)
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 2
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 3
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2562 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4
เรือ่ ง วฒั นธรรมขงชุมชน เวลา 1 ช่วั โมง
ผสู้ อน นางสาวกชกร จินะโสต
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 4.2 เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบันในด้านความสัมพันธ์ และการ
เปลีย่ นแปลงของเหตกุ ารณอ์ ยา่ งต่อเนือ่ งตระหนกั ถึงความสาคญั และสามารถวิเคราะห์ผลกระทบทเี่ กิดขน้ึ
ตวั ช้วี ดั
ป.3/2 สรุปลักษณะทส่ี าคญั ของขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของชมุ ชน
ป.3/3 เปรียบเทียบความเหมอื นและความตา่ งทางวฒั นธรรมของชุมชนตนเองกับชมุ ชนอ่นื ๆ
2. สาระสา้ คญั
ปัจจัยทางภูมิศาสตร์และปัจจัยทางสังคม เป็นปัจจัยสาคัญท่ีมีผลทาให้วัฒนธรรมด้านการกินของ
แตล่ ะชุมชนมคี วามแตกตา่ งกัน
3. สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
1) ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี และวฒั นธรรมชุมชนของตนท่ีเกิดจากปัจจยั ทางภูมิศาสตร์และ
ปัจจยั ทางสังคม
2) ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของชุมชนใกลเ้ คียงท่ีมีความเหมือนและความต่างกับ
ชมุ ชนของตนเอง
4.จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ความรู้
4.1 บอกลักษณะวัฒนธรรมการกนิ ในชุมชนแตล่ ะภาคได้
4.2 วเิ คราะห์ปจั จยั ทางภูมิศาสตรแ์ ละปจั จยั ทางสงั คมท่ีมผี ลต่อวัฒนธรรมการกนิ ในชุมชนแต่ละ
ภาคได้
ทักษะ/กระบวนการ
4.3 เขยี นเปรียบเทียบความเหมอื นและความตา่ งทางวัฒนธรรมการกินในชุมชนแตล่ ะภาคได้
4.4 นาเสนอข้อมูลที่ไดจ้ ากการสบื ค้นได้ถูกต้องเหมาะสม
คณุ ธรรม จริยธรรม/ค่านิยม
)
4.5 มมี ารยาทในการฟงั การดู และการพูด
5. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
- ความใฝเ่ รียนรู้
- ความมงุ่ มัน่ ในการทางาน
6. สมรรถนะสา้ คัญของผู้เรียน
- ความสามารถในการคดิ
7. กิจกรรมการเรยี นรู้ : วิธสี อนด้วยทกั ษะทางประวัตศิ าสตร์ 1S2C
ข้นั น้าเข้าสบู่ ทเรียน (15 นาที)
S : Sourcing
1. ครูเล่ากรณีตัวอย่างให้นักเรียนฟัง แล้วให้นักเรียนพิจารณาว่า ใครควรจะเลือกน้าพริกอะไร
เพื่อทจี่ ะสามารถเรม่ิ ศึกษาและรวบรวมข้อมูลเพ่อื มาจดั ป้ายนเิ ทศเรอื่ ง อาหารไทย 4 ภาค ได้
2. ครูสุ่มเรียกนักเรียน 1-2 คน เลือกบัตรภาพน้าพริกแต่ละภาคพร้อมอธิบายเหตุผล จากนั้นให้
เพอื่ นๆ ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
3. ครอู ธบิ ายใหน้ ักเรียนเข้าใจว่า วัฒนธรรมการกินของคนในแต่ละภาคมีความแตกต่างกัน ดังน้ัน
นักเรยี นจึงควรศึกษาปจั จยั สาคญั ท่ีทาให้เกดิ ความแตกตา่ งกัน
4. นกั เรียนตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
- คนในภาคใดนยิ มรบั ประทานขา้ วเหนียว
(ภาคเหนอื และภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ)
ขนั้ ส่งเสริมการเรียนรู้ (35 นาท)ี
5. นักเรียนร่วมกันศึกษาความรู้เร่ือง ความเหมือนและความแตกต่างทางวัฒนธรรมของชุมชน :
วัฒนธรรมการกิน จากหนงั สือเรยี น และหอ้ งสมดุ
C : Corroboration
6. นกั เรียนจาแนกและตรวจสอบความถูกต้อง แลว้ บันทกึ ลงในแบบบนั ทึกความรู้
7. ตวั แทนนกั เรยี นออกมานาเสนอผลงานจากแบบบันทึกความรู้ทีห่ น้าชนั้ เรยี น
8. นกั เรียนร่วมกันทาใบงานที่ 2.1 เร่ือง วัฒนธรรมการกิน โดยให้คาตอบในใบงานด้วยตนเองจน
ครบทกุ ตอน จากนั้นจบั คู่กบั เพ่อื นผลดั กันอธิบายคาตอบของตนเองใหเ้ พ่ือนฟัง
C : Contextualizing
9. นกั เรยี นและครรู ่วมกันวเิ คราะหป์ จั จัยทางภูมิศาสตร์และปัจจัยทางสังคมที่ทาให้วัฒนธรรมการ
กินของชุมชนแต่ละภาคมีความแตกต่างกัน จากน้ันเปรียบเทียบความเหมือนและความต่างทางวัฒนธรรม
การกินในชมุ ชนแต่ละภาค
)
ขั้นสรุปบทเรียน (10นาที)
10. นักเรียนร่วมกันสรุปผลการวิเคราะห์ปัจจัยทางภูมิศาสตร์และปัจจัยทางสังคมที่ทาให้
วัฒนธรรมการกินของชมุ ชนแต่ละภาค มีความแตกต่างกัน และผลการเปรียบเทียบความเหมือนและความ
ตา่ งทางวัฒนธรรมการกนิ ในชุมชนแต่ละภาค
11. นักเรียนตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ
- เพราะเหตุใดคนแตล่ ะท้องถ่นิ จงึ รบั ประทานอาหารต่างกนั
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยให้อยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของครูผูส้ อน)
8. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) บตั รภาพ
2) กรณีตัวอย่าง
3) บัตรภาพ
4) แบบบันทกึ ความรู้
5) ใบงานที่ 2.1 เรื่องวัฒนธรรมการกิน
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
- ห้องสมดุ
)
9. การวดั ผลและประเมนิ ผล
9.1 การวดั ผล
รายการ วิธกี ารวดั เครื่องมือ เกณฑก์ ารตัดสิน
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกลักษณะวฒั นธรรมการกินใน สังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกต การประเมนิ พฤติกรรม
ชมุ ชนแต่ละภาคได้ การทางาน พฤติกรรมการทางาน การทางานได้คะแนน
2. วเิ คราะห์ปัจจยั ทางภูมศิ าสตรแ์ ละ ตามเกณฑ์ท่ีกาหนดใน
ปัจจยั ทางสังคมทมี่ ีผลตอ่ วัฒนธรรมการ แบบประเมนิ
กนิ ในชมุ ชนแตล่ ะภาคได้
3. เขยี นเปรยี บเทยี บความเหมือนและ ประเมินผลงาน แบบสังเกต นกั เรียนผ่านเกณฑ์
พฤติกรรมการ ระดับคุณภาพดีขึ้นไป
ความต่างทางวัฒนธรรมการกินในชมุ ชน จากช้ินงาน นาเสนอผลงาน
แต่ละภาคได้
4.นาเสนอข้อมูลท่ีได้จากการสบื ค้นได้
ถูกต้องเหมาะสม
5. มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพดู สังเกตพฤติกรรม -แบบสังเกต การประเมนิ พฤติกรรมการ
พฤติกรรมการทางาน ทางานไดค้ ะแนนตามเกณฑ์
ทีก่ าหนดใบแบบประเมิน
รายบคุ คล
)
รายการ วิธีการวดั เครอ่ื งมอื เกณฑ์การตดั สิน
คณุ ลกั ษะอนั พึงประสงค์ แบบประเมิน นกั เรียนไดร้ ะดับ
คณุ ลักษณะอนั คณุ ภาพ ดี ข้นึ ไป
ใฝเ่ รยี นรู้ ประเมินประพฤติกรรมคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ พงึ ประสงค์
มงุ่ มน่ั ใน ประกอบด้วยประเดน็ ต่อไปน้ี นกั เรยี นไดร้ ะดับ
1. ค้นคว้าหาความรูเ้ พมิ่ เตมิ แบบประเมิน คุณภาพ ดี ขนึ้ ไป
2. ตั้งใจทางานตามที่ไดร้ ับมอบหมาย คุณลกั ษณะอนั
3. สนใจ เอาใจใสต่ ่อการเรยี น พงึ ประสงค์ (การ นักเรยี นไดร้ ะดบั
4. ซักถามเม่อื มขี อ้ สงสยั มงุ่ มัน่ ในการ คุณภาพ ดี ข้นึ ไป
5. รว่ มปฏิบตั ิกจิ กรรมทง้ั ในและนอกโรงเรียน ทางาน)
ประเมนิ ประพฤตกิ รรมคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
แบบประเมนิ
การทางาน ประกอบดว้ ยประเด็นตอ่ ไปนี้ สมรรถนะสาคัญ
ของผ้เู รียน
1. เอาใจใส่ตอ่ การปฏบิ ัติหนา้ ทท่ี ี่ได้รับมอบหมาย (ความสามารถ
ในการคิด)
2. ต้งั ใจและรบั ผิดชอบในการทางานให้แลว้ เสร็จ
3. ปรับปรุงและพัฒนาการทางานดว้ ยตนเอง
4. ทมุ่ เททางาน อดทน ไมย่ ่อท้อต่อปญั หาและ
อุปสรรคในการทางาน
5. พยายามแกป้ ัญหาและอุปสรรคในการทางานให้
แลว้ เสรจ็
6. ชื่นชมผลงานดว้ ยความภาคภูมใิ จ
สมรรถนะส้าคญั ของผเู้ รียน
ความสามารถใน ประเมนิ สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
การคดิ (ความสามารถในการคิด) ประกอบด้วย
ประเด็นต่อไปน้ี
1. จาแนกขอ้ มลู จัดหมวดหมู่ จัดลาดบั
ความสาคญั ของข้อมลู แบะเปรียบเทียบขอ้ มูล
ในบริบทท่ีเปน็ สิ่งใกล้ตวั
2. เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของขอ้ มลู ที่พบเห็น
ในบริบทท่ีเปน็ สงิ่ ใกล้ตัว
3. ระบุรายละเอยี ด คุณลกั ษณะ และความคิด
รวบยอดของข้อมลู ตา่ งๆที่พบเห็นในบรบิ ทท่ี
เปน็ สิง่ ใกลต้ ัว
)
9.2 เกณฑ์การประเมนิ ผล (รูบรกิ ส)์
ประเด็นการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
มงุ่ มั่นในการท้างาน ดเี ยี่ยม (3) ดี (2) ผา่ น (1) ไมผ่ า่ น (0)
ไม่ตั้งใจปฏบิ ัติ
(พฤตกิ รรมบง่ ชี้) หน้าที่การงาน
1. เอาใจใสต่ ่อการ ปฏิบัติหนา้ ท่ี ตัง้ ใจและรบั ผดิ ชอบใน ต้งั ใจและรับผดิ ชอบใน เอาใจใส่ตอ่ การ ไมข่ ยนั อดทน
ในการทางาน
ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย การปฏิบตั หิ นา้ ท่ที ไ่ี ด้รบั การปฏบิ ัติหนา้ ท่ีที่ ปฏบิ ัติหนา้ ทีท่ ไี่ ด้รบั
มพี ฤติกรรมบง่ ชี้
2. ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบในการ มอบหมายให้สาเร็จ มี ได้รับมอบหมายให้ มอบหมาย ดังน้ี
1.จาแนกขอ้ มลู ได้
ทางานใหส้ าเรจ็ การปรับปรงุ การทางาน สาเร็จ
เชือ่ มโยง
3.ปรับปรงุ และพฒั นาการ ใหด้ ขี ึ้น ความสัมพันธข์ อง
ขอ้ มลู ต่างๆกบั
ทางานดว้ ยตนเอง เหตุการณ์ทีพ่ บเหน็
ในชวี ิตประจาวนั ได้
4. ทุ่มเททางานอดทน ไม่ย่อทอ้ ทางานดว้ ยความขยัน ทางานด้วยความขยัน ทางานดว้ ยความ อย่างถกู ต้อง รอ้ ย
ละ 40 ของจานวน
ต่อปัญหาและอุปสรรคในการ อดทน และพยายามให้ และพยายามใหง้ าน ขยนั เพอ่ื ให้งาน ครงั้ ท่ีปฏบิ ัติ
ทางาน งานสาเร็จตาม สาเรจ็ ตามเปา้ หมาย เสร็จตามที่ได้รบั
5. พยายามแก้ปญั หาและ เปา้ หมาย และชื่นชม มอบหมาย
อปุ สรรคในการทางานใหส้ าเร็จ ผลงานดว้ ยความ
6. ช่นื ชมผลงานด้วยความ ภาคภูมใิ จ
ภาคภมู ใิ จ
ประเด็นการประเมนิ ความสามารถในการคิด (พฤตกิ รรมบง่ ชี้)
1.จาแนกข้อมูล จดั 1.จาแนกขอ้ มลู ได้ มีพฤติกรรมบ่งชี้ ดังนี้ มพี ฤตกิ รรมบ่งช้ี ดังน้ี
หมวดหมู่ จัดลาดบั 2.จาแนกหมวดหมู่ขอ้ มูล 1.จาแนกขอ้ มูลได้ 1.จาแนกขอ้ มลู ได้
ความสาคญั ของขอ้ มูล ได้ 2.จาแนกหมวดหมูข่ ้อมูล 2.จาแนกหมวดหมู่ข้อมูล
แบะเปรยี บเทียบขอ้ มลู ใน 3.จดั ลาดับความสาคญั ได้ ได้
บริบทที่เปน็ สิง่ ใกลต้ วั ของขอ้ มลู ได้ 3.จัดลาดบั ความสาคญั
4.เปรยี บเทียบขอ้ มูลได้ ของขอ้ มูลได้
2.เชอื่ มโยงความสมั พันธ์ เชอ่ื มโยงความสัมพนั ธ์ เชอ่ื มโยงความสัมพันธ์ เชื่อมโยงความสัมพนั ธ์
ของขอ้ มลู ที่พบเหน็ ใน ของขอ้ มูลตา่ งๆกบั เหตึ ของขอ้ มูลตา่ งๆกบั ของขอ้ มูลตา่ งๆกบั
บริบทท่เี ปน็ ส่งิ ใกล้ตวั การณท์ ่ีพบเหน็ ใน เหตุการณ์ทีพ่ บเหน็ ใน เหตุการณท์ พ่ี บเหน็ ใน
ชีวิตประจาวันได้อยา่ ง ชีวิตประจาวนั ไดอ้ ย่าง ชวี ติ ประจาวนั ได้อยา่ ง
ถูกตอ้ ง ร้อยละ 80 ขน้ึ ไป ถกู ต้อง ร้อยละ 60-79 ถกู ตอ้ ง รอ้ ยละ 40-59
ของจานวนครงั้ ทปี่ ฏบิ ตั ิ ของจานวนครง้ั ที่ปฏบิ ตั ิ ของจานวนครงั้ ทป่ี ฏิบัติ
)
3.ระบุรายละเอยี ด ระบุรายละเอยี ด ระบรุ ายละเอยี ด ระบรุ ายละเอยี ด ระบรุ ายละเอียด
คณุ ลกั ษณะ และความคดิ คุณลักษณะ และความคดิ คณุ ลักษณะ และ คณุ ลักษณะ และความคดิ คุณลกั ษณะ และ
รวบยอดของข้อมูลต่างๆที่ รวบยอดของข้อมลู ตา่ งๆท่ี ความคดิ รวบยอดของ รวบยอดของขอ้ มูลตา่ งๆที่ ความคดิ รวบยอด
พบเหน็ ในบรบิ ททเ่ี ป็นสง่ิ พบเหน็ ในชวี ิตประจาวัน ขอ้ มูลต่างๆท่พี บเห็นใน พบเหน็ ในชวี ติ ประจาวัน ของขอ้ มูลตา่ งๆที่
ใกลต้ ัว ได้ถูกต้องและครบถ้วน ชีวติ ประจาวันไดถ้ กู ตอ้ ง ไดถ้ กู ตอ้ งเป็นบางส่วน พบเหน็ ใน
แตไ่ มค่ รบถว้ น และไมค่ รบถ้วน ชวี ติ ประจาวันไมไ่ ด้
9.3 เกณฑ์การตัดสิน
- รายบุคคล นกั เรียนมีผลการเรยี นรู้ไม่ตา่ กวา่ ระดบั 2 จึงถอื วา่ ผา่ น
- รายกลุ่ม ร้อยละ80ของจานวนนักเรยี นทั้งหมดมีผลการเรยี นรูไ้ ม่ต่ากว่าระดับ 2
)
บัตรภาพ
ภาพนา้ พรกิ กะปิ ภาพน้าพรกิ หนุ่ม
ภาพน้าพริกปลาร้า ภาพนา้ พรกิ บูดู
)
เอกสารประกอบการสอน
กรณตี วั อย่าง
ฝน แตงโม มะลิ และตน้ กล้า ได้รบั มอบหมายจากครใู ห้จัดปา้ ยนิเทศเรื่อง อาหารไทย 4 ภาค
เพ่ือนาเสนอความรู้เร่ืองอาหารในภาคต่างๆ ในวนั สาคัญของโรงเรียน โดยท้ัง 4 คน ได้เลือกอาหารหลกั
ของแตล่ ะภาค เปน็ อาหารประเภท นา้ พริก แต่ตดิ ปญั หาว่า ทง้ั 4 คน ยังไมม่ คี วามรเู้ ร่อื งอาหาร หรอื
นา้ พริกของแตล่ ะภาคเลย
ฝน แตงโม มะลิ และต้นกล้า คดิ ว่าจะต้องเริม่ ตน้ จากการศึกษานา้ พรกิ ของแตล่ ะภาคก่อน ท้ัง 4 คน
แบ่งหนา้ ท่ีกนั รับผิดชอบหาข้อมูล ดงั น้ี
ฝน รับผดิ ชอบในการศกึ ษาและรวบรวมอาหารภาคใต้
แตงโม รบั ผิดชอบในการศึกษาและรวบรวมอาหารภาคเหนือ
มะลิ รบั ผดิ ชอบในการศกึ ษาและรวบรวมอาหารภาคกลาง
ต้นกลา้ รบั ผิดชอบในการศึกษาและรวบรวมอาหารภาคตะวันออกเฉียงเหนอื
เพือ่ นๆ มาชว่ ยกนั เลอื กรูปภาพน้าพริกในภาคต่างๆ ใหท้ ั้ง 4 คนก่อนดีไหม
)
แบบบันทกึ ความรู้
คา้ ชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นแต่ละกลมุ่ รวบรวมรายชือ่ อาหาร ผัก หรือขนม ทแ่ี สดงให้เหน็ เอกลกั ษณ์ของ
วัฒนธรรมการกนิ ของแตล่ ะภาค
อาหารไทย 4 ภาค ขนม
ภาค อาหาร ผกั
เหนือ
กลาง
ใต้
ตะวนั ออกเฉียงเหนือ
)
ใบงานที่ 2.1 เรอ่ื ง วัฒนธรรมการกิน
ตอนท่ี 1
ค้าชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนดรู ูปภาพ แลว้ บอกชอื่ อาหารให้ถูกตอ้ ง
1. 2. 3.
…………………………………………………. ………………………………………… ....................................................
4. 5. 6.
............................................... ………………………………………………. …………………………………………..
7. 8. 9.
.................................................... ................................ ....................................................
) 12.
10. 11.
…………………………………………… ………………………………………….. …………………………………………….
ตอนที่ 2
คา้ ช้ีแจง จากตอนที่ 1 ให้นกั เรียนจาแนกรายการอาหารแตล่ ะภาคให้ถูกต้อง
อาหารไทย 4 ภาค
ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
)
ใบงานท่ี 2.1 เรอ่ื ง วฒั นธรรมการกิน เฉลย
ตอนท่ี 1
ค้าชแ้ี จง ให้นักเรียนดรู ปู ภาพ แลว้ บอกชอ่ื อาหารให้ถูกตอ้ ง 3.
1. 2.
แกงจดื ลูกรอก ผดั สะตอกุ้ง ข้าวซอย
4.
5. 6.
ห่อหมก ข้าวยา น้าพริกปลาทู
7. 8. 9.
) ก้อยไข่มดแดง น้าพริกหน่มุ
แกงเขยี วหวาน
10. 11. 12.
ลาบ ตาซว่ั ค่วั กล้งิ
ตอนที่ 2
ค้าช้แี จง จากตอนท่ี 1 ให้นักเรยี นจาแนกรายการอาหารแต่ละภาคใหถ้ ูกต้อง
อาหารไทย 4 ภาค
ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื
ขา้ วซอย แกงจดื ลกู รอก ผดั สะตอกุง้ กอ้ ยไขม่ ดแดง
น้าพรกิ หนุ่ม หอ่ หมก ลาบ
น้าพรกิ ปลาทู ขา้ วยา ตาซวั ่
แกงเขยี วหวาน ควั่ กล้งิ
)
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2562 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4
เรือ่ ง ความเหมือนและความแตกตา่ งทางวฒั นธรรมของชมุ ชน
ผู้สอน นางสาวกชกร จินะโสต เวลา 2 ชั่วโมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 4.2 เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบันในด้านความสัมพันธ์ และการ
เปลี่ยนแปลงของเหตกุ ารณอ์ ย่างตอ่ เนอื่ งตระหนักถึงความสาคญั และสามารถวเิ คราะห์ผลกระทบที่เกดิ ขึน้
ตัวช้ีวดั
ป.3/2 สรุปลักษณะทส่ี าคญั ของขนบธรรมเนยี ม ประเพณี และวฒั นธรรมของชมุ ชน
ป.3/3 เปรยี บเทียบความเหมอื นและความตา่ งทางวัฒนธรรมของชุมชนตนเองกับชุมชนอนื่ ๆ
2. สาระสา้ คัญ
ปจั จัยทางภูมศิ าสตร์และปัจจัยทางสงั คมส่งผลให้ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของแต่
ละชุมชนมีความแตกตา่ งกัน
3. สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
1) ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวฒั นธรรมชุมชนของตนที่เกิดจากปัจจัยทางภมู ศิ าสตร์และ
ปัจจัยทางสังคม
2) ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี และวฒั นธรรมของชุมชนใกล้เคยี งท่มี ีความเหมือนและความตา่ งกับ
ชมุ ชนของตนเอง
4.จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ความรู้
4.1 บอกลกั ษณะขนบธรรมเนียม ประเพณี และวฒั นธรรมของชุมชนได้
4.2 วเิ คราะห์ปจั จัยทางภูมิศาสตรแ์ ละปัจจัยทางสังคมที่มผี ลต่อขนบธรรมเนียม ประเพณี และ
วัฒนธรรมของชุมชนได้
ทักษะ/กระบวนการ
4.3 แสดงความคิดเห็นเปรียบเทียบความเหมือนและความต่างทางวฒั นธรรมของชุมชนตนเองกับ
ชุมชนอืน่ ๆ ได้
4.4 นาเสนอข้อมูลที่ไดจ้ ากการสืบคน้ ได้ถูกตอ้ งเหมาะสม
)
คุณธรรม จรยิ ธรรม/คา่ นิยม
4.5 มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพูด
5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
- ความใฝ่เรียนรู้
- ความมุ่งมน่ั ในการทางาน
6. สมรรถนะส้าคัญของผเู้ รียน
- ความสามารถในการคดิ
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ : วธิ สี อนดว้ ยทกั ษะทางประวัตศิ าสตร์ 1S2C
ช่วั โมงที่ 1
ขั้นน้าเข้าสบู่ ทเรียน (15 นาท)ี
1. ครูสนทนาเก่ียวกับการประกอบอาชีพของคนไทย จากน้ันให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายว่า
ประเพณสี ่ขู วัญข้าวเกิดจากปัจจัยใด และมคี วามสาคัญอย่างไร
2. ครูช้ีแจงให้นักเรียนเข้าใจว่า การประกอบอาชีพ มีความสัมพันธ์ กับวัฒนธรรมและวิถีการ
ดาเนินชีวิตของคนในชุมชนน้ันๆ นอกจากการประกอบอาชีพแล้วยังมีปัจจัยสาคัญอ่ืนๆ ท่ีมีผลต่อ
ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี และวัฒนธรรมของชุมชน
3. นักเรียนตอบคาถามกระตนุ้ ความคิด
- นกั เรยี นคิดวา่ ประเพณีต่างๆ ในชมุ ชนของตนเองเกิดขึ้นมาจากสาเหตใุ ด
(เกิดจากปัจจยั ทางภูมศิ าสตรแ์ ละปัจจยั ทางสงั คมของชุมชน)
ขนั้ ส่งเสรมิ การเรยี นรู้ (45 นาที)
S : Sourcing
4. ครูมอบหมายให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม 2-3 คน แต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูล เร่ือง วัฒนธรรมของชุมชน
โดยสอบถามพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือผู้รู้ในชุมชนเก่ียวกับลักษณะขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรม
ของชุมชน เพ่ือเปรียบเทียบความเหมือนและความต่างทางวัฒนธรรมของชุมชนตนเองกับชุมชนอ่ืนๆ
พร้อมกบั บอกแหลง่ ขอ้ มลู จากนั้นครูและนักเรยี นร่วมกันกาหนดระยะเวลาในการนาเสนอผลงาน โดยให้
ครอบคลุมประเด็นตามท่ีกาหนด ดงั น้ี
1) การอธบิ ายลักษณะที่สาคญั ของขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของชุมชน
2) การวิเคราะห์ปัจจัยทางภูมิศาสตร์และปัจจัยทางสังคมท่ีมีผลต่อขนบธรรมเนียม ประเพณี
และวัฒนธรรมของชุมชน
3) การเปรียบเทยี บความเหมอื นและความต่างทางวฒั นธรรมของชมุ ชนตนเองกบั ชุมชนอ่นื
)
ชว่ั โมงที่ 2
ขัน้ สง่ เสรมิ การเรียนรู้ (45 นาท)ี
C : Corroboration
5. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มผลัดกันอธิบายความรู้ท่ีได้สืบค้นและรวบรวมข้อมูล แล้วซักถามข้อสงสัยจน
สมาชิกในกล่มุ มคี วามรู้ความเขา้ ใจตรงกัน
6. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั วิเคราะหแ์ ละอภปิ รายประเดน็ ทก่ี าหนดตามลาดับ ดังนี้
1) ลกั ษณะที่สาคญั ของขนบธรรมเนยี ม ประเพณี และวัฒนธรรมของชุมชน
2) วิเคราะห์ปัจจัยทางภูมิศาสตร์และปัจจัยทางสังคมที่มีผลต่อขนบธรรมเนียม ประเพณี
และวัฒนธรรมของชมุ ชน
3) เปรียบเทยี บความเหมอื นและความตา่ งทางวฒั นธรรมของชมุ ชนตนเองกับชมุ ชนอ่นื
7. นักเรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
- นกั เรียนจะมีส่วนรว่ มในการสบื ทอดวัฒนธรรมประเพณีในทอ้ งถิน่ ของตนเองอย่างไร
(พิจารณาตามคาตอบของนักเรียน โดยให้ อยูใ่ นดลุ ยพินจิ ของครผู ู้สอน)
8. นักเรียนร่วมกันสรุปผลการวิเคราะห์ในแต่ละประเด็น แล้วช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของ
ผลเปรียบเทียบความเหมือนและความต่างทางวัฒนธรรมของชมุ ชนตนเองกับชมุ ชนอืน่
9. นักเรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคิด
- หากนักเรียนจะต้องไปอาศัยอยู่ในชุมชนท่ีมีความแตกต่างกันทางด้านวัฒนธรรม
ประเพณี นกั เรยี นจะปฏิบัติตนอยา่ งไร เพ่ือให้อยู่ในชุมชนนนั้ ๆ ไดอ้ ย่างมีความสขุ
(พิจารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยให้ อย่ใู นดลุ ยพินิจของครูผ้สู อน)
ขน้ั สรปุ บทเรียน (15นาที)
C : Contextualizing
10. นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ สง่ ตัวแทนออกมานาเสนอผลการสบื ค้นและรวบรวมขอ้ มูล เร่ือง วัฒนธรรม
ของชุมชน
11. นักเรียนและครูร่วมกันบอกประโยชน์ที่ได้รับจากการสืบค้นและรวบรวมข้อมูลของวัฒนธรรม
ชมุ ชนของตนเอง และแนวทางในการนาความรู้ไปปรับใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์ในการดาเนินชวี ิตประจาวนั
8. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้
8.1 สอ่ื การเรยี นรู้
-
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
- พอ่ แม่ / ผปู้ กครอง / ผูร้ ใู้ นทอ้ งถนิ่
)
9. การวดั ผลและประเมนิ ผล
9.1 การวัดผล
รายการ วธิ กี ารวดั เครื่องมือ เกณฑ์การตัดสิน
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกลกั ษณะขนบธรรมเนียม ประเพณี สังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต การประเมินพฤตกิ รรม
และวฒั นธรรมของชุมชนได้ การทางาน พฤติกรรมการทางาน การทางานไดค้ ะแนน
2. วเิ คราะหป์ ัจจัยทางภมู ิศาสตรแ์ ละ ตามเกณฑ์ท่ีกาหนดใน
ปัจจยั ทางสังคมทีม่ ีผลต่อขนบธรรมเนยี ม แบบประเมนิ
ประเพณี และวัฒนธรรมของชมุ ชนได้
3. แสดงความคิดเห็นเปรียบเทียบความ ประเมนิ การ แบบสงั เกต นักเรยี นผา่ นเกณฑ์
เหมอื นและความตา่ งทางวฒั นธรรมของ นาเสนอผลงาน พฤติกรรมการ ระดบั คุณภาพดีขึ้นไป
ชุมชนตนเองกับชมุ ชนอ่นื ๆ ได้ นาเสนอผลงาน
4. นาเสนอขอ้ มลู ที่ไดจ้ ากการสบื คน้ ได้
ถกู ต้องเหมาะสม
5. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู สงั เกตพฤติกรรม -แบบสงั เกต การประเมินพฤตกิ รรมการ
พฤติกรรมการทางาน ทางานได้คะแนนตามเกณฑ์
ทก่ี าหนดใบแบบประเมิน
รายบุคคล
คุณลักษะอนั พึงประสงค์
ใฝเ่ รียนรู้ ประเมินประพฤตกิ รรมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แบบประเมนิ นักเรียนไดร้ ะดับ
ประกอบด้วยประเดน็ ต่อไปนี้ คุณลกั ษณะอนั คณุ ภาพ ดี ขึน้ ไป
1. ค้นคว้าหาความรู้เพิม่ เติม พงึ ประสงค์
2. ต้งั ใจทางานตามที่ไดร้ บั มอบหมาย
3. สนใจ เอาใจใสต่ อ่ การเรยี น
4. ซักถามเมื่อมีข้อสงสยั
5. รว่ มปฏิบตั กิ จิ กรรมทงั้ ในและนอกโรงเรยี น
มุ่งม่ันใน ประเมนิ ประพฤตกิ รรมคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ แบบประเมนิ นกั เรยี นได้ระดบั
การทางาน ประกอบด้วยประเดน็ ตอ่ ไปน้ี คุณลักษณะอัน คณุ ภาพ ดี ขึ้นไป
1. เอาใจใสต่ ่อการปฏบิ ัตหิ นา้ ทท่ี ่ีได้รบั มอบหมาย พึงประสงค์ (การ
2. ต้ังใจและรับผดิ ชอบในการทางานให้แล้วเสร็จ ม่งุ มนั่ ในการ
3. ปรบั ปรุงและพฒั นาการทางานด้วยตนเอง ทางาน)
4. ท่มุ เททางาน อดทน ไม่ยอ่ ทอ้ ต่อปญั หาและอปุ สรรค
)
5. พยายามแกป้ ญั หาอปุ สรรคในการทางาน แบบประเมิน นกั เรยี นได้ระดับ
สมรรถนะสาคัญ คณุ ภาพ ดี ขึ้นไป
6. ชืน่ ชมผลงานดว้ ยความภาคภูมใิ จ ของผู้เรยี น
(ความสามารถ
สมรรถนะส้าคัญของผเู้ รียน ในการคิด)
ความสามารถใน ประเมนิ สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
การคิด (ความสามารถในการคดิ ) ประกอบด้วย
ประเดน็ ต่อไปนี้
1. จาแนกขอ้ มลู จัดหมวดหมู่ จัดลาดับ
ความสาคัญของขอ้ มลู แบะเปรียบเทยี บขอ้ มลู
ในบริบทที่เป็นสิง่ ใกล้ตวั
2. เชอ่ื มโยงความสัมพันธ์ของข้อมลู ท่ีพบเหน็
ในบริบททเ่ี ป็นส่งิ ใกลต้ วั
3. ระบุรายละเอยี ด คณุ ลกั ษณะ และความคิด
รวบยอดของข้อมูลตา่ งๆทีพ่ บเหน็ ในบรบิ ทที่
เป็นสง่ิ ใกล้ตัว
9.2 เกณฑ์การประเมนิ ผล (รูบริกส์)
ประเดน็ การประเมิน ดเี ยย่ี ม (3) ระดับคุณภาพ ไม่ผา่ น (0)
มุง่ มนั่ ในการทา้ งาน ดี (2) ผา่ น (1) ไมต่ ้งั ใจปฏบิ ัติ
ตั้งใจและรับผดิ ชอบใน หน้าท่ีการงาน
(พฤติกรรมบ่งช้ี) การปฏิบัตหิ นา้ ท่ที ไี่ ด้รับ ตง้ั ใจและรับผดิ ชอบใน เอาใจใสต่ อ่ การ
1. เอาใจใส่ตอ่ การ ปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ี มอบหมายใหส้ าเร็จ มี การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีที่ ปฏิบตั หิ นา้ ที่ทไี่ ด้รับ ไมข่ ยนั อดทน
ทไ่ี ด้รับมอบหมาย การปรบั ปรงุ การทางาน ไดร้ ับมอบหมายให้ มอบหมาย ในการทางาน
2. ตัง้ ใจและรบั ผิดชอบในการ ให้ดขี ้ึน สาเร็จ
ทางานให้สาเรจ็
3.ปรับปรงุ และพฒั นาการ ทางานด้วยความขยัน ทางานดว้ ยความขยัน ทางานด้วยความ
ทางานดว้ ยตนเอง อดทน และพยายามให้ และพยายามให้งาน ขยนั เพ่อื ใหง้ าน
4. ทมุ่ เททางานอดทน ไม่ย่อท้อ งานสาเร็จตาม สาเร็จตามเปา้ หมาย เสรจ็ ตามที่ไดร้ บั
ตอ่ ปญั หาและอปุ สรรคในการ เป้าหมาย และชนื่ ชม มอบหมาย
ทางาน ผลงานด้วยความ
5. พยายามแก้ปญั หาและ ภาคภมู ิใจ
อุปสรรคในการทางานให้สาเรจ็
6. ช่นื ชมผลงานด้วยความ
ภาคภมู ใิ จ
)
ประเด็นการประเมิน ดเี ยย่ี ม (3) ระดบั คณุ ภาพ ไม่ผา่ น (0)
มุ่งมนั่ ในการท้างาน ดี (2) ผา่ น (1)
(พฤติกรรมบง่ ช้ี)
ประเด็นการประเมิน ความสามารถในการคิด (พฤติกรรมบ่งชี้)
1.จาแนกขอ้ มลู จดั 1.จาแนกข้อมูลได้ มพี ฤติกรรมบ่งชี้ ดงั นี้ มพี ฤติกรรมบ่งชี้ ดงั น้ี มีพฤตกิ รรมบง่ ช้ี
หมวดหมู่ จดั ลาดบั 2.จาแนกหมวดหมูข่ ้อมูล 1.จาแนกขอ้ มูลได้ 1.จาแนกขอ้ มูลได้ ดังนี้
ความสาคัญของขอ้ มูล ได้ 2.จาแนกหมวดหม่ขู ้อมูล 2.จาแนกหมวดหมูข่ อ้ มลู 1.จาแนกขอ้ มูลได้
แบะเปรยี บเทียบขอ้ มูลใน 3.จดั ลาดบั ความสาคัญ ได้ ได้
บรบิ ทท่ีเปน็ สงิ่ ใกล้ตวั ของขอ้ มูลได้ 3.จดั ลาดับความสาคัญ
4.เปรยี บเทยี บขอ้ มลู ได้ ของขอ้ มลู ได้
2.เช่อื มโยงความสัมพนั ธ์ เช่ือมโยงความสัมพนั ธ์ เช่อื มโยงความสมั พนั ธ์ เช่ือมโยงความสัมพันธ์ เชอื่ มโยง
ของขอ้ มูลทพ่ี บเหน็ ใน ของขอ้ มูลตา่ งๆกบั เหตึ ของขอ้ มลู ตา่ งๆกบั ของขอ้ มลู ต่างๆกับ ความสัมพนั ธข์ อง
บรบิ ททเ่ี ปน็ สงิ่ ใกลต้ วั การณท์ พ่ี บเหน็ ใน เหตกุ ารณ์ทีพ่ บเหน็ ใน เหตุการณท์ ่พี บเหน็ ใน ข้อมลู ต่างๆกับ
ชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ ง ชีวิตประจาวันได้อย่าง ชวี ิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ ง เหตุการณ์ท่ีพบเหน็
ถกู ตอ้ ง ร้อยละ 80 ขนึ้ ไป ถูกต้อง ร้อยละ 60-79 ถูกต้อง ร้อยละ 40-59 ในชีวิตประจาวันได้
ของจานวนครงั้ ท่ีปฏบิ ัติ ของจานวนครงั้ ทป่ี ฏบิ ตั ิ ของจานวนครง้ั ทปี่ ฏิบตั ิ อยา่ งถูกต้อง รอ้ ย
ละ 40 ของจานวน
ครั้งที่ปฏิบตั ิ
3.ระบรุ ายละเอยี ด ระบุรายละเอยี ด ระบุรายละเอียด ระบรุ ายละเอยี ด ระบรุ ายละเอียด
คุณลักษณะ และความคดิ คณุ ลักษณะ และความคดิ คณุ ลักษณะ และ คณุ ลักษณะ และความคดิ คณุ ลักษณะ และ
รวบยอดของขอ้ มลู ตา่ งๆที่ รวบยอดของข้อมูลต่างๆท่ี ความคดิ รวบยอดของ รวบยอดของข้อมูลต่างๆที่ ความคิดรวบยอด
พบเห็นในบริบททเ่ี ป็นสงิ่ พบเห็นในชวี ติ ประจาวนั ขอ้ มูลตา่ งๆที่พบเห็นใน พบเหน็ ในชวี ิตประจาวนั ของขอ้ มลู ตา่ งๆท่ี
ใกล้ตัว ไดถ้ กู ตอ้ งและครบถ้วน ชวี ติ ประจาวนั ได้ถกู ต้อง ได้ถกู ตอ้ งเปน็ บางสว่ น พบเหน็ ใน
แต่ไม่ครบถ้วน และไม่ครบถ้วน ชวี ติ ประจาวนั ไมไ่ ด้
9.3 เกณฑ์การตดั สิน
- รายบุคคล นกั เรยี นมผี ลการเรยี นรู้ไม่ต่ากวา่ ระดบั 2 จงึ ถอื วา่ ผา่ น
- รายกลมุ่ ร้อยละ80ของจานวนนักเรยี นทง้ั หมดมีผลการเรยี นร้ไู มต่ า่ กวา่ ระดับ 2
) บันทึกหลังแผนการสอน
ด้านความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ด้านอน่ื ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมทมี่ ปี ญั หาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้ามี))
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
)
ช้นิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
ค้าชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ สืบค้นข้อมลู เรื่อง วัฒนธรรมของชุมชน โดยสอบถามพ่อแม่ ผู้ปกครอง
หรือผูร้ ู้ในชุมชนเก่ียวกับลกั ษณะขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของชุมชน เพ่อื เปรียบเทียบความ
เหมือนและความต่างทางวัฒนธรรมของชุมชนตนเองกับชุมชนอ่ืนๆ พร้อมกบั บอกแหล่งขอ้ มลู
วัฒนธรรมของชุมชน
1. ลักษณะของขนบธรรมเนยี ม ประเพณี และวฒั นธรรมของชุมชน
2. ปัจจยั ท่ีมผี ลต่อขนบธรรมเนยี ม ประเพณี และวัฒนธรรมของชุมชน
1) ปัจจยั ทางภมู ิศาสตร์
2) ปจั จัยทางสังคม
3. ผลกระทบของการเปล่ยี นแปลงท่มี ผี ลตอ่ วถิ ีชวี ิตของคนในชุมชน
)
การประเมินชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมนิ รายงานการสบื คน้ ขอ้ มลู เร่อื ง วฒั นธรรมของชมุ ชน
ล้าดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
321
1 การอธิบายลักษณะทสี่ าคัญของขนบธรรมเนยี ม
ประเพณี และวฒั นธรรมของชมุ ชน
การวเิ คราะหป์ จั จยั ทางภมู ศิ าสตร์และปัจจัยทางสังคม
2 ทม่ี ีผลตอ่ ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวฒั นธรรม
ของชมุ ชน
3 การเปรยี บเทยี บความเหมือนและความต่างทาง
วัฒนธรรมของชุมชนตนเองกับชุมชนอน่ื
รวม
ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน 3
ดี = 2
พอใช้ = 1
ปรบั ปรงุ =
เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
8-9 ดี
5-7
ตา่ กว่า 5 พอใช้
ปรบั ปรุง
)
แบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4
ค้าช้ีแจง ให้นักเรียนเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. ภาคใดไม่มีประเพณีขอฝน 7. ข้อใดแสดงใหเ้ ห็นความเช่อื ของสังคมไทย
ก. การบูชาแม่โพสพ
ก. ภาคใต้ ข. ภาคเหนอื ข. การตักบาตรน้าผง้ึ
ค. การตกั บาตรดอกไม้
ค. ภาคกลาง ง. ภาคะวันออกเฉียงเหนอื ง. การเซ่นไหวผ้ ีบา้ นผเี รอื น
2. พืน้ ฐานของสงั คมไทยประกอบอาชีพใด 8. ขอ้ ใดเปน็ ผักประจาทอ้ งถน่ิ ภาคใต้
ก. ผักไผ่ ใบบัวบก
ก. ค้าขาย ข. ประมง ข. ผักแวน่ ผักคราด
ค. ใบมะกอก ผกั เหลยี ง
ค. เกษตรกรรม ง. อุตสาหกรรม ง. ยอดชะอม มะระขนี้ ก
3. ขอ้ ใดไม่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพทานา 9. เพราะเหตุใด วิถีการดารงชวี ติ ของแต่ละท้องถิน่
ก. การทาขวญั ขา้ ว จงึ มีความแตกตา่ งกนั
ข. การร้องเพลงเรือ
ค. การบชู าแมโ่ พสพ ก. เพราะมคี วามเชื่อต่างกัน
ง. การละเลน่ เพลงเกีย่ วข้าว ข. เพราะมีการประกอบอาชีพต่างกนั
ค. เพราะมสี ภาพทางภูมศิ าสตร์ที่ต่างกนั
4. นา้ พริกหนุม่ เปน็ อาหารของภาคใด ง. เพราะมปี จั จยั ทางภูมิศาสตรแ์ ละปัจจยั ทาง
สงั คมท่ีต่างกนั
ก. ภาคใต้ ข. ภาคเหนือ 10. การดาเนินชวี ิตในสังคมที่มีความแตกตา่ งกัน
ทางด้าน ขนบธรรมเนียมประเพณี จะต้องปฏิบตั ติ น
ค. ภาคกลาง ง. ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื อย่างไร
ก. ปฏิบัติตนเหมือนท่ีอย่สู งั คมเดิม
5. หากตอ้ งการรู้วธิ ีทาขนมลา จะต้องศึกษาวัฒนธรรม ข. แสดงการต่อต้านและไม่ปฏบิ ตั ติ าม
ค. ทาความเข้าใจและปรับตวั ให้มีความ
การกินของภาคใด สอดคล้อง
ง. แสดงความเป็นผู้นาในการปฏิบัติตน
ก. ภาคใต้ ข. ภาคเหนอื อย่างถูกต้อง
ค. ภาคกลาง ง. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื
6. การรบั ประทานแคบหมู เปน็ ผลมาจากปัจจยั ในด้านใด
ก. สภาพภูมิประเทศ
ข. สภาพภมู ิอากาศ
ค. สภาพทางสังคม
ง. การประกอบอาชพี
)
เฉลย แบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4
ค้าชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคาตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. ภาคใดไม่มีประเพณีขอฝน 7. ขอ้ ใดแสดงให้เหน็ ความเช่ือของสังคมไทย
ก. การบูชาแม่โพสพ
ก. ภาคใต้ ข. ภาคเหนอื ข. การตักบาตรน้าผ้ึง
ค. การตกั บาตรดอกไม้
ค. ภาคกลาง ง. ภาคะวันออกเฉยี งเหนือ ง. การเซน่ ไหวผ้ บี ้านผีเรือน
2. พืน้ ฐานของสงั คมไทยประกอบอาชีพใด 8. ข้อใดเป็นผกั ประจาทอ้ งถน่ิ ภาคใต้
ก. ผกั ไผ่ ใบบัวบก
ก. ค้าขาย ข. ประมง ข. ผกั แวน่ ผักคราด
ค. ใบมะกอก ผักเหลยี ง
ค. เกษตรกรรม ง. อุตสาหกรรม ง. ยอดชะอม มะระขน้ี ก
3. ขอ้ ใดไม่เกย่ี วข้องกับการประกอบอาชพี ทานา 9. เพราะเหตุใด วถิ กี ารดารงชีวติ ของแต่ละท้องถ่ิน
ก. การทาขวัญขา้ ว จึงมีความแตกตา่ งกนั
ข. การรอ้ งเพลงเรือ
ค. การบชู าแม่โพสพ ก. เพราะมีความเชื่อตา่ งกนั
ง. การละเลน่ เพลงเก่ยี วข้าว ข. เพราะมีการประกอบอาชีพตา่ งกัน
ค. เพราะมีสภาพทางภมู ศิ าสตร์ทต่ี า่ งกัน
4. น้าพริกหน่มุ เป็นอาหารของภาคใด ง. เพราะมปี ัจจัยทางภมู ิศาสตรแ์ ละปัจจยั ทาง
สังคมท่ตี ่างกนั
ก. ภาคใต้ ข. ภาคเหนือ
10. การดาเนนิ ชีวติ ในสังคมที่มคี วามแตกต่างกัน
ค. ภาคกลาง ง. ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ทางด้าน ขนบธรรมเนียมประเพณี จะตอ้ งปฏบิ ัติตน
อยา่ งไร
5. หากต้องการรวู้ ธิ ที าขนมลา จะตอ้ งศึกษาวัฒนธรรม
ก. ปฏิบตั ติ นเหมอื นท่ีอยสู่ ังคมเดิม
การกินของภาคใด ข. แสดงการต่อต้านและไม่ปฏิบัตติ าม
ค. ทาความเข้าใจและปรบั ตวั ให้มคี วาม
ก. ภาคใต้ ข. ภาคเหนือ สอดคล้อง
ง. แสดงความเป็นผู้นาในการปฏิบัติตน
ค. ภาคกลาง ง. ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื อย่างถูกต้อง
6. การรบั ประทานแคบหมู เป็นผลมาจากปัจจยั ในด้านใด
ก. สภาพภูมปิ ระเทศ
ข. สภาพภมู ิอากาศ
ค. สภาพทางสังคม
ง. การประกอบอาชพี
)
ค
บรรณานกุ รม
กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551.
พมิ พค์ รั้งที่2. กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากัด.
ชยั รัตน์ โตศลิ า. (2555). กระบวนการเรียนการสอนโดยใช้วธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์และวธิ กี ารศกึ ษา
หลักฐานทางประวัติศาสตร์อยา่ งเปน็ ระบบโดยเรียงลา้ ดับการพิจารณาเป็น 1 - 2 และ 3 :
แนวทางในการพฒั นาทักษะการคดิ ทางประวตั ศิ าสตร์. บณั ฑิตวทิ ยาลยั คณะศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยศลิ ปากร.
____________. (2553). แนวทางการบริหารจดั การหลักสูตร ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษา
ขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551. พมิ พค์ รง้ั ท่ี 2. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พช์ มุ นุมสหกรณ์
การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากดั .
____________. (2562). วนอทุ ยานแพะเมืองผ.ี สานกั งานอทุ ยานแห่งชาติ : สานกั อุทยานแหง่ ชาติ,
กรมอทุ ยานแหง่ ชาติ สตั วป์ า่ และพนั ธุพ์ ชื