The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนวิชาการออกแบบระบบไฟฟ้า(30104-2002)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by prajuab_2512, 2021-06-29 04:46:05

แผนการสอนวิชาการออกแบบระบบไฟฟ้า(30104-2002)

แผนการสอนวิชาการออกแบบระบบไฟฟ้า(30104-2002)

250

13. ขอ้ ใดมีผลโดยตรงตอ่ ค่าอิมพีแดนซ์ของสาย
i. อณุ หภมู ิของสาย
ii. ขนาดของโหลด
iii. กระแสพกิ ดั ของโหลด
iv. แรงดนั พกิ ดั ของโหลด

14. สายในขอ้ ใด ไมม่ ี ส่วนเกี่ยวขอ้ งเรื่องของแรงดนั ตก
จ. สายเส้นไฟในระยย 1 เฟส
ฉ. สายนิวทรัสในระบบ 1 เฟส
ช. สายเสน้ ไฟในระบบ 1 เฟส
ซ. สายดินในระบบ 3 เฟส

15. ขอ้ ใด เป็นวตั ถุประสงคใ์ นการติดต้งั คาปาซิเตอร์ในระบบไฟฟ้า
จ. แรงดนั ตกในสายลดลง
ฉ. ค่าตวั ประกอบกาลงั ดีข้ึน
ช. กาลงั สูญเสียในสายลดลง
ซ. ถกู ทกุ ขอ้

16. ขอ้ ใดมีผลต่อคา่ แรงดนั ตกในสาย
จ. ระยะทางของสาย
ฉ. ขนาดของสาย
ช. อณุ หภูมิของสาย
ซ. มีผลทกุ ขอ้

17. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ ผลของแรงดนั ตกในสาย
จ. แรงดนั ตน้ ทางลดลง
ฉ. แรงดนั ของลดลง
ช. กาลงั สูญเสียในสายเพมิ่ ข้นึ
ซ. อณุ หภมู ิของสายสูงข้ึน

18. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ วิธีการลดแรงดนั ตกในสาย
จ. เปล่ียนสายตวั นาใหใ้ หญข่ ้ึน
ฉ. เพิม่ จานวนตวั นาโดยวิธีเดินสายควบ
ช. ปรับปรุงค่าตวั ประกอบกาลงั
ซ. ลดแรงดนั ท่ีโหลด

251

19. กาลงั สูญเสียในสายขนาด 4 มม.2 จ่ายกระแสท่ี 20 แอมแปร์ ความยาวที่ 200 เมตร มีค่าประมาณ
เทา่ ใด
จ. 879 วตั ต์
ฉ. 440 วตั ต์
ช. 44 วตั ต์
ซ. 22 วตั ต์

20. ในการคานวณหาแรงดนั ตกน้นั ใชอ้ ณุ หภูมิในการคานวณก่ีองศาเซลเซียส เพ่อื ใหไ้ ดใ้ กลเ้ คยี งค่าท่ีใช้
งานจริง
จ. 50
ฉ. 60
ช. 70
ซ. 80

ตอนท่ี 3 จงตอบคาถามต่อไปน้ีใหไ้ ดข้ อ้ ความสมบูรณ์
41. ใหส้ รุปความสาคญั และความเห็นมาของแรงดนั ตกในสายไฟฟ้าที่
42. จงยกตวั อยา่ งผลเสียที่เกิดจากแรงดนั ตกในสายไฟฟ้า
43. จงยกตวั อยา่ งปัจจยั ที่นามาพจิ ารณาในการเลือกใชไ้ ฟฟ้ามาสกั 4 ขอ้
44. สายป้อนขนาด 16 มม.2 ยาว 70 จ่ายกระแส 60 แอมแปร์ ค่าตวั ประกอบกาลงั 0.9 ในระบบ 3
เฟส ถา้ สายป้อนดงั กลา่ วเดินในทอ่ โลหะ จะมีแรงดนั ตกในสายเท่าใด
45. จาก

252

แบบประเมนิ ผลการนาเสนอผลงาน

รายชื่อสมาชิก

1……………………………………เลขท่ี……. 2……………………………………เลขที่…….

3……………………………………เลขท่ี……. 4……………………………………เลขที่…….

ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น

32 1

1 เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความรู้เก่ียวกบั เน้ือหา ความถกู ตอ้ ง

ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ )

2 รูปแบบการนาเสนอ

3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม

4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้าเสียง ซ่ึงทาใหผ้ ฟู้ ังมีความ

สนใจ

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………

เกณฑ์การให้ คะแนน
1. เน้ือหาสาระครอบคลมุ ชดั เจนถกู ตอ้ ง

3 คะแนน = มีสาระสาคญั ครบถว้ นถูกตอ้ ง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไมค่ รบถว้ น แต่ตรงตามจุดประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ถูกตอ้ ง ไมต่ รงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอท่ีเหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคท่ีแปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยี

ประกอบการ นาเสนอที่น่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถิ่นมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคุม้ คา่ และประหยดั
2 คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอที่แปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยีประกอบการนาเสนอที่น่าสน ใจ

แตข่ าดการประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถิ่น
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไม่เหมาะสม และไมน่ ่าสนใจ
3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกล่มุ
3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญม่ ีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกล่มุ
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกว่าร้อยละ 90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกว่าร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ

253

แบบประเมนิ กระบวนการทางาน

ช่ือกลมุ่ ……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................

รายชื่อสมาชิก

1……………………………………เลขท่ี……. 2……………………………………เลขที่…….

3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขท่ี…….

ที่ รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เหน็

321

1 การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั

2 การแบ่งหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม

3 การปฏิบตั ิหนา้ ทท่ี ่ีไดร้ ับมอบหมาย

4 การประเมินผลและปรับปรุงงาน

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………

วนั ที่…………เดือน……………………..พ.ศ…………..

เกณฑ์ การให้ คะแนน

1. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนมสี ่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายการทางานอย่างชดั เจน
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญม่ ีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมสี ่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน

2. การมอบหมายหนา้ ที่รับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มกี ารจดั เตรียมสถานท่ี สื่อ /อปุ กรณไ์ วอ้ ยา่ งพร้อม
เพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถงึ แต่ไมต่ รงตามความสามารถ และมีส่ือ / อปุ กรณไ์ วอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง แตข่ าดการจดั เตรียมสถานท่ี
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทวั่ ถึงและมีสื่อ / อุปกรณไ์ ม่เพียงพอ

3. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาท่ีกาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย แต่ชา้ กว่าเวลาท่ีกาหนด
1 คะแนน = ทางานไม่สาเร็จตามเป้าหมาย

4. การประเมนิ ผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ มป่ รับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมสี ่วนร่วมไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมสี ่วนร่วมปรึกษาหารือ แต่ไมป่ รับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมสี ่วนร่วมไมม่ ีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน

254

บนั ทกึ หลงั การสอน

บทท่ี 11 เรื่อง แรงดันตกในระบบไฟฟ้า

ผลการใช้แผนการเรียนรู้

............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

ผลการเรียนของนักเรียน

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผลการสอนของครู

.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.

255

แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี

แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยที่ 12

ช่ือวชิ า การออกแบบระบบไฟฟ้า สอนสปั ดาหท์ ี่ 17-18

ช่ือหน่วย การบารุงรักษาระบบไฟฟ้า คาบรวม 90

ชื่อเรื่อง การบารุงรักษาระบบไฟฟ้า จานวนคาบ 10

สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย

บารุงรักษาระบบไฟฟ้าและจดั เรียงความปลอดภยั สาหรับการบารุงรักษา

สาระสาคญั

การบารุงรักษาระบบไฟฟ้าน้นั เป็นสิ่งสาคญั เพื่อใหม้ นั่ ใจวา่ ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่างๆ น้นั มีความ
ปลอดภยั ในการใชง้ านและสามารถทางานไดต้ ามที่กาหนดท้งั ในสภาวะปกติและผิดปกตีซ่ึงประโยชน์ของการ
บารุงรักษาเพื่อป้องกนั น้นั มี 2 ประการ คือ ลดค่าใชจ้ ่ายท่ีเกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้าหยุดทางานและปลอดภยั ใน
การทางาน ซ่ึงการบารุงรักษาน้นั ตอ้ งทาอย่างสม่าเสมอ การทดสอบฉนวนเพื่อตรวจสอบความเสื่อมสภาพของ
ฉนวน ทาไดโ้ ดยการวดั สัดส่วนระหว่างแรงดนั และกระแสร่ัวเพื่อความตา้ นทานฉนวน การทดสอบอุปกรณ์
ป้องกนั ต่างๆ ซ่ึงอาจตอ้ งจาลองการทางานเพราะไม่สามารถทดสอบการป้องกนั กบั เหตุการณ์จริงได้ ท้งั น้ีการ
เส่ือมสภาพของฉนวนและอปุ กรณ์ไฟฟ้าน้นั เป็นสิ่งท่ีหลีกเลี่ยงไมไ่ ด้

เร่ืองทจ่ี ะศึกษา

59. การบารุงรักษาอปุ กรณ์ไฟฟ้า
60. การทดสอบเพื่อบารุงรักษา
61. การทดสอบฉนวน
62. การทดสอบอุปกรณ์ป้องกนั
63. การทดสอบเพื่อวเิ คราะห์
64. การทดสอบกราวด์
65. รายการบารุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้า
66. การจดั เตรียมความปลอดภยั สาหรับการบารุงรักษา

256

จุดประสงค์การเรียน/การสอน

• จดุ ประสงค์ท่ัวไป

37. เพื่อให้มีความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั ความสาคญั ของการบารุงรักษารักษาระบบไฟฟ้า ความหมาย
ของการบารุงรักษาเบ้ืองตน้ การบารุงรักษาเพ่ือป้องกนั และการบารุงรักษาเพื่อคาดการณ์ (ด้าน
พทุ ธิพิสัย)

38. เพ่ือให้มีทกั ษะในการสาธิตการทดสอบเพ่ือวิเคราะห์และการทดสอบกราวด์ เตรียมความปลอดภยั
สาหรับการบารุงรักษา (ดา้ นทกั ษะพิสยั )

39. เพื่อใหม้ ีมีเจคติท่ีดีในการจดั ลาดบั รายการบารุงรักษาอปุ กรณ์ไฟฟ้า สารอง(ด้านจิตพิสัย)

• จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม

33.อธิบายความสาคญั ของการบารุงรักษารักษาระบบไฟฟ้าได้ (ดา้ นพุทธิพิสัย)
34.ยกตวั อย่างความหมายของการบารุงรักษาเบ้ืองตน้ การบารุงรักษาเพ่ือป้องกนั และการบารุงรักษา

เพ่อื คาดการณ์ได้ (ดา้ นพุทธิพสิ ัย)
35.สาธิตการทดสอบเพ่ือวเิ คราะหแ์ ละการทดสอบกราวดไ์ ด้ (ดา้ นทกั ษะพิสัย)
36.เตรียมความปลอดภยั สาหรับการบารุงรักษาได้ (ดา้ นทกั ษะพิสัย)
37.จดั ลาดบั รายการบารุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ (ดา้ นจิตพิสยั )

257

เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้

ความสาคญั และความเป็ นมา
การบารุงรักษาระบบไฟฟ้าน้นั เป็นส่ิงสาคญั เพ่ือให้มนั่ ใจวา่ ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่างๆ น้นั มีความ

ปลอดภยั ในการใชง้ านและสามารถทางานไดต้ ามที่กาหนดท้งั ในสภาวะปกติและผิดปกตีซ่ึงประโยชน์ของการ
บารุงรักษาเพอ่ื ป้องกนั น้นั มี 2 ประการ คอื ลดค่าใชจ้ ่ายท่ีเกิดจากอปุ กรณ์ไฟฟ้าหยดุ ทางานและปลอดภยั ในการ
ทางาน ซ่ึงการบารุงรักษาน้นั ตอ้ งทาอยา่ งสม่าเสมอ

การทดสอบฉนวนเพ่ือตรวจสอบความเส่ือมสภาพของฉนวน ทาไดโ้ ดยการวดั สัดส่วนระหว่างแรงดนั
และกระแสร่ัวเพ่อื ความตา้ นทานฉนวน การทดสอบอปุ กรณ์ป้องกนั ต่างๆ ซ่ึงอาจตอ้ งจาลองการทางานเพราะไม่
สามารถทดสอบการป้องกนั กบั เหตุการณ์จริงได้ ท้งั น้ีการเสื่อมสภาพของฉนวนและอุปกรณ์ไฟฟ้าน้นั เป็นส่ิงท่ี
หลีกเลี่ยงไม่ได้
12.1 การบารุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้า

การเส่ือมสภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้าน้ันข้ึนอยู่กบั องค์ประกอบหลายอยา่ ง ท้งั สภาพแวดลอ้ มและการใช้
งาน ฝ่ ุน การส่ังสะเทือน อุณหภูมิ ความช้ืน และอ่ืนๆ อีกมากมาย ซ่ึงมีผลกระทบต่อการเส่ือมสภาพของ
ฉนวนและอปุ กรณ์ไฟฟ้าท้งั สิ้น ซ่ึงอายกุ ารใชง้ านของอุปกรณ์ไฟฟ้าน้นั สามารถเพิม่ ข้ึนไดห้ ากมีการบารุงรักษา
อยา่ งถกู วิธี ซ่ึงสามารถแบง่ เป็น 3 ระดบั คือ

ระดบั ท่ี 1 การตรวจสอบและการบารุงรักษาเบ้ืองตน้ ซ่ึงอาจเป็นการตรวจสอบประจาวนั เป็นสัปดาห์
โดยเป็นการตรวจสอบดว้ ยสายตา

ระดบั ที่ 2 การตรวจสอบ ทดสอบทวั่ ไปและการบารุงรักษาเพื่อป้องกนั
ระดบั ท่ี 3 การตรวจสอบ ทดสอบพิเศษและการบารุงรักษาเพื่อคาดการณ์
การทดสอบประกอบดว้ ย
- การทดสอบสภาพฉนวน
- การทดสอบอุปกรณ์ป้องกนั
- การทดสอบวิเคราะห์
- การทดสอบระบบกราวด์
- การทดสอบฟังกช์ น่ั การทางาน
โดยอปุ กรณ์ไฟฟ้าท่ีจาเป็นตอ้ งมีการบารุงรักษาและทดสอบประกอบดว้ ย
- ตแู้ ผงสวติ ซแ์ ละส่วนประกอบ
- สวติ ซ์ปลดวงจร
- เซอร์กิตเบรกเกอร์
- ฟิ วส์
- คาปาซิเตอร์
- กบั ดกั ฟ้าผา่
- หมอ้ แปลงกระแส

258

- รีเลยป์ ้องกนั
- อุปกรณ์ป้องกนั ระบบ
- แบตเตอร่ีและชุดประจุ
- ระบบแจง้ เหตุตา่ งๆ
- มอเตอร์และเคร่ืองมือวดั
- ระบบกราวด์
- หมอ้ แปลง
- สายไฟฟ้า สายเคเบิลและส่วนประกอบ
- ฉนวน
- ระบบแสงสวา่ ง
- ระบบไฟฟ้าสารอง
- สวิตชแ์ ละกลไกต่างๆ
- โหลดตา่ งๆ
12.2 การทดสอบเพื่อบารุงรักษา (Maintenance Testing)
การทดสอบเพื่อบารุงรักษาน้นั เพื่อตรวจสอบสภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้าก่อนท่ีจะเสีย ซ่ึงเป็นกระบวนการ
ที่สาคญั เช่น อปุ กรณ์ป้องกนั โหลดเกินหรือลดั วงจร ซ่ึงจะทางานปลดวงจรเม่ือเกิดเหตุผลปกติข้ึน ในการที่จะ
รู้วา่ อุปกรณ์ป้องกนั น้ียงั ทางานไดต้ ามปกติหรือ สามารถทางานไดโ้ ดยการทดสอบการทางานเท่าน้นั เพราะคง
ไมส่ ามารถตรวจสอบโดยใหท้ างานจากเหตุการณ์จริงได้
ในระบบไฟฟ้าน้ันประกอบดว้ ยหลายส่วนต้งั แต่ส่วนผลิตไฟฟ้า ส่วนส่งจ่าย ส่วนจานวนและส่วน
โหลด ซ่ึงในแต่ละส่วนน้นั จะมีอุปกรณ์ไฟฟ้าท่ีเก่ียวขอ้ งมากมาย เช่น อุปกรณ์ป้องกนั หมอ้ แปลง เครื่องมือวดั
เป็ นตน้
12.3 การทดสอบฉนวน
นอกเหนือจากตวั นาไฟฟ้าและส่วนที่จะกนั ไม่ใหม้ ีกระแสไหลผ่านคือฉนวน เช่น ลูกถว้ ย ฉนวนของ
สายอากาศ ฉนวนระหวา่ งขดลวดในหมอ้ แปลงหรือฉนวนเพม่ิ เติมระหวา่ งส่วนตวั นาไฟฟ้าและกราวด์
ในการทดสอบระดบั ฉนวนป้องกนั น้นั คือ ทดสอบดว้ ยแรงดนั ใชง้ าน เพ่อื ตรวจสอบวา่ ฉนวนน้นั ยงั คง
สามารถป้องกันได้โดยไม่เกิดการเบรกดาวน์ วิธีการทาไดโ้ ดยการวดั กระแสรั่ว ท่ีไหลผ่านฉนวนเม่ือป้อน
แรงดนั ดงั กล่าว เม่ือฉนวนยงั คงปกติกระแสรั่วน้ีตอ้ งมีค่าต่า แตห่ ากกระแสรั่วสูงกวา่ ค่าที่กาหนดแสดงวา่ ฉนวน
เสื่อมสภาพ
12.3.1 การทดสอบดว้ ยแรงดนั กระแสตรง (DC Testing) วิธีการเบ้ืองตน้ ในการทดสอบฉนวน คือ
การป้อนแรงดันกระแสตรงและวดั ค่ากระแสร่ัว ซ่ึงความตา้ นทานฉนวนสามารถหาไดจ้ ากสัดส่วนระหว่าง
แรงดนั ท่ีป้อนตอ่ กระแสรั่ว

259

12.3.2 การทดสอบแรงดนั กระแสสลบั (AC testing) โดยทว่ั ไปการทดสอบดว้ ยแรงดนั กระแสสลบั
จะใช้ในแรงดันสูง ซ่ึงค่าคาปาซิแตนซ์ของฉนวนน้ันเป็ นส่วนประกอบสาคญั โดยการทดสอบด้วยแรงดัน
กระแสตรงค่ากระแสรั่วน้นั ข้ึนอยกู่ บั ความตา้ นทานฉนวน

12.3.3 การทดสอบตวั ประกอบกาลงั หรือมุมสูญเสียไดอิเลก็ ทริก (Dielectric loss angle) การทดสอบ
ตวั ประกอบกาลงั น้นั เป็นการทดสอบแรงดนั กระแสสลบั แบบพเิ ศษ โดยจะเปรียบเทียบ มุมเฟสระหวา่ งแรงดนั
ที่ป้อนกบั กระแสร่ัว วิธีการวดั จะวดั คา่ โวลต-์ แอมแปร์และวตั ตเ์ พอ่ื หาค่าตวั ประกอบกาลงั
12.4 การทดสอบอุปกรณ์ป้องกนั

อุปกรณ์ป้องกนั ในระบบไฟฟ้าน้นั มีหลายส่วน แต่โดยทวั่ ไปประกอบดว้ ยรีเลยป์ ้องกนั เซอร์กิตเบรก
เกอร์และฟิ วส์ โดยในระบบแรงต่าเซอร์กิตเบรกเกอร์จะเป็นชุดประกอบเขา้ ดว้ ยกนั ในชุดเดียวท้งั ส่วนตรวจจบั
และส่วนปลดวงจร แต่ในระดบั แรงดนั สูงปานกลางข้ึนไปเซอร์กิตเบรกเกอร์ประกอบดว้ ยมอเตอร์เร่ิมทางาน
สวติ ซส์ ปริง-โหลด ที่อยแู่ ยกส่วนออกมา

12.4.1 การทดสอบรีเลย์ป้องกัน วตั ถุประสงค์ในการทางานของรีเลย์มี 2 ส่วน คือ เพ่ือป้องกัน
อุปกรณ์ไฟฟ้า โดยจะปลดวงจรที่เกิดเหตุผิดปกติออกไปจากระบบไม่ว่าจะเป็ นโหลดเกินลดั วงจร แรงดนั ต่า
เกินไปเป็นตน้ ใหเ้ ร็วที่สุดเพ่ือลดความเสียหาย และอีกวตั ถุประสงค์คือตอ้ งให้อุปกรณ์ป้องกนั ชุดที่อยู่ใกลเ้ หตุ
ผิดปกติมากที่สุดทางานปลดวงจรออก

12.4.2 การทดสอบเซอร์กิตเบรกเอกร์แรงต่า เซอร์กิตเบรกเกอร์แรงต่าน้ันมีหลายประเภทท้ังแบบ
ขนาดยอ่ ยและขนาดใหญ่ การทดสอบเซอร์กิตเบรกเกอร์แต่ละชนิดน้นั จะมีลกั ษณะเดียวกนั โดยป้อนกระแสสูง
หรือกระแสฟอลทท์ ี่แรงดนั ต่าประมาณ 6-20 โวลต์ เพอ่ื ทดสอบการทางานของเซอร์กิตเบรกเกอร์

12.4.3 หมอ้ แปลงเครื่องมือวดั หมอ้ แปลงเครื่องมือวดั มีอยู่ 2 ชนิด คือ หมอ้ แปลงกระแสและหมอ้
แปลงแรงดนั เพื่อลดกระแสและแรงดนั ต่าลงให้เหมาะสมกบั รีเลยห์ รือมิเตอร์ ซ่ึงไม่สามารถวดั ค่าโดยตรงได้
เพราะมีคา่ สูงเกินไป การทดสอบประกอบดว้ ยความตา้ นทานฉนวน สัดส่วนรอบหมอ้ แปลง และข้วั หมอ้ แหลง
ท้งั หมอ้ แปลงกระแสและแรงดนั
12.5 การทดสอบเพื่อวิเคราะห์

การทดสอบเพ่อื วเิ คราะหน์ ้นั จะเป็นการทดสอบเฉพาะอุปกรณ์ โดยใชเ้ คร่ืองมือเฉพาะประกอบดว้ ย
12.5.1 ความตา้ นทานขดลวดและหนา้ สัมผสั โดยการวดั ค่าความตา้ นทานเป็นยา่ นมิลลิโอห์ม อาจใช้
มิเตอร์แบบเคลวินบริดจ์ หรือดิจิตอลมิเตอร์ก็ได้ รวมท้งั อาจวดั จุดต่อทางไฟฟ้าต่างๆ
12.5.2 การทดสอบสัดส่วนรอบหมอ้ แปลง สัดส่วนระหวา่ งแรงดนั ทางดา้ นปฐมภูมิต่อแรงดนั ทุติยภูมิ
จะเท่ากับสัดส่วนจานวนรอบขดลวดหม้อแปลง การทดสอบสัดส่วนรอบหมอ้ แปลงเพ่ือตรวจสอบว่าเกิด
ลดั วงจรระหวา่ งวงขดลวดหรือไม่
12.5.3 การทดสอบเปรียบเทียบเสิร์จมอเตอร์ โดยป้อนแรงดนั พลั ส์สูงใหก้ บั มอเตอร์เพื่อหาจุดท่ีฉนวน
ขดลวดเสื่อม ทาได้โดยการป้อนแรงดันพลั ส์ 2 ชุด ชุดที่เหมือนกันให้กับขดลวดหมอ้ แปลง 2 ขด และ
เปรียบเทียบพลั ส์พร็อพพาเคชนั่ ระหวา่ งท้งั 2 คล่ืนที่ไดโ้ ดยใชอ้ อสซิลโลสโคป

260

12.5.4 การทดสอบเวลาทางาน ใช้สาหรับการทาสอบเซอรกิตเบรกเกอร์แรงดันสูงปานกลางและ
แรงดนั สูง โดยป้อนแรงดนั ที่ขดปริปและวดั เวลาทางานของเซอร์กิตเบรกเกอร์ท้งั ปลดและสับหน้าสัมผสั เพื่อ
ตรวจสอบความเร็วในการทางาน

12.5.5 การทดสอบไฟฟ้าแรงสูง คือ การทดสอบในดา้ นคุณสมบตั ิและคุณภาพของวสั ดุฉนวนและ
อุปกรณ์ไฟฟ้าที่จะนาไปใช่กบั แรงดนั สูง ในระบบส่งจ่ายการทดสอบเพื่อวิเคราะห์และนาไปสู่การแกป้ ัญหาใน
ระบบส่งจ่าย เพื่อให้มีคุณสมบตั ิคงทนต่อสภาพแวดลอ้ มที่เลวร้ายทุกรูปแบบเพ่ือไม่ให้เกิดการผิดพลาด อนั
อาจจะส่งผลกระทบและความเสียหายของระบบไฟฟ้า

12.5.6 การทดสอบฉนวนน้ามนั หมอ้ แปลงและเซอร์กิตเบรกเกอร์แรงดนั สูงปานกลางและแรงดนั จะมี
ฉนวนน้ามนั หลายชนิด โดยจะใชก้ ารทดสอบทางเคมีเพ่ือตรวจสอบคุณสมบตั ิส่วนสาคญั ที่มกั ทาให้น้ามนั มี
คุณสมบตั ิความเป็นฉนวนลดลงคือ สกปรกเจือปน
12.6 การทดสอบกราวด์

ระบบกราวดท์ างไฟฟ้าประกอบดว้ ย 3 ประเภท คือ
- กราวดร์ ะบบไฟฟ้าเพ่อื ความปลอดภยั
- กราวดส์ ญั ญาณระบบควบคุมและสื่อสาร
- กราวด์ระบบป้องกนั ฟ้าผา่
กราวดร์ ะบบไฟฟ้าและระบบป้องกนั ฟ้าผ่าต่อลงดินไดด้ ีเพียงใด ทดสอบโดยการตรวจสอบจุดต่อลงดิน
และวดั ความตา้ นทานดิน ตามรายละเอียดในบทที่ 5
- ตวั นาลงดินต่อกบั อุปกรณ์ไฟฟ้าโดยตลอดไดด้ ีเพียงใดในกราวด์ระบบไฟฟ้าระบบป้องกนั ฟ้าผ่า
และระบบสัญญาณ โดยตรวจสอบจุดท่ีเช่ือมต่อกบั สายดิน สาหรับระบบสัญญาณน้นั ความตา้ นทานระหว่าง
สัญญาณอา้ งอิงและพ้ืนดินไม่มีผลมากนกั
12.7 รายการบารุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้า
การบารุงรักษาน้ันควรทาเป็ นแผนและตารางการตรวจสอบ เพื่อให้เป็ นระบบโดยตอ้ งสอดคลอ้ งกบั
มาตรฐานการติดต้งั ทางไฟฟ้า และสามารถตรวจสอบเปรียบเทียบกบั ขอ้ มลู เดิมได้ การตรวจสอบนอกเหนือจาก
ทางไฟฟ้าแลว้ ตอ้ งตรวจสอบทางกลดว้ ย และบนั ทึกรายละเอียดอ่ืน วธิ ีการบารุงรักษาของอปุ กรณ์ไฟฟ้ามีดงั น้ี
- ลกั ษณะการติดต้งั เพอ่ื ตรวจสอบสภาพภายนอกวา่ เป็นอยา่ งไร ปกติหรือไม่
- ตรวจสอบพ้นื ท่ีวา่ งบริเวณโดยรอบตูแ้ ผงสวิตซ์วา่ มีตามขอ้ กาหนดหรือไม่
- สภาพแวดลอ้ ม ความสกปรก ความช้ืน ฝ่นุ สนิมหรืออื่นๆ
- ข้วั ต่อสายและจุดต่อสายต่างๆ วา่ หลวมหรือไม่ โดยการขนั ใหแ้ น่นหรือใชเ้ คร่ืองวดั รังสีอินฟราเรด
ขณะใชง้ านงานตามปกติ
- สายไฟ บสั บาร์และตวั นาไฟฟ้า สภาพฉนวนและการเดินสาย
- ลกู ถว้ ยรองรับบสั บาร์ การจบั ยดึ ข้วั ต่อสาย หนา้ สัมผสั
- สวติ ซส์ ับเปลี่ยน ทดสอบการทางานและอินเตอร์ลอ็ ค
- ไฟสญั ญาณแสดง ตรวจสอบการทางาน

261

- เครื่องมือวดั ตรวจสอบการทางาน การแสดงผล
- การตอ่ ลงดิน สภาพภายนอกและการต่อสาย
- หมอ้ แปลงกระแสและหมอ้ แปลงแรงดนั สภาพภายนอกและข้วั ต่อสาย
- รีเลยป์ ้องกนั ฟังกช์ น่ั การทางาน
- ตรวจสอบการทางานของอปุ กรณ์ตา่ งๆ
- วดั ค่าความตา้ นทานฉนวนระหวา่ งตวั นาและตวั นากบั กราวด์
- วดั คา่ ความตา้ นทานตวั นา ความตา้ นทานหนา้ สมั ผสั
- วดั คา่ ความตา้ นทานดิน คา่ ตามท่ีกาหนดหรือไม่
12.8 การจัดเตรียมความปลอดภัยสาหรับการบารุงรักษา
การใช้งานและความปลอดภยั ในการทางานของอุปกรณ์ไฟฟ้าน้ัน ตอ้ งจดั เตรียมต้งั แต่ข้นั ออกแบบ
ติดต้งั และสิ่งแวดลอ้ มของอปุ กรณ์ ดงั น้นั จึงตอ้ งเตรียมการต้งั แตแ่ รก
การหลีกเลี่ยงความช้ืนและฝ่ ุน ความช้ืนและฝ่ ุนท่ีเขา้ ไปภายในอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือระบบควบคุมเป็ น
สาเหตทุ าใหเ้ กิดความเสียหายหรือฟอลท์ ในการตรวจสอบหรือบารุงรักษาตอ้ งพิจารณาในเรื่องดงั กล่าวดว้ ย เม่ือ
ตรวจพบตอ้ งการแกไ้ ขและป้อนกนั
การจากดั ขอบเขตฟอลท์ ภายในตูแ้ ผงสวิตซ์ตอ้ งมีแผงก้นั แยกส่วนและสามารถทนไฟได้ เพ่ือจากดั
ขอบเขตความเสียหายที่เกิดข้ึน ในการตรวจสอบบารุงรักษาตอ้ งตรวจดูส่วนชีลดก์ ้นั น้ีดว้ ยโดยเฉพาะทางดา้ นเขา้
และออกของสายเคเบิล
อุปกรณ์ดับเพลิง ชนิดของอุปกรณ์สาหรับดับเพลิงต้องสามารถใช้ได้รับระบบไฟฟ้า โดยไม่เกิด
อนั ตราย โดยตอ้ งมีการตรวจสอบสภาพและความพร้อมใชง้ านอยา่ งสม่าเสมอรวมท้งั ป้ายอธิบายวิธีการใช้ตอ้ ง
ไม่ฉีกขาดหรือมองไม่ชดั เจน อุปกรณ์ดบั เพลิงเม่ือมีการใชง้ านแลว้ ตอ้ งมีการเดินกลบั ใหพ้ ร้อมให้เหมือนเดิม
ทนั ที

262

กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้ันตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนกั เรียน

1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที ) 1. ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )

8. ผูส้ อนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 27. ผูเ้ รียนทาความเขา้ ใจจุดประสงค์การเรียนของ

เรียนท่ี 12 เร่ือง การบารุงรักษาระบบไฟฟ้า หน่วยเรียนท่ี 12 เรื่อง การบารุงรักษาระบบไฟฟ้า

9. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนจดั ลาดบั รายการบารุงรักษา 28. ผู้เรียนจัดลาดับรายการบารุงรักษาอุปกรณ์

อุปกรณ์ไฟฟ้า ไฟฟ้า

2. ข้นั ให้ความรู้ (285 นาที) 2. ข้นั ให้ความรู้ (285 นาที )

26. ผู้สอนให้ผู้เรี ยนเปิ ดหนังสื อวิชา การ 26. ผูเ้ รียนเปิ ดหนังสือวิชา การออกแบบระบบ

ออกแบบระบบไฟฟ้า หน่วยท่ี 12 เรื่ อง การ ไฟฟ้า หน่วยที่ 12 เรื่อง การบารุงรักษาระบบไฟฟ้า

บารุงรักษาระบบไฟฟ้า โดยให้ผูเ้ รียนศึกษาด้วย โดยให้ผู้เรียนศึกษาด้วยตนเองและมีผูส้ อนคอยให้

ตนเองและมีผสู้ อนคอยใหค้ าแนะนาอยา่ งใกลช้ ิด คาแนะนาอยา่ งใกลช้ ิด

27. ผู้สอนให้ผู้เรี ยนสาธิตการทดสอบเพื่อ 27. ผูเ้ รียนสาธิตการทดสอบเพื่อวิเคราะห์และการ

วิเคราะหแ์ ละการทดสอบกราวด์ ทดสอบกราวด์

3. ข้ันประยุกต์ใช้ ( 240 นาที ) 3. ข้ันประยกุ ต์ใช้ ( 240 นาที )
13.ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนทาแบบฝึกหดั บทท่ี 12 13.ผเู้ รียนทาแบบฝึกหดั บทท่ี 12

4. ข้นั สรุปและประเมินผล ( 60 นาที ) 4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 60 นาที )

13. ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือในบทท่ี 13. ผเู้ รียนและผสู้ อนร่วมกนั สรุปเน้ือหาในบทที่

12 เรื่อง การบารุงรักษาระบบไฟฟ้า 12 เรื่อง การบารุงรักษาระบบไฟฟ้า

(บรรลจุ ุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-5) (บรรลจุ ุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-5)

(รวม 600 นาที หรือ 10 คาบเรียน)

263

งานที่มอบหมายหรือกจิ กรรมการวดั ผลและประเมนิ ผล

ก่อนเรียน

37. จดั เตรียมเอกสารบทที่ 12 เรื่อง การบารุงรักษาระบบไฟฟ้า
38. ทาความเขา้ ใจเกี่ยวกบั จุดประสงคก์ ารเรียนของบทที่ 12 เรื่อง การบารุงรักษาระบบไฟฟ้า
39. แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั การบารุงรักษาระบบไฟฟ้า

ขณะเรียน

13. ทาแบบฝึกหดั บทท่ี 12

หลงั เรียน

13. ร่วมกนั สรุปเน้ือหาที่ไดเ้ รียนใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั

ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผ้เู รียน

13. แบบฝึกหดั บทที่ 12

264

ส่ือการเรียนการสอน/การเรียนรู้

ส่ือสิ่งพมิ พ์
25. เอกสารประกอบการสอนวชิ า การออกแบบระบบไฟฟ้า (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงค์
เชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-5)
26. แบบฝึกหดั บทที่ 12 ใชข้ ้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ ท่ี 1

ส่ือโสตทัศน์ (ถ้ามี)
1. หนงั สือเรียน วชิ า การออกแบบระบบไฟฟ้า

ส่ือของจริง
-

265

แหล่งการเรียนรู้

ในสถานศึกษา
25.หอ้ งสมุด
26.หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์

นอกสถานศึกษา
ผปู้ ระกอบการ สถานประกอบการ ในทอ้ งถิ่น

การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอ่ืน

45. บรู ณาการกบั วิชาภาษาไทย เรื่อง การอธิบายความสาคญั ของการบารุงรักษารักษาระบบไฟฟ้า
46. บูรณาการกบั วชิ าคณิตศาสตร์ เรื่อง จดั ลาดบั รายการบารุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้า
47. บูรณาการกับวิชาความรู้เกี่ยวกับงานอาชีพ เรื่อง การสาธิตการทดสอบเพื่อวิเคราะห์และการ

ทดสอบกราวด์
48. บรู ณาการกบั วชิ าสังคมศึกษา เรื่อง การเตรียมความปลอดภยั สาหรับการบารุงรักษา

266

การประเมนิ ผลการเรียนรู้
• หลกั การประเมนิ ผลการเรียนรู้

ก่อนเรียน

-

ขณะเรียน

13. ตรวจแบบฝึกหดั บทท่ี 12

หลงั เรียน

-

ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผ้เู รียน

13. แบบฝึกหดั บทท่ี 12

267

สมรรถนะที่พงึ ประสงค์

ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเก่ียวกบั การบารุงรักษาระบบไฟฟ้า
49. วิเคราะห์และตีความหมาย
50. สาธิตพร้อมแสดงทา่ ทางประกอบ
51. อภิปรายแสดงความคดิ เห็น
52. ประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ

สมรรถนะการปฏบิ ตั ิงานอาชีพ

บารุงรักษาระบบไฟฟ้าและจดั เรียงความปลอดภยั สาหรับการบารุงรักษา

สมรรถนะการขยายผล

ความสอดคล้อง
จากการเรียนสัปดาห์ท่ี 17-18 เร่ือง การบารุงรักษาระบบไฟฟ้า ผูเ้ รียนจะมีความรู้เก่ียวกับการ
บารุงรักษาระบบไฟฟ้าน้นั เป็นส่ิงสาคญั เพอ่ื ใหม้ น่ั ใจวา่ ระบบไฟฟ้าและอปุ กรณ์ต่างๆ น้นั มีความปลอดภยั ใน
การใชง้ านและสามารถทางานไดต้ ามที่กาหนดท้งั ในสภาวะปกติและผิดปกตีซ่ึงประโยชน์ของการบารุงรักษา
เพ่ือป้องกนั น้นั มี 2 ประการ คือ ลดค่าใชจ้ ่ายที่เกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้าหยดุ ทางานและปลอดภยั ในการทางาน
ซ่ึงการบารุงรักษาน้นั ตอ้ งทาอยา่ งสม่าเสมอ การทดสอบฉนวนเพื่อตรวจสอบความเส่ือมสภาพของฉนวน ทา
ไดโ้ ดยการวดั สัดส่วนระหว่างแรงดนั และกระแสร่ัวเพ่ือความตา้ นทานฉนวน การทดสอบอุปกรณ์ป้องกนั
ต่างๆ ซ่ึงอาจตอ้ งจาลองการทางานเพราะไม่สามารถทดสอบการป้องกันกับเหตุการณ์จริงได้ ท้ังน้ีการ
เสื่อมสภาพของฉนวนและอปุ กรณ์ไฟฟ้าน้นั เป็นสิ่งท่ีหลีกเลี่ยงไมไ่ ด้

268

รายละเอียดการประเมนิ ผลการเรียนรู้

• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 1 อธิบายความสาคญั ของการบารุงรักษารักษาระบบไฟฟ้าได้

37.วิธีการประเมิน : ทดสอบ

38.เครื่องมือ : แบบทดสอบ

39.เกณฑ์การให้คะแนน : อธิบายความสาคญั ของการบารุงรักษารักษาระบบไฟฟ้าได้ จะได้ 2

คะแนน

• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 2 ยกตวั อยา่ งความหมายของการบารุงรักษาเบ้ืองตน้ การบารุงรักษา

เพอ่ื ป้องกนั และการบารุงรักษาเพอ่ื คาดการณ์ได้

37.วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

38.เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ

39.เกณฑก์ ารให้คะแนน : ยกตวั อย่างความหมายของการบารุงรักษาเบ้ืองตน้ การบารุงรักษาเพ่ือ

ป้องกนั และการบารุงรักษาเพอ่ื คาดการณ์ได้ จะได้ 2 คะแนน

• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 3 สาธิตการทดสอบเพ่ือวเิ คราะหแ์ ละการทดสอบกราวดไ์ ด้
37. วิธีการประเมิน : ทดสอบ

38. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ

39. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : สาธิตการเลือกขนาดของแหลง่ จ่ายไฟฟ้าสารองได้ จะได้ 3 คะแนน

• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 4 เตรียมความปลอดภยั สาหรับการบารุงรักษาได้

37.วิธีการประเมิน : ทดสอบ

38. เคร่ื องมือ : แบบทดสอบ

39.เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : เตรียมความปลอดภยั สาหรับการบารุงรักษาได้ จะได้ 3 คะแนน

• จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 5 จดั ลาดบั รายการบารุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าได้

1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : จดั ลาดบั รายการบารุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าไดจ้ ะได้ 3 คะแนน

269

แบบฝึ กหดั บทที่ 12
ตอนที่ 1 จงเติมคาหรือขอ้ ความลงในช่องวา่ งใหถ้ กู ตอ้ ง

51. ประโยชน์ของการบารุงรักษาเพ่อื ป้องกนั น้นั มี 2 ประการ คอื ......................................................
..........................................................................

52. การทดสอบฉนวนเพ่ือตรวจสอบความเสื่อมสภาพของฉนวน ทาไดโ้ ดย ..............................................
..........................................................................

53. การบารุงรักษาเพือ่ คาดการณ์ คือ ..............................................................................................
...........................................................................

54. การเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้าน้นั ข้ึนอยกู่ บั องคป์ ระกอบหลายอยา่ ง เช่น ........................................
..........................................................................

55. ค่าสดั ส่วนในอิเลก็ ทรอนิกส์ แอปซอร์บชน่ั คือ …………………………….…...............................
...........................................................................

56. หมอ้ แปลงเครื่องมือวดั มีอยู่ 2 ชนิด คือ ……………………………………………………………..
57. การทดสอบแบบไพรมารี่อินเจ็คชนั่ ป้องกระแสพิกดั ให้กบั เซอร์กิตเบรกเกอร์และวดั แรงดนั ตกคร่อม

หนา้ สัมผสั ย่านมิลลิโวลต์และเปรียบเทียบค่าท่ีไดใ้ นแต่ละเฟสซ่ึงไม่ควรแตกต่างกนั เกิน ……………
……………………………………………………….........
58. คา่ ความตา้ นทานของสายจะเป็นค่าคงที่ข้ึนอยกู่ บั ขนาดและระยะทางของตวั นา แต่ถา้ อุณหภูมิสูงข้ึนค่า
ความตา้ นทานของสายจะมีคา่ ..........................................................................................................
59. ที่ว่างเพื่อปฏิบตั ิงานสาหรับแผงสวิตซ์ตอ้ งมีความกวา้ งไม่น้อยกว่าความกวา้ งของอุปกรณ์ไฟฟ้าแต่
ตอ้ งไม่นอ้ ยกวา่ …………………………………...........................................................................
60. การทางานใกลส้ ายส่งแรงสูง นอกเหนือจากอนั ตรายจาการสัมผสั โดยตรง สิ่งท่ีตอ้ งระวงั เพอ่ื เติมคือ
................................................................................................................................................
ตอนท่ี 2 จงทาเครื่องหมายกากบาท () ลงหนา้ ขอ้ ท่ีถกู ตอ้ งท่ีสุด
1. ขอ้ ใดมีผลทาใหอ้ ปุ กรณ์ไฟฟ้าเสื่อมสภาพ
ก. ความช้ืน
ข. อุณหภูมิ
ค. แรงดนั
ง. ถูกทุกขอ้
2. ขอ้ ใดเป็นวตั ถุประสงคใ์ นการบารุงรักษาระบบไฟฟ้า
ก. ความปลอดภยั
ข. ความเสียหายจากไฟดบั
ค. ความเชื่อถือได้
ง. ถกู ทกุ ขอ้

270

3. จุดใดท่ีมีโอกาสเกิดเหตผุ ิดปกติมากท่ีสุด
i. ฉนวนหมอ้ แปลง
ii. ข้วั ตอ่ สายเขา้ สวิตซ์
iii. หมอ้ แปลงกระแส
iv. หนา้ สมั ผสั เซอร์กิตเบรกเกอร์

4. วิธีการเบ้ืองตน้ ในการทดสอบฉนวนคือ
ก. ป้อนแรงดนั กระแสและวดั ค่ากระแสร่ัว
ข. วดั ความตา้ นทานขดลวด
ค. วดั ค่าความเป็นฉนวนระหวา่ งขดลวดกบั กราวด์
ง. การลดั ลงจรระหวา่ งรอบขดลวด

5. ขอ้ ใดต่อไปน้ีเป็นการทดสอบเพื่อวิเคราะห์
ก. ความตา้ นทานขดลวดและหนา้ สัมผสั
ข. การทดสอบสดั ส่วนรอบหมอ้ แปลง
ค. การทดสอบเปรียบเทียบเสิร์จมอเตอร์
ง. ถูกทุกขอ้

6. ขอ้ ใดคือการวดั คา่ ตวั ประกอบกาลงั ของฉนวน
ก. สดั ส่วนแรงดนั ต่อกระแส
ข. สัดส่วนวตั ตต์ ่อโวลต-์ แอมแปร์
ค. สัดส่วนรีแอคแตนซต์ อ่ ความตา้ นทาน
ง. สัดส่วนโวลต-์ แอมแปร์ตอ่ วตั ต์

7. การบารุงรักษาแบบใดสามารถทาไดโ้ ดยบคุ คลทวั่ ไป
ก. การบารุงรักษาเบ้ืองตน้
ข. การบารุงรักษาเพื่อป้องกนั
ค. การบารุงรักษาเพือ่ คาดการณ์
ง. การบารุงรักษาเพื่อวิเคราะห์

8. การทดสอบแบบใดสามารถทาไดใ้ นสภาวะโหลดทางานปกติ
ก. การวดั ความตา้ นทานขดลวด
ข. การวดั ความตา้ นทานฉนวน
ค. การวดั ความตา้ นทานดิน
ง. การวดั ความตา้ นทานหนา้ สัมผสั

271

9. ระบบกราวดท์ างไฟฟ้าประกอบดว้ ย
ก. กราวด์ระบบไฟฟ้าเพ่ือความปลอดภยั
ข. กราวดส์ ัญญาณระบบควบคุมและส่ือสาร
ค. กราวดร์ ะบบเพื่อป้องกนั ฟ้าผา่
ง. ถูกทกุ ขอ้

10. กระแสร่ัวในการทดสอบฉนวนดว้ ยแรงดนั สูงกระแสสลบั ข้ึนอยกู่ บั คา่ ใดของฉนวน
ก. ความตา้ นทาน
ข. ค่าปาซิแตนซ์
ค. คา่ รีแอคแตนซ์
ง. คา่ คอนดดั แตนซ์

ตอนท่ี 3 จงตอบคาถามต่อไปน้ีใหไ้ ดข้ อ้ ความสมบูรณ์
46. จงอธิบายระดบั ของการบารุงรักษา
47. ใหอ้ ธิบายรายการอุปกรณ์ไฟฟ้าท่ีตอ้ งมีการบารุงรักษา
48. จงอธิบายการทดสอบไฟฟ้าแรงสูง
49. จงอธิบายการทดสอบสดั ส่วนรอบหมอ้ แปลง
50. ใหอ้ ธิบายรายการบารุงรักษาอปุ กรณ์ไฟฟ้า

272

แบบประเมินผลการนาเสนอผลงาน

ชื่อกลมุ่ ……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................

รายช่ือสมาชิก

1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่…….

3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขท่ี…….

ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น

32 1

1 เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความรู้เกี่ยวกบั เน้ือหา ความถูกตอ้ ง

ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ )

2 รูปแบบการนาเสนอ

3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม

4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้าเสียง ซ่ึงทาใหผ้ ฟู้ ังมีความ

สนใจ

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………

เกณฑ์การให้ คะแนน
1. เน้ือหาสาระครอบคลมุ ชดั เจนถูกตอ้ ง

3 คะแนน = มีสาระสาคญั ครบถว้ นถูกตอ้ ง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ครบถว้ น แต่ตรงตามจดุ ประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ถูกตอ้ ง ไมต่ รงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอท่ีเหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคท่ีแปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยี

ประกอบการ นาเสนอท่ีน่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถิ่นมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั
2 คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอที่แปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยีประกอบการนาเสนอที่น่าสน ใจ

แตข่ าดการประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถิ่น
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไม่เหมาะสม และไม่น่าสนใจ
3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกว่าร้อยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกว่าร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ

273

แบบประเมนิ กระบวนการทางาน

ช่ือกลมุ่ ……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................

รายชื่อสมาชิก

1……………………………………เลขท่ี……. 2……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขท่ี……. 4……………………………………เลขท่ี…….

ที่ รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เหน็
1 การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
321

2 การแบ่งหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม

3 การปฏิบตั ิหนา้ ทีท่ ี่ไดร้ บั มอบหมาย

4 การประเมินผลและปรับปรุงงาน

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
วนั ท่ี…………เดือน……………………..พ.ศ…………..

เกณฑ์ การให้ คะแนน

1. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมสี ่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายการทางานอยา่ งชดั เจน
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน

2. การมอบหมายหนา้ ที่รับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถงึ และตรงตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มกี ารจดั เตรียมสถานท่ี สื่อ /อปุ กรณไ์ วอ้ ยา่ งพร้อม
เพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง แต่ไมต่ รงตามความสามารถ และมีสื่อ / อปุ กรณ์ไวอ้ ย่างพร้อมเพรียง แตข่ าดการจดั เตรียมสถานท่ี
1 คะแนน = กระจายงานไมท่ วั่ ถึงและมสี ื่อ / อปุ กรณ์ไมเ่ พยี งพอ

3. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาท่ีกาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย แต่ชา้ กว่าเวลาที่กาหนด
1 คะแนน = ทางานไม่สาเร็จตามเป้าหมาย

4. การประเมนิ ผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แต่ไม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมสี ่วนร่วมไม่มสี ่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมสี ่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ ม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไมม่ ีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน

274

บนั ทึกหลงั การสอน

บทท่ี 12 เรื่อง การบารุงรักษาระบบไฟฟ้า

ผลการใช้แผนการเรียนรู้

............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

ผลการเรียนของนักเรียน

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผลการสอนของครู

.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.

275

บรรณานุกรม

1] ประสิทธ์ิ พิทยพฒั น์, หนงสั ือการป้องกนรั ะบบสายดิน,กรุงเทพฯ: ทีซีจีพริ้นติ้ง, พ.ศ. 2548
[2] ชลชยั ธรรมวิวฒั นุกร,การออกแบบและติดตง้ รั ะบบไฟฟ้า,กรุงเทพฯ: เอม็ แอนดอ์ ีม พ.ศ. 2546
[3] ประสิทธ์ิ พิทยพฒั น์,การป้องกนั ระบบไฟฟ้า (PowerSystem Protection) กรุงเทพฯ: เอม็ แอนด์ อี, พ.ศ. 2546
[4]วสท, มาตราฐานการติดตง้ ทั างไฟฟ้าสา หรับประเทศไทย พ.ศ. 2556


Click to View FlipBook Version