- 83 -
ตารางที่ 5.1 ความสัมพันธระหวางรอ งรอยดนิ ถลมกบั ปจ จยั ทค่ี วบคมุ การเกิดดนิ ถลม (ตอ )
ปจจยั ลำดับ กลมุ % of total % of Landslide Frequency
area (a) scar (b) ratio (b/a)
The 5 800-1000 9.67
distance 6 1000-1200 7.36 7.12 1.31
to structure 7 1200-1400 5.22 4.32 1.36
(m.) 8 1400-1600 3.77 2.67 1.15
9 1600-1800 2.84 1.61 0.94
10 1800-2000 2.25 0.76 0.72
11 2000-2200 1.84 0.47 0.42
12 2200-2400 1.55 0.00 0.30
13 2400-2600 1.33 0.00 0.00
14 2600-2800 1.18 0.00 0.00
15 2800-3000 1.06 0.00 0.00
16 > 3000 0.96 0.00 0.00
10.94 0.00 0.00
5 .ระดบั 1 <0 10.50 2.76 0.00
ความสูง 2 0-200 34.81 14.89 0.08
(เมตร) 3 200-400 13.03 20.54 1.14
Elevation 4 400-600 12.77 18.07 1.61
(m.) 5 600-800 12.84 12.13 1.41
6 800-1000 10.68 10.82 1.14
7 1000-1200 3.53 12.90 3.07
8 1200-1400 1.26 7.76 10.20
9 1400-1600 0.53 0.13 14.76
10 1600-1800 0.06 2.21 2.21
59.31 17.31 0.04
6. ความ 1 0-10 21.03 33.56 0.82
ลาดชัน 2 10-20 12.74 30.08 2.64
(องศา) 3 20-30 5.41 14.43 5.56
Slope 4 30-40 1.27 2.12 11.37
(degree) 5 40-50 0.20 0.26 10.73
6 50-60 0.04 0.04 6.69
7 60-70 0.01 0.00 8.02
8 70-80 1.26 82.14 0.00
47.01 0.00 1.75
7. การใช 1 แหลงน้ำ (Water) 0.07 0.00 0.00
ประโยชน 0.44 0.00
ทีด่ ิน 2 พื้นท่ปี ามตี น ไมใ หญ (Trees) 0.00
(Land use) 35.02 17.77 0.00
3 ทุงหญา (Grass) 12.68 0.09 1.40
3.49 0.00 0.02
4 พืชพรรณในพื้นท่ีลมุ นำ้ ทว มถึง 0.01 0.00
(Flooded Vegetation)
5 พื้นท่เี กษตรกรรม (Crops)
6 พมุ ไม (Scrub/Shrub)
7 ส่งิ ปลูกสราง (Built Area)
8 พน้ื ที่โลงไมม ีพืชพรรณใบเขียว (Bare Ground)
- 84 -
รูปที่ 5.2 แผนท่ีแสดงกลมุ วทิ ยาหิน 17 กลมุ ในพน้ื ที่จังหวัดอทุ ัยธานี
- 85 -
รูปท่ี 5.3 แผนที่แสดงหนา รบั น้ำฝน 10 กลุม ในพน้ื ที่จังหวัดอทุ ัยธานี
- 86 -
5.2.3 ทศิ ทางการไหลของน้ำ (Flow direction)
ทิศทางการไหลของน้ำเปนปจจัยที่เก่ียวของกับการเกิดดินถลม บงบอกถึงทิศทางการไหล
ของทางน้ำ และการกัดเซาะในพ้ืนที่ ทิศทางการไหลของน้ำสามารถแบงออกเปน 8 กลมุ มีระยะหางแตล ะ
กลุม 45 องศา คือ 1) ทิศตะวันออก (90 deg) 2) ทิศตะวันออกเฉียงใต (135 deg) 3) ทศิ ใต (180 deg)
4) ทิศตะวันตกเฉียงใต (225 deg) 5) ทิศตะวันตก (270 deg) 6) ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (315 deg)
7) ทิศเหนือ (0 deg) และ 8) ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (45 deg) (รูปท่ี 5.4) จากการเปรียบเทียบกับ
รองรอยดินถลมพบวาทิศทางการไหลของน้ำท่ีมีความสัมพันธตอการเกิดดินถลม (Fr ≥ 1) คือ
ทศิ ตะวันออกเฉียงใต (Fr = 3.03) ทิศตะวนั ตกเฉียงใต (Fr = 1.84) ทิศใต (Fr = 1.49) และทิศตะวันออก
(Fr = 1.05) ตามลำดบั
5.2.4 ระยะหางจากโครงสรางทางธรณวี ิทยา (The distance to structure)
โครงสรางทางธรณีวทิ ยาเปนปจจัยท่ีสงผลกับเสถียรภาพของชั้นดิน/หิน ที่แสดงถึงการผุพัง
เน่ืองจากมีกลุมรอยเล่ือนแมปง กลุมรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ กลุมรอยเลื่อนเจดียส ามองค และกลุมแนวแตก
พาดผานในพื้นท่ีจังหวัดอุทัยธานี (รายละเอียดเพ่ิมเติมหัวขอที่ 3.5 บทท่ี 3) ระยะหางจากโครงสรางทาง
ธรณีวิทยาแบงออกเปน 16 ชวง มีระยะหางแตละชวง 200 เมตร (รูปที่ 5.5) พบวาพื้นที่ท่ีอยูใ กลบริเวณ
โครงสรางทางธรณีวิทยาและมีระยะหางไมเกิน 1,400 เมตร มีความสัมพันธอยางมีนัยสำคัญกับ
การกระจายตัวของรองรอยดินถลม (Fr ≥ 1) โดยมีความสัมพันธระหวางรองรอยดินถลมกับระยะหาง
ระหวาง 200-400 เมตร (Fr = 1.44) ระยะหางระหวาง 1,000-1,200 เมตร (Fr = 1.36) ระยะหาง
ระหวา ง 800-1,000 เมตร (Fr = 1.31) ระยะหางระหวาง 400-600 เมตร (Fr = 1.20) ระยะหางระหวาง
1,200-1,400 เมตร (Fr = 1.15) ระยะหางระหวาง 0-200 เมตร (Fr = 1.13) และระยะหางระหวาง 600-
800 เมตร (Fr = 1.09) ตามลำดับ
5.2.5 ระดบั ความสูง (Elevation)
ระดับความสูงของพื้นที่จังหวัดอุทัยธานีถูกจำแนกออกเปน 9 ชวง มีระยะหางแตละชวง
200 เมตร (รูปที่ 5.6) เพ่ือใหเห็นความแตกตางของพื้นท่ี พบวาพื้นท่ีท่ีอยูในชวงระดับความสูงตั้งแต
200-1,800 เมตร มีความสัมพันธอยางมีนัยสำคัญกับการกระจายตัวของรองรอยดินถลม (Fr ≥ 1)
โดยมีความสัมพันธระหวางรองรอยดินถลมกับระดับความสูง 1,400–1,600 เมตร (Fr =14.76) ระดับ
ความสูง 1,200–1,400 เมตร (Fr =10.20) ระดบั ความสูง 1,000–1,200 เมตร (Fr =3.07) ระดับความสูง
1,600–1,800 เมตร (Fr =2.21) ระดับความสูง 400–600 เมตร (Fr =1.61) ระดับความสูง 600–800
เมตร (Fr = 1.41) ระดับความสูง 800–1,00 เมตร (Fr =1.14) และระดับความสูง 200–400 เมตร
(Fr =1.14) ตามลำดับ
- 87 -
รปู ท่ี 5.4 แผนทแ่ี สดงทิศทางการไหลของนำ้ 8 กลมุ ในพ้นื ที่จังหวัดอทุ ยั ธานี มีระยะหางแตล ะกลมุ 45 องศา
- 88 -
รูปท่ี 5.5 แผนที่แสดงระยะหางจากโครงสรางทางธรณีวิทยา 16 ชวง ในพ้ืนที่จังหวัดอุทัยธานี มีระยะหาง
แตละชวง 200 เมตร
- 89 -
รูปท่ี 5.6 แผนที่แสดงระดบั ความสูง 9 ชว ง ในพ้นื ทจ่ี ังหวัดอทุ ยั ธานี มีระยะหางแตล ะชว ง 200 เมตร
- 90 -
5.2.6 ความลาดชนั (Slope)
มุมของความลาดชัน (Slope angle) เปนปจจัยหลักของการวิเคราะหเสถียรภาพความลาดชัน
(Lee and Min, 2001) ในพื้นท่ีจังหวัดอุทัยธานีแบงความลาดชันออกเปน 8 ชวง มีระยะหางแตละชวง
10 องศา มีความลาดชันตั้งแต 0-80 องศา (รูปท่ี 5.7) พบวาพ้ืนท่ีท่ีมีความลาดชันที่อยูในชวงต้ังแต
20–80 องศา มีความสัมพันธอยางมีนัยสำคัญกับการกระจายตัวของรองรอยดินถลม (Fr ≥ 1) โดยมี
ความสัมพันธระหวางรองรอยดินถลมกับความลาดชัน 40-50 องศา (Fr = 11.37) ความลาดชัน
50-60 องศา (Fr = 10.73) ความลาดชัน 70-80 องศา (Fr = 8.02) ความลาดชัน 60-70 องศา
(Fr = 6.69) ความลาดชัน 30-40 องศา (Fr = 5.56) และความลาดชัน 20-30 องศา (Fr = 2.64)
ตามลำดับ อยางไรก็ตามพบวาพนื้ ทท่ี ี่มีความลาดชันสงู กวา 80 องศา ไมพบรองรอยดินถลม เน่อื งจากเปน
พ้ืนท่ที ร่ี องรับดวยหนิ แข็งเปนสวนใหญ มีความคงทน แขง็ แรง และใหชน้ั ดนิ นอ ย
5.2.7 การใชป ระโยชนท ีด่ นิ (Land use)
การใชประโยชนที่ดินหรือลักษณะของสิ่งปกคลุมดินเปนปจจัยที่สงผลตอเสถียรภาพของ
ช้นั ดิน/หิน และการเปล่ยี นแปลงรูปแบบการไหลของน้ำบรเิ วณผิวดิน ในพ้ืนทจี่ ังหวัดอุทัยธานีแบงลกั ษณะ
การใชประโยชนท ่ีดินออกเปน 8 กลุม คือ 1) แหลง น้ำ (Water) 2) พ้ืนที่ปา มีตนไมใ หญ (Trees) 3) ทุงหญา
(Grass) 4) พืชพรรณในพ้ืนท่ีลุมน้ำทวมถึง (Flooded Vegetation) 5) พ้ืนท่เี กษตรกรรม (Crops) 6) พุมไม
(Scrub/Shrub) 7) ส่ิงปลูกสราง (Built Area) และ 8) พื้นที่โลงไมมีพืชพรรณใบเขียว (Bare Ground)
(รูปท่ี 5.8) จากการเปรียบเทียบกับรองรอยดินถลม พบวาการใชประโยชนที่ดินท่ีมีความสัมพันธตอ
การเกิดดินถลม (Fr ≥ 1) คือ พื้นที่ปามีตนไมใหญ (Trees) (Fr = 1.75) และพุมไม (Scrub/Shrub)
(Fr = 1.40) ตามลำดับ
- 91 -
รปู ที่ 5.7 แผนทีแ่ สดงความลาดชนั 8 ชว ง ในพื้นทจ่ี งั หวดั อุทยั ธานี มรี ะยะหา งแตล ะชว ง 10 องศา
- 92 -
รูปที่ 5.8 แผนที่แสดงการใชประโยชนท ี่ดนิ 8 กลมุ ในพน้ื ท่จี ังหวดั อุทยั ธานี
- 93 -
5.3 การใหค า น้ำหนัก (Weighting)
การใหน้ำหนักกับปจจัยที่นำมาวิเคราะหในแบบจำลอง อันเนื่องมาจากแตละปจจัยที่นํามา
วิเคราะหมีคาความสำคัญไมเทากัน เปนการวิเคราะหหลังการหาคาความสัมพันธกับการกระจายตัวของ
ดินถลมกับปจจัยทั้ง 7 ชนิด โดยพิจารณาจากคาอัตราสว นความนาจะเปน (b/a) หรือความหนาแนนของ
การกระจายตัวของดินถลมในแตละกลมุ ยอยในปจจัยที่เก่ียวของกับดินถลมที่มีคา มากกวาหนึ่ง ((b/a) ≥ 1)
ดว ย 3 วิธี คือ
1) การใหคาน้ำหนักแบบ Reliability weighting (RP) พบวาปจจัยความลาดชันเปนปจจัย
หลักท่ีมีความสัมพันธกับการกระจายตัวของดินถลม รองลงมาเปนวิทยาหิน ระดบั ความสงู หนา รบั น้ำฝน
การใชประโยชนท่ีดิน ทิศทางการไหลของน้ำ และระยะหางจากโครงสรางทางธรณีวิทยา ตามลำดับ
ดังตารางที่ 5.2
ตารางที่ 5.2 การใหนำ้ หนักดวยวธิ ี Reliability weighting เรียงจากมากไปหานอย
Reliability Type of Factors Rank Wi W(Nj) Wi*100
4.10 Slope 1 7 0.25 25.00
3.12 2 6 0.21 21.43
1.78 Lithology 3 5 0.18 17.86
1.68 Elevation 4 4 0.14 14.29
1.67 Aspect 5 3 0.11 10.71
1.56 Land use 6 2 0.07 7.14
1.05 Flow direction 7 1 0.04 3.57
The distance to structure
2) การใหคาน้ำหนักแบบ Accountability weighting (AP) พบวาระดับความสูงเปนปจจัย
หลักท่ีมีความสัมพันธก ับการกระจายตัวของดินถลม รองลงมาเปนระยะหางจากโครงสรา งทางธรณวี ิทยา
หนารับน้ำฝน การใชประโยชนท่ีดิน ทิศทางการไหลของน้ำ ความลาดชัน และวิทยาหิน ตามลำดับ
ดงั ตารางท่ี 5.3
ตารางที่ 5.3 การใหนำ้ หนักดว ยวิธี Accountability weighting เรยี งจากมากไปหานอ ย
Accountability Type of Factors Rank Wi W(Nj) Wi*100
0.97 Elevation 1 7 0.25 25.00
0.94 The distance to structure 2 6 0.21 21.43
0.85 Aspect 3 5 0.18 17.86
0.82 Land use 4 4 0.14 14.29
0.81 Flow direction 5 3 0.11 10.71
0.80 Slope 6 2 0.07 7.14
0.53 Lithology 7 1 0.04 3.57
- 94 -
3) การใหคาน้ำหนักแบบเฉล่ีย Average weighting (Av) ระหวาง AP และ RP ปจจัยหลัก
ทมี่ ีความสัมพันธกับการกระจายตัวของดนิ ถลมคอื ระดับความสูง รองลงมาคือ หนารับน้ำฝน ความลาดชัน
ระยะหางจากโครงสรางทางธรณีวิทยา การใชประโยชนที่ดิน วิทยาหิน และทิศทางการไหลของน้ำ
ตามลำดับ ดงั ตารางท่ี 5.4
ตารางที่ 5.4 การใหน้ำหนกั ดวยวิธีเฉล่ยี Average weighting เรยี งจากมากไปหานอย
Rank Type of Factors RP AP Average
1 Elevation 17.86 25.00 21.43
2 Aspect 14.29 17.86 16.07
3 Slope 25.00 7.14 16.07
4 The distance to structure 3.57 21.43 12.50
5 Land use 10.71 14.29 12.50
6 Lithology 21.43 3.57 12.50
7 Flow direction 7.14 10.71 8.93
5.4 พน้ื ท่ีความออ นไหวตอการเกิดดนิ ถลม
คาดัชนีคาความออนไหวของพื้นที่ดินถลม (LSI) สามารถจำแนก 5 ระดับ วิธีการ STDV
ดังตารางที่ 5.5 คอื 1) ระดับต่ำมาก (Very low) มีพื้นทีค่ รอบคลุมประมาณ 55 ตารางกิโลเมตร คิดเปน
รอ ยละ 1.71 2) ระดับต่ำ (Low) มีพน้ื ที่ครอบคลุมประมาณ 1,093 ตารางกโิ ลเมตร คดิ เปนรอ ยละ 33.92
3) ระดบั ปานกลาง (Moderate) มีพื้นทค่ี รอบคลมุ ประมาณ 1,636 ตารางกิโลเมตร คดิ เปนรอยละ 50.78
4) ระดับสูง (High) มีพื้นที่ครอบคลุมประมาณ 334 ตารางกิโลเมตร คิดเปนรอยละ 10.39 และ
5) ระดับสูงมาก (Very high) มีพื้นที่ครอบคลุมประมาณ 103 ตารางกิโลเมตร คิดเปนรอยละ 3.20
(รปู ที่ 5.9) โดยพน้ื ที่ออนไหวตอ การเกิดดนิ ถลม สามารถจำแนกตามตำบลไดด งั ตารางท่ี 5.6
ตารางที่ 5.5 ระดบั ความออนไหวตอการเกิดดนิ ถลม 5 ระดับ จำแนกตามวิธี STDV
ระดบั ความออนไหวตอ การเกิดดินถลม พ้ืนท่ี รอยละ
Landslide susceptibility level ตร.กม. 1.71
ระดบั ตำ่ มาก (very low) 55.19 33.92
ระดับตำ่ (low) 1,093.30 50.78
ระดบั ปานกลาง (moderate) 1,636.82 10.39
ระดบั สูง (high) 334.81 3.20
ระดับสูงมาก (very high) 103.05
- 95 -
รปู ที่ 5.9 แผนท่พี นื้ ทีอ่ อ นไหวตอ การเกิดดินถลมจงั หวัดอุทยั ธานี
- 96 -
ตารางที่ 5.6 พน้ื ที่ออ นไหวตอ การเกดิ ดินถลม จำแนกตามตำบล
ระดบั ความออ นไหวตอการเกดิ ดินถลม (ตร.กม.)
อำเภอ ตำบล ตำ่ มาก ต่ำ ปานกลาง สงู สูงมาก
(very low)
(low) (moderate) (high) (very high)
เมืองอุทยั ธานี อทุ ยั ใหม 0.32 0.62 0.18 0.01 0.00
สะแกกรัง
ทพั ทัน ดอนขวาง 0.00 0.02 0.00 0.00 0.00
สวางอารมณ หนองไผแ บน
หนองฉาง หนองพงั คา 0.02 0.02 0.00 0.00 0.00
ทุงใหญ
หนองขาหยาง เขาข้ีฝอย 0.08 0.07 0.00 0.00 0.00
บา นไร โคกหมอ
หนองกระทุม 0.00 0.01 0.00 0.00 0.00
ตลุกดู
หนองหลวง 0.04 0.20 0.14 0.08 0.01
พลวงสองนาง
ไผเ ขียว 0.16 0.52 0.27 0.06 0.03
บอ ยาง
หนองยาง 0.72 5.64 4.70 0.56 0.21
หนองนางนวล
ทุง โพ 0.37 0.65 0.08 0.00 0.00
เขาบางแกรก
เขากวางทอง 0.80 1.59 0.27 0.06 0.00
หนองไผ
ทุง พงึ่ 0.26 7.13 9.51 2.11 0.39
บานไร 0.43 0.90 0.20 0.03 0.00
ทพั หลวง
หวยแหง 1.00 2.67 0.55 0.14 0.09
คอกควาย
วงั หิน 0.24 0.21 0.01 0.00 0.00
เมอื งการุง
0.14 0.04 0.00 0.00 0.00
0.17 0.15 0.01 0.00 0.00
0.13 0.83 0.38 0.14 0.06
0.43 1.76 0.56 0.32 0.07
0.15 3.82 2.26 0.63 0.44
0.06 0.20 0.04 0.00 0.00
0.01 0.02 0.00 0.00 0.00
8.74 53.90 44.22 10.25 2.62
5.09 27.98 7.24 0.99 0.34
7.76 13.46 2.22 0.17 0.12
1.17 42.15 180.21 58.47 15.40
0.95 3.83 1.18 0.41 0.20
1.23 3.93 0.72 0.06 0.05
- 97 -
ตารางที่ 5.6 พื้นที่ออนไหวตอ การเกดิ ดนิ ถลม จำแนกตามตำบล (ตอ )
อำเภอ ตำบล ระดบั ความออ นไหวตอ การเกดิ ดนิ ถลม (ตร.กม.)
ลานสกั ตำ่ มาก ตำ่ ปานกลาง สูง สงู มาก
หวยคต (very low) (low) (moderate) (high) (very high)
แกนมะกรดู 1.68 678.47 826.17 141.87 45.60
หนองจอก 3.09 6.85 2.02 0.23 0.06
หชู า ง 1.20 2.81 0.43 0.01 0.00
บานบงึ 0.22 3.84 2.59 0.51 0.06
บา นใหมค ลองเคยี น 0.25 0.58 0.12 0.02 0.02
หนองบมกลวย 0.14 1.00 0.34 0.02 0.01
เจาวดั 1.17 20.49 49.37 10.77 2.37
ลานสกั 0.11 0.49 0.06 0.03 0.11
ปา ออ 0.35 4.27 2.17 0.60 0.18
ระบำ 0.45 141.44 414.82 83.18 26.17
นำ้ รอบ 0.23 1.12 0.62 0.42 0.22
ทุง นางาม 0.53 5.07 2.97 1.34 0.84
สุขฤทยั 0.09 0.30 0.08 0.02 0.00
ทองหลาง 13.62 49.61 78.83 21.15 7.44
หวยคต 1.55 4.63 1.25 0.15 0.03
- 98 -
5.5 การตรวจสอบความถกู ตองของแบบจําลอง
จากการตรวจสอบความถูกตองของแบบจำลองโดยวิธีการหาพื้นท่ีใตกราฟ (Area under
the curve, AUC) ดงั ตารางที่ 5.7 โดยการสรางกราฟระหวา งดชั นรี อยละของคาความออ นไหวตอการเกิด
ดนิ ถลม (Susceptibility index) (แกน X) และคาสะสมของรอ งรอยดินถลม (Cumulative landslide %)
(แกน Y) (รูปท่ี 5.10) โดยแบงทั้งสองคาออกเปน 100 ชวง ชวงละ 1% ของคาสะสมทั้งหมด
โดยคา susceptibility จะมีคาลดลงจากซายไปขวา (Very high to very low) สวนคารองรอยดินถลม
จะมีคาเพิ่มขึ้นจากลางไปบน พ้ืนที่ใตกราฟที่มีความถูกตองและนาเช่ือถือจะอยูในชวง 0.5 ถึง 1.0
ยิ่งคาเขาใกล 1.0 มากเทาไหรแบบจำลองย่ิงมีความนาเชื่อถือมากเทาน้ัน นอกจากนี้ถาพิจารณาจาก
จำนวนดินถลมท่ีอยูในแตละชวง แบบจำลองท่ีดีคาความออนไหวตอการเกิดดินถลมอยูในชวงสูงมาก
(Very high susceptibility class) จะมีจำนวนดินถลมในพ้ืนท่ีมากที่สุด และคาดินถลมจะลดลงเรื่อย ๆ
ตามคา ความออ นไหวทม่ี คี า ลดลง
ตารางที่ 5.7 แสดงคา ความถกู ตองของแบบจำลอง
ชวงคา ความออ นไหว รอยละของดนิ ถลม รอ ยละสะสมของดนิ ถลม
(Susceptibility Range) (% landslide) (% Cumulative Landslide)
100-100 0.00 0.00
90-100 49.29 49.29
80-100 15.48 64.77
70-100 9.32 74.09
60-100 7.90 81.99
50-100 6.16 88.15
40-100 5.53 93.68
30-100 3.79 97.47
20-100 1.74 99.21
10-100 0.79 100.00
0-100 0.00 100.00
- 99 -
รปู ที่ 5.10 กราฟ AUC แสดงคาความถกู ตองของแบบจำลองดินถลม
จากการตรวจสอบแบบจำลองวิธีการหาพื้นท่ีใตกราฟ (ตารางท่ี 5.7) พบวาชวงรอยละ
90-100 (10%) ซึ่งคาความออนไหวตอการเกิดดินถลมอยูในชวงสูงมาก (Very high susceptibility)
จะเห็นไดวาดินถลมท่ีพบในชวงน้ีมีคารอยละ 49.29 ชวงรอยละ 80-100 (10%) ซึ่งคา ความออนไหวตอ
การเกิดดินถลมอยูในชวงสูงถึงสูงมาก (High to Very high susceptibility) จะเห็นไดวาดินถลมท่ีพบ
ในชวงนี้มีคารอยละ 15.48 ซ่ึงเมื่อรวมกันแลวคารอยละดินถลมมีคา 64.77 ซ่ึงถือวาเปนคาเกินครึ่งนึง
ของจำนวนดินถลมท้ังหมด และพื้นที่ใตกราฟมีคา 0.7736 หรือรอยละ 77.36 แสดงวาแบบจำลองน้ี
มคี า ความถกู ตองอยูใ นเกณฑพ อใช (Fair)
บทท่ี 6
การสำรวจรอ งรอยดินถลมในพ้นื ที่สำรวจ
จากการสำรวจรองรอยดินถลมในพ้ืนท่ีจังหวัดอุทัยธานี พบรองรอยดินถลมในพ้ืนท่ีศึกษา
ทั้งหมด 11 รอย แบงเปนดินถลมชนิดเลื่อนไถล (Slides) ท้ังหมด 5 รอย ดินถลมชนิดไหล (Flow)
ทั้งหมด 5 รอย และดินถลมชนิดรวงหลน (Falls) 1 รอย สวนใหญพบกระจายตัวอยูในขอบเขตพ้ืนท่ี
อำเภอบานไร รองลงมาเปนอำเภอหวยคต และอำเภอลานสัก ตามลำดับ (ตารางท่ี 6.1) อยูในหินฐาน
กลุมวทิ ยาหินท้งั หมด 8 กลุม มรี ายละเอียดดงั น้ี
ตารางที่ 6.1 ขอมลู รอ งรอยดนิ ถลมในพ้นื ที่จังหวัดอทุ ัยธานี
ลำดบั ประเภท กลุม หมบู าน ตำบล อำเภอ จังหวัด Zone UTM E UTM N
ดนิ ถลม วทิ ยาหิน คลองเสลา
SS1 แกนมะกรูด บา นไร อทุ ัยธานี 47P 531347 1672246
1 Earth slide แกนมะกรดู บานไร อุทัยธานี 47P 542801 1670458
บานไร บา นไร อุทยั ธานี 47P 542732 1663978
2 Earth slide CB2 ทองหลาง หวยคต อทุ ยั ธานี 47P 553874 1695760
หวยคต หวยคต อทุ ยั ธานี 47P 561228 1691411
3 Debris slide FS1 บา นไร บานไร อทุ ัยธานี 47P 542828 1663896
แกน มะกรูด บานไร อทุ ัยธานี 47P 533393 1673399
4 Rock slide CT โปง ขอ ย คอกควาย บานไร อทุ ยั ธานี 47P 544042 1685877
ทองหลาง หวยคต อทุ ัยธานี 47P 549107 1697879
5 Debris slide SS3 ระบำ ลานสัก อุทัยธานี 47P 536195 1731376
ลานสกั ลานสัก อทุ ัยธานี 47P 560652 1713687
6 Debris flow FS1
7 Debris flow GR
8 Debris flow GR
9 Debris flow GR
10 Debris flow F-MET1 เขาเขียว
11 Rock fall CB1
- 102 -
6.1 ประเภทดินถลม ชนดิ เลื่อนไถล (Slides)
ดินถลมชนิดเลื่อนไถลสามารถแบงออกเปน 2 ประเภท ตามลักษณะของระนาบการเคลื่อนท่ี
ไดแก การเล่ือนไถลบนระนาบโคง (Rotational slide or Slump) ระนาบของการเคล่ือนท่ีจะมีลักษณะ
โคงคลายชอน (spoon-like shape) หรือรูปประทุนหงาย (concave-upward failure surfaces) และ
การเล่ือนไถลบนระนาบเรียบ (Translational slide) ระนาบของการเคล่ือนที่จะมีลักษณะคอนขางขนาน
กับความลาดชนั หรอื ตามระนาบรอยแตก และทศิ ทางการวางตัวของชั้นหิน สามารถจำแนกชนิดยอ ยของ
ดินถลมชนดิ เลอื่ นไถลไดข ึ้นอยกู บั ชนดิ ของวัสดธุ รณี (รายละเอยี ดเพมิ่ เติมในบทท่ี 2)
จากการสำรวจดินถลมชนิดเลื่อนไถลในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี พบรองรอยดินถลม ทั้งหมด 5 รอย
อยูในลักษณะภูมิประเทศเปนท่ีลาดเชิงเขา บริเวณท่ีมีการตัดไหลเขาทำถนน และทำพื้นท่ีการเกษตร
ครอบคลุมขอบเขตพื้นท่ีอำเภอบานไร และอำเภอหวยคต พบดินถลมชนิดการเล่ือนไถลท้ังหมด 3 แบบ
อยูในหินฐานกลุมวทิ ยาหนิ ทัง้ หมด 5 กลุม ไดแก 1) ดนิ ถลม ชนดิ เล่ือนไถลของดิน (Earth slide) พบอยใู น
หินฐานกลุมวิทยาหิน SS1 จำพวกหินทรายเนื้อเกรยแวก และหินฐานกลุมวิทยาหิน CB2 จำพวก
หินคารบอเนตเนอ้ื ดิน 2) ดนิ ถลม ชนดิ เลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) พบอยูในกลมุ วทิ ยาหิน
FS1 จำพวกหินตะกอนเนื้อละเอียดบางสวนกึ่งแปรสภาพ และกลุมวิทยาหิน SS3 จำพวกหินทรายแทรก
สลับหินตะกอนเนื้อละเอียดกึ่งแปรสภาพ และ 3) ดินถลมชนดิ การเลื่อนไถลของหิน (Rock slide) พบอยู
ในหินฐานกลมุ วิทยาหนิ CT จำพวกหนิ แปรสัมผสั ท่ีมากดว ยแรควอตซ มีรายละเอียดดงั น้ี
6.1.1 อำเภอบา นไร จังหวัดอทุ ัยธานี
จากการสำรวจพบรองรอยดินถลมชนิดเล่ือนไถลในอำเภอบานไรทั้งหมด 3 รอย ครอบคลุม
ขอบเขตตำบลแกนมะกรูด และตำบลบานไร อยูในหินฐานกลุมวิทยาหินทั้งหมด 3 กลุม ไดแก กลุมวิทยาหิน
SS1 กลมุ วิทยาหิน CB2 และกลุมวทิ ยาหิน FS1 มรี ายละเอียดดงั น้ี
6.1.1.1 ตำบลแกนมะกรูด อำเภอบานไร จงั หวัดอทุ ยั ธานี
(1) บริเวณพ้ืนที่การเกษตร บานคลองเสลา สำรวจพบดินถลมชนิดการเลื่อนไถลของดินบน
ระนาบโคง (Earth slide) มีขนาดของรองรอยดินถลมโดยประมาณกวาง 5 เมตร สูง 3 เมตร อยูในหินฐาน
กลุมวิทยาหิน SS1 จำพวกหินทรายเนื้อลิทิกแวก สีเทาปนเขียว เม็ดตะกอนขนาดละเอียดถึงปานกลาง
แทรกสลับดวยหินดินดาน มวี ัสดุธรณีประกอบดวย เศษหินกรวดเหล่ียมของหินทรายเนื้อลิทิกแวก สีเทา
ปนเขียว ขนาดกรวดกลางถึงกรวดใหญ มีปริมาณเศษหินนอยกวารอ ยละ 20 ของวัสดธุ รณีท้ังหมด ปะปน
กับตะกอนดินทรายปนทรายแปง สีนำ้ ตาลเขม (รปู ท่ี 6.1)
- 103 -
(2) บรเิ วณพื้นท่ีตัดเขาทำถนน ทางหลวงชนบท อน.4004 สำรวจพบดินถลมชนิดการเลื่อน
ไถลของดินบนระนาบโคง (Earth slide) มีขนาดของรองรอยดินถลมโดยประมาณกวาง 10 เมตร
ยาว 5 เมตร อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน CB2 จำพวกหินปูนเนื้อดิน สีเทาถึงเทาเขม แทรกสลับดวย
หินดินดานก่ึงแปรสภาพ มีวัสดุธรณีประกอบดวย เศษหินกรวดเหลี่ยมของหินปูนเนื้อดิน สีเทาถึงเทาเขม
และหินดินดานก่ึงแปรสภาพ สเี ทาเงนิ ปนนำ้ ตาล ผิวหนา มันวาวคลา ยเน้ือหินฟลไลต ขนาดกรวดกลางถึง
กรวดใหญ มีปริมาณเศษหินนอยกวารอยละ 20 ของวัสดุธรณีท้ังหมด ปะปนกับตะกอนดินทรายปน
ทรายแปง สีนำ้ ตาลปนแดง (รูปที่ 6.2)
6.1.1.2 ตำบลบานไร อำเภอบานไร จงั หวดั อุทยั ธานี
บริเวณพ้ืนที่ตัดเขาทำถนน ทางหลวงพิเศษ 4031 สำรวจพบดินถลมชนิดการเลื่อนไถลของ
เศษหินและดินบนระนาบโคง (Debris slide) มีขนาดของรองรอยดินถลมโดยประมาณกวาง 4 เมตร
สูง 5 เมตร อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน FS1 จำพวกหินชนวน สีเทาดำ มีวัสดุธรณีประกอบดวย เศษหิน
กรวดเหลย่ี มของหนิ ชนวน สเี ทาดำ ขนาดกรวดใหญถงึ กรวดใหญมาก มีปริมาณเศษหินมากกวารอยละ 20
ของวัสดุธรณที ้ังหมด ปะปนกับตะกอนดนิ ทรายปนทรายแปง สนี ำ้ ตาล (รปู ท่ี 6.3)
6.1.2 อำเภอหว ยคต จงั หวดั อุทัยธานี
จากการสำรวจพบรองรอยดินถลมชนิดเล่ือนไถลในอำเภอหวยคต ท้ังหมด 2 รอย
ครอบคลุมขอบเขตตำบลทองหลาง และตำบลหวยคต อยูในหินฐานกลุมวิทยาหินทั้งหมด 2 กลุม ไดแก
กลมุ วทิ ยาหิน CT และกลมุ วทิ ยาหิน SS3 มรี ายละเอยี ดดงั นี้
6.1.2.1 ตำบลทองหลาง อำเภอหว ยคต จงั หวดั อทุ ัยธานี
บริเวณพื้นท่ีตัดเขาทำถนน บานโปงขอย สำรวจพบดินถลมชนิดการเล่ือนไถลของหิน
บนระนาบเรียบ (Rock slide) มีขนาดของรองรอยดินถลมโดยประมาณกวาง 3 เมตร สูง 5 เมตร อยูใน
หินฐานกลมุ วิทยาหิน CT จำพวกหินควอรตไซต สขี าวปนเทา แทรกสลบั ดว ยหินทรายเนื้อแขง็ มีวัสดุธรณี
ประกอบดวย เศษหินกรวดเหล่ียมของหินควอรตไซต และหินทรายเน้ือแข็ง ขนาดกรวดใหญมาก และ
แรควอตซ (รูปท่ี 6.4)
6.1.2.2 ตำบลหวยคต อำเภอหวยคต จังหวัดอุทยั ธานี
บริเวณพื้นที่ตัดเขาทำถนน ทางเขาวนอุทยานหวยคต สำรวจพบดินถลมชนิดการเล่ือนไถล
ของเศษหินและดินบนระนาบโคง (Debris slide) มีขนาดของรองรอยดินถลมโดยประมาณกวาง 6 เมตร
สูง 4 เมตร อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน SS3 จำพวกหินทราย แทรกสลับดวยหินควอรตไซต มีวัสดุธรณี
ประกอบดวย เศษหินกรวดเหล่ียมของหินทรายและหินควอรตไซต ขนาดกรวดใหญถึงกรวดใหญมาก
มีปริมาณเศษหินมากกวารอยละ 20 ของวัสดุธรณีท้ังหมด ปะปนกับตะกอนดินทรายปนทรายแปง
สีนำ้ ตาลแดง (รูปที่ 6.5)
- 104 -
รูปที่ 6.1 ลักษณะดินถลมชนิดการเล่ือนไถลของดินบนระนาบโคง (Earth slide) บริเวณพื้นท่ีการเกษตร
บานคลองเสลา ตำบลแกนมะกรูด อำเภอบา นไร จังหวัดอทุ ัยธานี พิกัด 47P 531347E 1672246N สูงจาก
ระดับนำ้ ทะเล 411 เมตร
รูปท่ี 6.2 ลักษณะดินถลมชนิดการเล่ือนไถลของดินบนระนาบโคง (Earth slide) บริเวณทางหลวงชนบท
อน. 4004 ตำบลแกนมะกรูด อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี พิกัด 47P 542801E 1670458N สูงจาก
ระดับนำ้ ทะเล 584 เมตร
- 105 -
รูปท่ี 6.3 ลักษณะดินถลมชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดินบนระนาบโคง (Debris slide) บริเวณ
ทางหลวงพิเศษ 4031 ตำบลบานไร อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี พิกัด 47P 542732E 1663978N
สูงจากระดบั นำ้ ทะเล 443 เมตร
รูปที่ 6.4 ลักษณะดินถลมชนิดการเลื่อนไถลของหินบนระนาบเรียบ (Rock slide) บริเวณบานโปงขอย
ตำบลทองหลาง อำเภอหวยคต จังหวัดอุทัยธานี พิกัด 47P 553874E 1695760N สูงจากระดับน้ำทะเล
162 เมตร
- 106 -
รูปท่ี 6.5 ลักษณะดินถลมชนิดการเล่ือนไถลของเศษหินและดินบนระนาบโคง (Debris slide) บริเวณ
วนอุทยานหวยคต ตำบลหวยคต อำเภอหวยคต จังหวัดอุทัยธานี พิกัด 47P 561228E 1691411N
สูงจากระดบั นำ้ ทะเล 133 เมตร
6.2 ประเภทดินถลม ชนดิ ไหล (Flows)
ดินถลมชนิดไหลเปนการเคลื่อนที่ในลักษณะคลายของไหล (Flow-like movement)
ของวัสดุแหงหรือวัสดุท่ีอิ่มตัวไปดวยน้ำลงมาตามความลาดชันและแรงโนมถวงของโลก สามารถจำแนก
ชนิดยอยของดินถลมชนิดไหลไดหลากหลายชนิดขึ้นอยูกับปจจัยตาง ๆ เชน ชนิดของมวลวัสดุ ลักษณะ
ภมู ปิ ระเทศ ความลาดชันทางน้ำ และความช้นื ในดิน เปน ตน (รายละเอยี ดเพิม่ เติมในบทที่ 2)
จากการสำรวจดินถลมชนิดการไหลในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี พบรองรอยดินถลมทั้งหมด
5 รอย อยูในลักษณะภูมิประเทศเปนพื้นท่ีราบเชิงเขา บริเวณพื้นที่การเกษตร และบริเวณรองน้ำ
ครอบคลุมขอบเขตพ้ืนทอ่ี ำเภอบานไร อำเภอหวยคต และอำเภอลานสัก เกิดดนิ ถลมชนิดไหลในลักษณะ
ของเศษหินและดินไหล (Debris flow) เปนการเคลื่อนท่ีอยางรวดเร็วมาก โดยมีน้ำเปนตัวกลางพัดพา
เอาเศษหิน ตะกอนดิน และซากตนไมไหลลงมากองทับถมบริเวณที่ราบเชิงเขาในลักษณะของเนินตะกอน
รูปพัดหนาหุบเขา กระจายตัวอยูเปนบริเวณกวาง และกระจายตัวอยูในรองน้ำ พบอยูในหินฐาน
กลุมวิทยาหินท้ังหมด 3 กลุมไดแก กลุมวิทยาหิน FS1 จำพวกหินตะกอนเนื้อละเอียดบางสวนก่ึงแปรสภาพ
กลุมวิทยาหิน GR จำพวกหินแกรนิต และกลุมวิทยาหิน F-MET1 จำพวกหินแปรที่มีร้ิวขนานเกรดต่ำ
มรี ายละเอยี ดดงั นี้
- 107 -
6.2.1 อำเภอบา นไร จงั หวัดอทุ ัยธานี
จากการสำรวจพบรองรอยดินถลมชนิดไหลในอำเภอบานไร ทั้งหมด 3 รอย ครอบคลุม
ขอบเขตตำบลแกนมะกรูด และตำบลคอกควาย อยูในหินฐานกลุมวิทยาหินท้ังหมด 2 กลุม ไดแก
กลมุ วทิ ยาหิน FS1 และกลุมวิทยาหิน GR มรี ายละเอียดดงั นี้
6.2.1.1 ตำบลบา นไร อำเภอบา นไร จังหวัดอุทยั ธานี
บริเวณพื้นที่ตัดเขาทำถนน ทางหลวงพิเศษ 4031 สำรวจพบดินถลมชนิดการไหลของ
เศษหินและดิน (Debris flow) มีขนาดของรองรอยดินถลมโดยประมาณกวาง 4 เมตร สูง 5 เมตร
อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน FS1 จำพวกหินชนวน สีเทาดำ มีวสั ดุธรณีประกอบดวย เศษหินกรวดเหลี่ยม
ของหินชนวน สีเทาดำ ขนาดกรวดใหญถึงกรวดใหญมาก ปะปนกับตะกอนดินทรายปนทรายแปง
สีน้ำตาล (รปู ท่ี 6.6)
6.2.1.2 ตำบลแกนมะกรดู อำเภอบา นไร จงั หวัดอทุ ยั ธานี
บรเิ วณพื้นทก่ี ารเกษตร รมิ ทางหลวงแผน ดินหมายเลข 3011 สำรวจพบดนิ ถลม ชนดิ การไหล
ของเศษหินและดิน (Debris flow) แผกระจายเปนบริเวณกวางในพื้นท่ีการเกษตร อยูในหินฐาน
กลุมวิทยาหิน GR จำพวกหินแกรนิต มีวัสดุธรณีประกอบดวย บล็อกหินแกรนิตเน้ือดอก รูปรางก่ึงมน
ขนาดกรวดใหญม าก ปะปนกับตะกอนดนิ ทราย (รูปที่ 6.7)
6.2.1.3 ตำบลคอกควาย อำเภอบา นไร จงั หวดั อทุ ยั ธานี
บริเวณพื้นท่ีการเกษตร บานดง สำรวจพบดินถลมชนิดการไหลของเศษหินและดิน
(Debris flow) แผกระจายเปนบริเวณกวางในพ้ืนทห่ี มูบานและพ้ืนท่ีขางเคยี ง อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน
GR จำพวกหินแกรนิต มีวัสดุธรณีประกอบดวย บล็อกหินแกรนิตเนอ้ื ดอก รูปรา งกึ่งมนถึงมน ขนาดกรวด
ใหญม าก ปะปนกบั ตะกอนดินทราย (รปู ที่ 6.8)
6.2.2 อำเภอหวยคต จงั หวดั อุทยั ธานี
จากการสำรวจพบรองรอยดินถลมชนิดไหลในอำเภอหวยคต จำนวน 1 รอย บริเวณรองน้ำ
ภายในวัดปามโนราห ตำบลทองหลาง เปนดินถลมชนิดการไหลของเศษหินและดิน (Debris flow)
แผกระจายตามรองน้ำ อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน GR จำพวกหินแกรนิต มีวัสดุธรณีประกอบดวย
บล็อกหินแกรนิตเน้ือสมำ่ เสมอ รูปรา งก่ึงมนถึงมน ขนาดกรวดใหญถึงใหญมาก ปะปนกับตะกอนดนิ ทราย
(รูปที่ 6.9)
- 108 -
6.2.3 อำเภอลานสกั จังหวดั อุทยั ธานี
จากการสำรวจพบรองรอยดินถลม ชนิดไหลในอำเภอลานสกั จำนวน 1 รอย บริเวณรองน้ำ
ภายในเขตหนวยปองกันรักษาปาท่ี นว.1 (แมกะสี) บานเขาเขียว ตำบลระบำ เปนดินถลมชนิดการไหล
ของเศษหินและดิน (Debris flow) แผกระจายตามรองน้ำ อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน F-MET1 จำพวก
หินแปรท่ีมีริว้ ขนาน ไดแก หินชีสต มีวัสดุธรณีประกอบดวย บลอ็ กหินชีสต และหินแกรนิต รูปรางกึ่งมน
ถงึ มน ขนาดกรวดใหญม าก ปะปนกบั ตะกอนดนิ ทราย (รปู ที่ 6.10)
รูปท่ี 6.6 ลักษณะดินถลมชนิดการไหลของเศษหินและดิน (Debris flow) บริเวณทางหลวงพิเศษ 4031
ตำบลบานไร อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี พิกัด 47P 542828E 1663896N สูงจากระดับน้ำทะเล
439 เมตร
- 109 -
รูปที่ 6.7 ลักษณะดินถลมชนิดการไหลของเศษหินและดิน (Debris flow) บริเวณพ้ืนที่การเกษตรริมทาง
หลวงแผนดินหมายเลข 3011 ตำบลแกนมะกรูด อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี พิกัด 47P 533393E
1673399N สงู จากระดบั น้ำทะเล 464 เมตร
รูปที่ 6.8 ลักษณะดินถลมชนิดการไหลของเศษหินและดิน (Debris flow) บริเวณพื้นที่การเกษตรบานดง
ตำบลคอกควาย อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี พิกัด 47P 544042E 1685877N สูงจากระดับน้ำทะเล
290 เมตร
- 110 -
รูปท่ี 6.9 ลักษณะดินถลมชนิดการไหลของเศษหินและดิน (Debris flow) บริเวณรองน้ำ วัดปามโนราห
ตำบลทองหลาง อำเภอหวยคต จังหวัดอุทัยธานี พิกัด 47P 549107E 1697879N สูงจากระดับน้ำทะเล
225 เมตร
รูปที่ 6.10 ลักษณะดินถลมชนิดการไหลของเศษหินและดิน (Debris flow) บริเวณรองน้ำ บานเขาเขียว
ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี พิกัด 47P 536195E 1731376N สูงจากระดับน้ำทะเล
260 เมตร
- 111 -
6.3 ประเภทดินถลมชนิดรว งหลน (Falls)
ดินถลมชนิดรวงหลนเปนการเคลื่อนที่ที่เกิดข้ึนอยางรวดเร็วมาก (Extremely rapid) เปน
การหลุด รวง กระดอน และกล้ิงอยา งเปนอิสระภายใตแรงโนมถวงของโลกจากหนาผาหรือพื้นทล่ี าดชนั ทีม่ ี
มุมเอียงเทสูง มักเกิดตามระนาบพื้นผิวท่ีมีการเคล่ือนที่ดวยแรงเฉือนนอยหรือไมมีเลย เชน รอยแตกหรือ
รอยแยกในชั้นหิน สามารถจำแนกชนิดยอยของดินถลมชนิดรวงหลนไดข้ึนอยูกับชนิดของวัสดุธรณี
(รายละเอียดเพ่มิ เตมิ ในบทท่ี 2)
จากการสำรวจดินถลมชนิดรวงหลนในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี พบรองรอยดินถลมจำนวน
1 รอย ในลักษณะภูมิประเทศเปนหนาผาหินพ้ืนที่อำเภอลานสัก เกิดดินถลมชนิดหินรวง (Rock fall)
เปนการหลุดรวงของหินภายใตแรงโนมถวงของโลกจากหนาผาหิน อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน CB1
จำพวกหินคารบ อเนต มีรายละเอียดดงั นี้
6.3.1 อำเภอลานสกั จังหวัดอุทัยธานี
จากการสำรวจพบรองรอยดินถลมชนิดรว งหลนในอำเภอลานสัก จำนวน 1 รอย บรเิ วณถ้ำ
เขาพระยาเรือ ตำบลลานสัก เปนดินถลมชนิดหินรวง (Rock fall) จากการหลุดรวงของบล็อกหินขนาด
ใหญก ระจายตวั อยตู ามเชิงเขา อยใู นหินฐานกลุม วิทยาหนิ CB1 จำพวกหินปูนเนอื้ โดโลไมต สีเทาถึงเทาดำ
มวี สั ดุธรณีประกอบดวย บลอ็ กหินปูนเนื้อโดโลไมต รูปรางเหลี่ยมมุมถึงก่ึงเหล่ียมมุม ขนาดกรวดใหญมาก
(รปู ที่ 6.11)
รปู ท่ี 6.11 ลักษณะดนิ ถลมชนิดรวงหลนของหิน (Rock fall) บริเวณเชิงเขา ถ้ำเขาพระยาเรือ ตำบลลานสัก
อำเภอลานสัก จงั หวดั อทุ ยั ธานี พกิ ัด 47P 560652E 1713687N สงู จากระดบั น้ำทะเล 122 เมตร
- 113 -
บทท่ี 7
การทดสอบคณุ สมบัตทิ างกายภาพของดิน
7.1 การเกบ็ ตัวอยางแบบถกู รบกวน (disturbed sampling)
การเก็บตัวอยางดินในพ้ืนที่สำรวจใชวิธีการเก็บตัวอยางแบบถูกรบกวน (Disturbed
sampling) เพ่ือนำมาทดสอบคุณสมบัติทางกายของดินสำหรับการวิเคราะหพ้ืนท่ีเส่ียงภัยดินถลม
โดยใชหลักการเก็บตัวอยางดินหรือหินผุอางอิงเกณฑการผุพังของมวลหินประยุกตจาก Ruxton and
Berry (1957) Dearman (1976) Fookes (1997) และ Hearn (2016) ดังตารางท่ี 7.1 ซึ่งตัวอยางดิน
ท่ีเก็บจากภาคสนามจะถูกจัดเก็บไวในถุงกระสอบที่มีการปดปากถุงอยางมิดชิด โดยบนกระสอบจะแสดง
รายละเอียดของจุดเก็บตัวอยาง ไดแก เลขท่ีจุดสำรวจ วันท่ีเก็บตัวอยาง พิกัดเก็บตัวอยาง ความสูงจาก
ระดับนำ้ ทะเลปานกลาง ที่ตงั้ สถานท่ี หมบู าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ภาพวาดหนาตัดชั้นดิน/ชั้นหินระยะ
เก็บตัวอยา งดิน และชนดิ ของหินฐาน (รูปท่ี7.1) โดยพิจารณาเลือกตำแหนงเก็บตัวอยางดังน้ี
1) เลือกหนาตัดดิน (soil profile) ที่แสดงลำดับชั้นดิน/หินที่ชัดเจน และเปนดินท่ีอยู
ท่เี ดมิ แสดงเกณฑก ารผุพังต้งั แตระดบั 1-6 (zone I-VI)
ก) zone I ช้ันหินตนกำเนดิ (parent rock) แสดงช้นั หนิ สด (fresh bedrock)
ข) zone II ชน้ั หินมีการผพุ ังเลก็ นอยตามรอยแตก
ค) zone III เปนช้ันทีแ่ สดงหนิ เปนหลกั
ง) zone IV ช้ันดินและหินผุท่ีเกิดจากการผุพังจากหินดาน มีลักษณะผุพังสูง (highly
weathered) บางสวนพบหินกอ นทีม่ ีลกั ษณะมนกลม
จ) zone V ชัน้ ดิน ท่เี กิดจากการผพุ ังอยา งสมบรู ณ (completely weathered)
ฉ) zone VI ชัน้ ดนิ ท่ีพฒั นาเปนดินทอ่ี ยทู ี่เดมิ โดยสมบรู ณ (fully developed residual soil)
2) ตำแหนงที่เลือกเก็บตัวอยางดิน เลือกเก็บดินตามเกณฑการผุพังระดับ 4 (zone IV)
ซง่ึ เปนบริเวณท่ีมกี ารผพุ ังสงู มีชนั้ ดนิ หนา และมีเปอรเซ็นตของหินแข็งตำ่ (< 50%) ตามตัวอยางรปู ท่ี 7.2
และรูปท่ี 7.3 กรอบสีแดง โดยเลือกจากช้ันดินท่ีอยูใกลกับเกณฑการผุพังตั้งแตระดับ 3 (zone III) เปน
ช้ันหินท่ีมีอัตราการผุพังปานกลางท่ีประกอบดวยเศษหินพ้ืนแตกหักปนตะกอนดิน โดยเก็บตัวอยางดิน
อยางนอ ย 15-20 กิโลกรมั บรรจุลงในกระสอบท่เี ตรยี มไว และมัดปากถงุ กระสอบใหแ นน หนา
- 114 -
3) เก็บรายละเอียด ตำแหนง และรางภาพหนาตัดของช้ันดินหรือหิน บันทกึ ลงในแบบฟอรม
แผน ดนิ ถลม และกระสอบทใี่ ชเก็บตวั อยา ง
จากการสำรวจและเก็บตัวอยางดินแบบไมค งสภาพในพื้นท่ีสำรวจ ไดทำการเก็บตวั อยางดิน
ทง้ั หมด 13 ตวั อยาง (ตารางท่ี 7.2) ครอบคลุมขอบเขตอำเภอบานไร และอำเภอลานสกั จังหวดั อุทัยธานี
และอำเภอแมเปน จังหวัดนครสวรรค อยูในหินฐานกลุมวิทยาหินท้ังหมด 6 กลุม ไดแก กลุมวิทยาหิน SS1
กลุมวทิ ยาหิน SS3 กลุมวิทยาหิน CB2 กลุมวทิ ยาหิน CT กลุมวิทยาหิน F-MET1 และกลุมวิทยาหิน GR
(รปู ที่ 7.4)
ตารางที่ 7.1 เกณฑการผุพังของมวลหิน (ดัดแปลงจาก Ruxton and Berry (1957) Dearman (1976)
Fookes (1997) และ Hearn (2016))
เกณฑก ารผุพัง การผพุ ัง คำอธบิ าย
T ดนิ ทีเ่ กิดโดยการพดั พา ดินท่ถี ูกกดั กรอ นสลายตวั ออกจากหินดานแลว
(transported soil) ถกู พดั พาไปสะสมตวั ที่อื่น เชน เศษหนิ เชงิ เขา
(colluvium)
VI พฒั นาเปน ดนิ ท่ีอยูท่ีเดิมโดยสมบรู ณ เนือ้ หินทั้งหมดกลายเปนดิน โครงสรางของมวล
(fully developed residual soil) หินและองคป ระกอบของวัสดถุ ูกทำลาย
ิดนที่อยูที่เดิม V ผพุ งั โดยสมบูรณ เน้อื หินท้ังหมดถกู ยอยสลายเปน ดนิ
(completely weathered) โครงสรา งดง้ั เดมิ ของมวลหินสว นใหญคงสภาพเดมิ
ชั้นหิน และหินผุ มากกวารอ ยละ 50 ของเนื้อหินถูกยอ ยสลาย
IV ผุพงั สูง กลายเปน ดนิ สีเปลย่ี น หนาตดั ชน้ั หินอาจปรากฏ
(highly weathered) ลกั ษณะของแกนหิน (core stone) ทไี่ มมี
การเชือ่ มประสานกนั
III ผุพังปานกลาง นอยกวา รอ ยละ 50 ของเนื้อหนิ ถูกยอยสลาย
(moderate weathered) แกนหินยังคงแข็งแรง
II ผพุ งั เล็กนอ ย (slightly weathered) เนอื้ หนิ มกี ารผุพงั เลก็ นอ ย มวลหินมคี วามสมบูรณ
I หินสด (fresh) ไมป รากฎการผพุ ังของมวลหิน
- 115 -
ST.1 / 20.06.2021 หมายเลขจุดเก็บตัวอยา ง/
วนั เดอื นปที่เก็บตวั อยาง
47P 530344E / 1674542N 400 m. พกิ ดั ตำแหนงเก็บตวั อยาง (ระบบ UTM)
ความสงู จากระดบั นำ้ ทะเลปานกลาง
บา นคลองเสลา ต.แกนมะกรดู
ทตี่ ั้ง หมูบาน ตำบล อำเภอ
อ.บานไร จ.อทุ ยั ธานี จังหวัด ท่ีเกบ็ ตัวอยาง
0 m. Top soil
60 m. SS1: กลุมวทิ ยาหินและชนิดของหนิ ฐาน
เก็บตัวอยาง Greywacke
100 m. 60-80 cm.
หินฐาน: หินทราย
ภาพวาดหนา ตัดชนั้ ดิน
รูปท่ี 7.1 รายละเอียดขอ มูลการเกบ็ ตัวอยางตะกอนดนิ บนถุงกระสอบ
รูปที่ 7. 2 ภาพรางหนาตัดการพุผังของหินแกรนิตแสดงระดับการผุพังต้ังแตระดับ I-VI กรอบสีแดงคือ
ตำแหนง ทเี่ ลือกเก็บตัวอยางดิน (Modified from Ruxton and Berry, 1957)
- 116 -
รูปที่ 7.3 ตัวอยางหนาตัดดินที่แสดงระดับการผุพังของหินแกรนิต (zone III-VI) กรอบสีแดงแสดงตำแหนง
เก็บตวั อยา งดิน
ตารางท่ี 7.2 แสดงตำแหนง เกบ็ ตัวอยา งแบบไมคงสภาพในพื้นทสี่ ำรวจ
ลำดบั Station วิทยาหนิ กลมุ หิน หมบู า น ตำบล อำเภอ จังหวัด Zone UTM E UTM N Sample คำอธบิ าย
Depth (cm.)
1 UTI131 SS3 หนิ ทรายแทรกสลับกบั หิน บา นไร บานไร อทุ ัยธานี 47P 555176 1665351 360-390 บอขุดดนิ เพอ่ื นำไปใชป ระโยชน
ตะกอนเนอ้ื ละเอียดกง่ึ แปรสภาพ
2 UTI14 SS1 หนิ ทรายเนอื้ เกรยแ วก คลองเสลา แกน มะกรูด บา นไร อุทยั ธานี 47P 530344 1674542 60-80 บอ ขุดนำ้ เพือ่ การเกษตร
3 UTI15 SS1 หนิ ทรายเนือ้ เกรยแ วก คลองเสลา แกน มะกรดู บานไร อุทัยธานี 47P 530462 1675431 140-190 เปดหนาดินเพื่อทำถนน
4 UTI28 CB2 หินคารบอเนตเน้อื ดนิ แกนมะกรูด บานไร อทุ ัยธานี 47P 540182 1672862 290-330 เปดหนา ดนิ ในพื้นท่เี กษตร
5 UTI49 CB2 หินคารบ อเนตเน้ือดนิ คอกควาย บา นไร อทุ ัยธานี 47P 547461 1681953 70-90 เปด หนาดนิ ในพนื้ ที่เกษตร
6 UTI52 CB2 หนิ คารบ อเนตเนื้อดิน ปางสวรรค คอกควาย บา นไร อุทัยธานี 47P 547200 1681748 350-400 บอ ขุดดนิ เพอ่ื นำไปใชป ระโยชน - 117 -
7 UTI53 GR หนิ แกรนิต ปางสวรรค คอกควาย บานไร อทุ ัยธานี 47P 545635 1680615 120-160 บอขดุ ดินเพื่อนำไปใชป ระโยชน
8 UTI55 CT หนิ แปรสัมผสั ทมี่ ากดวยแร คอกควาย บา นไร อทุ ัยธานี 47P 550659 1681644 100-130 บอ ขดุ ดินเพอ่ื นำไปใชประโยชน
9 UTI09 F-MET1 หินแปรที่มรี ว้ิ ขนานเกรดต่ำ ระบำ ลานสัก อุทยั ธานี 47P 551929 1717169 70-90 เปด หนา ดินเพื่อนำไปใชป ระโยชน
10 UTI79 GR หินแกรนิต โปงมะคา ระบำ ลานสกั อทุ ยั ธานี 47P 546817 1712910 60-80 หนา ตัดดนิ บรเิ วณพนื้ ท่ีอยูอาศัย
11 UTI89 GR หินแกรนติ เขาเขยี ว ระบำ ลานสกั อทุ ัยธานี 47P 539001 1730552 120-150 บอขดุ ดินเพอื่ นำไปใชป ระโยชน
12 UTI02 F-MET1 หินแปรท่มี รี ้ิวขนานเกรดตำ่ แมเ ปน แมเ ปน นครสวรรค 47P 551733 1728737 30-40 เปดหนา ดนิ ในพน้ื ท่ีเกษตร
13 UTI112 F-MET1 หินแปรท่มี รี ้วิ ขนานเกรดตำ่ แมเ ปน แมเปน นครสวรรค 47P 533327 1739092 150-170 เปด หนา ดนิ เพ่อื ทำถนน
- 118 -
รปู ที่ 7.4 แผนทีแ่ สดงตำแหนง การเก็บตวั อยา งดนิ ในพน้ื ท่จี ังหวดั อุทยั ธานี
- 119 -
7.2 ขอ มูลของตวั อยางดินแบบไมคงสภาพ
7.2.1 อำเภอบา นไร จงั หวดั อุทยั ธานี
ทำการสำรวจและเก็บตัวอยา งดนิ แบบไมคงสภาพในพื้นที่อำเภอบา นไร จังหวัดอุทัยธานี
จำนวน 8 ตวั อยาง ครอบคลุมขอบเขตตำบลบา นไร ตำบลแกนมะกรดู และตำบลคอกควาย อยใู นหินฐาน
กลุมวิทยาหินทั้งหมด 5 กลุมไดแก กลุมวิทยาหิน SS3 กลุมวิทยาหิน SS1 กลุมวิทยาหิน CB2
กลุมวิทยาหิน GR และกลุม วิทยาหนิ CT มีรายละเอียดดังนี้
7.2.1.1 ตำบลบานไร
บริเวณบอขุดดินเพื่อนำไปใชประโยชน ตำบลบานไร อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี
พิกัด 47P 555176 E 1665351 N สูงจากระดับน้ำทะเล 174 เมตร เก็บตัวอยางท่ีความลึก 360-390
เซนติเมตรจากผิวดิน อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน SS3 เปนหินทรายเนื้อแข็ง สีน้ำตาลปนเหลือง แทรก
สลับกับหินดินดานเน้ือแข็ง ตัวอยา งเปนดินทราย เน้ือดินคอนขางหยาบ สีน้ำตาลปนแดง เม่ือสัมผัสแลว
รูส ึกสากมือ (รปู ท่ี 7.5)
7.2.1.2 ตำบลแกนมะกรูด
(1) บริเวณบอขุดน้ำเพื่อการเกษตรบานคลองเสลา ตำบลแกนมะกรูด อำเภอบานไร
จังหวัดอุทัยธานี พิกัด 47P 530344 E 1674542 N สูงจากระดับน้ำทะเล 400 เมตร เก็บตัวอยาง
ท่ีความลึก 60–80 เซนติเมตรจากผิวดิน อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน SS1 เปนหินทรายเน้ือเกรยแวก
สีน้ำตาลอมเขียว ตัวอยางเปนดินทรายปนทรายแปง สีน้ำตาล เน้ือดินละเอียด เมื่อสัมผัสแลวรูสึกสากมือ
เลก็ นอ ย (รูปท่ี 7.6)
(2) บริเวณเปดหนาดินเพื่อทำถนนบานคลองเสลา ตำบลแกนมะกรูด อำเภอบานไร
จังหวัดอุทัยธานี พิกัด 47P 530462 E 1675431 N สูงจากระดับน้ำทะเล 389 เมตร เก็บตัวอยาง
ที่ความลึก 140-190 เซนติเมตรจากผิวดิน อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน SS1 เปนหินทรายเนื้อเกรยแวก
สีน้ำตาลอมเขียว ตวั อยางเปนดนิ ทรายปนทรายแปง สีน้ำตาล เน้ือดินละเอียด เม่ือสัมผสั แลวรสู ึกสากมือ
เล็กนอ ย (รปู ที่ 7.7)
(3) บริเวณเปดหนาดินในพื้นท่ีเกษตร บานคลองเสลา ตำบลแกนมะกรูด อำเภอบานไร
จังหวัดอุทัยธานี พิกัด 47P 540182 E 1672862 N สูงจากระดับน้ำทะเล 660 เมตร เก็บตัวอยาง
ท่คี วามลึก 290–330 เซนติเมตรจากผิวดิน อยูในหนิ ฐานกลุมวทิ ยาหนิ CB2 เปนหินปนู เนื้อผลึก สเี ทาเขม
ปนน้ำตาล ตัวอยางเปนดินทรายปนทรายแปง สีน้ำตาลปนแดง เนื้อดินคอนขางละเอียด เม่ือสัมผัสแลว
รสู กึ สากมอื เลก็ นอย (รปู ท่ี 7.8)
- 120 -
ก
ขค
รูปท่ี 7.5 (ก) เก็บตัวอยางบรเิ วณบอ ขุดดนิ เพอ่ื นำไปใชประโยชน ตำบลบานไร อำเภอบานไร จังหวัดอุทยั ธานี
ที่ความลึก 360-390 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินทรายเน้ือแข็ง กลุมวิทยาหิน SS3
(ค) ลกั ษณะตัวอยา งเปน ดนิ ทราย เน้อื ดนิ คอ นขา งหยาบ สีนำ้ ตาลปนแดง เมอ่ื สมั ผัสแลวรูสกึ สากมอื
- 121 -
ก
ขค
รูปท่ี 7.6 (ก) เก็บตัวอยางบริเวณบอขุดน้ำเพ่ือการเกษตรบานคลองเสลา ตำบลแกนมะกรูด อำเภอบานไร
จังหวัดอุทัยธานี ท่ีความลึก 60–80 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินทรายเน้ือเกรยแวก
กลุมวิทยาหิน SS1 (ค) ลักษณะตัวอยางเปนดินทรายปนทรายแปง สีนำ้ ตาล เนื้อดินละเอยี ด เมื่อสัมผัสแลว
รสู ึกสากมือเล็กนอย
- 122 -
ก
ขค
รูปท่ี 7.7 (ก) เก็บตัวอยางบริเวณเปดหนาดินเพ่ือทำถนนบานคลองเสลา ตำบลแกนมะกรูด อำเภอบานไร
จังหวัดอุทัยธานี ที่ความลึก 140-190 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินทรายเน้ือเกรยแวก
กลุมวิทยาหิน SS1 (ค) ลักษณะตัวอยางเปนดินทรายปนทรายแปง สีนำ้ ตาล เน้ือดินละเอยี ด เมื่อสมั ผัสแลว
รสู กึ สากมอื เล็กนอ ย
- 123 -
ก
ขค
รูปที่ 7.8 (ก) เก็บตัวอยา งบรเิ วณเปดหนาดินในพ้ืนทีเ่ กษตร บานคลองเสลา ตำบลแกนมะกรดู อำเภอบา นไร
จังหวัดอุทัยธานี ที่ความลึก 290–330 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินปูนเน้ือผลึก
กลมุ วทิ ยาหิน CB2 (ค) ลักษณะตวั อยางเปน ดินทรายปนทรายแปง สนี ้ำตาลปนแดง เนื้อดนิ คอ นขา งละเอียด
เมอื่ สมั ผัสแลว รสู ึกสากมือเล็กนอย
- 124 -
7.2.1.3 ตำบลคอกควาย
(1) บริเวณเปดหนาดินในพื้นที่เกษตร ตำบลคอกควาย อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี
พิกัด 47P 547461 E 1681953 N สูงจากระดับน้ำทะเล 204 เมตร เก็บตัวอยางที่ความลึก 70–90
เซนติเมตรจากผิวดิน อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน CB2 เปนหินแคลกซิลิเกต สีเทา ตัวอยางเปนดินทราย
ปนทรายแปง สนี ำ้ ตาลปนแดง เนอื้ ดินคอนขางละเอียด เม่อื สมั ผัสแลวรสู ึกสากมอื เล็กนอย (รปู ที่ 7.9)
(2) บริเวณบอขุดดินเพื่อนำไปใชประโยชน บานปางสวรรค ตำบลคอกควาย อำเภอบานไร
จังหวัดอุทัยธานี พิกัด 47P 547200 E 1681748 N สูงจากระดับน้ำทะเล 204 เมตร เก็บตัวอยางท่ี
ความลึก 350-400 เซนติเมตรจากผิวดิน อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน CB2 เปนหินแคลกซิลิเกต สีเทา
ตัวอยางเปนดนิ ทรายปนทรายแปง สีน้ำตาลปนเหลือง เนื้อดินคอนขางหยาบ เม่ือสัมผัสแลวรูสึกสากมือ
(รปู ท่ี 7.10)
(3) บริเวณบอขุดดินเพื่อนำไปใชประโยชน สวนเกษตรปางสวรรค บานปางสวรรค
ตำบลคอกควาย อำเภอบานไร จังหวดั อุทัยธานี พิกัด 47P 545635 E 1680615 N สูงจากระดับน้ำทะเล
221 เมตร เก็บตัวอยางท่ีความลึก 120–160 เซนติเมตรจากผิวดิน อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน GR
เปนหินแกรนิตเน้ือสม่ำเสมอ ตัวอยางเปนดินทรายปนทรายแปง สีน้ำตาล เน้ือดินคอนขางละเอียด
เมอ่ื สัมผสั แลวรสู ึกสากมอื (รปู ที่ 7.11)
(4) บรเิ วณบอ ขุดดินเพ่ือนำไปใชประโยชน บา นนอย ตำบลคอกควาย อำเภอบานไร จังหวัด
อุทัยธานี พิกัด 47P 550659 E 1681644 N สูงจากระดับน้ำทะเล 209 เมตร เก็บตัวอยางท่ีความลกึ 100-
130 เซนติเมตรจากผิวดิน อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน CT เปนหินทรายแปงเนื้อแข็ง สีน้ำตาลปนแดง
ตวั อยางเปนดินเหนยี ว สนี ้ำตาลปนแดง เนอื้ ดินละเอยี ด เม่ือสัมผสั แลวรูสกึ สากมือเล็กนอย (รปู ที่ 7.12)
7.2.2 อำเภอลานสัก จังหวัดอทุ ยั ธานี
ทำการสำรวจและเก็บตัวอยางดินแบบไมคงสภาพในพื้นที่อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี
จำนวน 3 ตัวอยาง ครอบคลุมขอบเขตตำบลระบำ อยูในหินฐานกลุมวิทยาหินทั้งหมด 2 กลุม ไดแก
กลมุ วิทยาหิน F-MET1 และกลุมวิทยาหิน GR มีรายละเอียดดังนี้
7.2.2.1 ตำบลระบำ
(1) บริเวณเปดหนาดินเพ่ือนำไปใชประโยชน วัดเขาอริโยทัย ตำบลระบำ อำเภอลานสัก
จังหวัดอุทัยธานี พิกัด 47P 551929 E 1717169 N สูงจากระดับน้ำทะเล 160 เมตร เก็บตัวอยางที่
ความลึก 70–90 เซนติเมตรจากผิวดิน อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน F-MET1 เปนหินควอตซไมกาชีสต
สีเทา ตัวอยางเปนดินทรายปนทรายแปง สีน้ำตาลปนแดง เน้ือดินหยาบ เมื่อสัมผัสแลวรูสึกสากมือ
(รปู ที่ 7.13)
- 125 -
ก
ขค
รูปท่ี 7.9 (ก) เกบ็ ตัวอยางบริเวณเปดหนา ดินในพ้นื ท่ีเกษตร ตำบลคอกควาย อำเภอบานไร จังหวัดอทุ ัยธานี
ท่ีความลึก 70-90 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินแคลกซิลิเกต กลุมวิทยาหิน CB2
(ค) ลักษณะตวั อยางเปน ดนิ ทรายปนทรายแปง สีน้ำตาลปนแดง เนื้อดินคอ นขางละเอียด เมอ่ื สัมผสั แลวรสู ึก
สากมือ
- 126 -
ก
ขค
รูปที่ 7.10 (ก) เก็บตัวอยางบรเิ วณบอ ขุดดินเพ่ือนำไปใชประโยชน บานปางสวรรค ตำบลคอกควาย อำเภอ
บานไร จังหวัดอุทัยธานี ที่ความลึก 350-400 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินแคลกซิลิเกต
กลมุ วทิ ยาหิน CB2 (ค) ลกั ษณะตวั อยา งเปนดนิ ทรายปนทรายแปง สนี ้ำตาลปนเหลือง เนอ้ื ดนิ คอ นขา งหยาบ
เมือ่ สัมผสั แลว รสู กึ สากมือ
- 127 -
ก
ขค
รูปที่ 7.11 (ก) เก็บตัวอยางบริเวณบอขดุ ดินเพื่อนำไปใชประโยชน สวนเกษตรปางสวรรค บานปางสวรรค
ตำบลคอกควาย อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี ท่ีความลึก 120–160 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของ
หินฐานเปนหินแกรนิตเน้ือสม่ำเสมอ กลุมวิทยาหิน GR (ค) ลักษณะตัวอยางเปนดินทรายปนทรายแปง
สนี ำ้ ตาล เนื้อดนิ คอนขา งละเอียด เมื่อสัมผสั แลวรสู ึกสากมือ
- 128 -
ก
ขค
รูปที่ 7.12 (ก) เก็บตัวอยางบริเวณบอขุดดินเพ่ือนำไปใชประโยชน บานนอย ตำบลคอกควาย อำเภอบานไร
จังหวัดอุทัยธานี ที่ความลึก 100-130 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินทรายแปงเนื้อแข็ง
กลุมวิทยาหิน CT (ค) ลักษณะตัวอยางเปนดินเหนียว สีน้ำตาลปนแดง เนื้อดินละเอียด เมื่อสัมผัสแลวรูสึก
สากมือเล็กนอ ย
- 129 -
ก
ขค
รปู ท่ี 7.13 (ก) เกบ็ ตวั อยางบริเวณเปดหนาดินเพ่ือนำไปใชประโยชน วัดเขาอริโยทยั ตำบลระบำ อำเภอลานสัก
จังหวัดอุทัยธานี ที่ความลึก 70–90 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินควอตซไมกาชีสต
กลุมวิทยาหิน F-MET1 (ค) ลักษณะตัวอยางเปนดินทรายปนทรายแปง สีน้ำตาลปนแดง เนื้อดินหยาบ
เมอื่ สมั ผสั แลวรูสึกสากมือ
- 130 -
(2) บริเวณหนาตัดดินบริเวณพ้ืนที่อยูอาศัย บานโปงมะคา ตำบลระบำ อำเภอลานสัก
จังหวัดอุทัยธานี พิกัด 47P 546817 E 1712910 N สูงจากระดับน้ำทะเล 190 เมตร เก็บตัวอยางท่ี
ความลึก 60-80 เซนติเมตรจากผิวดิน อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน GR เปนหินแกรนิตเน้ือดอก ตัวอยาง
เปน ดินทราย สเี ทาขาวปนนำ้ ตาล เนือ้ ดินคอนละเอียด เมอื่ สมั ผัสแลว รูส ึกสากมอื (รปู ท่ี 7.14)
(3) บริเวณบอขุดดินเพื่อนำไปใชประโยชน บานเขาเขียว ตำบลระบำ อำเภอลานสัก
จังหวัดอุทัยธานี พิกัด 47P 539001 E 1730552 N สูงจากระดับน้ำทะเล 248 เมตร เก็บตัวอยางท่ี
ความลึก 120–150 เซนติเมตรจากผวิ ดิน อยใู นหินฐานกลมุ วทิ ยาหิน GR เปน หินแกรนติ เนื้อดอก ตวั อยาง
เปนดินทรายปนทรายแปง สีน้ำตาล เนอื้ ดนิ หยาบ เมอื่ สมั ผัสแลว รสู กึ สากมือ (รปู ที่ 7.15)
7.2.3 อำเภอแมเ ปน จงั หวดั นครสวรรค
ทำการสำรวจและเก็บตัวอยางดินแบบไมคงสภาพในพื้นท่ีอำเภอแมเปน จังหวัดนครสวรรค
จำนวน 2 ตัวอยา ง ครอบคลุมขอบเขตตำบลแมเ ปน อยใู นหินฐานกลมุ วิทยาหิน F-MET1 มีรายละเอียดดงั น้ี
7.2.3.1 ตำบลแมเ ปน
(1) บริเวณเปดหนาดินในพื้นท่ีเกษตร วัดปาเขารัศมี ตำบลแมเปน อำเภอแมเปน จังหวัด
นครสวรรค พิกัด 47P 551733 E 1728737 N สูงจากระดับน้ำทะเล 139 เมตร เก็บตัวอยางท่ีความลึก
30–40 เซนติเมตรจากผิวดิน อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน F-MET1 เปนหินควอตซไมกาชีสต ตัวอยางเปน
ดนิ ทราย สีเทาขาวปนนำ้ ตาล เนือ้ ดินละเอยี ด เม่ือสมั ผสั แลวรสู ึกสากมือเล็กนอย (รูปที่ 7.16)
(2) บริเวณเปดหนาดินเพื่อทำถนน วัดเจดียขาว ตำบลแมเปน อำเภอแมเปน จังหวัด
นครสวรรค พิกัด 47P 533327 E 1739092 N สูงจากระดับน้ำทะเล 261 เมตร เก็บตัวอยางที่ความลึก
150–170 เซนติเมตรจากผิวดิน อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน F-MET1 เปนหินควอตซไมกาชีสต ตัวอยาง
เปน ดินทราย สนี ำ้ ตาล เน้อื ดนิ คอนขา งหยาบ เม่ือสมั ผัสแลว รูสึกสากมอื (รปู ที่ 7.17)
- 131 -
ก
ขค
รูปท่ี 7.14 (ก) เกบ็ ตัวอยางบริเวณหนาตดั ดนิ บรเิ วณพืน้ ทีอ่ ยูอาศยั บานโปงมะคา ตำบลระบำ อำเภอลานสกั
จังหวัดอุทัยธานี ท่ีความลึก 60–80 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินแกรนิตเนื้อดอก
กลุมวิทยาหิน GR (ค) ลักษณะตัวอยางเปนดินทราย สีเทาขาวปนน้ำตาล เนื้อดินคอนละเอียด เมื่อสัมผัสแลว
รูส กึ สากมอื
- 132 -
ก
ขค
รูปท่ี 7.15 (ก) เก็บตัวอยางบริเวณบอขุดดินเพื่อนำไปใชป ระโยชน บานเขาเขียว ตำบลระบำ อำเภอลานสัก
จังหวัดอุทัยธานี ที่ความลึก 120-150 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินแกรนิตเน้ือดอก
กลุมวิทยาหิน GR (ค) ลักษณะตวั อยางเปนดินทรายปนทรายแปง สีนำ้ ตาล เนอ้ื ดินหยาบ เมื่อสัมผัสแลวรูสึก
สากมือ