The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยทักษะทางประวัติศาสตร์1S2C

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nutid.tt, 2022-03-02 10:14:29

แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยทักษะทางประวัติศาสตร์1S2C

แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยทักษะทางประวัติศาสตร์1S2C

)

- ความมุ่งมัน่ ในการทางาน

6. สมรรถนะส้าคญั ของผู้เรยี น
- ความสามารถในการคิด

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ : วธิ ีสอนด้วยทักษะทางประวัตศิ าสตร์ 1S2C
ขน้ั น้าเขา้ สูบ่ ทเรียน (15 นาท)ี

1. ครแู จง้ จุดประสงคก์ ารเรียนร้ใู หน้ ักเรียนทราบ
2. นกั เรียนและครรู ่วมรอ้ งเพลงเด็ก ก่อนไปโรงเรียน
S : Sourcing
3. นกั เรียนและครรู ่วมกันสนทนาถงึ กิจวตั รประจาวนั ของแตล่ ะคน (ยกมอื เลอื กตัวแทนเล่า)
ขั้นส่งเสรมิ การเรียนรู้ (35 นาที)
4. จากการเล่ากิจวัตรประจาวัน เกมครูตั้งคาถามว่า กิจกรรมท่ีนักเรียนปฏิบัติในแต่ละวันเกิดขึ้น
ในชว่ งเวลาไหนบา้ ง? เหตกุ ารณไ์ หนเกดิ ขน้ึ เป็นอนั ดับแรก? กจิ กรรมใดทนี่ ักเรียนปฏิบัติเป็นลาดบั สดุ ทา้ ย?
C : Corroboration
5. นกั เรยี นช่วยกนั ยกตัวอยา่ งกจิ กรรมทท่ี าในชว่ งเวลา 1 วัน
6. ครูเตรียมบัตรภาพ กิจกรรมต่างๆท่ีเกิดขึ้นในช่วงเวลา 1 วัน เพ่ือให้นักเรียนร่วมกันสืบค้นและ
รวบรวมข้อมูลจากหลกั ฐานและแหล่งข้อมูลที่ได้ มาเรยี งลาดบั เหตุการณส์ าคญั ก่อน – หลัง
C : Contextualizing
7. นักเรียนร่วมกันนาบัตรภาพติดลงบนกระดาษบรู๊ฟ และเขียนคาบอกช่วงเวลา เช้า สาย เที่ยง
บา่ ย เยน็ หวั ค่า ดึก พรอ้ มทง้ั บอกเวลาท่เี หมาะสมดว้ ย
ขน้ั สรุปบทเรยี น (10นาท)ี
8. ส่งตัวแทนออกมานาเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน ครูสังเกตพฤติกรรมการนาเสนอของนักเรียน
และรว่ มกนั สรปุ ความรู้เรื่องวันเวลาและการเปลย่ี นแปลง

8. สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้
- บตั รภาพ กจิ กรรมตา่ งๆใน 1 วัน

)

- กระดาษบรูฟ
- กาว
- อุปกรณต์ กแต่ง (สี,ปากกาเคมี)

9. การวัดผลและประเมนิ ผล วธิ ีการวดั เครื่องมอื เกณฑ์การตัดสนิ
9.1 การวัดผล
รายการ สังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤติกรรมการ การประเมิน
พฤติกรรมการ
จุดประสงค์การเรยี นรู้ ทางานได้คะแนน
1. บอกช่วงเวลาได้ ตามเกณฑ์ท่ีกาหนด
ในแบบประเมนิ
การทางาน ทางาน นกั เรียนผา่ นเกณฑ์
ระดับคุณภาพดีข้ึน
2. เรยี งลาดับเหตุการณ์ ชวี ติ ประจาวนั ประเมินผลงาน แบบประเมินการทางาน ไป
และเหตกุ ารณ์เก่ียวกับอดตี ปัจจุบัน จากชิ้นงาน การประเมนิ
อนาคตได้ -แบบสงั เกตพฤติกรรมการ พฤติกรรมการ
3. แสดงความสนใจต่อสงิ่ ต่างๆรอบตัว สงั เกตพฤตกิ รรม ทางานรายบคุ คล ทางานได้คะแนน
4. มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพดู -แบบสงั เกตพฤติกรรมการ ตามเกณฑท์ ่ีกาหนด
นาเสนอผลงาน ใบแบบประเมิน

)

คุณลกั ษะอนั พึงประสงค์

ใฝ่เรียนรู้ ประเมินประพฤติกรรมคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (ใฝ่ แบบประเมนิ นักเรียนได้ระดบั
มุ่งมนั่ ในการ
เรยี นรู้) ประกอบด้วยประเดน็ ตอ่ ไปนี้ คุณลักษณะอันพึง คณุ ภาพ ดี ขน้ึ ไป

1. คน้ ควา้ หาความรู้เพิม่ เตมิ ประสงค์

2. ตั้งใจทางานตามทไี่ ด้รับมอบหมาย

3. สนใจ เอาใจใส่ต่อการเรยี น

4. ซกั ถามเม่ือมขี ้อสงสยั 5. ร่วมปฏบิ ัตกิ ิจกรรมทั้งในและ

นอกโรงเรียน

ประเมนิ ประพฤตกิ รรมคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (การ แบบประเมนิ นกั เรียนได้ระดับ

ทางาน มงุ่ ม่ันในการทางาน) ประกอบดว้ ยประเดน็ ตอ่ ไปนี้ คุณลักษณะอันพงึ คุณภาพ ดี ขนึ้ ไป

1. เอาใจใสต่ ่อการปฏิบตั หิ นา้ ทท่ี ไ่ี ดร้ ับมอบหมาย ประสงค์ (การ

2. ตงั้ ใจและรับผิดชอบในการทางานให้แล้วเสรจ็ มงุ่ มนั่ ในการ

3. ปรบั ปรงุ และพัฒนาการทางานด้วยตนเอง ทางาน)

4. ทุ่มเททางาน อดทน ไม่ย่อทอ้ ต่อปัญหาและอปุ สรรค

ในการทางาน

5. พยายามแกป้ ัญหาและอปุ สรรคในการทางานใหแ้ ล้ว

เสรจ็

6. ชน่ื ชมผลงานด้วยความภาคภูมใิ จ

สมรรถนะส้าคญั ของผู้เรยี น

ความสามารถใน ประเมนิ สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน (ความสามารถ แบบประเมิน นักเรียนได้ระดบั

การคิด ในการคดิ ) ประกอบด้วยประเดน็ ต่อไปนี้ สมรรถนะสาคัญ คุณภาพ ดี ข้ึนไป

1. จาแนกข้อมูล จัดหมวดหมู่ จัดลาดับความสาคัญ ของผู้เรียน

ของข้อมลู แบะเปรยี บเทยี บข้อมลู ในบริบทท่เี ป็นสง่ิ (ความสามารถใน

ใกล้ตัว การคดิ )

2. เชือ่ มโยงความสมั พนั ธ์ของข้อมลู ท่ีพบเหน็ ใน

บรบิ ททีเ่ ปน็ สิ่งใกล้ตัว

3. ระบุรายละเอียด คณุ ลักษณะ และความคิดรวบ

ยอดของข้อมลู ต่างๆที่พบเหน็ ในบรบิ ทท่ีเป็นสิง่ ใกล้

ตวั

)

9.2 เกณฑก์ ารประเมินผล (รูบรกิ ส์)

ประเด็นการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ

มุ่งม่ันในการทา้ งาน ดีเย่ียม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไม่ผา่ น (0)
ไมต่ ง้ั ใจปฏบิ ัติ
(พฤตกิ รรมบง่ ชี้) หนา้ ทก่ี ารงาน

1. เอาใจใสต่ ่อการ ปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ี ตัง้ ใจและรับผดิ ชอบใน ต้งั ใจและรับผดิ ชอบใน เอาใจใส่ตอ่ การ ไม่ขยัน อดทน
ในการทางาน
ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย การปฏบิ ัตหิ นา้ ทีท่ ไี่ ด้รบั การปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีท่ี ปฏิบัติหนา้ ทีท่ ไี่ ดร้ บั
มีพฤตกิ รรมบ่งชี้
2. ต้ังใจและรบั ผิดชอบ ใน มอบหมายใหส้ าเร็จ มี ได้รับมอบหมายให้ มอบหมาย ดงั น้ี
1.จาแนกขอ้ มูลได้
การทางานใหส้ าเร็จ การปรบั ปรงุ การทางาน สาเรจ็
เชื่อมโยง
3.ปรบั ปรงุ และพฒั นาการ ใหด้ ขี ึ้น ความสมั พนั ธ์ของ
ข้อมูลตา่ งๆกบั
ทางานดว้ ยตนเอง เหตุการณท์ ่พี บเหน็
ในชีวติ ประจาวนั ได้
4. ทุ่มเททางานอดทน ไม่ยอ่ ทอ้ ทางานด้วยความขยัน ทางานด้วยความขยัน ทางานดว้ ยความ อยา่ งถกู ต้อง รอ้ ย
ละ 40 ของจานวน
ต่อปญั หาและอุปสรรคในการ อดทน และพยายามให้ และพยายามให้งาน ขยนั เพื่อให้งาน คร้ังทีป่ ฏบิ ัติ

ทางาน งานสาเรจ็ ตาม สาเรจ็ ตามเปา้ หมาย เสรจ็ ตามท่ีไดร้ บั

5. พยายามแก้ปัญหาและ เป้าหมาย และชื่นชม มอบหมาย

อปุ สรรคในการทางานให้สาเร็จ ผลงานดว้ ยความ

6. ชื่นชมผลงานดว้ ยความ ภาคภมู ใิ จ

ภาคภมู ใิ จ

ประเด็นการประเมิน ความสามารถในการคดิ (พฤตกิ รรมบง่ ช้ี)

1.จาแนกข้อมลู จัด 1.จาแนกข้อมูลได้ มพี ฤติกรรมบ่งชี้ ดังนี้ มพี ฤตกิ รรมบ่งช้ี ดังนี้

หมวดหมู่ จดั ลาดับ 2.จาแนกหมวดหมู่ข้อมูล 1.จาแนกขอ้ มลู ได้ 1.จาแนกขอ้ มลู ได้

ความสาคัญของขอ้ มลู ได้ 2.จาแนกหมวดหมู่ข้อมลู 2.จาแนกหมวดหมูข่ ้อมลู

แบะเปรียบเทยี บขอ้ มูลใน 3.จดั ลาดบั ความสาคัญ ได้ ได้

บรบิ ททเี่ ปน็ สงิ่ ใกล้ตวั ของขอ้ มูลได้ 3.จดั ลาดบั ความสาคัญ

4.เปรยี บเทยี บขอ้ มลู ได้ ของขอ้ มลู ได้

2.เชื่อมโยงความสัมพันธ์ เชอื่ มโยงความสมั พันธ์ เช่ือมโยงความสัมพนั ธ์ เชื่อมโยงความสัมพนั ธ์

ของขอ้ มลู ท่ีพบเหน็ ใน ของขอ้ มูลต่างๆกบั เหตึ ของขอ้ มูลต่างๆกบั ของขอ้ มลู ตา่ งๆกบั

บริบททเ่ี ปน็ ส่ิงใกลต้ วั การณท์ ีพ่ บเห็นใน เหตุการณท์ ี่พบเหน็ ใน เหตุการณท์ พี่ บเหน็ ใน

ชีวติ ประจาวันไดอ้ ย่าง ชีวติ ประจาวันได้อยา่ ง ชีวิตประจาวนั ไดอ้ ย่าง

ถูกตอ้ ง ร้อยละ 80 ขนึ้ ไป ถูกตอ้ ง รอ้ ยละ 60-79 ถกู ต้อง ร้อยละ 40-59

ของจานวนครง้ั ทป่ี ฏบิ ตั ิ ของจานวนครงั้ ที่ปฏบิ ตั ิ ของจานวนครงั้ ท่ีปฏบิ ัติ

)

3.ระบรุ ายละเอียด ระบรุ ายละเอียด ระบุรายละเอยี ด ระบุรายละเอยี ด ระบรุ ายละเอยี ด
คณุ ลักษณะ และความคดิ
รวบยอดของข้อมูลตา่ งๆที่ คุณลักษณะ และความคิด คุณลกั ษณะ และ คณุ ลักษณะ และความคดิ คณุ ลกั ษณะ และ
พบเหน็ ในบรบิ ททเ่ี ปน็ สง่ิ
ใกล้ตัว รวบยอดของข้อมลู ต่างๆที่ ความคิดรวบยอดของ รวบยอดของข้อมลู ตา่ งๆที่ ความคดิ รวบยอด

พบเหน็ ในชวี ิตประจาวนั ขอ้ มลู ต่างๆทพ่ี บเหน็ ใน พบเหน็ ในชวี ิตประจาวัน ของขอ้ มูลตา่ งๆที่

ไดถ้ กู ตอ้ งและครบถ้วน ชีวติ ประจาวนั ได้ถกู ต้อง ไดถ้ ูกตอ้ งเป็นบางส่วน พบเหน็ ใน

แต่ไม่ครบถ้วน และไมค่ รบถ้วน ชีวิตประจาวันไมไ่ ด้

9.3 เกณฑ์การตดั สนิ
- รายบุคคล นกั เรยี นมผี ลการเรียนรู้ไม่ต่ากวา่ ระดบั 2 จึงถือว่าผ่าน
- รายกลมุ่ รอ้ ยละ80ของจานวนนักเรียนทงั้ หมดมผี ลการเรียนรไู้ มต่ ่ากว่าระดับ 2

)

แบบประเมินสมรรถนะส้าคญั ของผเู้ รียน (ความสามารถในการคิด)
ค้าชแี้ จง ใหเ้ ขียนเคร่ืองหมาย  ลงในชอ่ งว่างท่ีตรงกับความเป็นจรงิ

พฤตกิ รรมการแสดงออก จาแนก ้ขอ ูมล จัดหมวดห ูม่ ัจดลาดับ คะแนน ระดบั
ความสาคัญของ ้ขอมูลแบะเปรียบเ ีทยบ รวม คณุ ภาพ
ข้อมูลในบริบท ่ีทเป็นส่ิงใกล้ตัว
เชื่อมโยงความสัม ัพนธ์ของ ้ขอ ูมล ่ทีพบ
เ ็หนในบริบท ่ทีเ ็ปนสิ่งใกล้ ัตว
ระ ุบรายละเอียด ุคณลักษณะ และ
ความ ิคดรวบยอดของ ้ขอมูล ่ตางๆท่ีพบ
เห็นในบริบทท่ีเป็นส่ิงใกล้ตัว

ชือ่ -สกลุ ระดบั คะแนน
32 103 2 10 32 10

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ 9-8 ..................................................................................
ดีเยี่ยม (นางสาวกชกร จินะโสต)
ชว่ งคะแนน ผู้ประเมนิ
ระดบั คุณภาพ
7-6 5-4 3-0
ดี ผา่ น ไม่ผ่าน

สรปุ การประเมินดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (การมงุ่ มน่ั ในการทา้ งาน)

คาชีแ้ จง : เขยี นเครอ่ื งหมาย  ลงในช่อง 

 ดเี ยยี่ ม  ดี  ผา่ น  ไมผ่ ่าน

)

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทา้ งาน
ค้าชี้แจง ใส่เคร่อื งหมาย  ลงในรายการที่ตรงกบั พฤติกรรมของนักเรียน

ระดับคะแนน พฤติกรรม สรุป

ความสนใจ
การแสดงความ

คิดเห็น
การตอบคาถาม
การยอมรับ ัฟงผู้อื่น
ทางานตาม ่ีทได้รับ

มอบหมาย
รวม ผ่าน ไมผ่ ่าน
ช่อื – สกุล 1 2 3 1 2 3 1 2 3 1 2 3 1 2 3 15

ลงชอ่ื ...................................................... ผู้ประเมิน

............./............../...............

เกณฑ์การประเมนิ

คะแนน 3 = ทกุ ครงั้ หมายความว่า สังเกตทุกครั้ง พบพฤตกิ รรมนั้น

คะแนน 2 = บางครง้ั หมายความว่า สังเกตนานๆคร้งั พบพฤตกิ รรมนนั้

คะแนน 1 = นอ้ ยคร้งั ที่สดุ หมายความว่า สังเกตนานมากจงึ จะพบพฤตกิ รรมนัน้

เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดับคณุ ภาพ

คะแนน 11 – 15 ระดบั คุณภาพ ดี

คะแนน 6 – 10 ระดบั พอใช้

คะแนน 0 – 5 ระดบั ปรับปรงุ

ตั้งแต่ 6 คะแนนขนึ้ ไปถือว่า ผา่ นเกณฑ์

)

ชอ่ื -สกุล .............................................................................................ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3 เลขท่ี ..............

ค้าช้ีแจง ให้เขียนเคร่ืองหมาย  ลงในชอ่ งว่างทต่ี รงกับความเปน็ จรงิ

รายการประเมิน พฤติกรรมการแสดงออก ระดับคะแนน
3 2 10

1. ใฝ่เรยี นรู้ 1.1. ค้นควา้ หาความรเู้ พ่ิมเติม
1.2. ต้ังใจทางานตามทไี่ ด้รับมอบหมาย
1.3. สนใจ เอาใจใส่ตอ่ การเรียน
1.4. ซักถามเมื่อมีข้อสงสยั
1.5. รว่ มปฏบิ ัตกิ ิจกรรมทง้ั ในและนอกโรงเรยี น

คะแนนท่ีได้

คะแนนรวม

ระดับคุณภาพ

ลงชอ่ื ...................................................... ผปู้ ระเมิน
............./............../...............

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

พฤติกรรมท่ปี ฏิบตั ชิ ัดเจนและสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมทป่ี ฏิบัติชดั เจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ตั ิบางคร้ัง ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การประเมนิ

ระดับคุณภาพ เกณฑ์การตัดสิน

ดีเยี่ยม ได้คะแนนรวมระหว่าง 15 - 12 คะแนน และไม่มผี ลการประเมินข้อใดข้อหน่ึงตา่ กว่า 2 คะแนน

ดี ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 11 - 8 คะแนน และไม่มีผลการประเมนิ ข้อใดข้อหนงึ่ ตา่ กว่า 0 คะแนน

ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง 7 - 4 คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ข้อใดข้อหนงึ่ ต่ากวา่ 0 คะแนน

ไม่ผา่ น ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 3 – 0 คะแนน

สรปุ การสงั เกตคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

คาชแ้ี จง : เขยี นเครือ่ งหมาย  ลงในชอ่ ง 

 ดเี ยีย่ ม  ดี  ผา่ น  ไม่ผา่ น

)

แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (การม่งุ มนั่ ในการท้างาน) รายบคุ คล
ช่อื -สกลุ .............................................................................................ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 เลขท่ี ..............

คา้ ช้ีแจง ใหเ้ ขยี นเครื่องหมาย  ลงในช่องวา่ งที่ตรงกบั ความเป็นจริง

พฤติกรรม

ชื่อ – สกลุ เอาใจใส่ต่อการป ิฏบัติ คะแนน ระดับ
ห ้นา ่ีทท่ีได้รับมอบหมาย รวม คณุ ภาพ
ั้ตงใจและรับผิดชอบใน
การทางานให้แล้วเสร็จ
ปรับปรุงและพัฒนาการ

ทางานด้วยตนเอง
ทุ่มเททางาน อดทน ไม่
ย่อ ้ทอ ่ตอ ัปญหาและ
อุปสรรคในการทางาน
พยายามแ ้กปัญหาและ
อุปสรรคในการทางาน

ให้แล้วเสร็จ
่ืชนชมผลงานด้วยความ

ภาคภู ิมใจ

3 2 1 3 2 1 3 2 1 32 1 3 2 1 32 1

เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ

ช่วงคะแนน 18-16 15-11 10-6 5-1
ระดับคณุ ภาพ ดีเย่ียม ดี ผา่ น ไม่ผ่าน

สรุปการสังเกตคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (การมุ่งมั่นในการท้างาน)

คาชี้แจง : เขียนเคร่ืองหมาย  ลงในชอ่ ง 

 ดเี ยีย่ ม  ดี  ผา่ น  ไมผ่ ่าน

)

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3 ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม เรือ่ ง เรอ่ื งราวสาคัญของชมุ ชน
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2562 เวลา 2 ชว่ั โมง
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เรอ่ื งราวสาคญั ของโรงเรียนและชุมชน
ผ้สู อน นางสาวกชกร จินะโสต

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสาคัญของเวลา และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการ

ทางประวัตศิ าสตร์มาวเิ คราะห์เหตกุ ารณ์ต่างๆอย่างเป็นระบบ
ตัวชวี้ ัด
ป.3/2 แสดงลาดบั เหตุการณส์ าคัญของโรงเรียนและชุมชน โดยระบุหลักฐานและแหล่งข้อมลู ที่

เกีย่ วข้อง

2. สาระสา้ คญั
การสืบค้นและรวบรวมข้อมูลจากหลักฐาน และแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างมีระบบขั้นตอน จะ

ลาดับเหตุการณส์ าคัญ ทเี่ กิดขึ้นในชมุ ชนได้สอดคล้องกบั ความเป็นจรงิ

3. สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1. วธิ ีการสืบคน้ เหตกุ ารณส์ าคัญของโรงเรยี นและชมุ ชน โดยใชห้ ลักฐานและแหลง่ ข้อมูลท่ี

เก่ียวข้อง
2. ใช้เส้นเวลา (Time Line) ลาดับเหตุการณ์ท่เี กิดขน้ึ ในโรงเรียนและชมุ ชน

4.จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ความรู้
4.1 สืบค้นและรวบรวมขอ้ มูลของโรงเรยี นจากหลักฐาน และแหลง่ ข้อมูลได้
4.2 ลาดบั เหตกุ ารณส์ าคัญท่ีเกดิ ขน้ึ ในชุมชนได้
ทักษะ/กระบวนการ
4.3 เขยี นเสน้ เวลา (Time Line) ลาดับเหตุการณ์ทเ่ี กิดขน้ึ ในชุมชนได้
คุณธรรม จรยิ ธรรม/คา่ นยิ ม
4.4 มมี ารยาทในการฟงั การดู และการพดู

)

5. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
- ความใฝ่เรยี นรู้
- ความมุ่งมัน่ ในการทางาน

6. สมรรถนะส้าคัญของผู้เรียน
- ความสามารถในการคดิ

7. กิจกรรมการเรียนรู้ : วิธีสอนดว้ ยทักษะทางประวัติศาสตร์ 1S2C
ชัว่ โมงท่ี 1
ขั้นนา้ เขา้ สู่บทเรียน (15 นาท)ี

1. ให้นักเรียนบอกช่ือหมู่บ้าน หรือช่ือชุมชนท่ีนักเรียนอาศัยอยู่ จากน้ันครูให้นักเรียนท่ีรู้จักที่มา
ของช่อื หมู่บ้าน หรอื ชื่อชุมชนของตนเองมาเล่าให้เพ่อื นฟัง

S : Sourcing
2. ครูอธิบายเช่ือมโยงให้นักเรียนเข้าใจว่า ช่ือหมู่บ้าน หรือชุมชนมักจะแฝงเรื่องราว หรือประวัติ
ความเป็นมาอย่ดู ว้ ย
3. ครเู ล่าความเปน็ มาของช่อื “แพะเมอื งผ”ี ใหน้ กั เรยี นฟงั เพื่อให้นักเรียนตระหนักถึงความสาคัญ
ของการสบื คน้ และรวบรวมข้อมูลในสงิ่ ที่สนใจในชมุ ชน
4. นกั เรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิด

-นักเรียนคิดว่า ส่ิงสาคัญที่สุดในการศึกษาเร่ืองราวของชุมชนในอดีตคืออะไร
จงอธิบายเหตผุ ล

(พิจารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยให้อยู่ในดุลยพนิ จิ ของครผู ู้สอน)
ขัน้ สง่ เสริมการเรยี นรู้ (45 นาท)ี

5. แบง่ นักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม ครมู อบหมายใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มสบื ค้นประวัติความเป็นมาของ
ชมุ ชนท่เี ป็นที่ตงั้ ของโรงเรียน โดยใหค้ รอบคลมุ ประเด็นตามท่ีกาหนด ดงั นี้

1) การสบื ค้นและการรวบรวมข้อมูล
2) การลาดับเหตกุ ารณ์สาคัญที่เกดิ ข้นึ ในชุมชน
3) การใชเ้ ส้นเวลาลาดบั เหตุการณท์ ี่เกดิ ขึน้ ในชุมชน
C : Corroboration
6. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ รว่ มกันประเมินค่าและประโยชน์ท่ีได้จากหลักฐานในการสืบค้นและรวบรวม
ข้อมูลจากหลกั ฐานหรือแหล่งขอ้ มูล ดังนี้
1) หลกั ฐาน หรอื แหล่งขอ้ มลู ทสี่ ืบค้นมาคืออะไร
2) หลักฐาน หรือแหล่งขอ้ มลู ดงั กล่าวมีความน่าเช่อื ถือหรอื ไม่ จงอธิบาย
3) หลักฐานดังกล่าวมีประโยชนต์ ่อการศึกษาประวตั ิความเปน็ มาของชมุ ชนอย่างไร

)

7. ตัวแทนกลุ่มนาเสนอผลงานหนา้ ชัน้ เรยี น โดยมีครตู รวจสอบความถกู ต้อง
ชว่ั โมงที่ 2
ขน้ั ส่งเสรมิ การเรียนรู้ (50 นาท)ี

8. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันเลือกและตัดสินใจสืบค้นหลักฐานหรือแหล่งข้อมูลประวัติความ
เป็นมาของชุมชนทีน่ ่าเชอื่ ถือมากทสี่ ดุ

9. นกั เรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิด
-หลักฐาน หรอื แหล่งข้อมลู ที่น่าเช่อื ถอื ทีส่ ดุ คืออะไร จงอธบิ ายเหตผุ ล
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยให้อย่ใู นดลุ ยพินจิ ของครูผ้สู อน)

C : Contextualizing
10. นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นประวัติความเป็นมาของชุมชนที่เป็นท่ีต้ังของโรงเรียนตามหลักฐาน
หรอื แหลง่ ขอ้ มลู เพอื่ รวบรวมขอ้ มูล ดงั น้ี

1) ทม่ี าของชื่อชุมชน
2) เหตุการณ์สาคัญท่เี กิดขน้ึ ในชมุ ชน
3) ผลงานสาคญั ของชมุ ชน
11. นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนรายงานประวัติความเป็นมาของชุมชนท่ีเป็นที่ต้ังของโรงเรียนตาม
ประเด็นทกี่ าหนด
12. ตัวแทนกลุ่มนาเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน จากน้ันครูตรวจสอบความถูกต้องและให้
ขอ้ เสนอแนะ
13. นกั เรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิด
-นกั เรียนมคี วามภาคภูมใิ จในประวตั คิ วามเป็นมาของชมุ ชนทเี่ ปน็ ท่ตี งั้ ของโรงเรียนอย่างไร
(พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ ิจของครผู ูส้ อน)
ขั้นสรุปบทเรยี น (10นาท)ี
14. นักเรียนและครูช่วยกนั สรปุ ประวัติความเป็นมาของชุมชนที่เป็นที่ต้ังของโรงเรียน แล้วร่วมกัน
จดั ปา้ ยนเิ ทศเพอ่ื เผยแพรค่ วามรู้

8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สือ่ การเรียนรู้
1. เอกสารประกอบการสอน
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้

1. ผู้ปกครอง

2. ผรู้ ู้ในชุมชน

)

9. การวัดผลและประเมินผล

9.1 การวัดผล

รายการ วิธีการวัด เครื่องมอื เกณฑ์การตัดสิน

จุดประสงค์การเรยี นรู้ แบบสังเกต การประเมินพฤตกิ รรม
พฤติกรรมการทางาน การทางานได้คะแนน
1. สบื คน้ และรวบรวมข้อมลู ของโรงเรียน สงั เกตพฤติกรรม ตามเกณฑท์ ่ีกาหนดใน
แบบสังเกต แบบประเมิน
จากหลักฐาน และแหล่งข้อมูลได้ การทางาน พฤติกรรมการ นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์
นาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพดีขน้ึ ไป
2. ลาดบั เหตุการณส์ าคัญทเ่ี กิดขึน้ ใน แบบสงั เกต
พฤติกรรมการทางาน การประเมนิ พฤติกรรมการ
ชุมชนได้ รายบุคคล ทางานไดค้ ะแนนตามเกณฑ์
ที่กาหนดใบแบบประเมิน
3. เขยี นเส้นเวลา (Time Line) ลาดบั ประเมินผลงาน แบบประเมนิ
คณุ ลกั ษณะอนั นักเรียนได้ระดับ
เหตกุ ารณ์ทเ่ี กดิ ขึ้นในชมุ ชนได้ จากชนิ้ งาน พงึ ประสงค์ คณุ ภาพ ดี ข้ึนไป

4. มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพดู สงั เกตพฤตกิ รรม

คณุ ลกั ษะอนั พึงประสงค์

ใฝเ่ รียนรู้ ประเมินประพฤตกิ รรมคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
ประกอบดว้ ยประเดน็ ตอ่ ไปนี้
1. ค้นคว้าหาความรูเ้ พม่ิ เติม
2. ตั้งใจทางานตามทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
3. สนใจ เอาใจใส่ต่อการเรยี น
4. ซกั ถามเมอื่ มขี ้อสงสัย
5. รว่ มปฏิบตั กิ ิจกรรมทัง้ ในและนอกโรงเรียน

)

รายการ วธิ ีการวัด เคร่ืองมอื เกณฑ์การตดั สนิ

ม่งุ มน่ั ในการ ประเมนิ ประพฤติกรรมคณุ ลักษณะอนั พึง แบบประเมนิ นักเรียนได้ระดบั

ทางาน ประสงค์ (การมงุ่ มน่ั ในการทางาน) ประกอบดว้ ย คุณลกั ษณะอนั คณุ ภาพ ดี ขน้ึ ไป

ประเด็นต่อไปน้ี พงึ ประสงค์ (การ

1. เอาใจใสต่ ่อการปฏิบัตหิ น้าทีท่ ไี่ ดร้ ับมอบหมาย มงุ่ มนั่ ในการ

2. ตง้ั ใจและรบั ผิดชอบในการทางานให้แลว้ เสร็จ ทางาน)

3. ปรบั ปรุงและพัฒนาการทางานด้วยตนเอง

4. ทมุ่ เททางาน อดทน ไมย่ ่อท้อต่อปัญหาและ

อุปสรรคในการทางาน

5. พยายามแก้ปัญหาและอปุ สรรคในการทางาน

ให้แล้วเสรจ็

6. ชน่ื ชมผลงานดว้ ยความภาคภมู ใิ จ

สมรรถนะสา้ คญั ของผู้เรียน แบบประเมนิ นกั เรยี นได้ระดับ
ความสามารถใน ประเมนิ สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น สมรรถนะสาคัญ คณุ ภาพ ดี ข้ึนไป
การคิด (ความสามารถในการคดิ ) ประกอบด้วย ของผูเ้ รยี น
(ความสามารถ
ประเด็นต่อไปน้ี ในการคดิ )
1. จาแนกข้อมลู จัดหมวดหมู่ จดั ลาดับ
ความสาคัญของขอ้ มูลแบะเปรียบเทียบข้อมูล
ในบรบิ ททเ่ี ปน็ ส่งิ ใกลต้ วั
2. เช่ือมโยงความสัมพันธ์ของข้อมูลท่ีพบเหน็
ในบรบิ ทท่ีเป็นส่ิงใกลต้ ัว
3. ระบรุ ายละเอียด คุณลักษณะ และความคิด
รวบยอดของข้อมลู ต่างๆทพ่ี บเหน็ ในบริบทท่ี
เป็นสิง่ ใกลต้ วั

)

9.2 เกณฑก์ ารประเมินผล (รูบรกิ ส์)

ประเด็นการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

มุ่งมนั่ ในการทา้ งาน ดีเย่ียม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไม่ผา่ น (0)
ไมต่ ง้ั ใจปฏบิ ัติ
(พฤติกรรมบง่ ชี้) หนา้ ทก่ี ารงาน

1. เอาใจใส่ตอ่ การ ปฏิบตั ิหนา้ ท่ี ตัง้ ใจและรับผดิ ชอบใน ต้งั ใจและรับผดิ ชอบใน เอาใจใส่ตอ่ การ ไม่ขยัน อดทน
ในการทางาน
ทไ่ี ด้รับมอบหมาย การปฏบิ ัตหิ นา้ ทีท่ ไี่ ด้รบั การปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีท่ี ปฏิบัติหนา้ ทีท่ ไี่ ดร้ บั
มีพฤตกิ รรมบ่งชี้
2. ต้ังใจและรบั ผดิ ชอบในการ มอบหมายใหส้ าเร็จ มี ได้รับมอบหมายให้ มอบหมาย ดงั น้ี
1.จาแนกขอ้ มูลได้
ทางานใหส้ าเรจ็ การปรบั ปรงุ การทางาน สาเรจ็
เชื่อมโยง
3.ปรับปรุงและพฒั นาการ ใหด้ ขี ึ้น ความสมั พนั ธ์ของ
ข้อมูลตา่ งๆกบั
ทางานดว้ ยตนเอง เหตุการณท์ ่พี บเหน็
ในชีวติ ประจาวันได้
4. ทุ่มเททางานอดทน ไม่ย่อทอ้ ทางานด้วยความขยัน ทางานด้วยความขยัน ทางานดว้ ยความ อยา่ งถกู ต้อง รอ้ ย
ละ 40 ของจานวน
ต่อปัญหาและอุปสรรคในการ อดทน และพยายามให้ และพยายามให้งาน ขยนั เพื่อให้งาน คร้ังทีป่ ฏบิ ัติ

ทางาน งานสาเรจ็ ตาม สาเรจ็ ตามเปา้ หมาย เสรจ็ ตามท่ีไดร้ บั

5. พยายามแก้ปัญหาและ เป้าหมาย และชื่นชม มอบหมาย

อุปสรรคในการทางานให้สาเร็จ ผลงานดว้ ยความ

6. ชื่นชมผลงานดว้ ยความ ภาคภมู ใิ จ

ภาคภูมิใจ

ประเด็นการประเมนิ ความสามารถในการคดิ (พฤตกิ รรมบง่ ช้ี)

1.จาแนกข้อมูล จดั 1.จาแนกข้อมูลได้ มพี ฤติกรรมบ่งชี้ ดังนี้ มพี ฤตกิ รรมบ่งช้ี ดังนี้

หมวดหมู่ จัดลาดับ 2.จาแนกหมวดหมู่ข้อมูล 1.จาแนกขอ้ มลู ได้ 1.จาแนกขอ้ มลู ได้

ความสาคัญของขอ้ มูล ได้ 2.จาแนกหมวดหมู่ขอ้ มลู 2.จาแนกหมวดหมูข่ ้อมลู

แบะเปรียบเทียบขอ้ มลู ใน 3.จดั ลาดบั ความสาคัญ ได้ ได้

บรบิ ทท่ีเปน็ สง่ิ ใกล้ตวั ของขอ้ มูลได้ 3.จดั ลาดบั ความสาคญั

4.เปรยี บเทยี บขอ้ มลู ได้ ของขอ้ มลู ได้

2.เชื่อมโยงความสมั พันธ์ เชอื่ มโยงความสมั พันธ์ เช่ือมโยงความสัมพนั ธ์ เชื่อมโยงความสัมพนั ธ์

ของขอ้ มลู ทีพ่ บเหน็ ใน ของขอ้ มูลต่างๆกบั เหตึ ของขอ้ มูลต่างๆกบั ของขอ้ มลู ตา่ งๆกบั

บริบททเ่ี ปน็ สิง่ ใกลต้ วั การณท์ ีพ่ บเห็นใน เหตุการณท์ ี่พบเหน็ ใน เหตุการณท์ พี่ บเหน็ ใน

ชีวติ ประจาวันไดอ้ ย่าง ชีวิตประจาวันได้อย่าง ชีวิตประจาวนั ไดอ้ ย่าง

ถกู ตอ้ ง ร้อยละ 80 ขนึ้ ไป ถูกตอ้ ง รอ้ ยละ 60-79 ถกู ต้อง ร้อยละ 40-59

ของจานวนครง้ั ทป่ี ฏบิ ตั ิ ของจานวนครงั้ ที่ปฏบิ ตั ิ ของจานวนครงั้ ท่ีปฏบิ ัติ

)

3.ระบรุ ายละเอียด ระบรุ ายละเอียด ระบุรายละเอยี ด ระบุรายละเอยี ด ระบรุ ายละเอยี ด
คณุ ลักษณะ และความคดิ
รวบยอดของข้อมูลตา่ งๆที่ คุณลักษณะ และความคิด คุณลกั ษณะ และ คณุ ลักษณะ และความคดิ คณุ ลกั ษณะ และ
พบเหน็ ในบรบิ ททเ่ี ปน็ สง่ิ
ใกล้ตัว รวบยอดของข้อมลู ต่างๆที่ ความคิดรวบยอดของ รวบยอดของข้อมลู ตา่ งๆที่ ความคดิ รวบยอด

พบเหน็ ในชวี ิตประจาวนั ขอ้ มลู ต่างๆทพ่ี บเหน็ ใน พบเหน็ ในชวี ิตประจาวัน ของขอ้ มูลตา่ งๆที่

ไดถ้ กู ตอ้ งและครบถ้วน ชีวติ ประจาวนั ได้ถกู ต้อง ไดถ้ ูกตอ้ งเป็นบางส่วน พบเหน็ ใน

แต่ไม่ครบถ้วน และไมค่ รบถ้วน ชีวิตประจาวันไมไ่ ด้

9.3 เกณฑ์การตดั สนิ
- รายบุคคล นกั เรยี นมผี ลการเรียนรู้ไม่ต่ากวา่ ระดบั 2 จึงถือว่าผ่าน
- รายกลมุ่ รอ้ ยละ80ของจานวนนักเรียนทงั้ หมดมผี ลการเรียนรไู้ มต่ ่ากว่าระดับ 2

)

เอกสารประกอบการสอน

ตา้ นานแพะเมืองผี

วนอุทยานแพะเมืองผี เม่ือคร้ังในอดตี กาลนานมาแล้ว ชาวบา้ นขนานนามว่า เป็น
“แพะเมืองผ”ี ไม่มผี ู้ใดทราบประวตั ิเป็นที่แน่นอน แต่ไดเ้ ลา่ สบื ทอดกนั มาวา่ แตก่ ่อนบริเวณป่า
แห่งน้ี เป็นพืน้ ท่ีอดุ มสมบูรณ์ มพี ันธไ์ มใ้ หญ่ขึน้ อยูห่ นาแน่นและสัตว์ปา่ น้อยใหญ่เปน็ จานวนมาก
ในสมยั น้ัน มีครูบาปัญโญฯ เป็นเจ้าอาวาสวดั น้าชา ตาบลนา้ ชา ซึ่งชาวบ้านไดพ้ ร้อมใจกัน
นิมนตม์ าเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวดั นา้ ชา และไดบ้ อกเลา่ ประวัตแิ พะเมอื งผสี ืบทอด
ตดิ ตอ่ กันมาวา่ มีหญงิ ชราคนหนึ่งซ่งึ ชาวบ้านเรยี กว่า “ ย่าส่มุ ” เขา้ ไปหาผัก หนอ่ ไม้ เป็น
อาหาร แตห่ ลงป่าแลว้ ไปพบหลมุ เงิน ทองคา จึงได้นาเงนิ และทองคา ใส่ถงุ แลว้ เตรยี มหาบจะ
กลับบ้านเสร็จแลว้ เกดิ หลงป่าอกี โดยไม่สามารถนาเอาหาบเงนิ ทองคา ออกมาได้ ย่าสุม่ จึงวาง
หาบจะกลบั บา้ นเสร็จแล้วเกิดหลงปา่ อีก โดยไม่สามารถนาเอาหาบเงิน คา ออกมาได้ ยา่ สุม่ จงึ
วางหาบแล้วหาไมม้ าคาดเปน็ ราว (ราวไม้) ตอ่ มาออกจากป่าจนถงึ บ้านและเดินกลับไปราวไม้ที่
คาดไวเ้ ปน็ แนวทางไว้ ซึ่งปัจจบุ ันเป็นรอ่ งทางน้าพบเหน็ ได้ เป็นแนวออกไปทางบ้านนา้ ชาทิศ
ตะวนั ออกของแพะเมืองผี ย่าสุม่ จงึ ได้ชักชวนชาวบ้านให้เข้าไปด้วยปรากฏวา่ ชาวบ้านก็ได้
ตดิ ตามย่าสมุ่ เขา้ ไปถงึ จดุ ที่ย่าสมุ่ วางหาบไว้แต่ไมพ่ บเงนิ และทองคา ในหาบแตอ่ ยา่ ใด ไม่รู้ว่า
หายไปได้อยา่ งไร ชาวบา้ นจึงขนานนามสถานท่นี น้ั ว่า “แพะยา่ สุ่มคาดราว” และได้ชว่ ยกนั
ค้นหา พบรอยเทา้ คนเดนิ ย่าสุม่ และชาวบ้านไดเ้ ดินตามรอยเทา้ เหลา่ นั้นไปจนกระทง่ั มาถึง
พ้ืนที่ซงึ่ ชาวบ้านขนานนามวา่ “แพะเมอื งผ”ี ภาษาพน้ื เมืองทางภาคเหนือคาว่า “แพะ” ในท่ีน้ี
หมายถึงป่าแพะนน่ั เอง ส่วนคาว่าเมืองผี ก็เป็นช่ือท่ีชาวบา้ นเรียกกันสืบมาในสมัยดกึ ดาบรรพ์
โดยอาจจะเห็นว่าปา่ แพะตรงนี้มีลกั ษณะพศิ ดาลของภูมิประเทศ และเพราะความเรน้ ลับตาม
เรอ่ื งราวที่เชื่อถือเล่าสบื ทอดกนั มาจนถงึ ปัจจุบนั นก้ี อ็ าจเปน็ ได้

ท่ีมา : http://park.dnp.go.th/visitor/nationparkshow.php?PTA_CODE=4008

)

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3
ความเป็นมาของชุมชน

)

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 1

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 3

ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3

เรือ่ ง ปจั จัยท่มี ีผลต่อการตั้งถิ่นฐานและพัฒนาการของชุมชน

ผ้สู อน นางสาวกชกร จินะโสต เวลา 2 ชัว่ โมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 4.2 เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบันในด้านความสัมพันธ์ และการ

เปลีย่ นแปลงของเหตุการณ์อยา่ งต่อเนือ่ งตระหนกั ถึงความสาคัญ และสามารถวิเคราะห์ผลกระทบที่เกดิ ข้ึน
ตัวช้วี ดั
ป.3/1 ระบุปจั จยั ทม่ี ีอิทธพิ ลต่อการตั้งถนิ่ ฐานและพัฒนาการของชุมชน

2. สาระส้าคญั
การสืบค้นและรวบรวมข้อมูลของโรงเรียนจากหลักฐาน และแหล่งข้อมูลท่ีเก่ียวข้องจะต้องทา

อยา่ งมรี ะบบข้ันตอน

3. สาระการเรียนร้แู กนกลาง
1) ปจั จัยการต้งั ถน่ิ ฐานของชุมชนซ่ึงขนึ้ อยู่กับปัจจยั ทางภมู ิศาสตร์และปัจจยั ทางสังคม เช่น ความ

เจริญทางเทคโนโลยี การคมนาคม ความปลอดภัย
2) ปจั จัยทมี่ ีอิทธพิ ลต่อพฒั นาการของชุมชนทัง้ ปัจจัยทางภมู ศิ าสตรแ์ ละปจั จยั ทางสงั คม

4.จุดประสงค์การเรียนรู้
ความรู้
4.1 อธบิ ายลกั ษณะของปจั จัยทางภูมิศาสตร์ได้
4.2 อธบิ ายลักษณะของปจั จัยทางสงั คมได้
ทักษะ/กระบวนการ
4.3 เขยี นจาแนกความแตกต่างของปจั จัยทางภมู ิศาสตร์และปจั จัยทางสงั คมได้
คณุ ธรรม จริยธรรม/ค่านยิ ม
4.4 มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพูด

)

5. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
- ความใฝเ่ รยี นรู้
- ความมุ่งมน่ั ในการทางาน

6. สมรรถนะส้าคัญของผเู้ รยี น
- ความสามารถในการคิด

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ : วธิ ีสอนดว้ ยทกั ษะทางประวัติศาสตร์ 1S2C
ช่วั โมงที่ 1
ขั้นนา้ เขา้ สู่บทเรียน (15 นาที)

S : Sourcing
1. ครนู าบตั รภาพมาแสดงท่หี นา้ ชั้นเรยี น แล้วให้นักเรียนพิจารณาว่า ภาพดังกล่าวมีความสัมพันธ์
หรือมคี วามเช่อื มโยงกนั อย่างไร
2. สุ่มเรยี กตวั แทนนกั เรยี น 2-3 คน ออกมาอธบิ ายความสมั พันธห์ รือความเช่อื มโยงของภาพต่างๆ
3. ครูกาหนดประเด็นในการเช่ือมโยงว่า วิถีชีวิตริมน้า จากน้ันอธิบายความสัมพันธ์ หรือความ
เช่ือมโยงกันของภาพดังกล่าวให้นักเรียนสังเกตเก่ียวกับปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตั้งถ่ินฐานและการดาเนิน
วิถชี ีวิตของคนในชุมชน
4. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ

-สภาพแวดลอ้ มทางภูมิศาสตร์ มผี ลต่อวิถชี ีวิตของคนในชุมชนหรือไม่ จงอธบิ าย
(มีผลต่อวถิ ชี วี ติ ของคนในชมุ ชน เชน่ ชุมชน ทีอ่ าศยั อยู่ริมนา้ มักจะประกอบอาชีพประมง
ทาการเกษตร และมีประเพณี หรอื กิจกรรม ทเี่ ก่ียวกบั นา้ เช่น แข่งเรอื โยนบวั
โล้กระทะ)
ขน้ั สง่ เสริมการเรยี นรู้ (45 นาที)
5. นกั เรียนร่วมกันศึกษาความรู้เร่ือง ปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อการต้ังถิ่นฐานและพัฒนาการของชุมชน
จากหนงั สอื เรยี น
C : Corroboration
6. นักเรียนผลัดกันอธิบายลักษณะของปัจจัยทางภูมิศาสตร์ และปัจจัยทางสังคม จากน้ันร่วมกัน
จาแนกความแตกตา่ งของปัจจัยทางภมู ศิ าสตร์และปัจจัยทางสังคม
7. ครูให้นักเรียนร่วมกันจาแนกบัตรภาพที่ครูนามาแสดงในขั้นที่ 1 ว่า บัตรภาพใดเป็นปัจจัยทาง
ภูมศิ าสตร์ และบัตรภาพใดเปน็ ปจั จัยทางสังคมท่ีมีผลต่อวิถีชีวติ ของคนในชุมชนและการพัฒนาของชมุ ชน
8. นกั เรียนส่งตวั แทนออกมานาเสนอผลการจาแนกทห่ี น้าชน้ั เรียน พรอ้ มอธบิ ายประกอบ

)

ชั่วโมงท่ี 2
ขัน้ สง่ เสรมิ การเรยี นรู้ (50 นาท)ี

9. ครูให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ว่า ปัจจัยทางภูมิศาสตร์และปัจจัยทางสังคมมีผลต่อวิถีชีวิตของ
คนในชมุ ชนและการพัฒนาของชมุ ชนอยา่ งไร

C : Contextualizing
10. นักเรียนสรุปผลการวิเคราะห์ จากน้ันสุ่มเรียกตัวแทนนักเรียนรายงานผลการวิเคราะห์ท่ีหน้า
ชนั้ เรียน
11. นักเรียนตอบคาถามกระต้นุ ความคดิ

- การประกอบอาชพี ทีไ่ มเ่ หมาะสมกับสภาพภูมิศาสตร์ จะเกิดผลกระทบอยา่ งไร
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของครผู ู้สอน)
12. นักเรียนร่วมกันอธิบายและยกตัวอย่างปัจจัยทางภูมิศาสตร์และปัจจัยทางสังคมที่มีผลต่อวิถี
ชีวติ ของคนในชมุ ชนและการพฒั นาของชุมชน เชน่
1) การเลือกต้ังถิ่นฐานบริเวณท่ีราบลุ่มแม่น้าจะส่งผลต่อการประกอบอาชีพ และการ
ดารงชวี ติ อยา่ งไร
2) การลงแขกเกย่ี วขา้ ว แสดงใหเ้ ห็นถึงปจั จยั ทางภมู ิศาสตร์ และปัจจัยทางสังคมอยา่ งไร
ขัน้ สรปุ บทเรียน (10นาท)ี
13. นักเรียนทาใบงานท่ี 1.1 เรื่อง ปัจจัยทางภูมิศาสตร์และทางสังคมท่ีมีอิทธิพลต่อชุมชน เม่ือ
นกั เรยี นทาใบงานเสรจ็ แล้วให้นาสง่ ครตู รวจ

8. สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้
1) หนังสือเรียน ประวัตศิ าสตร์ ป.3
2) บัตรภาพ
3) ใบงานที่ 1.1 เร่อื ง ปจั จัยทางภมู ศิ าสตรแ์ ละทางสงั คมทม่ี ีอิทธพิ ลตอ่ ชมุ ชน

)

9. การวัดผลและประเมินผล

9.1 การวดั ผล วิธกี ารวดั เครื่องมอื เกณฑ์การตัดสิน
รายการ

จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อธบิ ายลักษณะของปจั จัยทาง สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกต การประเมนิ พฤติกรรม

ภูมิศาสตรไ์ ด้ การทางาน พฤติกรรมการทางาน การทางานไดค้ ะแนน

2. อธิบายลกั ษณะของปัจจัยทางสังคมได้ ตามเกณฑท์ ี่กาหนดใน

แบบประเมนิ

3. เขียนจาแนกความแตกต่างของปัจจยั ประเมนิ ผลงาน แบบสังเกต นักเรียนผ่านเกณฑ์
ทางภมู ิศาสตรแ์ ละปจั จยั ทางสังคมได้ จากชิน้ งาน
พฤติกรรมการ ระดบั คุณภาพดีขึ้นไป

นาเสนอผลงาน

4. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู สังเกตพฤติกรรม -แบบสงั เกต การประเมนิ พฤตกิ รรมการ
คุณลกั ษะอนั พึงประสงค์
พฤติกรรมการทางาน ทางานไดค้ ะแนนตามเกณฑ์
ที่กาหนดใบแบบประเมนิ
รายบุคคล

ใฝ่เรียนรู้ ประเมินประพฤติกรรมคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคป์ ระกอบดว้ ย แบบประเมนิ นกั เรยี นไดร้ ะดบั
มุ่งม่ันใน ประเดน็ ต่อไปน้ี คณุ ลักษณะอัน คุณภาพ ดี ขนึ้
1. คน้ ควา้ หาความรู้เพ่ิมเติม พงึ ประสงค์ ไป
2. ตงั้ ใจทางานตามที่ได้รบั มอบหมาย
3. สนใจ เอาใจใส่ตอ่ การเรียน แบบประเมิน นักเรียนได้ระดบั
4. ซักถามเมอ่ื มีข้อสงสัย
5. รว่ มปฏบิ ตั กิ จิ กรรมทั้งในและนอกโรงเรยี น
ประเมินประพฤติกรรมคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (การ

การทางาน มุง่ มัน่ ในการทางาน) ประกอบดว้ ยประเด็นตอ่ ไปนี้ คณุ ลักษณะอัน คณุ ภาพ ดี ขึน้

1. เอาใจใสต่ ่อการปฏบิ ัติหนา้ ท่ที ่ไี ด้รบั มอบหมาย พึงประสงค์ ไป

2. ตัง้ ใจและรบั ผดิ ชอบในการทางานให้แลว้ เสร็จ (การม่งุ มนั่ ใน

3. ปรบั ปรุงและพฒั นาการทางานดว้ ยตนเอง การทางาน)

4. ทุม่ เททางาน อดทน ไมย่ ่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรคใน

การทางาน

5. พยายามแก้ปญั หาและอุปสรรคในการทางานใหแ้ ลว้ เสรจ็

6. ช่นื ชมผลงานดว้ ยความภาคภมู ิใจ

)

สมรรถนะสา้ คญั ของผเู้ รียน แบบประเมิน นกั เรยี นได้ระดับ
ความสามารถใน ประเมินสมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน สมรรถนะสาคัญ คุณภาพ ดี ขึ้นไป
การคดิ (ความสามารถในการคิด) ประกอบดว้ ย ของผเู้ รยี น
(ความสามารถ
ประเดน็ ต่อไปนี้ ในการคิด)
1. จาแนกข้อมูล จัดหมวดหมู่ จดั ลาดับ
ความสาคัญของขอ้ มูลแบะเปรยี บเทียบขอ้ มูล
ในบริบทท่เี ปน็ สิ่งใกลต้ ัว
2. เช่อื มโยงความสมั พันธ์ของข้อมลู ที่พบเหน็
ในบริบททเ่ี ปน็ สงิ่ ใกล้ตัว
3. ระบุรายละเอียด คณุ ลกั ษณะ และความคิด
รวบยอดของข้อมลู ตา่ งๆทีพ่ บเหน็ ในบรบิ ทที่
เปน็ สิ่งใกลต้ วั

9.2 เกณฑก์ ารประเมนิ ผล (รูบรกิ ส)์

ประเดน็ การประเมิน ดเี ยี่ยม (3) ระดบั คุณภาพ ไมผ่ ่าน (0)
มงุ่ มน่ั ในการทา้ งาน ดี (2) ผา่ น (1) ไมต่ ้งั ใจปฏบิ ตั ิ
ตงั้ ใจและรับผดิ ชอบใน หนา้ ที่การงาน
(พฤตกิ รรมบง่ ช้ี) การปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีทไ่ี ด้รับ ตงั้ ใจและรับผดิ ชอบใน เอาใจใสต่ อ่ การ
1. เอาใจใสต่ อ่ การ ปฏบิ ัติหนา้ ท่ี มอบหมายใหส้ าเรจ็ มี การปฏิบตั หิ นา้ ที่ที่ ปฏิบตั หิ นา้ ทีท่ ไ่ี ดร้ บั ไม่ขยนั อดทน
ที่ไดร้ ับมอบหมาย การปรับปรงุ การทางาน ไดร้ ับมอบหมายให้ มอบหมาย ในการทางาน
2. ตงั้ ใจและรบั ผิดชอบในการ ให้ดขี ้ึน สาเร็จ
ทางานใหส้ าเร็จ
3.ปรบั ปรงุ และพฒั นาการ ทางานดว้ ยความขยนั ทางานดว้ ยความขยนั ทางานด้วยความ
ทางานด้วยตนเอง อดทน และพยายามให้ และพยายามใหง้ าน ขยัน เพ่อื ให้งาน
4. ทุ่มเททางานอดทน ไมย่ อ่ ทอ้ งานสาเร็จตาม สาเรจ็ ตามเปา้ หมาย เสร็จตามที่ไดร้ บั
ต่อปัญหาและอุปสรรคในการ เปา้ หมาย และช่ืนชม มอบหมาย
ทางาน ผลงานดว้ ยความ
5. พยายามแก้ปัญหาและ ภาคภูมิใจ
อุปสรรคในการทางานใหส้ าเรจ็
6. ชื่นชมผลงานด้วยความ
ภาคภูมิใจ

)

ประเด็นการประเมนิ ความสามารถในการคดิ (พฤติกรรมบง่ ชี้)

1.จาแนกข้อมูล จดั 1.จาแนกข้อมลู ได้ มีพฤตกิ รรมบ่งช้ี ดงั น้ี มพี ฤติกรรมบง่ ช้ี ดังน้ี มพี ฤตกิ รรมบง่ ช้ี

หมวดหมู่ จดั ลาดบั 2.จาแนกหมวดหมขู่ ้อมูล 1.จาแนกขอ้ มูลได้ 1.จาแนกข้อมลู ได้ ดังน้ี

ความสาคัญของขอ้ มูล ได้ 2.จาแนกหมวดหมขู่ อ้ มลู 2.จาแนกหมวดหม่ขู อ้ มลู 1.จาแนกข้อมูลได้

แบะเปรียบเทียบขอ้ มูลใน 3.จัดลาดับความสาคัญ ได้ ได้

บรบิ ททเ่ี ปน็ สงิ่ ใกลต้ วั ของขอ้ มลู ได้ 3.จัดลาดบั ความสาคัญ

4.เปรยี บเทยี บขอ้ มูลได้ ของขอ้ มลู ได้

2.เชอื่ มโยงความสมั พันธ์ เช่อื มโยงความสมั พันธ์ เชอ่ื มโยงความสัมพนั ธ์ เช่อื มโยงความสมั พันธ์ เชือ่ มโยง

ของขอ้ มูลท่ีพบเหน็ ใน ของขอ้ มูลตา่ งๆกับเหตึ ของขอ้ มลู ตา่ งๆกบั ของขอ้ มูลตา่ งๆกับ ความสัมพันธข์ อง

บริบทท่ีเปน็ ส่ิงใกลต้ วั การณ์ทพี่ บเหน็ ใน เหตุการณ์ท่ีพบเหน็ ใน เหตกุ ารณท์ พี่ บเหน็ ใน ขอ้ มูลตา่ งๆกบั

ชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ ง ชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ ง ชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ย่าง เหตุการณ์ทพี่ บเหน็

ถกู ต้อง ร้อยละ 80 ขนึ้ ไป ถูกตอ้ ง ร้อยละ 60-79 ถกู ต้อง ร้อยละ 40-59 ในชีวิตประจาวันได้

ของจานวนครงั้ ที่ปฏบิ ัติ ของจานวนครงั้ ทปี่ ฏบิ ตั ิ ของจานวนครงั้ ท่ปี ฏบิ ตั ิ อยา่ งถกู ต้อง รอ้ ย

ละ 40 ของจานวน

คร้งั ที่ปฏิบัติ

3.ระบรุ ายละเอียด ระบุรายละเอยี ด ระบรุ ายละเอียด ระบรุ ายละเอยี ด ระบุรายละเอียด

คุณลกั ษณะ และความคดิ คุณลักษณะ และความคิด คณุ ลักษณะ และ คณุ ลกั ษณะ และความคิด คณุ ลักษณะ และ

รวบยอดของขอ้ มูลต่างๆท่ี รวบยอดของข้อมูลตา่ งๆที่ ความคิดรวบยอดของ รวบยอดของข้อมูลตา่ งๆที่ ความคดิ รวบยอด

พบเหน็ ในบริบททเ่ี ปน็ สงิ่ พบเห็นในชวี ิตประจาวัน ขอ้ มลู ต่างๆที่พบเหน็ ใน พบเห็นในชวี ติ ประจาวนั ของขอ้ มลู ตา่ งๆท่ี

ใกลต้ วั ไดถ้ กู ตอ้ งและครบถ้วน ชวี ติ ประจาวันไดถ้ กู ต้อง ได้ถูกตอ้ งเปน็ บางส่วน พบเหน็ ใน

แตไ่ ม่ครบถ้วน และไมค่ รบถ้วน ชวี ิตประจาวนั ไมไ่ ด้

9.3 เกณฑ์การตัดสิน
- รายบคุ คล นกั เรียนมผี ลการเรียนรูไ้ ม่ตา่ กวา่ ระดบั 2 จึงถอื วา่ ผา่ น
- รายกลมุ่ รอ้ ยละ80ของจานวนนกั เรยี นทง้ั หมดมผี ลการเรียนร้ไู ม่ต่ากวา่ ระดบั 2

)

บตั รภาพ



ภาพบา้ นรมิ คลอง ภาพประเพณีโยนบวั

ภาพตกั บาตรริมคลอง ภาพตลาดน้า

ภาพการแขง่ เรือประจา้ ปี ภาพแพผักกระเฉด

)

ใบงานที่ 1.1 เรอื่ ง ปัจจยั ทางภูมิศาสตรแ์ ละทางสงั คมที่มอี ทิ ธพิ ลต่อชมุ ชน

ค้าชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นดภู าพ แล้วระบปุ ัจจัยทางภูมศิ าสตร์ หรอื ปัจจยั ทางสังคมทีม่ ีอทิ ธพิ ลต่อชมุ ชน

)

เฉลย

ใบงานท่ี 1.1 เร่ือง ปจั จัยทางภูมิศาสตรแ์ ละทางสังคมที่มอี ทิ ธพิ ลต่อชมุ ชน

ค้าชี้แจง ให้นักเรียนดูภาพ แลว้ ระบปุ ัจจัยทางภมู ศิ าสตร์ หรือปัจจยั ทางสงั คมท่ีมีอิทธิพลต่อชมุ ชน

เป็นอทิ ธพิ ลของปัจจยั ทางภมู ศิ าสตร์ เป็นอทิ ธพิ ลของปัจจยั ทางภมู ศิ าสตร์
ชมุ ชนทตี่ งั้ อยใู่ นบรเิ วณทเี่ ป็นทะเลจะ ชุมชนทตี่ งั้ อยใู่ นบรเิ วณเทอื กเขาสงู ทมี่ ี
ประกอบอาชพี ประมงน้าเคม็ อากาศหนาวเยน็ จะสามารถปลกู ดอกไม้
เมอื งหนาวไดด้ ี

เป็นอทิ ธพิ ลของปัจจยั ทางภมู ศิ าสตร์ เป็นอทิ ธพิ ลของปัจจยั ทางสงั คม
ชมุ ชนทตี่ งั้ อยใู่ นบรเิ วณรมิ แมน่ ้า มกั จะ ชมุ ชนทตี่ งั้ อยใู่ นบรเิ วณแหล่งน้า จะมกี าร
สรา้ งบา้ นทยี่ กพ้นื สงู เพอื่ เป็นการป้องกนั จดั ประเพณแี ขง่ เรอื ยาว
น้าท่วม

)

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 2

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 3

ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3

เรื่อง ปจั จยั ท่ีมีผลต่อการตง้ั ถ่ินฐานและพัฒนาการของชุมชนภาคเหนอื

ผสู้ อน นางสาวกชกร จนิ ะโสต เวลา 2 ชว่ั โมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 4.2 เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบันในด้านความสัมพันธ์ และการ

เปลีย่ นแปลงของเหตุการณอ์ ยา่ งต่อเน่อื งตระหนักถึงความสาคญั และสามารถวเิ คราะหผ์ ลกระทบท่ีเกิดขึ้น
ตวั ชีว้ ดั
ป.3/1 ระบุปจั จยั ทีม่ ีอิทธิพลต่อการต้ังถ่ินฐานและพฒั นาการของชมุ ชน

2. สาระสา้ คัญ
ลักษณะของการตั้งถ่ินฐานและพัฒนาการของชุมชนภาคเหนือ มีผลมาจากอิทธิพลของปัจจัยทาง

ภูมิศาสตร์และปจั จยั ทางสังคม

3. สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
1) ปัจจยั การตงั้ ถิ่นฐานของชุมชนซ่ึงขน้ึ อยู่กับปัจจยั ทางภมู ิศาสตร์และปจั จยั ทางสังคม เชน่ ความ

เจรญิ ทางเทคโนโลยี การคมนาคม ความปลอดภยั
2) ปจั จยั ท่ีมีอทิ ธิพลต่อพฒั นาการของชุมชนทง้ั ปัจจัยทางภูมศิ าสตร์และปจั จัยทางสังคม

4.จุดประสงค์การเรียนรู้
ความรู้
4.1 อธบิ ายลกั ษณะของปัจจยั ทางภมู ิศาสตร์ของชุมชนภาคเหนอื ได้
4.2 อธบิ ายลกั ษณะของปัจจัยทางสังคมของชมุ ชนภาคเหนือได้
ทักษะ/กระบวนการ
4.3 เขยี นวิเคราะหป์ ัจจัยท่ีมอี ิทธิพลตอ่ การตั้งถ่นิ ฐานและพัฒนาการของชมุ ชนภาคเหนือได้
4.4 นาเสนอข้อมูลท่ีไดจ้ ากการสืบคน้ ไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม
คุณธรรม จรยิ ธรรม/ค่านิยม
4.5 มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู

)

5. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
- ความใฝ่เรยี นรู้
- ความมุ่งมัน่ ในการทางาน

6. สมรรถนะส้าคญั ของผ้เู รียน
- ความสามารถในการคดิ

7. กิจกรรมการเรยี นรู้ : วธิ ีสอนดว้ ยทกั ษะทางประวัติศาสตร์ 1S2C
ช่ัวโมงท่ี 1
ขน้ั นา้ เข้าส่บู ทเรียน (15 นาท)ี

S : Sourcing
1. ครูนาบัตรภาพมาแสดงให้นักเรียนดูท่ีหน้าช้ันเรียน จากน้ันให้นักเรียนบอกช่ือภาพ หรือบอก
ลกั ษณะของภาพว่ากจิ กรรมทแ่ี สดงเป็นประเพณี หรือเอกลักษณข์ องท้องถ่นิ ใด
2. ครูเฉลยคาตอบท่ีถูกต้อง จากน้ันอธิบายเก่ียวกับลักษณะของ ประเพณี หรือเอกลักษณ์ของ
ทอ้ งถิ่นภาคเหนอื อยา่ งครา่ วๆ
3. นกั เรียนตอบคาถามกระตนุ้ ความคิด

- พ้นื ท่ใี นภาคเหนอื มีลกั ษณะอย่างไร
(พืน้ ท่ีส่วนใหญเ่ ปน็ เทอื กเขา มปี า่ ไม้หนาแน่นมที ีร่ าบระหว่างหบุ เขา และมแี ม่น้าไหลผ่าน)
ขนั้ สง่ เสริมการเรียนรู้ (45 นาที)
4. นักเรยี นรวมกลุ่ม 2-3 คน จากนน้ั ร่วมกนั ศกึ ษาและสืบค้นความรู้เรื่อง ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการ
ตั้งถิ่นฐานและพัฒนาการของชุมชน : ชุมชนภาคเหนือ จากหนังสือเรียน และห้องสมุด ตามประเด็นที่
กาหนด ดังนี้

1) ปจั จยั ทางภูมิศาสตร์ท่มี ผี ลต่อการเลอื กต้งั ถ่ินฐานของชมุ ชนภาคเหนือ
2) ปจั จยั ทางภูมิศาสตร์ท่ีมผี ลต่อการดารงชวี ติ ของผ้คู นของชมุ ชนภาคเหนือ
3) ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่มีผลต่อการประกอบอาชีพและการสร้างสรรค์วัฒนธรรม
ประเพณีของชุมชนภาคเหนอื
4) ปัจจัยทางภูมศิ าสตรท์ ีม่ ผี ลต่อพฒั นาการของชุมชนภาคเหนือ
5) ปจั จัยทางสงั คมท่ีมีผลตอ่ พฒั นาการของชมุ ชนภาคเหนือ
5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน และแบ่งหน้าท่ีกันรับผิดชอบ ในการศึกษาและสืบค้น
ความรู้ตามประเดน็ ทีก่ าหนด แลว้ บนั ทกึ ความรู้ลงในแบบบันทกึ การอา่ น

)

ชัว่ โมงที่ 2
C : Corroboration

ขน้ั ส่งเสรมิ การเรยี นรู้ (50 นาที)
6. สมาชิกในแต่ละกลุ่มผลัดกันอธิบายความรู้ตามท่ีศึกษา และซักถาม ข้อสงสัยจนสมาชิกในกลุ่ม

มคี วามรู้ความเข้าใจตรงกนั
7. นักเรียนแต่ละกลุม่ ร่วมกนั อภปิ รายและสรุปความรู้ในประเดน็ ทก่ี าหนดตามลาดับ
8. นกั เรียนทาใบงานที่ 2.1 เรื่อง อิทธิพลของปจั จยั ทางภูมศิ าสตร์ เป็นรายบุคคล
9. นักเรียนและครูร่วมกันเปรียบเทียบการประกอบอาชีพของคนในชุมชนภาคเหนือในอดีตและ

ปจั จบุ ัน เช่น
- การประกอบอาชีพในอดตี มีการทาไร่เล่ือนลอย การปลูกฝนิ่
- การประกอบอาชพี ในปัจจุบนั มีการเพาะปลูกพชื และไมด้ อกเมอื งหนาว

C : Contextualizing
10. นักเรียนสรปุ ผลการเปรียบเทียบ และวเิ คราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการประกอบอาชีพของคน
ในชุมชนภาคเหนอื
11. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทาใบงานท่ี 2.2 เรื่อง ปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อพัฒนาการของชุมชน
ภาคเหนอื
12. ตวั แทนนกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงานในใบงานท่ี 2.2
ขน้ั สรปุ บทเรยี น (10นาท)ี
13. นกั เรยี นรว่ มกันสรุปปัจจยั ทีม่ อี ิทธิพลต่อการต้ังถิ่นฐานและพัฒนาการของชุมชนภาคเหนือ
14. นกั เรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิด

- เพราะเหตใุ ด ภาคเหนือจงึ กลายเปน็ เมืองทอ่ งเท่ียวในฤดูหนาว
(เพราะมีอากาศหนาว และมีเทือกเขาสูง ส่งผลให้ทิวทัศน์มีความสวยงาม และพืชเมืองหนาว
เจรญิ เตบิ โตและให้ผลผลติ ได้ดี)

8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 ส่ือการเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี น ประวัตศิ าสตร์ ป.3
2) บัตรภาพ
3) ใบงานท่ี 2.1 เรือ่ ง อทิ ธิพลของปัจจยั ทางภูมิศาสตร์
4) ใบงานท่ี 2.2 เรือ่ ง ปัจจัยท่ีมีอิทธพิ ลต่อพัฒนาการของชมุ ชนภาคเหนอื
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้- หอ้ งสมุด

)

9. การวดั ผลและประเมินผล

9.1 การวดั ผล

รายการ วธิ ีการวัด เครื่องมือ เกณฑก์ ารตดั สนิ

จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อธบิ ายลกั ษณะของปจั จยั ทาง สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต การประเมนิ พฤติกรรม

ภูมิศาสตร์ของชมุ ชนภาคเหนือได้ การทางาน พฤติกรรมการทางาน การทางานไดค้ ะแนน

2. อธบิ ายลักษณะของปัจจัยทางสังคม ตามเกณฑ์ท่ีกาหนดใน

ของชมุ ชนภาคเหนือได้ แบบประเมิน

3. เขียนวเิ คราะหป์ จั จัยท่ีมอี ทิ ธิพลตอ่ ประเมนิ ผลงาน แบบสงั เกต นกั เรยี นผ่านเกณฑ์
การตง้ั ถนิ่ ฐานและพัฒนาการของชุมชน จากชิน้ งาน พฤติกรรมการ ระดบั คุณภาพดีขนึ้ ไป

ภาคเหนอื ได้ นาเสนอผลงาน

4. นาเสนอข้อมูลท่ไี ด้จากการสืบค้นได้

ถกู ต้องเหมาะสม

5. มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพูด สงั เกตพฤตกิ รรม -แบบสังเกต การประเมนิ พฤติกรรมการ

พฤติกรรมการทางาน ทางานไดค้ ะแนนตามเกณฑ์
ทก่ี าหนดใบแบบประเมิน
รายบุคคล

คุณลกั ษะอนั พึงประสงค์

ใฝเ่ รยี นรู้ ประเมินประพฤตกิ รรมคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ แบบประเมนิ นกั เรียนได้ระดบั
มุ่งมนั่ ในการ คุณภาพ ดี ขึ้นไป
ประกอบด้วยประเดน็ ตอ่ ไปนี้ คณุ ลกั ษณะอัน
นกั เรียนได้ระดับ
1. คน้ ควา้ หาความรเู้ พิม่ เตมิ พึงประสงค์
2. ตั้งใจทางานตามที่ไดร้ ับมอบหมาย

3. สนใจ เอาใจใสต่ อ่ การเรยี น

4. ซกั ถามเม่ือมขี อ้ สงสัย

5. รว่ มปฏิบัติกจิ กรรมท้ังในและนอกโรงเรยี น

ประเมินประพฤตกิ รรมคุณลักษณะอนั พึง แบบประเมิน

ทางาน ประสงค์ (การม่งุ มั่นในการทางาน) คุณลักษณะอัน คุณภาพ ดี ข้ึนไป

ประกอบดว้ ยประเด็นต่อไปน้ี พงึ ประสงค์ (การ

1. เอาใจใส่ตอ่ การปฏิบัติหนา้ ทท่ี ไ่ี ด้รบั มงุ่ ม่ันในการ

มอบหมาย ทางาน)

2. ตง้ั ใจและรับผิดชอบในการทางานใหแ้ ลว้

เสร็จ

)

3. ปรบั ปรุงและพฒั นาการทางานดว้ ยตนเอง แบบประเมนิ นกั เรียนได้ระดับ
สมรรถนะสาคัญ คุณภาพ ดี ขึน้ ไป
4. ทุ่มเททางาน อดทน ไม่ย่อท้อต่อปญั หาและ ของผู้เรียน
(ความสามารถ
อุปสรรคในการทางาน ในการคดิ )

5. พยายามแก้ปญั หาและอปุ สรรคในการ

ทางานให้แลว้ เสร็จ

6. ชืน่ ชมผลงานด้วยความภาคภูมใิ จ

สมรรถนะสา้ คัญของผู้เรียน
ความสามารถใน ประเมนิ สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น
การคดิ (ความสามารถในการคดิ ) ประกอบด้วย

ประเดน็ ต่อไปนี้
1. จาแนกข้อมูล จดั หมวดหมู่ จดั ลาดบั
ความสาคัญของข้อมูลแบะเปรยี บเทยี บขอ้ มูล
ในบรบิ ททเ่ี ป็นส่ิงใกล้ตัว
2. เช่ือมโยงความสมั พันธ์ของข้อมลู ที่พบเห็น
ในบรบิ ททเี่ ปน็ ส่ิงใกลต้ วั
3. ระบรุ ายละเอียด คณุ ลกั ษณะ และความคิด
รวบยอดของข้อมลู ต่างๆทีพ่ บเหน็ ในบริบทที่
เป็นส่ิงใกล้ตัว

)

9.2 เกณฑก์ ารประเมนิ ผล (รูบรกิ ส)์

ประเด็นการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

มงุ่ มั่นในการท้างาน ดเี ยี่ยม (3) ดี (2) ผา่ น (1) ไมผ่ า่ น (0)
ไม่ตั้งใจปฏบิ ัติ
(พฤตกิ รรมบง่ ชี้) หนา้ ที่การงาน

1. เอาใจใสต่ ่อการ ปฏิบัติหนา้ ท่ี ตัง้ ใจและรบั ผดิ ชอบใน ต้งั ใจและรับผดิ ชอบใน เอาใจใส่ตอ่ การ ไมข่ ยนั อดทน
ในการทางาน
ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย การปฏิบตั หิ นา้ ท่ที ไ่ี ดร้ บั การปฏบิ ัติหนา้ ท่ีที่ ปฏบิ ัติหนา้ ทีท่ ไี่ ด้รบั
มพี ฤติกรรมบง่ ชี้
2. ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบในการ มอบหมายให้สาเร็จ มี ได้รับมอบหมายให้ มอบหมาย ดังน้ี
1.จาแนกขอ้ มลู ได้
ทางานใหส้ าเรจ็ การปรับปรงุ การทางาน สาเร็จ
เชือ่ มโยง
3.ปรับปรงุ และพฒั นาการ ใหด้ ขี ึ้น ความสัมพันธข์ อง
ขอ้ มลู ต่างๆกบั
ทางานดว้ ยตนเอง เหตุการณ์ทีพ่ บเหน็
ในชวี ิตประจาวนั ได้
4. ทุ่มเททางานอดทน ไม่ย่อทอ้ ทางานดว้ ยความขยัน ทางานด้วยความขยัน ทางานดว้ ยความ อย่างถกู ต้อง รอ้ ย
ละ 40 ของจานวน
ต่อปัญหาและอุปสรรคในการ อดทน และพยายามให้ และพยายามใหง้ าน ขยนั เพอ่ื ให้งาน ครงั้ ท่ีปฏบิ ัติ

ทางาน งานสาเร็จตาม สาเรจ็ ตามเปา้ หมาย เสร็จตามที่ได้รบั

5. พยายามแก้ปญั หาและ เปา้ หมาย และชื่นชม มอบหมาย

อปุ สรรคในการทางานใหส้ าเร็จ ผลงานดว้ ยความ

6. ช่นื ชมผลงานด้วยความ ภาคภูมใิ จ

ภาคภมู ใิ จ

ประเด็นการประเมนิ ความสามารถในการคิด (พฤตกิ รรมบง่ ชี้)

1.จาแนกข้อมูล จดั 1.จาแนกขอ้ มลู ได้ มีพฤติกรรมบ่งชี้ ดังนี้ มพี ฤตกิ รรมบ่งช้ี ดังน้ี

หมวดหมู่ จัดลาดบั 2.จาแนกหมวดหมู่ขอ้ มูล 1.จาแนกขอ้ มูลได้ 1.จาแนกขอ้ มลู ได้

ความสาคญั ของขอ้ มูล ได้ 2.จาแนกหมวดหมูข่ ้อมูล 2.จาแนกหมวดหมู่ข้อมูล

แบะเปรยี บเทียบขอ้ มลู ใน 3.จดั ลาดับความสาคญั ได้ ได้

บริบทที่เปน็ สิง่ ใกลต้ วั ของขอ้ มลู ได้ 3.จัดลาดบั ความสาคญั

4.เปรยี บเทียบขอ้ มูลได้ ของขอ้ มูลได้

2.เชอื่ มโยงความสมั พันธ์ เชอ่ื มโยงความสัมพนั ธ์ เชอ่ื มโยงความสัมพันธ์ เชื่อมโยงความสัมพนั ธ์

ของขอ้ มลู ที่พบเหน็ ใน ของขอ้ มูลตา่ งๆกบั เหตึ ของขอ้ มูลตา่ งๆกบั ของขอ้ มูลตา่ งๆกบั

บริบทท่เี ปน็ ส่งิ ใกล้ตวั การณท์ ่ีพบเหน็ ใน เหตุการณ์ทีพ่ บเหน็ ใน เหตุการณท์ พ่ี บเหน็ ใน

ชีวิตประจาวันได้อยา่ ง ชีวิตประจาวนั ไดอ้ ย่าง ชวี ติ ประจาวนั ได้อยา่ ง

ถูกตอ้ ง ร้อยละ 80 ขน้ึ ไป ถกู ต้อง ร้อยละ 60-79 ถกู ตอ้ ง รอ้ ยละ 40-59

ของจานวนครงั้ ทปี่ ฏบิ ตั ิ ของจานวนครง้ั ที่ปฏบิ ตั ิ ของจานวนครงั้ ทป่ี ฏิบัติ

)

3.ระบุรายละเอยี ด ระบุรายละเอยี ด ระบรุ ายละเอยี ด ระบรุ ายละเอยี ด ระบรุ ายละเอียด

คณุ ลกั ษณะ และความคดิ คุณลักษณะ และความคดิ คณุ ลักษณะ และ คณุ ลักษณะ และความคดิ คุณลกั ษณะ และ

รวบยอดของข้อมูลต่างๆที่ รวบยอดของข้อมลู ตา่ งๆท่ี ความคดิ รวบยอดของ รวบยอดของขอ้ มูลตา่ งๆที่ ความคดิ รวบยอด

พบเหน็ ในบรบิ ททเ่ี ป็นสง่ิ พบเหน็ ในชวี ิตประจาวัน ขอ้ มูลต่างๆท่พี บเห็นใน พบเหน็ ในชวี ติ ประจาวัน ของขอ้ มูลตา่ งๆที่

ใกลต้ ัว ได้ถูกต้องและครบถ้วน ชีวติ ประจาวันไดถ้ กู ตอ้ ง ไดถ้ กู ตอ้ งเป็นบางส่วน พบเหน็ ใน

แตไ่ มค่ รบถว้ น และไมค่ รบถ้วน ชวี ติ ประจาวันไมไ่ ด้

9.3 เกณฑ์การตัดสิน
- รายบุคคล นกั เรียนมีผลการเรยี นรู้ไม่ตา่ กวา่ ระดบั 2 จึงถอื วา่ ผา่ น
- รายกลุ่ม ร้อยละ80ของจานวนนักเรยี นทั้งหมดมีผลการเรยี นรูไ้ ม่ต่ากว่าระดับ 2

)

บันทึกหลังแผนการสอน

 ด้านความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น

 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ด้านอน่ื ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมทมี่ ปี ญั หาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้ามี))

 ปัญหา/อุปสรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

)

บตั รภาพ



ภาพท่ี 1 ภาพท่ี 2
ภาพท่ี 3 ภาพที่ 4

)

ใบงานที่ 2.1 เรอื่ ง อิทธพิ ลของปจั จยั ทางภมู ศิ าสตร์

คา้ ชีแ้ จง ให้นกั เรียนเขียนแผนผงั ความคิดแสดงปจั จยั ทางภูมศิ าสตร์ทมี่ อี ิทธิพลต่อการต้งั ถิ่นฐานและ
พฒั นาการของชุมชนภาคเหนือ

ปัจจยั ทาง
ภมู ิศาสตร์
ของชุมชน

)

เฉลยใบงานที่ 2.1 เรอ่ื ง อทิ ธพิ ลของปัจจัยทางภมู ศิ าสตร์

ค้าชี้แจง ให้นักเรยี นเขยี นแผนผังความคิดแสดงปจั จยั ทางภูมิศาสตร์ทม่ี ีอิทธิพลต่อการตั้งถ่นิ ฐานและ
พัฒนาการของชุมชนภาคเหนือ

เลอื กตงั้ ถนิ่ ฐานบรเิ วณ ปรบั วถิ ชี วี ติ ใหเ้ หมาะสมกบั
ทรี่ าบเชงิ เขา สภาพภมู ศิ าสตร์

การตงั้ ถนิ่ ฐาน การดารงชวี ติ ของผคู้ น
ในชุมชน

สรา้ งฝายทดน้าเพอื่ ทา ปัจจยั ทาง ปลกู พชื และดอกไม้
การเกษตรในทสี่ งู ภมู ิศาสตร์ เมอื งหนาว

ของชมุ ชน พฒั นาการของชุมชน

การประกอบอาชพี และ เพาะปลกู บนเทอื กเขา
การสรา้ งสรรค์ แบบขนั้ บนั ได

วฒั นธรรมประเพณี
ของชมุ ชน

บชู าผสี บน้ารมิ แม่น้า ลอยกระทงสาย เพอื่ บชู าและ
ขอขมาพระแมค่ งคา

)

ใบงานที่ 2.2 เร่อื ง ปัจจยั ทม่ี ีอิทธพิ ลตอ่ พฒั นาการของชมุ ชนภาคเหนือ

ค้าชีแ้ จง ให้นักเรียนวิเคราะห์ปัจจัยทางภูมิศาสตรแ์ ละปัจจัยทางสงั คมทม่ี ีอทิ ธิพลต่อการตง้ั ถิน่ ฐานและ
พฒั นาการของชมุ ชนภาคเหนือ

ปัจจัยที่มอี ทิ ธพิ ลตอ่ พัฒนาการของชมุ ชนภาคเหนอื

ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ ปจั จัยทางสังคม

)

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 4
ถิน่ ฐานไทย

)

แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 1

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 3

ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2562 หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 4

เร่อื ง ถน่ิ ฐานไทย เวลา 2 ช่วั โมง
ผสู้ อน นางสาวกชกร จินะโสต

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 4.2 เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบันในด้านความสัมพันธ์ และการ

เปลีย่ นแปลงของเหตุการณอ์ ย่างตอ่ เน่อื งตระหนกั ถึงความสาคญั และสามารถวเิ คราะห์ผลกระทบท่เี กิดขึ้น
ตวั ช้วี ดั
ป.3/2 สรปุ ลกั ษณะทีส่ าคญั ของขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของชมุ ชน
ป.3/3 เปรียบเทียบความเหมอื นและความตา่ งทางวัฒนธรรมของชุมชนตนเองกับชมุ ชนอ่นื ๆ

2. สาระส้าคัญ
ปัจจยั ทางภูมิศาสตร์และปจั จยั ทางสังคม เปน็ ปัจจัยสาคัญท่ีมีผลทาให้วัฒนธรรมประเพณี การนับ

ถอื ศาสนา ความเช่ือ และการประกอบอาชพี ของแตล่ ะชุมชนมีความแตกต่างกนั

3. สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
1) ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี และวฒั นธรรมชมุ ชนของตนท่ีเกิดจากปัจจัยทางภมู ิศาสตร์และ

ปจั จยั ทางสงั คม
2) ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวฒั นธรรมของชมุ ชนใกลเ้ คียงท่มี ีความเหมือนและความตา่ งกับ

ชมุ ชนของตนเอง

4.จุดประสงค์การเรียนรู้
ความรู้
4.1 อธบิ ายลักษณะวัฒนธรรมประเพณี ศาสนา ความเชอ่ื และการประกอบอาชีพในชุมชนแตล่ ะ

ภาคได้
4.2 วิเคราะห์ปัจจัยทางภมู ิศาสตร์และปจั จยั ทางสังคมท่ีมผี ลต่อวัฒนธรรมประเพณี ศาสนา ความ

เชื่อ และการประกอบอาชีพในชุมชนแต่ละภาคได้
ทักษะ/กระบวนการ
4.3 เขยี นเปรยี บเทียบความเหมือนและความตา่ งทางวัฒนธรรมประเพณี ศาสนา ความเชอ่ื และ

การประกอบอาชพี ในชมุ ชนแต่ละภาคได้

)

4.4 นาเสนอข้อมลู ที่ได้จากการสบื ค้นได้ถูกต้องเหมาะสม
คุณธรรม จริยธรรม/ค่านิยม

4.5 มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู

5. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
- ความใฝ่เรยี นรู้
- ความมุ่งม่ันในการทางาน

6. สมรรถนะส้าคญั ของผ้เู รียน
- ความสามารถในการคดิ

7. กจิ กรรมการเรียนรู้ : วธิ สี อนด้วยทักษะทางประวัติศาสตร์ 1S2C
ชว่ั โมงที่ 1
ข้ันนา้ เข้าส่บู ทเรยี น (15 นาที)

S : Sourcing
1. ครูนาบัตรภาพมาแสดงที่หน้าชั้นเรียน แล้วให้นักเรียนพิจารณาว่า ประเพณีดังกล่าวมี
ความสาคญั อย่างไร และเปน็ ประเพณขี องจังหวดั ใด
2. ครูช้ีแจงถึงความสาคัญของประเพณีต่างๆ เพ่ือเช่ือมโยงให้นักเรียนเห็นความแตกต่างของ
ประเพณที างศาสนาของแต่ละท้องถ่นิ
3. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ

- นักเรียนคิดว่า การทาบุญในวันออกพรรษาจะมีธรรมเนียมในการปฏิบัติเหมือนกัน ทุก
ท้องถ่ินหรอื ไม่ จงอธิบายเหตุผล

(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยให้อยูใ่ นดลุ ยพินจิ ของครผู สู้ อน)
ขน้ั ส่งเสรมิ การเรยี นรู้ (45 นาท)ี

4. นักเรียนรวมกลุ่ม 2-3 คน จากน้ัน นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เร่ือง ความเหมือน
และความแตกต่างทางวัฒนธรรมของชุมชน จากหนงั สือเรยี น และห้องสมดุ ในประเด็นทกี่ าหนด ดงั นี้

1) ความเหมือนและความแตกตา่ งทางวัฒนธรรมประเพณี
2) ความเหมือนและความแตกตา่ งทางศาสนาและความเช่ือ
3) ความเหมือนและความแตกต่างทางการประกอบอาชีพประเพณีของชมุ ชนภาคเหนือ
4) ปัจจัยทางภมู ิศาสตรท์ ่ีมผี ลต่อพฒั นาการของชมุ ชนภาคเหนอื
5) ปัจจยั ทางสังคมที่มผี ลต่อพัฒนาการของชุมชนภาคเหนือ
5. สมาชิกในแตล่ ะกลมุ่ ผลัดกนั อธิบายความรู้จากประเด็นที่ได้ศกึ ษา

)

ชว่ั โมงท่ี 2
C : Corroboration

ขน้ั ส่งเสรมิ การเรียนรู้ (50 นาที)
6. นักเรียนและครูสนทนาเก่ียวกับองค์ความรู้ท่ีได้จากการศึกษาในช่ัวโมงท่ีแล้ว จากนั้นครูต้ัง

ประเด็นคาถามให้นักเรียนแตล่ ะกลุม่ ร่วมกนั วิเคราะห์และแสดงความคิดเหน็ เช่น
- เพราะเหตุใด คนทนี่ บั ถือศาสนาเดียวกันในแต่ละชมุ ชนจึงมีกิจกรรมทางศาสนาแตกต่างกนั
- เพราะเหตุใด ชมุ ชนภาคใต้จึงไมม่ ีประเพณีขอฝน
- การประกอบอาชีพท่แี ตกตา่ งกันมผี ลต่อประเพณี หรอื ความเชอื่ ของคนในชุมชนอยา่ งไร
7. ครูอธิบายเพ่ิมเติมให้นักเรียนเข้าใจว่า การประกอบอาชีพต่างๆ ในชุมชน ก็เป็นปัจจัยสาคัญที่

ทาใหเ้ กดิ ความเช่อื และประเพณีที่สาคัญ
8. นกั เรยี นรว่ มกันทาใบงานท่ี 1.1 เรื่อง วัฒนธรรมของชุมชน โดยให้สมาชิกในแต่ละกลุ่มจับคู่กัน

เป็น 2 คู่ แลว้ ให้แตล่ ะคู่ปฏบิ ัตกิ ิจกรรม ดังน้ี
- สมาชิกคนท่ี 1 อา่ นโจทย์คาถาม และเขียนคาตอบ
- สมาชกิ คนที่ 2 เป็นฝ่ายสงั เกต ตรวจสอบคาตอบให้สมาชิกแต่ละคู่เปลี่ยนบทบาทกันใน

คาถามขอ้ ต่อไป
C : Contextualizing
9. นกั เรยี นรว่ มกนั วเิ คราะห์และเปรยี บเทียบในประเดน็ ทกี่ าหนด ดงั นี้

- วิเคราะห์ปัจจัยท่ีทาให้ลักษณะวัฒนธรรมของชุมชนด้านวัฒนธรรมประเพณี ศาสนา
และความเชอ่ื และการประกอบอาชีพในชมุ ชนแต่ละภาคมีความแตกต่างกัน

- เปรียบเทียบความเหมือนและความต่างทางวัฒนธรรมประเพณี ศาสนาและความเชื่อ
และการประกอบอาชีพในชมุ ชนแตล่ ะภาค
ข้ันสรปุ บทเรียน (10นาที)

13. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปผลการวิเคราะห์ปัจจัยที่ทาให้ลักษณะวัฒนธรรมของชุมชนด้าน
วัฒนธรรมประเพณี ศาสนาและความเช่ือ และการประกอบอาชีพในชุมชนแต่ละภาคมีความแตกต่างกัน
และผลการเปรียบเทียบความเหมือนและความต่างทางวัฒนธรรมประเพณี ศาสนาและความเช่ือ และการ
ประกอบอาชีพในชุมชน แตล่ ะภาค

14. นักเรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
- ชุมชนของนักเรยี นมีประเพณอี ะไรบ้าง และมีความสาคญั อย่างไร
(พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยให้อย่ใู นดุลยพนิ จิ ของครูผู้สอน)

)

8. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) บตั รภาพ
2) ใบงานท่ี 1.1 เร่ือง วัฒนธรรมของชุมชน
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
- หอ้ งสมดุ

9. การวดั ผลและประเมนิ ผล

9.1 การวัดผล

รายการ วธิ กี ารวัด เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารตดั สิน

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธบิ ายลักษณะวัฒนธรรมประเพณี สังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต การประเมินพฤตกิ รรม

ศาสนา ความเชื่อ และการประกอบ การทางาน พฤติกรรมการทางาน การทางานไดค้ ะแนน

อาชีพในชุมชนแต่ละภาคได้ ตามเกณฑ์ที่กาหนดใน

2. วเิ คราะห์ปัจจยั ทางภมู ิศาสตรแ์ ละ แบบประเมนิ

ปจั จัยทางสังคมทมี่ ผี ลตอ่ วฒั นธรรม

ประเพณี ศาสนา ความเช่ือ และการ

ประกอบอาชีพในชุมชนแต่ละภาคได้

3. เขยี นเปรียบเทยี บความเหมือนและ ประเมนิ ผลงาน แบบสังเกต นักเรยี นผ่านเกณฑ์
พฤติกรรมการ ระดบั คุณภาพดีขึ้นไป
ความตา่ งทางวัฒนธรรมประเพณี ศาสนา จากช้นิ งาน นาเสนอผลงาน

ความเชอ่ื และการประกอบอาชีพใน

ชมุ ชนแตล่ ะภาคได้

4.นาเสนอขอ้ มูลท่ีได้จากการสบื ค้นได้

ถกู ต้องเหมาะสม

5. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด สังเกตพฤติกรรม -แบบสงั เกต การประเมินพฤตกิ รรมการ

พฤติกรรมการทางาน ทางานไดค้ ะแนนตามเกณฑ์
ทีก่ าหนดใบแบบประเมิน
รายบคุ คล

)

คุณลกั ษะอนั พึงประสงค์

ใฝ่เรยี นรู้ ประเมินประพฤติกรรมคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ แบบประเมนิ นักเรียนไดร้ ะดับ
มุง่ มน่ั ใน ประกอบด้วยประเดน็ ตอ่ ไปน้ี คณุ ลักษณะอนั คุณภาพ ดี ขน้ึ ไป
1. คน้ คว้าหาความรู้เพ่ิมเตมิ พงึ ประสงค์
2. ตงั้ ใจทางานตามทไี่ ด้รับมอบหมาย นักเรียนไดร้ ะดับ
3. สนใจ เอาใจใสต่ อ่ การเรยี น แบบประเมนิ คณุ ภาพ ดี ข้ึนไป
4. ซกั ถามเมอ่ื มขี อ้ สงสัย คณุ ลักษณะอัน
5. รว่ มปฏิบตั กิ จิ กรรมท้งั ในและนอกโรงเรียน พึงประสงค์ (การ นกั เรียนไดร้ ะดับ
ประเมนิ ประพฤติกรรมคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ มุ่งม่นั ในการ คณุ ภาพ ดี ขึ้นไป
ทางาน)
การทางาน ประกอบด้วยประเดน็ ต่อไปนี้
แบบประเมนิ
1. เอาใจใสต่ ่อการปฏบิ ตั หิ น้าทท่ี ไี่ ดร้ ับมอบหมาย สมรรถนะสาคัญ
ของผูเ้ รยี น
2. ตง้ั ใจและรับผิดชอบในการทางานใหแ้ ลว้ เสร็จ (ความสามารถ
ในการคดิ )
3. ปรับปรุงและพฒั นาการทางานดว้ ยตนเอง

4. ท่มุ เททางาน อดทน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและ

อปุ สรรคในการทางาน

5. พยายามแกป้ ัญหาและอุปสรรคในการทางานให้

แล้วเสร็จ

6. ชนื่ ชมผลงานด้วยความภาคภมู ิใจ

สมรรถนะสา้ คัญของผู้เรียน

ความสามารถใน ประเมนิ สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน

การคดิ (ความสามารถในการคดิ ) ประกอบดว้ ย

ประเดน็ ต่อไปน้ี

1. จาแนกข้อมลู จัดหมวดหมู่ จดั ลาดบั

ความสาคญั ของข้อมลู แบะเปรียบเทียบข้อมลู

ในบรบิ ททีเ่ ปน็ ส่ิงใกลต้ วั

2. เชอื่ มโยงความสัมพนั ธ์ของขอ้ มลู ที่พบเห็น

ในบริบททเ่ี ปน็ สง่ิ ใกล้ตัว

3. ระบุรายละเอียด คณุ ลักษณะ และความคิด

รวบยอดของข้อมูลต่างๆท่ีพบเห็นในบริบทท่ี
เปน็ สงิ่ ใกล้ตวั

)

9.2 เกณฑก์ ารประเมนิ ผล (รูบรกิ ส)์

ประเด็นการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

มงุ่ มั่นในการท้างาน ดเี ยี่ยม (3) ดี (2) ผา่ น (1) ไมผ่ า่ น (0)
ไม่ตั้งใจปฏบิ ัติ
(พฤตกิ รรมบง่ ชี้) หนา้ ที่การงาน

1. เอาใจใสต่ ่อการ ปฏิบัติหนา้ ท่ี ตัง้ ใจและรบั ผดิ ชอบใน ต้งั ใจและรับผดิ ชอบใน เอาใจใส่ตอ่ การ ไมข่ ยนั อดทน
ในการทางาน
ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย การปฏิบตั หิ นา้ ท่ที ไ่ี ด้รบั การปฏบิ ัติหนา้ ท่ีที่ ปฏบิ ัติหนา้ ทีท่ ไี่ ด้รบั
มพี ฤติกรรมบง่ ชี้
2. ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบในการ มอบหมายให้สาเร็จ มี ได้รับมอบหมายให้ มอบหมาย ดังน้ี
1.จาแนกขอ้ มลู ได้
ทางานใหส้ าเรจ็ การปรับปรงุ การทางาน สาเร็จ
เชือ่ มโยง
3.ปรับปรงุ และพฒั นาการ ใหด้ ขี ึ้น ความสัมพันธข์ อง
ขอ้ มลู ต่างๆกบั
ทางานดว้ ยตนเอง เหตุการณ์ทีพ่ บเหน็
ในชวี ิตประจาวนั ได้
4. ทุ่มเททางานอดทน ไม่ย่อทอ้ ทางานดว้ ยความขยัน ทางานด้วยความขยัน ทางานดว้ ยความ อย่างถกู ต้อง รอ้ ย
ละ 40 ของจานวน
ต่อปัญหาและอุปสรรคในการ อดทน และพยายามให้ และพยายามใหง้ าน ขยนั เพอ่ื ให้งาน ครงั้ ท่ีปฏบิ ัติ

ทางาน งานสาเร็จตาม สาเรจ็ ตามเปา้ หมาย เสร็จตามที่ได้รบั

5. พยายามแก้ปญั หาและ เปา้ หมาย และชื่นชม มอบหมาย

อปุ สรรคในการทางานใหส้ าเร็จ ผลงานดว้ ยความ

6. ช่นื ชมผลงานด้วยความ ภาคภูมใิ จ

ภาคภมู ใิ จ

ประเด็นการประเมนิ ความสามารถในการคิด (พฤตกิ รรมบง่ ชี้)

1.จาแนกข้อมูล จดั 1.จาแนกขอ้ มลู ได้ มีพฤติกรรมบ่งชี้ ดังนี้ มพี ฤตกิ รรมบ่งช้ี ดังน้ี

หมวดหมู่ จัดลาดบั 2.จาแนกหมวดหมู่ขอ้ มูล 1.จาแนกขอ้ มูลได้ 1.จาแนกขอ้ มลู ได้

ความสาคญั ของขอ้ มูล ได้ 2.จาแนกหมวดหมูข่ ้อมูล 2.จาแนกหมวดหมู่ข้อมูล

แบะเปรยี บเทียบขอ้ มลู ใน 3.จดั ลาดับความสาคญั ได้ ได้

บริบทที่เปน็ สิง่ ใกลต้ วั ของขอ้ มลู ได้ 3.จัดลาดบั ความสาคญั

4.เปรยี บเทียบขอ้ มูลได้ ของขอ้ มูลได้

2.เชอื่ มโยงความสมั พันธ์ เชอ่ื มโยงความสัมพนั ธ์ เชอ่ื มโยงความสัมพันธ์ เชอื่ มโยงความสัมพนั ธ์

ของขอ้ มลู ที่พบเหน็ ใน ของขอ้ มูลตา่ งๆกบั เหตึ ของขอ้ มูลตา่ งๆกบั ของขอ้ มูลตา่ งๆกบั

บริบทท่เี ปน็ ส่งิ ใกล้ตวั การณท์ ่ีพบเหน็ ใน เหตุการณ์ทีพ่ บเหน็ ใน เหตุการณท์ พ่ี บเหน็ ใน

ชีวิตประจาวันได้อยา่ ง ชีวิตประจาวนั ไดอ้ ย่าง ชวี ติ ประจาวนั ได้อยา่ ง

ถูกตอ้ ง ร้อยละ 80 ขน้ึ ไป ถกู ต้อง ร้อยละ 60-79 ถกู ตอ้ ง รอ้ ยละ 40-59

ของจานวนครงั้ ทปี่ ฏบิ ตั ิ ของจานวนครง้ั ที่ปฏบิ ตั ิ ของจานวนครงั้ ทป่ี ฏิบัติ

)

3.ระบุรายละเอยี ด ระบุรายละเอยี ด ระบรุ ายละเอยี ด ระบรุ ายละเอยี ด ระบรุ ายละเอียด

คณุ ลกั ษณะ และความคดิ คุณลักษณะ และความคดิ คณุ ลักษณะ และ คณุ ลักษณะ และความคดิ คุณลกั ษณะ และ

รวบยอดของข้อมูลต่างๆที่ รวบยอดของข้อมลู ตา่ งๆท่ี ความคดิ รวบยอดของ รวบยอดของขอ้ มูลตา่ งๆที่ ความคดิ รวบยอด

พบเหน็ ในบรบิ ททเ่ี ป็นสง่ิ พบเหน็ ในชวี ิตประจาวัน ขอ้ มูลต่างๆท่พี บเห็นใน พบเหน็ ในชวี ติ ประจาวัน ของขอ้ มูลตา่ งๆที่

ใกลต้ ัว ได้ถูกต้องและครบถ้วน ชีวติ ประจาวันไดถ้ กู ตอ้ ง ไดถ้ กู ตอ้ งเป็นบางส่วน พบเหน็ ใน

แตไ่ มค่ รบถว้ น และไมค่ รบถ้วน ชวี ติ ประจาวันไมไ่ ด้

9.3 เกณฑ์การตัดสนิ
- รายบุคคล นกั เรียนมีผลการเรยี นรู้ไม่ตา่ กวา่ ระดบั 2 จึงถอื วา่ ผา่ น
- รายกลุ่ม ร้อยละ80ของจานวนนักเรยี นทั้งหมดมีผลการเรยี นรูไ้ ม่ต่ากว่าระดับ 2

)

บัตรภาพ



ภาพประเพณีไหวพ้ ระธาตชุ ่อแฮ ภาพประเพณชี กั พระ

ภาพประเพณีไหลเรอื ไฟ ภาพตกั บาตรดอกไม้

ภาพประเพณบี ญุ บั้งไฟ ภาพประเพณบี ญุ หลวง-ผีตาโขน

)

ใบงานที่ 1.1 เรอื่ ง วฒั นธรรมของชมุ ชน

ค้าช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นตอบคาถามที่กาหนดใหถ้ ูกต้อง
1. การทาบญุ ขน้ึ บา้ นใหม่ มีความเก่ยี วข้องกับศาสนาและความเชื่ออย่างไร

2. ประเพณกี ารสขู่ วญั ข้าว เป็นประเพณที มี่ ีความเกี่ยวข้องกบั ปัจจยั ใด

3. เพราะเหตุใดชุมชนภาคใตจ้ ึงไม่มีการจดั พิธขี อฝน

4. ปัจจัยใดมีผลทาให้วฒั นธรรมประเพณี การนับถอื ศาสนา ความเชื่อ และการประกอบอาชพี ของแต่
ละชุมชนมีความแตกต่างกัน

)

ใบงานที่ 1.1 เรือ่ ง วัฒนธรรมของชุมชน เฉลย

คา้ ช้แี จง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามท่ีกาหนดใหถ้ กู ต้อง

1. การทาบญุ ขน้ึ บ้านใหม่ มคี วามเกยี่ วข้องกับศาสนาและความเชอื่ อย่างไร
การทาบุญตักบาตร และเจริญพระพทุ ธมนต์ เป็นพธิ ีสงฆ์ทางพระพุทธศาสนา ส่วนการเซ่นไหว้

ผบี ้านผีเรอื น และปู่ย่าตายายเปน็ ความเชอื่ ทยี่ ึดถอื ปฏิบัติในวนั ทาบญุ ขึ้นบ้านใหม่

2. ประเพณีการสู่ขวญั ข้าว เปน็ ประเพณีทีม่ ีความเกี่ยวข้องกับปัจจยั ใด
เป็นประเพณีที่มีอทิ ธิพลมาจากความเชือ่ ของชุมชนทีป่ ระกอบอาชีพทานา เพอ่ื ให้เกิดความเป็น

สิรมิ งคลและเกิดความอุดมสมบรู ณ์ในการประกอบอาชีพ

3. เพราะเหตุใดชมุ ชนภาคใตจ้ ึงไมม่ ีการจัดพธิ ีขอฝน
เพราะชุมชนในภาคใต้ เป็นพ้ืนทีท่ ่มี ีฝนตกชุก จึงไม่จาเป็นจะตอ้ งมีพิธีขอฝน

4. ปัจจัยใดมผี ลทาใหว้ ัฒนธรรมประเพณี การนับถือศาสนา ความเช่ือ และการประกอบอาชพี ของแต่
ละชุมชนมคี วามแตกต่างกนั
ปจั จัยทางดา้ นภูมิศาสตร์ และปจั จัยทางด้านสงั คมมผี ลทาให้วัฒนธรรมประเพณี การนับถือ

ศาสนา ความเชอ่ื และการประกอบอาชีพของแต่ละชมุ ชนมีความแตกตา่ งกัน


Click to View FlipBook Version