The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนทับโพธิ์พัฒนวิทย์ พ.ศ.2565 ม.ปลาย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tanawich.s, 2022-07-07 02:58:16

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนทับโพธิ์พัฒนวิทย์ พ.ศ.2565 ม.ปลาย

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนทับโพธิ์พัฒนวิทย์ พ.ศ.2565 ม.ปลาย

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 43

คำอธิบายรายวชิ า คณติ ศาสตร

วิชาคณติ ศาสตร รหัสวิชา ค32104 กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชัว่ โมง/ภาค จำนวน 1.5 หนว ยกิต

.......................................................................................................................................................................

ศึกษา ฝก ทักษะ/กระบวนการเกี่ยวกบั ลำดบั และอนกุ รม ลำดับเลขคณิต ลำดบั เรขาคณิต

อนกุ รมเลขคณิต อนุกรมเรขาคณติ ดอกเบีย้ และมลู คาของเงนิ ดอกเบี้ย มูลคา ของเงนิ คารายงวด

โดยจดั ประสบการณใหผ เู รยี น ไดศกึ ษา ฝก ทักษะการคดิ คำนวณ และการฝกแกโจทยป ญ หาเพือ่ พฒั นา

ทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ การแกไ ขปญหาโดยใหเ หตผุ ล การสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร และการ

นำประสบการณด า นความรูความคิดทกั ษะ/กระบวนการท่ีไดไ ปใชใ นการเรียนรสู ่ิงตา งๆไปประยุกตใชก บั ทองถน่ิ

สังคมอาเซยี นและสังคมโลก และใชชีวติ ประจำวนั อยางสรา งสรรคต ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

เพ่อื ใหเหน็ คณุ คาและมีเจตคติท่ดี ตี อ คณติ ศาสตร สามารถทำงานอยา งเปนระบบ ระเบยี บ รอบคอบ มี

ความรบั ผิดชอบ มีวิจารณญาณและเชอ่ื มัน่ ในในตนเอง วัดผลและประเมนิ ผล ดวยวิธีท่หี ลายหลาย ตามสภาพความ

เปน จรงิ ทง้ั เนือ้ หา ทักษะ/กระบวนการ และคุณลักษณะท่ตี องการวดั ผลและประเมินผล

รหัสตวั ช้ีวดั
ค1.3 ม.5/1
ค1.2 ม.5/2

รวม 2 ตัวชีว้ ัด

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 44

คำอธบิ ายรายวิชา คณติ ศาสตร

รหสั วิชา ค33101 ช่ือวิชาคณติ ศาสตร กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร

ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ชว่ั โมง/ภาค จำนวน 1.5 หนว ยกติ

ศกึ ษา ฝก ทกั ษะการคดิ คำนวณ และฝก การแกปญหาเพื่อใหมคี วามรู ความเขาใจในเนอื้ หา มี
ความสามารถในการใชเหตผุ ลและสามารถนำไปใชไดในสาระความรูเกยี่ วกบั สถติ ิ ขอมลู ตำแหนง ทข่ี องขอมูล
คา กลาง (คาเฉลยี่ เลขคณติ มัธยฐาน ฐานนิยม) คาการกระจาย (พสิ ัย สวนเบีย่ งเบนมาตรฐาน ความแปรปรวน)
การนำเสนอขอมลู เชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ การแปลความหมายของคาสถติ ิ

โดยจัดประสบการณหรือสรางสถานการณในชีวติ ประจำวันท่ีใกลตวั ใหผูเรยี นไดศึกษาคนควา โดย
ปฏิบตั ิจรงิ ทดลอง สรปุ รายงาน เพ่ือพัฒนาทกั ษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ การแกป ญ หา การใหเหตุผล
การส่อื ความหมายทางคณิตศาสตรแ ละนำประสบการณด านความรู ความคิด ทักษะกระบวนการ ที่ไดไ ปใชใน
การเรียนรูส่งิ ตางๆ และใชในชวี ติ ประจำวันอยา งสรา งสรรค

ตระหนักในคณุ คา และมเี จคติที่ดตี อ วชิ าคณิตศาสตร มีความสามารถในการทำงาน อยา งมีระบบมี
ระเบียบ มีความรอบคอบ มคี วามรับผดิ ชอบ มวี ิจารณญาณ และมคี วามเชื่อมั่นในตนเองตามวถิ ีปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง โดยบูรณาการกับภูมปิ ญญาทองถิ่น ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
รหัสตัวช้ีวัด
ค 3.1 ม 6/1
รวม 1 ตัวช้ีวดั

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 45

คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
กลุมสาระการเรียนรคู ณติ ศาสตร

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 46

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม

ค31201 คณิตศาสตรเพ่มิ เตมิ กลุมสาระการเรียนรคู ณติ ศาสตร

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 80 ช่ัวโมง จำนวน 2.0 หนว ยกติ

ศกึ ษา ฝก ทกั ษะการคดิ คำนวณ และฝก การแกปญหาเรื่อง
จำนวนจรงิ และพหุนาม จำนวนจรงิ การเทากัน การบวก การลบ การคูณ และการหารในระบบ
จำนวนจริง สมบัตขิ องระบบจำนวนจริง การแกส มการพหุนามตัวแปรเดียว สมบัตกิ ารไมเทา กัน ชวงและ
การแกอสมการ คา สัมบรู ณ การแกสมการและอสมการในรปู คาสมั บูรณ
เรขาคณติ วเิ คราะห ความรูเ บ้ืองตน เกยี่ วกบั เรขาคณติ วเิ คราะห ระยะทางระหวางจดุ สองจุด จุด
กึ่งกลางระหวา งจุดสองจุด ความชันของเสน ตรง เสนขนาน เสนตัง้ ฉาก ความสมั พันธซ่งึ มีกราฟเปน เสนตรง
ระยะหา งระหวางเสนตรงกับจดุ ภาคตดั กรวย วงกลม วงรี พาราโบลา ไฮเพอรโ บลา และการเลื่อนแกน
โดยการจดั กจิ กรรม จัดประสบการณห รอื สรา งสถานการณท่ใี กลตวั ใหผ ูเรยี นไดศกึ ษา คนควา และ
คนพบดว ยตนเอง ดว ยการปฏิบตั จิ รงิ ทดลอง สรุปและรายงานเพ่ือพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิด
คำนวณ การแกปญ หา การใหเหตุผล การสื่อสาร การสือ่ ความหมายทางคณติ ศาสตร การนำเสนอ
การเชอ่ื มโยงความรู มคี วามคิดรวบยอด ความคิดรเิ ริ่มสรางสรรค สามารถทำงานอยางเปน ระบบ มี
ระเบยี บวินัย มีความรบั ผดิ ชอบ มคี วามเชือ่ ม่นั ในตนเอง ตระหนักเหน็ คุณคาและมีเจตคติที่ดีตอวิชา
คณิตศาสตร
ผลการเรียนรู
1. บอกองคประกอบของระบบจำนวนจรงิ ได
2. แกส มการพหนุ ามตัวแปรเดียวดีกรีไมเ กิน 4 ได
3. แกสมการและอสมการในรปู คาสมั บูรณได
4. หาระยะระหวางจุดสองจุด จุดกึง่ กลาง ระยะระหวางเสนตรงกบั จุด ระยะระหวางเสนขนาน
5. หาความชนั ของเสนตรง เสนขนาน เสน ต้ังฉากและหาความสมั พนั ธที่มีกราฟเปนเสนตรง
6. บอกความสัมพนั ธทีเ่ ปน ภาคตดั กรวยพรอมทง้ั บอกสวนประกอบ
7. เขยี นความสัมพนั ธทีม่ ีกราฟเปนภาคตัดกรวย เมอ่ื กำหนดสวนประกอบให
รวมท้ังหมด 7 ผลการเรียนรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 47

คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เตมิ

ค31202 คณติ ศาสตรเ พมิ่ เติม กลมุ สาระการเรยี นรูค ณติ ศาสตร

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 80 ช่วั โมง จำนวน 2.0 หนวยกิต

ศกึ ษา ฝก ทกั ษะการคดิ คำนวณ และฝกการแกป ญหาเร่อื ง
ฟงกชัน ความสัมพนั ธ ผลคูณคารท ีเซยี น ความสัมพันธ โดเมนและเรนจข องความสัมพนั ธ ตัว

ผกผนั ของความสมั พนั ธ ฟง กชัน ความหมายของฟง กช นั การดำเนนิ การของฟง กชนั ฟงกช นั ผกผัน
เทคนิคการเขียนกราฟ

ฟงกช นั เอกซโ พเนนเชียลและฟง กช นั ลอการทิ ึม เลขยกกำลงั ทีม่ เี ลขช้ีกำลังเปนจำนวนเตม็ รากที่
n ในระบบจำนวนจรงิ และจำนวนจรงิ ในรปู กรณฑ เลขยกกำลงั ท่มี ีเลขช้กี ำลงั เปน จำนวนตรรกยะ ฟงกชนั
เอกซโ พเนนเชยี ล ฟง กช ันลอการทิ มึ การหาคา ลอการิทึม การเปลย่ี นฐานลอการิทึม สมการเอกซโ พเนน
เชยี ลและฟงกชนั ลอการิทึม การประยุกตข องสมการเอกซโพเนนเชียลและฟงกช ันลอการทิ ึม

โดยการจดั กจิ กรรม จดั ประสบการณหรือสรา งสถานการณทีใ่ กลตัวใหผูเรยี นไดศกึ ษา คนควาและ
คน พบดว ยตนเอง ดว ยการปฏบิ ตั ิจรงิ ทดลอง สรุปและรายงานเพื่อพฒั นาทกั ษะ/กระบวนการในการคิด
คำนวณ การแกปญ หา การใหเหตุผล การสอื่ สาร การสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร การนำเสนอ
การเชอื่ มโยงความรู มีความคดิ รวบยอด ความคดิ ริเร่มิ สรางสรรค สามารถทำงานอยางเปนระบบ มี
ระเบยี บวนิ ัย มคี วามรับผดิ ชอบ มคี วามเชื่อม่ันในตนเอง ตระหนกั เหน็ คุณคาและมีเจตคตทิ ีด่ ีตอ วิชา
คณติ ศาสตร
ผลการเรยี นรู
1. เขยี นผลคณู คารท ีเซยี นของเซตที่กำหนดใหไ ด และเขียนความสัมพนั ธในรูปเซต

2. หาโดเมนและเรนจ ตัวผกผันของความสมั พนั ธ และเขยี นกราฟ
3. บอกความสมั พันธท ีเ่ ปน ฟงกชนั บอกชนดิ ของฟงกชัน

4. หาการดำเนนิ การของฟงกชนั ฟงกชนั ประกอบ ฟง กชนั ผกผัน
5. มีความคดิ รวบยอดเกีย่ วกับฟงกช นั เอกซโพเนนเชยี ลและฟงกช นั ลอการทิ ึม และเขยี นกราฟได
6. นำความรูเกยี่ วกบั ฟง กช นั เอกซโพเนนเชียลและฟง กชันลอการทิ ึม ไปใชแกปญ หา
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 48

คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม

ค32201 คณติ ศาสตรเพมิ่ เติม กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ

ศึกษา ฝก ทักษะการคดิ คำนวณ และฝกการแกปญหาเรื่อง
ฟงกชันตรีโกณมิติ ฟงกชันไซนและโคไซน คาของฟงกชนั ไซนและโคไซน ฟงกชนั ตรีโกณมิติอื่นๆ
ฟงกช ันตรีโกณมิติของมุม การใชตารางคาฟงกชนั ตรีโกณมิติ ฟงกชนั ตรโี กณมิติของผลบวกและผลตา งของ
จำนวนจริงหรือมุม ตัวผกผนั ของฟงกชนั ตรีโกณมิติ เอกลักษณและสมการตรโี กณมิติ กฎของโคไซนและไซน
การหาระยะทางและความสงู กราฟของฟง กชนั ตรโี กณมติ ิ
เมทริกซ การบวกและการคณู ของเมทรกิ ซก ับจำนวนจริง การคูณระหวา งเมทริกซ การหาเมทริกซ
สลับเปลี่ยน ดีเทอรมิแนนตของเมทริกซ ตัวผกผันการคูณของเมทริกซ การแกระบบสมการเชิงเสน
โดยใชเ มทริกซ
เวกเตอรในสามมิติ ระบบพิกัดฉากสามมิติ เวกเตอร เวกเตอรในระบบพิกัดฉาก การบวกและ
การลบของเวกเตอร การคูณเวกเตอรดว ยสเกลาร การหาผลคณู เชิงสเกลารแ ละผลคูณเชงิ เวกเตอร
โดยการจัดกิจกรรม จัดประสบการณห รือสรางสถานการณที่ใกลตวั ใหผูเรียนไดศึกษา คน ควา และ
คนพบดวยตนเอง ดวยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุปและรายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิด
คำนวณ การแกปญหา การใหเ หตผุ ล สื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร การนำเสนอ การเชื่อมโยง
ความรู มีความคดิ รวบยอด มีความคิดรเิ ริ่มสรา งสรรค สามารถทำงานอยางเปนระบบ มีระเบียบวนิ ัย ซ่ือสัตย
สุจริต มคี วามรับผดิ ชอบ มุงมั่นในการทำงาน มีวจิ ารณญาณ มคี วามเช่ือม่ันในตนเอง ตระหนักเหน็ คุณคาและ
มีเจตคติทด่ี ตี อ วิชาคณิตศาสตร และมจี ติ สาธารณะ
ผลการเรยี นรู
1. มคี วามคิดรวบยอดเกยี่ วกบั ฟง กช นั ตรีโกณมติ ิและลักษณะกราฟของฟงกชนั ฟง กช ันตรีโกณมติ ิ
2. นำความรเู กย่ี วกบั ฟง กช ันตรโี กณมิติไปประยุกตใชใ นแกป ญ หาได
3. มคี วามคิดรวบยอดเก่ยี วกบั เมทรกิ ซ
4. นำความรเู กยี่ วกบั เมทริกซไปใชแกระบบสมการเชงิ เสนได
5. มคี วามคิดรวบยอดเกีย่ วกบั เวกเตอรใ นสามมติ ิ
6. หาผลบวกและลบของเวกเตอร ผลคูณเวกเตอรดวยสเกลาร และหาผลคูณเชิงสเกลาร
ผลคูณเชิงเวกเตอรได
7. นำความรูเก่ยี วกับเวกเตอรในสามมิตไิ ปใชใ นแกป ญหาได
รวมทงั้ หมด 7 ผลการเรียนรู

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 49

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ

ค32202 คณติ ศาสตรเ พม่ิ เติม กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 5 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต

ศกึ ษา ฝกทกั ษะการคิดคำนวณ และฝกการแกปญ หาเร่ือง
จำนวนเชิงซอน จำนวนเชิงซอน กราฟและคาสัมบูรณของจำนวนเชิงซอน จำนวนเชิงซอน

ในรปู เชงิ ขวั้ สมการพหนุ ามตัวแปรเดยี วดกี รไี มเ กินส่ที ม่ี สี มั ประสทิ ธเิ์ ปน จำนวนเต็ม

หลกั การนับเบือ้ งตน หลกั การบวกและการคณู วธิ เี รยี งสับเปลย่ี น วิธีจัดหมู ทฤษฎบี ททวินาม
ความนาจะเปน ความนา จะเปน และกฎท่ีสำคัญบางประการของความนา จะเปน
โดยการจัดกิจกรรม จัดประสบการณหรือสรางสถานการณที่ใกลตัวใหผูเรียนไดศึกษา คน ควา และ
คนพบดวยตนเอง ดวยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุปและรายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิด
คำนวณ การแกปญหา การใหเ หตุผล สื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร การนำเสนอ การเชื่อมโยง
ความรู มีความคดิ รวบยอด มีความคิดริเริ่มสรา งสรรค สามารถทำงานอยางเปนระบบ มรี ะเบียบวนิ ัย ซือ่ สัตย
สุจริต มคี วามรับผดิ ชอบ มุงมั่นในการทำงาน มีวิจารณญาณ มีความเชื่อม่ันในตนเอง ตระหนกั เห็นคุณคาและ
มเี จตคติท่ดี ตี อ วิชาคณติ ศาสตร และมีจติ สาธารณะ
ผลการเรยี นรู
1. มคี วามคิดรวบยอดเกย่ี วกบั จำนวนเชงิ ซอน
2. นำสมบัติตางๆ เกีย่ วกับจำนวนเชิงซอ นการดำเนินการไปใชแ กป ญ หาได
3. หารากที่ n ของจำนวนเชงิ ซอน เม่อื n เปนจำนวนนับท่ีมากกวา 1 ได
4. นำความรูเกี่ยวกับจำนวนเชิงซอนไปแกสมการพหุนามตัวแปรเดียวดีกรีไมเกินสี่ที่มีสัมประสิทธิ์
เปน จำนวนเตม็
5. แกโ จทยป ญ หาโดยใชหลักการการนบั เบือ้ งตน วธิ เี รยี งสับเปลย่ี นและวิธจี ัดหมู
6. นำความรูเรือ่ งทฤษฎีบททวนิ ามไปใชได
7. หาความนา จะเปนของเหตุการณท่ีกำหนดใหได
8. นำความรูเก่ยี วกบั ความนา จะเปน ไปใช
รวมท้ังหมด 8 ผลการเรียนรู

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 50

คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม

ค33201 คณติ ศาสตรเ พม่ิ เตมิ กลมุ สาระการเรียนรูค ณติ ศาสตร

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 80 ชวั่ โมง จำนวน 2.0 หนวยกติ

ศึกษา วเิ คราะห อธิบาย ฝกทกั ษะการแกปญ หาในสาระตอ ไปน้ี
ลำดับและอนุกรม ลำดบั จำกัดและลำดบั อนันต ลำดบั เลขคณติ และลำดบั เรขาคณิต ลมิ ิตของลำดบั
อนนั ต อนุกรมจำกัดและอนุกรมอนันต อนกุ รมเลขคณิตและอนกุ รมเรขาคณติ ผลบวกของอนุกรมอนันต การ
นำความรูเ กีย่ วกับลำดับและอนกุ รมไปใชใ นการแกปญหามูลคา ของเงินและคา รายงวด
สถติ ิ ขอมลู ตำแหนงที่ของขอมูล คา กลาง(ฐานนิยม มธั ยฐาน คาเฉล่ียเลขคณติ ) คา การกระจาย
(พสิ ัย สว นเบ่ียงเบนมาตรฐาน ความแปรปรวน)
ผลการเรยี นรู
1.ระบุไดว าลำดับท่ีกำหนดใหเปนลำดบั ลูเขา หรือลูอ อก
2.หาผลบวก n พจนแรกของอนกุ รมเลขคณิตและอนกุ มเรขาคณติ ได
3.หาลิมิตของลำดบั อนันต โดยอาศัยทฤษฎเี กี่ยวกบั ลิมติ ได
4.หาผลบวกของอนกุ รมอนนั ตได
5.เขา ใจและนำความรเู กย่ี วกับลำดับและอนุกรมไปใชไ ด
6.เขาใจและใชความรทู างสถิตใิ นการนำเสนอขอมูล
7.แปลความหมายของคาสถิติเพ่อื ประกอบการตัดสนิ ใจได
8.เลือกวธิ ีวเิ คราะหเบื้องตันและอธบิ ายผลการวเิ คราะหขอมูลไดถ ูกตอง
9.นำความรูเ รือ่ งการวิเคราะหข อมูลไปใชแกป ญ หาบางประการได
รวมทั้งหมด 9 ผลการเรียนรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 51

คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม

ค33202 คณิตศาสตรเ พ่มิ เตมิ กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 80 ชั่วโมง จำนวน 2.0 หนวยกิต

ศกึ ษา วเิ คราะห อธบิ าย ฝกทกั ษะการแกป ญ หาในสาระตอไปนี้
การแจกแจงความนาจะเปนเบอ้ื งตน การแจกแจงเอกรปู การแจกแจงทวินาม การแจกแจงปกติ
แคลคลู ัสเบ้ืองตน ลิมิตและความตอเนื่องของฟงกชนั อนุพันธข องฟงกช ันพชี คณิต ปริพันธข อง
ฟงกชันพชี คณิต
ผลการเรียนรู
1.หาความนา จะเปนของเหตุการณท เ่ี กิดจากตัวแปรสุม ที่มีการแจกแจงเอกรปู และนำไปใชแกปญ หาได
2.หาความนา จะเปนของเผตุการณที่เกิดจากตวั แปรสมุ ท่มี ีการแจกแจงทวินามและนำไปใชแ กปญหาได
3.หาความนา จะเปนของเหตุการณทเ่ี กดิ จากตวั แปรสมุ ที่มีการแจกแจงทวนิ ามและนำไปใชแกปญ หาได
4.หาความนา จะเปนของเหตุการณท ี่เกิดจากตัวแปรสมุ ทม่ี ีการแจกแจงปกติและนำไปใชแ กปญหาได
5.หาลมิ ติ ของฟงกช ันที่กำหนดใหไ ด
6.ตรวจสอบความตอ เนือ่ งของฟง กช ันท่ีกำหนดใหได
7.หาอนพุ นั ธข องฟงกชนั พชี คณิตทกี่ ำหนดใหและนำไปใชแกปญหาได
8. นำความรเู ร่ืองอนพุ นั ธของฟงกช นั ไปประยุกตใชได

9.หาปรพิ นั ธไมจ ำกดั เขตและนำไปใชแกปญหาได
10.หาปริพนั ธจ ำกัดเขตบนชว งท่ีกำหนดใหและนำไปใชแกปญหาได
11. หาทป่ี ด ลอมดวยเสนโคงบนชว งท่ีกำหนดใหได
รวมทั้งหมด 11 ผลการเรยี นรู

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 52

กลมุ สาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตร

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 53

โครงสรางรายวชิ าพนื้ ฐานและเพ่ิมเติม กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร

ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย

รายวชิ าพ้นื ฐาน

ว ๓๑๑๐๑ ฟส ิกสพ ้ืนฐาน 1 จำนวน 2 ช่ัวโมง/สปั ดาห (1.๐ หนวยกติ )

ว ๓๑๑๐2 ฟส กิ สพ ืน้ ฐาน 2 จำนวน 2 ช่ัวโมง/สปั ดาห (1.๐ หนว ยกิต)

ว ๓2๑๐1 เคมีพ้นื ฐาน 1 จำนวน 2 ช่วั โมง/สัปดาห (1.๐ หนว ยกติ )

ว ๓2๑๐2 ชีววิทยาพืน้ ฐาน 1 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห (1.๐ หนว ยกติ )

ว ๓3๑๐1 ชวี วิทยาพ้ืนฐาน 1 จำนวน 2 ช่วั โมง/สัปดาห (1.๐ หนว ยกิต)

ว ๓3161 โลก ดาราศาสตรแ ละอวกาศ จำนวน ๒ ชว่ั โมง/สปั ดาห (๑.๐ หนวยกติ )

รายวิชาวิทยาศาสตรเ พิม่ เติม จำนวน ๔ ชั่วโมง/สปั ดาห (๒.๐ หนวยกิต)
ว ๓1๒๐๑ ฟสิกสเ พิม่ เติม ๑ จำนวน ๓ ชั่วโมง/สปั ดาห (๑.๕ หนวยกติ )
ว ๓1๒๒๑ เคมเี พม่ิ เติม ๑ จำนวน ๓ ชั่วโมง/สปั ดาห (๑.๕ หนวยกติ )
ว ๓1๒๔๑ ชวี วทิ ยาเพมิ่ เติม ๑ จำนวน 3 ชั่วโมง/สปั ดาห (1.5 หนว ยกติ )
ว ๓1๒๐๒ ฟสิกสเพมิ่ เติม ๒ จำนวน ๓ ช่วั โมง/สปั ดาห (๑.๕ หนว ยกติ )
ว ๓1๒๒๒ เคมีเพ่ิมเติม ๒ จำนวน ๓ ชั่วโมง/สัปดาห (๑.๕ หนวยกติ )
ว ๓1๒๔๒ ชีววทิ ยาเพมิ่ เตมิ ๒ จำนวน 3 ช่ัวโมง/สัปดาห (1.5 หนว ยกิต)
ว ๓2๒๐๓ ฟสิกสเ พม่ิ เติม ๓ จำนวน ๓ ชว่ั โมง/สัปดาห (๑.๕ หนว ยกติ )
ว ๓2๒๒๓ เคมเี พ่มิ เติม ๓ จำนวน ๓ ช่ัวโมง/สัปดาห (๑.๕ หนว ยกติ )
ว ๓2๒๔๓ ชีววิทยาเพิ่มเติม ๓ จำนวน 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห (1.5 หนว ยกติ )
ว ๓2๒๐๔ ฟสกิ สเพิ่มเติม ๔ จำนวน ๓ ช่วั โมง/สปั ดาห (๑.๕ หนว ยกติ )
ว ๓2๒๒๔ เคมเี พิม่ เตมิ ๔ จำนวน ๓ ช่วั โมง/สัปดาห (๑.๕ หนว ยกิต)
ว ๓2๒๔๔ ชีววิทยาเพิม่ เตมิ ๔ จำนวน 3 ชั่วโมง/สปั ดาห (1.5 หนวยกิต)
ว ๓3๒๐๕ ฟสกิ สเพิ่มเตมิ ๕ จำนวน ๓ ชว่ั โมง/สปั ดาห (๑.๕ หนวยกติ )
ว ๓3๒๒๕ เคมีเพิ่มเตมิ ๕ จำนวน ๓ ช่วั โมง/สปั ดาห (๑.๕ หนวยกติ )
ว ๓3๒๔๕ ชีววิทยาเพม่ิ เติม ๕ จำนวน 3 ชัว่ โมง/สัปดาห (1.5 หนว ยกิต)
ว ๓3๒๐6 ฟสกิ สเ พ่ิมเติม 6 จำนวน ๓ ช่วั โมง/สัปดาห (๑.๕ หนวยกิต)
ว ๓3๒๒6 เคมเี พ่มิ เตมิ 6 จำนวน ๓ ชวั่ โมง/สัปดาห (๑.๕ หนวยกติ
ว ๓3๒๔6 ชวี วิทยาเพ่มิ เตมิ 6

หมายเหตุ
รายวิชาเพมิ่ เติมสารมารถเลอื กเรยี นไดทุกภาคเรยี นทุกช้ันเรียนขน้ึ อยกู บั ความสนใจ ความตอ งการ

ของผเู รียนและความพรอมของสถานศึกษาและสามารถเปด เพ่มิ เตมิ จากทร่ี ะบุไวในโครงสรา งไดหากเปน ความ
ตองการของผูเรียนชมุ ชน หรือตามสภาพความจำเปน ของสถานศึกษาจำเปนของสถานศึกษา แตต อ งนำเสนอ
เพือ่ ขออนุมัติใชกอน

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 54

คำอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน
กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตร

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 55

คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

ฟส กิ สพ ื้นฐาน 1 รหัสวชิ า ว31101 กลมุ สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตร

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนว ยกติ

ศึกษาหลักการพื้นฐานของแรงและการเคลื่อนที่ในเรื่องระยะทาง การกระจัด อัตราเร็ว ความเร็ว
ความเรง การเคลื่อนที่แนวตรง การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล การเคลื่อนที่แบบวงกลมและการเคลื่อนที่แบบ
สั่น แรงที่กระทำตอวตั ถุในสนามโนมถว ง และการเคลื่อนที่ของวัตถุในสนามโนมถวง แรงที่กระทำตออนุภาค
ที่มีประจุไฟฟาในสนามไฟฟาและสนามแมเหล็ก รวมทั้งแรงนิวเคลียรในนิวเคลียส และการใชประโยชน
จากแรงและการเคลื่อนท่ีแบบตาง ๆ และการใชประโยชนในทางสรางสรรค ผลกระทบตอสิ่งมีชีวิตและส่ิง
แวดลอม ใชเทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอ และแบงปนขอมูลอยางปลอดภยั มีจริยธรรม และวิเคราะห
การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีผลตอการดำเนินชีวิต อาชีพ สังคม และวัฒนธรรม ประยุกตใช
ความรแู ละทกั ษะจากศาสตรต างๆ รวมท้งั ทรพั ยากรในการทำโครงงานเพื่อแกปญหาหรือพัฒนางาน

โดยใชการสบื เสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรแ ละทกั ษะการ
เรียนรูในศตวรรษที่ 21 การสืบคนขอมูลและการอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถ
สื่อสารสิง่ ที่เรียนรู มีความสามารถในการตดั สินใจ การแกปญหา การนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิต
วิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา นยิ มท่เี หมาะสม

รหัสตัวชี้วดั
ว2.2 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3, ม.5/4, ม.5/5, ม.5/6, ม.5/7, ม.5/8, ม.5/9, ม.5/10
ว4.1 ม.5/1

รวมทั้งหมด 11 ตัวช้วี ัด

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 56

คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน

ฟส ิกสพื้นฐาน 2 รหัสวชิ า ว33102 กลุม สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

ศึกษาหลกั การพื้นฐานของพลังงานนวิ เคลยี ร ปฏกิ ิริยานวิ เคลยี ร การนำพลงั งานทดแทนมาใชเปนการ
แกปญหาหรือตอบสนองความตองการดา นพลงั งาน การสะทอน การหักเห การเลี้ยวเบน และการรวมคล่ืน
ความถี่ธรรมชาติ การส่ันพอง และผลทีเ่ กิดขึ้นจากการสั่นพอง ความสัมพันธระหวางความเขมเสียงกับระดับ
เสียงและผลของความถี่กับระดับเสียงทมี่ ีตอการไดย ินเสียง เสียงสะทอ นกลับ บตี ดอปเพลอร และการสัน่ พอง
ของเสียง การมองเหน็ สีของวัตถุ และความผิดปกตใิ นการมองเหน็ สีการผสมแสงสี การผสมสารสี และการใช
ประโยชนในทางสรางสรรค ผลกระทบตอสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลอม ใชเทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอ
และแบงปนขอมูลอยางปลอดภัย มีจริยธรรม และวิเคราะหการเปล่ียนแปลงเทคโนโลยีสารสนเทศทีม่ ีผลตอ
การดำเนินชีวิต อาชีพ สังคม และวัฒนธรรม ประยกุ ตใชความรูและทกั ษะจากศาสตรตางๆ รวมทั้งทรัพยากร
ในการทำโครงงานเพื่อแกป ญ หาหรอื พฒั นางาน

โดยใชก ารสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรแ ละทักษะการ
เรียนรูในศตวรรษที่ 21 การสืบคนขอมูลและการอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถ
สื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ การแกปญหา การนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิต
วิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา นยิ มทเี่ หมาะสม

รหสั ตวั ชี้วัด
ว2.3 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3, ม.5/4, ม.5/5, ม.5/6, ม.5/7, ม.5/8, ม.5/9, ม.5/10 ม.5/11, ม.
5/12
ว4.2 ม.6/1
รวมทั้งหมด 13 ตัวชีว้ ัด

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 57

รหัสวชิ า ว ๓2๑๐1 คำอธบิ ายรายวชิ า กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตร
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 5 ๓ ชวั่ โมง/สัปดาหภาคเรียนท่ี 1
รายวชิ า เคมพี ื้นฐาน
จำนวน ๑.๕ หนวยกติ

ศึกษา วิเคราะห โครงสรางอะตอม สัญลักษณนิวเคลียรข องธาตุ การจัดเรียงอิเลก็ ตรอนในอะตอม
ความสัมพันธระหวางอิเล็กตรอนในระดับพลังงานนอกสุดกับสมบัติของธาตุ และการเกิดปฏิกิริยา การ
จัดเรียงธาตุ แนวโนมสมบัติของธาตุในตารางธาตุ การเกิดพันธะเคมี ในโครงผลึกและในโมเลกุลของสาร
ความสัมพันธระหวางจุดเดือด จุดหลอมเหลวและสถานะของสารกับแรงยึดเหนี่ยวระหวางอนุภาคของสาร
ปฏิกิริยาเคมีที่พบในชีวิตประจำวนั ผลของสารเคมีที่มีตอสิ่งมชี ีวิตและสิ่งแวดลอม อัตราการเกิดปฏิกิริยา
เคมีและปจจัยทม่ี ผี ลตออัตราการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี การเกดิ ปโ ตรเลยี ม กระบวนการแยกแกส ธรรมชาติ การ
กลั่นลำดับสวนน้ำมันดบิ การนำผลิตภัณฑจากการแยกแกสธรรมชาติและการกลั่นลำดับสวนน้ำมันดิบไปใช
ประโยชน และผลของผลิตภัณฑตอส่ิงมีชีวิตและสิง่ แวดลอม การเกิดพอลิเมอรและสมบตั ิของ พอลิเมอร
การนำพอลิเมอรไปใชประโยชน ผลท่ิเกิดจากการผลิตและใชพอลิเมอร ตอสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลอม
องคประกอบ ประโยชนและปฏิกิริยาบางชนิดของคารโบไฮเดรต ไขมนั และนำ้ มัน โปรตีนและกรดนวิ คลอี กิ

โดยใชก ระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การสืบคนขอมูล
และการอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสาร สิ่งท่ีเรียนรู มีความสามารถใน
การตัดสนิ ใจ

เหน็ คณุ คาของการนำความรไู ปใชป ระโยชนใ นชีวติ ประจำวัน มจี ติ วทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรม
และคา นิยมท่เี หมาะสม
มาตรฐานการเรยี นร/ู ตวั ชวี้ ดั

1. สบื คนขอ มูลและอธิบายโครงสรางอะตอม และสัญลกั ษณนวิ เคลียรของธาตุ (ว 3.1 ม.4-6/1)
2. วเิ คราะหแ ละอธบิ ายการจัดเรียงอเิ ลก็ ตรอนในอะตอม ความสมั พันธร ะหวา งอิเล็กตรอนในระดับ

พลังงานนอกสดุ กบั สมบัตขิ องธาตแุ ละการเกดิ ปฏกิ ริ ิยา(ว 3.1 ม.4-6/2)
3. อธบิ ายการจัดเรียงธาตุและทำนายแนวโนม สมบัตขิ องธาตุในตารางธาตุ(ว 3.1 ม.4-6/3)
4. วเิ คราะหและอธบิ ายการเกดิ พนั ธะเคมใี นโครงผลึกและในโมเลกุลของสาร(ว 3.1 ม.4-6/4)
5. สบื คนขอ มูลและอธิบายความสัมพันธระหวางจุดเดือด จุดหลอมเหลว และสถานะของสารกับแรงยึด

เหน่ยี วระหวางอนภุ าคของสาร (ว 3.1 ม.4-6/5)
6. ทดลอง อธิบายและเขียนสมการของปฏกิ ิรยิ าเคมีทว่ั ไปที่พบในชีวิตประจำวัน รวมทงั  อธิบายผลของ
สารเคมี

ที่มตี อ สงิ่ มชี ีวิตและสิง่ แวดลอ ม(ว 3.2 ม.4-6/1)
7. ทดลองและอธิบายอัตราการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี ปจ จัยท่มี ีผลตอ อตั ราการเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมีและนำความรูไป

ใชประโยชน(ว 3.2 ม.4-6/2)
8. สบื คน ขอมลู และอธิบายการเกิดปโตรเลียม กระบวนการแยกแกสธรรมชาติ และการกลน่ั ลำดบั สว น

นำ้ มนั ดบิ (ว 3.2 ม.4-6/3)
9. สืบคนขอมูลและอภิปรายการนำผลิตภัณฑที่ไดจ ากการแยกแกสธรรมชาติและการกล่ันลำดับสวน

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 58

นำ้ มันดิบไปใชป ระโยชน รวมทงั  ผลของผลิตภณั ฑตอส่ิงมชี วี ติ และสิ่งแวดลอ ม (ว 3.2 ม.4-6/4)
10. ทดลองและอธิบายการเกิดพอลิเมอร สมบตั ขิ องพอลเิ มอร (ว 3.2 ม.4-6/5)
11. อภปิ รายการนำพอลเิ มอรไปใชป ระโยชน รวมทัง ผลทีเ่ กดิ จากการผลิตและใชพอลเิ มอรต อส่ิงมชี วี ติ

และสง่ิ แวดลอม(ว 3.2 ม.4-6/6)
12. ทดลองและอธบิ ายองคประกอบ ประโยชน และปฏิกริ ิยา บางชนดิ ของคารโบไฮเดรต

(ว 3.2 ม.4-6/7)
13. ทดลองและอธบิ ายองคป ระกอบ ประโยชน และปฏิกิริยาบางชนดิ ของไขมนั และนำ มนั

(ว 3.2ม.4-6/8)
14. ทดลองและอธิบายองคป ระกอบ ประโยชน และปฏิกิริยาบางชนิดของโปรตนี และกรดนวิ คลีอกิ

(ว3.1 ม.4-6/9)

รวมทั้งหมด ๑๔ ตัวช้ีวัด

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 59

คำอธบิ ายรายวิชา

รหสั วชิ า ว ๓2๑๐2 รายวชิ า ชีววิทยาพน้ื ฐาน กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 จำนวน ๑.๕ หนว ยกิต ๓ ช่วั โมง/สัปดาห ภาคเรียนท่ี 1

ศึกษาวิเคราะห ดุลยภาพของระบบนิเวศ กระบวนการเปลี่ยนแปลงแทนที่ สภาพปญหา
สาเหตุของปญหาสิ่งแวดลอมและทรัพยากรธรรมชาติในระดับทองถิ่น ระดับประเทศ และระดับโลก
แนวทางในการปองกันแกไขปญหาส่ิงแวดลอมและทรัพยากรธรรมชาติ วางแผนและดำเนินการเฝาระวัง
อนุรักษ และพัฒนาสิ่งแวดลอมและทรัพยากรธรรมชาติ การรักษาดุลยภาพของเซลลของสิ่งมีชีวิต กลไก
การรักษาดุลยภาพของน้ำในพืช กลไกการควบคุมดุลยภาพของน้ำ แรธาตุ และอุณหภูมิของมนษุ ยและ
สัตวอื่นๆ ระบบภูมิคุมกันของรางกาย กระบวนการถายทอดสารพันธุกรรม การแปรผันทางพันธุกรรม
มิวเทชัน และการเกิดความหลากหลายทางชีวภาพ ผลของเทคโนโลยีชีวภาพที่มีตอ มนุษยและส่ิงแวดลอม
ความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพและแนวทางในการดูแลรักษา ผลของความหลากหลายทาง
ชีวภาพที่มีตอมนุษยและสิ่งแวดลอม การคัดเลือกตามธรรมชาติและผลของการคัดเลือกตามธรรมชาติตอ
ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การสืบคนขอมูล
และการอภิปรายขอมูล เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู มีความสามารถ
ในการตัดสินใจ นำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยมที่
เหมาะสม

มาตรฐานการเรยี นร/ู ตวั ชี้วัด

ว 1.1 ม. 4-6/1 ,ว 1.1 ม.4-6/2 , ว 1.1 ม. 4-6/3 , ว 1.1 ม. 4-6/4
ว 1.2 ม. 4-6/1, ว 1.2 ม. 4-6/2,ว 1.2 ม. 4-6/3, ว 1.2 ม. 4-6/4
ว 2.1 ม. 4-6/1,ว 2.1 ม. 4-6/2 , ว 2.1 ม. 4-6/3
ว 2.2 ม. 4-6/1, ว 2.2 ม. 4-6/2, ว 2.2 ม. 4-6/3

รวมทั้งหมด 14 ตัวชี้วดั

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 60

คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 61

คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม

ฟส กิ ส 1 รหัสวชิ า ว31201 กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 80 ชัว่ โมง จำนวน 2.0 หนวยกิต

ศึกษาธรรมชาติของวิชาฟสิกส ปริมาณกายภาพและหนวย การวัด ความคลาดเคลื่อนในการวดั และ
การทดลองในวชิ าฟสกิ ส การบอกตาํ แหนงของวตั ถุ ความสัมพันธระหวางปรมิ าณตางๆ ทีเ่ ก่ียวของกบั การ
เคลอ่ื นทแี่ นวตรงดวยความเรงคงตวั แรงและผลของแรงท่มี ีตอสภาพการเคลือ่ นทข่ี องวัตถุ กฎการเคลื่อนท่ีของ
นิวตัน กฎแรงดงึ ดูดระหวางมวล และแรงเสยี ดทาน โดยใชกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร การสืบคนขอมูล
การสาํ รวจตรวจสอบ เพอ่ื ใหเกดิ ความรู ความเขาใจ ความคดิ มีความสามารถในการสอื่ สารสง่ิ ท่ีเรียนรู การ
ตดั สินใจ การนําความรูไปใชในชวี ติ ประจาํ วัน มีจิตวทิ ยาศาสตร จริยธรรมคณุ ธรรมและคานิยมท่ีเหมาะสม

ผลการเรยี นรู
1. สืบคน และอธบิ ายการคน หาความรูท างฟส ิกส ประวัติความเปน มา รวมทั้งพัฒนาการของหลักการและ
แนวคดิ ทางฟส กิ สท ่ีมผี ลตอ การแสวงหาความรใู หมแ ละการพฒั นาเทคโนโลยี
2. วดั และรายงานผลการวัดปรมิ าณทางฟส กิ ส ไดถ ูกตอ งเหมาะสม โดยนำความคลาดเคล่ือน ในการวดั มา
พิจารณาในการนำเสนอผล รวมทั้งแสดงผลการทดลองในรูปของกราฟ วิเคราะห และแปลความหมายจาก
กราฟเสนตรง
3. ทดลอง และอธิบายความสัมพันธร ะหวา ง ตำแหนง การกระจัด ความเร็ว และความเรง ของการเคลื่อนท่ี
ของวัตถุในแนวตรงที่มีความเรงคงตวั จากกราฟ และสมการรวมทง้ั ทดลองหาคา ความเรงโนมถว งของโลกและ
คำนวณปรมิ าณ ตาง ๆ ทเ่ี กี่ยวขอ ง
4. ทดลอง และอธิบายการหาแรงลัพธของแรงสองแรงที่ทำมุมตอ กนั
5. เขียนแผนภาพของแรงที่กระทำตอวัตถุอิสระ ทดลอง และอธบิ ายกฎการเคลื่อนที่ของนวิ ตัน และการใชก ฎ
การเคล่อื นทข่ี องนิวตันกบั สภาพการเคล่ือนท่ีของวตั ถรุ วมท้ังคำนวณปริมาณตา ง ๆ ทเ่ี ก่ยี วขอ ง
6. อธิบายกฎความโนม ถวงสากลและผลของสนามโนม ถวงทีท่ ำใหว ตั ถุมนี ้ำหนกั รวมท้ังคำนวณปริมาณตา ง ๆ
ทีเ่ กย่ี วของ
7. วิเคราะหอธิบาย และคำนวณแรงเสียดทานระหวางผวิ สมั ผสั ของวัตถุคหู น่ึง ๆ ในกรณที ี่วัตถุ หยุดน่ิงและ
วตั ถุเคล่อื นท่ี รวมทง้ั ทดลองหา สัมประสิทธิค์ วามเสียดทานระหวา งผวิ สัมผัส ของวัตถุคูหน่ึง ๆ และนำความรู
เรื่องแรงเสียดทานไปใชใ นชีวิตประจำวัน
รวมทงั้ หมด 7 ผลการเรยี นรู

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 62

คำอธิบายรายวชิ าเคมี เพ่ิมเติม

เคมี ๑ รหัสวชิ า ว 31226 กลุมสาระการเรียนรูว ิทยาศาสตร
เวลา ๖๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๕ หนวยกิต
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ ๔ ภาคเรยี นท่ี 1

ศึกษาเกี่ยวกับสัญลักษณแสดงความเปนอันตรายของสารเคมีในระบบ GHS และ NFPA ขอ ควร
ปฏิบัติในการทำปฏิบัติการเคมี ทั้งกอนทำปฏบิ ัติการ ขณะทำปฏิบัติการและหลังทำปฏิบัติการ การกำจัด
สารเคมี และการปฐมพยาบาลเมือ่ ไดรับอบุ ัติเหตุจากสารเคมี ศกึ ษาการพจิ ารณาความนาเชอื่ ถือของขอมูลท่ีได
จากการวัดจากความเท่ียงและความแมน อุปกรณวัดปรมิ าตรและวดั มวล เลขนัยสำคญั หนวยวดั ในระบบเอส
ไอ แฟกเตอรเปลี่ยนหนวย รวมทั้งวิธีการทางวิทยาศาสตร ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร และจิต
วทิ ยาศาสตร

ศึกษาแบบจำลองอะตอมของดอลตัน ทอมสนั รทั เทอรฟอรด โบร และแบบกลมุ หมอก เขียนและ
แปลความหมายสัญลักษณนิวเคลียรของธาตุ เลขอะตอม เลขมวล ไอโซโทป เขียนการจัดเรียงอิเล็กตรอนใน
อะตอม ศกึ ษาความหมายของระดบั พลงั งานของอิเล็กตรอน ออรบ ิทัล เวเลนซอ เิ ล็กตรอน ววิ ัฒนาการของการ
สรางตารางธาตุและตารางธาตุในปจจุบัน แนวโนมสมบัติบางประการของธาตุในตารางธาตุตามหมูและตาม
คาบ เกี่ยวกับขนาดอะตอม ขนาดไอออน พลังงานไอออไนเซชัน สัมพรรคภาพอิเล็กตรอน อิเล็กโทรเนกาตวิ ติ ี
ศึกษาสมบัติของธาตุแทรนซิชัน ธาตุกัมมันตรังสี การเกิดกัมมันตภาพรังสี การสลายตัวและอันตรายจาก
ไอโซโทปกัมมันตรังสี คำนวณครึง่ ชวี ิตของธาตุกัมมันตรงั สี ศึกษาปฏิกิริยานวิ เคลียรแ ละเทคโนโลยีที่เกี่ยวของ
กับการใชสารกมั มนั ตรังสี การนำธาตไุ ปใชประโยชน รวมทง้ั ผลกระทบตอ ส่งิ มชี วี ิตและส่งิ แวดลอม

ศึกษาพันธะเคมี สัญลกั ษณแ บบจุดและกฎออกเตต การเกิดพันธะไอออนิก สูตรเคมีและชื่อของ
สารประกอบไอออนิก เลขออกซิเดชัน พลังงานกับการเกิดสารประกอบไอออนิก สมบัติของสารประกอบไอ
ออนิกสมการไอออนิกและสมการไอออนิกสุทธิ การเกิดพันธะโคเวเลนต โครงสรางลวิ อิส สูตรโมเลกุลและชื่อ
ของสารประกอบโคเวเลนต ความยาวและพลังงานพันธะ เรโซแนนซ การคำนวณพลังงานพันธะและพลงั งาน
ของปฏกิ ริ ิยา รปู รางและสภาพขว้ั ของโมเลกลุ โคเวเลนต แรงยดึ เหนีย่ วระหวางโมเลกลุ และสมบัติของสารโคเว
เลนต สารโคเวเลนตโครงรางตาขาย การเกิดพันธะโลหะและสมบัติของโลหะ และการนำสารประกอบชนดิ
ตา งๆ ไปใชประโยชนข องสารประกอบ

โดยใชก ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสบื คน ขอ มูล การสังเกต วเิ คราะห
เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มี
ทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร รวมทั้งทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ ๒๑ ในดานการใชเทคโนโลยี
สารสนเทศ ดา นการคิดและการแกปญ หา ดานการสื่อสาร สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนำความรูไปใชใน
ชีวติ ของตนเอง มจี ิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คณุ ธรรม และคานิยมทเ่ี หมาะสม

ผลการเรียนรู
๑. บอกและอธบิ ายขอปฏิบัตเิ บือ้ งตน และปฏิบัติตนทีแ่ สดงถงึ ความตระหนักในการทำปฏิบัติการเคมี

เพอ่ื ใหม คี วามปลอดภัย ทัง้ ตอ ตนเอง ผอู นื่ และสงิ่ แวดลอม และเสนอแนวทางแกไขเมอื่ เกิดอบุ ตั เิ หตุ
๒. เลอื กและใชอ ุปกรณห รือเคร่อื งมือในการทำปฏิบตั กิ าร และวัดปรมิ าณตางๆ ไดอยางเหมาะสม

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 63

๓. ระบุหนวยวดั ปรมิ าณตางๆ ของสาร และเปล่ียนหนวยวัดใหเปนหนวยในระบบเอสไอดวยการใช
แฟกเตอรเปลย่ี นหนว ย

๔. นำเสนอแผนการทดลอง ทดลองและเขียนรายงานการทดลอง
๕. สืบคนขอมลู สมมติฐาน การทดลองหรือผลการทดลองทเ่ี ปน ประจักษพยานในการเสนอแบบจำลอง
อะตอมของนักวทิ ยาศาสตร และอธบิ ายวิวัฒนาการของแบบจำลองอะตอม
๖. เขียนสัญลกั ษณนิวเคลียรของธาตุ และระบุจำนวนโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอนของอะตอม
จากสญั ลกั ษณน ิวเคลยี ร รวมทง้ั บอกความหมายของไอโซโทป
๗. อธิบายและเขยี นการจดั เรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานหลักและระดับพลังงานยอยเมอ่ื ทราบเลข
อะตอมของธาตุ
๘. ระบุหมู คาบ ความเปนโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ ของธาตุเรพรเี ซนเททีฟ และธาตุแทรนซิชันใน
ตารางธาตุ
๙. วิเคราะห และบอกแนวโนม สมบตั ิของธาตุเรพรีเซนเททฟี ตามหมแู ละตามคาบ
๑๐. บอกสมบัติของธาตุโลหะแทรนซชิ นั และเปรียบเทียบสมบัติกับธาตโุ ลหะในกลุมธาตเุ รพรเี ซนเท
ทีฟ
๑๑. อธิบายสมบตั ิและคำนวณคร่งึ ชีวิตของไอโซโทปกมั มนั ตรงั สี
๑๒. สืบคนขอมูลและยกตัวอยางการนำธาตุมาใชประโยชน รวมทั้งผลกระทบตอสิ่งมีชีวิตและ
สิง่ แวดลอ ม
๑๓. อธิบายการเกิดไอออนและการเกิดพันธะไอออนิก โดยใชแผนภาพหรือสัญลักษณแบบจุดของลวิ
อิส
๑๔. เขียนสตู รและเรียกช่อื สารประกอบไอออนกิ
๑๕. คำนวณพลงั งานทเ่ี กีย่ วขอ งกับปฏิกริ ยิ าการเกิดสารประกอบไอออนิกจากวัฏจกั รบอรน-ฮาเบอร
๑๖. อธิบายสมบัติของสารประกอบไอออนิก
๑๗. เขียนสมการไอออนกิ และสมการไอออนิกสุทธขิ องปฏกิ ริ ยิ าของสารประกอบไอออนกิ
๑๘. อธบิ ายการเกดิ พนั ธะโคเวเลนตแ บบพนั ธะเดย่ี ว พนั ธะคู และพันธะสาม ดวยโครงสรางลิวอสิ
๑๙. เขียนสูตรและเรยี กชื่อสารโคเวเลนต
๒๐. วิเคราะหและเปรียบเทียบความยาวพันธะและพลงั งานพันธะในสารโคเวเลนต รวมทั้งคำนวณ
พลังงานท่ีเกี่ยวของกบั ปฏิกริ ิยาของสารโคเวเลนตจากพลงั งานพนั ธะ
๒๑. คาดคะเนรปู รางโมเลกุลโคเวเลนตโดยใชทฤษฎีการผลกั ระหวางคอู เิ ลก็ ตรอนในวงเวเลนซ และ
ระบสุ ภาพขั้วของโมเลกลุ โคเวเลนต
๒๒. ระบุชนิดของแรงยึดเหนี่ยวระหวางโมเลกุลโคเวเลนต และเปรียบเทียบจดุ หลอมเหลว จุดเดอื ด
และการละลายนำ้ ของสารโคเวเลนต
๒๓. สืบคนขอ มูลและอธิบายสมบัติของสารโคเวเลนตโ ครงรางตาขา ยชนดิ ตางๆ
๒๔. อธิบายการเกดิ พันธะโลหะและสมบัติของโลหะ
๒๕. เปรยี บเทียบสมบตั บิ างประการของสารประกอบไอออนกิ สารโคเวเลนต และโลหะ สบื คนขอมลู
และนำเสนอตวั อยา งการใชป ระโยชนของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต และโลหะ ไดอ ยา งเหมาะสม

รวมท้งั หมด ๒๕ ผลการเรียนรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 64

คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม

ชวี วิทยา 1 รหัสวิขา ว30241 กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนว ยกิต

สืบคนขอมูล และอธิบายสมบัติที่สำคัญของสิ่งมชี ีวิตและความสัมพันธของการจัดระบบในสิ่งมีชีวิตท่ี
ทำใหสิ่งมีชีวิตดำรงชวี ิตอยูได ความสำคัญของการระบุปญหา ความสัมพันธระหวางปญหา สมมติฐาน และ
วิธีการตรวจสอบสมมติฐาน รวมทั้งการออกแบบการทดลองเพื่อตรวจสอบสมมติฐาน สมบัติของน้ำและบอก
ความสำคัญของน้ำท่ีมีตอ สิ่งมชี วี ิตและยกตวั อยา งธาตชุ นิดตา งๆทม่ี ีความสำคัญตอรา งกายส่ิงมีชีวิต โครงสราง
ของคารโ บไฮโดรต ระบกุ ลุมของคารโบไฮเดรตรวมท้ังความสำคัญของคารโ บไฮเดรตที่มตี อ สงิ่ มีชวี ิต โครงสราง
ของโปรตีนและความสำคัญของโปรตีนที่มีตอสิ่งมีชีวิต โครงสรางของลิพิดและความสำคัญของลิพิดที่มีตอ
สิ่งมีชีวิต โครงสรางของกรดนิวคลิอิกและระบุชนิดของกรดนิวคลิอิกและความสำคัญของกรดนวิ คลิอิกที่มีตอ
สิ่งมีชีวิต ปฏิกริ ยิ าเคมีที่เกิดขึ้นในสงิ่ มีชีวิต การทำงานของเอนไซมในการเรงปฏิกิริยาเคมีในสิ่งมีชวี ติ และระบุ
ปจจัยที่มีผลตอการทำงานของเอนไซม บอกวิธีการและเตรียมตัวอยางสิ่งมีชีวิตเพื่อศึกษาภายใตกลอง
จุลทรรศนใชแสง วัดขนาดโดยประมาณและวาดภาพที่ปรากฏภายใตกลอ ง บอกวิธีการใช และการดูแลรักษา
กลองจุลทรรศนใชแสงที่ถูกตอง โครงสรางและหนาที่ของสวนที่หอหุมเซลลของเซลลพืชและเซลลสัตว ระบุ
ชนิดและหนาที่ของออรแกเนลล โครงสรางและหนาที่ของนิวเคลียส การแพร ออสโมซิส การแพรแบบฟาซิลิ
เทต และแอกทฟี ทรานสปอรต การลำเลยี งสารโมเลกลุ ใหญอ อกจากเซลลดวยกระบวนการเอกโซไซโทซสิ และ
การลำเลียงสารโมเลกุลใหญเขาสูเซลลดวยกระบวนการเอนโดไซโทซิส การแบงนิวเคลียสแบบไมโทซสิ และ
แบบไมโอซิสจากตัวอยางภายใตกลอ งจุลทรรศน พรอ มทง้ั อธิบายและเปรียบเทยี บการแบง นิวเคลยี สแบบไมโท
ซิสและแบบไมโอซิส ขั้นตอนการหายใจระดับเซลลในภาวะที่มีออกซิเจนเพียงพอและภาวะที่มีออกซิเจนไม
เพยี งพอ โครงสรางและกระบวนการยอยอาหารของสัตวท่ีไมมีทางเดินอาหาร สัตวที่มีทางเดนิ อาหารแบบไม
สมบูรณ และสัตวท่ีมีทางเดินอาหารแบบสมบรู ณ การกินอาหารของไฮดรา และพลานาเรีย โครงสราง หนาที่
และกระบวนการยอยอาหาร และการดดู ซึมสารอาหารภายในระบบยอยอาหารของมนุษย

โดยใชการสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ ละทักษะการ
เรียนรูในศตวรรษที่ 21 การสืบคนขอมูลและการอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถ
สื่อสารสิง่ ที่เรียนรู มีความสามารถในการตดั สินใจ การแกปญหา การนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิต
วทิ ยาศาสตร จริยธรรม คณุ ธรรม และคา นยิ มทเ่ี หมาะสม

ผลการเรียนรู
1. อธิบายและสรปุ สมบตั ทิ ส่ี ำคัญของสงิ่ มีชวี ิตและความสมั พันธข องการจดั ระบบในสงิ่ มีชีวิตทท่ี ำให

ส่ิงมชี วี ิตดำรงชวี ิตอยไู ด
2. อภิปรายและบอกความสำคญั ของการระบุปญหา ความสัมพนั ธร ะหวางปญ หา สมมติฐาน และ

วิธีการตรวจสอบสมมตฐิ าน รวมท้ังการออกแบบการทดลองเพอื่ ตรวจสอบสมมตฐิ าน
3. สืบคน ขอมูล อธิบายเกี่ยวกบั สมบัติของน้ำและบอกความสำคัญของน้ำท่ีมตี อสง่ิ มชี ีวิตและ

ยกตัวอยางธาตชุ นดิ ตา งๆท่ีมีความสำคญั ตอรางกายส่ิงมชี ีวติ

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 65

4. สบื คนขอมลู อธิบายโครงสรางของคารโบไฮโดรต ระบุกลุมของคารโบไฮเดรตรวมทั้งความสำคญั
ของคารโ บไฮเดรตท่มี ีตอส่ิงมีชวี ิต

5. สืบคน ขอ มลู อธิบายโครงสรางของโปรตีนและความสำคญั ของโปรตีนที่มตี อสิ่งมชี ีวติ
6. สืบคน ขอ มลู อธิบายโครงสรา งของลิพดิ และความสำคัญของลพิ ิดที่มีตอส่ิงมีชวี ิต
7. อธบิ ายโครงสรา งของกรดนิวคลอิ ิกและระบุชนดิ ของกรดนวิ คลอิ กิ และความสำคัญของกรด
นวิ คลิอกิ ท่ีมตี อ ส่งิ มีชวี ติ
8. สบื คนขอ มลู และอธิบายปฏิกิริยาเคมที ่ีเกิดขึน้ ในส่ิงมีชีวติ
9. อธิบายการทำงานของเอนไซมในการเรงปฏิกิรยิ าเคมใี นสิ่งมชี ีวิตและระบุปจจยั ทมี่ ีผลตอ การ
ทำงานของเอนไซม
10. บอกวิธีการและเตรยี มตัวอยา งสิ่งมชี ีวิตเพื่อศึกษาภายใตกลองจุลทรรศนใชแ สง วัดขนาด
โดยประมาณและวาดภาพทปี่ รากฏภายใตกลอ ง บอกวิธกี ารใช และการดแู ลรักษากลองจลุ ทรรศนใ ชแ สงท่ี
ถูกตอง
11. อธิบายโครงสรา งและหนาทีข่ องสว นท่หี อหมุ เซลลของเซลลพ ืชและเซลลส ัตว
12. สบื คน ขอ มูล อธิบาย และระบุชนดิ และหนาทข่ี องออรแกเนลล
13. อธิบายโครงสรางและหนา ทข่ี องนวิ เคลยี ส
14. อธิบายและเปรียบเทยี บการแพร ออสโมซสิ การแพรแบบฟาซลิ ิเทต และแอกทฟี ทรานสปอรต
15. สืบคนขอมูล อธิบาย และเขยี นภาพการลำเลยี งสารโมเลกลุ ใหญออกจากเซลลดว ยกระบวนการ
เอกโซไซโทซิส และการลำเลียงสารโมเลกลุ ใหญเขา สูเ ซลลดวยกระบวนการเอนโดไซโทซิส
16. สงั เกตการแบงนิวเคลียสแบบไมโทซิสและแบบไมโอซสิ จากตวั อยางภายใตกลอ งจลุ ทรรศน
พรอ มทงั้ อธบิ ายและเปรยี บเทียบการแบงนิวเคลยี สแบบไมโทซิสและแบบไมโอซิส
17. อธิบาย เปรียบเทียบ และสรุปขัน้ ตอนการหายใจระดับเซลลในภาวะทมี่ ีออกซเิ จนเพยี งพอและ
ภาวะทีม่ ีออกซิเจนไมเ พียงพอ
18. สืบคน ขอมลู อธบิ าย และเปรยี บเทียบโครงสรา งและกระบวนการยอยอาหารของสตั วท ่ีไมม ี
ทางเดนิ อาหาร สตั วทมี่ ที างเดินอาหารแบบไมสมบูรณ และสตั วที่มที างเดนิ อาหารแบบสมบูรณ
19. สงั เกต อธบิ าย การกนิ อาหารของไฮดราและพลานาเรีย
20. อธบิ ายเกยี่ วกับโครงสราง หนา ที่ และกระบวนการยอยอาหาร และการดูดซึมสารอาหารภายใน
ระบบยอ ยอาหารของมนษุ ย
รวมทั้งหมด 20 ผลการเรียนรู

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 66

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม

ว31202 ฟสกิ ส 2 กลมุ สาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตร

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 80 ชัว่ โมง จำนวน 2.0 หนว ยกิต

ศึกษาสมดุลกลของโมเมนตที่มีตอการหมุน แรงคูควบและผลของแรงคูควบที่มีตอสมดุลของวัตถุ

หลักการของกลศาสตรในเรื่อง งาน พลังงาน ความสัมพันธระหวางงานและพลังงานจลน กฎการอนุรักษ

พลังงาน กาํ ลัง เครอ่ื งกลอยางงายและประสิทธิภาพของเคร่ืองกล โมเมนตัม การชนกนั ของวัตถแุ ละกฎการอนุ

รักษโมเมนตัม การเคล่ือนท่ีแบบหมุน ทอรกและผลของทอรก ที่มตี อ สภาพการหมุน การเคลื่อนทีแ่ บบโพรเจก

ไทล แบบวงกลมในการอธบิ ายการโคจรของดาวเทยี ม

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสบื คน ขอมูล การสาํ รวจตรวจสอบ เพือ่ ใหเกิดความรู ความ

เขา ใจ ความคดิ มีความสามารถในการส่ือสารสิง่ ทีเ่ รียนรู การตัดสินใจ การนําความรูไปใชในชวี ิตประจาํ วัน มี

จติ วทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรมคณุ ธรรมและคานิยมทเี่ หมาะสม

ผลการเรียนรู

1. อธบิ ายสมดุลกลของวัตถุโมเมนตแ ละผลรวม ของโมเมนตท มี่ ีตอ การหมุน แรงคคู วบและผลของแรงคูควบท่ี

มตี อสมดลุ ของวัตถุ เขียนแผนภาพของแรงที่กระทำตอ วัตถุอสิ ระเมื่อวัตถุอยูในสมดุลกล และคำนวณปริมาณ

ตา ง ๆ ทีเ่ ก่ียวของ รวมทงั้ ทดลองและอธิบายสมดลุ ของแรงสามแรง

2. สังเกตและอธิบายสภาพการเคลื่อนทีข่ องวตั ถุ เม่ือแรงที่กระทำตอ วัตถุผานศนู ยกลางมวลของวัตถุ และผล

ของศูนยถว งท่มี ีตอ เสถียรภาพของวัตถุ

3. วิเคราะห และคำนวณงานของแรงคงตัว จากสมการและพื้นที่ใตกราฟความสัมพันธระหวางแรงกับ

ตำแหนง รวมทัง้ อธบิ ายและคำนวณกำลงั เฉลย่ี

4. อธิบายและคำนวณพลังงานจลน พลังงานศักย พลังงานกล ทดลอง หาความสัมพันธระหวางงานกับ

พลังงานจลน ความสัมพันธ ระหวางงานกับพลังงานศักยโนม ถว ง ความสัมพันธระหวางขนาดของแรงที่ใชดงึ

สปริงกับระยะที่สปริงยืดออก และความสัมพันธระหวางงานกับพลังงานศักยยืดหยุน รวมทั้งอธิบาย

ความสมั พันธระหวางงานของแรงลัพธและพลังงานจลน และคำนวณ งานทีเ่ กดิ ขน้ึ จากแรงลพั ธ

5. อธิบายกฎการอนุรกั ษพลังงานกล รวมทั้งวิเคราะหและคำนวณปริมาณตางๆ ที่เกี่ยวของ กับการเคล่อื นท่ี

ของวตั ถใุ นสถานการณตาง ๆ โดยใชกฎการอนรุ กั ษพ ลังงานกล

6. อธบิ ายการทำงาน ประสิทธิภาพและการไดเ ปรียบเชิงกลของเคร่ืองกลอยางงายบางชนิด โดยใชความรูเ ร่ือง

งานและสมดุลกล รวมทั้งคำนวณประสิทธภิ าพและการไดเปรยี บเชงิ กล

7. อธิบาย และคำนวณโมเมนตัมของวัตถุและการดลจากสมการและพ้ืนท่ีใตก ราฟ ความสมั พนั ธระหวางแรง

ลัพธกบั เวลา รวมท้ัง อธิบายความสัมพันธระหวา งแรงดลกับโมเมนตัม

8. ทดลอง อธิบาย และคำนวณปรมิ าณตาง ๆ ทเ่ี กย่ี วกับการชนของวัตถุในหนึ่งมิติทัง้ แบบ ยืดหยุน ไมยืดหยุน

และการดีดตัวแยกจากกัน ในหนึ่งมติ ิซึง่ เปนไปตามกฎการอนรุ กั ษ โมเมนตมั

9. อธิบาย วิเคราะหและคำนวณปริมาณตา ง ๆ ทีเ่ กี่ยวของกับการเคลื่อนทแ่ี บบโพรเจกไทล และทดลองการ

เคล่อื นท่ีแบบโพรเจกไทล

10. ทดลอง และอธิบายความสัมพันธระหวาง แรงสูศูนยกลาง รัศมีของการเคลื่อนท่ี อัตราเร็วเชิงเสน

อัตราเรว็ เชิงมุม และมวล ของวัตถใุ นการเคลื่อนท่ีแบบวงกลมในระนาบ ระดบั รวมทง้ั คำนวณปริมาณตางๆ ที่

เกย่ี วของ และประยุกตใ ชค วามรูการเคล่ือนที่ แบบวงกลมในการอธบิ ายการโคจรของดาวเทียม

รวมทัง้ หมด 10 ผลการเรยี นรู

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 67

เคมี 2 รหสั วิชา ว 31227 คำอธบิ ายรายวชิ าเคมี เพิ่มเติม
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ ๔
กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร
เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนวยกิต

ศึกษาความหมายและคำนวณมวลอะตอม มวลอะตอมสัมพัทธ มวลอะตอมเฉลี่ยของธาตุ โมล
มวลตอโมล มวลโมเลกุล และมวลสูตร ศึกษาความสัมพันธระหวางจำนวนโมล อนุภาค มวลและปรมิ าตรของ
แกสที่ STP ศึกษากฎสัดสวนคงที่ คำนวณอัตราสวนโดยมวล อัตราสวนโดยโมล รอยละโดยมวล สูตรโมเลกุล
และสูตรเอมพิรคิ ัล

ศกึ ษาหนวยความเขมขน และการคำนวณความเขมขนของสารละลายในหนว ยรอยละ สวนในลาน
สวน สวนในพันลานสว น โมลาริตี โมแลลิตี และเศษสวนโมล ศึกษาการเตรียมสารละลายจากสารบรสิ ุทธิแ์ ละ
จากการเจือจางสารละลายเขมขน เปรยี บเทยี บจุดเดอื ดและจุดหลอมเหลวของสารบริสุทธิ์และสารละลาย

ศึกษาการเขียนและดุลสมการเคมีอัตราสวนโดยโมลของสารในปฏิกิริยาเคมี แปลความหมาย
สัญลกั ษณในสมการเคมี คำนวณปริมาณของสารในปฏิกริ ยิ าเคมีตามกฎทรงมวล ศึกษากฎของเกย – ลูสแซก
และสมมติฐานของอาโวกาโดร คำนวณปรมิ าณของสารในปฏิกิริยาเคมีโดยใชความสัมพันธระหวา งโมล มวล
ความเขม ขน และปรมิ าตรแกส คำนวณปริมาณสารในปฏิกริ ิยาเคมหี ลายขัน้ ตอน ปรมิ าณสารเมอื่ มีสารกำหนด
ปรมิ าณ และผลไดรอยละ

โดยใชก ระบวนการทางวิทยาศาสตร การสบื เสาะหาความรู การสบื คน ขอมูล การสังเกต
วิเคราะห เปรียบเทียบ อธิบาย อภปิ ราย และสรปุ เพื่อใหเกดิ ความรู ความเขาใจ มคี วามสามารถในการ
ตัดสินใจ มที กั ษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร รวมทั้งทักษะการเรยี นรใู นศตวรรษที่ ๒๑ ในดานการใช
เทคโนโลยีสารสนเทศ ดา นการคดิ และการแกป ญ หา ดา นการสอื่ สาร สามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรยี นรูและนำความรู
ไปใชในชวี ิตของตนเอง
มจี ติ วิทยาศาสตรจรยิ ธรรม คุณธรรม และคานิยมท่เี หมาะสม

ผลการเรียนรู
๑. บอกความหมายของมวลอะตอมของธาตุ และคำนวณมวลอะตอมเฉล่ียของธาตุ มวลโมเลกุล และ

มวลสูตร
๒. อธิบายและคำนวณปริมาณใดปริมาณหนึ่งจากความสัมพันธของโมล จำนวนอนุภาค มวล และ

ปริมาตรของแกส ท่ี STP
๓. คำนวณอตั ราสวนโดยมวลของธาตอุ งคประกอบของสารประกอบตามกฎสัดสว นคงท่ี
๔. คำนวณสตู รอยา งงา ยและสูตรโมเลกุลของสาร
๕. คำนวณความเขม ขน ของสารละลายในหนว ยตา ง ๆ
๖. อธิบายวิธกี ารและเตรยี มสารละลายใหมีความเขมขน ในหนวยโมลาริตีและปริมาตรของสารละลาย

ตามทกี่ ำหนด
๗. เปรียบเทียบจุดเดือดและจุดเยือกแข็งของสารละลายกับสารบริสุทธิ์ รวมทั้งคำนวณจุดเดือดและ

จุดเยอื กแขง็ ของสารละลาย
๘. แปลความหมายสัญลักษณใ นสมการเคมีเขยี นและดุลสมการเคมขี องปฏกิ ริ ิยาเคมบี างชนดิ
๙. คำนวณปรมิ าณของสารในปฏิกริ ิยาเคมีที่เกีย่ วขอ งกับมวลสาร

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 68

๑๐. คำนวณปริมาณของสารในปฏิกริ ิยาเคมที เ่ี กยี่ วขอ งกบั ความเขมขน ของสารละลาย
๑๑. คำนวณปรมิ าณของสารในปฏิกิริยาเคมที ่เี กี่ยวขอ งกบั ปริมาตรแกส
๑๒. คำนวณปรมิ าณของสารในปฏิกิรยิ าเคมหี ลายขัน้ ตอน
๑๓. ระบุสารกำหนดปรมิ าณ และคำนวณปรมิ าณสารตางๆ ในปฏิกิรยิ าเคมี
๑๔. คำนวณผลไดร อ ยละของผลิตภัณฑใ นปฏกิ ริ ิยาเคมี

รวมทั้งหมด 14 ผลการเรียนรู

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 69

คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม

ชีววทิ ยา 2 รหสั วิชา ว30242 กลุม สาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตร

ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว ยกติ

ศกึ ษาเกี่ยวกบั โครงสรา งที่ทำหนา ทแี่ ลกเปลย่ี นแกส ของฟองนำ้ ไฮดรา พลานาเรยี ไสเ ดือนดนิ แมลง
ปลา กบ และนก โครงสรา งของปอดในสัตวเ ลี้ยงลูกดวยนำ้ นม โครงสรางที่ใชในการแลกเปลี่ยนแกส และ
กระบวนการแลกเปลี่ยนแกสของมนุษย การทำงานของปอด และทดลองวัดปริมาตรของอากาศในการ
หายใจออกของมนุษย เปรียบเทียบระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปดและระบบหมุนเวียนเลือดแบบปด ทิศ
ทางการไหลของเลือดและการเคลื่อนที่ของเซลลเม็ดเลือดในหางปลา และสรุปความสัมพันธระหวางขนาด
ของหลอดเลือดกับความเร็วในการไหลของเลือด โครงสรางและการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดใน
มนุษย โครงสรางหัวใจของสัตวเลี้ยงลูกดวยน้ำนม ทิศทางการไหลของเลือดผานหัวใจของมนุษย และเขียน
แผนผังสรุป การหมุนเวียนเลือดของมนุษย ความแตกตางของเซลลเ ม็ดเลือดแดง เซลลเมด็ เลอื ดขาวเพลต
เลต และพลาสมา หมูเลือดและหลักการใหและรับเลือดในระบบ ABO และระบบ Rh สวนประกอบและ
หนาทีข่ องน้ำเหลือง รวมทั้งโครงสรางและหนาท่ีของหลอดน้ำเหลือง และตอมน้ำเหลือง กลไกการตอตาน
หรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไมจำเพาะและแบบจำเพาะ การสรางภูมิคุมกันกอเองและภูมิคุมกันรับมา
ความผิดปกติของระบบภูมิคุมกันที่ทำใหเกิดเอดส ภูมิแพ การสรางภูมิตานทานตอเนื้อเยื่อตนเอง
เปรียบเทียบโครงสรางและหนาที่ในการกำจัดของเสียออกจากรางกายของฟองน้ำ ไฮดรา พลานาเรีย
ไสเดอื นดิน แมลง และสัตวมกี ระดูกสันหลัง โครงสรา งและหนา ท่ีของไต และโครงสรา งทใ่ี ชลำเลียงปสสาวะ
ออกจากรา งกาย กลไกการทำงานของหนวยไต ในการกำจัดของเสียออกจากรางกาย และเขียนแผนผังสรปุ
ขั้นตอนการกำจัดของเสียออกจากรางกายโดยหนวยไต ความผิดปกติของไตอันเนื่องมาจากโรคตางๆ
โครงสรางและหนา ที่ของระบบประสาทของไฮดรา พลานาเรีย ไสเดือนดิน กุงหอย แมลง และสัตวมกี ระดูก
สันหลัง โครงสรางและหนาที่ของเซลลประสาท การเปลี่ยนแปลงของศักยไฟฟาที่เยื่อหุมเซลลของเซลล
ประสาท และกลไกการถายทอดกระแสประสาท โครงสรางของระบบประสาทสวนกลางและระบบประสาท
รอบนอก โครงสรางและหนาที่ของสวนตางๆ ในสมองสวนหนาสมองสวนกลาง สมองสวนหลัง และไขสัน
หลัง ยกตวั อยางการทำงานของระบบประสาทโซมาติกและระบบประสาทอตั โนวตั ิ โครงสรางและหนาท่ีของ
ตา หู จมกู ล้ิน และผวิ หนงั ของมนุษย ยกตัวอยา งโรคตางๆ ที่เกย่ี วขอ ง และบอกแนวทางในการดูแลปองกัน
และรักษา การหาตำแหนงของจุดบอด โฟเวีย และความไวในการรับสมั ผัสของผวิ หนัง โครงสรางและหนาท่ี
ของอวัยวะที่เกี่ยวของกับการเคลื่อนที่ของแมงกะพรุน หมึก ดาวทะเล ไสเดือนดินแมลง ปลา และนก
โครงสรา งและหนา ท่ีของกระดูกและกลามเนอ้ื ท่ีเก่ียวขอ งกับการเคล่ือนไหวและการเคล่ือนที่ของมนุษย การ
ทำงานของขอตอชนิดตางๆ และการทำงานของกลามเนื้อโครงรางที่เกี่ยวของกับการเคลื่อนไหวและการ
เคลอ่ื นทข่ี องมนษุ ย

โดยใชการสบื เสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะการ
เรียนรูในศตวรรษที่ 21 การสืบคนขอมูลและการอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถ
สื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการตดั สินใจ การแกปญหา การนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิต
วทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรม และคานิยมทีเ่ หมาะสม

ผลการเรียนรู

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 70

1. สืบคน ขอมูล อธบิ าย และเปรียบเทียบโครงสรางทท่ี ำหนาที่แลกเปลยี่ นแกส ของฟองน้ำ ไฮดรา พลานา
เรีย ไสเดือนดิน แมลง ปลา กบ และนก

2. สงั เกต และอธบิ ายโครงสรางของปอดในสัตวเล้ียงลกู ดวยน้ำนม
3. สืบคน ขอ มูล อธบิ ายโครงสรางท่ใี ชใ นการแลกเปลี่ยนแกส และกระบวนการแลกเปล่ยี นแกส ของมนษุ ย
4. อธิบายการทำงานของปอด และทดลองวัดปริมาตรของอากาศในการหายใจออกของมนุษย
5. สบื คน ขอมูล อธิบาย และเปรียบเทยี บระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปดและระบบหมนุ เวยี นเลอื ดแบบปด
6. สังเกต และอธิบายทิศทางการไหลของเลือดและการเคลื่อนที่ของเซลลเม็ดเลือดในหางปลา และสรุป

ความสมั พนั ธร ะหวางขนาดของหลอดเลือดกบั ความเรว็ ในการไหลของเลือด
7. อธิบายโครงสรางและการทำงานของหัวใจและหลอดเลอื ดในมนุษย
8. สังเกต และอธิบายโครงสรางหัวใจของสัตวเลี้ยงลูกดวยน้ำนม ทิศทางการไหลของเลือดผานหัวใจของ

มนุษย และเขียนแผนผังสรุป การหมุนเวียนเลือดของมนุษย
9. สบื คนขอ มูล ระบุความแตกตา งของเซลลเมด็ เลือดแดง เซลลเ มด็ เลอื ดขาวเพลตเลต และพลาสมา
10. อธิบายหมูเลือดและหลักการใหแ ละรบั เลือดในระบบ ABO และระบบ Rh
11. อธิบาย และสรุปเกี่ยวกับสวนประกอบและหนาที่ของน้ำเหลือง รวมทั้งโครงสรางและหนาที่ของหลอด

น้ำเหลอื ง และตอมน้ำเหลอื ง
12. สืบคนขอมูล อธิบาย และเปรียบเทียบกลไกการตอตานหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไมจำเพาะและ

แบบจำเพาะ
13. สืบคนขอมูล อธบิ าย และเปรียบเทียบการสรา งภมู ิคมุ กันกอเองและภูมคิ ุมกนั รบั มา
14. สืบคน ขอมูล และอธิบายเกี่ยวกับความผิดปกติของระบบภูมิคุม กันที่ทำใหเกิดเอดส ภมู ิแพ การสรางภูมิ

ตา นทานตอ เน้อื เยอ่ื ตนเอง
15. สืบคนขอมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสรางและหนาที่ในการกำจัดของเสียออกจากรางกายของ

ฟองนำ้ ไฮดรา พลานาเรยี ไสเดือนดิน แมลง และสัตวมีกระดกู สนั หลงั
16. อธิบายโครงสรางและหนาทข่ี องไต และโครงสรางทใ่ี ชลำเลียงปส สาวะออกจากรางกาย
17. อธิบายกลไกการทำงานของหนวยไต ในการกำจัดของเสียออกจากรา งกาย และเขียนแผนผังสรุปขั้นตอน

การกำจัดของเสียออกจากรางกายโดยหนว ยไต
18. สืบคนขอมูล อธบิ าย และยกตัวอยา งเกีย่ วกับความผิดปกติของไตอันเน่อื งมาจากโรคตางๆ
19. สืบคนขอมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสรางและหนาที่ของระบบประสาทของไฮดรา พลานาเรีย

ไสเ ดือนดิน กงุ หอย แมลง และสตั วมีกระดกู สนั หลัง
20. อธิบายเก่ียวกบั โครงสรา งและหนา ทีข่ องเซลลป ระสาท
21. อธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของศักยไฟฟาที่เยื่อหุมเซลลของเซลลประสาท และกลไกการถายทอด

กระแสประสาท
22. อธิบายและสรุปเกยี่ วกับโครงสรา งของระบบประสาทสวนกลางและระบบประสาทรอบนอก
23. สืบคน ขอมูล อธิบายโครงสรางและหนาที่ของสวนตางๆ ในสมองสวนหนา สมองสวนกลาง สมองสว นหลงั

และไขสนั หลัง
24. สืบคนขอมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และยกตัวอยางการทำงานของระบบประสาทโซมาติกและระบบ

ประสาทอตั โนวัติ

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 71

25. สืบคน ขอ มลู อธิบายโครงสรางและหนา ที่ของ ตา หู จมูก ลน้ิ และผวิ หนงั ของมนุษย ยกตัวอยางโรคตางๆ
ทเี กย่ี วขอ ง และบอกแนวทางในการดูแลปองกัน และรักษา

26. สังเกตและอธบิ ายการหาตำแหนงของจดุ บอด โฟเวยี และความไวในการรับสมั ผสั ของผวิ หนงั
27. สืบคนขอมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสรางและหนาที่ของอวัยวะท่ีเกี่ยวของกับการเคลื่อนที่ของ

แมงกะพรนุ หมึก ดาวทะเล ไสเ ดือนดนิ แมลง ปลา และนก
28. สืบคนขอมูลและอธิบายโครงสรางและหนาที่ของกระดูกและกลามเนื้อที่เกี่ยวขอ งกับการเคลือ่ นไหวและ

การเคล่ือนที่ของมนุษย
29. สังเกตและอธิบายการทำงานของขอตอชนิดตางๆ และการทำงานของกลามเนื้อโครงรางที่เกี่ยวของกับ

การเคล่ือนไหวและการเคลอ่ื นท่ีของมนษุ ย
รวม 29 ผลการเรยี นรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 72

คำอธิบายรายวิชา

รายวชิ า ฟสิกส 3 รหัสวิชา ว 32203 กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน ๑.๕ หนว ยกิต 60 ชัว่ โมง/ภาคเรยี น

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ศึกษา วเิ คราะห และอธบิ ายการเคลื่อนที่แบบฮารมอนิกอยางงายของระบบมวล-สปรงิ เบา เงาของ

วตั ถทุ เ่ี คล่ือนท่เี ปน วงกลมสม่ำเสมอ การแกวงของลูกตมุ นากิ าอยา งงาย การสน่ั พอง การถายโอนพลงั งาน

ของคลน่ื กล ชนิดของคล่ืน รปู รางและสว นประกอบของคลื่น คล่ืนผิวน้ำ คลนื่ ในเสนเชือกการซอ นทับของคลน่ื

หลกั ของฮอยเกนส การสะทอนของคลื่น การหกั เหของคลื่น การเลี้ยวเบนของคลืน่ การแทรกสอดของคล่นื

การเคล่อื นที่ของเสียงผา นอากาศ อตั ราเร็วของคล่ืนเสียง การสะทอ นของเสียง การหกั เหของเสยี ง การ

เล้ยี วเบนของเสยี ง การแทรกสอดของเสียง ความเขม เสยี ง ระดับเสียง หกู ับการไดยินมลภาวะทางเสียง

เสยี งดนตรี ระดบั สูงต่ำของเสียง คุณภาพเสียง การสั่นพองของเสยี ง บตี คลนื่ นิ่งของเสียงในทอ

ปรากฏการณดอปเพลอร คลื่นกระแทกการนำความรูของเสียงไปใชป ระโยชน การเคลื่อนทแ่ี ละอัตราเร็วของ

แสง การสะทอ นของแสงที่ผิววตั ถตุ ามกฎการสะทอน การเขยี นรังสขี องแสง การคำนวณตำแหนง และขนาด

ภาพของวตั ถุเมื่อแสงตกกระทบกระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลม การสะทอนของแสงจากกระจกเงาราบ

และกระจกเงาทรงกลม การหกั เหของแสง กฎการหักเหของแสง ภาพทเี่ กิดจากการหกั เหที่ผิวเรียบ ความลึก

จรงิ ความลึกปรากฏ มุมวิกฤตและการสะทอนกลบั หมด การเขียนรงั สีของแสงเพอื่ แสดงภาพท่เี กดิ จากเลนส

บาง การหาตำแหนง ขนาด ชนิดของภาพ ความสมั พันธระหวา งระยะวัตถุ ระยะภาพ และความยาวโฟกสั

ปรากฏการณทีเ่ ก่ียวกบั แสง เชน การกระจายแสง รุง การทรงกลด มริ าจ เปนตน ทัศนอปุ กรณ เชน เคร่ือง

ฉายภาพ กลอ งถายรปู กลองจลุ ทรรศน กลองโทรทรรศน เปน ตน ความสวา ง ตาและการมองเหน็ สี การผสม

สารสี การผสมแสง สาเหตขุ องการบอดสโี ดยใชก ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร กระบวนการสบื เสาะหาความรู

การสบื คนขอมูล การสงั เกต การวิเคราะห การอภปิ ราย การอธบิ ายและการสรุปผล เพื่อใหผ ูเรยี นเกดิ ความรู

ความคดิ และความเขา ใจ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ ส่ือสารสง่ิ ที่เรียนรูและน าความรูไปใชในชวี ติ ตนเอง

ตลอดจนมีจติ วทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา นยิ มท่ถี ูกตอ ง

ผลการเรียนรู

1. ทดลอง และอธิบายการเคลือ่ นท่ีแบบฮารมอนิกอยางงายของวตั ถุติดปลายสปรงิ และลกู ตมุ อยางงา ย

รวมท้งั คำนวณปริมาณตา ง ๆ ทีเ่ กย่ี วของได

2. อธิบายความถีธ่ รรมชาตขิ องวัตถุและการเกดิ การส่นั พอ งได

3. อธบิ ายปรากฏการณคลนื่ ชนดิ ของคลืน่ สว นประกอบของคลืน่ การแผข องหนาคลืน่ ดว ยหลกั การของฮอย

เกนส และการรวมกนั ของคล่ืนตามหลักการซอ นทับ พรอมทงั้ คำนวณ อตั ราเร็ว ความถ่ี และความยาวคลื่นได

4. สงั เกต และอธบิ ายการสะทอ น การหักเห การแทรกสอด และการเลีย้ วเบนของคล่ืนผวิ น้ำ รวมทงั้ คำนวณ

ปริมาณตา ง ๆ ที่เก่ยี วของได

5. อธิบายการเกดิ เสยี ง การเคล่อื นท่ีของเสียง ความสัมพนั ธระหวางคล่นื การกระจดั ของ อนุภาคกบั คลื่น

ความดนั ความสัมพนั ธระหวางอตั ราเร็วของเสยี งในอากาศที่ขึน้ กับอณุ หภูมิในหนวยองศาเซลเซยี ส สมบัติของ

คล่ืนเสยี ง ไดแก การสะทอน การหักเห การแทรกสอด และการเลีย้ วเบน รวมท้ังคำนวณปรมิ าณตาง ๆ ท่ี

เกย่ี วขอ งได

6. อธิบายความเขม เสียง ระดับเสยี ง องคป ระกอบของการไดย ิน คุณภาพเสยี ง และมลพิษทางเสยี ง รวมทงั้

คำนวณปริมาณตา ง ๆ ท่เี กี่ยวของได

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพิ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 73

7. ทดลอง และอธบิ ายการเกิดการส่ันพองของอากาศในทอปลายเปดหนึ่งดาน รวมทั้งสังเกต และอธบิ ายการ
เกิดบีต คลน่ื นง่ิ ปรากฏการณดอปเพลอร
คลน่ื กระแทกของเสยี ง คำนวณปรมิ าณตาง ๆ ทเี่ ก่ยี วของ และน าความรเู ร่อื งเสยี งไปใชในชวี ิตประจำวนั ได
8. ทดลอง และอธบิ ายการสะทอ นของแสงท่ผี ิววตั ถุตามกฎการสะทอน เขยี นรงั สีของแสงและคำนวณตำแหนง
และขนาดภาพของวตั ถุ เม่ือแสงตกกระทบกระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลม รวมทง้ั อธิบายการนำความรู
เร่อื งการสะทอนของแสงจากกระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลมไปใชป ระโยชนใ นชีวิตประจำวันได
9. ทดลอง และอธบิ ายความสมั พนั ธร ะหวา งดรรชนีหกั เห มุมตกกระทบ และมุมหักเห รวมทัง้ อธบิ าย
ความสัมพนั ธร ะหวางความลึกจรงิ และความลกึ ปรากฏ มุมวกิ ฤตและการสะทอนกลบั หมดของแสง และ
คำนวณปรมิ าณตา ง ๆ ที่เกย่ี วของได
10. ทดลอง และเขยี นรังสขี องแสงเพ่ือแสดงภาพที่เกิดจากเลนสบ าง หาตำแหนง ขนาด ชนิดของภาพ และ
ความสมั พนั ธระหวางระยะวตั ถุ ระยะภาพ และความยาวโฟกัส รวมทั้งคำนวณปรมิ าณตา ง ๆ ที่เกีย่ วของ และ
อธิบายการนำความรูเร่ืองการหกั เหของแสงผา นเลนสบางไปใชป ระโยชนในชีวิตประจำวนั ได
11. อธบิ ายปรากฏการณธ รรมชาตทิ เ่ี กย่ี วกบั แสง เชน รุง การทรงกลด มิราจ การเหน็ ทองฟูาเปนสีตา ง ๆ
ในชวงเวลาตา งกนั ได
12. สังเกต และอธิบายการมองเห็นแสงสี สีของวัตถุ การผสมสารสี และการผสมแสงสี รวมทั้งอธิบายสาเหตุ
ของการบอดสไี ด
รวม 12 ผลการเรยี นรู

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพิ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 74

คำอธบิ ายรายวชิ า

วชิ า เคมี 3 รหัสวิชา ว 31221 กลมุ สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตร

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 5 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ

ศึกษาและอธบิ ายความสมั พนั ธของปริมาตร ความดัน และอุณหภมู ิ คำนวณหาปริมาตร ความดนั

หรืออุณหภูมิของแกสตามกฎของบอยล กฎของชารล กฎของเกรย-ลูสแซก และกฎรวมแกส คำนวณปริมาตร

ความดัน อุณหภูมิ จำนวนโมล หรือมวลของแกส ตามกฎของอาโวกาโดร และกฎแกส อดุ มคติ คำนวณความดัน

ยอยหรือจำนวนโมลของแกสในแกสผสมโดยใชกฎความดันยอยของดอลตัน ศึกษาและทดลองการแพรและ

อตั ราการแพรข องแกส คำนวณเกีย่ วกับกฎการแพรผา นของเกรแฮม ศกึ ษาเทคโนโลยที ่ีเกีย่ วของกับสมบัติของ

แกส

ศึกษาและทดลองเกี่ยวกบั อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี คำนวณอัตราการเกิดปฏิกิรยิ าเคมีของสาร

จากกราฟ ศึกษาและวิเคราะหแนวคิดเกี่ยวกับการเกิดปฏิกิริยาเคมี โดยใชทฤษฎีจลนและการชนกันของ

อนภุ าค ศกึ ษา ทดลอง และอธิบายผลของความเขมขน พ้ืนท่ผี ิวของสารตั้งตน อณุ หภมู ิ และตัวเรงปฏิกริ ิยาที่มี

ตออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ยกตัวอยางและอธิบายปจจัยที่มีผลตออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีใน

ชวี ิตประจำวัน หรอื อตุ สาหกรรม

ศึกษาการเกิดปฏิกริ ิยาไปขา งหนา ปฏิกริ ยิ ายอนกลับ และปฏิกริ ยิ าท่ีผันกลับได ทดลองปฏกิ ิรยิ าท่ี

ผันกลับได ศกึ ษาและทดลองสมดุลเคมีในปฏกิ ิริยา วิเคราะหความสัมพันธระหวางความเขมขนของสารตางๆ

ณ ภาวะสมดุล คาคงที่กับสมการเคมี คำนวณคาคงที่สมดุล และหาความเขมขนของสารในปฏิกิริยา ณ ภาวะ

สมดุล ทดลองเพื่อศึกษาผลของความเขมขน ความดัน และอุณหภูมิตอภาวะสมดุลและคาคงที่สมดุล ศึกษา

หลกั ของเลอชาเตอลิเอ และการนำหลักของเลอชาเตอลิเอไปใชอธบิ ายสมดุลเคมขี องกระบวนการท่ีเกิดข้ึนใน

ส่งิ มชี วี ิต ปรากฏการณในธรรมชาตแิ ละกระบวนการในอุตสาหกรรม

โดยใชก ระบวนการทางวิทยาศาสตร การสบื เสาะหาความรู การสืบคน ขอมลู การสังเกต วิเคราะห

เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มี

ทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร รวมทั้งทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ ๒๑ ในดานการใชเทคโนโลยี

สารสนเทศ ดา นการคิดและการแกปญ หา ดานการสื่อสาร สามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรยี นรูและนำความรูไปใชใน

ชวี ติ ของตนเอง มจี ติ วิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคานยิ มทเ่ี หมาะสม

ผลการเรยี นรู

1. อธิบายความสัมพันธและคำนวณปริมาตร ความดัน หรืออุณหภูมิของแกสที่ภาวะตางๆ ตามกฎ

ของบอยล กฎของชารล กฎของเกย-ลสู แซก

2. คำนวณปรมิ าตร ความดนั หรอื อณุ หภูมขิ องแกส ที่ภาวะตา งๆ ตามกฎรวมแกส

3. คำนวณปริมาตร ความดัน อุณหภูมิ จำนวนโมล หรือมวลของแกส จากความสมั พันธตามกฎของ

อาโวกาโดร และกฎแกสอดุ มคติ

4. คำนวณความดนั ยอยหรอื จำนวนโมลของแกสในแกส ผสม โดยใชกฎความดนั ยอยของดอลตัน

5. อธบิ ายการแพรข องแกส โดยใชท ฤษฎจี ลนข องแกส คำนวณและเปรียบเทียบอัตราการแพรของ

แกส โดยใชกฎการแพรผา นของเกรแฮม

6. สืบคนขอมูล นำเสนอตัวอยาง และอธิบายการประยุกตใชความรเู กี่ยวกบั สมบตั ิและกฎตางๆ ของ

แกส ในการอธบิ ายปรากฏการณ หรือแกป ญหาในชวี ิตประจำวันและในอุตสาหกรรม

7. ทดลอง และเขียนกราฟการเพิม่ ข้นึ หรอื ลดลงของสารทที่ ำการวัดในปฏกิ ิริยา

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 75

8. คำนวณอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี และเขียนกราฟการลดลงหรือเพิ่มขึ้นของสารที่ไมไดวัดใน
ปฏิกริ ยิ า

9. เขียนแผนภาพและอธิบายทิศทางการชนกันของอนุภาคและพลังงานที่สงผลตออัตราการ
เกิดปฏกิ ริ ิยาเคมี

10. ทดลองและอธิบายผลของความเขมขน พืน้ ท่ีผิวของสารต้ังตน อุณหภูมิ และตัวเรงปฏิกิริยาที่มี
ตอ อตั ราการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี

11. เปรียบเทียบอัตราการเกิดปฏิกิริยาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงความเขมขน พื้นที่ผิวของสารตั้งตน
อณุ หภูมิ และตัวเรงปฏิกิรยิ า

12. ยกตัวอยางและอธิบายปจจัยที่มีผลตออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจำวันหรือ
อตุ สาหกรรม

13. ทดสอบและอธบิ ายความหมายของปฏิกริ ิยาผนั กลับไดแ ละภาวะสมดุล
14. อธิบายการเปลีย่ นแปลงความเขมขนของสาร อัตราการเกิดปฏิกิรยิ าไปขางหนา และอัตราการ
เกดิ ปฏกิ ิรยิ ายอนกลับ เม่อื เริม่ ปฏิกริ ยิ าจนกระท่ังระบบอยใู นภาวะสมดลุ
15. คำนวณคา คงท่ีสมดลุ ของปฏิกิรยิ า
16. คำนวณความเขม ขน ของสารทภ่ี าวะสมดลุ
17. คำนวณคา คงที่สมดุลหรอื ความเขมขนของปฏิกิริยาหลายขั้นตอน
18. ระบุปจจัยท่ีมผี ลตอภาวะสมดุลและคาคงที่สมดลุ ของระบบ รวมทั้งคาดคะเนการเปลีย่ นแปลงที่
เกิดขน้ึ เมื่อภาวะสมดุลของระบบถูกรบกวนโดยใชหลักของเลอชาเตอลเิ อ
19. ยกตวั อยางและอธิบายสมดุลเคมีของกระบวนการที่เกิดขึ้นในส่ิงมชี ีวิต ปรากฏการณใ นธรรมชาติ
และกระบวนการในอุตสาหกรรม

รวมทั้งหมด 19 ผลการเรยี นรู

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 76

คำอธบิ ายรายวิชา

รหัสวิชา ว๓2๒๔๓ รายวชิ า ชีววทิ ยาเพิ่มเติม ๓ กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตร

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี 5 จำนวน ๑.๕ หนวยกิต ๓ ชั่วโมง/สปั ดาห ภาคเรยี นที่ 2

ศึกษาเกี่ยวกับการดำรงชีวติ ของพืช โครงสรางและหนาที่ของอวัยวะของพืชดอก เน้ือเยื่อพืช อวัยวะ
และหนาที่ของอวยั วะของพชื การแลกเปลี่ยนแกสและการคายน้ำของพชื การลำเลียงน้ำและธาตุอาหาร และ
การลำเลียงอาหารของพืช ศึกษาการสังเคราะหดวยแสง การคนควาที่เกี่ยวของกับการสังเคราะหดวยแสง
กระบวนการสังเคราะหดวยแสง กลไกการเพิ่มความเขมขนของคารบอนไดออกไซดในพืช C4 และพืช CAM
ปจ จัยบางประการทีม่ ีผลตออัตราการสังเคราะหดวยแสง ศึกษาการสืบพันธุของพืชดอกและการเจริญเติบโต
วัฏจักรชีวิตของพืชดอก การสืบพันธุแบบอาศัยเพศของพืชดอก การสรางสปอรและเซลลสืบพันธุการปฏิสนธิ
โครงสรางของผลและเมล็ด การงอกของเมล็ด ศึกษาการตอบสนองของพืชตอสารเคมี และการตอบสนองของ
พชื ตอสง่ิ แวดลอ ม

โดยใชก ระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสบื เสาะหาความรู การสบื คน ขอมูล การสงั เกต การ
วิเคราะหการทดลอง การอภิปราย การอธิบาย และการสรุป เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนาความรูไปใชในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร
จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา นิยม
ผลการเรียนรู
1. อธบิ ายเกย่ี วกบั ชนดิ และลักษณะของเนือ้ เยื่อพืช และเขียนแผนผงั เพ่ือสรุปชนิดของเนอ้ื เยอื่ พชื
2. สังเกต อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสรา งภายในของรากพชื ใบเลี้ยงเดี่ยวและรากพืชใบเลี้ยงคูจากการตดั
ตามขวาง
3. สังเกต อธบิ าย และเปรยี บเทียบโครงสรางภายในของลา ตนพชื ใบเลี ยงเด่ยี วและลา ตนพชื ใบเล้ยี งคจู ากการ
ตดั ตามขวาง
4. สังเกตและอธบิ ายโครงสรางภายในของใบพชื จากการตัดตามขวาง
5. สบื คน ขอมูล สงั เกต และอธิบายการแลกเปลยี่ นแกสและการคายน้ำของพชื
6. สบื คน ขอมลู และอธบิ ายกลไกการลำเลยี งนำ้ และธาตุอาหารของพชื
7. สืบคนขอมูล อธิบายความสำคัญของธาตุอาหาร และยกตัวอยางธาตุอาหารที่สำคัญที่มีผลตอการ
เจริญเติบโตของพชื
8. อธบิ ายกลไกการลำเลียงอาหารในพืช
9. สืบคนขอมูลและสรุปการศึกษาที่ไดจากการทดลองของนักวิทยาศาสตรในอดีตเกี่ยวกับกระบวนการ
สงั เคราะหด วยแสง
10.อธิบายขัน้ ตอนทเี่ กิดขน้ึ ในกระบวนการสงั เคราะหดวยแสงของพชื C3
11.เปรยี บเทียบกลไกการตรงึ คารบ อนไดออกไซดในพืช C3 พชื C4 และ พชื CAM
12.สืบคนขอมูล อภิปราย และสรุปปจจัยความเขมของแสง ความเขมขนของคารบอนไดออกไซด และ
อณุ หภมู ิ ทีม่ ผี ลตอการสังเคราะหดวยแสงของพืช
13.อธิบายวัฏจักรชีวติ แบบสลับของพืชดอก

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพิ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 77

14.อธิบายและเปรียบเทียบกระบวนการสรางเซลลสืบพันธุเพศผูและเพศเมียของพืชดอก และอธิบายการ
ปฏิสนธขิ องพชื ดอก
15.อธิบายการเกิดเมล็ดและการเกิดผลของพืชดอก โครงสรางของเมล็ดและผล และยกตัวอยางการใช
ประโยชนจ ากโครงสรา งตา ง ๆ ของเมลด็ และผล
16.ทดลองและอธิบายเกี่ยวกับปจจัยตาง ๆ ที่มีผลตอการงอกของเมล็ด สภาพพักตัวของเมล็ด และบอก
แนวทางในการแกสภาพพกั ตวั ของเมล็ด
17.สืบคน ขอ มูล อธิบายบทบาทและหนาที่ของออกซิน ไซโทไคนนิ จิบเบอเรลลิน เอทิลีน และกรดแอบไซซกิ
และอภิปรายเก่ยี วกับการนา ไปใชประโยชนทางการเกษตร
18.สืบคนขอมลู ทดลอง และอภปิ รายเกีย่ วกับสิ่งเรา ภายนอกทมี่ ีผลตอการเจริญเตบิ โตของพืช
รวม 18 ผลการเรียนรู

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 78

รหสั วิชา ว๓3๒๐๔ คำอธบิ ายรายวิชา
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ 6 รายวิชา ฟสิกสเพ่มิ เติม ๔ กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร

จำนวน ๒.๐ หนวยกิต ๔ ช่ัวโมง/สปั ดาห ภาคเรียนท่ี 1

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศึกษาหลักการของไฟฟาและแมเ หล็กในเรื่อง กฎของคลู อมบ สนามไฟฟา ศกั ยไ ฟฟา ความจแุ ละตัว

เก็บประจุ กฎของโอหม สภาพตา นทานและสภาพนำไฟฟา การวิเคราะหว งจรไฟฟากระแสตรงอยา งงายการหา
พลังงานไฟฟาทีใ่ ชใ นเคร่อื งใชไฟฟา สนามแมเ หล็ก ความสัมพนั ธร ะหวางแมเ หลก็ และไฟฟา หลักการของ
มอเตอร กฎการเหนี่ยวนำแมเหลก็ ไฟฟาของฟาราเดยและกฎของเลนซ หลักการของเครือ่ งกำเนิดไฟฟา ไฟฟา
กระแสสลบั การแปลงไฟฟากระแสสลบั เปนไฟฟา กระแสตรง แนวคิดทฤษฎแี มเหลก็ ไฟฟาของแมกซเวลล คลนื่
แมเ หล็กไฟฟา และสเปกตรมั คลน่ื แมเหลก็ ไฟฟา

โดยใชก ระบวนการทางวิทยาศาสตร การสบื คน ขอ มลู การสำรวจตรวจสอบ เพื่อใหเกิดความรู ความ
เขา ใจ ความคดิ มีความ สามารถในการสื่อสารสงิ่ ที่เรียนรู การตัดสินใจ การนำ ความรูไปใชใ นชีวติ ประจำ วันมี
จติ วทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คณุ ธรรมและคา นิยมทเ่ี หมาะสม
ผลการเรยี นรู

1. อธิบายการเหนย่ี วนำไฟฟา
2. อธิบายแรงกระทำระหวางอนุภาคทม่ี ปี ระจไุ ฟฟา
3. อธิบายสนามไฟฟา สนามไฟฟา ของจดุ ประจุ และสนามไฟฟาของตัวนำทรงกลม
4. อธิบายพลังงานศกั ยไฟฟา ศักยไฟฟา และความตางศักยระหวางสองตำแหนง
5. อธิบายความจุ หลักการทำงานของตวั เก็บประจุและผลการตอ ตัวเก็บประจุแบบอนุกรมหรือขนาน
6. อธิบายหลักการทำงานของอุปกรณบ างชนิดโดยใชค วามรูเกี่ยวกบั ไฟฟา สถติ
7. อธิบายการเกิดกระแสไฟฟาในตวั กลาง และวิเคราะหหากระแสไฟฟาในลวดตัวนำโลหะ
8. อธิบายกฎของโอหม ความตา นทาน และการใชกฎของโอหม
9. อธิบายความหมายของแรงเคลอ่ื นไฟฟาและความตางศักยร ะหวางขัว้
10. อธบิ ายพลังงานไฟฟา และกำลงั ไฟฟาในวงจร
11. วิเคราะหและหาปริมาณทางไฟฟา ในวงจรไฟฟากระแสตรงอยางงา ย
12. อธบิ ายแรงกระทำตออนุภาคทมี่ ีประจุไฟฟาท่เี คลื่อนทเ่ี ขาไปในสนามแมเหล็ก และแรง

กระทำตอ ลวดตัวนำทม่ี กี ระแสไฟฟาผานและอยใู นสนามแมเ หลก็
13. อธิบายการหมุนของขดลวดที่มกี ระแสไฟฟา ผา นและอยูในสนามแมเหลก็ และการนำหลักการนี้

ไปสรางและอธิบายการทำงานของแกลแวนอมเิ ตอรและมอเตอรไ ฟฟา
14. อธิบายแรงเคลื่อนไฟฟาเหน่ียวนำ กฎของฟาราเดย และการนำหลักการนี้ไปสรา งและ อธิบาย

การทำงานของเคร่ืองกำเนดิ ไฟฟา
15. อธบิ ายลักษณะของไฟฟา กระแสสลับ การผลิตไฟฟากระแสสลบั และปริมาณที่เกยี่ วของ
16. อธิบายหลกั การทำงานของหมอแปลง
17 . อธิบายการเกดิ คล่นื แมเหลก็ ไฟฟา และสเปกตรมั คลืน่ แมเ หลก็ ไฟฟา
18. อธิบายโพลาไรเซชนั ของแสง แสงโพลาไรส และแสงไมโ พลาไรส
รวมทั้งหมด 18 ผลการเรียนรู

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 79

รหัสวชิ า ว ๓3๒๒๔ คำอธิบายรายวชิ า
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี ๖ รายวชิ า เคมเี พ่ิมเติม ๔ กลุมสาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตร

จำนวน ๑.๕ หนวยกิต ๓ ชวั่ โมง/สัปดาหภาคเรียนท่ี 1

สบื คนขอ มลู สำรวจตรวจสอบ ศึกษา วิเคราะห อภิปราย และอธิบายเกย่ี วกบั ปฏิกริ ิยารดี อกซ
ปฏิกริ ยิ าออกซเิ ดชนั ปฏิกิริยารดี กั ชัน ตัวรีดวิ ซและตวั ออกซไิ ดส ในดา นการถายโอนอเิ ลก็ ตรอน การ
จัดลำดับความสามารถในการรับอิเลก็ ตรอนของธาตุหรอื ไอออน ความสามารถในการเปนตัวรีดวิ ซหรือตัวออก
ซิไดส ดุลสมการรีดอกซโ ดยใชเ ลขออกซเิ ดชนั และใชค รง่ึ ปฏิกริ ยิ า การเขยี นภาพของเซลลก ัลวานิก ศักยไฟฟา
ของเซลลแ ละศักยไ ฟฟามาตรฐานของครึ่งเซลล ประเภทของเซลลกัลวานกิ การแยกสลายดว ยกระแสไฟฟา
แยกสารทห่ี ลอมเหลวดว ยกระแสไฟฟา การชบุ โลหะดว ยกระแสไฟฟา การทำโลหะใหบรสิ ุทธิ์โดยใชเซลลอ เิ ลก็
โทรไลต ความกาวหนา ทางเทคโนโลยที ี่เก่ยี วขอ งกับเซลลไ ฟฟาเคมี อุตสาหกรรมแร อตุ สาหกรรมเซรามิกสการ
เตรียมวตั ถดุ บิ การขึน รูปผลิตภณั ฑ การเผาและเคลือบผลติ ภณั ฑเ ซรามกิ ส อุตสาหกรรมทีเ่ กีย่ วของกบั การ
ผลิตโซเดยี มคลอไรด การผลติ เกลอื สมทุ ร การผลติ เกลือสินเธาว โซเดยี มไฮดรอกไซดแ ละแกส คลอรีนการผลติ
โซดาแอซ การผลติ สารฟอกขาว อตุ สาหกรรมปยุ ปุยไนโตรเจน ปยุ ฟอสเฟต ปุยโพแทส ปยุ ผสมผลกระทบตอ
ส่งิ แวดลอ มทเี่ กดิ จากอุตสาหกรรมประเภทตา งๆ

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบคน ขอมลู การอภิปราย การวเิ คราะห การ
เปรยี บเทียบ การสำรวจตรวจสอบ การทำนาย และการทดลอง เพ่ือใหเกดิ ความรู ความคิด ความเขาใจ
สามารถส่ือสารสิ่งทเี่ รยี นรู มีความสามารถในการตัดสินใจ นำความรไู ปใชใ นชวี ติ ประจำวนั มีจติ
วิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรม และคานิยมท่เี หมาะสม

เห็นคณุ คา ของการนำความรูไ ปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน มคี วามรับผดิ ชอบตอสิง่ แวดลอ มใน
ทองถ่นิ และมีเจตคติที่ดตี อ วิชาวิทยาศาสตร มี คณุ ธรรม จริยธรรม และคานิยมที่พึงประสงครกั ชาติ ศาสน
กษัตรยิ  อยูอ ยางพอเพียง ซื่อสตั ย มีวนิ ัย ใฝ เรียนรู มุงมนั่ ในการทำงาน รักความเป นไทย และมีจิตสาธารณะ

ผลการเรยี นรู
1. อธิบายความหมายของปฏิกิรยิ าออกซเิ ดชนั ปฏกิ ิริยารดี ักชัน ปฏิกริ ิยารีดอกซ ตวั รดี วิ ซแ ละตวั ออกซิไดส
ในดา นการถายโอนอิเล็กตรอน การเปลยี่ นแปลงเลขออกซเิ ดชัน และจดั ลำดบั ความสามารถในการรับ
อิเลก็ ตรอนของธาตหุ รอื ไอออนและเปรียบเทียบความสามารถในการเปนตวั รีดวิ ซห รอื ตวั ออกซไิ ดส
2. ดลุ สมการรีดอกซโ ดยใชเ ลขออกซิเดชนั และครึ่งปฏิกริ ิยา
3. ตอ เซลลกลั ป กลั วานกิ จากครึง่ เซลลท ่กี ำหนดให พรอมทัง บอกขัว แอโนด ขัว แคโทด เขยี นสมการแสดง
ปฏกิ ริ ยิ าและเขยี นแผนภาพเซลลก ลั ปว านิก
4. อธิบายวิธีหาศักยไฟฟา มาตรฐานของครง่ึ เซลล ( E0)โดยการเปรียบเทยี บกับคร่งึ เซลลไ ฮโดรเจนมาตรฐาน
และใชค า E0 ของครง่ึ เซลลคำนวณหาคาศักยไฟฟาของเซลลและทำนายการเกิดปฏิกิริยารีดอกซ
5. อธบิ ายหลักการทำงานพรอมทงั  เขยี นสมการแสดงปฏิกิรยิ าท่เี กดิ ขนึ  ในถา นไฟฉาย เซลลแ อลคาไลน
เซลลเงิน
6. อธิบายหลักการทำงานของเซลลอ เิ ล็กโทรไลตและหลักการของการแยกสารเคมี ดวยกระแสไฟฟา การชบุ
โลหะดวยกระแสไฟฟ าและการทำโลหะใหบรสิ ุทธิ์ พรอมทงั  เขยี นสมการแสดงปฏิกิรยิ าท่ีเกดิ ขึน
7. อธิบายสาเหตหุ รือภาวะท่ีทำใหโ ลหะเกิดการผกุ รอนพรอมทัง เขยี นสมการแสดง ปฏกิ ิริยาและอธิบายวธิ ี

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 80

ปองกันการผุกรอนของโลหะโดยวิธีอะโนไดซ การรมดำ วิธี แคโทดกิ การเคลอื บผิวดว ยพลาสตกิ สหี รือ
นำ มนั การชุบดว ยโลหะ
8. อธบิ ายหลกั การทำงานของแบตเตอร่ีอิเลก็ โทรไลตแข็ง แบตเตอรี่อากาศ การทำอเิ ล็กโทรไดอะลิซิสนำ
ทะเล
9. ทำการทดลอง บันทกึ ผลการทดลอง แปลความหมายขอมลู และสรปุ ผลการทดลองในเร่อื งปฏิกริ ิยา
ระหวางโลหะกับสารละลายของโลหะไอออน การถา ยโอนอิเลก็ ตรอนในเซลลก ัลวานิก เซลลส ะสมไฟฟา
แบบตะกัว่ การแยกสารละลาย CuSO4 ดว ยกระแสไฟฟา การชุบตะปูดวยโลหะสังกะสี การปองกันการ
ผุกรอ นของเหลก็
10. อธบิ ายหลักการถลุงแรหรอื การสกัดแรและบอกประโยชนของแรด ีบุก ทองแดง สงั กะสี แคดเมยี ม
ทังสเตน พลวง แทนทาลัม ไนโอเบียมและเซอรโคเนยี ม พรอมทงั  เขียนสมการแสดงปฏิกิริยาทีเ่ กดิ ขึน้
11. อธิบายสมบตั ิ ประโยชนและวิธพี ัฒนาคุณภาพของแรรัตนชาติ
12. บอกประโยชนและอธิบายขน้ั ตอนสำคัญของการทำผลติ ภัณฑเ ซรามิกส
13. อธบิ ายวธิ กี ารผลติ แกวและปนู ซเี มนต
14. อธิบายวิธกี ารผลิตเกลอื สมุทรและเกลอื สนิ เธาว
15. อธิบายวธิ ีการผลิตโซเดยี มไฮดรอก-ไซดแลแกสคลอรนี จากโซเดียมคลอไรด โดยใชเซลลเย่ือแลกเปลีย่ น
ไอออน เซลลไดอะแฟรม และเซลลป รอท พรอมทัง เขียนสมการแสดงปฏกิ ิริยาทเ่ี กิดขึน
16. อธบิ ายกระบวนการผลิตโซดาแอชและสารฟอกขาว พรอ มทัง เขยี นสมการแสดงปฏิกิริยาทเ่ี กิดขนึ 
17. อธบิ ายกระบวนการผลิตปุย ไนโตรเจน ปยุ ฟอสเฟต ปุยโพแทส และปยุ ผสม ตลอดจนผลกระทบตอ
สิ่งแวดลอ มทเ่ี กดิ จากการใชป ุย
18. อธบิ ายผลกระทบตอสงิ่ แวดลอ ม ที่เกดิ จากอตุ สาหกรรมประเภทตางๆ
19. ทำการทดลอง รวบรวมขอมลู แปลความหมายขอมลู และสรปุ ผลการทดลองในเรื่อง การแยกสารละลาย
โซเดียมคลอไรดด วยกระแสไฟฟา การเตรียมสารฟอกขาว
20. สบื คนขอมลู ในชุมชนหรอื จากแหลงขอ มูลตางๆ เกีย่ วกับกระบวนการผลิตและการใชประโยชนข องแร
การทำผลติ ภณั ฑเ ซรามกิ ส การผลติ ปยุ รวมทัง ผลกระทบในดา นตางๆ ท่ีเกิดข้ึน

รวมท้ังหมด 20 ผลการเรียนรู

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 81

รหสั วิชา ว ๓3๒๔๔ คำอธบิ ายรายวชิ า
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ ๖ รายวชิ า ชวี วิทยาเพ่มิ เติม ๔ กลุมสาระการเรียนรูว ทิ ยาศาสตร

จำนวน ๑.๕ หนวยกิต ๓ ช่ัวโมง/สปั ดาห ภาคเรยี นที่ 1

ศึกษาเกี่ยวกับพนั ธุศาสตรและวิวัฒนาการการถายทอดทางพนั ธุกรรมการศกึ ษาพันธุศาสตร ของเมน
เดลกฏของความนาจะเปนกฏแหงการแยกและกฏแหงการรวมกลุมอยางอิสระการผสมเพื่อ ทดสอบลักษณะ
ทางพันธุกรรมท่ีเปนสวนขยายของพันธุศาสตรเมนเดลศึกษาเกี่ยวกับยีนและโครโมโซมการถายทอดยีนและ
โครโมโซมการคนพบสารพันธุกรรมโครโมโซมองคประกอบทางเคมีของ DNA โครงสรางของ DNA สมบัติของ
สารพันธุกรรมมวิ เทชันศกึ ษาเกี่ยวกับพันธุศาสตรและเทคโนโลยที าง DNA พันธุว ศวกรรมการวเิ คราะห DNA
และการศึกษาจีโนมการประยุกตใชเทคโนโลยีทาง DNA ความปลอดภัยของเทคโนโลยีทาง DNA และ
มมุ มองทางสังคมและจรยิ ธรรมศึกษาเก่ยี วกับววิ ัฒนาการ หลกั ฐานทบี่ งบอกถึงววิ ัฒนาการของสงิ่ มีชวี ิตแนวคิด
เกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตพันธุศาสตร ประชากรปจจัยที่ทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลงความถ่ีของแอลลีล
กําเนิดของสปชีส และวิวัฒนาการของมนุษย โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหา
ความรู การสืบคนขอมูลการสังเกตการวิเคราะห การทดลองอภิปรายการอธิบายและสรุปเพื่อใหเกิดความรู
ความคิดความเขา ใจมีความสามารถในการตัดสินใจสื่อสารสิง่ ทีเ่ รียนรูแ ละนําความรูไปใชในชีวติ ของตนเองมี
จิตวทยาศาสตร จริยธรรมคุณธรรมและคานยิ ม
ผลการเรยี นรู

๑. สืบคนขอมลู วิ เคราะห อภิปรายอธิบายและสรุปการคนพบกฏการถายทอดทางพนั ธุกรรมของเมน
เดล

๒. สบื คนขอมูลิวเคราะห อภิปรายอธิบายและสรุปการถายทอดลักษณะทางพันธุกรรมที่เปนสวน
ขยายของพันธศุ าสตรเมนเดลและความแปรผนั ทางพนั ธกุ รรม

๓. สืบคนขอมูลวิเคราะหและอธิบายเกี่ยวกับโครโมโซมโครงสรางและหนาท่ขี องสารพนั ธุกรรม
๔. สืบคนขอมูลวิ เคราะหอธิบายและสรปุ เกี่ยวกบั สมบัตขิ องสารพันธุกรรม
๕. สืบคนขอมูลิวเคราะหอภิปรายอธิบายและสรปุ เก่ียวกับการเกิดมิวเทชันและผลของการเกิดมิวเท
ชนั
๖. สืบคนขอมูลวิ เคราะหอภปิ รายและอธิบายเก่ียวกับเทคโนโลยที างดเี อ็นเอและการนาํ ความรูไปประ
ยกุ ตใชในดา นตางๆ
๗. สืบคนขอมูลิวเคราะหอภิปรายอธิบายและสรุปเกี่ยวกับหลักฐานการเกิดวิวัฒนาการและแนวคิด
เกยี่ วกบั วิวฒั นาการ
๘. สืบคนขอมลู วิ เคราะหอธิบายและสรปุ เกี่ยวกบั พันธศุ าสตรประชากรและการกาํ เนดิ สปชีส
๙. สบื คนขอมลู วิ เคราะหอธิบายและสรปุ เกยี่ วกับวิวัฒนาการของมนุษย
รวมท้ังหมด ๙ ผลการเรยี นรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 82

คำอธิบายรายวิชา

รหัสวชิ า ว ๓3๒๐๕ รายวชิ า ฟสกิ สเพ่มิ เติม ๕ กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ ๖ จำนวน ๒.๐ หนว ยกติ ๔ ชัว่ โมง/สปั ดาห ภาคเรยี นท่ี 2

ศกึ ษาหลักการของสสารและฟส ิกสแผนใหมใ นเร่อื ง ความรอน การเปล่ียนสถานะของสาร ทฤษฎี

จลนของแกส กฎของแกส และพลงั งานภายในระบบของแกส ความดนั ในของไหลและกฎพาสคัล แรงพยงุ และ

หลักอารคิมดี ีส ความตงึ ผวิ การเคลื่อนที่ในของไหล และหลักแบรน ูลลี การคน พบอิเล็กตรอน แนวคิดเก่ียวกบั

แบบจำลองอะตอม สมมตฐิ านของพลังค ปรากฏการณโฟโตอิเลก็ ทริก ทวิภาวะของคล่นื และอนภุ าค

กัมมันตภาพรังสี การสลายกัมมนั ตรงั สี ปฏกิ ิริยานิวเคลยี ร พลังงานนวิ เคลียร รังสีในธรรมชาติ การปองกนั

อันตรายและการใชประโยชนจากกัมมันตภาพรงั สี และพลังงานนวิ เคลยี ร

โดยใชก ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร การสบื คน ขอมลู การสำรวจตรวจสอบ เพื่อใหเ กิดความรู ความ

เขาใจ ความคิด มีความสามารถในการสื่อสารส่ิงทีเ่ รยี นรู การตัดสินใจ การนำความรไู ปใชใ นชีวิตประจำวัน มี

จติ วิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรมและคา นิยมที่เหมาะสม

ผลการเรยี นรู

1. อธบิ ายความดนั หลักการของเครื่องวัดความดัน

2. อธบิ ายหลักอารค ิมีดสิ และนำไปใชอธิบายเกี่ยวกับการลอยของวัตถุในของไหล

3. อธบิ ายความตึงผวิ ของของเหลวและความหนืดในของเหลว

4. อธบิ ายการไหลของของไหลอดุ มคติ ซึ่งเปนการเคลอ่ื นทที่ ่ีเปน ไปตามกฎการอนรุ ักษพลังงาน

5. อธิบายผลของความรอนท่ีทำใหสารเปลี่ยนอุณหภมู แิ ละเปลย่ี นสถานะ

6. อธิบายแกส อดุ มคติ กฏของแกส และใชกฏของแกส อธิบายพฤติกรรมของแกส

7. อธิบายทฤษฎีจลนข องแกส และใชทฤษฎีจลนข องแกสอธิบายสมบัติทางกายภาพของแกส ได

8. อธบิ ายพลงั งานภายในระบบ และความสมั พนั ธระหวางพลงั งานความรอน พลังงานภายใน

ระบบ และงานท่รี ะบบทำหรือรับจากส่งิ แวดลอม

9. อธิบายการคน พบอเิ ล็กตรอน และโครงสรางอะตอมตามแบบจำลองอะตอมของทอมสันและ

รัทเทอรฟอรด

10. อธิบายสมมติฐานของพลงั ค

11. อธิบายทฤษฎอี ะตอมของไฮโดรเจนของโบรแ ละระดบั พลังงานของอะตอม

12. อธบิ ายปรากฏการณโฟโตอเิ ลก็ ทรกิ และปรากฏการณคอมปต นั ซ่งึ เปนปรากฏการณท่ี

สนบั สนนุ วาแสงแสดงสมบัติของอนุภาคได

13. อธบิ ายสมมตฐิ านของเดอบรอยล และทวภิ าวะของคลน่ื และอนุภาค

14. อธิบายโครงสรางอะตอมตามทฤษฎีกลศาสตรค วอนตัม

15. อธบิ ายกัมมันตภาพรงั สี และการเปลีย่ นสภาพนวิ เคลียสของธาตุกมั มนั ตรงั สี

16. อธบิ ายหลกั การท่เี กี่ยวของการสลายของธาตุกัมมันตรังสี

17. อธบิ ายไอโซโทปและการแยกไอโซโทป

18. อธิบายแรงนวิ เคลียร พลงั งานยดึ เหนย่ี ว และ เสถยี รภาพของนวิ เคลียส

19. อธบิ ายปฏิกิรยิ านิวเคลยี รและพลังงานนวิ เคลยี รที่เกดิ ขึ้นรวมทั้งการใชป ระโยชน

20. อธบิ ายประโยชนแ ละโทษของรังสแี ละการปองกัน

รวมทั้งหมด 20 ผลการเรียนรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 83

คำอธิบายรายวิชา

รหสั วชิ า ว ๓3๒๒๕ รายวชิ า เคมเี พิ่มเติม ๕ กลุมสาระการเรียนรูว ิทยาศาสตร
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี ๖
จำนวน ๑.๕ หนว ยกติ ๓ ชวั่ โมง/สปั ดาห ภาคเรยี นท่ี 2

สืบคนขอมูล สำรวจตรวจสอบ ศกึ ษา วิเคราะห อภปิ ราย และอธิบายเกี่ยวกับสมบัตบิ างประการของ
สารประกอบไฮโดรคารบอน อธบิ ายและเขยี นเก่ียวกบั พันธะของคารบอน การเขียนสตู รโครงสรางของ
สารประกอบอินทรยี  ไอโซเมอรซิ ึม หมูฟงกช นั และประเภทของสารประกอบอนิ ทรีย สมบัตบิ างประการและ
ประเภทของสารประกอบไฮโดรคารบ อน เขยี นสตู ร เรียกช่อื สรปุ และเปรยี บเทยี บเกย่ี วกบั หมูฟงกช นั
สารประกอบอินทรยี ท่ีมีธาตุออกซเิ จนเปนองคป ระกอบ สารประกอบอินทรยี ทมี่ ีธาตุไนโตรเจนเปน
องคประกอบ และสารประกอบอินทรยี ท่ีมีธาตุออกซิเจนและไนโตรเจนเปนองคประกอบ อธิบายความหมาย
การเกิด องคประกอบทางเคมีและการสำรวจหาแหลงเชอื  เพลิงซากดกึ ดำบรรพช นิดตา งๆ และประโยชนข อง
ถา นหนิ และหนิ นำ มนั ความหมายของป โตรเลยี ม การเกิดและการสำรวจปโ ตรเลยี ม กระบวนการกล่นั
นำ้ มนั ดิบและการแยกแกสธรรมชาติ อุตสาหกรรมปโ ตรเคมีภัณฑ พรอมทัง ยกตวั อยางผลิตภัณฑท ี่ไดและการ
นำไปใชประโยชน ความหมายของพอลิ ปฏกิ ิริยาพอลเิ มอไรเซชัน การเกดิ พอลเิ มอร โครงสรา งและสมบตั ิของ
พอลเิ มอร ผลิตภัณฑจ ากพอลิเมอร ความกา วหนา ทางเทคโนโลยีของผลติ ภัณฑพอลิเมอรสังเคราะหภ าวะ
มลพิษท่ีเกิดจากการผลติ และการใชผ ลิตภัณฑจากเชอื  เพลิงซากดึกดำบรรพ อธิบายเกีย่ วกับกรดอะมิโนและ
พนั ธะเพปไทด โครงสรางของโปรตีน ชนดิ และหนา ทข่ี องโปรตนี เอนไซม การแปลงสภาพของโปรตีนชนิดและ
โครงสรา งของคารโ บไฮเดรต สมบตั ิและปฏกิ ิริยาของคารโ บไฮเดรต ลิพดิ ไขมันและนำ มัน ฟอสโฟ ลิพดิ ไข
สเตรอยดแ ละกรดนิวคลอี ิก โครงสรา งของนวิ คลีโอไทด DNA และ RNA

ทดลองเกี่ยวกับการจัดเรยี งอะตอมของคารบอนในสารประกอบอนิ ทรีย สมบตั บิ างประการของเอทา
นอลและกรดแอซตี กิ สมบตั บิ างประการของสารประกอบไฮโดรคารบ อน ปฏกิ ิริยาระหวา งกรดคารบ อกซิลกิ
กับแอลกอฮอล ปฏกิ ริ ยิ าของเอสเทอร สมบตั ิบางประการของพลาสติกชนดิ ตา งๆ และการเตรียมเสนใย
สังเคราะห การทดสอบโปรตีนในอาหาร การแปลงสภาพโปรตนี สมบตั ิของเอนไซม สมบัติบางประการของ
คารโ บไฮเดรต การละลายของไขมนั และนำ มนั ในตวั ทำละลายบางชนิด ปฏกิ ิรยิ าไฮโดรลซิ สี นำ มนั พืชดวย
โซเดียมไฮดรอกไซด

โดยใชก ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การสบื คน ขอมลู
และการอภปิ ราย เพ่ือใหเกิดความรู ความคิด ความเขา ใจ สามารถสือ่ สารส่ิงทีเ่ รยี นรู มีความสามารถในการ
ตดั สนิ ใจเห็นคุณคา ของการนำความรไู ปใชประโยชนในชีวิตประจำวนั มคี วามรับผิดชอบตอ สงิ่ แวดลอมใน
ทอ งถิน่ และมีเจตคติที่ดีตอวิชาวิทยาศาสตร มี คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา นยิ มที่พงึ ประสงครกั ชาติ ศาสน
กษัตริย อยูอ ยา งพอเพียง ซือ่ สัตย มีวินัย ใฝ เรยี นรู มุงมั่นในการทำงาน รักความเป นไทย และมจี ติ สาธารณะ
ผลการเรยี นรู
1. อธบิ ายความหมายของสารประกอบอินทรยี แ ละเคมีอนิ ทรยี  ไอโซเมอริซึม การเกิดพันธะของคารบ อนและ
ธาตุอื่นในสารประกอบอินทรีย เขียนสตู รโครงสรางแบบลิวอีส แบบยอ แบบผสม แบบใชเสน แบบมมุ
เขียนไอโซเมอรของสารประกอบ
2. อินทรยี  อธิบายความหมาย เรียกชอ่ื หมฟู งกชันและจำแนกประเภทของสารประกอบอินทรียโ ดยใชห มู
ฟง กช ันและชนดิ ของธาตทุ เี่ ปนองคป ระกอบเปน เกณฑ

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 84

3. อธบิ ายสมบัติและการเกิดปฏิกิรยิ าของสารประกอบไฮโดรคารบ อนที่มีจำนวนอะตอม ของคารบอนเทา กัน
แตชนดิ ของพันธะในโมเลกลุ ตางกัน พรอมทั้ง บอกเหตผุ ลได
4. อธบิ ายสมบัตแิ ละการเกดิ ปฏิกริ ิยา ความแตกตางระหวา งไอโซเมอรโครงสรา งกบั ไอโซเมอรเรขาคณิต
แนวโนมความสัมพันธระหวา งจดุ หลอมเหลวและจดุ เดือดของแอลเคน ไซโคลแอลเคน แอลคนี และแอล
ไคนก ับจำนวนอะตอมของคารบอนเขียนสูตรทัว่ ไป สูตรโมเลกลุ และสูตรโครงสรา ง เรียกชื่อและบอก
ประโยชนของแอลเคน แอลคนี แอลไคน ไซโคลแอลเคนและไซโคลแอลคนี อโรมาตกิ ไฮโดรคารบ อน
พรอ มทงั้ ระบุชนดิ ของไอโซเมอรเ รขาคณติ ของสารประกอบแอลคีนไดวาเปนแบบซีสหรอื แบบทรานส
5. เขยี นสตู รทั่วไป สตู รโครงสราง สรปุ สมบตั ิทว่ั ไป เปรยี บเทียบจดุ เดือด บอกประโยชนห รอื อนั ตราย พรอม
ทัง เรยี กช่ือของแอลกอฮอล ฟนอล อีเทอร แอลดีไฮด คีโตน กรดคารบ อกซลิ กิ และเอสเทอร
6. เขยี นสูตรทั่วไป สูตรโครงสรา ง สรปุ สมบัติทั่วไป เปรียบเทียบจุดเดอื ด บอกประโยชนห รอื อันตราย พรอ ม
ทั้ง เรียกชื่อของสารประกอบเอมีน เอไมด
7. ทำการทดลอง รวบรวมขอมลู แปลความหมายขอมูล และสรุปผลการทดลองเกี่ยวกบั การจัดเรียงอะตอม
ของคารบ อนในสารประกอบอนิ ทรีย สมบตั บิ างประการของเอทานอลและกรดแอซตี ิก สมบัตบิ าง
ประการของสารประกอบไฮโดรคารบ อนปฏิกริ ยิ าระหวางกรดคารบ อกซิลกิ กบั แอลกอฮอล ปฏกิ ิรยิ าของ
เอสเทอร
8. อธบิ ายความหมาย การเกิด องคป ระกอบทางเคมีและการสำรวจหาแหลงเชอื  เพลิงซากดกึ ดำบรรพช นิด
ตา งๆ และประโยชนข องถา นหินและหินนำ้ มัน
9. อธิบายความหมายของปโ ตรเลียม เลขออกเทน เลขซเี ทน ปโตรเคมภี ณั ฑ อตุ สาหกรรมปโตรเคมขี นั  ตน
อตุ สาหกรรมปโ ตรเคมขี นั  ตอเนือ่ ง กระบวนการกล่ัน นำ้ มนั ดิบและการแยกแกส ธรรมชาติ พรอมทง้ั
ยกตัวอยางผลิตภัณฑทไี่ ดแ ละการนำไปใชประโยชน
10. อธบิ ายความหมายของพอลิเมอร มอนอเมอร ปฏิกริ ิยาพอลิเมอไรเซชนั การเกดิ พอลเิ มอร โครงสราง
และสมบัติของพอลเิ มอร สมบัติของผลิตภัณฑพ อลเิ มอรแ ตละชนดิ และความกา วหนาทางเทคโนโลยที ่ี
นำมาใชในการพัฒนาผลิตภัณฑพ อลิเมอรส งั เคราะหและยกตัวอยา งการใชประโยชนจากผลติ ภณั ฑพอลิ
เมอรสังเคราะหได
11. อธบิ ายวธิ ีการนำผลติ ภณั ฑจากเชอ้ื เพลิงซากดึกดำบรรพไ ปใชอยางเหมาะสมและผลท่เี กิดจากการผลติ
และการใชผลติ ภัณฑเช้ือ เพลิงซากดกึ ดำบรรพตอชีวติ และส่ิงแวดลอม
12. ทำการทดลอง รวบรวมขอมลู อภิปรายและสรุปผลการทดลองเก่ียวกับสมบัตบิ างประการของพลาสติก
ชนดิ ตา งๆ และการเตรียมเสน ใยสังเคราะห
13. บอกสมบัติ วิธีการทดสอบ ประโยชนแ ละอธบิ ายโครงสรา งของโปรตนี
14. บอกสมบัติ วิธกี ารทดสอบ ประโยชนแ ละอธิบายโครงสรา งของคารโ บไฮเดรต
15. บอกสมบตั ิ วิธีการทดสอบ ประโยชนแ ละอธบิ ายโครงสรางของลิพิด
16. บอกสมบัติ วิธีการทดสอบ ประโยชนและอธบิ ายโครงสรางของกรดนวิ คลอี กิ
17. ทำการทดลอง รวบรวมขอมูล แปลความหมายขอมูล และสรุปผลการทดลองใน เร่ืองการทดสอบโปรตีน
ในอาหาร การแปลงสภาพโปรตีน สมบตั ขิ องเอนไซมส มบัติบางประการของคารโบไฮเดรต การละลายของ
ไขมันและนำ้ มันในตัวทำละลายบางชนดิ ปฏกิ ริ ิยาไฮโดรลิซีสนำ้ มันพชื ดว ยโซเดียมไฮดรอกไซด

รวมทั้งหมด 17 ผลการเรียนรู

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 85

รหสั วชิ า ว ๓3๒๔๕ คำอธบิ ายรายวิชา
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ ๖ รายวิชา ชีววทิ ยาเพิ่มเติม ๕ กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร

จำนวน ๑.๕ หนว ยกิต ๓ ชั่วโมง/สปั ดาห ภาคเรยี นท่ี 2

ศึกษาเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืนของสิ่งแวดลอมความหลากหลายของ
สิ่งมีชีวิต การศึกษาความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต กาํ เนิดของชีวิต อาณาจักรของส่ิงมีชีวิต ความหลากหลาย
ทางชวี ภาพในประเทศไทยการสญู เสียความหลากหลายทางชีวภาพศึกษาเกีย่ วกับประชากรความหนาแนนและ
การแพรกระจายของประชากรขนาดของประชากรรปู แบบการเพ่ิมของประชากรการรอดชีวิตของประชากร
ประชากรมนุษย ศกึ ษาเกี่ยวกบั มนุษยกับความยั่งยืนของสิ่งแวดลอม ทรัพยากรธรรมชาติ การใชประโยชน ป
ญหาและการจัดการ หลักการอนุรกั ษทรัพยากรธรรมชาติ และชนิดพันธุตา งถิ่นท่ีสงผลกระทบตอ สภาพแวดล
อมโดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูลการสังเกตการวิ
เคราะห การทดลองการอภิปรายการอธบิ ายและสรุปเพือ่ ใหเกิดความรูความคิดความเขาใจมีความสามารถใน
การตัดสนิ ใจสือ่ สารส่งิ ทเี่ รยี นรูและนาํ ความรูไปใชในชวี ิตของตนเองมจี ิตวิทยาศาสตร จรยิ ธรรมคณุ ธรรมและค
านยิ ม
ผลการเรยี นรู

๑. สืบคนขอมูลอภิปรายและอธิบายเกี่ยวกับความหมายและองคประกอบของความหลากหลายทาง
ชีวภาพ

๒. สืบคนขอมูลอภิปรายและอธิบายการศึกษาความหลากหลายของสิ่งมีชิวตการจัดหมวดหมูของ
ส่ิงมีชวี ิตชอื่ ของส่งิ มชี ีวิตและการระบชุ นดิ

๓. สืบคนขอมูลอภิปรายอธิบายและสรุปเกี่ยวกับกําเนดิ ของชีวิตกําเนิดของเซลลโพรคาริโอต และ
เซลลยูคาริโอต

๔. สืบคนขอมลู ทดลองอภิปรายอธบิ ายและสรปุ เกณฑที่ใชในการจัดจําแนกสิ่งมีชิวตออกเปนโดเมน
และอาณาจักรลักษณะที่เหมือนและแตกตางกันของสิ่งมีชวี ิตในอาณาจักรมอเนอรา อาณาจักรโพรทิสตา
อาณาจักรพชื อาณาจักรฟงไจและอาณาจักรสัตว

๕. สบื คนขอมูลอภิปรายอธิบายและนําเสนอคณุ คาของความหลากหลายทางชวี ภาพกับการใชประโย
ชนข องมนุษยท่ีมผี ลตอ สงั คมและสงิ่ แวดลอ ม

๖. สืบคนขอมูลอภิปรายและนําเสนอสถานการณความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทยและ
ผลกระทบจากการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

๗. ออกแบบสถานการณจําลองท่ีแสดงถึงการเปลย่ี นแปลงปจจัยตางๆของสิ่งแวดลอมที่มีผลตอการอ
ยูรอดของส่ิงมชี วี ิต

๘. วิเคราะห อภิปรายและสรุปไดวาการอยูรอดของสิ่งมีชีวิตสัมพันธกับความหลากหลายของ
ส่ิงมีชีวิต

๙. สืบคนขอมูลอภิปรายและอธิบายเกี่ยวกับความหมายของประชากรความหนาแนนของ ประชากร
อัตราการเปลย่ี นแปลงขนาดของประชากรและปจจัยสําคัญทม่ี ีผลตอการเปลี่ยนแปลงขนาดของประชากร

๑๐. สบื คนขอมูลอภิปรายและวเิ คราะหขอมลู เกีย่ วกับเรื่องประชากรมนุษยการเติบโตและ โครงสราง
อายุของประชากรมนษุ ย

๑๑. สบื คนขอมูลอภปิ รายและอธบิ ายความสัมพนั ธระหวางมนษุ ยกบั การใชทรพั ยากรธรรมชาติ

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 86

๑๒. อภิปรายอธิบายและสรุปแนวทางการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมรวมทัง้ การอนุ
รักษและพัฒนาท่ยี ่งั ยืนพรอมทง้ั เสนอแนวทางในการอนุรกั ษทรัพยากรธรรมชาติ

๑๓. สืบคนขอมลู อภิปรายและอธิบายเกยี่ วกบั ชนดิ พันธตุ างถ่นิ ทีส่ งผลกระทบ
ตอสภาพแวดลอ ม
รวมท้งั หมด ๑๓ ผลการเรียนรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 87

กลมุ สาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษาและวฒั นธรรม

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 88

โครงสรางรายวิชาพื้นฐานและเพมิ่ เติม กลุมสาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

รายวิชาพน้ื ฐาน

รหัสวชิ า ช่อื รายวิชา จำนวนชวั่ โมง ชัว่ โมง/สปั ดาห หนว ยกิต
ส ๓๑๑๐๑ สงั คมศึกษา ๑ ๔๐ ๒ ๑.๐
ส ๓๑๑๐๓ สงั คมศกึ ษา ๒ ๔๐ ๒ ๑.๐
ส ๓๒๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ๓ ๔๐ ๒ ๑.๐
ส ๓๒๑๖๑ ประวตั ิศาสตร ๑ ๒๐ ๑ ๐.๕
ส ๓๒๑๐๓ สงั คมศกึ ษา ๔ ๔๐ ๒ ๑.๐
ส ๓๒๑๖๒ ประวตั ิศาสตร ๒ ๒๐ ๑ ๐.๕
ส ๓๓๑๐๑ สงั คมศึกษา ๕ ๔๐ ๒ ๑.๐
ส ๓๓๑๖๓ ประวตั ิศาสตร ๓ ๒๐ ๑ ๐.๕
ส ๓๒๑๐๓ สงั คมศกึ ษา ๖ ๔๐ ๒ ๑.๐
ส ๓๒๑๖๔ ประวัติศาสตร ๔ ๒๐ ๑ ๐.๕

รายวิชาเพม่ิ เติม อาเซียนศกึ ษา ๑ ๒๐ ๑ ๐.๕
ส ๓๑๒๐๑ อาเซยี นศึกษา ๒ ๒๐ ๑ ๐.๕
ส ๓๑๒๐๒ อาเซยี นศกึ ษา ๓ ๒๐ ๑ ๐.๕
ส๓๒๒๐๓ อาเซยี นศึกษา ๔ ๒๐ ๑ ๐.๕
ส๓๒๒๐๔ อาเซยี นศกึ ษา ๕ ๒๐ ๑ ๐.๕
ส๓๓๒๐๕ อาเซยี นศึกษา ๖ ๒๐ ๑ ๐.๕
ส๓๓๒๐๖ การลงทนุ ในตลาดหลกั ทรัพยเ บ้ืองตน 1 40 2 1.0
ส31241 การลงทนุ ในตลาดหลกั ทรัพยเบ้ืองตน 1 40 2 1.0
ส31241

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 89

คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
กลุมสาระการเรยี นรูส ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 90

รายวชิ า สังคมศึกษา ๑ คำอธิบายรายวชิ า ภาคเรยี นท่ี ๑
รหสั วชิ า ส๓๑๑๐๑ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ ๔ จำนวน ๑.๐ หนว ยกิต
จำนวน ๔๐ ช่วั โมง

ศึกษาวิเคราะหสังคมชมพูทวีปและคตคิ วามเชื่อทางศาสนาสมัยกอนพระพุทธเจาหรือสังคมสมัยของ
ศาสดาที่ตนนบั ถือ ประวัติพระพทุ ธสาวก พุทธสาวิกา ชาดก วันสำคัญ ศาสนพิธี ชาวพุทธตัวอยาง หลักธรรม
ทางพระพุทธศาสนา พทุ ธศาสนสภุ าษติ คำศัพททางพระพุทธศาสนาและพระไตรปฎก

ศึกษาวิเคราะหโครงสรางทางสังคม การขัดเกลาทางสังคม การจัดระเบียบทางสังคม สถาบันทาง
สังคม การเปลี่ยนแปลงทางสังคม การปฏิบัติตนและมีสวนสนบั สนุนใหผูอ ื่นประพฤติปฏิบตั ิเพื่อเปนพลเมอื งดี
ของประเทศชาติ และสังคมโลก การปรบั ปรุงเปล่ียนแปลง การอนุรักษว ัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมสากล

โดยกระบวนการฝกปฏิบัติ การแกปญหา กระบวนการขัดเกลาทางสังคม กระบวนการพัฒนา
คานิยม กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการประชาธิปไตย กระบวนการคิดอยางมีวิจารณญาณ
กระบวนการกลุม กระบวนการสบื คน

เพ่ือใหเหน็ ความสำคัญของวิถปี ระชาธิปไตย มวี นิ ัย รับผิดชอบ มคี วามซอ่ื สตั ย รสู ทิ ธิหนาท่ีตามวถิ ี
ประชาธิปไตย รักการเรียนรูวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม มีความรักประเทศชาติ ทองถิ่น ภูมิใจ
ในความเปน ไทย มสี ว นรวมในการอนุรกั ษว ัฒนธรรมไทย ศรัทธาในศาสนาที่ตนนบั ถือ มคี ุณธรรม จริยธรรม
รจู ักตนเอง เขาใจชวี ิต ปรบั ปรุงตนเองอยูเ สมอ มคี า นิยมท่ีดรี จู ักคิดใหถูกวธิ ีเพื่อนำไปใชในชวี ติ ประจำวันและ
รูจักเลือกรบั วฒั นธรรมสากลมาปรับใช อยา งเหมาะสม

รหสั ตวั ช้ีวดั

ส ๑.๑ ม.๔-๖/๑ ส ๑.๑ ม.๔-๖/๒ ส ๑.๑ ม.๔-๖/๔ ส ๑.๑ ม.๔-๖/๖
ส ๑.๑ ม.๔-๖/๑๓ ส ๑.๑ม.๔-๖/๑๔ ส ๒.๑ ม.๔-๖/๒ ส ๒.๑ ม.๔-๖/๓
ส ๒.๑ ม.๔-๖/๔ ส ๒.๑ ม.๔-๖/๕

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 91

รายวิชา สังคมศกึ ษา ๒ คำอธบิ ายรายวิชา ภาคเรียน ๒
รหัสวชิ า ส๓๑๑๐๓ ช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี ๔ จำนวน ๑.๐ หนว ยกติ
จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง

ศึกษา วเิ คราะหประวัตคิ วามเปน มาวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา หลักธรรม คตธิ รรม การบรหิ ารจิต
และการเจริญปญญา สวดมนตแปลและแผเมตตาพัฒนาการเรียนรูด วยวีการคิดแบบโยนิโสมนสิการ ๑๐ วธิ ี
(เนนวิธีคิดแบบแยกแยะสามัญลักษณะ แบบเปนอยูในขณะปจจุบัน และแบบวิภัชชวาท) หนาที่ชาวพุทธ
ปกปองคุมครอง ธำรงรกั ษาพระพุทธศาสนาของพุทธบริษทั ในสังคมไทย พระพทุ ธศาสนากบั การแกปญหาและ
การพฒั นา

ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว ชุมชน ประเทศชาติ และสังคมโลก สิทธิมนุษยชน
ปญ หาการเมืองสำคญั ที่เกิดข้ึนภายประเทศ การเมืองการปกครองของที่นำไปสูความเขา ใจและการประสาน
ประโยชนร ว มกันระหวางประเทศ การตรวจสอบการใชอำนาจรัฐ

โดยกระบวนการฝกปฏิบัติ การแกปญหา กระบวนการพัฒนาคานิยม กระบวนการคดิ วิเคราะห
กระบวนการประชาธิปไตย กระบวนการคิดอยางมีวิจารณญาณ กระบวนการกลุม ใชเทคโนโลยีในการ
สบื คนขอมลู จากแหลง ตางๆ

เพ่อื ใหเ หน็ ความสำคัญของวิถปี ระชาธิปไตย มีวินยั รับผิดชอบ มคี วามซอื่ สตั ย รสู ทิ ธิหนาท่ีตามวิถี
ประชาธิปไตย เคารพสทิ ธิของตนเองและผอู ืน่ รักการเรยี นรูวชิ าสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม มีความรัก
ประเทศชาติ ทอ งถน่ิ ภูมิใจในความเปนไทย มีสว นรว มในการอนรุ กั ษวัฒนธรรมไทย ศรัทธาในศาสนาท่ีตน
นับถือ มคี ุณธรรม จริยธรรม รูจักตนเอง เขาใจชีวิต ปรับปรงุ ตนเองอยูเสมอ มีคานิยมที่ดีรูจักคิดใหถูกวิธี
เพอื่ นำไปใชในการดำเนินชีวติ

รหัสตวั ช้ีวัด

ส๑.๑ ม.๔-๖/๑๙ ส๑.๑ ม.๔-๖/๒๐ ส๑.๑ ม.๔-๖/๒๑ ส๑.๑ ม.๔-๖/๒๒
ส๑.๒ม.๔-๖/๑ ส๑.๒ม.๔-๖/๒ ส๑.๒ม.๔-๖/๓ ส๑.๒ม.๔-๖/๔
ส๑.๒ม.๔-๖/๕ ส ๒.๑ ม.๔-๖/๑ ส ๒.๒ ม.๔-๖/๑ ส ๒.๑ ม.๔-๖/๒
ส ๒.๑ ม.๔-๖/๓ ส ๒.๑ ม.๔-๖/๔

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 92

รายวิชาสังคมศกึ ษา คำอธิบายรายวชิ า ภาคเรยี นท่ี ๑
รหัสวิชา ส ๓๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี ๕ จำนวน ๑.๐ หนวยกิต
จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง

ศึกษา วิเคราะห สาระสำคัญ รแู ละเขา ใจความหมายความสำคัญ สรา งความคดิ รวบยอด นำภูมิ
ปญ ญาทอ งถิ่นสภาพปญหาชวี ิต สภาพแวดลอ มในชุมชนและสงั คมเขา มาเปนสว นหนง่ึ ของการเรยี นรู เพ่ือให
มคี วามรูค วามเขาใจตระหนกั และเห็นคุณคาในเรื่องเกย่ี วกับประวัตแิ ละความสำคัญของพระพทุ ธศาสนา เร่อื ง
ประชาธปิ ไตย ใน พระพทุ ธศาสนา หลกั การของพระพุทธศาสนากับหลักวทิ ยาศาสตร การฝก ฝนและการ
พัฒนาตนเอง การพ่งึ ตนเองและการมุงอสิ รภาพ ประวตั พิ ุทธเจาในฐานะเปนมนุษยผูฝกตนไดอยา งสงู สุดใน
การตรัสรู การกอตั้ง วธิ ีการสอน และการเผยแผพระพุทธศาสนา ชาดกเรอื่ ง มโหสถชาดก หลกั ธรรมทาง
พระพุทธศาสนาในกรอบอริยสัจ ๔ หรือหลกั คำสอนของศาสนาท่ตี นนับถอื เห็นคุณคาและความสำคญั ของ
การสงั คายนาพระไตรปฏก เชื่อมัน่ ตอผลของการทำความดีความช่วั สามารถวิเคราะหส ถานการณท ต่ี อ งเผชญิ
และตัดสินใจเลือกดำเนินการหรือปฏิบตั ติ นไดอ ยางมเี หตผุ ลถกู ตองตามหลักธรรมจรยิ ธรรมเกยี่ วกับขอ คิดและ
แบบอยางการดำเนนิ ชีวิต จากประวตั สิ าวก เรื่องเลา และศาสนกิ ชนตัวอยางตามทก่ี ำหนด

ศึกษา วิเคราะห สาระสำคัญ ระบบเศรษฐกิจของโลกปจจุบันถึงผลดีและผลเสีย ตลาดและ
ประเภทของตลาด การกำหนดราคาและคาจางในระบบเศรษฐกิจ ตระหนักถึงความสำคัญของปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพยี งมาใชในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับปจจุบัน ความสำคัญของระบบสหกรณ
ในการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับชมุ ชนและประเทศ ปญ หาทางเศรษฐกิจในชมุ ชนและเสนอแนวทางการแกไข
ยกตัวอยา งของการรวมกลุมท่ีประสบความสำเร็จในการแกป ญหาทางเศรษฐกิจของชุมชน

โดยใชกระบวนการสืบเสาะความรู การสืบคนขอมูล ปฏบิ ตั ิจริง สรุป รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะ/
กระบวนการ ในการคดิ วเิ คราะห การแกป ญหา การใหเหตผุ ล การสอ่ื ความหมายทางสงั คมและนำ
ประสบการณด า นความรู ความคิด ทักษะกระบวนการที่ไดไปใชใ นการเรียนรสู ิ่งตา งๆและนำไปใชใน
ชวี ติ ประจำวันอยา งสรางสรรค

เพื่อใหรจู กั คิดอยางมีเหตผุ ล ยึดมนั่ ในหลกั การพ่งึ ตนเอง ตระหนกั ถึงความสำคัญเห็นคุณคาและมี
เจตคติที่ดีตอ สังคมศึกษา มีคุณธรรมจรยิ ธรรมเปน หลักในการดำเนินชีวติ สามารถทำงานอยา งเปน ระบบ
ระเบียบ มีความรอบคอบ มคี วามรับผิดชอบ
มวี ิจารณญาณและมคี วามเช่ือมน่ั ในตนเอง
รหัสตวั ช้ีวัด

ส๑.๑ ม.๔-๖/๒ ส๑.๑ ม.๔-๖/๖ ส๑.๑ ม.๔-๖/๗ ส๑.๑ ม.๔-๖/๘
ส๑.๑ ม.๔-๖/๑๓ ส๑.๑ ม.๔-๖/๑๔ ส๑.๑ ม.๔-๖/๑๕ ส๑.๑ ม.๔-๖/๑๖
ส ๓.๑ ม. ๔-๖/๑ ส ๓.๑ ม. ๔-๖/๒ ส ๓.๑ ม. ๔-๖/๓ ส ๓.๑ ม. ๔-๖/๔


Click to View FlipBook Version