The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิชา ฟิสิกส์2 รหัสวิชา ว30202

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ornchiraanb, 2023-11-11 02:52:52

วิชา ฟิสิกส์2 รหัสวิชา ว30202

วิชา ฟิสิกส์2 รหัสวิชา ว30202

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 146 2. ผลการสอนจริง 2.1 ผลการจัดการเรียนรู้ 2.2 จำนวนนักเรียนที่ผ่านตามจุดประสงค์การเรียนรู้ - ด้านความรู้ (K) (เกณฑ์ 60%) ผ่าน .............คน คิดเป็นร้อยละ............คน ไม่ผ่าน .........คน คิดเป็นร้อยละ............คน - ด้านทักษะและกระบวนการ (P) (เกณฑ์ 60%) ผ่าน .............คน คิดเป็นร้อยละ............คน ไม่ผ่าน .........คน คิดเป็นร้อยละ............คน - ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) (เกณฑ์ 80%) ผ่าน .............คน คิดเป็นร้อยละ............คน ไม่ผ่าน .........คน คิดเป็นร้อยละ............คน 2.3ด้านความรู้ (K) ที่ไม่ผ่านตามลำดับได้แก่ ด้านทักษะและกระบวนการ (P) ที่ไม่ผ่านตามลำดับได้แก่ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ที่ไม่ผ่านตามลำดับได้แก่


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 147 3. สาเหตุ / วิธีการแก้ไข สาเหตุ วิธีแก้ไข (นวัตกรรม,สื่อ,ตัวครู,ตัวนักเรียน,เวลา) จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านความรู้ (K) ……………………………………………………….… ………………………………………………………… ………………………………………………………… จำนวน..................คน …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านทักษะและกระบวนการ (P) ……………………………………………………….… ………………………………………………………… ………………………………………………………… จำนวน..................คน …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ……………………………………………………….… ………………………………………………………… ………………………………………………………… จำนวน..................คน …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… 4. ผลการดำเนินการแก้ไข ครั้งที่ 1 ผ่าน..........................คน ไม่ผ่าน......................คน เพราะ ครั้งที่ 2 ผ่าน..........................คน ไม่ผ่าน......................คน เพราะ 5. กิจกรรมหรือข้อเสนอแนะในการจัดการเรียนรู้ครั้งต่อไป (ต่อเติมจากข้อ 2,3) ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวอรชีรา อนุบุตร) ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ ........../................................./..............


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 148 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 20 รายวิชา ฟิสิกส์2 รหัสวิชา ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 โมเมนตัมและการชน เรื่อง การอนุรักษ์โมเมนตัม วันที่.............. เดือน...................... พ.ศ. ............... เวลาเรียน 4 ชั่วโมง 1.ผลการเรียนรู้ 14. อธิบาย และคำนวณโมเมนตัมของวัตถุ และการดลจากสมการและพื้นที่ใต้กราฟ ความสัมพันธ์ ระหว่างแรงลัพธ์กับเวลา รวมทั้งอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างแรงดลกับโมเมนตัม 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด เมื่อไม่มีแรงภายนอกมากระทำต่อระบบ โมเมนตัมรวมของระบบมีค่าคงตัวซึ่งเป็นไปตามกฎการ อนุรักษ์โมเมนตัม (law of conservation of momentum) เขียนแทนได้ด้วยสมการ ⃑ = ⃑ 3.จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) ด้านความรู้ (K) อธิบายการอนุรักษ์โมเมนตัมได้ 2) ด้านกระบวนการ (P) ประยุกต์ใช้กฎการอนุรักษ์โมเมนตัมในการแก้ปัญหาได้ 3) คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) ใฝ่เรียนรู้ 4. ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการแก้ปัญหา 5. บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ใช้ทักษะทางคณิตศาสตร์ในการคำนวณโจทย์ปัญหาและเชื่อมโยงสมการ 6.สาระการเรียนรู้ กฎการอนุรักษ์โมเมนตัม คือ ผลรวมของโมเมนตัมก่อนการชนของระบบเท่ากับผลรวมของโมเมนตัม หลังการชนของระบบ เมื่อไม่มีแรงภายนอกมากระทำต่อระบบ โมเมนตัมรวมของระบบมีค่าคงตัวซึ่งเป็นไปตามกฎการ อนุรักษ์โมเมนตัม (law of conservation of momentum) เขียนแทนได้ด้วยสมการ ⃑ = ⃑ 7.กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ขั้นสร้างความสนใจ 1.1 ครูทบทวนเรื่องทฤษฎีงาน-พลังงานจลน์ และกฎการอนุรักษ์พลังงานกลที่ได้เรียนมาใน บทที่ 5


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 149 1.2 ครูให้นักเรียนอภิปรายร่วมกันว่า ทฤษฎีการดล-โมเมนตัมที่ได้เรียนมา นำไปอธิบายการ อนุรักษ์ปริมาณใด (คำตอบเป็นแบบปลายเปิด) 2. ขั้นสำรวจและค้นหา 2.1 ครูให้นักเรียนศึกษา หัวข้อ 6.4 การอนุรักษ์โมเมนตัม ในหนังสือเรียนเพิ่มเติมฟิสิกส์ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สสวท. และให้นักเรียนจับกลุ่มละ 5 คน สรุปเรื่องการอนุรักษ์โมเมนตัมลงในกระดาษ A3 2.2 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำกระดาษ A3 ที่สรุปการศึกษาเรื่องการอนุรักษ์โมเมนตัมไปติด ที่กระดานหน้าห้อง 2.3 ครูให้นักเรียนศึกษาการสรุปของแต่ละกลุ่มที่ไม่ใช่กลุ่มของตนเอง และอภิปรายร่วมกัน 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป 3.1 ครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการดลและโมเมนตัมใน สถานการณ์ที่วัตถุสองก้อนเคลื่อนที่เข้ามากระทบกันบนพื้นลื่น สรุปได้ว่า "กฎการอนุรักษ์โมเมนตัม" หรือ "กฎ ทรงโมเมนตัม" คือ การชนที่เกิดขึ้นระหว่างวัตถุ 1 และวัตถุ 2 ในระบบที่ไม่สามารถถ่ายเทมวลและพลังงาน ระหว่างระบบกับสิ่งแวดล้อมได้ (ระบบโดดเดี่ยว) ค่าโมเมนตัมรวมของวัตถุทั้งสองก่อนการชนจะเท่ากับค่า โมเมนตัมรวมทั้งหมดหลังการชน โดยโมเมนตัมที่วัตถุ 1 สูญเสียไป จะเท่ากับโมเมนตัมที่วัตถุ 2 ได้รับ ทั้งนี้ โมเมนตัม คือ ปริมาณเวกเตอร์ที่บอกถึงสภาพการเคลื่อนที่ของวัตถุ ซึ่งจะมากหรือน้อยขึ้นกับมวลและ ความเร็วของวัตถุนั้น ๆ (p=mv) เราสามารถเขียนสมการกฎการอนุรักษ์โมเมนตัมได้ว่า m1u1 + m2u2 = m1v1 + m1v2 4. ขั้นขยายความรู้ 4.1 ครูยกตัวอย่างการทำงานของปืนว่า จากกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม ในกรณีการทำงานของ ปืน วัตถุ 1 จะหมายถึงนกหรือเข็มแทงชนวนซึ่งเป็นส่วนที่ถูกปล่อยไปกระทบกับชนวนท้ายกระสุนปืนที่เป็น วัตถุ 2 เมื่อเหนี่ยวไกปืน เข็มแทงชนวนกับกระสุนปืนจะกระทบกัน และเกิดแรงซึ่งเป็นไปตามกฎการเคลื่อนที่ ข้อที่ 3 ของนิวตัน คือ ทุก ๆ แรงกิริยา จะมีแรงปฏิกิริยาในปริมาณที่เท่ากันแต่ทิศทางตรงกันข้ามกระทำ กลับมา หรือ แรงกิริยาเท่ากับแรงปฏิกิริยา เขียนเป็นสมการได้ว่า F12 = -F21 นั่นหมายความว่าเมื่อเข็มแทง ชนวนกระทบกับกระสุนปืน กระสุนปืนจะพุ่งออกจากปากกระบอกปืนไปข้างหน้า ขณะที่กระบอกปืนจะ เคลื่อนที่ถอยหลังในตรงกันข้ามกับทิศทางของกระสุนปืน และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เรารู้สึกว่ามีแรงสะท้อน กลับมา 4.2 ครูเปรียบเทียบการใช้กฎการอนุรักษ์โมเมนตัมโดยเปรียบเทียบง่าย ๆ ได้กับการที่ สมหญิงมีเงินในกระเป๋า 150 บาท สมชายมีเงินในกระเป๋า 50 บาท เมื่อสมหญิงหยิบเงินในกระเป๋าของตนให้ สมชายจำนวน 50 บาท สมหญิงก็จะเหลือเงินในกระเป๋าเพียง 100 บาท ขณะที่สมชายมีเงินในกระเป๋าเพิ่ม เป็น 100 บาท แต่ผลรวมเงินในกระเป๋าของสมหญิงและสมชายทั้งก่อนและหลังการถ่ายโอนเงินจะมีค่าเท่ากัน คือ 200 บาทนั่นเอง


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 150 5. ขั้นประเมินผล 5.1 ครูให้นักเรียนตอบคำถามตรวจสอบความเข้าใจและทำแบบฝึกหัด 6.4 ในหนังสือเรียน เพิ่มเติมฟิสิกส์ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สสวท. 8.สื่อการเรียนรู้/ แหล่งเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียนเพิ่มเติมฟิสิกส์ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สสวท. 8.2 ปืนของเล่น 9. การวัดและการประเมิน ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ หลักฐานการเรียนรู้ (ชิ้นงาน/ภาระงาน) เครื่องมือและเกณฑ์การประเมิน 1) ด้านความรู้ (K) อธิบายการอนุรักษ์โมเมนตัมได้ -คำถามตรวจสอบความเข้าใจ และแบบฝึกหัด 6.4 -นักเรียนตอบคำถามตรวจสอบ ความเข้าใจและทำแบบฝึกหัด 6.4ได้ถูกต้องร้อยละ 80 2) ด้านกระบวนการ (P) ประยุกต์ใช้กฎการอนุรักษ์ โมเมนตัมในการแก้ปัญหาได้ -คำถามตรวจสอบความเข้าใจ และแบบฝึกหัด 6.4 -นักเรียนตอบคำถามตรวจสอบ ความเข้าใจและทำแบบฝึกหัด 6.4ได้ถูกต้องร้อยละ 80 3) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ใฝ่เรียนรู้ -คำถามตรวจสอบความเข้าใจ และแบบฝึกหัด 6.4 -นักเรียนตอบคำถามตรวจสอบ ความเข้าใจและทำแบบฝึกหัด 6.4ได้ครบถ้วนและส่งตรงเวลา ร้อยละ 80


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 151 บันทึกผลการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรายวิชาฟิสิกส์2 รหัสวิชา ว30202 หน่วยการเรียนรู้ที่6 เรื่อง โมเมนตัมและการชน เวลา 20 ชั่วโมง แผนการเรียนรู้ที่ 20 เรื่อง การอนุรักษ์โมเมนตัม เวลา 4 ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 สอนโดย นางสาวอรชีรา อนุบุตร เมื่อวันที่ 1. ความคิดเห็นหัวหน้ากลุ่มสาระ/รองผู้อำนวยการ/ผู้อำนวยการ 1.1 หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ลงชื่อ (นางสาวอรอุมา ไชยชนะ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1.2 รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารงานวิชาการ ลงชื่อ (นายบพิตร เหล่ากอ) รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารงานวิชาการ โรงเรียนลองวิทยา ........../........................../............. 1.3 ผู้อำนวยการโรงเรียน ลงชื่อ (นายสุริยน สายสนองยศ) ผู้อำนวยการโรงเรียนลองวิทยา ........../........................../.............


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 152 2. ผลการสอนจริง 2.1 ผลการจัดการเรียนรู้ 2.2 จำนวนนักเรียนที่ผ่านตามจุดประสงค์การเรียนรู้ - ด้านความรู้ (K) (เกณฑ์ 60%) ผ่าน .............คน คิดเป็นร้อยละ............คน ไม่ผ่าน .........คน คิดเป็นร้อยละ............คน - ด้านทักษะและกระบวนการ (P) (เกณฑ์ 60%) ผ่าน .............คน คิดเป็นร้อยละ............คน ไม่ผ่าน .........คน คิดเป็นร้อยละ............คน - ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) (เกณฑ์ 80%) ผ่าน .............คน คิดเป็นร้อยละ............คน ไม่ผ่าน .........คน คิดเป็นร้อยละ............คน 2.3ด้านความรู้ (K) ที่ไม่ผ่านตามลำดับได้แก่ ด้านทักษะและกระบวนการ (P) ที่ไม่ผ่านตามลำดับได้แก่ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ที่ไม่ผ่านตามลำดับได้แก่


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 153 3. สาเหตุ / วิธีการแก้ไข สาเหตุ วิธีแก้ไข (นวัตกรรม,สื่อ,ตัวครู,ตัวนักเรียน,เวลา) จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านความรู้ (K) ……………………………………………………….… ………………………………………………………… ………………………………………………………… จำนวน..................คน …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านทักษะและกระบวนการ (P) ……………………………………………………….… ………………………………………………………… ………………………………………………………… จำนวน..................คน …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ……………………………………………………….… ………………………………………………………… ………………………………………………………… จำนวน..................คน …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… 4. ผลการดำเนินการแก้ไข ครั้งที่ 1 ผ่าน..........................คน ไม่ผ่าน......................คน เพราะ ครั้งที่ 2 ผ่าน..........................คน ไม่ผ่าน......................คน เพราะ 5. กิจกรรมหรือข้อเสนอแนะในการจัดการเรียนรู้ครั้งต่อไป (ต่อเติมจากข้อ 2,3) ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวอรชีรา อนุบุตร) ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ ........../................................./..............


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 154 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 21 รายวิชา ฟิสิกส์2 รหัสวิชา ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 โมเมนตัมและการชน เรื่อง การชนของวัตถุในหนึ่งมิติ วันที่.............. เดือน...................... พ.ศ. ............... เวลาเรียน 4 ชั่วโมง 1.ผลการเรียนรู้ 15. ทดลอง อธิบาย และคำนวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการชนของวัตถุในหนึ่งมิติ ทั้งแบบยืดหยุ่น ไม่ยืดหยุ่น และการดีดตัวแยกจากกันในหนึ่งมิติซึ่งเป็นไปตามกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การชนในหนึ่งมิติ คือ การชนกันของวัตถุที่มีแนวเคลื่อนที่ของวัตถุทั้งก่อนชนและหลังชนอยู่ในแนว เส้นตรงเดียวกัน กฎการอนุรักษ์โมเมนตัม คือ ผลรวมของโมเมนตัมก่อนการชนของระบบเท่ากับผลรวมของโมเมนตัม หลังการชนของระบบ การชนในสองมิติ คือ การชนกันของวัตถุที่มีแนวการเคลื่อนที่ของวัตถุก่อนและหลังชนทำมุมต่อกัน การระเบิดหรือการดีดตัว คือ การที่วัตถุหรือระบบวัตถุแยกออกจากกัน มวลของวัตถุจะคงที่ โมเมนตัมมีค่าคงตัวแต่พลังงานจลน์ของระบบไม่คงตัวซึ่งเป็นกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม 3.จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) ด้านความรู้ (K) อธิบายการชนในแบบต่าง ๆ และกฎการอนุรักษ์โมเมนตัมได้ 2) ด้านกระบวนการ (P) คำนวณหาปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการชนในแบบต่าง ๆ ได้ 3) คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) รับผิดชอบต่อหน้าที่และงานที่ได้รับมอบหมาย 4. ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการแก้ปัญหา 5. บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ใช้ทักษะทางคณิตศาสตร์ในการคำนวณโจทย์ปัญหาและเชื่อมโยงสมการ 6.สาระการเรียนรู้ ในการชนกันของวัตถุและการดีดตัวออกจากกันของวัตถุในหนึ่งมิติ เมื่อไม่มีแรงภายนอกมากระทำ โมเมนตัมของระบบมีค่าคงตัวซึ่งเป็นไปตามกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม เขียนแทนด้วยสมการ p⃑ i = p⃑ f โดย p⃑ i เป็นโมเมนตัมของระบบก่อนชน และ p⃑ f เป็นโมเมนตัมของระบบหลังชน


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 155 ในการชนกันของวัตถุ พลังงานจลน์ของระบบอาจคงตัวหรือไม่คงตัวก็ได้ การชนที่พลังงานจลน์ของ ระบบคงตัวเป็นการชนแบบยืดหยุ่น ส่วนการชนที่พลังงานจลน์ของระบบไม่คงตัวเป็นการชนแบบไม่ยืดหยุ่น 7.กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ขั้นสร้างความสนใจ 1.1 ครูถามนักเรียนว่า นักเรียนคิดว่าการชนคืออะไร และมีกี่แบบ (คำตอบเป็นแบบ ปลายเปิด) 1.2 ครูสาธิตการชนกันของลูกทรงกลมของชุดอุปกรณ์สาธิตโมเมนตัม โดยครูถามก่อนการ สาธิตว่า จะเกิดผลอย่างไร ถ้าดึงลูกทรงกลม 1 ลูก 2 ลูก 3 ลูก ให้ห่างออกไปแล้วปล่อยให้แกว่งชนลูกทรง กลมที่เหลือและขึ้นกับปริมาณใด (แนวคำตอบ : สถานการณ์การชนกันของ ลูกทรงกลมของอุปกรณ์สาธิต สามารถอธิบายได้ด้วยกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม ก่อนชนและหลังชนมีปริมาณเท่ากัน) ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า เมื่อดึงลูกหนึ่งซึ่งอยู่ด้านริมสุดขึ้น แล้วปล่อยให้เคลื่อนที่เข้าชนลูกอื่น จะพบว่าเฉพาะลูกสุดท้ายที่ดีดตัวออกถ้า ดึงออกมาสองลูกก็ดีดออกสองลูก ฯลฯ สิ่งที่เกิดขึ้นอธิบายได้ว่าในการชนของลูกกลมที่มีมวลเท่ากันทุกลูกเป็น การชนแบบยืดหยุ่น หลังการชนลูกที่เข้าชนจะถ่ายทอดโมเมนตัมทั้งหมดให้กับลูกที่ถูกชน ลูกที่เข้าชนจึงหยุด นิ่ง ลูกที่ถูกชนจะถ่ายทอดโมเมนตัมทั้งหมดให้กับลูกที่อยู่ถัดไปจนกระทั่งไปถึงลูกสุดท้ายจึงกระเด็นออกไป ด้วยโมเมนตัมของลูกที่เข้าชน โดยเป็นไปตามกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม 2. ขั้นสำรวจและค้นหา 2.1 ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม 6.1 การทดลองเรื่องการชนของวัตถุในแนวตรง ในหนังสือ เรียนเพิ่มเติมฟิสิกส์ 2 สสวท. โดยแนะนำก่อนการทำกิจกรรม ดังนี้ ตอนที่ 1 1. ในการศึกษาการถ่ายโอนโมเมนตัมและพลังงานจลน์ของรถทดลองที่ชนกันนั้น จะต้องทราบทั้งมวลและความเร็วของรถทดลอง มวลของรถทดลองหาได้จากการชั่งด้วยเครื่องชั่งสปริง ส่วน ความเร็วของรถทดลองแต่ละคันทั้งก่อนการชนและกลังการชนหาได้จากจุดบนแถบกระดาษที่รถทดลองดึง ผ่านเครื่องเคาะสัญญาณเวลา 2. เครื่องเคาะสัญญาณเวลาที่ใช้ในกิจกรรมตอนที่ 1 ต้องใช้กระดาษคาร์บอน 2 แผ่นซ้อนกัน 3. การชนกันของรถทดลองจะต้องชนกันในแนวตรงจริง ๆ ซึ่งทำได้โดยนำรถทดลอง คันที่ 2 ซึ่งเป็นคันที่วิ่งเข้าชนไปวางชิดรถทดลองคันที่ 1 ตรงตำแหน่งที่จะชนกัน แล้วจึงถอยรถคันที่ 2 ในแนว


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 156 ตรงกลับมาที่ปลายราง 4. แรงที่ใช้ในการผลักรถทดลองคันที่ 2 ควรกระทำกับรถทดลองในช่วงสั้น ๆ ใน ลักษณะแรงดลด้วยขนาดของแรงที่เพียงพอให้วัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัวจนเข้าชน เนื่องจากไม่ได้ปรับ รางไม้เพื่อชดเชยแรงเสียดทาน ถ้าออกแรงผลักรถน้อย แรงเสียดทานจะมีผลต่อการเคลื่อนที่ของรถทดลอง มากกว่าการใช้แรงผลักมาก ๆ 5. ในการชนของรถทดลอง การหาความเร็วก่อนการชนและหลังการชนจากแถบ กระดาษจะมีช่วงที่แผ่นเหล็กสปริงอัดตัวและขยายตัวอยู่ด้วย นักเรียนต้องหาความเร็วของรถก่อนกระทบแผ่น เหล็กสปริงและหลังจากที่แผ่นเหล็กสปริงยืดตัวออกเต็มที่แล้ว จึงจะได้ความเร็วก่อนการชนและความเร็วหลัง การชนจริง ๆ โดยพิจารณาได้จากลักษณะของจุดที่ปรากฏบนแถบกระดาษ 6. ความเร็วของรถทดลองก่อนชนและหลังชนอยู่ในทิศทางเดียวกัน จึงไม่ จำเป็นต้องกำหนดเครื่องหมายแสดงทิศทางของความเร็ว โดยถือว่าเครื่องหมายแสดงทิศทางของความเร็วเป็น บวกเหมือนกันทั้งสองคัน ตอนที่ 2 1. แนะนำการทำกิจกรรมตอนที่ 2 เหมือนกับการทำกิจกรรมตอนที่ 1 แต่เปลี่ยน แผ่นเหล็กสปริงเป็นดินน้ำมัน 2. ติดดินน้ำมันท้ายรถทดลองตรงตำแหน่งที่เกิดการชนและไม่ควรใช้ดินน้ำมันก้อน ใหญ่เพราะทำให้มวลของรถเปลี่ยนไปมาก 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป 3.1 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายคำถามท้ายกิจกรรม จนได้สรุปได้ดังนี้ ตอนที่ 1 1. หลังการชนในแต่ละกรณีรถทดลองทั้งสองคันเคลื่อนที่อย่างไร ขนาดความเร็ว ก่อนการชนและหลังการชนของรถทดลองแต่ละคันเป็นอย่างไร (แนวคำตอบ : เคลื่อนแยกออกจากกันโดย กรณีมวลเท่ากันรถคันที่เข้าชนหยุดนิ่งรถคันที่ถูกชนเคลื่อนที่ในทิศทางของคันที่เข้าชน กรณีรถเข้าชนมีมวล มากกว่ารถทั้งสองเคลื่อนที่ตามกันไปโดยคันที่ถูกชนเคลื่อนเร็วกว่าคันที่เข้าชน) 2. ผลรวมของโมเมนตัมก่อนการชนและผลรวมของโมเมนตัมหลังการชนในแต่ละ กรณีเป็นอย่างไร (แนวคำตอบ:ผลรวมโมเมนตัมก่อนชนและหลังชนมีขนาดเท่ากันโดยประมาณและมีทิศทางเดียวกัน) 3. ผลรวมของพลังงานจลน์ก่อนการชนและผลรวมของพลังงานจลน์หลังการชนใน แต่ละกรณีเป็นอย่างไร (แนวคำตอบ : ผลรวมพลังงานจลน์ก่อนชนและหลังชนมีค่าเท่ากันโดยประมาณ) ตอนที่ 2 1. หลังการชนในแต่ละกรณีรถทดลองแต่ละคันเคลื่อนที่อย่างไรขนาดของความเร็ว ก่อนการชนและหลังการชนของรถทดลองแต่ละคันเป็นอย่างไร (แนวคำตอบ : หลังชนรถทั้งสองเคลื่อนที่ไป ด้วยกันด้วยความเร็วเท่ากันในทิศที่เคลื่อนที่เข้าชน) 2. ผลรวมของโมเมนตัมก่อนการชนและผลรวมของโมเมนตัมหลังการชนในแต่ละ


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 157 กรณีเป็นอย่างไร (แนวคำตอบ : มีขนาดเท่ากัน ทิศทางเดียวกัน) 3. ผลรวมของพลังงานจลน์ก่อนการชนและผลรวมของพลังงานจลน์หลังการชนใน แต่ละกรณีเป็นอย่างไร (แนวคำตอบ : ก่อนชนมากกว่าหลังชนทุกกรณี) 4. เมื่อรถทดลองชนกันแล้วรูปร่างของดินน้ำมันเปลี่ยนไปหรือไม่อย่างไร (แนวคำตอบ : รูปร่างดินน้ำมันเปลี่ยนไปโดยยุบตัวลง) 3.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย สรุปผลการทำกิจกรรม ดังนี้ 1. การชนในหนึ่งมิติทุกกรณีโมเมนตัมรวมของระบบคงตัว 2. การชนของรถทดลองที่ติดแผ่นเหล็กสปริงเป็นการชนที่ไม่มีการสูญเสียพลังงาน จลน์ในระหว่างการชน นั่นคือ พลังงานจลน์รวมก่อนการชนเท่ากับพลังงานจลน์รวมหลังการชน ซึ่งแสดงว่า พลังงานจลน์ รวมของระบบคงตัวการชนในลักษณะนี้เรียกว่า การชนแบบยืดหยุ่น (elastic collision) 3. การชนของรถที่ติดดินน้ำมันเป็นการชนของวัตถุที่สูญเสียพลังงานจลน์ไประหว่าง การชน นั่นคือ พลังงานจลน์รวมก่อนการชนจะมากกว่าพลังงานจลน์รวมหลังการชน ซึ่งแสดงว่าพลังงานจลน์ ส่วนหนึ่งหายไประหว่างการชนการชนในลักษณะนี้เรียกว่าการชนแบบไม่ยืดหยุ่น (inelastic collision) 4. ขั้นขยายความรู้ 4.1 ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า ในการทำกิจกรรมทั้งสองตอนผลรวมของโมเมนตัมก่อนการชน และผลรวมของโมเมนตัมหลังการชนไม่เท่ากัน แต่มีค่าใกล้เคียงกันซึ่งมีสาเหตุที่อาจสรุปได้ดังนี้ 1. การเลือกช่วงที่จะหาความเร็วก่อนการชนและหลังการชนผิดพลาดไป ความเร็ว ก่อนการชนจะต้องวัดจากช่วงจุดบนแถบกระดาษก่อนเกิดการชนเล็กน้อย และความเร็วหลังการชนจะต้องวัด เมื่อแผ่นเหล็กสปริงคลายตัวออกเต็มที่แล้ว หรือเมื่อดินน้ำมันยุบตัวแล้ว ความเร็วก่อนการชน และความเร็ว หลังการชนนั้น เป็นความเร็วตรงจุดที่เกิดการชน จากการทำกิจกรรมจะหาความเร็วตรงจุดที่เกิดการชน โดยตรงไม่ได้จึงต้องหาความเร็วเฉลี่ยในช่วงเวลาสั้น ๆ ทั้งก่อนการชนและหลังการชนแทน ความเร็วเฉลี่ยที่หา ได้มีค่าเท่ากับความเร็วตรงจุดที่เกิดการชน 2. สำหรับกิจกรรม 6.1 ตอนที่ 1 นั้น ผลรวมของพลังงานจลน์ก่อนการชนและหลัง การชนอาจไม่เท่ากัน มีสาเหตุ คือ ความเร็วที่วัดได้ทั้งก่อนการชนและหลังการชนผิดพลาดไป ซึ่งเกิดจากการ เลือกช่วงจุดที่ใช้วัดความเร็วไม่ถูกต้อง และผลเกิดจากแรงเสียดทานของล้อรถทดลองด้วย 5. ขั้นประเมินผล 5.1 ครูให้นักเรียนตอบคำถามท้ายกิจกรรมตอนที่ 1และ 2 กิจกรรม 6.1 ในหนังสือเรียน เพิ่มเติมฟิสิกส์ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สสวท. 8.สื่อการเรียนรู้/ แหล่งเรียนรู้ - หนังสือเรียนเพิ่มเติมฟิสิกส์ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สสวท. - ชุดอุปกรณ์สาธิตโมเมนตัม


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 158 - ชุดอุปกรณ์การทดลองกิจกรรม 6.1 การทดลองเรื่องการชนของวัตถุในแนวตรง 9. การวัดและการประเมิน ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ หลักฐานการเรียนรู้ (ชิ้นงาน/ภาระงาน) เครื่องมือและเกณฑ์การประเมิน 1) ด้านความรู้ (K) อธิบายการชนในแบบต่าง ๆ และ กฎการอนุรักษ์โมเมนตัมได้ -คำถามท้ายกิจกรรมตอนที่ 1 และ 2 กิจกรรม 6.1 -นักเรียนตอบคำถามท้ายกิจกรรม ตอนที่ 1และ 2 กิจกรรม 6.1 ได้ ถูกต้องร้อยละ 80 2) ด้านกระบวนการ (P) คำนวณหาปริมาณต่าง ๆ ที่ เกี่ยวกับการชนในแบบต่าง ๆ ได้ -คำถามท้ายกิจกรรมตอนที่ 1 และ 2 กิจกรรม 6.1 -นักเรียนตอบคำถามท้ายกิจกรรม ตอนที่ 1และ 2 กิจกรรม 6.1 ได้ ถูกต้องร้อยละ 80 3) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) รับผิดชอบต่อหน้าที่และงานที่ได้รับ มอบหมาย -คำถามท้ายกิจกรรมตอนที่ 1 และ 2 กิจกรรม 6.1 -กิจกรรมการทดลอง -นักเรียนตอบคำถามท้ายกิจกรรม ตอนที่ 1และ 2 กิจกรรม 6.1 ได้ ครบถ้วนและส่งตรงเวลาร้อยละ 80 -นักเรียนมีหน้าที่ในกลุ่มการ ทดลองและรับผิดชอบต่อหน้าที่ ของตนเองได้


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 159 บันทึกผลการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรายวิชาฟิสิกส์2 รหัสวิชา ว30202 หน่วยการเรียนรู้ที่6 เรื่อง โมเมนตัมและการชน เวลา 20 ชั่วโมง แผนการเรียนรู้ที่ 21 เรื่อง การชนของวัตถุในหนึ่งมิติ เวลา 4 ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 สอนโดย นางสาวอรชีรา อนุบุตร เมื่อวันที่ 1. ความคิดเห็นหัวหน้ากลุ่มสาระ/รองผู้อำนวยการ/ผู้อำนวยการ 1.1 หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ลงชื่อ (นางสาวอรอุมา ไชยชนะ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1.2 รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารงานวิชาการ ลงชื่อ (นายบพิตร เหล่ากอ) รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารงานวิชาการ โรงเรียนลองวิทยา ........../........................../............. 1.3 ผู้อำนวยการโรงเรียน ลงชื่อ (นายสุริยน สายสนองยศ) ผู้อำนวยการโรงเรียนลองวิทยา ........../........................../.............


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 160 2. ผลการสอนจริง 2.1 ผลการจัดการเรียนรู้ 2.2 จำนวนนักเรียนที่ผ่านตามจุดประสงค์การเรียนรู้ - ด้านความรู้ (K) (เกณฑ์ 60%) ผ่าน .............คน คิดเป็นร้อยละ............คน ไม่ผ่าน .........คน คิดเป็นร้อยละ............คน - ด้านทักษะและกระบวนการ (P) (เกณฑ์ 60%) ผ่าน .............คน คิดเป็นร้อยละ............คน ไม่ผ่าน .........คน คิดเป็นร้อยละ............คน - ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) (เกณฑ์ 80%) ผ่าน .............คน คิดเป็นร้อยละ............คน ไม่ผ่าน .........คน คิดเป็นร้อยละ............คน 2.3ด้านความรู้ (K) ที่ไม่ผ่านตามลำดับได้แก่ ด้านทักษะและกระบวนการ (P) ที่ไม่ผ่านตามลำดับได้แก่ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ที่ไม่ผ่านตามลำดับได้แก่


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 161 3. สาเหตุ / วิธีการแก้ไข สาเหตุ วิธีแก้ไข (นวัตกรรม,สื่อ,ตัวครู,ตัวนักเรียน,เวลา) จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านความรู้ (K) ……………………………………………………….… ………………………………………………………… ………………………………………………………… จำนวน..................คน …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านทักษะและกระบวนการ (P) ……………………………………………………….… ………………………………………………………… ………………………………………………………… จำนวน..................คน …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ……………………………………………………….… ………………………………………………………… ………………………………………………………… จำนวน..................คน …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… 4. ผลการดำเนินการแก้ไข ครั้งที่ 1 ผ่าน..........................คน ไม่ผ่าน......................คน เพราะ ครั้งที่ 2 ผ่าน..........................คน ไม่ผ่าน......................คน เพราะ 5. กิจกรรมหรือข้อเสนอแนะในการจัดการเรียนรู้ครั้งต่อไป (ต่อเติมจากข้อ 2,3) ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวอรชีรา อนุบุตร) ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ ........../................................./..............


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 162 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 22 รายวิชา ฟิสิกส์2 รหัสวิชา ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 โมเมนตัมและการชน เรื่อง การดีดตัวแยกจากกันของวัตถุในหนึ่งมิติ วันที่.............. เดือน...................... พ.ศ. ............... เวลาเรียน 2 ชั่วโมง 1.ผลการเรียนรู้ 15. ทดลอง อธิบาย และคำนวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการชนของวัตถุในหนึ่งมิติ ทั้งแบบยืดหยุ่น ไม่ยืดหยุ่น และการดีดตัวแยกจากกันในหนึ่งมิติซึ่งเป็นไปตามกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การชนในหนึ่งมิติ คือ การชนกันของวัตถุที่มีแนวเคลื่อนที่ของวัตถุทั้งก่อนชนและหลังชนอยู่ในแนว เส้นตรงเดียวกัน กฎการอนุรักษ์โมเมนตัม คือ ผลรวมของโมเมนตัมก่อนการชนของระบบเท่ากับผลรวมของโมเมนตัม หลังการชนของระบบ การชนในสองมิติ คือ การชนกันของวัตถุที่มีแนวการเคลื่อนที่ของวัตถุก่อนและหลังชนทำมุมต่อกัน การระเบิดหรือการดีดตัว คือ การที่วัตถุหรือระบบวัตถุแยกออกจากกัน มวลของวัตถุจะคงที่ โมเมนตัมมีค่าคงตัวแต่พลังงานจลน์ของระบบไม่คงตัวซึ่งเป็นกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม 3.จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) ด้านความรู้ (K) อธิบายการชนในแบบต่าง ๆ และกฎการอนุรักษ์โมเมนตัมได้ 2) ด้านกระบวนการ (P) คำนวณหาปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการชนในแบบต่าง ๆ ได้ 3) คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) รับผิดชอบต่อหน้าที่และงานที่ได้รับมอบหมาย 4. ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการแก้ปัญหา 5. บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ใช้ทักษะทางคณิตศาสตร์ในการคำนวณโจทย์ปัญหาและเชื่อมโยงสมการ 6.สาระการเรียนรู้ ในการชนกันของวัตถุและการดีดตัวออกจากกันของวัตถุในหนึ่งมิติ เมื่อไม่มีแรงภายนอกมากระทำ โมเมนตัมของระบบมีค่าคงตัวซึ่งเป็นไปตามกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม เขียนแทนด้วยสมการ p⃑ i = p⃑ f โดย p⃑ i เป็นโมเมนตัมของระบบก่อนชน และ p⃑ f เป็นโมเมนตัมของระบบหลังชน


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 163 ในการชนกันของวัตถุ พลังงานจลน์ของระบบอาจคงตัวหรือไม่คงตัวก็ได้ การชนที่พลังงานจลน์ของ ระบบคงตัวเป็นการชนแบบยืดหยุ่น ส่วนการชนที่พลังงานจลน์ของระบบไม่คงตัวเป็นการชนแบบไม่ยืดหยุ่น 7.กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ขั้นสร้างความสนใจ 1.1 ครูถามนักเรียนว่า การเคลื่อนที่ของจรวดและการระเบิดเกี่ยวข้องกันอย่างไร (แนวคำตอบ : การระเบิดเป็นเหตุการณ์ตรงข้ามกับการชน กล่าวคือ วัตถุเคลื่อนที่แยกออกจากกัน สำหรับการ เคลื่อนที่ของจรวดเกี่ยวข้องกับการระเบิด คือ เมื่อจรวดขับเชื้อเพลิงหรือแก๊สร้อนออกมา จะทำให้เกิดแรงผลัก ทำให้จรวดเคลื่อนที่ไปอีกทางหนึ่ง ขณะที่แก๊สร้อนที่ถูกปล่อยออกมาเคลื่อนที่ไปอีกทางหนึ่งในทิศทางตรงข้าม กับทิศทางของจรวด) 1.2 ครูถามนักเรียนว่า การชนในหนึ่งมิติมีลักษะเป็นอย่างไร (แนวคำตอบ : วัตถุสองชิ้นขึ้น ไป เคลื่อนที่มาพบกันในแกนเดียวกัน ในบางกรณีวัตถุจะเคลื่อนที่ไปพร้อมกันหลังชน และในบางกรณีวัตถุจะ เคลื่อนที่แยกออกจากกันหลังชน) 1.3 ครูถามนักเรียนว่า ฝักแห้งของพืชบางชนิด เช่น ต้อยติ่ง เมื่อโดนน้ำฝน ฝักจะดีดตัวออก จากกัน ทำให้เมล็ดที่อยู่ภายในกระเด็นไป ในกรณีนี้โมเมนตัมรวมของฝักเป็นไปตามกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม หรือไม่ (คำตอบเป็นแบบปลายเปิด) 2. ขั้นสำรวจและค้นหา 2.1 ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม 6.2 การทดลองเรื่องการดีดตัวแยกจากกันของวัตถุในแนวตรง ในหนังสือเรียนเพิ่มเติมฟิสิกส์ 2 สสวท. โดยแนะนำก่อนการทำกิจกรรม ดังนี้ 1. กิจกรรมนี้ต้องใช้หม้อแปลงโวลต์ต่ำและเครื่องเคาะสัญญาณเวลา กลุ่มละ 2 เครื่องในกิจกรรม ถ้าเครื่องเคาะสัญญาณเวลามีจำนวนไม่เพียงพอ อาจให้นักเรียน 2 กลุ่มรวมกันเป็นกลุ่ม เดียวก็ได้ 2. เมื่อเอาด้ายผูกโยงรถทดลองสองคันให้อัดแผ่นเหล็กสปริงเข้าไปนั้น รถทั้งสองคัน ต้องไม่อัดแผ่นเหล็กสปริงมากเกินไปจนทำให้ท้ายรถกระดก ทั้งนี้เพื่อให้รถทดลองทั้งสองคันวิ่งไปบนพื้นรางไม้ อย่างสม่ำเสมอเมื่อตัดเชือกแล้ว 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป 3.1 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย สรุปผลการทำกิจกรรม ดังนี้ 1. ก่อนตัดเส้นด้าย โมเมนตัมของรถทดลองทั้งสองคันเท่ากับศูนย์ และพลังงานจลน์ ของรถทดลองทั้งสองคันเท่ากับศูนย์ด้วย เพราะรถทดลองอยู่นิ่ง เมื่อตัดเส้นด้ายแล้วแผ่นเหล็กสปริงจะดีดตัว ออก และถ่ายโอนพลังงานศักย์ยืดหยุ่นให้แก่รถทดลองทั้งสองคัน พลังงานศักย์ยืดหยุ่นจะเปลี่ยนรูปเป็น พลังงานจลน์ทำให้รถทดลองทั้งสองคันเคลื่อนที่แยกจากกัน 2. ผลรวมของโมเมนตัมของรถทดลองก่อนการแยกตัวออกจากกันและหลังแยกตัว ออกจากกันคงตัวโดยเท่ากับศูนย์เช่นเดิม แต่พลังงานจลน์รวมของรถทดลองภายหลังการแยกตัวไม่เป็นศูนย์


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 164 เพราะรถทดลองทั้งสองต่างก็เคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงข้าม 4. ขั้นขยายความรู้ 4.1 ครูชี้แจงเพิ่มเติมว่าผลการทำกิจกรรม โมเมนตัมรวมของรถทดลองภายหลังการชนอาจ ไม่เท่ากับศูนย์ ซึ่งมีสาเหตุเดียวกับที่ได้กล่าวมาแล้วในกิจกรรม 6.1 และครูยกตัวอย่างของสถานการณ์ที่คล้าย กับกิจกรรม 6.2 ซึ่งแสดงไว้ดังรูป 6.12 ในหนังสือเรียน แล้วร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการอนุรักษ์โมเมนตัมและ การเคลื่อนที่ของลูกโป่งขณะปล่อยอากาศออก การเคลื่อนที่ของปลาหมึก และการเคลื่อนที่ของจรวด 5. ขั้นประเมินผล 5.1 ครูให้นักเรียนตอบคำถามท้ายกิจกรรม 6.2 ในหนังสือเรียนเพิ่มเติมฟิสิกส์ 2 ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 สสวท. 8.สื่อการเรียนรู้/ แหล่งเรียนรู้ - หนังสือเรียนเพิ่มเติมฟิสิกส์ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สสวท. - ชุดอุปกรณ์การทดลองกิจกรรม 6.2 การทดลองเรื่องการดีดตัวแยกจากกันของวัตถุในแนวตรง 9. การวัดและการประเมิน ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ หลักฐานการเรียนรู้ (ชิ้นงาน/ภาระงาน) เครื่องมือและเกณฑ์การประเมิน 1) ด้านความรู้ (K) อธิบายการชนในแบบต่าง ๆ และ กฎการอนุรักษ์โมเมนตัมได้ -คำถามท้ายกิจกรรม 6.2 -นักเรียนตอบคำถามท้ายกิจกรรม 6.2 ได้ถูกต้องร้อยละ 80 2) ด้านกระบวนการ (P) คำนวณหาปริมาณต่าง ๆ ที่ เกี่ยวกับการชนในแบบต่าง ๆ ได้ -คำถามท้ายกิจกรรม 6.2 -นักเรียนตอบคำถามท้ายกิจกรรม 6.2 ได้ถูกต้องร้อยละ 80 3) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) รับผิดชอบต่อหน้าที่และงานที่ได้รับ มอบหมาย -คำถามท้ายกิจกรรม 6.2 -กิจกรรมการทดลอง -นักเรียนคำถามท้ายกิจกรรม 6.2 ได้ครบถ้วนและส่งตรงเวลาร้อย ละ 80 -นักเรียนมีหน้าที่ในกลุ่มการ ทดลองและรับผิดชอบต่อหน้าที่ ของตนเองได้


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 165 บันทึกผลการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรายวิชาฟิสิกส์2 รหัสวิชา ว30202 หน่วยการเรียนรู้ที่6 เรื่อง โมเมนตัมและการชน เวลา 20 ชั่วโมง แผนการเรียนรู้ที่ 22 เรื่อง การดีดตัวแยกจากกันของวัตถุในหนึ่งมิติ เวลา 2 ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 สอนโดย นางสาวอรชีรา อนุบุตร เมื่อวันที่ 1. ความคิดเห็นหัวหน้ากลุ่มสาระ/รองผู้อำนวยการ/ผู้อำนวยการ 1.1 หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ลงชื่อ (นางสาวอรอุมา ไชยชนะ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1.2 รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารงานวิชาการ ลงชื่อ (นายบพิตร เหล่ากอ) รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารงานวิชาการ โรงเรียนลองวิทยา ........../........................../............. 1.3 ผู้อำนวยการโรงเรียน ลงชื่อ (นายสุริยน สายสนองยศ) ผู้อำนวยการโรงเรียนลองวิทยา ........../........................../.............


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 166 2. ผลการสอนจริง 2.1 ผลการจัดการเรียนรู้ 2.2 จำนวนนักเรียนที่ผ่านตามจุดประสงค์การเรียนรู้ - ด้านความรู้ (K) (เกณฑ์ 60%) ผ่าน .............คน คิดเป็นร้อยละ............คน ไม่ผ่าน .........คน คิดเป็นร้อยละ............คน - ด้านทักษะและกระบวนการ (P) (เกณฑ์ 60%) ผ่าน .............คน คิดเป็นร้อยละ............คน ไม่ผ่าน .........คน คิดเป็นร้อยละ............คน - ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) (เกณฑ์ 80%) ผ่าน .............คน คิดเป็นร้อยละ............คน ไม่ผ่าน .........คน คิดเป็นร้อยละ............คน 2.3ด้านความรู้ (K) ที่ไม่ผ่านตามลำดับได้แก่ ด้านทักษะและกระบวนการ (P) ที่ไม่ผ่านตามลำดับได้แก่ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ที่ไม่ผ่านตามลำดับได้แก่


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 167 3. สาเหตุ / วิธีการแก้ไข สาเหตุ วิธีแก้ไข (นวัตกรรม,สื่อ,ตัวครู,ตัวนักเรียน,เวลา) จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านความรู้ (K) ……………………………………………………….… ………………………………………………………… ………………………………………………………… จำนวน..................คน …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านทักษะและกระบวนการ (P) ……………………………………………………….… ………………………………………………………… ………………………………………………………… จำนวน..................คน …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ……………………………………………………….… ………………………………………………………… ………………………………………………………… จำนวน..................คน …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… 4. ผลการดำเนินการแก้ไข ครั้งที่ 1 ผ่าน..........................คน ไม่ผ่าน......................คน เพราะ ครั้งที่ 2 ผ่าน..........................คน ไม่ผ่าน......................คน เพราะ 5. กิจกรรมหรือข้อเสนอแนะในการจัดการเรียนรู้ครั้งต่อไป (ต่อเติมจากข้อ 2,3) ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวอรชีรา อนุบุตร) ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ ........../................................./..............


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 168 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 23 รายวิชา ฟิสิกส์2 รหัสวิชา ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 โมเมนตัมและการชน เรื่อง การชนและการดีดตัวแยกจากกัน(คำนวณ) วันที่.............. เดือน...................... พ.ศ. ............... เวลาเรียน 2 ชั่วโมง 1.ผลการเรียนรู้ 15. ทดลอง อธิบาย และคำนวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการชนของวัตถุในหนึ่งมิติ ทั้งแบบยืดหยุ่น ไม่ยืดหยุ่น และการดีดตัวแยกจากกันในหนึ่งมิติซึ่งเป็นไปตามกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การชนในหนึ่งมิติ คือ การชนกันของวัตถุที่มีแนวเคลื่อนที่ของวัตถุทั้งก่อนชนและหลังชนอยู่ในแนว เส้นตรงเดียวกัน กฎการอนุรักษ์โมเมนตัม คือ ผลรวมของโมเมนตัมก่อนการชนของระบบเท่ากับผลรวมของโมเมนตัม หลังการชนของระบบ การชนในสองมิติ คือ การชนกันของวัตถุที่มีแนวการเคลื่อนที่ของวัตถุก่อนและหลังชนทำมุมต่อกัน การระเบิดหรือการดีดตัว คือ การที่วัตถุหรือระบบวัตถุแยกออกจากกัน มวลของวัตถุจะคงที่ โมเมนตัมมีค่าคงตัวแต่พลังงานจลน์ของระบบไม่คงตัวซึ่งเป็นกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม 3.จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) ด้านความรู้ (K) อธิบายการชนในแบบต่าง ๆ และกฎการอนุรักษ์โมเมนตัมได้ 2) ด้านกระบวนการ (P) คำนวณหาปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการชนในแบบต่าง ๆ ได้ 3) คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) รับผิดชอบต่อหน้าที่และงานที่ได้รับมอบหมาย 4. ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการแก้ปัญหา 5. บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ใช้ทักษะทางคณิตศาสตร์ในการคำนวณโจทย์ปัญหาและเชื่อมโยงสมการ 6.สาระการเรียนรู้ ในการชนกันของวัตถุและการดีดตัวออกจากกันของวัตถุในหนึ่งมิติ เมื่อไม่มีแรงภายนอกมากระทำ โมเมนตัมของระบบมีค่าคงตัวซึ่งเป็นไปตามกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม เขียนแทนด้วยสมการ p⃑ i = p⃑ f โดย p⃑ i เป็นโมเมนตัมของระบบก่อนชน และ p⃑ f เป็นโมเมนตัมของระบบหลังชน


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 169 ในการชนกันของวัตถุ พลังงานจลน์ของระบบอาจคงตัวหรือไม่คงตัวก็ได้ การชนที่พลังงานจลน์ของ ระบบคงตัวเป็นการชนแบบยืดหยุ่น ส่วนการชนที่พลังงานจลน์ของระบบไม่คงตัวเป็นการชนแบบไม่ยืดหยุ่น 7.กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ขั้นสร้างความสนใจ 1.1 ครูทบทวนผลการทดลองกิจกรรมที่ 6.1 ดังนี้ 1. การชนในหนึ่งมิติทุกกรณี โมเมนตัมรวมของระบบคงตัว 2. การชนของรถทดลองที่ติดแผ่นเหล็กสปริงเป็นการชนที่ไม่มีการสูญเสียพลังงาน จลน์ในระหว่างการชน นั่นคือ พลังงานจลน์รวมก่อนการชนเท่ากับพลังงานจลน์รวมหลังการชน ซึ่งแสดงว่า พลังงานจลน์ รวมของระบบคงตัวการชนในลักษณะนี้เรียกว่า การชนแบบยืดหยุ่น (elastic collision) 3. การชนของรถที่ติดดินน้ำมันเป็นการชนของวัตถุที่สูญเสียพลังงานจลน์ไประหว่าง การชน นั่นคือ พลังงานจลน์รวมก่อนการชนจะมากกว่าพลังงานจลน์รวมหลังการชน ซึ่งแสดงว่าพลังงานจลน์ ส่วนหนึ่งหายไประหว่างการชนการชนในลักษณะนี้เรียกว่าการชนแบบไม่ยืดหยุ่น (inelastic collision) 1.2 ครูทบทวนผลการทดลองกิจกรรมที่ 6.2 ดังนี้ 1. ก่อนตัดเส้นด้าย โมเมนตัมของรถทดลองทั้งสองคันเท่ากับศูนย์ และพลังงานจลน์ ของรถทดลองทั้งสองคันเท่ากับศูนย์ด้วย เพราะรถทดลองอยู่นิ่ง เมื่อตัดเส้นด้ายแล้วแผ่นเหล็กสปริงจะดีดตัว ออก และถ่ายโอนพลังงานศักย์ยืดหยุ่นให้แก่รถทดลองทั้งสองคัน พลังงานศักย์ยืดหยุ่นจะเปลี่ยนรูปเป็น พลังงานจลน์ ทำให้รถทดลองทั้งสองคันเคลื่อนที่แยกจากกัน 2. ผลรวมของโมเมนตัมของรถทดลองก่อนการแยกตัวออกจากกันและหลังแยกตัว ออกจากกันคงตัวโดยเท่ากับศูนย์เช่นเดิม แต่พลังงานจลน์รวมของรถทดลองภายหลังการแยกตัวไม่เป็นศูนย์ เพราะรถทดลองทั้งสองต่างก็เคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงข้าม 2. ขั้นสำรวจและค้นหา 2.1 ครูอธิบายตัวอย่าง 6.10 เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการคำนวณโมเมนตัมและพลังงาน จลน์ในกรณีที่มีการยิงกระสุนเข้าไปฝังในเป้าจากนั้นอธิบายขั้นตอนการแก้ปัญหาเรื่องโมเมนตัมและการชนใน หนึ่งมิติตามรายละเอียดในหนังสือเรียนแล้วอธิบายตัวอย่าง6.11 - 6.12 เพิ่มเติม 2.2 ครูให้นักเรียนตอบคำถามตรวจสอบความเข้าใจ 6.5 ในหนังสือเรียนเพิ่มเติมฟิสิกส์ 2 ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 สสวท. 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป 3.1 ครูสุ่มนักเรียน 4 คน อธิบายคำตอบคำถามตรวจสอบความเข้าใจ 6.5 และสอบถาม ความคิดเห็นของนักเรียนในห้องว่าเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร 3.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายคำถามตรวจสอบความเข้าใจ 6.5 จนได้แนวคำตอบดังนี้ 1. การชนแบบยืดหยุ่นและการชนแบบไม่ยืดหยุ่นเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 170 (แนวคำตอบ:การชนทั้งแบบยืดหยุ่นและการชนแบบไม่ยืดหยุ่นมีโมเมนตัมของระบบ คงตัว หรือเป็นไปตามกฎการอนุรักษ์โมเมนตัมเหมือนกัน และการชนแบบยืดหยุ่น มีพลังงานจลน์ของระบบคงตัวหรืออนุรักษ์พลังงานจลน์ แต่การชนแบบไม่ยืดหยุ่น พลังงานจลน์ของระบบไม่คงตัวหรือไม่มีการอนุรักษ์พลังงานจลน์) 2. การชนแบบไม่ยืดหยุ่น พลังงานจลน์ของระบบคงตัวหรือไม่ เป็นเพราะเหตุใด (แนวคำตอบ : การชนแบบไม่ยืดหยุ่นพลังงานจลน์ของระบบไม่คงตัว เพราะมีการ เปลี่ยนพลังงานจลน์บางส่วนไปเป็นงานของแรงต้าน หรือเปลี่ยนไปเป็นพลังงาน ชนิดอื่น ๆ เช่น เสียง ความร้อน เป็นต้น) 3. การชนกันของวัตถุแล้วติดกันไปเป็นการชนแบบยืดหยุ่นหรือการชนแบบไม่ ยืดหยุ่น เพราะเหตุใด (แนวคำตอบ : เป็นการชนแบบไม่ยืดหยุ่น เพราะสูญเสียพลังงานจลน์ภายหลังชน) 4. ถ้าวัตถุมวลมากชนวัตถุมวลน้อยกว่าที่อยู่นิ่ง โมเมนตัมของวัตถุทั้งสองจะเปลี่ยน หรือไม่อย่างไร (แนวคำตอบ : ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะการชนมีการอนุรักษ์โมเมนตัมเสมอ ไม่ขึ้นอยู่กับมวลของวัตถุ) 4. ขั้นขยายความรู้ 4.1 ครูอธิบายตัวอย่างการคำนวณ ข้อ1 แบบฝึกหัด 6.5 ในหนังสือเรียนเพิ่มเติมฟิสิกส์ 2 ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 สสวท. เพื่อเป็นแนวทางในการคำนวณข้อต่อ ๆ ไป ดังนี้ รถทดลอง A มวล 1.0 กิโลกรัม เคลื่อนที่ไปทางขวา ด้วยความเร็ว 0.8 เมตรต่อวินาที เข้าชน ในแนวตรงกับรถทดลอง B มวล 0.5 กิโลกรัม ที่กำลังเคลื่อนที่ไปทางซ้ายด้วยความเร็ว 0.6 เมตรต่อวินาที หลังการชน รถทดลอง A มีความเร็ว 0.3 เมตรต่อวินาที ไปทางขวา รถทดลอง B มีความเร็ว 0.4 วินาที ไป ทางขวา ก. ก่อนชน รถทดลอง A และรถทดลอง B มีโมเมนตัมเท่าใด ข. หลังชน รถทดลอง A และรถทดลอง B มีโมเมนตัมเท่าใด ค. ก่อนชน รถทดลอง A และรถทดลอง B มีพลังงานจลน์เท่าใด ง. หลังชน รถทดลอง A และรถทดลอง B มีพลังงานจลน์เท่าใด จ. การชนครั้งนี้มีการอนุรักษ์โมเมนตัมหรือไม่ ทราบได้อย่างไร ฉ. การชนครั้งนี้มีการอนุรักษ์พลังงานจลน์หรือไม่ ทราบได้อย่างไร วิธีทำ ก. กำหนด ให้ทิศทางไปทางขวามีเครื่องหมาย + ทิศทางไปทางซ้ายมีเครื่องหมาย – mA , vA และ pA เป็น มวล ความเร็ว และโมเมนตัมของรถทดลอง A ตามลำดับ mB , vB และ pB เป็น มวล ความเร็ว และโมเมนตัมของรถทดลอง B ตามลำดับ โมเมนตัมของวัตถุหาได้จาก p = mv ก่อนชน โมเมนตัมของรถทดลองA pA = mAvA


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 171 = (1.0)(0.8) = 0.8 kg.m/s โมเมนตัมของรถทดลอง B pB = mBvB = (0.5)(-0.6) = -0.3 kg.m/s ตอบ ก่อนชน โมเมนตัมของรถทดลอง A เท่ากับ 0.8 กิโลกรัม เมตรต่อวินาที ทิศไปทางขวา โมเมนตัมของรถทดลอง B เท่ากับ 0.3 กิโลกรัม เมตรต่อวินาที ทิศไปทางซ้าย วิธีทำ ข. หลังชน โมเมนตัมของรถทดลอง A pA = mAvA = (1.0)(0.3) = 0.3 kg.m/s โมเมนตัมของรถทดลอง B pB = mBvB = (0.5)(0.4) = 0.2 kg.m/s ตอบ หลังชน โมเมนตัมของรถทดลอง A เท่ากับ 0.3 กิโลกรัม.เมตรต่อวินาที ทิศไปทางขวา โมเมนตัมของรถทดลอง B เท่ากับ 0.2 กิโลกรัม.เมตรต่อวินาที ทิศไปทางซ้าย วิธีทำ ค. พลังงานจลน์ของวัตถุ หาได้จากสมการ = 1 2 2 ก่อนชน พลังงานจลน์ของรถทดลอง A = 1 2 (1)(0.8) 2 = 0.32 ก่อนชน พลังงานจลน์ของรถทดลอง B = 1 2 (0.5)(0.6) 2 = 0.09 ตอบ ก่อนชน พลังงานจลน์ของรถทดลอง A เท่ากับ 0.32 จูล ส่วนพลังงานจลน์ของรถทดลอง B เท่ากับ 0.09 จูล วิธีทำ ง. พลังงานจลน์ของวัตถุ หาได้จากสมการ = 1 2 2 หลังชน พลังงานจลน์ของรถทดลอง A = 1 2 (1)(0.3) 2 = 0.045 หลังชน พลังงานจลน์ของรถทดลอง B = 1 2 (0.5)(0.4) 2 = 0.04 ตอบ หลังชน พลังงานจลน์ของรถทดลอง A เท่ากับ 0.045 จูล ส่วนพลังงานจลน์ของรถทดลอง B เท่ากับ 0.04 จูล จ. ตอบ การชนครั้งนี้ มีการอนุรักษ์โมเมนตัม เพราะโมเมนตัมของระบบก่อนชนเท่ากับ โมเมนตัมของระบบหลังชน เท่ากับ 0.5 กิโลกรัม เมตรต่อวินาที ทิศไปทางขวา ฉ. ตอบ การชนครั้งนี้ ไม่มีการอนุรักษ์พลังงานจลน์ เพราะพลังงานจลน์ของระบบก่อนชนไม่ เท่ากับพลังงานจลน์ของระบบหลังชน 5. ขั้นประเมินผล 5.1 ครูให้นักเรียนตอบคำถามตรวจสอบความเข้าใจและทำแบบฝึกหัด 6.5 ในหนังสือเรียน เพิ่มเติมฟิสิกส์ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สสวท.


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 172 8.สื่อการเรียนรู้/ แหล่งเรียนรู้ - หนังสือเรียนเพิ่มเติมฟิสิกส์ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สสวท. 9. การวัดและการประเมิน ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ หลักฐานการเรียนรู้ (ชิ้นงาน/ภาระงาน) เครื่องมือและเกณฑ์การประเมิน 1) ด้านความรู้ (K) อธิบายการชนในแบบต่าง ๆ และ กฎการอนุรักษ์โมเมนตัมได้ -คำถามตรวจสอบความเข้าใจ และแบบฝึกหัด 6.5 -นักเรียนตอบคำถามตรวจสอบ ความเข้าใจและทำแบบฝึกหัด 6.5ได้ถูกต้องร้อยละ 80 2) ด้านกระบวนการ (P) คำนวณหาปริมาณต่าง ๆ ที่ เกี่ยวกับการชนในแบบต่าง ๆ ได้ -คำถามตรวจสอบความเข้าใจ และแบบฝึกหัด 6.5 -นักเรียนตอบคำถามตรวจสอบ ความเข้าใจและทำแบบฝึกหัด 6.5ได้ถูกต้องร้อยละ 80 3) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) รับผิดชอบต่อหน้าที่และงานที่ได้รับ มอบหมาย -คำถามตรวจสอบความเข้าใจ และแบบฝึกหัด 6.5 -นักเรียนตอบคำถามตรวจสอบ ความเข้าใจและทำแบบฝึกหัด 6.5ได้ครบถ้วนและส่งตรงเวลา ร้อยละ 80


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 173 บันทึกผลการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรายวิชาฟิสิกส์2 รหัสวิชา ว30202 หน่วยการเรียนรู้ที่6 เรื่อง โมเมนตัมและการชน เวลา 20 ชั่วโมง แผนการเรียนรู้ที่ 23 เรื่อง การชนและการดีดตัวแยกจากกัน(คำนวณ) เวลา 2 ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 สอนโดย นางสาวอรชีรา อนุบุตร เมื่อวันที่ 1. ความคิดเห็นหัวหน้ากลุ่มสาระ/รองผู้อำนวยการ/ผู้อำนวยการ 1.1 หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ลงชื่อ (นางสาวอรอุมา ไชยชนะ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1.2 รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารงานวิชาการ ลงชื่อ (นายบพิตร เหล่ากอ) รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารงานวิชาการ โรงเรียนลองวิทยา ........../........................../............. 1.3 ผู้อำนวยการโรงเรียน ลงชื่อ (นายสุริยน สายสนองยศ) ผู้อำนวยการโรงเรียนลองวิทยา ........../........................../.............


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 174 2. ผลการสอนจริง 2.1 ผลการจัดการเรียนรู้ 2.2 จำนวนนักเรียนที่ผ่านตามจุดประสงค์การเรียนรู้ - ด้านความรู้ (K) (เกณฑ์ 60%) ผ่าน .............คน คิดเป็นร้อยละ............คน ไม่ผ่าน .........คน คิดเป็นร้อยละ............คน - ด้านทักษะและกระบวนการ (P) (เกณฑ์ 60%) ผ่าน .............คน คิดเป็นร้อยละ............คน ไม่ผ่าน .........คน คิดเป็นร้อยละ............คน - ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) (เกณฑ์ 80%) ผ่าน .............คน คิดเป็นร้อยละ............คน ไม่ผ่าน .........คน คิดเป็นร้อยละ............คน 2.3ด้านความรู้ (K) ที่ไม่ผ่านตามลำดับได้แก่ ด้านทักษะและกระบวนการ (P) ที่ไม่ผ่านตามลำดับได้แก่ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ที่ไม่ผ่านตามลำดับได้แก่


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 175 3. สาเหตุ / วิธีการแก้ไข สาเหตุ วิธีแก้ไข (นวัตกรรม,สื่อ,ตัวครู,ตัวนักเรียน,เวลา) จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านความรู้ (K) ……………………………………………………….… ………………………………………………………… ………………………………………………………… จำนวน..................คน …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านทักษะและกระบวนการ (P) ……………………………………………………….… ………………………………………………………… ………………………………………………………… จำนวน..................คน …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ……………………………………………………….… ………………………………………………………… ………………………………………………………… จำนวน..................คน …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… 4. ผลการดำเนินการแก้ไข ครั้งที่ 1 ผ่าน..........................คน ไม่ผ่าน......................คน เพราะ ครั้งที่ 2 ผ่าน..........................คน ไม่ผ่าน......................คน เพราะ 5. กิจกรรมหรือข้อเสนอแนะในการจัดการเรียนรู้ครั้งต่อไป (ต่อเติมจากข้อ 2,3) ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวอรชีรา อนุบุตร) ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ ........../................................./..............


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 176 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 24 รายวิชา ฟิสิกส์2 รหัสวิชา ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 การเคลื่อนที่แนวโค้ง เรื่อง ปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ วันที่.............. เดือน...................... พ.ศ. ............... เวลาเรียน 4 ชั่วโมง 1.ผลการเรียนรู้ 16. อธิบาย วิเคราะห์ และคำนวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ และ ทดลองการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์(projectile motion) เป็นการเคลื่อนที่ของวัตถุในสองมิติที่มีแนวการ เคลื่อนที่เป็นแนวโค้งพาราโบลา การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ประกอบด้วยการเคลื่อนที่ในสองแนวที่มีตั้งฉาก กันและเป็นอิสระต่อกัน โดยแนวหนึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร่งคงตัว และอีกแนวหนึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัว ทั้งนี้โดยมีปริมาณที่ใช้ร่วมกัน คือ เวลา เนื่องจากเป็นวัตถุก้อนเดียวกัน 3.จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) ด้านความรู้ (K) อธิบายการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ ปริมาณที่เกี่ยวข้อง และการนำไปใช้ประโยชน์ได้ 2) ด้านกระบวนการ (P) ทดลองการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างการกระจัดในแนวระดับกับการ กระจัดในแนวดิ่ง และคำนวณหาปริมาณที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ได้ 3) คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) ทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นได้ 4. ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการแก้ปัญหา 5. บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ใช้ทักษะทางคณิตศาสตร์ในการคำนวณโจทย์ปัญหาและเชื่อมโยงสมการ 6.สาระการเรียนรู้ การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์(projectile motion) เป็นการเคลื่อนที่ของวัตถุในสองมิติที่มีแนวการ เคลื่อนที่เป็นแนวโค้งพาราโบลา การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ประกอบด้วยการเคลื่อนที่ในสองแนวที่มีตั้งฉากกัน และเป็นอิสระต่อกัน โดยแนวหนึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร่งคงตัว และอีกแนวหนึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัว ทั้งนี้ โดยมีปริมาณที่ใช้ร่วมกัน คือ เวลา เนื่องจากเป็นวัตถุก้อนเดียวกัน


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 177 กรณีวัตถุเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ที่มีความเร่งในแนวแกน y คงตัว และมีความเร็วในแนวแกน x คงตัว สามารถอธิบายได้ด้วยสมการ ในแนวแกน y ∆ = + = + = + ∆ ∆ = ( + ) ในแนวแกน x ∆ = สำหรับกรณีวัตถุเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ภายใต้สนามโน้มถ่วงของโลกโดยไม่คิดแรงต้านอากาศ วัตถุจะมีความเร่งใน แนวดิ่งคงตัวซึ่งเท่ากับความเร่งโน้มถ่วงของโลก (ay = -g) และการเคลื่อนที่ในแนวระดับจะมีความเร็วคงตัว 7.กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ขั้นสร้างความสนใจ 1.1 ครูให้นักเรียน 2 คนออกมาสาธิตการโยนรับและส่งวัตถุ เช่น ลูกเทนนิส หรือลูกบอล และถามนักเรียนใน ชั้นว่า การเคลื่อนที่ของวัตถุจากเพื่อน2คนมีปริมาณใดเกี่ยวข้องบ้าง (แนวคำตอบ : แรง การเคลื่อนที่ ) 1.2 จากการโยนรับและส่งวัตถุของนักเรียน 2 คน ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายร่วมกันใน ประเด็นดังต่อไปนี้ (คำตอบเป็นแบบปลายเปิด) - เส้นทางการเคลื่อนที่ของวัตถุมีลักษณะเป็นอย่างไร - ความเร็วของวัตถุขณะเคลื่อนที่ออกจากมือมีลักษณะเป็นอย่างไร - ความเร็วของวัตถุขณะอยู่ที่จุดสูงสุดมีลักษณะเป็นอย่างไร - แรงที่กระทำต่อวัตถุขณะที่วัตถุเคลื่อนที่มีอะไรบ้างและมีทิศทางใด 2. ขั้นสำรวจและค้นหา 2.1 ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม 7.1 การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ ในหนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติม ฟิสิกส์ เล่ม 2 สสวท. 2.2 ครูเน้นย้ำก่อนทำกิจกรรมที่ 7.1 ว่า 1. ปรับปลายรางอะลูมิเนียมตอนล่างให้อยู่ในแนวระดับ 2. ติดกระดาษกราฟกับแผ่นไม้โดยให้แกนของกราฟวางตัวอยู่ในแนวดิ่งและแนวระดับ และปรับตำแหน่งของกระดาษกราฟให้จุดที่ลูกกลมโลหะกระทบเป้าเมื่อวางเป้าชิดปลายรางตรงกับจุดตัดของเส้น ทึบในแนวดิ่งและแนวระดับบนกระดาษกราฟ 3. ทุกครั้งที่ปล่อยลูกกลมโลหะ ต้องจับแผ่นเป้าโลหะที่ด้านหลังไว้เพื่อไม่ให้แผ่นเป้า เคลื่อนที่ขณะลูกกลมโลหะชน 4. เพื่อความสะดวกอาจบันทึกตำแหน่งที่ลูกกลมโลหะชนเป้าแต่ละครั้งลงในกระดาษกราฟอีก หนึ่ง


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 178 แผ่นที่ไม่ได้ติดเข้ากับแป้นไม้ โดยให้จุดแรกซึ่งตรงกับจุดที่ลูกกลมโลหะกระทบเป้าเมื่อวางชิดปลายรางเป็นจุดกำเนิด 2.3 ครูให้นักเรียนบันทึกผลการทดลองทั้งในรูปของกราฟและตาราง โดยมีตัวอย่างดังนี้ 2.3.1 หาแนวการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์โดยลากเส้นผ่านจุดต่าง ๆ ที่ปรากฏบนกระดาษกราฟ 2.3.2 หาความสัมพันธ์ระหว่างขนาดการกระจัดในแนวดิ่ง กับกำลังสองของขนาดการกระจัดใน แนวระดับ 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป 3.1 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายโดยใช้ผลการทำกิจกรรมและการตอบคำถามท้ายกิจกรรม ตามรายละเอียดในหนังสือเรียนจนได้ข้อสรุปดังนี้ 1. การปล่อยลูกกลมโลหะที่ตำแหน่งเดียวกันทุกครั้งเพื่อให้ความเร็วของลูกกลมโลหะ หลุดจากปลายรางตอนล่างมีค่าเท่ากัน 2. แนวการเคลื่อนที่ของลูกกลมโลหะที่ปรากฏบนกระดาษกราฟเป็นแนวโค้ง 3. จากกราฟระหว่างขนาดการกระจัดในแนวดิ่ง (∆) แปรผันตรงกับกำลังสองของ ขนาดการกระจัดในแนวระดับ ((∆) 2 ) ทำให้สรุปได้ว่า ∆ ∝ (∆) 2 หรือ ∆ = (∆) 2 เมื่อ k เป็นค่าคง ตัวของการแปรผัน ซึ่งเป็นสมการของเส้นกราฟพาราโบลา 3.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายคำถามท้ายกิจกรรม ดังนี้ 1. การปล่อยลูกกลมโลหะที่ตำแหน่งเดิมใกล้ปลายรางตอนบนทุกครั้ง มีผลต่อความเร็ว ที่ปลายรางตอนล่างอย่างไร (แนวคำตอบ : การปล่อยลูกกลมโลหะที่ตำแหน่งเดิมใกล้ปลายรางตอนบนทุกครั้งทำ ให้ความเร็วของลูกกลมโลหะหลุดออกจากปลายรางตอนล่างมีค่าเท่ากัน) 2. แนวการเคลื่อนที่ของลูกกลมโลหะจากกระดาษกราฟมีลักษณะอย่างไร (แนวคำตอบ : แนวการเคลื่อนที่ของลูกกลมโลหะที่ปรากฏบนกระดาษกราฟเป็นแนวโค้ง) 3. จากกราฟระหว่างขนาดการกระจัดในแนวดิ่งกับกำาลังสองของขนาดการกระจัดใน แนวระดับปริมาณทั้งสองมีความสัมพันธ์กันอย่างไร จะสรุปลักษณะของแนวการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์เป็น แนวโค้งแบบใด (แนวคำตอบ : จากกราฟสรุปได้ว่าขนาดการกระจัดในแนวดิ่ง (∆) แปรผันตรงกับกำลังสองของ ขนาดการกระจัดในแนวระดับ ((∆) 2 ) โดยพิจารณาจาก ∆ ∝ (∆) 2 หรือ ∆ = (∆) 2 เมื่อ k เป็นค่าคง ตัวของการแปรผัน เนื่องจากสมการ y = kx2 เป็นสมการของกราฟพาราโบลาที่ผ่านจุดกำาเนิดดังนั้นการเคลื่อนที่ ของลูกกลมโลหะเป็นการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ที่มีแนวการเคลื่อนที่เป็นเส้นโค้งพาราโบลา) 4. ขั้นขยายความรู้ 4.1 ครูให้ความรู้เกี่ยวกับสมการที่ใช้ในการคำนวณการเคลื่อนที่ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน แล้วอภิปรายตัวอย่าง 7.1-7.6 ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน ดังนี้ การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์(projectile motion) เป็นการเคลื่อนที่ของวัตถุในสองมิติที่มีแนว การเคลื่อนที่เป็นแนวโค้งพาราโบลา การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ประกอบด้วยการเคลื่อนที่ในสองแนวที่มีตั้งฉาก กันและเป็นอิสระต่อกัน โดยแนวหนึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร่งคงตัว และอีกแนวหนึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัว ทั้งนี้โดยมีปริมาณที่ใช้ร่วมกัน คือ เวลา เนื่องจากเป็นวัตถุก้อนเดียวกัน


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 179 กรณีวัตถุเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ที่มีความเร่งในแนวแกน y คงตัว และมีความเร็วในแนวแกน x คงตัว สามารถอธิบายได้ด้วยสมการ ในแนวแกน y ∆ = + , = + , = + ∆ , ∆ = ( + ) ในแนวแกน x ∆ = สำหรับกรณีวัตถุเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ภายใต้สนามโน้มถ่วงของโลกโดยไม่คิดแรงต้านอากาศ วัตถุจะมี ความเร่งในแนวดิ่งคงตัวซึ่งเท่ากับความเร่งโน้มถ่วงของโลก (ay = -g) และการเคลื่อนที่ในแนวระดับจะมีความเร็ว คงตัว 5. ขั้นประเมินผล 5.1 ครูให้นักเรียนตอบคำถามท้ายกิจกรรม 7.1 ในหนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติม ฟิสิกส์ เล่ม 2 สสวท. 8.สื่อการเรียนรู้/ แหล่งเรียนรู้ - หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติม ฟิสิกส์ เล่ม 2 สสวท. - ชุดการทดลองกิจกรรม 7.1 การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ 9. การวัดและการประเมิน ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ หลักฐานการเรียนรู้ (ชิ้นงาน/ภาระงาน) เครื่องมือและเกณฑ์การประเมิน 1) ด้านความรู้ (K) อธิบายการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ ปริมาณที่เกี่ยวข้อง และการนำไปใช้ ประโยชน์ได้ - คำถามในการทำ กิจกรรม 7.1 - นักเรียนสามารถตอบคำถามในการทำ กิจกรรม 7.1 ได้สอดคล้องกับเนื้อหาร้อย ละ 80 2) ด้านกระบวนการ (P) ทดลองการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างการ กระจัดในแนวระดับกับการกระจัดใน แนวดิ่ง และคำนวณหาปริมาณที่ เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจก ไทล์ได้ - คำถามในการทำ กิจกรรม 7.1 - นักเรียนสามารถตอบคำถามในการทำ กิจกรรม 7.1 ได้สอดคล้องกับเนื้อหาร้อย ละ 80 3) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นได้ - คำถามในการทำ กิจกรรม 7.1 - นักเรียนสามารถทำการทดลองและตอบ คำถามในการทำกิจกรรม 7.1ร่วมกับ เพื่อนในชั้นเรียนได้ร้อยละ 80


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 180 บันทึกผลการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรายวิชาฟิสิกส์2 รหัสวิชา ว30202 หน่วยการเรียนรู้ที่7 เรื่อง การเคลื่อนที่แนวโค้ง เวลา 18 ชั่วโมง แผนการเรียนรู้ที่ 24 เรื่อง ปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์เวลา 4 ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 สอนโดย นางสาวอรชีรา อนุบุตร เมื่อวันที่ 1. ความคิดเห็นหัวหน้ากลุ่มสาระ/รองผู้อำนวยการ/ผู้อำนวยการ 1.1 หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ลงชื่อ (นางสาวอรอุมา ไชยชนะ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1.2 รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารงานวิชาการ ลงชื่อ (นายบพิตร เหล่ากอ) รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารงานวิชาการ โรงเรียนลองวิทยา ........../........................../............. 1.3 ผู้อำนวยการโรงเรียน ลงชื่อ (นายสุริยน สายสนองยศ) ผู้อำนวยการโรงเรียนลองวิทยา ........../........................../.............


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 181 2. ผลการสอนจริง 2.1 ผลการจัดการเรียนรู้ 2.2 จำนวนนักเรียนที่ผ่านตามจุดประสงค์การเรียนรู้ - ด้านความรู้ (K) (เกณฑ์ 60%) ผ่าน .............คน คิดเป็นร้อยละ............คน ไม่ผ่าน .........คน คิดเป็นร้อยละ............คน - ด้านทักษะและกระบวนการ (P) (เกณฑ์ 60%) ผ่าน .............คน คิดเป็นร้อยละ............คน ไม่ผ่าน .........คน คิดเป็นร้อยละ............คน - ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) (เกณฑ์ 80%) ผ่าน .............คน คิดเป็นร้อยละ............คน ไม่ผ่าน .........คน คิดเป็นร้อยละ............คน 2.3ด้านความรู้ (K) ที่ไม่ผ่านตามลำดับได้แก่ ด้านทักษะและกระบวนการ (P) ที่ไม่ผ่านตามลำดับได้แก่ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ที่ไม่ผ่านตามลำดับได้แก่


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 182 3. สาเหตุ / วิธีการแก้ไข สาเหตุ วิธีแก้ไข (นวัตกรรม,สื่อ,ตัวครู,ตัวนักเรียน,เวลา) จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านความรู้ (K) ……………………………………………………….… ………………………………………………………… ………………………………………………………… จำนวน..................คน …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านทักษะและกระบวนการ (P) ……………………………………………………….… ………………………………………………………… ………………………………………………………… จำนวน..................คน …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ……………………………………………………….… ………………………………………………………… ………………………………………………………… จำนวน..................คน …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… 4. ผลการดำเนินการแก้ไข ครั้งที่ 1 ผ่าน..........................คน ไม่ผ่าน......................คน เพราะ ครั้งที่ 2 ผ่าน..........................คน ไม่ผ่าน......................คน เพราะ 5. กิจกรรมหรือข้อเสนอแนะในการจัดการเรียนรู้ครั้งต่อไป (ต่อเติมจากข้อ 2,3) ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวอรชีรา อนุบุตร) ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ ........../................................./..............


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 183 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 25 รายวิชา ฟิสิกส์2 รหัสวิชา ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 การเคลื่อนที่แนวโค้ง เรื่อง การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์(ทดลอง) วันที่.............. เดือน...................... พ.ศ. ............... เวลาเรียน 4 ชั่วโมง 1.ผลการเรียนรู้ 16. อธิบาย วิเคราะห์ และคำนวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ และ ทดลองการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์(projectile motion) เป็นการเคลื่อนที่ของวัตถุในสองมิติที่มีแนวการ เคลื่อนที่เป็นแนวโค้งพาราโบลา การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ประกอบด้วยการเคลื่อนที่ในสองแนวที่มีตั้งฉาก กันและเป็นอิสระต่อกัน โดยแนวหนึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร่งคงตัว และอีกแนวหนึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัว ทั้งนี้โดยมีปริมาณที่ใช้ร่วมกัน คือ เวลา เนื่องจากเป็นวัตถุก้อนเดียวกัน 3.จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) ด้านความรู้ (K) อธิบายการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ ปริมาณที่เกี่ยวข้อง และการนำไปใช้ประโยชน์ได้ 2) ด้านกระบวนการ (P) ทดลองการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างการกระจัดในแนวระดับกับการ กระจัดในแนวดิ่ง และคำนวณหาปริมาณที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ได้ 3) คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) ทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นได้ 4. ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการแก้ปัญหา 5. บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ใช้ทักษะทางคณิตศาสตร์ในการคำนวณโจทย์ปัญหาและเชื่อมโยงสมการ 6.สาระการเรียนรู้ การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์(projectile motion) เป็นการเคลื่อนที่ของวัตถุในสองมิติที่มีแนวการ เคลื่อนที่เป็นแนวโค้งพาราโบลา การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ประกอบด้วยการเคลื่อนที่ในสองแนวที่มีตั้งฉากกัน และเป็นอิสระต่อกัน โดยแนวหนึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร่งคงตัว และอีกแนวหนึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัว ทั้งนี้ โดยมีปริมาณที่ใช้ร่วมกัน คือ เวลา เนื่องจากเป็นวัตถุก้อนเดียวกัน


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 184 กรณีวัตถุเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ที่มีความเร่งในแนวแกน y คงตัว และมีความเร็วในแนวแกน x คงตัว สามารถอธิบายได้ด้วยสมการ ในแนวแกน y ∆ = + = + = + ∆ ∆ = ( + ) ในแนวแกน x ∆ = สำหรับกรณีวัตถุเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ภายใต้สนามโน้มถ่วงของโลกโดยไม่คิดแรงต้านอากาศ วัตถุจะมีความเร่งใน แนวดิ่งคงตัวซึ่งเท่ากับความเร่งโน้มถ่วงของโลก (ay = -g) และการเคลื่อนที่ในแนวระดับจะมีความเร็วคงตัว 7.กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ขั้นสร้างความสนใจ 1.1 ครูให้นักเรียน 2 คนออกมาสาธิตการโยนรับและส่งวัตถุ เช่น ลูกเทนนิส หรือลูกบอล และถามนักเรียนใน ชั้นว่า การเคลื่อนที่ของวัตถุจากเพื่อน2คนมีปริมาณใดเกี่ยวข้องบ้าง (แนวคำตอบ : แรง การเคลื่อนที่ ) 1.2 จากการโยนรับและส่งวัตถุของนักเรียน 2 คน ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายร่วมกันใน ประเด็นดังต่อไปนี้ (คำตอบเป็นแบบปลายเปิด) - เส้นทางการเคลื่อนที่ของวัตถุมีลักษณะเป็นอย่างไร - ความเร็วของวัตถุขณะเคลื่อนที่ออกจากมือมีลักษณะเป็นอย่างไร - ความเร็วของวัตถุขณะอยู่ที่จุดสูงสุดมีลักษณะเป็นอย่างไร - แรงที่กระทำต่อวัตถุขณะที่วัตถุเคลื่อนที่มีอะไรบ้างและมีทิศทางใด 2. ขั้นสำรวจและค้นหา 2.1 ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม 7.1 การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ ในหนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติม ฟิสิกส์ เล่ม 2 สสวท. 2.2 ครูเน้นย้ำก่อนทำกิจกรรมที่ 7.1 ว่า 1. ปรับปลายรางอะลูมิเนียมตอนล่างให้อยู่ในแนวระดับ 2. ติดกระดาษกราฟกับแผ่นไม้โดยให้แกนของกราฟวางตัวอยู่ในแนวดิ่งและแนวระดับ และปรับตำแหน่งของกระดาษกราฟให้จุดที่ลูกกลมโลหะกระทบเป้าเมื่อวางเป้าชิดปลายรางตรงกับจุดตัดของเส้น ทึบในแนวดิ่งและแนวระดับบนกระดาษกราฟ 3. ทุกครั้งที่ปล่อยลูกกลมโลหะ ต้องจับแผ่นเป้าโลหะที่ด้านหลังไว้เพื่อไม่ให้แผ่นเป้า เคลื่อนที่ขณะลูกกลมโลหะชน 4. เพื่อความสะดวกอาจบันทึกตำแหน่งที่ลูกกลมโลหะชนเป้าแต่ละครั้งลงในกระดาษกราฟอีก หนึ่ง


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 185 แผ่นที่ไม่ได้ติดเข้ากับแป้นไม้ โดยให้จุดแรกซึ่งตรงกับจุดที่ลูกกลมโลหะกระทบเป้าเมื่อวางชิดปลายรางเป็นจุดกำเนิด 2.3 ครูให้นักเรียนบันทึกผลการทดลองทั้งในรูปของกราฟและตาราง โดยมีตัวอย่างดังนี้ 2.3.1 หาแนวการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์โดยลากเส้นผ่านจุดต่าง ๆ ที่ปรากฏบนกระดาษกราฟ 2.3.2 หาความสัมพันธ์ระหว่างขนาดการกระจัดในแนวดิ่ง กับกำลังสองของขนาดการกระจัดใน แนวระดับ 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป 3.1 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายโดยใช้ผลการทำกิจกรรมและการตอบคำถามท้ายกิจกรรม ตามรายละเอียดในหนังสือเรียนจนได้ข้อสรุปดังนี้ 1. การปล่อยลูกกลมโลหะที่ตำแหน่งเดียวกันทุกครั้งเพื่อให้ความเร็วของลูกกลมโลหะ หลุดจากปลายรางตอนล่างมีค่าเท่ากัน 2. แนวการเคลื่อนที่ของลูกกลมโลหะที่ปรากฏบนกระดาษกราฟเป็นแนวโค้ง 3. จากกราฟระหว่างขนาดการกระจัดในแนวดิ่ง (∆) แปรผันตรงกับกำลังสองของ ขนาดการกระจัดในแนวระดับ ((∆) 2 ) ทำให้สรุปได้ว่า ∆ ∝ (∆) 2 หรือ ∆ = (∆) 2 เมื่อ k เป็นค่าคง ตัวของการแปรผัน ซึ่งเป็นสมการของเส้นกราฟพาราโบลา


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 186 3.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายคำถามท้ายกิจกรรม ดังนี้ 1. การปล่อยลูกกลมโลหะที่ตำแหน่งเดิมใกล้ปลายรางตอนบนทุกครั้ง มีผลต่อความเร็ว ที่ปลายรางตอนล่างอย่างไร (แนวคำตอบ : การปล่อยลูกกลมโลหะที่ตำแหน่งเดิมใกล้ปลายรางตอนบนทุกครั้งทำ ให้ความเร็วของลูกกลมโลหะหลุดออกจากปลายรางตอนล่างมีค่าเท่ากัน) 2. แนวการเคลื่อนที่ของลูกกลมโลหะจากกระดาษกราฟมีลักษณะอย่างไร (แนวคำตอบ : แนวการเคลื่อนที่ของลูกกลมโลหะที่ปรากฏบนกระดาษกราฟเป็นแนวโค้ง) 3. จากกราฟระหว่างขนาดการกระจัดในแนวดิ่งกับกำาลังสองของขนาดการกระจัดใน แนวระดับปริมาณทั้งสองมีความสัมพันธ์กันอย่างไร จะสรุปลักษณะของแนวการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์เป็น แนวโค้งแบบใด (แนวคำตอบ : จากกราฟสรุปได้ว่าขนาดการกระจัดในแนวดิ่ง (∆) แปรผันตรงกับกำลังสองของ ขนาดการกระจัดในแนวระดับ ((∆) 2 ) โดยพิจารณาจาก ∆ ∝ (∆) 2 หรือ ∆ = (∆) 2 เมื่อ k เป็นค่าคง ตัวของการแปรผัน เนื่องจากสมการ y = kx2 เป็นสมการของกราฟพาราโบลาที่ผ่านจุดกำาเนิดดังนั้นการเคลื่อนที่ ของลูกกลมโลหะเป็นการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ที่มีแนวการเคลื่อนที่เป็นเส้นโค้งพาราโบลา) 4. ขั้นขยายความรู้ 4.1 ครูให้ความรู้เกี่ยวกับสมการที่ใช้ในการคำนวณการเคลื่อนที่ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน แล้วอภิปรายตัวอย่าง 7.1-7.6 ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน ดังนี้ การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์(projectile motion) เป็นการเคลื่อนที่ของวัตถุในสองมิติที่มีแนว การเคลื่อนที่เป็นแนวโค้งพาราโบลา การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ประกอบด้วยการเคลื่อนที่ในสองแนวที่มีตั้งฉาก กันและเป็นอิสระต่อกัน โดยแนวหนึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร่งคงตัว และอีกแนวหนึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัว ทั้งนี้โดยมีปริมาณที่ใช้ร่วมกัน คือ เวลา เนื่องจากเป็นวัตถุก้อนเดียวกัน กรณีวัตถุเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ที่มีความเร่งในแนวแกน y คงตัว และมีความเร็วในแนวแกน x คงตัว สามารถอธิบายได้ด้วยสมการ ในแนวแกน y ∆ = + , = + , = + ∆ , ∆ = ( + ) ในแนวแกน x ∆ = สำหรับกรณีวัตถุเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ภายใต้สนามโน้มถ่วงของโลกโดยไม่คิดแรงต้านอากาศ วัตถุจะมี ความเร่งในแนวดิ่งคงตัวซึ่งเท่ากับความเร่งโน้มถ่วงของโลก (ay = -g) และการเคลื่อนที่ในแนวระดับจะมีความเร็ว คงตัว 5. ขั้นประเมินผล 5.1 ครูให้นักเรียนตอบคำถามท้ายกิจกรรม 7.1 ในหนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติม ฟิสิกส์ เล่ม 2 สสวท. 8.สื่อการเรียนรู้/ แหล่งเรียนรู้ - หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติม ฟิสิกส์ เล่ม 2 สสวท. - ชุดการทดลองกิจกรรม 7.1 การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 187 9. การวัดและการประเมิน ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ หลักฐานการเรียนรู้ (ชิ้นงาน/ภาระงาน) เครื่องมือและเกณฑ์การประเมิน 1) ด้านความรู้ (K) อธิบายการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ ปริมาณที่เกี่ยวข้อง และการนำไปใช้ ประโยชน์ได้ - คำถามในการทำ กิจกรรม 7.1 - นักเรียนสามารถตอบคำถามในการทำ กิจกรรม 7.1 ได้สอดคล้องกับเนื้อหาร้อย ละ 80 2) ด้านกระบวนการ (P) ทดลองการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างการ กระจัดในแนวระดับกับการกระจัดใน แนวดิ่ง และคำนวณหาปริมาณที่ เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจก ไทล์ได้ - คำถามในการทำ กิจกรรม 7.1 - นักเรียนสามารถตอบคำถามในการทำ กิจกรรม 7.1 ได้สอดคล้องกับเนื้อหาร้อย ละ 80 3) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นได้ - คำถามในการทำ กิจกรรม 7.1 - นักเรียนสามารถทำการทดลองและตอบ คำถามในการทำกิจกรรม 7.1ร่วมกับ เพื่อนในชั้นเรียนได้ร้อยละ 80


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 188 บันทึกผลการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรายวิชาฟิสิกส์2 รหัสวิชา ว30202 หน่วยการเรียนรู้ที่7 เรื่อง การเคลื่อนที่แนวโค้ง เวลา 18 ชั่วโมง แผนการเรียนรู้ที่ 25 เรื่อง การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์(ทดลอง) เวลา 4 ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 สอนโดย นางสาวอรชีรา อนุบุตร เมื่อวันที่ 1. ความคิดเห็นหัวหน้ากลุ่มสาระ/รองผู้อำนวยการ/ผู้อำนวยการ 1.1 หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ลงชื่อ (นางสาวอรอุมา ไชยชนะ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1.2 รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารงานวิชาการ ลงชื่อ (นายบพิตร เหล่ากอ) รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารงานวิชาการ โรงเรียนลองวิทยา ........../........................../............. 1.3 ผู้อำนวยการโรงเรียน ลงชื่อ (นายสุริยน สายสนองยศ) ผู้อำนวยการโรงเรียนลองวิทยา ........../........................../.............


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 189 2. ผลการสอนจริง 2.1 ผลการจัดการเรียนรู้ 2.2 จำนวนนักเรียนที่ผ่านตามจุดประสงค์การเรียนรู้ - ด้านความรู้ (K) (เกณฑ์ 60%) ผ่าน .............คน คิดเป็นร้อยละ............คน ไม่ผ่าน .........คน คิดเป็นร้อยละ............คน - ด้านทักษะและกระบวนการ (P) (เกณฑ์ 60%) ผ่าน .............คน คิดเป็นร้อยละ............คน ไม่ผ่าน .........คน คิดเป็นร้อยละ............คน - ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) (เกณฑ์ 80%) ผ่าน .............คน คิดเป็นร้อยละ............คน ไม่ผ่าน .........คน คิดเป็นร้อยละ............คน 2.3ด้านความรู้ (K) ที่ไม่ผ่านตามลำดับได้แก่ ด้านทักษะและกระบวนการ (P) ที่ไม่ผ่านตามลำดับได้แก่ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ที่ไม่ผ่านตามลำดับได้แก่


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 190 3. สาเหตุ / วิธีการแก้ไข สาเหตุ วิธีแก้ไข (นวัตกรรม,สื่อ,ตัวครู,ตัวนักเรียน,เวลา) จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านความรู้ (K) ……………………………………………………….… ………………………………………………………… ………………………………………………………… จำนวน..................คน …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านทักษะและกระบวนการ (P) ……………………………………………………….… ………………………………………………………… ………………………………………………………… จำนวน..................คน …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ……………………………………………………….… ………………………………………………………… ………………………………………………………… จำนวน..................คน …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… 4. ผลการดำเนินการแก้ไข ครั้งที่ 1 ผ่าน..........................คน ไม่ผ่าน......................คน เพราะ ครั้งที่ 2 ผ่าน..........................คน ไม่ผ่าน......................คน เพราะ 5. กิจกรรมหรือข้อเสนอแนะในการจัดการเรียนรู้ครั้งต่อไป (ต่อเติมจากข้อ 2,3) ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวอรชีรา อนุบุตร) ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ ........../................................./..............


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 191 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 26 รายวิชา ฟิสิกส์2 รหัสวิชา ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 การเคลื่อนที่แนวโค้ง เรื่อง การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์(1) วันที่.............. เดือน...................... พ.ศ. ............... เวลาเรียน 2 ชั่วโมง 1.ผลการเรียนรู้ 16. อธิบาย วิเคราะห์ และคำนวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ และ ทดลองการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์(projectile motion) เป็นการเคลื่อนที่ของวัตถุในสองมิติที่มีแนวการ เคลื่อนที่เป็นแนวโค้งพาราโบลา การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ประกอบด้วยการเคลื่อนที่ในสองแนวที่มีตั้งฉาก กันและเป็นอิสระต่อกัน โดยแนวหนึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร่งคงตัว และอีกแนวหนึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัว ทั้งนี้โดยมีปริมาณที่ใช้ร่วมกัน คือ เวลา เนื่องจากเป็นวัตถุก้อนเดียวกัน 3.จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) ด้านความรู้ (K) อธิบายการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ ปริมาณที่เกี่ยวข้อง และการนำไปใช้ประโยชน์ได้ 2) ด้านกระบวนการ (P) ทดลองการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างการกระจัดในแนวระดับกับการ กระจัดในแนวดิ่ง และคำนวณหาปริมาณที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ได้ 3) คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) ทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นได้ 4. ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการแก้ปัญหา 5. บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ใช้ทักษะทางคณิตศาสตร์ในการคำนวณโจทย์ปัญหาและเชื่อมโยงสมการ 6.สาระการเรียนรู้ การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์(projectile motion) เป็นการเคลื่อนที่ของวัตถุในสองมิติที่มีแนวการ เคลื่อนที่เป็นแนวโค้งพาราโบลา การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ประกอบด้วยการเคลื่อนที่ในสองแนวที่มีตั้งฉากกัน และเป็นอิสระต่อกัน โดยแนวหนึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร่งคงตัว และอีกแนวหนึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัว ทั้งนี้ โดยมีปริมาณที่ใช้ร่วมกัน คือ เวลา เนื่องจากเป็นวัตถุก้อนเดียวกัน


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 192 กรณีวัตถุเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ที่มีความเร่งในแนวแกน y คงตัว และมีความเร็วในแนวแกน x คงตัว สามารถอธิบายได้ด้วยสมการ ในแนวแกน y ∆ = + = + = + ∆ ∆ = ( + ) ในแนวแกน x ∆ = สำหรับกรณีวัตถุเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ภายใต้สนามโน้มถ่วงของโลกโดยไม่คิดแรงต้านอากาศ วัตถุจะมีความเร่งใน แนวดิ่งคงตัวซึ่งเท่ากับความเร่งโน้มถ่วงของโลก (ay = -g) และการเคลื่อนที่ในแนวระดับจะมีความเร็วคงตัว 7.กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ขั้นสร้างความสนใจ 1.1 ครูให้นักเรียน 2 คนออกมาสาธิตการโยนรับและส่งวัตถุ เช่น ลูกเทนนิส หรือลูกบอล และถามนักเรียนใน ชั้นว่า การเคลื่อนที่ของวัตถุจากเพื่อน2คนมีปริมาณใดเกี่ยวข้องบ้าง (แนวคำตอบ : แรง การเคลื่อนที่ ) 1.2 จากการโยนรับและส่งวัตถุของนักเรียน 2 คน ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายร่วมกันใน ประเด็นดังต่อไปนี้ (คำตอบเป็นแบบปลายเปิด) - เส้นทางการเคลื่อนที่ของวัตถุมีลักษณะเป็นอย่างไร - ความเร็วของวัตถุขณะเคลื่อนที่ออกจากมือมีลักษณะเป็นอย่างไร - ความเร็วของวัตถุขณะอยู่ที่จุดสูงสุดมีลักษณะเป็นอย่างไร - แรงที่กระทำต่อวัตถุขณะที่วัตถุเคลื่อนที่มีอะไรบ้างและมีทิศทางใด 2. ขั้นสำรวจและค้นหา 2.1 ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม 7.1 การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ ในหนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติม ฟิสิกส์ เล่ม 2 สสวท. 2.2 ครูเน้นย้ำก่อนทำกิจกรรมที่ 7.1 ว่า 1. ปรับปลายรางอะลูมิเนียมตอนล่างให้อยู่ในแนวระดับ 2. ติดกระดาษกราฟกับแผ่นไม้โดยให้แกนของกราฟวางตัวอยู่ในแนวดิ่งและแนวระดับ และปรับตำแหน่งของกระดาษกราฟให้จุดที่ลูกกลมโลหะกระทบเป้าเมื่อวางเป้าชิดปลายรางตรงกับจุดตัดของเส้น ทึบในแนวดิ่งและแนวระดับบนกระดาษกราฟ 3. ทุกครั้งที่ปล่อยลูกกลมโลหะ ต้องจับแผ่นเป้าโลหะที่ด้านหลังไว้เพื่อไม่ให้แผ่นเป้า เคลื่อนที่ขณะลูกกลมโลหะชน 4. เพื่อความสะดวกอาจบันทึกตำแหน่งที่ลูกกลมโลหะชนเป้าแต่ละครั้งลงในกระดาษกราฟอีก หนึ่ง


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 193 แผ่นที่ไม่ได้ติดเข้ากับแป้นไม้ โดยให้จุดแรกซึ่งตรงกับจุดที่ลูกกลมโลหะกระทบเป้าเมื่อวางชิดปลายรางเป็นจุดกำเนิด 2.3 ครูให้นักเรียนบันทึกผลการทดลองทั้งในรูปของกราฟและตาราง โดยมีตัวอย่างดังนี้ 2.3.1 หาแนวการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์โดยลากเส้นผ่านจุดต่าง ๆ ที่ปรากฏบนกระดาษกราฟ 2.3.2 หาความสัมพันธ์ระหว่างขนาดการกระจัดในแนวดิ่ง กับกำลังสองของขนาดการกระจัดใน แนวระดับ 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป 3.1 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายโดยใช้ผลการทำกิจกรรมและการตอบคำถามท้ายกิจกรรม ตามรายละเอียดในหนังสือเรียนจนได้ข้อสรุปดังนี้ 1. การปล่อยลูกกลมโลหะที่ตำแหน่งเดียวกันทุกครั้งเพื่อให้ความเร็วของลูกกลมโลหะ หลุดจากปลายรางตอนล่างมีค่าเท่ากัน 2. แนวการเคลื่อนที่ของลูกกลมโลหะที่ปรากฏบนกระดาษกราฟเป็นแนวโค้ง 3. จากกราฟระหว่างขนาดการกระจัดในแนวดิ่ง (∆) แปรผันตรงกับกำลังสองของ ขนาดการกระจัดในแนวระดับ ((∆) 2 ) ทำให้สรุปได้ว่า ∆ ∝ (∆) 2 หรือ ∆ = (∆) 2 เมื่อ k เป็นค่าคง ตัวของการแปรผัน ซึ่งเป็นสมการของเส้นกราฟพาราโบลา 3.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายคำถามท้ายกิจกรรม ดังนี้ 1. การปล่อยลูกกลมโลหะที่ตำแหน่งเดิมใกล้ปลายรางตอนบนทุกครั้ง มีผลต่อความเร็ว ที่ปลายรางตอนล่างอย่างไร (แนวคำตอบ : การปล่อยลูกกลมโลหะที่ตำแหน่งเดิมใกล้ปลายรางตอนบนทุกครั้งทำ ให้ความเร็วของลูกกลมโลหะหลุดออกจากปลายรางตอนล่างมีค่าเท่ากัน) 2. แนวการเคลื่อนที่ของลูกกลมโลหะจากกระดาษกราฟมีลักษณะอย่างไร (แนวคำตอบ : แนวการเคลื่อนที่ของลูกกลมโลหะที่ปรากฏบนกระดาษกราฟเป็นแนวโค้ง) 3. จากกราฟระหว่างขนาดการกระจัดในแนวดิ่งกับกำาลังสองของขนาดการกระจัดใน แนวระดับปริมาณทั้งสองมีความสัมพันธ์กันอย่างไร จะสรุปลักษณะของแนวการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์เป็น แนวโค้งแบบใด (แนวคำตอบ : จากกราฟสรุปได้ว่าขนาดการกระจัดในแนวดิ่ง (∆) แปรผันตรงกับกำลังสองของ ขนาดการกระจัดในแนวระดับ ((∆) 2 ) โดยพิจารณาจาก ∆ ∝ (∆) 2 หรือ ∆ = (∆) 2 เมื่อ k เป็นค่าคง ตัวของการแปรผัน เนื่องจากสมการ y = kx2 เป็นสมการของกราฟพาราโบลาที่ผ่านจุดกำาเนิดดังนั้นการเคลื่อนที่ ของลูกกลมโลหะเป็นการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ที่มีแนวการเคลื่อนที่เป็นเส้นโค้งพาราโบลา) 4. ขั้นขยายความรู้ 4.1 ครูให้ความรู้เกี่ยวกับสมการที่ใช้ในการคำนวณการเคลื่อนที่ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน แล้วอภิปรายตัวอย่าง 7.1-7.6 ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน ดังนี้ การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์(projectile motion) เป็นการเคลื่อนที่ของวัตถุในสองมิติที่มีแนว การเคลื่อนที่เป็นแนวโค้งพาราโบลา การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ประกอบด้วยการเคลื่อนที่ในสองแนวที่มีตั้งฉาก กันและเป็นอิสระต่อกัน โดยแนวหนึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร่งคงตัว และอีกแนวหนึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัว ทั้งนี้โดยมีปริมาณที่ใช้ร่วมกัน คือ เวลา เนื่องจากเป็นวัตถุก้อนเดียวกัน


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 194 กรณีวัตถุเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ที่มีความเร่งในแนวแกน y คงตัว และมีความเร็วในแนวแกน x คงตัว สามารถอธิบายได้ด้วยสมการ ในแนวแกน y ∆ = + , = + , = + ∆ , ∆ = ( + ) ในแนวแกน x ∆ = สำหรับกรณีวัตถุเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ภายใต้สนามโน้มถ่วงของโลกโดยไม่คิดแรงต้านอากาศ วัตถุจะมี ความเร่งในแนวดิ่งคงตัวซึ่งเท่ากับความเร่งโน้มถ่วงของโลก (ay = -g) และการเคลื่อนที่ในแนวระดับจะมีความเร็ว คงตัว 5. ขั้นประเมินผล 5.1 ครูให้นักเรียนตอบคำถามท้ายกิจกรรม 7.1 ในหนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติม ฟิสิกส์ เล่ม 2 สสวท. 8.สื่อการเรียนรู้/ แหล่งเรียนรู้ - หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติม ฟิสิกส์ เล่ม 2 สสวท. - ชุดการทดลองกิจกรรม 7.1 การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ 9. การวัดและการประเมิน ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ หลักฐานการเรียนรู้ (ชิ้นงาน/ภาระงาน) เครื่องมือและเกณฑ์การประเมิน 1) ด้านความรู้ (K) อธิบายการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ ปริมาณที่เกี่ยวข้อง และการนำไปใช้ ประโยชน์ได้ - คำถามในการทำ กิจกรรม 7.1 - นักเรียนสามารถตอบคำถามในการทำ กิจกรรม 7.1 ได้สอดคล้องกับเนื้อหาร้อย ละ 80 2) ด้านกระบวนการ (P) ทดลองการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างการ กระจัดในแนวระดับกับการกระจัดใน แนวดิ่ง และคำนวณหาปริมาณที่ เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจก ไทล์ได้ - คำถามในการทำ กิจกรรม 7.1 - นักเรียนสามารถตอบคำถามในการทำ กิจกรรม 7.1 ได้สอดคล้องกับเนื้อหาร้อย ละ 80 3) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นได้ - คำถามในการทำ กิจกรรม 7.1 - นักเรียนสามารถทำการทดลองและตอบ คำถามในการทำกิจกรรม 7.1ร่วมกับ เพื่อนในชั้นเรียนได้ร้อยละ 80


แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน้า 195 บันทึกผลการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรายวิชาฟิสิกส์2 รหัสวิชา ว30202 หน่วยการเรียนรู้ที่7 เรื่อง การเคลื่อนที่แนวโค้ง เวลา 18 ชั่วโมง แผนการเรียนรู้ที่ 26 เรื่อง การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ (1) เวลา 2 ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 สอนโดย นางสาวอรชีรา อนุบุตร เมื่อวันที่ 1. ความคิดเห็นหัวหน้ากลุ่มสาระ/รองผู้อำนวยการ/ผู้อำนวยการ 1.1 หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ลงชื่อ (นางสาวอรอุมา ไชยชนะ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1.2 รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารงานวิชาการ ลงชื่อ (นายบพิตร เหล่ากอ) รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารงานวิชาการ โรงเรียนลองวิทยา ........../........................../............. 1.3 ผู้อำนวยการโรงเรียน ลงชื่อ (นายสุริยน สายสนองยศ) ผู้อำนวยการโรงเรียนลองวิทยา ........../........................../.............


Click to View FlipBook Version