44 คมู่ อื การสง่ เสริมสุขภาพวัยรุ่นและเยาวชนในชุมชน
รปู แบบกจิ กรรมและสอื่ ทเ่ี หมาะสม (ในรม่ หรอื กลางแจง้ ทส่ี วา่ งหรอื ทม่ี ดื เปน็ ตน้ ) และอาจรวมถงึ การไดร้ บั การ
สนบั สนุนด้านวสั ดอุ ุปกรณใ์ นการทำ�กิจกรรมและการประชาสัมพันธ์กจิ กรรม เป็นตน้
รูปแบบกิจกรรม ต้องให้กลมุ่ เป้าหมายมีความรู้สึกสนใจและสะดวกใจท่ีจะมาเข้าร่วมกจิ กรรม ไมถ่ ูกตตี ราวา่ มา
คยุ เร่อื งเพศ หรือปัญหาพฤตกิ รรมเส่ยี งอ่ืน ๆ อาจออกแบบให้เป็นเหมอื นการเลน่ เกม การตอบค�ำ ถามชิงรางวลั
ให้ความรเู้ ร่อื งสขุ ภาพทัว่ ไป เป็นต้น และตอ้ งใหม้ มี ุมหรอื พืน้ ท่ีท่เี ปน็ สว่ นตวั เพอ่ื การพดู คุยเชิงลึกและเป็นความ
ลบั สว่ นบคุ คลในเรอื่ งความเสย่ี งทางเพศและความกงั วลใจ แตม่ มุ หรอื พนื้ ทนี่ ตี้ อ้ งไมม่ คี วามชดั เจนหรอื โดดเดน่ จน
เป็นทส่ี งั เกตหรือรไู้ ด้โดยทว่ั ไปว่าเปน็ การคยุ เร่ืองทีต่ ้องปกปดิ
การเตรียมคนสำ�หรับทำ�กจิ กรรมใหเ้ หมาะสม โดยพิจารณาจากจำ�นวนกลุ่มเป้าหมายท่คี าดว่าจะอยู่ในพน้ื ท่ี ณ
เวลาทท่ี ำ�กจิ กรรม และจัดแบง่ บทบาทเจ้าหนา้ ทีใ่ ห้เหมาะสมตามประเดน็ ต่างๆ ของกิจกรรม เชน่ การเชญิ ชวน
การตอ้ นรบั การเลน่ เกม การปรกึ ษาและใหค้ วามรู้ การสง่ ตอ่ เพอื่ เขา้ รบั บรกิ าร การดแู ลและประเมนิ ผลกจิ กรรม
เป็นตน้
การเตรยี มสอื่ / เครอ่ื งมอื และอปุ กรณ์ ตอ้ งเตรยี มในปรมิ าณทเี่ พยี งพอตอ่ ผมู้ าเขา้ รว่ มกจิ กรรม ครบถว้ นสำ�หรบั
การท�ำ กจิ กรรม เชน่ สอ่ื ใหค้ วามรู้ ถงุ ยางอนามยั และเจลหลอ่ ลนื่ เปน็ ตน้ และใหเ้ หมาะสมกบั สถานทที่ ำ�กจิ กรรม
(ในร่มหรือกลางแจง้ ท่ีสว่างหรือที่มืด เปน็ ตน้ ) และการสง่ ตอ่ กลุม่ เป้าหมายไปยังสถานบรกิ ารสขุ ภาพ
การประชาสมั พนั ธก์ จิ กรรม โดยการประสานงานและประชาสมั พนั ธร์ ว่ มกบั เจา้ ของและ/หรอื ผดู้ แู ลสถานที่ แกน
นำ�ชุมชน เครือข่ายหรือองค์กรชุมชน โดยใช้สื่อที่เหมาะสม เป็นต้น เพ่ือการกระจายข่าวให้ถึงกลุ่มเป้าหมาย
จ�ำ นวนมาก และเพือ่ สรา้ งความเชื่อม่ันใหก้ ลมุ่ เปา้ หมายมาเขา้ รว่ มกจิ กรรม อาจน�ำ ด้วยเน้ือหาการพัฒนาปจั จยั
ปกปอ้ ง เชน่ การสร้างความเขม้ แข็งทางใจ การพฒั นาความฉลาดทางอารมณ์ เซียมซคี วามสุข ฯลฯ
การจดั ท�ำ กิจกรรม ดำ�เนนิ การตามแผนงานทวี่ างไว้ โดยควรมีการซักซอ้ มหรอื ทดลองท�ำ กิจกรรมก่อนล่วงหน้า
เพื่อตรวจทาน อดุ ช่องวา่ ง ลดอปุ สรรค และเพิม่ ความนา่ สนใจและน่าพึงพอใจของกจิ กรรม เปน็ ตน้
การจดั ทำ�รายงานและสรปุ ผลการทำ�กจิ กรรม เมอ่ื จบกจิ กรรมแตล่ ะครง้ั ควรมกี ารประเมนิ ผลสำ�เรจ็ จากจำ�นวน
ประชากรเป้าหมายทเ่ี ข้ารว่ มกิจกรรม จ�ำ นวนประชากรเปา้ หมายท่ีได้คยุ เชิงลกึ จำ�นวนประชากรเป้าหมายทไ่ี ด้
ท�ำ การสง่ ตอ่ ไปเขา้ รบั บรกิ าร สถานบรกิ าร วนั และเวลานดั ทไ่ี ดท้ ำ�การสง่ ตอ่ การไปตามนดั เขา้ รบั บรกิ าร คำ�ถาม
ทท่ี มี งานไมส่ ามารถตอบได้ ขอ้ สงั เกตในเรอ่ื งพฤตกิ รรมของกลมุ่ เปา้ หมาย จดุ ออ่ นและจดุ แขง็ ของการทำ�กจิ กรรม
คร้ังน้ี ความเบ่ียงเบนจากแผนงานทีว่ างไว้ และข้อควรปรับปรงุ ส�ำ หรบั การทำ�กจิ กรรมในคร้งั ต่อไป เปน็ ตน้ โดย
จดบนั ทกึ และจดั ท�ำ รายงานอยา่ งเปน็ ระบบ แตต่ อ้ งไมใ่ หท้ ง้ั ทมี งานและประชากรเปา้ หมายเกดิ ความรสู้ กึ วา่ กำ�ลงั
ถกู ตรวจสอบหรอื เพง่ เลง็
7. ประสานงานและติดตามผลท่ีสถานบริการ เพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดอุปสรรคหรือความขัดข้องที่ไม่
คาดคดิ เม่อื ประชากรเป้าหมายเขา้ ไปรับบรกิ าร เชน่ ลดการเสยี เวลาในการรอรบั บริการ จ�ำ นวนผู้มารบั บริการท่ี
เหมาะสม เพิม่ ความเป็นมติ ร ความพึงพอใจและความเชอื่ มัน่ ในบรกิ าร โดยการประสานงานกบั สถานบริการล่วง
หน้าถึงการจัดกิจกรรมและการคาดคะเนจำ�นวนการส่งต่อมาเข้ารับบริการ (ชื่อ วัน เวลาท่ีนัดเข้ารับบริการ และ
จ�ำ นวนนดั ตอ่ วัน) การขอความร่วมมือในการรายงานผลการส่งตอ่ เพอื่ ตดิ ตามผลการท�ำ กจิ กรรม เปน็ ตน้
8. พัฒนาเสริมทักษะให้ทีมงาน จากการประเมินผลการทำ�กิจกรรมเพื่ออุดช่องว่างท่ีมี หรือเพื่อพัฒนากิจกรรมให้
ประสบผลส�ำ เร็จมากยง่ิ ขน้ึ
9. ทำ�กิจกรรมซํา้ ในพนื้ ทเ่ี ดมิ แมว้ ่าประชากรเปา้ หมายจะได้รบั ความเขา้ ใจในเรอื่ งการประเมินความเสย่ี ง รู้วา่ ตนเอง
เสีย่ ง แตก่ เ็ ปน็ ไปได้ท่ปี ระชากรเหลา่ นัน้ จะยงั ไมไ่ ปใชบ้ ริการ เน่อื งด้วยสาเหตทุ ่หี ลากหลาย เชน่ กลวั รับผลการติด
คมู่ ือการสง่ เสรมิ สขุ ภาพวยั รนุ่ และเยาวชนในชมุ ชน 45
เช้ือไม่ได้ กลัวไม่เป็นความลับ ยังไม่เชื่อมั่นในบริการ สถานท่ีบริการอยู่ไกลเกินไป ไม่มีเวลาไปรับบริการ เป็นต้น
ดงั นนั้ การท�ำ กจิ กรรมซาํ้ ในพน้ื ทเี่ ดมิ จะชว่ ยใหท้ มี งานมโี อกาสไดพ้ บประชากรเปา้ หมายเพอ่ื เนน้ ยา้ํ ความส�ำ คญั ของ
การเข้ารับบรกิ าร สร้างเสริมความมนั่ ใจ และ/หรือลดอุปสรรคตอ่ การเข้ารับบรกิ าร และควรมกี ำ�หนดการท่แี น่นอน
เพือ่ ใหก้ ลุม่ เป้าหมายรับรูแ้ ละมาใชบ้ รกิ ารกรณที ่ีต้องการ
10. เปิดช่องทางการสื่อสารประจำ�เพื่อเชื่อมโยงเข้ากับบริการในสถานพยาบาล เช่น Facebook, LINE หรือ
แอพพลเิ คชัน่ อื่น ๆ
แนวทางการปฏิบัติงานภาคสนาม (Outreach service)
ตอ้ งเป็นทีไ่ ว้วางใจของกล่มุ เปา้ หมาย
เน้นการสร้างสัมพันธภาพในการทำ�งาน
การท�ำ งานภาคสนามต้องมีการสอบถามขอ้ มูลจากแกนนำ�ภาคสนาม
มกี ารประสานงานในชมุ ชน กลับมาและรายงานข้อมูล
การทำ� outreach service ตอ้ งเปน็ การทำ�งานอย่างตอ่ เน่ือง
ต้องอยู่ภายใต้กรอบหรือจรรยาบรรณด้วย เช่น การรักษาความลับ การให้เกียรติและปฏิบัติต่อทุกคน
อยา่ งเทา่ เทยี ม
คน้ หาว่าเพ่ือนเรามีความต้องการในเรอื่ งใดบา้ ง ชวนเขาคยุ
เกดิ การเรียนรู้ร่วมกนั
ยกตัวอยา่ งการท�ำ งานเอดส์ในชุมชน
นำ�ทรัพยากรทมี่ อี ยนู่ ้อยน�ำ มาทำ�ให้เกดิ การตอบสนองได้
มกี ิจกรรมรณรงคเ์ ชิงสาธารณะ
ตวั อยา่ งการเพม่ิ การเขา้ ถงึ กล่มุ TG (Transgender) ตอ้ งดูวา่ TG สนใจเรื่องอะไร เช่น สนใจเรือ่ งการ
ประกวด ท�ำ ใหส้ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของกลมุ่ เปา้ หมาย และพยายามสอดแทรกเนอ้ื หาสาระทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั โครงการ
หรอื ทง่ี บประมาณวางไว้ ต้องทำ�ใหก้ ลมุ่ เปา้ หมายรสู้ กึ sensitive เช่น เปลี่ยนรปู แบบในการประกวดใหส้ อดคลอ้ ง
การชว่ ยเหลือเพ่อื น ๆ และการส่งตอ่
แกนนำ�เป็นตวั กระตนุ้ พยายามให้เพื่อนเหน็ ความสำ�คญั ในการตรวจสุขภาพทางเพศ
ทัศนคติของกลุ่มเป้าหมายก็สำ�คัญ ทัศนคติในการดูแลสุขภาพของตนเองยังน้อยอยู่ พบว่าการติดเชื้อ
มากขึ้นในเดก็ ทีมอี ายตุ ํา่ เห็นความส�ำ คัญในการหาเลย้ี งชพี มากกว่าสุขภาพของตนเอง
เหน็ ความจ�ำ เปน็ อยา่ งยง่ิ ทจี่ ะประสานความรว่ มมอื จากหนว่ ยสนบั สนนุ ตา่ งๆ เพอ่ื ใหท้ �ำ งานแบบบรู ณาการ
การท�ำ งานเชงิ รบั ร่วมกบั ทำ�งานเชิงรกุ
หรือตัวอย่างกจิ กรรมในกลมุ่ ชายทม่ี เี พศสมั พันธก์ บั ชาย
การจดั กจิ กรรมกลมุ่ เพอ่ื การปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรมโดยใชส้ อื่ หนงั สนั้ Ramp ส�ำ หรบั MSM (Ramp VCT)
Ramp VCT เป็นวิธีการจัดกิจกรรมแบบกลุ่ม เน้นการส่ือสารชวนคิด เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
โดยใช้สื่อหนังสั้น ชื่อว่า “Love Audition (บททดสอบรัก)” สะท้อนเร่ืองราวและพฤติกรรมของกลุ่ม
MSM ให้เข้าใจถึงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงเข้าใจ
เพ่ือปรับพฤติกรรม
46 คูม่ ือการส่งเสรมิ สุขภาพวยั รนุ่ และเยาวชนในชุมชน
เพ่ือให้สะท้อนในเร่ืองของพฤติกรรมในกลุ่ม MSM เกิดโอกาสเสี่ยงต่อการติดเช้ือ HIV/STIs มีการจัด
3 ครัง้ โดยท่คี ร้ังที่ 3 พบวา่ ลดลงอยา่ งเหน็ ชดั เจน ครั้งท่ี 3 ไดร้ ับความรว่ มมอื จากโรงพยาบาลบางรกั
เพือ่ เตรียมเจา้ หนา้ ทีห่ ้อง lab มาใหบ้ รกิ ารการตรวจ การให้คำ�ปรึกษา
กระบวนการ คือ ดูหนังสั้น สะท้อนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และชวนพูดคุยเพื่อปรับทัศนคติ
แลกเปล่ยี นประสบการณ์กัน
สรปุ เนอ้ื หาของทกุ คนใหก้ ลมุ่ ฟงั และมเี จา้ หนา้ ทพี่ ยาบาล ใหค้ วามรขู้ นั้ ตอนในการตรวจ HIV และซฟิ ลิ สิ
หลงั จากนัน้ น้องๆจะเข้ารบั การปรึกษารายบคุ คล
ขอ้ ควรระวงั
1. ถา้ เปน็ กลุ่มเดยี วกนั อาจเกดิ การตีตรา
2. สถานที่ บางครั้งอาจตอ้ งเชา่ สถานท่ี ตอ้ งมคี วามไวว้ างใจกับสถานที่
แสดงภาพตัวอยา่ ง : ร้านนวดสปา น้องๆในร้านนวดมสี ถิตใิ นการตรวจเกือบ 100%
หลกั การท�ำ งานกับกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน มี 3 ประการ ได้แก่
1. การคน้ หาและเขา้ ถงึ กลมุ่ วยั รนุ่ และเยาวชนในชมุ ชน บคุ ลากรสาธารณสขุ ตอ้ งรขู้ อ้ มลู ของวยั รนุ่ ในพนื้ ท่ี
สภาพครอบครวั แหลง่ ทว่ี ยั รนุ่ ชอบไปรวมตวั กนั เพอื่ พดู คยุ หรอื ทำ�กจิ กรรมตา่ ง ๆ รว่ มกนั ซงึ่ ไดจ้ ากการพดู คยุ กบั แกนนำ�
ในชมุ ชนและแกนน�ำ โดยธรรมชาติ เชน่ ผใู้ หญบ่ า้ น อาสาสมคั รสาธารณสขุ ครู เจา้ ของรา้ นอาหาร เจา้ ของรา้ นเสรมิ สวย
ร้านขายยา ร้านซ่อมจักรยานยนต์ ร้านเกม(ถา้ มี) ฯลฯ
2. การสร้างสัมพันธภาพ การสร้างความไว้วางใจต้องมีท่าทีเป็นมิตร จริงใจ ให้เกียรติ หม่ันทักทายและ
พบปะพดู คุยบอ่ ย ๆ เพอ่ื ใหค้ ุน้ หนา้ และแสดงถงึ ความตัง้ ใจจรงิ ในการคบหา คอยสังเกตอารมณว์ ่าอีกฝ่ายพรอ้ มจะพูด
คุยกันหรอื ไม่ อดทน ใจเย็น ไม่มุ่งจะยดั เยียดความรหู้ รอื ให้อกี ฝ่ายทำ�ตามความตอ้ งการของเรา
3. การใหค้ วามชว่ ยเหลอื ควรใหค้ วามชว่ ยเหลอื ในเรอื่ งทวั่ ๆ ไป เปน็ ทป่ี รกึ ษาและสนบั สนนุ ทางดา้ นจติ ใจ
ใหก้ �ำ ลงั ใจ หรอื บอกแหลง่ ชว่ ยเหลอื ทางสงั คม เปน็ ธรุ ะใหใ้ นเรอ่ื งทส่ี ามารถจะชว่ ยได้ การทว่ี ยั รนุ่ ไมเ่ ขา้ รบั บรกิ ารในสถาน
บรกิ ารสาธารณสุขมหี ลายสาเหตุ เช่น ไม่ค้นุ เคยกบั ข้นั ตอน กลวั เจ้าหนา้ ท่ี ไม่ม่ันใจในตนเอง ไม่มคี ่าเดนิ ทาง ไมม่ ญี าติ
ขาดเอกสาร ไมไ่ ว้วางใจบุคลากรสาธารณสุข เกรงจะถกู มองไม่ดี กลัวความลบั จะเปิดเผย ไมส่ นิทใจ เป็นตน้
ตวั อย่างหัวขอ้ การประชมุ กลุ่มย่อยสอบถามความคิดเหน็ ของผปู้ ฏิบัติงาน
ความรสู้ ึกโดยทวั่ ไป
ผู้ปฏิบัติงานมีความรู้สึกโดยรวมเก่ียวกับงานบริการเชิงรุกในชุมชนอย่างไร (คุณชอบ-ไม่ชอบอะไรเก่ียวกับ
งานทค่ี ุณก�ำ ลงั ท�ำ อยู่ อะไรเปน็ ปญั หาอปุ สรรคทค่ี ณุ หนกั ใจมากทสี่ ุด)
ความคิดเห็นเกีย่ วกบั คณุ ภาพการบรกิ าร
ผปู้ ฏบิ ตั งิ านประเมนิ คณุ ภาพการใหบ้ รกิ ารของตนเองอยา่ งไร อะไรเปน็ ปจั จยั เออ้ื และอปุ สรรค และขอ้ เสนอ
แนะเพอื่ ปรบั ปรุงบริการใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพมากข้นึ
1. คณุ คดิ วา่ ผ้รู ับบริการยอมรับหรอื พอใจกบั บรกิ ารทคี่ ุณให้หรอื ไม่ อย่างไร
2. คุณเห็นการเปลีย่ นแปลงพฤติกรรมของผูร้ บั บรกิ ารหรือไม่ อยา่ งไร
3. บรกิ ารอะไรทคี่ ิดวา่ คณุ ประสบความสำ�เร็จมากทีส่ ดุ และนอ้ ยที่สุด
4. บริการอะไรท่คี ุณทำ�ไดด้ ีและไม่ดี
5. ควรปรับเปล่ียนบทบาทของคณุ ในการใหบ้ ริการหรือไม่ อยา่ งไร
คู่มอื การสง่ เสรมิ สขุ ภาพวัยรุน่ และเยาวชนในชมุ ชน 47
6. งานบริการเชงิ รุกในพ้ืนทกี่ บั งานในสถานบรกิ ารทคี่ ุณท�ำ อยมู่ กี ารเชื่อมโยงกนั อยา่ งไร
7. คณุ คดิ ว่าคณุ และทมี งานจะสามารถปรับปรุงการให้บรกิ ารในส่วนใดได้เองบา้ ง อยา่ งไร
8. คุณต้องการการฝกึ อบรมเพิม่ เตมิ อะไรหรอื ไม่
9. คุณต้องการการสนับสนุนอะไรเพิ่มเติมอีกบ้างเพื่อปรับปรุงงานบริการเชิงรุกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เชน่ การฝึกอบรม วสั ดอุ ปุ กรณ์อื่น ๆ
ตวั อยา่ งหัวขอ้ การประชมุ กลุม่ ย่อยสอบถามความพึงพอใจของผู้รับบริการ
รูปแบบการให้บรกิ าร
“ผูป้ ฏบิ ัติงานเขา้ ถึงกลมุ่ วัยรุ่นและเยาวชนอยา่ งไร และให้บริการอะไรบ้าง อย่างไร”
1. คุณรจู้ ักกับผใู้ ห้บรกิ ารได้อย่างไร
2. ส่วนใหญค่ ุยกนั ทไ่ี หน ใช้เวลานานแคไ่ หน
3. ผ้ใู ห้บรกิ ารแนะน�ำ ตัวอยา่ งไร
4. คุณได้รับบรกิ ารอะไรบ้าง
5. ผู้ใหบ้ รกิ ารกลบั มาหาบอ่ ยแค่ไหน เว้นชว่ งนานไหม
คณุ ภาพของบริการ
“วัยรุ่นและเยาวชนยอมรับหรือพอใจกับบริการท่ีได้รับมากน้อยแค่ไหน อย่างไร พฤติกรรมของวัยรุ่นและ
เยาวชนเปลย่ี นแปลงหรือไม่ อย่างไร”
1. คณุ รสู้ กึ อย่างไรกบั บรกิ ารทีไ่ ด้รบั อะไรที่ชอบ/มปี ระโยชน์ อะไรท่ไี มช่ อบ/ไมม่ ีประโยชน์ ให้เหตผุ ล
2. คุณรู้สึกอย่างไรกับตัวผู้ให้บริการ เช่น ในด้านความรู้ การส่ือสาร ทักษะการให้คำ�ปรึกษา การทำ�กลุ่ม
การชว่ ยเหลอื นสิ ยั ใจคออืน่ ๆ
3. คุณมีการเปล่ียนแปลงพฤติกรรมหรือไม่ อย่างไร และได้เข้าไปรับบริการของหน่วยงานต่าง ๆ
หรอื ไม่ อธิบายวา่ อะไรทีท่ ำ�ให้เปลยี่ นหรอื ไม่เปลยี่ น
4. คณุ คิดว่าผูใ้ หบ้ รกิ ารควรปรับปรงุ บริการให้ดีขึน้ ได้อยา่ งไร
48 ค่มู อื การสง่ เสริมสขุ ภาพวยั รุ่นและเยาวชนในชมุ ชน
ตวั อย่างแบบสำ�รวจความพึงพอใจของผูร้ ับบริการ
เพศ: ชาย หญงิ อายุ : ...................... วนั /เดอื น/ปี ...........................................................................
ทอ่ี ยู่ (เขต): ............................................................................................................................................................
มารับบริการท้งั หมดจำ�นวน................................................ครัง้
กจิ กรรมทช่ี อบมากทส่ี ดุ .........................................................................................................................................
กจิ กรรมทชี่ อบนอ้ ยทส่ี ดุ หรอื ไมช่ อบเลย................................................................................................................
กรุณาวงกลมให้คะแนนแสดงความพอใจของคุณตอ่ บริการทีไ่ ดร้ บั
หวั ขอ้ ระดับความพึงพอใจของคณุ
นอ้ ยท่สี ุด นอ้ ย มาก มากทสี่ ดุ
ประโยชน์ทีค่ ณุ ได้รับจากบริการ 12 3 4
ความเขา้ ใจตอ่ บริการ/ขอ้ มูลทีไ่ ดร้ บั 12 3 4
ความเหมาะสมของระยะเวลาในการให้บริการ (ถา้ ตอบ 1 1 2 3 4
หรอื 2 กรณุ าระบุ “สน้ั ไป” หรือ “ยาวไป” และคณุ ไดร้ บั
บริการเป็นเวลา.........นาท)ี
ระดับความพึงพอใจของคุณ
หัวขอ้ น้อยท่สี ดุ น้อย มาก มากทสี่ ดุ
ใชภ้ าษาทีเ่ ข้าใจง่าย
การตอบข้อสงสยั ของคณุ
การใหเ้ กยี รติ/เคารพในตวั คณุ
การสนบั สนุนด้านก�ำ ลังใจแก่คุณ
การสง่ ต่อเพือ่ รบั บรกิ ารทางสขุ ภาพอนื่ ๆ
(กรุณาวงกลม ระบกุ ารสง่ ตอ่ ทไ่ี ด้รับ เช่น “ตรวจครรภ์ ดูแล
รกั ษาโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์ ใหค้ �ำ ปรกึ ษาเรอื่ ง.................
อนื่ ๆ .........................................................................)
ความพึงพอใจของคุณโดยรวมต่อบริการของเรา
ขอ้ คิดเหน็ และค�ำ แนะนำ�เพมิ่ เตมิ :
.........................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
คู่มอื การสง่ เสรมิ สขุ ภาพวยั รุ่นและเยาวชนในชุมชน 49
50 ค่มู ือการส่งเสรมิ สขุ ภาพวยั รุ่นและเยาวชนในชมุ ชน
คู่มอื การสง่ เสรมิ สขุ ภาพวยั รุ่นและเยาวชนในชุมชน 51
52 ค่มู ือการส่งเสรมิ สขุ ภาพวยั รุ่นและเยาวชนในชมุ ชน
คมู่ อื การส่งเสริมสุขภาพวัยรนุ่ และเยาวชนในชมุ ชน 53
บทท่ี 4 : รูปแบบและบทเรียนจากการจดั พืน้ ที่การเรียนรูข้ องพ่อแม่
แนวทางการจัดเวทีเรียนร้สู �ำ หรบั พ่อแม่ “คุยกบั ลกู เรือ่ งเพศ”
กระทรวงสาธารณสุขได้กำ�หนดให้การจัดเวทีเรียนรู้สำ�หรับพ่อแม่ เป็นหน่ึงมาตรการในการลดปัญหา
การตัง้ ครรภ์ในวัยรุ่น คือมาตรการเชงิ รกุ สู่ชุมชน ภายใต้ยทุ ธศาสตร์ “การจัดบริการที่มคี ณุ ภาพมาตรฐานครอบคลุม
และเข้าถึงวัยรุ่นทุกกลุม่ ในสถานบรกิ ารสาธารณสุข สถานศึกษา และชุมชน”
จากการที่สำ�นักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รว่ มกับภาคีที่เกี่ยวข้องออกแบบภารกิจ
9 ด้านเพ่ือป้องกันและแก้ไขปัญหาการต้ังครรภ์ในวัยรุ่นแบบบูรณาการ (ส�ำ นักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุข
ภาพ, 2556) โดยเฉพาะในส่วนของภารกจิ ท่ี 2 ทเ่ี ปน็ จุดเน้นของการด�ำ เนนิ งานศกึ ษาการจดั พืน้ ท่ีการเรยี นรูพ้ ่อแม่เพอื่
คยุ เรอื่ งเพศกบั ลกู นน้ั เปน็ การสนบั สนนุ ใหพ้ อ่ แมม่ ที กั ษะคยุ กบั ลกู อยา่ งเปดิ ใจเรอ่ื งความรกั ความสมั พนั ธ์ และเพศสมั พนั ธ์
โดยม่งุ เน้นการใหข้ อ้ มูลเพ่ือเพมิ่ ทักษะด้านการสอื่ สารทจ่ี ะชว่ ยใหว้ ัยรุ่นเข้าใจและเรียนรเู้ ร่อื งเพศได้อย่างเหมาะสม โดย
เฉพาะอยา่ งยงิ่ ในรปู แบบของการใหค้ วามรผู้ า่ นการฝกึ อบรมและพนื้ ทแ่ี ลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ ระหวา่ งพอ่ แมผ่ ปู้ กครอง
เพ่อื สื่อสารเรอ่ื งเพศในครอบครวั (family communication about sex) ซงึ่ วางแผนการด�ำ เนนิ งานเพอ่ื ขยายผลไปยัง
พนื้ ที่ต่างๆท่ัวประเทศ
โครงการรณรงค์ทางสังคมต่างๆ ท่ีต้องการกระตุ้นให้ครอบครัวมีบทบาทในการให้ความรู้และสร้างทัศนคติ
ที่ดีแกบ่ ุตรหลาน เชน่ โครงการ “just say no” “Sex must say” “อดเปรยี้ วไวก้ ินหวาน” มีข้อคน้ พบคลา้ ยคลงึ กัน
วา่ วยั รนุ่ ตอนตน้ ตอ้ งการพดู เรอื่ งเพศ เรอ่ื งความปลอดภยั และความสมั พนั ธก์ บั พอ่ แมม่ ากกวา่ การดหู นงั สอื โป๊ หรอื ศกึ ษา
จากอินเทอร์เน็ต แตเ่ มอ่ื โตขน้ึ กลับไม่อยากคุยกบั ผปู้ กครอง แตจ่ ะต้องการพูดคยุ และปรึกษากับเพื่อนมากกว่า
วัยรุ่นตอนต้นจึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม สำ�หรับเร่ิมต้นการพูดคุยเรื่องเพศ แน่นอนว่า การพูดคุยในเร่ือง
พน้ื ฐานกวา่ นัน้ เช่น ความแตกตา่ งระหว่างชายหญงิ การร้จู ักอวัยวะเพศของตน ควรเร่มิ ตน้ ก่อนหนา้ น้ัน
หากครอบครวั มที กั ษะในการสอ่ื สารทดี่ ี กจ็ ะชว่ ยเตรยี มความพรอ้ มใหล้ กู มคี วามรแู้ ละเทา่ ทนั ตอ่ ประเดน็ เรอ่ื ง
เพศ ช่วยลดปญั หาตา่ งๆ ลงได้
ขอ้ มลู จากการทบทวนวรรณกรรมและจากประสบการณข์ องผทู้ ท่ี ำ�งานในพนื้ ทเี่ รอ่ื งเพศใหข้ อ้ มลู ไปในทศิ ทาง
เดียวกันว่าพ่อแม่หรือผู้ปกครองเป็นที่ปรึกษาเรื่องเพศที่ดีที่สุดของวัยรุ่นเพราะเป็นบุคคลท่ีอยู่ใกล้ชิดกับลูกมากที่สุด
ในขณะทก่ี ารสอื่ สารเรอื่ งเพศเชงิ บวกในครอบครวั จะชว่ ยลดปญั หาการตง้ั ครรภไ์ มพ่ รอ้ มในเยาวชนได้ ขอ้ มลู นส้ี อดคลอ้ ง
กบั แนวคดิ การท�ำ งานเพอื่ ปอ้ งกนั ปญั หาทอ้ งไมพ่ รอ้ มจากทวั่ โลกทใ่ี ชก้ ารสอ่ื สารในครอบครวั เปน็ ยทุ ธศาสตรส์ ำ�คญั ในการ
ทำ�งานโดยเฉพาะอย่างย่ิงในหลายประเทศในทวีปอัฟริกาและสหราชอาณาจักรที่มีโปรแกรมการอบรมให้ความรู้พ่อแม่
เกีย่ วกบั เพศและสขุ ภาวะ (นิธิดา แสงสงิ แกว้ และคณะ, 2557) รวมทัง้ ขอ้ สงั เคราะห์งานวจิ ยั หลายชิ้นท่สี รุปตรงกันวา่
เดก็ ทตี่ ั้งครรภ์ไม่พรอ้ มมแี นวโน้มการส่อื สารเรอ่ื งเพศกับพ่อแมใ่ นระดบั ตํา่ (Raffaelli, 2003)
สำ�หรับประเทศไทยจากการสำ�รวจของกรมอนามัยพบว่าบุคคลที่มีอิทธิพลต่อความยับย้ังชั่งใจของวัยรุ่นใน
เร่อื งเพศมากที่สดุ อนั ดับ 1 คือตวั วัยร่นุ เอง ร้อยละ 45.5 รองลงมาคือแม่ รอ้ ยละ 38.5 และพอ่ รอ้ ยละ 24.5 นอกจากน้ี
ผลการศึกษาเร่ืองการสื่อสารเรื่องเพศศึกษาในเด็กนักเรียนตำ�บลเชียงกลางอำ�เภอเชียงกลาง จังหวัดน่านในปี 2553
มีข้อค้นพบท่ีน่าสนใจว่าเยาวชนต้องการให้พ่อแม่เป็นผู้สอนเร่ืองเพศศึกษาในขณะท่ีพ่อแม่ท่ีมีความรู้และทัศนคติ
ทเี่ ปดิ กวา้ งเกยี่ วกบั เรอื่ งเพศจะสามารถสอื่ สารเรอื่ งเพศกบั ลกู หลานไดอ้ ยา่ งมน่ั ใจและมปี ระสทิ ธภิ าพ ซงึ่ ตรงกบั การศกึ ษา
ของสรุ ยี พ์ ร กฤษเจริญและคณะ (2551), กลุ กานต์ อภวิ ัฒนลงั การ และคณะ (2551) และอาภาพร เผา่ วฒั นา (2555)
ท่ีพบว่าการมีส่วนร่วมของพ่อแมส่ ามารถปอ้ งกนั พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรนุ่ ได้ ฯลฯ
54 คมู่ ือการสง่ เสริมสุขภาพวัยรุ่นและเยาวชนในชมุ ชน
ผลจากการประชมุ ระดบั ชาตเิ รอื่ งสขุ ภาวะทางเพศ ครงั้ ที่ 1 เรอื่ งการตงั้ ครรภใ์ นวยั รนุ่ เมอ่ื วนั ที่ 8-10 กนั ยายน
2557 ทผี่ า่ นมากไ็ ดร้ ะบไุ วช้ ดั เจนวา่ ในการปอ้ งกนั ปญั หาทอ้ งไมพ่ รอ้ มในประเทศไทยนนั้ ควรใหค้ วามสำ�คญั กบั บทบาท
ของพ่อแม่ผู้ปกครองโดยท่ีจะต้องมีกลไกการจัดการบางอย่างเพื่อให้เกิดการสนับสนุนให้พ่อแม่เข้าใจเรื่องเพศ มีความ
พรอ้ มในการสอ่ื สารเรอื่ งเพศกบั ลกู ในวงกวา้ งและสามารถสง่ ผลกระทบในระดบั ประเทศได้ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ประเดน็
การปรบั ฐานคดิ เรอื่ งเพศทงั้ ของพอ่ แมแ่ ละคนทำ�งานดเู หมอื นจะเปน็ จดุ เรมิ่ ตน้ ทส่ี ำ�คญั ของการกา้ วขา้ มขอ้ จำ�กดั ของวธิ ี
คดิ และมมุ มองเรอ่ื งเพศทเี่ ปน็ ทงั้ เครอื่ งมอื และอาวธุ ทางปญั ญาทต่ี อ้ งไมม่ องวา่ เรอ่ื งเพศของวยั รนุ่ เปน็ ปญั หา ไมม่ องเรอื่ ง
เพศวา่ หมายความถงึ เพยี งเพศสมั พนั ธ์ แตต่ อ้ งมกี ารปรบั ทศั นคตเิ กยี่ วกบั เรอื่ งเพศใหมว่ า่ เรอ่ื งเพศเปน็ สว่ นหนง่ึ ของชวี ติ
การสรา้ งความฉลาดรหู้ รอื รเู้ ทา่ ทนั เรอ่ื งเพศใหก้ บั เดก็ และเยาวชนอนั จะเปน็ ภมู คิ มุ้ กนั ทด่ี ขี องการสรา้ งสขุ ภาวะทางเพศ
ของสังคมไทยตอ่ ไป
แมผ้ ลการวิจัยในประเทศไทยจะออกมาในทิศทางเดียวกันว่าพ่อแม่ ผปู้ กครองเปน็ บคุ คลที่เหมาะสมที่สุดท่ี
จะสื่อสารเร่อื งเพศกับลูก แต่การพดู คุยเรอ่ื งเพศกบั ลกู ส�ำ หรับพ่อแม่ในบริบทสังคมไทยนัน้ ยงั มีขอ้ จ�ำ กดั ทงั้ นีเ้ นือ่ งจาก
เรอ่ื งเพศยงั เปน็ เรอื่ งออ่ นไหว โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ การสอ่ื สารเรอื่ งเพศเพอื่ ใหเ้ ดก็ เขา้ ใจและปฏบิ ตั ติ นใหเ้ กดิ ความปลอดภยั
(เชน่ การคบเพ่อื นต่างเพศ, จัดการอารมณท์ างเพศ, การป้องกนั การตง้ั ครรภ์และตดิ โรคตดิ ต่อทางเพศสมั พันธ์ดว้ ยการ
ใชถ้ งุ ยางอนามัย ฯลฯ)
นอกจากน้นั พอ่ แมย่ งั ไม่กล้าท่จี ะพูดคยุ กับลูกอยา่ งเปดิ เผยดว้ ยค่านยิ มวา่ “โตขึน้ ก็ร้เู อง” และยังเปน็ ความ
กังวลใจของพ่อแม่หลายครอบครัวด้วยว่าหากเปิดประเด็นสื่อสารเรื่องเพศแล้วจะเป็นการช้ีโพรงให้กระรอกหรือแม้แต่
จากทัศนคตทิ ่ีวา่ การสอนเรอื่ งเพศเป็นหนา้ ที่ของโรงเรยี นกล็ ้วนเปน็ กำ�แพงเชงิ วัฒนธรรมที่ท�ำ ให้เรื่องเพศถกู จำ�กดั พน้ื ที่
ในการพูดคยุ
ส�ำ หรบั ปญั หาในปจั จบุ นั นน้ั พบวา่ พอ่ แมจ่ ะกงั วลใจวา่ จะพดู เรอื่ งเพศกบั ลกู อยา่ งไรรวมทงั้ ยงั มคี วามคดิ วา่ เรอ่ื ง
เพศเป็นเรื่องไม่ดีซ่ึงล้วนแต่เป็นทัศนะที่สะท้อนมายาคติและวาทกรรมเกี่ยวกับเพศท่ีฝังอยู่ในระดับทัศนคติของพ่อแม่
(อา่ นเพม่ิ เตมิ ในวลิ าสนิ ี พพิ ธิ กลุ และกติ ติ กนั ภยั , 2546) สำ�หรบั บางครอบครวั ถงึ แมจ้ ะอยากพดู เรอื่ งเพศแตก่ พ็ บปญั หา
วา่ ไมร่ จู้ ะเรมิ่ อยา่ งไรประกอบกบั รสู้ กึ ไมแ่ นใ่ จวา่ สง่ิ ทสี่ อนนน้ั ถกู ตอ้ งหรอื ไม่ ความไมม่ น่ั ใจและไมแ่ นใ่ จดงั กลา่ วทำ�ใหเ้ กดิ
ชอ่ งวา่ งในการสอื่ สารกบั ลกู วยั รนุ่ และพอ่ แมก่ พ็ ยายามทจ่ี ะหลกี เลย่ี งการพดู คยุ ปญั หาเหลา่ นเี้ กดิ จากการขาดความเขา้ ใจ
เรื่องความแตกตา่ งระหวา่ งวัย (gap generation) อาทิ ค่านยิ ม ความเชื่อ ทศั นคติในยุคสมยั ของพอ่ แมท่ ่ีอาจแตกต่าง
จากลกู รวมท้งั การขาดทักษะการส่อื สารทีเ่ หมาะสม
ดว้ ยเหตดุ งั กลา่ ว การสรปุ บทเรยี นและยกรา่ งรปู แบบทเ่ี หมาะสมในการจดั เวทเี รยี นรสู้ �ำ หรบั พอ่ แม่ ผปู้ กครอง
จงึ เปน็ สิ่งจำ�เป็น โดยมีการร่วมมอื กันระหว่างเครือข่ายตา่ ง ๆ ได้แก่ เจา้ หนา้ ที่สาธารณสุข พยาบาลวิชาชพี บุคลากร
จากองค์กรเครือข่าย อาสาสมัครสาธารณสุขและผู้ที่ทำ�หน้าที่ขับเคลื่อนกลไกการทำ�งานในพ้ืนที่จากแผนงาน
สร้างเสริมสุขภาพจิต แผนงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ และมูลนิธิแพธทูเฮลท์ ตลอดจนผู้ปกครอง นักจิตวิทยา
จากกรมสุขภาพจิต คณะวิจัยและประเมินผลจากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีข้อค้นพบว่า
มีองค์ประกอบ 6 ประการท่ีจะเกื้อหนุนการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ อันได้แก่ กระบวนกร เวทีเรียนรู้
กลุ่มเป้าหมาย (พ่อแม่ และลูกวัยรุ่น) กลไกการด�ำ เนินงานในชุมชน การส่ือสารเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง และ
การประเมนิ ผล
ค่มู อื การส่งเสริมสขุ ภาพวยั รุน่ และเยาวชนในชมุ ชน 55
รปู แบบที่หลากหลายของการจัดพื้นที่การเรียนรู้
เวทกี ารเรยี นรพู้ อ่ แมน่ บั ไดว้ า่ เปน็ การทำ�งานปอ้ งกนั ปญั หาเรอ่ื งเพศแบบคขู่ นานไปกบั การจดั พน้ื ทก่ี ารเรยี นรู้
สำ�หรับเยาวชน ซ่ึงเป็นการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่นโดยตรง ดังเช่นตัวอย่างการทำ�งานเรื่องพื้นที่นอกเวลา
เยาวชน โรงเรียนแม่ต่ืนวิทยาคม อำ�เภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ โรงพยาบาลบางระก�ำ ท่ีตั้งศูนย์บริการท่ีเป็นมิตรกับ
วัยรนุ่ และจัดคา่ ยปรบั เปล่ยี นพฤตกิ รรมอ�ำ เภอบางระกำ�สำ�หรบั เดก็ โรงพยาบาลโนนคณู จงั หวัดศรสี ะเกษ ทม่ี งุ่ เน้นให้
เกิดการสร้างเครือข่ายในชุมชนภายใต้แนวคิด “ต้นทุนชีวิตเด็กและเยาวชน” การทำ�งานพัฒนาเด็กแบบองค์รวมด้วย
การจดั การอบรมการปอ้ งกนั ตวั เองจากการถกู ท�ำ รา้ ยและการสอนทกั ษะการปฏเิ สธและหลบหนจี ากภยั สงั คมของมลู นธิ ิ
ดรณุ าทร รวมถงึ การด�ำ เนนิ งานในประเดน็ ทกั ษะชวี ติ เยาวชนทบี่ า้ นกาญจนาภเิ ษกทจี่ ะชว่ ยแปลงรปู ใหก้ ลายเปน็ ตน้ ทนุ
ชีวติ ของเด็กเยาวชนผา่ นการศึกษาวชิ าชีวติ ท่ชี ่วยใหเ้ ยาวชนมภี มู ิคุม้ กันทด่ี ีจนกลายเปน็ กำ�ไรของสังคมไดใ้ นท่สี ุด
นอกจากนั้นยังมีการดำ�เนินงานในภารกิจอื่นๆร่วมกับภารกิจการสนับสนุนให้พ่อแม่มีทักษะคุยกับลูกอย่าง
เปดิ ใจเรอื่ งความรกั ความสมั พนั ธ์ และเพศสมั พนั ธท์ เ่ี ปน็ ตวั อยา่ งการด�ำ เนนิ งานจากพน้ื ทที่ เ่ี ปน็ รปู ธรรมดว้ ยเชน่ กนั อาทิ
การสรา้ งระบบบรกิ ารใหค้ �ำ ปรกึ ษาและเครอื ขา่ ยเรยี นรเู้ พศศกึ ษาบรู ณาการโดย Choices Network และการดำ�เนนิ งาน
ของจังหวัดอุตรดิตถ์ท่ีได้ขับเคล่ือนสภาเด็กให้เกิดข้ึน และพัฒนาครูสอนเพศศึกษารอบด้าน รวมท้ังการพัฒนาแกนนำ�
ทจี่ ะเป็นวิทยากรในชมุ ชน การผลกั ดนั ใหเ้ กดิ การสอนเพศวิถีศกึ ษาในจังหวัดเพชรบรู ณ์ การพัฒนาเครือข่ายชุมชนของ
มูลนิธเิ อดสแ์ ห่งประเทศไทย รวมท้งั การจัดต้ังศูนยบ์ รกิ ารทเ่ี ปน็ มติ รส�ำ หรบั เยาวชนในการใหค้ ำ�ปรกึ ษาวัยรุ่นท้ังในเรอ่ื ง
HIV การคุมก�ำ เนิดและสุขภาพทางเพศ ฯลฯ (อ่านกิจกรรมเพ่ิมเติมจากพ้ืนท่ีในเว็บไซต์การประชุมระดับชาติสุขภาวะ
ทางเพศคร้ังท1่ี เรอื่ งการตง้ั ครรภ์ในวยั รนุ่ http://www.thaihealthysex.com/news_detail.php?news_id=12)
รปู แบบทพ่ี บบอ่ ย คอื การฝกึ อบรมระยะสน้ั ส�ำ หรบั ผปู้ กครอง หรอื หอ้ งเรยี นพอ่ แม่ โดยเนน้ ผเู้ รยี นเปน็ ส�ำ คญั
มรี ะยะเวลาการอบรมระหวา่ งครง่ึ วนั ถงึ สองวนั ตามความเหมาะสม ซง่ึ ใหผ้ ลดใี นแงก่ ารเรยี นรเู้ พอ่ื สรา้ งความตระหนกั
ปรบั ทัศนคติ ฝึกทักษะตา่ งๆ
อกี รปู แบบหนง่ึ ทใ่ี หผ้ ลดตี อ่ การเรยี นรตู้ อ่ เนอ่ื งคอื การพบปะพดู คยุ แบบไมเ่ ปน็ ทางการตามอธั ยาศยั ในชมุ ชน
ทงั้ นี้ ในการอบรมรปู แบบตา่ งๆ จะมกี ารใชส้ อื่ เปน็ ตวั ชว่ ยส�ำ หรบั วทิ ยากรกระบวนการในการจดั กจิ กรรมตาม
อัธยาศยั ร่วมกบั กลุ่มเปา้ หมายที่กำ�หนด
บทเรียนจากพื้นทีส่ ู่แนวทางการจดั พืน้ ทีก่ ารเรียนรขู้ องพอ่ แมเ่ รื่อง “คุยกบั ลกู เรื่องเพศ”
จากการถอดบทเรยี นผเู้ กยี่ วขอ้ ง พบวา่ ในการจดั พนื้ ทเี่ พอื่ สง่ เสรมิ การสอื่ สารเรอื่ งเพศระหวา่ งพอ่ แมผ่ ปู้ กครอง
กบั ลกู นั้นอาจมเี นอ้ื หาของการแลกเปลี่ยนใน 3 ระดบั ไดแ้ ก่
1. เนอื้ หาทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั เพศวถิ เี พอื่ ใหพ้ อ่ แมผ่ ปู้ กครองมคี วามเขา้ ใจเรอ่ื งเพศวถิ ขี องเยาวชนอนั จะชว่ ยทำ�ให้
ผใู้ หญเ่ ปดิ ใจกวา้ งและเขา้ ใจชวี ติ ทางเพศของวยั รนุ่ ทแ่ี ตกตา่ งหลากหลายตลอดจนปรบั ทศั นคตทิ ไ่ี มเ่ ปน็ กลางในเรอ่ื งเพศ
ลดการตดั สนิ เพศวถิ ีของวยั รุ่นและเพมิ่ โอกาสในการสื่อสารระหวา่ งกัน
2. เนอ้ื หาเกยี่ วกบั การสอื่ สารเชงิ บวกเพอ่ื ใหพ้ อ่ แมผ่ ปู้ กครองผเู้ ขา้ อบรมเขา้ ใจและมที กั ษะเกย่ี วกบั การสอื่ สาร
เชน่ ทักษะการฟงั อย่างลึกซ้งึ การสะทอ้ นความร้สู กึ การสอ่ื สารสองทาง รวมทง้ั ละลายทัศนคตใิ นเรือ่ งอ�ำ นาจในบริบท
การสอ่ื สารท่ีไม่เท่ากันระหวา่ งผู้ใหญก่ บั เด็ก
3. เนอ้ื หาเกย่ี วกบั การสอื่ สารเรอ่ื งเพศเพอ่ื ใหพ้ อ่ แมผ่ ปู้ กครองมที กั ษะและสามารถสอ่ื สารเรอ่ื งเพศกบั เยาวชน
ได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ ซงึ่ เป็นระดับของการน�ำ ขอ้ มูลจากการแลกเปลีย่ นไปใชใ้ นสถานการณ์จรงิ
56 คมู่ ือการส่งเสรมิ สขุ ภาพวัยรนุ่ และเยาวชนในชุมชน
โดยมอี งคป์ ระกอบส�ำ คญั ทคี่ วรค�ำ นงึ ถงึ คอื การสรา้ งการเปลย่ี นแปลงในพฤตกิ รรมการพดู คยุ ของพอ่ แม่ ทง้ั
การพดู คยุ ในเรอื่ งท่วั ไป และการพดู คุยในเร่ืองเพศ
สำ�หรบั องคป์ ระกอบสำ�คัญ 6 ประการเพ่ือพฒั นารปู แบบการจดั การเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ กระบวนกร เวทีเรยี นรู้
กลมุ่ เปา้ หมาย (พอ่ แม)่ กลไกการด�ำ เนินงานในชมุ ชน การสือ่ สารเพอ่ื การเปล่ยี นแปลง และการประเมนิ ผล สรุปได้ดังนี้
1. กระบวนกร
กระบวนกรเป็นบุคคลสำ�คัญต่อการจัดพ้ืนท่ีการเรียนรู้ จะต้องเป็นผู้ที่ตระหนักและเข้าใจปัญหาของพ้ืนที่
และเหน็ ศกั ยภาพตวั เองวา่ เปน็ ผสู้ รา้ งการเปลย่ี นแปลงได้ อาจเปน็ ผทู้ ม่ี บี ทบาทตามตำ�แหนง่ ไดแ้ ก่ พยาบาล นกั วชิ าการ
สาธารณสุข เป็นต้น ผู้ที่จะทำ�หน้าที่เป็นกระบวนกรจะต้องไม่ตัดสินหรือให้คุณค่ากับพฤติกรรมเร่ืองเพศอันจะมีผล
ต่อความไว้วางใจของผู้ร่วมอบรม นอกจากนั้นควรจะต้องเป็นผู้ที่มีทักษะการสื่อสารเป็นอย่างดี มีทัศนคติเชิงบวกกับ
พ่อแม่และประเด็นเรอื่ งเพศ สามารถจัดพ้นื ทีก่ ารเรียนรูข้ องพ่อแม่ดว้ ยการกระต้นุ ให้เกิดการแลกเปล่ยี นประสบการณ์
รว่ มกนั มากกวา่ การสอนหรอื บอก นอกจากนนั้ ควรเปน็ บคุ คลทม่ี คี วามยดื หยนุ่ ในการทำ�งาน ตดิ ตามและเทา่ ทนั ขา่ วสาร
รอบด้าน
กระบวนกรสำ�หรับพ้ืนท่ีการเรียนรู้พ่อแม่ฯน้ันควรได้รับการพัฒนาอย่างสม่ําเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการสำ�รวจ
ต้นทุนเดิมของกระบวนกรทั้งในด้านเนื้อหาเร่ืองเพศ การสื่อสารและทักษะต่างๆที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเข้าร่วมการปรับ
ทัศนคติเพ่ือเตรียมความพร้อมในการทำ�หน้าท่ีจัดเวทีเรื่องเพศต่อไป นอกจากนั้นพ้ืนท่ีควรมีกลไกเสริมพลังหรือระบบ
พี่เล้ียงให้กับกระบวนกรและเพิ่มเติมทักษะกระบวนการอื่นๆนอกเหนือจากเรื่องเพศเป็นระยะๆพร้อมทั้งเปิดโอกาสให้
กระบวนกรมีเวทีพบปะพดู คยุ ระหว่างกลุม่ กระบวนกรเพอ่ื แลกเปลย่ี นเรยี นรซู้ ง่ึ กันและกัน รวมทั้งเข้าร่วมการอบรมใช้
ส่ือการเรียนรู้ตามนโยบายของหน่วยงานที่เก่ียวข้อง รวมท้ังเรื่องกองทุนและงบประมาณต่างๆอันจะเป็นประโยชน์ต่อ
การดำ�เนนิ งานต่อไป
2. เวทีเรยี นรู้
จากการสรุปถอดบทเรียนพบว่าพื้นที่การเรียนรู้พ่อแม่เรื่องเพศท่ีได้ผลดีมักเป็นรูปแบบที่เอ้ือต่อการเรียนรู้
ผา่ นกจิ กรรมมากกวา่ การบรรยายหรอื การสอน เชน่ การเรยี นรผู้ า่ นการเลน่ บทบาทสมมตุ ิ เกม หรอื กจิ กรรมสรา้ งสรรค์
เช่น กิจกรรมท่ีต้องการช้ีให้เห็นความสำ�คัญของความไว้วางใจ ก็อาจให้ลูกพาแม่ปิดตาเดินก็จะช่วยทำ�ให้แม่เห็นภาพ
ความไวว้ างใจได้ดขี ้นึ และเสริมโอกาสในการพดู คุยกบั ลกู เป็นตน้ ในสว่ นของการจัดกจิ กรรมนัน้ ผู้จัดไม่ควรเนน้ เฉพาะ
ผ้ทู ่ีมปี ญั หาหรือกลุ่มเสีย่ งเท่าน้ัน แต่ควรจัดกจิ กรรมส�ำ หรบั พอ่ แม่ ผูป้ กครองท่ีมีลกู วยั รนุ่ ในการจดั การอบรมสามารถ
ท�ำ ไดห้ ลายรปู แบบ เชน่ การจดั กระบวนการเรยี นรรู้ ว่ มกนั ระหวา่ งแมก่ บั ลกู เพอ่ื ชว่ ยใหก้ ารเรม่ิ คยุ กนั งา่ ยขน้ึ แตก่ อ็ าจจะ
มชี ว่ งเวลาทแี่ ยกกลมุ่ กนั เนอ่ื งจากความตอ้ งการเรยี นรใู้ นบางหวั ขอ้ อาจแตกตา่ งกนั เปน็ ตน้ อยา่ งไรกต็ ามเปน็ เรอ่ื งส�ำ คญั
อย่างยงิ่ ที่ผูจ้ ัดพนื้ ท่กี ารเรียนรู้ฯควรคน้ หาความต้องการของพอ่ แม่กอ่ นเพอื่ ออกแบบกระบวนการให้ตรงกบั ปัญหาและ
จดั การเรยี นรู้เพ่อื ตอบโจทยใ์ นใจของพอ่ แม่อันเปน็ ความคาดหวังของการเขา้ รว่ มอบรม
คา่ ยครอบครวั สมั พนั ธเ์ ปน็ รปู แบบของการเรยี นรทู้ ดี่ ที เี่ ปน็ ตวั อยา่ งของกระบวนการสรา้ งการเรยี นรโู้ ดยเนน้
ผู้เรียนเป็นสำ�คัญ ทำ�ให้เกิดปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน เช่นลูกร่วมกิจกรรมแล้วนำ�ผลงานมาให้พ่อแม่ช่วยออกความคิด
เห็นจะเป็นสถานการณ์ที่ช่วยให้มีการเปิดประเด็นการคุยระหว่างพ่อแม่ลูกได้ ในส่วนของจ�ำ นวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมนั้น
ไม่มีจำ�นวนตายตวั ทีเ่ หมาะสมแต่ควรจัดกิจกรรมทส่ี ามารถหวังผลใหเ้ กิดการเรยี นร้อู ย่างเขา้ ใจ ต่อเน่อื งและมีคุณภาพ
ไดใ้ นลกั ษณะ “เลก็ ยาว ลกึ ” คอื กลมุ่ ตอ้ งไมใ่ หญเ่ กนิ ไปทจ่ี ะเกดิ การแลกเปลย่ี นไดอ้ ยา่ งทวั่ ถงึ และตอ่ เนอ่ื งโดยกลมุ่ ตอ้ ง
ไม่ใหญ่ (เล็ก) มีการพบปะอยา่ งตอ่ เนื่อง (ยาว) และเนือ้ หามีความลกึ เพียงพอ (ลกึ )
คู่มือการสง่ เสริมสุขภาพวัยร่นุ และเยาวชนในชุมชน 57
ในส่วนของหลักสูตรนั้น พื้นที่ควรออกแบบหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ข้อมูลจาก
เวทีการจัดการเรียนรู้ได้ประมวลรูปแบบหลักสูตรที่น่าสนใจโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำ�คัญไว้หลายตัวอย่าง แตกต่างกันทั้ง
ระยะเวลา รปู แบบการจดั กจิ กรรมและเนือ้ หาของกิจกรรม ซึ่งจะตอบสนองความตอ้ งการของพน้ื ทไี่ ดแ้ ตกตา่ งกัน อาทิ
1. โปรแกรมการเรยี นรเู้ รอื่ งพอ่ แมผ่ ปู้ กครองคยุ กบั ลกู หลานเรอื่ งเพศ เปน็ หลกั สตู ร 2 วนั ของมลู นธิ แิ พธทเู ฮลท์
เน้ือหาจะเน้นการวิเคราะห์สถานการณ์และสภาพแวดล้อมในปัจจุบันท่ีส่งผลต่อการด�ำ เนินชีวิตของวัยรุ่นพร้อมท้ังระบุ
ช่องว่างทางความคิด วถิ ีชวี ติ ระหว่างคนตา่ งรุน่ และผลกระทบตอ่ ความสมั พนั ธแ์ ละการสอื่ สาร หลักสตู รเปน็ การส�ำ รวจ
ทศั นะและการใหค้ ณุ คา่ เรอื่ งเพศวถิ ขี องตนเองแตใ่ หพ้ รอ้ มเปดิ ใจรบั ฟงั มมุ มองทแ่ี ตกตา่ ง เนน้ การฝกึ ทกั ษะการสอื่ สารใน
มุมบวกและฝกึ การสรา้ งบทสนทนาเรือ่ งเพศกับวัยรนุ่ ประกอบไปด้วยกจิ กรรม 10 กิจกรรม ไดแ้ ก่ การแนะนำ�ตัวผ่าน
ภาพ สำ�รวจชุมชน เสน้ ชีวติ เลือกข้าง ย้อนรอยวัยรนุ่ เร่อื งเพศของวยั รุน่ เราทำ�แบบนีก้ ับลกู บ่อยไหม ฝกึ ฟงั อย่างต้งั ใจ
เจอแบบน.ี้ .ท�ำ อยา่ งไรดี และกจิ กรรมสรปุ การเรยี นรู้ การอบรมจะเนน้ การแลกเปลย่ี นประสบการณแ์ ละสรา้ งบรรยากาศ
การเรยี นรรู้ ว่ มกนั โดยมผี เู้ รยี นเปน็ ศนู ยก์ ลาง ผดู้ �ำ เนนิ การจะท�ำ หนา้ ทกี่ ระบวนกรเพอ่ื ใหเ้ กดิ การแลกเปลย่ี นระหวา่ งผเู้ ขา้
อบรมให้มากทีส่ ุด
2. โปรแกรมการพฒั นาวทิ ยากรและกระบวนกรชมุ ชน ของแผนงานสุขภาวะทางเพศ สสส. ท่เี น้นการปรับ
ฐานคิดของกระบวนกรด้วยการสำ�รวจและทบทวนวิธีคิดที่มีอยู่ในตัวเองและสังคมอันส่งผลต่อการใช้ชีวิตของคนทุก
เพศทกุ วัย เปน็ การเตรยี มความพร้อมของกระบวนกรเพ่ือใหท้ �ำ หนา้ ทีจ่ ดั กระบวนการเรยี นรูใ้ หก้ บั พอ่ แม่ไดต้ ่อไป โดยมี
เปา้ หมายใหพ้ อ่ แมร่ ู้เท่าทนั ทศั นคตเิ ชงิ ลบในตนเองทีม่ ีผลตอ่ การพูดคุยกับลูกและปรบั ทัศนคตขิ องตนเองใหม่ ประกอบ
ไปดว้ ยกจิ กรรม 3 สว่ นไดแ้ ก่ 1.การปรบั ฐานคดิ เรอ่ื งเพศ 2.หลกั การคยุ กบั ลกู เรอ่ื งเพศและ 3.การเปลยี่ นพฤตกิ รรมในการ
คยุ กบั ลกู เรอ่ื งเพศ กจิ กรรมในโมเดลนจี้ ะชว่ ยท�ำ ใหผ้ อู้ บรมเปดิ ใจยอมรบั ความคดิ ความเชอ่ื เรอ่ื งเพศเพอื่ ใหเ้ ขา้ ใจเรอ่ื งเพศ
ของวยั ร่นุ เท่าทนั ความคดิ และอารมณ์ของตวั เองและเห็นบริบทของคำ�วา่ เพศว่าไม่ได้มีความหมายแค่เพียงเพศสมั พนั ธ์
พรอ้ มทง้ั ฝึกทักษะการฟงั อยา่ งลึกซึ้งเพื่อใหพ้ ร้อมตอ่ การรบั ฟงั เรอ่ื งราวของลกู วัยร่นุ ฝึกการสร้างบรรยากาศการพูดคุย
เรอื่ งเพศกบั ลกู อยา่ งสรา้ งสรรคด์ ว้ ยความรกั และดว้ ยใจทเี่ ปดิ กวา้ ง รวมทงั้ วางแผนการเปลยี่ นแปลงเพอื่ การเรมิ่ ตน้ พดู คยุ
กบั ลูกเร่อื งเพศได้อยา่ งเป็นรปู ธรรม
ข้อสรุปท่สี ำ�คญั จากเวทีจัดการความรู้ คอื การพบวา่ ไมว่ า่ หลกั สตู รจะดีเพยี งใดกต็ าม การอบรมเพียง
คร้ังเดียวในเวลาหน่ึงหรือสองวัน มักไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการพูดคุยกับลูกของพ่อแม่ได้ การเปล่ียนแปลง
พฤตกิ รรมของพ่อแม่จำ�เป็นต้องมเี วทีเรียนรตู้ ่อเนื่องท่ีด�ำ เนนิ การในชมุ ชนในละแวกบา้ น
รูปแบบของการจัดเวทีเรียนรู้สำ�หรับพ่อแม่ จึงควรพิจารณาจัดรูปแบบการเรียนรู้ท่ีผสมผสาน คือ
เริม่ ด้วยการอบรมตามรปู แบบ เชน่ ค่าย หรอื เวทอี บรมหนึ่งหรอื สองวนั ติดตามดว้ ยกจิ กรรมคยุ กลุ่ม ให้เป็นกลมุ่
เรียนรูก้ ารพูดคยุ กบั ลกู วยั รนุ่ ทพี่ บกนั เป็นระยะในชุมชน
ในรปู แบบนี้ วทิ ยากรกระบวนการจึงมสี องชดุ คอื ชุดทที่ �ำ หน้าทใ่ี นการอบรมในรปู แบบท่เี ปน็ ทางการ
เปน็ คา่ ย หรอื การอบรม ซงึ่ อาจพฒั นาเปน็ ทมี วทิ ยากรของจงั หวดั และวทิ ยากรกระบวนการทเี่ ขา้ รว่ มกลมุ่ พดู คยุ ใน
ชมุ ชน ทจี่ ดั ตอ่ เนอื่ งเปน็ ระยะ เพอ่ื ชว่ ยใหพ้ อ่ แมไ่ ดป้ รบั พฤตกิ รรมการพดู คยุ กบั ลกู อยา่ งคอ่ ยเปน็ คอ่ ยไป ไดร้ บั ก�ำ ลงั ใจ
จากเพ่ือนๆ ในชมุ ชนเดยี วกัน
ในการจดั เวทกี ารเรยี นรทู้ ดี่ ี กระบวนกรควรพจิ ารณาใชส้ อ่ื การเรยี นรเู้ ปน็ เครอื่ งมอื สนบั สนนุ การจดั กจิ กรรม
จะชว่ ยลดภาระการท�ำ หนา้ ทดี่ า้ นเนอ้ื หาของวทิ ยากรลงชว่ ยใหว้ ทิ ยากรใชส้ มาธใิ นการดแู ลกระบวนการเรยี นรไู้ ดด้ ยี ง่ิ ขน้ึ
นอกจากนี้ สื่อทพี่ ัฒนาไวแ้ ล้วจำ�นวนหนงึ่ ยงั มีรปู แบบการน�ำ เสนอที่ชวนตดิ ตาม ชว่ ยให้การเรียนรู้สนกุ ไมน่ ่าเบอ่ื
ดึงอารมณ์และความมีส่วนร่วมจากผู้เรียนได้มาก หลายหน่วยงานได้มีการผลิตและเผยแพร่ไปยังพ้ืนท่ีต่างๆ เช่น
58 คู่มือการส่งเสริมสุขภาพวยั รนุ่ และเยาวชนในชุมชน
ส่ือเรียนรู้เทคนิคคุยกับลูกวัยรุ่น และส่ือ (กล้า) คุยกับลูกเร่ืองเพศ ของแผนงานสร้างเสริมสุขภาพจิต ส่ือของ
กรมสขุ ภาพจิต กรมอนามยั แพธทูเฮลท์
กระบวนกรควรรวบรวมส่อื ทนั สมัยทหี่ าไดง้ ่าย เชน่ สปอตวทิ ยุ
ตัวอย่างจากละคร รวมทั้งอาจนำ�ของใช้ในชีวิตประจำ�วันวัยรุ่นมาเป็นส่ิงกระตุ้นการเรียนรู้ของพ่อแม่
เช่น ชดุ ช้ันในของวยั รุ่นแบบต่างๆ ยาคมุ กำ�เนดิ ถุงยางอนามัยเรืองแสง เปน็ ต้น ซงึ่ ในการน�ำ ส่อื การเรยี นรูไ้ ปใช้
นัน้ กระบวนกรควรตง้ั ค�ำ ถามชวนคดิ ควบคไู่ ปกบั การมแี หลง่ คน้ คว้าเพิม่ เตมิ เพอ่ื ให้สะดวกต่อการสืบคน้
3. กล่มุ เป้าหมาย (พอ่ แม่ ผูป้ กครองและวยั รุ่น)
จากการถอดบทเรยี นการเรียนร้พู บวา่ ทัศนคตพิ อ่ แม่เป็นองค์ประกอบส�ำ คญั ต่อผลสมั ฤทธ์ขิ องพ้ืนทก่ี าร
เรยี นรขู้ องพอ่ แม่ โดยทศั นคตขิ องพอ่ แมท่ พี่ บแบง่ เปน็ ทศั นคตแิ นวอนรุ กั ษท์ เ่ี นน้ เรอ่ื งผลสำ�เรจ็ ทางการเรยี น มองประเดน็
เรอื่ งเพศเป็นอุปสรรคตอ่ ความส�ำ เรจ็ และทัศนคติแบบเปดิ รับ ซง่ึ พ่อแมท่ ี่เป็นแนวเปิดรบั มกั เป็นผทู้ ่ผี า่ นประสบการณ์
ชีวติ มปี ัญหามาก่อน เล็งเหน็ ถึงความสำ�คัญของทกั ษะชวี ติ และมองเรอ่ื งเพศเปน็ สว่ นหนง่ึ ของทกั ษะชีวิต นอกจากนน้ั
ยังมีทัศนะวา่ การคยุ เร่อื งเพศต้งั อย่บู นพ้นื ฐานของความสัมพนั ธภ์ ายในครอบครวั
ท่ีผ่านมาในกิจกรรมอบรมพ่อแม่นั้นอาจช่วยสร้างความตระหนักได้แต่ก็ไม่ได้แปลว่าพ่อแม่จะสามารถ
กา้ วขา้ มทศั นคตหิ รอื ความเชอ่ื เดมิ ทยี่ งั เปน็ อปุ สรรคได้ เชน่ ไมก่ ลา้ พดู เรอื่ งเพศเพราะคดิ วา่ เปน็ เรอื่ งนา่ อาย ไมเ่ หมาะสม
เป็นต้น รวมท้ังค�ำ วา่ การคยุ เรอื่ งเพศ เป็นคำ�ท่มี ีความหมายกว้าง ซ่ึงครอบคลมุ ต้ังแต่การต้องการสื่อสารว่าเวลามแี ฟน
ใหบ้ อกแมน่ ะ ไปจนถงึ ตอ้ งปอ้ งกนั อยา่ งไรเมอ่ื มเี พศสมั พนั ธ์ ซง่ึ กอ่ นการอบรมควรมกี ารตง้ั วตั ถปุ ระสงคก์ อ่ นวา่ ตอ้ งการ
ใหก้ ารอบรมนนั้ ตอบโจทยใ์ นระดบั ใด เชน่ ตอ้ งการใหพ้ อ่ แมพ่ รอ้ มพดู คยุ มที า่ ทหี รอื ใหล้ กู กลา้ มาพดู ดว้ ย ดงั นน้ั กระบวน
กรหรอื ผจู้ ัดพ้นื ทกี่ ารเรยี นรูจ้ งึ ควรมีการประเมินความต้องการการเรียนรูข้ องพ่อแมใ่ น 3 มิตเิ สียก่อน ไดแ้ กส่ ่วนความรู้
ทศั นคตแิ ละทักษะ หลังจากนัน้ จงึ ออกแบบการเรียนรทู้ ต่ี อบสนองต่อความตอ้ งการ โดยผจู้ ัดกระบวนการอาจแยกแยะ
กลุ่มเปา้ หมายพอ่ แม่เสยี กอ่ นเพ่อื ท�ำ ความเขา้ ใจทัศนคติ ฐานความคิดของพ่อแม่
ปญั หาหนงึ่ ทพี่ บจากการจดั การอบรมทผี่ า่ นมาคอื ผเู้ ปน็ พอ่ จะเขา้ รว่ มกระบวนการคอ่ นขา้ งนอ้ ย สว่ นใหญ่
จะเป็น แม่ ปา้ น้า ยาย เน่ืองจากมีค่านยิ มความเชือ่ วา่ เร่ืองลกู เปน็ หน้าทขี่ องแม่ จงึ น่าจะมวี ิธีการทีท่ �ำ ใหพ้ ่อมสี ว่ นร่วม
ในกระบวนการเรยี นรดู้ ว้ ย เชน่ กจิ กรรม “ปฏิทินประคองใจ” โดยพอ่ มอบใหล้ ูกตดั สติกเกอรอ์ ารมณ์ในแตล่ ะวนั นำ�มา
แปะบนปฏิทินเพอ่ื สะทอ้ นอารมณ์พ่อ แล้วจงึ น�ำ ปฏทิ นิ มาคุยกัน เป็นต้น รวมถึงการออกแบบหลักสตู รส�ำ หรับแม่เลย้ี ง
เด่ียว ซึ่งกำ�ลังเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีจำ�นวนมากข้ึนจากสภาพสังคมท่ีเปลี่ยนแปลงไป แต่ไม่ว่าจะเป็นสภาพครอบครัว
แบบใดก็มกั พบวา่ พ่อแมใ่ นสงั คมไทยมกั มีแนวโน้มทจี่ ะพูดกบั ลูกด้วยวิธีสอน ดุ ส่งั ห้ามและเปรียบเทยี บมากกวา่ การ
ใชท้ กั ษะการสอื่ สารเชงิ บวกทก่ี ระตนุ้ ใหเ้ กดิ การพดู คยุ อยา่ งเปดิ ใจและยนิ ดรี บั ฟงั ความคดิ เหน็ ทแ่ี ตกตา่ ง นอกจากนน้ั ใน
ส่วนท่จี ะสามารถช่วยพอ่ แมไ่ ดเ้ พม่ิ เติมคอื กระบวนการสร้างความเขม้ แข็งทางใจควบค่ไู ปดว้ ย เช่น การจดั การกับความ
กลวั ของตวั เองเมอ่ื ตอ้ งสอ่ื สารกบั ลกู การฟงั อยา่ งตง้ั ใจ ซง่ึ ในขนั้ ตอนนอ้ี าจเปน็ ไปไดท้ จี่ ะมกี ารสรา้ งแกนนำ�วยั รนุ่ มาชว่ ย
จัดกิจกรรมส�ำ หรบั พอ่ แมแ่ ละพฒั นาต่อเปน็ กล่มุ ชว่ ยเหลอื กนั เอง
4. กลไกในชุมชน
บคุ ลากรในชมุ ชนและกระบวนการบรหิ ารจดั การมสี ว่ นสำ�คญั ตอ่ การรว่ มสนบั สนนุ การทำ�งานสรา้ งความ
เข้าใจเรื่องเพศและสรา้ งบรรยากาศท่สี ง่ เสรมิ การเรียนรู้ ไมว่ า่ จะเปน็ รพ.สต. อาสาสมคั รสาธารณสขุ ครู อบต. ผู้ใหญ่
ก�ำ นนั อปท. ฯลฯ ในการสรา้ งกระบวนการเรยี นรใู้ นกลมุ่ พอ่ แมเ่ พอ่ื ใหเ้ กดิ การพดู คยุ กบั ลกู นนั้ ตอ้ งอาศยั การท�ำ งานอยา่ ง
ตอ่ เนอ่ื ง ใกล้ชิดเพ่ือติดตามและเสริมพลังใจใหพ้ ่อแม่เกดิ การเปล่ียนพฤตกิ รรมและน�ำ ความเข้าใจไปสู่การพดู คุยกบั ลกู
ได้จริง ในการทำ�งานกับกลไกในชุมชนน้ันควรเปิดประเด็นเรื่องเพศผ่านการสร้างความตระหนักรู้ถึงสถานการณ์วัยรุ่น
ค่มู ือการส่งเสริมสุขภาพวัยรนุ่ และเยาวชนในชุมชน 59
ในชมุ ชน โดยเฉพาะเมอื่ ชมุ ชนยงั ไมเ่ หน็ ความส�ำ คญั กบั การพดู คยุ กบั ลกู เรอื่ งเพศหรอื ยงั มองภาพไมอ่ อกวา่ พอ่ แมค่ อื ดา่ น
แรกที่สามารถคุยเรอ่ื งเพศกบั วยั ร่นุ ได้ ในขน้ั ตอนนจ้ี งึ มีกระบวนการประเมนิ ความต้องการของชุมชน เช่น สำ�รวจความ
ต้องการในเด็กวัยรุ่นแล้วนำ�เสนอข้อมูลให้พ่อแม่ฟัง หรือนำ�ความต้องการร่วมในชุมชนเรื่องอ่ืนๆขึ้นมาด�ำ เนินการก่อน
แลว้ แทรกเรือ่ งเพศเขา้ ไปในกระบวนการ เปน็ ต้น
นอกจากนัน้ ยงั ต้องมีการสรา้ งทีมงานท่ีเขม้ แขง็ ในชุมชน ด้วยการชกั ชวนใหเ้ กิดความร่วมมอื ของอาสาสมัคร
สาธารณสขุ ทอ้ งถน่ิ องคก์ รเอกชน โรงเรยี น ฯลฯ โดยมกี ารกำ�หนดบทบาทในการสนบั สนนุ ตา่ งกนั ควรมกี ารจดั ทมี ชมุ ชน
ทีมเยี่ยมบ้านและมีกระบวนการสนับสนุนแนวคิดเร่ืองเพศเชิงบวกและเสริมศักยภาพทีมชุมชนในด้านต่างๆตามความ
เหมาะสมเปน็ ระยะๆตอ่ เนอ่ื งกบั การท�ำ กจิ กรรมในชมุ ชน เมอ่ื มสี ว่ นรว่ มมากขน้ึ บรรยากาศในชมุ ชนยอ่ มดขี นึ้ และท�ำ ให้
กระบวนการทำ�งานงา่ ยขน้ึ ตามไปดว้ ย ผทู้ จี่ ะทำ�หนา้ ทจี่ ดั พนื้ ทกี่ ารเรยี นรคู้ วรมคี วามเขา้ ใจเรอื่ งกลไกชมุ ชน กองทนุ หรอื
แหลง่ งบประมาณในทอ้ งถิ่น รวมทั้งเง่ือนไข ข้อจำ�กัดทตี่ ้องสนับสนนุ เพิม่ เตมิ ให้เกดิ การทำ�งานคลอ่ งตัวขน้ึ เชน่ กองทุน
พฒั นาสตรี พฒั นาสงั คมและความมน่ั คงของมนุษยจ์ งั หวัด (พมจ.) ศูนย์พัฒนาครอบครัว เน่อื งจากการท�ำ งานกับชาว
บา้ นที่มคี ่าจา้ งรายวันจะตอ้ งมคี า่ เดินทางจงึ ควรตอ้ งค�ำ นงึ ถงึ งบประมาณสนบั สนนุ ดว้ ย
ในส่วนของการสนับสนุนการขับเคล่ือนในกลไกเพ่ือให้เกิดความย่ังยืนน้ันคือการท�ำ ให้เร่ืองเพศกลายมา
เป็นข้อกำ�หนด เทศบญั ญตั ิหรือนโยบายทเี่ ชอ่ื มโยงกบั กลไกเดิม เชน่ ก�ำ หนดให้เปน็ บทบาทของ อาสาสมคั รสาธารณสขุ
เป็นต้น ในขณะที่ควรมีผู้ประสานงานท่ีมีลักษณะเป็นนักจัดการหรือผู้นำ�ตามธรรมชาติท่ีมีอยู่แล้วในพื้นที่ เป็นคนของ
ชุมชนและทราบข้อมูลชุมชน ท�ำ หน้าที่ประสานงานเพื่อน�ำ ไปสู่การบูรณาการงานและการจัดงบประมาณจากภาคส่วน
ตา่ งๆ ของชุมชน
5. กระแสและการสอ่ื สารเพอื่ สรา้ งการเปลี่ยนแปลง
การสรา้ งกระแสเพอื่ การพดู คยุ เรอื่ งเพศในครอบครวั ในภาพใหญร่ ะดบั ชมุ ชนและสงั คมเปน็ ตวั ชว่ ยส�ำ คญั
ต่อกลไกการจัดพ้ืนท่ีการเรียนรู้ของพ่อแม่ในพ้ืนท่ี ซึ่งอาจทำ�เป็นกระแสเช่ือมโยงจากกิจกรรมห้องเรียนพ่อแม่ท่ีจัดโดย
แกนน�ำ ในพนื้ ทีต่ า่ งๆ โดยการเช่อื มโยงฝา่ ยตา่ งๆใหเ้ ข้ามามีส่วนรว่ มในกจิ กรรมมากขึ้น อาจเป็นลกั ษณะของการพัฒนา
ส่อื จดั ท�ำ สอ่ื เผยแพร่ ซ่งึ สือ่ นนั้ จะชว่ ยสรา้ งบรรยากาศการเรยี นรูไ้ ด้ เชน่ ภาพสรีระทางกายชายหญงิ สามารถนำ�มาตดิ
ไว้ท่ีศาลากลางบ้านรว่ มกับสอ่ื ความรเู้ กษตรพอเพียง เพ่ือใหร้ ู้สึกว่าเรือ่ งเพศเป็นเรือ่ งปกติธรรมดาเชน่ เดยี วกับเรื่องปาก
ท้อง ในส่วนของการผลิตสื่อหากเป็นไปได้อาจผลิตสื่อสั้นๆความยาว 3-5 นาทีเพ่ือเชิญชวนให้พ่อแม่ในชุมชนเข้าร่วม
กจิ กรรม รวมท้งั ส่อื สารประเดน็ นส้ี ู่ผบู้ รหิ ารการศึกษา ผ้บู ริหารสถานประกอบการเพอ่ื ใหม้ ีความเขา้ ใจเรอ่ื งเพศมากขึน้
ในการออกแบบสารน้ันควรให้คำ�พูดท่ีเข้าใจง่ายโดยนำ�เร่ืองใกล้ตัวมาพูดจะช่วยให้ทำ�งานได้ง่ายขึ้นและประหยัดเวลา
รวมถึงนำ�สือ่ สงั คมออนไลนม์ าใช้สง่ เสรมิ สง่ิ ทท่ี ำ�เพือ่ เปน็ การประชาสมั พนั ธใ์ ห้ความรแู้ กก่ ลมุ่ เปา้ หมายในวงกว้างตอ่ ไป
6. การประเมนิ ผล
ถึงแม้ว่าท่ีผ่านมาจะยังไม่มีการจัดการประเมินผลการอบรมพ่อแม่เพ่ือพูดคุยกับลูกวัยรุ่นเรื่องเพศอย่างเป็น
ระบบ แต่ก็มีการประเมินเพื่อทราบผลการดำ�เนินการในระดับปฏิบัติการในหลายลักษณะ เช่นการสังเกตพฤติกรรมท่ี
เปลย่ี นแปลงไปของพอ่ แม่ หรอื การพดู คยุ สอบถามหลังการอบรมแบบไมเ่ ปน็ ทางการ รวมถงึ การติดตามแบบธรรมชาติ
ดว้ ยการซกั ถามพดู คยุ เปน็ ระยะๆ เปน็ ตน้ นอกจากนน้ั ยงั มกี ารประเมนิ ผลดว้ ยแบบประเมนิ หลงั จบการอบรม การใชส้ มดุ
บันทกึ ตดิ ตามผลราย 3 เดือน เปน็ ต้น ซ่งึ ทำ�ให้ทราบข้อมลู ทเ่ี ป็นประโยชนต์ ่อการออกแบบพ้นื ทกี่ ารเรยี นรู้ท่เี หมาะสม
กบั กลุ่มเปา้ หมายตอ่ ไป
ในส่วนของหลักการประเมินผลกิจกรรมที่พื้นที่สามารถนำ�มาปรับใช้ได้น้ันประกอบไปด้วยการประเมินผล
หลายสว่ น ได้แก่
60 คูม่ ือการสง่ เสริมสขุ ภาพวยั รุน่ และเยาวชนในชุมชน
การประเมินผลก่อนการอบรมเพื่อสำ�รวจต้นทุนด้านความรู้และทัศนคติของผู้ร่วมอบรม การประเมิน
ผลลักษณะน้ีเพื่อให้กระบวนกรสามารถเข้าถึงต้นทุนท่ีมีอยู่ของกลุ่มเป้าหมายทั้งในเรื่องความรู้ ทัศนคติและทักษะ
เกีย่ วกับเรอ่ื งเพศ
การประเมินผลภายหลังเสรจ็ สิน้ การฝกึ อบรม เป็นการประเมินมาตรฐานในระดบั โครงการทจ่ี ำ�เปน็ ต้องมี
เปน็ อยา่ งนอ้ ยเพอื่ ใหไ้ ดข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั ผลตอบรบั ความพงึ พอใจและประสทิ ธภิ าพของหลกั สตู รอบรม ซง่ึ สามารถประเมนิ
ไดใ้ นหลายระดบั โดยมตี วั ชว้ี ดั ทห่ี ลากหลาย เชน่ การประเมนิ ความคดิ เหน็ การประเมนิ ความรสู้ กึ และการประเมนิ ความ
สามารถในการปฏบิ ตั เิ พอ่ื น�ำ ขอ้ มูลมาเทยี บกับวตั ถุประสงค์ของโครงการท่ีกำ�หนดไว้
การประเมนิ ผลเพ่อื ตดิ ตามการน�ำ สง่ิ ทีไ่ ด้รับจากการอบรมไปใชข้ องกลุม่ เปา้ หมาย ซงึ่ ข้นั ตอนนจ้ี ะทำ�ให้
ไดข้ อ้ มลู ตอบกลบั ในเชงิ ประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ลของโครงการ แตค่ วรตอ้ งทง้ิ ชว่ งระยะเวลาใหก้ ลมุ่ เปา้ หมายไดน้ ำ�
ความรูแ้ ละทักษะท่ไี ด้รบั จากพืน้ ท่ีการเรียนรไู้ ปใชเ้ สยี ก่อน โดยเฉพาะการสือ่ สารในประเด็นเร่อื งเพศเปน็ เรอ่ื งออ่ นไหว
จึงควรต้องมเี วลาใหพ้ ่อแม่ก้าวขา้ มผา่ นข้อจำ�กัดในเชิงทัศนคติหลายด้านก่อน เชน่ ความกลัว ความอาย การไม่พรอ้ ม
เปดิ ใจรบั ฟงั ฯลฯ ซงึ่ ยอ่ มหมายถงึ ผเู้ กย่ี วขอ้ งจะตอ้ งมกี ารวางแผนการประเมนิ ผลอยา่ งเปน็ ระบบเนอื่ งจากตอ้ งเกย่ี วขอ้ ง
กบั งบประมาณและบคุ ลากรท่ตี ้องท�ำ หน้าท่ีตดิ ตามประเมินผลภายหลงั เสรจ็ ส้ินโครงการไปแลว้
อยา่ งไรกต็ ามการประเมนิ ผลหลงั การอบรมนจ้ี ะทำ�ใหไ้ ดร้ บั ขอ้ มลู ผลสรปุ ของโครงการวา่ ประสบความสำ�เรจ็
จรงิ หรอื ไม่ (พอ่ แมก่ ลา้ คยุ กบั ลกู เรอื่ งเพศ พอ่ แมเ่ ปดิ ประเดน็ เรอื่ งเพศกบั ลกู ไดบ้ อ่ ยขน้ึ ลกู เลอื กพอ่ แมเ่ ปน็ ทป่ี รกึ ษาเรอ่ื ง
เพศมากขนึ้ ฯลฯ) รวมถึงผลกระทบในเชงิ ความคดิ ทศั นคติและพฤตกิ รรมท่เี ปน็ ขอ้ จ�ำ กัดในการน�ำ เนอ้ื หาการอบรมไป
ใชอ้ นั จะทำ�ใหก้ ระบวนกรหรอื ผจู้ ัดพน้ื ทก่ี ารเรียนรู้เห็นบริบทเชิงสังคมวฒั นธรรมของพ้นื ท่ีได้ชัดเจนย่งิ ขึ้น
คู่มอื การสง่ เสรมิ สขุ ภาพวยั รุ่นและเยาวชนในชุมชน 61
62 ค่มู ือการส่งเสรมิ สขุ ภาพวยั รุ่นและเยาวชนในชมุ ชน
คู่มอื การสง่ เสรมิ สขุ ภาพวยั รุ่นและเยาวชนในชุมชน 63
64 คมู่ อื การส่งเสรมิ สขุ ภาพวยั ร่นุ และเยาวชนในชุมชน
จาก รปู แบบและบทเรียนจากการจดั พื้นที่การเรียนรู้ของพ่อแม่
กองรอ้ ยวยั โจ(๋ ปญั หาแกง๊ วยั รุ่น)
โดย พ.ต.อ.อานนท์ นามประเสิรฐ ([email protected])
ในยามวิกาลผมได้ขับข่ีรถยนต์ออกตรวจพื้นท่ี ถูกกลุ่มวัยรุ่นแก๊งหัวโจกประจ�ำ หมู่บ้านที่รวมกลุ่มกันอยู่ที่
คอสะพานทางเข้า-ออกหมู่บา้ น เรียกให้หยดุ รถโดยการยืนขวางหน้ารถยนตท์ บ่ี ริเวณกลางสะพาน พรอ้ มกับไดร้ อ้ งขอ
“น้อยทิง ซึ่งหมายถึงเหล้าขาวผสมกระทิงแดง” เป็นการร้องขอแกมขู่บังคับ โดยไม่ทราบว่าผู้ที่ถูกร้องขอเป็นผู้ก�ำ กับ
ตำ�รวจคนใหม่ ผมได้หยิบยื่นอาวุธปืนท่ีบรรจุกระสุนเต็มแม็ก พร้อมท่ีจะมอบกระสุนปืนให้กับกลุ่มวัยรุ่นหัวโจก
แทน “น้อยทิง” ซ่ึงก็สามารถทำ�ให้วัยรุ่นที่นั่งอยู่บนคอสะพานหายไปในพริบตา จากเหตุการณ์ในวันน้ัน ท�ำ ให้เกิด
โครงการพัฒนาวยั โจ๋ปอ้ งกนั ภัยชุมชน ได้สรา้ งการเปลย่ี นแปลงให้กับชีวติ กลุม่ เยาวชน วยั รุ่นวยั โจ๋ แลว้ ยังนำ�ความสงบ
ความปลอดภยั มาใหก้ บั ชุมชนดว้ ย
เหตกุ ารณท์ ผ่ี มถกู กลมุ่ วยั รนุ่ ขม่ ขู่ ท�ำ ใหม้ องวา่ การบงั คบั ใชก้ ฎหมายของต�ำ รวจ ยงั ไมเ่ ขม้ พอ จงึ เปน็ เหตทุ �ำ ให้
วยั รนุ่ หวั โจกตามหมบู่ า้ นเหมิ เกรมิ ถงึ ขนาดตง้ั กลมุ่ แกง๊ ขม่ ขรู่ ดี ไถเงนิ ชาวบา้ นบนถนน ซงึ่ เปน็ ทส่ี าธารณะ “ขนาดต�ำ รวจ
ยงั โดนขนาดนแ้ี ลว้ ถา้ หากเปน็ ชาวบา้ นจะขนาดไหน” ผมไดค้ �ำ พดู กบั ต�ำ รวจในวนั ประชมุ มอบนโยบายใหก้ บั ขา้ ราชการ
ต�ำ รวจ เพอื่ ความปลอดภัยในชุมชนและสกัดก้ันความเหมิ เกริมของวยั ร่นุ ผมได้จดั ต�ำ รวจชุดจูโ่ จม มกี ำ�ลงั 10 นายออก
ไลล่ ่าจบั กมุ กลุม่ แกง๊ วยั รุ่นทีม่ พี ฤติกรรมขม่ ขู่รดี ไถเงนิ จากชาวบ้าน
เมอื่ ชดุ จู่โจมเข้าไปในหม่บู ้าน ก็ถูกกลุ่มแกง๊ วยั รุน่ กอ่ กวน พดู จาถากถางตา่ งๆนาๆ บางกลุม่ เมอื่ เห็นตำ�รวจก็
หลบเขา้ ไปในมมุ มดื พอตำ�รวจตรวจผา่ นไปแลว้ กก็ ลบั มารวมกลมุ่ กนั ใหม่ หนกั ไปกวา่ นนั้ พอตกดกึ กลมุ่ วยั รนุ่ กพ็ ากนั มา
แขง่ รถบนถนนในหมูบ่ ้าน เหมอื นกับทา้ ทายใหช้ ดุ จโู่ จมเขา้ มาท�ำ การจบั กมุ ซ่งึ ชดุ จูโ่ จมก็แสนจะเอือมระอาเมอ่ื เจอกลุ่ม
เดก็ แว้นเพราะไมส่ ามารถไลจ่ ับกมุ พวกนี้ได้ทัน ขณะเดียวกันกลมุ่ เดก็ แวน้ เมอื่ หนีพ้นมอื ต�ำ รวจชุดจโู่ จม กจ็ ะกลายเป็น
ฮโี ร่ ไดร้ บั การยอมรบั ในกลมุ่ ทำ�ใหส้ ถานการณข์ องเดก็ แวน้ มเี พม่ิ มากขน้ึ เรอ่ื ยๆ และขยายการแขง่ รถจากถนนในชมุ ชน
ขึน้ มาบนถนนสายหลัก หนักเข้าไปกวา่ นนั้ ถึงขนาดแข่งรถกนั หนา้ โรงพัก
“เม่ือปราบปรามมันยากก็หาทางเอามันมาเป็นพวกซะเลย แล้วเราทำ�ตัวเป็นลูกพ่ีพวกมัน” ผมได้พูดกับ
ตำ�รวจผู้ใต้บังคับบัญชาในวันประชุม หลังจากน้ันผมได้คิดกลยุทธ์ที่จะปรับเปล่ียนพฤติกรรมวัยรุ่นและน้ันก็เป็นท่ีมา
ของ โครงการพฒั นาวัยโจป๋ อ้ งกันภัยชุมชน
“ชาติ.. เกียรติ.. วินัย.. กล้าหาญ.. อดทน..” เสียงร้องตะโกนของกลุ่มชายวัยรุ่นในชุดสีดำ� ท่ีวิ่งเป็นแถว
แนวทางยาวอย่างเป็นระเบียบ เสียงเท้ากระทบพื้นจนแทบจะเป็นเสียงเดียวกัน จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า ชายในชุดสีด�ำ นั้น
อดีตคอื วัยรุ่นวยั โจ๋ ทีมพี ฤติกรรมเป็นนักเลงอันธพาล เกเร กา้ วร้าว สรา้ งความเดอื ดรอ้ นในหมู่บา้ น ไมว่ ่าจะเป็นเหตุ
ทะเลาะววิ าท ทำ�รา้ ยรา่ งกาย การขบั ขม่ี อเตอรไ์ ซคซ์ ง่ิ รวมถงึ การเสพยาเสพตดิ ใหโ้ ทษ จนเปน็ ทเี่ ออื มระอาของหมบู่ า้ น
จดุ เรม่ิ ตน้ ในการปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมวยั รนุ่ ตอ้ งสรา้ งความมวี นิ ยั แบบทหาร สถานทฝี่ กึ ตอ้ งเปน็ คา่ ยทหาร
แตล่ ะฐานการฝกึ จะสอนใหม้ ีความอดทน ความเสยี สละ ความรบั ผิดชอบตอ่ ตนเอง ต่อผอู้ ืน่ ความเออื้ อาทร การเรยี นรู้
จากส่ิงที่เกิดข้ึนจริงสัมผัสได้ เป็นต้นว่าการศึกษาดูงานผู้บาดเจ็บจากการถูกทำ�ร้ายจากอุบัติเหตุจราจร ผลกระทบ
ท่ีเกิดข้ึน การเข้าเย่ียมสัมผัสกับนักโทษในเรือนจำ�เพ่ือให้เห็นสภาพความทุกข์ทรมานของความเป็นอยู่ของผู้ถูกกักขัง
เพื่อเตือนวา่ อยา่ คดิ ว่าจะไดเ้ ขา้ มาในนอ้ี กี
คู่มอื การส่งเสรมิ สุขภาพวัยรนุ่ และเยาวชนในชุมชน 65
การฝึกใช้เวลา 5 วนั ในค่ายทหาร แลว้ เข้าพธิ ีการสวมเครอ่ื งแบบชุดปฏิบตั กิ ารอาสาสมัครต�ำ รวจ
“วันสุดท้ายของการฝึก ผมบอกไม่ถกู นา้ํ ตาลกู ผ้ชู ายไหลออกมาโดยไมร่ ้ตู ัว ครตู �ำ รวจเขามาสวมเคร่อื งแบบ
ใหผ้ ม มันเทห่ ์จริงๆ ครับ ผมรูส้ กึ ภมู ใิ จมาก ผมรู้สึกเปน็ คนใหม่ และผมสญั ญาว่าผมจะไมก่ ลับไปทำ�ตวั แบบเดมิ อีกแลว้ ”
เป็นคำ�บอกเลา่ จาก นัส หวั โจกประจ�ำ หม่บู ้าน และเล่าเหตกุ ารณต์ ่อจากนน้ั วา่ “ผมรีบกลบั บา้ นไปหาแม่ แมเ่ ห็นผมถึง
กบั อง้ึ พดู ไม่ออก ผมเห็นแม่ร้องใหด้ ว้ ยความดีใจ สิ่งแรกทผ่ี มท�ำ คือกม้ ลงกราบทเี่ ทา้ ของแม่ และแมไ่ ด้กอดผมทงั้ น้าํ ตา
ซึง่ ตลอดระยะเวลากว่าสบิ ปผี มไม่เคยสวมกอดแม่เลย ตอนนีผ้ มไดพ้ ิสูจนต์ วั เองแลว้ ครบั ผมจะชว่ ยแม่ท�ำ งาน”
กองรอ้ ยเยาวชนวัย เปน็ สถานที่รวมกลมุ่ วยั รนุ่ เพ่อื ให้เข้ามาทำ�งานร่วมกับต�ำ รวจ วยั ร่นุ เม่อื แตง่ เครื่องแบบ
ออกปฏบิ ตั งิ าน สว่ นใหญจ่ ะเปน็ งานบรกิ าร จดั การจราจร การออกตรวจรกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ย บางครง้ั กอ็ อกสบื สวน
จับกุม การปฏบิ ัติงานได้รับการยอมรับจากชมุ ชน ชุมชนใหเ้ กยี รติ และทุกวนั ทว่ี ยั รุน่ แต่งเครื่องแบบออกไปปฏิบัติงาน
ไดท้ �ำ แตส่ ่ิงดๆี ได้เหน็ แตส่ ่งิ ดๆี ได้เห็นผลกระทบจากการกระท�ำ ผิดกฎหมาย สงิ่ เหล่านี้ไดข้ ดั เกลาจิตใจวยั รนุ่ ทีละนิดๆ
จนทำ�ให้วัยรุ่นที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว กลายมาเป็นผู้ที่ควบคุมอารมณ์ได้ดีข้ึน มีความเอื้ออาทรผู้อ่ืน มีความรับผิดชอบ
ต่อหน้าที่ ส่งผลใหเ้ กิดประโยชนต์ ่อสังคม
วัยร่นุ วัยโจ๋ ใช่วา่ จะเปน็ ที่เลวเสมอไป หากเราใหโ้ อกาสและใหเ้ ขามที ีย่ ืนในสงั คมอย่างสงา่ งาม ตามบรบิ ทท่ี
สอดคลอ้ งกบั พฤติกรรมทีเ่ ขาเปน็ เราจะได้คนดีกลับคืนส่สู ังคมอยา่ งย่งั ยืน
ถอดบทเรยี นขน้ั ตอนการด�ำ เนนิ งาน
1. เตรยี มการ : พัฒนาหลักสตู รคา่ ยสำ�หรับวัยรุ่น
2. คน้ หาวัยรุน่ กลมุ่ เสีย่ ง และสรา้ งสัมพนั ธภาพกบั วยั รนุ่ ในชมุ ชน
3. จงู ใจให้เข้าคา่ ย “ก่อสัมพันธ์ สร้างวินัย ให้อดทนและเสียสละ
4. เสริมความมีตัวตนและความภาคภูมิใจให้วัยรุ่น เช่น ทำ�งานร่วมกับตำ�รวจ มีเคร่ืองแบบสำ�หรับ
ออกปฏบิ ตั งิ าน
วัยร่นุ สขุ ภาพจิตดีทีเ่ คียนซา
เพราะอะไรประเด็นวยั ร่นุ จงึ สำ�คญั ท่เี คียนซา
ในอำ�เภอเคียนซาพบว่า ปัญหากลุ่มวัยรุ่นในพื้นท่ีมีความรุนแรง และจำ�นวนวัยรุ่นท่ีมีปัญหาเพ่ิมสูงขึ้น
โดยเฉพาะปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นท่ีมีมากเกินเป้าหมายจากที่กรมอนามัยก�ำ หนดคือ 64.12, 61.23, และ 68.14
ตอ่ แสนประชากรใน 3 ปหี ลังสุด (เป้าหมายไมเ่ กิน 50 ต่อแสนประชากร) จากผลการคดั กรองความเครยี ดในหญงิ ต้งั
ครรภ์ในโรงพยาบาลเคยี นซา ตงั้ แต่ปี 2554-2556 กพ็ บวา่ กลุ่มท่มี ปี ัญหาความเครียดสว่ นใหญเ่ ป็นกลุม่ อายุ 14-19 ปี
มรี ะดบั ความเครยี ดท่สี ูง และมีแนวโนม้ ซึมเศร้า บางรายมคี วามคดิ ฆา่ ตัวตาย และอกี ปญั หาหนึ่งคอื ปญั หายาเสพติดใน
โรงเรียน พบสถิตกิ ารใชส้ ารเสพติดคร้งั แรกของประชาชนในอำ�เภอเคยี นซาอยู่ในกล่มุ วยั รุ่น (อายุระหวา่ ง 15- 20 ป)ี มี
มากถงึ 110 คนในปี 2556 ดงั นั้น จึงมีการร่วมกันขบั เคลอ่ื นการด�ำ เนนิ งานสขุ ภาพจติ ควบคู่กับสุขภาพกายในกลุม่ วัย
รนุ่ เพอื่ ใหว้ ยั รนุ่ ไดร้ บั การดแู ล สง่ เสรมิ ปอ้ งกนั ปญั หาทง้ั สขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ ส�ำ หรบั เตบิ โตและกา้ วไปเปน็ ผใู้ หญ่
ที่มอี นาคตทด่ี ีต่อไป
กลไกการขบั เคล่อื นในอ�ำ เภอ
กระบวนการสำ�คัญเร่ิมจากการนำ�เสนอข้อมูลในเวทีการประชุมหัวหน้าส่วนราชการอำ�เภอเคียนซา โดยมีผู้
อำ�นวยการโรงพยาบาลเคยี นซาร่วมกบั สาธารณสขุ อ�ำ เภอ แจ้งใหท้ ราบและพิจารณาร่วมกันในท่ีประชุมถงึ สถานการณ์
66 ค่มู อื การส่งเสริมสขุ ภาพวัยรนุ่ และเยาวชนในชุมชน
ปัญหายาเสพติด การตง้ั ครรภใ์ นวัยรุ่น วยั เรยี น และปญั หาดา้ นการเรียนและพฤตกิ รรมในอ�ำ เภอเคยี นซา ซ่ึงมแี นวโน้ม
สงู ขึน้ เร่อื ย ๆ และเปน็ ปัญหาสุขภาพจิตในอันดับต้น ๆ ของกลุม่ วยั รนุ่
นายอำ�เภอเคียนซาไดม้ อบหมายใหส้ าธารณสขุ อ�ำ เภอและโรงพยาบาลเคยี นซา จัดทำ�รายละเอียดแผน
งานโครงการแกไ้ ขปญั หายาเสพตดิ และปญั หาการตง้ั ครรภใ์ นวยั รนุ่ พรอ้ มทง้ั จดั ท�ำ ค�ำ สง่ั แตง่ ตงั้ คณะกรรมการพฒั นา
เครอื ขา่ ยระดับอ�ำ เภอ งานสง่ เสรมิ สขุ ภาพจิตในกลุ่มเดก็ วยั เรียน วยั ร่นุ ควบคู่กบั คำ�สัง่ แต่งตง้ั คณะท�ำ งานแกไ้ ขปัญหา
ยาเสพติดที่มีค�ำ สง่ั เดิมอยแู่ ลว้ และให้ทำ�งานควบคกู่ ันไป
จากน้ันได้จัดประชุมภาคีเครือข่ายเพ่ิมเติม ได้แก่ กำ�นันทุกคน นายกองค์การบริหารส่วนตำ�บลทุก
แห่ง หัวหน้าส่วนราชการทุกแห่ง และประธานกลุ่มผู้อำ�นวยการโรงเรียนเขตอำ�เภอเคียนซาทุกกลุ่ม ได้นำ�เสนอ
สถานการณ์ปัญหายาเสพติด ปัญหาการต้ังครรภ์ในวัยรุ่น วัยเรียน และเสนอแผนงานโครงการเพ่ือจะแก้ไขและ
ป้องกันปัญหาดังกล่าว ได้เปิดโอกาสให้คณะกรรมการและผู้เข้าร่วมประชุมได้เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาเพ่ิม
เตมิ ก่อนสรปุ ผลจากมติทป่ี ระชุมเป็นกิจกรรมส่งเสริม ปอ้ งกันปญั หาในวยั รุน่ โดยภาคเี ครอื ข่ายส�ำ คญั ต่าง ๆ มบี ทบาท
หน้าทด่ี งั น้ี
สาธารณสุขอำ�เภอเคียนซา ดำ�เนินการจัดทำ�โครงการตามแผนปฏิบัติการด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด
วยั เรยี น วยั รนุ่ โดยครอบคลมุ ถงึ ประเดน็ ปญั หาอนื่ ๆ เชน่ ปญั หาการตง้ั ครรภว์ ยั รนุ่ ปญั หาความบกพรอ่ งดา้ นพฤตกิ รรม
และการเรยี นรใู้ นเด็กปฐมวยั ในชุมชน อกี ท้งั มหี น้าท่ีตดิ ตามและควบคุมกำ�กับงานในสว่ นทเี่ กีย่ วข้อง
โรงพยาบาลเคยี นซา รว่ มด�ำ เนนิ งานกบั สาธารณสขุ อ�ำ เภอตามแผนกจิ กรรม ตลอดจนสรา้ งแนวทางมาตรฐาน
และจัดอบรมทักษะวิชาการแก่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานยาเสพติด สุขภาพจิต ดำ�เนินการนิเทศติดตาม รวมถึงเป็น
พเ่ี ลี้ยงให้เจ้าหนา้ ทีผ่ ้รู ับผดิ ชอบงานสขุ ภาพจิตทุกโรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพ อาสาสมัครสาธารณสขุ และเจ้าหน้าท่ีที่
เกย่ี วข้องทุกภาคสว่ น นอกจากนี้ ยังร่วมมือกบั โรงเรียนเปดิ คลนิ ิกวัยใส ศูนยเ์ พอ่ื นใจวัยรนุ่ ในโรงเรยี น มีครแู ละแกนน�ำ
นกั เรยี นเปน็ ทมี งานในศนู ยเ์ พอื่ นใจดว้ ย ขณะเดยี วกนั กย็ งั พฒั นา Psychosocial clinic ในโรงพยาบาลใหม้ คี ณุ ภาพเพอ่ื
รองรบั การมารบั บรกิ ารของวัยรนุ่ ในโรงพยาบาล
โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพระดบั ต�ำ บล จดั อบรมใหก้ บั อาสาสมคั รสาธารณสขุ ครู นกั เรยี นในพนื้ ทรี่ บั ผดิ ชอบ
เกี่ยวกับการป้องกันปัญหายาเสพติด ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น การคัดกรองเด็กท่ีมีความบกพร่องด้านพัฒนาการ
ด้านพฤตกิ รรมและการเรียนรู้ และรว่ มดำ�เนนิ การทำ�โครงการส่งเสริมสุขภาพจติ ในเดก็ วยั เรยี น วัยรุน่ ตามแผน และตง้ั
คลนิ ิกวัยใส ศูนยเ์ พอื่ นใจวยั รนุ่ ในชุมชน
ท้องถิ่นและคณะกรรมการกองทุน สนับสนุนงบประมาณและจัดทำ�แผนร่วมกับโรงพยาบาลชุมชนและ
โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพ ในการท�ำ โครงการแก้ไขปัญหาในกล่มุ เดก็ ปฐมวัย วยั เรียน วัยร่นุ
เจา้ หนา้ ทปี่ กครอง ศูนยพ์ ลังแผ่นดนิ และยาเสพติดอ�ำ เภอเคยี นซา ร่วมดำ�เนนิ การแกป้ ัญหายาเสพตดิ ใน
โรงเรยี น ชมุ ชน คดั กรองและคน้ หาเด็กกล่มุ เสพติด และตดิ ตาม ควบคมุ พฤตกิ รรม จัดท�ำ ค่ายเพื่อแกป้ ญั หายาเสพติด
อาสาสมัครสาธารณสุข ดำ�เนินงานร่วมกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
ช่วยในการคัดกรองเด็กในชุมชน และติดตามเด็กท่ีผ่านการบำ�บัดยาเสพติดครบกำ�หนด ประชาสัมพันธ์กิจกรรมการ
ดำ�เนนิ งานให้กับชุมชน
ครู ร่วมกันเข้ารับการอบรมการให้คำ�ปรึกษา และความรู้ทักษะเร่ืองการคัดกรองเด็กท่ีมีความบกพร่อง
ด้านพฤตกิ รรมและการเรียนรู้ และแนวทางการแกไ้ ข ปอ้ งกันปญั หายาเสพติดในโรงเรียน ปญั หาการตงั้ ครรภใ์ นวยั ร่นุ
วยั เรยี น เปดิ ศนู ยใ์ หค้ �ำ ปรกึ ษาในโรงเรยี น จดั กจิ กรรมโครงการพฒั นาความฉลาดทางอารมณ(์ EQ) เชอ่ื มโยงการด�ำ เนนิ งาน
กบั หนว่ ยงานสาธารณสขุ
คมู่ อื การส่งเสรมิ สุขภาพวัยรนุ่ และเยาวชนในชุมชน 67
ผ้ปู กครอง เขา้ รบั การอบรมความรู้เรื่องการคัดกรองเด็กทีม่ คี วามบกพร่องดา้ นพฤติกรรมและการเรยี นรู้ วธิ ี
การปอ้ งกันใหล้ กู พน้ ภยั ยาเสพติด การแกไ้ ขปญั หาการต้งั ครรภใ์ นวัยรุ่น วยั เรยี น
กำ�นนั ผู้ใหญบ่ ้าน ชว่ ยกนั ประชาสมั พันธถ์ ึงกิจกรรมและการดำ�เนนิ การตามแผนงานโครงการในที่ประชุม
หมบู่ า้ น ท�ำ ประชาคมในหมู่บ้าน
วิทยชุ ุมชน ทำ�หนา้ ที่แจง้ ขอ้ มลู ขา่ วสารคนื สชู่ ุมชน ข่าวสถานการณ์ การทำ�กิจกรรมต่างๆ เพือ่ ใหป้ ระชาชน
ในพ้ืนทีร่ ับทราบ
การประยกุ ต์ประเด็นสุขภาพจติ ส่กู ารขบั เคล่อื นการด�ำ เนินงาน
หลักการบูรณาการประเด็นสุขภาพจิตของอ�ำ เภอเคียนซาสู่ประเด็นสุขภาพวัยรุ่นในพื้นท่ีนั้น จากกลไกการ
ด�ำ เนินงานสามารถอธบิ ายหลกั การบูรณาการท่ีสำ�คญั ได้ 2 วิธี ไดแ้ ก่
การคดั กรอง ประเมนิ ทางสขุ ภาพจติ ในกลมุ่ เปา้ หมาย โดยจะพบวา่ ทกุ ภาคเี ครอื ขา่ ยในอำ�เภอ ไมว่ า่ จะเปน็
เจา้ หนา้ ที่สาธารณสขุ ครู หรืออาสาสมัครสาธารณสขุ จะชว่ ยกันคดั กรองดว้ ยแบบประเมนิ ความเครยี ดในกลุม่ วยั รนุ่ ท่ีมี
ความเส่ยี ง เช่น ในกล่มุ วัยร่นุ ที่มีปญั หาพฤตกิ รรม กลมุ่ วัยร่นุ ทีต่ ัง้ ครรภไ์ มพ่ ึงประสงค์ เพอ่ื เป็นการกรองและคน้ หาผ้ทู ่ีมี
แนวโนม้ ทจ่ี ะเกดิ ปญั หาสขุ ภาพจติ ทร่ี นุ แรง ทง้ั นเ้ี นอื่ งจากความเครยี ดถอื เปน็ พนื้ ฐานของปญั หาสขุ ภาพจติ อนื่ ๆ ทส่ี �ำ คญั
นนั่ เอง
การวเิ คราะหป์ ระเดน็ สขุ ภาพจติ ในกลมุ่ เปา้ หมาย และวเิ คราะหก์ จิ กรรมทคี่ วรสง่ เสรมิ เชน่ ความฉลาดทาง
อารมณ์ ทกั ษะชีวติ ทกั ษะการสอ่ื สาร ทกั ษะการปฏิเสธ หรือทักษะการใหก้ ารปรึกษา
ผลลัพธค์ วามส�ำ เร็จ
พบว่าจำ�นวนวัยร่นุ ต้งั ครรภ์ และวยั รุ่นที่เสพสารเสพติดลดลง กลุ่มวยั รนุ่ ท่ีต้งั ครรภเ์ ดิมก็สามารถปรบั ตวั ได้
ดีขนึ้ มคี วามเครียดลดนอ้ ยลง เกดิ ระบบการดแู ลช่วยเหลือในพ้นื ท่ีคอื เกดิ คลินกิ วัยใส ศนู ยเ์ พ่ือนใจวัยรุ่นในโรงเรยี น มี
การจัดบริการสุขภาพเป็นระบบเชื่อมโยงส่งต่อกับเครือข่ายและบริการท่ีเป็นมิตร เพ่ือให้ค�ำ ปรึกษาครอบคลุมทุกด้าน
โดยมีแกนน�ำ วัยรุ่นช่วยจัดบริการสุขภาพเพื่อเพ่ิมการเข้าถึงวัยรุ่นนอกระบบการศึกษา และเชื่อมโยงส่งต่อกับเครือข่าย
สาธารณสขุ ในชมุ ชนและผปู้ กครองเพอ่ื สรา้ งเครอื ขา่ ยการเฝา้ ระวงั ซง่ึ กนั และกนั รวมทงั้ เกดิ ชมรมตา่ ง ๆ มากมายส�ำ หรบั
ใหเ้ ยาวชนได้ท�ำ กิจกรรม และมี “ชมรมผา้ ขาวของแม่ รักแท้เพ่อื อนาคต” ด้วย นอกจากน้ี ยังเกิดนวัตกรรม 333 (3ป
3ห้าม 3โทร) ได้แก่ ปฏิเสธ ปอ้ งกนั ประเมนิ หา้ มเพศ ห้ามเสพ หา้ มปดิ พลาดโทร เสพโทร ผดิ โทร พร้อมท้ังมเี บอร์
โทรศพั ท์ใหเ้ ยาวชนสามารถตดิ ต่อไดต้ ลอด 24 ชั่วโมง
ค�ำ ตอบ (ปัญหาอบุ ตั ิเหตุ)
ค�ำ ตอบ โดย น.ส.ดารารตั น์ ช้างดว้ ง ([email protected])
ดวงตาแดงกา่ํ มหี ยดนา้ํ ไหลรินไม่ขาดสาย สองมือสั่นเทากอบเอาชนิ้ เนื้อสีชมพอู มขาว ก้อนนุ่มนม่ิ ปนเลือดที่
กระจดั กระจายเกลอื่ นถนนจนแทบมองไมอ่ อกวา่ เคยประกอบเปน็ สมองมนษุ ยล์ งในถงุ พลาสตกิ ใบใส ไหลลลู่ งและสน่ั เทา
ราวกับควบคมุ ไม่ได้ หากคำ�กลา่ วที่ว่า “ชีวติ มนุษย์อยไู่ ด้ด้วยความหวัง” เปน็ ความจรงิ แลว้ นน้ั ชีวิตของชายวยั กลางคน
ผูน้ ีเ้ ล่า จะอยู่ต่อไปไดอ้ ย่างไร???
“ฉตั รดาว อยา่ ลมื เอาหมวกกนั นอ๊ คไปนะลกู ถนนบา้ นเรารถเยอะแถมยงั วงิ่ เรว็ อกี ดว้ ย” ผเู้ ปน็ พอ่ บอกลกู สาว
คนเดียวด้วยความห่วงใย กว่าจะมีลูกคนน้ีเขาและภรรยาต้องไปบนบานศาลกล่าวขอลูกจากส่ิงศักดิ์สิทธิ์ ด้วยความท่ี
แต่งงานมาหลายปแี ต่ไม่มีทา่ ทวี า่ จะมลี ูกได้เลย เมื่อเด็กหญิงฉัตรดาวมาเกิดเธอจึงเปรียบเสมือนดวงดาวดวงนอ้ ยๆ ดวง
เดยี วของพ่อกับแม่ เธอหนา้ ตานา่ รัก เรยี บรอ้ ย เรยี นเกง่ และขยันขนั แขง็ นน่ั เป็นคำ�บอกเลา่ จากคุณครูของเธอใครจะ
68 ค่มู ือการส่งเสรมิ สขุ ภาพวยั รุ่นและเยาวชนในชมุ ชน
คาดคดิ วา่ การขร่ี ถมอเตอรไ์ ซคไ์ ปบนถนนใกลๆ้ บา้ นจะพรากดวงดาวนอ้ ยๆ ของพอ่ แมไ่ ปตลอดกาล เสย้ี ววนิ าทบี นถนน
แคร่ ถทวั ร์ทบ่ี ีบแตรไล่ ทำ�ใหฉ้ ตั รดาวตกใจจนรถจักรยานยนต์เสียหลักไปชนทา้ ยรถขนควายท่จี อดบนไหล่ทาง ฉตั รดาว
เสยี ชวี ติ ในทเ่ี กดิ เหตุ เนอ่ื งจากศรี ษะไปฟาดกบั เหลก็ ทา้ ยรถ เธอไมไ่ ดส้ วมหมวกกนั นอ็ ค นนั่ ยงั ไมโ่ หดรา้ ยเทา่ กบั พอ่ ของ
ฉตั รดาวต้องโกยสมองลูกที่กระจัดกระจายเกลื่อนถนนใสถ่ งุ พลาสตกิ คลา้ ยจะรวบรวมทุกเศษเส้ียวของลูกมาประกอบ
ไว้ ท้งั ท่หี วั ใจของคนเปน็ พ่อแมแ่ ตกสลายจนไม่เหลอื ชิ้นดี แตน่ ่ีคงเปน็ ส่ิงเดยี วที่คนเป็นพอ่ แม่จะทำ�ใหล้ ูกได้ เพอ่ื บอกวา่
รกั ลูกมากแคไ่ หนเป็นครงั้ สดุ ทา้ ย
ครั้งแรกที่ได้ฟังเร่ืองราวของฉัตรดาว ในใจของฉันอัดแน่นด้วยความรู้สึกประหลาด คำ�ถามมากมาย
ประเดประดังเข้ามา แม้ฉันจะรู้จักเธอผ่านเรื่องเล่าของทีมทำ�งานในพื้นที่ แต่เรื่องราวของเธอยังติดในความทรงจำ�
ทุกครั้งท่ีเห็นข่าวเด็กนักเรียนขี่รถจักรยานยนต์ไปชนท้ายรถ เร่ืองของฉัตรดาวจะผุดข้ึนมาในความคิดราวกับละคร
เรื่องเดิมทีฉ่ ายซาํ้ แล้วซํา้ เลา่ เหตุการณค์ ล้ายๆ กนั เพยี งแตเ่ ปล่ียนตัวแสดงไปเร่ือยๆ
เดือนแรกของการมาทำ�งานท่ีศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน ในตำ�แหน่งนักวิชาการโครงการ
แผนการจัดการความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน ส่ิงที่ถามตัวเองอยู่ทุกวันคือ ฉันมาทำ�อะไรที่นี่? ทำ�ไปทำ�ไม?
ท�ำ เพอ่ื อะไร? การประชมุ ในครง้ั แรกๆ ฉนั แทบไมเ่ ขา้ ใจในประเดน็ ทผ่ี เู้ ขา้ ประชมุ สอ่ื สารกนั คำ�ศพั ทเ์ ฉพาะทไี่ มเ่ คยไดย้ นิ
มาก่อน ทัง้ 3E, 5ส, Head injury มีความหมายและเชื่อมโยงกับงานของฉนั อย่างไร ชื่อหนว่ ยงานตา่ งๆ ท่มี ีบทบาทกับ
งานอบุ ตั เิ หตุ ประเดน็ การทำ�งานทต่ี อ้ งท�ำ ความเขา้ ใจ ใครจะไปรวู้ า่ การเกดิ อบุ ตั คิ รงั้ หนง่ึ มอี งคป์ ระกอบจากคน รถ ถนน
และสง่ิ แวดล้อม ดังน้นั การแกป้ ัญหาจงึ มคี วามซบั ซอ้ น ยงั ไมน่ บั รวมข้อมลู สถติ แิ ละงานวิจัยต่างๆ ท่ีตอ้ งท�ำ ความเขา้ ใจ
ทกุ อยา่ งผสมปนเปจนท�ำ ใหร้ สู้ กึ ราวกบั วา่ ตวั เองอยทู่ า่ มกลางทะเลทถี่ าโถมดว้ ยคลนื่ ลกู แลว้ ลกู เลา่ มหิ น�ำ ซาํ้ ยงั ตอ้ งหดหู่
ใจกับการต้องติดตามข่าวอุบตั ิเหตุ
“สลด นักเรียนโรงเรยี นดังโคราชซง่ิ จกั รยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุกพ่วงดบั คาท่ี”
“ชนสยอง 2 นักเรยี นสาวขีจ่ ักรยานยนต์ชนทา้ ยรถ 18 ลอ้ ”
“สลดพ่อเกบ็ ศพลูก รถชนเละ กอบใส่ถุงก๊อบแกบ๊ ”
พาดหัวข่าวดังกล่าวเป็นสิ่งท่ีต้องพบเจอเกือบทุกวัน ไหนจะภาพคนบาดเจ็บเสียชีวิต ที่บางครั้งสภาพศพ
ดแู ทบไมอ่ อกวา่ เคยเปน็ มนษุ ยม์ ากอ่ น ถา้ มองเผนิ ๆ อาจคดิ วา่ เปน็ แคเ่ ศษเนอ้ื ดว้ ยซาํ้ โดยเฉพาะอบุ ตั เิ หตทุ เ่ี กดิ กบั เดก็ และ
เยาวชนยงั คงวนเวียนในรูปแบบเดมิ ๆ เหมอื นท่ีเคยเป็นมาในอดีต หนีไมเ่ คยพ้นเรอ่ื งรถจักรยานยนต์ รถรบั สง่ นักเรยี น
รถทัศนาจร จนทำ�ให้อดคิดไม่ได้ว่า ทำ�ไมปัญหาถึงเกิดในรูปแบบซ้ําๆ ครอบครัวแล้วครอบครัวเล่าท่ีต้องสูญเสียลูก
จากอบุ ตั เิ หตรุ ถจกั รยานยนต์ สาเหตกุ ารเสยี ชวี ติ หนไี มพ่ น้ การขบั เรว็ ชนทา้ ย ไมส่ วมหมวกนริ ภยั จ�ำ ไดว้ า่ ตอนเปน็ วยั รนุ่
ฉนั ชอบซอ้ นทา้ ยรถจกั รยานยนต์ และโหนรถสองแถวในบางครัง้ หรือโดดขึน้ ท้ายรถกระบะเพอ่ื เดินทางเข้าเมือง โดย
ไม่รู้เลยว่าชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้วย เวลาเห็นคนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตก็เข้าใจว่าเป็นคราวเคราะห์หรือเวรกรรม ไม่
เคยคิดว่าอุบัติเหตุเป็นเรื่องที่ป้องกันได้ การเกิดอุบัติเหตุในจุดเดิมซํ้าๆ เป็นเร่ืองของจุดเส่ียงท่ีสามารถแก้ไขได้ ถ้าฉัน
ไม่ไดเ้ ขา้ มาท�ำ งานดา้ นอุบตั ิเหตคุ งไม่มีวันเข้าใจเรอื่ งเหล่านี้เลย
แมใ้ นตอนแรกฉนั จะไมช่ อบงานดา้ นอบุ ตั เิ หตมุ ากนกั แตเ่ รอ่ื งราวของฉตั รดาวเปน็ จดุ เรม่ิ ตน้ ทที่ �ำ ใหฉ้ นั กลบั มา
คดิ วา่ ถงึ งานอบุ ตั เิ หตจุ ะเปน็ งานทค่ี อ่ นขา้ งยาก มคี วามซบั ซอ้ นและตอ้ งเชอ่ื มโยงกบั หลายสาขาวชิ า ทง้ั วศิ วกรรมจราจร
กฎหมาย การศกึ ษา ประกันภัย กู้ชพี ก้ภู ัย ฯลฯ ตอ้ งท�ำ งานกบั ภาคนโยบาย ภาคประชาชน และภาคปฏิบัตกิ าร โดย
เฉพาะกับคนที่ไมม่ ปี ระสบการณ์ในงานด้านน้ีเลยแบบฉนั แต่งานนีเ้ ป็นงานทม่ี คี ุณคา่ ส่งิ ท่เี ราท�ำ อาจจะไปชว่ ยชีวติ ใคร
คนหนง่ึ ไว้ ซงึ่ เขาอาจจะเปน็ พอ่ ซงึ่ ท�ำ หนา้ ทหี่ วั หนา้ ครอบครวั แมข่ องลกู วยั แบเบาะ หรอื ลกู คนเดยี วของครอบครวั แบบ
ฉตั รดาวในฐานะนกั วชิ าการ เราจะท�ำ อะไรไดบ้ า้ งเพอื่ สรา้ งการรบั รตู้ อ่ ภาคประชาชนใหเ้ ขา้ ใจวา่ ลกู หลานของพวกเขามี
คมู่ อื การส่งเสริมสขุ ภาพวัยรนุ่ และเยาวชนในชมุ ชน 69
ความเสย่ี งจากการเดินทางมากแค่ไหน ทันทีท่ลี กู ของพวกเขาขับขี่รถจกั รยานยนตอ์ อกไปจากบ้าน เขาอาจตอ้ งสูญเสยี
ลกู ไปตลอดกาลฉนั ฝนั ว่าจะสามารถน�ำ ขอ้ มูลเชิงวชิ าการไปสรา้ งการรบั รูใ้ ห้กับพ่อแมผ่ ปู้ กครองได้เขา้ ใจวา่ อบุ ตั ิเหตุเป็น
เรอ่ื งใกลต้ วั ทสี่ ามารถเกดิ ขน้ึ ไดก้ บั ทกุ คน แตเ่ ปน็ สงิ่ ทเี่ ราสามารถปอ้ งกนั ได้ เพยี งแคเ่ ราเรม่ิ จากรวู้ า่ ตนเองและครอบครวั
มีความเสี่ยงในเรื่องใดบา้ ง เราจะสามารถเรม่ิ อุดรอยรวั่ จากความเส่ยี งที่สุดท่ีตัวเองมี
ฉนั อยากใหโ้ รงเรยี นมกี ารสอนเร่ืองความปลอดภยั ทางถนน เพอ่ื ให้น้องๆ นักเรยี นไดร้ ้วู ธิ ปี อ้ งกันตนเองจาก
อบุ ตั เิ หตุ ถา้ เดก็ และเยาวชนมคี วามเขา้ ใจวา่ การขบั ขร่ี ถจกั รยานยนตเ์ ปน็ เรอื่ งอนั ตราย พาดหวั ขา่ วทฉ่ี นั ไมเ่ คยอยากเหน็
คงลดลง สุดท้ายแล้วหากข้อมูลวิชาการสามารถสร้างการรับรู้ให้ภาคประชาชนจนเกิดความตระหนักและเป็นพลังขับ
เคล่ือนทม่ี ากพอ ในวันหนึ่งเราคงสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายเพอื่ ผลักดนั มาตรการ ข้อบงั คบั กฎหมายที่
รดั กุมและเปน็ ประโยชน์ตอ่ คนใชร้ ถใชถ้ นน เพื่อให้ครอบครัวของเราทุกคนปลอดภยั จากอุบตั เิ หตทุ างถนน
คนแบบฉนั จะทำ�อะไรไดบ้ ้าง??? คำ�ถามทเี่ คยถามตัวเองเมอื่ เกือบสป่ี ีทแี่ ล้ว วันนฉ้ี นั ไดร้ ับค�ำ ตอบเปน็ โอกาส
ให้ไดท้ ำ�สิง่ ทีเ่ ปน็ ประโยชน์กับคนอ่นื แมจ้ ะรดู้ วี ่า หนทางน้ีไมง่ ่ายเลย มอี ปุ สรรคมากมายทีร่ อการฟันฝ่า ฉันอาจไม่รวู้ ่า
ตวั เองจะหยดุ อย่ทู ตี่ รงไหน ฉันรแู้ คว่ า่ จะพยายามเรยี นร้ใู ห้มากเพอื่ พัฒนาตัวเอง และเอาความรทู้ ีต่ วั เองมไี ปช่วยคนอนื่
แมฉ้ ันจะเปน็ เพยี งสว่ นประกอบเลก็ ๆ แตเ่ ชอื่ วา่ ถ้าสว่ นประกอบเลก็ ๆ มารวมกัน และชว่ ยกันขับเคลื่อนงาน เปา้ หมาย
ท่เี รามองเห็นอยไู่ กลๆ คงใกลเ้ ข้ามาทุกที ฉนั จะทำ�หนา้ ท่ขี องตวั เองตอ่ ไปอยา่ งเตม็ ก�ำ ลงั ตราบเท่าทรี่ ู้สกึ ว่าการมีอย่ขู อง
ฉนั ยงั เปน็ ประโยชนก์ บั ใครอยบู่ า้ ง การเดนิ ทางสเู่ ปา้ หมายอาจใชเ้ วลาเนน่ิ นาน แตท่ กุ สง่ิ ทกุ อยา่ งยอ่ มเกดิ จากการเรมิ่ ตน้
ข้อเสนอสำ�หรบั การดำ�เนนิ งาน
1. รกุ สู่สถานศกึ ษา ขบั เคลื่อนให้มีการสอนเร่ืองความปลอดภยั ทางถนน
2. รุกสู่ชุมชน ให้ความร้เู พ่ือสร้างความตระหนกั ถงึ ความปลอดภัย และการปอ้ งกันอบุ ตั เิ หตุ
70 คมู่ อื การสง่ เสรมิ สุขภาพวัยรนุ่ และเยาวชนในชมุ ชน
การสง่ เสริมสุขภาพและปอ้ งกันปัญหาสุขภาพวยั รนุ่ ในตา่ งประเทศ
การดแู ลสุขภาพบุคคลตอ้ งดูแลแบบองค์รวมคือ ทั้งสุขภาพกาย สขุ ภาพจิต และสงั คม
ในด้านสุขภาพจิต องค์การอนามัยโลกนิยามสุขภาพจิตว่า หมายถึงสุขภาวะ (State of well-being)
ซึ่งบุคคลเข้าถึงศักยภาพของตนเอง สามารถจัดการปัญหาและความเครียดในชีวิตประจำ�วัน ทำ�งานอย่างสร้างสรรค์
และมีประสทิ ธิผล สามารถสรา้ งประโยชน์ใหแ้ ก่ชุมชนของตนเองได้
ส�ำ หรบั ในประเทศไทย กรมสขุ ภาพจิตไดก้ �ำ หนดนิยามสขุ ภาพจติ ว่าหมายถึง “สภาพชวี ติ ทีเ่ ป็นสขุ อนั เปน็
ผลจากการมีความสามารถในการจัดการปัญหาในการดำ�เนินชีวิต มีศักยภาพท่ีจะพัฒนาตนเองเพ่ือคุณภาพชีวิตท่ีดี
โดยครอบคลุมถึงความดีงามภายในจติ ใจ ภายใต้สภาพสังคมและสงิ่ แวดล้อมที่เปล่ยี นแปลงไป”
ภายใต้นยิ ามดังกล่าว ไดจ้ ดั แบ่งองค์ประกอบของสขุ ภาพจิตออกเป็น 4 องคป์ ระกอบ ได้แก่
1. สภาพจติ ใจ (Mental State) หมายถงึ สภาพจติ ใจทเี่ ปน็ สขุ หรอื ทกุ ข์ การรบั รสู้ ภาวะของสขุ ภาพตนเอง
ความเจบ็ ป่วยทางด้านรา่ งกาย ทส่ี ง่ ผลกระทบตอ่ จติ ใจ และความเจ็บป่วยทางจิต
2. สมรรถนะของจติ ใจ (Mental Capacity) หมายถึงความสามารถของจติ ใจในการสร้างความสัมพันธ์
กบั ผ้อู น่ื และการจัดการกับปัญหาต่าง ๆ ทีเ่ กดิ ขึ้น เพ่อื การดำ�เนนิ ชีวิตอย่างเป็นปกตสิ ุข
3. คณุ ภาพของจติ ใจ (Mental Quality) หมายถงึ คณุ ลกั ษณะทดี่ งี ามของจติ ใจในการด�ำ เนนิ ชวี ติ อยา่ งเกดิ
ประโยชนต์ ่อตนเองและสงั คม
4. ปจั จยั สนบั สนนุ (Supporting Factors) หมายถงึ ปจั จยั ทสี่ นบั สนนุ ใหบ้ คุ คลมสี ขุ ภาพจติ ทดี่ ี ซงึ่ เปน็ ปจั จยั
ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั คนในครอบครวั ชมุ ชน การท�ำ งาน รายได้ ศาสนา ความเชอื่ ของแตล่ ะบคุ คล ความสามารถ
ในการทำ�งาน ตลอดจนส่ิงแวดลอ้ ม และความรูส้ ึกมั่นคงปลอดภยั ในชวี ิตและทรัพย์สิน
การสง่ เสรมิ สุขภาพจิต
องค์การอนามัยโลก (2001) กล่าวว่า การส่งเสริมสุขภาพจิตคือ กระบวนการที่จะทำ�ให้คนเราสามารถ
ควบคุมจิตใจของตนเองได้ เพ่ือที่จะเอ้ือให้มีสุขภาพจิตท่ีดีข้ึน การส่งเสริมสุขภาพจิตจะมีความเก่ียวข้องกับกิจกรรม
ทุก ๆ กจิ กรรมทดี่ ำ�เนินการเพ่ือส่งเสรมิ สุขภาพจติ ทงั้ รายบุคคล ครอบครัว และชุมชน การสง่ เสริมสุขภาพจิตควรเริม่
ตง้ั แตส่ ถาบนั ครอบครวั ซงึ่ เปน็ สถาบนั ทม่ี อี ทิ ธพิ ลตอ่ พฤตกิ รรมของบคุ คล บคุ ลกิ ภาพและการปรบั ตวั ทดี่ ขี องบคุ คล และ
การส่งเสรมิ สุขภาพจิตทดี่ ีจะช่วยปอ้ งกันไมใ่ หเ้ กดิ ปญั หาสขุ ภาพจติ ได้
คำ�กล่าวทีว่ ่า “สง่ เสริมสุขภาพดกี ว่าซอ่ มแซมสขุ ภาพ”...........................
มีการศึกษาวิจัยเก่ียวกับประสิทธิภาพของการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันปัญหาสุขภาพจากพฤติกรรม
เสี่ยงตา่ ง ๆ อย่างมากมาย โดยวิจัยเก่ียวกบั ประสทิ ธิภาพของโปรแกรมในวัยรุ่น พบวา่ การลงทุนกบั การสง่ เสรมิ ทักษะ
ชีวิตในวยั รุ่น 1 ดอลลารส์ หรัฐ สามารถใหผ้ ลตอบแทนกลับ (benefit) 42 ดอลลาร์ ขณะที่ การบำ�บดั ครอบครวั แบบ
Multi family intervention ให้ผลตอบแทนกลับ 11 ดอลลาร์ และจากงานวิจัยระยะยาวมีหลกั ฐานว่าการสง่ เสรมิ
ทักษะชีวิตทักษะทางสังคมและเพศศึกษารวมถึงการเข้าถึงบริการคุมกำ�เนิดและการดูแลด้านอนามัยการเจริญพันธ์ุจะ
ชว่ ยปอ้ งกนั ปญั หาพฤตกิ รรมเสย่ี งทางเพศสมั พนั ธแ์ ละปญั หาการตงั้ ครรภใ์ นวยั รนุ่ ได้ (Bearinger,2007; Philliber,2002)
คู่มอื การสง่ เสริมสุขภาพวยั รุน่ และเยาวชนในชุมชน 71
การสง่ เสริมสขุ ภาพจติ เป็นการพัฒนาศกั ยภาพของคนท่มี งุ่ เนน้
1. การเพ่มิ ความสามารถหรือสมรรถภาพของจิตใจในการสรา้ งสัมพันธภาพกับผอู้ น่ื และจดั การปญั หาชีวติ
2. เพม่ิ คุณลักษณะทีด่ ีงามของจติ ใจในการด�ำ เนินชีวติ ทเ่ี กิดประโยชนต์ ่อตนเองและสงั คม
3. จัดการปจั จัยสนบั สนุนต่างๆ ใหเ้ อ้อื ต่อการมคี วามสขุ เชน่ ครอบครัวอบอ่นุ ชมุ ชนเข้มแขง็ ไว้วางใจกัน
มีความรู้สกึ ปลอดภัย เปน็ ตน้
4. เพอื่ ใหบ้ ุคคลมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
การป้องกันปญั หาสขุ ภาพจติ
การปอ้ งกนั ปญั หาสขุ ภาพจติ คอื การเพมิ่ ศกั ยภาพและใหก้ ารชว่ ยเหลอื แตเ่ นน่ิ ๆ ในกลมุ่ บคุ คลทมี่ ปี จั จยั เสย่ี ง
ดา้ นสุขภาพจิต ได้แก่
กลมุ่ วยั เดก็ เดก็ ทม่ี ปี ญั หาพฒั นาการ อยใู่ นครอบครวั หยา่ รา้ ง ตกงาน มปี ญั หาใชส้ รุ า ยาเสพตดิ ตดิ การพนนั
มคี วามรุนแรง มผี ู้ป่วยเร้ือรังหรอื ผ้พู กิ ารทต่ี ้องการการดแู ลเป็นพิเศษภายในบา้ น
กลุ่มวัยเรียน/วัยรุ่น นักเรียนที่มีปัญหาการเรียน ขาดเรียนบ่อย เหม่อลอย ไม่มีสมาธิ ถูกเพื่อนกลั่นแกล้ง
ลอ้ เลียน ผลการเรยี นตก ไมม่ เี งินรบั ประทานอาหารกลางวัน นกั เรยี นวัยรุน่ ท่ีไม่ไดอ้ าศยั อย่กู ับพ่อแม่ หนีเรียน สบู บุหรี่
ดมื่ สรุ า ใชส้ ารเสพตดิ ตดิ การพนนั ตง้ั ครรภใ์ นวยั รนุ่ ครอบครวั หยา่ รา้ ง พอ่ แมห่ รอื ผใู้ หญใ่ นบา้ นตดิ สรุ าหรอื ใชส้ ารเสพตดิ
ติดการพนัน มีความรนุ แรงในครอบครัว ฯลฯ
กลุ่มวัยทำ�งาน คนวัยทำ�งานที่ตกงาน อยู่ในภาวะการจ้างงานที่ไม่ม่ันคง มีหนี้สินนอกระบบ มีโรคเร้ือรัง
ประจ�ำ ตวั หย่าร้าง ติดสรุ าหรอื ใช้ยาเสพตดิ
กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำ�ตัว ขาดคนดูแล ไม่มีแหล่งรายได้ในการยังชีพ ต้องดูแลสมาชิก
ในครอบครัวอืน่ ท่ชี ว่ ยเหลอื ตวั เองไมไ่ ด้
กลมุ่ อน่ื ๆ หญิงตง้ั ครรภแ์ ละหลงั คลอด ผู้เข้าสกู่ ระบวนการยุติธรรมท้ังในฐานะผู้ต้องหาและผู้เสยี หาย
งานวิจัยเกี่ยวกับการสง่ เสริมสขุ ภาพและป้องกนั ปัญหาสขุ ภาพในวยั รุน่ ในตา่ งประเทศ
ผวู้ จิ ัย โปรแกรม เป้าหมาย ปจั จยั เสย่ี ง ผลลพั ธ์
Guldi, 2008 การเข้าถงึ บริการคมุ ก�ำ เนิด วัยรุ่นท่ยี งั ไม่แต่งงาน ปจั จัยเสย่ี ง การเขา้ ถึงยาคมุ กำ�เนิดชนดิ
สหรฐั อเมรกิ า การเขา้ ถึงยาคมุ ก�ำ เนดิ วัยรนุ่ ทมี่ ลี ูกคนแรก เรม่ิ ตน้ เม่อื รับประทานจะสัมพันธ์กบั
Zavodny, 2004 โดยไม่ตอ้ งขออนุญาตจาก (universal) เข้าวยั รุ่น การลดอตั ราการคลอด
สหรฐั อเมรกิ า ผปู้ กครอง (ถูกต้องตาม รอ้ ยละ 8.5
กฎหมาย)
การเข้าถึงบริการคุมกำ�เนิด วัยรนุ่ (4 ประเทศ) ปจั จัยเสย่ี ง อตั ราการคลอดในวยั รุน่
การเขา้ ถึงยาคมุ ก�ำ เนิดทีจ่ ะ (universal) เริม่ ตน้ เมอ่ื เพิ่มข้นึ ร้อยละ 0.52 ใน
ต้องขออนุญาตจาก เข้าวยั รุ่น ประเทศท่ผี ปู้ กครองตอ้ ง
ผูป้ กครอง ยินยอมใหเ้ ข้าถงึ ยาคุม
กำ�เนิดเปรียบเทยี บกบั
อัตราการคลอดในวัยรุ่น
ลดลง รอ้ ยละ 0.16
ในกลุม่ เปรยี บเทยี บ
72 คู่มือการส่งเสรมิ สุขภาพวัยรนุ่ และเยาวชนในชมุ ชน
ผ้วู จิ ัย โปรแกรม เป้าหมาย ปจั จยั เสี่ยง ผลลพั ธ์
Kearney & การชว่ ยเหลอื ทางการเงิน วยั รุ่นเฉพาะกล่มุ ที่มี ปัจจยั เสย่ี ง ลดอัตราการคลอดในวยั รุ่น
Levine, 2009 ในการเข้าถงึ การบรกิ ารคมุ รายไดน้ ้อย เริ่มต้นเมอ่ื อายุ 15-19 ปี รอ้ ยละ 4.2
สหรัฐอเมริกา กำ�เนดิ ให้แก่วัยรุน่ ที่มรี าย (Selective) เขา้ วยั รนุ่
ไดน้ อ้ ย
Yang & Gaydos, การช่วยเหลอื ทางการเงนิ วัยรุ่นเฉพาะกลุ่มทม่ี ี ปจั จยั เสีย่ ง ลดอัตราการคลอด 2.1 ตอ่
2010 ในการเขา้ ถึงการบรกิ ารคมุ รายได้นอ้ ย เริม่ ตน้ เมอื่ 1,000 ประชากรวยั รุ่นหญงิ
สหรัฐอเมรกิ า ก�ำ เนดิ ใหแ้ กว่ ยั รนุ่ ท่ีมรี าย (Selective) เข้าวยั รุ่น
ไดน้ ้อย
Zabin ,et al, การเขา้ ถึงบริการคมุ กำ�เนดิ เฉพาะนกั เรียนวยั รุน่ ปจั จัยเสย่ี ง เม่อื ตดิ ตาม 28 เดอื น
1986 การบริการ คุมก�ำ เนดิ ใน อัฟริกนั -อเมรกิ ันท่ีมี เรม่ิ ต้นเมื่อ อตั ราการตั้งครรภ์ใน
สหรัฐอเมรกิ า โรงเรยี นการใหก้ ารปรกึ ษา รายไดน้ อ้ ย เข้าวยั รนุ่ โรงเรียนลดลง (รอ้ ยละ
และเพศศึกษา (Selective) 30.1) เปรียบเทียบกับ
โรงเรยี น (กลุ่มควบคุม)
อตั ราการต้ังครรภใ์ น
โรงเรียนเพ่มิ ข้นึ (รอ้ ยละ
57.6)
Patton et al, Gatehouse project นกั เรียนชัน้ ปีที่ 8 ปจั จยั เสยี่ ง เม่อื ติดตาม 4 ปี นกั เรยี น
2006 (2 ป)ี หลกั สูตร 8 สปั ดาห์ (universal) เรม่ิ ต้นเมอ่ื กลุ่มทดลอง มเี พศสัมพนั ธ์
Bond et al, 2004 (สรา้ งทักษะทางสงั คม เขา้ วัยรนุ่ นอ้ ยกว่ากลมุ่ ควบคมุ
ประเทสออสเตรเลยี การแก้ปญั หา การจดั การ (OR =0.55) และมี
ปัญหา) เชน่ การปรบั ตวั พฤตกิ รรมเสย่ี งนอ้ ยกวา่
จากการยา้ ยโรงเรยี น ควบคมุ (OR =0.71) สูบ
การเลื่อนชัน้ เรยี น บหุ ร่ีเปน็ ประจำ� น้อยกว่า
การเชื่อมโยงโรงเรยี น กลุม่ ควบคุม (OR =0.66)
และชุมชน
Baird et al, 2010 โปรแกรมสนับสนนุ คา่ เทอม ผูห้ ญงิ อายุ 13-23 ปี ปจั จยั เสีย่ ง เม่ือตดิ ตาม 1 ปี นักเรยี น
ประเทศมาลาวี คา่ เลา่ เรียน (10 เหรียญตอ่ (นักเรียนในโรงเรียน เริ่มตน้ เมื่อ ที่เพง่ิ ลาออกกลับเข้าเรยี น
เดือน) เฉพาะนกั เรยี นทเ่ี ขา้ หรือเพงิ่ ลาออก) เข้าวยั ร่นุ เพ่ิมขน้ึ (ร้อยละ 61.4 VS
เรยี นอย่างสม่าํ เสมอ (universal) 17.2) อตั ราการอยูใ่ น
โรงเรียน (ร้อยละ 93.0 VS
89.0) อัตราการแต่งงาน
และการตงั้ ครรภ์ลดลง
(รอ้ ยละ 41.0 และ 31.0)
คู่มือการสง่ เสริมสุขภาพวัยรุ่นและเยาวชนในชมุ ชน 73
ผู้วจิ ยั โปรแกรม เป้าหมาย ปัจจัยเสีย่ ง ผลลพั ธ์
Faggiano et al, หลกั สตู ร 12 ช่วั โมงสง่ เสรมิ นักเรยี นช้นั ปที ่ี 7-9 ปัจจยั เสยี่ ง เมอื่ ตดิ ตาม 15 เดอื น
2010 การตงั้ เป้าหมาย (universal) เริ่มต้นเมอ่ื ผลตอ่ การดืม่ แอกอฮอล์
ภาคพนื้ ยโุ รป การตัดสนิ ใจ เข้าวัยรุ่น (การเมา OR=0.80 การเมา
7 ประเทศ ทกั ษะการปฏเิ สธยาเสพติด บ่อยๆ OR=0.62 และ
การใชก้ ัญชาใน 1 เดอื น
ทีผ่ ่านมา (OR=0.74)
Botvin et al,2006 หลักสูตรในโรงเรียน 3 ปี นักเรียนช้ันปีที่ 6 ท้งั ปัจจัยเสย่ี ง การศึกษาท่ี 1 เมื่อติดตาม
Griffin et al,2004 การฝกึ ทักษะชีวิต เขตเมือง/ปริมณฑล เร่มิ ตน้ เมอ่ื 6 ปี พฤตกิ รรมเสย่ี งลดลง:
สหรัฐอเมริกา (การตดั สนิ ใจ การตงั้ เป้า (universal) เขา้ วยั รุ่น การสบู บหุ รี่ (จำ�นวนมวน
หมาย การลดความเครียด บุหรี่ ร้อยละ25) การดมื่ จน
แรงกดดันตอ่ การใช้ยา เมา (ร้อยละ50) และการใช้
การใชย้ าเสพติด สารเสพตดิ (มากถงึ
และผลกระทบ) ร้อยละ 50)
การศกึ ษาที่ 2 เม่ือ
ติดตาม 1 ปี ในกลุ่มเสย่ี ง
สูง รายงานวา่ ดื่มนอ้ ยลง
(ES=0.22) สบู บหุ รีล่ ดลง
(ES=0.0.22) และการใช้
สารเสพติดหลายตวั ลดลง
(ES=0.21)
Shek and Ma การฝกึ เยาวชนทางบวก นกั เรยี นทุกคนชน้ั ปีที่ ปจั จัยเสีย่ ง เมื่อติดตาม 3 ปี นกั เรียน
2011 ผ่านโปรแกรมทางสงั คม 7-9 (universal) เร่ิมตน้ เม่อื ทีเ่ ข้ารว่ มโปรแกรมมี
Shek and Yu แบบองคร์ วม หลกั สตู ร เขา้ วัยร่นุ พฒั นาการทางบวกดี
2011 การรจู้ กั อารมณ์ ขนึ้ (เชน่ ความสามารถทาง
ฮอ่ งกง การควบคมุ ตนเอง ทักษะ สงั คมจติ ใจ และเอกลกั ษณ์
ทางสงั คม ความสมั พนั ธ์ ตอ่ ตนเองทางบวก
กบั เพอื่ น ทกั ษะ (ES=0.1) พฤตกิ รรมเสีย่ ง
การแก้ปัญหา ลดลง (เชน่ การใช้
สารเสพติด ลดพฤตกิ รรม
เกเร (ES=0.35-0.96)
74 คูม่ อื การสง่ เสริมสขุ ภาพวยั ร่นุ และเยาวชนในชมุ ชน
ผูว้ ิจัย โปรแกรม เปา้ หมาย ปัจจยั เสย่ี ง ผลลพั ธ์
Hawkins et al, โปรแกรมของซเี อ็ตเติล้ นกั เรียนเฉพาะกลุ่ม ปัจจยั เส่ียง การตดิ ตามเมื่ออายุ 18 ปี
1990, 2005, 2008 ในการพฒั นาทางสังคม : ในแหล่งทม่ี อี าชกรรม สะสมต้งั แต่ นกั เรยี นกลุม่ ทดลอง
Lonczak et al, โรงเรียนและครอบครัวของ สูงในชุมชนเมอื ง วัยเด็ก มคี วามรนุ แรงลดลง
2002 เด็กชัน้ ประถมปที ี่ 1-6 การ (Selective) (รอ้ ยละ 48.3 VS 59.7)
สหรฐั อเมรกิ า อบรมครูในการจดั การดม่ื หนักลดลง
การช้นั เรียน การสอนแบบ (ร้อยละ 15.4 VS
นกั เรียนมสี ว่ นรว่ มและการ ร้อยละ 25.0)
ร่วมมือ หลกั สตู รการฝึก เกรดเฉลีย่ เพมิ่ ข้ึน
สติปัญญาและทักษะทาง (เกรด 2.42 VS 2.18)
สังคมแก่นกั เรียน การฝึก มีเพศสัมพันธ์นอ้ ยกวา่
อบรมผูป้ กครองในการ (รอ้ ยละ 83.0 VS
จัดการพฤตกิ รรมเดก็ และ ร้อยละ71.2) การตัง้ ครรภ์/
การพฒั นาการเรยี นของ ท�ำ ใหผ้ อู้ ืน่ ตั้งครรภ์
เด็กและกลยุทธการปอ้ งกนั (ร้อยละ 26.4 VS
สารเสพตดิ รอ้ ยละ17.1)
การติดตามเมือ่ อายุ 21 ปี
อายุเรมิ่ มีเพศสมั พนั ธ์
ครัง้ แรก (อายุ 16.3 VS
15.8 ปี) การใชถ้ งุ ยาง
อนามัย (รอ้ ยละ 60.0 VS
รอ้ ยละ44.0) มคี ่นู อนน้อย
กว่า (3.6 VS ร้อยละ 4.1)
ถกู จับ (รอ้ ยละ 42 VS
ร้อยละ 53) การขาย
ยาเสพตดิ กว่า (รอ้ ยละ 4
VS รอ้ ยละ 13) จบการ
ศกึ ษาระดบั มธั ยศกึ ษาสงู ขน้ึ
การติดตามเม่ืออายุ 27 ปี
สำ�เรจ็ ดา้ นการศึกษา
มงี านทำ�และรายได้
มากกว่า (ES= 0.28) ไดร้ บั
วนิ ิจฉยั โรคทางจติ เวช
น้อยกวา่ (ร้อยละ 15 VS
ร้อยละ 26) หรือมีโรค
ติดตอ่ ทางเพศสมั พันธ์
น้อยกวา่ (ร้อยละ 23 VS
รอ้ ยละ35)
ค่มู ือการสง่ เสริมสุขภาพวัยรุ่นและเยาวชนในชุมชน 75
ผู้วจิ ยั โปรแกรม เปา้ หมาย ปจั จัยเสย่ี ง ผลลพั ธ์
Olds et al, 1988, โปรแกรมความรว่ ม แม่มอื ใหม่ มฐี านะ ปัจจัยเส่ยี ง การศกึ ษาท่ี 1 ผู้หญงิ ตั้ง
1998, 2004 มอื ระหว่างครอบครัว- ยากจน เฉพาะกลมุ่ สะสมตั้งแต่ ครรภต์ ่อมาลดลง รอ้ ยละ
สหรัฐอเมรกิ า พยาบาลเป็นโปรแกรม (Selective) วยั เดก็ 43 และระยะเวลาระหว่าง
การตั้งครรภ์ มากกว่า
เยี่ยมบา้ นแมม่ อื ใหม่ แม่ 12 เดอื น ไปรับบริการทาง
ยากจนและเด็ก โดยการ สังคมน้อยกว่า ถกู จบั
อบรมพยาบาลใหเ้ ย่ยี ม นอ้ ยกวา่ (รอ้ ยละ 0.18
บ้านอย่างสม่ําเสมอต่อ vs ร้อยละ 0.58) สูบบุหรี่
เนอื่ ง(มีเนื้อหาในการ จ�ำ นวนลดลงขณะตัง้ ครรภ์
เยีย่ มเยยี นในรปู แบบ (ลดลงร้อยละ 25) เม่ือเดก็
ตายตัว(structured) จน อายุ 15 ปี ถกู จับน้อยกว่า
กระทัง่ เด็กอายุ 2 ปี (รอ้ ยละ 0.18 vs ร้อยละ
0.58)
กระทำ�ความผดิ นอ้ ยกว่า
(ร้อยละ 0.09 VS 0.47)
จ�ำ นวนวันทด่ี ื่มแอลกอฮอล์
ใน 6 เดอื นกอ่ นและ
มคี ่นู อนจ�ำ นวนนอ้ ยกวา่
การศกึ ษาที่ 2 แม่ตัง้ ครรภ์
น้อยลง ช่วงระยะเวลา
ระหวา่ งการตง้ั ครรภม์ ากขน้ึ
เม่อื เด็กอายุ 6 ปี เด็กมี
(พัฒนาการ) ระดบั
สตปิ ัญญาดีข้นึ (ES= 0.18)
และปัญหาพฤติกรรม
รนุ แรงน้อยกวา่ (ES=0.32)
Catalona RF, et al. Adolescent Health 3. Lancet 2012;379:1653-1664.
อ้างอิง : แพทยห์ ญิงเบญจพร ปัญญายง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กลุ่มท่ีปรกึ ษา กรมสขุ ภาพจิต กระทรวงสาธารณสขุ
76 คู่มอื การส่งเสริมสุขภาพวัยร่นุ และเยาวชนในชมุ ชน
รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกนั ปัญหาสขุ ภาพในวัยรนุ่ *
กรอบแนวคิดเกี่ยวกับองค์ประกอบสำ�คัญที่มีผลต่อผลลัพธ์ทางสุขภาพ ได้แก่ ส่ิงแวดล้อมทางกายภาพ
ส่งิ แวดลอ้ มทางสังคม พฤติกรรมส่วนบคุ คล ชีววิทยาและกรรมพันธแุ์ ละระบบบรกิ ารสขุ ภาพ
องคป์ ระกอบทีส่ �ำ คัญตอ่ ผลลัพธ์ทางสุขภาพ
สิ่งแวดล้อม สิง่ แวดล้อม ระบบบริการ ผลลัพธ์
ทางสังคม ดา้ นกายภาพ สุขภาพ ทางสขุ ภาพ
พฤตกิ รรม
สว่ นบุคคล ชวี วทิ ยา/
กรรมพนั ธุ์
ปญั หาสขุ ภาพทเี่ กดิ จากพฤตกิ รรมเสยี่ งทางสขุ ภาพนน้ั สามารถปอ้ งกนั ไดโ้ ดยการสง่ เสรมิ ปจั จยั ปอ้ งกนั และ
ลดปจั จยั เสย่ี งตงั้ แตว่ ยั เดก็ และวยั รนุ่ ปจั จยั เสย่ี งมที งั้ ปจั จยั เสยี่ งสะสมตง้ั แตว่ ยั เดก็ (early accumulated risk cluster)
และปัจจัยเสี่ยงเริ่มต้นเมื่อเข้าวัยรุ่น (adolescent-onset risk cluster) ในช่วงสามทศวรรษท่ีผ่านมาได้มีการนำ�
วิทยาศาสตร์ด้านการป้องกันเข้ามาร่วมในการศึกษาวิจัยตามช่วงวัย การศึกษาทางระบาดวิทยาและการศึกษาเกี่ยว
กับการปอ้ งกนั โรคและการสง่ เสรมิ สขุ ภาพจิต ท่ีเรยี กว่า preventive intervention ซง่ึ จะก่อใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพและ
ประสิทธิผลท่ีดีในการลดปัญหาพฤติกรรมเส่ียงทางสุขภาพและเกิดสุขภาวะ โดยจะแบ่ง preventive intervention
เป็น 3 ลักษณะ(Catalona,2012) คอื
1. Universal preventive intervention เป็นการส่งเสริมป้องกันในกลุ่มประชากรทั่วไป ไม่เกี่ยวข้อง
กบั ปจั จัยเส่ียง เป็นการพัฒนาทางบวกและสนับสนนุ ปัจจัยป้องกนั ปญั หา เช่น โปรแกรมสง่ เสรมิ ทักษะชีวติ ของวัยรนุ่
โปรแกรมสง่ เสรมิ ใหว้ ยั รนุ่ และเยาวชนทกุ คนมที กั ษะการปฏเิ สธเมอ่ื ถกู ชกั ชวนใหด้ มื่ แอลกอฮอล์ สบู บหุ รห่ี รอื ใชย้ าอน่ื ๆ
โปรแกรมปอ้ งกนั การตง้ั ครรภค์ รงั้ แรก โดยการจดั การเรยี นการสอนทกั ษะชวี ติ และเพศศกึ ษารอบดา้ น ในทกุ กลมุ่ อายทุ ง้ั
ในและนอกระบบการศกึ ษา (รวมทงั้ สถานบรกิ ารสุขภาพและชมุ ชน) เพอื่ ไมม่ เี พศสมั พนั ธ์ ชะลอการมเี พศสัมพนั ธ์ หรอื
มีเพศสมั พนั ธท์ ปี่ ลอดภัยหรอื มีการป้องกนั
* แพทย์หญงิ เบญจพร ปัญญายง นายแพทยท์ รงคณุ วฒุ ิ กลมุ่ ทปี่ รึกษา กรมสุขภาพจติ กระทรวงสาธารณสุข
คมู่ ือการสง่ เสรมิ สขุ ภาพวยั ร่นุ และเยาวชนในชมุ ชน 77
2. Selective preventive intervention เป็นการป้องกันกลุ่มท่ีมีความเส่ียงในการเกิดผล ลัพธ์ท่ีไม่ดี เช่น
โปรแกรมท่ีเอ้ือต่อกลุ่มเยาวชนท่ีอยู่ในละแวกบ้านท่ีมีฐานะยากจน (สลัม) ครอบครัวยากจน การป้องกันการต้ังครรภ์
ในกลุ่มเสย่ี งโดยการเข้าถึงถงุ ยางอนามัยและการคุมกำ�เนดิ ฟรีหรอื ราคาถกู
3. Indicated preventive intervention เป็นการช่วยเหลือผู้ที่มีอาการของโรคหรือความผิดปกติแล้ว เช่น
การป้องกันการต้ังครรภ์ซํ้า โดยการให้การปรึกษาด้านการคุมกำ�เนิดแก่วัยรุ่นภายหลังคลอดและหลังยุติการต้ังครรภ์
การใหก้ ารปรกึ ษาอนื่ ๆ เชน่ การศกึ ษาตอ่ และการทำ�งานแกว่ ยั รนุ่ หลงั คลอด การปอ้ งกนั ปญั หาแทรกซอ้ นจากการตง้ั ครรภ์
การคลอดและการยตุ ิการต้ังครรภ์ ฯลฯ
ตัวอยา่ งโปรแกรมการส่งเสริมสขุ ภาพ/สุขภาพจติ
และการป้องกันปัญหาสุขภาพ/สุขภาพจติ ในวยั ร่นุ และเยาวชน
1. โปรแกรมปอ้ งกนั ความรุนแรง
องค์การอนามัยโลกได้เสนอแนะโปรแกรมในการป้องกันความรุนแรงท่ีได้ผล/มีประสิทธิภาพและบทบาท
สาธารณสุข มดี งั น้ี
ตาราง ความรนุ แรง /การบาดเจ็บ การสง่ เสริมปอ้ งกัน ประสทิ ธิภาพและบทบาทสาธารณสขุ
การดแู ลช่วยเหลือ ประสิทธภิ าพ บทบาท
สาธารณสุข
การบาดเจบ็ แบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ
ลดการขาย/จ่าย/แจกเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอล์ช่วงเวลาที่มี ได้ผล ผูน้ ำ�
เส่ียงสูง
ลดความเหล่อื มล้าํ ทางเศรษฐกิจ ไดผ้ ล สนบั สนนุ
สนับสนุนระบบสวัสดิการสังคม ไม่ชดั เจน สนบั สนนุ
โปรแกรม (เด่ยี ว) เกีย่ วกับการให้ความรู้ท่เี นน้ การเปลี่ยน ไม่มีประสทิ ธภิ าพ ไม่แนะน�ำ
พฤตกิ รรมเสย่ี ง
การบาดเจ็บแบบตง้ั ใจ
โปรแกรมการเยี่ยมบา้ นโดยพยาบาล มีประสทิ ธภิ าพ ผนู้ �ำ
การฝกึ อบรมพ่อแม่ (โรงเรียนพ่อแม)่ มปี ระสทิ ธิภาพ ผู้น�ำ
การป้องกนั การตงั้ ครรภ์ไมพ่ ร้อม ได้ผล ผนู้ �ำ
การป้องกนั การฝึกทกั ษะชวี ิต มปี ระสทิ ธภิ าพ สนบั สนุน
ความรนุ แรง
ส่งิ แวดล้อมท่สี มบรู ณ์ สร้างความผูกพนั กับโรงเรยี น มีประสิทธภิ าพ สนับสนุน
เพม่ิ ความสำ�เรจ็ และความภาคภูมใิ จ
ครอบครวั บ�ำ บดั ส�ำ หรบั เด็กและวัยรนุ่ กลุม่ เสย่ี ง มีประสทิ ธิภาพ ผู้น�ำ
โปรแกรมบ้าน-วัด-โรงเรยี น สง่ เสรมิ การมสี ว่ นร่วม ไดผ้ ล สนบั สนุน
การสร้างแรงจงู ใจในการศึกษากบั นักเรียนกล่มุ เสีย่ ง มีประสทิ ธิภาพ สนบั สนนุ
การให้การปรกึ ษาและโปรแกรมเพอ่ื นชว่ ยเพื่อน ไมม่ ีประสทิ ธิภาพ ไม่แนะน�ำ
การใหค้ วามรูเ้ ร่ืองสารเสพติด ไมม่ ปี ระสิทธิภาพ ไม่นะนำ�
78 คมู่ อื การสง่ เสรมิ สขุ ภาพวยั ร่นุ และเยาวชนในชุมชน
โปรแกรมในโรงเรียนเพ่ือป้องกันความรุนแรงในความ มปี ระสิทธภิ าพ สนับสนนุ
สมั พนั ธ์แบบคูร่ กั / ผนู้ �ำ
การท�ำ รา้ ยตนเอง ควบคมุ การเขา้ ถงึ วธิ กี ารท�ำ รา้ ยตนเอง–เชน่ ยาปราบศตั รพู ชื มีประสทิ ธิภาพ ผนู้ �ำ
ยา และอาคารสูง (ทีไ่ ม่ปอ้ งกนั ) สนบั สนุน
การปอ้ งกนั และการรักษาโรคซึมเศรา้ สุราและสารเสพติด มีประสทิ ธภิ าพ สนบั สนนุ
การดแู ลช่วยเหลอื ในโรงเรียนท่ีเนน้ การจัดการ ภาวะวิกฤต ได้ผล ผู้น�ำ
และส่งเสรมิ ความภาคภมู ิใจและการปรบั ตัว
ความรุนแรง ลดความตอ้ งการและการจ�ำ หนา่ ยอาวุธ ได้ผล
ทกุ ชนดิ
การรณรงคอ์ ย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกนั ความรนุ แรงโดยมี ไดผ้ ล
จดุ มงุ่ หมายปรับเปลี่ยนคา่ นิยมทางสังคม
WHO, การวิเคราะหอ์ ยา่ งเป็นระบบ เชื่อถอื ได้ *สนับสนุน ร่วมมือประเมนิ
2. โปรแกรมปอ้ งกนั ปัญหาความรนุ แรงในสังคม
แบบ Universal prevention
กลยุทธ์ท่ีสำ�คัญในการป้องกันก่อนจะมีการเพาะความรุนแรงข้ึนมาในตัวเด็กและวัยรุ่นก็คือ การเข้าแทรกแซง
ตั้งแตเ่ ดก็ ยงั เล็ก ซ่ึงจะสามารถทำ�ไดห้ ลายระดบั ในระดบั ตัวเดก็ เองน้นั ท�ำ ไดโ้ ดยการชว่ ยให้เดก็ เติบโตไปได้ดี มีสุขภาพ
แขง็ แรง ลดอบุ ตั เิ หตุ หรอื โรคทางสมองทอี่ าจน�ำ ไปสพู่ ฤตกิ รรมกา้ วรา้ ว ชว่ ยใหเ้ ดก็ มกี ารพฒั นาการทางอารมณแ์ ละสงั คม
เหมาะสมกบั วัย ในระดับครอบครัว คอื ชว่ ยใหค้ รอบครัวเข้มแขง็ มีความเปน็ อยทู่ ี่ดี ช่วยให้พอ่ แมส่ ามารถดูแลเด็กได้ดี
มีการฝึกระเบียบวนิ ัยอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ และสอดสอ่ งดแู ลพฤตกิ รรมของลกู ในระดับชมุ ชนคือ จดั สภาพแวดลอ้ มให้
ปลอดภัย ช่วยให้วัยร่นุ มโี อกาสท�ำ กิจกรรมทีส่ ร้างสรรค์และสรา้ งความรู้สึกเป็นสว่ นหน่ึงของชุมชน และในระดบั สังคม
คอื ใหส้ ังคมมีระเบียบทด่ี พี อท่จี ะเอ้ือให้เด็กและวัยรุ่นเติบโตขน้ึ ได้อย่างปลอดภยั เช่นมีกฎหมายทดี่ ี เป็นตน้
universal prevention
ระดบั กลยุทธ์ วธิ ีการ/โครงการ
บคุ คล สง่ เสริมพัฒนาการทารก การดูแลหญงิ ตงั้ ครรภ์ใหม้ สี ขุ ภาพดกี อ่ น/
ชว่ ยใหเ้ ดก็ เล็กมีพฒั นาการทด่ี ี ระหว่าง ต้งั ครรภ์ หลงั คลอด
โปรแกรมสง่ เสรมิ พัฒนาการของเด็กเลก็
จดั ใหม้ สี ถานเลยี้ งเด็กที่มคี ุณภาพดี
ครอบครัว ช่วยให้ครอบครัวเข้มแขง็ มกี ารปฏบิ ัตหิ น้าทไ่ี ด้ดี ฝกึ ทักษะอบรมเลย้ี งดูเด็กอย่างมีประสิทธภิ าพแก่
พอ่ แม่ เชน่ lowa Strengthening Families
Program Triple – P Positive Parenting
Program.
โรงเรยี น พฒั นาโรงเรยี นใหเ้ ออ้ื ต่อการเรยี นการสอน ปรบั ปรงุ การเรียนการสอน /
ช่วยใหน้ ักเรยี นประสบความส�ำ เรจ็ ในการเรยี น สภาพแวดล้อมในโรงเรียนใหน้ า่ อยู่และปลอดภัย
และมีสภาพแวดลอ้ มที่ปลอดภยั ปรับพฤติกรรมนักเรยี นในห้องเรยี น
สอดสอ่ งดูแล และใหแ้ รงเสริมเมือ่ มพี ฤติกรรมทีด่ ี Seattle Social Development Project,
คมู่ ือการสง่ เสริมสขุ ภาพวัยรนุ่ และเยาวชนในชุมชน 79
ระดับ กลยทุ ธ์ วธิ ีการ/โครงการ
มกี ารวางแผนและจดั ระบบทเ่ี ออ้ื ตอ่ การ School Transitional Environmental
เปลย่ี นแปลง Program
ลดการกลน่ั แกลง้ ระหวา่ งนกั เรยี น มโี ครงการตอ่ ตา้ นการรงั แกกนั เชน่ Bullying
พัฒนาทักษะทางอารมณ์และสงั คมแกน่ กั เรยี น Prevention Program จัดให้มีหลกั สตู รเกี่ยวกับ
สง่ เสรมิ สขุ ภาพจิตของนกั เรยี น การดแู ลสขุ ภาพจติ ของตนเอง มบี รกิ ารดแู ล
สุขภาพจติ ของนักเรียน
ชมุ ชน ทำ�ใหส้ ภาพแวดล้อมปลอดภยั ปรับปรุงสภาพแวดลอ้ ม เช่น ก�ำ จัด
ใหเ้ ดก็ มีโอกาสท�ำ กิจกรรมท่สี ร้างสรรค์ แหลง่ เส่ือมโทรม
ให้ถนนมแี สงสวา่ งเพยี งพอ
สังคม สร้างเศรษฐกิจท่ดี ี จัดให้มกี ิจกรรมทมี่ ีประโยชน์ทำ�หลงั เลกิ เรียน
บ้านเมืองมรี ะบบระเบยี บ มีความปลอดภัย ลดความยากจน ความแตกต่างของรายได้
สรา้ งงาน แก่วยั ร่นุ ที่จบการศกึ ษา
มกี ารบงั คับใชก้ ฎหมายอย่างจรงิ จังและเสมอภาค
ควบคมุ การครอบครองอาวธุ อยา่ งผิดกฎหมาย
ปราบปรามยาเสพตดิ อยา่ งจรงิ จัง
มีมาตรการควบคมุ การซื้อขายสุราในวัยรุ่น
ควบคุมสื่อที่มีความรนุ แรง
แบบ Selective prevention
เปน็ การปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ กดิ ความรนุ แรงโดยมงุ่ ไปยงั กลมุ่ เสยี่ ง หลกั การทส่ี ำ�คญั คอื ลดจ�ำ นวนและความรนุ แรง
ของปจั จยั เสยี่ งและเพมิ่ จ�ำ นวนหรอื ความเขม้ ขน้ ของปจั จยั ปกปอ้ ง กลยทุ ธท์ สี่ �ำ คญั คอื การเขา้ ถงึ กลมุ่ เสย่ี งและชว่ ยใหก้ ลมุ่
เสย่ี งมีการพฒั นาความเขม้ แขง็ ในด้านต่างๆ เชน่ การเข้าไปท�ำ งานกับครอบครวั ที่อยูใ่ นชุมชนแออัด หรอื เด็กที่มีปัญหา
การเรยี นและคบเพื่อนเกเร เปน็ ต้น
สิ่งส�ำ คัญ คอื การเข้าถึงเด็กและวัยร่นุ กลุ่มเสยี่ งโดยเรว็ ทีส่ ุด เพื่อไมใ่ หเ้ ด็กและวัยรุ่นตกเขา้ ไปอย่ใู นเส้นทาง
แห่งความรุนแรง ด้วยการช่วยให้เด็กและวัยรุ่นรู้สึกว่าตนเองสามารถทำ�ส่ิงที่ดีและประสบความสำ�เร็จได้เช่น ประสบ
ความสำ�เร็จในการเรยี น และในการสรา้ งสมั พนั ธภ์ าพกับผอู้ ื่น เป็นต้น
Selective prevention
ระดบั กลยทุ ธ์ วิธกี าร/โครงการ
บคุ คล พัฒนาทางสตปิ ัญญาอารมณ์ สังคมและศีลธรรม การดูแลหญิงต้งั ครรภใ์ ห้มสี ุขภาพดีก่อน/
เดก็ กลุ่มเสย่ี ง ระหว่างตัง้ ครรภ์ หลงั คลอด
ครอบครัว สรา้ งพลังให้พ่อแมก่ ล่มุ เสีย่ งโดยชว่ ยใหม้ ีชีวติ ทด่ี ี/ โครงการส�ำ หรบั แมต่ ง้ั ครรภ์หรอื แมท่ ม่ี ลี ูกเล็กท่ีมี
สุขภาพดขี น้ึ และสามารถจดั การกับครอบครัวไดด้ ี ฐานะยากจน
การเยีย่ มบ้านพ่อแม่ทีฐ่ านะไม่ดหี รือครอบครัวท่ีมี
ความเส่ียง
80 คู่มอื การส่งเสรมิ สุขภาพวัยรุ่นและเยาวชนในชุมชน
ระดบั กลยุทธ์ วธิ ีการ/โครงการ
โรงเรยี น เพ่มิ ทักษะการจัดการกับลกู ที่มปี ญั หาพฤตกิ รรม ฝกึ อบรมพอ่ แม่ในทักษะจดั การกับปัญหา
ช่วยให้ครอบครัวทำ�หน้าทไี่ ด้ดีข้ึน พฤตกิ รรม ของลกู
ชุมชน สอนทกั ษะทางสงั คมการแกป้ ญั หา / การใหก้ ารปรกึ ษาครอบครัว
สงั คม แก้ไขความขัดแย้ง / ทกั ษะการคดิ / การใช้เหตผุ ล
ทางศีลธรรมจรรยา
ส่งเสริมสุขภาพจิตของนักเรยี นกลมุ่ เสีย่ ง บรกิ ารใหก้ ารปรกึ ษาในโรงเรยี น
ปอ้ งกนั ความรุนแรงในโรงเรียน โปรแกรมปอ้ งกนั ความรนุ แรงในโรงเรียนทมี่ คี วาม
ปรับพฤตกิ รรมนักเรยี นกลุ่มเสยี่ ง เส่ียงสงู
มีบรกิ ารทางสุขภาพจติ ทม่ี ีประสิทธิภาพ โปรแกรมสำ�หรับนกั เรยี นทม่ี ีปัญหาพฤตกิ รรม หรอื
ฝา่ ฝืนกฎ ไมต่ ้ังใจเรยี น
อบรมเจ้าหน้าที่สขุ ภาพจติ ใหส้ ามารถประเมนิ
วยั รุ่นทม่ี คี วามเสี่ยง และมีระบบการสง่ ต่อ
(referral system) ท่ดี ีพอ
ให้วัยรุ่นกลมุ่ เส่ยี งมีโอกาสใช้เวลาว่างอย่าง คา่ ยเยาวชน
สรา้ งสรรค์ โครงการฝกึ วชิ าชีพ หรอื หางานให้วัยรุน่ กล่มุ เสี่ยง
พัฒนาทกั ษะส�ำ หรับการประกอบอาชพี แก่วัยร่นุ
ใหเ้ ดก็ และวยั รุ่นมแี บบอย่างท่ดี ีและมีความ มีนโยบายช่วยเหลอื ครอบครัวทดี่ ้อยสรา้ งงาน
สมั พนั ธ์ทด่ี กี บั ผูใ้ หญ่ แกว่ ัยร่นุ ทจี่ บการศึกษาโอกาสอยา่ งจรงิ จัง
ชว่ ยให้พ่อแม่กลุม่ เสยี่ งมชี วี ติ ท่ดี ขี ึน้ โดยเฉพาะการชว่ ยเหลือทางด้านอาชีพ
การศกึ ษาและการบริการทางด้าน
สังคมสงเคราะห์
แบบ Indicated prevention
การปอ้ งกนั ระดบั นมี้ งุ่ ทวี่ ยั รนุ่ ทเ่ี คยกอ่ พฤตกิ รรมรนุ แรงมาแลว้ เพอื่ ไมใ่ หเ้ กดิ พฤตกิ รรมรนุ แรงซาํ้ หรอื รนุ แรง
ขึ้นกว่าเดมิ หลักการสำ�คญั คอื ตอ้ งเป็นการผสมผสานระหวา่ งการบำ�บดั รกั ษา (treatment) กับการฟ้ืนฟู (rehabili-
tation) และการปอ้ งกนั ไม่ให้กระท�ำ ผิดซํา้ เชน่ การป้องกันไมใ่ ห้วยั ร่นุ เข้าไปรว่ มแกง๊ เป็นตน้ กลยทุ ธส์ �ำ คญั ของการ
ป้องกนั ในระดบั นี้ คอื การเอาเดก็ และวยั รนุ่ ท่เี ป็นอนั ตรายกลบั เขา้ สูห่ นทางทเี่ หมาะสมและปลอดภัย เชน่ กลบั เขา้ สู่
โรงเรยี นหรอื ใหม้ งี านท�ำ และชว่ ยเหลอื ครอบครวั “สรา้ งพลงั ” ใหค้ รอบครวั ท�ำ หนา้ ทไี่ ดด้ ขี น้ึ ในอนั ทจี่ ะดแู ลและควบคมุ
พฤติกรรมของลกู วยั รุน่
โปรแกรมใน indicated prevention มมี ากมายหลายโปรแกรม แตล่ ะโปรแกรมกใ็ หผ้ ลแตกต่างกนั ไป จาก
การทำ� meta-analysis เก่ียวกับผลของโปรแกรมต่างๆสรุปได้ว่า โปรแกรมที่มีประสิทธิภาพจะสามารถช่วยเหลือวัย
รุ่นจำ�นวนมากท่ีพฤติกรรมรุนแรงหรือการกระทำ�ผิดกฎหมายให้ออกไปจากเส้นทางแห่งความรุนแรงได้โดยเฉลี่ยแล้ว
โปรแกรมดงั กลา่ วสามารถลดอตั ราของการกระทำ�ผดิ กฎหมายซาํ้ ไดถ้ งึ รอ้ ยละ 46 ในขณะทโี่ ปรแกรมทไี่ มไ่ ดผ้ ลอาจเพมิ่
อัตราของการกระท�ำ ผิดกฎหมายซาํ้ ไดถ้ ึงรอ้ ยละ 18 เมอื่ เปรียบเทียบกบั กลุ่มควบคมุ (US Surgeon General Report
on Youth Violence 2001)
คูม่ อื การสง่ เสริมสขุ ภาพวัยรุน่ และเยาวชนในชุมชน 81
Indicated prevention กลยุทธ์ วิธกี าร/โครงการ
การใหก้ ารปรึกษา / จิตบำ�บัดใหย้ ารักษา
ระดบั
บคุ คล การบำ�บดั รักษา อาการทางจิตเวช
ฝกึ ทักษะดา้ นสงั คมโดยใช้วิธีการทางพฤตกิ รรม
ฝกึ ทกั ษะดา้ นสังคม Aftercare program
การบำ�บัดครอบครัว
ครอบครวั ช่วยใหค้ รอบครวั ท�ำ หน้าทไ่ี ด้ดขี ึน้ Multi-systemic Therapy
จัดหาที่อยทู่ ี่เหมาะสมให้กบั วัยรุ่น จดั หาครอบครัวอปุ ถัมภ์
พร้อมผ้ใู ห้บริการดแู ลในการปรบั พฤติกรรม มีการชว่ ยเหลือนักเรยี นทก่ี ระท�ำ ผิด
แต่ในขณะเดียวกันก็มีมาตรการลงโทษอย่างจรงิ จัง
โรงเรียน มีมาตรการจัดการกับนักเรียนท่กี ระทำ�ผิด โปรแกรมฝกึ งาน จดั หางานใหท้ �ำ
อย่างจรงิ จงั โปรแกรมปอ้ งกันวัยรนุ่ ท่มี ีปญั หาพฤตกิ รรม
เข้าร่วมแก๊ง
ชุมชน ให้โอกาสวัยรุน่ กลบั สู่ชมุ ชน ปราบปรามผกู้ ระท�ำ ผดิ อยา่ งจริงจงั
มีระบบการดแู ลวัยรุน่ ท่ีเข้าส่กู ระบวนการศาล
มกี ารปราบปรามการบงั คับใช้กฎหมายกับ เช่น ระบบคมุ ประพฤติท่ดี ี ทีเ่ น้นการชว่ ยเหลือ
ผู้ฝา่ ฝนื อย่างจรงิ จงั ฟืน้ ฟูวยั รุน่ ใหก้ ลับส่ทู ศิ ทางทด่ี ี มากกว่าการลงโทษ
สงั คม มีระบบงานยุติธรรมทเ่ี นน้ การชว่ ยเหลอื
มากกว่าการลงโทษ
3. Bulling Prevention Program เป็นโปรแกรมในโรงเรียน มีจุดประสงค์ท่ีจะเปลี่ยนบรรยากาศของ
โรงเรยี นเสียใหมเ่ พื่อทจี่ ะลดการรงั แกในหมนู่ กั เรยี น เป็นโปรแกรมแบบ universal intervention เพือ่ ลดและปอ้ งกัน
การกลั่นแกล้งกันในโรงเรียน โปรแกรมนี้ท�ำ ท่ีโรงเรียน โดยมีครูหรือเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนเป็นผู้รับผิดชอบในการท�ำ
โปรแกรม
กลมุ่ เปา้ หมาย นกั เรยี นในระดบั ชน้ั ประถมและมธั ยมตน้ นกั เรยี นทกุ คนจะเขา้ รว่ มในโปรแกรมและจะมกี าร
แทรกแซงเป็นพเิ ศษเฉพาะตวั กบั นกั เรยี นทีช่ อบรงั แกคนอ่ืนหรือตกเปน็ เหยอื่ ของการรังแก
เนอ้ื หาของโปรแกรม กลยทุ ธข์ องโปรแกรมมสี ามระดบั คอื ระดบั โรงเรยี น ระดบั หอ้ งเรยี น และระดบั บคุ คล
1. ระดบั โรงเรยี น ประกอบดว้ ยการส�ำ รวจปญั หาโดยใชแ้ บบสอบถามถงึ ความชกุ และลกั ษณะของการรงั แกใน
โรงเรยี น มกี ารประชมุ ของโรงเรยี นเพอ่ื วางแผนแกป้ ญั หา มกี ารตง้ั คณะกรรมการเพอื่ ประสานงานโปรแกรมนใี้ นโรงเรยี น
และมกี ารตรวจตรา / เฝา้ ระวงั บรเิ วณท่ีมักเกดิ การรงั แกกัน
2. ระดบั ชนั้ เรยี น มกี ารตง้ั กฎสำ�หรบั หอ้ งเรยี นเพอื่ ปอ้ งกนั การรงั แกกนั มกี ารประชมุ นกั เรยี นเปน็ ระยะอยา่ ง
สม่าํ เสมอเพ่อื พูดคยุ ถึงปัญหาดังกลา่ ว
3. ระดบั บคุ คล เปน็ การแทรกแซงทตี่ วั เดก็ ทช่ี อบรงั แกเพอ่ื นหรอื เดก็ ทเ่ี ปน็ เหยอ่ื ครแู นะแนว หรอื เจา้ หนา้ ท่ี
สขุ ภาพจติ จะพบปะพดู คยุ กับเดก็ และพอ่ แมเ่ พ่อื ให้การปรึกษาในการแกป้ ญั หาดังกล่าว
82 คู่มอื การสง่ เสริมสุขภาพวัยร่นุ และเยาวชนในชุมชน
ผลของโปรแกรม การศกึ ษาพบวา่ โปรแกรมนที้ �ำ ให้
อตั ราการรังแกลดลง
พฤติกรรมอันธพาล เชน่ การทำ�ลายขา้ วของ ทะเลาะวิวาท ขโมยของ และหนโี รงเรียนลดลง
บรรยากาศทางสงั คมในโรงเรยี นและห้องเรยี นดขี ึน้
นักเรียนมีความรู้สึกว่าห้องเรียนและโรงเรียนมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากข้ึน มีวินัยมากขึ้น
สมั พนั ธภ์ าพระหวา่ งนักเรยี นดีขึน้ ทัศนคตติ ่อการเรียนและตอ่ โรงเรียนดีขนึ้
4. Promoting alternative thinking strategy เป็นโปรแกรมในโรงเรียนระดับช้ันประถม เน้นการสง่
เสรมิ พฒั นาการทางอารมณ์และสังคม รวมทง้ั สอนเรอ่ื งการแสดงออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสม PATHS (Promoting
Alternative Thinking Strategies) เปน็ โปรแกรมแบบ universal prevention ทมี่ งุ่ สง่ เสรมิ ประสทิ ธภิ าพทางอารมณ์
และสังคม (emotional and social competencies) และลดความก้าวร้าวและปัญหาพฤติกรรมในเด็กวัยประถม
รวมทง้ั ชว่ ยสง่ เสรมิ สมั ฤทธิผลทางการเรยี น
กล่มุ เป้าหมาย นักเรยี นชน้ั ประถมตัง้ แตเ่ กรด 1-5 ทง้ั นักเรยี นในชั้นเรียนปกติและนักเรยี นในช้ันเรียนพิเศษ
(หูหนวก เปน็ ใบ้ มปี ัญหา Learning Disabilities มีปญั หาทางอารมณ์ หรือสติปัญญาชา้ ก็ได้)
เนื้อหาของโปรแกรม เป้าหมายท่ีสำ�คัญของโปรแกรม คือ การพัฒนาทักษะเพ่ือลดปัญหาพฤติกรรมหรือ
อารมณ์ ครจู ะมีบทเรียน อปุ กรณ์การสอน และแบบเรียนต่างๆ สำ�หรับสอนนักเรียนครงั้ ละ 30 นาที สัปดาหล์ ะ 3 ครงั้
เนอื้ หาของบทเรยี นจะสอดคลอ้ งกบั พฒั นาการของเดก็ โดยจะเนน้ การเรยี นรเู้ กย่ี วกบั อารมณก์ ารแสดงอารมณค์ วามรสู้ กึ
ออกมา การจดั การกับอารมณ์ เข้าใจความแตกต่างระหวา่ งอารมณ์กับการกระทำ�ความยับยัง้ ชง่ั ใจ การควบคมุ ตนเอง
การลดความตึงเครียด และการพูดกับตนเอง (self talk) การอ่านหรือแปลสัญญาณท่ีผู้อื่นส่งมา (social cues)
การเขา้ ใจมมุ มองของผอู้ น่ื การรจู้ กั แกป้ ญั หา และตดั สนิ ใจอยา่ งเปน็ ขนั้ ตอน การมที ศั นคตเิ ชงิ บวกตอ่ ชวี ติ การตระหนกั รู้
ในตนเอง มีการฝึกทักษะการสื่อสารทั้งแบบที่ใช้ภาษาและไม่ใช้ภาษาฝึกให้นักเรียนสามารถพูดเพ่ือบอกความรู้สึก
มกี ารควบคมุ ตวั เอง มีประสทิ ธิภาพทางสงั คม มคี วามสมั พนั ธท์ ี่ดีกับเพือ่ น และมที ักษะในการแก้ปญั หาความสมั พันธ์
ครใู นโปรแกรมนีจ้ ะได้รับการฝกึ อบรมเป็นพิเศษในการสอนดงั กลา่ ว และจะมีการประชมุ ครูท่ปี รกึ ษาของโครงการเป็น
ระยะยาวๆ
ผลของโปรแกรม การศึกษาพบว่าเม่ือเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมแล้ว นักเรียนท่ีเข้าร่วมในโปรแกรมจะ
ควบคมุ ตนเองไดด้ ขี ้นึ เขา้ ใจและตระหนกั ร้ใู นอารมณม์ ากขน้ึ อดทนกับความคับขอ้ งใจไดม้ ากขน้ึ แกไ้ ขความขัดแยง้ ได้
ดีขน้ึ มีทกั ษะในการคดิ และวางแผนมากขน้ึ มีอาการกังวลและเศร้าน้อยลง มพี ฤตกิ รรมเกเรและความกา้ วร้าวน้อยลง
5. Big Brothers and Sisters of America เปน็ โปรแกรมพเ่ี ลยี้ ง ในโปรแกรมนพ้ี เ่ี ลย้ี งจะพบกบั เดก็ ดอ้ ย
โอกาสอายุ 6-18 ปี ท่ีมพี ่อหรือแมเ่ ลย้ี งเพยี งคนเดยี ว Big Brothers Big Sisters of America (BBBSA) เป็นโปรแกรม
ท่ีมีชื่อเสียง ด�ำ เนินการมาประมาณ 100 ปีแล้วท่ัวประเทศสหรัฐอเมริกามีสาขาของ Big Brothers Big Sisters of
America (BBBSA) อยเู่ กอื บ 500 แหง่
กลมุ่ เปา้ หมาย เด็กและวัยรุน่ อายุ 6-18 ปี จากครอบครวั ทม่ี ีพ่อหรอื แมเ่ ลยี้ งดเู พยี งคนเดียว
เน้ือหาของโปรแกรม ในโปรแกรมน้ีจะมีอาสาสมัครเข้ามาดูแล และใช้เวลาร่วมกับเด็กและวัยรุ่นอย่าง
สมํ่าเสมอแบบตัวต่อตัว ทางโปรแกรมจะติดตามเด็กและวัยรุ่นต้ังแต่เข้ามาจนกระท่ังออกจากโปรแกรม เจ้าหน้าที่จะ
ท�ำ การตรวจสอบใบสมคั รและท�ำ การจบั คเู่ ดก็ กบั ผใู้ หญท่ เ่ี ปน็ อาสาสมคั ร และดแู ลใหก้ ารจบั คแู่ ละการสรา้ งความสมั พนั ธ์
ดำ�เนนิ ไปด้วยดี
คมู่ ือการส่งเสรมิ สขุ ภาพวยั รนุ่ และเยาวชนในชมุ ชน 83
ลักษณะของโปรแกรมเป็น mentoring ทีม่ กี ารควบคุมมาตรฐานอยา่ งเขม้ งวด โดยจะตอ้ งมีการสง่ ใบสมัคร
เขา้ มา มกี ารตรวจสอบภมู หิ ลงั และคุณสมบัติของอาสาสมคั รวา่ เหมาะสมหรือไม่ มกี ารสมั ภาษณเ์ ชิงลึกพร้อมท้งั การไป
ประเมินที่บ้าน เพื่อให้แน่ใจว่าอาสาสมัครที่มาทำ�งานนี้จะไม่ทำ�อันตรายทางร่างกายหรือจิตใจต่อเด็ก และให้แน่ใจว่า
อาสาสมคั รจะสามารถสรา้ งความสมั พนั ธท์ ด่ี กี บั เดก็ มคี วามตง้ั ใจและอทุ ศิ ตนใหก้ บั งานนอี้ ยา่ งจรงิ จงั ทง้ั มกี ารปฐมนเิ ทศ
อาสาสมคั รทกุ คน เดก็ และวยั รนุ่ ทจี่ ะเขา้ รว่ มโครงการจะตอ้ งสง่ ใบสมคั รมาเชน่ กนั มกี ารสมั ภาษณเ์ ดก็ และพอ่ แม่ รวมทง้ั มี
การประเมนิ ทบี่ า้ น เพอื่ ใหเ้ จา้ หนา้ ทม่ี คี วามรเู้ กย่ี วกบั เดก็ อยา่ งเพยี งพอ เพอื่ ทจ่ี ะจบั คอู่ ยา่ งดที สี่ ดุ และเพอ่ื ใหแ้ นใ่ จวา่ พอ่ แม่
จะสนับสนุนให้เด็กเข้าร่วมโปรแกรมน้ี การจับคู่จะกระท�ำ อย่างระมัดระวังบนพ้ืนฐานของความต้องการของเด็กและ
วัยรุ่น ความสามารถของอาสาสมคั ร และความยินยอมพร้อมใจของพอ่ แม่ ตลอดโปรแกรมจะมีเจา้ หน้าทีค่ อยสอดส่อง
ดูแลเป็นที่ปรกึ ษา เพอ่ื ชว่ ยให้การสร้างสมั พันธ์ด�ำ เนินไปได้ดี จะมกี ารตดิ ต่อทางโทรศพั ทท์ กุ เดือนกบั อาสาสมคั ร พ่อแม่
และเดก็ ในปแี รก และทุกสามเดอื นในระยะตอ่ มา
ผลของโปรแกรม ภายหลงั จากการเขา้ รว่ มในโปรแกรม 18 เดอื นพบวา่ เมอื่ เปรยี บเทยี บกบั กลมุ่ ควบคมุ วยั รนุ่
ในโปรแกรมจะ
มีการใชย้ าเสพตดิ น้อยลงกว่ากลมุ่ ควบคมุ ร้อยละ 46
มกี ารใช้สุราน้อยลงกว่ากลมุ่ ควบคมุ ร้อยละ 27
มกี ารทำ�ร้ายผอู้ นื่ นอ้ ยลงรอ้ ยละ 33
มพี ฤติกรรมทางด้านการเรยี น ทศั นคติ และผลการเรยี นดขี ึ้นกวา่ กล่มุ ควบคมุ
มีความสัมพันธ์ที่ดขี ้นึ กบั พ่อแมห่ รอื ผปู้ กครองมากกวา่ กล่มุ ควบคุม
มีความสัมพันธ์ท่ดี ีขนึ้ กบั เพือ่ นทีโ่ รงเรียนมากกว่ากลุ่มควบคุม
6. Quantum opportunities เปน็ โปรแกรมทชี่ ่วยพัฒนาวยั รนุ่ ท่ีด้อยโอกาสในระดับชัน้ มัธยม โดยจัดให้
มกี จิ กรรมดา้ นการศกึ ษา นนั ทนาการ และการบรกิ ารดา้ นอนื่ ๆ รว่ มไปกบั การชว่ ยใหว้ ยั รนุ่ สามารถสรา้ งสมั พนั ธภาพอนั
ยนื ยาวกบั กลมุ่ เพอื่ นและผใู้ หญท่ ด่ี ี โปรแกรมนมี้ งุ่ ไปทกี่ ารชว่ ยใหว้ ยั รนุ่ ทมี่ คี วามเสยี่ งสงู มโี อกาสศกึ ษาจบมธั ยมปลายและ
เข้าศึกษาต่อในวทิ ยาลัย
7. Multi-systemic therapy เป็นการบำ�บดั ครอบครัวท่ที ำ�ในระยะส้ันแต่เขม้ ขน้ โดยม่งุ ท่จี ะจดั การกบั
ปัจจัยบางอย่างท่ีท�ำ ให้เกิดพฤติกรรมอนั ธพาล เช่น ปัจจัยเกย่ี วกบั ครอบครัว กลมุ่ เพ่อื น โรงเรียน ชุมชน นอกจากน้ียงั
มุ่งที่การสรา้ งเครอื ข่ายเพ่ือช่วยเหลือวยั รุน่ ท่ีมปี ัญหา
Multi-systemic Therapy (MST) เปน็ การบำ�บดั แบบเขม้ ขน้ ทมี่ องวา่ วยั รนุ่ ทก่ี ระทำ�ผดิ เปน็ จดุ หนงึ่ ของระบบ
หลายระบบทเ่ี กยี่ วขอ้ งกนั อยา่ งซบั ซอ้ น ซงึ่ ไดแ้ ก่ ระบบบคุ ล ระบบครอบครวั ระบบเพอื่ น ระบบโรงเรยี นและชมุ ชน การ
แทรกแซงทีไ่ ดผ้ ลดจี ะต้องนำ�ระบบเหล่านี้เข้ามารว่ มดว้ ย
กลมุ่ เปา้ หมาย วยั รนุ่ ทกี่ ระท�ำ ผดิ กฎหมายแบบเรอื้ รงั กอ่ อาชญากรรมรนุ แรง และใชส้ ารเสพตดิ อายุ 12-17 ปี
รวมทัง้ ครอบครวั ของวัยรุน่ เหล่านด้ี ว้ ย
เนอื้ หาของโปรแกรม โปรแกรมนมี้ งุ่ ทก่ี ารเปลยี่ นแปลงในพฤตกิ รรม โดยน�ำ จดุ แขง็ ของระบบตา่ งๆ เขา้ มาเปน็
ตวั กระตนุ้ ใหเ้ กดิ การเปลยี่ นแปลง เชน่ จดุ แขง็ ของระบบครอบครวั โรงเรยี น ชมุ ชน และเครอื ขา่ ยของวยั รนุ่ กลยทุ ธห์ ลกั
คอื การสรา้ งพลงั ใหก้ บั พอ่ แมโ่ ดยชว่ ยใหพ้ อ่ แมม่ ที กั ษะและทรพั ยากรเพยี งพอในการดแู ลจดั การลกู วยั รนุ่ สรา้ งพลงั ใหก้ บั
วยั รุน่ ในการปรับตัวกบั ปญั หาตา่ งๆ ในครอบครัว กลุ่มเพ่อื น โรงเรยี น และชุมชน ผบู้ ำ�บัดจะช่วยให้วยั รุ่นและครอบครัว
มพี ฤตกิ รรมทเ่ี หมาะสมขน้ึ โดยใหก้ ารประคบั ประคอง ใหก้ ำ�ลงั ใจและเสรมิ ทกั ษะ การบำ�บดั จะใชเ้ ทคนคิ หลายอยา่ งผสม
ผสานกนั ให้เหมาะกบั บรบิ ทของวัยรุ่น เชน่ เทคนคิ ของ strategic family therapy หรือ structural family therapy
84 คมู่ อื การสง่ เสรมิ สุขภาพวัยรนุ่ และเยาวชนในชุมชน
การฝกึ ทกั ษะพอ่ แม่ behavioral patent training และ cognitive behavior therapy การบ�ำ บัดจะกระท�ำ ท่บี ้าน
เพ่ือลดปัญหาของการที่ครอบครัวไม่สามารถมารับบริการท่ีโรงพยาบาลได้ ซ่ึงก็จะช่วยให้ครอบครัวอยู่ในโปรแกรมได้
นานพอ สว่ นใหญ่การบ�ำ บัดใชเ้ วลา 60 ชวั่ โมง ในระยะเวลา 4 เดือน
ผลของโปรแกรม ผลการศกึ ษาในกลมุ่ วยั รุน่ ทก่ี ระทำ�ผิดกฎหมายอยา่ งรนุ แรงพบวา่ MST ชว่ ยให้
อตั ราการถกู จบั ลดลงรอ้ ยละ 25-70
การส่งวัยรุ่นไปอยูใ่ นสถานพนิ ิจลดลงรอ้ ยละ 47-64
ครอบครวั ปฏบิ ัติหน้าทไี่ ด้ดีขนึ้ มาก
ปญั หาสุขภาพจติ ของวยั ร่นุ ท่ีกระท�ำ ผิดกฎหมายรุนแรงลดลง
MST เป็นโปรแกรมท่ีมี cost effectiveness สงู สดุ (มปี ระสทิ ธิภาพสงู แตเ่ สยี คา่ ใช้จา่ ยน้อย) ส�ำ หรับวัยรนุ่
ที่กระทำ�ผิดกฎหมายรนุ แรง เมื่อเปรยี บเทยี บแล้วค่าใชจ้ ่ายของ MST จะน้อยกว่าค่าใชจ้ ่ายในการบ�ำ บัดปัญหาสุขภาพ
จติ ค่าใชจ้ ่ายในการทจ่ี ับกุม คุมขงั และดำ�เนนิ การทางดา้ นศาล รวมท้ังการน�ำ วัยร่นุ ไปอบรมในสถานพินจิ
8. Functional family therapy เปน็ การบ�ำ บดั ครอบครวั ทเ่ี นน้ การสรา้ งแรงจงู ใจใหว้ ยั รนุ่ และครอบครวั
เปลย่ี นแปลงปฏสิ ัมพันธท์ ี่มีตอ่ กนั และวิธกี ารอยรู่ ว่ มกนั มกี ารแกไ้ ขปญั หารว่ มกัน รวมท้งั มกี ารส่ือสารทีด่ ขี นึ้
กลมุ่ เปา้ หมาย วยั รนุ่ อายุ 11-18 ปี ทม่ี คี วามเสย่ี งตอ่ การเกดิ ปญั หาหรอื ก�ำ ลงั มปี ญั หาพฤตกิ รรม เชน่ กระท�ำ
ผิดกฎหมาย มพี ฤติกรรมรุนแรง ใชส้ ารเสพติด พฤตกิ รรมอนั ธพาล ดอื้ เกเร และอาละวาด
เนือ้ หาของโปรแกรม โปรแกรมน้ใี ช้เวลา 8-12 ชว่ั โมง ส�ำ หรบั วัยรนุ่ และครอบครัวท่มี ีปญั หาไม่รนุ แรงและ
ไมเ่ กนิ 26 ชว่ั โมงสำ�หรบั กรณที ม่ี ปี ญั หารนุ แรง การใหก้ ารปรกึ ษาอาจทำ�ทบี่ า้ นของวยั รนุ่ ทคี่ ลนิ กิ หรอื ศาลเยาวชนกไ็ ด้
โดยจะมีประสานงานระหวา่ งเจ้าหนา้ ทจ่ี ากหลายองค์กร เชน่ เจา้ หน้าที่คมุ ประพฤติ นักจติ วิทยา นกั สงั คมสงเคราะห์
โปรแกรมนจ้ี ะเน้นท่ีการเพม่ิ ปัจจยั ปกป้องและลดปัจจยั เสีย่ ง การบ�ำ บัดประกอบดว้ ยข้นั ตอน ดังน้ี
engagement เป็นการสรา้ งความสัมพันธ์เพอ่ื ใหว้ ยั ร่นุ และครอบครัวอยใู่ นโปรแกรมอย่างต่อเน่อื ง
motivation ชว่ ยใหว้ ยั รนุ่ และครอบครวั รว่ มมอื กนั มคี วามไวว้ างใจกนั มคี วามหวงั และแรงจงู ใจทจ่ี ะท�ำ การ
เปลี่ยนแปลง
assessment ประเมินระบบตา่ งๆ ที่เกีย่ วขอ้ ง เช่น ตวั ของวยั รนุ่ เอง ครอบครวั โรงเรยี น เพอื่ น ชุมชน และ
ระบบใหญอ่ นื่ ๆ ทเี่ ก่ยี วข้อง เพอ่ื ทำ�ความเข้าใจว่าปญั หาพฤติกรรมน้นั ๆ เกดิ ขึน้ ได้อยา่ งไรและควรแก้ไขอยา่ งไร
behavior change เปลยี่ นแปลงพฤตกิ รรมโดยอาศยั การฝกึ การสอ่ื สาร การฝกึ ทกั ษะในการดแู ลลกู ขน้ั พน้ื ฐาน
และมีการปฏิสมั พันธ์ท่ีเหมาะสม
generalization มีการประเมินความต้องการของครอบครวั แตล่ ะครอบครัว ความจ�ำ กดั ในสภาพแวดลอ้ ม
ความก้าวหน้าของครอบครัวและทรัพยากรที่ครอบครัวมี เพ่ือช่วยให้ครอบครัวมีการเปล่ียนแปลงในด้านต่างๆอย่างดี
เพียงพอ
ผลของโปรแกรม การวจิ ยั พบวา่ FFT เปน็ โปรแกรมทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพในการบำ�บดั วยั รนุ่ ทมี่ ปี ญั หาพฤตกิ รรม
เกเร กา้ วรา้ ว อาละวาด ใชส้ ารเสพตดิ หรอื กระทำ�ผดิ กฎหมาย โดยชว่ ยใหป้ ญั หาพฤตกิ รรมลดลง โอกาสทว่ี ยั รนุ่ จะเขา้ ไป
สอู่ าชญากรรมแบบผูใ้ หญ่ลดลง และโอกาสเกดิ ปัญหาพฤตกิ รรมในลูกคนอน่ื ๆทีย่ ังอายนุ อ้ ยกล็ ดลงดว้ ย
9. Midwestern prevention project เปน็ โปรแกรมในชมุ ชนทมี่ วี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ ปอ้ งกนั ไมใ่ หน้ กั เรยี น
ชั้นมธั ยมมีการใชส้ รุ าและสารเสพติด ลักษณะโปรแกรมเปน็ แบบบรู ณาการโดยการทำ�งานใน 5 ระดบั คอื สือ่ มวลชน
โรงเรยี น พ่อแม่ องค์กรในชมุ ชน และนโยบายสาธารณสขุ โปรแกรมมรี ะยะเวลา 5 ปี
คู่มือการส่งเสริมสุขภาพวยั รุ่นและเยาวชนในชุมชน 85
กล่มุ เป้าหมาย เนือ่ งจากช่วงวยั รนุ่ ตอนตน้ เปน็ ชว่ งเส่ียงต่อการใชส้ ารเสพติด ทง้ั สุรา บหุ รี่ และกัญชา ดงั น้ัน
โปรแกรมนีจ้ ะเรม่ิ ในนกั เรียนมธั ยมตน้
เนื้อหาของโปรแกรม มุ่งให้วัยรุ่นตระหนักถึงความกดดันทางสังคมท่ีนำ�ให้ไปใช้ยาเสพติด และส่งเสริมให้
วัยรุน่ มที ักษะในการหลกี เลี่ยงการใช้ยาและสถานการณท์ ี่น�ำ ไปส่กู ารใช้ยาเสพตดิ ทักษะเหลา่ นจี้ ะมีการสอนในโรงเรยี น
และเสรมิ ในครอบครวั โดยใชส้ อ่ื และชมุ ชนเขา้ รว่ มดว้ ย โปรแกรมนจ้ี ะมกี ารประสานงานกบั ชมุ ชนในระดบั กวา้ ง โรงเรยี น
และสื่อมวลชนมีการให้ความรู้พ่อแม่ การจัดองค์กรในชุมชน และการอบรมในระดับชุมชนรวมทั้งการกระตุ้นให้มีการ
เปลยี่ นแปลงนโยบายทอ้ งถนิ่ เกยี่ วกบั บหุ ร่ี สรุ าและสารเสพตดิ อน่ื ๆ องคป์ ระกอบของโปรแกรมทง้ั หมดนจ้ี ะคอ่ ยๆ มกี าร
ดำ�เนนิ การในแต่ละช่วงปี แต่องคป์ ระกอบเกีย่ วกบั สื่อมวลชนจะใชต้ ลอดระยะเวลาท่ีท�ำ โปรแกรม
กลยทุ ธท์ ส่ี �ำ คญั คอื การท�ำ งานในโรงเรยี น โดยจะมกี ารสอนทกั ษะทางสงั คม เชน่ modeling role play มกี าร
ประชุมกลุ่มโดยมีนักเรียนเป็นผู้น�ำ มีการมอบหมายการบ้านเพ่ือให้สมาชิกในครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ในระดับ
ครอบครัวจะมีการประชุมร่วมกันระหว่างพ่อแม่กับครู เพ่ือทบทวนถึงนโยบายของโรงเรียนในการจัดการกับปัญหายา
เสพตดิ มีการฝกึ สื่อสารระหว่างพอ่ แม่กับลูก นอกจากนี้มีการสง่ ขา่ วสารหรือข้อมูลทชี่ ัดเจนในเรือ่ งบรรทดั ฐาน ค่านิยม
ในการไม่ใชย้ าผ่านไปทางสือ่ มวลชน องค์กรในชมุ ชน และนโยบายสาธารณสขุ ระดบั ท้องถน่ิ มีการประชมุ รว่ มกนั อยา่ ง
สมํ่าเสมอของเจา้ หนา้ ทีใ่ นแตล่ ะส่วนเพ่ือทบทวนการปฏิบัตงิ านและทำ�ให้โปรแกรมดขี ึน้
ผลของโปรแกรม ในการประเมินผลโดยเปรียบเทียบระหว่างวัยรุ่นท่ีเข้าในโปรแกรมกับวัยรุ่นท่ีไม่ได้เข้าใน
โปรแกรม พบวา่ โปรแกรมนท้ี ำ�ใหก้ ารสบู บหุ รลี่ ดลงถงึ รอ้ ยละ 40 การใชก้ ญั ชาและสรุ าลดลงอยา่ งตอ่ เนอ่ื งไปถงึ วยั ผใู้ หญ่
ตอนตน้ (อายุ 23ป)ี นอกจากนีก้ ารส่อื สารระหว่างพอ่ แม่กบั ลกู ก็ดขี ้นึ ด้วย
10. Life skills training เปน็ โปรแกรมทเี่ นน้ การสอนทกั ษะในการใชช้ วี ติ และทกั ษะในการปฏเิ สธ(social
resistance skill) ทกั ษะดงั กลา่ วส�ำ คญั ในการป้องกันการใช้สารเสพติดในนกั เรยี นช้นั มัธยม โปรแกรมนีม้ เี ป้าหมายใน
การลดการใช้สารเสพตดิ ประเภท gateway drug คอื บหุ ร่ี สุรา และกญั ชา
กลุม่ เป้าหมาย นักเรียนระดับมธั ยมปลาย โดยเร่มิ ในเกรด 6-7 และมี booster session ในปที ี่ 2 และ 3
เนื้อหาของโปรแกรม ครูจะทำ�การฝึกอบรมทักษะให้แก่นักเรียน แต่ละ session จะกินเวลา 45 นาที
สปั ดาหล์ ะหน่งึ ครั้ง โดยแบง่ เป็น 15 session ในปที ่ี 1 10 session ในปีที่ 2 และ 5 session ในปีท่ี 3 เน้ือหาที่สอน
นักเรียนมี 3 ส่วนคอื
1. ทกั ษะทว่ั ไปในการจัดการกบั ตัวเอง (general self-management skills)
2. ทักษะสังคม (social skills)
3. ความรแู้ ละทกั ษะท่ีเกี่ยวขอ้ งกับการหลกี เลยี่ งสารเสพติด
การสอนทกั ษะจะกระท�ำ โดยการบรรยาย สาธติ ตวั อยา่ งให้ feed back ใหแ้ รงเสรมิ และใหฝ้ กึ ปฏบิ ตั ิ โปรแกรม
สง่ เสริมทักษะชีวติ ควรจดั กิจกรรมในลกั ษณะบทบาทสมมติ เกม และการโตว้ าที โดยใช้กระบวนการ สาธิตแสดง – ฝึก
– ประเมนิ ตนเอง สนบั สนนุ และหรอื การสะทอ้ นกลบั แบบสร้างสรรค(์ constructive) และตดิ ตามผลจากการฝกึ ปฏิบตั ิ
ซึ่งสาระสำ�คัญ ควรประกอบดว้ ยหัวขอ้
การตัดสินใจ
การแก้ปญั หา
ความคดิ สรา้ งสรรค์
การสื่อสารท่ีมปี ระสทิ ธภิ าพ
ความสัมพันธ์ระหวา่ งบุคคล
86 คูม่ อื การสง่ เสริมสขุ ภาพวัยรุน่ และเยาวชนในชุมชน
การตระหนกั รู้
ความสามารถในการสือ่ สารดว้ ยความเหน็ ใจ
การจัดการอารมณ์
การจดั การกับความเครยี ด
การกระท�ำ ในลกั ษณะรกั ษาสทิ ธิ(assertive) .ในการตอบสนองตอ่ ปญั หา เปน็ ตน้
ผลของโปรแกรม การศึกษาวิจัยจำ�นวนมากพบว่า LST ใช้ได้กับวัยรุ่นหลายกลุ่ม โดยช่วยลดการใช้บุหร่ี
สรุ า และกญั ชา ได้ถึงรอ้ ยละ 50-75 รวมทั้งลดการใช้สารระเหย narcotics และ hallucinogens นอกจากนผี้ ลของ
โปรแกรมจะคงอยคู่ อ่ นขา้ งนานการตดิ ตามเปน็ เวลา 6 ปหี ลงั สนิ้ สดุ โปรแกรมพบวา่ การใชย้ าเสพตดิ หลายอยา่ ง (Poly-
drug use) ลดลงถึงรอ้ ยละ 66
11. Nurse-Family Partnership เป็นโปรแกรมเยีย่ มบ้านเขม้ ข้นส�ำ หรบั หญิงท่ีก�ำ ลังต้ังครรภ์
กลมุ่ เป้าหมาย หญิงต้งั ครรภ์ครง้ั แรกท่ีมคี วามเสย่ี งสงู และมีฐานะทางเศรษฐกจิ ตา่ํ
เนื้อหาของโปรแกรม พยาบาลจะไปเย่ียมบ้านแม่ขณะท่ีต้ังครรภ์ และตลอดสองปีแรกหลังคลอด เพ่ือให้
คำ�แนะนำ�และการดูแลท้ังแม่และเด็ก โดยมีวัตถุประสงค์ให้แม่มีสุขภาพที่ดีในระหว่างต้ังครรภ์ มีการคลอดท่ีดี ให้แม่
สามารถดแู ลทารกไดด้ พี อ เดก็ มสี ขุ ภาพดแี ละมพี ฒั นาการทเ่ี หมาะสม เสรมิ ใหแ้ มม่ กี ารพฒั นาตนเองโดยเฉพาะมโี อกาส
ทางดา้ นการศกึ ษาและอาชพี และชว่ ยในการวางแผนการตงั้ ครรภค์ รงั้ ตอ่ ไป แตล่ ะครอบครวั จะมพี ยาบาลประจำ�ตลอด
จนครบโปรแกรม
ผลของโปรแกรม มกี ารวจิ ยั เกยี่ วกบั โปรแกรมนมี้ ากมาย ผลการวจิ ยั พบวา่ แมแ่ ละเดก็ มสี ขุ ภาพดแี ละพฒั นา
ไปได้ดกี วา่ ผู้ที่ไมไ่ ด้เขา้ ในโปรแกรม ในการตดิ ตามแม่และเดก็ ทอี่ ยู่ในโปรแกรมไปเปน็ ระยะเวลา 15 ปี พบวา่
การทารุณเดก็ และทอดทิง้ เด็กลดลงร้อยละ 79
การต้งั ครรภค์ รั้งต่อไปลดลงรอ้ ยละ 31
ระยะเวลาเฉลี่ยระหว่างการต้ังครรภ์ลูกคนแรกกบั ลกู คนทสี่ องนานมากกวา่ สองปขี นึ้ ไป
ปญั หาพฤติกรรมเนอื่ งมาจากการใช้สรุ าและยาเสพติดในแม่ลดลงรอ้ ยละ 44
แม่ถูกจบั เพราะกระทำ�ผิดกฎหมายลดลงร้อยละ 69
วยั รนุ่ หนีออกจากบ้านลดลงรอ้ ยละ 60 ใช้สุราลดลงร้อยละ 56 และถกู จับลดลงรอ้ ยละ 56
12. Multidimensional foster care (MTFC) เป็นโปรแกรมสำ�หรับวัยรุ่นทมี่ ีปญั หาและไม่อาจจะอยู่
ทบ่ี า้ นได้ แตแ่ ทนทจี่ ะใหไ้ ปอยใู่ นสถานสงเคราะหเ์ จา้ หนา้ ทจี่ ะจดั หาครอบครวั อปุ ถมั ภท์ เี่ หมาะสมใหช้ ว่ ยดแู ลวยั รนุ่ เปน็
เวลาประมาณ 6-9 เดอื น จะมเี จา้ หนา้ ทค่ี อยสอดสอ่ งดแู ลและใหค้ �ำ แนะน�ำ ครอบครวั อปุ ถมั ภใ์ นการดแู ลวยั รนุ่ และมกี าร
บ�ำ บดั เฉพาะตวั (individual therapy) นอกจากนพี้ อ่ แมข่ องวยั รนุ่ กจ็ ะไดร้ บั การฝกึ สอนในเรอื่ งของการปรบั พฤตกิ รรม
วัยรุ่น เพื่อเตรียมพร้อมในการรับลูกกลับบ้าน เป็นโปรแกรมท่ีแทนการบำ�บัดแบบกลุ่ม การบำ�บัดแบบให้อยู่ในสถาน
บ�ำ บดั (residential treatment) รวมทัง้ การจับกุมและการรับไวใ้ นโรงพยาบาล ทงั้ น้ีเพือ่ ใหว้ ัยรนุ่ มโี อกาสมชี วี ิตความ
เป็นอยู่ที่ดี มีระบบระเบียบและงา่ ยตอ่ การบ�ำ บัดฟน้ื ฟู
กลมุ่ เปา้ หมาย วยั รนุ่ ทม่ี พี ฤตกิ รรมอนั ธพาลเรอ้ื รงั หรอื มปี ระวตั อิ าชญากรรมรนุ แรงและเรอ้ื รงั และมโี อกาส
จะถกู จับอีก
เนื้อหาของโปรแกรม จะมีการจดั หาครอบครวั อุปถัมภ์ที่เหมาะสมใหว้ ยั รุน่ โดยมกี ารรบั อาสาสมัครท่ีเปน็
ครอบครวั ในชุมชนและฝึกอบรมอาสาสมคั รใหส้ ามารถดแู ลวัยรุ่นได้ การด�ำ เนนิ งานแบง่ เป็นสามสว่ น คอื
คูม่ ือการส่งเสริมสุขภาพวัยร่นุ และเยาวชนในชุมชน 87
1. การฝกึ อบรมครอบครวั อปุ ถมั ภ์ ครอบครวั ทเี่ ปน็ อาสาสมคั รจะไดร้ บั การฝกึ อบรมเกย่ี วกบั วธิ กี ารดแู ลวยั รนุ่
พ่อแม่อุปถัมภ์จะพบกับเจ้าหน้าท่ีสัปดาห์ละครั้งเพื่อปรึกษาหารือกันในการดูแลวัยรุ่น เช่น การก�ำ หนดกรอบของ
พฤติกรรม การมีผลลัพธ์เป็นรางวัลและบทลงโทษ นอกจากน้ันเจ้าหน้าที่จะคอยเป็นพ่ีเล้ียงให้คำ�แนะนำ�ทางโทรศัพท์
ในแต่ละวันเพื่อติดตามว่าวัยร่นุ มคี วามก้าวหน้าหรอื มีปัญหาอย่างไร
2. บริการครอบครัวของวัยรุ่น ครอบครัวของวัยรุ่นเองจะได้รับการบำ�บัดครอบครัว (family therapy)
เพื่อช่วยเตรียมครอบครัวให้พร้อมที่จะรับลูกกลับคืนมา มีการสอนพ่อแม่ถึงวิธีจัดการกับลูกวัยรุ่นอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะวธิ ที ใ่ี ชอ้ ยใู่ นครอบครวั อปุ ถมั ภ์ นอกจากนเ้ี จา้ หนา้ ทจ่ี ะมาเยย่ี มบา้ นอยา่ งสมาํ่ เสมอเพอื่ ใหก้ ำ�ลงั ใจและกระตนุ้
ใหร้ ว่ มมอื กับเจา้ หน้าทใี่ นการตดิ ตามว่าลูกของตนมีความกา้ วหนา้ เพยี งไร
3. การประสานงานกบั หนว่ ยงานในชมุ ชน เจา้ หนา้ ทใ่ี นโครงการจะตดิ ตอ่ กบั เจา้ หนา้ ทค่ี มุ ประพฤตขิ องวยั รนุ่
ครู หัวหน้างาน และผู้ใหญ่อื่นๆ ที่เก่ียวข้องกับวัยรุ่นอย่างสมํ่าเสมอ มีอาสาสมัครผู้ใหญ่ที่ทำ�หน้าท่ีเป็นพ่ีเลี้ยงคอย
สอดสอ่ งดูแลวัยรุน่ ในโรงเรียนและในชุมชน และระวงั ไมใ่ หว้ ัยรุ่นเขา้ ไปติดต่อกับกลมุ่ เพ่อื นที่กระทำ�ผดิ กฎหมายอกี
ผลของโปรแกรม การประเมินผลของโปรแกรมโดยติดตามเป็นระยะเวลา 1 ปี พบว่าเม่ือเปรียบเทียบกับ
กลุ่มควบคุมแล้ว วัยรุ่นท่ีอยู่ในโปรแกรมมีอัตราการถูกจับน้อยลง และหากต้องถูกตัดสินให้อยู่ในสถานพินิจระยะเวลา
กำ�หนดโทษจะนอ้ ยลงถึงรอ้ ยละ 60 นอกจากนีอ้ ัตราการใชย้ าเสพตดิ อย่างแรงในช่วงตดิ ตามก็ลดลงด้วย
ในการดำ�เนนิ งานปอ้ งกนั ปญั หาความรนุ แรงในวยั รนุ่ ความเปน็ จรงิ ทสี่ ำ�คญั คอื ไมม่ กี ลยทุ ธใ์ ดทไ่ี ดผ้ ลสำ�หรบั
วยั รนุ่ ทกุ คนหรอื ไดผ้ ลในทกุ สภาพการณ์ ไมม่ โี ปรแกรมใดทจ่ี ะจดั การกบั ปจั จยั เสยี่ งทกุ ปจั จยั ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ หรอื
แกไ้ ขปญั หาไดค้ รบทกุ แงม่ มุ ในแตล่ ะโปรแกรมจะตอ้ งมวี ยั รนุ่ ทลี่ ม้ เหลวหรอื ไมเ่ กดิ การเปลย่ี นแปลงเทา่ ทคี่ วร นอกจากน้ี
อตั ราของการทวี่ ยั รนุ่ เขา้ รว่ มโปรแกรมจนจบมกั จะคอ่ นขา้ งตาํ่ คอื ประมาณรอ้ ยละ 60-70 เทา่ นน้ั (Myers และคณะ, 2000)
และเนือ่ งจากความรุนแรงในวยั รุ่นทำ�ให้เกิดการสญู เสยี ทสี่ ูงมาก ท้ังกบั ตวั วยั รุ่นเอง เหยอ่ื ครอบครัว ชมุ ชน และสังคม
โดยทั่วไปจึงถือว่าโปรแกรมใดก็ตามท่ีสามารถลดอาชญากรรมรุนแรงได้แม้เพียงร้อยละ 10-20 ก็ถือว่ามีประสิทธิภาพ
และคุ้มทุนแล้ว (Comell, 2000) อย่างไรก็ตามส่ิงส�ำ คัญท่ีจะต้องคำ�นึงถึงก็คือ โปรแกรมที่ดีที่สุดก็อาจจะไม่ประสบ
ความส�ำ เรจ็ หากไม่มีเจ้าหนา้ ทท่ี มี่ ปี ระสิทธภิ าพ หรอื ไมไ่ ด้รับการสนับสนุนทางการเงนิ อยา่ งเพียงพอ
โปรแกรมส่งเสรมิ สขุ ภาพและปอ้ งกันปญั หา ในประเทศไทย
ประเทศไทย ไดม้ โี ปรแกรมสง่ เสรมิ สขุ ภาพและปอ้ งกนั ปญั หา ในหลายรปู แบบ สว่ นมากดำ�เนนิ การในโรงเรยี น
เช่น โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ซ่ึงดำ�เนินการโดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และการพัฒนาระบบ
การดแู ลชว่ ยเหลอื นักเรียนในโรงเรยี น
ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน หมายถึง กระบวนการดูแลนักเรียนอย่างมีข้ันตอนสอดคล้องกับระบบ
ประกนั คณุ ภาพการศกึ ษาและการบรหิ ารทงั้ ระบบโรงเรยี น โดยอาศยั ศกั ยภาพและความสมั พนั ธข์ องนกั เรยี นทม่ี กี บั ครทู ่ี
ปรกึ ษา ครแู นะแนวและฝา่ ยปกครอง รวมทงั้ มกี ารประสานระหวา่ งระบบครอบครวั ระบบโรงเรยี นและระบบสาธารณสขุ
ทต่ี อ้ งรบั สง่ ตอ่ ปญั หาวยั รนุ่ ทสี่ ำ�คญั และเรง่ ดว่ นดว้ ย กจิ กรรมของระบบการดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี นประกอบดว้ ยการรจู้ กั
นักเรยี นเป็นรายบุคคล / การคดั กรองนกั เรียน/กจิ กรรมส่งเสริมและปอ้ งกนั ปัญหานกั เรียน (Homeroom, Classroom
meeting) / การช่วยเหลือนกั เรียนกลุม่ เสย่ี งและกลุม่ มีปญั หา / การสง่ ตอ่ ภายใน / การให้การปรกึ ษาชว่ ยเหลือ/ การ
ประชุมปรึกษารายกรณี / การสร้างเครือขา่ ยผู้ปกครองและชมุ ชน / การส่งตอ่ ผเู้ ช่ียวชาญภายนอก ตลอดจนการดแู ล
ชว่ ยเหลอื นกั เรยี นในสถานศกึ ษา มกี ระบวนการดำ�เนนิ งานทง้ั ดา้ นการสง่ เสรมิ การปอ้ งกนั และการชว่ ยเหลอื แกไ้ ขปญั หา
โดยมวี ิธีการและเครอื่ งมือส�ำ หรับครูที่ปรกึ ษาเพื่อใชด้ ำ�เนนิ งานและประสาน
88 ค่มู อื การส่งเสริมสขุ ภาพวยั รนุ่ และเยาวชนในชุมชน
ความรว่ มมอื อยา่ งใกลช้ ดิ กบั ครทู เี่ กย่ี วขอ้ ง หรอื บคุ ลากรภายนอกโดยเฉพาะบคุ ลากรสาธารณสขุ เพอื่ พฒั นา
นกั เรยี นใหเ้ ปน็ คนดี คนเกง่ และมคี วามสขุ ในการดำ�รงชวี ติ อยใู่ นสงั คม โดยมคี รทู ป่ี รกึ ษาเปน็ บคุ ลากรสำ�คญั ในการด�ำ เนนิ
งานงานตามกระบวนการ ซึ่งมอี งค์ประกอบส�ำ คญั 5 ประการ คอื
1. การรจู้ กั นกั เรียนเป็นเป็นรายบคุ คล
2. การคดั กรองนกั เรียน
3. การส่งเสริมนกั เรียน
4. การป้องกันและแก้ไขปัญหา
5. การสง่ ตอ่
การปอ้ งกันและการสง่ เสริม
1.1 การรจู้ กั นกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล การรจู้ กั นกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล เปน็ วธิ กี ารสำ�คญั ทจี่ ะชว่ ยครทู ปี่ รกึ ษา
ทราบถงึ จดุ แขง็ และจุดออ่ นของนักเรยี นแตล่ ะคนโดยใช้เครอื่ งมอื ทหี่ ลากหลายและบคุ ลการสาธารณสขุ สามารถเปน็ ท่ี
ปรกึ ษาในการเลอื กวธิ กี าร เครอ่ื งมอื หรอื เทคนคิ ตา่ ง ๆ เพอ่ื ประสทิ ธภิ าพในการรจู้ กั นกั เรยี นเปน็ รายบคุ คลและสามารถ
นำ�ไปวางแผนใหก้ ารชว่ ยเหลือ ปอ้ งกนั และสง่ เสรมิ พัฒนาการของนกั เรียนแตล่ ะคนไดอ้ ย่างเหมาะสม การดำ�เนนิ งาน
รว่ มกนั ระหว่างสถานศึกษากบั สถานบรกิ ารสาธารณสุขตามทกี่ ล่าวขา้ งตน้
อนง่ึ เพอื่ ความสอดคลอ้ งระหวา่ งภารกจิ ของสถานศกึ ษาและสถานบรกิ ารสาธารณสขุ ในทนี่ ขี้ อเสนอแนวทาง
การบรู ณาการดแู ลชว่ ยเหลอื นักเรยี นระหวา่ งสถานศกึ ษากับสถานบรกิ ารสาธารณสขุ เป็น 3 ดา้ น ดังน้ี
แนวคดิ
1. ดา้ นการปอ้ งกนั ปัญหาและการส่งเสรมิ สขุ ภาพจิต ประกอบด้วย
1.1 การรู้จกั นกั เรียนรายบคุ คล
1.2 การคดั กรองนกั เรยี น
1.3 การจดั กิจกรรมสง่ เสรมิ ปอ้ งกนั ปญั หา
1.3.1 กิจกรรมโฮมรูม (Home room)
1.3.2 การประชมุ ผปู้ กครองชนั้ เรยี น (Classroom meeting)
2. ดา้ นการดแู ลชว่ ยเหลือนักเรยี นกล่มุ เส่ียงและกลุ่มมปี ญั หา
2.1 การชว่ ยเหลือนกั เรียนกลุ่มเส่ยี งและกลมุ่ มีปัญหาโดยครทู ป่ี รกึ ษา
2.1.1 การจัดกจิ กรรมช่วยเหลอื นักเรียนกลมุ่ เสย่ี งและกล่มุ มปี ัญหาโดยครูท่ปี รกึ ษา
ให้การปรึกษาเบอ้ื งต้น
ปรบั พฤตกิ รรมด้วยกิจกรรมในช้นั เรยี น
กจิ กรรมเพือ่ นช่วยเพ่อื น/ จบั คู่ Buddy
การสือ่ สารกับผู้ปกครอง
กจิ กรรมซ่อมเสรมิ
กิจกรรมเสรมิ หลกั สตู ร
เยยี่ มบ้านนกั เรียน
การส่งตอ่ ภายใน
คูม่ ือการส่งเสรมิ สขุ ภาพวัยรนุ่ และเยาวชนในชุมชน 89
2.2 การชว่ ยเหลอื นกั เรยี นในกรณยี ่งุ ยากซบั ซ้อน โดยครแู นะแนว หรอื ครปู กครอง
2.2.1 การใหก้ ารปรกึ ษาในกรณยี งุ่ ยากซบั ซอ้ น
2.2.2 การประชมุ ปรกึ ษารายกรณี
2.2.3 การส่งต่อผ้เู ชีย่ วชาญภายนอก
2.2.4 การจัดกิจกรรมกลมุ่ จิตสงั คมบำ�บดั ในสถานศกึ ษา
2.3 กจิ กรรมสนับสนุนการช่วยเหลอื นกั เรียนในกรณียุ่งยาก ซบั ซ้อน โดยบคุ ลากรสาธารณสุข
2.3.1 บรกิ ารคลนิ กิ ให้การปรกึ ษา ในกรณที ี่มกี ารรับ-สง่ ต่อจากสถานศกึ ษา
2.3.2 บริการปรึกษาทางโทรศพั ท์
3. ด้านการสร้างเครือข่ายและกจิ กรรมสนบั สนนุ เครอื ขา่ ย
3.1 การสรา้ งเครือขา่ ย ของสถานศกึ ษา
3.1.1 การสร้างเครือข่ายผ้ปู กครองและชุมชน
3.1.2 การจดั ทำ�ระบบขอ้ มลู สารสนเทศ การดแู ลช่วยเหลือนกั เรยี น
3.2 กจิ กรรมสนบั สนุนเครือข่าย โดยสถานบริการสาธารณสุข
3.2.1 การสนับสนุนส่ือ วิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพจิตและป้องกัน
สารเสพติด
3.2.2 การรณรงค์ในสถานศกึ ษาและชุมชน จัดตงั้ ชมรม To Be Number One ในสถานศกึ ษา
การคดั กรอง
การคัดกรองนกั เรยี นโดยใชเ้ คร่ืองมอื Strengths and Difficulties Questionnaire (SDQ. ใช้กับเด็กอายุ
4-16 ปี) เป็นการจดั แบ่งนักเรยี นเป็นกลุ่มพฤติกรรม ซึง่ อาจจดั เป็น 2-3 กลุ่ม ไดแ้ ก่ กลมุ่ ปกติ กลุ่มเสยี่ ง และกลมุ่ มี
ปัญหา โดยครูที่ปรึกษา เพ่ือทำ�ให้ทราบจุดอ่อน จุดแข็งของนักเรียน สำ�หรับใช้ในการพิจารณานักเรียน ท้ังด้านการ
ส่งเสริมศกั ยภาพ การปอ้ งกนั และการแก้ไขปัญหา ซึง่ บคุ ลากรสาธารณสุขสามารถเป็นที่ปรกึ ษาในเรอ่ื งการคัดกรอง
แบบประเมิน Strengths and Difficulties Questionnaire (SDQ)
ค่มู ือแนะนำ�การใช้แบบประเมินพฤติกรรมเด็ก (SDQ)
(ส�ำ หรบั ครู)
คำ�ช้แี จง
แบบประเมินตนเอง (SDQ) นี้ เป็นแบบประเมินของสำ�นักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวง
สาธารณสขุ พฒั นาจาก The Strengths and Difficulties Questionnaire (SDQ) เปน็ เครอ่ื งมอื ที่ผ่านการวิจัยแล้ววา่
มีประสิทธิภาพในการคัดกรองปัญหาเด็กได้ดี สามารถช่วยเหลือครูในการคัดกรองปัญหาและให้การช่วยเหลือเบ้ืองต้น
แกเ่ ด็กในโรงเรียน แบบประเมนิ ตนเอง (SDQ) นี้ เหมาะที่จะใชก้ บั เด็กอายรุ ะหว่าง 4 - 16 ปี
แบบประเมนิ แต่ละชุดมี 2 หน้า หน้าแรกเป็นลกั ษณะพฤติกรรม จ�ำ นวน 25 ขอ้ ซ่งึ มลี ักษณะของพฤติกรรม
ท้งั ดา้ นบวกและดา้ นลบ โดยสามารถจดั เปน็ กลมุ่ พฤตกิ รรมได้ 5 ด้าน ไดแ้ ก่
1. พฤตกิ รรมดา้ นอารมณ์ (5 ข้อ)
2. พฤติกรรมอยไู่ มน่ งิ่ / สมาธสิ ั้น (5 ขอ้ )
3. พฤติกรรมเกเร / ความประพฤติ (5 ขอ้ )
4. พฤตกิ รรมด้านความสัมพันธก์ บั เพอื่ น (5 ขอ้ )
5. พฤติกรรมด้านสัมพนั ธภาพทางสังคม (5 ขอ้ )
90 คมู่ ือการส่งเสรมิ สขุ ภาพวยั รุน่ และเยาวชนในชุมชน
คะแนนรวมของกลุ่มที่ 1 - 4 เป็นคะแนนทแี่ สดงถึงปัญหาพฤตกิ รรมของเด็กในด้านนนั้ ๆ (Total Difficul-
ties score) สว่ นคะแนนในดา้ นที่ 5 เป็นคะแนนท่แี สดงถึงจุดแขง็ ของเดก็ (Strength score) ซ่งึ เปน็ สว่ นสำ�คญั ในการ
พจิ ารณาน�ำ จดุ แขง็ มาใชเ้ พอ่ื ใหก้ ารชว่ ยเหลอื แกป้ ญั หาในดา้ นอน่ื ๆ แกเ่ ดก็ ตอ่ ไป ในขณะเดยี วกนั คะแนนดา้ นสมั พนั ธภาพ
ทางสังคมก็เป็นตัวบ่งชี้ให้ครูได้ทราบถึงความยากง่ายในการแก้ปัญหา ถ้าเด็กมีจุดแข็ง (คะแนนด้านสัมพันธภาพทาง
สังคมสูง) การให้ความช่วยเหลือปัญหาพฤติกรรมจะง่ายกว่าเด็กที่ไม่มีจุดแข็ง (คะแนนด้านสัมพันธภาพทางสังคมต่ํา)
เปน็ ตน้
หน้าท่ี 2 ในด้านหลังของแบบประเมิน เป็นการประเมินผลกระทบของพฤติกรรมว่ามี ความเรื้อรัง
สง่ ผลกระทบตอ่ บคุ คลรอบขา้ ง ตอ่ ตวั เดก็ เอง มผี ลตอ่ สมั พนั ธภาพทางสงั คม และชวี ติ ประจำ�วนั ของเดก็ มากนอ้ ยอยา่ งไร
ซ่ึงในสว่ นนีใ้ ชค้ ำ�ลงสรุปว่า “เป็นระดับความรนุ แรงของปญั หา”
ขอ้ แนะนำ�ในการใช้
1. แบบประเมินตนเอง (SDQ) มี 3 ชดุ คือ
1) แบบประเมินที่นักเรียนประเมนิ ตนเอง 1 ชุด
2) แบบประเมินทค่ี รปู ระเมนิ นักเรยี น 1 ชุด
3) แบบประเมินทผ่ี ปู้ กครองประเมนิ นกั เรียน 1 ชุด
แบบประเมนิ ทง้ั 3 ชุดน้ี มลี ักษณะข้อค�ำ ถามคล้ายคลึงกับข้อค�ำ ถามในแบบประเมนิ ที่
นักเรียนประเมินตนเอง ตลอดจนการตรวจใหค้ ะแนน ยกเว้นเกณฑก์ ารแปลผลต่างกนั เลก็ น้อย
2. ครทู ป่ี ระเมินนกั เรียน ตลอดจนผปู้ กครองทจี่ ะประเมนิ ควรรจู้ ักนักเรยี นและมีความใกลช้ ิดกบั นกั เรียน
มาระยะเวลาหน่งึ และควรประเมินทงั้ 25 ข้อ ในครง้ั เดยี ว
3. ระยะเวลาทีน่ ักเรียนประเมินตนเอง ครปู ระเมินนักเรียน หรอื ผปู้ กครองเป็นผ้ปู ระเมนิ นักเรียนควรเปน็
ระยะเวลาทีใ่ กลก้ นั
4. ครั้งแรกอาจให้นักเรยี นประเมินตนเองกอ่ น แลว้ ครู/ผู้ปกครอง สามารถใช้แบบ
ประเมนิ ตนเองฉบบั ของครู / ผปู้ กครอง ท�ำ การประเมนิ นกั เรยี นซ�ำ้ เพอ่ื ดผู ลทไ่ี ดว้ า่ สอดคลอ้ งกนั หรอื ไม่
5. อาจใช้การสัมภาษณ์ หรือเครื่องมืออื่นช่วยในการพิจารณาเพิ่มเติม กรณีท่ีเห็นว่าผลท่ีได้ขัดแย้งกับ
ความเป็นจริง อย่าลืมว่า ไม่มีเคร่ืองมือชนิดใดสมบูรณ์แบบ ข้ึนอยู่กับสภาพความพร้อมของผู้ตอบแบบประเมินเป็น
ส�ำ คญั แบบประเมนิ ตนเองชดุ นเ้ี ปน็ เพยี งเครอื่ งมอื เพอื่ ชว่ ยเหลอื ในการคดั กรองปญั หานกั เรยี นเทา่ นน้ั ไมใ่ ชเ่ ปน็ ตวั ชน้ี �ำ ครู
ในการตัดสนิ ปญั หานักเรียน
6. การประเมนิ พฤตกิ รรมนกั เรยี น เปน็ การประเมนิ ในชว่ ง 6 เดอื นทผ่ี า่ นมา ยกเวน้ การใชเ้ พอ่ื ตดิ ตามลกั ษณะ
พฤติกรรมของนักเรียน
คู่มอื การส่งเสริมสขุ ภาพวยั รุ่นและเยาวชนในชุมชน 91
การใหค้ ะแนนและการแปลผล
1. ดา้ นหน้า
การให้คะแนนแยกตามรายดา้ น
1. ดา้ นอารมณ์
ข้อ ขอ้ ค�ำ ถาม ไม่จริง อาจจะจรงิ จรงิ
3. มักจะบน่ วา่ ปวดศรี ษะ ปวดท้อง 01 2
8. กงั วลใจหลายเรื่อง ดูกังวลเสมอ 01 2
13. ดูไมม่ คี วามสุข ท้อแท้ 01 2
16. เครียด ไม่ยอมหา่ งเวลาอย่ใู นสถานการณ์ท่ีไม่คนุ้ 01 2
และขาดความมนั่ ใจในตนเอง
24. ข้กี ลัว รสู้ ึกหวาดกลวั ไดง้ า่ ย 012
5-10
0-5
รวมคะแนน........................จดั อยใู่ นกลมุ่ ปกติ เส่ียง/มปี ัญหา
2. ด้านความประพฤต/ิ เกเร
ข้อ ข้อคำ�ถาม ไมจ่ รงิ อาจจะจริง จริง
5. มกั จะอาละวาด หรอื โมโหร้าย 012
7. เชือ่ ฟัง มกั จะท�ำ ตามทผี่ ู้ใหญต่ ้องการ 210
12. มักจะมเี รอ่ื งทะเลาะววิ าทกบั เด็กอ่นื หรือรงั แกเดก็ อนื่ 012
18. ชอบโกหก หรอื ขีโ้ กง 012
22. ขโมยของของท่บี า้ น ที่โรงเรยี นหรือท่ีอ่นื 012
5-10
0-4 เสี่ยง/มปี ัญหา
รวมคะแนน........................จดั อยูใ่ นกลมุ่ ปกติ
3. ด้านพฤติกรรมอยู่ไม่นงิ่ /สมาธิสัน้ 0-5 ไม่จรงิ อาจจะจริง จริง
ปกติ 012
ข้อ ข้อค�ำ ถาม 012
2. อย่ไู ม่น่งิ น่ังนิ่ง ๆ ไม่ได้ 012
10. อยู่ไม่สุข วนุ่ วายอยา่ งมาก 210
15. วอกแวกงา่ ย สมาธิสั้น 210
21. คิดกอ่ นทำ� 6-10
25. ท�ำ งานได้จนเสร็จ มคี วามตัง้ ใจในการทำ�งาน เสี่ยง/มีปญั หา
รวมคะแนน........................จดั อยใู่ นกลมุ่
92 คู่มอื การสง่ เสริมสุขภาพวยั รุน่ และเยาวชนในชมุ ชน
4. ด้านความสัมพันธก์ ับเพอื่ น 0-3 ไมจ่ ริง อาจจะจริง จริง
ปกติ 012
ขอ้ ข้อค�ำ ถาม 210
6. คอ่ นข้างแยกตัว ชอบเล่นคนเดยี ว 210
11. มีเพ่อื นสนิท 012
14. เป็นทชี่ น่ื ชอบของเพ่ือน 012
19. ถูกเด็กคนอืน่ ลอ้ เลยี น หรอื รังแก 4-10
23. เข้ากบั ผใู้ หญไ่ ดด้ ีกว่าเดก็ วัยเดยี วกนั เสย่ี ง/มปี ัญหา
รวมคะแนน........................จดั อยู่ในกลุ่ม
5. ด้านสัมพนั ธภาพทางสังคม
ข้อ ข้อคำ�ถาม ไมจ่ ริง อาจจะจริง จริง
1. หว่ งใยความรู้สกึ คนอืน่ 012
4. เต็มใจแบง่ ปันสงิ่ ของใหเ้ พ่ือน(ขนม, ของเล่น, ดินสอ เปน็ ตน้ ) 012
9. เปน็ ท่ีพ่ึงไดเ้ วลาที่คนอ่ืนเสยี ใจ อารมณ์ไมด่ ี หรอื ไม่สบายใจ 012
17. ใจดกี บั เดก็ ท่เี ลก็ กว่า 012
20. ชอบอาสาชว่ ยเหลือผอู้ น่ื (พ่อแม่, คร,ู เด็กคนอื่น) 012
0-3
4-10 เสี่ยง/มีปัญหา
รวมคะแนน........................จัดอยใู่ นกลุม่ ปกติ
สรปุ การใหค้ ะแนนและการแปลผลในภาพรวม (นักเรียนประเมินตนเอง) ปกติ เสีย่ ง/มีปัญหา
รายการประเมิน 0-16 17-40
0-5 6-10
คะแนนรวมพฤตกิ รรมทเี่ ปน็ ปัญหา 0-4 5-10
(จากคะแนนรวมพฤตกิ รรม 4 ดา้ น) 0-5 6-10
คะแนนรวมพฤตกิ รรมแตล่ ะดา้ น 0-3 4-10
1. คะแนนพฤตกิ รรมด้านอารมณ์ 4-10 ตา่ํ กวา่ 3
2. คะแนนพฤติกรรมเกเร/ความประพฤติ เป็นจุดแขง็
3. คะแนนพฤตกิ รรมอยู่ไม่นง่ิ /สมาธิสัน้ ไมม่ ีจดุ แข็ง
4. คะแนนพฤติกรรมดา้ นความสัมพนั ธ์กบั เพือ่ น
5. คะแนนพฤติกรรมดา้ นสัมพนั ธภาพทางสังคม
(คะแนนจุดแขง็ )
2. ดา้ นหลัง
ประเมนิ วา่ มคี วามเร้ือรงั ส่งผลกระทบต่อบคุ คลรอบตวั เด็ก มีผลต่อสมั พนั ธภาพทางสงั คมและชวี ิตประจำ�
วนั ของเด็ก
ในการประเมนิ วา่ ตวั เองมีปัญหาดา้ นอารมณ์ ดา้ นสมาธิ ดา้ นพฤตกิ รรม หรือความสามารถเข้ากับผู้อ่นื ได้
คู่มือการสง่ เสรมิ สขุ ภาพวัยรุน่ และเยาวชนในชุมชน 93
ถ้าตอบวา่ “ไม่” ไมต่ อ้ งคดิ คะแนนข้อตอ่ ไป
ถา้ ตอบว่า “ใช”่ ให้พจิ ารณาแบบประเมนิ ในหัวข้อต่อไปนี้
ปัญหานี้ท�ำ ให้รู้สึกไม่สบายใจหรือไม่
ปญั หาน้ีรบกวนชีวิตประจำ�วนั ในดา้ นต่าง ๆ หรือไม่
ใน 2 หวั ข้อน้ี ถา้ ตอบวา่ “ไมเ่ ลย” หรอื “เล็กนอ้ ย” ให้ 0 คะแนน
“ค่อนขา้ งมาก” ให้ 1 คะแนน “มาก” ให้ 2 คะแนน ดังน้ี
ขอ้ ความ ไมเ่ คย เลก็ น้อย คอ่ นขา้ งมาก มาก
ปญั หาน้ีท�ำ ให้รู้สึกไม่สบายใจ 00 1 2
ปญั หานร้ี บกวนชวี ติ ประจ�ำ วนั ในดา้ นต่าง ๆ 00 1 2
00 1 2
ความเป็นอยูท่ ่บี ้าน 00 1 2
การคบเพื่อน 00 1 2
การเรียนในห้องเรียน 00 1 2
กจิ กรรมยามว่าง
สรปุ การแปลผลดา้ นหลัง
คะแนนรวม 0 คะแนน = ปกติ
คะแนนรวม 1 คะแนนข้นึ ไป = เสี่ยง/มีปัญหา
การแปลผลแบบประเมินพฤตกิ รรมเด็กฉบบั ครู / ผ้ปู กครองประเมินนกั เรียน
คะแนนจากแบบประเมนิ ดา้ นหนา้ (25 ขอ้ )
แบบประเมินพฤติกรรมเดก็ ฉบบั ครปู ระเมนิ นักเรยี น
รายการประเมิน ปกติ เสี่ยง/มีปัญหา
คะแนนรวม 0-15 16-40
คะแนนพฤติกรรมด้านอารมณ์ 0-3 4-10
คะแนนพฤติกรรมเกเร 0-3 4-10
คะแนนพฤติกรรมอยู่ไม่นิ่ง 0-5 6-10
คะแนนพฤตกิ รรมด้านความสมั พันธ์กับเพ่ือน 0-5 6-10
คะแนนพฤติกรรมดา้ นสัมพนั ธภาพทางสงั คม 4-10 0-3
(มจี ดุ แขง็ )
(ไมม่ ีจุดแขง็ )