน นักเรียนหญงิ คน
เปนนักเรียนชาย - = คน

2. พอ ปลูกตนมะลแิ ละตนกุหลาบจำนวน ตน
เปนตน มะลิ ตน
เปน ตนกหุ ลาบ - = ตน

3. แมค า มีสมโอ ลกู = ลกู
ขายไป ลกู
แมคา เหลือสม โอ -

4. แกว ตามไี ข ฟอง = ฟอง
ทำเปน อาหาร ฟอง
แกว ตาเหลอื ไข -

36

รายวชิ าคณติ ศาสตร แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 5 ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ 1

หนว ยการเรียนรูท่ี 14 โจทยป ญ หาการบวกและโจทยป ญ หาการลบ เวลาเรยี น 19 ชวั่ โมง
เร่ือง สถานการณก ารลบ เวลาเรยี น 1 ชั่วโมง

สอนวนั ท.่ี ...... เดอื น.......................... พ.ศ. ......... ภาคเรียนท่ี 2 ปการศกึ ษา 2564

................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรียนรู

มาตรฐาน ค 1.1 : เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การ

ดำเนินการของจำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการ

ดำเนนิ การ และการนำไปใช

ตวั ชี้วดั
ค 1.1 ป.1/5 : แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยปญหาการบวกและโจทยปญหาการลบของ

จำนวนนับไมเ กนิ 100 และ 0

สาระสำคญั
เรอื่ งราวหรอื สถานการณทแ่ี สดงใหเ ห็นถึงการเอาออก เปรยี บเทยี บหาสวนทต่ี า งกัน สามารถ

เขียนแสดงดว ยประโยคสัญลกั ษณก ารลบเปน สถานการณการลบ

จดุ ประสงคก ารเรียนรู
1. อธบิ ายสถานการณก ารลบทีก่ ำหนดใหได (K)

2. สามารถวิเคราะหสถานการณการลบ หาคำตอบ และเขียนประโยคสัญลักษณการลบได
(P)

3. นำความรูเกย่ี วกบั สถานการณก ารลบไปใชแ กป ญ หาทางคณิตศาสตรไ ด (A)

สาระการเรียนรู
สถานการณก ารลบ

37

ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
1. ความสามารถในการแกปญ หา
2. ความสามารถในการสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร
3. ความสามารถในการใหเ หตุผล

คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
1. มีวินยั
2. ใฝเ รยี นรู
3. มุงมน่ั ในการทำงาน

กิจกรรมการเรียนรู
ขั้นนำเขา สบู ทเรียน
1. ครเู ขียนสถานการณก ารลบบนกระดานแลวใชการถามตอบ ดงั น้ี
“ในหอ งเรยี นมนี กั เรียนทั้งหมด 25 คน เปน นกั เรียนหญิง 10 คน”
ครถู ามวาจะหาจำนวนนกั เรยี นชายไดอ ยางไร (นำจำนวนนกั เรียนท้ังหมดมาลบดวย

จำนวนนักเรียนชาย หรือ 25 – 10) สถานการณนี้เปนสถานการณการบวกหรือการลบ (การลบ)
เพราะเหตุใด (หาจำนวนนักเรียนที่เหลือ) ในหองเรียนมีนักเรียนชายทั้งหมดกี่คน (15 คน) ครูเขียน
บนกระดานดังน้ี ในหอ งเรยี นมีนกั เรียนชาย 25 – 10 = 15 คน

ข้ันสอน
2. ครูเขียนสถานการณก ารลบบนกระดาน และใชการถามตอบ ดังน้ี
“เกง มียางรัด 22 เสน กอ งมียางรัด 16 เสน ”
- จะทราบไดอยางไรวาเกงมียางรัดมากกวากองเทาไร (นำจำนวนยางรัดที่เกงมี

ลบดวยจำนวนยางรดั ทกี่ อ งมี หรอื 22 – 16)
ครูเขยี นภาพประกอบการอธิบาย ดงั น้ี

- สถานการณน เ้ี ปน สถานการณก ารลบเพราะอะไร (เปน การเปรยี บเทียบ)

38

- เขยี นเปนประโยคสญั ลักษณไ ดอ ยางไร (22 – 16 = ) ครเู ขียนประโยค
สญั ลกั ษณบ นกระดาน

- เกง มยี างรัดมากกวากอ งเทา ไร (6 เสน )
ครูเขยี นบนกระดานดงั น้ี เกงมยี างรดั มากกวากอ ง 22 – 16 = 6 เสน
3. ครูเขยี นสถานการณก ารลบบนกระดาน และใชการถามตอบ ดงั นี้
“ขนุ มยี างรดั 20 เสน ขุนมยี างรัดมากกวา กอ ง 4 เสน”
- จะทราบไดอยา งไรวากอ งมียางรดั กเ่ี สน (นำจำนวนยางรัดของขุนลบดวยจำนวน
ยางรดั ทข่ี นุ มมี ากกวา กอง หรอื 20 – 4)
ครูเขียนภาพประกอบการอธบิ าย ดงั นี้

- สถานการณนเ้ี ปน สถานการณก ารลบเพราะอะไร (เปน การเปรียบเทียบ)
- เขยี นเปน ประโยคสญั ลกั ษณไดอ ยางไร (20 – 4 = ) ครเู ขียนประโยค
สัญลกั ษณบนกระดาน
- เกง มยี างรดั เทาไร (16 เสน)
ครูเขียนบนกระดานดงั น้ี กองมยี างรดั 20 – 4 = 16 เสน
ครูและนักเรียนรวมกันสรุปวา เรื่องราวหรือสถานการณที่แสดงใหเห็นถึงการ
เปรยี บเทยี บ หาสวนตา งกันเปน สถานการณก ารลบ สามารถเขยี นแสดงดว ยประโยคสญั ลกั ษณก ารลบ
4. ครูใหนักเรียนทำใบงานที่ 5 สถานการณการลบ เมื่อเสร็จแลวใหนักเรียนชวยกัน
ตรวจสอบความถูกตอง จากน้ันครแู ละนกั เรยี นรวมกันเฉลยกิจกรรมในใบงานที่ 5
ขัน้ สรุป
5. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปสิ่งที่ไดเรียนรูรวมกัน ดังน้ี เรื่องราวหรือสถานการณท่ี
แสดงใหเห็นถึงการเอาออก เปรียบเทียบหาสวนตางกัน เปนสถานการณการลบ สามารถเขียนแสดง
ดวยประโยคสญั ลักษณก ารลบ

สือ่ การเรียนรู
1. บัตรภาพ
2. ใบงานที่ 5 สถานการณก ารลบ

39

การวดั ผลและประเมนิ ผล

สิ่งทีต่ องการวดั วธิ วี ัด เคร่อื งมือวดั เกณฑการประเมิน

1. ดานความรู ตรวจใบงานที่ 5 ใบงานท่ี 5 ผานเกณฑรอ ยละ 70 ขน้ึ ไป

2. ดานทกั ษะ สงั เกตพฤติกรรมดา น แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรียนไดค ะแนนระดบั

กระบวนการ ทกั ษะกระบวนการ ดา นทักษะกระบวนการ พอใชขึ้นไป

3. ดานคณุ ลักษณะ สังเกตพฤติกรรมดา น แบบสงั เกตพฤติกรรม นกั เรยี นไดค ะแนนคุณภาพ 2

ท่ีพงึ ประสงค คณุ ลักษณะทีพ่ ึง ดา นคุณลักษณะ ทกุ รายการขึน้ ไปถือวาผา น

ประสงค ที่พงึ ประสงค เกณฑ

40

ความคิดเห็นผบู รหิ าร

ลงชอ่ื .....................................ผูตรวจ
( นางรสนา หะยอี าแว )

ผูอำนวยการโรงเรยี นบา นกาหงษ

บันทึกหลงั การเรียนการสอน
1. ผลการเรียนรู

2. ปญ หาและอปุ สรรค

3. ขอ เสนอแนะ/แนวทางในการแกป ญหา

ลงชอ่ื .....................................ผสู อน
( นางสาวฮสั ณัญ อาแว )

41

ใบงานที่ 5 สถานการณการลบ

คำชี้แจง เติมคำตอบลงในชอ งวา ง
1. พอเกบ็ ไขไ กไ ด 30 ฟอง เกบ็ ไขเ ปดไดน อ ยกวา ไขไ ก 10 ฟอง

พอเก็บไขเ ปดได - = ฟอง

2. เชอื กสีแดงยาว 25 เมตร เชือกสีแดงยาวกวาเชือกสเี ขียว 12 เมตร
เชอื กสีเขยี วยาว - = เมตร

3. ขุนเล้ยี งแกะขาว 24 ตวั เลีย้ งแกะขาวมากกวาแกะดำ 13 ตวั
ขุนเลี้ยงแกะดำ - = ตวั

4. ธารมี เี งนิ 50 บาท ไพรนิ มเี งินนอยกวา ธารี 16 บาท
ไพรนิ มีเงนิ - = บาท

5. ขวัญใจตดั เส้อื ได 64 ตัว ขาวหอมตดั เส้ือไดน อ ยกวาขวัญใจ 18 ตวั
ขาวหอมตัดเส้ือได - = ตัว

42

รายวิชาคณิตศาสตร แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 6 ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 1

หนว ยการเรยี นรูที่ 14 โจทยป ญหาการบวกและโจทยป ญ หาการลบ เวลาเรยี น 19 ชว่ั โมง
เร่อื ง โจทยป ญ หาการบวก เวลาเรียน 1 ช่วั โมง

สอนวนั ท่.ี ...... เดอื น.......................... พ.ศ. ......... ภาคเรียนท่ี 2 ปก ารศกึ ษา 2564

................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรียนรู

มาตรฐาน ค 1.1 : เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การ

ดำเนินการของจำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการ

ดำเนินการ และการนำไปใช

ตวั ช้ีวัด
ค 1.1 ป.1/5 : แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยปญหาการบวกและโจทยปญหาการลบของ

จำนวนนบั ไมเ กิน 100 และ 0

สาระสำคญั
การแกโจทยปญหาทำไดโดยอานทำความเขาใจปญหา วางแผนแกปญหา หาคำตอบ และ

ตรวจสอบความสมเหตุสมผล

จุดประสงคการเรยี นรู
1. อธบิ ายการวิเคราะหโจทยป ญ หาการบวกได (K)

2. สามารถการวเิ คราะหโ จทยปญหาการบวก และหาคำตอบได (P)

3. นำความรูเกย่ี วกบั โจทยป ญ หาการบวกไปใชแ กปญ หาทางคณิตศาสตรได (A)

สาระการเรียนรู
โจทยปญ หาการบวก

ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
1. ความสามารถในการแกปญหา
2. ความสามารถในการส่อื สารและการสื่อความหมายทางคณติ ศาสตร

3. ความสามารถในการใหเหตผุ ล

43

คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค
1. มวี ินยั

2. ใฝเรียนรู

3. มุง มน่ั ในการทำงาน

กจิ กรรมการเรยี นรู

ข้นั นำเขาสูบทเรียน

1. ครูทบทวนการบวกจำนวนที่มีผลบวกไมเกิน 100 โดยติดบัตรโจทยการบวกบน

กระดาน ดงั น้ี

- 34 + 5 =  - 26 + 5 = 

- 48 + 2 =  - 52 + 5 = 

- 69 + 4 =  - 78 + 3 = 

ข้ันสอน

2. ครูติดแถบโจทยปญหาการบวกบนกระดาน พรอมทั้งอานโจทยใหนักเรียนอานตาม

พรอมตดิ บตั รภาพประกอบ ดงั นี้

ลุงมีไกอ ยใู นรวั้ 23 ตวั อยูน อกรัว้ 4 ตัว ลุงมไี กทงั้ หมดก่ตี วั

ครใู หน กั เรยี นฝก วเิ คราะหโ จทยป ญ หา โดยตอบคำถามดังตอไปน้ี
- โจทยถามอะไร (ลงุ มไี กท ั้งหมดก่ีตัว)
- โจทยบอกอะไรบา ง (ลงุ มไี กอยใู นรว้ั 23 ตวั อยูน อกรว้ั 4 ตัว)
- ลงุ มไี กทง้ั หมดนอยกวา หรอื มากกวา 23 ตัว เพราะเหตใุ ด (มากกวา 23 ตัว
เพราะลงุ มไี กใ นร้ัว 23 ตัว แลว ยงั มีอยูนอกรวั้ 4 ตวั อกี )

44

- หาคำตอบไดดว ยวธิ ีใด (วธิ ีบวก)

- เขยี นประโยคสญั ลกั ษณไดอ ยา งไร (23 + 4 = ) ครูเขียนประโยคสญั ลกั ษณ

บนกระดาน

ใหตัวแทนนักเรียนออกมาแสดงวิธีการหาคำตอบ ซ่ึงนกั เรียนอาจหาคำตอบไดโ ดยใช

ความสัมพนั ธข องจำนวนแบบสว นยอย – สวนรวม ดงั น้ี

23 + 4

20 3 ข้นั ที่ 1 3 + 4 = 7

ขน้ั ท่ี 2 20 + 7 = 27

ดงั นนั้ 23 + 4 = 27

- ลงุ มไี กท ้งั หมดก่ตี วั (27 ตวั )

- 27 เปน คำตอบที่สมเหตุสมผลหรอื ไม เพราะเหตใุ ด (เปน คำตอบที่สมเหตุสมผล

เพราะคำตอบควรมากกวา 23)

- สรุปคำตอบไดอยา งไร (ลงุ มีไกท้ังหมด 27 ตัว)

ครูเขียนสรุปคำตอบบนกระดาน ซึง่ บนกระดานจะมีขอความปรากฏดงั นี้

โจทยป ญ หา ลุงมีไกอ ยใู นรวั้ 23 ตวั อยูนอกรั้ว 4 ตวั ลงุ มีไกท ั้งหมดก่ีตัว
โจทยถาม ลุงมไี กท้ังหมดกี่ตัว
โจทยบ อก ลุงมไี กอยใู นรว้ั 23 ตัว อยูน อกรัว้ 4 ตัว
ประโยคสญั ลักษณ 23 + 4 = 

23 + 4 = 27

ตอบ ลงุ มีไกท้งั หมด ๒๗ ตัว

3. ครูฝกวิเคราะหโจทยปญหาการบวกตามลักษณะกิจกรรมที่ทำมาขางตนอีก 1 – 2

ตัวอยา ง
4. ครูใหนักเรียนทำใบงานที่ 6 โจทยปญหาการบวก เมื่อเสร็จแลวใหนักเรียนชวยกัน

ตรวจสอบความถกู ตอง จากนัน้ ครแู ละนักเรยี นรวมกันเฉลยกจิ กรรมในใบงานท่ี 6
ข้ันสรปุ
5. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปสิ่งที่ไดเรียนรูรวมกัน ดังน้ี โจทยปญหาเปนการนำ

จำนวนหรือสถานการณตาง ๆ มาเขียนเปน คำถาม เพอื่ ใหค ิดหาคำตอบ ซึ่งเราตอ งอานโจทยใหเขาใจ
พิจารณาวา โจทยกำหนดอะไรใหบาง โจทยถ ามหาอะไร ควรใชว ิธกี ารแกไ ขปญ หาอยางไร

45

สื่อการเรียนรู
1. แถบโจทยป ญหาการบวก

2. บตั รภาพ

3. ใบงานที่ 6 โจทยปญ หาการบวก

การวดั ผลและประเมนิ ผล

ส่ิงทต่ี อ งการวดั วธิ วี ัด เคร่ืองมือวัด เกณฑการประเมิน

1. ดา นความรู ตรวจใบงานที่ 6 ใบงานที่ 6 ผานเกณฑรอ ยละ 70 ขน้ึ ไป

2. ดานทักษะ สังเกตพฤติกรรมดา น แบบสงั เกตพฤติกรรม นกั เรียนไดค ะแนนระดบั

กระบวนการ ทกั ษะกระบวนการ ดา นทักษะกระบวนการ พอใชข ึ้นไป

3. ดา นคุณลกั ษณะ สังเกตพฤตกิ รรมดาน แบบสงั เกตพฤติกรรม นกั เรยี นไดค ะแนนคุณภาพ 2

ท่พี งึ ประสงค คณุ ลกั ษณะทพี่ งึ ดานคุณลกั ษณะ ทุกรายการขึน้ ไปถือวาผา น

ประสงค ทพ่ี ึงประสงค เกณฑ

46

ความคิดเห็นผบู รหิ าร

ลงชอ่ื .....................................ผูตรวจ
( นางรสนา หะยอี าแว )

ผูอำนวยการโรงเรยี นบา นกาหงษ

บันทึกหลงั การเรียนการสอน
1. ผลการเรียนรู

2. ปญ หาและอปุ สรรค

3. ขอ เสนอแนะ/แนวทางในการแกป ญหา

ลงชอ่ื .....................................ผสู อน
( นางสาวฮสั ณัญ อาแว )

47

ใบงานที่ 6 โจทยปญ หาการบวก

คำชี้แจง เขยี นประโยคสัญลักษณแ ละหาคำตอบ

1. รานคามีตุกตาหมีสีขาว 26 ตัว และตุกตาหมีสีน้ำตาล 22 ตัว รานคามี
ตุกตาหมีทัง้ หมดกี่ตัว

โจทยถ าม
โจทยบ อก
ประโยคสญั ลักษณ
ตอบ

2. นักกีฬาชั้น ป.1 เปนผูหญิง 38 คน เปนผูชาย 49 คน นักกีฬาชั้น ป.1 มี
ทงั้ หมดกีค่ น

โจทยถาม
โจทยบ อก
ประโยคสญั ลกั ษณ
ตอบ

3. วันแรกพิมอานหนังสือได 23 หนา วันที่สองพิมอานหนังสือได 15 หนา
สองวันพิมอา นหนงั สือไดก ี่หนา

โจทยถาม
โจทยบ อก
ประโยคสัญลกั ษณ
ตอบ


Click to View FlipBook Version