- 133 -
ก
ขค
รูปท่ี 7.16 (ก) เก็บตัวอยางบริเวณเปดหนาดินในพ้ืนที่เกษตร วัดปาเขารัศมี ตำบลแมเปน อำเภอแมเปน
จังหวัดนครสวรรค ท่ีความลึก 30–40 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินควอตซไมกาชีสต
กลุมวิทยาหิน F-MET1 (ค) ลักษณะตัวอยางเปนดินทราย สีเทาขาวปนน้ำตาล เนื้อดินละเอียด เมื่อสัมผัส
แลว รูสกึ สากมอื เล็กนอ ย
- 134 -
ก
ขค
รูปท่ี 7.17 (ก) เก็บตัวอยางบริเวณเปดหนาดินในพ้ืนที่เกษตร วัดเจดียขาว ตำบลแมเปน อำเภอแมเปน
จังหวัดนครสวรรค ท่ีความลึก 150–170 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหนิ ฐานเปนหินควอตซไมกาชีสต
กลุมวิทยาหิน F-MET1 (ค) ลักษณะตัวอยางเปนดินทราย สีน้ำตาล เนื้อดินคอนขางหยาบ เมื่อสัมผัสแลว
รสู กึ สากมือ
- 135 -
7.3 วิธกี ารวิเคราะหคณุ สมบัติทางกายภาพของดนิ
การจำแนกกลุมดิน ดังแสดงในตารางที่ 7.3 โดยใชระบบมาตรฐานของ Unified Soil
Classification (รูปที่ 7.18 และรูปท่ี 7.19) เปนระบบการจําแนกดินท่ีใชกันอยางกวางขวางใน
งานวิศวกรรมโยธา โดยทำการจําแนก 3 วิธีการ คือ (1) การหาคาพิกัดอัตตะเบิรก (Atterberg’s Limits)
(2) การทดสอบหาคาความถวงจำเพาะเม็ดดิน (Specific Gravity of Soil) และ (3) การหาขนาดเม็ดดิน
(Grain Size Analysis) และมีข้นั ตอนในการจำแนกดังน้ี
1 แบงตามลักษณะขนาดเม็ดดิน เปนดินพวกเม็ดหยาบไดแก กรวด (Gravel) และทราย
(Sand) และพวกเม็ดละเอยี ด ไดแ กด นิ เหนียว (Clay) และดินทราย (Silt)
2. แบงยอ ยตามลักษณะการกระจายตัวของเมด็ ดิน แบง เปน 2 จำพวกใหญ ๆ คอื (1) ดินที่
มีการคละขนาดตะกอนดี (Well Graded Soil) คือดินที่มีขนาดเม็ดตะกอนตั้งแตขนาดละเอียดจนถึง
ขนาดหยาบปะปนกัน และ (2) ดินที่มีการคละขนาดตะกอนไมดี (Poorly Graded Soil) คือ ดินที่มีเม็ด
ขนาดเทา ๆ กนั หรือขนาดเม็ดตะกอนขาดชวง หรอื ขาดตะกอนขนาดใดขนาดหนึ่งไป
3. แบงยอยตามคา Atterberg’s Limits คือ จุดการเปลี่ยนสถานภาพของมวลดิน
โดยอาศัยคาความช้ืนในสถานภาพพลาสติกของดิน (Plasticity Index, P.I.) ซึ่งไดจากผลตางของพิกัด
เหลว (Liquid Limit, L.L.) และพิกัดพลาสติก (Plastic Limit, P.L.) โดยคาดัชนีพลาสติกเปนตัวแสดงถึง
ความเหนียวของดินและความไวของการเปล่ียนสถานะตอความชื้นของมวลดิน เชน ดินเม็ดละเอียดท่ีมี
คาดัชนีพลาสติกสูง เรียกวา High Liquid Limit และดินเม็ดละเอียดท่ีมีคาดัชนีพลาสติกต่ำ เรียกวา
Low Liquid Limit สำหรับดนิ เมด็ หยาบนั้น เปนชนิดดินทีม่ ีคาดชั นีพลาสติกต่ำ หรือไมม ีคาดัชนีพลาสติก
(Non Plastic)
โดยการจําแนกกลุมดินน้ัน ใชอ ักษรยอ 2 ตัว ทำใหจ ดจำไดงาย และมีความหมายในตัวเอง
เชน G = Gravel (กรวด)‚ S = Sand (ทราย)‚ M = Silt (ดินทรายแปง )‚ C = Clay (ดินเหนียว)‚
W = Well Graded (เม็ดคละ)‚ P = Poorly Grade (เม็ดไมคละ)‚ H = High Liquid Limit (L.L. มีคา สูง)‚
L = Low Liquid Limit (L.L. มีคาต่ำ) หรือ O = Organic (ดินมีอินทรียสารปนมาก) เม่ือถึงข้ันสุดทาย
จะมอี กั ษรยอแทน 2 ตัว (ในกรณีกำ้ ก่ึงใช 4 ตัว) เชน CH, GW, SP หรอื GM-CG, ML-CL
ตารางที่ 7.3 แสดงรายละเอยี ดตำแหนง ระดบั ความลึก จำนวน และประเภทงานทดสอบของตวั อยา งแบบไมค งสภาพ
ลำดับ Station วิทยา หมูบาน ตำบล อำเภอ จังหวดั Zone UTM E UTM N Sample Atterberg’s Specific Sieve Hydrometer
หิน Depth (cm.) Limits Gravity Analysis
1 UTI131 SS3 บานไร บานไร อทุ ัยธานี 47P 555176 1665351 360-390 1 11 1
2 UTI14 SS1 คลองเสลา แกนมะกรดู บา นไร อุทัยธานี 47P 530344 1674542 60-70 1 11 1
3 UTI15 SS1 คลองเสลา แกนมะกรูด บานไร อทุ ัยธานี 47P 530462 1675431 140-190 1 11 1
4 UTI28 CB2 แกนมะกรูด บา นไร อุทยั ธานี 47P 540182 1672862 290-330 1 11 1
5 UTI49 CB2 คอกควาย บา นไร อทุ ยั ธานี 47P 547461 1681953 70-90 1 11 1
6 UTI52 CB2 ปางสวรรค คอกควาย บานไร อุทัยธานี 47P 547200 1681748 350-400 1 11 1 - 136 -
7 UTI53 GR ปางสวรรค คอกควาย บานไร อุทยั ธานี 47P 545635 1680615 130-160 1 11 1
8 UTI55 CT คอกควาย บานไร อทุ ัยธานี 47P 550659 1681644 100-130 1 11 1
9 UTI09 F-MET1 ระบำ ลานสกั อุทยั ธานี 47P 551929 1717169 70-90 1 11 1
10 UTI79 GR โปงมะคา ระบำ ลานสกั อทุ ัยธานี 47P 546817 1712910 60-80 1 11 1
11 UTI89 GR เขาเขยี ว ระบำ ลานสัก อทุ ัยธานี 47P 539001 1730552 120-150 1 11 1
12 UTI02 F-MET1 แมเปน แมเ ปน นครสวรรค 47P 551733 1728737 30-40 1 11 1
13 UTI112 F-MET1 แมเ ปน แมเปน นครสวรรค 47P 533327 1739092 150-170 1 11 1
- 137 -
รูปที่ 7.18 แสดงระบบจําแนกดินโดยระบบ Unified Soil Classification
- 138 -
รูปที่ 7.19 แสดงระบบจําแนกดินโดยระบบ Unified Soil Classification
- 139 -
7.3.1 การหาคาพกิ ัดของอัตตะเบิรก (Atterberg’s Limit)
ใชมาตรฐานการทดสอบอางอิงจาก ASTM D 427 และ ASTM D 4318 ทำการหาคาพิกัด
เหลว (Liquid Limit) พิกัดพลาสติก (Plastic Limit) ซึ่งเปนดัชนี (Index) สำคญั ท่ีใชในการบอกลกั ษณะ
และจำแนกประเภทของดิน (Soil Classification)
1) คาพิกัดเหลว (Liquid Limit) ของดิน คือคาความชื้นของดินเมื่อนำมาผสมและบรรจุใน
กระทะมาตรฐาน แลวปาดดวยมีดปาดรองมาตรฐาน จึงทำการทดลองคาเคาะระหวาง 10-40 ครั้ง
(รองดินชนปด 13 มิลลิเมตร) แลวนำผล (จำนวนครั้งในการเคาะตอคาความช้ืน) มาเขียนกราฟ
ความสมั พันธระหวางคา ความช้นื ตอจำนวนคร้งั ในการเคาะ พจิ ารณาอานคา ความชน้ื ท่ีคา เคาะ 25 คร้งั
2) คาพิกัดพลาสติก (Plastic Limit) ของดินคือคาความชื้นของดินเมื่อสามารถปนเสนดิน
ขนาดเสน ผานศูนยก ลาง 1/8 นวิ้ แลวเรมิ่ ปรากฏรอยแตกบนเสน ดนิ นน้ั
7.3.2 การวเิ คราะหหาขนาดของเม็ดดิน (Graine Size Analysis)
ใชมาตรฐานการทดสอบอางอิงจาก ASTM D 422 - 63 เพ่ือหาคาขนาดของเม็ดดินและการ
กระจายตัวของเม็ดดิน การทดสอบแบงเปน 2 วิธี โดยพิจารณาตามความเหมาะสมของขนาดเม็ดดินและ
ตามชนดิ ของดินตัวอยางท่ีนำมาทดสอบ
1) วิธีรอนผานตะแกรง (Sieve Analysis) ใชวิธีการรอนเปยก (Wet Sieve) ใชทดสอบดิน
ประเภทที่มีเม็ดละเอียด คร้ังแรกทำการลางดินผานตะแกรงเบอร 200 จนน้ำใส (แสดงวาดินเม็ดละเอียด
ผานตะแกรงหมดแลว) สวนที่คางนำไปอบแหง แลวนำมารอนผานตะแกรงท่ีมีขนาดมาตรฐาน (ซ่ึงใชกับ
ตัวอยางที่มีขนาดเม็ดใหญกวา 0.075 มิลลิเมตร) ช่ังหาน้ำหนักของตัวอยางดินที่คางในแตละตะแกรง
แลวคำนวณหาเปอรเ ซน็ ตของตวั อยางดินที่ผานตะแกรงรอนแตละขนาดโดยน้ำหนกั จากนั้นนำคา ที่ไดมา
เขยี นเสนความสมั พันธใ นกราฟ Semi-log
2) วิธีไฮโดรมิเตอร (Hydrometer Test) ใชวิธีการทดสอบจากน้ำดินเหนียวท่ีลางผาน
ตะแกรงเบอร 200 โดยผสมน้ำดินเหนียวใหเขากัน เทน้ำดินเหนียวใสกระปองปนดิน (Dispersion Cup)
เติมน้ำยาที่เตรียมไว นำเขาเครื่องปนผสมดินประมาณ 10 นาที นำตัวอยางที่ปนแลวใสกระบอกเติมน้ำ
จนถึงขีด 1,000 ลูกบาศกเซนติเมตร เขยาใหเขากัน จากน้ันจุมไฮโดรมิเตอรลงในกระบอกแลวอานคา
เมื่อชวงเวลาผานไปตามเวลาที่กำหนด พรอมท้ังอานคาอุณหภูมิของตัวอยางเปนครั้งคราว จนกระท่ังคา
ท่ีอานคงท่ีหรือเปล่ียนแปลงนอยมาก จึงหยุดการทดสอบ ทำการเขยากระบอกเทน้ำดินเหนียวออก
จากกระบอกใสภ าชนะ ลา งเศษดนิ ท่กี นกระบอกใหหมด แลวจึงนำไปอบใหแ หง
- 140 -
7.3.3 การทดสอบหาความถว งจาํ เพาะของดิน (Specific Gravity of Soil)
การทดสอบหาคาความถวงจำเพาะของเมด็ ดนิ (Specific Gravity of Soil) ใชมาตรฐานการ
ทดสอบอางอิงจาก ASTM D 854-83 ทำการทดสอบโดยนำดินตัวอยางที่แหงประมาณ 50 กรัม
มาทดสอบโดยนำมาผสมนำ้ กลน่ั แลวกวนใหเขากันโดยใชเครื่องปน เทสว นผสมน้ำดินลงในขวดหาคาความ
ถวงจำเพาะขนาด 500 ลูกบาศกเซนติเมตร ทำการตมไลฟองอากาศ ประมาณ 10 นาที จนฟองอากาศ
หมดแลวปลอ ยใหเ ยน็ ทอ่ี ุณหภูมิหอง จากน้ันนำไปช่ังน้ำหนกั และวดั อณุ หภูมขิ องนำ้ ดินในขวด เทสว นผสม
ในขวดคา ความถว งจำเพาะลงในถาดนำไปอบใหแ หง เพื่อชง่ั นำ้ หนักดนิ แหงทแี่ นนอนอีกครงั้
7.4 คุณสมบตั ิทางกายภาพของดิน
ผลการทดสอบคณุ สมบัติทางกายภาพของดินข้ันพื้นฐานในพ้ืนท่ีสำรวจจำนวน 13 ตัวอยาง
ดังแสดงในตารางท่ี 7.4 และตารางที่ 7.5 สามารถจําแนกประเภทของดินตามระบบมาตรฐานของ
Unified Soil classification (USC) ออกเปนท้ังหมด 6 กลุมดนิ ดังนี้
7.4.1 กลุม SP-SM (Poorly graded sands - Silty sands)
ดินพวกเม็ดหยาบเปนดินในกลุมทรายท่ีคร่งึ หน่ึงของสวนท่ีเปนเม็ดหยาบ มีขนาดคละกันไมดี
ทรายปนกรวดมีเมด็ ละเอียดปนบา งหรือไมมเี ลย (SP) ถึงกลุมทรายมตี ะกอนทรายปน ทราย-ตะกอนทราย
ผสมกัน (SM) โดยมีดนิ เม็ดละเอียดผานตะแกรงเบอร 200 อยูระหวาง 5% - 12% คาความถวงจําเพาะ
ของดินประมาณ 2.64 จำนวน 1 ตัวอยาง ไดแก UTI79 บริเวณบานโปงมะคา ตำบลระบำ อำเภอลานสัก
จังหวัดอทุ ยั ธานี หนิ ฐานเปนหินแกรนิตเน้ือดอกในกลมุ วทิ ยาหิน GR
7.4.2 กลุม SM (Silty sands)
ดินพวกเม็ดหยาบเปนดินในกลุม ทรายเม็ดละเอียดปนทราย มีตะกอนทรายปน ทราย-
ตะกอนทรายผสมกัน ขนาดคละกันดี โดยมีดินเม็ดละเอียดผานตะแกรงเบอร 200 มากกวา 12%
มีคาดัชนีพลาสติก ( Plasticity Index, P.I. ) นอยกวา 4% หรือไมมีคาดัชนีพลาสติก ( Non Plastic )
คา ความถวงจําเพาะของดินประมาณ 2.66 – 2.67 จำนวน 2 ตัวอยา ง ไดแ ก
1) UTI02 บรเิ วณวดั ปาเขารัศมี ตำบลแมเปน อำเภอแมเ ปน จังหวดั นครสวรรค หินฐานเปน
หนิ ควอตซไมกาชสี ตใ นกลุมวิทยาหิน F-MET1
2) UTIUTI112 บริเวณวัดเจดยี ข าว ตำบลแมเ ปน อำเภอแมเปน จังหวัดนครสวรรค หินฐาน
เปนหินควอตซไมกาชสี ตใ นกลุมวิทยาหิน F-MET1
ตารางท่ี 7.4 แสดงผลการทดสอบดนิ ขั้นพื้นฐาน (คาพิกัดอตั ตะเบิรก และความถว งจาํ เพาะของเมด็ ดิน)
ลำดับ วิทยาหนิ กลมุ หนิ ตำบล อำเภอ จังหวดั UTM E UTM N Atterberg’sLimits Specific Soil Group
LL ( %) PL ( %) PI ( %) Gravity (USCS)
1 SS3 หินทรายแทรกสลับกบั หนิ ตะกอน บานไร บานไร อทุ ัยธานี 555176 1665351 51.90 32.79 19.11
เนือ้ ละเอยี ดก่งึ แปรสภาพ บานไร อุทยั ธานี 530344 1674542 2.67 MH
26.92 16.85 10.07
2 SS1 หินทรายเนือ้ เกรยแ วก แกน มะกรดู 2.64 SC
3 SS1 หนิ ทรายเนือ้ เกรยแ วก แกนมะกรูด บานไร อทุ ัยธานี 530462 1675431 36.22 20.16 16.06 2.76 CL
4 CB2 หนิ คารบอเนตเน้อื ดิน แกนมะกรูด บานไร อทุ ยั ธานี 540182 1672862 54.77 37.04 17.73 2.66 MH
5 CB2 หนิ คารบอเนตเน้ือดิน คอกควาย บา นไร อุทัยธานี 547461 1681953 43.68 26.94 16.74 2.65 ML
6 CB2 หนิ คารบ อเนตเนือ้ ดนิ คอกควาย บา นไร อุทัยธานี 547200 1681748 50.71 28.92 21.79 2.67 MH - 141 -
7 GR หนิ แกรนิต คอกควาย บา นไร อุทยั ธานี 545635 1680615 43.24 22.58 20.66 2.65 SC
คอกควาย บา นไร อุทยั ธานี 550659 1681644 52.81 36.58 16.23 2.67 MH
8 CT หนิ แปรสมั ผสั ท่ีมากดว ยแร ลานสกั อุทยั ธานี 551929 1717169 41.97 21.47 20.50 2.65 SC
ควอตซ ระบำ
9 F-MET1 หินแปรที่มรี ิ้วขนานเกรดตำ่
10 GR หินแกรนติ ระบำ ลานสกั อุทยั ธานี 546817 1712910 29.63 22.76 6.87 2.64 SP-SM
11 GR หินแกรนิต ระบำ ลานสกั อุทยั ธานี 539001 1730552 42.85 22.63 20.22 2.64 SC
12 F-MET1 หนิ แปรทม่ี ีริว้ ขนานเกรดต่ำ แมเ ปน แมเปน นครสวรรค 551733 1728737 Non-plastic 2.66 SM
13 F-MET1 หนิ แปรที่มรี ้ิวขนานเกรดตำ่ แมเปน แมเ ปน นครสวรรค 533327 1739092 Non-plastic 2.67 SM
ตารางท่ี 7.5 แสดงผลการทดสอบดนิ ขัน้ พน้ื ฐาน (การหาขนาดเม็ดดินดว ยวิธีรอนผา นตะแกรง และวธิ ีไฮโดรมิเตอร)
ลำดับ วิทยา กลมุ หนิ ตำบล อำเภอ จังหวัด UTM E UTM N Grain Size Analysis, mm. So(ilUSGrCoS)up
หนิ
9.53 4.76 2.00 0.42 0.15 0.07 0.037 0.019 0.009 0.005 0.002 0.001
หินทรายแทรกสลับกับ
1 SS3 หนิ ตะกอนเนือ้ ละเอยี ด บานไร บา นไร อทุ ัยธานี 555176 1665351 100.00 100.00 99.55 98.89 98.06 95.51 91.81 90.38 75.58 68.30 55.48 53.55 MH
กง่ึ แปรสภาพ
2 SS1 หินทรายเน้ือเกรยแวก แกน บา นไร อุทัยธานี 530344 1674542 93.90 90.18 85.11 77.96 60.48 48.91 44.58 40.01 35.39 31.91 23.97 20.58 SC
มะกรูด
3 SS1 หนิ ทรายเนื้อเกรยแ วก แกน บา นไร อทุ ยั ธานี 530462 1675431 97.01 89.20 77.06 68.94 61.21 56.31 50.50 45.37 40.42 35.88 26.83 23.19 CL
มะกรดู
4 CB2 หินคารบอเนตเนือ้ ดิน แกน บา นไร อุทัยธานี 540182 1672862 100.00 100.00 99.80 99.27 97.82 85.76 77.37 67.20 57.81 52.96 48.36 47.16 MH
มะกรูด
5 CB2 หนิ คารบ อเนตเนอ้ื ดิน คอก บานไร อุทัยธานี 547461 1681953 92.57 84.09 70.87 61.53 56.59 51.01 47.79 43.25 36.90 33.19 28.00 27.10 ML - 142 -
ควาย
6 CB2 หินคารบ อเนตเน้อื ดนิ คอก บานไร อทุ ยั ธานี 547200 1681748 100.00 98.15 90.82 81.92 78.46 75.59 72.85 69.50 63.82 59.57 54.09 52.23 MH
ควาย
7 GR หนิ แกรนิต คอก บา นไร อุทัยธานี 545635 1680615 98.88 93.66 70.63 42.13 33.60 31.42 30.10 26.61 21.17 19.40 17.29 16.52 SC
ควาย
8 CT หินแปรสมั ผัสท่ี คอก บานไร อทุ ัยธานี 550659 1681644 100.00 96.93 94.95 93.32 92.17 91.00 87.38 83.39 66.38 55.78 38.18 36.41 MH
มากดวยแรควอตซ ควาย
9 F-MET1 หินแปรท่ีมีร้ิวขนาน ระบำ ลานสัก อทุ ยั ธานี 551929 1717169 99.21 92.61 73.77 44.62 35.77 32.35 30.39 27.57 26.18 24.36 22.09 21.37 SC
เกรดต่ำ
10 GR หนิ แกรนติ ระบำ ลานสกั อทุ ยั ธานี 546817 1712910 100.00 94.91 64.39 28.72 13.32 11.01 10.50 9.11 7.73 6.52 4.90 4.02 SP-
SM
11 GR หนิ แกรนิต ระบำ ลานสัก อุทยั ธานี 539001 1730552 100.00 94.19 66.40 37.62 30.10 28.92 27.35 24.75 21.60 19.96 16.41 16.37 SC
12 F-MET1 หินแปรที่มีริว้ ขนาน แมเปน แมเ ปน นครสวรรค 551733 1728737 100.00 99.33 90.58 50.39 32.14 26.33 23.68 20.19 16.25 13.21 7.54 5.72 SM
เกรดต่ำ แมเปน แมเปน นครสวรรค 533327 1739092 96.92 96.74 94.43 54.41 26.49 16.33 11.58 6.91 5.03 4.11 2.59 2.36 SM
13 F-MET1 หนิ แปรที่มีริ้วขนาน
เกรดต่ำ
- 143 -
7.4.3 กลุม SC (Clayey sands)
ดินพวกเม็ดหยาบเปนดินในกลุม ทรายเม็ดละเอียดปนทราย มีเศษดินเหนียวปน ทราย-
ดนิ เหนียวผสมกนั ขนาดคละกันไมดี โดยมดี นิ เม็ดละเอียดผา นตะแกรงเบอร 200 มากกวา 12% มีคาดัชนี
พลาสติก (Plasticity Index, P.I.) มากกวา 7% คาความถวงจําเพาะของดินประมาณ 2.64 - 2.65
จำนวน 4 ตัวอยาง ไดแ ก
1) UTI14 บริเวณบา นคลองเสลา ตำบลแกนมะกรูด อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี หินฐาน
เปนหินทรายเน้ือเกรยแวกในกลุมวิทยาหิน SS1
2) UTI53 บริเวณสวนเกษตรปางสวรรค ตำบลคอกควาย อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี
หนิ ฐานเปน หินแกรนติ เนือ้ สม่ำเสมอในกลมุ วทิ ยาหิน GR
3) UTI09 บริเวณวัดเขาอริโยทัย ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี หินฐานเปน
หินควอตซไมกาชีสตใ นกลมุ วทิ ยาหิน F-MET1
4) UTI89 บริเวณบานเขาเขียว ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี หินฐานเปน
หินแกรนิตเน้ือดอกในกลมุ วิทยาหิน GR
7.4.4 กลุม MH (Inorganic silts)
ดินพวกเม็ดละเอียดเปนดินกลุมตะกอนทรายอนินทรียแ ละทรายละเอียดหรือตะกอนทราย
ปนไมกาหรือดินเบา ตะกอนทรายท่ียืดหยุน โดยมีดินเม็ดละเอียดผานตะแกรงเบอร 200 มากกวา 50%
มีคาพิกัดเหลว (Liquid Limit, L.L.) มากกวา 50% คาความถวงจําเพาะของดินประมาณ 2.66-2.67
จำนวน 4 ตัวอยาง ไดแก
1) UTI131 บริเวณตำบลบานไร อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี หินฐานเปนหินทรายเนื้อ
แข็งแทรกสลับกบั หินดนิ ดานเนื้อแขง็ ในกลมุ วทิ ยาหิน SS3
2) UTI28 บริเวณบานคลองเสลา ตำบลแกนมะกรูด อำเภอบานไร จังหวัดอทุ ยั ธานี หินฐาน
เปน หนิ ปูนเนื้อผลกึ ในกลมุ วทิ ยาหิน CB2
3) UTI52 บริเวณบานปางสวรรค ตำบลคอกควาย อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี หินฐาน
เปนหนิ แคลกซลิ ิเกตในกลมุ วทิ ยาหิน CB2
4) UTI55 บริเวณตำบลคอกควาย อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี หนิ ฐานเปนหินทรายแปง
เนอ้ื แข็งในกลุม วทิ ยาหิน CT
- 144 -
7.4.5 กลุม ML (Inorganic silts and very fine sand)
ดิ น พ ว ก เม็ ด ล ะ เอี ย ด เป น ดิ น ใน ก ลุ ม ต ะ ก อ น ท ร า ย อ นิ น ท รี ย แ ล ะ ท ร า ย ล ะ เอี ย ด ม า ก
หินฝุนทรายละเอียดปนตะกอนทรายหรือดินเหนียวมีความเหนียวเล็กนอย โดยมีดินเม็ดละเอียดผาน
ตะแกรงเบอร 200 มากกวา 50% มีคาพิกัดเหลว (Liquid Limit, L.L.) นอยกวา 50% มีคา Atterberg
limits อยูใตเสน A คาความถวงจําเพาะของดินประมาณ 2.65 จำนวน 1 ตัวอยาง ไดแก UTI49 บรเิ วณ
ตำบลคอกควาย อำเภอบา นไร จังหวัดอทุ ัยธานี หินฐานเปน หินแคลกซ ิลเิ กตในกลมุ วทิ ยาหิน CB2
7.4.6 กลุม CL (Clay of low to medium plasticity)
ดินพวกเม็ดละเอียดเปนดินในกลุมดินเหนียวอนินทรีย มีความเหนียวต่ำ-ปานกลาง
ดินเหนียวปนทราย ดินเหนียวปนตะกอนทราย โดยมีดินเม็ดละเอียดผานตะแกรงเบอร 200 มากกวา
50% มีคาพิกัดเหลว (Liquid Limit, L.L.) นอยกวา 50% มีคา Atterberg limits อยูเหนือเสน A
คาความถวงจําเพาะของดินประมาณ 2.76 จำนวน 1 ตัวอยาง ไดแก UTI15 บริเวณบานคลองเสลา
ตำบลแกน มะกรูด อำเภอบานไร จังหวัดอทุ ยั ธานี หนิ ฐานเปนหินทรายเนอื้ เกรยแวกในกลมุ วิทยาหิน SS1
บทที่ 8
บทสรุปและขอเสนอแนะ
8.1 บทสรุป
การศึกษาพ้ืนท่ีออ นไหวตอ การเกิดดินถลมในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี โดยการวิเคราะหขอมูล
ในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร ดวยแบบจําลองทางสถิติ Bivariate probability และการใหค า น้ำหนัก
(Weighting) พิจารณาจาก 7 ปจจัยท่ีเกี่ยวของกับการเกิดดินถลม ไดแก วิทยาหิน หนารับน้ำฝน
ทิศทางการไหลของน้ำ ระยะหางจากโครงสรางทางธรณีวิทยา ระดับความสูง ความลาดชัน และการใช
ประโยชนทด่ี นิ สามารถสรุปผลจากการวเิ คราะหไดด งั น้ี
1. ปจจัยที่มีความสัมพันธกับการเกิดดินถลมในพื้นท่ีจังหวัดอุทัยธานี เรียงลำดับตาม
ความสำคัญมากไปนอย คือ (1) ระดับความสูง (2) หนารับน้ำฝน (3) ความลาดชัน (4) ระยะหางจาก
โครงสรางทางธรณวี ิทยา (5) การใชประโยชนท ่ีดนิ (6) วทิ ยาหนิ และ (7) ทิศทางการไหลของน้ำ ตามลำดับ
2. การกระจายตัวของรองรอยดินถลมสวนใหญพบอยูในพื้นท่ีที่มีระดับความสูงตั้งแต
1,400-1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง มคี วามลาดชันอยใู นชว ง 40-60 องศา บริเวณพน้ื ทป่ี าท่ีมี
ตนไมใหญ และสามารถพบไดในกลมุ วิทยาหิน GR จำพวกหินแกรนิต กลุมวทิ ยาหิน SS1 จำพวกหินทราย
เน้ือเกรยแวก กลุมวิทยาหิน FS1 จำพวกหินตะกอนเน้ือละเอียดบางสวนก่ึงแปรสภาพ และกลุมวิทยาหิน
FS3 จำพวกหินตะกอนเนื้อละเอยี ดเนอื้ ปนปูน
3. พ้นื ที่ความออนไหวตอการเกิดดินถลม จำแนกออกเปน 5 ระดบั
1) ระดับต่ำมาก (Very low) มีพ้ืนท่ีประมาณ 55 ตารางกิโลเมตร คิดเปนรอยละ 1.71
ของพื้นท่ีออนไหวตอการเกิดดินถลม ท้ังหมด
2) ระดับต่ำ (Low) มีพื้นที่ประมาณ 1,093 ตารางกิโลเมตร คิดเปนรอยละ 33.92
ของพืน้ ท่ีออนไหวตอการเกิดดินถลมทั้งหมด
3) ระดับปานกลาง (Moderate) มีพ้ืนท่ีประมาณ 1,636 ตารางกิโลเมตร คิดเปน
รอยละ 50.78 ของพื้นท่ีออ นไหวตอการเกิดดนิ ถลมท้ังหมด
4) ระดับสูง (High) มีพื้นท่ีประมาณ 334 ตารางกิโลเมตร คิดเปนรอยละ 10.39
ของพนื้ ท่ี ออนไหวตอ การเกดิ ดนิ ถลมทัง้ หมด
5) ระดับสูงมาก (Very high) มีพ้นื ทีป่ ระมาณ 103 ตารางกิโลเมตร คิดเปน รอยละ 3.20
ของพื้นท่ีออ นไหวตอการเกดิ ดินถลม ท้ังหมด
- 146 -
4. การทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพของดินขั้นพื้นฐาน สามารถจําแนกประเภทของดิน
ออกเปน ท้งั หมด 6 กลมุ ดงั นี้
1) ดินกลุม SP-SM (Poorly graded sands - Silty sands) คือ ดินพวกเม็ดหยาบเปน
ดินในกลุม ทรายท่ีคร่ึงหนึ่งของสวนท่ีเปนเม็ดหยาบ มีขนาดคละกันไมดี ทรายปนกรวด
มีเม็ดละเอียดปนบางหรือไมมีเลย (SP) ถึงกลุมทรายมีตะกอนทรายปน ทราย-ตะกอน
ทรายผสมกัน (SM) พบกระจายตัวในพื้นท่ีท่ีมีหินฐานเปนหินแกรนิตเน้ือดอกใน
กลมุ วทิ ยาหิน GR
2) ดินกลุม SM (Silty sands) คือ ดินพวกเม็ดหยาบเปนดินในกลุม ทรายเม็ดละเอียด
ปนทราย มีตะกอนทรายปน ทราย-ตะกอนทรายผสมกัน ขนาดคละกันดี พบกระจายตัว
ในพื้นท่ีทมี่ หี นิ ฐานเปน หินควอตซไมกาชีสตใ นกลมุ วทิ ยาหิน F-MET1
3) ดินกลุม SC (Clayey sands) คือ ดินพวกเม็ดหยาบเปนดินในกลุมทรายเม็ดละเอียด
ปนทราย มีเศษดนิ เหนยี วปน ทราย-ดนิ เหนียวผสมกัน ขนาดคละกันไมด ี พบกระจายตัว
ในพ้ืนที่ที่มีหินฐานประกอบดวย หนิ ทรายเน้อื เกรยแวกในกลมุ วิทยาหิน SS1 หินแกรนิต
ในกลุมวิทยาหิน GR และหนิ ควอตซไมกาชสี ตใ นกลุมวทิ ยาหิน F-MET1
4) ดินกลุม MH (Inorganic silts) คือ ดินพวกเม็ดละเอียดเปนดินกลุมตะกอนทราย
อนินทรยี และทรายละเอียดหรอื ตะกอนทรายปนไมกาหรือดินเบา พบกระจายตวั ในพ้นื ที่
ท่ีมหี ินฐานประกอบดว ย หนิ ทรายเนอื้ แข็งแทรกสลับกับหนิ ดินดานเน้ือแข็งในกลมุ วิทยา
หิน SS3 หินปูนเน้ือผลึกและหินแคลกซิลิเกตในกลุมวิทยาหิน CB2 และหินทรายแปง
เนื้อแขง็ ในกลุมวทิ ยาหิน CT
5) ดินกลุม ML (Inorganic silts and very fine sand) คือ ดินพวกเม็ดละเอียดเปน
ดินในกลุม ตะกอนทรายอนินทรียและทรายละเอียดมากหินฝุนทรายละเอียดปนตะกอน
ทรายหรือดนิ เหนียวมีความเหนียวเล็กนอย พบกระจายตัวในพื้นที่ที่มีหินฐานเปนหินแคลก
ซิลิเกตในกลมุ วทิ ยาหิน CB2
6) ดินกลุม CL (Clay of low to medium plasticity) คือ ดินพวกเม็ดละเอียดเปน
ดินในกลุมดินเหนียวอนินทรีย มีความเหนียวต่ำ-ปานกลาง ดินเหนียวปนทราย
ดินเหนียวปนตะกอนทราย พบกระจายตัวในพื้นที่ท่ีมีหินฐานเปนหินทรายเน้ือเกรยแวก
ในกลุมวิทยาหิน SS1
- 147 -
8.2 ขอ เสนอแนะ
1. การศึกษาหาแนวทางเพื่อวิเคราะหพ้ืนท่ีออนไหวตอการเกิดดินถลมใหทันสมัย และเปน
ปจจุบนั นัน้ ตองอาศยั ขอมูลที่มกี ารปรับปรุงแกไขอยเู สมอ จึงจะเกิดความถูกตอ งของแบบจำลองมากท่สี ดุ
2. ขอมูลที่นำมาใชในการวเิ คราะหตองท่ีมีความถูกตอง ควรมีการจัดเก็บฐานขอมูลใหอยใู น
รปู แบบของระบบสารสนเทศภูมิศาสตร เพื่อใหงา ยตอ การใชง านและการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แกไขขอมูล
ใหมคี วามเปน ปจ จุบัน และถูกตอ งมากท่ีสุด
3. การใชภาพถายดาวเทียมที่มีความละเอียดสูง และการออกภาคสนาม เพื่อเก็บขอมูล
ทั้งขอมูลดานธรณีวิทยาและขอมูลรองรอยดินถลมควบคูกัน จะทำใหไดขอมลู ท่ีถูกตอง และทำใหการทำ
แผนทีร่ อ งรอยดนิ ถลมและแผนทีพ่ ืน้ ทอ่ี อนไหวตอ การเกิดดนิ ถลม มีความถูกตอง แมนยำมากยงิ่ ขน้ึ
4. การทำรายละเอียดของการใชประโยชนของพื้นท่ีอาจจะชวยในการอธิบายการเปลี่ยนแปลง
ของสภาพแวดลอ มท่มี ผี ลตอ การเกดิ ดินถลมได
เอกสารอางองิ
กรมทรพั ยากรธรณ,ี 2551, การจำแนกเขตเพื่อการจัดการดานธรณวี ทิ ยาและทรพั ยากรธรณี จงั หวัดอทุ ยั ธานี: กรุงเทพฯ, กรมทรัพยากร
ธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ ม, 92 หนา .
_______________, 2550ข, ธรณีวิทยาประเทศไทย (พิมพคร้ังที่ 2 ฉบบั ปรบั ปรงุ ): กรุงเทพฯ กรมทรพั ยากรธรณ,ี 628 หนา.
_______________, 2556, แผนที่ธรณีวิทยา ฉบับพกพา มาตราสวน 1:1,000,000 (Geological map of Thailand, scale
1:1,000,000): กรุงเทพฯ กรมทรพั ยากรธรณี กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอม.
กรมอุตุนยิ มวิทยา, 2564, สภาพอากาศและสภาพภูมิอากาศ [Online]: แหลง ท่ีมา: https://www.tmd.go.th/index.php
[2563, กมุ ภาพันธ 22]
คณะทรพั ยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร, 2540, การจดั การสาธารณภยั ในภาคใตข องประเทศไทย (สงขลา):
คณะทรพั ยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร.
ชศู กั ดิ์ ครี ีรตั น, 2554, ปฐพีกลศาสตร: กรุงเทพฯ, ทอ ป, 813 หนา.
นิพนธ ตั้งธรรม และปรชี า คูรัตน, 2516, ดนิ เลือ่ นไหลในปาดบิ เขาดอยปุย เชียงใหม การวจิ ยั ลมุ นำ้ หว ยคอกมา 16 ตลุ าคม
2516: มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร คณะวนศาสตร ภาควชิ าอนรุ กั ษวิทยา.
นวิ ัติ เรืองพานิช, 2513, ความสัมพันธร ะหวางปรมิ าณฝนและลักษณะการไหลของนำ้ ในลำธาร ลมุ นำ้ หว ยคอกมา ดอยปยุ
จังหวัดเชียงใหม: กรุงเทพฯ, การวิจัยลุมน้ำคอกมา เลมที่ 6 วิชาอนุรักษวิทยา คณะวนศาสตร
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร.
บริษัท เว็บสวัสดี จำกัด (มหาชน), 2560, ขอมูลการเดินทางไปจงั หวัดจนั ทบรุ ี, บริษัท เว็บสวัสดี จำกัด (มหาชน) [Online]: แหลงท่มี า:
http://www.sawadee.co.th/thai/chantaburi/transportation.html [2563, กุมภาพนั ธ 22]
ปริญญา นตุ าลัย และวนั ชยั โสภณสกุลรัตน, 2532, การปอ งกันอุทกภัยภาคใต: เอกสารประกอบการสัมมนา เลม ที่ 1 วันที่
17-18 สิงหาคม 2532 โรงแรมเจบี หาดใหญ สงขลา, 34 หนา.
พสิ ทุ ธิ์ วิจารสรณ สรุ ินทร ไวยเจริญ สถริ ะ อดุ มศรี อนวุ ัตร โพธิมาน และสพุ ร บุญประคับ, 2533, รายงานการศกึ ษาสาเหตุ
และการประเมินความเสียหายบริเวณพ้นื ท่อี ุทกภัยของจังหวดั นครศรีธรรมราช และสุราษฎรธ านี ในสวนทเี่ กี่ยวของกับ
ลกั ษณะดนิ และธรณีวิทยา: กรงุ เทพฯ, กองสำรวจดนิ และจำแนกดิน กรมพฒั นาท่ดี ินและสหกรณ.
มณเฑียร กงั ศศเิ ทยี ม, 2543, กลศาสตรข องดินดานวิศวกรรม: กรุงเทพฯ, บริษัท อัมรินทรพร้ินติ้ง แอนด พับลิชชิ่ง จำกัด,
371 หนา.
เมธา ศรีทองคำ, 2561, การศึกษาลักษณะและสมบตั ิของดินที่มวี ัตถุตนกำเนดิ จากหินแกรนิตบริเวณจงั หวัดอทุ ยั ธานี: กรุงเทพฯ,
กลมุ สำรวจจำแนกดิน กองสำรวจและวิจัยทรัพยากรดิน กรมพัฒนาที่ดิน กระทรงเกษตรและสหกรณ, 151 หนา.
ราชบัณฑติ ยสถาน. (2544). พจนานุกรมศัพทธรณวี ิทยา ฉบับราชบณั ฑิตยสถาน. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑติ ยสถาน, 384 หนา.
สำนักงานโครงการพัฒนาแหง สหประชาชาติ (UNDP), 2559, คูม ือการประเมินความเสยี่ งจากภัยพบิ ัติ: กรงุ เทพฯ, สำนกั งาน
โครงการพฒั นาแหงสหประชาชาติ สำนกั งานประเทศไทย.
ศูนยวจิ ัยปา ไม, 2537, รายงานฉบบั สุดทายโครงการศกึ ษาเพ่ือกำหนดพ้ืนท่ีเสีย่ งตอการเกิดอุทกภัยและภัยธรรมชาตใิ นพื้นที่
ลุม นำ้ ภาคใต: กรงุ เทพฯ, สำนักงานกองทนุ สนับสนุนการวจิ ยั .
ศศวิ ิมล นววธิ ไพสฐิ , 2551, รายงานการวิเคราะหพ ้ืนทเี่ ส่ียงภยั ดนิ ถลม จงั หวดั พังงา: รายงานวชิ าการ, กองธรณวี ิทยา
สิง่ แวดลอ ม, กรมทรพั ยากรธรณี, ฉบับที่ กธส 7/2551, 76 หนา.
วรวฒุ ิ ตันตวิ านชิ , 2535, ธรณวี ิทยาภัยพบิ ัติ เนอื่ งจากแผนดินถลมทีบ่ านกระทูนเหนอื จังหวัดนครศรีธรรมราช: รายงาน
วชิ าการ, กองธรณีวิทยา, กรมทรพั ยากรธรณี, ฉบบั ท่ี 1, 30 หนา .
สถาบันสารสนเทศทรัพยากรนำ้ และการเกษตร (องคก ารมหาชน), 2561, [Online]: แหลง ท่ีมา:
http://www.thaiwater.net/current/YearlyReport2018/rain.html [2563, กมุ ภาพนั ธ 22]
- 149 -
- 150 -
Akgün, A., and Bulut, F., 2007, "GIS-based landslide susceptibility for Arsin-Yomra (Trabzon, North Turkey)
region: Environmental geology, v. 51, no. 8, p.1377-1387.
Anbalagan, R., 1992, Landslide hazard evaluation and zonation mapping in mountainous terrain:
Engineering. Geology., v. 32, p.269-277.
Anonymous, (n.d). Retrieved January 6, 2021, from
http://nfile.snru.ac.th/download.aspx?cv=1&NFILE=TEACHER_157_12082015220052848.pdf
Aleotti, P., and Chowdhury, R., 1999, Landslide hazard assessment: summary review and new
perspectives: Bulletin of Engineering Geology and the Environment, v. 58, no. 1, p.21-44.
Ayalew, L., and Yamagishi, H., 2005, The application of GIS-based logistic regression for landslide
susceptibility mapping in the Kakuda-Yahiko Mountains: Central Japan, v. 65, no. 1–2, p.15-31.
ASTM, 2000, Standard Test Methods for Liquid Limit, Plastic Limit, and Plasticity Index of Soils - D4318-84:
West Conshohocken, Pennsylvania, USA, ASTM International, p.14.
______________, 2000, Standard Test Method for Particle Size Analysis of Soils - D422-63: West
Conshohocken, Pennsylvania, USA, ASTM International, p.8.
______________, 2000, Standard Test Methods for Specific Gravity of Soil Solids by Water Pycnometer -
D854-02: West Conshohocken, Pennsylvania, USA, ASTM International, p.7.
Bunopas, S., 1981, Paleogeographic history of western Thailand and adjacent parts of Southeast Asia – A
plate tectonics interpretation: Victoria University of Willington, unpublished Ph.D. thesis, 810 p.;
reprinted 1982 as Geological Survey Paper no.5, Geological Survey Division, Department of Mineral
Resources, Thailand.
Carrara, A., and R., Pike, 2008, GIS technology and models for assessing landslide hazard and risk:
Geomorphology (Amsterdam), v. 94. p.3-4.
Cardinali, M., Reichenbach, P., Guzzetti, F., Ardizzone, F., Antonini, G., and Galli, M., 2002, A
geomorphological approach to the estimation of landslide hazards and risks in Umbria, Central Italy:
Natural Hazards and Earth System Sciences, v. 2, p.57-7.
Cevik, E., and T., Topal, 2003, GIS-based landslide susceptibility mapping for a problematic segment of
the natural gas pipeline, Hendek (Turkey): Environmental geology, v. 44, no. 8, p.949-962.
Chung, C. F., and Fabbri, A. G., 2003, Validation of spatial prediction models for landslide hazard
mapping: Natural Hazards v. 30, no. 3, p.451-472.
Craig, R. F., 2004, Craig's soil mechanics (7th ed.): Taylor & Francis, 464 p.
Cruden, D., and Varnes, D., 1996, ‘Landslide Types and Processes’, In S. R. Turner (ed) Landslides
Investigation and Mitigation: Transportation research board national research council, Special Report,
v. 247, p.36–75.
Dahal, R., Hasegawa, S., Nonomura, A., Yamanaka, M., Dhakal, S., and Paudyal, P., 2008, Predictive
modelling of rainfall-induced landslide hazard in the Lesser Himalaya of Nepal based on weights-of-
evidence: Geomorphology, v. 102, no. 3-4, p.496-510.
_______________, Hasegawa, S., Nonomura, A., Yamanaka, M., Masuda, T., and Nishino, K., 2008, GIS-based
weights-of-evidence modelling of rainfall-induced landslides in small catchments for landslide
susceptibility mapping: Environmental Geology, v. 54, no. 2, p.311-324.
- 151 -
_______________, Hasegawa, S., Nonomura, A., Yamanaka, M., Masuda, T., and Nishino, K., 2008, GIS-based
weights-of-evidence modelling of rainfall-induced landslides in small catchments for landslide
susceptibility mapping: Environmental Geology, v. 54, no. 2, p.311-324.
Dai, F. C., and Lee, C. F., 2001, Terrain-based mapping of landslide susceptibility using a geographical
information system: a case study: Canadian Geotechnical Journal, v.38, no.5, p.911-923.
_______________, 2002, Landslide characteristics and slope instability modelling using GIS, Lantau Island
Hong Kong: Geomorphology, v. 42, no. 3–4, p.213-228.
Dearman, W.R., 1974, Weathering classification in the characterisation of rock for engineering purposes in
British practice: Bulletin of the International Association of Engineering Geology, v.9, p.33-42.
______________, 1976, Weathering classification in the characterisation of rock - A revision: Bulletin of
the International Association of Engineering Geology, v.13, p.123-127.
______________, 1991, Engineering geological mapping. Butterworth-Heinemann, 396 p.
Ercanoglu, M., and Gokceoglu, C., 2004, Use of fuzzy relations to produce landslide susceptibility map of
a landslide prone area (West Black Sea Region, Turkey): Engineering Geology, v. 75, no. 3-4, 229-250.
Ermini, L., Catani, F., and Casagli, N., 2005, Artificial Neural Networks applied to landslide susceptibility
assessment: Geomorphology, v. 66, no. 1-4, p.327-343.
Garson, MS., Mitchell AHG., and Trit AR., 1975, The Geology of the Phuket - Phangnga Area in Peninsula,
Thailand: London, HMSO.
Guzzetti, F., Carrara, A., Cardinali, M., and Reichenbach, P., 1999, Landslide hazard evaluation: a review of
current techniques and their application in a multi-scale study: Central Italy, Geomorphology, v. 31,
no. 1-4, p.181-216.
Hasanat, M. H. A., Ramachandram, Dhanesh and Rajeswari, 2010, Bayesian belief network learning
algorithms for modeling contextual relationships in natural imagery: a comparative study: Artificial
Intelligence Review, v. 34, no. 4, p.291-308.
He, Y., and Beighley, R. E., 2008, GIS-based regional landslide susceptibility mapping: a case study in
southern California: Earth Surface Process and Landforms, v. 33, p.380–393.
Hewlett, J. D., and Hibbert, A. R., 1967, Factors affecting the response of small watersheds to
precipitation in humid areas: Forest hydrology, v. 1, p.275-290.
Hearn, G. J., 2016, A3 Slope materials, landslide cause and landslide mechanisms. Engineering Geology Special
Publications, v.24, p.15-57.
Hillel, D., 2008, Soil in the Environment, Academic Press, p.15-26.
Hoover, M. D., and Hursh, 1943, Influence of topography and soil‐depth on runoff from forest land: Eos.
Transactions American Geophysical Union, v. 24, no. 2, p. 693-698.
_______________, 1950, Hydrologic characteristics of South Carolina piedmont forest soil: Soil Science
Society of America Proceedings, v. 14, p. 353-358.
Hornbeck, J. W., and K.G. Reinhart, 1964, Water Quality and Soil Erosion as Affected in Steep Terrain:
Journal of Soil and Water Conservation, v. 19, no. 1, p.23-27.
Khampilang, N., 2015, Landslide assessment in a remote mountain region: a case study from the Toktogul
region of Kyrgyzstan: Central Asia, Ph.D. Thesis, University of Portsmouth.
- 152 -
Kingbury, A.P., Hastie, J.W., and Harrington, A.J., 1991, Reginal landslip hazard assessment using a
Geographic Information System, In D., H., Bell, ed., landslides Glissements de terrain. Edited: Geology
Department, Univ. of Canterbury, Christchurch New Zealand: Balkerma, Rotterdam: Rotterdam,
p.995–1,000.
Lessing, P., Messenia, C. P., and Fonner, R. F., 1983, Landslides risk assessment: Environmental Geology,
v. 5, no. 2, p.93-99.
Malamud, B. D., Turcotte, D. L., Guzzetti, F., and Reichenbach, P., 2004, Landslide inventories and their
statistical properties: Earth Surface Processes and Landforms, v. 29, no. 6, p.687-711.
Matsukura, Y., and Tanaka, Y., 1983, Stability analysis for soil slips of two gruss-slopes in Southern
Abukuma Mountains: Japan. Trans. Japan.
Mehrotra, G. S., Sarkar, S., and Dhamaraju, R., 1991, Landslide hazard assessment in Rishikeshtehri Area,
Garhwal Himalaya, India, In D. H. Bell, ed., Landslides Glissement De Terrain: Geology Department,
University of Canterbury, Christchurch, New Zealand.
Miller, S., 2007, Geographical Information Systems (GIS) applied to Landslide Hazard Mapping and
Evaluationin North-East Wales: Liverpool, University of Liverpool.
Nakapadungrat, S., Beckinsale, R.D., and Suensilpong, S., 1984, Geochronology and geology of Thai
granites: Conference on Application of Geology and the National Development, Chulalongkorn
University, Bangkok, November, v. 19–22, p.75–93.
Nandi, A., and Shakoor, A., 2010, A GIS-based landslide susceptibility evaluation using bivariate and
multivariate statistical analyses: Engineering Geology, v. 110, no. 1- 2, p.11-20.
Nawawitphisit, S., 2010, Using GIS and remote sensing techniques to predict landslides in Southwest
Guatemala: M.Sc. Dissertation, University of Bristol.
Neuhäuser, B., and Terhorst, B., 2007, Landslide susceptibility assessment using “weights-of-evidence”
applied to a study area at the Jurassic escarpment (SW-Germany): Geomorphology v. 86, no. 1-2,
p.12-24.
Okagbue, C. O., 1989, Predicting landslips caused by rainstorms in residual/colluvial soil of Nigerian
hillside slopes: Natural Hazards, v. 2, p.133–141.
Ohlmacher, G. C., and Davis, J. C., 2003, Using multiple logistic regression and GIS technology to predict
landslide hazard in northeast Kansas USA: Engineering Geology, v. 69, no. 3–4, p.331-343.
Park, N. W. and Chi K. H., 2008, Quantitative assessment of landslide susceptibility using high‐resolution
remote sensing data and a generalized additive model: International Journal of Remote Sensing,
v. 29, no. 1, p. 247-264.
Pradhan, B., and Lee, S., 2010, Delineation of landslide hazard areas on Penang Island, Malaysia, by using
frequency ratio, logistic regression, and artificial neural network models: Environmental Earth
Sciences, v. 60, no. 5, p.1037-1054.
Putthapiban, P., 1984, Geochemistry, Geochronology and tin mineralization of Phuket granites, Phuket,
Thailand: unpublished Ph.D. thesis, La Trobe University Victoria, Australia, 421 p.
Nianxueo, Z., and S., Zhupingo, 1992, Probability analysis of rain-related occurrence and revival of
landslides in Yunyang-Fengjie area in East Sichuan. International symposium on landslides.
- 153 -
Nwajide, C. S., Okagbue, C. O., and Umeji, A. C., 1988, Slump-debris flows in the Akovolwo mountains
area of Benue State, Nigeria: Natural Hazards, v. 1, p.145–154.
Regmi, K.., Naidoo, J., and Pilkinng, P., 2010, Understanding the processes of translation and
transliteration in qualitative research: International Journal of Qualitative Methods, v., 9, no. 1,
p.16-26.
Rice, R. M., and Foggin, G. T., 1971, Effects of high intensity storms in soil slippage on mountainous water-
sheds in southern California: Water Resource Research, v., 7, no. 6, p.1485–1496.
Selby, M.E., 1993, Hillslope materials and processes. Oxford University Press, Oxford.
Serizawa, M., 1981, On runoff phenomena during a storm in a small basin of uppermost reach of River
Yamaguchi. Hydrology, v. 11, p.8-15.
Soeters, R., and van Westen, C. J., 1996, Slope instability recognition, analysis, and zonation: Washington,
DC, Transportation Research Board.
Suzen, M., and Doyuran, V., 2004, Data driven bivariate landslide susceptibility assessment using
geographical information systems: a method and application to Asarsuyu catchment; Turkey:
Engineering Geology, v. 71, p.303-321.
Tangtham, N., 1999, Observed and hypothetical effect over time of the terraced forest plantation on soil
and water losses at Doi Angkhang highland project: Chiang Mai.
Teerarungsigul, S., 2006, Landslide prediction model using remote sensing, GIS and field geology: a case
study of Wang Chin district, Phrae province, Northern Thailand: Suranaree University of Technology,
Nakhon Ratchasima, 190 p.
Thiery, Y., Malet, J. P., Sterlacchini, S., Puissant, A., and Maquaire, O., 2007, Landslide susceptibility
assessment by bivariate methods at large scales: Application to a complex mountainous
environment: Geomorphology, v. 92, no. 1-2, p.38-59.
Trimble, G. R., Hale C. E., and Potter, H. S., 1951, Effect of Soil Cover Condition on Soil-Water
Relationhips: Station Paper NE-39. Upper Darby, PA: U.S. Department of Agriculture, Forest Service,
Northeastern Forest Experiment Station, 44 p.
Tsukamoto, Y., 1966, Raindrops under forest canopies and splash erosion: Bull Tokyo Univ Agri Tech For,
v. 5, p. 65-74.
UNISDR., 2004, Living with Risk: A global review of disaster reduction initiatives Neneva: United Nations,
v. 1.
Van Den Eeckhaut, Vanwalleghem, M., Peosen, T., Govers, J., Verstraeten, G., Vandekerckhove, G., and
Liesbeth, 2006, Prediction of landslide susceptibility using rare events logistic regression: a case-study
in the Flemish Ardennes (Belgium): Geomorphology, v. 76, no. 3-4, p.392-410.
Van Westen, C. J., Castellanos, E., and Kuriakose, S. L., 2008, Spatial data for landslide susceptibility,
hazard, and vulnerability assessment: An overview, Engineering Geology, v. 102, no. 3–4, p.112-131.
_______________, Quan Luna, B., Vargas Franco, R., Malet, J. P., Jaboyedoff, M., Horton, P., and Kappes, M.,
2010, Development of training materials on the use of Geo-information for Multi-Hazard Risk
Assessment in a Mountainous Environment, in Proceedings of the Mountain Risks International
Conference: Firenze, Italy, 24–26 November 2010, p.469–475.
- 154 -
Varnes, D.J., 1978, Slope movement types and processes: Landslides analysis and control special report
176. National Academy of Sciences.
_______________, 1984, Landslide Hazard Zonation: a review of principles and practice: UNESCO,
Darantiere, Paris, 61 p.
Wichai Pantanahiran, 1994, The use of landsat imaery and digital terrain models to assess and predict
landslide activity in tropical areas: a dissertation submitted in partial fulfillment of the requirments
for the degree of doctor of philosophy in natural resources, University of Rhode Island, 56 p.
Yalcin, A., 2008, GIS-based landslide susceptibility mapping using analytical hierarchy process and
bivariate statistics in Ardesen (Turkey): Comparisons of results and confirmations: Catena, v. 72, no. 1,
p.1-12.
_______________, Reis, S., Aydinoglu, A. C., and Yomralioglu, T., 2011, A GIS-based comparative study of
frequency ratio, analytical hierarchy process, bivariate statistics and logistics regression methods for
landslide susceptibility mapping in Trabzon, NE Turkey: Catena, v. 85, no. 3, p.274-287.
Yesilnacar, E., and Topal, T., 2005, Landslide susceptibility mapping: A comparison of logistic regression
and neural networks methods in a medium scale study, Hendek region (Turkey): Engineering
Geology, v. 79, no. 3-4, p.251-266.
Yilmaz, I., 2009, Landslide susceptibility mapping using frequency ratio, logistic regression, artificial neural
networks and their comparison: a case study from Kat landslides (Tokat—Turkey): Computers &
Geosciences, v. 35, no. 6, p.1125-1138.