38 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๑ ๑๔๙. ๏ เกิดลมสองเหล่าหนอ มักก่อจับให้ร้าวฉาน วันศุกร์มักก่อการ ท่านกล่าวไว้สืบ ๆ มา ๖.๓ การรักษาสหัสรังสีด้วยการนวด: บทที่ ๑๕๐ ๑๕๐. ๏ ผิจะแก้ก็เร่งนวด ตรวจกดเส้นดังพรรณนา ซึ่งอยูกยาตามต�ำรา พลันเยียวยาก็พลันหาย ๗) ว่าด้วยเส้นทวารี ๗.๑ ทางเดินของเส้นทวารี: บทที่ ๑๕๑-๑๕๕ ๑๕๑. ๏ หนึ่งเส้นทะวาคะตา บางต�ำรากล่าวพิปลาย ทะวารีก�ำหนดหมาย บางธิบายทะวาระจันทร์ ๑๕๒. ๏ เส้นนี้มีนามสาม ตามผู้แพทย์เคยส�ำคัญ วิถีด�ำเนินนั้น เส้นเดียวกันอย่ากังขา ๑๕๓. ๏ แล่นออกแต่นาภี ข้างขวานี้แล่นลงมา ตามแนวแห่งขาขวา สู่หน้าแข้งจนฝ่าท้าว ๑๕๔. ๏ ตลอดนิ้วทั้งห้านิ้ว พริ้วกลับขึ้นตามแข้งเข่า หน้าขาขึ้นไปเอา ชายโครงสุดจนเต้านม ๑๕๕. ๏ ขึ้นคางแล่นตลอดเข้า เอาลูกตาโดยนิยม เปนรากจักษุสม ให้กรอกกลับหลับลืมแล ๗.๒ โรคและอาการที่เกิดในเส้นทวารี: บทที่ ๑๕๖-๑๖๐ ๑๕๖. ๏ เปนเส้นจักษุขวา ครั้นวิกามักปรวนแปร เปนลมไม่ลืมแล ให้วิงเวียนพ้นก�ำลัง ๑๕๗. ๏ กระบอกตาให้ปวดหนัก เล่ห์จักษุประทุพัง ทวารีวิการัง เจ็บสิ้นทั้งสองซ้ายขวา ๑๕๘. ๏ บางทีเปนข้างเดียว ข้างขวาเจียวสุดปัญญา ชื่อทิพจักษุขวา ตานั้นพร่างมัวไม่เห็น
คำ�อธิบายกล่าวเส้นสิบในตำ�ราโรคนิทานคำ�ฉันท์ ๑๑ 39 ๑๕๙. ๏ เส้นจักษุครั้นวิการ ละไว้นานต่างๆ เปน ปัตะฆาฎบังเกิดเข็ญ ด้วยน�้ำพร้าวอันมันหวาน ๑๖๐. ๏ ผู้นั้นมักบริโภค กามสังโยควันอังคาร จึงเกิดโทษให้วิการ ธาตุร้าวราญก�ำเริบเข็ญ ๗.๓ วิธีนวดรักษาอาการเส้นทวารีพิการ: บทที่ ๑๖๑-๑๖๔ ๑๖๑. ๏ คุมโทษแต่นั้นมา ณะหาราจักให้เปน ผิแพทย์ผู้ชัดเจน เรื่องราวเส้นจึงให้แก้ ๑๖๒. ๏ ทะวารี ทะวาคะตา ทะวาระจันทร์เส้นเดียวแท้ แก้นาภีตามกระแส ด�ำเนินนวดให้คลายหย่อน ๑๖๓. ๏ นวดไปตามล�ำเนา เถาแถวเส้นเอ็นสัญจร ใครก�ำด้นสองก่อน จึงจักษุหายวิงเวียน ๑๖๔. ๏ อันเส้นจักษุสอง แก้ท�ำนองไม่ผิดเพี้ยน ผู้แพทย์สถิตย์เสถียร พิเคราะห์เพียรด้วยปัญญา ๘) ว่าด้วยเส้นจันทภูสัง ๘.๑ ทางเดินเส้นจันทภูสัง: บทที่ ๑๖๕-๑๖๗ ๑๖๕. ๏ หนึ่งเส้นชื่ออุรัง ภูส�ำพวังนั้นก็ว่า สัมปะสาโสนามปรา กฎชื่อว่าเปนสามอย่าง ๑๖๖. ๏ เส้นนี้แล่นออกมา แต่นาภีวิถีทาง ขึ้นไปไม่ขัดขวาง ตามราวนมเบื้องซ้ายหมาย ๑๖๗. ๏ ไปเนาเอาข้างซ้าย หมายหูซ้ายดังอธิบาย เปนรากโสตประสาทหมาย ดังบรรยายฉนี้มา
40 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๑ ๘.๒ สาเหตุของเส้นจันภูสังพิการ: บทที่ ๑๖๘ ๑๖๘. ๏ เส้นนี้มักร้าวฉาน เพราะอาการอาบธารา เหลือประมาณบ่อวิจารณ์ พะเอินจับวันพุฒแล ๙) ว่าด้วยเส้นรุช�ำ ๙.๑ ทางเดินของเส้นรุช�ำ: บทที่ ๑๖๙-๑๗๐ ๑๖๙. ๏ หนึ่งโสตเส้นชื่อสุ ขุมอุสะมานามกรแท้ ออกจากนาภีแผ่ ขึ้นไปจับราวนมขวา ๑๗๐. ๏ ขึ้นไปราวฅอคาง วางไปเอาหูขวานา เปนรากโสตประสาทหนา เมื่อวิกาเพราะอาหาร ๙.๒ สาเหตุของเส้นรุช�ำพิการ: บทที่ ๑๗๑-๑๗๓ ๑๗๑. ๏ มักเสพซึ่งน�้ำมะพร้าว จึงราญร้าวลมวิการ มักจับวันอังคาร ตามต�ำนานพะเอินเปน ๑๗๒. ๏ อุสะมากล้าแขนขึง ให้หูตึงราญร้าวเข็ญ ลมออกหูวู่เปน เพราะโทษเส้นก�ำเริบกล้า ๑๗๓. ๏ เหมือนกันทั้งสองข้าง ท่านกล่าวอ้างนามวาตา คะทาหุทั้งซ้ายขวา โสตวิการ์มักตันตึง ๙.๓ การนวดรักษาอาการในเส้นรุช�ำ ลมคะทาหุ ลมทาระกรรณ์: บทที่ ๑๗๔-๑๗๖ ๑๗๔. ๏ จะแก้เส้นลมนี้ ตามวิถีแถวเส้นขึง นวดบนหูสองจึง ลมเสียงอึงบรรเทาหาย ๑๗๕. ๏ แม้นนวดไม่ยินเสียง นามลมเลี่ยงค�ำธิบาย ทาระกรรณ์ดังบรรยาย หนึ่งปลั้มคลายเส้นสะเอ็ว ๑๗๖. ๏ ให้นวดจงช้าครัน ตามเส้นสันจึงหายเร็ว คลึงเคล้นเส้นให้เหลว เร็วเร่งยากินพลันหาย
คำ�อธิบายกล่าวเส้นสิบในตำ�ราโรคนิทานคำ�ฉันท์ ๑๑ 41 ๑๐) ว่าด้วยเส้นสิกขิณี ๑๐.๑ ทางเดินของเส้นสิกขิณี: บทที่ ๑๗๗-๑๗๘ ๑๗๗. ๏ หนึ่งเส้นอันชื่อว่า รัตคีนีหนานามพิปราย สังคินีก็บรรยาย เส้นเดียวหมายมีสองนาม ๑๗๘. ๏ เส้นนี้แล่นออกมา แต่นาภีใต้สูญงาม ตลอดตรงไม่เข็ดขาม เปนลึงคะชาติมุตมัก ๑๐.๒ โรคและอาการที่เกิดในเส้นสิกขิณี: บทที่ ๑๗๙-๑๘๓ ๑๗๙. ๏ วิบัติโทษต่างๆ เสียดสีข้างเปนพ้นนัก ขัดเบาบ่อประจักษ์ ไม่โชนเชี่ยวดังแต่ก่อน ๑๘๐. ๏ ปัสสาวะให้ค่นขุ่น มักเบากลุ่นแลรุ่มร้อน เจ็บเหน่าบ่ออยุดหย่อน เพราะโทษเส้นวิกาโร ๑๘๑. ๏ บางทีกลับเปนลม ราทยักษ์ประสมวาโย เกิดเพราะณะหาโร องคะชาติร้าวหม่นหมอง ๑๘๒. ๏ เกิดด้วยน�้ำกามตน อันวิกลเพราะล�ำพอง กลั้นน�้ำกามขัดข้อง บ่อได้ตกด้วยก�ำหนัด ๑๘๓. ๏ น�้ำกามก่อโทษเอง จึงก่อเพลงมูตหยดหยัด เปนหนองในใหลวิบัติ เพราะมูลราคก่อเกิดเอง ๑๐.๓ การนวดรักษาอาการโลหิต/มดลูกพิการ สะโพก ท้องน้อย: บทที่ ๑๘๔-๑๘๖ ๑๘๔. ๏ สัตรีเพื่อโลหิต วิปริต ท�ำหลายเพลง มดลูกวิการเอ็ง จึงก่อโทษท�ำต่างๆ ๑๘๕. ๏ เจ็บท้องสีข้างสุด สะเอ็วดุจดังหักกลาง เร่งนวดเส้นขัดขวาง แถวเส้นดังที่กล่าวมา ๑๘๖. ๏ แก้สะเอ็วตะโพกสอง ทั้งท้องน้อยแก้วาตา คลายก่อนผ่อนกินยา ตามต�ำราวิธีดี
42 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๑ ๑๑) ว่าด้วยเส้นสุขุมัง ๑๑.๑ ทางเดินเส้นสุขุมัง: บทที่ ๑๘๗ ๑๘๗. ๏ หนึ่งเส้นกังขุงนั้น แล่นจรจัลจากนาภี กระหวัดรอบทวานมี คูตมักคะพนักงาน ๑๑.๒ โรคและอาการที่เกิดในเส้นสุขุมัง: บทที่ ๑๘๘-๑๙๐ ๑๘๘. ๏ ส�ำหรับรูตคูตเผย บ่อละเลยทิวาวาน กังขุงก่อวิการ เพราะอาหารโอชะมัน ๑๘๙. ๏ ผู้นั้นมักบริโภค ก�ำเริบโรคแต่เหตุนั้น วันอาทิตย์ผู้ฉัน กังขุงนั้นจึงก่อเพลง ๑๙๐. ๏ ท�ำโทษให้ตึงทวาน ท้องดุจราณก�ำเริบเส็ง อาหารเคยก็เลยเอง กินหย่อนน้อยมักคับท้อง ๑๑.๓ การนวดรักษาอาการเส้นสุขุมัง: บทที่ ๑๙๑-๑๙๖ ๑๙๑. ๏ ผิจะแก้เส้นกังขุง นวดพยุงนิ้วประคอง เหนือขื่อเส้นเอ็นร้อง ค่อยจดจ้องให้เสียวทวาร ๑๙๒. ๏ ฝีเย็บดังปริแตก ทวารแยกคูตเคลื่อนคลาน เส้นนี้พระอาจาริย์ จับมือจดจึงจะจริง ๑๙๓. ๏ เส้นสิบหยิบยกกล่าว พอเปนเลาแก่ชายหญิง หยุดจบครบสิบสิ่ง อันมีนามต่างๆ มา ๑๙๔. ๏ พอสังเกตเอกเทศ ให้อุเอกเหลือปัญญา ผู้แพทย์ใคร่วิถา จึงศึกษาพากเพียรไป ๑๙๕. ๏ เส้นสิบแผนค�ำภีร์ จบเท่านี้จะหยุดไว้ กล่าวเกล็ดนิเทศไป ตามต�ำนานโบราณมา ๑๙๖. ๏ ณะหาโรยุตโตตาม เงือดงดความยุติกา ล�ำดับนี้จะพรรณนา เรื่องอัฐิด�ำริห์ไป
คำ�อธิบายกล่าวเส้นสิบในตำ�ราโรคนิทานคำ�ฉันท์ ๑๑ 43 ๔.๓ การจำแนก วิเคราะห์ คำและข้อความองค์ความรู้ภูมิปัญญาการนวดไทยใน “กล่าวเส้นสิบ” ๑) ทางเดินของเส้นประธาน๓ ๑.๑ เส้นอิทา เริ่มต้นจากข้างสะดือซ้าย ๑ นิ้วมือ แล่นลงไปบริเวณหัวหน่าว ลงไปต้นขาซ้ายด้านในค่อนไปด้านหลัง แล้วเลี้ยวขึ้นไปแนบข้างกระดูกสันหลังด้านซ้ายขึ้น ไปบนศีรษะ แล้วกลับลงมาสิ้นสุดที่ข้างจมูกซ้าย ๑.๒ เส้นปิงคลา เริ่มต้นจากข้างสะดือขวา ๑ นิ้วมือ แล่นลงไปบริเวณหัวหน่าว ลงไปต้นขาขวาด้านในค่อนไปด้านหลัง แล้วเลี้ยวขึ้นไปแนบกระดูกสันหลังด้านขวาขึ้นไปบน ศีรษะ แล้วกลับลงสิ้นสุดที่ข้างจมูกขวา ๑.๓ เส้นสุมนา เริ่มต้นจากเหนือสะดือ ๒ นิ้วมือ แล่นขึ้นไปในอกผ่านล�ำคอ ขึ้นไปสิ้นสุดที่โคนลิ้น ๑.๔ เส้นกาละทารี เริ่มต้นจากเหนือสะดือ ๑ นิ้วมือแล้วแตกออกเป็น ๔ เส้น ๒ เส้นบนแล่นขึ้นไปผ่านข้างชายโครง ผ่านสะบักใน ไปยังแขนทั้ง ๒ ข้าง ลงไปที่ข้อมือ ตลอดถึงนิ้วมือทั้งสิบ ๒ เส้นล่าง ลงไปบริเวณต้นขาด้านใน ผ่านหน้าแข้งด้านในทั้ง ๒ ข้าง ลงไปที่ข้อเท้า ตลอดถึงนิ้วเท้าทั้งสิบ ๑.๕ เส้นสหัสรังษี เริ่มต้นจากสะดือข้างซ้าย ๓ นิ้วมือ แล่นลงไปบริเวณ ต้นขาซ้ายด้านใน ผ่านหน้าแข้งด้านใน ขอบฝ่าเท้าด้านใน โคนนิ้วซ้ายทั้งห้า แล้วย้อนผ่าน ขอบฝ่าเท้าด้านนอก ขึ้นมายังหน้าแข้งด้านนอก ต้นขาด้านนอก ไปชายโครง หัวนมซ้าย แล้วแล่นเข้าไปใต้คาง ขึ้นไปสิ้นสุดที่ตาซ้าย ๑.๖ เส้นทวารี เริ่มต้นจากข้างสะดือข้างขวา ๓ นิ้วมือ แล่นลงไปบริเวณต้นขา ขวาด้านในผ่านหน้าแข้งด้านใน ขอบฝ่าเท้าด้านใน โคนนิ้วขวาทั้งห้า แล้วย้อนผ่านขอบ ฝ่าเท้าด้านนอก ขึ้นมายังหน้าแข้งด้านนอก ต้นขาด้านนอก ไปชายโครง หัวนมขวา แล้ว เข้าไปในคางขึ้นไปสิ้นสุดที่ตาขวา ๓ ดูเพิ่มเติมใน ดร.ยงศักดิ์ ตันติปิฎก, ผศ.ภญ.ส�ำลี ใจดี, มูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนา, ต�ำราการนวดไทย เล่ม ๑, พิมพ์ครั้งที่ ๕ หน้า ๔๒๕-๗.
44 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๑ ๑.๗ เส้นจันทภูสัง เริ่มต้นจากข้างสะดือด้านซ้าย ๔ นิ้วมือ แล่นผ่านราวนมซ้าย ผ่านด้านข้างของคอ ขึ้นไปสิ้นสุดที่หูซ้าย ๑.๘ เส้นรุช�ำ/สุขุมอุสุมา เริ่มต้นจากข้างสะดือด้านขวา ๔ นิ้วมือ แล่นผ่าน ราวนมขวา ผ่านด้านข้างของคอ ขึ้นไปสิ้นสุดที่หูขวา ๑.๙ เส้นสิกขิณี เริ่มต้นจากใต้สะดือ ๒ นิ้วมือ เยื้องขวาเล็กน้อย แล่นไปทวารเบา ๑.๑๐ เส้นกังขุง เริ่มต้นจากใต้สะดือ ๒ นิ้วมือ เยื้องซ้ายเล็กน้อย แล่นไป ทวารหนัก หมายเหตุ: เส้นสุขุมัง บางต�ำราบอกว่าแล่นไป ทวารหนัก ทวารเบา ซึ่งหมายถึง อวัยวะขับถ่าย ส่วนเส้นสิกขินีแล่นลงไปยังองคชาติ หรือองค์ก�ำเนิด ซึ่งหมายถึงอวัยวะ สืบพันธุ์ ท�ำให้ไม่มีข้อยุติ ๒) การจัดกลุ่มค�ำชื่อโรคและอาการ ลม และสมุฏฐานโรค ๒.๑ เส้นอิทา เส้นอิทาสามารถจ�ำแนก จัดเป็น โรคและอาการ ลม และสมุฏฐาน โรคได้ดังนี้ ๑. ชื่อโรคและอาการ ๒๐ ค�ำ ๒. ชื่อลม ๑๓ ค�ำ ๓. ชื่อสมุฏฐานโรค ๔ ค�ำ ตารางที่ ๑ การจ�ำแนกชื่อ โรคและอาการ ชื่อลม และชื่อสมุฏฐานโรคในเส้นอิทา ล�ำดับ ค�ำฉันท์ บทที่ ค�ำและข้อความส�ำคัญในเส้นอิทา โรค/ อาการ ลม สมุฏฐาน โรค ๑ ๑๒ ลมจันทะกาลา √ ๒ ๑๓ ปวดเศียรเป็นพ้นเพียรอสุริยศรี (หลังพระอาทิตย์ตก) √ √ ๓ ๑๓ ตามืดมัวอัคคี √ ๔ ๑๓ ชักปากเบี้ยวเจ็บสันหลัง √ ๕ ๑๔ ก�ำเดาปนลมระคน √
คำ�อธิบายกล่าวเส้นสิบในตำ�ราโรคนิทานคำ�ฉันท์ ๑๑ 45 ล�ำดับ ค�ำฉันท์ บทที่ ค�ำและข้อความส�ำคัญในเส้นอิทา โรค/ อาการ ลม สมุฏฐาน โรค ๖ ๑๔ โทษทุวัง √ ๗ ๑๔ ลมปะกัง √ √ ๘ ๑๔ ไข้ตัวร้อนนอนซม √ ๙ ๑๕ วิงเวียน √ ๑๐ ๑๕ สันนิบาต √ ๑๑ ๑๕ ไข้เศียร √ ๑๒ ๑๖ ลมพะหิ √ ๑๓ ๑๗ เชื่อมสลบนอนมึน √ ๑๔ ๑๗ เภทอิทาณะหาโร √ ๑๕ ๒๐ ลมขึ้นขบเบื้องสูง (แล่นปวดจูงถึงเศียรนั้น) √ ๑๖ ๒๓ ลมจะโปง √ ๑๗ ๒๓ ลมร้ายปะกัง √ ๑๘ ๒๔ ปะกังลม √ ๑๙ ๒๔ ปวดเศียรซม √ ๒๐ ๒๗ ลม (กลาย) ร�ำเพพัด √ ๒๑ ๒๘ ปวดเศียรแสนสาหัด √ ๒๒ ๓๒ ชักปากเบี้ยวเสียวหน้าตา √ ๒๓ ๓๔ ปากเบี้ยว √ ๒๔ ๓๔ ชักหน้าเลี้ยว √ ๒๕ ๓๖ ปากชักลอย √ ๒๖ ๔๑ เถาเอ็นในครรภา √ ๒๗ ๔๑ เอ็นห่อ √ ตารางที่ ๑ การจ�ำแนกชื่อ โรคและอาการ ชื่อลม และชื่อสมุฏฐานโรคในเส้นอิทา (ต่อ)
46 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๑ ล�ำดับ ค�ำฉันท์ บทที่ ค�ำและข้อความส�ำคัญในเส้นอิทา โรค/ อาการ ลม สมุฏฐาน โรค ๒๘ ๔๑ ชักปากเบี้ยวเสียวตาแหก √ ๒๙ ๔๒ ลมที่ท�ำให้คันทั้งตัว (คันยับแหลก ดุจมดตะนอยแถกปวดเป็นนิจ) √ ๓๐ ๔๓ ลมอันพานไส้ √ ๓๑ ๔๓ ริศสีดวง (ทวาร) √ ๓๒ ๔๓ จุกเสียด √ ๓๓ ๔๖ ลมร้าย √ ๓๔ ๔๖ ลมร้ายปากเบี้ยว √ ๓๕ ๔๗ ลมชักปากเบี้ยว √ รวม ๒๐ ๑๓ ๔ ตารางที่ ๑ การจ�ำแนกชื่อ โรคและอาการ ชื่อลม และชื่อสมุฏฐานโรคในเส้นอิทา (ต่อ)
คำ�อธิบายกล่าวเส้นสิบในตำ�ราโรคนิทานคำ�ฉันท์ ๑๑ 47 ๒.๒ เส้นปิงคลา เส้นปิงคลาสามารถจ�ำแนก จัดเป็น โรคและอาการ ลม และ สมุฏฐานโรคได้ดังนี้ ๑. ชื่อโรคและอาการ ๙ ค�ำ ๒. ชื่อลม ๔ ค�ำ ๓. ชื่อสมุฏฐานโรค ๒ ค�ำ ตารางที่ ๒ การจ�ำแนกชื่อ โรคและอาการ ชื่อลม และชื่อสมุฏฐานโรคในเส้นปิงคลา ล�ำดับ ค�ำฉันท์ บทที่ ค�ำและข้อความส�ำคัญในเส้นปิงคลา โรค/ อาการ ลม สมุฏฐาน โรค ๑ ๕๒ ลมสูรย์กาลา √ ๒ ๕๓ หน้าตาตนแดงขึ้นพลัน √ ๓ ๕๓ ปวดเศียรรับสุริยัน √ ๔ ๕๓ อุไทยไปจนเที่ยง (พระอาทิตย์ขึ้นถึงเที่ยง) √ ๕ ๕๔ ลมปะกัง √ ๖ ๕๔ ชักปากเอียง √ ๗ ๕๔ เภทสันนิบาต √ ๘ ๕๕ ริศสีดวง (น�้ำมูกล่วง) √ ๙ ๕๕ ตึงนาศิกจาม √ ๑๐ ๕๖ ลมมหิ (ลมพหิ) √ ๑๑ ๕๖ สิ้นสติไม่พูดจา √ ๑๒ ๕๖ สลบตาย √ ๑๓ ๕๙ โสตว่าง √ ๑๔ ๖๐ สันนิบาตลมปะกัง √ ๑๕ ๖๑ ปากเบี้ยว √ รวม ๙ ๔ ๒
48 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๑ ๒.๓ เส้นสุมนา เส้นสุมนาสามารถจ�ำแนกจัดเป็นโรคและอาการ ลม และสมุฏฐานโรคได้ดังนี้ ๑. ชื่อโรคและอาการ ๕๔ ค�ำ ๒. ชื่อลม ๑๔ ค�ำ ๓. ชื่อสมุฏฐานโรค ๖ ค�ำ ตารางที่ ๓ การจ�ำแนกชื่อ โรคและอาการ ชื่อลมในเส้น และชื่อสมุฏฐานโรคในเส้นสุมนา ล�ำดับ ค�ำฉันท์ บทที่ ค�ำและข้อความส�ำคัญในเส้นสุมนา โรค/ อาการ ลม สมุฏฐาน โรค ๑ ๖๖ สุมะนาเมื่อวิการ (สุมะนาพิการ) √ ๒ ๖๖ จับลิ้นไม่พรอดเปน √ ๓ ๖๖ ลมชิวหาสดม √ ๔ ๖๗ ลิ้นกระด้าง √ ๕ ๖๗ คางแข็ง √ ๖ ๖๗ หนักอกใจ √ ๗ ๖๗ เชื่อมมัว √ ๘ ๖๗ เมาซม √ ๙ ๖๗ ลมดานตะคุณ √ ๑๐ ๖๘ จุกอกเอ็นเป็นล�ำ √ ๑๑ ๖๘ สุมะนาเมื่อทารุณ วันอาทิตย์เปนเดิมที √ ๑๒ ๗๐ ลมทะกรน (เส้นสุมนา) √ ๑๓ ๗๑ ลมบาทจิตร์ √ ๑๔ ๗๑ พูดพรอด √ ๑๕ ๗๑ หลงลืม √ ๑๖ ๗๒ ระหวยใจ √ ๑๗ ๗๒ แรงน้อยถอยถ่อมไป √
คำ�อธิบายกล่าวเส้นสิบในตำ�ราโรคนิทานคำ�ฉันท์ ๑๑ 49 ล�ำดับ ค�ำฉันท์ บทที่ ค�ำและข้อความส�ำคัญในเส้นสุมนา โรค/ อาการ ลม สมุฏฐาน โรค ๑๘ ๗๒ อาหารไซ้ก็คลายรศ √ ๑๙ ๗๓ ตีนมือเปรี้ยระทวยอ่อน √ ๒๐ ๗๔ สุมะนาก็โทษลม (เหตุเพราะลมสุมนา) √ ๒๑ ๗๔ รุมรมจับหัวใจ √ ๒๒ ๗๕ สุมะนาอาณาการ (สุมะนาก�ำเริบหนัก) อย่าหักหาญแต่พอควร √ ๒๓ ๗๕ กลัดอกใจไม่สบาย √ ๒๔ ๗๙ สุมะนาถ้าเกิดลม (ลมเกิดขึ้นในเส้นสุมนา) √ ๒๕ ๘๗ ไข้สั่น √ ๒๖ ๘๗ ชิวหาที่ตนเคย พรอดไม่ได้ใจระทด √ ๒๗ ๘๙ ลมจับ √ ๒๘ ๘๙ หัวใจวับแรงไม่มี หิวโหยไม่สมประดี √ ๒๙ ๘๙ สอึก √ ๓๐ ๙๐ มิสบาย √ ๓๑ ๙๑ เปรี่ยวด�ำ √ √ ๓๒ ๙๓ คางแข็ง √ ๓๓ ๙๓ ลิ้นหดไม่จ�ำนัน √ ๓๔ ๙๕ คางอันแข็งกระด้าง √ ๓๕ ๙๖ วิงเวียน √ ๓๖ ๙๖ ดวงจิตร์เจียนจักวางวาย √ ๓๗ ๙๖ ซึมซม √ ๓๘ ๙๖ ลมร้าย √ ๓๙ ๑๐๐ แก้ลิ้นหด √ ตารางที่ ๓ การจ�ำแนกชื่อ โรคและอาการ ชื่อลม และชื่อสมุฏฐานโรคในเส้นสุมนา (ต่อ)
50 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๑ ล�ำดับ ค�ำฉันท์ บทที่ ค�ำและข้อความส�ำคัญในเส้นสุมนา โรค/ อาการ ลม สมุฏฐาน โรค ๔๐ ๑๐๐ คางแข็ง √ ๔๑ ๑๐๐ คลั่งไคล้ √ ๔๒ ๑๐๑ บาทจิตร์ √ √ ๔๓ ๑๐๑ ดีเดือด ดีพลุ่ง √ ๔๔ ๑๐๑ ลมกล้าให้ตัวลาย √ ๔๕ ๑๐๒ ลมวิงเวียนให้จับหัวใจ √ ๔๖ ๑๐๒ พิษม์กาฬ √ ๔๗ ๑๐๒ ร้อนอก √ ๔๘ ๑๐๒ มิสะเบย √ ๔๙ ๑๐๖ ลมตรี (บาทจิตร์ ลมให้ตัวลาย ลมให้วิงเวียน) √ ๕๐ ๑๐๗ ลมร้ายบาทจิตร์ √ ๕๑ ๑๐๘ ลมอันวิงเวียน √ √ ๕๒ ๑๐๘ หาวเหียน √ ๕๓ ๑๐๘ ลิ้นกระด้าง √ ๕๔ ๑๐๘ คางชิด √ ๕๕ ๑๐๘ พิษม์โลหิต √ ๕๖ ๑๑๓ ลมร้ายบาทจิตร์ √ √ ๕๗ ๑๑๔ อบอับจับดวงใจ √ ๕๘ ๑๑๔ หลงไหลคลุ้มคลั่ง √ ๕๙ ๑๑๔ แน่นอก √ ๖๐ ๑๑๔ อาเจียนติด √ ๖๑ ๑๑๔ รากลมเปล่า √ ตารางที่ ๓ การจ�ำแนกชื่อ โรคและอาการ ชื่อลม และชื่อสมุฏฐานโรคในเส้นสุมนา (ต่อ)
คำ�อธิบายกล่าวเส้นสิบในตำ�ราโรคนิทานคำ�ฉันท์ ๑๑ 51 ล�ำดับ ค�ำฉันท์ บทที่ ค�ำและข้อความส�ำคัญในเส้นสุมนา โรค/ อาการ ลม สมุฏฐาน โรค ๖๒ ๑๑๔ ให้หนาวร้อน √ ๖๓ ๑๑๕ อาหารกลืนขืนกิน √ ๖๔ ๑๑๕ ได้กลิ่นกลับขย้อน √ ๖๕ ๑๑๕ พิษม์โลหิตร้อน √ ๖๖ ๑๑๕ ใคล้คลั่ง √ ๖๗ ๑๑๕ ตีขึ้น √ ๖๘ ๑๑๖ ลมสรรนิบาต √ √ ๖๙ ๑๒๖ ลิ้นหดเพื่อลมร้าย √ รวม ๕๔ ๑๔ ๖ ตารางที่ ๓ การจ�ำแนกชื่อ โรคและอาการ ชื่อลม และชื่อสมุฏฐานโรคในเส้นสุมนา (ต่อ)
52 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๑ ๒.๔ เส้นกาลทารี เส้นกาลทารีสามารถจ�ำแนก จัดเป็น โรคและอาการ ลม และสมุฏฐานโรคได้ดังนี้ ๑. ชื่อโรคและอาการ ๔ ค�ำ ๒. ชื่อลม ๑ ค�ำ ๓. ชื่อสมุฏฐานโรค ๕ ค�ำ ตารางที่ ๔ การจ�ำแนกชื่อ โรคและอาการ ชื่อลมในเส้น และชื่อสมุฏฐานโรคในเส้น กาลทารี ล�ำดับ ค�ำฉันท์ บทที่ ค�ำและข้อความส�ำคัญในเส้นกาลทารี โรค/ อาการ ลม สมุฏฐาน โรค ๑ ๑๓๖ เย็นชา √ ๒ ๑๓๖ เหน็บทั้งตัว √ ๓ ๑๓๗ เจ็บเย็นสะท้าน √ ๔ ๑๓๗ อาหารแสลง √ ๕ ๑๓๗ ขนมจีนเข้าเหนียวถั่ว √ ๖ ๑๓๘ อาทิตย์จันทร์โทษนี้ การะทารีก�ำเริบเข็ญ √ ๗ ๑๓๘ โทษสันนิบาต √ ๘ ๑๓๙ บางคาบกลับเป็นลม (อาการก�ำเริบ หนักขึ้นเกิดลมเเทรก) √ ๙ ๑๓๙ “หัสรังษี” ลมภายในเส้นกาละทารี √ ๑๐ ๑๓๙ นอนแน่ไม่สมประดี รู้สึกกายไปเป็นเลย √ รวม ๔ ๑ ๕
คำ�อธิบายกล่าวเส้นสิบในตำ�ราโรคนิทานคำ�ฉันท์ ๑๑ 53 ๒.๕ เส้นสหัสรังสี เส้นสหัสรังสีสามารถจ�ำแนก จัดเป็น โรคและอาการ ลม และสมุฏฐานโรคได้ดังนี้ ๑. ชื่อโรคและอาการ ๒ ค�ำ ๒. ชื่อลม ๒ ค�ำ ๓. ชื่อสมุฏฐานโรค ๓ ค�ำ ตารางที่ ๕ การจ�ำแนกชื่อ โรคและอาการ ชื่อลม และชื่อสมุฏฐานโรคในเส้นสหัสรังสี ล�ำดับ ค�ำฉันท์ บทที่ ค�ำและข้อความส�ำคัญในเส้นสหัสรังสี โรค/ อาการ ลม สมุฏฐาน โรค ๑ ๑๔๗ ลมจักขุนิวาต √ ๒ ๑๔๗ ลมอัคคะนิวาตคุณ √ ๓ ๑๔๗ เจ็บกระบอกจักขุ √ ๔ ๑๔๗ วิงเวียนบ่อลืมแล √ ๕ ๑๔๘ โทษหัสรังษี √ ๖ ๑๔๘ เพราะกระแส กินสิ่งของอันมันหวาน √ ๗ ๑๔๙ วันศุกร์มักก่อการ √ รวม ๒ ๒ ๓
54 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๑ ๒.๖ เส้นทวารี เส้นทวารีสามารถจ�ำแนก จัดเป็น โรคและอาการ ลม และสมุฏฐานโรคได้ดังนี้ ๑. ชื่อโรคและอาการ ๕ ค�ำ ๒. ชื่อลม ๒ ค�ำ ๓. ชื่อสมุฏฐานโรค ๕ ค�ำ ตารางที่ ๖ การจ�ำแนกชื่อ โรคและอาการ ชื่อลม และชื่อสมุฏฐานโรคในเส้นทวารี ล�ำดับ ค�ำฉันท์ บทที่ ค�ำและข้อความส�ำคัญในเส้นทวารี โรค/ อาการ ลม สมุฏฐาน โรค ๑ ๑๕๖ เป็นลมไม่ลืมแล ให้วิงเวียนพ้นก�ำลัง √ ๒ ๑๕๗ กระบอกตาให้ปวดหนัก เล่ห์จักษุประทุพัง √ ๓ ๑๕๗ ทวารีวีการัง √ ๔ ๑๕๗ จับสิ้นทั้งสองซ้ายขวา (ทั้งตาซ้ายและตาขวา) √ ๕ ๑๕๘ บางทีเป็นข้างเดียว ข้างขวาเจียวสุดปัญญา (เจ็บตาขวาข้างเดียว) √ ๖ ๑๕๘ ทิพจักษุ (ขวา) √ ๗ ๑๕๘ ตาพร่างมัวไม่เห็น √ ๘ ๑๕๙ ปัตะฆาฏ (ลมปัตฆาฏ) √ ๙ ๑๕๙ ด้วยน�้ำพร้าวอันมันหวาน √ ๑๐ ๑๖๐ กามสังโยควันอังคาร √ ๑๑ ๑๖๐ ธาตุร้าวราญก�ำเริบเข็ญ (ธาตุดิน) √ ๑๒ ๑๖๑ คุมโทษแต่นั้นมา ณะหาราจักให้เป็น (เส้นทวารีพิการ) √ รวม ๕ ๒ ๕
คำ�อธิบายกล่าวเส้นสิบในตำ�ราโรคนิทานคำ�ฉันท์ ๑๑ 55 ๒.๗ เส้นจันทภูสัง เส้นจันทภูสังสามารถจ�ำแนก จัดเป็น โรคและอาการ ลม และสมุฏฐานโรคได้ดังนี้ ๑. ชื่อโรคและอาการ ๐ ค�ำ ๒. ชื่อลม ๐ ค�ำ ๓. ชื่อสมุฏฐานโรค ๒ ค�ำ ตารางที่ ๗ การจ�ำแนกชื่อ โรคและอาการ ชื่อลม และชื่อสมุฏฐานโรคในเส้นจันทภูสัง ล�ำดับ ค�ำฉันท์ บทที่ ค�ำและข้อความส�ำคัญในเส้นจันทภูสัง โรค/ อาการ ลม สมุฏฐาน โรค ๑ ๑๖๘ เพราะอาการอาบธารา (อาบน�้ำมากเกินไป) √ ๒ ๑๖๘ พะเอินจับวันพุฒแล √ รวม ๐ ๐ ๒
56 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๑ ๒.๘ เส้นรุช�ำ เส้นสามารถจ�ำแนก จัดเป็น โรคและอาการ ลม และ สมุฏฐานโรคได้ดังนี้ ๑. ชื่อโรคและอาการ ๕ ค�ำ ๒. ชื่อลม ๒ ค�ำ ๓. ชื่อสมุฏฐานโรค ๒ ค�ำ ตารางที่ ๘ การจ�ำแนกชื่อ โรคและอาการ ชื่อลม และชื่อสมุฏฐานโรคในเส้นรุช�ำ ล�ำดับ ค�ำฉันท์ บทที่ ค�ำและข้อความส�ำคัญในเส้นรุช�ำ โรค/ อาการ ลม สมุฏฐาน โรค ๑ ๑๗๐ เมื่อวิกาเพราะอาหาร √ ๒ ๑๗๑ มักเสพน�้ำมะพร้าว √ ๓ ๑๗๒ หูตึง √ ๔ ๑๗๒ ลมออกหู √ ๕ ๑๗๓ ลมคะทาหุ (เกิดอาการทั้งซ้ายขวา) √ ๖ ๑๗๓ โสตวิการ์มักมึนตึง (หูตึงเพราะลมคะพาหุ) √ ๗ ๑๗๔ ลมเสียงอึง √ ๘ ๑๗๕ ไม่ยินเสียง √ ๙ ๑๗๕ ลมทาระกรรณ์ √ รวม ๕ ๒ ๒
คำ�อธิบายกล่าวเส้นสิบในตำ�ราโรคนิทานคำ�ฉันท์ ๑๑ 57 ๒.๙ เส้นสิกขิณี เส้นสามารถจ�ำแนก จัดเป็นโรคและอาการ ลม และ สมุฏฐานโรคได้ดังนี้ ๑. ชื่อโรคและอาการ ๙ ค�ำ ๒. ชื่อลม ๑ ค�ำ ๓. ชื่อสมุฏฐานโรค ๗ ค�ำ ตารางที่ ๙ การจ�ำแนกชื่อ โรคและอาการ ชื่อลม และชื่อสมุฏฐานโรคในเส้นสิกขิณี ล�ำดับ ค�ำฉันท์ บทที่ ค�ำและข้อความส�ำคัญในเส้นสิกขิณี โรค/ อาการ ลม สมุฏฐาน โรค ๑ ๑๗๙ เสียดสีข้าง √ ๒ ๑๗๙ ขัดเบาบ่ประจักษ์ ไม่เชี่ยวโชนดังแต่ก่อน √ ๓ ๑๘๐ ปัสสาวะให้ค่นขุ่น √ ๔ ๑๘๐ เบากลุ่นแลรุ่มร้อน √ ๕ ๑๘๐ เจ็บเหน่าบ่ออยุดหย่อน √ ๖ ๑๘๑ ลมราทยักษ์ประสมวาโย √ ๗ ๑๘๑ ณะหาโร √ ๘ ๑๘๑ องคะชาติร้าวหม่นหมอง √ ๙ ๑๘๒ กลั้นน�้ำกามขัดข้อง บ่อได้ตกด้วยก�ำหนัด √ ๑๐ ๑๘๓ น�้ำกามก่อโทษ √ ๑๑ ๑๘๓ มูตหยดหยัด √ ๑๒ ๑๘๓ เปนหนองใน √ ๑๓ ๑๘๓ มูลราค (ราคะ) √ ๑๔ ๑๘๔ เพื่อโลหิตวิปริต √ ๑๕ ๑๘๔ วิปริตท�ำหลายเพลง √ ๑๖ ๑๘๔ มดลูกวิการ √ ๑๗ ๑๘๕ เจ็บท้องสีข้างสุด สะเอ็วดุจดังหักกลาง √ รวม ๙ ๑ ๗
58 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๑ ๒.๑๐ เส้นสุขุมัง เส้นสามารถจ�ำแนก จัดเป็น โรคและอาการ ลม และสมุฏฐาน โรคได้ดังนี้ ๑. ชื่อโรคและอาการ ๔ ค�ำ ๒. ชื่อลม ๑ ค�ำ ๓. ชื่อสมุฏฐานโรค ๒ ค�ำ ตารางที่ ๑๐ การจ�ำแนกชื่อ โรคและอาการ ชื่อลม และชื่อสมุฏฐานโรคในเส้นสุขุมัง ล�ำดับ ค�ำฉันท์ บทที่ ค�ำและข้อความส�ำคัญในเส้นสุขุมมัง โรค/ อาการ ลม สมุฏฐาน โรค ๑ ๑๘๘ ลมกังขุง √ ๒ ๑๘๘ เพราะอาหารโอชะมัน √ ๓ ๑๘๙ วันอาทิตย์ผู้ฉัน √ ๔ ๑๙๐ ตึงทวาน √ ๕ ๑๙๐ ท้องดุจราณก�ำเริบเส็ง √ ๖ ๑๙๐ อาหารเคยก็เลยเอง √ ๗ ๑๙๐ กินหย่อนน้อยมักคับท้อง √ รวม ๔ ๑ ๒ จากการศึกษาและจ�ำแนกกลุ่มค�ำ ชื่อโรคและอาการ ลม และสมุฏฐานโรค “กล่าว เส้นสิบ” ในต�ำราโรคนิทานค�ำฉันท์ ๑๑ สามารถสรุปได้ดังนี้ ๑) มีค�ำ “โรค/อาการ” รวมทั้งหมด ๑๑๒ โรค/อาการ ๒) มีค�ำ “ลม” มีทั้งหมด รวมทั้งหมด ๔๐ ลม แบ่งเป็น ลมในเส้น ๒๒ ลม ลมแทรก ลมกลาย ๑๘ ลม ๓) มีค�ำ “สมุฏฐานโรค” รวมทั้งหมด ๓๘ ค�ำ
คำ�อธิบายกล่าวเส้นสิบในตำ�ราโรคนิทานคำ�ฉันท์ ๑๑ 59 หมายเหตุ: ตารางข้างต้นนี้นับเฉพาะสมุฏฐานโรคในเส้นประธานทั้งสิบ แต่ถ้า นับรวมบทพรรณนาเส้นสิบด้วย จะมีสมุฏฐานโรครวมทั้งหมด ๔๒ ค�ำ แบ่งเป็นธาตุสมุฏฐาน ๒๓ ค�ำ กาลสมุฏฐาน ๒ ค�ำ มูลเหตุแห่งโรค ๘ ประการ ๑๑ ค�ำ เกี่ยวกับวัน ๖ ๓) การนวดรักษา ในกล่าวเส้นสิบ มีทั้งหมด ๑๐ รายการ ๓.๑ การนวดรักษาในเส้นอิทา-ลมจันทร์ แพทย์ผู้ประเสริฐโถ ประจงจับเส้นอิทา นวดตามล�ำเนาแนว ให้หย่อนแล้วจึงวางยา ดังต�ำหรับบังคับมา แก้คิลาน์เส้นลมจันทร์ ลมขึ้นขบเบื้องสูง แล่นปวดจูงถึงเศียรนั้น ให้นวดที่เจ็บพลัน แล้วประกอบยาฉะนี้มี ความหมาย ให้แพทย์บรรจงจับที่เส้นอิทา นวดไปตามแนวเส้นให้หย่อน (ผ่อนคลาย) ลงแล้วจึงค่อยให้ยา ตามต�ำรับยาแก้อาการเส้นลมจันทร์ ส�ำหรับโรคลมขึ้นเบื้องสูง ลมจะ แล่นขึ้นไปถึงศีรษะท�ำให้ปวดหัวมาก ให้นวดที่เจ็บให้บรรเทาก่อน แล้วจึงประกอบยาตาม ต�ำรายาแก้ลมจันทร์ ๓.๒ การนวดรักษาอาการชักปากเบี้ยวเสียวหน้าตา ยาปะกังหวังย่อหยุด กล่าวเรื่องรุตธิบายขยาย ลมจันทร์พิการร้าย ชักปากเบี้ยวเสียวหน้าตา ให้นวดแก้ริมจะมูก เบื้องซ้ายถูกจงหนักหนา นวดท้องเส้นอิทา ไคลตามหลังทั้งสูงเศียร ความหมาย อาการของโรคลมจันทกลา โรคนี้เมื่อเกิดขึ้นมีอาการรุนแรงมาก ท�ำให้ชักปากเบี้ยวและเสียวทั่วบริเวณใบหน้า วิธีแก้ลมจันทร์ ให้นวดแก้อาการโดยจุดเน้น ที่ริมจมูกด้านซ้าย นวดตามแนวเส้นอิทา จากจุดก�ำเนิดเส้นอิทาที่ท้อง แล้วนวดต่อไปตาม แนวหลัง ขึ้นไปจนถึงศีรษะ แล้วมานวดจุดเน้นที่ริมจมูกต้นซ้าย
60 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๑ ๓.๓ การนวดรักษาในเส้นปิงคะลา ผิแพทย์จะเยียวยา โทษปิงคะลาจะให้หาย จงนวดคลึงไคลขยาย ที่เส้นร้ายปิงคะลา ซ้ายสูญทักขิณาวัด คัดให้หย่อนจึงผ่อนหา แก้ขม่อม ก�ำด้นมา ตามไรผมตามหูศรี ทัดดอกไม้สองข้าง แก้โสตว่างท่านว่าดี กระหม่อมวาโยอักคี เกี่ยวเอาเส้นสูรย์ทะกะลา สันนิบาตลมปะกัง ที่หว่างคิ้วทั้งสองนา หน้าผากคลึงไคลหา ท้ายผมหลังทั้งไต้หู ให้แก้ทั้งสองข้าง ลมปะกังอ้างมักแฝงอยู่ ปากเบี้ยวเหมือนทั้งคู่ เส้นแฝงอยู่ชิดจะมูก เรื่องเส้นดังพรรณนา นวดไคลหาคล�ำให้ถูก เส้นอ่อนหย่อนอย่าผูก จึงโอสถสะกดซ�้ำ ความหมาย หากแพทย์จะนวดรักษา โรคที่เกิดจากเส้นปิงคะลา ให้นวดคลึงที่จุด ก�ำเนิดเส้นปิงคะลาก่อนโดยนวดวนรอบสะดือจากซ้ายวนไปทางด้านขวา นวดจนกว่าเส้น จะหย่อนลงแล้วจึงมานวดแก้ที่ขม่อมลงมาถึงจุดก�ำด้นไรผมแนวข้างหู มาถึงทัดดอกไม้ ทั้งสองข้าง (อย่ากดแรงมาก) บริเวณนี้แก้หูอื้อได้ผลดี ทั้งยังแก้ลมกระหม่อมวาโยอัคคี เกี่ยวเอาเส้นสุญทกลา (ลมที่ท�ำให้ร้อนปวดศีรษะตาแดง) ถ้าเป็นสันนิบาตลมปะกัง ให้นวดที่หว่างคิ้วทั้งสอง ที่หน้าผาก (นวดจากหน้าผาก ไปหาขมับ) และนวดตามไรผม แนวใต้หู ให้แก้ทั้งสองข้าง วิธีนวดให้นวดคลึงตามจุดนวด ให้ทั่ว เนื่องจากลมปะกังมักจะแฝงอยู่ในบริเวณดังกล่าว แก้ลมปากเบี้ยวก็ให้นวดแก้ เหมือนกันนี้ นวดเน้นเส้นแฝงที่อยู่ชิดบริเวณข้างจมูก ให้หาจุดนวดให้ถูกนวดคลึงคลาย จนเส้นอ่อนหย่อนลง แล้วจึงให้กินยารักษาโรคนี้ด้วย
คำ�อธิบายกล่าวเส้นสิบในตำ�ราโรคนิทานคำ�ฉันท์ ๑๑ 61 ๓.๔ การนวดรักษาในเส้นสุมนา สุมะนาอาณาการ (ก�ำเริบหนัก) อย่าหักหาญแต่พอควร หน่วงนานลมกลับหวน กลัดอกใจไม่สบาย น้าวหน่วงไคลคลึงผลัก อย่าหนักนักใช่ง่ายหาย เป็นแพทย์รู้แยบคาย ดูอาชาอย่าพึงหมิ่น (ดูก�ำลัง) ครั้นเส้นหย่อนผ่อนหา แต่งหยูกยาต้มให้กิน ความหมาย โทษลมสุมะนาท�ำให้มีอาการก�ำเริบขึ้นหนักมาก การนวดรักษาไม่ควร หักหาญ ไม่ควรนวดแรงและเร็ว ควรนวดตามความเหมาะสม สังเกตอาการของคนไข้ ถ้า นวดนานเกินไปลมจะกลับหวนมาที่ในอก ท�ำให้มีอาการแน่นหน้าอก จึงควรค่อยๆ คลึงอย่า นวดหนักนัก เพราะโรคนี้ไม่ใช่รักษาหายได้ง่ายๆ ผู้เป็นแพทย์พึงรอบคอบ ดูก�ำลังของ คนไข้ให้ดี อย่าประมาทโรค เมื่อเส้นหย่อนคลายลงแล้ว ค่อยปรุงยาต้มให้กินด้วย ๓.๕ การนวดรักษาในเส้นกาลทารี ผิจะแก้ก็แต่นวด ตรวจกดเส้นดังกล่าวไว้ ให้หย่อนผ่อนพักใจ จึงแก้ไขด้วยหยูกยา ความหมาย หากจะแก้อาการในเส้นกาละทารีให้ใช้วิธีนวด โดยให้ตรวจเส้นและ กดนวดตามแนวเส้นกาลทารีดังกล่าวไว้แล้ว ให้เส้นหย่อนลง แล้วจึงค่อยหาทางรักษา ด้วยยา ๓.๖ การนวดรักษาในเส้นสหัสรังสี ผิจะแก้ก็เร่งนวด ตรวจกดเส้นดังพรรณนา ซึ่งอยูกยาตามต�ำรา พลันเยียวยาก็พลันหาย ความหมาย หากจะแก้อาการในเส้นสหัสรังสีเมื่อรู้อาการแล้วให้นวดแก้อาการ โดยให้ตรวจแล้วกดตามแนวเส้นสหัสรังสีดังที่ได้กล่าวมา และกินยาตามต�ำราให้ทันท่วงที โรคก็จะหายโดยเร็ว
62 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๑ ๓.๗ การนวดรักษาในเส้นทวารี แก้นาภีตามกระแส ด�ำเนินนวดให้คลายหย่อน นวดไปตามล�ำเนา เถาแถวเส้นเอ็นสัญจร ใครก�ำด้นสองก่อน จึงจักษุหายวิงเวียน อันเส้นจักษุสอง แก้ท�ำนองไม่ผิดเพี้ยน ผู้แพทย์สถิตย์เสถียร พิเคราะห์เพียรด้วยปัญญา ความหมาย นวดจากท้องจุดก�ำเนิดของเส้นทวารี นวดให้ผ่อนคลายและให้เส้น หย่อนลง แล้วจึงนวดไปตลอดแนวเส้นทวารี จากนั้นให้นวดที่บริเวณแนวท้ายทอยทั้งสอง ข้าง และจุดก�ำด้น จึงจะหายจากอาการวิงเวียนจักษุ (อาการตาพร่ามัว มองไม่ชัด ท�ำให้ รู้สึกวิงเวียน) ส�ำหรับเส้นจักษุทั้งสองนั้น ก็แก้โดยท�ำนองเดียวกัน แพทย์ผู้มีสติอันมั่นคง พึงพิเคราะห์พิจารณาด้วยปัญญาเถิด ๓.๘ การนวดรักษาในเส้นรุช�ำ จะแก้เส้นลมนี้ ตามวิถีแนวเส้นขึง นวดบนหูสองจึง ลมเสียงอึงบรรเทาหาย แม้นนวดไม่ยินเสียง นามลมเลี่ยงค�ำธิบาย ทาระกรรณ์ดังบรรยาย หนึ่งปลั้มคลายเส้นสะเอว ให้นวดจงช้าครัน ตามเส้นสันจึงหายเร็ว คลึงเคล้นเส้นให้เหลว เร็วเร่งยากินพลันหาย ความหมาย การแก้ลมในเส้นนี้ ต้องแก้ตามแนวเส้นรุช�ำ ที่มีอาการตึงแข็ง นวดบนหูทั้งสองข้าง อาการหูอื้อเพราะลมจะบรรเทาหายได้ หากนวดแล้วยังไม่หาย ไม่ได้ยินเสียง เหตุเกิดจากลมชื่อทาระกรรณ์ ให้นวดแก้คลายที่เส้นเอว ให้นวดช้าๆ ตามแนวเส้น อาการก็จะหายได้เร็ว วิธีการนวดโดยการคลึงเคล้นท�ำให้เส้นอ่อนลง (เส้นเหลว) แล้วให้รีบกินยา อาการของโรคก็จะหายไป
คำ�อธิบายกล่าวเส้นสิบในตำ�ราโรคนิทานคำ�ฉันท์ ๑๑ 63 ๓.๙ การนวดรักษาในเส้นสิกขิณี เจ็บท้องสีข้างสุด สะเอ็วดุจดังหักกลาง เร่งนวดเส้นขัดขวาง แถวเส้นดังที่กล่าวมา แก้สะเอ็วตะโพกสอง ทั้งท้องน้อย แก้วาตา คลายก่อนผ่อนกินยา ตามต�ำราวิธีดี ความหมาย อาการที่เกิดจากเส้นสิกขิณี คือ เจ็บท้องและเจ็บสีข้างไปสุดที่สะเอว เจ็บมากจนรู้สึกเหมือนว่าสีข้างนั้นจะหักกลาง ให้นวดแก้ตามแนวเส้นสิกขีณี (ใต้สะดือ ๒ นิ้วมือเยื้องขวาเล็กน้อย) สีข้าง สะเอว ตะโพกทั้งสองข้าง และท้องน้อย ท�ำให้ผ่อนคลาย การไหลเวียนของลมดีขึ้น แล้วจึงค่อยให้กินยาตามต�ำราเป็นวิธีรักษาที่ดี ๓.๑๐ การนวดรักษาในเส้นสุขุมัง ผิจะแก้เส้นกังขุง นวดพยุงนิ้วประคอง เหนือขื่อเส้นเอ็นร้อง ค่อยจดจ้องให้เสียวทวาร ฝีเย็บดังปริแตก ทวารแยกคูตเคลื่อนคลาน เส้นนี้พระอาจาริย์ จับมือจดจึงจะจริง ความหมาย การแก้เส้นกังขัง (สุขุมัง) ให้ใช้นิ้วนวดประคองเบาๆ ไปเหนือขื่อ เส้นเอ็น (ใต้สะดือ ๒ นิ้วมือ เยื้องซ้ายเล็กน้อย) ค่อยๆ กดลงแล้วสังเกตถามอาการ คนไข้จะมีอาการเสียวทวาร ปวดที่ฝีเย็บมากเหมือนจะปริแตก ทวารแยก อยากจะถ่าย อุจจาระ เส้นนี้ต้องระวังในการนวด อาจารย์ที่สอนต้องจับมือสอน เพื่อความแม่นย�ำใน การนวด
64 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๑ ๔) การรักษาด้วยเวทมนต์คาถา ในกล่าวเส้นสิบ มีทั้งหมด ๑ รายการ หนึ่งโสดปะกังลม ปวดเศียรซมมิไคร่หาย โบราณท่านบรรยาย เปนกาละเม็ดวิเศษมนต์ ท่านให้เอาเปลือกมะพร้าว มาถากท�ำเป็นรูปคน เขียนชื่อผู้เจ็บดล ที่สูงรูปเป็นส�ำคัญ บริก�ำซึ่งคาถา อธิถานผ่าด้วยฉับพลัน เข็มสักเศียรรูปนั้น ท�ำสามวันปะกังคลาย เอารูปไปทิ้งที่ ตะวันตกนี้เป็นแยบคาย ต�ำหรับเคยท�ำหาย ซึ่งลมกลายร�ำเพพัด ความหมาย การรักษาลมปะกังอีกวิธีหนึ่ง ลมปะกังท�ำให้ปวดศีรษะ นอนซม ไม่ค่อยหาย โบราณท่านกล่าวไว้ว่า มีกลเม็ดมนต์วิเศษ ดังนี้ ท่านให้เอาเปลือกมะพร้าว มาถากเป็นรูปคน แล้วให้เขียนชื่อคนเจ็บลงบนที่สูง (ศีรษะ) ของรูปเป็นส�ำคัญ จากนั้น บริกรรมคาถา อธิษฐานจิตผ่าโดยทันที แล้วใช้เข็มสักศีรษะของรูป หลังจากนั้นสามวัน โรคลมปะกังจะคลายลง สุดท้ายให้เอารูปไปทิ้งที่ทิศตะวันตก
สวนที่ ๒ การสังคายนาภูมิปญญาการนวดไทย ใน “กลาวเสนสิบ” ในตําราโรคนิทานคําฉันท ๑๑
66 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๑ล�ำดับชื่อเส้นสิบบทที่ค�ำในค�ำฉันท์โรค/อาการความหมาย๑เส้นอิทา๑๓ปวดเศียรเป็น พ้นเพียรอสุริยศรีปวดศีรษะตอนกลางคืน (หลังพระอาทิตย์ตก) Headache. (๒/น. ๑๒๐) ปวดหัวเวลาหลังพระอาทิตย์ตก๒๑๓ตามืดมัวอัคคีตามืดมัว ปวด, ร้อนตา-ตามองเห็นไม่ชัด หรือมองไม่เห็น (๙/น. ๑๗๙) -อัคคี น. ไฟ (๔/น. ๑,๓๙๐) -อาการตามองเห็นไม่ชัด รู้สึกปวดร้อนตา (๕)๓๑๓ชักปากเบี้ยวเจ็บสันหลังชักรุนแรงจนปากเบี้ยวและ เจ็บสันหลัง -ดูใน ชัก ๒ ก. อาการที่กล้ามเนื้อกระตุกอย่างกระทันหัน และรุนแรง มักมีอาการมือเท้าเกร็ง (๔/น. ๓๖๙) -เจ็บ painful (adj.vt.vi.) (๑๑) -สันหลัง น. ส่วนของร่างกายด้านหลัง ซึ่งมีกระดูกเป็น แนวนูนลงมาตลอดหลัง (๔/น. ๑,๒๐๖) -อาการที่กล้ามเนื้อกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ท�ำให้ กล้ามเนื้อบริเวณปากบิดเบี้ยวผิดรูปไป รวมทั้งมีอาการ เจ็บตลอดแนวกระดูกสันหลัง (๕) ๔๑๔ลมปะกังลมปะกังน. โรคชนิดหนึ่ง ผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะมาก อาจจะ ปวดข้างเดียวหรือ ๒ ข้างก็ได้ บางต�ำราว่ามักเป็นเวลา เช้า ผู้ป่วยอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ตาพร่า วิงเวียน อาเจียน ลมตะกัง หรือ สันนิบาตลมปะกัง ก็เรียก (๑/น. ๓๙๖) การสังคายนาองค์ความรู้ภูมิปัญญา “กล่าวเส้นสิบ” ในต�ำราโรคนิทานค�ำฉันท์ ๑๑ จ�ำนวนทั้งสิ้น ๑๑๙ โรคและอาการ
คำ�อธิบ ายกล่ าวเส้นสิบในตำ�ร าโรคนิท านคำ�ฉันท์ ๑๑ 67 การสังคายนาองค์ความรู้ภูมิปัญญา “กล่าวเส้นสิบ” ในต�ำราโรคนิทานค�ำฉันท์ ๑๑ จ�ำนวนทั้งสิ้น ๑๑๙ โรคและอาการ (ต่อ) ล�ำดับชื่อเส้นสิบบทที่ค�ำในค�ำฉันท์โรค/อาการความหมาย ๕เส้นอิทา๑๔ไข้ตัวร้อนนอนซมไข้ตัวร้อนนอนซม-ไข้ตัวร้อน Fever, Pyrexia. (๒/น. ๓๖) -ซม ว. อาการอย่างเป็นไข้ในระยะรุนแรงถึงกับนอนจน ไม่อยากลืมตา เรียกว่า นอนซม (๔/น. ๓๙๔) -อาการเป็นไข้ในระยะรุนแรง ตัวร้อนเพราะอุณหภูมิใน ร่างกายสูง ผู้ป่วยนอนจนไม่อยากลืมตา (๕) ๖๑๕วิงเวียน วิงเวียน Vertigo (๒/น. ๒๒๔) ๗๑๕สันนิบาต สันนิบาต น. ๑. ความเจ็บป่วยอันเกิดจากกองสมุฏฐานปิตตะ วาตะ และเสมหะ ร่วมกันกระท�ำโทษเต็มก�ำลัง ในวันที่ ๓๐ ของการเจ็บป่วย ๒. ไข้ประเภทหนึ่ง ผู้ป่วยมีอาการสั่น เทิ้ม ชักกระตุก และเพ้อ เช่น ไข้สันนิตบาตลูกนก ไข้ สันนิตบาตหน้าเพลิง (๑/น. ๔๔๐) ๘๑๕ไข้เศียร ไข้ปวดศีรษะFever with Headache. (๒/น. ๓๙)
68 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๑ล�ำดับชื่อเส้นสิบบทที่ค�ำในค�ำฉันท์โรค/อาการความหมาย๙เส้นอิทา๑๗เชื่อมสลบนอนมึน เชื่อมสลบนอนมึน ดูใน เชื่อม ๑. น. อาการอย่างหนึ่งของผู้ป่วยที่เป็นโรค บางชนิด มีลักษณะอาการหน้าหมอง ซึม มึนงง ตาปรือ คล้ายจะเป็นไข้ หรือเป็นอาการที่เกิดจากพิษไข้หรือพิษ ของโรคบางชนิด ๒. ว. มีอาการเงื่องหงอยมึนซึมคล้าย เป็นไข้ ต�ำราการแพทย์แผนไทยมักใช้ค�ำนี้ร่วมกับค�ำอื่น ที่มีความหมายเกี่ยวข้องกับอาการที่แสดงออกให้เห็นเด่น ชัด ได้แก่ เชื่อมซึม เชื่อมมึน และเชื่อมมัว ดังคัมภีร์ ตักกศิลา (๓/น. ๕๑๔) ตอนหนึ่งว่า “...ที่นี้จะว่าด้วยไข้ หงระทด ให้จับตัวร้อนเป็นเปลว เท้าเย็น มือเย็น ให้ เชื่อมมัว ไม่มีสติสมปฤดี ให้หอบให้ สอึก...” คัมภีร์ประถม จินดา (๖/ น.๖๘) ตอนหนึ่งว่า “...กาลเกิดขึ้นแต่หทัย ลงไป ๔ ๕ เวลา ๘ ๑๐ เวลา ก็ดี ให้ลงเปนโลหิตสด สดออกมาก่อนแล้ว จึ่งลามมาถึงหัวตับ แลหัวตับนั้นขาด ออกมาเป็นลิ่ม แท่งให้ด�ำดังถ่านไฟอุจาระดังขี้เทา ให้ ระส�ำระสาย บางทีให้เชื่อมมึนให้มือเท้าเยนให้เคลิบเคลิ้ม หาสติมิได้ แลคนสมมุติว่าผีเข้าอยู่นั้นหามิได้เลย คือไข้ หมู่นี้เอง กระท�ำดุจผีตะกละเข้าสิง...” และคัมภีร์โรค นิทาน (๖/น. ๓๓๐) ตอนหนึ่งว่า “...โลหิตพิการให้คลั่ง เพ้อพก ให้ร้อน เหื่อพิการ มักให้เชื่อมซึม มันข้นพิการ มักให้ตัวชาสากไป...” (๑/น. ๑๕๐) การสังคายนาองค์ความรู้ภูมิปัญญา “กล่าวเส้นสิบ” ในต�ำราโรคนิทานค�ำฉันท์ ๑๑ จ�ำนวนทั้งสิ้น ๑๑๙ โรคและอาการ (ต่อ)
คำ�อธิบ ายกล่ าวเส้นสิบในตำ�ร าโรคนิท านคำ�ฉันท์ ๑๑ 69 ล�ำดับชื่อเส้นสิบบทที่ค�ำในค�ำฉันท์โรค/อาการความหมาย ๑๐เส้นอิทา๒๐ลมขึ้นขบเบื้องสูง (แล่นปวดจูงถึงเศียร นั้น) ลมขึ้นเบื้องสูงดูใน ลมขึ้นสูง น. โรคชนิดหนึ่งหรือความผิดปรกติอัน เกิดจากธาตุลม ผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลีย สวิงสวาย หน้า มืด หูอื้อ เป็นต้น ดังต�ำรายาศิลาจารึกในวัดพระเชตุพน วิมลมังคลาราม (๗/น. ๔๒๙) ตอนหนึ่งว่า “...ยาแก้ลมขึ้น เบื้องสูง หลวงทิพรักษาทูลเกล้าถวาย คือ เอายาด�ำ, กัญชา, อุจพิด, ดองดึง สิ่งละ ๔ ส่วน กระเทียม ๖ ส่วน, ว่านน�้ำ, ชะเอมเทศ, โกฐน�้ำเต้า, โกฐพุงปลา, มหาหิงคุ์ สิ่งละ ๘ ส่วน ว่านเปราะ, ผลผักชี สิ่งละ ๑๒ ส่วน ขิงแห้ง, แก่นแสมทะเล, รากส้มกุ้ง, สะค้าน สิ่งละ ๑๖ ส่วน พริกไทย, เปลือกกันเกรา สิ่งละ ๒๔ ส่วน ท�ำ เป็นจุณบดละลายน�้ำผึ้งรวงให้กินหนัก ๑ สลึง แก้ลมขึ้น สูง หายดีนักแล...”, ลมขึ้น หรือ ลมขึ้นเบื้องสูง ก็เรียก (๑/น. ๓๙๐) ๑๑๒๔ปะกังลมลมปะกังน. โรคชนิดหนึ่ง ผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะมาก อาจจะ ปวดข้างเดียวหรือ ๒ ข้างก็ได้ บางต�ำราว่ามักเป็นเวลา เช้าผู้ป่วยอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ตาพร่า วิงเวีบน อาเจียน ลมตะกัง หรือ สันนิบาตลมปะกัง ก็เรียก (๑/น. ๓๙๖) การสังคายนาองค์ความรู้ภูมิปัญญา “กล่าวเส้นสิบ” ในต�ำราโรคนิทานค�ำฉันท์ ๑๑ จ�ำนวนทั้งสิ้น ๑๑๙ โรคและอาการ (ต่อ)
70 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๑ล�ำดับชื่อเส้นสิบบทที่ค�ำในค�ำฉันท์โรค/อาการความหมาย๑๒เส้นอิทา๒๔ปวดเศียรซมปวดศีรษะมากนอนซม- Headache. (๒/น. ๑๒๐) -ซม ว. อาการอย่างเป็นไข้ในระยะรุนแรงถึงกับนอนจน ไม่อยากลืมตา เรียกว่า นอนซม (๔/น. ๓๙๔) -อาการปวดหัวมาก ผู้ป่วยถึงกับนอนจนไม่อยากลืมตา (๕)๑๓๒๘ปวดเศียรแสนสาหัดปวดศีรษะมากจนทนไม่ได้- Headache. (๒/น. ๑๒๐) -สาหัส ว. ร้ายเเรง เช่น บาดเจ็บสาหัส, รุนแรงเกิน ควร (๔/น. ๑,๒๒๖) -ปวดศีรษะมากจนทนไม่ได้ (๕) ๑๔๓๒ชักปากเบี้ยวเสียว หน้าตา ชักจนปากเบี้ยวเสียวไป ทั้งหน้า -ดูใน ชัก ๒ ก. อาการที่กล้ามเนื้อกระตุกอย่างกระทันหัน และรุนแรง มักมีอาการมือเท้าเกร็ง (๔/น. ๓๖๙) -เสียว ก. รู้สึกแปลบเพราะเจ็บ (๔/น. ๑,๒๖๖) -หน้า น. ส่วนของศีรษะตั้งแต่หน้าผากลงมาจดคาง (๔/น. ๑,๒๘๖) -อาการที่กล้ามเนื้อกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ท�ำให้ กล้ามเนื้อบริเวณปากบิดเบี้ยวผิดรูปไป รวมทั้งมีอาการ เสียวที่บริเวณใบหน้า (๕) การสังคายนาองค์ความรู้ภูมิปัญญา “กล่าวเส้นสิบ” ในต�ำราโรคนิทานค�ำฉันท์ ๑๑ จ�ำนวนทั้งสิ้น ๑๑๙ โรคและอาการ (ต่อ)
คำ�อธิบ ายกล่ าวเส้นสิบในตำ�ร าโรคนิท านคำ�ฉันท์ ๑๑ 71 ล�ำดับชื่อเส้นสิบบทที่ค�ำในค�ำฉันท์โรค/อาการความหมาย ๑๕เส้นอิทา๓๔ปากเบี้ยวปากเบี้ยว-ปาก น. ส่วนหนึ่งของร่างกายคนและสัตว์ อยู่ที่บริเวณ ใบหน้า มีลักษณะเป็นช่องส�ำหรับกินอาหารและใช้ ส�ำหรับเปล่งเสียงได้ด้วย (๔/น. ๗๓๗) -เบี้ยว ๑ ว. มีรูปบิดเบ้ไปจากเดิมซึ่งมักจะมีลักษณะ ค่อนข้างกลม เช่น หัวเบี้ยว ปากเบี้ยว (๔/น. ๖๘๖) -อาการที่กล้ามเนื้อบริเวณปากบิดเบี้ยวผิดรูปไป (๕) ๑๖๓๔ชักหน้าเลี้ยวชักจนหน้าหันกลับไปด้าน หลัง -ดูใน ชัก ๒ ก. อาการที่กล้ามเนื้อกระตุกอย่างกะทันหัน และรุนแรง มักมีอาการมือเท้าเกร็ง (๔/น. ๓๖๙) -ดูใน เลี้ยว ก. หักแยก โค้ง หรือคดเคี้ยวไปจากแนว ตรง เช่น เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา (๔/น. ๑,๐๘๔) -อาการที่กล้ามเนื้อกระตุกอย่างกะทันหันและรุนแรง จนท�ำให้ใบหน้าเบี้ยวกลับไปด้านหลัง (๕) ๑๗๓๖ปากชักลอยปากเชิด ปากเจ่อปากเชิด ปากเจ่อ (๕) ๑๘๔๑เถาเอ็นในครรภาเถาเอ็นในท้อง ดูใน เถาดาน น. โรคชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นล�ำแข็งตั้ง ขึ้นที่ยอดอกแล้วลามลงไปถึงท้องน้อย ท�ำให้เจ็บปวด จุกเสียด แน่นหน้าอก (๑/น. ๒๐๒) การสังคายนาองค์ความรู้ภูมิปัญญา “กล่าวเส้นสิบ” ในต�ำราโรคนิทานค�ำฉันท์ ๑๑ จ�ำนวนทั้งสิ้น ๑๑๙ โรคและอาการ (ต่อ)
72 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๑ล�ำดับชื่อเส้นสิบบทที่ค�ำในค�ำฉันท์โรค/อาการความหมาย๑๙เส้นอิทา๔๑เอ็นห่อเอ็นห่อ-ดูใน เอ็นพิการ ให้เส้นประธาน ๑๐ เส้นแลเส้นบริวาร ๒๗๐๐ เส้น ให้หวาดหวั่นไหวไปสิ้นทั้งนั้น ที่กล้าก็กล้า ที่แขงก็แขง ที่ตั้งดานก็ตั้งดาน ที่ขอดก็ขอดเข้าเปน ก้อนเปนเถาไป (๓/น. ๓๓๙) -เอ็นห่อ ดูใน ขอด อาการของโรคที่มีอาการเส้นเอ็น ในร่างกายขมวดเป็นปม (๓/น. ๓๓๙) ๒๐๔๑ชักปากเบี้ยว เสียวตาแหก ชักปากเบี้ยวเสียวตาแหก-ดูใน ชัก ๒ ก. อาการที่กล้ามเนื้อกระตุกเกร็งอย่าง กระทันหันและรุนแรง มักมีอาการมือเท้าเกร็ง (๔/น. ๓๖๙) -เสียว ก. รู้สึกแปลบเพราะเจ็บ (๔/น. ๑,๒๖๖) -อาการที่กล้ามเนื้อกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ท�ำให้ กล้ามเนื้อบริเวณปากบิดเบี้ยวผิดรูปไป และท�ำให้รู้สึก เสียวแปลบรอบดวงตา (๕) ๒๑๔๒คันยับแหลก ดุจมดตะนอยแถกปวด เป็นนิจ คันมาก ปวดแสบร้อน เหมือนมดตะนอยต่อย -คัน ก. อาการที่รู้สึกให้อยากเกา (๔/น. ๒๕๐) -อาการที่รู้สึกให้อยากเกามาก ปวดแสบร้อนเหมือนโดน มดตะนอยต่อย (๕) การสังคายนาองค์ความรู้ภูมิปัญญา “กล่าวเส้นสิบ” ในต�ำราโรคนิทานค�ำฉันท์ ๑๑ จ�ำนวนทั้งสิ้น ๑๑๙ โรคและอาการ (ต่อ)
คำ�อธิบ ายกล่ าวเส้นสิบในตำ�ร าโรคนิท านคำ�ฉันท์ ๑๑ 73 ล�ำดับชื่อเส้นสิบบทที่ค�ำในค�ำฉันท์โรค/อาการความหมาย ๒๒เส้นอิทา๔๓ริศสีดวง (ทวาร) ริศสีดวง (ทวาร) น. ริดสีดวงประเภทหนึ่งเกิดที่ทวารหนัก ผู้ป่วยมีอาการ ถ่ายอุจจาระแล้วมีเลือดสดๆ ปนออกมา หัวริดสีดวงยื่น ออกมาที่ขอบช่องทวาร เหมือนกลีบมะเฟืองบ้าง เดือย ไก่บ้าง ท�ำให้คันและปวดที่บริเวณรอบทวารอย่างมาก ดังคัมภีร์โรคนิทาน (๖/น. ๓๕๘) ตอนหนึ่งว่า “... อาหาร เก่าเมื่อ คือทรางขโมยกินล�ำไส้ ถ้าพ้นก�ำหนดทรางแล้ว คือฤศดวงคูธนั้นแล ถ้าจะแก้ให้ประกอบยา ...แก้ฤศดวง คูธ หายแล ...”, ฤศดวงคูธ หรือ ริดสีดวงทวาร ก็เรียก (๑/น. ๓๘๑-๓๘๒) ๒๓๔๓จุกเสียดจุกเสียดAbdominal discomfort (๒/น. ๕๗-๕๘) ๒๔เส้นปิงคลา๕๓หน้าตาตนแดงขึ้นพลันหน้าแดง ตาแดง ตัวแดงอาการผิดปกติของร่างกายชนิดหนึ่ง เกิดขึ้นในเส้น ปิงคลา ผิวหนังของผู้ป่วยจะแดงขึ้นบริเวณใบหน้าและ ตามล�ำตัว จะมีอาการปวดหัวเวลาเช้าร่วมด้วย (๕) ๒๕๕๓ปวดเศียรรับสุริยัน ปวดศีรษะตอนเช้า ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้น - Headache. (๒/น. ๑๒๐) -ปวดหัวตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้น (๕) การสังคายนาองค์ความรู้ภูมิปัญญา “กล่าวเส้นสิบ” ในต�ำราโรคนิทานค�ำฉันท์ ๑๑ จ�ำนวนทั้งสิ้น ๑๑๙ โรคและอาการ (ต่อ)
74 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๑ล�ำดับชื่อเส้นสิบบทที่ค�ำในค�ำฉันท์โรค/อาการความหมาย๒๖เส้นปิงคลา๕๔ชักปากเอียงชักและมีอาการปากเอียง ไปข้างใดข้างหนึ่งอาการที่กล้ามเนื้อกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ท�ำให้ปากเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง (๕)๒๗๕๔ลมปะกัง ลมปะกัง น. โรคชนิดหนึ่ง ผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะมาก อาจจะ ปวดข้างเดียวหรือ ๒ ข้างก็ได้ บางต�ำราว่ามักเป็นเวลา เช้าผู้ป่วยอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ตาพร่า วิงเวียน อาเจียน ลมตะกัง หรือ สันนิบาตลมปะกัง ก็เรียก (๑/น. ๓๙๖) ๒๘๕๕ตึงนาศิกจามตึงจมูก จาม-ดูใน คัด ๒ ว. แน่นหรือตึง เช่น จมูกคัด นมคัด (๔/น. ๒๕๐) -จาม Sneeze (๒/น. ๕๗) การสังคายนาองค์ความรู้ภูมิปัญญา “กล่าวเส้นสิบ” ในต�ำราโรคนิทานค�ำฉันท์ ๑๑ จ�ำนวนทั้งสิ้น ๑๑๙ โรคและอาการ (ต่อ)
คำ�อธิบ ายกล่ าวเส้นสิบในตำ�ร าโรคนิท านคำ�ฉันท์ ๑๑ 75 ล�ำดับชื่อเส้นสิบบทที่ค�ำในค�ำฉันท์โรค/อาการความหมาย ๒๙เส้นปิงคลา๕๕ริศสีดวง (น�้ำมูกล่วง) ริศสีดวงจมูกดูใน ฆานะโรค น. ริดสีดวงประเภทหนึ่ง เกิดในจมูก ผู้ป่วยจะหายใจขัด มีเม็ดขึ้นในจมูก เมื่อเม็ดนั้นแตกจะ ท�ำให้ปวดแสบปวดร้อนมาก น�้ำมูกไหลอยู่ตลอดเวลา ลม หายใจมีกลิ่นเหม็น เป็นต้น ดังต�ำรายาศิลาจารึกในวัด พระเชตุพนวิมลมังคลาราม (๗/น. ๒๖๓) ตอนหนึ่งว่า “... ล�ำดับนี้จะกล่าวด้วยนัยหนึ่งใหม่ ว่าด้วยลักษณะหฤศ โรค อันชื่อว่าฆานะกล่าวคือโรคริดสีดวงอันบังเกิดขึ้นใน นาสิกนั้น เป็นค�ำรบ ๓ มีอาการกระท�ำให้หายใจขัด บางที เป็นเม็ดยอดขึ้นในนาสิกแล้วแตกล�ำลาบออกเหม็นคาว คอ กระท�ำพิษให้ปวดแสบ ปวดร้อนเป็นก�ำลัง บางทีให้ น�้ำมูกไหลอยู่เป็นนิจ ใสดุจน�้ำฝนให้เหม็นคาวคอยิ่งนัก ...”, ริดสีดวงจมูก ก็เรียก (๑/น. ๑๒๓) ๓๐๕๖สิ้นสติไม่พูดจาหมดสติพูดไม่ได้ดูใน หมดสติ ก. สิ้นสติ, ไม่มีความรู้สึก, สลบ (๔/น. ๑,๒๙๔) การสังคายนาองค์ความรู้ภูมิปัญญา “กล่าวเส้นสิบ” ในต�ำราโรคนิทานค�ำฉันท์ ๑๑ จ�ำนวนทั้งสิ้น ๑๑๙ โรคและอาการ (ต่อ)
76 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๑ล�ำดับชื่อเส้นสิบบทที่ค�ำในค�ำฉันท์โรค/อาการความหมาย๓๑เส้นปิงคลา๕๖สลบตายสลบตาย-ดูใน สลบ ก. อาการที่หมดความรู้สึก เช่น ถูกตีหัวจน สลบ เป็นลมล้มสลบ (๔/น. ๑,๑๗๙) -ตาย ๑ ก. สิ้นใจ, สิ้นชีวิต, ไม่เป็นอยู่ต่อไป, สิ้นสภาพ ของการมีชีวิต (๔/น. ๔๙๕) -อาการนอนแน่นิ่งไม่รู้สึกตัวเหมือนกับคนตาย (๕)๓๒๕๙โสตว่างโสตว่าง-โสต, โสต-๑ น. หู, ช่องหู (๔/น. ๑,๒๗๓) -ว่าง ว. เปล่า, ไม่มีอะไรนอกจากตัวของมันเองที่อ้าง ถึง, เช่น ห้องว่าง ที่ว่าง ต�ำแหน่งว่าง, บางทีใช้ควบคู่ กับค�ำเปล่า เป็นว่างเปล่า (๔/น. ๑,๑๑๐) -อาการหูอื้อ (๕) ๓๓๖๐สันนิบาตลมปะกังสันนิบาตลมปะกังดูใน ลมปะกัง น. โรคชนิดหนึ่ง ผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะ มาก อาจจะปวดข้างเดียวหรือ ๒ ข้างก็ได้ บางต�ำราว่า มักเป็นเวลาเช้าผู้ป่วยอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ตาพร่า วิงเวีบน อาเจียน ลมตะกัง หรือ สันนิบาตลม ปะกัง ก็เรียก (๑/น. ๓๙๖) การสังคายนาองค์ความรู้ภูมิปัญญา “กล่าวเส้นสิบ” ในต�ำราโรคนิทานค�ำฉันท์ ๑๑ จ�ำนวนทั้งสิ้น ๑๑๙ โรคและอาการ (ต่อ)
คำ�อธิบ ายกล่ าวเส้นสิบในตำ�ร าโรคนิท านคำ�ฉันท์ ๑๑ 77 ล�ำดับชื่อเส้นสิบบทที่ค�ำในค�ำฉันท์โรค/อาการความหมาย ๓๔เส้นปิงคลา๖๑ปากเบี้ยวปากเบี้ยว-ปาก น. ส่วนหนึ่งของร่างกายคนและสัตว์ อยู่ที่บริเวณ ใบหน้า มีลักษณะเป็นช่องส�ำหรับกินอาหารและใช้ ส�ำหรับเปล่งเสียงได้ด้วย (๔/น. ๗๓๗) -เบี้ยว ๑ ว. มีรูปบิดเบ้ไปจากเดิมซึ่งมักจะมีลักษณะ ค่อนข้างกลม เช่น หัวเบี้ยว ปากเบี้ยว (๔/น. ๖๘๖) -อาการที่กล้ามเนื้อบริเวณปากบิดเบี้ยวผิดรูปไป (๕) ๓๕เส้นสุมนา๖๖จับลิ้นไม่พรอดเป็นลิ้นแข็งพูดไม่ชัดดูใน ลิ้นกระด้าง อาการของโรคชนิดหนึ่ง มีอาการ ลิ้นแข็ง ท�ำให้อ้าปากไม่เต็มที่ ออกเสียงพูดไม่เป็นภาษา (๙/น. ๑๙๓) ๓๖๖๗ลิ้นกระด้างลิ้นกระด้างอาการของโรคชนิดหนึ่ง มีอาการลิ้นแข็ง ท�ำให้อ้าปาก ไม่เต็มที่ ออกเสียงพูดไม่เป็นภาษา (๙/น. ๑๙๓) ๓๗๖๗คางแข็งคางแข็งอาการของโรคชนิดหนึ่ง ท�ำให้อวัยวะส่วนขากรรไกร เคลื่อนไหวไม่ได้ (๙/น. ๑๗๒) ๓๘๖๗หนักอกใจแน่นอกAbdominal discomfort (๒/น. ๑๐๗) การสังคายนาองค์ความรู้ภูมิปัญญา “กล่าวเส้นสิบ” ในต�ำราโรคนิทานค�ำฉันท์ ๑๑ จ�ำนวนทั้งสิ้น ๑๑๙ โรคและอาการ (ต่อ)
78 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๑ล�ำดับชื่อเส้นสิบบทที่ค�ำในค�ำฉันท์โรค/อาการความหมาย๓๙เส้นสุมนา๖๗เชื่อมมัว เชื่อมมัวดูใน เชื่อม ๑. น. อาการอย่างหนึ่งของผู้ป่วยที่เป็นโรค บางชนิด มีลักษณะอาการหน้าหมอง ซึม มึนงง ตาปรือ คล้ายจะเป็นไข้ หรือเป็นอาการที่เกิดจากพิษไข้หรือพิษ ของโรคบางชนิด ๒. ว. มีอาการเงื่องหงอยมึนซึมคล้าย เป็นไข้ ต�ำราการแพทย์แผนไทยมักใช้ค�ำนี้ร่วมกับค�ำอื่น ที่มีความหมายเกี่ยวข้องกับอาการที่แสดงออกให้เห็น เด่นชัด ได้แก่ เชื่อมซึม เชื่อมมึน และเชื่อมมัว ดังคัมภีร์ ตักกศิลา (๓/น. ๕๑๔) ตอนหนึ่งว่า “...ที่นี้จะว่าด้วยไข้ หงระทด ให้จับตัวร้อนเป็นเปลว เท้าเย็น มือเย็น ให้ เชื่อมมัว ไม่มีสติสมปฤดี ให้หอบให้ สอึก...” คัมภีร์ประถม จินดา (๖/ น.๖๘) ตอนหนึ่งว่า “...กาลเกิดขึ้นแต่หทัย ลงไป ๔ ๕ เวลา ๘ ๑๐ เวลา ก็ดี ให้ลงเปนโลหิตสด สดออกมาก่อนแล้ว จึ่งลามมาถึงหัวตับ แลหัวตับนั้นขาด ออกมาเป็นลิ่ม แท่งให้ด�ำดังถ่านไฟอุจาระดังขี้เทา ให้ระส�ำระสาย บางทีให้เชื่อมมึนให้มือเท้าเยนให้ เคลิบเคลิ้มหาสติมิได้ แลคนสมมุติว่าผีเข้าอยู่นั้นหามิได้ เลย คือไข้หมู่นี้เอง กระท�ำดุจผีตะกละเข้าสิง...” และคัมภีร์โรคนิทาน (๖/น. ๓๓๐) ตอนหนึ่งว่า “...โลหิต พิการให้คลั่งเพ้อพก ให้ร้อน เหื่อพิการ มักให้เชื่อมซึม มันข้นพิการมักให้ตัวชาสากไป...” (๑/น. ๑๕๐) การสังคายนาองค์ความรู้ภูมิปัญญา “กล่าวเส้นสิบ” ในต�ำราโรคนิทานค�ำฉันท์ ๑๑ จ�ำนวนทั้งสิ้น ๑๑๙ โรคและอาการ (ต่อ)
คำ�อธิบ ายกล่ าวเส้นสิบในตำ�ร าโรคนิท านคำ�ฉันท์ ๑๑ 79 ล�ำดับชื่อเส้นสิบบทที่ค�ำในค�ำฉันท์โรค/อาการความหมาย ๔๐เส้นสุมนา๖๗เมาซมเมาซมไม่มีสติ-เมา ก. อาการที่มึนลืมตัวขาดสติเพราะฤทธิ์เหล้า ฤทธิ์ ยาเป็นต้น เช่น เมาเหล้า เมากัญชา, มีอาการวิงเวียน คลื่นเหียนอาเจียนเพราะโดยสารเรือ รถ เครื่องบิน เป็นต้น เช่น เมาเรือ เมารถ เมาเครื่องบิน (๗/น. ๙๒๐) -ซม ว. อาการอย่างเป็นไข้ในระยะรุนแรงถึงกับนอนจน ไม่อยากลืมตา เรียกว่า นอนซม (๔/น. ๓๙๔) -เมา ในที่นี้หมายถึง อาการมึนงง วิงเวียนไม่ได้สติ อันเกิดจากโรค (๕) ๔๑๖๘จุกอกเอ็นเป็นล�ำจุกอกเอ็นเป็นล�ำ-ดูใน จุกอก น. อาการเจ็บแน่นในทรวงอก (๑/น. ๑๓๕) -อาการเจ็บแน่นในทรวงอก เนื่องจากเส้นเอ็นแข็งเป็น ก้อน เป็นล�ำ (๕) ๔๒๗๑พูดพรอดพูดพรอดอาการพูดพร�่ำเพ้อ วกวน ไม่ได้สติ (๕) ๔๓๗๑หลงลืมหลงลืมก. มีความจ�ำเลอะเลือน, มีความจ�ำเสื่อมจึงท�ำให้ลืม, มีสติเฟือนไป (๔/น. ๑,๓๑๑) ๔๔๗๒ระหวยใจ ระหวยใจอิดโรยเพราะหิวหรืออดนอน (๒/น. ๑๖๘) การสังคายนาองค์ความรู้ภูมิปัญญา “กล่าวเส้นสิบ” ในต�ำราโรคนิทานค�ำฉันท์ ๑๑ จ�ำนวนทั้งสิ้น ๑๑๙ โรคและอาการ (ต่อ)
80 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๑ล�ำดับชื่อเส้นสิบบทที่ค�ำในค�ำฉันท์โรค/อาการความหมาย๔๕เส้นสุมนา๗๒แรงน้อยถอยถ่อมไปแรงน้อยไม่มีแรงดูใน อ่อนเพลีย ว. มีแรงลดน้อยถอยลง หย่อนก�ำลัง(๔/น. ๑,๓๘๖)๔๖๗๒อาหารไซ้ก็คลายรศอาหารไม่รู้รสกินอาหารไม่มีรสอร่อย เบื่ออาหาร (๒/น. ๑๘)๔๗๗๓ตีนมือเปรี้ยระทวยอ่อนเท้ามืออ่อนแรง-เปลี้ย ว. ขาดก�ำลังที่จะเคลื่อนไหวได้ตามปกติ เช่น แขนขาเปลี้ยไปหมด (๔/น. ๗๕๗) -ระทวย ว. อ่อนช้อย, อ่อนใจ (๔/น. ๙๗๘) -อาการที่เท้าและมืออ่อนแรง ไม่สามารถเคลื่อนไหวใช้ งานได้ตามปกติ (๕) ๔๘๗๔รุมรมจับหัวใจลมรุมรมจับหัวใจดูใน ลมจับหัวใจ (๒/น. ๑๘๕) ดูใน ลมนิ่งกระทบ ดวงจิต ลมจรที่แทรกเข้ามาที่หัวใจ ท�ำให้แน่นิ่งไป (๒/น. ๑๘๕) ๔๙๗๕กลัดอกใจไม่สบาย กลัดอกใจไม่สบาย ขัดใน อก -กลัด ก. อาการที่มีสิ่งบางอย่างคั่งอยู่ข้างใน เช่น กลัดหนอง กลัดมูตร กลัดคูถ (๑/น. ๑๑) -อก น. ส่วนของร่างกายด้านหน้าอยู่ระหว่างคอกับท้อง (๔/น. ๑,๓๖๒) -อาการแน่นอึดอัดในทรวงอก (๕) การสังคายนาองค์ความรู้ภูมิปัญญา “กล่าวเส้นสิบ” ในต�ำราโรคนิทานค�ำฉันท์ ๑๑ จ�ำนวนทั้งสิ้น ๑๑๙ โรคและอาการ (ต่อ)
คำ�อธิบ ายกล่ าวเส้นสิบในตำ�ร าโรคนิท านคำ�ฉันท์ ๑๑ 81 ล�ำดับชื่อเส้นสิบบทที่ค�ำในค�ำฉันท์โรค/อาการความหมาย ๕๐เส้นสุมนา๘๗ไข้สั่นไข้สั่นดูใน ไข้ป่า น. โรคชนิดหนึ่ง ผู้ป่วยมีอาการไข้สูงมาก ส่วนใหญ่มักมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย นอกจากนี้ ยังอาจ มีอาการปวดศีรษะ มือและเท้าเย็น มีเหงื่อออกมาก กระหายน�้ำ ปัสสาวะบ่อย หากเป็นติดต่อกันหลายวัน ไม่หาย ผู้ป่วยจะซีดเบื่ออาหาร ตับโต ม้ามโต เป็นต้น โบราณเรียก ไข้ป่า เนื่องจากผู้ป่วยมักเป็นโรคนี้หลังกลับ ออกมาจากป่า,ไข้จับสั่น ไข้ดอกสัก หรือ ไข้ดอกบวบ ก็ เรียก (๑/น. ๘๗) ๕๑๘๗ชิวหาที่ตนเคย พรอดไม่ได้ใจระทด ลิ้นหดพูดไม่ได้ดูใน ลิ้นหด อาการพูดไม่ชัด เนื่องจากลิ้นแข็ง (๒/น. ๒๑๓) ๕๒๘๙ลมจับ ลมจับ เป็นลมวิงเวียน หน้ามืด ก. มีอาการวิงเวียนหน้ามืด บางคราวถึงกับหมดสติ, เป็นลม หรือเป็นลมเป็นแล้ง ก็ว่า (๔/น. ๑,๐๓๕) การสังคายนาองค์ความรู้ภูมิปัญญา “กล่าวเส้นสิบ” ในต�ำราโรคนิทานค�ำฉันท์ ๑๑ จ�ำนวนทั้งสิ้น ๑๑๙ โรคและอาการ (ต่อ)
82 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๑ล�ำดับชื่อเส้นสิบบทที่ค�ำในค�ำฉันท์โรค/อาการความหมาย๕๓เส้นสุมนา๘๙หัวใจวับแรงไม่มี หิวโหยไม่สมประดีใจหวิว อ่อนเพลีย ท�ำให้หิวอ่อนแรง -ดูใน วับๆ หว�ำๆ ว. รู้สึกวาบๆ ในใจด้วยความหวาดหวั่น เช่น ใจวับๆ หว�ำ ๆ เวลาจะเข้ารับการผ่าตัด (๔/น. ๑,๑๐๗) -สมฤดี, สมฤๅดี น. ความรู้สึกตัว, ใช้เป็น สมปฤดี สมปฤๅดี หรือสมประดี ก็มี (๔/น. ๑,๑๖๙) -รู้สึกวาบๆ ในใจด้วยความหวาดหวั่น ร่างกายอ่อนเพลีย หิวโหย ใจลอยไม่ค่อยรู้สึกตัว (๕) ๕๔๘๙สอึกสอึกดูใน สะอึก ก. อาการที่หายใจชะงักเป็นระยะ เนื่องจาก กะบังลมหดตัว และช่องสายเสียงปิดตามทันทีทันใดใน เวลาเดียวกัน, ลมสะอึก ก็เรียก (๑/น. ๔๓๖) ๕๕๙๐มิสบาย ไม่สบายดูใน ป่วยไข้ เจ็บป่วย to be ill, to be sick, to ail (๑๑) การสังคายนาองค์ความรู้ภูมิปัญญา “กล่าวเส้นสิบ” ในต�ำราโรคนิทานค�ำฉันท์ ๑๑ จ�ำนวนทั้งสิ้น ๑๑๙ โรคและอาการ (ต่อ)
คำ�อธิบ ายกล่ าวเส้นสิบในตำ�ร าโรคนิท านคำ�ฉันท์ ๑๑ 83 ล�ำดับชื่อเส้นสิบบทที่ค�ำในค�ำฉันท์โรค/อาการความหมาย ๕๖เส้นสุมนา๙๑เปรี่ยวด�ำเปรี่ยวด�ำดูใน ลมเปลี่ยวด�ำ น. โรคลมชนิดหนึ่ง ต�ำราการแพทย์ แผนไทยบางเล่มว่า เกิดจากการกระทบกับความเย็นมาก จนเป็นตะคริว ผู้ป่วยมีอาการกล้ามเนื้อเกร็งอย่างรุนแรง กระตุก ท�ำให้เจ็บบริเวณที่เป็นมาก มักแก้โดยการนวด จุดบริเวณใต้ตาตุ่มด้านใน หรืออาจรักษาด้วยยาสังขวิไชย หรือยาท�ำลายพระสุเมรุ, ลมเกี่ยวด�ำ ลมเกลี่ยวด�ำ เปลี่ยวด�ำ หรือ ลมเปรี้ยวด�ำ ก็เรียก (๑/น. ๓๙๖) ๕๗๙๓คางแข็งคางแข็งอาการของโรคชนิดหนึ่ง ท�ำให้อวัยวะส่วนขากรรไกร เคลื่อนไหวไม่ได้ (๙/น. ๑๗๒) ๕๘๙๓ลิ้นหดไม่จ�ำนันลิ้นหดพูดไม่ได้ดูใน ลิ้นหด อาการพูดไม่ชัด เนื่องจากลิ้นแข็ง (๒/น. ๒๑๓) ๕๙๙๕คางอันแข็งกระด้าง คางแข็งอาการของโรคชนิดหนึ่ง ท�ำให้อวัยวะส่วนขากรรไกร เคลื่อนไหวไม่ได้ (๙/น. ๑๗๒) ๖๐๙๖วิงเวียน วิงเวียน Vertigo (N) อาการวิงเวียนศีรษะ อาการหัวหมุนท�ำให้ ทรงตัวล�ำบาก (๒/น. ๒๒๔) การสังคายนาองค์ความรู้ภูมิปัญญา “กล่าวเส้นสิบ” ในต�ำราโรคนิทานค�ำฉันท์ ๑๑ จ�ำนวนทั้งสิ้น ๑๑๙ โรคและอาการ (ต่อ)
84 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๑ล�ำดับชื่อเส้นสิบบทที่ค�ำในค�ำฉันท์โรค/อาการความหมาย๖๑เส้นสุมนา๙๖ดวงจิตร์เจียนจัก วางวายดวงจิตรหรือใจ จะขาด-ดวงจิตร์ ดูใน จิต, จิต- น. ใจ, สิ่งที่มีหน้าที่รู้ คิดและ นึก, (โบ เขียนว่า จิตร), ลักษณนามว่า ดวง. (ป.จิตต). (๔/น. ๓๒๔) -วางวาย ก. ตาย เช่น นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้ง อินทรีย์ (กฤษณา), วายวาง ก็ว่า (๔/น. ๑,๑๑๐) -ความรู้สึกราวกับใจจะขาด จะสิ้นใจตาย (๕) ๖๒๙๖ซึมซมซึมซมดูใน ซึม ๒ ว. เหงาหงอยไม่ค่อยพูดจา, ไม่เบิกบาน เช่น นั่งซึม (๔/น. ๔๐๒) ๖๓๑๐๐แก้ลิ้นหดลิ้นหด อาการพูดไม่ชัด เนื่องจากลิ้นแข็ง (๒/น. ๒๑๓) ๖๔๑๐๐คางแข็งคางแข็งอาการของโรคชนิดหนึ่ง ท�ำให้อวัยวะส่วนขากรรไกร เคลื่อนไหวไม่ได้ (๙/น. ๑๗๒) ๖๕๑๐๐คลั่งไคล้คลั่งไคล้ดูใน คลั่ง อาการคลั่งมี ๒ พวกคือ ๑.อาการคลั่งในโรคจิตที่มีอาการฟุ้งซ่าน หรืออารมณ์ แปรปรวน ๒.อาการคลั่งจากไข้ จากสารพิษ หรือจากโรคทางกาย ที่มีผลท�ำให้มีการท�ำงานของสมองแปรปรวนไป (๒/น. ๕๓) การสังคายนาองค์ความรู้ภูมิปัญญา “กล่าวเส้นสิบ” ในต�ำราโรคนิทานค�ำฉันท์ ๑๑ จ�ำนวนทั้งสิ้น ๑๑๙ โรคและอาการ (ต่อ)
คำ�อธิบ ายกล่ าวเส้นสิบในตำ�ร าโรคนิท านคำ�ฉันท์ ๑๑ 85 ล�ำดับชื่อเส้นสิบบทที่ค�ำในค�ำฉันท์โรค/อาการความหมาย ๖๖เส้นสุมนา๑๐๑บาทจิตร์บาทจิตร์ดูใน ลมบาทจิตต์ น. โรคลมมีพิษชนิดหนึ่ง ผู้ป่วยมีไข้ สูง เพ้อ ชัก เป็นต้น โบราณว่าถ้ารักษาไม่ได้ภายใน ๑๐ วัน อาจถึงแก่ความตาย ดังคัมภีร์ชวดาร (๑๐/น. ๓๐๖) ตอนหนึ่งว่า “... ลมบาทจิตต์ เมื่อล้มไข้ลงดุจอย่าง สันนิบาต แรกจับให้ละเมอเพ้อพกว่านั่นว่านี่ท�ำอาการดุจ ปีศาจเข้าอยู่ ลางทีว่าบ้าสันนิบาตก็ถูก เพราะเหตุจิตต์ ระส�่ำระสาย ก�ำหนด ๑๐ วัน ...”, เขียนว่า บาทจิตร ก็มี (๑/น. ๓๙๕) ๖๗๑๐๑ดีเดือด ดีพลุ่ง ดีเดือด ดีพลุ่ง ดูใน ดีพลุ่ง น�้ำดีผิดปกติ มีอาการเพ้อ ไข้สูง เมื่อเป็น มากขึ้นจะมีอาการตัวเหลือง (๒/น. ๗๘) ๖๘๑๐๒พิษม์กาฬ พิษม์กาฬ-ดูใน กาฬ ผลของการอักเสบติดเชื้อซึ่งมีลักษณะ อาการปรากฏทั้งภายในและภายนอก กาฬภายนอกคือ โรคที่แสดงโดยเป็นฝี เม็ด ผื่น แผ่น วง เม็ดทราย มี สีด�ำ แดง เขียวดังน�้ำคราม หรือ สีอื่นๆ ที่ขึ้นตาม ส่วนต่างๆ ของร่างกาย -กาฬภายใน สังเกตได้จากลักษณะของสิ่งขับถ่ายและ ลักษณะอาการของผู้ป่วย (๒/น. ๑๕) การสังคายนาองค์ความรู้ภูมิปัญญา “กล่าวเส้นสิบ” ในต�ำราโรคนิทานค�ำฉันท์ ๑๑ จ�ำนวนทั้งสิ้น ๑๑๙ โรคและอาการ (ต่อ)
86 ชุดการสังคายนาภูมิปัญญาการนวดไทย: ๑ล�ำดับชื่อเส้นสิบบทที่ค�ำในค�ำฉันท์โรค/อาการความหมาย๖๙เส้นสุมนา๑๐๒ร้อนอกร้อนอก อาการร้อนในอก เนื่องจากก�ำเดา (ความร้อนที่เกิดจากการเผาผลาญในร่างกาย) (๕) ๗๐๑๐๒มิสะเบยมิสะเบย ไม่สบาย ดูใน ป่วยไข้ เจ็บป่วย to be ill, to be sick, to ail (๑๑)๗๑๑๐๘ลมอันวิงเวียนลมอันวิงเวียนดูใน ลมวิงเวียน น. ลมกองละเอียดประเภทหนึ่ง ท�ำให้ หน้ามืด ตาลาย วิงเวียน อ่อนเพลีย สวิงสวาย ใจสั่น (๑/น. ๔๐๑) ๗๒๑๐๘หาวเหียนหาวเหียนดูใน เหียน ๒ ก. มีอาการพะอืดพะอมคล้ายจะคลื่นไส้ (๔/น. ๑,๓๕๒) ๗๓๑๐๘ลิ้นกระด้างลิ้นกระด้างอาการของโรคชนิดหนึ่ง มีอาการลิ้นแข็ง ท�ำให้อ้าปาก ไม่เต็มที่ ออกเสียงพูดไม่เป็นภาษา (๙/น. ๑๙๓) ๗๔๑๐๘คางชิดคางชิดอาการเกร็งขากรรไกร ขยับเคลื่อนไหวไม่ได้ คางอยู่ใน ท่าอยู่ชิดล�ำคอ (๕) การสังคายนาองค์ความรู้ภูมิปัญญา “กล่าวเส้นสิบ” ในต�ำราโรคนิทานค�ำฉันท์ ๑๑ จ�ำนวนทั้งสิ้น ๑๑๙ โรคและอาการ (ต่อ)
คำ�อธิบ ายกล่ าวเส้นสิบในตำ�ร าโรคนิท านคำ�ฉันท์ ๑๑ 87 ล�ำดับชื่อเส้นสิบบทที่ค�ำในค�ำฉันท์โรค/อาการความหมาย ๗๕เส้นสุมนา๑๑๓ลมร้ายบาทจิตร์ลมร้ายบาทจิตร์ดูใน ลมบาทจิตต์ น. โรคลมมีพิษชนิดหนึ่ง ผู้ป่วยมีไข้ สูง เพ้อ ชัก เป็นต้น โบราณว่าถ้ารักษาไม่ได้ภายใน ๑๐ วัน อาจถึงแก่ความตาย ดังคัมภีร์ชวดาร (๑๐/น. ๓๐๖) ตอนหนึ่งว่า “... ลมบาทจิตต์ เมื่อล้มไข้ลงดุจอย่าง สันนิบาต แรกจับให้ละเมอเพ้อพกว่านั่นว่านี่ท�ำอาการดุจ ปีศาจเข้าอยู่ ลางทีว่าบ้าสันนิบาตก็ถูก เพราะเหตุจิตต์ ระส�่ำระสาย ก�ำหนด ๑๐ วัน ...”, เขียนว่า บาทจิตร ก็มี (๑/น. ๓๙๕) ๗๖๑๑๔อบอับจับดวงใจอบอับจับดวงใจ-อบ อากาศถ่ายเทไม่ได้ (๔/น. ๑,๓๗๒) -อับ ว. ไม่มีลมเข้าออก, ไม่โปร่ง, เช่น อากาศอับ, ไม่เคลื่อนไหว เช่น ลมอับ (๔/น. ๑,๓๙๗) การสังคายนาองค์ความรู้ภูมิปัญญา “กล่าวเส้นสิบ” ในต�ำราโรคนิทานค�ำฉันท์ ๑๑ จ�ำนวนทั้งสิ้น ๑๑๙ โรคและอาการ (ต่อ)