The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือดี 50 เล่มนักศึกษาครูไทยต้องอ่าน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by พรศักดิ์ มือสันทัด, 2020-05-15 02:56:04

หนังสือดี 50 เล่มนักศึกษาครูไทยต้องอ่าน

หนังสือดี 50 เล่มนักศึกษาครูไทยต้องอ่าน



คำนำ

การอ่าน เป็นทกั ษะที่จาเป็นอยา่ งยงิ่ ต่อการศึกษาหาความรู้และพฒั นาชีวติ ซ่ึงนอกจากจะทาใหเ้ กิด
ความรู้แลว้ ยงั ก่อให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน และส่งเสริมใหม้ ีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ไดแ้ นวคิด
ในการดาเนินชีวติ การอา่ นเป็นหวั ใจของการศึกษาทุกระดบั และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ตา่ งๆ

50 เล่มหนงั สือ ที่นกั ศึกษาครูภาษาไทยตอ้ งอา่ น เป็นการคดั เลือกและรวบรวมหนงั สือท้งั หลกั
ภาษาไทยวรรณคดี วรรณกรรม และนวนิยาย คณะผจู้ ดั ทาไดร้ วบรวมและวเิ คราะห์แลว้ วา่ เหมาะสมและมี
ประโยชน์ต่อการศึกษาของนกั ศึกษาครูภาษาไทยอีกท้งั คณะผจู้ ดั ทาจะทาการวิเคราะห์และวจิ ารณ์หนงั สือ
แต่ละเล่มมีจุดเด่นและองคค์ วามรู้ในดา้ นใดเพ่ือเป็นแนวทางในการตดั สินใจใหก้ บั ผอู้ ่าน

ทางคณะผจู้ ดั ทาหวงั เป็ นอยา่ งยิ่งวา่ 50 เล่มน้ีจะให้ความรู้ความเขา้ ใจและสร้างประโยชน์ให้กบั ผทู้ ่ี
ตอ้ งการจะศึกษาไม่มากก็นอ้ ย หากทางคณะผจู้ ดั ทาไดก้ ระทาส่ิงใดผิดพลาดไป ทางคณะผจู้ ดั ทาตอ้ งขอ
กราบอภยั มา ณ ท่ีน้ีดว้ ย

ดว้ ยความเคารพอยา่ งสูง
คณะผจู้ ดั ทา

สารบัญ ข

คานา หนา้
สารบญั
หลกั ภาษาไทย : เรื่องทีค่ รูภาษาไทยตอ้ งรู้ ก
ส่ือสนุกสานวนไทย ข
ศิลาจารึกสุโขทยั หลกั ท่ี ๑ จารึกพอ่ ขนุ รามคาแหง 1
พนิ ิจวรรณคดีจากหนงั สือแบบเรียนมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 4
เกร็ดภาษาไทย หนงั สือไทย (ฉบบั ปรับปรุง) 6
ววิ ฒั นาการภาษาไทย 9
เรียนลดั อศั จรรยว์ นั เดียว...จบ ภาษาไทยครูลิลลี 12
กาหลมหรทึก 17
คุยเฟ่ื องเร่ืองรามเกียรต์ ิ 20
ไตรภูมิพระร่วง 23
นิทานเวตาล 25
ภาษาสยาม สานวนไทย 27
แม่น้าราลึก Reminiscence of the River 29
สามกรุง 31
โตะ๊ โตะจงั เดก็ หญงิ ขา้ งหนา้ ต่าง 33
ส่ีแผน่ ดิน 36
ลูกอีสาน 38
ความสุขของกะทิ 40
ฟลอเรนซ์ ไนตงิ เกล 47
หลกั การอ่าน การเขยี นคาไทย 49
พนั ทา้ ยนรสิงห์ ผคู้ รองใจพระเจา้ เสือ 51
ผหู้ ญงิ ขายไข่ 55
หมอฝรงั่ ในวงั สยาม (A physician at the court of saim) ฉบบั แปล 59
61
63

สารบัญ (ต่อ) ค

ชีวติ และผลงานของสุนทรภู่ (ฉบบั กรมศลิ ปากรตรวจสอบชาระใหม่) หนา้
แม่มด
บุคคลในความทรงจา 65
เกร็ดสนุกในอดีต 67
ละครแห่งชีวติ 69
คนแคระ 72
คาพพิ ากษา 75
เจา้ หงิญ 77
นครคนนอก 81
หนา้ ตา่ งบานแรก 84
หวั ใจหอ้ งท่หี า้ 91
ไสเ้ ดือนตาบอดในเขาวงกต 95
โรงงานชอ็ คโกแลต็ มหศั จรรย์ (Charlie And The Chocolate Factory) 98
แฮร์รี่ พอตเตอร์กบั หอ้ งแห่งความลบั (HarryPotter And The Chamber Of Secrets) 102
ครูนอกกรอบกบั หอ้ งเรียนนอกแบบ: สรรพวธิ ีและสารพดั ลูกบา้ ในหอ้ ง 56 105
ปรัชญาชีวติ 107
เวลาในขวดแกว้ 113
เด็กกระป๋ อง 118
ครูเพอ่ื ศษิ ย์ สร้างหอ้ งเรียนกลบั ทาง 120
เจา้ จนั ทร์ผมหอม นิราศพระธาตุอินทร์แขวน 122
บทละคร เร่ือง อุณรุท 124
พระราชพธิ ีสิบสองเดือน 127
ฟ้าบก่ ้นั 129
เล่าเร่ืองอิเหนา ฉบบั ร้อยแกว้ 132
เจา้ ชายนอ้ ย 134
ใบไมท้ ่หี ายไป 136
บทละครนอก เรื่อง ไชยเชษฐ์ 138
บรรณานุกรม 140
142
144

1

ช่อื เรือ่ ง: หลักภาษาไทย : เรือ่ งทคี่ รภู าษาไทยตอ้ งรู้
ผแู้ ตง่ : สมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย
จดั พมิ พโ์ ดย: สกสค. ลาดพรา้ ว
ISBN: 974-13-1854-5
จานวนหนา้ : 122
ราคา: 55 บาท
โดย: นางสาวสริ าทพิ ย์ มะเดโช 614101621

เค้าโครงและเนื้อหาโดยสังเขป
หนังสือเล่มนี้แต่งโดยสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย ซึ่งมีศาสตราจารย์กิตติคุณกาญจนา นาค

สกุล เป็นนายกสมาคม กรรมการบริหารสมาคม และสมาชิกสมาคมบางท่าน ได้ร่วมกันเรียบเรียงข้ึน เน้ือหา
ประกอบด้วย การอา่ น การเขยี นคา ความเข้าใขเรื่องของคา กลมุ่ คา วลี ประโยค และอน่ื ๆ ซึง่ เป็นหลักเกณฑ์
พ้ืนฐานทางภาษาไทยทุกระดับทุกคน แม้มิได้จบการศึกษาด้านภาษาไทยก็สามารถศึกษา นาไปใช้ในการเรียน
การสอนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาได้ เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนภาษาของชาติให้ก้าวหน้า
โครงสร้างของหนังสือเล่มนี้ประกอบดว้ ยคานา สารบัญ ความนาความเข้าใจในเร่ืองภาษาบางประการที่ครูควร
ทราบ จากน้ันเร่ิมด้วยตอนจานวน 5 ตอน บรรณานุกรม และจบด้วยคณะผู้จัดทา แต่ละตอนมีเน้ือหาโดยย่อ
ดังจะกล่าวต่อไป

เนื้อหาความนา “ความเข้าใจในเรื่องภาษาบางประการที่ครูควรทราบ” กล่าวถึง ภาษา เสียง และตัว
อกั ษรไทย แบบเรียนหรือหนังสอื เรยี นภาษาไทย เน้อื หาหลกั ภาษาไทยในหนงั สือเรียน

เนื้อหาตอนที่ 1 “เสยี งและอกั ษรไทย” แบง่ เปน็ หัวขอ้ ไดแ้ ก่ สระ พยญั ชนะ วรรณยกุ ต์ โดยหัวขอ้ ย่อย
สระ ประกอบด้วย ชอื่ เรียกรูปสระในอดีต ชื่อเรียกรูปสระในปัจจุบนั รปู สระแทนเสียงสระ เสียงสระ ขอ้ สงั เกต
เก่ียวกับเสียงสระและรูปสระ ข้อดสนอแนะในการสอนเร่ืองสระ หัวข้อย่อยพยัญชนะ ประกอบด้วย รูป
พยญั ชนะ เสยี งพยญั ชนะ และไตรยางศ์ หวั ข้อย่อยวรรณยุกต์ ประกอบดว้ ย เสียงวรรณยุกต์และรูปวรรณยุกต์
การผนั วรรณยุกต์ ขอ้ เสนอแนะในการสอนเร่อื งวรรณยกุ ต์

เนื้อหาตอนท่ี 2 “คาและการอ่านคาในภาษาไทย” กลา่ วถึงพยางค์ คา คาเป็น คาตาย คาที่ใช้ ใ- ไ- ไ-
ย และ -ัย การอา่ นพยางค์หนักเบา การอา่ นคาท่ีประวสิ รรชนีย์และไม่ประวิสรรชนีย์ การอ่านแบบเรียงพยางค์
การอ่านเป็นเสียงสระ /โอะ/ หรือเสยี งสระ /ออ/ การอ่านอักษรนา การอา่ นเลียนแบบอกั ษรนา การอ่านคาที่มี
ตัวการันต์ การอ่านคาที่ไม่ออกเสียงพยัญชนะหรอื สระบางตวั การอ่านคาที่มีตัว ฤ การอ่านคาที่มีพยัญชนะ ฑ
การอ่านคาพิเศษ การอา่ นคาพอ้ ง และขอ้ เสนอแนะในการอ่านและสะกดคา

เนื้อหาตอนท่ี 3 “ชนิดของคาและการสร้างคาในภาษาไทย” กล่าวถึงชนิดของคา ประกอบด้วย
คานาม คาสรรพนาม คากริยา คาวิเศษณ์ คาท่ีเก่ียวกับจานวน คาบอกกาหนด คาบุพบท คาเช่ือม คาลงท้าย
คาอุทาน คาปฏิเสธ และกลา่ วถึงการสร้างคา ประกอบด้วย คาซ้อน คาซ้า คาประสม และคาสมาส

2

เนอ้ื หาตอนท่ี 4 “วลี กลมุ่ คา และประโยคในภาษาไทย” กล่าวถงึ วลี ประกอบดว้ ยความหมายของวลี
ประเภทของวลี กล่าวถงึ กลุ่มคา ประโยค

เน้ือหาตอนที่ 5 “สานวน คาพังเพย ภาษิต สุภาษิต คาขวัญ คติพจน์ คาคม” กล่าวถึงลักษณะ การ
แบ่งประเภท จานวนคาและเสียงในสานวน คาพงั เพย ภาษติ สภุ าษิต คาขวญั คตพิ จน์ และคาคม

บทวิจารณ์

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือทางวิชาการท่ีมีคุณค่าท้ังด้านการอ่านและการครอบครองไว้ เน่ืองจากเป็น
หนังสือท่ีได้รับการแต่งด้านเนื้อหาจากสมาคมครภู าษาไทยแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังเป็นหนังสอื ที่เหมาะ
กับคูม่ อื ครูภาษาไทยด้วยเนื้อหาทค่ี รอบคลมุ และไดใ้ จความ กระชับเข้าใจงา่ ย บอกแหลง่ ที่มาของเน้ือหาชัดเจน
แบ่งรายละเอียดของเนื้อหาออกเป็นสัดส่วนเป็นตอน ทาให้ผู้ใช้สามารถเปิดหาได้อย่างสะดวกเพราะมีหัวข้อ
ใหญก่ ากับ ไมป่ นกนั ผวู้ จิ ารณ์จึงร้สู ึกยินดเี ป็นอย่างมากที่ไดเ้ ขียนวิจารณ์หนังสือเลม่ นี้

เน้ือหาต้ังแต่ความนาใหใ้ หเ้ ราทาความเขา้ ใจในเรื่องภาษาบางประการทค่ี รูควรทราบตงั้ แต่ภาษา เสียง
และตัวอักษรไทย เพ่ือทาความเข้าใจพ้ืนฐานว่ามนุษย์มีภาษาเป็นเคร่ืองมือในการสื่อสาร ภาษาไม่ใช่ส่ิงที่เกิด
ตามธรรมชาติมนุษยใ์ ช้ภาษาพูดมานานก่อนทีจ่ ะคดิ ตัวอักษรหรอื เคร่ืองหมายเพ่ือใช้บันทึกภาษา ตัวอกั ษรแบะ
การเขียนจึงไม่ใช่ภาษาแท้ หากเป็นตัวแทนของภาษาเท่านั้น ภาษาไทยมีมาช้านานโดยพ่อขุนรามคาแหง
มหาราชได้ทรงประดิษฐ์ขึ้นเป็นชุดแรกของไทย สันนิษฐานว่าอักษรทุกตัวพ่อขุนรามคาแหงมหาราชดัดแปลง
มาจากอักษรขอมโบราณและอักษรมอญโบราณ ได้มีการพัฒนามาเป็นอักษรไทยในปัจจุบันนี้ ซ่ึงเป็นการ
เริ่มต้นของหนังสือที่ดี เพราะมีการขึ้นด้วยประวัติความเป็นมาของภาษาไทยที่กระชับและเข้าใจง่าย และยังมี
แบบเรียนต้ังแต่อดีตจนถึงปัจจุบันโดยเร่ิมจากหนังสือ จินดามณี แบบเรียนเล่มแรก และเป็นต้นแบบของ
แบบเรียนในสมัยต่อ ๆ มา มีการเปลี่ยนแปลงในปัจจบุ ันเรยี กวา่ หนังสือเรียน ทาให้เข้าให้ในเนื้อหาและทราบ
ความเปฯ็ มาของหนงั สือเรียนภาษาไทยไดเ้ ป็นอยา่ งดี

ผู้ที่สนใจสอนภาษาไทยให้นักเรียนควรเตรียมอ่านก่อนเร่ิมสอน เพราะจะทาให้เข้าใจลักษณะของ
ภาษาไทยมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงข้อแนะนาในการสอนเก่ียวกับเนื้อหาต่าง ๆ เนื้อหาที่อ่านเข้าใจง่าย เรียงลาดับ
ของเนื้อหาจากอดีตจนถึงปัจจุบันอย่างเห็นได้ชัดและได้ข้อเปรียบเทียบในการเอาเน้ือหามาสอนในชั้นเรียน
ตัวอย่างเช่น มีการเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างของพยัญชนะฉบับพระยาสุนทรโวหาร กับฉบับสมเด็จฯ
กรมพระยาดารงราชานุภาพ โดยจัดการเปรียบเทยี บพยัญชนะและคาอา่ น เราสามารถสังเกตการเปลย่ี นแปลง
ได้ง่ายขึ้น เพ่ือสะดวกและง่ายต่อการอธิบายในนักเรียนเข้าใจ การยกตัวอย่างหลากหลายสามารถนามาใช้ใน
ชั้นเรียนได้จริง เน้อื หาสรุปสนั้ ๆ แบบทอ่ งจาแทรกเสมอ เชน่ คาท่ใี ช้ ใ- มตี วั อย่างบทร้อยกรองไว้เพ่อื ให้จาง่าย
สะกดได้ถูกต้อง ทั้งแบบท่ีใช้ในอดีตและปัจจุบัน “ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่ ให้สะใภ้ใช้คล้องคอ ..” (หน้า 35)
คาพ้องรูป ได้ยกคาประพันธ์ในหนังสือ ปกีระณาพจนาดถ์ พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)

3

รวบรวมคาพ้องไว้ให้ท่องจา เพื่อให้อ่านได้ถูกต้อง “วัดเขลาโกฎิเขมาเพลาก็มี แต่ท่ีนี่ไปถึงป่าเพลาเย็น ..”
(หนา้ 52)

รูปเล่มง่ายต่อการพกพา รวมถึงขนาดของตัวหนังสือไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป และเน้นคาให้หนา
เปล่ียนสีให้โดดเด่นเป็นสีน้าเงิน ซึ่งสีน้าเงินมีผลกระทบทาให้อ่านง่าย สบายตา ให้ความรู้สึกสงบ น่าเชื่อถือ
และยังกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ได้ดี เน้นเฉพาะคาท่ีสาคัญ คาที่ต้องการให้เปรียบเทียบความแตกต่าง เพ่ือ
สร้างความโดดเด่นในการจาหรือการเปรียบเทียบ รูปแบบทันสมัยทั้งรูปแบบอักษรอ่านง่าย สบายตา จัดวางท่ี
เปน็ ระเบียบเรยี บง่ายไมซ่ บั ซ้อน

โดยสรุปแล้วว่า เหมาะเป็นอย่างยิ่งสาหรับผู้ท่ีสนใจในหลักภาษาไทย เนื่องจากมีการเริ่มต้นท่ีบอกถึง
ประวัติความเป็นมาของภาษาง่ายต่อการทาความเข้าใจ เนื้อหามีท้ังรูปแบบในอดีตและปัจจุบัน สั้นกระชับ
เข้าใจง่าย ดังนั้นหนังสือเลม่ นีถ้ ือเป็นหนังสอื ที่คคู่ วรกับนกั ศึกษาภาษาไทยและครูภาษาไทย

4

ช่อื เรอื่ ง: สอื่ สนกุ สานวนไทย
ผู้แตง่ : ลอ้ ม เพ็งแกว้
จดั พมิ พ์โดย: สานักพมิ พ์พนื้ ภูมิเพชร
ISBN: 978-616-565-761-7
จานวนหนา้ : 224
ราคา: 280 บาท
โดย: นางสาวสิราทพิ ย์ มะเดโช 614101621

เคา้ โครงและเนอ้ื หาโดยสังเขป
หนังสือเล่มนี้แต่งโดยศาสตราภิชาน ล้อม เพ็งแก้ว โดยคุณนิพัทธ์ เพ็งแก้ว ท่านผู้นี้เป็นบุตรีอาจารย์

ล้อม เพ็งแก้ว ได้รวบรวมผลงานของท่านอาจารย์ล้อมที่เขียนไว้เก่ียวกับภาษาและสานวนภาษาไทยที่สื่อ
สง่ิ พิมพ์ฉบบั ต่าง ๆ เขยี นอยู่เป็นประจา เชน่ หนงั สอื พิมพ์มติชนและหนังสอื พมิ พเ์ พชรภูมิ ยงั มีอยู่อกี มากมายท่ี
ยังมิได้รวบรวมไว้ในท่ีเดียวกัน โครงสร้างของหนังสือเล่มนี้ประกอบด้วยคานาสานักพิมพ์ คานิยม สารบัญ
จากนั้นเร่มิ ดว้ ยสานวนอีก 66 คา ซึ่งแต่ละคาจะมีเน้ือโดยยอ่ ดงั จะกลา่ วตอ่ ไปน้ี

เนื้อหาจะกล่าวถึงที่มาของสานวนได้แก่คาว่า ขบเหล่ียม, ขี้ใหม่ หมาหอม, หักเหลี่ยม, หักหน้า, เต้น
แร้งเต้นกา, ติดหลังแห ติดร่างแห, ย่ืนดาบ, นกรู้, ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก, พระศุกร์เข้า
พระเสาร์แทรก, ผีซ้าด้าพลอย, มาบตาพิษ-มาบตาพุด, เซ็งเป็ด, ผีโม่แป้ง, เสียหน้า, อ้อยเข้าปากช้าง, วัด
รอยเท้า, ล้มหมอนนอนเสื่อ, เหยียบเรือสองแคม, ล้างบาง, อมเงินปากผี, เขียนเสือให้วัวกลัว, ตีสองหน้า, ไม้
หลักปักข้ีเลน, ชักน้าเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน, ลักไก่, กระซิบทีเดียว เสยียวทั้งโลก, ธงงานวัด, จองกฐิน, เห็นข้ี
ดีกว่าไส้, ล้วงตับ, ดักไซแห้ง, เอามือซุกหีบ, เทกระจาด, ไฟสุมขอน, เข็มหลง, รุกฆาต, งูเห่า, เด็กเจ็ดเข้า เถ้า
(เฒ่า) เจ็ดสิบ, ผิดฝาผิดตัว, เตะลูกเข้าตีน, เคราะห์ซ้ากรรมซัด, หุ่นไล่กา, น้าท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง, ยังเอา
อยู่, สับขาหลอก, ไอเ้ สือถอย, ผิดประตูตแี มว, เกาเหลา, เสร็จนาฆ่าโคถกึ , ตเิ รือท้งั โกลน, ว.๕ ช้นั ๗, ลูกฆ่าแม่
, เถาถ่ัว ต้มถั่ว, ตาม้า ตาเรือ, ปากชักยนต์หรอื ชักยนต์, อัปรีย์สีกบาล, เงินทอน, เร่ืองน้ีถึงครูอังคณาแน่, ตีตน
ไปก่อนไข,้ หนังหนา้ ไฟ, หวา่ งเขาควาย, กอ่ นพดู เราเป็นนายคาพดู หลงั พดู คาพดู เปน็ นายเรา, โกหกสีขาว, ลม
ใต้ปกี , คางเหลือง, ก้างขวางคอ

บทวจิ ารณ์

หนังสือเล่มนี้เก่ียวข้องกับสานวนไทย สานวนนั้นมีใช้กันมาอย่างยาวนาน ซึ่งสานวนไทย เกิดจาก
พฤตกิ รรมการใช้ชีวติ ประจาวันของผคู้ นท่ีทาใหเ้ กิดเหตกุ ารณ์ต่าง ๆ ข้ึน ทัง้ ทางดแี ละทางร้าย จนมกี ารนาส่ิงท่ี
เกิดขึ้นมาเรียบเรียงถ้อยคาใหม่ในเชิงสั่งสอนหรือเปรียบเทียบ นับเป็นอีกหนึ่งในวัฒนธรรมท่ีน่าภาคภูมิใจของ
ไทย

5

เนื้อหาในหนังสือเล่มน้ีประพันธ์โดยศาสตราภชิ าน ล้อม เพ็งแก้ว เขียนบทความลงในสื่อหนังสือพิมพ์
ฉบับต่าง ๆ และได้มีการรวบรวมไว้ในเล่มนี้จากการคัดเลือกของคุณนิพัทธ์พร เพ็งแก้ว จานวน 66 คา คาท่ี
รวบรวมนัน้ สว่ นมากเปน็ สานวนไทยท่ีเกิดขนึ้ ในปัจจุบันและมีใชอ้ ยจู่ ริงในสังคมปัจจุบันนี้ นับว่ามีประโยชนต์ ่อ
ผู้ท่ีสนใจอย่างยิ่ง การเปิดเรื่องของแต่ละบทความท่านอาจารย์ล้อมได้กล่าวเกริ่นนาด้วยภาษาของท่าน
เหมือนกบั ว่ากาลงั สนทนาเล่าเหตุการณก์ ับผู้อ่าน ตัวอยา่ งเช่น “วนั นี้ตงั้ ใจเขียนถงึ สานวนหนึง่ คือ ‘ขบเหล่ียม’
เพราะผมเห็นใช้กันในหนังสือพิมพ์ค่อนข้างหนาตาต้ังแต่ช่วงฤดูกาลปรับยา้ ยขา้ ราชการ..” หรือ “ระหว่างนี้ผม
ได้ยินและได้เห็นการกล่าวถึง ‘ขบวนการผีโม่แป้ง’ ค่อนข้างบ่อย..” เป็นการเขียนเพื่อสร้างความสนใจ สร้าง
ความตื่นเต้น น่าติดตามแก่ผู้อ่าน นับเป็นการเขียนที่ดีอย่างย่ิง อย่างที่สังเกตได้จากการกล่าวนายกตัวอย่าง
ข้างต้นน้ัน ยังมีการนาเข้าสานวนท่ีจะเสนออย่างรวดเร็วและน่าสนใจ โดยอธิบายเกริ่นนาเพียง 2-4 บรรทัด
เท่าน้ัน เม่อื กล่าวเกริน่ นาเสรจ็ แล้วท่านไดเ้ ขา้ ส่เู นอ้ื หาโดยการเล่าเหตุการณท์ ่ีทาให้เกดิ สานวนนนั้ อยา่ งละเอียด
บอกความหมายจากหลาย ๆ แห่ง ถือว่าดีมากเพราะทาให้ผู้อ่านได้รับความรู้ที่หลากหลาย มีคาทับศัพท์
ภาษาอังกฤษ การยกตัวอย่างประกอบส่วนใหญ่มาจากบทความหรือพาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์มติชน ไทย
โพสต์ มีการอ้างอิงท่ีมาของข้อมูลอย่างชดั เจน พร้อมท้ังระบุวันที่ ตัวอย่างเช่น “เหลิม ยอด ‘นกรู้’ ไม่เสี่ยงกบั
เกมแรงเกมเลือด” การยกตัวอย่างเหตุการณ์เช่นน้ีเป็นการนาเสนอบทบาทการใช้สานวนน้ัน ๆ ได้ดี และน่า
จดจากว่าอธิบายความหมายแบบตรงไปตรงมา ในส่วนบทสรปุ จบท้ายด้วยการยกตัวอย่างประโยคของสานวน
นั้น เพื่อให้ผู้อ่านเน้นย้าสานวนอีกครั้งและยังสามารถนามาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ตามความ
เหมาะสม รูปแบบตัวเล่มมขี นาดกระชบั สามารถพกพาไดส้ ะดวก ขนาดของตัวหนังสือไม่เล็กหรือใหญจ่ นเกินไป
สังเกตจะเห็นว่าคาท่ีสาคัญจะมีรูปแบบอักษรเป็นตัวหนา เพ่ือเน้นความสาคัญของบทความน้ัน มีแบบอักษร
ทันสมยั เรยี บง่าย ทาใหอ้ า่ นสบายตา

สรุปได้ว่าหนังสือเรื่อง “สื่อสนุกสานวนไทย” มีคุณค่าและประโยชน์ต่อนักเรียนนักศึกษา ครูอาจารย์
หรอื ผูท้ ี่สนใจในสานวนไทยเป็นอย่างมาก เนอ่ื งจากภาษาทท่ี า่ นอาจารย์ลอ้ ม เพ็งแกว้ เขยี นไว้นั้นงา่ ยต่อการทา
ความเข้าใจ จึงคูค่ วรแก่การครอบครองไว้

6

ชอื่ เรื่อง: ศลิ าจารึกสโุ ขทัย หลกั ที่ ๑ จารึกพอ่ ขุนรามคาแหง
ผูแ้ ต่ง: สานกั หอสมดุ แห่งชาติ กรมศิลปากร
จดั พมิ พโ์ ดย: สานักหอสมุดแห่งชาติ กรมศลิ ปากร
ISBN: 974-791-292-9
จานวนหนา้ : 101
ราคา: - บาท
โดย: นางสาวสริ าทพิ ย์ มะเดโช 614101621

เคา้ โครงและเนือ้ หาโดยสงั เขป
หนังสือเล่มนี้มีเรื่องราวและคาอ่านศิลาจารึกสุโขทยัที่ 1 หรือเรียกกันว่าศิลาจารึกพ่อขุนรามคาแหง

ซ่ึงหอสมุดวชิรญาณสาหรับพระนคร (ซ่ึงเป็นนามเดิมของหอสมุดแห่งชาติขณะน้ี) ได้จัดพิมพ์ข้ึนเป็นที่แรก
โครงสร้างของหนงั สือเล่มนป้ี ระกอบด้วยสารบัญเรื่อง สารบัญภาพ คานา คาชแ้ี จง คาอ่านศิลาจารกึ อธบิ ายคา
ขอ้ สงั เกตและความรู้เพิ่มเติมเกีย่ วกับคาบางคา การศึกษาเรือ่ งราวของศลิ าจารึกพ่อขุนรามคาแหง การสัมมนา
เกี่ยวกับศิลาจารึกพ่อขนุ รามคาแหง ท้ายสดุ คือหนงั สอื อ้างองิ แตล่ ะเรือ่ งจะมเี น้ือหาดงั ตอ่ ไปนี้

เน้ือหาหัวข้อเรื่อง “คาอ่านศิลาจารึก” กล่าวถีงคาถ่ายทอดและคาอ่านของหลักศิลาจารึกพ่อขุน
รามคาแหงด้านที่ 1 ถงึ ด้านที่ 4

เน้ือหาหัวข้อเรื่อง “คาอธิบาย” กล่าวถึงความหมายของคาท่ีปรากฏในหลักศิลาจารึกมีทั้งหมด 115
คา

เน้ือหาหัวข้อเรื่อง “ข้อสังเกตและความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคาบางคา” กล่าวถึงข้อสังเกตและความรู้
เพม่ิ เติมเกย่ี วกับคาบางคาทไ่ี ดจ้ ากผู้สมั มนาเห็นวา่ มปี ระโยชน์ อาจช่วยพจิ ารณาคาที่คล้ายคลงึ กนั

เน้ือหาหัวข้อเรื่อง “การศึกษาเรื่องราวของศิลาจารึกพ่อขุนรามคาแหง” กล่าวถึงประวัติการศึกษา
จารกึ พอ่ ขุนรามคาแหง

เน้ือหาหัวข้อเร่ือง “การสัมมนาเก่ียวกับศิลาจารึกพ่อขุนรามคาแหง” กล่าวถึงการศึกษาค้นคว้า
เพ่ิมเติมเกี่ยวกับหลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคาแหง โดยมีผู้ร่วมสัมมนาดังน้ี 1) นางฉลวย วุธาทิตย์ อาจารย์แผน
ภาษาตะวันออก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย 2) นายฉันทิชย์ กระแสสินธุ์ กรรมการและ
เลขานกุ ารคณะกรรมการชาระประวัติศาสตร์ สานกั นายกรฐั มนตรี 3) นางสาวซ่อนกล่ิน พิเศษกลกิจ ผชู้ านาญ
ภาษาไทย อาจารย์ภาษาไทย วิทยาลัยวิชาการศึกษา ปทุมวัน(ขณะน้ัน) 4) นายทองสืบ ศุภะมารค กรรมการ
จัดพิมพ์เอกสารประวัติศาสตร์ สานักนายกรัฐมนตรี ผู้ชานาญภาษาเขมรและภาษาสันสกฤต 5) นายประสาร
บุญประคอง เจ้าหนา้ ที่อา่ นจารึก กองหอสมดุ แห่งชาติ 6) ดร. ประเสริฐ ณ นคร กรรมการชาระประวตั ิศาสตร์
และกรรมการจัดพิมพ์เอกสารประวัติศาสตร์ ผู้ชานาญการอ่านจารึก และภาษาไทยเหนือ 7) นายพิฑูร มลิวัลย์
ผู้เชยี่ วชาญภาษาบาลแี ละภาษาไทยอิสาน กองวรรณคดีและประวตั ิศาสตร์ 8) นายมานติ วลั ลโิ ภดม กรรมการ
จัดพิมพ์เอกสารประวัติศาสตร์และกรรมการชาระประวัติศาสตร์ สานักนายกรัฐมนตรี ผู้เช่ียวชาญทาง

7

โบราณคดี 9) หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล คณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร กรรมการจัดพิมพ์
เอกสารประวัติศาสตร์ และกรรมการชะราประวัตศิ าสตร์ สานักนายกรัฐมนตรี

บทวิจารณ์

หนังสือเล่มน้ีเป็นหนังสอื ทางประวัตศิ าสตร์ที่มีคุณค่าทง้ั ต่อการอ่านและการค้นหาข้อมูลเพื่อประกอบ
การศึกษา เนื่องจากเป็นหนังสือท่ีเกี่ยวกับหลักศิลาจารึกสุโขทัยหลักท่ี 1 ของพ่อขุนรามคาแหงมหาราช ท้ัง
ด้วยภาษาและเรื่องราวท่ีเกิดข้ึนเม่ือ 700 กว่าปีล่วงมาแล้วนั้น ทาให้บุคคลหรือกลุ่มคนในสมัยหลังไม่เข้าใจ
ความหมายที่แท้จริงและข้อเท็จจริงในสมัยนั้น หนังสือเล่มนี้จะช่วยอธิบายและถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจให้
ผู้สนใจไดอ้ ยา่ งดี

ศิลาจารึกมีความสาคัญมากในการให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตท้ังในด้านสังคม ศิลปะ และ
วัฒนธรรม หนังสือเล่มนี้ได้ ถอดอักษร แปล จัดทาคาอธิบายศัพท์ ในหัวข้อเรื่อง คาอ่านศิลาจารึกพ่อขุน
รามคาแหง แปลคาถ่ายทอดเป็นคาอ่านทีละบรรทัดโดยคาถ่ายทอดนั้นยังคงรูปแบบคาถ่ายทอด ตัวอย่างเช่น
“ปาก ูปต ีมก ีดงอนน ื ณ่งแขวนไว๋ห๋นนไพร่ฝ๋าหน๋า” โดยมีคาอ่านว่า “ปากประตูมีกระด่ิงอันณื่งแขวนไว้
หนั้ ไพร่ฟ้าหน้า” คาอ่านหลกั ศิลาจารึกทงั้ 4 ดา้ น มผี ลดีทที่ าใหเ้ กดิ ข้อเปรยี บเทยี บระหว่างอักษรภาษาไทยใน
อดีตกบั ปจั จุบันอยา่ งเห็นได้ชัด เมื่อเทียบระหวา่ งบรรทดั ตอ่ บรรทัด ทาให้เกดิ ความเขา้ ใจมากย่งิ ขึน้ งา่ ยตอ่ การ
เทยี บพยญั ชนะ สระ และวรรณยกุ ต์ ไดด้ ีอีกด้วย หัวขอ้ เรือ่ งอธิบายคา ไดอ้ ธิบายคาศัพท์ท่ีน่าสนใจซ่ึงเป็นคาท่ี
แตกต่างจากปัจจบุ นั มที ง้ั หมด 115 คาได้มีคาอธบิ ายความหมายสั้น ๆ เข้าใจง่าย เช่นคาว่า “ท้งั กลม - ทง้ั หมด
ทง้ั ส้ิน”

หัวข้อเรื่องข้อสังเกตและความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคาบางคา ซึ่งในหัวข้อนี้ได้จากผู้สัมมนาเห็นว่ามี
ประโยชน์และอาจช่วยพิจารณาคาที่คล้ายคลึงกัน มีใช้ในท่ีอ่ืนได้จึงรวบรวมเอาไว้เป็นความรู้ท่ัวไปด้วย ซ่ึง
คาศัพท์ท่ีจะอธิบายเพิ่มได้แบ่งตามด้านของหลักศิลาจารึกแต่ละด้าน บอกบรรทัดของคาศัพท์น้ัน อย่างชัดเจน
เชน่ “หวั ซา้ ยหัวขวา หมายความว่า ทางซ้ายทางขวา (ฉนั ทิชย์) หวั หมายถึง มมุ หรอื ทศิ กไ็ ด้ ในวรรณคดีมีที่
ใช้บอ่ ย ๆ ในความหมายนี้ (ทองสบื ) แปลว่า ดา้ น ก็ได้ เช่นเดยี วกับการทรี่ ถแล่นไปตามถนน คือ แล่นทางด้าน
ซ้ายก็ได้ ขวาก็ได้ ในกรณีน้ีกองทัพทั้งสองฝ่ายเคลื่อนมาในทางตรงกันข้าม ฝ่ายหน่ึงมาทางด้านซ้าย อีกฝ่าย
หน่ึงเคลื่อนมาทางขวา ฝ่ายขุนสามชนมองเห็นข้าศึกก่อนจึงได้เคลื่อนเข้าตี (พิฑูร) หัวซ้าย น่าจะหมายถึงทิศ
เหนอื หวั ขวา หมายถงึ ทิศใต้ ในวรรณคดเี ร่ืองท้าวฮุ่ง กล่าวถึงกระบวนทัพโบราณว่า มีการจดั ขบวนเปน็ รูปปีก
กา คือ แบ่งเป็นปีกซ้ายปีกขวา ตอนท้ายทับแบ่งเป็นสามกอง คาว่า หัวซ้าย หัวขวา จึงน่าจะมีความหมาย
ดังกล่าว” การให้ข้อสังเกตและความรู้เพิ่มเติมเก่ียวกับคาบางคานั้นทาให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น และผู้อ่าน
สามารถวิเคราะห์คาคานน้ั ได้ดีเนื่องจากมีผูใ้ ห้คาอธบิ ายทีห่ ลากหลาย

ส่วนหัวข้อเรอื่ งการศึกษาเรือ่ งราวของศิลาจารึกพ่อขุนรามคาแหง กล่าวถึงประวัติความเป็นมาในการ
ค้นพบหลักศิลาจารึกหลักท่ี 1 ตามลาดับเหตุการณ์ ที่สาคัญมีหลักฐาน ท่ีเป็นลายลักษณ์อักษรหน้าแรกของ

8

สาเนาจารึก ซ่ึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทาน เซอร์ ยอห์น โบวริง มีลายพระหัตถ์คา
แปลเปน็ ภาษาอังกฤษ ซง่ึ มตี ัวอยา่ งการสาเนาจารกึ ถงึ 5 รปู ด้วยกนั ซึ่งเปน็ ตัวอยา่ งท่ที าใหเ้ หน็ ภาพอยา่ งชัดเจน
และน่าสนใจมากยิ่งข้ึน ในหัวข้อเร่ืองการสัมมนาศิลาจารึกพ่อขุนรามคาแหง เป็นการสัมมนาเพ่ือประชุม
ปรึกษาหารือเกี่ยวกับคาบางคาอีกคร้ัง ก่อนที่จะจัดพิมพ์ข้ึนใหม่ซึ่งได้เสนอกรมศิลปากรขออนุมัติจัดงาน
สัมมนาขึ้น ได้มีการประชุมพิจารณาถ้อยคาความหมายของคาพิจารณาการแบ่งวรรคตอน เพราะถ้าแบ่งวรรค
ผดิ ความหมายจะคาดเคลื่อนไป คาในจารกึ เขยี นติดต่อกนั ไป ไม่มกี ารแบง่ วรรค และไม่มีเคร่อื งหมายวรรคตอน
จึงต้องพจิ ารณาการแบ่งวรรคเพอ่ื ใหค้ วามชัดเจนขน้ึ

ส่วนสุดท้ายได้ยังมีสาเนาศิลาจารึกพ่อขุนรามคาแหงด้านที่ 1 ถึงด้านท่ี 4 โดยนาเสนอในรูปแบบการ
สาเนาทาให้เห็นถึงการถอดคาอ่านในแต่ละคาอย่างเห็นได้ชัดและเกิดข้อเปรียบเทียบอย่างชัดเจนเก่ียวกับ
พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ ในอดีตกับปัจจุบัน ท่ีสาคัญไปกว่านั้น ท้ายเล่มยังมีรูปแบบพยัญชนะ ซึ่งมีความ
น่าสนใจอย่างยิ่งเม่ือเปรียบเทียบแล้วทาให้เห็นภาพได้ชัดเจนและเข้าใจการเปล่ียนแปลงของพยัญชนะสมัย
สุโขทัยมากขึ้น รูปตารางช่องตาราง รูปสระสมัยสุโขทัยกับปัจจุบัน รูปวรรณยุกต์เอกสมัยสโุ ขทัยคือวรรณยกุ ต์
เอกในปัจจุบัน แต่รูปวรรณยุกต์จัตวาคือวรรณยุกต์โทในปัจจุบัน และในส่วนสุดท้ายคือตัวเลขในสมัยสุโขทัยมี
เลข 1 2 4 5 7 และ 0 แสดงช่องตารางเปรยี บเทยี บใหเ้ หน็ อยา่ งชัดเจน

สรุปได้ว่าหนังสือเล่มน้ีมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไทยในด้านภาษาเป็นอย่างมากและคู่ควรที่จะ
ครอบครองไว้ แตห่ นังสอื เลม่ นี้เปน็ หนังสอื หายากจดั พมิ พ์โดยสานกั หอสมุดแหง่ ชาติ กรมศิลปากร จึงทาใหก้ าร
ค้นหาและนามาครอบครองไวเ้ ป็นไปได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากเป็นหนงั สือที่ค่อนข้างเก่า พิมพ์เม่ือ พ.ศ. 2520
หนังสือเล่มนี้จึงคู่ควรกับนักศึกษาครูภาษาไทยเป็นอย่างย่ิงเพื่อใช้ประกอบการสอนและ ศึกษาทาความเข้าใจ
ในเร่ือง ศลิ าจารึกสุโขทยั หลักที่ 1 จารกึ พอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราช

9

ช่ือเรื่อง: พนิ ิจวรรณคดี จากหนงั สือแบบเรยี นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
ผู้แต่ง: ณัฐวฒุ ิ คล้ายสุวรรณ
จดั พิมพ์โดย: ซีเอ็ดยเู คชัน่
ISBN: 978-616-08-3421-1
จานวนหนา้ : 336
ราคา: 250 บาท
โดย: นางสาวสิราทพิ ย์ มะเดโช 614101621

เคา้ โครงและเนือ้ หาโดยสังเขป
หนังสือเล่มน้ีเขียนเพื่อให้นักเรียนระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้ใช้อ่านประกอบการเรียนวิชา

ภาษาไทย ในส่วนของวรรณคดีไทย โครงสร้างภายในเลม่ ประกอบด้วยคานา สารบัญ เน้ือหาบทที่ 1 ถึง 19 มี
เน้อื หาดงั ตอ่ ไปน้ี

เนื้อหาบทที่ 1 เร่ือง “บทนมัสการมาตาปิตุคุณและบทนมัสการอาจาริยคุณ” กล่าวถีงคา กล่าวถึง 1)
ความเปน็ มา 2)ประวัตผิ ูแ้ ต่ง 3)ลักษณะคาประพนั ธ์ 4)เนอื้ เร่ืองยอ่ 5)คณุ คา่ และบรรณานกุ รม
เน้ือหาบทท่ี 2 เรื่อง “อิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง” กล่าวถึง 1)ประวัติความเป็นมา 2)ประวัติผู้แต่ง 3)
ลักษณะคาประพันธ์ 4)สังเขปเรื่องอิเหนา 5)เน้ือเร่ืองย่อ ตอนศึกกะหมังกุหนิง 6)ตัวละครสาคัญ 7)คุณค่า
ความรู้เสริม เร่อื ง ตาแหนง่ มเหสี ความรูเ้ สรมิ เรอื่ ง นามสาคญั น่ารู้ และบรรณานกุ รม

เน้ือหาบทท่ี 3 เร่ือง “นิทานเวตาล เรื่องที่ 10” กล่าวถึง 1)ประวัติความเป็นมา 2)ประวัติผู้แต่ง 3)
ลักษณะคาประพันธ์ 4)เน้ือเร่ืองย่อ 5)คุณค่า ความรู้เสริม เร่ือง ประวัติความเป็นมาของเวตาล และ
บรรณานกุ รม

เนื้อหาบทที่ 4 เร่ือง “นิราศนรินทร์” กล่าวถึง 1)ประวัติความเป็นมา 2)ประวัติผู้แต่ง 3)ลักษณะคา
ประพันธ์ 4)เน้ือเรื่องย่อ 5)ลักษณะของนายนรินทรธิเบศร์ (อิน) 6)คุณค่า ความรู้เสริม เรื่อง ความรู้ทั่วไป
เก่ยี วกับนิราศ ความร้เู สรมิ เร่อื ง สงครามพมา่ ตหี วั เมอื งชายทะเลภาคใต้ พ.ศ. 2352 และบรรณานุกรม
เน้ือหาบทท่ี 5 เร่ือง “หัวใจชายหนุ่ม” กล่าวถึง 1)ประวัติความเป็นมา 2)ประวัติผู้แต่ง 3)ลักษณะคาประพันธ์
4)เนอ้ื เรื่องย่อ 5)เนอื้ ความจดหมาย 6)ตัวละคร 7)คุณคา่ และบรรณานุกรม

เน้ือหาบทท่ี 6 เรื่อง “ทุกข์ของชาวนาในบทกวี” กล่าวถึง 1)ประวัติความเป็นมา 2)ประวัติผู้แต่ง 3)
ลกั ษณะคาประพนั ธ์ 4)เนอ้ื เร่ืองยอ่ 5)คุณค่า และบรรณานกุ รม

เนื้อหาบทที่ 7 เร่ือง “มงคลสูตรคาฉันท์” กล่าวถึง 1)ประวัติความเป็นมา 2)ประวัติผู้แต่ง 3)ลักษณะ
คาประพันธ์ 4)เนอื้ เร่ืองยอ่ 5)คุณคา่ และบรรณานกุ รม

เนื้อหาบทท่ี 8 เรื่อง “มหาชาติหรือมหาเวสสันดร” กล่าวถึง 1)ประวัติความเป็นมา 2)ตานานหนังสอื
มหาชาติ 3)ความหมายของมหาชาติ 4)เนื้อเร่ืองย่อ 5)มหาชาติสานวนต่างๆ ความรู้เสริม เร่ือง มหาชาติเมือง
เพชร และบรรณานกุ รม

10

เนอ้ื หาบทท่ี 9 เรอื่ ง “มหาเวสสนั ดรชาดกกัณฑ์มัทรี” กล่าวถึง 1)ประวตั คิ วามเป็นมา 2)ประวัติผู้แต่ง
3)เนื้อเรอื่ งยอ่ 4)แนวคดิ ของเรอ่ื ง 5)ตัวละครสาคัญ 6)คุณคา่ และบรรณานุกรม

เน้อื หาบทท่ี 10 เรอ่ื ง “ลลิ ิตตะเลงพา่ ย”กลา่ วถงึ 1)ประวัตคิ วามเปน็ มา 2)ประวัตผิ แู้ ตง่ 3)ลักษณะคา
ประพันธ์ 4)จดุ มัง่ หมายในการแตง่ 5)เน้ือเรอื่ งยอ่ 6)ตัวละครสาคญั 7)คุณค่า และบรรณานกุ รม

เน้ือหาบทที่ 11 เร่ือง “มัทนะพาธา” กล่าวถึง 1)ประวัติความเป็นมา 2)ประวัติผู้แต่ง 3)ลักษณะคา
ประพนั ธ์ 4)เนอื้ เรือ่ งย่อ 5)ตวั ละครสาคัญ 6)คณุ คา่ และบรรณานกุ รม

เนื้อหาบทท่ี 12 เรื่อง “คัมภีย์ฉันทศาสตร์ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์” กล่าวถึง 1)ประวัติความเป็นมา
2)ประวัตผิ แู้ ต่ง 3)เน้ือเรือ่ งยอ่ 4)คุณค่า และบรรณานุกรม

เนื้อหาบทท่ี 13 เรื่อง “โคลนติดล้อ ตอน ความนิยมเป็นเสมียน” กล่าวถึง 1)ประวัติความเป็นมา 2)
ประวัติผู้แต่ง 3)ลักษณะคาประพันธ์ 4)เน้ือเรื่องย่อ 5)เน้ือเร่ือง ตอน ความนิยมเป็นเสมียน 6)คุณค่า และ
บรรณานกุ รม

เนื้อหาบทที่ 14 เรื่อง “ขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา” กล่าวถึง 1)ประวัติความเป็นมา 2)
ตานานการขับเสภา 3)ผู้แต่งเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน 4)รูปแบบคาประพันธ์ 5)เน้ือเรื่องย่อ ตอนขุนช้างถวาย
ฎกี า 6)บทวิเคราะห์ 7)ตวั ละครสาคัญ 8)คณุ ค่า ความรู้เสรมิ เรือ่ ง ผีปนั้ ลูก และบรรณานุกรม

เน้ือหาบทท่ี 15 เรอ่ื ง “สามก๊ก ตอน กวนอไู ปรบั ราชการกับโจโฉ” กลา่ วถงึ 1)ประวตั ิความเป็นมา 2)
ประวัติผู้แปล 3)เน้ือเร่ืองย่อสามก๊ก 4)เนื้อเรื่องย่อ สามก๊ก ตอน กวนอูไปรับราชการกับโจโฉ 5)บทวิเคราะห์
6)ตัวละครสาคัญ 7)คุณคา่ และบรรณานกุ รม

เนื้อหาบทท่ี 16 เร่ือง “กาพย์เห่เรือ” กล่าวถึง 1)ประวัติความเป็นมา 2)ประวัติผู้แต่ง 3)ลักษณะคา
ประพนั ธ์ 4)เนือ้ เรอ่ื งยอ่ 5)คุณค่า และบรรณานุกรม

เน้ือหาบทท่ี 17 เรื่อง “สามัคคีเภทคาฉันท์” กล่าวถึง 1)ประวัติความเป็นมา 2)ประวัติผู้แต่ง 3)
ลักษณะประพันธ์ 4)เน้ือเรื่องย่อ 5)แนวคิดจากวรรณคดีเรื่องสามัคค้ีภทคาฉันท์ 6)ลักษณะตัวละคร 7)บท
วเิ คราะห์ 8)คุณคา่ และบรรณานุกรม

เนื้อหาบทที่ 18 เร่ือง “ไตรภูมพิ ระรว่ ง” กลา่ วถงึ 1)ประวตั คิ วามเป็นมา 2)ประวัติผ้แู ต่ง 3)จดุ ประสงค์
ในการแตง่ 4)เน้ือเรอ่ื งยอ่ 5)คุณค่า และบรรณานุกรม

เน้ือหาบทที่ 19 เรื่อง “ขัตติยพันธกรณี” กล่าวถึง 1)ประวัติความเป็นมา 2)ประวัติผู้แต่ง 3)ลักษณะ
คาประพันธ์ 4)เนื้อเรื่องย่อ 5)คุณค่า ความรู้เสริม เร่ือง พระนิพนธ์ในส่วนของพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรีพระ
ราชเทวี และบรรณานกุ รม

บทวจิ ารณ์

หนังสือเล่มน้ีเขียนขึ้นเพ่ือใช้ในการเรียนการสอนวรรณคดีในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย การเรียบ
เรียงหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนทั้งสองได้นาเอาวรรณคดีที่ปรากฏอยู่ในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานภาษาไทย

11

วรรณคดีวิจักษ์ ระดับัชันมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 จานวน 19 เร่ือง ซ่ึงเป็นวรรณคดีที่กระทรวงศึกษาธิการได้
กาหนดให้เรียนมาเรียบเรียงใหม่ โดยแบ่งหัวข้อให้การศึกษาออกเป็น 5 หัวข้อใหญ่ คือ 1.ประวัติความเปน็ มา
2.ประวตั ผิ ูแ้ ต่ง 3.ลักษณะคาประพันธ์ 4.เน้อื เร่ืองยอ่ และ 5.คณุ คา่

เนื้อหาในสว่ นของประวตั ิความเป็นมาในแตล่ ะเร่ืองนัน้ ผู้แต่งได้อธิบายและสรปุ ประวัตคิ วามเป็นมาขอ
วรรณคดเี ร่อื งน้นั ๆ อยา่ งสน้ั ๆ เข้าใจงา่ ย และมีบทสรุปใหใ้ นตอนท้าย ประวัตผิ แู้ ตง่ วรรณคดีมีการบอกวนั เกิด
ประวัติส่วนตัวของผู้แต่งวรรณคดีโดยย่อ ประวัติการทางานการรับราชการ ในส่วนของลักษณะคาประพันธ์
ผู้เขียนหนังสือเล่มน้ีบอกประเภทของบทประพันธ์ ฉันทลักษณ์ของประเภทบทประพันธ์น้ัน แต่มิได้ปรากฎใน
รูปแบบแผนผัง มีเพียงการอธิบายฉันทลักษณ์เท่านั้น เน้ือเร่ืองย่อมีการเล่าแบบร้อยแก้วเพื่ออธิบายในส่วนท่ี
เป็นร้อยกรองเพ่ือให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น มีการอธิบายคุณค่าของวรรณคดีในหลาย ๆ ท้ังคุณค่าด้าน
วรรณศิลป์ คุณค่าด้านเนื้อหา คุณค่าทางด้านความคิด คุณค่าทางด้านสังคมและวัฒนธรรม ในการประเมิน
คุณค่าของวรรณคดีนั้น ผู้เขียนได้วิเคราะห์เอาไว้พอเป็นตัวอย่างสาหรับการเรียนการสอน มิได้มีการวิเคราะห์
โดยละเอียด เนื่องด้วยจากผู้เขียนมีความเห็นว่า การศึกษาวิเคราะห์วรรณคดีเป็นเร่ืองของแต่ละบุคคล ที่จะ
ช้ีให้เห็นวรรณคดีในเร่ืองน้ัน ๆ ดีเด่นอย่างไร ด้อยตรงจุดไหน มีคุณค่าอย่างไร ดังน้ันผู้อ่านอาจมีความคิดเห็น
ด้านคุณค่าต่างไปจากผู้เขียนได้ ในส่วนเพิ่มท้ายบทคือความรู้เสริมท่ีไม่ปรากฏในหนังสือเรียนปกติ เช่น
วรรณคดีเร่ืองอิเหนา ให้ความรู้เสริมเร่ืองตาแหน่งมเหสี เรื่องนามสาคัญน่ารู้ วรรณคดีเร่ืองนิทานเวตา เรื่องที่
10 ความรู้เสริมเร่ืองประวัติความเป็นมาของเวตาล วรรณคดีเร่ืองนิราศนรินทร์ ความรู้เสริมเร่ืองความรู้ท่ัวไป
เก่ียวกับนิราศ เรื่องสงครามพม่าตีหัวเมืองชายทะเลภาคใต้ พ.ศ.2352 วรรณคดีเร่ืองมหาชาติหรือมหา
เวสสันดรชาดก ความรู้เสริมเรื่องมหาชาติเมืองเพชร วรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา
ความรูเสริมเร่ืองผีปั้นลูก วรรณคดีเรื่องขัตติยพันธกรณี ความรู้เสริมเร่ืองพระนิพนธ์ในส่วนของพระนางเจ้า
สุขุมาลมารศรพี ระราชเทวี การให้ความรู้เสริมในเร่ืองวรรณคดีเชน่ นี้ทาให้เข้าใจอย่างลึกซง้ึ ในวรรณคดเี รื่องน้ัน
ๆ เพราะทาใหผ้ อู้ า่ นไดเ้ กิดความเขา้ ใจในวรรณคดมี ากยิ่งขน้ึ และเปน็ การเสรมิ ความรอู้ กี ด้านหน่ึงของวรรณคดี
ในส่วนของบรรณานุกรมได้มีการอ้างอิงที่มาท้ายบทในทุก ๆ บท และมีที่มาจากหลาย ๆ แหล่ง ทาให้มีความ
น่าเช่อื ถือวา่ ผู้เขยี นได้มกี ารวเิ คราะหเ์ น้ือหาในบทน้ัน ๆ มาเปน็ อย่างดี

หนังสือเล่มน้ีคู่ควรแก่การอ่านและการครอบครองไว้ เน่ืองจากครูมีความจาเป็นท่ีจะต้องทราบ
เรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภูมิหลังของวรรณคดีเรื่องน้ัน ๆ ทั้งน้ีเพ่ือที่จะได้นาไปใช้สอนได้อย่างถูกต้องและ
สนุกสนาน อันจะทาให้นักเรียนมีความทราบซ้ึง ประทับใจ รู้สึกว่าวรรณคดีเป็นส่วนหน่ึงของชีวิตที่ให้อะไร
หลาย ๆ อย่าง เป็นหนังสือที่ช่วยสร้างแนวทางให้ครูนาความรู้ไปใช้สอนได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม นอกจากนี้
นักเรียนและนักศึกษายังสามารถนาข้อมูลไปใช้ ในการอ้างอิงทารายงาน หรืออ่านทาความเข้าใจเนื้อหาก่อน
เรียน ก่อนสอบ อันจะทาให้นักเรยี นและนักศกึ ษา เกิดแนวความคิดในการนาไปศกึ ษาตอ่ ในระดับสงู ได้

12

ชอื่ เร่ือง: เกรด็ ภาษาไทย หนังสือไทย (ฉบบั ปรับปรุง)
ผแู้ ต่ง: ส. พลายนอ้ ย
จัดพมิ พ์โดย: ซเี อ็ดยูเคชนั่
ISBN: 978-616-00-3169-6
จานวนหน้า: 440
ราคา: 320 บาท
โดย: นางสาวสริ าทิพย์ มะเดโช 614101621

เคา้ โครงและเนอ้ื หาโดยสังเขป
หนังสือ เกร็ดภาษา หนังสือไทย เล่มน้ีเขียนเพ่ือหยิบถ้อยคาสานวนไทยมาเล่าอย่างง่าย ๆ คาไหนมี

หลักฐานประวัติความเป็นมา ก็แจกแจงให้รู้กัน คาไหนเก่ียวกับนิยาย นิทาน ก็เล่ารวมไว้บอกเหนือจาก
เกร็ดความรู้ในทางประวัติศาสตร์ วรรณคดี ที่แทรกไว้เป็นระยะ จึงเป็นหนังสือเก่ียวกับภาษาไทยท่ีอ่านสนุก
และได้ความรู้มาก เค้าโครงของหนังสือประกอบด้วยคานาสานักพิมพ์ คานาในการพิมพ์ครั้งที่ 4 คานาในการ
พิมพ์คร้ังแรก สารบัญ เน้ือหากล่าวถึง 56 หัวข้อ แต่ละหัวข้อประกอบด้วยคาจานวน 4-5 คา ท้ายเล่มยัง
ประกอบดว้ ยดชั นีค้นคาทม่ี ีประโยชน์ตอ่ การคน้ หาคานั้น ๆ โดยมคี าดงั ต่อไปน้ี

เนื้อหากล่าวถึง คาต้อนรับของชนบางชาติ, เคร่ืองหมายสวัสติกะ, ท่ีมาคาว่า “สวัสดี”, ต้นเหตุท่ีไทย
ใช้คาว่า “สวัสดี” เป็นคาทักทาย, ความวิปริตทางภาษาในสมัยโบราณ, รัชกาลที่ 4 ทรงแก้ภาษาอย่างไร, การ
ใช้คาวา่ “ปิดตรา” “ตตี รา” “ประทบั ตรา”, การใช้คาว่า “ฤๅ”, “เอามาอันหนึ่ง”, อย่างวา่ , ทาตาเฟอื้ งตาสลงึ ,
ภาษาชาววดั , ผา่ ย ภาย พาย ฝา่ ย ฟาย ควรใชอ้ ยา่ งไร, คาผวน, หนงั สอื กลอนคาผวน, ฉศก, ทีม่ าคาว่า “ศพ”,
นิทานเร่ือง บ้านม้าภาชี, คาว่า “หัว” กับ “ศีรษะ”, การแก้คาให้เป็นบาลีสันสกฤต, ถันวิฬาร์, สัตว์โต, หลังคา
แดง, โรงเรียนดัดจริต, หนังสือพิมพ์ดัดจริต, ฝอย, เรือใหญ่ท้ายแกว่ง, คาว่า “ปากใต้” กับ “ปักษ์ใต้”, ฝ่าย
เหนือ, คาว่า “บาดหมาย” กับ “บัตรหมาย”, ติดเนื้อต้องใจ, ชอบเนื้อเจริญใจ, การเข้าใจความหมายผิด,
ยกทรง, กระโปรง, ฉีกอกรวมหัว, คนพวง, หับเผย,การใช้คาว่า “พบ” กับ “ปะ”, ความหมายของคาว่า “กะ
บอง” ในภาคต่าง ๆ , ช้างแดง, ข่ีช้าง, การแก้หนังสือ, การเขียนหนังสือในสมัยก่อน, การพิมพ์พระราชนิพนธ์
เรือ่ ง ไกลบ้าน, การใชค้ าสนั้ , ทห่ี นกั ท่เี บา, การใช้คาวา่ “ตระหนัก”, ความหมายของคาว่า “กระบอง” ในภาค
ตา่ ง ๆ , ไต้ไฟฟ้า, คาว่า “ลา้ ง”, การบญั ญตั ศิ ัพทใ์ นสมัยรัชกาลที่ 5, สถานี,รถยนตร์, กดั ฟนั มนั สยาม, ซีจาปล๊กุ
, เรื่องและคาว่า “ประปา”, ประวัติของคาว่า “ไปรษณีย์” และ “โทรเลข”, อนุสาวรีย์, คาว่า “รดน้า”, เสก,
หลัง่ น้า, อาบน้าศพ, รดเปน็ คู, รดเป็นชา, การใชค้ าว่า “สมรส”, คาวา่ “ปน่ิ โต” เป็นภาษาอะไร, คาว่า “ผดิ ฝา
ผิดตวั ”, ถกู ตวั ถกู ฝา, สวะ, โรงเรียน, โรงสกูล, โรงสอน, วกิ , ภาษาหนังสอื ในสมยั รัชกาลที่ 6, คาวา่ “แก่แดด”,
ข้ีปะติ๋ว, ท้ายไม่งอน, ส้วม, เวจ, ถาน, คาว่า “โดดร่ม”, ท้ิงร่ม, “โจนร่ม”, คาว่า “ร่ม”, “กางร่ม”, “หุบร่ม”,
แตกหัก, เปรี้ยว, เหม็นเปร้ียว, เปร้ียวปาก, ดีกรี, มีเปอร์เซ็นต์, ฟู้, หลักการแต่ง, พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2
ความหมายของคาว่า “พระราชนิพนธ์”, คาว่า “พิเรนทร์”, “เล่นพิเรนทร์”, “ด้ือพิเรนทร์”, ผัวตาย, แม่ลูก

13

อ่อนไปตลาด, ไมไ่ ด้ไม่เสีย, เสมอ, ส่ศี อก, ลูกกระสนุ , คาวา่ “เกรนิ ”, ประวตั ขิ องคาวา่ “เกริน”, สัง่ สม, สะสม,
ควงไม้, กอปร, กรุและตรุต่างกันอย่างไร, เทพดารู, คาว่า “คุก”, ตะราง, เรือนจา, “ตึก” มาจากภาษาอะไร,
ฉ้อศอกฉอกน้ิว, กลฉ้อฉล, ฉ้อราษฎร์, บังหลวง, ฉินนะภินนะ, ชายฉกรรจ์, ลักษณะชูส้ ามอย่าง, ภาษาดอกเบี้ย
, หญิงสะกัน, ทนายความ, ว่าต่าง, แก้ต่าง, หมอความ, ต่างเรือนแฝง, โทโสมาแขก, เทศน์ยก, เมียกลางเมือง,
เมียกลางนอก, เมียกลางทาสี, เมียขันหมากหลวง, หัวมังกุท้ายมังกร, สานวนภาษาในสมัยรัชกาลที่ 5, ชิดดิด,
เขม, ก,ุ โก,๋ ตรดุ , กรุด, โคง้ , จิ้มก้อง, ตกั หมอน, ไก,๋ จา๋ มจิบ, ทึ่ง, พ้นื , โก,้ เก,๋ มวย, สานวนโวหาร, นา้ อาบโค,
นอนคลอง, เหตทุ ่หี นงั สอื พิมพผ์ ดิ มาก, คาวา่ “สารูป” กับ “สารรปู ”, เม็ก, หนังสอื เรื่อง เทศนาเร่อื งนทิ านมิกา
ทรุ ะ, คาวา่ “ส่ิงตพี มิ พ”์ , หนังสือพิมพ,์ อักษรพิมพ์, คุมเหง, ในหลวง ,หนังสือ, ราชกิจจานเุ บกษา, ความหมาย
ของคาว่า “ซ่อง”, ต้ังซ่อง, ของขวัญ, เจ้าบ้านผ่านเมือง, ปิศาจ, สาก, เงียบเป็นเป่าสาก, เอวังกิ่ม, คาว่า
“ขัษณะ”, “ขษณะ”, “กษณะ”, เหตุที่ภาษาตาย หรือสูญหายไม่มีใครรู้ความหมาย, อักโกสวัตถุ 10 ประการ,
เร่ืองของคาหยาบ, “ลากเข้าวัด”, สวด, เจริญพร, คว่าบาตร, ถลกบาตร, ลักษณะของบาตรและการใช้บาตร,
บาตรแก้ว, บาตรใหญ่, เถรส่องบาตร, ปากบาตร, คาว่า “ยกกระบัตร”, สานวนเก็บเงินตรา, สิบเบ้ียใกล้มือ,
ขายหน้าวันละห้าเบ้ีย, เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน, พูดไปสองไพเบี้ย, เบ้ียน้อยหอยน้อย, เบ้ียบ้ายรายทาง, เบ้ียหวัด,
เบี้ยเล้ียง, เบ้ียปรับ, เบ้ียบานาญ, เบ้ียกันดาร, เบ้ียภาษา, เบ้ียคว่า, เบี้ยหงาย, การรักษาอุโบสถ์, คาว่า “ลง
โบสถ”์ และ “ไม่ลงโบสถ”์ , ท่มี าของคาว่า “ชายสามโบสถ์”, หญิงสามผวั ชายสามโบสถ์, สานวนเปรียบเทียบ
เกี่ยวกับสัตว์, เอวเป็นมดตะนอย, มดแดงเฝ้ามะม่วง, สานวนเกี่ยวกับกบและคางคก, ควาย, วัว, นิทานเร่ือง
เห็นช้างเท่าหม,ู สานวนเกี่ยวกบั แมว, สานวนเกีย่ วกับสุนัข, นกกระจอก, หอย, ปู, กงุ้ , นทิ านเร่ือง กุ้ง, สานวน
เก่ยี วกับเตา่ , จระเข,้ เปรยี บเทียบการเดนิ ของคนกบั สตั ว์, ม้า, ช้าง, เดินตามควาย, เดนิ อยา่ งกา, เดินอย่างเปด็ ,
หงส์เหิน, สานวนเกี่ยวกับตุ๊กแก, มือกาว, กาเหว่า, คาว่า “จองหองพองขน”, สานวนเก่ียวกับลิง, หิ่งห้อย,
สานวนเปรียบเทียบเก่ียวกับพฤษชาติ, ดาเป็นตอตะโก, หัวหลักหัวตอ, ต่อหน้ามะพลับลับหลังตะโก, หยวก,
กลีบบัว, การเปรียบเทียบผู้หญิงกับดอกไม้, ไม้ใกล้ฝ่ัง, ร่มโพธิ์ร่มไทร, ปากบอน, ตัดไม้อย่าไว้หน่อ, ปีกกล้าขา
แข็ง, ตาลยอดด้วน, เรื่องของลูกยาง, ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น, สานวนเปรียบเทียบเกี่ยวกับเครื่องครัว, ตวัก
ตะบวย, เสน่ห์ปลายจวัก, ข้อห้ามการใช้จวัก, จวักไม่รู้รสแกง, การใช้กระจ่างทาของขลัง, คาว่า “กระจ่า”
“จวัก” “กวัก”, เส้ือสิ้นจวัก สุนัขจนตรอก, เรือกาป่ัน, หีบกาปั่น, คาว่า “มิ” กับ “ไม่”, หามิได้, หาไม่ได้, มิดี
มิร้าย, ไม่ดีไม่ร้าย, มิอย่ารา, มิอย่าเลย, กระจอกงอกง่อย, กะแต่ว กะแตว, ตะแหง่ว, ผมหยิกหน้ากล้อ, ผู้ชาย
พายเรือ, ผู้หญิงยิงเรือ, สุภาษิตไทย, คาพังเพย, เซียมซี, กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวนั เดียว, กว่าถ่ัวจะสุก งาก็
ไหม,้ กว่าจะรู้รสน้าค้างใส ลาโงก่ ็ขาดใจตายเสียแลว้ , กระแสน้าและเวลาไมค่ อยใคร, ผหู้ นึง่ ฤๅผู้สอง, ติเรือยงั ไม่
ตดิ โคลน, ตดั หางปล่อยวัด, ตอ่ หางปลายวัด, โหมโรง, ลงโรง, ลาโรง, ลงโลง, สะพานเบีย่ ง, พระมาลาเบ่ยี ง, คา
ว่า “คนละ”, เหนดู, ท่ีบ้าน, พวกบ้าน, มีเรือน, หน้าบ้าน, หลังบ้าน, ฝ่ายหน้า, ฝ่ายใน, ท้ายครัว, คาว่า
“อินทรธนู”, คนกับตนตา่ งกันอย่างไร, คาว่า “ตวั ”, คาว่า “ห่า”, ศัพท์สันนิษฐาน, “ชาม” มาจากภาษาอะไร,
คาว่า “ปดิ ทองล่องชาด”, ชาดดสี ตี ้องแดง, ใส่ร้ายป้ายส,ี ใส่ส,ี สกี รมท่า, สกี ากี, สีตองออ่ น, สีหมากสกุ , สีเม็ด
มะปราง, สีทับทิม, ปากสว่าง, พิราใน, พิรากล, พิรากวน, ประวัติคาว่า “ประชาธิปไตย”, เชษฐบุรุษ, คาว่า

14

“กัน” เป็นภาษาอะไร, ที่มาของคาว่า “เถรตรง”, คาว่า “ลื้น”, คาว่า “นิล” เป็นภาษาอะไร, “มณีนิล”,
“นลิ รตั น์”, “นิลวรรณ” แปลว่าอะไร, คาวา่ “ฝีจักร” “ฝเี ทา้ ” “ฝีพาย”, ประวตั ิคาว่า “ผะหมี” และการเล่นผี
หมี, คาว่า “รูปหล่อ” มีใช้เมื่อไร, ทาไมจึงเรียกว่า “รูปทอง”, คาว่า “คอกลม”, “เอวกลม”, “เอวกลึง”,
ประวัติคา “บาทหลวง”, การนุ่งผ้าแวบของมอญใน นิราศพระบาท, คาว่า “มั่ว”, ลวกด้วยนา้ เย็น, คาว่า “ล่ม
จม”, นาล่ม, รถล่มครั้งรัชกาลท่ี 4, การใช้คาว่า “กิน”, “เสวย”, “รับพระราชทาน”, “รับประทาน”, “รับ
อาหาร”, “พระเจ้าวรวงศ์เธอ” กับ “พระวรวงศ์เธอ” ต่างกันอย่างไร, คาว่า “ไพ่” มาจากภาษาอะไร, ภาษา
ในวงไพ่, สานวนภาษาท่ใี ชก้ าหนดเวลาและระยะทางของคนโบราณ, คาวา่ “คอ่ ยยังชั่ว”, หางเสอื , น้าใสใจคอ,
นิสัยใจคอ, น้าใจในคอ, “แปดสาแหรก”และ“เจ็ดช่ัวโคตร” นับกันอย่างไร, อุปรากร, นาฏกรรม, นาฏดนตรี,
คาว่า “กะปิ”, “งาปิ”, “เย่ือเคย”, ลักษณะงาปิของพม่า, ประกาศพระราชนิยมในพระบาทสมเด็จพระจอม
เกล้าเจ้าอยู่หัว, “ตะกร้อ” มาจากไหน, คาเรียก “ตะกร้อ” ของชาติต่าง ๆ , ตะกร้อมาจากภาษาอะไร, ทาไม
คนโบราณจึงใช้ “ษ” เป็ฯตัวการันต์, คาว่า “ครุธ” และ “ครุฑ”, ช่ือนางพิมพิลาไลย,การยืดเสียงของคา, การ
เปลี่ยนตัวสะกด, คาว่า “ศึกษา”, “สาน”, “ศาล”, “ศาลา”, ชื่อแตงต่าง ๆ เช่น แตงโม, แตงกวา, แตงหนู
หมายถึงอะไร, คาวา่ “ตกั แตนโม”, “แตงโม” แปลวา่ อะไร, นามเดิมของท้าวสรุ นารีเขียนอยา่ งไร, คาวา่ “โม”
และ “โม”้ ในภาษาอีสาน, ภาษาท่ีใชอ้ วยพรของคนจนี , คาว่า “แง่ตาขา”, “จบั เป็ด”, “ซยุ้ ”, “ตกุ๊ ตางา”, “โล
ซก”, “ตีกรัน”, “มันเค”, “มันเทศ”, “เป่ิน”, “เป๋อเหลอ”, “ป๋อหลอ”, นิทานก้อม, เพลงก้อม, ความหมาย
ของ “ข้าวยากหมากแพง”, เหตุท่ีพวกส่วยไม่มีตัวหนังสือ, ภาษาในตารายาโบราณ, คาว่า “หัวป่า”, “หัว
ป่าก”์ , “หวั ปาก” แปลว่าอะไร, คาว่า “ค่าน้ารอ้ นนา้ ชา”, คา่ ขมนิ้ สีฝ่าเท้า, ความหมายของคาวา่ “ผี”, คาทใ่ี ช้
เรียกผีของไทยถ่ินต่าง ๆ , รัชกาลที่ 4 ไม่โปรดคาว่า “อ้วน”, “ผอม”, คาว่า “เห็นกงจักรเป็นดอกบัว”, เรื่อง
ของตราจกั รและตราบวั แกว้ , นทิ านเรอ่ื ง มติ ตวนิ ทกุ ะ ความหมายของคาว่า “จกั ร” และ “กงจักร”, ประเพณี
สวดมาลัยสูตร, คนสี่จาพวก โค ขะ ละ สุ, มอญขาว ลาวใหญ่ ไทยเล็ก เจ๊กดา, คาว่า ห้องเล็ก, ส้อม, ประปา,
สนะ, หล่อน, ที่มาของบทกลอ่ มเด็ก, คาว่า “เมฆ”, ฉายา, ไขว่, ทอดกริบ, ยืนเพลา, อาวาส, อาราม, โข ,อักโข
, อักโขภิณี, เพลง “เจ้าขาว”, ช่ือที่ใช้เรียกแหวน, คาว่า “ทองใบ”, คาว่า “กล้ิงกลด”, คาว่า “กล้ิง”, คาว่า
“กรรชิง”, คาว่า “มหาศาล”, ภาษาหนังสือสมัยรัชกาลท่ี 6, คาว่า “วิทยุ”, คาว่า “จับไข้”, “ไข้”, “ไข้ใจ”,
“ไช้ใจ”, “ไข้เรือรบ”, ลักษณะไข้ของหมอโบราณ, บทละครเร่ือง มหาตมะ, ปากคลองสาร, หลังคาแดง, ปิด
ทองหน้าพระ, เคร่งแต้เป็นพระบวชใหม่, ดาลโทสะ, สมาคมภาษาไทย, วรรณคดีสโมสร, สมาคมวรรณคดี, คา
ว่า “สมุด”, “สมุทร”, เจ็ดสิบสมุดคณนา, สัมปุฏ, บุดตีนช้าง, หม่ันไส้, มันไส้, บทละคร มหาตมะ กับ “ทุ่น
ดา”, เรือรบ พระร่วง, ความเป็นมาของคาว่า “สักวา”, “สักรวา”, “สักกระวา”, ประวัติคาว่า “พณหัวเจ้า
ท่าน”, ภาษาในพงศาวดาร ประถมกรรม ปฐมกรรม, คาเรยี กสว่ นตา่ ง ๆ ของเรือ คอเรอื หูกระตา่ ย และราโท,
คาเรียกขานในสมัยโบราณ, พ่อขา, แม่ขา, ท่ีบ้าน, คาแทนชื่อเด็กผู้หญิง, ผู้ชาย, การใช้คาว่า “อาแดง”, คาท่ี
ใช้เรียกลูกตาล, จาวตาล, คาลเฉาะ, ตาลยอดด้วน, วัดชีตาเห็น, ชีโพน, คาอุทาน “คุณพระช่วย”, “ตาเถร
ช่วย”, “ตาเถรตกน้า”, ลักษณะของเถรหรือเถน, คาว่า “ธชี” และ “ทชี”, ชื่อคนในสานวนไทย ถ่ัวดา, อ่วม,
อ่วมอรทัย, วัน่ ถันคอื อะไร, เกอื บไมม่ ี 700 ปี ลายสอื ไทย

15

บทวจิ ารณ์

ผู้เขยี นหนังสอื เล่มนเี้ ปน็ นักค้นคว้าทถี่ ่อมตวั และใจกว้างเพราะได้ออกตวั ไวว้ ่า “ผู้เขยี นมิใช่ผ้เู ชยี่ วชาญ
ภาษาไทยแต่มีความสนใจใครรู้ ได้ตรวจสอบหาหลักฐานจดลงสมุดไว้อ่านเลน่ นานมาแลว้ ฉะน้ันอาจจะมีอะไร
พลาดพล้ังไปบ้าง ก็ขอท่านผู้รู้ที่ปราศจากอคติได้กรุณาช้ีแจงสั่งสอนด้วยเถิด” ความใจกว้างของ “โสมทัต
เทเวศน์” เป็นไปอย่างซื่อสัตย์แฝงอยู่ในถ้อยคาตอนหน่ึงดังนี้ “อน่ึง ความคิดความเห็นจะผิดไปจากท่ีเช่ือ ๆ
กันมา หรือที่ผู้รู้บางท่านอธิบายไว้ ก็มิได้หมายความว่าจะบังคับเคี่ยวเข็ญให้ท่านเชื่อตาม… ยิ่งอ่านมากย่ิงค้น
มาก ก็ยิ่งพบข้อขัดแย้งมากย่ิงขึ้นฉะน้ันการเชื่อมากน้อยเพียงใดจึงข้ึนอยู่กับหลักฐาน มิใช่ความเห็นซ่ึงอาจจะ
ผิดหรือถูกก็ได้” ถ้าเปิดดูสารบัญจะเห็นว่าเนื้อหาของ “เกร็ด” เหล่าน้ีไม่ใช่นิดหน่อยแต่มีมากมายกว้างขวาง
รอบดา้ น ประกอบดว้ ยสานวนโวหารทง้ั ในอดตี และปัจจุบันจริง ๆ และไมใ่ ชเ่ ฉพาะภาษากรุงเทพฯ หรอื อยธุ ยา
เทา่ น้ันหากแต่ขยายวงกวา้ งไปถงึ คาไทยถิน่ ทุกภาค คาไทยในภาษาเขียนภาษาพูด ตลอดจนโบราณิกศัพท์ ส่วน
คาวิชาการก็มที งั้ สมัยใหม่และสมัยโบราณ อีกทงั้ คาภาษากฎหมายที่เต็มไปด้วยความฉลาดรอบคอบรวมไว้ด้วย
อยา่ งน่าสนใจ สานวนเปรยี บเทียบไทย ๆ ท่เี รากาลงั จะลืมคงมโี อกาสรื้อฟ้นื ข้นึ

“โสมทัต เทเวศร์” เป็นผู้รู้ซ่ึงในวิชาภาษาศาสตร์ และได้แสดงภูมิรู้น้ีออกมาอย่างถ่อมตัว ใช้ถ้อยคา
สานวนเรียบ ๆ ง่าย ๆ ไม่เป็นวิชาการ ทั้งน้ีเพราะเดิมทีข้อความเหล่านี้เขียนขึ้นเพ่ืออ่านในรายการวิทยุศึกษา
ซง่ึ เป็นรายการทีใ่ ห้ความรู้หนกั ๆ ดว้ ยวธิ ีเบา ๆ เชน่ ผเู้ ขียนใคร่จะกลา่ วถงึ ความแตกตา่ งระหว่างภาษาเขียนกับ
ภาษาพดู ก็กล่าวอยา่ งธรรมดาน่มุ นวล เขา้ ใจง่าย และยกยอ่ งผู้อ่านวา่ “ท่านผอู้ ่านกค็ งทราบกันดแี ลว้ วา่ ภาษา
พูดมาก่อนภาษาหนังสือเพราะคนเราพูดได้ก่อน เมื่อเรียนหนังสือจึงใช้ภาษาหนังสือ แต่ระเบียบของภาษาพูด
กับภาษาหนังสือไม่เหมือนกัน ภาษาพูดอาจจะใช้สั้น ๆ พอฟังเข้าใจในระหว่างที่พูด อาจจะตกประธานหรือ
คาประกอบบางคาไปบ้างก็ได้… บางทีก็ใช้ภาษาเฉพาะที่เข้าใจกันระหว่างผู้พูด (สังเกตว่าผู้เขียนไม่ใช่คาว่า
สแลง แทนความว่า ภาษาเฉพาะที่เข้าใจกันในระหว่างผู้พูด) ซึ่งผู้อื่นฟังแล้วไม่รู้..” การหลีกเลี่ยงศัพท์เฉพาะ
หรือคาวิชาการ หรือคาภาษาต่างประเทศัน้นทาได้ยากมาก แต่ “โสมทัต เทเวศร์” ประสบความสาเร็จอย่าง
งดงามและมีเสน่ห์ ดังน้ันถ้าเสนอข้อคิดเห็นนิดหน่อยและปราศจากอคติ ณ ท่ีน้ีเพื่อว่า “โสมทัต เทเวศร์” จะ
ลองรับฟังดู ก็คงนับว่าเป็นสิ่งที่ควรทา คือในเร่ืองของ “เรือนจา” ผู้เขียนได้ให้เหตุผลของคาผสมไว้ด้วย
หลักฐานจากหนังสือกฎหมายโบราณ เพื่อให้เข้าใจว่าทาไมจึงใช้คาว่า “เรือน” (หน้า 130-131) แต่แล้วไม่ได้
อธิบายคาว่า “จา” ต่อให้ชัดเจนอย่างมีส่วนสัดกับคาอธบิ ายวา่ “เรือน” ทาให้ผู้อ่านรู้สึกขาด ๆ ไปบ้าง ถึงแม้
จะพูดให้น่าคิดว่า “เรือนจานั้น นอกจากจะหมายถึงเรือนท่ีคุมขังแล้ว ชื่อเรือนจายังคงเป็นคติท่ีเตือนใจ
เตอื นสติของคนท่ีเคยเข้าไปอยอู่ ีกด้วย..” หากผู้เขยี นจะกรุณากล่าวย้าอีกสักนิด เชน่ “จา” แปลวา่ กกั ขงั เป็น
คาท่ีมีรากฐานจากภาษาขอม ตัวอย่างเชน่ “ปักษีจากรง” หมายถึง “นกขงั อยูใ่ นกรง..” หรืออะไร ๆ ท่ีเพิม่ เติม
ขึน้ อีกทานองนี้ ผ้อู า่ นกไ็ มร่ สู้ ึกว่ามอี ะไรขาดหายไป การอธบิ ายคาวา่ “”คอ่ ยยังช่วั ” น้ัน (หน้า 302) คาว่า คอ่ ย
ในที่น้ีแปลว่าทุเลาหรือยังช่ัว เป็นคาไทยถิ่นใต้ ใช้ควบคู่กับคาไทยภาคกลาง เช่นเดียวกับคาไทยถ่ินภาคอื่น ๆ
เช่น เง่า (ภาคเหนือ) คู่กับโง่ เส่ือคู่กับสาด (ภาคอีสาน) ในส่วนของอารมณ์การเล่าน้ัน “โสมทัต เทเวสร์” มี

16

อารมณ์ขันแทรกอยู่ทั่วไป เป็นความขันท่ีเกิดจากการใช้ความคิด มิใช่อารมณ์ขันแบบลม ๆ แล้ง ๆ นาความ
เบิกบานมาให้ผู้อ่านได้อย่างพอเหมาะพอควร เช่น การเล่าถึงภาษาในตารายาโบราณท่ีคัดลอกตก ๆ หล่น ๆ
ต่อกันมา “กินกะไดทากะได” ต้องการจะบอกว่า “กินก็ได้ทาก็ได้” (หน้า 333) นอกจากน้ีหนังสือเล่มน้ียังให้
ความรู้เก่ียวกับสังคมไทยในหลาย ๆ แง่มมุ ตลอดจนความรเู้ กยี่ วกบั มานุษยวทิ ยา เช่น เร่อื งของพวกสว่ ย (หนา้
331) นอกจากนยี้ ังเปิดใหผ้ ู้ที่รักการค้นควา้ ทั้งหลายได้อาศัยใช้ประโยชนส์ าหรับศึกษาภาษาไทยในแง่มุมต่าง ๆ
ต่อไปอีก

ดังนั้นหนังสือ "เกร็ดภาษา หนังสือไทย (ฉบับปรับปรุง)" เล่มน้ี มิใช่ตาราภาษาไทย เป็นเพียงสมุด
บันทึกเล่าเร่ืองเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับภาษาไทยทั้งในอดีตและปัจจุบัน กล่าวถึงท่ีมา ตลอดจนความหมาย
ของสานวนโวหารและถ้อยคาต่าง ๆ รวมทั้งนิยาย นิทาน อันมีเรื่องเกี่ยวกับเรื่องน้ัน ๆ ไม่ได้กล่าวถึงเฉพาะ
ภาษาไทย แต่มเี ร่อื งประวตั ิศาสตร์ โบราณคดี วรรณกรรม แทรกอยทู่ ่วั ไป เกือบจะเรียกได้วา่ เปน็ สารคดีหลาก
รส เป็นหนังสือแนะนาวิธีสอนภาษาไทยให้สนุกได้อย่างวิเศษ เป็นหนังสือที่ให้ความรู้หนัก ๆ ด้วยวิธีเบา ๆ มี
อารมณ์ขันของผู้เขียนสอดแทรกอยู่ตลอดเล่ม ให้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินในเล่มเดียวกัน คู่ควรแก่
นักเรียนนกั ศกึ ษาครูอาจารย์เพ่ือใช้ประกอบการสอน

17

ช่ือเรอ่ื ง: ววิ ัฒนาการภาษาไทย
ผูแ้ ต่ง: ธวชั ปณุ โณทก
จดั พมิ พ์โดย: ไทยวัฒนาพานิช
ISBN: 974-08-5344-7
จานวนหนา้ : 150
ราคา: 150 บาท
โดย: นางสาวสิราทพิ ย์ มะเดโช 614101621

เคา้ โครงและเน้อื หาโดยสังเขป
วิวัฒนาการภาษาไทย เป็นวิชาสาคัญของหลักสูตรปริญญาตรีภาษาไทย และวรรณคดีไทยทุกมหาลัย

แต่ยังไม่มีผู้ใดเรียบเรียงตาราเรียน หนังสือตาราเรียนวิวัฒนาการภาษาไทยเล่มนี้ จะเป็นแนวทางในการศึกษา
วิวัฒนาการของภาษาไทย และอักษรไทยโดยมีเค้าโครงเร่ิมด้วยคานา สารบัญ เน้ือหาบทที่ 1 จนถึงบทที่ 6
ส่วนท้ายประกอบดว้ ยบรรณานกุ รมและประวตั ิการศึกษา มีเนอ้ื หาดังน้ี

เนื้อหาบทท่ี 1 “ลักษณะภาษาไทยและการเปลีย่ นแปลงของภาษา” กล่าวถึง ลักษณะท่ัวไปของคาใน
ภาษาไทย ภาษาไทยย่อมมกี ารเปล่ียนแปลงไปตามธรรมชาตขิ องภาษาและทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงภาษา

เน้ือหาบทที่ 2 “การเปล่ียนแปลงเสียงในภาษาไทย” กล่าวถึง การลดเสียง(เสียงหาย) และการเพิ่ม
เสียงของคาในภาษาไทย

เนื้อหาบทที่ 3 “การพฒั นาคาและสานวนในภาษาไทย” กลา่ วถงึ การเปลยี่ นแปลงคาและสานวนไทย
การเพิม่ ศพั ท์ การลดศัพท์ การพัฒนาคาโดยวิธปี ระสมคา สานวนไทยและการเปล่ยี นแปลง

เนื้อหาบทท่ี 4 “คายืมและการเปล่ียนแปลงทางด้านไวยากรณ์” กล่าวถึง คายืมภาษาบาลีและ
สันสกฤต การสร้างคาตามแบบไวยากรณ์ภาษาบาลีและสันสกฤต การยืมคาภาษาเขมรและการสร้างคาแบบ
ไวยากรณ์ภาษาเขมร

เนอ้ื หาบทท่ี 5 “อักษรไทยและวิวฒั นาการของตวั อักษรไทย” กล่าวถึง อักษรในประเทศไทยก่อนสมัย
สุโขทัย อักษรขอมโบราณและอักษรมอญโบราณ อักษรต้นแบบของลายส่ือไทย คนไทยก่อนสมัยสุโขทัย
ลายสือไทยของพ่อขุนรามคาแหง อักษรไทยสมัยพระเจ้าลิไทย อักษรไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา อักษรไทยสมัย
กรุงรัตนโกสนิ ทร์ อกั ษรเฉพาะแบบและสรปุ วิวฒั นาการอกั ษรไทย

เน้ือหาบทท่ี 6 “อักษรขอมท่ีใช้เขียนภาษาไทย” กล่าวถึง การปรับเปล่ียนอักษรขอมเพื่อใช้เขียน
ภาษาไทย อักษรขอมไทยสมัยสโุ ขทัย อกั ษรขอมไทยสมยั อยุธยา อักษรขอมไทยสมัยรตั นโกสินทร์ และอกั ขรวธิ ี
อกั ษรขอมและวธิ ีอา่ น

18

บทวจิ ารณ์

วิวัฒนาการภาษาไทยจัดเป็ฯหนังสือทางวิขาการเหมาะสาหรับใช้ประกอบการเรียนการสอนเพ่ือ
นาเสนอความเป็นมาของภาษาไทยได้อย่างลึกซ้ึงเขียนโดย ศาสตราจารย์ธวัช ปุณโณทก ท่านมีความสามารถ
ทางด้นาภาษาไทยจากการศึกษาสาขาจารึกภาษาไทย คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และท่านยังมี
ผลงานวิจัยเกี่ยวกับอักษรโบราณอีสานในเอกสารใบลาน, วรรณกรรมหลงสารวจ เร่ือง จันทโครพคาฉันท์,
วรรณกรรมโคราช เร่ือง สุภมิตเกสินี, พ้ืนเวียง : การศึกษาประวัติศาสตร์และวรรณกรรมอีสาน, ศิลาจารึก
อีสานสมัยไทย-ลาว : การศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์และอักขรวิทยา และท่ายยังมีตาราอีก 12 เล่มซ่ึง
เกี่ยวกบั วรรณกรรมท้องถ่นิ วรรณกรรมปจั จุบัน ภาษาถน่ิ การอา่ นศลิ าจารึกต่าง ๆ และววิ ัฒนาการภาษาไทย
จะเห็นได้ว่าศาสตราจารย์ธวัช ปุณโณทก มีความเช่ียวชาญชานาญทางด้านภาษาไทยเป็นอย่างย่ิง จึงมีความ
นา่ เช่อื ถอื ในเน้อื หาเนื่องดว้ ยผลงานต่าง ๆ และประสบการณท์ างาน

ในส่วนเนื้อหาบทที่หนึ่งเริ่มต้นดว้ ยลกั ษณะภาษาไทย และการเปลีย่ นแปลงของภาษา การกลา่ วนาคือ
การอธิบายความหมายของ ภาษา อย่างละเอียดกล่าวถึงประวัติความเป็นมาการเกิดภาษาไทย ได้บอกเหตุผล
ถึงวิวัฒนาการของภาษาไทยว่า “คร้ันเม่ือมนุษย์เจริญรุ่งเรืองข้ึน มีความคิดอ่านและการพัฒนาสังคมขอ
เผ่าพันธ์ุให้เจริญข้ึน มนุษย์มีความจาเป็นท่ีจะต้องใช้คาศัพท์ในการสื่อสาร และเรียกสิ่งของเคร่ืองใช้
สิ่งประดิษฐ์มากข้ึนย่ิงมนุษย์เจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาการมากข้ึนเท่าไร ย่อมมีความจาเป็นท่ีจะต้องคิดค้น
หาคาศัพท์(คาพูด) มากเท่าน้ัน..” จากที่กล่าวมาท่านมีการอธิบายด้วยถ้อยคาท่ีง่ายต่อการทาความเข้าใจ
ภาษาระดบั มาตรฐานราชการคงเน่ืองดว้ ยผู้เขียนมีความชานาญในการถ่ายทอดภาษาในแบบวชิ าการ จากน้ัน
เช่ือมโยงเข้าเนื้อหาด้วยการตัวอย่าง “โดยเฉพาะในสมัยพ่อขุนรามคาแหงได้ฟื้นฟูพระพุทธศาสนาโดยนิมนต์
‘สังฆราชปราชญ์เรียนจบปิฎกไตร หลวกกว่าปู่ครูในเมืองนี้ทุกคน ลุกแต่เมืองศรีธรรมราชมา..’ ฉะน้ันคาบาลี
และคาภาษาสันสกฤตได้เพ่ิมเข้ามาในภาษาไทย พร้อมกับพระพุทธศาสนาจานวนมาก คายืมจากภาษาบาลี
สันสกฤตเหล่าน้ันเข้ามาปะปนในภาษาไทย และพัฒนาการเร่ือยมาเป็นท่ีรับรู้ของคนไทยท่ัวไป จนกลายเป็น
ส่วนหน่ึงของคาในภาษาไทย.. หาพจิ ารณาคาศพั ท์ท่ีปรากฏอยู่ในหลกั ศิลาจารึกท่ี 1 จะเห็นวา่ เปน็ คาไทยพื้น ๆ
เกือบท้ังสิ้น มีคาภาษาบาลี สันสกฤต และเขมรปะปนบ้างเพียงเล็กน้อย แต่คนไทยปัจจุบันอ่านไม่ค่อยเข้าใจ
เพราะเหตุว่าคาจานวนมากเป็น ‘ศัพท์สูญ’ (คือคาศัพท์ที่เลิกใช้ แต่ยังปรากฏอยู่ในภาษาถ่ิน เช่น ภาษาถิ่น
เหนอื และภาษาถ่นิ ภาคอสี าน) ตัวอยา่ ง ...” มีการอธบิ ายความหมายประกอบและยกตวั อยา่ งคาต่าง ๆ พร้อม
อธิบายศัพท์ แทรกอ้างอิงที่มาของเน้ือหาอย่างชัดเจน การอธิบายในแต่ละบทมีความละเอียดอย่างมาก การ
ยกตัวอย่างรูปแบบอักษรท่ีหลากหลาย เช่น แบบอักษรพราหมี อักษรปัลลวะ ลายสือไทย อักษรไทยสมัยพระ
เจ้าลิไท อักษรสมัยอยุธยาตอนต้นและตอนปลาย อักษรไทยสมัยรัตนโกสินทร์ อักษรเฉพาะแบบได้แก่ อักษร
อรยิ กะ อักขรวธิ ีแบบใหม่ อักษรสมยั จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม และมกี ารเปรียบเทียบวิวัฒนาการของพยัญชนะ
ไทยในสมัยต่าง ๆ นับมาต้ังแต่สมัยพ่อขุนรามคาแหงมหาราชจนถึงสมัยปัจจุบัน ในการเปรียบเทียบพยัญชนะ
เช่นนี้เป๋นประโยชน์ต่อผู้อ่านเป็นอย่างยิ่งในการทาความเข้าใจวิวัฒนาการของภาษาไทยมากยิ่งขึ้นโดยการให้

19

เห็นภาพตัวอย่างอักษร ส่วนบรรณนุกรมน้ันผู้เขียนได้มีการอ้างอิงถึงหนังสือข้อมูลท่ีเก่ียวข้องโดยมีความ
น่าเช่ือถอื อย่างยง่ิ
หนังสือวิวัฒนาการภาษาไทยและอักษรไทยนี้ เรียบเรียงขึ้นตามรายวิชาวิวัฒนาการภาษาไทยอันเป็นวิชาเอก
บังคับของหลักสูตรปริญญาตรี สาขาภาษาและวรรณคดีไทยเกือบทุกมหาวิทยาลัย ส่วนคาอธิบายเนื้อหาของ
รายวิชาน้ัน มีเป้าหมายท่ีจะให้เรียนรู้ลักษณะของภาษาไทยและการเปลี่ยนแปลงตามแนวภาษาศาสตร์เชิง
ประวัติ เน้ือหาดังกล่าวเป็นปัญหามากสาหรับอาจารย์ที่มีความสันทัดทางด้านภาษาศาสตร์ ท่ีจะเข้าใจการ
เปล่ียนแปลงของภาษาทางด้านเสียง คา สานวน ไวยากรณไ์ ทย และจาเป็นจะต้องอธบิ ายการเปลี่ยนแปลงของ
ภาษาไทยตามแนวภาษาศาสตร์เชิงประวัติอีกด้วย ฉะนั้นการเรียนการสอนรายวิชานี้ไม่สามารถที่จะเข้าถึง
ภาษาไทยนีจ้ งึ ไม่ค่อยจะมปี ระสิทธิภาพเท่าท่ีควร เพ่อื ใชเ้ ปน็ ข้อมูลในการอธบิ ายววิ ฒั นาการของภาษา อนั เป็น
ผลให้คาบรรยายในช้ันเรียนไมค่ รอบคลุมตามเนื้อหาท่ีกาหนดในหลักสตู ร ดังน้ัน หนงั สอื เลม่ นี้ จะเป็นแนวทาง
ในการศกึ ษาและเป็นข้อมลู ในการอธิบายเรื่องววิ ัฒนาการภาษาไทยได้ดี และครอบคลมุ เนื้อหาตามท่ีกาหนดไว้
ในหลกั สูตร

20

ชือ่ เรื่อง: เรียนลดั อศั จรรยว์ นั เดียว...จบ ภาษาไทยครลู ลิ ลี่
ผแู้ ต่ง: กิจมาโนชญ์ โรจนทรพั ย์
จดั พิมพโ์ ดย: กรีน ไลฟ์ พร้นิ ตง้ิ เฮ้าส์
ISBN: 978-616-93313-0-8
จานวนหนา้ : 256
ราคา: 325 บาท
โดย: นางสาวสิราทพิ ย์ มะเดโช 614101621

เค้าโครงและเน้อื หาโดยสังเขป
หนังสือเล่มน้ีเขียนโดยคุณกิจมาโนชญ์ โรจนทรัพย์ หรือเป็นท่ีรู้จักในช่ือ ครูลิลล่ี ติวเตอร์ภาษาไทย

ท่านมีความรู้และประสบการณ์จากการสอนกว่า 30 ปีโดยโครงสร้างหนังสือคานา จากใจครูลิลลี่ สารบัญ
เนอ้ื หาบทที่ 1 ถึงบทที่ 14 ภาคพเิ ศษ บนั ทกึ ช่วยจา และเก่ยี วกบั นักเขียน มเี น้ือหาดังนี้

เนอื้ หาบทท่ี 1 “44 ตวั อักษรไทย จาใหข้ นึ้ ใจ” กล่าวถึง พยางค์ พยัญชนะ อกั ษรไตรยางศ์ อกั ษรควบ
กล้า และอักษรนา

เน้ือหาบทที่ 2 “สระ วรรณยุกต์ ตัวสะกด คนยุคใหม่อย่าใช้ผิดนะ” กล่าวถึง สระ วรรณยุกต์และ
ตัวสะกด

เนือ้ หาบทที่ 3 “คาเป็นคาตาย...ใครฆ่าเหรอ?” กล่าวถึงคาเป็นและคาตาย
เนอ้ื หาบทที่ 4 “เครือ่ งหมายวรรค-ตอน รู้กอ่ นใช้ สอ่ื สารกบั ใครกไ็ ม่พลาด” กลา่ วถงึ เครอื่ งหมายวรรค
ตอน
เนื้อหาบทท่ี 5 “ภาษาต่างด้าวที่ไม่ใช่มะนาวต่างดุ๊ด” กล่าวถึงภาษาไทยแท้และหลักการยืมคาภาษา
เขมร
เนื้อหาบทที่ 6 “คาบาลี-สนั สกฤต ง่ายนิเดยี ว” กล่าวถึงหลักการสงั เกตคายมื ภาษาบาลีสนั สกฤต
เน้ือหาบทท่ี 7 “ประสม ซ้า ซ้อน สมาส สนธิ รู้เอาไว้จะไม่สับสน” กล่าวถึงคาประสม คาซ้อน คาซ้า
คาสมาสและคาสนธิ
เนื้อหาบทที่ 8 “รู้ให้ครบ คา 7 ชนิด พิชิตทุกด่านสอบ” กล่าวถึงคานาม คาสรรพนาม คากริยา คา
วเิ ศษณ์ คาบุพบท คาสนั ธาน และคาอุทาน
เน้อื หาบทที่ 9 “ลกั ษณะของประโยค” กล่าวถึงลักษณะของประโยค
เน้ือหาบทท่ี 10 “คาราชาศัพท์ เรื่องชั้น ๆ ท่ีจาเป็นต้องรู้” กล่าวถึงระดับภาษา ลาดับพระราชวงศ์
และคาราชาศพั ท์
เนือ้ หาบทท่ี 11 “ภาษิต พังเพย สานวนไทย ใครว่ายาก” กล่าวถงึ สุภาษติ สานวน และคาพังเพย

21

เน้ือหาบทที่ 12 “(ภาษา) สวยด้วยวรรณศิลป์” กล่าวถึงจินตภาพ สัมผัสพยัญชนะ สัมผัสสระ สัมผัส
วรรณยกุ ต์ กลบท การซ้าคา การเลน่ คา คาไวพจน์ ประโยคขนานความ การใช้คาที่มีจังหวะดจุ ดนตรี และการ
ใช้คาทีม่ ีเสียงดจุ ดนตรี

เนือ้ หาบทที่ 13 “โวหาร ภาพพจน์ กฎแห่งการสรา้ งภาพให้คา” กลา่ วถงึ อปุ มา อปุ ลักษณ์ สญั ลกั ษณ์
นามนัย บุคลาธิฐาน อธพิ จน์และอวพจน์ สทั พจน์ ปฏิพากย์ และอปุ มานทิ ศั น์

เน้ือหาบทท่ี 14 “ฝึกปรือฝีมือ แต่งคาประพันธ์” กล่าวถึง ครุลหุ เอกโท คณะ พยางค์ สัมผัว คาเป็น
คาตาย ฉันทลักษณ์ไดแ้ ก่ กลอนแปด โคลงสี่สภุ าพ กาพย์ยานี 11 กาพยฉ์ บงั 16 กาพยส์ รุ างคนางค์ 28 อนิ ทร
วเิ ชียรฉนั ท์ 11 โคลงสอง โคลงสาม

เนือ้ หา “ภาคพเิ ศษรู้ไว้ใชว่ ่า” กล่าวถงึ คาทีม่ ักใช้ผิดความหมาย คาคลา้ ยกัน แต่วิธีใชต้ ่างกนั คาท่ีมัก
อา่ นผดิ คาทม่ี ีได้หลายความหมาย การอ่านวันเดือนปี การใชพ้ จนานกุ รม การเขยี นบรรณานกุ รม

บทวิจารณ์

ผู้เขยี นหนงั สือเล่มนีเ้ ปน็ ติวเตอร์วิชาภาษาไทยเพราะได้ออกตวั ไว้วา่ “ทุกปีคุณครูลลิ ลจ่ี ะไดเ้ จอกับเด็ก
จานวนมากท่ีมาเรียนภาษาไทยเสริมนอกเวลาเพื่อเตรียมตัวสอบในระดับช้ันต่าง ๆ” ครูลิลล่ียังบอกอีกว่าพบ
เจอปัญหาของนักเรียน “..พบปัญหาในการเรียนภาษาไทยของเด็กส่วนใหญ่คือเรื่องของหลักภาษา ซ่ึงเป็ฯ
พื้นฐานสาคัญของการเรียนทุกภาษาบนโลกใบน้ี..” ถ้าเปิดดูสารบัญจะเห็นว่าเน้ือหาภายใน ประกอบด้วยการ
สร้างชื่อบทเรียนให้น่าสนใจ เช่น “คาราชาศัพท์ เรื่องช้ัน ๆ จาเป็นต้องรู้” แทนที่จะเป็น คาราชาศัพท์และ
ลาดับพระราชวงศ์ ซึ่งอาจเป็นการเปิดหัวข้อที่ไม่น่าสนใจ สอดคล้องกับเด็กยุคปัจจุบันที่ชอบภาษาไม่เป็น
ทางการจนเกินไป ในการเนิ่มต้นแต่ละบทก่อนเข้าเนื้อหาน้ัน ครูลิลลี่จะมีการเกริ่นนาด้วยข้อความตัวใหญ่ ๆ
ประมาณ 4-8 บรรทัดและเต็มหน้ากระดาษ เพ่ือสร้างความแปลกใหม่และน่าอ่านกว่าข้อความตัวเล็ก ๆ
ตัวอย่างเช่น “เรียนรู้เร่ืองพยางค์กันไปแล้ว บทน้ีเราจะขยับมาเรียนเร่ืองคากันค่ะ รูปแบบของคาที่ใช้ใน
ภาษาไทยหรือที่เราเรียกกันว่า รูปลักษณ์ คาไทย แบ่งเป็นคามูล คาประสม คาซ้อน คาซ้า คาสมาส คาสนธิ”
จะเหน็ ได้ว่ามีการเกริ่นนาเพ่ิมเข้าสบู่ ทเรียนและเพ่ือให้เนื้อหาเช่ือมโยงกนั เปน็ ลาดบั จากยากไปหางา่ ย

ในส่วนของเน้ือหาแต่ละบทน้ันครลู ลิ ลี่ได้กล่าวถงึ อยา่ งย่อแตล่ ะหวั ข้อและเนน้ การยกตัวอย่างมากกว่า
การอธิบาย มีตัวอย่างเปรียบเทียบให้เห็นอย่างชัดเจน มีการพูดคุยเสมือนเรียนอยู่กับครูลิลล่ีตลอดท้ังเล่ม
“คลายเครียดกันไหมคะลกู ๆ ขา หรือยงิ่ เครยี ดกันกวา่ เก่า 55 น่คี ณุ ครูไม่ไดแ้ กล้งหนูนะ แต่อยากใหผ้ อ่ นคลาย
กันจริง ๆ ถ้าหายเครียดกันแล้ว ก็ไปลุยบทต่อไปกันดีกว่าเนอะ” จากข้อความข้างต้นครูลิลล่ีได้มีการพูดคุยใน
ระดับภาษาไม่เป็นทางการและยังทาให้น่าตดิ ตาม แทรกเทคนิคการจาง่าย ๆ สั้น ๆ ที่สามารถจาได้จริงไมย่ าก
เช่น “สระสันสกฤตเพิ่มมาอีก 6 ตัวลองท่องง่าย ๆ ว่า ‘ใครเอาเธอฤๅ’.. ” เป็นเทคนิควิธีการง่าย ๆ ที่สร้าง
ความประทับใจให้กับผู้อ่านเพราะเป็นคาสามัญท่ัวไป ถ้อยคาภาษาทันสมัย “ภาษาต่างด้าว ท่ีไม่ใช่มะนาว
ต่างดุ๊ด” และยังมีภาษาสแลงเพ่ือเข้าถึงวัยรุ่นให้เกิดความน่าสนใจและผ่อนคลายในเน้ือหา เหมือนการพูดคุย

22

กับคนวัยเดียวกันซ่ึงเป็นกลวิธีจูงใจวัยเรียนได้เป็นอย่างดี ตัวอย่างเช่น “รู้ไว้...ไม่โป๊ะแตก” สรุปท้ายบทในทุก
บทจบภายในหน้าเดียว แตถ่ า้ หากไมม่ พี ืน้ ฐานอาจจะไมเ่ ข้าใจเนอื่ งจากเน้ือหานัน้ เปน็ การสรปุ ส้ัน ๆ ไม่ได้มกี าร
อธิบายรายละเอียด การเลา่ การอธบิ ายแทรกด้วยอารมณ์ขัน ทาให้เนือ้ หานัน้ ไม่ตึงเครียดจนเกนิ ไป หนังสือเล่ม
นี้มีสีสันโทนเดียวกันในหนึ่งบท และเรียบง่าย เน้นเน้ือหาการเก็งข้อสอบเช่นมีการยกตัวอย่างสานวนท่ีมักจะ
ออกข้อสอบบ่อย ระวังประโยคออกข้อสอบบ่อย ๆ ระวังถ้าข้อสอบถามว่าคาซ้าข้อใดต่างจากข้ออื่น ให้ดูว่าคา
ซา้ คานั้นความหมายแปลวา่ อะไร หรอื ดูหนา้ ที่วา่ ขยายอะไร ขยายนามหรือขยายกรยิ า

“เรียนลัดอัศจรรย์วันเดียว...จบ ภาษาไทยครูลิลล่ี” เล่มน้ี “ครูลิลลี่” ติวเตอร์ภาษาไทยช่ือดัง ต้ังใจ
กล่ันประสบการณ์จากการสอนกว่า 30 ปี ออกมาเป็นคู่มือหลักภาษาไทยที่เข้าใจง่าย เรียงลาดับเนื้อหาอย่าง
ต่อเนื่อง สอดแทรกด้วยสูตรเด็ดเคล็ดลับและเทคนิคการจา ร้อยเรียงด้วยลีลาภาษาท่ีอ่านสนุก เข้าใจง่าย
เหมือนกาลังน่ังเรียกับครูลิลล่ีให้ห้องสอนสด อ่านเรียงไปทีละบท คิดตามไปทีละหน้า เหมาะสาหรับนักเรียน
นักศึกษาและครูผู้สอนภาษาไทย สามารนาไปประกอบการสอนในเร่ืองของการใช้เทคนิคการจาต่าง ๆ การ
สรุปเนือ้ หาใหจ้ าไดง้ ่าย ๆ ซ่ึงภาษาที่ใชน้ นั้ เป็นคาทนั สมัยไมน่ า่ เบื่อ ดงั นน้ั หนังสอื เลม่ นจ้ี ึงเหมาะสมต่อการอ่าน
และครอบครองไว้

23

ช่อื เรอ่ื ง: กาหลมหรทึก
ผู้แต่ง: ปราปต์
จัดพมิ พโ์ ดย: สำนักพมิ พแ์ พรว
ISBN: 978-616-182-062-6
จำนวนหนา้ : 225 หนา้
ราคา: 157 บาท
โดย นางสาว ฐติ ารีย์ ยางเดิม 614101609

เคา้ โครงและเนอื้ หาโดยสังเขป

กาหลมหรทึกเป็นเรื่องราวที่ปราปต์ ผู้แต่งให้เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงพุทธศักราช 2486 ท่ามกลางไฟ
สงครามมหาเอเชียบูรพาที่กำลังประทุ พ.ต.ท.เวทางค์ ภิรมย์รุจ สารวัตรหนุ่มแห่งกองตำรวจสอบสวนกลาง
ได้รับแจ้งเหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญเด็กหญิงในบ้านพักย่านวัดระฆังโฆษิตาราม สภาพศพถูกทุบกะโหลกแตก
แม่ของผู้ตายให้การว่าน่าจะเป็นฝีมือโจรแต่การสืบสวนเบื้องต้นกลับพบว่าเต็มไปด้วยเรื่องน่าคลางแคล ง
โดยเฉพาะบนหน้าผาก ข้อมือ และข้อเท้าทั้งสองข้างของผู้ตายปรากฏรอยสักปริศนาของคำห้าคำ เหย้า เจ้า
แพะ ทิ้ง พงษ์ เงื่อนงำอันเชื่อมโยงสู่คดีฆาตกรรมต่อเนื่องพิลึกพิลั่น และคำสักประหลาดทั่วพระนครและ
จงั หวดั ธนบรุ ี รอยแผลเปน็ จากประวัตศิ าสตรแ์ ละความลับทางวรรณศิลปแ์ ห่งสยามประเทศ

กาหลมหรทึก เขียนโดยนักเขียนหนุ่ม ปราปต์ เจ้าของรางวัลนวนิยายยอดเยี่ยมนายอินทร์อะวอร์ด
ประจำปีพ.ศ. 2557 ใช้เวลาเขียนประมาณ 3 เดือน ข้อมูลในการอ้างอิงเพื่อเขียน กาหลมหรทึก ได้หาข้อมูล
จากอินเทอร์เน็ตเป็น หอสมุดแห่งชาติและหอจดหมายเหตุ และได้ตระเวนดูสถานที่จริงเพื่อเก็บบรรยากาศ
ลายละเอียด และหาเกร็ดประวัติสถานที่เล็กๆ น้อยๆ เพื่อความสมจริง คำว่า กาหลมหรทึก นั้นมีความหมาย
โดยตรงคือเสียงกลองมโหระทึกอันดังกึกก้องเป็นโกลา ส่วนความหมายในหนังสือนิยายกาหลมหรทึกนั้นมีผูใ้ ห้
จำกัดความหมายไวว้ ่า “เรือ่ งวนุ่ วายที่อกึ ทกึ ครกึ โครมและชวนหวาดผวาย่งิ ”

บทวิจารณ์

กาหลมหรทึก เป็นนวนิยายแนวสืบสวนสอบสวนที่มีเนื้อหาสมจริงมาก ผู้แต่งวางพล็อตเรื่องได้อย่าง
น่าทึ่งชวนให้ติดตาม มีการพลิกเรื่อง หักมุม ทิ้งปม มีความสมจริง อีกทั้งสถานที่เกิดเหตุในเนื้อเรื่องก็เป็น
สถานที่ที่มีอยู่จริง การหักมุมจบของนวนิยายเล่มน้ีที่ทำได้สมบูรณ์แบบมาก เพราะเมื่ออ่านไปแล้วแทบจะเดา

24

ไม่ได้เลยว่าปมปัญหาจะคล่ีคลายไปในทิศทางไหนและใครคือคนร้ายตัวจริงตอนแรกคิดว่าเป็นคนนี้พออ่านไป
เรื่อยๆก็กลายเป็นว่าไม่ใช่ กาหลมหรทึกเป็นนิยายแนวย้อนยุคซึ่งผู้เขียนค่อนข้างทำการบ้านมาเป็นอย่างดีท้ัง
ในด้านเนื้อหาที่มีปมซับซ้อนซ่อนเงื่อนหลายชั้นหลายเชิงและการศึกษาสถานที่จริงดังนั้นเมื่ ออ่านแล้วจึงรู้สึก
เหมือนกับว่าตัวเองหลุดเข้าไปอยู่ในสถานที่นั้นด้วยจริงๆ มีกลิ่นอายของสถานทีท่ ี่มีประวัติศาสตร์จารึกไว้ เช่น
ตรอกศาลาต้นจันทน์ วัดระฆังโฆสิตาราม ตรอกศาลาต้นจันทน์อยู่ในย่านวังหลังไม่ไกลจากวัดระฆัง โครงเรื่อง
เดินอยู่ท่ามกลางความโกลาหลของคดีฆาตกรรมหลายคดี โดยนำเสนอได้อย่างรัดกุม โดดเด่น เห็นภาพ พา
ผู้อ่านผ่านจากความตายไปสู่ปมปริศนาและสุดท้ายการคลี่คลายปมก็สะท้อนไปสู่บาปพื้นฐานของคนธรรมดา
คนหน่งึ ตณั หาและความพยาบาททำให้เกดิ ความวุ่นวายและซบั ซ้อนปดิ ทา้ ยด้วยการทำงานของกฎแหง่ กรรมซึ่ง
ผู้เขียนเลือกบรรยากาศและช่วงเวลาการเดินเรื่องได้อย่างโดดเด่น อีกทั้งยังสามารถใช้วรรณศิลป์ในการเล่า
เรื่องได้หมดจดชัดเจนและสามารถหยิบบทร้อยกรองมาใช้ได้อย่างแยบยล โดยบทร้อยกรองที่ถูกนำมาใช้ในนว
นิยายเล่มนี้คือ “กลโคลง” กลโคลง หรือการแต่งโคลงสี่ในรูปแบบพิเศษ เป็นสิ่งที่ผู้เขียนซ่อนคำใบ้และปริศนา
ไว้ จึงทำให้เรื่องราวมีการเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อนอีกทั้งยังมีการใช้ภาษาไทยทั้งเก่าและใหม่ได้อย่างน่าสนใจ
รวมทั้งความพยายามของในการหาข้อมูลประวัติศาสตร์ไทยในยุคนั้นมาประกอบ เพื่อเพิ่มมิติในการเล่า และ
สร้างภาพในจินตนาการให้สมจริงมากยิ่งข้นึ ถือว่าเปน็ ความสรา้ งสรรคท์ ี่ทำให้กาหลมหรทึกแตกต่างและน่าอ่าน
กว่านิยายเรื่องอื่นๆ กลโคลงที่ซับซ้อนเป็นปมปัญหาที่ตำรวจต้องแก้ปม เพราะเมื่อแก้กลโคลงออกจึงได้ จะ
สามารถแปลสิ่งที่ฆาตกรในเรื่องต้องการจะสื่อได้ ความเร้าใจในแต่ละฉากทำให้เนื้อเรื่องมีความน่าติดตามมาก
ยิ่งขนึ้ อีกท้งั ยงั แสดงถึงการประยุกตใ์ ช้สง่ิ ท่ีมอี ยใู่ ห้กลายเปน็ งานเขยี นที่มีคณุ ค่าไดอ้ ีกด้วย

กาหลมหรทึก ไม่ได้เป็นแค่นวนิยายแต่เป็นหนังสือที่สอดแทรกเกร็ดความรู้เข้าไปด้วย อีกทั้งการผูก
เรื่องเข้าด้วยกัน ยังเกี่ยวพันกับสถานที่ที่มีอยู่จริงได้อย่างประณีต ทำให้ผู้อ่านคล้อยตาม คล้ายมีส่วนร่วมเป็น
ตัวละครหน่ึงในนั้น ช่วยตีความและสืบไปตามเรื่องราว และเมื่อไรก็ตามท่ีเหมือนจะถึงจุดคล่ีคลาย ผู้เขียนก็จะ
หกั มมุ ให้ประหลาดใจ จนทำใหผ้ อู้ ่านติดตามด้วยความตน่ื เต้นไปตลอดต้งั แตห่ น้าแรกจนหน้าสดุ ท้าย

25

ชอ่ื เร่อื ง: คุยเฟ่ืองเรื่องรามเกียรติ์
ผู้แต่ง: โกวทิ ตง้ั ตรงจติ ร
จัดพมิ พ์โดย: สำนักพิมพ์สวุ ีรยิ าสาสน์
ISBN: 974-298-564-2
จำนวนหนา้ : 400 หน้า
ราคา: 225 บาท
โดย นางสาว ฐิตารีย์ ยางเดมิ 614101609

เคา้ โครงและเนอื้ หาโดยสังเขป

รามเกียรติ์เป็นวรรณกรรมสำคัญของไทยที่มีต้นกำเนิดมาจากคัมภีร์รามายณะของอินเดีย มีเนื้อหาว่า
ดว้ ยพระนารายณ์อวตารเป็นพระรามลงมาปราบยักษ์ ซ่ึงเปน็ ผ้ไู มอ่ ยูใ่ นศลี ธรรม เรอ่ื งนี้นบั เป็นหนังสือสำคัญใน
ลทั ธิฮนิ ดูและเป็นท่นี ิยมของชาวอนิ เดยี โดยท่วั ไปเม่ืออารยธรรมอินเดียเผยแผเ่ ข้ามายังภมู ภิ าคเอเชียตะวนั ออก
เฉียงใต้ เรื่องที่เนื่องมาจากรามายณะจึงแพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ คือ อินโดนีเซีย มาลาเซีย เขมร ลาว
เวียดนาม พม่า และไทย ประเทศเหล่านี้ต่างมีวรรณกรรมเรื่องรามเกียรติ์ที่แต่งขึ้นในภาษาของตนทั้งสิ้น
รามเกียรติ์ของชาติตา่ งๆน้ันแม้จะมีที่มาเดยี วกันแต่ก็มีความแตกต่างกันในรายละเอียดแต่ละชาติจะสอดแทรก
เอกลักษณ์ คตนิ ยิ ม วถิ ชี วี ติ และวัฒนธรรมของตนลงไป

หนังสือรามเกียรติ์ฉบับภาษาไทยนั้น มีอยู่หลายสำนวนด้วยกันและแต่งเป็นคำประพันธ์หลายรูปแบบ
ทั้ง คำโคลง คำฉันท์ คำกาพย์ และคำกลอน บทละครเรื่องรามเกียรติ์พระราชนิพนธ์ ใน พระบาทสมเด็จพระ
พุทธยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราชนับได้วา่ เป็นรามเกียรติ์ฉบบั ท่มี เี นื้อความบรบิ ูรณ์กวา่ ฉบับอื่นมเี น้ือหาตง้ั แต่หิรันต
ยักษ์ม้วนแผ่นดิน เกิดอโนมาตัน แรกสร้างกรุงศรีอยุธยา แล้วดำเนินความต่อไปจนเกิดสงครามระหว่างมนุษย์
กับยักษ์ กระทั่งถึงพระรามและนางสีดาครองกรุงศรีอยุธยา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมี
พระราชวิจารณ์บทละครเรื่องรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 1 ไว้ในหนังสือบ่อเกิดแห่งรามเกียรติ์ว่า
“สังเกตไดว้ ่าพระราชประสงคค์ ือจะรวบรวมเรือ่ งรามเกียรต์ไิ ว้ให้ได้หมดมากกว่าท่จี ะใชส้ ำหรบั เลน่ ละคร”

บทวจิ ารณ์

รามเกียรติ์นับได้ว่าเป็นวรรณคดียอดเยี่ยมของไทยในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นร่วมสมัยเดียวกับเรื่อง
อิเหนา ขนุ ช้างขุนแผน สงั ขท์ อง พระอภยั มณี ที่ไดร้ บั การยกย่องจากนกั อักษรศาสตรแ์ ละปวงชนชาวไทยอย่าง

26

กว้างขวางทั้งในด้านความไพเราะในเชิงร้อยกรองบทกวีที่งดงามและการดำเนินเรื่องที่ชวนให้ติดตามอ่าน
รามเกียรติ์ได้ชื่อว่ายิ่งใหญ่ที่สุดมีความยาวมากถึง 116 เล่มสมุดไทย ในขณะที่เรื่องอิเหนาและดาหลัง มีเพียง
แค่ 32 เล่มสมดุ ไทย เรอ่ื งอณุ รทุ กเ็ พยี ง 18 เลม่ สมุดไทยเท่าน้ัน

หนังสือ คุยเฟื่องเรือ่ งรามเกียรติ์ ของ โกวิท ตั้งตรงจิตร เป็นหนังสือทีเ่ ล่าเรื่องรามเกียรติ์แบบย่อๆ ให้
พอเข้าใจเรื่องราวซึ่งยังคงสาระสำคัญไว้ค่อนข้างสมบูรณ์ โดยเริ่มจากตอนแรกคือ กำเนิดทศกัณฐ์ ทศกัณฐ์รบ
กับอรชุน ไล่ยาวมาเรื่อยๆเปน็ กำเนิดพิเภก หนุมาน พาลี ทศกัณฐ์รบกับพระราม และจบด้วยศึกทา้ วคนธรรพ์
อันธพาล และพระรามกับนางสีดาก็ครองคู่กันอย่างมีความสุข หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เขียนในรูปแบบร้อยแก้วท้ัง
เลม่ แต่ยงั มบี ทร้อยกรองสอดแทรกเรยี งรอ้ ยเข้ามาในแต่ละตอน เชน่ ตอนที่ทา้ วมาลีวราชซ่งึ สถติ อยู่ ณ ยอดฟ้า
มหาคีรี มีความคิดถึงทา้ วจตุรพักตร์เปน็ ย่ิงนักจึงเสด็จลงมายังกรงุ ลงกาเป็นกระบวนพยุหยาตราใหญ่ พร้อมไป
ด้วยหมู่เทวดาเมือ่ ถึงกรงุ ลงการาชรถทรงขององคท์ ้าวมาลีวราชกล็ งจากฟากฟ้าส่หู นา้ พระลานชัย ทา้ วลัสเตียน
ทอดพระเนตรเห็นตั้งแต่ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าแล้วจึงออกไปรับเสด็จ ท้าวมาลีวราชจึงถามหาท้า จตุรพักตร์
ท้าวลสั เตียนจึงกราบทูลว่าพอ่ ของตนนน้ั ส้นิ ชพี ไปแล้ว ท้าวมาลวี ราชได้ฟงั จงึ เกิดความเศรา้ สลดใจ

“นิจจาเอย๋ เกิดมาในสงสาร ใครจะพน้ พระกาลนนั้ หาไม่

ทง้ั สามภพจบฟา้ สุราลยั กจ็ ะสิน้ สญู ไปเหมือนกนั

ตั้งแตว่ ันนี้จะแลลับ ดัง่ เดอื นดับสนิ้ แสงรังสรรค์

ถึงตวั พย่ี งั มีชวี ัน กจ็ ะมาบรรลยั ตามอนชุ า”

ผู้แต่งอธิบายเนื้อความไปแล้วว่าเกิดเหตุการณ์ใดและสอดแทรกบทประพันธ์เข้าไปให้ผู้อ่านเห็นว่าตอนนั้นตัว
ละครคิดอะไร พูดอะไร ซึ่งการทำแบบนี้จะทำให้ผู้อ่านได้รับอรรถรสมากกว่าการอ่านที่เป็นร้อยแก้วทั้งหมด
และในแต่ละตอนหากมีตัวละครใดปรากฏเข้ามา ผู้แต่งก็จะอธิบายลักษณะความเป็นมาของตัวละครนั้นทันที
เพอ่ื ทีว่ ่าเมอื่ อา่ นต่อไปจะได้เกิดความไหลลน่ื ในการอ่าน มกี ารแทรกภาพในตอนทีส่ ำคญั เอาไวเ้ พ่ือให้ผู้อ่านเห็น
ภาพจริงว่าตัวละครหน้าตาเป็นอย่างไร ภาพการรบในตอนนั้นๆเป็นอย่างไร แม้ว่าจะพิมพ์เป็นสีขาวดำแต่ภาพ
ที่แทรกมานั้นชัดเจนมองออกว่าตัวละครใดเป็นตัวละครใด หนังสือเล่มนี้ค่อนข้างอ่านง่ายเนื้อความเข้าใจง่าย
สำหรับผู้ที่เริ่มอ่านรามเกียรติ์โดยไม่ต้องพึ่งปทานุกรมมากเกินไป เนื้อหาสาระและคุณค่าความงามครบถ้วนไม่
มสี ิง่ ใดขาดตกบกพร่อง นับว่าเป็นหนงั สือที่ควรอา่ นอกี เลม่ ทีเดียว

รามเกียรติ์ คือมรดกทางวัฒนธรรมของชาติชิ้นสำคัญที่ควรจะศึกษาและอนุรักษ์ไว้ไม่ให้สูญสิ้นไปคน
ไทยทุกคนควรจะได้ศึกษาและหาอ่านเพื่อรับรสแห่งวรรณคดีที่ให้ทั้งความรู้ เชิดชูสติปัญญา แฝงหลักธรรมคำ
สอนในพระพทุ ธศาสนา การไม่อยากไดข้ องผูอ้ ื่นจนทำให้เกดิ เร่ืองราวบานปลาย หากนำมาประยุกต์ใช้ในชีวติ ก็
จะเกดิ ความมั่นคงในชวี ติ เป็นอยา่ งมาก

27

ช่อื เรอ่ื ง: ไตรภูมพิ ระรว่ ง
ผูแ้ ต่ง: พระญาลไิ ทย
จดั พิมพ์โดย: สำนกั พิมพค์ ลังวิทยา
ISBN: -
จำนวนหนา้ : 327 หนา้
ราคา: 20 บาท
โดย นางสาว ฐิตารยี ์ ยางเดมิ 614101609

เคา้ โครงและเน้อื หาโดยสังเขป

ไตรภูมิพระร่วง เดิมเรียกว่า เตภูมิกถา หรือ ไตรภูมิกถา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรง
ราชานุภาพ ทรงเปลี่ยนชื่อหนังสือเล่มนี้เป็น ไตรภูมิพระร่วง เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระร่วงแห่งกรุงสุโขทัยให้คู่
กับหนังสือสุภาษิตพระร่วงหอพระสมุดวชิรญาณได้ต้นฉบับมาจากจังหวัดเพชรบุรีเป็นใบลานสิบผูกจารด้วย
อักษรขอมในสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีพระมหาช่วยวัดปากน้ำเป็นผู้จารหอพระสมุดวชิรญาณได้ถอดความ
ออกเป็นอกั ษรไทยโดยมไิ ดแ้ กไ้ ขถอ้ ยคำไปจากเดิม

หนงั สือไตรภูมพิ ระร่วง เปน็ วรรณคดีพุทธศาสนา ท่ีพญาลิไททรงรวบรวมเน้ือหาสาระจากคัมภรี ต์ า่ ง ๆ
ในพุทธศาสนา ทั้งพระไตรปิฎก อรรถกถา และอื่น ๆ ไม่น้อยกว่า 30 คัมภีร์ จึงจัดได้ว่าเป็นพระราชนิพนธ์
ประเภทค้นคว้ารวบรวมที่ดีเล่มหนึ่ง เนื้อเรื่องเริ่มต้นด้วยคาถานมัสการเป็นภาษาบาลี มีบานแพนกบอกชื่อผู้
แต่ง วันเดือนปีที่แต่ง ชื่อคัมภีร์ต่าง ๆ บอกจุดมุ่งหมายในการแต่ง แล้วจึงกล่าวถึงภูมิทั้ง 3 คำว่า เตภูมิ หรือ
ไตรภูมิ แปลว่า สามแดน คือ กามภูมิ รูปภูมิ อรูปภูมิ ทั้ง 3 ภูมิ แบ่งออกเป็น 8 กัณฑ์ (กัณฑ์ = เรื่อง,หมวด,
ตอน) แสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่ง ความไม่แน่นอนทั้งมนุษย์และสัตว์รวมทั้งสิ่งไม่มีชีวิต เช่น
ภเู ขา แม่นำ้ แผน่ ดิน ดวงอาทิตย์ ดวงจนั ทร์ ความเปล่ยี นแปลงนก้ี วไี ทยเรียกว่า “ อนิจจลกั ษณะ ”ไตรภูมพิ ระ
ร่วง เดมิ เรยี กว่า ไตรภมู กิ ถา / เตภูมิกถา หมายถึงเรื่องราวของโลกทัง้ 3 ไดแ้ ก่ กามภมู ิ รปู ภูมิ อรปู ภมู ิ

บทวิจารณ์

หนังสือไตรภูมิพระร่วง เป็นวรรณคดีโบราณที่ใช้ภาษาไทยแบบเก่าและมีศัพท์ทางพระพุทธศาสนา
ปะปนอยู่มากทำให้ยากแก่การอ่านสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานทางพุทธศาสนามาก่อนแต่สำนวนพรรณนาที่ใช้ใน
หนังสือเล่มนี้มีความแจ่มแจ้ง ไพเราะ ช่วยให้เกิดจินตภาพและทำให้เกิดความรู้สึกคล้อยตามไปด้วยในหลายๆ

28

ตอน เช่น พรรณนาถึงความน่ากลัวของนรกภูมิ และความสุขสบายในสวรรค์ทุก ๆ ตอนที่กล่าวถึงเรื่องใดเรื่อง
หนง่ึ ผู้แต่งจะอธบิ ายตอนน้ันอยา่ งละเอยี ดสามารถเห็นภาพตามได้จรงิ เช่น พรรณนาลักษณะของเปรต “เปรต
ลางจำพวก ตัวเขาใหญ่ ปากเขาน้อยเท่ารูเข็มนั้นก็มี เปรตลางจำพวกผอมหนักหนา เพื่ออาหารจะกินบมิได้
แม้วา่ จะขอดเอาเน้อื นอ้ ย 1 ก็ดี เลือดหยด 1 กด็ ี บมิไดเ้ ลย เท่าว่ามีแต่กระดกู และหนงั พอกกระดกู ภายนอกอยู่
ไส้ หนังท้องน้นั เห่ยี วติดกระดูกสนั หลังแล ตานัน้ ลึกและกลวงดงั แสร้งควักเสีย ผมเขานน้ั ยุ่งรุ่ยร่ายลงมาปกปาก
เขามาตรว่าผ้าร้ายน้อยหนึ่งก็ดี และจะมีปกกายเขานั้นก็หามิได้เลย เทียรย่อมเปลือยอยู่ ชั่วตนเ ขาน้ัน
เหม็นสาบพึงเกลียดนักหนาแลเขานั้นเทียรย่อมเดือดเนื้อร้อนใจเขาแลเขาร้องไห้ร้องครางอยู่ทุกเมื่อแล
เพราะว่าเขาอยากอาหารนักหนาแล” กล่าวถึงนรกในแต่ละขุมและอธิบายว่าถ้ากระทำอะไรจะตกนรกขุมใด
กล่าวถึงเมืองมนษุ ย์ท้ัง 4 ทวปี ว่ามคี วามแตกต่างกันอยา่ งไร กลา่ วถงึ สวรรค์พรรณนาถึงสวรรคว์ ่ามคี วามงดงาม
เพียงใดแต่ละชั้นมีความพิเศษอะไรบ้าง แต่แก่นเรื่องสำคัญของไตรภูมิพระร่วง คือ ต้องการสอนให้ผู้คนรักษา
ศีล ประพฤติความดี เกรงกลัวต่อบาปกรรม เข้าใจพุทธศาสนาและช่วยกันดำรงพุทธศาสนาไว้ให้มั่นคง ดังน้ัน
ในไตรภูมิพระร่วงจึงสอดแทรกความเชื่อและภาพสะท้อนสังคมวิถีชีวิตเอาไว้ เช่นความเชื่อเรื่องกรรมใน
อดีตชาติว่า หากเราเกิดมาพิการก็เพราะชาติที่แล้วเราไปฆ่าสัตว์ตัดชีวิตมา ความเชื่อเรื่องสวรรค์นรกว่า หาก
เรายึดมั่นในศีลธรรมความดีเมื่อตายไปก็จะได้ไปอยู่บนสวรรค์ไปบูชาพระจุฬามณี การปกครองของกษัตริย์วา่
การเป็นกษัตริย์ต้องปกครองไพร่ฟ้าด้วยความเป็นธรรม ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุขร่มเย็น หากใคร
เดือดร้อนก็ให้ความช่วยเหลือแก่คนผู้นั้น ความเชื่อเรื่องภพชาติ ความเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดใน
วัฏสงสาร สะท้อนวิถีชีวิตของสตรี ซึ่งความเชื่อที่ปรากฏในไตรภูมิส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของคนไทยมา
จนถงึ ปัจบุ ัน

ไตรภูมิพระร่วงนับเป็นวรรณคดีทางศาสนาที่มุ่งเน้นใหเ้ ห็นถึงแก่นแท้ของชีวิตมนุษยท์ ุกคน สั่งสอนให้
คนทำบุญทำกุศลเป็นคนดีอยู่ในศีลธรรมละเว้นจากการทำบาปทั้งปวงไตรภูมิพระร่วงกำหนดกรอบแห่งความ
ประพฤติเพื่อให้สังคมมีความสงบสุขผู้ปกครองแผ่นดินต้องมีคุณธรรม ความเชื่อที่ปรากฏในเรื่องไตรภูมิพระ
ร่วงยังสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน เช่น ภาพนรกและสวรรค์ก่อให้เกิดผลงานด้านจิตรกรรม ประติมากรรม และ
สถาปตั ยกรรมจนถึงปัจจุบัน

29

ชอื่ เรอื่ ง: นทิ านเวตาล
ผแู้ ต่ง: กรมหมนื่ พทิ ยาลงกรณ์
จดั พิมพโ์ ดย: สำนักพิมพ์ลายกนก
ISBN: 974-893-426-8
จำนวนหน้า: 168 หนา้
ราคา: 213 บาท
โดย นางสาว ฐติ ารีย์ ยางเดมิ 614101609

เคา้ โครงและเนื้อหาโดยสังเขป

นิทานเวตาล เดิมเปน็ วรรณกรรมภาษาสันสกฤตของอนิ เดีย มีชอ่ื วา่ “เวตาลปัญจวิงศติ” หากแปลตาม
ตัวจะได้ความว่า “นิทานเวตาล 25 เรื่อง” มีต้นตอมาจากการแปลเป็นภาษาอังกฤษของ ร้อยเอกเซอร์ริชาร์ด
ฟรานซิส เบอร์ตนั จำนวน 9 เร่อื ง และ ซี. เอช. ทอวน์ ยี ์ จำนวน 1 เรื่อง นทิ านเรอื่ งเวตาลเดมิ ไดเ้ รยี บเรยี งเปน็
ร้อยกรองชื่อ ลิลิตเพชรมงกุฎ โดยเจ้าพระยาพระคลัง (หน) แต่ถอดมาเพียงเรื่องแรกเท่านั้น ก่อนที่ น.ม.ส.
หรือ พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ จะนำมาแปลและเรียบเรียงเป็นภาษาไทยท้ังหมด 10 เรื่อง
เมอื่ พ.ศ. 2461

นิทานเวตาลถูกจัดว่าเป็นงานเขียนที่มีกลวิธีการประพันธ์แบบ Metafiction คือลักษณะที่เรื่องซ้อน
เรอื่ ง มีเรื่องย่อยๆ ซ้อนอยใู่ นโครงเร่ืองใหญ่จึงทำให้มิตขิ องเร่ืองลกึ ขึน้ ผอู้ ่านจงึ เหมือนถูกพาไปพบกับเรื่องราว
มากมาย ในขณะที่ทุกช่วงนั้นยังเกาะติดกับเส้นเรื่องหลักได้อย่างมั่นคง การประพันธ์ลักษณะนี้เป็นแนวที่
เกิดขึ้นในยุคสมัยต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ที่เหล่านักเขียนฝั่งตะวันตกเพิ่งค้นพบทฤษฎีการเขียนแบบใหม่ คือมี
เรอื่ งซ้อนเรอื่ งอนั ทำใหห้ ลุดพน้ จากขนบเดมิ ๆในแนวสัจนยิ มเหมือนจรงิ ท่ีจะเขยี นกันในเร่ืองราวลกั ษณะสมจริง
หรอื ใกล้เคยี งกับความจริง นทิ านเวตาลจึงนับว่าเป็นพัฒนาการข้ันสูงของนทิ านเรื่องเล่าปรัมปรา ท่ีแฝงด้วยคติ
ธรรมต่างๆ ด้วยชั้นเชิงและลีลาการประพันธ์ที่ถือว่าเป็นเอก จึงทำให้นิทานเวตาลเป็นวรรณกรรมที่อมตะได้
โดยแท้จรงิ

บทวิจารณ์

นิทานเวตาล เริ่มเรื่องด้วยการบูชาพระคเณศ เนื้อหาภายในเรื่องเป็นการเล่าเรื่องแบบบรรยายและมี
บทสนทนาเข้ามาแทรกอยู่เป็นระยะ เรื่องราวที่ค่อนข้างลึกลับซับซ้อน น่าค้นหา เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย

30

จุดเด่นของนิทานเวตาล ก็คือการต่อสู้กันด้วยปัญญาระหว่าง เวตาลกับ พระวิกรมาทิตย์ กษัตริย์หนุ่มแห่งกรุง
อุชชยินี ผู้ทรงไขปริศนาทำให้ผู้อ่านต้องลุ้นทุกตอน นอกจากจะได้รับความตื่นเต้นเพลิดเพลินแล้ว ยังได้
สอดแทรกคติธรรมคำสอน วัฒนธรรม ธรรมเนียมปฏิบัติ แนวความคิดและความเชื่อของชาวอินเดียในสมัย
โบราณ เช่น ระบบวรรณะ การตีความตามลักษณะคน การแสวงบุญ หลักการปฏิบัติต่างๆ สามารถลับคม
สติปัญญาของผู้อ่านได้เป็นอย่างดีว่า นอกจากนี้ยังมีการใช้คำในภาษาร้อยแก้ว มีการใช้สำนวนที่แทรกอารมณ์
ขันประชดประชันไว้โดยตลอดซึ่งอ่านแล้วดูยังไงก็ขัดแย้งกับบริบทของตัวละคร ใช้คำง่ายๆแต่ภาพที่อยู่ใน
จินตนาการของผู้อ่านน่าขบขัน ผู้แต่งได้แต่งเป็นร้อยแก้วและแทรกด้วยคำประพันธ์ประเภทกลอนและฉันท์ มี
การใช้โวหารในการพรรณนาเด่นชัดที่สุด รวมทั้งยังมีรสวรรณคดีซึ่งเป็นภาษาวรรณศิลป์ตามแบบฉบับ
วรรณคดีสันสกฤตปะปนอยู่ภายในเล่มซึ่งนอกจากผู้อ่านจะได้สาระความรู้แล้วยังได้ความจรรโลงใจและไ ด้
เรียนรู้กวีนิพนธ์ภายในเล่มอีกด้วย โดยประเด็นของเรื่องแทบทุกเรื่องเกี่ยวข้องกับการแต่งงานและผู้หญิง
หลายๆตัวละครเป็นทุกข์เพราะความรัก คุณค่าสำคัญของ นิทานเวตาล ซึ่งทำให้นิทานเรื่องนี้เป็นอมตะและ
ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบันคือ ปรัชญา แง่คิด คุณธรรมต่างๆ ซึ่งผู้แต่งเขียนเอาไว้เพื่อสอนใจบุคคลทุกชนทุกช้ัน
นบั ตง้ั แตพ่ ระราชาผคู้ รองแผ่นดนิ สามัญชน จนถึงยากไรเ้ ขญ็ ใจ

การอ่านนิทานเวตาลนอกจากอ่านเอาความเพลิดเพลินแล้วผู้อ่านจะได้เห็นกลวิธีนำเสนอของการ
ประพันธ์และวิเคราะห์เงื่อนปมปริศนาต่างๆ ตามไปด้วย การอ่านก็ย่อมเป็นบันเทิงคดีทีเ่ ต็มอิ่มท้ังรสและสาระ
นอกจากนี้ผู้อ่านยังจะได้มองเห็นร่องรอยวิถีความเป็นอยู่และวัฒนธรรมอินเดียยุคโบราณที่ยังส่งอิทธิพลมา
จนถงึ ปัจจุบนั อกี ดว้ ย หนงั สือนทิ านเวตาลจึงเปน็ หนงั สอื ทที่ รงคุณคา่ ทั้งการเสพย์ เพื่อเอาอรรถรสและการเกบ็
สะสมองค์ความรู้เพอ่ื สง่ ผา่ นสคู่ นรุ่นตอ่ ไปให้ได้มโี อกาสรู้จกั กับวรรณกรรมอนั ล้ำค่าชิน้ น้ี

31

ชื่อเรอื่ ง: ภาษาสยาม สำนวนไทย
ผ้แู ตง่ : ลอ้ ม เพง็ แก้ว
จดั พิมพโ์ ดย: สำนักพิมพ์พมิ พค์ ำ
ISBN: 974-88561-2-7
จำนวนหน้า: 136 หนา้
ราคา: 120 บาท
โดย นางสาว ฐติ ารีย์ ยางเดิม 614101609

เคา้ โครงและเน้อื หาโดยสงั เขป

ภาษาสยามสำนวนไทย ของ ล้อม เพ็งแก้ว เป็นหนังสือที่ว่าด้วยความหมายของสำนวนไทย 55 คำ
เพื่อบอกที่มาและความหมายที่แท้จริงของสำนวนนั้นๆ เพราะปัจจุบันมีคนใช้ผิดเป็นจำนวนมาก เช่น ลืมหน้า
อ้าปาก กเ็ พ้ียนเป็น ลืมตาอ้าปาก ซ่ึงสำนวนในหนังสือเลม่ นปี้ รากฏอยูใ่ นหนังสือพิมพ์มติชนเปน็ คอลัมน์เล็กๆท่ี
อธิบายเร่อื งราวของสำนวนไทย จนได้มกี ารจดั พิมพเ์ ป็นหนังสือเล่มนข้ี นึ้ มา

บทวิจารณ์

หนังสือ ภาษาสยามสำนวนไทย ภานในเล่มประกอบไปด้วยสำนวน 55 สำนวน ซึ่งได้อธิบายที่มา
ความหมายโดยแท้จริงและการใช้ให้เหมาะสม ภาษาที่ใช้ในการเขียนค่อนข้างเป็นกันเองจะเป็นวิชาการก็ไม่
วชิ าการมากนกั ผสมความทะลง่ึ ลงไปในหนังสอื แต่ก็ไม่ได้สุ่มส่ีส่มุ หา้ ยกสำนวนมาอธบิ าย มกี ารหาข้อมูลอ้างอิง
จากหนงั สอื หลายๆเลม่ ความเปน็ มาของสำนวนแตล่ ะสำนวนไมไ่ ด้ยาวมากเปน็ การอธิบายสรุปสัน้ ๆให้พอรู้ที่ไป
ที่มา ความแตกต่างของหนังสือเล่มนี้คือการนำเสนอสำนวน อันที่จริงบอกถึงที่ไปที่มาก็คงเพียงพอแต่ผู้แต่ง
อาศัยบริบททางสังคมและการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นมาเป็นเชื้อและตัวอย่างประกอบเพื่อแสดงความเข้าใจ
เช่น สำนวนวัวลืมตีน ผู้เขียนได้อธิบายความเป็นมาว่าวัวเป็นสัตว์ท่ีไว้ใช้แรงงานใกล้ชิดกับคนไทยมาตั้งแต่ไหน
แต่ไรและสาเหตุที่ทำใหเ้ กิดสำนวนคือ การที่วัวบางตวั มนั พลดั หลงออกจากฝงู จนเจ้าของตอ้ งไปตาม เพราะมัน
ลืมรอยกลับคอกตัวเองไม่ถูก เมื่อนำมาสื่อเป็นสำนวนจึงใช้เป็นการตำหนิเรียกคนที่ลืมกำพืดตัวเอง และนำมา
เปรียบกับนักการเมืองที่ไปได้ดิบได้ดีพอหมดวาระก็กลับมาบ้านแต่งตัวดี เจอเพื่อนเก่าทักทายชวนดื่มเหล้าก็
ถามกลับไปว่า “ไม่มีแก้วเหรอ กูกินไม่ได้ถ้าไม่มีแก้ว” เพื่อนจึงตอกกลับไปว่ามึงน่ะวัวลืมตีนเมื่อก่อนปากใคร
ปากใครก็กินได้ทั้งนั้นพอได้ดีเข้าหน่อยต้องสะอาดต้องขอแก้ว ไม่กิน ก็อย่ากิน ภาษาสยามสำนวนไทยจัดเป็น
หนังสือที่น่าอา่ นอีกหนึ่งเล่มเพราะเอกลักษณ์ในการเขียนของล้อม เพ็งแก้ว แปลกใหม่และนา่ ติดตามการเขยี น

32

แบบเสียดสี ยกตัวอย่างประชดประชัดได้เจ็บแสบแต่ไม่หลุดไปจากกรอบความรู้ทำให้หนังสือเล่มนี้อ่านแล้วไม่
น่าเบื่อ ไดท้ ัง้ ความรแู้ ละความฮาท่ีอา่ นแล้ววางไมล่ งเลยทเี ดียว

33

ช่อื เร่อื ง: แม่น้ำรำลกึ Reminiscence of the River
ผแู้ ตง่ : เรวตั ร์ พนั ธ์พุ ิพฒั น์
จัดพิมพ์โดย: สำนกั พิมพ์ในดวงใจ
ISBN: 978-616-382-487-5
จำนวนหนา้ : 287
ราคา: 290 บาท
โดย นางสาว ฐติ ารยี ์ ยางเดมิ 614101609

เคา้ โครงและเนือ้ หาโดยสงั เขป

“แม่น้ำรำลึก” เป็นหนังสือรวมบทกวีนิพนธ์ 43 ชิ้น โดยในเล่มนี้ได้รวมบทกวีเกียรติยศที่กวีอ่านแทนสุนทร
พจนใ์ นงานรับพระราชทานรางวัลซีไรต์เพิ่มไวใ้ นตอนท้าย ภาพรวมของเลม่ เป็นการนำเสนอเรื่องราวย้อนความ
ทรงจำดังทเี่ ขยี นกอ่ นเรมิ่ บทกวไี ว้ว่า “กลบั ไปเยยี่ มวัยเยาว”์ บทกวแี ต่ละชน้ิ สะท้อนภาพชีวิตวัยเยาว์ผ่านสิ่งละ
อันพันละน้อย ตลอดจนสถานที่ เหตุการณ์ ผู้คน และประสบการณ์ต่างๆ เช่น บทกวีที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับ รุ้ง,
ตะเกียง, วา่ ว, โอง่ น้ำ, แมวหนิ บนหลังคา, ปลาตกครอก, ซอ่ น-หา, หมูเ่ มฆ, กองไฟฤดหู นาว, ตน้ หว้า, หนงั สติ๊ก
ชา่ งตดั ผม ฯลฯ บทกวีนำเสนอเรื่องราวของความฝนั ความสขุ ความเศรา้ และความรสู้ กึ สะทกสะเทอื นที่จบใน
ตัว เมื่ออา่ นแตล่ ะชน้ิ ตอ่ เนื่องกนั กเ็ สมอื นหยบิ ภาพแตล่ ะภาพมาต่อกัน จนเปน็ ภาพใหญข่ องชีวิต บทกวี 42 ช้นิ
ปรากฏอยู่ในภาค "ปฐมบท" และสรุปปิดฉากด้วยบทกวีหน่ึงชน้ิ ในภาค "ปจั ฉิมบท" ซง่ึ สะทอ้ นภาพของชายชรา
บนเก้าอี้โยกริมระเบียงที่บ้านชายน้ำในเวลาพลบค่ำผู้ซึ่งย้อนพินิจเรื่องราวกึ่งสุขกึ่งเศร้าเหล่านั้นแล้วทิ้งท้ายไว้
ใหผ้ อู้ ่านได้จนิ ตนาการต่อไป

เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ เป็นกวีร่วมสมัยผู้มีความโดดเด่นในการพรรณนาธรรมชาติและวิถีชีวิตชนบทผ่าน
ความงามเชิงสุนทรียะของภาษาที่แฝงด้วยปรัชญาชีวิตนอกจากนี้เขายังเขียนเรื่องสั้นและนวนิยายที่สะท้อน
แก่นแกนของความเป็นมนุษย์ในหลากหลายมิติ และบ่อยครั้งมักแฝงกลิ่นอายของสัจนิยมมหัศจรรย์ การเป็น
นักเล่าเรื่องที่ช่ำชองผนวกกับศิลปะในการประพันธ์ที่แยบยลและเป็นสากล ทำให้บทกวีของเขามีเอกภาพและ
เปี่ยมด้วยเรื่องราวชวนติดตามราวกับได้มองเห็นชีวิตมาร่ายรำอยู่ตรงหน้า“แม่น้ำรำลึก”ชักชวนผู้อ่านให้
กลับไปเยีย่ มวยั เยาวซ์ ึ่งเป็นวัยท่สี ง่ ผลตอ่ การเตบิ โตเปน็ ผใู้ หญข่ องเราทกุ คนในวันนี้

34

บทวิจารณ์

แม่น้ำรำลึกเป็นกวีนิพนธ์ที่ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนของประเทศไทย
ประจำปีพุทธศกั ราช ๒๕๔๗ เนือ้ หาภายในเล่มจะเปน็ บทกวีทีผ่ ้แู ต่งเล่าเรอื่ งจากการท่ใี ห้ชายชราคนหน่ึงน่ังบน
เก้าอโ้ี ยกมองสายน้ำทไี่ หลไปรมิ ระเบยี งบ้านของตนเองและปลอ่ ยใจให้ยอ้ นกลบั ไปในวัยเยาวโ์ ดยการย้อนรำลึก
กลับไปนั้นกวีได้แทรกความทรงจำลงไปในตัวบทแต่ละบท เช่น สถานที่ เหตุการณ์ ผู้คน และทุกสิ่งรอบตัว
บทแรกเร่ิมตน้ ที่ปฐมบทกลบั ไปเยีย่ มวยั เยาวห์ มายถงึ ชีวิตและความทรงจำในวยั เดก็ เชน่

“ลานดินความหลงั เคยตง้ั ไข่ ล้มแลว้ ลุกขึ้นใหมไ่ มม่ ปี ัญหา

ไม่ร้เู ลยวา่ ไหนโลกไหนโชคชะตา ไมร่ ู้ว่ามไี หวน่ิงของจรงิ ลวง”

(กลบั ไปเยีย่ มวัยเยาว์ : ลานดนิ )

จากบทประพันธ์ข้างต้นจะแสดงให้เห็นว่าเมื่อมาเจอลานดินกว้างๆก็หวนนึกกลับไปในวัยเด็กที่หัดเดิน
ต้วมเตี้ยมค่อยๆตั้งไข่ จนเวลาล่วงเลยไปที่สามารถเดินเองได้แล้วกลับไม่แน่ใจว่าโลกที่พบเจอนั้นเป็นของจริง
หรอื ของปลอม เน้ือเรื่องน้ันดำเนนิ มาเรื่อย ๆจนมาถงึ ปจั ฉมิ บทระหว่างทางในการอ่านทำใหเ้ ราทราบว่าทำไมผู้
แต่งถึงต้องการให้ชายชรามานั่งมองสายน้ำอยู่ริมระเบียง กวีต้องการจะสื่อให้เราทราบว่า สายน้ำก็เหมือนกับ
เวลาเมื่อมันผ่านไปแล้วมันจะไม่สามารถหวนกลับคืนมาได้อีก แต่สิ่งพิเศษที่ยังคงอยู่นั่นคือความทรงจำ
เหมือนกบั บทประพันธ์ทอ่ นหนึ่งในปัจฉิมบทวา่

เก้าอโ้ี ยกรมิ ระเบียงฟังเสยี งนำ้ งามสงบพลบค่ำระรำ่ ไหล

เหงาดงั่ ว่าน้ำหยดจนหมดใจ เหลอื สง่ิ ใดไวบ้ า้ งระหว่างชีวิต”

(กลับไปเยีย่ มวยั เยาว์ : แม่น้ำรำลกึ )

มนุษย์ล้วนมีความฝันที่ต้องไขว่คว้า แต่ความหมายที่แท้จริงของชีวิตกลับอยู่ที่สถานการณ์ในวัยเยาว์ อันเป็น
พลังหล่อเลี้ยงชีวิตในปัจจุบัน แม่น้ำรำลึกเป็นกวีนิพนธ์ที่มีความสมบูรณ์แบบในตัวเองในทุกบท มีโครงเรื่องที่
ต้องการจะสื่อชัดเจนโดยเริ่มจากวัยเด็กเป็นปฐมบทจุดเริ่มต้นและจบด้วยวัยชราปัจฉิมบท กลวิธีในการ
นำเสนอหลากหลายมีทั้งการใช้กาพย์และกลอน เรียงร้อยเรื่องให้ผู้อ่านเห็นว่าในวัยเยาว์ฉันก็เคยผ่านสิ่งนี้มา
เช่นกัน มีการแทรกตัวตนของผู้แต่งลงในบทประพันธ์ เนื่องจากผู้แต่งเป็นชาวสุพรรณบุรีก็อาจจะเป็นไปได้วา่
ฉากระเบียงริมน้ำนั้นจะเป็นริมแม่น้ำสุพรรณท่ีไหลผ่านมา ผู้แต่งแทรกความรู้สึกเคลิ้มชวนฝันและตัดกับความ
เป็นจริงอย่างลงตัว ถ้อยคำที่ใช้ไม่ยากจนอ่านงงแต่ก็ไม่ง่ายจนทำให้อ่านผ่านๆไปได้ มีการเล่นเสียงพยัญชนะ
เสียงสระท่ีไพเราะมาก มภี าพวาดประกอบเลก็ ๆแอบแทรกอยู่ในแตล่ ะบทท่ีเขยี น แมน่ ำ้ รำลกึ แสดงถึงสจั ธรรม

35

ของชีวิตผ่านความงามของธรรมชาติ ยิ่งถ้าหากคนอ่านน้ันเป็นคนชนบทด้วยแล้วจะเห็นถึงความจริงทีว่าชีวิต
ต้องดิน้ รนและตอ่ สมู้ ากเพยี งใด

แม่น้ำรำลึก ของ เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ มีความโดดเด่นที่มีแนวคิดชัดเจนและมีความเป็นสากลดิฉันจึง
อยากแนะนำให้เพื่อนๆหรือผู้ที่สนใจได้มาอ่านซึ่งภาษาที่ใช้นั้นสื่อความเข้าใจง่าย และยังมีฉบับที่แปลเป็น
ภาษาอังกฤษหากอยากแนะนำให้ชาวต่างชาติมาดื่มด่ำกับสุนทรียรสทางภาษาที่ถูกถ่ายทอดออกมาก็สามารถ
ทำได้เช่นเดยี วกนั

36

ชอื่ เรอื่ ง: สามกรงุ
ผแู้ ต่ง: พระราชวรวงศเ์ ธอ กรมหม่ืนพทิ ยาลงกรณ (น.ม.ส.)
จัดพิมพ์โดย: สำนักพิมพ์คลงั วทิ ยา
ISBN: -
จำนวนหนา้ : 455
ราคา: 60 บาท
โดย นางสาว ฐติ ารยี ์ ยางเดมิ 614101609

เคา้ โครงและเนื้อหาโดยสังเขป

สามกรุง เป็นนิพนธ์เรื่องสุดท้ายของกรมหมื่นพิทยาลงกรณ (น.ม.ส.) ในขณะไปผ่าตัดต้อกระจกท่ี
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อปี 2485 ช่วงสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา จนกระทั่งจบเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม
2487 โดยลกั ษณะคำประพันธ์ครบครันทงั้ 5 ประเภท (ร่าย โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน)

สามกรุงเรื่องน้เี ปน็ เรอ่ื งท่กี รมหมนื่ ท่านทรงรกั หวงแหนและภมู ใิ จมากเปน็ พเิ ศษ เพราะเมื่อเขียนเสร็จ
แล้วก็เขียนภาคผนวกซึ่งประกอบไปด้วยสาระสำคัญในวรรณคดีไทยเป็นอันมากต่อมาก็คัดสำเนาต้นฉบับมา
พิมพ์ดดี ถงึ 3 ชดุ แล้วนำไปฝากไว้กบั ผู้ทีไ่ ว้ใจว่าจะคมุ้ ครองจากภัยสงครามพรอ้ มเกบ็ ไว้เองชุดหน่งึ เม่อื หยิบมา
อ่านตรวจทานพลางพึมพำว่า "ไม่ว่าจะเปิดอ่านแห่งไหน ดูมันฝังเพชรพราวทั่วไปหมด" สามกรุงนั้นประกอบ
ไปด้วย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และ กรุงรัตนโกสินทร์ โดยไล่เลี่ยงตั้งตอนพระเจ้าเอกทัศน์เสียกรุงไปถึงตอน
ญี่ปุ่นบุกรุงในรัชกาลที่ 8 เนื้อหาส่วนใหญ่ของเรื่องจะเป็นการสรรเสริญพระเกียรติคุณของพระเจ้าตากสิน
มหาราชและพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจฬุ าโลกมหาราช

บทวจิ ารณ์

สามกรุง เป็นหนังสือที่แต่งขึ้นเพื่อเสียดสีการเมืองการปกครองและสรรเสริญเกียรติคุณของพระเจ้า
ตากสินและรัชกาลที่ 1 โดยเนื้อหาแบ่งเป็นเรื่องราวทั้งหมด 3 กรุง คือ กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และกรุง
รัตนโกสินทร์ โดยเริ่มจากกรุงศรอี ยุธยาในสมัยพระเจ้าเอกทัศน์ผูแ้ ต่งได้แสดงให้เหน็ ว่าทีไ่ ทยเสียกรุงใหแ้ กพ่ มา่
เปน็ เพราะคนไทยขาดความสามคั คี และขาดคนดีท่ีจะเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ดังบทประพันธ์ทว่ี ่า

37

เกา้ ปเี อกทัศได้ ครองดิน

สมเดจ็ สุริยามรนิ ทร์ ฤกษ์ร้าย

เสียฉตั รป่นิ ปฐั พนิ ทร์ เสยี ชพี

ขาดปดุ ดจุ ดงั ด้าย ดิง่ ดน้ หนสลาย

จนถึงในช่วงกรงุ ธนบุรีผูแ้ ต่งสรรเสริญสดุดีถึงบุคลิกผู้นำของพระเจ้าตาก วีรกรรมขับไลพ่ ม่าออกจากอาณาจกั ร
รวมไทยเป็นหนึ่งเดียว และจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ผู้แต่งกล่าวถึงคุณสมบัติความเป็นผู้นำของพระมหากษัตริย์
ทุกรัชกาลที่ต่างก็ได้ทำนุบำรุงและนำพาชาติให้พ้นภัยจากภยันตรายร้ายต่าง ๆนานา สามกรุงเล่มนี้ถือเป็น
วรรณคดียอพระเกียรติ วรรณคดีประวัติศาสตร์ และ วรรณคดีวิจารณ์การเมืองไปในคราวเดียวกัน ซึ่งผู้แต่ง
สามารถใช้กลวิธีการประพันธ์ได้หลากหลายและครบครันทั้ง โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ร่าย ในหนังสือใช้โคลง
เกริ่นเรอ่ื งราวขน้ึ มากอ่ นและใชร้ ่ายเพือ่ การอธิบายผู้แตง่ ไดแ้ สดงทศั นะการวิเคราะห์วิจารณ์ลงในสามกรุงอย่าง
เต็มที่ ใช้สำนวนโวหารที่สื่อความหมายโดยนัย ใช้คำร่วมสมัยที่เกิดในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 บางครั้งใช้
น้ำเสียงทีเ่ ยาะหยัน เสียดสี ประชดประชันซึ่งหากผู้อา่ นมีความรู้ความสนใจในด้านการเมอื งกจ็ ะสามารถเข้าใจ
สง่ิ ทีผ่ ู้แตง่ ตอ้ งการรจะสื่อและถา่ ยทอดออกมาในสามกรุงในส่วนของด้านหลังเลม่ มีภาคผนวกที่อธิบายเร่ืองราว
ความเป็นมาของสามกรุง กวีวจนะทางภาษาที่ปรากฏ และเค้าโครงจากพงศาวดารในสมัยนั้นๆที่นำมาอ้างอิง
มกี ารยกคำศพั ทม์ าอธิบายเพื่อใหร้ ู้ถึงความเปน็ ไปของคำที่นำมาใช้

สามกรุงถือว่าเป็นหนังสือที่สามารถยึดมั่นและนำมาใช้ได้ทุกสมัยสอนเรื่องความรักความสามัคคีของ
คนในชาติและด้วยแนวคิด เค้าโครงเรื่องที่อ้างอิงจากพงศาวดารทำให้สามกรุงเป็นวรรณคดีที่แตกต่างจาก
วรรณคดีเรื่องอื่นๆและได้รับยกย่องมาจนถึงปัจจุบันมีการวิจารณ์การเมืองการปกครองในสมัยนั้นเป็นจำนวน
มากซึ่งเป็นเร่ืองที่น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่งและดิฉันขอมอบให้สามกรุง ของกรมหมืน่ พิทยาลงกรณ เป็นหนังสืออกี
หนงึ่ เลม่ ที่สมควรอา่ นเปน็ อย่างมาก

38

ชื่อเร่ือง : โต๊ะโตะจงั เด็กหญิงขา้ งหนา้ ต่าง
ผแู้ ต่ง : คโุ รยานางิ เทต็ สึโกะ
ผแู้ ปล : ผสุ ดี นาวาวจิ ิต
สานกั พมิ พ์ : ผเี ส้ือ
ISBN : 9789741404896
จานวนหนา้ : 301 หนา้
ราคา : 297 บาท
โดย : นางสาวกรกนก สิทธิชยั 614101601

เค้าโครงและเนื้อหาโดยสังเขป
โต๊ะโตะจงั เด็กหญิงขา้ งหนา้ ต่าง เป็นเร่ืองจริงในวยั เด็กของผเู้ ขียน เท็ตสึโกะ คุโรยานางิซ่ึงไดเ้ รียน

ช้นั ประถมศึกษาในกรุง โตเกียว ช่วงก่อนสงครามโลกคร้ังที่2จะสงบไม่นาน โรงเรียนโทโมเอเป็นโรงเรียน
เลก็ ๆ แตม่ ีวธิ ีการสอนไมเ่ หมือนใคร

ตอนเป็ นเด็กโรงเรียนของคุณเป็ นเช่นไร ความทรงจาแบบไหนท่ีคุณมีต่อโรงเรียน คุณครู เจ้า
ระเบียบ ไมเ้ รียว กฎเกณฑ์ หรือเสียงเรียกช่ือ คุณของครูที่ทาให้คุณสะดุ้งทุกคร้ัง สาหรับโต๊ะโตะจงั แลว้
ความทรงจาท่ีมี ต่อโรงเรียนโทโมเอสมยั ประถมคือความสนุก การช่วยเหลือเพ่ือน การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ วนั
แรกท่ีมาโรงเรียน โต๊ะโตะจงั ซ่ึงถูกไลอ่ อกจากโรงเรียนอ่ืนมา แบบไม่รู้ตวั น้นั ถึงกบั ประทบั ใจครูโคบายาชิ
ท่ีนง่ั ฟังเธอพดู ร่วม ส่ีชวั่ โมงในคร้ังแรกท่ีพบกนั เธอต่ืนเตน้ เม่ือเห็นโรงเรียนที่มีตูร้ ถไฟเป็นหอ้ งเรียน และ
ได้ พบกบั การสอนอยา่ งท่ีไม่เคยเห็นมาก่อน เช่น การ สามารถเลือกนงั่ ที่ไหนก็ไดใ้ นหอ้ งเรียนไม่ซ้ากนั ทุก
วนั การนาอาหารจากทะเลและอาหารจากภูเขามา ใส่กลอ่ งมากินม้ือกลางวนั การแกผ้ า้ วา่ ยน้าในสระท่ี ทาให้
ไม่มีใครรู้สึกแปลกแยก การแข่งขนั กีฬาแลว้ ไดผ้ กั เป็ นรางวลั เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในส่ิงท่ีหา มาได้
ดว้ ยตนเอง การไดเ้ ลือกเรียนวิชาที่ชอบก่อนใน แต่ละวนั ฯลฯ ส่ิงเหล่าน้ี กลายเป็นความทรงจาที่ดี จวบจน
โต๊ะโตะเติบโตข้ึนเป็นผใู้ หญ่ และกลายเป็นนกั แสดงท่ีมีรายไดส้ ูงสุดในญ่ีป่ นุ ติดตอ่ กนั มานาน หลายปี คอื ปี
ละกวา่ 50 ลา้ นบาททีเดียว

39

บทวิจารณ์

โต๊ะโตะจงั เด็กหญิงขา้ งหนา้ ตา่ ง เป็นการเปิ ดมมุ มองในการสอนและการเรียนรู้ของเด็กแก่ผูอ้ ่าน ท้งั
ท่ีเป็นเด็ก ผปู้ กครอง และครูสิ่งที่จบั ใจผอู้ ่าน น้นั คือการไดเ้ รียนรู้จากมุมมองของเด็กอย่างโต๊ะโตะจงั แมว้ า่
ส่ิงน้นั จะเป็นเพียงส่ิงเลก็ ๆ แต่กลบั เป็นจุดเร่ิมตน้ ของการปลูกฝังความคิดบางอยา่ งในใจเด็ก โดยเฉพาะใน
ตอนทา้ ยเรื่องที่เด็กๆ ทุกคนโตข้ึนและมีหนา้ ท่ีการ งานตามความสนใจของตนเอง เอกลกั ษณ์อีกอยา่ งหน่ึง
ของหนงั สือโต๊ะโตะจงั คือภาพประกอบท่ีโดดเด่นลงตวั ราวกบั วาดข้ึนสาหรับเร่ืองโต๊ะโตะจงั โดยเฉพาะน้ี
ไม่น่าเชื่อว่าแทจ้ ริงแลว้ จะเป็ นการคดั ภาพจากจานวน 7,000 ชิ้น ของอิวาซากิชิฮิโร นักวาดภาพชื่อดังผู้
ล่วงลบั ไปแลว้ หนังสือเร่ืองโต๊ะโตะจงั เด็กหญิงขา้ งหน้าต่าง ผูอ้ ่านไดส้ ืบคน้ ขอ้ มูลมา มีแปลเป็ นภาษาอ่ืน
มากกวา่ 10ภาษา จึงบอกไดเ้ ลยวา่ เป็นหนงั สือที่น่าสนใจและควรอา่ น

40

ช่ือเรื่อง : ส่ีแผน่ ดิน
ผแู้ ตง่ : ม.ร.ว.คกึ ฤทธ์ิ ปราโมช
ผแู้ ปล : -
สานกั พมิ พ์ : ดอกหญา้
ISBN : 9746900358
จานวนหนา้ : 963 หนา้
ราคา : 500 บาท
โดย : นางสาวกรกนก สิทธิชยั 614101601

เค้าโครงและเนื้อหาโดยสังเขป
นวนิยายเล่าประวตั ิศาสตร์บางส่วนใน สมยั รัชกาลที่5 ถึงรัชกาลท่ี8 ผา่ นชีวิตต้งั แต่ เด็กจนชราของ

แม่พลอยตวั ละครเอกท่ีนา พา เรื่องไปสู่เหตุการณ์บา้ นเมืองในสมยั น้นั ซ่ึง ในช่วงท่ีมีชีวิตอยู่ไดพ้ บกบั สิ่ง
ตา่ งๆ ท่ีมีท้งั สุข และทกุ ขม์ ากมาย
แผน่ ดินที่ 1: รัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
พลอยเกิดในรัชสมยั ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อย่หู วั บิดาของพลอยช่ือ พระยาพิพิธ ฯ มารดา
ชื่อ แช่ม เป็นเอกภรรยาของพระยาพิพิธ ฯ แตไ่ มใ่ ช่ฐานะคณุ หญิง เพราะคุณหญิงท่าน ชื่อ เอ้ือม เป็นคนอมั พ
วา ไดก้ ลบั ไปอยู่บา้ นเดิมของท่านเสียต้งั แต่ก่อนพลอยเกิด เหลืออยู่แต่บุตรของคุณหญิง3 คน อย่ใู นบา้ น
คือ คุณอุ่น พ่ีสาวใหญ่ อายุ 19 ปี คุณชิดพ่ีชายคนรอง อายุ 16ปี คุณเชย พ่ีสาวคนเล็กแต่แก่กว่าพลอย 2 ปี
พลอยมีพ่ชี ายร่วมมารดาหน่ึงคน ช่ือ เพ่ิม อายุ 12 ปี และมีนอ้ งสาวคนละมารดาซ่ึงเกิดจากแวว ภรรยาคนรอง
จาก แม่แช่ม ชื่อ หวาน อายุ 8 ปี ในบรรดาพี่นอ้ งร่วมบิดา พลอยจะคุน้ เคยกบั คุณเชยเป็นพิเศษ เพราะอายุรุ่น
ราวคราวเดียวกนั ส่วนคุณอุ่นพ่ีสาวใหญ่น้นั พลอยเห็นว่าเป็นผทู้ ี่น่าเกรงขาม เพราะเธออยบู่ นตึกร่วมกบั เจา้
คุณพอ่ ซ่ึงเจา้ คุณพ่อก็ไวว้ างใจวา่ เป็นลกู สาวใหญ่ จึงใหถ้ ือกญุ แจแตผ่ เู้ ดียว และจดั การกบั การจบั จ่ายใชส้ อย
ทุกอย่างภายในบา้ น ส่วนคุณชิดและพ่อเพิ่ม พลอยเกือบจะไม่รู้จกั เสียเลยเพราะคุณชิดไม่ค่อยอยบู่ า้ น และ
พ่อเพ่ิมน้นั ดูจะสวามิภกั ด์ิคุณชิดมากกวา่ พ่ีน้องคนอ่ืน ซ่ึงพ่อเพิ่มตอ้ งแอบไปมาหาสู่มิใหแ้ ม่แช่มเห็นเพราะ

41

ถา้ แมแ่ ช่มรู้ทีไรเป็นเฆ่ียนทกุ ที ส่วนหวานนอ้ งคนละแมย่ งั เด็กเกินไปท่ีพลอยจะใหค้ วามสนใจเจา้ คุณพ่อได้
ปลูกเรือนหลงั หน่ึงให้แม่แช่มกบั ลูก ๆ อยใู่ กลก้ บั ตวั ตึกในบริเวณบา้ น มีบ่าวซ่ึงแม่แช่มช่วยมาไวใ้ ชท้ างาน
บา้ นต่าง ๆ ชื่อ นางพิศ

ต้งั แต่พลอยจาความไดจ้ นถึงอายุ 10 ขวบ พลอยมีความรู้สึกว่า แม่และคุณอุ่นมีเรื่องตึง ๆ กนั อย่เู สมอ ซ่ึง
ก่อนท่ีแม่พลอยจะออกจากบา้ น พลอยสังเกตเห็นว่ามีความตึงเครียดระหว่างแม่และคุณอุ่นมากกว่าปกติ
จนกระทง่ั คืนหน่ึงแมไ่ ดเ้ ขา้ มาปลกุ พลอยแลว้ บอกวา่ จะเอาพลอยไปถวายตวั กบั เสด็จ ส่วนพ่อเพิ่มเจา้ คุณพ่อ
ไม่ยอมให้เอาไป คืนน้นั แม่เก็บของอย่กู บั นางพิศท้งั คืน พอรุ่งสางแม่ให้นางพิศขนของไปไวท้ ี่ศาลาท่าน้า
และใหพ้ ลอยไปกราบลาเจา้ คุณพ่อ เมื่อพลอยลาเจา้ คุณพ่อเสร็จแลว้ ก็เดินมาท่ีศาลาท่าน้า เพือ่ ลงเรือโดยมีพ่อ
เพ่ิมนัง่ ร้องไห้อยู่ที่ศาลาท่าน้า พอเรือแล่นออกไป พลอยก็รู้สึกตื่นตาต่ืนใจกบั ส่ิงต่าง ๆ ที่เห็น จนกระทงั่
มาถึงที่ท่าพระ แม่แช่มก็พาพลอยข้ึนจากเรือแลว้ เดินเลาะกาแพงวงั ไปสักครู่หน่ึงก็เล้ียวเขา้ ประตูช้ันนอก
พลอยน้นั ต่ืนตาต่ืนใจย่ิงข้ึน เพราะภายในบริเวณวงั น้นั เต็มไปดว้ ยตึกใหญ่โตมหึมา ผคู้ นยกั เยียดเบียดเสียด
กันตลอด แลว้ เดินเลาะกาแพงวงั ไปจนของท่ีวางขายก็มีมากมาย พอมาถึงกาแพงสูงทึบอีกช้นั หน่ึง จะมี
ประตูบานใหญ่เปิ ดกวา้ งอยู่ คนที่เดินเขา้ ออกประตูลว้ นเป็ นผู้หญิงท้งั สิ้น แม่แช่มเดินขา้ มธรณีประตูเขา้ ไป
ขา้ งในแลว้ แต่พลอยเดินขา้ มธรณีประตูดว้ ยความพะวา้ พะวงั จึงทาให้เทา้ ท่ีกา้ วออกไปยนื อยบู่ นธรณีประตู
พลอยตกใจมากว่งิ ร้องไหไ้ ปหาแมแ่ ช่ม แมแ่ ช่มจึงพาพลอยไปกราบที่ธรณีประตูเสียก็หมดเร่ืองพลอยไดร้ ู้มา
ทีหลงั วา่ หญิงท่ีทาหนา้ ท่ีเฝ้ าประตวู งั และดูแลความสงบเรียบร้อยในวงั น้นั ชาววงั ทวั่ ไปเรียกกนั วา่ "โขลน"

แม่แช่มพาพลอยเดินไปเร่ือย ๆ ผา่ นท่ีต่าง ๆ มากมาย ในท่ีสุดก็มาถึงตาหนกั ของเสด็จ แม่จะพาพลอยไปหา
คุณสายก่อน ซ่ึงเป็นขา้ หลวงกน้ ตาหนกั ของเสด็จคุณสายเป็นขา้ หลวงต้งั แต่เสด็จท่านยงั ทรงพระเยาว์ เสด็จ
จึงมอบให้คุณสายช่วยดูแลกิจการส่วนพระองค์ทุกอย่าง และดูแลว่ากล่าวขา้ หลวงทุกคนในตาหนัก เม่ือ
พลอยไดพ้ บกบั คุณสายแลว้ พลอยก็รู้สึกวา่ คุณสายเป็นคนใจดีมาก ไม่ถือตวั วา่ เป็นคนโปรดของเสด็จ และ
ยงั คอยช่วยเหลือขา้ หลวงตาหนกั เดียวกนั เสมอ คุณสายหาขา้ วหาปลาให้แม่แช่มกบั พลอยกิน แลว้ คุณสายก็
จดั การเยบ็ กระทงดอกไมเ้ พื่อใหพ้ ลอยนาไปถวายตวั กบั เสด็จ เม่ือพลอยถวายตวั กบั เสด็จเสร็จแลว้ คุณสายก็
แนะนาให้พลอยรู้จกั กบั ช้อย ซ่ึงเป็ นหลานของคุณสาย ช้อยอายุรุ่นราวคราวเดียวกนั กบั พลอย ชอ้ ยเป็ นลูก
ของพี่ชายของคุณสาย ชื่อ นพ มียศเป็ นคุณหลวง แม่ของชอ้ ย ช่ือ ช้นั ชอ้ ยมีพี่ชายอยหู่ น่ึงคน ชื่อ เนื่อง ชอ้ ย
น้ันเป็ นเด็กที่ซุกซนและมีเพื่อนฝูงมาก พลอยจึงเขา้ กบั ช้อยได้ดีทีเดียว พลอยอยู่ในวงั ไดห้ ลายวนั แลว้ ก็
ไดร้ ับความรู้ใหม่ ๆ ไดเ้ ห็นของใหม่ ๆ อยา่ งไม่มีที่สิ้นสุด

คุณสายให้พลอยเรียนหนงั สือพร้อมกบั ชอ้ ย ช่ือ มูลบทพกิจ และคุณสายก็ไดส้ อนทาสิ่งต่าง ๆ ใหเ้ สมอ เช่น
การเจี่ยนหมากจีบพลยู าว ใส่เช่ียนหมากเสวยของเสด็จ ตลอดจนดูแลเคร่ืองทรงต่าง ๆ ตอนกลางคนื คุณสาย

42

ให้พลอยไปถวายงานพดั เสด็จตามปกติตอนกลางวนั เป็ นเวลาว่าง นอกจากคุณสายจะมีอะไรมาให้ทาเป็ น
พิเศษหรืออารมณ์ไม่ดี ซ่ึงตอนกลางวนั เป็ นเวลาที่พลอยจะไดต้ ิดตามช้อยออกไปเท่ียวนอกตาหนกั ไปหา
เพ่ือนฝงู หรือวิ่งเล่น ชอ้ ยช่วยทาใหพ้ ลอยคลายเหงาและช่วยชกั นาส่ิงท่ีน่าสนใจต่าง ๆ มาใหพ้ บเห็นหรือได้
รู้จกั อยเู่ สมอ ในท่ีสุดวนั ท่ีพลอยเฝ้ าคอยดว้ ยความประหวน่ั ใจกม็ าถึง เม่ือแม่แช่มจะออกจากวงั และไดท้ ูลลา
เสด็จแลว้ พลอยเสียใจอย่างมาก แต่เสด็จก็ทรงเมตตาพลอย ฝากให้คุณสายช่วยดูแลพลอย นอกจากน้ียงั มี
ชอ้ ยที่คอยอยู่เป็ นเพ่ือนพลอย ทาให้พลอยรู้สึกดีข้ึน ในวนั หน่ึงชอ้ ยไดช้ วนพลอยออกไปหาพ่อและพ่ีชาย
ของชอ้ ย ซ่ึงจะมาเยย่ี มทกุ วนั พระกลางเดือน ทาใหพ้ ลอยรู้สึกรักและผกู พนั กบั ครอบครัวของชอ้ ยไปโดยไม่
รู้ตวั วนั หน่ึงแม่แช่มไดม้ าเย่ียมพลอยถึงในวงั พร้อมกบั ของฝากมากมาย แม่บอกว่าแม่กาลงั ทาการคา้ ขายอยู่
ท่ีฉะเชิงเทรากบั ญาติห่าง ๆ ช่ือ ฉิม และต่อมาพลอย กร็ ู้มาวา่ แม่แช่มไดแ้ ต่งงานกบั พ่อฉิมแลว้ ซ่ึงแมก่ ไ็ ดต้ ้งั
ทอ้ งแลว้ คุณสายไดพ้ าพลอยไปหาเจา้ คุณพ่อ เพื่อคุยเร่ืองงานโกนจุกของพลอยท่ีเสด็จทรงเมตตาโกนจุก
ประทานให้ ซ่ึงเจา้ คุณพ่อก็ไม่ไดข้ ดั ขอ้ งงานโกนจุกน้นั จะจดั ข้ึนที่บา้ นของชอ้ ย และท้งั พลอยและชอ้ ยก็ได้
โกนจุกพร้อมกนั เจา้ คณุ พอ่ ของพลอยกม็ าร่วมงานน้ีดว้ ย งานโกนจุกน้นั ผา่ นไปไดด้ ว้ ยดี

เมื่อคุณสาย พลอย และชอ้ ย เดินทางกลบั จากบา้ นชอ้ ยมาถึงตาหนกั ของเสด็จ เสด็จก็มีรับส่ังให้คุณสายข้ึน
ไปเฝ้ าบนตาหนกั ทนั ที เสด็จจึงบอกเรื่องท่ีแมแ่ ช่มตายแลว้ ท่ีฉะเชิงเทรา และมอบภาระใหค้ ุณสายเป็นผบู้ อก
พลอยใหท้ ราบ หา้ ปี ใหห้ ลงั จากวนั ที่แม่แช่มตาย พลอยก็ยงั อยู่ท่ีตาหนกั ของเสดจ็ พลอยอายไุ ด้ 16 ปี เศษแลว้
นบั ว่าเป็ นสาวเต็มตวั และถา้ ใครเห็นก็ตอ้ งชมว่า สวยเกินที่คาดไว้ ส่วนช้อยเม่ือเป็ นสาวแลว้ ก็ไม่ไดท้ าให้
นิสัยของชอ้ ยเปลี่ยนไปไดเ้ ลย ชอ้ ยยงั คงเป็นคนสนุกสนานร่าเริง และมีความคดิ เป็นของตนเองอยา่ งแต่ก่อน
ซ่ึงท้งั พลอยและชอ้ ยไดส้ ละความเป็นเด็กยา่ งเขา้ สู่ความเป็นผใู้ หญ่อยา่ งสมบูรณ์

การท่ีพลอยสนิทสนมกบั ชอ้ ย ทาให้พลอยน้นั สนิทกบั ครอบครัวของชอ้ ยดว้ ย พ่ีเน่ืองซ่ึงเป็นพ่ีชายของชอ้ ย
ไดห้ ลงรักพลอยเขา้ จึงทาใหพ้ ี่เน่ืองมกั จะตามพอ่ นพมาเยยี่ มชอ้ ยกบั พลอย เมื่อพี่เน่ืองเรียนทหารจบ พี่เนื่อง
จึงเปิ ดเผยความรู้สึกที่มีกบั พลอยทาให้พลอยเขินอายไม่กลา้ ที่จะเจอหนา้ พ่ีเนื่องอีก พลอยหลบหนา้ พี่เนื่อง
อยู่พกั ใหญ่ จนกระทง่ั พ่ีเนื่องถูกส่งตวั ไปรับราชการท่ีนครสวรรค์ ทาให้พลอยยอมออกมาพบพี่เนื่องเพ่ือ
ร่าลา พลอยจึงเตรียมผา้ แพรเพลาะที่พลอยเคยห่มนอนให้พ่ีเน่ือง ซ่ึงพี่เนื่องไดใ้ ห้สัญญากบั พลอยว่าจะ
กลบั มาแต่งงานกบั พลอย

นอกจากครอบครัวของช้อยแลว้ ญาติของพลอยที่ยงั ติดต่อกบั พลอยอยกู่ ็คือพ่อเพ่ิม ซ่ึงตอนน้ีไดร้ ับราชการ
อยทู่ ี่กรมพระคลงั หอรัษฎากรพพิ ฒั น์ และคุณเชยซ่ึงหลงั จากท่ีพเ่ี น่ืองไปนครสวรรคไ์ ดไ้ มก่ ่ีวนั คณุ เชยก็แวะ
มาเยยี่ มพลอยที่วงั ซ่ึงขณะน้นั ในพระบรมมหาราชวงั ก็จดั ให้มีงานข้ึนท่ีสวนศิวาลยั พอดี ซ่ึงงานน้ีไดจ้ ดั ข้ึน
อยา่ งยงิ่ ใหญ่ เพราะพระเจา้ อยหู่ วั เสด็จกลบั จากประพาสยโุ รป การจดั งานจึงเป็นไปตามแบบฝรั่ง พลอยจึงพา

43

คุณเชยไปเท่ียวงานท่ีสวนศิวาลยั และในงานน้ีเองทาให้พลอยไดพ้ บกบั คุณเปรม ซ่ึงคุณเปรมก็แอบมอง
พลอยตลอดเวลาจนทาให้พลอยรู้สึกไม่พอใจ หลงั จากวนั น้นั คุณเปรมก็ไดส้ ืบเรื่องราวของพลอย จนรู้ว่า
พลอยเป็นลกู สาวของพระยาพิพิธฯ มีพี่ชายก็คอื พอ่ เพิ่ม

คุณเปรมไดท้ าความรู้จกั กบั พอ่ เพ่ิมจนกลายเป็นเพ่ือนกนั ซ่ึงพ่อเพิ่มพยายามจะแนะนาคณุ เปรมใหก้ บั พลอย
แต่พลอยปฏิเสธและไม่สนใจ จนกระทงั่ วนั หน่ึง พลอยไดร้ ับข่าวของพี่เนื่องมาวา่ พ่ีเน่ืองกาลงั จะแต่งงาน
กบั สมบุญ ลกู สาวแม่คา้ ขายขา้ วแกง พลอยรู้สึกเสียใจมาก แต่กส็ ามารถทาใจได้ คณุ เปรมไดพ้ ่อเพิ่มช่วยเป็น
พ่อส่ือให้ แต่พลอยกย็ งั ไม่สนใจคุณเปรม คณุ เปรมจึงเขา้ หาทางผใู้ หญ่ โดยใหพ้ อ่ เพิม่ พาไปเที่ยวที่บา้ น จึงได้
พบกบั พระยาพิพิธฯเจา้ คุณพ่อของพลอย และไดพ้ ูดคุยกนั อยา่ งถูกคอ หลงั จากน้นั ไม่นานคุณอานุย้ ซ่ึงเป็ น
ญาติผูใ้ หญ่ของคุณเปรมก็ไดม้ าทาบทามสู่ขอพลอยจากเจา้ คุณพ่อ ซ่ึงท่านก็ไม่ไดป้ ฏิเสธคุณเปรม และนา
เรื่องมาปรึกษากับคุณสายให้คุณสายไปทูลถามเสด็จ เสด็จก็ทรงอนุญาต แต่พลอยน้ันกลับปฏิเสธการ
แต่งงาน เพราะไม่รู้ว่าควรจะทาอย่างไรดี พลอยจึงนาเรื่องน้ีไปปรึกษาช้อย ซ่ึงช้อยน้ันอยากให้พลอย
แต่งงานตามที่ผใู้ หญ่ตอ้ งการ เพราะชอ้ ยเห็นว่าคุณเปรมน้นั รักพลอยจริง ๆ และอีกอย่างก็เพื่อใหพ้ ่ีเนื่องรู้วา่
พลอยก็ไม่ใช่คนสิ้นไร้ไมต้ อกดว้ ยเหตุผลท้งั หมดน้ี จึงทาให้พลอยตดั สินใจยอมแต่งงานกบั คุณเปรมตามที่
ผใู้ หญ่ตอ้ งการ

เมื่อพลอยแต่งงานกบั คุณเปรมแลว้ ก็ไดย้ า้ ยมาอย่ทู ่ีบา้ นคลองพ่อยมซ่ึง เป็ นบา้ นของคุณเปรม วนั หน่ึงคุณ
เปรมพาพลอยไปพบกบั ตาอน้ ซ่ึงเป็นลูกชายของคณุ เปรมที่เกิดกบั บ่าวในบา้ นพลอยไม่ไดค้ ิดโกรธคุณเปรม
เลย และยงั กลบั นึกรักและเอ็นดูตาอน้ พลอยจึงขอคุณเปรมรับตาอน้ เป็ นลูกของตน พลอยไดเ้ ล้ียงดูตาอน้
เสมือนลูกของพลอยคนหน่ึง หลงั จากน้นั ไม่นานพลอยก็ต้งั ทอ้ งตาอ้นั ซ่ึงเป็นผชู้ ายและเป็นลูกคนแรกของ
พลอย แต่หลงั จากพลอยคลอดตาอ้นั ไดไ้ ม่นาน เจา้ คุณพ่อกต็ าย

เมื่อสิ้นเจา้ คุณพ่อแลว้ คุณเชยก็ทนอยกู่ บั คุณอุ่นท่ีบา้ นคลองบางหลวงไม่ได้ จึงตดั สินใจหนีตามหลวงโอสถ
ไป ทาใหพ้ ลอยรู้สึกไม่สบายใจเลย เพราะเป็นห่วงคุณเชยเม่ือเสร็จงานศพของเจา้ คุณพ่อแลว้ พลอยจึงพาตา
อ้นั เขา้ วงั เพ่ือไปถวายตวั ต่อเสด็จ และขอประทานช่ือ เสด็จน้นั ทรงต้งั ช่ือให้ตาอ้นั วา่ ประพนั ธ์ พลอยจึงต้งั
ชื่อใหต้ าอน้ วา่ ประพนธ์

พอตาอ้ันอายุได้ขวบกว่า ๆ พลอยก็ต้ังท้องลูกคนที่สอง แต่ช่วงท่ีพลอยต้ังท้องลูกคนท่ีสองอยู่น้ัน
พระเจา้ อยหู่ วั กป็ ระชวรและเสด็จสวรรคตในเวลาต่อมา

44

แผน่ ดินท่ี 2: รัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ วั

หา้ ปี ตอ่ มา เม่ือตาอน้ อายไุ ด้ 7 ขวบ ตาอ้นั อายไุ ด้ 5 ขวบ และตาออ๊ ดลูกชายคนท่ีสองของพลอยอายไุ ด้ 3 ขวบ
พลอยก็คลอดลูกคนท่ีสาม เป็นผูห้ ญิงและต้งั ชื่อวา่ ประไพ ในช่วงน้นั ก็มีเหตุการสาคญั คือสงครามโลกคร้ัง
ท่ี 1 แต่ตวั พลอยเองก็ไมไ่ ดร้ ู้เร่ืองอะไรมาก นอกจากท่ีวา่ เป็นเรื่อง “ฝร่ังรบกนั ” ท่ีทาใหข้ า้ วของแพง

หลงั จากน้นั วนั หน่ึง คุณอุ่นซ่ึงไม่ไดต้ ิดต่อกนั ต้งั แต่พ่อของพลอยเสียกม็ ีขอความช่วยเหลือ พลอยจึงรับปาก
ช่วยเหลืออีกท้งั เสนอให้คุณอุ่นยา้ ยมาอย่ดู ว้ ยกนั ทาให้คุณอุ่นซ้ึงในน้าใจและความไม่อาฆาตพยาบาทของ
พลอยมากจนถึงกบั ร้องไห้

สองปี ต่อมาคุณเปรมก็ส่งอ้ันและอ๊อดไปเรียนนอก ส่วนอน้ อยากเรียนทหารจึงไปเรียนโรงเรียนทหาร
จากน้ันพลอยก็ได้แต่นั่งคอยท่ีจะรับจดหมายจากลูก ๆ ในช่วงรัชกาลใหม่น้ีพลอยก็ได้สังเกตเห็นความ
เปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อยา่ ง คุณเปรมน้นั แต่งตวั พิธีพิถนั กว่าท่ีเคยในรัชกาลก่อน และมาวนั หน่ึงก็ไดม้ าบอก
ให้พลอยไวผ้ มยาว เพราะในหลวงท่านโปรด และต่อมาก็บอกใหแ้ ม่พลอยนุ่งผา้ ซ่ินแทนผา้ โจงกระเบน ทา
ใหพ้ ลอยไม่กลา้ ออกจากบา้ นอยนู่ าน

จากน้นั ไม่กี่ปี ตาอ้นั ก็เรียนจบ และกาลงั จะกลบั มาบา้ น ส่วนตาอน้ น้นั ออกเป็นทหารตอ้ งไปประจาหัวเมือง
ตา่ งจงั หวดั แต่พลอยก็ตอ้ งตกใจเมื่อตาอ้นั กลบั มาจริง ๆ พร้อมกนั ภรรยาแหมม่ ชื่อ ลูซิลล์

หลงั จากน้นั ในหลวงก็ประชวรอยไู่ ม่นาน และเสดจ็ สวรรคตในที่สุด

แผน่ ดินท่ี 3 : รัชสมยั พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั

หลงั จากรัชกาลท่ี 6 เสดจ็ สวรรคต คณุ เปรมกล็ ม้ ป่ วยอยหู่ ลายวนั และความสนใจต่อสิ่งตา่ ง ๆ ความกระหาย
ท่ีเป็ นแรงผลกั ดนั ของชีวิตก็ลดนอ้ ยลง จนพลอยตอ้ งเปลี่ยนมาเป็ นฝ่ ายชกั ชวนให้คุณเปรมสนใจสิ่งต่าง ๆ
ผ่านไปไม่นาน ตาอ๊อดก็เรียนจบกลบั มาเมืองไทย และไม่นานคุณเปรมก็ออกจากราชการ หลงั จากน้นั ก็เป็น
คนหงุดหงิดง่าย สิ่งท่ีคุณเปรมพอจะสนใจอยู่อย่างเดียวก็คือการขี่มา้ และมาวนั หน่ึงคุณเปรมก็ตกมา้ และ
เสียชีวติ ลง

ต้งั แต่ท่ีตาอ้นั กลบั มาก็มีความคิดอย่างหน่ึงท่ีทาให้แม่พลอยตกใจ ซ่ึงก็คือความคิดเก่ียวกบั บา้ นเมืองของตา
อ้นั ซ่ึงก็คือความคิดเสรีนิยมและเกี่ยวกบั การปกครองแบบประชาธิปไตยที่ไดไ้ ปเรียนรู้ตอนไปเรียนเมือง
นอก ในช่วงน้นั ผคู้ นก็ต่างพดู กนั เรื่องเกี่ยวกบั คาทานายที่ว่าพระมหากษตั ริยจ์ ะสิ้นพระราชอานาจ หลงั จาก
น้นั ไม่นาน ประเทศไทยกไ็ ดเ้ ปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย

45

พอเปล่ียนการปกครองไดส้ องเดือนเศษ ตาอน้ ก็กลบั มาเย่ียมบา้ น และก็มีเร่ืองใหพ้ ลอยกลุม้ ใจ เพราะตาอน้
น้ันมีความเห็นตรงขา้ มกับการเปล่ียนแปลงระบอบการปกครองอย่างรุนแรง และคิดว่าตาอ้ันเป็ นพวก
กบฏ ไม่มีความจงรักภกั ดี จนถึงกบั ทาใหส้ องพน่ี อ้ งทะเลาะกนั ใหญ่โตและไมค่ ุยกนั จากน้นั ไม่นาน ตาอน้ ก็
ไปรบร่วมกบั ฝ่ายท่ีต่อตา้ นคณะราษฎร และถกู จบั เป็นนกั โทษประหาร และรัชกาลท่ี7 ก็สละราชสมบตั ิ

แผน่ ดินที่ 4 : รัชสมยั พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานนั ทมหิดล

ประไพหม้นั กบั คุณเสวีซ่ึงเป็นเพื่อนของตาอ้นั และแต่งงานกนั หลงั จากน้นั ตาอน้ ก็ถูกส่งตวั ไปอยเู่ กาะตะรุ
เตา ตาอ๊อดก็ถูกกดดนั โดยพ่ีนอ้ งทาใหต้ อ้ งออกไปทางานรับราชการ แต่ก็ทาอยไู่ ดไ้ ม่นานแลว้ ก็ลาออก แลว้
จึงตดั สินใจไปทางานที่เหมืองกบั เพ่ือนที่ปักษใ์ ต้

จากน้นั ไม่นาน ก็เกิดสงครามโลกคร้ังท่ีสอง แต่พลอยก็ยงั ไม่รู้สึกว่าเป็ นเรื่องใกลต้ วั จนกระทง่ั วนั หน่ึงที่
ทหารญ่ีป่ ุนเร่ิมเขา้ มาในเมืองไทย เมืองไทยจึงเจรจาและตกลงเป็นฝ่ายญี่ป่ นุ

อยมู่ าวนั หน่ึง รัฐบาลกไ็ ดอ้ อกกฎใหท้ กุ คนใส่หมวกเวลาออกจากบา้ น และหา้ มกินหมากพลู รวมท้งั ให้เริ่มมี
การกล่าวคาวา่ “สวสั ดี” เป็ นคาทกั ทาย และใชค้ าว่า “ฉัน ท่าน จ๊ะ จ๋า” เมื่อพูดกบั คนอ่ืน โดยบอกวา่ เป็นการ
มี “วฒั นธรรม” เพอื่ ใหช้ าติเจริญ

ต่อมาไม่นาน พลอยก็ไดร้ ู้ว่าตาอ้นั ไดห้ ย่ากบั ลูซิลส์แลว้ และกาลงั ไปมีเมียแลว้ ชื่อสมใจ และมีลูกสองคนคอื
แอ๊ดและแอ๊วโดยที่ไม่กลา้ บอกแม่พลอยเพราะกลวั แม่จะไม่ถูกใจ แม่พลอยจึงดีใจและรีบไปรับหลานและ
ลูกสะใภม้ าอย่ทู ่ีบา้ น แต่พอมาอย่บู า้ นก็อย่อู ยา่ งสงบไดเ้ พียงไม่นานก็เริ่มมีเครื่องบินมาทิ้งระเบิด ทาใหบา้ น
ของแม่พลอยต้องขุดหลุมหลบภัยและต้องคอยระวงั ต่ืนมากลางดึกและไปหลบในหลุมเมื่อได้ยินเสียง
เคร่ืองบิน จนมาคร้ังหน่ึงท่ีพลอยหลบอยู่ในหลุมและรู้สึกถึงความส้ันสะเทือนรุนแรงมาก เมื่อพอพลอย
ออกมาจากหลุมแลว้ ก็ไดเ้ ห็นวา่ บา้ นของพลอยเองไดโ้ ดนระเบิดเขา้ เสียแลว้ จากน้นั พลอยจึงตอ้ งยา้ ยไปอย่ทู ี่
บา้ นคลองบางหลวงซ่ึงเป็ นบา้ นเกิด พอยา้ ยบา้ นมาไดไ้ ม่นานพลอยก็ได้ข่าวว่าตาอ๊อดเจ็บหนักด้วยโรค
มาลาเรีย ตาอน้ ท่ีเพ่ิงไดร้ ับการปล่อยตวั จึงไปอยู่ดูแลตาอ๊อดและยงั ไม่ไดก้ ลบั บา้ น จากน้ันไม่นานตาอน้ ก็
กลบั มาบา้ นพร้อมกลบั ขา่ วร้ายวา่ ตาอ๊อดไดต้ ายเสียแลว้ อน้ จึงตดั สินใจบวชใหแ้ ก่ออ๊ ด

หลงั จากน้ันพลอยก็เจ็บอย่นู านหลายเดือน จนกระทง่ั รัชกาลท่ี8 สวรรคตอย่างกะทนั หัน เมื่อไดท้ ราบข่าว
การสวรรคตพลอยกส็ ิ้นใจไปดุจใบไมแ้ ก่ที่ร่วงโรยหลดุ ลอยไปกบั สายน้าในคลองบางหลวง ผเู้ ขยี นไดข้ มวด
ปมตรงทา้ ยว่าสี่แผ่นดินน้นั ช่างเป็นเวลาท่ียาวนานเหลือเกินชีวิตพลอยไดผ้ ่านสิ่งต่าง ๆ มานานานปั การและ
มากพอแลว้ ท่ีจะลาจากโลกน้ีไปเพราะเครื่องยึดเหน่ียวจิตใจคือองค์พระมหากษตั ริยไ์ ดเ้ สด็จสวรรคตไป
อยา่ งกะทนั หนั

46

บทวิจารณ์

ผเู้ ขียนบอกเลา่ รายละเอียดของผคู้ น ขา้ วของ กิจวตั รประจาวนั ของสาวชาววงั ไดอ้ ยา่ งน่าต่ืนตาต่ืนใจ
เป็นตน้ ว่า การนุ่งผา้ ของกุลสตรีในวงั ที่ตอ้ งเป็นผา้ เขา้ ชุดตามวนั อาหารแสนประณีตท้งั วิธีปรุงอนั ละเมียด
ละไม และการจดั วาง การจดั ลาดบั ช้นั ของชาววงั ที่แยกยบิ ย่อยหลายแบบ คาโบราณ เช่น มงั คะ ท่ีเป็นคาลง
ทา้ ยเวลาพดู กบั เจา้ นายในวงั เป็นส่ิงท่ีน่าสนใจอยา่ งยง่ิ ท่ีเราซ่ึงไมไ่ ดอ้ ยใู่ นยคุ สมยั น้นั แลว้ มีโอกาสเรียนรู้ ส่ิง
เหล่าน้ี ไดผ้ ่านตวั หนงั สือที่สร้างจินตนาการ นอกจากน้ียงั บอกถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศ
ไทยของเราเองวา่ มีการเปล่ียนแปลงอย่างไร คนในชาติตอ้ งปฏิบตั ิตนอยา่ งไรในยุคสมยั น้นั ๆ นอกจากจะมี
พิมพเ์ ป็นหนงั สือแลว้ ก็ยงั มีการนาไปแสดงเป็นละครในโทรทศั นแ์ ละแสดงเป็นละครเวทีอีกดว้ ย ทาในผคู้ น
ไดเ้ ห็นภาพมากยิ่งข้ึน สาหรับผูอ้ ่านไดท้ ้งั ชมและอ่านเรื่องส่ีแผ่นดินมาแลว้ มีความชอบในส่วนของตอน
ท่ีว่า “เสด็จให้มาทูลถามเสด็จ ว่าเสด็จจะเสด็จหรือไม่เสด็จ ถา้ เสด็จจะเสด็จ เสด็จจะเสด็จดว้ ย เสด็จก็จะดี
พระทยั มาก” มีความช่ืนชอบและแนะนาหนงั สือเรื่องน้ีวา่ ควรลองอ่าน


Click to View FlipBook Version