¡ÒÃ͹ØÃÑ¡ÉáÅоѲ¹Ò·ÃѾÂҡøÃÃÁªÒμÔ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ไดทรงมีพระราชดำรัสพระราชทานแกขาราชการและประชาชน ในเรื่องการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติหลายครั้งอยางตอเนื่อง เชน (สำนักงานทรัพยสินสวน พระมหากษัตริยและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ, 2549) “การอนรุกษัดนิตองดำเน นควบคิ ไปก ูบการอนัรุกษั ฟ นฟ ปูาไม การอนรุกษัดนิ ดวยหญาแฝกตองทำใหกวางขวางเพื่อปองกันและรักษาหนาดินไมใหสูญหาย” “เมืองไทยที่อุดมสมบูรณ เป นสวน เปนไร เปนปา กลายเป นทะเลทราย เราจะทำใหประเทศไทยกลับมีความอุดมสมบูรณมีความชุมชื่นไดขออยาไป รังแกปาเทานั้นเอง ไมตองทำอะไรมาก” นี่คือ วิธีการปลูกปาโดยไมตองปลูก คือ ปลอยใหตนไมแพรพันธุงอกงาม แตกกิ่งกานตาม ธรรมชาติหลักการดังกลาวแลว คือ หลักการทรงงานแบบ “ทรงใชธรรมชาติชวยธรรมชาติ” ปาดอยอางขาง º··Õè 5 á¹Ç¾ÃÐÃÒª´ÓÃԡѺ¤ÇÒÁÊÓàÃ稢ͧâ¤Ã§¡ÒÃËÅǧ 147
ในเรื่องน้ำ ทรงมีพระราชดำรัสวา “หลักสำคัญตองมีน้ำบริโภค น้ำใชน้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะวาชีวิตอยูนั้นถามีน้ำคนอยูไดถาไมมีน้ำคนอยูไมไดไมมีไฟฟาคนอยูไดแตถามีไฟฟาไมมีน้ำ คนอยูไมได” ในการปฏิบัติงานของโครงการหลวงตั้งแตระยะแรก คือ การทำงานแบบ “ครบวงจร” ที่มีความ สัมพันธกัน (สำนักงานเสริมสรางเอกลักษณของชาติ, 2539 : 34-49) อางเก็บน้ำหวยลึก 148 â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ : ¾ÃÐÃÒª¡Ã³Õ¡Ԩ¹ÇÁÔ¹·ÃÁËÒÃÒªÒà¾×èͻǧ»ÃЪÒÃÒÉ®Ã
วงแรกคือ การสำรวจดิน น้ำ มีการแบงเขตระหวางพื้นที่เพาะปลูกกับพื้นที่ปาอนุรักษอยาง ชัดเจน วงที่สอง คือ การปลูกปาที่ซึ่งควรเปนปา แตโลนเตียนไปแลว ไดมีโครงการ “ปาชาวบาน ในพระราชูปถัมภสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ” การเพาะปลูกบนดอยตองทำแบบขั้นบนได ั ทำทางระบายน้ำ ปลูกหญาแฝก นอกจากนี้ยังมีการสรางอางเก็บน้ำเพื่อใชในการเพาะปลูกและการประกอบอาชีพ มีการจัดสรางถนนเพื่อสะดวกในการเดินทางและขนสงสินคา วงที่สาม คือ การวิจัย ตองทำการวิจัยเพื่อใหเกิดความรูในการจัดหาพืชที่เหมาะสมกับ ภูมิสังคมและความตองการของการตลาด การวิจัย รวมถึงการพัฒนาคน และชุมชน การเพาะปลูกบนดอย การปลูกหญาแฝก นาขั้นบันได อางเก็บน้ำ º··Õè 5 á¹Ç¾ÃÐÃÒª´ÓÃԡѺ¤ÇÒÁÊÓàÃ稢ͧâ¤Ã§¡ÒÃËÅǧ 149
เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง คือ การขนสง คัดบรรจุเก็บรักษา และการจัดจำหนายเพื่อใหครบวงจร ของการตลาด ในปจจบุนพันธกั จของโครงการย ิงคงยัดหลึกการทรงงานอยัางเหนยวแนีนภารกจของโครงการหลวง ิ มิใชมีเฉพาะการพัฒนาสงเสริมอาชีพ หรือ เนนดานเศรษฐกิจอยางเดียว แตยังมีพันธกิจดานสังคม เชน การเสริมสรางความเขมแข็งชุมชน การพัฒนาระบบการบริหารจัดการและการฟนฟูและอนุรักษ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม โดยใชโครงการบางอยาง เชน โครงการปลูกปาชาวบานฯ โครงการปลูกหญาแฝก โครงการปรับปรุงโครงสรางดิน โครงการพัฒนาการผลิตเชิงพาณิชยฯลฯ ผลผลิตโครงการหลวง 150 â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ : ¾ÃÐÃÒª¡Ã³Õ¡Ԩ¹ÇÁÔ¹·ÃÁËÒÃÒªÒà¾×èͻǧ»ÃЪÒÃÒÉ®Ã
สถานีเกษตรหลวงอางขาง º··Õè 5 á¹Ç¾ÃÐÃÒª´ÓÃԡѺ¤ÇÒÁÊÓàÃ稢ͧâ¤Ã§¡ÒÃËÅǧ 151
¡ÒÃ㪌෤¹Ô¤ÇÔ·ÂÒ¡ÒÃÊÁÑÂãËÁ‹·ÕèàËÁÒÐÊÁ การใชเทคนิควิทยาการสมัยใหมที่เหมาะสมกับภูมิสังคมเปนสิ่งจำเปนและสำคัญมากในการ พฒนาประเทศ ัเพอให ื่อยรอดอยูางเพยงพอี และดำรงอยไดู ในโลกแห งสม ยโลกาภ ัวิตนัดงพระราชดำร ัสั เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 ธันวาคม 2537 (สำนักงานทรัพยสินสวนพระมหากษัตริย และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ, 2549) “แตหลักการพัฒนาประเทศใหมีความเจริญจะตองใชการทำงานอยางมีพื้นฐาน ทั้งทำงานอยาง ทเร่ียกวีา ใชวชาการชินส้ังดูวยทง้ั 2 อยางก จำเป ็น โครงการพนฐานแบบชาวบ้ืานก บโครงการว ัทยาการิ ชั้นสูงที่ถาแปลเปนภาษาฝรั่ง เราก็ใชคำวา “ไฮเทคโน” ทั้ง 2 อยาง “โลเทคโน” กับ “ไฮเทคโน” ก็ จำเปนที่จะใช” ศูนยพัฒนาโครงการหลวง ทั้ง 38 แหง มีพันธกิจสำคัญอยางหนึ่ง คือ การพัฒนาและถายทอด เทคโนโลยีตองมีการวิจัย ทดลองเพื่อนำเทคโนโลยีใหมที่เหมาะสมมาใชใหกลมกลืนกับภูมิสังคม เชน ศนยูพ ฒนาโครงการหลวงท ักแหุงมการจีดสรั างโรงเร อนื โครงเหลก็ (โลหะ) หรอไม ื ไผหลงคาพลาสตั กใส ิ เหมืองฝาย ผลิตภัณฑโครงการหลวงริมถนน เครื่องกลั่นสมุนไพร ผลิตภัณฑโครงการหลวง ตลาดกรุงเทพฯ 152 â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ : ¾ÃÐÃÒª¡Ã³Õ¡Ԩ¹ÇÁÔ¹·ÃÁËÒÃÒªÒà¾×èͻǧ»ÃЪÒÃÒÉ®Ã
เพื่อการเพาะปลูก เพราะวิธีการดังกลาวสามารถปองกันเชื้อรา แมลงศัตรูพืช การกัดเซาะของดิน สะดวกตอการให นำและป้ยแบบละอองนุำ้ฯลฯ ระบบเพาะปลกในโรงเรูอนให ืผลผลตติอหนวยมากกวาการ เพาะปลกกลางแจูงแบบเก าและประหย ดการลงทั นในระยะยาวมากกวุาโรงเร อนไม ื ไผขนาด 6 x 21 เมตร ราคา 25,000 บาท ใชงานได ประมาณ 2 ปโรงเรอนโลหะ ื (เหลก็) ขนาด 6 x 21 เมตร ราคา 50,000 บาท ใชงานไดประมาณ 6 ป การปลูกองุนไรเมล็ด และการตัดแตงกิ่งแบบกางปลา เปนเทคโนโลยีใหมของศูนยพัฒนา โครงการหลวงปางอุง ที่ใหผลผลิตสูงกวาการตัดแตงกิ่งแบบเกา การใชตนตอมะเขือพื้นเมือง ตอยอดกับมะเขือพันธุใหมของศูนยพัฒนาโครงการหลวงหวยลึก เปนแบบอยางการใชเทคโนโลยีแบบงาย ๆ ที่ชาวบานทำไดโดยลงทุนนอย การตัดแตงองุนแบบกางปลา มะเขือตอยอด º··Õè 5 á¹Ç¾ÃÐÃÒª´ÓÃԡѺ¤ÇÒÁÊÓàÃ稢ͧâ¤Ã§¡ÒÃËÅǧ 153
การใชนำหม้กชัวภาพจากมี ลไสูเดอนื (สายอางขางสายสนกำแพง ั ) ของศนยูพ ฒนาโครงการหลวง ั ทุงเริง เปนการนำไสเดือนมาเลี้ยงไวในบอแลวใหเศษผักเปนอาหาร ไสเดือนก็ขับถายออกมาผาน กระบวนการทดลอง กจะได ็น ำหม้กชั วภาพเป ี นปยแกุพชผืกัลดตนทนการผลุติและสงเสรมการเกษตริ อินทรีย โครงการตอยอดมะมวงพันธุนวลคำ และพันธุปาลมเมอร (สีมวง) ซึ่งไดผลดีในศูนยพัฒนา โครงการหลวงหนองเขียวเปนแบบอยางการเผยแพรมะมวงพันธุใหมแกชาวบาน โรงปุยไสเดือน มะมวงนวลคำ มะมวงปาลมเมอร 154 â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ : ¾ÃÐÃÒª¡Ã³Õ¡Ԩ¹ÇÁÔ¹·ÃÁËÒÃÒªÒà¾×èͻǧ»ÃЪÒÃÒÉ®Ã
โรงกลั่นน้ำมันหอมระเหยของศูนยพัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ ศูนยพัฒนาโครงการหลวง พระบาทหวยตม เปนตวอยัางทดี่ ในการทำพ ีชสมื นไพรุเชนการบรูใบตะไครไพล วานสาวหลงฯลฯ กลั่นเปนน้ำมันหอม เพื่อนำไปเปนสวนผสมของเครื่องสำอาง น้ำมันนวด น้ำมันปองกันแมลง ฯลฯ โรงงานแปรรูปและการแปรรูปสมุนไพร เชน การทำครีมนวดสมุนไพร สเปรยสมุนไพร เจล สมนไพรุเจลอาบนำ้แชมพสมูนไพรุนำยาบ้วนปากสม นไพรุเกลอขืดผัวิฯลฯ สงเหล่ิาน้ีคอืตวอยั างใน การผลิตแบบครบวงจร และใชเทคโนโลยี การนำไมดอก ไมใบ ไมผล สมุนไพร ผัก เห็ด ชา กาแฟ และการเลี้ยงสัตวชนิดพันธุใหมซึ่ง ตางจากชนิดพันธุ (Speices) กับเมืองไทย แตผลจากการวิจัยสามารถเพาะปลูกหรือขยายพันธุไดดี สอดคลองกับภูมิสังคมเปนผลดีตอระบบเศรษฐกิจและไมกระทบตอสิ่งแวดลอมมากเกินไป หรืออยูใน ศักยภาพที่รองรับได การนำนวัตกรรมใหมเขามาดังกลาวแลวจึงเปนผลดีตอการพัฒนางานของ โครงการหลวงและการพัฒนาประเทศ ดังนั้น “ไฮเทคโน” จึงเปนสิ่งจำเปนควบคูกับ “โลเทคโน” แต “ไฮเทคโน” ที่ดีตองสอดคลอง กับภูมิสังคม และภูมิปญญาชาวบาน ตัวอยางผลิตภัณฑ º··Õè 5 á¹Ç¾ÃÐÃÒª´ÓÃԡѺ¤ÇÒÁÊÓàÃ稢ͧâ¤Ã§¡ÒÃËÅǧ 155
การท องเท ี ่ยวในมิ ต ิ เศรษฐก ิ จพอเพ ี ยง ในโครงการหลวง บทท ี ่ 6
¡Ò÷‹Í§à·ÕèÂÇ (Tourism) การทองเทยว่ีคอืการเดนทางออกจากบิานพ กเป ันการช วคราวในระยะเวลาส ่ัน้ัเพอว่ืตถั ประสงคุใน การพักผอนหยอนใจ รักษาสุขภาพ เลนกีฬา เยี่ยมญาติมิตร การศาสนา ประชุมสัมมนา การศึกษา ในระยะเวลาสั้น ๆ (ประมาณไมเกิน 2 เดือน) ฯลฯ ระยะเวลาสั้น หมายความวา นักทองเที่ยว (Tourism) ตองออกเดินทางไปยังสถานที่ทองเที่ยว มากกวา 24 ชั่วโมง แตถาไปยังสถานที่นั้นไมถึง 24 ชั่วโมง เรียกวา นักทัศนาจร (Excursionist) บทท ี ่ 6 การท องเท ี ่ยวในมิ ต ิ เศรษฐก ิ จ พอเพ ียงในโครงการหลวง 158 â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ : ¾ÃÐÃÒª¡Ã³Õ¡Ԩ¹ÇÁÔ¹·ÃÁËÒÃÒªÒà¾×èͻǧ»ÃЪÒÃÒÉ®Ã
การทองเที่ยวไดเกิดขึ้นพรอม ๆ กับการเกิดสังคมมนุษยตั้งแตเริ่มอารยธรรมตะวันตก เขต ลุมแมน้ำไทกริส (Tigris) ยูเฟรตีส (Euphrates) หรือประมาณ 4,000 ปลวงมาแลวถึงสมัยกรีก โรมัน และอารยธรรมตะวันออก คือ จีน และอินเดียในระยะเวลาใกลเคียงกัน การทองเที่ยวในสมัย ดังกลาวเปนการทองเที่ยวของขุนนาง มากกวาราษฎร การทองเที่ยวในปจจุบัน ตั้งแตคริสตศตวรรษที่ 20 เปนตนมา เปนการทองเที่ยวของมวลชน หรือชนทุกชั้นอยางแทจริง ทั้งนี้เพราะเสรีภาพดานการเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา ความกาวหนาของ เทคโนโลยีดานการสื่อสาร การขนสง การบริการ ฯลฯ การทองเที่ยวแบบมวลชนกอใหเกิดผลกระทบตอทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดลอม และสังคม วัฒนธรรม ปญหาทางเศรษฐกิจ ดังนั้นในปลายคริสตศตวรรษที่ 20 องคการสหประชาชาติจึงได กำหนดหลักการพัฒนาอยางยั่งยืน และการทองเที่ยวอยางยั่งยืน การพัฒนาอยางยั่งยืน ตองเกิดความกาวหนาอยางสมดุลและกลมกลืนระหวางการพัฒนา เศรษฐกิจ (Economic) สิ่งแวดลอม (Environment) และสังคม (Social) การพัฒนาการทองเที่ยว อยางยั่งยืนตองยึดหลักการพัฒนาอยางยั่งยืนเปนแมบท หลังจากแนวคิดในการพัฒนาแบบยั่งยืน และการทองเที่ยวแบบยั่งยืนไดผานการพิจารณาจาก การประชุมนานาชาติหลายครั้ง ผลจากการประชุมจึงบังคับใหภาครัฐบาลและภาคเอกชนตองสนอง นโยบายการทองเที่ยวแบบทางเลือก ประกอบกับผูบริโภครุนใหม (Boomer Consumer) มีจิตใจ ที่อนุรักษทรัพยากรธรรมชาติรูปแบบของการจัดการทองเที่ยวจึงตองปรับเปลี่ยน ในปจจุบันไดมีการจัดรูปแบบการทองเที่ยวซึ่งนำไปสูการทองเที่ยวอยางยั่งยืนหลายรูปแบบ เชน การทองเที่ยวเชิงสังคม-วัฒนธรรม (Socio-Cultural Tourism) การทองเที่ยวเพื่อสุขภาพ (Health Tourism) การทองเที่ยวทางทะเล (Marine Tourism) การทองเที่ยวเชิงประวัติศาสตร (Historical Tourism) ฯลฯ อยางไรก็ ตาม รูปแบบการทองเที่ยวซึ่งจะนำไปสูการทองเที่ยวอยางยั่งยืน ตอง ประกอบดวย 3 มิติ 1. การจัดการสิ่งแวดลอมใหเกิดความยั่งยืน (Swarbrooke, 2002 : 50 - 56) 2. การจัดการดานเศรษฐกิจใหเกิดความเปนธรรมในการกระจายรายได (Goeldner; Ritchie and Mclntosh, 2000 : 420 – 421 ; and Swarbrooke, 2002 : 66) 3. การจัดการดานสังคม และวัฒนธรรมใหกระทบนอยที่สุด (Weaver and Oppermann, 2000 : 353 – 355) การทองเทยวท่ีย่ีงย่ันื ไมใชการขายว ฒนธรรมเป ันสนคิาแตการทองเทยวควรอน่ีรุกษัวฒนธรรมั ตลอดจนทรัพยากรที่มีอยูในทองถิ่น (Davidson, 1995) ใหดำรงอยูตอไปชั่วลูกหลาน º··Õè 6 ¡Ò÷‹Í§à·ÕèÂÇã¹ÁÔμÔàÈÃɰ¡Ô¨¾Íà¾Õ§ã¹â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ 159
กิจกรรมการทองเที่ยวอยางยั่งยืนตองเกิดขึ้นจากผูมีสวนไดเสีย ซึ่งประกอบดวยประชาชน ในชุมชน ตองมีสวนรวมในการวางแผน (Plan) กระทำกิจกรรม (Do) วิเคราะหตรวจสอบ (Check) และปรับปรุงทำใหม (Act) องคกรภาครัฐบาลทั้งสวนกลางและทองถิ่น ภาคธุรกิจเอกชน กลุมองคกร อิสระ สื่อมวลชน ผูเชี่ยวชาญ นักทองเที่ยว และอาสาสมัคร ตองรวมกันเสริมสรางกิจกรรมเพื่อวาง เปาหมายสูการทองเที่ยวอยางยั่งยืน ผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานรวมกันของผูมีสวนไดเสีย ดังกลาวแลว ยอมทำใหเกิดผลตอเนื่องดังนี้ 1. ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ กอใหเกิดการกระจายรายไดอยางเปนธรรม ในกลุมผูมีสวนไดเสีย ทั้งคนในชุมชน และผูประกอบการ นอกจากนี้ยังกอใหเกิดการสรางมูลคาเพิ่มในผลผลิต ที่เกิดจากการใชทรัพยากรและ ภูมิปญญาในทองถิ่น 2. ความยงยั่นทางดืานสงแวดลิ่อม การวางแผนและปฏบิตังานริวมกนของผัมูสีวนได เสยหลายีๆ สาขาวิชาการและหลาย ๆ สาขาอาชีพ ยอมทำใหเกิด กฎ กติกา หรือขอตกลง ที่กระทบตอ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมนอยที่สุด ดังนั้น ทรัพยากรดังกลาวแลวจึงถูกใชอยางประหยัด เกิดประโยชนสูงสุดแกคนสวนมากที่สุด และสิ้นเปลืองนอยที่สุด 3. ความยั่งยืนทางดานสังคม และวัฒนธรรม ทรัพยากรการทองเที่ยวทั้งดานธรรมชาติและ วัฒนธรรมมีศักยภาพในการรองรับ (Carring Capacity) ถาเกิดศักยภาพก็จะเกิดการสูญเสีย หรือ ลมสลาย จุดจำกัดในการรองรับนักทองเที่ยว และการสรางสถานบริการดานการทองเที่ยว จึงตอง คำนึงถึงศักยภาพในการรองรับเพื่อตระหนักมิใหสงผลกระทบทางลบตอสังคม และวัฒนธรรม การทองเที่ยวแบบยั่งยืน เปนการทองเที่ยวที่ครอบคลุมขอบขายของการทองเที่ยวแบบอ่ืน ๆ หลายรูปแบบ การทองเที่ยวแบบยั่งยืนมุงพัฒนาความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจควบคูกับการอนุรักษ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม (ธรรมชาติสรางและมนุษยสราง) การทองเที่ยวแบบยั่งยืน จะประสบผลสำเร็จไดตองอาศัยความรวมมือจากภาครัฐบาล ภาคเอกชน นักทองเที่ยว ชุมชน ในทองถิ่น หรือหนวยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ เปาหมายสูงสุดในการพัฒนาการทองเที่ยว คือ ตองการใหการทองเที่ยวทุกรูปแบบเปนการ ทองเที่ยวแบบยั่งยืน แตความหวังนี้จะสำเร็จหรือไม คำตอบอยูที่ทุกคนซึ่งมีสวนรวมในการทองเที่ยว 160 â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ : ¾ÃÐÃÒª¡Ã³Õ¡Ԩ¹ÇÁÔ¹·ÃÁËÒÃÒªÒà¾×èͻǧ»ÃЪÒÃÒÉ®Ã
¡Ò÷‹Í§à·ÕèÂÇã¹ÁÔμÔàÈÃɰ¡Ô¨¾Íà¾Õ§ การทองเที่ยวในมิติเศรษฐกิจพอเพียง (Tourism and Sufficiency Economy) เปนรูปแบบ การทองเที่ยวซึ่งนำไปสูหลักการทองเที่ยวอยางยั่งยืนไดเปนอยางดีเชนเดียวกับการทองเที่ยวอยาง ยั่งยืนรูปแบบอื่น ๆ การทองเที่ยวในมิติเศรษฐกิจพอเพียงไดเปดสอนในระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยราชภัฏ เชียงใหมมาตั้งแตปการศึกษา 2550 วิทยาลัยแมฮองสอน º··Õè 6 ¡Ò÷‹Í§à·ÕèÂÇã¹ÁÔμÔàÈÃɰ¡Ô¨¾Íà¾Õ§ã¹â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ 161
การทองเที่ยวในมิติเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง การทองเที่ยวที่ยึดหลัก การทองเที่ยวอยาง ยั่งยืนผสมผสานการดำเนินธุรกิจการทองเที่ยวในมิติเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมการทองเที่ยวชนิดนี้ เหมาะกับธุรกิจการทองเที่ยวของสังคมชาวนา (Peasantry) ซึ่งประกอบการเกษตรแบบผสมผสาน จัดกิจกรรมการทองเที่ยวในลักษณะของที่พักบนพื้นฐานการกอสรางโดยใชวัสดุและวัฒนธรรม ในทองถนผสมผสานกิ่ บเทคโนโลย ัทีที่นสมัยัรานอาหารและเครองดื่มสมื่ นไพรเพุอสื่ขภาพุรานขายของ ที่ระลึก บริการดานสุขภาพ การจัดนำเที่ยวและการบริการ ฯลฯ กิจกรรมที่จัดตองสอดคลองกับ ภมูปิญญาชาวบาน (Local Wisdom) ทใช่ี เทคโนโลย (Technology) ีเขามาชวยเพ อให ่ืเกดนวิตกรรมั (Innovation) ที่ทำใหงานบริการเกิดความพึงพอใจแกผูบริโภค และสอดคลองกับการทองเที่ยวอยาง ยั่งยืน ชสูทธิ ิ์ชชาตูิและคณะ (2550) ไดวจิยเพัอสื่งเสรมการทิองเท ยวในพ ี่นทื้ โครงการอ ี่นเนัองมาจากื่ พระราชดำริในเขตพื้นที่จังหวัดแมฮองสอนไดสรุปรูปแบบของการทองเที่ยวในมิติเศรษฐกิจพอเพียง ไวดังนี้ “รูปแบบของการทองเที่ยวในมิติเศรษฐกิจพอเพียงมีอัตลักษณแตกตาง จากการทองเที่ยวรูปแบบอื่น ๆ เพราะการทองเที่ยวดังกลาว ถึงแมยึดหลัก การทองเที่ยวอยางยั่งยืน แตเนนเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎีใหมและ พื้นที่ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริโดยมุงผลประโยชนตกอยูกับชุมชน ทองถิ่น และนักทองเที่ยวไดรับความรูนำไปปรับใชใหเปนประโยชนในการ ดำรงชีวิตไดอยางกลมกลืนในกระแสการเปลี่ยนแปลง” ที่พักโครงการหลวงวัดจันทร 162 â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ : ¾ÃÐÃÒª¡Ã³Õ¡Ԩ¹ÇÁÔ¹·ÃÁËÒÃÒªÒà¾×èͻǧ»ÃЪÒÃÒÉ®Ã
ชูสิทธิ์ชูชาติ (2551 : 33-34) ไดอธิบายการทองเที่ยวในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริในรายงานวิจัย เรื่อง “การพัฒนาการทองเที่ยวอยางยั่งยืน เขตพื้นที่ลุมแมน้ำสาละวิน (อำเภอแมสะเรียง และสบเมย) ในมิติเศรษฐกิจพอเพียงเพิ่มเติมอีกวา การทองเที่ยวในมิติเศรษฐกิจพอเพียง การทองเที่ยวโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีหลักการสำคัญ ดังนี้ 1. ตองใหนักทองเที่ยวไดศึกษาหาความรูในเรื่อง การเกษตรทฤษฎีใหมการเกษตรอินทรีย การประมง ประโยชนและความหลากหลายทางชีวภาพโดยผานกระบวนการศึกษาจากแปลงสาธิต จากโครงการธนาคารอาหารชุมชน และโครงการตัวอยางอื่น ๆ นอกจากนี้นักทองเที่ยวตองเขาใจ ระบบนิเวศ การอนุรักษทรัพยากรทางธรรมชาติวัฒนธรรม และสิ่งแวดลอม การทองเที่ยวตองใชเวลาในการศึกษา การเสนอรายการนำเที่ยว 1 วัน หรือ 2 วัน เปนเพียง ตัวอยาง แตการทองเที่ยวเพื่อการเรียนรูตองใชเวลานานกวานี้และมีการติดตอวิทยากรและชุมชน ลวงหนา ความรูจากการทองเที่ยวเปนปจจัยหลัก ความเพลิดเพลินบันเทิงใจเปนปจจัยรอง º··Õè 6 ¡Ò÷‹Í§à·ÕèÂÇã¹ÁÔμÔàÈÃɰ¡Ô¨¾Íà¾Õ§ã¹â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ 163
2. ชุมชนตองไดรับผลประโยชนจากการทองเที่ยวในเรื่องของที่พัก อาหาร เครื่องดื่ม การ นำเทยวี่ของทระลี่กึ และผลตอบแทนในลกษณะอันื่ๆ ตองให ชมชนมุสีวนร วมในการวางแผน ดำเนนงานิ และประเมินผล 3. ตองคำนึงถึงศักยภาพในการรองรับของแหลงทองเที่ยว จัดจำนวนนักทองเที่ยวใหเหมาะสม กับพื้นที่ทองเที่ยวเพื่อปองกันการทำลายทรัพยากร และสิ่งแวดลอม 4. การทองเที่ยวตองมีสวนชวยใหการรื้อฟนอนุรักษวัฒนธรรม ภูมิปญญาของทองถิ่น และการ อนุรักษทรัพยากรธรรมชาติการรื้อฟนดังกลาวแลวตองสงผลดีทั้งชุมชนในทองถิ่นและการทองเที่ยว อยางยั่งยืนได 5. ตองมีการอบรมชุมชนทองถิ่น ใหเขาใจหลักการทองเที่ยวอยางยั่งยืนในมิติเศรษฐกิจ พอเพียงเพื่อจะไดนำไปวางแผนในการจัดการทองเที่ยวอยางยั่งยืนได 6. ตองมการสรีางกฎกตกาิขอตกลง ในการทองเท ยวในพ ี่นทื้ โครงการอ ี่นเนั องมาจากพระราชดำร ื่ิ มิใชปลอยตามเสรีเชนพื้นที่ทองเที่ยวทั่วไป 7. การดำเนินธุรกิจการทองเที่ยวตองยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทั้งผูประกอบการ ที่เกี่ยวของ ชุมชนในทองถิ่น ขาราชการในพื้นที่และนักทองเที่ยว คือ รูจัก “ความพอเพียง” หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และระบบภูมิคุมกันในตัวที่ดี “ไมกาวล้ำเสนสูการทองเที่ยวแบบ มวลชน” ถึงแมวาพื้นที่ทองเที่ยวในเขตโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริประกอบดวยทรัพยากร การทองเทยวท่ีน่ีาประท บใจ ั ไดความร ูและเหมาะแกการพกผัอนหย อนใจอย างแทจรงิแตการทองเทยว่ี ในพื้นที่ดังกลาวแลว การจัดการทองเที่ยวควรยึดหลักการทองเที่ยวอยางยั่งยืน ในมิติเศรษฐกิจ พอเพยงี อาจใชรปแบบการทูองเทยวเชี่งนิเวศิการทองเทยวเชี่งเกษตริหรอการทืองเทยวรี่ปแบบอูนื่ๆ ซึ่งทำใหชุมชนไดรับผลประโยชนจากการทองเที่ยวอยางเปนธรรม ทรัพยากรการทองเที่ยวถูกกระทบ นอยที่สุด และเปนการทองเที่ยวเพื่อการศึกษาเรียนรูในการพัฒนาชีวิตในแนวปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพยงหรีอเรืยนรีเกูยวก่ีบการเกษตรทฤษฎั ใหม ี มากกวาการทองเทยวแบบมวลชน่ี (Mass Tourism) การเพาะเลี้ยงเขียดแลว ศูนยสงเสริมการเกษตรที่สูง หวยมะเขือสม 164 â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ : ¾ÃÐÃÒª¡Ã³Õ¡Ԩ¹ÇÁÔ¹·ÃÁËÒÃÒªÒà¾×èͻǧ»ÃЪÒÃÒÉ®Ã
โครงการอนเนั องมาจากพระราชดำร ื่ิโครงการหลวงคออะไร ือธบายมาแลิ วในบทท 1 ี่และบทท 2 ี่ ทั้งสองโครงการ อาจแตกตางกันอยูบางในเรื่อง การลงทุน และการจัดการ แตทั้งสองโครงการก็เปน “พระราชกรณียกิจนวมินทรมหาราชาเพื่อปวงประชาราษฎร” และดำเนินตาม พระบรมราโชวาท และหลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ดังนั้น การทองเที่ยวในพื้นที่โครงการหลวงก็ควรใชหลักการเดียวกันกับการทองเที่ยวในพื้นที่ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริคือ ใชหลักการการทองเที่ยวอยางยั่งยืน การศึกษาหาความรู ควบคูกับการพักผอนหยอนใจแตไมใชการทองเที่ยวแบบมวลชน ซึ่งมุงเงินตราและความตองการของ ผูบริโภคโดยไมตระหนักถึงศักยภาพในการรองรับ (Carrying Capacity) การทองเที่ยวในพื้นที่ โครงการหลวงอาจมีจุดขาย และการบริการที่แตกตางกันบางเพราะโครงการหลวงใชเทคโนโลยี ที่กาวหนากวาและดำเนินงานครบวงจรตามหลักการจัดการและสวนผสมของการตลาด â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ : ¡Ò÷‹Í§à·ÕèÂÇã¹ÁÔμÔàÈÃɰ¡Ô¨¾Íà¾Õ§º¹ÂÍ´´Í 365 Çѹ โครงการหลวงทั้ง 38 แหง (พ.ศ. 2552) คือ ทั้งศูนยพัฒนาโครงการหลวง และสถานีวิจัย เกษตรหลวงมีสินคาและบริการดานการทองเที่ยว (Tourism Supply) ตอบสนองความตองการของ นักทองเที่ยว (Tourism Demand) ไดตลอด 365 วัน ซึ่งมีความหลากหลายตามภูมิสังคม ฤดูกาล และผลผลิตของโครงการหลวง การทองเที่ยวในพื้นที่โครงการหลวง ถาพิจารณาในมิติของการพัฒนาแหลงทองเที่ยว โดยยึด หลกั 3 As คอืความนาประท บใจของแหล ังทองเทยว่ี (Attraction) สงอำนวยความสะดวก่ิ (Amenity) และการเขาถึง (Accessibility) มีความพรอมสมบูรณมากยกเวนการเขาถึงในดานเสนทาง และ ยานพาหนะประจำทาง สำหรับศูนยพัฒนาโครงการหลวงซึ่งอยูหางไกล เดินทางสะดวกเฉพาะฤดูแลง และฤดูหนาวเทานั้น แตคอนขางไกล และกันดาร ดังนั้นการเดินทางไปยังศูนยพัฒนาโครงการหลวง แตละแหง ควรมีการเตรียมขอมูลลวงหนา กอนเดินทาง เสนทางสูโครงการหลวง º··Õè 6 ¡Ò÷‹Í§à·ÕèÂÇã¹ÁÔμÔàÈÃɰ¡Ô¨¾Íà¾Õ§ã¹â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ 165
¤ÇÒÁ¹‹Ò»ÃзѺ㨠(Attraction) แหลงทองเที่ยวในพื้นที่โครงการหลวง ประกอบดวยธรรมชาติวัฒนธรรม และกิจกรรมของ โครงการหลวงซึ่งมีพรอมบริการทั้ง 365 วัน และหลากหลายตามฤดูกาล ฤดูฝน (มิถุนายน – กันยายน) ในดานธรรมชาต ิความนาประท บใจในการท ัองเทยวเกี่ดจากระบบนิ เวศป ิาผล ดใบ ั และไมผล ดใบ ั ที่มีสีเขียวขจีปกคลุมดวยละอองไอน้ำ และปุยเมฆสีขาว ดอกทอขาวสะพรั่ง ตามดวยดอกสักเรียงราย เปนแนวยาวตามผืนปา และเชิงเขา ภูเขาผาตั้ง 166 â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ : ¾ÃÐÃÒª¡Ã³Õ¡Ԩ¹ÇÁÔ¹·ÃÁËÒÃÒªÒà¾×èͻǧ»ÃЪÒÃÒÉ®Ã
นาขั้นบันได ฝายพื้นบาน ของชนเผาลัวะ และกะเหรี่ยง ในฤดูกาลเพาะปลูก ลดหลั่นกันลงมาตามไหลเขาสูพื้นราบ ตนกลากำลังแตกกอในพื้นนา และจะออกรวงขาวเหลืองอราม สุดสายตาทั้งทองทุงในฤดูกาลเก็บเกี่ยวของปลายฤดูฝน ตนฤดู หนาว º··Õè 6 ¡Ò÷‹Í§à·ÕèÂÇã¹ÁÔμÔàÈÃɰ¡Ô¨¾Íà¾Õ§ã¹â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ 167
ในดานวัฒนธรรม ฤดูฝนซึ่งเปนฤดูการเพาะปลูกพิธีกรรมตาง ๆ ในการเพาะปลูกเริ่มตนตั้งแต พิธีกรรมและกิจกรรมในการปลูกขาวไรขาวนา การเลี้ยงผีไรผีนา การไหวผีเมื่อการเพาะปลูกขาวและ พืชไรไดผลรอฤดูกาลเก็บเกี่ยว ในเดือนตุลาคม และพฤศจิกายน การโลชิงชาของอาขาก็เกิดขึ้น ในฤดูกาลนี้เดือนสิงหาคม – ตนเดือนกันยายน จึงเปนเดือนแหงพิธีกรรมไหวผีและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ฤดูหนาว (ตุลาคม – มกราคม) ฤดูหนาวเปนฤดูกาลที่สวยงามนาประทับใจที่สุดบนยอดดอย ในฤดกาลนู้ีทองฟ าโปร งสครามี ปราศจากเมฆ อณหภุมูบนยอดดอยบางแหิงต ำกว่า 0 องศาเซลเซยสี แตไมเกนิ 20 องศาเซลเซยสี ในเวลากลางวนัยอดดอยตดิ “เครองปร ื่บอากาศั ” จนหนาวสนั่กลางคนื ทองฟาขางแรมเห็นดวงดาวระยิบระยับ สองแสงเปนประกายทั่วทองฟาในทามกลางอากาศหนาวเย็น กวากลางวันหลายเทา ดอกบวตองบนยอดดอยบานเหลัองอรืามสองขางถนนแตบางพนทื้ดี่แลูวสดสายตาุจากพนราบื้ สูยอดดอยหนึ่งถึงอีกยอดดอยหนึ่ง หอผีลัวะ 168 â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ : ¾ÃÐÃÒª¡Ã³Õ¡Ԩ¹ÇÁÔ¹·ÃÁËÒÃÒªÒà¾×èͻǧ»ÃЪÒÃÒÉ®Ã
ไมปาสีเขียวในฤดูฝน เริ่มผลัดใบในปลาย ฤดูหนาว เกิดความหลากหลายในเรือนยอด (Canopy) ของผืนปา ปาไมผลัดใบยังคงเขียว ตลอดป ในดานวัฒนธรรม ตนฤดูกาลนี้ (ตุลาคม) เปนฤดูของการเก็บเกี่ยว ตนขาวออกรวงเหลือง อรามทวทั่องนา จดขอบปาสเขียวีและดอกบวตองั สีเหลือง อากาศเย็น ลมหนาวเริ่มพัดในเดือน ตลาคมุชวยให ชาวนาเกยวขี่ าวได อยางมความสีขุ ไมรอนมากนัก การเกี่ยวขาว การนวดขาว การ ขนขาวเปลือกกลับยุงฉาง ทำใหเดือนตุลาคม เปนฤดกาลแหูงการเกบเก็ยวท่ีม่ีความหลากหลายี ของพิธีกรรม เสื้อผา การแตงกายของกลุม ชาติพันธุ เดอนธืนวาคมั – มกราคม การเกบเก็ยวข่ีาว เสร็จสิ้นจึงเปนฤดูกาลแหงการเก็บหาของปา เพื่อเปนปจจัย 4 แตปจจุบันชาวนาตองปลูก พืชผักขายโครงการหลวงเพื่อเพิ่มพูนรายได ปาไมผลัดใบ (พญาเสือโครง) º··Õè 6 ¡Ò÷‹Í§à·ÕèÂÇã¹ÁÔμÔàÈÃɰ¡Ô¨¾Íà¾Õ§ã¹â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ 169
ฤดูรอน (กุมภาพันธ – พฤษภาคม) ถึงแมในฤดูรอน อากาศบนดอยสูงอุณหภูมิก็ไมเกิน 30 องศาเซลเซียส ในเวลากลางวัน และมี อากาศเย็นในเวลากลางคืน ฤดูกาลนี้ปาไมผลัดใบไดเริ่มทิ้งใบตั้งแตปลายเดือนมกราคม เหลือแต กิ่งกานแลวคอย ๆ แตกดอกและใบในเดือนกุมภาพันธ - มีนาคม ชวงนี้ปาผลัดใบ ถึงแมไรสีเขียวของ ใบไมแตก็มีสีแดง เหลือง มวง แสด ชมพูฯลฯ ของดอกไมบนเรือนยอดกอนแตกใบออน ปายามนี้จึง หลากสีของดอกไมในทามกลางความแหงแลงของฤดูรอน ¡Ô¨¡ÃÃÁã¹â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ กิจกรรมในโครงการหลวง ทั้งภาคการเกษตรและภาคนอกการเกษตร รวมทั้งพันธกิจอื่น ๆ มีตลอดปสามารถเดินทางศึกษาไดตลอด 365 วัน พืชผลบนยอดดอยนานาพันธุเชน พลับ อะโวกาโด สาลีกีวีฟรุต มะมวง กาแฟ เสาวรส พลับ มะเดื่อฝรั่ง ฯลฯ เริ่มออกดอก ผลออน แลวกลายเปนผลแก ในปลายฤดูฝนเดือนสิงหาคม ยอดดอยในเขตโครงการหลวงหลายแหงเหลืองอรามดวยลูกพลับ การตีเหล็ก 170 â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ : ¾ÃÐÃÒª¡Ã³Õ¡Ԩ¹ÇÁÔ¹·ÃÁËÒÃÒªÒà¾×èͻǧ»ÃЪÒÃÒÉ®Ã
ไมดอก ไมใบหลากสีพืชสมุนไพร มีดอกไมตลอดปภายในโรงเรือนเขตโครงการหลวง จะเหนความหลากส็ของดอกหนีาววัเบญจมาศดอกเดยวีเบญจมาศดอกชอ ไฮเดรนเยยสี ฟีาลนม้ิงกรั เฮลิโคเนียสีมวง เยอบีราหลากสีลิลี่สีขาว แคลลา ลิลี่คารเนชั่น ดาหลา ขิง ฯลฯ รูปเมล็ดกาแฟ กุหลาบ สับปะรดสี พลับ ตุกตาญี่ปุน ดาหลา º··Õè 6 ¡Ò÷‹Í§à·ÕèÂÇã¹ÁÔμÔàÈÃɰ¡Ô¨¾Íà¾Õ§ã¹â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ 171
สมุนไพรหลายชนิดที่นาสนใจ เชน เชอรวิล เชอเรล ตังกุย สเปยมินทโรสแมรี่ลาเวนเดอร จิงจูฉาย ฯลฯ ไมใบสวยงาม เชน เฟนหนงั เฟนเขากวางมอนสเตอรา โบเรจ เฟลกซสีสนซจูิสนชอดาวฯลฯ เหด ็ เหดนานาชน็ดิเชนเหดหอม็เหดนางรมดอย็เหดนางรมหลวง็เหดนาเมโกะ ็เหดช็เมจิ ิ ฯลฯ การทองเที่ยวเพื่อการศึกษาเพาะปลูกเห็ดดังกลาวมีประโยชนอยางยิ่งสำหรับนักทองเที่ยว แคลลาลิลี่เฟน 172 â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ : ¾ÃÐÃÒª¡Ã³Õ¡Ԩ¹ÇÁÔ¹·ÃÁËÒÃÒªÒà¾×èͻǧ»ÃЪÒÃÒÉ®Ã
ผกัผกนานาชนัดิ ไดแก ผกกาดหอมหัอผกกาดหอมเรดโอ ัคแดงผกกาดหางหงสั กะหลำปล่แดงี ซุกินีแตงกวาญี่ปุน แรดิช บีทรูท ตนหอมญี่ปุน เซเลอรี่เฟนเนล เทอรนิพ พริกหวาน ฯลฯ ผักเหลานี้สามารถเพาะปลูกในโรงเรือนไดตลอดปและเหมาะสมเปนสถานที่ศึกษาหาความรู สำหรับเกษตรกรและบุคคลทั่วไปเพื่อนำไปใชในการพัฒนาอาชพของตนเองี นอกจากพืชผักแลว โครงการหลวงยังสงเสริมการเลี้ยงสัตวเชน กุงกามแดง ปลาเทราทสายรุง ไกฟา ไกเบรส กระตายเนื้อ เปนตน กุงกามแดง ปลาเทราทสายรุง º··Õè 6 ¡Ò÷‹Í§à·ÕèÂÇã¹ÁÔμÔàÈÃɰ¡Ô¨¾Íà¾Õ§ã¹â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ 173
ÊÔè§ÍӹǤÇÒÁÊдǡ (Amenity) สิ่งอำนวยความสะดวกในการทองเที่ยวไดแกระบบการขนสง ระบบการสื่อสาร ระบบ สาธารณูปโภค ที่พัก รานอาหาร รานขายของที่ระลึก ศูนยขอมูลการทองเที่ยว ฯลฯ ในปจจุบัน ศูนยพัฒนาโครงการหลวง และสถานีวิจัยเกษตรหลวงไดจัดที่พักพรอมสิ่งอำนวยความสะดวกรวมทั้งระบบไฟฟา น้ำประปา การสื่อสาร ใหแกนักทองเที่ยวอยางพรอมเพรียง แตก็ควร มีการติดตอจองที่พักและอาหารลวงหนา ¡ÒÃࢌÒä»¶Ö§ (Accessibility) การเขาไปถึงแหลงทองเที่ยวตองมีระบบการขนสงซึ่งประกอบดวยเสนทาง ยานพาหนะ สถานี และผูประกอบการ การขนสงเปนปญหาอยางหนึ่งในการทองเที่ยวโครงการหลวง เพราะโครงการหลวงตั้งอยูบน ยอดดอยหางไกล ดังนั้น ปญหาในการทองเที่ยวโครงการหลวงจึงมิใชอยูที่ที่พัก สาธารณูปโภค การสื่อสาร แตขึ้นอยูกับเสนทาง หรือถนนดินลูกรัง ซึ่งมักประสบปญหาในฤดูฝน อยางไรก็ตามในปจจุบัน ไดปรับปรุงเสนทางเปนถนนลาดยางใชไดตลอดปยังคงหลงเหลือเปนถนนดินลูกรังอยูบางก็เฉพาะ โครงการหลวงทอยี่หู างไกล ซงมึ่ทีงหมดั้ 6 แหงคอืศนยูพ ฒนาโครงการหลวงห ัวยส มปอยหวยเสยวี้ หวยน้ำขุน ขุนแปะ แมสะเรียง และแมลานอย ดังนั้นการเดินทางไปยังศูนยพัฒนาโครงการหลวงดังกลาวแลวตองใชรถยนตขับเคลื่อนสี่ลอ ในฤดูฝน 174 â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ : ¾ÃÐÃÒª¡Ã³Õ¡Ԩ¹ÇÁÔ¹·ÃÁËÒÃÒªÒà¾×èͻǧ»ÃЪÒÃÒÉ®Ã
จากการวิเคราะหศูนยพัฒนาโครงการหลวงทั้ง 38 แหง สรุปไดวาทั้งหมดมีความพรอมของ หลัก 3 As ในการตอนรับนักทองเที่ยว แตแตกตางกันออกไปบาง และนักทองเที่ยวสามารถเดินทาง ไปทองเที่ยวเพื่อการศึกษา หรือการทองเที่ยวในมิติเศรษฐกิจพอเพียงไดทั้ง 365 วัน อยางไรก็ตามศูนยพัฒนาโครงการหลวงทั้ง 38 แหง มีความพรอมในการตอนรับนักทองเที่ยว ตามหลัก 3 As มากนอยแตกตางกัน ศูนยพัฒนาโครงการหลวงซึ่งหางไกลเสนทางดินลูกรัง แตก็มี บานพกั ไฟฟานำประปา้พชผืกั ในโครงการหลวงแตกตางจากทอ่ีน่ืเพราะอยบนยอดดอยสูงประกอบกูบั ธรรมชาติและวัฒนธรรมคอนขางดั้งเดิม สิ่งเหลานี้คือความนาประทับใจของศูนยพัฒนาโครงการหลวง ในเขตหางไกล สถานีเกษตรหลวงอินทนนท หมูบานเขตผาตั้ง สถานีเกษตรหลวงอางขาง หมูบานพระบาทหวยตม º··Õè 6 ¡Ò÷‹Í§à·ÕèÂÇã¹ÁÔμÔàÈÃɰ¡Ô¨¾Íà¾Õ§ã¹â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ 175
â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ : ¡Ò÷‹Í§à·ÕèÂÇã¹ÁÔμÔàÈÃɰ¡Ô¨¾Íà¾Õ§ การทองเที่ยวในพื้นที่โครงการหลวง ควรใชหลักการการทองเที่ยวในมิติเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งสรุปหลักการสำคัญ ดังนี้ 1. ตองใหนักทองเที่ยวไดศึกษาหาความรูจากงานตามพันธกิจของโครงการหลวง เพื่อการ พัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมใหดีขึ้น การทองเที่ยวโครงการหลวง ความรูควรเปนปจจัยหลัก ความเพลิดเพลินเปนปจจัยรอง “มิใชเขามาถายรูปกบดอกไม ั อยางเดียว” 2. ชุมชนตองมีสวนรวมในการวางแผน (Plan) กระทำ (Do) ตรวจสอบ (Check) และ ปรับปรุงแกไข (Act) ในเรื่องการทองเที่ยวรวมกับโครงการหลวง พื้นที่การทองเที่ยวสวนหนึ่งอยูใน แปลงสาธิต หรือสำนักงาน แตอีกสวนหนึ่งอยูในหมูบาน โครงการหลวงตองรวมกบมหาวัทยาลิ ยในการพ ัฒนาวัสาหกิจชิ มชนในกุจกรรมการทิองเทยวี่ เชน การจัดนำเที่ยว รานอาหารสมุนไพร รานเครื่องดื่มสมุนไพร รานขายของที่ระลึก ที่พักแบบ โฮมสเตย (Homestay) หรือ Ecolodge 3. ตองคำนึงถึงศักยภาพในการรองรับของแหลงทองเที่ยว (Carrying Capacity) จัดกิจกรรม จำนวนนักทองเที่ยวใหสอดคลองกับพื้นที่เพื่อปองกันการทำลายทรัพยากร สิ่งแวดลอม และสังคม วัฒนธรรม ที่พัก 176 â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ : ¾ÃÐÃÒª¡Ã³Õ¡Ԩ¹ÇÁÔ¹·ÃÁËÒÃÒªÒà¾×èͻǧ»ÃЪÒÃÒÉ®Ã
4. การทองเที่ยวตองมีสวนชวยในการรื้อฟน อนุรักษวัฒนธรรม ภูมิปญญาทองถิ่น และการ อนรุกษัทรพยากรธรรมชาตั ิการรอฟ้ืนดงกลัาวแลวตองสงผลดทีงช้ั มชนในทุองถน่ิและการทองเทยว่ี ในมิติเศรษฐกิจพอเพียง 5. ตองจัดใหมีการอบรมชุมชนทองถิ่นใหเขาใจหลักการทองเที่ยวอยางยั่งยืนในมิติเศรษฐกิจ พอเพียงเพื่อจะไดนำไปวางแผนในการจัดการทองเที่ยวอยางยั่งยืน 6. ตองมีการสรางกฎ กติกา ขอตกลง ในการทองเที่ยวในพื้นที่โครงการหลวง มิใชปลอยเสรี เชนพื้นที่ทองเที่ยวทั่วไป 7. การดำเนินธุรกิจการทองเที่ยวตองยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งผูประกอบการ ที่เกี่ยวของ ชุมชนในทองถิ่น บุคลากรในโครงการหลวง หรือผูมีสวนไดเสียอื่น ๆ (Stakeholder) โดยยึดทางสายกลาง 3 อยาง มีความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุมกันในตัวที่ดีใชเงื่อนไขของ ความรูคูคุณธรรมเพื่อนำไปสูชีวิต เศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนความสมดุล ความมั่นคง และความยั่งยืน ดังนั้น การทองเที่ยวในพื้นที่โครงการหลวงจึงไมควรเปนการทองเที่ยวแบบมวลชน (Mass Toursim) แตควรเป นการทองเท ยวในม ี่ติเศรษฐกิจพอเพิยงี (Tourism and Sufficiency Economy) เพราะจะเกิดผลประโยชนอยางยั่งยืนทั้งดานเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอม รานอาหาร º··Õè 6 ¡Ò÷‹Í§à·ÕèÂÇã¹ÁÔμÔàÈÃɰ¡Ô¨¾Íà¾Õ§ã¹â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ 177
บทสร ุ ป : ธ สถ ิตในดวงใจ ทวยราษฎร บทท ี ่ 7
นับตั้งแตพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว และสมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ไดเสด็จ “ประพาสตนบนดอย” เพื่อทรงเยี่ยมเยียนพสกนิกรในเขตปาเขาลำเนาไพรที่กันดาร ขาด การคมนาคม การศึกษา และประสบกับปญหานานาประการในระหวาง พ.ศ. 2507 – 2510 บทท ี ่ 7 บทสร ุ ป : ธ สถ ิตในดวงใจทวยราษฎร 180 â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ : ¾ÃÐÃÒª¡Ã³Õ¡Ԩ¹ÇÁÔ¹·ÃÁËÒÃÒªÒà¾×èͻǧ»ÃЪÒÃÒÉ®Ã
พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว จึงไดทรงจัดตั้งโครงการหลวงขึ้นที่ดอยอางขางเปนครั้งแรก ในปพ.ศ. 2512 ในลักษณะโครงการสวนพระองคพระราชกรณียกิจที่ดำเนินการอยางตอเนื่อง อยางครบวงจรตามหลักการทรงงานในทามกลางทองถิ่นทุรกันดาร บางครั้งตองทรงพระดำเนินดวย พระบาทเพื่อเสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรผูทุกขยากในเขตอิทธิพลของผูกอการราย การทรงติดตามงานโครงการหลวงอยางตอเนื่องดวยพระองคเองเปนเวลาติดตอกันจนถึง ปจจุบัน (พ.ศ. 2552) รวม 40 ปประกอบกับการใชหลักการทรงงาน 23 ขอ แนวพระราชดำริความ รวมมือจากหนวยงานของรัฐ การไดรับความชวยเหลือจากตางประเทศในระยะแรก การปฏิบัติงาน ดวยความเสียสละของบุคคลในโครงการหลวงและอาสาสมัคร สิ่งเหลานี้เกิดจาก “บุญบารมีของ พระองคทาน” ทำใหการปฏิบัติงานบรรลุตามเปาหมาย เพราะผูปฏิบัติงานทุกคน “มีความศรัทธา พรอมจะปฏิบัติงานเพื่อพระองคทาน” และการพัฒนาประเทศ โครงการหลวงมีความสำคัญและเกิดผลประโยชนตอราษฎรผูยากไรอยางไร วิเคราะหไดจาก คำพูดของราษฎรในพื้นที่โครงการหลวง “โครงการหลวงทำใหมถนนีมไฟฟ ีาอางเกบน็ ำ้ความสะดวกสบายตางๆ ไดปลกพู ชเศรษฐกืจิ มีรายไดเพิ่มขึ้น สมัยกอนทำมาหากินลำบาก” นี่คือคำพูดของนายบุรินทรแซกือ บานสิบสองปนนา ตำบลผาชางนอย อำเภอปง จังหวัดพะเยา คณมนตรุีศริพงคิกลุอดตทหารรีบจั างปราบปรามผ กูอการรายคอมมวนิสติ เขตอำเภอเว ยงแกีน จังหวัดเชียงราย กลาววา “โครงการหลวงเขามาดมากีชวยสงเสริมอาชีพปลูกตนไมสรางสิ่งอำนวยความสะดวก” นอกจากนี้คุณมนตรีศิริพงศกุล ไดกลาวตอไปอีกวา “สมัยกอนมีการปลูกฝนเปนจำนวนมาก เพิ่งเลิกปลูกฝนในประมาณ พ.ศ. 2525 บริเวณดอยผาตั้งมีแตระเบิดของ ผกค. เขตของ ผกค. ตั้งแต อำเภอเทิง เชียงของ จนถึง เวียงแกน” จังหวัดเชียงราย เสาไฟฟา ถนน º··Õè 7 º·ÊÃØ» : ¸ ʶÔμ㹴ǧ㨷ÇÂÃÒɮà 181
คุณสมชาติแซฟา บานหวยแลง ตำบลทาขาม อำเภอเวียงแกน จังหวัดเชียงรายกลาววา “โครงการหลวงนอกจากเขามาสงเสริมในการปลูกพืชประณีต (เกษตรอินทรีย) แลวยังนำถนน ไฟฟา ชลประทาน ฯลฯ ใหแกชาวบานทั้งหมดทั้งรวมกับโครงการหลวง และอยูนอกโครงการ” สำหรบั “ขาวโพด ยางพารา ขงินายทนจากภายนอกหมุบูานเขามาสงเสรมิ” คณสมชาตุิแซฟา อธิบายดวยความรูสึกไมเห็นดวยกับพืชเศรษฐกิจบางอยาง เชน ขิง ขาวโพด ที่นายทุนภายนอก สงเสริมหรือชาวบานปลูกเองแตไมตระหนักถึงผลกระทบตอระบบนิเวศปา สำหรับในเรื่องการลงทุนของศูนยพัฒนาโครงการหลวงหวยแลง สมาชิกของโครงการหลวง อธิบายวา “โครงการหลวงสงปจจ ัยการผลิตใหชาวบานแลวนำไปปลูก ขายผลผลิตไดแลวคอย ๆ ผอนสง ใหโครงการหลวง” ไรขาวโพด ขิง ผลิตผลโครงการหลวง จากชาวบาน 182 â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ : ¾ÃÐÃÒª¡Ã³Õ¡Ԩ¹ÇÁÔ¹·ÃÁËÒÃÒªÒà¾×èͻǧ»ÃЪÒÃÒÉ®Ã
ในเรื่องโครงการหลวงชวยชาวบาน กำนัน จีลือชา หมูที่ 3 ตำบลทาขาม อำเภอเวียงแกน ไดกลาวสอดคลองกับชาวบานวา “โครงการหลวงชวยชาวบานเยอะมาก” “โครงการหลวงทั้งพูด ทั้งทำ เมื่อเทียบกับโครงการอื่น ๆ” กำนันยังกลาวดวยความเคารพยกยองเทิดทูนอีกวา “เพราะบญบารม ุของพระองคี ทำให เก ดปิจจยพันฐานการผล้ืติเชนถนน ไฟฟา ระบบชลประทาน การประปา ขึ้นในเขตตำบลนี้” คำพดของกำนูนตำบลห ัวยแลงกม็ไดิแตกต างจากคำพ ดของชาวบูานคนอนื่ๆ ทกลี่าวอยางสร ปุ “โครงการหลวงทำใหหนวยงานราชการอน่ืๆ เขามาชวยสรางถนน ไฟฟา ระบบการชลประทาน และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ แกชาวบาน ทั้งสวนที่อยูในโครงการและนอกโครงการหลวง” อยางไรก็ตาม ชาวบานซึ่งไมไดปลูกพืชผักสงโครงการหลวงไดปลูกพืชเศรษฐกิจอื่น เชน ยางพารา ขาวโพด ไมดอก และพืชผักอยางอื่น ๆ กระทบตอระบบนิเวศปาอยางมากมาย ภูเขาหัวโลน ไรผักบนยอดเขา º··Õè 7 º·ÊÃØ» : ¸ ʶÔμ㹴ǧ㨷ÇÂÃÒɮà 183
นายปรีชา แซหูชาวจีนฮอบานไชยา ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหมกลาว อยางชื่นชมในพระบารมีวา “โครงการหลวงทำใหชาวบานมีชีวิตความเปนอยูดีขึ้นเยอะ แตกตางจากแตกอน ผลิตเพื่อกิน บางปก็ไมพอกิน” ในดานการคมนาคม คุณปรีชา อธิบายตออีกวา การเดินทางตองใชม าตาง เพราะ ขาดถนน ตองใช มาตางจากบ านไชยาไปถ ำอ้อ 1 วนัจากถำอ้ อไปไชยปราการบ านหนองบวอักครีงวึ่นั” “การเดนทางดิวยมาตางจากบ านไชยา หมทู 9 ี่ ไปบานเป ยงหลวง (อำเภอเวยงแหงี ) ใชเวลา 1 วนั” พี่นองจีนฮอ อีกคนหนึ่ง กลาวเสริมขึ้นวา “มีแรงและขยันอยางเดยวกี ็พอแลว เพราะวาปุย ยา เมล็ดพืชผัก ฯลฯ โครงการหลวงสนับสนุน ขายผลิตผลแลวหักคาตนทุนกลับไปในการเพาะปลูก มีเจาหนาที่โครงการหลวงคอยแนะนำ” เสนทางสูโครงการหลวงแกนอย บานลาหูนาศรี 184 â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ : ¾ÃÐÃÒª¡Ã³Õ¡Ԩ¹ÇÁÔ¹·ÃÁËÒÃÒªÒà¾×èͻǧ»ÃЪÒÃÒÉ®Ã
คำพูดของชาวบานจากตัวอยางดังกลาวแลว ตั้งแตกอนและเริ่มเกิดโครงการหลวงใหมๆ ขาด ไฟฟา ระบบชลประทาน ถนนตองเดินทางติดตอกับอำเภอเปนเวลาไป-กลับ 1 วัน หรือบางหมูบาน 2 วัน ดวยมาตาง วัวตาง หรือเดินเทา การขาดปจจัยพื้นฐานทางการผลิตก็มีลักษณะคลายคลึงกัน ทั้ง 38 โครงการใน 5 จังหวัดภาคเหนือ สำหรับโครงการที่อยูหางไกลบนภูเขาสูง เชน ศูนยพัฒนา โครงการหลวงแมสะเรียง แมลานอย จังหวัดแมฮองสอน ศูนยพัฒนาโครงการหลวงหวยแลง ผาตั้ง หวยน้ำขุน สะโงะ จังหวัดเชียงราย ศูนยพัฒนาโครงการหลวงแกนอย ปางอุง ขุนแปะ หวยสมปอย อางขาง ฯลฯ จังหวัดเชียงใหมก็แรนแคนกันดารยิ่งกวาพื้นที่โครงการหลวงใกลเขตอำเภอ ปจจัยพื้นฐานในการผลิต ชีวิตความเปนอยูของชาวบานคอย ๆ ดีขึ้นเมื่อเกิด โครงการหลวงบนดอยสูง และกำลังเปลี่ยนแปลงไปในทางดีมากขึ้น จากปจจุบันสูอนาคตอยาง ยั่งยืน ท้งนั ี้เปนเพราะ “บุญบารมีของพระองคทาน” พระบรมราโชวาท และพระราชดำรัส เพื่อเปนแนวทางการปฏิบัติงานของ โครงการหลวง 4 ประการ คือ 1. การลดขั้นตอน ทำใหการปฏิบัติงานของโครงการหลวงลุลวงสำเร็จได รวดเร ็ ว 2. เร ็ ว ๆ เขา คำพูดงาย ๆ คำนี้สรางความกระฉับกระเฉง ใหกับการ ปฏิบัติงานของชาวโครงการหลวง 3. ชวยเขาชวยตัวเอง เนนลงไปตรงจุดสรางความตอเนื่องในการปฏิบัติ อยางแทจริง ซึ่งถึงราษฎรโดยตรง 4. ปดทองหลังพระ อยาทำความดีเพื่อเอาไวอวด เสนทางสูหมูบาน สภาพหมูบานเกา º··Õè 7 º·ÊÃØ» : ¸ ʶÔμ㹴ǧ㨷ÇÂÃÒɮà 185
สำหรับวิธีการปฏิบัติ 4 ประการ คือ 1. วิธีสรางการประสานงานและความรวมมือกับหนวยงานที่เกี่ยวของและประชาชนในพื้นที่ 2. วิธีสรางการกำหนดทางเลือก เชน การเลือกปลูกพืชเศรษฐกิจ ทดแทนฝน ในระยะแรก 3. การบุกเบิกทดสอบสิ่งใหม โดยใชวิธีการวิจัยเพื่อคนหานวัตกรรมที่เหมาะสมกับภูมิสังคม 4. การสรางจิตสำนึกของชาวเขาใหเกิดการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติวัฒนธรรม และ ผืนแผนดิน การจัดการเกี่ยวกับเรื่อง สาม M คือ เงิน (Money) คน (Man) และวิธีการ (Management) สมการคือ M1 + M2 + M3 = ผลสำเร็จ หลักการทรงงาน 23 ขอ คือ • ศึกษาขอมูลอยางเปนระบบ • ระเบิดจากขางใน • แกปญหาที่จุดเล็ก • ทรงทำตามลำดับขั้น • ภูมิสังคม • องครวม • ไมติดตำรา • ประหยัดเรียบงายไดประโยชนสูงสุด • ทำใหงาย • การมีสวนรวม • ประโยชนสวนรวม • บริการรวมที่จุดเดียว • ทรงใชธรรมชาติชวยธรรมชาติ • ใชอธรรมปราบอธรรม • ปลูกปาในใจคน • ขาดทุนคือกำไร • การพึ่งตนเอง • พออยูพอกิน • เศรษฐกิจพอเพียง • ความซ่อสื ัตยสุจริต และกตัญู • ทำงานอยางมีความสุข • ความเพียร • รูรัก สามัคคี การวางระบบงานตามหลักการทรงงานและกระแสพระราชดำรัสการดำเนินพระราชกรณียกิจ โครงการหลวงดวยพระองคเองทั้งมีสวนในการวางแผนดำเนินงาน ประเมินผลงานและปรับปรุงแกไข ความเสียสละในการปฏิบัติงานของบุคลากรโครงการหลวง ความรวมมืออยางดีจากหนวยราชการ ที่เกี่ยวของ “บุญบารมีตลอดจนความเคารพ ศรัทธา” ทำใหชาวบานตลอดจนภาคเอกชนมีสวนรวม ผลักดันใหโครงการหลวงพัฒนาไปอยางยั่งยืน ทั้งนี้ก็เพราะหลักการทรงงานกระแสพระราชดำรัส บุญบารมีที่... “ธ สถิตในดวงใจทวยราษฎร” และความเสียสละของบุคลากรทุกคนที่เกี่ยวของกับโครงการหลวง ดังนั้น โครงการหลวง คือ “พระราชกรณ ี ยกิจนวมินทร มหาราชาเพ ื่อปวงประชาราษฎร” 186 â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ : ¾ÃÐÃÒª¡Ã³Õ¡Ԩ¹ÇÁÔ¹·ÃÁËÒÃÒªÒà¾×èͻǧ»ÃЪÒÃÒÉ®Ã
บรรณาน ุ กรม คณะทำงานปรบปร ังแนวเขตพุนทื้ โครงการหลวง ี่ . คมู อปฏ ืบิตัการพินทื้ โครงการหลวง ี่ . เชยงใหม ี : พงษสวสดั ิ์ การพิมพ, 2551. ชสูทธิ ิ์ชชาตู . ิพอคาววตัางผบูกเบุกการคิ าขายในภาคเหน อของประเทศไทย ื . เชยงใหม ี : โรงพมพิแสงศ ลปิ , 2546. ชสูทธิ ิ์ชชาตูิและคณะ. โครงการอนเนั องมาจากพระราชดำร ื่ ในเขตพ ินทื้อำเภอเม ี่องืจงหวัดแมัฮองสอน . มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหมวิทยาลัยแมฮองสอน. ทุนอุดหนุนการวิจัยองคการบริหารสวนจังหวัด แมฮองสอน, 2550. . การพฒนาการทัองเทยวอยี่างยงยั่นเขตพืนทื้ลี่มแมุน ำสาละว้นิ (อำเภอแมสะเรยงี และสบเมย) ในมิติเศรษฐกิจพอเพียง. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหมวิทยาลัยแมฮองสอน. ทุนอุดหนุนการวิจัย องคการบริหารสวนจังหวัดแมฮองสอน, 2551. ฝายพัฒนามูลนิธิโครงการหลวง. รายงานดานการพัฒนามูลนิธิโครงการหลวง ปงบประมาณ พ.ศ. 2551. ฝายวิจัยมูลนิธิโครงการหลวง. ผลงานวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวงประจำป 2551. เชียงใหม : พงษสวัสดิ์ การพิมพ, 2552. ภศเดชีรชนั , ีม.จ. พระบาทสมเดจพระเจ็าอยหูวั และโครงการหลวง. กรงเทพมหานครุ : Allied Printers, 2551. ภมูพลอดิลยเดชุ , พระบาทสมเดจพระปรม ็นทรมหาิ . คำพอสอน : ประมวลพระบรมราโชวาท และพระราชดำรสั เกี่ยวกับความสุขในการดำเนินชีวิต. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ และมูลนิธิ สดศรี-สดุษวงค, กรุงเทพมหานคร, 2549. มูลนิธิโครงการหลวง. โครงการหลวงของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว. โครงการหลวง, ม.ป.ป. . แผนพับโครงการหลวงของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว. โครงการหลวง, ม.ป.ป. สำนกงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกัจและสิงคมแหังชาต ิและสำนกงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกัจิ และสงคมแหังชาต . ิสมดบุนทักเศรษฐก ึจพอเพิยงี . สำนกงานประสานงานน ัทรรศการเฉลิมพระเกิยรตีฯิ, 2543. สำนกงานคณะกรรมการพัเศษเพิ อประสานงานโครงการอ ื่นเนั องมาจากพระราชดำร ื่ (ิ สำนกงานั กปร.). โครงการ อนเนั องมาจากพระราชดำร ื่ . http://www.rdpb.go.th/RDPB/front/Projects/AboutKingProjects. ิ aspx?p=38 . โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ. http://www.rdpb.go.th/rdpb/TH/BRANDSITE/ theproject_s05.aspx . หลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว. http.//www.cco.moph.go.th/ สำนักงานเสริมสรางเอกลักษณของชาติ. ประพาสตนบนดอย. คณะกรรมการอำนวยการจัดงานฉลอง สิริราชสมบัติครบ 50 ป. 2539. Davidson, Rob. Tourism. 2nd., Singapore : Longman Group Limited, 1995. Goeldner, Charles R. Ritchie Brent J.R. and McIntosh Robert W. Tourism Principles, Practices, Philosophies. Eighth ed. New York : John Wiley and Sons, Inc, 2000 Swarbrooke, J. Sustainable Tourism Management. New York : CABI, 2002. Weaver, David and Oppermann. Tourism Management. New York : John Willey & Sons, Ltd, 2000. ºÃóҹءÃÁ 187
ภาคผนวก จังหวัดเชียงใหม ศูนยพัฒนาโครงการหลวงแกนอย ที่อยู : บานแกนอย ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม 50170 โทร. 053-229521 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงหนองเขียว ที่อยู : บานใหมสามัคคี – หนองเขียว หมู 10 ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม 50170 โทร. 081-2873474 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงหวยลึก ที่อยู : บานหวยลึก ต.ปงโคง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม 50170 โทร. 053-294564 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงแมแฮ ที่อยู : บานแมแฮ ต.แมนาจร อ.แมแจม จ.เชียงใหม 50270 โทร. 053-211489 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงปางอุง ทอย่ี : ูบานปางอ งุต.แมศกึอ.แมแจมจ.เชยงใหม ี 50270 โทร. 053-229625 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร ที่อยู : บานเดน หมู 3 ต.บานจันทรอ.แมแจม จ.เชียงใหม โทร. 053-216433 สถานีวิจัยโครงการหลวงแมหลอด ที่อยู : บานแมหลอด ต.สบเปง อ.แมแตง จ.เชียงใหม โทร. 081-9610014 หรือ มูลนิธิโครงการหลวง 053-810765 ตอ 108 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงมอนเงาะ ที่อยู : บานมอนเงาะ หมู 5 ต.เมืองกาย อ.แมแตง จ.เชียงใหม 50150 โทร. 053-228115 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงแมสะปอก ที่อยู : หมู 5 บานแมสะปอก ต.แมวิน อ.แมวาง จ.เชียงใหม 50360 โทร. 053-268512 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงแมแพะ ที่อยู : อ.สะเมิง จ.เชียงใหม โทร. 053-229536 ÃÒª×èÍâ¤Ã§¡ÒÃËÅǧ·Ñé§ 38 áË‹§ 188 â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ : ¾ÃÐÃÒª¡Ã³Õ¡Ԩ¹ÇÁÔ¹·ÃÁËÒÃÒªÒà¾×èͻǧ»ÃЪÒÃÒÉ®Ã
ศูนยพัฒนาโครงการหลวงแมสาใหม ที่อยู : บานแมสาใหมหมู 6 ต.โปงแยง อ.แมริม จ.เชียงใหม 50180 โทร. 089-8519922 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ที่อยู : 22/8 บานหนองหอยเกา หมู 7 ต.แมแรม อ.แมริม จ.เชียงใหม 50180 โทร. 053-939173 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงขุนวาง ที่อยู : บานขุนวาง หมู 12 ต.แมวิน อ.แมวาง จ.เชียงใหม 50360 โทร. 053-229645, 081-9936778 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงหมอกจาม ที่อยู : บานหวยศาลา หมู 15 ต.ทาตอน อ.แมอาย จ.เชียงใหม 50280 โทร. 053-451463 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงหวยตีนตก ที่อยู : หมู 8 บานปางผึ้ง ต.หวยแกว กิ่งอำเภอแมออน จ.เชียงใหม โทร. 053-228524, 084-1804951 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ ที่อยู : บานขุนแปะ หมู 2 บานแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม 50240 โทร. 053-214417 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงหวยสมปอย ที่อยู : หมู 8 ต.ดอยแกว อ.จอมทอง จ.เชียงใหม 50160 โทร. 053-228240, 081-9519711 สถานีเกษตรหลวงอินทนนท ที่อยู : บานขุนกลาง หมู 7 ต.บานหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม 50160 โทร. 053-268567, 053-268558 ตอ 11 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงปาเมี่ยง ที่อยู : หมู 1 บานปางบง ต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม โทร. 053-229756 สถานีเกษตรหลวงอางขาง ที่อยู : บานคุม เลขที่ 1 หมู 5 ถ.แมงอน – อางขาง ต.แมงอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม 50320 โทร. 053-450107-9 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงแมปูนหลวง ที่อยู : บานขุนแจหมู 8 ต.แมแวน อ.พราว จ.เชียงใหม โทร. 081-9526578 สถานีเกษตรหลวงปางดะ ที่อยู : 192 หมู 10 ต.สะเมิงใตอ.สะเมิง จ.เชียงใหม 50250 โทร. 053-378046 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงแมทาเหนือ ที่อยู : หมู 3 บานหวยบง ต.ทาเหนือ กิ่งอำเภอแมออน จ.เชียงใหม 50130 โทร. 084-8064597 หรือมูลนิธิโครงการหลวง 053-810765 ตอ 108 ÀÒ¤¼¹Ç¡ 189
ศูนยพัฒนาโครงการหลวงทุงหลวง ที่อยู : บานหวยตอง ต.แมวิน อ.แมวาง จ.เชียงใหม 50360 โทร. 053-248061 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงทุงเริง ที่อยู : บานแมขนินเหนือ ต.บานปง อ.หางดง จ.เชียงใหม 50230 โทร. 053-248421 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงหวยเสี้ยว ที่อยู : บานหวยเสี้ยว ต.บานปง อ.หางดง จ.เชียงใหม 50230 โทร. 053-248425 หรือ มูลนิธิโครงการหลวง 053-810765 ตอ 108 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงทุงเรา ที่อยู : บานปาเลา หมู 9 ต.สะเมิงใตอ.สะเมิง จ.เชียงใหม 50250 โทร. 089-8506586 หรือ มูลนิธิโครงการหลวง 053-810765 ตอ 108 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงแมโถ ที่อยู : บานแมโถ ต.สลีอ.ฮอด จ.เชียงใหม 50240 โทร. 053-210935 จังหวัดลำพูน ศูนยพัฒนาโครงการหลวงพระบาทหวยตม ทอย่ี : ูบานผาลาดต.นาทราย อ.ล้ีจ.ลำพนู 51110 โทร. 053-518059 จังหวัดเชียงราย ศูนยพัฒนาโครงการหลวงสะโงะ ที่อยู : บานดอยสะโงะ ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย 57150 โทร. 089-9979815, 081-0322790 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงหวยแลง ที่อยู : บานหวยแลง ต.ทาขาม อ.เวียงแกน จ.เชียงราย 57140 โทร. 053-918441 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง ที่อยู : ต.ปอ อ.เวียงแกน จ.เชียงราย โทร. 081-9606598 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงหวยโปง ที่อยู : บานสบโปง ต.แมเจดียใหม อ.เวียงปาเปา จ.เชียงราย 57260 โทร. 087-1901272 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงหวยน้ำริน ที่อยู : บานหวยน้ำริน หมู 8 ต.แมเจดียใหม อ.เวียงปาเปา จ.เชียงราย โทร. 053-609586 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงหวยน้ำขุน ที่อยู : บานหวยแมสรวย หมู 16 ต.ทากอ อ.แมสรวย จ.เชียงราย 57180 โทร. 053-918457 190 â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ : ¾ÃÐÃÒª¡Ã³Õ¡Ԩ¹ÇÁÔ¹·ÃÁËÒÃÒªÒà¾×èͻǧ»ÃЪÒÃÒÉ®Ã
จังหวัดแมฮองสอน ศูนยพัฒนาโครงการหลวงแมลานอย ที่อยู : บานดง หมู 5 ต.หวยหอม อ.แมลานอย จ.แมฮองสอน 58120 โทร. มูลนิธิโครงการหลวง 053-810765 ตอ 108 หรือกองพัฒนาเกษตรที่สูง 053-281238-40 ศูนยพัฒนาโครงการหลวงแมสะเรียง ที่อยู : บานอมพาย หมูที่ 4 ต.ปาแป อ.แมสะเรียง จ.แมฮองสอน 58110 โทร. 053-619765, 085-7163581 หรือกองพัฒนาเกษตรที่สูง 053-281238-40 จังหวัดพะเยา ศูนยพัฒนาโครงการหลวงปงคา ที่อยู : บานปงคา ต.ผาชางนอย อ.ปง จ.พะเยา 56110 โทร. 054-401023 สถานที่จำหนายผลผลิตโครงการหลวง รานโครงการหลวง สาขา อ.ต.ก. ที่อยู : 101 ถ.กำแพงเพชร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 02-2791551 รานโครงการหลวง สาขามหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร ที่อยู : 50 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตรจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 02-9428656-9 ตอ 23 รานโครงการหลวง สาขาดิโอลดสยาม ที่อยู : 106 ถ.ตรีเพชร วังบูรพาภิรมยพระนคร กรุงเทพฯ 10200 โทร. 02-2250623 รานโครงการหลวง สาขาทาอากาศยาน ดอนเมือง ที่อยู : ชั้น 2 อาคารผูโดยสารขาออกในประเทศ โทร. 02-5356112 รานโครงการหลวง สาขาบองมารเช ที่อยู : 105/1 ถ.เทศบาลสงเคราะหลาดยาว จตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 02-1580673 รานโครงการหลวง สาขาฟวเจอรพารครงสัติ ทอย่ี : 94 ูศนยูการค าฟวเจอรพารครงสัติธญบัรุี ปทุมธานี โทร. 02-9585925 รานโครงการหลวง สาขาการไฟฟาสวนภมูภาคิ ที่อยู : 200 ถ.งามวงศวาน จตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 02-9531170 รานโครงการหลวง สาขาทาอากาศยาน สุวรรณภูมิ ที่อยู : อาคารผูโดยสารขาออกภายในประเทศ โทร. 02-1348888 ตอ 6260 ÀÒ¤¼¹Ç¡ 191
รานโครงการหลวงหัตถกรรม สาขาเซ ็ นทรัลเวิลด ที่อยู : ชั้น 2 เซ็นทรัลเวิลดโซน D ติดอิเชตัน ถ.ราชดำริ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โทร. 02-6407000 ตอ 7974 รานโครงการหลวง สาขาหัวหิน ที่อยู : 214/15 ถ.เพชรเกษม ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ 77110 โทร. 032-514085 รานโครงการหลวง สาขาสุเทพ ทอย่ี : ูคณะเกษตรศาสตรมหาวทยาลิยเชั ยงใหม ี โทร. 053-944087, 053-211613, 053-211656 รานโครงการหลวง สาขาทาอากาศยาน เชียงใหม ที่อยู : บริเวณทาอากาศยานเชียงใหม โทร. 053-270222 ตอ 2127 รานโครงการหลวง สาขากาดฝรั่ง ที่อยู : ถ.เชียงใหม-หางดง อ.หางดง จ.เชียงใหม โทร. 053-432816 192 â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ : ¾ÃÐÃÒª¡Ã³Õ¡Ԩ¹ÇÁÔ¹·ÃÁËÒÃÒªÒà¾×èͻǧ»ÃЪÒÃÒÉ®Ã
¾ÃÐÃÒª¡Ã³Õ¡Ԩ¹ÇÁÔ¹·ÃÁËÒÃÒªÒ à¾×è Í ×èͻǧ»ÃЪÒÃÒɮà »Ç§»ÃЪÒÃÒɮà ¾ÃÐÃÒª¡Ã³Õ Â¡Ô ¨ ¹Ç ÁÔ¹·ÃÁËÒÃÒªÒ ¾ÃÐÃÒª¡Ã³Õ¡Ԩ¹ÇÁÔ¹·ÃÁËÒÃÒªÒ à¾×èÍ»Ç §»ÃЪÒÃÒɮà à¾×èͻǧ»ÃЪÒÃÒɮà มหาวิท ิ ทยาลัยราชภัฏเชีย ียงใหม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ ¤Ã§¡ÒÃËÅǧ â¤Ã§ ¡ÒÃËŠǧ â¤Ã§¡ÒÃËÅǧ “…¢ÍãËŒÃÐÅÖ¡àÊÁÍÇ‹Ò §Ò¹à¡ÉμùÕé¡ÇŒÒ§¢ÇÒ§ÁÒ¡μÑé§áμ‹¡ÒüÅÔμ ÃÇÁ·Ñé§¡Ò䌹¤ÇŒÒà¾×èÍ¡ÒüÅÔμ ¡ÒèѴ¡Ô¨¡Ò蹡ÃзÑè§ ¡ÒèѴ¨Ó˹‹Ò¼żÅÔμ áμ‹ÅФ¹¨§¾ÂÒÂÒÁ·Ó§Ò¹ãËŒÊØ´¤ÇÒÁÊÒÁÒö ¤ÇÒÁÃÙŒ ¤ÇÒÁªÓ¹ÒޢͧμÑÇáÅÐËÇÁÁ×͡ѹ·Ø¡½†Ò ¡ÒÃà¡Éμè֧¨Ð¡ŒÒÇ˹ŒÒ໚¹¼Å´Õ¶Ö§Ê‹Ç¹ÃÇÁä´Œ…” ¾ÃкÃÁÃÒâªÇÒ· ¾ÃкҷÊÁà´ç¨¾ÃÐ਌ÒÍÂÙ‹ËÑÇ ã¹¾Ô¸Õ¾ÃÐÃÒª·Ò¹»ÃÔÞÞÒºÑμà ¢Í§ÁËÒÇÔ·ÂÒÅÑÂà¡ÉμÃÈÒÊμà Çѹ·Õè 9 ¡Ã¡®Ò¤Á 2507