ชอื่ หนงั สือ : คู่มอื การสง่ เสริมสขุ ภาพวัยรุ่นและเยาวชนในชุมชน
ISBN : 978-974-296-834-2
พมิ พค์ รัง้ ท่ี 1 : มกราคม 2558 จำ�นวน 5,000 เลม่
ผลติ โดย : สำ�นกั ส่งเสริมและพฒั นาสขุ ภาพจิต กรมสุขภาพจิต
กระทรวงสาธารณสุข 11000
พมิ พท์ ่ี : โรงพมิ พช์ มุ นุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จ�ำ กดั
คูม่ ือการส่งเสริมสขุ ภาพวัยร่นุ และเยาวชนในชุมชน ก
ค�ำ นำ�
ในปัจจบุ นั ปญั หาของวัยรนุ่ และเยาวชนทวีความรุนแรงมากข้นึ เช่น อบุ ัตเิ หตทุ ่เี ปน็ สาเหตขุ องการเสยี ชวี ติ
ของวยั รนุ่ เปน็ อนั ดบั แรก ซง่ึ ครา่ ชวี ติ ของวยั รนุ่ ประมาณ 4,000 คนตอ่ ปี การมเี พศสมั พนั ธค์ รง้ั แรกของวยั รนุ่ ชายเทา่ กบั
12.2 ปี วัยรุน่ หญงิ เท่ากับ 12.3 ปี (ส�ำ นกั ระบาดวทิ ยา กรมควบคมุ โรค ปี พ.ศ.2554) และมกั มเี พศสัมพันธก์ บั เพ่อื น
หรือคู่รักโดยไม่มีวิธีป้องกัน ซึ่งพบว่าร้อยละ 80 ของการต้ังครรภ์ในวัยรุ่นเป็นการต้ังครรภ์แบบไม่ตั้งใจ และในกลุ่ม
นี้มีร้อยละ 30 จบการต้ังครรภ์ด้วยการทำ�แท้ง ร้อยละ 14 รายงานว่าเป็นการแท้งเอง ร้อยละ 56 มีการคลอดบุตร
ร้อยละ 25 มีการต้ังครรภ์ซํ้าภายในสองปี แม่วัยเยาว์คิดฆ่าตัวตายระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอดร้อยละ 12
(ร.พ.รามาธบิ ด,ี 2554) ในปี พ.ศ.2555 มแี ม่วยั รนุ่ อายตุ ่าํ กว่า 15 ปีคลอด 3,725 คน เฉล่ยี วนั ละ 10 คน แมว่ ยั รนุ่ อายุ
ตาํ่ กว่า 20 ปคี ลอดลกู 133,176 คน หรอื เฉล่ียคลอดวันละ 365 คน และมแี มว่ ัยรนุ่ คลอดซา้ํ ปลี ะ 15,443 คน หรือ
เฉลย่ี วนั ละ 42 คน (การประชมุ คณะกรรมการพฒั นาการอนามยั การเจรญิ พนั ธแ์ุ หง่ ชาติ ครงั้ ที่ 3/2556) ปญั หาดงั กลา่ ว
ก่อให้เกิดความด้อยโอกาสในการศึกษาและการทำ�งาน อันส่งผลกระทบต่อการดำ�เนินชีวิตของเยาวชนในอนาคต
การใช้ยาบ้าและกระท่อมเพิ่มข้ึนอย่างต่อเน่ือง มักมีการใช้สารเสพติดและด่ืมแอลกอฮอล์ก่อนร่วมเพศ การใช้เวลา
กบั สือ่ มากเกนิ กวา่ 6-7 ชั่วโมงต่อวัน โดยใชเ้ พ่ือการศกึ ษาเพียงร้อยละ 14 ท�ำ ใหเ้ กดิ ปัญหาเด็กตดิ เกม เขา้ เว็บไซตโ์ ป๊
ดสู ื่อลามก เข้าถึงการบรโิ ภคสินคา้ ฟุ่มเฟือยและวตั ถนุ ิยม
นอกจากนั้น เปน็ ทีท่ ราบกันดีวา่ การบรกิ ารสุขภาพในเชิงรับเพยี งอย่างเดียว ไมส่ ามารถป้องกันปัญหาของ
วัยรุ่นและเยาวชนได้ เนื่องจากกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนมักไม่ใช้บริการของรัฐ โดยเฉพาะไม่กล้าเข้าพบเจ้าหน้าท่ีเพ่ือ
ขอรับบริการคุมกำ�เนิด ดังนั้น การให้บริการเชิงรุกจึงเป็นกลยุทธ์ท่ีจำ�เป็นอย่างย่ิง เพราะเป็นช่องทางในการเข้าถึง
วยั รนุ่ /เยาวชนกลุม่ เส่ยี งเพ่ือป้องกนั ปัญหา และเขา้ ถึงกลุ่มวยั รุ่น/เยาวชนทวั่ ไปเพือ่ การสง่ เสรมิ
คู่มือการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นและเยาวชนในชุมชนฉบับน้ีจึงผลิตข้ึนเพื่อเป็นแนวทางในการดำ�เนินงานกับ
กลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนในชุมชน ซ่ึงเป็นการทำ�งานเชิงรุก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บุคลากรสาธารณสุขและเครือข่าย
ในพื้นที่ที่ปฏิบัติงานกับกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนได้เห็นรูปแบบการดำ�เนินงาน กลยุทธ์ แนวทางการพัฒนาศักยภาพที่
สอดคลอ้ งกบั วิถีชีวติ ของวัยรุ่นและเยาวชนตามบรบิ ทของพื้นที่ ซ่งึ น�ำ ไปสู่ความยงั่ ยืนในการด�ำ เนนิ งานสง่ เสรมิ ปอ้ งกัน
สขุ ภาพวัยรนุ่ และเยาวชน
ในปี พ.ศ. 2558 กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค กรมอนามัย และกรมสุขภาพจิต ร่วมกัน
บรู ณาการการด�ำ เนนิ งานและขบั เคลอื่ นงานตามยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นากลมุ่ วยั รนุ่ และไดก้ �ำ หนดยทุ ธศาสตรก์ ารด�ำ เนนิ งาน
สขุ ภาพวัยรนุ่ ในยทุ ธศาสตรท์ ่ี 2 : การจัดบรกิ ารที่มีคณุ ภาพมาตรฐานครอบคลุมและเข้าถงึ วัยรุ่นทกุ กล่มุ ทง้ั ในสถาน
บรกิ ารสาธารณสขุ สถานศกึ ษา และชมุ ชน ซงึ่ ในมาตรการท่ี 4 มาตรการเชงิ รกุ สชู่ มุ ชนมงุ่ เนน้ 1) การจดั พน้ื ทสี่ รา้ งสรรค์
ทว่ี ยั รนุ่ และเยาวชนมสี ว่ นรว่ ม 2) การบรกิ ารเชงิ รกุ (Outreach service) และ 3) การจดั พน้ื ทกี่ ารเรยี นรสู้ ำ�หรบั พอ่ แม/่
ผู้ปกครอง เพ่ือให้เกิดผลลัพธ์ คือ ปัญหาและพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพของวัยรุ่นและเยาวชนในชุมชนลดลง
เนื่องจากการดำ�เนินงานที่ผ่านมา พบว่า วัยรุ่นและเยาวชนไม่ค่อยเข้ารับบริการในสถานบริการสาธารณสุขเท่าท่ีควร
อาจเปน็ เพราะปญั หาสขุ ภาพของวยั รนุ่ มกั สบื เนอ่ื งมาจาก ปญั หาดา้ นพฤตกิ รรมทไี่ มเ่ หมาะสม เชน่ การตงั้ ครรภใ์ นวยั รนุ่
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พฤติกรรมการดื่มเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอล์ การสูบบุหร่ี ปัญหายาเสพติด ความรุนแรง
การติดเกม หรอื ปัญหาสขุ ภาพจติ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า การปรับตัวเขา้ กับสงั คม เป็นตน้
ข คมู่ อื การส่งเสรมิ สุขภาพวยั รนุ่ และเยาวชนในชมุ ชน
ดงั น้นั การดำ�เนินงานเชงิ รกุ ในชมุ ชนจึงเป็นมาตรการหน่ึงทค่ี วรให้ความส�ำ คญั และเป็นรปู แบบที่เหมาะสม ซง่ึ จะท�ำ ให้
เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและสามารถน�ำ มาประยุกตใ์ ชก้ ับกลุ่มวัยร่นุ และเยาวชนในชมุ ชนได้เป็นอยา่ งดี
โดยเนื้อหาภายในเลม่ ประกอบดว้ ยเนือ้ หา 3 ส่วน ไดแ้ ก่
สว่ นท่ี1แนวทางการสรา้ งพน้ื ทเ่ี ยาวชนซงึ่ เนอื้ หาในสว่ นน้ีประกอบดว้ ยแนวทาง/ขนั้ ตอนการสรา้ งพน้ื ทเี่ ยาวชน
ในชมุ ชนส�ำ หรบั คนนอกชมุ ชนหรอื คลกุ คลกี บั ชมุ ชนนอ้ ย แนวทางการสรา้ งพนื้ ทเ่ี ยาวชนส�ำ หรบั คนกง่ึ นอกกง่ึ ในชมุ ชนหรอื
ผู้ท่ีคลุกคลีอยู่ในชุมชนมาก และตัวอย่างการดำ�เนินงานการสร้างพ้ืนท่ีเยาวชนที่ประสบผลสำ�เร็จ และเกิดความย่ังยืน
ในชมุ ชน
สว่ นที่ 2 แนวทางการด�ำ เนนิ งานเชิงรกุ (Outreach service) ซงึ่ เนื้อหาในสว่ นน้ี ประกอบด้วยข้นั ตอนการ
ดำ�เนินงานตามมาตรฐาน ตัวอย่าง / แนวทางการดำ�เนินงาน รูปแบบกิจกรรม และองค์ประกอบที่สำ�คัญๆ ในการ
ดำ�เนินงานกบั วยั รุ่นและเยาวชนในชมุ ชน
และ สว่ นท่ี 3 แนวทางการจดั พน้ื ทกี่ ารเรยี นรู้ “คยุ กบั ลกู เรอื่ งเพศ” ซงึ่ เนอ้ื หาในสว่ นนี้ ประกอบดว้ ย แนวทาง
การจัดเวทีเรียนรู้สำ�หรับพ่อแม่ ตัวอย่าง/รูปแบบของการจัดพ้ืนที่การเรียนรู้ บทเรียนจากพื้นท่ีสู่แนวทางการจัดพื้นท่ี
การเรียนร้ขู องพ่อแม่ และองคป์ ระกอบท่สี �ำ คญั ส�ำ หรับการจดั พืน้ ท่ีการเรียนรู้ของพอ่ แม่ ซ่งึ ผู้ปฏิบัตงิ านในพ้นื ท่/ี ชมุ ชน
สามารถใชเ้ ปน็ แนวทางในการดำ�เนนิ งานจดั พน้ื ทก่ี ารเรยี นรสู้ ำ�หรบั พอ่ แม/่ ผปู้ กครอง และสามารถนำ�ไปประยกุ ตใ์ ชต้ าม
ปญั หาของวยั รุ่นและเยาวชนและบรบิ ทของพื้นท่ีได้
นอกจากนี้ ยงั ไดร้ วบรวมเนอ้ื หาทเ่ี ปน็ ประโยชนต์ อ่ การดำ�เนนิ งานสง่ เสรมิ สขุ ภาพวยั รนุ่ และเยาวชนในชมุ ชน
ไดแ้ ก่ ตัวอยา่ งการท�ำ งานกบั วัยรุ่นในพืน้ ท่ีต่าง ๆ ในประเทศไทย การสง่ เสรมิ สุขภาพและปอ้ งกนั ปญั หาสุขภาพวัยรนุ่ ใน
ตา่ งประเทศ รปู แบบโปรแกรมการสง่ เสรมิ สขุ ภาพในวยั รนุ่ และเยาวชนทง้ั ในประเทศและตา่ งประเทศ ระบบสขุ ภาพภาค
ประชาชนกับการส่งเสริมสุขภาพและปอ้ งกันปญั หาในวยั รนุ่ และเยาวชน เปน็ ตน้
กรมควบคุมโรค กรมอนามัย และกรมสุขภาพจิต หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คู่มือการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นและ
เยาวชนในชมุ ชนเลม่ น้ี จะเปน็ ประโยชนแ์ กบ่ คุ ลากรสาธารณสขุ และเครอื ขา่ ยทท่ี �ำ งานเกยี่ วขอ้ งกบั วยั รนุ่ และเยาวชนใน
ชมุ ชน ทงั้ ในแงแ่ นวคดิ /แนวทางในการปฏบิ ตั งิ านเพอ่ื สง่ เสรมิ และปอ้ งกนั ปญั หาสขุ ภาพทง้ั ทางดา้ นรา่ งกายและทางดา้ น
จติ ใจ และเพอ่ื ใหเ้ กดิ เปน็ รปู ธรรมในการด�ำ เนนิ งานเพอ่ื แกไ้ ขปญั หาวยั รนุ่ และเยาวชนในสงั คมไทยไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
มากยิ่งขน้ึ ต่อไป
ดว้ ยความปรารถนาดี
(นายแพทย์ ดร.พรเทพ ศิริวนารงั สรรค์) (นายแพทยโ์ สภณ เมฆธน) (นายแพทยเ์ จษฎา โชคด�ำ รงสุข)
อธบิ ดกี รมอนามยั อธิบดีกรมควบคุมโรค อธบิ ดกี รมสุขภาพจติ
ค่มู ือการสง่ เสรมิ สุขภาพวยั รนุ่ และเยาวชนในชุมชน ค
สารบัญ
หน้า
บทน�ำ 1
บทสรุปผบู้ รหิ าร 3
สว่ นท่ี 1 แนวทางการสร้างพ้ืนทเี่ ยาวชน 7
บทท่ี 1 : สูตรการพัฒนาพื้นท่ีเยาวชน : คณุ ก็ทำ�ได้ 9
ถอดรหสั การทำ�งานพื้นท่สี ำ�หรบั เยาวชนจังหวดั เชียงใหม ่ 13
ถอดรหัสการทำ�งานพื้นทีส่ �ำ หรับเยาวชนอ�ำ เภอโนนคูณ จงั หวัดศรีสะเกษ 23
เรยี นรคู้ วามเหมอื นและความแตกต่างจากสองพืน้ ท่ี : เชียงใหมแ่ ละโนนคูณ 28
บทท่ี 2 : ลานพ้ืนที่สร้างสรรค์ TO BE NUMBER ONE 31
ส่วนท่ี 2 แนวทางการดำ�เนนิ งานเชิงรุก (Outreach service) 37
บทที่ 3 : เคลด็ (ไม่)ลับกบั การท�ำ งานเชิงรกุ 39
สว่ นท่ี 3 แนวทางการจัดพื้นท่กี ารเรยี นรู้ “คุยกบั ลกู เรอ่ื งเพศ” 51
บทท่ี 4 : รปู แบบและบทเรียนจากการจัดพน้ื ที่การเรียนรู้ของพ่อแม่ 53
ภาคผนวก 61
การสง่ เสริมสขุ ภาพและป้องกนั ปัญหาสขุ ภาพวัยรุ่นในตา่ งประเทศ 70
รปู แบบการสง่ เสริมสขุ ภาพและปอ้ งกันปัญหาสขุ ภาพในวยั ร่นุ 76
ระบบสขุ ภาพภาคประชาชนกับการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันปัญหาในกลุ่มวยั รุน่
เอกสารอา้ งองิ 100
รายนามคณะอนกุ รรมการประสานการบริหารแผนงานการดแู ลสขุ ภาพวัยรนุ่ อยา่ งมีคุณภาพ 103
รายนามคณะท�ำ งาน 105
รายนามผู้วิพากษ ์ 107
รายนามผ้เู ขียนและผเู้ รียบเรยี ง 109
110
ค่มู อื การส่งเสริมสขุ ภาพวยั รุ่นและเยาวชนในชุมชน 1
บทน�ำ
ปญั หาใหญใ่ นการท�ำ งานกบั วยั รนุ่ และเยาวชน คอื กลมุ่ เปา้ หมายนส้ี ว่ นใหญไ่ มเ่ ขา้ มารบั บรกิ ารในสถานบรกิ าร
สาธารณสขุ โดยเฉพาะบรกิ ารของภาครฐั อาจจะเปน็ เพราะปจั จยั ดา้ นสขุ ภาพทยี่ งั แขง็ แรง หรอื ปจั จยั ดา้ นเศรษฐกจิ หรอื
ปัจจัยดา้ นอารมณ์ ความรู้สกึ เน่ืองจากปญั หาในวยั รุ่นมกั เปน็ ปัญหาที่สัมพันธก์ บั การเปลีย่ นแปลงเชิงพัฒนาการ จึงมัก
เปน็ ปญั หาสุขภาพท่มี สี าเหตุมาจากพฤติกรรมทางเพศ และพฤติกรรมเสีย่ งทางสังคม การเสพติดและทดลองสิง่ ท้าทาย
ตา่ ง ๆ เชน่ บหุ ร่ี สรุ า สารเสพตดิ เกม การขบั รถซง่ิ ความรนุ แรง จงึ เปน็ ทที่ ราบกนั ดวี า่ การบรกิ ารสขุ ภาพในเชงิ รบั เพยี ง
อย่างเดียว ไม่สามารถป้องกันปัญหาของวัยรุ่นและเยาวชนได้ จำ�เป็นต้องใช้บริการเชิงรุก คือรุกเข้าหากลุ่มเป้าหมาย
โดยตรง และเพอื่ ใหค้ รอบคลมุ วยั รนุ่ กลมุ่ ตา่ ง ๆ การรกุ เขา้ สกู่ ลมุ่ บคุ คลและเครอื ขา่ ยทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั วยั รนุ่ กม็ คี วามสำ�คญั
เชน่ กนั โดยเฉพาะกลมุ่ พอ่ แม่ ผูป้ กครอง บุคลากรด้านการศึกษา กลุ่มแกนน�ำ ในชุมชน และองค์กรเอกชนตา่ ง ๆ
จากขอ้ มลู สู่การปฏิบตั ิ : สถานการณป์ ญั หาสขุ ภาพของวัยรนุ่
จากขอ้ มลู สถานการณเ์ รอ่ื งเพศของกระทรวงสาธารณสขุ พบวา่ วยั รนุ่ ไทยมเี พศสมั พนั ธเ์ รว็ ขนึ้ และอายนุ อ้ ยลง
เร่ือยๆ ท�ำ ให้เกดิ ปญั หาการต้งั ครรภ์ท่ีไม่พร้อมตามมา สาเหตหุ ลกั คอื ไมไ่ ด้ปอ้ งกนั กอ่ นการมเี พศสมั พนั ธ์ การคมุ ก�ำ เนดิ
ไม่สมํ่าเสมอ เนื่องจากการขาดความรู้ในการคุมกำ�เนิด หรืออาจเกิดการเข้าใจผิดว่ามีเพศสัมพันธ์คร้ังเดียวไม่ต้ังครรภ์
และการใชถ้ ุงยางจะขดั ขวางความรสู้ ึกทางเพศ เปน็ ตน้
นอกจากน้ี วัยรุ่นยังไม่กล้าเข้าพบเจ้าหน้าท่ีเพ่ือขอรับบริการคุมกำ�เนิด ส่งผลให้วัยรุ่นส่วนใหญ่ไม่สามารถ
เข้าถึงบริการคมุ กำ�เนดิ ได้ โดยปี 2555 มีรายงานวา่ แมว่ ยั รนุ่ อายุตา่ํ กว่า 15 ปี คลอดลูก 3,725 คน หรอื เฉล่ียวันละ
10 คน แมว่ ยั รนุ่ อายตุ ํา่ กว่า 20 ปี คลอดลูก 133,176 คน หรอื เฉลี่ยวนั ละ 365 คน และมีแม่วยั รุน่ คลอดลูกซํา้ ปีละ
15,443 คน หรือเฉลย่ี วันละ 42 คน การส�ำ รวจจ�ำ นวนวยั รุ่นตงั้ ครรภ์ไมพ่ ร้อมในโรงพยาบาลสงั กดั รัฐบาล ระหว่างปี
พ.ศ. 2544-2552 และการส�ำ รวจจ�ำ นวนและอตั ราเจริญพันธ์ุตอ่ ประชากรหญงิ พันคน พ.ศ. 2550-2554 โดยกระทรวง
สาธารณสุข พบขอ้ มูลท่สี อดคลอ้ งกัน คอื มวี ยั รนุ่ ตง้ั ครรภเ์ พิม่ ข้ึนจากร้อยละ 10 เปน็ รอ้ ยละ 40 ซง่ึ เชอ่ื มโยงกบั ขอ้ มลู
ขององคก์ ารอนามยั โลกทรี่ ะบวุ า่ ประเทศไทยมจี �ำ นวนหญิงอายุตํ่ากวา่ 20 ปตี ั้งครรภแ์ ละคลอดบตุ รถงึ ร้อยละ 13 สูง
กวา่ เกณฑ์ทั่วโลกท่รี ะบุไวท้ รี่ ้อยละ 10 (ศิรพิ ร จริ วฒั น์กุลและคณะ, 2554) นอกจากนนั้ ข้อมลู จากองคก์ รทุนเพือ่ เดก็
แห่งสหประชาชาติหรือยูนิเซฟยังพบว่าในปี 2554 ประเทศไทยมีอัตราการตั้งครรภ์ของแม่วัยรุ่นมากที่สุดเป็นอันดับ
หน่ึงในภมู ภิ าคเอเซียและเป็นอนั ดับสองรองจากทวีปอัฟริกา (Unicef, 2012)
ขอ้ มูลจากกรมอนามยั (2554) ระบุวา่ การตัง้ ครรภ์ในวยั รุ่น หมายถงึ การต้งั ครรภ์ในวยั รุ่นท่ีอายุนอ้ ยกว่า
20 ปี ซง่ึ แมว้ า่ รา่ งกายของวยั รนุ่ จะเตบิ โตพอทจี่ ะตง้ั ครรภไ์ ด้ แตก่ ย็ งั ไมส่ มบรู ณพ์ อทจี่ ะตง้ั ครรภแ์ ละคลอดอยา่ งปลอดภยั
จากการศึกษาหลายแหล่งพบว่า มารดาวัยรุ่นมีอัตราการตายขณะคลอดสูงกว่าผู้ใหญ่ นอกจากนี้วัยรุ่นส่วนใหญ่ที่ต้ัง
ครรภ์มักเปน็ การตง้ั ครรภท์ ไ่ี มพ่ ร้อม กลา่ วคือ ต้ังครรภโ์ ดยไมต่ ้ังใจ(ถูกกระทำ�หรือมเี พศสมั พันธโ์ ดยไมม่ กี ารปอ้ งกันไม่รู้
วิธีการป้องกัน) เป็นการต้ังครรภ์นอกสมรสที่มักไม่ได้ฝากครรภ์และไม่มีการดูแลครรภ์ที่เหมาะสม ซ่ึงการตั้งครรภ์ไม่
พรอ้ มจะมีผลต่อสภาพจติ ใจของหญิงตัง้ ครรภ์ อาทิ มีความเครยี ด ซึมเศร้า มโี อกาสทำ�ร้ายตนเอง ทำ�ร้ายทารกที่คลอด
ออกมาหรือทอดทง้ิ ทารก สว่ นทารกแรกคลอดจากแมว่ ยั รุน่ ส่วนใหญท่ ่คี ลอดกอ่ นกำ�หนดมักมีนํ้าหนกั ตวั นอ้ ยกวา่ แม่ท่ี
อายุ 20 ปขี นึ้ ไปถงึ 10 เทา่ เลย้ี งยากและมพี ฒั นาการดา้ นตา่ งๆ ชา้ กวา่ ทคี่ วร มโี อกาสถกู ทำ�รา้ ยและมโี อกาสซาํ้ รอยเปน็
2 คูม่ ือการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นและเยาวชนในชมุ ชน
แมว่ ยั รนุ่ นอกจากนม้ี กี ารศกึ ษาพบวา่ รอ้ ยละ 40 ของการทำ�แทง้ ทไี่ มป่ ลอดภยั อยใู่ นกลมุ่ วยั รนุ่ และเยาวชน (กรมอนามยั ,
2554) ดงั นนั้ การตง้ั ครรภใ์ นวยั รนุ่ อายตุ า่ํ กวา่ 20 ปี จงึ ถอื วา่ เปน็ การตง้ั ครรภท์ ไี่ มพ่ รอ้ มทง้ั ทางดา้ นรา่ งกายและจติ สงั คม
แมว้ ่าวยั รุ่นบางคนต้งั ใจให้ต้งั ครรภก์ ต็ าม ซงึ่ มรี ายงานวจิ ยั จ�ำ นวนมากยืนยนั ความสมั พนั ธข์ องปญั หาสุขภาพท่ีเช่อื มโยง
กับการตั้งครรภ์ของวัยรุ่น เช่น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น การติดเชื้อเอชไอวีหรือโรคเอดส์ ภาวะแทรกซ้อนช่วง
ตง้ั ครรภ์ ปัญหาสขุ ภาพจติ ซึ่งนำ�ไปสู่ปัญหาความไมพ่ ร้อมในเลีย้ งดบู ตุ รและปัญหาในสังคมอ่ืนๆ
อาจกล่าวได้ว่าการส่ือสารรณรงค์เพื่อป้องกันปัญหาท้องไม่พร้อมหรือปัญหาแม่วัยใสน้ันเป็นยุทธศาสตร์ท่ี
หลายหนว่ ยงานใหค้ วามส�ำ คญั เพอ่ื แกไ้ ขปญั หาสาธารณสขุ เรอื่ งการตง้ั ครรภข์ องเยาวชนในระดบั ประเทศ จากสถติ ทิ ผี่ า่ น
มาส�ำ นกั สนบั สนนุ สขุ ภาวะเดก็ เยาวชนและครอบครวั สำ�นกั งานกองทนุ สนบั สนนุ การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ (สสส.) ไดท้ ำ�การ
สำ�รวจและพบข้อมูลท่ีน่าสนใจเพิ่มเติมว่าผู้หญิงไทยวัยเจริญพันธุ์มีลูกลดลงอย่างต่อเนื่องในขณะท่ีวัยรุ่นอายุน้อยกว่า
20 ปี กลบั ขยายตัวมากขน้ึ โดยปัจจยั หลกั มาจากการส่อื สารสมัยใหมใ่ นยุคโลกาภิวตั น์ทีไ่ ดท้ ำ�ให้อทิ ธิพลของวัฒนธรรม
ตะวันตกไดเ้ ข้ามาครอบงำ�วถิ ชี ีวิต สง่ ผลความเชอ่ื และค่านยิ มในดา้ นพฤตกิ รรมการใช้ชีวติ ท้ังการแตง่ กาย การคบเพ่อื น
ต่างเพศ การมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันข้ึน ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานสภาวการณ์เด็กและเยาวชนไทย
ปี 2554 ของสถาบันรามจิตติ จ�ำ นวน 20,000 คน ใน 4 ชว่ งอายจุ าก 20 จงั หวดั ทว่ั ประเทศ ซงึ่ พบว่าแนวโนม้ การมี
เพศสัมพันธจ์ ะเพิ่มมากขึน้ ในกลุม่ เยาวชนอายุตํ่ากวา่ 20 ปี ในขณะท่ขี ้อมลู ของกระทรวงสาธารณสขุ ปี 2552 ท่ที ำ�การ
สำ�รวจเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก็พบสัดส่วนการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มเยาวชนท่ีมากขึ้นท่ีมี
พฤติกรรมเส่ียงท่ีสูงข้ึนตามไปด้วย โดยพบเด็กอายุตํ่ากว่า 15 ปี คลอดบุตรปีละ 3,000 คน นอกจากนั้นยังพบว่า
การติดเชอื้ เอชไอวใี นหญิงอายนุ อ้ ยกว่า 20 ปี ทีต่ ้งั ครรภม์ ีจ�ำ นวนทเี่ พม่ิ มากขึน้ ดว้ ยเชน่ กัน
จากสถติ ทิ ก่ี ลา่ วมาลว้ นเปน็ บรบิ ทตงั้ ตน้ ทที่ ำ�ใหอ้ งคก์ รทเ่ี กย่ี วขอ้ งมนี โยบายทจี่ ะพฒั นาระบบการเรยี นรแู้ บบ
บรู ณาการทกั ษะชวี ติ ดา้ นเพศศกึ ษาและปอ้ งกนั ปญั หาทอ้ งไมพ่ รอ้ มในระดบั นโยบาย หนว่ ยงานหลายฝา่ ยทงั้ ภาครฐั และ
เอกชนได้มีความพยายามที่จะปอ้ งกันและแกไ้ ขปัญหาการต้ังครรภ์ในวัยร่นุ ดว้ ยวธิ กี ารท่ีแตกตา่ งกันไป
ค่มู ือการส่งเสรมิ สุขภาพวยั รนุ่ และเยาวชนในชุมชน 3
บทสรปุ ผบู้ รหิ าร
กระทรวงสาธารณสุขได้กำ�หนดมาตรการเชิงรุกสู่ชุมชน ภายใต้ยุทธศาสตร์ “การจัดบริการที่มีคุณภาพ
มาตรฐานครอบคลมุ และเขา้ ถงึ วยั รนุ่ ทกุ กลมุ่ ในสถานบรกิ ารสาธารณสขุ สถานศกึ ษา และชมุ ชน” ซง่ึ เปน็ มาตรการ
ท่ีเน้นการดำ�เนินงานเชิงรุกใน 3 กิจกรรมหลักๆ ได้แก่ การจัดพ้ืนที่สร้างสรรค์ที่วัยรุ่นและเยาวชนมีส่วนร่วม
การจดั บริการเชงิ รุกหรอื outreach service และการจดั พ้นื ทีเ่ รียนรู้ส�ำ หรบั พอ่ แม่ ผู้ปกครอง
ข้อมูลจากการศึกษาในต่างประเทศพบว่า กิจกรรมหรือส่ิงที่ครอบครัวและสังคมจะช่วยกันดำ�เนินการ
เพอื่ ปอ้ งกนั ปญั หาพฤตกิ รรมเสยี่ งในวยั รนุ่ เชน่ ปญั หาการตง้ั ครรภใ์ นวยั รนุ่ มหี ลกั ฐานสนบั สนนุ วา่ กจิ กรรมทส่ี ง่ ผลดตี อ่
การปอ้ งกันปัญหา ประกอบด้วย (ประเวช ตนั ตพิ ิวัฒนสกลุ และคณะ, 2555)
1. การจดั เพศศกึ ษาในโรงเรยี น สง่ เสรมิ ใหว้ ยั รนุ่ ชะลอการมเี พศสมั พนั ธค์ รงั้ แรก และจดั บรกิ ารคมุ กำ�เนดิ
รวมถึงการเขา้ ถึงถงุ ยางอนามัยสำ�หรับวยั รุ่นที่มเี พศสมั พันธ์แล้ว
2. จัดตั้งศูนย์พัฒนาเยาวชนและครอบครัวในชุมชน โดยเน้นการให้ความรู้ การพัฒนา เยาวชนและ
ครอบครวั และการเข้าถงึ บรกิ ารคุมกำ�เนดิ
3. การพัฒนาเยาวชน ม่งุ เน้นการสร้างความเช่อื ม่นั ในตนเอง สร้างความภาคภูมิใจพัฒนาทักษะชีวิต
ความเข้มแข็งทางใจ รวมถึงเรอ่ื งการศึกษา และการงานอาชีพ
4. บรกิ ารเชงิ รุกสคู่ รอบครัว ให้พอ่ แม่มสี ว่ นร่วมในการปอ้ งกันปญั หาในบตุ รหลานของตนเอง
ขณะท่ีสำ�นักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กำ�หนดให้การขับเคลื่อนเพื่อป้องกัน
และแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นประเด็นสำ�คัญในแผนการดำ�เนินงานของ สสส. ในปี 2555-2557 ด้วยการ
จัดบริการที่จำ�เป็นสำ�หรับวัยรุ่นทุกด้านอย่างมีประสิทธิภาพและการทำ�งานแบบสอดประสานกันระหว่างทุกองค์กร
ภาคสว่ นในระดบั พนื้ ทโ่ี ดย สสส.รว่ มกบั ภาคที เ่ี กย่ี วขอ้ งออกแบบภารกจิ 9 ดา้ นเพอื่ ปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาการตงั้ ครรภ์
ในวยั รุ่นแบบบูรณาการ (ส�ำ นกั งานกองทนุ สนบั สนุนการสร้างเสรมิ สขุ ภาพ, 2556) ดงั น้ี
ภารกิจที่ 1 พัฒนากลไกประสานการทำ�งาน และกระตุ้นให้มีการทำ�หน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
การตง้ั ครรภใ์ นวยั รุ่นของแตล่ ะฝา่ ยที่เก่ยี วข้องอย่างเขม้ แขง็
ภารกิจที่ 2 การสนบั สนนุ ใหพ้ ่อแมม่ ที กั ษะคุยกบั ลกู อย่างเปดิ ใจเร่ืองความรักความสมั พันธ์ และเพศสัมพนั ธ์
ภารกจิ ท่ี 3 มกี ลไกสนบั สนนุ ใหท้ กุ โรงเรยี นมกี ารเรยี นการสอนเรอ่ื งการพฒั นาทกั ษะชวี ติ และเพศวถิ ศี กึ ษารอบดา้ น
ภารกิจที่ 4 การวเิ คราะห์ และออกแบบการท�ำ งานเพือ่ เจาะกลุม่ วัยรุ่นท่มี ีแนวโนม้ ว่าจะมเี พศสมั พนั ธ์และเสีย่ ง
ตอ่ การต้ังครรภ์โดยเฉพาะ
ภารกิจที่ 5 การรณรงค์ส่ือสารให้วัยรุ่นตระหนักถึงความรับผิดชอบ เพ่ือชะลอการมีเพศสัมพันธ์คร้ังแรก
ร่วมไปกับการรณรงค์ใหว้ ัยรุ่นใช้การคมุ ก�ำ เนดิ ท่ไี ด้ผลหากตอ้ งมีเพศสมั พนั ธ์
ภารกจิ ท่ี 6 จดั ใหม้ บี รกิ ารสขุ ภาพทเ่ี ปน็ มติ รกบั วยั รนุ่ ครอบคลมุ บรกิ ารทจ่ี �ำ เปน็ ทกุ ดา้ น และเขา้ ถงึ วยั รนุ่ ทกุ กลมุ่
ภารกจิ ที่ 7 ระบบบรกิ ารที่สมั พนั ธ์เชือ่ มโยงกนั ทงั้ ดา้ นสุขภาพการศึกษา และด้านสงั คมท่ีใหก้ ารชว่ ยเหลือวยั รุน่
ทป่ี ระสบปญั หาตง้ั แตเ่ รม่ิ รบั รปู้ ญั หาจนกระทง่ั วยั รนุ่ และผเู้ กยี่ วขอ้ งสามารถจดั การปญั หาไดอ้ ยา่ งเหมาะสม โดยความมี
ส่วนรว่ มและการตัดสินใจของตัววัยรุ่น
4 ค่มู อื การสง่ เสรมิ สขุ ภาพวัยรุ่นและเยาวชนในชุมชน
ภารกิจที่ 8 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกพ้ืนที่ พัฒนา “พ้ืนท่ีสร้างสรรค์สำ�หรับเยาวชน” (อายุ 13-25 ปี)
และสนับสนุนทรัพยากรอย่างเหมาะสม เพ่ือเอ้ือให้วัยรุ่นได้ใช้เวลาว่างท�ำ กิจกรรมดีๆ อย่างสร้างสรรค์ ช่วยให้เกิด
ความตระหนกั ในคณุ ค่าของตนเอง
ภารกจิ ที่ 9 การพัฒนาระบบข้อมลู เพือ่ ตดิ ตามและประเมินความก้าวหน้า และการจดั การความรู้ เพ่ือพัฒนา
ศกั ยภาพผ้ปู ฏบิ ตั ิงานอย่างต่อเนื่อง
จากทง้ั 9 ภารกจิ จงึ น�ำ ไปสบู่ ทสรปุ ของการด�ำ เนนิ กจิ กรรม 3 แบบในมาตรการเชงิ รกุ สชู่ มุ ชนดงั ทก่ี ลา่ วมาขา้ งตน้
คู่มือการส่งเสรมิ สขุ ภาพวัยรุน่ และเยาวชนในชมุ ชน 5
6 ค่มู ือการส่งเสรมิ สขุ ภาพวยั รุ่นและเยาวชนในชมุ ชน
คู่มือการส่งเสรมิ สขุ ภาพวัยรุน่ และเยาวชนในชมุ ชน 7
8 ค่มู ือการส่งเสรมิ สขุ ภาพวยั รุ่นและเยาวชนในชมุ ชน
ค่มู อื การส่งเสริมสขุ ภาพวัยรนุ่ และเยาวชนในชมุ ชน 9
บทท่ี 1 : สตู รการพฒั นาพืน้ ทีเ่ ยาวชน:คณุ ก็ท�ำ ได้
บทเชญิ ชวน
หากทา่ นเคยท�ำ งานกบั “กลมุ่ เดก็ และเยาวชน” มากอ่ น เราชกั ชวนทา่ นใหข้ ยบั มาท�ำ งานเพอื่ “สรา้ งพนื้ ทส่ี �ำ หรบั
เดก็ และเยาวชน” การท�ำ งานนไี้ มไ่ ดย้ ากอยา่ งทค่ี ดิ เพยี งทา่ นชะลอการเรง่ รดั ผลลพั ธใ์ นการท�ำ งานลงสกั นดิ และเพมิ่ ความ
ละเอยี ดอ่อนต่อการมองชวี ิตและปัญหาทางสงั คมสกั หนอ่ ยเท่าน้ัน และเม่ือท่านไดท้ �ำ งานในแนวทางนี้ สง่ิ ที่ตัวท่านเอง
จะได้เรียนรู้และพัฒนาตลอดกระบวนการทำ�งาน คือ การทำ�งานภายใต้แนวคิดที่เป็นนามธรรมที่ได้รับฟังกันตลอดมา
ว่าแทท้ ี่จรงิ แล้วในทางปฏิบัตเิ ป็นอย่างไร ซ่ึงประกอบด้วย 1) การมองและแก้ปญั หาเดก็ และเยาวชนอย่างเชอื่ มโยงกบั
ปญั หาอน่ื ในชมุ ชน 2) การทำ�งานอยา่ งมสี ว่ นรว่ มทแ่ี ทจ้ รงิ กบั เดก็ และเยาวชน 3) การทำ�งานดว้ ยความตระหนกั ในความ
สมั พนั ธเ์ ชงิ อ�ำ นาจ(ระหวา่ งผใู้ หญก่ บั เยาวชน ระหวา่ งคนในชมุ ชนและนอกชมุ ชน) 4) การท�ำ งานทล่ี ะเอยี ดออ่ นกบั ความ
แตกตา่ งหลากหลายของเด็กและเยาวชน และ 5) การท�ำ งานท่ีค�ำ นงึ ถึงความยั่งยืน
แนวทางการสร้างพน้ื ที่เยาวชนส�ำ หรบั คนนอกชมุ ชนหรอื คลกุ คลีกับชุมชนน้อย
ขอ้ เสนอในการท�ำ งานส�ำ หรบั คนนอกชมุ ชนกค็ อื ทศิ ทางการทำ�งานควรเปน็ การขายความคดิ และปรบั เปลย่ี น
ทิศทางการทำ�งานของหน่วยงานและ/หรือผู้มีหน้าที่ในการทำ�งานกับเด็กและเยาวชน ให้ขยับจากแนวทางท่ีคุ้นเคยคือ
การท�ำ งานทีผ่ ใู้ หญ่เปน็ ผชู้ ีน้ ำ� ขดั เกลา เยาวชน มาเปน็ การสรา้ งพน้ื ทท่ี ีเ่ ออ้ื โอกาสใหเ้ ด็กและเยาวชนได้เติบโตทางความ
คิดและสตปิ ัญญา ดงั นน้ั การท�ำ งานจงึ เปน็ “การเรียนรู้ท่ีจะท�ำ งานอยา่ งมีส่วนรว่ มที่แทจ้ ริง” ระหว่าง 3 ภาคหี ลกั “ทีม่ ี
อ�ำ นาจไมเ่ ทา่ เทยี มกนั ” คอื 1) คนภายนอกชมุ ชน 2) ผรู้ บั ผดิ ชอบเชงิ นโยบายของหนว่ ยงานทท่ี ำ�งานกบั เดก็ และเยาวชน
และผู้ท่ไี ด้รบั มอบหมายใหท้ �ำ งานกับเดก็ และเยาวชน และ 3) กลมุ่ ที่มอี �ำ นาจต่อรองน้อยทสี่ ดุ คอื เยาวชน
ผลสมั ฤทธขิ์ องการทำ�งานเพอ่ื สรา้ งพนื้ ทใี่ หเ้ ดก็ และเยาวชน จงึ หมายถงึ การเออ้ื โอกาสใหเ้ ดก็ และเยาวชนได้
มคี วามกลา้ และม่ันใจในการเสนอความคิด มีความสามารถในการต่อรองกบั ผมู้ อี ำ�นาจมากกวา่ รวมท้งั มีบทบาทหลกั
ในการวางแผน และ รบั ผดิ ชอบในการด�ำ เนนิ กจิ กรรมของกลมุ่ เยาวชนเอง ในขณะทอ่ี กี 2 ภาคี ถอยบทบาทมาเปน็ ผทู้ คี่ อย
สนับสนุนและประคับประคองให้เกิดกิจกรรมดังกล่าว และช่วยให้เกิดการสรุปบทเรียนในการทำ�กิจกรรมแต่ละครั้ง
ซ่ึงภายใต้กระบวนการนี้จะทำ�ให้เยาวชนได้เรียนรู้และได้พัฒนาศักยภาพในทุกข้ันตอนของการทำ�งาน เพื่อเตรียมเป็น
ผ้ใู หญ่ทม่ี ที ักษะชวี ติ ทัง้ ในดา้ น ความคิด สติปัญญาและการท�ำ งาน ทพ่ี ร้อมรับมอื กบั สงั คมทีเ่ ปล่ยี นแปลงอยา่ งรวดเร็ว
สูค่ วามทันสมัย
แนวทางการท�ำ งาน ”โดยย่อ” มดี งั ต่อไปนี้
ข้ันตอนท่ี 1 ท�ำ ความเขา้ ใจบริบทพ้ืนทใ่ี นภาพกว้าง
ขนั้ ตอนนเี้ ปน็ ทส่ี �ำ คญั ขนั้ ตอนแรกในการท�ำ งานในพน้ื ทรี่ ะดบั กวา้ ง โดยบรบิ ทพนื้ ทห่ี มายถงึ บรบิ ททางสงั คม
วฒั นธรรมและการเมอื งทีเ่ ปล่ียนแปลงไปในพนื้ ทีอ่ นั มาจากผลกระทบของการเปลยี่ นแปลงไปส่คู วามทนั สมัย ซึ่งแตล่ ะ
พน้ื ทมี่ ผี ลกระทบจากความทนั สมยั ไมเ่ ทา่ กนั หากท�ำ งานในระดบั จงั หวดั ซง่ึ เปน็ พนื้ ทใี่ หญจ่ ะตอ้ งจ�ำ แนกวา่ จะแบง่ พน้ื ทเ่ี ปน็
ก่แี บบตามผลกระทบจากการเปล่ยี นแปลงดงั กล่าว แตล่ ะแบบประกอบดว้ ยอ�ำ เภออะไรบา้ ง และจะเลอื กอำ�เภอใดเปน็
ตวั แทนในแตล่ ะแบบเพอ่ื ท�ำ งานน�ำ รอ่ ง โดยค�ำ นงึ ถงึ ความสมคั รใจเปน็ หลกั ทง้ั นเ้ี พอื่ จะหาแนวทางรว่ มกนั กบั ผรู้ บั ผดิ ชอบ
งานเด็กและเยาวชนในการหารูปแบบการทำ�งานที่สอดคล้องกับแต่ละพ้ืนที่ จากนั้นหาข้อมูลในการทำ�ความเข้าใจ
เบ้ืองตน้ วา่ ในพ้นื ทีร่ ะดับอ�ำ เภอทีส่ มคั รใจร่วมท�ำ งานน้นั มกี ารเปลยี่ นแปลงของชุมชนอย่างไร เด็กและเยาวชนในพื้นท่ี
จ�ำ แนกเบอื้ งต้นได้กกี่ ลุม่ อะไรบ้าง และมีโครงสร้างทเ่ี ป็นทางการใดบ้างทม่ี ีหน้าท่รี บั ผิดชอบงานเดก็ และเยาวชน
10 คมู่ ือการส่งเสรมิ สุขภาพวัยรุน่ และเยาวชนในชุมชน
ขน้ั ตอนท่ี 2 วางทมี งานใหส้ อดคล้องกับยทุ ธศาสตร์
การท�ำ งานในฐานะคนนอกชมุ ชนทเ่ี ลอื กแนวทางสรา้ งพน้ื ทเ่ี ยาวชนผา่ นโครงสรา้ งทมี่ งี บประมาณและมหี นา้
ทใ่ี นการดแู ลเยาวชนอยแู่ ลว้ ซง่ึ อาจเปน็ องคก์ รบรหิ ารสว่ นตำ�บล เทศบาล หรอื โรงเรยี น จงึ จำ�เปน็ ตอ้ งมที มี ท�ำ งาน 2 ชดุ
คอื ชดุ แรก เปน็ ทมี ทเ่ี ปน็ ผใู้ หญเ่ พอื่ ท�ำ หนา้ ทขี่ ายความคดิ และตอ่ รองกบั ผบู้ รหิ ารหนว่ ยงานและผรู้ บั ผดิ ชอบงานเดก็ และ
เยาวชน และชดุ ท่ี 2 เปน็ ทมี ภาคสนามทม่ี วี ยั ใกลเ้ คยี งกบั เยาวชน ทำ�หนา้ ทสี่ รา้ งความคนุ้ เคยและเกบ็ ขอ้ มลู เพอื่ ทำ�ความ
เข้าใจในรายละเอยี ดของพื้นท่ี วถิ ีชวี ิตและการรวมกลมุ่ ของเยาวชน
ขน้ั ตอนท่ี 3 ทำ�ความเข้าใจเชงิ ลึกในบรบิ ทพ้นื ทีท่ เ่ี ลือกท�ำ งาน
ข้นั ตอนนี้เปน็ ขัน้ ตอนท่ีสำ�คญั ทีส่ ดุ ทก่ี ำ�หนดความสำ�เรจ็ หรอื ลม้ เหลว จำ�เป็นตอ้ งใหเ้ วลานานพอเพ่อื ใหเ้ กิด
ความเขา้ ใจแจม่ ชดั โดยบทบาทหลกั ในการคน้ หาขอ้ มลู เปน็ ของทมี ภาคสนาม และมที มี ทเ่ี ปน็ ผใู้ หญเ่ ปน็ ผตู้ งั้ คำ�ถามเพอื่
ให้ไดข้ ้อมูลท่ีเพียงพอตอ่ การกำ�หนดยทุ ธศาสตร์ในชว่ งตอ่ ไป
ข้อมูลท่คี วรมอี ย่างนอ้ ยทีส่ ุดต้องมาจากค�ำ ถามต่อไปนไี้ ด้ คือ
ในส่วนของข้อมลู ชมุ ชน : หลังจากทชี่ ุมชนเปล่ียนแปลงไปสู่ความทนั สมัยแล้ว คนในชุมชนซ่ึงเคยมีวิถีชีวิต
คลา้ ยคลงึ กนั เปลย่ี นไปเปน็ กก่ี ลมุ่ แตล่ ะกลมุ่ มลี กั ษณะอยา่ งไรบา้ ง และกลมุ่ ทแ่ี ตกตา่ งกนั นน้ั เชอ่ื มโยงกนั ดว้ ยเงอ่ื นไขใด
มวี ฒั นธรรมใดบา้ งทยี่ งั คงเหลอื อยแู่ ละเปน็ จดุ แขง็ ของพน้ื ทท่ี ก่ี ลมุ่ เยาวชนสามารถเขา้ ไปรว่ มได้ มคี วามสมั พนั ธเ์ ชงิ อำ�นาจ
หรอื การเมืองในพื้นทีอ่ ยา่ งไร มีโครงสร้างอยา่ งเป็นทางการใดบ้างทมี่ หี นา้ ที่รับผิดชอบในการดแู ลกล่มุ เด็กและเยาวชน
และ ใครเปน็ ผู้รบั ผิดชอบ มใี ครทีเ่ ปน็ บคุ คลส�ำ คญั ที่ควรทำ�งานร่วม ในโครงสรา้ งดงั กลา่ ว เพราะอะไร
ในสว่ นข้อมลู เด็กและเยาวชน : เดก็ และเยาวชนปัจจบุ ันมีก่กี ล่มุ อะไรบ้าง กลมุ่ ใดท่ีถูกจดั ตงั้ ข้นึ จัดต้งั ขึ้น
โดยใคร เพราะเหตใุ ด กลมุ่ ใดทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการทเี่ ยาวชนรวมตวั กนั เอง รวมตวั กนั ดว้ ยเงอ่ื นไขใด มกี จิ กรรมหรอื โครงการ
เยาวชนใดบา้ งทดี่ �ำ เนนิ การอยู่ ใครเปน็ ผขู้ บั เคลอื่ นกจิ กรรมดงั กลา่ ว ในกจิ กรรมเหลา่ นนั้ เยาวชนมบี ทบาทและมสี ว่ นรว่ ม
มากนอ้ ยเพียงใด หากมองจากการท�ำ งานจริงใครเปน็ ผนู้ �ำ ทเ่ี ดก็ และเยาวชนยอมรับ คนในชมุ ชนรบั รูแ้ ละมสี ว่ นรว่ มใน
กิจกรรมดงั กล่าวมากน้อยเพียงใด
ขน้ั ตอนที่ 4 วิเคราะห์โครงสรา้ งและตวั ละครทีม่ แี นวโน้มจะร่วมงาน
ขั้นตอนนี้เปน็ การวเิ คราะหข์ อ้ มูลทไ่ี ด้มาจากขัน้ ตอนที่3 เพ่ือวางยทุ ธศาสตรแ์ ละแผนงานภาคปฏิบัติ วา่ จะ
เลอื กท�ำ งานกบั โครงสรา้ งใดในชมุ ชนทร่ี บั ผดิ ชอบเยาวชน และในชว่ งระยะแรกซงึ่ เปน็ การขายความคดิ นจ้ี ะเลอื กท�ำ งาน
กับผู้รบั ผิดชอบคนไหนจงึ จะสามารถจุดประกาย และขบั เคลือ่ นงานในระยะยาวต่อไปได้
ขั้นตอนที่ 5 : ขายความคิดเชิงนามธรรมและพสิ ูจนค์ วามเป็นไปไดผ้ ่านการปฏบิ ัติ
เป็นการเริม่ ท�ำ งานรว่ มกันในระหวา่ งภาคที งั้ 3 โดยขน้ั ตอนนีผ้ ู้ทีท่ �ำ งานจากภายนอกจะท�ำ งาน 2 ส่วน คือ
การขายความคิดในการทำ�งานที่ถอยบทบาทผู้ใหญ่และให้ความส�ำ คัญกับวิธีคิดและการทำ�งานของเด็กเยาวชน และ
ตอ้ งหาเงอ่ื นไขโอกาสเพอ่ื เขา้ รว่ มในการปรบั หรอื ออกแบบกจิ กรรมทเี่ ออ้ื ใหเ้ ยาวชนไดแ้ สดงความสามารถในการคดิ ตง้ั
ค�ำ ถาม เตรยี มงานและท�ำ งาน ซึ่งเป็นกิจกรรมท่ีตนรู้สกึ เป็นเจ้าขา้ วเจ้าของ และออกแบบให้ผู้ทีร่ ับผิดชอบงานเดก็ และ
เยาวชนเขา้ ร่วมในกจิ กรรม สงั เกต เรียนรู้ และเห็นผลงานเชิงประจักษข์ องการท�ำ งานทีใ่ ห้โอกาสเดก็ ในการมีส่วนรว่ ม
อยา่ งแท้จรงิ เพ่อื ให้เห็นวา่ การท�ำ งานแนวทางนม้ี ีความเป็นไปได้ ไมย่ าก และใหผ้ ลที่ดีกวา่ การทำ�งานแบบเดิม
ข้ันตอนที่ 6 : ดำ�เนนิ กิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชน
จังหวะของการทำ�งานในข้ันตอนน้ีมีความสำ�คัญ กล่าวคือกิจกรรมนี้จะมีความหมายเม่ือเยาวชนมีความ
ตอ้ งการ หรอื เหน็ ความส�ำ คญั วา่ เขาควรมที กั ษะบางอยา่ ง มเิ ชน่ นน้ั แลว้ จะเปน็ การท�ำ งานแบบเดมิ คอื การอบรมเยาวชน
ในส่ิงที่เขาควรเรียนรู้ในทัศนะผู้ใหญ่ ดังนั้นจะดำ�เนินการหลังจากที่กลุ่มเยาวชนได้ทำ�งานร่วมกันมาเป็นเวลาหนึ่ง
คมู่ ือการส่งเสริมสขุ ภาพวยั รุน่ และเยาวชนในชมุ ชน 11
จนพวกเขายอมรบั หรอื ตระหนกั วา่ เขาควรตอ้ งมกี ารพฒั นาทกั ษะบางอยา่ ง เชน่ ทกั ษะการเปน็ ผนู้ �ำ ในจงั หวะนส้ี ามารถ
เสรมิ บางเรอ่ื งท่ชี ีวติ เยาวชนต้องเผชญิ ในสังคมทันสมยั เช่นทกั ษะการตอ่ รอง เพศศกึ ษาและชีวติ เปน็ ต้น ท้งั น้ีต้องปรบั
กระบวนการใหเ้ ยาวชนได้มีสว่ นร่วมในการกำ�หนดรูปแบบกจิ กรรม
ขน้ั ตอนท่ี 7 : การแลกเปลย่ี นเรยี นรใู้ นระหวา่ งพน้ื ทน่ี �ำ รอ่ งในแตล่ ะแบบ และ แลกเปลย่ี นกบั หนว่ ยงานอน่ื
ขั้นตอนน้ีมีความสำ�คัญในแง่ที่เป็นการขยายกรอบความคิดและโลกทัศน์ให้ ภาคีในพ้ืนที่ท้ัง 2 กลุ่ม คือทั้ง
เยาวชนและผู้รับผิดชอบงานเด็กและเยาวชน เน่ืองจากผู้ที่รับผิดชอบงานเยาวชนและตัวเยาวชนเองมีชีวิตอยู่ในสังคม
ที่เปลี่ยนแปลงสู่เมืองแตกต่างไปจากท่ีอื่นๆ จึงควรได้เรียนรู้การท�ำ งานที่หลากหลาย และการสนับสนุนให้แลกเปลี่ยน
เรียนรกู้ นั ก็เป็นโอกาสที่จะสร้างเครือข่ายกับกล่มุ อน่ื ๆทีม่ ีความสนใจใกลเ้ คยี งกันในระยะยาวต่อไป
เนื่องจากการทำ�งานในรูปแบบน้ีเป็นการทำ�งานกับผู้รับผิดชอบงานเยาวชนและกลุ่มเยาวชนในชุมชนที่
มีหน้าท่ีและงบประมาณในการทำ�งานอยู่แล้ว โดยปรับให้พวกเขาและกลุ่มเด็กเยาวชนมีความสัมพันธ์ในแนวราบท่ีรับ
ฟงั และใหโ้ อกาสกนั มากขนึ้ รวมทงั้ ไดพ้ ฒั นาทกั ษะในการคดิ วเิ คราะห”์ รว่ มกนั ”อยา่ งเปน็ ระบบ (Plan-Do-Check-Act)
จงึ เปน็ การท�ำ งานทตี่ อบโจทย์การท�ำ งานสรา้ งพ้ืนทีเ่ ยาวชนท่นี ่าจะมคี วามยงั่ ยนื ในระยะยาว
แนวทางการสรา้ งพืน้ ทเ่ี ยาวชนสำ�หรับคนก่งึ นอกกึ่งในชมุ ชน
หรอื ผูท้ ค่ี ลกุ คลอี ยใู่ นชุมชนมาก
ข้อเสนอในการท�ำ งานเพ่ือสร้างพ้ืนท่ีให้เด็กและเยาวชนส�ำ หรับคนท่ีคลุกคลีกับชุมชนมากคือ การยกระดับ
มมุ มองของพอ่ แมผ่ ปู้ กครอง และผู้ท่เี กี่ยวขอ้ ง จากเดมิ ทมี่ องปัญหาเด็กและเยาวชนโดยเพ่งโทษทเ่ี ดก็ มาเปน็ การมอง
อยา่ งเชอ่ื มโยง เหน็ ขอ้ บกพรอ่ งของตนเอง ของสถาบนั ครอบครวั และเงอื่ นไขทางสงั คม เพอ่ื ใหท้ กุ องคาพยพไดม้ าชว่ ยกนั
แก้ไขท่ีรากเหง้าของปัญหา จากน้ันจึงเน้นในการทำ�งานกับเยาวชนด้วยการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาศักยภาพ
เด็ก การสร้างกลุ่มและเครือข่ายเยาวชน และระหว่างน้ันก็ท�ำ งานเพื่อการปรับทัศนคติและความสัมพันธ์ท่ีผู้ปกครองมี
ต่อเดก็ ไปพรอ้ มกัน โดยในช่วงหลังผทู้ ร่ี ิเริม่ งานวางบทบาทถอยหา่ งจากผ้กู ่อการมาเปน็ ผูส้ นับสนุน เพือ่ ให้กลุม่ เดก็ และ
เยาวชนทำ�งานรว่ มกบั ผู้ปกครองและชุมชนให้มากทส่ี ดุ เทา่ ทีจ่ ะเป็นไปได้
แนวทางการทำ�งาน”โดยย่อ”มีดงั ตอ่ ไปนี้
ขน้ั ตอนที่ 1 เลือกเคลื่อนงานรว่ มกบั กล่มุ เยาวชนและภาคที ่มี ีความสมั พันธ์ใกลช้ ิดกนั
ข้ันตอนน้ีมีสมมุติฐานว่าผู้ที่ทำ�งานในพ้ืนที่เคยทำ�งานอย่างใกล้ชิดร่วมกับเด็กเยาวชนและท่ีปรึกษา
กลุ่มเด็กและเยาวชนมาก่อน โดยงานดังกล่าวเป็นงานเฉพาะกิจ เช่น อบรมประเด็นบางอย่าง เข้าค่ายเป็นคร้ังคราว
หากไมม่ คี วามสมั พนั ธใ์ กลช้ ดิ ดงั กลา่ วจะตอ้ งหาผรู้ ว่ มงานทเ่ี คยท�ำ งานใกลช้ ดิ ทง้ั กบั กลมุ่ เยาวชนและทป่ี รกึ ษากลมุ่ เยาวชน
เข้ามาร่วมทมี และทสี่ �ำ คัญต้องใหเ้ วลาส�ำ หรบั การท�ำ งานทกี่ ่อให้เกดิ ความสัมพันธ์อนั ดกี นั กอ่ น เน่ืองจากการทำ�งานใน
ขัน้ ตอนตอ่ ไปตอ้ งการความเปน็ หนึง่ เดยี วของทมี
ผทู้ ีท่ �ำ งานจะทำ�งานอย่างเป็นทมี รว่ มกับทปี่ รึกษาของกลมุ่ เยาวชนและกลุ่มเยาวชน เพ่ือเคลอ่ื นงานจาก
การทำ�กิจกรรมเพ่ือแกไ้ ขปัญหาเฉพาะอย่าง มาทำ�งานเพือ่ ปรับแกเ้ หตปุ ัจจยั ใหญ่คอื ปญั หาความสัมพนั ธใ์ นครอบครวั
และเงอ่ื นไขทางสงั คมและคา่ นยิ มทท่ี ำ�ใหเ้ ยาวชนมคี วามสบั สนในตวั เอง หรอื มพี ฤตกิ รรมทไี่ มเ่ หมาะสม โดยขน้ั ตอนนจ้ี ะ
ชกั ชวนเยาวชนกลมุ่ ทจ่ี ะเปน็ แกนในการขบั เคลอื่ นดงั กลา่ ว พดู คยุ เกยี่ วกบั สถานการณป์ ญั หาเดก็ และเยาวชนในหมบู่ า้ น
และในโรงเรยี น จากนน้ั รว่ มกันวิเคราะหใ์ หเ้ ห็นสาเหตุทล่ี ึกกวา่ ปญั หาท่ปี รากฏ
12 ค่มู ือการส่งเสรมิ สขุ ภาพวัยรุ่นและเยาวชนในชมุ ชน
ขน้ั ตอนท่ี 2 ท�ำ ใหช้ มุ ชนเหน็ ปญั หาเดก็ และเยาวชนทท่ี วคี วามซบั ซอ้ นขนึ้ และเชอื่ มโยงถงึ บทบาทตนเอง
จัดเวทีพูดคุยกับผู้ปกครองเด็กและคนในชุมชน โดยมีข้อสังเกตว่า เวทีพูดคุยจะมีประสิทธิภาพสูงเม่ือช่วง
เวลาที่จัดนั้นเป็นช่วงท่ีปัญหาเด็กเยาวชนเป็นประเด็นร้อนที่คนในชุมชนกำ�ลังสนใจ ทั้งน้ีผู้ดำ�เนินการพูดคุยต้องมีวิธี
การเชื่อมโยงเพ่ือให้เห็นว่าปัญหาของเด็กและเยาวชนที่พบในชุมชนน้ันมีรากเหง้าปัญหามาจากครอบครัวและสังคม
ใหญ่อย่างเป็นรูปธรรม โดยในเวทีน้ีไม่ควรเป็นเวทีเฉพาะผู้ใหญ่ แต่ต้องนำ�เยาวชนกลุ่มแกนซ่ึงได้เตรียมการพูดคุยมา
แล้ว เข้าร่วมสนทนาในเวทดี ว้ ย ดงั น้ันในเวทดี งั กล่าวผู้ทรี่ ่วมแลกเปลย่ี นจงึ มีทงั้ ผใู้ หญแ่ ละเยาวชนทไ่ี ดร้ บั การเตรียมตวั
เพื่อให้มีความมั่นใจในการแลกเปล่ยี นทัศนะของตน ขนั้ ตอนน้จี งึ เป็นการทำ�ให้เห็นวา่ พ่อแมผ่ ู้ปกครองเอง และเง่อื นไข
แวดล้อมในชุมชน สังคม ต่างก็มีส่วนในปัญหาดงั กล่าว และจำ�เปน็ ตอ้ งแก้ไขปัญหาทโ่ี ยงใยซบั ซ้อนนร้ี ว่ มกัน และเรม่ิ ใน
สิง่ ทีส่ ามารถแก้ได้งา่ ยๆ กอ่ น
ขั้นตอนท่ี 3 ขยายการท�ำ งานไปยงั เยาวชนกลุ่มอื่นๆในชมุ ชนและด�ำ เนินกิจกรรมสรา้ งสรรคเ์ พ่ือพสิ จู น์
ศกั ยภาพเยาวชนใหเ้ ปน็ ทปี่ ระจักษ์ตอ่ ชุมชน
เม่ือระดับการวิเคราะห์ปัญหาเป็นระดับชุมชน จึงขยายการท�ำ งาน เพ่ือเปิดพ้ืนท่ีให้เยาวชนกลุ่มอื่นๆ ใน
ชมุ ชนไดเ้ ขา้ มารว่ มด้วย แมเ้ ป็นเยาวชนทมี่ คี วามตา่ งกันท้ังความประพฤตแิ ละการศึกษา ซ่งึ ควรตอ้ งให้ความสำ�คญั กับ
กลุ่มเยาวชนกลุ่มหลังท่ีคนในชุมชนมีทัศนะเชิงลบนี้ เช่น กลุ่มหัวโจก ให้ได้เข้ามาร่วมในกิจกรรมสร้างสรรค์ ท้ังน้ีทีม
ท�ำ งานตอ้ งหาเยาวชนหรอื คนทสี่ ามารถเชอ่ื มตอ่ ใหก้ ลมุ่ ดงั กลา่ วเขา้ มารว่ มกจิ กรรมโดยเตม็ ใจ และตอ้ งระวงั จดุ เปราะบาง
ในช่วงเริ่มต้นน้ี ที่ต้องหาคนทำ�งานร่วมท่ีมีศิลปะในการโน้มน้าวและสนับสนุนให้เยาวชนกลุ่มนี้ได้เข้ามาร่วมกลุ่ม
“อย่างมีศักด์ิศรี” จากนั้นจึงดำ�เนินกิจกรรมท่ีมีวัตถุประสงค์ 2 ประการคือ ประการแรก เพ่ือให้คนในชุมชนได้เห็น
ศักยภาพของเด็กเหล่าน้ีอย่างชัดเจน โดยหวังผลให้คนในชุมชนให้โอกาสและสนับสนุนกิจกรรมเด็กและเยาวชนต่อไป
กจิ กรรมดงั กลา่ วเชน่ การช่วยเตรียมสถานที่ ล้างถว้ ยชามในงานบญุ การพัฒนาหม่บู า้ น ของกลุม่ หวั โจก การช่วยแบ่ง
เบาภาระในชวี ติ ประจำ�วนั ของคนชมุ ชน เชน่ กลมุ่ พส่ี อนนอ้ งทำ�การบา้ นของเดก็ โต กลมุ่ เกบ็ ขยะในชมุ ชนทกุ 2 สปั ดาห์
ของเด็กประถม หรือกลุ่มท่สี นใจศาสนาเช่นกลมุ่ สวดมนต์ในวัดทุกวันพระรว่ มกับผูใ้ หญ่ เปน็ ตน้ ประการที่ 2 ดำ�เนนิ
กจิ กรรมเพอ่ื เสรมิ ทกั ษะชวี ติ อน่ื ๆแกเ่ ยาวชนเพอ่ื ใหเ้ ยาวชนเทา่ ทนั การเปลยี่ นแปลงของสงั คมสมยั ใหม่ ขอ้ พงึ ระวังกค็ อื
กิจกรรมทั้งหลายตอ้ งเป็นความต้องการของเดก็ หรอื ปรึกษาเด็กเยาวชน ให้เด็กเป็นผ้คู ิด ท�ำ และรับผิดชอบร่วม มิใช่
เป็นสง่ิ ทผ่ี ใู้ หญค่ ดิ ใหเ้ ด็กทำ�
ข้ันตอนที่ 4 การขยายเครือข่ายเด็กและเยาวชนไปในแนวระนาบและแนวตั้งและการดึงชุมชนร่วม
กจิ กรรม
จดุ ส�ำ คญั ของขนั้ ตอนนีค้ ือ ต้องไม่เรง่ รัดการขยายกลมุ่ แต่รอจนถงึ จงั หวะท่ีเด็กและเยาวชนมีความต้องการ
รวมกลุม่ ซึง่ จงั หวะนัน้ จะเกดิ ข้นึ ได้ก็ตอ่ เมื่อการทำ�งานในชว่ งกอ่ นหน้านี้ ไดพ้ ิสจู น์ใหเ้ ยาวชนและชุมชนเห็นว่าการรวม
กลุ่มเยาวชน มคี ณุ ค่าตอ่ ตวั เยาวชนเอง และมปี ระโยชนต์ อ่ ชมุ ชน หากจะเร่งรัดไดบ้ ้างก็จะต้องเปน็ การสร้างเงือ่ นไขให้
เยาวชนกลมุ่ อนื่ ไดเ้ หน็ วา่ การรวมกลมุ่ นนั้ เปน็ ประโยชนอ์ ยา่ งไร การขยายผลจงึ จะยง่ั ยนื และมคี วามหมาย การขยายกลมุ่
เยาวชนมที ง้ั ขยายลงในระดบั เดก็ ประถม หรอื ขยายขา้ มหมบู่ า้ น ต�ำ บล รวมทง้ั เมอื่ จงั หวะทเ่ี หมาะสมกจ็ ะสามารถเชอ่ื มโยง
ในแนวต้ังเป็นเครือข่ายระดับอ�ำ เภอต่อไป และจากการท่ีได้ท�ำ งานเพ่ือพัฒนาศักยภาพเยาวชนมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว
การท่ีเยาวชนเข้าร่วมทำ�งานกับผู้รับผิดชอบในระบบของหน่วยงานและองค์กรในระดับอำ�เภอจึงทำ�ให้มีโอกาสสูงท่ี
เยาวชนจะได้รับการยอมรบั ให้เขา้ ร่วมคดิ ดำ�เนนิ การและประเมินผล ท้ังนี้ผรู้ เิ ร่มิ งานตอ้ งทำ�หนา้ ท่ีประสานให้เกิดการ
มสี ่วนร่วมของเยาวชนในกจิ กรรมขององคก์ รเหล่านน้ั ดว้ ย
ค่มู อื การสง่ เสรมิ สขุ ภาพวยั รนุ่ และเยาวชนในชมุ ชน 13
ในระหว่างการทำ�งานกับกลุ่มและเครือข่ายนี้ ควรดึงคนในหมู่บ้านเข้าร่วมกิจกรรมเพ่ือเปล่ียนทัศนะท่ี
ผู้ใหญ่มีต่อเด็กและเยาวชนเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่น เข้าร่วมชมกิจกรรมในค่าย ร่วมทำ�อาหารในค่ายเยาวชน ซ่ึงความ
หมายนี้มิใช่เพียงการประกอบอาหารให้เด็กและเยาวชน แต่ต้องท�ำ ให้ผู้ที่เข้ามาได้มีทัศนะเชิงบวกต่อเด็ก เช่น การให้
เด็กร่วมในการเกบ็ ลา้ งจานชาม การได้เหน็ เด็กเยาวชนพูดจาฉะฉานในทสี่ าธารณะ เปน็ ต้น และเมื่อมีการดงู านเยาวชน
จากภายนอก ก็สนับสนุนใหเ้ ด็กเยาวชน รวมทงั้ ชมุ ชนเปน็ ผเู้ ตรยี มงาน ตง้ั แตต่ อ้ นรบั กล่าวสรุปงาน เพือ่ ท�ำ ใหเ้ ด็กและ
เยาวชน และคนในชมุ ชนได้ภมู ิใจในความสามารถของพวกเขา
ขนั้ ตอนท่ี 5 การทำ�งานเพอ่ื ปรับทัศนคตแิ ละสรา้ งสายสัมพนั ธ์กบั ครอบครัว
การทำ�งานขั้นตอนน้ีเป็นการเรียกร้องค่อนข้างสูงในการปรับตัวของพ่อแม่ผู้ปกครอง และคนใกล้ชิดกับเด็ก
จึงควรดำ�เนินการเมื่อครอบครัวและชุมชนเห็นศักยภาพเด็กพอสมควรแล้ว อาจกล่าวได้ว่าขั้นตอนน้ีเป็นการทำ�งาน
ท่ีเคล่ือนมาสู่การแก้ปัญหาท่ีเป็นรากของปรากฏการณ์ท่ีเกิดข้ึน ดังที่เคยชักชวนคนในชุมชนวิเคราะห์มาแต่ต้น
และเนอื่ งจากประเดน็ ทกี่ �ำ ลงั ท�ำ งานเปน็ ประเดน็ ละเอยี ดออ่ น จงึ อาจจ�ำ เปน็ ตอ้ งปรกึ ษาหรอื เชญิ ผเู้ ชย่ี วชาญในการสรา้ ง
แรงจงู ใจ และเสนอทางออกว่าจะปรบั ตัวกันอย่างไร เช่น การนำ�เสนอวิธีการท่ีเรยี กว่า พ่อแม่เลี้ยงบวก ทดี่ �ำ เนนิ ในโรง
พยาบาลโนนคูณ เป็นต้น
ขั้นตอนที่ 6 การสรา้ งความยัง่ ยนื
จากการทำ�งานมาตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนท่ี 5 น้ัน เป็นการทำ�งานท่ีคำ�นึงถึงการสร้างความย่ังยืน
มาโดยตลอด โดยความยง่ั ยนื ในทน่ี ี้ เกดิ ขน้ึ ทง้ั การท�ำ ใหเ้ ดก็ เยาวชนและผทู้ ที่ �ำ งานรว่ มกนั ทกุ ฝา่ ย เรยี นรใู้ นการคดิ วเิ คราะห์
และประเมินผลงาน รวมท้ังในช่วงท้ายๆทีมงานได้เชื่อมให้ชุมชนได้เข้ามาร่วมสนับสนุนกิจกรรม เยาวชน ท้ังแรงกาย
ทง้ั งบประมาณ ซง่ึ ไดจ้ ากการบรจิ าคบา้ ง จากทเ่ี ยาวชนขายของในงานตา่ งๆเพอ่ื หางบประมาณบา้ ง ตลอดจนทางทมี งาน
ได้ประสานให้หน่วยงานภายนอกซึ่งมีหน้าที่และมีงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมเข้ามาเชื่อมโยงกับกลุ่มเยาวชน โดยท่ี
ทมี ท�ำ งาน เพยี งใหค้ �ำ ปรกึ ษาเมอ่ื กลมุ่ เครอื ขา่ ยทง้ั หลายตอ้ งการความชว่ ยเหลอื หรอื การสนบั สนนุ เทา่ นน้ั จากการท�ำ งาน
ดังกลา่ วจงึ ทำ�ให้การทำ�งานเด็กและเยาวชนครั้งนีน้ า่ จะมคี วามยัง่ ยืนสงู
ถอดรหสั การทำ�งานพ้ืนท่ีสำ�หรับเยาวชนจงั หวัดเชยี งใหม่
การทำ�งานท่เี ริ่มจากระดบั จังหวดั
จุดเร่ิมต้นของการทำ�งาน
ในพื้นที่เชียงใหม่ การทำ�งานเร่ิมจากการที่ทีมโครงการพื้นท่ีนอกเวลาจังหวัดเชียงใหม่ “เห็นปัญหาใน
เชิงนามธรรมว่าเยาวชนไม่มีพื้นท่ีในการแสดงความคิดและออกแบบกิจกรรมของตนเอง” กล่าวคือ หัวหน้าทีมหรือ
ผรู้ เิ รม่ิ งานทร่ี บั ผดิ ชอบเชงิ นโยบาย ตอ้ งการหาทางออกของปญั หาในภาพรวมของจงั หวดั 2 ประการคอื ปญั หาเกย่ี วกบั
การขาดบุคลากรสาธารณสุขท่ีจะทำ�งานอย่างต่อเน่ืองในพ้ืนที่ห่างไกล และปัญหาสุขภาพท่ีสัมพันธ์กับกลุ่มเด็กและ
เยาวชน เช่นปัญหายาเสพติด เอดส์ การต้ังครรภ์ท่ีไม่พึงประสงค์ ทีมจังหวัดเห็นว่าท้ัง 2 ปัญหาน่าจะมีทางออกอยู่ที่
การพฒั นาเดก็ และเยาวชน โดยประเดน็ ปัญหาการขาดแคลนบคุ ลากรสาธารณสุขในทห่ี า่ งไกลนั้น ไดว้ างแผนระยะยาว
ทีจ่ ะเปิดโอกาสใหเ้ ยาวชนในพืน้ ที่ได้มีโอกาสศกึ ษาตอ่ สายวิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพในวิทยาลยั หรอื มหาวิทยาลยั เพอื่ กลบั ไป
พฒั นาบา้ นเกดิ แมว้ า่ ประเดน็ เรม่ิ ตน้ ดเู หมอื นวา่ จะเปน็ ประเดน็ ทางสาธารณสขุ แตเ่ มอ่ื ไดท้ บทวนการท�ำ งานเกย่ี วกบั เดก็
และเยาวชนทด่ี �ำ เนนิ การอยใู่ นปจั จบุ นั พบวา่ การทำ�งานในเดก็ และเยาวชนมลี กั ษณะรว่ มและขอ้ จำ�กดั อยู่ 2 ประการคอื
ประการแรก งานสว่ นใหญแ่ ลว้ เปน็ งานทคี่ นในองคก์ รซงึ่ เปน็ ผใู้ หญเ่ ปน็ ฝา่ ยคดิ และใหเ้ ยาวชนเปน็ คนปฏบิ ตั ิ โดยเยาวชน
14 คูม่ ือการส่งเสรมิ สขุ ภาพวัยร่นุ และเยาวชนในชุมชน
ไมไ่ ด้มสี ่วนร่วมในการคดิ หรือการออกแบบกจิ กรรมเลย เพียงแตเ่ อาตัวเองเขา้ ร่วมในกจิ กรรม ประการท่ี 2 มงี านบาง
ลักษณะที่เรียกกันว่างาน “ต้นแบบ” ที่องค์กรนอกชุมชนได้เข้ามาทำ�งานกับเยาวชนโดยตรง ซ่ึงมีรูปแบบของงานที่
เยาวชนมโี อกาสไดร้ ว่ มคดิ รว่ มทำ� แตง่ านในลกั ษณะนี้ กลบั ละเลยหรอื ไมใ่ หค้ วามสำ�คญั กบั โครงสรา้ งองคก์ รหรอื บคุ คล
ท่ีมีหนา้ ทร่ี ับผิดชอบงานเด็กและเยาวชนโดยตรง ทำ�ใหเ้ มอ่ื ส้นิ สดุ โครงการแลว้ ไม่มกี ารพัฒนาตอ่ เนอ่ื ง การทำ�งานของ
จังหวัดเชียงใหม่จึงพยายามท่ีจะปิดจุดอ่อนของการทำ�งานใน 2 ลักษณะนี้ กล่าวคือ ไม่ละเลยโครงสร้างและผู้รับผิด
ชอบในพน้ื ทท่ี ด่ี แู ลงานเดก็ และเยาวชน ซง่ึ อาจเปน็ องคก์ รบรหิ ารสว่ นตำ�บล เทศบาล หรอื โรงเรยี น และไมล่ ะเลยคนใน
ชมุ ชนหรอื เยาวชนทีท่ ำ�งานอยา่ งแขง็ ขนั อยู่ก่อนแล้ว
เน้นการเรียนรู้รว่ มกัน ระมดั ระวงั การหาสตู รส�ำ เร็จ
นอกจากกระบวนการทำ�งานแล้ว ทางทีมของโครงการพื้นท่ีนอกเวลาจังหวัดเชียงใหม่ ยังพบว่า ชุดความคิด
เบอ้ื งหลงั ของคนทำ�งานมีความสำ�คัญอยา่ งมากในการท�ำ งาน ดงั น้นั จงึ “ระมดั ระวงั ท่จี ะไม่มสี ูตรสำ�เร็จในการท�ำ งาน”
เนอ่ื งจากตระหนกั วา่ ปญั หาในการทำ�งานทผ่ี า่ นมาคอื การตามหาสตู รสำ�เรจ็ หรอื วธิ กี ารท�ำ งานตามล�ำ ดบั 1 2 3 ท�ำ ใหก้ าร
แกไ้ ขปญั หาไมส่ ามารถท�ำ ไดห้ รอื ท�ำ ไดแ้ ตไ่ มย่ งั่ ยนื อยา่ งไรกต็ ามแมไ้ มม่ สี ตู รส�ำ เรจ็ แตก่ ม็ รี ปู แบบในการท�ำ งานบางประการ
ทถ่ี ูกกำ�กบั ภายใต้ความเชอ่ื ทว่ี า่ “เยาวชนทุกแห่งมีศกั ยภาพใกล้เคียงกนั แต่มีโอกาสไมเ่ ทา่ กัน” ดังน้ันความสำ�เร็จ
ในการทำ�งานจงึ อยู่ทีพ่ น้ื ท่ีและอยู่ท่ีเยาวชนในพนื้ ที่เท่าน้นั เมอื่ ไมม่ ีสตู รส�ำ เร็จ คนทำ�งานจึงตอ้ ง “ทำ�ไปเรียนรู้ไป”
ภายใตช้ ดุ ความคดิ เชน่ นจี้ งึ ไมไ่ ดม้ งุ่ ไปทจี่ ะท�ำ งานอยา่ งไรกไ็ ดเ้ พอื่ ใหไ้ ดผ้ ลลพั ธท์ ต่ี อ้ งการ เชน่ มชี มรม มกี จิ กรรมอะไรบา้ ง
กคี่ รง้ั แตล่ ะเอยี ดออ่ นตอ่ การท�ำ ใหต้ วั ละครทเี่ กยี่ วขอ้ งไดเ้ รยี นรทู้ จี่ ะท�ำ งานดว้ ยกนั โดยไมย่ ดึ ตดิ กบั ประเดน็ ทจี่ ะเลอื กขนึ้
มาท�ำ งาน ไมว่ า่ จะเปน็ ประเดน็ สขุ ภาพ หรอื ประเดน็ การเรยี นการสอน หวั ใจสำ�คญั จงึ อยทู่ กี่ ารวางยทุ ธศาสตรท์ จี่ ะใหค้ น
ทท่ี �ำ งานกบั เยาวชน คนท่รี ายลอ้ มเยาวชน รวมท้งั ตัวเยาวชนเองไดม้ าเรียนร้รู ว่ มกนั ซ่ึงการท�ำ งานในรูปแบบนเี้ ปน็ การ
ให้ความส�ำ คัญกับกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในระหว่างการท�ำ งาน (Interactive learning through participatory
action) ซงึ่ ความหมายตรงตวั กค็ อื การทำ�งานครงั้ นจี้ ะไมใ่ ชท่ ำ�เสรจ็ เปน็ ครง้ั ๆ แตม่ คี วามตอ่ เนอื่ งเปน็ กระบวนการ และ
เป็นงานที่ผู้คนที่เก่ียวข้องต้องมาปฏิสัมพันธ์ หรือปะทะสังสรรค์กัน และคนที่เก่ียวข้องดังกล่าวต้องเรียนรู้ท่ีจะท�ำ งาน
อย่างมีส่วนร่วมในระหว่างที่ดำ�เนินงานนั้นๆด้วยกัน ผลลัพธ์อาจสำ�เร็จหรือไม่ก็ได้ แต่ผู้ที่ทำ�งานหรือตัวละครท้ังหมด
ตา่ งกไ็ ดเ้ รยี นรทู้ จี่ ะปรบั ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งกนั ทงั้ ผบู้ รหิ ารโครงการทเ่ี ปน็ คนนอก องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ�บล โรงเรยี น
รวมท้งั เดก็ และเยาวชน
เม่อื ภาพรวมของการท�ำ งานเป็นเชน่ น้ี ในการทำ�กจิ กรรมจึงตอ้ งมีการคิดรว่ มกนั และให้ความสำ�คัญกบั การ
ตัง้ คำ�ว่าตัง้ แต่เริ่มต้นว่า เพราะอะไรถึงตอ้ งทำ�กิจกรรม มีความคาดหวงั ว่าจะเกิดผลอะไร จะด�ำ เนนิ การอยา่ งไร ใครจะ
มีสว่ นร่วมบ้าง และจะประเมนิ ผลสำ�เรจ็ อยา่ งไร เพอ่ื หวงั จะใหเ้ กิดรปู แบบการทำ�งานทีม่ ีการพดู คุยแลกเปลยี่ น รบั ฟัง
ถกเถียงและหาข้อสรุปร่วมกัน ในระหวา่ งตวั ละครทั้งหมด
กระบวนการท�ำ งาน
อาจพอแบ่งกระบวนการทำ�งานออกได้เป็น 4 ขั้นตอน คือ ข้ันตอนแรก การทำ�ความ “เข้าใจ” บริบทพ้ืนที่
และการมองหาโครงสร้างและตัวละครที่มีแนวโน้มจะสามารถทำ�งานด้วยได้ พร้อมท้ังวางแผนการทำ�งาน ข้ันตอนท่ี
2 เปน็ การเรม่ิ ขายความคิดดว้ ยท้ังวาจาและพิสูจน์ความเป็นไปได้ของแนวคิดด้วยการท�ำ งานรว่ มกัน ข้นั ตอนที่ 3 การ
ด�ำ เนินกจิ กรรมเพ่อื พฒั นาศกั ยภาพเยาวชน และข้ันตอนที่ 4 การแลกเปลย่ี นเรยี นร้ใู นระหว่างพื้นทที่ ง้ั 3 โซน(เขตเมอื ง
เขตชนบท เขตชนบทหา่ งไกล) และ แลกเปลยี่ นกบั หนว่ ยงานอน่ื ทท่ี �ำ งานเพอื่ พฒั นาเดก็ และเยาวชนในจงั หวดั เชยี งใหม่
คูม่ อื การส่งเสรมิ สุขภาพวัยรนุ่ และเยาวชนในชุมชน 15
ขัน้ ตอนที 1 : ทำ�ความเขา้ ใจบรบิ ทพนื้ ที่
ขน้ั ตอนนเ้ี ปน็ ขน้ั ตอนทส่ี �ำ คญั ทส่ี ดุ ใชเ้ วลาถงึ 6 เดอื น หรอื เกอื บ 1 ใน 3 ของโครงการนซ้ี ง่ึ ใชเ้ วลารวม 2 ปี
กล่าวได้ว่าเป็นข้ันตอนท่ีกำ�หนดความสำ�เร็จหรือล้มเหลว เพราะหากทำ�งานโดยไม่เข้าใจทั้งบริบทพื้นท่ีรวมทั้งความ
สมั พนั ธข์ องผคู้ นในพน้ื ท่ี หรอื ทเ่ี รยี กวา่ เขา้ ไมถ่ งึ พน้ื ท่ี การวางยทุ ธศาสตรก์ ารท�ำ งานกไ็ มม่ โี อกาสประสบความส�ำ เรจ็ ขนั้
ตอนนอ้ี าจแบง่ ออกไดเ้ ปน็ การเขา้ ใจบรบิ ททางสงั คมวฒั นธรรมและการเมอื งซงึ่ เปลย่ี นแปลงไป ทง้ั ในภาพรวมของจงั หวดั
และลกั ษณะเฉพาะของแตล่ ะแห่ง การวางทมี ท�ำ งานภายนอกพร้อมทั้งวิเคราะหโ์ ครงสร้างและตวั ละครที่จะท�ำ งานร่วม
กันทง้ั หมด และทส่ี �ำ คญั ไมน่ อ้ ยไปกว่ากันกค็ อื การทำ�ความเข้าใจความสมั พนั ธ์เชิงอ�ำ นาจของตวั ละครดงั กล่าว
เขา้ ใจและเหน็ ความหลากหลายของบรบิ ทพื้นที่
จากการทเี่ รมิ่ ตน้ ท�ำ งานในภาพใหญใ่ นระดบั จงั หวดั จงึ ตอ้ งการการทำ�ความเขา้ ใจขนั้ ตอนส�ำ คญั คอื การเขา้ ใจ
ความหลากหลายของบรบิ ทพนื้ ทใี่ นจงั หวดั เชยี งใหมท่ เี่ ปลย่ี นแปลงสคู่ วามทนั สมยั ทม่ี คี วามแตกตา่ งกนั โดยสามารถแบง่
ได้เปน็ 3 โซน คือ ในเขตอ�ำ เภอเมอื ง จงั หวัดเชยี งใหม่ ซึ่งผู้คนเขา้ มาอาศัยและใช้ชีวิตอย่างหนาแนน่ ความสมั พันธข์ อง
คนรวมท้ังเยาวชนเป็นแบบต่างคนต่างอยู่มากขึ้น การรวมกลุ่มของผู้คนมีน้อย หากจะมีก็ไม่แน่นแฟ้น แต่งบประมาณ
ของท้องถิ่นมีอย่างมหาศาล โซนท่ี 2 เป็นเขตอำ�เภอรอบนอกที่เป็นชนบท ซ่ึงพ้ืนที่นี้ได้รับอิทธิพลจากความเป็นเมือง
และความทันสมยั นอ้ ยกวา่ โซนแรก ยังมีการดำ�เนินชวี ิตทีอ่ ิงกบั ฐานวฒั นธรรมเดมิ อยู่ในระดับหน่งึ การรวมตวั ของผู้คน
เป็นไปไดม้ ากกวา่ งบประมาณของทอ้ งถิ่นมีพอประมาณ และโซนสุดทา้ ย เปน็ พื้นท่ที ่ีเปน็ เขาเป็นดอย มกี ลมุ่ ชาตพิ นั ธ์ุ
ต่างๆอาศัยอยเู่ ปน็ ส่วนใหญ่ งบประมาณจากองค์การปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ มนี ้อยมาก
การแบ่งออกเปน็ 3 โซนซง่ึ แตกต่างกัน หมายถงึ การมองเห็นวา่ ท้งั 3 โซนตอ้ งการกระบวนการทำ�งานที่ไม่
เหมือนกัน
วางทีมงานใหเ้ หมาะสม วิเคราะหโ์ ครงสร้างและตวั ละครท่มี แี นวโน้มจะรว่ มงาน
เน่ืองจากการทำ�งานพื้นทีน่ อกเวลาจังหวัดเชียงใหมค่ รั้งนี้ เป็นการพฒั นาศกั ยภาพของท้ังคนภายนอก และ
คนภายในชมุ ชน จึงไดว้ เิ คราะห์การท�ำ งานครัง้ นี้ เพอ่ื ตอบคำ�ถาม 2 ประการคอื คนนอกหรอื องคก์ รข้างนอกทเี่ ปน็ ผูข้ ับ
เคล่ือนนั้นวางโครงสร้างการท�ำ งานและบทบาทของตนเองอย่างไร และคนนอกที่ขับเคล่ือนน้ันวิเคราะห์โครงสร้างการ
ทำ�งานที่มีอยู่ในชุมชนและคนในชมุ ชนที่จะท�ำ งานร่วมอยา่ งไร
พบว่าโครงการพ้ืนที่นอกเวลาจังหวัดเชียงใหม่ในฐานะคนนอกชุมชน ได้แบ่งทีมหรือโครงสร้างการท�ำ งาน
ออกเปน็ 2 ระดับ คือ “ทมี อาวุโสทเี่ ป็นผ้วู างยทุ ธศาสตร์ ทำ�หน้าทข่ี ายความคดิ ” ในการทำ�งาน รวมทง้ั ประสานกับผมู้ ี
อำ�นาจในพื้นที่ อีกทมี หนึง่ เปน็ “ทีมของคนหนมุ่ สาวที่ท�ำ งานภาคสนาม” ทมี นี้มหี นา้ ท่ใี นการทำ�ความเข้าใจพนื้ ท่อี ย่าง
ใกลช้ ดิ เขา้ นอกออกในชมุ ชนจนมขี อ้ มลู วา่ ใครในชมุ ชนและคนไหนในโครงสรา้ งขององคก์ รชมุ ชนทนี่ า่ จะเปดิ รบั แนวคดิ
และพร้อมรว่ มกันหาแนวทางในการท�ำ งานแบบน้ี
ส�ำ หรับบรบิ ทในชมุ ชนนัน้ โครงการพนื้ ทนี่ อกเวลาจงั หวัดเชยี งใหม่ได้คน้ หาและวิเคราะห์ชมุ ชนใน 2 ระดับ
คอื ในระดบั โครงสรา้ ง และบคุ คลสำ�คญั ทจ่ี ะท�ำ งานรว่ มกนั ดงั ไดก้ ลา่ วมาขา้ งตน้ วา่ จากการวเิ คราะหก์ ารทำ�งานเดก็ และ
เยาวชนพบวา่ แมเ้ ปน็ งานทด่ี แี ตห่ ากไมไ่ ดย้ ดึ โยงกบั โครงสรา้ งงานนน้ั ก็จะไมป่ ระสบความสำ�เรจ็ ระยะยาว จงึ ตอ้ งมองหา
โครงสร้างที่มีอยู่ในชุมชนท่ีทีหน้าที่รับผิดชอบงานเด็กและเยาวชนโดยตรง ในขณะเดียวกับก็มองหาคนในโครงสร้างดัง
กลา่ วทท่ี ำ�งานอย่างแขง็ ขนั และเปิดใจรับสิ่งใหม่ ทั้งนีเ้ พราะในบางแห่งโครงสรา้ งน้ันอาจยงั ไม่พรอ้ มแต่คนในโครงสร้าง
มีความพร้อม ก็จะเร่ิมทำ�งานกับคนในโครงสร้างน้ันก่อน โครงสร้างดังกล่าวประกอบด้วยโครงสร้างท่ีวางไว้อย่างเป็น
ทางการขององคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บล โครงสรา้ งของเทศบาล หรอื ของโรงเรยี น รวมทง้ั โครงสรา้ งของกลมุ่ เดก็ และเยาวชน
เช่นสภาเดก็ และเยาวชน นอกจากนัน้ ยังสนใจในโครงสรา้ งทีไ่ มเ่ ปน็ ทางการทอี่ ยูใ่ นชมุ ชน เช่น กลมุ่ หนุม่ สาว หรือกลมุ่ ท่ี
16 คมู่ ือการสง่ เสริมสขุ ภาพวัยรนุ่ และเยาวชนในชมุ ชน
รวมตวั กนั จากความสนใจรว่ มกันเช่น กลมุ่ กีฬา รวมท้งั ค้นหาว่าใครเป็นผู้น�ำ กล่มุ ท่ีแท้จรงิ ท่เี ด็กและเยาวชนยอมรับ
จ�ำ เปน็ ทจี่ ะตอ้ งกลา่ วไวใ้ นทนี่ ดี้ ว้ ยวา่ การท�ำ งานของจงั หวดั เชยี งใหมใ่ นครง้ั นไ้ี มไ่ ดต้ อ้ งการทจี่ ะสรา้ งโครงสรา้ ง
ใหมห่ รอื ปน้ั ตวั ละครใหม่ แตต่ อ้ งการพฒั นาหรอื ตอ่ ยอดโครงสรา้ งและตวั ละครทมี่ อี ยกู่ อ่ นแลว้ ในชมุ ชน ซง่ึ หมายถงึ การ
ท�ำ งานอยบู่ นความเชอื่ ทว่ี า่ สงิ่ ใดทม่ี ปี ฏบิ ตั กิ ารอยแู่ ลว้ ในชมุ ชนนา่ จะมแี นวโนม้ วา่ จะอยยู่ ง่ั ยนื ในพน้ื ทด่ี งั กลา่ ว ซงึ่ คนนอก
อาจเพยี งเขา้ ไปเรยี นรู้ เสรมิ พลงั หรอื อาจชว่ ยปรับแนวคิดและวิธีการบางประการเท่าน้นั
ท�ำ ความเข้าใจโครงสร้างทางอำ�นาจทไี่ ม่เท่าเทยี มของตัวละครท่ีจะรว่ มงาน
การที่จะให้ผู้ใหญ่มาทำ�งานกับเด็กโดยยึดแนวคิดการมีส่วนร่วม น้ัน จะไม่ประสบความส�ำ เร็จเลยหากไม่
คำ�นึงถึงโครงสร้างความสัมพันธ์ทางอำ�นาจท่ีไม่เท่าเทียมกันระหว่างคน 2 วัยนี้ เนื่องจากเราทั้งหมดต่างเป็นผลผลิต
ของสังคมไทยที่ให้คุณค่ากับความคิดและประสบการณ์ของผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก ดังท่ีเรามีค�ำ พังเพยมากมายที่ชี้ให้เห็น
ทศั นะทฝี่ งั ลกึ เรอื่ งน้ี เชน่ อาบนาํ้ รอ้ นมากอ่ น เดนิ ตามผใู้ หญห่ มาไมก่ ดั ในขณะทกี่ ารทำ�งานครงั้ นเ้ี นน้ การเรยี นรรู้ ว่ มกนั
ในระหว่างการทำ�งาน (Interactive learning through participatory action) ซ่ึงตอ้ งอาศัยการแลกเปลี่ยน ใหค้ วาม
เหน็ ทั้งเหมอื นและต่างในเชงิ ความคิดอยา่ งเทา่ เทยี ม โดยหวงั วา่ ทั้งสองฝา่ ยต่างเปดิ ใจรบั ฟงั ซ่งึ กนั และกัน จงึ อาจกล่าว
ไดว้ า่ กระบวนการทำ�งานครงั้ นเ้ี ปน็ เสมอื นการกลบั หวั กลบั หางกบั ความเชอ่ื และการปฏบิ ตั ทิ ตี่ วั ละครทง้ั สองฝา่ ยคนุ้ เคย
มาตลอด
โดยแท้จริงแล้ว การทำ�งานคร้ังนี้มีความสัมพันธ์เชิงอำ�นาจท่ีไม่เท่าเทียมกันสองช้ัน กล่าวคือ นอกจากใน
ระหว่างผู้ใหญแ่ ละเยาวชนในชุมชนแล้ว ยงั มคี วามสัมพนั ธ์ในเชงิ อ�ำ นาจที่อาจหลงลมื ไป กค็ อื ระหวา่ งคนนอกชมุ ชนกับ
คนในชมุ ชนทง้ั หมด ทมี งานจงั หวดั เชยี งใหมซ่ งึ่ เปน็ คนนอกชมุ ชนและอยใู่ นสถานภาพทางสงั คมทสี่ งู กวา่ เปน็ แพทยเ์ ปน็
พยาบาล ผู้บรหิ ารระดับจงั หวดั กจ็ ะตกอยใู่ นกับดักของผทู้ ี่ร้มู ากกว่า ในขณะท่ีคนในชุมชนก็จะคดิ ว่าตนเองรู้นอ้ ยกวา่
ยง่ิ หากเข้ามาโดยความต้องการ “พัฒนา” กย็ ่ิงทำ�ให้กับดักนั้นแน่นหนาขึ้น
ในกับดักสองช้ันนี้ทางทีมจังหวัดเชียงใหม่พยายามข้ามพ้นดังนี้คือ ในกับดักอำ�นาจของผู้รู้นอกชุมชนและ
ผู้ที่ต้องการการพัฒนาในชุมชน กับดักนี้เบาบางโดยปริยายเพราะองค์กรที่ทีมจังหวัดประสานเพื่อทำ�งานร่วม ไม่ได้
อยู่ภายใต้การส่ังการของสาธารณสุขโดยตรง และทางทีมจังหวัดมีจุดยืนชัดเจนท่ีจะดูแลพื้นท่ีทำ�งานอย่างหลวมๆ
และท�ำ หน้าที่ในการต้งั ค�ำ ถาม และสนับสนุนในส่วนขาด โดยท�ำ งานไปเรยี นรู้ไป และระมดั ระวงั การครอบง�ำ ผ่านสูตร
สำ�เร็จในการทำ�งาน สำ�หรับกับดักอีกประการหนึ่งคือความสัมพันธ์ท่ีไม่เท่าเทียมระหว่างผู้ใหญ่และเยาวชนน้ัน ก็ได้
ค�ำ นงึ ถงึ ตลอดการทำ�งาน และละเอียดอ่อนตอ่ การออกแบบกิจกรรม
ข้ันตอนที่ 2 : ขายความคดิ เชงิ นามธรรมและพิสูจนค์ วามเป็นไปไดผ้ า่ นการปฏิบัติ
เมอื่ มขี อ้ มลู ในพนื้ ทเี่ พยี งพอทจี่ ะเหน็ ภาพทงั้ ฉากและตวั ละครส�ำ คญั ในชมุ ชนแลว้ ทมี ผบู้ รหิ ารโครงการพน้ื ท่ี
นอกเวลาก็ได้เข้าไปพูดคุยขายความคิดและชักชวนผู้ท่ีมีอำ�นาจในองค์กรและผู้ท่ีรับผิดชอบท่ีดูแลเด็กและเยาวชนใน
พ้ืนที่ เพ่ือทดลองเข้าร่วมในการท�ำ งานที่จะเปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมมากขึ้น ซ่ึงการพูดคุยดังกล่าวเป็นการขาย
ความคิดในเชิงนามธรรมซึง่ การเขา้ ถงึ ชุมชนในรปู แบบนม้ี ขี อ้ จ�ำ กดั ของความเข้าใจในตัวมนั เอง
ขั้นตอนท่สี ำ�คัญตอ่ ไปก็คือการทำ�ใหเ้ หน็ เปน็ รปู ธรรมวา่ การท�ำ งานแบบใหม่น้นั คืออะไร และมคี วามยุง่ ยาก
เพียงใด มีประสิทธผิ ลดกี ว่าการทำ�งานแบบเดิมจริงหรอื ไม่
เอากจิ กรรมน�ำ เพ่อื พิสูจนว์ ่าแนวคดิ นเี้ ปน็ ไปได้
จากการท่ีทีมภาคสนามของจังหวัดได้คลุกคลีกับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ จนสามารถเปิดใจพูดคุยกันได้ว่า
เขาเหลา่ นนั้ มคี วามคดิ อยา่ งไรกบั กจิ กรรมเดก็ และเยาวชนทผ่ี า่ นมา และเขามขี อ้ เสนอหรอื ตอ้ งการจะท�ำ กจิ กรรมใดบา้ ง
ทีมภาคสนามจึงได้ประสานให้ทีมระดับจังหวัดเข้ามาท�ำ งานร่วม เพ่ือขายความคิดและต่อรองกับผู้รับผิดชอบกิจกรรม
คูม่ ือการสง่ เสริมสขุ ภาพวัยรนุ่ และเยาวชนในชมุ ชน 17
ดังกล่าว โดยการทำ�งานในช่วงน้ีจะระมัดระวังไม่กดดันให้ผู้รับผิดชอบกิจกรรมทำ�งานภายใต้การกำ�กับของทีมจังหวัด
แต่รอจนเม่ือมีโอกาสท่ีจะท�ำ กิจกรรมจึงเสนอตัวที่จะช่วยในกิจกรรมดังกล่าว โดยกิจกรรมนั้นอาจเป็นท้ังกิจกรรมท่ีถูก
วางไวแ้ ลว้ ในปงี บประมาณดังกลา่ ว หรอื เปน็ กจิ กรรมท่ีเด็กและเยาวชนตอ้ งการท�ำ แตไ่ มไ่ ดถ้ กู บรรจุไว้ในแผน
ในกจิ กรรมทรี่ ะบุไวใ้ นแผนงานซง่ึ ผ้รู บั ผิดชอบต้องด�ำ เนนิ การอยแู่ ล้ว ทางทีมของจังหวดั ไดอ้ าสาช่วยด�ำ เนิน
การโดยสรา้ งเงอ่ื นไขใหผ้ รู้ บั ผดิ ชอบงาน (ซงึ่ มแี นวโนม้ เปดิ ใจยอมรบั อยกู่ อ่ นแลว้ ) ไดเ้ ขา้ มาทำ�งานและเรยี นรรู้ ว่ มกนั อยา่ ง
เป็นธรรมชาติ อาจกล่าวได้ว่าเงื่อนไขการท�ำ งานน้ีมีวัตถุประสงค์ในเชิงนามธรรมคือ การปรับทัศนคติในการท�ำ งานกับ
กลุ่มเด็กและเยาวชนโดยใชง้ บประมาณและโครงการเดมิ
สำ�หรับกิจกรรมท่ีเด็กและเยาวชนต้องการทำ�แต่ไม่ได้ระบุไว้ในแผนงานนั้น ทางทีมจังหวัดก็ได้สนับสนุนงบ
ประมาณให้ ซ่ึงหลายครงั้ เปน็ กจิ กรรมเลก็ ๆทใ่ี ช้งบประมาณน้อยมาก เช่น ในพนื้ ทเ่ี ขตเมือง เยาวชนต้องการทำ�กิจกรรม
โรงทาน ในวนั ท�ำ บุญใหญ่ของวดั ทางโครงการพน้ื ที่เยาวชนจังหวดั เชียงใหมไ่ ดส้ นบั สนุนงบประมาณเพียง 1,500 บาท
ในการท�ำ งาน โดยสรา้ งเงอ่ื นไขใหเ้ กดิ กระบวนการคดิ การวางแผนงาน โดยเยาวชนกลมุ่ ดงั กลา่ วทจ่ี ะตอ้ งตอบค�ำ ถามวา่
เหตใุ ดจงึ ตอ้ งการท�ำ กจิ กรรมน้ี จะวางแผนในการด�ำ เนนิ กจิ กรรมอยา่ งไร ใครจะมสี ว่ นรว่ มบา้ ง จะประเมนิ ผลอยา่ งไร ซงึ่
เปน็ การพูดคยุ เรียนร้อู ย่างเปน็ ธรรมชาติ ในทา้ ยทส่ี ุดพบวา่ งานออกมาได้ดี มีเยาวชนมาร่วมอย่างคบั คั่ง และเยาวชนมี
ความสุขกับการท�ำ งานท่ีตนเองปรารถนาจะท�ำ ในกระบวนการท�ำ งานทั้งหมดนี้ ผู้ที่รับผิดชอบโครงการเยาวชนในเขต
เมอื งไดเ้ ขา้ รว่ มดว้ ยโดยตลอด และคน้ พบดว้ ยตนเองวา่ หากใหโ้ อกาสเยาวชนไดท้ ำ�งานทเ่ี ขารสู้ กึ เปน็ เจา้ ของ ผรู้ บั ผดิ ชอบ
งานแทบไมต่ ้องออกแรงอะไร เพียงแตต่ ัง้ ค�ำ ถาม สนบั สนุนและให้กำ�ลงั ใจ งานกลับประสบความสำ�เร็จดกี วา่ การท�ำ งาน
แบบเดมิ แมเ้ ปน็ งานทว่ี างไวใ้ นโครงการกส็ ามารถสรา้ งสรรคใ์ หเ้ กดิ การเรยี นรแู้ ละใหเ้ ดก็ และเยาวชนรสู้ กึ เปน็ เจา้ ของได้
เพยี งแตต่ อ้ งพลิกมุมมองที่มตี อ่ กันใหมว่ ่าเด็กและเยาวชนมีความสามารถ คิด วิเคราะหแ์ ละประสานงานเป็น โดยผู้ใหญ่
ตอ้ งปรับบทบาทใหม่เปน็ ท่ปี รกึ ษาอยูห่ ่างๆมากกวา่ การเข้าไปกำ�กบั ควบคมุ อย่างใกลช้ ิด
ขนั้ ตอนท่ี 3 : ด�ำ เนนิ กจิ กรรมเพื่อพฒั นาศกั ยภาพเยาวชน
หลงั จากทม่ี กี จิ กรรมในรปู แบบท่ี เนน้ การสรา้ งกระบวนการคดิ วเิ คราะห์ การจดั สรรหนา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบในการ
ทำ�งาน ตลอดจนการประเมินผลงาน ผา่ นกิจกรรมจรงิ จนโครงสร้างและตวั ละครสำ�คญั ในพ้ืนทย่ี อมรับในระดับหนึ่งว่า
เยาวชนมีศักยภาพในการทำ�งาน ทีมงานในระดับจังหวัดซ่ึงหมายถึงทั้งทีมอาวุโสและทีมภาคสนามจึงได้ร่วมกับองค์กร
ท่ีรับผิดชอบกิจกรรมเด็กและเยาวชนเช่นองค์บริหารส่วนตำ�บล ดำ�เนินกิจกรรมที่พัฒนาศักยภาพของเยาวชน ที่ดูเป็น
ทางการข้ึน เช่น ทกั ษะการเปน็ ผู้นำ� ซ่งึ เป็นการพฒั นาศกั ยภาพสว่ นบคุ คล
นอกจากนั้นยังได้ประสานงานให้เด็กและเยาวชนได้มีเครือข่ายที่กว้างขวางขึ้นตามความสนใจของเด็กและ
เยาวชนในแตล่ ะพนื้ ที่ ซงึ่ หมายถงึ ทงั้ เครอื ขา่ ยระหวา่ งเยาวชนดว้ ยกนั และเครอื ขา่ ยอน่ื ทจ่ี ะเตมิ ความฝนั เพอื่ การเตบิ โต
ด้านอ่ืน เช่น การพัฒนาอาชพี ในเยาวชนทไ่ี ม่มุ่งเนน้ ในการศกึ ษาตอ่ กิจกรรมดังกล่าวนมี้ วี ตั ถุประสงคเ์ พื่อเป็นการสรา้ ง
แรงบนั ดาลใจ และทำ�ใหเ้ ยาวชนไดต้ ระหนักวา่ การเติบโตในโลกทซ่ี ับซอ้ นนี้จ�ำ เป็นตอ้ งแสวงหาข้อมลู ความรู้ และเครือ
ขา่ ยในการท�ำ งาน เสมอื นเปน็ การเสรมิ ทกั ษะในการดำ�เนนิ ชวี ติ ในสงั คมทนั สมยั รปู ธรรมของกจิ กรรมแบบน้ี เชน่ การพา
เดก็ และเยาวชนในพืน้ ทชี่ นบทที่มคี วามสนใจเรือ่ งเกษตรอนิ ทรีย์ ไปเรียนรชู้ ุมชนซ่ึงสามารถเล้ยี งชีพไดจ้ ริงโดยการผลติ
แบบอินทรีย์ ในจังหวดั ใกลเ้ คียง
ขั้นตอนที่ 4 การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระหวา่ งพนื้ ทที่ ง้ั 3 โซน และ กับหน่วยงานอนื่
เนือ่ งจากยึดในประเด็นการเรียนรู้ร่วมกนั ในระหว่างการปฏบิ ัตงิ าน ในโครงสร้างใหญ่ของการท�ำ งานหรอื ใน
ทมี จงั หวดั กไ็ ดจ้ ดั ใหม้ โี อกาสในการแลกเปลยี่ นระหวา่ งพนื้ ท่ี โดยการการสรปุ งานเปน็ ชว่ งๆ และใหแ้ ตล่ ะพน้ื ทเี่ ตรยี มมา
น�ำ เสนอกระบวนการทำ�งานและกระบวนการเรยี นรรู้ ะหวา่ งการทำ�งาน โดยเปน็ การสรปุ งานทพี่ ยายามไมใ่ หเ้ ปน็ ทางการ
18 คู่มือการส่งเสริมสุขภาพวยั ร่นุ และเยาวชนในชมุ ชน
มากเกนิ ไป เวทีการนำ�เสนอจึงเปน็ ทัง้ เงอ่ื นไขให้แต่ละพื้นทวี่ ิเคราะหง์ านของตนเอง และการให้โอกาสคนในพน้ื ท่ีไดฝ้ กึ
ในการนำ�เสนองาน รวมทั้งเป็นการติดตามงานของทีมจังหวัดไปด้วยพร้อมกัน นอกจากนั้นทีมจังหวัดยังได้เชิญหน่วย
งานข้างนอกท่ีทำ�งานด้านเด็กและเยาวชนเช่นกัน เข้าร่วมรับฟังและเสนอข้อคิดเห็นในทุกคร้ังที่มีการประชุม เพื่อให้
เกดิ การเรยี นรู้ทก่ี วา้ งขวางขนึ้ และเพือ่ สรา้ งโอกาสให้ทีมพน้ื ท่ีได้มีเครือข่ายกบั หน่วยงานดังกล่าว
ความยั่งยนื
ในโครงการจังหวัดเชียงใหมน่ ้นั ได้ค�ำ นึงถึงความย่ังยืนมาตงั้ แต่ก่อนเรม่ิ โครงการ ทงั้ นี้เพราะได้ต้งั ค�ำ ถามกับ
การท�ำ งานในเด็กละเยาวชนทไ่ี มม่ ีความยง่ั ยืนมาตัง้ แต่แรก ดงั ท่เี ห็นจากขอ้ ค�ำ นึง 4 ประการ ดังน้ี
ประการแรก การวางยุทธศาสตร์ในการทำ�งานแบบ 3 เส้าตั้งแต่เริ่มต้น โดยค้นหาโครงสร้างองค์กรและ
ผ้รู ับผดิ ชอบงานเดก็ และเยาวชนทเี่ ปดิ ใจในทำ�งานแบบใหม่มารว่ มงานกนั การคน้ หาโครงสร้างองค์กรเยาวชนทัง้ ทเ่ี ปน็
ทางการและไมเ่ ปน็ ทางการ ตลอดจนเดก็ เยาวชนทเี่ ปน็ ผนู้ ำ�อยา่ งแทจ้ รงิ มาเรยี นรรู้ ว่ มกนั เพอื่ ใหก้ ระบวนการทำ�งานและ
ข้อค้นพบเปน็ ท่ีรับรขู้ องกล่มุ คนดังกลา่ วซึง่ มชี ีวติ และมบี ทบาทหน้าท่ใี นพ้ืนทน่ี ้ันๆ
ประการที่ 2 การเนน้ กระบวนการในการคดิ วเิ คราะห์ ต้งั แต่การวางแผนการท�ำ งาน การดำ�เนนิ งานตาม
แผน ตลอดจนการประเมนิ ผลการท�ำ งาน เพือ่ ทำ�งานในรอบตอ่ ไปให้ดขี ึน้ (PDCA หรือ Plan-Do-Check-Act) ท่ีสำ�คญั
กระบวนการคิดดังกล่าวเกิดข้ึนจาก “การมีเวทีพูดคุยร่วมกัน” โดยนัยน้ีความหมายของกิจกรรมจึงเป็นเง่ือนไขให้คน
ท้ังหลายได้เข้ามาพัฒนาศักยภาพในการคิดวิเคราะห์ และเรียนรู้ในการทำ�งานแบบมีส่วนร่วมด้วยกัน ผ่านการรับฟัง
แสดงความเห็นเหมือนและต่าง ต่อรอง และยอมรับในมติของที่ประชุม ซึ่งเป็นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงและ
ความทรงจำ� เช่น ในกิจกรรมที่ทางพ้ืนท่ีเขตเมือง พาเด็กและเยาวชนไปดูงานบ้านพักคนชรา และได้ให้คนชราเล่า
ประสบการณ์ชีวิตใหฟ้ ัง ในเวทีประเมินผลกิจกรรมนนั้ เยาวชนทไ่ี ปดูงานได้เลา่ ความรู้สกึ ของตนเองดว้ ยนํา้ ตา ซงึ่ ทำ�ให้
ผรู้ บั ผิดชอบงาน เรยี นรโู้ ดยปริยายว่าการจดั การเรียนรู้แบบนีม้ ีประสิทธผิ ลมาก
ประการที่ 3 ใหค้ วามเอาใจใสแ่ ละละเอยี ดออ่ นตอ่ การท�ำ งานทจ่ี ะกระทบตอ่ ความสมั พนั ธอ์ นั ดที ค่ี นในพนื้ ทมี่ ี
ต่อกัน เช่น การท่ีทีมจงั หวดั เลือกจา้ งเจา้ หน้าที่ภาคสนามที่เป็นคนนอกชุมชนมากกวา่ คนในชมุ ชน และใชก้ ารประสาน
กบั ตวั ละครส�ำ คญั ในชมุ ชนแทนการจา้ งคนในชมุ ชนรว่ มงานทมี ใหญ่ เพอ่ื ใหค้ งความสมั พนั ธเ์ ดมิ ใหม้ ากทส่ี ดุ ดงั นน้ั คนใน
ชมุ ชนทเ่ี จา้ หนา้ ทร่ี ว่ มงานดว้ ยจงึ ยงั อยใู่ นสถานะทเี่ ปน็ ตวั แทนของชมุ ชนหรอื ตวั แทนขององคก์ รเดมิ ไมใ่ ชเ่ จา้ หนา้ ทขี่ อง
โครงการใหญ่
ประการสดุ ทา้ ย ใหค้ วามระมดั ระวงั ผลกระทบจากการใชเ้ งนิ ในการขบั เคลอ่ื นงาน เนอื่ งจากการทำ�งานครง้ั
นใ้ี ห้ความสำ�คญั กบั องค์กรบริหารส่วนทอ้ งถ่นิ ซ่ึงมงี บประมาณประจำ�ปีของตนเองอย่บู ้างแลว้ โดยหวงั ทจ่ี ะใหผ้ บู้ ริหาร
เห็นความส�ำ คัญกับการลงทุนในการสร้างคนซง่ึ จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มารับผิดชอบท้องถ่ินของตนเองในอนาคต ดังน้ัน
จงึ ระมดั ระวงั ทจ่ี ะสนบั สนนุ งบประมาณจ�ำ นวนมากจากหนว่ ยงานขา้ งนอก การใชง้ บประมาณจากขา้ งนอกในแตล่ ะครง้ั
ได้คำ�นงึ ถึงผลกระทบระยะยาวต่อความยงั่ ยนื กล่าวคอื ในบางกิจกรรมได้สนับสนุนงบประมาณในฐานะท่เี ปน็ ภาคี โดย
องคก์ รทอ้ งถนิ่ ตอ้ งจดั สรรงบประมาณรว่ มดว้ ย หรอื คนในชมุ ชนชว่ ยดา้ นแรงงานเปน็ ตน้ ในบางกจิ กรรมไดส้ นบั สนนุ งบ
ประมาณเพอ่ื ชว่ ยเรง่ กระบวนการใหไ้ ดเ้ กดิ การเรยี นรมู้ ากขนึ้ หรอื เรว็ ขน้ึ เชน่ การสนบั สนนุ ใหเ้ ดก็ และเยาวชนมกี จิ กรรม
โรงทาน เพอื่ พสิ จู นค์ วามสามารถของเดก็ รวมทง้ั การใหค้ า่ ตอบแทนกบั เยาวชนหรอื ผรู้ บั ผดิ ชอบงานเดก็ และเยาวชนเปน็
รายกจิ กรรม เพื่อให้ช่วยประเมนิ ผลกิจกรรม อันเป็นเง่ือนไขใหบ้ ุคคลดงั กล่าวตอ้ งตอบค�ำ ถามในเชงิ คิดวเิ คราะห์กับทมี
จงั หวัด เสมือนเปน็ เงอ่ื นไขใหพ้ ฒั นากระบวนการคดิ อกี ช้นั หนงึ่
คมู่ อื การส่งเสริมสุขภาพวัยรนุ่ และเยาวชนในชุมชน 19
โครงการพ้นื ทเ่ี ยาวชนจงั หวัดเชยี งใหม่ :
กรณศี ึกษาโรงเรียนแมต่ ืน่ วทิ ยา อ.อมก๋อย จังหวัดเชยี งใหม่
อ�ำ เภออมกอ๋ ย เปน็ อ�ำ เภอทมี่ ภี มู ปิ ระเทศเปน็ เขาเปน็ ดอยและมกี ลมุ่ ชาตพิ นั ธโุ์ ดยเฉพาะปกาเกอญออาศยั เปน็
ส่วนใหญ่ สำ�หรับต�ำ บลแม่ตื่น ห่างจากตวั อ�ำ เภอเมือง จงั หวัดเชียงใหม่ ถึง 252 กโิ ลเมตร จากการทีร่ ะยะทางระหว่าง
หมบู่ ้านและโรงเรียนไกลกันมาก เยาวชนในพนื้ ทน่ี ี้จงึ ไม่มที างเลอื กมากนัก สำ�หรับคนทต่ี ้องการเรียนหนงั สอื จะต้องมา
อยู่พักค้างรวมกันอยู่ท่ีโรงเรียน เป็นจำ�นวนร้อยคน ทางโครงการพื้นที่เยาวชนจังหวัดเชียงใหม่จึงเห็นว่าโอกาสท่ีจะจัด
กจิ กรรมของเยาวชนในโรงเรยี น นา่ จะเปน็ ไปไดง้ า่ ยกวา่ การจดั กจิ กรรมกบั เยาวชนกลมุ่ อน่ื เพราะเยาวชนอยรู่ วมตวั กนั ใน
โรงเรยี นอยแู่ ลว้ ในขณะทเ่ี ยาวชนทไ่ี มเ่ รยี นหนงั สอื กจ็ ะอยกู่ ระจายตามหมบู่ า้ นทต่ี ง้ั อยหู่ า่ งไกลกนั บางสว่ นกม็ คี รอบครวั
ท�ำ ใหก้ ารรวมตวั กนั มโี อกาสเปน็ ไปไดน้ อ้ ย รวมทง้ั ยงั เปน็ เงอ่ื นไขทจี่ ะแกไ้ ขปญั หาการขาดแคลนบคุ ลากรดา้ นสาธารณสขุ
ในพน้ื ท่ี หากนักเรยี นท่มี ภี มู ิล�ำ เนาในพ้ืนทนี่ ส้ี ามารถเขา้ ศึกษาในสายวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพได้ อย่างไรก็ตามพื้นทีเ่ หลา่ น้ีมี
ข้อจำ�กัดด้านงบประมาณ เพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีงบประมาณไม่มาก การหวังพึ่งจากองค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่ินแหล่งเดยี วอาจเป็นไปได้ยาก จ�ำ เป็นตอ้ งหาแหล่งสนบั สนนุ ด้านอ่นื ๆ โครงการพนื้ ทีเ่ ยาวชนจังหวดั เชยี งใหม่ จงึ
ไดข้ ายความคิดผา่ นผู้บริหารหน่วยงานต่างๆท่ที �ำ งานในพ้นื ที่น้ี พร้อมทง้ั สนบั สนุนงบประมาณตามความเหมาะสม
จุดเรมิ่ ต้นของการทำ�งาน
จุดเร่ิมต้นของการทำ�งานมาจากความลงตัวของการพบกันระหว่างโรงเรียนท่ีกำ�ลังหาทางแก้ไขปัญหาเด็ก
นักเรยี นมีผลสัมฤทธ์ใิ นการเรียนและอตั ราการเรยี นตอ่ ต่ํามาก กับโครงการพนื้ ที่เยาวชนจงั หวัดเชียงใหมท่ แี่ สวงหาพ้นื ที่
ในการทำ�งาน
โดยในส่วนของโรงเรียนน้ันมีปัญหาที่มาจากลักษณะเฉพาะของพื้นท่ี กล่าวคือ นักเรียนในโรงเรียนที่จบ ม.
3 หรือ ม.6 ส่วนมากไมไ่ ดเ้ รยี นตอ่ โดยสัดส่วนของการเรยี นต่อมเี พียง 10 เปอรเ์ ซ็นตเ์ ทา่ นน้ั และในจ�ำ นวนน้ีหลายคน
ไม่สามารถเรยี นจนจบการศึกษาได้ หากวิเคราะหส์ ภาพปัญหาในพืน้ ท่ี พบว่ามี 2 ประเดน็ ท่เี ปน็ เงือ่ นไขท่ียากจะแก้ไข
คือสภาพสงั คมของเด็กนักเรียน และข้อจำ�กัดของบคุ ลากรครู
ประเด็นแรก สภาพสังคมของเด็กนักเรียน เน่ืองจากนักเรียนสว่ นใหญ่เป็นกลุม่ เด็กชาติพันธ์ุ ซ่ึงพ่อแม่มลี ูก
มากถงึ 7-8 คนตอ่ ครอบครัวเปน็ อยา่ งน้อย ลกู ทโี่ ตกวา่ จงึ ตอ้ งมหี นา้ ที่ช่วยพอ่ แม่ทุกอยา่ ง ต้ังแตด่ ูแลน้อง ช่วยงานไรน่ า
ในฤดกู าลเกย่ี วข้าว เกบ็ พรกิ เดก็ กห็ ยุดเรยี นยาวนานถงึ ครงึ่ เดอื น การเรียนหนังสือจึงผันแปรไปตามสภาพชวี ิต สง่ ผลให้
สอบสู้โรงเรยี นอ่ืนไมไ่ ด้ ย่ิงไปกวา่ น้นั การอยูใ่ นพนื้ ทีท่ ุรกันดาร ท�ำ ให้มโี อกาสตดิ ตอ่ รับรูส้ ังคมข้างนอกนอ้ ยมาก เดก็ และ
เยาวชนจึงแทบไม่มเี งอื่ นไขที่จะพัฒนาทักษะชวี ติ เหมือนเดก็ ในเมอื ง สภาพทัง้ หมดท�ำ ให้เด็กไม่เหน็ ความส�ำ คญั ของการ
เรียน เมื่อเรยี นจบแล้วกก็ ลบั ไปใชช้ วี ิตทบี่ า้ น ชีวิตกเ็ ปน็ ไปตามวัฒนธรรมของชาติพันธ์ุ คอื แต่งงาน มีครอบครัว เดก็ จึง
ไม่เหน็ ทางเลือกอื่นของชีวิต ไม่มีแรงจงู ใจในการเรยี นต่อเพอื่ มาพัฒนาบ้านเกิดของตน
ประเด็นที่ 2 ขอ้ จ�ำ กดั ของบุคลากรครู จากการทีโ่ รงเรยี นอยูใ่ นพ้ืนท่ีหา่ งไกลและทรุ กนั ดารมาก แทบไม่มีครู
ที่เป็นคนในพื้นท่ี ท�ำ ให้มกี ารโยกยา้ ยของครสู ูง และเกดิ ขึ้นแมเ้ ขา้ มาท�ำ งานไดเ้ พียง 1 ปี โรงเรียนจงึ มีบุคลากรนอ้ ยและ
ไมอ่ ยู่ต่อเนือ่ ง นอกจากน้นั ระยะทางท่ีห่างจากเชยี งใหมร่ ว่ ม 300 กโิ ลเมตร และเป็นการเดินทางที่ทรุ กนั ดาร ท�ำ ใหเ้ ม่อื
ครูไปราชการตอ้ งเดนิ ทางกอ่ น 1 วันและกลบั ใช้เวลาอกี 1 วัน สง่ ผลให้ไม่มีความต่อเนอื่ งในการเรยี นการสอน
ในชว่ งทโี่ ครงการพน้ื ทนี่ อกเวลากำ�ลงั แสวงหาโรงเรยี นทรี่ ว่ มทำ�งานดว้ ยกนั นน้ั เปน็ จงั หวะทมี่ คี รซู ง่ึ เปน็ คนใน
พ้ืนที่ย้ายกลบั มาสอนในโรงเรียนแม่ตื่น และไดร้ ับมอบหมายใหร้ บั ผิดชอบดา้ นวชิ าการ จงึ ได้น�ำ ปัญหาเกย่ี วกบั การเรียน
การสอนเขา้ สทู่ ปี่ ระชมุ ประจ�ำ ปขี องคณะกรรมการบรหิ ารการศกึ ษาของโรงเรยี นเพอ่ื หาทางออกรว่ มกนั โดยองคป์ ระกอบ
20 คู่มือการส่งเสรมิ สขุ ภาพวยั รุน่ และเยาวชนในชมุ ชน
ของคณะกรรมการเหลา่ นี้ ประกอบดว้ ย ตวั แทนขององคก์ รบริหารสว่ นตำ�บล ผนู้ ำ�ในชมุ ชน และเครอื ข่ายผูป้ กครอง
ตามขอ้ ก�ำ หนดของคณะกรรมการประถมศกึ ษาแหง่ ชาติ หนง่ึ ในคณะกรรมการเปน็ ผอู้ �ำ นวยการโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ
ภาพระดบั ตำ�บล ซงึ่ เปน็ คนในพ้นื ทแ่ี ละรับร้เู ก่ยี วกบั โครงการพื้นทเี่ ยาวชนจังหวัดเชยี งใหม่ จงึ เสนอให้ทางโรงเรียนเขา้
ร่วมโครงการน้ี และท่ีประชมุ ได้มมี ตใิ ห้เขา้ รว่ มโครงการดงั กลา่ ว
จะเห็นว่าโครงการพ้ืนท่ีเยาวชนในอำ�เภออมก๋อย ในช่วงเริ่มต้นน้ันสามารถเข้าถึงองค์ประกอบท้ังท่ีเป็น
โครงสรา้ งและตวั บคุ คลไปพรอ้ มกนั ในสว่ นทเี่ ปน็ โครงสรา้ งคอื โรงเรยี นและคณะกรรมการบรหิ ารการศกึ ษาของโรงเรยี น
และตัวบุคคลคอื ผู้อำ�นวยการโรงเรยี นและครูท่รี ับผดิ ชอบงานวิชาการท่เี ป็นคนในพน้ื ที่
กระบวนการทำ�งาน
หลังจากมีขอ้ ตกลงร่วมกนั วา่ ทกุ ภาคส่วนจะรว่ มกันทำ�งานเพอื่ พัฒนานกั เรียนให้พวกเขากลับเขา้ มาพัฒนา
ในตำ�บลแม่ตื่นต่อไป โครงการพื้นที่นอกเวลาอ�ำ เภออมก๋อยจึงได้แบ่งโครงการเป็นส่วนท่ีครูเป็นคนวางแผน และส่วน
ท่ีสภาเด็กและเยาวชนในองค์การบริหารส่วนท้องถ่ินตำ�บลแม่ตื่นกับตำ�บลม่อนจอง (พ้ืนที่ที่ครอบครัวเด็กอาศัยอยู่)
ด�ำ เนนิ การ ซง่ึ การด�ำ เนนิ งานทงั้ 2 สว่ นกไ็ มไ่ ดแ้ ยกจากกนั เนอื่ งจากเดก็ ในสภาดงั กลา่ วทงั้ หมดกค็ อื นกั เรยี นในโรงเรยี น
แม่ตนื่ นั่นเอง
สำ�หรับในโรงเรียนนั้นได้มีกระบวนการทำ�งานท่ีสะท้อนถึงมุมมองของการจัดการศึกษาอย่างเป็นองค์รวม
ตงั้ แตก่ ารวางโครงสรา้ งการจดั การในโรงเรยี นโดยเนน้ การมสี ว่ นรว่ มอยา่ งเตม็ ใจของบคุ ลากรในโรงเรยี น การสรา้ งเงอื่ นไข
ใหช้ มุ ชนไดเ้ ขา้ มารว่ มในการสนบั สนนุ การจดั การศกึ ษาเพอ่ื พฒั นาเยาวชนในพน้ื ทข่ี องพวกเขาเอง ดงั รายละเอยี ดตอ่ ไปน้ี
ขน้ั ตอนแรก ทำ�งานในระดับโครงสรา้ งของโรงเรยี น และเลือกผู้รบั ผดิ ชอบที่เหมาะสม
เมอ่ื ตกลงทจี่ ะรว่ มโครงการพน้ื ทน่ี อกเวลาจงั หวดั เชยี งใหม่ ผอู้ ำ�นวยการโรงเรยี นไดม้ อบหมายใหค้ รวู ชิ าการ
ซึง่ ตอ้ งมีหนา้ ทีร่ บั ผิดชอบโดยตรง และมคี ุณสมบตั ิเฉพาะอน่ื ท่ีเหมาะสม เปน็ ผู้ประสานงานระหวา่ งโครงการพ้นื ท่นี อก
เวลาจงั หวดั เชยี งใหม่ ชมุ ชน และโรงเรยี น คณุ สมบตั สิ ว่ นบคุ คลของครคู นดงั กลา่ วทม่ี ผี ลอยา่ งยง่ิ ตอ่ ความสำ�เรจ็ ของงาน
คือ มอี าวุโสมากกวา่ ครคู นอืน่ ๆ เป็นคนในพน้ื ท่ที ่ีต้องการทำ�งานเพ่อื บา้ นเกิด และมีความยดื หยนุ่ ในการทำ�งาน
ทีมงานวิชาการของโรงเรียนได้ประชุมและตกลงที่จะเป็นแกนหลักในการทำ�โครงการของโรงเรียนเพ่ือแก้
ปญั หาผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นและพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ของนกั เรยี น จากนน้ั ไดข้ ยายใหม้ ผี รู้ ว่ มงานทกี่ วา้ งขวางขนึ้ ดว้ ยการ
รวบรวมครูในโรงเรียนเขา้ มาท�ำ งานด้วยกนั ทัง้ นีห้ นา้ ทใ่ี นการวเิ คราะหแ์ ละก�ำ หนดยทุ ธศาสตร์เปน็ ของทีมงานวิชาการ
ขั้นตอนที่ 2 กำ�หนดประเด็นในการทำ�งาน และก่อกระแสให้เกิดความกระตือรือร้นในทุกภาคส่วน
ท่ีเกยี่ วข้อง
แมป้ ระเดน็ หลักทที่ างโรงเรยี นสนใจคือผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน แต่พบวา่ มอี กี 2 ประเดน็ ที่เกยี่ วพันกับการ
เรียนรู้ของนักเรียน คือ ปัญหาโภชนาการและ การพัฒนาทักษะชีวิตสำ�หรับนักเรียนท่ีไม่ต้องการศึกษาต่อสายสามัญ
ดังนน้ั ทางโรงเรียนจึงท�ำ งานท้ัง 3 ประเด็นดงั กล่าวไปพรอ้ มกัน
ยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ิของนกั เรยี นในโรงเรียน
ในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ในการเรียนน้ัน ได้ “ให้ความสำ�คัญกับการหาแนวร่วมและพัฒนาการเรียนการ
สอนอย่างเป็นระบบ” โดยมีทีมที่วางแผนงานและระดมความคิดเห็นเพื่อหาข้อสรุปในการดำ�เนินงานร่วมกันผ่านการ
ประชุมโดยเร่ิมต้นจากทางทีมวิชาการได้วิเคราะห์คะแนนของนักเรียนที่ผ่านมา และประชุมร่วมกันกับครูในโรงเรียน
เพอื่ พจิ ารณาวา่ ตอ้ งเพม่ิ เตมิ อะไรบา้ งในแตล่ ะกลมุ่ สาระ นอกจากนนั้ ยงั ไดป้ ระชมุ หารอื กบั ผปู้ กครองและคณะกรรมการ
โรงเรยี นอย่างต่อเน่อื งจนไดแ้ ผนในการทำ�งานร่วมกนั
คู่มือการสง่ เสริมสขุ ภาพวยั รุ่นและเยาวชนในชุมชน 21
ท่ีสำ�คัญมี “กระบวนการท่ีทำ�ให้ทุกฝ่ายได้รับรู้ และร่วมปฏิบัติการ ตลอดระยะเวลาท่ีดำ�เนินการ” เช่น
เม่ือคณะครูได้วางแผนตามมติท่ีประชุม ก็ได้แจ้งให้เด็กนักเรียน และ ทำ�หนังสือแจ้งผู้ปกครอง พร้อมตารางเรียน
เทอม 1 ให้กบั เด็กเรยี นทุกชัน้ ต้งั แต่มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 5 และ 6 เพอื่ เป็นการปรบั พืน้ ฐาน และใชก้ ารรับสมคั รเด็กเพอื่
เขา้ รว่ มในโครงการโดยไม่มีการบงั คบั รวมท้งั มกี ารทดสอบพน้ื ฐานของนักเรียนกอ่ นเข้าร่วมโครงการ ซง่ึ พบว่าตอนแรก
เด็กนักเรียนจับกลุ่มกันมาเรียนในจำ�นวนท่ีไม่มากนัก ต่อมาเม่ือเห็นว่าผลการเรียนของเพ่ือนที่มาติวดีขึ้น จึงมีจำ�นวน
เดก็ ท่ีเขา้ ร่วมโครงการเพิ่มข้นึ
เนื่องจากการท�ำ งานคร้ังน้ีเปน็ การทำ�งานโดยสมัครใจ ผปู้ ระสานงานจงึ “ละเอยี ดอ่อนตอ่ การทำ�งานที่อาจ
กระทบความสัมพนั ธท์ ่ีมีต่อกัน” เช่น ใชเ้ วลาติวนอกเวลาเรียน และวนั เสาร์ โดยไมใ่ หก้ ระทบต่อระบบใหญ่ หยุดในวัน
อาทติ ย์เพอ่ื ให้เด็กสว่ นหนึง่ ได้ช่วยพ่อแมท่ ำ�งาน และ ให้เด็กอกี ครงึ่ หนงึ่ ท่เี ปน็ ครสิ เตียนไดร้ ว่ มกิจกรรมในโบสถ์ การจดั
เวรครทู ต่ี วิ กค็ �ำ นงึ ถงึ ดลุ ยภาพระหวา่ งการทำ�งานอาสาสมคั รและการมชี วี ติ สว่ นตวั โดยใหก้ ลมุ่ ครทู เ่ี ปน็ คณะทำ�งานของ
โครงการนี้ ซ่ึงมีความมงุ่ มั่นต่อความสำ�เร็จของโครงการสูงและบางคนเป็นคนในพ้นื ท่ตี วิ ในวนั เสาร์ ส่วนครูคนอ่ืนทต่ี ้อง
กลบั บา้ นในวนั หยดุ ติววันธรรมดาตอนเยน็ ส�ำ หรับวันหยดุ นักขตั ฤกษ์ กเ็ ปล่ยี นเวรกนั ตวิ เด็ก นอกจากนน้ั ยังจัดให้มกี าร
ประชมุ ทกุ ครงั้ เพอ่ื แกไ้ ขปญั หาทเ่ี กดิ ขน้ึ ตลอดกระบวนการท�ำ งาน ส�ำ หรบั คา่ ตอบแทนครทู ไ่ี ดจ้ ากโครงการพน้ื ทเี่ ยาวชน
จังหวัดเชียงใหม่ กม็ มี ติให้เกบ็ เปน็ เงินกองกลาง เพอื่ เปน็ ค่าใช้จา่ ยในการพาเด็กนกั เรยี นมาสอบ GAT PAT ทีส่ นามกลาง
ซ่ึงจดั ในอ�ำ เภออื่น
การที่ทางโรงเรียนได้ก่อกระแสจนทำ�ให้ การพัฒนาโอกาสในชีวิตของเด็กและเยาวชนเป็นความต้องการ
ของคนในชุมชน จึงทำ�ให้คนในชุมชนช่วยกันแสวงหาโอกาสใหม่ๆให้กับเด็กในพื้นที่ ดังจะเห็นได้จาก คนในชุมชนท่ี
ทำ�งานในโครงการพระราชด�ำ รใิ นพ้นื ที่แม่ตื่น ก็ได้ประสานเบอ้ื งต้นกับโครงการครูวทิ ยาศาสตร์อาสา จากมหาวทิ ยาลยั
พระจอมเกล้าธนบุรี ซ่ึงเป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำ�ริเพ่ือช่วยเหลือชนบท เข้ามาจัดค่ายติวให้กับเด็กนักเรียนชั้น
ม. 6 ในอำ�เภออมก๋อยท้ังหมด โดยมีนักศึกษาและอาจารย์ซึ่งอยู่ในมหาวิทยาลัยดังกล่าวเป็นผู้ถ่ายทอด ในกิจกรรมนี้
ครูโรงเรียนแม่ต่ืนทำ�หน้าที่วางแผนงาน ทำ�หนังสือราชการเพ่ือพาเด็กออกนอกสถาน และดูแลเด็ก ส่วนเครือข่าย
ผู้ปกครองรับ-สง่ เดก็ จากต�ำ บลแมต่ ่ืน ไปยงั สถานทต่ี วิ คืออำ�เภออมก๋อยซ่ึงมรี ะยะทางถงึ 100 กโิ ลเมตร
ยกระดับคณุ ภาพชวี ิตและแก้ไขปัญหาโภชนาการ
การได้รับโภชนาการท่ีเพียงพอมีความสำ�คัญต่อการเรียนรู้ของของเด็กและเยาวชนไม่น้อยไปกว่าการจัด
การเรียนการสอนเสริม แต่เม่ือวิเคราะห์จากสภาพแวดล้อมของเด็กนักเรียนในโรงเรียนแม่ตื่นพบว่าเด็กมีปัญหาเร่ือง
โภชนาการ ทั้งนี้เพราะงบประมาณในการซื้ออาหารไม่เพียงพอ เนื่องจากครึ่งหนึ่งของเด็กในโรงเรียนอาศัยอยู่ในที่บน
เขาหา่ งไกล จงึ ตอ้ งพกั นอนทโ่ี รงเรยี น และงบประมาณทไี่ ดร้ บั จดั สรรสำ�หรบั คา่ อาหารนกั เรยี นจากกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
มีเพียง 1 ม้ือต่อวัน ในขณะท่ีโรงเรียนต้องบริหารงบประมาณดังกล่าวส�ำ หรับอาหาร 3 ม้ือ ทางโรงเรียนร่วมกับทีม
พนื้ ทเี่ ยาวชนจังหวัดเชยี งใหม่ จึงไดท้ �ำ โครงการเศรษฐกิจพอเพยี งขึน้ โดยใหเ้ ดก็ นกั เรียน ปลูกพืชผกั เลยี้ งไก่ เลยี้ งปลา
โดยใช้วัสดุธรรมชาติ เพื่อให้ใกล้เคียงกับเงื่อนไขชีวิตของเด็กที่บ้าน ทั้งนี้ได้ประสานกับทางชุมชน ผู้ปกครองนักเรียน
และหน่วยงานข้างนอก โดยทางทีมจังหวัดได้ประสานหน่วยงานข้างนอกเพ่ือสนับสนุนด้านวิชาการและงบประมาณ
ชาวบา้ นชว่ ยกนั ขนดนิ จากบา้ นมาถมเปน็ แปลงเพอื่ ปลกู ผกั เนอ่ื งจากพน้ื ทโี่ รงเรยี นเปน็ เนนิ เขา ดนิ ไมเ่ หมาะกบั การปลกู
พชื ผกั มกี ารสอนการทำ�อาหารเพื่อให้เดก็ สามารถทำ�อาหารในเมนูท่หี ลากหลาย ทง้ั นีใ้ นทุกกจิ กรรมมเี ด็กนักเรียนดแู ล
รบั ผดิ ชอบ รวมทั้งมีครเู กษตรที่ดแู ลในภาพรวม
22 คมู่ อื การสง่ เสริมสุขภาพวยั รุน่ และเยาวชนในชุมชน
พัฒนาทกั ษะชวี ติ
หากพจิ ารณาในทกุ กจิ กรรมของโครงการพฒั นาศกั ยภาพเดก็ และเยาวชนในอำ�เภอแมต่ นื่ จะพบวา่ มแี งม่ มุ การ
พฒั นาทกั ษะชีวิตของเดก็ รว่ มดว้ ยเสมอ เช่น ในกจิ กรรมเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพยี ง กม็ ไิ ด้เป็นเพยี งการผลิตวตั ถุดิบ
ส�ำ หรบั การประกอบอาหารเพอื่ แกไ้ ขปญั หาโภชนาการในโรงเรยี น แตต่ ลอดกระบวนการทำ�งานนนั้ เปน็ การพฒั นาทกั ษะ
ชีวิตของเดก็ นักเรียนไปด้วยพร้อมกัน นกั เรียนไดพ้ ัฒนาทกั ษะในการทำ�การเกษตรท่ไี ม่แปลกแยกไปจากวิถีชวี ิตดั้งเดิม
เพยี งแตม่ กี ารปรบั เปลยี่ นกระบวนการบางอยา่ งเทา่ นนั้ นอกจากนนั้ ทางโรงเรยี นยงั ไดจ้ ดั ใหม้ โี ครงการพฒั นาทกั ษะชวี ติ
ขนึ้ โดยเฉพาะ ส�ำ หรบั เดก็ นกั เรยี นทต่ี อ้ งการเรยี นจบแคภ่ าคบงั คบั คอื มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 หรอื เดก็ มธั ยมปลายทไี่ มต่ อ้ งการ
เรยี นตอ่ สายสามญั ซงึ่ เปน็ กจิ กรรมทส่ี นบั สนนุ ใหเ้ ดก็ ไดค้ น้ พบศกั ยภาพและความชอบของตวั เองผา่ นงานชา่ งฝมี อื หรอื
ที่เรียกว่า โครงการสลา่ นอ้ ย ทง้ั น้ีชมุ ชนไดม้ สี ว่ นรว่ มด้วยการจดั ใหม้ วี ทิ ยากรในท้องถิน่ ท่ีเปน็ ช่างปนู ช่างไม้ ช่างเชือ่ ม
มาชว่ ยสอนเด็กดว้ ยการลงมือท�ำ งานร่วมกัน โดยทางโครงการพน้ื ท่ีเยาวชนสนับสนนุ วัสดุในการเรียนรู้ เดก็ กล่มุ นีม้ ิได้
เพยี งพัฒนาทกั ษะชวี ติ เทา่ น้ัน แตย่ งั ค้นพบทท่ี างของตนเองในสงั คม จากเด็กทมี่ กั จะถกู เรยี กวา่ เปน็ เดก็ หวั โจก เพราะ
ค่อนขา้ งก้าวร้าว เน่ืองจากมีพืน้ ฐานชีวิตครอบครวั ทไ่ี ม่สมบูรณ์ เมื่อไดร้ ับการยอมรับในความสามารถด้านช่าง และได้
รบั โอกาสใหเ้ ขา้ รว่ มในโครงการเปลย่ี นแนวคดิ ทมี่ นี กั จติ วทิ ยามาอบรมใหร้ จู้ กั คณุ คา่ ในตวั เอง กเ็ ปลยี่ นแปลงตวั เองเปน็
เดก็ มนี าํ้ ใจ เปน็ แกนนำ�ชว่ ยเหลอื กจิ กรรมของโรงเรยี นในแงม่ มุ ทตี่ นถนดั และสว่ นใหญเ่ มอ่ื จบการศกึ ษากม็ งุ่ มนั่ ไปเรยี น
ต่อวิทยาลัยเทคนิค
ขั้นตอนท่ี 3 การประเมินผลเพ่ือเสรมิ พลงั ในการทำ�งาน
การวางแผนเพือ่ ประเมนิ ผลการท�ำ งานในโรงเรยี นแม่ตน่ื น้ไี ด้ถูกออกแบบมาตง้ั แต่แรก โดยเป็นลกั ษณะการ
ประเมินผลเพื่อเสริมพลังการทำ�งาน อาจแบง่ เปน็ 2 รูปแบบคอื รปู แบบแรก เปน็ การประเมินผลในระหวา่ งการทำ�งาน
เพอ่ื เปน็ การกระตนุ้ ผรู้ ว่ มงานและประเมนิ ผลสมั ฤทธใ์ิ นระหวา่ งทาง รปู แบบที่ 2 เปน็ การประเมนิ ผลหลงั สนิ้ สดุ โครงการ
โดยผลการประเมนิ ทุกคร้งั ไดน้ �ำ เสนอต่อภาคที ร่ี ว่ มในการทำ�งานทั้งหมด
รปู แบบท่ี 1 การประเมนิ ผลในระหวา่ งการท�ำ งาน เปน็ การประเมนิ จากประสบการณร์ ะหวา่ งการท�ำ งานของ
คณะครู ผา่ นการประชมุ พดู คยุ โดยมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ ชว่ ยกนั หาแนวทางในการแกไ้ ขปญั หาทพ่ี บขณะนน้ั ประสานความ
ชว่ ยเหลอื หรอื ปรบั แนวทางในการท�ำ งานใหม่ การประเมนิ ผลในรปู แบบนมี้ คี วามส�ำ คญั เนอ่ื งจากแนวทางการท�ำ งานใน
ครง้ั นเ้ี ปน็ “การทำ�ไปเรียนรไู้ ป” ของท้งั คนนอกชุมชนและคนในชมุ ชน
รปู แบบท่ี 2 ซง่ึ เป็นการประเมนิ ผลในลกั ษณะเปน็ ทางการน้ัน ก็เพอื่ เปน็ การรวบรวมการทำ�งานอยา่ งเป็น
ระบบ และน�ำ เสนอในทปี่ ระชมุ ใหญข่ องคณะกรรมการโรงเรยี นและเสนอตอ่ ผปู้ กครอง ทงั้ นพ้ี บวา่ เดก็ นกั เรยี นทเ่ี ขา้ รว่ ม
ในโครงการมผี ลสัมฤทธิด์ ีขนึ้ อยา่ งชัดเจน นักเรียนมที เี่ รียนตอ่ เพ่มิ จาก 10 เปน็ 90 เปอรเ์ ซน็ ต์ โดยการเรยี นตอ่ ในท่ีน้ี
ไม่ไดห้ มายถึงในมหาวทิ ยาลยั เท่านนั้ แต่รวมถงึ การเรยี นสายอาชีพต่างๆ ทงั้ ช่างเทคนิคและ ผูช้ ่วยพยาบาล เปน็ ตน้
การเหน็ ผลลพั ธท์ เ่ี ปน็ รปู ธรรมดงั กลา่ ว นอกจากจะทำ�ใหน้ กั เรยี นรนุ่ นอ้ งกระตอื รอื รน้ เพราะไดเ้ หน็ ตวั อยา่ งรนุ่ พี่ รวมทงั้
ทำ�ใหค้ ณะท�ำ งานมกี �ำ ลงั ใจแล้ว ยงั ท�ำ ให้หน่วยงานภายนอกที่เขา้ มาชว่ ยเหลอื มที ศั นะทด่ี ตี อ่ การทำ�งานครง้ั นี้
ความยงั่ ยืน
โดยภาพรวมแลว้ ความยง่ั ยนื ของโครงการพนื้ ทนี่ อกเวลาสำ�หรบั เดก็ และเยาวชนในตำ�บลแมต่ น่ื เกดิ จากการ
ไดร้ ว่ มกนั ท�ำ งานมาแตแ่ รก และเหน็ ผลลพั ธข์ องความส�ำ เรจ็ ทที่ กุ ภาคสว่ นไดร้ ว่ มกนั ด�ำ เนนิ การ จงึ ท�ำ ใหร้ สู้ กึ เปน็ เจา้ ของ
โครงการดงั กลา่ ว อาจสรปุ ไดว้ า่ ความยงั่ ยนื ของโครงการนเ้ี กดิ ขน้ึ ทง้ั ในระดบั โครงสรา้ งและจากความตระหนกั ของคนใน
ชุมชน โดยในท้ายท่ีสุดแล้วทั้งโครงสร้างของโรงเรียน และคณะกรรมการโรงเรียนซ่ึงมีหลายภาคส่วนในชุมชนรวมท้ัง
องค์การบริหารส่วนต�ำ บล ได้รับเอาโครงการนี้ไว้เพ่ือสนับสนุนในระยะยาว โดยทุกภาคส่วนได้หาหนทางในการท�ำ ให้
คู่มอื การสง่ เสริมสขุ ภาพวยั รุ่นและเยาวชนในชมุ ชน 23
โครงการนเี้ ป็นโครงการที่ชมุ ชนสามารถพึง่ ตนเองไดส้ งู สุด เช่น การตวิ ในปตี ่อมา ศษิ ย์เกา่ ท่จี บจากโรงเรยี นไปแลว้ และ
สามารถเรยี นในมหาวทิ ยาลยั ไดก้ ร็ วมตวั กนั รวมทงั้ ดงึ เครอื ขา่ ยเพอ่ื นในมหาวทิ ยาลยั เดยี วกนั มาเปน็ ผตู้ วิ ใหร้ นุ่ นอ้ ง สภา
เดก็ และเยาวชนในพน้ื ทกี่ ห็ างบประมาณจากการขายของในงานตา่ งๆ เชน่ งานลอยกระทง เพอ่ื มาเปน็ คา่ เอกสารในการ
ตวิ ส�ำ หรบั กจิ กรรมคณุ ภาพชวี ติ ทดี่ ำ�เนนิ การในโรงเรยี น กไ็ ดว้ างไวใ้ นโครงสรา้ งของโรงเรยี น ในรปู แบบชมรม เชน่ ชมรม
ปลกู ผกั ชมรมเลย้ี งไก่ ชมรมเลย้ี งหมู ทส่ี �ำ คญั ผอู้ �ำ นวยการโรงเรยี นซง่ึ เกษยี ณราชการไป ไดร้ บั เลอื กตง้ั เปน็ นายกองคก์ าร
บรหิ ารส่วนต�ำ บล ท�ำ ให้เชื่อมน่ั ได้วา่ งานการศกึ ษาจะได้รับการสนับสนุนจากผู้มีอ�ำ นาจในการบรหิ ารสงู สดุ ในพืน้ ที่
สิ่งสำ�คัญอีกประการหน่ึงท่ีเป็นผลท่ีได้รับจากการดำ�เนินการโครงการพ้ืนที่นอกเวลาของคณะครูที่ทำ�งานก็
คือ การเรียนรกู้ ารท�ำ งานอยา่ งเปน็ ระบบ และสายสัมพันธอ์ ันดที ค่ี รูวยั หนุ่มสาวในพื้นที่หา่ งไกลมีต่อกนั
ถอดรหัสการท�ำ งานพ้นื ท่ีส�ำ หรับเยาวชนอำ�เภอโนนคณู จังหวัดศรีสะเกษ
การทำ�งานที่เริม่ จากบุคลากรในโรงพยาบาลชุมชน
อ�ำ เภอโนนคณู เปน็ อำ�เภอเลก็ ๆในจงั หวดั ศรสี ะเกษทแี่ ทบไมม่ ใี ครรจู้ กั มปี ระชากรเพยี งสห่ี มน่ื กวา่ คนเทา่ นน้ั
โดยตง้ั อยตู่ ดิ กบั อ�ำ เภอกนั ทรลกั ษณ์ ซง่ึ ใกลก้ บั เขาพระวหิ าร แมเ้ ปน็ อ�ำ เภอเลก็ ๆแตก่ ไ็ ดร้ บั ผลกระทบจากการเปลย่ี นแปลง
ของสังคมสคู่ วามทันสมยั ไม่น้อยไปกว่าชุมชนอน่ื โดยเฉพาะใน 5-6 ปที ่ผี า่ นมา
การทำ�ความเข้าใจการทำ�งานเพื่อสร้างพ้ืนที่สำ�หรับเยาวชนของโรงพยาบาลโนนคูณในคร้ังนี้ จำ�เป็นที่จะ
ตอ้ งเขา้ ใจ ต้นทนุ สะสมของสายสัมพันธร์ ะหว่างชมุ ชนและโรงพยาบาล ซง่ึ มาจากเง่อื นไขระบบสาธารณสขุ ทตี่ ้องท�ำ งาน
ร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขในหมู่บ้าน (อสม.) รวมทั้งการที่เคยท�ำ งานวิจัยชุมชนร่วมกับผู้น�ำ ในชุมชนมาก่อน และ
การทำ�งานร่วมกับกลมุ่ เยาวชนซึ่งมีทั้งเด็กประถมและมธั ยมท่เี รียกว่ากล่มุ SOI (Sister of Isan) ทั้งน้เี พราะผลส�ำ เร็จ
ของงานครัง้ นีเ้ ป็นการตอ่ ยอดจากต้นทนุ ทท่ี ีมโรงพยาบาลได้ทำ�งานกับชมุ ชนอย่างใกลช้ ดิ มาเปน็ เวลานาน
การทำ�งานกับกลุ่มเยาวชนท่ีเรียกว่ากลุ่ม SOI นั้น เริ่มมาจากเยาวชนกลุ่มน้ีได้รวมตัวกันในโรงเรียน และ
ครูที่ปรึกษากลุ่มได้เชิญทีมแพทย์และพยาบาลไปพูดคุยเพ่ือสร้างแรงบันดาลใจในการมีอาชีพในฝันของเด็กนักเรียน
เมื่อปี 2552 จากนัน้ ทมี โรงพยาบาลกท็ �ำ งานกับท้งั กล่มุ เดก็ และเยาวชน รวมถงึ ครทู เี่ ป็นท่ีปรกึ ษากลุ่ม โดยผ่านกิจกรรม
เชงิ รกุ ของโรงพยาบาล เชน่ การรณรงคเ์ พอื่ ลดขยะในชมุ ชน จนท�ำ ใหเ้ กดิ ธนาคารขยะในชมุ ชนและในโรงเรยี น โดยธนาคาร
ขยะนไี้ มไ่ ดเ้ นน้ เรอื่ งการซอื้ ขายขยะ แตร่ ณรงคด์ ว้ ยการใชเ้ ปน็ การสะสมแตม้ ความดี เรยี กวา่ ธนาคารความดรี ไี ซเคลิ หรอื
SOI – G – Bank อาจกลา่ วไดว้ า่ ในช่วงเรมิ่ ต้น โรงพยาบาลทำ�งานอย่างใกล้ชดิ กนั เด็กและเยาวชนท่ีคอ่ นขา้ งเป็นเด็กดี
จุดเร่มิ ต้นของการทำ�งาน
จุดเร่ิมต้นในการทำ�งานของโนนคูณมาจากการเห็นปัญหาเชิงประจักษ์ของเยาวชนในพื้นท่ีท่ีทวีความ
ซับซ้อน โดยท่ีผู้เริ่มต้นทำ�งานเป็นเป็นพยาบาลกลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน ซ่ึงเคยทำ�งานกับกลุ่มเยาวชน
ในรายกจิ กรรม เชน่ เรื่อง ขยะ ทกั ษะชวี ติ อนามัยโรงเรียน เมื่อได้มีโอกาสไดอ้ อกมาเย่ียมพูดคยุ กับชาวบา้ นในชุมชน ก็
เหน็ ถงึ ความเชอ่ื มโยงของปญั หา และเรม่ิ เรยี นรวู้ า่ ปญั หาทเ่ี ปน็ ความทกุ ขห์ นกั ของชาวบา้ น ไมใ่ ชเ่ รอ่ื งการท�ำ มาหากนิ ไมใ่ ช่
เร่ืองเบาหวาน ไมใ่ ช่เร่อื งสขุ ภาพกาย แต่เป็นเรอ่ื งเกยี่ วกบั พฤตกิ รรมลูกหลาน เช่น เรยี นไม่จบ รบเรา้ ใหซ้ ้อื มอเตอรไ์ ซค์
เพอ่ื เปน็ ข้อแลกเปลี่ยนในการไปเรยี นหนังสือ ตดิ ยาเสพติด หรอื ทะเลาะวิวาทกันจนตอ้ งหาเงนิ ไปเสียคา่ ปรับเป็นให้ลูก
ใหห้ ลาน ปญั หาลักษณะนี้เกิดขนึ้ บ่อยขึน้ เรอื่ ยๆในชมุ ชน ทีมโรงพยาบาลจงึ ตระหนกั ว่าการมองไมเ่ หน็ การเชือ่ มโยงของ
ปญั หาและเหตปุ จั จยั ทเ่ี ปน็ รากเหงา้ ของปญั หานำ�มาสกู่ ารตามแกไ้ ขในแตล่ ะปรากฏการณ์ และพบวา่ แมท้ ำ�กจิ กรรมอยา่ ง
มุง่ มน่ั เพียงใดปญั หาในพน้ื ทกี่ ไ็ มล่ ดลง
24 ค่มู อื การสง่ เสริมสุขภาพวัยรุ่นและเยาวชนในชุมชน
หาหนทางแกไ้ ขปญั หาเยาวชนทโี่ ยงใยซบั ซ้อนรว่ มกนั
จากความซับซ้อนของปัญหาท่ีรุมเร้าชุมชน ทีมงานเชิงรุกของโรงพยาบาลซึ่งประกอบด้วยพยาบาลกลุ่ม
งานเวชปฏิบัตคิ รอบครัวและชมุ ชน ครแู ละนักเรียนกลุม่ SOI จงึ ได้หาหนทางแก้ไขปญั หาโดยให้ชมุ ชนมสี ่วนรว่ ม และ
เห็นว่าควรเร่ิมต้นจากการที่ทำ�ให้ทุกองค์ประกอบในชุมชนเห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาเด็กและเยาวชนในสังคม
ปจั จุบนั ซึ่งแตกต่างไปจากครั้งท่พี อ่ แมผ่ ู้ปกครองอยใู่ นวยั เดก็
กลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชนได้ขยายผู้ร่วมงานโดยดึงพยาบาลที่รับผิดชอบเรื่องต่างๆท่ีเก่ียวกับ
ปญั หาเยาวชน เช่น เรือ่ งยาเสพติดและเอดสเ์ ข้ารว่ มดว้ ย และ ไดท้ ำ�งานร่วมกบั ครูท่ีปรึกษาของกลมุ่ SOI และเยาวชน
กลมุ่ SOI จัดให้มเี วทกี ารพดู คยุ กบั คนในชมุ ชน โดยวางแผนให้เวทีดงั กลา่ วน้มี เี ยาวชนเขา้ มาร่วมดว้ ย ดงั นัน้ ทีมงานจึง
ได้จัดให้มีการพูดคุยกับกลุ่มเยาวชนเพ่ือเตรียมประเด็นในการน�ำ เสนอทัศนะของพวกเขามาก่อนการจัดเวทีกับคนใน
ชมุ ชน เนอ่ื งจากเกรงวา่ ผใู้ หญอ่ าจไมร่ บั ฟงั ความเหน็ ของเดก็ หากมกี ารน�ำ เสนอความคดิ ทไ่ี มค่ มชดั พอ การพดู คยุ ในเวที
ดังกล่าวได้ใช้เครื่องมือท่ีช่วยให้ผู้เข้าร่วมพูดคุยสามารถจัดกลุ่มปัญหาท่ีพัวพันยุ่งเหยิงให้มีความชัดเจนข้ึน โดยเปรียบ
เทยี บปญั หาเดก็ และเยาวชนกบั ภเู ขานาํ้ แขง็ สว่ นทเ่ี รามองเหน็ เปน็ ปญั หาชดั เจนทกุ เมอื่ เชอ่ื วนั เปน็ เสมอื นกอ้ นนาํ้ แขง็ ท่ี
พน้ นํ้า ซง่ึ เป็นเพียง 1 ใน 10 เทา่ นน้ั แตส่ ิ่งทีอ่ ยใู่ ตน้ ํ้าซึ่งเสมือนเปน็ ส่วนกลางและส่วนใตส้ ุดของปญั หาอีก 9 ส่วน และ
เป็นรากเหงา้ ของปญั หาน้นั เรามองไม่เหน็
ทป่ี ระชมุ ไดข้ อ้ สรปุ วา่ ปจั จบุ นั ปญั หาทเี่ ราเหน็ เปน็ ปญั หาแตข่ า้ งบน(ภเู ขานา้ํ แขง็ ) เชน่ ปญั หาทเี่ ดก็ ตดิ ยา ไมไ่ ป
โรงเรยี น เดก็ อับอายในการเป็นคนโนนคณู เป็นลูกชาวนา เด็กแก่แดด เด็กทอ้ งก่อนวัยอันควร เด็กถูกเล้ยี งดแู บบตามใจ
ที่เรียกวา่ ลกู เทวดา จากนั้นชวนคนในชุมชนวิเคราะห์ถงึ รากเหง้าของปัญหา โดยมีวธิ กี ารทท่ี �ำ ใหช้ าวบ้านเหน็ ความซบั
ซอ้ นพัวพนั กนั ของปญั หาด้วยการโยงหาสาเหตุของปญั หา เมอ่ื โยงไปโยงมา ชาวบ้านเร่ิมเหน็ ว่าปญั หาจรงิ ๆไม่ได้อยูก่ บั
ตัวเด็ก แต่อยกู่ บั สงั คม ครอบครวั และผู้ใหญเ่ ป็นสว่ นใหญ่ รวมท้งั เหน็ ว่าปญั หาทีเ่ กิดข้ึนไมไ่ ดต้ รงไปตรงมา หรอื เกดิ
จากสาเหตุใดสาเหตุหน่ึง แต่มีหลายเหตุปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ท้ายท่ีสุดของเวทีพูดคุยได้สรุปว่าปัญหามี 3 ระดับคือ
ปัญหาทีค่ นหรือตวั เดก็ เอง ปญั หาทีค่ รอบครวั และสดุ ท้ายที่ชุมชนสงั คม ถ้าจะแกป้ ญั หาจะต้องแก้ทง้ั 3 ส่วนไปพร้อมๆ
กนั แตห่ ากแกท้ งั้ หมดไมไ่ ด้ กต็ อ้ งเรมิ่ ท�ำ ในเรอื่ งทงี่ า่ ยและชมุ ชนสามารถท�ำ ไดด้ ว้ ยตนเองกอ่ น หลงั จากการประชมุ ครงั้ นี้
ตัวเยาวชนเองก็ได้เร่ิมคิดและทำ�กิจกรรมง่ายๆเพ่ือสร้างให้ผู้ใหญ่มีทัศนคติที่ดีต่อตัวเขา เช่น ช่วงเย็นหลังเลิกเรียน
กอ็ อกไปแนะน�ำ วธิ ใี ช้โทรศัพท์ การแชท การเลน่ face book ใหพ้ ่อแมผ่ ู้ปกครอง
อาจกลา่ วโดยสรปุ ไดว้ า่ ในเวทนี ี้ ไดท้ ำ�ใหป้ ระเดน็ ปญั หาเดก็ และเยาวชนหลดุ พน้ จากการมมุ มองเดมิ ๆ ทเี่ พง่
โทษไปทพ่ี ฤติกรรมปัจเจกของเยาวชน โดยทำ�ใหเ้ ห็นวา่ ครอบครัวและคนที่มีชีวิตแวดลอ้ มเยาวชน ตลอดจนสังคมใหญ่
ท่ีเน้นการบรโิ ภคอย่างไมม่ ีท่สี น้ิ สดุ ตา่ งกเ็ ป็นเหตใุ ห้เยาวชนมพี ฤตกิ รรมท่ีไม่พึงประสงค์ดงั กล่าว ดงั น้ันการแกไ้ ขปญั หา
ท่ีซับซ้อนน้ีจึงต้องอาศัยความร่วมมือกันและต้องแก้ไขท่ีครอบครัวและรากของปัญหาท่ีเป็นเร่ืองของค่านิยมของ
สังคมใหญ่ไปพรอ้ มกนั
กระบวนการในการทำ�งาน
อาจกล่าวสั้นๆ ว่าภาพรวมของกระบวนการทำ�งานของโนนคูณคือการขยับจากการทำ�งานกับ
‘กลุ่มเปา้ หมาย’ ทเ่ี ป็นเดก็ และเยาวชนมาเปน็ ‘การสรา้ งพ้นื ท่’ี ให้เด็กและเยาวชน ดังรายละเอยี ดต่อไปนี้
ในระยะแรกทมี โรงพยาบาลท�ำ งานกบั กลมุ่ เดก็ และเยาวชนทเ่ี ปน็ เดก็ ในระบบโรงเรยี นเทา่ นน้ั ตอ่ มาตระหนกั
วา่ ไมส่ ามารถท�ำ งานกบั เยาวชนเพยี งกลมุ่ เดยี วโดยละทงิ้ เยาวชนกลมุ่ อน่ื ได้ เมอื่ พบวา่ เดก็ ในโรงเรยี นมพี ฤตกิ รรมทไ่ี มพ่ งึ
ประสงค์จนต้องออกจากโรงเรียนอันเน่ืองมาจากการคบหากับเยาวชนที่เรียนไม่จบจากโรงเรียน ท�ำ ให้ทีมซ่ึงประกอบ
ด้วยโรงพยาบาล ครูและนักเรียนกลุ่ม SOI ซึ่งมีการประชุมในทุกพฤหัสบดีแรกของเดือน ต้องมาทบทวนการท�ำ งาน
ค่มู ือการสง่ เสริมสุขภาพวัยรุน่ และเยาวชนในชมุ ชน 25
และตระหนกั ถงึ ความจำ�เปน็ ทจ่ี ะตอ้ งขยายกจิ กรรมไปในกลมุ่ เยาวชนนอกระบบดว้ ย เพอื่ ใหเ้ ขาไดม้ พี นื้ ทใ่ี นสงั คมชมุ ชน
อยา่ งสรา้ งสรรคแ์ ละได้รับการยอมรับ โดยเร่มิ แรกน้นั ทางทีมงานได้ด�ำ เนนิ การในพน้ื ท่นี ำ�ร่องทีเ่ ป็นพนื้ ทีร่ บั ผิดชอบของ
โรงพยาบาลก่อน และอาศยั การเคลือ่ นงานจากกลมุ่ SOI ออกไป
กระบวนการทำ�งานคร้ังนี้ต้องการศิลปะและความละเอียดอ่อนในการขับเคล่ือน โดยให้ลำ�ดับความสำ�คัญ
กบั การทีเ่ ยาวชนต้องพิสจู นค์ วามสามารถของตนจนเปน็ ทปี่ ระจกั ษ์ในสายตาคนอื่นกอ่ น จากนนั้ จึงทำ�งานเพือ่ ให้ผู้ใหญ่
ปรับบทบาทและความสัมพนั ธข์ องตนกบั เยาวชน โจทยใ์ หญข่ องการทำ�งานครงั้ นม้ี ี 2 ประการคอื ทีมได้ทำ�งานกับกลุ่ม
เยาวชนทข่ี ณะนม้ี คี วามตา่ งกนั อยู่ 2 กลมุ่ จะตอ้ งทำ�ใหพ้ วกเขายอมรบั ในความสามารถทแ่ี ตกตา่ งกนั สว่ นการทำ�งานกบั
ผใู้ หญน่ นั้ กต็ อ้ งสรา้ งเงอื่ นไขเพอ่ื ใหผ้ ใู้ หญเ่ ปดิ ใจยอมรบั ศกั ยภาพและสนบั สนนุ ความสามารถของเดก็ และเยาวชน ทง้ั นพ้ี บ
วา่ ในบางกจิ กรรมไดผ้ สมผสานการท�ำ งานกบั ทง้ั เดก็ และผใู้ หญเ่ พอ่ื ใหบ้ รรลทุ งั้ 2 เปา้ หมายคอื ทง้ั พฒั นาศกั ยภาพเยาวชน
ทั้ง 2 กลุ่มและใหผ้ ใู้ หญ่เข้ามาสนบั สนุนการพัฒนาศักยภาพน้นั ไปพร้อมกัน
ขั้นตอนแรก การเชอ่ื มเยาวชนท่แี ตกตา่ งเขา้ ด้วยกัน และเปดิ พ้นื ทใ่ี ห้เยาวชนหัวโจก
ข้ันตอนน้ีเป็นข้ันตอนท่ีมีความเปราะบางและส�ำ คัญที่สุดของการท�ำ งานในพ้ืนท่ีน้ี ความส�ำ คัญของข้ันตอน
นี้คือการหาวิธีการให้เด็กนอกระบบเข้ามารวมกลุ่มกับเด็กในระบบด้วยความเต็มใจ เพื่อในท้ายท่ีสุดแล้วจะได้มีพ้ืนที่ที่
ใหเ้ ดก็ นอกระบบยนื ได้อย่างสงา่ งามโดยไมม่ คี วามรูส้ กึ ว่าถกู เปรยี บเทียบกับเดก็ ในระบบ จดุ เปราะบางมีอยู่ 2 จุด คือ
จดุ แรกเปน็ จังหวะทจี่ ะเชือ่ มต่อกลุม่ SOI ซึ่งมภี าพลักษณ์ของเดก็ ดี เข้ากับกลมุ่ ทีเ่ ปน็ เดก็ หัวโจกในหมบู่ ้าน และ จดุ ที่ 2
เป็นช่วงการเปดิ พืน้ ท่ีให้คนในหม่บู ้านยอมรับและใหโ้ อกาสกลมุ่ เดก็ หัวโจกใหม่
การเช่ือมตอ่ กลมุ่ SOI ซ่งึ มีภาพลกั ษณ์ของเดก็ ดี เข้ากบั กลุ่มที่เป็นเด็กหวั โจกในหม่บู า้ นนนั้ ทมี โรงพยาบาล
เยาวชนกลุ่ม SOI และครูท่ปี รึกษา ได้ตกลงกันว่าจะใช้โอกาสในการท�ำ กจิ กรรมค่ายทักษะชีวติ เชญิ เยาวชนนอกระบบ
ซึ่งเป็นรุน่ พข่ี องพวกเขาเข้ามาร่วมงาน ประเดน็ ส�ำ คัญคอื การ “หาเยาวชนท่ีสามารถเชอื่ มต่อกลุ่ม SOI กบั กลมุ่ หัวโจก
มารว่ มทมี ” เพราะเดก็ กลมุ่ นเ้ี ขา้ ถงึ ยาก โดยปกตจิ ะรวมกลมุ่ กนั เปน็ แหง่ ๆชว่ งเวลาเยน็ ในหมบู่ า้ นพรอ้ มมอเตอรไ์ ซคค์ ชู่ พี
ในทา้ ยท่ีสดุ เดก็ ในกลุ่ม SOI คนหนึ่งสามารถชวนผู้ท่มี อี ิทธพิ ลในกลมุ่ เด็กนอกระบบเข้ามาร่วมงานกัน และคนดังกล่าวนี้
สามารถชวนเยาวชนนอกระบบเข้ามาท�ำ กจิ กรรมคา่ ยเพอ่ื พัฒนาทกั ษะชีวติ ได้ ผลจากการเขา้ ค่ายดังกล่าว ไดเ้ กิดชมรม
เดก็ และเยาวชนอกี กลมุ่ ทเี่ ปน็ กลมุ่ ของเยาวชนนอกระบบ ชอื่ โนนคณู จเู นยี ร์ ซงึ่ สามารถตคี วามเชงิ สญั ลกั ษณไ์ ดว้ า่ กลมุ่
เด็กที่ผู้คนเห็นว่าเป็นเด็กหัวโจก ได้สร้างอตั ลกั ษณใ์ หม่ของตนเอง แมว้ ่าจะยงั ไม่มีกิจกรรมไม่มบี ทบาททชี่ ัดเจน
จุดเปราะบางจุดที่ 2 คือ การเปิดตัวหรือการแจ้งเกิดใหม่ของกลุ่มน้ีต่อหน้าสาธารณชนในหมู่บ้าน ซ่ึงทาง
ทีมได้ใชโ้ อกาสช่วงงานบุญของชุมชน ประกาศ “การมีตัวตน”ของเดก็ กลุม่ นอกระบบข้นึ มาในชุมชนน้ี ในสถานการณน์ ้ี
พบว่า การข้ามพ้นความรู้สึกว่าตนเองเป็นเด็กไม่ดีและต้องข้ึนไปเปิดตัวในฐานะคนใหม่ โดยเฉพาะเป็นการเปิดตัวใน
วัดซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความดีความมีศีลธรรม เป็นประเด็นท่ีเปราะบางท่ีสุด ดังท่ีเด็กในกลุ่มกล่าวว่า “มันจะดีหรือ
คุณหมอไปเปิดตัวในวัด” แต่ในท่สี ุดก็สามารถผ่านสถานการณ์น้ไี ปได้โดยท่ที างผ้ใู หญ่ในหม่บู ้านท่คี ้นุ เคยกับเด็กกล่มุ น้ี
ได้เข้าช่วยพูดคุยอย่างเป็นกันเองในระหว่างที่เยาวชนกล้าๆกลัวๆในการเปิดตัว และได้ช่วยสร้างบรรยากาศในการ
สนับสนนุ ให้กำ�ลงั ใจ โดยให้เยาวชนทมี่ ีความรู้สกึ ลำ�บากใจนอ้ ยเปดิ ตวั ก่อน และเมือ่ คนอ่ืนเหน็ การตอบรบั ที่ดขี องคนใน
งานก็คลายความกงั วลลง จนท�ำ ใหก้ ารเปดิ ตวั เยาวชนท้งั กลุ่มเปน็ ไปในทิศทางเชงิ บวก
จากผลส�ำ เรจ็ ในการเปดิ ตวั ในชมุ ชน ท�ำ ใหช้ มรมโนนคณู จเู นยี รเ์ ดนิ ทางตอ่ ไปอยา่ งมน่ั ใจ พวกเขาไดเ้ ขา้ ประชมุ
ร่วมกับทมี SOI และโรงพยาบาล มกี ารสรา้ งตราสัญลักษณ์ และค�ำ ขวญั ของชมรม รวมทงั้ เรมิ่ มบี ทบาทในกจิ กรรมต่างๆ
ของชุมชน เชน่ ช่วยทาสีในชมุ ชน ล้างถว้ ยชามในวดั เตรียมงานบญุ จากนนั้ คนในชมุ ชนเร่มิ คุ้นชินกบั กลมุ่ เยาวชนนอก
ระบบทีไ่ ว้ผมยาว ระเบิดหู มาทำ�กิจกรรมกับทมี โรงพยาบาลและทมี SOI
26 คมู่ อื การสง่ เสรมิ สขุ ภาพวัยรนุ่ และเยาวชนในชุมชน
การเช่ือมตอ่ เยาวชนทั้ง 2 กลุ่ม ไดท้ �ำ อยา่ งตอ่ เน่ืองหลงั จากคา่ ยคร้ังแรก ดงั ทีก่ ลา่ ววา่ การวางกิจกรรมของ
รูปแบบโนนคูณเป็นการเคลื่อนงานเยาวชนที่มีกลุ่ม SOI ซึ่งท�ำ งานกับโรงพยาบาลมาก่อนเป็นแกนในการขับเคล่ือน
ดังนั้นจึงพบว่า ได้จัดให้มีกิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันในระหว่างเยาวชนกลุ่ม SOI และ โนนคูณจูเนียร์
ใน 2 ลกั ษณะคือ ลักษณะแรก เป็นการเสริมการเรียนร้ใู หก้ ับกล่มุ โนนคูณจูเนยี รใ์ นส่วนทข่ี าดโอกาสไปจากการทีไ่ ม่อยู่
ในระบบการศึกษา ทางทีมโรงพยาบาลได้จัดโอกาสให้เยาวชนกลุ่ม SOI ซ่ึงมีโอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรมบางอย่าง
ที่เกิดข้ึนในระบบโรงเรียน เช่นได้เข้าร่วมในฐานะตัวแทนโรงเรียนไปเรียนรู้ในประเด็นต่างๆ เพื่อแบ่งปันกับกลุ่มนอก
ระบบ เชน่ กิจกรรมพัฒนาความเปน็ ผนู้ ำ� รวมทั้งได้ผนวกงานสาธารณสขุ เข้าไปดว้ ย เช่นทกั ษะการปอ้ งกนั เอดส์ ทักษะ
การปฏิเสธ ลกั ษณะท่ี 2 เปน็ กจิ กรรมใหญท่ ่ีจัดช่วงปดิ เทอมทกุ คร้งั เปน็ คา่ ยเยาวชนช่ือ “คา่ ยเสริมหนุนตน้ ทนุ ชวี ติ ”
เปน็ กจิ กรรมฐานทเี่ ยาวชนกลมุ่ SOI บางคนทมี่ โี อกาสไปประชมุ ทโี่ รงพยาบาล เชน่ เรอื่ ง Stop Teen Mom จะมาถา่ ยทอด
สอนในกลมุ่ ทไี่ มม่ โี อกาสเขา้ รว่ ม รวมทงั้ ประเดน็ อน่ื ๆทเ่ี ยาวชนคดิ วา่ ควรรบั รู้ โดยผเู้ ขา้ รว่ มกจ็ ะเปน็ เยาวชนทง้ั หมด รวม
ทัง้ กลุม่ SOI และในคา่ ยนก้ี จ็ ะมเี ยาวชนกลุ่ม SOI ท่จี บการศึกษาจากโรงเรียน และกำ�ลังเรยี นอยู่มหาวิทยาลยั ซ่ึงกลุ่ม
แรกสุดตอนน้ีอยู่ มหาวิทยาลัยปี 3 กจ็ ะเขา้ มาร่วมในค่ายด้วย
ทงั้ นใี้ นระยะหลงั เมอ่ื เดก็ เยาวชนเหน็ ความสำ�คญั ของกจิ กรรมกจ็ ะวางแผนหางบประมาณในการทำ�คา่ ยเอง
เชน่ ขายซาลาเปา ลกู ชิน้ ในงานของหมบู่ ้าน และมีงบประมาณจากการบริจาคบุคลากรในโรงพยาบาลและ ผูป้ กครอง
รวมทัง้ งบจากโครงการภายนอกบางสว่ น ซ่ึงการท�ำ คา่ ยแต่ละครั้งกใ็ ช้งบประมาณเพยี ง 1,000-2,000 บาท โดยที่กลมุ่
แม่บ้าน และอาสาสมัครสาธารณสุข ไดร้ บั อาสาท�ำ อาหาร หากมองในอกี ดา้ นหน่งึ กจิ กรรมคา่ ยใหญจ่ ึงเสมือนเปน็ การ
ท�ำ ใหก้ จิ กรรมเดก็ และเยาวชนเปน็ ทร่ี บั รแู้ ละท�ำ ใหช้ มุ ชนมสี ว่ นรว่ มในหลากหลายดา้ นตามความถนดั และเปน็ ขอ้ พสิ จู น์
ศกั ยภาพของลูกหลานในแงม่ ุมทีผ่ ้ปู กครองไมเ่ คยเห็นไมเ่ คยรบั รู้ เชน่ การพดู อย่างฉะฉานในทส่ี าธารณะ เป็นต้น
ขน้ั ตอนที่ 2 การขยายเครือข่ายเยาวชน และสานสัมพนั ธค์ รอบครวั
จากขั้นตอนแรกเป็นการเช่ือมให้เยาวชนที่คนในชุมชนมีทัศนะต่อพวกเขาที่ต่างกันให้เข้ามารวมตัวกันได้
และเริ่มกระบวนการทท่ี ำ�ให้คนในชมุ ชนปรับเปล่ยี นทัศนะทม่ี ตี อ่ เด็กกลุม่ หัวโจก ขั้นตอนท่ี 2 น้ีเปน็ เสมอื นการพิสจู น์
ศักยภาพของเดก็ และเยาวชนที่อ่มิ ตัวพอที่จะชักชวนผู้ปกครองมาทบทวนตัวเองเรอ่ื งการเล้ียงดแู ละการท�ำ ความเขา้ ใจ
เด็กและเยาวชน โดยกระบวนการทำ�งานกบั ครอบครวั นน้ั เกิดข้นึ ในระหว่างการสร้างเครอื ขา่ ยเยาวชน
การขยายเครือขา่ ยเยาวชน
เน่อื งจากชมุ ชนและกลมุ่ เยาวชนไมไ่ ดเ้ ป็นสังคมปดิ จงึ มกี ารแพร่กระจายการรับรูเ้ กยี่ วกับกจิ กรรมที่เกิดข้นึ
จากการท�ำ งานในความรว่ มมอื ของโรงพยาบาล ครใู นโรงเรยี นและเดก็ เยาวชนกลมุ่ SOI การเหน็ ผลเชงิ บวกตอ่ กจิ กรรม
ท่ีเกิดขึน้ ดังกลา่ วจงึ ท�ำ ใหเ้ กดิ กลุม่ เด็กและเยาวชนข้นึ หลายกลุ่ม ทงั้ เกดิ จากการที่เดก็ มาขอเช่อื มต่อกบั โรงพยาบาลเอง
เชน่ กลมุ่ หง่ิ หอ้ ย ทอ่ี าสาสมคั รสาธารณสขุ พาเดก็ ทรี่ วมตวั กนั เองในหมบู่ า้ นมาขอโรงพยาบาลสนบั สนนุ และจากการขยาย
ตอ่ จากครใู นโรงเรยี นไปยงั กลมุ่ เดก็ ประถม เชน่ กล่มุ จวิ๋ แจว๋ จติ อาสา นอกจากนนั้ ยงั ขา้ มตอ่ ไปเชอ่ื มนอกตำ�บล โดยการ
รเิ รม่ิ ของเยาวชนทมี่ ีเพอื่ นอยตู่ า่ งหม่บู ้านตา่ งต�ำ บล ในภาพรวมจึงมีทั้งกลุ่มเดก็ ประถม กล่มุ เด็กมัธยม เด็กนอกระบบ
โรงเรยี น และมคี วามหลากหลายของกจิ กรรม เช่น ในกลุ่มเด็กประถมก็เป็นกจิ กรรมงา่ ยๆ คอื เกบ็ และแยกแยะขยะใน
หมู่บ้าน สัปดาหล์ ะ 2 ครง้ั กลุม่ อน่ื ๆอาจเปน็ กิจกรรมรกั การอา่ น คอื สอนการบา้ นพีม่ ัธยมสอนนอ้ งประถมสปั ดาห์ 2
ครง้ั กิจกรรมสวดมนต์ในช่วงวนั พระซง่ึ เป็นกิจกรรมทเ่ี ช่อื มโยงกับผสู้ ูงอายุ เปน็ ต้น
การที่มีกลุ่มและกิจกรรมภายในแต่ละกลุ่มท่ีหลากหลาย ทำ�ให้ในท่ีสุดอำ�เภอโนนคูณสามารถสร้างค่าย
เยาวชนทเี่ ปดิ กวา้ งเปน็ ระดบั อ�ำ เภอและใชช้ อ่ื วถิ สี คู่ นดี โนนคณู โมเดล โดยมเี ดก็ เยาวชนทงั้ หลายมาชว่ ยกนั ด�ำ เนนิ การ
จงึ เปน็ การยกระดบั ขนึ้ เปน็ เครอื ขา่ ยเยาวชนระดบั อำ�เภอ และหลงั จากนน้ั เครอื ขา่ ยดงั กลา่ วกไ็ ดร้ บั การยอมรบั ในระดบั
คูม่ อื การสง่ เสริมสขุ ภาพวัยรุน่ และเยาวชนในชมุ ชน 27
สงู ขน้ึ จนกลายเปน็ ทด่ี งู านของอ�ำ เภออน่ื ๆ ทงั้ นท้ี างโรงพยาบาลกส็ นบั สนนุ ใหเ้ ดก็ เยาวชนไดม้ โี อกาสพฒั นาความสามารถ
ดว้ ยการใหเ้ ตรียมการและเป็นผเู้ สนองานกบั ทีมท่ีมาดงู านดว้ ยตนเอง ในขณะทกี่ ลุม่ เด็กและเยาวชนของอำ�เภอโนนคณู
เรมิ่ มที กั ษะในการทำ�งานมากขน้ึ ทางทมี โรงพยาบาลกเ็ รม่ิ ถอยบทบาทตนเองเพอื่ ใหเ้ ยาวชนและคนในชมุ ชนเปน็ เจา้ ของ
โครงการ เชน่ เมื่อมคี วามรว่ มมือจากสว่ นอื่นๆ เช่น สสส. หรอื มูลนิธกิ ัมมาจลซ่ึง มีโครงการช่อื วา่ โครงการเยาวชนดี
ศรีสะเกษ โดยให้เยาวชนรวมตวั กัน 5 คน เสนอโครงการเพอื่ ด�ำ เนินกจิ กรรม ภายใต้เงอ่ื นไขท่ี เยาวชนต้องเป็นผทู้ คี่ ิด
วเิ คราะหป์ ญั หา เขยี นและ บรหิ ารโครงการดว้ ยตนเอง ทางทมี โรงพยาบาลกย็ กระดบั ใหผ้ ปู้ กครองในชมุ ชน เปน็ ทป่ี รกึ ษา
โครงการ โดยทางโรงพยาบาลและครู เปน็ เพยี งผู้ประสานงานระหว่างผู้ให้ทนุ กับกลุ่มเยาวชนและใหก้ ำ�ลังใจเทา่ นนั้
สานสมั พนั ธค์ รอบครัว
ในระหว่างท่ีมีการขยายของเครือข่ายเยาวชนน้ัน ทางทีมโรงพยาบาลก็ได้ดำ�เนินกิจกรรมกับผู้ปกครอง
อยา่ งจรงิ จงั โดยมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ ปน็ การสานสมั พนั ธค์ รอบครวั ซง่ึ กค็ อื การท�ำ งานกบั ประเดน็ ทเ่ี ปน็ รากของปญั หา ดงั การ
วเิ คราะหผ์ ่านภาพภูเขาน้าํ แข็ง ทั้งนเี้ พราะที่ผ่านมาได้ท�ำ งานกับตัวเดก็ และเยาวชนเป็นหลัก ในขณะทีป่ ัญหาครอบครัว
สังคมยังมีอยู่ ปัญหาครอบครัวท่ีสำ�คัญในทัศนะของทีมโรงพยาบาลคือ การท่ีพ่อแม่ผู้ปกครองและเด็ก ส่ือสารกัน
บนพนื้ ฐานของความขดั แยง้ จากการทมี่ มี มุ มองตา่ งกนั จงึ ไดจ้ ดั ใหม้ โี ครงการพอ่ แมเ่ ลย้ี งบวก อนั ไดแ้ รงบนั ดาลใจมาจาก
หนงั สือ พอ่ แม่เล้ยี งบวก ของ แผนงานสรา้ งเสริมสขุ ภาพจิต เนื่องจากทมี วเิ คราะห์วา่ ปัญหานี้ค่อนขา้ งซับซ้อน การจดั
กิจกรรมคร้งั นี้จึงไดเ้ ชญิ แพทย์ พยาบาลจติ เวช ฝา่ ยวิชาการศูนย์สขุ ภาพจติ ที7่ อบุ ลราชธานี มาชว่ ยกันดแู ล
อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า ปัจจุบันทีมโรงพยาบาลทำ�งานประเด็นเด็กและเยาวชนในอำ�เภอโนนคูณ 3
ลกั ษณะ คือ หากเป็นประเด็นท่ีชุมชนสามารถคดิ เองท�ำ เองได้ กส็ นบั สนุนใหด้ ำ�เนนิ การเอง โดยทีมโรงพยาบาลและครู
ท�ำ หนา้ ท่ีเพยี งให้ก�ำ ลงั ใจ หากประเดน็ ซบั ซอ้ นขึน้ ก็ท�ำ งานรว่ มมอื กันเป็นเครอื ข่ายชมุ ชน ซ่ึงรวมถงึ วัด และ โรงเรยี น
ดว้ ย ถา้ เป็นประเดน็ ซับซอ้ นมากและเหน็ ว่าตอ้ งอาศัยทกั ษะความรจู้ ากผเู้ ชยี่ วชาญ เช่น จิตแพทย์ ก็ขอความช่วยเหลอื
จากองคก์ รนอกชมุ ชน
ความยง่ั ยืน
แม้ว่าการทำ�งานพื้นท่ีเยาวชนของอำ�เภอโนนคูณ จะไม่ได้ต้ังโจทย์เกี่ยวกับความยั่งยืนของการท�ำ งานไว้
อย่างชัดเจน แต่หากพิจารณาจากกระบวนการทำ�งาน จะพบว่าการออกแบบกิจกรรมได้เอ้ือต่อการทำ�งานที่ย่ังยืน
โดยแมว้ า่ จะเรม่ิ จากกลมุ่ คนท�ำ งานเลก็ ๆทม่ี คี วามสนใจใกลเ้ คยี งกนั กไ็ ดข้ ยายงานออกไปตามเครอื ขา่ ยความสมั พนั ธท์ ม่ี ี
อยจู่ นทา้ ยทสี่ ดุ เขา้ ไปสมั พนั ธก์ บั โครงสรา้ งระดบั อ�ำ เภอ นนั้ หมายถงึ รปู แบบการท�ำ งานไดเ้ ขา้ ไปอยทู่ ง้ั ในโครงสรา้ งทไ่ี มเ่ ปน็
ทางการในรปู แบบเครอื ขา่ ย และทงั้ ในรปู แบบโครงสรา้ งทค่ี อ่ นขา้ งเปน็ ทางการ คอื การกา้ วสกู่ ารท�ำ งานในรปู แบบระบบ
สุขภาพอำ�เภอ รวมถึงได้พยายามให้เป็นการทำ�งานที่พึ่งตนเองและพึ่งกันเอง เช่น การหางบประมาณการทำ�กิจกรรม
ของกลุ่มเยาวชนเอง การสนับสนุนจากบุคคล หน่วยงานและองค์กรในชุมชน มากกว่าการพึ่งพิงงบประมาณจาก
หนว่ ยงานขา้ งนอก ทงั้ นท้ี างทมี งานไดส้ นบั สนนุ ความเขม้ แขง็ ของเครอื ขา่ ยทเี่ กดิ ขน้ึ ใหย้ ง่ั ยนื ดว้ ยการสรา้ งเงอ่ื นไขโอกาส
ใหม้ ีการแลกเปลีย่ นประสบการณ์อยู่ตลอดเวลา จากร่นุ ส่รู ุ่น ทั้งในสว่ นของเด็กเยาวชนด้วยกัน ภายในชุมชนเอง หรือ
ขา้ มชมุ ชน
นอกจากการทำ�งานในเชิงโครงสร้างแล้ว ยังได้ทำ�งานกับเยาวชนในรูปแบบของการพัฒนาศักยภาพของ
เยาวชนเปน็ รายบคุ คลจนเกิดเยาวชนต้นแบบที่เปน็ แรงบนั ดาลใจเยาวชนคนอน่ื อยากดำ�เนินรอยตาม รวมทงั้ สนบั สนุน
กิจกรรมที่เป็นการสร้างแรงบันดาลใจ และเพิ่มคุณค่าในตัวเอง ตามท่ีเยาวชนร้องขอ เช่น พาไปดูคณะต่างๆใน
มหาวทิ ยาลัยสารคาม ซ่ึงเด็กมีความฝนั ว่าจะเขา้ เรยี น เป็นต้น
28 คมู่ อื การส่งเสรมิ สุขภาพวยั รนุ่ และเยาวชนในชมุ ชน
เรยี นร้คู วามเหมอื นและความแตกต่างจากสองพืน้ ท่ี : เชยี งใหมแ่ ละโนนคูณ ศรีสะเกษ
การทำ�งานท่ีเคลื่อนจากแนวคิดที่ว่าด้วย “กลุ่มเป้าหมาย” มาสู่แนวคิดเชิงนามธรรมท่ีเรียกว่า “พ้ืนท่ี
(ทางสงั คม)” ของกลมุ่ ต่างๆในสงั คม เปน็ ส่ิงทเ่ี ข้าใจได้ไม่ง่ายนกั การทำ�งานในรปู แบบของจังหวดั เชียงใหม่และอ�ำ เภอ
โนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษน่าจะเป็นกรณีตัวอย่างได้ว่า การทำ�งานเพ่ือสร้างพ้ืนที่ให้กับเด็กและเยาวชนคืออะไร และ
สามารถทำ�ได้อยา่ งไร
การเรยี นรปู้ ระสบการณก์ ารท�ำ งานของสองพน้ื ทน่ี ี้ เป็นการท�ำ งานที่เปน็ ตวั อยา่ งของ การกอ่ รูปและคอ่ ยๆ
สร้างพื้นท่ีสำ�หรับเด็กและเยาวชนในระดับการทำ�งานที่แตกต่างกัน โดยในจังหวัดเชียงใหม่ ผู้ริเร่ิมงานอยู่ในระดับ
ที่เป็นผู้กุมนโยบายจังหวัด จึงเป็นการท�ำ งานท่ีเร่ิมจากระดับภาพกว้างหรือระดับมหภาคของจังหวัด และแสวงหาทีม
ทำ�งานระดับอำ�เภอ ท่ีมีความสนใจร่วมกันในหลายๆอำ�เภอ ส่วนรูปแบบของโนนคูณผู้ริเริ่มงานเป็นผู้ปฏิบัติงานอยู่ใน
ระดับอำ�เภอ จึงเริ่มจากการท�ำ งานในระดับจุลภาค คือในระดับหมู่บ้าน ต�ำ บล และค่อยๆขยายเครือข่ายการท�ำ งาน
จนสามารถขับเคลอ่ื นเป็นภาพระดบั อ�ำ เภอ
จากรปู แบบการท�ำ งานเพอื่ สรา้ งพนื้ ทเ่ี ยาวชนในจงั หวดั เชยี งใหมแ่ ละอำ�เภอโนนคณู จงั หวดั ศรสี ะเกษ พบวา่
ท้ังสองพื้นที่ต่างให้ความสำ�คัญกับประเด็นในการทำ�งานหลายประการที่เหมือนกัน แต่มีความแตกต่างกันในความเข้ม
ข้นของการให้ความสำ�คัญหรือวิธีการในการท�ำ งาน ประเด็นดังกล่าวประกอบด้วย การมองปรากฏการณ์ปัญหาอย่าง
เชอ่ื มโยงเปน็ องคร์ วม การใหค้ วามส�ำ คญั กบั การมสี ว่ นรว่ มอยา่ งแทจ้ รงิ ของเดก็ และเยาวชน การตระหนกั ในความสมั พนั ธ์
เชิงอำ�นาจในระหว่างการทำ�งาน การทำ�งานอย่างระมัดระวังในการปรับฐานคิดของผู้ใหญ่ ให้ความละเอียดอ่อนกับ
ความแตกต่างหลากหลายของเยาวชน และคำ�นึงถงึ ความยง่ั ยนื ดงั รายละเอียดตอ่ ไปน้ี
การมองเห็นปญั หาอยา่ งเชือ่ มโยง
พบว่าทั้งสองพ้ืนท่ีต่างมองเห็นปัญหาท่ีลึกกว่าปรากฏการณ์ผิวเผิน โดยรูปแบบเชียงใหม่เห็นปัญหา
ในเชิงนามธรรมของวิธีคิดในการท�ำ งานกับเด็กและเยาวชนที่ผ่านมาว่ามีจุดอ่อน 2 ประการ คือ เป็นการจัดการโดย
ผ้ใู หญแ่ ละเดก็ ไม่ได้มีสว่ นร่วมที่แทจ้ รงิ และเปน็ การท�ำ งานที่ไม่ไดย้ ดึ โยงกบั โครงสร้างท่รี ับผดิ ชอบงานเด็กและเยาวชน
ท�ำ ใหเ้ กดิ ความไมย่ ง่ั ยนื สว่ นรปู แบบของโนนคณู มองเหน็ โยงใยซบั ซอ้ นทซี่ อ่ นอยใู่ นปญั หาทเี่ กดิ ขน้ึ กบั เดก็ และเยาวชน
ซึ่งเช่ือมโยงกับบทบาทครอบครัวและสังคมท่ีมีส่วนผลักดันให้เกิดปัญหาดังกล่าว การมองเห็นความเช่ือมโยงน้ีทำ�ให้
กระบวนการแกไ้ ขปัญหาดังกลา่ วเนน้ การทำ�งานกับรากของปัญหา
ให้ความส�ำ คัญกับแนวคิดการมสี ่วนรว่ มอย่างแทจ้ ริง
ความเหมอื นของท้ังสองพ้นื ที่คือ การใหค้ วามสำ�คัญกับแนวคิดของการมีส่วนรว่ มอย่างแท้จริงของเดก็ และ
เยาวชน ต้ังแต่ การคิด วิเคราะห์ ดำ�เนินการ และประเมินผล แต่รูปแบบการขับเคล่ือนงานของทั้งสองพื้นท่ีมาจาก
วิธีการ (approach) ที่ต่างกัน โดยรูปแบบของจังหวัดเชียงใหม่เป็นการขับเคล่ือนจากโครงสร้างระดับมหภาค คือ
การขายความคิดและทำ�งานกับโครงสร้างองค์กรที่รับผิดชอบงานเด็กและเยาวชนในหลากหลายอำ�เภอท่ีสนใจ
จนสามารถดำ�เนินกิจกรรมในระดับอ�ำ เภอที่เป็นการสร้างพ้ืนที่เยาวชนท่ีเยาวชนมีส่วนร่วมได้ และใช้ความส�ำ เร็จของ
การทำ�งานในอำ�เภอที่มีความแตกต่างทางสังคมดังกล่าวเป็นจุดตั้งต้นในการขยายรูปแบบในการทำ�งานในอำ�เภออ่ืนๆ
สว่ นในอ�ำ เภอโนนคูณน้ันเรมิ่ จากการท�ำ งานในระดบั จุลภาค โดยกลมุ่ บุคลากรทร่ี ับผิดชอบในงานเวชศาสตร์ชุมชนของ
โรงพยาบาล และเครอื ขา่ ยของบคุ ลากรกลมุ่ ดงั กลา่ วทเี่ ปน็ ครแู ละกลมุ่ เยาวชนในพนื้ ทท่ี เ่ี คยรว่ มงานกนั จากนน้ั จงึ ขยาย
งานสเู่ ครอื ขา่ ยทก่ี วา้ งขวางยง่ิ ขน้ึ จนโครงสรา้ งระดบั อ�ำ เภอทร่ี บั ผดิ ชอบเกยี่ วกบั เดก็ และเยาวชนยอมรบั และมนี โยบาย
เพ่อื การสร้างพื้นท่ีเยาวชนของอำ�เภอได้
คู่มอื การสง่ เสรมิ สขุ ภาพวยั รนุ่ และเยาวชนในชมุ ชน 29
การตระหนักในความสมั พันธ์เชงิ อำ�นาจระหว่างเด็กกบั ผใู้ หญ่ และระหวา่ งคนในกับคนนอกชมุ ชน
การทำ�งานเพ่ือสร้างพื้นที่ให้กับเด็กและเยาวชน ด้วยความคาดหวังว่าในท้ายที่สุดแล้วผู้ใหญ่จะทำ�งาน
อย่างมีส่วนร่วมกับเด็กและเยาวชนนั้น จะไม่ประสบความสำ�เร็จเลยหากไม่คำ�นึงถึงโครงสร้างความสัมพันธ์ทางอำ�นาจ
ท่ีไม่เท่าเทียมกันระหว่างคน 2 วัยนี้ เพราะสังคมไทยท่ีให้คุณค่ากับความคิดและประสบการณ์ของผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก
มากไปกวา่ นนั้ กค็ อื การท�ำ งานครงั้ นม้ี คี วามสมั พนั ธเ์ ชงิ อ�ำ นาจทไี่ มเ่ ทา่ เทยี มกนั 2 ชน้ั กลา่ วคอื นอกจากในระหวา่ งผใู้ หญ่
และเยาวชนในชุมชนแล้ว ยังมคี วามสัมพนั ธใ์ นเชิงอ�ำ นาจที่อาจไมไ่ ดร้ ะมัดระวงั ในขณะทำ�งาน คอื ระหว่างผู้ท่ีขับเคลือ่ น
งานซึง่ เปน็ คนนอกชมุ ชนกบั คนในชุมชนทงั้ หมด
พบว่าการทำ�งานท้ังสองรูปแบบต่างตระหนักในความสัมพันธ์เชิงอำ�นาจที่เก่ียวข้องกับกระบวนการทำ�งาน
เหมือนกัน และพยายามหาดุลยภาพระหว่างการทำ�งานที่ผสมผสานระหว่างส่ิงท่ีคนในชุมชนมีอยู่และสิ่งที่คนนอกมี
อย่างไรก็ตาม พบว่าระดับการยกมาเป็นประเด็นที่ต้องตระหนักและระมัดระวังในการทำ�งานดูเหมือนจะไม่เท่ากัน ใน
ขณะทท่ี มี เชยี งใหมใ่ หค้ วามส�ำ คญั โดยยกเปน็ ประเดน็ ชดั เจนในทมี ท�ำ งาน แตใ่ นรปู แบบโนนคณู ไมไ่ ดห้ ยบิ ยกเปน็ ประเดน็
ที่ตระหนักและพูดคุยกันชัดเจนในทีมทำ�งาน อย่างไรก็ตามก็เห็นความระมัดระวังในประเด็นน้ีแทรกอยู่ในระหว่างการ
ท�ำ งาน ทงั้ นอี้ าจเปน็ ดว้ ยแนวทางตง้ั ตน้ (approach)ในการท�ำ งานตา่ งกนั โดยทมี เชยี งใหมเ่ ปน็ ทมี ระดบั จงั หวดั จงึ มฐี านะ
เป็นคนนอกชุมชนและอยู่ในโครงสร้างใหญ่ชัดเจน ความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของและความเข้าใจชุมชนในความเป็นจริงจึง
น้อยกวา่ เจ้าของพื้นทม่ี ากโดยปริยาย การออกแบบการท�ำ งานจงึ ตอ้ งมคี วามระมดั ระวังและวางแผนไว้คร่าวๆ และเปิด
โอกาสให้พ้นื ท่ีได้ออกแบบสงู สุด ในขณะท่ีทมี อำ�เภอโนนคณู ทำ�งานในพนื้ ทมี่ าอยา่ งยาวนานจงึ เสมือนเป็นคนก่งึ นอกกึ่ง
ในชุมชน
ทำ�งานอยา่ งระมัดระวังในการปรับฐานคิดของผูใ้ หญ่
เน่ืองจากวัฒนธรรมไทยเป็นวัฒนธรรมท่ีให้ความสำ�คัญกับความสูงต่ํา ผู้ใหญ่มักเข้าใจว่าตนเองรู้และ
มีประสบการณ์มากกว่าเด็กและมีแนวโน้มจะอบรม ส่ังสอนและจัดการกับเด็ก จึงพบว่ารูปแบบการทำ�งานทั้งสองแห่ง
ให้ความสำ�คัญและทำ�งานหนักในการปรับฐานคิดของผู้ใหญ่ให้เปิดใจยอมรับศักยภาพของเด็กและเยาวชน อย่างไร
ก็ตาม พบวา่ ทิศทางการท�ำ งานของทั้ง 2 แหง่ แตกต่างกนั ดังน้ี รปู แบบเชียงใหมเ่ ร่ิมจากการปรบั ฐานคิดของผทู้ ี่มีหนา้ ที่
รบั ผดิ ชอบดแู ลเดก็ และเยาวชนในองคก์ รบรหิ ารสว่ นทอ้ งถนิ่ และโรงเรยี น รวมทงั้ ตอ่ รองใหโ้ ครงสรา้ งดงั กลา่ วเปดิ โอกาส
ให้เด็กและเยาวชนได้พิสูจน์และพัฒนาศักยภาพน้ันผ่านการทำ�กิจกรรมหรือโครงการ รูปแบบโนนคูณ เน้นการปรับ
ฐานคิดของผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดเยาวชนและผู้ปกครองเพื่อไม่เพ่งโทษว่าพฤติกรรมท่ีไม่พึงประสงค์ของเด็กมาจากตัวเด็กเอง
โดยมีกลวิธใี นการจัดพูดคยุ กันใหเ้ หน็ อิทธิพลของปจั จัยแวดล้อมทางสังคมวฒั นธรรมรวมทัง้ ตัวผู้ใหญท่ ม่ี สี ว่ นผลกั ดันให้
พฤติกรรมนน้ั ๆ ของเดก็ เกดิ ขึน้ เพือ่ นำ�ไปสกู่ ารแกไ้ ขปัญหาร่วมกนั
ละเอียดออ่ นต่อความแตกตา่ งหลากหลายของเยาวชน
การทำ�งานของทัง้ 2 รูปแบบ ไมไ่ ดม้ องเยาวชนวา่ เหมอื นกนั ทัง้ หมด แตไ่ ด้ใหค้ วามสำ�คัญกบั ความแตกต่าง
หลากหลายของเดก็ ทงั้ ในทนุ ต้ังต้นท่ีแตล่ ะคนแต่ละกลุ่มมีไม่เท่ากนั ซึ่งหมายถงึ ทนุ ความสามารถ ทุนการยอมรบั ของ
คนในชุมชน ตลอดจนความสนใจในกจิ กรรมและความใฝ่ฝนั ในชวี ิตทแ่ี ตกตา่ งกนั ดังนน้ั กิจกรรมในการพฒั นาศกั ยภาพ
เยาวชนและการสรา้ งพน้ื ทช่ี วี ติ ใหก้ บั เยาวชนจงึ มคี วามหลากหลายตามตน้ ทนุ และความสนใจของพวกเขา อยา่ งไรกต็ าม
แมจ้ ะสนบั สนนุ ใหไ้ ดม้ พี น้ื ทใี่ หเ้ ยาวชนอยา่ งแตกตา่ งหลากหลาย แตก่ ย็ งั คงใหค้ วามสำ�คญั กบั การยดึ โยงกลมุ่ เยาวชนทงั้ ท่ี
มีความสนใจเหมือนและต่างใหเ้ ข้ามาร่วมกัน ในรูปแบบเครอื ข่าย ทงั้ นีม้ ีข้อสงั เกตวา่ ท้งั รูปแบบของจงั หวัดเชยี งใหม(่ ดงั
ปรากฏในพนื้ ทอ่ี �ำ เภออมกอ๋ ย)และรปู แบบของอ�ำ เภอโนนคูณ ไดใ้ สใ่ จและละเอยี ดอ่อนต่อการแบง่ ปนั พ้นื ที่ให้เยาวชนที่
ถกู เรยี กว่าเป็นเด็กหวั โจกใหไ้ ด้มีทย่ี ืนไดม้ ตี ัวตน
30 คูม่ ือการส่งเสรมิ สขุ ภาพวัยรนุ่ และเยาวชนในชมุ ชน
ค�ำ นงึ ถงึ ความยั่งยืน
ประเดน็ ของความยง่ั ยนื ของโครงการเปน็ ประเดน็ ทที่ ง้ั สองพน้ื ทม่ี คี วามตระหนกั เหมอื นกนั แมว้ า่ ทมี โนนคณู
จะไมไ่ ดต้ ง้ั โจทยน์ เ้ี ปน็ ประเดน็ ใหญ่ แตใ่ นระหวา่ งการทำ�งานกไ็ ดว้ างบทบาททจี่ ะใหเ้ ยาวชนและคนในชมุ ชนสามารถพงึ่
ตนเองและพง่ึ กนั เองใหม้ ากทสี่ ดุ โดยทางทมี โรงพยาบาลไดค้ อ่ ยๆถอยบทบาทมาเปน็ ผสู้ นบั สนนุ สามารถเปรยี บเทยี บได้
วา่ ความยงั่ ยนื ของทมี จงั หวดั เชยี งใหมว่ างไวท้ ก่ี ารยอมรบั แนวคดิ ใหมแ่ ละการสนบั สนนุ ศกั ยภาพเยาวชนจากโครงสรา้ ง
และผรู้ บั ผดิ ชอบองคก์ รท่ีมีบทบาทดแู ลเดก็ และเยาวชนเป็นหลัก ไมท่ ำ�งานกบั เยาวชนโดยตรงแต่ทำ�งานรว่ มกันกบั ผ้ทู ่ี
มีหน้าท่ีน้ันๆ ไม่มุ่งเน้นเรื่องการสร้างเครือข่ายเยาวชนใหม่ มีเพียงร่วมกับผู้รับผิดชอบให้การสนับสนุนเครือข่ายเดิมท่ี
มอี ยกู่ อ่ นแลว้ ใหไ้ ดม้ โี อกาสทำ�งานภายใตแ้ นวคดิ ใหม่ และเชอ่ื มโยงเครอื ขา่ ยบางเครอื ขา่ ยทมี่ คี วามสนใจรว่ มกนั เทา่ นนั้
ในขณะทโี่ นนคณู เนน้ การท�ำ งาน เพอื่ สรา้ งเครอื ขา่ ยเยาวชนมากกวา่ และสนใจการปรบั ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งครอบครวั
ชุมชน กบั เยาวชน สว่ นการทำ�งานเพ่ือปรับแนวคิดการท�ำ งานของผรู้ ับผิดชอบวางไว้เป็นเร่ืองท้ายสุด เม่ือ 2 ประเดน็
แรกประสบความสำ�เรจ็ แล้ว
คมู่ อื การสง่ เสริมสขุ ภาพวัยรุ่นและเยาวชนในชุมชน 31
บทท่ี 2 : ลานพืน้ ที่สร้างสรรค์ TO BE NUMBER ONE
การจัดลานพืน้ ที่สร้างสรรคช์ มรม TO BE NUMBER ONE จงั หวดั เพชรบรุ ี
“เพชรบุรีดีจงั ท้ังเมือง รงุ่ เรอื งด้วยพระบารมี TO BE NUMBER ONE”
จังหวัดเพชรบุรี ได้รับการกล่าวขานว่า “เป็นอยุธยาท่ียังมีชีวิต” จากวัดวาอารามโบราณสถานที่มีคุณค่า
ทางประวตั ศิ าสตร์ มศี ิลปวฒั นธรรมทโ่ี ดดเดน่ ดว้ ยช่างสิบหมู่ หัตถกรรม และ การแสดงพนื้ บ้าน ที่มีความหลากหลาย
ทางชาตพิ ันธ์ุ มวี ิถีชมุ ชนที่สบื สานภูมปิ ญั ญาท้องถ่นิ มธี รรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ มทง้ั ปา่ เขา แม่นา้ํ ทะเล มีแมน่ าํ้ เพชรบรุ ี
ที่ถือเป็นแม่นํ้าศักด์ิสิทธ์ิมาช้านาน ประกอบกับมีภาคประชาสังคมท้ังเครือข่ายพลเมืองและเยาวชนที่เข้มแข็ง มีหน่วย
งานราชการและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นท่ีเห็นความสำ�คัญในการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม ให้การสนับสนุน
อย่างจริงจัง ทำ�ให้เกิดการรักษ์และหวงแหนวัฒนธรรมบ้านเกิด เกิดการรวมกลุ่มของสมาชิกเครือข่ายชมรม TO BE
NUMBER ONE ท่เี ขม้ แข็ง โดยใชส้ ื่อกลางทางวฒั นธรรมในการขับเคลอื่ นกิจกรรม ของโครงการสง่ ผลให้เด็กรูจ้ ักใชเ้ วลา
ใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ ละผลจากการฝกึ ซอ้ ม หดั ทำ� จนสามารถเปน็ อาชพี เลย้ี งดตู นเองและครอบครวั ได้ เพชรบรุ ดี จี งั ทง้ั เมอื ง
เป็นการผสาน ศลิ ปะ วฒั นธรรม ภมู ิปญั ญาทอ้ งถนิ่ การละเลน่ ขนบธรรมเนียมประเพณี หตั ถกรรม ชา่ งพื้นบ้านทเี่ คย
หลอ่ หลอมชวี ติ ของชาวเมอื งเพชรในอดตี ใหม้ ารวมตวั กนั ใหมเ่ กดิ การจรรโลงสง่ิ เหลา่ นด้ี ว้ ยความคดิ ของเดก็ และเยาวชน
ยคุ ใหม่ ท่ีหัวใจรกั ถิ่น พ้ืนท่ี บ้านเกดิ ต้องการพัฒนาใหค้ งอย่ตู ลอดไป พร้อมกบั การนำ�กจิ กรรมเหลา่ น้ีมาเปน็ แกนหลกั
ในการขับเคล่ือนชมรม สร้างกิจกรรมท่ีท�ำ ให้ทุกคนเกิดความพึงพอใจ พร้อมที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ไว้
โดยมีชมรมท่ีเป็นแกนนำ�หลักในแต่ละอำ�เภอร่วมกันขับเคล่ือนกิจกรรมมีการร่วมกันจัดงานในนามลานพ้ืนท่ีสร้างสรรค์
หลายครั้ง ประกอบดว้ ย
1. ชมรม TO BE NUMBER ONE กลมุ่ ลูกหว้า อ�ำ เภอเมอื ง ที่ใช้กิจกรรมมหัศจรรยพ์ วงมโหตร โคมยิ้มอิ่มสุข
ใบตาลสานสนุก เป็นสอ่ื กลางให้สมาชกิ ไดร้ ่วมกนั สร้างสรรคผ์ ลงานดดี ี
32 คมู่ อื การสง่ เสรมิ สขุ ภาพวัยรุ่นและเยาวชนในชมุ ชน
2. ชมรม TO BE NUMBER ONE กลุ่มเอเชียปูนป้ัน อำ�เภอเมือง โดยใช้ศิลปะการป้ันปูนแบบเมืองเพชร
เป็นกจิ กรรมพส่ี อนน้อง พอ่ แมส่ อนลูกหลาน
3. ชมรม TO BE NUMBER ONE กลมุ่ เยาวชนรกั ษป์ า่ ชายเลน โรงเรยี นบางตะบนู วทิ ยา ใช้ ผา้ มดั ยอ้ มพชื ชายเลน
4. ชมรม TO BE NUMBER ONE กลุ่มกระสวยน้อย บ้านท่าโล้ อำ�เภอท่ายาง ใช้กิจกรรม ผ้าทอก่อรักษ์
ผ้าไทยทรงดำ�ทา่ โล้
5. ชมรม TO BE NUMBER ONE กลุม่ บ้านชะอาน อ�ำ เภอชะอ�ำ ใชก้ ิจกรรม โคมไฟรีไซเคิล
6. ชมรม TO BE NUMBER ONE กลุ่มยุวธรรมทตู เพชรบรุ ี อำ�เภอแกง่ กระจาน ใชก้ ิจกรรม ซ้มุ นา้ํ พริกกะทิ
วัฒนธรรมอาหารกะเหรย่ี ง
คมู่ ือการสง่ เสรมิ สุขภาพวัยร่นุ และเยาวชนในชุมชน 33
7. ชมรม TO BE NUMBER ONE กลุ่มพุทธอาสา วัดแก่งกระจาน อำ�เภอแก่งกระจาน ใช้กิจกรรมการทำ�
บายศรีสขู่ วญั
13. ชมรม TO BE NUMBER ONE กลุ่มละครหุ่นคนพ่ีสอนน้อง บ้านแม่เพทาย อ�ำ เภอบ้านลาด ใช้ศิลปะ
การแสดงหุ่นละครทใ่ี ชค้ นจรงิ ๆในการแสดงเปน็ หุ่น
14. ชมรม TO BE NUMBER ONE กลุ่มรักษห์ นองปรง ใช้ศิลปะการแสดงของไทยทรงดำ�
34 คูม่ อื การสง่ เสรมิ สุขภาพวัยร่นุ และเยาวชนในชุมชน
ซ่ึงเป็นการใช้วัฒนธรรมในท้องถิ่นเป็นแกนหลักน�ำ พาสมาชิกให้มาร่วมกิจกรรม เกิดจากคนที่สนใจจำ�นวน
ไม่กี่คนแล้วชักชวน กลุ่มอ่ืนๆเข้ามาร่วมเป็นเครือข่ายการทำ�งานเพื่อจรรโลงวัฒนธรรมเหล่านั้นให้คงอยู่กับลูกหลาน
คนเมืองเพชร ตราบนานเท่านาน
วิธีการ
การจัดกิจกรรมลานพ้ืนท่ีสร้างสรรค์ สำ�หรับเยาวชนที่เป็นสมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE ต้องมี
ความต่อเนื่อง และให้เด็กๆ มสี ว่ นร่วมในกระบวนการตั้งแตก่ ารคดิ รปู แบบการจดั งาน การประสาน การวางแผนตา่ งๆ
ซง่ึ จงั หวดั เพชรบรุ ี ใชก้ ระบวนการ ส�ำ คญั คอื สรา้ งไขแ่ ดง สง่ แรงถงึ ไขข่ าว รว่ มกา้ วอยา่ งสรา้ งสรรค์ รายละเอยี ด ดงั น้ี
1. ใช้กระบวนการสร้างไข่แดง โดยนำ�เด็กหรือเยาวชนท่ีสนใจจริงๆ จำ�นวนไม่มาก แต่รักในศิลปะ
แต่ละแขนงมาฝึกซ้อม วิธกี าร ขัน้ ตอน และการแสดง กบั ครูท่มี ีความเชยี่ วชาญ จนเกิดทักษะ ความช�ำ นาญ
2. ใช้กระบวนการส่งแรงถึงไข่ขาว โดยให้เด็กที่มีความสามารถออกแสดงโชว์ความสามารถ เพ่ือเป็น
จดุ ดงึ ดดู ความสนใจแกเ่ ยาวชนคนอน่ื ๆ แลว้ รบั สมคั รเพมิ่ สมาชกิ เขา้ มาในกลมุ่ ใหเ้ พมิ่ มากยง่ิ ขนึ้ เปน็ การขยายเครอื ขา่ ย
และสมาชกิ
3. ใช้กระบวนการร่วมก้าวอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นการจัดการประกวดแข่งขัน การแสดงในศิลปะของ
แตล่ ะกลุ่ม โดยจดั เปน็ ลานพ้ืนทีส่ รา้ งสรรค์ทง้ั ในระดับอ�ำ เภอ และระดับจงั หวดั
ทั้ง 14 กลุ่มได้ใช้หลักการ เด็กคิด เด็กท�ำ ผู้ใหญ่หนุน เข้าประกอบการจัดกิจกรรม เพิ่มพ้ืนท่ีสร้างสรรค์
ให้กลุ่มเด็กและเยาวชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำ�งาน ภายใต้ช่ือ “เพชรบุรี ดีจัง ท้ังเมือง” รุ่งเรืองด้วยพระบารมี
TO BE NUMBER ONE
ส่งิ ทีเ่ กิดข้นึ หลงั จากการจดั งานมา 5 ครงั้ พบว่า
สมาชิกชมรมท่ีเข้าร่วมมกี ิจกรรมทช่ี ืน่ ชอบ และสามารถสรา้ งภูมิคุม้ กันต่อยาเสพตดิ ได้ รอ้ ยละ 100
ผทู้ ี่ฝกึ ฝนจนเกิดความชำ�นาญ สามารถนำ�ไปใชป้ ระกอบเป็นอาชพี ได้ รอ้ ยละ 80
ผมู้ ารว่ มงานเกดิ ความพงึ พอใจในกิจกรรมและรปู แบบ ร้อยละ 98
เดก็ และเยาวชนเกิดการเรยี นรขู้ นบธรรมเนียมประเพณี ศลิ ปะ หตั ถกรรม ชา่ งพืน้ บา้ น ร้อยละ 85
คู่มอื การสง่ เสรมิ สขุ ภาพวยั รุ่นและเยาวชนในชุมชน 35
36 ค่มู ือการส่งเสรมิ สขุ ภาพวยั รุ่นและเยาวชนในชมุ ชน
คู่มอื การสง่ เสรมิ สขุ ภาพวยั รุ่นและเยาวชนในชุมชน 37
38 ค่มู ือการส่งเสรมิ สขุ ภาพวยั รุ่นและเยาวชนในชมุ ชน
คูม่ ือการสง่ เสริมสุขภาพวัยรุ่นและเยาวชนในชุมชน 39
บทท่ี 3 : เคล็ด(ไม)่ ลบั กับการท�ำ งานเชิงรุก
การบริการเชิงรุกเพ่ือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย (Outreach service) เป็นการให้บริการนอกสถานบริการ
อาจจะโดยการเยยี่ มบา้ น ตดิ ตาม หรอื ใหบ้ รกิ ารแกป่ ระชากรทไ่ี มส่ ามารถเขา้ ถงึ บรกิ ารทม่ี อี ยโู่ ดยทวั่ ไป เชน่ การลงพน้ื ท่ี
ชุมชน การจัดศูนย์เพื่อนช่วยเพื่อน การจัดสายด่วนเพื่อนช่วยเพื่อน การจัดพ้ืนที่ปลอดภัยสำ�หรับกลุ่มเป้าหมาย
(Drop-in center)
การบริการเชิงรุกนับเป็นรูปแบบท่ีควรนำ�มาประยุกต์ใช้กับกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน ซ่ึงเป็นกลุ่มท่ีเข้าถึงยาก
เน่ืองจากวัยรุ่นและเยาวชนเป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยมารับบริการในสถานบริการสาธารณสุข อาจเป็นเพราะปัญหาสุขภาพ
ของวยั รนุ่ มักสบื เนอื่ งมาจากปัญหาด้านพฤตกิ รรม ซง่ึ ไมเ่ ป็นท่ยี อมรับจากสังคม เช่น ปัญหาการตงั้ ครรภ์ โรคตดิ ต่อทาง
เพศสมั พันธ์ การใชส้ ุรา และสารเสพติด เปน็ ตน้ ดังนนั้ การใหบ้ ริการเชิงรุกเขา้ สู่พ้ืนทที่ ีว่ ยั รุ่นและเยาวชนอย่รู วมตัวกัน
จงึ เป็นวิธีการทส่ี ามารถเขา้ ถงึ กลุ่มวยั รุ่นได้
การด�ำ เนินงานเพ่ือเขา้ ถึงกลุ่มเป้าหมายดว้ ยบริการทเี่ ปน็ มิตร
ขนั้ ตอนการดำ�เนนิ งานตามมาตรฐาน (Standard Operating Procedure) มดี ังต่อไปน้ี
1. กำ�หนดกลุ่มเป้าหมายและพื้นที่ชุมชน เพ่ือวางแผนการทำ�กิจกรรมได้ถูกต้องตามจำ�นวน ลักษณะ
พฤติกรรมของประชากรและลักษณะของพื้นท่ี เช่น ชุมชนท่ีพักอาศัย ชุมชนออนไลน์ ชุมชนสถานบันเทิง เป็นต้น
รวมทั้งช่วงเวลาและโอกาสในการทำ�กิจกรรม รูปแบบและเน้ือหาของกิจกรรม สื่อ ขนาดและลักษณะของทีมงาน
ในการทำ�กิจกรรม
กลมุ่ เปา้ หมาย โรงเรียน พ้นื ท่ี ทมี งาน รูปแบบกิจกรรม ตวั อย่างส่ือ
วยั ร่นุ และเยาวชน ครู พยาบาล เพ่อื น Friend corner หนงั สือ แผ่นพับ
ทั่วไป นทิ รรศการ ใหค้ วามรู้ สไลด์
อบรม เขา้ คา่ ย Walk
rally
ชมุ ชนทว่ี ัยรุน่ และ ผู้ใหญ่บ้าน คนทอ้ งถิ่น การประกวด ความ ของทร่ี ะลกึ
เยาวชนมารวมตวั กนั อาสาสมัคร แกนน�ำ สามารถพิเศษการ แผ่นพบั
เจ้าหน้าทสี่ าธารณสุข แขง่ ขนั เลน่ เกมให้ แอพพลเิ คชน่ั
ความรู้ ประชาสมั พนั ธ์ การแสดง
บริการ จดั บริการตาม
ความสนใจ
หา้ งสรรพสนิ คา้ นักแสดง นักรอ้ ง เพอื่ น การประกวด ของท่รี ะลกึ
สวนสาธารณะ แกนนำ� ความสามารถพเิ ศษ แผ่นพับ
การแขง่ ขัน เลน่ เกม แอพพลเิ คชน่ั
ให้ความรู้ การแสดง
ประชาสัมพันธ์ บริการ
จัดบริการตาม
ความสนใจ
40 คมู่ อื การส่งเสริมสุขภาพวยั รุ่นและเยาวชนในชุมชน
กล่มุ เปา้ หมาย เว็บไซต์ พ้นื ที่ ทมี งาน รูปแบบกิจกรรม ตวั อยา่ งส่ือ
ผูด้ แู ลเว็บไซต์ การโพสตข์ อ้ ความ ข้อมลู
เจา้ หน้าที่สาธารณสุข ข้อมลู รปู ภาพ คลปิ (infographic
อาสาสมคั ร แกนนำ� แอพพลเิ คช่นั การสรา้ ง รูปภาพ ค�ำ บรรยาย
แกนนำ�เยาวชน ผูใ้ ห้ กล่มุ คลิปวิดิโอ) การ
การปรึกษา เจา้ หนา้ ที่ เชื่อมถงึ แหลง่ ขอ้ มลู
สาธารณสขุ ครูพ่เี ลยี้ ง ตา่ ง ๆ
เยาวชนกลุ่มเฉพาะ สถานเริงรมย์ สรา้ งกล่มุ คุน้ เคย ขอ้ มลู ความรู้
Drop-In center ผ้รู ับโทรศพั ท์ ผใู้ ห้การ ให้รู้แหล่งบรกิ าร หมายเลข โทรศัพท์
ปรึกษาทางโทรศัพท์ สาธารณสุข สายด่วน
สุขภาพ ให้บรกิ ารแบบ
เปน็ มติ ร
Friend corner ของทร่ี ะลึก
นทิ รรศการให้ความรู้ แผ่นพับ
อบรม จดั ตาราง แอพพลเิ คช่นั
กจิ กรรม การแสดง
(เชน่ นันทนาการ
ท�ำ อาหาร ฝกึ อาชพี
งานศิลปะ ฝึกดนตรี
ดู DVD) การใหก้ าร
ปรกึ ษา การสง่ ตอ่ /บอก
ตอ่ บริการทเี่ ปน็ มิตร
โทรศพั ท์ การใหก้ ารปรกึ ษาสาย ขอ้ มูลความรู้
ดว่ นสขุ ภาพ หมายเลขโทรศพั ท์
การสอบถามขอ้ มลู หรือแหล่งติดตอ่ อ่นื
การส่งข้อความสั้น ที่จำ�เป็น
การส่งคลปิ
เยาวชนกล่มุ เสย่ี ง
พเิ ศษ สถานบนั เทงิ เจ้าหน้าท่ี อาสาสมัคร สอนสาธติ ใหค้ วามรู้ แผน่ พบั หนุ่ สอน
พนกั งานบรกิ าร สถานบรกิ าร แกนน�ำ แจกถงุ ยางอนามัย และ สาธติ ถุงยางอนามยั
หญงิ ที่ท�ำ งานใน เจลหลอ่ ลืน่ ใหส้ ุขศึกษา ถงุ อนามยั สตรี
สถานบรกิ าร และให้การปรกึ ษาแจก (female
(Venue based) สอ่ื สขุ ศกึ ษา condom)
เจลหลอ่ ล่นื
คู่มอื การสง่ เสริมสขุ ภาพวัยรุ่นและเยาวชนในชุมชน 41
กลุ่มเป้าหมาย พ้ืนที่ ทมี งาน รปู แบบกิจกรรม ตวั อย่างสอ่ื
พนักงานบรกิ าร สวนสาธารณะ เจา้ หนา้ ท่ี อาสาสมัคร สอนสาธติ ใหค้ วามรู้ แผ่นพับ หุ่นสอน
หญงิ ที่ท�ำ งานนอก ริมถนน แกนน�ำ แจกถงุ ยางอนามัยและ สาธติ ถุงยาง
สถานบรกิ าร พนื้ ทเี่ ป้าหมาย เจลหล่อลื่น ให้สุขศกึ ษา อนามยั ถุงอนามัย
(Non-Venue ตลาดวัว จดุ นัดพบ และให้การปรกึ ษา สตรี (female
based) แจกสอ่ื สขุ ศกึ ษา condom)
เจลหลอ่ ลน่ื
พนักงานบริการชาย สถานบนั เทงิ เจ้าหน้าที่ อาสาสมคั ร สอนสาธิต ใหค้ วามรู้ แผ่นพบั หุ่นสอน
สถานบรกิ าร แกนน�ำ แจกถุงยางอนามัยและ สาธติ ถงุ ยาง
พืน้ ที่สาธารณะ เจลหล่อล่ืน ให้สขุ ศึกษา อนามัย ถุงอนามยั
และให้การปรึกษา สตรี (female
แจกสอื่ สขุ ศึกษา condom)
เขา้ ค่าย walk rally เจลหลอ่ ลน่ื
หนงั สั้น RAMP
ชายท่มี ีเพสสมั พันธ์ สถานบนั เทิง สวน เจา้ หน้าที่ อาสาสมคั ร สอนสาธติ ให้ความรู้ แผ่นพบั
กบั ชาย สาธารณะ ซาวน่า แกนน�ำ แจกถงุ ยางอนามัยและ ถุงยางอนามยั
เจลหลอ่ ลื่น ให้สขุ ศึกษา ถงุ อนามยั สตรี
และให้การปรกึ ษา (female
แจกสื่อสุขศกึ ษา condom)
หนงั สนั้ RAMP(1) เจลหลอ่ ลื่น
ชายท่มี ีเพศสมั พันธ์ เว็บไซต์ ผ้ดู ูแลเวบ็ ไซต์ การโพสต์ข้อความ ขอ้ มูล(คำ�บรรยาย
กบั ชาย ข้อมูล รปู ภาพ คลิป รปู ภาพ คลปิ วิดีโอ)
แอพพลเิ คชั่น การสรา้ ง การเช่อื มถงึ แหลง่
กล่มุ ข้อมูล อืน่ ๆ
กะเทย สถานบันเทิง เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร สอนสาธติ ใหค้ วามรู้ แผ่นพบั
สาวประเภทสอง ร้านเสรมิ สวย แกนน�ำ แจกถงุ ยางอนามัยและ ถงุ ยางอนามยั
หญิงข้ามเพศ สถานเสรมิ ความงาม เจลหล่อลืน่ ใหส้ ขุ ศกึ ษา ถุงอนามยั สตรี
จุดนดั พบ และให้การปรึกษา แจก (female
สอ่ื สขุ ศกึ ษา หนังสนั้ condom)
RAMP(1) เจลหลอ่ ลนื่
42 คู่มอื การส่งเสริมสุขภาพวัยร่นุ และเยาวชนในชุมชน
กลมุ่ เปา้ หมาย พ้ืนท่ี ทีมงาน รูปแบบกจิ กรรม ตัวอย่างสือ่
แรงงานข้ามชาติ โรงงาน ท่าเรอื แกนนำ� พนักงาน สอนสาธติ การใชถ้ ุง สอ่ื ทเ่ี ปน็ ภาษา
ผใู้ ช้สารเสพตดิ แหลง่ รวมตัว อาสาสมัครสาธารณสุข ยางอนามัยและเจล ตา่ งชาติ
ต่างชาติ (พสต.) หลอ่ ลนื่ ใหส้ ขุ ศึกษา ถุงยางอนามัย
เจา้ หน้าท่ี และการใหก้ ารปรึกษา ถงุ อนามัยสตรี
ประชาสมั พันธ์บรกิ าร (female
condom)
เจลหลอ่ ล่ืน
ชมุ ชน แหล่งรวมตัว เจ้าหนา้ ที่ อาสาสมคั ร สอนสาธิตวธิ ีการ แผน่ พบั
แหลง่ คา้ ยา รา้ นขาย แกนน�ำ ทำ�ความสะอาดเข็มและ ถงุ ยางอนามยั
เขม็ /อปุ กรณใ์ ชใ้ น อุปกรณ์ในการฉีดยา
การฉดี ทางเลือกในการใช้
สารเสพติด
(1) RAMP คือ Reflection and Action within Most-at-risk Populations หมายถึงกระบวนการท่ีใช้หนงั สั้น
น�ำ ทางท�ำ กจิ กรรมกลมุ่ ยอ่ ยเพอ่ื สะทอ้ นมมุ มองจากหนงั ตวั ละคร สชู่ วี ติ จรงิ เพอื่ น�ำ ไปสกู่ ารปอ้ งกนั เอดสแ์ ละโรค
ตดิ ตอ่ ทางเพศสัมพันธ์ โดยใชส้ ื่อ หนังสั้น “Love Audition (บททดสอบรกั )” สะท้อนเรอ่ื งราวและพฤติกรรม
ของกลมุ่ MSM (กลมุ่ ชายรกั ชาย) ใหเ้ ขา้ ถงึ พฤตกิ รรมทเ่ี สย่ี งตอ่ การตดิ เชอ้ื เอชไอวี และโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์
รวมถงึ เข้าใจเพ่ือปรบั พฤติกรรม
2. จดั หาทมี งาน ทมี งานควรประกอบดว้ ยเจา้ หน้าทส่ี าธารณสขุ ตัวแทนของคนในชมุ ชน องค์กรท่เี กย่ี วขอ้ ง และควร
ท�ำ งานกับแกนนำ�หรือเครือขา่ ยพ้ืนทีช่ ุมชน เพ่อื สร้างความสัมพันธ์ ความยง่ั ยนื การเข้าถึง และการประสานงานทด่ี ี
ชว่ ยลดชอ่ งวา่ งของการสอ่ื สาร และรปู แบบของกจิ กรรมทสี่ อดคลอ้ งกบั ปญั หาและความตอ้ งการของกลมุ่ เปา้ หมาย
เปน็ ตน้ โดยแบง่ ออกเป็นทีมพี่เล้ยี ง/ที่ปรึกษา คณะทำ�งาน/ผ้ปู ฏิบัติการ/ทมี สนับสนนุ และทมี ติดตามประเมินผล
3. เตรยี มความพรอ้ มดา้ นวชิ าการกบั ทมี งาน เพอ่ื สรา้ งความมน่ั ใจและคณุ ภาพการทำ�งานใหก้ บั ทมี มปี ระเดน็ ความรู้
ดังตอ่ ไปน้ี
ความรู้ความเข้าใจในสถานการณ์สถานะทางสุขภาพ พฤติกรรมเสี่ยง พฤติกรรมทางเพศของกลุ่มเป้าหมาย
เช่น ความชกุ ของการตดิ เชือ้ เอชไอวี การมีเพศสมั พนั ธ์ การตั้งครรภ์ การใช้เครือ่ งด่ืมแอลกอฮอล์ ใชส้ ารเสพติด
การมีพฤติกรรมเสย่ี งต่าง ๆ (ตดิ เกม ตดิ พนนั การใช้ความรนุ แรง ฯลฯ) ความสนใจในประเดน็ สุขภาพตา่ ง ๆ
ความรคู้ วามเขา้ ใจในพนื้ ฐานทางเศรษฐกจิ สังคม วฒั นธรรมเฉพาะกลุ่ม ปจั จัยและความเสย่ี ง ทศั นคติ เป็นตน้
ความรู้เร่อื งการประเมนิ พฤตกิ รรมเส่ียงและภาวะสขุ ภาพตา่ ง ๆ ความเสี่ยงทางเพศและเพศสมั พนั ธ์ทปี่ ลอดภัย
และชอ่ งทางการตดิ เชอ้ื ประเมนิ ความเครียด (ST5) การตดิ สุรา/สารเสพติด พฤตกิ รรมการติดเกม การประเมนิ
ปัจจัยปกป้อง เช่น ความเข้มแข็งทางใจ ความฉลาดทางอารมณ์ ตลอดจนมีความรู้แนวทางการลดความเส่ียง
การปรับเปลี่ยนพฤตกิ รรม การใหก้ ารปรึกษาเบ้อื งตน้ กิจกรรมพัฒนาความเข้มแขง็ ทางใจ และความฉลาดทาง
อารมณ์ เป็นต้น
ความรเู้ รอ่ื งสถานทใี่ หบ้ รกิ ารและประเภทของบรกิ าร เชน่ บรกิ ารสขุ ภาพทางเพศพน้ื ฐานทคี่ รอบคลมุ ความสำ�คญั
และการเชื่อมโยงของบริการ เหตุผลและความจ�ำ เป็นในการเข้าใช้บริการ ระบบการจัดบริการและเง่ือนไขการ
ตรวจและการบำ�บัดรกั ษา สถานที่ต้งั วันและเวลาการใหบ้ ริการ เป็นตน้
คมู่ อื การสง่ เสรมิ สขุ ภาพวัยรนุ่ และเยาวชนในชมุ ชน 43
ทกั ษะในการจดั กระบวนการพดู คยุ กบั กลมุ่ เปา้ หมาย การท�ำ กจิ กรรมมเี ปา้ หมายเพอื่ สรา้ งความสมั พนั ธแ์ ละความ
ไวว้ างใจ ประเมนิ ความเสย่ี งตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ เรอ่ื งเพศ เรอ่ื งการใชแ้ อลกอฮอล/์ บหุ ร/่ี สารเสพตดิ การมพี ฤตกิ รรมเสย่ี ง
ต่าง ๆ (ติดเกม ตดิ พนนั การใช้ความรุนแรง ฯลฯ) และส่งต่อเพ่อื เข้ารับบรกิ าร ไม่ใช่มเี ฉพาะการให้ความรู้ด้าน
สขุ ภาพเพียงอยา่ งเดียว หากแต่การให้ความรูเ้ ป็นสิ่งชว่ ยเปิดประเดน็ คยุ ปญั หาในระดบั ทล่ี กึ ซึ้งมากข้ึน
ความรแู้ ละทกั ษะในการใชเ้ ครอื่ งมอื ชว่ ยจดั กจิ กรรม เชน่ การจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ ความเขม้ แขง็ ทางใจ ทกั ษะชวี ติ
ความฉลาดทางอารมณ์ เซียมซคี วามสขุ เป็นต้น
4. เตรยี มความพรอ้ มดา้ นจรยิ ธรรมกบั ทมี งาน ความเปน็ มอื อาชพี ในการท�ำ งาน ไมแ่ สวงหาหรอื หวงั ผลประโยชนส์ ว่ น
ตนจากการใชอ้ �ำ นาจทางการงาน การไดม้ าซง่ึ ขอ้ มลู ของกลมุ่ เปา้ หมายหรอื การใหข้ อ้ มลู การตดิ ตอ่ กบั ทมี งาน และไม่
รับอามิสสนิ จา้ งสิง่ ล่ออน่ื ใด รักษาความลบั สว่ นบุคคล ไมเ่ ปิดเผยข้อมลู ใด ๆ ทีอ่ าจถูกน�ำ ไปใชร้ ะบุตวั ตนหรือเป็นผล
เสียตอ่ กลมุ่ เป้าหมายได้ ควรมมี ารยาทและควบคมุ ความสภุ าพในการพูดคุย การแสดงความเห็นอกเหน็ ใจ และการ
บนั ทึกการด�ำ เนนิ งาน มคี วามจรงิ ใจและให้เกยี รติ ปฏบิ ัตติ ่อทุกคนอยา่ งเท่าเทียม ในกรณีทเี่ ปน็ Drop-In center
มีการช้แี จงและตกลงกบั ชมุ ชน (ตำ�รวจและฝา่ ยปกครอง) ว่าเป็นแหล่งพืน้ ทส่ี ร้างสรรคข์ องวัยรุน่ และเยาวชน ไม่ใช่
แหล่งมว่ั สมุ บุคลากรสาธารณสุขควรดูแลใกล้ชดิ สร้างแกนน�ำ ท่สี ามารถชว่ ยกันตกั เตือนดูแลเพื่อป้องกนั ไม่ให้พ้ืนท่ี
กลายเปน็ แหลง่ ม่ัวสมุ
5. เตรยี มสือ่ เครอ่ื งมือ ส่ือและเคร่อื งมือหลัก ๆ ทีค่ วรจัดเตรียม ไดแ้ ก่
ส่ือเคร่ืองมือแนะนำ�บริการ/โครงการ เพ่ือให้กลุ่มเป้าหมายรู้ตำ�แหน่งและสามารถเข้าถึงบริการ และมีการหา
ข้อมูลเพ่มิ เตมิ โดยสือ่ อาจเปน็ ในรูปแบบเอกสารพบั คปู อง พัด พวงกญุ แจ สมดุ โนต้ โปสการด์ ปากกา กระเปา๋
เสื้อยืด รม่ ไดอาร่ี ฯลฯ เปน็ ตน้ ตามความเหมาะสมกับกลุม่ เป้าหมายและพน้ื ท่ี และยงั เป็นการชว่ ยเตือนความ
จ�ำ และอ�ำ นวยความสะดวกในการเข้ารับบรกิ าร เชน่ ใบนำ�ส่ง แบบส่งตอ่ รบั บริการ เป็นต้น
สอื่ / เครอ่ื งมอื ทม่ี งุ่ เนน้ ใหข้ อ้ มลู เกยี่ วกบั สขุ ภาพ เชน่ อาการบง่ ชข้ี องการตดิ โรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์ พฤตกิ รรม
เสยี่ ง การลดความเสย่ี ง การตรวจหาการตดิ เชอื้ เอชไอวี การคมุ ก�ำ เนดิ การปอ้ งกนั โรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พนั ธแ์ ละ
โรคเอดส์ การปรับเปลีย่ นพฤติกรรม เปน็ ตน้
ส่ือ / เครื่องมือท่ีจะใช้ท�ำ กิจกรรมกับกลุ่มเป้าหมายโดยตรง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารเรื่องเพศ ได้แก่
เคร่ืองมือทใี่ ช้เปดิ ประเด็นคุยเร่อื งส่วนตัว เคร่ืองมอื ชวนคยุ ความรู้เร่อื งสขุ ภาพทางเพศ เคร่ืองมอื วิเคราะหค์ วาม
เส่ียงทางเพศสัมพันธ์ หรือเครื่องมือที่ใช้เพ่ือดึงความสนใจ เคร่ืองมือคั่นเวลารอในกรณีที่มีคนจำ�นวนมากเข้า
ร่วมกจิ กรรม เช่น บัตรคำ�ชวนตอบคำ�ถามเรอื่ งเพศ แผ่นขูดประเมนิ ความเส่ียง ปรศิ นาอกั ษรไขว้ และรวมถงึ สือ่
เคลอ่ื นไหว คลิป หนังสัน้ ท่ใี ช้สือ่ สารเปิดประเด็นเรอ่ื งเพศ เปน็ ต้น
สื่อ / เครื่องมือท่ีจะใช้ทำ�กิจกรรมกับกลุ่มเป้าหมายโดยตรง เพ่ือใช้เป็นเครื่องมือในการจัดกิจกรรมเพ่ือพัฒนา
ปัจจยั ปกปอ้ ง เชน่ พฒั นาความเข้มแข็งทางใจ เซยี มซคี วามสุข ความฉลาดทางอารมณ์ ทกั ษะชีวิต เป็นต้น
6. กำ�หนดข้นั ตอนและแผนงานการทำ�กจิ กรรม เป็นการกำ�หนดขั้นตอนเฉพาะของแตล่ ะกจิ กรรม ช่วยลดโอกาสการ
เกดิ อุปสรรคหรอื ความขัดข้องที่ไม่คาดคดิ ในการทำ�กจิ กรรม มีหลกั ประเดน็ ดังตอ่ ไปนี้
การประสานงานเบอ้ื งตน้ ตดิ ตอ่ ขอเขา้ ใช้ ส�ำ รวจและจดั เตรยี มสถานที่ ทง้ั สถานทท่ี างกายภาพ เชน่ โรงเรยี น สวน
สาธารณะ บาร์ สถานบนั เทิง สถานบริการ รา้ นอาหาร รา้ นค้า หา้ งสรรพสินคา้ สนามกีฬา เปน็ ต้น หรอื สถานท่ที ่ี
ไมใ่ ชก่ ายภาพ เชน่ รายการวทิ ยุ รายการโทรทศั น์ เวบ็ ไซต์ สายดว่ น สงั คมออนไลน์ เปน็ ตน้ ซง่ึ ตอ้ งมกี ารประสานงาน
ก�ำ หนดวนั ท�ำ กจิ กรรม และไดร้ บั ความรว่ มมอื จากเจา้ ของและ/หรอื ผดู้ แู ลสถานทลี่ ว่ งหนา้ ทง้ั นอี้ าจเปน็ การไดม้ า
ซ่ึงข้อมูลเบื้องต้นเกีย่ วกบั กลมุ่ เปา้ หมายทีอ่ ยใู่ นพน้ื ทน่ี นั้ หรอื แม้แตค่ �ำ แนะนำ�ด้านพ้ืนท่ีจดั กิจกรรม วันและเวลา