50
การประเมินผลการเรียนรู้
• หลกั การประเมินผลการเรียนรู้
ก่อนเรียน
-
ขณะเรียน
2. ตรวจแบบฝึกหดั บทท่ี 2
หลงั เรียน
-
ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผู้เรียน
2. แบบฝึกหดั บทท่ี 2
51
สมรรถนะทีพ่ งึ ประสงค์
ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ชนิดและขนาดสายไฟฟ้า
5. วิเคราะห์และตีความหมาย
6. สาธิตพร้อมแสดงท่าทางประกอบ
7. อภิปรายแสดงความคิดเห็น
8. ประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ
สมรรถนะการปฏิบตั ิงานอาชีพ
เลือกใชส้ ายไฟฟ้าใหเ้ หมาะสมกบั การใชง้ าน
สมรรถนะการขยายผล
ความสอดคล้อง
จากการเรียนสปั ดาห์ที่ 3 เรื่อง ชนิดและขนาดสายไฟฟ้า ผเู้ รียนจะมีความรู้เก่ียวกบั ส่วนประกอบของ
สายไฟฟ้า ชนิดของสายไฟฟ้าและลกั ษณะการติดต้งั ขนาดกระแสของสายไฟฟ้าจานวนสายในท่อร้อยสาย ทา
ใหผ้ เู้ รียนสามารถนาความรู้ที่ไดร้ ับไปปรับใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้
52
รายละเอียดการประเมินผลการเรียนรู้
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 1 อธิบายส่วนประกอบของสายไฟฟ้าได้
4. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
5. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
6. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อธิบายส่วนประกอบของสายไฟฟ้าได้ จะได้ 2 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 2 บอกชนิดของสายไฟฟ้าและลกั ษณะการติดต้งั ได้
4. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
5. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
6. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : บอกชนิดของสายไฟฟ้าและลกั ษณะการติดต้งั ได้ จะได้ 2 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 3 แกป้ ัญหาขนาดกระแสของสายไฟฟ้าได้
4. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
5. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ
6. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : แกป้ ัญหาขนาดกระแสของสายไฟฟ้าได้ จะได้ 2 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 4 ผลิตจานวนสายในทอ่ ร้อยสายได้
4. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
5. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
6. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ผลิตจานวนสายในท่อร้อยสายได้ จะได้ 2 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 5 เลือกใชส้ ายไฟฟ้าใหเ้ หมาะสมกบั การใชง้ านได้
4. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
5. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ
6. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : เลือกใชส้ ายไฟฟ้าใหเ้ หมาะสมกบั การใชง้ านได้ จะได้ 2 คะแนน
53
แบบฝึ กหัดบทที่ 2
ตอนท่ี 1 จงเติมคาหรือขอ้ ความลงในช่องวา่ งใหถ้ ูกตอ้ ง
11.Wire หมายถึง
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
12.Cord หมายถึง ......................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
13.Coble หมายถึง ………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
14.ตวั นาของสายไฟฟ้าทามาจากโลหะที่มีความนาไฟฟ้าสูง อาจเป็น ......................................................
หรือ ...................................................................................................................................................
15.หนา้ ที่ของฉนวน คือ ..........................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
16.สายไฟฟ้าประกอบดว้ ยส่วนประกอบสาคญั 2 ส่วน คือ ........................................ และ ...................
............................................................................................................................................................
17.ในการแบ่งประเภทของสายไฟฟ้าสามารถแบ่งออกไดเ้ ป็น 2 ประเภท คือ .........................................
และ ....................................................................................................................................................
18.สายไฟฟ้าแรงสูง เป็นตวั นาเกลียวที่มีขนาดใหญ่ สามารถแบง่ ออกไดเ้ ป็น 2 แบบคือ .......................
และ ..............................................................................................................................................
19.สายไฟฟ้าแรงต่า เป็นสายไฟฟ้าที่ใชก้ บั แรงดนั ไมเ่ กิน .................................V
20.ขนาดกระแสของสายไฟฟ้าน้นั จะข้ึนอยกู่ บั พ้ืนที่หนา้ ตดั ของตวั นา โดยพ้นื ที่หนา้ ตดั ...................
จะมีขนาดกระแสท่ีสามารถไดก้ ็ ................................... ข้นึ ตามไปดว้ ย
54
ตอนที่ 2 จงทาเครื่องหมายกากบาท () ลงหนา้ ขอ้ ท่ีถกู ตอ้ งท่ีสุด
11. ขอ้ ใดต่อไปน้ี ไม่ใช่ ชื่อเรียกทางเทคนิคของตวั นาทางไฟฟ้า
จ. Wire
ฉ. Cord
ช. Cable
ซ. VHF
12. ขอ้ ใดต่อไปน้ีคือส่วนสาคญั ของสายไฟฟ้า
จ. ตวั นา
ฉ. ฉนวน
ช. พ้นื ที่หนา้ ตดั
ซ. ถกู ท้งั ก. และ ข.
13. ตวั นาของสายไฟฟ้านิยมใชต้ วั นาชนิดใด
จ. ทองแดง
ฉ. เงิน
ช. เหลก็
ซ. ไทเทเนียม
14. สายเปลือยใชเ้ ป็นสายไฟฟ้าแรงสูงที่เช่ือมโยงระหวา่ งเขื่อนกบั สถานีจ่ายไฟใชส้ าหรับแรงดนั ไฟฟ้า
ขนาดกี่กิโลโวลตข์ ้นึ ไป
จ. 10 kV
ฉ. 11 kV
ช. 12 kV
ซ. 13 kV
15. ในการใชง้ านสายบริเวณชายทะเลควรเลือกใชส้ ายประเภทใด
จ. สายอะลูมิเนียมแกนเหลก็
ฉ. สายอะลมู ิเนียมผสม
ช. สายอะลูมิเนียมตีเกลียวเปลือย
ซ. สายวีเอเอฟ (VAF)
16. วสั ดุฉนวนที่ใชก้ บั สายแรงดนั ต่า คอื วสั ดุชนิดใด
จ. Polyvinyl Chloride (PVC)
ฉ. Cross-linked Polyethylene (XLPE)
ช. Aluminum
ซ. ถูกท้งั ก และ ข
55
17. โดยปกติแลว้ ขนาดกระแสไฟฟ้าน้นั จะกาหนดใหใ้ ชง้ านที่อณุ หภมู ิโดยรอบ คือ ก่ีองศาเซลเซียส
จ. 35 องศาเซลเซียส
ฉ. 40 องศาเซลเซียส
ช. 45 องศาเซลเซียส
ซ. 50 องศาเซลเซียส
18. สายวีเอเอฟ เป็นสายไฟตามมาตรฐาน มอก .11-2531 ท่ีมีวางขายตามทอ้ งตลาดเป็นสายชนิดใด ทน
แรงดนั ไดก้ ี่โวลต์
จ. 120 V
ฉ. 220 V
ช. 300 V
ซ. 900 V
19. สาย วซี ีที สายไฟฟ้าตาม มอก. 11-2531 ตามทอ้ งตลาดเป็นสายกลมมีท้งั ชนิดหน่ึงแกน 2 แกน 3 แกน 4
แกน และ 5 แกน และสามารถทนแรงดนั ไดก้ ่ีโวลต์
จ. 750 V
ฉ. 800 V
ช. 850 V
ซ. 900 V
20. มาตรฐานตวั หน่ึงที่บงั คบั ใชส้ าหรับสายไฟฟ้าทองแดงหุ้มฉนวนพวี ซี ีคอื มาตรฐานใด
จ. มอก. 12-2530
ฉ. มอก. 12-253140
ช. มอก.11-253050
ซ. มอก. 11-2531
56
ตอนท่ี 3 จงตอบคาถามต่อไปน้ีใหไ้ ดข้ อ้ ความสมบูรณ์
6. จงอธิบายคุณสมบตั ิของตวั นาต่อไปน้ี ทองแดง อะลมู ิเนียม
7. จงยกตวั อยา่ ง ชนิดของสายเปลือยใชเ้ ป็นสายไฟฟ้าแรงสูงท่ีเช่ือมโยงระหวา่ งเขอื่ นกบั สถานีจ่ายไฟหรือ
เช่ือมโยงระหวา่ งจงั หวดั ต่างๆ
8. จงยกตวั อยา่ ง ชนิดของสายไฟฟ้าที่มีฉนวนห่อหุม้ เหมาะสาหรับใชใ้ นการเดินสายแรงสูงผา่ นที่อยู่
อาศยั และอุปกรณ์ไฟฟ้า
9. สายควบคอื การใชส้ ายต้งั แต่ 2 เสน้ ข้นึ ไปเพื่อร่วมกนั จ่ายโหลดในวงจรเดียวกนั โดยเฉพาะในวงจรท่ีมี
การใชไ้ ฟฟ้าปริมาณมากๆ ซ่ึงพกิ ดั กระแสของสายเส้นเดียวอาจไมพ่ อที่จะรองรับกระแสท้งั หมด ใน
วงจรได้ จึงตอ้ งใชส้ ายหลายเสน้ ต่อขนานกบั โดยปลายท้งั สองดา้ นของเฟสเดียวกนั ตอ้ งต่อเขา้ ดว้ ยกนั
จงอธิบายขอ้ กาหนดในการใชส้ ายควบ
10. กฎการเดินสาย ไดก้ าหนดเปอร์เซ็นสูงสุดของพ้ืนที่หนา้ ตดั รวมฉนวนของสายไฟฟ้าตอ่ พ้ืนที่หนา้ ตดั
ของทอ่ ดงั ตารางท่ี 2.16 โดยมีขอ้ กาหนดเพิ่มเติมคอื
57
แบบประเมินผลการนาเสนอผลงาน
ช่ือกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายช่ือสมาชิก
1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขท่ี…….
ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
32 1
1 เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความรู้เก่ียวกบั เน้ือหา ความถูกตอ้ ง
ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ )
2 รูปแบบการนาเสนอ
3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้าเสียง ซ่ึงทาใหผ้ ฟู้ ังมีความ
สนใจ
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
เกณฑ์การให้ คะแนน
1. เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจนถูกตอ้ ง
3 คะแนน = มีสาระสาคญั ครบถว้ นถูกตอ้ ง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ครบถว้ น แต่ตรงตามจดุ ประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ถูกตอ้ ง ไม่ตรงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอท่ีเหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคท่ีแปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยี
ประกอบการ นาเสนอท่ีน่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถิ่นมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั
2 คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอที่แปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยีประกอบการนาเสนอที่น่าสน ใจ
แตข่ าดการประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถิ่น
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไม่เหมาะสม และไม่น่าสนใจ
3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกล่มุ
3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกว่าร้อยละ 70 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
58
แบบประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม
ช่ือกลุม่ ……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายช่ือสมาชิก
1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขท่ี……. 4……………………………………เลขท่ี…….
ที่ รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
321
1 การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
2 การแบ่งหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏิบตั หิ นา้ ทท่ี ่ีไดร้ ับมอบหมาย
4 การประเมินผลและปรบั ปรุงงาน
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
วนั ท่ี…………เดือน……………………..พ.ศ…………..
เกณฑ์ การให้ คะแนน
1. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายการทางานอยา่ งชดั เจน
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มสี ่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมสี ่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
2. การมอบหมายหนา้ ที่รับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มกี ารจดั เตรียมสถานท่ี สื่อ /อุปกรณไ์ วอ้ ยา่ งพร้อม
เพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ วั่ ถงึ แต่ไม่ตรงตามความสามารถ และมีสื่อ / อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง แต่ขาดการจดั เตรียมสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทว่ั ถึงและมีส่ือ / อุปกรณ์ไม่เพียงพอ
3. การปฏิบตั ิหนา้ ที่ที่ไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาที่กาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย แต่ชา้ กว่าเวลาท่ีกาหนด
1 คะแนน = ทางานไม่สาเร็จตามเป้าหมาย
4. การประเมนิ ผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ ม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ มป่ รับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
59
บันทึกหลงั การสอน
บทท่ี 2 เร่ือง ชนิดและขนาดสายไฟฟ้า
ผลการใช้แผนการเรียนรู้
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผลการเรียนของนกั เรียน
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
ผลการสอนของครู
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
60
แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี
แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยที่ 3
ช่ือวิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า สอนสัปดาห์ที่ 4
ชื่อหน่วย เครื่องป้องกนั กระแสเกิน คาบรวม 20
ช่ือเรื่อง เคร่ืองป้องกนั กระแสเกิน จานวนคาบ 5
สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย
เลือกใชส้ ายไฟฟ้าใหเ้ หมาะสมกบั การใชง้ าน
สาระสาคญั
เครื่องป้องกันกระแสเกินเป็ นสิ่งจาเป็ นท่ีต้องมีเพ่ือป้องกันระบบไฟฟ้าเมื่อเกิดเหตุผิดปกติดังน้ัน
อุปกรณ์ป้องกนั ไฟฟ้าจึงมีความจาเป็นโดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ เม่ือมีระบบไฟฟ้าใหญ่ข้นึ กระแสไฟฟ้าที่ไหลในวงจร
กจ็ ะสูงมาก
เรื่องทจ่ี ะศึกษา
12.ฟิ วส์ป้องกนั กระแสเกิน
13.เซอร์กิตเบรกเกอร์
14.เคร่ืองตดั ไฟร่ัว
15.แผงยอ่ ย
16.แผงสวติ ซ์
61
จุดประสงค์การเรียน/การสอน
• จดุ ประสงค์ท่วั ไป
7. เพื่อใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั เครื่องป้องกนั กระแสเกิน (ด้านพทุ ธิพิสัย)
8. เพือ่ ใหม้ ีทกั ษะในการสาธิตหลกั การทางานของเคร่ืองตดั ไฟร่ัว (ด้านทักษะพิสัย)
9. เพ่อื ใหม้ ีมีเจคติท่ีดีในการเลือกใชง้ านของเคร่ืองป้องกนั กระแสเกิน (ด้านจิตพิสัย)
• จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
1. อธิบายฟิ วส์ป้องกนั กระแสเกินได้ (ดา้ นพุทธิพิสัย)
2. บอกหลกั การทางานเซอร์กิตเบรกเกอร์ได้ (ดา้ นพุทธิพสิ ยั )
3. สาธิตหลกั การทางานของเครื่องตดั ไฟรั่วได้ (ดา้ นทกั ษะพิสยั )
4. จาแนกหลกั การใชง้ านของแผงยอ่ ยและแผงสวิตชไ์ ด้ (ดา้ นจิตพิสัย)
5. เลือกใชง้ านของเคร่ืองป้องกนั กระแสเกินได้ (ด้านจิตพิสัย)
62
เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้
3.1 ฟิ วส์ป้องกนั กระแสเกนิ
ฟิ วส์น้ันทาจากตวั นาไฟฟ้าท่ีเป็ นโลหะชนิดหน่ึง ประกอบด้วยเส้นลวดท่ีทามาจากวสั ดุท่ีมีจุดหลอม
ละลายต่าโดยมีผงทรายควอทซ์ลอ้ มรอบ และท้งั หมดจะบรรจุอยู่ในกระบอกฟิ วส์เซรามิคเป็ นอุปกรณ์ป้องกนั
กระแสเกินโดยจะตดั วงจรที่มีปัญหาออกจากระบบไฟฟ้า โดยตวั นาหรือไสฟ้ ิ วส์น้ีจะเป็นทางเดินของกระแสเม่ือ
มีกระแสไหลผา่ นทาใหไ้ สฟ้ ิ วส์ร้อนข้ึน
3.1.1 ฟิ วส์แบบไม่หน่วงเวลา (Non-Time-Delay Fuses)
โดยทั่วไปฟิ วส์จะมีตัวเช่ือม(Link)ให้กระแสไหลผ่าน โดยพิกัดของฟิ วส์จะข้ึนอยู่กับขนาดของ
กระแสไฟฟ้า ซ่ึงคุณลกั ษณะของฟิ วส์ชนิดเด่ียวน้ัน(Single-element fuse)อาจจะมีตัวเชื่อมเพียงชุดเดียวหรือ
มากกว่าก็ได้ โดยจะทาการเชื่อมต่อทางไฟฟ้าของปลายท้ังสองด้านของฟิ วส์และถูกห่อหุ้มด้วยกล่องหรือ
กระบอก ซ่ึงภายในกระบอกหรือส่ิงห่อหุม้ ดงั กลา่ วจะบรรจุสารหรือวสั ดุช่วยการดบั การเกิดอาร์คไวด้ ว้ ย
ปกติแลว้ การทางานของฟิ วส์เม่ือมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านฟิ วส์เท่ากบั หรือใกลเ้ คียงกบั พิกดั ของกระแสฟิ วส์ ฟิ วส์
ดงั กล่าวก็จะยงั คงนากระแสอย่างต่อเน่ือง ดงั สามารถอธิบายในรูปที่ 1 ถา้ มีการเกิดกระแสไฟฟ้าเกินเกิดข้ึนใน
ระยะเวลาหน่ึง อุณหภูมิที่ตวั เชื่อมจะค่อยๆสูงข้ึนจนถึงระดบั หรือถึงจุดที่ทาให้ตวั เช่ือมหลอมละลายและทาให้
เกิดช่องอากาศข้ึนและทาใหเ้ กิดการอาร์คของกระแสไฟฟ้าเกิดข้ึน ซ่ึงการเกิดการอาร์คดงั กลา่ วก็จะเป็นสาเหตุทา
ให้โลหะตรงจุดตวั เชื่อมขาดในท่ีสุดและทาให้การเกิดช่องอากาศกวา้ งข้ึนดว้ ย โดยค่าความตา้ นทานทางไฟฟ้า
ของการเกิดการอาร์คจะมีคา่ สูงในระดบั หน่ึง ซ่ึงก็จะทาให้เกิดการอาร์คดงั กล่าวที่เกิดข้ึนดบั ในช่วงระยะเวลาอนั
ส้ันดว้ ย จากที่กล่าวขา้ งตน้ ฟิ วส์ก็จะตดั กระแสไฟฟ้าท่ีสูงผิดปกติไดอ้ ยา่ งสมบูรณ์ ซ่ึงการเกิดอาร์คดงั กล่าวจะถกู
เร่งการดบั อาร์คจากวสั ดุท่ีบรรจุภายในส่ิงห่อหุม้ หรือกระบอกฟิ วส์นนั่ เอง
กระแสเกินพิกัดกับการเกิดการลัดวงจรไฟฟ้าของฟิ วส์แบบ Single-element fuseในกรณีการเกิด
กระแสไฟฟ้าสูงเกิดพิกดั เน่ืองจากการลดั วงจรไฟฟ้า ซ่ึงจะมีค่าสูงอยรู่ ะหวา่ ง 1 เท่าถึง 6 เทา่ ของพกิ ดั กระแสไฟฟ้า
ของฟิ วส์ ซ่ึงผลท่ีไดท้ าใหก้ ระแสไฟฟ้ามีค่าสูงและในบางคร้ังอาจจะทาใหฟ้ ิ วส์เกิดการลดั วงจรมีค่ากระแสไฟฟ้า
สูงถึง 30,000-40,000 แอมป์ หรือมากกวา่ สาหรับการตอบสนองของการจากดั กระแสไฟฟ้าของฟิ วส์จะเกิดข้ึน
เป็ นไปอย่างรวดเร็ว โดยส่วนท่ีทาหน้าที่ยบั ย้งั กระแสไฟฟ้าของฟิ วส์จะเกิดการหลอมละลายพร้อมๆกนั โดย
เกิดข้นึ ภายในระยะเวลาท่ีนอ้ ยกวา่ 1/2000 -1/3000 วินาที
จากการเกิดกระแสไฟฟ้าลดั วงจรขา้ งตน้ ทาใหเ้ กิดคา่ ความตา้ นทานสูงท่ีจุดการเกิดอาร์คพร้อมๆกนั หลายจุดก็จะ
ทาใหเ้ กิดการรวมกนั ดบั อาร์คไดอ้ ย่างรวดเร็ว ซ่ึงจะส่งผลให้การตดั กระแสไฟฟ้าที่เกิดจากการลดั วงจรไดอ้ ย่าง
รวดเร็ว ดงั รูปท่ี 1 การเกิดกระแสลดั วงจรจะใชใ้ นเวลาการตดั กระแสไฟฟ้าน้อยกว่าคร่ึงคาบเวลา (half-cycle)
หรือมากกวา่ ก่อนที่คา่ กระแสลดั วงจรจะมีคา่ สูงสุด
3.1.2 ฟิ วส์แบบหน่วงเวลาชนิดคู่ (Dual–element Time-Delay Fuses)
ฟิ วส์แบบน้ีจะไม่เหมือนกับฟิ วส์ชนิดเด่ียว โดยฟิ วส์ชนิดคู่สามารถประยุกต์ใช้กับวงจรไฟฟ้าของ
มอเตอร์ท่ีมีการเกิดกระแสไฟฟ้าเกินพิกัดช่ัวขณะได้และยงั สามารถใช้กับวงจรไฟฟ้าท่ีมีการเกิดกระแสพุ่ง
ชวั่ ขณะ (Surge current) ไดเ้ พอ่ื รองรับการทางานของวงจรไฟฟ้าท่ีสมรรถนะสูงท้งั เกิดการลดั วงจรไฟฟ้าและการ
63
ป้องกนั กระแสเกินพิกดั สาหรับการเพ่ิมขนาดพิกดั ของฟิ วส์ชนิดเพื่อขจดั ปัญหาการเปิ ดวงจรไฟฟ้า (ฟิ วส์ขาด)
โดยไม่จาเป็นน้นั จะไมม่ ีความจาเป็นเลยสาหรับฟิ วส์ชนิดน้ี ดงั รูปที่ 2 ฟิ วส์ชนิดคจู่ ะมีการแบ่งเป็นสองส่วนอยา่ ง
ชัดเจน โดยท้ังสองจะถูกต่ออนุกรมกนั โดยส่วนแรกจะเป็ นตวั เช่ือม (Link) ของฟิ วส์จะมีลักษณะคลา้ ยกบั
ตวั เช่ือมท่ีใชใ้ นฟิ วส์แบบไม่หน่วงเวลาเพ่ือทาหนา้ ท่ีป้องกนั การลดั วงจรไฟฟ้าและส่วนท่ีสองจะมีหนา้ ที่เพ่ือใช้
สาหรับป้องกนั กระแสไฟฟ้าเกินพิกดั ในระดบั ต่าๆหรือการเกิดกระแสไฟฟ้าเกินพิกดั มากกว่าห้าเท่าของพิกัด
กระแสไฟฟ้าของฟิ วส์เป็นเวลาอยา่ งนอ้ ย 10 วนิ าที
เน่ืองจากสาเหตุกระแสเกินพิกดั กบั การเกิดกระแสไฟฟ้าลดั วงจรดงั รูปท่ี 3.4 ในส่วนของการป้องกนั
กระแสไฟฟ้าเกินพิกดั จะประกอบดว้ ยแผน่ ทองแดงซับความร้อนและชุดสปริง โดยแผ่นซับความร้อนจะถูกต่อ
แบบถาวรกบั จุดต่อซับความร้อนซ่ึงเป็นฉนวนทางไฟฟ้าและตวั เชื่อมของฟิ วส์ซ่ึงอย่ดู า้ นปลายของฟิ วส์โดยจะมี
การต่อกบั ตวั ต่อรูป S ของชุดสปริง ซ่ึงการต่อทางไฟฟ้าของตวั เช่ือมในส่วนป้องกนั การลดั วงจรจะมีการต่อกบั
แผ่นซับความร้อนในส่วนของการป้องกนั กระแสไฟฟ้าเกินพิกดั ดว้ ย ซ่ึงการต่อเชื่อมดงั ท่ีไดก้ ล่าวขา้ งตน้ จะถูก
ต่อเชื่อมดว้ ยแผน่ Calibrated fusing alloy และเม่ือมีกระแสไฟฟ้าเกินพกิ ดั เกิดข้นึ ก็จะเป็นสาเหตุเกิดความร้อนข้ึน
ท่ีตวั เช่ือมของชุดลดั วงจรกบั ชุดสปริง ซ่ึงความร้อนจะถกู ถ่ายเทจากตวั เช่ือมชุดลดั วงจรไปยงั แผน่ ซบั ความร้อนที่
อยูส่ ่วนกลางของกระบอกฟิ วส์ซ่ึงความร้อนจะค่อยๆเพม่ิ ข้ึนอยา่ งต่อเนื่องและถา้ การเกิดกระแสไฟฟ้าเกินพกิ ดั มี
ข้ึนอย่างต่อเนื่องจนกระทง่ั อุณหภูมิท่ีเกิดข้ึนถึงระดบั ท่ีทาใหแ้ รงดึงของชุดสปริงสามารถแยกจากชุด Calibrated
fusing alloy และทาใหจ้ ุดต่อเป็นอิสระจากตวั เชื่อมของชุดลดั วงจรกบั แผน่ ซับความร้อน จากผลดงั กล่าวตวั เช่ือม
ของชุดลดั วงจรจะถูกแยกจากแผน่ ซบั ความร้อน ดงั น้นั ฟิ วส์กจ็ ะถกู เปิ ดวงจรออกและกระแสไฟฟ้าท่ีเกินพิกดั ก็จะ
ถูกตดั ออกจากวงจรเช่นกนั แต่สาหรับการเกิดกระแสเกินพิกดั เพียงชั่วขณะน้ันชุด fusing alloy ก็จะไม่มีการ
ทางานแต่อย่างใดและจะยงั คงสภาพของคุณสมบตั ิของการป้องกนั กระแสเกินพิกัดได้อย่างสมบูรณ์เช่นเดิม
สาหรับจุดประสงคห์ ลกั ของการนาฟิ วส์แบบหน่วงเวลาชนิดคนู่ ้ีไปใชง้ านน้นั ไดแ้ สดงรายละเอียดดงั ตอ่ ไปน้ี
- ใชก้ บั การเกิดกระแสไฟฟ้าเกินพิกดั ,การเกิดกระแสไฟฟ้าลดั วงจรลงดินและการป้องกนั กระแสไฟฟ้า
ลดั วงจรของมอเตอร์
- ใชเ้ พอ่ื เพิม่ พกิ ดั ระดบั การป้องกนั กระแสลดั วงจรในวงจรใหส้ ูงข้นึ ไดใ้ นกรณีท่ีวงจรมีการเกิดกระแสพุ่ง
ชว่ั ขณะหรือการเกิดกระแสเกินพกิ ดั ข้นึ ชว่ั คราวข้นึ
- ช่วยทาใหก้ ารจดั ความสมั พนั ธข์ องอุปกรณ์ป้องกนั ไฟฟ้าง่ายข้ึน
3.1.3 ชนดิ ของฟิ วส์
ฟิ วส์ป้องกนั กระแสเกินสามารถแบ่งออกไดเ้ ป็น 4 ประเภท ตามลกั ษณะการใชง้ านและรูปร่างภายนอก
คือ
3.1.3.1 ฟิ วส์ชนดิ เอช.อาร์.ซี
ขนาดกระแสพิกดั ของฟิ วส์ชนิด เอช.อาร์.ซี มีต้งั แต่ 2 ถึง 1250 แอมแปร์ รวมท้งั พิกดั ตดั กระแสสูงถึง
200 กิโลแอมแปร์
64
3.1.3.2 ฟิ วส์ชนดิ ดี (Diazed Type, D)
การใชง้ านของฟิ วส์ชนิดน้ีเป็นแบบมีฝาครอบขนั เกลียว ซ่ึงส่วนใหญจ่ ะใชท้ ว่ั ไปในท่ีอยอู่ าศยั ท่ีฝาครอบ
น้นั จะมีช่องสาหรับมองดูหรือตรวจสอบไดว้ า่ ฟิ วส์ขาดหรือไม่ขนาดกระแสพิกดั มีต้งั แต่ 2 ถึง 100 แอมแปร์ โดย
จะมี 5 ขนาด ส่วนประกอบและขนาดของฟิ วส์ชนิดดี
3.1.3.3 ฟิ วส์ชนิด ดศี ูนย์
ลกั ษณะของการใชง้ านของงฟิ วส์ชนิดน้ีจะเหมือนกบั ชนิด ดี แต่ฟิ วส์ชนิด ดีศนู ยจ์ ะมีความสะดวกใน
การติดต้งั มากกวา่ เพราะขนาดของฟิ วส์สอดคลอ้ งกบั ขนาดของเซอร์กิตเบรกเกอร์
3.1.3.4 ฟิ วส์ชนิดทรงกระบอก
การใชง้ านและกระแสพกิ ดั ของฟิ วส์ชนิดน้ีเหมือนกบั ฟิ วส์ชนิด ดี และดีศนู ย์ โดยชนิดน้ีจะเรียกตาม
ลกั ษณะภายนอกซ่ึงเป็นทรงกระบอก
3.2 เซอร์กติ เบรกเกอร์
เซอร์กิตเบรกเกอร์
3.2.1 ประเภทของเซอร์กิตเบรกเกอร์
เซอร์กิตเบรกเกอร์ท่ีใชง้ านจะแบง่ ออกเป็น 2 ประเภท คือ
3.2.1.1 เซอร์กิตเบรกเกอร์ขนาดยอ่ ย
3.2.1.2 เซอร์กิตเบรกเกอร์ขนาดใหญ่
เมื่อ มีกระแสเกินไหลผา่ นโลหะ bimetal (เป็นโลหะ 2 ชนิด ที่มีสมั ประสิทธ์ิ ทางความร้อน ไม่เทา่ กนั )
จะทาให้ bimetal โก่งตวั ไปปลดอุปกรณ์ทางกล และทาให้ CB. ตดั วงจร เรียกวา่ เกิดการ trip การปลดวงจรแบบ
น้ี ตอ้ งอาศยั เวลาพอสมควร ข้นึ อยกู่ บั กระแสขณะน้นั และความร้อน ท่ีเกิดข้ึนจนทาให้ bimetal โก่งตวั
ใช้ สาหรับปลดวงจรเมื่อเกิดกระแสลดั วงจรหรือมีกระแสค่าสูงๆ ประมาณ 8-10 เทา่ ข้ึนไป ไหลผา่ น
กระแสจานวนมาก จะทาให้เกิด สนามแม่เหลก็ ความเขม้ สูง ดึงใหอ้ ุปกรณ์การปลดวงจรทางานได้ การตดั วงจร
แบบน้ีเร็วกวา่ แบบแรกมาก โอกาสท่ี breakerจะชารุดจากการตดั วงจรจึงมีนอ้ ยมาก
จาก Diagram จะเห็นวา่ มี CT อยภู่ ายในตวั breaker ทาหนา้ ท่ี แปลงกระแส ใหต้ ่าลง ตามอตั ราส่วนของ
CT และมี microprocessor คอยวิเคราะห์กระแส หากมีค่าเกินกวา่ ท่ีกาหนด จะสั่งให้ tripping coil ซ่ึงหมายถึง
solenoid coil ดึงอุปกรณ์ทางกลให้ CB. ปลดวงจร
3.2.2 พกิ ดั กระแสของเซอร์กิตแบรกเกอร์
3.2.2.1 Ampere Trip (AT) เป็ นพิกดั กระแส handle rating ซ่ึงบอกให้รู้ว่าสามารถทนกระแสใช้งานใน
ภาวะปกติไดส้ ูงสุดเท่าใด มกั แสดงค่าไวท้ ่ี name plate หรือดา้ มโยกของเบรคเกอร์ ซ่ึงมาตรฐานของ NEC 1990
paragraph240-6 กาหนดดงั น้ี 15 , 60 , 70 , 80 , 90 , 100 , 110 , 125 , 150 , 175 , 200 , 225 , 250 , 300 , 350 , 400
, 450 , 600 , 700 , 800 , 1000 , 1200 , 1600 , 2000 , 2500 , 3000 , 4000 , 5000 , 6000 A.
3.2.2.2 Ampere Frame (AF) พิกดั กระแสโครง ซ่ึงหมายถึงพิกดั การทนกระแสสูงสุดของเบรคเกอร์ใน
รุ่นน้ันๆ Ampere Frame มีประโยชน์คือ สามารถเปลี่ยนพิกดั Ampere Trip ไดโ้ ดยท่ีขนาด (มิติ) ของเบรคเกอร์
65
ยงั คงเท่าเดิม ค่า AF ตามมาตรฐาน NEMA มีดังน้ี 50 , 100 , 225 , 250 , 400 , 600 , 800 , 1000 , 1200 , 1600 ,
2000 , 2500 , 4000 , 5000 AF
3.2.2.3 Interrupting Capacity (IC) เป็ นพิกดั การทนกระแสลดั วงจรสูงสุดโดยปลอดภยั ของเบรกเกอร์
น้ันๆ โดยปกติกาหนดค่าการทนกระแสเป็ น KA. ค่า IC จะบอกให้รู้ว่าเบรคเกอร์ท่ีใชน้ ้ันมีความปลอดภยั มาก
นอ้ ยเพยี งใด การเลือกคา่ กระแส IC จะตอ้ งรู้คา่ กระแสลดั วงจร ณ. จุดน้นั ๆ เสียก่อน ตามมาตรฐาน IEC947-2
นอกจากที่ไดก้ ล่าวมาขา้ งตน้ แลว้ เซอร์กิตเบรกเกอร์บางชนิดสามารถใส่อุปกรณ์เสริมท่ีติดต้งั ร่วมเพื่อ
เพมิ่ ความปลอดภยั โหลดที่เราตอ้ งการไดอ้ ีกคอื
1. Shunt Trip ใชต้ ิดต้งั ร่วมกบั เบรคเกอร์เพอื่ ควบคมุ การปลดเบรคเกอร์จากระยะไกล เป็นการควบคมุ แบบ remote
โดยไมต่ อ้ งเดินมาปลดวงจรที่ตวั เบรคเกอร์ ซ่ึงจะทางานเม่ือ coil shunt trip ไดร้ ับแรงดนั กระตุน้ จากระบบอ่ืน
2. Undervoltage Release (Undervoltage Trip) ใชต้ ิดต้งั ร่วมกบั เบรคเกอร์เพอ่ื ตรวจจบั แรงดนั ท่ีจ่ายเขา้ มายงั เบรค
เกอร์ ถา้ ต่ากวา่ ท่ีกาหนดก็จะสัง่ ปลดเบรคเกอร์ทนั ที ส่วนใหญ่จะใชร้ ่วมกบั under/over voltage relay ( อาจใช้
ร่วมกบั phase protector relay ก็ได้ )
3. Auxiliary Contact ใชเ้ พ่ือแสดงสถานะของเบรคเกอร์ขณะน้นั วา่ ON หรือ OFF / TRIP
4. Alarm Switch เป็นอปุ กรณ์หนา้ สมั ผสั ช่วย ซ่ึงจะเปล่ียนสถานะเม่ือเบรคเกอร์ปลดวงจร (Trip)
5. Ground Fault Shunt Trip เป็นอุปกรณ์ท่ีใชส้ งั่ ปลดวงจรเม่ือมีกระแสร่ัวไหลออกจากระบบ เกินค่าท่ีต้งั ไว้
6. Handle Padlock ใชล้ อ็ คเบรคเกอร์ใหอ้ ยใู่ นตาแหน่ง ON หรือ OFF
7. Cylinder Lock เป็นกญุ แจสาหรับลอ็ คเบรคเกอร์ไวใ้ นตาแหน่ง OFF เทา่ น้นั เพ่ือป้องกนั ไม่ใหผ้ ไู้ มม่ ีกุญแจมา ON
เบรคเกอร์
3.3 เคร่ืองตดั ไฟร่ัว
เครื่องตดั ไฟร่ัวจะทางานโดยอาศยั หลกั การกระแสไหลเขา้ กบั กระแสไหลออกตอ้ งมีค่าเท่ากนั ซ่ึงเป็นสภาพ
การใชง้ านปกติ ในสภาพเช่นน้ีสนามแม่เหลก็ ในแกนเหลก็ จะมีคา่ เป็นศนู ย์ ซ่ึงจะไม่มีสญั ญาณในวงจรขยาย เมื่อเกิด
กระแสไฟฟ้ารั่วลงดิน หรือไฟดูดคนกระแสส่วนหน่ึงจะไหลผา่ นคนและกลบั ไปทางพ้ืนดินหรือสายดินแลว้ แต่กรณี
เป็นผลใหก้ ระแสท่ีไหลผา่ นเคร่ืองตดั ไฟร่ัวท้งั 2 เส้น มีคา่ ไมเ่ ท่ากนั
การติดต้งั ใช้งานควรติดต้งั เฉพาะจุด เช่นวงจรเตา้ รับในห้องครัว ห้องน้า ห้องเด็ก ๆ หรือวงจรเตา้ รับของ
สายไฟท่ีต่อไปใชง้ านนอกอาคารท้งั ชว่ั คราวและถาวรถา้ จะติดต้งั รวมที่ตูเ้ มนสวิตช์จะตอ้ งแยกวงจรที่มีคา่ ไฟร่ัวตาม
ธรรมชาติมากออกไป เช่น อุปกรณ์ป้องกนั ฟ้าผา่ เครื่องปรับอากาศอุปกรณ์ที่มีโอกาสเปี ยกช้ืน เพ่อื ตอ้ งการให้เคร่ือง
ตดั ไฟรั่วสามารถป้องกนั ทุกวงจรท่ีตูเ้ มนสวิตชเ์ คร่ืองตดั ไฟฟ้ารั่วใชไ้ ดเ้ ฉพาะระบบที่มีสายดินเท่าน้นั เนื่องจากเป็น
มาตรการเสริมป้องกนั อคั คีภยั และไฟฟ้าดูด ส่วนวงจรท่ีมีค่าไฟรั่วตามธรรมชาติมากให้ใชข้ นาดต้งั แต่ 100 mA ข้ึน
ไป โดยอาจเป็น 300 mA หรือ 500 mA ก็ได้ ข้ึนอย่กู บั ปริมาณของกระแสไฟรั่วตามธรรมชาติ ประโยชน์ของเคร่ือง
ตดั ไฟรั่ว
1. ป้องกนั อนั ตรายจากไฟดูด (ตดั ไฟรั่วท่ีไหลผา่ นร่างกาย)
2. ป้องกนั อคั คีภยั (ตดั ไฟรั่วท่ีไหลลงดินที่อปุ กรณ์ไฟฟ้า หรือสายไฟฟ้า ในกรณีที่เคร่ืองป้องกนั กระแสเกิน
เช่น ฟิ วส์หรือเบรกเกอร์ไมท่ างาน หรือทางานชา้ เน่ืองจากปริมาณกระแส
66
กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนกั เรียน
1. ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที ) 1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )
6. ผสู้ อนช้ีแจงเร่ืองที่จะศึกษาและจุดประสงค์ 6. ผู้เรี ยนฟังผูส้ อนช้ีแจงเร่ืองท่ีจะศึกษาและ
เชิงพฤติกรรมประจาบทท่ี 3 เรื่อง เครื่องป้องกัน จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมประจาบทท่ี 3 เรื่อง เครื่อง
กระแสเกิน ป้องกนั กระแสเกิน
7. ผสู้ อนให้ผเู้ รียนแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั 7. ผู้เรี ยนแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเคร่ื อง
เคร่ืองป้องกนั กระแสเกิน ป้องกนั กระแสเกิน
2. ข้นั ให้ความรู้ (105 นาที) 2. ข้ันให้ความรู้ (105 นาที )
5. ผูส้ อนเปิ ดงานนาเสนอวิชาการออกแบบ 5. ผู้เรี ยนฟังงานนาเสนอวิชาการออกแบบ
ระบบไฟฟ้า บทที่ 3 เรื่อง เครื่องป้องกนั กระแสเกิน ระบบไฟฟ้า บทท่ี 3 เรื่อง เคร่ืองป้องกนั กระแสเกิน
6. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนเปิ ดหนังสือเรียนวิชาการ 6. ผูเ้ รียนเปิ ดหนังสือเรียนวิชาการออกแบบ
ออกแบบระบบไฟฟ้า บทที่ 3 เรื่อง เครื่องป้องกัน ระบบไฟฟ้า บทที่ 3 เครื่องป้องกนั กระแสเกิน
กระแสเกิน
67
กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้ันตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน
3. ข้นั ประยกุ ต์ใช้ ( 150 นาที ) 3. ข้ันประยกุ ต์ใช้ ( 150 นาที )
3. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนทาแบบฝึกหดั บทท่ี 3 3. ผเู้ รียนทาแบบฝึกหดั บทที่ 3
4. ข้นั สรุปและประเมินผล ( 30 นาที ) 4. ข้นั สรุปและประเมินผล ( 30 นาที )
3. ผสู้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือในบทท่ี 3 3. ผเู้ รียนและผสู้ อนร่วมกนั สรุปเน้ือหาในบทท่ี
เร่ือง เคร่ืองป้องกนั กระแสเกิน 3 เรื่อง เคร่ืองป้องกนั กระแสเกิน
(บรรลจุ ุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-5) (บรรลจุ ุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อท่ี 1-5)
(รวม 300 นาที หรือ 5 คาบเรียน)
68
งานทีม่ อบหมายหรือกจิ กรรมการวดั ผลและประเมนิ ผล
ก่อนเรียน
7. จดั เตรียมเอกสารบทที่ 3 เร่ือง เคร่ืองป้องกนั กระแสเกิน
8. ทาความเขา้ ใจเก่ียวกบั จุดประสงคก์ ารเรียนของบทท่ี 3 เรื่อง เครื่องป้องกนั กระแสเกิน
9. แสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั เคร่ืองป้องกนั กระแสเกิน
ขณะเรียน
3. ทาแบบฝึกหดั บทที่ 3
หลงั เรียน
3. ร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียนใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั
ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผ้เู รียน
3. แบบฝึกหดั บทที่ 3
69
สื่อการเรียนการสอน/การเรียนรู้
สื่อสิ่งพมิ พ์
5. เอกสารประกอบการสอนวิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงค์
เชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ 1-5)
6. แบบฝึกหดั บทท่ี 3 ใชข้ ้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ ท่ี 1
สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี)
1. เคร่ืองไมโครคอมพวิ เตอร์
2. งานนาเสนอ
ส่ือของจริง
-
70
แหล่งการเรียนรู้
ในสถานศึกษา
5. หอ้ งสมุด
6. หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์
นอกสถานศึกษา
ผปู้ ระกอบการ สถานประกอบการ ในทอ้ งถิ่น
การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอื่น
7. บรู ณาการกบั วชิ าภาษาไทย เร่ือง การอธิบายฟิ วส์ป้องกนั กระแสเกิน การบอกหลกั การทางานเซอร์
กิตเบรกเกอร์
8. บูรณาการกบั วิชาไฟฟ้า เร่ือง การสาธิตหลกั การทางานของเครื่องตดั ไฟร่ัว
9. บรู ณาการกบั วิชาสงั คมศึกษา เร่ือง การจาแนกหลกั การใชง้ านของแผงยอ่ ยและแผงสวติ ช์ การ
เลือกใชง้ านของเครื่องป้องกนั กระแสเกิน
71
การประเมินผลการเรียนรู้
• หลกั การประเมินผลการเรียนรู้
ก่อนเรียน
-
ขณะเรียน
3. ตรวจแบบฝึกหดั บทท่ี 3
หลงั เรียน
-
ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผู้เรียน
3. แบบฝึกหดั บทท่ี 3
72
สมรรถนะท่พี งึ ประสงค์
ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเก่ียวกบั เคร่ืองป้องกนั กระแสเกิน
9. วิเคราะห์และตีความหมาย
10. สาธิตพร้อมแสดงท่าทางประกอบ
11. อภิปรายแสดงความคดิ เห็น
12. ประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ
สมรรถนะการปฏิบตั ิงานอาชีพ
เลือกใชส้ ายไฟฟ้าใหเ้ หมาะสมกบั การใชง้ าน
สมรรถนะการขยายผล
ความสอดคล้อง
จากการเรียนสัปดาห์ที่ 4 เรื่อง เครื่องป้องกนั กระแสเกิน ผูเ้ รียนจะมีความรู้เก่ียวกับ ฟิ วส์ป้องกัน
กระแสเกิน เซอร์กิตเบรกเกอร์ เครื่องตดั ไฟรั่ว แผงย่อย แผงสวิตซ์ทาให้ผูเ้ รียนสามารถนาความรู้ท่ีไดร้ ับไป
ปรับใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้
73
รายละเอียดการประเมนิ ผลการเรียนรู้
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 1 อธิบายฟิ วส์ป้องกนั กระแสเกินได้
7. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
8. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ
9. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อธิบายฟิ วส์ป้องกนั กระแสเกินได้ จะได้ 2 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 2 บอกหลกั การทางานเซอร์กิตเบรกเกอร์ได้
7. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
8. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
9. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : บอกหลกั การทางานเซอร์กิตเบรกเกอร์ได้ จะได้ 2 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 3 สาธิตหลกั การทางานของเครื่องตดั ไฟร่ัวได้
7. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
8. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
9. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : สาธิตหลกั การทางานของเครื่องตดั ไฟรั่วได้ จะได้ 2 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 4 จาแนกหลกั การใชง้ านของแผงยอ่ ยและแผงสวติ ชไ์ ด้
7. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
8. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
9. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : จาแนกหลกั การใชง้ านของแผงยอ่ ยและแผงสวิตชไ์ ด้ จะได้ 2 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 5 เลือกใชง้ านของเคร่ืองป้องกนั กระแสเกินได้
7. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
8. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
9. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : เลือกใชง้ านของเคร่ืองป้องกนั กระแสเกินได้ จะได้ 2 คะแนน
74
แบบฝึ กหดั บทท่ี 3
ตอนท่ี 1 จงเติมคาหรือขอ้ ความลงในช่องวา่ งใหถ้ กู ตอ้ ง
1. เคร่ืองป้องกนั แกระแสเกินในระบบแรงต่าน้นั มีอยู่ 2 ชนิด คือ …………………… และ…………………..
2. ฟิ วส์จะมีขอ้ เสียคอื
……………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..
3. ผงทรายควอทซ์ ท่ีอยใู่ นฟิ วส์ใส่เพอื่ ……………………………………………………………………….
4. ขนาดกระแสพกิ ดั ของฟิ วส์ชนิดน้ี เอช.อาร์.ซี มีต้งั แต่ ....................................................................................
5. เซอร์กิตเบรกเกอร์ที่ใชง้ านจะแบง่ ออกเป็น 2 ประเภทคือ ..............................................................................
และ ......................................................................................................................................................................
6. Ampere Trip (AT) เป็นพกิ ดั กระแส handle rating ซ่ึงบอกใหร้ ู้วา่ …………………………………………….
7. Ampere Frame (AF) เป็นพกิ ดั กระแสโครง ซ่ึงหมายถึง ...............................................................................
และ Ampere Frame มีประโยชน์ คือ .................................................................................................................
8. Under voltage Release ใชต้ ิดต้งั ร่วมกบั เบรกเกอร์เพ่ือ ......................................................................................
.............................................................................................................................................................................
9. เครื่องตดั ไฟรั่ว จะทางานโดยอาศยั หลกั คอื .......................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
10 เครื่องตดั ไฟรั่วน้ีตามมาตรฐานจะมีคา่ กระแสรั่วเร่ิมทางานไม่เกิน ..............................................................
และตอ้ งมีระยะเวลาในการตดั วงจรนานไมเ่ กิน ................................................................................................
75
ตอนท่ี 2 จงทาเคร่ืองหมายกากบาท () ลงหนา้ ขอ้ ท่ีถูกตอ้ งที่สุด
21. ขอ้ ใดต่อไปน้ีเป็นชนิดของเครื่องป้องกนั กระแสเกิน
ฌ. ฟิ วส์
ญ. แบริ่ง
ฎ. Cable
ฏ. Solenoid
22. ขอ้ ใดต่อไปน้ีคือหนา้ ที่ของผงทรายควอท
ฌ. ตวั นา
ญ. ฉนวน
ฎ. พ้ืนที่หนา้ ตดั
ฏ. ถูกท้งั ก. และ ข.
23. ขอ้ ใดต่อไปน้ี ไม่ใช่ ชนิดของฟิ วส์
ฌ. ฟิ วส์ชนิด เอช.อาร์.ซี
ญ. ฟิ วส์ชนิด VHF
ฎ. ฟิ วส์ชนิด ดี
ฏ. ฟิ วส์ชนิด ดีศนู ย์
24. ในกรณีการเกิดกระแสไฟฟ้าสูงเกินพกิ ดั เนื่องจากลดั วงจรไฟฟ้า ซ่ึงจะมีคา่ สูงอยรู่ ะหวา่ งก่ีเท่าของพิกดั
กระแสไฟฟ้าของฟิ วส์
ฌ. 1-5 kV
ญ. 1-6 kV
ฎ. 1-7 kV
ฏ. 1-8 kV
25. การใชง้ านของฟิ วส์ชนิดใด ที่นิยมใชใ้ นบา้ นและที่พกั อาศยั
ฌ. ฟิ วส์ชนิด เอช.อาร์.ซี
ญ. ฟิ วส์ชนิดทรงกระบอก
ฎ. ฟิ วส์ชนิด ดี
ฏ. ฟิ วส์ชนิด ดีศูนย์
26. ขอ้ ใดคอื การทางานของ Bimetal
ฌ. กระแสเกินไหลผา่ น ทาใหโ้ ก่งตวั
ญ. แรงดนั เกินไหลผา่ น ทาให้โก่งตวั
ฎ. ถกู ท้งั ก. และ ข
ฏ. ไม่มีขอ้ ถกู
76
27. ขอ้ ใดคอื หนา้ ที่ของ under voltage Release
ฌ. ตรวจจบั แรงดนั ที่จ่ายเขา้ มายงั เบรกเกอร์ ถา้ ต่ากวา่ ท่ีกาหนดจะสงั่ ปลดเบรกเกอร์
ญ. ตรวจจบั กระแส ท่ีจ่ายเขา้ มายงั เบรกเกอร์ ถา้ ต่ากวา่ ท่ีกาหนดจะสง่ั ปลดเบรกเกอร์
ฎ. ตรวจอุณหภูมิ ที่เบรกเกอร์ ถา้ เกินกวา่ ที่กาหนดจะสงั่ ปลดเบรกเกอร์
ฏ. ถูกทุกขอ้
28. ขอ้ ใดคอื หนา้ ที่ของ Shunt Trip
ฌ. ตรวจอุณหภูมิ ท่ีเบรกเกอร์ ถา้ เกินกวา่ ที่กาหนดจะสงั่ ปลดเบรกเกอร์
ญ. ตรวจจบั แรงดนั ท่ีจ่ายเขา้ มายงั เบรกเกอร์ ถา้ ต่ากวา่ ที่กาหนดจะส่งั ปลดเบรกเกอร์
ฎ. ควบคมุ การปลดเบรกเกอร์จากระยะไกล เป็นการควบคุมแบบ remote โดยไมต่ อ้ งเกินมาปลดวงจร
ท่ีตวั เบรกเกอร์
ฏ. ถูกทุกขอ้
29. โดยเคร่ืองตดั ไฟรั่วน้ีตามมาตรฐานจะมีค่ากระแสร่ัวเริ่มทางานที่กี่มิลลิแอมแปร์
ฌ. 30 มิลลิแอมแปร์
ญ. 40 มิลลิแอมแปร์
ฎ. 50 มิลลิแอมแปร์
ฏ. 60 มิลลิแอมแปร์
30. ขอ้ ใดต่อไปน้ีคือประโยชนข์ องเครื่องตดั ไฟรั่ว
ฌ. ป้องกนั อนั ตรายจากไฟดูด (ตดั ไฟรั่วที่ไหลผา่ นร่างกาย)
ญ. ป้องกนั อคั คีภยั
ฎ. ป้องกนั ความเสียหายของอุปกรณ์ไฟฟ้า
ฏ. ถกู ท้งั ก. และข.
ตอนท่ี 3 จงตอบคาถามต่อไปน้ีใหไ้ ดข้ อ้ ความสมบูรณ์
11. จงอธิบายถึงความสาคญั ของเครื่องป้องกนั กระแสเกิน
12. เคร่ืองป้องกนั กระแสเกินจะแบง่ ไดเ้ ป็น 2 ประเภทคือฟิ วส์และเซอร์กิตเบรกเกอร์ซ่ึงในการใชง้ าน
เลือกใชน้ ้นั ควรมีการเลือกใชน้ ้นั ควรคานึงถึง
13. ฟิ วส์ป้องกนั กระแสเกินสามารถแบ่งออกไดเ้ ป็น 4 ประเภท ตามลกั ษณะการใชง้ านและรูปร่างภายนอก
คือ
14. เซอร์กิตเบรกเกอร์ถือวา่ เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีความสาคญั มากชนิดหน่ึงซ่ึงถือวา่ เป็นส่วนคุมการจ่าย
กระแสไฟฟ้าและเซฟต้ี หมายถึง
15. พกิ ดั กระแสของเซอร์กิตเบรกเกอร์ประกอบไปดว้ ย 3 ส่วนดว้ ยกนั คือ
77
แบบประเมินผลการนาเสนอผลงาน
ช่ือกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายช่ือสมาชิก
1……………………………………เลขท่ี……. 2……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขท่ี……. 4……………………………………เลขท่ี…….
ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
32 1
1 เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความรู้เก่ียวกบั เน้ือหา ความถกู ตอ้ ง
ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ )
2 รูปแบบการนาเสนอ
3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้าเสียง ซ่ึงทาใหผ้ ฟู้ ังมีความ
สนใจ
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
เกณฑ์การให้ คะแนน
1. เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจนถกู ตอ้ ง
3 คะแนน = มีสาระสาคญั ครบถว้ นถูกตอ้ ง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ครบถว้ น แตต่ รงตามจดุ ประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ถูกตอ้ ง ไม่ตรงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอท่ีเหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคท่ีแปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยี
ประกอบการ นาเสนอท่ีน่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถิ่นมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั
2 คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอที่แปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยีประกอบการนาเสนอที่น่าสน ใจ
แตข่ าดการประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถิ่น
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไม่เหมาะสม และไมน่ ่าสนใจ
3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลมุ่
3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกว่าร้อยละ 90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกว่าร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ
78
แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม
ช่ือกลุม่ ……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายช่ือสมาชิก
1……………………………………เลขท่ี……. 2……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขท่ี……. 4……………………………………เลขท่ี…….
ที่ รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
321
1 การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
2 การแบ่งหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏิบตั หิ นา้ ทท่ี ่ีไดร้ ับมอบหมาย
4 การประเมินผลและปรบั ปรุงงาน
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
วนั ท่ี…………เดือน……………………..พ.ศ…………..
เกณฑ์ การให้ คะแนน
1. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมสี ่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายการทางานอย่างชดั เจน
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มสี ่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
2. การมอบหมายหนา้ ที่รับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถงึ และตรงตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มกี ารจดั เตรียมสถานท่ี สื่อ /อุปกรณไ์ วอ้ ยา่ งพร้อม
เพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ วั่ ถงึ แตไ่ ม่ตรงตามความสามารถ และมสี ่ือ / อุปกรณไ์ วอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง แต่ขาดการจดั เตรียมสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไมท่ ว่ั ถงึ และมีส่ือ / อุปกรณ์ไม่เพยี งพอ
3. การปฏิบตั ิหนา้ ที่ที่ไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาที่กาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย แต่ชา้ กว่าเวลาที่กาหนด
1 คะแนน = ทางานไม่สาเร็จตามเป้าหมาย
4. การประเมนิ ผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แต่ไม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมสี ่วนร่วมไมม่ สี ่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แต่ไม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมสี ่วนร่วมไมม่ สี ่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
79
บนั ทึกหลงั การสอน
บทท่ี 3 เรื่อง เครื่องป้องกนั กระแสเกนิ
ผลการใช้แผนการเรียนรู้
............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
ผลการเรียนของนักเรียน
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผลการสอนของครู
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.
80
แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี
แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยท่ี 4
ชื่อวชิ า การออกแบบระบบไฟฟ้า สอนสปั ดาห์ท่ี 5-6
ช่ือหน่วย ท่องานไฟฟ้า การเดินสายในรางเดินสาย คาบรวม 30
และการเดินสายแบบอ่ืนๆ
ชื่อเรื่อง ทอ่ งานไฟฟ้า การเดินสายในรางเดินสายและการเดินสายแบบ จานวนคาบ 10
อ่ืนๆ
สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย
เดินสายในรางเดินสาย และการเดินสายแบบอ่ืนๆ
สาระสาคญั
ท่องานไฟฟ้า การเดินสายในรางเดินสายและการเดินสายแบบอ่ืนๆเป็ นสิ่งจาเป็ นท่ีตอ้ งมีเพ่ือป้องกนั
ระบบไฟฟ้าเม่ือเกิดเหตผุ ิดปกติดงั น้นั อปุ กรณ์ป้องกนั ไฟฟ้าจึงมีความจาเป็นโดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ เมื่อมีระบบไฟฟ้า
ใหญ่ข้นึ กระแสไฟฟ้าที่ไหลในวงจรกจ็ ะสูงมาก
เร่ืองท่จี ะศึกษา
17.การเดินสายในท่อโลหะบาง
18.การเดินสายในท่อโลหะหนาปานกลาง
19.การเดินสายในท่อโลหะหนา
20.การเดินสายในท่อโลหะอ่อน
21.การเดินสายในท่อโลหะอ่อนกนั น้า
22.ขอ้ กาหนดในการเดินสายในท่อโลหะ
23.ขอ้ แนะนาในการติดต้งั ท่อโลหะ
24.จานวนสายสูงสุดในทอ่ ร้อยสาย
25.การเดินสายในท่ออโลหะแข็ง
26.การเดินสายในท่ออโลหะอ่อน
27.การติดต้งั ท่อร้อยสายไฟฟ้าใตด้ ินแบบฝังกลบ
81
จุดประสงค์การเรียน/การสอน
• จุดประสงค์ทว่ั ไป
10.เพ่ือใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั ทอ่ งานไฟฟ้า การเดินสายในรางเดินสายและการเดินสายแบบ
อ่ืนๆ(ด้านพุทธิพิสัย)
11.เพ่ือใหม้ ีทกั ษะในการคานวณหาขนาดท่อร้อยสายท่ีเหมาะสมกบั จานวนสายไฟฟ้า (ด้านทักษะพิสัย)
12.เพอ่ื ใหม้ ีมีเจคติที่ดีในการเลือกใชช้ นิดท่อร้อยสายใหเ้ หมาะสมกบั งาน (ด้านจิตพิสัย)
• จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
6. อธิบายทอ่ ร้อยสายชนิดต่างๆ ได้ (ดา้ นพทุ ธิพิสัย)
7. บอกขอ้ กาหนดการใชง้ านและติดต้งั ทอ่ ร้อยสายชนิดตา่ งๆ ได้ (ดา้ นพทุ ธิพสิ ยั )
8. คานวณหาขนาดทอ่ ร้อยสายท่ีเหมาะสมกบั จานวนสายไฟฟ้าได้ (ดา้ นทกั ษะพสิ ยั )
9. จาแนกวิธีดึงสายทอ่ ร้อยสายได้ (ดา้ นจิตพสิ ัย)
10. เลือกใชช้ นิดทอ่ ร้อยสายใหเ้ หมาะสมกบั งานได้ (ด้านจิตพิสัย)
82
เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้
4.1 ท่อโลหะ
ทอ่ ในงานไฟฟ้ามีดว้ ยกนั อยหู่ ลายประเภทซ่ึงสามารถจดั เป็นหมวดหมไู่ ดเ้ ป็น 2 ประเภทใหญ่ ดว้ ยกนั คอื
ท่อโลหะบาง ( Electrical Metallic Tubing; EMT ) ทาดว้ ยแผ่นเหล็กกลา้ ชนิดรีดร้อนหรือรีดเยน็ หรือ
แผน่ เหลก็ กลา้ เคลือบสังกะสี ผิวภายในเคลือบ ดว้ ยอีนาเมล ทาให้ผิวท่อเรียบท้งั ภายใน และภายนอกท่อ และมี
ความมนั วาว ปลายท่อเรียบท้งั 2 ดา้ นไม่สามารถทาเกลียวได้ มาตรฐานกาหนด ใหใ้ ช้ ตวั อกั ษรสีเขียวระบุชนิด
และขนาดของท่อ เรียกกนั ทว่ั ไปวา่ ท่อ EMT ปัจจุบนั มีขนาดต้งั แต่ ½ " - 2" และยาวทอ่ นละ 10 ฟุตหรือประมาณ
3 เมตร ดงั รูป 4.1
ท่อ EMT ใช้เดินลอยในอากาศ หรือฝังในผนังคอนกรีตได้ แต่ห้ามฝังดิน หรือฝังในพ้ืนคอนกรีต ใน
สถานที่อนั ตราย ระบบแรงสูง หรือบริเวณ ท่ีอาจเกิดความเสียหายทางกายภาพ ขนาดท่อที่มีขายในทอ้ งตลาดคอื
½ " , ¾ " , 1" , 1 ¼ " , 1 ½ " , 2" การดดั ท่อชนิดน้ีใช้ bender ที่มีขนาดเท่ากบั ขนาดท่อ สาหรับท่อท่ีมีขนาดใหญ่
อาจใชข้ อ้ โคง้ สาเร็จรูป (Elbow) ท่ีวางขายทวั่ ไปไดเ้ ช่น ขอ้ โคง้ 90 องศา ดงั รูป 4.2
4.1.2 การเดินสายในท่อโลหะหนาปานกลาง ( Intermediate Metal Conduit; IMC )
ทาดว้ ยแผน่ เหลก็ กลา้ ชนิดรีดร้อนหรือรีดเยน็ หรือแผน่ เหล็กกลา้ เคลือบสังกะสี ผิวภายในเคลือบดว้ ยอี
นาเมล ทาให้ผิวท่อเรียบท้งั ภายใน และภายนอกท่อ และมีความมนั วาว มีความหนากว่าท่อ EMT ปลายท่อทา
เกลียวไวท้ ้งั 2 ดา้ น มาตรฐานกาหนดใหใ้ ชต้ วั อกั ษรสีส้ม (บางคร้ังอาจเห็นเป็นสีแดง) ระบุชนิดและขนาดของท่อ
เรียกกนั ทวั่ ไปวา่ ท่อ IMC มีขนาดต้งั แต่ ½ " - 4" และยาวทอ่ นละ 10 ฟตุ หรือประมาณ 3 เมตร ดงั รูป 4.3
ท่อ IMC ใชเ้ ดินนอกอาคาร หรือฝังในผนงั -พ้ืนคอนกรีตได้ ขนาดท่อท่ีมีขายในทอ้ งตลาดคือ ½ " , ¾ " ,
1" , 1 ¼ " , 1 ½ " , 2" , 2 ½ " , 3" , 3 ½ " และ 4" การดดั ทอ่ ชนิดน้ีใช้ hickey ท่ีมีขนาดเท่ากนั สาหรับทอ่ ท่ีมีขนาด
ใหญ่ อาจใชข้ อ้ โคง้ สาเร็จรูป ท่ีวางขายทว่ั ไปไดเ้ ช่น ขอ้ โคง้ 90 องศา ดงั รูป 4.4
4.1.3 การเดนิ สายในท่อโลหะหนา ( Rigid Steel Conduit; RSC )
ทาด้วยแผ่นเหล็กกลา้ ชนิดรีดร้อนหรือรีดเยน็ หรือแผ่นเหล็กกลา้ เคลือบสังกะสีท้งั ผิวภายนอกและ
ภายใน ทาใหผ้ ิวท่อเรียบท้งั ภายใน และภายนอกท่อ แต่ผิวจะดา้ นกว่าและหนากว่าท่อ EMT และ IMC ปลายท่อ
ทาเกลียวไวท้ ้งั 2 ดา้ น มาตรฐานกาหนดใหใ้ ชต้ วั อกั ษรสีดา ระบุชนิดและขนาดของทอ่ เรียกกนั ทว่ั ไปวา่ ท่อ RSC
มีขนาดต้งั แต่ ½ " - 6" และยาวท่อนละ 10 ฟตุ หรือประมาณ 3 เมตร ดงั รูป 4.5
ท่อ RSC ใชเ้ ดินนอกอาคาร หรือฝังในผนงั -พ้ืนคอนกรีตได้ ขนาดท่อที่มีขายในทอ้ งตลาดคือ ½ " , ¾ " ,
1" , 1 ¼ " , 1 ½ " , 2" , 2 ½ " , 3" , 3 ½ ", 4" ,5" และ 6" การดดั ท่อชนิดน้ีใช้ hickey หรือเคร่ืองดดั ท่อไฮดรอลิกท่ี
มีขนาดเท่ากนั สาหรับท่อท่ีมีขนาดใหญ่ อาจใชข้ อ้ โคง้ สาเร็จรูปคลา้ ยกบั ขอ้ โคง้ สาเร็จรูปของท่อ IMC ท่ีวางขาย
ทว่ั ไปไดเ้ ช่น ขอ้ โคง้ 90 องศา เป็นตน้
83
4.1.4 ท่อโลหะอ่อน ( Flexible Metal Conduit )
ทาดว้ ยแผน่ เหล็กกลา้ เคลือบสังกะสีท้งั ผิวภายนอกและภายใน เป็นท่อท่ีมีความอ่อนตวั โคง้ งอไปมาได้
เหมาะสาหรับต่อเขา้ กบั ดวงโคม มอเตอร์หรือ เคร่ืองจกั รกลท่ีมีการสั่นสะเทือน มีขนาดต้งั แต่ ½ " - 4" ลกั ษณะ
ของทอ่ แสดงดงั รูป 4.7
ท่อโลหะอ่อน ใชเ้ ดินในสถานที่แห้งและเขา้ ถึงได้ หา้ มใชเ้ ดินในสถานท่ีเปี ยก , ในช่องข้ึนลง , ในห้อง
เกบ็ แบตเตอร่ี , ในสถานที่อนั ตราย , ฝังดินหรือ ฝังในคอนกรีต ขนาดท่อท่ีมีขายในทอ้ งตลาดคอื ½ " , ¾ " , 1" , 1
¼ " , 1 ½ " , 2" , 2 ½ " ,3" และ 4" ท่อโลหะอ่อนท่ีใชต้ อ้ งมีขนาด ไมเ่ ลก็ กวา่ ½ " ยกเวน้ ทอ่ โลหะอ่อนท่ีประกอบ
มากบั ข้วั หลอดไฟฟ้า และมีความยาวไม่เกิน 180 เซนติเมตร การจบั ยดึ ทอ่ ชนิดน้ีตอ้ งมีระยะห่าง ระหวา่ งอุปกรณ์
ไม่เกิน 1.50 เมตร และห่างจากกล่องต่อสาย ไม่เกิน 30 เซนติเมตร และห้ามใชท้ ่อโลหะอ่อนเป็นตวั นา แทนสาย
ดิน
4.1.5 ท่อโลหะอ่อนกนั น้า
เป็ นท่อโลหะอ่อนที่มีเปลือก PVC หุ้มด้านนอกเพื่อกันความช้ืน ไม่ให้เขา้ ไปภายในท่อได้ ใช้งานใน
บริเวณที่ตอ้ งการ ความอ่อนตวั ของท่อเพ่ือป้องกันสายไฟฟ้า ชารุด จากไอของเหลวหรือของแข็งหรือในที่
อนั ตราย หา้ มใชใ้ นบริเวณท่ีอุณหภูมิใชง้ านของ สายไฟฟ้าสูงมากจน ทาใหท้ ่อเสียหายมีขนาดต้งั แต่ ½ " - 4" การ
ตดั ท่อชนิดน้ีใชเ้ ล่ือยตดั เหล็ก ทว่ั ไปตดั ตรงๆ โครงสร้างภายในและขอ้ มูลของท่อโลหะอ่อนกนั น้า แสดง ดงั รูป
4.8
4.2 ข้อกาหนดการเดินสายในท่อโลหะ
1. หา้ มตอ่ สายไฟฟ้าภายในท่อร้อยสาย
2. การติดต้งั ท่อร้อยสายเขา้ กบั กล่องต่อสายหรือเครื่องประกอบการเดินท่อ ตอ้ งจดั ใหม้ ีบชู ชิง
3. ตอ้ งติดต้งั ระบบทอ่ ใหเ้ สร็จก่อน จึงจะทาการเดินสายไฟฟ้าได้
4. จานวนการดดั โคง้ ระหวา่ งจุดดึงสายน้นั ข้ึนอยกู่ บั ขนาดและจานวนของสายไฟฟ้า
5. ระยะของจุดจบั ยึดท่อน้นั ตอ้ งมีระยะไม่เกิน 3.0 เมตร กรณีกล่องต่อสายหรืออุปกรณ์ต่างๆ จุดจบั ยดึ ตอ้ ง
ห่างจากอปุ กรณ์ดงั กลา่ วไมเ่ กิน 0.9 เมตร
6. การเดินทอ่ โลหะไปยงั เครื่องจกั รหรือเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าน้นั ในช่วงต่อสายเขา้ กบั เคร่ืองจกั รควรใชท้ ่อโลหะ
อ่อน เพราะสามารถดดั โคง้ ไดง้ ่าย ส่วนในช่วงอ่ืนใหใ้ ชท้ อ่ โลหะแขง็
4.3 ข้อแนะนาในการติดต้งั ท่อโลหะ
ในการติดต้งั ท่อร้อยสายน้ีมีความจาเป็ นตอ้ งดดั ท่อให้โคง้ ตามลกั ษณะของพ้ืนที่ ซ่ึงท่อที่มีขนาดไม่เกิน
25 มม. (1 นิ้ว) สามารถใชเ้ ครื่องดดั ท่อ ดว้ ยมือ แตห่ ากท่อที่มีขนาดใหญก่ วา่ น้ีอาจตอ้ งใชเ้ ครื่องดดั ท่อแบบไฮดรอ
ลิค โดยเม่ือดดั ท่อแลว้ จะตอ้ งไม่ทาใหท้ อ่ น้นั เสียรูปหรือเส้นผา่ นศูนยก์ ลางภายในเลก็ ลง ดงั น้นั รัศมีในการดดั โคง้
ตอ้ งไม่นอ้ ยเกินไป โดยรัศมีความโคง้ อย่างนอ้ ยของท่อจะประมาณ 6-8 เท่าของรัศมีภายในของท่อ ดงั แสดงตาม
ตาราง 4.1
84
4.4 จานวนสายไฟฟ้าสูงสุดในท่อร้อยสาย
จานวนสายไฟฟ้าสูงสุดในท่อร้อยสายน้ัน จะคานวณจากพ้ืนที่หน้าตดั รวมท้งั ฉนวนและเปลือกของ
สายไฟฟ้าทุกเส้นในท่อรวมกนั คิดเป็นร้อยละเทียบกบั พ้ืนท่ีหน้าตดั ภายในท่อ ซ่ึงตอ้ งไม่เกินค่าในตารางที่ 4.3
หรือตามตวั อยา่ งสาหรับสายไฟฟ้าชนิด ทีเอชดบั บลิว ในตารางท่ี 4.4 ส่วนขนาดกระแสของสายไฟฟ้าน้นั ให้ใช้
ตามตารางในบทที่ 2
4.5 ท่ออโลหะ
4.5.1 ท่อพวี ซี ี (PVC) สีเหลือง (PolyVinyl Chloride)
เป็ นท่อร้อยสายไฟฟ้าที่ใช้เดินสายไฟฟ้าทว่ั ไป ทาด้วยพลาสติกพีวีซี ที่มีคุณสมบตั ิตา้ นเปลวไฟ แต่
ขอ้ เสียคือขณะท่ีถูกไฟไหมจ้ ะมีก๊าซพิษท่ีเป็นอนั ตรายต่อคนเราออกมาดว้ ย และไม่ทนตอ่ แสงอลั ตร้าไวโอเล็ตทา
ใหท้ ่อกรอบเม่ือโดนแดดเป็นเวลานาน ที่ใชใ้ นงานไฟฟ้ามีสีเหลือง มีขนาดต้งั แต่ ½ " - 4" และยาวทอ่ นละ 4 เมตร
ท่อ PVC ใชเ้ ดินลอยในอากาศ หรือฝังในผนงั คอนกรีตได้ แต่ห้ามใชใ้ น บริเวณท่ีอาจเกิดความเสียหาย
ทางกายภาพ ขนาดทอ่ ที่มีขายในทอ้ งตลาด
4.5.2 ท่อ PVC สีเทา (Poly Vinyl Chloride)
เป็นทอ่ เดินสายไฟฟ้าท่ีใชเ้ ดินสายไฟฟ้าทว่ั ไปทาดว้ ยพลาสติกพวี ซี ี ที่มีคุณสมบตั ิดา้ นเปลวไฟ แตข่ อ้ เสีย
คือขณะท่ีถูกไฟไฟมจ้ ะมีก๊าซพิษท่ีเป็ นอนั ตรายต่อคนเราออกมาดว้ ยและไม่ทนต่อแสงอตั ราไวโอเล็ตทาให้ท่อ
กรอบเม่ือโดนแดดเป็ นเวลานาน
4.5.3 ท่อ HDPE (High Density Polyetylene)
ทาดว้ ยพลาสติก polyethylene ชนิด high density ท่ีมีคุณสมบตั ิตา้ นเปลวไฟ มีความแขง็ แรงสูง ยืดหยุ่น
ตวั ไดด้ ี มีท้งั แบบผิวเรียบ และแบบลกู ฟูก ใชเ้ ดินสายบนผวิ ในที่โล่ง, บนฝ้าในอาคาร, เดินสายใตด้ ินท้งั แรงดนั ต่า
และ แรงดนั สูงปานกลาง ทนต่อแรงกดอดั ไดด้ ี ขอ้ ไดเ้ ปรียบของทอ่ ชนิดน้ี คือความออ่ นตวั จึงไมต่ อ้ งดดั ท่อทาให้
เดินทอ่ ไดส้ ะดวกรวดเร็ว ขนาดของท่อ มีต้งั แต่ ½ " ข้นึ ไป
4.5.4 ท่อ EFLEX
ทาดว้ ยพลาสติก Polyethylene ชนิด high density ท่ีมีคุณสมบตั ิตา้ นเปลวไฟ มีความแข็งแรงสูง ยดื หย่นุ
ตวั ไดด้ ี มีท้งั แบบผิวเรียบและแบบลูกฟูก ใชเ้ ดินสายบนผิวในที่โล่ง บนฝ้าอาคาร เดินสายใตด้ ินท้งั แรงดนั ต่า
และ แรงดนั สูงปานกลาง ทนต่อแรงกดอดั ไดด้ ีขอ้ ไดเ้ ปรียบของท่อชนิดน้ี คือความออ่ นตวั จึงไม่ตอ้ งดดั ท่อทาให้
เดินท่อไดส้ ะดวกรวดเร็ว
ขอ้ ดีของท่อ EFLEX ปัจจุบนั นิยมใชท้ อ่ EFLEX แบบลูกฟูกกนั มากเน่ืองจากมีขอ้ ดีหลายประการ คอื
1. งา่ ยตอ่ การโคง้ งอ
2. มีความยาวมาก อยทู่ ่ีระหวา่ ง 03-300 เมตร ทาใหล้ ดลงขอ้ ตอ่ ลงไปไดม้ าก
3. แขง็ แกร่งและมีน้าหนกั เบา
4. ตา้ นทานตอ่ การผกู ร่อนและมีความทนทาน
5. ยดื หยนุ่ และทนต่อแรงกดไดด้ ี
6. มีแรงเสียดทานภายในท่อต่าจึงทาใหก้ ารร้อยสายไฟฟ้าในทอ่ ทาไดง้ า่ ยข้นึ
85
4.6 ข้นั ตอนการตดิ ต้งั ท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดนิ แบบฝังกลบ
1. ขดุ พ้ืนที่ ที่จะวางท่อให้มีความลึกและกวา้ งใหส้ มั พนั ธก์ บั จานวนแถว และจานวนช้นั ของทอ่
EFLEX ที่จะฝังไวใ้ ตด้ ิน เม่ือขุดแลว้ ให้ใชแ้ ผ่นเหล็กก้นั ขอบบริเวณท่ีขุดเพ่ือป้องกนั การทลายของดิน
จากน้นั จึงปรับสภาพพ้นื ภายในบ่อใหเ้ รียบ โดนถมทราย และใชเ้ ครื่องบดอดั ทราย
2. เตรียมท่ออีเฟลค็ ก่อนใชง้ าน
3. นาท่ออีเฟล็คที่จดั เตรียมไว้ ลงไปในพ้ืนท่ีตามจานวนท่อท่ีจะวางในช้นั แรก โดยมีหวีเป็นตวั
จดั แนวทอ่ ระยะห่างของหวแี ต่ละช่วงประมาณ 30-50 เซนติเมตร
4. เม่ือวางท่ออีเฟล็คในช้นั แรกแลว้ ควรมีไมห้ รือเหล็กตอกดา้ นขา้ งท่ออีเฟล็คท้งั 2 ขา้ ง เพื่อ
เสริมความแขง็ แกร่งก่อนถมทราย และเป็นการจดั แนวทอ่ ท่ีจะวางในช้นั ตอ่ ไปเพอื่ ใหเ้ ป็นแนวเดียวกนั
5. เริ่มถมทรายในช้นั แรกโดยต่อยๆ ถมบริเวณหวีทุกๆ อนั จนครบ และทาการเกล่ียทรายกลบ
บริเวณแนวท่ออีเฟล็คให้ทวั่ บดอดั ทรายให้แน่น โดยมีความหมายของทรายตามที่กาหนดไวป้ ระมาณ
10-20 เซนติเมตร หรือมากกวา่ แลว้ ดึงหวีออกทกุ คร้ัง
6. วางทอ่ อีเฟลค็ ในช้นั ต่อไป โดยทาตามขอ้ 3,4,5, ตามลาดบั
7. เม่ือวางท่อครบตามจานวนช้นั ท่ีตอ้ งการแลว้ จึงถมทรายและบดอดั ให้แน่นตามมาตรฐานที่
กาหนด
8. นาแผ่นคอนกรีต วางบนช้นั ทรายที่ถมท่ออีเฟลค็ ในช้นั สุดทา้ ยเพ่ือเป็นการป้องกนั และบอก
ใหร้ ู้วา่ บริเวณน้ีมีท่อฝังอยู่ โดยมาตรฐานของปผน่ คแนกรีคตอ้ งมีความหนา 20 มม. และยาว 1700 มม.
9. นาเทปพลาสติกสีส้มหรือสีอ่ืนๆ มาวางตามแนวยาวของท่อเพื่อบอกวา่ บริเวณน้ีมีสายเคเบิล
ไฟฟ้าแรงสูงหรือสายเคเบิล โทรศพั ทฝ์ ังอยใู่ ตด้ ิน โดยการใชเ้ ทปสีข้นึ อยกู่ บั ขอ้ กาหนดของแบบ
10 กลบดินใหท้ ว่ั บริเวณและปรับสภาพหนา้ ดินเพ่ือเทคอนกรีตในข้นั สุดทา้ ย
หมายเหตุ ควรตรวจสอบทอ่ อีเฟลค็ ท่ีติดต้งั เรียบร้อยแลว้ โดยใชล้ กู ทดสอบทอ่
ขอ้ ควรระวงั
1. การวางท่อีเฟลค็ ในลกั ษณะโคง้ งอ เป็นส่ิงที่ไม่ควรปฏิบตั ิอยา่ งย่ิง แต่ถา้ จาเป็นจริงๆ ก็สามารถทาไดแ้ ต่
ควรโคง้ งอไม่ต่ากวา่ 15 เทา่ ของรัศมีภายนอกของสายเคเบิล
2. เพอื่ ป้องกนั ส่ิงสกปรกติดไปกบั สายและเขา้ ไปในท่อ ควรทาบ่อพกั ท่ีปลายท่อท่ีใชง้ านทกุ คร้ัง
3. ควรปิ ดหวั และทา้ ยของท่ออีเฟลค็ ดว้ ยฝาปิ ดท่อทุกคร้ังเพอ่ื ป้องกนั สิ่งสกปรกเขา้ ไปในทอ่
4. ลวดสายนา ทางโรงงานผผู้ ลิตจะมีใหใ้ นทอ่ อีเฟลค็ ตามความยาวทอ่ ทุกท่อ
5. ทุกคร้ังท่ีมีการร้อยสายเขท้ ่ออีเฟล็ค จะตอ้ งมีอุปกรณ์ในการจบั ยึดหัวสายเคเบิล เช่น ตาข่ายจบั หัวสาย
เคเบิล โดยผใู้ ชง้ านควรใช้ PVC เทปพนั รอบหวั สายเคเบิลใหเ้ รียบร้อย หรือใชห้ วั ลากสายเคเบิลซ่ึงจะทา
ใหก้ ารร้อยสาย เป็นไปอยา่ งสะดวกและปลอดภยั
86
กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้ันตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน
1. ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที ) 1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )
8. ผสู้ อนช้ีแจงเร่ืองท่ีจะศึกษาและจุดประสงค์ 8. ผูเ้ รี ยนฟังผู้สอนช้ีแจงเร่ืองท่ีจะศึกษาและ
เชิงพฤติกรรมประจาบทท่ี 4 เรื่อง ท่องานไฟฟ้า การ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมประจาบทที่ 4 เร่ือง ท่องาน
เดินสายในรางเดินสายและการเดินสายแบบอื่นๆ ไฟฟ้า การเดินสายในรางเดินสายและการเดินสายแบบ
9. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั อ่ืนๆ
ท่องานไฟฟ้า การเดินสายในรางเดินสายและการ 9. ผูเ้ รียนแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับท่องาน
เดินสายแบบอ่ืนๆ ไฟฟ้า การเดินสายในรางเดินสายและการเดินสายแบบ
อ่ืนๆ
2. ข้นั ให้ความรู้ (220 นาที) 2. ข้ันให้ความรู้ (220 นาที )
7. ผูส้ อนเปิ ดงานนาเสนอวิชาการออกแบบ 7. ผู้เรี ยนฟังงานนาเสนอวิชาการออกแบบ
ระบบไฟฟ้า บทที่ 4 เรื่อง ท่องานไฟฟ้า การเดินสาย ระบบไฟฟ้า บทท่ี 4 เร่ือง ท่องานไฟฟ้า การเดินสายใน
ในรางเดินสายและการเดินสายแบบอื่นๆ รางเดินสายและการเดินสายแบบอ่ืนๆ
8. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนเปิ ดหนังสือเรียนวิชาการ 8. ผูเ้ รียนเปิ ดหนังสือเรียนวิชาการออกแบบ
ออกแบบระบบไฟฟ้า บทท่ี 4 เรื่อง ทอ่ งานไฟฟ้า การ ระบบไฟฟ้า บทท่ี 4 ท่องานไฟฟ้า การเดินสายในราง
เดินสายในรางเดินสายและการเดินสายแบบอื่นๆ เดินสายและการเดินสายแบบอื่นๆ
87
กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน
3. ข้นั ประยกุ ต์ใช้ ( 320 นาที ) 3. ข้ันประยุกต์ใช้ ( 320 นาที )
4. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนทาแบบฝึกหดั บทท่ี 4 4. ผเู้ รียนทาแบบฝึกหดั บทที่ 4
4. ข้นั สรุปและประเมินผล ( 45 นาที ) 4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 45 นาที )
4. ผสู้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือในบทที่ 4 4. ผเู้ รียนและผสู้ อนร่วมกนั สรุปเน้ือหาในบทท่ี
เรื่อง ท่องานไฟฟ้า การเดินสายในรางเดินสายและการ 4 เรื่อง ท่องานไฟฟ้า การเดินสายในรางเดินสายและ
เดินสายแบบอื่นๆ การเดินสายแบบอ่ืนๆ
(บรรลจุ ุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-5) (บรรลจุ ุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-5)
(รวม 600 นาที หรือ 5 คาบเรียน)
88
งานที่มอบหมายหรือกจิ กรรมการวดั ผลและประเมินผล
ก่อนเรียน
10. จดั เตรียมเอกสารบทท่ี 4 เร่ือง ท่องานไฟฟ้า การเดินสายในรางเดินสายและการเดินสายแบบอื่นๆ
11. ทาความเขา้ ใจเก่ียวกบั จุดประสงคก์ ารเรียนของบทท่ี 3 เร่ือง ท่องานไฟฟ้า การเดินสายในรางเดินสาย
และการเดินสายแบบอ่ืนๆ
12. แสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั ท่องานไฟฟ้า การเดินสายในรางเดินสายและการเดินสายแบบอ่ืนๆ
ขณะเรียน
4. ทาแบบฝึกหดั บทท่ี 4
หลงั เรียน
4. ร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียนใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั
ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผู้เรียน
4. แบบฝึกหดั บทท่ี 4
89
สื่อการเรียนการสอน/การเรียนรู้
สื่อสิ่งพมิ พ์
7. เอกสารประกอบการสอนวิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงค์
เชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ 1-5)
8. แบบฝึกหดั บทท่ี 4 ใชข้ ้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ ท่ี 1
สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี)
1. เคร่ืองไมโครคอมพวิ เตอร์
2. งานนาเสนอ
ส่ือของจริง
-
90
แหล่งการเรียนรู้
ในสถานศึกษา
7. หอ้ งสมดุ
8. หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพวิ เตอร์
นอกสถานศึกษา
ผปู้ ระกอบการ สถานประกอบการ ในทอ้ งถ่ิน
การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอื่น
10. บูรณาการกบั วิชาภาษาไทย เร่ือง การอธิบายท่อร้อยสายชนิดต่างๆ การบอกขอ้ กาหนดการใชง้ าน
และติดต้งั ท่อร้อยสายชนิดตา่ งๆ
11. บรู ณาการกบั วชิ าไฟฟ้า เรื่อง การคานวณหาขนาดท่อร้อยสายท่ีเหมาะสมกบั จานวนสายไฟฟ้า
12. บูรณาการกบั วิชาสงั คมศึกษา เร่ือง การจาแนกวธิ ีดึงสายทอ่ ร้อยสาย การเลือกใชช้ นิดท่อร้อยสาย
ใหเ้ หมาะสมกบั งาน
91
การประเมินผลการเรียนรู้
• หลกั การประเมินผลการเรียนรู้
ก่อนเรียน
-
ขณะเรียน
4. ตรวจแบบฝึกหดั บทท่ี 4
หลงั เรียน
-
ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผู้เรียน
4. แบบฝึกหดั บทท่ี 4
92
สมรรถนะทพี่ งึ ประสงค์
ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเก่ียวกบั ทอ่ งานไฟฟ้า การเดินสายในรางเดินสายและการเดินสายแบบอ่ืนๆ
13. วิเคราะห์และตีความหมาย
14. สาธิตพร้อมแสดงทา่ ทางประกอบ
15. อภิปรายแสดงความคดิ เห็น
16. ประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ
สมรรถนะการปฏิบตั งิ านอาชีพ
เดินสายในรางเดินสาย และการเดินสายแบบอื่นๆ
สมรรถนะการขยายผล
ความสอดคล้อง
จากการเรียนสัปดาห์ท่ี 4 เร่ือง ท่องานไฟฟ้า การเดินสายในรางเดินสายและการเดินสายแบบอ่ืนๆ
ผเู้ รียนจะมีความรู้เก่ียวกบั การเดินสายในท่อโลหะบาง การเดินสายในท่อโลหะหนาปานกลาง การเดินสายใน
ท่อโลหะหนา การเดินสายในท่อโลหะอ่อน การเดินสายในท่อโลหะอ่อนกนั น้า ขอ้ กาหนดในการเดินสายใน
ท่อโลหะ ขอ้ แนะนาในการติดต้งั ท่อโลหะ จานวนสายสูงสุดในท่อร้อยสาย การเดินสายในท่ออโลหะแขง็ การ
เดินสายในท่ออโลหะอ่อน การติดต้งั ท่อร้อยสายไฟฟ้าใตด้ ินแบบฝังกลบ ทาให้ผูเ้ รียนสามารถนาความรู้ท่ี
ไดร้ ับไปปรับใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้
93
รายละเอียดการประเมนิ ผลการเรียนรู้
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 1 อธิบายท่อร้อยสายชนิดต่างๆ ได้
10.วิธีการประเมิน : ทดสอบ
11.เครื่องมือ : แบบทดสอบ
12.เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อธิบายท่อร้อยสายชนิดตา่ งๆ ได้ จะได้ 2 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 2 บอกขอ้ กาหนดการใชง้ านและติดต้งั ท่อร้อยสายชนิดต่างๆ ได้
10.วิธีการประเมิน : ทดสอบ
11.เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ
12.เกณฑก์ ารให้คะแนน : บอกขอ้ กาหนดการใชง้ านและติดต้งั ท่อร้อยสายชนิดต่างๆ ได้ จะได้ 2
คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 3 คานวณหาขนาดท่อร้อยสายที่เหมาะสมกบั จานวนสายไฟฟ้าได้
10.วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
11. เคร่ื องมือ : แบบทดสอบ
12.เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : คานวณหาขนาดทอ่ ร้อยสายท่ีเหมาะสมกบั จานวนสายไฟฟ้าได้ จะได้
2 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 4 จาแนกวธิ ีดึงสายท่อร้อยสายได้
10.วิธีการประเมิน : ทดสอบ
11. เคร่ื องมือ : แบบทดสอบ
12.เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : จาแนกวิธีดึงสายทอ่ ร้อยสายได้ จะได้ 2 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 5 เลือกใชช้ นิดท่อร้อยสายใหเ้ หมาะสมกบั งานได้
10.วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
11. เคร่ื องมือ : แบบทดสอบ
12.เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : เลือกใชช้ นิดทอ่ ร้อยสายใหเ้ หมาะสมกบั งานได้ จะได้ 2 คะแนน
94
แบบฝึ กหดั บทที่ 4
ตอนที่ 1 จงเติมคาหรือขอ้ ความลงในช่องวา่ งใหถ้ กู ตอ้ ง
1. การใชท้ อ่ ร้อยสายไฟฟ้าในงานไฟฟ้ามีจุดประสงคเ์ พื่อ..........................................................................
...............................................................................................................................................................
2. ท่อร้อยสายไฟฟ้ามีท้งั ชนิดที่เป็น ...........................................................................................................
3. ทอ่ โลหะบาง (Electrical Metallic Tubing, EMT) มีขนาดท้งั แต่
...............................................................................................................................................................
และยาวท่อนละ .......................................................................................................................................
4. การดดั ท่อโลหะหนา ควรใชเ้ ครื่องมือในการดดั ทอ่ คือ ..........................................................................
5. ทอ่ โลหะอ่อน (Flexible Metal Conduit )เหมาะสาหรับตอ่ เขา้ กบั
..................................................................................................................................................................
6. ท่อโลหะอ่อนกนั น้า เป็นท่อโลหะออ่ นที่มีเปลือก ................................................. หุม้ ดา้ นนอกเพื่อ .....
................................................................................................................................................
7. ท่อ EFLEX ทาดว้ ยพลาสติก Polyethylene ชนิด high density ท่ีมีคุณสมบตั ิ คือ …………………….
…………..................................................................................................................................................
8. ขอ้ ดีของทอ่ EFLEX ปัจจุบนั นิยมใชท้ ่อ EFLEXแบบลกู ฟกู กนั มากเนื่องจากมีขอ้ ดีอนั ดบั แรก คือ
…………...............................................................................................................................................
9. การดึงสายภายในท่อน้นั หากระยะไม่ไกลมากนกั สามารถทาไดโ้ ดยการร้อยสายโดยตรงแต่ปกติแลว้ จะ
ใชอ้ ุปกรณ์ดึงสายท่ีเรียกวา่ ...................................................................................................................
10. จานวนการดดั โคง้ ของทอ่ ร้อยสายระหวา่ งจุดดึงสายรวมกนั แลว้ ตอ้ งไม่เกิน ........................... องศา
95
ตอนท่ี 2 จงทาเคร่ืองหมายกากบาท () ลงหนา้ ขอ้ ท่ีถกู ตอ้ งท่ีสุด
31. ขอ้ ใดต่อไปน้ีไม่ใช่ ชนิดของท่อท่ีใชร้ ้อยสาย
ฐ. ท่อโลหะ
ฑ. ทอ่ อโลหะ
ฒ. ทอ่ โลหะหนา
ณ. ทอ่ คอนกรีต
32. หากจานวนสายไฟที่ร้อยในทอ่ ต้งั แต่ 3 เส้น ข้ึนขนาดพ้นื ท่ีหนา้ ตดั รวมของสายตอ้ งไม่เกินร้อยละ
เทา่ ไหร่ของพ้ืนที่หนา้ ตดั ท่อ
ฐ. 40
ฑ. 50
ฒ. 60
ณ. 70
33. เครื่องมือท่ีใชด้ ดั ท่อโลหะบาง (Electrical Metallic Tubing, EMT) มีชื่อเรียกวา่
ฐ. Bent
ฑ. Screw
ฒ. Bender
ณ. Air pressure
34. เครื่องมือท่ีใชด้ ดั ท่อโลหะหนา (Rigid Steel Conduit,RSC) มีชื่อเรียกวา่
ก. Hickey
ข. Bender
ค. Hammer
ง. File
35. ควรเลือกใชท้ ่อร้อยสายไฟฟ้าชนิดใดท่ีเหมาะสาหรับต่อเขา้ กบั ดวงโคม มอเตอร์ หรือเครื่องจกั รที่การ
สั่นสะเทือน
ก. ทอ่ โลหะอ่อน
ข. ทอ่ อโลหะออ่ น
ค. ทอ่ โลหะบาง
ง. ทอ่ โลหะหนา
96
36. การดึงสายภายในทอ่ น้นั หากระยะ ไมไ่ กลมากนกั สามารถทาไดโ้ ดยการร้อยสายโดยตรง แต่ปกติแลว้
จะใชอ้ ุปกรณ์ดึงสายท่ีเรียกวา่
ฐ. ฟิ ชเทป
ฑ. เบนเดอร์
ฒ. ฮิคก้ี
ณ. สกรู ไดรเวอร์
37. ทาดว้ ยพลาสติก Polyethylene ชนิด high density ท่ีมีคณุ สมบตั ิตา้ นเปลวไฟมีความแขง็ แรงสูง ยดื หยนุ่
ตวั ไดด้ ี มีท้งั แบบผิวเรียบ และแบบลกู ฟูก จากท่ีกล่าวมาคอื คุณสมบตั ิของทอ่ ชนิดใด
ฐ. ท่อโลหะบาง
ฑ. ทอ่ HDPE
ฒ. ทอ่ EFLEX
ณ. ถกู ท้งั ข และ ค.
38. ขอ้ ใดต่อไปนี่ไมใ่ ช่คณุ สมบตั ิของท่อพีวีซี
ฐ. ไม่ทนต่อแสงแดด
ฑ. เม่ือเผาไหมท้ าใหเ้ กิดก๊าซพษิ
ฒ. มีสีเหลืองและสีเทา
ณ. มีความแขง็ แรงสูง ยดื หยุ่นไดด้ ี
39. ท่อชนิดใดที่ใชใ้ นการติดต้งั ทอ่ ร้อยสายไฟฟ้าใตด้ ินแบบฝังกลบ
ฐ. ทอ่ โลหะบาง
ฑ. ท่อโลหะหนาปานกลาง
ฒ. ท่อ EFLEX
ณ. ท่อ HDPE
40. ในการนาแผน่ คอนกรีตวางบนช้นั ทรายท่ีถมท่ออีเฟลค็ ในช้นั สุดทา้ ยเพอื่ เป็นการป้องกนั และบอกใหร้ ู้
วา่ บริเวณน้ีมีทอ่ ฝังอยู่ โดยมาตรฐานของแผน่ คอนกรีตตอ้ งมีความหนาเท่าไหร่
ฐ. 10 มิลลิเมตร
ฑ. 20 มิลลิเมตร
ฒ. 30 มิลลิเมตร
ณ. 40 มิลลิเมตร
97
ตอนท่ี 3 จงตอบคาถามต่อไปน้ีใหไ้ ดข้ อ้ ความสมบูรณ์
16. จงอธิบายที่เหตุใด จึงจากดั จานวนสายไฟฟ้าท่ีสามารถร้อยในทอ่ น้นั ตอ้ งไม่มากเกินไป
17. การเดินสายในท่อโลหะในงานทางไฟฟ้า สามารถแบง่ ออกเป็น 5 ชนิด คือชนิดใดบา้ ง
18. จงอธิบายคณุ สมบตั ิและการนาไปใชง้ านท่อโลหะออ่ น
19. ท่ออโลหะในงานไฟฟ้าสามารถแบง่ ออกไดเ้ ป็นกี่ชนิด จงอธิบายมาคร่าว ๆ
20. ขอ้ ดีของท่อ EFLEX ปัจจุบนั นิยมใชท้ อ่ EFLEX แบบลูกฟูกกนั มากเน่ืองจากมีขอ้ ดีหลายประการคือ
อะไรบา้ ง จงอธิบายมาคร่าว ๆ
98
แบบประเมนิ ผลการนาเสนอผลงาน
ช่ือกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายช่ือสมาชิก
1……………………………………เลขท่ี……. 2……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขท่ี…….
ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
32 1
1 เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความรู้เกี่ยวกบั เน้ือหา ความถูกตอ้ ง
ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ )
2 รูปแบบการนาเสนอ
3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทางในการพดู น้าเสียง ซ่ึงทาใหผ้ ฟู้ ังมีความ
สนใจ
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
เกณฑ์การให้ คะแนน
1. เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจนถกู ตอ้ ง
3 คะแนน = มีสาระสาคญั ครบถว้ นถูกตอ้ ง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ครบถว้ น แตต่ รงตามจดุ ประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ถูกตอ้ ง ไม่ตรงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอที่เหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคท่ีแปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยี
ประกอบการ นาเสนอท่ีน่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถิ่นมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั
2 คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอท่ีแปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอท่ีน่าสน ใจ
แตข่ าดการประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถ่ิน
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไม่เหมาะสม และไมน่ ่าสนใจ
3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลมุ่
3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกว่าร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ
99
แบบประเมินกระบวนการทางานกล่มุ
ช่ือกล่มุ ……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายชื่อสมาชิก
1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขท่ี…….
ที่ รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
1 การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
321
2 การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏิบตั ิหนา้ ทท่ี ี่ไดร้ ับมอบหมาย
4 การประเมินผลและปรบั ปรุงงาน
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
วนั ที่…………เดือน……………………..พ.ศ…………..
เกณฑ์ การให้ คะแนน
1. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมสี ่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายการทางานอย่างชดั เจน
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มสี ่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
2. การมอบหมายหนา้ ที่รับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ วั่ ถงึ และตรงตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มกี ารจดั เตรียมสถานท่ี สื่อ /อุปกรณไ์ วอ้ ยา่ งพร้อม
เพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ วั่ ถึง แตไ่ มต่ รงตามความสามารถ และมสี ่ือ / อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง แต่ขาดการจดั เตรียมสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไมท่ ว่ั ถงึ และมีส่ือ / อุปกรณไ์ ม่เพียงพอ
3. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาที่กาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย แตช่ า้ กว่าเวลาท่ีกาหนด
1 คะแนน = ทางานไม่สาเร็จตามเป้าหมาย
4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แต่ไมป่ รับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไม่มสี ่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แต่ไม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมสี ่วนร่วมไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน