The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

20204-2002__คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by njname11, 2021-11-20 05:08:41

20204-2002__คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา

20204-2002__คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา

Keywords: Computer

แผนการจดั การเรยี นรู้

การจัดการเรียนรู้แบบมุง่ เน้นสมรรถนะอาชพี และบูรณาการ
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

รหสั วชิ า 20204-2002 วิชา คอมพวิ เตอร์และการบารุงรกั ษา
จานวนหน่วยกิต ( ท-ป-น ) 2-2-3 จานวนช่ัวโมงสอน / สัปดาห์ 4 ชั่วโมง

หลกั สตู รประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562
ประเภทวิชา พาณิชยกรรม สาขาวิชา คอมพวิ เตอร์ธรุ กจิ

สาขางาน คอมพิวเตอร์ธุรกิจ
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564

โดย
นายมนตธ์ ร สาระบรู ณ์
ตาแหนง่ ครจู า้ งสอนประจารายเดือน

วิทยาลัยการอาชีพขุนหาญ
อาชวี ศกึ ษาจังหวัดศรีสะเกษ

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

รายการตรวจสอบและอนุญาตให้ใช้

ควรอนุญาตให้ใชใ้ นการสอนได้ ควรอนญุ าตให้ใช้ในการสอนได้
ควรปรับปรุงเกย่ี วกบั ควรปรับปรงุ เกย่ี วกบั

................................................................. .................................................................
................................................................. .................................................................
................................................................. .................................................................
................................................................. .................................................................
................................................................. .................................................................

ลงชือ่ .................................................... ลงช่ือ....................................................
(นายณัฐพล ทองจันทร์) (นายชยั วทิ ย์ ทองหลา่ )
หวั หนา้ งานหลกั สตู ร
หัวหน้าแผนกวชิ าคอมพิวเตอร์ธุรกจิ

ควรอนุญาตใหใ้ ช้ในการสอนได้ อนุญาตให้ใช้ในการสอนได้
ควรปรับปรุงดังเสนอ อื่น ๆ
อืน่ ๆ

................................................................. .................................................................
................................................................. .................................................................
................................................................. .................................................................

ลงชอ่ื ......................................... ลงช่ือ....................................................
(นายธนวนิ สายนาค) (นายล่าปาง พันธ์เพชร)
ผู้อา่ นวยการ
ปฏบิ ตั งิ านในหน้าท่ี รองผอู้ ่านวยการฝา่ ยวชิ าการ วิทยาลัยการอาชีพขุนหาญ

แผนผงั ความคดิ บูรณาการหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
รายวิชา การสร้างเว็บไซต์

เงือนไขความรู้ เงือนไขคุณธรรม

มคี วามร้เู ก่ียวกับกระบวนการและโครงสร้างการทา่ งาน มคี วามขยัน อดทน มีน่าใจและเสยี สละ
ของเวบ็ ไซต์ การออกแบบเวบ็ ไซต์ การสรา้ งเว็บไซต์ดว้ ย
โปรแกรมภาษาหรือโปรแกรมส่าเร็จรูปหรือโปรแกรม
ระบบ CMS (Content Management System) การ
ทดสอบการทา่ งานของเวบ็ ไซต์ และการ Upload
เว็บไซต์

เศรษฐกิจ สงั คม สิง่ แวดล้อม วัฒนธรรม

1,2,3,4,7 1,5,7 8 6

บันทกึ ขออนมุ ัตใิ ชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ 2 / 2564

รหสั วิชา 20204-2002 วิชา คอมพิวเตอรแ์ ละการบารุงรักษา
หลักสูตรประกาศนยี บตั รวิชาชีพ พุทธศักราช 2562

ประเภทวิชา พาณชิ ยกรรม สาขาวชิ า คอมพิวเตอรธ์ ุรกจิ
สาขางาน คอมพิวเตอรธ์ รุ กจิ

ขออนมุ ัตกิ ารใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้
ลงชอื่ .................................................................ครผู สู้ อน
(นายมนตธ์ ร สาระบูรณ)์

ความเหน็ หวั หนา้ แผนกวิชา
.............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.....................................................หวั หน้าแผนกวิชา
(นายณัฐพล ทองจันทร์)

ความเห็นหัวหน้างานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน
.............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.....................................................หวั หนา้ งานฯ
(นายชัยวทิ ย์ ทองหล่า)

ความเหน็ ของรองผอู้ านวยการฝา่ ยวชิ าการ
 เหน็ ควรพจิ ารณาอนุมตั ิ ใหใ้ ช้ประกอบการเรียนการสอนได้

ลงช่อื .....................................................
(นายธนวิน สายนาค)

ปฏบิ ัตงิ านในหนา้ ท่ี รองผู้อ่านวยการฝ่ายวิชาการ
ความเหน็ ของผ้อู านวยการ
 อนมุ ตั ิ
 ไม่อนมุ ัติ เพราะ....................................................................................... .................................................

ลงชอ่ื .....................................................
(นายลา่ ปาง พันธ์เพชร)

ผู้อา่ นวยการ วิทยาลัยการอาชพี ขนุ หาญ

คานา

แผนการสอนวิชาคอมพิวเตอร์และการบ่ารุงรักษา รหัส 20204-2002 จัดท่าขึนเพ่ือใช้เป็นแนวทางใน
การจัดการเรียนการสอน วิชาคอมพิวเตอร์และการบ่ารุงรักษา ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
พุทธศักราช 2562 ของส่านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยจัดการเรียนการสอนทังหมด 18 สัปดาห์
สัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง เนือหาภายในแบ่งออกเป็น 8 หน่วย ประกอบด้วยเนือหาเกี่ยวกับหลักการท่างานของ
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง การประกอบเคร่ืองคอมพิวเตอร์ การติดตังโปรแกรมตามลักษณะงาน
การบ่ารุงรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ การตรวจและก่าจัดไวรัส การแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ด้วยโปรแกรม
อรรถประโยชน์ สา่ รองและปอ้ งกันความเสยี หายของข้อมลู และการกูค้ ืนขอ้ มลู

ในการจัดท่าแผนการสอนนีผู้จัดท่าได้จัดการรียนการสอนตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจแบบ
พอเพียง และท้ายที่สุดนี ผูจ้ ัดท่าขอขอบคุณผู้ทีส่ รา้ งแหล่งความรู้ และผูท้ ี่มีส่วนเกี่ยวข้องต่าง ๆ ซง่ึ เป็นส่วนส่าคัญ
ท่ีท่าให้แผนการสอนวิชาคอมพิวเตอร์และการบ่ารุงรักษา เล่มนีเสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อย หากมีข้อบกพร่อง
ประการใด ใคร่ขออภยั มา ณ โอกาสนี

นายมนต์ธร สาระบรู ณ์
ผู้จัดท่า

โครงการจัดการเรียนร้แู บบมุ่งเนน้ สมรรถนะอาชีพ
และบรู ณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

/ ผล 5 มติ ิ / นโยบาย 3 D และ 11 ดี 11 เก่ง

รหัสวิชา 20204-2002 วิชา คอมพวิ เตอร์และการบารุงรกั ษา 2-2-3
ระดบั ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขางาน คอมพวิ เตอรธ์ รุ กจิ

จานวนช่วั โมง

หนว่ ยท่ี สัปดาห์ที่ ช่อื หน่วยการสอน/รายการสอน ทฤษ ปฏิบัติ
ฎี

1 1 หลักการทา่ งานของอปุ กรณ์คอมพิวเตอร์และอปุ กรณ์ต่อพ่วง 22

2 2-4 การประกอบเคร่อื งคอมพิวเตอร์ 66

3 5-7 การตดิ ตังโปรแกรมตามลักษณะงาน 66

4 8-9 การบา่ รงุ รักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 44

5 10-11 การตรวจและก่าจัดไวรัส 44

6 12-13 การแก้ปัญหาคอมพวิ เตอรด์ ้วยโปรแกรมอรรถประโยชน์ 44

7 14-15 ส่ารองและป้องกนั ความเสียหายของข้อมูล 44

8 16-17 การก้คู ืนขอ้ มลู 44

18 ทดสอบวัดและประเมินผลปลายภาคเรียน 40
รวม 38 34
รวมทั้งสนิ้ 72

ตารางวิเคราะห์หลกั สตู ร

รหสั วชิ า 20204-2002 วิชา คอมพวิ เตอรแ์ ละการบารงุ รกั ษา 2-2-3
จานวน 4 ชั่วโมง/สปั ดาห์ รวม 72 ช่วั โมง

พฤติกรรม พุทธพิสยั
ความรู้
ชือ่ หนว่ ย ความเ ้ขาใจ
น่าไปใช้
วิเคราะห์
สังเคราะห์
ประเมินค่า
ัทกษะพิสัย
ิจตพิสัย
รวม
ล่า ัดบความส่าคัญ
่จานวนคาบ

.1หลกั การท่างานของอปุ กรณ์ 311 13 984
คอมพิวเตอร์และอปุ กรณต์ อ่ พ่วง 3 3 14 1 12
3 3 14 2 12
.2การประกอบเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ 2 3 3 2 3 13 3 8
3 3 13 4 8
.3การติดตังโปรแกรมตามลักษณะงาน 2 3 3 3 3 13 5 8

.4การบ่ารุงรักษาอปุ กรณค์ อมพวิ เตอร์ 2 3 3 3 3 13 6 8
3 3 12 7 8
.5การตรวจและก่าจัดไวรสั 233
4
.6การแก้ปญั หาคอมพิวเตอรด์ ้วย 323
โปรแกรมอรรถประโยชน์ 20 100 - 72
2 - --
.7สา่ รองและป้องกนั ความเสียหายของ 3 3 3
ข้อมูล

8.การกู้คืนข้อมลู 133

สอบปลายภาค

รวม 18 19 22
ความสาคญั 431

สารบัญ หนา้
5
ค่านา่ 6
โครงการจดั การเรียนรู้ 7
ตารางวเิ คราะห์หลักสูตรรายวชิ า 8
สารบัญ 9
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1 หลกั การท่างานของอปุ กรณ์คอมพวิ เตอรแ์ ละอุปกรณต์ ่อพว่ ง 27
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 การประกอบเครือ่ งคอมพวิ เตอร์ 44
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 3 การติดตังโปรแกรมตามลักษณะงาน 63
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 4 การบา่ รงุ รกั ษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 80
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 5 การตรวจและกา่ จัดไวรัส 96
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 6 การแกป้ ัญหาคอมพวิ เตอรด์ ว้ ยโปรแกรมอรรถประโยชน์
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 7 สา่ รองและป้องกันความเสียหายของขอ้ มูล.. 118
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 8 การก้คู นื ขอ้ มลู 135

แผนการสอน/แผนการเรียนรภู้ าคทฤษฎี หน่วยท่ี 1
สปั ดาห์ท่ี 1-2
แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี 8 ช่วั โมง
ช่ือวชิ า คอมพวิ เตอรแ์ ละการบาํ รุงรักษา
ชอ่ื หน่วย หลกั การทาํ งานของอุปกรณ์คอมพวิ เตอร์ และอุปกรณต์ อ่ พ่วง

ช่อื เรอ่ื ง หลกั การทาํ งานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณต์ ่อพว่ ง
หวั ข้อเร่ือง

ดา้ นความรู้
1. ระบบคอมพวิ เตอร์

1.1 ฮาร์ดแวร์
1.1.1 แผงวงจรหลัก
1.1.2 หนว่ ยรับขอ้ มูล
1.1.3 หน่วยประมวลผลกลาง
1.1.4 หน่วยความจาํ
1.1.5 หน่วยแสดงผล

1.2 ซอฟทแ์ วร์
1.3 พเี พลิ แวร์
1.4 ข้อมลู
2. ประเภทของคอมพิวเตอร์
ด้านทกั ษะ
-
ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
1. ความรบั ผิดชอบ
2. ความสนใจใฝร่ ู้

สาระสาคัญ
คอมพิวเตอร์ เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มนุษย์ใช้เป็นเคร่ืองมือช่วยในการจัดการกับข้อมูลท่ีเป็นเลข

ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์ท่ีใช้แทนความหมายในสิ่งต่างๆ ท่ีสามารถกําหนดโปรแกรมได้ ทําให้คอมพิวเตอร์ทํางาน
ได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งการทําความเข้าในหลักการทํางานของคอมพิวเตอร์ควรจะต้องเร่ิมจากระบบ
คอมพิวเตอร์ที่ประกอบด้วย ฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ พีเพิลแวร์ และข้อมูล โดยจะเห็นว่าท้ัง 4 ส่วนจะต้องทํางาน
ประสานกันจึงจะเป็นระบบท่ีสามารถทํางานได้อย่างสมบูรณ์ ในหน่วยน้ีจะกล่าวถึงรายละเอียดของหลักการ
ทํางานของอปุ กรณ์คอมพวิ เตอร์และอปุ กรณ์ต่อพว่ ง ท่ีเป็นสว่ นประกอบของระบบคอมพวิ เตอรน์ ั่นเอง

สมรรถนะอาชีพประจาหนว่ ย
แสดงความรู้เก่ียวกับหลกั การทาํ งานของอุปกรณค์ อมพิวเตอร์และอปุ กรณ์ต่อพ่วง

จดุ ประสงคก์ ารสอน/การเรียนรู้
• จุดประสงค์ทว่ั ไป / บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง
1.เพื่อให้มีความรู้พ้ืนฐานเก่ียวหลักการทํางานของอปุ กรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงและมีทัศนคติ

ทด่ี ี (ดา้ นความรู้)
2.เพื่อให้มีเจตคติท่ีดีต่อการเตรียมความพร้อมด้าน วัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง สําเร็จ

ภายในเวลาทก่ี ําหนด มีเหตุและผลตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง (ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม)
•จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม / บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. บอกองคป์ ระกอบระบบคอมพวิ เตอร์ได้ (ด้านความรู้)
2. บอกความหมาย Hardware ในระบบคอมพวิ เตอร์ได้ (ดา้ นความร)ู้
3. บอกหนา้ ท่ี และส่วนประกอบหลักของแผงวงจรหลัก ได้ (ด้านความรู้)
4. อธบิ ายหนา้ ท่ีหนว่ ยรับข้อมลู ได้ (ด้านความร)ู้
5. บอกคุณลกั ษณะท่วั ไปของอุปกรณร์ ับข้อมลู ได้ (ดา้ นความร้)ู
6. อธิบายหนา้ ทห่ี นว่ ยประมวลผลกลางได้ (ด้านความรู้)
7. อธบิ ายหน้าที่หน่วยความจําได้ (ด้านความรู้)
8. บอกคณุ ลกั ษณะทวั่ ไปของหนว่ ยความจําแบบตา่ งๆ ได้ (ด้านความร)ู้
9.อธบิ ายหนา้ ที่หนว่ ยแสดงผลได้ (ดา้ นความร้)ู
10.บอกคณุ ลกั ษณะทั่วไปของหนว่ ยแสดงผลแบบต่างๆ ได้ (ด้านความรู้)
11.บอกความหมายซอฟท์แวร์ได้ (ดา้ นความรู้)
12.บอกความหมายของพเี พิลแวร์ได้ (ด้านความรู้)
13.บอกความหมายของขอ้ มลู ได้ (ดา้ นความร)ู้
14.จําแนกประเภทของคอมพวิ เตอร์ ได้ (ด้านความร้)ู
15. การเตรียมความพร้อมด้านการเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ ผู้เรียนจะต้องกระจายงานได้ท่ัวถึง และตรงตาม

ความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจัดเตรียมสถานที่ ส่ือ วัสดุ อุปกรณ์ไว้อย่างพร้อมเพรียง (ด้านคุณธรรม
จรยิ ธรรม/บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง)

16. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบัติงาน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผู้เรียนจะต้องมีการใช้
หลักการเรยี นร้แู ละเวลาที่เหมาะสมกับการเรยี นรู้ (ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง)

เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้
• ด้านความรู้ (ทฤษฎ)ี

ระบบคอมพวิ เตอร์ (Computer System) (จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรมข้อท่ี 1)
ระบบคอมพิวเตอร์ หมายถงึ องค์ประกอบหลักท่ีจะทาํ ใหเ้ คร่อื งคอมพิวเตอรส์ ามารถทํางานได้อย่าง
สมบรู ณ์ ถา้ ขาดองคป์ ระกอบสว่ นใดสว่ นหนงึ่ คอมพวิ เตอร์ไม่สามารถท่ีจะทาํ งานได้ ระบบของคอมพวิ เตอรน์ ้ี
ประกอบดว้ ย 4 ส่วน คอื
1) ฮาร์ดแวร์ (Hardware) อปุ กรณแ์ ละช้นิ ส่วนของคอมพิวเตอร์
2) ซอฟตแ์ วร์ (Software) โปรแกรมหรือชดุ คาํ ส่ัง
3) บุคลากร (People ware) บคุ ลากรในงานด้านคอมพวิ เตอร์
4) ขอ้ มูล (Data) ตัวของขอ้ เทจ็ จรงิ ที่ป้อนใหค้ อมพวิ เตอร์ทํางาน
1.1 ฮาร์ดแวร์ (Hardware) (จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อท่ี 2) หมายถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่ประกอบข้ึนเป็น
เครื่องคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเปน็ โครงรา่ งสามารถมองเห็นด้วยตาและสมั ผัสได้เช่น จอภาพ คยี ์บอรด์ เคร่ืองพิมพ์
เมาส์ เป็นต้น ซ่ึงสามารถแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ ตามลักษณะการทํางาน ได้ 4 หน่วย คือหน่วยรับข้อมูล (Input
Unit) หน่วยประมวลผลกลาง หรือ CPU (Central Processing Unit) หน่วยแสดงผล (Output Unit) หน่วยความจํา
(Memory Unit) ซึ่งรวมไปถึงหน่วยเก็บข้อมูลสํารอง (Secondary Storage) โดยอุปกรณ์แต่ละหน่วยมีหน้าที่การ
ทํางานแตกต่างกนั

1.1.1 แผงวงจรหลกั (Main Board) (จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรมขอ้ ท่ี 3)
แผงวงจรหลัก (Main Board) เป็นแผงวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในเครื่องทําหน้าท่ีเช่ือมต่อ

อปุ กรณ์ตา่ งๆ เช่น หนว่ ยประมวลผลกลางหรือ CPU RAM การ์ดเสยี ง การด์ จอภาพและอน่ื ๆ เข้าด้วยกัน
แผงวงจรหลักจะมชี ่องเสียบอปุ กรณ์เรียกว่าสล็อต (Slot) และช่องเช่ือมต่อกับอุปกรณ์อ่ืนๆ เรียกวา่ พอร์ต

(Port) ดังน้ันควรเลือกแผงวงจรหลักท่ีสามารถประสานการทํางานร่วมกับอุปกรณ์และรองรับอุปกรณ์ท่ีสนับสนุน
กบั เทคโนโลยีใหมใ่ นอนาคตได้ ซงึ่ สว่ นประกอบต่างๆ ท่สี ําคญั ของแผงวงจรหลัก มีดังนี้

1) ชิปเซ็ต (Chipset)
2) CPU socket
3) สล็อตสําหรบั ติดต้งั RAM

1.1.2 หน่วยรับขอ้ มูล (Input unit) (จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมข้อที่ 4-5)
หน่วยรับข้อมูล (Input unit) เป็นหน่วยที่รับสัญญาณเข้ามาจากอุปกรณ์รับข้อมูลเข้า

แล้วแปลงให้เป็นสัญญาณที่เหมาะสมเพอ่ื ส่งให้หน่วยประมวลผลกลางทําการประมวลผล อปุ กรณร์ ับขอ้ มลู ท่ใี ชก้ ัน
ส่วนใหญ่ ไดแ้ กแ่ ปน้ พิมพ์ (Keyboard) และเมาส์ (Mouse) นอกจากน้ียงั มีอุปกรณร์ บั ข้อมูลเข้าอืน่ ๆ ดังนี้

1.1.2.1 แป้นพิมพ์ (Keyboard)
1.1.2.2 เมาส์ (Mouse)
1.1.2.3 Track ball, Track point และTouch pad
1.1.2.4 Joystick

1.1.2.5 จอภาพระบบสัมผสั (Touch Screen)
1.1.2.6 อุปกรณก์ วาดข้อมลู
1.1.2.7 กลอ้ งถ่ายภาพดิจติ อล หรอื Digital Camera
1.1.2.8 กล้องวีดีโอดจิ ิตอล หรือ Digital Video Camera
1.1.3 หน่วยประมวลผลกลาง (จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมข้อท่ี 6)
หน่วยประมวลผลกลางหรอื CPU ย่อมาจาก Central Processing Unit เปน็ อุปกรณท์ ่ีมีความสาํ คัญ
เสมือนสมองของคอมพิวเตอร์ มีหน้าท่ีหลักในการประมวลผลข้อมูล โดยรับข้อมูลจากผู้ใช้ผ่านอุปกรณ์ต่างๆ เช่น
เมาส์ และคีย์บอร์ด จากนั้นจึงทําการประมวลผลและส่งผลลัพธ์ออกมาทางอุปกรณ์แสดงผล เช่นทางจอภาพ
ลาํ โพง หรือเครอ่ื งพมิ พ์ หน่วยประมวลผลกลางประกอบดว้ ยสว่ นประสาํ คัญ 3 สว่ น คอื
1) หน่วยคํานวณและตรรกะ หรือ ALU (Arithmetic & Logical Unit) ทําหน้าที่เก่ียวข้องกับการ
คํานวณทางคณิตศาสตร์ เช่น บวก ลบ คูณ หาร นอกจากนี้ยังสามารถเปรียบเทียบตามเงื่อนไข เพื่อให้ได้คําตอบ
ตามเงือ่ นไข เชน่ เปรียบเทียบมากว่า น้อยกว่า เทา่ กนั ไม่เทา่ กนั ของจํานวน 2 จํานวน เป็นตน้
2) หน่วยควบคุม หรือ CU (Control Unit) ทาํ หน้าท่ีควบคมุ ลําดบั ข้ันตอนการการประมวลผลและ
การทํางานของอุปกรณ์ต่างๆ ภายในหน่วยประมวลผลกลางและรวมไปถึงการประสานงานในการทํางานร่วมกัน
ระหว่างหนว่ ยประมวลผลกลางกับอุปกรณ์นาํ เข้าข้อมลู อปุ กรณแ์ สดงผล และหนว่ ยความจาํ สํารองดว้ ย
3) หน่วยความจํา Cache เป็นระบบหน่วยความจําความเร็วสูงท่ีเก็บข้อมูลบางส่วนของ Main
Memory ในทางกายภาพแล้ว Cache จะอยู่ตรงกลางระหว่าง Main Memory กับหน่วยประมวลผลกลาง เพราะว่า
Cache มีความเร็วสูงกว่า Main Memory ทําให้เป็นการเพ่ิมประสิทธิภาพในการทํางานของระบบ เพราะถ้าไม่มี
หน่วยความจํา Cache แล้ว หน่วยประมวลผลกลางจะเสียเวลาในการหยุดรอข้อมูลจาก RAM ซึ่งทํางานช้ากว่า
Cache มาก

1.1.4 หน่วยความจํา (จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ 7-8) เพ่ือใช้ในการประมวลผลของคอมพวิ เตอร์
หรอื ใช้เก็บข้อมูลเพอ่ื ใช้งานภายหลงั แบง่ ออกเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้

1.1.4.1 หน่วยความจําภายใน เป็นหน่วยความจําที่ติดตั้งอยู่บนแผงวงจรหลักในเคร่ือง
คอมพิวเตอร์ ทงั้ แบบท่ีติดอยกู่ ับแผงวงจรหลักและแบบถอดประกอบได้ ประกอบดว้ ย

1.1.4.1.1 หน่วยความจําแบบ RAM (Random Access Memory)
1.1.4.1.2 หนว่ ยความจําแบบ ROM (Read Only Memory)
1.1.4.2 หน่วยความจําสํารอง หมายถงึ หน่วยความจําที่ใชเ้ กบ็ บันทึกข้อมูลเอาไว้อย่างถาวร เพ่ือ
ใชง้ านภายหลงั นาํ ส่ง หรอื แลกเปล่ียนขอ้ มูลกบั ผู้อืน่ ซึ่งสามารถแก้ไขเปลยี่ นแปลงข้อมลู ที่เก็บได้ตลอดเวลา ได้แก่
เทปแม่เหล็ก จานแม่เหลก็ และแผ่นจานแสง

1.1.5หน่วยแสดงผล (Output Unit) (จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 9-10) ทําหน้าที่นําผลจากการ
ประมวลผลมาแปลงเปน็ สัญญาณทเ่ี หมาะสมเพ่ือใชแ้ สดงผลแก่ผ้ใู ช้ทางอุปกรณ์แสดงผล โดยมีอุปกรณ์ต่างๆ ดงั น้ี

1.1.5.1 จอแสดงผล
จอแสดงผล หรือ Monitor ทําหน้าท่ีรับข้อมูลท่ีส่งมาจากหน่วยประมวลผลกลางเพื่อ

นาํ มาแสดงบนจอภาพใหผ้ ู้ใช้เหน็ และทาํ งานได้ มรี ูปแบบและการทาํ งานทีต่ า่ งกนั ดงั นี้
1) จอภาพแบบ CRT หรือ Cathode Ray Tube
2) จอภาพแบบ LCD (Liquid Crystal Display)
3) จอภาพแบบ LED (Light Emitting Diode)

1.1.5.2 เครอื่ งพมิ พ์ (Printer)
เค รื่ อ งพิ ม พ์ เป็ น อุ ป ก ร ณ์ ที่ ทํ า ห น้ า ท่ี แ ส ด งผ ล ที่ ได้ จ า ก ก า ร ป ร ะม ว ล ผ ล ข อ ง เค ร่ื อ ง

คอมพิวเตอร์ให้อยู่ในรูปของอักษร หรือรูปภาพท่ีจะไปปรากฏอยู่บนกระดาษ โดยเคร่ืองพิมพ์แบ่งออกเป็น 4
ประเภท ดงั น้ี

1) เคร่อื งพมิ พ์แบบดอตแมทริกซ์ (Dot Matrix Printer)
2) เคร่ืองพิมพแ์ บบพ่นหมึก (Ink-Jet Printer)
3) เครื่องพมิ พ์แบบเลเซอร์ (Laser Printer)
4) พล็อตเตอร์ (Plotter)
1.1.5.3 การด์ แสดงผล
การ์ดแสดงผล หรือ Graphic Card หรือ Display Card หรือ VGA Card เป็นอุปกรณ์ที่ใช้แปลง
สัญญาณทางดิจิตอลให้เปล่ียนเป็นสัญญาณภาพท่ีใช้แสดงผลบนจอคอมพิวเตอร์ ชนิดของการ์ดแสดงผลจะเป็น
ตัวกําหนดความเร็วในการแสดงผล ความละเอียดและความคมชัด ของกราฟฟิก รวมทั้งจํานวนสีท่ีสามารถ
แสดงผลดว้ ย
1.1.5.4 การ์ดเสยี ง
การ์ดเสียง หรือ Sound Card เป็นอุปกรณ์ที่ใช้แปลงสัญญาณจากการประมวลผล เพื่อส่งให้
อุปกรณแ์ สดงผลประเภทเสยี ง เช่นลําโพง ขับเปน็ เสยี งออกมา
1.1.5.5 ลําโพง (Speaker)
ลําโพง (Speaker) เป็นอุปกรณ์แสดงผลข้อมูลเสียงท่ีต้องใช้งานคู่กับการ์ดเสียง (Sound Card)
ลําโพงจึงเปน็ อุปกรณแ์ สดงผลในรปู ของเสียง
1.2 ซอฟแวร์ (Software) (จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 11) หมายถึงโปรแกรมหรือชุดคําสั่งที่เขียนข้ึน
เพอ่ื ให้เครอ่ื งคอมพิวเตอร์ปฏบิ ตั ิตาม แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ
1.2.1 ซอฟแวร์ระบบ (System Software) หมายถึงโปรแกรมหรือชุดคําสั่งท่ีควบคุมการทํางาน
ของคอมพิวเตอร์ เป็นส่ือกลางท่ีประสานการทํางานระหว่างโปรแกรมประยุกต์กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพ่ือช่วยใน
การจดั การทรพั ยากรของคอมพวิ เตอร์ ได้แกร่ ะบบปฏบิ ัตกิ าร เช่น DOS, Windows, MAC และUNIX
1.2.2 ซอฟแวร์ประยุกต์ (Application Software) หมายถึงโปรแกรมหรือชุดคําส่ังท่ีเขียนข้ึนมา
เพื่อให้เคร่ืองคอมพิวเตอร์ทํางานตามที่ผู้ใช้ต้องการ ซึ่งจะต้องทํางานอยู่บนระบบปฏิบัติการอีกทีหน่ึง เช่น
โปรแกรมสําเรจ็ รปู ตา่ งๆ แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท คอื

1) โปรแกรมสําเร็จรูป (Package Program) เป็นโปรแกรมหรือชุดคําส่ังท่ีเขียนหือ
พัฒนาข้ึนมาโดยบริษัท หน่วยงาน ท่ีมีวางขายตามท้องตลาดทั่วไป เช่น MS-Office 2013, Adobe CS6 หรือ
Kaspersky Anti-virus เปน็ ตน้

2) โปรแกรมเฉพาะงาน (User Program) เป็นโปรแกรมหรือชุดคําสั่งที่เขียนหรือ
พัฒนาขึ้นโดยผู้ใช้ เพอ่ื สนองการใชง้ านเฉพาะอยา่ ง เช่นโปรแกรมระบบเงินเดือน โปรแกรมระบบงานพสั ดุ เป็นตน้

1.3 บุคลากร (People ware) (จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 12) หมายถึงบุคคลที่เก่ียวข้องคอมพิวเตอร์
ดา้ นต่างๆ ที่มีความรู้เก่ียวกบั คอมพวิ เตอร์ สามารถใชง้ าน สง่ั งานเพื่อใหค้ อมพิวเตอร์ทาํ งานตามท่ีตอ้ งการ People
Ware ประกอบด้วยบคุ คลต่างๆ ดงั น้ี

1.3.1 ผู้จัดการระบบ (System Manager) เป็นผู้วางนโยบายการใช้คอมพิวเตอร์ให้เป็นไปตาม
เป้าหมายของหน่วยงาน

1.3.2 นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst) เป็นผู้ท่ีศึกษาระบบงานเดิมหรืองานใหม่ ความ
เปน็ ไปไดใ้ นการใชค้ อมพิวเตอร์กับระบบงาน เพ่อื ให้โปรแกรมเมอร์เป็นผทู้ ี่เขยี นโปรแกรมให้กบั ระบบงานนนั้ ๆ

1.3.3 โปรแกรมเมอร์ (Programmer) เป็นผู้เขียนโปรแกรมส่ังงานเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อให้
ทาํ งานตามความต้องการของผู้ใช้ ตามแผนผังหรือรปู แบบที่นกั วิเคราะหร์ ะบบได้ออกแบบไว้

1.3.4 ผู้ใช้ (User) เป็นผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทั่วไป ที่ต้องเรียนรู้วิธีการใช้เครื่องและวิธีการใช้งาน
โปรแกรม เพอื่ ให้โปรแกรมทีม่ อี ยู่สามารถทํางานได้ตามทตี่ ้องการ

1.4 ข้อมูล (Data) (จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 13) เป็นองค์ประกอบท่ีสําคัญอย่างหน่ึงในระบบ
คอมพิวเตอร์ เป็นสิ่งที่ต้องป้อนเข้าไปในคอมพิวเตอร์พร้อมกับโปรแกรม เพื่อผลิตผลลัพธ์ที่ต้องการออกมา ข้อมูล
ท่สี ามารถนํามาใช้กับคอมพิวเตอร์ได้ประกอบด้วยข้อมูลตัวเลข (Numeric Data) ขอ้ มูลตวั อักษร (Text Data) ข้อมูล
เสยี ง (Audio Data) ขอ้ มูลภาพ (Images Data) และขอ้ มลู ภาพเคลื่อนไหว (Video Data)

2. ประเภทของคอมพวิ เตอร์ (จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรมข้อท่ี 14)
เทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วตามความก้าวหน้าทางด้าน

อิเล็กทรอนิกส์ ทําให้ปัจจุบนั มีเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เลือกใช้มากมายหลายรูปแบบตามความต้องการของผู้ใช้ การ
แบ่งประเภทของคอมพวิ เตอรน์ ั้นสามารถจําแนกตามหลกั การประมวลผลและความสามารถของระบบไดด้ ังนี้

2.1 ประเภทของคอมพิวเตอร์ตามหลักการประมวลผล เป็นการแบ่งประเภทคอมพิวเตอร์ตามสัญญาณ
ข้อมลู ทใ่ี ชใ้ นการประมวลผล ไดแ้ ก่

2.1.1 คอมพิวเตอรแ์ บบแอนะลอ็ ก (Analog Computer)
2.1.2 คอมพิวเตอร์แบบดจิ ิทลั (Digital Computer)
2.1.3 คอมพวิ เตอรแ์ บบลกู ผสม (Hybrid Computer)
2.2 ประเภทของคอมพิวเตอร์ตามความสามารถของระบบ โดยพิจารณาจากความสามารถในการเก็บ
ข้อมลู และความเรว็ ในการประมวลผลเปน็ หลัก ดงั นี้
2.2.1 ซปุ เปอรค์ อมพวิ เตอร์ (Super Computer)

2.2.2 เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer)
2.2.3 มนิ คิ อมพวิ เตอร์ (Mini Computer)
2.2.4 ไมโครคอมพวิ เตอร์ (Micro Computer)

• ดา้ นทักษะ (ปฏิบตั )ิ (จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรมข้อท่ี 1-16)
1.แบบฝกึ หัดท้ายบทท่ี 1
2.กิจกรรมการเรียนรู้

• ดา้ นคุณธรรม/จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณ/บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง
1.การเตรียมความพร้อมด้าน วัสดุ อุปกรณน์ กั ศึกษาจะต้องทาํ ความสะอาดห้องเรียน จัดเตรยี มอุปกรณ์

ในการเรียนรู้ ใหม้ ีความพร้อมเพียงและเหมาะสมกับเวลาที่ใช้ในการเรียน
2.ความมเี หตมุ ผี ลในการปฏบิ ตั งิ าน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งนักศึกษาจะต้องมีการใช้

เทคนิคการจดบนั ทึกงาน การสบื ค้นขอ้ มลู กอ่ นการเรียนรู้และหลังเรียนรเู้ พ่ือใหก้ ารเรียนรูเ้ หมาะสมกับเวลา
คุ้มคา่ และประหยดั

กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรือการเรยี นรู้

ขั้นตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ขัน้ ตอนการเรียนร้หู รือกจิ กรรมของนักเรยี น

1. ข้ันนาเข้าส่บู ทเรียน (20 นาท)ี 1. ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรยี น (20 นาที)

1. ผู้สอนจัดเตรียมเอกสาร พรอ้ มกับแนะนาํ 1. ผเู้ รียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟงั ครูผ้สู อนแนะนาํ

รายวชิ า วธิ กี ารให้คะแนนและวิธกี ารเรียนเร่อื ง รายวชิ า วธิ ีการใหค้ ะแนนและวธิ ีการเรียนเร่อื ง หลักการ

หลักการทาํ งานของอุปกรณ์คอมพิวเตอรแ์ ละอุปกรณ์ ทํางานของอปุ กรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณต์ ่อพว่ ง

ต่อพ่วง 2. ผู้เรยี นทําความเขา้ ใจเก่ยี วกับจุดประสงคก์ าร

2. ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรยี นของหนว่ ย เรียนของหน่วยเรียนที่ 1 และการใหค้ วามรว่ มมือในการ

เรียนที่ 1 และขอใหผ้ ู้เรียนร่วมกันทํากิจกรรมการเรียน ทํากิจกรรม

การสอน 3. ผูเ้ รียนแสดงความรู้วา่ อุปกรณ์คอมพวิ เตอร์

3. ผสู้ อนให้ผูเ้ รียนแสดงความรู้ โดยตง้ั คาํ ถาม และอปุ กรณ์ต่อพ่วงมีหลักการอยา่ งไร พร้อมใหเ้ หตุผล

ว่า อุปกรณ์คอมพิวเตอรแ์ ละอุปกรณ์ตอ่ พว่ งมหี ลักการ ประกอบ

ทาํ งานอย่างไรพร้อมให้เหตุผลประกอบ

2. ขนั้ ใหค้ วามรู้ (100 นาที) 2. ขนั้ ให้ความรู้ (100 นาท)ี
1. ผสู้ อนทดสอบความร้คู วามเข้าใจเกีย่ วกับ 1. ผู้เรียนตอบคําถามจากผู้สอน เพอ่ื แสดงความรู้

ความรูเ้ บือ้ งตน้ เกยี่ วกบั หลักการทํางานของอปุ กรณ์ และความเข้าใจก่อนการเรยี น เรอ่ื งหลกั การทํางานของ
คอมพิวเตอร์และอปุ กรณต์ อ่ พ่วง โดยการถาม – ตอบ อุปกรณ์คอมพวิ เตอรแ์ ละอุปกรณ์ตอ่ พว่ ง ผู้เรยี นศึกษา
บทเรียนวิชาคอมพิวเตอร์และการบํารงุ รักษา หน่วยที่ 1
2. ผูส้ อนอธิบายเนอ้ื หาเกย่ี วกบั บทเรียนวิชา

คอมพิวเตอร์และการบาํ รงุ รักษา หนว่ ยที่ 1 เรื่อง เรอื่ งหลักการทาํ งานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และ
หลักการทํางานของอปุ กรณ์คอมพวิ เตอร์และอุปกรณ์ อุปกรณ์ต่อพว่ ง และศกึ ษาเอกสารประกอบการสอน
ตอ่ พ่วง และให้ผูเ้ รียนศึกษาเอกสารประกอบการสอน หนว่ ยท่ี 1
หน่วยท่ี 1
2. ผู้เรียนอธิบายและยกตัวอย่างถงึ หลักการ
3. ผสู้ อนและผู้เรยี นร่วมกนั อธบิ ายพรอ้ ม ทาํ งานของอุปกรณค์ อมพวิ เตอรแ์ ละอปุ กรณ์ตอ่ พ่วง
ยกตวั อย่างถงึ องคป์ ระกอบของคอมพวิ เตอร์ ตามทีไ่ ด้ ตามทไ่ี ดศ้ ึกษาจากบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ช่วยสอน
ศึกษาจากบทเรียนคอมพวิ เตอรช์ ว่ ยสอน
3. ข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ (90 นาท)ี 3. ขั้นประยกุ ต์ใช้ (90 นาท)ี
1. ผเู้ รียนทําแบบฝกึ หัดท้ายบทที่ 1
1. ผู้สอนให้ผเู้ รยี นทาํ แบบฝกึ หัดทา้ ยบทที่ 1 2. ผ้เู รยี นแบง่ กลุ่ม ๆ ละเทา่ ๆ กันทําการศกึ ษา
2. ผูส้ อนให้ผเู้ รียนแบง่ กลุม่ ๆ ละเทา่ ๆ กัน
ทําการศึกษาเรื่องคณุ ลกั ษณะเครอื่ งและอุปกรณ์ เร่ือง คุณลักษณะของเคร่อื งคอมพิวเตอร์ (Computer
คอมพวิ เตอร์ แล้วนําเสนอหนา้ ช้ันเรยี น Specification) ทชี่ ื่นชอบแล้วนําเสนอหนา้ ช้ันเรียน

4. ขัน้ สรุปและประเมินผล (30 นาท)ี 4. ข้ันสรปุ และประเมินผล (30 นาท)ี

1. ผูส้ อนและผเู้ รยี นรว่ มกนั สรุปเน้อื หาท่ีได้ 1. ผ้สู อนและผู้เรียนรว่ มกันสรปุ เน้ือหาที่ได้เรียน

เรียนให้มีความเข้าใจในทศิ ทางเดียวกัน เพ่ือใหม้ คี วามเขา้ ใจในทศิ ทางเดียวกนั

2. ผสู้ อนให้ผูเ้ รียนศึกษาเพ่ิมเติมนอกห้องเรียน 2. ผเู้ รียนศึกษาเพิ่มเตมิ นอกหอ้ งเรียน ดว้ ย

ดว้ ยบทเรยี นคอมพิวเตอร์ชว่ ยสอนทีจ่ ดั ทาํ ขึ้น บทเรียนคอมพวิ เตอรช์ ่วยสอนท่จี ัดทาํ ข้นึ

(บรรลจุ ุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ 1-16) (บรรลุจดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรมขอ้ ที่ 1-16)

(รวม 240 นาที หรอื 4 ชั่วโมงเรียน)

งานทม่ี อบหมายหรอื กิจกรรมการวัดผลและประเมินผล
ก่อนเรยี น
1. จดั เตรียมเอกสาร สื่อการเรียนการสอนหน่วยที่ 1
2. ทําความเขา้ ใจเกีย่ วกบั จดุ ประสงคก์ ารเรียนของหนว่ ยท่ี 1 และใหค้ วามรว่ มมอื ในการทํากิจกรรมใน

หนว่ ยที่ 1
3. ตอบคําถามก่อนเรียน โดยการถาม – ตอบ หนว่ ยท่ี 1

ขณะเรียน
1.ปฏบิ ัติตามใบความรทู้ ี่ 1 เร่ือง หลกั การทาํ งานของอปุ กรณค์ อมพิวเตอร์และอุปกรณต์ อ่ พว่ ง
2. ร่วมกันสรุป “หลักการทาํ งานของอปุ กรณ์คอมพวิ เตอร์และอปุ กรณ์ต่อพว่ ง”
3. ร่วมกนั ทํากจิ กรรมการเรยี นรู้

หลงั เรยี น
1.ทาํ แบบฝกึ หัดท้ายบทท่ี 1
2.ทาํ แบบประเมนิ การเรียนรู้
คาถาม
1. จงบอกองคป์ ระกอบระบบคอมพวิ เตอร์
2. จงบอกความหมายฮาร์ดแวร์ ในระบบคอมพวิ เตอร์
3. จงบอกหน้าท่ี และสว่ นประกอบกลกั ของแผงวงจรหลกั
3. จงอธิบายหน้าท่หี นว่ ยรับข้อมูล
4. จงอธิบายหน้าทีห่ น่วยประมวลผลกลาง
5. จงบอกคุณลกั ษณะท่ัวไปของหนว่ ยความจาํ แบบต่างๆ
6. จงบอกคุณลักษณะทัว่ ไปของหน่วยแสดงผลแบบตา่ งๆ
7. จงบอกความหมายซอฟทแ์ วร์
8. จงบอกความหมายของพเี พลิ แวร์
9. จงบอกความหมายของข้อมลู
10.จงอธบิ ายวิธกี ารจาํ แนกประเภทของคอมพวิ เตอร์

ผลงาน/ช้นิ งาน/ความสาเร็จของผเู้ รียน
กิจกรรม ให้ผเู้ รียนหารายการคณุ สมบตั เิ ครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ (Computer Specification) ทผ่ี เู้ รยี นสนใจ

มาคนละรายการ จากน้นั ใหผ้ ้เู รียนบอกความหมายของแต่ละรายการคุณสมบัติ โดยการนาํ เสนอต่อผู้สอนและ
เพ่อื นร่วมชัน้ เรยี น

สมรรถนะทพี่ ึงประสงค์
ผ้เู รยี นสร้างความเข้าใจเก่ยี วกับความรู้เบื้องต้นเกยี่ วกบั หลักการทาํ งานของอปุ กรณค์ อมพิวเตอร์และ

อปุ กรณ์ตอ่ พ่วง
1.วเิ คราะหแ์ ละตีความหมาย
2.ตงั้ คาํ ถาม
3.อภปิ รายแสดงความคิดเห็นระดมสมอง
4.การประยกุ ตค์ วามร้สู ูง่ านอาชพี

สมรรถนะการสรา้ งคา่ นยิ ม
การปลูกฝังให้มคี วามรบั ผิดชอบ มีความคดิ รเิ ริม่ สรา้ งสรรค์ และมคี วามซื่อสัตยใ์ นอาชพี ของตน

สมรรถนะการปฏิบัติงานอาชีพ
1. นําความรู้เก่ียวกับแนะนําความรเู้ บ้อื งตน้ เกีย่ วกบั หลกั การทาํ งานของอปุ กรณ์คอมพิวเตอรแ์ ละอุปกรณ์

ตอ่ พว่ งไปประยุกตใ์ ช้ในการดําเนนิ ชวี ติ ประจาํ วัน

สมรรถนะการขยายผล
ความสอดคล้อง

แนะนาํ ความรู้เบ้ืองตน้ เกี่ยวกับหลักการทาํ งานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงทาํ ใหผ้ ้เู รยี นมี
ความรู้เพิ่มข้นึ เม่ือผ้เู รียนได้เรยี นรู้ทาํ ให้มีความรู้ในเรื่องหลกั การทาํ งานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอปุ กรณ์ต่อ
พ่วงมากข้ึน

สื่อการเรยี นการสอน/การเรียนรู้
สือ่ ส่ิงพมิ พ์

1. เอกสารประกอบการสอนวชิ า คอมพิวเตอรแ์ ละการบํารุงรกั ษา (ใช้ประกอบการเรียนการสอน
จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรมข้อที่ 1-16)

2. ใบความร้แู ละใบงาน

สอ่ื โสตทัศน์ (ถ้าม)ี
1. บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอน เรอ่ื งความร้เู บอ้ื งต้นเกีย่ วกับหลักการทํางานของอปุ กรณ์คอมพิวเตอร์

และอปุ กรณต์ ่อพ่วง
2. ส่อื ของจริง

แหลง่ การเรยี นรู้
ในสถานศกึ ษา

1. หอ้ งสมดุ วิทยาลัย
2. ห้องปฏบิ ตั ิการคอมพวิ เตอร์ ศึกษาหาขอ้ มลู ทางอินเทอร์เนต็
นอกสถานศึกษา
ผู้ประกอบการ สถานประกอบการ ในท้องถ่ิน

การบรู ณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอ่นื
1. บูรณาการกบั วิชาชีวติ และวัฒนธรรมไทย ด้านการพูด การอา่ น การเขยี นและการฝึกปฏิบัติตนทาง

สังคมด้านการเตรียมความพร้อม ความรับผิดชอบ และความสนใจใฝ่รู้
2. บรู ณาการกบั วิชาภาษาองั กฤษ การใช้คาํ ศัพท์ ความหมาย การสืบคน้ ข้อมลู
3. บูรณาการกับวิชากีฬาเพ่ือพฒั นาสขุ ภาพและบคุ ลิกภาพ ดา้ นบุคลกิ ภาพในการนําเสนอหน้าช้ันเรยี น

การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
• หลักการประเมนิ ผลการเรียนรู้
กอ่ นเรียน
1.ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น
ขณะเรยี น
1.สงั เกตการทํางานกลุ่ม
หลังเรียน
1.ตรวจแบบฝึกหัดทา้ ยบท
2.ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน
3.สรุปผลการรายงานหนา้ ช้นั เรียน

ผลงาน/ชน้ิ งาน/ผลสาเร็จของผู้เรียน
ตรวจผลงาน กิจกรรม
- กจิ กรรม “คณุ ลกั ษณะของเคร่ืองคอมพิวเตอร์ (Computer Specification) ทชี่ ่ืนชอบแลว้ นําเสนอหนา้

ช้ันเรยี น”

รายละเอียดการประเมินผลการเรียนรู้
• จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม ข้อท่ี 1 บอกองคป์ ระกอบระบบคอมพวิ เตอร์ได้
1.วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2.เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การใหค้ ะแนน:บอกองค์ประกอบระบบคอมพิวเตอรไ์ ด้จะได้ 1 คะแนน
•จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม ข้อท่ี 2 บอกความหมาย Hardware ในระบบคอมพิวเตอร์ได้
1.วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2.เครอ่ื งมือ : แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การใหค้ ะแนน : บอกความหมาย Hardware ในระบบคอมพิวเตอร์ได้ จะได้ 1

คะแนน
•จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม ขอ้ ท่ี 3 บอกหน้าท่ี และสว่ นประกอบหลักของแผงวงจรหลกั ได้
1.วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ
2.เครื่องมือ: แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การให้คะแนน: บอกหน้าที่ และส่วนประกอบหลกั ของแผงวงจรหลัก ได้ จะได้ 1

คะแนน
•จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม ขอ้ ท่ี 4 อธบิ ายหน้าท่หี น่วยรบั ข้อมลู ได้
1.วธิ ีการประเมนิ : ทดสอบ

2.เครอ่ื งมือ: แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การให้คะแนน: อธบิ ายหน้าที่หน่วยรบั ข้อมูลได้ จะได้ 1 คะแนน
•จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม ข้อที่ 5 บอกคณุ ลกั ษณะท่ัวไปของอปุ กรณ์รบั ข้อมลู ได้
1.วิธีการประเมิน: ทดสอบ
2.เคร่อื งมือ: แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การใหค้ ะแนน: บอกคณุ ลักษณะทวั่ ไปของอุปกรณ์รบั ข้อมูลได้ จะได้ 1 คะแนน
•จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ข้อที่ 6 อธิบายหนา้ ที่หน่วยประมวลผลกลางได้
1.วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ
2.เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การใหค้ ะแนน: อธิบายหน้าทห่ี น่วยประมวลผลกลางได้ จะได้ 1 คะแนน
•จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม ข้อที่ 7 อธบิ ายหนา้ ทหี่ นว่ ยความจําได้
1.วธิ กี ารประเมนิ : ทดสอบ
2.เครือ่ งมือ: แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การให้คะแนน: อธบิ ายหนา้ ท่หี น่วยความจําได้ จะได้ 1 คะแนน
•จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 8 บอกคุณลักษณะท่ัวไปของหนว่ ยความจาํ แบบตา่ งๆ ได้
1.วธิ ีการประเมนิ : ทดสอบ
2.เครือ่ งมือ: แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การใหค้ ะแนน: บอกคุณลกั ษณะท่ัวไปของหนว่ ยความจาํ แบบต่างๆ ได้ จะได้ 1 คะแนน
•จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 9 อธิบายหน้าทหี่ น่วยแสดงผลได้
1.วิธกี ารประเมิน: ทดสอบ
2.เครื่องมือ: แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การใหค้ ะแนน: อธิบายหนา้ ที่หน่วยแสดงผลได้ จะได้ 1 คะแนน
•จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม ขอ้ ที่ 10 บอกคณุ ลักษณะทว่ั ไปของหนว่ ยแสดงผลแบบต่างๆ ได้
1.วธิ กี ารประเมิน: ทดสอบ
2.เครอ่ื งมือ: แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การใหค้ ะแนน: บอกคณุ ลักษณะทั่วไปของหนว่ ยแสดงผลแบบตา่ งๆ ได้ จะได้ 1 คะแนน
•จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม ข้อที่ 11 บอกความหมายซอฟท์แวร์ได้
1.วธิ กี ารประเมนิ : ทดสอบ
2.เครอ่ื งมือ: แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การให้คะแนน: บอกความหมายซอฟท์แวรไ์ ด้ จะได้ 1 คะแนน
•จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม ขอ้ ท่ี 12 บอกความหมายของพเี พิลแวรไ์ ด้
1.วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2.เครื่องมือ: แบบทดสอบ

3.เกณฑ์การให้คะแนน: บอกความหมายของพเี พลิ แวร์ได้ จะได้ 1 คะแนน
•จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ข้อท่ี 13 บอกความหมายของข้อมลู ได้

1.วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2.เครือ่ งมือ: แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การให้คะแนน: บอกความหมายของข้อมูลได้ จะได้ 1 คะแนน
•จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 14 จําแนกประเภทของคอมพวิ เตอร์ ได้
1.วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ
2.เครือ่ งมือ: แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การให้คะแนน: จาํ แนกประเภทของคอมพวิ เตอร์ ได้ จะได้ 2 คะแนน

แบบฝึกหดั หนว่ ยที่ 1
หลักการทางานของอุปกรณค์ อมพวิ เตอร์และอปุ กรณต์ อ่ พว่ ง

จงตอบคาถามต่อไปนิ้ให้มใี จความสมบูรณ์
1.จงบอกองคป์ ระกอบระบบคอมพิวเตอร์
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………
2. จงบอกความหมายฮารด์ แวร์ ในระบบคอมพวิ เตอร์
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3.จงบอกหนา้ ที่ และส่วนประกอบกลกั ของแผงวงจรหลกั
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. จงอธิบายหน้าทีห่ นว่ ยรับข้อมูล
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. จงอธิบายหนา้ ท่ีหนว่ ยประมวลผลกลาง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
6. จงบอกคุณลักษณะทั่วไปของหน่วยความจําแบบตา่ งๆ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
7. จงบอกคุณลักษณะทัว่ ไปของหน่วยแสดงผลแบบต่างๆ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
8. จงบอกความหมายของพเี พลิ แวร์
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
9. จงบอกความหมายของขอ้ มูล
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

10. จงอธิบายวิธกี ารจาํ แนกประเภทของคอมพวิ เตอร์
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แบบประเมนิ ผลการนาเสนอผลงาน

ช่อื กลมุ่ ………………………………………………………………………ชัน้ ………………………หอ้ ง................

รายชอ่ื สมาชิก

1……………………………………………………………….……………………………………………………………………เลขท่ี……..….
2……………………………………………………………….……………………………………………………………………เลขที่……..….
3……………………………………………………………….……………………………………………………………………เลขท่ี……..….
4……………………………………………………………….……………………………………………………………………เลขท่ี……..….

ที่ รายการประเมนิ คะแนน ข้อคดิ เห็น

1 ความรู้เก่ียวกับเน้ือหา ความถกู ตอ้ ง ปฏภิ าณในการตอบ และการแก้ไข 32 1
ปญั หาเฉพาะหน้า

2 รูปแบบการนําเสนอ
3 การมีสว่ นร่วมของสมาชิกในกลมุ่
4 บุคลกิ ลักษณะ กิรยิ า ทา่ ทางในการพดู นาํ้ เสยี ง ซ่ึงทําให้ผ้ฟู งั มคี วาม

สนใจ
รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………

เกณฑก์ ารให้คะแนน

1. เน้อื หาสาระครอบคลุมชดั เจนถูกต้อง
3 คะแนน = มีสาระสําคญั ครบถว้ นถกู ตอ้ ง ตรงตามจดุ ประสงค์
2 คะแนน = สาระสําคัญไม่ครบถว้ น แต่ตรงตามจดุ ประสงค์
1 คะแนน = สาระสําคญั ไม่ถูกตอ้ ง ไม่ตรงตามจุดประสงค์

2. รปู แบบการนําเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนําเสนอท่ีเหมาะสม มีการใช้เทคนิคที่แปลกใหม่ ใช้สื่อและเทคโนโลยี ประกอบการ
นําเสนอท่นี ่าสนใจนําวัสดใุ นท้องถิ่นมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งค้มุ คา่ และประหยดั
2 คะแนน = มีเทคนิคการนําเสนอท่ีแปลกใหม่ ใช้สื่อและเทคโนโลยีประกอบการนําเสนอที่น่าสน ใจแต่ขาดการ
ประยุกตใ์ ช้ วสั ดใุ นท้องถิ่น
1 คะแนน = เทคนคิ การนาํ เสนอไม่เหมาะสม และไม่น่าสนใจ

3. การมสี ว่ นรว่ มของสมาชิกในกลมุ่
3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนมบี ทบาทและมีสว่ นรว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
2 คะแนน = สมาชกิ สว่ นใหญ่มีบทบาทและมีส่วนร่วมกจิ กรรมกลมุ่
1 คะแนน = สมาชกิ สว่ นน้อยมีบทบาทและมสี ว่ นร่วมกิจกรรมกลมุ่

4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผู้ฟังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
2 คะแนน = ผู้ฟงั ร้อยละ 70-90 สนใจ และใหค้ วามรว่ มมอื
1 คะแนน = ผู้ฟังนอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 70 สนใจ และใหค้ วามร่วมมอื

บนั ทกึ หลงั การสอน
หนว่ ยที่ 1 หลักการทางานของอุปกรณค์ อมพวิ เตอรแ์ ละอปุ กรณต์ อ่ พ่วง

ผลการใช้แผนการเรยี นรู้
1. เนื้อหาสอดคล้องกับจดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม
2. สามารถนําไปใชป้ ฏบิ ตั ิการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรยี นการสอน
3. เวลาทก่ี ําหนดไวใ้ นแผนการสอนมคี วามเหมาะสม

ผลการเรียนของนักเรยี น
1. นักศึกษาส่วนใหญ่มีความสนใจใฝร่ ู้ เขา้ ใจในบทเรียน อภิปรายตอบคําถามในกลุ่ม และรว่ มกันปฏบิ ัติ
ใบงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย
2. นักศึกษากระตือรือร้นและรบั ผิดชอบในการทํางานกลุ่มเพ่ือให้งานสาํ เรจ็ ทันเวลาท่ีกําหนด
3. นักศึกษาเลือกสามารถนาํ ความร้ไู ปใช้ไดจ้ ริงในชวี ิตประจาํ วัน

ผลการสอนของครู
1. สอนเน้ือหาได้ครบตามหลักสูตร
2. แผนการสอนและวธิ ีการสอนครอบคลุมเน้ือหาการสอนทําให้ผสู้ อนสอนได้อยา่ งม่ันใจ
3. สอนไดท้ ันตามเวลาที่กําหนด

ลงชือ่ ............................................... ลงชือ่ .......................................................
(.....................................) (นายมนต์ธร สาระบูรณ์)
รองผ้อู ํานวยการฝ่ายวิชาการ ครผู ้สู อน

แผนการสอน/แผนการเรยี นร้ภู าคทฤษฎี หน่วยท่ี 2
สปั ดาห์ท่ี 3-4
แผนการสอน/การเรยี นรู้ภาคทฤษฎี 8 ชัว่ โมง
ชื่อวิชา คอมพวิ เตอร์และการบํารงุ รักษา
ชือ่ หน่วย การประกอบเคร่อื งคอมพิวเตอร์

ชอ่ื เรื่อง การประกอบเครือ่ งคอมพิวเตอร์
หวั ข้อเรือ่ ง

ดา้ นความรู้
1.ข้ันเตรยี มเครื่องมือและอปุ กรณ์
2.การตดิ ตง้ั แผงวงจรหลัก (Main Board)
3.การติดตงั้ หนว่ ยประมวลผลกลาง (CPU)
4.การติดตัง้ RAM
5.การตอ่ สายสัญญาณ
6.การติดต้ังฮารด์ ดสิ ก์
7.การตดิ ตง้ั Disk Drive
8.การติดตัง้ Extension Card
9.การติดตั้งอุปกรณ์ตอ่ พ่วง
ดา้ นทักษะ
1.เตรยี มเครอ่ื งมอื และอุปกรณ์
2.ตดิ ตั้งแผงวงจรหลกั (Main Board)
3.ติดตั้งหนว่ ยประมวลผลกลาง (CPU)
4.ตดิ ต้ัง RAM
5.ตอ่ สายสัญญาณ
6.ติดต้ังฮารด์ ดสิ ก์
7.ติดต้งั Disk Drive
8.ตดิ ตง้ั Extension Card
9.ติดตง้ั อปุ กรณต์ ่อพ่วง
ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม
1.ปฏบิ ัตงิ านได้อย่างถูกตอ้ ง รอบคอบ
2.สง่ งานตรงตามเวลาที่กาํ หนด
3.มคี วามซอ่ื สตั ย์ อดทน ไมค่ ดั ลอกผลงานผ้อู ่นื
4.ใชเ้ วลาอย่างเหมาะสมกับงานทป่ี ฏบิ ัติ

สาระสาคัญ
เคร่ืองคอมพิวเตอร์เกิดจากการประกอบกันของอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งในส่วนภายในเคร่ือง และในส่วนที่อยู่

ภายนอกเคร่ือง ซง่ึ ประกอบด้วยขน้ั ตอนต่างๆ เช่นขัน้ เตรียมเคร่ืองมือและอุปกรณ์ การติดตัง้ แผงวงจรหลกั (Main
Board) การติดตั้งหน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU การติดตั้ง RAM การต่อสายสัญญาณ การติดตั้งฮาร์ดดิสก์
การตดิ ต้ัง Disk Drive การติดตงั้ Extension Card และการตดิ ตัง้ อุปกรณต์ ่อพว่ ง

ในการเลือกซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพ่ือมาประกอบเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น จะทําให้ผู้ ใช้ได้เลือก
อปุ กรณ์ที่ตรงกับความต้องการในการใช้งาน แต่ผู้ใช้จะต้องมีความรู้และความเข้าใจในการท่ีจะประกอบช้ินส่วนท่ี
ซือ้ มา เพ่ือใหไ้ ด้อุปกรณท์ มี่ คี ณุ ภาพในการประมวลผลข้อมลู ซงึ่ การประกอบเคร่อื งคอมพิวเตอร์มขี นั้ ตอนตา่ งๆ

สมรรถนะอาชพี ประจาหนว่ ย
1. แสดงความรเู้ กย่ี วกับการประกอบเคร่ืองคอมพวิ เตอร์
2. ประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ตามการใช้งาน

จุดประสงค์การสอน/การเรยี นรู้
• จุดประสงค์ทั่วไป / บูรณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง
1.เพอ่ื ให้มีความรู้พ้ืนฐานเกีย่ วการประกอบเคร่ืองคอมพวิ เตอร์และมีทัศนคตทิ ี่ดี (ด้านความรู้)
2.เพือ่ ให้มีทักษะการประกอบเคร่ืองคอมพิวเตอร์ (ด้านทักษะ)
3.เพ่ือให้มีเจตคติท่ีดีต่อการเตรียมความพร้อมด้าน วัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง สําเร็จ

ภายในเวลาท่ีกาํ หนด มีเหตแุ ละผลตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม)
•จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม / บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. บอกถงึ เคร่อื งมอื และอุปกรณ์ท่ีใช้ประกอบเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ได้ (ด้านความร)ู้
2. อธิบายวิธีการตดิ ตงั้ แผงวงจรหลกั (Main Board) ได้ (ดา้ นความร้)ู
3. อธิบายวธิ กี ารติดตัง้ หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ได้ (ด้านความร)ู้
4. อธบิ ายวิธีการตดิ ตง้ั RAM ได้ (ด้านความร)ู้
5. อธิบายวิธีการตอ่ สายสัญญาณต่างๆ ได้ (ด้านความร้)ู
6. อธบิ ายวธิ ีการตดิ ตง้ั ฮารด์ ดิสก์ได้ (ด้านความรู้)
7. อธิบายวิธีการติดตง้ั Disk Drive ได้ (ดา้ นความรู)้
8. อธบิ ายวธิ ีการติดตง้ั Extension Card ได้ (ด้านความรู้)
9. อธิบายวิธีการตดิ ต้ังอปุ กรณ์ต่อพ่วง ได้ (ดา้ นความร้)ู
10. การเตรียมความพร้อมด้านการเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ ผู้เรียนจะต้องกระจายงานได้ทั่วถึง และตรงตาม

ความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจัดเตรียมสถานท่ี สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ไว้อย่างพร้อมเพรียง (ด้านคุณธรรม
จรยิ ธรรม/บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง)

11. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบัติงาน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผู้เรียนจะต้องมีการใช้
หลักการเรยี นร้แู ละเวลาทเ่ี หมาะสมกบั การเรยี นรู้ (ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม/บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง)

เนอ้ื หาสาระการสอน/การเรียนรู้
• ด้านความรู้ (ทฤษฎี)

1. ขน้ั เตรยี มเครือ่ งมือและอปุ กรณ์ (จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1)
เคร่ืองมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกอย่าง จําเป็นจะต้องจัดเตรียมให้พร้อม

สําหรับการใช้งาน เพ่ือการประกอบเครื่องที่ราบร่ืนไม่ต้องรอของหรืออุปกรณ์ใดอยู่ เครื่องมือและอุปกรณ์ท่ัวไป
ประกอบดว้ ย

-ไขควงปากแบนและไขควงแฉกขนาดกลาง ใชข้ ันนอตยึดแผงวงจรหลกั เขา้ กบั ตัวเคส ยดึ การ์ดเพ่ิมเติม
ตดิ ต้งั ฟล็อบป้ดี สิ ก์ ซีดรี อมไดรวแ์ ละฮารด์ ดิสก์ ตลอดจนการปดิ ฝาเคส

-คมี ใช้คบี นอตใสใ่ นช่องเกลยี วสําหรบั นอตในทคี่ บั แคบท่ีไม่สามารถใชม้ ือจับได้
-ตัวถอดชปิ ในเคร่ืองรนุ่ เก่าตัวชิปมักจะตดิ ตั้งอยู่ใน Socket ในลกั ษณะถอดเปลยี่ นได้ ซ่ึงตวั ถอดชิปจะ
ช่วยไดม้ ากแต่ในปจั จุบันชิปมักจะถูกฝังบนตวั การ์ดหรือแผงวงจรหลักตง้ั แตผ่ ลิตออกมาจากโรงงานแลว้ การถอด
ตอ้ งใช้เครื่องมือพเิ ศษทผี่ ลติ มาโดยเฉพาะ
-หลอดเก็บสกรูและ Jumper ทเี่ หลือจากการประกอบเคร่ืองไวใ้ ชใ้ นยามจําเปน็
-ปากคีบ สาํ หรับคีบจบั สกรูหรืออุปกรณช์ ิน้ เลก็ ๆ ที่ใชม้ อื ท่ีหยบิ ไมไ่ ด้
-บล็อกหกเหล่ยี มขนาดเล็กใชส้ าํ หรับขันนอตหกเหลย่ี มตวั เมียกบั แผงเหลก็ ของเคส เพ่ือยดึ
แผงวงจรหลกั เข้ากบั ตัวเคส
จากน้ันเตรยี มเคสสําหรับติดตงั้ แผงวงจรหลกั ข้ันตอนน้ีเป็นขั้นเรม่ิ ต้นสําหรับประกอบเครือ่ งมือ ให้ใชไ้ ข
ควงขันคลายนอตยึดตัวเคสและเปิดฝาก้ันออกมา โดยภายในเคสจะมีสาย Power ในกรณีท่ีซือ้ ตัวเครื่องหรือเคสท่ี
มีแหล่งจ่ายไฟหรือ Power Supply มาด้วย ชุดนอตสําหรับสําหรับประกอบเครื่อง ให้ตรวจสอบและทําตาม
ข้ันตอนดังน้ี
1) แกะกล่องแผงวงจรหลกั ตรวจสอบคูม่ ือ และอุปกรณต์ า่ งๆ
2) ภายในตัวเคร่ืองหรือเคสทุกตัวจะมีนอตประกอบเคร่อื ง สาย Power และใหจ้ ัดเตรยี มไว้ใหพ้ รอ้ ม

2. การตดิ ต้ังแผงวงจรหลัก (จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมข้อท่ี 2)
การติดต้ังแผงวงจรหลักหรือ Mainboard เข้ากับตัวเครื่องหรือเคส ขั้นตอนนี้ให้แกะกล่องบรรจุ

แผงวงจรหลัก ซึ่งจะมีสายข้อมูล SATA คู่มือแผงวงจรหลัก และแผ่นซีดีไดรว์เวอร์ของแผงวงจรหลักมาด้วย เมื่อ
ติดต้ังแผงวงจรหลักเข้ากับตัวเครื่องหรือเคสแล้ว ให้กําหนด Jumper บนแผงวงจรหลักเป็น Normal ซ่ึงปกติ
แผงวงจรหลักจะถูกกําหนด Jumper เปน็ Clear CMOS เพ่ือป้องกันแบตเตอรีห่ มดเพราะหากไมก่ ําหนด Jumper ให้
ถูกต้อง หลงั ประกอบเคร่อื งแลว้ จะบูต๊ เคร่อื งไม่ได้ สาํ หรับการติดตง้ั แผงวงจรหลกั มขี นั้ ตอนดงั นี้

1) วางทาบแผงวงจรหลักลงบนตัวเครื่องหรือเคส ให้รูยึดนอตตรงกับรูแท่นรองนอตท่ีขันยึดกับแผงเคส
โดยสงั เกตดใู ห้แท่นรองนอตตรงกับแผงวงจรหลักทกุ ช่อง

2) ขนั นอตลงบนแทน่ รองนอต เพื่อยึดแผงวงจรหลกั เข้ากบั ตวั เครื่องหรือเคส

3. การติดตง้ั หน่วยประมวลผลกลางหรอื CPU (จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรมขอ้ ที่ 3)
การติดตั้งหน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU ในตัวอย่างเป็นหน่วยประมวลผลกลางตระกูล Core i ยี่ห้อ

Intel ท่ีใช้ Socket LGA1156 จะต้องระวังขาเข็มท่ีตัว Socket ที่มีขนาดเล็กเพียง 2 มิลลิเมตร หากนิ้วไปกระทบอาจ
หักงอเสียหายได้ Socket แบบ LGA มีลักษณะพิเศษตรงท่ีขาของ หน่วยประมวลผลกลางจะเป็นหน้าสัมผัสกลม
เล็กๆ ตัว Socket หนว่ ยประมวลผลกลางจะมีแผ่นเหลก็ ครอบตวั Socket อกี ช้ันหน่งึ มีวธิ กี ารตามขน้ั ตอนต่อไปน้ี

1) ยกคานลอ็ กข้นึ เพอ่ื ปลดล็อกเปิดฝาครอบตวั Socket และเตรยี มติดตั้งหน่วยประมวลผลกลาง
2) ยกฝาครอบ Socket ข้ึน
3) วางหน่วยประมวลผลกลาง หรือ CPU ลงใน Socket
4) สังเกตตําแหน่งขาที่ 1 ของตัว หน่วยประมวลผลกลาง หรือ CPU ท่ีเป็นรูปสามเหล่ียมสีเหลืองตรงมุม
ของหนว่ ยประมวลผลกลาง หรอื CPU
5) วางหน่วยประมวลผลกลาง หรือ CPU ลงบน Socket โดยสังเกตขาท่ี 1 อย่างระมัดระวัง เนื่องจากขา
เขม็ ของ Socket มีขนาดเล็กและเสยี หายไดง้ า่ ย
6) ปิดฝาครอบตัวหน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU ให้เรียบร้อย โดยไม่ต้องออกแรงกดป้องกันความ
เสียหาย
7) ดนั คานล็อกของตัว Socket เพอ่ื ยึดตัว หน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU ให้แนน่ กับตวั Socket หากผู้ใช้
ติดตั้งหน่วยประมวลผลกลางอยา่ งเหมาะสม ตวั ลอ็ กจะยึดกับ Socket ได้พอดี
8) ทาซิลิโคนบางๆ บนตัวหน่วยประมวลผลกลาง เพ่ือเป็นสารช่วยนําความร้อนจาก หน่วยประมวลผล
กลางไปยังฮีตซงิ ค์ สว่ นใหญใ่ นปจั จุบนั สารซลิ โิ คนจะติดมาพรอ้ มพัดลมระบายความร้อนหนว่ ยประมวลผลกลาง
9) เตรียมติดต้งั พัดลมระบายความร้อนหน่วยประมวลผลกลาง สังเกตตําแหน่งช่องทั้ง 4 มุมสาํ หรับติดต้ัง
ฮตี ซิงค์บนแผงวงจรหลัก
10) นําพัดลมระบายความร้อนหน่วยประมวลผลกลาง วางลงไปบนแผงวงจรหลัก โดยสังเกตทัง้ 4 มมุ ให้
พอดกี ับชอ่ งบนแผงวงจรหลกั
11) กดตัวล็อกให้กด 2 มุมตรงข้ามพร้อมกันเพื่อป้องกันไม่ให้พัดลมระบายความร้อนหน่วยประมวลผล
กลางเอยี ง ซง่ึ อาจทาํ ใหว้ งจรบนแผงวงจรหลกั เสียหาย
12) เปิดคู่มือที่มากับแผงวงจรหลัก เพ่ือดูตําแหน่งท่ีติดต้ังสายไฟพัดลมระบายความร้อนหน่วย
ประมวลผลกลาง ซึ่งปกติจะอยู่บริเวณโดยรอบ Socket ของหน่วยประมวลผลกลาง และมีข้อความ CPU FAN
กํากับอยู่ แล้วเสียบสายไฟพัดลมเข้ากับตัวแผงวงจรหลัก เพื่อจ่ายไฟให้กับพัดลมระบายความร้อนหน่วย
ประมวลผลกลาง

4. การติดต้ัง RAM (จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรมข้อที่ 4)
หน่วยความจํา RAM มีหลายชนิดตามที่ได้กล่าวไปแล้ว และแต่ละชนิดก็จะมีความแตกต่างกันในรูปร่าง

หรือจํานวนขาสัญญาณ ฉะน้ันในการติดต้ังหน่วยความจํา RAM ในแผงวงจรหลักจะต้องตรวจสอบความเข้ากันได้
ของหน่วยความจํา RAM กับ Socket ที่ใช้ติดต้ัง ซึ่งส่วนใหญ่ในแผงวงจรหลัก หรือในคู่มือแผงวงจรหลักจะเขียน
บอกไว้วา่ เป็น Socket ทใี่ ชต้ ดิ ต้งั RAM ประเภทใด ดงั ตัวอย่างจะเปน็ DDR3 DIMM sockets ทใ่ี ช้ตดิ ตง้ั หน่วยความจํา
RAM ประเภท DDR3

ในการตดิ ต้ังหน่วยความจํา RAM ให้หันด้านที่มรี อยเวา้ ใหต้ รงกับเส้นของ Sockets แล้วกดลงไปจนขาล็อก
ด้านข้างดีดข้ึนมาล็อกแผงหน่วยความจํา RAM ดังภาพท่ี 2.18 สังเกตว่าถ้าวางหน่วยความจํา RAM ผิดด้านจะไม่
สามารถกดลงได้ อย่าฝืนกดเพราะจะทําให้ RAM เสยี หายได้

5. การตอ่ สายสัญญาณ (จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรมขอ้ ที่ 5)
สายสญั ญาณและสายไฟภายในตวั เคร่ือง มอี ย่หู ลายแบบหลายสญั ญาณทใ่ี ชเ้ ช่ือมต่อเพ่ือให้สามารถใชง้ าน

ไดค้ รบสมบูรณ์ มวี ธิ กี ารเชือ่ มต่อดงั น้ี
5.1 การต่อสายไฟเลี้ยงแผงวงจรหลัก หรอื สายเพาเวอร์สําหรบั แผงวงจรหลัก ในทีน่ ้ีจะเปน็ การต่อสายไฟ

จาก Power Supply ไปยงั แผงวงจรหลัก ตามข้ันตอนตอ่ ไปนี้
1) หาตาํ แหนง่ ของขว้ั ตอ่ สาย Power Supply ในแผงวงจรหลัก โดยจะมขี อ้ ความ EATXPWR กํากับ
2) เสียบหวั สาย Power โดยหันด้านทม่ี หี ัวลอ็ กใหต้ รงกนั

5.2 การต่อสายสัญญาณเขา้ กบั Front Panel Connector บนแผงวงจรหลัก มีลักษณะเป็นหัวเสียบสายสีดํา
และมีตวั อักษรกํากับ ดังน้ี

POWER SW เป็นสายไฟของสวิทช์ที่ใช้ในการเปิดปิดเครื่อง ซึ่งจะต่อมาจากสวิทช์ท่ีอยู่ด้านหน้า
ตวั เครื่องหรอื เคส

RESET SW เป็นสายไฟที่ต่อมาจากปุ่ม Reset Switch ท่ีอยู่ทางด้านหน้าตัวเครื่องหรือเคส ซ่ึงจะ
เปน็ ปุ่มท่ใี ช้รีเซต็ เครื่องใหม่ ใชแ้ ทนการกดปมุ่ Power เพอ่ื ปิดและเปิดเครือ่ งใหม่

POWER LED เป็น Connector ท่ีจะส่งไฟเล้ียงไปยังหลอด LED ที่อยู่ทางด้านหน้าของเคส เพื่อ
แสดงสถานะของเคร่ืองวา่ เปดิ หรือปิด ถ้าเครื่องเปิดอยู่หลอด LED จะแสดงไฟสีเขียว ถ้าปิดเครอื่ งไฟจะดบั

H.D.D LED เป็นสายไฟของหลอด LED ท่ีต่อมาจากดา้ นหน้าของเคส ใช้แสดงสถานะการอ่านหรือ
เขยี นข้อมลู ของอปุ กรณ์ที่ต่อกับฮารด์ ดสิ ก์

SPEAKER เป็น Connector ที่ต่อไปยังลําโพงของเคร่ือง ใช้แสดงเสียง Beep Code เท่านั้นจะใช้
เสยี งในรปู แบบอืน่ ไม่ได้
โดยสายสัญญาณตา่ งๆ มีวิธกี ารต่อกับแผงวงจรหลกั ดังน้ี

1) เสยี บสาย HDD LED ทข่ี า IDE LED โดยนาํ ด้านท่มี ีสายสแี ดงเสียบท่ีขัว้ บวก โดยหันคอนเนก็ เตอร์ดา้ นท่มี ี
ตวั หนังสอื HDD LED เข้าทางดา้ นในของแผงวงจรหลัก

2) เสียบสาย POWER LED ท่ีขา LED โดยนําด้านท่ีมีสายสีเขียวเสียบที่ +5V โดยหัน Connector ด้านท่ีมี
ตัวหนังสือ Power LED เขา้ ทางดา้ นในของแผงวงจรหลกั

3) เสยี บสาย POWER SW ที่ขา ATX Power Switch
4) เสียบสาย SPEAKER ทีข่ า SPEAKER Connector
5) เสยี บสาย RESET SW ทีข่ า RESET SW
5.3 การต่อสายไฟกบั พดั ลมระบายความรอ้ น

การต่อสายไฟกับพัดลมระบายความร้อน เป็นการต่อไฟเลี้ยงจาก Power Supply ให้กับพัดลม
ระบายความรอ้ นท่ีตดิ ต้ังในตําแหนง่ ตา่ งๆ ของตวั เคร่ืองหรอื เคส ดังในตัวอย่างเปน็ การเช่ือมตอ่ สายไฟให้กับพัดลม
ระบายความรอ้ นดา้ นหลังเครื่อง ดงั น้ี

1) หาหวั ต่อของสายไฟของพดั ลมระบายความรอ้ น โดยมากแลว้ จะมลี กั ษณะเปน็ ปลั๊กสวม
2) เสียบสาย Power Supply เข้ากับสายพัดลม และสายที่เช่ือมต่อระหว่างพัดลมตัวหน้าและตัว
หลัง

6. การติดตั้งฮาร์ดดิสก์ (จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมข้อท่ี 6)
ฮารด์ ดิสกเ์ ปน็ หน่วยสํารองข้อมูลหลกั ของเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ ทีส่ ่วนใหญ่จะตดิ ตั้งไว้ภายในเครอื่ ง โดยการ

เสยี บตวั ฮาร์ดดิสก์เข้าไปในช่องสําหรับตดิ ต้ังฮาร์ดดิสก์ แล้วยึดนอตด้านขา้ งฮาร์ดดิสก์กับเคส จากนั้นเสียบสายไฟ
เลีย้ ง หรือสาย Power ของฮาร์ดดิสกจ์ าก Power Supply

7. การติดต้งั Disk Drive (จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 7)
Disk Drive ท่ีนิยมติดตั้งไว้กับเคร่ืองคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะเป็น Optical Disk Drive ต่างๆ เพื่อให้ในการ

อ่านเขียนแผน่ CD หรอื DVD ดงั ในตวั อยา่ งจะเป็นการติดตั้ง DVD-RW Drive โดยจะตอ้ งแกะฝาครอบชอ่ ง Disk Drive
ด้านหน้าออกเสียก่อน แล้วเสียบ DVD-RW Drive เข้าไปจนด้านหน้าเรียบสนิท จากนั้นยึดนอต DVD-RW Drive เข้า
กับเคสให้แน่นทั้ง 4 ตัว จากน้ันเสียบสายข้อมูล SATA จาก DVD-RW Drive เข้ากับช่องต่อ SATA2 ของ
แผงวงจรหลกั จากน้นั เสยี บสายไฟเล้ียง DVD-RW Drive หรือสาย Power จาก Power Supply

8. การตดิ ตงั้ Extension Card (จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรมข้อท่ี 8)
Extension Card หรือการ์ดต่อขยายเพ่ือการใช้งานเฉพาะอย่าง เช่นการตอ่ การด์ แสดงผลเพื่อการแสดงท่ีดี

และมีประสิทธิภาพกว่าที่แผงวงจรหลักมีให้ จะต้องเลือกการ์ดท่ีมีส่วนเชื่อมต่อตามท่ีแผงวงจรหลักมี ดังตัวอย่าง
เป็นการติดต้ัง Display Card ในช่อง PCIEX16 โดยจะต้องทดลองวางทาบ Display Card กับ PCIEX16 slot เพื่อดู
ตําแหน่งที่จะต้องแกะฝาหลังออก จากนั้นเสียบ Display Card กับ PCIEX16 slot แล้วกดลงให้แน่น สังเกตจะมีส่วน
เชื่อมต่องของ Display Card โผล่ออกไปนอกเคสตามช่องฝาหลังท่ีเราแกะออก แล้วยึดนอตระหว่าง Display Card
กับเคสให้แน่น

9. การตดิ ต้งั อุปกรณต์ ่อพว่ ง (จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรมขอ้ ที่ 9)
อุปกรณ์ต่อพ่วง หรืออุปกรณ์ท่ีสามารถต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์เพ่ือใช้งาน โดยก่อนท่ีจะติดต้ังสายไฟหรือ

สายสัญญาณใดๆ ให้ตรวจสอบก่อนว่าอุปกรณ์แต่ละชนิดมีสายใดให้มาบ้าง และต้องต่อสายใดเข้าท่ีพอร์ต (Port)

ใด โดยตรวจสอบจากคู่มือหรือดูจากสัญลักษณ์ท่ีกํากับมากับพอร์ต (Port) เสียก่อน หลังจากนั้นเร่ิมติดต้ังสายของ
อปุ กรณท์ ลี ะเส้นจนครบทุกอุปกรณ์

อุปกรณ์ท่ีจะเช่ือมต่อกับคอมพิวเตอรจ์ ะมีสายเคเบิลพร้อมกับหัวต่อหรือ Connector ติดอยู่ แล้วนําหัวต่อ
หรือ Connector ของอุปกรณ์นั้นมาเสียบเข้ากับหัวต่อหรือ Connector ของเคร่ืองคอมพิวเตอร์เพ่ือใช้งาน หัวต่อ
หรอื Connector ท่ีมีหัวเข็มเรียกวา่ Male Connector ส่วนหวั ต่อหรอื Connector มรี ูเข็มเรยี กวา่ Female Connector

หัวต่อหรือ Connector ท่ีอยู่ภายนอกส่วนใหญ่จะอยู่ด้านหลังของตัวเคร่ืองคอมพิวเตอร์ หัวต่อหรือ
Connector ของอุปกรณบ์ างตัวอาจจะมนี อตขันหรอื คลิปหนีบเพ่อื ใหต้ ดิ แนน่ ซงึ่ พอร์ตเชื่อมต่อตา่ งๆ มีดังนี้

1) พอร์ต (Port) เช่ือมต่อคีย์บอร์ด เป็น Female Connector มี 6 รู ซ่ึงรู้จักกันในช่ือของ mini-DIN หรือ
PS/2 connecter โดยใช้สัญลักษณ์สีมว่ ง

2) พอร์ต (Port) ต่อเมาส์ เป็น Female Connector มี 6 รู พอร์ต (Port) ต่อเมาส์นี้มีลักษณะเหมือนกับ
พอร์ต (Port) เชอื่ มต่อคียบ์ อรด์ แตจ่ ะตา่ งกนั ทเ่ี ป็นสีเขียว

3) พอร์ตอนุกรม (Serial port) เป็นได้ท้ังคอนเน็กเตอร์ตัวผู้ 9 หรือ 25 เข็ม พอร์ตอนุกรมเชื่อมต่อกับสาย
เคเบลิ ท่ีมีคอนเนค็ เตอร์ตวั เมยี 9 หรือ 25 รู ส่วนใหญ่จะใชพ้ อร์ตน้ีเชื่อมต่อเมาส์ หรือโมเดม็ ติดตง้ั ภายนอก

4) พอร์ต USB (Universal Serial Bus) เป็นพอร์ตรุ่นใหม่ท่สี ามารถต่ออุปกรณพ์ ่วงได้ถึง 127 ตัว พอรต์ USB
จะเป็นหัวต่อหรือ Connector สี่เหล่ียมเล็กๆ ใช้ในการเชื่อมต่อเม้าส์ คีย์บอร์ด เคร่ืองพิมพ์ กล้องดิจิตอล โมเด็ม
และอปุ กรณอ์ นื่ ๆ ที่เป็นหวั ตอ่ หรือ Connector แบบ USB

5) พอร์ต (Port) เชื่อมต่อเครอื ข่าย พอร์ตเช่ือมต่อเครือข่ายแบบทีน่ ิยมใช้เป็นแบบพอร์ต RJ-45 มลี ักษณะ
คลา้ ยกบั พอร์ตเช่อื มต่อสายโทรศพั ท์

6) พอร์ต (Port) ต่อจอภาพ เป็นหัวต่อหรือ Connector ที่มีท้ังแบบ Video Graphics Adapter (VGA) port
หัวต่อหรือ Connector แบบ Female Connector มี 15 รู และแบบ DVI-D port ซ่ึงเป็นหัวต่อหรือ Connector แบบ
Female Connector เชน่ กนั

7) การเชื่อมต่อกับพอร์ตท่ีเกี่ยวกับเสียง ซ่ึงปกติจะเคร่ืองคอมพิวเตอร์ทั่วไปจะมีพอร์ตท่ีใช้เช่ือมต่อเสียง
มาให้ประกอบดว้ ย

- Line In port สัญลักษณ์สีฟา้ ใช้เชอื่ มต่อเคร่ืองเลน่ เสียงจากภายนอก
- Line Out port สญั ลักษณส์ ีเขียว ใชเ้ ช่ือมตอ่ ลาํ โพงหรอื หูฟงั
- Microphone port สัญลักษณส์ ีชมพู ใช้เช่อื มตอ่ ไมโครโฟน

• ด้านทักษะ (ปฏบิ ัต)ิ (จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-11)
1.แบบฝึกหัดทา้ ยบทท่ี 2
2.กิจกรรมการเรียนรู้

• ดา้ นคณุ ธรรม/จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณ/บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพียง
1.การเตรียมความพร้อมดา้ น วัสดุ อปุ กรณน์ กั ศึกษาจะต้องทาํ ความสะอาดห้องเรยี น จดั เตรียมอปุ กรณ์

ในการเรียนรู้ ใหม้ ีความพร้อมเพียงและเหมาะสมกบั เวลาที่ใชใ้ นการเรยี น
2.ความมเี หตมุ ผี ลในการปฏบิ ตั ิงาน ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งนักศึกษาจะต้องมีการใช้

เทคนิคการจดบันทึกงาน การสบื ค้นขอ้ มลู ก่อนการเรียนรแู้ ละหลังเรียนรู้เพื่อใหก้ ารเรยี นรเู้ หมาะสมกับเวลา
คมุ้ ค่าและประหยัด

กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรือการเรยี นรู้

ข้นั ตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ขั้นตอนการเรยี นรู้หรือกิจกรรมของนักเรียน

1. ขนั้ นาเขา้ สู่บทเรียน (90 นาท)ี 1. ขน้ั นาเขา้ ส่บู ทเรยี น (90 นาท)ี

1. ผู้สอนจดั เตรยี มเอกสาร 1. ผู้เรยี นทําแบบทดสอบก่อนเรยี น

2. ผู้สอนแจง้ จุดประสงค์การเรยี นของหนว่ ย 2. ผเู้ รียนทําความเขา้ ใจเกีย่ วกบั จุดประสงค์การ

เรยี นท่ี 2 และขอใหผ้ เู้ รยี นรว่ มกันทํากิจกรรมการเรียน เรียนของหนว่ ยเรยี นที่ 2 และการใหค้ วามร่วมมอื ในการ

การสอน ทํากจิ กรรม

3. ผสู้ อนให้ผเู้ รียนแสดงความรู้ โดยต้งั คาํ ถาม 3. ผู้เรยี นแสดงความรู้ว่าการประกอบเคร่ือง

วา่ การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์มีหลักการทาํ งาน คอมพิวเตอร์มีหลักการทํางานอยา่ งไรพร้อมใหเ้ หตุผล

อยา่ งไรพร้อมใหเ้ หตุผลประกอบ ประกอบ

2. ข้นั ใหค้ วามรู้ (450 นาท)ี 2. ขัน้ ใหค้ วามรู้ (450 นาที)

4. ผสู้ อนทดสอบความรู้ความเข้าใจเก่ยี วกับ 3. ผเู้ รียนทาํ แบบทดสอบก่อนเรียนเพื่อแสดง

ความรเู้ บ้ืองต้นเกีย่ วกับการประกอบเคร่ือง ความรแู้ ละความเขา้ ใจก่อนการเรียน เรื่องการประกอบ

คอมพวิ เตอร์โดยให้ผู้เรยี นทําแบบทดสอบก่อนเรียน เครื่องคอมพิวเตอร์ ผู้เรยี นศกึ ษาบทเรยี นวชิ า

5. ผสู้ อนอธบิ ายเนือ้ หาเกี่ยวกับบทเรียนวชิ า คอมพิวเตอร์และการบาํ รงุ รักษา หน่วยท่ี 2 เรอ่ื งการ

คอมพิวเตอร์และการบาํ รงุ รักษา หนว่ ยที่ 2 เรอื่ ง การ ประกอบเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ และศึกษาเอกสาร

ประกอบเคร่ืองคอมพิวเตอร์ และใหผ้ เู้ รยี นศึกษา ประกอบการสอน หน่วยท่ี 2

เอกสารประกอบการสอน หน่วยที่ 2 4. ผเู้ รียนอธิบายหลกั การประกอบเครือ่ ง

6. ผู้สอนและผเู้ รยี นรว่ มกันอธิบายการประกอบ คอมพวิ เตอร์ตามที่ได้ศึกษาจากบทเรียนคอมพิวเตอร์

เคร่อื งคอมพิวเตอรต์ ามที่ได้ศึกษาจากบทเรยี น ชว่ ยสอน

คอมพิวเตอรช์ ่วยสอน

3. ข้นั ประยุกต์ใช้ (90 นาที) 3. ข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ (90 นาที)

2. ผู้สอนให้ผู้เรยี นทาํ แบบฝึกหดั ท้ายบทที่ 2 2. ผู้เรยี นทาํ แบบฝึกหดั ท้ายบทที่ 2

2. ผู้สอนแบง่ กลมุ่ การฝกึ ปฏิบัติออกเป็นสถานี 2. ผู้เรยี นแบ่งกลุ่มการฝกึ ปฏิบตั ิออกเป็นสถานี โดย

โดยที่แต่ละสถานีใช้เครือ่ งคอมพวิ เตอร์ท่แี ตกตา่ งกัน ท่แี ตล่ ะสถานีใชเ้ ครอ่ื งคอมพิวเตอร์ท่ีแตกตา่ งกนั จากนั้น

จากน้นั ให้ผ้เู รียนเข้าฝึกปฏิบัตปิ ระกอบเคร่ือง ใหผ้ เู้ รียนเข้าฝึกปฏิบตั ิประกอบเคร่อื งคอมพิวเตอร์แบบ

คอมพวิ เตอร์แบบวนสลบั กัน แลว้ ใหผ้ ู้เรียนร่วมกัน วนสลับกนั แล้วใหผ้ ู้เรียนรว่ มกันสรปุ อภปิ รายการฝึก

สรุปอภิปรายการฝึกปฏิบตั ปิ ระกอบเครื่องแต่ละสถานี ปฏิบัตปิ ระกอบเครื่องแตล่ ะสถานี

4. ขั้นสรปุ และประเมนิ ผล (90 นาท)ี 4. ขั้นสรุปและประเมินผล (90 นาที)

1. ผสู้ อนและผ้เู รียนร่วมกันสรปุ เน้อื หาท่ีได้ 1. ผู้สอนและผูเ้ รยี นรว่ มกนั สรปุ เนอ้ื หาที่ได้เรยี น

เรยี นใหม้ คี วามเข้าใจในทิศทางเดยี วกัน เพ่ือให้มคี วามเขา้ ใจในทิศทางเดยี วกนั

2. ผู้สอนใหผ้ ูเ้ รยี นศึกษาเพ่ิมเติมนอกหอ้ งเรยี น 2. ผ้เู รียนศึกษาเพิ่มเตมิ นอกห้องเรยี น ด้วย

ดว้ ยบทเรยี นคอมพวิ เตอรช์ ว่ ยสอนทจ่ี ดั ทาํ ขนึ้ บทเรยี นคอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอนท่จี ัดทาํ ข้นึ
3. ผู้สอนให้ผูเ้ รียนทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี น 3. ผเู้ รยี นทาํ แบบทดสอบหลังเรยี น
(บรรลจุ ุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-11)
(บรรลจุ ดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรมขอ้ ท่ี 1-11)
(รวม 720 นาที หรอื 12 ชว่ั โมงเรยี น)

งานทีม่ อบหมายหรอื กิจกรรมการวัดผลและประเมินผล
กอ่ นเรียน
1. จดั เตรียมเอกสาร ส่อื การเรยี นการสอนหน่วยที่ 2
2. ทาํ ความเขา้ ใจเก่ียวกับจุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยที่ 2 และให้ความรว่ มมือในการทํากิจกรรมใน

หน่วยที่ 2
3. ตอบคาํ ถามก่อนเรียน โดยการถาม – ตอบ หนว่ ยที่ 2

ขณะเรียน
1.ปฏิบัตติ ามใบความรู้ท่ี 2 เรอ่ื งการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์
2. ร่วมกนั สรปุ “หลักการประกอบเคร่อื งคอมพวิ เตอร์”
3. รว่ มกนั ทาํ กิจกรรมการเรยี นรู้
หลังเรยี น
1.ทาํ แบบฝกึ หัดท้ายบทที่ 2
2.ทําแบบประเมนิ การเรยี นรู้
คาถาม
1. จงบอกถึงเครื่องมือและอุปกรณ์ทใ่ี ช้ประกอบเคร่ืองคอมพวิ เตอร์
2. จงบอกถึงขนั้ ตอนการประกอบเครือ่ ง
3. จงอธบิ ายวิธีการตดิ ตง้ั แผงวงจรหลกั (Main Board)
4. จงอธบิ ายวิธีการติดตั้งหนว่ ยประมวลผลกลาง (CPU)
5. จงอธบิ ายวิธกี ารติดตง้ั RAM
6. จงอธบิ ายวิธีการต่อสายสัญญาณต่างๆ
7. จงอธิบายวิธกี ารตดิ ต้ังฮาร์ดดิสก์
8. จงอธบิ ายวิธกี ารติดต้งั Disk Drive
9. จงอธบิ ายวธิ กี ารติดตงั้ Extension Card
10. จงอธิบายวิธกี ารตดิ ตั้งอปุ กรณ์ต่อพ่วง

ผลงาน/ชิน้ งาน/ความสาเรจ็ ของผู้เรียน
กิจกรรม ให้ผสู้ อนแบง่ กลุ่มการฝึกปฏบิ ัติออกเป็นสถานี โดยทแ่ี ตล่ ะสถานีใช้เครอ่ื งคอมพิวเตอรท์ ี่แตกต่าง

กัน จากน้นั ใหผ้ เู้ รียนเข้าฝึกปฏบิ ัติประกอบเคร่ืองคอมพวิ เตอร์แบบวนสลับกนั แล้วใหผ้ ู้เรียนร่วมกนั สรุปอภิปราย
การฝึกปฏิบตั ปิ ระกอบเครื่องแตล่ ะสถานี

สมรรถนะทีพ่ ึงประสงค์
ผู้เรยี นสร้างความเขา้ ใจเกีย่ วกับการประกอบเครอ่ื งคอมพิวเตอร์
1.วิเคราะห์และตีความหมาย
2.ตัง้ คําถาม
3.ลงมือปฏบิ ัติ
4.การประยกุ ต์ความรสู้ ่งู านอาชีพ

สมรรถนะการสรา้ งค่านิยม
การปลกู ฝงั ใหม้ ีความรับผดิ ชอบ มีความคดิ ริเร่ิมสรา้ งสรรค์ และมคี วามซ่ือสัตย์ในอาชีพของตน

สมรรถนะการปฏบิ ัตงิ านอาชีพ
1. นําความรู้เก่ยี วกับแนะนําความรเู้ บือ้ งต้นเกีย่ วกบั การประกอบเครื่องคอมพวิ เตอร์ประยุกตใ์ ช้ในการ

ดาํ เนนิ ชีวติ ประจําวนั

สมรรถนะการขยายผล
ความสอดคล้อง

แนะนาํ ความร้เู บอื้ งตน้ เก่ยี วกับการประกอบเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ทาํ ให้ผู้เรียนมีความรเู้ พ่ิมขนึ้ เม่ือผเู้ รยี น
ได้เรียนร้ทู ําให้มคี วามรู้ในเร่ืองการประกอบเคร่ืองคอมพวิ เตอร์มากขึ้น

สือ่ การเรียนการสอน/การเรยี นรู้
สอ่ื สงิ่ พมิ พ์

1. เอกสารประกอบการสอนวชิ า คอมพิวเตอรแ์ ละการบํารงุ รักษา (ใชป้ ระกอบการเรยี นการสอน
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-11)

2. ใบความรแู้ ละใบงาน

สื่อโสตทัศน์ (ถา้ มี)
1. บทเรียนคอมพิวเตอร์ชว่ ยสอน เรือ่ งการประกอบเคร่ืองคอมพิวเตอร์
2. สอ่ื ของจริง

แหล่งการเรยี นรู้
ในสถานศึกษา

1. ห้องสมุดวทิ ยาลัย
2. ห้องปฏบิ ัตกิ ารคอมพิวเตอร์ ศึกษาหาขอ้ มูลทางอนิ เทอร์เนต็
นอกสถานศกึ ษา
ผ้ปู ระกอบการ สถานประกอบการ ในท้องถน่ิ

การบูรณาการ/ความสัมพนั ธก์ ับวิชาอนื่
1. บรู ณาการกับวชิ าชวี ติ และวฒั นธรรมไทย ด้านการพดู การอา่ น การเขยี นและการฝึกปฏิบตั ติ นทาง

สงั คมดา้ นการเตรียมความพร้อม ความรับผิดชอบ และความสนใจใฝ่รู้
2. บูรณาการกบั วิชาภาษาอังกฤษ การใชค้ าํ ศัพท์ ความหมาย การสืบค้นข้อมูล
3. บูรณาการกับวชิ ากีฬาเพื่อพัฒนาสุขภาพและบคุ ลิกภาพ ดา้ นบคุ ลิกภาพในการนาํ เสนอหน้าชนั้ เรยี น

การประเมนิ ผลการเรียนรู้
• หลกั การประเมินผลการเรยี นรู้
ก่อนเรียน
1.ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน
ขณะเรยี น
1.สงั เกตการทํางานกลุ่ม
หลงั เรยี น
1.ตรวจแบบฝึกหดั ท้ายบท
2.ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น
3.สรุปผลการรายงานหนา้ ชนั้ เรยี น

ผลงาน/ชน้ิ งาน/ผลสาเรจ็ ของผเู้ รียน
ตรวจผลงาน กจิ กรรม
- กจิ กรรม ใหผ้ ู้สอนแบง่ กลมุ่ การฝึกปฏบิ ัตอิ อกเป็นสถานี โดยท่แี ต่ละสถานีใชเ้ ครื่องคอมพิวเตอร์ที่

แตกต่างกนั จากนน้ั ใหผ้ เู้ รียนเขา้ ฝึกปฏิบตั ิประกอบเครื่องคอมพิวเตอรแ์ บบวนสลับกัน แล้วให้ผเู้ รียนรว่ มกนั สรุป
อภปิ รายการฝึกปฏบิ ตั ปิ ระกอบเครอ่ื งแต่ละสถานี
รายละเอยี ดการประเมนิ ผลการเรยี นรู้

• จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม ข้อท่ี 1 บอกถึงเคร่ืองมือและอุปกรณท์ ใ่ี ช้ประกอบเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ได้
1.วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2.เคร่อื งมือ : แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การให้คะแนน:บอกองค์ประกอบระบบคอมพวิ เตอร์ได้จะได้ 1 คะแนน

•จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม ข้อที่ 2 อธบิ ายวธิ ีการตดิ ตงั้ แผงวงจรหลัก (Main Board) ได้
1.วธิ กี ารประเมนิ : ทดสอบ
2.เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การให้คะแนน : บอกความหมาย Hardware ในระบบคอมพวิ เตอร์ได้ จะได้ 3

คะแนน
•จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม ข้อที่ 3 อธิบายวิธีการติดตั้งหนว่ ยประมวลผลกลาง (CPU) ได้
1.วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2.เครื่องมือ: แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การให้คะแนน: บอกหน้าที่และสว่ นประกอบหลักของแผงวงจรหลัก ได้ จะได้ 3 คะแนน
•จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม ขอ้ ที่ 4 อธิบายวิธีการติดต้ัง RAM ได้
1.วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ
2.เคร่อื งมือ: แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การให้คะแนน: อธิบายหนา้ ทหี่ น่วยรบั ข้อมลู ได้ จะได้ 3 คะแนน
•จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม ข้อที่ 5 อธิบายวธิ ีการตอ่ สายสญั ญาณตา่ งๆ ได้
1.วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2.เครื่องมือ: แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การใหค้ ะแนน: บอกคณุ ลักษณะทว่ั ไปของอปุ กรณ์รับข้อมลู ได้ จะได้ 3คะแนน
•จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม ขอ้ ท่ี 6 อธิบายวธิ ีการตดิ ตั้งฮาร์ดดสิ กไ์ ด้
1.วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2.เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การให้คะแนน: อธบิ ายหนา้ ทหี่ น่วยประมวลผลกลางได้ จะได้ 3 คะแนน
•จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม ขอ้ ท่ี 7 อธบิ ายวธิ กี ารตดิ ต้ัง Disk Drive ได้
1.วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2.เครื่องมือ: แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การให้คะแนน: อธิบายหนา้ ทห่ี นว่ ยความจําได้ จะได้ 3 คะแนน
•จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม ขอ้ ท่ี 8 อธบิ ายวธิ กี ารตดิ ตั้ง Extension Card ได้
1.วธิ ีการประเมิน: ทดสอบ
2.เครื่องมือ: แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การใหค้ ะแนน: บอกคณุ ลกั ษณะทั่วไปของหนว่ ยความจาํ แบบต่างๆ ได้ จะได้ 3 คะแนน
•จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม ข้อที่ 9 อธิบายวิธกี ารติดตง้ั อปุ กรณต์ ่อพ่วง ได้
1.วธิ กี ารประเมิน: ทดสอบ
2.เคร่ืองมือ: แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การใหค้ ะแนน: อธิบายหนา้ ท่ีหนว่ ยแสดงผลได้ จะได้ 3 คะแนน

แบบฝกึ หดั หนว่ ยท่ี 2
การประกอบเครอ่ื งคอมพิวเตอร์

จงตอบคาถามต่อไปนใ้ิ หม้ ใี จความสมบูรณ์
1.จงบอกถงึ เคร่ืองมือและอปุ กรณ์ทใี่ ช้ประกอบเคร่ืองคอมพวิ เตอร์
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. จงบอกถึงขั้นตอนการประกอบเครอ่ื ง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3.จงอธบิ ายวธิ ีการติดตั้งแผงวงจรหลัก (Main Board)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. จงอธบิ ายวธิ ีการติดต้ังหน่วยประมวลผลกลาง (CPU)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. จงอธบิ ายวธิ ีการติดต้งั RAM
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
6. จงอธบิ ายวิธีการตอ่ สายสัญญาณตา่ งๆ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
7. จงอธิบายวธิ กี ารตดิ ตัง้ ฮารด์ ดสิ ก์
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
8. จงอธบิ ายวธิ กี ารติดตง้ั Disk Drive
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
9. จงอธิบายวธิ กี ารตดิ ตั้ง Extension Card
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
10. จงอธบิ ายวิธกี ารตดิ ต้งั อปุ กรณต์ ่อพ่วง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แบบประเมนิ ผลการนาเสนอผลงาน

ช่อื กลมุ่ ………………………………………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง................

รายชอ่ื สมาชิก

1……………………………………………………………….……………………………………………………………………เลขท่ี……..….
2……………………………………………………………….……………………………………………………………………เลขที่……..….
3……………………………………………………………….……………………………………………………………………เลขท่ี……..….
4……………………………………………………………….……………………………………………………………………เลขท่ี……..….

ที่ รายการประเมนิ คะแนน ข้อคดิ เห็น

1 ความรู้เก่ียวกับเน้ือหา ความถกู ตอ้ ง ปฏภิ าณในการตอบ และการแก้ไข 32 1
ปัญหาเฉพาะหน้า

2 รูปแบบการนําเสนอ
3 การมีสว่ นร่วมของสมาชิกในกลุม่
4 บุคลกิ ลักษณะ กิรยิ า ทา่ ทางในการพูด นํ้าเสยี ง ซ่ึงทาํ ใหผ้ ู้ฟังมคี วาม

สนใจ
รวม

ผปู้ ระเมนิ …………………………………………………

เกณฑก์ ารให้คะแนน

1. เน้อื หาสาระครอบคลุมชดั เจนถกู ตอ้ ง
3 คะแนน = มีสาระสําคญั ครบถว้ นถูกต้อง ตรงตามจดุ ประสงค์
2 คะแนน = สาระสาํ คญั ไมค่ รบถ้วน แตต่ รงตามจุดประสงค์
1 คะแนน = สาระสําคัญไมถ่ ูกตอ้ ง ไมต่ รงตามจดุ ประสงค์

2. รูปแบบการนําเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนําเสนอที่เหมาะสม มีการใช้เทคนิคท่ีแปลกใหม่ ใช้สื่อและเทคโนโลยี ประกอบการ
นําเสนอทน่ี า่ สนใจนําวสั ดุในทอ้ งถ่นิ มาประยกุ ต์ใชอ้ ย่างคมุ้ คา่ และประหยดั
2 คะแนน = มีเทคนิคการนําเสนอท่ีแปลกใหม่ ใช้ส่ือและเทคโนโลยีประกอบการนําเสนอที่น่าสน ใจแต่ขาดการ
ประยกุ ตใ์ ช้ วัสดใุ นทอ้ งถ่นิ
1 คะแนน = เทคนคิ การนําเสนอไม่เหมาะสม และไมน่ า่ สนใจ

3. การมสี ว่ นรว่ มของสมาชิกในกลมุ่
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมบี ทบาทและมีสว่ นร่วมกจิ กรรมกลมุ่
2 คะแนน = สมาชกิ ส่วนใหญ่มบี ทบาทและมีสว่ นร่วมกจิ กรรมกลมุ่
1 คะแนน = สมาชกิ สว่ นน้อยมบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่

4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผู้ฟังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
2 คะแนน = ผู้ฟงั ร้อยละ 70-90 สนใจ และใหค้ วามรว่ มมอื
1 คะแนน = ผู้ฟังนอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 70 สนใจ และใหค้ วามร่วมมอื

บนั ทึกหลงั การสอน

หน่วยท่ี 2 การประกอบเคร่อื งคอมพวิ เตอร์

ผลการใชแ้ ผนการเรยี นรู้
1. เน้ือหาสอดคล้องกับจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
2. สามารถนาํ ไปใช้ปฏบิ ัติการสอนได้ครบตามกระบวนการเรยี นการสอน
3. เวลาที่กําหนดไวใ้ นแผนการสอนมคี วามเหมาะสม

ผลการเรียนของนกั เรียน
1. นกั ศึกษาส่วนใหญ่มีความสนใจใฝ่รู้ เขา้ ใจในบทเรยี น อภิปรายตอบคําถามในกลุ่ม และร่วมกันปฏิบัติ
ใบงานที่ได้รบั มอบหมาย
2. นกั ศึกษากระตือรือรน้ และรับผดิ ชอบในการทํางานกลุ่มเพื่อใหง้ านสําเรจ็ ทันเวลาที่กําหนด
3. นกั ศึกษาเลือกสามารถนําความรู้ไปใช้ได้จริงในชวี ิตประจาํ วัน

ผลการสอนของครู
1. สอนเนื้อหาได้ครบตามหลักสูตร
2. แผนการสอนและวิธกี ารสอนครอบคลุมเนื้อหาการสอนทําใหผ้ ูส้ อนสอนได้อยา่ งม่ันใจ
3. สอนได้ทันตามเวลาที่กําหนด

ลงชือ่ ............................................... ลงช่อื .......................................................
(.....................................) (นายมนต์ธร สาระบรู ณ์)
รองผอู้ าํ นวยการฝา่ ยวิชาการ ครผู ู้สอน

แผนการสอน/แผนการเรียนร้ภู าคทฤษฎี หนว่ ยท่ี 3
สัปดาหท์ ่ี 5-7
แผนการสอน/การเรียนรภู้ าคทฤษฎี 12 ช่ัวโมง
ชื่อวิชา คอมพวิ เตอรแ์ ละการบาํ รุงรักษา
ชื่อหน่วย การติดตง้ั โปรแกรมตามลกั ษณะงาน

ช่อื เรอ่ื ง การติดตงั้ โปรแกรมตามลกั ษณะงาน
หัวข้อเรื่อง

ดา้ นความรู้
1.การตดิ ตัง้ ระบบปฏิบตั ิการ Windows 7

1.1 สง่ิ ทีต่ อ้ งเตรียมก่อนการติดตงั้ ระบบปฏิบตั ิการ Windows 7
1.2 โปรแกรม BIOS
1.3 ขน้ั ตอนการตดิ ตั้งระบบปฏิบตั ิการ Windows 7
1.4 การตง้ั คา่ ป่มุ สลับภาษา
1.5 การจัดการไดรฟ์
1.6 การ Activate
1.7 การตดิ ต้ัง Driver ใหก้ บั อปุ กรณ์
1.8 Device Manager
2.การตดิ ต้ังโปรแกรมประยุกต์
2.1 การตดิ ตง้ั โปรแกรม Microsoft Office 2010
ดา้ นทักษะ
1.ติดตั้งระบบปฏบิ ัติการ Windows 7
2.ตดิ ต้ังโปรแกรมประยุกต์
ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม
1.ปฏบิ ัตงิ านไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง รอบคอบ
2.สง่ งานตรงตามเวลาทีก่ ําหนด
3.มคี วามซ่ือสตั ย์ อดทน ไม่คัดลอกผลงานผ้อู ่ืน
4.ใช้เวลาอย่างเหมาะสมกับงานทปี่ ฏบิ ตั ิ

สาระสาคัญ
คอมพิวเตอร์น้ันทํางานตามโปรแกรมหรือชุดคําส่ัง การติดตั้งโปรแกรมจึงเป็นการกําหนดให้เคร่ือง

คอมพิวเตอร์สามารถทําสิ่งใดได้บ้าง ซึง่ โดยท่ัวไปกอ่ นที่จะติดตั้งโปรแกรมใดๆ ลงไป จะต้องทําการติดต้งั โปรแกรม
ระบบปฏิบัติการที่ทําหน้าท่ีประสานการทํางานของโปรแกรมประยุกต์อ่ืนๆ กับเคร่ืองคอมพิวเตอร์เสยี ก่อน ในที่น้ี
จะกล่าวถงึ การติดตั้งระบบปฏบิ ัติการ Windows 7 และการกําหนดคา่ พนื้ ฐานตา่ งๆ ของระบบปฏิบัติการ เชน่ การ

ตั้งค่าปุ่มสลับภาษา การจัดการไดรฟ์ การ Activate และการติดต้ัง Driver ให้กับอุปกรณ์ จากน้ันจึงติดต้ัง
โปรแกรมประยุกต์อื่นๆ ที่ต้องการใช้งานลงไป ซึ่งเนื้อหาในหน่วยน้ีจะกล่าวถึงการติดต้ังโปรแกรมสํานักงาน หรือ
Microsoft Office 2010

สมรรถนะอาชพี ประจาหนว่ ย
1. แสดงความรู้เกยี่ วกับการตดิ ตั้งโปรแกรมตามลกั ษณะงาน
2. การติดต้ังโปรแกรมตามลกั ษณะงาน

จุดประสงคก์ ารสอน/การเรยี นรู้
• จดุ ประสงคท์ ่วั ไป / บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง
1.เพอ่ื ให้มีความรูพ้ ื้นฐานเกย่ี วการตดิ ตั้งโปรแกรมตามลกั ษณะงานและมีทัศนคติที่ดี (ดา้ นความร)ู้
2.เพื่อให้มที ักษะการติดตง้ั โปรแกรมตามลกั ษณะงาน (ดา้ นทักษะ)
3.เพ่ือให้มีเจตคติท่ีดีต่อการเตรียมความพร้อมด้าน วัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง สําเร็จ

ภายในเวลาท่ีกาํ หนด มเี หตุและผลตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม)
•จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม / บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. บอกความหมาย และความตอ้ งการของระบบปฏิบัตกิ าร Windows 7 ได้ (ด้านความร้)ู
2. อธิบายขน้ั ตอนการตดิ ตัง้ ระบบปฏบิ ตั กิ าร Windows 7 ได้ (ดา้ นความร)ู้
3. อธิบายวธิ ีการตั้งค่าปมุ่ สลับภาษา ได้ (ดา้ นความร)ู้
4. อธิบายวธิ ีการจัดการไดรฟไ์ ด้ (ด้านความรู)้
5. อธบิ ายวธิ ีการ Activate ได้ (ดา้ นความรู้)
6. อธิบายวิธกี ารติดตง้ั Driver ให้กบั อุปกรณ์ ได้ (ด้านความร)ู้
7. อธบิ ายวธิ กี ารตดิ ตง้ั โปรแกรม Microsoft Office 2010 ได้ (ดา้ นความรู)้
8. การเตรียมความพร้อมด้านการเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ ผู้เรียนจะต้องกระจายงานได้ทั่วถึง และตรงตาม

ความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจัดเตรียมสถานท่ี สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ไว้อย่างพร้อมเพรียง (ด้านคุณธรรม
จรยิ ธรรม/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง)

9. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบัติงาน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผู้เรียนจะต้องมีการใช้
หลักการเรยี นร้แู ละเวลาที่เหมาะสมกบั การเรยี นรู้ (ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม/บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพียง)

เน้อื หาสาระการสอน/การเรียนรู้
• ด้านความรู้ (ทฤษฎี)

ระบบปฏิบัติการ (Operating System) เป็นซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) ท่ีทําหน้าท่ีควบคุม
การทํางานของระบบ ช่วยเสริมการทํางานของฮาร์ดแวร์ ใช้เป็นตัวเช่ือมโยงระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์และผู้ใช้
เพ่ืออํานวยความสะดวกในการใช้งานโปรแกรมตา่ งๆ รวมถึงการจดั สรรทรพั ยากรต่างๆ ในระบบให้มปี ระสิทธิภาพ
โดยผูใ้ ช้ไมจ่ ําเป็นต้องร้กู ลไกการทาํ งานหรอื ฮารด์ แวร์ของระบบ

1.การตดิ ต้งั ระบบปฏบิ ัติการ Windows 7 (จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรมขอ้ ที่ 1)
ระบบปฏิบัติการ Windows 7 เป็นระบบปฏิบัติการ (Operating System) ของ Microsoft ท่ีได้พัฒนา

ต่อเน่ืองมากจาก Windows 98, Me, 2000, XP และVista จนมาถึง Windows 7 สําหรับบุคคลทั่วไปท่ีใช้
คอมพิวเตอร์ มีความง่าย รวดเร็ว สะดวกในการใช้งาน พร้อมรุ่นอ่ืนๆ เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานของผู้ใช้งาน
แต่ละคน ดงั น้ี

1. Windows 7 Starter
Windows 7 Starter เป็นรุ่นเล็กสุดของ Windows 7 ออกแบบมาเพื่อรองรับ Net Book หรือ Note
Book ขนาดเล็กโดยเฉพาะ Windows 7 Starter เป็นรุ่นท่ีตัดความสามารถพิเศษต่างๆ เช่น Aero การเล่นดีวีดี
Personalize และบางอย่างออกไป ทําให้ Windows 7 มีราคาถูกที่สุด ไม่มีวางจําหน่ายแต่จะถูกติดตั้งมาพร้อม
กับเครื่องคอมพิวเตอร์ประเภท Net Book รุ่นใหม่ๆ โดยจะสนับสนุนเฉพาะ 32 บิตเท่าน้ัน ไม่มีความสามารถใน
การสรา้ งหรอื จดั การกับ Home Group สามารถเข้ารว่ มได้อยา่ งเดยี ว และเปดิ โปรแกรมพร้อมกันไดไ้ มจ่ าํ กดั
2. Windows 7 Home Premium
Windows 7 Home Premium เป็นรุ่นรองข้ึนมาท่ีสามารถรองรับ 32 บิต และ 64 บิต มี Windows
Aero มี Windows Mobility Center มคี วามสามารถในการจดั การ Home Group สนับสนุน Multi touch ช่วย
อํานวยความสะดวกในการใชง้ านมากข้ึน
3. Windows 7 Professional
Windows 7 Professional นี้จะมีความสามารถทั้งหมดท่ีมีในรุ่น Home Premium และยังเพ่ิม
ความสามารถพิเศษเข้าไปอีก รุ่นนี้จะเหมาะกับผู้ใช้ท่ัวๆ ไป รวมถึงผู้ใช้สําหรับธุรกิจขนาดเล็ก ท่ีมี Windows
Server Domain ช่วยให้สามารถเช่ือมต่อไปยังเครือข่ายที่ใช้ Windows Server มี Location aware printing
สามารถเลือกเคร่ืองพิมพ์ได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือท่ีทํางาน สามารถเข้ารหัสไฟล์ระบบของ Windows เพื่อความ
ปลอดภัย สามารถปรับเปลี่ยนภาพพ้ืนหลังให้อัตโนมัติ และปิด Screen Saver สามารถรัน Windows XP บน
Windows 7 และยังสามารถนําโปรแกรมที่ติดต้ังอยู่บน Windows XP Mode มารันบน Windows 7 ได้อีกด้วย
ชว่ ยลดปัญหาความเขา้ กันได้กับโปรแกรมเกา่ ๆ ซึง่ คอมพิวเตอรท์ จี่ ะรนั XP mode
4. Windows 7 Ultimate
Windows 7 Ultimate เป็นรุ่นท่ีมีฟังก์ชันสมบูรณ์ท่ีสุด เป็นการรวมความสามารถของรุ่นอ่ืนๆ มา และ
เพิ่มความสามารถเข้าไปอีก โดยมี App Locker ให้ผู้ดูแลระบบสามารถกําหนดรายช่ือโปรแกรมท่ีสามารถเปิดได้
มี BitLocker การเข้ารหัสไดรฟ์ รวมถึงอุปกรณ์พวก USB ต่างๆ เหมาะสําหรับการทํางานในองค์กร เป็น
ความสามารถในการเข้าใช้งานไฟล์ขององค์กร จากท่ีบ้านหรือท่ีอื่น มี Branch Cache Distributed Cache ช่วย
ให้โหลดข้อมูลบนเน็ตเวิร์คได้เร็วขึ้น สนับสนุนอินเทอร์เฟสภาษาต่างๆ นอกจากภาษาอังกฤษ โดยผู้ใช้สามารถ
เลือกเปล่ียนได้ 35 ภาษาท่ัวโลก และมีความสามารถในการบูต OS จาก virtual hard disk หรือไดรฟ์ที่สร้าง
จําลองขน้ึ มา
การติดต้ังระบบปฏิบัติการ เป็นการติดตั้งโปรแกรมที่ทํางานเป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้เคร่ืองและฮาร์ดแวร์
โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือจัดสภาพแวดล้อมให้ผู้ใช้ระบบสามารถปฏิบัติงานบนเคร่ืองคอมพิวเตอรไ์ ด้ เพื่อเอื้ออํานวย

การพัฒนาและการใช้โปรแกรมต่างๆ รวมถึงการจัดสรรทรัพยากรต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ซ่ึงการติดต้ัง
ระบบปฏิบัติการ Windows 7 จะสามารถทําได้ทั้งแบบอัพเกรดจาก Windows Vista เดิม และติดต้ัง Windows
7 ใหม่ ในที่น้ีจะนําเสนอการติดต้ังระบบปฏิบัติการ Windows 7 Professional จากแผ่น DVD ซึ่งเป็นการติดตั้ง
ระบบปฏิบตั ิการใหมต่ งั้ เริ่มตน้ จนเสรจ็ สนิ้ กระบวนการ

1.1 สงิ่ ทีต่ อ้ งเตรยี มกอ่ นการติดต้งั ระบบปฏิบัตกิ าร Windows 7
การติดต้ังระบบปฏิบัติการ Windows 7 น้ันมีหลายขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จส้ินกระบวนการ สิ่ง
สําคัญคือการจัดเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ให้พร้อมในการดําเนินการเพื่อใก้การติดต้ังเสร็จส้ินในครั้งเดียวไม่ต้อง
เสียเวลาวิ่งไปว่ิงมา หรือตอ้ งรอจนตอ้ งใชเ้ วลาอีกวันจงึ เสรจ็ ดังนี้

1.เคร่ืองคอมพิวเตอร์ สิ่งท่ีสําคัญท่ีสุดในการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 7 และต้องเป็น
เครอื่ งคอมพิวเตอรท์ ต่ี รวจสอบแล้ววา่ สามารถใชง้ านได้และมีคุณสมบตั ิพนื้ ฐานตรงตามความต้องการของระบบ

2. DVD Drive หรือเครื่องอ่านแผ่น DVD เพื่อใช้ติดต้ังระบบปฏิบัติการ Windows 7 จากแผ่น
ซง่ึ อาจจะเป็น DVD Drive แบบติดตั้งภายในเคร่อื งหรือแบบต่อใชภ้ ายนอกก็ได้

3.แผ่นโปรแกรม Windows7 ซ่ึงจะเป็น DVD ที่บรรจุโปรแกรมระบบปฏิบัติการ Windows 7
การเลอื กร่นุ นน้ั ขนึ้ อยู่กับการใช้งานตามคุณสมบัติที่กล่าวมา และควรถกู ลิขสทิ ธ์ิดว้ ย

4. Product key เป็นหมายเลขชุดทม่ี าพร้อมกบั แผ่นโปรแกรม
5. Driver อุปกรณ์ต่างๆ เป็นโปรแกรมท่ีจะช่วยให้อุปกรณ์ต่างๆ ท่ีนํามาประกอบเป็น
คอมพวิ เตอร์ สามารถทาํ งานได้อยา่ งเต็มประสิทธภิ าพ ส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับอปุ กรณ์ที่ซ้ือมา เชน่ Main Board,
Display Card, Sound Card เป็นต้น หรืออาจจะใช้วิธีการโหลดจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตอุปกรณ์นั้นๆ มาเก็บไว้
ก่อนกไ็ ด้
ในการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 7 กับเคร่ืองคอมพิวเตอร์ใดนั้น ระบบจะมีข้อจํากัดหรือความ
ต้องการในความสามารถของอุปกรณข์ นั้ ต่ํา เพ่อื การใชง้ านที่ราบร่ืนและมีประสิทธิภาพ ดงั ตอ่ ไปนี้
หน่วยประมวลผลกลาง หรอื CPU 1 GHz ข้ึนไป แบบ 32 บติ (x86) หรอื 64 บติ (x64)
หน่วยความจํา RAM สําหรับการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 7 แบบ 32 บิต ขนาด 1 GBหรือ
RAM สาํ หรับการตดิ ต้ังระบบปฏบิ ตั ิการ Windows 7 แบบ 64 บิตขนาด 2 GB
เน้ือทวี่ า่ งบนฮารด์ ดิสก์ 16 GB สําหรับการติดต้ังระบบปฏบิ ัตกิ าร Windows 7 แบบ 32 บติ หรือ 20 GB
สําหรบั การตดิ ต้ังระบบปฏบิ ัตกิ าร Windows 7 แบบ 64 บิต
อุปกรณ์แสดงผล DirectX 9 พร้อมโปรแกรมควบคมุ WDDM 1.0 หรือสูงกวา่
1.2 โปรแกรม BIOS
BIOS ยอ่ มาจาก Basic Input/output System เป็นโปรแกรมเล็กๆ ทีถ่ ูกเกบ็ ไว้ในชปิ ROM ทาํ หน้าทีใน
การตรวจสอบและควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ บนเมนบอร์ด และมีส่วนสําคัญมากในการบูตเคร่ืองเพราะ BIOS จะคอย
ตรวจสอบอุปกรณ์ท้ังหมด หากอุปกรณ์ตัวไหนมีการทํางานผิดพลาด BIOS จะรายงานหรือส่งสัญญาณเสียงให้
ทราบทันที BIOS จะทํางานหลังจากมีการเปิดสวิทซ์ทันทีที่มีการใช้งานคอมพิวเตอร์ โดยจะทําการตรวจสอบ
อปุ กรณต์ ่างๆ ทีต่ ิดต้ังในคอมพวิ เตอร์ เชน่ Hard Disk, Disk Drive และ RAM เป็นต้น

การติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 7 มีความเกี่ยวข้องกับโปรแกรม BIOS โดยตรงที่จะต้องเข้าไป
กําหนดให้โปรแกรม BIOS ทําการบูตเคร่ืองจาก DVD drive ก่อน เพื่อรันโปรแกรมสําหรับการติดต้ัง
ระบบปฏิบัติการ Windows 7 จากแผ่น DVD จนกระบวนการติดต้ังสําเร็จจึงจะกําหนดในโปรแกรม BIOS ให้
เคร่อื งบตู จาก Hard disk ต่อไป

1.3 ข้ันตอนการติดต้งั ระบบปฏบิ ัตกิ าร Windows 7 (จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ 2)
1. เริ่มจากการเปิดเครื่องเพ่ือตั้งค่า BIOS เพ่ือเลือกให้บูตจากไดรฟ์ CD/DVD เป็นอันดับแรกก่อน โดย
การกดปุ่ม Del หรือ Delete สําหรับเมนบอร์ดย่ีห้อ Asus, ECS, Gigabyte และกดปุ่ม F2 สําหรับเมนบอร์ดย่ีห้อ
Asrock แล้วใช้ปมุ่ ลูกศรเล่อื นซ้ายขวา เพ่อื เลือกไปที่หัวขอ้ Boot / Boot Device Priority
แลว้ ตั้งคา่ 1st Boot Device เปน็ CDROM โดยการกดปมุ่ + หรอื – เพือ่ เลอื ก Option
จากน้ันกดปุ่ม F10 แล้วกดปุ่ม OK ยืนยันการบันทึกค่าแล้วออกจากหน้าต่าง BIOS นอกจากนั้นเรายัง
สามารถใช้คีย์ลัดบนคีย์บอร์ดเพื่อเข้าไปเลือกอุปกรณ์การบูต โดยการกดปุ่ม F8 สําหรับเมนบอร์ดยี่ห้อ Asus กด
ปมุ่ F11 สําหรับเมนบอรด์ ยีห่ ้อ ECS, Asrock และกดปุ่ม F12 สําหรับเมนบอรด์ ยห่ี ้อ Gigabyte
2. ใส่แผ่น DVD สําหรับติดต้ังระบบปฏิบัติการ Windows 7 Professional ให้กดปุ่มใดๆ บนคีย์บอร์ด
เพื่อใหเ้ คร่อื งบตู จากแผน่ DVD
รอสักครู่จนปรากฏหน้าต่างการติดตั้ง Windows ให้คลิกเลือกภาษาที่ใช้ในการติดตั้ง และรูปแบบเวลา
ซงึ่ ควรจะเปน็ ประเทศไทย Thai แลว้ คลกิ ปมุ่ Next
ถ้าเป็นการตดิ ตง้ั ปกติ ใหค้ ลกิ Install now เพ่อื เริ่มเข้าสขู่ น้ั ตอนตอ่ ไป
จากนน้ั จะปรากฏหน้าตา่ งแสดงข้อความลิขสทิ ธิ์ ใหอ้ ่านข้อตกลงการใชง้ านตา่ งๆ แล้วคลิกทําเครือ่ งหมาย
/ หน้าข้อ I accept the license terms เพื่อยอมรับเง่ือนไขการใช้งาน แลว้ กดปมุ่ Next เพื่อทาํ งานตอ่ ไป
6. ปรากฏหน้าต่างรูปแบบการติดตั้ง ในกรณีที่ต้องการอัพเกรดจากระบบปฏิบัติการ Windows ตัวเก่า
เพื่อเก็บไฟล์และโปรแกรมไว้ให้เลือก Upgrade แต่ในที่นี้ให้คลิกเลือก Custom (advanced) เพื่อติดตั้ง
ระบบปฏบิ ตั กิ าร Windows 7 Professional ใหม่
7. จากน้ันจะปรากฏหน้าต่างเพ่ือให้กําหนดพื้นที่ที่ใช้ติดต้ังระบบปฏิบัติการ Windows 7 ซึ่งในกรณีท่ี
ฮารด์ ดสิ ก์ยงั ไม่เคยถูกใช้งานมาเลย กจ็ ะไมย่ ังไม่ได้ฟอร์แมตฮาร์ดดสิ ก์และยังไม่ได้แบ่งพาร์ทิชัน สงั เกตจากจะเห็น
เป็นไดรฟ์ C: ไดรฟ์ D: ในกรณีท่ีฮารด์ ดิสกไ์ ดม้ ีการแบ่งพารท์ ิชันไวแ้ ล้ว
ให้คลิกเลือก Disk 0 Unallocated Space เพ่ือใช้เป็นที่ติดต้ังระบบปฏิบัติการ Windows 7 แต่จะต้อง
แบง่ พาร์ทชิ ันกอ่ น โดยคลิกท่ี Drive options (advanced)
จากนั้นให้กําหนดขนาดของไดรฟ์ C ตามต้องการ ในช่อง Size ซึ่งมีหน่วยเป็น MB จากรูปเป็นการ
กําหนดขนาดไดรฟ์ C ไวป้ ระมาณ 40,000 MB หรอื ประมาณ 39 GB แลว้ คลิกปมุ่ Apply
จากนนั้ จะทําการแบ่งพาร์ทิชันแรก คือไดรฟ์ C: ตามขนาดที่กําหนด นอกจากนั้น Windows จะแบ่งพาร์
ทชิ นั System Reserved เพือ่ ใช้ในการเก็บ System Files ขนาด 100 MB ให้คลกิ ปมุ่ OK
จากน้ันจะปรากฏไดรฟ์ต่างๆ ขึ้นมา 3 ไดรฟ์ คือ Disk 0 Partition 1: System Reserved ขนาด 100
MB ซึ่งเป็นไดรฟ์ที่ใช้ในการเก็บ System Files ตามที่กล่าวมาแล้ว Disk 0 Partition 2 ขนาด 39 GB ท่ีเป็นไดรฟ์

ทเี่ ราสรา้ งขึน้ มาและ Disk 0 Unallocated space ขนาด 39 GB เป็นพื้นท่ีทีเ่ หลอื จากการแบง่ พารท์ ิชัน ซง่ึ เราจะ
กําหนดให้เป็นไดรฟ์ D: โดยจะจัดการภายหลัง ในที่น้ีให้คลิกเลือก Disk 0 Partition 2 เพื่อใช้เป็นท่ีติดต้ัง
ระบบปฏิบตั กิ าร Windows 7 จากนัน้ คลิกปุม่ Next

จากนัน้ จะเขา้ สู่กระบวนการต่างๆ ของการตดิ ต้งั ให้รอ
8. เม่ือระบบทําการติดต้ังระบบปฏิบัติการ Windows 7 เรียบร้อย ให้กําหนดชื่อเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้ และ
ชอ่ื ของคอมพิวเตอร์
9. จากนนั้ ใหก้ าํ หนดรหสั ผา่ นสาํ หรบั บัญชีผใู้ ช้ของเราทีส่ ร้างข้ึน
10. จากนั้นจะปรากฏหน้าต่างเพ่ือให้กรอก Product key ให้นํา Product Key ที่ติดอยู่ข้างกล่อง
โปรแกรมมากรอกลงไป แลว้ คลกิ ปุ่ม Next
จากนั้นจะปรากฏหน้าต่างกําหนดรูปแบบการป้องกันและการปรับปรุงระบบ Windows 7 ให้คลิกเลือก
Use Recommended settings
11. กําหนดวัน เวลาให้ถูกต้อง ตั้งระบบเวลาให้ตรงกับประเทศไทย โดยเลือก Time zone เป็น
UTC+07:00 แล้วคลกิ ปมุ่ Next
เลือกพื้นทท่ี เ่ี ครอื่ งคอมพิวเตอรเ์ ช่อื มต่อกับเครือขา่ ย
ระบบจะทําการติดต้ังต่อ และใชข้ ้อกําหนดต่างๆ ทีเ่ รากําหนดไวจ้ นเสรจ็ ส้นิ

1.4 การตงั้ คา่ ปมุ่ สลบั ภาษา (จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรมข้อที่ 3)
เมื่อติดต้ังระบบปฏิบัติการ Windows 7 Professional เสร็จแล้ว ยังไม่สามารถใช้ปุ่มสลับภาษา ไทยเป็น
อังกฤษและอักฤษเป็นไทยได้ ให้ดําเนินการโดยเปิด Control Panel จากน้ันให้คลิกเลือก Clock, Language, and
Region จะปรากฏหน้าต่าง Region and Language ให้คลิกแท็บ Keyboards and Languages แล้วคลิกปุ่ม Change

keyboards...

จะปรากฏหน้าต่าง Text Services and Input Languages ให้คลิกแท็บ Advanced Key Settings แล้วเลือก between
input languages แล้วคลิกปุ่ม Change Key Sequence...
จ ะ ป ร า ก ฏ ห น้ า ต่ า ง Change Key Sequence ที่ หั ว ข้ อ Switch Input Language ให้ เลื อ ก Grave Accent
( ` ) แล้วคลกิ OK

1.5 การจัดการไดรฟ์ (Partition) (จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อท่ี 4)
เม่ือติดตั้งวินโดวส์เสร็จแล้ว ถ้าเปิดดูไดรฟ์ต่างๆใน My Computer จะพบว่าจะมีพียงไดรฟ์ C ซึ่งเป็นเพียง
ไดรฟ์เดียว ซึ่งเราจะต้องสร้างไดรฟ์ D ข้ึนมา สําหรับพื้นที่ที่เหลือของฮาร์ดดิสก์ โดยคลิก Start แล้วคลิกขวาที่
Computer จากน้ันให้เลือก Manage แล้วจะปรากฏหน้าต่าง Computer Management ซึ่งในแถบของ Disk 0 จะ
ปรากฏส่วนท่ีเป็น System Reserved ขนาด 100 MB ไดรฟ์ C: ขนาด 38.96 MB และสว่ นพนื้ ท่ีสีดําจางๆ อยู่ ซึ่งเป็น
พ้ืนท่ีท่ียังไม่ได้จัดการให้สามารถใช้ได้ ให้คลิกขวาที่ไดรฟ์ Disk 0 Unallocated Space แล้วเลือก New Simple
Volume... ให้คลิก Next เพ่ือดําเนินการตอ่ กาํ หนดขนาดให้กับไดรฟ์ D ซงึ่ ก็คือพื้นที่ทั้งหมดท่ีเหลือ แล้วคลิก Next

แลว้ กําหนดช่ือให้ไดรฟแ์ ล้วคลกิ Next จากนั้นกาํ หนดรูปแบบไฟลเ์ ปน็ NTFS แลว้ คลกิ Next แล้วคลิกปุ่ม Finish จะ
ปรากฏแถบพืน้ ทีเ่ ปล่ียนเป็นสีนาํ้ เงินและรายละเอยี ดต่างๆ ของไดรฟ์

1.6 การ Activate (จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ 5)
เม่ือติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 7 เสร็จเรียบร้อยแล้ว และถ้าไม่ได้ทําการลงทะเบียนกับ Microsoft
ระบบปฏิบัติการ Windows 7 นี้จะใช้งานได้แค่ 30 วันเท่านั้น ให้ดําเนินการลงทะเบียนเพ่ือการใช้งานท่ีสมบูรณ์
โดยเปิด Control Panel ขนึ้ มา จากนั้นคลกิ เลอื ก System and Security และคลิกเลอื ก System
ในขั้นตอนการลงทะเบียนนี้จะเป็นการลงทะเบียนผ่านทางระบบเครือข่าย ให้คลิกเลือก Activate
Windows online now จากน้ันให้กรอก Product key ลงไปแล้วคลิกปุ่ม Next เม่ือเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะปรากฏ
ข้อความ Windows is activated

1.7 การติดตง้ั Driver ให้กับอุปกรณ์ (จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อท่ี 6)
Driver เป็นโปรแกรมหน่ึงท่ีจะช่วยให้อุปกรณ์ต่างๆ ท่ีนํามาประกอบเป็นคอมพิวเตอร์ สามารถทํางานได้
อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยจะเป็นตัวขับเคลื่อนหรือเช่ือมต่อระหว่างอุปกรณ์ทั้งเมนบอร์ด การ์ดแสดงผล เม้าส์
เครื่องพิมพ์และช้นิ ส่วนต่างๆ ของคอมพิวเตอร์กับระบบปฏิบัติการ เพื่อใหร้ ะบบปฏิบัติการสามารถใช้งานอุปกรณ์
เหลา่ นนั้ ได้ หากไม่มีไดรเวอร์อุปกรณ์คอมพิวเตอร์เหล่านั้นอาจไมส่ ามารถใช้งานได้ หรืออาจใชไ้ ดแ้ ตไ่ ม่ดีเท่าทีค่ วร
ดังน้ันทุกคร้ังที่เพิ่มอุปกรณ์เข้าไปใหม่จะต้องติดตั้งโปรแกรม Driver เพ่ือบอกให้คอมพิวเตอร์ทราบถึงรายละเอียด
ของอุปกรณ์ รวมท้ังวิธีใช้งานอุปกรณ์เหล่านั้นด้วย ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีอยู่เป็นแบบรุ่น
เก่าๆ อาจจะไม่ต้องทําอะไรเลยเพราะว่า Windows 7 จะจดั การกับ Driver ตา่ งๆ ให้เรยี บร้อยแล้วหรอื ท่ีเรยี กกันว่า
Plug and Play น่ันเอง แต่ถ้าหากอุปกรณ์ต่างๆ ท่ีใช้งานเป็นรุ่นใหม่ก็ต้องมาทําการติดต้ัง Driver ของอุปกรณ์ต่างๆ
เอง เพอื่ ใหส้ ามารถใช้งานอปุ กรณ์เหล่านน้ั ไดส้ มบูรณ์ ดงั น้ี

1.การตดิ ตั้ง Chipset Driver
Chipset เป็นชุดหรือกลุ่มของไมโครชิปท่ีได้รับการออกแบบให้เป็นหน่วยทํางานที่เก่ียวข้องกัน
ได้แก่ การควบคุมและเป็นทางผ่านของข้อมูลจากอุปกรณ์ต่างๆ เช่น การส่งข้อมูลจากหน่วยความจําหลักไปยัง
ซีพียู การส่งผ่านข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ จากไดรฟ์ซีดีรอม รวมถึงการส่งข้อมูลของแผงวงจร (Card) ต่างๆ เช่น VGA
Card, AGP Card, Sound Card งานเหล่านี้เกิดข้ึนโดยการควบคุมของ Chipset ท้ังส้ิน จะเห็นได้ว่าข้อมูลท้ังหมดท่ี
ผา่ นเขา้ ออกจากซีพยี ูจะต้องผ่าน Chipset และให้ Chipset เป็นผจู้ ดั การทงั้ สน้ิ
2.การตดิ ต้ัง Sound Driver
Sound Driver เป็นโปรแกรมท่ีใช้เป็นตัวกลางประสานระหว่าง Sound Card กับระบบปฏิบัติการ
เพอื่ ให้ระบบปฏิบัติการสามารถใชง้ าน Sound Card ได้ ซงึ่ มวี ธิ ีการดงั ต่อไปน้ี
1. เปิดโปรแกรม Driver ต่างๆ ท่ีมีให้ในแผ่น Mainboard Support CD หรือเปิดผ่านโปรแกรมในแผ่นด้วยการ
Double Click ทีไ่ ฟล์ Setup


Click to View FlipBook Version