The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คณาเภสัช-เล่มที-1-จุลพิกัด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by หนังสือ-ตำรา, 2023-08-18 02:31:06

คณาเภสัช-เล่มที-1-จุลพิกัด

คณาเภสัช-เล่มที-1-จุลพิกัด

คณะการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เกศริน มณีนูน พัชรวลัย ใจสมุทร คณาเภสัช เล่มที่ 1 : จุลพิกัด


พืชสมุนไพร การแพทย์แผนไทย 2 เกศริน มณีนูน พัชรวลัย ใจสมุทร คณาเภสัช เล่มที่ 1 : จุลพิกัด


จัดพิมพ์โดย คณะการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ www.ttmed.psu.ac.th ข้อมูลทางบรรณานุกรม เกศริน มณีนูน และ พัชรวลัย ใจสมุทร คณาเภสัช. เล่มที่ 1: จุลพิกัด. คณะการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2560: 151 หน้า 1. คณาเภสัช 2. จุลพิกัด ISBN: 978-616-271-406-1 คณะผู้จัดทำ : คณะบรรณาธิการ: เกศริน มณีนูน พัชรวลัย ใจสมุทร ที่ปรึกษา: จรัญ มากน้อย ภาพประกอบ: พิตร ช่วยเต็ม เกศริน มณีนูน ธีรวัฒน์สุดขาว ภาพหน้า 3,5,7,8,102,103,143,151 จรัญ มากน้อย ภาพหน้า 107 ข่าใหญ่ รูปเล่ม: พิมพ์ครั้งที่ 1: กรกฎาคม 2560 จุลพิกัด


พืชสมุนไพร การแพทย์แผนไทย 4 สมุนไพร ไทยนี้ มีค่ามาก พระเจ้าอยู่หัว ทรงฝาก ให้รักษา แต่ปู่ย่า ตายาย ใช้กันมา ควรลูกหลาน รู้รักษา ใช้สืบไป เป็นเอกลักษณ์ ของชาติ ควรศึกษา วิจัยยา ประยุกต์ใช้ ให้เหมาะสมัย รู้ประโยชน์ รู้คุณโทษ สมุนไพร เพื่อคนไทย อยู่รอด ตลอดกาล พระราชนิพนธ์ใน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี


จุลพิกัด “คณาเภสัช” เป็นรายวิชาที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการจัดหมวดหมู่ หรือจัดกลุ่มสมุนไพรโดยการนำ สมุนไพรที่มีสรรพคุณคล้ายกัน มีรสยาไม่ขัดกัน มาจัดรวมเป็นกลุ่มและกำ หนดชื่อเรียก เพื่อความสะดวกใน การจดจำ การจัดตำ รับยา และความสะดวกในการเขียนใบสั่งยา ตลอดจนการเขียนตำ ราต่างๆ สมุนไพรที่ นำ มาจัดพิกัดยาประกอบด้วยจำ นวนตั้งแต่ 2 ชนิด หรือ 2 สองสิ่งขึ้นไป โดยทั่วไปสมุนไพรแต่ละชนิดที่นำ มาจัดในพิกัดยา มักมีฤทธิ์ส่งเสริม และไม่หักล้างกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาโรค พิกัดยาจำแนก ได้3 กลุ่ม คือ จุลพิกัด พิกัด และมหาพิกัด โดยแต่ละกลุ่มมีรายละเอียด ดังนี้ จุลพิกัดคือการรวมตัวยาสองชนิดที่มีชื่อเดียวกันแต่แตกต่างกันในเรื่องถิ่นที่เกิดสีขนาดชนิดและรส พิกัดคือการรวมตัวยาหลายชนิดเข้าด้วยกัน มีตั้งแต่ตัวยา2ชนิด(พิกัดยา2สิ่ง)ตัวยา3ชนิด(พิกัดตรี) ตัวยา 4 ชนิด (พิกัดจตุ)ตัวยา 5 ชนิด (พิกัดเบญจ)ตัวยา 7 ชนิด (พิกัดสัตตะ) ตัวยา 9 ชนิด(พิกัดเนาวะ) ตัวยา10ชนิด(พิกัดทศ)และพิกัดพิเศษ แต่ละพิกัดมีนํ้าหนักของตัวยาเท่ากันหรือเรียกว่า มีนํ้าหนักเสมอภาค มหาพิกัด คือ การรวมตัวยาหลายชนิดเข้าด้วยกัน เรียกเป็นชื่อเดียวกัน โดยนํ้าหนักของตัวยาไม่เท่า กัน ขึ้นกับสมุฏฐานของแต่ละโรค หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมข้อมูลเฉพาะจุลพิกัด เนื่องจากเป็นพิกัดยาที่มีข้อมูลจำ นวนมาก ส่วนพิกัดยา อื่นๆ จะจัดทำ ภายหลัง โดยเนื้อหาครอบคลุมจุลพิกัดต่างๆ ได้แก่ จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำ เนิด สีขนาด ชนิด (เพศ)และรสรวมทั้งสิ้น 62 พิกัดยาแต่ละพิกัดยาประกอบด้วยข้อมูลชื่อพื้นเมืองชื่อวิทยาศาสตร์ส่วนที่ใช้ สรรพคุณ และภาพประกอบ รวมทั้งข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ เช่น ตัวอย่างตำ รับยาที่ได้รวบรวมจากหมอพื้น บ้านท่านต่างๆ ในพื้นที่ภาคใต้ที่ผู้เขียน และนักศึกษาคณะการแพทย์แผนไทยได้รวบรวมไว้ ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสือเล่มนี้จะมีประโยชน์สำ หรับใช้เป็นคู่มือประกอบการเรียนวิชาที่มี เนื้อหาเกี่ยวข้องกับคณาเภสัช (จุลพิกัด) และนำ ไปประยุกต์ใช้ในการจัดตำ รับยาสำ หรับรักษาผู้ป่วยต่อไป อย่างไรก็ตาม ตำ รับยาในหนังสือเล่มนี้เป็นเพียงตำ รับยาที่ยกตัวอย่างการใช้สมุนไพรในจุลพิกัดเป็น ส่วนประกอบ หากท่านใดสนใจนำ ไปใช้ประโยชน์ควรมีการตรวจสมุฎฐานผู้ป่วยประกอบการพิจารณาในการ เลือกตำ รับยาด้วย และควรปรับเปลี่ยนตัวยาตามสมุฎฐานผู้ป่วย คำ�นำ�


พืชสมุนไพร การแพทย์แผนไทย 6


จุลพิกัด ข้อมูลในหนังสือเล่มนี้ส่วนหนึ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากการรวบรวมงาน วิจัยเรื่องภูมิปัญญาของหมอพื้นบ้านภาคใต้ในจังหวัดต่างๆโดยรวบรวมจาก หมอพื้นบ้านที่มีประสบการณ์มีความชำ นาญในการรักษาโรคมามากกว่า20 ปีและเป็นบุคคลที่คนในชุมชนให้การยอมรับ ประกอบด้วย หมอพื้นบ้านใน จังหวัดพัทลุง ได้แก่ หมอหร้อหวาน วัชรจิรโสภณ หมอยะฝาดกะหละหมัด หมอโหยบ หลำสะ หมอสมบูรณ์ทิพย์นุ้ย หมอรื่น สรรเสริญ หมอลาภ เดชะ พันธ์หมอเหล็ม หวัดแท่น หมอกาศเอียดหม้ง และหมอแดง ทองสม หมอ พื้นบ้านในจังหวัดสงขลาได้แก่หมอสมพรชาญวณิชย์สกุล หมอไข่โกสินทร์ หมอประสิทธิ์อินทรพันธ์หมอประวิทย์แก้วทอง หมอบุตร ปานประดิษฐ์ หมอประยุทธ์บุญยัง หมอศุภวัทน์นิลสุวรรณ หมอไล่ วัชรฤทธิ์และหมอ ยะยอ หลำขุน หมอพื้นบ้านในจังหวัดกระบี่ได้แก่ หมอทวีหมันหมาดและ หมอจำ นง กาญจนโสภณ และหมอพื้นบ้านในจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้แก่ หมอแฉล้ม มงคล รวมทั้งครอบครัวของหมอพื้นบ้านทุกท่าน ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตหาดใหญ่ ที่ได้ ให้ทุนในการทำวิจัยเรื่องภูมิปัญญาของหมอพื้นบ้านภาคใต้คณะการแพทย์ แผนไทย ที่ได้อนุเคราะห์อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ขอขอบคุณ คุณพิตร ช่วยเต็ม สำ หรับภาพถ่ายพรรณไม้ส่วนใหญ่ที่ ใช้ประกอบในหนังสือเล่มนี้และพท. ธีรวัฒน์สุดขาว สำ หรับภาพตัวอย่าง สมุนไพรแห้ง และสุดท้ายซึ่งเป็นกำลังสำคัญคือนักศึกษาคณะการแพทย์แผนไทย รุ่นต่างๆ ที่ได้ช่วยเก็บรวบรวมข้อมูลจากภาคสนาม ทำ ให้งานวิจัยต่างๆ สำ เร็จได้ด้วยดี คำ�ขอบคุณ


พืชสมุนไพร การแพทย์แผนไทย 8


ที่มาของชื่อวิทยาศาสตร์ของพืชสมุนไพร จุลพิกัด 1. พืชสมุนไพรที่สามารถเก็บตัวอย่างมาระบุชนิดได้จะมีชื่อวิทยาศาสตร์ ประกอบ หรือระบุได้เฉพาะชื่อสกุล (genus) เช่น Cycas sp. 2. พืชสมุนไพรจากต่างประเทศ เช่น เทียนต่างๆ ชะเอมเทศ โกฐต่างๆ ชื่อวิทยาศาสตร์จะอ้างอิงจากหนังสือ เช่น - ชยัน พิเชียรสุนทร วิเชียร จีรวงศ์. 2547. คู่มือเภสัชกรรมไทย เล่ม 5: คณาเภสัช. กรุงเทพฯ : อมรินทร์. - ชยัน พิเชียรสุนทร แม้นมาส ชวลิต และ วิเชียร จีรวงส์. 2544. คำอธิบายตำราพระโอสถพระนารายณ์: ฉบับเฉลิมพระเกียรติ72 พรรษามหาราชา 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2544. กรุงเทพฯ : อมรินทร์. 3. พืชสมุนไพรที่ไม่สามารถเก็บตัวอย่างมาระบุชนิดได้จะใช้คำว่า unknown คำ�ย่อลักษณะวิสัย (habit) ของพรรณไม้ C = Climber ไม้เถา Ex = Exotic มาจากต่างประเทศ H = Herb ไม้ล้มลุก S = Shrub ไม้พุ่ม ST = Shrub Tree ไม้ต้นขนาดเล็ก T = Tree ไม้ต้น


เนื้อหา หน้า คำ นำ 6 คำ ขอบคุณ 8 1. จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำ เนิด 1.1 กะทือทั้ง 2 12 1.2 ข้าวเย็นทั้ง 2 14 1.3 ขี้เหล็กทั้ง 2 16 1.4 ชะเอมทั้ง 2 18 1.5 ชุมเห็ดทั้ง 2 20 1.6 ปรงทั้ง 2 22 1.7 ประยงค์ทั้ง 2 24 1.8 ผักหวานทั้ง 2 26 1.9 มะระทั้ง 2 28 1.10 ยอทั้ง 2 30 1.11 สะเดาทั้ง 2 32 1.12 สีเสียดทั้ง 2 34 1.13 หญ้าเกล็ดหอยทั้ง 2 36 1.14 หัสคุณทั้ง 2 38 1.15 อบเชยทั้ง 2 40 1.16 เขาวัวทั้ง 2 42 1.17 ชะมดทั้ง 2 44 1.18 ดีเกลือทั้ง 2 46 2. จุลพิกัดต่างกันที่สี 2.1 ตะบูนทั้ง 2 50 2.2 กะเพราทั้ง 2 52 2.3 กระดูกไก่ทั้ง 2 54 2.4 กระวานทั้ง 2 56 2.5 กระดาดทั้ง 2 58 2.6 ก้างปลาทั้ง 2 60 2.7 ขี้กาทั้ง 2 62 2.8 ขอบชะนางทั้ง 2 64 2.9 แคทั้ง 2 66 2.10 จันทน์ทั้ง 2 68 2.11 เจตมูลเพลิงทั้ง 2 70 2.12 บัวหลวงทั้ง 2 72 2.13 สัตตบงกชทั้ง 2 74 2.14 เถามวกทั้ง 2 76 สารบัญ การแพทย์แผนไทย


เนื้อหา หน้า 2.15 เทียนทั้ง 2 78 2.16 เปราะหอมทั้ง 2 80 2.17 ย่านางทั้ง 2 82 2.18 ผักเป็ดทั้ง 2 84 2.19 ผักแพวทั้ง 2 86 2.20 ฝ้ายทั้ง 2 88 2.21 พริกไทยทั้ง 2 90 2.22 ละหุ่งทั้ง 2 92 2.23 หางไหลทั้ง 2 94 2.24 กำ มะถันทั้ง 2 96 3. จุลพิกัดต่างกันที่ขนาด 3.1 กระพังโหมทั้ง 2 100 3.2 ข่าทั้ง 2 102 3.3 ตับเต่าทั้ง 2 104 3.4 เปล้าทั้ง 2 106 3.5 เร่วทั้ง 2 108 3.6 ส้มกุ้งทั้ง 2 110 3.7 แห้วหมูทั้ง 2 112 4. จุลพิกัดต่างกันที่ชนิด (เพศ) 4.1 กระพังโหมทั้ง 2 114 4.2 เกลือทั้ง 2 116 4.3 ตำลึงทั้ง 2 118 4.4 ตำแยทั้ง 2 120 4.5 ผักปอดทั้ง 2 122 4.6 มะยมทั้ง 2 124 4.7 ศิลายอนทั้ง 2 126 4.8 เบี้ยทั้ง 2 128 5. จุลพิกัดต่างกันที่รส 5.1 มะขามทั้ง 2 130 5.2 มะปรางทั้ง 2 132 5.3 มะเฟืองทั้ง 2 134 5.4 นํ้าเต้าทั้ง 2 136 5.5 มะนาวทั้ง 2 138 ดัชนีชื่อพื้นเมืองพืชสมุนไพร ดัชนีชื่อวิทยาศาสตร์ จุลพิกัด


จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด 12 พืชสมุนไพร การแบ่งกลุ่มจุลพิกัด ประกอบด้วย 1. จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำ เนิด ประกอบด้วยจุลพิกัดต่างๆ ดังนี้ ข้อมูลเพิ่มเติม : กะทือบ้านและกะทือป่ามีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ที่คล้ายกัน จึงจัดเป็นพืชชนิด เดียวกันตามหลักอนุกรมวิธานพืช อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามหมอพื้นบ้านในพื้นที่ภาคใต้พบว่ากะทือ ป่าจะมีขนาดของใบ ลำต้นเทียม และเหง้าใหญ่กว่าเล็กน้อย และรสของเหง้าจะมีรสขมกว่า ในทางปฏิบัติ พบว่าอาจใช้ชนิดใดชนิดหนึ่งได้ การใช้ประกอบตำ รับยา : นิยมใช้ประกอบตำ รับยาขับลม และสมานผิวภายนอก ตำ รับที่ 1 : ช่วยลดฝ้า รักษาผื่นคัน และบำ รุงผิวพรรณ (พท. สมพร ชาญวณิชสกุล) เหง้ากะทือ 1 ส่วน เหง้าไพล 1 ส่วน เหง้าขมิ้น 1 ส่วน ข้าวสาร 3 ส่วน นำ มาบดผงละเอียด นำผงยา พอประมาณละลายนํ้ามะนาว หรือนํ้ามะกรูด ใช้พอกหน้า พอกผิว ตำ รับที่ 2 : แก้บิด ปวดมวนท้อง (พท. สมพร ชาญวณิชสกุล) นำ เหง้ากะทือขนาดพอประมาณ ฝนนํ้าอุ่น รับประทานเมื่อมีอาการ ตำ รับที่ 3 : ช่วยลดไข้ (พท. เหล็ม หวัดแท่น) เถาบอระเพ็ดผลมะแว้งทั้ง 2 รากมะเขือขื่น ผลกระดอม เหง้ากะทือเหง้าไพล รากและเหง้ากระชาย ผลพริกไทย กระเทียม นํ้าหนักเท่ากัน นำ มาบดผงประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ ละลายนํ้าอุ่นรับประทาน ก่อน อาหาร เช้า เที่ยง เย็น สังเกตอาการ ตำ รับที่ 4 : แก้อาการจุกเสียด แน่นท้องบริเวณลิ้นปี่ หรืออาการของโรคกระเพาะอาหาร (หมอ พื้นบ้าน จังหวัดสงขลา) เถาสะค้าน 4 ส่วน ผลมะแว้งทั้ง 2 เถากำแพงเจ็ดชั้น เหง้ากะทือ ใบพาโหม อย่างละ 1 ส่วน ใบมะกา ใบยออย่างละ ½ ส่วน นำ มาต้มนํ้ารวมกัน ดื่มครั้งละ250 มิลลิลิตรก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น สังเกตอาการ ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 1. กะทือทั้ง 2 กะทือบ้าน กะทือป ่า Zingiber zerumbet (L.) Sm. / H Zingiberaceae เหง้า / ขม ร้อนฝาด บำรุงน้ำนม แก้บิด ปวดเบ่ง ขับลม เจริญไฟธาตุ กะทือ


พืชสมุนไพร 13 จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : การศึกษาฤทธิ์ลดไขมันของสารzerumbone จากเหง้ากะทือในหนูแฮมสเตอร์ซึ่งถูกเหนี่ยวนำ ให้ เกิดภาวะไขมันในเลือดสูง พบว่าหนูที่ถูกป้อนด้วย สาร zerumbone ให้ค่า low density lipoprotein – cholesterol (LDL-C) ไตรกลีเซอไรด์และ โคเลสเตอรอล ทั้งในตับและในเลือดลดลง และพบ ไขมันในอุจจาระเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับหนูที่ให้ อาหารที่มีไขมันสูงเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้สาร zerumbone ยังมีผลลดการแสดงออกของเอนไซม์ และโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างไขมัน และช่วยเพิ่มการแสดงออกของเอนไซม์และโปรตีน ในกระบวนการสลายไขมัน การทดลองนี้แสดงให้ เห็นว่าสาร zerumbone จากกะทือมีฤทธิ์ลดไขมัน ทั้งในตับและในเลือด ซึ่งมีความสัมพันธ์กับกลไก การแสดงออกของโปรตีนในกระบวนการสร้างและ สลายไขมัน (1) 13 กะทือ (Zingiber zerumbet (L.) Sm.): ขนาดลำ ต้นเทียมและช่อดอก ช่อดอกและใบประดับของกะทือ สีเหง้าสดของกะทือ ดอกของกะทือ


จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด 14 พืชสมุนไพร ข้อมูลเพิ่มเติม : ข้าวเย็นเหนือ และข้าวเย็นใต้เรียกอีกชื่อว่า “หัวยาจีน” ในตำ รับยามักระบุชื่อ “หัวยาจีนทั้ง 2” มีทั้งชนิดที่นำ เข้าจากต่างประเทศ และชนิดที่มีในประเทศไทย โดยทั่วไปข้าวเย็นเหนือ หัว จะมีสีนํ้าตาลแดง หรือสีส้มแดง ส่วนข้าวเย็นใต้หัวมีสีขาวเหลือง ข้าวเย็นทั้ง 2 เป็นตัวยาสำคัญที่ใช้ประกอบตำ รับยาที่เกี่ยวข้องกับนํ้าเหลืองเสีย เช่น โรคผิวหนัง โรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบต่างๆ เช่น กามโรค ฝีแผลเน่าเปื่อยพุพอง ตับอักเสบ มดลูกอักเสบ เป็นต้น การใช้ประกอบตำ รับยา : ตำ รับที่ 1 : แก้ระดูขาวผิดปกติ คันช่องคลอด (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) ข้าวเย็นทั้ง 2 รากหญ้าชันกาด เหงือกปลาหมอทั้ง 5 อย่างละ 1 ส่วน ต้มนํ้ารับประทาน ครั้งละ 250 มิลลิลิตร ก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2 : แก้โรคผิวหนังผื่นคัน ข้าวเย็นทั้ง 2 อย่างละ 5 บาท เบญจกุลอย่างละ 1 บาท เกสรห้าอย่างละ 1 บาท ผลคัดเค้า ชะเอม เทศ หัวยั้ง ผลสมอทั้งสาม เบญจตาน อย่างละ 2 บาท ต้มนํ้ารับประทาน ครั้งละ 250 มิลลิลิตรก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น สังเกตอาการ ตำ รับที่ 3 : รักษามะเร็งปากมดลูก ข้าวเย็นทั้ง 2 หัวยั้ง อย่างละ 10 บาท ขันทองพยาบาท หัวร้อยรู หญ้านาง ขมิ้นเครือ อย่างละ 5 บาท โกฐ 5 เทียน 5 สมอทั้ง 3 เบญจผลธาตุอย่างละ 2 บาท มะตูม ลูกจันทน์ กระวาน กานพลู เกสร 5 อย่างละ 1 บาท ชะเอมเทศ อบเชยเทศ โป๊ยกั๊ก อย่างละ 3 บาท ต้มนํ้ารับประทาน ครั้งละ 250 มิลลิลิตร ก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น สังเกตอาการ ตำ รับที่ 4: รักษาอาการผิดปกติบริเวณมดลูก ข้าวเย็นทั้ง 2 อย่างละ 5 บาท บอระเพ็ด ไหลเผือก แสมทั้ง 2 แก่นขี้เหล็ก สมอทั้ง 3 แก่นลั่นทม อย่างละ 2 บาท โกฐทั้ง 5 เทียนทั้ง 5 เกสรทั้ง 5 อย่างละ 1 บาท ผลคัดเค้า เนื้อในฝักราชพฤกษ์ อย่างละ 3 บาท เหงือกปลาหมอ อย่างละ 10 บาท ต้มนํ้ารับประทาน ครั้งละ 250 มิลลิลิตร ก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น สังเกตอาการ ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 2. ข้าวเย็นทั้ง 2 ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ Smilax sp.1 / C Smilax sp.2 / C เหง้า / มัน เมาเบื่อ แก้ประดง ผื่นคัน น้ำเหลืองเสีย ฝี แผลเน่าเปื่อยพุพอง ข้าวเย็น Smilacaceae Smilacaceae


พืชสมุนไพร 15 จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : จากการศึกษาพบว่าพืชที่มีชื่อเรียก “หัวข้าวเย็น” ประกอบด้วยพืชจำ นวน 5 ชนิด 3 วงศ์คือ วงศ์ Dioscoreaceae ประกอบด้วย Dioscorea birmanica Prain & Burkill (มันนก) และ D. membranacea Pierre ex Prain & Burkill (มันหมู) วงศ์Smilacaceae ประกอบด้วยSmilax corbulariaKunth(ข้าวเย็นเหนือ)และS. glabra Wall. ex Roxb. (ข้าวเย็นใต้) วงศ์Lamiaceae ประกอบด้วย Pygmeopremna herbacea Prain (ข้าวเย็นเหนือ ชื่อใหม่คือ Premna herbacea Roxb.) โดยสารสกัดชั้นนํ้าของ D. membranaceaPierre ex Prain & Burkill มีฤทธิ์ต้านมะเร็งเต้านมสอง ชนิด(MCF-7และ MDA-MB468)และสารสกัดชั้นเอทานอลของทั้ง D. membranaceaPierre exPrain & Burkillและ D. birmanica Prain & Burkill มีฤทธิ์ต้านมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก(2) นอกจากนี้ ยังพบว่า D. membranaceaPierreexPrain & Burkill มีฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งและยังมีฤทธิ์อื่นๆเช่น ฤทธิ์ ต้านการแพ้ฤทธิ์ยับยั้ง Nitricoxideซึ่งช่วยสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากพืชชนิดนี้ของหมอพื้นบ้านที่ใช้พืช ชนิดนี้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาที่เกี่ยวข้องกับระบบนํ้าเหลือง การต้านการอักเสบ รักษามะเร็ง (3) ฤทธิ์ ต้านเอนไซม์HIV-1 protease และ HIV-1 integrase (4) ฤทธิ์ต้านการอักเสบ (5) เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างหัวแห้งที่ใช้ประกอบตำรับยาส่วนใหญ่เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์Smilacaceaeยกเว้น หมอพื้นบ้านบางพื้นที่สำ รวจพบ เช่น สุราษฎร์ธานีจะใช้หัวข้าวเย็นใต้ชนิด D. membranacea Pierre ex Prain & Burkill ข้าวเย็นใต้ (Dioscorea birmanica Prain & Burkill) ข้าวเย็นเหนือ (Smilax sp.1) ข้าวเย็นใต้ (Smilax sp.2)


จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด 16 พืชสมุนไพร ข้อมูลเพิ่มเติม : หมอพื้นบ้านภาคใต้บางท่านอาจใช้ขี้เหล็กเลือด (Senna timoriensis (DC.) H.S.Irwin & Barneby) แทนขี้เหล็กป่า ขี้เหล็กบ้านจะมีใบรูปร่างขอบขนานแกมรูปไข่ ปลายใบมน มีติ่ง แหลม หลังใบขาวนวล การใช้ประกอบตำ รับยา : นิยมใช้ประกอบตำ รับยาแก้กษัย แก้ไข้บำ รุงโลหิต ตำ รับที่ 1 : แก้ไข้ (หมอแฉล้ม มงคล) แก่นขี้เหล็กทั้ง 2 ตรีผลา ผลกระดอม รากมะแว้งทั้ง 2 บอระเพ็ด อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้ง หมดต้มนํ้าดื่ม ใช้รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ250 มิลลิลิตรสังเกตอาการแก้ไข้ไข้สะท้าน ร้อน สะท้านหนาว ตำ รับที่ 2 : แก้ไข้เรื้อรัง (หมอแฉล้ม มงคล) ใบมะขาม ผลกระดอม แห้วหมูบอระเพ็ด ใบมะกา เนื้อในผักราชพฤกษ์รากหวายขม รากไผ่รวก จันทน์ทั้ง 2 พุมเรียง สน สักขีข่า ขมิ้นอ้อย มะเดื่อชุมพร หัวข้าวเย็นทั้ง 2 หัวหอม หัวคล้า ยาดำ คนทา ย่านาง รากชิงชี่ รากฟักข้าว ขี้เหล็กทั้ง 2 อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้าดื่ม ใช้รับประทานก่อน อาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 3 : ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) แสมทั้ง 2 แก่นขี้เหล็กทั้ง 2 เถาย่านดูก เถาเอ็นอ่อน เถาโคคลาน อย่างละ 1 ส่วน หญ้าใต้ใบ ผล พริกไทย อย่างละ ½ ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้าดื่ม ใช้รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 3. ขี้เหล็กทั้ง 2 ขี้เหล็กบ้าน ขี้เหล็กป ่า (แสมสาร) Senna siamea (Lam.) Irwin & Barneby / T Senna garrettiana (Craib) Irwin & Barneby / T Fabaceae Fabaceae แก่น / ขม แก่น / ขม ถ ่ายกษัย แก้เหน็บ ชา แก้ไฟธาตุ พิการ แก้กามโรค หนองใน แก้กษัย ไตพิการ ปวดเอว ขับ ปัสสาวะ บำรุง โลหิต ขับระดูเสีย ขี้เหล็ก


พืชสมุนไพร 17 จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด ขี้เหล็กบ้าน (Senna siamea (Lam.) Irwin & Barneby) ขี้เหล็กป่า (Senna garrettiana (Craib) Irwin & Barneby) (ภาพจาก: http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/)


จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด 18 พืชสมุนไพร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ฤทธิ์กดประสาทของ barakol จากใบขี้เหล็กบ้าน (S. siamea (Lam.) Irwin & Barneby) สาร Barakol ซึ่งได้จากการสกัดใบขี้เหล็กบ้าน มีฤทธิ์ยับยั้งระบบประสาทส่วนกลาง ส่งผลทำ ให้นอนหลับได้ดี ขึ้น โดยจะช่วยลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ ซึ่งเมื่อทดสอบเพื่อหากระบวนการออกฤทธิ์พบว่ามีฤทธิ์ลด การหลั่ง dopamine แต่ไม่ผ่าน GABA หรือ glycine ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าฤทธิ์กดประสาทส่วนกลางเกิดขึ้น เนื่องจากการลดการหลั่ง dopamine (6) ขี้เหล็กเลือด (Senna timoriensis (DC.) H.S.Irwin & Barneby) เปรียบเทียบเนื้อไม้ 1) แสมทะเล 2) แสมสาร(ขี้เหล็กป่า) 3) ขี้เหล็กบ้าน 1 2 3


พืชสมุนไพร 19 จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 4. ชะเอมทั้ง 2 ชะเอมไทย (ส้มป่อย หวาน อ้อย ช้าง) ชะเอมเทศ (ชะเอมจีน) Albizia myriophylla L. / C Glycyrrhiza glabra L. (1) / ExS Fabaceae Fabaceae เนื้อไม้ราก / หวานขม ราก / หวาน ขม แก้คอแห้ง ขับ เสมหะ แก้น้ำลาย เหนียว แก้ไอ แก้ เลือดออกตาม ไรฟัน แก้ลม บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง ขับเลือดเน ่า แก้ เสมหะเป็นพิษ แก้น้ำลายเหนียว ทำให้ชุ ่มคอ ชะเอม ข้อมูลเพิ่มเติม : ชะเอม ในประเทศไทย มี3 ชนิด ประกอบด้วย ชะเอมไทย (A. myriophylla L.) ชะเอมเทศ(G. glabraL.) และชะเอมเหนือ (Derris reticulata Craib) สำ หรับชะเอมไทยพบว่ามีความ หวานมากกว่าซูโครส 600 เท่า (7) และผลจากการศึกษาเปรียบเทียบลักษณะทางโครมาโทกราฟีฉาบบาง พบว่าชะเอมไทยจากแหล่งต่างๆ เป็นต้นชะเอมเหนือ (D. reticulata Craib) (2) อย่างไรก็ตาม จากร้านขายยาสมุนไพร จากการเก็บข้อมูลภาคสนามจากหมอพื้นบ้านในจังหวัด พัทลุง สงขลา และสุราษฎร์ธานีพบว่าหมอพื้นบ้านยังคงใช้ชะเอมไทย (A. myriophylla L.) ซึ่งเก็บได้จาก ป่าธรรมชาติและเป็นพืชปลูก การใช้ประกอบตำรับยา : นิยมใช้ประกอบตำรับยาลดไข้แก้เจ็บคอรักษาแผลในปาก หรือใช้แต่งรสยา ตำ รับที่ 1 : แก้เสมหะในช่องท้อง (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) เหง้าขิงสด ผลดีปลีผลกระวาน อย่างละ 1 ส่วน ชะเอมทั้ง 2 นํ้าหนักเท่ายาทั้งหลายรวมกัน เกลือ พอประมาณ นำตัวยามาบดผง นำผงยาประมาณ 1 ช้อนโต๊ะละลายนํ้าผึ้ง นํ้ามะนาว และนํ้าเหง้าข่า รับ ประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ช่วยลดอาการคอแห้ง ปวดศีรษะ เจ็บบริเวณหน้าอก รับประทานอาหาร ไม่ได้ ตำ รับที่ 2 : ลดความดันโลหิตสูง และสตรีวัยทอง (พท. สมพร ชาญวณิชสกุล) ผักเสี้ยนผี3 บาท เบญจผลธาตุ แก่นขี้เหล็ก แก่นแสมทั้ง 2 แก่นลั่นทม แก่นจันทน์ทั้ง 2 ราก ตองแตก ใบมะกา ยาดำ เนื้อในฝักราชพฤกษ์ดีเกลือ ผลคัดเค้า สมอทั้ง 3 อย่างละ 2 บาท โกฐทั้ง 5 เทียน ทั้ง 5เกสรทั้ง5แก่นสนเทศสมุลแว้งขมิ้นเครือ ชะเอมทั้ง 2ลูกจันทน์กระวาน กานพลูผักชีทั้ง2อย่างละ 1 บาท นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร จนอาการดีขึ้น


จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด 20 พืชสมุนไพร ชะเอมไทย (Albizia myriophylla L.) : ผล ชะเอมไทย (Albizia myriophylla L.) : ต้น ชะเอมไทย (Albizia myriophylla L.) : เนื้อไม้ ชะเอมไทย (Albizia myriophylla L.) : ดอก ตำ รับที่ 3 : แก้ปวดศีรษะ ชะเอมทั้ง 2 อบเชยเทศ เปลือกคนทา ใบสมีผลผักชีลา ขิงแห้ง โกฐสอ ชะมดเช็ด จันทน์ขาว พิมเสน อย่างละ 1 ส่วนนำยาทั้งหมด บดผง นัตถุ์แก้ปวดศีรษะตามฤดู ตำ รับที่ 4 : ลดไข้เพื่อเสมหะ ชะเอมทั้ง 2 ตรีผลา อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้ารับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร จนอาการดีขึ้น


พืชสมุนไพร 21 จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด ชะเอมเทศ (Glycyrrhiza glabra L.) : เนื้อไม้ ชะเอมเทศ (Glycyrrhiza glabra L.) : ดอก งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียของชะเอมไทย (A. myriophylla L.) สารสกัดจากเนื้อไม้ชะเอมไทย มีฤทธิ์ต้านเชื้อ Bacillus cereus เชื้อStaphylococcus aureusและ เชื้อ Streptococcus mutans และมีฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็ง (KB cells) (8) ฤทธิ์เพิ่มความจำของสารสกัดจากชะเอมเทศ (G. glabra L.) การศึกษาผลของสารสกัดนํ้าชะเอมเทศในหนูถีบจักร เมื่อให้หนูกินสารสกัดในขนาดต่างๆ เป็นเวลา ต่อเนื่อง 4 วัน พบว่ากลุ่มที่ได้รับในขนาด 150 มก./กก. จะมีความจำและการเรียนรู้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยัง ช่วยทำ ให้การสูญเสียความทรงจำ เนื่องจากการกระตุ้นด้วย diazepam และ scopolamine หมดไป ซึ่งผล ที่เกิดขึ้นนี้อาจเนื่องมากจากฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และฤทธิ์ต้านการอักเสบ (9) ภาพจาก https://commons.wikimedia.org


จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด 22 พืชสมุนไพร ข้อมูลเพิ่มเติม : การรักษาโรคผิวหนังนิยมใช้ชุมเห็ดเทศมากกว่าชุมเห็ดไทย ยกเว้นแก้อาการนอน ไม่หลับ จะใช้เมล็ดชุมเห็ดไทย การใช้ประกอบตำ รับยา : ตำ รับที่ 1 : แก้ท้องมาน ท้องบวมโต (หมอเหล็ม หวัดแท่น) รากชุมเห็ดเทศ หญ้าแพรก ผักโขมหิน สะเดา อย่างละ 1 บาท เนื้อในฝักราชพฤกษ์7 ฝัก ยาดำ 3 บาท ใบส้มป่อย เหง้าขิง ใบมะขาม ใบมะดัน เหง้ากะทือ ผลดีปลีรากเจตมูลเพลิงแดง เหง้าไพล แห้วหมูผิว มะกรูดการบูรอย่างละ 5 บาท นำตัวยาทั้งหมดต้มน้ำ แบบ 3 ส่วน เอา 1 ส่วน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร จนอาการดีขึ้น ตำ รับที่ 2 : แก้โรคผิวหนัง (พท. สมพร ชาญวณิชสกุล) ใบชุมเห็ดทั้ง 2 ใบทองพันชั่ง เถาบอระเพ็ดใบขี้เหล็กใบกระท่อม ใบสะเดาผลหมากเปลือกมังคุด อย่างละ 1 ส่วน นำ มาหั่นบางๆ แช่ในแอลกอฮอล์ประมาณ 1 เดือน กรองนํ้ายาที่ได้เก็บไว้ก่อนใช้นำออกมา พอประมาณผสมกับกำ มะถันเหลือง ใช้ทาแผลเปื่อยเรื้อรัง โรคผิวหนังทั่วไป ตำ รับที่ 3: รักษาแผลเปื่อย (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) ใบชุมเห็ดทั้ง 2 (หรือใบชุมเห็ดเทศอย่างเดียว) พอประมาณ นำ มาตำคั้นเอานํ้า ผสมกับกำ มะถัน เหลือง ทาแผลเปื่อย ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 5. ชุมเห็ดทั้ง 2 ชุมเห็ดเทศ ชุมเห็ดไทย Senna alata (L.) Roxb. / ExS Senna tora (L.) Roxb. / US Fabaceae ทั้ง 5 / เมา เบื่อ แก้โรคผิวหนัง ระบายพิษเสมหะ พิษไข้ขับพยาธิ แก้ท้องผูก ชุมเห็ด


พืชสมุนไพร 23 จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด ชุมเห็ดไทย (Senna tora (L.) Roxb). : ช่อดอกและใบ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : การทดสอบฤทธิ์ต้านอาการแพ้ของสารสกัดนํ้า-เมทานอล (70%) รวมทั้งสารสำคัญอย่าง rhein และ kaempferol ใน tripleantigen/sheep serum-induced mast-cell degranulationของหนูแรท พบว่า สารสกัดนํ้า-เมทานอล ที่ขนาด200 มก./กก.รวมทั้งสารrheinและkaempferol ที่ขนาด5 มก./กก.สามารถ ยับยั้งการแตกของแกรนูลที่ทำ ให้หลั่งสารก่อการแพ้ได้นอกจากนี้สารสกัดนํ้า-เมทานอลและสาร rheinยัง สามารถยับยั้งการทำ งานของเอนไซม์lipoxygenase ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบ โดยมีค่าความเข้ม ข้นของสารสกัดและrhein ที่สามารถยับยั้งการทำ งานของเอนไซม์ได้50% เท่ากับ 90.2และ3.9 มคก./มล. ตามลำดับ ในขณะที่สารkaempferol ไม่แสดงผลดังกล่าวจากผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากใบ ชุมเห็ดเทศรวมทั้งสารสำคัญ มีฤทธิ์ในการต้านอาการแพ้โดยผ่านกลไกที่ทำ ให้แกรนูลมีความคงตัว และการ ยับยั้งเอนไซม์lipoxygenaseซึ่งน่าจะมีประโยชน์ในการพัฒนาเป็นยารักษาโรคที่เกี่ยวกับการแพ้ต่างๆ(10) ชุมเห็ดเทศ (Senna alata (L.) Roxb.) : ช่อดอก ชุมเห็ดไทย (Senna tora (L.) Roxb). : เมล็ด


จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด 24 พืชสมุนไพร ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 6. ปรงทั้ง 2 ปรงบ้าน ปรงป่า Cycas sp.1 / ST Cycas sp.2 / ST Cycadaceae เหง้า / ฝาด เย็น เหง้า / ฝาด เย็น ฝนกับน้ำปูนใส ทา แก้ลำลาบเพลิง แผล เรื้อรัง เริม งูสวัด ดับ พิษปวดแสบปวด ร้อน ลดไข้ ฝนกับสุรา ทาแก้ ฟกบวม สมานแผล แก้แผลเรื้อรัง แผล กลาย ปรง ข้อมูลเพิ่มเติม : ปรง (Cycas spp.) จัดเป็นพืชกลุ่ม Gymnosperms หรือพืชเมล็ดเปลือย (naked seed) โดยออวุล(ovule)จะไม่มีโครงสร้างห่อหุ้มเหมือนพืชดอกเป็นพืชต้นแยกเพศ(dioecious plant)ต้น เพศผู้จะมีใบสร้างอับไมโครสปอร์ (microsporophyll) และใบของต้นเพศเมียสร้างอับเมกะสปอร์ (mega- sporophyll) cone เพศผู้และ cone เพศเมีย ทำ หน้าที่เสมือนดอกแยกกันอยู่คนละต้น ปรง ในประเทศไทยมีรายงานใน Flora of Thailand (volume 2) มีจำ นวน 6 ชนิด ประกอบด้วย C. circinnalis L. (ปรงป่า ปรง มะพร้าวสีดา) C. micholitzii Dyer var. simplicipinna (ปลง พร้าวเต่า มะพร้าวเต่า) C. pectinata Griff. (ปลง ปรงเขา) C. revoluta Thunb. (ปรงยี่ปุ่น) C. rumphii Miq. (ปรง ปรงทะเล) และ C. siamensis Miq. (ปรง มะพร้าวเต่า ตาลปัตรฤาษี) จากการสอบถามหมอพื้นบ้าน พบว่า ส่วนใหญ่มักซื้อจากร้านขายยาสมุนไพร จึงไม่สามารถเก็บตัวอย่างเพื่อนำ มาระบุชนิดได้อย่างไรก็ตาม พบ ว่าปัจจุบันมีการนำ ปรงมาใช้ประกอบตำ รับยาน้อยลง เนื่องจากปรงจัดเป็นพืชอนุรักษ์ตามบัญชีแนบท้าย อนุสัญญา CITES และถูกคุกคามอย่างรุนแรงในธรรมชาติ(11) หมอพื้นบ้านภาคใต้บางท่าน นิยมใช้ปรงทะเล (Acrostichum aureum L.) วงศ์Pteridaceae ซึ่ง เป็นพืชในกลุ่มเฟินแทนปรง (Cycas spp.) เนื่องจากเป็นพืชที่พบได้ง่ายในธรรมชาติบริเวณป่าชายเลน มีรส เค็มฝาด ซึ่งใช้รักษาโรคผิวหนังได้ การใช้ประกอบตำ รับยา : ตำ รับที่ 1 : ลดไข้ (หมอแฉล้ม มงคล) คนทา รากชิงช้าชาลีรากย่านาง เท้ายายม่อม รากแฝก รากมะเดื่อ รากมะกรูด เหมือดคน ราก ไผ่รวก หัวคล้า รากปรง รากมะปราง รากหวายขม รากตาลโตนด รากผักตำลึง รากสลอดนํ้า รากหมาก เถามวกทั้ง 2 รากครามนํ้า รากมะพร้าว อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า แบบ 3 ส่วน เอา 1 ส่วน รับ ประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร จนอาการดีขึ้น


พืชสมุนไพร 25 จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด Cycas sp.1 : ต้นเพศเมีย Cycas sp.2 : ต้นเพศผู้ Cycas sp.3 : เหง้าแห้ง ปรงทะเล (Acrostichum aureum L.) ตำ รับที่ 2 : ลดไข้ ที่มีอาการเหนื่อยหอบ (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) รากพิกุล บานไม่รู้โรยดอกขาว ปรง บานเย็น เนระพูสีอย่างละ 1 ส่วน หัวว่าว (กระแตไต่ไม้) นํ้าหนักเท่าตัวยาทั้งหมดรวมกัน ตัวยาทั้งหมดต้มนํ้ารับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร เปลี่ยนเป็น สังเกตอาการ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล


จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด 26 พืชสมุนไพร ข้อมูลเพิ่มเติม : ประยงค์บ้าน มีลักษณะคล้ายต้นแก้ว (Murraya paniculata (L.) Jack) ส่วน ของก้านใบมีลักษณะเป็นปีก ใบเป็นมันวาว ดอกสีเหลือง ผลสุกสีแดง ส่วนแก้วก้านใบไม่เป็นปีก ดอกสี ขาว สำ หรับประยงค์ป่า อาจมีหลายชนิด แต่ชนิดที่สำ รวจพบ และสอบถามจากหมอพื้นบ้านภาคใต้คือ A. odoratisima Blume การใช้ประกอบตำ รับยา : ใช้ประกอบตำ รับยาลดไข้แต่ไม่นิยมใช้ในหมอพื้นบ้านภาคใต้ ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 7. ประยงค์ทั้ง 2 ประยงค์บ้าน (หอมไกล) ประยงค์ป่า Aglaia odorata Lour. / T A. odoratisima Blume / T Meliaceae ราก / จืดเย็น แก้ไข้ ประยงค์


พืชสมุนไพร 27 จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด แก้ว (Murraya paniculata (L.) Jack) ประยงค์บ้าน (A. odorata Lour.) ลักษณะใบประยงค์บ้าน ช่อดอกประยงค์บ้าน ผลประยงค์บ้าน ลักษณะใบแก้ว ลักษณะดอกแก้ว งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล


จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด 28 พืชสมุนไพร ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 8. ผักหวานทั้ง 2 ผักหวานบ้าน ผักหวานป ่า Sauropus androgynus (L.) Merr. / S Melientha suavis Pierre / ST Euphorbiaceae Opiliaceae ราก ใบ / เย็น แก้ไข้กลับซ้ำ แก้ ร้อนใน แก้ผิดสำแดง แก้ น้ำดีพิการ แก้ดี พิการ ผักหวาน ข้อมูลเพิ่มเติม : - การใช้ประกอบตำ รับยา : รากนิยมใช้ประกอบตำ รับยาลดไข้และใบใช้แก้ผื่นคัน ตำ รับที่ 1: แก้แผลในปาก เนื่องจากร้อนใน (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) ใบมะแว้งเครือ ใบผักหวานทั้ง 2 (หรือผักหวานบ้าน) อย่างละ 1 ส่วน นำ มาตำคั้นนํ้า ใช้กวาดคอ เด็กที่มีอาการร้อนใน เป็นแผลในปาก มีไข้ ตำ รับที่ 2: แก้กาฬในคอ ลดไข้ (หมอแฉล้ม มงคล) รากผักหวาน รากจิงจ้อ เหง้าคล้า หญ้าแพรก รากพุงทะลาย รากคันทรง อย่างละ 1 ส่วน เอาตัวยาทั้งหมดบดละลายนํ้าซาวข้าว รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ตำ รับที่ 3: แก้ร้อนใน กระหายนํ้า จนทำ ให้ฟันแห้ง (หมอแฉล้ม มงคล) รากพุงดอ รากย่านาง เปล้าทั้ง 2 จันทน์แดง ผักบุ้ง รากผักหวาน รากมะอึก รากแค รากนํ้านอง รากมะกา รากมะนาว เถามวก ผลมะคำดีควาย รากมะแว้งคุระดีงูต้น ไคร้เครือ ชะเอม อย่างละ 1 ส่วน นำ ตัวยาทั้งหมดมาบดละลายนํ้าซาวข้าว รับประทาน และชโลมแก้ร้อน ถ้าตานั้นแดงเอาลูกจิงจ้อแช่นํ้าเอาละ ลายยาทั้งกินและชโลม


พืชสมุนไพร 29 จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด ดอกผักหวานบ้าน ผลผักหวานป่า ผักหวานป่า (Melientha suavis Pierre) จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด ผักหวานบ้าน (S. androgynus (L.) Merr.) ผลผักหวานบ้าน งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : สาร 3-O - β -D-Glucosyl-kaempferol จากผักหวานบ้าน (S. androgynus (L.) Merr.) มี ฤทธิ์ช่วยลดนํ้าหนักในหนูทดลอง เมื่อป้อนสาร 3-O - β -D-Glucosyl-(1β6)β -D-glucosyl-kaempferol (GKK) ที่สกัดได้จากกิ่งอ่อนและใบของต้นผักหวานบ้าน ให้หนูปริมาณ 60 มก./กก. เป็นเวลาต่อเนื่อง 28 วัน พบว่าหนูมีการกินอาหารน้อยลงถึง 15% เมื่อเปรียบเทียบกับหนูปกติ ทำ ให้หนูมีนํ้าหนักน้อยลง ผล การลดนํ้าหนักยังสามารถเห็นได้ในหนูที่ได้รับ GKK เพียง 6 มก./กก. นอกจากนี้ในหนูที่กินอาหารที่มีไขมัน สูง เมื่อได้รับ GKK ทั้งสองความเข้มข้นจะทำ ให้ปริมาณเอนไซม์Glutamate pyruvate transaminase ใน เลือดลดลงและมีปริมาณไตรกลีเซอร์ไรด์รวมในเลือดน้อยกว่ากลุ่มควบคุมถึงร้อยละ 35-47 เปอร์เซ็นต์การ ตรวจผลข้างเคียงของ 3-O - β -D-Glucosyl-kaempferol ในปอดและตับของหนูทดลอง ไม่พบความผิด ปกติใดๆ (12)


จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด 30 พืชสมุนไพร ข้อมูลเพิ่มเติม : มะระขี้นกและมะระจีน แม้จะมีรูปร่างใบ และผลแตกต่างกัน แต่ทางพฤกษศาสตร์ ยังคงจัดเป็นชนิดเดียวกัน การใช้ประกอบตำ รับยา : ใช้เป็นยาภายในช่วยบำ รุงนํ้าดีเจริญอาหาร ใช้ภายนอกเป็นยารักษาโรค ผิวหนัง ผื่นคัน ในตำ รับยานิยมใช้มะระขี้นกมากกว่ามะระจีน ตำ รับที่ 1: บำ รุงนํ้าดี (หมอแฉล้ม มงคล) หญ้าใต้ใบทั้ง 5 ผลมะระทั้ง 2 (หรือมะระขี้นก) ใบทองพันชั่ง รากมะแว้งทั้ง 2 เหง้าว่านเอ็นเหลือง หญ้าปักกิ่งทั้งต้น อย่างละ 1 ส่วน นำ มาต้มนํ้า รับประทาน ช่วยบำ รุงนํ้าดีลดนํ้าตาลในเลือด ตำ รับที่ 2: ลดไข้ (หมอแฉล้ม มงคล) ใบมะเฟืองใบฟักข้าวใบสะเดา มะระขี้นกใบหนาดใบระงับ ขมิ้นอ้อยใบหมากเมียใบหมากผู้อย่างละ 1ส่วน นำตัวยาทั้งหมดมาต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ250 มิลลิลิตรจนอาการดีขึ้น ตำ รับที่ 3: ยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2556 : ยามะระขี้นก ใช้ผงแห้งจากเนื้อผลที่ยังไม่สุกชงครั้งละ 1-2 กรัมกับนํ้าร้อน 120-200 มิลลิลิตร วันละ 3 เวลาก่อน อาหารแก้ไข้แก้ร้อนใน เจริญอาหาร ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 9. มะระทั้ง 2 มะระขี้นก (ผักไห) มะระจีน Momordica charantia L. / C Momordica charantia L. / C Cucurbitaceae ใบ เถา ผล / ขม ใบ ผล / ขม แก้พิษฝีแก้บวม แก้พิษแมลงกัดต่อย แก้ปากเปื่อยเป็นฝ้า ขาว บำรุงระดูสตรี แก้ไข้หวัด ตัวร้อน บำรุงน้ำดี มะระ


พืชสมุนไพร 31 จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ศึกษาฤทธิ์ต้านเบาหวานทั้งชนิดที่ 1 และ 2 ของสารสกัด charantin จากผลมะระขี้นก โดยทดลอง ป้อนสารสกัดcharathinขนาด200 มก./กก./วัน ให้กับหนูเม้าส์สายพันธุ์KK/HIJ ที่ถูกเหนี่ยวนำ ให้เป็นเบา หวานชนิดที่ 2 ด้วยการให้อาหารที่มีไขมันสูง (high-fat diet) และหนูเม้าส์สายพันธุ์ ICR ที่ถูกเหนี่ยวนำ ให้ เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ด้วยการฉีด streptozotocin ขนาด 150 มก./กก. เข้าทางช่องท้อง ใช้ระยะเวลาใน การทดลองนาน 8 สัปดาห์ผลการศึกษาที่ได้พบว่า สารสกัด charantin มีผลลดระดับนํ้าตาลในเลือดและ ลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน (insulinresistance) ในหนูเม้าส์กลุ่มเบาหวานชนิดที่2แต่ไม่พบความเปลี่ยนแปลง ของค่าดังกล่าวในหนูเม้าส์กลุ่มเบาหวานชนิดที่ 1 นอกจากนี้สารสกัด charantin ยังมีผลลดระดับอินซูลิน ในเลือดและเพิ่มความไวของเนื้อเยื่อต่ออินซูลิน (insulinsensitivity) โดยพบว่ามีการแสดงออกของโปรตีน glucose transporter 4 (GLUT4) ในเซลล์กล้ามเนื้อ และ Insulin receptor substrate 1 (IRS-1) ในตับ เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามผลดังกล่าวพบได้เฉพาะในหนูเม้าส์กลุ่มเบาหวานชนิดที่2 เท่านั้น และผลการศึกษาใน หลอดทดลอง (in vitro)ถึงฤทธิ์ปกป้องเซลล์เบต้าของตับอ่อน (pancreatic β cells) ที่ทำ หน้าที่ในการผลิต ฮอร์โมนอินซูลิน พบว่าสารสกัดcharantinสามารถยับยั้งความเสียหายของเซลล์ที่เกิดจากการเหนี่ยวนำด้วย กลูโคสขนาดสูงได้เพียงในช่วง24ชั่วโมงแรกของการเลี้ยงเซลล์เท่านั้น ผลจากการทดลองดังกล่าวแสดงให้เห็น ว่ามะระขี้นกมีฤทธิ์ต้านเบาหวาน และให้ผลดีในเบาหวานชนิดที่ 2 มากกว่าชนิดที่ 1 (13) มะระขี้นก (M. charantia L.) มะระจีน (M. charantia L.) ดอกมะระขี้นก ผลสดมะระจีน ผลแห้งมะระจีน ผลมะระขี้นก


จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด 32 พืชสมุนไพร ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 10. ยอทั้ง 2 ยอบ้าน ยอป่า Morinda citrifolia L. / T Rubiaceae แก่น / ร้อน ขม ขับโลหิตระดู ขับน้ำคาวปลา แก้ บาดทะลักปาก มดลูก ขับลม ยอ ข้อมูลเพิ่มเติม : ยอบ้านและยอป่าเดิมถูกแยกเป็นคนละชนิดคือยอบ้าน ชื่อวิทยาศาสตร์Morinda citrifolia L. และยอป่า ชื่อวิทยาศาสตร์Morinda elliptica Ridl. ปัจจุบันทางพฤกษศาสตร์จัดให้พืชทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นชนิดเดียวกัน โดยมีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Morinda citrifolia L. ลักษณะเด่นของยอบ้านคือ ใบ และผลรวมจะมีขนาดใหญ่กว่ายอป่ามาก การใช้ประกอบตำ รับยา : หากต้องการแก้อาการคลื่นเหียน วิงเวียน จะนิยมใช้ผลยอบ้าน และนิยม ใช้เป็นกระสายยา และหากต้องการแก่น หรือใบขับโลหิตระดูจะนิยมใช้ยอป่า ตำ รับที่ 1: ขับลม แน่นจุกเสียดบริเวณลิ้นปี่ (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) เถาสะค้าน ผลมะแว้งทั้ง 2 เถากำแพง 7 ชั้น เหง้ากะทือ ใบพาโหม อย่างละ 1 ส่วน ใบมะกา ใบยอ อย่างละ ½ ส่วน ตัวยาทั้งหมดต้มนํ้ารับประทานก่อนอาหารเช้าเที่ยงเย็น ครั้งละ250 มิลลิลิตรสังเกตอาการ ตำ รับที่ 2: ลดไข้เพื่อเสมหะ (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) กะเม็งทั้งต้น เนื้อไม้หยามฝ้ายรากย่านางรากชิงชี่รากคนทารากมะแว้งเครือเถาย่านดูกแก่นลั่นทม ใบยอ เนื้อไม้ตะขบนา ใบมะกา ชะเอมไทย รากแฝกหอม อย่างละ 1 ส่วน ตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทาน ก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ


พืชสมุนไพร 33 จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : การศึกษาฤทธิ์ปกป้องความเป็นพิษต่อตับจากการดื่มสุราเป็นระยะเวลานานของนํ้าลูกยอบ้าน (M. citrifolia L.) พบว่านํ้าลูกยอบ้านช่วยลดระดับเอ็นไซม์aspartate aminotransferase, alanine aminotransferase ลดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด และไขมันสะสมในตับ และเพิ่มการขับไขมันออกทางอุจจาระ นอกจากนํ้าลูกยอจะมีผลลดการสร้างไขมัน (lipogenesis)แล้วยังช่วยเพิ่มการสลายกรดไขมันด้วยกระบวนการ β-oxidation ในเซลล์ตับของหนูที่ได้รับแอลกอฮอล์ด้วย อีกทั้งเร่งการกำจัดแอลกอฮอล์ออกจากเซลล์โดย เพิ่มการทำ งานของเอ็นไซม์alcohol dehydrogenaseและacetaldehyde dehydrogenaseซึ่งเกี่ยวข้อง กับการเมตาบอลิสมแอลกอฮอล์นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มฤทธิ์ต้านอนมูลอิสระของตับ การศึกษานี้แสดงให้เห็น ว่าน้ำลูกยอช่วยปกป้องตับจากการถูกทำลายด้วยแอลกอฮอล์ โดยเกี่ยวข้องกับการปรับสมดุลไขมัน (lipid homeostatis) ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ การเมตาบอลิสมของแอลกอฮอล์และฤทธิ์ต้านการอักเสบ (14) ยอป่า (M . citrifolia L.) ยอบ้าน (M. citrifolia L.)


จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด 34 พืชสมุนไพร ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 11. สะเดาทั้ง 2 สะเดาบ้าน สะเดาป่า Azadirachta indica A. Juss / T Unknown Meliaceae แก่น ก้านใบ ใบ / ขมเย็น แก้ไข้ร้อนใน กระหายน้ำ บำรุง โลหิต บำรุงไฟธาตุ สะเดา ข้อมูลเพิ่มเติม : สะเดาในไทยมี2 ชนิด คือ A. indica A. Juss สะเดาอินเดีย หรือควินิน (ไม่ใช่ ต้นควินินในสกุล Chinchona spp. ซึ่งใช้รักษามาลาเรีย แต่หมอพื้นบ้านใช้สะเดาอินเดียประกอบ ตำ รับยารักษาไข้ต่างๆ รวมทั้งไข้มาลาเรียได้) และ A. excelsa (Jack) Jacobs สะเดาเทียม หรือต้น เทียม สำ หรับสะเดาป่ายังไม่สามารถเก็บตัวอย่างมาระบุชนิดได้ หมอพื้นบ้านภาคใต้ส่วนใหญ่จะใช้ สะดาอินเดียในการประกอบตำ รับยา การใช้ประกอบตำ รับยา : นิยมใช้ประกอบตำ รับยาลดไข้ ตำ รับที่ 1: แก้ท้องเสีย ลำ ไส้แปรปรวน (หมอเหล็ม หวัดแท่น) ใบสะเดา ใบเสนียด รากเจตมูลเพลิงแดง เปลือกต้นโมกมัน หัวแห้วหมูโกฐพุงปลา ผลผักชีตรีผลา รากตองแตกรากแฝกหอม ผลกระดอม เถาบอระเพ็ดรากกระถินแดง เหง้าขิงแห้ง รากไคร้เครือ หญ้าตีนนก อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า แบบต้ม 3 ส่วน เอา 1 ส่วน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ หรือรับประทานช่วงที่มีอาการ ตำ รับที่ 2: แก้ปัสสาวะพิการ ปัสสาวะมีสีขาว หรือดำ (หมอแฉล้ม มงคล) แห้วหมูเทียนดำ รากมะตูม ใบสะเดา ใบเสนียด ใบอังกาบ ลูกเอ็น โกฐสอ เกลือสินเธาว์อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดบดผง เมื่อจะรับประทาน ละลายด้วยนํ้าอ้อยแดงรับประทานก่อนอาหารเช้าเที่ยง เย็น ตำ รับที่ 3: แก้ไข้เรื้อรัง (พท. สมพร ชาญวณิชสกุล) เถาบอระเพ็ด รากปลาไหลเผือก แก่นขี้เหล็ก แก่นกันเกรา ผลกระดอม แก่นฝาง เทียนขาว เทียนดำ โกฐจุฬาลำ พา โกฐนํ้าเต้า เนื้อในราชพฤกษ์ดีเกลือ สมอทั้ง 3 อย่างละ 2 บาท ลูกจันทน์รกจันทน์กระวาน กานพลูเกสรทั้ง 5 อย่างละ 1 บาท ก้านสะเดา 33 ก้าน ใบมะนาว 54 ใบ นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า แบบต้ม 3 ส่วน เอา1ส่วน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ250 มิลลิลิตรสังเกตอาการ หรือรับประทาน ช่วงที่มีอาการ


พืชสมุนไพร 35 จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : การศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดที่แยกได้จากนํ้ามันสะเดา( A. indica A. juss ) หรือ NIM-76 พบว่ามีฤทธิ์ ฆ่าสเปริม์และมีฤทธิ์ในการต้านเชื้อจุลชีพซึ่งทำ ให้เกิดโรคหลายชนิด เช่น Klebsiella pneumoniae และ Escherichia coli โดยฤทธิ์ดังกล่าวไม่พบในนํ้ามันสะเดา นอกจากนี้สารสกัด NIM-76 ยังมีฤทธิ์ต้านเชื้อรา Candida albicans และยับยั้งการขยายพันธุ์ของโปลิโอไวรัสในหลอดทดลองและสำ หรับการทดลองในหนู ซึ่งติดเชื้อรา C. albicans พบว่า NIM-76 มีผลเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของหนูได้(15) สะเดา (Azadirachta indica A. Juss) จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด ลักษณะช่อดอกและใบสะเดา เปลือกต้นสะเดา


จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด 36 พืชสมุนไพร ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 12. สีเสียดทั้ง 2 สีเสียด ไทย(สีเสียด เหนือ: black catechu) สีเสียด เทศ (pale catechu) Acacia catechu (L.f.) Willd. / T (๓) Uncaria gambir (Hunter) Roxb. / ExC(๓) Fabaceae Rubiaceae สารสกัด จาก การต้มเคี่ยว เนื้อไม้/ ฝาด สารสกัด จาก การต้มเคี่ยว ใบและกิ่งอ่อน / ฝาด แก้ท้องร่วง แก้ อติสาร คุมธาตุ สมานแผล สีเสียด ข้อมูลเพิ่มเติม : สีเสียดไทย ได้จากการนำ เนื้อไม้มาต้มเคี่ยว จนได้ก้อนสีดำ จึงมีชื่อเรียกว่า “black catechu” มีสารสำคัญ tannins และ flavonoids (๔) สีเสียดเทศ ได้จากการนำ ใบและกิ่งอ่อน หมักรวม กัน แล้วนำ มาต้มเคี่ยว ก้อนสีเสียดที่ได้จะมีสีอ่อนกว่าสีเสียดไทย จึงเรียกว่า “pale catechu” (๓) มีสาร สำคัญ กลุ่ม tannins และ flavonoids นอกจากสีเสียดทั้ง2ชนิดดังกล่าวแล้วยังมีสีเสียดอีกหนึ่งชนิดคือสีเสียดแก่น หรือสีเสียดเปลือก กลุ่ม (Pentace burmanica Kurz / Tiliaceae) เปลือกมีรสฝาด แก้ท้องร่วง แก้บิด คนโบราณนิยมกินกับ หมากช่วยป้องกันปูนกัดปาก การใช้ประกอบตำ รับยา : นิยมใช้ประกอบตำ รับยารักษาแผลเรื้อรังต่างๆ ตำ รับที่ 1: แก้แผลเรื้อรัง แผลเปื่อย(หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) กำ มะถันแดง สีเสียดทั้ง 2 (หรือสีเสียดเทศ) กำยาน เบญกานีอย่างละ 1 ส่วน นำ มาฝนกับนํ้าปูนใส ทาแผลเรื้อรัง ตำ รับที่ 2: แก้แผลเรื้อรัง แผลเปื่อย (พท. สมพร ชาญวณิชสกุล) เปลือกมังคุด สีเสียดทั้ง 2 อย่างละ 30 กรัม เบญกานี20 กรัม นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า ทิ้งไว้ให้อุ่น ใช้ แช่ส่วนที่มีแผลเน่าเปื่อยเช้า-เย็น จนกว่าอาการจะดีขึ้น (จะใช้ได้ดีเมื่อใช้ประกอบตำรับยารักษาอาการภายใน ซึ่งต้องตั้งตามสมุฎฐานการเกิดโรคของแผลเปื่อยนั้น)


พืชสมุนไพร 37 จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล สีเสียดไทย สีเสียดเทศ สีเสียดแก่น (Pentace burmanica Kurz )


จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด 38 พืชสมุนไพร ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 13. หญ้าเกล็ด หอยทั้ง 2 หญ้าเกล็ดหอย ไทย หญ้าเกล็ดหอย เทศ Desmodium triflorum (L.) DC. / TrH Alysicarpus vaginalis (L.) DC. /H Fabaceae Fabaceae ทั้งต้น /ขมเย็น แก้ไข้แก้ร้อนใน แก้ดีพิการ หญ้าเกล็ดหอย ข้อมูลเพิ่มเติม : บางตำ รากล่าวว่า หญ้าเกล็ดหอยไทยคือ Geissaspis cristata Wight & Arn. (Fabaceae)และหญ้าเกล็ดหอยเทศคือ Hydrocotyle sibthorpioidesLam. (Apiaceae)อย่างไรก็ตาม จาก การสำรวจและเก็บตัวอย่างพืชชนิดนี้จากหมอพื้นบ้านบางท่านในภาคใต้พบว่า หญ้าเกล็ดหอยไทยที่หมอพื้น บ้านภาคใต้ใช้ประกอบตำ รับยาคือ D. triflorum (L.) DC. หรือ หญ้าเกล็ดหอยน้อยส่วนหญ้าเกล็ดหอยเทศ คือ A.vaginalis (L.) DC. หรือหญ้าเกล็ดหอยใหญ่ซึ่งมีขนาดใบใหญ่กว่าและบริเวณเส้นกลางใบมีแถบสีขาว การใช้ประกอบตำ รับยา : นิยมใช้ประกอบตำ รับยาลดไข้ ตำ รับที่ 1: ลดไข้ที่มีอาการไข้วันเว้นวัน แก้ร้อนใน (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) จันทน์ทั้ง 2 หญ้าลิ้นงู(หญ้าเลิ้น) หญ้าเกล็ดหอยทั้ง 2 เปลือกต้นสะดา เปลือกต้นราชพฤกษ์ผลสมอ ไทย ผลกระวาน อย่างละ 1 ส่วน ตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2: ลดไข้ที่มีอาการเหม็นคาวอาหาร เหม็นในปากในคอ (หมอแฉล้ม มงคล) สมอทั้ง 3 จันทน์ทั้ง 2 ผลกระดอม หญ้าเกล็ดหอยทั้ง 2 ใบสะเดา หญ้าปีนตอ อย่างละ 1 ส่วน ตัวยา ทั้งหมดต้มนํ้า แบบต้ม 3 ส่วน เอา 1 ส่วน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ


พืชสมุนไพร 39 จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล เกล็ดหอยไทย (Desmodium triflorum (L.) DC. ) เกล็ดหอยเทศ (Alysicarpus vaginalis (L.) DC.)


จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด 40 พืชสมุนไพร ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 14. หัสคุณทั้ง 2 หัสคุณไทย (สมุย สำปะ หลุย หมุย) หัสคุณเทศ (สมัด) Micromelum pubescens Blume / S Clausena excavata Burmf. / S Rutaceae Rutaceae ต้น ราก ใบ / ร้อน ขับลมในลำไส้ขับ พยาธิขับหนอง ขับ เลือด แก้คุดทะราด แก้ริดสีดวงจมูก ขับลมในท้อง แก้ ริดสีดวงผอมแห้ง ริดสีดวงจมูก หัสคุณ ข้อมูลเพิ่มเติม : หัสคุณไทยชื่อเดิมคือ Micromelum minutum (G.Forst.)Wight & Arn.สำ หรับหัส คุณเทศ หมอพื้นบ้านในภาคใต้บางท่าน ให้ข้อมูลว่า หัสคุณเทศคือพืชชนิดหนึ่งชื่อว่า Holarrhena curtisii King & Gamble / S (Apocynaceae) ซึ่งเรียกอีกชื่อว่า พุดทุ่ง อย่างไรก็ตาม พบว่า พุดทุ่ง ไม่ใช่พืชรสร้อน และไม่ได้มีฤทธิ์ขับลม ดังนั้น หัสคุณเทศที่มีฤทธิ์ขับลมจึงน่าจะเป็น C. excavata Burmf. การใช้ประกอบตำ รับยา : ตำ รับที่ 1: ยาขับโลหิตร้าย (หมอเหล็ม หวัดแท่น) ผลช้าพลูรากเจตมูลเพลิงแดง เหง้าว่านนํ้า ฝักส้มป่อย เมล็ดสลอดสะตุ รากหัสคุณเทศ รากดองดึง อย่างละ 1 บาท ใบเปล้าน้อย 2 ตำลึง เหง้ากกลังกา 2 ตำลึง เมล็ดพริกไทยล่อน 3 ตำลึง นำตัวยาทั้งหมด บดผง ละลายนํ้าผึ้ง หรือนํ้าส้มซ่า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น จนอาการดีขึ้น หรือดองสุราทิ้งไว้ 15 วัน รับประทานครั้งละ 250 มิลลิลิตร ก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น แก้สรรพเลือดเน่าร้ายทั้งปวง แก้ลม เสมหะริดสีดวงผอมเหลือง ตำ รับที่ 2: แก้ลมในข้อ ปวดข้อ เข่า (หมอเหล็ม หวัดแท่น) เถาขอบชะนางทั้ง 3 (ขาว-แดง-นั่ง) เนื้อไม้หัสคุณทั้ง 2 รากกรุงเขมา หัวร้อยรูผลดีปลีผลหว้า ดอก กานพลูหัวยาจีนทั้ง 2 อย่างละ 3 บาท โกฐทั้ง 5 มหาหิงคุ์ยาดำ อย่างละ 1 บาท ตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า แบบ ต้ม 3 ส่วน เอา 1 ส่วน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ หรือนำ ตัวยาทั้งหมดบดผง ละลายนํ้าผึ้ง ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ตำ รับที่ 3: ยาแก้ไข้ป่า (หมอแฉล้ม มงคล) จันทน์ขาว รากมะเขือขื่น รากมะตูม รากมะกา ดีปลีหัสคุณ แห้วหมูอย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้ง หมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร จนอาการดีขึ้น แก้ไข้ที่มีอาการตัว เหลือง ตาเหลือง หนาวสะท้าน


พืชสมุนไพร 41 จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิดจุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล หัสคุณไทย (Micromelum pubescens Blume) ลักษณะใบหัสคุณไทย ลักษณะใบและผลหัสคุณเทศ หัสคุณเทศ (Clausena excavata Burmf.) พุดทุ่ง (Holarrhena curtisii King & Gamble) ลักษณะช่อดอกหัสคุณไทย


จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด 42 พืชสมุนไพร ข้อมูลเพิ่มเติม : อบเชยไทย มี2 ชนิด คือ Cinnamomum iners Reinw. ex Blume. เรียกอีกชื่อ ว่า เชียด และ C. bejolghota (Buch.-Ham.) Sweet (สมุลแว้ง ไอ้แหวง) ในตำ รับยาของหมอพื้นบ้านภาค ใต้มักใช้C. bejolghota (Buch.-Ham.) Sweet เนื่องจากมีกลิ่นหอมร้อนมากกว่า C. iners อบเชยเทศส่วนที่นำ มาใช้ประโยชน์คือเปลือกชั้นใน (๓)ซึ่งมีลักษณะม้วนขดเข้าหากันเป็นแท่งกลวง ทรงกระบอก มีสารสำคัญ คือ นํ้ามันหอมระเหยสารกลุ่ม phenolicและอื่นๆเช่น gum, mucilage, resin, starch (๔) นอกจากนี้ยังมีอบเชยอีกชนิดที่นิยมนำ มาใช้คือ อบเชยญวน (C. loureirii Nees) เปลือกต้น มี รสหวาน เป็นแผ่นหนา เสี้ยนหยาบ อบเชยชวา (C. burmannii (Nees & T. Nees)) และ อบเชยจีน (C. cassia Nees & T. Nees) เป็นต้น ข้อแตกต่างของใบอบเชยไทยอบเชยเทศอบเชยญวน และสมุลแว้งคืออบไทยไทยใบจะยาวมากกว่า อบเชยชนิดอื่น อบเชยเทศ ใบรูปไข่ อบเชยญวน ใบค่อนข้างกลม ทั้ง 3 ชนิดนี้ใบจะหนาเหนียว ส่วนใบสมุล แว้งเป็นรูปไข่ ใบจะบางกว่าอบเชยชนิดอื่น การใช้ประกอบตำ รับยา : เป็นตัวยาสำคัญที่ใช้ประกอบตำ รับยาบำ รุงหัวใจ บำ รุงธาตุ แก้ลมกอง ละเอียด แต่นิยมใช้อบเชยเทศมากกว่าอบเชยไทย หากในตำ รับยาไม่ได้ระบุว่าเป็นอบเชยชนิดใด มักหมาย ถึง อบเชยเทศ ตำ รับที่ 1: แก้โรคทางลม เหน็บชา (หมอเหล็ม หวัดแท่น) เหง้าว่านมหาหงส์รากราชพฤกษ์รากช้าพลูเหง้าขิงเหง้าไพลผลดีปลีเหง้าว่านนํ้าเถาบอระเพ็ดแห้ว หมูเถาสะค้าน เปลือกต้นสมุลแว้ง แก่นสัก แก่นขี้เหล็ก ใบมะกา กระเทียมอย่างละ 3 บาท รากเจตมูลเพลิง แดง แก่นสักขีอย่างละ 4 บาท อบเชยทั้ง 2 ผลพริกไทย อย่างละ 6 บาท หัวยาจีน 7 บาท ตัวยาทั้งหมดต้ม นํ้า แบบต้ม 3 ส่วน เอา 1 ส่วน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร จนอาการดีขึ้น ตำ รับที่ 2: แก้โลหิตทุจริตโทษ (พท. สมพร ชาญวณิชสกุล) ผลคัดเค้า 3 บาท เบญจกูล โกฐทั้ง 5 เทียนทั้ง 5 อย่างละ 1บาท เกสรทั้ง 5 อย่างละ 2 สลึง แก่น ขี้เหล็ก แสมทั้ง 2 อย่างละ 2 บาท ลูกจันทน์ดอกจันทน์กระวาน กานพลูกฤษณา กระลำ พัก ขอนดอก บอระเพ็ด กระดอม ชะลูด อบเชยเทศ แก่นฝาง คำฝอย อย่างละ 1 บาท ใบมะกา ยาดำ ดีเกลือ เนื้อในฝัก ราชพฤกษ์อย่างละ1 บาท ตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ250 มิลลิลิตร ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 15. อบเชยทั้ง 2 อบเชยไทย อบเชยเทศ Cinnamomum sp. / T Cinnamomum verum J. presl / ExT (๓) Lauraceae เปลือกต้น / หอมร้อน หวาน แก้ลมอัมพาต แก้ ไข้สันนิบาต แก้ อ ่อนเพลีย ขับ ผายลม บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ อบเชย อบเชยไทย (C. iners Reinw. ex Blume)


พืชสมุนไพร 43 จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด จนอาการดีขึ้น แก้อาการมึนศีรษะ หนักบริเวณท้ายทอย ปวดเมื่อยตามร่ายกาย มือเย็น เท้าเย็น รู้สึกตัวร้อน เหมือนเป็นไข้หงุดหงิดง่าย กระวนกระวาย ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ หน้าตาซีดเซียว ตำ รับที่ 3: แก้ไข้สันนิบาตดีเดือด (หมอแฉล้ม มงคล) จันทน์ทั้ง 2 ดอกพิกุล ดอกบุนนาค แฝกหอม ใบกระวาน ลูกเอ็น สนเทศ สักขีลูกผักชีชะลูด อบเชย เทศ สมุลแว้ง เนื้อในฝักราชพฤกษ์ยาดำ อย่างละ 1 ส่วน ตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับยาที่ 4 : อบเชยต่างๆ ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาต่างๆ ในบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2556 เช่น ยาหอมทิพโอสถ ใช้เปลือกอบเชย และเปลือกสมุลแว้ง ยาหอมเทพจิตร ใช้เปลือกอบเชย ยาหอมนวโกฐ ใช้เปลือกอบเชยญวณ ยาหอมแก้ลมวิงเวียน ใช้เปลือกอบเชยเทศ อบเชยญวน และเปลือกสมุลแว้ง ยาหอม อินทจักร์ใช้เปลือกอบเชย และเปลือกสมุลแว้ง ยาธาตุอบเชย ใช้เปลือกอบเชยเทศ และเปลือกสมุลแว้ง ยา วิสัมพยาใหญ่ ใช้เปลือกอบเชย และเปลือกสมุลแว้ง ยาริดสีดวงมหากาฬ ใช้เปลือกอบเชยเทศ ยาแก้ไอผสม กานพลู ใช้เปลือกอบเชย ยาแก้ไอมะนาวดอง ใช้เปลือกอบเชยญวน ยาบำ รุงโลหิต ใช้เปลือกอบเชยเทศ ยากษัยเส้น ใช้เปลือกอบเชยเทศ อบเชยเทศ (C. verum J. presl) อบเชยไทย สมุลแว้ง (C. bejolghota (Buch.-Ham.) Sweet) อบเชยไทย (C. iners Reinw. ex Blume) อบเชยญวน (C. loureirii Nees)


จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด 44 พืชสมุนไพร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล A: เปรียบเทียบใบระหว่าง 1) อบเชยไทย 2) อบเชยเทศ 3) อบเชยญวน 4) เทพธาโร B: เปรียบเทียบใบและ เปลือกต้นระหว่าง 1) อบเชยเทศ 2) อบเชยญวน B 1 2 A 1 2 3 4


พืชสมุนไพร 45 จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด ข้อมูลเพิ่มเติม : หมอพื้นบ้านบางท่านให้ข้อมูลว่า วัวบ้าน หมายถึงวัวที่เลี้ยงทั่วไป ส่วนวัวป่า จะ หมายถึง กระทิง ซึ่งจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 2 ปัจจุบันจึงไม่นิยมใช้แล้ว ที่ยังคงมีใช้อยู่บ้างคือเขา ของวัวบ้าน เขาสัตว์ต่างๆ จะจัดเป็นยารสร้อน เพราะมีการงอกยาวตลอดเวลา แต่หากจะใช้เป็นยาเย็นต้อง ผ่านการนำ มาเผาให้เป็นถ่านก่อนใช้ การใช้ประกอบตำ รับยา : มักใช้ประกอบตำ รับยาแก้ไข้หรือใช้เป็นกระสายยาแก้ไข้ ตำ รับที่ 1: .ใช้เป็นกระสายยาแก้ไข้สันนิบาต (หมอแฉล้ม มงคล) เนื้อไม้กฤษณา โกฐสอ ผลผักชีล้อม รากขัดมอน แห้วหมูผลหมากอ่อน เหง้าขิง ดอกบุนนาค เกสร บัวหลวง จันทน์ทั้ง 2 อย่างละ 1 ส่วน เอาตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า เมื่อจะใช้ให้เอาเขาวัวฝนแทรกนํ้าตาลทราย แก้ไข้สันนิบาตสองคลอง ให้เจ็บสะท้าน ให้ปวดท้องและลงท้อง ตำ รับที่ 2: แก้ปัสสาวะติดขัด (หมอแฉล้ม มงคล) จันทน์ขาวเขาวัวทั้ง2(เผาไฟให้เป็นถ่าน)รากเตยรากไผ่รวกรากไผ่ป่ารากหมากรากตาลเถาย่านาง การบูรโคคลาน รากหนามพรม เถาวัลย์เปรียงอย่างละ1 บาท นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้ารับประทานเมื่อมีอาการ ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 16. เขาวัวทั้ง 2 (สัตว์วัตถุ) เขาวัวบ้าน เขาวัวป ่า - - เขา / เย็น แก้ร้อนใน ดับ พิษไข้ แก้พิษกาฬ ถอนพิษสำแดง เป็นกระสายทำให้ ยาแล ่นเร็ว เขาวัว


จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด 46 พืชสมุนไพร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล วัวบ้าน


พืชสมุนไพร 47 จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 17. ชะมดทั้ง 2 (สัตว์วัตถุ) ชะมดเช็ด (Civet cat) ชะมดเชียง (Musk) Viverricula spp. (๕) Moschus spp. (๕) Viverridae Cervidae น้ำมันจาก ต ่อมกลิ่น / หอมเย็น บำรุงหัวใจ บำรุง ดวงจิตให้ชุ ่มชื่น ชะมด ข้อมูลเพิ่มเติม : ชะมดเช็ด(Civet cat)คือนํ้ามันสีนํ้าตาล ที่ได้จากต่อมกลิ่นที่อยู่ใกล้อวัยวะเพศของ ตัวชะมดเช็ด ซึ่งเช็ดไว้ที่ซี่กรงหรือไม้ที่ปักไว้มีกลิ่นคาว ก่อนใช้ต้องนำ ไปสะตุ โดยนำ หัวหอมและผิวมะกรูด หั่นฝอยห่อด้วยใบพลูนำ ไปลนไฟจนละลาย ทิ้งไว้ให้เย็นก่อนนำ ไปใช้ (๓) ชะมดเชียง (Musk) ได้จากต่อมกลิ่นที่อยู่ระหว่างสะดือกับอวัยวะเพศของกวางชะมดเพศผู้(๓) มีสี เหลืองนวล มีราคาสูงมาก นอกจากนี้พบว่ามีพืชวัตถุชื่อ ชะมดต้น (Abelmoschus moschatus Medik.) / Malvaceae เมล็ดมีสีดำ หากขยี้เมล็ดจะมีกลิ่นคล้ายชะมดเช็ด การใช้ประกอบตำ รับยา : มักใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาหอมต่างๆ เพื่อรักษาลมกองละเอียด และมักใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง เนื่องจากมีราคาแพง ตำ รับที่ 1: ยามหาพิมเสนยา แก้ปถวีธาตุ หัวใจ ตับ ปอด พิการ (หมอแฉล้ม มงคล) ชะมดเชียง พิมเสน ดอกกรุงเขมา ลูกเอ็น ฤาษีผสม เปลือกตีนเป็ด ใบสะเดา ใบเสนียด หญ้าตีนนก สมอทั้ง 3 ลูกมะขามป้อม อบเชย ลำ พัน โกฐสอ ใบกระวาน ดอกบุนนาค เปราะหอม ดอกผักปอด เกสรทั้ง 5ดอกคำ ไทยอย่างละ 1ส่วน นำตัวยาทั้งหมดบดผงละลายนํ้าจันทน์ครั้งละ 1-2ช้อนโต๊ะ รับประทาน เมื่อ มีอาการ หรืออมผงยาไว้ใต้ลิ้น ตำ รับที่ 2: ใช้เป็นกระสายยาแก้ไข้สันนิบาต (หมอแฉล้ม มงคล) ผลกระวาน นํ้าประสานทอง ชะเอมไทย พริกไทย อย่างละ 1 สลึง ตรีผลา 1 บาท ผลดีปลี3 ตำลึง นำตัวยาทั้งหมดบดผงละลายนํ้าส้มซ่าหรือนํ้ามะนาวก็ได้หากเป็นไข้สันนิบาตให้เอาชะมด พิมเสน แทรกก่อน รับประทาน หากมีอาการสะอึก ให้ละลายนํ้าขิง ตำ รับที่ 3: แก้ไข้สันนิบาต ไข้เหนือ (หมอแฉล้ม มงคล) รากคนทารากมะปรางรากมะปริงรากเท้ายายม่อม รากย่านางรากมะเฟืองรากมะนาวรากพุมเรียง จันทน์ทั้ง 2 ดอกบัวหลวง รากหวายเมีย รากหญ้าคา แห้วหมูรากขี้กาแดง แก่นสักขีรากฟักข้าว รากหมาก รากมะพร้าว ชะลูด แฝกหอม ใบพิมเสนต้น เนระพูสีจันทน์ชะมด อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า หรือบดผง เมื่อจะรับประทานให้แทรกชะมด พิมเสน ถ้ามีอาการท้องเสีย ให้แทรกอำ พัน


จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด 48 พืชสมุนไพร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล ชะมดเช็ด ชะมดเชียง ชะมดต้น (A. moschatus Medik.)


พืชสมุนไพร 49 จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อทางเคมี ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 18. ดีเกลือทั้ง 2 ดีเกลือไทย ดีเกลือฝรั่ง โซเดียมซัลเฟต (Na2 SO4 ) แมกนีเซียมซัลเฟต (MgSO4 .7H2 O) - ผลึก / เค็มขม ผลึก / ขมเย็น ถ่ายพรรดึก ถ่ายน้ำ เหลืองเสีย ชำระ เมือกมันในสำไส้ ดีเกลือ ข้อมูลเพิ่มเติม : ดีเกลือไทย เป็นผลพลอยได้จากการทำ นาเกลือ โดยนำ นํ้าจากการรื้อเกลือแต่ละ ครั้งขังรวมกัน ทิ้งไว้กระทั่งมีดีเกลือเกาะตามพื้นนาเกลือการเก็บดีเกลือไทยจะเก็บทุกวันตอนเช้าก่อนแดด ออก หากแดดจัดดีเกลือไทยจะละลายนํ้า ส่วนดีเกลือฝรั่ง ได้จากการทำ นาเกลือเช่นเดียวกัน โดยจะมีผลึก ของดีเกลือฝรั่งปนกับดีเกลือไทย การใช้ประกอบตำ รับยา : นิยมใช้ประกอบตำ รับยาแก้พรรดึก กัดเถาดานในท้อง ถ่ายนํ้าเหลืองเสีย หากไม่ระบุชนิดของดีเกลือ มักใช้ดีเกลือไทย ตำ รับที่ 1: แก้เตโชธาตุพิการ (พท. สมพร ชาญวณิชสกุล) สมอพิเภก 16 บาท เจตมูลเพลิง 8 บาท ขิงแห้ง 4 บาท รากช้าพลู3 บาท ผลดีปลีแก่นฝาง ดอก คำฝอย มะตูมอ่อน แห้วหมูเถาย่านาง ผลคัดเค้า ใบมะกา อย่างละ 2 บาท เถาสะค้าน ยาดำ ดีเกลือ อย่าง ละ 1 บาท นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า แบบต้ม 3 ส่วน เอา 1 ส่วน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 3 ช้อนโต๊ะ สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2: ยาฟอกโลหิต แก้สันนิบาต แก้ประจำ เดือนมาผิดปกติ (หมอเหล็ม หวัดแท่น) รากขี้กาแดง ขี้เหล็กทั้ง 5 ใบมะกา ใบมะขาม ใบส้มป่อย รากหญ้าไซ ผลคัดเค้า อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า แบบต้ม 3 ส่วน เอา 1 ส่วน กรองเอาเฉพาะนํ้ายา เติม ยาดำ 1 สลึง 1 เฟื้อง และดีเกลือ 1 ส่วน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 3 ช้อนโต๊ะ ตำ รับที่ 3: ยาแก้เสมหะพิการ (หมอแฉล้ม มงคล) ใบมะขาม เถาวัลย์เปรียง ฝาง หัวหอม อย่างละ 1 ส่วน ผลสมอไทย เท่าอายุผู้ป่วย นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า แบบต้ม 3 ส่วน เอา 1 ส่วน เมื่อจะกินให้แทรกดีเกลือตามธาตุหนักเบา ตำ รับที่ 4: ยาถ่ายดีเกลือฝรั่ง (ยาแคปซูล ยาเม็ด) บัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2556 ดีเกลือฝรั่ง 60 กรัม ยาดำสะตุ12 กรัม ใบมะกา ใบมะขาม เนื้อในฝักราชพฤกษ์รากขี้กาแดง ราก ขี้กาขาว รากตองแตก ฝักส้มป่อย เนื้อผลสมอไทย เนื้อผลสมอดีงู เถาวัลย์เปรียง ขี้เหล็กทั้ง 5 หัวหอม หญ้าไทร ใบไผ่ป่าหนักอย่างละ 3 กรัม รับประทานแก้ท้องผูกเรื้อรัง


จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด 50 พืชสมุนไพร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล ดีเกลือไทย ดีเกลือฝรั่ง


Click to View FlipBook Version