)
กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 3
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2562
โรงเรยี นบา้ นน้าชา้ (วชิ ยั ชนานุเคราะห)์
ส้านกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาแพร่ เขต 1
สา้ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน
)
กระทรวงศธึ ิการ ก
ค้าน้า
กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
และได้กาหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ เพ่ือให้สถานศึกษานาไปใช้เป็น
กรอบทิศทางในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา วางแผนจัดการเรียนการสอนและจัดกิจกรรมการเรียนรู้
เพ่ือพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามมาตรฐานการเรียนรู้และ
ตัวช้ีวัดที่กาหนดให้ พร้อมทั้งดาเนินการวัดประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนให้มีคุณภาพตามหลักการของ
หลักสูตร เพ่ือให้เกิดผลสาเร็จตามเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษาไทย ดังน้ันขั้นตอนการนาหลักสูตร
สถานศึกษาไปปฏิบัติจริงในชั้นเรียนของครูผู้สอน จึงจัดเป็นหัวใจสาคัญของการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้
บรรลตุ ามเปา้ หมายของหลักสตู ร
โรงเรียนบ้านน้าชา(วิชัยชนานุเคราะห์) จึงจัดทาแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาประวัติศาสตร์ ชั้น
ประถมศึกษาปีท่ี 3 เพื่อให้ครูผู้สอนใช้เป็นแนวทางวางแผนจัดการเรียนรู้แก่ผู้เรียน โดยจัดทาเป็นหน่วย
การเรียนรูอ้ งิ มาตรฐานและออกแบบกจิ กรรมการเรียนรู้ด้วยทักษะประวัติศาสตร์ 1S2C เรียนรู้เรื่องราวทาง
ประวัติศาสตร์ในท้องถิ่นของตนโดยมุ่งเน้นกระบวนการคิด การสืบค้นข้อมูล ผ่านการลงมือปฏิบัติ Active
Learning อยา่ งมขี ้นั ตอน และเป็นระบบ
ขอขอบคณุ สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พื้นฐานที่เลง็ เหน็ ความสาคัญในการจัดการเรียนรู้
ผ่านการลงมือปฏิบตั ิ Active Learning ขอขอบคุณ ศกึ ษานิเทศก์วมิ ลสิริ ประเทือง ศึกษานิเทศก์สานักงาน
เขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาแพรเ่ ขต 1 นายธีรพงศ์ ซ่ือตรง ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านน้าชา(วิชัยชนา
นเุ คราะห์) คณะครูผสู้ อนทกุ ทา่ นและผู้ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งทมี่ สี ว่ นรว่ มให้เอกสารฉบับนส้ี าเร็จลุลว่ งด้วยดี
ผู้จดั ทา
นางสาวกชกร จนิ ะโสต
) ข
สารบญั หน้า
ก
คานา ข
สารบัญ 1
การพฒั นาศักยภาพการคิดของผเู้ รยี น 6
คาอธบิ ายรายวชิ า 8
โครงสรา้ งรายวชิ า 9
โครงสร้างแผนการจดั การเรยี นรู้
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 ศักราชในชีวติ ประจา้ วัน 10
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 เร่อื งราวส้าคัญของโรงเรียนและชุมชน 34
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 ถ่ินฐานไทย (1) 61
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 4 ถน่ิ ฐานไทย (2) 82
บรรณานกุ รม ค
)
การพฒั นาศกั ยภาพของผูเ้ รยี น
การสอนประวัติศาสตร์ของไทยท่ีผ่านมา มีปัญหาค่อนข้างมาก เน่ืองจากเป็นการสอนให้นักเรียน
ท่องจาเหตุการณ์ ในประวัติศาสตร์ และมิได้สอนให้นักเรียนวิเคราะห์หลักฐานทางประวัติศาสตร์ เพ่ือ
เชื่อมโยงความเป็นมาของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถใน
พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ได้ทรงมีพระราชดารัสแสดงความห่วงใย
การเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย ซึ่งสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานได้สนอง
พระราชดาริ โดยนาไปเป็นนโยบายให้สถานศึกษาจัดการเรยี นการสอนประวัติศาสตร์ โดยปรับรายละเอียด
ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา
และวัฒนธรรม สาระประวัติศาสตร์ โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านแหล่งเรียนรู้ทาง
ประวัติศาสตร์ท้องถ่ินจากการรวบรวมปัญหาการจัดการเรียนการสอนรายวิชาประวัติศาสตร์ พบว่า มี
ประเด็นท่ีน่าสนใจ คือ เน้ือหาของวิชาประวัติศาสตร์เป็นนามธรรม นักเรียนไม่สามารถสัมผัสกับ
ประวัติศาสตร์เหล่าน้ันได้โดยตรง การเรียนการสอนจึงอาศัยการอ่าน การท่องจา ลาดับเหตุการณ์ หรือ
เรื่องราวต่าง ๆ โดยผ้เู รยี นไมไ่ ดใ้ ช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ ทาใหผ้ ู้เรียนไม่ได้รับการพัฒนากระบวนการคิด
อีกประการหนึ่ง คือ กิจกรรมการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่จะเน้นครูเป็นศูนย์กลาง เน้น
การสอนแบบบรรยายเพ่ือถ่ายทอดความรู้มากกว่าการส่งเสริมให้นักเรียนสร้างองค์ความรู้และแสวงหา
ความรู้ด้วยตนเอง เน่ืองจากครูผู้สอนในรายวิชาประวัติศาสตร์ยังมีความเข้าใจในขั้นตอนของวิธีการทาง
ประวัติศาสตร์ต่ากว่าเกณฑ์ กิจกรรมการเรียนการสอนเช่นนี้ทาให้ผู้เรียนเกิดความเบ่ือหน่ายส่งผลให้
ผลสมั ฤทธ์ิ ทางการเรียนอย่ใู นระดับทไ่ี มน่ ่าพอใจนกั เม่อื นักเรียนไมส่ นใจในการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ ซึ่ง
เป็นวิชาที่พัฒนา ความเป็นพลเมืองดี เป็นการเรียนรู้อดีตเพ่ือเข้าใจสภาพปัญหาและการพัฒนาทักษะการ
คิดอย่างมีเหตุผล นอกจากนี้ ยังพบว่า รายวิชาประวัติศาสตร์ขาดความเป็นเอกเทศ ครูบางส่วนยังขาด
ความรู้ความสามารถ และทักษะในการออกแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ดังน้ันในปัจจุบัน
จึงไดเ้ น้นให้ครูมีความสามารถในการออกแบบกิจกรรมเพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง
ๆ ได้อยา่ งมเี หตผุ ลเชื่อถอื ได้ โดยอาศัยวิธีการทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นวิธีท่ีมุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้มี
เหตผุ ล รู้จักและสามารถทางานอย่างเกิดเป็นระบบนอกจากนี้การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ต้อง
มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะท่ีสาคัญประการหนึ่ง คือ
ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เพื่อเป็นการสร้างองค์ความรู้ในการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้
อย่างถูกต้องเหมาะสม ดังน้ันการแก้ปัญหาจึงต้องเริ่มต้นท่ีครูผู้สอนประวัติศาสตร์ จัดการเรียนการสอน
)
ประวัติศาสตร์มีปัญหาในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการทางประวัติศาสตร์ พัฒนา
รปู แบบการเรียนรปู้ ระวัติศาสตร์ดว้ ยทกั ษะทางประวตั ศิ าสตร์ 1S2C มีขั้นตอนสาคัญ คือ ข้ัน S (Sourcing)
เป็นการสืบค้นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่หลากหลายและมีความเกี่ยวเน่ืองกับความเป็นมาของท้องถิ่น
ขน้ั C ที่ 1 คือ Corroboration เป็นการสร้างความเช่ือมั่น หรือประเมินค่าของหลักฐาน เม่ือได้หลักฐานที่
แน่ชัดจากการตรวจสอบแยกแยะท่ีหลากหลายจึงนามาประเมินค่าความเช่ือมั่นและตรวจสอบความถูกต้อง
ข้ัน C ท่ี 2 คือ Contextualizing เป็นการนาหลักฐานหลาย ๆช้ินมาประกอบเปรียบเทียบเพ่ือให้ได้ความ
จริงท่ีถูกต้องด้านประวัติศาสตร์ และการศึกษาร่องรอยทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาแหล่งเรียนรู้ทาง
ประวตั ิศาสตร์ท้องถิ่นโดยตรง
พื้นท่ีการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของสถานศึกษาในพ้ืนที่จังหวัด แพร่มีแหล่งเรียนรู้ทาง
ประวัติศาสตร์ท้องถ่ินที่ควรแก่การศึกษาเรียนรู้ ได้แก่ อนุสาวรีย์สองมหาวีรบุรุษเมืองแพร่ ปู่พญาพลและ
พระยาเมืองไชย คุ้มเจ้าหลวง พิริยะ เทพวงศ์ เป็นต้น จากสภาพความสาคัญของประวัติศาสตร์เมืองแพร่
ประกอบกับนโยบายการสอนประวัติศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ ผู้จัดทาจึงสนใจท่ีจะจัดการเรียนการ
สอนโดยใช้กระบวนการทางประวตั ิศาสตร์ 1S2C ใชแ้ หลง่ เรยี นรูท้ างประวัติศาสตร์เป็นแหล่งเรียนรู้ในการ
จัดการเรียนการสอนประวตั ศิ าสตร์ทอ้ งถิน่ ต่อไป
1. หลกั การจดั การเรยี นรู้
หน่วยการเรียนรู้แต่ละหน่วย จะกาหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดไว้เป็นเป้าหมายใน
การจดั การเรียนการสอน ผู้สอนศึกษาและวิเคราะห์รายละเอียดของมาตรฐานตัวช้ีวัดทุกข้อ ระบุให้ผู้เรียน
ต้องมีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับเร่ืองอะไร และต้องสามารถลงมือปฏิบัติอะไรได้บ้าง และผลการเรียนรู้ที่
เกิดข้ึนกับผู้เรียนตามมาตรฐานตัวชี้วัดน้ีจะนาไปสู่การเสริมสร้างสมรรถนะสาคัญและคุณลักษณะ อันพึง
ประสงคด์ า้ นใดแก่ผู้เรยี น
มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ผเู้ รยี นรอู้ ะไร
ตวั ชว้ี ดั ผเู้ รยี นทาอะไรได้
นาไป
สมรรถนะสาคญั ของ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ผเู้ รยี น
)
2. หลกั การจัดกจิ กรรมการเรียนรทู้ ่ีเน้นผู้เรยี นเป็นส้าคญั
เมอ่ื ผสู้ อนวเิ คราะห์รายละเอยี ดของมาตรฐานตัวช้ีวัดและได้กาหนดเป้าหมายการจัดการเรียน
การสอนเรียบร้อยแล้ว จึงกาหนดขอบข่ายสาระการเรียนรู้และแนวทางการจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียน
ลงมือปฏบิ ตั ติ ามขน้ั ตอนของกจิ กรรมการเรียนรู้ที่ออกแบบไวจ้ นบรรลตุ ัวช้วี ดั ทกุ ข้อ
มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ดั เป้าหมาย หลกั การจดั การเรยี นรู้
การเรยี นรู้ เน้นผเู้ รยี นเป็นสาคญั
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น และการ สนองความแตกต่างระหว่างบุคคล
เน้นพฒั นาการทางสมอง
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ พฒั นา กระตุน้ การคดิ
ของผเู้ รยี น คณุ ภาพ เน้นความรคู้ ่คู ณุ ธรรม
ของผเู้ รยี น
3. หลักการบูรณาการกระบวนการเรยี นรสู้ ่มู าตรฐานตัวช้วี ดั
เมื่อผู้สอนกาหนดขอบข่ายสาระการเรียนรู้ และแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไว้
แล้ว จึงกาหนดรูปแบบการเรียนการสอนและกระบวนการเรียนรู้ที่จะฝึกฝนผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้
บรรลุผลตามมาตรฐานตัวช้ีวัด โดยเลือกใช้กระบวนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ที่เป็น
เป้าหมายในหน่วยน้ันๆ เช่น กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการ
เรียนรู้ด้วยตนเอง กระบวนการเผชิญสถานการณ์และการแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์
จริง กระบวนการ พัฒนาลักษณะนิสัย กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ
กระบวนการทาง สังคม ฯลฯ กระบวนการเรียนรู้ท่ีมอบหมายให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติน้ันจะต้องนาไปสู่การ
เสรมิ สรา้ งสมรรถนะสาคญั และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ของผู้เรยี นตามสาระการเรียนรู้ที่กาหนดไว้ในแต่
ละหน่วยการเรียนรู้
)
4. หลกั การจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และกิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละหน่วยผู้สอนต้องกาหนด
ข้ันตอนและวิธีปฏิบัติให้ชัดเจน โดยเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือฝึกฝนและฝึกปฏิบัติมากที่สุด ตามแนวคิดและ
วธิ ีการสาคญั คือ
1) การเรียนรู้ เป็นกระบวนการทางสติปัญญา ที่ผู้เรียนทุกคนต้องใช้สมองคิดและทาความ
เขา้ ใจในสง่ิ ตา่ งๆ ร่วมกับการลงมอื ปฏบิ ตั ิ ทดลองค้นคว้า จนสามารถสรุปเป็นความรู้ด้วย
ตนเอง และสามารถนาเสนอผลงาน แสดงองคค์ วามรู้ทเี่ กิดขึ้นในแตล่ ะหน่วยการเรียนรไู้ ด้
2) การสอน เป็นการเลือกวิธีการหรือกิจกรรมท่ีเหมาะสมกับการเรียนรู้ในหน่วยน้ันๆ และที่
สาคัญคือต้องเป็นวิธีการท่ีสอดคล้องกับสภาพผู้เรียน ผู้สอนจึงต้องเลือกใช้วิธีการสอน
เทคนคิ การสอน และรูปแบบการสอนอย่างหลากหลาย เพื่อช่วยให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรม
การเรยี นรู้ไดอ้ ยา่ งราบรนื่ จนบรรลุตัวชีว้ ัดทกุ ขอ้
3) รูปแบบการสอน ควรเป็นวิธีการและขั้นตอนฝึกปฏิบัติท่ีส่งเสริมหรือกระตุ้นให้ผู้เรียน
สามารถคิดอย่างเป็นระบบ เช่น รูปแบบการสอนตามวัฏจักรการสร้างความรู้แบบ 5E
รูปแบบ การสอนโดยใช้การคิดแบบโยนิโสมนสิการ รูปแบบการสอนแบบ CIPPA
Model รูปแบบ การเรียนการสอนตามวัฏจักรการเรียนรู้แบบ 4MAT รูปแบบการเรียน
การสอนแบบร่วมมือเทคนคิ JIGSAW, STAD, TAI, TGT เป็นตน้
4) วิธีการสอน ควรเลือกใช้วิธีการสอนท่ีสอดคล้องกับเนื้อหาของบทเรียน ความถนัด ความ
สนใจ และสภาพปัญหาของผู้เรียน วิธีสอนท่ีดีจะช่วยให้ผู้เรียนบรรลุผลการเรียนรู้ตาม
ตวั ชว้ี ัดในระดับผลสัมฤทธิ์ที่สูง เช่น วิธีการสอนแบบบรรยาย การสาธิต การทดลอง การ
อภิปรายกล่มุ ยอ่ ย การแสดงบทบาทสมมติ การใชก้ รณีตวั อย่าง การใช้สถานการณ์จาลอง
การใช้ศูนยก์ ารเรยี น การใช้บทเรียนแบบโปรแกรม เป็นต้น
5) เทคนิคการสอน ควรเลือกใช้เทคนิคการสอนท่ีสอดคล้องกับวิธีการสอน และช่วยให้
ผู้เรียนเข้าใจเน้ือหาในบทเรียนได้ง่ายขึ้น สามารถกระตุ้นความสนใจและจูงใจให้ผู้เรียน
ร่วมปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เทคนิคการใช้ผังกราฟิก
(Graphic Organizers) เทคนิคการใช้คาถาม เทคนิคการเล่านิทาน การเล่นเกม การใช้
ตัวอย่างกระตุ้นความคดิ การใชส้ อื่ การเรยี นรู้ที่นา่ สนใจ เปน็ ต้น
6) สอื่ การเรยี นการสอน ควรเลอื กใชส้ ่อื หลากหลายกระตุ้นความสนใจ และทาความกระจ่าง
ในเนื้อหาสอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ และเป็นเครื่องมือช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้
บรรลุตัวชี้วัดอย่างราบรื่น เช่น สื่อส่ิงพิมพ์ เอกสารประกอบการสอน แถบวีดิทัศน์ แผ่น
)
สไลด์ คอมพิวเตอร์ VCD LCD Visualizer เป็นต้น ควรเตรียมสื่อให้ครอบคลุมทั้งส่ือการ
สอนของครแู ละสอื่ การเรียนรู้ของผ้เู รียน
5. ทักษะทางประวัติศาสตร์ (1S2C)
ทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์ที่เน้นการต้ังคาถามตลอดเวลา ไม่ใช่เพียงการนา
ข้อมูล หลักฐานที่รวบรวมได้มาเรียงต่อกัน ทักษะทางประวัติศาสตร์ (1S2C) ได้แก่ Sourcing
Corroboration และ Contextualizing
Sourcing หมายถงึ กระบวนการรวบรวมขอ้ มลู หลักฐานจากแหล่งต่างๆ
Corroboration หมายถึง กระบวนการประเมินค่าเนื้อหาและข้อมูลที่ปรากฏในหลักฐาน
น้ันๆ เชน่ ความนา่ เชื่อถอื อคติของผูเ้ ขยี น ข้อเทจ็ จริง การบิดเบือนข้อมลู ความหมายท่แี ท้จรงิ เปน็ ตน้
Contextualizing หมายถึง กระบวนการเปรียบเทียบเน้ือหาและข้อมูลที่ได้จากหลักฐานน้ัน
ๆ กับหลักฐาน เอกสารข้อมูลแวดล้อมอื่น ๆ เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริง หรือ ความจริงทางประวัติศาสตร์
ความเป็นมาของเหตุการณ์ สาเหตทุ ่ีทาให้เกิดเหตกุ ารณ์ ความเป็นไปของเหตุการณ์ ผลของเหตุการณ์ เป็น
ตน้
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีมปี ระสทิ ธภิ าพ นอกจากจะเปิดโอกาสใหผ้ เู้ รยี นไดล้ งมอื ปฏบิ ัตจิ รงิ
แลว้ จะตอ้ งฝึกฝนกระบวนการคิดทุกขนั้ ตอน โดยใช้เทคนิคการตัง้ คาถามกระตุ้นความคิด และใชร้ ะดบั
คาถามให้สัมพนั ธ์กบั เนอื้ หาการเรยี นรูต้ งั้ แตร่ ะดับความรู้ ความจา ความเขา้ ใจ การนาไปใช้ การวิเคราะห์
การสังเคราะห์ และการประเมนิ ค่า
)
ค้าอธิบายรายวิชา
รายวิชา ประวัตศิ าสตร์ กลมุ่ สาระการเรียนร้สู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 1
รหสั วิชา ส13102
เวลา 20 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น
ศกึ ษา วเิ คราะห์ อธิบาย ลาดับเหตุการณส์ าคัญของโรงเรยี นและชมุ ชน โดยระบุหลกั ฐานและ
แหล่งขอ้ มลู ทเี่ กย่ี วข้อง การเทียบศกั ราชที่สาคญั ตามปฏทิ ินท่ีใช้ในชีวิตประจาวัน ปัจจยั ท่ีมีอิทธพิ ลตอ่ การ
ต้งั ถิน่ ฐานและพัฒนาการของชมุ ชน ลกั ษณะที่สาคญั ของขนบธรรมเนยี ม ประเพณี และวฒั นธรรมของ
ชุมชน ความเหมือนและความตา่ งทางวัฒนธรรมของชมุ ชนตนเองกับชุมชนอน่ื ๆ ระบุพระนามและอธิบาย
พระราชกรณยี กิจโดยสงั เขปของพระมหากษัตริย์ไทยที่เปน็ ผสู้ ถาปนาอาณาจักรไทย พระมหากษัตริย์ใน
รชั กาลปัจจุบัน และวีรกรรมของบรรพบุรุษไทยทปี่ กปอ้ งประเทศชาติ
โดยใชก้ ระบวนการสืบค้นขอ้ มูล วิธกี ารทางประวัติศาสตร์ กระบวนการคิดวเิ คราะห์ กระบวนการ
กลมุ่ กระบวนการทางสงั คม
เพอื่ ให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้วธิ ีการทางประวัตศิ าสตรม์ าวเิ คราะห์เหตกุ ารณ์ต่างๆ
อย่างเป็นระบบ ตระหนักถงึ ความสาคัญของเหตุการณ์ตา่ งๆ มคี วามรัก ความภูมิใจ และธารงความเป็นไทย
สามารถดาเนนิ ชีวติ อยา่ งสันตสิ ุขในสงั คมไทยและสังคมโลก
ตวั ชีว้ ดั
ส 4.1 ป.3/1, ป.3/2
ส 4.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3
ส 4.3 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3
รวม 8 ตวั ชีว้ ดั
)
มาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ชี้วัด
มาตรฐาน ส 4.1 เขา้ ใจความหมาย ความสาคญั ของเวลาและยคุ สมยั ทางประวตั ิศาสตร์ สามารถ
ใชว้ ิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ วิเคราะห์เหตุการณ์ตา่ ง ๆ อย่างเปน็ ระบบ
ตัวชี้วดั
ป. 3/1 เทยี บศักราชท่สี าคญั ตามปฏิทนิ ท่ีใช้ในชีวิตประจาวนั
ป. 3/2 แสดงลาดบั เหตกุ ารณ์สาคญั ของโรงเรยี น ชมุ ชน โดยระบหุ ลกั ฐานแหลง่ ข้อมูลที่
เก่ียวขอ้ ง
มาตรฐาน ส 4.2 เขา้ ใจพฒั นาการของมนุษยชาตจิ ากอดตี จนถึงปจั จบุ ันในด้านความสมั พันธ์ และ
การเปล่ยี นแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเนื่องตระหนักถึงความสาคญั และสามารถวเิ คราะหผ์ ลกระทบท่ี
เกิดขึ้น
ตัวชีว้ ดั
ป.3/1 ระบปุ ัจจัยทมี่ ีอิทธพิ ลต่อการตัง้ ถ่ินฐาน และพัฒนาการของชุมชน
ป.3/2 สรุปลักษณะทสี่ าคญั ของขนบธรรมเนียมประเพณี และวฒั นธรรมของชุมชน
ป.3/3 เปรียบเทียบความเหมือนความแตกต่างทางวัฒนธรรมของชมุ ชน ตนเองและ
ชมุ ชนอน่ื ๆ
มาตรฐาน ส 4.3 เขา้ ใจความเป็นมาของชาตไิ ทย วฒั นธรรม ภูมิปญั ญาไทย มีความรัก ความ
ภูมใิ จ และธารง
ความเป็นไทย
ตัวช้ีวดั
ป.3/1 ระบพุ ระนามและพระราชกรณยี กิจโดยสังเขปของพระมหากษตั รยิ ไ์ ทยทเ่ี ป็นผู้
สถาปนา
อาณาจักรไทย
ป.3/2 อธบิ ายพระราชประวตั ิและพระราชกรณยี กจิ ของพระมหากษตั ริย์ในรัชกาล
ปจั จุบนั โดยสังเขป ป.3/3 เลา่ วรี กรรมของบรรพบรุ ษุ ไทยท่ีมสี ว่ นปกป้องประเทศชาติ
)
โครงสร้างรายวิชา
ภาคเรียนที่ 1 /2562
ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสา้ คัญ เวลา
ลา้ ดบั ที่ เรียนรู้ เรียนรู้ / ตวั ชี้วดั (ชว่ั โมง)
1 ย้อนรอยไทย ส 4.1 ป. 3/1 การเทียบศักราชตามปฏทิ ินที่ใช้ใน 2
ชีวิตประจาวนั จะช่วยใหล้ าดบั เหตกุ ารณ์
หรอื เร่ืองราวต่างๆ ทเี่ กิดขึ้นได้ถูกต้อง
2 เรือ่ งราวสาคัญของ ส 4.1 ป. 3/2 การสืบคน้ และรวบรวมขอ้ มูลจากหลกั ฐาน 4
โรงเรยี นและชุมชน และแหล่งข้อมูลทเี่ ก่ยี วข้องอย่างมีระบบ
ขนั้ ตอน ชว่ ยใหส้ ามารถลาดบั เหตุการณ์
สาคญั ท่เี กิดขึ้นในโรงเรียนและชมุ ชนได้
สอดคล้องกบั ความเปน็ จริง
3 ความเป็นมาของ ส 4.2 ป. 3/1 ปจั จัยทางภมู ิศาสตร์และปจั จัยทางสังคมมี 4
ชุมชน ผลตอ่ การตั้งถิน่ ฐานและพัฒนาการของ
ชมุ ชนในภาคต่างๆ ของประเทศไทย
4 ถนิ่ ฐานไทย ส 4.2 ป. 3/2 ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรม 6
ป. 3/3 เป็นวิถกี ารดาเนินชวี ิตอันเป็นเอกลักษณ์
ของชุมชนทเี่ กดิ จากปจั จัยทางภูมิศาสตร์
และปจั จัยทางสงั คมของแต่ละชมุ ชน
)
โครงสรา้ งแผนการจัดการเรยี นรู้
วิชา ประวตั ศิ าสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3
ภาคเรยี นที่ 1/ 2562 เวลา 20 ชัว่ โมง
หน่วยการเรยี นรู้ แผนการจดั เวลา
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 (ช่ัวโมง)
การเรียนรู้
1. เรยี นรู้เร่ืองเวลา 1
1
ยอ้ นรอยไทย 2. วิธกี ารเทยี บศักราช 1
1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 1. เร่อื งราวโรงเรียนและชุมชนของเรา 2
2
เรื่องราวสาคัญของโรงเรียน 2. การลาดับเรอื่ งราวตามเวลา
2
และชมุ ชน 3. เรอ่ื งราวสาคัญของชุมชน
2
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 1. ปจั จยั ท่มี ผี ลต่อการตัง้ ถิ่นฐานและ 2
2
ความเปน็ มาของชมุ ชน พัฒนาการของชมุ ชน
4
2. ปัจจัยทมี่ ผี ลตอ่ การต้ังถน่ิ ฐานและ 20
พัฒนาการของชมุ ชนภาคเหนือ
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 4 1. ถิน่ ฐานไทย
ถิ่นฐานไทย 2. วฒั นธรรมของชุมชน
3. ความเหมอื นและความแตกต่างทาง
วัฒนธรรมของชุมชน
สอบเกบ็ คะแนน
รวม
)
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1
ย้อนรอยไทย
)
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 3
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2562 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1
หน่วยย่อยท่ี 1 ย้อนรอยไทย เรอ่ื ง เรียนรู้วนั เวลา
ผู้สอน นางสาวกชกร จนิ ะโสต เวลา 1 ชั่วโมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสาคัญของเวลา และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการ
ทางประวตั ศิ าสตรม์ าวิเคราะห์เหตุการณต์ ่างๆอย่างเป็นระบบ
ตวั ช้วี ัด
ป. 3/1 เทยี บศักราชที่สาคัญตามปฏทิ ินท่ใี ช้ในชวี ิตประจาวนั
2. สาระส้าคัญ
การนับช่วงเวลาเปน็ พทุ ธศกั ราช ครสิ ต์ศกั ราช จะต้องรู้ทมี่ าของศักราช
3. สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ท่ีมาของศักราชทีป่ รากฏในปฏิทนิ เชน่ พุทธศกั ราช คริสต์ศักราช อยา่ งสังเขป
4.จุดประสงค์การเรยี นรู้
ความรู้
4.1 บอกที่มาของพุทธศักราช หรือ พ.ศ. คริสตศ์ ักราช
ทกั ษะ/กระบวนการ
4.2 เรียงลาดับเหตุการณ์ ทีเ่ กิดขนึ้ ในชว่ งเวลาได้
คุณธรรม จริยธรรม/คา่ นยิ ม
4.3 มมี ารยาทในการฟงั การดู และการพูด
5. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
- ความใฝเ่ รียนรู้
- ความมงุ่ มัน่ ในการทางาน
6. สมรรถนะส้าคญั ของผ้เู รยี น
- ความสามารถในการคิด
)
7. กิจกรรมการเรยี นรู้ : วธิ สี อนด้วยทักษะทางประวตั ิศาสตร์ 1S2C
ขน้ั น้าเขา้ สู่บทเรียน (15 นาท)ี
1. ครูนาตัวอย่างปฏิทินมาแสดงให้นักเรียนดูท่ีหน้าช้ันเรียน แล้วให้นักเรียนสังเกตรายละเอียด
ต่างๆ ที่ปรากฏอยูบ่ นปฏทิ นิ
S : Sourcing
2. ครูตั้งประเดน็ คาถามใหน้ ักเรียนตอบ เชน่
1) ตวั เลข 2562 หมายถงึ อะไร
2) ตวั เลข 2019 หมายถงึ อะไร
3) ตัวเลข 2562 และ 2019 มที มี่ า และมคี วามสาคัญอยา่ งไร
3. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
-การสอื่ สารในชีวติ ประจาวันของนักเรียนจะใช้ศักราชใด (พทุ ธศักราช หรือ พ.ศ.)
ขน้ั สง่ เสรมิ การเรยี นรู้ (35 นาที)
C : Corroboration
4. นักเรียนสืบค้นหลักฐานจากปฏิทินท่ีครูเตรียมให้ (ปฏิทินปี 2560, 2561, 2562) หาความ
เช่อื มโยงถึงความสาคญั ของท่ีมาของศกั ราชบนปฏทิ นิ ที่มีความเก่ียวขอ้ งกบั ชวี ติ ประจาวันของนักเรยี น
5. นกั เรียนแตล่ ะคนผลดั เปล่ียนกันอธบิ ายความรู้เร่ือง ท่ีมาของศักราช เพ่ือตรวจสอบความเข้าใจ
ที่ถูกตอ้ ง
C : Contextualizing
6. ครูนาแผนผังแสดงการใช้ศักราชมาให้นักเรียนดู แล้วอธิบายความรู้เพิ่มเติมเพื่อให้นักเรียน
เขา้ ใจมากย่งิ ขึ้น
7. ตัวแทนนักเรียน 2-3 คน ออกมาอธิบายลาดับที่มาของศักราชประกอบแผนผัง โดยให้เพ่ือนๆ
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
8. นักเรียนทาใบงานท่ี 1.1 เรื่อง ที่มาของศักราช ด้วยตนเองจนครบทุกข้อ จากนั้นจับคู่กับเพื่อน
ผลัดกนั อธบิ ายคาตอบของตนเองให้เพื่อนฟงั
ขน้ั สรุปบทเรยี น (10นาที)
9. ส่งตัวแทนออกมานาเสนอผลงานหน้าช้ันเรียน ครูสังเกตพฤติกรรมการนาเสนอของนักเรียน
และรว่ มกนั สรุปความหมายและทมี่ าของศักราช
10. นกั เรียนตอบคาถามกระต้นุ ความคดิ
* การบอกวัน เดือน ปี แต่ไม่ระบุปีท่ีเป็นศักราชท่ีชัดเจน จะมีความคลาดเคลื่อน ในการสื่อสาร
หรอื ไม่ จงอธบิ ายเหตุผล
(หากไม่ระบปุ วี ่า เป็น พ.ศ. หรือ ค.ศ. จะทาให้เข้าใจคลาดเคล่อื น)
)
8. สือ่ /แหลง่ การเรียนรู้
1. ตัวอยา่ งปฏิทิน
2. แผนผังแสดงการใช้ศักราช
3. ใบงานท่ี 1.1 เรือ่ ง ที่มาของศักราช
9. การวดั ผลและประเมินผล วิธีการวัด เคร่อื งมือ เกณฑ์การตดั สิน
9.1 การวัดผล
รายการ สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต การประเมนิ พฤตกิ รรม
การทางาน
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ พฤติกรรมการทางาน การทางานได้คะแนน
1. บอกที่มาของพุทธศักราช หรือ พ.ศ. ประเมนิ ผลงาน
ครสิ ตศ์ ักราช จากชนิ้ งาน ตามเกณฑท์ ี่กาหนดใน
2. เรยี งลาดบั เหตกุ ารณ์ ทีเ่ กิดขึน้ ใน แบบประเมิน
ช่วงเวลาได้
แบบประเมินการ นักเรยี นผา่ นเกณฑ์
ทางาน ระดบั คุณภาพดีขึน้ ไป
3. มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพดู สงั เกตพฤตกิ รรม -แบบสงั เกต การประเมนิ พฤติกรรม
พฤติกรรมการทางาน การทางานไดค้ ะแนน
รายบคุ คล ตามเกณฑท์ ี่กาหนดใบ
-แบบสงั เกต แบบประเมนิ
พฤติกรรมการ
นาเสนอผลงาน
คุณลักษะอนั พึงประสงค์
ใฝ่เรยี นรู้ ประเมินประพฤตกิ รรมคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ แบบประเมิน นักเรยี นไดร้ ะดับ
(ใฝเ่ รยี นร)ู้ ประกอบดว้ ยประเดน็ ตอ่ ไปนี้ คณุ ลกั ษณะอัน คณุ ภาพ ดี ข้ึนไป
1. ค้นควา้ หาความรเู้ พ่ิมเตมิ พึงประสงค์
2. ตั้งใจทางานตามทไี่ ดร้ ับมอบหมาย
3. สนใจ เอาใจใส่ต่อการเรียน
4. ซักถามเม่อื มขี อ้ สงสัย5. รว่ มปฏบิ ตั กิ จิ กรรมท้ังใน
และนอกโรงเรียน
)
รายการ วธิ ีการวัด เคร่ืองมอื เกณฑ์การตดั สนิ
ม่งุ มน่ั ในการ ประเมนิ ประพฤติกรรมคณุ ลักษณะอนั พึง แบบประเมนิ นักเรยี นได้ระดบั
ทางาน ประสงค์ (การมงุ่ มน่ั ในการทางาน) ประกอบดว้ ย คุณลกั ษณะอนั คณุ ภาพ ดี ขน้ึ ไป
ประเด็นต่อไปน้ี พงึ ประสงค์ (การ
1. เอาใจใสต่ ่อการปฏิบัตหิ น้าทีท่ ไี่ ดร้ ับมอบหมาย มงุ่ มนั่ ในการ
2. ตง้ั ใจและรบั ผิดชอบในการทางานให้แลว้ เสร็จ ทางาน)
3. ปรบั ปรุงและพัฒนาการทางานด้วยตนเอง
4. ทมุ่ เททางาน อดทน ไมย่ ่อท้อต่อปัญหาและ
อุปสรรคในการทางาน
5. พยายามแกป้ ัญหาและอปุ สรรคในการทางาน
ให้แล้วเสรจ็
6. ชน่ื ชมผลงานดว้ ยความภาคภมู ใิ จ
สมรรถนะสา้ คญั ของผู้เรียน แบบประเมนิ นกั เรยี นได้ระดับ
ความสามารถใน ประเมนิ สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น สมรรถนะสาคัญ คณุ ภาพ ดี ข้ึนไป
การคิด (ความสามารถในการคดิ ) ประกอบด้วย ของผูเ้ รยี น
(ความสามารถ
ประเด็นต่อไปน้ี ในการคดิ )
1. จาแนกข้อมลู จัดหมวดหมู่ จดั ลาดับ
ความสาคัญของขอ้ มูลแบะเปรียบเทียบข้อมูล
ในบรบิ ททเ่ี ปน็ ส่งิ ใกลต้ วั
2. เช่ือมโยงความสัมพันธ์ของข้อมูลท่ีพบเหน็
ในบรบิ ทท่ีเป็นส่ิงใกลต้ ัว
3. ระบรุ ายละเอียด คุณลักษณะ และความคิด
รวบยอดของข้อมลู ต่างๆทพ่ี บเหน็ ในบริบทท่ี
เป็นสิง่ ใกลต้ ัว
)
9.2 เกณฑก์ ารประเมินผล (รูบรกิ ส์)
ประเด็นการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
มุ่งม่ันในการท้างาน ดีเย่ียม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไม่ผา่ น (0)
ไมต่ ง้ั ใจปฏบิ ัติ
(พฤตกิ รรมบ่งช้ี) หน้าทก่ี ารงาน
1. เอาใจใสต่ ่อการ ปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ี ตัง้ ใจและรับผดิ ชอบใน ต้งั ใจและรับผดิ ชอบใน เอาใจใส่ตอ่ การ ไม่ขยัน อดทน
ในการทางาน
ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย การปฏบิ ัตหิ นา้ ทีท่ ไี่ ด้รบั การปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีท่ี ปฏิบัติหนา้ ทีท่ ไี่ ดร้ บั
มีพฤตกิ รรมบ่งชี้
2. ต้ังใจและรบั ผิดชอบ ใน มอบหมายใหส้ าเร็จ มี ได้รับมอบหมายให้ มอบหมาย ดงั น้ี
1.จาแนกขอ้ มูลได้
การทางานใหส้ าเร็จ การปรบั ปรงุ การทางาน สาเรจ็
เชื่อมโยง
3.ปรบั ปรงุ และพฒั นาการ ใหด้ ขี ึ้น ความสมั พนั ธ์ของ
ข้อมูลตา่ งๆกบั
ทางานดว้ ยตนเอง เหตุการณท์ ่พี บเหน็
ในชีวติ ประจาวนั ได้
4. ทุ่มเททางานอดทน ไมย่ ่อทอ้ ทางานด้วยความขยัน ทางานด้วยความขยัน ทางานดว้ ยความ อยา่ งถกู ต้อง รอ้ ย
ละ 40 ของจานวน
ต่อปญั หาและอุปสรรคในการ อดทน และพยายามให้ และพยายามให้งาน ขยนั เพื่อให้งาน ครัง้ ทีป่ ฏบิ ัติ
ทางาน งานสาเรจ็ ตาม สาเรจ็ ตามเปา้ หมาย เสรจ็ ตามท่ีไดร้ บั
5. พยายามแก้ปัญหาและ เป้าหมาย และชื่นชม มอบหมาย
อปุ สรรคในการทางานใหส้ าเร็จ ผลงานดว้ ยความ
6. ชื่นชมผลงานดว้ ยความ ภาคภมู ใิ จ
ภาคภมู ใิ จ
ประเด็นการประเมิน ความสามารถในการคดิ (พฤตกิ รรมบง่ ช้ี)
1.จาแนกข้อมลู จัด 1.จาแนกข้อมูลได้ มพี ฤติกรรมบ่งชี้ ดังนี้ มพี ฤตกิ รรมบ่งช้ี ดังนี้
หมวดหมู่ จดั ลาดับ 2.จาแนกหมวดหมู่ข้อมูล 1.จาแนกขอ้ มลู ได้ 1.จาแนกขอ้ มลู ได้
ความสาคัญของขอ้ มลู ได้ 2.จาแนกหมวดหมู่ข้อมลู 2.จาแนกหมวดหมูข่ ้อมลู
แบะเปรียบเทยี บขอ้ มลู ใน 3.จดั ลาดบั ความสาคัญ ได้ ได้
บรบิ ททเี่ ปน็ สงิ่ ใกล้ตวั ของขอ้ มูลได้ 3.จดั ลาดบั ความสาคัญ
4.เปรยี บเทยี บขอ้ มลู ได้ ของขอ้ มลู ได้
2.เชื่อมโยงความสัมพันธ์ เชอื่ มโยงความสมั พันธ์ เช่ือมโยงความสัมพนั ธ์ เชื่อมโยงความสัมพนั ธ์
ของขอ้ มลู ท่ีพบเหน็ ใน ของขอ้ มูลต่างๆกบั เหตึ ของขอ้ มูลต่างๆกบั ของขอ้ มลู ตา่ งๆกบั
บริบททเ่ี ปน็ ส่ิงใกลต้ วั การณท์ ีพ่ บเห็นใน เหตุการณท์ ี่พบเหน็ ใน เหตุการณท์ พี่ บเหน็ ใน
ชีวติ ประจาวันไดอ้ ย่าง ชีวติ ประจาวันได้อยา่ ง ชีวิตประจาวนั ไดอ้ ย่าง
ถูกตอ้ ง ร้อยละ 80 ขนึ้ ไป ถูกตอ้ ง รอ้ ยละ 60-79 ถกู ต้อง ร้อยละ 40-59
ของจานวนครง้ั ทป่ี ฏบิ ตั ิ ของจานวนครงั้ ที่ปฏบิ ตั ิ ของจานวนครงั้ ท่ีปฏบิ ัติ
)
3.ระบรุ ายละเอียด ระบรุ ายละเอียด ระบุรายละเอยี ด ระบุรายละเอยี ด ระบรุ ายละเอยี ด
คณุ ลักษณะ และความคดิ
รวบยอดของข้อมูลตา่ งๆที่ คุณลักษณะ และความคิด คุณลกั ษณะ และ คณุ ลักษณะ และความคดิ คณุ ลกั ษณะ และ
พบเหน็ ในบรบิ ททเ่ี ปน็ สง่ิ
ใกล้ตัว รวบยอดของข้อมลู ต่างๆที่ ความคิดรวบยอดของ รวบยอดของข้อมลู ตา่ งๆที่ ความคดิ รวบยอด
พบเหน็ ในชวี ิตประจาวนั ขอ้ มลู ต่างๆทพ่ี บเหน็ ใน พบเหน็ ในชวี ิตประจาวัน ของขอ้ มูลตา่ งๆที่
ไดถ้ กู ตอ้ งและครบถ้วน ชีวติ ประจาวนั ได้ถกู ต้อง ไดถ้ ูกตอ้ งเป็นบางส่วน พบเหน็ ใน
แต่ไม่ครบถ้วน และไมค่ รบถ้วน ชีวิตประจาวันไมไ่ ด้
9.3 เกณฑ์การตดั สิน
- รายบุคคล นกั เรยี นมผี ลการเรียนรู้ไม่ต่ากวา่ ระดบั 2 จึงถือว่าผ่าน
- รายกลมุ่ รอ้ ยละ80ของจานวนนักเรียนทงั้ หมดมผี ลการเรียนรไู้ มต่ ่ากว่าระดับ 2
) บันทึกหลังแผนการสอน
ด้านความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ด้านอน่ื ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมทมี่ ปี ญั หาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้ามี))
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
)
แบบประเมินสมรรถนะส้าคัญของผเู้ รียน (ความสามารถในการคิด)
ค้าช้ีแจง ใหเ้ ขียนเคร่ืองหมาย ลงในช่องวา่ งทีต่ รงกบั ความเปน็ จรงิ
พฤติกรรมการแสดงออก จาแนก ้ขอ ูมล จัดหมวดห ูม่ จัดลาดับ คะแนน ระดับ
ความสาคัญของ ้ขอมูลแบะเปรียบเ ีทยบ รวม คณุ ภาพ
ข้อมูลในบริบท ่ีทเป็นส่ิงใกล้ตัว
เชื่อมโยงความสัม ัพนธ์ของ ้ขอ ูมล ่ทีพบ
เ ็หนในบริบท ่ทีเ ็ปนสิ่งใกล้ ัตว
ระ ุบรายละเอียด ุคณลักษณะ และ
ความ ิคดรวบยอดของ ้ขอมูล ่ตางๆท่ีพบ
เห็นในบริบทท่ีเป็นส่ิงใกล้ตัว
ชอ่ื -สกุล ระดบั คะแนน
32 103 2 10 32 10
..................................................................................
()
ผู้ประเมนิ
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ช่วงคะแนน 9-8 7-6 5-4 3-0
ผา่ น ไม่ผ่าน
ระดบั คุณภาพ ดเี ยยี่ ม ดี
สรปุ การประเมินด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (การมุ่งม่นั ในการทา้ งาน)
คาชี้แจง : เขยี นเครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ ง
ดีเย่ียม ดี ผ่าน ไมผ่ า่ น
)
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทา้ งาน
ค้าชี้แจง ใส่เคร่อื งหมาย ลงในรายการที่ตรงกบั พฤติกรรมของนักเรียน
ระดับคะแนน พฤติกรรม สรุป
ความสนใจ
การแสดงความ
คิดเห็น
การตอบคาถาม
การยอมรับ ัฟงผู้อื่น
ทางานตาม ่ีทได้รับ
มอบหมาย
รวม ผ่าน ไมผ่ ่าน
ช่อื – สกุล 1 2 3 1 2 3 1 2 3 1 2 3 1 2 3 15
เกณฑ์การประเมนิ ลงชอ่ื ...................................................... ผู้ประเมิน
คะแนน 3 = ทกุ ครงั้
คะแนน 2 = บางครง้ั ............./............../...............
คะแนน 1 = นอ้ ยคร้งั ที่สดุ
หมายความว่า สังเกตทุกครั้ง พบพฤตกิ รรมนั้น
หมายความว่า สังเกตนานๆคร้งั พบพฤตกิ รรมนนั้
หมายความว่า สังเกตนานมากจงึ จะพบพฤตกิ รรมนัน้
เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดับคณุ ภาพ ระดบั คุณภาพ ดี
คะแนน 11 – 15 ระดบั พอใช้
คะแนน 6 – 10 ระดบั ปรับปรงุ
คะแนน 0 – 5
ตั้งแต่ 6 คะแนนขนึ้ ไปถือว่า ผา่ นเกณฑ์
)
ชือ่ -สกลุ .............................................................................................ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 เลขที่ ..............
คา้ ช้ีแจง ให้เขยี นเคร่ืองหมาย ลงในชอ่ งว่างทต่ี รงกับความเปน็ จรงิ
รายการประเมิน พฤติกรรมการแสดงออก ระดับคะแนน
3 2 10
ใฝเ่ รยี นรู้ 1.1. คน้ คว้าหาความรเู้ พ่ิมเติม
1.2. ตง้ั ใจทางานตามทไี่ ด้รับมอบหมาย
1.3. สนใจ เอาใจใส่ตอ่ การเรียน
1.4. ซักถามเมื่อมีข้อสงสยั
1.5. ร่วมปฏิบตั กิ ิจกรรมทง้ั ในและนอกโรงเรยี น
คะแนนท่ีได้
คะแนนรวม
ระดับคุณภาพ
ลงชอ่ื ...................................................... ผปู้ ระเมนิ
............./............../...............
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
พฤติกรรมท่ีปฏบิ ัตชิ ดั เจนและสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ตั ิชดั เจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั บิ างครัง้ ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารประเมิน
ระดบั คณุ ภาพ เกณฑ์การตัดสิน
ดีเยย่ี ม ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง 15 - 12 คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ข้อใดข้อหน่ึงตา่ กวา่ 2 คะแนน
ดี ได้คะแนนรวมระหว่าง 11 - 8 คะแนน และไม่มีผลการประเมนิ ขอ้ ใดข้อหนง่ึ ต่ากวา่ 0 คะแนน
ผา่ น ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 7 - 4 คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ขอ้ ใดข้อหนง่ึ ต่ากว่า 0 คะแนน
ไม่ผ่าน ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 3 – 0 คะแนน
สรุปการสังเกตคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชีแ้ จง : เขยี นเครื่องหมาย ลงในช่อง
ดเี ยีย่ ม ดี ผา่ น ไม่ผา่ น
)
แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (การม่งุ มนั่ ในการท้างาน) รายบคุ คล
ช่อื -สกลุ .............................................................................................ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 เลขท่ี ..............
คา้ ช้ีแจง ใหเ้ ขยี นเครื่องหมาย ลงในช่องวา่ งที่ตรงกบั ความเป็นจริง
พฤติกรรม
ชื่อ – สกลุ เอาใจใส่ต่อการป ิฏบัติ คะแนน ระดับ
ห ้นา ่ีทท่ีได้รับมอบหมาย รวม คณุ ภาพ
ั้ตงใจและรับผิดชอบใน
การทางานให้แล้วเสร็จ
ปรับปรุงและพัฒนาการ
ทางานด้วยตนเอง
ทุ่มเททางาน อดทน ไม่
ย่อ ้ทอ ่ตอ ัปญหาและ
อุปสรรคในการทางาน
พยายามแ ้กปัญหาและ
อุปสรรคในการทางาน
ให้แล้วเสร็จ
่ืชนชมผลงานด้วยความ
ภาคภู ิมใจ
3 2 1 3 2 1 3 2 1 32 1 3 2 1 32 1
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ช่วงคะแนน 18-16 15-11 10-6 5-1
ระดับคณุ ภาพ ดีเย่ียม ดี ผา่ น ไม่ผ่าน
สรุปการสังเกตคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (การมุ่งมั่นในการท้างาน)
คาชี้แจง : เขียนเคร่ืองหมาย ลงในชอ่ ง
ดเี ยีย่ ม ดี ผา่ น ไมผ่ ่าน
)
ตัวอย่างปฏิทิน
)
แผนผังแสดงการใช้ศกั ราช
1 500 1000 1500 2000 2500
พ.ศ. 543 1164
พระพุทธเจ้า 1 500 1000 1500 2000
ปรินิพพานครบ 1 ปี ค.ศ. 621
พระเยซูประสูติ
)
ใบงานท่ี 1.1 เร่ือง ที่มาของศักราช
ค้าชแี้ จง ให้นักเรียนบอกคาเตม็ ของศักราช และความเป็นมาของศักราช
พ.ศ. ค.ศ.
)
ใบงานที่ 1.1 เรื่อง ท่มี าของศักราช เฉลย
ค้าช้แี จง ให้นักเรียนบอกคาเตม็ ของศักราช และความเป็นมาของศกั ราช
พ.ศ. ค.ศ.
คาเตม็ คอื พุทธศกั ราช คาเตม็ คอื ครสิ ตศ์ กั ราช
เป็นศกั ราชของพระพทุ ธศาสนา เป็นศกั ราชทนี่ ยิ มใชใ้ นโลก
นยิ มใชใ้ นประเทศทนี่ บั ถอื ตะวนั ตกทนี่ บั ถอื ครสิ ตศ์ าสนา
พระพทุ ธศาสนา เป็นการนับ เป็นการนบั เวลาตามเวลาทาง
เวลาตามเวลาทาง ครสิ ตศ์ าสนา เรมิ่ นบั ปีทพี่ ระ
พระพทุ ธศาสนาเรมิ่ นบั ปีที่ เยซปู ระสตู ิ (เกดิ ) เป็น ค.ศ. 1
พระพทุ ธเจา้ เสดจ็ ปรนิ พิ พาน
(ตาย) เป็น พ.ศ. 1
)
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 2
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 3
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2562 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1
หน่วยย่อยท่ี 1 ยอ้ นรอยไทย เรื่อง วิธีการเทียบศักราช
ผ้สู อน นางสาวกชกร จินะโสต เวลา 1 ชัว่ โมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสาคัญของเวลา และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการ
ทางประวตั ศิ าสตรม์ าวเิ คราะห์เหตุการณต์ ่างๆอย่างเปน็ ระบบ
ตัวชว้ี ัด
ป. 3/1 เทียบศกั ราชท่สี าคัญตามปฏทิ ินท่ีใชใ้ นชวี ิตประจาวนั
2. สาระส้าคญั
การเทียบ พ.ศ. เป็น ค.ศ. หรือ ค.ศ. เป็น พ.ศ. ทาให้เข้าใจช่วงเวลาของเหตุการณ์ท่ีปรากฏใน
เอกสารต่างๆ
3. สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
วธิ กี ารเทียบ พ.ศ. เป็น ค.ศ. หรอื ค.ศ. เปน็ พ.ศ.
4.จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ความรู้
4.1 บอกวิธีการเทียบ พ.ศ. เปน็ ค.ศ. หรอื ค.ศ. เป็น พ.ศ. ได้
ทกั ษะ/กระบวนการ
4.2 แสดงการเทียบ พ.ศ. เป็น ค.ศ. หรือ ค.ศ. เปน็ พ.ศ. ได้ถูกต้อง
คุณธรรม จริยธรรม/คา่ นยิ ม
4.3 มมี ารยาทในการฟงั การดู และการพูด
5. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
- ความใฝเ่ รยี นรู้
- ความม่งุ มั่นในการทางาน
6. สมรรถนะส้าคญั ของผู้เรยี น
- ความสามารถในการคดิ
)
7. กิจกรรมการเรยี นรู้ : วิธีสอนดว้ ยทักษะทางประวัตศิ าสตร์ 1S2C
ขัน้ น้าเข้าสูบ่ ทเรยี น (15 นาที)
S : Sourcing
1. ครูให้นักเรยี นอา่ นกรณีตวั อยา่ ง จากนนั้ ให้นกั เรียนชว่ ยเทียบ และคานวณ ปี พ.ศ. เป็น ค.ศ.
2. ให้นักเรียนเขียนคาตอบลงในกระดาษแผ่นเล็กๆ แล้วเขียนช่ือกากับด้านหลังกระดาษ โดยให้
ตัวแทนนักเรยี นเกบ็ รวบรวมสง่ ครู
3. ครูอธบิ ายเชื่อมโยงให้นักเรียนเห็นความสาคัญของการเทียบศักราชว่า การใช้ศักราชที่แตกต่าง
กนั อาจทาใหเ้ กดิ ความสบั สนได้ การรู้วิธีเทยี บศักราชจะช่วยทาให้เรารู้ได้ว่าปี พ.ศ. ใด ตรงกบั ปี ค.ศ. ใด
4. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
-การใชศ้ ักราชเปน็ พ.ศ. หรือ ค.ศ. มคี วามสาคัญตอ่ การสอ่ื สารหรือไม่ เพราะเหตุใด
(การใชศ้ กั ราชเปน็ พ.ศ. หรือ ค.ศ. มีความสาคัญต่อการส่ือสาร เพราะหากใช้ผิดจะมีความ
คลาดเคลอื่ นของเวลาถงึ 543 ป)ี
ขั้นสง่ เสรมิ การเรียนรู้ (35 นาที)
C : Corroboration
5. นกั เรียนร่วมกันศกึ ษาความรูเ้ รื่อง วิธีการเทยี บศกั ราชแบบต่างๆ จากหนงั สอื เรยี น
6. นักเรยี นผลดั กนั อธิบายความรู้ตามทศี่ กึ ษา และซักถาม ข้อสงสยั จนมคี วามร้คู วามเข้าใจตรงกัน
จากนนั้ ร่วมกนั สรุปวิธกี ารเทยี บศักราช ดังน้ี
- การเทียบพุทธศกั ราชเปน็ คริสตศ์ กั ราช
- การเทยี บครสิ ต์ศักราชเปน็ พุทธศักราช
C : Contextualizing
7. นักเรียนทาใบงานท่ี 2.1 เร่ือง การเทียบศักราช เป็นรายบุคคล เม่ือเสร็จแล้วให้ตรวจความ
เรียบรอ้ ยกอ่ นนาส่งครูตรวจ
8. ครูให้นักเรียนใช้ปีเกิดของตนเอง (พ.ศ.) เทียบศักราชกับ ค.ศ. จากนั้นให้อาสาสมัครนักเรียน
ออกมาเขียนอธิบายวิธีการเทียบศักราชที่หน้าช้ันเรียน จากน้ันให้นักเรียนคนอื่นๆ ตรวจสอบผลการเทียบ
ศักราชของตนเอง
ขน้ั สรปุ บทเรยี น (10นาที)
9. นกั เรยี นร่วมกันสรปุ วิธีการเทยี บศักราชแบบต่างๆ และบอกแนวทางในการนาความรู้เร่ือง การ
เทียบศกั ราชไปใช้ในชีวติ ประจาวัน
10. นักเรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคิด
* นกั เรยี นมวี ิธีการทอ่ งจา หรือสูตรในการเทียบศกั ราชอยา่ งไร
)
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยให้อยใู่ นดลุ ยพินจิ ของครผู ู้สอน)
8. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
1. กรณตี ัวอย่าง
2. ใบงานที่ 2.1 เร่ือง การเทียบศักราช
9. การวัดผลและประเมนิ ผล
9.1 การวดั ผล
รายการ วิธีการวัด เครือ่ งมอื เกณฑ์การตดั สนิ
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกวิธีการเทียบ พ.ศ. เป็น ค.ศ. หรือ สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกต การประเมินพฤตกิ รรม
ค.ศ. เปน็ พ.ศ. ได้ การทางาน พฤติกรรมการทางาน การทางานได้คะแนน
ตามเกณฑท์ ่ีกาหนดใน
แบบประเมิน
2. แสดงการเทยี บ พ.ศ. เป็น ค.ศ. หรอื ประเมนิ ผลงาน แบบประเมินการ นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์
ค.ศ. เปน็ พ.ศ. ไดถ้ กู ต้อง จากชิ้นงาน ทางาน ระดบั คุณภาพดีข้ึนไป
3. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู สังเกตพฤติกรรม -แบบสงั เกต การประเมินพฤติกรรม
พฤติกรรมการทางาน การทางานไดค้ ะแนน
รายบุคคล ตามเกณฑ์ที่กาหนดใบ
-แบบสังเกต แบบประเมิน
พฤติกรรมการ
นาเสนอผลงาน
คณุ ลกั ษะอันพึงประสงค์
ใฝเ่ รียนรู้ ประเมนิ ประพฤติกรรมคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ แบบประเมิน นกั เรยี นไดร้ ะดบั
(ใฝเ่ รียนรู้) ประกอบดว้ ยประเดน็ ตอ่ ไปนี้ คณุ ลกั ษณะอนั คุณภาพ ดี ขึน้ ไป
1. คน้ คว้าหาความรู้เพ่มิ เตมิ พึงประสงค์
2. ตง้ั ใจทางานตามทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
3. สนใจ เอาใจใสต่ ่อการเรียน
4. ซกั ถามเม่ือมขี ้อสงสยั 5. รว่ มปฏิบตั กิ จิ กรรมทงั้ ใน
และนอกโรงเรยี น
)
รายการ วธิ ีการวัด เคร่ืองมอื เกณฑ์การตดั สนิ
ม่งุ มน่ั ในการ ประเมนิ ประพฤติกรรมคณุ ลักษณะอนั พึง แบบประเมนิ นักเรยี นได้ระดบั
ทางาน ประสงค์ (การมงุ่ มน่ั ในการทางาน) ประกอบดว้ ย คุณลกั ษณะอนั คณุ ภาพ ดี ขน้ึ ไป
ประเด็นต่อไปน้ี พงึ ประสงค์ (การ
1. เอาใจใสต่ ่อการปฏิบัตหิ น้าทีท่ ไี่ ดร้ ับมอบหมาย มงุ่ มนั่ ในการ
2. ตง้ั ใจและรบั ผิดชอบในการทางานให้แลว้ เสร็จ ทางาน)
3. ปรบั ปรุงและพัฒนาการทางานด้วยตนเอง
4. ทมุ่ เททางาน อดทน ไมย่ ่อท้อต่อปัญหาและ
อุปสรรคในการทางาน
5. พยายามแกป้ ัญหาและอปุ สรรคในการทางาน
ให้แล้วเสรจ็
6. ชน่ื ชมผลงานดว้ ยความภาคภมู ใิ จ
สมรรถนะสา้ คญั ของผู้เรียน แบบประเมนิ นกั เรยี นได้ระดับ
ความสามารถใน ประเมนิ สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น สมรรถนะสาคัญ คณุ ภาพ ดี ข้ึนไป
การคิด (ความสามารถในการคดิ ) ประกอบด้วย ของผูเ้ รยี น
(ความสามารถ
ประเด็นต่อไปน้ี ในการคดิ )
1. จาแนกข้อมลู จัดหมวดหมู่ จดั ลาดับ
ความสาคัญของขอ้ มูลแบะเปรียบเทียบข้อมูล
ในบรบิ ททเ่ี ปน็ ส่งิ ใกลต้ วั
2. เช่ือมโยงความสัมพันธ์ของข้อมูลท่ีพบเหน็
ในบรบิ ทท่ีเป็นส่ิงใกลต้ ัว
3. ระบรุ ายละเอียด คุณลักษณะ และความคิด
รวบยอดของข้อมลู ต่างๆทพ่ี บเหน็ ในบริบทท่ี
เป็นสิง่ ใกลต้ ัว
)
9.2 เกณฑก์ ารประเมินผล (รูบรกิ ส์)
ประเด็นการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
มุ่งม่ันในการทา้ งาน ดีเย่ียม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไม่ผา่ น (0)
ไมต่ ง้ั ใจปฏบิ ัติ
(พฤตกิ รรมบง่ ชี้) หน้าทก่ี ารงาน
1. เอาใจใสต่ ่อการ ปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ี ตัง้ ใจและรับผดิ ชอบใน ต้งั ใจและรับผดิ ชอบใน เอาใจใส่ตอ่ การ ไม่ขยัน อดทน
ในการทางาน
ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย การปฏบิ ัตหิ นา้ ทีท่ ไี่ ด้รบั การปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีท่ี ปฏิบัติหนา้ ทีท่ ไี่ ดร้ บั
มีพฤตกิ รรมบ่งชี้
2. ต้ังใจและรบั ผิดชอบ ใน มอบหมายใหส้ าเร็จ มี ได้รับมอบหมายให้ มอบหมาย ดงั น้ี
1.จาแนกขอ้ มูลได้
การทางานใหส้ าเร็จ การปรบั ปรงุ การทางาน สาเรจ็
เชื่อมโยง
3.ปรบั ปรงุ และพฒั นาการ ใหด้ ขี ึ้น ความสมั พนั ธ์ของ
ข้อมูลตา่ งๆกบั
ทางานดว้ ยตนเอง เหตุการณท์ ่พี บเหน็
ในชีวติ ประจาวนั ได้
4. ทุ่มเททางานอดทน ไม่ยอ่ ทอ้ ทางานด้วยความขยัน ทางานด้วยความขยัน ทางานดว้ ยความ อยา่ งถกู ต้อง รอ้ ย
ละ 40 ของจานวน
ต่อปญั หาและอุปสรรคในการ อดทน และพยายามให้ และพยายามให้งาน ขยนั เพื่อให้งาน ครัง้ ทีป่ ฏบิ ัติ
ทางาน งานสาเรจ็ ตาม สาเรจ็ ตามเปา้ หมาย เสรจ็ ตามท่ีไดร้ บั
5. พยายามแก้ปัญหาและ เป้าหมาย และชื่นชม มอบหมาย
อปุ สรรคในการทางานให้สาเร็จ ผลงานดว้ ยความ
6. ชื่นชมผลงานดว้ ยความ ภาคภมู ใิ จ
ภาคภมู ใิ จ
ประเด็นการประเมิน ความสามารถในการคดิ (พฤตกิ รรมบง่ ช้ี)
1.จาแนกข้อมลู จัด 1.จาแนกข้อมูลได้ มพี ฤติกรรมบ่งชี้ ดังนี้ มพี ฤตกิ รรมบ่งช้ี ดังนี้
หมวดหมู่ จดั ลาดับ 2.จาแนกหมวดหมู่ข้อมูล 1.จาแนกขอ้ มลู ได้ 1.จาแนกขอ้ มลู ได้
ความสาคัญของขอ้ มลู ได้ 2.จาแนกหมวดหมู่ข้อมลู 2.จาแนกหมวดหมูข่ ้อมลู
แบะเปรียบเทยี บขอ้ มูลใน 3.จดั ลาดบั ความสาคัญ ได้ ได้
บรบิ ททเี่ ปน็ สงิ่ ใกล้ตวั ของขอ้ มูลได้ 3.จดั ลาดบั ความสาคัญ
4.เปรยี บเทยี บขอ้ มลู ได้ ของขอ้ มลู ได้
2.เชื่อมโยงความสัมพันธ์ เชอื่ มโยงความสมั พันธ์ เช่ือมโยงความสัมพนั ธ์ เชื่อมโยงความสัมพนั ธ์
ของขอ้ มลู ท่ีพบเหน็ ใน ของขอ้ มูลต่างๆกบั เหตึ ของขอ้ มูลต่างๆกบั ของขอ้ มลู ตา่ งๆกบั
บริบททเ่ี ปน็ ส่ิงใกลต้ วั การณท์ ีพ่ บเห็นใน เหตุการณท์ ี่พบเหน็ ใน เหตุการณท์ พี่ บเหน็ ใน
ชีวติ ประจาวันไดอ้ ย่าง ชีวติ ประจาวันได้อยา่ ง ชีวิตประจาวนั ไดอ้ ย่าง
ถูกตอ้ ง ร้อยละ 80 ขนึ้ ไป ถูกตอ้ ง รอ้ ยละ 60-79 ถกู ต้อง ร้อยละ 40-59
ของจานวนครง้ั ทป่ี ฏบิ ตั ิ ของจานวนครงั้ ที่ปฏบิ ตั ิ ของจานวนครงั้ ท่ีปฏบิ ัติ
)
3.ระบรุ ายละเอียด ระบรุ ายละเอียด ระบุรายละเอยี ด ระบุรายละเอยี ด ระบรุ ายละเอยี ด
คณุ ลักษณะ และความคดิ
รวบยอดของข้อมูลตา่ งๆที่ คุณลักษณะ และความคิด คุณลกั ษณะ และ คณุ ลักษณะ และความคดิ คณุ ลกั ษณะ และ
พบเหน็ ในบรบิ ททเ่ี ปน็ สง่ิ
ใกล้ตัว รวบยอดของข้อมลู ต่างๆที่ ความคิดรวบยอดของ รวบยอดของข้อมลู ตา่ งๆที่ ความคดิ รวบยอด
พบเหน็ ในชวี ิตประจาวนั ขอ้ มลู ต่างๆทพ่ี บเหน็ ใน พบเหน็ ในชวี ิตประจาวัน ของขอ้ มูลตา่ งๆที่
ไดถ้ กู ตอ้ งและครบถ้วน ชีวติ ประจาวนั ได้ถกู ต้อง ไดถ้ ูกตอ้ งเป็นบางส่วน พบเหน็ ใน
แต่ไม่ครบถ้วน และไมค่ รบถ้วน ชีวิตประจาวันไมไ่ ด้
9.3 เกณฑ์การตดั สิน
- รายบุคคล นกั เรยี นมผี ลการเรียนรู้ไม่ต่ากวา่ ระดบั 2 จึงถือว่าผ่าน
- รายกลมุ่ รอ้ ยละ80ของจานวนนักเรียนทงั้ หมดมผี ลการเรียนรไู้ มต่ ่ากว่าระดับ 2
) บันทึกหลังแผนการสอน
ด้านความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ด้านอน่ื ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมทมี่ ปี ญั หาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้ามี))
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
)
เอกสารประกอบการสอน
กรณีตัวอย่าง
ยายแก้ว ย้อยรอยประวัติศาสตร์เมืองแพร่ให้ลานๆฟัง ยายแก้วเล่าว่า
พ่อขุนหลวงพลเดินทางมาตั้งถิ่นฐานบริเวณลุ่มแม่น้ายม ในปี พ.ศ. 1371 ได้
ต้ังชื่อเมืองว่า เมืองพลนคร ขุนหลวงมีพระโอรส 1 คน คือท้าวพหุสิงห์
หลังจากที่พ่อขุนหลวงสิ้น ท้าวพหุสิงห์ได้ข้ึนครองเมืองต่อ ในปี พ.ศ. 1387
มาถึงตรงนี้ยายแก้วอยากให้หลานๆช่วยเทียบปีพ.ศ.เป็น ค.ศ. แล้วบอกหน่อยนะคะ
ว่าเหตุการณ์เหล่านี้ผ่านมาแล้วก่ีปี ยายแก้วจ้าไม่ได้เสียแล้วหละ
)
ใบงานที่ 2.1 เรอื่ ง การเทียบศกั ราช
ตอนท่ี 1
คา้ ชีแ้ จง ให้นกั เรยี นเทียบศกั ราชตามที่กาหนดใหถ้ ูกตอ้ ง และตอบคาถาม
หลักการเทียบ พ.ศ. เป็น ค.ศ. หลกั การเทยี บ ค.ศ. เป็น พ.ศ.
พ.ศ. วิธีการเทยี บ ตรงกับ ค.ศ. ค.ศ. วิธีการเทยี บ ตรงกบั พ.ศ.
2485 1936
2500 1965
2534 1987
2548 2000
2553 2007
ตอนที่ 2
คา้ ชีแ้ จง ให้นักเรียนอา่ นข้อมูล แล้วเทียบศกั ราชตามทีก่ าหนดใหถ้ กู ต้อง และตอบคาถาม
1. พอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราชไดป้ ระดิษฐต์ วั อกั ษรไทยขึ้น เมือ่ ปี พ.ศ. 1826 ตรงกบั ปี ค.ศ.
2. รชั กาลที่ 1 ทรงโปรดเกล้าใหส้ ร้างกรงุ เทพฯ ขน้ึ เป็นราชธานี เมอ่ื ปี พ.ศ. 2325 ตรงกับปี ค.ศ.
3. รชั กาลที่ 7 พระราชทานรัฐธรรมนญู เม่ือวันท่ี 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 ตรงกบั ปี ค.ศ.
4. ถ้านักเรียนเกดิ เม่ือปี ค.ศ. 2001 แสดงว่า นักเรยี นเกดิ ปี พ.ศ.
5. สมาคมประชาชาติแห่งเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้ (ASEAN) ตงั้ เม่ือ ค.ศ. 1967 ตรงกับปี พ.ศ.
)
ใบงานท่ี 2.1 เรอื่ ง การเทยี บศกั ราช เฉลย
ตอนท่ี 1
ค้าชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นเทียบศักราชตามท่ีกาหนดให้ถูกตอ้ ง และตอบคาถาม
หลักการเทยี บ พ.ศ. เปน็ ค.ศ. หลกั การเทยี บ ค.ศ. เป็น พ.ศ.
พ.ศ. วิธีการเทยี บ ตรงกับ ค.ศ. ค.ศ. วธิ กี ารเทยี บ ตรงกับ พ.ศ.
2485 ลบ 543 1942 1936 บวก 543 2479
2500 ลบ 543 1957 1965 บวก 543 2508
2534 ลบ 543 1991 1987 บวก 543 2530
2548 ลบ 543 2005 2000 บวก 543 2543
2553 ลบ 543 2010 2007 บวก 543 2550
ตอนท่ี 2
ค้าชีแ้ จง ใหน้ ักเรียนอา่ นข้อมูล แล้วเทียบศกั ราชตามที่กาหนดให้ถกู ตอ้ ง และตอบคาถาม
1. พ่อขนุ รามคาแหงมหาราชได้ประดิษฐต์ วั อักษรไทยขน้ึ เมือ่ ปี พ.ศ. 1826 ตรงกับปี ค.ศ. 1283
2. รชั กาลท่ี 1 ทรงโปรดเกลา้ ใหส้ รา้ งกรุงเทพฯ ข้ึนเป็นราชธานี เมอ่ื ปี พ.ศ. 2325 ตรงกับปี ค.ศ. 1782
3. รัชกาลที่ 7 พระราชทานรัฐธรรมนญู เม่ือวนั ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 ตรงกบั ปี ค.ศ. 1932
4. ถา้ นกั เรยี นเกิดเมื่อปี ค.ศ. 2001 แสดงว่า นักเรยี นเกิดปี พ.ศ. 2544
5. สมาคมประชาชาตแิ ห่งเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ (ASEAN) ต้ังเม่ือ ค.ศ. 1967 ตรงกับปี พ.ศ. 2510
)
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2
เรื่องราวส้าคญั ของโรงเรียน
และชมุ ชน
)
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 1
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 3
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2562 หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 2
เรื่อง เร่อื งราวสาคัญของโรงเรียนและชุมชน เวลา 1 ชั่วโมง
ผู้สอน นางสาวกชกร จนิ ะโสต
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วดั
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสาคัญของเวลา และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการ
ทางประวตั ศิ าสตรม์ าวิเคราะหเ์ หตกุ ารณต์ า่ งๆอยา่ งเป็นระบบ
ตวั ช้วี ัด
ป.3/2 แสดงลาดบั เหตกุ ารณ์สาคญั ของโรงเรยี นและชมุ ชน โดยระบุหลักฐานและแหลง่ ข้อมูลท่ี
เกย่ี วขอ้ ง
2. สาระสา้ คัญ
การสืบค้นและรวบรวมข้อมูลของโรงเรียนจากหลักฐาน และแหล่งข้อมูลท่ีเก่ียวข้องจะต้องทา
อย่างมีระบบขน้ั ตอน
3. สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
วิธกี ารสบื ค้นเหตกุ ารณส์ าคัญของโรงเรยี นและชมุ ชน โดยใชห้ ลกั ฐานและแหล่งข้อมลู ท่ีเกย่ี วขอ้ ง
4.จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ความรู้
4.1 สืบคน้ และรวบรวมขอ้ มูลของโรงเรยี นจากหลักฐาน และแหลง่ ข้อมูลได้
ทักษะ/กระบวนการ
4.2 นาเสนอขอ้ มลู ทไ่ี ด้จากการสบื ค้นได้ถูกต้องเหมาะสม
คุณธรรม จริยธรรม/ค่านิยม
4.3 มีมารยาทในการฟงั การดู และการพดู
5. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
- ความใฝเ่ รยี นรู้
- ความม่งุ ม่ันในการทางาน
)
6. สมรรถนะสา้ คญั ของผูเ้ รียน
- ความสามารถในการคิด
7. กิจกรรมการเรยี นรู้ : วธิ ีสอนดว้ ยทักษะทางประวัติศาสตร์ 1S2C
ขน้ั น้าเขา้ สบู่ ทเรยี น (15 นาที)
1. ครูให้นักเรียนร้องเพลง โรงเรียนของเราน่าอยู่ พร้อมกัน 2 รอบ จากนั้นให้นักเรียนแต่ละคน
แสดงเหตุผลว่า เพราะเหตุใดนักเรียนจึงชอบมาโรงเรยี น
เพลง โรงเรยี นของเรานา่ อยู่
โรงเรยี นของเรานา่ อยู่ คุณครูใจดีทกุ คน
เด็กๆ ก็ไม่ซุกซน พวกเราทกุ คนชอบมาโรงเรียน
ชอบมา ... ชอบมาโรงเรยี น (ซา้ )
S : Sourcing
2. ครูตง้ั ประเด็นคาถามเก่ียวกบั โรงเรยี นให้นกั เรยี นชว่ ยกันตอบ เชน่
- โรงเรียนของเราตง้ั ขน้ึ มากป่ี ี
- โรงเรียนของเรามีครู และนักเรยี นก่คี น
- โรงเรียนของเราเคยเปล่ยี นชอ่ื โรงเรียนบ้างหรอื ไม่
- โรงเรยี นของเรามีเรอ่ื งราวสาคัญอะไรเกดิ ข้ึนบ้าง
3. นักเรียนตอบคาถามอย่างอิสระ จากนั้นครูอธิบายเพื่อเชื่อมโยงให้นักเรียนเข้าใจว่า โรงเรียน
เปน็ สถานที่ทีม่ ีความสาคญั หากต้องการรู้เรื่องราวต่างๆ ของโรงเรียนจะต้องรู้จักสืบค้นและรวบรวมข้อมูล
ต่างๆ ของโรงเรยี น
4. นักเรียนตอบคาถามกระตนุ้ ความคิด
-นักเรียนสามารถสืบค้น และรวบรวมข้อมลู ของโรงเรียนจากแหลง่ ข้อมลู ใด
(หนงั สือประวตั โิ รงเรียน ครู รปู ปั้นของผกู้ ่อตั้งโรงเรียน ผปู้ กครอง และอืน่ ๆ)
ข้นั ส่งเสริมการเรยี นรู้ (35 นาที)
C : Corroboration
5. นกั เรียนรว่ มกนั ศึกษาความรู้เร่ือง โรงเรียนและชมุ ชนของเรา จากหนงั สือเรยี น
6. นักเรียนตอบคาถามกระตนุ้ ความคิด
- หลักฐานทีส่ าคัญเก่ยี วกบั โรงเรียนมีอะไรบ้างจงยกตวั อยา่ ง
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพินิจของครผู ู้สอน)
7. นักเรียนผลัดกันอธิบายความรู้เก่ียวกับประเภทของหลักฐานท่ีใช้ในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ
โรงเรยี นและชุมชน พรอ้ มยกตัวอย่างประกอบ ดังนี้
)
1) หลกั ฐานที่เป็นตัวหนังสือ
2) หลกั ฐานทีไ่ มใ่ ชต่ วั หนงั สือ
C : Contextualizing
8. นกั เรยี นรวบรวมขอ้ มลู หลักฐานต่างๆ มาอภปิ รายและเรยี บเรียงขอ้ มลู เพอ่ื ตอบประเดน็ คาถาม
9. นักเรียนบันทึกข้อมลู ลงในใบงานท่ี 1.1 เรือ่ ง โรงเรียนของเรา
10. นกั เรียนตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
-หลกั ฐานต่างๆ ทไ่ี ด้รวบรวมมีความสาคัญอย่างไร
(พิจารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยให้อยูใ่ นดลุ ยพินิจของครผู ้สู อน)
ข้ันสรุปบทเรยี น (10นาที)
11. นกั เรียนนาเสนอใบงานที่ 1.1 จากน้ันให้สมาชิกในห้องสอบถามข้อสงสยั
12. นักเรียนช่วยกนั สรปุ วธิ ีการสืบค้นและรวบรวมข้อมูลต่างๆ ของโรงเรียน พร้อมบอกประโยชน์
ทไี่ ดร้ ับจากการปฏิบตั ิกจิ กรรมดังกลา่ ว
8. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สือ่ การเรียนรู้
1. หนงั สือเรยี น ประวัตศิ าสตร์ ป.3
2. เพลงโรงเรียนของเราน่าอยู่
3. ใบงานที่ 1.1 เร่อื ง โรงเรยี นของเรา
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1. หอ้ งสมดุ
2. บุคลากรในโรงเรยี น
)
9. การวัดผลและประเมนิ ผล
9.1 การวดั ผล
รายการ วธิ กี ารวัด เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารตัดสนิ
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ แบบสังเกต การประเมินพฤตกิ รรม
พฤติกรรมการทางาน การทางานได้คะแนน
1. สืบคน้ และรวบรวมขอ้ มลู ของโรงเรียน สังเกตพฤตกิ รรม ตามเกณฑท์ ี่กาหนดใน
แบบสงั เกต แบบประเมิน
จากหลักฐาน และแหลง่ ขอ้ มูลได้ การทางาน พฤติกรรมการ นักเรยี นผ่านเกณฑ์
นาเสนอผลงาน ระดับคุณภาพดีข้นึ ไป
2. นาเสนอขอ้ มูลทไ่ี ดจ้ ากการสืบค้นได้ ประเมินผลงาน -แบบสังเกต
พฤติกรรมการทางาน การประเมินพฤตกิ รรมการ
ถกู ต้องเหมาะสม จากชน้ิ งาน รายบุคคล ทางานไดค้ ะแนนตามเกณฑ์
ท่ีกาหนดใบแบบประเมิน
3. มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพูด สังเกตพฤตกิ รรม แบบประเมิน
คุณลกั ษณะอนั นกั เรียนได้ระดับ
คณุ ลกั ษะอนั พึงประสงค์ พงึ ประสงค์ คุณภาพ ดี ขนึ้ ไป
ใฝ่เรียนรู้ ประเมินประพฤตกิ รรมคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ประกอบดว้ ยประเดน็ ตอ่ ไปน้ี
1. คน้ คว้าหาความรเู้ พ่มิ เติม
2. ตงั้ ใจทางานตามท่ไี ด้รบั มอบหมาย
3. สนใจ เอาใจใส่ต่อการเรียน
4. ซกั ถามเม่ือมีข้อสงสัย
5. ร่วมปฏิบัติกิจกรรมทั้งในและนอกโรงเรยี น
)
รายการ วิธีการวัด เคร่ืองมอื เกณฑ์การตดั สนิ
ม่งุ มน่ั ในการ ประเมนิ ประพฤติกรรมคณุ ลักษณะอนั พึง แบบประเมนิ นักเรียนได้ระดบั
ทางาน ประสงค์ (การมงุ่ ม่ันในการทางาน) ประกอบดว้ ย คุณลกั ษณะอนั คณุ ภาพ ดี ขน้ึ ไป
ประเด็นต่อไปน้ี พงึ ประสงค์ (การ
1. เอาใจใสต่ ่อการปฏบิ ัตหิ น้าทีท่ ไี่ ดร้ ับมอบหมาย มงุ่ มนั่ ในการ
2. ตง้ั ใจและรบั ผิดชอบในการทางานให้แลว้ เสร็จ ทางาน)
3. ปรบั ปรุงและพัฒนาการทางานด้วยตนเอง
4. ทมุ่ เททางาน อดทน ไมย่ ่อท้อต่อปัญหาและ
อุปสรรคในการทางาน
5. พยายามแกป้ ัญหาและอปุ สรรคในการทางาน
ให้แล้วเสรจ็
6. ชน่ื ชมผลงานดว้ ยความภาคภมู ใิ จ
สมรรถนะสา้ คญั ของผู้เรียน แบบประเมนิ นกั เรยี นได้ระดับ
ความสามารถใน ประเมนิ สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น สมรรถนะสาคัญ คณุ ภาพ ดี ข้ึนไป
การคิด (ความสามารถในการคดิ ) ประกอบด้วย ของผูเ้ รยี น
(ความสามารถ
ประเด็นต่อไปนี้ ในการคดิ )
1. จาแนกข้อมลู จดั หมวดหมู่ จดั ลาดับ
ความสาคัญของขอ้ มูลแบะเปรียบเทียบข้อมูล
ในบรบิ ททเ่ี ปน็ สิ่งใกลต้ ัว
2. เช่ือมโยงความสัมพันธ์ของข้อมูลท่ีพบเหน็
ในบรบิ ทท่ีเป็นส่ิงใกล้ตวั
3. ระบรุ ายละเอียด คุณลักษณะ และความคิด
รวบยอดของข้อมูลต่างๆทพ่ี บเหน็ ในบริบทท่ี
เป็นสิง่ ใกลต้ ัว
)
9.2 เกณฑก์ ารประเมินผล (รูบรกิ ส์)
ประเด็นการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
มุ่งม่ันในการทา้ งาน ดีเย่ียม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไม่ผา่ น (0)
ไมต่ ง้ั ใจปฏบิ ัติ
(พฤตกิ รรมบง่ ชี้) หนา้ ทก่ี ารงาน
1. เอาใจใสต่ ่อการ ปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ี ตัง้ ใจและรับผดิ ชอบใน ต้งั ใจและรับผดิ ชอบใน เอาใจใส่ตอ่ การ ไม่ขยัน อดทน
ในการทางาน
ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย การปฏบิ ัตหิ นา้ ทีท่ ไี่ ด้รบั การปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีท่ี ปฏิบัติหนา้ ทีท่ ไี่ ดร้ บั
มีพฤตกิ รรมบ่งชี้
2. ต้ังใจและรบั ผิดชอบ ใน มอบหมายใหส้ าเร็จ มี ได้รับมอบหมายให้ มอบหมาย ดงั น้ี
1.จาแนกขอ้ มูลได้
การทางานใหส้ าเร็จ การปรบั ปรงุ การทางาน สาเรจ็
เชื่อมโยง
3.ปรบั ปรงุ และพฒั นาการ ใหด้ ขี ึ้น ความสมั พนั ธ์ของ
ข้อมูลตา่ งๆกบั
ทางานดว้ ยตนเอง เหตุการณท์ ่พี บเหน็
ในชีวติ ประจาวนั ได้
4. ทุ่มเททางานอดทน ไม่ยอ่ ทอ้ ทางานด้วยความขยัน ทางานด้วยความขยัน ทางานดว้ ยความ อยา่ งถกู ต้อง รอ้ ย
ละ 40 ของจานวน
ต่อปญั หาและอุปสรรคในการ อดทน และพยายามให้ และพยายามให้งาน ขยนั เพื่อให้งาน คร้ังทีป่ ฏบิ ัติ
ทางาน งานสาเรจ็ ตาม สาเรจ็ ตามเปา้ หมาย เสรจ็ ตามท่ีไดร้ บั
5. พยายามแก้ปัญหาและ เป้าหมาย และชื่นชม มอบหมาย
อปุ สรรคในการทางานให้สาเร็จ ผลงานดว้ ยความ
6. ชื่นชมผลงานดว้ ยความ ภาคภมู ใิ จ
ภาคภมู ใิ จ
ประเด็นการประเมิน ความสามารถในการคดิ (พฤตกิ รรมบง่ ช้ี)
1.จาแนกข้อมลู จัด 1.จาแนกข้อมูลได้ มพี ฤติกรรมบ่งชี้ ดังนี้ มพี ฤตกิ รรมบ่งช้ี ดังนี้
หมวดหมู่ จดั ลาดับ 2.จาแนกหมวดหมู่ข้อมูล 1.จาแนกขอ้ มลู ได้ 1.จาแนกขอ้ มลู ได้
ความสาคัญของขอ้ มลู ได้ 2.จาแนกหมวดหมู่ข้อมลู 2.จาแนกหมวดหมูข่ ้อมลู
แบะเปรียบเทยี บขอ้ มูลใน 3.จดั ลาดบั ความสาคัญ ได้ ได้
บรบิ ททเี่ ปน็ สงิ่ ใกล้ตวั ของขอ้ มูลได้ 3.จดั ลาดบั ความสาคัญ
4.เปรยี บเทยี บขอ้ มลู ได้ ของขอ้ มลู ได้
2.เชื่อมโยงความสัมพันธ์ เชอื่ มโยงความสมั พันธ์ เช่ือมโยงความสัมพนั ธ์ เชื่อมโยงความสัมพนั ธ์
ของขอ้ มลู ท่ีพบเหน็ ใน ของขอ้ มูลต่างๆกบั เหตึ ของขอ้ มูลต่างๆกบั ของขอ้ มลู ตา่ งๆกบั
บริบททเ่ี ปน็ ส่ิงใกลต้ วั การณท์ ีพ่ บเห็นใน เหตุการณท์ ี่พบเหน็ ใน เหตุการณท์ พี่ บเหน็ ใน
ชีวติ ประจาวันไดอ้ ย่าง ชีวติ ประจาวันได้อยา่ ง ชีวิตประจาวนั ไดอ้ ย่าง
ถูกตอ้ ง ร้อยละ 80 ขนึ้ ไป ถูกตอ้ ง รอ้ ยละ 60-79 ถกู ต้อง ร้อยละ 40-59
ของจานวนครง้ั ทป่ี ฏบิ ตั ิ ของจานวนครงั้ ที่ปฏบิ ตั ิ ของจานวนครงั้ ท่ีปฏบิ ัติ
)
3.ระบรุ ายละเอียด ระบรุ ายละเอียด ระบุรายละเอยี ด ระบุรายละเอยี ด ระบรุ ายละเอยี ด
คณุ ลักษณะ และความคดิ
รวบยอดของข้อมูลตา่ งๆที่ คุณลักษณะ และความคิด คุณลกั ษณะ และ คณุ ลักษณะ และความคดิ คณุ ลกั ษณะ และ
พบเหน็ ในบรบิ ททเ่ี ปน็ สง่ิ
ใกล้ตัว รวบยอดของข้อมลู ต่างๆที่ ความคิดรวบยอดของ รวบยอดของข้อมลู ตา่ งๆที่ ความคดิ รวบยอด
พบเหน็ ในชวี ิตประจาวนั ขอ้ มลู ต่างๆทพ่ี บเหน็ ใน พบเหน็ ในชวี ิตประจาวัน ของขอ้ มูลตา่ งๆที่
ไดถ้ กู ตอ้ งและครบถ้วน ชีวติ ประจาวนั ได้ถกู ต้อง ไดถ้ ูกตอ้ งเป็นบางส่วน พบเหน็ ใน
แต่ไม่ครบถ้วน และไมค่ รบถ้วน ชีวิตประจาวันไมไ่ ด้
9.3 เกณฑ์การตดั สนิ
- รายบุคคล นกั เรยี นมผี ลการเรียนรู้ไม่ต่ากวา่ ระดบั 2 จึงถือว่าผ่าน
- รายกลมุ่ รอ้ ยละ80ของจานวนนักเรียนทงั้ หมดมผี ลการเรียนรไู้ มต่ ่ากว่าระดับ 2
) บันทึกหลังแผนการสอน
ด้านความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ด้านอน่ื ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมทมี่ ปี ญั หาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้ามี))
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
)
ใบงานท่ี 1.1 เรอื่ ง โรงเรียนของเรา
ค้าชแี้ จง ให้นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั สบื ค้นและรวบรวมข้อมลู ต่างๆ ของโรงเรียน แล้วบันทึกผล
โรงเรยี น
1. โรงเรยี นของเราตง้ั ข้ึนมาก่ีปี
2. โรงเรยี นของเรามคี รแู ละนักเรยี นกี่คน
3. โรงเรยี นของเราเคยเปล่ียนชือ่ โรงเรียนบ้างหรือไม่
4. โรงเรียนของเรามเี รือ่ งราวสาคัญอะไรเกิดขึน้ บา้ ง
)
แบบประเมนิ การน้าเสนอผลงาน
คา้ ช้แี จง : ให้ ผูส้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงใน
ช่องท่ีตรงกบั ระดบั คะแนน
ล้าดับท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1 เนื้อหาละเอียดชดั เจน
2 ความถกู ตอ้ งของเนือ้ หา
3 ภาษาท่ีใชเ้ ข้าใจงา่ ย
4 ประโยชนท์ ไ่ี ดจ้ ากการนาเสนอ
5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
รวม
ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ
)
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2 ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 3
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรอ่ื ง การลาดบั เร่ืองราวตามเวลา
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2562 เวลา 1 ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 เรอ่ื งราวสาคัญของโรงเรยี นและชุมชน
ผู้สอน นางสาวกชกร จินะโสต
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสาคัญของเวลา และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการ
ทางประวตั ิศาสตร์มาวเิ คราะหเ์ หตุการณต์ ่างๆอยา่ งเป็นระบบ
ตัวช้วี ดั
ป. 3/2 แสดงลาดบั เหตกุ ารณส์ าคญั ของโรงเรยี นและชุมชนโดยระบุหลักฐานและแหลง่ ขอ้ มูลท่ี
เกี่ยวขอ้ ง
2. สาระส้าคัญ
การแบ่งชว่ งเวลาใน 1 วัน แบ่งเป็นกลางวันและกลางคืน มีคาบอกช่วงเวลา ได้แก่ เช้า สาย เท่ียง
บ่าย เย็น หัวค่า ดึก เราสามารถเรียงลาดับเร่ืองราวเรื่องใดเกิดข้ึนก่อน เร่ืองใดเกิดข้ึนหลัง โดยใช้คาบอก
ชว่ งเวลา อดีต ปจั จุบัน อนาคต การใชค้ าบอกช่วงเวลาท่ถี ูกตอ้ ง จะทาใหเ้ ราเรียงลาดับเร่ืองราวได้ถูกตอ้ ง
3. สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
วธิ ีการสบื ค้นเหตุการณ์สาคัญ และการใชเ้ สน้ เวลา (Timeline)
4.จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ความรู้
4.1 บอกช่วงเวลาได้
ทกั ษะ/กระบวนการ
4.2 เรียงลาดับเหตกุ ารณ์ ชีวิตประจาวัน และเหตุการณ์เก่ียวกบั อดตี ปัจจบุ นั อนาคตได้
คณุ ธรรม จริยธรรม/คา่ นยิ ม
4.3 แสดงความสนใจตอ่ สิ่งต่างๆรอบตัว
4.4 มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู
5. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
- ความใฝเ่ รียนรู้