-1-
ระเบยี บกระทรวงการคลงั
วา่ ดว้ ยลูกจ้างประจําของสว่ นราชการ
พ.ศ.2537
-------------------------------
โดยท่ีเป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยลูกจ้างประจําของส่วนราชการให้
เหมาะสมย่งิ ข้ึน กระทรวงการคลังด้วยความเห็นชอบของคณะรฐั มนตรีจงึ วางระเบียบไว้ ดงั ตอ่ ไปน้ี
ขอ้ 1 ระเบยี บน้เี รียกวา่ "ระเบยี บกระทรวงการคลังวา่ ด้วยลกู จ้างประจาํ ของสว่ นราชการ พ.ศ.2537"
ข้อ 2 ระเบียบน้ีใหใ้ ชบ้ งั คับตังแตว่ ันที่ 1 เมษายน 2537 เปน็ ตน้ ไป
ข้อ 3 ใหย้ กเลกิ
(1) ระเบยี บกระทรวงการคลังว่าดว้ ยลูกจ้างประจําของสว่ นราชการ พ.ศ.2525
(2) ระเบยี บกระทรวงการคลังว่าด้วยลกู จา้ งประจาํ ของส่วนราชการ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ.2535
บรรดาระเบียบ ขอ้ บังคับ มติคณะรัฐมนตรี คําส่ัง หรือข้อตกลงอ่ืนใดในส่วนที่มีกําหนดไว้แล้วในระเบียบน้ี
หรอื ซ่งึ ขัดหรอื แย้งกับระเบียบนี้ ใหใ้ ช้ระเบียบนแี้ ทน
ข้อ 4 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับแก่ลูกจ้างประจําของส่วนราชการที่ได้รับค่าจ้างจากเงินงบประมาณ
รายจา่ ย
ข้อ 5 ใหป้ ลดั กระทรวงการคลังรักษาการตามระเบยี บนี้
หมวด 1
บททว่ั ไป
ขอ้ 6 ผ้ทู จี่ ะเข้ารบั ราชการเปน็ ลกู จา้ งประจาํ ตอ้ งมีคณุ สมบัติทั่วไป ดงั ตอ่ ไปนี้
-2-
(1) มีสญั ชาตไิ ทย
(2) มีอายไุ ม่ตํ่ากว่าสบิ แปดปี
(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตาม
รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทยดว้ ยความบรสิ ุทธใิ์ จ
(4) ไม่เปน็ ผดู้ าํ รงตําแหนง่ กํานัน แพทยป์ ระจําตําบล สารวตั รกาํ นนั ผใู้ หญ่บา้ น และผู้ชว่ ยผู้ใหญบ่ ้าน
(5) ไม่เป็นผดู้ ํารงตําแหนง่ ข้าราชการการเมอื ง
(6) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สม
ประกอบ หรือเป็นโรคตามทีก่ ําหนดในกฎหมายว่าดว้ ยระเบยี บข้าราชการพลเรอื น
(7) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการหรือถูกส่ังให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามระเบียบกระทรวง
การคลังวา่ ดว้ ยลกู จ้างประจาํ ของสว่ นราชการหรือตามกฎหมายอน่ื
(8) ไมเ่ ป็นผูบ้ กพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นทรี่ ังเกียจของสังคม
(9) ไมเ่ ป็นกรรมการพรรคการเมืองหรือเจา้ หน้าทีใ่ นพรรคการเมอื ง
(10) ไม่เปน็ บุคคลล้มละลาย
(11) ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เพราะกระทําความผิดทางอาญา
เวน้ แต่เป็นโทษสาํ หรับความผิดทีไ่ ด้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหโุ ทษ
(12) ไมเ่ ป็นผเู้ คยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอ่นื ของรัฐ
(13) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออกหรือปลดออก เพราะกระทําผิดวินัยตามระเบียบกระทรวงการคลัง
ว่าดว้ ยลกู จ้างประจาํ ของสว่ นราชการหรอื ตามกฎหมายอ่ืน
(14) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทําผิดวินัยตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยลูกจ้าง
ประจาํ ของส่วนราชการหรอื ตามกฎหมายอ่ืน
(15) ไม่เปน็ ผเู้ คยกระทําการทจุ ริตในการสอบเขา้ รับราชการ
ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นลูกจ้างประจําซ่ึงขาดคุณสมบัติตาม (8) (10) (11) หรือ (15) กระทรวงการคลัง
อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ ส่วนผู้ที่ขาดคุณสมบัติตาม (12) หรือ (13) ถ้าผู้นั้นได้ออกจากงานหรือ
ออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว หรือผู้ที่ขาดคุณสมบัติตาม (14) ถ้าผู้น้ันได้ออกจากงานหรือออกจากราชการไป
เกินสามปีแล้ และมิใช่เป็นกรณีออกจากงานหรือออกจากราชการเพราะกระทําผิดในกรณีทุจริตต่อหน้าที่
กระทรวงการคลงั อาจพจิ ารณายกเวน้ ใหเ้ ข้ารับราชการได้
การขอยกเว้นและการพิจารณายกเว้นในกรณที ี่ขาดคณุ สมบัตทิ ั่วไป ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ท่ีกระทรวง
การคลังกําหนด
-3-
ผู้ท่ีเป็นลูกจ้างประจําต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามวรรคหน่ึงตลอดเวลาท่ีรับราชการ เว้นแต่คุณสมบัติตาม
(7) หรอื ได้รับการยกเวน้ ในกรณีที่ขาดคณุ สมบัตติ ามวรรคสอง
ขอ้ 7 คุณสมบตั เิ ฉพาะสําหรับตาํ แหนง่ ของลกู จา้ งประจําให้เป็นไปตามทก่ี ระทรวงการคลังกาํ หนด
ในกรณีท่ีมีเหตุผลและความจําเป็นเพื่อประโยชน์แก่ราชการ กระทรวงการคลังอาจอนุมัติให้แต่งต้ัง
ลูกจา้ งประจาํ ท่มี ีคณุ สมบัติต่างไปจากคุณสมบตั เิ ฉพาะสําหรับตาํ แหนง่ ตามทกี่ ําหนดไวก้ ็ได้
ข้อ 8 อัตราค่าจา้ งลกู จ้างประจําใหเ้ ป็นไปตามทก่ี ระทรวงการคลงั กาํ หนด
ขอ้ 9 วันเวลาทํางาน วันหยุดราชการตามประเพณี วันหยุดราชการประจําปีของลูกจ้างประจํา ให้
เป็นไปตามทค่ี ณะรฐั มนตรีกําหนดสาํ หรับข้าราชการพลเรอื น
การลาหยุดราชการของลูกจ้างประจํา ให้นําระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ขอ้ 10 ส่วนราชการใดมีความจําเป็นไม่อาจปฏิบัติตามที่กําหนดไว้ในระเบียบน้ี ให้ขอทําความตกลงกับ
กระทรวงการคลงั เปน็ ราย ๆ ไป
หมวด 2
การบรรจุและแต่งตัง้
ขอ้ 11 การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นลูกจ้างประจําเพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งใด ให้บรรจุและ
แต่งต้ังจากผู้สอบคัดเลือกได้หรือผู้ได้รับคัดเลือกในตําแหน่งน้ัน โดยบรรจุและแต่งต้ังตามลําดับท่ีในบัญชีผู้สอบ
คัดเลอื กไดห้ รือผู้ได้รบั คดั เลือก เวน้ แต่การบรรจบุ ุคคลเขา้ รบั ราชการเป็นลกู จ้างประจําตามขอ้ 19 และข้อ 20
หลักสูตร วิธีการสอบคัดเลือกหรือคัดเลือก และวิธีดําเนินการเก่ียวกับการสอบคัดเลือกหรือคัดเลือก
ตลอดจนเกณฑ์การตัดสิน การข้ึนบัญชี และการยกเลิกบัญชีผู้สอบคัดเลือกได้หรือผู้ได้รับคัดเลือก ให้เป็นไปตาม
หลกั เกณฑ์และวธิ กี ารทีก่ ระทรวงการคลงั กําหนด
ข้อ 12 ผู้สอบคัดเลือกได้หรือผู้ได้รับคัดเลือกซ่ึงอยู่ในลําดับท่ีที่จะได้รับบรรจุและแต่งตั้งให้ดํารง
ตําแหน่งใด ถ้าปรากฏว่าขาดคุณสมบัติท่ัวไป โดยไม่ได้รับการยกเว้นจากกระทรวงการคลัง หรือขาดคุณสมบัติ
เฉพาะสาํ หรบั ตําแหนง่ โดยไม่ได้รบั อนุมตั ิจากกระทรวงการคลังอยู่ก่อนหรือภายหลังการสอบคัดเลือก หรือคัดเลือก
จะบรรจแุ ละแตง่ ตงั้ ใหด้ ํารงตาํ แหนง่ น้นั ไมไ่ ด้
-4-
ข้อ 13 การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นลูกจ้างประจําและการแต่งต้ังให้ดํารงตําแหน่ง ให้ปลัด
กระทรวงการคลัง อธิบดี หรือผู้ดํารงตําแหน่งเทียบเท่า ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา หรือผู้ได้รับมอบหมายเป็นผู้มีอํานาจ
ส่ังบรรจุและแตง่ ตั้ง
ขอ้ 14 ผไู้ ด้รับบรรจุเขา้ รับราชการเป็นลูกจ้างประจาํ และแตง่ ต้ังให้ดาํ รงตาํ แหนง่ ตาม ข้อ 11 วรรคหนึ่ง
ให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการในตําแหน่งที่ได้รับบรรจุเป็นเวลาไม่ต่ํากว่าหกเดือน แต่ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันเข้า
ปฏบิ ตั ิหน้าทรี่ าชการเปน็ ต้นไป โดยอย่ใู นความดแู ลของผบู้ ังคับบัญชาหรือผู้ทีไ่ ด้รบั มอบหมาย
การประเมนิ ผลการทดลองปฏิบตั หิ นา้ ที่ราชการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีกระทรวงการคลัง
กําหนดการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการให้ผู้มีอํานาจสั่งบรรจุตามข้อ 13 พิจารณาว่า ผู้นั้นมีความ
เหมาะสมท่ีจะให้รับราชการต่อไปหรือไม่ ถ้าผู้มีอํานาจสั่งบรรจุตามข้อ 13 เห็นว่าผู้น้ันมีผลการประเมินต่ํากว่า
มาตรฐานที่กําหนดไม่ควรให้รับราชการต่อไป ก็ให้สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการได้ ไม่ว่าจะครบกําหนดเวลาทดลอง
ปฏิบัติหน้าที่ราชการแล้วหรือไม่ก็ตาม ถ้าพ้นกําหนดเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการดังกล่าวแล้ว และผู้มีอํานาจ
สง่ั บรรจตุ ามข้อ 13 เหน็ วา่ ควรใหผ้ ้นู ั้นรับราชการตอ่ ไป กใ็ หส้ ่ังใหผ้ ู้นั้นรับราชการตอ่ ไป
ลูกจ้างประจําซึ่งอยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการผู้ใด ได้รับแต่งต้ังให้ดํารงตําแหน่งอ่ืน ให้เร่ิม
ทดลองปฏิบตั ิหนา้ ที่ราชการใหม่
ลูกจ้างประจําซึ่งอยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าท่ีราชการผู้ใด ถูกส่ังให้ออกจากราชการตามข้อ 59
และต่อมาปรากฏว่าผู้น้ันมีกรณีท่ีจะต้องถูกส่ังให้ออกจากราชการตามวรรคสามหรือตามข้ออื่น ให้ผู้มีอํานาจสั่ง
บรรจุตามข้อ 13 มีอํานาจเปล่ียนแปลงคําสั่งให้ออกตามข้อ 59 เป็นให้ออกจากราชการตามวรรคสามหรือตามข้อ
อ่นื นน้ั ได้
ลูกจ้างประจําผู้อยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการผู้ใด มีกรณีอันมีมูลว่ากระทําผิดวินัย ให้
ผู้บังคับบัญชาดําเนินการทางวินัยตามที่กําหนดไว้ในหมวด 5 และถ้าผู้นั้นมีกรณีที่จะต้องออกจากราชการตาม
วรรคสาม ก็ใหผ้ บู้ ังคับบัญชาดําเนนิ ตามวรรคสามไปก่อน
ลูกจ้างประจําผู้ใดถูกส่ังให้ออกจากราชการตามวรรคสามหรือวรรคห้า ให้ถือเสมือนว่าผู้นั้นไม่เคยเป็น
ลูกจา้ งประจํา แต่ท้ังน้ี ไมก่ ระทบกระเทอื นถงึ การปฏิบัติหน้าท่ีราชการหรือการรับค่าจ้าง หรือผลประโยชน์อ่ืนใดท่ี
ไดร้ บั หรือมีสทิ ธทิ ี่จะรับจากทางราชการในระหว่างท่ผี นู้ ้ันอยู่ระหว่างทดลองปฏบิ ัตหิ น้าท่ีราชการ
ขอ้ 15 ลูกจ้างประจําตําแหน่งใดจะบังคับบัญชาลูกจ้างประจําในหน่วยงานใด ในฐานะใด ให้เป็นไป
ตามท่ผี ู้มอี าํ นาจสงั่ บรรจุตามขอ้ 13 มอบหมาย
-5-
ข้อ 16 การโอนลูกจ้างประจําไปแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งลูกจ้างประจําในต่างกระทรวง ทบวง กรม อาจ
ทําได้เมื่อผู้มีอํานาจสั่งบรรจุตามข้อ 13 ท้ังสองฝ่าย ได้ตกลงยินยอมในการโอนน้ันแล้ว โดยให้แต่งต้ังให้ดํารง
ตําแหน่งในระดับและรับค่าจ้างที่ไม่สูงกว่าเดิม ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีกระทรวงการคลังกําหนด
ขอ้ 17 การแต่งตั้งลูกจ้างประจําผู้ดํารงตําแหน่งใดไปดํารงตําแหน่งใหม่ในกรมหรือส่วนราชการท่ีมี
ฐานะเปน็ กรมเดียวกนั ใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์และวิธกี ารที่กระทรวงการคลังกาํ หนด
ข้อ 18 ลูกจ้างประจําผู้ใดได้รับแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งตามข้อ 16 หรือข้อ 17 หากภายหลังปรากฏว่า
เป็นผู้มีคุณสมบัติไม่ตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสําหรับตําแหน่งนั้น โดยไม่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงการคลังอยู่ก่อน
ให้ผู้มีอํานาจสั่งบรรจุ ตามข้อ 13 แต่งตั้งให้ผู้นั้นกลับไปดํารงตําแหน่งเดิมหรือตําแหน่งอ่ืนโดยพลัน แต่ทั้งนี้ไม่
กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามอํานาจและหน้าที่ และการรับค่าจ้างหรือผลประโยชน์อื่นใดที่
ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับจากทางราชการ ในระหว่างที่ได้รับแต่งต้ังให้ดํารงตําแหน่งที่ผู้นั้นมีคุณสมบัติไม่ตรงตาม
คณุ สมบตั ิเฉพาะสําหรับตาํ แหนง่
ลูกจ้างประจําผู้ใดได้รับแต่งต้ังให้กลับไปดํารงตําแหน่งเดิม หรือตําแหน่งอ่ืนตามวรรคหนึ่ง ให้ได้รับ
ค่าจ้างตามท่ีจะพึงได้รับตามสภาพเดิม และให้ถือว่าผู้น้ันไม่มีสถานภาพอย่างใดในการที่จะได้รับแต่งตั้งให้ดํารง
ตาํ แหน่งท่ีตนมีคุณสมบัตไิ มต่ รงตามคณุ สมบัติเฉพาะสําหรบั ตําแหนง่ นน้ั
ขอ้ 19 ลูกจ้างประจําผู้ใดถูกสั่งให้ออกจากราชการเพ่ือไปรับราชการทหาร ตามกฎหมายว่าด้วยการรับ
ราชการ ทหาร เม่ือผู้น้ันพ้นจากราชการทหารโดยมิได้กระทําการใด ๆ ในระหว่างรับราชการทหารอันเสียหายแก่
ราชการอย่างร้ายแรง หรือได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติช่ัวอย่างร้ายแรง และผู้น้ันไม่เป็นผู้ขาดคุณสมบัติตามข้อ 6 และ
ไม่ได้เป็นผู้ถูกเปล่ียนแปลงคําสั่งตามข้อ 59 เป็นให้ออกจากราชการตามข้ออื่น หากประสงค์จะเข้ารับราชการเป็น
ลูกจา้ งประจาํ ในส่วนราชการเดิมภายในกาํ หนดหน่ึงร้อยแปดสิบวันนับแต่วันพ้นจากราชการทหาร ให้ผู้มีอํานาจสั่ง
บรรจตุ ามขอ้ 13 สั่งบรรจแุ ละแตง่ ต้ังใหด้ ํารงตําแหน่ง และรบั คา่ จ้างตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลัง
กําหนด
ลกู จา้ งประจําผไู้ ด้รบั บรรจุเขา้ รบั ราชการตามวรรคหน่ึง ให้มีสิทธินับวันรับราชการก่อนถูกสั่งให้ออกจาก
ราชการ รวมกับวันรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร และวันรับราชการเมื่อได้รับบรรจุ
กลบั เขา้ รบั ราชการเป็นเวลาราชการตดิ ต่อกนั เสมอื นว่าผูน้ ้นั มไิ ดเ้ คยถูกสั่งให้ออกจากราชการ เว้นแต่ลูกจ้างประจํา
ผู้นน้ั ไดข้ อรบั บําเหนจ็ ภายหลังจากทีถ่ กู สั่งให้ออกจากราชการเพอื่ ไปรบั ราชการทหาร
-6-
ขอ้ 20 ลกู จา้ งประจาํ ผู้ใดออกจากราชการไปแล้ว และไม่ใชเ่ ปน็ กรณอี อกจากราชการในระหว่างทดลอง
ปฏิบัติหน้าที่ราชการ ถ้าสมัครเข้ารับราชการและทางราชการต้องการจะรับผู้นั้นเข้ารับราชการ ให้ผู้มีอํานาจส่ัง
บรรจุ ตามข้อ13 สั่งบรรจุและแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งและรับค่าจ้างตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีกระทรวงการคลัง
กาํ หนดได้
ขอ้ 21 ผู้ไดร้ บั การบรรจุและแต่งตัง้ เขา้ รบั ราชการเปน็ ลกู จา้ งประจาํ ตําแหน่งใด หากภายหลังปรากฏว่า
ขาดคุณสมบัติท่ัวไปตามที่กําหนดไว้ในข้อ 6 โดยไม่ได้รับการยกเว้นจากกระทรวงการคลัง หรือขาดคุณสมบัติ
เฉพาะสาํ หรบั ตาํ แหน่งตามทก่ี าํ หนดไว้ในขอ้ 7 โดยไม่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงการคลังอยู่ก่อน หรือมีกรณีต้องหา
อยู่ก่อนและภายหลังเป็นผู้ขาดคุณสมบัติเน่ืองจากกรณีที่ต้องหานั้น ให้ผู้มีอํานาจสั่งบรรจุตามข้อ 13 ส่ังให้ผู้น้ัน
ออกจากราชการโดยพลัน แต่ท้ังนี้ไม่กระทบกระเทือนถึงการใดท่ีผู้น้ันได้ปฏิบัติไปตามอํานาจและหน้าที่ และการรับ
ค่าจ้างหรือผลประโยชน์อื่นใดท่ีได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับจากทางราชการก่อนมีคําสั่งให้ออกนั้น และถ้าการเข้ารับ
ราชการเปน็ ไปโดยสจุ ริตแล้วใหถ้ ือว่าเป็นการสัง่ ให้ออกเพอื่ รับบําเหนจ็ ได้
หมวด 3
การเพม่ิ พนู ประสิทธิภาพและเสรมิ สรา้ งแรงจูงใจในการปฏบิ ัติราชการ
ขอ้ 22 ลูกจ้างประจําผู้ใดปฏิบัติตนเหมาะสมกับการเป็นลูกจ้างประจํา และปฏิบัติราชการมี
ประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลในระดับอันเป็นที่พึงพอใจของทางราชการ ถือว่าผู้นั้นมีความชอบ จะได้รับ
บาํ เหน็จความชอบซึง่ อาจเป็นคําชมเชย เครือ่ งเชิดชเู กยี รติ รางวลั หรอื การไดเ้ ลอ่ื นขัน้ คา่ จา้ ง ตามควรแก่กรณี
ขอ้ 23 การเล่ือนขั้นค่าจ้างลูกจ้างประจํา ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาโดยคํานึงถึงคุณภาพและปริมาณ
งาน ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานที่ได้ปฏิบัติมา ความสามารถและความอุตสาหะในการปฏิบัติงาน
ตลอดจนการรักษาวินัยและการปฏิบัติตนเหมาะสมกับการเป็นลูกจ้างประจํา ท้ังนี้ตามหลักและวิธีการท่ี
กระทรวงการคลงั กําหนด
การเล่ือนขั้นค่าจ้างลูกจ้างประจําท่ีอยู่ในหลักเกณฑ์ตามวรรคหนึ่ง ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาท่ี
จะพิจารณา
ในกรณีที่ไม่เล่ือนขั้นค่าจ้างประจําปีให้ลูกจ้างประจําผู้ใดให้ผู้บังคับบัญชาแจ้งให้ผู้นั้นทราบพร้อมทั้ง
เหตุผลที่ไมเ่ ลอื่ นขัน้ คา่ จา้ งให้
-7-
ขอ้ 24 การเล่ือนข้ันค่าจ้างลูกจ้างประจํา ให้ดําเนินการตามข้อ 23 และให้ผู้มีอํานาจส่ังบรรจุตามข้อ
13 เปน็ ผ้สู ั่งเล่อื น
ขอ้ 25 การเลื่อนขั้นค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างประจําซึ่งถึงแก่ความตาย เน่ืองจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ
เป็นกรณีพิเศษเพื่อประโยชน์ในการคํานวณบําเหน็จบํานาญ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่
กระทรวงการคลังกาํ หนด
ขอ้ 26 ใหผ้ บู้ งั คับบญั ชามีหนา้ ที่พัฒนาลูกจา้ งประจาํ ผูอ้ ย่ใู ต้บงั คบั บญั ชา เพ่ือให้รู้ระเบียบแบบแผนของ
ทางราชการ หลักและวิธีปฏิบัติราชการ บทบาทและหน้าท่ีของลูกจ้างประจํา แนวทางปฏิบัติตนเพ่ือเป็น
ลูกจา้ งประจาํ ทีด่ ี และเพ่ือเพิม่ พูนความรู้ ทักษะ ทัศนคตทิ ด่ี ี คุณธรรมและจริยธรรม อันจะทําให้ลูกจ้างประจาํ ผอู้ ยู่
ใตบ้ ังคับบัญชาปฏบิ ตั หิ น้าที่ราชการได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ
ข้อ 27 ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ประเมินผลการปฏิบัติราชการของลูกจ้างประจําผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา
เพ่ือใช้ประกอบการพิจารณาแต่งตั้ง เล่ือนข้ันค่าจ้าง พัฒนาลูกจ้างประจํา และเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการปฏิบัติ
ราชการ และมีหน้าที่เสริมสร้างแรงจูงใจให้ลูกจ้างประจําผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา ปฏิบัติตนเหมาะสมกับการเป็น
ลูกจา้ งประจาํ และปฏิบัติราชการมีประสิทธิภาพและเกดิ ประสิทธผิ ล
หมวด 4
วนิ ยั และการรกั ษาวนิ ยั
ข้อ 28 ลูกจ้างประจําต้องรักษาวนิ ยั โดยเคร่งครดั อยูเ่ สมอ
ลกู จ้างประจาํ ผใู้ ดฝ่าฝืนขอ้ หา้ มหรือไม่ปฏบิ ัติตามข้อกําหนดทางวนิ ัยตามท่ีกาํ หนดไวใ้ นหมวดน้ี ผนู้ นั้ เป็น
ผูก้ ระทาํ ผิดวนิ ยั จะตอ้ งได้รบั โทษทางวินยั เว้นแตม่ เี หตอุ ันควรงดโทษตามที่กาํ หนดไว้ในหมวด 5
ขอ้ 29 ลูกจ้างประจําต้องสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น
ประมขุ ตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทยด้วยความบรสิ ทุ ธิ์ใจ
ข้อ 30 ลูกจ้างประจําตอ้ งปฏิบตั หิ นา้ ทรี่ าชการดว้ ยความซือ่ สัตยส์ จุ รติ และเท่ยี งธรรม
ห้ามมิให้อาศัยหรือยอมให้ผู้อ่ืนอาศัยอํานาจหน้าท่ีราชการของตน ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อมหา
ประโยชนใ์ หแ้ กต่ นเองหรอื ผู้อน่ื
-8-
การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าท่ีราชการโดยมิชอบ เพ่ือให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้
เปน็ การทจุ รติ ตอ่ หนา้ ทีร่ าชการและเป็นความผิดวนิ ัยอย่างร้ายแรง
ขอ้ 31 ลกู จ้างประจาํ ต้องตง้ั ใจปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ราชการใหเ้ กดิ ผลดหี รือความก้าวหนา้ แก่ราชการ
ข้อ 32 ลูกจ้างประจําต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความอุตสาหะ เอาใจใส่ ระมัดระวังรักษาประโยชน์
ของทางราชการ และตอ้ งไมป่ ระมาทเลนิ เล่อในหน้าท่รี าชการ
การประมาทเลินเล่อในหน้าท่ีราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัย
อยา่ งรา้ ยแรง
ข้อ 33 ลูกจ้างประจําต้องปฏิบัติหน้าท่ีราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ มติ
คณะรัฐมนตรี และนโยบายของรัฐบาลโดยไม่ใหเ้ สียหายแก่ราชการ
การปฏิบัติหน้าท่ีราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี
หรอื นโยบายของรัฐบาล อนั เปน็ เหตุให้เสยี หายแกร่ าชการอย่างรา้ ยแรง เป็นความผดิ วนิ ยั อยา่ งร้ายแรง
ข้อ 34 ลูกจา้ งประจาํ ต้องถือเป็นหน้าท่ีพิเศษท่ีจะสนใจ และรับทราบเหตุการณ์เคลื่อนไหว อันอาจเป็น
ภยนั ตรายตอ่ ประเทศชาติ และต้องป้องกันภยันตรายซงึ่ จะบังเกิดแก่ประเทศชาติจนเตม็ ความสามารถ
ขอ้ 35 ลูกจ้างประจําตอ้ งรักษาความลับของทางราชการ
การเปิดเผยความลับของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัย
อยา่ งร้ายแรง
ข้อ 36 ลูกจ้างประจําต้องปฏิบัติตามคําส่ังของผู้บังคับบัญชาซ่ึงสั่งในหน้าที่ราชการ โดยชอบด้วย
กฎหมายและระเบียบของทางราชการโดยไม่ขัดขืนหรือหลีกเล่ียง แต่ถ้าเห็นว่าการปฏิบัติตามคําสั่งนั้นจะทําให้
เสียหายแก่ราชการ หรือจะเป็นการไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการจะเสนอความเห็นเป็นหนังสือทันที เพื่อให้
ผู้บังคับบัญชาทบทวนคําสั่งน้ันก็ได้ และเมื่อได้เสนอความเห็นแล้ว ถ้าผู้บังคับบัญชายืนยันให้ปฏิบัติหน้าที่ตาม
คาํ สัง่ เดิม ลูกจา้ งประจําผู้อยู่ใตบ้ ังคบั บัญชาตอ้ งปฏบิ ัติตาม
การขัดคําส่ัง หรือหลีกเล่ียง ไม่ปฏิบัติตามคําส่ัง ของผู้บังคับบัญชาซึ่งส่ังในหน้าท่ีราชการโดยชอบด้วย
กฎหมายและระเบียบของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่าง
ร้ายแรง
-9-
ขอ้ 37 ลูกจ้างประจาํ ต้องปฏิบัติราชการโดยมิให้เป็นการกระทําการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน เว้นแต่
ผู้บงั คับบญั ชาเหนือขึน้ ไปเปน็ ผสู้ ั่งให้กระทําหรอื ได้รบั อนุญาตเป็นพิเศษชั่วคร้ังคราว
ข้อ 38 ลูกจ้างประจําต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา การรายงานโดยปกปิดข้อความซึ่งควรต้องแจ้ง
ถอื วา่ เป็นการรายงานเทจ็ ดว้ ย
การรายงานเท็จต่อผ้บู งั คบั บัญชา อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่าง
ร้ายแรง
ข้อ 39 ลูกจ้างประจําต้องถือและปฏิบัติตามระเบียบ และแบบธรรมเนียมของทางราชการ และให้นํา
จรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือนที่กําหนดไว้ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนมาใช้บังคับแก่
ลูกจ้างประจําโดยอนโุ ลม
ขอ้ 40 ลูกจ้างประจําต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ จะละทิ้งหรือทอดท้ิงหน้าที่ราชการมิได้
การละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าท่ีราชการ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง
หรือละท้ิงหน้าท่ีราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือโดยมี
พฤติการณอ์ ันแสดงถงึ ความจงใจไมป่ ฏบิ ัติตามระเบยี บของทางราชการ เปน็ ความผิดวินัยอย่างรา้ ยแรง
ขอ้ 41 ลกู จา้ งประจําต้องสุภาพเรียบร้อย รักษาความสามัคคี และไม่กระทําการอย่างใดท่ีเป็นการกลั่นแกล้ง
และต้องช่วยเหลอื กนั ในการปฏบิ ัติราชการระหว่างลกู จ้างประจาํ ดว้ ยกนั และผ้รู ว่ มปฏบิ ัติราชการ
ข้อ 42 ลูกจ้างประจําต้องต้อนรับ ให้ความสะดวก ให้ความเป็นธรรมและให้การสงเคราะห์แก่
ประชาชนผู้ตดิ ตอ่ ราชการเกี่ยวกับหน้าที่ของตนโดยไม่ชักช้า และด้วยความสุภาพเรียบร้อย ห้ามมิให้ดูหม่ิน เหยียดหยาม
กดขี่ หรอื ข่มเหงประชาชนผตู้ ิดตอ่ ราชการ
การดหู ม่นิ เหยยี ดหยาม กดข่ี หรือขม่ เหงประชาชนผู้ติดต่อราชการอย่างรา้ ยแรง เป็นความผิดวินัยอย่าง
ร้ายแรง
ขอ้ 43 ลูกจ้างประจําต้องไม่กระทําการหรือยอมให้ผู้อื่นกระทําการหาผลประโยชน์อันอาจทําให้เสีย
ความเทยี่ งธรรม หรอื เสื่อมเสียเกียรตศิ ักดิ์ของตําแหน่งหน้าท่รี าชการของตน
ข้อ 44 ลูกจา้ งประจาํ ตอ้ งไม่เปน็ กรรมการผู้จัดการหรือผู้จัดการหรือดํารงตาํ แหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงาน
คล้ายคลึงกันน้นั ในห้างหนุ่ ส่วนหรือบรษิ ัท
- 10 -
ขอ้ 45 ลูกจ้างประจําต้องวางตนเป็นกลางทางการเมืองในการปฏิบัติหน้าท่ีราชการ และในการ
ปฏิบัติการอื่นที่เกี่ยวข้องกับประชาชน กับจะต้องปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการว่าด้วยมารยาททางการเมือง
ของขา้ ราชการดว้ ยโดยอนุโลม
ข้อ 46 ลูกจ้างประจําต้องรักษาชื่อเสียงของตน และรักษาเกียรติศักดิ์ของตําแหน่งหน้าที่ราชการของ
ตนมใิ ห้เสือ่ มเสีย โดยไม่ประทําการใด ๆ อันได้ช่ือวา่ เป็นผูป้ ระพฤตชิ วั่
การกระทําความผิดอาญาจนได้รับโทษจําคุก หรือโทษที่หนักกว่าจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก
หรอื ไดร้ ับโทษท่ีหนักกว่าจําคุก เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิดท่ีได้กระทําโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือ
กระทําการอืน่ ใดอนั ได้ชื่อวา่ เป็นผปู้ ระพฤตชิ ่วั อยา่ งรา้ ยแรง เปน็ ความผิดวินัยอยา่ งรา้ ยแรง
ขอ้ 47 ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าท่ีเสริมสร้างและพัฒนาให้ลูกจ้างประจําผู้อยู่ใต้บังคับบัญชามีวินัยและ
ปอ้ งกนั มิใหล้ ูกจ้างประจาํ ผูอ้ ยู่ใตบ้ งั คบั บัญชากระทําผิดวนิ ยั และดําเนินการทางวินัยแก่ลูกจ้างประจําผู้อยู่ใต้บังคับ
บัญชาซ่งึ มีกรณอี นั มมี ลู วา่ กระทําผิดวินยั
การเสริมสร้างและพัฒนาให้ลูกจ้างประจําผู้อยู่ใต้บังคับบัญชามีวินัย ให้กระทําโดยการปฏิบัติตนเป็น
แบบอย่างท่ีดี การฝึกอบรม การสร้างขวัญและกําลังใจ การจูงใจหรือการอื่นใดในอันท่ีจะเสริมสร้างและพัฒนา
ทศั นคติ จิตสํานกึ และพฤตกิ รรมของลูกจา้ งประจําผอู้ ยู่ใตบ้ งั คับบญั ชาให้เปน็ ไปในทางท่มี ีวนิ ยั
การป้องกันมใิ หล้ ูกจ้างประจาํ ผู้อยู่ใตบ้ ังคบั บญั ชากระทําผิดวินัย ให้กระทาํ โดยการเอาใจใส่ สังเกตการณ์
และขจดั เหตุท่ีอาจก่อใหเ้ กดิ การกระทําผิดวินยั ในเรื่องอนั อยู่ในวสิ ยั ท่ีจะดาํ เนินการปอ้ งกนั ตามควรแก่กรณไี ด้
เมอื่ มีการกลา่ วหาโดยปรากฏตัวผกู้ ลา่ วหา หรอื มีกรณีเปน็ ที่สงสัยว่าลูกจา้ งประจําผูใ้ ดกระทําผดิ วินัยโดย
ยงั ไมม่ พี ยานหลกั ฐาน ให้ผบู้ งั คบั บัญชารีบดําเนนิ การสบื สวนหรอื พิจารณาในเบื้องต้นวา่ มมี ลู หรือไม่ ถ้าเห็นว่ากรณี
ไมม่ มี ูล ก็ให้ยุตเิ รื่องได้ ถ้าเห็นวา่ กรณีมมี ูล ก็ให้ดําเนินการทางวนิ ัยทันที
ผูบ้ งั คบั บญั ชาผใู้ ดละเลยไมป่ ฏบิ ตั ิหน้าท่ีตามหมวดนี้หรือปฏิบัติหน้าท่ีดังกล่าวโดยไม่สุจริต ให้ถือว่าผู้นั้น
กระทําผดิ วนิ ัย
ขอ้ 48 โทษทางวินยั มี 5 สถาน คอื
(1) ภาคทณั ฑ์
(2) ตัดค่าจ้าง
(3) ลดขน้ั คา่ จ้าง
(4) ปลดออก
(5) ไลอ่ อก
- 11 -
ขอ้ 49 การลงโทษลูกจา้ งประจําใหท้ ําเปน็ คาํ สัง่ ผู้สง่ั ลงโทษตอ้ งสัง่ ลงโทษให้เหมาะสมกับความผิด และ
มิให้เป็นไปโดยความพยาบาท โดยอคติ หรือโดยโสทะจริต หรือลงโทษผู้ไม่มีความผิด ในคําสั่งลงโทษให้แสดงว่า
ผู้ถกู ลงโทษได้กระทําผิดวินัยในการกรณใี ดตามข้อใด
หมวด 5
การดาํ เนินการทางวินัย
ขอ้ 50 การดําเนินการทางวินัยแก่ลูกจ้างประจําซ่ึงมีกรณีอันมีมูลว่ากระทําผิดวินัย ให้สอบสวนเพื่อให้
ไดค้ วามจริงและยตุ ิธรรมโดยไมช่ ักชา้
การดําเนินการตามวรรคหน่ึง ถ้าเป็นกรณีกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ให้ดําเนินการตาม
วิธีการที่ผู้บังคับบัญชาเห็นสมควร ถ้าเป็นกรณีกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น
ทําการสอบสวน และในการสอบสวนน้ีต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานท่ีสนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าที่มี
ให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบโดยจะระบุหรือไม่ระบุพยานก็ได้ ท้ังนี้ เพ่ือให้ผู้ถูกกล่าวหาช้ีแจงและนําสืบแก้ข้อกล่าวหา
เมื่อดําเนินการแล้วถ้าฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทําผิดวินัยก็ให้ดําเนินการตามข้อ 51 หรือข้อ 52 แล้วแต่กรณี
ถา้ ยงั ฟังไมไ่ ด้วา่ ผ้ถู กู กล่าวหากระทําผดิ วินยั จงึ จะยตุ ิเรอ่ื งได้
การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามวรรคสอง ให้ผู้มีอํานาจสั่งบรรจุตามข้อ 13 เป็นผู้สั่งแต่งตั้ง
หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการสอบสวนพิจารณา เพื่อให้ได้ความจริงและยุติธรรมและอํานาจและหน้าท่ีของ
คณะกรรมการสอบสวนใหเ้ ปน็ ไปตามทกี่ าํ หนดไว้ในกฎหมายวา่ ดว้ ยระเบยี บขา้ ราชการพลเรอื นโดยอนุโลม
ข้อ 51 ลูกจ้างประจําผู้ใดกระทําผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัด
ค่าจ้าง หรือลดค่าจ้างตามควรแก่กรณี ให้เหมาะสมกับความผิด ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อน จะนํามาประกอบการ
พิจารณาลดโทษก็ได้ แต่สําหรับการลงโทษภาคทัณฑ์ ให้ใช้เฉพาะกรณีกระทําผิดวินัยเล็กน้อย หรือมีเหตุอันควร
ลดหยอ่ น ซง่ึ ยังไม่ถึงกับจะต้องถูกลงโทษตัดค่าจ้าง ถ้าผู้บังคับบัญชาเห็นว่าผู้น้ันควรจะต้องได้รับโทษสูงกว่าท่ีตนมี
อาํ นาจสง่ั ลงโทษ ให้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาของผู้น้ันที่มีอํานาจเพ่ือให้พิจารณาดําเนินการเพื่อลงโทษตามควรแก่
กรณี
ในกรณีกระทําผิดวินัยเล็กน้อยและมีเหตุผลอันควรงดโทษ จะงดโทษให้โดยว่ากล่าวตักเตือน หรือให้ทํา
ทณั ฑบ์ นเป็นหนังสือไวก้ ่อนก็ได้
การลงโทษตามข้อนี้ ผู้บังคับบัญชาใดจะมีอํานาจสั่งลงโทษลูกจ้างประจําผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาในสถานโทษ
และอัตราโทษใดได้เพยี งใด ใหเ้ ปน็ ไปตามท่ีกระทรวงการคลงั กาํ หนด
- 12 -
ข้อ 52 ลูกจ้างประจําผู้ใดกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้ผู้มีอํานาจสั่งบรรจุตามข้อ 13 ส่ังลงโทษปลดออก
หรือไล่ออกตามความร้ายแรงแห่งกรณี ในกรณีท่ีสั่งลงโทษไล่ออก ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนํามาประกอบการ
พจิ ารณาลดโทษกไ็ ด้ แตห่ า้ มมใิ หล้ ดโทษตาํ่ กวา่ ปลดออก
ผ้ถู ูกสั่งลงโทษปลดออกตามวรรคหนึง่ ใหม้ ีสทิ ธไิ ดร้ บั บําเหนจ็ เสมือนว่าผ้นู ั้นลาออกจากราชการ
ขอ้ 53 ลูกจ้างประจําผู้ใดกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง และเป็นกรณีความผิดท่ีปรากฏชัดแจ้งตามที่
กําหนดในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนผู้มีอํานาจสั่งบรรจุตามข้อ 13 จะดําเนินการตามข้อ 52 โดย
ไม่สอบสวนกไ็ ด้
ขอ้ 54 ลูกจ้างประจําผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทํา หรือละเว้นกระทําการใด ท่ีพึงเห็นได้ว่าเป็น
ความผิดวินัยอย่างร้ายแรง และเป็นการกล่าวหาเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาของผู้น้ัน หรือต่อผู้มีหน้าท่ีสืบสวน
สอบสวนหรือตรวจสอบตามกฎหมายหรือระเบียบของทางาชการ หรือเป็นการกล่าวหาเป็นหนังสือโดย
ผู้บังคับบัญชาของผู้น้ัน หรือมีกรณีถูกฟ้องคดีอาญา หรือต้องหาว่ากระทําความผิดอาญา เว้นแต่ความผิดที่ได้
กระทําโดยประมาทท่ีไม่เกี่ยวกับราชการหรือความผิดลหุโทษ แม้ภายหลังผู้นั้นจะออกจากราชการไปแล้ว เว้นแต่
ออกจากราชการเพราะตาย ผู้มีอํานาจส่ังบรรจุตามข้อ 13 มีอํานาจดําเนินการสืบสวนหรือพิจารณาตามข้อ 50
และดําเนินการทางวินัยตามท่ีกําหนดไว้ในหมวดน้ีต่อไปได้เสมือนว่าผู้น้ันยังมิได้ออกจากราชการ เว้นแต่กรณีที่
ผลการสอบสวนพจิ ารณาปรากฏวา่ ผู้นั้นกระทําผิดวินัยที่จะต้องลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดค่าจ้าง หรือลดข้ันค่าจ้าง ก็ให้
งดโทษเสยี ได้
ขอ้ 55 ลูกจ้างประจําผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง จนถูกต้ังคณะกรรมการ
สอบสวน หรือถูกฟ้องคดีอาญา หรือต้องหาว่ากระทําความผิดอาญา เว้นแต่เป็นความผิดท่ีได้กระทําโดยประมาท
หรือความผิดลหุโทษ ผู้มีอํานาจสั่งบรรจุตามข้อ 13 มีอํานาจสั่งพักราชการหรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพ่ือ
รอฟังผลการสอบสวนพิจารณาได้ แตถ่ า้ ภายหลังปรากฏผลการสอบสวนพจิ ารณาวา่ ผู้นั้นมิได้กระทําผิดหรือกระทํา
ผิดไม่ถึงกับจะต้องถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออก และไม่มีกรณีที่จะต้องออกจากราชการด้วยเหตุอื่น ก็ให้ผู้มี
อํานาจส่ังบรรจุตามข้อ 13 สั่งให้ผู้นั้นกลับเข้ารับราชการในตําแหน่งเดิมหรือตําแหน่งท่ีไม่สูงกว่าเดิมท่ีผู้นั้นมี
คณุ สมบตั ติ รงตามคุณสมบตั ิเฉพาะสําหรบั ตําแหน่งนนั้
เม่ือได้มีการส่ังให้ลูกจ้างประจําผู้ใดพักราชการหรือออกจากราชการไว้ก่อนตามวรรคหนึ่งแล้ว ภายหลัง
ปรากฏว่าผู้น้ันมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรงในกรณีอ่ืนอีก ผู้มีอํานาจสั่งบรรจุตามข้อ 13 มี
อาํ นาจดาํ เนินการสบื สวนหรือดาํ เนนิ การทางวนิ ยั ตามทกี่ ําหนดไว้ในระเบียบน้ี
- 13 -
ในกรณีท่สี งั่ ให้ผถู้ ูกสัง่ ให้ออกจากราชการไว้ก่อนกลับเข้ารับราชการหรือส่ังให้ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการ
ไว้ก่อนออกจากราชการด้วยเหตุอ่ืนท่ีมิใช่เป็นการลงโทษเพราะกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง ก็ให้ผู้นั้นมีสถานภาพ
เป็นลูกจ้างประจําตลอดระยะเวลาระหว่างวันท่ีถูกส่ังให้ออกจากราชการไว้ก่อน เสมือนว่าผู้น้ันเป็นผู้ถูกส่ังพัก
ราชการ
ค่าจ้าง เงินอ่ืนที่จ่ายเป็นรายเดือนและเงินช่วยเหลืออย่างอื่น และการจ่ายเงินดังกล่าวของผู้ถูกส่ังพัก
ราชการและผู้ถูกส่ังให้ออกจากราชการไวก้ ่อน ให้เป็นไปตามกฎหมายหรอื ระเบียบวา่ ดว้ ยการนั้น สําหรับผู้ถูกสั่งให้
ออกจากราชการไว้ก่อน ถ้าไม่มกี ฎหมายหรือระเบียบดังกลา่ ว ให้ถือเสมือนวา่ ผ้นู ั้นเป็นผู้ถูกส่งั พกั ราชการ
หลักเกณฑ์และวิธีการเก่ียวกับการส่ังพักราชการ การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ระยะเวลาให้พัก
ราชการและให้ออกจากราชการไว้ก่อน และการดําเนินการเพื่อให้เป็นไปตามผลการสอบสวนพิจารณา ให้เป็นไป
ตามท่ีกาํ หนดไว้ในกฎหมายวา่ ดว้ ยระเบียบข้าราชการพลเรือนโดยอนโุ ลม
ขอ้ 56 การลงโทษลูกจ้างประจําในส่วนราชการท่ีมีกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับว่าด้วยวินัย
โดยเฉพาะ จะลงโทษตามระเบียบน้ี หรือลงทัณฑ์ หรอื ลงโทษตามกฎหมาย หรือระเบยี บ หรือขอ้ บงั คับว่าด้วยวินัยน้ัน
อย่างใดอย่างหน่ึงตามควรแก่กรณีและพฤติการณ์ก็ได้ แต่ถ้าเป็นการกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามระเบียบน้ี ก็
ใหผ้ ูม้ อี ํานาจส่ังบรรจตุ ามข้อ 13 พิจารณาดําเนนิ การตามท่ีกาํ หนดไวใ้ นระเบียบน้ี
หมวด 6
การออกจากราชการ
ข้อ 57 ลูกจ้างประจาํ ออกจากราชการเมอ่ื
(1) ตาย
(2) พน้ จากราชการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบําเหน็จลกู จ้าง
(3) ลาออกจากราชการ และได้รบั อนุญาตใหล้ าออกหรอื การลาออกมีผลตามข้อ 58
(4) ถกู สั่งให้ออกตามข้อ 14 ขอ้ 21 ข้อ 55 ขอ้ 59 ขอ้ 60 ขอ้ 61 ข้อ 62 หรอื ขอ้ 63 หรือ
(5) ถกู สัง่ ลงโทษปลดออกหรอื ไลอ่ อก
วันออกจากราชการตาม (4) และ (5) ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนโดย
อนโุ ลม
การตอ่ เวลาราชการให้ลูกจ้างประจาํ ทีต่ อ้ งออกจากราชการตาม (2) รบั ราชการต่อไปจะกระทํามิได้
- 14 -
ข้อ 58 นอกจากกรณีตามวรรคห้า ลูกจ้างประจําผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการ ให้ย่ืนหนังสือขอ
ลาออกจากราชการต่อผู้บังคับบัญชา โดยให้ย่ืนล่วงหน้าก่อนวันที่จะขอลาออกจากราชการไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
เพอ่ื ให้ผ้มู อี ํานาจสั่งบรรจตุ ามข้อ 13 เป็นผูพ้ ิจารณาอนญุ าต
ในกรณีมีเหตุผลความจําเป็นพิเศษ ผู้บังคับบัญชาจะอนุญาตให้ลูกจ้างประจําซึ่งประสงค์จะลาออกจาก
ราชการยื่นหนังสอื ขอลาออกจากราชการลว่ งหนา้ น้อยกว่าสามสิบวนั กไ็ ด้
ในกรณีที่ผู้มีอํานาจสั่งบรรจุตามข้อ 13 พิจารณา เห็นว่าจําเป็นเพื่อประโยชน์แก่ราชการจะยับยั้งการ
อนุญาตให้ลาออกไว้เป็นเวลาไม่เกินเก้าสิบวันนับต้ังแต่วันขอลาออกก็ได้ แต่ต้องแจ้งการยังยั้งการอนุญาตให้
ลาออก พร้อมทั้งเหตุผลให้ผู้ขอลาออกทราบ และเมื่อครบกําหนดเวลาที่ยับย้ังแล้ว ให้การลาออกมีผลตั้งแต่วันถัด
จากวนั ครบกาํ หนดเวลาท่ียับยั้ง
ถ้าผู้มีอํานาจสั่งบรรจุตามข้อ 13 ไม่ได้อนุญาตให้ลาออกตามวรรคหนึ่ง และไม่ได้ยับย้ังการอนุญาตให้
ลาออกตามวรรคสอง ให้การลาออกนัน้ มีผลตง้ั แตว่ ันขอลาออก
ในกรณีท่ีลูกจ้างประจําผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการเพื่อดํารงตําแหน่งทางการเมือง หรือเพื่อ
สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้ย่ืนหนังสือขอลาออกต่อ
ผบู้ งั คบั บญั ชาและใหก้ ารลาออกมผี ลตง้ั แต่วันทีผ่ นู้ ้ันขอลาออก
หลักเกณฑ์และวิธีการเก่ียวกับการลาออก การพิจารณาอนุญาตให้ลาออกและการยับย้ังการอนุญาตให้
ลาออกจากราชการ ใหเ้ ป็นไปตามทีก่ ําหนดไวใ้ นกฎหมายวา่ ดว้ ยระเบยี บข้าราชการพลเรอื นโดยอนุโลม
ข้อ 59 เมื่อลูกจ้างประจําผู้ใดไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร ให้ผู้มี
อํานาจสั่งบรรจุตามข้อ 13 สัง่ ใหผ้ ู้นน้ั ออกจากราชการ
ลกู จ้างประจาํ ผใู้ ดถูกสง่ั ใหอ้ อกจากราชการตามวรรคหนึ่ง และต่อมาปรากฏว่าผู้นั้นมีกรณีท่ีจะต้องถูกสั่ง
ใหอ้ อกจากราชการตามขอ้ อนื่ อยกู่ ่อนไปรับราชการทหาร ก็ให้ผู้มีอํานาจสั่งบรรจุตามข้อ 13 มีอํานาจเปลี่ยนแปลง
คําสง่ั ใหอ้ อกจากราชการตามวรรคหนง่ึ เปน็ ให้ออกจากราชการตามขอ้ อนื่ นน้ั ได้
ข้อ 60 ผูม้ อี าํ นาจส่ังบรรจุตามข้อ 13 มีอํานาจส่ังให้ลูกจ้างประจําออกจากราชการเพ่ือรับบําเหน็จตาม
ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบําเหน็จลูกจ้างได้ และการส่ังให้ออกจากราชการเพื่อรับบําเหน็จ นอกจากให้ทําได้
ในกรณีที่กําหนดไวใ้ นข้ออื่นของระเบยี บน้ีแลว้ ให้ทําได้ในกรณีใดกรณหี นงึ่ ดังตอ่ ไปนด้ี ้วยคอื
(1) เมื่อลูกจ้างประจําผู้ใดเจ็บป่วยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ราชการของตนได้โดยสมํ่าเสมอ ถ้าผู้มีอํานาจ
สั่งบรรจุตามข้อ 13 เหน็ สมควรใหอ้ อกจากราชการ ใหส้ งั่ ใหผ้ ู้นั้นออกจากราชการได้
(2) เม่ือลูกจ้างประจําผู้ใดขาดคุณสมบัติตามข้อ 6 (1) (4) (5) (6) (9) หรือ (10) ให้ผู้มีอํานาจส่ัง
บรรจุตามขอ้ 13 สั่งใหผ้ ูน้ ั้นออกจากราชการได้
- 15 -
(3) เม่ือลูกจ้างประจําผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติทั่วไป ตาม
ข้อ 6 (3) และผู้มีอํานาจส่ังบรรจุตามข้อ 13 เห็นว่ากรณีมีมูลก็ให้ส่ังแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยไม่ชักช้า
และให้นําข้อ 61 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีท่ีผู้มีอํานาจสั่งบรรจุตามข้อ 13 เห็นว่าผู้น้ันเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ
ทัว่ ไปตามข้อ 6 (3) ก็ให้สัง่ ให้ผู้น้ันออกจากราชการ
(4) เม่ือทางราชการเลิกหรือยุบตําแหน่งใด ให้ผู้มีอํานาจส่ังบรรจุตามข้อ 13 สั่งให้ลูกจ้างประจําผู้ดํารง
ตาํ แหนง่ นัน้ ออกจากราชการไดต้ ามหลกั เกณฑ์และวิธีการท่ีกระทรวงการคลังกาํ หนด หรือ
(5) เม่ือลูกจ้างประจําผู้ใดไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลในระดับ
อันเป็นท่ีพอใจของทางราชการได้ ให้ผู้มีอํานาจสั่งบรรจุตามข้อ 13 ส่ังให้ผู้นั้นออกจากราชการ ทั้งนี้ ตาม
หลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการตามที่กําหนดไว้ในกฎหมายวา่ ด้วยระเบียบขา้ ราชการพลเรือนโดยอนโุ ลม
ข้อ 61 เมื่อลูกจ้างประจําผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหา หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าหย่อนความสามารถในอันท่ี
จะปฏิบตั หิ น้าทข่ี องตน บกพรอ่ งในหน้าท่ีราชการ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตําแหน่งหน้าท่ีราชการ และผู้มี
อํานาจสั่งบรรจุตามข้อ 13 เห็นว่ากรณีมีมูล ถ้าให้ผู้นั้นปฏิบัติราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ ก็ให้ผู้มี
อํานาจสั่งบรรจุตามข้อ 13 แต่งต้ังคณะกรรมการสอบสวนโดยไม่ชักช้า ในการสอบสวนน้ีจะต้องแจ้งข้อกล่าวหา
และสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าที่มีให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ โดยจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้
และต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนําสืบแก้ข้อกล่าวหาได้ด้วย เมื่อได้มีการสอบสวนแล้วและผู้มีอํานาจสั่ง
บรรจุตามขอ้ 13 พจิ ารณาเหน็ ว่าสมควรให้ออกจากราชการ กใ็ ห้ส่ังให้ผ้นู ้นั ออกจากราชการเพือ่ รบั บาํ เหนจ็ ได้
หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการสอบสวนพิจารณา ให้เป็นไปตามท่ีกําหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วย
ระเบยี บข้าราชการพลเรอื นโดยอนุโลม
ในกรณีท่ีเป็นกรณีท่ีปรากฏชัดแจ้งตามที่กําหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน จะ
ดาํ เนนิ การตามวรรคหนึ่งโดยไม่สอบสวนกไ็ ด้
ข้อ 62 เม่ือลูกจ้างประจําผู้ใดมีกรณีถูกแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามข้อ 50 และคณะกรรมการ
สอบสวนเห็นว่ากรณีมีเหตุอันควรสงสัยอย่างยิ่งว่าผู้นั้นได้กระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง แต่การสอบสวนไม่ได้ความ
แน่ชัดพอท่ีจะลงโทษได้ตามข้อ 52 วรรคหน่ึง แต่มีมลทินหรือมัวหมองในกรณีท่ีถูกสอบสวนนั้น ซ่ึงถ้าให้ปฏิบัติ
ราชการต่อไปจะเปน็ การเสียหายแก่ราชการ ก็ให้ผู้มีอํานาจสั่งบรรจุตาม ข้อ 13 ส่ังให้ผู้นั้นออกจากราชการเพื่อรับ
บาํ เหน็จได้
- 16 -
ขอ้ 63 เม่ือลูกจ้างประจําผู้ใดต้องรับโทษจําคุกโดยคําสั่งศาล หรือต้องรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึง
ทส่ี ุดให้จําคกุ ในความผดิ ท่ไี ดก้ ระทําโดยประมาทหรอื ความผดิ ลหุโทษ ซึง่ ยังไมถ่ ึงกับจะต้องถูกลงโทษปลดออกหรือ
ไล่ออก ผู้มีอาํ นาจสั่งบรรจุตามข้อ 13 จะส่งั ให้ผู้นัน้ ออกจากราชการเพอ่ื รับบําเหนจ็ ก็ได้
หมวด 7
การอทุ ธรณ์
ขอ้ 64 ลูกจ้างประจําผู้ใดถูกสั่งลงโทษตามระเบียบน้ี ให้ผู้น้ันมีสิทธิอุทธรณ์ได้ภายในสามสิบวันนับแต่
วนั ทราบคาํ สัง่ การอุทธรณแ์ ละการพิจารณาอทุ ธรณ์ใหเ้ ปน็ ไปตามหลักเกณฑแ์ ละวิธีการท่ีกระทรวงการคลังกําหนด
ในกรณีท่ีสง่ั ให้ผู้อุทธรณก์ ลบั เข้าปฏบิ ัติราชการ ให้นําขอ้ 55 มาใชบ้ ังคบั โดยอนโุ ลม
หมวด 8
การรอ้ งทกุ ข์
ขอ้ 65 ลูกจ้างประจําผู้ใดถูกสั่งให้ออกจากราชการตามระเบียบนี้ด้วยเหตุใด ๆ ให้ผู้น้ันมีสิทธิร้องทุกข์ได้
ภายในสามสิบวนั นับแตว่ นั ทราบคาํ สงั่
ขอ้ 66 ลูกจ้างประจําผู้ใดเห็นว่าผู้บังคับบัญชาใช้อํานาจหน้าท่ีปฏิบัติต่อตนโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ปฏิบัติ
ต่อตนให้ถูกต้องตามกฎหมาย หรือมีความคับข้องใจอันเกิดจากการปฏิบัติของผู้บังคับบัญชาต่อตนในกรณีตามท่ี
กําหนดไว้ในกฎหมายว่าดว้ ยระเบยี บข้าราชการพลเรือน ผู้นั้นอาจร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชาเพ่ือขอให้แก้ไขหรือแก้
ความคับขอ้ งใจได้ ท้ังนี้ เวน้ แต่กรณีท่มี ิสทิ ธอิ ุทธรณ์ ตามหมวด 7 ซึ่งต้องให้สทิ ธิอทุ ธรณต์ ามทก่ี าํ หนดไว้ในหมวดนัน้
ข้อ 67 การร้องทุกข์และการพิจารณาเร่ืองร้องทุกข์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ี
กระทรวงการคลงั กาํ หนด
- 17 -
บทเฉพาะกาล
ข้อ 68 ในระหว่างที่ยังมไิ ดก้ ําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเพ่ือปฏิบัติการตามระเบียบน้ี ให้นําหลักเกณฑ์
และวิธีการท่ีกําหนดไว้แล้ว ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยลูกจ้างประจําของส่วนราชการ พ.ศ.2525 มาใช้
บงั คับโดยอนโุ ลม
ข้อ 69 กจ้างประจําผู้ใดมีกรณีกระทําผิดวินัยหรือกรณีท่ีสมควรให้ออกจากราชการอยู่ก่อนวันที่
ระเบียบน้ีใช้บังคับ ให้ผู้บังคับบัญชาตามระเบียบนี้มีอํานาจส่ังลงโทษผู้น้ัน หรือส่ังให้ผู้นั้นออกจากราชการ ตาม
ระเบียบกระทรวงการคลงั ว่าดว้ ยลูกจ้างประจําของส่วนราชการที่ใช้อยู่ในขณะนั้น ส่วนการสอบสวน การพิจารณา
และการดาํ เนินการเพ่ือลงโทษ หรือใหอ้ อกจากราชการ ใหด้ าํ เนนิ การตามระเบยี บนี้ เวน้ แต่
(1) กรณีท่ีผู้บังคับบัญชาได้ส่ังให้สอบสวนโดยถูกต้องตามระเบียบท่ีใช้อยู่ในขณะน้ัน ไปแล้วก่อนวันที่
ระเบียบนีใ้ ชบ้ ังคบั และยังสอบสวนไม่เสร็จ ให้สอบสวนตามระเบยี บนน้ั ต่อไปจนกวา่ จะเสรจ็
(2) กรณีท่ีได้มีการสอบสวนหรือพิจารณาโดยถูกต้องตามระเบียบท่ีใช้อยู่ในขณะน้ัน เสร็จไปแล้วก่อน
วันทร่ี ะเบียบน้ใี ชบ้ งั คบั ให้การสอบสวนหรือพจิ ารณาน้ันเปน็ อนั ใชไ้ ด้
ข้อ 70 ลูกจ้างประจําผู้ใดถูกสั่งลงโทษ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยลูกจ้างประจําของ
สว่ นราชการ พ.ศ.2525 ให้ผนู้ ั้นมีสทิ ธอิ ทุ ธรณไ์ ดต้ ามขอ้ 64
ข้อ 71 ลูกจ้างประจําผูใ้ ดถูกสงั่ ใหอ้ อกจากราชการ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยลูกจ้างประจํา
ของส่วนราชการ พ.ศ.2525 กอ่ นวันที่ระเบียบนใ้ี ช้บังคับ ใหผ้ ้นู นั้ มสี ทิ ธริ อ้ งทุกขไ์ ดต้ ามข้อ 65
ประกาศ ณ วนั ท่ี 25 มีนาคม พ.ศ. 2537
ไตรรงค์ สวุ รรณครี ี
(นายไตรรงค์ สุวรรณครี )ี
รัฐมนตรชี ว่ ยว่าการฯ ปฏิบัติราชการแทน
รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงการคลงั
I O ll', {1uu ra) n ntsyl:?{el'Ifl 1:fuq?,
CI d1ufl a
n?u?IffiFt
zwd aE o2or.ffi4,|
ouufi?1uur4 d'rrafnuuylut i 1 1000
L& fiurnl 2558
Ld:-o.t rJ10iur r.Jr txraaa,ntnruflJ a?.{frn1TtilTs-aufiu$asn'r:.urJiut riirt drlr.J:vaqdi-r-i-j-rioi' lan6'tqfIirn:rr I
16uu uluuv{vrtia16'r:ilq'uo'qra{prl{drurunr:T:rfluru1aflud/T:wrululati'rtrl r'lnurvir
drqfir t. r,rrirf,odrrinmuila-qnruvr:?{fl'ro'r:Euqr d flo 0201. 034/t 36 adud s fiu'rnu 2552
fi2. rari.:f;odrrinnuila'prn:uyrr?{fl'rr'}:ruqr J flfi 0201.034/'J L}t adud T ulnluu 2554
ddd$lvr-tiutJuardp,6ir u 1 . ua n tncuytuaviEnr:r-J:suilunranr:rJflrifimurorqn6'rrdrn:1? qiruru 1 ariu
fi uuonquil:srrru (liurirl.r) a'qfindrfn{1uilfrqnrvvn?{fr1fi.t:ruqs
il.fi. 2558
"t2. tuuutj:sfiuuavaqilrunnr:f:srfiunr:rJfl-rifinurolqndrnfrn:l't qiruru 3 oriu
3. fi'rodrqnr:riufinuuu.J:vfiuuava1.Jrunnr:d:v$unr:r.Jfrrl6mu qiruru g ariu
,, ci
to{anQ1ffi?n:1? '1
U
4. rnfrnrnruqiffisi6nr:fiurir6'rrr.J:vUq-frflrorandr{rn:m druru t ariu
ri uuonwil:sursu (riurirll) #qfi'ndrfinq'luildnn:vyt:?{fr 1fi'Eilq?J
y{.fl. 2558
trrT uvrftf,oddtfi-r drrinmurJa'orn:uvti?.1fl1fit:ruqrr1d6'rrdrfrgdln:rair.td'n:rri'r{rq
tnLoStvaloqsuunnrlit{-dlrlu{u'uor{rt"et{{lror4onrYa:dllmrd'.n,rtt{nifuriuquvoftznaTtt.durE6inl':'osr:rurfJirr:rivrufgiuf(.r-rrl-iun-u-a:-rr'n.ia-irr,i:rtrrdJ)nfrI:nfritrfliirrrirldufirurraev'ruYndlu:nurrJfnriruu-dr4tr{-Y-ti66-rUnan-Uro6:r'rnJa:rvdudrinlu:tval?rran.rnurr:IfriJ?nrf.rrFr:tif.frizrnTsusurz
$asnr:iliurir{rtqn6'rw?'lni1? "r n{ritr6v{ }r.fl. zss4Tnulfifiailfrffiif{udiud 1 Eff1nil 25s2
uns t nta1nil zss4rflud'ul'U tf,
drrin.:'tuf frcrn:svr:?{d1fi'l:ruqr ror6uu'ir nr:riruurrr,ra'nrnruqi i6nr:ri:vrfru,
zunn'r:dfrdfiqruuavi6n'r:rJiudrdrnJ:sqfrtJ rorqn6'rr{rn:mriuuonquil:uulru (Rur"irl) dqneim
rlti',rtJdrquarr frluunndIuTtrfrv{LmvnIduafiuarlulfrfinruunnrirqfi'uo''roli'rlv1ufiornrubirfluo::runC.riKilanln
da',tr&iu tfJioo'luvTnr:ilrvfiuarnnr:r..lfrtfinuuasnr:ilirri'r{'r..ril:vqililrlorqn{r-rtirn:1?r lfluh]adr..rfi
U
il:vfivrBnrvr ufluo::u uavfiurn:gruudurrYu 6rrirraurrhf,t{ra#nrnrur{ i6nr:ri:vfiuaranr:rJfrrj6nu
uasilaa)'ntnruJnnr:ilr:c-.turait{I'rtrJr:voo"rdtrhorqn{Vrq{arin:rr raiuuonruil:vl1ru (riudtlr) tudrfi'rr
d'rrinnu.....
- fidderilan/-:ruila,ulrrn:vvt5?{a'1fi1:ruqt il.fi. zssl rYq:runsro-uprprudrdei,rurpiru 1 q lfil{lunr:
rr.J:vufiuamnr:rJfrffimu1 suruu zss| unsiliurir6'.rqrj:vqi'rij
#trrri{ud msrusii'ud 1 narnu z55g
I
r{tufr'ulrt Tner'L}Tnmilraanrra#nnrur{ e1rneirrkivn*iulrsin{uirnrr{1ulnna r,.:rdrqj,{rueirqd
u6r ri uuu r ld oIr.J: rrvr:ru ua v fi orJfr ilfi ri ohJrir o v lfl un:uq ru
'H!
O)a*torfln{nrTuriufro
s{fureitlilt t'fiiq'ffun$}
ryoqdffm n:aur?{nts"r:ruq'u rJfr rifi T"lgnlffiw/
tl fior n : v vr:? { alEtT rufl g
drrinuir'tl:na.l{
n{uuirar:{luqnnff
,Ivrr. 0 259A L34g 1350
Iu:ar: 0 25gO 1350
uil1utl4E tfidrrinr1ucl1fi1:ruatn'':rairuiuun6'r T:.rnutirlaqiltu finrfiouru-s
msd'tfn{1uet1o1:*qnd.rnu 4nuvil
ส่งิ ท่ีส่งมาด้วย 1
หลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารประเมินผลการปฏิบตั ิงาน
ของลูกจ้างชั่วคราวเงินนอกงบประมาณ (เงนิ บารุง)
สงั กดั สานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2558
เพื่อให้การประเมินผลการปฏบิ ัตงิ านของลกู จ้างชัว่ คราวเงินนอกงบประมาณ (เงนิ บารุง) สังกัด
สานกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีประสิทธภิ าพ โปร่งใส เปน็ ธรรม และมีมาตรฐานเป็นไปในแนวทาง
เดียวกัน จงึ เหน็ สมควร กาหนดหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการประเมินผลการปฏิบัตงิ าน ดังน้ี
ข้อ 1 หลักเกณฑ์นี้เรียกว่า “หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของลูกจ้าง
ชั่วคราวเงินนอกงบประมาณ (เงินบารงุ ) ในสงั กัดสานกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2558”
ขอ้ 2 ใหย้ กเลิกหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของลูกจ้างช่ัวคราวเงินนอก
งบประมาณ (เงนิ บารุง) ในสงั กดั สานักงานปลดั กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2552 และ พ.ศ. 2554
ข้อ 3 หลักเกณฑ์และวิธกี ารนี้ ใช้กบั การประเมินผลการปฏิบตั ิงานของลูกจ้างช่ัวคราวเงินนอก
งบประมาณ (เงนิ บารุง) ในสังกดั สานักงานปลดั กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแตว่ ันท่ี 1 เมษายน 2558 เป็นต้นไป
ข้อ 4 การประเมินผลการปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการน้ี มีวัตถุประสงค์เพื่อให้
ผู้บังคับบัญชาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารลูกจ้างช่ัวคราวเงินนอกงบประมาณ (เงินบารุง) และนาผลการ
ประเมนิ ไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาในเรื่องตา่ ง ๆ แลว้ แตก่ รณี ดังนี้
(1) การปรบั ค่าจ้างกรณีการจ้างต่อเนื่องและค่าตอบแทนอืน่ ๆ
(2) การเลกิ จ้าง
(3) การจ้างงานต่อ
(4) การพัฒนาและการแก้ไขปรับปรุงการปฏบิ ัติงาน
(5) การบรหิ ารงานบคุ คลเร่อื งอ่นื ๆ
ข้อ 5 หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานนี้ มีหลักการที่จะประเมินผลการ
ปฏบิ ัติงานบนพ้ืนฐานของผลสาเร็จและผลสัมฤทธิ์ของงาน โดยหน่วยบริการต้องกาหนดตัวช้ีวัดผลการปฏิบัติงาน
ให้มคี วามชดั เจน สามารถตรวจสอบได้
ข้อ 6 การประเมินผลการปฏิบัติงานของลูกจ้างชั่วคราวเงินนอกงบประมาณ (เงินบารุง)
ให้ประเมินจากผลงานของลูกจ้างชั่วคราวผู้น้ัน ซ่ึงมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงานและพฤติกรรมในการปฏิบัติงาน
โดยกาหนดให้มีสดั ส่วนของผลสมั ฤทธิ์ของงานไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ 80
(ก) การประเมนิ ผลสัมฤทธิ์ของงาน พิจารณาจากองค์ประกอบ ดงั น้ี
(1) ปริมาณผลงาน
(2) คุณภาพผลงาน
(3) ความรวดเร็วหรือความตรงตอ่ เวลา
(4) การใชท้ รัพยากรอย่างคุ้มค่า
(ข) การประเมิน.....
-2-
(ข) การประเมินพฤติกรรมการปฏบิ ตั ิงาน พจิ ารณาจากองค์ประกอบ ดงั น้ี
(1) มงุ่ ผลสัมฤทธิ์
(2) บริการที่ดี
(3) การสง่ั สมความเชีย่ วชาญในงานอาชีพ
(4) การยดึ มั่นในความถูกตอ้ งชอบธรรมและจริยธรรม
(5) การทางานเป็นทีม
ฯลฯ
หน่วยบริการอาจกาหนดใหม้ ีองค์ประกอบการประเมนิ อ่นื ๆ เพิ่มเติมไดต้ ามความเหมาะสมกับ
ลกั ษณะงานและสภาพการปฏบิ ตั ิงานของลูกจ้างชั่วคราวเงินนอกงบประมาณ (เงนิ บารงุ ) ในตาแหน่งต่าง ๆ
ในแต่ละรอบการประเมินผลการปฏิบัติงาน ให้นาผลคะแนนการประเมินผลการปฏิบัตงิ าน
ของลูกจ้างช่ัวคราวเงินนอกงบประมาณ (เงินบารุง) มาจัดกลุ่มตามผลคะแนนเป็น 5 ระดับ คือ ดีเด่น
ดีมาก ดี พอใช้ ตอ้ งปรบั ปรุง โดยกาหนดช่วงคะแนนของแต่ละระดบั ผลการประเมิน ดังนี้
ระดบั คะแนน คาอธิบาย
ดเี ดน่ 95 - 100 ผลสมั ฤทธ์ิของงานและพฤตกิ รรมการปฏิบตั ิงานสูงกว่า
มาตรฐานหรือข้อกาหนดหรอื ดกี วา่ ทค่ี าดหวัง
ดมี าก 85 - 94 ผลสมั ฤทธิ์ของงานและพฤติกรรมการปฏิบัตงิ านเกนิ มาตรฐาน
หรือขอ้ กาหนดหรือดีกว่าท่ีคาดหวงั
ดี 75 - 84 ผลสัมฤทธข์ิ องงานและพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ิงานไดม้ าตรฐาน
หรือข้อกาหนดหรือตามคาดหวงั
พอใช้ 65 - 74 ผลสัมฤทธิข์ องงานและพฤตกิ รรมการปฏบิ ัตงิ านต่ากว่า
มาตรฐานหรอื ข้อบกพร่องอยู่เสมอหรอื ตา่ กวา่ ท่ีคาดหวงั
ตอ้ งปรับปรงุ นอ้ ยกวา่ 65 ผลสมั ฤทธ์ิของงานและพฤติกรรมการปฏิบัตงิ านต้องปรับปรงุ
แบบประเมินผลการปฏิบตั งิ านของลูกจ้างชั่วคราวเงินนอกงบประมาณ (เงินบารุง) ให้ใช้ตามแบบ
ที่สานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขกาหนด ดังแนบท้ายหลักเกณฑ์น้ี หรืออาจปรับใช้ตามความเหมาะสม
ของลกั ษณะงาน ทงั้ นี้ การประเมินดงั กลา่ วตอ้ งครอบคลุมงาน ภารกิจท่ีได้รับมอบหมาย ความสาเร็จของงาน
ผลผลิต หรือผลลัพธ์ทค่ี าดหวงั จากการปฏบิ ัตงิ าน และตวั ชว้ี ดั ผลการปฏบิ ตั ิงาน
ข้อ 7 การประเมินผลการปฏิบัติงานของลูกจ้างชั่วคราวเงินนอกงบประมาณ (เงินบารุง)
ให้ดาเนนิ การดงั ต่อไปนี้
(1) ช่วงเร่ิมรอบการประเมิน ให้หน่วยบริการกาหนดเป้าหมายผลสาเร็จของงาน
ในภาพรวมของหน่วยบริการท่ีจะมอบหมายให้ลูกจ้างช่ัวคราวเงินนอกงบประมาณ (เงินบารุง) ปฏิบัติ
จากนั้นให้ผู้บังคับบัญชา/ผู้ประเมิน และลูกจ้างชั่วคราว ฯ แต่ละคนร่วมกันวางแผนการปฏิบัติงานเพื่อให้
บรรลุเป้าหมาย ความสาเร็จของงาน ผลลัพธ์ท่ีคาดหวังจากการปฏิบัติงาน ซ่ึงลูกจ้างชั่วคราว ฯ ผู้นั้น
ต้องรับผิดชอบในรอบการประเมินน้ัน โดยกาหนดตัวช้ีวัดผลการปฏิบัติงานหรือหลักฐานบ่งช้ีความสาเร็จ
ของงานอย่างเปน็ รปู ธรรม รวมทั้งระบุพฤติกรรมในการทางานที่คาดหวงั ดว้ ย
(2) ในระหว่าง.....
-3-
(2) ในระหว่างรอบการประเมิน ให้ผู้บังคับบัญชา/ผู้ประเมินติดตามความก้าวหน้า
ในการปฏิบัติงานตามแผนการปฏิบัติงานตามข้อ (1) รวมทั้งให้คาปรึกษาแนะนาและช่วยเหลือในการแก้ไข
ปัญหาการปฏิบัตงิ าน เพือ่ ให้ลกู จา้ งช่ัวคราวเงินนอกงบประมาณ (เงินบารุง) สามารถปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมาย
และผลสาเร็จของงานทหี่ นว่ ยบริการกาหนด
(3) เมื่อครบรอบการประเมนิ ให้ผบู้ ังคับบญั ชา/ผ้ปู ระเมนิ ดาเนนิ การ ดงั นี้
(3.1) ประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ านของลกู จ้างชว่ั คราวเงินนอกงบประมาณ (เงนิ บารงุ )
ตามหลักเกณฑ์และวธิ กี ารท่ีหน่วยบรกิ ารกาหนด
(3.2) จัดทาบัญชีรายชือ่ ลกู จ้างช่ัวคราวเงินนอกงบประมาณ (เงินบารงุ ) ตามลาดบั
คะแนนผลการประเมนิ
(3.3) เสนอบัญชีรายช่อื ลูกจา้ งช่วั คราวเงินนอกงบประมาณ (เงนิ บารุง) ตามลาดับ
คะแนนผลการประเมินใหค้ ณะกรรมการบรหิ ารหนว่ ยบริการพจิ ารณา เพ่ือความเปน็ มาตรฐาน โปรง่ ใสและ
เป็นธรรมในการประเมิน ก่อนทีจ่ ะเสนอผลการประเมินต่อหัวหน้าหนว่ ยบริการเพ่ือนาไปใช้ในการบรหิ ารงาน
บคุ คลต่อไป
(3.4) แจง้ ผลการประเมินโดยตรงแก่ลูกจา้ งชั่วคราวเงนิ นอกงบประมาณ (เงินบารุง)
และให้คาปรึกษาแนะนาแก่ลูกจ้างชัว่ คราวเงินนอกงบประมาณ (เงินบารุง) เพ่ือแกไ้ ขปรับปรุงการปฏิบตั ิงาน
ให้ดีย่งิ ข้ึน
ข้อ 8 ให้มีการประเมินผลการปฏิบตั ิงานของลูกจา้ งช่วั คราวเงนิ นอกงบประมาณ (เงินบารงุ )
ปีละ 2 คร้ัง ตามปีงบประมาณ คอื
ครงั้ ที่ 1 ประเมินผลในชว่ งการปฏบิ ตั ิงานระหวา่ งวันท่ี 1 ตุลาคม ของปหี นึ่ง ถึงวนั ท่ี
31 มีนาคม ปีถัดไป
ครงั้ ที่ 2 ประเมนิ ผลในชว่ งการปฏบิ ัติงานระหว่างวนั ท่ี 1 เมษายน ถึงวันที่ 30 กนั ยายน
ปีเดยี วกัน
ข้อ 9 ลูกจ้างชั่วคราวเงินนอกงบประมาณ (เงินบารุง) ผู้ใด ซงึ่ ผู้บงั คับบัญชาได้ประเมินผล
การปฏิบัติงานแล้ว มีคะแนนเฉล่ียของผลการประเมินการปฏิบัติงาน 2 ครั้ง ติดต่อกันต่ากว่าระดับดี
ใหผ้ ูบ้ ังคบั บัญชาทาความเหน็ เสนอผมู้ ีอานาจสงั่ จ้างเพ่ือพิจารณาส่ังเลกิ จ้างต่อไป พร้อมกับแจ้งให้ลูกจ้างชั่วคราว
เงินนอกงบประมาณ (เงินบารุง) ผู้น้นั ทราบภายในเจด็ วันนับตัง้ แตว่ นั ทราบการประเมินผลการปฏบิ ัตงิ าน
ขอ้ 10 กรณที ี่จะมีการจ้างงานต่อเน่ืองในลักษณะงานเดมิ หรือลักษณะงานใหม่ ให้หน่วยบริการ
นาผลการประเมินการปฏบิ ัติงานของลูกจ้างชัว่ คราวเงินนอกงบประมาณ (เงนิ บารุง) ผนู้ ้ันมาประกอบการพิจารณา
โดยผู้ไดร้ ับการพิจารณาใหจ้ ้างงานต่อเน่ืองได้ จะต้องมีคะแนนเฉลยี่ ของผลการประเมนิ การปฏิบัติงาน 2 ครง้ั
ตดิ ตอ่ กนั ในปที จี่ ะจา้ งต่อไมต่ ่ากวา่ ระดับดี ท้ังนี้ ใหผ้ บู้ ังคับบญั ชาทาความเหน็ เสนอผู้มีอานาจสั่งจา้ งพิจารณา
สง่ั จา้ งตอ่ ไป
ข้อ 11 ให้หน่วยบริการวางระบบจัดเก็บผลการประเมิน เพ่ือนาไปใช้ตามวัตถุประสงค์
ที่กาหนดไว้ในข้อ 4
ilrvnr fi ncusn::tnr:uEur :nrjnrrun:sil :?{ff ''tfi 'lrruqt
ttjot vrfi'nrnru.ri''ird'rsnr:il:vduzunnr:rJfrrTvrurdor'fiiurir6'x unvriofr'cg4r{x
vrfnttunrcui't {ff 1fi 15fuqt il, 6. lsdd6'/
d qu nr:rl:, c a n1:rjf,arrivfaitrur.rorvrrinu rrrJ n;vvtr't { firor: cuarfdir-J. :vfrauEnrlnr
rvl-olri tiluzua
h-l itta tfl ust:u ua yfi u'r m :gru rfl utrJtu uur u rr rd a r ffu
orffunitu'tonrr:nruludo o< (u) rras{o ler6n ro{ivrfiuunruyrr?{ator:ruauit#ru
u#nttunrsvT?{?{1fi'rTfuafl fl,fl.teddb nfuvn::unrrrTur:vl#nrtun:vlt:?{a1fi1:fufill 6loon
! I
t ugil , q ,J
ilTUn1fl L?Fl{FrO [lJU
.LunlrvJr, -fixurrtnsiro:q",stn{rr:fUlutrvntfriudzouua*norl:uil,firrr:jtfitrButroarrv:rnrifnintrrurnu:nv:vs1v:r?:{?4d1f6f'1r5:r1u;q*tafrto'os*ruflurrhiJ.ruinI{onrl-:Jrl::iysTrfuruuj
hjtcir{Ju{ou a il : v n ou n r :fi q r : rur Fr'sd
U
o) {ot'v
( fl'l T LV{}J F'l''l Q'l
(b) nr:ria#rgryr6"rr
qia tr nT:r"l:vrfiullantril41-u-Ftrutorlryfinrun:syr:x.ifi'ro"r:suqt fi to l:vmvr ,pr-,rd
(o,) nrrr,l :s tfi uara nl:,-t5ffi sruIarfl rinqrun:sylr?{ff '16'r:ruqtri'rlrJ
(te) n1iil:uffi uruanr:r-Jfr{i6mu?oqilfnrlunrsyli?{drortruqrfi rnr*
'L#eilu:rsnr:riryuqua'nrnruviu,nvTBnr:il:vrfiuzunnr:rJfrrifrrrunrulfrua-nnr:
vLinsr-l:sfafiur.rnnr:r,Jau{ta"frtruuufiAug'tutotrun#l-rqmBdtorrruuavl'rqfin::unr:rJfrrifrlT uu:'oail::nus
Terueiru:rrn'''r"€rriruuinr:ri'',*;rflsYrdr-Frr{anT :rJfrti6lruvr*finrT lcyorquuasfiva'noru
v 6n qv4 flnr rr r,{l
tJo lfifrfl1:tj:u6uzuanr:rJg'r-rffilTuriotnfinmunrsytr?{41f,r:ruqridrtr.l
.4 , F-{l.iU
Fr'llJlj{UUSVXJ',rrU
gi o u:U L}JU r| ! fl 1:ilf,al Uua9l{',tu:ul4rr,rTu-yt=d o Flnlnil ?o{df,|ili.jl{ n4 {
FtT{71 zu n LUt?,l
sno' tdtutnu tortdl,dd 'ei{hj
nfiyr'b rJrvrfiuzualu"iirrn'r:rJfrri6q'iu:srn'jrqiud o Lille'ruu fir *o flrruruu
Od,du
Lul iL9rUlfiu
cia c nr:il:stfiurunnr:rJfrr.r-otrutocwlinrrun:svr5?{a1fi1:ruqrri'ttlt#rl5yrfiua1n
orrirJ:snounrod:rqvrdto{.i1uuavv{qFn::rnr:ilfrrIfirrura:'oarT:nuv Tprurirrauot#r'a-srii'ruror
#u l A v yfl e rqcA d
vr6r fo fi rJ fl dF uu:'
o lzu a s ::
sttn bo
q o{{'r u ua d Q n nr : qr oa u : : nu vio rJ n
(6)) n1:u5UttJu0'JA-alJflv{tfilJ0{{'ru qra t y y 4 t, F-Sl{tu
114v!a15ru.tou1{UOUmO.iriOCnu:sna!
{n) rjirrruzualru
(t) qrunrvlruamu
(n) n?1il:'10 tC:x4 14ToFr?"rilsE{ao[?n't
({) qV :uv{ulnTout1{qViln1
ft'r5 LlJfi
4
J.
_le_
:(ru) n r : rJ : v rfi u vr q fi n : : I n I : rJ fr rifr r r u lfreir u : r s n r : rir u u er n q n n :'i ru n r
r..lffuGtrura:'oau::nusfirfiur{orfirlnr:ilfrrifrlruvrteisHaFior.rad'lLqvrdtar{'ru tuavivll.nq6n::ur-itd
vdloitll{u:gfi{Flulv0fd{dve'alu'ien.i1ufl5uv]5?{alD'l56uq1 [f]u[vtuuLFlu{nue{il:Tnus$auy!qgtn::ilu{1t?Jo{t15'l.ijn1T
u€aavtn,i'rril:cr'r Io u ouTnu
Iuutu un'n s : o 1J n r : rJ : s rlr'u t#ar u : 1 r n 1 5 u f o u u? u lJ in r : riT r.r a n s
n1TlTsffiuzuafi1TUfr#fr{1uflo{vlfin{lrnivvrT?{a1t'rrruqrrr{hn{unT ilruanvrluur{Ju c :v6'u 6o
dI d fdl qU mV a{U:uljrT{ \'Louno lvua?jr?{Frst|uuflorunas:yprurunnr:U:sunu n- qu&
i
Fltfru Fril1fl ?'{oLt
Adr IAU c{d - ooo Fls[[UU
Od u1fl dd - G{d.G(c( ftUlLUU
Fd l 6.td - dd.c(6( nCLtUU
ilot{ bd - 6'td.c(cN nsLLuu
nad'ouJiurJqr #aun'ir Frvuuu
uuur.J:sdur.rant:rJfrr:'firrurornrin{lun:syli?{aror:cuquri":tr.J airu:r.unr:ilio
uriruu5nr:oltfraa1:6u1'toceinr:Jttuuttuufvi'ruU:snrnfi-Y radSooror,oJiulnnriln?1il[l4l1sffttoqd'nuruvlru
rrncifivl'6iru:rtnr:utourjrauinT;u6onlrilunr:il:yrfiur.ranr:rjfrrifi{'lu?ro{1{fn.i'run:rvllt'r.1
fi'r01:[udtnaL\vfl {r& n1lU:vuJuau {nffr1?yF}o-rFr:oLF]ail{1uFlunartfjlqtyfiolpriulouulru n?1ileoi11c5aron{1u
{ i
vr.ru
q d u rd u raqa f-rr 1- ,aon
F ras aln r-t ti fr uG
d vr rJ fr dF fi irr
uru u r : u :
a nr sr o p.r a n r n o n n r r r ua s t.r a n r vr
'flo a trlriuriteTr"rriroyurrflu{u,r.J:vfiuzuanr:rJdfrrifirrurolwu-nrrunisyr:?{ald--1:r-ua-f-l--i-
{Vo u nr:rJI:stfaiutian'rirJtfarrsioa lruta{v{fin- {1ufl:uyt;?{416't:ruqrvr.-trk{ J, oh[yrforri.r]unr:
alildldflnl: f-l{filtoq[u,uJ
(o) riourir:aufl1rtJ:vrfiuu:'oludrrrBl':ount:rJ:vrfiu lrifrrJ:srl-un'1uuFr
U
tr-J'-rduorr-riuzuaa'uqvrBr.raltrutunrvr:ril?0{uil? uuEnr:frssuoul,ril1ut#flfnrtun:svrr?dff'tolTruqr
alnuuE[1q4Vrvuq,,UTUtoilu$nvv\luufl{'runTsvrS?{ff1fi156u41LlnLFl'nunu no']14ufl-aflauJt-?f] fidioltfiwn0ruu,lr3i
nrrudrr*qta.r{'ruaejlsttiu:il0::il:?rvts{Tvu,vrqfin::ulunr:rJfrrTfirruu:^oal::nuyvr'rr'rprr,t{q
uhtri'r{i m a ru r r.r u n l T il fr uG s r u rd ol#u : : q rfl 1 fi il 1 er ua u ui o ei a rfl'r-r q do uo o o r
(tE ) "[u : vv'j 1 { T o u n 1 : d r s rfi u tri'{rJ : v rfi u fr q q r ru n r rlr fi r r y rirtu n r : tj fr rifi r r u
sl'tlJur,run"ltrJfrrTrTurrT:r (o) :rudrtriritJTnr*ruusrjrunvdrurvfiolunr:urihflqlurnr:r-1fl-rifirru
rfdioChv[vrfuinslunTvyril.ialE'r:ruq?ff-"r11Tflrialf.Alu6{'tuqlvtiu:rqtthuuu']uuaur,rnau'lqvrBtol{'tuilri'lt4un
(6n) J O! n15U ': U $6lU q eY ' Tv a o .r 1: 9- l{uJ
L}l OFI:U5 L14HU
lilu9] 1 llJufl
(n ) rJ :v rfi u r.r n n r :r-l fr rifi { 1 ur o{ ?\#n { 1 u fl : syt :? { a1 0 1i tu q? rl 1 il u4 rn ruvt
ua r}
rmvi6nrrdri?u:1{il1rri1uua nlu{o b ?:TF}a{o{
:(t ) 6'n dr rirg fi : r u d a n rin { 1 u n : v yl r't.i ?{'1 fi 1 : ru qt ? rl t ru rir d't n s uu u N n n't
rirvrflu
c-l
-6n-
) :edJ-
( n i a u o frg fl : r u n o vl rin { 1 u fl : v 11 : ? { ?{ t D''l : {u qr n l il ci.t n''u Fl v nuu ri n n t
rJrcrfiul#nruyn::iln1:ndun:o{e{an1TilrsLfiuftafl1:r-lfrrin'tru firr:rurrdurrTrlrm:gru nruhJirta
ltfisltdiu,Jfi55tt1Jo'in'i:il:vtfru riouvrflstfiuorianr:il:vufiuriou-':radrdru:1rn''l:dllrjtdrflu{o:ra
U
tilrvnornr:fim:rurlurCa{si''}{ 1 mrudrirvuritflu {o
(r) u{-:aranr:rJ:cfiuTfiun:qurivru"nllun:syri?{ff'r5'r:ruffrJ intrtvl{iut:
t-rl-t.v.st-f4rJuaanJqgwa,arqurfar<aJ-fiar"uvrilut{an1Tilivrfiu n:nifi{Yunr:rJ:vduhiEuuoilacarerfiofio:nil:1uzuan1:
rJ:vdu hC i9{Ur:rtnr:ili0f4lun{lvunrvyr:?,rd'rD1:rufirJodt lsrviouuof'i.rnutudru:rtnr:utouri'lur:int:riuu
a---{-f-f.91-Cu-l.li.0t0tuuTtu1u?'rIlfqlivldn15tta{rv.ian1:il:v,trJuaF]{nu a1?t rra?y a !, ryi,u:vtilauovneo,llqtv,tor[ruuvilor
iin14{
qtr fvn J q ntu
nrirr rfi ufi'tt utv{d
nun : yyr r? { fl 1 D 1 : ru o r-l iu rJ 1,r nI : ! fr ffi ,r I 0.16u
r(a) n r : rJ : s rfr un fn r r u n : c yr : ?.r a "l fi 1 : ilq {16'Yu I o u ra il 1 utfi'lil il n rifi I r u
nlu {a Ie6.J fl0{5vtfigun:vvl:?{d'r01:ruar"jlpt irVul'rtlnerrun;yvtT?{?{1fi15ruqr il.n.bddb h69ulrirrarYir
vrjruuB-Jwn-rra:{vrrqt-u{Aidu,vntvyr,:-Jile:evtfrultJtJfrriqirru rtlu{lfr,iloXffuasil:crfiurr.t-olpi'u*drrilurrr.;il:vrfiu
qhViurjtrurun'uW f,vtriv'n l:vnounr:fiqr:il1drtfiu0nilsflttlJn1:na-un:o{eiRn'r:rJ:vrfiuzunnr:rJfrrl6rru
rioumuofirufilativrlou:'Grq'qnrr'Utrfraiitrfh,Jrrtvrairifltlrudrriau4:ratrnJr:v: nuoru,irnntl,:"friFa1ri:lrvunrt:u:irlndo1qinsai'j,'u0n:01{rr.J'uadnt'i}ririal:uvprfrituflaurndnor":,
rJfl rifi nutorru"nqlun:vyt:?{ff 151:ruqr u,Fiauudr ulSnr: rJ:snoupiru
(o) uUrA r{Juil:vorun::iln'l:
14?14U'114U?UUlnl:
(tg) ri'rurirn{rmu/lru r{lun::runr:
vJalilv!uun{1un:v?l :?.iff 1fi 'l:fuarvt?ol r ,,6o. 9t{''tu
[uu01J
9t r
-a wJv
14lordvrl4?yu114u?U!:n1::.JOUl4rJ',tU Ao 1U?Un::ilnl: b d ftu
r r u ra E Y tt Y d rflurarrlnr:
('!edn{ ) hlUfllj Fl{1Ufl 1un1: tA lUU'lYl
n il s n : T il n''r r n a'u n : o { t{ a n 1 i il : v t fi u ar a n r : il fr rjn' r r u t o d v{ #n,l 1 u n : y yr : ? {
a1fi1iilfiql fair'trvirf<unrinau": nTo{i.ran1:ilicrfiua rJanliffrfisq t'vqqrurfroJ'[roirfvieo]n?1ilrtJd,u[::rJ0rnnlitd
uu u v 4 II J uv
EItfjciU! T\Ut?J0{ilU{nUUfu1j',r14:02U:u$tunouilas tfiu0rian1:U:v[tiuF]o14?14u1ff?u:1tn1:
{vo a nuuhlrun:svr:?{ff1fr1Truqrvr"J?rf lil{,[l.o| r fArr{yrvj.rnuufvrXrrldqv'rJt:vrfaiurranl:ilfrd6{1u
udrfinsuuutoaJutorzuanr:U:crfiurlanr:rjfrffir1u b n:s{fiqriori'urrarn'ir:vd'urr' lvifio'jr#uqr!rdrgUrgU r
{r { In utfi qit{ fi'u riru t r lir n ? 1 il rliu rd u 0 u-r u fi r a' : u : 1 r n'l : ri ohj
lJv
v d n:najTd tvunq l:nodIQwrUT ay T{vruun{lun:vyr:?i4151:ilqrvlro?irl,inlryto .lvyuuruu5nr:
?Jo
Fot'llauun'l: F-Jt':u
(o) ra?duovv4 i.r0vff1il1:n
ilu?uuln1:Qvsl0.:iln50uaFt:'rn1ci{flun{1un:syl:?dfi151:ruqt
r{r ifi u n r : si o a'rg rg r d'r ild'
(b) urirauTnl:{c6'o{fiua-n6luTnuavrdunrlorruvrtrraeviruluulu rL?,ru.l1u u6o
5[FtT.1fl1:!volFl',latuunlS0H,ugu uv {n{il{n1:9loltuua n']lFroruav01oL1cJ, uFv l0{qlvtflunu dlun:vyt:?{fi101:ruqt
uriAluGsr.r'runr0t[ur I q q rd dS Jo d, Y ya:0K5oftdJun1:naa oYu v
ulnilu?uuTn1:uJlJrrr.Ju{1u14:o[Ft5{n1Tv]QMJufl0{1Jflu9t
[udruru"r0'r{
nfnttun:cYr:?.r41fi 1T[ua!ct Jduaqa.l
(t.
{sn)lri'drrunrrr:urstfiurunnm!flu*fi{lil?0{r\ffl't-run'rr'r/rrr,rnrnrrruqtfrrlrJ
r$ - -.-. 1,. -, '
1orflqiyt6'frnrrfrxl:ru,rtrioia#q1ryr{rtqydarfirrvu.uu
r{u"uu'nJ:unilLnrTfir'lTrurtunr:siafr"r'Jiu'}{r,{,
tafiuria{tinnrtrJ:rdun*nrrrJfrrlG.:ru u *iufirriorTulufldoyrio;Yryi1rr{r.rlrir{rnirrsdufi
{a ero nr:f :rtfiuruanr"irJfrrifrrru'uarvrfn.tluntr$y5?,1'.{''}f,"1:i{ufi-urirnrs lfrri'rvrit
riru:rtnr:uircFtfufifi$gt,nuv$oln:cnrrriruupr:cu*r'rnr"Lunlrtxvr$ur"rnnr:rJfrri6rrurosyrfnrru
nTvvlT"]'1fr'tfirrruqrrfirnutflu:rsrfrau u$otflurvuvl rfiarrur,t6aln:.rnrr ldsirrfiunr:i{rr{rtr j*ii"riouns
bc i'ouns co iaun; olc uaviaafis oroq:r ra5odu 1 TnrrrfiatLrfrtir#rruruil']rr.ueniluli$aTnr.rn'i:
do qr4 u {s ",o Xd;irurrtrt"r'i?1{:sliunr:ffsrrfiuE'"rnrrr:r-j:vrffu lfrarirh;trin'rili$}ntj:v*qr,i
Yltl']?tuFl t? ttj.u0 tn
ria r rr | : u n r n a $u fr tfl ",ifu r*u oir uri u1, fi rfl u r{ulr-
U,Tvnla flJ oi / ytrltUtrnlJ T{.e.bd:d6.t
:U14
*1-
l,
I dJi
t"f$J
,i
(url ru: ld avrrutryTerd)
ufi fi ft5 uyt:? {fi 1s,15 eilnfl
1
f i'ltJ'i c D-'r u n fit * n i : l.t n 1 T u $ u r : r'r n,r r u n r s fi n ff 1 fi 't I tu i1! lJ
n
rluudTdn'trrJ:;ffiuzuanr:rJg'rihlrutoqy{tTntrun.iByr:?{r6t,'ror:ruqtrfetr.]
drrduvuvut o cjsiqlaJU?or r.T:"u nr :r.J:s ffi u ......{ufruarrn1:6"r{
fJl 0Hr,5- un1T!rsrilu (uru/urq/u't{fl lx)......... I
fvduvvt5ut-rr....
aOt1tUUL[14U.i....... ...nqri.......... .........,.....a'.lflrr
dr?du,qvvrdb n1:uTuLtiur,laff ilquDljo{{'tu
n4:{Avl 6 , qJ o E41nil..........,.. f<i-{J?uyt eno d
5s14?1.i?Uyl u1J'tFlil.
-x-Ft?tt?Flltra{1u :vsr-uritflruxru (n) ll'l}lllfl u/o nsu,lju (n)
6) b m d d (r) (n = nxt)
6).
te.
6n.
5?il aooo/o
ttFtsLtltutJqa#ilqjilfruo{l'tunYrJ={vt-o
u ooo = Hxo<>o =n
=Frsttuu:?ilro{qnsil?fiiq(r])x
n_:g{-ydl- b T- U-f-i?-,1_{,'l.U_V0,l..o4 Ltll91UU <n{?-Uvdl mo u
rTUU']UU
sr-rfii'fl/l.ln.iru :vd'uirrrJrrauru (n) rlrufn o/o nvuuu (n)
o lE m d e (t) (n = nxt)
6).
le.
6n,
5?lJ oooo/o
Uq d za. nsuuu:?uto{4nn--?Jf-i{o (n) x ooo = I-l x ooo = n
Flurruur{ndilqytBrod{1unrfqfi =
H
d
dl4r.r'1arfi{ : (m"rrar:) fiillufi{ nsuilurfiilflo'usd'urirurhilillel
ooo (m-rnru) ralrufir n'ritnJn{nsuuu:r}lllo.12a#uqvrdror'r'rutri'rtJunvL[uuviil'g'nr
PrvLtuutfiilt{JU oroo nsLtuu
f{{JRi il rua n r : rJ rs ru u nr a dil q vr r^ =E [_lrunnr:l:srfiunrirvrr o + elnnr:tl:vdun#lyrrt =
tell
5
-tD-
c,iJrufi m n1Til:sffi uilqfi n::lnr:ilfr ffi rruu$adilTifl us
f^igf{,CYl o , r,J or {a'lFltl qfiv{!iuti eno lailUrnl
5v14?'l.i?U11
u q fi n i : u n tnI fl'ri6 o tuu€ o ail TTri 1.tu :va-uJiluiil9l{oona:,: (n) uluun % nuu,uu (n)
6) b 5n d d (r) (n ,= flx"u)
o.
Ie.
6n.
(L.
(3-.
??TI oaoa/o = l]
Flult1l1l?^ \qn^flJ::dln:-qfio = OUt[U111?tJ1JO.1TftffutT6tils(Fr) x oroo = Hxooo
gP
Ltiu.tul.Jn{"rd u:sra'ir'1r1ud er firiul' ,no rYuurnu
fl q fi n Tril n15rJfr ri6,:rura€oailr:nuv :uF-tJuyl[!i19t-toona:{ (n) drufin o/o nviruu (n)
(r)
do} te 6n g (n = nxt)
6).
le.
6n.
d,
t9-,
:?il otooo/o
rlFt s ltuuvrrr]fi n : rr{rvi tqr = tr= FrvtLUt;t?tJqlo.r?lfrflili:nuv(fl) x ooo ll xo.,o = n
((
d14rJ''rutugt : (rr"rur:) uillufi{ ns*uutfiilto.r:stTuvrrruan{oonsB,i
eoo (fi'rqru) ul'iufir nlsulln{nvttuu:?uflo{flqfin:i:iln1:ilfrri6rrutrfrrflunvuuu{dfi
g'tuFls rruutfiu r{Ju ooo Fte [lul]
ra ; rJ Er a n r : rJ : a rfi u n q n^ n r r ru n r : r.l fr u-fi r r u u? o du : : s u
=E =[:]
6
frf -?u-.y{l d n1: il:1]ria n1:! : c riluvtE-{-t.j
I
o{dilTunounr:l:cffiu ns$!u (n) rirudn (t) :?ilFtvLLI.JU (n) x (,U)
r{an'l5iliu dud'ruaradl:qvrdros{ru doVo
|r.i n n 1 : : u ffi u rir u n q fi n : : il n 1 r il fr u5 {'l u ut o a il : : rI u s [Eoolo
5?11 aooo/o
I f] a f] I:uo-ur'{an1lil:vrfiu a,uiu 6r.n [J
n01,il fr'o.:ilyril:r
n--?-. 1[l + d ; il a ilt 0{ r, : v rAilu
no tq tjrJ
tilu rfl
crldruuti d nlTiuyt:luzunnl:il:vfi u
ct9tU:u i.J
{t?l o
n leiilu:ruzunfl1:il:erfruirdr ardo :
ill;rfi uruanrrrJfi r.ih.rrunfqd o n'ltt14u{ : ..................
?-dUYl : .........
I a uv qv
Lil u.L9t aldO:
tJ : ru 5u Ef'ruraill: ...............,..
Ll ! ! iu$t-{-9.YLF){tin n't ; s u tla y n.] : r v ti-l a { u 1 aI
iud
: yt : 1 u [td?
'.........
I td'u{'.:ar n nt:il : v uiu rdoiud
I.l,$e] iel:un''l:t] 5stialuh,lila,tu1il51uJyt:1u ,..r4uru, ?{u1u
Toufi...........
n{ta : .............. Y{U']U
sfrttuilr : ..................
?-JU?l : .......,.
F..)
-d-
{fiun,:rJ:;rsunf,rd u n.:do , ....................
n 1d:ivrirurunnr:il:srfruud'r
Fl'ltt14il.1 : ...,..............
..__ _____g_ ?UVt:......................,
rJrcfi u zua n'r:rJ4-dfi I ru n i{fi u
n {iu {l1pi*d'-1 zu n n r : rJ : v ffi u rrn v
n.i : rJ : v $utpia r u -r u u : ru udr
rrlP. P n15u:s tl.tutaillaivuvJr
L_.i ta
LtQ{o{a
u....tn.vu{:-un, r:rA-qJ:vufiuhialu1ili"1.iyt:1u n{1d 0 :
Iquil'.........., ot
..rfluyruru..........buHrru rr{ sl-rttuil'l : ....,.............
a,l;to :
.............. ?1U'1U ?_-u- y! t : ...,.,...
OI
A1$UU.: : .........,
vJ
?U?l : ........,
bd r u vr' n ? 1 il r1i u rr o r {rir d'u r.irg r r u,r fi o dul tJ
nu #udor-l t v rfi u r.r a n r : rl fl- uTu u-r:sttJeuzua ,a.^ g J b
vu u q n15ufl ufl{'}un5{?1
ry!':n!Ururl r14oilo!iluh" J : rvivftne'ufr*yrru,rfiaof,Juhu J :
[ |Itdb I I rfiueirufful.ranr:rj:udu
uiud'rurYunranr:rJ:vrfru
I Jl-----'l 3aJn?,)iltlciust.'].l F-Jt{il .....,......
I Il--l tqln?1rltlicuFl'tt.t -! ...............
91-qil
' J a{fJla
a{n0..............
-v4 or
ot a"lLt14u{.......
Ft.tlL14U{.......
.)1 t1ll
'luYl .....
{u".r rir rirg r 1 rufi a fi util 6 n rfu u u*.: ( sirll') :
{ut 6'urirgm rufi odutrJ 6 n'ul rado (drfi ) :
I Ill<Uvt
Ittdu I tfiud'rflffuzuanr:u:vrfiu r14u9r?UnUzuAn1:U:st3JU
L I ilFl?'uJtl,iunl{ rTtil ............ I If-] !an?11Jtld,iuFtll{ p-Tt tU ..........
a{dto a.lqJla
ftl L[14U{....... or
-J Fn[!14Ud.......
''t 1 rill
1UVl
rf.lrj