The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by DMR_Landslide, 2023-08-24 06:36:40

รายงานพื้นที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินถล่มจังหวัดตาก

รายงานตาก

- 17 - บทที่ 3 ข้อมูลพื้นฐาน 3.1 ที่ตั้งและอาณาเขต จังหวัดตากเป็นจังหวัดที่มีตำแหน่งทางภูมิศาสตร์อยู่ในเขตภาคเหนือของประเทศไทย โดยมีเนื้อที่ประมาณ 16,406 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 10 ล้านไร่ สูงจากระดับทะเลปานกลาง ประมาณ 116 เมตร มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ (1) ทิศเหนือติดต่อกับอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภออมก๋อย และอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และ อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง (2) ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี และอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี(3) ทิศตะวันออกติดต่อกับอำเภอบ้านลานหอย จังหวัดสุโขทัย อำเภอโกสัมพีนคร อำเภอคลองลาน และอำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงพชร อำเภอแม่วงก์จังหวัดนครสวรรค์ และ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี (4) ทิศตะวันตกติดต่อกับสาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพพม่า 3.2 ลักษณะภูมิประเทศ สภาพพื้นที่โดยทั่วไปของจังหวัดตากประกอบด้วยป่าไม้และเทือกเขาสูง มีพื้นที่ราบสำหรับ ทำการเกษตรน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิงเป็นทิวเขาถนนธงชัยสูงสลับซับซ้อน วางตัวยาวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้(รูปที่ 3.1) แบ่งพื้นที่จังหวัดตากออกเป็น 2 ด้านคือ ด้านตะวันออกและ ด้านตะวันตก มีภูเขาสำคัญได้แก่ ภูเขาถนนธงชัย เขาหลวง และเขาพะเมินมีพื้นที่ราบอยู่ทางตอนกลาง ตามริมฝั่งแม่น้ำปิง ลุ่มน้ำสำคัญที่ไหลผ่านจังหวัดได้แก่ แม่น้ำวังในลุ่มน้ำปิง แม่น้ำแควใหญ่ในลุ่มน้ำ เเม่กลอง แม่น้ำเมย คลองวังเจ้า และห้วยแม่ละเมาในลุ่มน้ำเมย โดยลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดตาก “การสำรวจข้อมูลพื้นฐานด้านธรณีวิทยา และกรมทรัพยากรธรณีจังหวัดตาก”(กรมทรัพยากรธรณี, 2551) สามารถแบ่งออกเป็น 2 บริเวณ มีรายละเอียดดังนี้ 3.2.1 บริเวณเทือกเขาสูงชัน บริเวณเทือกเขาสูงชัน สามารถแบงออกเป็น 2 พื้นที่ ดังนี้ 3.2.1.1 พื้นที่เทือกเขาสูงชันและเทือกเขาสูงครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ45ของพื้นที่จังหวัดตาก ซึ่งมีความสูงจากระดับทะเลปานกลางตั้งแต่ 600 เมตร ขึ้นไปและมีความชันมากกว่าหรือเท่ากับ 16 องศา พบบริเวณรอยขอบของจังหวัดตากที่ติดต่อกับจังหวัดข้างเคียง ทอดตัวยาวต่อเนื่องในแนวเหนือ-ใต้ แต่พบ เป็นบริเวณเล็กๆ ยอดเขาที่สูงที่สุดอยู่บริเวณตอนกลางของพื้นที่ความสูงอยู่ที่ 2,192 เมตร มีเทือกเขาสูงที่ สำคัญ เช่น ดอยสอยมาลัยสูงจากระดับทะเลปานกลาง 1,664 เมตร ดอยทูเลสูงจากระดับทะเลปานกลาง 1,350 เมตร และดอยหลวงตากสูงจากระดับทะเลปานกลาง 1,200 เมตร


- 18 - 3.2.1.2 พื้นที่เทือกเขาสูง ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 35 ของพื้นที่จังหวัดตาก มีความสูงจาก ระดับทะเลปานกลางตั้งแต่ 300 - 600 เมตร และมีความชันน้อยกว่า 16 องศา ทอดตัวยาวในแนว ตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ โดยพบเป็นบริเวณแคบ ๆ ทางตอนกลางค่อนไปทางตอนเหนือของ จังหวัด และบริเวณเทือกเขาที่ต่อเนื่องกับที่ราบลุ่ม 3.2.2 บริเวณที่ราบลุ่ม บริเวณที่ราบลุ่มครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 30 ของพื้นที่ในจังหวัดตาก มีความสูงจากระดับทะเล ปานกลางต่ำกว่า 300 เมตร และมีความชันน้อยกว่า 8.5 องศา โดยในแนวทิศใต้จนถึงทิศเหนือจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำระหว่างภูเขาของแม่น้ำเมยซึ่งติดกับประเทศพม่า พื้นที่ที่ลาดเอียงลงไปทางฝั่ง ทิศตะวันออกทำให้เกิดที่ราบแคบสองฝั่งของแม่น้ำซึ่งประกอบด้วยแม่น้ำปิง และแม่น้ำวัง เหมาะกับการทำ เกษตรกรรม 3.3 ลักษณะภูมิอากาศ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของจังหวัดตาก มีลักษณะเป็นภูเขาสลับซับซ้อนของเทือกเขาถนน ธงชัยวางตัวอยู่ทางตอนกลางแบ่งพื้นที่จังหวัดออกเป็นด้านตะวันออกและด้านตะวันตก และยังเป็นตัวปะทะ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดมาจากมหาสมุทรอินเดียและทะเลอันดามัน ทำให้ลักษณะภูมิอากาศของจังหวัด ตากมีความแตกต่างกัน โดยด้านตะวันออกจะได้รับความชุ่มชื้นจากลมมรสุมไม่เต็มที่จะมีสภาพภูมิอากาศ แห้งแล้ง ส่วนด้านตะวันตกจะได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมมากกว่า ทำให้มีปริมาณฝนตกมากกว่าโดยเฉพาะ บริเวณพื้นที่เขตภูเขาสูงในอำเภอท่าสองยาง อำเภอพบพระ ซึ่งมีน้ำฝนตลอดปีมากกว่า 1,500 มิลลิเมตร อากาศจะหนาวเย็นมากกว่าซีกตะวันออก ในฤดูหนาวอากาศหนาวเย็นอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยตลอดปี 18.4 องศาเซลเซียส ในฤดูร้อนอุณหภูมิร้อนจัดอยู่ที่ 44 องศาเซลเซียส (กรมอุตุนิยมวิทยา, 2565) 3.3.1 ฤดูกาล ฤดูกาลของจังหวัดตาก สามารถแบงออกเป็น 3 ฤดู ดังนี้ 3.3.1.1 ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่ประมาณกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นช่วงเวลาที่ลมมรสุมตะวันออก เฉียงเหนือพัดพามวลอากาศเย็นและแห้งจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยประกอบกับรองความกดอากาศ สูงจากประเทศจีน ทำใหมีอากาศหนาวเย็นและแหง โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณอำเภออุ้มผางมีอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิต่ำที่สุดเฉลี่ยตลอดปีวัดได้ 18.4 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำที่สุดที่เคยวัดได้เพียง 0.8 องศา เซลเซียส โดยชวงเดือนธันวาคมจนถึงเดือนมกราคมจะเป็นช่วงที่มีอากาศหนาวที่สุดในรอบปี 3.3.1.2 ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์จนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงว่างเว้นของลม มรสุม มีลมจากทิศใต้และทิศตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม ทำใหมีอากาศรอนอบอ้าวโดยทั่วไปมีอุณหภูมิ สูงสุดเฉลี่ยตลอดปีวัดได้ 33.8 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุดที่เคยวัดได้ 44.0 องศาเซลเซียส โดยเดือน เมษายนจะเป็นเดือนที่มีอากาศรอนอบอาวมากที่สุดในรอบป


- 19 - รูปที่3.1 แผนที่ภูมิประเทศจังหวัดตาก


- 20 - 3.3.1.3 ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นชวงที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดพา เอามวลอากาศชื้นจากทะเลและมหาสมุทรอินเดียปกคลุมประเทศไทย ประกอบกับรองความกดอากาศต่ำ ที่พาดอยู่บริเวณภาคใตของประเทศไทยจะเลื่อนขึ้นมาพาดผ่านบริเวณประเทศไทยตอนบน ทำให้สภาพอากาศ มีความชุมชื้นและมีฝนตกชุกมากขึ้นตั้งแต่ประมาณกลางเดือนพฤษภาคมเป็นตนไป โดยเดือนกันยายน จะเป็นเดือนที่มีฝนตกชุกหนาแน่นมากที่สุดในรอบป ความชื้นเฉลี่ยตลอดปีมีค่าประมาณร้อยละ 69 -72 3.3.2 พายุหมุนเขตร้อน พายุหมุนเขตรอนที่เคลื่อนตัวผ่านหรือเขาสู่จังหวัดตาก แหล่งกำเนิดจากทะเลจีนใตและ มหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือ โดยเคลื่อนตัวผ่านประเทศเวียดนาม กัมพูชา และลาวกอนจะเขามาทาง ภาคเหนือของประเทศไทย ทำใหพายุหมุนเขตรอนออนกําลังลงในขั้นพายุดีเปรสชันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งไม่มี กําลังและความรุนแรงมากพอที่จะก่อให้เกิดความเสียหาย นอกจากทำใหเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก ลมกระโชกแรงเป็นครั้งคราว และมีบางครั้งที่อาจจะเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ในบางพื้นที่ รวมถึงเกิด ความเสียหายต่อสาธารณูปโภคต่าง ๆ ได้ โดยพายุหมุนเขตรอนมักจะเคลื่อนตัวผ่านหรือเขาสู่จังหวัดตาก เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป จนถึงต้นเดือนตุลาคม โดยเฉพาะช่วงเดือนสิงหาคมจนถึงเดือน ตุลาคมจะเป็นระยะที่พายุหมุนเขตร้อนมีโอกาสเคลื่อนตัวเข้าสู่จังหวัดได้มากที่สุดดังรูปที่ 3.2 จากสถิติในคาบ 71 ปตั้งแต่ พ.ศ. 2494 – 2565 มีพายุหมุนเขตรอนเคลื่อนตัวเขาสู่จังหวัดตาก ทั้งหมด 18 ลูก และมีกําลังแรงเป็นพายุดีเปรสชั่นทั้งหมดโดยเขามาในเดือนพฤษภาคม 1 ลูก (2504) เดือน กรกฎาคม 2 ลูก (2494, 2505) เดือนสิงหาคม 1 ลูก (2508) เดือนกันยายน 3 ลูก (2515, 2522, 2528) เดือนตุลาคม 10ลูก (2503, 2504, 2506, 2507(2), 2510, 2513, 2526, 2533, 2550)และเดือนพฤศจิกายน 1 ลูก (2517) 3.3.3 ปริมาณน้ำฝน เนื่องจากจังหวัดตากมีเทือกเขาถนนธงชัยที่แบ่งจังหวัดออกเป็นสองด้าน ทำให้สภาพอากาศ ทั้งสองด้านค่อนข้างต่างกัน โดยด้านตะวันตกของจังหวัดบริเวณอำเภอท่าสองยาง อำเภอแม่ระมาด อำเภอ แม่สอด และอำเภออุ้มผาง มีปริมาณฝนตลอดปีมากกว่า 1,500 มิลลิตร ซึ่งมีปริมาณฝนมากกว่าด้าน ตะวันออกของจังหวัดที่ถูกเทือกเขาถนนธงชัยกั้นลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในฤดูฝนเอาไว้ทำให้มีปริมาณฝน ตลอดปีต่ำกว่า 1,500 มิลลิเมตร เช่น บริเวณอำเภอสามเงามีปริมาณฝนเฉลี่ยตลอดปี 1,000 มิลลิเมตร และ อำเมืองมีปริมาณฝนเฉลี่ยตลอดปี1,053 มิลลิเมตร จากข้อมูลปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายเดือนของจังหวัดตากในรอบ 30 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2536 - 2565 (รูปที่ 3.3) พบว่ามีการกระจายตัวของฝนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยสะสม ในรอบ 30 ปี อยู่ที่ 1,373.88 มิลลิเมตร โดยเดือนกันยายนเป็นเดือนที่มีฝนตกชุกมากที่สุดในรอบปี มีปริมาณ น้ำฝนเฉลี่ยอยู่ที่ 247.85 มิลลิเมตร (ที่มา: กรมอุตุนิยมวิทยา,2565)


- 21 - รูปที่ 3.2 แผนที่แสดงร่องความกดอากาศต่ำ ทิศทางลมมรสุม และทางเดินพายุหมุนเขตร้อนที่เข้าสู่ ประเทศไทย (กรมอุตุนิยมวิทยา,2565) รูปที่ 3.3 ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายเดือนจังหวัดตากในช่วง 30 ปี พ.ศ. 2536 – 2565 (กรมอุตุนิยมวิทยา, 2565) ม.ค ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. เฉลี่ยรายเดือน 13.16 13.75 36.64 72.52 187.11 165.38 211.99 222.48 247.85 163.31 30.62 9.06 เฉลี่ยสะสม 13.16 26.90 63.55 136.07 323.18 488.56 700.56 923.03 1170.88 1334.20 1364.81 1373.88 0.00 200.00 400.00 600.00 800.00 1000.00 1200.00 1400.00 1600.00 0.00 50.00 100.00 150.00 200.00 250.00 300.00 ปริมาณน้้าฝนเฉลี่ยสะสม (มิลลิเมตร) ปริมาณน้้าฝนเฉลี่ยรายเดือน (มิลลิเมตร) ปริมาณน้้าฝน ในช่วงปีพ.ศ. 2536 - 2565 (30 ปี)


- 22 - 3.4 ลักษณะธรณีวิทยา ลักษณะทางธรณีวิทยาของจังหวัดตาก ตามข้อมูลแผนที่ธรณีวิทยามาตราส่วน 1:50,000 ระวางจังหวัดตาก (กรมทรัพยากรธรณี, 2565) และรายงาน “การสำรวจข้อมูลพื้นฐานด้านธรณีวิทยา และกรม ทรัพยากรธรณีจังหวัดตาก” (กรมทรัพยากรธรณี, 2565) ประกอบด้วย หินแปร หินตะกอน หินอัคนีและ ตะกอนร่วน โดยมีช่วงอายุทางธรณีกาลตั้งแต่มหายุคพรีแคมเบรียน (>570 ล้านปี) จนถึงยุคควอเทอร์นารี (ตะกอนปัจจุบัน) การแบ่งชั้นหินในจังหวัดตากจะอาศัยหลักฐานจากซากดึกดำบรรพ์ รวมไปถึงลักษณะและ ส่วนประกอบของเนื้อหิน และสภาพแวดล้อมของการสะสมตะกอน เป็นต้น แผนที่ธรณีวิทยาและคำอธิบาย แผนที่ธรณีวิทยาจังหวัดตาก แสดงดังรูปที่ 3.4 และตารางที่ 3.1 3.4.1 ลำดับชั้นหิน การลำดับชั้นหินบริเวณจังหวัดตากประกอบด้วย หินแปร หินตะกอน และหินอัคนีสามารถ อธิบายเรียงลำดับจากหินอายุแก่ที่สุดไปยังหินที่มีอายุอ่อนกว่าตามลำดับได้ดังนี้ 3.4.1.1 หินมหายุคพรีแคมเบรียน (Precambrian, P€) หมวดหินลานสางไนส์ พบกระจายตัวเป็นแนวยาววางตัวในแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ – ตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่อำเภอท่าสอง อำเภอแม่ระมาด อำเภอเมืองตาก และอำเภอวังเจ้า มีชั้นหินแบบฉบับ อยู่ที่บริเวณน้ำตกลานสาง จังหวัดตาก ประกอบด้วย หินพาราไนส์ หินออร์โทไนส์หินชีสต์หินแคลก์ซิลิเกต หินอ่อน หินควอร์ตไซต์ หินมิกมาไทต์ และหินชีสต์บางบริเวณพบถูกแทรกซอนด้วยหินแกรนิต หินแอไพลต์ หินเพกมาไทต์ และสายแร่ควอตซ์ 3.4.1.2 หินยุคแคมเบรียน (Cambrian, €) หมวดหินปางอ้า พบกระจายตัวอยู่บริเวณเขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา และบางบริเวณใน อำเภอท่าสองยาง และอำเภอแม่ระมาด ประกอบด้วย หินทรายถึงหินทรายกึ่งแปร แทรกสลับด้วยหินดินดาน หินดินดานกึ่งชนวน หินควอร์ตไซต์ บางบริเวณพบเป็นหินควอตซ์ชีสต์ สีน้ำตาล หินฟิลไลต์และหินอ่อน โดยเฉพาะหินควอร์ตไซต์ เป็นชั้นหนาในช่วงล่าง และมีการแทรกสลับกับชั้นหินทราย หินทรายแป้ง หินดินดาน และหินปูนชั้นบางในช่วงบน 3.4.1.3 หินยุคแคมเบรียน-ออร์โดวิเชียน (Cambrian-Ordovician, €O) พบกระจายตัวอยู่บริเวณด้านตะวันออกของเขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา ประกอบด้วย หินอ่อน เนื้อไดออปไซต์หินชีสต์เนื้อไมกา หินชีสต์เนื้อควอตซ์หินควอร์ตไซต์และหินแคลก์-ซิลิเกตเป็นมวลหนา แสดงชั้นดีชั้นหินส่วนใหญ่วางตัวในแนวเกือบเหนือ-ใต้และแสดงโครงสร้างคดโค้งที่ซับซ้อน 3.4.1.4 หินยุคออร์โดวิเชียน (Ordovician, O) หมวดหินปูนฮอด พบกระจายตัวเป็นเทือกเขาสูงที่มีแนวยาวทางตะวันตกเฉียงเหนือตะวันออกเฉียงใต้บริเวณด้านตะวันตกเฉียงเหนือของพื้นที่จังหวัดตากในอำเภอท่าสองยาง และบางพื้นที่ของ อำเภอสามเงา ประกอบด้วย หินปูน หินปูนเนื้อดิน หินปูนเนื้อทราย และหินปูนเนื้อทรายแป้ง มีชั้นของ หินโคลนแทรกสลับ พบซากดึกดำบรรพ์จำพวกหอยงวงช้างและไครนอยด์สเต็ม หินชนวน หินฟิลไลต์ และหินอ่อน โดยส่วนใหญ่ชั้นหินมีการวางตัวในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ทิศตะวันออกเฉียงใต้


- 23 - . รูปที่ 3.4 แผนที่ธรณีวิทยา จังหวัดตาก


- 24 - ตารางที่ 3.1 คำอธิบายแผนที่ธรณีวิทยาจังหวัดตาก คำอธิบาย (EXPLANATION) ยุค (PERIOD) ตะกอน (SEDIMENTS) ควอเทอร์นารี QUATERNARY ตะกอนน้ำพาสะสมตัวตามทางน้ำโค้งตวัดจำพวกกรวดแม่น้ำ ทราย ทรายแป้ง ดินเหนียว และโคลน ตะกอนที่ราบน้ำท่วมถึง จำพวกกรวด ทราย ทรายแป้ง และดินเหนียว ตะกอนเนินรูปพัด จำพวกทรายและทรายปนกรวด สีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อร่วน ขนาดตะกอนทรายปานกลาง การคัดขนาดดี ตะกอนที่ราบน้ำท่วมเก่าจำพวกดินเหนียวสีเทาเขียว ทรายแป้ง ทรายและกรวด ตะกอนเนินรูปพัดโบราณ ดินเหนียว ทรายแป้ง ทราย สีน้ำตาลแกมเหลืองตะกอน ขนาดกลาง และกรวด โดยเป็นกรวดของหินไนส์ หินชีสต์ หินแกรนิต หินทราย และแร่ควอตซ์ ตะกอนน้ำพา จำพวกทราย ทรายแป้ง และดินเหนียว ตะกอนหินแกรนิตผุ จำพวกหินไบโอทต์-มัสโคไวต์ แกรนิต ตะกอนตะพักจำพวกกรวด และทราย ตะกอนเศษหินเชิงเขา และตะกอนผุพังอยู่กับที่ จำพวกเศษหิน ประกอบด้วย หินแกรนิต หินควอไซต์ หินไนส์ หินทราย หินทรายแป้ง ทราย ทรายแป้ง ดินลูกรัง และดินเทอราโรซ่า ยุค (PERIOD) หินตะกอนและหินแปร (SEDIMENTARY AND METAMORPHIC ROCKS) เทอร์เชียรี TERTIARY หินดินดาน สีเทาและสีขาว หินโคลน หินทรายแป้ง หินทราย หินมาร์ล หินกรวดมน และถ่านหินชั้นบางๆ จูแรสซิก JURASSIC หมวดหินผาแดง เป็นหินทราย แทรกสลับด้วยหินโคลน หินทรายเนื้อปูน และ หินปูนแบบเม็ดไข่ปลา หมวดหินดอยหยด เป็นหินโคลนเนื้อปูนสลับด้วยหินมาร์ล หินปูน หินทราย และหินทรายแป้ง ชั้นบางถึงชั้นหนา พบซากดึกดำบรรพ์จำพวกแอมโมไนต์ หมวดหินขุนห้วย เป็นหินทรายเนื้อปูนแทรกสลับด้วยหินโคลน หินทรายแป้ง หินปูน หินปูนเลนส์หินปูนแบบเม็ดไข่ปลา และหินปูนเนื้อโดโลไมต์ หมวดหินหลูโค้กตู เป็นหินทรายอาร์โคสสีขาวปนเหลือง เป็นชั้นดี และมีชั้นเฉียงระดับ และหินโคลน สีเทาปานกลาง พบซากดึกดำบรรพ์จำพวกเศษใบไม้และกิ่งไม้ หมวดหินปูเคลอะดี เป็นหินปูน สีเทาแกมน้ำตาล ปนมาร์ล พบซากดึกดำบรรพ์ จำนวนมากจำพวกปะการัง แบรคิโอพอดหอยกาบเดี่ยว หอยกาบคู่ เอ็กไคนอยด์ หมวดหินตะซูโคะ เป็นหินทรายอาร์โคส สีน้ำตาลแกมเหลือง พบซากดึกดำบรรพ์ พวกเศษใบไม้และกิ่งไม้ มีหินปูนเลนส์แทรกเป็นชั้นบางในส่วนล่างสุด หมวดหินกล้อท้อ เป็นหินโคลน สีเทาถึงสีเทาดำ พบซากดึกดำบรรพ์พวกหอยกาบคู่ แบรคิโอพอต และเศษใบไม้และกิ่งไม้ สลับกับหินทราย และหินทรายแป้ง หินกรวดมน เนื้อปูน


- 25 - ตารางที่ 3.1 คำอธิบายแผนที่ธรณีวิทยาจังหวัดตาก (ต่อ) คำอธิบาย (EXPLANATION) ยุค (PERIOD) หินตะกอนและหินแปร (SEDIMENTARY AND METAMORPHIC ROCKS) ไทรแอสซิก TRIASSIC หมวดหินปูนท่าช้างตาย เป็นหินปูนเนื้อปนดิน หินปูนเนื้อทราย หินทราย หินโคลนเนื้อปูน หินกรวดมน หมวดหินท่าช้างตาย เป็นหินทรายและหินโคลน พบซากดึกดำบรรพ์พวกหอยกาบคู่ และแบรคิโอพอด หินกรวดมนเนื้อปูน สีเทาแกมน้ำตาลถึงสีเทาปานกลางอยู่ชั้น ล่างสุด หมวดหินอูมยอม เป็นหินทราย หินทรายแป้ง หินดินดาน และหินกรวดมนพื้นฐาน เพอร์เมียน Permian หินทรายเนื้อควอตซ์ พบซากดึกดำบรรพ์พวกแบรคิโอพอดไบรโอซัว หอยสองฝา หอยฝาเดียว และไครนอยด์ หินดินดาน หินโคลน ชั้นบางมาก หมวดหินพะวอ เป็นหินปูนเนื้อโดโลไมต์ สีขาวจนไปถึงสีเทาจาง ชั้นบางถึงไม่แสดงชั้น หินปูน หินปูนโดโลไมต์ เนื้อสีเทาชั้นบางจนไปถึงชั้นหนา หรือไม่แสดงชั้น หมวดหินปู่จุ้ย เป็นหินโคลนถึงหินโคลนเนื้อปูน หินทราย หินปูนสีเทาจาง พบซากดึกดำบรรพ์พวกแบรคิโอพอด หอยสองฝา หอยฝาเดียว สาหร่าย ไครนอยด์ ไบรโอซัว ฟิวซูลินิด และไทรโลไบต์ และหินปูน คาร์บอนิเฟอร์รัส Carboniferous หมวดหินแม่อุสุ เป็นหินทราย หินดินดาน หินทรายแป้ง หินโคลน หินดินดานกึ่ง หินชนวน หินกรวดมน หินทรายแทรกสลับด้วยหินดินดานเนื้อภูเขาไฟ และหินปูน ไซลูเรียนคาร์บอนิเฟอร์รัส Silurian-Carboniferous หน่วยหิน SDC เป็นหินทราย หินกรวดมน หินดินดาน หินเชิร์ต และหินปูน สีเทาถึงสีเทาดำ ไซลูเรียนดีโวเนียน Silurian-Devonian หมวดหินสองพี่น้อง เป็นหินดินดานเนื้อเถ้าภูเขาไฟ เนื้อฟิลไลต์ และหินปูนชั้นบาง แทรกสลับชั้นกัน หินควอร์ตไซต์หินฟิลไลต์ หินชนวน หินไมกาชีสต์ บางแห่งมี หินปูนและหินอ่อน ออร์โดวิเชียน Ordovician หมวดหินปูนฮอดเป็นหินปูน หินปูนเนื้อดิน หินปูนเนื้อทรายและเนื้อทรายแป้ง มีชั้นของหินโคลนแทรกสลับ หินชนวนและหินฟิลไลต์ แคมเบรียนออร์โดวิเชียน Cambrian-Ordovician หินอ่อนเนื้อไดออปไซต์หินชีสต์เนื้อไมกา หินชีสต์เนื้อควอตซ์ไมกา หินควอตซ์ไซต์ หินแคลก์-ซิลิเกต สีน้ำตาลแกมชมพูถึงสีเขียวจาง แคมเบรียน Cambrian หมวดหินปางอ้า เป็นหินทรายถึงหินทรายกึ่งแปร ขนาดละเอียดถึงปานกลางถึงหนา หินควอตไซต์สีขาวถึงเหลืองจาง เนื้อแน่น หินควอตซ์ชีสต์ หินฟิลไลต์และหินอ่อน พรีแคมเบรียน Precambrian หมวดหินลานสางไนส์ เป็นหินไนส์ หินออโธไนส์สลับด้วยชั้นหินที่มีแร่ควอตซ์ หินอ่อนเนื้อโพโกไพต์สลับด้วยหินแคลก์-ซิลิเกตไดออปไซต์ ซึ่งมีชั้นสีสลับกันของ แร่ไดออบไซต์สีเขียวและสีแดงของแร่การ์เนต และหินอ่อนสีขาว


- 26 - ตารางที่ 3.1 คำอธิบายแผนที่ธรณีวิทยาจังหวัดตาก (ต่อ) คำอธิบาย (EXPLANATION) ยุค (PERIOD) หินอัคนี(IGNEOUS ROCKS) เทอร์เชียรี TERTIARY หินบะซอลต์แม่เงา เป็นหินภูเขาไฟชนิดบะซอลต์ สีเทาเข้มและสีเขียว ครีเทเชียส CRETACEOUS หินแกรนิตสีจาง เนื้อสม่ำเสมอ และเนื้อดอก ประกอบด้วย แร่ควอตซ์ แร่เฟลสปาร์ แร่ไมกา (มัสโคไวต์และไบโอไทต์) และสายแร่ควอตซ์ ไทรแอสซิก TRIASSIC หินภูเขาไฟชนิดหินไรโอไลต์ สีน้ำตาลอ่อนถึงสีชมพู หินไรโอไลต์เนื้อดอก แสดงแนว การไหล หินแอนดีไซต์ สีเขียวเข้ม หินทัฟฟ์เนื้อไรโอไลต์สีชมพู และเนื้อเดไซต์สีเขียว หินลูโคแกรนิต สีขาวถึงสีเทาจาง และพนังหินไดออปไซต์ หินควอตซ์-ไดออไรต์ สีเทาถึงสีเทาดำ หินแกรโนไดออไรต์ สีเทาอ่อน หินไบโอไทต์-มัสโคไวต์แกรนิต สีขาวถึงสีขาวแกมเทา หินลูโคแกรนิต สีขาวถึง สีเทาจาง แสดงรอยแตก สายเพกมาไทต์ หินแอไพลต์ และพนังหินไดออปไซต์ หินฮอร์นเบลนด์-ไบโอไทต์แกรนิตเนื้อดอก สีขาวและสีเทา และพนังหินลูโคแกรนิต หินไบโอไทต์แกรนิต สีชมพูจาง สีขาว และสีเทาจาง พนังหินลูโคแกรนิต หินไดโอไรต์ หินเพกาไทต์ และหินแอลไพต์ หินแกรนิตเนื้อเรียงตัว เพอร์เมียน ถึง ไทรแอสสิก PERMIAN TO TRIASSIC หินภูเขาไฟชนิดแอนดีไซต์ หินไรโอไรต์ หินเถ้าภูเขาไฟ และหินกรวดเหลี่ยม 3.4.1.5 หินยุคไซลูเรียน-ดีโวเนียน (Silurian-Devonian, SDsp) / หินยุคไซลูเรียนดีโวเนียน-คาร์บอนิเฟอร์รัส (Silurian-Devonian-Carboniferous, SDC) หมวดหินสองพี่น้อง พบกระจายตัวเป็นแนวยาวแคบ ๆ บริเวณอำเภอท่าสองยางในแนวตะวันตก เฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้และบริเวณด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเขื่อนภูมิพล ในแนวเกือบเหนือ-ใต้ประกอบด้วย หินดินดานเนื้อเถ้าภูเขาไฟ เนื้อฟิลไลต์ และหินปูนชั้นบางๆ แทรกสลับชั้น กันหินควอร์ตไซต์ หินฟิลไลต์ หินชนวน หินไมกาชีสต์ บางแห่งมีหินปูน ชั้นบาง และหินอ่อน


- 27 - 3.4.1.6 หินยุคคาร์บอนิเฟอร์รัส (Carboniferous, C) หมวดหินแม่อุสุ พบกระจายตัวบริเวณด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดตาก ในเขตอำเภอ ท่าสองยาง บริเวณเทือกเขาที่อยู่ใกล้ห้วยแม่อุสุ ประกอบด้วย หินทราย หินทรายเนื้ออาร์โคส หินดินดาน หินทรายแป้ง หินโคลน หินดินดานกึ่งหินชนวน หินเชิร์ต และหินกรวดมนมีเม็ดกรวดประกอบด้วย หินภูเขาไฟ หินทราย หินปูน หินเชิร์ต และหินดินดานเนื้อเถ้าภูเขาไฟ และหินปูน พบซากดึกดำบรรพ์จำพวกไทรโลไบต์ 3.4.1.7 หินยุคเพอร์เมียน (Permian, P) หินยุคนี้กระจายตัวเป็นแนวเทือกเขายาวต่อเนื่องจากทางด้านเหนืออำเภอท่าสองยาง ลงมา ทางอำเภอแม่ระมาด อำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ และอำเภออุ้มผาง ประกอบด้วย 4 หมวดหิน ดังนี้ 1) หมวดหินปู่จุ้ย (Pp) มีชั้นหินแบบฉบับอยู่บริเวณห้วยปู่จุ้ย อำเภอเมืองตาก ประกอบด้วย หินโคลนถึงหินโคลนเนื้อปูน หินทราย และหินปูน และเลนส์หินปูน พบซากดึกดำบรรพ์จำพวกแบรคิโอพอด หอยสองฝา หอยฝาเดียว สาหร่าย ไคนอยด์ ไบรโอซัว ฟิวซูลินิด และไทรโลไบต์ 2) หน่วยหิน P2 (P2) ประกอบด้วยด้วย หินปูน ถึงหินปูนเนื้อโดโลไมต์ พบซากดึกดำบรรพ์ จำพวกฟิวซูลินิด แบรคิโอพอด ไบรโอซัว สาหร่าย หอยสองฝา และไครนอยด์ หินเชิร์ต ชั้นบางแสดงชั้นดี เป็นเลนส์และก้อนทรงมนของเชิร์ตแทรกสลับกัน บางบริเวณพบหินทรายและหินดินดานแทรกสลับ 3) หมวดหินพะวอ (Ppw) มีชั้นหินแบบฉบับอยู่บริเวณเขาพะวอ ทางทิศตะวันออกของ อำเภอแม่สอด ประกอบด้วย หินปูนเนื้อโดโลไมต์ สีขาวจนไปถึงสีเทาจาง แสดงชั้นจนถึงไม่แสดงชั้น พบซากดึกดำบรรพ์จำพวกแบรคิโอพอด ฟิวซูลินิด 4) หน่วยหิน P3(P3) เป็นหน่วยหินที่อยู่ด้านบนสุดของหินยุคเพอร์เมียน ประกอบด้วย หินทรายเนื้อควอตซ์ ขนาดทรายละเอียดจนถึงปานกลาง การคัดขนาดค่อนข้างดี แสดงชั้นบางถึงหนา หินดินดาน หินโคลนสีเทาเข้มถึงดำ ชั้นบางมากถึงบาง พบซากดึกดำบรรพ์จำพวกไบรโอซัว หอยสองฝา ไครนอยด์และแบรคิโอพอด 3.4.1.8 หินยุคไทรแอสซิก (Triassic, Tr) หินยุคนี้กระจายตัวเป็นแนวเขาสูงแคบๆ และตามแอ่งบริเวณหุบเขาของแนวรอยเลื่อน ในแนว ตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ประกอบด้วย 3 หมวดหิน ดังนี้ 1) หมวดหินอูมยอม (Tru) พบกระจายตัวบริเวณห้วยอูมยอม ห้วยขุนกระทิง ข้างแม่น้ำเมย และเส้นทางหลวงหมายเลข 12 ส่วนมากพบเป็นแนวยาวตามร่องเขาแคบๆ มีการวางตัวในแนวทิศตะวันตก เฉียงเหนือ-ทิศตะวันออกเฉียงใต้ประกอบด้วย หินทราย หินทรายแป้ง หินดินดาน สีแดงแกมม่วงถึงสีน้ำตาล แกมแดงและหินกรวดมนพื้นฐาน 2) หมวดหินท่าช้างตาย (Trt) ประกอบด้วย หินทราย หินโคลน และหินกรวดมนเนื้อปูน สีเทาและสีน้ำตาล เป็นชั้นดีพบซากดึกดำบรรพ์หอยกาบคู่ Halobia sp., Daonella sp., Posidonia sp. และแบรคิโอพอด 3) หมวดหินปูนท่าช้างตาย(Trtls) ประกอบด้วย หินปูนเนื้อปนดิน สีเทาปานกลาง เป็นชั้นดี หินปูนเนื้อทราย หินทราย หินโคลนเนื้อปูน หินกรวดมน มีเม็ดกรวดประกอบด้วยกรวดของหินปูน หินเชิร์ต และหินทราย และมีวัตถุเชื่อมประสานเป็นพวกคาร์บอเนต บางบริเวณถูกแทรกดันด้วยหินอัคนีแทรกซอน จำพวกหินแกรนิต หินไดออปไซต์ หินเถ้าภูเขาไฟ และหินอัคนี


- 28 - 3.4.1.9 หินยุคจูแรสซิก (Jurassic, J) พบกระจายตัวเป็นบริเวณกว้างบริเวณอำเภออุ้มผาง และด้านตะวันออกของอำเภอแม่สอด รอบๆ แอ่งเทอร์เชียรีแม่สอดพบพระ ประกอบด้วย 2กลุ่ม ดังนี้ 1) กลุ่มหินอุ้มผาง พบกระจายตัวในพื้นที่อำเภออุ้มผาง สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 หมวด โดยเรียงจากหมวดหินที่มีอายุแก่ไปอ่อน ดังนี้ - หมวดหินกล้อท้อ (Jkt) ประกอบด้วยหินโคลน สลับกับหินทราย หินทรายแป้ง หินกรวดมน เนื้อปูน พบซากดึกดำบรรพ์จำพวกหอยกาบคู่ แอมโมไนต์แบรคิโอพอดและเศษใบไม้และกิ่งไม้ - หมวดหินตะซูโคะ(Jts) ประกอบด้วยหินทรายอาร์โคส เป็นชั้นบางถึงหนา พบซากดึกดำบรรพ์ จำพวกเศษใบไม้และกิ่งไม้ มีหินปูนเลนส์แทรกเป็นชั้นบางในส่วนล่างสุด - หมวดหินปู่เคลอะคี (Jpuk) ประกอบด้วยหินปูนปนมาร์ล สีเทาแกมน้ำตาล พบซากดึกดำบรรพ์จำพวกปะการัง แบรคิโอพอดหอยกาบเดี่ยว หอยกาบคู่ เอ็กไคนอยด์ และซากดึกดำบรรพ์จุลภาคบางชนิด - หมวดหินหลู่โค้กตู(Jlk) ประกอบด้วยหินทรายอาร์โคส สีขาวปนเหลือง มีเนื้อละเอียดถึง ปานกลาง ชั้นบางถึงหนา และหินโคลนสีเทา ชั้นบาง พบซากดึกดำบรรพ์จำพวกเศษใบไม้และกิ่งไม้ 2) กลุ่มหินหัวฝาย พบกระจายตัวในพื้นที่อำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ และอำเภอแม่ระมาด สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 หมวด โดยเรียงจากหมวดหินที่มีอายุแก่ไปอ่อน ดังนี้ - หมวดหินขุนห้วย (Jkh) ประกอบด้วยหินทรายเนื้อปนปูนแทรกสลับด้วยหินโคลน หินปูน หินทรายแป้ง หินปูนเลนส์ หินปูนแบบเม็ดไข่ปลา และหินปูนเนื้อโดโลไมต์ เป็นชั้นดี ชั้นบางถึงหนา และพบ ซากดึกดำบรรพ์จำพวกหอยสองฝาจำนวนมาก และหินกรวดมนชั้นพื้นฐาน - หมวดหินดอยหยด (Jdy) ประกอบด้วยหินโคลน เนื้อปูนแทรกสลับด้วยหินมาร์ล ชั้นบางถึง ปานกลาง หินปูน หินทรายแป้ง และหินทราย ชั้นบางถึงชั้นหนา พบซากดึกดำบรรพ์จำนวนแอมโมไนต์ - หมวดหินพะเด๊ะ (Jpd) ประกอบด้วยหินทราย แทรกสลับด้วยหินโคลน หินทรายเนื้อปูน และ หินปูน แบบเม็ดไข่ปลา พบซากดึกดำบรรพ์จำนวนมาก ทั้งหอยสองฝา แอมโมไนต์ หอยกาบเดี่ยว ปะการัง ร่องรอยของสิ่งมีชีวิต และเศษพืช 3.4.1.10 หินยุคเทอเชียรี่ (Tertiary, T) ชั้นหินโผล่และแอ่งสะสมตะกอนยุคเทอร์เชียรีที่สำคัญในจังหวัดตาก ได้แก่ บริเวณแอ่งแม่สอด แอ่งแม่ละเมา และแอ่งอุ้มผาง พบกระจายตัวบริเวณทางด้านตะวันตกของจังหวัดตาก อำเภอแม่สอด อำเภอ แม่ระมาด อำเภอพบพระ และอำเภออุ้มผาง แสดงลักษณะภูมิประเทศเป็นแอ่ง และอาจถูกยกตัวด้วย รอยเลื่อนต่างๆ ทำให้เห็นภูมิประเทศเป็นแบบลอนคลื่น ประกอบด้วยหินดินดาน สีเทาและสีขาว เป็นชั้นดี และเป็นแถบชั้นบาง พบซากดึกดำบรรพ์ของสัตว์มีกระดูกสันหลัง เช่น ปลาและแมลง เป็นต้น หินโคลน หินทรายแป้ง หินทรายสีเทา เนื้อละเอียดถึงปานกลาง ชั้นหนา หินมาร์ล สีเทาเขียว หินกรวดมน และ พบซากดึกดำบรรพ์พวกปลา หอยฝาคู่ หอยฝาเดียว ใบไม้และเศษกิ่งไม้ หินน้ำมัน สีเทาดำ เป็นชั้นดี พบซากดึกดำบรรพ์ของสัตว์มีกระดูกสันหลังจำพวกปลา ปู งู แมลง และเศษกิ่งไม้ และถ่านหินชั้นบาง ๆ


- 29 - 3.4.1.11 ตะกอนยุคควอเทอร์นารี (Quaternary, Q) พบสะสมตัวบริเวณแอ่งแม่สอด แอ่งแม่ละเมา และด้านตะวันออกของของจังหวัดตาก โดย เฉพาะที่ราบสองฝั่งแม่น้ำสายสำคัญ คือ แม่น้ำปิง และแม่น้ำวังที่เป็นตัวการสำคัญทำให้เกิดการวัฒนาการ ของการสะสมตะกอนหลายรูปแบบ สามารถจำแนกออกเป็น 9 หน่วยตะกอน โดยใช้ลักษณะทางธรณี สัณฐาน สภาพแวดล้อม และชนิดของตะกอนเป็นหลัก ดังนี้ 1) ตะกอนหินเชิงเขา (Qc) ประกอบด้วย เศษหินแกรนิต หินควอร์ตไซต์ หินไนส์ หินทราย หินทรายแป้ง ตะกอนทราย ทรายแป้ง ดินลูกรัง และดินเทอราโรซ่า 2) ตะกอนตะพัก (Qt) ประกอบด้วย ตะกอนจำพวกกรวด และทราย 3) ตะกอนหินแกรนิตผุ (Qgs) ประกอบด้วยเศษหินไบโอไทต์-มัสโคไวต์แกรนิต 4) ตะกอนน้ำพา (Qa) ประกอบด้วย ทราย ทรายแป้ง และดินเหนียว 5) ตะกอนเนินรูปพัดเก่า (Qofa) ประกอบด้วย ดินเหนียว ทรายแป้ง ทราย และกรวด 6) ตะกอนที่ราบน้ำท่วมถึงเก่า (Qoff) ประกอบด้วย ดินเหนียว ทรายแป้ง ทราย และกรวด 7) ตะกอนเนินรูปพัด (Qfa) ประกอบด้วย ทรายและทรายปนกรวด 8) ตะกอนที่ราบน้ำท่วมถึง (Qff) ประกอบด้วย กรวด ทราย ทรายแป้ง และดินเหนียว 9) ตะกอนน้ำพาสะสมตัวตามทางน้ำโค้งตวัด (Qfm) ประกอบด้วย กรวดแม่น้ำ ทราย ทรายแป้ง ดินเหนียว และโคลน 3.4.2 หินอัคนี หินอัคนีในจังหวัดตาก ประกอบด้วย หินอัคนียุคเพอร์เมียนไทรแอสซิก หินอัคนียุคไทรแอสซิก หินอัคนียุคครีเทเชียส และหินอัคนียุคเทอร์เชียรี่ มีรายละเอียดดังนี้ 3.4.2.1 หินอัคนียุคเพอร์เมียนไทรแอสซิก (PTrv) พบกระจายตัวอยู่ทางทิศตะวันออกของอำเภอเมืองตาก ประกอบด้วย หินแอนดีไซต์ หินไรโอไลต์ หินเถ้าภูเขาไฟ และหินกรวดเหลี่ยมภูเขาไฟที่มีกรวดประกอบด้วย หินภูเขาไฟ สีเทาปานกลาง ถึง สีจาง การวางตัวของชั้นหินอยู่ในแนวเหนือ-ใต้ 3.4.2.2 หินอัคนียุคไทรแอสซิก หินอัคนีในยุคนี้พบเป็นหินอัคนีพุและหินอัคนีแทรกซอน มีรายละเอียดดังนี้ 1) หินอัคนีแทรกซอนยุคไทรแอสซิก พบเป็นเทือกเขาสูงยาวต่อเนื่องมากกว่า 10 กิโลเมตร บริเวณอำเภอสามเงา อำเภอบ้านตาก อำเภอเมืองตาก อำเภอวังเจ้า และภูเขาด้านทิศตะวันออกของ อำเภออุ้มผาง โดยสามารถแบ่งได้เป็น 5 หน่วยหินดังนี้ (1) Trgr ประกอบด้วย หินแกรนิตเนื้อเรียงตัว หินไบโอไทต์แกรนิต สีชมพูอ่อนถึงขาว และ สีเทา เนื้อสม่ำเสมอและเนื้อดอก ขนาดเนื้อเป็นขนาดปานกลางถึงหยาบ และหินลูโคแกรนิต (2) Trgr1 ประกอบด้วย หินฮอร์นเบลนด์-ไบโอไทต์แกรนิต เนื้อดอก สีขาว และสีเทา เนื้อหิน ขนาดปานกลางถึงหยาบ และพนังหินลูโคแกรนิต


- 30 - (3) Trgr2 ประกอบด้วย หินไบโอไทต์-มัสโคไวต์แกรนิต สีเทาถึงขาว เนื้อหินขนาดปานกลางถึง หยาบ และหินลูโคแกรนิต สีเทาอ่อนถึงสีขาว ขนาดละเอียดถึงปานกลาง แสดงรอยแตก และสายเพกมาไทต์ หินแอไพลต์ และพนังหินไดออปไซต์ และสายแอไพลต์ (4) Trgr3 ประกอบด้วย หินควอตซ์-ไดออไรต์ สีเทาถึง เทาดำ เนื้อปานกลาง หินแกรโนไดออไรต์ สีเทาอ่อน เนื้อขนาดปานกลาง (5) Trgr4 ประกอบด้วย หินลูโคแกรนิต สีขาวถึงสีเทาจาง เนื้อละเอียดถึงปานกลาง และ พนังหินไดออปไซต์ 2) หินอัคนีพุยุคไทรแอสซิก (TrJv) พบกระจายตัวเป็นหย่อม ๆ ทั้งที่เป็นภูเขา เขาโดดกลาง ที่ราบ และเนินเขา อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของอำเภอเมืองตาก ประกอบด้วย หินไรโอไลต์ สีน้ำตาลอ่อน ถึงสีชมพู หินไรโอไลต์เนื้อดอก แสดงแนวการไหล หินแอนดีไซต์ สีเขียวเข้ม หินทัฟฟ์เนื้อไรโอไลต์ สีชมพู และ เนื้อเดไซต์สีเขียว 3.4.2.3 หินอัคนียุคครีเทเชียส (Kgr) พบกระจายตัวเพียงเล็กน้อยบริเวณดอยเกี๊ยะ ทางด้านทิศตะวันตกของอำเภอพบพระ ประกอบด้วย หินแกรนิตสีจาง พบทั้งเนื้อดอก หยาบถึงหยาบมาก และเนื้อเดียวกัน แร่ประกอบหินได้แก่ แร่ควอตซ์แร่เฟลสปาร์ และแร่ไมกา (มัสโคไวต์ไบโอไทต์) พบสายแร่ควอตซ์เข้ามาแทรกในบางพื้นที่ 3.4.2.4 หินอัคนียุคเทอร์เชียรี หินอัคนีที่พบในยุคเทอร์เชียรีในจังหวัดตากพบกระจายตัวเป็นพื้นที่หย่อมเล็กๆ ทางด้าน ทิศตะวันตกเฉียง เหนือของอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ประกอบด้วย หินบะซอลต์ สีเทาเข้ม และสีเทาอม เขียว เนื้อละเอียดถึงเนื้อละเอียดมาก และเนื้อโพรงข่าย พบแร่ประกอบหินได้แก่แร่โอลิวีน แร่แพลคจิโอเคลส แร่ไคลโนไพรอกซีน และพวกแร่ทึบแสง 3.5 ธรณีวิทยาโครงสร้าง ธรณีวิทยาโครงสร้างเป็นผลที่เกิดจากการเคลื่อนที่และการเปลี่ยนแปลงของแผ่นเปลือกโลก ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน การเคลื่อนที่ตลอดเวลาของแผ่นเปลือกโลก ทำให้เกิดการสะสมแรงเครียดหรือ แรงเทคโทนิคบนผิวโลก ทั้งแรงดึง แรงกดดัน และแรงเฉือน ทำให้เปลือกโลกคดโคงโกงงอเป็นรูปประทุนคว่ำ และประทุนหงาย ซึ่งทำให้เกิดเป็นเทือกเขาตามมา ซึ่งรอยแตก รอยแยก และรอยเลื่อนที่เกิดขึ้นหลังจาก กระบวนการเกิดเทือกเขาอาจเป็นช่องทางให้หินหลอมละลายใต้ผิวโลกแทรกดันตัวขึ้นมา เป็นผลกระทบจาก การเคลื่อนที่ของเปลือกโลกทำให้แผ่นดินเคลื่อนตัวตามแนวรอยเลื่อนในแนวราบหรือเลื่อนตัวขึ้นหรือลงใน แนวดิ่ง ซึ่งในกรณีหลังทำใหเกิดแองสะสมตะกอนขึ้น แอ่งในจังหวัดตาก ได้แก่ แอ่งแม่ละเมา แอ่งแม่สอด และแอ่งอุ้มผาง เป็นต้น โดยลักษณะโครงสร้างที่สำคัญทางธรณีวิทยาของพื้นที่จังหวัดตาก ประกอบด้วย รอยชั้นไม่ต่อเนื่อง รอยชั้นหินคดโค้ง รอยแตก และรอยเลื่อน มีรายละเอียดดังนี้ 3.5.1 รอยชั้นไม่ต่อเนื่อง (Unconformity) รอยชั้นไม่ต่อเนื่องที่สำคัญในพื้นที่จังหวัดตาก สามารถแบ่งออกเป็น 4 ช่วงอายุได้แก่ (1) รอยชั้นไม่ต่อเนื่องระหว่างหินยุคพรีแคมเบรียนกับหินยุคไทรแอสซิก โดยพบเป็นแบบรอยเลื่อนสัมผัส


- 31 - วางตัวในแนวตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ (2) รอยชั้นไม่ต่อเนื่องระหว่างชั้นหินยุคเพอร์เมียนกับ หินยุคไทรแอสซิก โดยพบเป็นลักษณะหินกรวดมนของกลุ่มหินอูมยอม ยุคไทรแอสซิก ซึ่งมีกรวดของหินปูน ยุคเพอร์เมียนปะปนอยู่ในเนื้อหิน (3) รอยชั้นไม่ต่อเนื่องระหว่างชั้นหินยุคไทรแอสซิกและจูแรสซิก และ (4) รอยชั้นไม่ต่อเนื่องระหว่างชั้นหินยุคจูแรสซิกกับครีเทเชียส นอกจากนี้ยังพบรอยชั้นไม่ต่อเนื่องที่เป็น ชั้นหินอายุแก่กับชั้นตะกอนยุคเทอร์เชียรีหรือกับตะกอนยุคควอเทอร์นารี 3.5.2 ชั้นหินคดโค้ง (Folds) ชั้นหินคดโค้งหรือรอยคดโค้งในจังหวัดตาก พบได้หลายพื้นที่โดยเฉพาะบริเวณที่อยู่ใกล้กับ แนวรอยเลื่อนแม่ปิง และมักพบในหินที่มีอายุแก่เนื่องจากเป็นหน่วยหินที่วางตัวรองรับอยู่ล่างสุดและมีการ เกิดการคดโค้งที่ซ้ำ ๆ หลายครั้ง เช่น รอยคดโค้งในหินลานสางไนส์ของมหายุคพรีแคมเบรียนที่มีการคดโค้ง เป็นรูปตัว M ในเนื้อหิน และชั้นหินคดโค้งยอดแหลมของชั้นหินยุคออร์โดวิเชียน โดยแนวระนายแกนคดโค้ง ส่วนใหญ่อยู่ในแนวเกือบเหนือ-ใต้ และแนวตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ทิศทางเดียวกับโครงสร้าง หลักในพื้นที่ นอกจากนี้ยังพบชั้นหินคดโค้งแบบเปิดในชั้นหินยุคเทอร์เชียรีที่ได้รับอิทธิพลจากรอยเลื่อนปกติ 3.5.3 รอยแตกและรอยเลื่อน (Fracture and Faults) 3.5.3.1 รอยแตกเรียบ (Fracture) เกิดจากการแตกของชั้นหินคดโค้งในหินตะกอน ซึ่งมีผลมา จากการที่ถูกรอยเลื่อนตัดผ่าน ส่วนใหญ่มีการวางตัวในแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ และ มักพบมากในชั้นหินยุคไซลูเรียนไปจนถึงยุคไทรแอกซิก และพบบ้างในหินยุคจูแรสซิก 3.5.3.2 รอยเลื่อน (Faults) จังหวัดตากได้รับอิทธิพลและตั้งอยู่บนรอยเลื่อนที่สำคัญคือ กลุ่มรอยเลื่อนแม่ปิง (รูปที่3.5) ซึ่งเป็นรอยเลื่อนที่มีพลังอยู่แสดงการเลื่อนตัวแบบเหลี่ยมด้านข้างเคลื่อนย้าย ไปทางขวา ที่มีทิศทางการวางตัวอยู่ในแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้สามารถแบ่งออกได้เป็น หลายรอยเลื่อนย่อย เช่น กลุ่มรอยเลื่อนลานสาง (Lansang Fault Zone) ที่พบบริเวณบ้านลางสาง ห้วยอูมยอม และห้วยแม่ท้อ ขนานกันเป็นเส้นตรงในแนวตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้และกลุ่มรอยเลื่อนเมย (Moei Fault Zone) ที่พบบริเวณบ้านท่าสองย่าง อำเภอท่าสองย่าง ผ่านอำเภอแม่ระมาดและอำเภอแม่สอด มีการวางตัวอยู่ในแนวเดียวกันกับรอยเลื่อนแม่ปิง ธรณีสัณฐานสำคัญที่เป็นหลักฐานจากการเกิดรอยเลื่อน คือ ทางน้ำหักงอ หนองน้ำยุบตัว หุบเขาเส้นตรง สันกั้น สันกลางบีบอัด ผาสามเหลี่ยม และผารอยเลื่อน 3.6 ธรณีประวัติ ธรณีประวัติของจังหวัดตากเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงมหายุคยุคพรีแคมเบรียนจนถึงปัจจุบันโดยอาศัย ลักษณะของหิน การเรียงลำดับชั้นหิน ธรณีวิทยาโครงสร้าง เกรดการถูกแปรสภาพของหิน ซากดึกดำบรรพ์ ดัชนีที่พบในชั้นหิน และการหาอายุสัมพันธ์ของหินอัคนีซึ่งรายละเอียดลำดับเหตุการณ์ทางธรณีประวัติใน พื้นที่จังหวัดตาก (กรมทรัพยากรธรณี, 2565) โดยสังเขปมีดังนี้


- 32 - รูปที่ 3.5 แผนที่รอยเลื่อนมีพลัง จังหวัดตาก


- 33 - ช่วงมหายุคพรีแคมเบรียนพื้นที่จังหวัดตากมีสภาพของลักษณะภูมิศาสตร์บรรพกาลเป็นทะเลตื้น มีการสะสมตัวของตะกอนชนิดหินทราย หินทรายแป้ง หินดินดาน หินปูน และหินดินดานเนื้อปูน หลังจาก นั้นชั้นหินได้ถูกยกตัวขึ้นพร้อมทั้งถูกแปรสภาพ ทำให้หินชุดนี้มีการแปรสภาพเป็นหินแปรเกรดสูง ช่วงมหายุคพาลีโอโซอิกในยุคแคมเบรียนและออร์โดวิเชียนคาดว่าสภาพลักษณะภูมิศาสตร์ บรรพกาลของพื้นที่นี้ยังคงมีลักษณะเป็นทะเลค่อนข้างตื้นที่มีการสะสมของตะกอนชนิดหินทราย และหินปูน เนื้อโคลนและมีการสะสมตัวต่อเนื่องในสภาพลักษณะภูมิบรรพกาลที่เป็นทะเลระดับค่อนข้างลึกขึ้นจนถึง ทะเลลึกในช่วงยุคไซลูเรียน-ดีโวเนียน หลังจากนั้นชั้นหินมีการยกตัวหรือถูกแปร สภาพเป็นหินแปรเกรดต่ำ ก่อนที่จะมีหินยุคคาร์บอนิเฟอรัสและหินเพอร์เมียนสะสมตัวปิดทับอยู่ด้านบนแบบต่อเนื่องในสภาพลักษณะ ภูมิศาสตร์บรรพกาลเป็นการสะสมตัวที่ตื้นขึ้นจนถึงทะเลตื้นใกล้ฝั่ง โดยจะอยู่ระหว่างช่วงน้ำขึ้นน้ำลงจนถึง บริเวณไหล่ทวีปที่สะสมตะกอนหิน ทราย หินโคลน หินดินดานเนื้อปูน และหินปูน และพบซากดึกดำบรรพ์ใน ยุคนี้จำนวนมากได้แก่ ไบรโอซัว ฟิวซูลินิด แบรคิโอพอด หอยสองฝา หอยฝาเดียว สาหร่าย และไครนอยด์ ช่วงยุคเพอร์เมียนตอนปลายถึงยุคไทรแอสซิกตอนต้นเป็นช่วงมีการประทุของหินภูเขาไฟพบ หินอัคนีพุจำพวกหินทัฟฟ์หินแอนดีไซต์ หินไรโอไลต์ และมีการแทรกดันขึ้นมาของหินอัคนีจำพวกหินแกรนิต หินไดออไรต์ขึ้นมาด้วย อีกทั้งยังมีการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนและการยกตัวขึ้นของพื้นที่ทั้งหมดจากการชน กันระหว่างแผ่นเปลือกโลกฉาน-ไทยและแผ่นเปลือกโลกอินโดจีนในช่วงยุคไทรแอสซิก จากนั้นมีการทรุดตัว ลงอีกครั้ง ทำให้เกิดแอ่งสะสมตะกอนยุคไทรแอสซิก โดยสภาพภูมิศาสตร์บรรพกาลในแอ่งสะสมตะกอนยุค ไทรแอสซิกยังคงเป็นทะเลตื้นที่สะสมตะกอนของหินกรวดมน หินทราย หินทรายแป้ง หินดินดาน และหินปูน ช่วงยุคไทรแอสซิกตอนปลาย มีการเกิดหินภูเขาไฟและมีการแทรกดันของหินอัคนีพุประเภท หินแกรนิต หินแกรโนไดโอไรต์ และหินไดโอไรต์ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นก่อนการเกิด เทือกเขาในบริเวณที่ตื้นใกล้เปลือกโลก ซึ่งมีความร้อนและความดันในระดับต่ำ จึงทำให้ไม่เกิดการแปรสภาพ บริเวณไพศาลของหินฐานเดิม แต่ยังคงแสดงลักษณะของการแปรสภาพแบบสัมผัสตามแนวสัมผัสระหว่าง หินฐานเก่ากับหินอัคนีภายหลังการเกิดหินอัคนียุคไทรแอสซิกตอนปลายเปลือกโลกบริเวณนี้ มีการปรับ สภาพอีกครั้งในบางบริเวณ โดยเกิดการโคงงอของชั้นหินและมีการยกตัวขึ้นมาของหินแกรนิตเหนือผิวโลก ซึ่งตอมาเกิดการผุพังและถูกพัดพาโดยกระแสน้ำมาตกสะสมตัวใหม่กลายเป็นหินตะกอนยุคจูแรสสิคใน สภาวะแวดล้อมที่ถูกควบคุมโดยอิทธิพลของทางน้ำ ช่วงยุคเทอร์เชียรีตอนต้นมีการปรับตัวของแผ่นเปลือกโลกอีกครั้ง ซึ่งสัมพันธ์ต่อการเกิด เทือกเขาหิมาลัย รวมทั้งเกิดการขยายตัวและการทรุดตัวของแผ่นเปลือกโลกก่อใหเกิดเป็นแองสะสมตะกอน ในลักษณะกราเบนหรือกึ่งกราเบน รวมทั้งแอ่งแม่สอด แอ่งแม่ละเมา แอ่งอุ้มผาง ที่อยู่ในบริเวณจังหวัดตาก ต่อมาเปลือกโลกได้คลายตัวลงพร้อมกับการสะสมตัวของตะกอนตามแอ่งที่เปลือกโลกทรุดตัวลงหรือคลายตัว ทำให้เกิดแอ่งสะสมตะกอนหลายแห่งในประเทศไทย อีกทั้งกระบวนการเกิดเทือกเขาหิมาลัยยังคงดำเนิน อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดแนวรอยเลื่อนหลายแนว โดยเฉพาะในแนวตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ และบางบริเวณมีการเกิดหินภูเขาไฟจำพวกหินบะซอลต์แทรกดันขึ้นมา ช่วงควอเทอร์นารีเป็นการสะสมตะกอนทางน้ำพา และการสะสมตะกอนบนลานตะพักลำน้ำ ซึ่งยังคงมีการยกตัวขึ้นของพื้นที่อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน


- 34 - 3.7 กลุ่มวิทยาหิน จากการสำรวจในภาคสนามพื้นที่จังหวัดตากทั้งหมด 986 จุดสำรวจเป็นการสำรวจธรณีวิทยา 473 จุด และเป็นการสำรวจร่องรอยดินถล่ม 513 จุด (รูปที่ 3.6) สามารถจำแนกลักษณะเด่นของแต่ละวิทยา หินที่พบในพื้นที่จังหวัดตาก โดยอาศัยเกณฑ์ 4 ประการของ Dearman (1991) คือ ชนิดของหิน ลักษณะ โครงสร้างทางกายภาพของมวลหิน เนื้อหิน และแร่องค์ประกอบ นำไปสู่การจำแนกลักษณะวิทยาหินเป็นกลุ่มๆ โดยสามารถจำแนกกลุ่มวิทยาหินในพื้นที่ได้เป็น 18 กลุ่ม (รูปที่ 3.7 และตารางที่ 3.2) มีลักษณะเด่นและ การกระจายตัวของแต่ละกลุ่มวิทยาหินดังนี้ 3.7.1 กลุ่มวิทยาหิน SS2 กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินทรายเนื้ออาร์โคส มักพบแทรกชั้นหรือแทรกสลับกับหินตะกอน เนื้อละเอียด ประกอบด้วย หินทรายเนื้อควอตซ์หินทรายอาร์โคส สีขาวแกมน้ำตาล สีเทาอ่อน เม็ดตะกอน ขนาดปานกลางถึงหยาบ แทรกสลับกับหินโคลนชั้นบางมากถึงบาง มีหินปูนเลนส์สีเทาดำแทรกเป็นชั้นบางใน ส่วนล่างสุด (รูปที่ 3.8) พบกระจายตัวอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดตากเป็นส่วนมากบริเวณอำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ และอำเภออุ้มผาง กลุ่มวิทยาหินสามารถเชื่อมโยงได้กับหน่วยหิน P3 ในยุคเพอร์เมียนหมวดหิน ตะซูโคะ (Jts) และหมวดหินหลู่โค้กตู(Jlk) ในยุคจูแรสซิก 3.7.2 กลุ่มวิทยาหิน SS6 กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินทรายเนื้อปนปูน บางพื้นที่พบเป็นหินปูน ประกอบด้วย หินทราย หินทรายเนื้อปนปูน สีเทา แทรกสลับหินทรายแป้ง และหินโคลนสีม่วงแดงที่มีตัวเชื่อมประสานเป็นสารละลาย คาร์บอเนต และหินปูนสีเทาเข้ม (รูปที่ 3.9) พบกระจายตัวอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดตากบริเวณ อำเภอแม่สอด และอำเภอพบพระ กลุ่มวิทยาหินสามารถเชื่อมโยงได้กับหมวดหินขุนห้วย (Jkh) และหมวดหิน พะเด๊ะ (Jpd) ในยุคจูแรสซิก 3.7.3 กลุ่มวิทยาหิน FS2 กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินตะกอนเนื้อละเอียด เม็ดตะกอนขนาดดินเหนียวถึงทรายแป้ง มักพบแทรกชั้นหรือแทรกสลับกับหินทรายเนื้ออาร์โคส และหินทรายเนื้อควอตซ์ ประกอบด้วย หินทราย หินกรวดมน หินดินดาน หินเชิร์ต และหินปูน พบการคดโค้งของชั้นหินชัดเจน กลุ่มวิทยาหินสามารถเชื่อมโยง ได้กับหน่วยหิน SDC ในยุคไซลูเรียน-คาร์บอนิเฟอร์รัส 3.7.4 กลุ่มวิทยาหิน FS3 กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินตะกอนเนื้อละเอียด เม็ดตะกอนขนาดดินเหนียวถึงทรายแป้งเนื้อปนปูน ประกอบด้วย หินโคลน สีเทาเข้มถึงสีดำ หินดินดานสีม่วงแดง หินทรายแป้ง สีเทาเข้ม สีน้ำตาลแดง แทรกสลับ กับหินทราย หินทรายเนื้อปนปูน เม็ดตะกอนขนาดปานกลางถึงหยาบ บางบริเวณพบเป็นหินดินดานกึ่งแปร หินทรายกึ่งแปร หินควอร์ตไซต์ หินปูน และหินเชิร์ตสีดำ (รูปที่ 3.10) พบกระจายตัวอยู่ในอำเภอท่าสองยาง อำเภอแม่ระมาด อำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ อำเภออุ้มผาง อำเภอเมืองตาก และอำเภอวังเจ้า กลุ่มวิทยาหิน สามารถเชื่อมโยงได้กับหมวดหินปู่จุ้ย (Pp) ในยุคเพอร์เมียน หมวดหินอูมยอม (Tru) หมวดหินท่าช้างตาย (Trt) ในยุคไทรแอสซิก หมวดหินดอยหยด (Jdy) ในยุคจูแรสซิก และหมวดหินแม่อุสุ (C) ในยุคคาร์บอนิเฟอร์รัส


- 35 - รูปที่ 3.6 แผนที่ตำแหน่งจุดสำรวจ จังหวัดตาก


- 36 - รูปที่ 3.7 แผนที่กลุ่มวิทยาหิน จังหวัดตาก


- 37 - ตารางที่ 3.2 คำอธิบายแผนที่กลุ่มวิทยาหินจังหวัดตาก กลุ่มวิทยาหิน (LITHOLOGIC GROUP) กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินทรายเนื้ออาร์โคส มักพบแทรกชั้นหรือแทรกสลับกับหินตะกอน เนื้อละเอียด ประกอบด้วย หินทรายเนื้อควอตซ์ สีขาวแกมน้ำตาล สีเทาอ่อน เม็ดตะกอนขนาด ปานกลางถึงหยาบ และหินโคลน ชั้นบางมากถึงบาง มีหินปูนเลนส์สีเทาดำ แทรกเป็นชั้นบาง ในส่วนล่างสุด กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินทรายเนื้อปนปูน บางพื้นที่พบเป็นหินปูน ประกอบด้วย หินทราย หินทรายเนื้อปนปูน สีเทา แทรกสลับด้วย หินทรายแป้ง หินโคลน สีม่วงแดง สีเทาเขียว และ หินปูนสีเทาเข้ม กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินตะกอนเนื้อละเอียด เม็ดตะกอนขนาดดินเหนียวถึงทรายแป้ง มักพบ แทรกชั้นหรือแทรกสลับกับหินทรายเนื้ออาร์โคส และหินทรายเนื้อควอตซ์ประกอบด้วย หินทราย หินกรวดมน หินดินดาน หินเชิร์ต และหินปูน พบการคดโค้งของชั้นหินชัดเจน กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินตะกอนเนื้อละเอียด เม็ดตะกอนขนาดดินเหนียวถึงทรายแป้งเนื้อปน ปูน ประกอบด้วย หินโคลน สีเทาเข้มถึงสีดำ หินดินดานสีม่วงแดง สีน้ำตาลอ่อน หินทรายแป้ง สีเทาเข้ม สีน้ำตาลแดง แทรกสลับกับหินทราย หินทรายเนื้อปนปูน บางบริเวณพบเป็นหินดินดาน กึ่งแปร หินทรายกึ่งแปร หินควอร์ตไซต์ หินปูน และหินเชิร์ตสีดำ กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินตะกอนเนื้อละเอียด เม็ดตะกอนขนาดดินเหนียวถึงทรายแป้ง มักพบแทรกชั้นหรือแทรกสลับกับหินมาร์ล หินน้ำมัน และถ่านหิน ประกอบด้วย หินดินดาน หินโคลน หินทรายแป้ง สีเทา สีเทาเข้ม และสีเทาเขียว ชั้นบาง แทรกสลับหินทรายเนื้อละเอียดถึง ปานกลาง และหินกรวดมนฐาน กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินคาร์บอเนตเนื้อผลึกและเนื้อโดโลไมต์ มักพบแทรกชั้นหรือแทรกสลับ กับหินตะกอนและหินเชิร์ตเป็นกระเปาะ ประกอบด้วย หินปูน หินปูนเนื้อโดโลไมต์ สีเทาถึงสีเทา เข้ม แทรกสลับกับหินทราย หินดินดาน หินดินดานเนื้อปนปูน และหินโคลน บางบริเวณพบ หินเชิร์ตชั้นบางเป็นเลนส์และก้อนทรงมน ก้อนกรวดของหินปูน และสายแร่แคลไซต์ กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินคาร์บอเนตเนื้อดิน มักพบแทรกชั้นหรือแทรกสลับกับหินดินดานและ ชั้นดินบาง ประกอบด้วย หินปูนเนื้อดิน แทรกสลับหินโคลน บางบริเวณพบเป็นหินชนวน หินฟิลไลต์ และหินอ่อน กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินแปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ ประกอบด้วย หินดินดานเนื้อฟิลไลต์ หินฟิลไลต์ หินชนวน แทรกชั้นกับหินควอร์ตไซต์ บางบริเวณพบเป็นหินไมกาชีสต์ และหินอ่อน กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินแปรที่มีริ้วขนานเกรดสูง ประกอบด้วย หินไนส์หินออร์โทไนส์ หินชีสต์ หินควอตซ์ชีสต์หินแคลก์-ซิลิเกตหินควอร์ตไซต์ หินฟิลไลต์และหินอ่อน บางบริเวณพบ สายแร่เพกมาไทต์ กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินอัคนีแทรกซอนจำพวกหินแกรนิตเนื้อผลึกขนาดเดียว ประกอบด้วย หินไบโอไทต์แกรนิต เนื้อสม่ำเสมอขนาดหยาบและขนาดละเอียด และเนื้อดอกหินฮอร์นเบลนด์- ไบโอไทต์แกรนิต หินไบโอไทต์-มัสโคไวต์แกรนิต หินลูโคแกรนิต และหินไดออไรต์ บางบริเวณพบ มีหินเพกมาไทต์ และหินแกรนิตแสดงเนื้อหินไนส์ กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินอัคนีแทรกซอนจำพวกหินแกรนิตเนื้อผลึกเรียงตัว ประกอบด้วย หินไบโอไทต์แกรนิตเนื้อผลึกเรียงตัว กลุ่มสายแร่ควอตซ์ประกอบด้วย สายแร่ควอตซ์ FS2


- 38 - ตารางที่ 3.2 คำอธิบายแผนที่กลุ่มวิทยาหินจังหวัดตาก (ต่อ) กลุ่มวิทยาหิน (LITHOLOGIC GROUP) กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินอัคนีภูเขาไฟที่ประกอบด้วยแร่สีจางถึงปานกลางเป็นส่วนใหญ่ ประกอบด้วย หินแอนดีไซต์ สีเทาเขียว สีเขียวม่วง หินทัฟฟ์เนื้อแอนดีไซต์ และหินทัฟฟ์ เนื้อไรโอไลต์ สีม่วงอ่อนถึงม่วงแดง กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินอัคนีภูเขาไฟที่ประกอบด้วยแร่สีจางเป็นส่วนใหญ่ ประกอบด้วย หินไรโอไลต์ หินไรโอไลต์เนื้อดอก หินแอนดีไซต์ สีเทาเขียว หินทัฟฟ์เนื้อไรโอไลต์ หินทัฟฟ์ เนื้อแอนดีไซต์ และหินทัฟฟ์เนื้อเดไซต์สีเขียว กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินอัคนีภูเขาไฟที่ประกอบด้วยแร่สีเข้มเป็นส่วนใหญ่ ประกอบด้วย หินบะซอลต์ สีเทาเข้ม และสีเทาเขียว เนื้อละเอียด และเนื้อโพรงข่ายแร่ กลุ่มตะกอนจำพวกตะกอนเศษหินเชิงเขา ประกอบด้วยเศษหินแกรนิต หินควอตไซต์ หินไนส์ หินทราย หินทรายแป้ง ตะกอนทราย ทรายแป้ง ดินลูกรัง และดินเทอราโรซ่า กลุ่มตะกอนจำพวกตะกอนน้ำพา ประกอบด้วย กรวด ทราย ทรายแป้ง ดินเหนียว และโคลน บางบริเวณพบตะกอนทรายสีเทาอ่อน มีลักษณะกึ่งแข็งตัว กลุ่มตะกอนจำพวกตะกอนตะพักลำน้ำ ประกอบด้วย กรวด และทราย ตะกอนจำพวกกรวด และทราย เป็นเศษหินแกรนิตและหินควอตไซต์ 3.7.5 กลุ่มวิทยาหิน FS4 กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินตะกอนเนื้อละเอียด เม็ดตะกอนขนาดดินเหนียวถึงทรายแป้ง มักพบแทรกชั้นหรือแทรกสลับกับหินมาร์ล หินน้ำมัน และถ่านหิน ประกอบด้วย หินดินดาน หินโคลน หินทรายแป้ง สีเทา สีเทาเข้ม และสีเทาเขียว ชั้นบาง แทรกสลับหินทรายเนื้อละเอียดถึงปานกลาง สีน้ำตาล อ่อน และหินกรวดมนฐาน (รูปที่ 3.11) พบกระจายตัวมากอยู่ด้านตะวันตกของจังหวัดบริเวณอำเภอท่าสอง ยาง อำเภอแม่ระมาด อำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ และอำเภออุ้มผาง และบางพื้นที่ในอำเภอเมืองตากและ อำเภอสามเงา กลุ่มวิทยาหินสามารถเชื่อมโยงได้กับหมวดหินในยุคเทอร์เทียรี่ (T) 3.7.6 กลุ่มวิทยาหิน CB1 กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินคาร์บอเนตเนื้อผลึกและเนื้อโดโลไมต์ มักพบแทรกชั้นหรือแทรก สลับกับหินตะกอนและหินเชิร์ตเป็นกระเปาะ ประกอบด้วย หินปูน ถึงปูนเนื้อโดโลไมต์สีเทาถึงสีเทาเข้ม แทรกสลับกับหินทราย หินดินดาน หินดินดานเนื้อปนปูน และหินโคลน บางบริเวณพบหินเชิร์ตชั้นบางเป็น เลนส์และก้อนทรงมน ก้อนกรวดของหินปูน และสายแร่แคลไซต์พบซากดึกดำบรรพ์จำพวกหอยน้ำจืด และ ปะการัง (รูปที่ 3.12) พบกระจายตัวอยู่ทั่วจังหวัดตากในอำเภออุ้มผาง อำเภอพบพระ อำเภอแม่สอด อำเภอแม่ระมาด อำเภอท่าสองยาง อำเภอวังเจ้า อำเภอเมืองตาก และอำเภอสามเงา แสดงลักษณะ ภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงและมีธรณีสัณฐานแบบคาสต์ กลุ่มวิทยาหินสามารถเชื่อมโยงได้กับหมวดหินปูน P2 หมวดหินพะวอ (P2dolo) ในยุคเพอร์เมียน หมวดหินปูนท่าช้างตาย (Trtls) ในยุคไทรแอสซิก หมวดหิน กล้อท้อ (Jkt) และหมวดหินปู่เคลอะคี (Jpuk) ในยุคจูแรสซิก


- 39 - 0 รูปที่ 3.8แสดงลักษณะหินของกลุ่มวิทยาหิน SS2 หินทรายเนื้ออาร์โคส(ก) แสดงลักษณะหินโผล่และลักษณะของ หินทรายเนื้ออาร์โคส บริเวณตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พิกัด 47Q 463617E 1830009 N สูงจาก ระดับทะเลปานกลาง 456เมตร (ข) แสดงลักษณะหินโผล่และลักษณะของหินทรายเนื้ออาร์โคส บริเวณตำบลรวม ไทยพัฒนาอำเภอพบพระ จังหวัดตาก พิกัด 47Q 478992 E 1811906 N สูงจากระดับทะเลปานกลาง 548 เมตร (ค)แสดงลักษณะหินโผล่และลักษณะของหินปูน บริเวณตำบลหนองหลวง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก พิกัด 47Q 468397E 1771995 N สูงจากระดับทะเลปานกลาง 857 เมตร ก ค ข


- 40 - 0 รูปที่ 3.9 แสดงลักษณะหินของกลุ่มวิทยาหิน SS6 หินทรายเนื้อปนปูน (ก) แสดงลักษณะหินโผล่และลักษณะ เนื้อหินของหินทรายเนื้อปนปูน บริเวณตำบลพระธาตุผาแดง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พิกัด 47Q 461821 E 1847724 N สูงจากระดับทะเลปานกลาง 352 เมตร (ข)แสดงลักษณะหินโผล่และลักษณะเนื้อหินของหินทราย บริเวณตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พิกัด 47Q 458206 E 1857680 N สูงจากระดับทะเลปาน กลาง 222 เมตร (ค) แสดงลักษณะหินโผล่และลักษณะเนื้อหินของหินปูน บริเวณตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พิกัด47Q 461895 E 1853188 N สูงจากระดับทะเลปานกลาง 389 เมตร ก ข ค


- 41 - 0 0 รูปที่ 3.10 แสดงลักษณะหินของกลุ่มวิทยาหิน FS3 หินทรายแป้งเนื้อปนปูน (ก) แสดงลักษณะหินโผล่และ ลักษณะเนื้อหินของหินทรายกึ่งแปรสภาพ บริเวณตำบลพระธาตุ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก พิกัด 47Q 458513 E 1885247 N สูงจากระดับทะเลปานกลาง 737 เมตร (ข) แสดงลักษณะหินโผล่และลักษณะเนื้อหิน ของหินทราย บริเวณตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พิกัด 47Q พิกัด 446954 E1850045 N สูงจากระดับทะเลปานกลาง 223 เมตร (ค) แสดงลักษณะหินโผล่และลักษณะเนื้อหินของหินทรายกึ่งแปรสภาพ บริเวณตำบลอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก พิกัด 47Q 485784 E1768813 N สูงจากระดับทะเล ปานกลาง 463 เมตร ก ข ค


- 42 - 0 0 รูปที่ 3.11แสดงลักษณะหินของกลุมวิทยาหิน FS4 หินทรายแปง (ก) แสดงลักษณะหินโผลและลักษณะเนื้อหิน ของหินทรายแปง บริเวณตําบลพระธาตุ อําเภอแมระมาด จังหวัดตาก พิกัด 47Q 459034 E 1878671 N สูงจาก ระดับทะเลปานกลาง 262เมตร(ข) แสดงลักษณะหินโผลและลักษณะเนื้อหินของหินทรายเนื้อควอตซ บริเวณ ตําบลแมปะ อําเอแมสอด จังหวัดตาก พิกัด 47Q 456871E 1853642 N สูงจากระดับทะเลปานกลาง 243เมตร (ค) แสดงลักษณะหินโผลและลักษณะเนื้อหินของหินปูน CB2และหินชนวนแปรสภาพบางสวน บริเวณตําบล แมกลอง อําเภออุมผาง จังหวัดตาก พิกัด 47Q 480764 E 1774877 N สูงจากระดับทะเลปานกลาง 512เมตร ก ข ค


- 43 - 0 0 รูปที่ 3.12 แสดงลักษณะหินของกลุ่มวิทยาหิน CB1 หินปูนสีเทาเข้ม (ก) แสดงลักษณะหินโผล่และ ลักษณะเนื้อหินของหินปูนสีเทาเข้ม บริเวณตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พิกัด 47Q 460020 E 1863403 N สูงจากระดับทะเลปานกลาง 259 เมตร (ข) แสดงลักษณะหินโผล่และลักษณะเนื้อหินของ หินปูน บริเวณตำบลแม่ละมุ้ง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก พิกัด 47Q 488684 E 1750772 N สูงจากระดับ ทะเลปานกลาง 805 เมตร (ค) แสดงลักษณะหินโผล่และลักษณะเนื้อหินของปูน บริเวณตำบลมหาวัน อำเภอ แม่สอด จังหวัดตาก พิกัด 47Q 461324E 1828556 N สูงจากระดับทะเลปานกลาง 328 เมตร ก ข ค


- 44 - 3.7.7 กลุ่มวิทยาหิน CB2 กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินคาร์บอเนตเนื้อดิน มักพบแทรกชั้นหรือแทรกสลับกับหินดินดาน และชั้นดินบาง ประกอบด้วย หินปูนเนื้อดิน แทรกสลับกับหินโคลน และหินชนวน หินฟิลไลต์ และ หินอ่อน (รูปที่ 3.13) พบวางตัวในบริเวณเทือกเขาสูงและมีธรณีสัณฐานแบบคาสต์ พบกระจายตัวบริเวณ อำเภออุ้มผาง อำเภอแม่สอด อำเภอแม่ระมาด อำเภอท่าสองยาง อำเภอบ้านตาก อำเภอเมืองตาก และ อำเภอสามเงา กลุ่มวิทยาหินสามารถเชื่อมโยงได้กับหมวดหินปูนฮอด (O) ในยุคออร์โดวิเชียน 3.7.8 กลุ่มวิทยาหิน F-MET2 กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินแปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ ประกอบด้วย หินดินดานเนื้อฟิลไลต์ หินดินดานเนื้อเถ้าภูเขาไฟ หินฟิลไลต์ หินชนวน แทรกสลับชั้นกันหินควอร์ตไซต์สีเทา บางบริเวณพบเป็น หินไมกาชีสต์ หินปูนชั้นบางๆ และหินอ่อน (รูปที่ 3.14) พบกระจายตัวอยู่บริเวณอำเภอท่าสองยาง อำเภอบ้านตาก และอำเภอสามเงา กลุ่มวิทยาหินสามารถเชื่อมโยงได้กับหมวดหินสองพี่น้อง (SD) ในยุคไซลูเรียน-ดีโวเนียน 3.7.9 กลุ่มวิทยาหิน F-MET3 กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินแปรที่มีริ้วขนานเกรดสูง ประกอบด้วย หินไนส์ หินออร์โทไนส์ หินชีสต์ หินควอตซ์ชีสต์ หินแคลก์-ซิลิเกต หินควอร์ตไซต์ หินฟิลไลต์ และหินอ่อน บางบริเวณพบสายแร่ เพกมาไทต์(รูปที่ 3.15) พบกระจายตัวเป็นแนวยาวในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้พาดผ่าน ตั้งแต่อำเภอท่าสองยาง อำเภอแม่ระมาด อำเภอแม่สอด อำเภอเมืองตาก และอำเภอวังเจ้า และยังพบ กระจายตัวบริเวณอำเภอสามเงาอีกด้วย กลุ่มวิทยาหินสามารถเชื่อมโยงได้กับหมวดหินลานสาง (PE) ในอายุพรีแคมเบรียน หินอายุแคมเบรียน (E ) และหินยุคแคมเบรียนตอนบนถึงออร์โดวิเชียน (EO) 3.7.10 กลุ่มวิทยาหิน GR1 กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินอัคนีแทรกซอนจำพวกหินแกรนิตเนื้อผลึกขนาดเดียว ประกอบด้วย หินไบโอไทต์แกรนิต หินฮอร์นเบลนด์-ไบโอไทต์แกรนิต หินไบโอไทต์-มัสโคไวต์แกรนิต เนื้อสม่ำเสมอขนาดหยาบและละเอียด บางบริเวณพบเป็นหินลูโคแกรนิต หินไดออไรต์ และหินเพกมาไทต์ (รูปที่ 3.16) พบกระจายตัวบริเวณอำเภอสามเงา อำเภอบ้านตาก อำเภอเมืองตาก อำเภอวังเจ้า อำเภอ ท่าสองยาง อำเภอแม่ระมาด และอำเภออุ้มผาง กลุ่มวิทยาหินสามารถเชื่อมโยงได้กับหมวดหินแกรนิต (Trgr 1–Trgr 4) ในยุคไทรแอสซิก 3.7.11 กลุ่มวิทยาหิน GR3 กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินอัคนีแทรกซอนจำพวกหินแกรนิตเนื้อผลึกเรียงตัว ประกอบด้วย หินไบโอไทต์แกรนิตเนื้อผลึกเดียว พบกระจายตัวอยู่บริเวณอำเภอท่าสองยาง อำเภอแม่ระมาด อำเภอ บ้านตาก และอำเภอสามเงา กลุ่มวิทยาหินสามารถเชื่อมโยงได้กับหมวดหินแกรนิต (Trgr-foli) ใน ยุคไทรแอสซิก


- 45 - 0 รูปที่ 3.13 แสดงลักษณะหินของกลุมวิทยาหิน CB2 หินปูนเนื้อดิน (ก) แสดงลักษณะหินโผลของหินปูน เนื้อดิน บริเวณตําบลแมวะหลวง อําเภอทาสองยางจังหวัดตาก พิกัด 47Q 390707 E 1962600 N สูงจาก ระดับทะเลปานกลาง 171เมตร (ข) แสดงลักษณะเนื้อหินปูนเนื้อดินกึ่งแปรสภาพ ข ก


- 46 - 0 0 รูปที่ 3.14 แสดงลักษณะหินของกลุ่มวิทยาหิน F-MET 2 หินควอตไซต์สีเทา (ก) แสดงลักษณะหินโผล่ และลักษณะเนื้อหินของหินควอตไซต์สีเทาเนื้อดิน บริเวณตำบลป่ามะม่วงอำเภอเมืองตากจังหวัดตาก พิกัด 47Q 505188 E 1863491 N สูงจากระดับทะเลปานกลาง 166เมตร (ข) แสดงลักษณะหินโผล่และลักษณะ เนื้อหินของหินชีสต์ บริเวณตำบลแม่ท้อ อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก พิกัด 47Q 504270E1850665 N สูงจาก ระดับทะเลปานกลาง 367เมตร (ค)แสดงลักษณะหินโผล่และลักษณะเนื้อหินของหินชีสต์ บริเวณตำบลแม่ท้อ อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก พิกัด 47Q 504858E 1850888 N สูงจากระดับทะเลปานกลาง 319เมตร ก ข ค


- 47 - 0 0 0 รูปที่ 3.15 แสดงลักษณะหินของกลุ่มวิทยาหิน F – MET3 หินไนส์ (ก) แสดงลักษณะหินโผล่และลักษณะ เนื้อหินของหินไนส์บริเวณตำบลแม่ท้ออำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก พิกัด 47Q 496336E 1858931N สูงจาก ระดับทะเลปานกลาง 650 เมตร (ข) แสดงลักษณะหินโผล่และลักษณะเนื้อหินของหินปูนกึ่งแปรสภาพ บริเวณ ตำบลแม่วะหลวง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก พิกัด 47Q 387901E 1951611 N สูงจากระดับทะเลปานกลาง 665 เมตร (ค) แสดงลักษณะหินโผล่และลักษณะเนื้อหินของหินไนส์บริเวณตำบลแม่ท้ออำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก พิกัด 47Q 494885E 1857276 N สูงจากระดับทะเลปานกลาง 650เมตร ก ข ค


- 48 - 0 0 รูปที่ 3.16 แสดงลักษณะหินของกลุ่มวิทยาหิน GR1 หินแกรนิต (ก) แสดงลักษณะหินโผล่และลักษณะเนื้อ หินของหินแกรนิต บริเวณตำบลขะเนจื๊อ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก พิกัด 47Q 456760 E 1885526 N สูง จากระดับทะเลปานกลาง 762 เมตร (ข) แสดงลักษณะหินโผล่และลักษณะเนื้อหินของหินแกรนิต บริเวณ ตำบลพบพระ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก พิกัด 74Q 464711E 1813005 N สูงจากระดับทะเลปานกลาง 354 เมตร (ค) แสดงลักษณะหินโผล่และลักษณะเนื้อหินของหินแกรนิต บริเวณตำบลแม่ท้อ อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก พิกัด 47Q 512047E1862155 N สูงจากระดับทะเลปานกลาง 123เมตร ก ข ค


- 49 - 3.7.12 กลุ่มวิทยาหิน QTZ กลุ่มสายแร่ควอตซ์ส่วนมากพบแทรกดันขึ้นมากับหินแกรนิตในลักษณะต่างๆ พบกระจายตัว อยู่ด้านตะวันออกของจังหวัดตากเป็นส่วนใหญ่ครอบคลุมอำเภอเมืองตาก อำเภอวังเจ้า อำเภอสามเงา และ อำเภอบ้านตาก กลุ่มวิทยาหินสามารถเชื่อมโยงได้กับสายแร่ควอตซ์(Qtz-dike) 3.7.13 กลุ่มวิทยาหิน VOL1 กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินอัคนีภูเขาไฟที่ประกอบด้วยแร่สีจางถึงปานกลางเป็นส่วนใหญ่ ประกอบด้วย หินแอนดีไซต์ สีเทาเขียว สีเขียวม่วง หินทัฟฟ์เนื้อแอนดีไซต์และหินทัฟฟ์เนื้อไรโอไลต์ สีม่วงแกมแดง (รูปที่ 3.17) พบกระจายตัวบริเวณอำเภอเมืองตาก กลุ่มวิทยาหินสามารถเชื่อมโยงได้กับ หมวดหินอัคนียุคเพอร์เมียน-ไทรแอสซิก (PTrV) 3.7.14 กลุ่มวิทยาหิน VOL2 กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินอัคนีภูเขาไฟที่ประกอบด้วยแร่สีจางเป็นส่วนใหญ่ ประกอบด้วย หินไรโอไลต์ หินไรโอไลต์เนื้อดอก หินแอนดีไซต์สีเทาเขียว หินทัฟฟ์เนื้อไรโอไลต์หินทัฟฟ์เนื้อแอนดีไซต์ และหินทัฟฟ์เนื้อเดไซต์สีเขียว (รูปที่ 3.18) พบกระจายตัวบริเวณเทือกเขาทางด้านตะวันออกของจังหวัดตาก ในอำเภอวังเจ้า อำเภอเมืองตาก และอำเภอบ้านตาก กลุ่มวิทยาหินสามารถเชื่อมโยงได้กับหมวดหินอัคนี ยุคไทรแอสซิก-จูแรสซิก (TrJv) 3.7.15 กลุ่มวิทยาหิน VOL3 กลุ่มวิทยาหินจำพวกหินอัคนีภูเขาไฟที่ประกอบด้วยแร่สีเข้มเป็นส่วนใหญ่ ประกอบด้วย หินภูเขาไฟจำพวกหินบะซอลต์ สีเทาเข้ม และสีเทาเขียว เนื้อละเอียดมากถึงละเอียด และเนื้อโพรงข่าย มีแร่ประกอบเป็นแร่โอลิวีน แร่แพลจิโอเคลส แร่ไคโนไพรอกซีน และแร่ทึบแสง พบกระจายตัวเป็นบริเวณ เล็ก ๆ ในบริเวณอำเภอท่าสองยาง กลุ่มวิทยาหินสามารถเชื่อมโยงได้กับหมวดหินอัคนีในยุคเทอร์เชียรี (Tbs) 3.7.16 กลุ่มวิทยาหิน COL กลุ่มตะกอนจำพวกตะกอนเศษหินเชิงเขา ประกอบด้วย เศษหินแกรนิต หินควอร์ตไซต์ หินไนส์ หินทราย หินทรายแป้ง ตะกอนทราย ทรายแป้ง ดินลูกรัง และดินเทอราโรซา พบสะสมตัวบริเวณ อำเภอท่าสองยาง อำเภอแม่สอด อำเภอเมืองตาก และอำเภอสามเงา กลุ่มวิทยาหินสามารถเชื่อมโยงได้กับ หน่วยตะกอนยุคควอเทอร์นารี (Qc) 3.7.17 กลุ่มวิทยาหิน AL กลุ่มตะกอนจำพวกตะกอนน้ำพา ประกอบด้วย กรวด ทราย ทรายแป้ง ดินเหนียว และโคลน บางบริเวณพบตะกอนทรายสีเทาอ่อน มีลักษณะกึ่งแข็งตัวร่วมด้วย(รูปที่ 3.19) พบสะสมตัวหลายพื้นที่ตาม ลุ่มน้ำ ไหล่เขาในอำเภอท่าสอง อำเภอแม่ระมาด อำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ อำเภออุ้มผาง อำเภอสามเงา อำเภอบ้านตาก อำเภอเมืองตาก และอำเภอวังเจ้า กลุ่มวิทยาหินสามารถเชื่อมโยงได้กับหน่วยตะกอนยุค ควอเทอร์นารี(Qa /Qfm/Qff/Qfa/Qoff/Qofa)


- 50 - 0 0 รูปที่ 3.17 แสดงลักษณะหินของกลุมวิทยาหิน VOL1 หินทัฟฟเนื้อไรโอไลต(ก) แสดงลักษณะหินโผลของ หินทัฟฟเนื้อไรโอไลตบริเวณตําบลโปงแดงอําเภอเมืองตากจังหวัดตาก พิกัด 47Q 537036 E 1882808 N สูงจากระดับทะเลปานกลาง 160เมตร (ข) แสดงลักษณะเนื้อหินัฟฟเนื้อไรโอไลต ก ข


- 51 - 0 รูปที่ 3.18 แสดงลักษณะหินของกลุ่มวิทยาหิน VOL2 (ก) แสดงลักษณะหินโผล่และลักษณะเนื้อหินของ หินแอนดีไซต์ บริเวณตำบลวังประจบ อำเภอเมืองตากจังหวัดตาก พิกัด 47Q 534274 E 1875774 N สูงจาก ระดับทะเลปานกลาง 152เมตร (ข) แสดงลักษณะหินโผล่และลักษณะเนื้อหินของหินแอนดีไซต์บริเวณตำบล วังหิน อำเภอเมืองตากจังหวัดตาก พิกัด 74Q 524894E 1859349 N สูงจากระดับทะเลปานกลาง 131เมตร ก ข


- 52 - . รูปที่ 3.19 แสดงลักษณะหินของกลุ่มวิทยาหิน AL ลักษณะการเรียงขนาดตะกอนจากล่างขึ้นบนของชั้น หิน บริเวณตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พิกัด 47Q 457268 E 1854451 N สูงจากระดับทะเล ปานกลาง 236เมตร 3.7.18 กลุ่มวิทยาหิน TER กลุ่มตะกอนจำพวกตะกอนตะพักลำน้ำ ประกอบด้วย กรวด และทราย เป็นเศษหินแกรนิต และหินควอตไซต์(รูปที่ 3.20 )พบสะสมตัวตามบริเวณไหล่เขา และเทือกเขาสูงในบริเวณอำเภอท่าสองยาง อำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ อำเภอบ้านตาก อำเภอเมืองตาก และอำเภอวังเจ้า กลุ่มวิทยาหินสามารถ เชื่อมโยงได้กับหน่วยตะกอนยุคควอเทอร์นารี(Qt)


- 53 - . รูปที่ 3.20 แสดงลักษณะหินของกลุ่มวิทยาหิน TER บริเวณตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พิกัด 47Q 445726 E 1849925 N สูงจากระดับทะเลปานกลาง 209เมตร


- 55 - บทที่ 4 วิธีการศึกษา 4.1 ขั้นรวบรวมขอมูล การศึกษาและรวบรวมงานวิจัยที่เกี่ยวของกับการทำแบบจำลองตาง ๆ เพื่อนำมาประยุกตใชใน การศึกษาพื้นที่มีโอกาสเกิดแผนดินถลมใหมีความยืดหยุน สามารถปรับเปลี่ยนขอมูลไดงาย และทันสมัย โดยทำการเก็บรวบรวมขอมูล 3 ลักษณะ ดังนี้ 1) รวบรวมขอมูลพื้นฐานและปจจัยที่เกี่ยวของกับการแผนดินถลม เพื่อจัดทำฐานขอมูล สารสนเทศภูมิศาสตร ประกอบดวย ขอมูลดานธรณีวิทยา ธรณีโครงสราง ขอมูลแบบจำลองภูมิประเทศ เชิงเลข (DEM) ปริมาณน้ำฝน และขอมูลตำแหนงรองรอยแผนดินถลมในอดีต 2) การเก็บรวบรวมขอมูลเอกสารที่เกี่ยวของ จากแหลงเอกสารตาง ๆ เชน หองสมุดฐานขอมูล ของกรมทรัพยากรธรณี และเว็บไซตตาง ๆ 3) การรวบรวมผลงานที่เคยทำมากอนในพื้นที่ศึกษา โดยการคนหาจากฐานขอมูลของ กรมทรัพยากรธรณี และเว็บไซตตาง ๆ 4.2 การสำรวจลักษณะทางธรณีวิทยา การสำรวจธรณีวิทยาในพื้นที่ศึกษา มีจุดประสงคหลักเพื่อรวบรวมขอมูลธรณีวิทยาในสนาม ทั้งหมดไดแก ขอมูลชนิดหิน โครงสรางทางธรณีวิทยา การแผกระจายตัวของหิน การลำดับชั้นหิน ความตอเนื่องของชั้นหิน และขอมูลเกี่ยวกับธรณีพิบัติภัยแผนดินถลมในพื้นที่ศึกษา โดยการสำรวจ ธรณีวิทยา มีขั้นตอนการสำรวจดังตอไปนี้ 1) การเตรียมขอมูลพื้นฐานกอนการเก็บขอมูลภาคสนาม ไดแก การเตรียมแผนที่ภูมิประเทศ ขอมูลพื้นฐาน และการรวบรวมขอมูลดานธรณีวิทยาของพื้นที่จากรายงานการสำรวจธรณีวิทยาในพื้นที่ เชน แผนที่ธรณีวิทยาจังหวัดตากมาตราสวน 1:50,000 มาตราสวน 1:250,000 (2551) และมาตราสวน 1:350,000 (25655) รายงานจำแนกเขตเพื่อการจัดการดานธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี จังหวัดตากป พ.ศ. 2551 และการสำรวจขอมูลพื้นฐานดานธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี จังหวัดตาก ป พ.ศ. 2565 2) การวางแผนการสำรวจโดยการกำหนดเสนทางการสำรวจใหครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงภัย แผนดินถลม และตรวจสอบความถูกตองของขอมูลเดิม 3) การเตรียมอุปกรณสำรวจภาคสนาม เชน คอนธรณีวิทยา (Geological hammer) เข็มทิศ (Compass) แฮนดเลนส (hand lens) สมุดบันทึก (Field notebook) อุปกรณบอกพิกัดตำแหนงดวย ดาวเทียม (Global Positioning System, GPS) กลองถายรูป และอุปกรณเก็บตัวอยาง 4) สำรวจเก็บขอมูลขั้นรายละเอียด รวบรวม และบันทึกขอมูลทางธรณีวิทยา เพื่อจัดกลุมหิน ในพื้นที่ศึกษาตามลักษณะทางวิทยาของหิน เชน ขอมูลชนิดหิน การลำดับชั้นหิน การกระจายตัวของหิน ธรณีวิทยาโครงสราง และถายภาพเพื่อใชประกอบการเขียนรายงาน


- 56 - 4.2.1 หลักการจำแนกกลุมวิทยาหินสำหรับการศึกษาแผนดินถลม วิทยาหิน (lithology) เปนหนึ่งในปจจัยที่เกี่ยวของกับการเกิดแผนดินถลม อีกทั้งเปน หินตนกำเนิดของดินชนิดตาง ๆ ที่มีคุณสมบัติทางวิศวกรรมที่อาจเกี่ยวของกับประเภทการเกิดแผนดินถลม ชนิดตางๆ ทั้งนี้ขึ้นอยูกับชนิดของดินที่เปนผลมาจากการผุพังของชั้นหินตนกำเนิดซึ่งในการศึกษาครั้งนี้ได ทำการจำแนกลักษณะวิทยาหินแบบตาง ๆ ที่พบกระจายตัวในพื้นที่ศึกษาใหเปนหนวยหินที่มีลักษณะวิทยา หินแบบตาง ๆ ที่มีความคลายคลึงกันใหอยูรวมกันเปนกลุม เรียกวา กลุมวิทยาหิน (lithological group) เพื่อบงชี้ความสัมพันธระหวางกลุมวิทยาหินกับรองรอยแผนดินถลมที่เกิดขึ้นทั้งในอดีตและปจจุบัน และ ความสัมพันธระหวางกลุมวิทยาหินที่เปนหินตนกำเนิดดินกับกลุมดินชนิดตาง ๆ ที่กระจายตัวในพื้นที่ศึกษา ที่มีคุณสมบัติทางวิศวกรรมที่แตกตางกันใหมีความชัดเจนมากขึ้น 4.2.2 ปจจัยที่เปนเกณฑในการจำแนกหนวยหิน หนวยหิน (rock unit) หมายถึง เนื้อหินมีลักษณะปรากฏที่สม่ำเสมอและสามารถทำแผนที่ได ซึ่งหนวยหินถือเปนหนวยขั้นพื้นฐานสำหรับการทำแผนที่ในระบบการจำแนกประเภทของวัสดุหินในสนาม (Rock Material Field Classification system; RMFC) (Natural Resources Conservation Service, 2012) ซึ่งในการศึกษาครั้งนี้ใชการทำแผนที่เพื่อระบุการกระจายตัว (distribution) ของกลุมวิทยาหิน แบบตาง ๆ ที่ปรากฏบนพื้นผิวภูมิประเทศ โดยไดกำหนดกลุมวิทยาหินขึ้นมาเปนหนวยหินเทานั้น ไมได มีการลำดับชั้นหินหรือพิจารณาอายุและการวางตัวของชั้นหินแตอยางใด พิจารณาจากลักษณะเดนของ วิทยาหินแบบตาง ๆ ที่มีความคลายคลึงกัน เพื่อกำหนดเปนหนวยหินของกลุมวิทยาหินนั้น ๆ โดยใชเกณฑ การจำแนกวิทยาหินของ Dearman (1991) ซึ่งเปนการจำแนกลักษณะวิทยาหินสำหรับงานในทางวิศวกรรม และการทำแผนที่วิศวกรรมธรณี โดยประกอบดวยเกณฑหลัก ๆ 4 ประการ ไดแก 1) ชนิดหินโดยทั่วไป (genetic type) ชนิดหินโดยทั่วไปประกอบดวยหินหลัก ๆ 3 ชนิด โดยแตละชนิดมีรายละเอียดดังนี้ (1) หินอัคนี (igneous rock): เปนหินที่เกิดจากการเย็นตัวของแมกมา (magma) ทั้งที่เย็นตัว บนผิวโลกเรียกวา หินอัคนีพุ (extrusive igneous rock) และเย็นตัวใตเปลือกโลกเรียกวา หินอัคนีแทรกซอน (intrusive igneous rock) ดังตารางที่ 4.1 (2) หินแปร (metamorphic rock): เปนหินที่เกิดจากการแปรสภาพ อันเนื่องมาจากความรอน (heat) ความดัน (pressure) และสารละลายเคมี (chemical fluid) ซึ่งสามารถแปรสภาพมาจากหิน ตนกำเนิดที่เปนไดทั้งหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร ดังตารางที่ 4.2 (3) หินตะกอน (sedimentary rock): เปนหินที่มีการเกิดหลากหลายรูปแบบ ไดแก เกิดจาก อนุภาคที่แตกหักมาจากที่อื่น (detritus or terrigenous sediment) เกิดจากการตกผลึกของสารละลายเคมี หรือชีวเคมี (chemical or biochemical precipitation) และเกิดจากการทับถมของซากอินทรียวัตถุ (organic material) ดังตารางที่ 4.3 2) ลักษณะโครงสรางทางกายภาพของมวลหิน (physical structure of rock mass) (1) เปนชั้น (bedded): มักพบในหินตะกอน และชั้นตะกอนที่มีการสะสมตัวเปนชั้น บางครั้ง อาจพบในหินอัคนีพุหรือหินอัคนีภูเขาไฟที่มีการปะทุหลาก


- 57 - (2) เปนริ้วขนาน (foliation): มักพบในหินแปร ที่เกิดจากกระบวนการแปรแบบไพศาล (regional metamorphism) และกระบวนการแปรในบริเวณเขตรอยเลื่อนและเขตรอยเฉือน ซึ่งเปน การแปรแบบพลวัตร (dynamic metamorphism) (3) เปนมวลหนาที่ไมแสดงชั้น (massive): พบไดทั่วไปในหินทุกชนิด โดยมักพบในหินอัคนี แทรกซอนจำพวกหินแกรนิต หินตะกอนที่เกิดจากการสะสมตัวของสารละลายเคมีเปนชั้นหนาจำพวกหินปูน และหินแปรจำพวกหินออน (marble) หินควอรตไซต (quartzite) และหินฮอรนเฟลส (hornfels) เปนตน 3) ขนาดของอนุภาคที่เปนองคประกอบของหินที่ปรากฏเดนชัด (predominant grain size) ซึ่งประกอบกันเปนเนื้อหิน (texture) (1) เม็ดหยาบมาก (very coarse-grained): ขนาดเสนผานศูนยกลางใหญกวา 60 มิลลิเมตร (2) เม็ดหยาบ (coarse-grained): ขนาดเสนผานศูนยกลาง 2-60 มิลลิเมตร (3) เม็ดปานกลาง (medium-grained): ขนาดเสนผานศูนยกลาง 0.06-2 มิลลิเมตร (4) เม็ดละเอียด (fine-grained): ขนาดเสนผานศูนยกลาง 0.002-0.06 มิลลิเมตร (5) เม็ดละเอียดมาก (very fine-grained): ขนาดเสนผานศูนยกลางเล็กกวา 0.002 มิลลิเมตร (6) เนื้อแกว (glassy) หรือ อสัณฐาน (amorphous): เปนเนื้อที่ประสานกันเปนเนื้อเดียว 4) แรองคประกอบ (mineralogical composition) แรองคประกอบ เปนหนึ่งในปจจัยที่ทำใหมวลหินมีคุณสมบัติเฉพาะตาง ๆ ทางวิศวกรรม ไดแก ความแข็งแรง ความถวงจำเพาะ และความคงทนตอการผุพัง การจำแนกลักษณะของแรองคประกอบสามารถ แบงออกเปน 8 ลักษณะ ดังนี้ (1) เศษหิน (rock grains or lithic fragment): เปนเศษแตกหักของหินดั้งเดิม (pre-existing rock) ที่ถูกพัดพาจากตัวกลางมาสะสมตัวเปนหินใหม มักพบในหินทราย หินกรวดมน และบางครั้งอาจพบใน หินอัคนีแทรกซอนชนิดหินภูเขาไฟที่เกิดจากการประทุหลาก เชน หินทัฟฟ (tuff) (2) ควอตซ (quartz): เปนแรจำพวกแรสีจาง (felsic mineral) ในชุดปฏิกิริยาของโบเวน (Bowen’s reaction series) พบไดในหินทุกชนิด มีความแข็งระดับ 7 ตามมาตรวัดความแข็งของโมห (Moh’s scale) (3) เฟลดสปาร (feldspars): พบอยูในหินอัคนีทุกชนิด หินตะกอน และหินแปร โดยแร เฟลดสปารประกอบดวย โพแทสเซียมเฟลดสปาร และแพลจิโอเคลสเฟลดสปาร (4) แรชนิดเมฟก (mafic) แรสีเขม (dark-coloured) และแรอื่นที่เกี่ยวของกัน: แรชนิดเมฟก หรือแรสีเขมในชุดปฏิกิริยาของโบเวนประกอบดวย แรจำพวกโอลิวีน (olivine) ไพร็อกซีน (pyroxene) และ แอมฟโบล (amphibole) โดยมักพบในหินอัคนีชนิดอัลตราเมฟก (ultramafic igneous rock) ไดแก หินดันไนท (dunite) หินเพอริโดไทต (peridotite) และหินอัคนีชนิดเมฟก (mafic igneous rock) ไดแก หินบะซอลต (basalt) และหินแกบโบร (gabbro) (5) แรดินเหนียว (clay minerals): แรดินเหนียวจัดเปนแรที่มีการเกิดแบบทุติยภูมิ (secondary mineral) กลาวคือ เกิดจากการเปลี่ยนสภาพ (alteration) ของแรเดิมในหินจากการผุพังทางเคมีของหิน (chemical weathering) ใหเกิดเปนแรใหม ตัวอยางเชน แรเฟลดสปารที่มีการผุพังทางเคมีแลวเปลี่ยนสภาพ เปนแรดินขาว (kaolinite) โดยการผุพังนี้สามารถพบไดในหินทุกชนิดที่อยูในลักษณะภูมิอากาศแบบรอนชื้น และแรดินเหนียวโดยสวนใหญพบเปนแรประกอบหินในหินตะกอนที่มีเนื้อคอนขางละเอียด ซึ่งมักพบมากใน หินโคลน และหินดินดาน


- 58 - ตารางที่ 4.1 ตารางการจำแนกหินอัคนี(Dearman, 1991) PYROCLASTIC IGNEOUS GENETIC GROUP Massive Usual structure At least 50% of grains are of igneous rock Quartz, felspars, micas, dark minerals Feldspar, dark minerals Dark minerals Composition Acid Intermediate Basic Ultrabasic Rounded grains: Agglomerate Angular grains: Volcanic breccia Pegmatite Pyroxenite Peridotite Very coarsegrained 60 2 0.006 0.002 Predominant grain size (mm) Granite Diorite Gabbro Coarsegrained Tuff Dolerite Medium-grained Fine-grained tuff Rhyolite Andesite Basalt Fine- grained Very fine- grained tuff Very fine-grained Volcanic Glasses Glassy morphous * A tuff containing both pyroclastic and detrital material, but predominantly pyroclastic, is called tuff. ตารางที่ 4.2 ตารางการจำแนกหินแปร (Dearman, 1991) METAMORPHIC GENETIC GROUP Foliated Massive Usual structure Quartz, felspar, micas, dark minerals Quartz, felspar, micas, dark minerals, carbonates Composition Tectonic breccia Very coarsegrained 60 2 0.006 0.002 Predominant grain size (mm) Migmatite Gneiss Hornfels Marble Granulite Quartzite Coarsegrained Schist Mediumgrained Phyllite Slate Amphiolite Finegrained Very fine- grained Mylonite Glassy Amorphous


- 59 - ตารางที่ 4.3 ตารางการจำแนกหินตะกอน (Dearman, 1991) DETRITAL SEDIMENTARY CHEMICAL/ ORGANIC GENETIC GROUP Bedded Usual structure Grains of rock, quartz, feldspar and clay minerals At least 50% of grains are of carbonate Salts, Carbonates, Silica Carboneceous Composition Rudaceous Grains are of rock fragment Limestone (undifferntiated) Calcirudite Saline rock: Halite Anhydrite Gypsum Very coarsegrained 60 2 0.006 0.002 Predominant grain size (mm) Rounded grains: conglomerate Angular grains: breccia Coarsegrained ArenaceousGrains are mainly mineral fragments Calarenite Calcreous rocks: Limestone Dolomite MediumSandstone: grain are mainly grained mineral fragments Agilliceous or Lutaceous Mudstone Shale: Fissile mudstone Siltstone: 50% fine grained particles Marlstone Calcisiltite Chalk Calcilutite Finegrained Claystone: 50% very fine-fine grained particles Very finegrained Siliceous rocks: Chert Flint Carbonaceous rock: Lignite Coal Glassy Amorphous (6) คารบอเนต (carbonates): ประกอบดวย แรที่มีองคประกอบเปนคารบอเนต (CO3) เปนหลัก เชน แคลไซต (calcite) อะราโกไนต (aragonite) และโดโลไมต (dolomite) มักพบมากใน หินตะกอนที่ตกผลึกจากสารละลายเคมีและชีวเคมี ไดแก หินปูน หินโดโลไมต รวมถึงหินแปรอยางหินออน (7) วัตถุจำพวกเกลือกินระเหย (salt, evaporite) วัตถุจำพวกเนื้อปนซิลิกา (siliceous materials) และวัตถุจำพวกเนื้อปนคารบอเนต (carbonaceous materials): วัตถุจำพวกเกลือหินระเหย ซึ่งเกิดจากสารละลายเกลือ โดยทั่วไปจะไมพบโผลปรากฏบนผิวดิน วัตถุจำพวกเนื้อปนซิลิกาโดยทั่วไปมักพบ เปนลักษณะหินที่ถูกแทนที่ดวยซิลิกา (silicification) เชน หินปูนที่ถูกแทนที่ดวยซิลิกา (silicified limestone) สวนวัตถุจำพวกคารบอเนต โดยทั่วไปมักพบในหินที่เกิดในสภาพแวดลอมรวมกับหินคารบอเนต


- 60 - เชน หินดินดานเนื้อคารบอเนต (carbonaceous shale) และหินโคลนเนื้อคารบอเนต (carbonaceous mudstone) เปนตน (8) แกว (glass): เปนเนื้อหินที่มีลักษณะเปนแกว มีแกวเปนองคประกอบ โดยทั่วไปมักพบเห็น ไดไมมากนัก สวนใหญพบในหินอัคนีพุที่เย็นตัวบนผิวโลกอยางรวดเร็ว เชน หินออบซิเดียน (obsidian) 4.3 การจัดการขอมูล ขอมูลพื้นฐานเบื้องตนจะถูกทำใหอยูในระบบขอมูลสารสนเทศภูมิศาสตรประกอบดวย ขอมูล ดานธรณีวิทยา ขอมูลธรณีโครงสราง ขอมูลลักษณะภูมิประเทศ ขอมูลแบบจำลองระดับสูงเชิงเลข ปริมาณ น้ำฝน การใชประโยชนที่ดิน และตำแหนงรองรอยแผนดินถลมในอดีตซึ่งขอมูลเหลานี้จะถูกจัดเก็บอยูใน ลักษณะเปนกริด (raster data) คือ ขอมูลที่มีโครงสรางเปนชองเหลี่ยม เรียกวา จุดภาพ หรือ grid cell ที่มี การเรียงตอเนื่องกันในแนวราบและแนวดิ่ง ซึ่งมีความละเอียด 10x10 เมตร และในรูปแบบขอมูลเชิงเสน สำหรับขอมูลรองรอยแผนดินถลม ทั้งนี้การวิเคราะห การประมวลผล และการแสดงผลขอมูลเชิงพื้นที่จะอยู ในรูปแบบระบบสารสนเทศภูมิศาสตรดังตารางที่ 4.4 ตารางที่ 4.4 สรุปชนิดและแหลงที่มาของขอมูล ชนิดขอมูล ป รูปแบบขอมูล ความละเอียด คาพิกัด อางอิงทางภูมิศาสตร แหลงที่มา ALOS PALSAR DEM 2009 ขอมูลแสดงลักษณะ เปนกริด(raster data) 12.5 เมตร WGS84 https://vertex.daac. asf.alaska.edu/# Google images 1989- 2023 ขอมูลแสดงลักษณะ เปนกริด(raster data) 10 เมตร WGS84 Google earth pro การใช ประโยชน ที่ดิน (Landuse) 2021 ขอมูลแสดงลักษณะ เปนกริด(raster data) 10 เมตร WGS84 https://www.arcgis.com/ apps/instant/media/inde x.html?appid=fc92d3853 3d440078f17678ebc20e 8e2&fbclid=IwAR1_5qw0 QMIXPjAF8LEuGb58QjQ G_3koOh9iQ5A9Bwkne4 c17-Un1BdtQ94 แผนที่ ธรณีวิทยา 2559 ขอมูลแสดงทิศทาง (vector Data) 1:50,000 และ 1:250,000 WGS84 กรมทรัพยากรธรณี แผนที่ ภูมิประเทศ 2527 ขอมูลแสดงทิศทาง (vector Data) 1:50,000 WGS84 กรมแผนที่ทหาร ปริมาณ น้ำฝน 2566 ขอมูลแสดงทิศทาง (vector Data) รายวัน WGS84 กรมอุตุนิยมวิทยา


- 61 - 4.4 การทำแผนที่รองรอยแผนดินถลม แผนที่รองรอยแผนดินถลมเปนแผนที่แสดงตำแหนง ความหนาแนน การกระจายตัวของ แผนดินถลม ชนิดของแผนดินถลม รวมถึงวันที่เกิดเหตุการณแผนดินถลมแตละพื้นที่ ซึ่งมีความสัมพันธกับ ปจจัยที่ควบคุม การเกิดแผนดินถลม เชน ลักษณะทางธรณีวิทยา ธรณีวิทยาโครงสราง ลักษณะภูมิประเทศ และสภาพอากาศ ดวยเหตุนี้การทำแผนที่รองรอยแผนดินถลม จึงมีความสำคัญที่ใชสำหรับเปนขอมูลตั้งตน ในการทำนายการเกิดแผนดินถลมในอนาคตได ในการศึกษาครั้งนี้จัดทำขอมูลตำแหนงรองรอยแผนดินถลม โดยอาศัยเทคนิคการรับรูระยะไกล ดวยการแปลดวยสายตา (visual interpretation) จากภาพถายดาวเทียมภายใตแอปพลิเคชัน Google EarthPro โดยมีหลักการจำแนกลักษณะของแผนดินถลมตามชนิดและลักษณะที่เห็นบนภาพถาย ดังตารางที่ 4.5 เปนการหาความแตกตางของพื้นที่ระหวางลักษณะรองรอยแผนดินถลม ซึ่งมักแสดงสีของดินอาจเปน สีน้ำตาลแดง หรือขาว (รูปที่ 4.1) ซึ่งเกิดจากการเปดหนาดิน/หินในบริเวณนั้นกับลักษณะพื้นที่รอบขาง ซึ่งมักเปนพื้นที่ปาสีเขียว หรือพื้นที่รางโลงเตียน (bare land) โดยสามารถตรวจจับรองรอยแผนดินถลม และ สามารถกำหนดตำแหนงจากภาพดาวเทียม โดยอาศัยความเขาใจเกี่ยวกับชนิดของแผนดินถลมกับลักษณะ ภูมิประเทศโดยรอบ รวมถึงความเขาใจเกี่ยวกับลักษณะของแผนดินถลมที่แสดงออกมาบนภาพดาวเทียมหรือ ภาพถายทางอากาศ โดยทั่วไปแลวมีเกณฑการแปลตามปจจัยดังนี้ (1) ลักษณะธรณีสัณฐาน (2) ลักษณะของ ทางน้ำ การผุพัง และระบบอุทกวิทยา (3) ลักษณะของสีของดิน/หิน (4) ลักษณะพืชพรรณที่ปกคลุม และ (5) กิจกรรมของมนุษย และการใชประโยชนที่ดิน อยางไรก็ตามการเขาพื้นที่เพื่อตรวจสอบความถูกตองของ การแปลขอมูลจากภาพถายจะทำใหแผนที่รองรอยแผนดินถลมมีความละเอียด แมนยำ และถูกตองมากยิ่งขึ้น (รูปที่ 4.2) ตารางที่ 4.5 หลักการจำแนกลักษณะของแผนดินถลมจากการแปลความหมายภาพถายทางอากาศและ ภาพดาวเทียม (ดัดแปลงจาก Miller, 2007 และ Soeters and Westen, 1996) Type of Movement Characteristic based on morphology, vegetation, and drainage visible on stereo images Fall and topple Morphology Distinct wall or free face in association with scree slopes (20 to 30 degrees) and dejection cones; jointed rock wall (>50 degrees) with fall chutes. Vegetation Linear scars in vegetation along frequent rock fall paths; vegetation density low on activescree slopes. Drainage No specific characteristics. Rotational slide Morphology Abrupt changes in slope morphology characterised by concave (niche) and convex (runout lobe) forms; often steplike slopes; semilunar crown and lobate frontal part; back-tilting slope facets, scarps, hummocky morphology on depositional part; D/L = ratio 0.3 to 0.1 slope 20 to 40 degrees. Vegetation Clear vegetational contrast with surrounding, absence of land use indicative for activity; differential vegetation according to drainage conditions. Drainage Contrast with nonfailed slopes; bad surface drainage or ponding in niches or backtilting areas; seepage in frontal part of runout lobe.


- 62 - ตารางที่ 4.5 หลักการจำแนกลักษณะของแผนดินถลมจากการแปลความหมายภาพถายทางอากาศและ ภาพดาวเทียม (ดัดแปลงจากจาก Miller, 2007 และ Soeters and Westen, 1996) (ตอ) Type of Movement Characteristic based on morphology, vegetation, and drainage visible on stereo images Compound slide Morphology Concave and convex slope morphology; concavity often associated with linear grabenlike depression; no clear runout but gentle convex or bulging frontal part; backtilting facet associated with (small) antithetic faults; D/L ratio 0.3 to 0.1, relatively broad in size. Vegetation As with rotational slides, although slide mass will less disturbed. Drainage Imperfect or disturbed surface drainage, ponding in depressions and in rear part of slide. Translational slide Morphology Joint controlled crownin rock slides, smooth planar slip surface, relatively shallow, certainly in surface material over bedrock; D/L < 0.1 and large width; runout hummocky, rather chaotic relief, with block size decreasing with larger distance. Vegetation Source area and transportational path denuded, often with lineation in transportation directions; differential vegetation on body in rock slides; no landuse on body. Drainage Absence of ponding below crown, disordered or absent surface drainage on body; streams deflected or blocked by frontal lobe. Lateral spread Morphology Irregular arrangement of large blocks tilting in various directions; block size decreases with distance and morphology becomes more chaotic; large cracks and linear depressions separating blocks; movement can originate on very gentile slopes (<10 degrees). Vegetation Differential vegetation enhancing separation of blocks; considerable contrast with unaffected areas. Drainage Disrupted surface drainage; frontal part of movement is closing off valley, causing obstruction and asymmetric valley profile. Earth flows Morphology One large or several smaller concavities, with hummocky relief in source area; main scars and several small scars resemble slide typeof failure; path following stream channel and body is infilling valley, contrasting with V-shaped valleys; lobate convex frontal part; irregular micromorphology with pattern related to flow structures; slope > 25 degrees; D/L ratio very small. Vegetation Vegetation on scar and body strongly contrasting with surrounding, land use absent if active; linear pattern in direction of flow. Drainage Ponding frequent in concave upper path of flow; parallel drainage channels on both sides of body in valley; deflected or blocked drainage by frontal lobe. Debris flow Morphology Large amount of small concavities (associated with drainage system) or one major scar characterising source area; almost complete destruction along path, sometimes marked by depositional levees; flattish desolate plain, exhibiting vague flows structures in body of debris flow. Vegetation Absence of vegetation everywhere; recovery will take many years. Drainage Disturbed by main body; original streams blocked or deflected by body.


- 63 - ตารางที่ 4.5 หลักการจำแนกลักษณะของแผนดินถลมจากการแปลความหมายภาพถายทางอากาศและ ภาพดาวเทียม (ดัดแปลงจากจาก Miller, 2007 และ Soeters and Westen, 1996) (ตอ) Type of Movement Characteristic based on morphology, vegetation, and drainage visible on stereo images Mudslide Morphology Shallow concave niche with flat lobate accumulative part, clearly wider than transportation path; irregular morphology contrasting with surrounding areas; D/L ration0.05 to 0.01; slope 15 to 25 degrees. Vegetation Clear vegetational contrast when fresh; otherwise differential vegetation enhances morphological features. Drainage No major drainage anomalies beside local problems with surface drainage. รูปที่4.1 ตัวอยางรองรอยแผนดินถลมแสดงสีขาว (บน) และสีแดง (ลาง) จากภาพ Google earth จังหวัด นครศรีธรรมราช และพื้นที่ใกลเคียง ถายภาพเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2556


- 64 - รูปที่4.2(บน) แผนดินถลมชนิดการไหลของเศษหินและดิน น้ำตกคลองนารายณ ตำบลคลองนารายณอำเภอเมือง จันทบุรีจังหวัดจันทบุรี ตำแหนง 48P 0193269E1392548 N (ลาง)รอยแผนดินถลมชนิดการเลื่อนไถลระนาบ โคง บานโขดทราย ตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ จังหวัดตราด ตำแหนง 48P 02771880 E 1296422 N 4.5 การวิเคราะหแบบจำลองแผนดินถลมทางคณิตศาสตร ปจจัยที่นำมาวิเคราะหโอกาสเกิดแผนดินถลมทั้ง 7 ปจจัย ไดแก ขอมูลวิทยาหิน หนารับน้ำฝน ทิศทางการไหลของน้ำ ระดับความสูง ความลาดชัน การใชประโยชนที่ดิน และระยะหางจากโครงสรางทาง ธรณีวิทยา โดยจะถูกแบงเปนกลุมยอย (reclassify) เพื่อเปนการจัดกลุมขอมูลกอนการประมวลผล และทำชั้น ระยะกันชน (multi-buffer) สำหรับขอมูลธรณีวิทยาโครงสรางและทางน้ำ รายละเอียด ดังตารางที่ 4.6 การจัดเก็บฐานขอมูลจะอยูในรูปแบบกริด (raster data) ที่มีขนาดความละเอียด 10x10 เมตร เพื่อนำไปใช


- 65 - ประมวลผลในแบบจําลองทางคณิตศาสตร โดยแบงออกเปน 5 ขั้นตอนหลักดังรูปที่ 4.3 โดยแตละขั้นตอน มีรายละเอียดดังตอไปนี้ รูปที่ 4.3 แผนภูมิการวิเคราะหแบบจําลองแผนดินถลม ตารางที่ 4.6 ปจจัยที่นํามาใชในแบบจําลองแผนดินถลม ปจจัย ลําดับ กลุม 1. วิทยาหิน (Lithology) 1 CG1 หินกรวดมน ที่มีเม็ดกรวดเปนแรควอตซและเศษหิน 2 CG2 หินกรวดมน ที่มีเม็ดกรวดเปนหินปูน 3 CG3 หินกรวดมนเชื่อมประสานดวยเหล็กออกไซด 4 SS1 หินทรายเนื้อเกรยแวก 5 SS2 หินทรายเนื้ออารโคส หินทรายเนื้อควอตซ 6 SS3 หินทรายแทรกสลับกับหินตะกอนเนื้อละเอียดกึ่งแปรสภาพ 10x10 เมตร


- 66 - ตารางที่ 4.6 ปจจัยที่นํามาใชในแบบจําลองแผนดินถลม (ตอ) ปจจัย ลําดับ กลุม 1. วิทยาหิน (Lithology) 7 SS4 หินทรายสีน้ําตาลแกมมวง ชั้นหนา 8 SS5 หินทรายเนื้ออารโคสที่มีกรวดปน 9 SS6 หินทรายเนื้อปนปูน 10 FS1 หินตะกอนเนื้อละเอียด บางสวนกึ่งแปรสภาพ 11 FS2 หินตะกอนเนื้อละเอียดเชื่อมประสานดวยเหล็กออกไซด 12 FS3 หินตะกอนเนื้อละเอียดเนื้อปนปูน 13 FS4 หินตะกอนเนื้อละเอียด หินโคลน หินโคลนปนซากพืช 14 FS5 หินตะกอนเนื้อละเอียด มีการแทรกดันของหินอัคนี 15 FS6 หินตะกอนเนื้อละเอียดแสดงชั้นหนา พบชั้นเฉียงระดับขนาดใหญ 16 CB1 หินคารบอเนตเนื้อผลึก 17 CB2 หินคารบอเนตเนื้อดิน 18 CH หินตะกอนเนื้อผลึกซิลิกา 19 CT หินแปรที่มีปริมาณซิลิกาสูง 20 F-MET1 หินแปรที่มีริ้วขนาน 21 F-MET2 หินแปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ํา 22 F-MET3 หินแปรที่มีริ้วขนานเกรดสูง 23 F-MET4 หินมิกมาไทต 24 F-MET5 หินแคลกซิลิเกต 25 MU1 หินอัคนีชนิดเมฟกและอัลตราเมฟก 26 MU2 หินเซอรเพนทีไนทพบรวมกับหินอัคนีชนิดอัลตราเมฟก 27 GR1 หินแกรนิตเนื้อผลึกขนาดเดียว 28 GR2 หินแกรนิตเนื้อผลึกสองขนาดหรือเนื้อดอก 29 GR3 หินแกรนิตเนื้อผลึกเรียงตัว 30 QTZ สายแรควอตซ 31 VOL1 หินอัคนีภูเขาไฟประกอบดวยแรสีจางถึงปานกลาง 32 VOL2 หินอัคนีภูเขาไฟประกอบดวยแรสีจาง 33 VOL3 หินอัคนีภูเขาไฟประกอบดวยแรสีเขม 34 VOL4 หินอัคนีภูเขาไฟประกอบดวยแรสีเขม พบมีหินเชิรตรวม 35 GY หินกีเซอไรต 36 COL ตะกอนเศษหินเชิงเขา 37 AL ตะกอนน้ําพา 38 TER ตะกอนตะพักลําน้ํา 39 RES ตะกอนหินผุพังอยูกับที่ 40 BEA ตะกอนชายหาดและตะกอนสันทรายเกา 41 MC ตะกอนที่ลุมราบน้ําขึ้นถึง 2. หนารับน้ําฝน (Aspect) 1 Flat (-1) 2 North (0-22.5) 3 Northeast (22.5-67.5) 4 East (67.5-112.5) 5 Southeast (112.5-157.5) 6 South (157.5-202.5)


Click to View FlipBook Version