138
139
ประเภทของผลงานทางวิชาการ
ตามเอกสารแนบท้ายประกาศ ก.พ.อ.
กลุ่ม ๑ งานวจิ ยั
กลมุ่ ๒ ผลงานทางวชิ าการในลกั ษณะอ่นื
๒.๑ ผลงานวชิ าการเพอ่ื อุตสาหกรรม
๒.๒ ผลงานวชิ าการเพ่อื พฒั นาการเรยี นการสอนและการเรยี นรู้
๒.๓ ผลงานวชิ าการเพอ่ื พฒั นานโยบายสาธารณะ
๒.๔ กรณศี กึ ษา (Case Study)
๒.๕ งานแปล
๒.๖ พจนานุกรม สารานุกรม นามานุกรม และงานวชิ าการในลกั ษณะเดยี วกนั
๒.๗ ผลงานสรา้ งสรรคด์ า้ นวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
๒.๘ ผลงานสรา้ งสรรคด์ า้ นสุนทรยี ะ ศลิ ปะ
๒.๙ สทิ ธบิ ตั ร
๒.๑๐ ซอฟตแ์ วร์
กลมุ่ ๓ ผลงานวชิ าการรบั ใชส้ งั คม
กลุ่ม ๔ ๔.๑ ตารา
๔.๒ หนงั สอื
๔.๓ บทความทางวชิ าการ
140
เอกสารแนบท้ายประกาศ ก.พ.อ.
เรื่องหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการพิจารณาแต่งตงั้ บคุ คลให้ดารงตาแหน่งผชู้ ่วยศาสตราจารย์
รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ. ๒๕๖๓
-------------------
๖. คาจากดั ความ รปู แบบ การเผยแพร่ และลกั ษณะคณุ ภาพของผลงานทางวิชาการ
ผลงานวชิ าการสาหรบั การเสนอขอกาหนดตาแหน่งทางวชิ าการ สามารถจาแนกได้ ๔ กลุม่ ดงั น้ี
๖.๑ งานวิจยั
๖.๑ งานวิจยั
นิยาม ผลงานวชิ าการทเ่ี ป็นงานศกึ ษาหรอื งานคน้ ควา้ อย่างมรี ะบบ ดว้ ยวธิ วี ทิ ยาการวจิ ยั
ทเ่ี ป็นทย่ี อมรบั ในสาขาวชิ านนั้ ๆ และมที ม่ี าและวตั ถุประสงคท์ ช่ี ดั เจน เพอ่ื ใหไ้ ดม้ าซง่ึ
ขอ้ มลู คาตอบหรอื ขอ้ สรปุ รวม ทจ่ี ะนาไปส่คู วามกา้ วหน้าทางวชิ าการ (งานวจิ ยั พ้ืนฐาน)
หรอื การนาวชิ าการนัน้ มาใชป้ ระโยชน์ (งานวจิ ยั ประยกุ ต์-Applied research) หรอื
งานวจิ ยั สรา้ งสรรค์ (Creative research) หรอื การพฒั นาอุปกรณ์ หรอื กระบวนการใหม่
ทเ่ี กดิ ประโยชน์
รปู แบบ อาจจดั ไดเ้ ป็น ๓ รปู แบบ ดงั น้ี
๑. รายงานการวจิ ยั ทม่ี คี วามครบถว้ นสมบรู ณ์และชดั เจนตลอดทงั้ กระบวนการวจิ ยั
(research process) อาทิ การกาหนดประเดน็ ปัญหา วตั ถุประสงค์ การทาวรรณกรรม
ปรทิ ศั น์ โจทยห์ รอื สมมตฐิ าน การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู การพสิ ูจน์โจทยห์ รอื สมมตฐิ าน
การวเิ คราะหข์ อ้ มลู การประมวลสรปุ ผลและใหข้ อ้ เสนอแนะ การอา้ งองิ และอ่นื ๆ
แสดงใหเ้ หน็ วา่ ไดน้ าความรจู้ ากงานวจิ ยั มาตอบโจทยแ์ ละแกป้ ัญหาเรอ่ื งใดเรอ่ื งหน่ึง
๒. บทความวจิ ยั ทป่ี ระมวลสรปุ กระบวนการวจิ ยั ในผลงานวจิ ยั นนั้ ใหม้ คี วามกระชบั
และสนั้ สาหรบั การนาเสนอในการประชุมทางวชิ าการ หรอื ในวารสารทางวชิ าการ
๓. ในรปู ของหนงั สอื (monograph) ซง่ึ นางานวจิ ยั มาใชป้ ระกอบการเขยี น
การเผยแพร่ เผยแพรใ่ นลกั ษณะใดลกั ษณะหน่งึ โดยตอ้ งแสดงหลกั ฐานว่าไดผ้ ่านการประเมนิ
คณุ ภาพ โดยคณะผทู้ รงคณุ วฒุ ใิ นสาขาวชิ านนั้ ๆ หรอื สาขาวชิ าทเ่ี กย่ี วขอ้ ง (peer
reviewer) ทม่ี าจากหลากหลายสถาบนั ดงั น้ี
๑. เผยแพรใ่ นรปู ของบทความวจิ ยั ในวารสารทางวชิ าการทอ่ี ยใู่ นฐานขอ้ มลู ท่ี ก.พ.อ.
กาหนด ทงั้ น้วี ารสารทางวชิ าการนัน้ อาจเผยแพรเ่ ป็นรปู เล่มสง่ิ พมิ พ์ หรอื เป็นส่อื
อเิ ลก็ ทรอนิกส์
๒. เผยแพรใ่ นหนงั สอื รวมบทความวจิ ยั ทไ่ี ดม้ กี ารบรรณาธกิ าร
141
๖. คาจากดั ความ รปู แบบ การเผยแพร่ และลกั ษณะคณุ ภาพของผลงานทางวิชาการ (ต่อ)
๖.๑ งานวิจยั (ต่อ)
การเผยแพร่ ๓. นาเสนอเป็นบทความวจิ ยั ต่อทป่ี ระชมุ ทางวชิ าการทเ่ี ป็นฉบบั เตม็ ของการประชุม
(ต่อ) ระดบั ชาตหิ รอื ระดบั นานาชาติ โดยตอ้ งมคี ณะผทู้ รงคุณวฒุ หิ รอื คณะกรรมการ
คดั เลอื กบทความซง่ึ เป็นผทู้ รงคณุ วุฒทิ อ่ี ยใู่ นวงวชิ าการนนั้ หรอื สาขาวชิ าทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
ทาหน้าทค่ี ดั สรรกลนั่ กรอง รวมถงึ ตรวจสอบความถูกตอ้ ง การใชภ้ าษา และแกไ้ ขถอ้ ยคา
หรอื รปู แบบการนาเสนอทถ่ี ูกตอ้ งก่อนการเผยแพรใ่ นหนงั สอื ประมวลบทความในการ
ประชุมทางวชิ าการ (proceedings) ทม่ี าจากการประชุมโดยสมาคมวชิ าการ วชิ าชพี
โดยไม่รวมถงึ การประชมุ วชิ าการของสถาบนั อุดมศกึ ษา และจดั อยา่ งต่อเน่อื งไมน่ ้อยกวา่
๕ ปี ซง่ึ อาจอยใู่ นรปู แบบหนงั สอื หรอื สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ และอาจเผยแพรก่ ่อนหรอื หลงั การ
ประชมุ กไ็ ด้ ทงั้ น้ี คณะผทู้ รงคุณวฒุ หิ รอื คณะกรรมการคดั เลอื กบทความดงั กลา่ วจะตอ้ งมี
ผทู้ รงคุณวฒุ ทิ อ่ี ยใู่ นวงวชิ าการสาขาวชิ านนั้ หรอื สาขาวชิ าทเ่ี กย่ี วขอ้ งจากหลากหลาย
สถาบนั
๔. เผยแพรใ่ นรปู ของหนงั สอื (monograph) พรอ้ มหลกั ฐานว่าไดเ้ ผยแพร่
ไปยงั วงวชิ าการและวชิ าชพี ในสาขาวชิ านนั้ และสาขาวชิ าทเ่ี กย่ี วขอ้ งอย่างกวา้ งขวาง
ตามทส่ี ภาสถาบนั อุดมศกึ ษากาหนด
เมอ่ื ไดเ้ ผยแพร่ “งานวจิ ยั ” ตามลกั ษณะขา้ งตน้ แลว้ การนา “งานวจิ ยั ” นนั้ มาแกไ้ ข
ปรบั ปรงุ หรอื เพม่ิ เตมิ ส่วนใดส่วนหน่งึ เพ่อื นามาเสนอขอกาหนดตาแหน่งทางวชิ าการและ
ใหม้ กี ารประเมนิ คณุ ภาพ “งานวจิ ยั ” นนั้ อกี ครงั้ หน่งึ จะกระทาไมไ่ ด้
ลกั ษณะ ระดบั B เป็นงานวจิ ยั ทม่ี กี ระบวนการวจิ ยั ทกุ ขนั้ ตอนถูกตอ้ งเหมาะสมในระเบยี บวธิ วี จิ ยั
คณุ ภาพ ซง่ึ แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความกา้ วหน้าทางวชิ าการหรอื นาไปใชป้ ระโยชน์ได้
ระดบั B+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B และตอ้ งเป็นผลงานทแ่ี สดงถงึ การวเิ คราะห์
และนาเสนอผลเป็นความรใู้ หมท่ ล่ี กึ ซง้ึ กว่างานเดมิ ทเ่ี คยมผี ศู้ กึ ษาแลว้ รวมทงั้ ไดร้ บั การ
ตพี มิ พแ์ ละอา้ งองิ ในฐานขอ้ มลู ระดบั ชาตหิ รอื ระดบั นานาชาติ
ระดบั A ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B+ และตอ้ งเป็นทย่ี อมรบั รวมทงั้ ไดร้ บั การอา้ งองิ ใน
ฐานขอ้ มลู ระดบั นานาชาติ และตพี มิ พใ์ นวารสาร top 15% แรกของสาขาวชิ านนั้ ๆ
หรอื สามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ไดอ้ ย่างแพรห่ ลาย โดยมหี ลกั ฐานทแ่ี สดงใหเ้ หน็ ถงึ มลู ค่า
ทางเศรษฐกจิ
ระดบั A+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั A และตอ้ งเป็นทย่ี อมรบั อยา่ งโดดเด่น (outstanding)
รวมทงั้ ไดร้ บั การอา้ งองิ อยา่ งกวา้ งขวางในฐานขอ้ มลู ระดบั นานาชาติ และตพี มิ พใ์ นวารสาร
top 5% แรกของสาขาวชิ านนั้ ๆ หรอื สามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ไดแ้ พรห่ ลายเป็นอย่างมาก
โดยมหี ลกั ฐานทแ่ี สดงใหเ้ หน็ ถงึ ผลกระทบอยา่ งกวา้ งขวางและก่อใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลง
ในวงวชิ าการและวงวชิ าชพี
142
๖. คาจากดั ความ รปู แบบ การเผยแพร่ และลกั ษณะคณุ ภาพของผลงานทางวิชาการ (ต่อ)
๖.๒ ผลงานทางวิชาการในลกั ษณะอื่น ๑๐ ประเภท ดงั นี้
๖.๒.๑. ผลงานวชิ าการเพอ่ื อุตสาหกรรม
๖.๒.๒ ผลงานวชิ าการเพอ่ื พฒั นาการเรยี นการสอนและการเรยี นรู้
๖.๒.๓ ผลงานวชิ าการเพ่อื พฒั นานโยบายสาธารณะ
๖.๒.๔ กรณศี กึ ษา (Case Study)
๖.๒.๕ งานแปล
๖.๒.๖ พจนานุกรม สารานุกรม นามานุกรม และงานวชิ าการในลกั ษณะเดยี วกนั
๖.๒.๗ ผลงานสรา้ งสรรคด์ า้ นวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
๖.๒.๘ ผลงานสรา้ งสรรคด์ า้ นสนุ ทรยี ะ ศลิ ปะ
๖.๒.๙ สทิ ธบิ ตั ร
๖.๒.๑๐ซอฟตแ์ วร์
143
๖. คาจากดั ความ รปู แบบ การเผยแพร่ และลกั ษณะคณุ ภาพของผลงานทางวิชาการ (ต่อ)
๖.๒.๑ ผลงานวิชาการเพ่ืออตุ สาหกรรม
นยิ าม ผลงานวชิ าการทเ่ี ป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมทม่ี หี ่วงโซค่ ุณคา่ (Value Chain)
สว่ นใหญ่อยภู่ ายในประเทศ เป็นผลใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงในทางทด่ี ขี น้ึ เพ่อื ตอบสนอง
ต่อการพฒั นาหรอื การแกป้ ัญหาของอุตสาหกรรม
รปู แบบ จดั ทาเป็นเอกสาร โดยมคี าอธบิ ายอยา่ งชดั เจนประกอบผลงานนนั้ เพอ่ื ชใ้ี หเ้ หน็ วา่
เป็นผลงานทท่ี าใหเ้ กดิ การพฒั นาเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม มคี วามเปลย่ี นแปลงทด่ี ขี น้ึ
และเกดิ ความกา้ วหน้าทางวชิ าการในประเดน็ ต่อไปน้ี
ขอ้ มลู ของสถานการณ์ปัญหาก่อนการดาเนนิ การ
หลกั ฐานการมสี ว่ นรว่ มและการยอมรบั ของผใู้ ช้
คาอธบิ ายกระบวนการแก้ปัญหาทางอุตสาหกรรม (solution method)
คาอธบิ ายถงึ ความรคู้ วามเชย่ี วชาญทใ่ี ช้ และการนาเทคโนโลยอี ุตสาหกรรม
ทเ่ี กย่ี วขอ้ งมาใช้
คาอธบิ ายถงึ ความรหู้ รอื องคค์ วามรใู้ หมท่ เ่ี กดิ ขน้ึ ภายหลงั เสรจ็ สน้ิ การวจิ ยั
คาอธบิ ายถงึ ผลลพั ธห์ รอื ผลกระทบทเ่ี กดิ ขน้ึ ต่อผใู้ ช้ หรอื ต่อบางส่วนของห่วงโซ่
คุณค่า (value chain) ของอุตสาหกรรมนนั้ หรอื ต่อทงั้ วงการอุตสาหกรรมนนั้
คาอธบิ ายถงึ วธิ ี และคุณภาพ/ประสทิ ธภิ าพ ในการนากลบั มาใชใ้ นการเรยี นการสอน
เช่น การเขยี นตารา หรอื การปรบั ปรงุ เน้อื หาในรายวชิ าทส่ี อน หรอื ใชเ้ ป็นหวั ขอ้
วทิ ยานพิ นธห์ รอื ปัญหาพเิ ศษของนกั ศกึ ษา
144
๖. คาจากดั ความ รปู แบบ การเผยแพร่ และลกั ษณะคณุ ภาพของผลงานทางวิชาการ (ต่อ)
๖.๒.๑ ผลงานวิชาการเพื่ออตุ สาหกรรม (ต่อ)
การเผยแพร่ เผยแพรใ่ นลกั ษณะใดลกั ษณะหน่งึ ดงั ต่อไปน้ี
๑. บทความวจิ ยั ในวารสารวชิ าการ หนงั สอื รวมบทความวชิ าการ หรอื การประชุม
วชิ าการทม่ี หี นงั สอื ประมวลบทความ (proceedings) ทม่ี าจากการประชุมโดยสมาคม
วชิ าการ วชิ าชพี โดยไมร่ วมถงึ การประชุมวชิ าการของสถาบนั อุดมศกึ ษา และจดั อย่าง
ต่อเน่อื งไมน่ ้อยกวา่ ๕ ปี และมกี ารประเมนิ โดยคณะผทู้ รงคุณวุฒใิ นสาขาวชิ านนั้ หรอื
สาขาวชิ าทเ่ี กย่ี วขอ้ งจากหลากหลายสถาบนั ซง่ึ อาจอยใู่ นรปู แบบหนงั สอื หรอื ส่อื
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ และอาจเผยแพรก่ ่อนหรอื หลงั การประชุมกไ็ ด้ ทงั้ น้ี บทความดงั กล่าว
จะตอ้ งมผี แู้ ต่งรว่ มเป็นบุคลากรจากอุตสาหกรรม หรอื หากไมม่ ี จะตอ้ งมเี อกสารยนื ยนั
การใชป้ ระโยชน์จากงานวจิ ยั ดงั กล่าวโดยอุตสาหกรรม เชน่ สญั ญารว่ มทุนวจิ ยั หรอื
หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ในการนาผลงานวจิ ยั ไปใชป้ ระโยชน์
๒. รายงานการวจิ ยั ฉบบั สมบรู ณ์ทม่ี เี น้อื หาหรอื มเี อกสารประกอบทม่ี เี น้ือหา
ตามรปู แบบของผลงานวชิ าการเพอ่ื อุตสาหกรรม และมกี ารประเมนิ โดยคณะผทู้ รงคุณวุฒิ
ในสาขาวชิ านนั้ หรอื สาขาวชิ าทเ่ี กย่ี วขอ้ งจากหลากหลายสถาบนั
๓. เอกสารแสดงทรพั ยส์ นิ ทางปัญญาทเ่ี กดิ จากผลงานดงั กล่าว เชน่ สทิ ธบิ ตั ร
อนุสทิ ธบิ ตั ร ขอ้ ตกลงอนุญาตใหใ้ ชส้ ทิ ธิ (licensing agreement) โดยมเี อกสารประกอบ
ทม่ี เี น้อื หาตามรปู แบบของผลงานวชิ าการเพอ่ื อุตสาหกรรม
๔. รายงานการวจิ ยั ฉบบั สมบรู ณ์ทไ่ี มไ่ ดร้ บั อนุญาตใหเ้ ปิดเผย โดยมเี น้อื หา
หรอื มเี อกสารประกอบทม่ี เี น้ือหาตามรปู แบบของผลงานวชิ าการเพอ่ื อุตสาหกรรม
และตอ้ งมหี ลกั ฐานแสดงเหตุผลทไ่ี มส่ ามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้ แต่มหี ลกั ฐานรบั รอง
ว่าไดน้ าไปใชป้ ระโยชน์แลว้
๕. รายงานการประเมนิ จากหน่วยงานภายนอกทแ่ี สดงถงึ ผลกระทบทเ่ี กดิ จากการวจิ ยั
หรอื กจิ กรรมทางวชิ าการทเ่ี ช่อื มโยงกบั ภาคอุตสาหกรรม โดยผเู้ สนอตอ้ งจดั ทาเอกสาร
ประกอบทม่ี เี น้อื หาตามรปู แบบของผลงานวชิ าการเพอ่ื อุตสาหกรรม
145
๖. คาจากดั ความ รปู แบบ การเผยแพร่ และลกั ษณะคณุ ภาพของผลงานทางวิชาการ (ต่อ)
๖.๒.๑ ผลงานวิชาการเพ่ืออตุ สาหกรรม (ต่อ)
ลกั ษณะ ระดบั B มกี ารรวบรวมขอ้ มลู และสารสนเทศทช่ี ดั เจน มกี ารระบปุ ัญหาหรอื ความ
คณุ ภาพ ตอ้ งการโดยการมสี ่วนรว่ มของอุตสาหกรรมกลุ่มเป้าหมาย มกี ารวเิ คราะหห์ รอื สงั เคราะห์
ความรทู้ ส่ี ามารถแกไ้ ขปัญหาทเ่ี กดิ ขน้ึ หรอื ทาความเขา้ ใจสถานการณ์
ระดบั B+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B และตอ้ งสามารถนาเสนอแนวทางแกไ้ ขปัญหา
จนเกดิ การเปลย่ี นแปลงในทางทด่ี ขี น้ึ อยา่ งเป็นทป่ี ระจกั ษ์ ก่อใหเ้ กดิ การพฒั นา
อุตสาหกรรมนนั้
ระดบั A ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B+ และตอ้ งสามารถนาไปใชเ้ ป็นตวั อยา่ ง
ในการแกป้ ัญหาหรอื ทาความเขา้ ใจสถานการณ์ จนเกดิ การเปลย่ี นแปลงในทางทด่ี ขี น้ึ
อยา่ งเป็นทป่ี ระจกั ษ์ หรอื ก่อใหเ้ กดิ การพฒั นาใหก้ บั อุตสาหกรรมอ่นื ได้ หรอื ก่อใหเ้ กดิ
การเปลย่ี นแปลงเชงิ นโยบายในวงกวา้ งในระดบั จงั หวดั หรอื ประเทศอยา่ งเป็นรปู ธรรม
ระดบั A+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั A และตอ้ งสง่ ผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม
หรอื แวดวงวชิ าการอยา่ งกวา้ งขวางอย่างมนี ยั สาคญั เป็นทย่ี อมรบั ในระดบั ชาติ
หรอื ระดบั นานาชาติ หรอื ไดร้ บั รางวลั จากองคก์ รทไ่ี ดร้ บั การยอมรบั ในระดบั นานาชาติ
หมายเหตุ แนวทางการประเมนิ ผลงานทางวชิ าการส่ภู าคอุตสาหกรรม
ใหค้ ณะกรรมการผทู้ รงคุณวฒุ เิ พอ่ื ทาหน้าทป่ี ระเมนิ ผลงานทางวชิ าการและจรยิ ธรรม
และจรรยาบรรณทางวชิ าการ ประเมนิ ผลงานทางวชิ าการโดยใชแ้ นวทางในการประเมนิ
ดงั ต่อไปน้ี
๑. ประเมนิ จากเอกสารและหลกั ฐานประกอบการเสนอผลงาน
๒. ประเมนิ จากหลกั ฐานอ่นื ๆทเ่ี กย่ี วขอ้ ง เชน่ ขอ้ มลู จากอุตสาหกรรม การสมั ภาษณ์
ผเู้ กย่ี วขอ้ ง หรอื สารสนเทศจากหน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง เป็นตน้
๓. นอกจากการประเมนิ เอกสารและหลกั ฐานตามขอ้ ๑ และขอ้ ๒ แลว้ อาจประเมนิ
จากการตรวจสอบสภาพจรงิ ในอุตสาหกรรมรว่ มดว้ ย ซง่ึ คณะกรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิ
จะตรวจสอบดว้ ยตนเองหรอื แต่งตงั้ ผแู้ ทนใหไ้ ปตรวจสอบแทนกไ็ ด้
146
๖. คาจากดั ความ รปู แบบ การเผยแพร่ และลกั ษณะคณุ ภาพของผลงานทางวิชาการ (ต่อ)
๖.๒.๒ ผลงานวิชาการเพ่ือพฒั นาการเรยี นการสอนและการเรยี นรู้
คานยิ าม ผลงานวชิ าการซง่ึ อาจดาเนินงานในรปู การศกึ ษาหรอื การวจิ ยั เชงิ ทดลองหรอื การวจิ ยั และ
พฒั นา มเี ป้าหมายเพ่อื ส่งเสรมิ พฒั นาคุณลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ หรอื แกไ้ ขปัญหาดา้ นการ
เรยี นรขู้ องผเู้ รยี น องคป์ ระกอบของผลงานประกอบดว้ ยคาอธบิ ายหรอื ขอ้ มลู หลกั ฐานสาคญั
ไดแ้ ก่ (๑) สภาพปัญหาทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การเรยี นการสอน (๒) แนวคดิ ทฤษฎี หลกั การและ
เหตุผล หรอื ความเชอ่ื ทผ่ี สู้ อนใชใ้ นการออกแบบการเรยี นการสอนทเ่ี ป็นนวตั กรรม
เพอ่ื ส่งเสรมิ พฒั นาผเู้ รยี นหรอื แกไ้ ขปัญหาทเ่ี กดิ ขน้ึ ทงั้ น้ี นวตั กรรมดงั กล่าวอาจเป็น
รปู แบบใหมข่ องการสอนหรอื เป็นการสอนแนวใหม่ หรอื เป็นงานประดษิ ฐค์ ดิ คน้ ทพ่ี ฒั นา
ขน้ึ ใหม่ หรอื ปรบั ประยกุ ตจ์ ากของเดมิ อยา่ งเหน็ ไดช้ ดั เช่น เป็นบทเรยี นแบบใหม่
กจิ กรรมใหม่ หรอื เทคนิคใหมใ่ นการจดั การเรยี นการสอน ส่อื ทใ่ี ชใ้ นการเรยี นการสอน
และ (๓) กระบวนการและผลลพั ธใ์ นการนานวตั กรรมนนั้ ไปทดลองใชก้ บั ผเู้ รยี น
ในสถานการณ์จรงิ แสดงผลในการพฒั นาผเู้ รยี นใหม้ คี ณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์
โดยมขี อ้ มลู หลกั ฐานรองรบั ว่าไดเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงในผเู้ รยี นในทศิ ทางทพ่ี งึ ประสงค์
ก่อใหเ้ กดิ การเรยี นรูท้ งั้ ในผเู้ รยี นและผสู้ อน
รปู แบบ ๑. ผลงานวชิ าการในรปู ของรายงานผลการศกึ ษา บทความวจิ ยั หรอื
การเผยแพร่ ๒. ผลผลติ จากการศกึ ษาทเ่ี ป็นบทเรยี น กจิ กรรม สอ่ื การเรยี นการสอน โดยมกี ารอธบิ าย
แนวคดิ ในการพฒั นาและผลการใชก้ บั ผเู้ รยี นประกอบดว้ ย อาจจดั ทาเป็นเอกสารหรอื
ส่อื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
๑. เผยแพร่เป็นรายงานการศกึ ษาฉบบั สมบรู ณ์ และมกี ารประเมนิ คุณภาพโดยคณะผทู้ รงคณุ วฒุ ิ
และมหี ลกั ฐานการเผยแพร่ผลงานไปยงั วงวชิ าการและวชิ าชพี ในสาขาวชิ านนั้ และสาขาวชิ า
ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
๒. เผยแพรใ่ นหนงั สอื รวมบทความทม่ี กี ารบรรณาธกิ ารโดยคณะผทู้ รงคุณวุฒดิ า้ นการพฒั นา
การเรยี นการสอน และมกี ารประเมนิ คุณภาพ
๓. เผยแพรใ่ นรปู ของบทความวจิ ยั ในวารสารทางวชิ าการทอ่ี ยใู่ นฐานขอ้ มลู ท่ี ก.พ.อ. กาหนด
ทงั้ น้ี วารสารทางวชิ าการนัน้ อาจเผยแพรเ่ ป็นรปู เล่ม สงิ่ พมิ พ์ หรอื สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกส์
๔. เผยแพรใ่ นรปู ของบทความวจิ ยั ต่อทป่ี ระชุมทางวชิ าการทจ่ี ดั โดยสมาคมวชิ าการ วชิ าชพี
และจดั อยา่ งต่อเน่ืองไมน่ ้อยกวา่ ๕ ปี ทงั้ ในระดบั ชาตหิ รอื ระดบั นานาชาตทิ ม่ี กี ารบรรณาธกิ าร
โดยคณะผทู้ รงคุณวฒุ จิ ากหลากหลายสถาบนั
๕. เผยแพรใ่ นรปู ของผลผลติ ของงานการศกึ ษาแบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์ โดยมคี าอธบิ ายแนวคดิ
การพฒั นานวตั กรรมการเรยี นการสอน วธิ กี ารใช้ และผลทเ่ี กดิ กบั ผเู้ รยี น
147
๖. คาจากดั ความ รปู แบบ การเผยแพร่ และลกั ษณะคณุ ภาพของผลงานทางวิชาการ (ต่อ)
๖.๒.๒ ผลงานวิชาการเพื่อพฒั นาการเรียนการสอนและการเรียนรู้ (ต่อ)
ลกั ษณะ ระดบั B
คณุ ภาพ ๑. แนวคดิ การออกแบบนวตั กรรมการเรยี นการสอนเป็นงานรเิ รม่ิ สรา้ งสรรคท์ ป่ี รบั จาก
แนวคดิ เดมิ หรอื เป็นแนวคดิ ใหม่
๒. มขี อ้ มลู หลกั ฐานชดั เจนว่าผลงานทพ่ี ฒั นาขน้ึ นาไปสู่ผลลพั ธก์ ารจดั การเรยี นรู้
หรอื สมรรถนะผเู้ รยี นเชงิ ประจกั ษ์ หรอื คณุ ลกั ษณะของผเู้ รยี นทพ่ี งึ ประสงค์
ระดบั B+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B และตอ้ งมขี อ้ มลู หลกั ฐานชดั เจนว่าผลงานการศกึ ษา
สามารถนาไปใชป้ ระโยชน์กบั การพฒั นาผเู้ รยี นกลุ่มอ่นื ได้
ระดบั A ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B+ และตอ้ งไดร้ บั การตพี มิ พใ์ นวารสารวชิ าการ
ทเ่ี กย่ี วกบั การพฒั นาการเรยี นการสอนทม่ี ี impact factors
ระดบั A+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั A และตอ้ งไดร้ บั รางวลั หรอื การยกยอ่ งดา้ นการพฒั นา
การเรยี นการสอน/งานการศกึ ษา หรอื งานประดษิ ฐค์ ดิ คน้ ในระดบั ชาตแิ ละ/หรอื
ระดบั นานาชาติ
148
๖. คาจากดั ความ รปู แบบ การเผยแพร่ และลกั ษณะคณุ ภาพ ของผลงานทางวิชาการ (ต่อ)
๖.๒.๓ ผลงานวิชาการเพื่อพฒั นานโยบายสาธารณะ
นิยาม เป็นผลงานทเ่ี กดิ จากการศกึ ษาวจิ ยั หรอื วเิ คราะห์ สงั เคราะหท์ างเศรษฐกจิ สงั คม การเมอื งการปกครอง
สงิ่ แวดลอ้ ม หรอื ดา้ นวทิ ยาศาสตร์ วศิ วกรรมศาสตร์ หรอื ทางวชิ าการดา้ นอ่นื อนั นาไปสขู่ อ้ เสนอนโยบายสาธารณะ
ใหม่ หรอื ขอ้ เสนอแนะเชงิ ความคดิ หรอื เชงิ ประจกั ษ์เกย่ี วกบั นโยบายสาธารณะหรอื การนานโยบายนนั้ ไปปฏบิ ตั ิ
เพอ่ื ใหภ้ าครฐั นาไปใชก้ าหนดนโยบาย กฎหมาย แผน คาสงั่ หรอื มาตรการอ่นื ใด
ทงั้ น้ี เพ่อื แกป้ ัญหาทม่ี อี ยหู่ รอื พฒั นาใหเ้ กดิ ผลดตี ่อสาธารณะไมว่ ่าระดบั ชาติ ทอ้ งถนิ่ หรอื นานาชาติ
รปู แบบ จดั ทาเป็นเอกสาร โดยมคี าอธบิ ายทางวชิ าการ ประกอบดว้ ย การวเิ คราะห์ สงั เคราะหส์ ภาพปัญหาทางเศรษฐกจิ
สงั คม การเมอื งการปกครอง สง่ิ แวดลอ้ ม
หรอื ดา้ นอ่นื ทต่ี อ้ งการแกไ้ ข โดยมเี หตุผลหลกั ฐานและขอ้ มลู สนบั สนุนแนวทางแกไ้ ขปัญหาดงั กล่าวตามหลกั วชิ าการ
ทงั้ น้โี ดยมนี โยบาย รา่ งกฎหมาย รา่ งกฎ แผน คาสงั่ หรอื มาตรการอ่นื ใด เป็นผลผลติ (output) รวมทงั้ มกี ารคาดการ
ผลลพั ธ์ (outcome) และผลกระทบ (impact) ต่อสงั คมในระดบั ทอ้ งถนิ่ ระดบั ชาติ หรอื ระดบั นานาชาตดิ ว้ ย
การ เผยแพรใ่ นลกั ษณะใดลกั ษณะหน่งึ ดงั น้ี
เผยแพร่ ๑. ไดม้ กี ารนาเสนอนโยบาย กฎหมาย แผน คาสงั่ หรอื มาตรการอ่นื ใด พรอ้ มคาอธบิ ายต่อผมู้ สี ่วนไดเ้ สยี และ
เจา้ หน้าทผ่ี รู้ บั ผดิ ชอบในนโยบายสาธารณะนนั้ ๆ ทงั้ ไดม้ กี ารนาไปสกู่ ารพจิ ารณาหรอื ดาเนินการโดยผมู้ หี น้าทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
๒. ไดม้ กี ารเผยแพร่นโยบายสาธารณะนนั้ ไปยงั ผเู้ ก่ยี วขอ้ ง
ลกั ษณะ ระดบั B เป็นผลงานทแ่ี สดงการวเิ คราะหส์ งั เคราะหท์ ม่ี หี ลกั ฐานขอ้ มลู
คุณภาพ หรอื เหตุผลสนบั สนุน ซง่ึ แสดงความกา้ วหน้าทางวชิ าการ
ระดบั B+ เป็นเกณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B และตอ้ งมขี อ้ เสนอใหมท่ ค่ี รอบคลมุ การแกป้ ัญหา หรอื พฒั นาทก่ี วา้ งขวางกวา่
ขอ้ เสนอเดมิ
ระดบั A เป็นเกณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B+ และตอ้ งมรี า่ งกฎหมาย ร่างนโยบาย ร่างแผน ฯลฯ และมกี ารอา้ งองิ โดย
ผเู้ กย่ี วขอ้ ง
ระดบั A+ เป็นเกณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั A และตอ้ งไดร้ บั การอา้ งองิ รวมทงั้ มกี ารอภปิ รายอย่างกวา้ งขวางในสงั คม หรอื
ไดร้ บั การนาไปใชโ้ ดยผรู้ บั ผดิ ชอบในนโยบายสาธารณะนนั้ และเกดิ ประโยชน์ต่อวงวชิ าการเป็นอย่างมาก
149
๖. คาจากดั ความ รปู แบบ การเผยแพร่ และลกั ษณะคณุ ภาพ ของผลงานทางวิชาการ (ต่อ)
๖.๒.๔ กรณีศึกษา (Case Study)
นยิ าม งานเขยี นทเ่ี กดิ จากการศกึ ษาบคุ คลหรอื สถาบนั (หน่วยงานภาครฐั ภาคเอกชน
รฐั บาล ฯลฯ) ศกึ ษาเหตุการณ์ การบรหิ ารจดั การ คดี หรอื กรณที เ่ี กดิ ขน้ึ จรงิ มาจดั ทาเป็น
กรณศี กึ ษาเพ่อื ใชใ้ นการสอน (Teaching Case Study) ทงั้ น้ี โดยเป็นการรวบรวมขอ้ มลู
และวเิ คราะหต์ ามหลกั วชิ าการถงึ สาเหตุของปัญหาและปัจจยั อ่นื ๆ นามาประกอบ
การตดั สนิ ใจและกาหนดทางเลอื กในการแกป้ ัญหาตามหลกั วชิ า หรอื ทาขอ้ เสนอในการ
พฒั นาองคก์ ร หรอื เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจในพฤตกิ รรมของบุคคลหรอื พฤตกิ รรมของ
องคก์ รเพอ่ื กระตุน้ ใหผ้ เู้ รยี นคดิ วเิ คราะหห์ าเหตุผลและแนวทางในการตดั สนิ ใจ
ตามหลกั วชิ าการ หรอื เพอ่ื วเิ คราะหข์ อ้ เทจ็ จรงิ และการใชด้ ลุ พนิ ิจตดั สนิ ในคดนี นั้ ๆ
รปู แบบ เอกสารทต่ี พี มิ พห์ รอื เป็นสง่ิ พมิ พอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ประกอบดว้ ยค่มู อื การสอน
(Teaching Notes) และใชป้ ระกอบการเรยี นการสอนมาแลว้ มอี งคป์ ระกอบครบถว้ น
คอื บทนา เน้อื หา และบทสง่ ทา้ ย
จานวนกรณศี กึ ษาทจ่ี ะนามาเสนอขอกาหนดตาแหน่งทางวชิ าการตอ้ งมจี านวน
อยา่ งน้อย ๕ กรณศี กึ ษา และมจี านวนหน้ารวมกนั แลว้ ไมน่ ้อยกวา่ ๘๐ หน้า โดยเน้ือหา
สาระจะตอ้ งไมซ่ า้ ซอ้ นกนั และอยใู่ นขอบข่ายสาขาวชิ าทเ่ี สนอขอตาแหน่งทางวชิ าการ
สาหรบั การประเมนิ คณุ ภาพจะตอ้ งประเมนิ คณุ ภาพโดยรวมทงั้ หมด
การเผยแพร่ เผยแพรใ่ นลกั ษณะของสง่ิ ตพี มิ พห์ รอื สง่ิ พมิ พอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์ โดยตอ้ งมคี ณะผทู้ รงคุณวฒุ ิ
ทส่ี ถาบนั อุดมศกึ ษานนั้ แต่งตงั้ เป็นผปู้ ระเมนิ คุณภาพ หรอื เผยแพรใ่ นหนงั สอื
หรอื แหล่งรวบรวมกรณศี กึ ษาทม่ี กี ารบรรณาธกิ ารโดยมคี ณะผทู้ รงคณุ วุฒปิ ระเมนิ คุณภาพ
ลกั ษณะ ระดบั B
คุณภาพ ๑. เป็นกรณศี กึ ษาทม่ี อี งคป์ ระกอบครบถว้ น คอื บทนา เน้อื หา บทสง่ ทา้ ย
รายละเอยี ดขอ้ มลู ทงั้ เชงิ ปรมิ าณและเชงิ คณุ ภาพ เช่น ตาราง และรูปภาพ
๒. เป็นกรณศี กึ ษาทม่ี เี น้อื หาและการนาเสนอทช่ี ดั เจนเป็นประโยชน์ต่อการเรยี น
การสอนในระดบั อุดมศกึ ษา
ระดบั B+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B และตอ้ งมกี ารเสนอเน้อื หาและการวเิ คราะห์
ทท่ี นั ต่อความกา้ วหน้าทางวชิ าการ เป็นประโยชน์ดา้ นวชิ าการอยา่ งกวา้ งขวาง
หรอื สามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชไ้ ดอ้ ยา่ งแพรห่ ลาย
ระดบั A ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B+ และตอ้ งมกี ารบกุ เบกิ ทางวชิ าการ นาเสนอปัญหา
หรอื ประเดน็ ทไ่ี มเ่ คยมผี ศู้ กึ ษามาก่อน มกี ารสงั เคราะหข์ อ้ มลู อยา่ งลกึ ซง้ึ และสรา้ งความรใู้ หม่
ในเรอ่ื งใดเรอ่ื งหน่งึ ทท่ี าใหเ้ กดิ ความกา้ วหน้าทางวชิ าการอย่างชดั เจน
ระดบั A+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั A และตอ้ งมกี ารกระตุน้ ใหเ้ กดิ ความคดิ และคน้ ควา้
ต่อวงวชิ าการหรอื วชิ าชพี ทเ่ี กย่ี วขอ้ งในระดบั ชาตหิ รอื ระดบั นานาชาติ
150
๖. คาจากดั ความ รปู แบบ การเผยแพร่ และลกั ษณะคณุ ภาพ ของผลงานทางวิชาการ (ต่อ)
๖.๒.๕ งานแปล
นยิ าม งานแปลจากตวั งานตน้ แบบทเ่ี ป็นงานวรรณกรรม หรอื งานวชิ าการทม่ี คี วามสาคญั และ
ทรงคณุ คา่ ในสาขานนั้ ๆ ซง่ึ เมอ่ื นามาแปลแลว้ จะเป็นการเสรมิ ความก้าวหน้าทางวชิ าการ
ทป่ี ระจกั ษ์ชดั เป็นการแปลจากภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย หรอื จากภาษาไทยเป็น
ภาษาต่างประเทศ หรอื แปลจากภาษาต่างประเทศหน่งึ เป็นภาษาต่างประเทศอกี ภาษาหน่งึ
รปู แบบ งานแปลพรอ้ มบทวเิ คราะหห์ รอื อรรถาธบิ ายเชงิ วชิ าการท่แี สดงใหเ้ หน็ ว่าเป็นผลงาน
ทท่ี าใหเ้ กดิ การพฒั นาและความกา้ วหน้าทางวชิ าการ หรอื เสรมิ สรา้ งความรู้ หรอื ก่อใหเ้ กดิ
ประโยชน์ต่อสาขาวชิ านนั้ ๆ ไดอ้ ยา่ งไร ในแงใ่ ด
การเผยแพร่ เผยแพรใ่ นลกั ษณะใดลกั ษณะหน่งึ โดยตอ้ งแสดงหลกั ฐานวา่ ไดผ้ ่านการประเมนิ
โดยคณะผทู้ รงคณุ วฒุ ใิ นสาขาวชิ านนั้ ๆ หรอื สาขาวชิ าทเ่ี กย่ี วขอ้ ง (peer reviewer)
ทม่ี าจากหลากหลายสถาบนั ดงั น้ี
๑. การเผยแพรด่ ว้ ยวธิ กี ารพมิ พ์
๒. การเผยแพรโ่ ดยส่อื อเิ ลก็ ทรอนกิ สอ์ ่นื ๆ อาทิ การเผยแพรใ่ นรปู ของซดี รี อม ฯลฯ
การเผยแพร่ดงั กล่าวนนั้ จะตอ้ งเป็นไปอยา่ งกวา้ งขวางมากกวา่ การใชใ้ นการเรยี น
การสอนวชิ าต่าง ๆ ในหลกั สตู ร ซง่ึ จานวนพมิ พเ์ ป็นดชั นีหน่งึ ทอ่ี าจแสดงการเผยแพร่
อยา่ งกวา้ งขวางได้ แต่อาจใชด้ ชั นอี ่นื วดั ความกวา้ งขวางในการเผยแพรไ่ ดเ้ ชน่ กนั
กรณที อ่ี ยใู่ นระหว่างกระบวนการพจิ ารณา หากคณะผทู้ รงคณุ วฒุ มิ มี ตใิ หป้ รบั ปรงุ
งานแปลซง่ึ อยใู่ นวสิ ยั ทส่ี ามารถปรบั ปรงุ แกไ้ ขใหส้ มบูรณ์ยงิ่ ขน้ึ ได้ ทงั้ น้ี เมอ่ื ไดแ้ กไ้ ข
ปรบั ปรงุ งานแปลดงั กลา่ วเรยี บรอ้ ยแลว้ ใหเ้ สนอคณะผทู้ รงคุณวฒุ พิ จิ ารณา โดยไมต่ อ้ งนา
งานแปลดงั กลา่ วไปเผยแพรใ่ หมอ่ กี ครงั้ หน่งึ
กรณที ไ่ี ดม้ กี ารพจิ ารณาประเมนิ คุณภาพของงานแปลแลว้ ไมอ่ ยใู่ นเกณฑท์ ่ี ก.พ.อ.
กาหนด การนางานแปลนนั้ ไปแกไ้ ขปรบั ปรงุ หรอื เพมิ่ เตมิ เน้อื หาในงานแปลเพอ่ื นามาเสนอ
ขอกาหนดตาแหน่งทางวชิ าการครงั้ ใหม่ สามารถกระทาได้ แต่ใหม้ กี ารประเมนิ คณุ ภาพ
งานแปลทไ่ี ดร้ บั การปรบั ปรุงแกไ้ ขนนั้ ใหมอ่ กี ครงั้ หน่งึ
151
๖. คาจากดั ความ รปู แบบ การเผยแพร่ และลกั ษณะคณุ ภาพ ของผลงานทางวิชาการ (ต่อ)
๖.๒.๕ งานแปล (ต่อ)
ลกั ษณะ ระดบั B เป็นการถ่ายทอดเน้อื หาจากตน้ ฉบบั เดมิ ไดถ้ กู ตอ้ งสมบรู ณ์ พรอ้ มทงั้ มบี ทนา
คณุ ภาพ ของผแู้ ปลทใ่ี หข้ อ้ มลู ครบถว้ นเกย่ี วกบั เอกสารทแ่ี ปล
ระดบั B+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B และตอ้ งมกี ารใชภ้ าษาทส่ี ละสลวย และอ่านเขา้ ใจงา่ ย
ระดบั A ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B+ และตอ้ งมบี ทนาเชงิ วเิ คราะหท์ แ่ี สดงความรู้
ความเขา้ ใจของผแู้ ปลในเร่อื งนนั้ ๆ และเรอ่ื งอ่นื ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกนั และมกี ารนาไปเผยแพร่
อยา่ งกวา้ งขวาง
ระดบั A+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั A หรอื มกี ารคน้ ควา้ เพมิ่ เตมิ ของผแู้ ปล ใส่ไวใ้ นบทนา
หรอื ในเชงิ อรรถ แลว้ แต่กรณี และมกี ารอา้ งองิ อยา่ งกวา้ งขวาง
สาหรบั สาขาวชิ าทางสงั คมศาสตรแ์ ละมนุษยศาสตร์ ใหใ้ ชล้ กั ษณะคุณภาพ
ดงั ต่อไปน้ี
ระดบั B เป็นการถ่ายทอดเน้อื หาจากตน้ ฉบบั เดมิ ไดถ้ ูกตอ้ งสมบรู ณ์ พรอ้ มทงั้ มบี ทนา
ของผแู้ ปลทใ่ี หข้ อ้ มลู ครบถว้ นเกย่ี วกบั เอกสารทแ่ี ปล และแสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความเขา้ ใจ
ในตวั บทแบบแผนทางความคดิ หรอื วฒั นธรรมต้นกาเนดิ และบง่ ชค้ี วามสามารถในการสอ่ื
ความหมายไดอ้ ยา่ งดี
ระดบั B+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B และมกี ารศกึ ษาวเิ คราะหแ์ ละตคี วามทงั้ ตวั บทและ
บรบิ ทของตวั งานในลกั ษณะทเ่ี ทยี บไดก้ บั งานวจิ ยั มกี ารใหอ้ รรถาธบิ ายเชงิ วชิ าการใน
รปู แบบต่างๆ อนั เหมาะสมทงั้ ในระดบั จลุ ภาคและมหภาค
ระดบั A ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B+ เป็นงานแปลทแ่ี สดงใหเ้ หน็ ถงึ ความเขา้ ใจอนั ลกึ ซง้ึ
ในตวั บทแบบแผนทางความคดิ หรอื วฒั นธรรมต้นกาเนิดและบง่ ชถ้ี งึ ความสามารถในการ
ส่อื ความหมายในระดบั สงู มาก มกี ารศกึ ษาวเิ คราะหแ์ ละตคี วามทงั้ ตวั บทและบรบิ ทของ
ตวั งานอยา่ งละเอยี ดลกึ ซง้ึ ในลกั ษณะทเ่ี ทยี บไดก้ บั งานวจิ ยั ของผสู้ นั ทดั กรณี และไดร้ บั
การเผยแพรอ่ ยา่ งกวา้ งขวาง
ระดบั A+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั A และมกี ารใหข้ อ้ สรปุ ของวธิ กี ารแปลและทฤษฎี
การแปลทม่ี ลี กั ษณะเป็นการบุกเบกิ ทางวชิ าการ และไดร้ บั การอา้ งองิ อยา่ งกวา้ งขวาง
152
๖. คาจากดั ความ รปู แบบ การเผยแพร่ และลกั ษณะคณุ ภาพของผลงานทางวิชาการ (ต่อ)
๖.๒.๖ พจนานุกรม (dictionary) สารานุกรม (encyclopedia) นามานุกรม (directory)
และงานวิชาการอ่ืนในลกั ษณะเดียวกนั
นยิ าม งานอา้ งองิ ทอ่ี ธบิ าย และใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั คา หรอื หวั ขอ้ หรอื หน่วยยอ่ ย ในลกั ษณะอ่นื ๆ
อนั เป็นผลของการศกึ ษาคน้ ควา้ อยา่ งเป็นระบบ และมหี ลกั วชิ า รวมทงั้ แสดงสถานะลา่ สดุ
ทางวชิ าการ (state-of-the-art) ของสาขาวชิ านนั้ ๆ เป็นการรวบรวมคา หรอื หวั ขอ้
หรอื หน่วยยอ่ ย จดั ระบบอา้ งองิ โดยเป็นงานของนกั วชิ าการคนเดยี ว มคี านาทช่ี แ้ี จง
หลกั การ หลกั วชิ า หรอื ทฤษฎที น่ี ามาใช้ รวมทงั้ อธบิ ายวธิ กี ารใช้ และมบี รรณานุกรมรวม
หรอื บรรณานุกรมแยกสว่ นตามหน่วยยอ่ ย รวมทงั้ ดชั นีคน้ คา ในกรณที จ่ี าเป็น
รปู แบบ ประกอบดว้ ยบทวเิ คราะหห์ รอื อรรถาธบิ ายเชงิ วชิ าการทแ่ี สดงใหเ้ หน็ ว่าเป็นผลงาน
ทท่ี าใหเ้ กดิ การพฒั นาและความกา้ วหน้าทางวชิ าการ หรอื เสรมิ สรา้ งความรู้
หรอื ก่อใหเ้ กดิ ประโยชน์ต่อสาขาวชิ านนั้ ๆ ไดอ้ ยา่ งไร ในแงใ่ ด
การเผยแพร่ เผยแพรใ่ นลกั ษณะใดลกั ษณะหน่งึ โดยตอ้ งแสดงหลกั ฐานวา่ ไดผ้ ่านการประเมนิ
โดยคณะผทู้ รงคุณวุฒใิ นสาขาวชิ านนั้ ๆ หรอื สาขาวชิ าทเ่ี กย่ี วขอ้ ง (peer reviewer)
ทม่ี าจากหลากหลายสถาบนั ดงั น้ี
๑. การเผยแพรด่ ว้ ยวธิ กี ารพมิ พ์ หรอื
๒. การเผยแพรโ่ ดยสอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกส์
ลกั ษณะ ระดบั B เป็นงานอา้ งองิ ทใ่ี หค้ วามรพู้ น้ื ฐานอนั ถูกตอ้ งและทนั สมยั ครอบคลมุ เน้อื หา
คณุ ภาพ ทก่ี วา้ งขวางตามทย่ี อมรบั กนั ในวงวชิ าการ
ระดบั B+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B และตอ้ งมกี ารใหข้ อ้ มลู และทศั นะท่แี สดงใหเ้ หน็
ถงึ ววิ ฒั นาการของศพั ท์ หวั ขอ้ หรอื หน่วยยอ่ ย และ/หรอื สาขาวชิ านนั้ ๆ
ระดบั A ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B+ และตอ้ งมกี ารชท้ี างใหผ้ อู้ ่าน หรอื ผใู้ ชเ้ กดิ ความคดิ
เชงิ วพิ ากษ์ และ/หรอื เกดิ ความสนใจทจ่ี ะศกึ ษาคน้ ควา้ ต่อไป โดยแสดงทฤษฎแี ละ
แนวทางในการจดั ทางานอา้ งองิ ในผลงานน้ี และวธิ กี ารรวบรวมและจดั ระบบคาศพั ท์
หวั ขอ้ หรอื หน่วยยอ่ ยในงานอา้ งองิ ดงั กลา่ ว
ระดบั A+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั A และตอ้ งไดร้ บั การอา้ งองิ อยา่ งกวา้ งขวาง
153
๖. คาจากดั ความ รปู แบบ การเผยแพร่ และลกั ษณะคณุ ภาพ ของผลงานทางวิชาการ(ต่อ)
๖.๒.๗ ผลงานสร้างสรรคด์ ้านวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
คานยิ าม ผลงานวชิ าการทเ่ี ป็นการประดษิ ฐค์ ดิ คน้ เครอ่ื งมอื เครอ่ื งท่นุ แรง ผลงานการ
สรา้ งสรรคพ์ ชื หรอื สตั วพ์ นั ธุใ์ หม่ หรอื จลุ นิ ทรยี ท์ ม่ี คี ณุ สมบตั พิ เิ ศษสาหรบั การใชป้ ระโยชน์
เฉพาะดา้ น วคั ซนี ผลติ ภณั ฑห์ รอื สง่ิ ประดษิ ฐอ์ ่นื ๆ ทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกจิ
และสงั คม ซง่ึ พฒั นาขน้ึ จากการประยกุ ตใ์ ชอ้ งคค์ วามรทู้ างดา้ นวทิ ยาศาสตรแ์ ละ
เทคโนโลยี โดยวธิ วี ทิ ยาทเ่ี ป็นทย่ี อมรบั ในสาขาวชิ านนั้ ๆ
รปู แบบ ผลงานสรา้ งสรรคพ์ รอ้ มดว้ ยสงิ่ ตพี มิ พห์ รอื เอกสารทางวชิ าการ ทแ่ี สดงถงึ แนวคดิ
ในการวจิ ยั คน้ ควา้ และพฒั นางานนัน้ ๆ กระบวนการในการวจิ ยั และพฒั นา
ผลการทดสอบคุณสมบตั ติ ่าง ๆ ทงั้ ทเ่ี ป็นคุณสมบตั พิ น้ื ฐานและคุณสมบตั พิ เิ ศษ
ทเ่ี ป็นขอ้ เด่น ผลการทดสอบในสภาพของการนาไปใชจ้ รงิ ในสภาพทเ่ี หมาะสม
และศกั ยภาพของผลกระทบจากการนาไปใชใ้ นแงเ่ ศรษฐกจิ หรอื สงั คม
การเผยแพร่ เผยแพรใ่ นลกั ษณะใดลกั ษณะหน่งึ โดยตอ้ งแสดงหลกั ฐานว่าไดผ้ า่ นการประเมนิ
โดยคณะผทู้ รงคุณวุฒใิ นสาขาวชิ านนั้ ๆ หรอื สาขาวชิ าทเ่ี กย่ี วขอ้ ง (peer reviewer)
ทม่ี าจากหลากหลายสถาบนั ดงั น้ี
๑. การจดั นิทรรศการ การจดั แสดง การจดั การแสดง การแสดงสาธารณะ
การบนั ทกึ ภาพ การบนั ทกึ เสยี ง ภาพถ่าย แถบบนั ทกึ ภาพ
๒. เอกสารประกอบ ตอ้ งพมิ พเ์ ผยแพร่ หรอื เผยแพรโ่ ดยส่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส์
ลกั ษณะ ระดบั B เป็นผลงานทแ่ี สดงใหเ้ หน็ ถงึ ความคดิ สรา้ งสรรคซ์ ง่ึ ตอ้ งใชค้ วามรเู้ ชงิ วชิ าการ
คณุ ภาพ มผี ลการทดสอบตามหลกั วชิ าทช่ี ดั เจน เช่อื ถอื ได้
ระดบั B+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B และตอ้ งเป็นผลงานทแ่ี สดงใหเ้ หน็ ถงึ
ความคดิ สรา้ งสรรคซ์ ง่ึ ตอ้ งใชค้ วามรูเ้ ชงิ วชิ าการมากขน้ึ เชอ่ื ถอื ได้
ระดบั A ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B+ และตอ้ งเป็นผลงานทแ่ี สดงใหเ้ หน็ ถงึ
ความคดิ สรา้ งสรรคซ์ ง่ึ ตอ้ งใชค้ วามรเู้ ชงิ วชิ าการทล่ี กึ ซง้ึ มผี ลการทดสอบตามหลกั วชิ า
ทช่ี ดั เจน เชอ่ื ถอื ได้ และมกี ารนาผลงานไปใชป้ ระโยชน์
ระดบั A+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั A และตอ้ งเป็นผลงานทม่ี คี ณุ สมบตั โิ ดดเดน่
และมศี กั ยภาพสงู ในการนาไปใชป้ ระโยชน์ หรอื ก่อใหเ้ กดิ การใชป้ ระโยชน์ในแนวทาง
หรอื รปู แบบใหมๆ่ ทจ่ี ะมผี ลกระทบทางเศรษฐกจิ หรอื ทางสงั คมในระดบั สงู
154
๖. คาจากดั ความ รปู แบบ การเผยแพร่ และลกั ษณะคณุ ภาพของผลงานทางวิชาการ (ต่อ)
๖.๒.๘ ผลงานสร้างสรรคด์ ้านสนุ ทรียะ ศิลปะ
นยิ าม ผลงานหรอื ชดุ ของผลงานสรา้ งสรรคท์ แ่ี สดงใหเ้ หน็ ถงึ คณุ คา่ ทางสุนทรยี ะ ปรชั ญา
จรยิ ธรรม หรอื เป็นงานทส่ี ะทอ้ นสงั คม แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความสามารถในการสรา้ งสรรค์
ของเจา้ ของผลงาน มกี ารนาเสนอพรอ้ มคาอธบิ ายอนั กอปรดว้ ยหลกั วชิ าทเ่ี ออ้ื ต่อการ
สรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจในความหมายและคณุ ค่าของงาน เช่น ผลงานสรา้ งสรรค์
ดา้ นวรรณกรรม ดา้ นศลิ ปะการแสดง ดา้ นดนตรี ดา้ นสถาปัตยกรรม การออกแบบ
จติ รกรรม ประตมิ ากรรม ภาพพมิ พ์ และศลิ ปะดา้ นอ่นื ๆ
รปู แบบ งานสรา้ งสรรค์ พรอ้ มบทวเิ คราะหท์ อ่ี ธบิ ายหลกั การ หลกั วชิ า และ/หรอื ความคดิ
การเผยแพร่ เชงิ ทฤษฎี รวมทงั้ กระบวนการและ/หรอื เทคนคิ ในการสรา้ งงาน มกี ารใหข้ อ้ มลู และ
ขอ้ วนิ ิจฉยั ทเ่ี ออ้ื ใหเ้ กดิ การตคี วามและการประเมนิ คณุ ค่าสนุ ทรยี ะทางวฒั นธรรม สงั คม
และเศรษฐกจิ
เผยแพรใ่ นลกั ษณะใดลกั ษณะหน่งึ โดยตอ้ งแสดงหลกั ฐานว่าไดผ้ ่านการประเมนิ
โดยคณะผทู้ รงคณุ วฒุ ใิ นสาขาวชิ านนั้ ๆ หรอื สาขาวชิ าทเ่ี กย่ี วขอ้ ง (peer reviewer)
ทม่ี าจากหลากหลายสถาบนั ดงั น้ี
๑. ผลงานตน้ แบบ และเอกสารประกอบ ตอ้ งพมิ พเ์ ผยแพร่ หรอื เผยแพรโ่ ดย
สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกส์
๒. การจดั นิทรรศการ การจดั แสดง การจดั การแสดง การแสดงสาธารณะ
การบนั ทกึ ภาพ การบนั ทกึ เสยี ง ภาพถ่าย แถบบนั ทกึ ภาพ
ลกั ษณะ ระดบั B เป็นผลงานทม่ี คี ุณคา่ ทางศลิ ปะ โดยสามารถอธบิ ายหลกั การและกระบวนการ
คุณภาพ สรา้ งสรรคท์ ส่ี ่อื ความกบั ผรู้ บั ไดเ้ ป็นอย่างดี
ระดบั B+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B และตอ้ งมกี ารวเิ คราะหห์ ลกั การ องคค์ วามรู้
และทฤษฎเี ชงิ วชิ าการทเ่ี ช่อื ถอื ได้
ระดบั A ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B+ และตอ้ งเป็นการสรา้ งสรรคอ์ งคค์ วามรู้ ตวั อยา่ งอนั ดี
ทเ่ี ป็นประโยชน์เดน่ ชดั ต่อวงวชิ าการหรอื วชิ าชพี ของศลิ ปะแขนงนนั้ ๆ ในระดบั ชาติ
ระดบั A+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั A และตอ้ งเป็นงานทส่ี รา้ งมติ ใิ หมใ่ นดา้ น
การสรา้ งสรรค์ สุนทรยี ศาสตร์ และการศกึ ษา ต่อวงวชิ าการหรอื วชิ าชพี ของศลิ ปะแขนงนนั้ ๆ
ในระดบั นานาชาติ
155
๖. คาจากดั ความ รปู แบบ การเผยแพร่ และลกั ษณะคณุ ภาพของผลงานทางวิชาการ (ต่อ)
๖.๒.๙ สิทธิบตั ร (patent)
นิยาม สทิ ธบิ ตั รตามกฎหมายวา่ ดว้ ยสทิ ธบิ ตั ร
รปู แบบ อาจจดั ทาไดห้ ลายรปู แบบ ทงั้ ทเ่ี ป็นรปู เลม่ หรอื สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ ซง่ึ ประกอบดว้ ย
๑. มบี ทวเิ คราะหท์ อ่ี ธบิ าย/ชแ้ี จงโดยชดั เจนประกอบผลงานนนั้ เพ่อื ชใ้ี หเ้ หน็ ว่า
เป็นผลงานทท่ี าใหเ้ กดิ การพฒั นาและความกา้ วหน้าทางวชิ าการ หรอื เสรมิ สรา้ งความรู้
หรอื ก่อใหเ้ กดิ ประโยชน์ต่อสาขาวชิ านนั้ ๆ ไดอ้ ยา่ งไร ในแงใ่ ด
๒. ตอ้ งผ่านการพสิ ูจน์ หรอื แสดงหลกั ฐานเป็นรายละเอยี ดใหค้ รบถว้ นทแ่ี สดง
ถงึ คณุ คา่ ของผลงานนนั้ ดว้ ย
การเผยแพร่ มหี ลกั ฐานการนาสทิ ธบิ ตั รไปใชห้ รอื ประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งแพรห่ ลายในวงวชิ าการ
หรอื วชิ าชพี ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
ลกั ษณะ ระดบั B เป็นสทิ ธบิ ตั รทไ่ี ดร้ บั การขน้ึ ทะเบยี นทม่ี กี ารคดิ คน้ ตามหลกั วชิ าการ
คุณภาพ
ระดบั B+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B และตอ้ งมผี นู้ าไปวจิ ยั และพฒั นาต่อยอด
และมกี ารนาไปใชอ้ า้ งองิ ในผลงานอ่นื ๆ
ระดบั A ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B+ และตอ้ งมกี ารถ่ายทอดเทคโนโลยแี ก่ผใู้ ช้
หรอื อนุญาตใหใ้ ชส้ ทิ ธิ ์ในสทิ ธบิ ตั รนนั้
ระดบั A+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั A และตอ้ งมกี ารขน้ึ ทะเบยี นในระดบั นานาชาติ
หรอื มหี ลกั ฐานวา่ มกี ารสรา้ งมลู ค่าเชงิ พาณชิ ย์
156
๖. คาจากดั ความ รปู แบบ การเผยแพร่ และลกั ษณะคณุ ภาพ ของผลงานทางวิชาการ(ต่อ)
๖.๒.๑๐ ซอฟตแ์ วร์ (software)
นยิ าม หมายความถงึ โปรแกรมคอมพวิ เตอรต์ ามความหมายของกฎหมายวา่ ดว้ ยลขิ สทิ ธิ ์
รปู แบบ ซง่ึ เป็นผลงานทไ่ี ดจ้ ากการวจิ ยั หรอื การประดษิ ฐค์ ดิ คน้ ใหมห่ รอื การสรา้ งองคค์ วามรใู้ หม่
ทม่ี หี ลกั วชิ าอนั สามารถอธบิ ายไดอ้ ยา่ งชดั เจน รวมถงึ ซอฟตแ์ วรท์ เ่ี ป็นการประยกุ ต์
หลกั วชิ า เพอ่ื ประโยชน์ในการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ต่าง ๆ ในเชงิ วชิ าการ โดยตอ้ งมลี กั ษณะใด
ลกั ษณะหน่งึ ดงั น้ี
๑. การดาเนินงานโครงการทม่ี ลี กั ษณะการพฒั นาซอฟตแ์ วรโ์ ดยใชร้ ะเบยี บวธิ ี
เชงิ ตวั เลข (numerical method) หรอื การดาเนนิ งานลกั ษณะ engineering design
ซง่ึ เป็นการปรบั ปรงุ กระบวนการออกแบบโดยตรง
๒. งานทม่ี ลี กั ษณะการปรบั ปรงุ เปลย่ี นแปลง และพฒั นาในระดบั แฟ้มขอ้ มลู ตน้ ฉบบั
(source code) เพอ่ื พฒั นาระบบการทางานใหด้ ขี น้ึ โดยมกี ารปรบั ปรงุ ระบบอยา่ งมี
นยั สาคญั
๓. โครงการทม่ี กี ารเกบ็ ขอ้ มลู เชงิ ประสทิ ธภิ าพและประเมนิ ผลเพ่อื ใหส้ อดคลอ้ งกบั
งานวจิ ยั และพฒั นาเทคโนโลยี จะตอ้ งแสดงใหเ้ หน็ ชดั เจนว่าหลงั จากการนาเทคโนโลยี
สารสนเทศและซอฟตแ์ วรม์ าใชพ้ ฒั นาแลว้ ระบบการทางานดขี น้ึ ไดอ้ ยา่ งไร โดยตอ้ งมกี าร
ปรบั ปรงุ ระบบหรอื สารวจความตอ้ งการ รวมถงึ แสดงผลลพั ธห์ รอื ตวั ชว้ี ดั ทช่ี ดั เจน
ซง่ึ มไิ ดน้ าเขา้ มาเพ่อื ทดแทนระบบเดมิ เพยี งอย่างเดยี ว
ทงั้ น้ี ผลลพั ธท์ ไ่ี ดจ้ ะตอ้ งสอดคลอ้ งกบั ลกั ษณะงานวจิ ยั และพฒั นา
อาจจดั ทาไดห้ ลายรปู แบบ ทงั้ ทเ่ี ป็นรปู เลม่ หรอื สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ซง่ึ ประกอบดว้ ย
๑. มคี าอธบิ าย/ชแ้ี จงโดยชดั เจนประกอบผลงานนนั้ เชน่ คมู่ อื ทอ่ี ธบิ ายการใชง้ าน
หลกั การของวธิ กี ารทางานและหน้าทข่ี องซอฟตแ์ วรด์ งั กล่าวอยา่ งละเอยี ดและชดั เจน
เพอ่ื แสดงใหเ้ หน็ ว่าเป็นผลงานทท่ี าใหเ้ กดิ การพฒั นาและความก้าวหน้าทางวชิ าการ
หรอื เสรมิ สรา้ งความรหู้ รอื ก่อใหเ้ กดิ ประโยชน์ต่อสาขาวชิ านนั้ ๆ ไดอ้ ยา่ งไร ในแงใ่ ด
๒. ตอ้ งผา่ นการพสิ จู น์ หรอื แสดงหลกั ฐานเป็นรายละเอยี ดใหค้ รบถว้ นทแ่ี สดงถงึ
คณุ ค่าของผลงานนนั้ ดว้ ย
การเผยแพร่ มหี ลกั ฐานการนาซอฟตแ์ วรไ์ ปใชห้ รอื ประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งแพรห่ ลายต่อวงวชิ าการ
หรอื วชิ าชพี ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
157
๖. คาจากดั ความ รปู แบบ การเผยแพร่ และลกั ษณะคณุ ภาพของผลงานทางวิชาการ (ต่อ)
๖.๒.๑๐ ซอฟตแ์ วร์ (software) (ต่อ)
ลกั ษณะ ระดบั B เป็นงานทม่ี กี ระบวนการวจิ ยั ทุกขนั้ ตอน ถูกตอ้ ง เหมาะสมตามระเบยี บวธิ วี จิ ยั
คณุ ภาพ ซง่ึ แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความกา้ วหน้าทางวชิ าการหรอื นาไปประยกุ ตใ์ ชไ้ ด้
ระดบั B+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B และตอ้ งเป็นผลงานทแ่ี สดงถงึ การวเิ คราะห์
และนาเสนอผลเป็นความรใู้ หมท่ ล่ี กึ ซง้ึ กว่างานเดมิ ทเ่ี คยมผี ศู้ กึ ษามาแลว้ และไดล้ ขิ สทิ ธิ ์
ระดบั A ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B+ และตอ้ งเป็นประโยชน์ดา้ นวชิ าการอยา่ งกวา้ งขวาง
หรอื สามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชไ้ ดอ้ ยา่ งแพรห่ ลายในระดบั ชาติ
ระดบั A+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั A และตอ้ งไดร้ บั การอา้ งองิ และใชง้ านอย่างกวา้ งขวาง
ต่อวงวชิ าการหรอื วชิ าชพี ทเ่ี กย่ี วขอ้ งในระดบั นานาชาติ
158
๖. คาจากดั ความ รปู แบบ การเผยแพร่ และลกั ษณะคณุ ภาพของผลงานทางวิชาการ(ต่อ)
๖.๓ ผลงานวิชาการรบั ใช้สงั คม
นยิ าม ผลงานวชิ าการทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อสงั คม ส่งผลใหเ้ กดิ ประโยชน์อยา่ งเป็นรปู ธรรม
โดยประจกั ษ์ต่อสาธารณะ
ผลงานทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อสงั คมน้ตี อ้ งเป็นผลใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงในทางทด่ี ขี น้ึ
ทางดา้ นใดดา้ นหน่งึ หรอื หลายดา้ นเกย่ี วกบั ชุมชน วถิ ชี วี ติ ศลิ ปวฒั นธรรม สงิ่ แวดลอ้ ม
อาชพี เศรษฐกจิ การเมอื งการปกครอง คณุ ภาพชวี ติ หรอื สขุ ภาพ หรอื เป็นผลงานท่ี
นาไปส่กู ารจดทะเบยี นสทิ ธบิ ตั รหรอื ทรพั ยส์ นิ ทางปัญญารปู แบบอ่นื ทส่ี ามารถแสดงได้
เป็นทป่ี ระจกั ษว์ า่ สามารถใชแ้ กป้ ัญหาหรอื พฒั นาสงั คม และก่อใหเ้ กดิ ประโยชน์อยา่ งชดั เจน
หรอื สรา้ งการเปลย่ี นแปลงจากการตระหนกั และการรบั รปู้ ัญหาและแนวทางแกไ้ ขของชุมชน
รปู แบบ จดั ทาเป็นเอกสาร โดยมคี าอธบิ าย/ ชแ้ี จงโดยชดั เจนประกอบผลงานนัน้ เพ่อื ชใ้ี หเ้ หน็ ว่า
เป็นผลงานทท่ี าใหเ้ กดิ การพฒั นาเป็นประโยชน์ต่อสงั คม มคี วามเปลย่ี นแปลงทด่ี ขี น้ึ และเกดิ
ความกา้ วหน้าทางวชิ าการ หรอื เสรมิ สรา้ งความรหู้ รอื ก่อใหเ้ กดิ ประโยชน์ต่อสาขาวชิ าหน่ึง
หรอื หลายสาขาวชิ า และสามารถนาไปอา้ งองิ ได้ โดยต้องปรากฏเป็นทป่ี ระจกั ษ์ในประเดน็
ต่อไปน้ี
การวเิ คราะหส์ ภาพการณ์ก่อนการเปลย่ี นแปลงทเ่ี กดิ ขน้ึ
การมสี ่วนรว่ มและการยอมรบั ของสงั คมเป้าหมาย
การออกแบบหรอื พฒั นาหรอื แนวคดิ หรอื กระบวนการทท่ี าใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงนนั้
ความรหู้ รอื ความเชย่ี วชาญทใ่ี ชใ้ นการทาใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงนนั้
การคาดการณ์สง่ิ ทจ่ี ะตามมาหลงั จากการเปลย่ี นแปลงไดเ้ กดิ ขน้ึ แลว้
การประเมนิ ผลลพั ธโ์ ดยการตดิ ตามการเปลย่ี นแปลงทเ่ี กดิ ขน้ึ
การสรุปแนวทางการธารงรกั ษาหรอื การนาไปขยายผลหรอื การปรบั ปรงุ พฒั นา
ทงั้ น้ี นอกจากเอกสารแสดงผลงานดงั กล่าวขา้ งตน้ แลว้ อาจแสดงหลกั ฐานเพมิ่ เตมิ อ่นื ๆ
เกย่ี วกบั ผลงาน เช่น รปู ภาพ หรอื การบนั ทกึ เป็นภาพยนตร์ หรอื แถบเสยี ง หรอื วดี ที ศั น์
จดหมายยนื ยนั ถงึ ผลประกอบการกาไรหรอื ความเออ้ื อานวยจากหน่วยงานภาครฐั
ภาคเอกชน หรอื ภาคประชาสงั คม ทไ่ี ดร้ บั ผลประโยชน์ประกอบการพจิ ารณาดว้ ยกไ็ ด้
159
๖. คาจากดั ความ รปู แบบ การเผยแพร่ และลกั ษณะคณุ ภาพ ของผลงานทางวิชาการ (ต่อ)
๖.๓ ผลงานวิชาการรบั ใช้สงั คม (ต่อ)
การเผยแพร่ ใหม้ กี ารเผยแพร่โดยการจดั เวทนี าเสนอผลงานในพน้ื ทห่ี รอื การเปิดใหเ้ ยย่ี มชมพน้ื ทแ่ี ละ
จะตอ้ งมกี ารเผยแพรส่ สู่ าธารณชนอยา่ งกวา้ งขวางในลกั ษณะใดลกั ษณะหน่งึ ทส่ี อดคลอ้ ง
กบั ผลงาน โดยการเผยแพรน่ นั้ จะตอ้ งมกี ารบนั ทกึ เป็นเอกสารหรอื เป็นลายลกั ษณ์อกั ษร
ทส่ี ามารถใชอ้ ้างองิ หรอื ศกึ ษาคน้ ควา้ ต่อไปได้
ลกั ษณะ ระดบั B มกี ารรวบรวมขอ้ มลู และสารสนเทศทช่ี ดั เจน มกี ารระบุปัญหาหรอื ความตอ้ งการ
คุณภาพ
โดยการมสี ่วนรว่ มของสงั คมกลุม่ เป้าหมาย บุคลากรภาครฐั หรอื บุคลากรภาคเอกชน
มกี ารวเิ คราะหห์ รอื สงั เคราะหค์ วามรทู้ ส่ี ามารถแกป้ ัญหาทเ่ี กดิ ขน้ึ หรอื ทาความเขา้ ใจ
สถานการณ์
ระดบั B+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B และตอ้ งมกี ารถ่ายทอดผลงานทางวชิ าการ
จนเกดิ การเปลย่ี นแปลงในทางทด่ี ขี น้ึ อย่างเป็นทป่ี ระจกั ษ์ หรอื ก่อใหเ้ กดิ การพฒั นาชุมชน
สงั คม องคก์ รภาครฐั หรอื องคก์ รภาคเอกชนนัน้
ระดบั A ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B+ และตอ้ งสามารถนามาใชเ้ ป็นตวั อยา่ งในการแกไ้ ข
ปัญหาหรอื ทาความเขา้ ใจสถานการณ์จนเกดิ การเปลย่ี นแปลงในทางทด่ี ขี น้ึ อยา่ ง
เป็นทป่ี ระจกั ษ์ หรอื ก่อใหเ้ กดิ การพฒั นาสงั คม องคก์ รภาครฐั หรอื องคก์ รภาคเอกชนอ่นื ได้
หรอื ก่อใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงเชงิ นโยบายในระดบั จงั หวดั หรอื ประเทศอยา่ งเป็นรปู ธรรม
ระดบั A+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั A และตอ้ งสง่ ผลกระทบต่อสงั คมอย่างกวา้ งขวาง
เป็นทย่ี อมรบั ในระดบั ชาตหิ รอื ระดบั นานาชาติ หรอื ไดร้ บั รางวลั จากองคก์ ร
ทไ่ี ดร้ บั การยอมรบั ในระดบั นานาชาติ เชน่ UNESCO WHO UNICEF เป็นตน้
หมายเหตุ แนวทางการประเมนิ ผลงานวชิ าการรบั ใชส้ งั คม ใหค้ ณะกรรมการผทู้ รงคุณวุฒิ
เพ่อื ทาหน้าทป่ี ระเมนิ ผลงานทางวชิ าการและจรยิ ธรรมและจรรยาบรรณทางวชิ าการ
ประเมนิ ผลงานวชิ าการรบั ใชส้ งั คมโดยใชแ้ นวทางในการประเมนิ ดงั ต่อไปน้ี
๑. ประเมนิ จากเอกสารและหลกั ฐานประกอบการเสนอผลงาน
๒. ประเมนิ จากหลกั ฐานอ่นื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง เชน่ การสมั ภาษณ์ผเู้ กย่ี วขอ้ ง หรอื
สารสนเทศจากหน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
๓. นอกจากการประเมนิ เอกสารและหลกั ฐานตามขอ้ ๑ และ ขอ้ ๒ แลว้ อาจประเมนิ
จากการตรวจสอบสภาพจรงิ ทม่ี อี ยใู่ นพน้ื ทร่ี ว่ มดว้ ย ซง่ึ คณะกรรมการผทู้ รงคุณวุฒิ
เพอ่ื ทาหน้าทป่ี ระเมนิ ผลงานทางวชิ าการฯ จะตรวจสอบดว้ ยตนเองหรอื แต่งตงั้ ผแู้ ทน
ใหไ้ ปตรวจสอบแทนกไ็ ด้
ทงั้ น้ี ใหเ้ น้นถงึ การมสี ่วนรว่ มและการยอมรบั ของสงั คมเป้าหมาย
160
๖. คาจากดั ความ รปู แบบ การเผยแพร่ และลกั ษณะคณุ ภาพ ของผลงานทางวิชาการ (ต่อ)
๖.๔.๑ ตารา
นยิ าม งานวชิ าการทใ่ี ชส้ าหรบั การเรยี นการสอนทงั้ วชิ า หรอื เป็นสว่ นหน่งึ ของวชิ า ซง่ึ เกดิ จาก
การนาขอ้ คน้ พบจากทฤษฎี จากงานวจิ ยั ของผขู้ อ หรอื ความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการคน้ ควา้ ศกึ ษา
มาวเิ คราะห์ สงั เคราะห์ รวบรวมและเรยี บเรยี ง โดยมมี โนทศั น์ทผ่ี เู้ ขยี นกาหนดใหเ้ ป็น
แกนกลาง ซง่ึ สมั พนั ธก์ บั มโนทศั น์ยอ่ ยอ่นื อยา่ งเป็นระบบ มเี อกภาพสมั พนั ธภาพและ
สารตั ถภาพตามหลกั การเขยี นทด่ี ี ใชภ้ าษาทเ่ี ป็นมาตรฐานทางวชิ าการ และใหค้ วามรใู้ หม่
อนั เป็นความรสู้ าคญั ทม่ี ผี ลใหเ้ กดิ ความเปลย่ี นแปลงต่อวงการวชิ าการนนั้ ๆ
เน้อื หาสาระของตาราตอ้ งมคี วามทนั สมยั เมอ่ื พจิ ารณาถงึ วนั ทผ่ี ขู้ อยน่ื เสนอขอกาหนด
ตาแหน่งทางวชิ าการ
ทงั้ น้ี ผขู้ อกาหนดตาแหน่งจะตอ้ งระบวุ ชิ าทเ่ี กย่ี วขอ้ งในหลกั สตู รทใ่ี ชต้ าราเล่มทเ่ี สนอขอ
ตาแหน่งทางวชิ าการดว้ ย
ผลงานทางวชิ าการทเ่ี ป็น “ตารา” น้อี าจไดร้ บั การพฒั นาขน้ึ จากเอกสารคาสอนจนถงึ
ระดบั ทม่ี คี วามสมบรู ณ์ทส่ี ุด ซง่ึ ผอู้ ่านอาจเป็นบคุ คลอ่นื ทม่ี ใิ ช่ผเู้ รยี นในวชิ านนั้ แต่สามารถ
อ่านและทาความเขา้ ใจในสาระของตารานนั้ ดว้ ยตนเองไดโ้ ดยไมต่ อ้ งเขา้ ศกึ ษาในวชิ านนั้
หากผลงานทางวชิ าการทเ่ี คยเสนอเป็นเอกสารประกอบการสอนหรอื เอกสารคาสอน
ไปแลว้ จะนามาเสนอเป็นตาราไมไ่ ด้ เวน้ แต่จะมกี ารพฒั นาจนเหน็ ไดช้ ดั ว่าเป็นตารา
รปู แบบ เป็นรปู เล่มทป่ี ระกอบดว้ ยคานา สารบญั เน้อื เรอ่ื ง การอธบิ ายหรอื การวเิ คราะห์ การสรุป
การอา้ งองิ บรรณานุกรม และดชั นคี น้ คา ทงั้ น้คี วรมกี ารอ้างองิ แหล่งขอ้ มลู ทท่ี นั สมยั และ
ครบถว้ นสมบรู ณ์ การอธบิ ายสาระสาคญั มคี วามชดั เจน โดยอาจใชข้ อ้ มลู แผนภาพ ตวั อยา่ ง
หรอื กรณศี กึ ษาประกอบจนผอู้ ่านสามารถทาความเขา้ ใจในสาระสาคญั นนั้ ไดโ้ ดยเบด็ เสรจ็
การเผยแพร่ เผยแพรใ่ นลกั ษณะใดลกั ษณะหน่งึ โดยตอ้ งแสดงหลกั ฐานว่าไดผ้ า่ นการประเมนิ
โดยคณะผทู้ รงคุณวฒุ ใิ นสาขาวชิ านนั้ ๆ หรอื สาขาวชิ าทเ่ี กย่ี วขอ้ ง (peer reviewer)
ทม่ี าจากหลากหลายสถาบนั ดงั น้ี
๑. การเผยแพร่ดว้ ยวธิ กี ารตพี มิ พ์ หรอื
๒. การเผยแพรโ่ ดยส่อื อเิ ลก็ ทรอนิกสอ์ ่นื ๆ เช่น การเผยแพรใ่ นรปู ของซดี รี อม,
e-learning, online learning
๓. การเผยแพรเ่ ป็น e-book โดยสานกั พมิ พซ์ ง่ึ เป็นทย่ี อมรบั
การเผยแพรด่ งั กล่าวนนั้ จะตอ้ งเป็นไปอยา่ งกวา้ งขวางมากกว่าการใชใ้ นการเรยี นการสอน
วชิ าต่าง ๆ ในหลกั สตู รเท่านนั้ จานวนพมิ พเ์ ป็นดชั นหี น่งึ ทอ่ี าจแสดงการเผยแพร่
อยา่ งกวา้ งขวางได้ แต่อาจใชด้ ชั นอี ่นื วดั ความกวา้ งขวางในการเผยแพร่ไดเ้ ช่นกนั
161
๑. คาจากดั ความ รปู แบบ การเผยแพร่ และลกั ษณะคณุ ภาพ ของผลงานทางวิชาการ (ต่อ)
๖.๔.๑ ตารา (ต่อ)
การเผยแพร่ กรณที ไ่ี ดม้ กี ารพจิ ารณาประเมนิ คุณภาพของตาราแลว้ ไมอ่ ยใู่ นเกณฑท์ ่ี ก.พ.อ. กาหนด
(ต่อ) การนาตารานนั้ ไปแกไ้ ขปรบั ปรงุ หรอื เพมิ่ เตมิ เน้อื หาในตาราเพ่อื นามาเสนอขอกาหนด
ตาแหน่งทางวชิ าการครงั้ ใหม่ สามารถกระทาได้ แต่ใหม้ กี ารประเมนิ คณุ ภาพตารา
ทไ่ี ดร้ บั การปรบั ปรงุ แกไ้ ขนนั้ ใหมอ่ กี ครงั้ หน่งึ
ลกั ษณะ ระดบั B เป็นตาราทม่ี เี น้อื หาสาระทางวชิ าการถูกตอ้ งสมบรู ณ์และทนั สมยั มแี นวคดิ
คณุ ภาพ และการนาเสนอทช่ี ดั เจนเป็นประโยชน์ต่อการเรยี นการสอนในระดบั อุดมศกึ ษา
ระดบั B+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B และตอ้ งมกี ารวเิ คราะหแ์ ละเสนอความรู้
หรอื วธิ กี ารทท่ี นั สมยั ต่อความก้าวหน้าทางวชิ าการและเป็นประโยชน์ต่อวงวชิ าการ
และมกี ารสอดแทรกความคดิ รเิ รมิ่ และประสบการณ์หรอื ผลงานทางวชิ าการของผขู้ อ
ทเ่ี ป็นการแสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความรทู้ เ่ี ป็นประโยชน์ต่อการเรยี นการสอน
ระดบั A ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B+ และตอ้ งมกี ารกลนั่ กรองและสอดแทรกองคค์ วามรู้
ทไ่ี ดจ้ ากผลงานทางวชิ าการของผขู้ อ และไดร้ บั การอา้ งองิ และใชส้ อนอยา่ งกวา้ งขวาง
ในวงวชิ าการระดบั ชาติ มคี วามละเอยี ดและความลมุ่ ลกึ ทางวชิ าการในระดบั สงู
ระดบั A+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั A และตอ้ ง
๑. มลี กั ษณะเป็นงานทม่ี กี ารสงั เคราะหแ์ ละสรา้ งสรรคอ์ งคค์ วามรใู้ หม่ (Body of
Knowledge) หรอื เสนอทฤษฎใี หม่ทางวชิ าการในเรอ่ื งใดเรอ่ื งหน่งึ
๒. มกี ารกระตุน้ ใหเ้ กดิ ความคดิ และคน้ ควา้ อยา่ งต่อเน่ือง โดยพจิ ารณาจากการไดร้ บั
การอา้ งองิ อยา่ งกวา้ งขวางในระดบั นานาชาติ
๓. เป็นทเ่ี ชอ่ื ถอื และยอมรบั ต่อวงวชิ าการหรอื วชิ าชพี ทเ่ี กย่ี วขอ้ งในระดบั นานาชาติ
162
๖. คาจากดั ความ รปู แบบ การเผยแพร่ และลกั ษณะคณุ ภาพ ของผลงานทางวิชาการ (ต่อ)
๖.๔.๒ หนังสือ
นิยาม งานวชิ าการทเ่ี กดิ จากการคน้ ควา้ ศกึ ษาความรใู้ นเรอ่ื งใดเรอ่ื งหน่งึ อยา่ งรอบดา้ นและ
ลกึ ซง้ึ มกี ารวเิ คราะห์ สงั เคราะหแ์ ละเรยี บเรยี งอย่างเป็นระบบ ประกอบดว้ ยมโนทศั น์หลกั
ทเ่ี ป็นแกนกลางและมโนทศั น์ยอ่ ยทส่ี มั พนั ธก์ นั มคี วามละเอยี ดลกึ ซง้ึ ใชภ้ าษาทเ่ี ป็น
มาตรฐานทางวชิ าการ ใหท้ ศั นะของผเู้ ขยี นทส่ี รา้ งเสรมิ ปัญญาความคดิ และสรา้ งความ
แขง็ แกรง่ ทางวชิ าการใหแ้ ก่สาขาวชิ านนั้ ๆ หรอื สาขาวชิ าทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง เน้อื หาของหนงั สอื
ไมจ่ าเป็นตอ้ งสอดคลอ้ งหรอื เป็นไปตามขอ้ กาหนดของหลกั สตู รหรอื ของวชิ าใดวชิ าหน่งึ
ในหลกั สตู ร และไม่จาเป็นตอ้ งนาไปใชป้ ระกอบการเรยี นการสอนในวชิ าใดวชิ าหน่ึง
เน้อื หาสาระของหนังสอื ตอ้ งมคี วามทนั สมยั เมอ่ื พจิ ารณาถงึ วนั ทผ่ี ขู้ อยน่ื เสนอขอ
กาหนดตาแหน่งทางวชิ าการ
หากผลงานทางวชิ าการทเ่ี คยเสนอเป็นเอกสารประกอบการสอนหรอื เอกสารคาสอน
ไปแลว้ จะนามาเสนอเป็นหนงั สอื ไมไ่ ด้
รปู แบบ เป็นรปู เลม่ ทป่ี ระกอบดว้ ย คานา สารบญั เน้อื เรอ่ื ง การวเิ คราะห์ การสรปุ การอา้ งองิ
บรรณานุกรม และดชั นคี น้ คา ทท่ี นั สมยั และครบถว้ นสมบรู ณ์ โดยอาจมขี อ้ มลู แผนภาพ
ตวั อยา่ ง หรอื กรณศี กึ ษาประกอบดว้ ยกไ็ ด้ ตามรปู แบบอยา่ งใดอยา่ งหน่งึ ต่อไปน้ี
๑. เป็นงานทน่ี กั วชิ าการเขยี นทงั้ เล่ม (authored book) คอื เอกสารทผ่ี เู้ ขยี นเรยี บเรยี ง
ขน้ึ ทงั้ เล่มอยา่ งมเี อกภาพ มรี ากฐานทางวชิ าการทม่ี นั่ คง และใหท้ ศั นะของผเู้ ขยี นทส่ี รา้ ง
เสรมิ ปัญญา ความคดิ และสรา้ งความแขง็ แกรง่ ทางวชิ าการ
๒. เป็นงานวชิ าการบางบทหรอื ส่วนหน่งึ ในหนงั สอื ทม่ี ผี เู้ ขยี นหลายคน (book chapter)
โดยจะตอ้ งมคี วามเป็นเอกภาพของเน้อื หาวชิ าการ ซง่ึ ผอู้ ่านสามารถทาความเขา้ ใจ
ในสาระสาคญั นนั้ ไดโ้ ดยเบด็ เสรจ็ ในแต่ละบท และเป็นงานศกึ ษาคน้ ควา้ อยา่ งมรี ะบบ
มกี ารวเิ คราะหแ์ ละสงั เคราะหข์ อ้ มลู ดว้ ยวธิ วี ทิ ยาอนั เป็นทย่ี อมรบั จนไดข้ อ้ สรุปทท่ี าใหเ้ กดิ
ความกา้ วหน้าทางวชิ าการ หรอื นาไปประยกุ ตใ์ ชไ้ ด้ กรณที ใ่ี นแต่ละบทมผี เู้ ขยี นหลายคน
จะตอ้ งระบบุ ทบาทหน้าทข่ี องแต่ละคนอยา่ งชดั เจน
จานวนบททจ่ี ะนามาแทนหนงั สอื ๑ เลม่ ตอ้ งมจี านวนอย่างน้อย ๕ บท
และมจี านวนหน้ารวมกนั แลว้ ไมน่ ้อยกว่า ๘๐ หน้า โดยเน้อื หาสาระของบทในหนงั สอื
ทงั้ ๕ บท จะตอ้ งไม่ซา้ ซอ้ นกนั และอยใู่ นขอบขา่ ยสาขาวชิ าทเ่ี สนอขอกาหนดตาแหน่ง
ทางวชิ าการ ทงั้ น้ี อาจอยใู่ นหนงั สอื เลม่ เดยี วกนั หรอื หลายเลม่ กไ็ ด้ และสาหรบั การประเมนิ
คณุ ภาพจะตอ้ งประเมนิ คุณภาพโดยรวมทงั้ หมด
163
๖. คาจากดั ความ รปู แบบ การเผยแพร่ และลกั ษณะคณุ ภาพ ของผลงานทางวิชาการ (ต่อ)
๖.๔.๒ หนังสือ (ต่อ)
การเผยแพร่ เผยแพรใ่ นลกั ษณะใดลกั ษณะหน่งึ โดยตอ้ งแสดงหลกั ฐานวา่ ไดผ้ ่านการประเมนิ
โดยคณะผทู้ รงคุณวฒุ ใิ นสาขาวชิ านนั้ ๆ หรอื สาขาวชิ าทเ่ี กย่ี วขอ้ ง (peer reviewer)
ทม่ี าจากหลากหลายสถาบนั ดงั น้ี
๑. การเผยแพรด่ ว้ ยวธิ กี ารตพี มิ พ์
๒. การเผยแพรโ่ ดยส่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ อาทิ การเผยแพรใ่ นรปู ของซดี รี อม
๓. การเผยแพรเ่ ป็น e-book โดยสานกั พมิ พซ์ ง่ึ เป็นทย่ี อมรบั
การเผยแพรด่ งั กล่าวนนั้ จะต้องเป็นไปอย่างกวา้ งขวาง โดยจานวนพมิ พเ์ ป็นดชั นหี น่งึ
ทอ่ี าจแสดงการเผยแพรอ่ ยา่ งกวา้ งขวางได้ แต่อาจใชด้ ชั นอี ่นื วดั ความกวา้ งขวาง
ในการเผยแพรไ่ ดเ้ ช่นกนั
กรณีทไ่ี ดม้ กี ารพจิ ารณาประเมนิ คุณภาพของหนงั สอื แลว้ ไมอ่ ยใู่ นเกณฑท์ ่ี ก.พ.อ. กาหนด
การนาหนงั สอื นนั้ ไปแกไ้ ขปรบั ปรงุ หรอื เพม่ิ เตมิ เน้อื หาในหนงั สอื เพ่อื นามาเสนอขอกาหนด
ตาแหน่งทางวชิ าการครงั้ ใหม่ สามารถกระทาได้ แต่ใหม้ กี ารประเมนิ คุณภาพหนงั สอื ทไ่ี ดร้ บั
การปรบั ปรงุ แกไ้ ขนนั้ ใหมอ่ กี ครงั้ หน่งึ
ลกั ษณะ ระดบั B เป็นหนงั สอื ทม่ี เี น้ือหาสาระทางวชิ าการถกู ตอ้ งสมบรู ณ์ มกี ารบูรณาการ
คุณภาพ องคค์ วามรแู้ ละแนวคดิ ทท่ี นั สมยั มกี ารนาเสนอทช่ี ดั เจนเป็นประโยชน์ต่อวงวชิ าการ
หรอื วชิ าชพี
ระดบั B+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B และตอ้ งมกี ารวเิ คราะห์ เสนอความรหู้ รอื วธิ กี าร
ทท่ี นั สมยั ต่อความกา้ วหน้าทางวชิ าการ มกี ารสอดแทรกความคดิ รเิ รม่ิ และประสบการณ์
หรอื ผลงานทางวชิ าการของผขู้ อ ทเ่ี ป็นการแสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความรทู้ เ่ี ป็นประโยชน์
ต่อวงวชิ าการระดบั ชาติ
ระดบั A ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B+ และตอ้ งมกี ารกลนั่ กรองและสอดแทรกองคค์ วามรู้
ทไ่ี ดจ้ ากผลงานทางวชิ าการของผขู้ อ และไดร้ บั การอา้ งองิ อยา่ งกวา้ งขวางต่อวงวชิ าการ
ระดบั นานาชาติ มคี วามละเอยี ดและความลุ่มลกึ ทางวชิ าการในระดบั สูง
ระดบั A+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั A และตอ้ ง
๑. มลี กั ษณะเป็นงานทม่ี กี ารสงั เคราะหแ์ ละสรา้ งสรรคอ์ งคค์ วามรใู้ หม่ (Body of
Knowledge) หรอื ทฤษฎใี หมท่ างวชิ าการในเรอ่ื งใดเรอ่ื งหน่งึ
๒. มกี ารกระตุน้ ใหเ้ กดิ ความคดิ และคน้ ควา้ อย่างต่อเน่ือง โดยพจิ ารณาจากการไดร้ บั
การอา้ งองิ อย่างกวา้ งขวางในระดบั นานาชาติ
๓. เป็นทเ่ี ช่อื ถอื และยอมรบั ต่อวงวชิ าการหรอื วชิ าชพี ทเ่ี กย่ี วขอ้ งในระดบั นานาชาติ
164
๖. คาจากดั ความ รปู แบบ การเผยแพร่ และลกั ษณะคณุ ภาพ ของผลงานทางวิชาการ (ต่อ)
๖.๔.๓ บทความทางวิชาการ
นิยาม งานเขยี นทางวชิ าการซง่ึ มกี ารกาหนดประเดน็ ทต่ี อ้ งการอธบิ ายหรอื วเิ คราะห์
อยา่ งชดั เจน ทงั้ น้ี มกี ารวเิ คราะหป์ ระเดน็ ดงั กล่าวตามหลกั วชิ าการ โดยมกี ารสารวจ
วรรณกรรมเพ่อื สนบั สนุนจนสามารถสรุปผลการวเิ คราะหใ์ นประเดน็ นนั้ ได้ อาจเป็นการนา
ความรจู้ ากแหลง่ ต่าง ๆ มาประมวลรอ้ ยเรยี งเพอ่ื วเิ คราะหอ์ ยา่ งเป็นระบบ โดยทผ่ี เู้ ขยี น
แสดงทศั นะทางวชิ าการของตนไวอ้ ยา่ งชดั เจนดว้ ย
รปู แบบ ประกอบดว้ ยการนาความทแ่ี สดงเหตุผลหรอื ทม่ี าของประเดน็ ทต่ี อ้ งการอธบิ ายหรอื
การเผยแพร่ วเิ คราะห์ กระบวนการอธบิ ายหรอื วเิ คราะหแ์ ละบทสรปุ มกี ารอา้ งองิ และบรรณานุกรม
ทค่ี รบถว้ นและสมบรู ณ์
เผยแพรใ่ นลกั ษณะใดลกั ษณะหน่งึ โดยตอ้ งแสดงหลกั ฐานว่าไดผ้ ่านการประเมนิ
โดยคณะผทู้ รงคณุ วุฒใิ นสาขาวชิ านนั้ ๆ หรอื สาขาวชิ าทเ่ี กย่ี วขอ้ ง (peer reviewer)
ทม่ี าจากหลากหลายสถาบนั ดงั น้ี
๑. เผยแพรใ่ นรปู ของบทความในวารสารทางวชิ าการทอ่ี ยใู่ นฐานขอ้ มลู ท่ี
ก.พ.อ. กาหนด ทงั้ น้ี วารสารทางวชิ าการนนั้ อาจเผยแพรเ่ ป็นรปู เล่มสง่ิ พมิ พห์ รอื
เป็นสอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกส์
๒. เผยแพรใ่ นหนงั สอื รวมบทความในรปู แบบอ่นื ทม่ี กี ารบรรณาธกิ าร
โดยคณะผทู้ รงคณุ วฒุ ใิ นสาขาวชิ านนั้ ๆ (Peer Reviewer) ประเมนิ คุณภาพ
เมอ่ื ไดเ้ ผยแพร่ “บทความวชิ าการ” ตามลกั ษณะขา้ งตน้ แลว้ การนา “บทความวชิ าการ” นนั้
มาแกไ้ ขปรบั ปรงุ หรอื เพมิ่ เตมิ สว่ นใดส่วนหน่ึงเพอ่ื นามาเสนอขอกาหนดตาแหน่งทาง
วชิ าการและใหม้ กี ารประเมนิ คณุ ภาพ “บทความวชิ าการ” นนั้ อกี ครงั้ หน่งึ จะกระทาไมไ่ ด้
ลกั ษณะ ระดบั B เป็นบทความทางวชิ าการทม่ี เี น้อื หาสาระทว่ี เิ คราะหม์ าจากวงวชิ าการ
คุณภาพ ทถ่ี กู ตอ้ งสมบรู ณ์และทนั สมยั และมกี ารอา้ งองิ อย่างเป็นระบบ มแี นวคดิ และการนาเสนอ
ทช่ี ดั เจนเป็นประโยชน์ต่อวงวชิ าการหรอื วชิ าชพี
ระดบั B+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B และตอ้ งมกี ารสงั เคราะหแ์ ละเสนอความรหู้ รอื วธิ กี าร
ทท่ี นั สมยั ต่อความกา้ วหน้าทางวชิ าการและเป็นประโยชน์ต่อวงวชิ าการหรอื วชิ าชพี
ระดบั A ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั B+ และตอ้ งไดร้ บั การอา้ งองิ ในฐานขอ้ มลู อย่างกวา้ งขวาง
ในระดบั ชาติ มคี วามละเอยี ดและความลุ่มลกึ ทางวชิ าการในระดบั สงู
ระดบั A+ ใชเ้ กณฑเ์ ดยี วกบั ระดบั A และตอ้ ง
๑. มลี กั ษณะเป็นงานทม่ี กี ารสงั เคราะหแ์ ละสรา้ งสรรคอ์ งคค์ วามรใู้ หม่ (Body of
Knowledge) ทางวชิ าการในเรอ่ื งใดเรอ่ื งหน่งึ
๒. มกี ารกระตุน้ ใหเ้ กดิ ความความคดิ และคน้ ควา้ ต่อเน่ือง เป็นทเ่ี ชอ่ื ถอื และยอมรบั
ต่อวงวชิ าการหรอื วชิ าชพี ทเ่ี กย่ี วขอ้ งในระดบั นานาชาติ
165
เอกสารแนบท้ายประกาศ ก.พ.อ.
เร่ือง หลกั เกณฑแ์ ละวิธีการพิจารณาแต่งตงั้ บคุ คลให้ดารงตาแหน่งผชู้ ่วยศาสตราจารย์
รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ. ๒๕๖๓
----------------------------------
๗. ตวั อย่างแนบท้าย
กรณีได้รบั วฒุ ิเพ่ิมขึ้น
การคานวณหาระยะเวลาทต่ี ้องดารงตาแหน่งอาจารย์ กรณที ม่ี กี ารปรบั วุฒกิ ารศกึ ษาใหส้ งู ขน้ึ
= ระยะเวลาทย่ี งั ขาดตามวฒุ กิ ารศกึ ษาเดมิ X คณุ สมบตั เิ ฉพาะตาแหน่งตามวุฒกิ ารศกึ ษาใหม่ (ปี)
(เดอื น) คุณสมบตั เิ ฉพาะตาแหน่งตามวฒุ กิ ารศกึ ษาเดมิ (ปี)
หมายเหตุ ใหแ้ ปลงหน่วยระยะเวลาในการคานวณจากปีเป็นเดอื นก่อน
ตวั อย่าง
นาย ก ไดร้ บั วุฒปิ รญิ ญาตรี ทาการสอนเป็นเวลา ๒ ปี ๖ เดอื น ต่อมาลาศกึ ษาต่อและ
ไดร้ บั วุฒปิ รญิ ญาโทเพม่ิ ขน้ึ และกลบั มาทาการสอนหลงั จากไดร้ บั วุฒปิ รญิ ญาโท ดงั นนั้ นาย ก จะตอ้ ง
ทาการสอนดว้ ยวฒุ ปิ รญิ ญาโทอกี กป่ี ี จงึ จะขอกาหนดตาแหน่งผชู้ ว่ ยศาสตราจารยไ์ ด้
วิธีการคานวณดงั นี้
คุณสมบตั เิ ฉพาะตาแหน่งปรญิ ญาตรี ๖ ปี = ๗๒ เดอื น
คุณสมบตั เิ ฉพาะตาแหน่งปรญิ ญาโท ๔ ปี
นาย ก ทาการสอนดว้ ยวุฒปิ รญิ ญาตรมี าแลว้ ๒ ปี ๖ เดอื น = ๔๘ เดอื น
ยงั ขาดระยะเวลาทต่ี อ้ งทาการสอนตามวฒุ ปิ รญิ ญาตรี
ต่อมาเมอ่ื ไดร้ บั วุฒปิ รญิ ญาโทจะตอ้ งทาการสอนอกี = ๓๐ เดอื น
= ๗๒ - ๓๐ = ๔๒ เดอื น
๔ = ๒๘ เดอื น
= ๔๒ x ๖
ดงั นนั้ นาย ก จะตอ้ งทาการสอนดว้ ยวุฒปิ รญิ ญาโทอกี = ๒ ปี ๔ เดอื น
กรณีการขอตาแหน่งทางวิชาการก่อนลาศึกษา
หากจะลาศกึ ษาหรอื ฝึกอบรมทงั้ ในประเทศและต่างประเทศ และประสงคจ์ ะขอตาแหน่ง
ทางวชิ าการก็ให้เสนอขอก่อนวนั ท่ไี ดร้ บั อนุมตั ใิ ห้ไปศกึ ษาหรอื ฝึกอบรม และต้องเป็นการขอตาแหน่ง
โดยวธิ ปี กตเิ ท่านนั้
167
ข้อบงั คับมหาวิทยาลยั ราชภัฏพระนคร
วา่ ด้วยการเขา้ สตู่ ําแหนง่ ทางวชิ าการ
พ.ศ. ๒๕๖๒
.........................................
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงข้อบังคับ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาตําแหน่งทาง
วิชาการให้เหมาะสมย่ิงข้ึน และสอดคล้องกับประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งต้ังให้
ดาํ รงตาํ แหนง่ ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ. ๒๕๕๐
อาศัยอาํ นาจตามความในมาตรา ๑๔ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗
มาตรา ๑๗ มาตรา ๖๕/๑ และมาตรา ๖๕/๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนใน
สถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนใน
สถาบนั อดุ มศึกษา (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกาศ ก.พ.อ. เรอื่ ง หลักเกณฑ์และวธิ กี ารพิจารณาแต่งต้ังบุคคล
ใหด้ ํารงตาํ แหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ. ๒๕๖๐ ประกอบกับมติสภา
มหาวิทยาลัยในการประชุมคร้ังท่ี ๑๘/๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๒ สภามหาวิทยาลัยจึง
ออกขอ้ บังคับ ดงั ต่อไปนี้
ข้อ ๑ ขอ้ บงั คบั นี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ว่าด้วยการเข้าสู่ตําแหน่งทาง
วิชาการ พ.ศ. ๒๕๖๒
ข้อ ๒ ข้อบงั คับนีใ้ หใ้ ช้บังคับตง้ั แตว่ นั ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ เปน็ ต้นไป
ข้อ ๓ บรรดาข้อบังคบั ระเบียบ คาํ สัง่ ประกาศ หรอื มติอ่นื ใด ซึง่ ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับน้ี ให้ใช้
ข้อบงั คบั นแ้ี ทน
ขอ้ ๔ ให้ยกเลกิ “ข้อบงั คบั มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณา
ตําแหน่งทางวิชาการ พ.ศ. ๒๕๕๖”
ข้อ ๕ ในข้อบังคับน้ี
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาตําแหนง่ ทางวิชาการ
“ประกาศ ก.พ.อ.” หมายความว่า ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณา แต่งตั้ง
บุคคลให้ดํารงตําแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลงวันที่ ๑๖
ตลุ าคม ๒๕๖๐ และตามที่มีการแก้ไขเพมิ่ เติม
ข้อ ๖ หลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเงือ่ นไขการขอกําหนดตําแหน่งทางวิชาการให้เป็นไปตามประกาศ
ก.พ.อ. และข้อบงั คบั นี้
168
-๒-
ขอ้ ๗ ให้สภามหาวทิ ยาลยั แต่งต้งั คณะกรรมการพิจารณาตาํ แหนง่ ทางวชิ าการประกอบดว้ ย
(๑) ประธานกรรมการ ซ่ึงแต่งตั้งจากกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิที่ดํารงตําแหน่ง
ศาสตราจารย์
(๒) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซ่ึงต้องเป็นบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย โดยคัดสรรจากบัญชีรายชื่อ
ผู้ทรงคุณวุฒิที่ดํารงตําแหน่งศาสตราจารย์ที่ ก.พ.อ. กําหนด ซ่ึงครอบคลุมคณะหรือสาขาวิชาที่มีการจัดการ
เรยี นการสอนในมหาวทิ ยาลัย จํานวนไมน่ อ้ ยกว่าห้าคน
ใหส้ ภามหาวทิ ยาลยั แตง่ ต้ังรองอธกิ ารบดีคนหนง่ึ หรอื ผทู้ ไ่ี ด้รับมอบหมายเปน็ เลขานกุ าร และอาจ
แตง่ ต้ังผู้ช่วยเลขานกุ ารจากบคุ ลากรของมหาวทิ ยาลัยจาํ นวนไมเ่ กนิ สามคน
คณะกรรมการมวี าระการดํารงตําแหน่งคราวละสามปี แต่อาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดํารง
ตําแหน่งติดต่อกันเกนิ ๒ วาระไม่ได้
ในกรณีที่คณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง พ้นจากตําแหน่งตามวาระแต่ยังไม่ได้ดําเนินการให้ได้มา
ซง่ึ คณะกรรมการใหม่ ให้คณะกรรมการที่พ้นจากตําแหน่งปฏิบัติหน้าท่ีต่อไป จนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะ
เขา้ รับหนา้ ที่
ในกรณีประธานตาม (๑) พ้นจากตําแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ให้ถือว่าพ้น
จากตําแหน่งประธานกรรมการตามขอ้ บงั คับน้ดี ้วย
ข้อ ๘ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระในวรรคสามแล้ว ให้ประธานกรรมการและ
กรรมการ ตามขอ้ ๗ พน้ จากตาํ แหนง่ เมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ขาดคุณสมบัติของการเป็นประธานกรรมการ และกรรมการพิจารณาตําแหน่ง ทางวิชาการ
ตามข้อบังคบั นแ้ี ละตามท่ี ก.พ.อ. กําหนด
(๔) ถกู จําคุกโดยคาํ พิพากษาถงึ ท่ีสุดให้จําคุก
(๕) เป็นบุคคลลม้ ละลาย
(๖) เปน็ คนไร้ความสามารถ หรอื คนเสมอื นไร้ความสามารถ
ในกรณีท่ีประธานกรรมการ และหรอื กรรมการ ตามขอ้ ๖ (๒) พน้ จากตาํ แหน่งก่อนครบวาระ ให้
สภามหาวทิ ยาลัยดําเนนิ การแต่งตั้งภายในสามสิบวัน และให้ผู้น้ันมีวาระอยู่ในตําแหน่งเท่าเวลาที่เหลืออยู่ แต่
ถา้ เวลาท่เี หลอื อยู่ไม่ถึง ๙๐ วัน จะแตง่ ต้ังหรือไม่ก็ได้
ข้อ ๙ คณะกรรมการพจิ ารณาตําแหน่งทางวชิ าการ มีอาํ นาจหน้าที่ ดังน้ี
(๑) แต่งตัง้ คณะอนุกรรมการประเมินผลการสอน
(๒) แต่งต้ังคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อทําหน้าที่ประเมินผลงานทางวิชาการ และ จริยธรรม
และจรรยาบรรณทางวชิ าการ
169
-๓-
(๓) พิจารณาตําแหน่งทางวิชาการของอาจารย์ประจาํ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการตาม ข้อบังคับนี้
และตามประกาศของ ก.พ.อ. เพ่ือเสนอสภามหาวทิ ยาลัยพิจารณา
(๔) พิจารณาการขอเทียบโอนตําแหน่งทางวิชาการของอาจารย์ที่ได้ตําแหน่งทางวิชาการจาก
สถาบันการศึกษาของรัฐและเอกชน ที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษารับรอง ก่อนเข้ามาเป็นอาจารย์
ประจําของมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
(๕) ปฏิบัติหน้าท่ีท่ีเกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งบุคคลให้ดํารงตําแหน่งทางวิชาการ
ตามท่ีสภามหาวิทยาลยั มอบหมาย
ข้อ ๑๐ คณะอนกุ รรมการประเมินผลการสอน ประกอบดว้ ย
๑ รองอธิการบดี คณบดี หรอื เทียบเทา่ ทีม่ ตี ําแหนง่ ทางวชิ าการไม่ต่ํากว่าระดับตําแหน่ง
ที่
เสนอขอกําหนดตําแหน่งทางวิชาการที่คณะกรรมการพิจารณาตําแหน่งทางวิชาการมอบหมายเป็นประธาน
มีหนา้ ทีป่ ระเมินวิธีการสอน และประเมินเอกสารหลกั ฐานทีใ่ ชใ้ นการประเมนิ ผลการสอน
๒ ผทู้ รงคณุ วุฒิภายนอกมหาวทิ ยาลยั ในสาขาวิชานน้ั หรือสาขาวชิ าทเ่ี กีย่ วข้องทม่ี ี
ตําแหน่งทางวชิ าการ ๑ คน เป็นอนุกรรมการ มหี นา้ ท่ปี ระเมนิ เอกสารหลกั ฐานท่ีใช้ในการประเมินผลการสอน
๓ ประธานสาขา หรืออาจารย์ประจาํ หลกั สตู ร หรอื บคุ คลทมี่ ตี ําแหน่งทางวิชาการ
ในสาขานั้น ๆ หรือสาขาวิชาท่ีเก่ียวข้องหรือใกล้เคียงกับผู้เสนอขอกําหนดตําแหน่งทางวิชาการ ๑ คน เป็น
อนกุ รรมการและเลขานกุ าร มีหนา้ ทปี่ ระเมินวิธีการสอน และประเมินเอกสารหลักฐานท่ีใช้ในการประเมินผล
การสอน
๔ ให้ผ้ชู ว่ ยเลขานุการคณะกรรมการพจิ ารณาตาํ แหน่งทางวชิ าการ เป็นผู้สังเกตการณ์ใน
การประเมินผลการสอน ทง้ั นใี้ หค้ ณบดี และประธานสาขาท่ไี ม่มตี าํ แหนง่ ทางวิชาการร่วมเปน็ ผู้สงั เกตการณ์ ใน
การประเมินผลการสอนดว้ ย
ข้อ ๑๑ ใหค้ ณะอนกุ รรมการประเมนิ การสอน มอี ํานาจหน้าที่ ดงั ต่อไปนี้
(๑) ประเมินผลการสอนโดยมีเอกสารแบบท่ี ๑ หรือเอกสารแบบท่ี ๒ เพื่อขอกําหนดตําแหน่ง
ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ และรองศาสตราจารย์ พร้อมตารางสอนและ มคอ.๓ รายวชิ าที่ใช้ในการขอประเมินผลการ
สอน
(๒) ให้คณะอนุกรรมการดําเนินการประเมินผลการสอนให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันท่ี
ไดร้ บั เอกสารประเมิน
(๓) ส่งรายงานการประชมุ และผลการประเมนิ มายงั หน่วยงานท่รี ับผิดชอบเพ่อื ดําเนินการข้ันตอน
ตอ่ ไป
ข้อ ๑๒ อาจารย์ประจําซึ่งประสงค์จะขอกําหนดตําแหน่งทางวิชาการจะต้องมีคุณสมบัติตามท่ี
ก.พ.อ. กําหนด ตามประกาศ ก.พ.อ. โดยดาํ เนนิ การ ดังต่อไปน้ี
170
-๔-
(๑) ใหผ้ ปู้ ระสงค์จะขอกาํ หนดตําแหน่งทางวิชาการ ตามเกณฑ์ท่ี ก.พ.อ. ประกาศ ดําเนินการส่ง
เอกสารมาทง่ี านกาํ หนดตาํ แหน่งทางวชิ าการ สํานักงานสภามหาวิทยาลัย ดังนี้
๑.๑ บันทึกขอ้ ความผ่านคณบดที ่ผี ขู้ อสงั กัด
๑.๒ เอกสารสาํ หรบั ประเมนิ การสอนหรอื สือ่ การสอน เปน็ ผลงานเพ่ือใชข้ อประเมินผลการสอน
จํานวน ๕ ชุด (แบบท่ี ๑ หรือ แบบท่ี ๒)
๑.๓ แบบคาํ ขอรบั การพิจารณากาํ หนดตําแหนง่ ทางวิชาการ (ก.พ.อ.๐๓) จํานวน ๗ ชุด (ซึ่ง
ผ่าน
การตรวจสอบจากคณะทผี่ ขู้ อสังกัดอยู่และจากกองบรหิ ารฝา่ ยบคุ คล
๑.๔ ผลงานทางวิชาการที่ขอกาํ หนดตําแหน่งทางวชิ าการ อย่างละ ๗ ชุด
๑.๕ แบบแสดงหลกั ฐานการมีส่วนรว่ มในผลงานทางวชิ าการ (ถ้าม)ี
๑.๖ หลักฐานการเผยแพรผ่ ลงานทางวชิ าการตามเกณฑ์ ก.พ.อ.
๑.๗ แบบรบั รองจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ
ถา้ เป็นข้าราชการตอ้ งแนบแบบ กพ. ๗ ถ้าเปน็ พนักงานมหาวทิ ยาลัยตอ้ งแนบคาํ สัง่ แต่งตั้ง
(๒) ให้เลขานุการคณะกรรมการจัดทําทะเบียนรับเรื่อง ไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งประกอบด้วย
รายละเอยี ดเกีย่ วกบั วนั เวลา รับเร่ือง และรายการเอกสารนาํ สง่ และจัดทําสําเนาการรับเร่ืองดังกล่าว มอบให้
ผูย้ น่ื คาํ ขอเก็บไว้เป็นหลักฐานและดาํ เนินการเสนอเร่อื งต่อคณะกรรมการเพ่ือพิจารณาดาํ เนินการตอ่ ไป
(๓) ในกรณที ี่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่าเอกสารหลักฐานและคําขอถูกต้องครบถ้วน ให้
มีมติรับไว้ดําเนินการต่อไปโดยให้ถือว่าได้รับเรื่องไว้ตามวันเวลาท่ีระบุใน (๑) แต่ในกรณีที่คณะกรรมการ
พิจารณาแล้วเห็นว่าเอกสารหลักฐานและคําขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้มีมติส่งเรื่องคืนให้แก่ผู้ยื่นคําขอ
พร้อมทั้งแจ้งให้คณบดีผู้บังคับบัญชาของผู้ยื่นคําขอทราบ ในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่ายังไม่เคยมีการรับเร่ืองไว้ตาม
(๑)
ข้อ ๑๓ เม่ือคณะกรรมการได้พิจารณาผลการประเมินผลงานทางวิชาการของคณะกรรมการ
ผู้ทรงคณุ วุฒติ ามขอ้ ๙ (๒) แลว้ ใหเ้ สนอความเห็นต่อสภามหาวิทยาลัย ดงั ต่อไปนี้
(๑) ในกรณที เ่ี หน็ ว่าผลงานทางวิชาการไดม้ าตรฐานตามเกณฑท์ ่ี ก.พ.อ. กําหนด ใหเ้ สนอ
สภามหาวิทยาลัยเพือ่ อนุมตั ใิ หแ้ ตง่ ต้ัง หรอื ดาํ เนินการเพือ่ แตง่ ตัง้ ต่อไป
(๒) ในกรณีที่เหน็ ว่าผลงานทางวชิ าการไม่ไดม้ าตรฐานตามเกณฑท์ ่ี ก.พ.อ. กําหนด ใหเ้ สนอ
สภามหาวิทยาลัยเพือ่ ไมอ่ นุมัติ
ข้อ ๑๔ การแตง่ ตงั้ ให้ดํารงตําแหนง่ ทางวชิ าการ ให้ดําเนนิ การดงั น้ี
(๑) ในกรณีท่ีผลงานทางวิชาการไม่มีการแก้ไข ให้แต่งตั้งตั้งแต่วันที่เลขานุการคณะกรรมการ
ลงทะเบียนรบั เรื่อง
(๒) ในกรณีท่ีมีมติที่ประชุมหรือผู้ทรงคุณวุฒิให้ปรับแก้หรือแก้ไขตามระยะเวลาที่กําหนด ให้
แต่งต้งั ต้ังแต่วนั ท่ีไดร้ ับผลงานทางวิขาการท่ีไดร้ ับการปรับแกห้ รือแกไ้ ขสมบูรณ์แลว้
171
-๕-
(๓) ในกรณี ข้อ ๑๓ (๒) เม่ือพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้วผู้เสนอขอกําหนดตําแหน่งมิได้แก้ไขให้
ถูกต้องสมบูรณ์ในระยะเวลา ๙๐ วัน ให้คณะกรรมการส่ังให้คืนเรื่องให้แก่ผู้เสนอ และให้ถือว่าผู้เสนอขอ
กาํ หนดตําแหนง่ ยงั ไมเ่ คยยนื่ เรือ่ งเพอ่ื ขอกาํ หนดตาํ แหน่งทางวชิ าการ และไมต่ ดั สิทธิที่จะนําผลงานดังกล่าวมา
เสนอขอกําหนดตําแหน่งใหม่
ข้อ ๑๕ สําหรับตําแหน่งศาสตราจารย์ เม่ือสภามหาวิทยาลัยอนุมัติแล้ว ให้เสนอ ก.พ.อ.
เพอื่ ดําเนินการต่อไป พร้อมส่งสําเนาคําสั่งแต่งต้ังคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพ่ือทําหน้าที่ประเมินผลงานทาง
วิชาการและจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ ผลการประเมินผลงานทางวิชาการ ผลงานทางวิชาการ
และแบบคาํ ขอฯ ไปดว้ ย
ขอ้ ๑๖ การประชุมของคณะกรรมการผูท้ รงคุณวุฒิให้เป็นไปตามที่ประธานกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
แตง่ ต้งั จากกรรมการพจิ ารณาตาํ แหน่งทางวิชาการ
ข้อ ๑๗ ในการประเมินผลการสอนอาจใช้วิธีการสังเกตการณ์โดยผู้ประเมินและการตรวจสอบ
เอกสารแบบที่ ๑ หรอื เอกสารแบบที่ ๒ ตามประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการพิจารณาแต่งต้ังบุคคลให้
ดาํ รงตําแหนง่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ. ๒๕๖๐
(๑) การประเมนิ ผลการสอนให้แล้วเสร็จภายภายใน ๖๐ วัน
(๒) ให้ยึดตามประกาศ ก.พ.อ. เอกสารแนบทา้ ยประกาศ ก.พ.อ. เร่อื งแนวทางการ
ประเมินผลการสอนรายวิชาเดิมทใ่ี ชใ้ นการประเมนิ การสอนมาแล้วไมส่ ามารถนาํ มาขอประเมนิ ในระดับที่สูงข้ึน
อีกได้หากพบการละเมิดไม่ว่ากรณีใดๆ ให้ฝ่ายเลขานุการนําเข้าปรึกษาหารือคณะกรรมการพิจารณาตําแหน่ง
ทางวชิ าการ
ข้อ ๑๘ เอกสารหลักฐานที่ใช้ประเมินการสอนจะนํามาใช้ในการขอกําแหน่งทางวิชาที่สูงขึ้นไม่ได้
เว้นแต่มีการปรับอันมีนัยสําคัญการประเมินผลงานทางวิชาการของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๙ (๒)
โดยปกติต้องมีการประชุม และการวินิจฉัยให้เป็นไปตามผลการพิจารณาของผู้ทรงคุณวุฒิท่ีเป็นผู้อ่านผลงาน
(Reader) เสียงขา้ งมาก
ในกรณีการขอกําหนดตําแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์หรือรองศาสตราจารย์ หากกรรมการ
ผู้ทรงคุณวุฒิท่ีเป็นผู้อ่านผลงาน ทุกคนพิจารณาเห็นว่าคุณภาพของผลงานทางวิชาการของผู้ขอกําหนด
ตําแหน่งอยู่ในเกณฑ์หรือไม่อยู่ในเกณฑ์ที่กําหนด จะไม่มีการประชุมก็ได้ ในกรณีเช่นน้ันให้ถือเอาผลประเมิน
ดังกลา่ วเปน็ ผลการพจิ ารณาของคณะกรรมการผ้ทู รงคุณวุฒดิ ังกล่าวได้
การดําเนินการของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหน่ึงให้อยู่ในช้ันความลับทุก
ขัน้ ตอน
ข้อ ๑๙ ในกรณีท่ีความปรากฏต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหรือคณะกรรมการว่าผลงานทาง
วิชาการของผู้ขอกําหนดตําแหน่งทางวิชาการมีกรณีละเมิดจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการตาม
ข้อบังคับของมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้อง ให้ระงับการดําเนินการพิจารณาผลงานทางวิชาการนั้น และแจ้งให้
อธิการบดีหรือสภา
172
-๖-
มหาวทิ ยาลยั ทราบเพอ่ื ดาํ เนินการทางวินัยตอ่ ไป และผ้ขู อกําหนดตาํ แหนง่ จะขอกําหนดตําแหน่งใหม่ภายในห้า
ปีนบั แตว่ นั ทม่ี กี ารระงับการดาํ เนินการดังกลา่ วไม่ได้
ในกรณีทีก่ ารละเมดิ จริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการปรากฏข้ึนภายหลังจากท่ีมีมติ
อนุมัติผลงานทางวิชาการหรือได้มีการแต่งต้ังให้ผู้น้ันดํารงตําแหน่งทางวิชาการแล้ว ให้อธิการบดีรายงานให้
สภามหาวิทยาลัยทราบเพื่อระงับการอนุมัติการกําหนดตําแหน่งทางวิชาการหรือดําเนินการเพ่ือถอดถอน
ตาํ แหนง่ ทางวชิ าการ แลว้ แต่กรณี ตอ่ ไป
ข้อ ๒๐ การดําเนินการเพื่อแต่งต้ังให้ดํารงตําแหน่งทางวิชาการโดยวิธีพิเศษ ให้กระทําได้ตามที่
ก.พ.อ. กาํ หนด
ขอ้ ๒๑ การใดทไ่ี ด้ดาํ เนินการไปตามข้อบงั คบั มหาวิทยาลยั ราชภัฏพระนคร วา่ ด้วยหลักเกณฑ์และ
วธิ กี ารพจิ ารณาตําแหนง่ ทางวชิ าการ พ.ศ. ๒๕๔๙ และประกาศ ก.พ.อ. ท่ีใช้บังคับอยู่ในขณะน้ันมีผล ส่วนการ
ดําเนินการต่อไปให้ดําเนินการตามข้อบังคับนี้ เว้นแต่เป็นกรณีท่ีไม่อาจดําเนินการ ตามข้อบังคับนี้ได้ ให้
ดําเนนิ การตามท่สี ภามหาวทิ ยาลยั กาํ หนด
ข้อ ๒๒ ใหค้ ณะกรรมการซ่ึงดาํ รงตาํ แหน่งอย่ใู นวนั ก่อนวันท่ีข้อบังคับน้ีใช้บังคับ ยังคงดํารงตําแหน่ง
ต่อไปจนกว่าจะครบวาระหรือพ้นจากตําแหน่งด้วยเหตุอ่ืนตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ว่าด้วย
หลกั เกณฑ์และวิธีการพจิ ารณาตําแหน่งทางวิชาการ พ.ศ. ๒๕๕๖
ข้อ ๒๓ ให้อธกิ ารบดีเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคบั นี้ และมีอาํ นาจออกระเบียบ ประกาศ หรอื คาํ สั่ง
เพอ่ื ประโยชน์ในการปฏบิ ตั หิ น้าท่ีตามข้อบังคบั น้ี
ในกรณีท่ีมปี ัญหาเกยี่ วกบั การปฏบิ ตั ติ ามข้อบงั คับน้ี ให้อธกิ ารบดีมีอํานาจตคี วามและวินจิ ฉยั โดย
ความเหน็ ชอบของสภามหาวิทยาลยั
ประกาศ ณ วนั ท่ี ๒๐ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
(นายถนอม อนิ ทรกาํ เนิด)
อปุ นายกสภามหาวทิ ยาลัย
ทําหนา้ ทีแ่ ทนนายกสภามหาวิทยาลยั ราชภฏั พระนคร
173
ประกาศมหาวทิ ยาลัยราชภัฏพระนคร
เร่อื ง หลกั เกณฑแ์ ละวิธีการประเมนิ ผลการสอนเพ่อื ประกอบการพิจารณาแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งทางวิชาการ
.........................................................
โดยที่เป็นการสมควรกาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการสอนเพื่อประกอบการพิจารณา
แตง่ ตั้งใหด้ ารงตาแหน่งทางวิชาการ ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับมาตรฐานตามท่ี ก.พ.อ และมหาวิทยาลัย
กาหนด
อาศัยอานาจตามความใน ๑๔ (๓) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนใน
สถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และข้อบังคับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ว่าด้วยการเข้าสู่ตาแหน่งทางวิชาการ
พ.ศ. ๒๕๖๒ จึงให้ออกประกาศไว้ ดังนี้
ข้อ ๑ ประกาศน้ีเรียกว่า “ประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการ
ประเมนิ ผลการสอนเพ่อื ประกอบการพจิ ารณาแตง่ ตั้งให้ดารงตาแหน่งทางวิชาการ”
ข้อ ๒ ประกาศน้ใี หใ้ ช้บงั คบั ต้งั แตว่ ันถัดจากวนั ประกาศเป็นตน้ ไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการพจิ ารณาตาแหน่งทางวิชาการมหาวิทยาลยั ราชภัฏพระนคร
เร่อื ง แนวทางการประเมินผลการสอนเพ่อื ขอกาหนดตาแหน่งทางวิชาการ
ข้อ ๔ ในประกาศนี้
ภาระงานสอน หมายความว่า จานวนช่ัวโมงสอนตามตารางสอน ประจาวิชาใดวิชาหนึ่งท่ีกาหนด
ไว้ในหลักสูตรของมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และครอบคลุมข้อมูลที่จาเป็นทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะความสามารถ
ในการถ่ายทอดองคค์ วามรู้ เพื่อช่วยให้ผู้เรยี นได้เกิดการเรยี นรู้ ประเมินผลการเรียนรู้ได้ผลถูกต้อง และสอดคล้องกับ
ผลลพั ธ์การเรยี นรู้ทค่ี าดหวัง และเหมาะสมกบั ตาแหนง่ ทางวิชาการ ตามหลกั เกณฑท์ ่ี ก.พ.อ. กาหนด
ข้อ ๕ ให้ผู้ขอกาหนดตาแหน่งทางวิชาการเสนอเอกสารหลักฐานท่ีใช้ในการประเมินผลการสอน
อยา่ งน้อยหนง่ึ รายวชิ าที่มกี ารจดั การเรยี นการสอน
ทัง้ นใ้ี หผ้ ้ขู อกาหนดตาแหนง่ ระดบั ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เสนอเอกสารหลักฐานที่ใช้ในการประเมินผล
การสอน แบบท่ี ๑ และสาหรับผู้ขอกาหนดตาแหน่งระดับรองศาสตราจารย์ เสนอเอกสารหลักฐานท่ีใช้ในการ
ประเมินผลการสอน แบบท่ี ๒
ข้อ ๖ การประเมนิ ผลการสอนให้อนุกรรมการประเมนิ ผลการสอนตามหวั ข้อการประเมนิ ดังนี้
(๑) มีความสามารถในการวางแผนการสอนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผลการสอนเป็นไปตาม
จดุ ม่งุ หมายที่วางไว้
(๒) มีความสามารถในการใช้เทคนิควิธีสอนต่าง ๆ เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดความสนใจและติดตาม
การสอนตลอดเวลา เช่น ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ยกตัวอย่างสอดแทรกประสบการณ์
ใช้คาถามเพือ่ ให้ผู้เรยี นคดิ ตอบคาถามให้เข้าใจไดช้ ัดเจน เป็นตน้
(๓) มีความสามารถในการใช้สือ่ การสอน และอุปกรณช์ ่วยสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
174
-๒-
(๔) มีความสามารถแนะนาให้ผู้เรียนรู้สามารถแสวงหาความรู้และแหล่งความรู้ที่น่าเช่ือถือ
เพ่ือการค้นควา้ ศึกษาเพมิ่ เตมิ
(๕) มีความสามารถใหผ้ เู้ รยี นรจู้ ักคดิ วิเคราะห์และสงั เคราะหค์ วามรู้อย่างมีเหตผุ ลในวิชาท่ีสอน
(๖) มคี วามสามารถจดั ให้ผเู้ รยี นแสดงความคดิ เห็น และแลกเปล่ียนประสบการณ์
(๗) มคี วามสามารถในการอธบิ าย ให้ผู้เรียนมองเห็นเช่ือมโยงของรายวิชา และความสัมพันธ์
กบั วิชาอ่นื ๆ ทเี่ ก่ยี วข้องได้
(๘) มีความสามารถที่จะสอดแทรกเทคนิคการมีปฏิสัมพันธ์ การร่วมงาน การแสดงออก
การแกป้ ญั หา
(๙) มีความสามารถในการประเมนิ ความร้คู วามเข้าใจของผู้เรยี นในวิชาที่สอน
(๑๐) อื่น ๆ ท่เี กีย่ วข้องกบั การสอน
ข้อ ๗ ผู้ท่ีจะขอกาหนดตาแหน่งทางวิชาการที่ผลงานทางวิชาการไม่ผ่านเกณฑ์ตามท่ี ก.พ.อ
กาหนด สามารถเก็บผลประเมินการสอน ไว้ได้ตลอดช่วงเวลาท่ีใช้ประกาศ ก.พ.อ. ฉบับปัจจุบัน นับจากวันท่ีขอส่ง
เอกสารเพื่อขอกาหนดตาแหน่งทางวิชาการ ทั้งน้ี ไม่เกิน ๕ ปีและหากมีการใช้ประกาศ ก.พ.อ.ฉบับใหม่ การเก็บผล
การประเมินการสอนที่ยังไม่ครบ ๕ ปี ก็สามารถมาใช้ต่อได้ หากพ้นกาหนดระยะเวลาหรือขอกาหนดตาแหน่งใหม่
หรือตาแหน่งทสี่ ูงข้นึ ให้มกี ารประเมินผลการสอนใหม่
ขอ้ ๘ ให้คณะอนุกรรมการประเมนิ ผลการสอนตามข้อ ๑๐ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระ
นคร ว่าด้วยการเข้าสู่ตาแหน่งทางวิชาการ พ.ศ. ๒๕๖๒ พร้อมท้ังสรุปและรายงานผลการประเมินตามแบบฟอร์มท่ี
คณะกรรมการพิจารณาตาแหน่งทางวิชาการหรือส่วนงานกาหนด พร้อมท้ังหลักฐานทางเอกสารที่ประกอบการ
ประเมนิ
ข้อ ๙ การประเมินผลการสอนที่ส่วนงานได้รับเร่ืองไว้แล้วและอยู่ในระหว่างดาเนินการอยู่ใน
วันก่อนวนั ท่ปี ระกาศนใ้ี ช้บงั คับให้ดาเนินตามประกาศคณะกรรมการพิจารณาตาแหน่งทางวิชาการมหาวิทยาลัยราช
ภฏั พระนคร เร่ือง แนวทางการประเมนิ ผลการสอนเพ่อื ขอกาหนดตาแหนง่ ทางวิชาการต่อไปจนแล้วเสร็จ
ข้อ ๑๐ ให้อธิการบดีรักษาการตามประกาศนี้และมีอานาจออกประกาศหรือคาส่ังเพ่ือปฏิบัติให้
เปน็ ไปตามประกาศน้ี หากมีปัญหาในการปฏิบัติหรือจาเป็นต้องตีความประกาศนี้ ให้อธิการบดีเสนอคณะกรรมการ
พจิ ารณาตาแหนง่ ทางวิชาการเปน็ ผวู้ นิ ิจฉัยช้ีขาด และคาวินิจฉัยช้ขี าดนนั้ ใหถ้ ือเป็นท่ีสุด
ประกาศ ณ วนั ที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
(รองศาสตราจารย์เปรือ่ ง กจิ รัตนภ์ ร)
อธิการบดมี หาวิทยาลัยราชภฏั พระนคร
เทคนิคการขอตาํ แหน่งทางวชิ าการให้ประสบ การเปลยี นแปลง
ความสําเร็จตามประกาศ ก.พ.อ. 2560 & 2563
สําหรับสาขาวชิ าทางสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ 1. อนุโลมให้ใช้ผลงานทางวชิ าการจาํ นวน 1 ใน 3 ของผลงานทเี สนอ
ขอกาํ หนดตาํ แหน่งทางวชิ าการ
ศาสตราจารย์เกยี รตคิ ุณ ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์
2. เพมิ วธิ ีการเสนอขอกาํ หนดตาํ แหน่งอกี หนึงวธิ ี โดยไม่ต้องมีการ
มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั พระนคร
2 ธันวาคม 2563 แต่งตงั คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒเิ พือทาํ หน้าทปี ระเมินผลงาน 175
ทางวชิ าการ จริยธรรม และจรรยาบรรณทางวชิ าการ
3. ปรับลกั ษณะคุณภาพจากดี ดมี าก ดเี ด่น เป็ น 4 ระดบั ได้แก่ B, B+,
A, A+
4. ปรับลกั ษณะการมีส่วนร่วม โดยยกเลกิ สัดส่วนการมีส่วนร่วมของ
ผลงานวชิ าการแบบร้อยละ 2
ศ.เกียรติคุณ ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เกณฑ์ 60 เกณฑ์ 63
เกณฑ์ 60 เกณฑ์ 63 2. ลกั ษณะคุณภาพ 2. ลกั ษณะคุณภาพ
1. จํานวนผลงาน 1. จํานวนผลงานเท่าเดมิ แต่ระบุว่า งานวจิ ยั งานวจิ ัย อย่างน้อยระดบั ดี งานวจิ ัยอย่างน้อยระดบั B
1) ผลงานวจิ ยั 2 เรือง หรือ อย่างน้อย 1 เรือง ผู้ขอจะต้องเป็ นผู้ประพนั ธ์ - เป็ นงานวจิ ัยทมี ีกระบวนการวจิ ัยทุก - เป็ นงานวจิ ัยทมี ีกระบวนการวจิ ัยทกุ
2) ผลงานวจิ ัย 1 เรือง และผลงานลกั ษณะ อนั ดบั แรก หรือผ้มู สี ่วนสําคญั ทางปัญญา หรือ ขนั ตอนถูกต้องเหมาะสมในระเบยี บวธิ วี จิ ัย ขนั ตอนถูกต้องเหมาะสมในระเบยี บวธิ ีวจิ ยั
อืน 1 รายการ หรือ ผ้ปู ระพนั ธ์บรรณกจิ - แสดงให้เห็นความก้าวหน้าทางวชิ าการ - แสดงให้เห็นความก้าวหน้าทาง
3) ผลงานวจิ ยั 1 เรือง และผลงานรับใช้ หรือนาํ ไปใช้ประโยชน์ได้ วชิ าการหรือนําไปใช้ประโยชน์ได้
สังคม หรือ ตาํ รา อย่างน้อยระดบั ดี ตํารา อย่างน้อยระดบั B 176
4) ผลงานวจิ ยั 1 เรือง และตาํ ราหรือ - มีเนือหาสาระทางวชิ าการถูกต้อง - มเี นือหาสาระทางวชิ าการถูกต้อง
หนังสือ 1 เล่ม สมบูรณ์ และทนั สมยั สมบูรณ์ และทนั สมัย
สําหรับสาขาวชิ าทางสังคมศาสตร์และ - มแี นวคดิ และการนําเสนอทชี ัดเจน - มแี นวคดิ และการนําเสนอทชี ัดเจน
มนุษยศาสตร์ อาจใช้ผลงานทางวชิ าการใน เป็ นประโยชน์ต่อการเรียนการสอน เป็ นประโยชน์ต่อการเรียนการสอน
ลกั ษณะอืน หรือผลงานวจิ ยั รับใช้สังคม หรือ ระดบั อุดมศึกษา ระดบั อดุ มศึกษา
บทความทางวชิ าการซึงมีคุณภาพดมี ากแทน
งานวจิ ัยข้อ 2-4 ได้
3
ศ.เกียรติคุณ ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์ ศ.เกียรติคุณ ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์ 4
เกณฑ์ 60 เกณฑ์ 63 เกณฑ์ 60 เกณฑ์ 63
หนังสือ อย่างน้อยระดบั ดี หนังสือ อย่างน้อยระดบั B บทความวชิ าการ ระดบั ดีมาก บทความวิชาการ ระดบั B+
- มีเนือหาสาระทางวชิ าการถูกต้อง - มเี นือหาสาระทางวชิ าการถูกต้อง
สมบูรณ์ และทนั สมยั - เป็ นบทความทางวชิ าการทีมเี นือหา - เป็ นบทความทางวชิ าการทีมเี นือหา
- มแี นวคดิ และการนําเสนอทชี ัดเจน สมบูรณ์
เป็ นประโยชน์ต่อวงวชิ าการ - มีการบูรณาการองค์ความรู้และแนวคดิ สาระทางวชิ าการถูกต้องสมบูรณ์และ สาระทีวเิ คราะห์มาจากวงวชิ าการที
ทที นั สมยั ทนั สมัย ถูกต้องสมบูรณ์และทนั สมัย
- มกี ารนําเสนอทชี ัดเจนเป็ นประโยชน์
- มีแนวคิดและการนําเสนอทชี ัดเจน - มแี นวคดิ และการนําเสนอทชี ัดเจน
ต่อวงวชิ าการ หรือ วชิ าชีพ
เป็ นประโยชน์ต่อวงวชิ าการ เป็ นประโยชน์ต่อวงวชิ าการ หรือ วชิ าชีพ
Book chapter จะนาํ มาแทนหนังสือ 1 เล่ม Book chapter จะนาํ มาแทนหนังสือ 1 เล่ม - มีการวเิ คราะห์และเสนอความรู้หรือ - มกี ารสังเคราะห์และเสนอความรู้ 177
จะต้องมจี ํานวนอย่างน้อย 5 บท และมี จะต้องมีจาํ นวนอย่างน้อย 5 บท และมี วธิ ีการทที นั สมัยต่อความก้าวหน้าทาง หรือวธิ ีการทที นั สมยั ต่อความก้าวหน้า
จํานวนหน้ารวมกนั แล้วไม่น้อยกว่า 80 จํานวนหน้ารวมกนั แล้วไม่น้อยกว่า 80 หน้า วชิ าการ ทางวชิ าการ หรือ วชิ าชีพ
หน้า โดยเนือหาสาระของ 5 บท จะต้องไม่ โดยเนือหาสาระของ 5 บท จะต้องไม่ซําซ้อน - สามารถนําไปอ้างองิ หรือนําไป - มีการอ้างองิ อย่างเป็ นระบบ
ซําซ้อนกนั กนั ปฏิบตั ไิ ด้
ศ.เกียรติคุณ ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์ 5 ศ.เกียรติคุณ ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์ 6
เกณฑ์ 60 เกณฑ์ 63 เกณฑ์ 60 เกณฑ์ 63
3. งานวจิ ัยมีส่วนร่วม 50% นับเป็ น 3. การมีส่วนร่วมในการวจิ ัย ผู้ขอ 4.3 Proceeding ระดบั ชาตแิ ละ 4.3 Proceeding ระดบั ชาตแิ ละ
1 เรือง จะต้องเป็ นผู้ประพนั ธ์อนั ดบั แรก หรือผู้มี นานาชาติ โดยมผี ู้ทรงคุณวุฒิในวง นานาชาตทิ มี าจากการประชุมโดยสมาคม
ส่วนสําคญั ทางปัญญา หรือผู้ประพนั ธ์ วชิ าการนันและสาขาทีเกยี วข้องทมี า วชิ าการวชิ าชีพ โดยไม่รวมถึงการประชุม
บรรณกจิ จากหลากหลายสถาบนั เป็ น วชิ าการของสถาบนั อุดมศึกษา โดยมี
4. การตพี มิ พ์เผยแพร่ในรูปของ 4. การตพี มิ พ์เผยแพร่ในรูปของ คณะกรรมการคดั เลือกบทความ ผู้ทรงคุณวุฒิ ในวงวชิ าการนันและสาขาที
4.1 บทความวิจัยทตี ีพมิ พ์ในวารสาร 4.1 บทความวจิ ัยทตี ีพมิ พ์ในวารสาร เกยี วข้องทมี าจากหลากหลายสถาบนั เป็ น
TCI ทงั 1&2 วารสารนานาชาตติ ามที TCI ทงั 1&2 วารสารนานาชาติตามที คณะกรรมการคดั เลือกบทความ 178
ก.พ.อ. กาํ หนด ก.พ.อ. กาํ หนด 4.4 รายงานการวจิ ัยฉบบั สมบูรณ์ 4.4 Monograph
4.5 Monograph
4.2 หนังสือรวมบทความวจิ ัย 4.2 หนังสือรวมบทความวจิ ยั
ศ.เกียรติคุณ ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์ ศ.เกียรติคุณ ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์ 8
7
รองศาสตราจารย์ เกณฑ์ 60 เกณฑ์ 63
เกณฑ์ 60 เกณฑ์ 63 งานวจิ ยั อย่างน้อย 1 เรือง ผู้ขอต้องเป็ น
ผู้ประพนั ธ์อนั ดบั แรก หรือผู้ประพนั ธ์
1. ผลงานทางวชิ าการ 1. ผลงานทางวชิ าการ บรรณกจิ และ ตําราหรือหนงั สือ อย่างน้อย
ผู้ขอเสนอขอผลงานได้ 2 วธิ ี ผู้ขอเสนอขอผลงานได้ 3 วธิ ี 1 เรือง ผู้ขอต้องเป็ นผู้ประพนั ธ์อนั ดบั แรก
วธิ ีที 1 ผลงานมคี ุณภาพในระดบั ดี วธิ ีที 1 ผลงานมีคุณภาพในระดับ B+ 179
1. ผลงานวจิ ัย 2 เรือง หรือ 1. ผลงานวจิ ยั 2 เรือง หรือ
2. ผลงานวจิ ยั 1 เรือง และผลงานทาง 2. ผลงานวจิ ยั 1 เรือง และผลงานทาง
วชิ าการในลกั ษณะอืน 1 รายการ หรือ วชิ าการในลกั ษณะอืน 1 รายการ หรือ
3. ผลงานวจิ ยั 1 เรือง และผลงาน 3. ผลงานวจิ ัย 1 เรือง และผลงาน
วชิ าการรับใช้สังคม 1 รายการ และ วชิ าการรับใช้สังคม 1 รายการ และ
4. ตํารา หรือ หนังสือ 1 เล่ม 4. ตาํ รา หรือ หนังสือ 1 เล่ม
ศ.เกียรติคุณ ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์ 9 ศ.เกียรติคุณ ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์ 10
เกณฑ์ 60 เกณฑ์ 63 เกณฑ์ 60 เกณฑ์ 63
ลกั ษณะคุณภาพ ลกั ษณะคุณภาพ ตํารา อย่างน้อยระดบั ดี ตํารา อย่างน้อยระดบั B+
งานวจิ ยั อย่างน้อยระดบั ดี งานวจิ ัย อย่างน้อยระดบั B+ - มเี นือหาสาระทางวชิ าการถูกต้อง - มเี นือหาสาระทางวชิ าการถูกต้อง
- เป็ นงานวจิ ัยทมี ีกระบวนการวจิ ัยทุก - เป็ นงานวจิ ยั ทมี ีกระบวนการวจิ ัยทุก สมบูรณ์ และทนั สมยั สมบูรณ์ และทนั สมยั
ขนั ตอนถูกต้องเหมาะสมในระเบยี บวธิ วี จิ ยั ขนั ตอนถูกต้องเหมาะสมในระเบยี บวธิ ีวจิ ัย - มแี นวคดิ และการนําเสนอทชี ัดเจนเป็ น - มแี นวคดิ และการนาํ เสนอทชี ัดเจน
- แสดงให้เห็นความก้าวหน้าทางวชิ าการ - แสดงให้เห็นความก้าวหน้าทาง ประโยชน์ต่อการเรียนการสอน เป็ นประโยชน์ต่อการเรียนการสอน
หรือนาํ ไปใช้ประโยชน์ได้ วชิ าการหรือนําไปใช้ประโยชน์ได้ ระดบั อดุ มศึกษา ระดบั อุดมศึกษา
- เป็ นผลงานทแี สดงถงึ การวเิ คราะห์ - มีการวเิ คราะห์และเสนอความรู้หรือ
180
และนําเสนอผลเป็ นความรู้ใหม่ทลี กึ ซึงกว่า วธิ ีการทที นั สมัยต่อความก้าวหน้าทาง1
งานเดมิ ทเี คยมผี ู้ศึกษาแล้ว วชิ าการและเป็ นประโยชน์ต่อวงวชิ าการ
- ได้รับการตีพมิ พ์และอ้างองิ ใน - มกี ารสอดแทรกความคดิ ริเริมและ
ฐานข้อมูลระดบั ชาตหิ รือระดบั นานาชาติ ประสบการณ์หรือผลงานทางวชิ าการของผู้
ขอทเี ป็ นการแสดงให้เห็นถงึ ความรู้ทเี ป็ น
ศ.เกียรติคุณ ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์ 11 ประโยชน์ ต่อการเรียนการสอน 12
ศ.เกียรติคุณ ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์
เกณฑ์ 60 เกณฑ์ 63 เกณฑ์ 60 เกณฑ์ 63
หนังสือ อย่างน้อยระดบั ดี หนังสือ อย่างน้อยระดบั B+ วธิ ีที 2 จํานวนและคุณภาพผลงาน มดี ังนี วธิ ีที 2 จาํ นวนและคุณภาพผลงาน มดี งั นี
- มเี นือหาสาระทางวชิ าการถูกต้อง - มเี นือหาสาระทางวชิ าการถูกต้องสมบูรณ์ 1) ผลงานวจิ ัย อย่างน้อย 3 เรือง มคี ุณภาพดมี าก 1) ผลงานวจิ ยั อย่างน้อย 3 เรือง มคี ุณภาพระดบั
อย่างน้อย 2 เรือง และมคี ุณภาพดี อย่างน้อย 1 A อย่างน้อย 2 เรือง และมคี ุณภาพระดบั B+
สมบูรณ์ และทนั สมยั - มกี ารบูรณาการองค์ความรู้และแนวคดิ ทที นั สมยั อย่างน้อย 1 เรือง หรือ
เรือง หรือ
- มีแนวคดิ และการนําเสนอทชี ัดเจน - มีการนําเสนอทชี ัดเจนเป็ นประโยชน์ต่อวง 2) ผลงานวจิ ยั ซึงมีคุณภาพดมี าก อย่างน้อย 2 2) ผลงานวจิ ัยมคี ุณภาพระดบั A อย่างน้อย 2
เป็ นประโยชน์ต่อวงวชิ าการ วชิ าการระดบั ชาติ เรือง และผลงานทางวชิ าการในลกั ษณะอืน 1 เรือง และผลงานทางวชิ าการในลกั ษณะอืน 1
- มกี ารวเิ คราะห์ เสนอความรู้ หรือ วธิ ีการที รายการ มคี ุณภาพดี หรือ รายการ มคี ุณภาพระดบั B+ หรือ
ทนั สมยั ต่อความก้าวหน้าทางวชิ าการ 3. ผลงานวจิ ัยซึงมคี ุณภาพดมี าก อย่างน้อย 2 3. ผลงานวจิ ยั 2 เรือง มคี ุณภาพระดบั A และ 181
- มีการสอดแทรกความคดิ ริเริมและประสบการณ์ เรือง และผลงานวชิ าการรับใช้สังคม 1 รายการ ผลงานวชิ าการรับใช้สังคม 1 รายการ มคี ุณภาพ
หรือ ผลงานทางวชิ าการของผ้ขู อ ทเี ป็ นการแสดงให้ ซึงมี คุณภาพดี ระดบั B+
เห็นถงึ ความรู้ทเี ป็ นประโยชน์ ต่อวงวชิ าการ สาขาวชิ าทางสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ สาขาวชิ าทางสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ อาจ
ระดบั ชาติ อาจใช้ตาํ ราหรือหนังสือซึงมคี ุณภาพดมี าก อย่าง ใช้ตาํ ราหรือหนังสือซึงมีคุณภาพระดบั A อย่าง
น้อย 2 เล่ม และมคี ุณภาพดี 1 เล่ม แทนผลงาน น้อย 2 เล่ม ซึงผู้ขอต้องเป็ นผ้ปู ระพนั ธ์อนั ดบั แรก
1-3 ได้ และมคี ุณภาพระดบั B+ 1 เล่ม แทนผลงาน 1-3ได้
ศ.เกียรติคุณ ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์ 13 ศ.เกียรติคุณ ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์ 14
เกณฑ์ 60 เกณฑ์ 63 เกณฑ์ 60 เกณฑ์ 63
วธิ ีที 2 จาํ นวนและคุณภาพผลงาน มดี งั นี วธิ ีที 2 จาํ นวนและคุณภาพผลงาน มีดงั นี ลกั ษณะคุณภาพ ลกั ษณะคุณภาพ
1) ผลงานวจิ ัย อย่างน้อย 3 เรือง มคี ุณภาพดมี าก 1) ผลงานวจิ ัย อย่างน้อย 3 เรือง มคี ุณภาพระดบั งานวจิ ยั อย่างน้อย 2 เรืองระดบั ดมี าก งานวจิ ยั อย่างน้อย 2 เรืองระดบั A
อย่างน้อย 2 เรือง และมคี ุณภาพดี อย่างน้อย 1 A อย่างน้อย 2 เรือง และมคี ุณภาพระดบั B+
อย่างน้อย 1 เรือง หรือ - เป็ นงานวจิ ัยทมี กี ระบวนการวจิ ัยทุก - เป็ นงานวจิ ยั ทมี กี ระบวนการวจิ ยั ทกุ
เรือง หรือ
2) ผลงานวจิ ยั ซึงมคี ุณภาพดมี าก อย่างน้อย 2 2) ผลงานวจิ ัยมคี ุณภาพระดบั A อย่างน้อย 2 ขนั ตอนถูกต้องเหมาะสมในระเบียบวธิ ีวจิ ัย ขนั ตอนถูกต้องเหมาะสมในระเบียบวธิ ีวจิ ยั
เรือง และผลงานทางวชิ าการในลกั ษณะอืน 1 เรือง และผลงานทางวชิ าการในลกั ษณะอืน 1 - แสดงให้เห็นความก้าวหน้าทางวชิ าการ - แสดงให้เห็นความก้าวหน้าทางวชิ าการ
รายการ มคี ุณภาพดี หรือ รายการ มคี ุณภาพระดบั B+ หรือ หรือนําไปใช้ประโยชน์ได้ หรือนําไปใช้ประโยชน์ได้ 182
3. ผลงานวจิ ัยซึงมคี ุณภาพดมี าก อย่างน้อย 2 3. ผลงานวจิ ัย 2 เรือง มคี ุณภาพระดบั A และ - มีการวเิ คราะห์และนําเสนอผลเป็ นความรู้ - มกี ารวเิ คราะห์และนําเสนอผลเป็ นความรู้
เรือง และผลงานวชิ าการรับใช้สังคม 1 รายการ ผลงานวชิ าการรับใช้สังคม 1 รายการ มคี ุณภาพ ใหม่ทลี กึ ซึงกว่างานเดมิ ทเี คยมผี ู้ศึกษาแล้ว ใหม่ทลี กึ ซึงกว่างานเดมิ ทเี คยมผี ู้ศึกษาแล้ว
- เป็ นประโยชน์ด้านวชิ าการอย่างกว้างขวาง - ได้รับการอ้างองิ ในฐานข้อมูลระดบั
ซึงมี คุณภาพดี ระดบั B+ หรือ สามารถนําไปใช้ประโยชน์ได้อย่าง นานาชาติและตีพมิ พ์ในวารสาร top 15% แรก
สาขาวชิ าทางสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ สาขาวชิ าทางสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ อาจ แพร่หลาย ของของสาขาวชิ านัน ๆ หรือ สามารถนําไปใช้
อาจใช้ตาํ ราหรือหนังสือซึงมคี ุณภาพดมี าก อย่าง ใช้ตาํ ราหรือหนังสือซึงมีคุณภาพระดบั A อย่าง
น้อย 2 เล่ม และมคี ุณภาพดี 1 เล่ม แทนผลงาน น้อย 2 เล่ม ซึงผ้ขู อต้องเป็ นผ้ปู ระพนั ธ์อนั ดบั แรก ประโยชน์ได้อย่างแพร่หลาย โดยมหี ลกั ฐานที
1-3 ได้ และมคี ุณภาพระดบั B+ 1 เล่ม แทนผลงาน 1-3ได้ แสดงให้เห็นถงึ มูลค่าทางเศรษฐกจิ
ศ.เกียรติคุณ ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์ 15 ศ.เกียรติคุณ ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์ 16
เกณฑ์ 60 เกณฑ์ 63 เกณฑ์ 60 เกณฑ์ 63
การตีพมิ พ์เผยแพร่สําหรับวิธีที 1 การตพี มิ พ์เผยแพร่สําหรับวธิ ีที 1 ตาํ รา อย่างน้อยระดบั ดมี าก ตาํ รา อย่างน้อยระดบั A
และ 2 และ 2 - มเี นือหาสาระทางวชิ าการถูกต้องสมบูรณ์ - มเี นือหาสาระทางวชิ าการถูกต้องสมบูรณ์
1) บทความวจิ ยั ต้องตีพมิ พ์ใน และทนั สมยั และทนั สมัย
เหมือนระดบั ผศ. ทุกประการ วารสาร TCI 1 หรือ วารสาร - มแี นวคดิ และการนําเสนอทชี ัดเจนเป็ น - มีแนวคิดและการนําเสนอทชี ัดเจนเป็ น
นานาชาตติ ามที ก.พ.อ. กาํ หนด ประโยชน์ต่อการเรียนการสอนระดบั อดุ มศึกษา ประโยชน์ต่อการเรียนการสอนระดบั อุดมศึกษา
2) Proceeding ใช้ไม่ได้ - มกี ารวเิ คราะห์และเสนอความรู้ หรือวธิ ีการ - มกี ารวเิ คราะห์และเสนอความรู้หรือวธิ ีการ
ทที นั สมัยต่อความก้าวหน้าทางวชิ าการ และ ทที นั สมัยต่อความก้าวหน้าทางวชิ าการ และ
เป็ นประโยชน์ต่อวงวชิ าการ เป็ นประโยชน์ต่อวงวชิ าการ
- มกี ารสอดแทรกความคดิ ริเริมและ - มกี ารสอดแทรกความคดิ ริเริมและ 183
ประสบการณ์หรือผลงานวจิ ยั ของผ้เู ขียนที ประสบการณ์หรือผลงานทางวิชาการของผ้ขู อ
แสดงให้เห็นถึงความรู้ทเี ป็ นประโยชน์ต่อการ ทเี ป็ นการแสดงให้เห็นถึงความรู้ทเี ป็ น
เรียนการสอน ประโยชน์ ต่อการเรียนการสอน
- สามารถนําไปใช้อ้างองิ หรือนําไปปฏิบัติได้ -ได้รับการอ้างองิ และใช้สอนอย่างกว้างขวาง
ในวงวชิ าการระดบั ชาติ
- มคี วามละเอยี ดและความลุ่มลกึ ทาง
วชิ าการระดบั สูง
ศ.เกียรติคุณ ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์ 17 ศ.เกียรติคุณ ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์ 18
เกณฑ์ 60 เกณฑ์ 63 เกณฑ์ 60 เกณฑ์ 63
หนังสือ อย่างน้อยระดบั ดมี าก หนังสือ อย่างน้อยระดบั A วธิ ีที 3 สําหรับสาขาวชิ าทางด้านบริหารธุรกจิ
- มเี นือหาสาระทางวชิ าการถูกต้อง - มเี นือหาสาระทางวชิ าการถูกต้องสมบูรณ์ เศรษฐศาสตร์ และสาขาวชิ าอืน ๆ ตามที ก.พ.อ.
สมบูรณ์ และทนั สมยั - มกี ารบูรณาการองค์ความรู้และแนวคดิ ทที นั สมยั กาํ หนด
- มแี นวคดิ และการนําเสนอทชี ัดเจนเป็ น - มีการนําเสนอทชี ัดเจนเป็ นประโยชน์ต่วง ผู้ขอต้องเสนอเอกสาร หลกั ฐาน ดงั นี
ประโยชน์ต่อวงวชิ าการ วชิ าการระดบั ชาติ 1) งานวจิ ัยอย่างน้อย 5 เรือง ทีได้รับการเผยแพร่
- มกี ารวเิ คราะห์ เสนอความรู้หรือวธิ ีการ - มกี ารวเิ คราะห์ เสนอความรู้หรือวธิ ีการที ในวารสารทีอยู่ในฐานข้อมูล Scopus หลงั จาก ผศ.
ทที นั สมยั ต่อความก้าวหน้าทางวชิ าการ ทนั สมยั ต่อความก้าวหน้าทางวิชาการ โดยอย่างน้อย 3 เรือง ผู้ขอต้องเป็ นผู้ประพนั ธ์
- มกี ารสอดแทรกความคดิ ริเริมและ - มกี ารสอดแทรกความคดิ ริเริมและประสบการณ์ อนั ดบั แรกหรือเป็ นผู้ประพนั ธ์บรรณกจิ และ
ประสบการณ์หรือผลงานวจิ ัยทเี ป็ นการ หรือผลงานทางวชิ าการของผู้ขอ ทเี ป็ นการแสดงให้ 2) มงี านวจิ ัยทไี ด้รับอ้างองิ จาก Scopus โดยรวม 184
(Life-time citation) อย่างน้อย 150 รายการ โดย
แสดงให้เห็นถึงความรู้ทเี ป็ นประโยชน์ต่อ เห็นถงึ ความรู้ทเี ป็ นประโยชน์ ต่อวงวชิ าการ ไม่นับงานวจิ ยั ทอี ้างองิ งานตนเอง และ
วงวิชาการ ระดบั ชาติ และ
- สามารถนําไปใช้อ้างองิ หรือนําไปปฏบิ ัติ -ได้รับการอ้างองิ อย่างกว้างขวางต่อวงวชิ าการ
ได้ ระดบั นานาชาติ
- มคี วามละเอยี ดและความล่มุ ลกึ ทางวชิ าการ
ระดบั สูง
ศ.เกียรติคุณ ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์ 19 ศ.เกียรติคุณ ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์ 20
เกณฑ์ 60 เกณฑ์ 63 เกณฑ์ 60 เกณฑ์ 63
3) มีค่า Life-time-h-index (Scopus) ไม่น้อยกว่า 4 2. ผลงานทุกประเภทต้องเป็ นผลงาน 2. ผลงานทุกประเภทต้องเป็ นผลงาน
และ หลงั จากได้รับการแต่งตงั ให้ดาํ รง หลงั จากได้รับการแต่งตงั ให้ดาํ รงตาํ แหน่ง
4) เป็ นหัวหน้าโครงการวจิ ยั ทไี ด้รับทุนจากแหล่งทุน ตาํ แหน่งวชิ าการเดมิ วชิ าการเดิม ทงั นีอนุโลมให้ใช้ผลงาน
ภายนอกสถาบนั อย่างน้อย 5 โครงการ (Life-time) วชิ าการทไี ด้รับการเผยแพร่ตาม
หลกั เกณฑ์ที ก.พ.อ. กาํ หนด ไม่เกนิ 5 ปี 185
หาก กพว. พจิ ารณาเห็นว่าจริยธรรมและ ก่อนวนั ทไี ด้รับการแต่งตงั ให้ดาํ รง
จรรยาบรรณทางวชิ าการเป็ นไปตามทกี าํ หนดไว้ และ ตาํ แหน่ง ผศ. จํานวน 1 ใน 3 ของผลงาน
ผลงานเป็ นไปตามหลกั เกณฑ์ทกี าํ หนด ให้นําเสนอ ทนี ํามาเสนอขอกาํ หนดตําแหน่ง โดยผล
ต่อสภาสถาบันอุดมศึกษาพจิ ารณาอนุมตั ิ โดยไม่ต้อง การตัดสินจะต้องมผี ลงานใหม่หลงั จากที
แต่งตงั คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒปิ ระเมนิ ผลงาน ได้รับการแต่งตงั ให้ดาํ รงตาํ แหน่ง ผศ. ที
วชิ าการ ผ่านเกณฑ์การประเมินอย่างน้อย 2 เรือง
ศ.เกียรติคุณ ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์ 21 ศ.เกียรติคุณ ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์ 22
ศาสตราจารย์
เกณฑ์ 60 เกณฑ์ 63 เกณฑ์ 60 เกณฑ์ 63
1. ผลงานทางวชิ าการ 1. ผลงานทางวชิ าการ ผลงานตาม 1-2 อย่างน้อย 2 เรือง 186
ผู้ขอเสนอขอผลงานได้ 2 วธิ ี ผู้ขอเสนอขอผลงานได้ 3 วธิ ี ผู้ขอต้องเป็ นผู้ประพนั ธ์อนั ดบั แรก
หรือผู้ประพนั ธ์บรรณกจิ และตาํ รา
วธิ ีที 1 ผลงานมีคุณภาพในระดับดีมาก วธิ ีที 1 ผลงานมคี ุณภาพในระดบั A หรือหนังสือ อย่างน้อย 1 เรือง ผู้ขอ
1. ผลงานวจิ ัย 2 เรือง หรือ 1. ผลงานวจิ ยั 3 เรือง หรือ ต้องเป็ นผู้ประพนั ธ์อนั ดบั แรก
2. ผลงานวจิ ัย 1 เรือง และผลงานทาง 2. ผลงานวจิ ัยอย่างน้อย 1 เรือง และ
วชิ าการในลกั ษณะอืน 1 รายการ หรือ ผลงานทางวชิ าการในลกั ษณะอืน หรือ
3. ผลงานวจิ ยั 1 เรือง และผลงาน ผลงานวชิ าการรับใช้สังคมรวมกนั
วชิ าการรับใช้สังคม 1 รายการ และ ทงั หมด อย่างน้อย 3 เรือง และ
4. ตํารา หรือ หนังสือ 2 เล่ม 3. ตาํ รา หรือ หนังสืออย่างน้อย 2 เล่ม
ศ.เกียรติคุณ ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์ 23 ศ.เกียรติคุณ ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์ 24
เกณฑ์ 60 เกณฑ์ 63
วธิ ีที 2 ผลงานมคี ุณภาพในระดบั ดเี ด่น วธิ ีที 2 ผลงานมีคุณภาพและปริมาณ ดังนี เกณฑ์ 60 เกณฑ์ 63
1) ผลงานวจิ ยั 3 เรือง หรือ 1) ผลงานวจิ ยั อย่างน้อย 5 เรือง มีคุณภาพใน ผลงานตาม 1-2 มคี ุณภาพระดบั A+ อย่างน้อย
2 เรือง และมีคณภาพระดบั A อย่างน้อย 1 เรือง
2) ผลงานวจิ ัย 1 เรือง หรือ ตาํ รา หรือ ระดบั A+ อย่างน้อย 2 เรือง และมคี ุณภาพใน ผู้ขอต้องเป็ นผู้ประพนั ธ์อนั ดบั แรก หรือ
หนังสือ 1 เล่ม และผลงานทางวชิ าการ ระดบั A อย่างน้อย 3 เรือง หรือ ผู้ประพนั ธ์บรรณกจิ สําหรับตาํ ราหรือหนังสือ
ในลกั ษณะอืน หรือ ผลงานวชิ าการ 2) ผลงานวจิ ัยอย่างน้อย 1 เรือง และผลงานทาง มคี ุณภาพระดบั A+ อย่างน้อย 1 เล่ม และมี
รับใช้สังคมรวมกนั ทงั หมดอย่างน้อย วชิ าการในลกั ษณะอืน หรือ ผลงานวชิ าการ คุณภาพระดบั A อย่างน้อย 2 เล่ม ผู้ขอต้องเป็ น
รับใช้สังคมรวมกนั ทงั หมด อย่างน้อย 5 เรือง ผู้ประพนั ธ์อนั ดบั แรก 187
3 เรือง หรือ โดยทผี ลงานทางวชิ าการอย่างน้อย 2 เรือง มี
3) ตาํ รา หรือ หนังสือ 3 เล่ม คุณภาพในระดบั A+ และผลงานทางวชิ าการ
อย่างน้อย 3 เรืองมีคุณภาพระดบั A หรือ
3) ตํารา หรือ หนังสืออย่างน้อย 3 เล่ม มี
คุณภาพในระดบั A+ อย่างน้อย 1 เล่ม ระดบั A
อย่างน้อย 2 เล่มศ.เกียรติคุณ ดร.บุญเรียงขจรศิลป์ 25 ศ.เกียรติคุณ ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์ 26