The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คณาเภสัช-เล่มที-1-จุลพิกัด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by หนังสือ-ตำรา, 2023-08-18 02:31:06

คณาเภสัช-เล่มที-1-จุลพิกัด

คณาเภสัช-เล่มที-1-จุลพิกัด

พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 101 กำ มะถันแดง งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล กำ มะถันเหลือง


จุลพิกัดต่างกันที่สี 102 พืชสมุนไพร References 1. Rouf R, Uddin SJ, Shilpi JA, Alamgir M. Assessment of antidiarrhoeal activity of the methanol extract of Xylocarpus granatum bark in mice model. J Ethnopharmacol. 2007;109(3):539–42. 2. MondalS,VarmaS, DeepakV, NarayanS,RanjanB, Mohan M,etal. Double-blinded randomized controlled trial for immunomodulatory effects of Tulsi ( Ocimum sanctum Linn .) leaf extract on healthy volunteers. J Ethnopharmacol [Internet]. 2011;136(3):452–6. 3. Prabsattroo T, Wattanathorn J, Somsapt P, Sritragool O. Positive Modulation of Pink Nelumbo nucifera Flowers on Memory Impairment , Brain Damage , and Biochemical Profiles in Restraint Rats. 2016;2016. 4. KalaivaniP,SaranyaRB,Ramakrishnan G,RanjuV,SathiyaS, GayathriV,etal. Cuminum cyminum,a dietaryspice,attenuateshypertensionviaendothelialnitric oxidesynthase and NO pathway in renovascular hypertensive rats. Clin Exp Hypertens. 2013;35(7):534–42. 5. Vimala S, Norhanom a W, Yadav M. Anti-tumour promoter activity in Malaysian ginger rhizobia used in traditional medicine. Br J Cancer. 1999;80(1–2):110–6. 6. WattanathornJ, ChonpathompikunlertP, MuchimapuraS,Priprem A,Tankamnerdthai O.Piperine, the potential functional food for mood and cognitive disorders.Food Chem Toxicol. 2008;46(9):3106–10. 7. Shokeen P, Anand P, Murali YK, Tandon V. Antidiabetic activity of 50% ethanolic extract of Ricinus communis and its purified fractions. Food Chem Toxicol [Internet]. 2008;46(11):3458–66.


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่สี 103


จุลพิกัดต่างกันที่ขนาด 104 พืชสมุนไพร 3. จุลพิกัดต่างกันที่ขนาด ประกอบด้วย พิกัดต่าง ๆ ดังนี้ ข้อมูลเพิ่มเติม : พืชทั้ง 2 ชนิดนี้ หมอพื้นบ้านภาคใต้มักเรียกว่า ย่านพาโหม หรือต้นตดหมูตด หมา หากไม่สามารถหาได้ทั้ง 2 ชนิด จะใช้กระพังโหมใบใหญ่ หรือในตำ ราเขียนว่าย่านพาโหม จะหมายถึง กระพังโหมใบใหญ่ เพราะมีกลิ่น รส แรงกว่ากระพังโหมใบเล็ก และเป็นชนิดที่นิยมใช้เป็นส่วนประกอบใน ข้าวยำ พื้นเมืองภาคใต้ การใช้ประกอบตำ รับยา : ใช้ขับลม แก้จุกเสียด แน่นท้อง ลดไข้ ตำ รับที่ 1 : แก้อาการแน่นจุกเสียด (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) เถาสะค้าน 2 ส่วน ผลมะแว้งทั้ง 2 เถากำแพง 7 ชั้น เหง้ากะทือ ใบพาโหม อย่างละ 1 ส่วน ใบมะกา ใบยอ อย่างละ ½ ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2 : แก้สันนิบาต 12 ประการ (หมอแฉล้ม มงคล) ตรีผลาลูกจันทน์ดอกจันทน์กำยาน แก่นไม้สักแก่นมะหาดเทียนดำ พริกไทยเหง้าขิง รากขี้กาแดง เถาบอระเพ็ด ผลกระดอม แห้วหมูพาโหมทั้งต้น รากย่านาง รากชุมเห็ด จันทน์แดง จันทน์ขาว รากหญ้าคา โกฐก้านมะพร้าว โกฐจุฬาลัมพา เหง้าตะไคร้หอม รากขัดมอน อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า แบบ ต้ม 3 ส่วน เอา 1 ส่วน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร เมื่อจะรับประทานให้ แทรกขัณฑสกร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 3: ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาในบัญชียาหลักแห่งชาติยาจากสมุนไพร พ.ศ. 2556 ใช้เป็นส่วนประกอบในยามหาจักรใหญ่ บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 1. กระพังโหมทั้ง 2 กระพังโหม น้อย กระพังโหม ใหญ่ Paederia linearis Hook. f. / C Paederia foetida L. / C Rubiaceae เถา / ขมร้อน แก้ตานซาง แก้ตัวร้อน เจริญ อาหาร ขับพยาธิ กระพังโหม


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่ขนาด 105 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล กระพังโหมใหญ่ (Paederia foetida L.) ดอกกะพังโหมใหญ่ ใบและเถากะพังโหมใหญ่


จุลพิกัดต่างกันที่ขนาด 106 พืชสมุนไพร ข้อมูลเพิ่มเติม : หากในตำ รับยาระบุเฉพาะ เหง้าข่า จะหมายถึง ข่าใหญ่ การใช้ประกอบตำ รับยา : ใช้ประกอบตำ รับยาขับลม ตำ รับที่ 1 : แก้ไข้จับ (หมอแฉล้ม มงคล) ลูกจันทน์กระวาน สะค้าน ดีปลีรากไม้เท้ายายม่อม รากช้าพลู เหง้าข่าทั้ง 2 ใบสะเดา ใบมะตูม จันทน์ทั้ง 2 รากย่านาง รากพุมเรียง แห้วหมูกานพลูเหง้าเปราะ อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับ ประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2 : แก้ปวดศีรษะ ความดันโลหิตสูง (หมอเหล็ม หวัดแท่น) รากมะนาว รากมะกรูดรากสมเสร็จรากเสม็ดรากชุมเห็ดไทยผักเสี้ยนผีทั้งต้น เหง้าขิง เหง้าข่าทั้ง2 เหง้าขมิ้นอ้อยรากฤษีผสม รากหนาดรากสำ ปะหรุยอย่างละ 3ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มน้ำ แบบต้ม 3ส่วน เอา 1 ส่วน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 3 : แก้ชาตามมือตามเท้า (หมอเหล็ม หวัดแท่น) ผลกระวาน ผลดีปลีรากเจตมูลเพลิงทั้ง 2 เปลือกต้นสมุลแว้ง ใบเปล้าทั้ง 2 เหง้าข่าทั้ง 2 เหง้าขิง ใบ คนทีสออย่างละ3 บาท นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 4 : ขับนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ เจ็บบริเวณเอว (หมอเหล็ม หวัดแท่น) ยาหนูต้นทั้งต้น รากคัดเค้า รากส่าเหล้า รากสายหยุดแก่นขี้เหล็กแก่นกันเกรา รากกระดูกไก่ดำ ราก ปลาไหลเผือก รากเท้ายายม่อม รากมะนาว รากเปล้าเงิน รากเปล้าเหลี่ยม เถาวัลย์เปรียง อบเชยทั้ง 2 บาน ไม่รู้โรยทั้ง 2 รากช้าพลูต้นตายปลายเป็น รากเข็มแดง รากเข็มขาว เหง้าข่าทั้ง 2 รากทุ้งฟ้า แห้วหมูเถา ขอบนางแดง อย่างละ 3 บาท ดีเกลือไทย เกลือสินเธาว์ยาดำ สารส้ม อย่างละ 2 บาท นำตัวยาทั้งหมดต้ม นํ้า แบบต้ม 3 ส่วน เอา 1 ส่วน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตรีสังเกตอาการ ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 2. ข่าทั้ง 2 ข่าเล็ก ข่าใหญ่ Alpinia officinarum Hance / H (ภาคใต้ใช้ Alpinia conchigera Griff. หรือ Alpinia siamensis K. Schum.) Alpinia galanga (L.) Willd. / H Zingiberaceae เหง้า / เผ็ด ร้อน ขับลมให้กระจาย แก้ปวดท้อง จุกเสียด แน่น ขับน้ำ คาวปลา แก้บิด ตกเลือด แก้ลม ป่วง แก้เกลื้อน แก้ สันนิบาตหน้าเพลิง (ไข้จับหลังคลอด บุตร) ตำผสมเกลือ และมะขามเปียก ช่วยขับเลือด ขับน้ำ คาวปลา ข่า


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่ขนาด 107 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : เมื่อนำสารสกัดของเหง้าข่าเล็กด้วยเอทานอลร้อยละ 80 มาทดสอบฤทธิ์ต้านการอักเสบในหนูแรท โดยการเหนี่ยวนำ ให้หนูเกิดการอักเสบแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง พบว่าเมื่อหนูได้รับสารสกัดจากเหง้า ข่าเล็กทางปากสามารถช่วยลดการบวมได้จากการกระตุ้นให้เกิดการอักเสบทั้งสองแบบ นอกจากนี้สารสกัด ของเหง้าข่าเล็กด้วยเอทิวอะซิเตท ยังช่วยยับยั้งการสร้างไนตริกออกไซค์ในเซลล์RAW 264.7 ที่ถูกเหนี่ยวนำ ด้วย lipopolysaccharide (LPS) และมีฤทธิ์ต้านความผิดปกติของระบบประสาท ซึ่งจะมีผลลดโปรตีนชนิด c-Fos ที่พบในสมองส่วนฮิปโปแคมปัสของหนูแรท จากผลการทดลองดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเหง้าของข่าเล็ก มีฤทธิ์ต้านการอักเสบทั้งแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง (1) ตำ รับที่ 4: ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาในบัญชียาหลักแห่งชาติยาจากสมุนไพร พ.ศ. 2556 ใช้เหง้าข่า เป็นส่วนประกอบในยาประสะเจตพังคี แก้กษัยจุกเสียด ขับผายลม ยาไฟประลัยกัลป์ ข่าเล็ก (Alpinia conchigera Griff.) ข่าใหญ่ (Alpinia galanga (L.) Willd.) ดอกข่าเล็ก ดอกข่าใหญ่ ผลข่าเล็ก ช่อดอกและใบข่าใหญ่


จุลพิกัดต่างกันที่ขนาด 108 พืชสมุนไพร ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 3. ตับเต่าทั้ง 2 ตับเต่าน้อย ตับเต่าใหญ่ Unknown 1 Unknown 2 - ราก / ขมเย็น เอียน เนื้อไม้ราก / ฝาดเย็น ดับพิษไข้ แก้ร้อนใน ดับพิษตานซาง แก้ฝี ในท้อง แก้พิษทั้งปวง แก้พิษ วัณโรค ตับเต่า ข้อมูลเพิ่มเติม : ไม่สามารถเก็บตัวอย่างพืชทั้ง 2 ชนิด มาระบุชนิดได้อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าตับ เต่าใหญ่น่าจะเป็นพืชที่อยู่ในวงศ์Ebenaceae สกุล Diospyros sp. รวมทั้งมีรายงานว่า ตับเต่าทั้งสอง เป็น พืชจำ พวกไม้เลื้อย ซึ่งอยู่ในวงศ์Menispermaceae สกุล Stephania sp. การใช้ประกอบตำ รับยา : ใช้ประกอบตำ รับยาลดไข้พบทั้งตำ รับยาที่ใช้ตับเต่าทั้ง 2 และใช้ชนิดใด ชนิดหนึ่ง ตำ รับที่ 1: ดับพิษองคสูตรอันบังเกิดในวสันตฤดู (หมอแฉล้ม มงคล) รากมหาสดำ ระย่อม ไคร้เครือ เถามวกแดง มะเดื่อดิน เนระพูสีว่านกีบแรด ตรีผลา หัวข้าวเย็น ตับ เต่าทั้ง 2 สิ่งละ รากไม้เท้ายายม่อม รากคนทา รากชิงช้าชาลีพญารากขาว พญารากดำ หางนกยูง รากขี้กา แดง อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2: แก้ไข้รากสาด (หมอแฉล้ม มงคล) หญ้าปากควาย แก่นมะหาด แก่นขนุน ตับเต่า แก่นปรู๋โคกกระออม แก่นขี้เหล็ก แก่นแสมสาร แก่น ประดู่ ใบสัก อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 3: แก้ไข้ทั้งปวง ไข้ตรีทูต (หมอแฉล้ม มงคล) รากหมาก รากมะพร้าว หญ้าแพรก ใบเงิน ใบทอง หญ้าปากควาย หมากผู้ย่านลำ เพ็ง หวายเมีย หัว คล้า แก้ว 5ดวง หญ้ายองไฟ แก่นสักขีจตุผลาธิกะ จันทน์ทั้ง 2 แก่นแกแล ผลดีปลีสะเดาดิน เหง้ากกลังกา รากถอบแถบ ก้านสะเดา ผลสะค้าน แห้วหมูรากช้าพลูสลอดนํ้า รากขี้เหล็ก กำยาน แก่นแสมสาร ตำ เสา กระดูกไก่ แก่นปรู๋1 ชะราทั้ง 5 (เทียนทั้ง 5) เกสรทั้ง 5 แก่นประดู่ พญามือเหล็ก รากขัดมอน รากหญ้าคา โคกกระออม เนื้อไม้ตับเต่า อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่ขนาด 109 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล ตับเต่า (Stephania sp.) ใบและผลตับเต่าวงศ์ Menispermaceae ผลตับเต่าวงศ์ Menispermaceae


จุลพิกัดต่างกันที่ขนาด 110 พืชสมุนไพร ข้อมูลเพิ่มเติม : เปล้าใหญ่ชื่อเดิม คือ Croton roxburghii N. P. Balakr. การใช้ประกอบตำ รับยา : ใช้ประกอบตำ รับยากระจายลม ลดไข้ ตำ รับที่ 1: แก้ไข้ ร้อนใน กระหายนํ้า (แก้ฟันแห้ง) (หมอแฉล้ม มงคล) รากพุงดอรากย่านาง เปล้าทั้ง2จันทน์แดงผักบุ้ง รากผักหวาน รากมะอึกรากแค น้ำ นอง รากมะกา รากมะนาว เถามวกผลมะคำดีควายรากมะแว้งคุระดีงูต้น ไคร้เครือชะเอม อย่างละ1ส่วน นำสมุนไพรมา บดผง ใช้ประมาณครั้งละ1-2ช้อนโต๊ะละลายน้ำซาวข้าวรับประทานก่อนอาหารเช้าเที่ยง เย็น และใช้ชโลม ร่างกาย หากมีอาการตาแดงร่วมด้วยให้ใช้ผลจิงจ้อแช่นํ้าเป็นกระสายยาให้รับประทานและชโลม สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2: แก้เสลด แก้เจ็บคอ (หมอแฉล้ม มงคล) เหง้าขิง เปล้าน้อย อย่างละ 2 บาท พริกไทย เปล้าใหญ่กระเทียม จันทน์แดง อย่างละ 1 บาท ยาดำ 2 สลึง มหาหิงคุ์1 สลึง นำสมุนไพรมาบดผง ใช้ประมาณครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ละลายนํ้าอุ่น รับประทาน ก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ตำ รับที่ 3: ละลายเสมหะ ขับเสมหะ (หมอเหล็ม หวัดแท่น) หัวบุกรอกระดาดทั้ง2 หัวกลอย หัวอุตพิดแก่นจันทน์ทั้ง2เนื้อไม้เปล้าทั้ง2ตรีกฏุกเถาส้มกุ้งทั้ง2 แก่นสักขีอย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดบดผง ผสมนํ้าผึ้งและนํ้ามะนาว จิบบ่อยๆ สังเกตอาการ ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 4. เปล้าทั้ง 2 เปล้าน้อย เปล้าใหญ่ Croton stellatopilosus H. Ohba / ST Croton persimilis MÜll. Arg. / T Euphorbiaceae ราก เนื้อไม้/ ขมร้อน ราก เนื้อไม้/ ขมร้อน กระจายลม ผายธาตุ ขับโลหิต รักษาแผล ในกระเพาะอาหาร ขับผายลม ขับเลือด ขับหนอง เปล้า


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่ขนาด 111 เปล้าน้อย (Croton stellatopilosus H. Ohba) เปล้าใหญ่ (Croton persimilis MÜll. Arg.) ใบเปล้าน้อย ใบเปล้าใหญ่ ช่อดอกเปล้าน้อย ช่อดอกเปล้าใหญ่ ผลเปล้าใหญ่ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : จากการสกัดเปลือกต้นเปล้าใหญ่ด้วยเฮกเซน พบ สารlabdane diterpenoids3ชนิดได้แก่2-acetoxy-3-hydroxy-labda-8(17),12(E)-14-triene3-acetoxy-2-hydroxy-labda-8(17),12(E)-14-trieneและ 2,3-dihydroxy-labda-8(17),12(E)-14-trieneซึ่งก่อให้เกิดพิษในเซลล์เนื้องอกของมนุษย์โดยสารชนิดที่3 จะมีความจำ เพาะต่อเซลล์เนื้องอกน้อยกว่าสารชนิดที่ 1 และ 2 แต่ออกฤทธิ์ได้มากกว่า ซึ่งอาจจะเป็นผลมา จากโครงสร้างโมโนอเซทิลเลชั่นของสารชนิดที่ 1 และ 2 เกิดพันธะไฮโดรเจนกับเซลล์เนื้องอกทำ ให้มีความ จำ เพาะมากกว่าแต่ออกฤทธิ์ได้น้อยกว่า (2)


จุลพิกัดต่างกันที่ขนาด 112 พืชสมุนไพร ข้อมูลเพิ่มเติม : พืชที่มีชื่อพื้นเมืองว่า “เร่ว” ที่ใช้ประกอบตำ รับยาแผนไทย คือพืชที่มีเมล็ดขนาด เล็ก สีดำ เกาะติดกันเป็นก้อนๆ ซึ่งพืชที่มีลักษณะดังกล่าวนี้พบได้ในพืชวงศ์Zingiberaceae สกุล Alpinia คือ A. nigra (Gaertn.) B.L. Burtt (เร่วน้อย) และสกุล Amomum คือ A. villosum Lour. var. villosum (เร่วดง), A. villosum Lour. var. xanthioides (Wall. ex Baker) (เร่ว) การใช้ประกอบตำ รับยา : ใช้ประกอบตำ รับยาบำ รุงธาตุ ตำ รับที่ 1: ปัสสาวะขัดเรื้อรัง และมีอาการแสบร้อน (พท. สมพร ชาญวณิชสกุล) หัวข้าวเย็นทั้ง 2 อย่างละ 5 บาท แก่นขี้เหล็ก แสมทั้ง 2 แก่นฝาง ลำ พันทั้ง 2 แก่นแกแล แก่นกันเกรา สมอทั้ง3 โกศทั้ง 5 เทียนทั้ง 5 ลูกจันทน์กระวาน กานพลูชะเอมเทศ เร่วน้อย มะตูมอ่อน อย่างละ 2 บาท รากมะละกอ2คืบ เหง้าสับปะรดใบไม้ไผ่20ใบ สารส้ม 2สลึง เบญกานี1 บาท ฝาหอยแครง10ฝา เปลือก ไข่ไก่3 ฟอง นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า แบบต้ม 3 ส่วน เอา 1 ส่วน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้ง ละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 5. เร่วทั้ง 2 เร่วน้อย เร่วใหญ่ - - Zingiberaceae ผล เมล็ด / เผ็ดร้อนหอม แก้คลื่นเหียน อาเจียน ขับลม ขับน้ำนม แก้ปวดท้อง บำรุงธาตุ เร่ว


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่ขนาด 113 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล เปล้าน้อย (Croton stellatopilosus H. Ohba) เร่ว (Amomum villosum Lour.) ผลเร่ว (A. villosum Lour.) ดอกเร่ว (A. villosum Lour.)


จุลพิกัดต่างกันที่ขนาด 114 พืชสมุนไพร ข้อมูลเพิ่มเติม : ไม่สามารถเก็บตัวอย่างพืชมาระบุชนิดได้จากการสำ รวจพบว่าส้มกุ้งคือพืชซึ่งหมอ พื้นบ้านบางท่านใช้เรียกต้น Ampelocissus martinii Planch. / Vitaceae ซึ่งเป็นไม้เลื้อย เถามีรสเปรี้ยว ขับเสมหะได้ การใช้ประกอบตำ รับยา : ใช้ประกอบตำ รับยาฟอกโลหิต ตำ รับที่ 1 : แก้ร้อนใน ท้องผูก และมีอาการปวดเมื่อย (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) โกฐเขมา โกฐสอรากส้มกุ้ง รากฟักข้าวข้าวเย็นทั้ง 2อย่างละ 1ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้าแบบต้ม 3 ส่วน เอา 1 ส่วน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2 : คอพอก เหงื่อออกมาก นํ้าหนักลด ใจเต้นเร็วแรง ตาโต อ่อนเพลีย (หมอพื้นบ้าน จังหวัดสงขลา) ผลสมอไทยเท่าอายุผู้ป่วยผลมะขามป้อม ข้าวเย็นทั้ง2อย่างละ2ส่วน แห้วหมูรากส้มกุ้งทั้ง2แก่น ขี้เหล็ก รากมะคำ ไก่อย่างละ 1 ส่วน เหง้าไพล เถาบอระเพ็ด รากหนอนตายหยาก เนื้อในฝักราชพฤกษ์ผล มะคำดีควาย อย่างละ ½ ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า แบบต้ม 3 ส่วน เอา 1 ส่วน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 3 : แก้อัมพฤกษ์ แก้ลมในข้อ ปวดเข่า (หมอเหล็ม หวัดแท่น) เปลือกต้นกุ่มนํ้า 10 บาท เถาคันแดง เหง้าขิงขาว โคกกระสุน รากเจตมูลเพลิงแดง ลูกจันทน์เทียน ทั้ง 5 อย่างละ 4 บาท เหง้าว่านนํ้า หญ้าขัดมอน รากส้มกุ้ง แห้วหมูผลพริกหาง ตรีกฏุก กานพลูสมอทั้ง 3 อย่างละ 3 บาท เถาบอระเพ็ด กระวาน อย่างละ 2 บาท เนื้อในฝักราชพฤกษ์5 ฝัก ใบมะกา 1 กำ มือ ยาดำ 1 บาท นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า แบบต้ม 3 ส่วน เอา 1 ส่วน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 6. ส้มกุ้งทั้ง 2 ส้มกุ้งน้อย ส้มกุ้งใหญ่ Unknown 1 Unknown 2 _ ราก / เปรี้ยว แก้ช้ำใน กัดเสมหะ ฟอกโลหิต ส้มกุ้ง


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่ขนาด 115 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล ส้มกุ้ง (Ampelocissus martinii Planch.) ใบส้มกุ้ง ช่อผลส้มกุ้ง ผลส้มกุ้ง


จุลพิกัดต่างกันที่ขนาด 116 พืชสมุนไพร ข้อมูลเพิ่มเติม : แห้วหมูใหญ่ ไม่สามารถเก็บตัวอย่างพืชมาระบุชนิดได้ในตำ รับยาส่วนใหญ่จะระบุ ว่าใช้แห้วหมูซึ่งจะหมายถึง แห้วหมูน้อย การใช้ประกอบตำ รับยา : ใช้ประกอบตำ รับยาบำ รุงธาตุ เป็นยาอายุวัฒนะ ตำ รับที่ 1 : แก้จับโป่งนํ้าเข่า (พท. สมพร ชาญวณิชสกุล) หัวยาจีนทั้ง 2 อย่างละ 10 บาท รากหญ้านาง 5 บาท รากดองดึง 3 บาท หัวร้อยรูเหงือกปลาหมอ ทองพันชั่ง หญ้าชันกาด สมอทั้ง 3 แก่นแสมทั้ง 2 แก่นขี้เหล็ก ขมิ้นเครือ ปลาไหลเผือก ชะเอมเทศ เนื้อใน ฝักราชพฤกษ์แก่นกันเกรา แก่นกรัก แก่นฝาง เปลือกสมุลแว้ง ขี้กาทั้ง 2 โกฐนํ้าเต้า ใบมะกา ดีเกลือ แห้ว หมูอย่างละ 2 บาท เทียนขาว เทียนดำ ลูกจันทน์กระวาน เกสรทั้ง 5 อย่างละ 1 บาท ต้มแบบต้ม 3 ส่วน เอา 1 ส่วน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2 : ยาบำ รุงกำลัง (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) เถาม้ากระทืบโรง โด่ไม่รู้ล้มทั้ง 5 เหง้ากะทือ รากเท้ายายม่อม หญ้าปีนตอทั้งต้น แห้วหมูอย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 3 : ยาเกสร แก้ไข้ทั้งปวง (หมอแฉล้ม มงคล) เกสรทั้ง 5 จตุผลาธิกะ รากเท้ายายม่อม รากคนทา รากย่านาง เหง้าคล้า ใบคัดเค้า ใบมะตูม ชะลูด แฝกหอม จันทน์ทั้ง 2 ผลกระดอม ผลผักชีหญ้าตีนนก อบเชย แห้วหมูรากคนทีสอ รากขี้กาแดง โกฐก้าน พร้าว รากเสนียด ชะเอมเทศ อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 4 : ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาในบัญชียาหลักแห่งชาติยาจากสมุนไพร พ.ศ. 2556 แห้วหมูใช้เป็นส่วนประกอบในยาหอมนวโกฐ แก้ลมวิงเวียน คลื่นเหียน อาเจียน แก้ลมปลายไข้ยา เหลืองปิดสมุทร บรรเทาอาการท้องเสียชนิดที่ไม่เกิดจากการติดเชื้อ ยาปลูกไฟธาตุ กระตุ้นน้ำ นม กระจาย เลือดลมในหญิงหลังคลอด ปรับระบบการย่อยอาหารให้ดีขึ้น ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 7. แห้วหมูทั้ง 2 แห้วหมูน้อย แห้วหมูใหญ่ Cyperus rotundus L. / H Unknown Cyperaceae เหง้า / เผ็ด หอม มัน บำรุงธาตุ บำรุง กำลัง บำรุงหัวใจ ขับลมในลำไส้ แห้วหมู


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่ขนาด 117 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : จากการศึกษาสาร fulgidic acid ที่แยกได้จากหัวของหญ้าแห้วหมู ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ พบว่า สารชนิดนี้ช่วยลดการสร้างสารก่อการอักเสบ interleukin-6 (IL-6), prostaglandin E2 (PGE2), tumor necrosis factor-α (TNF-α) และ nitric oxide (NO) ใน RAW264.7 macrophage ซึ่งเหนี่ยวนำ ให้เกิด สารก่อการอักเสบด้วย lipopolysaccharide (LPS) โดย fulgidic acid ยับยั้งการแสดงออกของโปรตีนที่ เกี่ยวข้องกับ nitric oxide synthase (iNOS) และ cyclooxygenase-2 (COX-2) รวมทั้งลดระดับ mRNA ของ iNOS, COX-2, TNF-α และ IL-6 และยังช่วยยับยั้งกระบวนการ phosphorylation ของ c-Fos และ c-Jun และกระบวนการ transcription ของ activator protein-1 (AP-1) แต่ไม่มีผลต่อการออกฤทธิ์ของ nuclear factor αB (NF-αB) แสดงให้เห็นว่า fulgidic acid มีฤทธิ์ต้านการอักเสบผ่านกลไกยับยั้งการ แสดงออกของ iNOS, COX-2, TNF-α และ IL-6 โดยการยับยั้งผ่าน AP-1 activation (3) แห้วหมูน้อย (Cyperus rotundus L.)


จุลพิกัดต่างกันที่ชนิด (เพศ) 118 พืชสมุนไพร 4. จุลพิกัดต่างกันที่ชนิด (เพศ) ประกอบด้วยพิกัดต่างๆ ดังนี้ ข้อมูลเพิ่มเติม : กระพังโหมตัวผู้คือพืชชนิดเดียวกับกระพังโหมน้อย (P. linearis Hook. f.) และ กระพังโหมตัวเมีย คือกระพังโหมใหญ่ (P. foetida L.) กระพังโหมตัวผู้หรือกระพังโหมน้อย จะมีใบเรียวยาว ขนาดเล็ก ส่วนกระพังโหมตัวเมีย หรือกระพังโหมใหญ่จะมีใบขนาดใหญ่กว่า การใช้ประกอบตำ รับยา : การใช้ประกอบตำ รับยา และตัวอย่างตำ รับยา ดูจาก กระพังโหมน้อย และกระพังโหมใหญ่ ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 1. กระพังโหมทั้ง 2 กระพังโหม น้อย กระพังโหม ใหญ่ Paederia linearis Hook. f. / C Paederia foetida L. / C Rubiaceae เถา / ขมร้อน แก้ตานซาง แก้ตัวร้อน เจริญ อาหาร ขับพยาธิ กระพังโหม


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่ชนิด (เพศ) 119 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล กระพังโหมใหญ่ (Paederia foetida L.)


จุลพิกัดต่างกันที่ชนิด (เพศ) 120 พืชสมุนไพร ข้อมูลเพิ่มเติม : บางตำ รากล่าวว่า เกลือตัวผู้และเกลือตัวเมีย คือเกลือทะเลที่มีรูปร่างต่างกัน โดย เกลือตัวผู้จะมีรูปร่างแหลมยาวกว่าเกลือตัวเมีย ในตำ รับยาพบว่าส่วนใหญ่จะไม่ได้ระบุว่าใช้เกลือตัวผู้หรือ เกลือตัวเมีย ระบุเพียงใช้“เกลือ” และ “เกลือสินเธาว์” จากการสัมภาษณ์ข้อมูลหมอพื้นบ้านภาคใต้พบ เพียง 1 ตำ รับที่ระบุใช้เกลือตัวผู้ การใช้ประกอบตำ รับยา : ใช้ประกอบตำ รับยากัดเถาดานในท้อง ถ่ายคูถเสมหะ กัดเมือกมันในลำ ไส้ ตำ รับที่ 1: ยาแก้หอบแก้ไอ (หมอแฉล้ม มงคล) อุตพิดทั้ง 2 ผิวมะกรูด ชะเอมไทย ส้มกุ้งช้าง หัวหอม อย่างละ 1 ส่วน เกลือตัวผู้3 เม็ด นำสมุนไพรทั้งหมดต้มนํ้ารับประทาน เมื่อมีอาการ ตำ รับที่ 2: แก้เสมหะ แก้ไข้ (หมอพื้นบ้านจังหวัดสงขลา) เหง้าขิงสดผลดีปลีผลกระวาน เกลือสินเธาว์อย่างละ 1ส่วน ชะเอมเทศ4ส่วน นำตัวยาทั้งหมดบด ผง ละลายนํ้าผึ้ง น้ำ มะนาว และนํ้าเหง้าข่า รับประทาน ตำ รับที่ 3: ยาแก้ประเมหะ (หมอแฉล้ม มงคล) รากเสนียด 3 ส่วน ขิงแห้ง แห้วหมูตรีผลา ตรีกฏุก สะค้าน เจตมูลเพลิง เหง้าขมิ้น โกฐสอ กานพลู จุกโรหินีขี้กาแดง โลดครั่ง ไพลแห้ง พันงูแดง พิมเสน เนื้อในฝักราชพฤกษ์ยางไม้กรายเท้ายายม่อม อังกาบ ลูกเอ็น มะตูม เกลือสินเธาว์สารส้ม เทียนตาตั๊กแตน เทียนดำ อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับ ประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 4: ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาในบัญชียาหลักแห่งชาติยาจากสมุนไพร พ.ศ. 2556 เกลือสินเธาว์ใช้เป็นส่วนประกอบในยาประสะไพล ระดูมาไม่สมํ่าเสมอหรือมาน้อยกว่าปกติบรรเทา อาการปวดประจำ เดือน ยาแก้ไอพื้นบ้านอีสาน บรรเทาอาการไอขับเสมหะยาแก้ลมอำ พฤกษ์บรรเทาอาการ ปวดตามเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ มือ เท้า ตึงหรือชา ยาประสะกระเพรา บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด ยาประสะเจตพังคีแก้กษัยจุกเสียด ขับผายลม เกลือแกง ใช้เป็นส่วนประกอบในยาแก้ไอผสมมะขามป้อม บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อทางเคมี ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 2. เกลือทั้ง 2 เกลือตัวผู้ เกลือตัวเมีย - - เค็ม แก้พรรดึก ขับเมือก ในลำไส้ เกลือ เกลือตัวผู้


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่ชนิด (เพศ) 121 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล เกลือตัวผู้ เกลือตัวเมีย


จุลพิกัดต่างกันที่ชนิด (เพศ) 122 พืชสมุนไพร ข้อมูลเพิ่มเติม : บางตำรากล่าวว่าตำลึงตัวผู้และตำลึงตัวเมียคือพืชชนิดเดียวกัน แต่ต่างกันคือตำลึง ตัวผู้จะมีขอบใบหยักเว้าลึกกว่าใบตำลึงตัวเมีย การใช้ประกอบตำ รับยา : ลดไข้แก้ปวดแสบ ปวดร้อน ตำ รับที่ 1 : ยาเขียวมหาคงคา ลดไข้ (หมอแฉล้ม มงคล) จันทน์ทั้ง 2 รากถั่วพูใบเงิน ใบไมยราพ เถามวกทั้ง 2 ใบหมากทั้ง 2 ใบตำลึง ใบฟักข้าว อย่างละ 1 ส่วน นำสมุนไพรมาบดผง ใช้ประมาณครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ละลายนํ้าดอกไม้รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2 : ยาชโลม ลดไข้ แก้ผื่นคัน (หมอแฉล้ม มงคล) โคกกระออม บอระเพ็ด ใบตำลึงตัวผู้ดินประสิวขาว ผักบุ้งขัน ผักบุ้งรวม อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยา ทั้งหมดตำคั้นนํ้า ใช้ชโลมร่างกาย ช่วยลดไข้แก้ผื่นคัน ตำ รับที่ 3 : แก้ไข้พิษ มีผื่นตามผิวหนัง (หมอเหล็ม หวัดแท่น) จันทน์ทั้ง 2 รากฟักข้าว รากตีนนกยูง รากตำลึง รากพุมเรียงป่า รากไม้เท้ายายม่อม รากย่านาง ราก เล็บมือนาง รากทองหลางนํ้า รากโมก รากลำดวน รากปลาไหลเผือก รากกระทุงหมาบ้า รากหญ้าพันงูแดง รากผักเป็ดแดง เถาหัวด้วน อย่างละ1ส่วน นำสมุนไพรมาบดผง ใช้ประมาณครั้งละ1-2ช้อนโต๊ะละลายนํ้า ผลมะคำดีควาย รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น สังเกตอาการ และใช้ทาตามผิวหนัง ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 3. ตำลึงทั้ง 2 ตำลึงตัวผู้ ตำลึงตัวเมีย Cocinia grandis (L.) Voigt . / C Cucurbitaceae ใบ / เย็น ลดไข้แก้พิษสัตว์ กัดต่อย ปวดแสบ ปวดร้อน ตำลึง


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่ชนิด (เพศ) 123 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : จากการประเมินฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียจำ นวนห้าสายพันธุ์ของสารสกัดจากใบตำลึง โดยวิธีagar well diffusion พบว่าสารสกัดแสดงให้เห็นสเปกตรัมบริเวณกว้างของฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งทั้งชนิด แกรมบวกและแกรมลบ การศึกษานี้ใช้ตัวทำละลาย เช่น อะซีโตน เอทานอล เมทานอล นํ้า และเฮกเซน ใน การสกัดสารจากใบตำลึงซึ่งพบว่าหากสกัดด้วยเอทานอลจะมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียS.aureus,B.cereus, E.coli, K.pneumoniae และ S.pyogens สูงที่สุด (4) ตำลึงตัวเมีย ตำลึงตัวผู้ ตำลึง: ดอก


จุลพิกัดต่างกันที่ชนิด (เพศ) 124 พืชสมุนไพร ข้อมูลเพิ่มเติม : - การใช้ประกอบตำ รับยา : ไม่พบข้อมูล ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 4. ตำแยทั้ง 2 ตำแยตัวผู้ (ตำแยแมว) ตำแยตัวเมีย Acalypha indica L. / H Laportea interrupta (L.) Chew / H Euphorbiaceae Urticaceae ราก / เฝื่อน เมา ขับเสมหะ ช่วยให้ อาเจียน โดยทำให้ ระคายเคียงทางเดิน อาหาร ตำแย


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่ชนิด (เพศ) 125 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล ตำแยตัวเมีย (Laportea interrupta (L.) Chew) ตำแยตัวผู้ (Acalypha indica L.)


จุลพิกัดต่างกันที่ชนิด (เพศ) 126 พืชสมุนไพร ข้อมูลเพิ่มเติม : - การใช้ประกอบตำ รับยา : ตำ รับที่ 1 : ยาบำ บัดกำ เดา (หมอแฉล้ม มงคล) แห้วหมูแฝกหอม เปราะหอม ใบสะเดา การบูร หญ้าตีนนก ลูกจันทน์ดอกจันทน์กานพลูโกฐสอ ลูกเอ็น ดอกบุนนาคกรุงเขมาลูกผักชีเนระพูสีผักปอดทั้ง 2 ชะมด พิมเสน จันทน์ทั้ง 2อย่างละ 1ส่วน นำ สมุนไพรมาบดผง ใช้ประมาณครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ละลายกระสายยาดีงูรับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2 : ยาพิมเสน บำ รุงหัว ตับ ปอด (หมอเหล็ม หวัดแท่น) พิมเสน ดอกรากกรุงเขมาผลเอ็น รากฤษีผสม เปลือกต้นอบเชยต้นตีนเป็ดใบสะเดา ใบเสนียด หญ้า ตีนนกผลสมอทั้ง3ผลมะขามป้อม อบเชยอำ พัน โกฐสอผลกระวาน ดอกบุนนาคเหง้าเปราะหอม ผักปอด เกสรบัวหลวง เกสรบัวทั้ง 5 ดอกคำ ไทย อย่างละ 1 ส่วน นำสมุนไพรมาบดผง ใช้ประมาณครั้งละ 1-2 ช้อน โต๊ะ ละลายกระสายยาดีงูรับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น สังเกตอาการ ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 5. ผักปอดทั้ง 2 ผักปอดตัวผู้ ผักปอดตัวเมีย Sphenoclea zeylanica Gaertn. / H Sphenocleaceae ทั้งต้น / ร้อน แก้โลหิตพิการ ขับ ลมและเสมหะให้ กระจาย แก้ไข้ใน เรือนไฟ ผักปอด


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่ชนิด (เพศ) 127 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล ผักปอด (S. zeylanica Gaertn.) ช่อดอกผักปอด สภาพพื้นที่ที่ผักปอดเจริญตามธรรมชาติ


จุลพิกัดต่างกันที่ชนิด (เพศ) 128 พืชสมุนไพร ข้อมูลเพิ่มเติม : มะยมทั้ง 2 เป็นพืชชนิดเดียวกัน ต่างกันที่ต้นตัวผู้จะไม่ติดผล ใบมะยม จะช่วยลด ไข้ส่วนรากมีรสเมาเบื่อ จะใช้รักษาโรคเรื้อรังต่างๆ การใช้ประกอบตำ รับยา : ใช้ใบประกอบตำ รับยาลดไข้ ตำ รับที่ 1: แก้อีดำแดง (หมอแฉล้ม มงคล) ใบมะยม ใบมะเฟือง ใบหมากเมีย ใบหมากผู้หญ้าแพรก ใบมะตูม ใบมะกรูด ใบมะนาว ใบคนทีสอ หญ้าปากควาย ขมิ้นอ้อย อย่างละ 1 ส่วน นำสมุนไพรมาบดผง ใช้ประมาณครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ละลายนํ้า ซาวข้าวรับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2: แก้ไข้พิษ (หมอเหล็ม หวัดแท่น) ใบมะยม ใบมะเฟือง ใบหมากผู้ใบหมากเมีย หญ้าปากควาย หญ้าแพรก ใบมะกรูด ใบมะนาว ใบมะตูม ใบคนทีสอ เหง้าขมิ้นอ้อย อย่างละ 1 ส่วน นำสมุนไพรมาบดผง ใช้ประมาณครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ละลายนํ้าซาวข้าวรับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น สังเกตอาการ ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 6. มะยมทั้ง 2 มะยมตัวผู้ มะยมตัวเมีย Phyllanthus acidus (L.) Skeels / ExST Phyllanthaceae ใบ / จืดมัน ดับพิษร้อน ถอนพิษ ไข้ มะยม


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่ชนิด (เพศ) 129 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล มะยม (Phyllanthus acidus (L.) Skeels) ใบมะยม ผลมะยม


จุลพิกัดต่างกันที่ชนิด (เพศ) 130 พืชสมุนไพร ข้อมูลเพิ่มเติม : - การใช้ประกอบตำ รับยา : ใช้ประกอบตำ รับยาลดไข้ ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 7. ศิลายอนทั้ง 2 ศิลายอนตัวผู้ ศิลายอนตัว เมีย - - เย็น แก้ไข้ตัวร้อน แก้ พิษอักเสบ แก้ฝีเส้น ฝีเอ็น ศิลายอน


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่ชนิด (เพศ) 131 ข้อมูลเพิ่มเติม : มีรายงานว่าเบี้ยผู้และเบี้ยจั่น เบี้ยเมียคือหอยชนิดเดียวกัน แตกต่างกันที่ลายบริเวณ เปลือกหอย และบางรายงานระบุว่า เบี้ยผู้คือหอยชนิด ซึ่งมีเปลือกหอยรูปร่างเรียวยาว ก่อนใช้ประกอบตำ รับยาจะต้องเผาให้เป็นถ่านสีดำ ตำ เป็นผง การใช้ประกอบตำ รับยา : ใช้ประกอบตำ รับยาขับนิ่ว ขับเมือกมันต่างๆ ตำ รับที่ 1: แก้ไข้ แก้กาฬมูตร มุตกิด (หมอแฉล้ม มงคล) แก่นขี้เหล็ก รากหญ้าคา รากก้างปลาแดง รากเหงือกปลาหมอ รากขัดมอน เบี้ยผู้เผาไฟ ไคร้หางนาค ดินประสิวขาว อย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2: ยาขับนิ่ว (หมอแฉล้ม มงคล) นํ้ามะนาว นํ้ามะกรูด นํ้ามะงั่ว นํ้าส้มซ่า อย่างละ 1 ถ้วย เบี้ยจั่น 7 ตัว สารส้ม ดินประสิวขาว อย่าง ละ 2 บาท นำตัวยาทั้งหมดผสมให้เข้ากัน แช่ทิ้งไว้3 วัน รับประทานตามกำลัง ตำ รับที่ 3: แก้ริดสีดวงทวาร (หมอแฉล้ม มงคล) สมอทั้ง 3 อย่างละ โหระพา โกฐจุฬาลัมพา สารส้มประสะแล้ว เทียนดำ ลูกผักชีเจตพังคีพิลังกาสา มหาหิงคุ์เบี้ยผู้อย่างละ 1 ส่วน พริกไทย ดินถนำ อย่างละ 2 ส่วน ฝักส้มป่อย 3 ส่วน เกลือ 4 ส่วน ดีปลี6 ส่วน นํ้าประสานทอง 8 ส่วน ขิงแห้ง 14 ส่วน นำสมุนไพรมาบดผง ใช้ประมาณครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ละลาย นํ้าผึ้ง หรือนํ้าส้มซ่ารับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น สังเกตอาการ ตำ รับที่ 4: ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาในบัญชียาหลักแห่งชาติยาจากสมุนไพร พ.ศ. 2556 เบี้ยจั่น ใช้เป็นส่วนประกอบในยามหานิลแท่งทองแก้ไข้กาฬ หัดอีสุกอีใส บรรเทาอาการไข้จากไข้กาฬ หัด และอีสุกอีใส แก้ร้อนในกระหายนํ้า ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 8.เบี้ยทั้ง 2 เบี้ยจั่น (เบี้ยเมีย) เบี้ยผู้ Cypraea sp. - เปลือกหอย/ เค็ม ขับปัสสาวะ ขับ เมือกมันในลำไส้ เบี้ย


จุลพิกัดต่างกันที่ชนิด (เพศ) 132 พืชสมุนไพร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล เบี้ยผู้ เบี้ยจั่น (เบี้ยเมีย) เบี้ยผู้


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่รส 133 4. จุลพิกัดต่างกันที่รส ประกอบด้วย พิกัดต่าง ๆ ดังนี้ ข้อมูลเพิ่มเติม : มะขามทั้ง 2 จัดเป็นพืชชนิดเดียวกันตามหลักพฤกษศาสตร์ การใช้ประกอบตำ รับยา : ใช้ประกอบตำ รับยาแก้ท้องผูก ฟอกโลหิต หรือใช้เป็นกระสายยา ตำ รับที่ 1: ยาแก้ไอ มะขามเปียก ขิง รากช้าพลูพริกไทย เกลือ สารส้ม ชะเอมไทย อย่างละ 1 ส่วน นำสมุนไพรมาบดผง ใช้ประมาณครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ละลายนํ้ามะนาว รับประทานเมื่อมีอาการ ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 1. มะขามทั้ง 2 มะขามเปรี้ยว มะขามหวาน Tamarindus indica L. / ExT Fabaceae เนื้อในฝัก / เปรี้ยว กัดเสมหะ แก้ท้องผูก ขับและ ฟอกโลหิต มะขาม


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่รส 134 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : ไม่พบข้อมูล มะขาม (Tamarindus indica L.)


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่รส 135 ข้อมูลเพิ่มเติม : มะปรางทั้ง 2 จัดเป็นพืชชนิดเดียวกันตามหลักพฤกษศาสตร์ การใช้ประกอบตำ รับยา : ลดไข้ ตำ รับที่ 1: ยาโมคคัลลาขนานใหญ่ แก้ไข้ทั้งปวง (หมอแฉล้ม มงคล) แก่นปรู๋แก่นมะหาด แก่นขี้เหล็ก รากคนทา รากมะปราง รากมะนาว ชิงช้าชาลีรากพุงดอ โกฐสอ แห้วหมูรากเท้ายายม่อม รากมะเดื่อชุมพร ผลสมอทั้ง รากย่านาง ผลกระดอม อย่างละ 2 สลึงก้าน ดอกบัว หลวงยาดำ อย่างละ 1 บาท โกฐกระดูก โกฐพุงปลา อย่างละ 1 เฟื้อง เนื้อในฝักราชพฤกษ์3 ฝัก ก้านสะเดา 33 ก้าน นำตัวยาทั้งหมดต้มน้ำ รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2: ยาแก้ไข้สัมประชวร (หมอแฉล้ม มงคล) ขี้เหล็กทั้ง 5 ราชพฤกษ์ทั้ง 5 เทียนทั้ง 5 โกฐทั้ง 5 เกสรทั้ง 5 ใบมะกา ใบส้มป่อย ใบไผ่รวก หัวคล้า รากหวายขม แห้วหมูรากคนทา ขมิ้นอ้อย รากมะเดื่อชุมพร รากมะกรูด รากหญ้าชันกาด รากก้างปลาแดง รากหมากรากมะพร้าวรากมะปรางหวาน บอระเพ็ดอย่างละ1ส่วน ก้านสะเดา108ก้าน ใบมะกรูด108ใบ ยาดำ 1 บาท เนื้อในฝักราชพฤกษ์3 ฝัก ผลกระดอม 33 ผล นำตัวยาทั้งหมดต้มน้ำ รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ก่อนรับประทานให้แทรกดีเกลือ ตำ รับที่ 3: ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาในบัญชียาหลักแห่งชาติยาจากสมุนไพร พ.ศ. 2556 รากมะปรางหวาน ใช้เป็นส่วนประกอบในยาประสะจันทน์แดง บรรเทาอาการไข้ตัวร้อน (ไข้พิษ) แก้ ร้อนในกระหายน้ำ ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 2.มะปรางทั้ง 2 มะปรางเปรี้ยว มะปรางหวาน Bouea macrophylla Griff. / T Anacardiaceae ราก / จืดเย็น แก้ไข้ตัวร้อน ถอนพิษผิดสำแดง มะปราง


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่รส 136 มะปราง งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : เมื่อนำสารสกัดเมล็ดมะปรางด้วยคลอโรฟอร์ม อะซิโตรไนไตรเอทานอลและนํ้า มาทดสอบฤทธิ์การ ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งปอดที่ไวและดื้อต่อยาด็อคโซรูบิซิน พบว่าสารสกัดเมล็ด มะปรางที่สกัดด้วยตัวทำละลายทั้ง4สามารถยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งชนิดK562,K562/ adr, GLC4 และ GLC4/adr ได้โดยสารสกัดเมล็ดมะปรางด้วยเอทานอลแสดงผลยับยั้งได้ดีที่สุด โดยการออกฤทธิ์นี้อาจ เกี่ยวข้องกับการชักนำ ให้เกิดการตายของเซลล์แบบอะพรอพโทซิส ซึ่งผลการศึกษาดังกล่าวน่าจะมีส่วนช่วย ในการพัฒนายารักษาโรคมะเร็งจากสารสกัดเมล็ดมะปรางได้(5) ภาพจาก https://commons.wikimedia.org ผลมะปราง


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่รส 137 ข้อมูลเพิ่มเติม : มะเฟืองทั้ง 2 จัดเป็นพืชชนิดเดียวกันตามหลักพฤกษศาสตร์ การใช้ประกอบตำ รับยา : ลดไข้ ตำ รับที่ 1 : ยาต้มกระทุ้งไข้ (หมอแฉล้ม มงคล) รากหมาก รากกระเพรา รากมะปราง รากย่านาง รากมะเดื่อชุมพร รากมะเฟือง รากไม้เท้ายายม่อม รากฟักข้าว รากคนทา เหง้าคล้า ข้าวเย็นเหนือ รากชิงชี่ ชะลูด แฝกหอม หวายลิง รากหญ้าคา จันทน์ทั้ง 2 รากหมากสง รากพุมเรียง เถามวกอย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มน้ำ รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2 : แก้ไข้สันนิบาต ไข้เหนือสองคลอง (หมอแฉล้ม มงคล) รากคนทารากมะปรางรากมะปริงรากเท้ายายม่อม รากย่านางรากมะเฟืองรากมะนาวรากพุมเรียง จันทน์ทั้ง 2 ดอกบัวหลวง รากหวายเมีย รากหญ้าคา แห้วหมูรากขี้กาแดง สักขีรากฟักข้าว รากหมาก ราก มะพร้าวชะลูดแฝกหอม ใบพิมเสนต้น เนระพูสีจันทน์ชะมดอย่างละ1ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับ ประทานก่อนอาหารเช้าเที่ยงเย็น ครั้งละ250 มิลลิลิตรสังเกตอาการเมื่อจะรับประทานแทรกชะมดพิมเสน ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 3.มะเฟืองทั้ง 2 มะเฟืองเปรี้ยว มะเฟืองหวาน Averrhoa carambola L. / ExsT Oxalidaceae ราก / จืดเย็น แก้ไข้ดับพิษร้อน แก้ปวดศีรษะ มะเฟือง


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่รส 138 มะเฟือง (Averrhoa carambola L.) ผลมะเฟือง ดอกมะเฟือง เนื้อมะเฟือง งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : จากการป้อนสารสกัดสมุนไพรด้วยนํ้าให้หนูเพื่อทดสอบฤทธิ์ขับปัสสาวะของสมุนไพร5ชนิด ได้แก่สับปะรด ( Ananas comosus (L.) Merr.) มะละกอ (Carica papayaL.) หญ้าคา (Impe- rata cylindrica(L.) Raeusch.) มะเฟือง ( Averrhoa carambolaL. ) หญ้าแห้วหมู( Cyperus rotundus L. ) พบว่าสารสกัดรากสับปะรดและมะละกอด้วยนํ้าในขนาดเทียบเท่ากับสมุนไพรแห้ง 10 g/kg จะทำ ให้ปริมาณปัสสาวะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับยา hydrochlorothiazide ในขนาดเท่ากัน ซึ่งกลไกการออกฤทธิ์ของสับปะรดอาจเป็นผลจากฤทธิ์ของสมุนไพร ส่วนมะละกออาจเป็นผลจาก ปริมาณเกลือที่พบมากในสารสกัด และเหง้าหญ้าคามาจากการยับยั้งการขับปัสสาวะ แต่ส่วนเหง้า หญ้าแห้วหมูและลำต้นมะเฟืองไม่มีผลต่อปริมาณปัสสาวะเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม (6)


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่รส 139 ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 4. น้ำเต้าทั้ง 2 น้ำเต้าขม น้ำเต้าหวาน Lagenaria siceraria (Molina) Stardl./ C Cucurbitaceae ใบ / ขม ขับเสมหะ ขับ ปัสสาวะ ขับพยาธิ นํ้าเต้า ข้อมูลเพิ่มเติม : นํ้าเต้าทั้ง 2 จัดเป็นพืชชนิดเดียวกันตามหลักพฤกษศาสตร์ การใช้ประกอบตำ รับยา : ลดไข้ ตำ รับที่ 1: ยาเขียวสรรพคุณ ลดไข้ (หมอแฉล้ม มงคล) ใบชิงชี่ ใบมะเฟือง ใบนํ้าเต้า ไผ่รวก ใบผักเป็ดแดง มะยม ใบพันงูแดง ใบผักเสี้ยนผีใบมะคำ ไก่ ใบ มะงั่ว ใบส้มซ่า ใบขี้กาแดง ใบฟักข้าว ใบบอระเพ็ด ใบระงับ ใบสะเดา ใบบัวบก ใบชุมเห็ด ใบคนทีสอ ใบ มะกรูด ใบมะนาว ใบกะเม็ง ใบแมงลัก ใบกระเพราแดง ใบหมากทั้ง 2 อย่างละ 1 ส่วน นำสมุนไพรมาบดผง ใช้ประมาณครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ละลายนํ้ากระสายยารับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2: ยาแก้เสมหะพิการ (หมอแฉล้ม มงคล) เปลือกโมกหลวง นํ้าเต้าขม กระดอมทั้ง5แก่นขี้เหล็กผลผักชีลำ พัน อย่างละ1ส่วน นำตัวยาทั้งหมด ต้มนํ้าแบบต้ม 3ส่วน เอา1ส่วน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ250 มิลลิลิตรสังเกตอาการ ตำ รับที่ 3: แก้เสมหะ แก้เสลด (หมอเหล็ม หวัดแท่น) ผักชีลาทั้งต้น ลำ พันทั้งต้น เปลือกต้นโมกหลวง นํ้าเต้าขมทั้งต้น โคกกระออมทั้งต้น แก่นขี้เหล็กอย่าง ละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า แบบต้ม 3 ส่วน เอา 1 ส่วน รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้ง ละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่รส 140 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : สารสำ คัญจากนํ้าเต้า ในกลุ่ม triterpenoids ชนิด D:C-friedooleane-type triterpenes wfhแสดงความเป็นพิษต่อเซลล์human hepatoma SK-Hep 1 โดยเปรียบเทียบกับสาร etoposide ที่ใช้ เป็น positive control ซึ่งมีค่าความเข้มข้นที่ยับยั้งการเจริญของเซลล์ได้ร้อยละ 50 เท่ากับ 2.2 ไมโครกรัม/ มิลลิลิตร และหลังจากการนำสารในกลุ่มนี้มาแยกหาสารสำคัญ พบว่า สาร 20-epibryonolic acid และ สาร 3 beta-O-(E)-coumaroyl-D:C-friedooleana-7,9(11)-dien-29-oic acid แสดงความเป็นพิษต่อ เซลล์human hepatoma SK-Hep 1 อย่างเด่นชัด ซึ่งจากผลการศึกษาในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ในการนำ ไปพัฒนาเป็นยาต้านมะเร็งต่อไป (7)


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่รส 141 ชื่อพิกัด ชื่อสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ / วิสัยพืช ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้ / รสยา สรรพคุณ 5.มะนาวทั้ง 2 มะนาวเปรี้ยว มะนาวหวาน Citrus aurantifolis (Christm.) Swingle / H Rutaceae ราก / จืดเย็น แก้ไข้ มะนาว ข้อมูลเพิ่มเติม : มะนาวทั้ง 2 จัดเป็นพืชชนิดเดียวกันตามหลักพฤกษศาสตร์ การใช้ประกอบตำ รับยา : ลดไข้ ตำ รับที่ 1: ยาแก้ไข้รุมทั้งกลางวันและกลางคืน (หมอแฉล้ม มงคล) ขี้เหล็ก รากหวายขม รากคำ ไทย สมอไทย สมอพิเภก จันทน์ทั้งสอง สมอดีงูรากย่านาง รากช้าพลู รากทองหลางใบมน หัวคล้า เสม็ดทะเล กะลำ พัก ลูกกระดอม รากฟักข้าว รากมะปราง รากผักตำลึง ราก มะนาว แก่นฝาง ใบมะกา อย่างละ 1 ส่วน ยาดำ 1 บาท เนื้อในฝักราชพฤกษ์3 ฝัก นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 2: ยาต้มแก้พิษไข้ทั้งปวง (หมอแฉล้ม มงคล) ชิงชี่ รากย่านาง รากมะปราง รากมะนาว มะเดื่อชุมพร รากมะกรูด เนื้อในฝักราชพฤกษ์ว่านกีบแรด จันทน์ทั้ง 2 เนื้อไม้กฤษณา ว่านร่อนทองผลมะตูมอ่อน หญ้าตีนนกรากขี้กาแดงขอนดอกแห้วหมูอย่างละ 1 ส่วน นำตัวยาทั้งหมดต้มนํ้า รับประทานก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ครั้งละ 250 มิลลิลิตร สังเกตอาการ ตำ รับที่ 3: ใช้เป็นส่วนประกอบในตำ รับยาในบัญชียาหลักแห่งชาติยาจากสมุนไพร พ.ศ. 2556 รากมะนาวใช้เป็นส่วนประกอบในยาประสะจันทน์แดง บรรเทาอาการไข้ตัวร้อน (ไข้พิษ) แก้ร้อนใน กระหายนํ้า


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่รส 142 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : การศึกษาผู้ป่วยไมเกรน จำ นวน 90 คน แบบ Double blind randomized placebo-controlled clinical trial โดยแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 3กลุ่ม คือ1. ให้รับประทานไซรัปจากนํ้ามะนาวควาย15 มล.2. ให้รับ ประทานยาหลอกไซรัป และ3. ให้รับประทานยารักษาไมเกรนโพรพราโนลอลขนาด20 มก. โดยรับประทาน หลังอาหาร วันละ 3 ครั้ง ติดต่อกัน 4 สัปดาห์แล้วทำการประเมินระดับความปวด ความถี่ และระยะเวลา ในผู้ป่วยทุกกลุ่ม พบว่าไซรัปจากนํ้ามะนาวควายสามารถช่วยลดระดับความปวดและระยะเวลาของอาการ ปวดศีรษะไมเกรนได้ดีกว่ากลุ่มที่รับประทานยาหลอกไซรัป และให้ผลเทียบเท่ากับการรับประทานยา โพรพราโนลอล แต่ไม่มีผลลดความถี่ของอาการปวดเมื่อเทียบกับยาหลอก และไม่พบอาการไม่พึงประสงค์ จากการรับประทาน แสดงให้เห็นว่าไซรัปจากนํ้ามะนาวควายประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการปวดศรีษะ ไมเกรนได้(8) มะนาว (Citrus aurantifolis (Christm.) Swingle)


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่รส 143 References 1. Lee J, Kim KA, Jeong S, Lee S, Park HJ, Kim NJ, et al. Anti-inflammatory, antinociceptive,and anti-psychiatriceffects by therhizomesof Alpinia officinarum oncomplete Freund’s adjuvant-induced arthritis in rats. J Ethnopharmacol. 2009;126(2):258–64. 2. RoengsumranS,PetsomA,Sommit D,VilaivanT.Labdane diterpenoids fromCroton oblongifolius. Phytochemistry. 1998;50(3):449–53. 3. ShinJ-S, HongY,Lee H-H,RyuB, ChoY-W,Kim N-J,etal.Fulgidic Acid Isolated from theRhizomesof Cyperus rotundusSuppressesLPS-Induced iNOS, COX-2,TNF-alpha,and IL-6 Expression by AP-1InactivationinRAW264.7 Macrophages.BiolPharmBull.2015;38(7):1081–6. 4. Sivaraj A, Preethi Jenifa B, Kavitha M, Inbasekar P, Senthilkumar B, Panneerselvam A. Antibacterial activity of coccinia grandis leaf extract on selective bacterial strains. J Appl Pharm Sci. 2011;1(7):120–3. 5. Article O, Leukemic D, Cells LC. มะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งปอดชนิดที่ไวและดื้อต่อยา. 2013;28(1). 6. SripanidkulchaiB,WongpanichV,LaupattarakasemP,Suwansaksri J, Jirakulsomchok D. Diuretic effects of selected Thai indigenous medicinal plants in rats. J Ethnopharmacol. 2001;75(2–3):185–90. 7. Chen C-R, Chen H-W, Chang C-I. D:C-friedooleanane-type triterpenoids from Lagenaria siceraria and their cytotoxic activity. Chem Pharm Bull (Tokyo). 2008;56(3):385–8. 8. Jafarpour M, Yousefi G, Hamedi A, Shariat A, Salehi A, Heydari M. Effect of a traditional syrup from Citrus medica L. fruit juice on migraine headache: A randomized double blind placebo controlled clinical trial. J Ethnopharmacol. 2016;179:170–6.


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่รส 144 ชื่อพื้นเมือง หน้า กระดาดขาว 61, 62 กระดาดแดง 61, 62 กระดูกไก่ขาว 57, 58 กระดูกไก่ดำ 57, 58 กระพังโหมน้อย 104 กระพังโหมใหญ่ 105 กระวานขาว 59 กระวานดำ 59 กะทือบ้าน 12 กะทือป่า 12 กะเพราขาว 55, 56 กะเพราแดง 55, 56 ก้างปลาขาว 63 ก้างปลาแดง 63, 64 กำ มะถันแดง 100, 101 กำ มะถันเหลือง 100, 101 เกลือตัวผู้ 120, 121 เกลือตัวเมีย 120 ข่าเล็ก 106, 107 ข่าใหญ่ 106, 107 ข้าวเย็นเหนือ 14, 15 ข้าวเย็นใต้ 14, 15 ขี้กาขาว 65 ขี้กาแดง 65, 66 ขี้เหล็กบ้าน 16, 17 ขี้เหล็กป่า 16, 17 เขาวัวบ้าน 45, 46 เขาวัวป่า 45 ขอบชะนางขาว 67 ขอบชะนางแดง 67, 68 แคขาว 69, 70 แคแดง 69, 70 จันทน์แดง 71, 72 จันทน์ขาว 71 เจตมูลเพลิงขาว 73, 74 เจตมูลเพลิงแดง 73, 74 ชะมดเชียง 47, 48 ดัชนีชื่อพื้นเมืองพืช การแพทย์แผนไทย


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่รส 145 ชื่อพื้นเมือง หน้า ชะมดเช็ด 47, 48 ชะเอมเทศ 19, 20, 21 ชะเอมไทย 19, 20, 21 ชุมเห็ดเทศ 22, 23 ชุมเห็ดไทย 22, 23 ดีเกลือไทย 49, 50 ดีเกลือฝรั่ง 49, 50 ตะบูนขาว 53 ตะบูนดำ 53 ตับเต่าน้อย 108 ตับเต่าใหญ่ 108 ตำลึงตัวผู้ 122, 123 ตำลึงตัวเมีย 122, 123 ตำแยตัวผู้ 124, 125 ตำแยตัวเมีย 124, 125 เถามวกขาว 79 เถามวกแดง 79 เทียนขาว 81, 82 เทียนแดง 81, 82นํ้าเต้าขม 139นํ้าเต้าหวาน 139 บัวหลวงขาว 75, 76 บัวหลวงแดง 75, 76 เบี้ยจั่น 131, 132 เบี้ยผู้ 131, 132 ประยงค์บ้าน 26, 27 ประยงค์ป่า 26 เปล้าน้อย 110, 111 เปล้าใหญ่ 110, 111 เปราะหอมขาว 83 เปราะหอมแดง 83 ปรงบ้าน 24, 25 ปรงป่า 24, 25 ผักหวานบ้าน 28, 29 ผักหวานป่า 28, 29 ผักเป็ดขาว 88, 89 ผักเป็ดแดง 88, 89 จุลพิกัด


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่รส 146 ดัชนีพืช การแพทย์แผนไทย ชื่อพื้นเมือง หน้า ผักปอดตัวผู้ 126 ผักปอดตัวเมีย 126 ผักแพวขาว 90 ผักแพวแดง 90 ฝ้ายขาว 92, 93 ฝ้ายแดง 92, 93 พริกไทยขาว 94, 95 พริกไทยดำ 94, 95 มะขามเปรี้ยว 133 มะนาวหวาน 133 มะปรางเปรี้ยว 135 มะปรางหวาน 135 มะเฟืองเปรี้ยว 137 มะเฟืองหวาน 137 มะยมตัวผู้ 128 มะยมตัวเมีย 128 มะระขี้นก 30, 31 มะระจีน 30, 31 ยอบ้าน 32, 33 ยอป่า 32, 33 ย่านางขาว 86, 87 ย่านางแดง 86, 87 เร่วน้อย 112 เร่วใหญ่ 112 ละหุ่งขาว 96, 97 ละหุ่งแดง 96, 97 ศิลายอนตัวผู้ 130 ศิลายอนตัวเมีย 130 สะเดาบ้าน 34 สะเดาป่า 34 สัตตบงกชขาว 77, 78 สัตตบงกชแดง 77 สีเสียดเทศ 36, 37 สีเสียดไทย 36, 37 ส้มกุ้งน้อย 114 ส้มกุ้งใหญ่ 114 หัสคุณเทศ 40, 41


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่รส 147 จุลพิกัด ชื่อพื้นเมือง หน้า หัสคุณไทย 40, 41 หางไหลขาว 98, 99 หางไหลแดง 98, 99 หญ้าเกล็ดหอยเทศ 38, 39 หญ้าเกล็ดหอยไทย 38, 39 แห้วหมูน้อย 116, 117 แห้วหมูใหญ่ 116 อบเชยเทศ 42, 43 อบเชยไทย 42, 43


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่รส 148 ชื่อวิทยาศาสตร์ หน้า ดัชนีชื่อวิทยาศาสตร์ การแพทย์แผนไทย Acacia catechu (L.f.) Willd 36 Aglaia odorata Lour. 26, 27 Aglaia odoratisima Blume 26 Albizia myriophylla L. 19, 20 Alocasia cf. macrorrhizos (L.) 61 Alpinia galanga (L.) Willd 106, 107 Alpinia officinarum Hance 106, 107 Alternanthera bettzickiana (Regel) G. Nicholson 88, 89 Alternanthera sessilis (L.) R. Br. ex DC. 88, 89 Alysicarpus vaginalis (L.) 38, 39 Amomum testaceum Ridl. 59, 60 Arsenic disulphide (As2S2) 100 Azadirachta indica A. Juss 34, 35 Cinnamomum sp. 42 Cinnamomum verum J. presl 42, 43 Clausena excavata Burmf. 40, 41 Colocasia sp. 61 Croton persimilis MÜll. Arg. 110, 111 Croton stellatopilosus H. Ohba 110, 111 Cuminum cyminum L. 81 Cycas sp.1 24, 25 Cycas sp.2 24, 25 Desmodium triflorum (L.) DC. 38, 39 Diospyros sp. 108, 109 Dracaena cochinchinensis (Lour.) S.C. Chen 71 Flueggea virosa (Roxb. ex Willd) Voigt 63 Glycyrrhiza glabra L. 19, 21 Gonostegia pentandra (Roxb.) Miq. 67, 68 Gossypium arboretum L. 92, 93 Gymnopetalum scabrum (Lour.) W.J. de Wilde & Duyfjes 65 Heliotropium indicum L. 90 Iresine herbstii Hook 90 Justicia gendarussa Burm. f. 57, 58 Lepidium sativum L. 81 Lysiphyllum strychnifolium (Craib) A. Schmitz 85, 86 Magnesium sulfate (MgSO4.7H2O) 49 Melientha suavis Pierre. 28, 29 Micromelum pubescens Blume 40, 41 Momordica charantia L. 30, 31 Morinda elliptica Ridl. 32, 33 Moschus spp. 47 Nelumbo nucifera Gaertn. 75 Nelumbo nucifera Gaertn. 77, 78 Ocimum tenuiflorum L. 55, 56 Paederia foetida L. 104, 105 Paederia linearis Hook. f. 104 Paraderris elliptica (Wall.) Adema 98 Acacia catechu (L.f.) Willd 36 Aglaia odorata Lour. 26, 27 Aglaia odoratisima Blume 26 Albizia myriophylla L. 19, 20 Alocasia cf. macrorrhizos (L.) 61 Alpinia galanga (L.) Willd 106, 107 Alpinia officinarum Hance 106, 107 Alternanthera bettzickiana (Regel) G. Nicholson 88, 89 Alternanthera sessilis (L.) R. Br. ex DC. 88, 89 Alysicarpus vaginalis (L.) 38, 39 Amomum testaceum Ridl. 59, 60 Arsenic disulphide (As2S2) 100 Azadirachta indica A. Juss 34, 35 Cinnamomum sp. 42 Cinnamomum verum J. presl 42, 43 Clausena excavata Burmf. 40, 41 Colocasia sp. 61 Croton persimilis MÜll. Arg. 110, 111 Croton stellatopilosus H. Ohba 110, 111 Cuminum cyminum L. 81 Cycas sp.1 24, 25 Cycas sp.2 24, 25 Desmodium triflorum (L.) DC. 38, 39 Diospyros sp. 108, 109 Dracaena cochinchinensis (Lour.) S.C. Chen 71 Flueggea virosa (Roxb. ex Willd) Voigt 63 Glycyrrhiza glabra L. 19, 21 Gonostegia pentandra (Roxb.) Miq. 67, 68 Gossypium arboretum L. 92, 93 Gymnopetalum scabrum (Lour.) W.J. de Wilde & Duyfjes 65 Heliotropium indicum L. 90 Iresine herbstii Hook 90 Justicia gendarussa Burm. f. 57, 58 Lepidium sativum L. 81


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่รส 149 จุลพิกัด Lysiphyllum strychnifolium 85, 86 (Craib) A. Schmitz Magnesium sulfate (MgSO4.7H2O) 49 Melientha suavis Pierre. 28, 29 Micromelum pubescens Blume 40, 41 Momordica charantia L. 30, 31 Morinda elliptica Ridl. 32, 33 Moschus spp. 47 Nelumbo nucifera Gaertn. 75 Nelumbo nucifera Gaertn. 77, 78 Ocimum tenuiflorum L. 55, 56 Paederia foetida L. 104, 105 Paederia linearis Hook. f. 104 Paraderris elliptica (Wall.) Adema 98 Paraderris montana (Benth.) Adema 98 Phyllanthus reticulatus Poir 63, 64 Piper nigrum L. 94 Plumbago indica L. 73, 74 Plumbago zeylanica L. 73, 74 Pouzolzia zeylanica (L.) Benn.& R. Br. 67 Ricinus communis L. 96, 97 Sauropus androgynus (L.) Merr. 28, 29 Senna alata (L.) Roxb 22, 23 Senna garrettiana (Craib) Irwin & Barneby 16, 17 Senna siamea (Lam.) Irwin & Barneby 16, 17 Senna timoriensis (DC.) H.S.Irwin & Barneby 16, 18 Senna tora (L.) Roxb. 22, 23 Sesbania grandiflora (L.) Desv. 69, 70 Smilax sp.1 14, 15 Smilax sp.2 14, 15 Sodium sulfate (Na2SO4) 49 Stephania sp. 109 Tarenna hoaensis Pit 71 Tiliacora triandra (Colebr.) Diels 85, 86 Uncaria gambir (Hunter) Rox 36 Urceola rosea (HooK. & Arn.) D.J. Middleton 79 ชื่อวิทยาศาสตร์ หน้า


พืชสมุนไพร จุลพิกัดต่างกันที่รส 150 ดัชนีชื่อวิทยาศาสตร์ การแพทย์แผนไทย Urceola minutiflora (Pierre) D.J. Middleton 79 Viverricula spp. 47 Xylocarpus granatum Koenig 53 Xylocarpus moluccensis M. Roem. 53 Zingiber zerumbet (L.) Sm. 12, 13 ชื่อวิทยาศาสตร์ หน้า


Click to View FlipBook Version