แผนการจดั การเรียนรู้
รหสั วชิ า 3104 – 1003 วชิ าดิจิตอลประยุกต์
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง พทุ ธศักราช 2557
ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าไฟฟ้า สาขางานไฟฟ้ากาลงั
จัดทาโดย
ว่าที่ ร.ต. ประจวบ แสงวงค์
แผนกวชิ าช่างไฟฟ้ากาลงั
วทิ ยาลยั เทคนิคสว่างแดนดนิ
สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ
2
คานา
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้นั สูง(ปวส.) พุทธศกั ราช 2557 เป็นหลกั สูตรท่ีผลิต และ
พฒั นาแรงงานในระดบั เทคนิค ผคู้ วบคุมงาน ผชู้ ่วยวศิ วกร หรือประกอบอาชีพส่วนตวั ใหส้ ามารถเป็น
หวั หนา้ หรือประกอบอาชีพได้ โดยมุง่ เนน้ ใหผ้ เู้ รียนมีสมรรถนะในการประกอบอาชีพ มีความรู้ไดเ้ ตม็ ท่ี
ปฏิบตั ิงานไดจ้ ริงและเขา้ ใจนาไปใชใ้ นชีวิต สาหรับแผนการสอนรายวิชาดิจิตอลประยกุ ต์ รหสั วิชา
3104 – 1003 ซ่ึงจดั อยใู่ นหลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้นั สูง (ปวส.) พุทธศกั ราช 2557 สาขาวิชา
ช่างไฟฟ้ากาลงั ผจู้ ดั ทาไดด้ าเนินการจดั ทา ใหส้ อดคลอ้ งตามมาตรฐานวิชาชีพ และมาตรฐานรายวชิ า
เพื่อนาไปใชส้ อนวิชาดงั กลา่ ว เพอ่ื ใหผ้ เู้ รียนไดม้ ีสมรรถนะทางอาชีพทางอาชีพตามท่ีมาตรฐานรายวชิ า
ไดก้ าหนดไว้
ประจวบ แสงวงค์
ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2563
สารบญั 3
Teaching Plan หนา้
ข้นั ตอนการวิเคราะห์แผนการสอน 4
มาตรฐานวชิ าชีพ 6
คาอธิบายรายวิชา 7
ตารางการวิเคราะห์หลกั สูตร 8
กาหนดโครงสร้างแผนการสอน 10
แผนการสอนหน่วยที่ 1 16
แผนการสอนหน่วยที่ 2 19
แผนการสอนหน่วยที่ 3 39
แผนการสอนหน่วยที่ 4 50
แผนการสอนหน่วยที่ 5 61
แผนการสอนหน่วยที่ 6 72
แผนการสอนหน่วยที่ 7 83
แผนการสอนหน่วยที่ 8 94
แผนการสอนหน่วยท่ี 9 104
แผนการสอนหน่วยท่ี 10 115
บรรณานุกรม 126
135
4
แผนการสอน ( Teaching Plan )
แผนการสอน หมายถึง เอกสารที่มีรายละเอียดการแบ่งเน้ือหาออกเป็นหวั ขอ้ ยอ่ ยๆและจดั เตรียมกระบวนการ
เทคนิควธิ ีการถา่ ยทอดความรู้ การเรียนรู้ ไวอ้ ยา่ งครบถว้ นสมบูรณ์ทกุ ประการ
( อานวย เถาตระกูล 2541: 11 อา้ งใน สัมฤทธ์ิ ภูเลี่ยมคา 2547:1-6)
ประโยชน์ของแผนการสอน (อานวย เถาตระกูล 2541: 5-7 อา้ งใน สมั ฤทธ์ิ ภเู ลี่ยมคา 2547:1-6)
ประโยชนข์ องแผนการสอนที่ครูจดั ข้ึน จะเป็นสิ่งบง่ บอกใหเ้ ห็นถึงสมรรถภาพของความเป็นครูอาชีพไดอ้ ยา่ ง
ชดั เจนจนมากกวา่ ส่ิงอ่ืนใด รวมท้งั จะสะทอ้ นใหเ้ ห็นถึงความเป็นผมู้ ีความรอบรู้ในเรื่องราว เน้ือหาสาระ และ
กระบวนการถา่ ยทอดของครูผสู้ อนวา่ มีความพร้อมท่ีสมบูรณ์มากนอ้ ยเพียงใด ประโยชน์ของแผนการสอนมี 3
ประการ ไดแ้ ก่
1.ประโยชน์สาหรับครูผู้สอน
1.1 ครูไดม้ ีการศึกษาหลกั สูตรรายวชิ าท่ีตนเองจะเขียนแผนการสอนก่อนจะลงมือเขียนแผนการสอน
1.2 ครูไดม้ ีการวิเคราะห์หลกั สูตรรายวชิ า ก่อนที่จะลงมือเขยี นแผนการสอน
1.3 ครูไดก้ าหนดจุดประสงคก์ ารสอนแต่ละหน่วย แต่ละเรื่องใหส้ อดคลอ้ งกบั จุดประสงคร์ ายวิชา สนอง
จุดมุ่งหมายของหลกั สูตร และสอดคลอ้ งเหมาะสมกบั วฒุ ิภาวะของนกั ศึกษาอีกดว้ ย
1.4 ครูไดก้ าหนดเวลาของการสอนไดส้ ัมพนั ธ์กบั เน้ือหาและจุดประสงค์
1.5 ครูไดเ้ ลือกวธิ ีสอนท่ีเหมาะสมกบั เน้ือหา เคร่ืองมือ วสั ดุ อุปกรณ์ จานวนนกั ศึกษา อาคาร สถานท่ี และ
เวลา
1.6 ครูไดเ้ ลือกกิจกรรมใหน้ กั ศึกษาปฏิบตั ิไดส้ อดคลอ้ ง เหมาะสมกบั จุดประสงค์ เน้ือหา เครื่องมือ วสั ดุ
อุปกรณ์ จานวนนกั ศึกษา อาคารสถานที่ และความพร้อมของทอ้ งถ่ินเป็นสาคญั
1.7 ครูไดเ้ ลือกส่ือการสอนต่างๆ เหมาะสมกบั สภาพแวดลอ้ มทุกๆดา้ นของนกั ศึกษา อยา่ งแทจ้ ริง
1.8 ครูไดจ้ ดั หาสื่อ หรือผลิตส่ือ ไดต้ รงตามความตอ้ งการและเหมาะสมกบั สภาพทอ้ งถิ่น
1.9 ครูไดเ้ ลือกวธิ ีการวดั และประเมินผลไดต้ รงตามกบั ลกั ษณะของจุดประสงคแ์ ละเน้ือหา
1.10 ครูสอนเน้ือหาไดค้ รบถว้ นตามหลกั สูตรที่กาหนดไว้
1.11 ครูไดเ้ ลือกเคร่ืองมือ เครื่องจกั ร วสั ดุอปุ กรณ์ ไดเ้ หมาะสมกบั สภาพปัจจุบนั ของแต่ละทอ้ งถิ่น
1.12 ครูไดว้ างแผนการใชพ้ ้นื ท่ีไมว่ า่ จะเป็นโรงฝึกงาน หรือในหอ้ งเรียนไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกบั จานวนของ
นกั ศึกษาและสภาพโรงฝึกงานหรือหอ้ งเรียน
2. ประโยชน์สาหรับนกั ศึกษา
2.1 ไดร้ ับการถ่ายทอดความรู้ตรงตามเน้ือหาหลกั สูตร
2.2 ไดร้ ับการปลูกฝังเพื่อใหเ้ กิดการเปล่ียนแปลงพฤติกรรมตามจุดประสงคห์ รือจุดหมายของหลกั สูตรอยา่ ง
ครบถว้ นสมบูรณ์
5
2.3 ไดร้ ับวธิ ีการถ่ายทอดมวลความรู้จากครูดว้ ยวธิ ีที่เหมาะสมกบั วยั และวุฒิภาวะ ตลอดจนสภาพแวดลอ้ ม
ทอ้ งถิ่นท่ีนกั ศึกษาอาศยั อยหู่ รือสมั ผสั อยเู่ ป็นประจา
2.4 ไดท้ ากิจกรรมท่ีเป็นประโยชนอ์ ยา่ งแทจ้ ริง ก่อใหเ้ กิดการเรียนรู้ไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว
2.5 ไดร้ ับการวดั และประเมินผลการเรียนแต่ละรายวชิ า หรือแตล่ ะเร่ืองอยา่ งถูกตอ้ งเป็นธรรมและเสมอภาค
กบั ทกุ คน
2.6 ไดร้ ับการถา่ ยทอดหรือเกิดการเรียนรู้เรื่องราวของเน้ือหาสาระตา่ งๆอยา่ งเป็นระบบ
2.7 เกิดการพฒั นาของการเปล่ียนแปลงพฤติกรรมเป็นไปตามลาดบั ข้นั ของการพฒั นาอยา่ งต่อเน่ือง
2.8 ไดร้ ับการเอาใจใส่ดูแลจากครูผสู้ อนถูกตอ้ งตามหลกั การเรียนการสอนที่ก่อใหเ้ กิดประสิทธิภาพ
2.9 รู้ล่วงหนา้ วา่ ตนจะไดเ้ รียนรู้เร่ืองราวอะไรบา้ ง
3.ประโยชน์สาหรับผู้บริหาร
3.1 เป็นเคร่ืองมือในการนิเทศภายใน
3.2 เป็นเคร่ืองมือในการประเมินคณุ ภาพการสอนของครูแต่ละคน
3.3 เป็นเครื่องมือสาหรับการบริหารวสั ดุอุปกรณ์
3.4 เป็นเครื่องมือในการบริหารสื่อการสอน
3.5 เป็นเคร่ืองมือในการบริหารงานหอ้ งสมดุ
3.6 เป็นเครื่องมือในการบริหารอาคารสถานที่
3.7 เป็นเคร่ืองมือในการบริหารงบประมาณ
3.8 เป็นเคร่ืองมือในการประกนั คุณนกั ศึกษา
3.9 เป็นเครื่องมือในการบริหารโรงฝึกงาน
3.10 เป็นเคร่ืองมือในการบริหารเครื่องจกั รและอปุ กรณ์ประกอบ
3.11 เป็นเครื่องมือในการบริหารงานวิชาการ
3.12 เป็นเคร่ืองมือในการบริหารส่งเสริมการศึกษา
3.13 เป็นเครื่องมือในการบริหารกิจการนกั ศึกษา
6
ข้นั ตอนการวเิ คราะห์แผนการสอน
1. ศึกษาหลกั สูตร
การทาแผนการสอนน้นั ข้นั แรก ขา้ พเจา้ ไดศ้ ึกษาหลกั สูตรอยา่ งละเอียด ต้งั แตห่ ลกั การจุดมุง่ หมายของ
หลกั สูตร จุดประสงคร์ ายวชิ า และคาอธิบายรายวิชา ท้งั น้ีเพ่อื จะไดว้ างแผนการสอนใหส้ อดคลอ้ งกบั หลกั สูตร
ประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้นั สูง (ปวส.)พุทธศกั ราช 2557 ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม สาขาวิชาอิเลก็ ทรอนิกส์
กระทรวงศึกษาธิการ มีหลกั การท่ีกาหนด ดงั ตอ่ ไปน้ี
1. เพ่ือใหม้ ีความรู้ และทกั ษะพ้ืนฐานเกี่ยวกบั ภาษา สงั คม มนุษยศ์ าสตร์ คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์
นาไปใชใ้ นการคน้ ควา้ พฒั นาตนเองและวชิ าชีพอิเลก็ ทรอนิกส์ใหเ้ กิดความเจริญกา้ วหนา้
2. เพ่อื ใหม้ ีความรู้ และทกั ษะในหลกั การและกระบวนการทางานพ้นื ฐานของช่างเทคนิคที่เกี่ยวกบั การ
บริหารจดั การ และวางแผนในงานอุตสาหกรรม และสามารถติดตามความเจริญกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยนี ามาพฒั นา
งานอาชีพอิเลก็ ทรอนิกส์ใหม้ ีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
3. เพอื่ ใหม้ ีความคิดวเิ คราะห์ แกป้ ัญหา สร้างสรรค์ และนาเทคโนโลยมี าใชใ้ นการพฒั นางานอิเลก็ ทรอนิกส์
4. เพื่อใหม้ ีบุคลิกภาพที่ดี มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว และสงั คม มีคุณธรรม จริยธรรมและกิจ
นิสัยท่ีดีตอ่ งานอาชีพ
5. เพ่อื ใหส้ ามารถประกอบอาชีพในสถานประกอบการอุตสาหกรรม หรือสร้างสรรคห์ รือประกอบอาชีพ
อิสระในสาขาวชิ าอิเลก็ ทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์
7
มาตรฐานวชิ าชีพ
1. สื่อสารทางเทคนิคในงานอาชีพ
2. จดั ระบบฐานขอ้ มูลในงานอาชีพ
3. แกป้ ัญหาโดยใชค้ ณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และกระบวนการแกป้ ัญหา
4. จดั การ ควบคุม และพฒั นาคุณภาพงาน
5. แสดงบคุ ลิกภาพและคณุ ลกั ษณะของช่างเทคนิค
6. ติดต้งั ทดสอบ วเิ คราะห์อุปกรณ์และวงจรอิเลก็ ทรอนิกส์และเคร่ืองมือวดั
7. ประกอบ ติดต้งั ทดสอบ และบารุงรักษาระบบคอมพวิ เตอร์และเครือขา่ ย
8. ติดต้งั ควบคุม ระบบคอมพิวเตอร์และอปุ กรณ์
9. บารุง รักษา ระบบคอมพิวเตอร์และอปุ กรณ์
(หลกั สูตรประกาศนียบตั รวิชาชีพช้นั สูง (ปวส.) พุทธศกั ราช 2557 ประเภทวิชาอุตสาหกรรม สาขาวชิ าช่าง
ไฟฟ้ากาลงั สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา)
8
คาอธิบายรายวชิ า
รหสั วิชา 3104 – 1003 รายวิชาดจิ ิตอลประยุกต์ 3 หน่วยกิต 5 ชวั่ โมง/สปั ดาห์
จดุ ประสงค์รายวิชา เพอ่ื ให้
1. เขา้ ใจหลกั การ ออกแบบ และคณุ สมบตั ิของวงจรดิจิตอลแบบตา่ งๆ
2. ประยกุ ตใ์ ชง้ านวงจรดิจิตอลแบบตา่ งๆดว้ ยวงจรจริงหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์
3. มีกิจนิสัยในการทางานร่วมกบั ผอู้ ื่นดว้ ยความประณีต รอบคอบ และปลอดภยั
สมรรถนะรายวชิ า
1. แสดงความรู้เกี่ยวกบั แสดงความรู้เกี่ยวกบั โครงสร้าง สัญลกั ษณ์และหลกั การทางานของอปุ กรณ์วงจร
ดิจิตอล
2. ออกแบบต่อวงจรลอจิก
3. ออกแบบ ประยกุ ตใ์ ช้ CPLD และ FPGA
คาอธิบายรายวชิ า
ศึกษาและปฏิบตั ิเกี่ยวกบั ระบบเลขฐานตา่ งๆลอจิกเกต โครงสร้างของวงจรรวมประเภท TTL
และCMOS คณิตศาสตร์ของ Boolean และสมการ Logic , De Morgan’s Theorem การวิเคราะห์วงจรคอมบิเนชน่ั การ
ลดตวั แปรในฟังกช์ นั วงจรคอมบิเนชนั วงจรมลั ติเพลก็ ซ์ ดีโคด้ เดอร์ เอน็ โคด้ เดอร์ คอมพาราเตอร์ วงจรโมโนสเตเบิล้
และสญั ญาณนาฬิกา ฟลิปฟลอป วงจรนบั และชิฟรีจิสเตอร์ แบบต่างๆ วงจรพ้นื ฐาน A/D และ D/A Converter และ
การนาไปใชง้ าน โครงสร้างและการนาไปใชง้ านหน่วยความจา การออกแบบวงจรดว้ ยภาษา VHDL การประยกุ ตใ์ ช้
CPLD และ FPGA
1. การแบ่งเนื้อหารายวชิ า
วิชาดิจิตอลประยกุ ต์ รหสั วิชา 3104 – 1003 เรียบเรียงข้นึ ตามหลกั สูตรประกาศนียบตั รช้นั สูง(ปวส.)
พุทธศกั ราช 2557 ของสานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ กาหนดไวค้ ือ เรียน 5 ชว่ั โมง/
สัปดาห์ ไดแ้ บง่ เน้ือหารายวิชาออกเป็น 10 หน่วยดงั น้ี
หน่วยท่ี 1 ระบบเลขและเลขฐานสอง
หน่วยที่ 2 ลอจิกเกตและทฤษฎีพชี คณิตแบบบลู
หน่วยท่ี 3 พ้นื ฐานการออกแบบวงจรคอมบิเนชนั
หน่วยที่ 4 การออกแบบวงจรคอมบิเนชนั
หน่วยท่ี 5 วงจรคานวณทางคณิตศาสตร์
หน่วยที่ 6 ฟลิปฟลอ็ ป
หน่วยที่ 7 การประยกุ ตใ์ ชง้ านฟลิปฟลอ็ ป
หน่วยท่ี 8 หน่วยความจา
หน่วยที่ 9 การเปล่ียนสัญญาณดิจิตอลกบั แอนะลอ็ ก
หน่วยที่ 10 การประยกุ ตใ์ ชว้ งจรดิจิตอล
9
2. ดาเนนิ การสร้างตารางวิเคราะห์หลกั สูตร
การสร้างตารางวเิ คราะหห์ ลกั สูตร บางคร้ังเรียกวา่ ตารางสองทาง คอื ทางเน้ือหากบั ทางพฤติกรรม ลกั ษณะ
ของตารางจะแสดงใหเ้ ห็นถึงความสัมพนั ธ์ระหวา่ งเน้ือหากบั พฤติกรรมการสอน รวมท้งั แสดงใหเ้ ห็นถึงความสัมพนั ธ์
กบั จานวนเวลาท่ีใชใ้ นการสอนแต่ละเร่ืองและที่สาคญั ภาพรวมของตารางวิเคราะหห์ ลกั สูตรยงั บ่งบอกใหเ้ ห็นวา่
ครูผสู้ อนจะตอ้ งเอาใจใส่และย้าหวั ขอ้ ใดเป็นพิเศษ และยงั ช่วยใหค้ รูผสู้ อนรู้วา่ เรื่องไหนเป็นหัวใจสาคญั ของรายวิชา
เรื่องไหนเป็นเร่ืองรอง และเรื่องไหนเป็นเร่ืองประกอบอีกดว้ ย ทาใหส้ อนไดต้ ามจุดมุ่งหมายของหลกั สูตรไดอ้ ยา่ ง
รวดเร็ว ตารางวิเคราะห์หลกั สูตรท่ีสาคญั ประกอบไปดว้ ยรายละเอียด 2 ประการ คือ ส่วนหวั ของตารางวเิ คราะห์
หลกั สูตรและส่วนของตาราง (อานวย เถาตระกลู : 51 อา้ งในสัมฤทธ์ิ ภเู ล่ียมคา : 6)
รายวิชา ดจิ ติ อลประยุกต์ รหัสวิชา 3104 – 1003 จึงไดจ้ ดั ลาดบั ความสาคญั ของเน้ือหาแตล่ ะหน่วยการสอนที่
แบง่ ไวใ้ หส้ ัมพนั ธ์กบั พฤติกรรมดา้ นต่างๆจานวนชว่ั โมง จานวนรวม ขอ้ สอบวดั พฤติกรรมแตล่ ะดา้ น และลาดบั
ความสาคญั ของขอ้ สอบเนน้ พฤติกรรมมากที่สุด ดงั น้ี
10
ตารางวเิ คราะห์หลกั สูตร รหัสวชิ า 3104 - 1003 รายวิชา ดจิ ิตอลประยกุ ต์
พฤตกิ รรม ความ ู้รความจา
เนื้อหา ความเ ้ขาใจ
การประ ุยก ์ตใ ้ช
การ ิวเคราะ ์ห
การ ัสงเคราะ ์ห
การประเ ิมน ่คา
ความ ู้ร รวม
ลาดับความสาคัญ
หน่วยท่ี 1 ระบบเลขและเลขฐานสอง 4 2 2 - - - 8 3
หน่วยที่ 2 ลอจิกเกตและทฤษฎีพชี คณิต 3 4 3 - - - 10 2
แบบบูล
หน่วยท่ี 3 พ้นื ฐานการออกแบบวงจร 3 5 2 - - - 10 2
คอมบิเนชนั
หน่วยที่ 4 การออกแบบวงจรคอมบิ 3 5 2 - - - 10 2
เนชนั
หน่วยที่ 5 วงจรคานวณทางคณิตศาสตร์ 3 5 2 - - - 10 2
หน่วยท่ี 6 ฟลิปฟลอ็ ป 5 3 2 - - - 10 2
หน่วยที่ 7 การประยกุ ตใ์ ชง้ าน 2 3 5 - - - 10 2
ฟลิปฟลอ็ ป
หน่วยที่ 8 หน่วยความจา 4 4 2 - - - 10 2
หน่วยท่ี 9 การเปล่ียนสัญญาณดิจิตอลกบั 3 5 2 - - - 10 2
แอนะลอ็ ก
หน่วยท่ี 10 การประยกุ ตใ์ ชว้ งจรดิจิตอล 3 4 5 - - - 12 1
รวม 33 40 27 - - - 100
ลาดบั ความสาคญั 213
11
3. วธิ ีการสอน
การเลือกวิธีการสอนน้นั จะตอ้ งใหส้ อดคลอ้ งกบั จุดประสงคก์ ารเรียนการสอนวิชา ใชว้ ิธีการ
สอนท่ียดึ นกั ศึกษาเป็นสาคญั เนน้ ใหน้ กั ศึกษามีส่วนร่วม โดยเฉพาะในการจดั กิจกรรมการสอน ซ่ึง
ประกอบดว้ ย 3 ข้นั ตอน ดงั น้ี
3.1 ข้นั เตรียมหรือนาเข้าสู่บทเรียน
การนาเขา้ สู่บทเรียนเป็นวธิ ีการเรียกความสนใจของนกั ศึกษา เช่น การแจง้ ผลคะแนนการทา
แบบทดสอบคร้ังที่แลว้ เพอ่ื นกั ศึกษาจะไดท้ ราบผลคะแนน และจะไดป้ รับปรุงตนเอง ใหไ้ ดค้ ะแนน
การสอบคร้ังตอ่ ไปให้ดีข้ึน การต้งั คาถามเพ่ือคน้ หาคาตอบ การสอบถามความคดิ รวบยอด เร่ืองที่จะ
เรียนในแต่ละคร้ัง โดยการตอบเป็นรายบุคคล หรือการแบง่ กลุม่ ระดมสมองช่วยกนั ตอบคาถามการ
ทดสอบก่อนเรียน
3.2 ข้ันสอน
ข้นั สอนเป็นกิจกรรมการเรียนการสอน ที่จะทาใหเ้ กิดการเรียนรู้เน้ือหาแตล่ ะคร้ังที่สอนโดยจะ
ใชว้ ธิ ีการสอนแบบบรรยายประกอบส่ือการเรียนการสอนท่ีเตรียมไว้ การแบ่งกลุม่ ระดมสมองช่วยกนั
สรุป เน้ือหา การถามตอบ การฝึกทกั ษะแกป้ ัญหาโจทย์
3.3 ข้นั สรุปและวดั ผล
การสรุปและวดั ผล จะดาเนินในข้นั สุดทา้ ยเทื่อสอนเน้ือหาครอบคลมุ แลว้ ใชเ้ วลาสรุป
ประมาณ 5 นาที ก่อนหมดเวลา 20 นาที เพือ่ ทบทวนเน้ือหาใหน้ กั ศึกษาเขา้ ใจกนั ชดั เจนยงิ่ ข้ึน
นกั ศึกษาและครูช่วยกนั สรุป ซ่ึงอาจสรุปดว้ ยวาจา ใชเ้ อกสารสรุป เม่ือมีการสรุปนกั ศึกษาจะมีการ
บนั ทึกสาระสาคญั ลงในสมดุ บนั ทึก เพอ่ื ทบทวนในโอกาสต่อไป ส่วนการวดั ผลจะทาการทดสอบของ
แต่ละคร้ังท่ีสอนเพ่ือใหน้ กั ศึกษาประเมินตนเองไดท้ กุ หวั ขอ้ เร่ืองที่เรียนนาไปสู่การพฒั นาตนเอง
นอกจากกิจกรรมการเรียนการสอนท้งั 3 ข้นั แลว้ ยงั มีกิจกรรมปลูกจิตสานึกใหก้ บั นกั ศึกษา
ดา้ นความสามคั คี เสียสละ ความรับผดิ ชอบ ความมีวินยั ความเห็นอกเห็นใจสมาชิกกล่มุ กิจกรรมที่
ไดร้ ับมอบหมาย ใหน้ กั ศึกษาทากิจกรรม 5 ส. ( สะสาง สะดวก สะอาด สุขลกั ษณะ สร้างนิสัย ) และใช้
วิธีการสอนแบบบูรณาการคุณธรรมจริยธรรมและคณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ ทุกคร้ังที่สอน ดงั น้ี
12
คณุ ธรรม จริยธรรมและคณุ ลักษณะทพี่ งึ ประสงค์ พฤตกิ รรมบ่งชี้
1. ความมีวนิ ยั 1. แตง่ กายถกู ตอ้ งตามระเบียบ
2. ตรงตอ่ เวลา
3. ปฏิบตั ิตามกฎระเบียบ
4. รักษาธารณสมบตั ิ ส่ิงแวดลอ้ ม
2. ความรับผิดชอบ 1. ปฏิบตั ิงานดว้ ยความต้งั ใจ
2. มีความเพียรพยายามในการปฏิบตั ิ
3. ปฏิบตั ิงานถูกตอ้ งตามตอ้ งการ
4. ปฏิบตั ิงานเสร็จทนั ตามกาหนดเวลา
3. ความซื่อสัตย์ 1. ไม่พดู เทจ็
2. ไมล่ อกเลียนผลงานผอู้ ื่น
3. ไม่ทจุ ริต
4. ไม่แอบอา้ งผลงานผอู้ ่ืนเป็นของตน
4. ความสามคั คี 1. ร่วมมือในการทางาน
2. ไม่ทะเลาะววิ าท
3. เป็นผนู้ าและผตู้ ามที่ดี
4. ร่วมรับผิดชอบผลงานกลมุ่
5. ความสนใจใฝ่รู้ 1. ศึกษาคน้ ควา้ ดว้ ยตวั เอง
2. ซกั ถาม ปัญหา ขอ้ สงสัย
3. แสวงหาความรู้ใหม่ๆ
4. มีความกระตือรือร้น
6. ความคดิ ริเริ่มสร้างสรรค์ 1. คิดสิ่งใหมๆ่ ที่เกิดประโยชน์
2. พฒั นางานอยเู่ สมอ
3. กลา้ คดิ กลา้ ทา กลา้ พดู
4. ทาในส่ิงท่ีมีประโยชน์
7. มนุษยส์ ัมพนั ธ์ 1. ยมิ้ แยม้ แจ่มใสแสดงความเป็นมิตร
2. ไม่เอาเปรียบผอู้ ่ืน
3. ยอมรับความสามารถของผอู้ ่ืน
4. ช่วยเหลือ เอ้ือเฟ้ื อต่อกนั
8. ประชาธิปไตย 13
9. มารยาทไทย
10. ความเชื่อมน่ั ในตนเอง 1. ยอมรับความคิดเห็นของผอู้ ่ืน
11. การประหยดั 2. ไม่เพกิ เฉยต่อสิทธิและหนา้ ท่ีของตนเอง
3. เคารพในสิทธิเสรีภาพของผอู้ ื่น
4. ยอมรับและปฏิบตั ิตามมติส่วนรวม
1. ท่าทางสุภาพ ออ่ นนอ้ ม
2. วาจาสุภาพ
3. ทาความเคารพเหมาะสม
4. รู้จกั กาลเทศะ
1. มีความพร้อมในทุกโอกาส
2. กลา้ แสดงความคิดเห็น
3. ไม่ลอกเลียนผลงานผอู้ ื่น
4. ทางานใหเ้ สร็จดว้ ยตนเอง
1. ใชท้ รัพยากรคมุ้ ค่า(วสั ดุ)
2. ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์
3. ใชท้ รัพยากรบุคคลคุม้ คา่
4. ผลงานเสนอใหเ้ ห็นถึงการปฏิบตั ิ
14
4. การผลติ สื่อการเรียนการสอน
การใชส้ ่ือเพ่ือประกอบการเรียนการสอนท่ีดี จะทาใหน้ กั ศึกษาเขา้ ใจไดง้ า่ ยและ
รวดเร็วข้ึน ดงั น้นั จึงไดท้ าการผลิตสื่อและจดั หาส่ือการเรียนการสอนท่ีจะทาใหน้ กั ศึกษาเกิด
ความรู้ความเขา้ ใจ ทกั ษะและเจตคติที่สอดคลอ้ งกบั จุดประสงคก์ ารเรียนการสอน มีท้งั ส่ือ
สิ่งพมิ พ์ ส่ือโสตทศั น์ ดงั น้ี
4.1 สื่อส่ิงพมิ พ์ ไดแ้ ก่
4.1.1 แผนการสอน
4.1.2 ใบความรู้ท่ี 1 ถึง ใบความรู้ท่ี 10
4.1.3 ใบงานที่ 2 ถึง ใบงานท่ี 10
4.1.4 แบบทดสอบที่ 1 ถึงแบบทดสอบที่ 10 พร้อมเฉลย
4.1.5 กระดาษคาตอบ/กระดาษเปลา่
4.1.6 บรรณานุกรม
4.1.7 แบบประเมินผลการเรียน
4.1.8 ใบตารางกิจกรรม 5 ส.
4.1.9 แบบบนั ทึกหลงั การสอน
4.2 ส่ือโสตทัศน์ ไดแ้ ก่
4.2.1 เครื่องขยายเสียงพร้อมไมโครโฟนช่วยสอน
4.2.2 กระดานพร้อมปากกาไวทบ์ อร์ดสีดา แดง และน้าเงิน
4.2.3 ดิจิตอลไอซีเบอร์ตา่ ง ๆ
4.2.4 แผงทดลองดิจิตอล
4.2.5 มลั ติมิเตอร์
4.2.6 ออสซิลโลสโคป
4.2.7 โปรแกรมคอมพิวเตอร์ “อิเลก็ ทรอนิกส์เวอร์คเบนค์”
4.2.8 โปรแกรมคอมพิวเตอร์ “เพาเวอร์พอยท”์
4.2.9 เครื่องโปรเจกเตอร์ พร้อมคอมพิวเตอร์
15
5. สร้างเครื่องมือวัดและประเมนิ ผล
การวดั และประเมินผลเป็นข้นั ตอนหน่ึงของการเรียนการสอน ท่ีจะทาใหท้ ราบ
ผลสัมฤทธ์ิการเรียนของนกั ศึกษาวา่ มีการพฒั นาทางการเรียน หรือมีความรู้ความเขา้ ใจ ใน
เน้ือหาที่เรียนมามากนอ้ ยเพียงใด ดงั น้นั การสร้างเครื่องมือวดั และประเมินผล จึงมีความสาคญั
อยา่ งยงิ่ ที่ทาใหเ้ กิดความเท่ียงตรงถูกตอ้ งและสอดคลอ้ งกบั จุดประสงค์ การเรียนการสอน
เครื่องมือวดั และประเมินผลท่ีสร้างข้นึ มีดงั น้ี
5.1 การสงั เกต จะสังเกตพฤติกรรมการเรียนการสอนในช้นั เรียนของนกั ศึกษา เช่น
ความสนใจและเอาใจใส่ต่อการเรียนการสอนในช้นั เรียน และความร่วมมือในการร่วมกิจกรรม
กลุ่ม
5.2 การสอบถาม จะสอบถามเพอื่ วดั และประเมินผล เช่น การซกั ถาม เพอ่ื ความเขา้ ใจ
ในเน้ือหาที่เรียน การสมั ภาษณ์เพือ่ รับทราบขอ้ มลู ต่างๆ การอภิปรายเป็นการแสดงความ
คิดเห็นและการระดมสมองในกลุ่มยอ่ ยตา่ งๆ
5.3 การทดสอบและทบทวนความรู้ เช่น การทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียนในแตล่ ะ
คร้ังท่ีเรียน การทดสอบกลางภาค การทดสอบปลายภาค การทาแบบฝึกหดั ทบทวนเพ่ือใหเ้ กิด
ทกั ษะในการแกป้ ัญหาโจทย์ และการทารายงาน เพื่อทบทวนความรู้เดิม
5.4 อื่นๆ เช่น การถาม - ตอบดว้ ยปากเปลา่ เป็นรายบุคคล
16
6. กาหนดโครงสร้างแผนการสอน
วชิ า ดจิ ติ อลประยกุ ต์ รหสั วิชา 3104 – 1003 3 หน่วยกิต 5 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ รวม 90 ชว่ั โมง
เป็นรายวชิ าอุตสาหกรรม สาขาวชิ า ไฟฟ้ากาลงั ไดแ้ บ่งเน้ือหาวิชา หน่วยการเรียนการสอน และ
กาหนดชวั่ โมงการเรียนการสอนดงั น้ี
หน่วยที่ สอนคร้ังที่ หวั ข้อเร่ือง ชั่วโมงรวม
1 1 ระบบตวั เลขและเลขฐานสอง 5
2 2-3 10
- ระบบตวั เลข
- การแปลงเลขฐาน
- การคานวณเชิงเลขคณิตของเลขฐานสอง
- รหสั
ลอจิกเกตและพชี คณิตแบบบูล
- ลอจิกเกต
- ทฤษฎีพชี คณิตแบบบูล
พ้ืนฐานการออกแบบวงจรคอมบิเนชนั
- ความแตกต่างระหวา่ งวงจรคอมบิเนชนั และ
34 วงจรซีเควนเชียล 5
- การลดรูปสมการโดยใชแ้ ผนผงั คาร์โนห์
การออกแบบวงจรคอมบิเนชนั
- วงจรถอดรหสั บฟั เฟอร์ และวงจระเขา้ รหสั
4 5-6 - วงจรมลั ติเพลก็ ซ์ และวงจรดีมลั ติเพลก็ ซ์ 10
- วงจรเปรียบเทียบ
วงจรคานวณทางคณิตศาสตร์ 10
5 7-8 - วงจรบวกเลข
- วงจรลบเลข
- หน่วยคานวณและตรรกะแบบเอม็ เอสไอ
ฟลิปฟลอ็ ป 17
- กลา่ วนา 10
- สัญญาณนาฬิกา
- อาร์เอสฟลิปฟลอ็ ป
6 9-10 - ดีฟลิปฟลอ็ ป
- เจเคฟลิปฟลอ็ ป
- ทีฟลิปฟลอ็ ป
การประยกุ ตใ์ ชง้ านฟลิปฟลอ็ ป 10
- ชิฟตร์ ีจิสเตอร์
7 11-12 - วงจรนบั
- การต้งั เวลาและโมโนสเตเบิล
หน่วยความจา 10
- กล่าวนา
8 13-14 - หน่วยความจาแบบรอม
- หน่วยความจาแบบแรม
วงจรเปลี่ยนสัญญาณดิจิตอลกบั แอนะลอ็ ก 10
- กลา่ วนา 10
9 15-16 - วงจรเปล่ียนสญั ญาณดิจิตอลเป็นแอนะลอ็ ก
- วงจรเปล่ียนสญั ญาณแอนะลอ็ กเป็นดิจิตอล
การประยกุ ตใ์ ชว้ งจรดิจิตอล
- กลา่ วนา
10 17-18 - ดิจิตอลไอซีแบบต่าง ๆ
- อุปกรณ์ลอจิกตระกลู ต่าง ๆ
- การสร้างและทดสอบวงจรดิจิตอล
18
7. การเขยี นแผนการสอน
การเขยี นแผนการสอนจะเรียงลาดบั ดงั น้ี
7.1 หวั ขอ้ เร่ือง เป็นหวั ขอ้ หลกั ของการสอนในแตล่ ะคร้ังที่สอน
7.2 จุดประสงคก์ ารเรียนการสอน ประกอบดว้ ยจุดประสงคท์ ว่ั ไปและจุดประสงค์
เชิงพฤติกรรม
7.3 สาระสาคญั เป็นการสรุปสาระสาคญั ของเน้ือหาในแต่ละหน่วย
7.4 เน้ือหาสาระ เป็นรายละเอียดของเน้ือหาท่ีใชใ้ นการเรียนการสอน
7.5 กิจกรรมการเรียนการสอน ประกอบดว้ ย 3 ข้นั ตอน คือ ข้นั เตรียมหรือข้นั นาเขา้ สู่บทเรียน
ข้นั สอน ข้นั สรุป และวดั ผล
7.6 กิจกรรม 5 ส (สะสาง สะดวก สะ อาด สุขลกั ษณะ สร้างนิสัย)
7.7 งานที่มอบหมายหรือกิจกรรมที่มอบหมายเป็นงานหรือกิจกรรมที่มอบหมายใหน้ ักศึกษา
ทาเป็นกลุ่มยอ่ ย เมื่อสอนจบเน้ือหาในแต่ละคร้ัง ใชเ้ วลา 5 นาที
7.8 ส่ือการเรียนการสอน หมายถึง วสั ดุอปุ กรณ์ตา่ งๆท่ีใชป้ ระกอบการเรียนการสอนที่ผลิต
ข้นึ มาหรือจดั หามา ซ่ึงจะมีท้งั สื่อสิ่งพิมพแ์ ละ สื่อโสตทศั น์
7.9 การวดั และประเมินผล เป็นเครื่องมือในการวดั ความรู้ ความสามารถ และทกั ษะของ
นกั ศึกษาใหบ้ รรลุจุดประสงคก์ ารเรียนการสอนท่ีกาหนดไว้ เช่น แบบทดสอบ แบบฝึ กหดั แบบเฉลย
แบบทดสอบและแบบเฉลยแบบฝึ กหดั
7.10 เกณฑก์ ารประเมิน เป็นเกณฑท์ ี่กาหนดไว้ เพื่อตอ้ งการทราบวา่ นกั ศึกษามีผลการประเมิน
ในระดบั ใด จะช่วยครูวางแผนการสอนช่วยใหน้ กั ศึกษาท่ีมีเกณฑต์ ่ากวา่ ท่ีกาหนดไว้ ในแตล่ ะคร้ังได้
พฒั นาตวั เอง
7.11 บนั ทึกหลงั การสอน เป็นการรวบรวมขอ้ มูลท่ีเกิดข้ึนจากการนาแผนการสอนไปใชท้ าการ
สอนแลว้ บงั เกิดผลเป็นอยา่ งไร นามาบนั ทึกไวท้ า้ ยการสอนแต่ละคร้ัง แบ่งออกเป็น3 ดา้ น คือ ผลการ
ใชแ้ ผนการสอน ผลที่เกิดข้ึนของนกั ศึกษา ผลที่เกิดข้ึนกบั ครู เพื่อเป็นขอ้ มูลในการพฒั นาปรับปรุง
แผนการสอนใหม้ ีความสมบูรณ์มากยงิ่ ข้ึนไป
แผนการสอน 19
วชิ า ดิจิตอลประยกุ ต์ หน่วยท่ี 1
ชื่อหน่วย ระบบเลขและเลขฐานสอง สอนคร้ังท่ี 1
ชว่ั โมง 5
เรื่อง ระบบเลขและเลขฐานสอง
ชว่ั โมงรวม 5
หัวข้อเร่ือง
1. ชี้แจงแผนการสอนรายวชิ าดจิ ติ อลประยุกต์
- มาตรฐานรายวชิ า และคาอธิบายรายวิชา
- หน่วยการสอนรายวิชา
- การวดั และประเมินผลการเรียน
- เอกสารประกอบการเรียนการสอนและบรรณานุกรม
2. ทดสอบก่อนเรียน เก่ียวกบั เรื่องต่อไปน้ี
- ระบบตวั เลข
- เลขฐานตา่ ง ๆ ในระบบดิจิตอล
- การแปลงเลขฐาน
- คานวณเชิงเลขคณิตของเลขฐานตา่ ง ๆ
3. ทดสอบหลงั เรียน
แผนการสอน 20
วิชา ดิจิตอลประยกุ ต์ หน่วยท่ี 1
ชื่อหน่วย ระบบเลขและเลขฐานสอง สอนคร้ังท่ี 1
ชวั่ โมง 5
เร่ือง ระบบเลขและเลขฐานสอง
ชว่ั โมงรวม 5
สาระสาคญั
ระบบตวั เลขที่นิยมใชก้ นั มากคอื เลขฐานสิบ นอกจากน้ียงั มีเลขฐานอ่ืน ๆ เช่นเลขฐานสอง
เลขฐานแปดและเลขฐานสิบหก ซ่ึงในการศึกษารายวชิ าที่เกี่ยวขอ้ งกบั ดิจิตอลน้นั มีความจาเป็นท่ี
ตอ้ งเขา้ ใจถึงระบบตวั เลขฐานต่าง ๆ การแปลงเลขฐานตา่ ง ๆการคานวณเชิงเลขคณิตของ
เลขฐานสอง รวมท้งั รหสั ท่ีนิยมใช้
สมรรถนะอาชีพ
ด้านความรู้ เพ่ือให้นกั ศึกษาไดเ้ ขา้ ใจ
1. มาตรฐานรายวิชา และคาอธิบายรายวชิ า
2. แนวทางการเรียนรู้และกระบวนการเรียนรู้
3. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้และกิจกรรมเสริมการเรียนรู้
4. เน้ือหา ความรู้เดิมที่จะนามาใชใ้ นการวเิ คราะห์ แกป้ ัญหา
ด้านทกั ษะ เพื่อให้นกั ศึกษาสามารถ
1. บอกมาตรฐานรายวชิ าไดถ้ ูกตอ้ ง
2. วางแผนการเรียนใหผ้ า่ นมาตรฐานรายวชิ าได้
3. แปลงเลขฐานตา่ ง ๆ ได้
4. บอกระบบตวั เลขในระบบดิจิตอลได้
5. มีกิจนิสยั ในการหาความรู้เพ่ิมเติม
6. มีความซ่ือสตั ย์ รับผิดชอบและตรงต่อเวลา
คณุ ธรรม จริยธรรมทีส่ อดแทรก
1. มีวินยั เช่นการแต่งกายใหถ้ กู ตอ้ งตามระเบียบของสถานศึกษา
2. ความรับผิดชอบ เช่นส่งงานท่ีไดร้ ับมอบหมายตามกาหนดเวลา
3. ความซื่อสตั ย์ เช่นการไม่ลอกเลียนงานของเพื่อนท่ีไดร้ ับมอบหมาย
21
บูรณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. เตรียมความพร้อมดา้ นวสั ดุ อปุ กรณ์ สอดคลอ้ งกบั งานและใชว้ สั ดุอุปกรณ์อยา่ งคุม้ ค่า
ประหยดั ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2. ปฏิบตั ิงานไดถ้ ูกตอ้ งและสาเร็จภายในเวลาท่ีกาหนดอยา่ งมีเหตุผล ตามหลกั ปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพยี ง
บูรณาการนโยบายสถานศึกษา
1. สอนและฝึ กหดั ใหน้ กั เรียน นกั ศึกษา รู้จกั การทางานเป็นกลุ่ม การรับฟังความคิดเห็น
เหตผุ ลของผอู้ ่ืนและปฏิบตั ิหนา้ ที่ที่ไดร้ ับมอบหมาย
2. สง่ เสรมิ กจิ กรรมท่ีสรา้ งความสามคั คี เอือ้ เฟื้อเผ่ือแผ่ ช่วยเหลอื เกือ้ กลู และรกั ใคร่
ปรองดองในสถานศกึ ษา
3. กระตนุ้ และเปิดโอกาสใหน้ กั เรียนนกั ศกึ ษากลา้ ท่จี ะแสดงความคิดเห็นในเร่ืองตา่ งๆ
เช่น กิจกรรมในชนั้ เรียน กิจกรรมต่างๆ ของสถานศกึ ษาและกิจกรรมของชมุ ชน
4. ปลกู จิตสานึกใหน้ กั เรียน นกั ศกึ ษา มีคณุ ธรรม จริยธรรม รูร้ บั ผิดชอบช่วั ดี มคี วาม
ภมู ิใจในความเป็นไทย
5. ใหค้ วามรู้เก่ียวกบั โทษภยั ของยาเสพติด และการหลีกเลี่ยงห่างไกลยาเสพติดเพอ่ื ใหม้ ี
ภูมิคุม้ กนั อยา่ งยงั่ ยนื
22
กจิ กรรมการเรียนการสอน
ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนหรือกจิ กรรมของนกั ศึกษา
ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน
1. ครูกล่าวตอ้ นรับและแนะนาตวั กบั 1.รับฟังขอ้ เสนอแนะ ขอ้ คดิ เห็น
นกั ศึกษาในโอกาสพบกนั คร้ังแรก 2.ขานรับและไม่ส่งเสียงดงั
2. ครูเชค็ ชื่อนกั ศึกษาโดยใชแ้ บบ
ประเมินผลการเรียน ถา้ มีนกั ศึกษามาสายจะ
สอบถามถึงสาเหตุและตกั เตือน
3. ครูอธิบายแผนการสอนรายวิชา ดงั น้ี 3. อ่านและบนั ทึกยอ่ ซกั ถามขอ้ สงสยั
คาอธิบายรายวชิ า มาตรฐานรายวชิ า เน้ือหา
รายวชิ า การวดั และประเมินผล ส่ือการเรียน
การสอน
4. ครูบอกมาตรฐานรายวิชา การเรียนการ 4. รับฟังดว้ ยความต้งั ใจ ถา้ มีขอ้ สงสัยใหถ้ ามครู
สอนและสนทนากบั นกั ศึกษาเก่ียวกบั ความรู้เดิม
ในเร่ืองระบบตวั เลขฐานต่าง ๆ เพอ่ื ท่ีครูจะได้
วางแผนการเรียนการสอนไดถ้ กู ตอ้ ง และ
นกั ศึกษาจะไดผ้ า่ นมาตรฐานรายวิชา ดงั น้นั ครู
ตอ้ งทดสอบก่อนเรียน ใหน้ กั ศึกษาทาเตม็
ความสามารถและมีความซ่ือสตั ย์
5. ครูแจกแบบทดสอบก่อนเรียนคร้ังที่ 1 5.อ่านคาช้ีแจงใหเ้ ขา้ ใจ
พรอ้ มกระดาษคาตอบ
6. ใหน้ กั ศกึ ษาทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น 6.รับแบบทดสอบที่ 1และทาแบบทดสอบดว้ ย
โดยใชเ้ วลาประมาณ 30 นาที ความต้งั ใจและไมท่ จุ ริต
7. ครูบอกกบั นกั ศกึ ษาวา่ ถา้ นกั ศกึ ษาคน 7. ส่งแบบทดสอบพร้อมกระดาษคาตอบ
ไหนทาแบบทดสอบก่อนเรยี นเสรจ็ แลว้ กใ็ หน้ า
แบบทดสอบและกระดาษคาตอบมาสง่ ท่ีครู 8. ศึกษาหวั ขอ้ รายละเอียดเน้ือหาดว้ ยความ
8. ครูแจกใบความรูท้ ่ี 1 ต้งั ใจ
23
กจิ กรรมการเรียนการสอน
ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนหรือกจิ กรรมของนักศึกษา
ขั้นสอน 1. ตงั้ ใจฟัง ดเู นอื้ หารายละเอียดในใบ
1. ครูอธิบายตามใบความรูท้ ่ี 1 โดยใชส้ ื่อ ความรูท้ ่ี 1และจดบนั ทกึ สาระสาคญั ท่ี
แผ่นใส ท่ใี ชก้ บั เคร่ืองฉายภาพขา้ มศรี ษะ ครูอธิบายและซกั ถามเม่ือไม่เขา้ ใจใน
แลว้ บรรยายหรืออธิบาย โดยพยายาม หวั ขอ้ ใด
ถามกระตนุ้ นกั ศกึ ษาใหม้ ีความตน่ื ตวั
และมสี ว่ นรว่ มในการเรียนการสอนมาก
ๆ
ข้ันสรุปและวดั ประเมินผล 1. ช่วยกนั สรุปเนอื้ หาสาระสาคญั ตามท่ี
1. ครูและนกั ศกึ ษาชว่ ยกนั สรุปสาระสาคญั ครูไดต้ งั้ คาถาม
จากการเรียนตามใบความรูท้ ่ี 1 เช่น 2. พกั 5 นาที ถา้ มขี อ้ สงสยั ใหม้ าถามครู
ระบบเลขฐานตา่ ง ๆ , การบวกและลบ ก่อนจะทาการสอบหลงั เรียน เพ่ือจะทา
เลขฐานสอง เป็นตน้ โดยการใชส้ ่ือ ใหไ้ ดค้ ะแนนมาก และเป็นความรูข้ อง
เพาเวอรพ์ อยท์ ตวั นกั ศกึ ษาเอง
2. ใหน้ กั ศึกษาพกั ช่วั คราวประมาณ 5 นาที
เพ่อื ใหน้ กั ศกึ ษาธรุ ะสว่ นตวั ในระหว่างท่ี 3. รบั ฟังและเตรียมทดสอบหลงั เรยี นดว้ ย
นกั ศกึ ษาพกั ครูตรวจดกู ระดาษคาตอบ ความตงั้ ใจ
ก่อนเรยี นวา่ มกี ารแกไ้ ขหรือไม่ ถา้ พบวา่ มี
การแกไ้ ขใหค้ รูเซ็นตช์ ่ือกากบั เพ่ือแจก 4. รบั แบบทดสอบท่ี 1 พรอ้ มอ่านคาชแี้ จง
กระดาษหลงั เรียน ซง่ึ เป็น ใหเ้ ขา้ ใจแลว้ ลงมือทาแบบทดสอบดว้ ย
กระดาษคาตอบชุดเดียวกบั นกั ศกึ ษาคน ความซอ่ื สตั ย์
นนั้ จะไมม่ กี ารแกไ้ ขอกี
3. เม่อื พกั ครบกาหนดท่ีครูกาหนดแลว้ ครู
บอกกบั นกั ศกึ ษาว่าต่อไปนีจ้ ะเป็นการ
ทดสอบผลการเรียนเพ่ือเก็บคะแนนครงั้ ท่ี
1
4. แจกแบบทดสอบท่ี 1 พรอ้ ม
กระดาษคาตอบใหค้ รบทกุ คนจึงอนญุ าต
ใหล้ งมือทาแบบทดสอบได้
24
5. หมดเวลาใหน้ กั ศกึ ษาสง่ ขอ้ สอบคืนท่ีครู 5. ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง แลว้ สง่
แบบทดสอบคนื ครู
6. ครูบอกกบั นกั ศกึ ษาว่าจะแจง้ ผลการทา
แบบทดสอบท่ี 1 ในการเรียนครงั้ ท่ี 2 6. รบั ฟังดว้ ยความตงั้ ใจ
7. แจกใบความรูท้ ่ี 2 และเตรียมเรยี นครงั้ 7. รบั ใบความรูท้ ่ี 2 และถือปฏิบตั ิตามท่ี
ต่อไป ครูแนะนา ถา้ ไมเ่ ขา้ ใจใหถ้ ามครูหรือผูร้ ู้
25
กจิ กรรมปลูกจิตสานกึ
กจิ กรรมของครู กจิ กรรมของนกั ศึกษา
กจิ กรรม 5 ส. (สะสาง , สะดวก , สะอาด , 1. รบั ฟังขอ้ ชีแ้ จง ซกั ถามขอ้ สงสยั
สุขลักษณะ , สร้างนิสัย)
1. ครูแจง้ เรือ่ งการรกั ษาความสะอาดในหอ้ ง 2. รวมกลมุ่ ท่ีไดร้ บั มอบหมายหรอื ท่ี
นกั ศกึ ษาเลือกกนั เองแลว้ เขียนช่อื
เรยี นวา่ มีความสาคญั ในการเรียนการ สมาชกิ
สอนเพ่ือท่จี ะทาใหเ้ กิดบรรยากาศในการ
เรยี นการสอนท่ีดี ดงั นนั้ นกั ศึกษาทกุ คน 3. ตวั แทนลมุ่ รบั ใบกจิ กรรม 5 ส.
จะตอ้ งรว่ มมอื กนั ในการรกั ษาความ
สะอาด 4. แยกกลมุ่ ทากิจกรรม 5 ส.
2. แบ่งนกั ศึกษาออกเป็น 5 กลมุ่ ๆ ละเท่า ๆ
กนั โดยครูอาจแบ่งใหห้ รือนกั ศกึ ษาแบ่ง 5. สง่ ตวั แทนกลมุ่ ออกไปประเมนิ กลมุ่ อ่นื
กนั เอง ตามท่ีครูกาหนด
3. แจกตารางกจิ กรรม 5 ส. มอบหมาย
กิจกรรมในแตล่ ะกลมุ่ 6. หวั หนา้ หอ้ งบอกนกั ศกึ ษาจดั แถว
4. ใหน้ กั ศกึ ษาทากิจกรรม 5 ส. โดย
แบ่งกลมุ่ ตามตารางกิจกรรมท่แี จกให้ 7. รบั ฟังและแนะนาไปปฏบิ ตั ิ
5. ใหน้ กั ศกึ ษาสง่ ตวั แทนกลมุ่ ๆ ละหน่งึ คน
เพ่อื มาประเมนิ ใหค้ ะแนนกล่มุ อ่นื เพยี ง 8. รบั การตรวจเคร่ืองแต่งกายและรบั ฟัง
กลมุ่ เดียว ขอ้ แนะนา ขอ้ เสนอแนะตา่ ง ๆ
6. ใหน้ กั ศึกษาเขา้ แถวหนา้ หอ้ งเรยี น
7. ครูกลา่ วสอดแทรกคณุ ธรรม จรยิ ธรรม 9. หวั หนา้ หอ้ งบอกนกั ศกึ ษาทาความ
ดา้ นความมวี ินยั และดา้ นความรบั ผดิ ชอบ เคารพ โดยนกั ศกึ ษาทกุ คนกลา่ วคาว่า
8. ตรวจเคร่ืองแต่งกาย โดยนกั ศกึ ษาท่แี ตง่ “ขอบคณุ ครบั ,คะ่ ” แลว้ แยกไปเรยี น
กายผิดระเบียบจะตกั เตือนหรอื ลงโทษ วิชาต่อไป
ตามสมควร
9. บอกหมดเวลาเรยี นสาหรบั วนั นี้ ให้
นกั ศกึ ษาไปเรียนวชิ าตอ่ ไป
26
งานทมี่ อบหมายหรือกจิ กรรมทีม่ อบหมาย
1. กจิ กรรมการเรียนการสอน ครูใหน้ กั ศกึ ษา
ศกึ ษาแผนการสอนรายวชิ าดิจติ อลเทคนิคท่คี รูแจกให้
ตงั้ ใจฟัง ซกั ถามขอ้ สงสยั ช่วยกนั ตอบคาถามและจดบนั ทกึ สรุปย่อสาระสาคญั
ทาแบบทดสอบท่ี 1
2. กิจกรรมในขณะเรียน ครูใหน้ กั ศกึ ษา
ตงั้ ใจดู ฟัง จดบนั ทึกสรุปความคดิ รวบยอดจากการบรรยายของครู
ยกตวั อย่างและตอบคาถามเป็นรายบคุ คล
ซกั ถามขอ้ สงสยั
ระดมสมองช่วยกนั ตอบคาถาม
3. กิจกรรมหลังเรยี น ครูใหน้ กั ศกึ ษา
ทาแบบทดสอบท่ี 1
แบ่งกลมุ่ ทากจิ กรรม 5 ส.
ศกึ ษาใบความรูท้ ่ี 2
27
สอื่ การเรยี นการสอน
สอื่ สง่ิ พิมพ์
1. แผนการสอนรายวิชา
2. ใบความรูท้ ่ี 1 เรื่องระบบเลขและเลขฐานสอง
3. แบบทดสอบท่ี 1 และแบบเฉลยแบบทดสอบท่ี 1
4. เอกสารประกอบการเรยี นการสอน(บรรณานุกรม)
5. ใบตารางกจิ กรรม 5 ส.
6. แบบประเมินผลการเรียน
7. แบบบนั ทกึ หลงั การสอน
สื่อโสตทัศน์
1. กระดานไวทบ์ อรด์ พรอ้ มปากกาไวทบ์ อรด์ แบบลบไดส้ ีดา นา้ เงิน แดง และเขยี ว
2. เครือ่ งฉายภาพขา้ มศีรษะพรอ้ มแผ่นใส
3. เครื่องโปรเจกเตอร์ และคอมพิวเตอร์
4. โปรแกรมนาเสนอผลงาน(เพาเวอรพ์ อยท)์
การวดั และประเมนิ ผล
1. วดั ความรู้ ความจาและความเขา้ ใจจากการตอบคาถาม
2. สงั เกตความสนใจและความสามคั คีของนกั ศกึ ษาจากการทากจิ กรรมกลมุ่
3. วดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนโดยใชแ้ บบทดสอบท่ี 1 ทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี น
4. ตรวจแบบทดสอบท่ี 1
5. วดั คณุ ธรรม จรยิ ธรรมดา้ นความมวี นิ ยั และความรบั ผดิ ชอบ
6. วดั การทากิจกรรม 5 ส.
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล นักศกึ ษาทจ่ี ะผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ จะตอ้ งได้
1. คะแนนทาแบบทดสอบหลงั เรยี นมากกวา่ ก่อนเรยี น
2. คะแนนทาแบบทดสอบ จะตอ้ งไมต่ ่ากว่า 80%
3. คะแนนทากจิ กรรม 5 ส. จะตอ้ งไดไ้ มต่ ่ากว่า 80%
28
บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1 ขอ้ สรุปหลงั การจดั การเรียนรู้
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................
2 ปัญหาท่ีพบ
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
........................................................................................................
3 แนวทางแกป้ ัญหา
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
........................................................................................................................
แผนการสอน 29
วชิ า ดิจิตอลประยกุ ต์ หน่วยท่ี 1
ชื่อหน่วย ระบบเลขและเลขฐานสอง สอนคร้ังท่ี 1
ชว่ั โมง 5
เรื่อง ระบบเลขและเลขฐานสอง
ชว่ั โมงรวม 5
หัวข้อเร่ือง
4. ชี้แจงแผนการสอนรายวชิ าดจิ ติ อลประยุกต์
- มาตรฐานรายวชิ า และคาอธิบายรายวิชา
- หน่วยการสอนรายวิชา
- การวดั และประเมินผลการเรียน
- เอกสารประกอบการเรียนการสอนและบรรณานุกรม
5. ทดสอบก่อนเรียน เก่ียวกบั เร่ืองต่อไปน้ี
- ระบบตวั เลข
- เลขฐานตา่ ง ๆ ในระบบดิจิตอล
- การแปลงเลขฐาน
- คานวณเชิงเลขคณิตของเลขฐานต่าง ๆ
6. ทดสอบหลงั เรียน
แผนการสอน 30
วิชา ดิจิตอลประยกุ ต์ หน่วยที่ 1
ช่ือหน่วย ระบบเลขและเลขฐานสอง สอนคร้ังที่ 1
ชว่ั โมง 5
เร่ือง ระบบเลขและเลขฐานสอง
ชว่ั โมงรวม 5
สาระสาคญั
ระบบตวั เลขท่ีนิยมใชก้ นั มากคือ เลขฐานสิบ นอกจากน้ียงั มีเลขฐานอื่น ๆ เช่นเลขฐานสอง
เลขฐานแปดและเลขฐานสิบหก ซ่ึงในการศึกษารายวิชาท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ดิจิตอลน้นั มีความจาเป็นท่ี
ตอ้ งเขา้ ใจถึงระบบตวั เลขฐานตา่ ง ๆ การแปลงเลขฐานต่าง ๆการคานวณเชิงเลขคณิตของ
เลขฐานสอง รวมท้งั รหสั ท่ีนิยมใช้
สมรรถนะอาชีพ
ด้านความรู้ เพ่ือให้นกั ศึกษาไดเ้ ขา้ ใจ
5. มาตรฐานรายวิชา และคาอธิบายรายวชิ า
6. แนวทางการเรียนรู้และกระบวนการเรียนรู้
7. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้และกิจกรรมเสริมการเรียนรู้
8. เน้ือหา ความรู้เดิมที่จะนามาใชใ้ นการวเิ คราะห์ แกป้ ัญหา
ด้านทกั ษะ เพ่ือใหน้ กั ศึกษาสามารถ
7. บอกมาตรฐานรายวิชาไดถ้ ูกตอ้ ง
8. วางแผนการเรียนให้ผา่ นมาตรฐานรายวิชาได้
9. แปลงเลขฐานต่าง ๆ ได้
10. บอกระบบตวั เลขในระบบดิจิตอลได้
11. มีกิจนิสยั ในการหาความรู้เพ่ิมเติม
12. มีความซื่อสตั ย์ รับผดิ ชอบและตรงต่อเวลา
คณุ ธรรม จริยธรรมที่สอดแทรก
4. มีวนิ ยั เช่นการแต่งกายใหถ้ ูกตอ้ งตามระเบียบของสถานศึกษา
5. ความรับผดิ ชอบ เช่นส่งงานท่ีไดร้ ับมอบหมายตามกาหนดเวลา
6. ความซ่ือสัตย์ เช่นการไมล่ อกเลียนงานของเพื่อนที่ไดร้ ับมอบหมาย
บูรณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
31
1. เตรียมความพร้อมดา้ นวสั ดุ อุปกรณ์ สอดคลอ้ งกบั งานและใชว้ สั ดุอปุ กรณ์อยา่ งคุม้ ค่า
ประหยดั ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
2. ปฏิบตั ิงานไดถ้ ูกตอ้ งและสาเร็จภายในเวลาที่กาหนดอยา่ งมีเหตผุ ล ตามหลกั ปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง
บูรณาการนโยบายสถานศึกษา
1. สอนและฝึกหดั ใหน้ กั เรียน นกั ศึกษา รู้จกั การทางานเป็นกลมุ่ การรับฟังความคดิ เห็น
เหตุผลของผอู้ ื่นและปฏิบตั ิหนา้ ที่ท่ีไดร้ ับมอบหมาย
2. สง่ เสรมิ กจิ กรรมท่ีสรา้ งความสามคั คี เอือ้ เฟื้อเผ่ือแผ่ ช่วยเหลอื เกือ้ กลู และรกั ใคร่
ปรองดองในสถานศึกษา
3. กระตนุ้ และเปิดโอกาสใหน้ กั เรยี นนกั ศึกษากลา้ ท่จี ะแสดงความคิดเห็นในเร่ืองตา่ งๆ
เชน่ กจิ กรรมในชนั้ เรียน กิจกรรมตา่ งๆ ของสถานศกึ ษาและกิจกรรมของชมุ ชน
4. ปลกู จิตสานึกใหน้ กั เรียน นกั ศกึ ษา มีคณุ ธรรม จริยธรรม รูร้ บั ผิดชอบช่วั ดี มีความ
ภมู ิใจในความเป็นไทย
5. ใหค้ วามรู้เกี่ยวกบั โทษภยั ของยาเสพติด และการหลีกเล่ียงห่างไกลยาเสพติดเพ่ือใหม้ ี
ภมู ิคมุ้ กนั อยา่ งยง่ั ยนื
32
กจิ กรรมการเรียนการสอน
ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนหรือกจิ กรรมของนกั ศึกษา
ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน
9. ครูกลา่ วตอ้ นรับและแนะนาตวั กบั 8.รับฟังขอ้ เสนอแนะ ขอ้ คิดเห็น
นกั ศึกษาในโอกาสพบกนั คร้ังแรก 9.ขานรับและไม่ส่งเสียงดงั
10. ครูเชค็ ชื่อนกั ศึกษาโดยใชแ้ บบ
ประเมินผลการเรียน ถา้ มีนกั ศึกษามาสายจะ
สอบถามถึงสาเหตแุ ละตกั เตือน
11. ครูอธิบายแผนการสอนรายวิชา ดงั น้ี 10. อา่ นและบนั ทึกยอ่ ซกั ถามขอ้ สงสัย
คาอธิบายรายวชิ า มาตรฐานรายวิชา เน้ือหา
รายวิชา การวดั และประเมินผล ส่ือการเรียน
การสอน
12. ครูบอกมาตรฐานรายวชิ า การเรียนการ 11. รับฟังดว้ ยความต้งั ใจ ถา้ มีขอ้ สงสยั ให้
สอนและสนทนากบั นกั ศึกษาเก่ียวกบั ความรู้เดิม ถามครู
ในเร่ืองระบบตวั เลขฐานต่าง ๆ เพ่ือที่ครูจะได้
วางแผนการเรียนการสอนไดถ้ ูกตอ้ ง และ
นกั ศึกษาจะไดผ้ า่ นมาตรฐานรายวชิ า ดงั น้นั ครู
ตอ้ งทดสอบก่อนเรียน ใหน้ กั ศึกษาทาเตม็
ความสามารถและมีความซื่อสัตย์
13. ครูแจกแบบทดสอบก่อนเรียนคร้ังท่ี 1
พรอ้ มกระดาษคาตอบ 12. อา่ นคาช้ีแจงใหเ้ ขา้ ใจ
14. ใหน้ กั ศึกษาทาแบบทดสอบก่อนเรยี น
โดยใชเ้ วลาประมาณ 30 นาที 13. รับแบบทดสอบท่ี 1และทา
15. ครูบอกกบั นกั ศกึ ษาว่า ถา้ นกั ศกึ ษาคน แบบทดสอบดว้ ยความต้งั ใจและไมท่ ุจริต
ไหนทาแบบทดสอบก่อนเรยี นเสรจ็ แลว้ กใ็ หน้ า 14. ส่งแบบทดสอบพร้อมกระดาษคาตอบ
แบบทดสอบและกระดาษคาตอบมาสง่ ท่ีครู
16. ครูแจกใบความรูท้ ่ี 1 8. ศึกษาหวั ขอ้ รายละเอียดเน้ือหาดว้ ยความ
ต้งั ใจ
33
กจิ กรรมการเรียนการสอน
ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนหรือกจิ กรรมของนกั ศึกษา
ขัน้ สอน 2. ตงั้ ใจฟัง ดเู นอื้ หารายละเอยี ดในใบ
2. ครูอธิบายตามใบความรูท้ ่ี 1 โดยใชส้ ื่อ ความรูท้ ่ี 1และจดบนั ทกึ สาระสาคญั ท่ี
แผน่ ใส ท่ใี ชก้ บั เครื่องฉายภาพขา้ มศีรษะ ครูอธิบายและซกั ถามเม่ือไม่เขา้ ใจใน
แลว้ บรรยายหรืออธิบาย โดยพยายาม หวั ขอ้ ใด
ถามกระตนุ้ นกั ศกึ ษาใหม้ คี วามตน่ื ตวั
และมสี ว่ นรว่ มในการเรียนการสอนมาก
ๆ
ขนั้ สรุปและวดั ประเมินผล 8. ช่วยกนั สรุปเนอื้ หาสาระสาคญั ตามท่ี
8. ครูและนกั ศกึ ษาช่วยกนั สรุปสาระสาคญั ครูไดต้ งั้ คาถาม
จากการเรียนตามใบความรูท้ ่ี 1 เชน่ 9. พกั 5 นาที ถา้ มขี อ้ สงสยั ใหม้ าถามครู
ระบบเลขฐานต่าง ๆ , การบวกและลบ กอ่ นจะทาการสอบหลงั เรียน เพ่ือจะทา
เลขฐานสอง เป็นตน้ โดยการใชส้ ่ือ ใหไ้ ดค้ ะแนนมาก และเป็นความรูข้ อง
เพาเวอรพ์ อยท์ ตวั นกั ศกึ ษาเอง
9. ใหน้ กั ศกึ ษาพกั ช่วั คราวประมาณ 5 นาที
เพ่อื ใหน้ กั ศกึ ษาธุระสว่ นตวั ในระหวา่ งท่ี 10. รบั ฟังและเตรียมทดสอบหลงั เรียนดว้ ย
นกั ศกึ ษาพกั ครูตรวจดกู ระดาษคาตอบ ความตงั้ ใจ
กอ่ นเรียนวา่ มีการแกไ้ ขหรือไม่ ถา้ พบว่ามี
การแกไ้ ขใหค้ รูเซ็นตช์ ่ือกากบั เพ่ือแจก 11. รบั แบบทดสอบท่ี 1 พรอ้ มอ่านคาชีแ้ จง
กระดาษหลงั เรียน ซ่งึ เป็น ใหเ้ ขา้ ใจแลว้ ลงมอื ทาแบบทดสอบดว้ ย
กระดาษคาตอบชดุ เดยี วกบั นกั ศกึ ษาคน ความซ่ือสตั ย์
นนั้ จะไม่มีการแกไ้ ขอีก
10. เม่อื พกั ครบกาหนดท่ีครูกาหนดแลว้ ครู
บอกกบั นกั ศกึ ษาว่าต่อไปนจี้ ะเป็นการ
ทดสอบผลการเรยี นเพ่ือเกบ็ คะแนนครงั้ ท่ี
1
11. แจกแบบทดสอบท่ี 1 พรอ้ ม
กระดาษคาตอบใหค้ รบทกุ คนจึงอนญุ าต
ใหล้ งมือทาแบบทดสอบได้
34
12. หมดเวลาใหน้ กั ศกึ ษาสง่ ขอ้ สอบคนื ท่ีครู 12. ตรวจสอบความถูกตอ้ ง แลว้ สง่
แบบทดสอบคนื ครู
13. ครูบอกกบั นกั ศกึ ษาวา่ จะแจง้ ผลการทา
แบบทดสอบท่ี 1 ในการเรียนครง้ั ท่ี 2 13. รบั ฟังดว้ ยความตงั้ ใจ
14. แจกใบความรูท้ ่ี 2 และเตรยี มเรยี นครงั้ 14. รบั ใบความรูท้ ่ี 2 และถือปฏิบตั ิตามท่ี
ต่อไป ครูแนะนา ถา้ ไม่เขา้ ใจใหถ้ ามครูหรือผรู้ ู้
35
กจิ กรรมปลูกจติ สานกึ
กจิ กรรมของครู กจิ กรรมของนกั ศึกษา
กจิ กรรม 5 ส. (สะสาง , สะดวก , สะอาด , 10. รบั ฟังขอ้ ชแี้ จง ซกั ถามขอ้ สงสยั
สุขลักษณะ , สร้างนิสยั )
10. ครูแจง้ เร่ืองการรกั ษาความสะอาดในหอ้ ง 11. รวมกลมุ่ ท่ีไดร้ บั มอบหมายหรือท่ี
นกั ศกึ ษาเลือกกนั เองแลว้ เขียนช่อื
เรียนว่ามีความสาคญั ในการเรียนการ สมาชิก
สอนเพ่ือท่จี ะทาใหเ้ กิดบรรยากาศในการ
เรยี นการสอนท่ีดี ดงั นนั้ นกั ศึกษาทกุ คน 12. ตวั แทนลมุ่ รบั ใบกิจกรรม 5 ส.
จะตอ้ งรว่ มมือกนั ในการรกั ษาความ
สะอาด 13. แยกกลมุ่ ทากิจกรรม 5 ส.
11. แบ่งนกั ศึกษาออกเป็น 5 กล่มุ ๆ ละเทา่ ๆ
กนั โดยครูอาจแบ่งใหห้ รอื นกั ศกึ ษาแบง่ 14. สง่ ตวั แทนกลมุ่ ออกไปประเมินกลมุ่ อ่นื
กนั เอง ตามท่ีครูกาหนด
12. แจกตารางกิจกรรม 5 ส. มอบหมาย
กจิ กรรมในแตล่ ะกลมุ่ 15. หวั หนา้ หอ้ งบอกนกั ศกึ ษาจดั แถว
13. ใหน้ กั ศกึ ษาทากิจกรรม 5 ส. โดย
แบ่งกลมุ่ ตามตารางกจิ กรรมท่แี จกให้ 16. รบั ฟังและแนะนาไปปฏิบตั ิ
14. ใหน้ กั ศึกษาสง่ ตวั แทนกลมุ่ ๆ ละหนึ่งคน
เพ่อื มาประเมินใหค้ ะแนนกล่มุ อ่นื เพยี ง 17. รบั การตรวจเคร่ืองแตง่ กายและรบั ฟัง
กลมุ่ เดยี ว ขอ้ แนะนา ขอ้ เสนอแนะต่าง ๆ
15. ใหน้ กั ศึกษาเขา้ แถวหนา้ หอ้ งเรยี น
16. ครูกลา่ วสอดแทรกคณุ ธรรม จรยิ ธรรม 18. หวั หนา้ หอ้ งบอกนกั ศกึ ษาทาความ
ดา้ นความมีวนิ ยั และดา้ นความรบั ผดิ ชอบ เคารพ โดยนกั ศกึ ษาทกุ คนกลา่ วคาว่า
17. ตรวจเคร่อื งแต่งกาย โดยนกั ศกึ ษาท่แี ต่ง “ขอบคณุ ครบั ,คะ่ ” แลว้ แยกไปเรียน
กายผิดระเบียบจะตกั เตือนหรือลงโทษ วชิ าต่อไป
ตามสมควร
18. บอกหมดเวลาเรยี นสาหรบั วนั นี้ ให้
นกั ศกึ ษาไปเรียนวิชาตอ่ ไป
36
งานทมี่ อบหมายหรือกจิ กรรมทีม่ อบหมาย
4. กจิ กรรมการเรียนการสอน ครูใหน้ กั ศกึ ษา
ศกึ ษาแผนการสอนรายวชิ าดิจติ อลเทคนิคท่คี รูแจกให้
ตงั้ ใจฟัง ซกั ถามขอ้ สงสยั ช่วยกนั ตอบคาถามและจดบนั ทกึ สรุปย่อสาระสาคญั
ทาแบบทดสอบท่ี 1
5. กิจกรรมในขณะเรียน ครูใหน้ กั ศกึ ษา
ตงั้ ใจดู ฟัง จดบนั ทึกสรุปความคดิ รวบยอดจากการบรรยายของครู
ยกตวั อย่างและตอบคาถามเป็นรายบคุ คล
ซกั ถามขอ้ สงสยั
ระดมสมองช่วยกนั ตอบคาถาม
6. กิจกรรมหลังเรยี น ครูใหน้ กั ศกึ ษา
ทาแบบทดสอบท่ี 1
แบ่งกลมุ่ ทากจิ กรรม 5 ส.
ศกึ ษาใบความรูท้ ่ี 2
37
สอื่ การเรยี นการสอน
ส่อื สงิ่ พิมพ์
8. แผนการสอนรายวิชา
9. ใบความรูท้ ่ี 1 เรื่องระบบเลขและเลขฐานสอง
10. แบบทดสอบท่ี 1 และแบบเฉลยแบบทดสอบท่ี 1
11. เอกสารประกอบการเรยี นการสอน(บรรณานุกรม)
12. ใบตารางกิจกรรม 5 ส.
13. แบบประเมนิ ผลการเรียน
14. แบบบนั ทกึ หลงั การสอน
ส่อื โสตทศั น์
5. กระดานไวทบ์ อรด์ พรอ้ มปากกาไวทบ์ อรด์ แบบลบไดส้ ีดา นา้ เงิน แดง และเขยี ว
6. เคร่อื งฉายภาพขา้ มศีรษะพรอ้ มแผ่นใส
7. เครื่องโปรเจกเตอร์ และคอมพวิ เตอร์
8. โปรแกรมนาเสนอผลงาน(เพาเวอรพ์ อยท)์
การวดั และประเมินผล
7. วดั ความรู้ ความจาและความเขา้ ใจจากการตอบคาถาม
8. สงั เกตความสนใจและความสามคั คีของนกั ศกึ ษาจากการทากจิ กรรมกลมุ่
9. วดั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนโดยใชแ้ บบทดสอบท่ี 1 ทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี น
10. ตรวจแบบทดสอบท่ี 1
11. วดั คณุ ธรรม จรยิ ธรรมดา้ นความมวี นิ ยั และความรบั ผดิ ชอบ
12. วดั การทากจิ กรรม 5 ส.
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล นักศึกษาทจี่ ะผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ จะตอ้ งได้
4. คะแนนทาแบบทดสอบหลงั เรียนมากกว่าก่อนเรียน
5. คะแนนทาแบบทดสอบ จะตอ้ งไม่ต่ากว่า 80%
6. คะแนนทากิจกรรม 5 ส. จะตอ้ งไดไ้ ม่ต่ากวา่ 80%
38
บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรียนรู้
1 ขอ้ สรุปหลงั การจดั การเรียนรู้
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................
2 ปัญหาที่พบ
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
........................................................................................................
3 แนวทางแกป้ ัญหา
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
........................................................................................................................
แผนการสอน 39
วิชา ดิจิตอลประยกุ ต์ หน่วยท่ี 2
ชื่อหน่วย ลอจิกเกตและพีชคณิตแบบบูล สอนคร้ังที่ 2
ชวั่ โมง 10
เรื่อง ลอจิกเกตและพีชคณิตแบบบลู
ชว่ั โมงรวม 10
สาระสาคญั
สภาวะที่ใชใ้ นวงจรดิจิตอลน้นั มีอยู่ 2 สภาวะคือ ปิ ดและเปิ ด ซ่ึงอปุ กรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ท่ี
สามารถนามาใชใ้ นการดาเนินการคือ ลอจิกเกตแบบต่าง ๆ อนั ไดแ้ ก่ อินเวอร์เตอร์ ออร์เกต แอนด์
เกต นอร์เกต แนนตเ์ กตและเอกซค์ ลซู ีออร์เกต
จากลอจิกเกตท่ีมีอยเู่ ม่ือนามาตอ่ กนั เพือ่ ใหท้ าหนา้ ท่ีอยา่ งใดอยา่ งหน่ึงน้นั เรามีทฤษฎีพีชคณิต
แบบบลู มาใชใ้ นการแกป้ ัญหาลอจิกดงั กล่าว การดาเนินการในพชี คณิตแบบบูลจะมีกฎพ้นื ฐานที่
เหมือนกบั พชี คณิตทวั่ ไปท่ีคุน้ เคยกนั อยแู่ ลว้ กบั กฎบางอยา่ งท่ีแตกต่างพีชคณิตทวั่ ไป
เนื้อหา
2.1 ลอจิกเกต
2.2 ทฤษฎีพชี คณิตแบบบูล
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายถึงสภาวะและระดบั ลอจิกในระบบดิจิตอลได้
2. อธิบายการทางานและตารางคา่ ความจริงของลอจิกเกตท้งั 6 แบบได้
3. อธิบายวิธีการใชน้ อร์เกตและแนนตเ์ กตเป็นยนู ิเวอร์ซลั เกตได้
4. นาทฤษฏีพชี คณิตแบบบลู ไปแกป้ ัญหาลอจิกได้
แผนการสอน 40
วชิ า ดิจิตอลประยกุ ต์ หน่วยท่ี 2
ชื่อหน่วย ลอจิกเกตและพีชคณิตแบบบลู สอนคร้ังท่ี 2
ชว่ั โมง 10
เร่ือง ลอจิกเกตและพชี คณิตแบบบูล
ชวั่ โมงรวม 10
สมรรถนะอาชีพ
ด้านความรู้ เพ่อื ใหน้ กั ศกึ ษาไดเ้ ขา้ ใจ
1. มาตรฐานรายวิชาและคาอธิบายรายวชิ า
2. แนวทางการเรยี นรูแ้ ละกระบวนการเรียนรู้
3. การวดั และประเมินผลการเรียนรูแ้ ละกิจกรรมเสรมิ การเรียนรู้
4. เนอื้ หาความรูเ้ ดิมท่ีสาคญั ท่ีจะนามาใชใ้ นการวิเคราะห์ แกป้ ัญหา
ด้านทกั ษะ เพ่อื ใหน้ กั ศกึ ษาสามารถ
1. บอกมาตรฐานรายวิชาไดถ้ ูกตอ้ ง
2. วางแผนการเรียนใหผ้ า่ นมาตรฐานรายวิชา
3. แกป้ ัญหาลอจกิ โดยใชท้ ฤษฎีพีชคณิตแบบบลู ไดถ้ กู ตอ้ ง
4. มีกิจนสิ ยั ในการคน้ ควา้ หาความรูเ้ พมิ่ เตมิ
5. มคี วามซอ่ื สตั ย์ รบั ผิดชอบและตรงตอ่ เวลา
คุณธรรม จรยิ ธรรมทสี่ อดแทรก
1. มวี นิ ยั เชน่ การแต่งกายใหถ้ กู ตอ้ งตามระเบียบของสถานศกึ ษา
2. ความรบั ผดิ ชอบ เช่นการสง่ งานท่ไี ดร้ บั มอบหมายตามกาหนดเวลา
3. ความซื่อสตั ย์ เชน่ การไมล่ อกเลยี นงานของเพ่อื น
41
สาระสาคัญ
ระบบตวั เลขท่ีนิยมใชก้ นั มากคือ เลขฐานสบิ นอกจากนยี้ งั มีเลขฐานอ่นื ๆ เชน่ เลขฐานสอง
เลขฐานแปดและเลขฐานสิบหก ซง่ึ ในการศกึ ษารายวิชาท่เี ก่ียวขอ้ งกบั ดิจิตอลนนั้ มีความจาเป็นท่ี
ตอ้ งเขา้ ใจถงึ ระบบตวั เลขฐานตา่ ง ๆ การแปลงเลขฐานต่าง ๆการคานวณเชิงเลขคณิตของ
เลขฐานสอง รวมทงั้ รหสั ท่นี ิยมใช้
สมรรถนะอาชพี
ด้านความรู้ เพ่อื ใหน้ กั ศกึ ษาไดเ้ ขา้ ใจ
1. มาตรฐานรายวิชา และคาอธิบายรายวชิ า
2. แนวทางการเรียนรูแ้ ละกระบวนการเรียนรู้
3. การวดั และประเมินผลการเรียนรูแ้ ละกิจกรรมเสรมิ การเรียนรู้
4. เนอื้ หา ความรูเ้ ดิมท่ีจะนามาใชใ้ นการวิเคราะห์ แกป้ ัญหา
ด้านทกั ษะ เพ่อื ใหน้ กั ศกึ ษาสามารถ
1. บอกมาตรฐานรายวิชาไดถ้ ูกตอ้ ง
2. วางแผนการเรียนใหผ้ ่านมาตรฐานรายวชิ าได้
3. แปลงเลขฐานต่าง ๆ ได้
4. บอกระบบตวั เลขในระบบดจิ ิตอลได้
5. มีกิจนสิ ยั ในการหาความรูเ้ พิ่มเตมิ
6. มคี วามซ่ือสตั ย์ รบั ผิดชอบและตรงต่อเวลา
คณุ ธรรม จรยิ ธรรมทส่ี อดแทรก
1. มีวนิ ยั เช่นการแต่งกายใหถ้ ูกตอ้ งตามระเบียบของสถานศกึ ษา
2. ความรบั ผิดชอบ เช่นสง่ งานท่ไี ดร้ บั มอบหมายตามกาหนดเวลา
3. ความซ่อื สตั ย์ เช่นการไม่ลอกเลียนงานของเพ่อื นท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
42
บูรณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
3.4 เตรียมความพรอ้ มดา้ นวสั ดุ อปุ กรณ์ สอดคลอ้ งกบั งานและใชว้ สั ดอุ ปุ กรณอ์ ยา่ ง
คมุ้ ค่า ประหยดั ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
3.5 ปฏิบตั ิงานไดถ้ กู ตอ้ งและสาเรจ็ ภายในเวลาท่ีกาหนดอย่างมเี หตผุ ล ตามหลกั
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
บรู ณาการนโยบายสถานศึกษา
3.6 สอนและฝึกหดั ใหน้ กั เรยี น นกั ศกึ ษา รูจ้ กั การทางานเป็นกลมุ่ การรบั ฟังความ
คดิ เห็นเหตผุ ลของผอู้ ่นื และปฏิบตั หิ นา้ ท่ที ่ไี ดร้ บั มอบหมาย
3.7 สง่ เสรมิ กิจกรรมท่ีสรา้ งความสามคั คี เออื้ เฟื้อเผ่ือแผ่ ช่วยเหลือเกือ้ กลู และรกั ใคร่
ปรองดองในสถานศกึ ษา
3.8 กระตนุ้ และเปิดโอกาสใหน้ กั เรียนนกั ศกึ ษากลา้ ท่จี ะแสดงความคิดเห็นในเร่ืองต่างๆ
เช่น กจิ กรรมในชนั้ เรยี น กิจกรรมตา่ งๆ ของสถานศกึ ษาและกิจกรรมของชมุ ชน
3.9 ปลกู จติ สานึกใหน้ กั เรียน นกั ศกึ ษา มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม รูร้ บั ผิดชอบช่วั ดี มีความ
ภมู ใิ จในความเป็นไทย
3.10 ใหค้ วามรูเ้ กี่ยวกบั โทษภยั ของยาเสพติด และการหลกี เล่ยี งห่างไกลยาเสพติด
เพ่อื ใหม้ ีภมู คิ มุ้ กนั อยา่ งย่งั ยืน
43
กจิ กรรมการเรียนการสอน
ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนหรือกจิ กรรมของนกั ศึกษา
ขนั้ นาสู่บทเรียน 1. รบั ฟังขอ้ คิดเห็น ขอ้ เสนอแนะ
1. ครูกลา่ วตอ้ นรบั นกั ศกึ ษาในโอกาสพบ
2. ขานรบั และไม่สง่ เสียงดงั
กนั อีกครง้ั
2. ครูเช็คช่ือนกั ศกึ ษาโดยใชแ้ บบ 3. ตงั้ ใจฟังดว้ ยความสงบ
4. รบั แบบทดสอบและอ่านคาชีแ้ จงให้
ประเมนิ ผลการเรียน ถา้ มนี กั ศกึ ษามาสายจะ
สอบถามถงึ สาเหตแุ ละตกั เตือน เขา้ ใจ
5. ทาแบบทดสอบท่ี 2 ดว้ ยความตงั้ ใจ
3. ครูแจง้ ผลคะแนนการสอบครงั้ ท่ีแลว้
4. ครูแจกแบบทดสอบท่ี 2 พรอ้ ม และไม่ทจุ รติ
กระดาษคาตอบ 6. สง่ แบบทดทดสอบท่ี 2
5. ใหน้ กั ศกึ ษาทาแบบทดสอบ โดยใช้
เวลา 20 นาที 7. ศกึ ษาหวั ขอ้ รายละเอียดเนือ้ หาดว้ ย
6. ใหน้ กั ศึกษาสง่ แบบทดสอบท่ี 2 พรอ้ ม ความตงั้ ใจ
กระดาษคาตอบ ท่คี รู
7. ครูแจกใบความรูท้ ่ี 2 เรื่องลอจิกเกต
และทฤษฏพี ีชคณิตแบบบลู
44
กจิ กรรมการเรียนการสอน
ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนหรือกจิ กรรมของนักศึกษา
ข้ันสอน 3. ตงั้ ใจฟัง ดเู นอื้ หารายละเอยี ดในใบ
3. ครูอธิบายตามใบความรูท้ ่ี 2 โดยใชส้ ่ือ ความรูท้ ่ี 2 และจดบนั ทกึ สาระสาคญั ท่ี
แผน่ ใส ท่ใี ชก้ บั เคร่ืองฉายภาพขา้ มศีรษะ ครูอธิบายและซกั ถามเม่ือไม่เขา้ ใจใน
แลว้ บรรยายหรืออธิบาย โดยพยายาม หวั ขอ้ ใด
ถามกระตนุ้ นกั ศกึ ษาใหม้ คี วามต่ืนตวั
และมีสว่ นรว่ มในการเรียนการสอนมาก 15. ช่วยกนั สรุปเนอื้ หาสาระสาคญั ตามท่ี
ๆ ครูไดต้ งั้ คาถาม
ขั้นสรุปและวัดประเมินผล 16. พกั 5 นาที ถา้ มีขอ้ สงสยั ใหม้ าถามครู
15. ครูและนกั ศกึ ษาช่วยกนั สรุปสาระสาคญั ก่อนจะทาการสอบหลงั เรยี น เพ่ือจะทา
ใหไ้ ดค้ ะแนนมาก และเป็นความรูข้ อง
จากการเรียนตามใบความรูท้ ่ี 2 เชน่ ตวั นกั ศกึ ษาเอง
ลอจิกเกตแบบต่าง ๆ เป็นตน้ โดยการใช้
สือ่ เพาเวอรพ์ อยต์ 17. รบั ฟังและเตรียมทดสอบหลงั เรยี นดว้ ย
16. ใหน้ กั ศกึ ษาพกั ช่วั คราวประมาณ 5 นาที ความตงั้ ใจ
เพ่อื ใหน้ กั ศกึ ษาธุระสว่ นตวั ในระหว่างท่ี
นกั ศกึ ษาพกั ครูตรวจดกู ระดาษคาตอบ 18. รบั แบบทดสอบท่ี 2 พรอ้ มอา่ นคาชแี้ จง
ก่อนเรยี นว่ามกี ารแกไ้ ขหรือไม่ ถา้ พบว่ามี ใหเ้ ขา้ ใจแลว้ ลงมอื ทาแบบทดสอบดว้ ย
การแกไ้ ขใหค้ รูเซ็นตช์ ่ือกากบั เพ่ือแจก ความซอื่ สตั ย์
กระดาษหลงั เรยี น ซ่งึ เป็น
กระดาษคาตอบชุดเดียวกบั นกั ศกึ ษาคน 19. ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง แลว้ สง่
นนั้ จะไม่มกี ารแกไ้ ขอกี แบบทดสอบคนื ครู
17. เม่อื พกั ครบกาหนดท่ีครูกาหนดแลว้ ครู
บอกกบั นกั ศึกษาว่าต่อไปนจี้ ะเป็นการ
ทดสอบผลการเรียนเพ่ือเกบ็ คะแนนครงั้ ท่ี
2
18. แจกแบบทดสอบท่ี 2 พรอ้ ม
กระดาษคาตอบใหค้ รบทกุ คนจงึ อนญุ าต
ใหล้ งมอื ทาแบบทดสอบได้
19. หมดเวลาใหน้ กั ศกึ ษาสง่ ขอ้ สอบคนื ท่ีครู
45
20. ครูบอกกบั นกั ศกึ ษาวา่ จะแจง้ ผลการทา 20. รบั ฟังดว้ ยความตงั้ ใจ
แบบทดสอบท่ี 2 ในการเรียนครงั้ ท่ี 4
21. รบั ใบความรูท้ ่ี 3 และถือปฏิบตั ิตามท่ี
21. แจกใบความรูท้ ่ี 3 และเตรียมเรียนครง้ั ครูแนะนา ถา้ ไมเ่ ขา้ ใจใหถ้ ามครูหรือผรู้ ู้
ตอ่ ไป
46
กจิ กรรมปลูกจติ สานกึ
กจิ กรรมของครู กจิ กรรมของนกั ศึกษา
กจิ กรรม 5 ส. (สะสาง , สะดวก , สะอาด , 19. รบั ฟังขอ้ ชแี้ จง ซกั ถามขอ้ สงสยั
สุขลักษณะ , สร้างนิสยั )
19. ครูแจง้ เร่ืองการรกั ษาความสะอาดในหอ้ ง 20. รวมกลมุ่ ท่ีไดร้ บั มอบหมายหรือท่ี
นกั ศกึ ษาเลือกกนั เองแลว้ เขียนช่อื
เรียนว่ามีความสาคญั ในการเรยี นการ สมาชิก
สอนเพ่ือท่จี ะทาใหเ้ กิดบรรยากาศในการ
เรยี นการสอนท่ีดี ดงั นนั้ นกั ศกึ ษาทกุ คน 21. ตวั แทนลมุ่ รบั ใบกิจกรรม 5 ส.
จะตอ้ งรว่ มมือกนั ในการรกั ษาความ
สะอาด 22. แยกกลมุ่ ทากิจกรรม 5 ส.
20. แบ่งนกั ศึกษาออกเป็น 5 กล่มุ ๆ ละเทา่ ๆ
กนั โดยครูอาจแบง่ ใหห้ รือนกั ศกึ ษาแบง่ 23. สง่ ตวั แทนกลมุ่ ออกไปประเมินกลมุ่ อ่นื
กนั เอง ตามท่ีครูกาหนด
21. แจกตารางกิจกรรม 5 ส. มอบหมาย
กจิ กรรมในแตล่ ะกลมุ่ 24. หวั หนา้ หอ้ งบอกนกั ศกึ ษาจดั แถว
22. ใหน้ กั ศกึ ษาทากิจกรรม 5 ส. โดย
แบ่งกลมุ่ ตามตารางกจิ กรรมท่แี จกให้ 25. รบั ฟังและแนะนาไปปฏิบตั ิ
23. ใหน้ กั ศึกษาสง่ ตวั แทนกลมุ่ ๆ ละหน่งึ คน
เพ่อื มาประเมินใหค้ ะแนนกลมุ่ อ่นื เพียง 26. รบั การตรวจเคร่ืองแตง่ กายและรบั ฟัง
กลมุ่ เดยี ว ขอ้ แนะนา ขอ้ เสนอแนะต่าง ๆ
24. ใหน้ กั ศึกษาเขา้ แถวหนา้ หอ้ งเรยี น
25. ครูกลา่ วสอดแทรกคณุ ธรรม จรยิ ธรรม 27. หวั หนา้ หอ้ งบอกนกั ศกึ ษาทาความ
ดา้ นความมีวินยั และดา้ นความรบั ผดิ ชอบ เคารพ โดยนกั ศกึ ษาทกุ คนกลา่ วคาว่า
26. ตรวจเคร่อื งแต่งกาย โดยนกั ศกึ ษาท่แี ต่ง “ขอบคณุ ครบั ,คะ่ ” แลว้ แยกไปเรียน
กายผิดระเบียบจะตกั เตือนหรอื ลงโทษ วชิ าต่อไป
ตามสมควร
27. บอกหมดเวลาเรียนสาหรบั วนั นี้ ให้
นกั ศกึ ษาไปเรียนวิชาตอ่ ไป
47
งานทมี่ อบหมายหรอื กิจกรรมทมี่ อบหมาย
7. กจิ กรรมการเรยี นการสอน ครูใหน้ กั ศึกษา
ศกึ ษาหวั ขอ้ สาระสาคญั ตามใบความรูท้ ่ี 2 ท่ีครูแจกให้
ตงั้ ใจฟัง ซกั ถามขอ้ สงสยั ช่วยกนั ตอบคาถามและจดบนั ทกึ สรุปย่อสาระสาคญั
ทาแบบทดสอบท่ี 2
8. กจิ กรรมในขณะเรียน ครูใหน้ กั ศกึ ษา
ตงั้ ใจดู ฟัง จดบนั ทกึ สรุปความคดิ รวบยอดจากการบรรยายของครู
ยกตวั อย่างและตอบคาถามเป็นรายบคุ คล
ซกั ถามขอ้ สงสยั
ระดมสมองช่วยกนั ตอบคาถาม
9. กิจกรรมหลงั เรยี น ครูใหน้ กั ศกึ ษา
ทาแบบทดสอบท่ี 2
แบง่ กลมุ่ ทากิจกรรม 5 ส.
ศกึ ษาใบความรูท้ ่ี 3
ทารายงานเรื่อง “ลอจิกเกตแบบต่าง ๆ”
48
ส่ือการเรียนการสอน
ส่ือสิ่งพมิ พ์
15. แผนการสอนรายวชิ า
16. ใบความรู้ท่ี 2 เรื่องลอจิกเกตและพีชคณิตแบบบูล
17. แบบทดสอบท่ี 2 และแบบเฉลยแบบทดสอบท่ี 2
18. เอกสารประกอบการเรียนการสอน(บรรณานุกรม)
19. ใบตารางกิจกรรม 5 ส.
20. แบบประเมินผลการเรียน
21. แบบบนั ทึกหลงั การสอน
สื่อโสตทศั น์
9. กระดานไวทบ์ อร์ดพร้อมปากกาไวทบ์ อร์ดแบบลบไดส้ ีดา น้าเงิน แดง และเขียว
10. เครื่องฉายภาพขา้ มศีรษะพร้อมแผน่ ใส
11. เครื่องโปรเจกเตอร์ และคอมพวิ เตอร์
12. โปรแกรมนาเสนอผลงาน(เพาเวอร์พอยท)์
13. แผน่ ชาร์ตแสดงลอจิกเกตแบบตา่ ง ๆ
การวัดและประเมินผล
13. วดั ความรู้ ความจาและความเขา้ ใจจากการตอบคาถาม
14. สังเกตความสนใจและความสามคั คขี องนกั ศึกษาจากการทากิจกรรมกลมุ่
15. วดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนโดยใชแ้ บบทดสอบที่ 2 ทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน
16. ตรวจแบบทดสอบท่ี 2
17. วดั คณุ ธรรม จริยธรรมดา้ นความมีวินยั และความรับผิดชอบ
18. วดั การทากิจกรรม 5 ส.
เกณฑ์การประเมนิ ผล นักศึกษาทจ่ี ะผ่านเกณฑ์การประเมินจะต้องได้
7. คะแนนทาแบบทดสอบหลงั เรียนมากกวา่ ก่อนเรียน
8. คะแนนทาแบบทดสอบ จะตอ้ งไมต่ ่ากวา่ 80%
9. คะแนนทากิจกรรม 5 ส. จะตอ้ งไดไ้ ม่ต่ากวา่ 80%
49
บนั ทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1 ขอ้ สรุปหลงั การจดั การเรียนรู้
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................
2 ปัญหาที่พบ
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
........................................................................................................
3 แนวทางแกป้ ัญหา
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
........................................................................................................................
แผนการสอน 50
วิชา ดิจิตอลประยกุ ต์ หน่วยท่ี 3
ช่ือหน่วย พ้ืนฐานการออกแบบวงจรคอมบิเนชนั สอนคร้ังท่ี 4
ชวั่ โมง 10
เรื่อง พ้นื ฐานการออกแบบวงจรคอมบิเนชนั
ชวั่ โมงรวม 10
สาระสาคญั
1. วงจรลอจิกสามารถแบ่งออกไดเ้ ป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คอื วงจรคอมบเิ นชนั และวงจรซี
เควนเชียล
2. วงจรท่มี ีเอาตพ์ ตุ ขนึ้ เฉพาะกบั อินพตุ อย่างเดียวคือ วงจรคอมบเิ นชนั ซง่ึ สามารถสรา้ งได้
จากลอจกิ เกต สว่ นวงจรลอจกิ ท่มี ีเอาตพ์ ตุ ขนึ้ กบั อินพตุ และอดีตก่อนหนา้ กค็ ือ
วงจรซีเควนเชยี ล ซ่งึ นอกจากจะสรา้ งไดจ้ ากวงจรลอจิกแลว้ ยงั ตอ้ งมีหน่วยความจาดว้ ย
3. แผนผงั คารโ์ นห์ เป็นวิธีการท่ใี ชเ้ พ่อื ลดรูปสมการในเชงิ กราฟ ซง่ึ ทาไดส้ ะดวก รวดเรว็ กวา่
การลดรูปสมการดว้ ยพชี คณิตแบบบลู
4. เรานยิ มใชแ้ ผนผงั คารโ์ นหใ์ นการลดรูปสมการท่มี ตี ัวแปรไม่มาก คือ ไม่เกิน 4 ตวั แปร
เนือ้ หา
3.1 ความแตกตา่ งระหวา่ งวงจรคอมบเิ นชนั กบั วงจรซเี ควนเชยี ล
3.2 การลดรูปสมการโดยใชแ้ ผนผงั คารโ์ นห์
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
5. อธิบายความแตกต่างระหวา่ งวงจรคอมบิเนชนั กบั วงจรซเี ควนเชยี ลได้
6. เขียนแผนผงั คารโ์ นหจ์ ากตารางคา่ ความจรงิ ได้
7. ใชแ้ ผนผงั คารโ์ นหใ์ นการตดั ทอนนพิ จนล์ อจกิ ท่มี ีตวั แปร 2 ,3 และ 4 ตวั แปรได้