พืชสมุนไพร 51 จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด References 1. Tzeng T, Lu H, Liou S, Ju C, Liu I. Lipid-lowering effects of zerumbone , a natural cyclic sesquiterpene of Zingiber zerumbet Smith , in high-fat diet-induced hyperlipidemic hamsters. FOOD Chem Toxicol. 2014;69:132–9. 2.SaekooJ.The CytotoxicEffectof HuaKhaoYenon HumanBreast Cancer CellLines: The Cytotoxic Mechanism StudiesatBoth Cellularand MolecularLevels. A ThesisSubmitted in Partial Fulfillment of the Requirements for the Degree of Doctor of Philos. 2010. 3. Tewtrakul S, Itharat A. Nitric oxide inhibitory substances from the rhizomes of Dioscorea membranacea. J Ethnopharmacol. 2007;109(3):412–6. 4.TewtrakulS, Itharat A,RattanasuwanP. Anti-HIV-1 protease-and HIV-1integraseactivitiesofThaimedicinal plantsknownas Hua-Khao-Yen. JEthnopharmacol.2006;105(1–2):312–5. 5.ReanmongkolW, Itharat A,BoukingP. Investigationof theanti-inflammatory,analgesic and antipyreticactivitiesof theextracts from therhizomeof Dioscorea membranacea Pierre in experimental animals. Songklanakarin J Sci Technol. 2007;29(SUPPL. 1):49–57. 6. Sukma M, Chaichantipyuth C, Murakami Y, Tohda M, Matsumoto K, Watanabe H. Erratum to “ CNS inhibitory effects of barakol , a constituent of Cassia siamia Lamk .” 2003;85:175–6. 7. Yoshikawa M, Morikawa T, Nakano K, Pongpiriyadacha Y, Murakami T, Matsuda H. Characterization of new sweet triterpene saponins from Albizia myriophylla. J Nat Prod. 2002;65(11):1638–42. 8. Joycharat N, Boonma C, Thammavong S, Yingyongnarongkul B, Limsuwan S, VoravuthikunchaiSP. Chemicalconstituentsand biologicalactivitiesof Albizia myriophylla wood. Pharm Biol [Internet]. 2016;54(1):62–73. 9. Dhingra D, Parle M, Kulkarni SK. Memory enhancing activity of Glycyrrhiza glabra in mice. 2004;91:361–5. 10. SinghB, Nadkarni JR,VishwakarmaRA,BharateSB, Nivsarkar M, Anandjiwala S.The hydroalcoholicextractof Cassia alata(Linn.) leavesand its major compound rheinexhibits antiallergic activity via mast cell stabilizationand lipoxygenaseinhibition. J Ethnopharmacol [Internet]. 2012;141(1):469–73. 11. พืชอนุรักษ์ในบัญชีไซเตส (cites): 12. Hun CS, Hen TC, Hen YC. 3- O - b - D -Glucosyl- ( 1 β 6 ) - b - D -glucosylkaempferol Isolated from Sauropus androgenus Reduces Body Weight Gain in Wistar Rats. 2006;29(12):2510–3. 13. Wang H, Kan W, Cheng T, Yu S, Chang L. Differential anti-diabetic effects and mechanism of action of charantin-rich extract of Taiwanese Momordica charantia between type 1 and type 2 diabetic mice. FOOD Chem Toxicol [Internet]. 2014;69:347–56. 14. Chang Y, Lin Y, Yang D, Liu C, Hsu C, Tzang B. Hepatoprotection of Noni Juice against Chronic Alcohol. 2013; 15. Sairam M, Ilavazhagan G, Sharma SK, Dhanraj SA, Suresh B. Anti-microbial activity of anew vaginal contraceptive NIM-76 from neem oil ( Azadirachta indica ). 2000;71:377–82.
จุลพิกัดต่างกันที่ถิ่นกำเนิด 52 พืชสมุนไพร เอกสารอ้างอิง๑. ชยันต์ พิเชียรสุนทร, วิเชียร จีรวงส์. คู่มือเภสัชกรรมแผนไทย เล่ม ๕ : คณาเภสัช. กรุงเทพฯ : อมรินทร์, ๒๕๔๗. ๒. นิจศิริเรืองรังษี, ธาตรีผดุงเจริญ. พฤกษเคมีของเปลือกเถาและลักษณะทางเภสัชเวทของชะเอม เหนือ. ๒๕๓๗. ๓.ชยันต์พิเชียรสุนทร,แม้นมาสชวลิตและวิเชียรจีรวงส์.คำอธิบายตำ ราพระโอสถพระนารายณ์:ฉบับเฉลิมพระเกียรติ๗๒ พรรษามหาราชา ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔. กรุงเทพฯ : อมรินทร์, ๒๕๔๔. ๔. นพมาศ สุนทรเจริญนนท์. หลักการและเทคนิคพื้นฐานของวิธีทีแอลซี. นพมาศ สุนทรเจริญนนท์ อุทัย โสธนะพันธุ์และ ประไพ วงศ์สินคงมั่น, บรรณาธิการ. ทีแอลซี: วิธีอย่างง่ายในการวิเคราะห์คุณภาพ เครื่องยาไทย. ม.ป.ท. ๒๕๕๑: น.๒๑-๘๔. ๕.ชยันต์พิเชียรสุนทร,วิเชียรจีรวงส์.คู่มือเภสัชกรรมแผนไทย. เล่ม ๓, เครื่องยาสัตว์วัตถุ:กรุงเทพฯ: อมรินทร์, ๒๕๔๖.
พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 53 2. จุลพิกัดต่างกันที่สี ประกอบด้วยพิกัดต่าง ๆ ดังนี้ ข้อมูลเพิ่มเติม : ต้นตะบูนทั้งสองชนิด เป็นพืชป่าชายเลน (Mangrove forest) มีลักษณะเด่นคือ เปลือกนอกของลำต้นจะหลุดล่อนเป็นแผ่นคล้ายต้นฝรั่ง การใช้ประกอบตำ รับยา : ใช้ประกอบตำ รับยาแก้ท้องเสีย หรือรักษาแผลเปื่อยเรื้อรัง ตำ รับที่ 1: แก้ท้องเสีย (หมอเหล็ม หวัดแท่น) เมล็ดจันทน์เทศเบญกานีเปลือกต้นมะขาม เปลือกต้นตะขบ ครั่งชันต้นยางกำยาน เปลือกผลมังคุด เปลือกต้นตะบูน (หรือเปลือกผล) อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดบดผง เมื่อจะใช้ให้ละลายด้วยกระสายยา นํ้าทับทิม รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะเมื่อมีอาการ ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 1. ตะบูนทั้ง 2 ตะบูนดำ Xylocarpus granatum Koenig / T Xylocarpus moluccensis M. Roem. / T Meliaceae เปลือกต้น / ฝาด คุมธาตุ สมาน แผล ตะบูน ตะบูนขาว
จุลพิกัดต่างกันที่สี 54 พืชสมุนไพร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : เมื่อนำสารสกัดของเปลือกต้นตะบูนขาวด้วยเมทานอล ในขนาด 250 และ 500 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ป้อนให้หนูที่ถูกเหนี่ยวนำด้วยนํ้า มันละหุ่งและแมกนีเซียมซัลเฟตให้เกิดอาการท้องเสีย พบว่าสารสกัดเปลือก ต้นตะบูนขาวสามารถลดอาการท้องเสียได้โดยช่วยลดปริมาณอุจจาระและปริมาณอุจจาระเหลว ทั้งยังช่วย ลดการเคลื่อนไหวของลำ ไส้(1) ตะบูน (Xylocarpus sp.)
พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 55 ข้อมูลเพิ่มเติม : กะเพราขาวและกะเพราแดงมีสีของส่วนต่างๆ คือ ลำต้น ใบ ช่อดอก ที่แตกต่างกัน คือกระเพราขาวทุกส่วนจะมีสีเขียว และกะเพราแดง ทุกส่วนจะมีสีค่อนข้างแดง หรือม่วง ทางพฤกษศาสตร์ ยังคงจัดให้เป็นพืชชนิดเดียวกัน การใช้ประกอบตำ รับยา : นิยมใช้ประกอบตำ รับยาขับลม ยาปรับธาตุหรือใช้เป็นกระสายยา ในการ ประกอบตำ รับยามักใช้กะเพราแดงมากกว่ากะเพราขาว ตำ รับที่ 1: แก้เสลด (หมอแฉล้ม มงคล) รากเจตมูลเพลิง1ใบสะเดาใบคนทีสอกระเทียม เหง้าขิง เทพทาโรเปลือกต้นกุ่มบกใบกะเพราเหง้า กกลังกา อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดบดผง ละลายนํ้าผึ้ง รับประทานเมื่อมีอาการ ตำ รับที่ 2: แก้ปัสสาวะอักเสบ ปวดหน่วงบริเวณท้อง (หมอแฉล้ม มงคล) แมงลัก รากกะเพรา แก่นขี้เหล็ก ยาข้าวเย็น ขอบชะนาง รากผักเสี้ยนผีอย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้ง หมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 3: แก้ไอ เป็นไข้ตัวร้อน ผิวหนังเป็นผื่นคัน ในเด็ก (พท. สมพร ชาญวณิชสกุล) หัวยาจีนทั้ง 2 ตานทั้ง 5 หัวร้อยรูกะเพราแดง ผลสะแก อย่างละ 2 บาท รากเล็บมือนาง ตรีผลา อย่างละ 1 บาท ชะเอมเทศ3 บาท นำตัวยาทั้งหมดต้นํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 4: กะเพรา ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาต่างๆ ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ยาจากสมุนไพร พ.ศ.2556เช่น ยาประสะกะเพราใช้ใบกะเพราแดงแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อยาเลือดงาม ใช้รากและใบกะเพรา แก้อาการปวดประจำ เดือน ช่วยประจำ เดือนมาปกติแก้มุตกิด ยาแก้ไอพื้นบ้านอีสาน ใช้กะเพราแดงทั้งต้น แก้ไอ ขับเสมหะ ยาประสะมะแว้ง ใช้ใบกะเพรา แก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยให้ชุ่มคอ ยาธาตุ บรรจบ ใช้ใบกระเพราต้มเป็นกระสายยาแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 2. กะเพราทั้ง 2 กะเพราแดง กะเพราขาว Ocimum tenuiflorum L. / US Lamiaceae ทั้งต้น / เผ็ด ร้อน บำรุงธาตุขับลม แก้ลมตานซาง ขับ เหงื่อ แก้คลื่นเหียน อาเจียน กะเพรา
จุลพิกัดต่างกันที่สี 56 พืชสมุนไพร กะเพราขาว (Ocimum tenuiflorum L.) กะเพราแดง (Ocimum tenuiflorum L.) ช่อผลกะเพราแดง ช่อดอกกะเพราขาว งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : จากการศึกษาข้ามกลุ่มแบบอำ พรางทั้งสองฝ่าย ในอาสาสมัครที่มีสุขภาพดีอายุระหว่าง 18 - 60 ปี จำ นวน 2 กลุ่ม คือ 1. ให้รับประทานสารสกัดใบกะเพราด้วยเอทานอลของร้อยละ 70 ชนิดแคปซูล ในขณะ ท้องว่าง ขนาด 300 มิลลิกรัม/วัน เป็นเวลา 4 สัปดาห์ กลุ่มที่ 2 ให้รับประทานยาหลอกรูปแบบนํ้าเชื่อมใน ขนาดเท่ากัน แล้วจึงให้เว้นช่วง 3 สัปดาห์ก่อนทำการสลับกลุ่ม ภายหลังสิ้นสุดให้ยาพบว่า กลุ่มที่ได้รับสาร สกัดใบกะเพราช่วยเพิ่มโปรตีนชนิด interferon gamma และ interleukin - 4 และเพิ่มเซลล์เม็ดเลือดขาว ชนิด T-helper cell และ NK-cell เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก จึงสรุปได้ว่าสารสกัดใบกะเพราด้วย เอทานอลมีผลช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโดยไม่มีผลข้างเคียง ในร่างกายของอาสาสมัครสุขภาพดี(2)
พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 57 ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 3. กระดูกไก่ทั้ง 2 กระดูกไก่ดำ กระดูกไก่ขาว Justicia gendarussa Burm. f. / S Acanthaceae ใบ / เย็น กระจายโลหิต แก้ร้อนใน แก้พิษแมลงสัตว์ กัดต่อย กระดูกไก่ ข้อมูลเพิ่มเติม : หมอพื้นบ้านหลายท่านให้ข้อมูลว่า กระดูกไก่ดำ และกระดูกไก่ขาวที่ใช้ประกอบ ตำ รับยาดั้งเดิมคือพืชที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Prismatomeris tetrandra (Roxb.) K. Schum. subsp. tetrandra (Rubiaceae) ซึ่งทุกส่วนจะมีรสขม ใช้ลดไข้ได้ดีแต่ปัจจุบันใช้ชนิด J. gendarussa Burm. f. (ชื่ออื่น เช่น เฉียงพร้า เฉียงพร้ามอญ) เนื่องจากหาได้ง่ายกว่า แต่ชนิดนี้มีรสจืดเย็น จึงลดไข้ได้ไม่ดีเท่า P. tetrandra (Roxb.) K. Schum. subsp. tetrandra ดังนั้นหากต้องใช้J. gendarussa Burm. f. มักใช้ ประกอบกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ด้วย การใช้ประกอบตำ รับยา : ใช้ประกอบตำ รับยาลดไข้ ตำ รับที่ 1: ยาแก้ไข้ทั้งปวง ไข้ตรีโทษ (หมอแฉล้ม มงคล) รากหมาก รากมะพร้าว หญ้าแพรก ใบเงิน ใบทอง หญ้าปากควาย หมากผู้ย่านลำ เพ็ง หวายเมีย หัวคล้า แก้ว 5 ดวง หญ้ายองไฟ แก่นสักขีจตุผลาธิกะ จันทน์ทั้ง 2 แก่นแกแล ผลดีปลีสะเดาดิน เหง้า กกลังกา รากถอบแถบ ก้านสะเดา ผลสะค้าน แห้วหมูรากช้าพลูสลอดนํ้า รากขี้เหล็กกำยาน แก่นแสมสาร ตำ เสา กระดูกไก่แก่นปรู๋ชราทั้ง 5 (เทียนทั้ง 5) เกสรทั้ง 5 แก่นประดู่ พญามือเหล็ก รากขัดมอน รากหญ้า คา โคกกระออม เนื้อไม้ตับเต่า อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2: แก้อาการข้อ เข่าปวดบวม (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) รากกระดูกไก่ทั้ง 2 รากปลาไหลเผือกเถาขอบนาง เถากำแพง 7ชั้น เถาขมิ้นเครือ หญ้าใต้ใบ หญ้า หนูต้น เถาค้อนตีหมา อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้ง ละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ
จุลพิกัดต่างกันที่สี 58 พืชสมุนไพร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล กระดูกไก่ดำ (J. gendarussa Burm. f.) กระดูกไก่ขาว (P. tetrandra (Roxb.) K. Schum. subsp. Tetrandra) ใบและดอกกระดูกไก่ขาว ใบกระดูกไก่ดำ กระดูกไก่ขาว (J. gendarussa Burm. f.)
พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 59 ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 4. กระวานทั้ง 2 กระวานดำ กระวานขาว Amomum testaceum Ridl. / H Zingiberaceae ผล / เผ็ดร้อน บำรุงธาตุ ขับลม กระจายเลือดลม และเสมหะ กระวาน ข้อมูลเพิ่มเติม : กระวานขาวและกระวานดำ คือพืชชนิดเดียวกัน ที่มีการเก็บผลมาใช้ในช่วงอายุที่ แตกต่างกัน โดยกระวานขาวคือผลอ่อน และกระวานดำ คือผลแก่ (๓) การใช้ประกอบตำ รับยา : นิยมใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับขับลม บำ รุงธาตุ บำ รุงหัวใจ บำ รุง โลหิต และยาถ่าย เพื่อปรับสมดุลของลม ไม่ให้เกิดอาการไซ้ท้อง ตำ รับที่ 1: แก้ผิวหนังผื่นคันเรื้อรัง (พท. สมพร ชาญวณิชสกุล) ข้าวเย็นทั้ง 2 อย่างละ 10 บาท หัวยั้ง 5 บาท หัวร้อยรู3 บาท บอระเพ็ด เหงือกปลาหมอ ขมิ้น เครือเปลือกสมุลแว้งผลมะตูมอ่อน แก่นฝางคำฝอยขมิ้นชัน สมอทั้ง 3อย่างละ 2 บาท ลูกจันทน์กระวาน กานพลูเบญจกูลอย่างละ1 บาท นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร ประมาณ 2 สัปดาห์สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2: แก้โลหิตเป็นพิษ (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) เมล็ดเทียนดำ ผลกระวาน ตรีกฏุก ผลสวาด อย่างละ 1 ส่วน ใบหญ้าหนวดแมว นํ้าหนักเท่าตัวยา ต่างๆ รวมกัน นำตัวยาทั้งหมดบดผง เมื่อจะใช้นำผงยาประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะละลายในนํ้าผึ้งรวง หรือนํ้า ร้อน แก้ผดผื่นขึ้นตามผิวหนัง เพลีย นอนไม่หลับ แน่นหน้าอก ตำ รับที่ 3: แก้ไข้เพื่อวาโย (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) ผลกระวาน เนื้อไม้กฤษณาขอนดอกโกฐหัวบัว จันทน์ทั้ง 2อย่างละ 1ส่วน นำตัวยาทั้งหมดบดผง เมื่อจะใช้นำผงยาประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะละลายในนํ้าขันทศกรณฑ์แก้อาการไข้เพื่อวาโย ซึ่งมีอาการขนลุก หนาวสะท้าน ปวดศีรษะ เจ็บเสียดแทงในอก กระหายนํ้า นอนไม่หลับ ตำ รับที่ 4: ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาในบัญชียาหลักแห่งชาติยาจากสมุนไพร พ.ศ. 2556 ตำ รับต่างๆ คือ ยาประสะเปราะใหญ่ ถอนพิษไข้ตานซางในเด็ก ยาปราบชมพูทวีป แก้ไข้หวัด ยา บำ รุงโลหิต ช่วยบำ รุงโลหิต ยากษัยเส้น บรรเทาอาการปวดหลัง ปวดเอว ปวดเมื่อยตามร่างกาย ยาธรณีสัน ฑะฆาต แก้กษัยเส้น แก้เถาดาน แก้ท้องผูก ยาธาตุบรรจบ ยาธาตุอบเชย ยาประสะกานพลูยามหาจักรใหญ่ ยาอภัยสาลียาวิสัมพยาใหญ่ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ยาประสะเจตพังคีแก้กษัยจุกเสียด ขับผายลม และยา หอมต่าง ๆ เช่น ยาหอมเทพจิตร ยาหอมนวโกฐ ยาหอมอินทจักร์
จุลพิกัดต่างกันที่สี 60 พืชสมุนไพร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล กระวาน (Amomum testaceum Ridl.) ลักษณะผลกระวาน ลักษณะดอกกระวาน ลักษณะช่อดอกกระวาน
พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 61 ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 5. กระดาดทั้ง 2 กระดาดแดง กระดาดขาว Alocasia cf. macrorrhizos (L.) G. Don / H Colocasia sp. / H Araceae หัว / เมาเบื่อ กัดเถาดานในท้อง กัดเสมหะและโลหิต ที่เป็นก้อน กัดฝ้าแผลหนอง แก้ริดสีดวงทวาร กระดาด ข้อมูลเพิ่มเติม : - การใช้ประกอบตำ รับยา : นิยมใช้ประกอบตำ รับยากัดเถาดาน ริดสีดวงทวาร กัดเสมหะ ตำ รับที่ 1: ละลายเสมหะ ขับเสมหะ (หมอเหล็ม หวัดแท่น) หัวบุกรอ กระดาดทั้ง 2 หัวกลอย หัวอุตพิด แก่นจันทน์ทั้ง 2 เนื้อไม้เปล้าทั้ง 2 ตรีกฏุก เถาส้มกุ้ง ทั้ง 2 แก่นสักขีอย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มน้าํ รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2: แก้ท้องผูกเรื้อรัง (พท. สมพร ชาญวณิชสกุล) แก่นขี้เหล็ก รากย่านาง แก่นกันเกรา บุกรอ กระดาดทั้ง 2 เนื้อในราชพฤกษ์เถาวัลย์เหล็ก สมอทั้ง 3 อย่างละ 2 บาท ลูกจันทน์ดอกจันทน์กระวาน กานพลูอย่างละ 1 บาท นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทาน ก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 3: ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาในบัญชียาหลักแห่งชาติยาจากสมุนไพร พ.ศ. 2556 ยาธรณีสันฑะฆาต ประกอบด้วยเมล็ดจันทน์ดอกจันทน์ผลกระวาน ดอกกานพลูเทียนดำ เทียนขาว หัวดองดึง หัวบุก หัวกลอย หัวกระดาดขาว หัวกระดาดแดง ลูกเร่ว เหง้าขิง รากชะเอมเทศ รากเจตมูลเพลิง แดง โกฐกระดูก โกฐเขมา โกฐนํ้าเต้า อย่างละ 1 กรัม ชนิดผง รับประทานครั้งละ 0.5-1 กรัม ละลายนํ้าสุก หรือนํ้าผึ้ง ปั้นกลอน รับประทานก่อนอาหารเช้า หรือก่อนนอน แก้เถาดาน แก้ท้องผูก
จุลพิกัดต่างกันที่สี 62 พืชสมุนไพร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล กระดาดแดง กระดาดขาว ต้นกระดาดขาว ต้นกระดาดแดง เหง้าแห้งกระดาดขาว เหง้าแห้งกระดาดแดง
พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 63 ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 6. ก้างปลาทั้ง 2 ก้างปลาขาว Phyllanthus reticulatus Poir / S Flueggea virosa (Roxb. ex Willd) Voigt / S Phyllanthaceae ราก เนื้อไม้ / เย็น แก้ร้อนใน กระหาย น้ำ ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้แก้ไข้ รากสาด แก้ท้องร่วง แก้พิษสัตว์กัดต่อย ก้างปลา ก้างปลาแดง เหง้าแห้งกระดาดขาว เหง้าแห้งกระดาดแดง ข้อมูลเพิ่มเติม : เดิมพืชสกุล Phyllanthus และ Flueggea อยู่ในวงศ์Euphorbiaceae ปัจจุบัน ทั้ง 2 สกุล ได้จัดอยู่ในวงศ์Phyllanthaceae ก้างปลาแดงส่วนของกิ่ง ก้านใบ และผลมีสีแดง ส่วนก้างปลา ขาว ทั้งต้นจะมีสีเขียว การใช้ประกอบตำ รับยา : ใช้ประกอบตำ รับยาลดไข้แก้ผิวหนังผื่นคัน ตำ รับที่ 1: ต้มแก้พิษผูกท่าหนักท่าเบา (หมอแฉล้ม มงคล) รากคนทา รากย่านาง เท้ายายม่อม รากชิงชี่ มะเดื่อชุมพร จันทน์ทั้ง 2 สมอไทย สมอพิเภก สมอดีงู รากแฝก บอระเพ็ดก้างปลาทั้ง2ว่านกีบแรดว่านร่อนทองอย่างละ1ส่วน ก้านสะเดา33ก้าน เนื้อในฝักผัก ราชพฤกษ์3ฝัก นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตรสังเกต อาการ หากต้องการให้ถ่าย ให้แทรกดีเกลือตามธาตุหนักเบา แก้ไข้พิษ ให้คลั่ง ลิ้นกระด้างคางแข็ง ให้ เชื่อมมัว ให้หาวนอน ตำ รับที่ 2: ลดไข้ (หมอแฉล้ม มงคล) รากย่านาง สลอดนํ้า รากมะเดื่อ รากพุงดอ เถาชิงช้าชาลีรากไม้เท้ายายม่อม รากก้างปลาแดง ราก ตะไคร้นํ้า รากคล้ายหางนากอย่างละ1ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้าแบบต้ม 3ส่วน เอา1ส่วน รับประทาน ก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ แก้ไข้จับสะท้าน ตำ รับที่ 3: แก้ไข้เรื้อรัง ตัวเหลือง (หมอแฉล้ม มงคล) กันเกราทั้ง 5 คำ ไทยทั้ง 5 เถาบอระเพ็ด รากกรุงเขมา ช้าพลูดีปลีเถาวัลย์เปรียง แก่นขี้เหล็ก โกฐนํ้าเต้า ผลสมอทั้ง 5 จันทน์ทั้ง 2 เกสรบัวหลวง แห้วหมูเถาสะค้าน ฝักราชพฤกษ์รากย่านาง จันทน์ขาว ระงับใหญ่ก้านสะเดา33ก้าน ก้างปลาทั้ง2แก่นลั่นทม ขิงยาดำ ใบมะกาดอกบุนนาคดอกสารภีอย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ หากต้องการให้ถ่าย ให้แทรกดีเกลือตามธาตุหนักเบา
จุลพิกัดต่างกันที่สี 64 พืชสมุนไพร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล ก้างปลาแดง (Phyllanthus reticulatus Poir )
พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 65 ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 7.ขี้กาทั้ง 2 ขี้กาแดง ขี้กาขาว Gymnopetalum scabrum (Lour.) W.J. de Wilde & Duyfjes / C unknown Cucurbitaceae ผล ราก / ขม ขับพยาธิแก้ตาน ขโมย ถ่ายเสมหะ ลดไข้ ขี้กา ข้อมูลเพิ่มเติม : ขี้กาแดง ชื่อเดิมคือ Gymnopetalum integrifolia (Roxb.) Kurz ส่วนขี้กาขาว ไม่สามารถเก็บตัวอย่างมาระบุชนิดได้ การใช้ประกอบตำ รับยา : ใช้ประกอบตำ รับยาถ่ายเสมหะ หลายตำ รับใช้ขี้กาแดงชนิดเดียว ตำ รับที่ 1 : ยาแก้สันนิบาตตาขาว (หมอแฉล้ม มงคล) กระวาน ตะไคร้หอม ว่านนํ้า รากทิ้งถ่อน แก่นมะกรูด สน จันทน์ทั้ง 2 ขี้กาทั้ง 2 โกฐสอ เฉียงพร้า หอม กฤษณา กะลำ พัก โกฐเขมา โกฐก้านมะพร้าว โกฐพุงปลา คนทีสอ อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้ม นํ้า แบบต้ม 3 ส่วน เอา 1 ส่วน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2 : ยาปะโตลาธิคุณ แก้ไข้สันนิบาต (หมอแฉล้ม มงคล) จุกโรหินีกระดอม แห้วหมูพาโหม ตะไคร้หอม โกฐจุฬาลัมพา เนื้อในฝักราชพฤกษ์นํ้าประสานทอง ตรีผลา รากขี้กาทั้ง 2 จันทน์ขาว อย่างละ 1 ส่วน นำ ตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า แบบต้ม 3 ส่วน เอา 1 ส่วน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 3 : ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาในบัญชียาหลักแห่งชาติยาจากสมุนไพร พ.ศ. 2556 ยาถ่ายดีเกลือฝรั่ง ประกอบด้วยดีเกลือฝรั่ง หนัก60กรัม ยาดำสะตุหนัก12กรัม ใบมะกาใบมะขาม ใบส้มป่อย เนื้อในฝักคูน รากขี้กาแดง รากขี้กาขาว รากตองแตก ฝักส้มป่อย เนื้อผลสมอไทย เนื้อผลสมอดีงู เถาวัลย์เปรียง หนักสิ่งละ 3 กรัม ขี้เหล็กทั้ง 5 หนัก 3 กรัม หัวหอม หนัก 3 กรัม หญ้าไทร ใบไผ่ป่า หนักสิ่ง ละ 3 กรัม ชนิดแคปซูลและชนิดเม็ด ขนาดรับประทาน 1 กรัม วันละ 1 ครั้ง ก่อนนอน ถ้าไม่ถ่าย วันต่อไป รับประทานเพิ่มเป็น 1.5กรัม แต่ไม่เกิน 2.5กรัม ต่อวัน (ตามธาตุหนักธาตุเบา) บรรเทาอาการท้องผูกในราย ที่ท้องผูกมากหรือที่มีอาการท้องผูกเรื้อรังและใช้ยาอื่นแล้วไม่ได้ผล
จุลพิกัดต่างกันที่สี 66 พืชสมุนไพร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล ขี้กาแดง ลักษณะผลแห้งขี้กาแดง ลักษณะผลสดและเมล็ดขี้กาแดง
พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 67 ข้อมูลเพิ่มเติม : ขอบชะนางทั้ง2ชนิด บางพื้นที่เรียก“หญ้าหนอนตาย”สำ หรับขอบชะนางแดงเดิม ชื่อ Pouzolzia pentandra(Roxb.)Benn.ขอบชะนางทั้ง2 นี้หมอพื้นบ้านภาคใต้ไม่นิยมใช้อย่างไรก็ตาม ยังมีพืชอีกกลุ่มหนึ่งที่มีชื่อพื้นเมืองคล้ายกับขอบชะนางคือขอบนาง(Salaciaspp.วงศ์Celastraceae) เป็น ไม้เลื้อยมีหลายชนิดเช่น ขอบนางเถาขอบนางนั่งขอบนางด้ง หมอพื้นบ้านภาคใต้นิยมใช้ขอบนาง ประกอบ ตำ รับยาที่เกี่ยวข้องกับอาการข้อเข่าปวดบวม นํ้าเหลืองเสีย การใช้ประกอบตำ รับยา : การใช้ขอบนางเถา ตำ รับที่ 1: แก้อาการปวดเข่า ขัดข้อเข่า (หมอเหล็ม หวัดแท่น) หัวยาจีน 5 บาท หัวร้อยรูหัสคุณทั้ง 2 อย่างละ 4 บาท เถากำแพง 7 ชั้น รากกรุงเขมา รากหมาก หมก เถาขอบนางทั้ง 2 ผลดีปลีเทียนทั้ง 5 โกฐทั้ง 5 กระเทียม ผลพริกไทย อย่างละ 3 บาท ยาดำ 2 บาท มหาหิงคุ์1 บาท นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า แบบต้ม 3 ส่วน เอา 1 ส่วน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2: แก้อาการข้อเข่าปวด บวม (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) ผลพริกไทย เถาคุย เถามวก ย่านดูก เถาขอบนาง เถาไม้ค้อนตีหมา เถาคุระเปรียะ อย่างละ 1 ส่วน เหง้าขิงแห้ง ½ ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า แบบต้ม 3 ส่วน เอา 1 ส่วน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 8. ขอบชะนาง ทั้ง 2 ขอบชะนาง ขาว Gonostegia pentandra(Roxb.) Miq. / H Pouzolzia zeylanica (L.)Benn. & R.Br. / H Urticaceae ทั้งต้น / เมา เบื่อ ร้อน ขับระดูโลหิต กระจายเลือด แก้ริดสีดวง ขอบชะนาง ขอบชะนาง แดง ขี้กาแดง ลักษณะผลแห้งขี้กาแดง ลักษณะผลสดและเมล็ดขี้กาแดง
จุลพิกัดต่างกันที่สี 68 พืชสมุนไพร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล หญ้าขอบนางแดง (Gonostegia pentandra (Roxb.) Miq.) ขอบนางเถา (Salacia sp.)
พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 69 ข้อมูลเพิ่มเติม : ข้อมูลเพิ่มเติม : แคแดงและแคขาวมีสีดอกที่แตกต่างกัน ยังคงเป็นพืชชนิดเดียวกัน ตามหลักพฤกษศาสตร์ การใช้ประกอบตำรับยา : แก้ท้องเสียรักษาแผลเรื้อรัง มักใช้เป็นนํ้ากระสายยาและใช้แคแดงมากกว่า แคขาว ตำ รับที่ 1: ใช้เป็นกระสายยาในยาแก้ไข้แล้วมีอาการท้องเสียร่วมด้วย (หมอเหล็ม หวัดแท่น) แห้วหมู2 ส่วน เมล็ดผักกาด จันทน์ทั้ง 2 กฤษณา สน ชะเอม ขี้กาแดง ย่านาง เถามวกทั้ง 2 อย่าง ละ 1 ส่วนนำสมุนไพรทั้งหมดบดผง ขนาดรับประทาน 1-2 ช้อนโต๊ะ แก้ไข้หากมีอาการท้องเสียร่วมด้วย ให้ ละลายในกระสายยานํ้าแคแดง ตำ รับที่ 2: แก้กินอาหารผิดสำแดง (หมอแฉล้ม มงคล) ใบขมิ้นอ้อย ใบแพงพวย ใบแคแดง ใบพริกไทย ใบสมีทองหลางใบมน ใบถั่วแรด นมพิจิตร อวดข้าว กระดอม จันทร์ขาว อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมด บดผง ใช้ประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ ละลายนํ้าอุ่น นํ้าซาว ข้าว หรือนํ้าดอกจันทน์ใช้รับประทานและชโลมร่างกาย ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 9. แคทั้ง 2 แคแดง แคขาว Sesbania grandiflora (L.) Desv. / ST Fabaceae เปลือกต้น / ฝาด คุมธาตุแก้บิดมูก เลือด สมานแผล แค
จุลพิกัดต่างกันที่สี 70 พืชสมุนไพร แคขาว (Sesbania grandiflora (L.) Desv.) งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล
พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 71 ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 10. จันทน์ทั้ง 2 จันทน์ขาว Dracaena cochinchinensis (Lour.) S.C. Chen (ชยันต์และคณะ, 2544) Tarenna hoaensis Pit. / T (ชยันต์และคณะ, 2544) Asparagaceae Rubiaceae เนื้อไม้/ ขม เย็น แก้ไข้เพื่อดีแก้ไข้ ร้อนใน กระหายน้ำ แก้ตับพิการ เจริญ ไฟธาตุให้สมบูรณ์ จันทน์ จันทน์แดง ข้อมูลเพิ่มเติม : จันทน์แดงมีสรรพคุณเด่นด้านลดไข้แก้รัตตะปิตตะ ส่วนจันทน์ขาวช่วยลดพิษนํ้าดี บำ รุงตับ จันทน์แดงคือ เนื้อไม้ของต้นจันทน์ผา (Dracaena cochinchinensis (Lour.) S.C. Chenชื่อเดิม D. loureiri Gagnep. วงศ์เดิมคือ Dracaenaceae) ที่มีราลง ทำ ให้เนื้อไม้มีสีแดง (ชยันต์และคณะ, 2544) ส่วนจันทน์ขาว บางตำ รากล่าวว่า เป็นชื่อของพืช 2 ชนิด คือ Tarenna hoaensis Pit (Rubiaceae) และ Diospyros decandra Lour. (Ebenaceae) ซึ่งทั้ง 2 ชนิด เนื้อไม้มีกลิ่นหอมรสขม หมอพื้นบ้านบางท่าน ให้ข้อมูลว่าสามารถใช้แทนกันได้ การใช้ประกอบตำ รับยา : ใช้ประกอบตำ รับยาลดไข้ ตำ รับที่ 1: ยาจันทรเกสร ลดไข้ แก้ร้อนใน กระหายนํ้า (หมอเหล็ม หวัดแท่น) จันทน์ขาว 4 ส่วน จันทน์แดง 1 ส่วน เปลือกต้นสมุลแว้ง 2 ส่วน ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี อบเชย หญ้าฝรั่น อำ พัน ชะมดเชียง พิมเสน อย่างละ 1 ส่วน นำสมุนไพรทั้งหมดบดผง ใช้ครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ละลายนํ้าตรีสุคนธ์เป็นกระสายยา รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2: แก้ไข้ ปวดศีรษะ (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) ดอกบัวสัตตบุศ 2 ส่วน ตรีผลา หญ้าตีนกา จันทน์ทั้ง 2 ชะลูด โกฐทั้ง 5 อย่างละ 1 ส่วน ชะเอมเทศ ½ ส่วนนำสมุนไพรทั้งหมดบดผง ใช้ครั้งละ1-2ช้อนโต๊ะละลายนํ้ารากกรรณิการ์เป็นกระสายยารับประทาน ก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น สังเกตอาการ (รากกรรณิการ์ช่วยขับเหงื่อ) ตำ รับที่ 3: ยาแก้สันนิบาตดีพลุ่ง (หมอแฉล้ม มงคล) จันทน์ทั้ง 2 กฤษณา กะลำ พัก สักขีชะลูด แฝกหอม โกฐสอ โกฐหัวบัว โกฐเชียง เทียนดำ เทียนขาว เทียนเยาวพาณีผลสมอทั้งสาม อย่างละ 1 บาท เหง้าขิง รากเจตมูลเพลิง แกแล เถาสะค้าน ผลมะตูมอ่อน บอระเพ็ด แห้วหมูผลกระดอม ผลดีปลีดอกบุนนาค ดอกสารภีดอกจงกลนีเกสรบัวหลวงทั้ง 2 อย่างละ 2 สลึง เนื้อในฝักราชพฤกษ์2 บาท นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร ก่อนรับประทานให้แทรกพิมเสน สังเกตอาการ ตำ รับที่ 4: ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาในบัญชียาหลักแห่งชาติยาจากสมุนไพร พ.ศ. 2556 ยาหอมทิพโอสถ แก้ลมวิงเวียน ยาหอมเทพจิตร แก้ลมกองละเอียด หน้ามืด ตาลาย ยาเขียวหอม แก้ไข้แก้พิษหัด อีสุกอีใส ยาจันทน์ลีลา แก้ไข้ตัวร้อน ไข้เปลี่ยนฤดู
จุลพิกัดต่างกันที่สี 72 พืชสมุนไพร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล จันทน์แดง
พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 73 จันทน์แดง ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 11.เจตมูลเพลิง ทั้ง 2 เจตมูลเพลิง แดง เจตมูลเพลิง ขาว Plumbago indica L. / US Plumbago zeylanica L. / US Plumbaginaceae ราก / ร้อน บำรุงไฟธาตุ ขับลม ขับโลหิตระดู กระจายเลือดลม แก้ริดสีดวง เจตมูลเพลิง ข้อมูลเพิ่มเติม : เจตมูลเพลิงแดงเป็นสมุนไพรประจำธาตุไฟ นิยมใช้เจตมูลเพลิงแดงมากกว่าเนื่องจาก มีรสร้อนกว่าเจตมูลเพลิงขาว ในตำ รับยาหากเขียนชื่อ เจตมูลเพลิง มักหมายถึง เจตมูลเพลิงแดง การใช้ประกอบตำ รับยา : ใช้ประกอบตำ รับยาปรับธาตุ ตำ รับที่ 1: แก้เตโชธาตุพิการ (พท. สมพร ชาญวณิชสกุล) ผลสมอพิเภก 16 บาท รากเจตมูลเพลิงแดง 8 บาท เหง้าขิงแห้ง 4 บาท รากช้าพลู3 บาท ผลดีปลี แก่นฝางดอกคำฝอยผลมะตูมอ่อน แห้วหมูเถาย่านางผลคัดเค้าใบมะกาอย่างละ2 บาท เถาสะค้าน ยาดำ ดีเกลืออย่างละ1 บาท นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้าแบบต้ม 3ส่วน เอา1ส่วนรับประทานก่อนอาหารเช้าเที่ยงเย็น ครั้งละ250 มิลลิลิตรสังเกตอาการแก้เตโชพิการ มีอาการปวดแสบปวดร้อนสลับข้างทั้งมือและเท้าทั้ง2ข้าง ตำ รับที่ 2: แก้เส้น แก้สำ ประชวร (หมอแฉล้ม มงคล) ขี้เหล็กทั้ง 5 ตรีกฏุก ตรีผลา แก่นแสมทั้ง 2 ข่า เถาวัลย์เปรียง รากตองแตก เถาสะค้าน แห้วหมู รากช้าพลูแก่นฝาง รากเจตมูลเพลิง ใบมะกา ใบมะขาม ใบส้มป่อย เหง้าขมิ้นอ้อย ต้นสลัดได 3 แว่น ผล มะขามป้อม รากจิงจ้อ เหง้าไพล เหง้าว่านนํ้า รากและเหง้ากระชาย อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ แก้เส้น แก้กร่อน ตำ รับที่ 3: แก้เหน็บชา แขนขาไม่มีกำลัง (หมอเหล็ม หวัดแท่น) ผลดีปลีรากเจตมูลเพลิงทั้ง 2 เหง้าขิงแห้ง เหง้าว่านนํ้า โกฐทั้ง 9 หัวบุก พญามือเหล็ก ประดงข้อ (อีโงบ) แก่นกันเกรา เปลือกผลมะกรูด เปลือกผลส้ม เมล็ดจันทน์เทศ ดอกกานพลูการบูร ผลสมอทั้ง 3 ผล พริกไทย รากดองดึง ผลพิลังกาสา ผลมะตูมอ่อน อย่างละ 3 บาท ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทาน ก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 4: ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาในบัญชียาหลักแห่งชาติยาจากสมุนไพร พ.ศ. 2556 ทุกตำ รับจะใช้เฉพาะรากเจตมูลเพลิงแดง คือ ยาหอมนวโกฐ แก้ลมวิงเวียน แก้ลมปลายไข้ยาหอม อินทจักร์แก้ลมบาดทะจิตลมจุกเสียดคลื่นเหียนอาเจียน ยาเบญจกูลแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อยาประสะกานพลู แก้จุกเสียด แน่นเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ยามันทธาตุแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ธาตุไม่ปกติยาอภัยสาลีแก้จุกเสียด ยาธรณีสันฑะฆาต แก้เถาดาน แก้ท้องผูก ยาไฟประลัยกัลป์ยาไฟ 5 กอง ขับนํ้าคาวปลาในเรือนไฟ ช่วยให้ มดลูกเข้าอู่ ยาเลือดงาม แก้ปวดประจำ เดือน ช่วยให้ประจำ เดือนมาปกติแก้มุตกิด ยาสตรีหลังคลอด ขับ นํ้าคาวปลา บำ รุงโลหิต ยาปราบชมพูทวีป แก้หวัด แก้แพ้อากาศ ยาบำ รุงโลหิต ช่วยบำ รุงโลหิต ยากษัยเส้น บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ยาแก้ลมอัมพฤกษ์บรรเทาอาการปวดตามเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ มือเท้า ตึงหรือชา ยาสหัศธารา ขับลมในเส้น แก้โรคลมกองหยาบ ยาตรีพิกัด ปรับสมดุลธาตุ
จุลพิกัดต่างกันที่สี 74 พืชสมุนไพร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล เจตมูลเพลิงแดง (Plumbago indica L.) เจตมูลเพลิงขาว (Plumbago zeylanica L.)
พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 75 ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 12. บัวหลวงทั้ง 2 บัวหลวงแดง บัวหลวงขาว Nelumbo nucifera Gaertn. / AqH Nelumbonaceae ดอก / ฝาดหอม ชูกำลัง ทำให้ชื่นใจ แก้ไข้แก้ธาตุพิการ บำรุงหัวใจ บำรุง ครรภ์ บัวหลวง ข้อมูลเพิ่มเติม : บัวหลวงแดง และบัวหลวงขาว ใช้เรียกบัวหลวงที่มีกลีบดอกชั้นเดียว หากมีกลีบ ดอกหลายชั้น จะเรียกว่า สัตตบงกช อย่างไรก็ตาม หมอพื้นบ้านบางท่านให้ข้อมูลว่า สามารถใช้แทนกันได้ การใช้ประกอบตำ รับยา : ใช้ประกอบตำ รับยาบำ รุงหัวใจ บำ รุงครรภ์ ตำ รับที่ 1: แก้ไข้สันนิบาต (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) เหง้าเปราะ เกสรบัวหลวง แก่นจันทน์หอม โกฐหัวบัว ใบเสนียด ใบสะเดา อย่างละ 1 ส่วน นำตัว ยาทั้งหมดต้มนํ้า แบบต้ม 3 ส่วน เอา 1 ส่วน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2: แก้วาโยธาตุแปร (หมอแฉล้ม มงคล) ผลพริกไทย เหง้าขิง กระเทียม เกสรบัวหลวงทั้ง 2 มหาหิงคุ์ใบกระวาน ลำ พัน โกฐพุงปลา สะค้าน เกลือสินเธาว์ หญ้าตีนนก อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดบดผง ใช้ครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ละลายนํ้าอุ่น รับประทานก่อนอาหาร แก้ริดสีดวงผอมเหลือง แก้พรรดึก เมื่อยตัว จุกเสียด แก้ลม 20 จำ พวก แก้ลงท้อง แก้มูตรและเจริญอาหาร ตำ รับที่ 3: ยาแก้สันนิบาตดีพลุ่ง (หมอแฉล้ม มงคล) จันทน์ทั้ง 2 กฤษณา กะลำ พัก สักขีชะลูด แฝกหอม โกฐสอ โกฐหัวบัว โกฐเชียง เทียนดำ เทียนขาว เทียนเยาวพาณีผลสมอทั้งสาม อย่างละ 1 บาท เหง้าขิง รากเจตมูลเพลิง แกแล เถาสะค้าน ผลมะตูมอ่อน บอระเพ็ด แห้วหมูผลกระดอม ผลดีปลีดอกบุนนาค ดอกสารภีดอกจงกลนีเกสรบัวหลวงทั้ง 2 อย่างละ 2 สลึง เนื้อในฝักราชพฤกษ์2 บาท นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร ก่อนรับประทานให้แทรกพิมเสน สังเกตอาการ ตำ รับที่ 4: ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาในบัญชียาหลักแห่งชาติยาจากสมุนไพร พ.ศ. 2556 ทุกตำ รับจะระบุเฉพาะเกสรบัวหลวง คือ ยาหอมทิพโอสถ แก้ลมวิงเวียน ยาหอมเทพจิตร แก้ลม กองละเอียด อาการหน้ามืด ตาลาย สวิงสวาย ยาหอมนวโกฐ แก้ลมวิงเวียน แก้ลมปลายไข้ยาหอมแก้ลม วิงเวียน แก้ลมวิงเวียน อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ ยาสตรีหลังคลอด ขับนํ้าคาวปลา บำ รุงโลหิต ยาเขียวหอม แก้ไข้แก้พิษหัด พิษอีสุกอีใส ยาประสะจันทน์แดง บรรเทาอาการไข้ตัวร้อน (ไข้พิษ) แก้ร้อนในกระหายนํ้า ยาประสะเปราะใหญ่ถอนพิษไข้ตานซางสำ หรับเด็กยาบำรุงโลหิตช่วยบำรุงโลหิตยากษัยเส้น บรรเทาอาการ ปวดเมื่อยตามร่างกายยาตรีเกสรมาศแก้อ่อนเพลีย ปรับธาตุในผู้ป่วยที่เพิ่งฟื้นจากการเจ็บป่วยเช่น ไข้ท้องเสีย
จุลพิกัดต่างกันที่สี 76 พืชสมุนไพร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : เมื่อป้อนสารสกัดดอกบัวหลวงสีชมพูด้วยไฮโดรแอลกอฮอล์ร้อยละ 50 ให้แก่หนูแรท ในขนาด 10, 100 และ 200 มิลลิกรัม/กิโลกรัม เป็นเวลา 45 นาทีก่อนจะกระตุ้นให้เกิดความเครียดอย่างต่อเนื่อง 12 ชั่วโมง ติดต่อกัน 14 วัน แล้วจึงประเมินความเสียหายของสมอง พบว่าสารสกัดดอกบัวหลวงช่วยป้องกัน ภาวะความจำ บกพร่อง และลดระดับความเสียหายในสมอง โดยเกิดการยับยั้งการเกิด oxidative stress ใน สมอง ลดระดับ corticosterone และลดการทำ งานของเอนไซม์monoamine oxidase type A (MAOA), acethylcholinesterase (AChE), monoamine oxidase type B (MAO-B) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการได้รับ ความเครียด และยังพบว่าสารสกัดจากดอกบัวยังช่วยเพิ่มความหนาแน่นของเซลล์สมอง และการแสดงออก ของโปรตีน Ki67 ในสมองส่วนฮิปโปแคมปัส แสดงให้เห็นว่าสารสกัดดอกบัวหลวงสามารถช่วยป้องกันความ เสียหายของสมองที่เกิดจากความเครียด โดยอาศัยการฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ การสร้างเซลล์ประสาทใหม่ ร่วมกับการทำ งานของสาร monoaminergic และ cholinergic ในสมองที่ดีขึ้น (3) ภาพจาก https://th.wikipedia.org บัวหลวงขาว บัวหลวงแดง
พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 77 ข้อมูลเพิ่มเติม : บัวหลวงและสัตตบงกช เป็นบัวชนิดเดียวกัน ชื่อวิทยาศาสตร์เหมือนกัน แตกต่าง กันที่จำ นวนกลีบดอก ซึ่งสัตตบงกชจะมีกลีบดอกซ้อนกันหลายชั้น (สัตต แปลว่า 7) ทั้งสัตตบงกชแดง และ สัตตบงกชขาว แตกต่างกันที่สีดอก การใช้ประกอบตำ รับยา : ใช้ประกอบตำ รับยาบำ รุงหัวใจ บำ รุงครรภ์ ตำ รับที่ 1: แก้ไข้ (หมอแฉล้ม มงคล) แก่นสนเทศ แก่นสักขีเถาจุกโรหินีเมล็ดจันทน์เทศ ดอกสัตตบงกช โกฐจุฬาลัมพา ผลกระดอม เถา บอระเพ็ดดอกจงกลนีดอกบัวหลวงดอกบัวขม ผักขวง โกฐสอดอกบัวเผื่อน ดอกสัตตบุตย์อย่างละ 1ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ แก้ไข้ตัว ร้อน แก้ไข้รากสาด ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 13. สัตตบงกช ทั้ง 2 สัตตบงกชแดง สัตตบงกชขาว Nelumbo nucifera Gaertn. / AqH Nelumbonaceae ดอก / ฝาด หอม ชูกำลัง ทำให้ชื่นใจ แก้ไข้แก้ธาตุพิการ บำรุงหัวใจ บำรุง ครรภ์ สัตตบงกช
จุลพิกัดต่างกันที่สี 78 พืชสมุนไพร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล สัตตบงกชแดง ( Nelumbo nucifera Gaertn. ) ภาพจาก http://thaiwaterlily.com สัตตบงกชขาว
พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 79 สัตตบงกชแดง ( Nelumbo nucifera Gaertn. ) ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 14. เถามวกทั้ง 2 เถามวกแดง เถามวกขาว Unknown / C - เถา / เมาเบื่อ ฝาด บำรุงโลหิต แก้โลหิต จาง แก้ท้องร่วง แก้ ปวดขัดตามข้อ เถามวก ข้อมูลเพิ่มเติม : เถามวกทั้ง 2 ไม่สามารถเก็บตัวอย่างเพื่อมาระบุชนิดได้บางรายงานระบุข้อมูล ว่า เถามวกแดง คือ Urceola rosea (HooK. & Arn.) D.J. Middleton และ เถามวกขาว คือ Urceola minutiflora (Pierre) D.J. Middleton อยู่ในวงศ์ Apocynaceae และหากในตำ รับยาระบุชื่อ เถามวก จะหมายถึง เถามวกแดง การใช้ประกอบตำ รับยา : ตำ รับที่ 1: แก้โรคลม เหน็บชา (หมอเหล็ม หวัดแท่น) แก่นขี้เหล็กเลือดเถาวัลย์เปรียงรากมะคำ ไก่ เถามวกทั้ง2ผลดีปลีรากช้าพลูเหง้าขิงแห้ง เถาสะค้าน เนื้อไม้กฤษณา เถาหางไหลทั้ง 2 รากเขยตาย เนื้อไม้กะทกรก ผลมะแว้ง แก่นราชพฤกษ์ เปลือกต้นมะซาง เหง้ากระชาย เหง้าข่าทั้ง 2 เนื้อไม้เทพธาโร เนื้อไม้เปล้าทั้ง 2 แก่นมะกา ขอนดอก อบเชย แก่นฝาง พิมเสน แก่นแสมทะเล โกฐนํ้าเต้า รากเจตมูลเพลิง กะลำ พัก แก่นจันทน์เทศ ผลกระดอม อย่างละ 3 บาท นำตัวยา ทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2: แก้ไข้ให้ร้อนให้เย็นภายในภายนอก (หมอแฉล้ม มงคล) ไม้เท้ายายม่อม รากถอบแถบ แก่นขนุน แก่นสักขีฝางจันทน์ทั้ง2เบี้ยจักจั่น รากย่านาง รากขัดมอน เถามวก อย่างละ 1 ส่วน นำ สมุนไพรมาบดผง ใช้ประมาณครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ละลายด้วยนํ้าซาวข้าว รับประทาน ก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น และชโลมร่างกาย สังเกตอาการ ตำ รับที่ 3: กระทุ้งไข้ (หมอแฉล้ม มงคล) ยา5รากรากหมาก1รากกระเพรารากมะปรางรากมะเฟืองรากฟักข้าวเหง้าคล้า หัวข้าวเย็นเหนือ ชะลูด แฝกหอม หวายลิง รากหญ้าคา จันทน์ทั้ง 2 รากหมากสง พุมเรียง เถามวก อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยา ทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 4: ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาในบัญชียาหลักแห่งชาติยาจากสมุนไพร พ.ศ. 2556 ใช้เป็นส่วนประกอบใน ยาหอมอินทจักร์แก้ลมบาดทะจิตลมจุกเสียดคลื่นเหียนอาเจียน ส่วนเถามวก แดง ใช้ในตำ รับ ยาหอมแก้ลมวิงเวียน แก้ลมวิงเวียน อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ ยาบำ รุงโลหิต ช่วยบำ รุงโลหิต
จุลพิกัดต่างกันที่สี 80 พืชสมุนไพร เถามวกแดง ( ตัวอย่างแห้งจากร้านขายยาสมุนไพร ) งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล เนื่องจากไม่สามารถระบุชื่อวิทยาศาสตร์ได้ เถามวกขาว ( ตัวอย่างแห้งจากร้านขายยาสมุนไพร )
พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 81 ข้อมูลเพิ่มเติม : ในตำ รา เช่น แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์หรือหมอพื้นบ้านบางท่าน อาจเรียก“ชะรา” แทนเทียน เช่น ชะราทั้ง 2 การใช้ประกอบตำ รับยา : ใช้ประกอบยาขับลมต่างๆ ตำ รับที่ 1: แก้โพรงจมูกอักเสบ ภูมิแพ้ ริดสีดวงจมูก (พท. สมพร ชาญวณิชสกุล) หัวยาจีนทั้ง2ขันทองพยาบาท อย่างละ5 บาท หัวยั้ง3 บาท สมอทั้ง3โกฐนํ้าเต้า ทองพันชั่ง โกฐกะ กลิ้ง อย่างละ 2 บาท ลูกจันทน์กระวาน กานพลูชะเอมเทศ อบเชยเทศ เทียนทั้ง 2 แก่นฝาง คำฝอย อย่าง ละ1 บาท ต้นพริกขี้หนู1ต้น รากและใบย่านาง2กำ มือ นำตัวยาทั้งหมดต้มน้ำ รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2: แก้ปวดตามข้อ บำ รุงธาตุ (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) จันทน์ทั้ง 5 เกสรทั้ง 5 เทียนทั้ง 2 เถาวัลย์เปรียง ผลสมอไทย ผลสมอดีงูผลกระดอม เหง้าขิงแห้ง เหง้าไพล เทียนข้าวเปลือก โกฐนํ้าเต้า โกฐกระดูก ใบส้มป่อย เถาชิงช้าชาลีเหง้ากระชาย เถาบอระเพ็ด เปล้าใหญ่ดอกคำฝอย กะลำ พัก แก่นสะเดา แก่นขี้เหล็ก กฤษณา เปลือกผลมะกรูด ยาดำ ดินปะสิว พาโหม ครั่ง อย่างละ 2 บาท นำสมุนไพรมาบดผง ใช้ประมาณครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ละลายนํ้าผึ้ง รับประทานก่อน อาหาร เช้า เที่ยง เย็น สังเกตอาการ ตำ รับที่ 3: ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาในบัญชียาหลักแห่งชาติยาจากสมุนไพร พ.ศ. 2556 เทียนดำ เทียนแดง เป็นส่วนหนึ่งของพิกัดเทียน 5 เทียน 7 และเทียน 9 ดังนั้นจึงถูกใช้เป็นส่วน ประกอบของตำรับยาต่างๆเช่น ยาหอมทิพโอสถแก้ลมวิงเวียน ยาหอมนวโกฐแก้ลมวิงเวียน แก้ลมปลายไข้ ยาหอมอินทจักร์แก้ลมบาดทะจิต ลมจุกเสียด คลื่นเหียนอาเจียน ยาธาตุบรรจบ บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ยามันทธาตุ บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้ธาตุไม่ปกติ ยามหาจักรใหญ่ บรรเทาอาการ ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้ลมซาง ยาอภัยสาลี บำ บัดโรคลม บรรเทาอาการจุกเสียดแน่น ยาริดสีดวงมหากาฬ บรรเทาอาการริดสีดวงทวารหนัก ยาประสะเปราะใหญ่ ถอนพิษไข้ตานซางสำ หรับเด็ก ยาบำ รุงโลหิต ช่วย บำ รุงโลหิต ยาสหัศธารา ขับลมในเส้น แก้โรคลมกองหยาบ ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 15. เทียนทั้ง 2 เทียนขาว (ยี่หร่า) Lepidium sativum L. (ชยันต์และคณะ, 2544) / ExH Cuminum cyminum L. (ชยันต์และคณะ, 2544) / ExH Brassicaceae Apiaceae เมล็ด / เผ็ดร้อน ผล / สุขุม แก้เสมหะ แก้ลม แก้น้ำดีพิการ แก้คลื่นเหียน อาเจียน แก้ลมเสียด แทงในลำไส้ แก้ลมทั้งปวง แก้เสมหะ แก้นิ่ว มุตกิด เทียน เทียนแดง
จุลพิกัดต่างกันที่สี 82 พืชสมุนไพร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : เมื่อนำสารสกัดเมล็ดเทียนขาวด้วยนํ้าซึ่งมีฤทธิ์ป้องกันภาวะความดันโลหิตสูง มาป้อนให้หนูแรทใน ขนาด 200 มิลลิกรัม/นํ้าหนักตัว 1 กิโลกรัม เป็นเวลา 9 สัปดาห์ โดยเหนี่ยวนำ ให้หนูเกิดภาวะความดัน โลหิตสูง ด้วยวิธีtwo-kidneyone-clip (2K/1C) พบว่าสารสกัดช่วยยับยั้งการลดลงของ nitricoxide และ ทำ ให้ความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัวลดลง ทั้งยังช่วยเพิ่มการแสดงออกของยีน endothelial nitric-oxide synthase (eNOS), Bcl-2, thioredoxin 1 (TRX1) และ thioredoxin reductase 1 (TRXR1) นอกจาก นี้ยังลดการแสดงออกของยีน Bax, tumor necrosis factor β (TNF-β) และ interleukin 6 (IL-6) แสดง ให้เห็นว่าสารสกัดเมล็ดเทียนขาวช่วยส่งเสริมการทำ งานของเนื้อเยื่อendothelialยับยั้งการเกิดสารก่อการ อักเสบและภาวะ oxidative stress ในภาวะของความดันโลหิตสูงได้(4) เทียนแดง เทียนขาว
พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 83 ข้อมูลเพิ่มเติม : - การใช้ประกอบตำ รับยา : ใช้ในตำ รับยาขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ทำยาสุมกะหม่อมเด็กแก้ชัก แก้หวัด กำ เดา ลมซาง ขับเลือดขับหนอง แก้ไอ แก้ลมพิษ แก้ผื่นคัน ตำ รับที่ 1: แก้ไข้สันนิบาต (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) เกสรบัวหลวง แก่นจันทน์หอม โกฐหัวบัว ใบเสนียด ใบสะเดา อย่างละ 1 ส่วน เหง้าเปราะหอม 5 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า แบบต้ม 3 ส่วน เอา 1 ส่วน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2: ยามหาพิมเสน แก้ปถวีธาตุทั้ง 3 ประการ หัวใจ ตับ ปอด (หมอแฉล้ม มงคล) ชะมดเชียง พิมเสน ดอกกรุงเขมา ผลเอ็น ฤษีผสม เปลือกตีนเป็ด ใบสะเดา ใบเสนียด หญ้าตีนนก สมอทั้ง 3 ผลมะขามป้อม อบเชย ลำ พัน โกฐสอ ใบกระวาน ดอกบุนนาค เหง้าเปราะหอม ดอกผักปอด เกสรทั้ง 5 ดอกคำ ไทย อย่างละ 1 ส่วน นำสมุนไพรมาบดผง ใช้ประมาณครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ละลายนํ้าจัน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น สังเกตอาการ ตำ รับที่ 3: ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาในบัญชียาหลักแห่งชาติยาจากสมุนไพร พ.ศ. 2556 ทุกตำ รับระบุใช้ เหง้าเปราะหอม คือ ยาหอมทิพโอสถ แก้ลมวิงเวียน ยาหอมเทพจิตร แก้ลม กองละเอียด ยาหอมนวโกฐ แก้ลมวิงเวียน แก้ลมปลายไข้ยาธาตุบรรจบ บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ยาประสะกานพลู บรรเทาอาการปวดท้อง จุกเสียด แน่นเฟ้อจากอาหารไม่ย่อย เนื่องจากธาตุไม่ปกติ ยาเขียวหอม บรรเทาอาการไข้ร้อนในกระหายน้ำ แก้พิษหัด พิษอีสุกอีใส ยาประสะจันทน์แดง บรรเทา อาการไข้ตัวร้อน (ไข้พิษ) แก้ร้อนในกระหายนํ้า ยาประสะเปราะใหญ่ถอนพิษไข้ตานซางสำ หรับเด็ก ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 16. เปราะหอม ทั้ง 2 เปราะ หอมแดง เปราะ หอมขาว Kaempferia galanga L. Zingiberaceae เหง้า / เผ็ด ร้อนหอม ขม แก้บุพโพโลหิตให้ตก แก้ลม แก้โรคผิวหนัง เป็นผื่น แก้ไอ กระจายโลหิต แก้ลมที่มีพิษ เปราะหอม
จุลพิกัดต่างกันที่สี 84 พืชสมุนไพร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : จากการศึกษาสมุนไพรในวงศ์Zingiberaceaeจำ นวน 6ชนิดได้แก่ขมิ้น (Curcuma domestica Valeton) ว่านชักมดลูก (C. xanthorrhiza Roxb.) เปราะหอม (Kaempferia galanga L.) ไพล (Zingiber cassumunar Roxb.) ขิง (Z. officinale Roscoe) และกะทือ (Z. zerumbet (L.) Smith) พบว่ามีฤทธิ์ต้านการกระตุ้นไวรัสเอพสเตนบาร์ด้วยสาร TPA (12-o-tetradecanoyl phorbol-13-acetate ) ซึ่ง เป็นสารเร่งการเกิดมะเร็ง โดยการศึกษานี้สามารถใช้เป็นข้อมูลที่เอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาสมุนไพร เพื่อ ช่วยป้องกันการมะเร็งในระยะ tumour promoting stage ได้(5) เปราะหอม (Kaempferia galanga L.)
พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 85 ข้อมูลเพิ่มเติม : ย่านางแดงและย่านางขาว (ย่านาง) เป็นพืชที่อยู่คนละวงศ์กัน แต่มีลักษณะของใบ คล้ายคลึงกัน คือมีเส้นใบออกจากฐาน 3เส้น ย่านางแดงจะมีเถาอ่อนและก้านใบสีแดงและมีตะขอ(tendril) ส่วนย่านางขาวทั้งต้นมีสีเขียวย่านางแดงเดิมชื่อBauhinia strychnifolia Craib ไม่พบในพื้นที่ภาคใต้ยกเว้น นำ มาปลูก จึงไม่มีข้อมูลตำ รับยาที่ใช้ย่านางแดง การใช้ประกอบตำ รับยา : มีข้อมูลเฉพาะการใช้ย่านางขาวประกอบตำ รับยาลดไข้แก้พิษต่างๆ ตำ รับที่ 1 : แก้อาการวัยทอง (พท. สมพร ชาญวณิชสกุล) หัวยาจีนทั้ง 2 อย่างละ 20 บาท หัวยั้ง 10 บาท แก่นขี้เหล็ก 2 บาท หัวบุก 2 บาท หัวเอาะแดง เอาะ ขาว อย่าง 2 บาท ใบไผ่ป่า (สด) 2 กำ มือ รากย่านาง 5 บาท โกฐสอ 2 บาท โกฐนํ้าเต้า 2 บาท โกฐกะกลิ้ง 2 บาท เทียนดำ เทียนขาว อย่างละ 2 บาท เกสรทั้ง 5 อย่างละ 1 บาท เนื้อในฝักราชพฤกษ์3 บาท สมอทั้ง3อย่างละ1 บาท นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้ารับประทานก่อนอาหารเช้าเที่ยงเย็น ครั้งละ250 มิลลิลิตร สังเกตอาการและเพิ่มเติมตำ รับยาดังนี้คือยาเบญจกูลยาประสะไพลและยาบำ รุงโลหิตอย่างละ2แคปซูล ก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ตำ รับที่ 2 : กระทุ้งพิษไข้ (หมอแฉล้ม มงคล) ยา5รากรากหมากรากกระเพรา รากมะปราง รากมะเฟือง ฟักข้าวคนทา หัวคล้า หัวข้าวเย็นเหนือ ชะลูด แฝกหอม หวายลิง รากหญ้าคา จันทน์ทั้ง 2 รากหมากสง พุมเรียง เถามวก อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยา ทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 3: ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาในบัญชียาหลักแห่งชาติยาจากสมุนไพร พ.ศ. 2556 รากย่านาง ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยา ยาหอมอินทจักร์แก้ลมบาดทะจิต แก้คลื่นเหียน แก้ลม จุกเสียด ยา 5 ราก บรรเทาอาการไข้ ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 17. ย่านางทั้ง 2 ย่านางแดง Tiliacora triandra (Colebr.) Diels / C Lysiphyllum strychnifolium (Craib) A. Schmitz/ C Menispermaceae Fabaceae ราก / ขมเย็น ราก / ขมเย็น แก้ไข้ทุกชนิด ไข้พิษ ไข้เหนือ ไข้หัว เหือด หัด สุกใส กระทุ้ง พิษไข้ ฝนกับน้ำ ดื่มแก้ไข้ หมากไหม้(ไข้พิษ) แก้ผิดสำแดง แก้เมาเห็ด เมาสุรา ถอนพิษได้ดี ย่านาง ย่านางขาว เปราะหอม (Kaempferia galanga L.)
จุลพิกัดต่างกันที่สี 86 พืชสมุนไพร ลักษณะผลย่านางขาว (T. triandra (Colebr.) Diels) ย่านางขาว (Tiliacora triandra (Colebr.) Diels)
พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 87 เปรียบเทียบระหว่างใบย่านางแดง และใบย่านางขาว ย่านางแดง (Lysiphyllum strychnifolium (Craib) A. Schmitz) ลักษณะช่อดอกย่านางแดง ลักษณะ tendril และสีเถาของย่านางแดง ลักษณะเถาและเนื้อไม้ย่านางแดง งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล ย่านางขาว ย่านางแดง
จุลพิกัดต่างกันที่สี 88 พืชสมุนไพร ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 18. ผักเป็ดทั้ง 2 ผักเป็ดแดง ผักเป็ดขาว Alternanthera bettzickiana (Regel) G. Nicholson / H Alternanthera sessilis (L.) R. Br. ex DC. / H Amaranthaceae ทั้งต้น / ขม เอียน ดับพิษโลหิต ทำให้ โลหิตเย็น ฟอกและ บำรุงโลหิต แก้ปวด เอว แก้ระดูพิการดำ เหม็น ปวดท้อง เป็น ยาระบายอ่อนๆ ผักเป็ด ข้อมูลเพิ่มเติม : - การใช้ประกอบตำ รับยา : ตำ รับที่ 1 : บำ รุงโลหิต แก้โลหิตประจำ เดือนมาผิดปกติ (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) แก่นแกแลแก่นฝางผักเป็ดทั้ง 2อย่างละ 1ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2 : ยาเขียวสรรพคุณ แก้ไข้ (หมอแฉล้ม มงคล) ใบชิงชี่ใบมะเฟืองใบนํ้าเต้าไผ่รวกใบผักเป็ดแดง มะยม ใบพันงูแดง ใบผักเสี้ยนผีใบมะคำ ไก่ใบมะงั่ว ใบส้มซ่า ใบขี้กาแดง ใบฟักข้าว ใบบอระเพ็ดใบระงับ ใบสะเดา ใบบัวบกใบชุมเห็ดใบคนทีสอใบมะกรูดใบ มะนาวใบกะเม็ง ใบแมงลักใบกระเพราแดง ใบหมากทั้ง2อย่างละ1ส่วน นำสมุนไพรมาบดผง ใช้ประมาณ ครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ละลายนํ้ากระสายตามอาการ รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น สังเกตอาการ
พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 89 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล ผักเป็ดขาว (A. sessilis (L.) R. Br. ex DC.) ผักเป็ดแดง (A. bettzickiana (Regel) G. Nicholson)
จุลพิกัดต่างกันที่สี 90 พืชสมุนไพร ข้อมูลเพิ่มเติม : ไม่สามารถเก็บตัวอย่างพืชเพื่อนำ มาระบุชนิดได้มีข้อมูลรายงานไว้ว่า ผักแพวแดง คือพืชที่มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Iresine herbstii Hook / ExH วงศ์Amaranthaceae ผักแพวขาว บางพื้นที่ใช้เรียกต้น หญ้างวงช้าง Heliotropium indicum L. (Boraginaceae) การใช้ประกอบตำ รับยา : บำ รุงธาตุ ตำ รับที่ 1 : แก้เตโชธาตุ ชื่อปริณามัคคีแตก (หมอเหล็ม หวัดแท่น) ผักแพวแดง โกฐสอชะเอมเทศเนื้อในฝักมะขาม เหง้าตะไคร้ใบสวาดเหง้ากกลังกาอย่างละ 1ส่วน นำสมุนไพรมาบดผง ใช้ประมาณครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ละลายนํ้าอุ่น หรือน้ำ นมโค รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2 : แก้หูอื้อ (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) เปลือกผลมะนาวเถาบอระเพ็ดผักแพวแดงผลดีปลีมะตูม รากกรุงเขมาแห้วหมูผลพิลังกาสาอย่าง ละ 2 สลึง แก้หูอื้อ ปวดศีรษะ นํ้าตาไหล คัดจมูก ตำ รับที่ 3 : สันฑคาตอันบังเกิด เพื่อปัตคาตและแก้ทั้งพรรดึก (หมอแฉล้ม มงคล) ใบเสนียด รากจิงจ้อทั้ง 2 ผักแพวแดงทั้ง 2 รากช้าพลูหัสคุณเทศ พริกไทย ขิงแห้ง กระเทียม กะทือ ไพล ลูกจันทน์ดอกจันทน์กระวาน กานพลูการบูร นำสมุนไพรมาบดผง ใช้ประมาณครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ละลายนํ้าผึ้ง รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น สังเกตอาการ ตำ รับที่ 4: ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาในบัญชียาหลักแห่งชาติยาจากสมุนไพร พ.ศ. 2556 ผักแพวแดง ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาธรณีสันฑะฆาต แก้เถาดาน แก้ท้องผูก แก้กษัยเส้น ยา ปลูกไฟธาตุ ปลูกไฟธาตุให้บริบูรณ์ปรับระบบการย่อยอาหารให้ดีขึ้น ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 19. ผักแพวทั้ง 2 ผักแพวแดง ผักแพวขาว unknown / H unknown / H - ราก / ร้อน แก้กระเพาะอาหาร พิการ อุจจาระ หยาบ ท้องมาน แก้ลม แก้ริดสีดวง หืด ไอ แก้เส้น ประสาทพิการ แก้ ปวดเมื่อยกระดูก บำรุงปอด ผักแพว
พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 91 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล ผักแพวแดง (ตัวอย่างแห้งจากร้านขายยาสมุนไพร)
จุลพิกัดต่างกันที่สี 92 พืชสมุนไพร ข้อมูลเพิ่มเติม : รากรสร้อน มีฤทธิ์ขับโลหิตระดูสตรีบีบมดลูกไม่ควรใช้กับสตรีตั้งครรภ์อาจแท้งได้ การใช้ประกอบตำ รับยา : ตำ รับที่ 1 : ยาเขียวเบญจขันธ์ แก้ไข้ ใบฝ้ายแดง ใบพิมเสนต้น ใบสันพร้าหอม ใบทองพันชั่ง ใบผักกระโฉม ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 20. ฝ้ายทั้ง 2 ฝ้ายแดง ฝ้ายขาว Gossypium arboretum L. / ExS Gossypium herbaceum L. / ExS Malvaceae ใบ / เย็น แก้ไข้แก้พิษตาน ซาง ฝ้าย
พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 93 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล ฝ้ายแดง (Gossypium arboretum L.) ผลฝ้ายแดง ดอกฝ้ายแดง ฝ้ายขาว / ฝ้ายเทศ (G. herbaceum L.) ดอกฝ้ายขาว ผลฝ้ายขาว
จุลพิกัดต่างกันที่สี 94 พืชสมุนไพร ข้อมูลเพิ่มเติม : พริกไทยดำ ได้จาก การนำผลพริกไทยแก่จัด ตากแดดจนแห้ง พริกไทยขาว หรือ พริกไทยล่อน ได้จากการนำผลสุกของพริกไทยแช่นํ้า ขยำ เอาเปลือกผลออกจนเหลือแต่เมล็ด ตากให้แห้ง เมล็ดจะมีรสเผ็ดร้อนหอมน้อยกว่าผลเนื่องจากสารสำคัญส่วนใหญ่จะพบบริเวณเปลือกผลเมื่อนำ พริกไทยมา สกัดด้วยตัวทำละลาย พบ alkaloids ที่สำคัญคือ piperine (ร้อยละ 5-9) และ piperanine ซึ่งทั้งสองชนิด นี้ทำ ให้เกิดกลิ่นฉุนและรสเผ็ด จากการรวบรวมตำ รับยา พบว่านิยมใช้พริกไทยทั้ง 2 ประกอบตำ รับยาน้อย แต่จะใช้อย่างใดอย่าง หนึ่งมากกว่า การใช้ประกอบตำ รับยา : เป็นตัวยาสำคัญที่ใช้ในการกระจายลม แก้ลมต่างๆ ทั่วร่างกาย ตำ รับที่ 1 : ธาตุไฟพิการ มีอาการมือสั่น ตัวสั่น (พท. สมพร ชาญวณิชสกุล) เหง้ากกลังกา เหง้าเปราะ ผลมะตูมอ่อน โกฐนํ้าเต้า อย่างละ 30 กรัม เบญจกูล กะเพราทั้ง 2 ตรีผลา อย่างละ 15 กรัม บอระเพ็ด กระดอม แห้วหมูผลพริกไทย อย่างละ 15 กรัม พาโหมทั้งต้น 1 กำ มือ นำตัว ยาทั้งหมดต้มนํ้า แบบต้ม 3 ส่วน เอา 1 ส่วน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร และให้ยานวโกฐและธรณีสัณฑฆาต ครั้งละ 1 แคปซูล เพิ่มเติม และสังเกตอาการ ตำ รับที่ 2 : แก้ปวดเมื่อย บำ รุงเส้นเอ็น (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา: ยาเพชรน้ำ เอก) ผลพริกไทย 8 ส่วน มหาหิงคุ์4 ส่วน เถาสะค้าน เถาวัลย์เปรียง ทนดีอย่างละ 2 ส่วน เหง้าขิงแห้ง เทียนดำ เหง้าว่านนํ้า โกฐพุงปลา ใบกระวาน ผลกระวาน เกสรบัวหลวงขาว-แดง หญ้าตีนนก แก่นขี้เหล็ก พญามือเหล็กกานพลูเมล็ดจันทน์ดอกจันทน์อย่างละ 1ส่วน ยาดำ เกลือสินเธาว์การบูรอย่างละ ½ ส่วน นำสมุนไพรมาบดผงบรรจุแคปซูล รับประทานครั้งละ 2-3 แคปซูล ก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น สังเกตอาการ ตำ รับที่ 3 : ยาขับเลือดร้ายหลังคลอด หรือประจำ เดือนมาผิดปกติ (หมอเหล็ม หวัดแท่น) พริกไทยล่อน 3 ตำลึง ใบเปล้าน้อย เหง้ากกลังกา อย่างละ 2 ตำลึง ผลช้าพลูรากเจตมูลเพลิงแดง เหง้าว่านนํ้า ฝักส้มป่อย ผลสลอด (สะตุ) รากหัสคุณเทศ รากดองดึง อย่างละ 1 บาท นำตัวยาทั้งหมดบดผง แช่สุรา ดองทิ้งไว้15 วัน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 4 : ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาในบัญชียาหลักแห่งชาติยาจากสมุนไพร พ.ศ. 2556 พริกไทยล่อน ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาประสะกะเพรา บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด ยาประสะกานพลูบรรเทาอาการปวดท้องจุกเสียดแน่นเฟ้อจากอาหารไม่ย่อยเนื่องจากธาตุไม่ปกติ ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 21.พริกไทยทั้ง 2 พริกไทยดำ พริกไทยขาว Piper nigrum L. / C Piperaceae ผล / เผ็ดร้อน เมล็ด / เผ็ด ร้อน แก้ลมอัมพฤกษ์ ลมมุตฆาต ลม แก้ลมลั่นในท้อง บำรุงธาตุแก้เสมหะ เฟื่อง พริกไทย
พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 95 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : เมื่อป้อนสาร piperineซึ่งเป็นสารกลุ่มอัลคาลอยด์จากพริกไทยให้หนูขาวเพศผู้ขนาด5,10และ20 มิลลิกรัม/นํ้าหนักตัว 1 กิโลกรัม วันละ 1ครั้ง โดยป้อนสาร piperine ให้หนูก่อนทำกิจกรรมที่มีผลต่อระบบ ประสาททุกครั้ง แล้วจึงทำการวัดผลของ สาร piperine ต่อระบบประสาท เมื่อได้รับสารเพียงครั้งเดียวและ ได้รับติดต่อกันในสัปดาห์ที่ 1, 2, 3 และ 4 ตามลำดับ จากผลการศึกษาพบว่าทุกขนาดของสาร piperine มี ฤทธิ์ช่วยต้านความเครียดและช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ในทุกกิจกรรมการทดสอบ แสดงให้เห็นว่าสาร piperine ที่มีอยู่ในอาหารมีส่วนส่งเสริมการทำ งานของสมองได้(6) ยาประสะเจตพังคี แก้กษัยจุกเสียด ขับผายลม ยามันทธาตุ บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้ธาตุไม่ปกติ ยาอภัยสาลีบำ บัดโรคลม บรรเทาอาการจุกเสียดแน่น ยาธรณีสันฑะฆาต แก้เถาดาน ท้องผูก ยาริดสีดวง มหากาฬ บรรเทาอาการริดสีดวงทวารหนักยาประสะไพล บรรเทาอาการปวดประจำ เดือน ขับนํ้าคาวปลาใน หญิงหลังคลอดบุตร ระดูมาไม่สมํ่าเสมอหรือมาน้อยกว่าปกติยาปลูกไฟธาตุกระตุ้นนํ้านม กระจายเลือดลม ในหญิงหลังคลอดยาไฟประลัยกัลป์ขับนํ้าคาวปลาในเรือนไฟ ช่วยให้มดลูกเข้าอู่ยาไฟห้ากองขับนํ้าคาวปลา ในเรือนไฟ ช่วยให้มดลูกเข้าอู่ ยาเลือดงาม บรรเทาอาการปวดประจำ เดือน ช่วยให้ประจำ เดือนมาเป็นปกติ แก้มุตกิด ยาสตรีหลังคลอด ขับนํ้าคาวปลา บำ รุงเลือด ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วในหญิงหลังคลอด ยาแก้ไอพื้น บ้านอีสาน บรรเทาอาการไอขับเสมหะยากษัยเส้น บรรเทาอาการปวดหลัง ปวดเอว ปวดเมื่อยตามร่างกาย ยาแก้ลมอัมพฤกษ์บรรเทาอาการปวดตามเส้นเอ็น กล้ามเนื้อมือ เท้า ตึงหรือชา ยาสหัศธารา ขับลมในเส้น แก้โรคลมกองหยาบ ยาตรีพิกัด ปรับสมดุลธาตุ พริกไทยดำ ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาปราบชมพูทวีป บรรเทาอาการหวัดในระยะแรก และอาการที่เกิดจากการแพ้อากาศ พริกไทยดำ พริกไทยขาว หรือพริกไทยล่อน ลักษณะช่อผลพริกไทย พริกไทย (Piper nigrum L.)
จุลพิกัดต่างกันที่สี 96 พืชสมุนไพร ข้อมูลเพิ่มเติม : ละหุ่งขาวและละหุ่งแดงแตกต่างกันที่สีของกิ่ง ก้าน และใบ การใช้ประกอบตำ รับยา : ใช้ประกอบตำ รับยาแก้ไข้ ตำ รับที่ 1 : (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) ใบหนาด ใบส้มป่อย ใบมะขาม ใบละหุ่งแดง เหง้าตะไคร้ใบ เปลือกผลมะกรูด อย่างละ 1 ส่วน นำสมุนไพรทั้งหมดต้มนํ้าอาบหลังคลอด ช่วยลดไข้ป้องกันไข้ ตำ รับที่ 2 : (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) ใบกระเพรา รากครอบจักรวาล เถาเพดาด เถาตีเมีย รากละหุ่งแดง นำตัวยาทั้งหมดมาตำ รวมกัน คั้นนํ้าทาผิวบริเวณที่มีผื่นคัน ตำ รับที่ 3 : แก้ไข้สันนิบาตสัมประชวร (หมอแฉล้ม มงคล) เถาบอระเพ็ดรากละหุ่งรากเสนียดรากกรุงเขมารากหัสคุณ โกฐจุฬาลัมพาเหง้าเปราะอังกาบ เหง้า ขมิ้นอ้อยเถาขมิ้นเครือแก่นกระถิน แห้วหมูตรีกฏุกแก่นสน ผลสมอเทศรากคัดเค้า นมสวรรค์นำตัวยาทั้ง หมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 22. ละหุ่งทั้ง 2 ละหุ่งแดง ละหุ่งขาว Ricinus communis L. / S Euphorbiaceae ใบ ราก/ จืดขื่น แก้ช้ำรั่ว ขับน้ำนม ขับเลือด ขับลม แก้เลือดลมพิการ ละหุ่ง
พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 97 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : เมื่อป้อนสารสกัดรากละหุ่งด้วยเอทานอลร้อยละ 50 ให้กลุ่มหนูขาวเพศผู้ปกติและกลุ่มหนูขาวเพศผู้ เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ในขนาด 125, 250, 500, 750, 1,000 และ 2,000 มิลลิกรัม/กิโลกรัมโดยเทียบกับ การป้อนยามาตรฐาน tolbutamide ขนาด 200 และ 500 มิลลิกรัม/กิโลกรัม สำ หรับหนูปกติและหนูเบา หวานตามลำดับ แล้วจึงตรวจวัดระดับนํ้าตาลในเลือด ที่เวลา 0, 1, 2, 4, 6 และ 8ชั่วโมง พบว่าสารสกัดราก ละหุ่งขนาด 500 มิลลิกรัม/กิโลกรัม มีฤทธิ์ลดระดับนํ้าตาลในเลือดได้มากที่สุดและลดระดับนํ้าตาลในเลือด ได้อย่างมีนัยสำคัญที่ชั่วโมง 8 ในหนูเบาหวาน และชั่วโมงที่ 6 และ 8 ในหนูปกติเมื่อทำการศึกษาต่อ โดย ให้หนูขาวเป็นเบาหวานประเภทที่1 ได้รับสารสกัด 500 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน เป็นเวลา 20 วัน พบว่านอก จากจะมีผลลดระดับนํ้าตาลในเลือดแล้วยังมีผลลดระดับไขมันโดยรวมที่มีผลต่อการทำ หน้าที่ของตับและไต, เพิ่มระดับโปรตีนโดยรวม และมีผลเพิ่มระดับอินซูลินในเซรัมอย่างมีนัยสำคัญ (7) ละหุ่งแดง (Ricinus communis L.) ละหุ่งขาว (Ricinus communis L.) เปรียบเทียบใบละหุ่งแดง และใบละหุ่งขาว ใบละหุ่งแดง ใบละหุ่งขาว ใบละหุ่งแดง ผลละหุ่งแดง เมล็ดละหุ่งแดง
จุลพิกัดต่างกันที่สี 98 พืชสมุนไพร ข้อมูลเพิ่มเติม : หางไหลแดง ชื่อเดิมคือ Derris elliptica (Roxb.) Benth. และหางไหลขาว ชื่อเดิมคือ Derris malaccensis Prain การใช้ประกอบตำ รับยา : ตำ รับที่ 1 : ชา เสียว ไม่มีความรู้สึก (หมอเหล็ม หวัดแท่น) แก่นขี้เหล็กเลือด เถาวัลย์เปรียง รากมะคำ ไก่ เถามวกทั้ง 2 ผลดีปลีรากช้าพลูเหง้าขิงแห้ง เถา สะค้าน เนื้อไม้กฤษณา เถาหางไหลทั้ง 2 รากเขยตาย เนื้อไม้กะทกรก ผลมะแว้งเครือ แก่นราชพฤกษ์ เปลือกต้นซาง เหง้ากระชาย เหง้าข่า เนื้อไม้เทพธาโร เปล้าทั้ง 2 แก่นมะกา ขอนดอก อบเชย แก่นฝาง พิมเสน คำฝอย แก่นแสมทะเล โกฐนํ้าเต้า รากเจตมูลเพลิงแดง กะลำ พัก แก่นจันทน์เทศ ผลกระดอม อย่าง ละ 3 บาท ตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 23. หางไหลทั้ง 2 หางไหลแดง หางไหลขาว Paraderris elliptica (Wall.) Adema / C Paraderris montana (Benth.) Adema / C Fabaceae เถา / เมาเบื่อ ร้อน ขับโลหิต ถ่ายเส้น ถ่ายลม ถ่ายลม ถ่ายเสมหะ และโลหิต ขับระดู ฆ่าหิดเหา หางไหล
พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 99 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล ช่อดอกหางไหลแดง เนื้อไม้หางไหลแดง เนื้อไม้หางไหลขาว
จุลพิกัดต่างกันที่สี 100 พืชสมุนไพร ข้อมูลเพิ่มเติม : กำ มะถันแดงก่อนนำ มาใช้ต้องฆ่าฤทธิ์เพราะมีพิษ การใช้ประกอบตำ รับยา : นิยมใช้กำ มะถันเหลืองมากกว่ากำ มะถันแดง เพราะไม่มีพิษ ตำ รับที่ 1 : แก้ปัสสาวะเหลืองเหมือนขมิ้น (หมอแฉล้ม มงคล) ผลสมอไทย มหาหิงคุ์รากเจตมูลเพลิง สารส้ม กำ มะถันแดง อย่างละ 1 ส่วน เทียนดำ อย่างละ 4 ส่วน ดอกคำ ไทย อย่างละ 8 ส่วน นำสมุนไพรมาบดผง ใช้ประมาณครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ละลายนํ้ามะนาว รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2 : แก้ผื่นคันตามผิวหนัง (พท. สมพร ชาญวณิชสกุล) ยาใช้ภายใน ตาลทั้ง 5อย่างละ 2 บาท สมอทั้ง 3อย่างละ 1 บาท มะตูมอ่อน กะเพราทั้ง 2 แก่นฝาง คำฝอย อย่างละ 1 บาท ชะเอมเทศ อย่างละ 3 บาท ตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ยาใช้ภายนอก สมุนไพรที่มีรสขม เมาเบื่อ จืดเย็น เช่น ใบชุมเห็ดเทศ เถาบอระเพ็ด ใบกระท่อม ใบขี้เหล็กใบสะเดา ใบทองพันชั่ง นำ มาแช่แอลกอฮอล์หมักทิ้งไว้1 เดือน ก่อนใช้นำ นํ้ายาพอประมาณ ผสม กับกำ มะถันเหลืองเล็กน้อย ทาบริเวณที่มีผื่นคัน เช้า เย็น สังเกตอาการ ตำ รับที่ 3: ยาแก้นิ่ว แก้ปัสสาวะผิดปกติ (หมอแฉล้ม มงคล) พริกไทย ขิงแห้ง กระเทียม ผิวมะกรูด ไพล ขมิ้นอ้อย สุพรรณถันแดง สมุลแว้ง อย่างละ 1 ส่วน น้ำ ประสานทอง 8 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดบดผง เมื่อจะใช้ให้เอาสารส้มหนัก 1 สลึง ฝังในผลแตงกวา หมกไฟ ให้สุก คั้นเอานํ้า ทำ เป็นกระสายยาสำ หรับละลายผงยารับประทานเมื่อมีอาการ ตำ รับที่ 4: ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาในบัญชียาหลักแห่งชาติยาจากสมุนไพร พ.ศ. 2556 กำ มะถันเหลือง ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาประสะกานพลู บรรเทาอาการปวดท้อง จุกเสียด แน่นเฟ้อจากอาหารไม่ย่อย เนื่องจากธาตุไม่ปกติ ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อทางเคมี -ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 24. กำมะถันทั้ง 2 กำมะถันแดง (หรดาล หรดาลแดง) กำมะถัน เหลือง (สุพรรณถัน มาด มาด เหลือง) Arsenic disulphide (As2S2) - เมาเบื่อ ฝาดเมาเบื่อ แก้โรคผิวหนัง แก้ประดงผื่นคัน น้ำเหลืองเสีย แก้ ลมป่วง กำ มะถัน