3.การตดิ ตง้ั LAN Driver
LAN Card เป็นอุปกรณ์สําคัญในการเช่ือมต่อเข้าระบบเครือข่าย การติดตั้ง LAN Card Driver จึง
เป็นการติดตั้งโปรแกรมตัวกลางประสานการทํางานระหว่าง LAN Card กับระบบปฏิบัติการ เพ่ือให้
ระบบปฏบิ ตั ิการสามารถใชง้ าน LAN Card เพ่ือการเช่อื มต่อเครือข่ายได้ ซง่ึ มีวธิ ีการดังตอ่ ไปนี้
1. เปิดโปรแกรม Driver ที่มใี ห้ในแผน่ Mainboard Support CD หรือเปิดผ่านโปรแกรมในแผน่ ดว้ ยการ Double Click
ทไี่ ฟล์ Setup ซึ่งจะปรากฏหน้าต่างของโปรแกรมดังภาพ ให้ Click เลือก LAN Driver เพื่อตดิ ตง้ั
4.การติดตั้ง Driver ของการ์ดแสดงผล
การ์ดแสดงผลหรือการ์ดจอ (VGA card หรือ Display card) เป็นอุปกรณ์ท่ีรับข้อมูลเก่ียวกับการ
แสดงผลจากหน่วยความจาํ มาคํานวณและประมวลผล จากนั้นจึงสง่ ขอ้ มูลในรูปแบบสญั ญาณเพื่อนําไปแสดงผลยัง
อุปกรณ์แสดงผล การ์ดแสดงผลมีหน้าที่หลักในการนําข้อมูลดิจิตอลมาแปลงเป็นสัญญาณอนาล็อกเพื่อนําไป
แสดงผลบนจอคอมพิวเตอร์
ดังน้ันเพื่อการใช้งานการ์ดแสดงผล หรือการ์ดจอจึงต้องทําการติดต้ังโปรแกรมที่ทําหน้าท่ีประสานการ
ทํางานของการ์ดแสดงผลนี้กับระบบปฏิบัติการ โดยส่วนใหญ่โปรแกรมของการ์ดแสดงผล หรือ Driver นี้จะให้มา
พร้อมกับการด์ แสดงผลทซ่ี อื้ มา ให้ใส่แผ่น CD นเี้ ข้าไป ซึง่ จะเปน็ แผ่นทีเ่ ลน่ อตั โนมัติ
1.8 Device Manager
ในระบบปฏิบัติการ Windows 7 สามารถแสดงรายการอุปกรณ์ต่างๆ ให้ทราบว่ามีอะไรอยู่ในเครื่องบ้าง
อุปกรณ์ใดท่ี Windows รู้จักและสามารถใช้งานได้ รวมท้ังถ้ามีอุปกรณ์ใดท่ีมีปัญหาหรือขาดไดรเวอร์ใช้งานไม่ได้ก็
สามารถตรวจสอบได้ที่ Device Manager น้ี ซ่ึงทําได้โดยการเปิด Control Panel ขึ้นมาแล้วคลิกท่ี System and
Security และคลิกเลือก System จากน้ันคลิกเลือก Device Manager จากเมนูด้านซ้าย หรือใช้วิธีการคลิกขวาท่ี
ไอคอน Computer คลกิ เลือกเมนู Properties แล้วคลิกเลอื ก Device Manager จากเมนูด้านซ้ายกไ็ ดเ้ ชน่ กนั
ในหนา้ ตา่ ง Device Manager ของ Windows 7 มีการแสดงรายการอปุ กรณท์ ่ีจดั ไวเ้ ปน็ หมวดหมู่ ถ้าต้องการ
ดรู ายการอปุ กรณ์ในหมวดใดก็ดับเบลิ คลิกท่ีหมวดนั้นๆ หรอื คลิกทเี่ คร่ืองหมายสามเหลี่ยมสีขาวด้านหนา้ ก็ได้ และ
เราสามารถจัดการอุปกรณ์ต่างๆ น้ีได้โดยง่ายจากหน้าต่าง Device Manager นี้เช่นการดูรายละเอียดของอุปกรณ์
การติดตั้ง Driver ของอุปกรณ์ใหม่ ปิดการใช้งานอุปกรณ์ หรือยกเลิกการติดตั้ง Driver ของอุปกรณ์น้ันๆ จาก
รายการของอุปกรณ์ใน Device Manager นี้ เราสามารถตรวจสอบการใช้งานเบ้ืองต้นได้จากเครื่องหมายที่ปรากฏ
ทับสัญลักษณ์อุปกรณ์ด้านหน้า เช่นเครื่องหมายกากบาทสีแดงหมายถึงอุปกรณ์นั้นถูกปิด (Disable) ไม่ให้ใช้งาน
หรือแสดงเครื่องหมายตกใจดําบนพื้นสีเหลืองหมายถึงอุปกรณ์นันขัดแย้งกับรายการอ่ืน หรือไม่ได้ติดต้ังไดรเวอร์
และไม่สามารถทาํ งานได้ เป็นต้น
2. การตดิ ตั้งโปรแกรมประยกุ ต์ (จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรมข้อท่ี 7)
โปรแกรมประยุกต์ (Application Software) เป็นซอฟต์แวร์ประเภทหน่ึงสําหรับใช้งานสําหรับงานเฉพาะ
ทาง เป็นโปรแกรมที่มีความสามารถจัดการกับงานเฉพาะด้านโดยตัวโปรแกรมจะเหมาะสมและใช้งานได้ดีกับงาน
เฉพาะนั้นๆ เท่านั้น เช่น โปรแกรม MS-Word โปรแกรม MS-Excel โปรแกรม MS-PowerPoint และโปรแกรม
ประเภทเกมต่างๆ เป็นตน้
การติดตั้งโปรแกรมประยุกต์ตามลักษณะการใช้งานในเครอ่ื งคอมพิวเตอร์ จึงเป็นความต้องการของแต่ละ
บุคคล แต่สว่ นมากแลว้ จะตอ้ งมีโปรแกรมสาํ นกั งานเพอื่ ใชจ้ ดั การงานหรือเอกสารเปน็ พ้นื ฐาน
2.1 การตดิ ต้งั โปรแกรม Microsoft Office 2010
Microsoft Office เป็นชดุ โปรแกรมสํานกั งาน พฒั นาโดย Microsoft ซึ่งสามารถใช้งานได้ในระบบปฏบิ ตั ิการ
Windows และระบบปฏิบัติการ Mac นอกจากน้ัน Microsoft Office ยังมีการส่งเสริมให้ใช้บริการผ่านระบบเคร่ือง
แม่ข่ายและบริการผ่านหน้าเว็บ การติดตั้งโปรแกรม Microsoft Office 2010 น้ัน สามารถทําได้โดยใส่
แผ่นโปรแกรมในเคร่ืองคอมพิวเตอร์ จากน้ันจะปรากฏไดอะล็อก Auto Play ขึ้นมาให้เลือกเลือก Run SETUP.EXE
เพ่ือเร่ิมการติดตั้ง ซ่ึงถ้าเครื่องไม่สามารถเปิด Auto Play ได้ เราสามารถเปิดหน้าต่าง Window Explorer เพื่อเปิดดู
ไฟล์ในแผน่ แลว้ ดบั เบล้ิ คลกิ ท่ีไฟล์ Setup.exe ได้เหมือนกนั
จากนนั้ จะปรากฏไดอะลอ็ ก Enter your Product Key ใหใ้ สห่ มายเลขคยี ์ท่ีให้มากบั แผ่นโปรแกรม แล้วคลิก
ปุ่ม Continue จากนัน้ จะเริ่มทําการติดต้งั โปรแกรม และข้อความลขิ สิทธ์ิ ขอ้ ตกลงการใช้งาน ให้คลิกหน้าข้อความ
“ฉนั ยอมรับข้อกําหนดของข้อตกลงน้ี” แล้วคลิกป่มุ ทําต่อไป หลังจากนั้นเลอื กรูปแบบการติดต้งั ถ้าต้องการตดิ ตั้ง
ตามท่ีโปรแกรมกําหนดไว้สามารถคลิกเลือก ติดต้ังเดี๋ยวนี้ได้เลย หรือถ้าต้องการกําหนดรูปแบบการติดตั้งเองให้
คลิกเลอื ก กําหนดเอง จากนน้ั ใหค้ ลิกเลือกภาษาทต่ี ิดตงั้ ในโปรแกรม แล้วคลกิ ปุ่ม ตดิ ต้งั เดย๋ี วน้ี
จากนน้ั จะปรากฏตัวเลอื กการติดต้ัง ให้เลือกส่วนประกอบทต่ี ้องการติดต้งั แล้วคลกิ ปุม่ ติดตั้งเด๋ยี วน้ี
จากน้นั จะเรม่ิ ตดิ ต้ังโปรแกรม สังเกตความคืบหนา้ การตดิ ตัง้ จากแถบสีเขยี ว
รอสักครู่จนติดต้ังเสร็จ จะปรากฏไดอะล็อกขอบคุณและการเข้าร่วมใช้งานแบบออนไลน์ ให้คลิกปุ่ม ปิด
หลังจากนั้น ให้คลิก Start / All Programs จะมีเมนูเปิดโปรแกรม Microsoft Office และรายชื่อโปรแกรมในชุด
Microsoft Office ที่เลือกติดตง้ั ไว้ ซงึ่ สามารถเปดิ ใชโ้ ปรแกรมไดท้ นั ที
• ดา้ นทักษะ (ปฏิบตั ิ) (จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมข้อที่ 1-9)
1.แบบฝกึ หัดท้ายบทที่ 3
2.กิจกรรมการเรียนรู้
• ดา้ นคณุ ธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพียง
1.การเตรยี มความพร้อมดา้ นวสั ดุ อุปกรณ์นักศึกษาจะต้องทําความสะอาดห้องเรยี น จดั เตรยี มอปุ กรณใ์ น
การเรียนรู้ ให้มคี วามพร้อมเพียงและเหมาะสมกับเวลาทใี่ ชใ้ นการเรยี น
2.ความมเี หตุมผี ลในการปฏิบัติงาน ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งนักศึกษาจะต้องมีการใช้
เทคนิคการจดบนั ทึกงาน การสบื ค้นขอ้ มลู ก่อนการเรียนรแู้ ละหลังเรียนรู้เพื่อให้การเรยี นรู้เหมาะสมกบั เวลา
คมุ้ ค่าและประหยดั
กิจกรรมการเรยี นการสอนหรอื การเรียนรู้
ขนั้ ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้ันตอนการเรยี นรหู้ รอื กจิ กรรมของนกั เรียน
1. ข้นั นาเข้าสบู่ ทเรยี น (90 นาที) 1. ข้นั นาเข้าสบู่ ทเรยี น (90 นาที)
1. ผู้สอนจดั เตรยี มเอกสาร 1. ผู้เรียนทําแบบทดสอบก่อนเรยี น
2. ผู้สอนแจง้ จุดประสงค์การเรียนของหนว่ ย 2. ผเู้ รยี นทาํ ความเขา้ ใจเกย่ี วกับจดุ ประสงค์การ
เรยี นท่ี 3 และขอให้ผู้เรยี นรว่ มกนั ทาํ กิจกรรมการเรียน เรียนของหนว่ ยเรยี นที่ 3 และการใหค้ วามรว่ มมอื ในการ
การสอน ทํากจิ กรรม
3. ผู้สอนให้ผู้เรยี นแสดงความรู้ โดยตงั้ คาํ ถาม 3. ผู้เรยี นแสดงความรู้วา่ การติดตง้ั โปรแกรมตาม
ว่าการตดิ ตัง้ โปรแกรมตามลกั ษณะงานมหี ลักการ ลักษณะงานมีหลักการทํางานอยา่ งไรพร้อมให้เหตุผล
ทํางานอย่างไรพรอ้ มให้เหตุผลประกอบ ประกอบ
2. ขัน้ ใหค้ วามรู้ (450 นาที) 2. ขั้นให้ความรู้ (450 นาที)
7. ผู้สอนทดสอบความรู้ความเข้าใจเกีย่ วกบั 5. ผู้เรียนทาํ แบบทดสอบก่อนเรียนเพ่ือแสดง
ความร้เู บือ้ งต้นเก่ียวกบั การติดต้ังโปรแกรมตาม ความรู้และความเข้าใจก่อนการเรยี น เรอ่ื งการติดตง้ั
ลักษณะงานโดยให้ผูเ้ รยี นทําแบบทดสอบก่อนเรียน โปรแกรมตามลักษณะงาน ผเู้ รียนศกึ ษาบทเรยี นวชิ า
8. ผูส้ อนอธิบายเน้ือหาเก่ยี วกับบทเรยี นวชิ า คอมพวิ เตอร์และการบาํ รุงรักษา หนว่ ยที่ 3 เรือ่ งการ
คอมพวิ เตอร์และการบาํ รุงรักษา หน่วยท่ี 3 เรอื่ งการ ตดิ ต้งั โปรแกรมตามลักษณะงานและศึกษาเอกสาร
ตดิ ต้งั โปรแกรมตามลกั ษณะงานและให้ผเู้ รียนศึกษา ประกอบการสอน หนว่ ยท่ี 3
เอกสารประกอบการสอน หนว่ ยที่ 3 6. ผเู้ รยี นอธบิ ายหลักการติดต้ังโปรแกรมตาม
9. ผสู้ อนและผเู้ รียนรว่ มกนั อธบิ ายการตดิ ตง้ั ลกั ษณะงานตามที่ได้ศึกษาจากบทเรยี นคอมพิวเตอร์
โปรแกรมตามลักษณะงานตามทีไ่ ด้ศึกษาจากบทเรยี น ช่วยสอน
คอมพวิ เตอร์ช่วยสอน
3. ข้นั ประยกุ ต์ใช้ (90 นาที) 3. ขน้ั ประยกุ ตใ์ ช้ (90 นาที)
3. ผสู้ อนให้ผู้เรียนทําแบบฝกึ หัดทา้ ยบทที่ 3 3. ผเู้ รียนทาํ แบบฝกึ หดั ท้ายบทท่ี 3
2. ผู้สอนให้ผเู้ รียนดาวน์โหลดไฟล์โปรแกรม 2. ให้ผู้เรียนดาวนโ์ หลดไฟลโ์ ปรแกรม ประเภทฟรี
ประเภทฟรีแวร์ ที่เปน็ โปรแกรมจาํ เปน็ พ้นื ฐานของ แวร์ ท่ีเป็นโปรแกรมจาํ เป็นพ้ืนฐานของเคร่อื ง
เคร่ืองคอมพวิ เตอร์ มาจากอนิ เทอร์เน็ต จากน้ันให้ คอมพิวเตอร์ มาจากอนิ เทอร์เนต็ จากนน้ั ใหน้ ํามาติดต้ัง
นํามาตดิ ตงั้ ลงในเครอ่ื งคอมพิวเตอร์ แลว้ สรปุ ผลรว่ มกนั ลงในเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ แล้วสรุปผลรว่ มกันอภิปราย
อภปิ รายรปู แบบโปรแกรม การตดิ ตงั้ และการใชง้ าน รปู แบบโปรแกรม การตดิ ต้ังและการใช้งาน
4. ข้ันสรปุ และประเมนิ ผล (90 นาที) 4. ขน้ั สรุปและประเมนิ ผล (90 นาที)
1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกนั สรปุ เน้อื หาท่ีได้ 1. ผู้สอนและผู้เรยี นร่วมกันสรุปเน้อื หาท่ีได้เรยี น
เรียนให้มคี วามเข้าใจในทิศทางเดยี วกนั เพ่อื ใหม้ คี วามเข้าใจในทิศทางเดียวกนั
2. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนศึกษาเพิ่มเตมิ นอกห้องเรยี น 2. ผู้เรยี นศกึ ษาเพ่ิมเตมิ นอกหอ้ งเรยี น ดว้ ย
ด้วยบทเรียนคอมพวิ เตอรช์ ว่ ยสอนทจี่ ัดทําขน้ึ บทเรียนคอมพวิ เตอรช์ ว่ ยสอนที่จัดทําข้นึ
3. ผสู้ อนใหผ้ ู้เรยี นทําแบบทดสอบหลังเรียน 3. ผูเ้ รียนทาํ แบบทดสอบหลังเรยี น
(บรรลจุ ดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ 1-9)
(บรรลุจุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรมขอ้ ท่ี 1-9)
(รวม 720 นาที หรอื 12 ชวั่ โมงเรยี น)
งานทม่ี อบหมายหรอื กจิ กรรมการวดั ผลและประเมินผล
กอ่ นเรียน
1. จัดเตรียมเอกสาร สอื่ การเรียนการสอนหน่วยท่ี 3
2. ทาํ ความเข้าใจเกยี่ วกับจุดประสงคก์ ารเรียนของหนว่ ยท่ี 3 และให้ความรว่ มมือในการทํากจิ กรรมใน
หนว่ ยที่ 3
3. ตอบคาํ ถามก่อนเรียน โดยการถาม – ตอบ หนว่ ยท่ี 3
ขณะเรยี น
1.ปฏบิ ตั ิตามใบความรู้ที่ 3 เรอื่ งการติดตั้งโปรแกรมตามลักษณะงาน
2. ร่วมกนั สรปุ “การตดิ ต้งั โปรแกรมตามลักษณะงาน”
3. ร่วมกนั ทํากิจกรรมการเรียนรู้
หลงั เรยี น
1.ทาํ แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 3
2.ทาํ แบบประเมนิ การเรียนรู้
คาถาม
1. จงบอกความหมาย และความต้องการของระบบปฏิบตั กิ าร Windows 7
2. จงบอกสง่ิ ทต่ี ้องเตรยี มก่อนการติดตงั้ ระบบปฏบิ ัตกิ าร Windows 7
3. จงบอกถึงความหมายของโปรแกรม BIOS
4. จงอธบิ ายขั้นตอนการติดต้ังระบบปฏบิ ตั ิการ Windows 7
5. จงอธิบายวธิ ีการต้ังค่าป่มุ สลบั ภาษา
6. จงอธิบายวธิ กี ารจดั การไดรฟ์
7. จงอธิบายวิธกี าร Activate
8. จงอธิบายวิธีการติดตง้ั Driver ใหก้ บั อุปกรณ์
9. จงบอกถึงประโยชน์และหนา้ ทขี่ องโปรแกรม Device Manager
10. อธิบายวธิ ีการติดตงั้ โปรแกรม Microsoft Office 2010 ได้
ผลงาน/ช้นิ งาน/ความสาเรจ็ ของผเู้ รียน
กจิ กรรม ให้ผ้เู รยี นดาวนโ์ หลดไฟล์โปรแกรม ประเภทฟรแี วร์ ทเี่ ป็นโปรแกรมจาํ เปน็ พน้ื ฐานของเครื่อง
คอมพิวเตอร์ มาจากอินเทอรเ์ น็ต จากนนั้ ให้นาํ มาติดตงั้ ลงในเครือ่ งคอมพิวเตอร์ แล้วสรุปผลร่วมกันอภปิ ราย
รูปแบบโปรแกรม การติดตงั้ และการใชง้ าน
ตัวอย่างโปรแกรม
• 7-zip
• Foxit Reader
• MS Security Essentials
• Recuva
• PhotoScape
สมรรถนะท่พี ึงประสงค์
ผเู้ รยี นสรา้ งความเขา้ ใจเกยี่ วกับการตดิ ต้ังโปรแกรมตามลักษณะงาน
1.วิเคราะห์และตีความหมาย
2.ตง้ั คาํ ถาม
3.ลงมือปฏิบัติ
4.การประยุกต์ความรสู้ ู่งานอาชพี
สมรรถนะการสร้างคา่ นิยม
การปลกู ฝังใหม้ ีความรบั ผิดชอบ มีความคดิ ริเรม่ิ สร้างสรรค์ และมคี วามซือ่ สัตย์ในอาชพี ของตน
สมรรถนะการปฏิบัติงานอาชีพ
1. นําความรเู้ กี่ยวกบั แนะนาํ ความรูเ้ บ้ืองตน้ เกยี่ วกบั การตดิ ตั้งโปรแกรมตามลักษณะงานประยุกต์ใชใ้ น
การดําเนนิ ชีวิตประจาํ วนั
สมรรถนะการขยายผล
ความสอดคล้อง
แนะนาํ ความรู้เบื้องตน้ เกีย่ วกับการตดิ ตัง้ โปรแกรมตามลักษณะงาน ทาํ ให้ผเู้ รยี นมีความรู้เพ่ิมขึ้น เม่ือ
ผเู้ รียนไดเ้ รยี นรทู้ ําให้มีความรู้ในเรอ่ื งการตดิ ต้ังโปรแกรมตามลักษณะงานมากข้นึ
สือ่ การเรยี นการสอน/การเรยี นรู้
ส่ือส่งิ พมิ พ์
1. เอกสารประกอบการสอนวิชา คอมพิวเตอร์และการบํารงุ รกั ษา (ใชป้ ระกอบการเรยี นการสอน
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมข้อท่ี 1-9)
2. ใบความรูแ้ ละใบงาน
สอ่ื โสตทศั น์ (ถ้ามี)
1. บทเรียนคอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอน เร่ืองการติดตั้งโปรแกรมตามลกั ษณะงาน
2. สอ่ื ของจรงิ
แหลง่ การเรยี นรู้
ในสถานศึกษา
1. ห้องสมดุ วิทยาลยั
2. หอ้ งปฏบิ ตั ิการคอมพิวเตอร์ ศกึ ษาหาข้อมูลทางอนิ เทอร์เนต็
นอกสถานศกึ ษา
ผูป้ ระกอบการ สถานประกอบการ ในท้องถ่ิน
การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กบั วิชาอ่ืน
1. บรู ณาการกับวิชาชีวิตและวฒั นธรรมไทย ดา้ นการพดู การอา่ น การเขียนและการฝึกปฏบิ ตั ติ นทาง
สังคมดา้ นการเตรยี มความพร้อม ความรบั ผดิ ชอบ และความสนใจใฝ่รู้
2. บรู ณาการกบั วิชาภาษาอังกฤษ การใชค้ าํ ศัพท์ ความหมาย การสบื คน้ ข้อมลู
3. บรู ณาการกับวชิ ากีฬาเพื่อพฒั นาสุขภาพและบคุ ลิกภาพ ด้านบุคลกิ ภาพในการนําเสนอหนา้ ชน้ั เรียน
การประเมินผลการเรียนรู้
• หลกั การประเมินผลการเรียนรู้
ก่อนเรยี น
1.ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น
ขณะเรียน
1.สงั เกตการทํางานกลุ่ม
หลงั เรยี น
1.ตรวจแบบฝึกหัดทา้ ยบท
2.ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน
3.สรปุ ผลการรายงานหนา้ ชัน้ เรยี น
ผลงาน/ชิน้ งาน/ผลสาเรจ็ ของผ้เู รียน
ตรวจผลงาน กจิ กรรม
- กจิ กรรม ให้ผ้เู รยี นดาวน์โหลดไฟลโ์ ปรแกรม ประเภทฟรีแวร์ ทเ่ี ป็นโปรแกรมจําเปน็ พ้ืนฐานของเคร่อื ง
คอมพวิ เตอร์ มาจากอินเทอร์เน็ต จากนั้นใหน้ ํามาติดตง้ั ลงในเครอ่ื งคอมพิวเตอร์ แล้วสรุปผลร่วมกนั อภปิ ราย
รูปแบบโปรแกรม การติดตัง้ และการใช้งาน
รายละเอยี ดการประเมินผลการเรียนรู้
• จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อท่ี 1 บอกความหมาย และความต้องการของระบบปฏบิ ัติการ Windows
7 ได้
1.วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2.เครอ่ื งมือ : แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การให้คะแนน:บอกองคป์ ระกอบระบบคอมพิวเตอรไ์ ด้จะได้ 1 คะแนน
•จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม ข้อท่ี 2 อธบิ ายข้นั ตอนการตดิ ตงั้ ระบบปฏิบัติการ Windows 7 ได้
1.วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2.เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การใหค้ ะแนน : บอกความหมาย Hardware ในระบบคอมพวิ เตอร์ได้ จะได้ 3
คะแนน
•จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม ขอ้ ท่ี 3 อธิบายวิธกี ารต้ังคา่ ปุม่ สลบั ภาษาได้
1.วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2.เครอ่ื งมือ: แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การใหค้ ะแนน: บอกหนา้ ที่ และส่วนประกอบหลกั ของแผงวงจรหลัก ได้ จะได้ 3
คะแนน
•จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม ขอ้ ที่ 4 อธบิ ายวธิ กี ารจัดการไดรฟ์ได้
1.วธิ กี ารประเมนิ : ทดสอบ
2.เครื่องมือ: แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การใหค้ ะแนน: อธบิ ายหน้าทีห่ น่วยรบั ข้อมูลได้ จะได้ 3 คะแนน
•จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อท่ี 5 อธิบายวธิ กี าร Activate ได้
1.วิธกี ารประเมิน: ทดสอบ
2.เคร่ืองมือ: แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การให้คะแนน: บอกคณุ ลักษณะทวั่ ไปของอุปกรณ์รับข้อมูลได้ จะได้ 3 คะแนน
•จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ข้อท่ี 6 อธบิ ายวิธกี ารติดตั้ง Driver ให้กับอปุ กรณไ์ ด้
1.วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2.เครอ่ื งมือ : แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การใหค้ ะแนน: อธบิ ายหน้าทหี่ น่วยประมวลผลกลางได้ จะได้ 3 คะแนน
•จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม ขอ้ ท่ี 7 อธิบายวิธีการตดิ ตั้งโปรแกรม Microsoft Office 2010 ได้
1.วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2.เคร่อื งมือ: แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การให้คะแนน: อธิบายหนา้ ท่หี นว่ ยความจาํ ได้ จะได้ 3 คะแนน
แบบฝกึ หัดหนว่ ยที่ 3
การติดตง้ั โปรแกรมตามลกั ษณะงาน
จงตอบคาถามต่อไปน้ิให้มีใจความสมบรู ณ์
1. จงบอกความหมาย และความตอ้ งการของระบบปฏบิ ตั ิการ Windows 7
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. จงบอกสง่ิ ที่ต้องเตรียมก่อนการติดตง้ั ระบบปฏบิ ตั ิการ Windows 7
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. จงบอกถึงความหมายของโปรแกรม BIOS
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. จงอธบิ ายขน้ั ตอนการติดต้ังระบบปฏบิ ตั กิ าร Windows 7
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. จงอธิบายวธิ ีการตง้ั ค่าปุ่มสลบั ภาษา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
6. จงอธิบายวธิ ีการจัดการไดรฟ์
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
7. จงอธบิ ายวิธกี าร Activate
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
8. จงอธบิ ายวธิ ีการติดตงั้ Driver ให้กับอุปกรณ์
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
9. จงบอกถึงประโยชน์และหนา้ ที่ของโปรแกรม Device Manager
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
10. อธิบายวธิ กี ารติดตง้ั โปรแกรม Microsoft Office 2010 ได้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แบบประเมนิ ผลการนาเสนอผลงาน
ช่อื กลมุ่ ………………………………………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง................
รายชอ่ื สมาชิก
1……………………………………………………………….……………………………………………………………………เลขท่ี……..….
2……………………………………………………………….……………………………………………………………………เลขที่……..….
3……………………………………………………………….……………………………………………………………………เลขท่ี……..….
4……………………………………………………………….……………………………………………………………………เลขท่ี……..….
ที่ รายการประเมนิ คะแนน ข้อคดิ เห็น
1 ความรู้เก่ียวกับเน้ือหา ความถกู ตอ้ ง ปฏภิ าณในการตอบ และการแก้ไข 32 1
ปญั หาเฉพาะหน้า
2 รูปแบบการนําเสนอ
3 การมีสว่ นร่วมของสมาชิกในกลุม่
4 บุคลกิ ลักษณะ กิรยิ า ทา่ ทางในการพูด นํา้ เสยี ง ซ่ึงทาํ ใหผ้ ู้ฟงั มคี วาม
สนใจ
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
เกณฑก์ ารให้คะแนน
1. เน้อื หาสาระครอบคลุมชดั เจนถกู ตอ้ ง
3 คะแนน = มีสาระสําคญั ครบถว้ นถูกต้อง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระสาํ คญั ไมค่ รบถ้วน แตต่ รงตามจุดประสงค์
1 คะแนน = สาระสําคัญไมถ่ ูกตอ้ ง ไม่ตรงตามจดุ ประสงค์
2. รปู แบบการนําเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนําเสนอที่เหมาะสม มีการใช้เทคนิคท่ีแปลกใหม่ ใช้สื่อและเทคโนโลยี ประกอบการ
นําเสนอทน่ี า่ สนใจนําวสั ดุในทอ้ งถ่นิ มาประยกุ ต์ใช้อยา่ งคมุ้ คา่ และประหยดั
2 คะแนน = มีเทคนิคการนําเสนอท่ีแปลกใหม่ ใช้สื่อและเทคโนโลยีประกอบการนําเสนอที่น่าสน ใจแต่ขาดการ
ประยกุ ตใ์ ช้ วัสดใุ นทอ้ งถ่นิ
1 คะแนน = เทคนคิ การนําเสนอไม่เหมาะสม และไมน่ า่ สนใจ
3. การมสี ว่ นรว่ มของสมาชิกในกลมุ่
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมบี ทบาทและมีสว่ นร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
2 คะแนน = สมาชิกสว่ นใหญ่มบี ทบาทและมีสว่ นร่วมกจิ กรรมกลมุ่
1 คะแนน = สมาชิกสว่ นน้อยมบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผู้ฟังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
2 คะแนน = ผู้ฟงั ร้อยละ 70-90 สนใจ และใหค้ วามรว่ มมอื
1 คะแนน = ผู้ฟังนอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 70 สนใจ และใหค้ วามร่วมมอื
บนั ทึกหลงั การสอน
หนว่ ยที่ 3 การตดิ ตั้งโปรแกรมตามลักษณะงาน
ผลการใชแ้ ผนการเรียนรู้
1. เน้อื หาสอดคล้องกับจดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม
2. สามารถนาํ ไปใชป้ ฏบิ ตั กิ ารสอนได้ครบตามกระบวนการเรยี นการสอน
3. เวลาท่ีกาํ หนดไวใ้ นแผนการสอนมคี วามเหมาะสม
ผลการเรียนของนกั เรยี น
1. นกั ศึกษาส่วนใหญ่มคี วามสนใจใฝ่รู้ เขา้ ใจในบทเรียน อภปิ รายตอบคาํ ถามในกลมุ่ และร่วมกันปฏิบัติ
ใบงานท่ีได้รับมอบหมาย
2. นกั ศึกษากระตือรือร้นและรับผิดชอบในการทํางานกลุ่มเพื่อให้งานสาํ เรจ็ ทันเวลาท่ีกําหนด
3. นักศึกษาเลือกสามารถนาํ ความรไู้ ปใช้ได้จริงในชีวิตประจาํ วนั
ผลการสอนของครู
1. สอนเน้ือหาได้ครบตามหลักสตู ร
2. แผนการสอนและวธิ กี ารสอนครอบคลุมเน้ือหาการสอนทําใหผ้ ูส้ อนสอนได้อยา่ งมน่ั ใจ
3. สอนได้ทันตามเวลาทกี่ าํ หนด
ลงชื่อ............................................... ลงชอ่ื .......................................................
(.....................................) (นายมนต์ธร สาระบรู ณ์)
รองผ้อู าํ นวยการฝา่ ยวิชาการ ครูผ้สู อน
แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี หนว่ ยที่ 4
สัปดาห์ที่ 8-9
แผนการสอน/การเรยี นรู้ภาคทฤษฎี 8 ชั่วโมง
ชือ่ วชิ า คอมพวิ เตอรแ์ ละการบํารุงรักษา
ช่ือหน่วย การบํารงุ รกั ษาอุปกรณ์คอมพวิ เตอร์
ชอื่ เรือ่ ง การบํารงุ รกั ษาอปุ กรณค์ อมพวิ เตอร์
หวั ขอ้ เรือ่ ง
ดา้ นความรู้
1. การดูแลรักษา ตรวจสอบเครอื่ งคอมพิวเตอร์
2. โปรแกรมบาํ รงุ รักษาเคร่อื งคอมพวิ เตอร์
2.1 Disk cleanup
2.2 Disk defragmenter
2.3 Action center
2.4 Administrative tools
2.5 การสร้างพาร์ทชิ ันใน Windows 7
ดา้ นทักษะ
1. ใช้โปรแกรม Disk Cleanup
2. ใชโ้ ปรแกรม Disk defragmenter
3. ใชโ้ ปรแกรม Action center
4. ใช้โปรแกรม Administrative tools
5. สร้างพารท์ ิชนั ใน Windows 7
ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
1.ปฏิบตั ิงานได้อย่างถกู ต้อง รอบคอบ
2.ส่งงานตรงตามเวลาท่กี าํ หนด
3.มคี วามซื่อสัตย์ อดทน ไมค่ ัดลอกผลงานผูอ้ นื่
4.ใชเ้ วลาอย่างเหมาะสมกบั งานที่ปฏิบัติ
สาระสาคัญ
การดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นวิธีท่ีช่วยให้สามารถใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ได้นานข้ึน จึง
จําเป็นต้องรู้ถึงปัจจัยต่างๆ ท่ีทําให้เครื่องคอมพิวเตอร์เกิดการขัดข้องหรือเสียหาย และวิธีการบํารุงรักษาเคร่ือง
คอมพิวเตอร์เบื้องตน้
เนื้อหาในหน่วยน้ีจะกล่าวถึงวิธีดูแลรักษา ตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐาน และการใช้โปรแกรม
บํารุงรักษาเคร่ืองคอมพิวเตอร์ เช่นโปรแกรม Disk Cleanup โปรแกรม Disk defragmenter โปรแกรม Action
center โปรแกรม Administrative tools และการสรา้ งพารท์ ิชนั ใน Windows 7
สมรรถนะอาชพี ประจาหนว่ ย
1. ดแู ลรกั ษา ตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์
2. ใชโ้ ปรแกรมบํารงุ รักษาเคร่ืองคอมพิวเตอร์
จดุ ประสงคก์ ารสอน/การเรียนรู้
• จดุ ประสงค์ทัว่ ไป / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1.เพอ่ื ใหม้ คี วามรูพ้ นื้ ฐานเกย่ี วการบํารงุ รกั ษาเครื่องคอมพวิ เตอร์และมีทัศนคติทด่ี ี (ด้านความร้)ู
2.เพ่อื ให้มีทักษะการใชโ้ ปรแกรมบาํ รุงรักษาเครื่องคอมพวิ เตอร์ (ด้านทกั ษะ)
3.เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการเตรียมความพร้อมด้าน วัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง สําเร็จ
ภายในเวลาทีก่ ําหนด มเี หตุและผลตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (ด้านคุณธรรม จริยธรรม)
•จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม / บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. บอกถงึ วิธีการดูแลรกั ษา ตรวจสอบเครื่องคอมพวิ เตอรข์ ้ันพน้ื ฐาน ได้ (ดา้ นความรู้)
2. อธิบายวิธีการใชโ้ ปรแกรม Disk Cleanup ได้ (ด้านความรู้)
3. อธบิ ายวธิ กี ารใช้โปรแกรม Disk defragmenter ได้ (ด้านความรู)้
4. อธบิ ายวิธกี ารใช้โปรแกรม Action center ได้ (ดา้ นความร)ู้
5. อธิบายวิธกี ารใช้โปรแกรม Administrative tools ได้ (ด้านความรู้)
6. อธิบายวธิ กี ารสรา้ งพารท์ ิชันใน Windows 7 ได้ (ดา้ นความร)ู้
7. การเตรียมความพร้อมด้านการเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ ผู้เรียนจะต้องกระจายงานได้ท่ัวถึง และตรงตาม
ความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจัดเตรียมสถานที่ สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ไว้อย่างพร้อมเพรียง (ด้านคุณธรรม
จริยธรรม/บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง)
8. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบัติงาน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผู้เรียนจะต้องมีการใช้
หลักการเรียนรแู้ ละเวลาทเ่ี หมาะสมกับการเรยี นรู้ (ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง)
เนอ้ื หาสาระการสอน/การเรยี นรู้
• ดา้ นความรู้ (ทฤษฎ)ี
การดูแลรักษาเคร่ืองคอมพิวเตอร์ เป็นวิธีท่ีช่วยให้สามารถใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ได้นานขึ้น จึง
จําเป็นต้องรู้ถึงปัจจัยต่างๆ ที่ทําให้เคร่ืองคอมพิวเตอร์เกิดการขัดข้องหรือเสียหาย และวิธีการบํารุงรักษาเคร่ือง
คอมพิวเตอรเ์ บอ้ื งตน้
1. การดแู ลรกั ษา ตรวจสอบเครอื่ งคอมพิวเตอร์ (จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรมข้อที่ 1)
เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นเคร่ืองคํานวณที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์ทางไฟฟ้า
มากมาย ซง่ึ จะตอ้ งดูแลรักษา ทําความสะอาด ใหอ้ ยู่ในสภาพพร้อมใช้ตลอดเวลา ดงั น้ี
1) การดูแลรกั ษาด้านระบบไฟฟ้า
-สายไฟ สายสัญญาณต่างๆ ที่หลวมหรือหักชํารุด เสียบปล๊ักแล้วไฟติดๆ ดับๆ บ่อย ให้รีบแก้ไข
ซ่อมแซมหรอื ซ้ือเปล่ยี น เพราะอาจจะสรา้ งความเสยี หายใหก้ ับคอมพิวเตอร์ได้
-กระแสไฟฟ้าตก ไฟรั่ว ไฟเกิน สามารถสร้างความเสียหายให้กับเคร่ืองคอมพิวเตอร์ได้ ซ่ึงหากเกิด
เหตุการณ์ไฟดับหรือไฟกระชาก จะทําให้ฮาร์ดแวร์หยุดทํางานชั่วคราวจนกว่าจะมีกระแสไฟฟ้ากลับมาหล่อเลี้ยงอีก
คร้ังหนึ่ง ซง่ึ ในช่วงเวลาที่ฮาร์ดแวรห์ ยุดทํางานอย่างฉับพลันนอี้ าจจะเป็นสาเหตทุ ําให้ฮาร์ดแวร์เสียหายได้ ในพื้นที่ท่ีมี
ปัญหาไฟดับ ไฟตก ไฟเกิน ไฟกระชากอยู่บ่อยๆ ควรซื้อ UPS มาใช้งานซึ่งนอกจากช่วยรักษาระดับแรงดันไฟฟ้าให้
คงท่ีและกรองสัญญาณไฟฟ้าได้แล้วยังจ่ายไฟฟ้าสํารองได้อีกด้วยสามารถใช้เคร่ืองคอมพิวเตอร์ต่อไปได้อีก 10-15
นาที ทําให้บนั ทกึ ข้อมลู ไดท้ ัน
-สายดิน ควรต่อสายดินจากเคสส่วนที่เป็นโลหะแล้วนําไปต่อกับโลหะช้ินอื่นที่ต้ังอยู่บนพ้ืน เช่น
ท่อนํ้าเหล็กประตูโครงฝ้า ท่ีเป็นอลูมิเนียมเพื่อให้สามารถระบายกระแสไฟฟ้าลงดินได้การต่อสายดินนี้จะช่วย
แก้ปัญหาจากตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ทําให้ไม่ถูกไฟดูดเวลาเผลอไปแตะตัวเคร่ือง รวมท้ังยังช่วยลดความรุนแรง
ปัญหาไฟกระชากได้อกี ด้วย
-การต่อพ่วงอุปกรณ์กบั เต้ารบั ไม่ควรเช่ือมต่ออปุ กรณ์หลายอย่างกบั ปลั๊กพ่วงเพียงอันเดยี ว ควร
ใช้รางเต้ารับสําหรบั ใช้กับเครอ่ื งคอมพิวเตอร์ท่ีมขี ายอยูโ่ ดยท่ัวไปแทน ซึ่งรางเต้ารับน้ีจะช่องเสยี บหลายช่องและมี
เต้ารับแบบใช้กับปลั๊กแบบ 3 ขาได้ เพราะถ้าใช้เต้ารับแบบรวมหรือไม่ได้มาตรฐานอาจจะทําให้เกิดการอาร์กท่ี
เต้ารบั ทาํ ให้เกิดสัญญาณรบกวนระบบไฟฟ้าและเกิดความรอ้ นสะสมจนอาจเกิดไฟไหม้ได้
2) การดแู ลรกั ษาเคร่ืองคอมพิวเตอร์และฮาร์ดแวร์ชน้ิ อ่นื ๆ
ก่อนการซ่อมบํารุงเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกคร้ังต้องปิดสวิตซ์เคร่ืองและดึงปลั๊กไฟออกจากเต้าเสียบเพื่อ
ป้องกันอันตรายที่เกิดจากกระแสไฟฟ้า และสิ่งต่อไปน้ีเป็นส่ิงที่ควรปฏิบัติเพ่ือไม่ให้ เครื่องคอมพิวเตอร์และ
ฮาร์ดแวร์ชิ้นต่าง ๆ เสียหายควรปิดเครื่องให้สนิทอยู่เสมอเพื่อป้องกันไม่ให้หนูหรือแมลงสาบเข้าไปทําความ
เสียหายภายในเครื่องในกรณีท่ีดึงแผ่นเหล็กปิดสล็อตด้านหลังเคร่ืองออกเพื่อใส่การ์ดต่างๆ เข้าไปก็ควรเก็บแผ่น
เหล็กนนั้ เองดว้ ยเพื่อเวลาทไ่ี มไ่ ดใ้ ช้การ์ดนน้ั แลว้ จะได้นาํ แผ่นเหลก็ มาปิดกลับคืน
-พื้นท่ีว่างบนฮาร์ดดิสก์ หลังจากเปิด Windows มาแล้ว ลองตรวจสอบพ้ืนที่ในฮาร์ดดิสก์ ว่า
เหลือพ้ืนท่ีเท่าใด ถ้าเหลือน้อยกว่า 500 MB ก็ควรพิจารณาเพ่ิมพ้ืนที่ว่าง โดยเฉพาะกับ Drive C ซ่ึงเป็นท่ีเก็บ
โปรแกรม ดว้ ยการสํารองข้อมูล โดยเฉพาะไฟล์ต่างๆ ทอี ยูใ่ น My Documents หรอื สาํ รองลง Drive อ่นื ๆ
-ตรวจสอบสภาพฮาร์ดดิสก์ นอกเหนือเรื่องพ้ืนท่ีว่างแล้ว สิ่งสําคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การ
ตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ว่ามีจุดไหนเสียหรือไม่ โดยใช้โปรแกรมช่วยตรวจสอบประเภท Disk Defragment เพ่ือ
ตรวจสอบพ้ืนที่ฮาร์ดดิสก์ว่ามีจุดเสียหรือ Bad Sector ของฮาร์ดดิสก์หรือไม่ ถ้ามีให้สํารองข้อมูลและเปลี่ยน
ฮาร์ดดิสก์
-ตรวจสอบไวรัส ถึงแม้ว่าเราจะมีโปรแกรม Antivirus แล้วก็ตาม เราก็ยังคงจําเป็นต้องมีการ
ตรวจสอบไวรัสอย่างสมาํ่ เสมอ อย่างน้อยอาทติ ย์ละครงั้ และควรอปั เดตโปรแกรมแบบออนไลนใ์ ห้ทนั สมยั อยู่เสมอ
ด้วยเช่นกัน นอกจากน้ันให้ Scan Virus ทุกวัน โดยเฉพาะช่วงพักกลางวันจะได้ตรวจสอบไวรัสอย่างเต็มท่ีไม่
ขัดจังหวะเวลาทํางาน เพราะระหว่างการ scan virus จะทําให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทํางานช้าลงไปบ้าง ระหว่างนี้
สามารถปดิ หนา้ จอไดด้ ้วย
-ลบขยะภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ควรมีการตรวจสอบและลบไฟล์ใน Recycle Bin เพื่อเพ่ิม
พ้นื ที่ และป้องกันแหล่งสะสมของปัญหา รวมทง้ั ไวรัส ดว้ ยโปรแกรม Disk Cleanup
-การเปิดปิดเคร่ืองคอมพิวเตอร์ ไม่ควรปิดแล้วเปิดเคร่ืองทันที เพราะจะทําให้ Power Supply
แบบสวิทช่ิงของเครื่องคอมพิวเตอร์มีอายุการใช้งานสั้นลง แต่หากต้องการปิดแล้วเปิดเคร่ืองใหม่ให้ปิดเครื่องแล้ว
รออย่างน้อย 10 วินาที เพ่ือให้กระแสไฟฟ้าไหลออกจากตัวเครื่องให้หมดก่อนแล้วจึงเปิดเคร่ืองใหม่จึงจะไม่สร้าง
ความเสียหายให้กับฮาร์ดแวร์ แต่ในกรณีท่ีเคร่ืองแฮงก์ให้ลองบูทเคร่ืองใหม่โดยการวอรม์ ลูทคือกดปุ่ม Ctrl + Alt
+ Del เสียก่อนแต่ถ้าไม่ได้ผลให้ กดปุ่มรีเซตที่ด้านหน้าเครื่องแทนซึ่งจะได้ผลเท่ากับการปิดเครอ่ื งและเปิดเคร่ือง
ใหม่ โดยไม่ทําให้ Power Supply มีอายุการใช้งานสั้นลง และท่ีสําคัญควรปิดเครื่องหรือ Shutdown Windows
ใหถ้ ูกวิธี โดยคลกิ Start / Shutdown และห้ามปิดด้วยป่มุ Power
-การทํางานของพัดลมระบายอากาศ ควรตรวจสอบการทํางานของพัดลมระบายอากาศด้านหลัง
เคร่ืองคอมพิวเตอร์ ซ่ึงควรจะทํางานปกติตลอดเวลา ไม่ควรมีส่ิงใดไปปิดก้ัน มิฉะนั้นทําให้อุณหภูมิในเคร่ือง
คอมพิวเตอรส์ ูงเกนิ ไปและมีผลเสยี ต่อตวั เครือ่ ง
-การดูแลคีย์บอร์ด ควรนําคีย์บอร์ดมาควํ่าแล้วเคาะฝุ่นละอองท่ีติดตามซอกออก หรือใช้น้ํายา
เช็ดทาํ ความสะอาดเพ่อื ให้สามารถใช้งานได้ปกติ
3) การดูแลรกั ษาเร่ืองความร้อน
ความร้อนที่เกิดขึ้นภายในเครื่องคอมพิวเตอร์เกิดมาจากการทํางานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แต่ละช้ิน
ซึ่งความรอ้ นน้ีหากสูงเกินขอบเขตที่ฮารด์ แวร์ทนได้ก็จะทาํ ใหเ้ กิดการเส่อื มของฮารด์ แวรช์ ิ้นนน้ั ดังนั้นจึงตอ้ งมวี ิธีที่
ใชใ้ นการระบายความรอ้ นออกจากเครือ่ งคอมพิวเตอร์ เช่นการระบายความรอ้ นด้วยการติดต้งั พัดลมท่ีมีขนาดใหญ่
หรือการติดต้ังพัดลมเพิ่มเข้าไปการใช้งานเครื่อง คอมพิวเตอร์ในช่วงเวลาท่ีมีอุณหภูมิเหมาะสม การใช้เคสที่มี
ระบบระบายความร้อนท่ีดี การจดั วางเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ให้สามารถถา่ ยเทอากาศได้อย่างสะดวกเป็นอกี ทางหนึ่งท่ี
จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องความร้อนได้ โดยในการจัดวางเครื่องคอมพิวเตอร์ควรจะจัดให้ตําแหน่งด้านหลังของเคร่ือง
อยู่ห่างจากผนังหรือกําแพงพอสมควรเพ่ือให้สามารถถ่ายเทอากาศได้อย่างสะดวก แสงแดดก็เป็นอีกปัจจัยหน่ึงท่ี
ทําให้เกิดความร้อนขึ้นได้ ซึ่งโดยปกติแล้วอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชิ้นไม่ควรถูกจัดวางให้สัมผัสกับแสงแดด
เครื่องคอมพิวเตอรก์ เ็ ช่นกันไมค่ วรจัดวางให้สมั ผสั กับแสงแดดโดยตรง
4) การดูแลรักษาเรื่องฝุ่นละออง
ฝุ่นละอองเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทําให้ฮาร์ดแวร์ต่างๆ เสียหายได้เร็วข้ึน เนื่องจากฝุ่นละอองจะเข้าไป
ขัดขวางทางเดินของกระแสไฟฟ้าบนแผงวงจร ทําให้ฮาร์ดแวร์ช้ินน้ันทํางานได้ไม่เต็มท่ีหรือทํางานติดขัด
นอกจากน้ีฝุ่นละอองยังเป็นอุปสรรคในการระบายความร้อน โดยเฉพาะเคร่ืองพิมพ์แบบพ่นหมึก (Inkjet Printer)
หากฝุ่นละอองจะเขา้ ไปขวางก้ันการทํางานของเครอ่ื งพิมพ์ทําให้การพิมพ์ภาพหรือตัวอักษรบนกระดาษเลอะเลือน
ได้
ควรเปิดฝาครอบเครื่องออกมาเป่าฝุ่นที่เกาะอยู่ตามแผงวงจร ถ้าไม่มีเครื่องเป่าลมให้ใช้แปรงทาสีท่ีมีขน
นุ่มๆ มาทาํ ความสะอาดฝนุ่ ละอองทีเ่ กาะบนแผงวงจรภายในเครอื่ งซง่ึ จะช่วยใหก้ ระระบายความร้อนดขี ้นึ
5) การดูแลรักษาเร่ืองนา้ํ
นา้ํ หรือของเหลวเป็นสาเหตุสําคัญท่ีสุดทท่ี ําใหฮ้ าร์ดแวรช์ ิ้นตา่ งๆ เสียหายได้ เน่ืองจากฮาร์ดแวรท์ กุ ชิ้นตอ้ งใช้ไฟฟ้า
ในการทํางานและนํ้าก็เป็นตัวการท่ีทําให้กระแสไฟฟ้าลัดวงจร ดังน้ันจึงไม่ควรนําน้ําหรือของเหลวใดๆ เข้าใกล้
ฮาร์ดแวร์ทุกช้ิน แต่ถ้ามีความจําเป็นต้องใช้น้ําในการทําความสะอาดก็ควรถอดปล๊ักไฟออกก่อน และใช้ผ้าชุบน้ํา
หมาดๆ เช็ดทําความสะอาด แล้วใช้ผา้ แหง้ เชด็ อกี ครั้ง
2. โปรแกรมบารงุ รกั ษาเคร่ืองคอมพวิ เตอร์
นอกเหนือจากการดูแลรักษาภายนอกหรือส่วยประกอบต่างๆ ของเคร่ืองคอมพิวเตอร์แล้ว ควรจะต้องมี
หรือใชโ้ ปรแกรมเพ่ือการบาํ รงุ รกั ษาเครื่องคอมพิวเตอรด์ ้วย ดงั นี้
2.1 Disk cleanup (จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 2)
การสรา้ งประสิทธิภาพของการใช้ระบบประการหนึ่งคือการกําจัดข้อมูลที่ไม่ถูกใช้งาน ซ่ึงอาจเป็นข้อมูลที่
สร้างข้ึนช่ัวคราวระหว่างการใช้โปรแกรมแล้วไม่ได้ถูกลบท้ิงเม่ือเลิกใช้ หรือข้อมูลท่ีมีอยู่ซ้ําซ้อนกันแต่เก็บในต่าง
ตําแหน่งกัน ไฟล์ข้อมูลของระบบปฏิบัติการท่ีอาจไม่ได้ใช้แล้ว ซึ่งเมื่อมีข้อมูลท่ีไร้ประโยชน์เก็บอยู่นอกจากจะทํา
ให้เปลืองเน้ือที่บันทึกในดิสก์โดยเปล่าประโยชน์แล้วยังอาจกระทบต่อการสร้างประสิทธิภาพอื่นๆ เช่น การ
กระจายของข้อมูลทเ่ี ก็บในดิสก์ (fragmented file) การเลอ่ื นของหวั อ่านดสิ กท์ จ่ี ะต้องเล่อื นไปในแทรกตา่ งๆ หาก
มีการเก็บข้อมูลมากจาํ นวนแทรกท่มี ขี ้อมลู กจ็ ะมากทาํ ใหห้ ัวอา่ นมีโอกาสทจี่ ะต้องเลอ่ื นไปมาไกลข้นึ
โปรแกรมกวาดล้างข้อมูลส่วนเกิน (disk cleanup utility) จะตรวจสอบข้อมูลไฟล์ประเภทต่างและให้
ผู้ใช้ได้เลือกว่าต้องการลบข้อมูลกลุ่มใดออกจากระบบ หรือให้เลือกแยกเป็นไฟล์ไปว่าไฟล์ใดต้องการลบออกบ้าง
โดยจะแสดงช่ือไฟลท์ ีน่ า่ จะไม่ได้ถกู ใช้งานออกมาใหเ้ ลือก
2.2 Disk defragmenter (จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรมขอ้ ที่ 3)
โปรแกรมช่วยจัดระเบียบข้อมูลในดิสก์ (Disk defragmentation) หากเป็นฮาร์ดดิสก์ท่ีเร่ิมใช้งานใหม่
หลังจากถูกฟอร์แมต ระบบปฏิบัติการจะจัดเก็บข้อมูลของไฟล์ไว้อย่างต่อเนื่องบนเนื้อดิสก์ แต่หลังจากท่ีมีการ
เปล่ยี นแปลงข้อมูลที่อยู่ในไฟล์ เช่น มกี ารลบไฟล์ เพ่ิมขอ้ มลู ฯลฯ ขอ้ มลู ใหม่ของไฟลจ์ ะถกู กระจายไปยงั เนอื้ ท่ีว่างทยี่ ัง
ไม่ได้ถูกใช้งาน ทําให้ข้อมูลในไฟล์ไม่ต่อเน่ืองกัน การท่ีเนื้อหาของไฟล์เดียวกันถูกจัดเก็บกระโดข้ามตําแหน่งกันไม่อยู่
ตอ่ เนื่องทําให้ประสิทธิภาพในการอา่ นข้อมลู ไฟล์นนั้ ลดลงเน่อื งจากต้องใช้เวลาในการเล่ือนหัวอ่านข้อมูลของดิสก์ข้าม
ไปมาในระหวา่ งอ่านชุดของขอ้ มูล
การจัดเก็บไฟล์ท่ีกระโดดข้ามไปมานั้นเป็นผลท่ีเกิดขึ้นจากการทํางานตามปกติ ซึ่งเรียกว่าไฟล์ที่แบ่งแยก
ออกเป็นช้ินเล็กนอ้ ย หรือ Fragmented file คือส่วนตา่ งๆ ของไฟล์กระจัดกระจายไม่ต่อเน่ืองกนั อยู่บนดิสก์ ซึง่ มผี ล
ทําใหก้ ารเข้าถงึ ขอ้ มลู ต้องใช้เวลามากขึน้
โปรแกรมรวมรวมจัดระเบียบการจดั เก็บไฟล์ใหม่ (File defragmentation utility) เป็นโปรแกรมยูทิลิตี้ท่ีทํา
การจัดตําแหน่งเน้ือท่ีในแต่ละไฟล์ให้มาอยู่ต่อเนื่องกัน เพื่อจะเพ่ิมความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลในดิสก์ และบาง
โปรแกรมยังทําการจัดตําแหน่งไฟล์ให้อยู่ในตําแหน่งในดิสก์ให้เหมาะสมกับการใช้งาน โดยดูจากโอกาสในการถูก
ใช้งานมากน้อยเพียงใด หากเป็นกลุ่มไฟล์ท่ีจะถูกเรียกใช้งานบ่อยก็อาจนํามาวางเรียงกันในตําแหน่งใกล้กัน เพื่อ
ไม่ใหห้ ัวอ่านดสิ กต์ อ้ งเล่อื นตาํ แหนง่ ไปไกลมาก เปน็ ต้น
ตัวอย่างเช่น โปรแกรมในชุดโปรแกรม Norton Utility ได้แก่ Speed Disk, Optimization Wizard คําส่ัง Disk
Defragmenter ในกลมุ่ คําส่งั Accessory ของวินโดว์ เปน็ ตน้
2.3 Action center (จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรมข้อที่ 4)
Action Center คือหนา้ ต่างทีแ่ สดงตอนเข้าสู่ระบบ Windows เพ่อื แสดงให้เห็นว่าเคร่อื งคอมพิวเตอร์ทาํ งาน
ได้มีประสิทธิภาพหรือไม่ ตัวอย่างเช่น Action Center จะแสดงโปรแกรมแอนต้ีไวรัสท่ีไม่ได้อัปเดต หรืออาจเป็น
เรอ่ื งการสาํ รองขอ้ มูล (Backup) เปน็ ต้น ซง่ึ จะมกี ารแสดงสตี า่ งๆ เพ่อื เตือนให้ทราบ
Action Center เป็นคุณสมบัติหนึ่งของระบบปฏิบัติการ Windows ท่ีถูกออกแบบให้รวมการต้ังค่าต่างๆ
สําหรับความปลอดภัย เช่น Windows Update, ตรวจสอบโปรแกรมแอนตี้ไวรัส, การสํารองข้อมูล อาจจะเรียกว่า
เป็นโปรแกรมที่รวมการเตือนความผิดปกติต่างๆ ไว้ หากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นบนระบบจะสามารถตรวจเช็คจากจุด
ดังกล่าวได้ทันที โดยเฉพาะตั้งค่าเก่ียวกับความปลอดภัยทง้ั หมด โดยไอคอนของ Action Center จะเป็นรูปธงสขี าว
อย่ทู ่ี System Tray เมอื่ มกี ารแจ้งเตือนตา่ งๆ ไอคอนน้จี ะมเี ครือ่ งหมาย X สแี ดงอย่ทู ธ่ี งเพอ่ื เตอื นใหผ้ ูใ้ ชท้ ราบ
ส่วนการจะเข้าไปใช้งาน Action Center ในระบบปฏิบตั กิ ารนนั้ ใหส้ ังเกตใน System Tray วา่ มีเครือ่ งหมาย
เตือนใดๆ เกิดข้ึนมาหรือไม่ หากมีสามารถเข้าไปคลิกเพื่อให้แสดงผลการรายงานสิ่งผิดปกติเหล่าน้ันออกมาให้ได้
ทราบ ดว้ ยการเลอื กคลิกที่ Open Action Center
2.4 Administrative tools (จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรมขอ้ ที่ 5)
Administrative tools เป็นเคร่ืองมือในการติดต้ัง แก้ไขและเพิ่ม service ต่างๆ เปรียบได้เหมือน
control panel ใน windows
กลุ่มโปรแกรมสําหรับผู้ดูแลระบบ หรือเจ้าของเครื่องคอมพิวเตอร์ท่ีติดตั้ง Windows จะต้องมีผู้ดูแล
ระบบท่ีเรียกว่า Admin เป็นผู้มีอํานาจสูงสุดในการจัดการกับคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นๆ ส่วนใหญ่จะเป็นการต้ังค่า
โดยผู้ดูแลคอมพิวเตอร์ในบริษัทมากกว่า กรณีบริษัทแจกคอมพิวเตอรใ์ ห้พนกั งานนําไปใช้งานและมีปิดการทํางาน
บางอย่างไวไ้ มใ่ หใ้ ช้งานโดยเฉพาะการติดตั้งโปรแกรมเพม่ิ ลงในระบบปฏิบัติการ Windows โดยเฉพาะโปรแกรมที่
ผิดกฎหมาย
2.5 การสร้างพารท์ ชิ ันใน Windows (จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อท่ี 6)
พาร์ติชัน (Partition) เป็นการแบ่งพื้นที่ของฮาร์ดดิสก์เป็นส่วนๆ หรือแบ่งเป็นหลายไดรฟ์ เพื่อความ
สะดวกในการเข้าถึงข้อมูลและโปรแกรม โดยปกติเราควรแบ่งพาร์ติชันอยา่ งน้อยเป็น 2 ไดรฟ์ คอื C: และ D: โดย
ปกตไิ ดรฟ์ C: จะมีไว้สําหรับตดิ ตงั้ โปรแกรมต่างๆ สว่ นไดรฟ์ D: สาํ หรับเก็บขอ้ มลู หรือเพอื่ สาํ รองขอ้ มูล
เมื่อมีการใช้งานระบบปฏิบัติการ windows ไปสักระยะหนึ่ง มีการติดตั้งโปรแกรมใหม่ๆ และยกเลิกการ
ตดิ ตั้งบ่อยๆ จะทําให้ระบบปฏิบัตกิ าร windows มีปัญหา ทางแก้ไขท่ีดที ่ีสุดคือการ Format ฮาร์ดดิสก์และติดต้ัง
โปรแกรมใหม่ ดงั นัน้ ถา้ มไี ดรฟเ์ ดยี วจะทาํ ให้มีปัญหาของขอ้ มลู ทเ่ี ราต้องการสํารองก่อนตดิ ต้ังระบบปฏิบัติการใหม่
การสร้างพาร์ทิชันใหม่ในพื้นท่ีฮาร์ดดิสก์ของระบบปฏิบัติการ Windows สามารถคลิก Start / Control
Panel คลิกเลือกเมนู System and Security และคลิกเมนู Administrative Tools จากน้ันดับเบ้ิลคลิกที่
Computer Management จะปรากฏหน้าต่าง Computer Management ให้คลิกเลือก Disk Management ท่ี
อยู่ภายใต้เมนู Storage จะปรากฏรายการไดรฟ์และรายละเอียดของไดรฟ์ต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ ซ่ึงเราสามารถ
สร้างพาร์ทิชันใหม่ได้ท่ีนี้ เช่นเดียวกับการคลิก Start แล้วพิมพ์ท่ีช่องค้นหาด้วยข้อความ disk ma หรือจะพิมพ์
disk management ก็ได้ จะปรากฏรายชื่อโปรแกรมข้ึนมา ให้คลิกเลือกท่ี Create and format hard disk
partitions
2.5.1 การลบพาร์ทิชัน
หลังจากที่สร้างไดรฟ์พาร์ทิชนั ใหม่ขน้ึ มาใช้งานแลว้ เมอื ใดท่ีเห็นวา่ พ้ืนที่ไมพ่ อใช้งานหรือต้องการ
ลบไดรฟ์หรือพาร์ทิชันทสี่ ร้างขนึ้ ออกไปก็สามารถทําได้ ซ่งึ เมื่อลบพาร์ทิชันแล้วไดรฟ์หรอื พาร์ทิชันนั้นๆ จะถูกรวม
กับพาร์ทิชันอ่ืน โดยการคลิกท่ีไดรฟ์หรือพาร์ทิชัน แล้วคลิกคําส่ัง Delete หรือคลิกขวาท่ีไดรฟ์หรือพาร์ทิชันท่ี
ต้องการลบ แล้วคลิกคาํ ส่ัง Delete Volume… จากนนั้ ให้คลิกขวาที่ไดรฟ์หรือพาร์ทิชันท่ี Delete Volume ไปแล้วอีก
คร้งั เพ่ือเลือกคําส่งั Delete Partition… อีกครั้ง แลว้ ทําการรวมพื้นท่ีวา่ งกับพารท์ ิชนั ที่ต้องการ โดยคลิกขวาที่ไดรฟ์
หรอื พาร์ทชิ ันท่ีต้องการรวมกับพ้นื ที่ว่าง แลว้ คลิกคําสงั่ Extend Volume…
• ดา้ นทักษะ (ปฏบิ ัต)ิ (จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อท่ี 1-8)
1.แบบฝกึ หัดท้ายบทท่ี 4
2.กิจกรรมการเรยี นรู้
• ด้านคณุ ธรรม/จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณ/บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง
1.การเตรียมความพร้อมดา้ นวสั ดุ อปุ กรณ์นกั ศกึ ษาจะต้องทําความสะอาดห้องเรียน จดั เตรยี มอุปกรณใ์ น
การเรียนรู้ ใหม้ ีความพร้อมเพียงและเหมาะสมกบั เวลาทใี่ ชใ้ นการเรียน
2.ความมีเหตุมผี ลในการปฏิบตั งิ าน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งนักศึกษาจะต้องมีการใช้
เทคนคิ การจดบันทึกงาน การสบื ค้นข้อมูล กอ่ นการเรยี นรู้และหลงั เรยี นร้เู พื่อใหก้ ารเรยี นร้เู หมาะสมกับเวลา
ค้มุ คา่ และประหยัด
กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรือการเรียนรู้
ขนั้ ตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ข้ันตอนการเรยี นรหู้ รือกิจกรรมของนกั เรยี น
1. ข้นั นาเขา้ สูบ่ ทเรียน (60 นาที) 1. ขน้ั นาเข้าส่บู ทเรยี น (60 นาท)ี
1. ผสู้ อนจดั เตรยี มเอกสาร 1. ผูเ้ รยี นทาํ แบบทดสอบกอ่ นเรียน
2. ผูส้ อนแจ้งจดุ ประสงค์การเรียนของหนว่ ย 2. ผู้เรียนทําความเขา้ ใจเก่ียวกบั จุดประสงค์การ
เรยี นท่ี 4 และขอใหผ้ ู้เรยี นรว่ มกนั ทาํ กิจกรรมการเรยี น เรียนของหนว่ ยเรยี นที่ 4 และการใหค้ วามรว่ มมือในการ
การสอน ทาํ กจิ กรรม
3. ผู้สอนใหผ้ ู้เรยี นแสดงความรู้ โดยตง้ั คาํ ถาม 3. ผู้เรียนแสดงความรู้ว่าการบํารงุ รักษาอปุ กรณ์
ว่าการติดตงั้ โปรแกรมตามลกั ษณะงานมีหลกั การ คอมพิวเตอร์ มหี ลักการอย่างไรพร้อมให้เหตุผลประกอบ
ทํางานอย่างไรพร้อมใหเ้ หตุผลประกอบ
2. ข้ันใหค้ วามรู้ (240 นาที) 2. ขนั้ ใหค้ วามรู้ (240 นาท)ี
10. ผู้สอนทดสอบความรู้ความเข้าใจเกย่ี วกับ 7. ผู้เรยี นทําแบบทดสอบก่อนเรียนเพือ่ แสดง
ความรูเ้ บื้องต้นเกย่ี วกับการบํารุงรกั ษาอปุ กรณ์ ความรู้และความเข้าใจก่อนการเรียน เรอื่ งการ
คอมพวิ เตอร์ โดยใหผ้ ้เู รียนทําแบบทดสอบกอ่ นเรียน บํารงุ รกั ษาอปุ กรณค์ อมพวิ เตอร์ ผูเ้ รยี นศึกษาบทเรยี น
วิชาคอมพิวเตอรแ์ ละการบาํ รุงรักษา หนว่ ยท่ี 4 เรือ่ ง
11. ผู้สอนอธิบายเนื้อหาเกยี่ วกบั บทเรียนวิชา การบํารงุ รกั ษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และศึกษาเอกสาร
คอมพวิ เตอร์และการบาํ รงุ รกั ษา หนว่ ยที่ 4 เรื่องการ ประกอบการสอน หน่วยท่ี 4
บาํ รงุ รักษาอุปกรณ์คอมพวิ เตอร์ และให้ผเู้ รียนศึกษา
เอกสารประกอบการสอน หน่วยท่ี 4 8. ผเู้ รยี นอธบิ ายหลกั การบํารุงรักษาอุปกรณ์
คอมพิวเตอร์ ตามท่ีได้ศึกษาจากบทเรียนคอมพวิ เตอร์
12. ผู้สอนและผ้เู รียนร่วมกนั อธบิ ายการ ช่วยสอน
บาํ รงุ รักษาอปุ กรณค์ อมพวิ เตอร์ ตามที่ไดศ้ ึกษาจาก
บทเรยี นคอมพิวเตอร์ชว่ ยสอน
3. ขัน้ ประยกุ ต์ใช้ (120 นาที) 3. ขัน้ ประยกุ ต์ใช้ (120 นาที)
4. ผูส้ อนให้ผเู้ รียนทําแบบฝึกหดั ท้ายบทท่ี 4 4. ผูเ้ รยี นทําแบบฝึกหดั ทา้ ยบทที่ 4
5. ผสู้ อนให้ผเู้ รยี นแบ่งกลุ่มๆ ละ 3 คน ร่วมกนั 2. ใหผ้ ู้เรียนแบ่งกลุม่ ๆ ละ 3 คน รว่ มกนั เสนอ
เสนอวิธกี ารดูแลรกั ษาเครื่องคอมพิวเตอร์ท้ังภายนอก วธิ กี ารดแู ลรักษาเครอื่ งคอมพิวเตอรท์ ้งั ภายนอกและ
และวธิ ีการใช้งานทวั่ ไป อย่างนอ้ ย 5 วธิ ีการ แล้ว วิธกี ารใชง้ านทั่วไป อยา่ งน้อย 5 วิธกี าร แลว้ รว่ มกัน
รว่ มกนั นําเสนออภิปรายในชั้นเรียน นําเสนออภปิ รายในช้ันเรียน
6. ใหผ้ เู้ รียนแบ่งกลุ่มๆ ละ 5 คน ร่วมกนั คน้ หา 3. ใหผ้ เู้ รยี นแบง่ กลุ่มๆ ละ 5 คน ร่วมกนั ค้นหา
โปรแกรมท่ีใช้ในการบํารงุ รกั ษาเครื่องคอมพิวเตอร์ โปรแกรมท่ีใชใ้ นการบํารุงรกั ษาเคร่ืองคอมพิวเตอร์ จาก
จากอนิ เทอรเ์ นต็ แล้วรว่ มกนั นําเสนอพร้อมท้ังสาธิต อนิ เทอร์เนต็ แลว้ ร่วมกันนาํ เสนอพร้อมท้ังสาธติ การใช้
การใชง้ านในชน้ั เรยี น งานในช้ันเรียน
ตวั อยา่ งโปรแกรม
• Windows Repair
• Free Windows Registry Cleaner
• AVG PC TuneUp
4. ขนั้ สรุปและประเมินผล (60 นาท)ี 4. ขัน้ สรุปและประเมินผล (60 นาท)ี
1. ผสู้ อนและผู้เรยี นรว่ มกันสรปุ เนอ้ื หาท่ีได้ 1. ผู้สอนและผู้เรียนรว่ มกันสรุปเนอื้ หาท่ีไดเ้ รยี น
เรียนใหม้ ีความเข้าใจในทศิ ทางเดยี วกนั เพอื่ ใหม้ คี วามเข้าใจในทศิ ทางเดียวกนั
2. ผสู้ อนใหผ้ ู้เรยี นศึกษาเพิม่ เตมิ นอกห้องเรยี น 2. ผเู้ รียนศึกษาเพิ่มเติมนอกหอ้ งเรยี น ด้วย
ดว้ ยบทเรียนคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอนทจ่ี ดั ทาํ ขน้ึ บทเรยี นคอมพวิ เตอรช์ ่วยสอนทีจ่ ดั ทําขึน้
3. ผู้สอนใหผ้ ้เู รียนทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี น 3. ผูเ้ รียนทําแบบทดสอบหลังเรียน
(บรรลุจุดประสงค์เชงิ พฤติกรรมข้อที่ 1-8)
(บรรลุจุดประสงค์เชงิ พฤติกรรมข้อท่ี 1-8)
(รวม 480 นาที หรือ 8 ชว่ั โมงเรียน)
งานท่มี อบหมายหรอื กิจกรรมการวดั ผลและประเมนิ ผล
ก่อนเรียน
1. จัดเตรยี มเอกสาร ส่ือการเรยี นการสอนหนว่ ยที่ 4
2. ทําความเข้าใจเกยี่ วกับจดุ ประสงค์การเรียนของหน่วยที่ 4 และใหค้ วามรว่ มมอื ในการทํากจิ กรรมใน
หนว่ ยที่ 4
3. ตอบคาํ ถามกอ่ นเรียน โดยการถาม – ตอบ หนว่ ยท่ี 4
ขณะเรียน
1.ปฏบิ ัติตามใบความรู้ที่ 4 เรอ่ื งการบํารุงรักษาอปุ กรณ์คอมพวิ เตอร์
2. ร่วมกันสรปุ “การบาํ รงุ รกั ษาอปุ กรณ์คอมพิวเตอร์”
3. รว่ มกันทาํ กจิ กรรมการเรยี นรู้
หลังเรยี น
1.ทําแบบฝึกหัดท้ายบทที่ 4
2.ทาํ แบบประเมินการเรยี นรู้
คาถาม
1. จงบอกถึงวิธีดูแลรกั ษา และตรวจสอบเครื่องคอมพวิ เตอรเ์ ก่ยี วกับการใชง้ านฮาร์ดดิสก์
2. จงบอกถึงวิธกี ารดูแลรักษา และตรวจสอบเคร่ืองคอมพิวเตอรเ์ ก่ียวกับระบบไฟฟ้า
3. จงบอกถึงวิธีการดแู ลรักษา และตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ปลอดภยั จากไวรสั
4. จงอธบิ ายวธิ กี ารใช้โปรแกรม Disk Cleanup
5. จงอธิบายวิธกี ารใชโ้ ปรแกรม Disk defragmenter
6. จงอธิบายวธิ กี ารใชโ้ ปรแกรม Action center
7. จงอธิบายวิธีการใชโ้ ปรแกรม Administrative tools
8. จงอธบิ ายวิธกี ารแบง่ พาร์ทิชันใน Windows 7
9. จงบอกวธิ กี ารปิดเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ทถี่ ูกต้อง
10. จงบอกถงึ โปรแกรมดูแลรักษา และตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ ทนี่ ักเรียนร้จู กั นอกเหนอื จากที่เรยี น
มาแล้ว
ผลงาน/ชิน้ งาน/ความสาเรจ็ ของผูเ้ รียน
กิจกรรมที่ 1
ใหผ้ ู้เรยี นแบ่งกลุม่ ๆ ละ 3 คน ร่วมกนั เสนอวิธกี ารดูแลรกั ษาเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ทั้งภายนอกและวิธีการใช้
งานท่ัวไป อยา่ งน้อย 5 วิธีการ แลว้ รว่ มกนั นาํ เสนออภิปรายในชนั้ เรยี น
กจิ กรรมที่ 2
ให้ผู้เรยี นแบง่ กลมุ่ ๆ ละ 5 คน ร่วมกนั คน้ หาโปรแกรมที่ใช้ในการบํารงุ รักษาเคร่ืองคอมพิวเตอร์ จาก
อนิ เทอรเ์ นต็ แลว้ รว่ มกันนําเสนอพร้อมทั้งสาธติ การใชง้ านในชน้ั เรียน
ตัวอย่างโปรแกรม
• Windows Repair
• Free Windows Registry Cleaner
• AVG PC TuneUp
สมรรถนะทีพ่ ึงประสงค์
ผู้เรียนสร้างความเข้าใจเก่ยี วกับการบํารุงรักษาอุปกรณ์คอมพวิ เตอร์
1.วิเคราะห์และตีความหมาย
2.ตง้ั คาํ ถาม
3.ลงมือปฏิบตั ิ
4.การประยุกต์ความรสู้ ่งู านอาชพี
สมรรถนะการสรา้ งค่านยิ ม
การปลกู ฝังใหม้ คี วามรบั ผดิ ชอบ มีความคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค์ และมีความซอื่ สตั ย์ในอาชพี ของตน
สมรรถนะการปฏบิ ตั งิ านอาชีพ
1. นําความรูเ้ กย่ี วกับแนะนําความรู้เบื้องตน้ เกี่ยวกับการบาํ รงุ รักษาอุปกรณค์ อมพิวเตอร์ประยุกต์ใชใ้ น
การดาํ เนนิ ชีวติ ประจําวนั
สมรรถนะการขยายผล
ความสอดคล้อง
แนะนําความรูเ้ บ้อื งตน้ เก่ยี วกับการบาํ รงุ รกั ษาอปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ ทาํ ให้ผู้เรียนมีความรู้เพิม่ ข้นึ เมอ่ื
ผเู้ รยี นไดเ้ รยี นรู้ทาํ ให้มีความรู้ในเร่อื งการบาํ รุงรักษาอุปกรณ์คอมพวิ เตอร์ มากขึ้น
สื่อการเรยี นการสอน/การเรียนรู้
สอ่ื ส่งิ พมิ พ์
1. เอกสารประกอบการสอนวิชา คอมพวิ เตอร์และการบํารงุ รักษา (ใช้ประกอบการเรยี นการสอน
จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมข้อที่ 1-8)
2. ใบความรู้และใบงาน
สอ่ื โสตทัศน์ (ถ้าม)ี
1. บทเรยี นคอมพิวเตอร์ชว่ ยสอน เรื่องการบาํ รุงรักษาอุปกรณ์คอมพวิ เตอร์
2. สอ่ื ของจริง
แหล่งการเรยี นรู้
ในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมดุ วทิ ยาลัย
2. หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์ ศกึ ษาหาข้อมลู ทางอินเทอร์เน็ต
นอกสถานศกึ ษา
ผปู้ ระกอบการ สถานประกอบการ ในท้องถิ่น
การบูรณาการ/ความสมั พนั ธ์กบั วชิ าอ่นื
1. บูรณาการกับวชิ าชวี ิตและวัฒนธรรมไทย ดา้ นการพดู การอา่ น การเขียนและการฝึกปฏิบัติตนทาง
สังคมดา้ นการเตรยี มความพร้อม ความรบั ผิดชอบ และความสนใจใฝ่รู้
2. บรู ณาการกับวชิ าภาษาองั กฤษ การใช้คําศัพท์ ความหมาย การสืบค้นข้อมลู
3. บรู ณาการกับวิชากีฬาเพ่ือพฒั นาสขุ ภาพและบุคลิกภาพ ดา้ นบคุ ลิกภาพในการนําเสนอหนา้ ชั้นเรียน
การประเมนิ ผลการเรียนรู้
• หลักการประเมินผลการเรียนรู้
ก่อนเรียน
1.ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น
ขณะเรียน
1.สังเกตการทํางานกลุ่ม
หลังเรียน
1.ตรวจแบบฝึกหดั ทา้ ยบท
2.ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน
3.สรปุ ผลการรายงานหนา้ ชนั้ เรยี น
ผลงาน/ช้นิ งาน/ผลสาเรจ็ ของผ้เู รียน
ตรวจผลงาน กจิ กรรม
กิจกรรมที่ 1
ใหผ้ เู้ รียนแบง่ กลมุ่ ๆ ละ 3 คน ร่วมกนั เสนอวิธกี ารดูแลรักษาเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ทั้งภายนอกและวธิ ีการใช้
งานท่วั ไป อยา่ งนอ้ ย 5 วธิ ีการ แลว้ รว่ มกนั นําเสนออภิปรายในชน้ั เรียน
กจิ กรรมท่ี 2
ให้ผเู้ รยี นแบง่ กลมุ่ ๆ ละ 5 คน ร่วมกันค้นหาโปรแกรมที่ใชใ้ นการบาํ รุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ จาก
อนิ เทอร์เน็ต แล้วร่วมกันนาํ เสนอพร้อมทั้งสาธิตการใช้งานในช้นั เรียน
รายละเอียดการประเมินผลการเรียนรู้
• จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม ข้อที่ 1 บอกถึงวิธีการดูแลรักษา ตรวจสอบเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ขน้ั พ้นื ฐาน ได้
1.วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2.เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การใหค้ ะแนน:บอกองค์ประกอบระบบคอมพวิ เตอรไ์ ด้จะได้ 3 คะแนน
•จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม ข้อท่ี 2 อธิบายวิธกี ารใช้โปรแกรม Disk Cleanup ได้
1.วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2.เครือ่ งมือ : แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การให้คะแนน : บอกความหมาย Hardware ในระบบคอมพวิ เตอร์ได้ จะได้ 3
คะแนน
•จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม ขอ้ ท่ี 3 อธิบายวิธีการใชโ้ ปรแกรม Disk defragmenter ได้
1.วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2.เคร่ืองมือ: แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การให้คะแนน: บอกหนา้ ที่ และสว่ นประกอบหลกั ของแผงวงจรหลกั ได้ จะได้ 3
คะแนน
•จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม ขอ้ ที่ 4 อธบิ ายวธิ กี ารใชโ้ ปรแกรม Action center ได้
1.วธิ ีการประเมนิ : ทดสอบ
2.เครอ่ื งมือ: แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การใหค้ ะแนน: อธิบายหน้าท่หี นว่ ยรบั ข้อมูลได้ จะได้ 3 คะแนน
•จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม ข้อที่ 5 อธบิ ายวิธกี ารใชโ้ ปรแกรม Administrative tools ได้
1.วธิ ีการประเมนิ : ทดสอบ
2.เครอ่ื งมือ: แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การใหค้ ะแนน: บอกคณุ ลักษณะทว่ั ไปของอปุ กรณ์รับขอ้ มูลได้ จะได้ 3 คะแนน
•จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม ขอ้ ที่ 6 อธิบายวิธกี ารสร้างพาร์ทิชนั ใน Windows 7 ได้
1.วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2.เครอ่ื งมือ : แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การให้คะแนน: อธิบายหน้าท่หี นว่ ยประมวลผลกลางได้ จะได้ 5 คะแนน
แบบฝึกหัดหนว่ ยท่ี 4
การบารงุ รกั ษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
จงตอบคาถามต่อไปน้ีให้มีใจความสมบรู ณ์
1. จงบอกถึงวธิ ดี ูแลรักษา และตรวจสอบเคร่ืองคอมพวิ เตอร์เกย่ี วกับการใช้งานฮารด์ ดิสก์
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. จงบอกถึงวิธกี ารดูแลรักษา และตรวจสอบเครื่องคอมพวิ เตอรเ์ กีย่ วกบั ระบบไฟฟา้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. จงบอกถึงวิธีการดูแลรักษา และตรวจสอบเคร่ืองคอมพวิ เตอรใ์ ห้ปลอดภัยจากไวรสั
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. จงอธบิ ายวธิ กี ารใชโ้ ปรแกรม Disk Cleanup
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. จงอธิบายวธิ กี ารใช้โปรแกรม Disk defragmenter
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
6. จงอธบิ ายวิธกี ารใช้โปรแกรม Action center
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
7. จงอธบิ ายวิธีการใช้โปรแกรม Administrative tools
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
8. จงอธบิ ายวิธกี ารแบ่งพาร์ทิชนั ใน Windows 7
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
9. จงบอกวิธกี ารปิดเครอื่ งคอมพิวเตอร์ทถี่ ูกต้อง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
10. จงบอกถงึ โปรแกรมดแู ลรักษา และตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ ท่นี ักเรียนรู้จกั นอกเหนือจากท่ีเรียนมาแล้ว
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แบบประเมนิ ผลการนาเสนอผลงาน
ช่อื กลมุ่ ………………………………………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง................
รายชอ่ื สมาชิก
1……………………………………………………………….……………………………………………………………………เลขท่ี……..….
2……………………………………………………………….……………………………………………………………………เลขที่……..….
3……………………………………………………………….……………………………………………………………………เลขท่ี……..….
4……………………………………………………………….……………………………………………………………………เลขท่ี……..….
ที่ รายการประเมนิ คะแนน ข้อคดิ เห็น
1 ความรู้เก่ียวกับเน้ือหา ความถกู ตอ้ ง ปฏภิ าณในการตอบ และการแก้ไข 32 1
ปญั หาเฉพาะหน้า
2 รูปแบบการนําเสนอ
3 การมีสว่ นร่วมของสมาชิกในกลุม่
4 บุคลกิ ลักษณะ กิรยิ า ทา่ ทางในการพูด นํา้ เสยี ง ซ่ึงทาํ ใหผ้ ู้ฟงั มคี วาม
สนใจ
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
เกณฑก์ ารให้คะแนน
1. เน้อื หาสาระครอบคลุมชดั เจนถกู ตอ้ ง
3 คะแนน = มีสาระสําคญั ครบถว้ นถูกต้อง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระสาํ คญั ไมค่ รบถ้วน แตต่ รงตามจุดประสงค์
1 คะแนน = สาระสําคัญไมถ่ ูกตอ้ ง ไม่ตรงตามจดุ ประสงค์
2. รปู แบบการนําเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนําเสนอที่เหมาะสม มีการใช้เทคนิคท่ีแปลกใหม่ ใช้สื่อและเทคโนโลยี ประกอบการ
นําเสนอทน่ี า่ สนใจนําวสั ดุในทอ้ งถ่นิ มาประยกุ ต์ใช้อยา่ งคมุ้ คา่ และประหยดั
2 คะแนน = มีเทคนิคการนําเสนอท่ีแปลกใหม่ ใช้สื่อและเทคโนโลยีประกอบการนําเสนอที่น่าสน ใจแต่ขาดการ
ประยกุ ตใ์ ช้ วัสดใุ นทอ้ งถ่นิ
1 คะแนน = เทคนคิ การนําเสนอไม่เหมาะสม และไมน่ า่ สนใจ
3. การมสี ว่ นรว่ มของสมาชิกในกลมุ่
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมบี ทบาทและมีสว่ นร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
2 คะแนน = สมาชกิ ส่วนใหญ่มบี ทบาทและมีสว่ นร่วมกจิ กรรมกลมุ่
1 คะแนน = สมาชกิ สว่ นน้อยมบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผู้ฟังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
2 คะแนน = ผู้ฟงั ร้อยละ 70-90 สนใจ และใหค้ วามรว่ มมอื
1 คะแนน = ผู้ฟังนอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 70 สนใจ และใหค้ วามร่วมมอื
บันทึกหลงั การสอน
หน่วยท่ี 4 การบารุงรกั ษาอุปกรณค์ อมพิวเตอร์
ผลการใช้แผนการเรยี นรู้
1. เนื้อหาสอดคล้องกบั จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
2. สามารถนาํ ไปใชป้ ฏบิ ัติการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรยี นการสอน
3. เวลาท่กี ําหนดไวใ้ นแผนการสอนมีความเหมาะสม
ผลการเรยี นของนกั เรยี น
1. นกั ศึกษาส่วนใหญ่มคี วามสนใจใฝ่รู้ เข้าใจในบทเรยี น อภปิ รายตอบคาํ ถามในกลุ่ม และรว่ มกันปฏิบัติ
ใบงานที่ได้รับมอบหมาย
2. นกั ศึกษากระตือรือรน้ และรบั ผดิ ชอบในการทํางานกลุ่มเพื่อให้งานสําเร็จทันเวลาที่กําหนด
3. นกั ศึกษาเลือกสามารถนําความรู้ไปใช้ได้จริงในชีวติ ประจําวัน
ผลการสอนของครู
1. สอนเนื้อหาได้ครบตามหลักสูตร
2. แผนการสอนและวธิ ีการสอนครอบคลมุ เนื้อหาการสอนทาํ ใหผ้ ูส้ อนสอนได้อย่างมนั่ ใจ
3. สอนได้ทันตามเวลาทีก่ าํ หนด
ลงชอ่ื ............................................... ลงชอ่ื .......................................................
(.....................................) (นายมนต์ธร สาระบูรณ์)
รองผอู้ ํานวยการฝ่ายวิชาการ ครูผสู้ อน
แผนการสอน/แผนการเรียนรภู้ าคทฤษฎี
แผนการสอน/การเรียนรูภ้ าคทฤษฎี หนว่ ยที่ 5
ชอ่ื วิชา คอมพิวเตอรแ์ ละการบาํ รุงรกั ษา สัปดาห์ที่ 10-11
ช่อื หน่วย การตรวจและกาํ จัดไวรัส 8 ชั่วโมง
ช่ือเร่ือง การตรวจและกําจัดไวรัส
หัวข้อเรอื่ ง
ด้านความรู้
1. ไวรัสคอมพวิ เตอร์
2. การป้องกนั ไวรสั คอมพวิ เตอร์
3. การกาํ จัดไวรสั คอมพวิ เตอร์
4. การใช้โปรแกรม MS Security Essentials
ดา้ นทักษะ
1. ใชโ้ ปรแกรมตรวจและกําจัดไวรัสคอมพิวเตอร์
ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม
1.ปฏบิ ตั งิ านได้อยา่ งถูกต้อง รอบคอบ
2.สง่ งานตรงตามเวลาท่ีกาํ หนด
3.มคี วามซอื่ สตั ย์ อดทน ไมค่ ัดลอกผลงานผ้อู ่ืน
4.ใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสมกบั งานทีป่ ฏิบัติ
สาระสาคญั
ไวรสั คอมพิวเตอร์ (Computer Virus) เป็นการเรยี กช่ือเลยี นแบบไวรัสที่เป็นสงิ่ มชี ีวิตที่หมายถึงโปรแกรม
ชนดิ หน่ึงท่ีมคี วามสามารถในการสําเนาตัวเองเขา้ ไปติดอยใู่ นระบบคอมพิวเตอร์ได้ และถ้ามโี อกาสก็สามารถแทรก
เข้าไประบาดในระบบคอมพิวเตอร์อ่ืน
การป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ และการกําจัดไวรัสออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ เพ่ือให้คอมพิวเตอร์
สามารถกลับมาใช้งานได้เป็นปกติน้ัน จะต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเครื่องนั้นติดไวรัสจริงหรือไม่ ด้วยการใช้
โปรแกรมเพื่อตรวจหาและทําลายไวรัส และควรคัดลอกหรือสํารองข้อมูลหรือโปรแกรมที่ติดไวรัสเสียก่อนที่จะ
กําจัดไวรัส เพ่ือการรักษาข้อมูลให้ยังคงสามารถใช้งานได้อยู่ โดยเนื้อหาในหน่วยนี้จะกล่าวถึงการตรวจและกําจัด
ไวรสั ดว้ ยโปรแกรม MS Security Essentials
สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย
1. แสดงความรเู้ กย่ี วกับการกําจดั ไวรสั คอมพวิ เตอร์
2. ใช้โปรแกรมตรวจและกําจดั ไวรัสคอมพิวเตอร์
จดุ ประสงค์การสอน/การเรยี นรู้
• จดุ ประสงคท์ ่วั ไป / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพียง
1.เพือ่ ให้มคี วามรพู้ นื้ ฐานเก่ยี วการตรวจและกาํ จดั ไวรัส และมที ัศนคตทิ ีด่ ี (ด้านความร้)ู
2.เพื่อใหม้ ีทกั ษะการใช้โปรแกรมตรวจและกําจดั ไวรสั คอมพิวเตอร์ (ดา้ นทักษะ)
3.เพ่ือให้มีเจตคติที่ดีต่อการเตรียมความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง สําเร็จ
ภายในเวลาท่กี ําหนด มเี หตแุ ละผลตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม)
•จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม / บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง
1. บอกความหมายของไวรสั คอมพิวเตอร์ ได้ (ด้านความร)ู้
2. บอกถงึ วิธกี ารป้องกนั ไวรัสคอมพิวเตอร์ ได้ (ดา้ นความร)ู้
3. บอกถึงวิธีการกําจัดไวรัสคอมพิวเตอร์ ได้ (ด้านความรู้)
4. อธบิ ายการใชโ้ ปรแกรม MS Security Essentials ได้ (ดา้ นความร)ู้
5. การเตรียมความพร้อมด้านการเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ ผู้เรียนจะต้องกระจายงานได้ท่ัวถึง และตรงตาม
ความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจัดเตรียมสถานที่ ส่ือ วัสดุ อุปกรณ์ไว้อย่างพร้อมเพรียง (ด้านคุณธรรม
จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง)
6. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบัติงาน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผู้เรียนจะต้องมีการใช้
หลกั การเรียนรู้และเวลาท่เี หมาะสมกบั การเรียนรู้ (ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพียง)
เนอื้ หาสาระการสอน/การเรยี นรู้
• ด้านความรู้ (ทฤษฎ)ี
โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์อีกประเภทหน่ึงท่ีสร้างความเสียหายให้กับคอมพิวเตอร์ ทําให้ไม่สามารถใช้งาน
ได้ หรอื ทาํ ลายข้อมลู ที่มคี ่าของเรา เรยี กวา่ ไวรสั คอมพิวเตอร์ เราจึงต้องเรียนรู้วิธีการตรวจและกาํ จัดไวรัสเหลา่ นั้น
เพื่อป้องกันขอ้ มลู ในคอมพวิ เตอร์
1. ไวรัสคอมพวิ เตอร์ (จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อท่ี 1)
ไวรัสคอมพิวเตอร์ (Computer Virus) เป็นการเรียกช่ือเลียนแบบไวรัสท่ีเป็นสิ่งมีชีวิต ซ่ึงหมายถึง
โปรแกรมชนิดหน่ึงท่ีมีความสามารถในการสําเนาตัวเองเข้าไปติดอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ได้ และสามารถแทรก
เข้าไประบาดในเครื่องคอมพิวเตอร์อื่น ซ่ึงอาจเกิดจากการนําเอาส่ือบันทึกข้อมูลท่ีติดไวรัสจากเครื่องหนึ่งไปใช้อีก
เคร่ืองหน่ึง หรือติดต่อผ่านระบบเครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์ ซึ่งส่วนมากไวรัสคอมพิวเตอรม์ ักจะประสงคร์ ้ายและสร้าง
ความเสยี หายให้กบั เคร่ืองคอมพวิ เตอรแ์ ทบทง้ั สนิ้
ไวรัสคอมพิวเตอร์ เป็นโปรแกรมประเภทมัลแวร์ (Malware) หรือโปรแกรมประสงค์ร้าย โดยท่ัวไปจะไม่ส่งผล
ก่อให้เกิดความเสยี หายต่อฮาร์ดแวรโ์ ดยตรง แต่จะทําความเสียหายตอ่ ซอฟต์แวร์ ซ่งึ ในปจั จุบันการกระจายตัวของ
ไวรัสจะอาศัยบริการเครือข่ายบนเครื่องคอมพิวเตอร์ เช่น www, e-Mail และระบบแฟ้มข้อมูลที่ใช้ร่วมกัน มี
ลักษณะต่างๆ ดังน้ี
1) Boot Sector Virus เป็นไวรัสที่เก็บตัวเองอยู่ใน Boot Sector ของดิสก์ เมื่อเคร่ืองคอมพิวเตอร์เร่ิม
ทํางานและเข้าไปอ่าน Boot Sector ท่ีมีโปรแกรมเล็กๆ ไว้ใช้เรียกระบบปฏิบัติการขึ้นมาทํางานอีกทีหนึ่ง Boot
Sector Viruses จะเข้าไปแทนที่โปรแกรมดังกลา่ วทนั ที
2) Program Virus หรือ File Virus เป็นไวรัสที่ตดิ อยู่กับโปรแกรมหรือไฟล์ ด้วยการแทรกตัวเข้าไปอย่ใู น
โปรแกรม หลงั จากน้ันโปรแกรมจะมีขนาดใหญข่ ึ้น หรืออาจมีการสําเนาตวั เองเข้าไปทบั ส่วนต่างๆ ของโปรแกรมท่ี
มีอยู่เดิม ทําให้ขนาดของโปรแกรมไม่เปล่ยี นแปลง เม่อื เปดิ ใชโ้ ปรแกรมทต่ี ิดไวรัสอยู่ ตัวไวรัสจะเขา้ ไปหาโปรแกรม
ตวั อ่นื ท่อี ยู่ในดิสกเ์ พ่อื ทาํ สําเนาตวั เองลงไปทนั ที
3) Worm เป็นโปรแกรมไวรัสท่ีแพร่กระจายผ่านเครือข่ายไปยังคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เคร่ืองต่างๆ ที่
เช่ือมต่ออยู่บนเครือข่ายด้วยกัน ลักษณะการแพร่กระจายคล้ายตัวหนอนท่ีเจาะไชไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆ
กระจายตัวด้วยการคัดลอกตัวเองออกเป็นหลายๆ โปรแกรม และส่งต่อผ่านเครือข่ายออกไป และสามารถ
แพรก่ ระจายผ่านทางอเี มลไ์ ดด้ ้วย
4) Trojan เป็นโปรแกรมท่ีแอบแฝงเพื่อกระทําการบางอย่างในเครื่องคอมพิวเตอร์ จากผู้ที่ไม่หวังดี ชื่อ
เรียกของโปรแกรม Trojan นี้มาจากตํานานม้าไม้แห่งเมืองทรอย ซึ่งการติดนั้นไม่เหมือนกับไวรัสและหนอนที่จะ
กระจายตัวได้ด้วยตัวมันเอง แต่โทรจันจะถูกแนบมากับอีเมล์หรือโปรแกรมท่ีมีให้ดาวน์โหลดตามอินเทอร์เน็ตใน
เว็บไซต์
5) Polymorphic Virus เป็นช่ือเรียกไวรัสที่มีความสามารถในการเปลี่ยนตัวเองได้ เม่ือมีการสร้างสําเนา
ตัวเองเกิดข้ึนซึ่งอาจเปล่ียนได้ถึงหลายร้อยรูปแบบ ทําให้ไวรัสเหล่าน้ียากต่อการถูกตรวจจับ โดยโปรแกรม
ตรวจหาไวรสั ทใี่ ช้วธิ กี ารสแกนอยา่ งเดยี ว
6) Stealth Virus เป็นชื่อเรียกไวรสั ที่มีความสามารถในการพรางตัวต่อการตรวจจับได้ ไวรสั ประเภทท่ไี ป
ติดโปรแกรมใดแล้วจะทําให้ขนาดของโปรแกรมนั้นใหญ่ขึ้นและไม่สามารถตรวจดูขนาดท่ีแท้จริงของโปรแกรม ที่
เพม่ิ ขนึ้ ได้
2. การป้องกนั ไวรสั คอมพวิ เตอร์ (จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรมขอ้ ท่ี 2)
การป้องกนั ไวรัสคอมพิวเตอรไ์ ม่ให้ติดต่อและสรา้ งความเสยี หายให้กับเครอ่ื งคอมพิวเตอรไ์ ด้ มีเทคนิคและ
การปอ้ งกนั หลายวิธี เช่น
1) การสํารองข้อมูล เป็นวิธีการท่ีดีเพ่ือลดความเส่ียงต่อการติดไวรัสของข้อมูลแล้วทําให้ข้อมูลเหล่าน้ัน
เสียหาย ถึงแม้ข้อมูลถูกไวรัสทําลายเสียหายแต่ยังมีข้อมูลสํารองที่สามารถทดแทนได้อยู่ หรือใช้วิธีสร้างแผ่นบูต
Emergency disk หรือ Rescue disk เพื่อใช้ในการกู้ข้อมูลและกําจัดไวรัสออกจากเคร่ืองจนทําให้บูตเครื่องได้
ตามปกติ
2) การใช้งานซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมต่างๆ ต้องตรวจสอบแหล่งท่ีมาหรือลิขสิทธ์ิเพ่ือความแน่ใจก่อน
นาํ ไปใช้ เพอื่ ปอ้ งกันภัยคุกคามจากภายนอกโดยผ่านทางซอฟตแ์ วรท์ ่ีเราใช้งาน
3) ตรวจสอบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์อย่างสม่ําเสมอ เพ่ือสํารวจส่ิงผิดปกติต่างๆ เช่นการทํางานท่ีช้าลง
ขนาดไฟล์ทเี่ ปลี่ยนแปลงไป หน้าจอแสดงผลผิดปกติ หรอื ไดรฟ์มีเสยี งผดิ ปกติ
4) ไม่ควรใช้ส่ือบันทึกข้อมูลกับเครื่องหลายๆ เครื่อง หรือใช้งานกับเคร่ืองคอมพิวเตอร์ท่ีไม่รู้จัก หรือ
เคร่อื งทมี่ คี วามเสยี่ ง โดยเฉพาะการแชรไ์ ฟล์ ควรจะแชร์ไฟลเ์ ปน็ ประเภทอา่ นอยา่ งเดียว และควรตัง้ รหัสผ่านดว้ ย
5) ใช้โปรแกรมป้องกันและกําจัดไวรัส โดยเลือกใช้โปรแกรมป้องกันและกําจัดไวรัสที่เหมาะสมกับ
ความสามารถของเคร่ืองคอมพิวเตอรห์ รือตามท่ีองค์กรกําหนด โดยจะต้องปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัส (Update) ทุก
วันหรอื อย่างนอ้ ยอาทิตย์ละครง้ั เนอ่ื งจากไวรสั คอมพิวเตอรถ์ ูกพัฒนาออกมาใหม่ทกุ วัน ดังนั้น จึงควรที่จะตอ้ งทํา
ให้โปรแกรมป้องกันและกําจัดไวรัสรู้จักไวรัสชนิดใหม่ๆ ด้วย และต้องกําหนดให้โปรแกรมทําการป้องกันแบบ
อัตโนมัติด้วย ส่วนการใช้งานควรจะใช้โปรแกรมป้องกันและกําจัดไวรสั ตรวจหาไวรัสทุกสัปดาห์ โดยการสแกนหา
ทั้งระบบ ซงึ่ อาจจะกาํ หนดให้เปน็ ทกุ เยน็ ของวันศุกร์กอ่ นกลบั บา้ น หรอื ในชว่ งเวลาพกั เทย่ี งของทกุ วนั กไ็ ด้
6) ติดตามข่าวสาร เน่อื งจากมไี วรัสคอมพิวเตอรอ์ อกมาใหมเ่ ปน็ จํานวนมาก ดังนัน้ การรับรู้ขอ้ มลู ข่าวสาร
ที่รวดเร็วและหาทางป้องกันจึงนับเป็นหนทางที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้
ทั่วไปหรือแม้กระท่ังผู้ดูแลระบบเอง จึงควรท่ีจะหาช่องทางในการรับรู้ข่าวสารเก่ียวกับไวรัสคอมพิวเตอร์และ
ขา่ วสารเกยี่ วกบั ความม่ันคงปลอดภัยทางคอมพวิ เตอร์ดว้ ย
3. การกาจดั ไวรสั คอมพวิ เตอร์ (จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรมข้อที่ 3)
การกําจัดไวรัสออกจากเคร่ืองคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถกลับมาใช้งานได้เป็นปกตินั้น
จะต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเครื่องน้ันติดไวรัสจริง ด้วยการใช้โปรแกรมเพื่อตรวจหาและทําลายไวรัส และควร
จะต้องคัดลอกหรือสํารองข้อมูลหรือโปรแกรมท่ีติดไวรัสเสียก่อนท่ีจะกําจัดไวรัส เพ่ือการรักษาข้อมูลให้ยังคง
สามารถใช้งานได้อยู่ ซ่ึงโปรแกรมป้องกันและกําจัดไวรัสในปัจจุบันมีอยู่หลายแบบหลายชนิดมีท้ังฟรีและมี
คา่ ใช้จ่าย โปรแกรมป้องกันและกําจัดไวรสั แบบใช้ฟรีส่วนใหญ่ความสามารถในการกาํ จัดไวรัสจะไม่เทียบเท่าแบบ
มีค่าใช้จ่ายแน่นอน เช่น อาจจะใช้วิธีการกักเก็บไวรัสไม่ให้แพร่กระจายหรือไปทําลายซอฟต์แวร์ โดยไม่สามารถ
กําจดั ออกได้
การสํารองข้อมูล เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยป้องกนั ความเสียหายของข้อมูล เนอื่ งจากการใช้โปรแกรมป้องกัน
และกําจัดไวรัสออกไป โปรแกรมหรือข้อมูลนั้นอาจจะไม่สามารถทํางานได้ตามปกติหรือทํางานไม่ได้ วิธีการตรวจ
ขั้นต้นให้ลองเปรียบเทียบขนาดของโปรแกรมหลังจากท่ีถูกกําจัดไวรัสไปแล้วกับขนาดเดิม ถ้ามีขนาดน้อยกว่า
แสดงว่าโปรแกรมนั้นไม่สมบูรณ์ ให้นําโปรแกรมที่ติดไวรัสท่ีสํารองไว้ไปหาโปรแกรมป้องกันและกําจัดไวรัสตัวอ่ืน
มาใช้แทน และถ้าการใช้โปรแกรมตรวจหาไม่พบไวรัสในโปรแกรมใดๆ อยู่ให้ทดลองเปิดโปรแกรมน้ันขึ้นมา
ทดสอบการทาํ งานอย่างละเอียดว่าเปน็ ปกตดิ ีอย่หู รอื ไม่
โปรแกรมป้องกันและกําจัดไวรัส (Anti-virus Software) เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการตรวจสอบส่ือบันทึก
ข้อมูลและหน่วยความจําเพื่อตรวจหาไวรสั โดยโปรแกรมจะแจ้งให้ผู้ใช้ทราบหากตรวจพบพฤติกรรมของไวรสั และ
บางโปรแกรมจะทําลายไวรัสให้ทนั ที ดังตวั อยา่ งโปรแกรมตรวจและกาํ จัดไวรสั ต่อไปนี้
1. Microsoft Security Essentials โปรแกรมป้องกันและกําจัดไวรัสฟรีจากค่าย Microsoft และเป็น
โปรแกรมป้องกันและกําจัดไวรัสยอดนิยม เพราะเป็นฟรีแวร์ที่แจกฟรีไม่มีข้อผูกมัด มีคุณสมบัติต่างๆ ครบถ้วน
สามารถปกป้องคอมพิวเตอร์จากไวรัส สปายแวร์ มัลแวร์และอ่ืนๆ ท่ีเป็นอันตรายด้วยการรักษาความปลอดภัย
และการทํางานทมี่ ปี ระสทิ ธิภาพ
2. avast Free Antivirus โปรแกรมป้องกันและกําจัดไวรัสจากค่าย avast เป็นโปรแกรมที่ได้รับความ
นิยมจากผ้ใู ชง้ าน มรี ปู แบบการใช้งานทค่ี รบถ้วน สามารถป้องกันไวรสั พรอ้ มเครือ่ งมือตา่ งๆ ป้องกันสปายแวร์ และ
ป้องกันคอมพิวเตอรจ์ ากภยั คุกคามทีม่ าจากอินเทอรเ์ น็ต ไฟล์ และอเี มล์ เปน็ ต้น
3. AVG Anti-Virus Free เป็นโปรแกรมป้องกันและกําจัดไวรัสท่ีมีเคร่ืองมือป้องกันไวรัส, สปายแวร์,
อีเมลสแกนเนอร์ มรี ปู แบบการใช้งานพนื้ ฐาน และมกี ารสแกนไวรัสอัตโนมัติ
4. Bit defender เป็นโปรแกรมป้องกันและกําจัดไวรัสที่มีคุณสมบัติครอบคลุมและทํางานได้ดี มี
โปรแกรม Bit defender Antivirus Free Edition เป็นโปรแกรมปอ้ งกันและกําจัดไวรัสแบบฟรีแวร์ ทม่ี ีคณุ สมบตั ิ
การทํางานและปอ้ งกันไวรัสขนั้ พน้ื ฐานและมีประสิทธภิ าพป้องกันในระดับหนึง่
5. Avira Free Antivirus หรือที่รู้จักกันในชื่อร่มแดง เน่ืองจากโปรแกรมน้ีใช้สัญลักษณ์ร่มสีแดง และถือ
ว่าเป็นโปรแกรมป้องกันและกําจัดไวรัสที่นิยมใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ด้วยประสิทธิภาพการทํางานและ
เทคโนโลยีชั้นสูงพร้อมความสามารถป้องกันไวรัสได้มากกว่า 300,000 ชนิดและมีการอัปเดตข้อมูลอยู่ตลอดเวลา
การใช้งานทีง่ า่ ยรวมไปถึงใชท้ รพั ยากรของคอมพิวเตอร์น้อย เหมาะสาํ หรบั ผู้ใช้งานทมี่ คี อมพวิ เตอร์รนุ่ เกา่ ๆ
6. Comodo Antivirus เป็นโปรแกรมป้องกันและกําจัดไวรัสที่มีคุณภาพ นอกจากนี้ยังมี Comodo
Antivirus Free เป็นโปรแกรมฟรีแวร์ท่ีมีคุณภาพและคุณสมบัติการป้องกันไวรัส ไม่ว่าจะเป็นไวรัส โทรจัน สปาย
แวร์ และ Firewall ทีแ่ ข็งแกร่ง การรกั ษาความปลอดภยั ที่แข็งแรง
7. Immunet FREE Antivirus เป็นโปรแกรมป้องกันและกําจัดไวรัสทํางานแบบ Cloud based
เหมือนกับ Panda Cloud Antivirus และ King soft Antivirus สําหรับ Immunet Free Antivirus สามารถ
ปกป้องคอมพิวเตอร์จากบอท เวิร์ม ไวรัส โทรจัน key loggers และสปายแวร์ ข้อดีของโปรแกรมป้องกันและ
กําจดั ไวรสั แบบ Cloud ไมก่ ินทรัพยากรเครอื่ งและมีการอัปเดตรวดเร็ว แตต่ ้องเชอื่ มตอ่ กับอนิ เทอร์เนต็ ตลอดเวลา
8. King soft Antivirus เป็นโปรแกรมป้องกันและกําจัดไวรัสทํางานแบบ Cloud based ความสามารถ
ป้องกนั ไวรสั มัลแวร์ ตรวจสอบไฟล์ทีด่ าวนโ์ หลดจากโปรแกรมต่างๆ รวมไปถงึ เคร่ืองมอื ปรบั แต่งตา่ งๆ
9. Panda Cloud Antivirus Free เป็นโปรแกรมป้องกันและกําจัดไวรัสทํางานแบบ Cloud based
สามารถปกป้องคอมพิวเตอรจ์ ากบอท เวิร์ม ไวรัส โทรจนั key logger สปายแวร์และแอดแวร์ เปน็ ต้น
10. Rising Antivirus Free Edition เป็นโปรแกรมป้องกันและกําจัดไวรัสฟรีจากผู้ผลิตโปรแกรมป้องกัน
และกาํ จดั ไวรัสรายใหญ่ที่สดุ จากจีน สามารถปอ้ งกนั ไวรัส โทรจัน หนอน และโปรแกรมท่ีเป็นอันตรายอ่ืนๆ พร้อม
การป้องกนั พ้นื ฐาน
4. การใชโ้ ปรแกรม MS Security Essentials (จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมขอ้ ที่ 4)
Microsoft Security Essentials เป็นโปรแกรมป้องกนั และกําจัดไวรัสคอมพวิ เตอร์ท่ีให้บรกิ ารฟรีสาํ หรับ
เครื่องคอมพิวเตอร์บนระบบปฏิบัติการ Windows XP (Service Pack 3) Windows Vista, Windows 7 และ
Windows 8 สามารถปกป้องเครื่องคอมพิวเตอร์จากไวรัส สปายแวร์ และซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายอ่ืนๆ โดยท่ี
โปรแกรมจะทํางานตลอดเวลาขณะที่เราใช้คอมพิวเตอร์ และจะตรวจหาการปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัสต่างๆ จาก
อนิ เทอร์เน็ตทุกวัน โปรแกรมจะสแกนคอมพิวเตอร์ตรวจหาซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายต่างๆ และปิดกั้นการคุกคาม
ตามทไ่ี ดก้ าํ หนดคา่ ไว้ โดยรวมแล้วโปรแกรม Microsoft Security Essentials มีคุณสมบตั ติ ่างๆ ดงั น้ี
1) การป้องกนั แบบ Real time หมายถึงการแจง้ เตือนเมื่อสปายแวร์ ไวรัส หรอื ซอฟตแ์ วร์ท่ีเป็นอันตราย
พยายามจะทาํ งานหรือติดตง้ั ในเครือ่ งคอมพิวเตอร์ รวมถึงโปรแกรมและแฟม้ ท่ีน่าสงสยั
2) การสแกนระบบ ซ่ึงสามารถสแกนท้ังระบบที่มีตัวเลือกการสแกนตามกําหนดเวลาและตามความ
ตอ้ งการ 3 รูปแบบคือ
• การสแกนแบบเร่งดว่ น โดยจะตรวจสอบส่วนท่มี ักจะติดมัลแวรอ์ ย่างรวดเร็ว รวมถงึ โปรแกรมที่
เรยี กใชใ้ นหนว่ ยความจํา แฟ้มระบบ และคา่ รจี ิสทรี
• การสแกนทั้งหมด โดยจะสแกนแฟ้มทั้งหมดบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ค่ารีจิสทรี และโปรแกรม
ทัง้ หมดทีก่ ําลังทาํ งานอยู่
• การสแกนแบบกาํ หนดเอง สามารถสแกนเฉพาะสว่ นท่ีเลอื กได้
3) การรวมระบบเข้ากับ Windows Firewall ท่ีเปิดใช้งานเป็นส่วนหน่ึงของการรักษาความปลอดภัยใน
การใช้งานคอมพิวเตอร์ ซ่ึงในระหว่างการติดต้ังโปรแกรม Microsoft Security Essentials จะมีกระบวนการ
สแกนคอมพวิ เตอร์ เพอ่ื ตรวจสอบว่าไฟรว์ อลลท์ ํางานบนคอมพิวเตอร์หรือไม่
4) การป้องกันการคุกคามและซอฟต์แวร์ที่ไม่ปลอดภัย และเก็บรายช่ือการดาวน์โหลดและเว็บไซต์ยอด
นิยมไว้บนอินเทอร์เน็ต เพื่อใช้ในการทดสอบข้อกําหนดและการปรับปรุงการป้องกันมัลแวร์ของเรา ก่อนท่ีจะ
ดาวนโ์ หลดและใช้งานเวบ็ ไซต์
5) การสแกนไดรฟ์อื่น นอกเหนือจากฮาร์ดไดรฟ์ เราสามารถสแกนไดรฟ์ภายนอกและ USB Drive ท่ี
เสยี หายเน่ืองจากติดไวรัสไดเ้ ช่นเดียวกัน และสามารถส่ังให้สแกนอตั โนมัติเม่ือมีการเสยี บไดรฟ์ภายนอก ทําให้การ
ใช้งานคอมพวิ เตอรม์ ีความปลอดภยั มากยง่ิ ขึน้
การตดิ ตั้งโปรแกรม Microsoft Security Essentials
โปรแกรม Microsoft Security Essentials สามารถดาวน์โหลดและการติดตั้งได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดย
เข้าไปท่ี http://windows.microsoft.com/th-th/windows/security-essentials-download แล้วคลิกปุ่ม
ดาวนโ์ หลดทนั ที
โปรแกรม Microsoft Security Essentials จะใช้ไอคอนใน Task Bar แสดงสถานะความปลอดภัยด้วย
สัญลักษณ์สีต่างๆ และเม่ือคอมพิวเตอร์มีปัญหา รูปลักษณ์ของ Microsoft Security Essentials จะเปล่ียนแปลง
ตามปัญหา รวมท้งั หนา้ ตา่ งโปรแกรมจะเปลยี่ นสขี ้ึนอยูก่ ับสถานการณ์ ดงั น้ี
ไอคอน สีเขียว ห มายถึงสถาน ะความป ลอดภั ยของคอมพิ วเตอร์ โป รแกรมได้รับ การ
อัปเดตแล้ว และทํางานตลอดเวลา เพ่ือช่วยป้องกันคอมพิวเตอร์จากภัยคุกคามที่เป็นอันตรายจากมัลแวร์และ
อ่ืนๆ
ไอคอนสีเหลือง หมายถึงสถานะที่อาจจะไม่มีการป้องกัน ควรดําเนินการบางอย่างเช่น เปิดการ
ปอ้ งกันแบบ real-time ใชก้ ารสแกนระบบหรือสแกนสอ่ื ทเี่ ป็นภัยคุกคาม
ไอคอนสีแดง หมายถึงคอมพิวเตอร์มีความเสี่ยงและเป็นภัยคุกคามที่รุนแรง ควรดําเนินการตาม
คาํ แนะนํา ทาํ ความสะอาดไฟลท์ ตี่ รวจพบแล้วสแกนซอฟต์แวรท์ ี่เป็นอนั ตรายเพม่ิ เติม
4.3 การใช้งานโปรแกรม Microsoft Security Essentials
โปรแกรม Microsoft Security Essentials เป็นโปรแกรมปอ้ งกนั และกําจัดไวรสั ทใ่ี ชง้ ่าย ทีท่ าํ งาน
ตลอดเวลา มสี ่วนประกอบตา่ งๆ ของโปรแกรมไมซ่ บั ซ้อน ซ่งึ ประกอบไปด้วย 4 ส่วน ดงั นี้
1) แทบ็ หน้าแรก เป็นส่วนแสดงรายงานต่างๆ เช่น มีการอัปเดตฐานขอ้ มูลไวรสั หรอื ไม่ มีการ
สแกนล่าสดุ เมือ่ ใด และรปู แบบการส่ังสแกนไวรัสแบบตา่ งๆ เชน่
- เรว็ หมายถงึ การสแกนไวรัสเฉพาะไฟลท์ ่จี าํ เป็นของระบบ Windows
- เต็ม หมายถึงสแกนไวรัสทกุ ไฟล์ทุก Folder ในเครื่องคอมพิวเตอร์
- กาํ หนดเอง หมายถงึ การสแกนไวรัสเฉพาะไฟลห์ รือ Folder ที่เรากําหนดl
2) แท็บปรับปรุง เป็นเมนูคําส่ังเหมือนกับโปรแกรมป้องกันและกําจัดไวรัสอื่นๆ ท่ีต้องมีการอัป
เดต ซ่ึงส่วนนี้จะแสดงเวอร์ชันของการป้องกันไวรัสและสปายแวร์ พร้อมท้ังแสดงวันเวลาการอัปเดตล่าสุด และ
สามารถสัง่ อปั เดตไดท้ ันทีโดยคลิกปุ่ม ปรบั ปรงุ
3) แท็บประวัติ แสดงประวัติการตรวจพบไรวรัส มัลแวร์ สปายแวร์หรืออื่นๆ ท่ีโปรแกรมแจ้ง
เตือนว่าไม่ปลอดภัย พร้อมทั้งแสดงข้อมูลคร่าวๆ ของไวรัสที่ตรวจพบว่าทํางานอย่างไร มีระดับความอันตราย
ระดบั ใด เป็นต้น
4) แทบ็ การตั้งค่า สว่ นนีเ้ ปน็ การตั้งคา่ การใชง้ านโปรแกรม เช่น การกําหนดเวลาสแกน การ
กาํ หนดสแกน flash drive การต้งั ค่าเร่มิ ตน้ เป็นตน้
นอกจากการใช้งานตามปกติแล้ว เม่อื ตอ้ งการถอนการติดต้ังโปรแกรมตามจุดประสงค์การใช้งาน
ใดๆ ก็ตาม สามารถทําได้โดยเปิดหน้าต่าง Uninstall or change a program โดยคลิก Start / Control panel
แล้วคลิกเลอื ก Uninstall a program แล้วคลิกเลือกโปรแกรมท่ีต้องการ แล้วคลกิ คาํ ส่ัง Uninstall
• ดา้ นทกั ษะ (ปฏิบตั )ิ (จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรมข้อที่ 1-6)
1.แบบฝึกหดั ท้ายบทที่ 5
2.กจิ กรรมการเรยี นรู้
• ดา้ นคุณธรรม/จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณ/บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพียง
1.การเตรียมความพร้อมดา้ นวัสดุ อปุ กรณ์นกั ศึกษาจะต้องทําความสะอาดห้องเรยี น จัดเตรยี มอปุ กรณ์ใน
การเรยี นรู้ ใหม้ คี วามพร้อมเพียงและเหมาะสมกบั เวลาท่ใี ช้ในการเรยี น
2.ความมีเหตุมผี ลในการปฏิบัตงิ าน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนักศึกษาจะต้องมีการใช้
เทคนคิ การจดบันทึกงาน การสบื ค้นขอ้ มูล ก่อนการเรยี นร้แู ละหลงั เรยี นรเู้ พื่อใหก้ ารเรยี นรู้เหมาะสมกับเวลา
คมุ้ ค่าและประหยัด
กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรือการเรยี นรู้
ขัน้ ตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ขน้ั ตอนการเรียนร้หู รอื กจิ กรรมของนกั เรียน
1. ขัน้ นาเข้าสู่บทเรียน (60 นาท)ี 1. ขัน้ นาเข้าสบู่ ทเรยี น (60 นาท)ี
1. ผู้สอนจดั เตรียมเอกสาร 1. ผเู้ รยี นทําแบบทดสอบก่อนเรยี น
2. ผ้สู อนแจง้ จดุ ประสงค์การเรยี นของหน่วยที่ 5 2. ผเู้ รยี นทําความเข้าใจเก่ยี วกับจุดประสงค์การ
และขอให้ผู้เรยี นรว่ มกันทาํ กจิ กรรมการเรียนการสอน เรยี นของหนว่ ยเรยี นท่ี 5 และการให้ความร่วมมอื ในการ
ทํากิจกรรม
3. ผสู้ อนใหผ้ ู้เรียนแสดงความรู้ โดยต้ังคําถาม
วา่ การตรวจและกําจัดไวรสั มีหลกั การทาํ งานอย่างไร 3. ผู้เรยี นแสดงความรู้ว่าการตรวจและกาํ จัดไวรสั
พร้อมให้เหตุผลประกอบ มหี ลักการอย่างไรพร้อมให้เหตผุ ลประกอบ
2. ขนั้ ให้ความรู้ (240 นาท)ี
2. ขน้ั ใหค้ วามรู้ (240 นาที)
13. ผ้สู อนทดสอบความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับ 9. ผู้เรียนทาํ แบบทดสอบก่อนเรียนเพือ่ แสดง
ความรเู้ บื้องต้นเกย่ี วกบั การตรวจและกาํ จดั ไวรสั โดย
ใหผ้ ู้เรยี นทําแบบทดสอบก่อนเรียน ความรแู้ ละความเข้าใจก่อนการเรยี น เร่อื งการตรวจและ
กําจดั ไวรัส ผู้เรยี นศกึ ษาบทเรียนวชิ าคอมพิวเตอรแ์ ละ
14. ผสู้ อนอธิบายเนอื้ หาเกีย่ วกบั บทเรียนวชิ า การบาํ รงุ รักษา หนว่ ยที่ 5 เรอื่ งการตรวจและกาํ จดั ไวรสั
คอมพวิ เตอร์และการบํารุงรักษา หนว่ ยท่ี 5 เรื่องการ และศึกษาเอกสารประกอบการสอน หนว่ ยท่ี 5
ตรวจและกาํ จดั ไวรสั และใหผ้ ้เู รียนศึกษาเอกสาร
ประกอบการสอน หน่วยที่ 5 10. ผเู้ รียนอธิบายหลกั การตรวจและกาํ จดั ไวรัส
ตามทไ่ี ดศ้ ึกษาจากบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอน
15. ผสู้ อนและผู้เรียนรว่ มกนั อธิบายการตรวจและ
กําจัดไวรสั ทีไ่ ดศ้ กึ ษาจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 3. ขัน้ ประยุกต์ใช้ (120 นาท)ี
3. ข้นั ประยกุ ต์ใช้ (120 นาท)ี 5. ผู้เรียนทําแบบฝึกหัดท้ายบทท่ี 5
2. ใหผ้ ู้เรยี นแบ่งกลมุ่ ๆ ละ 5 คน ร่วมกันค้นหา
7. ผ้สู อนใหผ้ เู้ รยี นทาํ แบบฝกึ หัดทา้ ยบทที่ 5
8. ผู้สอนให้ผ้เู รยี นแบง่ กลมุ่ ๆ ละ 5 คน ร่วมกัน โปรแกรมปอ้ งกันไวรัสคอมพิวเตอร์ จากน้ันนํามาศึกษา
คน้ หาโปรแกรมป้องกนั ไวรัสคอมพิวเตอร์ จากน้ัน ทดลองใช้ แลว้ ร่วมกนั นาํ เสนออภิปรายการใชง้ าน และ
นํามาศกึ ษา ทดลองใช้ แล้วร่วมกนั นําเสนออภิปราย สาธติ การใช้งานในชนั้ เรยี น
การใช้งาน และสาธิตการใช้งานในชนั้ เรียนนําเสนอ
พร้อมทงั้ สาธติ การใช้งานในชั้นเรียน ตัวอย่างโปรแกรม
• Avast Free Antivirus
• Avira Free Antivirus
• AVG Free Antivirus
4. ขัน้ สรุปและประเมนิ ผล (60 นาท)ี 4. ขน้ั สรุปและประเมินผล (60 นาท)ี
1. ผู้สอนและผูเ้ รยี นร่วมกนั สรุปเน้อื หาที่ได้ 1. ผูส้ อนและผู้เรยี นร่วมกันสรปุ เน้อื หาท่ีไดเ้ รียน
เรียนใหม้ คี วามเขา้ ใจในทศิ ทางเดยี วกัน เพอ่ื ใหม้ ีความเขา้ ใจในทศิ ทางเดียวกนั
2. ผสู้ อนให้ผเู้ รยี นศึกษาเพิ่มเติมนอกหอ้ งเรียน 2. ผู้เรยี นศกึ ษาเพ่ิมเตมิ นอกห้องเรียน ดว้ ย
ดว้ ยบทเรียนคอมพิวเตอรช์ ่วยสอนทีจ่ ดั ทําขึน้ บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ช่วยสอนที่จัดทาํ ขน้ึ
3. ผสู้ อนให้ผเู้ รยี นทําแบบทดสอบหลงั เรียน 3. ผูเ้ รียนทาํ แบบทดสอบหลังเรียน
(บรรลุจุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-6)
(บรรลุจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-6)
(รวม 480 นาที หรอื 8 ชั่วโมงเรยี น)
งานทม่ี อบหมายหรอื กิจกรรมการวดั ผลและประเมินผล
กอ่ นเรยี น
1. จดั เตรียมเอกสาร ส่อื การเรยี นการสอนหนว่ ยท่ี 5
2. ทาํ ความเขา้ ใจเก่ียวกับจดุ ประสงคก์ ารเรียนของหนว่ ยที่ 5 และให้ความร่วมมือในการทํากิจกรรมใน
หน่วยที่ 5
3. ตอบคาํ ถามก่อนเรยี น โดยการถาม – ตอบ หน่วยท่ี 5
ขณะเรียน
1.ปฏิบัติตามใบความรู้ที่ 5 เรอื่ งการตรวจและกําจดั ไวรสั
2. รว่ มกันสรปุ “การตรวจและกําจดั ไวรสั ”
3. ร่วมกนั ทาํ กจิ กรรมการเรยี นรู้
หลงั เรียน
1.ทําแบบฝกึ หัดท้ายบทท่ี 5
2.ทาํ แบบประเมนิ การเรียนรู้
คาถาม
1. จงบอกความหมายของไวรัสคอมพวิ เตอร์
2. จงอธิบายถงึ ลักษณะของไวรัสประเภท Worm
3. จงอธิบายถึงลกั ษณะของไวรสั ประเภท Trojan
4. จงบอกถึงวิธกี ารปอ้ งกันไวรัสคอมพิวเตอร์ จากการรบั ส่งไฟลต์ ่างๆ
5. จงบอกถึงวิธกี ารป้องกนั ไวรสั คอมพิวเตอร์ จากการใชโ้ ปรแกรม
6. จงบอกถึงความหมายของโปรแกรมประเภท Anti-virus มาพอเข้าใจ
7. การสํารองข้อมูล เปน็ วิธีการหน่งึ ทช่ี ่วยป้องกันความเสยี หายของขอ้ มูลจากไวรสั คอมพวิ เตอร์ ได้
อยา่ งไร
8. จงบอกชอื่ โปรแกรมป้องกันและกาํ จดั ไวรสั คอมพวิ เตอร์ ทน่ี กั เรียนรจู้ กั มา 5 โปรแกรม
9. จงบอกถึงคณุ สมบตั ิของโปรแกรม MS Security Essentials
10. จงบอกถึงข้ันตอนการตรวจหาไวรสั ของโปรแกรม MS Security Essentials แบบตามกําหนดการ
ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผ้เู รียน
กจิ กรรม
ให้ผ้เู รียนแบง่ กลุม่ ๆ ละ 5 คน ร่วมกันคน้ หาโปรแกรมป้องกันไวรัสคอมพวิ เตอร์ จากนน้ั นํามาศกึ ษา
ทดลองใช้ แลว้ รว่ มกันนาํ เสนออภปิ รายการใชง้ าน และสาธิตการใช้งานในชั้นเรียน
ตวั อยา่ งโปรแกรม
• Avast Free Antivirus
• Avira Free Antivirus
• AVG Free Antivirus
สมรรถนะท่พี ึงประสงค์
ผูเ้ รียนสร้างความเข้าใจเก่ียวกับการตรวจและกําจัดไวรสั
1.วเิ คราะหแ์ ละตีความหมาย
2.ตงั้ คําถาม
3.ลงมือปฏบิ ตั ิ
4.การประยกุ ตค์ วามรสู้ งู่ านอาชีพ
สมรรถนะการสร้างค่านยิ ม
การปลูกฝังใหม้ คี วามรบั ผดิ ชอบ มีความคดิ ริเรม่ิ สรา้ งสรรค์ และมีความซ่อื สัตย์ในอาชพี ของตน
สมรรถนะการปฏิบตั ิงานอาชีพ
1. นําความร้เู กย่ี วกับแนะนําความร้เู บ้อื งตน้ เกีย่ วกับการตรวจและกําจัดไวรัสประยกุ ต์ใช้ในการดําเนนิ
ชวี ิตประจําวนั
สมรรถนะการขยายผล
ความสอดคล้อง
แนะนําความรเู้ บือ้ งตน้ เกยี่ วกับการตรวจและกําจัดไวรสั ทําให้ผ้เู รียนมคี วามร้เู พิ่มขน้ึ เม่ือผ้เู รียนไดเ้ รียนรู้
ทาํ ให้มคี วามรใู้ นเร่ืองการตรวจและกําจดั ไวรสั มากขึน้
ส่ือการเรียนการสอน/การเรยี นรู้
สอ่ื สิ่งพิมพ์
1. เอกสารประกอบการสอนวิชา คอมพวิ เตอรแ์ ละการบาํ รุงรักษา (ใช้ประกอบการเรียนการสอน
จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมข้อท่ี 1-6)
2. ใบความรูแ้ ละใบงาน
สือ่ โสตทัศน์ (ถา้ มี)
1. บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอน เร่อื งการตรวจและกําจดั ไวรสั
2. สือ่ ของจรงิ
แหล่งการเรยี นรู้
ในสถานศกึ ษา
1. ห้องสมดุ วทิ ยาลยั
2. หอ้ งปฏิบัตกิ ารคอมพิวเตอร์ ศกึ ษาหาข้อมูลทางอินเทอร์เนต็
นอกสถานศกึ ษา
ผู้ประกอบการ สถานประกอบการ ในท้องถน่ิ
การบรู ณาการ/ความสัมพันธก์ บั วชิ าอนื่
1. บูรณาการกับวิชาชีวิตและวฒั นธรรมไทย ดา้ นการพูด การอ่าน การเขยี นและการฝึกปฏบิ ตั ิตนทาง
สงั คมดา้ นการเตรียมความพร้อม ความรบั ผดิ ชอบ และความสนใจใฝ่รู้
2. บรู ณาการกบั วิชาภาษาองั กฤษ การใช้คําศัพท์ ความหมาย การสืบคน้ ข้อมลู
3. บรู ณาการกับวชิ ากีฬาเพ่ือพัฒนาสขุ ภาพและบคุ ลิกภาพ ด้านบคุ ลิกภาพในการนําเสนอหนา้ ช้ันเรยี น
การประเมินผลการเรยี นรู้
• หลักการประเมนิ ผลการเรยี นรู้
ก่อนเรยี น
1.ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน
ขณะเรียน
1.สงั เกตการทํางานกลุ่ม
หลงั เรยี น
1.ตรวจแบบฝกึ หัดทา้ ยบท
2.ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น
3.สรุปผลการรายงานหนา้ ชน้ั เรียน
ผลงาน/ชน้ิ งาน/ผลสาเร็จของผเู้ รยี น
ตรวจผลงาน กิจกรรม
กิจกรรม
ใหผ้ ้เู รียนแบง่ กลุ่มๆ ละ 5 คน รว่ มกันคน้ หาโปรแกรมป้องกันไวรสั คอมพิวเตอร์ จากน้ันนํามาศกึ ษา
ทดลองใช้ แล้วรว่ มกนั นาํ เสนออภปิ รายการใช้งาน และสาธิตการใชง้ านในชั้นเรยี น
ตัวอยา่ งโปรแกรม
• Avast Free Antivirus
• Avira Free Antivirus
• AVG Free Antivirus
รายละเอียดการประเมินผลการเรียนรู้
• จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 1 บอกความหมายของไวรสั คอมพิวเตอร์ ได้
1.วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2.เครอ่ื งมือ : แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การใหค้ ะแนน : บอกความหมายของไวรสั คอมพิวเตอร์ ได้ 2 คะแนน
•จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม ข้อท่ี 2 บอกถึงวธิ กี ารป้องกันไวรสั คอมพวิ เตอร์ ได้
1.วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ
2.เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การให้คะแนน : บอกถงึ วิธกี ารป้องกันไวรสั คอมพิวเตอร์ ได้จะได้ 2 คะแนน
•จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 3 บอกถึงวธิ กี ารกําจัดไวรสั คอมพิวเตอร์ ได้
1.วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ
2.เครือ่ งมือ : แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การให้คะแนน : บอกถึงวิธกี ารกําจัดไวรสั คอมพิวเตอร์ ได้ จะได้ 2 คะแนน
•จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม ขอ้ ที่ 4 อธบิ ายการใช้โปรแกรม MS Security Essentials ได้
1.วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2.เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3.เกณฑ์การใหค้ ะแนน : อธิบายการใชโ้ ปรแกรม MS Security Essentials ได้ จะได้ 4 คะแนน
แบบฝกึ หัดหนว่ ยที่ 5
การตรวจและกาจดั ไวรสั
จงตอบคาถามต่อไปนใ้ิ ห้มใี จความสมบูรณ์
1. จงบอกความหมายของไวรัสคอมพิวเตอร์
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. จงอธบิ ายถงึ ลกั ษณะของไวรัสประเภท Worm
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. จงอธิบายถึงลกั ษณะของไวรัสประเภท Trojan
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. จงบอกถึงวิธกี ารป้องกันไวรัสคอมพวิ เตอร์ จากการรับส่งไฟลต์ ่างๆ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. จงบอกถึงวธิ กี ารป้องกนั ไวรัสคอมพวิ เตอร์ จากการใชโ้ ปรแกรม
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
6. จงบอกถึงความหมายของโปรแกรมประเภท Anti-virus มาพอเข้าใจ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
7. การสํารองข้อมลู เปน็ วิธกี ารหนง่ึ ทชี่ ่วยป้องกนั ความเสียหายของข้อมลู จากไวรสั คอมพวิ เตอร์ ได้อย่างไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
8. จงบอกชอื่ โปรแกรมป้องกันและกาํ จดั ไวรสั คอมพิวเตอร์ ท่ีนกั เรยี นรู้จักมา 5 โปรแกรม
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
9. จงบอกถึงคณุ สมบัติของโปรแกรม MS Security Essentials
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
10. จงบอกถึงข้ันตอนการตรวจหาไวรสั ของโปรแกรม MS Security Essentials แบบตามกําหนดการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แบบประเมนิ ผลการนาเสนอผลงาน
ช่อื กลมุ่ ………………………………………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง................
รายชอ่ื สมาชิก
1……………………………………………………………….……………………………………………………………………เลขท่ี……..….
2……………………………………………………………….……………………………………………………………………เลขที่……..….
3……………………………………………………………….……………………………………………………………………เลขท่ี……..….
4……………………………………………………………….……………………………………………………………………เลขท่ี……..….
ที่ รายการประเมนิ คะแนน ข้อคดิ เห็น
1 ความรู้เก่ียวกับเน้ือหา ความถกู ตอ้ ง ปฏภิ าณในการตอบ และการแก้ไข 32 1
ปญั หาเฉพาะหน้า
2 รูปแบบการนําเสนอ
3 การมีสว่ นร่วมของสมาชิกในกลุม่
4 บุคลกิ ลักษณะ กิรยิ า ทา่ ทางในการพูด นํา้ เสยี ง ซ่ึงทาํ ใหผ้ ู้ฟงั มคี วาม
สนใจ
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
เกณฑก์ ารให้คะแนน
1. เน้อื หาสาระครอบคลุมชดั เจนถกู ตอ้ ง
3 คะแนน = มีสาระสําคญั ครบถว้ นถูกต้อง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระสาํ คญั ไมค่ รบถ้วน แตต่ รงตามจุดประสงค์
1 คะแนน = สาระสําคัญไมถ่ ูกตอ้ ง ไม่ตรงตามจดุ ประสงค์
2. รปู แบบการนําเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนําเสนอที่เหมาะสม มีการใช้เทคนิคท่ีแปลกใหม่ ใช้สื่อและเทคโนโลยี ประกอบการ
นําเสนอทน่ี า่ สนใจนําวสั ดุในทอ้ งถ่นิ มาประยกุ ต์ใช้อยา่ งคมุ้ คา่ และประหยดั
2 คะแนน = มีเทคนิคการนําเสนอท่ีแปลกใหม่ ใช้สื่อและเทคโนโลยีประกอบการนําเสนอที่น่าสน ใจแต่ขาดการ
ประยกุ ตใ์ ช้ วัสดใุ นทอ้ งถ่นิ
1 คะแนน = เทคนคิ การนําเสนอไม่เหมาะสม และไมน่ า่ สนใจ
3. การมสี ว่ นรว่ มของสมาชิกในกลมุ่
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมบี ทบาทและมีสว่ นร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
2 คะแนน = สมาชกิ ส่วนใหญ่มบี ทบาทและมีสว่ นร่วมกิจกรรมกลมุ่
1 คะแนน = สมาชกิ สว่ นน้อยมบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผู้ฟังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
2 คะแนน = ผู้ฟงั ร้อยละ 70-90 สนใจ และใหค้ วามรว่ มมอื
1 คะแนน = ผู้ฟังนอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 70 สนใจ และใหค้ วามร่วมมอื
บันทึกหลงั การสอน
หนว่ ยท่ี 5 การตรวจและกาจดั ไวรัส
ผลการใช้แผนการเรยี นรู้
1. เนอื้ หาสอดคล้องกบั จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
2. สามารถนําไปใชป้ ฏิบัตกิ ารสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรียนการสอน
3. เวลาทีก่ าํ หนดไวใ้ นแผนการสอนมคี วามเหมาะสม
ผลการเรียนของนักเรยี น
1. นักศึกษาสว่ นใหญ่มคี วามสนใจใฝร่ ู้ เข้าใจในบทเรยี น อภปิ รายตอบคําถามในกลุม่ และร่วมกนั ปฏิบัติ
ใบงานที่ไดร้ ับมอบหมาย
2. นกั ศึกษากระตือรือร้นและรับผดิ ชอบในการทํางานกลุ่มเพื่อใหง้ านสาํ เร็จทันเวลาที่กําหนด
3. นักศึกษาเลือกสามารถนาํ ความรไู้ ปใช้ได้จรงิ ในชีวติ ประจาํ วัน
ผลการสอนของครู
1. สอนเน้ือหาได้ครบตามหลักสูตร
2. แผนการสอนและวธิ ีการสอนครอบคลมุ เน้ือหาการสอนทําใหผ้ สู้ อนสอนได้อย่างม่ันใจ
3. สอนได้ทนั ตามเวลาที่กาํ หนด
ลงชื่อ............................................... ลงชอ่ื .......................................................
(.....................................) (นายมนตธ์ ร สาระบรู ณ์)
รองผ้อู ํานวยการฝา่ ยวิชาการ ครูผู้สอน
แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี
แผนการสอน/การเรยี นรภู้ าคทฤษฎี หน่วยที่ 6
ชื่อวิชา คอมพวิ เตอรแ์ ละการบาํ รุงรกั ษา สปั ดาหท์ ี่ 12-13
ชื่อหน่วย การแก้ปญั หาคอมพวิ เตอรด์ ว้ ยโปรแกรม 8 ช่ัวโมง
อรรถประโยชน์
ช่อื เรอ่ื ง การแกป้ ญั หาคอมพวิ เตอรด์ ว้ ยโปรแกรมอรรถประโยชน์
หวั ขอ้ เรอื่ ง
ดา้ นความรู้
1. System information
2. Resource Monitor
3. Windows Task Manager
4. Error Checking
5. Snipping Tool
6. Magnifier
7. Paint
8. Notepad
9. เครือ่ งคํานวณ
10. 7-Zip
ดา้ นทักษะ
1. ใช้โปรแกรม System information
2. ใช้โปรแกรม Resource Monitor
3. ใช้โปรแกรม Windows Task Manager
4. ใช้โปรแกรม Error Checking
5. ใช้โปรแกรม Snipping Tool
6. ใช้โปรแกรม Magnifier
7. ใช้โปรแกรม Paint
8. ใช้โปรแกรม Notepad
9.ใช้โปรแกรมเคร่ืองคํานวณ
10.ใช้โปรแกรม 7-Zip
ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม
1.ปฏบิ ัตงิ านไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง รอบคอบ
2.ส่งงานตรงตามเวลาท่กี าํ หนด
3.มีความซอื่ สัตย์ อดทน ไมค่ ัดลอกผลงานผู้อน่ื
4.ใช้เวลาอย่างเหมาะสมกับงานทป่ี ฏบิ ตั ิ
สาระสาคัญ
โปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utility Program) เป็นโปรแกรมประเภทหนึ่งท่ีทํางานบนระบบปฏิบัติการ
ส่วนมากใช้เพ่ือบํารุงรักษาและเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานของคอมพิวเตอร์ คุณสมบัติการใช้งานนั้นค่อนข้าง
หลากหลาย โปรแกรมอรรถประโยชน์แบ่งออกเป็นสองชนิดคือ โปรแกรมอรรถประโยชน์ที่มากับระบบปฏิบัติการ
และโปรแกรมอรรถประโยชน์อื่นๆ ได้แก่โปรแกรมประเภทการจัดการไฟล์ (File manager) โปรแกรมประเภท
การถอนโปรแกรม (Uninstaller) โปรแกรมประเภทการสแกนดิสก์ (Disk Scanner) โปรแกรมประเภทการจัด
พื้นท่ีเกบ็ ข้อมลู (Disk Defragmenter)
โปรแกรมประเภทรักษาหน้าจอ (Screen Saver) โปรแกรมป้องกันไวรัส (Anti-Virus Program)
โปรแกรมไฟร์วอลล์ (Firewall) และโปรแกรมบบี อัดไฟล์ (File Compression Utility)
สมรรถนะอาชีพประจาหนว่ ย
1. ใชโ้ ปรแกรมอรรถประโยชน์แก้ปญั หาคอมพวิ เตอร์
จดุ ประสงคก์ ารสอน/การเรียนรู้
• จุดประสงคท์ ่ัวไป / บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง
1.เพ่ือให้มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวการแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ด้วยโปรแกรมอรรถประโยชน์ และมีทัศนคติท่ีดี
(ดา้ นความร)ู้
2.เพื่อให้มีทักษะการแกป้ ัญหาคอมพิวเตอร์ดว้ ยโปรแกรมอรรถประโยชน์ (ดา้ นทกั ษะ)
3.เพ่ือให้มีเจตคติท่ีดีต่อการเตรียมความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง สําเร็จ
ภายในเวลาท่ีกาํ หนด มีเหตุและผลตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (ด้านคุณธรรม จริยธรรม)
•จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม / บูรณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. อธบิ ายวธิ ีการใช้โปรแกรมSystem information ได้ (ดา้ นความร้)ู
2. อธบิ ายวิธีการใช้โปรแกรมResource Monitor ได้ (ด้านความร)ู้
3. อธิบายวธิ ีการใช้โปรแกรมWindows Task Manager ได้ (ดา้ นความรู้)
4. อธบิ ายวิธกี ารใช้โปรแกรมError Checking ได้ (ดา้ นความรู้)
5. อธิบายวิธีการใช้โปรแกรมSnipping Tool ได้ (ด้านความร้)ู
6. อธบิ ายวิธีการใช้โปรแกรมMagnifier ได้ (ดา้ นความร้)ู
7. อธิบายวธิ ีการใช้โปรแกรมPaint ได้ (ดา้ นความรู้)
8. อธบิ ายวธิ ีการใช้โปรแกรมNotepad ได้ (ด้านความรู้)
9.อธบิ ายวธิ กี ารใช้โปรแกรมเครื่องคาํ นวณ ได้ (ดา้ นความรู)้
10.อธบิ ายวธิ ีการใช้โปรแกรม7-Zip ได้ (ดา้ นความรู้)
11. การเตรียมความพร้อมด้านการเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ ผู้เรียนจะต้องกระจายงานได้ทั่วถึง และตรงตาม
ความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจัดเตรียมสถานท่ี ส่ือ วัสดุ อุปกรณ์ไว้อย่างพร้อมเพรียง (ด้านคุณธรรม
จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง)
12. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบัติงาน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผู้เรียนจะต้องมีการใช้
หลักการเรยี นรู้และเวลาท่เี หมาะสมกบั การเรยี นรู้ (ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง)
เน้อื หาสาระการสอน/การเรยี นรู้
• ดา้ นความรู้ (ทฤษฎ)ี
โปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utility Program) หมายถึงโปรแกรมที่ช่วยจัดการระบบทางด้านต่างๆ รวมไป
ถึงดูแลรักษา ซ่อมบํารุงคอมพิวเตอร์ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานของเครื่องคอมพิวเตอร์ ซ่ึงใน
ระบบปฏิบัติการ Windows ได้มีการพัฒนาเครื่องมือต่างๆ เพ่ิมข้ึนเพ่ือใช้สําหรับดูแลรักษาระบบและเพ่ิม
ประสิทธิภาพในการทํางานเครื่องคอมพิวเตอร์ อีกท้ังทําการซ่อมแซมบํารุงรักษาให้คอมพิวเตอร์ ตลอดจนถึง
ข้อแนะนําและแนวทางแกป้ ัญหาที่อาจจะเกิดข้ึนกบั ระบบปฏิบตั ิการ Windows
โปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utility Program) เป็นโปรแกรมประเภทหน่ึงที่ทํางานบนระบบปฏิบัติการ
ส่วนมากใช้เพ่ือบํารุงรักษาและเพ่ิมประสิทธิภาพการทํางานของคอมพิวเตอร์ คุณสมบัติการใช้งานน้ันค่อนข้าง
หลากหลาย โปรแกรมอรรถประโยชน์แบ่งออกเป็นสองชนิดคือ โปรแกรมอรรถประโยชน์ท่ีมากบั ระบบปฏิบัติการ
และโปรแกรมอรรถประโยชน์อ่ืนๆ
1) โปรแกรมอรรถประโยชน์ท่มี ากบั ระบบปฏบิ ัติการ
-โปรแกรมจดั การไฟล์ (File manager)
-โปรแกรมถอนการติดตั้งโปรแกรม (Uninstaller)
-โปรแกรมสํารองและกคู้ ืนข้อมลู (Backup and Restore)
-โปรแกรมตรวจสอบดิสก์ (Disk Scanner)
-โปรแกรมจัดระเบยี บพ้นื ท่เี ก็บขอ้ มูล (Disk Defragmenter)
-โปรแกรมปรับแต่งคา่ เพ่อื ประหยัดพลังงาน (Uninstaller)
2) โปรแกรมอรรถประโยชนอ์ ่ืนๆ
-โปรแกรมป้องกนั ไวรสั (Anti-Virus Program)
-โปรแกรมบีบอดั ไฟล์ (File Compression Utility)
-โปรแกรมสาํ รองและกคู้ นื ขอ้ มูล (Backup and Restore)
-โปรแกรมไฟรว์ อลล์ (Firewall)
-โปรแกรมจดั การส่อื Optic
การใช้งานโปรแกรมอรรถประโยชน์ท่ีมากับระบบปฏิบัติการ ส่วนใหญ่เป็นการใช้งานประจําจนเป็นปกติ
เช่นการใช้ Window Explorer จัดการไฟล์ โดยทุกคร้ังท่ีเปิดใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows ก็ต้องเปิดใช้
Window Explorer เพื่อจัดการไฟล์ เช่นเดียวกับการถอนการติดตั้งโปรแกรมด้วย Uninstall ท่ีอยู่ใน Control
Panel \ Programs \ Programs and Features ในท่ีนี้จะยกตัวอย่างการใช้โปรแกรมอรรถประโยชน์เพ่ือการ
แก้ปญั หาคอมพวิ เตอร์ต่างๆ ดงั น้ี
1. System information (จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมขอ้ ท่ี 1)
System information เป็นโปรแกรมท่ีใช้แสดงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับค่าต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ เช่น
หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) หน่วยความจํา (RAM) ส่วนประกอบของเคร่ือง และซอฟต์แวร์เป็นต้น ซ่ึงจะเป็น
ประโยชน์มากสําหรับผู้ที่มีหน้าท่ีดูแลระบบคอมพิวเตอร์ในหน่วยงาน ควรจะมีข้อมูลของเครื่องต่างๆ เก็บไว้ และ
จะตอ้ งปรบั ปรุงข้อมูลทกุ คร้งั ท่ีมีการเพิ่มเตมิ อุปกรณ์ให้กบั เครื่องคอมพวิ เตอร์
การเข้าใช้ System Information สามารถทําได้โดยคลิกคําสั่ง Start / All Program / Accessories /
System Tools / System Information จะปรากฏหน้าต่างโปรแกรม
หน้าต่างโปรแกรม System information จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยแสดงหมวดหมู่ทางบานหน้าต่างด้านซ้าย
และแสดงรายละเอียดเกีย่ วกับแต่ละหมวดหมูท่ างบานหน้าตา่ งดา้ นขวา ประกอบไปดว้ ย
-System Summary แสดงข้อมูลท่ัวไปเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และระบบปฏิบัติการของคุณ เช่น ช่ือ
คอมพิวเตอร์และผู้ผลิต ประเภทของโปรแกรมที่ทํางานข้ันพื้นฐานของระบบ (BIOS) ที่เครื่องคุณใช้ และจํานวน
หนว่ ยความจาํ ทตี่ ดิ ต้งั
-Hardware Resources แสดงรายละเอียดขั้นสูงเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์คุณสําหรับ
ผู้เช่ียวชาญดา้ น IT
-Components แสดงข้อมูลเก่ียวกับดิสก์ไดรฟ์ อุปกรณ์เสียง โมเด็ม และส่วนประกอบอ่ืนๆ ท่ีติดตั้งบน
เครื่องคอมพวิ เตอร์ของคุณ
-Software Environment แสดงข้อมูลเกยี่ วกับโปรแกรมควบคมุ การเชอ่ื มต่อเครือขา่ ย และรายละเอียด
อ่นื ๆ ท่ีเก่ียวข้องกบั โปรแกรม
เม่ือต้องการค้นหารายละเอียดเฉพาะในข้อมูลระบบ ให้พิมพ์ข้อมูลท่ีคุณกําลังค้นหาลงในช่อง Find what: ทาง
ด้านล่างของหน้าต่าง เช่น ถ้าต้องการทราบขนาดหน่วยความจํา (RAM) ในคอมพิวเตอร์ ให้พิมพ์ RAM ในช่อง
Find what: แลว้ คลกิ ปมุ่ Find เปน็ ตน้
2. Resource Monitor (จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรมขอ้ ที่ 2)
Resource Monitor เป็นโปรแกรมที่ใช้สําหรับการเฝ้าดูและตรวจสอบการทํางานของคอมพิวเตอร์ ไม่ว่า
จะเป็นการทํางานของ CPU, Memory, Hard disk รวมทั้ง Network ซึ่งตัวโปรแกรมจะแสดงรายละเอียด
ค่อนข้างมาก ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกหน่ึงโปรแกรมที่มีประโยชน์มากในการตรวจสอบการทํางานของคอมพิวเตอร์
สามารถเปิดใช้งานได้จากการคลิก Start / All Programs / Accessories / System tools / Resource
Monitor จะปรากฏหน้าต่างโปรแกรม โปรแกรม Resource Monitor จะบอกสถานะการทํางานของส่วนต่างๆ
และแสดงการทาํ งานของ CPU, Disk, Network และ Memory เปน็ รปู กราฟ ประกอบด้วยแท็บต่างๆ ดังน้ี
1.Overview แสดงภาพรวมการทํางานของสว่ นตา่ งๆ
2.CPU แสดงรายละเอียดการใช้งานของหนว่ ยประมวลผลกลางในขณะนัน้
3.Memory แสดงรายละเอยี ดการใชง้ านของหนว่ ยความจําในขณะนัน้
4.Disk แสดงรายละเอยี ดการเขา้ ใช้งานดสิ ก์
5.Network แสดงรายละเอยี ดการใช้งานของ network
ซ่ึงแต่ละแท็บจะแสดงรายละเอียดแยกย่อยออกไปด้วย ถือว่าเป็นโปรแกรมท่ีเหมาะสําหรับ ผู้ดูแลระบบ
คอมพิวเตอร์อยา่ งมาก
3. Windows Task Manager (จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมข้อท่ี 3)
Windows Task Manager เป็นโปรแกรมท่ีมากับระบบปฏิบัติการ Windows เป็นเครื่องมือสําหรับ
ติดตามและให้รายละเอียดเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทํางานของคอมพิวเตอร์ในขณะน้ัน เช่น โปรแกรมหรือ
กระบวนการอ่ืนที่กําลังทํางานอยู่ การใช้งานหน่วยประมวลผลกลาง การจองและการใช้งานหน่วยความจํา การ
เชอื่ มต่อระหว่างเครอื ขา่ ย ผู้ใช้ที่ลอ็ กอิน เปน็ ต้น
Windows Task Manager ยังสามารถใช้กําหนดระดับความสําคญั ของโปรแกรมหรือกระบวนการ บังคับ
ให้ยกเลิกการทาํ งาน ส่ังปดิ เครือ่ ง เร่มิ เครื่องใหม่ Hibernate หรอื Lock off ออกจากระบบ Windows ได้
ในระหว่างที่กําลังใช้งานคอมพิวเตอร์ หากพบว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ทํางานช้าลง หรือมีอาการผิดปกติ
บางอย่าง อาจจะมีโปรแกรมแปลกปลอมหรือมีสคริปต์ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากระบบปฏิบัติการทํางานอยู่ เรา
สามารถตรวจสอบการทํางานของโปรแกรมแปลกปลอมหรือมีสคริปต์ต่างๆ นี้ได้จากโปรแกรม Windows Task
Manage โดยกดปุ่ม Ctrl+Alt+Del แล้วคลิกเลือก Start Task Manager หรือคลิกขวาท่ี Task bar แล้วเลือก
Start Task Manager จากน้ันจะปรากฏหน้าต่างโปรแกรม Windows Task Manager ข้ึนมา จากหน้าต่าง
โปรแกรม Windows Task Manager ในแท็บ Applications จะแสดงรายช่ือของโปรแกรมท่ีกําลังใช้งานอยู่ หาก
พบโปรแกรมแปลกปลอมหรือไม่คุ้นตาท่ีไม่ได้ส่ังรันขึ้นมา ให้คุณคลิกที่รายชื่อโปรแกรมดังกล่าว จากน้ันคลิกปุ่ม
End Task เพื่อหยุดการทํางานของโปรแกรมน้ันๆ ทนั ที
ส่วนแทบ็ Processes จะแสดงการทาํ งานของไฟล์หรือโปรแกรมทมี่ ีนามสกลุ .exe ว่าโปรแกรมใดทํางาน
อยู่บ้าง สังเกตในช่อง CPU ซ่ึงโดยปกติถ้าไม่มีโปรแกรมใดทํางานอยู่เบ้ืองหลังค่าในช่อง CPU จะเป็น 00 เกือบ
ท้ังหมด ยกเว้นรายการ System Idle Process ท่ีเป็นระบบทั้งหมดจะมีค่าประมาณ 90 ขึ้นไป ถือว่าไม่ผิดปกติ
การตรวจสอบค่าในแท็บ Processes ส่วนใหญ่จะทําควบคู่กับการพิจารณาค่า Performance โดยรวมของระบบ
ซึ่งจะเป็นเส้นกราฟแสดงการใช้งาน CPU ของโปรแกรมต่างๆ ถ้าหากเส้นกราฟข้ึนไปสูงและไม่ยอมลง อาจจะมี
การใช้งาน CPU อย่างต่อเน่ืองและมักจะมีเสียงพัดลม CPU ที่ดังขึ้นเร่ือยๆ เพราะ CPU ทํางานหนักจนร้อนข้ึน
น่ันเอง