100
บันทกึ หลงั การสอน
บทท่ี 4 เร่ือง ท่องานไฟฟ้า การเดินสายในรางเดินสายและการเดนิ สายแบบอ่ืนๆ
ผลการใช้แผนการเรียนรู้
............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
ผลการเรียนของนักเรียน
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผลการสอนของครู
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.
101
แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี
แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยท่ี 5
ชื่อวิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า สอนสปั ดาหท์ ่ี 7-8
ช่ือหน่วย การเดินสายในรางเดินสาย และรางเคเบิล คาบรวม 40
ช่ือเรื่อง การเดินสายในรางเดินสาย และรางเคเบิล จานวนคาบ 10
สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย
เดินสายในรางเดินสาย และรางเคเบิล
สาระสาคญั
รางเดินสายไฟฟ้าและรางเคเบิลเป็ นส่วนหน่ึงในการติดต้ังอุปกรณ์สายไฟฟ้า นิยมใช้ในการเดิน
สายไฟฟ้าในงานอุตสาหกรรม มีขอ้ ดีคือการติดต้งั ง่าย สะดวกรวดเร็ว และสามารถวางสายสาหรับการติดต้งั
สายไฟฟ้าไดจ้ านวนมาก ๆ เน่ืองจากมีขนาดที่กวา้ งกวา่ ทอ่ ร้อยสาย ระบายอากาศไดด้ ี
เร่ืองที่จะศึกษา
28.การเดินสายในรางเดินสาย
29.จานวนสายไฟฟ้าและขนาดกระแส
30.ขอ้ กาหนดการเดินสายในรางเดินสาย
31.การเดินสายในรางเคเบิล
32.การติดต้งั รางเคเบิลและสายเคเบิล
33.ชนิดของสายไฟฟ้าท่ีสามารถเดินในรางเคเบิล
34.จานวนสายเคเบิลหลายแกนในรางเคเบิล
35.จานวนสายเคเบิลแกนเดียวในรางเคเบิล
36.Bus way
102
จุดประสงค์การเรียน/การสอน
• จุดประสงค์ท่วั ไป
13.เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั การเดินสายในรางเดินสาย จานวนสายไฟฟ้าและขนาดกระแส
ขอ้ กาหนดการเดินสายในรางเดินสาย การเดินสายในรางเคเบิล การติดต้งั รางเคเบิลและสายเคเบิล ชนิดของ
สายไฟฟ้าท่ีสามารถเดินในรางเคเบิล จานวนสายเคเบิลหลายแกนในรางเคเบิล จานวนสายเคเบิลแกนเดียวใน
รางเคเบิล และBus way (ด้านพทุ ธิพิสัย)
14.เพือ่ ใหม้ ีทกั ษะในการเดินสายในรางเดินสาย และรางเคเบิล (ด้านทักษะพิสัย)
15.เพอื่ ใหม้ ีมีเจคติที่ดีในการปฏิบตั ิตามขอ้ กาหนดการเดินสายในรางเดินสาย (ด้านจิตพิสัย)
• จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
1. บอกขอ้ กาหนดการใชง้ านของรางเดินสายได้ (ดา้ นพุทธิพิสยั )
2. อธิบายขอ้ กาหนดการติดต้งั รางเดินสายได้ (ดา้ นพุทธิพสิ ัย)
3. คานวณหาขนาดรางเดินสายที่เหมาะสมกบั จานวนสายไฟฟ้าได้ (ดา้ นพทุ ธิพิสัย)
4. อธิบายชนิดต่างๆ ของรางเคเบิลได้ (ดา้ นพทุ ธิพสิ ยั )
5. อธิบายชนิดของสายเคเบิลที่สามารถติดต้งั บนรางเคเบิลได้ (ดา้ นพุทธิพิสยั )
6. คานวณหาขนาดรางเคเบิลที่เหมาะสมกบั จานวนสายเคเบิลได้ (ดา้ นพทุ ธิพสิ ัย)
7. บอกขนาดกระแสของสายเคเบิลในรางเดินสายได้ (ดา้ นพุทธิพสิ ัย)
8. อธิบายขอ้ กาหนดการเดิน Bus way ได้ (ดา้ นพทุ ธิพิสัย)
9. เดินสายในรางเดินสาย และรางเคเบิลได้ (ดา้ นทกั ษะพิสยั )
10.ปฏิบตั ิตามขอ้ กาหนดการเดินสายในรางเดินสายได้ (ดา้ นจิตพสิ ัย)
103
เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้
ความสาคัญและความเป็ นมา
รางเดินสายไฟฟ้าและรางเคเบิลเป็ นส่วนหน่ึงในการติดต้ังอุปกรณ์สายไฟฟ้า นิยมใช้ในการเดิน
สายไฟฟ้าในงานอุตสาหกรรม มีขอ้ ดีคือการติดต้งั ง่าย สะดวกรวดเร็ว และสามารถวางสายสาหรับการติดต้งั
สายไฟฟ้าได้จานวนมาก ๆ เน่ืองจากมีขนาดที่กวา้ งกว่าท่อร้อยสาย ระบายอากาศได้ดี แต่รางเดินสายหากมี
จานวนสายไม่เกิน 30 เส้น (ไม่นบั สายดิน) ไม่ตอ้ งใชต้ วั คูณลดทอนขนาดกระแส แต่หากรางเดินสายไฟฟ้าและ
รางเคเบิลมีจานวนสายไฟฟ้าเกิน 30 เส้น (ไม่นบั สายดิน) จาเป็ นตอ้ งใช้ตวั คูณลดทอนขนาดกระแสเพ่ือความ
ปลอดภยั โดยจานวนสายที่สามารถติดต้งั ในรางเดินสายไดน้ ้นั ตอ้ งมีพ้ืนที่หน้าตดั รวมฉนวนไม่เกินร้อยละ 20
ของพ้ืนท่ีหนา้ ตดั ราง ส่วนขนาดกระแสน้นั ใชต้ ารางเดียวกบั การเดินสายในท่อร้อยสาย ขนาดของรางเดินสายมี
ต้งั แต่กวา้ ง 75 ม.ม. ถึง 300 มม. แต่ขนาดที่กวา้ งกว่าน้ีก็สามารถสั่งโรงงานผลิตตามความตอ้ งการได้ ฝาปิ ดราง
เดินสายจะมีท้งั แบบขนั สกรูและกดล็อค สถานที่ติดต้งั รางเดินสายตอ้ งเป็ นที่เปิ ดโล่ง และตอ้ งมีการจบั ยึดราง
ตลอดช่วงความยาวอยา่ งแขง็ แรงรวมท้งั ที่ปลายของรางตอ้ งปิ ดเพื่อความปลอดภยั ใชไ้ ดท้ ้งั ระบบไฟฟ้าแรงดนั สูง
ปานกลางและแรงดันต่า รางเดินสายไฟฟ้าและรางเคเบิลทาด้วยเหล็กแผ่นบางเคลือบผิวได้หลายแบบให้
เหมาะสมกบั รางเดินสายไฟฟ้าและรางเคเบิลแต่ละชนิดไดแ้ ก่ Aluzinc, Electro galvanized, Hot dip galvanized,
Epoxy powder paint และ Galvanized sheet ซ่ึงทาหนา้ ท่ีป้องกนั การเกิดสนิมไดด้ ี นอกจากรางเดินสายไฟฟ้าและ
รางเคเบิลแลว้ ยงั มีรางเคเบิลแบบบนั ได แบบมีช่องระบายอากาศและแบบดา้ นล่างทึบ ซ่ึงรางเคเบิลแบบบนั ไดจะ
มีความกวา้ งต้งั แต่ 150 มม. ถึง 1000 ม. ชนิดของสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ท่ีอนุญาตใหต้ ิดต้งั ในรางเคเบิล
1. สายเคเบิลชนิด MI (Mineral-Insulated, Metal-Sheathed Cable) สายไฟฟ้าชนิดน้ีจะมีเปลือกโลหะหุม้
ฉนวนอีกช้นั
2. สายเคเบิลชนิด MC (Metal-Clad Cable) สายไฟฟ้าชนิดน้ีจะมีเปลือกโลหะหุม้ ฉนวนอีกช้นั
3. สายเคเบิลชนิด AC (Armored Cable) สายไฟฟ้าชนิดน้ีจะมีเปลือกโลหะหุน้ ฉนวนอีกช้นั
4. สายเคเบิลแกนเดียวชนิดมีฉนวนและเปลือกนอก ขนาดไม่เลก็ กวา่ 50 ตร.มม เช่น สาย NYY
5. สายเคเบิลหลายแกนในระบบแรงต่าทกุ ขนาด
6. สายอื่นชนิดหลายแกนสาหรับควบคุมสัญญาณ
7. สายเคเบิลแกนเดียวชนิดไมม่ ีเปลือกนอก ขนาดตวั นาไมเ่ ล็กกวา่ 50 ตร.มม เช่น สาย THW
8. ทอ่ สายชนิดตา่ งๆ
5.1 การเดนิ สายในรางเดนิ สาย (Wire way)
การเดินสายในรางเดินสายน้นั เหมาะกบั กรณีท่ีมีสายไฟฟ้าจานวนหลายๆ เส้น หรือมีหลายวงจรอยู่ใน
แนวเดินสายเดียวกนั หรือกรณีที่สายมีขนาดใหญ่ เช่น สายป้อนจากบริภณั ฑป์ ระธานถึงแผงยอ่ ยประจาช้นั และ
หรือวงจรยอ่ ยในโรงงาน ซ่ึงมีความสะดวกในการติดต้งั และเดินสายรวมท้งั ค่าใชจ้ ่ายรวมจะต่ากวา่ กรณีที่ใชท้ ่อ
ร้อยสาย เนื่องจากรางเดินสายน้ีมีขนาดใหญ่กว่า ทาให้สามารถวางสายไฟฟ้าไดใ้ นจานวนท่ีมากกว่า โดยจะมีฝา
คลอบปิ ดตลอดความยาวของรางเดินสาย ซ่ึงฝาปิ ดจะมีท้งั แบบขนั สกรูหรือแบบกดล็อค ดงั น้ันทาให้สามารถ
บารุงรักษาหรือตรวจสอบสายไฟฟ้าภายหลงั การติดต้งั ไดง้ ่ายกวา่ รวมท้งั การเพ่ิมวงจรภายหลงั ดว้ ย รางเดินสาย
104
ตอ้ งใชง้ านในที่เปิ ดโลง่ เท่าน้นั ตอ้ งสามารถเขา้ ถึงไดห้ ลงั จากติดต้งั แลว้ ถา้ เป็นชนิดใชภ้ ายนอกอาคารตอ้ งกนั ฝน
ได้ และไม่ใชใ้ นที่ที่มีอนั ตรายทางกายภาพ การติดต้งั รางเดินสายตอ้ งมีการจบั ยึดท่ีมน่ั คงแขง็ แรงทุกระยะห่างกนั
ไม่เกิน 1.50 เมตร และไม่อนุญาตใหต้ ่อรางเดินสาย ณ จุดที่ผา่ นผนงั หรือพ้ืนและไม่อนุญาตใหใ้ ชร้ างเดินสายเป็น
ตวั นาสาหรับต่อลงดินสถานท่ีติดต้งั ส่วนใหญ่จะเป็ นภายในอาคาร ลกั ษณะของรางเดินสายน้ันเหมือนกล่อง
โลหะท่ียาวทาด้วย Aluzinc sheet และ Galvanized sheet เคลือบผิวแบบพ่นด้วยสีฝ่ ุน Epoxy (Epoxy powder
paint) วางสายเมนขนาดเลก็ และสายสัญญาณขนาดเลก็ ใชต้ ิดต้งั ภายในอาคาร ตามแสดงในรูปที่ 5.1 ขนาดทวั่ ไป
มีต้งั แต่สูง 50 มม. (2 นิ้ว) กวา้ ง 75 มม. (3 นิ้ว) ถึงสูง 200 มม. (8 นิ้ว) กวา้ ง 300 มม. (12 นิ้ว) หนา 1 ถึง 2 มม
ความยาวแต่ละทอ่ น 4 ฟตุ หรือ 8 ฟุต แตท่ ้งั น้ีขนาดอ่ืนกส็ ามารถส่งั โรงงานประกอบไดต้ ามตอ้ งการ
ในการเดินสายไฟฟ้าในรางเดินสายน้นั พ้นื ที่หนา้ ตดั ของตวั นาและฉนวนท้งั หมดทุกเส้นรวมกนั แลว้ ตอ้ ง
ไม่เกินร้อยละ 20 ของพ้ืนท่ีหนา้ ตดั ภายในของรางเดินสาย ดงั น้นั ในการเลือกใชข้ นาดรางเดินสายจึงตอ้ งคานวณ
จากขนาดของสายไฟฟ้าท่ีใช้ ส่วนขนาดกระแสของสายไฟฟ้าที่เดินในรางเดินสายน้นั ให้ใชค้ ่าเดียวกบั กรณีเดิน
ในท่อร้อยสายในขนาดสายไฟฟ้าท่ีเท่ากัน ซ่ึงหากว่าจานวนสายไฟฟ้าน้ันไม่เกิน 30 เส้น ก็ไม่ตอ้ งใช้ตวั คูณ
ลดทอนค่าขนาดกระแส หากถา้ เกิน 30 เส้นก็สามารถใชไ้ ดแ้ ต่ตอ้ งใชค้ ่าลดทอนกระแสตามตารางที่ 2.7 ในการ
นบั จานวนสายไฟฟ้ากรณีน้ีให้นับเฉพาะสายไฟฟ้าท่ีมีกระแสไหลผ่านเท่าน้นั ส่วนสายไฟฟ้าที่ใชส้ าหรับวงจร
ควบคมุ หรือสายสัญญาณต่างๆ ที่มีกระแสไหลผา่ นเป็นช่วงระยะเวลาส้ันๆ น้นั ไม่ตอ้ งนามานบั รวมดว้ ย เช่น ใน
วงจรควบคมุ ระหวา่ งมอเตอร์ กบั สตาร์ทเตอร์ท่ีใชเ้ ฉพาะช่วงเวลาสตาร์ทมอเตอร์ไม่ถือวา่ เป็นสายที่มีกระแสไหล
ในการติดต้งั รางเดินสายจาเป็ นตอ้ งเลือกอุปกรณ์และขอ้ ต่อให้มีความสอดคลอ้ งกนั กบั พ้ืนท่ีที่ทาการติดต้งั เพื่อ
ความปลอดภยั ความสวยงามและความเป็นระเบียบเรียบร้อย การเดินสายในรางเดินสายน้นั ยงั มีขอ้ กาหนดต่างๆ
ดงั น้ีคอื
5.1.1 การใชง้ าน
- ใชก้ บั การเดินสายแบบเปิ ด รางเดินสายที่ติดต้งั ในสถานที่เปี ยกตอ้ งเป็นแบบกนั ฝน
- หา้ มใชร้ างเดินสายโลหะในสถานท่ีต่อไปน้ี
ก. ในที่ซ่ึงอาจเกิดความเสียหายทางกายภาพ
ข. ในที่มีไอท่ีทาใหเ้ กิดการผกุ ร่อน
ค. ในท่ีอนั ตราย
5.1.2 จานวนสายไฟฟ้าที่มีกระแสไหลในรางเดินสายตอ้ งไม่เกิน 30 เส้น สายไฟฟ้าในวงจรสัญญาณ
หรือวงจรควบคุมระหว่างมอเตอร์กบั สตาร์ทเตอร์ท่ีใชเ้ ฉพาะช่วงเวลาสตาร์ทมอเตอร์ไม่ถือวา่ เป็นสายไฟฟ้าท่ีมี
กระแสไหล
5.1.3 พ้ืนท่ีหน้าตัดของตัวนาและฉนวนทุกเส้นในรางเดินสายรวมกันไม่เกินร้อยละ 20 ของ
พ้ืนที่หนา้ ตดั ภายในรางเดินสาย
5.1.4 ขนาดกระแสของสายในรางเดินสาย ให้เป็ นไปตามตารางที่ 6-2 โดยไม่ตอ้ งใช้ตวั คูณลดเรื่อง
จานวนสาย
105
5.1.5 ในกรณีท่ีจานวนสายไฟฟ้าที่มีกระแสไหลในรางเดินสายเกิน 30 เส้น ใหใ้ ชต้ วั คูณลดกระแสเร่ือง
จานวนสาย แต่ท้งั น้ีพ้ืนที่หนา้ ตดั ของตวั นาและฉนวนทุกเส้นในรางเดินสายรวมกนั ตอ้ งไม่เกินร้อยละ 20 ของ
พ้ืนที่หนา้ ตดั ภายในรางเดินสาย
5.1.6 ขอ้ กาหนดเกี่ยวกบั การติดต้งั
- การต่อสายในรางเดินสายเฉพาะส่วนท่ีเขา้ ถึงได้ พ้นื ที่หนา้ ตดั ของสายและฉนวนรวมท้งั หัวต่อ
รวมกนั แลว้ ตอ้ งไมเ่ กินร้อยละ 75 ของพ้นื ที่หนา้ ตดั ภายในของรางเดินสายบริเวณจุดต่อสาย
- หา้ มต่อรางเดินสายตรงจุดที่ทะลุผา่ นผนงั หรือพ้นื
- จุดปลายทางของรางเดินสายตอ้ งปิ ด
- ในรางเดินสาย ตรงตาแหน่งท่ีมีการตดั งอสาย เช่น ปลายทางตาแหน่งท่ีมีท่อสายเขา้ -ออกราง
เดินสายตอ้ งจดั ใหม้ ีท่ีวา่ งสาหรับดดั งอสายอยา่ งเพียงพอและป้องกนั ไมใ่ หส้ ่วนที่มีคมที่อาจบาดสายได้
- หา้ มใชร้ างเดินสายเป็นตวั นาแทนสายดิน
- รางเดินสายตอ้ งมีการจบั ยึดทุกระยะไม่เกิน 1.50 เมตร และห่างจากปลายหรือจุดต่อไม่เกิน
1.50 เมตร สาหรับรางเดินสายในแนวดิ่งตอ้ งมีการจบั ยดึ ทุกระยะ 4.50 เมตร และหา้ มมีจุดต่อเกิน 1 จุดในแต่ละ
ระยะจบั ยดึ
5.2 การเดินสายในรางเคเบลิ (Cable Tray)
การเดินสายในรางเคเบิลน้ ันเหมาะสมกับสายไฟฟ้ าที่มีขนาดใหญ่หลา ยวงจรหรื อหลายเส้นท่ีมีแนว
เดินสายเดียวกนั คลา้ ยกบั กรณีของรางเดินสาย แต่ในรางเคเบิลน้นั จะมีขอ้ กาหนดท่ีมากกวา่ เพราะสามารถใชไ้ ด้
กบั สายไฟฟ้าบางชนิดและบางขนาดเท่าน้นั ดงั น้นั ในการเลือกใชง้ านจึงตอ้ งพจิ ารณาความเหมาะสมดว้ ย
การใชง้ านส่วนใหญ่ใชก้ บั สายประธานจากหมอ้ แปลงไฟฟ้าถึงบริภณั ฑป์ ระธาน ซ่ึงเป็นภายนอกอาคาร
หรือในอาคารและโรงงานบริเวณที่ไม่ตอ้ งการความสวยงามหรือปกปิ ดสายไฟฟ้ารางเคเบิลน้นั มีหลายลกั ษณะท้งั
แบบบนั ได (Ladder) แบบมีช่องระบายอากาศ (Trough) แบบดา้ นลา่ งทึบ (Solid Bottom) โดย 2 แบบแรกจะมีการ
ระบายความร้อนไดด้ ีกวา่ ทาใหส้ ามารถวางสายไฟฟ้าไดม้ ากกวา่ ในขนาดรางเคเบิลท่ีเท่ากนั ดงั แสดงในรูปท่ี 5.2
ขนาดความกวา้ งของรางเคเบิลในแตล่ ะแบบน้นั จะเท่ากนั ดงั แสดงตามตวั อยา่ งในตารางท่ี 5.2 และความ
ยาวแตล่ ะทอ่ นเทา่ กบั 2.4 หรือ 3 เมตร ตวั อยา่ งการติดต้งั รางเคเบิลแสดงตามรูปที่ 5.3
5.3 การตดิ ต้งั รางเคเบลิ
1. รางเคเบิลตอ้ งมีความต่อเนื่องทางกล
2. รางเคเบิลท่ีเป็นโลหะตอ้ งมีความต่อเน่ืองทางไฟฟ้า และตอ้ งต่อลงดิน
3. สายท่ีติดต้งั บนรางเคเบิล เม่ือเดินแยกเขา้ ท่อสายอื่นตอ้ งมีการจบั ยดึ ใหม้ นั่ คง
4. หา้ มติดต้งั สายเคเบิลระบบแรงต่าในรางเคเบิลเดียวกบั เคเบิลระบบแรงสูง
5. รางเคเบิลตอ้ งติดต้งั ในที่เปิ ดโล่งและเขา้ ถึงไดแ้ ละมีที่ว่างพอเพียงท่ีจะปฏิบตั ิงาน บารุงรักษาสาย
เคเบิลไดส้ ะดวก
6. ในรางเคเบิลท่ีมีเคเบิลแกนเดียวหลายเสน้ ต่อขนานกนั เพ่ือประกอบเป็นสายเฟสหรือสายนิวทรัลของ
วงจร สายเคเบิลดงั กล่าวตอ้ งติดต้งั เป็นกลุ่มซ่ึงประกอบดว้ ยตวั นาไม่เกิน 1 เส้นต่อเฟสหรือนิวทรัล เพื่อป้องกนั
106
ไม่ใหเ้ กิดกระแสไม่สมดุล เน่ืองจากการเหน่ียวนาและตอ้ งผูกมดั ตวั นาแต่ละกลุ่มเพื่อป้องกนั การเคล่ือนตวั เม่ือ
เกิดการลดั วงจร
7. การต่อสายในรางเคเบิลตอ้ งทาให้ถูกตอ้ งตามวิธีการต่อสาย แต่จุดต่อสายตอ้ งอยู่ภายในรางเคเบิล
และตอ้ งไม่สูงเลยขอบดา้ นขา้ งของรางเคเบิล
8. หา้ มใชร้ างเคเบิลเป็นตวั นาแทนสายดิน
5.4 ชนดิ ของสายไฟฟ้าทสี่ ามารถใช้เดินในรางเคเบลิ
1. สายเคเบิลชนิด M1 (Mineral – Insulated, Metal – Sheathed Cable) สายเคเบิลชนิด MA (Metal – Clad
Cable) สายเคเบิลชนิด AC (Armored Cable) ซ่ึงสายไฟฟ้าเหลา่ น้ีจะมีเปลือกโลหะหุม้ ฉนวนอีกช้นั
2. สายเคเบิลแกนเดียวชนิดมีฉนวนและเปลือกนอก ขนาดไม่เล็กกว่า 50 ตร.มม. เช่น สาย NYY ชนิด
แกนเดียว
3. สายเคเบิลหลายแกนในระบบแรงต่าทุกขนาด
4. สายอื่นชนิดหลายแกนสาหรับควบคมุ สัญญาณ
5. สายเคเบิลแกนเดียวชนิดไม่มีเปลือกนอก ขนาดตวั นาไม่เลก็ กวา่ 50 ตร.มม. เช่น สาย THW สามารถ
ใชไ้ ดเ้ ฉพาะในโรงงานที่มีบุคคลที่มีหน้าท่ีเกี่ยวขอ้ ง เช่น ช่างไฟฟ้าประจาโรงงาน และใหใ้ ชก้ บั รางเคเบิลแบบ
บนั ไดหรือแบบมีช่องระบายอากาศเท่าน้นั
6. ท่อสายชนิดตา่ งๆ
5.5 จานวนสายเคเบิลหลายแกนในรางเคเบิล
5.5.1 กรณีรางแบบบนั ได หรือแบบมีช่องระบายอากาศ
1. สายเคเบิลต้งั แต่ 95 ตร.มม. ข้ึนไป ผลรวมของเส้นผา่ นศูนยก์ ลางของสายท้งั หมดตอ้ งไม่เกิน
ขนาดความกวา้ งของรางเคเบิล และใหว้ างเรียงไดช้ ้นั เดียวเท่าน้นั
2. สายเคเบิลท่ีมีขนาดเล็กกว่า 95 ตร.มม. ผลรวมของพ้ืนที่หน้าตดั ของสายท้งั หมดต้องไม่
มากกวา่ พ้นื ท่ีสูงสุด ที่อนุญาตใหว้ างสายได้ ตามที่กาหนดในตารางท่ี 1 ช่องที่ 1
3. สายที่มีขนาดตามขอ้ 1 และขอ้ 2 รวมกนั ผลรวมของพ้ืนที่หนา้ ตดั ของสายที่มีขนาดเลก็ กวา่ 95
ตร.มม. ท้งั หมด ตอ้ งไมเ่ กินพ้ืนท่ีสูงสุดที่อนุญาตให้วางสายไดต้ ามท่ีกาหนดในตารางท่ี 1 ช่องท่ี 2 และสายเคเบิล
ที่มีขนาดต้งั แต่ 95 ตร.มม. ข้นึ ไป ตอ้ งวางเรียงกนั โดยไมม่ ีสายอื่นมาวางทบั
4. สายเคเบิลหลายแกนสาหรับควบคุมและ/หรือเคเบิลสัญญาณ วางในรางเคเบิลแบบบนั ไดหรือ
แบบรางมีช่องระบายอากาศ ผลรวมพ้ืนที่หนา้ ตดั รวมฉนวนและเปลือกของสายท้งั หมดตอ้ งไม่เกินร้อยละ 50
ของพ้ืนท่ีภาคตดั ขวางภายในของรางเคเบิล สาหรับรางเคเบิลที่มีความลึกมากกว่า 0.15 เมตร ให้ใช้ค่าความลึก
0.15 เมตร ในการคานวณพ้นื ที่ภาคตดั ขวาง
5.5.2 กรณีรางแบบดา้ นล่างทึบ
1. สายเคเบิลต้งั แต่ 95 ตร.มม. ข้ึนไป ผลรวมของเส้นผา่ นศูนยก์ ลางของสายท้งั หมดตอ้ งไม่เกิน
90% ของขนาดความกวา้ งของรางเคเบิล และใหว้ างเรียนไดช้ ้นั เดียวเทา่ น้นั
107
2. สายเคเบิลที่มีขนาดเล็กกว่า 95 ตร.มม. ผลรวมของพ้ืนที่หน้าตดั ของสายท้ังหมดต้องไม่
มากกวา่ พ้นื ที่สูงสุดท่ีอนุญาตใหว้ างสายได้ ตามท่ีกาหนดในตารางที่ 1 ช่องท่ี 3
3. สายที่มีขนาดตามขอ้ 1 และขอ้ 2 รวมกนั ผลรวมของพ้ืนท่ีหนา้ ตดั ของสายที่มีขนาดเลก็ กวา่ 95
ตร.มม. ท้งั หมด ตอ้ งไมเ่ กินพ้ืนท่ีสูงสุดที่อนุญาตให้วางสายไดต้ ามท่ีกาหนดในตารางที่ 1 ช่องที่ 4 และสายเคเบิล
ที่มีขนาดต้งั แต่ 95 ตร.มม. ข้นึ ไปตอ้ งวางเรียงกนั โดยไม่มีสายอื่นมาวางทบั
4. สายเคเบิลหลายแกนสาหรับควบคมุ และ/หรือเคเบิลสญั ญาณ วางในรางเคเบิลแบบดา้ นล่างทึบ
ผลรวมพ้ืนท่ีหนา้ ตดั รวมฉนวน และเปลือกของสายท้งั หมดตอ้ งไม่เกินร้อยละ 40 ของพ้ืนท่ีภาคตดั ขวางภายใน
ของรางเคเบิล สาหรับรางเคเบิลท่ีมีความลึก มากกวา่ 0.15 เมตร ใหใ้ ชค้ า่ ความลึก 0.15 เมตร ในการคานวณพ้ืนท่ี
ภาคตดั ขวาง
5.6 จานวนสายเคเบลิ แกนเดยี วในรางเคเบลิ
สามารถใชไ้ ดเ้ ฉพาะบนรางเคเบิลแบบบนั ไดและมีช่องระบายอากาศเท่าน้นั
1. รางเคเบิลที่มีเฉพาะสายเคเบิลขนาดต้งั แต่ 400 มม.2 ข้ึนไป ผลรวมของเส้นผ่าศูนยก์ ลางรวมฉนวน
และเปลือกของสายท้งั หมด ตอ้ งไมเ่ กินขนาดความกวา้ งของรางเคเบิล
2. รางเคเบิลท่ีมีสายเคเบิลที่มีขนาดต้งั แต่ 120 มม.2 ถึง 300 มม.2 ผลรวมพ้ืนที่หน้าตดั รวมฉนวนและ
เปลือกของสายตอ้ งไม่มากกวา่ พ้ืนท่ีสูงสุดท่ีอนุญาตใหว้ างสายไดต้ ามท่ีกาหนดในตารางท่ี 5.4 ช่องที่ 1
3. รางเคเบิลที่มีสายเคเบิลที่มีสายเคเบิลที่มีขนาดต้ังแต่ 50 มม.2 ถึง 95 มม.2 ผลรวมของเส้นผ่าน
ศูนยก์ ลางรวมฉนวนและเปลือกของสายท้งั หมด ตอ้ งไมเ่ กินขนาดความกวา้ งของรางเคเบิล
4. รางเคเบิลที่มีสายเคเบิลท้ังขนาดต้ังแต่ 400 มม.2 ข้ึนไปและเล็กกว่า 400 มม.2 รวมกันผลรวม
พ้ืนที่หน้าตดั รวมฉนวนและเปลือกของสายท่ีมีขนาดเล็กกว่า 400 มม.2 ท้ังหมดตอ้ งไม่มากกว่พ้ืนที่สูงสุดที่
กาหนดในตารางที่ 5.4 ช่องท่ี 2
5.7 Busway
Busway หมายถึง อุปกรณ์สาเร็จรูปท่ีมีลกั ษณะเป็ นกลุ่มตวั นา ถูกห่อหุ้มอยู่ภายในโครงโลหะ เพ่ือใช้
แทนการเดินสายไฟในราง เหมาะกบั บริเวณที่ตอ้ งการกระแสสูงๆ โดยโครงสร้างของ Busway น้ีจะประกอบไป
ดว้ ยตวั นาซ่ึงมีอยู่ 2 ชนิด คือ ทองแดงและอะลูมิเนียม ถา้ เป็นทองแดงจะเคลือบผิวดว้ ยเงิน ขณะที่อะลูมิเนียมจะ
เคลือบผิวดว้ ยดีบุกเพื่อป้องกนั การกดั กร่อน หากจาเป็นตอ้ งต่อกบั ตวั นาต่างชนิดกนั สาหรับตวั นาอะลูมิเนียมจะ
มีน้าหนกั เบาและราคาถูกกว่าทองแดงมากจึงไดร้ ับความนิยมมากกว่า พิกดั การทนกระแสของตวั นามีดงั น้ีคือ
225, 400, 600, 800, 1,000, 1,200, 1,350, 1,600, 2,000, 2,500, 3,000, 4,000, 5,000 ampere ส่วนฉนวนที่ใชห้ ่อหุม้
ฉนวนจะมีอยู่ดว้ ยกัน 2 ชนิดคือ Polyester film และ Epoxy coat ท้งั สองมีคุณสมบตั ิใกลเ้ คียงกนั นอกจากน้ียงั
แบ่งฉนวนตามความสามารถในการทนอุณหภูมิสูงสุด ของฉนวนดว้ ยคือ
1. class A (ทนอุณหภมู ิสูงสุด 105 องศาเซลเซียส)
2. class B (ทนอุณหภมู ิสูงสุด 130 องศาเซลเซียส)
การเลือกใชฉ้ นวนจึงควรพิจารณาอุณหภูมิใชง้ านเป็นสาคญั เพ่ือความปลอดภยั และลดอนั ตรายที่อาจจะ
เกิดข้ึนไดส้ ่วนโครงที่ห่อหุม้ ตวั นาใชว้ สั ดุ 2 ชนิด คอื อะลูมิเนียมและ Epoxy paint steel และมี 2 รูปแบบ ไดแ้ ก่
108
1. มีลกั ษณะเป็นตะแกรงโปร่ง ระบายความร้อนโดยอาศยั การไหลเวียนของอากาศรอบๆ ตวั นา แตแ่ บบ
น้ีไม่นิยมใช้เน่ืองจากไม่สามารถป้องกนั ฝ่ ุนละอองและน้าที่จะเขา้ มาได้ ค่า reactance สูงทาให้แรงดนั ตกมาก
และทนกระแสลดั วงจรไดต้ ่า ดว้ ยสาเหตุดงั กล่าวน้ีจึงทาให้โครงท่ีใชห้ ่อหุ้มตวั นาชนิดตะแกรงโปร่งไม่ได้รับ
ความนิยม
2. มีลกั ษณะเป็นโครงหุม้ เปิ ดทึบ ระบายความร้อนโดยการแผ่รังสี (Radiator) ปัจจุบนั โครงชนิดน้ีไดร้ ับ
ความนิยมมากเนื่องจากมีขอ้ ดีมากกว่าชนิดแรกหลายประการไดแ้ ก่ มีความแข็งแรงสูง ทนการกดั กร่อนไดส้ ูง
สามารถป้องกนั ฝ่ นุ ละอองและน้าเขา้ ได้ เน่ืองจากบสั บาร์มีการวางท่ีชิดกนั มากจึงทาให้คา reactance ต่าทาให้มี
การสูญเสียของแรงดนั นอ้ ยมาก
5.7.1 ขอ้ กาหนดในการติดต้งั บสั เวย์ (Busways)
5.7.1.1 การใชง้ าน
1. บสั เวยต์ อ้ งติดต้งั ในที่เปิ ดเผย มองเห็นไดแ้ ละสามารถเขา้ ถึงไดเ้ พื่อการตรวจสอบ
บารุงรักษาตลอดความยาวท้งั หมด
ขอ้ ยกเวน้ ที่ 1 ยอมใหบ้ สั เวยท์ ่ีติดต้งั หลงั ที่กาบงั เช่น เหนือเฝ้าเพดานโดยจะตอ้ งมีทางเขา้
ถึงไดแ้ ละตอ้ งเป็นไปตามขอ้ กาหนดน้ีท้งั หมด
ก. ไม่มีการติดต้งั เครื่องป้องกนั กระแสเกินท่ีบสั เวย์ นอกจากเคร่ืองป้องกนั กระแสเกิน
ของดวงโคมหรือโหลดอื่นๆ เฉพาะจุด
ข. ช่องว่างดา้ นหลงั ที่กาบงั ที่จะเขา้ ถึงได้ตอ้ งไม่ใช้เป็ นช่องลมของเครื่องปรับอากาศ
(Air-handing)
ค. บสั เวยต์ อ้ งเป็นชนิดปิ ดมิดชิด ไม่มีการระบายอากาศ
ง. จุดตอ่ ระหวา่ งช่องและเครื่องประกอบตอ้ งเขา้ ถึงไดเ้ พือ่ การบารุงรักษา
ขอ้ ยกเวน้ ท่ี 2 ยอมให้บสั เวยท์ ี่ติดต้งั หลงั ที่กาบงั ท่ีสามารถเขา้ ถึงได้และที่จดั ให้เป็ นท่ี
หมุนเวยี นอากาศดว้ ย ตอ้ งเป็นไปตามขอ้ กาหนดน้ีท้งั หมด
ก. บสั เวยต์ อ้ งเป็นชนิดปิ ดมิดชิด ไม่มีการระบายอากาศ
ข. ใชบ้ สั บาร์ชนิดหุม้ ฉนวน
ค. ไมม่ ีจุดต่อแยกชนิด plug-in
หา้ มใชบ้ สั เวย์ ในสถานท่ีต่อไปน้ี
ก. บริเวณท่ีอาจเกิดความเสียหายทางกายภาพอย่างรุนแรงหรือมีไอท่ีทาให้เกิดการผุ
กร่อน
ข. ในปลอ่ งลิฟตห์ รือปลอ่ งขนของ
ค. ในที่อนั ตราย
ง. ภายนอกอาคาร ท่ีช้ืนหรือท่ีเปี ยก นอกจากจะเป็นชนิดที่ออกแบบไวส้ าหรับงานน้นั ๆ
5.7.1.2 ขอ้ กาหนดเก่ียวกบั การติดต้งั
109
ก. บสั เวยต์ อ้ งจบั ยึดอย่างมนั่ คง ระยะห่างระหว่างจุดจบั ยึดตอ้ งไม่เกิน 1.50 เมตร หรือ
ตามการออกแบบของผผู้ ลิต
ข. จุดปลายทางของบสั เวยต์ อ้ งปิ ด
ค. การต่อแยกบสั เวย์ ตอ้ งต่อดว้ ยเคร่ืองประกอบท่ีออกแบบมาโดยเฉพาะและตอ้ งติดต้งั
เครื่องป้องกนั กระแสเกินท่ีจุดต่อแยก เพื่อใชป้ ้องกนั วงจรท่ีต่อแยก นอกจากระบไุ วเ้ ป็นอยา่ งอื่น
ง. เครื่องป้องกนั กระแสเกินของบสั เวย์ ตอ้ งเป็นไปตามที่กาหนดในบทท่ี 3
จ. การลดขนาดของบัสเวย์ต้องติดต้ังเคร่ืองป้องกันกระแสเกิน ยกเว้นในโรงงาน
อตุ สาหกรรม บสั เวยท์ ่ีเลก็ ลงมีขนาดกระแสมากกวา่ หรือเท่ากบั 1 ใน 3 และความยาวของบสั เวยท์ ี่มีขนาดเลก็ กวา่
ยาวไมเ่ กิน 15 เมตร ไมต่ อ้ งติดต้งั เคร่ืองป้องกนั กระแสเกิน
ฉ. บสั เวยต์ อ้ งไมต่ ิดต้งั ใหส้ มั ผสั กบั วสั ดุที่ติดไฟงา่ ย
ช. เปลือกหุม้ ท่ีเป็นโลหะของบสั เวย์ ตอ้ งต่อลงดินและให้ใชแ้ ทนสายดินไดถ้ า้ บสั เวยไ์ ด้
ออกแบบไวเ้ ช่นน้นั
5.8 การเดนิ สายเกาผนงั (Surface Wiring)
การเดินสายเกาะผนงั หรือบนผิว (Surface Wiring) ใชก้ บั สายชนิดวีเอเอฟหรือวีวีเอฟ สาหรับสายแรงต่า
ภายในอาคารทว่ั ไป ส่วนใหญ่แลว้ ใชก้ บั บา้ นที่อยู่อาศยั หา้ มใชก้ บั อาคารชุดอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ
การจบั ยดึ สายน้นั จะใชเ้ ขม็ ขดั รัดสาย (Clip) โดยมีระยะห่างสูงสุดไม่เกิน 20 ซม. ในการต่อสายและต่อแยกให้ทา
ในกลอ่ งสาหรับงานไฟฟ้าเทา่ น้นั
ในการเดินสายชนิดน้ีผา่ นผนังตอ้ งมีการป้องกนั ความเสียหายต่อฉนวนหรือเปลือกนอก ซ่ึงอาจถูกบาด
ดว้ ยส่ิงท่ีแหลมคมได้ สายไฟฟ้าท่ีเดินน้นั ใหเ้ รียงกนั เป็นช้นั เดียวหา้ มติดต้งั ซอ้ นกนั การเดินสายชนิดน้ีไม่เหมาะ
กบั ใชภ้ ายนอกอาคารเพราะแสงแดดจะทาใหเ้ ปลือกนอกของสายวีเอเอฟกรอบและแตกได้
110
กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนกั เรียน
1. ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที ) 1. ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )
10.ผสู้ อนช้ีแจงเร่ืองท่ีจะศึกษาและจุดประสงค์ 10. ผู้เรี ยนฟังผูส้ อนช้ีแจงเร่ืองท่ีจะศึกษาและ
เชิงพฤติกรรมประจาบทท่ี 5 เร่ือง การเดินสายในราง จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมประจาบทที่ 5 เร่ือง การ
เดินสาย และรางเคเบิล เดินสายในรางเดินสาย และรางเคเบิล
11.ผสู้ อนให้ผเู้ รียนแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั 11. ผูเ้ รียนแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับการเดิน
การเดินสายในรางเดินสาย และรางเคเบิล สายในรางเดินสาย และรางเคเบิล
2. ข้ันให้ความรู้ (220 นาที) 2. ข้นั ให้ความรู้ (220 นาที )
9. ผูส้ อนเปิ ดงานนาเสนอวิชาการออกแบบ 9. ผู้เรี ยนฟังงานนาเสนอวิชาการออกแบบ
ระบบไฟฟ้า บทที่ 5 เรื่อง การเดินสายในรางเดินสาย ระบบไฟฟ้า บทท่ี 5 เร่ือง การเดินสายในรางเดินสาย
และรางเคเบิล และรางเคเบิล
10.ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนเปิ ดหนังสือเรียนวิชาการ 10.ผู้เรียนเปิ ดหนังสือเรียนวิชาการออกแบบ
ออกแบบระบบไฟฟ้า บทท่ี 5 เรื่อง การเดินสายใน ระบบไฟฟ้า บทที่ 5 การเดินสายในรางเดินสาย และราง
รางเดินสาย และรางเคเบิล เคเบิล
111
กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน
3. ข้ันประยุกต์ใช้ ( 320 นาที ) 3. ข้นั ประยกุ ต์ใช้ ( 320 นาที )
5. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนทาแบบฝึกหดั บทท่ี 5 5. ผเู้ รียนทาแบบฝึกหดั บทที่ 5
4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 45 นาที ) 4. ข้นั สรุปและประเมินผล ( 45 นาที )
5. ผสู้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือในบทที่ 5 5. ผเู้ รียนและผสู้ อนร่วมกนั สรุปเน้ือหาในบทที่
เร่ือง การเดินสายในรางเดินสาย และรางเคเบิล 5 เร่ือง การเดินสายในรางเดินสาย และรางเคเบิล
(บรรลจุ ุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อท่ี 1-10) (บรรลจุ ุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-10)
(รวม 600 นาที หรือ 10 คาบเรียน)
112
งานท่ีมอบหมายหรือกจิ กรรมการวดั ผลและประเมินผล
ก่อนเรียน
13. จดั เตรียมเอกสารบทท่ี 5 เรื่อง การเดินสายในรางเดินสาย และรางเคเบิล
14. ทาความเขา้ ใจเก่ียวกบั จุดประสงคก์ ารเรียนของบทที่ 5 เร่ือง การเดินสายในรางเดินสาย และราง
เคเบิล
15. แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั การเดินสายในรางเดินสาย และรางเคเบิล
ขณะเรียน
5. ทาแบบฝึกหดั บทท่ี 5
หลงั เรียน
5. ร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียนใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั
ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผู้เรียน
5. แบบฝึกหดั บทที่ 5
113
สื่อการเรียนการสอน/การเรียนรู้
สื่อสิ่งพมิ พ์
9. เอกสารประกอบการสอนวิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงค์
เชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ 1-10)
10. แบบฝึกหดั บทท่ี 5 ใชข้ ้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ ท่ี 1
สื่อโสตทศั น์ (ถ้ามี)
1. เคร่ืองไมโครคอมพิวเตอร์
2. งานนาเสนอ
ส่ือของจริง
-
114
แหล่งการเรียนรู้
ในสถานศึกษา
9. หอ้ งสมุด
10.หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์
นอกสถานศึกษา
ผปู้ ระกอบการ สถานประกอบการ ในทอ้ งถ่ิน
การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอ่ืน
13. บูรณาการกับวิชาภาษาไทย เรื่อง การบอกข้อกาหนดการใช้งานของรางเดินสาย การอธิบาย
ขอ้ กาหนดการติดต้งั รางเดินสาย การอธิบายชนิดต่างๆ ของรางเคเบิล การอธิบายชนิดของสาย
เคเบิลท่ีสามารถติดต้งั บนรางเคเบิล การบอกขนาดกระแสของสายเคเบิลในรางเดินสาย และการ
อธิบายขอ้ กาหนดการเดิน Bus way
14. บรู ณาการกบั วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การคานวณหาขนาดรางเดินสายท่ีเหมาะสมกบั จานวน
สายไฟฟ้า และการคานวณหาขนาดรางเคเบิลที่เหมาะสมกบั จานวนสายเคเบิล
15. บรู ณาการกบั วิชาความรู้เกี่ยวกบั งานอาชีพ เร่ือง การเดินสายในรางเดินสายและรางเคเบิล
16. บูรณาการกบั วิชาสงั คมศึกษา เรื่อง การปฏิบตั ิตามขอ้ กาหนดการเดินสายในรางเดินสาย
115
การประเมนิ ผลการเรียนรู้
• หลกั การประเมนิ ผลการเรียนรู้
ก่อนเรียน
-
ขณะเรียน
5. ตรวจแบบฝึกหดั บทที่ 5
หลงั เรียน
-
ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผ้เู รียน
5. แบบฝึกหดั บทที่ 5
116
สมรรถนะท่พี งึ ประสงค์
ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเก่ียวกบั การเดินสายในรางเดินสาย และรางเคเบิล
17. วิเคราะห์และตีความหมาย
18. สาธิตพร้อมแสดงทา่ ทางประกอบ
19. อภิปรายแสดงความคดิ เห็น
20. ประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ
สมรรถนะการปฏิบัติงานอาชีพ
เดินสายในรางเดินสาย และรางเคเบิล
สมรรถนะการขยายผล
ความสอดคล้อง
จากการเรียนสัปดาห์ท่ี 7-8 เรื่อง การเดินสายในรางเดินสาย และรางเคเบิล ผเู้ รียนจะมีความรู้เกี่ยวกบั
การเดินสายในรางเดินสาย จานวนสายไฟฟ้าและขนาดกระแส ขอ้ กาหนดการเดินสายในรางเดินสาย การ
เดินสายในรางเคเบิล การติดต้ังรางเคเบิลและสายเคเบิล ชนิดของสายไฟฟ้าที่สามารถเดินในรางเคเบิล
จานวนสายเคเบิลหลายแกนในรางเคเบิล จานวนสายเคเบิลแกนเดียวในรางเคเบิล และ Bus way ทาให้ผเู้ รียน
สามารถนาความรู้ท่ีไดร้ ับไปปรับใช้ในชีวิตประจาวนั ได้ สามารถปฏิบตั ิตามขอ้ กาหนดการเดินสายในราง
เดินสายได้ และเดินสายในรางเดินสาย และรางเคเบิลได้
117
รายละเอียดการประเมนิ ผลการเรียนรู้
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 1 บอกขอ้ กาหนดการใชง้ านของรางเดินสายได้
13.วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
14.เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ
15.เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : บอกขอ้ กาหนดการใชง้ านของรางเดินสายได้ จะได้ 1 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 2 อธิบายขอ้ กาหนดการติดต้งั รางเดินสายได้
13.วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
14.เครื่องมือ : แบบทดสอบ
15.เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อธิบายขอ้ กาหนดการติดต้งั รางเดินสายได้ จะได้ 1 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 3 คานวณหาขนาดรางเดินสายที่เหมาะสมกบั จานวนสายไฟฟ้าได้
13.วิธีการประเมิน : ทดสอบ
14. เครื่ องมือ : แบบทดสอบ
15.เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : คานวณหาขนาดรางเดินสายที่เหมาะสมกบั จานวนสายไฟฟ้าได้ จะได้ 1
คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 4 อธิบายชนิดต่างๆ ของรางเคเบิลได้
13.วิธีการประเมิน : ทดสอบ
14. เครื่ องมือ : แบบทดสอบ
15.เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อธิบายชนิดตา่ งๆ ของรางเคเบิลได้ จะได้ 1 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 5 อธิบายชนิดของสายเคเบิลที่สามารถติดต้งั บนรางเคเบิลได้
13.วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
14. เครื่ องมือ : แบบทดสอบ
15.เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อธิบายชนิดของสายเคเบิลท่ีสามารถติดต้งั บนรางเคเบิลได้ จะได้ 1
คะแนน
118
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 6 คานวณหาขนาดรางเคเบิลที่เหมาะสมกบั จานวนสายเคเบิลได้
4. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
5. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ
6. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : คานวณหาขนาดรางเคเบิลท่ีเหมาะสมกบั จานวนสายเคเบิลได้ จะได้ 1
คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 7 บอกขนาดกระแสของสายเคเบิลในรางเดินสายได้
4. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
5. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
6. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : บอกขนาดกระแสของสายเคเบิลในรางเดินสายได้ จะได้ 1 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 8 อธิบายขอ้ กาหนดการเดิน Bus way ได้
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อธิบายขอ้ กาหนดการเดิน Bus way ได้ จะได้ 1 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 9 เดินสายในรางเดินสาย และรางเคเบิลได้
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : เดินสายในรางเดินสาย และรางเคเบิลได้ จะได้ 1 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 10 ปฏิบตั ิตามขอ้ กาหนดการเดินสายในรางเดินสายได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ปฏิบตั ิตามขอ้ กาหนดการเดินสายในรางเดินสายได้ จะได้ 1 คะแนน
119
แบบฝึ กหัดบทท่ี 5
ตอนที่ 1 จงเติมคาหรือขอ้ ความลงในช่องวา่ งใหถ้ ูกตอ้ ง
1. หากเราเดินสายไฟฟ้าและรางเคเบิลมีจานวนสายไฟฟ้าเกิน 30 เสน้ (ไม่นบั สายดิน) จาเป็นตอ้ งใชต้ วั คูณ
ลดทอนขนาดกระแสเพื่อ...........................................................................................................................
2. จานวนสายที่สามารถติดต้ังในรางเดินสายได้น้ัน ต้องมีพ้ืนที่หน้าตัดรวมฉนวนไม่เกินร้อยละ
............................................. ของพ้ืนที่หนา้ ตดั ราง
3. ขนาดของรางเดินสายโดยทวั่ ไปมีขนาดต้งั แต่ กวา้ ง.......................................... ถึง .................................
4. รางเคเบิลแบบบนั ไดจะมีความกวา้ งต้งั แต่ ......................................... ถึง ................................................
5. การต่อสายในรางเดินสายเฉพาะส่วนที่เขา้ ถึงได้ พ้ืนที่หนา้ ตดั ของสายและฉนวนรวมท้งั หัวต่อรวมกนั
แลว้ ตอ้ งไม่เกินร้อยละ ..................... ของพ้ืนที่หนา้ ตดั ภายในของรางเดินสายบริเวณจุดต่อสาย
6. รางเดินสายตอ้ งมีการจบั ยึดทุกระยะไม่เกิน ............................. และห่างจากปลายหรือจุดต่อไม่เกิน
...............................................................................
7. สาหรับสายเคเบิลแกนเดียวชนิดไม่มีเปลือกนอก อนุญาตให้ใชไ้ ดเ้ ฉพาะในโรงงาน อุตสาหกรรมที่มี
เจา้ หนา้ ท่ี ดูแลรับผิดชอบ และตอ้ งติดต้งั ในรางเคเบิลแบบบนั ได ซ่ึงมีระยะห่างระหว่างข้นั บนั ได ไม่
เกิน.......................................................หรือแบบ......................................................................................
..................................................................................................................................................................
8. Sd หมายถึง...............................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
9. D หมายถึง.................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
10. การเดินสายเกาผนงั หรือบนผิว (Surface Wiring) ใชก้ บั สายชนิด.............................................................
..................................................................................................
120
ตอนท่ี 2 จงทาเครื่องหมายกากบาท () ลงหนา้ ขอ้ ที่ถกู ตอ้ งท่ีสุด
41. สายเคเบิลแกนเดียวชนิดใด อนุญาตใหใ้ ชไ้ ดเ้ ฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมท่ีมีเจา้ หนา้ ท่ีดูแล
รับผดิ ชอบ และตอ้ งติดต้งั ในรางเคเบิลแบบบนั ได
ด. สายเคเบิลแกนเดียวชนิดไม่มีเปลือกนอก
ต. สายเคเบิลหลายแกน
ถ. สายเคเบิลชนิด M1
ท. สายเคเบิลชนิด MC
42. หา้ มใชส้ าย Crosslink-Polyethylene วางในรางเคเบิลในอาคาร ยกเวน้ ร้อยสายในท่อร้อยสายชนิดใด
โลหะ
ด. ท่ออโลหะ
ต. ท่อโลหะ
ถ. ทอ่ พลาสติก
ท. ท่อซีเมนต์
43. ขอ้ ใดต่อไปน้ีเป็นขอ้ กาหนดในการเดินสายในรางเดินสาย (Wire way)
ด. หา้ มต่อรางเดินสายตรงจุดท่ีทะลผุ า่ นผนงั หรือพ้นื
ต. จุดปลายทางของรางเดินสายตอ้ งปิ ด
ถ. หา้ มใชร้ างเดินสายเป็นตวั นาแทนสายดิน
ท. ถูกทกุ ขอ้
44. ขอ้ ใดเป็นชนิดของสายไฟฟ้าท่ีสามารถใชเ้ ดินในรางเคเบิล
ฐ. สายเคเบิลชนิด MI
ฑ. สาย NYY ชนิดแกนเดียว
ฒ. สายเคเบิลแกนเดียวชนิดไมม่ ีเปลือกนอก
ณ. ถกู ทกุ ขอ้
45. สายเคเบิลหลายแกนสาหรับควบคุมและ/หรือเคเบิลสัญญาณ วางในรางเคเบิลแบบดา้ นล่างทึบ ผลรวม
พ้ืนท่ีหนา้ ตดั รวมฉนวน และเปลือกของสายท้งั หมดตอ้ งไม่เกินร้อยละเทา่ ไหร่
ฐ. ร้อยละ 30
ฑ. ร้อยละ 40
ฒ. ร้อยละ 50
ณ. ร้อยละ 60
121
46. Sd หมายถึง ผลรวมเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางเป็นมิลลิเมตร รวมฉนวนและเปลือกของสายเคเบิลหลายแกนทุก
เส้นที่มีขนาดต้งั แต่เทา่ ไหร่ข้ึนไป
ด. 85 ตร.มม.
ต. 90 ตร.มม.
ถ. 95 ตร.มม.
ท. ถกู ทกุ ขอ้
47. โครงสร้างของ Busway น้ีจะประกอบไปดว้ ยตวั นาซ่ึงมีอยู่ 2 ชนิดคอื
ด. ทองแดงและเงิน
ต. ทองแดงและอะลูมิเนียม
ถ. อะลูมิเนียมและเงิน
ท. อะลมู ิเนียมและทองเหลือง
48. ขอ้ ใดต่อไปน้ีคือคา่ ความสามารถในการทนอุณหภมู ิสูงสุดของฉนวนของ Busway class A และ B
ด. 100 และ 100 องศาเซลเซียส
ต. 105 และ 110 องศาเซลเซียส
ถ. 110 และ 120 องศาเซลเซียส
ท. 105 และ 130 องศาเซลเซียส
49. การเดินสายเกาะผนงั หรือบนผิว (Surface Wiring) ใชก้ บั สายชนิดวีเอเอฟหรือวีวีเอฟสาหรับสายแรงต่า
ภายในอาคารทว่ั ไป ส่วนใหญ่แลว้ ใชก้ บั บา้ นอยอู่ าศยั หา้ มใชก้ บั อาคารชุด อาคารสูงและอาคารขนาด
ใหญพ่ ิเศษ การจบั ยดึ สายน้นั จะใชเ้ ขม็ ขดั รัดสาย (Clip) โดยมีระยะห่างสูงสุดไมเ่ กินเท่าใด
ด. 10 ซม.
ต. 15 ซม.
ถ. 20 ซม.
ท. 25 ซม.
50. สถานที่ใดตอ่ ไปน้ี ที่หา้ ม ไม่ให้ ใชบ้ สั เวย์
ด. ในปล่องลิฟตห์ รือปล่องขนของ
ต. ในที่อนั ตราย
ถ. ภายนอกอาคาร ที่ช้ืนหรือท่ีเปี ยก
ท. ถูกทุกขอ้
122
ตอนที่ 3 จงตอบคาถามต่อไปน้ีใหไ้ ดข้ อ้ ความสมบูรณ์
21. ขอ้ ใดเป็นขอ้ กาหนดสาหรับสายเคเบิลแกนเดียวชนิด ไม่มีเปลือกนอกในการติดต้งั ในรางเคเบิล
22. จงอธิบายขอ้ กาหนดในการติดต้งั การเดินสายในรางเดินสาย
23. จงอธิบายการใชง้ าน Busway อยา่ งสงั เขป
24. จงอธิบาย Class ของ Busway
25. จงอธิบายการเดินสายเกาะผนงั (Surface Wiring)
123
แบบประเมินผลการนาเสนอผลงาน
ชื่อกลุม่ ……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายชื่อสมาชิก
1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขท่ี…….
ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
32 1
1 เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความรู้เกี่ยวกบั เน้ือหา ความถูกตอ้ ง
ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ )
2 รูปแบบการนาเสนอ
3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้าเสียง ซ่ึงทาใหผ้ ฟู้ ังมีความ
สนใจ
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
เกณฑ์การให้ คะแนน
1. เน้ือหาสาระครอบคลมุ ชดั เจนถูกตอ้ ง
3 คะแนน = มีสาระสาคญั ครบถว้ นถูกตอ้ ง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ครบถว้ น แต่ตรงตามจุดประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ถกู ตอ้ ง ไมต่ รงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอท่ีเหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคท่ีแปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยี
ประกอบการ นาเสนอท่ีน่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถิ่นมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั
2 คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอที่แปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยีประกอบการนาเสนอที่น่าสน ใจ
แต่ขาดการประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถ่ิน
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไม่เหมาะสม และไม่น่าสนใจ
3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกว่าร้อยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกว่าร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ
124
แบบประเมนิ กระบวนการทางานกล่มุ
ชื่อกล่มุ ……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายชื่อสมาชิก
1……………………………………เลขท่ี……. 2……………………………………เลขท่ี…….
3……………………………………เลขท่ี……. 4……………………………………เลขที่…….
ที่ รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
321
1 การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
2 การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏิบตั หิ นา้ ทท่ี ่ีไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมินผลและปรบั ปรุงงาน
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
วนั ท่ี…………เดือน……………………..พ.ศ…………..
เกณฑ์ การให้ คะแนน
1. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนมสี ่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายการทางานอยา่ งชดั เจน
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญม่ สี ่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
2. การมอบหมายหนา้ ท่ีรับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มกี ารจดั เตรียมสถานที่ ส่ือ /อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อม
เพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ วั่ ถงึ แต่ไมต่ รงตามความสามารถ และมีส่ือ / อุปกรณไ์ วอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง แตข่ าดการจดั เตรียมสถานท่ี
1 คะแนน = กระจายงานไมท่ ว่ั ถงึ และมีส่ือ / อปุ กรณไ์ มเ่ พยี งพอ
3. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาที่กาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย แตช่ า้ กว่าเวลาที่กาหนด
1 คะแนน = ทางานไมส่ าเร็จตามเป้าหมาย
4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แต่ไม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไม่มสี ่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ มป่ รับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมสี ่วนร่วมไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
125
บนั ทกึ หลงั การสอน
บทท่ี 5 เร่ือง การเดนิ สายในรางเดินสาย และรางเคเบิล
ผลการใช้แผนการเรียนรู้
............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
ผลการเรียนของนกั เรียน
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผลการสอนของครู
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.
126
แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี
แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยที่ 6
ช่ือวิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า สอนสัปดาห์ที่ 9
ช่ือหน่วย ระบบสายดิน คาบรวม 45
ชื่อเรื่อง ระบบสายดิน จานวนคาบ 5
สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย
ติดต้งั ระบบสายดิน
สาระสาคญั
ไฟฟ้าน้นั มีประโยชน์อเนกอนนั ตต์ ่อการดารงชีวิตประจาวนั ของคนเรา แต่ในขณะเดียวกนั ก็มีอนั ตราย
อนั เน่ืองจากการใชไ้ ฟฟ้าแฝงอยทู่ กุ ขณะ ถา้ ใชไ้ ฟฟ้าอยา่ งประมาทก็อาจนามาซ่ึงอนั ตรายถึงชีวติ ได้
ระบบสายดินน้นั เป็ นส่ิงจาเป็ นที่ตอ้ งมีเพื่อความปลอดภยั หากเกิดกระแสไฟร่ัวในระบบไฟฟ้า โดย
กระแสไฟท่ีร่ัวน้ีจะไหลผา่ นสายดินลงสู่ดินโดยไมผ่ า่ นร่างกายมนุษย์ ซ่ึงจะทาใหเ้ กิดความปลอดภยั ตอ่ ชีวิต
เรื่องท่จี ะศึกษา
1. ความปลอดภยั เนื่องจากระบบสายดิน
2. การติดต้งั ระบบสายดิน
3. การต่อลงดินที่เมนสวติ ซ์
4. สายต่อหลกั ดิน
5. หลกั ดิน
6. สายดิน
7. อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ตอ้ งต่อลงดิน
8. ขอ้ ยกเวน้ ที่ไม่จาเป็นตอ้ งตอ่ ลงดิน
127
จุดประสงค์การเรียน/การสอน
• จุดประสงค์ทั่วไป
16.เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ความปลอดภยั เนื่องจากระบบสายดิน การติดต้งั ระบบสายดิน
การตอลงดินท่ีเมนสวิตช์ สายตอ่ หลกั ดิน หลกั ดิน สายดิน อุปกรณ์ไฟฟ้าท่ีตอ้ งต่อลงดิน และขอ้ ยกเวน้ ที่ไม่
จาเป็นตอ้ งต่อลงดิน (ด้านพุทธิพิสัย)
17.เพ่อื ใหม้ ีทกั ษะในการติดต้งั ระบบสายดิน (ด้านทักษะพิสัย)
18.เพอื่ ใหม้ ีมีเจคติที่ดีในการปฏิบตั ิตามขอ้ ยกเวน้ ที่ไม่จาเป็นตอ้ งต่อลงดิน (ด้านจิตพิสัย)
• จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. อธิบายความสาคญั ของระบบสายดินได้ (ดา้ นพุทธิพิสัย)
2. เปรียบเทียบความแตกต่างในดา้ นความปลอดภยั ระหว่างระบบไม่มีสายดินและมีสายดินได้ (ดา้ น
พทุ ธิพิสัย)
3. บอกส่วนประกอบของระบบสายดินได้ (ดา้ นพุทธิพิสัย)
4. อธิบายวธิ ีการติดต้งั ระบบสายดินได้ (ดา้ นพุทธิพสิ ัย)
5. เลือกขนาดสายต่อหลกั ดินที่เหมาะสมกบั ตวั นาประธานได้ (ดา้ นพุทธิพิสยั )
6. อธิบายวธิ ีการตอ่ หลกั ดินเขา้ กบั สายต่อหลกั ดินได้ (ดา้ นพทุ ธิพิสัย)
7. เลือกขนาดสายดินที่เหมาะสมกบั พกิ ดั เครื่องป้องกนั กระแสเกินได้ (ดา้ นพทุ ธิพิสัย)
8. บอกอปุ กรณ์ท่ีตอ้ งตอ่ และไม่ตอ้ งตอ่ สายดินได้ (ดา้ นพุทธิพิสัย)
9. ติดต้งั ระบบสายดินได้ (ดา้ นทกั ษะพสิ ยั )
10.ปฏิบตั ิตามขอ้ ยกเวน้ ท่ีไม่จาเป็นตอ้ งตอ่ ลงดินได้ (ดา้ นจิตพิสยั )
128
เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้
ความสาคัญและความเป็ นมา
ไฟฟ้าน้นั มีประโยชน์อเนกอนันต์ต่อการดารงชีวิตประจาวนั ของคนเรา แต่ในขณะเดียวกนั ก็มีอนั ตราย
อันเนื่องจากการใช้ไฟฟ้าแฝงอยู่ทุกขณะ ถ้าใช้ไฟฟ้าอย่างประมาทก็อาจนามาซ่ึงอนั ตรายถึงชีวิตได้ ความ
ประมาท หรือความเพกิ เฉยต่อสิ่งเลก็ นอ้ ยน้นั อาจนามาสู่ความหายนะ หรือความสูญเสียตา่ งๆ โดยที่เราคาดไม่ถึง
มาก่อน ไม่มีใครอยากให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพยส์ ิน ดงั น้ันการรู้จกั ใชแ้ ละป้องกนั อนั ตรายเกิดจาก
การใชไ้ ฟฟ้า ก็ย่อมทาใหเ้ กิดความปลอดภยั ไดก้ ารใชเ้ คร่ืองไฟฟ้าและการถูกไฟฟ้าดูด บางคร้ังอาจเกิดจากการที่
ฉนวนหุ้มสายไฟฟ้าเส้นที่มีไฟฟ้าไหลผ่านชารุด หรือฉีกขาด เม่ือสายไฟฟ้าน้ันไปสัมผสั กับผิวโลหะของ
เครื่องใช้ไฟฟ้า ก็อาจทาให้เกิดภาวะไฟฟ้ารั่วได้ เมื่อผูใ้ ช้ไฟฟ้าไปสัมผสั กบั จุดท่ีมีการรั่วของไฟฟ้าจะทาให้
กระแสไฟฟ้าไหลผ่านร่างกายเรา ซ่ึงบางคร้ังเราอาจไม่รู้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราใช้อยู่มีการรั่วของไฟฟ้า อนั อาจ
นามาซ่ึงอนั ตรายถึงชีวิตได้ ความไมป่ ระมาทและการรู้จกั หาหนทางป้องกนั เป็นวิธีท่ีสามารถลดความสูญเสียจาก
ไฟดูดได้ ธรรมชาติของกระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านตวั นาไฟฟ้าท่ีมีแกนกลางเป็ นโลหะนาไฟฟ้า เม่ือเกิดไฟร่ัว
กระแสไฟจะเลือกที่จะไหลผา่ นสายไฟฟ้ามากกวา่ ร่างกายคนเราเสมอ ท้งั น้ีเน่ืองจากสายไฟฟ้ามีค่าความตา้ นทาน
ต่ากวา่ ร่างกายของคนเรานนั่ เอ ระบบสายดินน้นั เป็นสิ่งจาเป็นท่ีตอ้ งมีเพ่ือความปลอดภยั หากเกิดกระแสไฟรั่วใน
ระบบไฟฟ้า โดยกระแสไฟท่ีร่ัวน้ีจะไหลผ่านสายดินลงสู่ดินโดยไม่ผ่านร่างกายมนุษย์ ซ่ึงจะทาให้เกิดความ
ปลอดภยั ต่อชีวิต การติดต้งั ระบบสายดินน้นั ตอ้ งเร่ิมต้งั แต่บริภณั ฑป์ ระธานจนถึงวงจรยอ่ ยหรือเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าที่
บริภณั ฑป์ ระธานน้นั ตอ้ งต่อสายนิวทรัลเขา้ กบั หลกั ดิน โดยใหม้ ีความตา้ นทานดินไม่เกินโอห์ม ซ่ึงสายนิวทรัลน้ี
จะต่อลงดินที่เดียวคือที่บริภณั ฑป์ ระธานเท่าน้นั ขนาดของสายต่อหลกั ดินจะข้ึนอยูก่ บั ขนาดของตวั นาประธาน
ส่วนขนาดของสายดินข้ึนอยู่กบั พิกดั ของเคร่ืองป้องกนั กระแสเกินของแต่ละวงจร สายต่อหลักดินและสายดิน
ตอ้ งเป็นตวั นาทองแดงจะหุ้มฉนวนหรือเป็นสายทองแดงเปลือยกไ็ ด้ โดยในต่อหลกั ดินน้นั จาเป็นตอ้ งมีการวดั ค่า
ความตา้ นทานของดิน การวดั ค่าความตา้ นทานดินน้นั ตอ้ งใชเ้ คร่ืองวดั ค่าความตา้ นทานดิน โดยแนวของหลกั ดิน
หลกั แรงดนั และหลกั กระแสควรอยใู่ นแนวเดียวกนั จึงจะวดั ค่าไดถ้ ูกตอ้ ง ระยะของหลกั กระแสน้นั ใหอ้ ยหู่ ่างจาก
หลกั ดินที่ตอ้ งการวดั ใหม้ ากท่ีสุด ส่วนหลกั แรงดนั ใหอ้ ยรู่ ะหวา่ งกลางที่ระยะประมาณ 62 เปอร์เซ็นตจ์ ากหลกั ดิน
และควรวดั ไม่นอ้ ยกว่า 3 คร้ัง โดยขยบั ระยะหลกั แรงดนั เพิ่มข้ึนและลดลง ซ่ึงค่าที่วดั ไดท้ ้งั 3 คร้ัง ควรใกลเ้ คียง
กนั จึงจะถือวา่ มีความถกู ตอ้ ง
การตรวจสอบว่าระบบไฟฟ้าเกิดกระแสรั่วหรือไม่น้ันสามารถทาได้หลายวิธี โดยวิธีท่ีถูกตอ้ งคือใช้
เครื่องวดั ค่าฉนวนของสายวดั ค่าความตา้ นทานฉนวน ความตา้ นทานฉนวนของสายน้นั ตอ้ งไม่นอ้ ยกวา่ 500 กิโล
โอห์ม หากตรวจสอบแลว้ ค่าท่ีไดต้ ่ากว่าต้องหาสาเหตุและแกไ้ ข เพราะอาจมีกระแสไฟรั่วในขณะใช้งานได้
กระแสท่ีเกิดจากไฟร่ัวน้ีปกติแลว้ จะมีค่าไม่สูงมากนกั เพราะไม่ไดเ้ ป็นการต่อถึงกนั ของตวั นาไฟฟ้าโดยตรง ทา
ให้ฟิ วส์หรือเซอร์กิตเบรกเกอร์ไม่ทางานปลอดวงจรออก หากเกิดไฟร่ัวก็สามารถป้องกนั ไดใ้ นระดบั หน่ึง แต่
เคร่ืองตดั ไฟรั่วน้ันจะทางานต่อเมื่อมีไฟร่ัว ไหลผ่านตวั เราก่อน วิธีกรในการป้องกนั อนั ตรายที่เกิดจากไฟรั่ว
โดยตรง คือการใชร้ ะบบสายดิน ส่วนวงจรที่ใชเ้ คร่ืองตดั ไฟรั่วร่วมดว้ ยน้นั เป็นเพียงวิธีการเสริม ในการต่อลงดิน
น้ีมีวตั ถปุ ระสงคด์ ว้ ยกนั หลายประการเช่น
129
1. เพื่อใหส้ ่วนโลหะท่ีตอ่ ถึงกนั ตลอดมีศกั ยไ์ ฟฟ้าเป็นศูนย์ ป้องกนั การถูกไฟดูด
2. เพือ่ ใหอ้ ปุ กรณ์ป้องกนั กระแสเกินทางานไดเ้ ร็วข้นึ เมื่อมีกระแสร่ัวไหลลงโครงโลหะ
3. เป็นทางผา่ นใหก้ ระแสร่ัวไหลลงดิน
การต่อลงดินในระบบไฟฟ้ากระแสสลบั แบ่งออกเป็น 3 กลมุ่ คอื
1. ระบบท่ีมีแรงดนั ต่ากวา่ 50 โวลต์
2. ระบบที่มีแรงดนั ระหวา่ ง 50 โวลต์
3. ระบบท่ีมีแรงดนั 1000 โวลตข์ ้ึนไป
ส่วนเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าชนิดท่ีไม่จาเป็นตอ้ งมีสายดินจะตอ้ งมีความหนาของฉนวนไฟฟ้าเป็น 2 เทา่ ของความ
หนาปกติ นอกจากน้ีเครื่องใชไ้ ฟฟ้าที่ใชก้ บั ไฟฟ้าแรงดนั ไม่เกิน 50 โวลต์ โดยต่อกบั หมอ้ แปลงไฟฟ้าชนิดพิเศษท่ี
ออกแบบไวเ้ พื่อความปลอดภยั ก็ไม่จาเป็ นตอ้ งต่อสายดินเช่นเดียวกนั กรณีที่ใช้ระบบแรงดนั ระหว่าง 50-1000
โวลต์ ซ่ึงพบเห็นกนั มากท่ีสุดจาเป็นตอ้ งมีการต่อลงดินโดยมีรูปแบบการต่อลงดินดงั รูปท่ี 6.1
ในระบบไฟฟ้าที่ไม่มีสายดินน้นั โหลดหรือเครื่องใชไ้ ฟฟ้าที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ เม่ือเราไปสัมผสั ถูก
ตวั เครื่องหรือส่วนท่ีเป็นโลหะก็จะไม่ส่งผลใดๆ ต่อร่างกาย แต่หากเกิดไฟรั่วที่ตวั เคร่ืองเม่ือไปสัมผสั ถูกตวั เราก็
จะเป็นทางเดินของกระแสลงสู่ดิน ดงั น้นั เราจะถูกไฟฟ้าดูด ดงั แสดงในรูปที่ 6.2 ก. เนื่องจากที่หมอ้ แปลงไฟฟ้า
ของการไฟฟ้าสายนิวทรัลจะถูกต่อลงดินไวเ้ สมอ ทาใหก้ ระแสไหลครบวงจรโดยผา่ นตวั เรานนั่ เอง แต่หากเป็ น
ระบบที่มีสายดิน ดงั แสดงในรูปที่ 6.2 ข. ที่ตวั เครื่องใชไ้ ฟฟ้าจะมีการตอ่ ลงดินโดยผา่ นสายดิน ดงั น้นั ที่ตวั เครื่อง
กบั ดินไมม่ ีความตา่ งศกั ยไ์ ฟฟ้าหรือเท่ากบั ศนู ยน์ นั่ เอง เมื่อเราไปสมั ผสั ความตา้ นทานตวั เราจะสูงกวา่ สายดินมาก
ดงั น้นั กระแสไฟรั่วกจ็ ะไหลอยใู่ นสายดิน โดยที่ไม่ผา่ นตวั เราทาใหเ้ ราปลอดภยั จากการถกู ไฟฟ้าดูด
6.2 การติดต้งั ระบบสายดิน
ระบบไฟฟ้าท่ีมีแรงดนั ต้งั แต่ 50 โวลตแ์ ต่ไม่เกิน 1,000 โวลต์ ตอ้ งต่อลงดินท้งั ระบบ 1 เฟส 2 สาย 3 เฟส
4 สาย ซ่ึงระบบสายดินน้นั จะเริ่มตน้ ต้งั แต่ที่บริภณั ฑป์ ระธานท้งั กรณีมีและไม่มีเครื่องตดั ไฟร่ัว และกรณีข้วั ต่อ
สายดินรวมหรือแยกกบั ข้วั ตอ่ สายนิวทรัล โดยมีรายละเอียดเพิม่ เติมดงั น้ี
1. กาหนดให้สายนิวทรัลเป็นตวั นาที่ตอ้ งต่อลงดิน ท้งั ระบบ 1 เฟส 2 สาย และ 3 เฟส 4 สาย ยกเวน้ ผใู้ ช้
ไฟที่รับระบบ 3 เฟส 3 สายกาหนดใหเ้ ฟสใดเฟสหน่ึงตอ่ ลงดิน
2. สายดินของเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าและอุปกรณ์ติตต้งั ทางไฟฟ้าท้งั หมดจะตอ้ งเดินมารวมกนั ท่ีข้วั ต่อสายดิน
ภายในบริภณั ฑป์ ระธาน
3. ในแต่ละอาคารจะตอ้ งมีจุดต่อลงดินเพียงจุดเดียวท่ีหลกั ดินเท่าน้นั และควรอยใู่ กลบ้ ริภณั ฑป์ ระธาน
4. ข้วั ต่อสายดินกบั ข้วั ตอ่ สายนิวทรัลอาจรวมกนั เป็นข้วั ตอ่ เดียวกนั ก็ได้
5. สายนิวทรัลและสายดินต่อร่วมกนั ไดเ้ พียงจุดเดียวที่จุดต่อลงดินภายในบริภณั ฑป์ ระธานเท่าน้นั ห้าม
ตอ่ ร่วมกนั ในท่ีอ่ืนๆ อีก ดงั น้นั ท่ีแผงสวิตชอ์ ื่นตอ้ งมีข้วั ต่อสายดินและข้วั ต่อสายนิวทรัลท่ีแยกออกจากกนั โดยไม่
มีการนามาต่อร่วมกนั
130
6. กรณีระบบ 3 เฟส 4 สาย ในส่วนของระบบสายดินและสายนิวทรัลจะเหมือนระบบ 1 เฟส 2 สาย
ต่างกนั ท่ีจานวนสายเส้นไฟและจานวนข้วั ของเครื่องป้องกนั กระแสเกินเท่าน้นั กรณีท่ีมีเครื่องตดั ไฟรั่วกต็ อ้ งเป็น
ชนิดมี 4 ข้วั
7. เครื่องตดั ไฟรั่วอาจมีหรือไมม่ ีก็ได้ ยกเวน้ วงจรหรือเครื่องใชไ้ ฟฟ้าที่กาหนดวา่ ตอ้ งมี
8. หา้ มตอ่ ลงดินที่จุดอื่นๆ อีกทางดา้ นไฟออกของบริภณั ฑป์ ระธาน
6.3 การต่อลงดินทีเ่ มนสวติ ช์
เป็ นการต่อโครงโลหะและสายศูนย์ท่ีเมนสวิตซ์ลงดิน โดยเมนสวิตซ์จะเป็ นจุดรวมสายดิน ซ่ึง
ประกอบดว้ ย
1. สายดินอปุ กรณ์ (Equipment Grounding Conductor)
2. สายที่มีการตอ่ ลงดิน (Grounded Conductor)
3. สายต่อฝากหลกั (Main Bonding Jumper)
4. สายตอ่ หลกั ดิน (Grounding Electrode Conductors)
ในการต่อลงดินของบริภณั ฑ์ประธานน้ันตอ้ งทาดา้ นไฟเขา้ เสมอ โดยการต่อลงดินน้ันสามารถทาได้
ด้วยกันหลายวิธีดังแสดงในรูปท่ี 6.3 นอกจากน้ีในส่วนของการต่อฝากหลัก ซ่ึงเป็ นการต่อโครงโลหะของ
บริภณั ฑป์ ระธานเขา้ กบั ตวั นาท่ีมีการต่อลงดิน ซ่ึงอาจเป็ นบสั บาร์สายดิน บสั บาร์สายศูนย์ หรือสายศูนย์ โดยมี
จุดประสงค์เพื่อนากระแสไฟฟ้าท่ีมีการรั่วไหลที่อาจเกิดข้ึนไดเ้ นื่องมาจากปัจจยั หลายประการน้ันลงดิน เพ่ือ
ป้องกนั อนั ตรายแก่บุคคลท่ีไปสัมผสั กบั ส่วนท่ีเป็นโลหะของบริภณั ฑป์ ระธานและโหลดน้นั สาหรับการต่อลง
ดินของบา้ นพกั อาศยั ทว่ั ไปสามารถทาไดท้ ้งั ท่ีเป็นแผงคทั เอาท์ และแผงคอนซูมเมอร์ยนู ิต
6.3.1 กรณีที่บริภัณฑ์ประธานเป็ นแผงคทั เอาท์
ให้ต่อสายดินออกจากสายนิวทรัลด้านไฟเข้าดังรูป สาหรับบา้ นพกั อาศัยทวั่ ไปท่ีใช้สายเมน
ทองแดงขนาดไม่เกิน 35 ตร.มม. เดินเขา้ แผงคทั เอาท์ ใหใ้ ชส้ ายดินทองแดงขนาด 10 ตร.มม. (สาย THW) ส่วน
สายเมนท่ีมีขนาดใหญ่กวา่ น้ีใหเ้ ป็นไปตามคา่ ท่ีกาหนดในตารางที่ 6-1
6.3.2 กรณที ่บี ริภณั ฑ์ประธานเป็ นคอนซูมเมอร์ยูนติ
ใหเ้ ดินสายนิวทรัลไปพกั ไวท้ ี่ข้วั ต่อสายดินแลว้ จึงเดินสายจากข้วั ต่อสายดินอีกเส้นหน่ึง ไปยงั ข้วั
N ท่ีระบไุ วด้ า้ นล่างของเมนเบรกเกอร์ ส่วนสายท่ีตอ่ กบั หลกั ดิน (ground rod) ใหเ้ ดินไปเช่ือมต่อกบั สายนิวทรัลท่ี
ข้วั ต่อหลกั ดินดงั รูป
6.4 สายต่อหลกั ดิน
สายต่อหลกั ดิน คือ ตวั นาท่ีอยรู่ ะหวา่ งข้วั ต่อสายดินกบั หลกั ดิน โดยตอ้ งเป็ นตวั นาทองแดงเปลือยหรือ
หุม้ ฉนวน ซ่ึงตวั นาที่ใชจ้ ะเป็นตวั นาเด่ียวหรือตวั นาตีเกลียวกไ็ ดแ้ ต่ตอ้ งเป็นตวั นาเส้นเดียวยาวตลอดโดยไม่มีการ
ตอ่ ยกเวน้ หากเป็นบสั บาร์สามารถมีการต่อได้ ขนาดของสายต่อหลักดินน้นั ตอ้ งทนกระแสลดั วงจรได้ ดงั น้นั จึง
กาหนดขนาดของสายต่อหลกั ดินตามขนาดของตวั นาประธาน ดงั แสดงในตารางท่ี 6.1
โดยสายต่อหลกั ดินที่มีขนาด 10 มม.2 น้นั ควรติดต้งั ในท่อโลหะหนา ท่อโลหะหนาปานกลาง ท่อโลหะ
บางหรือท่อโลหะ เพ่อื เป็นการป้องกนั ความเสียหายทางกายภาพ
131
6.5 หลกั ดนิ
หลกั ดินท่ีใชต้ อ้ งเป็นแท่งเหล็กหุม้ ดว้ ยทองแดง แท่งทองแดงหรือแท่งเหล็กอาบสังกะสีและมีขนาดเส้น
ผา่ นศูนยก์ ลางไมน่ อ้ ยกวา่ 5/8 นิ้ว ยาวไม่นอ้ ยกวา่ 2.40 เมตร โดยหา้ มใชห้ ลกั ดินที่เป็นหรือมีส่วนผสมอะลมู ิเนียม
เพราะจะผุกร่อนได้ง่าย ตอกลงไปในดิน (มีความช้ืนและดินแน่นพอควร) โดยการขุดหลุมกวา้ งประมาณ 30
เซนติเมตร ลึก 30 เซนติเมตร เอาหลกั ดินตอกลงไปให้ปลายดา้ นบนอยู่สูงจากกน้ หลุมประมาณ 15 เซนติเมตร
แลว้ ต่อสายเขา้ กบั หลกั ดิน เมื่อต่อหลกั ดินเสร็จเรียบร้อยแลว้ ตอ้ งมีการวดั ความตา้ นระหว่างหลกั ดินกบั ดิน โดย
ตอ้ งมีความตา้ นทานไม่เกิน 5 โอห์ม หากความตา้ นทานสูงเกินให้ปักหลกั ดินเพิ่มและตอ้ งต่อถึงกนั โดยค่าความ
ตา้ นทานย่งิ นอ้ ยจะยง่ิ ดี หลกั การในการลดค่าความตา้ นทานทาไดโ้ ดยการเพ่ิมพ้ืนท่ีผิวสมั ผสั ระหวา่ งหลกั ดินกบั
ดินให้มากข้ึน และสภาพดินท่ีช้ืนจะดีกว่าดินที่แหง้ แต่ตอ้ งไม่มีน้าท่วมขงั โดยหลกั ดินที่ใชน้ ้นั มีอยดู่ ว้ ยกนั หลาย
แบบข้ึนอยกู่ บั ลกั ษณะการนาไปใชง้ านซ่ึงสามารถแบง่ ประเภทของหลกั ดินไดด้ งั ตอ่ ไปน้ี
1. แท่งดิน (Ground Rods) เป็นแบบท่ีนิยมกนั มากที่สุด เพราะราคาถูก ติดต้งั ง่าย ใชไ้ ดด้ ีกบั ดินที่มีช้นั
หินอย่ลู ึกเกิน 10 ฟุต โดยขนาดแท่งดิน ตอ้ งมีเส้นผา่ ศูนยก์ ลาง ไม่นอ้ ยกว่า 5/8 นิ้ว ยางไม่นอ้ ยกวา่ 8 ฟุต การใช้
แท่งดินท่ีมีเสน้ ผา่ ศูนยก์ ลางโตข้ึน จะลดความตา้ นทานดินไดไ้ ม่มากนกั แตจ่ ะมีผลดา้ นความแข็งแรงและทนการ
สึกกร่อนไดด้ ี การตอกแทง่ ดินที่มีความยาว ลึกลงไปในดิน จะใหผ้ ลดีกวา่ การตอกแทง่ ดินส้ันๆ หลายแท่ง เพราะ
ท่ีระดบั ลึกๆ ความตา้ นทานดินจะย่ิงลดลง แท่งดินท่ีทาดว้ ยทองแดง จะทนต่อการสึกกร่อนไดด้ ีที่สุด แต่อาจมี
ราคาแพงและออ่ นตวั อยา่ งไรก็ตามสามารถใชแ้ ท่งดิน ที่ทาดว้ ยเหลก็ หุม้ ทองแดง (Copper clad) แทนได้
2. หลักดินที่หุ้มด้วยคอนกรีต (Concrete Increased Electrode) คอนกรีตท่ีฝังอยู่ในดินและมีความช้ืน
อยรู่ อบๆ จะเป็นวตั ถุก่ึงตวั นาไฟฟ้า มีความตา้ นทานจาเพาะ ประมาณ 30 โอหม์ เมตร ที่ 20 องศาเซลเซียส ซ่ึงเป็น
ค่าที่ต่ากว่าเกณฑเ์ ฉล่ีย ของดินทว่ั ไป ดงั น้นั แท่งโลหะท่ีฝังอยู่ในดินในฐานรากคอนกรีต (Concrete Foundation)
ที่มีเหล็กเสริม (Reinforcing Bar) จานวนมากจึงสามารถใชเ้ ป็นหลกั ดินไดอ้ ยา่ งดี แต่ตอ้ งมีตวั ต่อไฟเขา้ กบั เหล็ก
เสริมหลกั แลว้ นาออกมาดว้ ยสายดิน
3. แท่งหรือสายเคเบิลท่ีฝังดิน (Buried strip or cable) กรณีที่บริเวณติดต้งั ระบบสายดินมีทราย หรือมี
ช้นั หิน อยู่ใกลผ้ ิวดิน ความช้ืนจะนอ้ ยและดินมีความตา้ นทานสูง ไม่เหมาะกบั การตอกแท่งดิน อาจใชแ้ ท่งโลหะ
หรือสายไฟ ฝังใตด้ ินลึกประมาณ 0.5 เมตร โดยแทง่ โลหะน้นั ตอ้ งยาวไม่นอ้ ยกว่า 20 ฟุต และถา้ เป็นไปไดค้ วรฝัง
ไวร้ อบอาคาร
4. กริด (Grid) เป็นระบบท่ีนิยมใชก้ บั สถานีไฟฟ้ายอ่ ย ซ่ึงครอบคลมุ พ้ืนท่ีทว่ั สถานีระบบน้ีประกอบดว้ ย
ตวั นาไฟฟ้า วางเรียงเป็ นรูปตาข่ายสี่เหล่ียม ฝังลึกประมาณ 0.5 ฟุต ระยะห่างระหว่างตวั นาข้ึนอยกู่ บั แรงดนั ใน
สถานีไฟฟ้าย่อย ซ่ึงอยู่ระหว่าง 10-12 ฟุต จุดตดั ของตวั นาทุกจุดตอ้ งเชื่อมเขา้ ดว้ ยกนั แลว้ ต่อเขา้ กับอุปกรณ์
ท้งั หมดในสถานีไฟฟ้า รวมถึงร้ัวและโครงสร้างโลหะดว้ ย
5. แผ่นฝัง (Buried Plate) หลกั ดินที่มีลกั ษณะเป็ นแผ่นจะถูกนามาใช้ เมื่อไม่ตอ้ งการขุดดินลงไปลึกๆ
การฝังแผน่ จะทา ในแนวด่ิง หรือแนวนอนก็ได้ ขนาดของแผน่ โลหะท่ีใช้ ตอ้ งมีพ้ืนที่ผิวสัมผสั ไม่นอ้ ยกว่า 0.18
ตารางเมตร และในกรณีท่ีเป็นเหลก็ อาบโลหะชนิดกนั การผกุ ร่อนตอ้ งมีความหนาไม่นอ้ ยกวา่ 1.5 มม. โดยตอ้ งฝัง
แผน่ โลหะลึกจากผวิ ดิน ไม่นอ้ ยกวา่ 1.6 เมตร
132
การต่อสายกบั หลกั ดินควรเช่ือมต่อเป็นเน้ือเดียวกนั เพื่อใหค้ วามตา้ นทานของระบบสายดินต่าท่ีสุด โดย
ใช้วิธีเช่ือมด้วยความร้อน (Exothermic Welding) หรืออาจใช้หูสาย หัวตอแบบบีบอดั หรือประกับต่อสายก็ได้
อุปกรณ์ท่ีใชต้ อ้ งเหมาะสมกบั วสั ดุท่ีใชท้ าหลกั ดินและสายต่อหลกั ดิน เพราะหากใชว้ สั ดุท่ีไม่เหมาะสมกนั หรือ
ต่างชนิดกนั เมื่อติดต้งั ไวเ้ ป็ นระยะเวลานานอาจเกิดการคลายหลวมหรือหลุดจากกนั ได้ รูปที่ 6.7 แสดงลกั ษณะ
ของการต่อสายตอ่ หลกั ดินเขา้ กบั หลกั ดิน
การตอกหลกั ดินน้นั ควรดาเนินการตอกใหล้ ึกไม่นอ้ ยกว่า 2.40 เมตร ในกรณีท่ีใชห้ วั ตอ่ หลกั ดินชนิดยึด
ดว้ ยแรงกล ควรใหห้ วั ต่อโผลพ่ น้ ดินจากระดบั ท่ีน้าจะท่วมถึง เพอ่ื หลีกเลี่ยงการผกุ ร่อนบริเวณหวั ต่อ และควรให้
สมารถตรวจสอบหวั ตอ่ ไดง้ ่ายดว้ ย โดยอาจทาเป็นบ่อมีฝาปิ ด
ถา้ ใชห้ วั ตอ่ ชนิดเช่ือมเป็นเน้ือเดียวกนั สามารถตอกใหห้ ัวต่อจมดินได้ แตต่ อ้ งใชส้ ายต่อหลกั ดินเส้นใหญ่
ท่ีหุ้มฉนวนมิดชิดเพ่ือป้องกนั ไม่ใหส้ ายผุกร่อนไดง้ ่าย เนื่องจากในดินประกอบดว้ ยส่วนประกอบหลายชนิดใน
การจดั ทาระบบการต่อลงดินให้มีประสิทธิภาพจะเก่ียวขอ้ งกบั ความตา้ นทานหลกั ดิน ความตา้ นทานจาเพาะของ
ดิน และคุณสมบตั ิของหลกั ดินแบบต่างๆ ที่นามาใช้ ซ่ึงความตา้ นทานดินหรือสภาพการนาไฟฟ้าของดิน ข้ึนอยู่
กบั องคป์ ระกอบตา่ งๆ ดงั น้ี
1. ความช้ืน (Moisture)
2. ความแน่นของดิน (Compactness)
3. อณุ หภมู ิ (Temperature)
4. ฤดูกาล (Weather Conditions)
5. ปริมาณเกลือแร่ท่ีละลายในดิน (Saline water)
6. องคป์ ระกอบของดิน (Compositions)
7. ขนาดของอนุภาคดิน (Size particles)
เนื่องจากผวิ โลกส่วนใหญ่ประกอบดว้ ย silica และ alumina ซ่ึงเป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดีและยงั มีปริมาณเกลือ
แร่ ความช้ืนที่มีความนาไฟฟ้าที่ดี จึงทาให้ความตา้ นทานจาเพาะของดินเปลี่ยนแปลงไดม้ าก ระหวา่ ง 2-30,000
โอหม์ -เมตร ถา้ อณุ หภูมิดินสูงข้ึนจะทาใหค้ วามตา้ นทานจาเพาะของดินลดลง ดงั ตวั อยา่ งดิน
ความตา้ นทานดินบริเวณผิวดินจะมีค่าสูง และความตา้ นทานจะลดลงเมื่อมีความลึกมากข้ึน ท้งั น้ีฤดูกาล
จะมีอิทธิพล ตอ่ สภาพการนาไฟฟ้า ของดินช้นั บน (จากผิวดินถึงความลึก 1.50 เมตร) การฝังหลกั ดินจะไดผ้ ลมาก
ข้นึ เมื่อกระทาท่ีระดบั ดินช้นั ลา่ ง ซ่ึงมีความช้ืนและการนาไฟฟ้าดีกวา่
6.6 สายดนิ
สายดินน้นั ใชเ้ พอ่ื เป็นทางดินของกระแสไฟร่ัวในระบบไฟฟ้าใหก้ ลบั ไปยงั หลกั ดิน ดงั น้นั ขนาดของสาย
ดินตอ้ งใหญ่พอเพื่อจะไดม้ ีความตา้ นทานต่าให้เป็ นเส้นทางของกระแสไฟร่ัวไหลไดด้ ีกว่าเส้นทางอื่น รวมท้งั
ชนิดของตวั นาตอ้ งมีคุณสมบตั ิเป็ นตวั นาไฟฟ้าที่ดีดว้ ย โดยเฉพาะหากคนไปสัมผสั ถูกบริเวณท่ีเกิดไฟร่ัว ความ
ตา้ นทานสายดินตอ้ งต่ากว่าความตา้ นทานของตวั คนโดยตวั นาของสายดินน้นั ตอ้ งเป็นทองแดงจะหุม้ ฉนวนหรือ
เปลือยกไ็ ด้ ขนาดของสายดินแตล่ ะวงจรข้ึนอย่กู บั กระแสพกิ ดั ของเคร่ืองป้องกนั กระแสเกินในวงจรน้นั ดงั แสดง
ในตารางที่ 6.3 การต่อลงดินจะตอ้ งเป็นการติดต้งั ถาวรและมีความต่อเน่ืองทางไฟฟ้า
133
ในกรณีเดินสายหลายวงจรในช่องเดินสายเดียวกนั สายดินของแต่ละวงจรอาจใชร้ ่วมกนั ไดเ้ พ่ือเป็ นการ
ประหยดั โดยขนาดสายดินท่ีใชน้ ้ันให้คานวณจากกระแสพิกดั ของเครื่องป้องกันกระแสเกินตวั ใหญ่ที่สุดของ
วงจรท้งั หมดท่ีอยใู่ นช่องเดินสายเดียวกนั
6.7 อุปกรณ์ไฟฟ้าทีต่ ้องต่อลงดนิ
1. เคร่ืองห่อหุม้ ท่ีเป็นโลหะของสายไฟฟ้า แผงเมนสวิตช์ โครงและรางป้ันจน่ั ท่ีใชไ้ ฟฟ้าโครงของตูล้ ิฟต์
ลวดสลิงยกของท่ีใชไ้ ฟฟ้า
2. สิ่งก้นั ท่ีเป็นโลหะ รวมท้งั เครื่องห่อหุม้ ของอุปกรณ์ไฟฟ้าในระบบแรงสูง
3. อุปกรณ์ไฟฟ้าท่ียึดติดอยูก่ บั ท่ีและท่ีต่ออย่กู บั สายไฟฟ้าที่เดินอย่างถาวร ส่วนที่เป็นโลหะเปิ ดโล่งซ่ึง
ปกติไม่มีไฟฟ้า แตอ่ าจมีไฟร่ัวได้ ตอ้ งตอ่ ลงดินถา้ อยใู่ นสภาพตามขอ้ ใดขอ้ หน่ึงดงั น้ี
3.1 อยู่ห่างจากพ้ืนหรือโลหะที่ต่อลงดินไม่เกิน 8 ฟุตในแนวต้งั หรือ 5 ฟุตในแนวนอนและบุคคล
อาจสมั ผสั ได้ (ถา้ มีวิธีป้องกนั ไม่ใหบ้ ุคคลสมั ผสั ไดก้ ็ไม่ตอ้ งตอ่ ลงดิน)
3.2 สัมผสั ทางไฟฟ้ากบั โลหะอ่ืนๆ และบุคคลอาจสมั ผสั ได้
3.3 อยใู่ นสภาพเปี ยกช้ืนและไม่ไดม้ ีการแยกใหอ้ ยตู่ ่างหาก
4. อุปกรณ์ไฟฟ้าสาหรับยดึ ติดอยู่กบั ท่ีดงั ต่อไปน้ี ตอ้ งต่อส่วนท่ีเป็นโลหะเปิ ดโล่งและปกติไม่มีกระแส
ร่ัวลงดิน
4.1 โครงของแผงสวิตช์
4.2 โครงของมอเตอร์ชนิดยดึ ติดกบั ที่
4.3 กล่องเครื่องควบคมุ มอเตอร์ ถา้ เป็นสวติ ชธ์ รรมดาและมีฉนวนรองท่ีฝาดา้ นในกไ็ ม่ตอ้ งตอ่ ลงดิน
4.4 อปุ กรณ์ไฟฟ้าของลิฟตแ์ ละป้ันจน่ั
4.5 ป้ายโฆษณา เคร่ืองฉายภาพยนตร์ เคร่ืองสูบน้า
5. อุปกรณ์ไฟฟ้าท่ีใชเ้ ตา้ เสียบ ส่วนท่ีเป็นโลหะเปิ ดโลง่ ของอุปกรณ์ไฟฟ้าตอ้ งต่อลงดินเม่ือมีสภาพตาม
ขอ้ ใดขอ้ หน่ึงดงั น้ี
5.1 แรงดนั เทียบกบั ดินเกิน 150 โวลต์ ยกเวน้ มีการป้องกนั อยา่ งอ่ืนหรือมีฉนวนอยา่ งดี
5.2 อุปกรณ์ไฟฟ้าท้งั ท่ีใชใ้ นที่อยอู่ าศยั และที่อื่นๆ เช่น
- ตเู้ ยน็ ตแู้ ช่แขง็ เคร่ืองปรับอากาศ
- เครื่องซกั ผา้ เคร่ืองอบผา้ เครื่องลา้ งจาน เคร่ืองสูบน้าทิง้
- เครื่องประมวลผลขอ้ มลู เครื่องใชไ้ ฟฟ้าในตูเ้ ล้ียงปลา
- เครื่องมือที่ทางานดว้ ยมอเตอร์ เช่น สวา่ นไฟฟ้า
- เครื่องตดั หญา้ เครื่องขดั ถู
- เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นสถานท่ีเปี ยกช้ืน เป็นพ้นื ดินหรือเป็นโลหะ
- โคมไฟฟ้าชนิดหยบิ ยกได้
134
6.8 ข้อยกเว้นท่ีไม่จาเป็ นต้องต่อลงดิน
จากที่กล่าวมาน้นั จะเห็นวา่ เครื่องใชไ้ ฟฟ้าและอุปกรณ์ติดต้งั ทางไฟฟ้าท่ีมีโครงเป็ นโลหะจะตอ้ งต่อลง
ดิน เน่ืองจากมีโอกาสที่จะสัมผสั ถูกได้ ดงั น้นั จึงมีขอ้ ยกเวน้ สาหรับเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าและอุปกรณ์ติดต้งั ทางไฟฟ้า
บางชนิดที่ไม่จาเป็นตอ้ งตอ่ ลงดิน ดงั น้ี
1. เคร่ืองใช้ไฟฟ้าท่ีเป็ นประเภทฉนวน 2 ช้นั เช่น วิทยุ โทรทศั น์ พดั ลม ซ่ึงเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่าน้ีท่ี
โครงสร้างดา้ นนอกจะเป็นฉนวน
2. เครื่องใชไ้ ฟฟ้าที่ใชแ้ รงดนั ไม่เกิน 50 โวลต์ เช่น เคร่ืองโกนหนวดไฟฟ้า โทรศพั ท์
3. เครื่องใชไ้ ฟฟ้าและอุปกรณ์ติดต้งั ทางไฟฟ้าท่ีอย่ใู นระยะไม่อาจสัมผสั หรือเอ้ือมถึงได้ โดยตอ้ งอยสู่ ูง
ห่างจากพ้ืนเกิน 2.40 เมตรในแนวด่ิง หรือเกิน 1.50 เมตรในแนวระดบั ซ่ึงการท่ีจะสัมผสั ไดน้ ้นั ตอ้ งเป็นลกั ษณะ
จงใจ เช่น โคมไฟเพดาน แต่ถา้ มีส่วนตอ่ เน่ืองที่เป็นโลหะลงมาอยใู่ นระยะท่ีสัมผสั ถึง จาเป็นตอ้ งตอ่ ลงดินดว้ ย
135
กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน
1. ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที ) 1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )
12.ผสู้ อนช้ีแจงเร่ืองท่ีจะศึกษาและจุดประสงค์ 12. ผู้เรี ยนฟังผู้สอนช้ีแจงเรื่องที่จะศึกษาและ
เชิงพฤติกรรมประจาบทที่ 6 เรื่อง ระบบสายดิน จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมประจาบทท่ี 6 เร่ือง ระบบ
สายดิน
13.ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั 13. ผูเ้ รียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ระบบสาย
ระบบสายดิน ดิน
2. ข้ันให้ความรู้ (105 นาที) 2. ข้ันให้ความรู้ (105 นาที )
11.ผูส้ อนเปิ ดงานนาเสนอวิชาการออกแบบ 11.ผู้เรี ยนฟังงานนาเสนอวิชาการออกแบบ
ระบบไฟฟ้า บทท่ี 6 เร่ือง ระบบสายดิน ระบบไฟฟ้า บทท่ี 6 เรื่อง ระบบสายดิน
12.ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนเปิ ดหนังสือเรียนวิชาการ 12.ผูเ้ รียนเปิ ดหนังสือเรียนวิชาการออกแบบ
ออกแบบระบบไฟฟ้า บทที่ 6 เรื่อง ระบบสายดิน ระบบไฟฟ้า บทท่ี 6 ระบบสายดิน
136
กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน
3. ข้ันประยกุ ต์ใช้ ( 150 นาที ) 3. ข้นั ประยกุ ต์ใช้ ( 150 นาที )
6. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนทาแบบฝึกหดั บทท่ี 6 6. ผเู้ รียนทาแบบฝึกหดั บทท่ี 6
4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 30 นาที ) 4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 30 นาที )
6. ผสู้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือในบทท่ี 6 6. ผเู้ รียนและผสู้ อนร่วมกนั สรุปเน้ือหาในบทที่
เรื่อง ระบบสายดิน 6 เรื่อง ระบบสายดิน
(บรรลจุ ุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-10) (บรรลจุ ุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อท่ี 1-10)
(รวม 300 นาที หรือ 5 คาบเรียน)
137
งานที่มอบหมายหรือกจิ กรรมการวดั ผลและประเมนิ ผล
ก่อนเรียน
16. จดั เตรียมเอกสารบทท่ี 6 เร่ือง ระบบสายดิน
17. ทาความเขา้ ใจเก่ียวกบั จุดประสงคก์ ารเรียนของบทท่ี 6 เรื่อง ระบบสายดิน
18. แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั ระบบสายดิน
ขณะเรียน
6. ทาแบบฝึกหดั บทท่ี 6
หลงั เรียน
6. ร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียนใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั
ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผู้เรียน
6. แบบฝึกหดั บทที่ 6
สื่อการเรียนการสอน/การเรียนรู้
ส่ือส่ิงพมิ พ์
138
11. เอกสารประกอบการสอนวิชา การออกแบบระบบไฟฟ้า (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงค์
เชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-10)
12. แบบฝึกหดั บทที่ 6 ใชข้ ้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ ท่ี 1
สื่อโสตทศั น์ (ถ้ามี)
1. เคร่ืองไมโครคอมพิวเตอร์
2. งานนาเสนอ
สื่อของจริง
-
139
แหล่งการเรียนรู้
ในสถานศึกษา
11.หอ้ งสมดุ
12.หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพวิ เตอร์
นอกสถานศึกษา
ผปู้ ระกอบการ สถานประกอบการ ในทอ้ งถ่ิน
การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอื่น
17. บูรณาการกบั วิชาภาษาไทย เร่ือง การอธิบายความสาคญั ของระบบสายดิน การบอกส่วนประกอบ
ของระบบสายดิน การอธิบายวิธีการติดต้งั ระบบสายดิน การอธิบายวิธีการต่อหลกั ดินเขา้ กบั สาย
ต่อหลกั ดิน การบอกอปุ กรณ์ที่ตอ้ งต่อและไม่ตอ้ งต่อสายดิน
18. บูรณาการกบั วิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง การเปรียบเทียบความแตกต่างในดา้ นความปลอดภยั ระหว่าง
ระบบไม่มีสายดินและมีสายดิน
19. บรู ณาการกบั วชิ าความรู้เกี่ยวกบั งานอาชีพ เร่ือง การติดต้งั ระบบสายดิน
20. บรู ณาการกบั วชิ าสงั คมศึกษา เรื่อง การปฏิบตั ิตามขอ้ ยกเวน้ ที่ไมจ่ าเป็นตอ้ งต่อลงดิน การเลือก
ขนาดสายตอ่ หลกั ดินที่เหมาะสมกบั ตวั นาประธาน และการเลือกขนาดสายดินที่เหมาะสมกบั พิกดั
เครื่องป้องกนั กระแสเกิน
140
การประเมนิ ผลการเรียนรู้
• หลกั การประเมนิ ผลการเรียนรู้
ก่อนเรียน
-
ขณะเรียน
6. ตรวจแบบฝึกหดั บทที่ 6
หลงั เรียน
-
ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผ้เู รียน
6. แบบฝึกหดั บทที่ 6
141
สมรรถนะที่พงึ ประสงค์
ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ระบบสายดิน
21. วเิ คราะห์และตีความหมาย
22. สาธิตพร้อมแสดงทา่ ทางประกอบ
23. อภิปรายแสดงความคดิ เห็น
24. ประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ
สมรรถนะการปฏิบตั ิงานอาชีพ
ติดต้งั ระบบสายดิน
สมรรถนะการขยายผล
ความสอดคล้อง
จากการเรียนสัปดาหท์ ่ี 9 เรื่อง ระบบสายดิน ผเู้ รียนจะมีความรู้เก่ียวกบั ความปลอดภยั เนื่องจากระบบ
สายดิน การติดต้งั ระบบสายดิน การตอ่ ลงดินที่เมนสวิตซ์ สายตอ่ หลกั ดิน หลกั ดิน สายดิน อปุ กรณ์ไฟฟ้าที่
ต้องต่อลงดิน ข้อยกเว้นท่ีไม่จาเป็ นต้องต่อลงดิน ทาให้ผูเ้ รียนสามารถทาความรู้ท่ีได้รับไปปรับใช้ใน
ชีวิตประจาวนั ได้ สามารถติดต้งั ระบบสายดินได้ ปฏิบตั ิตามหลกั ความปลอดภยั ทางการไฟฟ้าได้ และปฏิบตั ิ
ตามขอ้ ยกเวน้ ที่ไมจ่ าเป็นตอ้ งตอ่ ลงดินได้
142
รายละเอียดการประเมินผลการเรียนรู้
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 1 อธิบายความสาคญั ของระบบสายดินได้
16.วิธีการประเมิน : ทดสอบ
17.เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ
18.เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อธิบายความสาคญั ของระบบสายดินได้ จะได้ 1 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 2 เปรียบเทียบความแตกตา่ งในดา้ นความปลอดภยั ระหวา่ งระบบไม่มี
สายดินและมีสายดินได้
16.วิธีการประเมิน : ทดสอบ
17.เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ
18.เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : เปรียบเทียบความแตกต่างในดา้ นความปลอดภยั ระหว่างระบบไม่มีสาย
ดินและมีสายดินได้ จะได้ 1 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 3 บอกส่วนประกอบของระบบสายดินได้
16.วิธีการประเมิน : ทดสอบ
17. เคร่ื องมือ : แบบทดสอบ
18.เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : บอกส่วนประกอบของระบบสายดินได้ จะได้ 1 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 4 อธิบายวิธีการติดต้งั ระบบสายดินได้
16.วิธีการประเมิน : ทดสอบ
17. เครื่ องมือ : แบบทดสอบ
18.เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อธิบายวิธีการติดต้งั ระบบสายดินได้ จะได้ 1 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 5 เลือกขนาดสายต่อหลกั ดินที่เหมาะสมกบั ตวั นาประธานได้
16.วิธีการประเมิน : ทดสอบ
17. เคร่ื องมือ : แบบทดสอบ
18.เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : เลือกขนาดสายตอ่ หลกั ดินท่ีเหมาะสมกบั ตวั นาประธานได้ จะได้ 1
คะแนน
143
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 6 อธิบายวธิ ีการตอ่ หลกั ดินเขา้ กบั สายตอ่ หลกั ดินได้
7. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
8. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
9. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อธิบายวิธีการตอ่ หลกั ดินเขา้ กบั สายต่อหลกั ดินได้ จะได้ 1 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 7 เลือกขนาดสายดินที่เหมาะสมกบั พิกดั เครื่องป้องกนั กระแสเกินได้
7. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
8. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
9. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : เลือกขนาดสายดินที่เหมาะสมกบั พกิ ดั เครื่องป้องกนั กระแสเกินได้ จะได้
1 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 8 บอกอุปกรณ์ท่ีตอ้ งต่อและไมต่ อ้ งต่อสายดินได้
4. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
5. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
6. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : บอกอปุ กรณ์ที่ตอ้ งตอ่ และไมต่ อ้ งต่อสายดินได้ จะได้ 1 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 9 ติดต้งั ระบบสายดินได้
4. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
5. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
6. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ติดต้งั ระบบสายดินได้ จะได้ 1 คะแนน
• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 10 ปฏิบตั ิตามขอ้ ยกเวน้ ที่ไม่จาเป็นตอ้ งต่อลงดินได้
4. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
5. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
6. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ปฏิบตั ิตามขอ้ ยกเวน้ ท่ีไมจ่ าเป็นตอ้ งตอ่ ลงดินได้ จะได้ 1 คะแนน
144
แบบฝึ กหดั บทที่ 6
ตอนที่ 1 จงเติมคาหรือขอ้ ความลงในช่องวา่ งใหถ้ กู ตอ้ ง
1. ธรรมชาติของกระแสไฟฟ้าจะไหลผา่ นตวั นาไฟฟ้าท่ีมีคา่ ความตา้ นทาน..................................................
2. การติดต้ังระบบสายดินน้ันต้องเริ่มต้ังต้ังแต่บริภัณฑ์ประธานจนถึงวงจรย่อยหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า
ที่บริ ภัณฑ์ประธานน้ันต้องต่อสายนิวทรัลเข้ากับหลักดิน โดยให้มีความต้านทานดินไม่เกิน
............................................................................................
3. โดยแนวของหลกั ดิน หลกั แรงดันและหลกั กระแสควรอยู่ในแนวเดียวกนั จึงจะวดั ค่าไดถ้ ูกต้อง ระยะ
ของหลกั กระแสน้ันให้อยู่ห่างจากหลกั ดินที่ตอ้ งการวดั ให้มากท่ีสุด ส่วนหลกั แรงดนั ให้อยู่ระหว่าง
กลางที่ระยะประมาณ ...................................................... เปอร์เซ็นตจ์ ากหลกั ดิน
4. การตรวจสอบว่าระบบไฟฟ้าเกิดกระแสร่ัวหรือไม่น้ันสามารถทาได้หลายวิธี โดยวิธีที่ถูกตอ้ งคือ
..................................................................................................................................................................
5. ความตา้ นทานฉนวนของสายน้นั ตอ้ งไม่นอ้ ยกวา่ ....................................................................................
6. ในการติดต้งั ระบบสายดิน กาหนดใหส้ าย ....................................................... เป็นตวั นาที่ตอ้ งต่อลงดิน
7. สายตอ่ หลกั ดิน คอื ตวั นาท่ีอย่รู ะหวา่ งข้วั ต่อสายดินกบั หลกั ดิน โดยตอ้ งเป็นตวั นาชนิด .........................
...................................................................
8. สายต่อหลกั ดินที่มีขนาด 10 มม.2 น้นั ควรติดต้งั ใน ..................................................................................
...........................................................................เพื่อ.....................................................................
9. หลกั ดินท่ีใชต้ อ้ งเป็นแท่งเหลก็ หุม้ ดว้ ยทองแดง แท่งทองแดงหรือแท่งเหลก็ อาบสงั กะสีและมีขนาดเส้น
ผา่ นศนู ยก์ ลางไมน่ อ้ ยกวา่ ......................................................ยาวไม่นอ้ ยกวา่ ...........................................
10. เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าท่ีมีแรงดนั ต่ากวา่ ...........................................................................ไมจ่ าเป็นตอ้ งมีสายดิน
ตอนท่ี 2 จงทาเครื่องหมายกากบาท () ลงหนา้ ขอ้ ท่ีถกู ตอ้ งที่สุด
145
1. ขอ้ ใดเป็นประโยชน์ของสายดิน
ก. ช่วยประหยดั คา่ ไฟฟ้า
ข. ป้องกนั ความเสียหายของเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้า
ค. ช่วยยดื อายกุ ารทางานของเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้า
ง. ป้องกนั ไฟฟ้าไหลผา่ นร่างกาย
2. ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ีเป็นวตั ถปุ ระสงคข์ องการต่อลงดิน
ก. เพื่อใหส้ ่วนโลหะที่ตอ่ ถึงกนั ตลอดมีศกั ยไ์ ฟฟ้าเป็นศูนย์ ป้องกนั การถกู ไฟดูด
ข. เพอื่ ใหอ้ ุปกรณ์ป้องกนั กระแสเกินทางานไดเ้ ร็วข้ึน เมื่อมีกระแสรั่วไหลลงโครงโลหะ
ค. เป็นทางผา่ นใหก้ ระแสรั่วไหลลงดิน
ง. ถูกทกุ ขอ้
3. เคร่ืองไฟฟ้าชนิดท่ีไม่จาเป็นตอ้ งมีสายดินจะตอ้ งมีความหนาของฉนวนไฟฟ้าเป็ นกี่เท่าของความหนา
ปกติ
ก. 2
ข. 3
ค. 4
ง. 5
4. ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ี ไม่จาเป็น ตอ้ งตอ่ สายดิน
ก. ระบบไฟฟ้า 30 โวลต์
ข. ระบบไฟฟ้า 220 โวลต์
ค. ระบบไฟฟ้า 380 โวลต์
ง. ถูกทุกขอ้
5. ในกรณีที่บริภณั ฑ์ประธานเป็ นแผงคัทเอาท์ ให้ต่อสายดินออกจากสายนิวทรัลดา้ นไฟเขา้ สาหรับ
บา้ นพกั อาศยั ทว่ั ไปท่ีใช้สายเมนทองแดงขนาดไม่เกิน 35 ตร.มม. เดินเขา้ แผงคทั เอาท์ ให้ใช้สายดิน
ทองแดงขนาดเท่าใด
ก. 3 ตร.มม.
ข. 5 ตร.มม.
ค. 10 ตร.มม.
ง. 15 ตร.มม.
6. ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ีเป็นขนาดต่าสุดและสูงสุดของสายตอ่ หลกั ดิน (มม.2)
ก. 10-50
ข. 10-95
ค. 10-115
ง. 10-150
146
7. เม่ือต่อหลกั ดินเสร็จเรียบร้อยแลว้ ตอ้ งมีการวดั ความตา้ นทานระหว่างหลกั ดินกบั ดิน โดยตอ้ งมีความ
ตา้ นทานไม่เกิน
ก. 5 โอห์ม
ข. 10 โอห์ม
ค. 15 โอหม์
ง. 20 โอห์ม
8. ขอ้ ใดต่อไปน้ีเป็นประเภทของหลกั ดิน
ก. แท่งดิน
ข. กริด
ค. แผน่ ฝัง
ง. ถูกทุกขอ้
9. ขอ้ ใดต่อไปน้ีเป็นคา่ ความตา้ นทานจาเพาะของดินที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
ก. 2-10,000 โอหม์ -เมตร
ข. 2-20,000 โอหม์ -เมตร
ค. 2-30,000 โอห์ม-เมตร
ง. 2-40,000 โอหม์ -เมตร
10. ขอ้ ใดต่อไปน้ีเป็นขนาดต่าสุดและสูงสุดของสายดิน (มม.2)
ก. 1.5-100 มม.2
ข. 1.5-200 มม.2
ค. 1.5-300 มม.2
ง. 1.5-400 มม.2
ตอนท่ี 3 จงตอบคาถามต่อไปน้ีใหไ้ ดข้ อ้ ความสมบรู ณ์
1. การต่อลงดินในระบบไฟฟ้ากระแสสลบั แบง่ ออกเป็น 3 กลุม่ คอื
2. จงอธิบายการติดต้งั ระบบสายดิน
3. หลกั ดิน สามารถแบง่ ประเภทออกได้ ดงั ต่อไปน้ี
4. ความตา้ นทานดินหรือสภาพการนาไฟฟ้าของดิน ข้ึนอยกู่ บั องคป์ ระกอบตา่ งๆ ดงั น้ี
5. จงอธิบายถึงขอ้ ยกเวน้ ที่ไม่จาเป็นตอ้ งตอ่ ลงดิน
147
แบบประเมนิ ผลการนาเสนอผลงาน
ชื่อกลมุ่ ……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายช่ือสมาชิก
1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขท่ี…….
ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
32 1
1 เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความรู้เกี่ยวกบั เน้ือหา ความถูกตอ้ ง
ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ )
2 รูปแบบการนาเสนอ
3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้าเสียง ซ่ึงทาให้ผฟู้ ังมีความ
สนใจ
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
เกณฑ์การให้ คะแนน
1. เน้ือหาสาระครอบคลมุ ชดั เจนถูกตอ้ ง
3 คะแนน = มีสาระสาคญั ครบถว้ นถูกตอ้ ง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไมค่ รบถว้ น แต่ตรงตามจดุ ประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไมถ่ ูกตอ้ ง ไมต่ รงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอท่ีเหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคท่ีแปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยี
ประกอบการ นาเสนอท่ีน่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถิ่นมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั
2 คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอที่แปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยีประกอบการนาเสนอที่น่าสน ใจ
แตข่ าดการประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถ่ิน
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไม่เหมาะสม และไม่น่าสนใจ
3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกว่าร้อยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกว่าร้อยละ 70 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
148
แบบประเมนิ กระบวนการทางานกล่มุ
ช่ือกลมุ่ ……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายช่ือสมาชิก
1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขท่ี…….
ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
1 การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
321
2 การแบ่งหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏิบตั หิ นา้ ทที่ ี่ไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมินผลและปรับปรุงงาน
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
วนั ท่ี…………เดือน……………………..พ.ศ…………..
เกณฑ์ การให้ คะแนน
1. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายการทางานอยา่ งชดั เจน
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
2. การมอบหมายหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มกี ารจดั เตรียมสถานที่ สื่อ /อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อม
เพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ วั่ ถงึ แตไ่ มต่ รงตามความสามารถ และมีสื่อ / อุปกรณไ์ วอ้ ย่างพร้อมเพรียง แตข่ าดการจดั เตรียมสถานท่ี
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทว่ั ถงึ และมีสื่อ / อุปกรณไ์ ม่เพยี งพอ
3. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาที่กาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย แตช่ า้ กว่าเวลาท่ีกาหนด
1 คะแนน = ทางานไมส่ าเร็จตามเป้าหมาย
4. การประเมนิ ผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมสี ่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ มป่ รับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมสี ่วนร่วมไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมสี ่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ ม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไมม่ สี ่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
149
บันทกึ หลงั การสอน
บทท่ี 6 เรื่อง ระบบสายดนิ
ผลการใช้แผนการเรียนรู้
............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
ผลการเรียนของนักเรียน
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผลการสอนของครู
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.
1.