The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จะร้องเพลงชาติไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chomporn petcha, 2021-01-06 03:01:42

จะร้องเพลงชาติไทย

จะร้องเพลงชาติไทย

ÃÇÁº·¡ÇÕ

¨ÐÌͧà¾Å§ªÒµäÔ ·Â

¹ÀÒÅÑÂ ÊØÇÃó¸Ò´Ò

จะรอ้ งเพลงชาติไทย

นภาลยั สุวรรณธาดา

เลขมาตรฐานสากลประจำหนงั สือ (ISBN) 978-616-544-017-2

ครั้งท่ีพิมพ์ พิมพค์ รง้ั ท่ี ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
จำนวนทีพ่ มิ พ์ ๑,๐๐๐ เลม่

สถานทพี่ ิมพ์ โรงพมิ พ์ หจก ภาพพิมพ์ ๒๙๖ ซอยอรณุ อมรนิ ทร์
แขวงบางยข่ี ัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร
โทร. ๐ ๒๔๓๓ ๐๐๒๖-๗

ตดิ ตอ่ สั่งซ้อื นภาลัย สวุ รรณธาดา
๒๙/๔๐๒ โครงการ ๒ เมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ
ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด
จงั หวดั นนทบุรี ๑๑๑๒๐
โทร. ๐ ๒๕๐๓ ๔๑๙๗
E-mail : [email protected]


ราคา ๑๕๐ บาท

บรรณาธิการ ประสิทธ์ิ ฤทธาภิรมย์
รูปเล่ม สุวัฒนา ดีสกลู
ออกแบบปก กำพล นาคทิม

สารบัญ ๓

คยุ กับผู้อา่ น ๑๘
ภาคหนึ่ง จะรอ้ งเพลงชาติไทยให้ใครฟัง ๒๐
๒๒
เพลงชาติ ๒๔
ของขวัญวันเดก็ ๒๖
ตำนานสงกรานต์ ๒๘
สงสารประเทศไทย ๓๐
เพื่อน ๓๒
เพยี งแค่ขออภยั ๓๔
เธอคอื ใคร ๓๖
ภยั (ไม)่ ธรรมชาต ิ ๓๘
กลับมาทน่ี ี ่ ๔๐
เหรยี ญสองดา้ น ๔๒
ความลบั แหง่ เวลา ๔๔
ปฏบิ ตั กิ ารเพอื่ ชวี ติ ๔๘
จากนารก์ สี ถงึ เมกี ๕๐
พลังแห่งกวี ๕๒
๕๔
ภาคสอง ดอกไมว้ ยั เยาว์ ๕๖
๕๘
ดอกไม้วยั เยาว์ ๖๐
เปลขาดสาย ๖๒
ขอคนื ๖๔
หิว
ก่อนตาย
ลกู หมา
จันทรเ์ จ้าขา
วยั รนุ่
ครูขาอยา่ ทิ้งหน ู

ประชาธปิ ไตย ๖๖
บทเรียน ๖๘
เพอ่ื เขา ๗๐
๗๒
ภาคสาม ดว้ ยแรงแห่งรัก ๗๔
๗๖
ด้วยแรงแหง่ รัก ๗๘
สะพานรุ้ง ๘๐
ชมนาด ๘๒
หน่วยของเวลา ๘๔
ปริญญาแหง่ ความไมร่ ู้ ๘๖
นกขม้นิ ๘๘
จากปา่ คอนกรตี ถงึ สวนยาง ๙๒
จากกะตะถึงกะรน ๙๖
เหตุผลขอ้ สุดท้าย ๙๘
๑๐๐
ภาคสี่ แด่...แม่ ๑๐๔
๑๐๘
แด.่ ..แม ่ ๑๑๐
มือแม่ ๑๒๐
รักของแม่ ๑๓๔
สร้อยเม็ดทราย
วันเกิด

ภาคหา้ หิโตปเทศคำกลอน

หิโตปเทศคำกลอน
ตอนท่ี ๑ การผูกมติ ร
ตอนท่ี ๒ การแตกมิตร

ประวัติและผลงาน

รองศาสตราจารยน์ ภาลยั สวุ รรณธาดา

คุยกับผอู้ ่าน

หนังสือเลม่ นี้ผ้เู ขยี นไม่ได้รบกวนขอ “คำนยิ ม” จากผูท้ รงคณุ วุฒิ
เหมือนเลม่ อนื่ ๆ เพราะรบกวนทา่ นบอ่ ย ๆ แลว้ อีกทง้ั ไม่มีคำนำ หน้าน้ี
เปน็ มากกวา่ คำนำเพราะมเี รอ่ื งทอ่ี ยากจะคยุ กบั ผอู้ า่ นแบบเบา ๆ สบาย ๆ
ใช้ภาษาเชิงสนทนา เนื่องจากมีเร่อื งทอี่ ยากจะคุยกับผ้อู า่ นหลายเรือ่ ง
จึงคอ่ นข้างยาว ใครไม่อยากคุยดว้ ยก็พลกิ ไปอ่านกลอนเลยกแ็ ล้วกัน

เรอ่ื งแรกที่ขอคุยกับผอู้ า่ น กค็ ือเรือ่ ง ช่ือหนงั สือ “จะรอ้ งเพลง
ชาตไิ ทย” หนงั สอื เลม่ นม้ี ชี อ่ื ออกจะแปลกกวา่ บทกวเี ลม่ อน่ื ๆ ทอ่ี อกมาแลว้
๓ เลม่ คอื ดอกไมใ้ กลห้ มอน สรอ้ ยเมด็ ทราย และเราเปน็ หนง่ึ เดยี วกนั
เหตุผลข้อแรกท่ีใช้ชื่อน้ีก็เนื่องจากวลี “จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง”
เปน็ วลที คี่ ่อนขา้ งคนุ้ หูคนุ้ ตาคนจำนวนมาก ตลอดเวลากว่า ๔๐ ปี เปน็
วรรคสดุ ทา้ ยในกลอนชอ่ื “เพลงชาต”ิ ซงึ่ แตง่ เมอ่ื ปี ๒๕๑๐ และชนะเลศิ
การประกวดกลอนที่สถานีวิทยุยานเกราะเมื่อปี ๒๕๑๒ แต่บางคนอาจ
ไม่ทราบที่มา หรอื นำไปใชโ้ ดย (แกล้ง) ไม่อ้างองิ ชอื่ ผแู้ ตง่ ท่พี บเสมอคือ
ผอู้ า่ นหรอื บางคนทไี่ ดร้ จู้ กั กนั ไมเ่ ชอ่ื วา่ นภาลยั เปน็ คนแตง่ บางคนบอกวา่
เปน็ ของรชั กาลที่ ๖ บางคนถงึ กบั ไมเ่ ชอ่ื วา่ ผแู้ ตง่ ยงั มชี วี ติ อยู่ ! และบางคน
กเ็ ผลอคดิ วา่ ตวั เองแตง่ เอง จงึ ใส่ชื่อตนเองไปเลยก็มี สว่ นทีล่ อกกลอนไป
ใช้ก็มีการลอกผิด และผิดต่อ ๆ กันไป จนผู้เขียนเองก็ชักงวยงงสงสัย
วา่ เป็นกลอนของตนเองหรือเปลา่

เหตผุ ลขอ้ ทสี่ องกค็ อื ยคุ สมยั นปี้ ระวตั ศิ าสตรซ์ ำ้ รอยที่ “คนไทย
หนั มาฆา่ กนั เอง” ย่งิ กวา่ สมยั ใด และอาจจะซำ้ รอยอกี หากยงั แบง่ เป็นขวั้
เป็นขา้ ง มงุ่ ทำลายลา้ งคนไทยด้วยกนั อยา่ งโหดเหย้ี มเชน่ ทุกวันนี้ กลอน
ช้ินน้ีแต่งเมื่อสมัยท่ีลัทธิคอมมิวนิสม์เข้ามา และคนไทยหนีภัยการเมือง
เข้าป่า โดยถูกลา้ งสมองว่าจะกลับมาชว่ ยพี่น้องคนไทย แต่กลบั ตกเปน็

จะร้องเพลงชรวามตบิไททกยวี 3

เครือ่ งมือของฝ่ายตรงข้าม สมัยนยี้ ่งิ ร้ายกว่าลัทธิของต่างชาติ เพราะเป็น
คนไทยด้วยกนั แท้ ๆ ทจี่ ้องจะฆ่ากันเอง กลอนชิน้ นผี้ เู้ ขียนได้รบั เชญิ จาก
สมาคมกวีร่วมสมัยให้ไปอ่านที่โรงแรมแถวถนนราชดำเนิน เม่ือวันที่ ๗
เมษายน ๒๕๕๓ วนั นนั้ ยงั ไมม่ เี หตรุ นุ แรง มแี ตก่ ารชมุ นมุ อยตู่ ามถนนนน้ั
แตข่ ณะทอี่ า่ นรสู้ กึ วา่ ใจไมด่ ี ขนลกุ เกรยี ว เหมอื นเปน็ ลางสงั หรณท์ น่ี า่ กลวั
แลว้ กเ็ ปน็ จรงิ ในอีก ๓ วนั ต่อมา !

นน่ั กค็ อื เหตผุ ลสองขอ้ ทเี่ ลอื กใชช้ อื่ หนงั สอื ดว้ ยวลนี ี้ หวงั วา่ จะชว่ ย
สะกดิ ใจให้ไตร่ตรองกนั มาก ๆ อยา่ ไดค้ ดิ จะลุกมาฆา่ กันอีกเลย

เร่อื งที่สองทีอ่ ยากจะคุยกบั ผู้อา่ นก็คือ เนอื้ หาในหนงั สือ ซ่ึงแบ่ง
เป็น ๕ ภาค หรือ ๕ ตอน ภาคแรก นอกจากกลอน “เพลงชาต”ิ แลว้
เป็นกลอนแต่งใหม่ทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ
เมื่อเดือนเมษายน - พฤษภาคม ๒๕๕๓ ภาคท่ีสองถึงภาคท่ีสี่ มีทั้ง
กลอนใหม่ และกลอนเก่าที่คัดเลือกมาจากหนังสือ สร้อยเม็ดทราย
ทไ่ี ดร้ างวลั เม่อื พ.ศ.๒๕๓๕ พมิ พ์ ๒ ครงั้ แลว้ ไมค่ ิดจะพิมพ์อีกเพราะ
เนอ้ื หาไมม่ ากพอ กเ็ สยี ดายเพราะมกี ลอนเกย่ี วกบั เดก็ ธรรมชาติ ความรกั
และโดยเฉพาะเก่ียวกับแม่ เป็นความรักท่ีไม่มีวันล้าสมัย เรื่องแม่นี้มี
หลายชิ้นอยูใ่ นหนงั สอื กลอนท้งั ๓ เลม่ มีหลายคนขอให้เขียนเกยี่ วกบั
แม่ ๆ ลูก ๆ รวมเล่มโดยเฉพาะ ก็คิดอยู่เหมือนกัน ถ้าไม่ตายเสียก่อน
กค็ งจะทำได้

สำหรับภาคที่ห้า หิโตปเทศคำกลอน เป็นกลอนนิทานขนาดยาว
แต่งไว้นานแล้วตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาโท คิดหัวข้อวิทยานิพนธ์ไม่ออก
เพื่อนคนหน่งึ ท่ีเรยี นมาดว้ ยกนั ตง้ั แต่ช้นั มัธยมปลาย สมยั เป็น ม. ๗ ม. ๘
ทโี่ รงเรยี นเตรยี มอุดมศกึ ษาพญาไท จนจบปริญญาตรีท่ีครศุ าสตร์ จฬุ าฯ
แล้วก็หายหน้ากันไปนาน กลับมาเรียนปริญญาโทก็มาเรียนด้วยกันอีก
โดยมิได้นัดหมาย ช่ือปรีชา แม้นมินทร์ (ซ่ึงคงไม่ได้เจอกันอีกในชาตินี้
เพราะชงิ หนไี ปสบายเสยี กอ่ น) วนั หนงึ่ เจอกนั ทค่ี ณะ เขากแ็ นะวา่ ใหเ้ ขยี น

4 รจวะมรบอ้ ทงกเพวี ลงชาตไิ ทย

กลอนเรื่องหิโตปเทศ ให้เด็กอ่าน แล้วทำเป็นหนังสืออ่านประกอบ
เอาไปทดลองสอนทำวิจัยได้เลย ได้หนังสือกลอนด้วย ได้วิจัยด้วย
ฟงั แลว้ กต็ กลงใจทนั ที นง่ั เขยี นอยหู่ ลายวนั หลายคนื ยากกวา่ ทำวจิ ยั เสยี อกี
โชคดีได้อาจารย์ที่ปรึกษาที่ชอบกลอน คือศาสตราจารย์ ดร.สุจริต
เพียรชอบ ซ่ึงท่านดูแลผู้เขียนมาตั้งแต่เรียนปริญญาตรีจนถึงปริญญาโท
กเ็ ลยเรยี นจบเรว็ ทา่ นไดร้ บั การยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รตจิ ากกระทรวงวฒั นธรรม
เปน็ ปชู นยี บคุ คลดา้ นภาษาไทย และเปน็ ปชู นยี บคุ คลในดวงใจของผเู้ ขยี น
ดว้ ย (กราบขอบพระคณุ อกี ครงั้ ) สำหรบั ความดขี อง “หโิ ตปเทศคำกลอน”
ขออทุ ศิ ให้ปรีชา ขอบคุณที่ทำใหเ้ ขยี นเรื่องนี้ ทำใหเ้ รียนจบ วา่ ง ๆ กช็ ว่ ย
มาเขา้ ฝนั ว่าควรจะเขยี นเรื่องอะไรต่อไปอีก

ขอคุยต่อเรอ่ื ง “หิโตปเทศคำกลอน” ที่นำมารวมพมิ พใ์ นเล่มนกี้ ม็ ี
เหตุผลหลายข้ออีกนั่นแหละ เหตุผลแรก ก็คือ ยังไม่เคยพิมพ์เผยแพร่
นอกจากอยู่ในงานวิจัยคร้ังน้ัน จึงอยากจะพิมพ์เก็บไว้ในตลาดหนังสือ
เรือ่ งหิโตปเทศนแ้ี ม้จะเกา่ แกน่ ับพันปมี าแลว้ แต่ยังไมล่ า้ สมัย ณ พ.ศ. นี้
กย็ งั นำไปใชไ้ ดอ้ ยู่ เสฐยี รโกเศศและนาคะประทปี ไดแ้ ปลจากฉบบั ภาษาองั กฤษ
ไว้ ๔ ตอน แตผ่ เู้ ขยี นนำมาเพยี ง ๒ ตอน คอื การผกู มติ ร และ การแตกมติ ร
จากชอ่ื ตอนทง้ั สองนจ้ี งึ มาถงึ เหตผุ ลขอ้ ทสี่ อง คอื เปน็ เรอ่ื งทต่ี รงกบั ยคุ สมยั
ท่ผี ้คู นในบ้านเมืองเรากำลังแตกแยกกัน อ่านแล้วจะได้เป็นอุทาหรณ์ว่า
การแตกมิตรน้ันเกดิ จากการยยุ งของคนไม่ก่ีคน แต่ก่อให้เกดิ ผลเสียหาย
รา้ ยแรงมากมายทง้ั ประเทศ

ส่วน เหตุผลข้อท่ีสาม ก็คือ สมัยนี้นิทานยาว ๆ ที่แต่งเป็น
กลอนแปดตามฉนั ทลกั ษณ์ หรอื “กลอนขนบ” แบบนไ้ี มค่ อ่ ยมี แฟนคลบั
หลายคนของผูเ้ ขยี นมกั ขอซื้อหนังสือกลอนไปให้ลูก ๆ อา่ น กลอนนทิ าน
น้ีจะได้เป็นประโยชน์แก่เด็กท้ังในเร่ืองกระบวนกลอน และคติเตือนใจ
เรอ่ื งหโิ ตปเทศแมจ้ ะเปน็ นทิ านสตั วค์ ลา้ ยนทิ านอสี ป แตเ่ รอื่ งซบั ซอ้ นกวา่
เพราะเป็นนทิ านซ้อนนทิ าน เด็ก ๆ อา่ นยาก ผเู้ ขยี นจงึ ไดป้ รบั ใหง้ า่ ยขน้ึ

จะรอ้ งเพลงชรวามตบไิ ททกยวี 5

(รายละเอยี ดทางวชิ าการของเรอื่ งนโี้ ปรดอา่ นจากภาคทห่ี า้ ) สามขอ้ นคี้ อื
เหตผุ ลทเ่ี ลือกหโิ ตปเทศคำกลอนมารวมพิมพด์ ว้ ย

เร่อื งที่สามท่จี ะคุยกับผอู้ า่ นกค็ ือ แรงบนั ดาลใจ ว่าเหตใุ ดจึงเกดิ
ทำขยันมาพิมพ์หนังสือกลอนในช่วงน้ี หลังจากท่ี ดอกไม้ใกล้หมอน
พมิ พ์มา ๖ คร้ังแล้ว ก็เขียนกลอนใหมไ่ ปเรอื่ ย ๆ ไมไ่ ด้คดิ จะรวมเล่มอกี
เพราะตลอดชวี ติ ราชการประมาณ๒๓ปีทม่ี หาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช
เขียนแต่ตำรา (รวมได้ถึง ๒๖ เล่ม) ในความคิดมีแต่งานวิชาการจนลืม
เร่ืองรวมกลอนเสียสนิท จวบจนเกษียณอายุราชการเม่ือ พ.ศ. ๒๕๔๗
มีคนเชิญเป็นวิทยากรค่อนข้างมาก เพราะเห็นว่าว่างแล้ว บรรยายเร่ือง
“การเขียนหนังสือราชการ” และ “การเขียนผลงานวิชาการ” เดินสาย
ท้ังกรงุ เทพฯ และต่างจังหวดั บรรยายทุกวนั แทบไม่มีวนั หยุด ไดพ้ บปะ
ผู้เข้ารับการอบรมเดือนละประมาณพันคน ปีหนึ่งก็ประมาณหมื่นคน
เร่ิมแรกก็พิมพ์ ดอกไม้ใกล้หมอน ก่อน สาเหตุที่พิมพ์ใหม่แรกเร่ิมจากมี
แฟนพันธุ์แท้คนหน่ึง แท้ชนิดที่จำกลอนในดอกไม้ใกล้หมอนได้ทุกช้ิน
ชอ่ื อาจารย์ฐานร์ ตี ไดพ้ บกนั ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เธอทวงถามวา่
หนงั สอื ไมม่ ใี นทอ้ งตลาดแลว้ นา่ จะพมิ พใ์ หม่ กต็ อ้ งขอขอบคณุ ไว้ ณ ทน่ี ้ี
ทเ่ี ธอเปน็ ผจู้ ดุ ไฟทม่ี อดไปแลว้ ใหส้ วา่ งวาบขนึ้ มาได้ จงึ ลกุ ขน้ึ มาพมิ พใ์ หม่
วางตลาดในเครอื ศนู ยห์ นงั สือจุฬาฯ แต่ท่ขี ายดีจนต้องพิมพ์ซำ้ หลายครัง้
ก็คือ “ขายตรง” แก่ผู้เข้าอบรม วันแรกวางไว้ก็ไม่มีใครสนใจ แต่พอ
บรรยายเสรจ็ กอ่ นพกั เบรกอ่านกลอนให้ฟังสกั ช้ิน หรอื แค่ครึ่งชน้ิ เทา่ นั้น
ตอนเบรกแค่ ๑๐ นาที หนังสอื กลอนรอ้ ยเล่มก็ขายหมด หรือไมพ่ อขาย
ต้องส่งั ใหส้ ่งไปรษณียต์ ามไปอกี บางแหง่ ไปบรรยายทหี่ น่วยงานเดยี วกัน
หลายรนุ่ ผอู้ บรมรนุ่ กอ่ นกม็ าถามหาวา่ มเี ลม่ อน่ื อกี หรอื ไม่ จงึ เกดิ แรงบนั ดาลใจ
ให้รวมเลม่ ใหม่ขึ้นมา ไม่ให้ขายหนา้ ว่ามีแคเ่ ลม่ เดียว

จากการจำหนา่ ยหนงั สือกลอนนี้ หากพอมีเวลา ผเู้ ขยี นก็จะ
เขยี นบทกวีให้ผู้ซ้ือ ๑ บท เป็นการเฉพาะตวั โดยให้ผซู้ อื้ เขียน “ใบสั่ง”

6 จรวะมรบ้อทงกเพวี ลงชาติไทย

เปน็ กระดาษโนต้ บรรยายความประสงคว์ า่ จะใหเ้ ขยี นขอ้ ความเชน่ ใด เชน่
ให้คณุ แมท่ แ่ี ก่ชรา อายุ ๙๐ ปี แล้ว ใหล้ กู ที่ติดเกม ไม่ชอบเรียนหนังสอื
ให้ เพือ่ นรักชือ่ ... ให้สามหี รือภรรยาท่ีนา่ รักมาก ๆ ใหร้ นุ่ พหี่ รือเจา้ นาย
ทจ่ี ะเกษยี ณ ฯลฯ บางคำ่ คนื ผเู้ ขยี นนง่ั เขยี นกลอนราว ๕๐ บท เขยี นชนดิ
ท่ีเร็วกว่ากลอนสดท่ีเคยแข่งขันประชันโต้วาทีต้ังแต่สมัยเป็นนิสิตเสียอีก
แตเ่ ร่อื งเขียนกลอนไวนน้ั กไ็ มใ่ ช่เรอื่ งสำคัญ

ที่เปน็ แรงบันดาลใจ อันสำคัญยงิ่ กค็ อื ในคำขอใหเ้ ขยี นกลอนให้
ทเ่ี รยี กวา่ ใบสงั่ นน้ั บางครงั้ ก็สงั่ ดว้ ยนำ้ ตา คอื มกี ารพรรณนาชวี ติ จรงิ ทรี่ นั ทด
ต้องการขวัญกำลงั ใจอยา่ งยิ่งยวด มหี ลายคร้ังทต่ี ้องการกลอนใหบ้ ุพการี
ท่ีเป็นไม้ใกล้ฝ่ัง และมี ๒ ราย ที่มาร้องไห้บอกว่า ขอกลอนให้คุณแม่
ทก่ี ำลงั โคมา่ ผเู้ ขยี นกล็ นลานเขียนให้มือไมส้ ั่น หลงั จากน้ันไมก่ วี่ ันเธอก็
โทรศพั ท์มารอ้ งไห้อีกวา่ คณุ แมไ่ ด้ฟงั ลกู อ่านแลว้ และ..ไปแล้ว !

นเ่ี องคอื แรงบนั ดาลใจทส่ี ำคญั ผเู้ ขยี นไดค้ น้ พบวา่ การ “สอ่ื ” ทางใจ
แกค่ นทเ่ี ราแทบไมไ่ ดค้ ยุ กนั เลย (เพราะอยใู่ นบรรยากาศทางวชิ าการตลอด)
ไมม่ วี ธิ อี น่ื ใดทจี่ ะสอื่ หวั ใจกนั ไดแ้ บบตวั ตอ่ ตวั เชน่ นี้ ชา่ งเปน็ การสอื่ สารท่ี
มคี ณุ คา่ เหลอื เกนิ กลอนทผ่ี เู้ ขยี นเพยี รแตง่ สะสมไวม้ ากมายในเลม่ อาจไมม่ ี
คุณค่าแก่ผู้อ่านเท่ากับท่ีเขียนให้เพียงบทเดียวน้ันก็ได้ หนังสือกลอน
ขอเป็นเพียง “ของแถม” ก็ยังดี บางคนขอซ้ือ ๕๐ เล่ม เพื่อให้คุณแม่
เอาไปถวายพระ ผเู้ ขียนก็ขอโดยสารบญุ ไปดว้ ย จึงเกิด แรงบนั ดาลใจ
อกี อยา่ งหนง่ึ กค็ อื คา่ ขายหนงั สอื กลอนไดน้ ำไปทำบญุ สรา้ งพระประธาน
ทอดผ้าปา่ เป็นต้น ชาติหน้าจะไดเ้ กิดมาเขยี นกลอนอีก

จากเร่ืองราวประสบการณต์ ่าง ๆ ทีค่ ุยกับผูอ้ ่านมานี้ ก็มาถงึ เร่ือง
ทจ่ี ะขอคยุ กับผอู้ ่านเป็น เรอ่ื งทสี่ ี่ (บอกไวแ้ ลว้ ว่าจะคุยยาว) คือ ประเดน็
คำถาม ชนดิ ถามเองตอบเอง แตผ่ อู้ า่ นจะตอบอยา่ งไรกไ็ ด้ มอี ยู่ ๔ ประเดน็
ไดแ้ ก่ เขยี นกลอนเพราะอะไร เขยี นเพอื่ อะไร เขยี นอยา่ งไร และเขยี นใหใ้ คร
ดงั จะวา่ ตอ่ ไป

จะรอ้ งเพลงชรวามตบไิ ททกยวี 7

เขยี นกลอนเพราะอะไร

ถา้ ถามคนเขยี นกลอนวา่ มลู เหตจุ งู ใจทท่ี ำใหม้ าเขยี นกลอนคอื อะไร
แต่ละคนคงตอบไม่เหมือนกัน แต่อาจคล้ายกัน เช่น มีตัวแบบที่ชื่นชม
อยากเป็นเช่นน้ันบ้าง หรือบางคนก็เพราะอ่านหนังสือกวีนิพนธ์มามาก
สะสมข้อมลู และความรสู้ ึกมามาก อยากจะถ่ายทอดออกมาบ้าง บางคน
กต็ อบไมไ่ ดว้ า่ เพราะอะไร แคอ่ ยากเขยี นเฉย ๆ บางคนเขยี นเกง่ แลว้ กอ็ ยาก
จะเข้าประชันกลอนท่ีสถาบันต่าง ๆ จัดข้ึน คร้ันได้รางวัล ก็มีกำลังใจ
เพ่ือนฝูงช่ืนชม ครูอาจารย์ก็ช่วยกันผลักดันให้เก่งขึ้นไปเรื่อย ๆ จะได้
สร้างชื่อเสียงให้ตนเอง และสถาบันด้วย ก็เป็นเหตุจูงใจให้ฝึกปรือฝีมือ
มากขน้ึ ใครทเ่ี ขยี นหรอื อยากเขยี นกลอนกล็ องถามตวั เองดวู า่ เราเขยี นกลอน
เพราะสาเหตุอะไร

ท่ียกประเด็นน้ีมาถามก่อน เพราะเป็นการสำรวจตนเองเบ้ืองต้น
ใหร้ ใู้ จตนเองแน่ ๆ เสยี กอ่ น แรงจงู ใจมที งั้ แรงจงู ใจภายนอก เชน่ มรี างวลั
หรือส่ิงตอบแทน ได้รับการยกย่องช่ืนชมจากผู้อ่ืน ส่วนแรงจูงใจภายใน
เช่น อยากพิสูจน์ตนเอง มีความเชื่อมั่นว่าเราสามารถท่ีจะทำได้
มีความสุขเมื่อได้เขียน เป็นต้น แรงจูงใจท้ังภายนอกและภายในต่างก็มี
ความสำคญั ทง้ั สน้ิ แตแ่ รงจงู ใจภายในคอ่ นขา้ งมอี ทิ ธพิ ลมากกวา่ และคงทน
ถาวรกวา่ คนทเ่ี ขยี นกลอนไดย้ าวนานจนประสบความสำเรจ็ มกั มแี รงจงู ใจ
ภายในเปน็ อยา่ งมาก แมไ้ มไ่ ดร้ างวลั หรอื สงิ่ ตอบแทนใด ๆ กเ็ ขยี นไดเ้ สมอ
ดังนั้น ต้องให้กำลังใจตนเองเป็นการดีท่ีสุด คิดเสมอว่า แค่เขียนได้ก็
มคี วามสขุ แลว้ สว่ นสง่ิ ตอบแทนตา่ ง ๆ จะมาถงึ เมอ่ื ใดหรอื ไมก่ อ็ ยา่ ไปสนใจ
มนั มากนกั เพราะถา้ ไมไ่ ดอ้ ยา่ งทห่ี วงั กจ็ ะพลอยหมดกำลงั ใจเสยี เปลา่ ๆ

สำหรับผ้เู ขยี นเอง ตอบได้ทันทีว่าเขียนเพราะไมเ่ ขียนมนั ทนไม่ได้
เหมอื นไมไ่ ดห้ ายใจอยา่ งนน้ั แหละ เวลาเกดิ อยากจะเขยี นขน้ึ มา หาปากกา
กระดาษแทบไม่ทัน คว้าเศษกระดาษ หรือซองจดหมายอะไรได้ก็เขียน
ลงไปเลย บางชิ้นเขยี นไมท่ ันทใี่ จมนั สงั่ แต่บางชิ้นกเ็ ขยี นท้งิ ไวจ้ นลืม

8 จรวะมรบ้อทงกเพวี ลงชาติไทย

มลู เหตจุ งู ใจกอ็ าจเปน็ เพราะอา่ นหนงั สอื มาก ประกอบกบั พอ่ ชอบ
เขยี นกลอนไวห้ ลงั รปู แมบ่ า้ ง รปู เราเองบา้ ง เขยี นไวแ้ ทบทกุ ใบ เหน็ มาแตเ่ ดก็
ก็ติดตา แล้วก็ติดใจไม่รู้ตัว น่ีกระมังมูลเหตุจูงใจแต่แรกเร่ิม เม่ือเรียน
หนงั สอื ครูให้เขยี นก็เขียนไป ครูเอามาอ่านหนา้ ช้ันบอ่ ย ๆ กม็ แี รงจงู ใจ
ภายนอกเกิดขึ้น ต่อมามีก๊วนเพื่อนคอเดียวกัน สมัยเรียนต้ังแต่โรงเรียน
เตรยี มอุดม จนถึงจุฬาฯ เกาะกลมุ่ กันเป็นตังเม ก็มี จนิ ตนา ป่ินเฉลียว
(ทิ้งเพ่ือนไปสบายแล้ว) สุรีย์ พันเจริญ และ รัศมี กองพระทราย
(ปจั จบุ นั นามสกลุ “จงเจรญิ ” อยอู่ เมรกิ าแบบถาวร เพง่ิ เสยี ชวี ติ ) เรอ่ื ยมา
จนมีมิตรรักนักกลอนเพ่ิมข้ึนมากมาย ที่เป็นผู้มีอุปการคุณมาโดยตลอด
อาทิ คุณประยอม ซองทอง ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ๒๕๔๘
ท่ีนอ้ ง ๆ รวมท้งั ผ้เู ขียนเรียกว่า “ป”ู่ มาตั้งแตส่ มัยทเี่ รียน บคุ คล เหล่าน้ี
ก็เป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ผู้เขียนยังอยู่ในวงการกลอนมาจน ทุกวันนี้
เผลอนิดเดียวก็เกือบกง่ึ ศตวรรษแลว้ มูลเหตจุ ูงใจสามารถส่งผลตอ่ เน่ือง
ยาวนานอย่างไม่น่าเชื่อ

เขยี นกลอนเพ่ืออะไร

นอกจากถามตนเองว่าเขียนเพราะอะไรแล้ว ก็ต้องถามต่อไปว่า
เขียนเพื่ออะไร ข้อน้ีตอบไม่ยาก นักเขียนทุกคนย่อมมีจุดประสงค์ หรือ
เป้าหมายชัดเจนในการเขยี น เชน่ เขยี นเพอื่ ลงพิมพใ์ นหนังสือ เขียนเพอ่ื
แสดงจดุ ยนื หรอื อุดมการณ์ทางการเมือง เขียนเพ่อื เตอื นสติสังคม หรือ
เขียนเพ่ือหาสตางค์เลี้ยงชีพ อาจสรปุ เป็น ๒ ขอ้ ใหญ่ ๆ คือ เขียนเพ่ือ สติ
และ/หรือ สตางค์ นั่นเอง สำหรับการเขียนบทกวีร้อยกรองน้ัน เร่ือง
สตางค์ค่อนข้างยาก จะยึดเป็นอาชีพเหมือนงานเขียนประเภทบทความ
นวนิยาย บทโทรทศั น์ ฯลฯ คงไม่ได้ กวีจึงต้องมอี าชีพอ่ืนเปน็ หลกั และ
เน้นการเขียนเพื่ออุดมการณ์ทางสังคม หรือเพ่ือสร้างสรรค์จรรโลงใจ
อะไรก็แล้วแต่ ท่ีไม่ใช่เพื่อสตางค์ สำหรับผู้เขียนเองมีอาชีพสอนหนังสือ
เปน็ หลกั เกษยี ณแลว้ กย็ งั สอนคอื บรรยายในการอบรมอยู่ เรอ่ื งจดุ มงุ่ หมาย

จะร้องเพลงชรวามตบิไททกยวี 9

ในการเขยี นกลอนนน้ั ตอบไดท้ นั ทวี า่ เขยี นเพอ่ื เขยี น เปน็ สำคญั สว่ นทเ่ี ขยี น
เพอื่ คนอ่ืนน้นั จะกล่าวในหวั ขอ้ ตอ่ ไป

การถามตนเองวา่ เขยี นเพอ่ื อะไร เปน็ เรอ่ื งสำคญั เมอ่ื มจี ดุ มงุ่ หมาย
ชดั เจนกจ็ ะมที ศิ ทาง หรอื “ธง” ในการเขยี น ไมอ่ อกนอกทาง สะเปะสะปะ
หรือ “กลอนพาไป” มแี นวทาง หรอื “สไตล”์ ของตนเอง แล้วกม็ งุ่ ตรง
สู่เป้าหมายใหจ้ งได้

เขยี นกลอนใหใ้ คร

คำถามนค้ี งจะตอบไดช้ ดั เจนทกุ คน บางคนอาจตอบวา่ เขยี นให้
คนทเี่ รารกั และรกั เรา จะเขยี นใหใ้ ครกต็ าม อยา่ งนอ้ ยทส่ี ดุ เราไมไ่ ดเ้ กลยี ด
เขาแนน่ อน เพราะถา้ เกลยี ดกค็ งไมเ่ สยี เวลา เสยี อารมณเ์ ขยี นให้ กลอนจงึ
ไม่ควรมปี ระเภทด่าใครหยาบ ๆ คาย ๆ ถ้าเขาเปน็ คนไมด่ ี ดา่ อยา่ งไรก็
ไม่เจบ็ อย่แู ล้ว ไมม่ ปี ระโยชน์ ถา้ อยากแสดงอารมณ์โกรธอะไรก็เขยี นไป
แต่ไม่ได้เขียนให้เขา อย่างมากก็อาจจะแค่เตือนหรือสะกิดใจเท่าน้ัน
กลอนจึงมกั เขยี นใหค้ นท่ีดี ๆ มากกวา่

ถ้าจะแบ่งคนท่ีอ่านกลอนก็มี ๒ กลุ่มใหญ่ ๆ คือ คนท่ีรู้จักเรา
กับคนท่ีไม่รู้จักเรา ถ้าเป็นหนังสือท่ีไม่ได้รับรางวัล เพราะไม่ได้ส่งไป
ประกวด หรอื สง่ ไปแลว้ ไมไ่ ดก้ ต็ ามที หรอื ผเู้ ขยี นไมม่ ชี อื่ เสยี ง คนทไ่ี มร่ จู้ กั
ผเู้ ขยี นเปน็ สว่ นตวั กม็ กั จะไมส่ นใจหนงั สอื กลอน เพราะกลอนปจั จบุ นั มกั
เขียนเปน็ ช้นิ ส้ัน ๆ ไมม่ ีเรื่องราวตัวละครให้ติดตามอย่างต่อเน่ืองเหมือน
นวนิยาย กลอนที่วางขายอยู่ตามแผงหนังสอื จึงขายไดน้ อ้ ย เพราะเขยี น
ใหค้ นท่ไี ม่รจู้ ักกนั และไม่มวี นั รจู้ ักเลยถา้ เขาไมอ่ ่าน

แต่บทกวีกม็ ีขอ้ ไดเ้ ปรียบกวา่ งานเขยี นประเภทอน่ื ตรงที่สามารถ
เขียนให้ คนที่รู้จักเรา หรือ เรารู้จักเขา ได้เสมอ ท่ีเห็นอยู่บ่อยมากคือ
บทอาศริ วาทในวโรกาสสำคญั เชน่ วนั เฉลมิ พระชนมพรรษา ในหนา้ หนงั สอื
และวทิ ยุ โทรทศั น์ จะเต็มไปดว้ ยบทกวี กวจี ะถูกควานหาตัวมาใหเ้ ขยี น

10 จรวะมรบ้อทงกเพวี ลงชาตไิ ทย

หรอื เขยี นเองสง่ ไปเองโดยไมม่ ใี ครขอ กม็ กั ไดร้ บั การเผยแพร่ นอกจากนนั้
ในวนั สำคญั ของบคุ คลตา่ ง ๆ เชน่ วนั แตง่ งาน วนั เกดิ วนั เกษยี ณอายงุ าน
กถ็ อื เปน็ ของขวญั ชน้ิ สำคญั ทมี่ คี วามสขุ ทงั้ ผใู้ หแ้ ละผรู้ บั ผเู้ ขยี นเคยเขยี น
ใหแ้ พทยผ์ หู้ นง่ึ ทร่ี กั ษาเรา แพทยผ์ นู้ น้ั กจ็ ดจำเราไดไ้ มว่ า่ เวลาจะผา่ นไปกป่ี ี
และมคี นไขก้ พี่ นั กห่ี มน่ื คนกต็ าม เวลาทมี่ คี นรจู้ กั กนั เสยี ชวี ติ เขยี นกลอนให้
เขากเ็ อาไปลงหนงั สอื งานศพ เกบ็ ไวไ้ ดน้ านกวา่ พวงหรดี ถอื เปน็ การทำบญุ
ทม่ี อี านสิ งสไ์ ม่น้อย แม้คนทไ่ี ม่รู้จักกัน บางทีญาติมาขอให้เขยี นให้ ก็พอ
เขยี นไดถ้ า้ ใหข้ ้อมูลมาศกึ ษาก่อน

สำหรบั ผเู้ ขยี นเอง ถา้ ถามวา่ เขยี นใหใ้ คร กไ็ ดต้ อบไวบ้ า้ งแลว้ ในเรอื่ ง
แรงบนั ดาลใจ วา่ ส่วนหนง่ึ เขยี นให้คนที่เห็นหน้ากัน (ในการอบรม) แม้
ไม่สนิทกัน แต่ก็ส่ือความรู้สึกกันได้จากคำอธิบายความประสงค์ของเขา
ถือเป็นบุคคลท่ีผู้เขียนเขียนให้จำนวนมากท่ีสุดในชีวิต นับแล้วก็น่าจะ
หลายพันคน หลายพนั บทแลว้ เสียดายว่าเก็บข้อมูลไม่ได้ แรก ๆ เคยให้
คนจดไว้ แตพ่ อรบี ๆ และมาก ๆ เขา้ กเ็ ลยไมไ่ ดจ้ ดอกี นบั เปน็ ประสบการณ์
การ เขียนให้ใคร ท่ีมีความสุขย่ิง

สมัยท่ีเป็นสาราณียกรหนังสือรุ่นบัณฑิตครุศาสตร์ที่เข้าเรียนปี
๒๕๐๔ ผเู้ ขยี นไดเ้ ขยี นบทกวใี หเ้ พอ่ื นแตล่ ะคน ทเ่ี รารจู้ กั อยา่ งดตี ลอด ๔ ปี
ที่เรียนด้วยกันมา เป็นการบรรยายลักษณะของเขาแบบสนุก ๆ และ
ประทับใจ ผู้เขียนจำกลอนเหล่าน้ันไม่ได้แล้ว แต่เพื่อนทุกคนจำกลอน
ทเ่ี ขยี นให้เขาได้ และคงจำไดต้ ลอดชวี ติ เหมือนเปน็ กลอนประจำตวั

นอกจากน้ัน เวลาที่มีงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย ก็ต้องเขียน
อยู่แลว้ ปีละหลายชนิ้ ถ้ารวบรวมไวค้ งไดห้ ลายรอ้ ยชน้ิ แม้ไม่ได้รวบรวม
ไว้เป็นหลักฐาน ก็พอมีคนจำได้ ส่วนกลอนที่เขียนให้หน่วยงานอ่ืน ๆ
หลายแหง่ เขาก็ติดไว้หนา้ หอ้ ง หน้าตึก คูส่ มรสก็เกบ็ กลอนทเี่ ราเขียนให้
ใส่กรอบติดไว้ในบ้านหรือในอัลบัมก็แล้วแต่ และคงจะจำได้ เสียดายท่ี
เพื่อนรักคนหน่ีง ซึ่งเราโทรศัพท์ไปถามเมื่อรู้ว่าเขาอยู่โรงพยาบาล ว่า

จะร้องเพลงชรวามตบิไททกยวี 11

อยากไดอ้ ะไรบา้ ง เขาตอบวา่ อยากไดก้ ลอน แตไ่ มท่ นั เขยี นเขากด็ ว่ นจากไป
เสียก่อน ผู้เขียนคิดทีไรก็เสียใจทุกที หลังจากน้ัน เมื่อมีใครที่มาขอ
หรือคดิ จะเขยี นใหใ้ คร กต็ ้องรบี เขยี นให้เรว็ ท่ีสดุ

ที่ภูมิใจท่ีสุดเห็นจะเป็นตอนที่กระทรวงศึกษาธิการมาขอให้เขียน
บทกวีในหนังสือเรียนชุด “พ้ืนฐานภาษา” ช้ัน ป.๑ - ป.๖ เขียนไว้
ท้ายบทเรียนเกือบทุกบท ตอนหลังบางบทก็ได้รับเลือกเป็นบทอาขยาน
ท่องจำกันมาจนทุกวันน้ี หลานท่ีเกิดมาทีหลัง ก็ได้มาท่องในบ้านโดย
ไมร่ มู้ ากอ่ นวา่ เปน็ ของคณุ ยา่ ฟงั แลว้ กช็ นื่ ใจ นกึ ไมถ่ งึ วา่ ทำอะไรไวก้ ต็ กทอด
ถึงลกู หลานจริง ๆ

ดงั นน้ั คนทเ่ี ขยี นบทกวี ตอ้ งภมู ใิ จวา่ เรามสี มบตั อิ นั มคี า่ ยง่ิ อยใู่ นตวั
ใครก็ขโมยไปไม่ได้ เราใหใ้ ครเขากด็ ใี จ เราลืมไปแลว้ แต่เขาจำได้ไมล่ มื
เปน็ สง่ิ ทใี่ หไ้ ปเทา่ ไรกไ็ มห่ มด มแี ตเ่ พม่ิ คณุ คา่ ขนึ้ ตามกาลเวลา เขยี นใหใ้ คร
ก็ได้ รู้จักหรือไม่รู้จักกันก็เขียนให้ได้ นี่แหละคือคำตอบว่า เขียนกลอน
ให้ใครก็ได้

เขยี นกลอนอยา่ งไร

ประเด็นน้ีถ้ามีใครมาถามรายละเอียดก็คงให้ไปอ่านชุดวิชา
ภาษาไทย ๒ (การประพนั ธส์ ำหรบั ครู) ของสาขาวชิ าศกึ ษาศาสตร์ มสธ.
เป็นตำราเลม่ ใหญ่ ๒ เล่ม ซ่ึงผู้เขยี นสมยั ทเ่ี ปน็ อาจารย์ ไดร้ ะดมอาจารย์
กวีทั้งหลายมาช่วยกันเขียน แต่ในท่ีนี้จะคุยกับผู้อ่านส้ัน ๆ เผื่อเด็ก ๆ
มาอ่าน หรือใครจะนำไปสอนเด็กก็ได้ ผู้เขียนขอกำหนดคำ ๔ คำ
ท่เี ป็นหลกั การเขยี น คอื รูป รส พจน์ เสยี ง ซ่ึงนำมาจาก รปู รส กลิน่
เสียง นัน่ เอง จะไดจ้ ำง่าย ๆ

รปู หมายถงึ รปู แบบของคำประพนั ธ์ทง้ั ทเ่ี ปน็ รปู แบบตามฉนั ทลกั ษณ์
ดงั้ เดมิ คอื โคลง ฉนั ท์ กาพย์ กลอน รา่ ย ลลิ ิต กลบท และกลอนพืน้ บา้ น
หรือฉันทลักษณ์รูปแบบใหม่ท่ีใครจะสร้างสรรค์ขึ้นก็ตาม บทกวีทุกชาติ

12 จรวะมรบอ้ ทงกเพวี ลงชาติไทย

ยอ่ มมรี ปู แบบทง้ั สน้ิ แม้ กลอนเปลา่ กม็ รี ปู แบบอยใู่ นตวั เดก็ ชน้ั ประถมศกึ ษา
เมื่อหัดเขยี น ครกู ไ็ ม่ควรเครง่ ครัดรปู แบบมากนกั (แต่ตัวอยา่ งทนี่ ำมาให้
เดก็ อา่ นตอ้ งมรี ปู แบบทด่ี )ี ครน้ั โตขน้ึ ควรใหแ้ ตง่ อยา่ งมฉี นั ทลกั ษณถ์ กู ตอ้ ง
คำประพันธร์ ้อยกรองก็ยากตรงน้แี หละ คอื จะบรรจุถอ้ ยคำท่ดี ที ส่ี ุดลงไป
ในกรอบทก่ี ำหนดไดเ้ พียงใด เม่ือเกง่ กลา้ ข้ึน จะคดิ รปู แบบใหม่ขึ้นมาให้
พิสดารอย่างไรก็ได้ แต่ไม่ควรเขียนอะไรท่ีดูไม่ออกว่าเป็นร้อยกรอง
แลว้ บอกวา่ นแี่ หละรปู แบบอสิ ระ ถา้ ชอบอสิ ระมาก ๆ กไ็ ปเขยี นรอ้ ยแกว้
เสยี จะดีกว่า

รส หมายถงึ รสแห่งภาษา รสแหง่ อารมณ์ รสวรรณคดี รสนยิ ม
หรือรสชาติก็ได้ บทกวีอ่านแล้วย่อมได้รสชาติ มิใช่ได้แต่เนื้อหา
เช่นอ่านแล้วโกรธ อ่านแล้วเศร้า น้ำตาไหล อ่านแล้วกลัว อ่านแล้วปีติ
เอบิ อม่ิ ซาบซงึ้ ใจ เปน็ ตน้ ทางทฤษฎวี รรณคดไี ทย และวรรณคดสี นั สกฤต
กำหนดรสวรรณคดีไว้มากมาย ซ่ึงจะไม่กล่าวให้เป็นวิชาการเกินไป
เอาเปน็ วา่ อา่ นแลว้ ไมร่ สู้ กึ เฉย ๆ ไรอ้ ารมณก์ แ็ ลว้ กนั ทสี่ ำคญั ผเู้ ขยี นกต็ อ้ ง
เกิดความรู้สึกเช่นน้ันด้วย มิฉะนั้นมันจะดูเสแสร้ง ไม่ “เนียน” ปัญหา
อยู่ท่ีว่า รู้สึกอะไรมากมาย แต่เขียนไม่ได้สักครึ่งที่รู้สึก นี่เองที่ว่ายาก
ตอ้ งเขยี นชนดิ ทผ่ี อู้ า่ นบอกวา่ “เขยี นออกมาไดอ้ ยา่ งไร เราเองกร็ สู้ กึ เชน่ นี้
แหละแตเ่ ขยี นไมไ่ ด”้ ผอู้ า่ นบางคนบอกวา่ รสู้ กึ เหมอื นกลอนมนั ควกั หวั ใจ
(ผู้อ่าน) ออกมาชำแหละ! เขียนอย่างไรจะได้รสชาติแบบนี้ ไม่มีวิธีอื่น
นอกจากลองอ่านกลอนมาก ๆ และเขียนเม่ือหวั ใจมันรู้สึกเชน่ นนั้ จริง ๆ
ชนดิ “ทนไม่ไหวแล้ว ต้องเขียนออกมาให้ได้” ใครทอ่ี า่ นมาก เขยี นมาก
ก็จะไดร้ สชาตเิ อง ไม่มวี ิธีอะไรดกี ว่าน้ี

พจน์ ในท่ีน้ีหมายถึง “ภาพพจน์” (Figures of speech) คือ
ภาพแห่งถอ้ ยคำ เปน็ เทคนคิ การเขียนท่ีการทำใหผ้ ้อู ่านสมั ผัสได้ ศิลปะ
ภาพเขียนน้ันสามารถมองเห็นได้ชัดเจน แต่ตัวอักษรไม่มีภาพให้เห็น
ต้องใช้ภาพพจน์บ้าง เช่น เปรียบเทียบว่าสวยเหมือนนางฟ้า (อุปมา)

จะรอ้ งเพลงชรวามตบิไททกยวี 13

น้ำตกไหลดัง จอกโครม โครม ๆ (สัทพจน์) ต้นไม้เล่าเร่ืองราวต่าง ๆ
(บุคลาธิษฐาน หรือ บุคคลสมมุติ) เป็นต้น ภาพพจน์มีนับสิบประการ
ใครสนใจก็หาอา่ นไดใ้ นตำราทีก่ ล่าวข้างตน้

เสยี ง ในทน่ี หี้ มายถงึ เสยี งสมั ผสั เสยี งสระพยญั ชนะทที่ ำใหบ้ ทกวี
ไพเราะ โดยเฉพาะอ่านทำนองเสนาะ ถ้าเสียงของคำไม่เหมาะสม
กจ็ ะอ่านยาก อ่านไม่ไพเราะ คำประพนั ธร์ ้อยกรองบางชนิดกำหนดเสียง
ของคำไว้ชัดเจน คือ โคลง เช่น โคลงส่ีสุภาพต้องมีคำเอก เจ็ดแห่ง
และคำวรรณยุกต์โทส่ีแห่ง ส่วนกลอนน้ันมิได้มีข้อบัญญัติชัดเจน แต่มี
ขนบนยิ มทผ่ี แู้ ตง่ ไมค่ วรพลาด คอื คำทา้ ยวรรคแตล่ ะวรรค กำหนดเสยี งไว้
(ไม่คำนึงถงึ รูปวรรณยกุ ต์) ดงั นี้

ทา้ ยวรรคแรก เสยี งอะไรก็ได้ (แตเ่ สยี งสามัญอาจไม่เร้าใจ)
ท้ายวรรคท่สี อง ห้ามเสียงสามญั และเสยี งตรี
ทา้ ยวรรคทสี่ ามและส่ี ใช้ไดเ้ ฉพาะเสียงสามัญกบั ตรี
กาพย์และฉันท์ไม่กำหนดเร่ืองเสียงท้ายวรรค แต่ก็ควรมีเสียงต่ำ
เสียงสูงให้อ่านไพเราะเช่นเดียวกัน กาพย์และฉันท์ไม่นิยมลงท้ายวรรค
ด้วยคำท่ีมีวรรณยุกต์กำกับ แตน่ าน ๆ ทีจะมีบา้ งก็ไม่วา่ กัน
สว่ นเสยี งสมั ผสั นน้ั สมั ผสั นอกตอ้ งมอี ยแู่ ลว้ ตามบญั ญตั ิ สว่ นสมั ผสั ใน
นั้นไม่บังคับ แต่ถ้ามีก็ทำให้ไพเราะ มีท้ังสัมผัสพยัญชนะและสัมผัสสระ
อา่ นมาก ๆ กจ็ ะรสู้ กึ ไดเ้ องวา่ เสยี งของคำไพเราะหรอื ไม่ ทงั้ เสยี งทา้ ยวรรค
และเสียงสมั ผัส ถ้ายังไม่รูส้ ึกกฟ็ งั การอา่ นทำนองเสนาะบ่อย ๆ จะเขา้ ใจ
(ได้ยิน) ชัดเจนขึ้น หรือจะเขียนแล้วลองอ่านทำนองเสนาะเองก็ได้
(ถา้ ไม่เกรงใจคนฟัง)
นเ่ี ปน็ การอธบิ ายหลกั การแตง่ บทรอ้ ยกรองทส่ี น้ั ทส่ี ดุ ทเ่ี คยเขยี นมา
ใครเก่งแล้วก็ไม่ต้องอ่าน แต่อยากให้ถามตนเองว่า ตัวเรานี้เขียนกลอน
อย่างไร เขียนแบบไหน ทางหวานหรือทางดุ บางคนอาจจะเขียนได้

14 รจวะมรบ้อทงกเพวี ลงชาติไทย

หลายแบบ แต่ส่วนใหญ่มักจะมี “สไตล์” และ “ทาง” ของตนเอง
ไม่ต้องเลียนแบบใคร ข้อสำคัญ อย่าลอกกลอนคนอื่นแล้วใส่ชื่อตัวเองก็
แล้วกัน มันผิด พ.ร.บ. ลิขสทิ ธ์ินะจ๊ะ จะบอกให้ !

เขียนยาวขนาดน้ี ยังอยากคุยต่อ แต่บรรณาธิการคงไม่ยอมแน่
ใครอยากคยุ ดว้ ยกต็ ดิ ตอ่ ได้ ขอขอบคณุ ทอ่ี ดุ หนนุ หนงั สอื ขอบคณุ ทส่ี ละเวลา
อา่ น ขอบญุ กศุ ลจงดลบนั ดาลใหท้ า่ นประสบแตค่ วามสขุ ความเจรญิ ยงิ่ ๆ
ขึน้ เทอญ

นภาลยั สุวรรณธาดา

พฤศจิกายน ๒๕๕๓

จะร้องเพลงชรวามตบไิ ททกยวี 15

““ น้ำเดยี วทด่ี ื่มได้ คอื น้ำใจใช่น้ำเงิน

น้ำตาท่บี ่าเกิน เธอต้องรบั ซบั นำ้ ตา
คำเดยี วท่ดี ับไฟ “ขออภัย..ทผ่ี ่านมา”
รกั เดียวทเี่ ยียวยา คอื รกั ษาประชาชน

ภาคหนึง่
จะรอ้ งเพลงชาตไิ ทยให้ใครฟัง

เพลงชาติ

ธงชาติไทยไกวกวัดสะบัดพลิว้
แลริ้วร้ิวสลบั งามเป็นสามสี
ผา้ ผนื น้อยบางเบาเพยี งเท่าน้ี
แตเ่ ป็นที่รวมชวี ิตและจิตใจ
ชนรุน่ เยาว์ยนื เรียบระเบยี บแถว
ดวงตาแนว่ นงิ่ ตรงธงไสว
“ประเทศไทยรวมเลือดเนอื้ ชาติเชือ้ ไทย”
ฟังคราวใดเลือดซ่านพล่านทั้งทรวง
ผืนแผน่ ดินถน่ิ น้ที ีพ่ ำนัก
เราแสนรักและแสนจะแหนหวง
แผ่นดนิ ไทยไทยตอ้ งครองทง้ั ปวง
ชพี ไมล่ ว่ งใครอยา่ ลำ้ มายำ่ ยี

18 จรวะมรบ้อทงกเพวี ลงชาติไทย

เธอร้องเพลงชาตไิ ทยม่ันใจเหลือ
พลชี ีพเพอื่ ชาติทร่ี ักทรงศกั ดศิ์ รี
เพลงกระหมึ่ ก้องฟา้ กอ้ งธาตรี
แม้ไพรไี ด้ฟงั ยังถอนใจ
แต่สง่ิ หนึ่งซึ่งไทยรา้ วใจเหลอื
คอื เลอื ดเนอ้ื เปน็ หนอนคอยบ่อนไส้
บ้างหากินบนนำ้ ตาประชาไทย
บา้ งฝักใฝล่ ัทธชิ ั่วน่ากลวั เกรง
ทุกวันนี้ศึกไกลยงั ไม่หว่ ง
แตห่ วัน่ ทรวงศกึ ใกลไ้ ลข่ ่มเหง
ถา้ คนไทยหันมาฆ่ากันเอง
จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟงั
(๒๕๑๐)

จะรอ้ งเพลงชรวามตบไิ ททกยวี 19

ของขวัญวันเด็ก

เด็กเดก็ สขุ สนั ตใ์ นวนั เด็ก
ตวั เลก็ ตวั ใหญ่ได้ของขวญั
ไดเ้ ทยี่ วสถานทีท่ ่ีสำคัญ
หน่ึงวนั เฝ้าหวงั มาทั้งปี
เด็กขอของขวัญจากบ้านหนอ
ขอพอ่ เลกิ เหลา้ เลกิ บหุ รี่
เลกิ หวยมวยบอลเลิกบอ่ นที
และเลกิ ตบตแี ม.่ .นะจ๊ะ

เดก็ ขอของขวญั จากบ้านเมือง
เลิกถลงุ เงินเปลืองเลกิ กู้ดะ
เลิกสงครามน้ำลายไร้สาระ
เลิกนะ คอรปั ช่นั นักการเมอื ง
เลกิ การชมุ นมุ อ้มุ คนผดิ
เลกิ คิดขว้ั แบ่งทั้งแดงเหลือง
เลิกเป็นบ่างชา่ งยกุ ุแคน้ เคือง
เลกิ เรอื่ งทั้งปวงลบั ลวงพราง

20 จรวะมรบ้อทงกเพวี ลงชาตไิ ทย

ขอโรงเรียนภาคใตป้ ลอดไฟพษิ
ขอชีวติ ของครูอยูเ่ คยี งขา้ ง
ขอดนตรแี ทนปนื ทีค่ รืนคราง
ขอสวนยางอยา่ ให้ผู้ร้ายครอง
คำขวัญ “คดิ สร้างสรรค์ ขยันใฝร่ ู้
เชิดชคู ณุ ธรรม” จำได้คลอ่ ง
นายกมอบไว้ให้น้องน้อง
ผูใ้ หญ่ก็ต้องทอ่ งเอาไว้
อย่า “คดิ ทำลาย ใฝ่อหี นู
เชดิ ชูฝ่ายอธรรม” จำได้ไหม
เด็กพร้อมสามคั คพี ลเี พื่อไทย
ผใู้ หญโ่ ปรดนำ..ทำให้ดู !

(จากเหตุการณ์วันเดก็ ๙ มกราคม ๒๕๕๓)

จะรอ้ งเพลงชรวามตบิไททกยวี 21

ตำนานสงกรานต์

เรยี งถอ้ ยรอ้ ยรำ่ ตำนาน วนั มหาสงกรานต์
ธรรมบาลเทวบตุ รฤทธี

กำเนิดเป็นบตุ รเศรษฐ ี เจด็ ขวบรดู้ ี
แจ้งจบไตรเพทพชิ ชา

รู้ถึงกบลิ พรหมา ทรงตั้งปญั หา
เอาเศียรเปน็ เครื่องเดิมพัน

ยามเช้า - เทยี่ ง - ค่ำ แห่งวนั ราศีมนุษย์น้ัน
สถิตอยู่ ณ ท่ีใด

กมุ ารขดั สนจนใจ เสยี ทแี น่ไฉน
นอนคดิ อย่ใู ต้ตน้ ตาล

อนิ ทรผี ัวเมียกลา่ วขาน ราศศี ุภวาร
ยามเช้าสถิตพักตรา

22 จรวะมรบ้อทงกเพวี ลงชาติไทย

ยามเทยี่ งอยู่ ณ อรุ า ยามคำ่ บาทา
สามครั้งชำระวารี

กุมารตอบได้ทันท ี กบลิ พรหมจึงพลี
ตัดเศยี รซึง่ ทรงฤทธไิ กร

ตกดินดินลกุ เป็นไฟ ตกน้ำเหอื ดไป
จึงเจ็ดธิดาเชิญพาน

หนง่ึ ปหี นง่ึ องค์สงกรานต ์ แห่รอบสุเมรสุ ถาน
แลว้ เกบ็ ไกรลาศคีรี

สงกรานต์ คือ “ผ่าน” ผนั ป ี ชำระสระศรี
ทำบญุ รดนำ้ ฉ่ำใจ

ปีขาลปีเคราะห์เพราะใคร แดงเดอื ดเลือดไทย
หล่ังไหลท่วมรา่ งนางสงกรานต์ !

(จากเหตุการณ์ถนนราชดำเนนิ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓)

จะร้องเพลงชรวามตบไิ ททกยวี 23

สงสารประเทศไทย

เจบ็ ไหม...ประเทศไทย
นำ้ ตาเธอไหลลงโลมหล่ัง
เปลวไฟไหมบ้ า้ นสะทา้ นพัง
เลือดไทยโถมถั่งทว่ มแผน่ ดิน
สงสาร...ประเทศไทย
หวั ใจอเนจอนาถขาดวนิ่
ต่างชาติประณามหยามให้ยนิ
สุดส้ินแล้วนาม “สยามเมอื งยิม้ ”

24 จรวะมรบอ้ ทงกเพวี ลงชาตไิ ทย

หลับเถดิ ...ประเทศไทย
คดิ ว่าฝันไป..นอนให้อม่ิ
ลมื เรือ่ งรา้ ยรา้ ยท่ีไดล้ ้มิ
ปาดนำ้ ทปี่ ร่ิมอย่ปู ลายตา
ตนื่ เถิด...ประเทศไทย
วันใหม่พรุ่งนย้ี ่อมดีกวา่
มขี า้ วเต็มย้งุ มที งุ่ นา
แสงทองทาบทาเหมือนทุกวัน

บทเรยี นฝนั ร้ายได้เรียนรู้
ฟ้ืนฟเู ยียวยารกั ษาขวัญ
ยน่ื มอื มากระชบั จับมือกัน
หยุด..สงครามชนชน้ั และควนั ปนื !

(จากเหตกุ ารณก์ ารชุมนมุ เมษายน ๒๕๕๓)

จะร้องเพลงชรวามตบิไททกยวี 25

เพื่อน

คำว่า “เพอ่ื น” มมี ากหลากชนดิ
เพอื่ นสนิทเพื่อนเจ้าบา่ วเพ่ือนเจา้ สาว
เพื่อนคู่ทุกข์คูย่ ากรักยืนยาว
เพ่อื นรุ่นราวคราวเดียวกลมเกลยี วกัน
มีเพือ่ นกนิ ไมเ่ หมอื นเพ่ือนคูค่ ิด
เพอ่ื นชีวติ เพ่ือนยากร่วมบากบน่ั
สตั วท์ ้ังหลายเปน็ เพอื่ นทกุ ข์ลว้ นผูกพัน
เพ่ือนรว่ มงานอาจผนั เป็นเพอ่ื นใจ
มีเพ่ือนบา้ นเพื่อนเลน่ ทุกเยน็ เช้า
เป็นเพื่อนเกา่ เพ่อื นแก่มาแต่ไหน
เพอ่ื นคู่หูเพ่ือนแท้ไมแ่ ปรไป
มีเพอ่ื นใหมไ่ ม่เหมือนมีเพ่ือนซี้

26 จรวะมรบ้อทงกเพวี ลงชาติไทย

เพอ่ื นตา่ งเพศเข็ดขามทำอกหัก
แต่เพือ่ นรักเพ่ือนตายไมห่ นา่ ยหนี
เพ่ือนร่วมโลกเพ่ือนมนุษยห์ ยดุ ยำ่ ยี
เพื่อนรุน่ พีเ่ พ่ือนรุ่นนอ้ งเพื่อนพอ้ งกัน
เพอ่ื นรว่ มน้ำสาบานรกั นานยิ่ง
แตเ่ พอ่ื นซ่ิงมักพาอายุสั้น
มีเพื่อนร่วมอดุ มการณ์งานสำคัญ
เพื่อนรว่ มชนั้ เพือ่ นฝงู จูงกันมา
มีเพื่อนชมเพ่ือนชดิ จติ ไมเ่ ฉา
แตเ่ พือ่ นเราเผาเรือนเพ่อื นอจิ ฉา
นับเป็น เพื่อนทรยศ หมดราคา
เพื่อนภรรยา - ภรรยาเพ่ือนเตือนให้ไกล
เพือ่ นรว่ มชาติตอ้ งรักสามัคคี
แม้ตา่ งสตี า่ งพรรคอยา่ ผลกั ไส
คำว่า “เพื่อน” อยา่ ให้ส้ินแผน่ ดินไทย
รกั กนั ไว้ใหเ้ หมือนเพ่อื นคนเดมิ

(จากเหตกุ ารณก์ ารชุมนมุ เมษายน ๒๕๕๓)

จะร้องเพลงชรวามตบไิ ททกยวี 27

เพียงแค่ขออภัย

เดก็ เดก็ แม่สอนไหม ว่าหากใครเจ็บเพราะเรา
แมไ้ มไ่ ด้ทำเขา ก็ต้องกลา่ วขออภยั
วันนเี้ ธอเติบโต เปน็ ใหญ่โก้และเกรียงไกร
เธอทำอะไรใคร กล็ ้วนดแี ละงา่ ยดาย
คนตายอย่ตู รงหน้า เธอก็ว่าเขาอยากตาย
เป็นผกู้ ่อการรา้ ย เธอเทา่ นน้ั กอ่ การดี
เราไมไ่ ดท้ ำเขา เขาทำเราเสยี ศกั ดศิ์ รี
อาวธุ เขามากม ี ทีซ่ ุกไว้...ของใครกัน

28 จรวะมรบอ้ ทงกเพวี ลงชาตไิ ทย

ใครกลา้ ท้าพสิ จู น์ ทุกคำพดู ท่ีเสกสรรค์
ความจริงท่ปี ระจญั คือความเจบ็ และความตาย

เธอเรียนประวัติศาสตร ์ ผู้พิฆาตยอ่ มวอดวาย
ฝงู ชนที่มากมาย พลังมากยากประเมนิ

น้ำเดยี วทดี่ มื่ ได้ คอื นำ้ ใจใชน่ ำ้ เงนิ
นำ้ ตาทีบ่ ่าเกิน เธอตอ้ งรับซบั น้ำตา

คำเดียวทดี่ บั ไฟ “ขออภัย..ท่ผี ่านมา”
รักเดียวทเี่ ยยี วยา คอื รกั ษาประชาชน

คนดีจะขอโทษ แต่คนโฉดจะบ้าบ่น
คนดีจะกลบั ตน และช่วยคนให้กลบั ใจ


(จากเหตุการณ์สลายการชุมนมุ ที่ราชประสงค์)

๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓

จะรอ้ งเพลงชรวามตบไิ ททกยวี 29

เธอคือใคร

ตัวเธอคือตัวใคร ผู้จุดไฟเผาแผน่ ดนิ
ในความมืดทมิฬ เธอคอื ใครในชดุ ดำ
เธอคอื ผกู้ ลา้ หาญ ผู้กอ่ การหรือก่อกรรม
ผลงานท่เี ธอทำ เธอผ้นู ำหรือผู้ตาม
บา้ นเธออยูท่ ไ่ี หน นอกหรอื ในเขตสยาม
เปน็ ไทยหัวใจงาม หรอื โฉดชาติทชี่ ังไทย
ใครเลา่ ทก่ี ลา้ ทำ ให้ชาติชำ้ เพอ่ื ชิงชัย
แก้แค้นให้แก่ใคร ท่ใี ช้เงนิ มาสัง่ งาน

30 รจวะมรบ้อทงกเพวี ลงชาตไิ ทย

ใครหนอจอ้ บดิ เบอื น ให้คลาดเคล่ือนทุกขา่ วสาร
ส่ือเทศใครจ้างวาน ส่อื ไทยด้วยชว่ ยละเลง

ใครบา้ งทสี่ ง่ั ได ้ ใหค้ นไทยฆา่ กนั เอง
คนคลั่ง..เธอคร้นื เครง ดังปีศาจเขา้ สิงทรง

เธอเกง่ ท่ีกลา้ มอง เลอื ดท่นี องราชประสงค์
โบกธรรมนติ ิธง บนซากศพพ่ีน้องไทย

เธอชนะหรอื เธอแพ้ ก็ได้แต่แอบสงสยั
จะโกรธจะโทษใคร เพราะเธอไม่มตี ัวตน

คือเทพหรือคอื มาร ผูป้ ระหารประชาชน
เธอคอื ผรู้ ับผล วิบากกรรมเธอทำเอง


(จากเหตุการณ์เดอื น เมษายน - พฤษภาคม ๒๕๕๓)

จะร้องเพลงชรวามตบไิ ททกยวี 31

ภัย (ไม่) ธรรมชาติ

ปีนปี้ เี สอื ชา่ งเหลอื ร้าย
ผู้คนลม้ ตายกันหลายท่ี
แผน่ ดนิ ไหวเฮติและชิลี
อีกกลี่ า้ นคนทนอดโซ
นำ้ ตาบา่ รวมลงทว่ มโลก
อนิ เดียวโิ ยคอยูอ่ กั โข
ดนิ ถล่มริโอเดอจาเนโร
โลกโกลาหลผจญกรรม
เคราะห์มาครา่ จีนแผ่นดินไหว
มณฑลชงิ ไหต่ ายคลาคลำ่
ภูเขาไฟไอซ์แลนด์ระเบิดซำ้
เถ้าดำมืดมดิ ปิดนา่ นฟ้า

32 จรวะมรบ้อทงกเพวี ลงชาตไิ ทย

ยกเลิกการบินสนิ้ ยุโรป
ภัยโอบลอ้ มรกุ มาทกุ ทา่
เตอื นมนุษย์หยดุ ย้ังอหงั การ์
หันมาช่วยเหลอื เม่อื ภัยเยอื น
แต่..ทนี่ ่มี ภี ยั (ไม)่ ธรรมชาติ
บา้ นเมืองพินาศตายกลาดเกล่ือน
สงครามความชัง..คลั่ง..บดิ เบอื น
สะเทอื นทุกประเทศสมเพชไทย !


(จากเหตุการณ์อบุ ตั ภิ ัยท่วั โลก มกราคม - เมษายน ๒๕๕๓)

จะร้องเพลงชรวามตบิไททกยวี 33

กลับมาที่นี่

ทน่ี ค่ี ือท่ีทีฉ่ นั เกดิ
กำเนิดความคดิ ประสิทธิผล
ปน้ั กรวดให้เป็นแกว้ ประกายดล
ปัน้ คนใหเ้ ป็นคนและเป็นครู
ท่นี ่ีคอื ทีท่ ่ฉี นั รัก
ได้ผอ่ นไดพ้ กั ได้พ่งึ อยู่
ได้เรียนไดร้ ักและไดร้ ู้
ไดเ้ พ่ือนไดผ้ ้ทู ่ีรูใ้ จ
ทน่ี ค่ี ือที่ที่เคารพ
มคี นที่พบแล้วอยากไหว้
อยากกอดอยากกราบไม่อยากไกล
ขออภยั ครั้งท่ีเคยหนเี รยี น

34 จรวะมรบ้อทงกเพวี ลงชาติไทย

ทีน่ มี่ ภี าพทอ่ี าบฝนั
จากเยาว์สูว่ นั ทเี่ กษียณ
ภาพนั้นยังแอบอยู่แนบเนียน
เสถยี รและสถิตนจิ นิรนั ดร์
ทน่ี ม่ี เี พลิงชมพู
สีแสด..สสู้ .ู้ ..สสี ร้างสรรค์
จดุ ไฟไมท่ ้อต่อต่อกนั
ให้สวา่ งถึงสวรรค์แหง่ ปัญญา
ทน่ี คี่ อื ท่ที ีอ่ าลยั
ถึงคนจากไกลโหยไหห้ า
เหน็ เงาไหวไหวในดวงตา
ก็รวู้ ่าท่ีนย่ี งั มีเธอ



(ครุ จุฬา ๑๑ กนั ยายน ๒๕๕๓)

จะร้องเพลงชรวามตบิไททกยวี 35

เหรียญสองด้าน

เมื่อระเบดิ ฆา่ คนปาระเบิด
บ้างเทิดหนกั หนาว่ากลา้ หาญ
บ้างสมนำ้ หนา้ วา่ สามานย์
สองด้านของเหรยี ญพลกิ เปลย่ี นไป

เมื่อกวีซไี รตไ์ ดก้ ลอนเปลา่
หัวเก่าบางคนทนไมไ่ หว
บ้างว่านอกกรอบชอบกระไร
แลว้ ใครถกู ผิดลองคดิ ดู
เมื่อมีชมุ นุมกลุม่ สีเสือ้
บา้ งเบ่อื บน่ สบถพวกกฎหมู่
บา้ งว่าประเสรฐิ ควรเชิดชู
ใครอยูต่ รงขา้ มทรามท้งั น้ัน

36 รจวะมรบ้อทงกเพวี ลงชาติไทย

เมอื่ ค่าบาทแข็งแกรง่ เกนิ คา่
ส่งออกรอ้ งว่าแทบอาสญั
นำเขา้ ดีใจกำไรฟัน
ใครกันอย่ฝู ่ายใจเป็นกลาง
เม่ือหญิงร่ำรอ้ งท้องไม่รับ
ชายวา่ ทบั ไม่ร้องไมต่ อ้ งอา้ ง
เด็กนอ้ ยจอ้ งมองทั้งสองทาง
ไมถ่ ามหนูบา้ ง...อยู่ขา้ งใคร
เมอื่ ยืนอยูบ่ นคนละด้าน
บรรทดั ฐานจะมีอยูท่ ไี่ หน
เหรยี ญมกี ่ีขา้ งขวา้ งทงิ้ ไป
หวั ใจอสิ ระจึงจะรู้
(จากเหตุการณ์เดือนกันยายน - ตลุ าคม ๒๕๕๓)

จะร้องเพลงชรวามตบไิ ททกยวี 37

12 3
ความลับแห่งเวลา

เวลาแปลกนกั ไม่พักผอ่ น
เหนื่อยออ่ นพักร่างเสยี บา้ งไหม
หยดุ เข็มนาฬกิ าอย่าหมุนไป
จะมีอะไรเปลยี่ นแปลง
กลางคนื ยาวยดื มืดมิด
อาทิตย์ยังรูจ้ กั พกั แสง
ผคู้ นพักผ่อนนอนเอาแรง
เวลากลบั แกร่งไม่นทิ รา
ยามสุขเวลาช่างเรว็ ร่ี
ยามทกุ ข์นาทีนานนักหนา
มตี นี เดินได้ไหมเวลา
เห็นแต่ตนี กามาเยี่ยมกราย

9

38 รจวะมรบ้อทงกเพวี ลงชาตไิ ทย

6

เวลาหลง่ั ไหลจากไหนหนอ
จากแรงแสงทออาทิตยฉ์ าย
จากรัศมีจันทร์พรรณราย
หรือดาวพราวพรายให้วนั วาร
ความลบั แห่งกาลเวลา
แจม่ จา้ เม่ือทำกรรมฐาน
เวทนาหนอผู้ไม่รู้กาล
วิง่ พลา่ นแย่งยื้อซอ้ื เวลา



จะร้องเพลงชรวามตบิไททกยวี 39

ปฏิบัติการเพ่ือชีวติ

ทลี ะน้อย ทีละน้อย ทลี ะนดิ
เข็มนาทชี วี ิตคอ่ ยค่อยเคลอ่ื น
หกรอ้ ยเมตรใต้ดนิ หมนิ่ สะเทือน
โลกท่ดี ับกลับเตอื นให้ต่นื ตา
หกสบิ เก้าวันคล้อยเหมอื นรอ้ ยปี
เม่อื ชิลีเหมืองลม่ ถล่มหล้า
สามสิบสามชวี ิตอนิจจา
มองฟา้ ไม่เห็นเปน็ หรอื ตาย
สบิ เจ็ดนาทแี ห่งชวี ิต
กลางความมดื มิด..ตะวนั ฉาย
มองผ่านมา่ นนำ้ ตาทพี่ ร่าพราย
ลูกชายโผกอด พอ่ รอดแล้ว..

40 จรวะมรบ้อทงกเพวี ลงชาตไิ ทย

คือความพยายามจะตามหา
คณุ ค่าแห่งชีวิตจิตแน่แนว่
จนมจั จุราชยอมคลาดแคลว้
ดวงแก้วแหง่ หวังจึงรงั รอง
ปฏิบตั ิการนเ้ี พ่ือชวี ติ
ทกุ ทศิ ทั่วโลกตา่ งยกยอ่ ง
ปฏบิ ตั กิ ารไทยใฝ่ปรองดอง
เก้าสบิ สองชวี พี ลีเพื่อใคร


(จากเหตกุ ารณ์วันชว่ ยชีวติ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๓)

จะร้องเพลงชรวามตบไิ ททกยวี 41

จาก นาร์กีส ถึง เมกี

ปีห้าหนึ่งถงึ ตายไปหลายแสน
นารก์ ีส แค้นเคอื งพมา่ หวนมาใหม่
เปลยี่ นชื่อเป็น เมกี มหาภยั
เท่ียวรุกไลฟ่ า้ รวั่ ท่วั เอเชยี
เขา้ เวียดนามนำ้ ถล่มเมืองจมดนิ้
ฟลิ ปิ ปินสเ์ สยี หายจนใจเสีย
ทัง้ จีนใหญไ่ ต้หวันโดนกันเพลยี
ไทยละเห่ียบ้านหายตายเป็นเบือ

42 จรวะมรบ้อทงกเพวี ลงชาตไิ ทย

แรงน้ำใจไหลแรงแขง่ นำ้ ป่า
ซับน้ำตาด้วยน้ำใจทง้ั ใตเ้ หนอื
ละตกึ รามราชวังลงน่งั เรือ
ชว่ ยจนุ เจอื ดว้ ยหวั ใจไทยด้วยกัน
แม้การเมืองเคอื งขุน่ คกุ ร่นุ อยู่
เก็บใส่ตไู้ วก้ อ่ นค่อยผอ่ นผัน
เรอื่ งคลิปลบั จบั ไม่ได้ไลไ่ มท่ นั
ตา่ งฟาดฟนั กต็ อ้ งโดนคนละที
จาก นารก์ สี ถงึ เมกี ชว่ ยช้ชี ัด
ภัยพบิ ัติธรรมชาติมิอาจหนี
มัวทะเลาะเบาะแวง้ แขง่ ราวี
เดย๋ี ว เมกี หมัน่ ไส้ฟาดไทยซ้ำ

(จากเหตกุ ารณอ์ ุทกภยั ตุลาคม - พฤศจิกายน ๒๕๕๓)

จะร้องเพลงชรวามตบไิ ททกยวี 43

พลังแห่งบทกวี

เพราะไร้แสงแรงไฟให้ถา่ ยภาพ
จึงใชว้ าบวาวแสงแห่งอกั ษร
เพราะไร้เงาให้เห็นความเยน็ รอ้ น
จงึ ต้องยอ้ นเงาอดีตชวี ติ กวี
เพราะไร้สีสดใสจะใหเ้ ลือก
ไรแ้ ปรงเปลือกกระดังงาจะทาสี
จึงใชส้ ใี สสดเสาวรจนี
ใช้วลแี หง่ อารมณพ์ รมระบาย

44 จรวะมรบอ้ ทงกเพวี ลงชาตไิ ทย

เพราะไร้เสยี งเพลงรอ้ งทำนองสง่
และไรว้ งสงั คตี ดีดสสี าย
จึงใช้เสียงแหง่ ภาษามาบรรยาย
ให้พรงิ้ พรายสงู ตำ่ เป็นทำนอง
เพราะไรก้ ายรา่ ยรำใหเ้ ริงรา่
ไร้ปูนป้นั ประติมาสง่าผยอง
จึงใชค้ ำรำรา่ ยให้รงั รอง
ป้ันวรรคทองให้ประทบั ชวั่ กัปกาล
บทกวไี ม่มีภาพใหจ้ บั ต้อง
แต่จับจองจบั ใจจบั นยั สาร
คอื พลงั แห่งชีวิตจิตวญิ ญาณ
โลกร้าวรานถ้าไรร้ สบทกวี

จะรอ้ งเพลงชรวามตบไิ ททกยวี 45

“เดก็ เอยเด็กน้อยคอยความรกั

หาตักที่จะหนนุ ใหอ้ ุน่ ขวญั
ผ้ใู หญใ่ จแล้งมิแบง่ ปนั
ฟาดฟนั หวั ใจใหย้ ับเยิน
ถา้ เลอื กเกดิ ได้จะไมเ่ กิด
กับผู้ใหก้ ำเนิดที่หา่ งเหิน
เกดิ แลว้ กรุณาอย่าหมางเมิน
จงู เดินสูถ่ นนของคนดี


Click to View FlipBook Version